The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนทับโพธิ์พัฒนวิทย์ พ.ศ.2565 ม.ปลาย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tanawich.s, 2022-07-07 02:58:16

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนทับโพธิ์พัฒนวิทย์ พ.ศ.2565 ม.ปลาย

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนทับโพธิ์พัฒนวิทย์ พ.ศ.2565 ม.ปลาย

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรุง 2565)

ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 93

รายวิชา ประวัติศาสตร ๑ คำอธบิ ายรายวชิ า ภาคเรยี นท่ี ๑
รหัสวชิ า ส๓๑๑๖๑ ชน้ั มธั ยมศึกษาปที่ ๕ จำนวน ๐.๕ หนวยกติ
จำนวน ๒๐ ชัว่ โมง

อธิบาย ความสำคญั ของเวลา และการแบง ยุคสมยั ทางประวตั ิศาสตรไ ทย ขั้นตอนวธิ กี ารทาง
ประวัติศาสตรม าวิเคราะหเหตกุ ารณตางๆทีแ่ สดงถงึ การเปลีย่ นแปลงของประวตั ิศาสตรไดอ ยา งเปนระบบ

โดยกระบวนการสรา งองคความรูใหมท างประวัตศิ าสตรไ ทยโดยใชว ธิ กี ารทางประวตั ิศาสตรท่ปี รากฏ
ในหลักฐานทางประวตั ิศาสตร ใชเทคโนโลยนี ำเสนอผลการศึกษาหรือโครงงานทางประวัตศิ าสตรไ ทยไดอยา ง
เปน ระบบ

เพอ่ื ใหต ระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาประวัติศาสตรด วยวิธกี ารทางประวตั ิศาสตร มเี จตคติรกั
การเรียนรวู ชิ าประวัติศาสตร สามารถนำไปใชบ ันทึกเร่อื งราวในชวี ิตประจำวัน

รหัสตัวช้ีวัด ส๔.๓ ม.๔-๖/๑ ส๔.๓ ม.๔-๖/๒
ส๔.๑ ม.๔-๖/๑ ส๔.๑ ม.๔-๖/๒
ส๔.๓ ม.๔-๖/๓

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์พิ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565)

ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 94

รายวชิ าสงั คมศกึ ษา คำอธบิ ายรายวชิ า จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
รหัสวิชา ส ๓๒๑๐๒ ชั้นมธั ยมศึกษาปที่ ๕ จำนวน ๑.๐ หนว ยกติ

ศึกษา วเิ คราะห สมั มนา เสนอแนะแนวทางการปฏบิ ัตติ นเพือ่ ใหมีความรูความเขา ใจ ตระหนัก
และเหน็ คุณคาในเรื่อง วันสำคญั ทางพระพทุ ธศาสนา หลักธรรม คติธรรมทเ่ี กี่ยวเน่อื งกับวนั สำคญั ทาง
พระพทุ ธศาสนาและเทศกาลที่สำคัญของศาสนาทต่ี นนบั ถือและปฏิบัตติ นไดถ ูกตอง ฝก การบรหิ ารจิตและการ
เจรญิ ปญ ญา ดว ยการสวดมนต แผเมตตา ตามหลักสตปิ ฏฐานหรอื ตามแนวทางของศาสนาทีต่ นนับถือ
หลักธรรมสำคัญในการอยรู วมกนั อยางสันตสิ ุขชักชวนสงเสริมสนบั สนนุ ใหบุคคลอืน่ เหน็ ความสำคัญของการทำ
ความดตี อกนั เห็นคณุ คา เชอ่ื มั่นและมงุ ม่ันพฒั นาชวี ิตดว ยการพฒั นาจติ และพัฒนาการเรียนรดู ว ยวิธคี ดิ แบบ
โยนโิ สมนสิการ หนา ท่ชี าวพทุ ธเรื่องการปฏิบัติตนเปนศาสนกิ ชนที่ดตี อ สาวก สมาชกิ ในครอบครวั และคน
รอบขาง ปฏิบตั ิตนถูกตองตามศาสนพธิ ี พิธีกรรมตามหลักศาสนาท่ตี นนบั ถือ การแสดงตนเปน พุทธมามกะ
หรือเปน ศาสนิกชนของศาสนาท่ตี นนับถือ สมั มนาและเสนอแนะแนวทางในการธำรงรกั ษาศาสนาทต่ี นนับถือ
เกย่ี วกบั การเมืองและสนั ติภาพ อนั สง ผลถงึ การพฒั นาตน พัฒนาชาติและโลก

ศึกษา วิเคราะห สาระสำคญั ถึงบทบาทของรัฐบาล เกย่ี วกับนโยบายการเงิน การคลัง ในการ
พัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ผลกระทบของการเปด เสรที างเศรษฐกจิ ในยุคโลกาภิวตั นท่ีมผี ลตอสงั คมไทย
ผลดี-ผลเสียของความรวมมือทางเศรษฐกจิ ระหวางประเทศในรูปแบบตาง ๆ

โดยใชกระบวนการสบื เสาะความรู การสบื คน ขอมูล ปฏบิ ตั จิ รงิ สรปุ รายงาน เพื่อพัฒนาทกั ษะ/
กระบวนการ ในการคิดวิเคราะห การแกปญ หา การใหเหตผุ ล การส่อื ความหมายทางสงั คมและนำ
ประสบการณด า นความรู ความคิด ทกั ษะกระบวนการท่ีไดไปใชใ นการเรยี นรูส ่ิงตา งๆและนำไปใชใ น
ชีวติ ประจำวันอยางสรางสรรค

เพอื่ ใหรูจ ักคิดอยางมเี หตุผล ยึดมน่ั ในหลกั การพึ่งตนเอง ตระหนักถงึ ความสำคญั เหน็ คณุ คา และมี
เจตคตทิ ่ดี ตี อ สังคมศึกษา มีคุณธรรมจริยธรรมเปน หลกั ในการดำเนินชีวติ สามารถทำงานอยา งเปน ระบบ
ระเบยี บ มีความรอบคอบ มคี วามรบั ผิดชอบ
มีวิจารณญาณและมคี วามเชอ่ื ม่ันในตนเอง

รหสั ตัวชว้ี ดั ส ๑.๑ ม. ๔-๖/๑๙ ส ๑.๑ ม. ๔-๖/๒๐ ส ๑.๑ ม. ๔-๖/๒๑
ส ๑.๑ ม. ๔-๖/๑๒ ส ๑.๒ ม. ๔-๖/๒ ส ๑.๒ ม. ๔-๖/๓ ส ๑.๒ ม. ๔-๖/๔
ส ๑.๒ ม. ๔-๖/๑ ส ๓.๒ ม. ๔-๖/๑ ส ๓.๒ ม. ๔-๖/๒ ส ๓.๒ ม. ๔-๖/๓
ส ๑.๒ ม. ๔-๖/๕

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิพ์ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565)

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 95

รายวิชา ประวัติศาสตร คำอธิบายรายวิชา ภาคเรียนท่ี ๒
รหสั วิชา ส๓๑๑๖๒ ชั้นมธั ยมศึกษาปท ่ี ๕ จำนวน ๐.๕ หนวยกติ
เวลา ๒๐ ชัว่ โมง

ศกึ ษาวิเคราะห เหตุการณสำคัญตา งๆทีส่ ง ผลตอ การเปลย่ี นแปลงทางสงั คม เศรษฐกิจและการเมือง
เขา สูส งั คมโลกสมยั ปจ จบุ ัน ผลกระทบของการขยายอิทธิพลของประเทศในยุโรปไปยงั ทวปี อเมริกา แอฟรกิ า
และเอเชีย สามารถใชว ิธีการทางประวัติศาสตรมาวเิ คราะหเ หตุการณต า งๆทีแ่ สดงถึงการเปลย่ี นแปลงของ
มนษุ ยชาตอิ ยา งเปนระบบ

โดยกระบวนการคดิ วเิ คราะห กระบวนการแกป ญหา กระบวนการพฒั นาคา นิยม กระบวนการสรา ง
องคค วามรูใหมท างประวัติศาสตร ใชเทคโนโลยีนำเสนอผลการศกึ ษาหรือโครงงานทางประวัตศิ าสตรไ ทยได
อยางเปน ระบบ

เพอ่ื ใหต ระหนักถึงผลกระทบของการขยายอิทธิพลของประเทศในยุโรปทีส่ งผลตอการเปลี่ยนแปลง
ทางดา นตา งๆ มเี จตคติทีด่ ี รักการเรยี นรวู ชิ าประวัติศาสตร และนำไปใชในชีวติ ประจำวนั

รหัสตวั ช้ีวัด ส๔.๒ ม.๔-๖/๓
ส๔.๒ ม.๔-๖/๑ ส๔.๒ ม.๔-๖/๒

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิ์พฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดับชัน้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 96

รายวชิ าสังคมศกึ ษา คำอธิบายรายวชิ า ภาคเรียนที่ ๑
ช้นั มัธยมศกึ ษาปท ี่ ๖ รหสั วิชา ส๓๓๑๐๑ จำนวน ๑.๐ หนว ยกติ
จำนวน ๔๐ ชั่วโมง

ศึกษา วิเคราะห ความสำคัญ ความจำเปน สถานการณ มีสวนรวม ประพฤติ ปฏิบัติตน
เสนอแนะแนวทาง สรา งความคดิ รวบยอด นำภมู ปิ ญญาทองถนิ่ สภาพปญ หาชวี ิต สภาพแวดลอมในชุมชน
และสังคม เขา มาเปนสว นหนง่ึ ของกระบวนการเรียนรู เพื่อใหมีความรูค วามเขา ใจ ตระหนักและเห็นคณุ คาใน
เร่ืองตอ ไปนี้ ศกึ ษาประวัตแิ ละความสำคัญของพระพุทธศาสนาที่เปน ศาสตรแหงการศึกษา เนน ความสัมพันธ
ของเหตุ ปจจัยและวิธีการแกปญหา ศึกษาพุทธประวัติเพือ่ ธำรงรักษาพระพุทธศาสนา และการศึกษาความ
เปน มนุษยผฝู กตนไดส ูงสุดของพระพุทธเจา ศึกษาประวัติพุทธสาวก พทุ ธสาวิกา (พระอานนท พระปฏาจา
ราเถรี นางจูฬสุภัททา นายสุมนมาลาการ) ศึกษาชาวพุทธตัวอยาง (พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา
เจาอยูหัว พระโพธิญาณเถร (ชา สุภทฺโท) พระธรรมปฎก (ป.อ. ปยุตโต) ทานอนาคาริก ธรรมปาละ)
ศึกษาชาดกเร่ืองมหาชนกชาดก

ศึกษาพัฒนาการและเครื่องมือที่ใชในการศึกษาทางภูมิศาสตร ภูมิลักษณของโลก ภูมิลักษณของ
ประเทศไทย เขตภูมิลักษณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก ภาคใต
วิเคราะหอิทธิพลการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิศาสตรซึ่งทำใหเกิดปญหาทางกายภาพหรือภัยพิบัติทาง
ธรรมชาติในไทยและภูมิภาคตางๆ ของโลก รวมทั้งประเมินการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ (ภาวะโลกรอน
อากาศแปรปรวน ฯลฯ)

โดยใชก ระบวนการสืบเสาะหาความรู การสบื คนขอมูล ปฏิบตั จิ ริง สรุป รายงาน เพ่ือพัฒนา
ทกั ษะ/กระบวนการในการคดิ วิเคราะห การแกปญหา การใหเหตุผล การสอ่ื ความหมายทางสังคมและนำ
ประสบการณด านความรู ความคิดทักษะกระบวนการที่ไดไปใชในการเรียนรูสิง่ ตาง และนำไปใชใ นการดำเนิน
ชวี ติ ประจำวันอยางสรางสรรค

เพอ่ื ใหรจู กั คดิ อยา งมเี หตผุ ล ยดึ มั่นในหลกั การเพงิ่ ตนเอง ตระหนักเหน็ คุณคา และมเี จตคติทด่ี ีตอ
สงั คมศึกษา มีคุณธรรม จริยธรรมเปนหลักในการดำเนนิ ชีวิต สามารถทำงานอยางเปนระบบระเบยี บ มี
ความรอบคอบ มีความรบั ผดิ ชอบ มีวจิ ารณญาณและมีความเชื่อม่นั ในตนเอง

รหสั ตวั ช้ีวัด ส ๑.๑ ม.๔-๖/๓ ส ๑.๑ ม.๔-๖/๔ ส ๑.๑ ม.๔-๖/๙
ส ๑.๑ ม.๔-๖/๒ ส ๕.๑ ม.๔-๖/๑ ส ๕.๑ ม.๔-๖/๒ ส ๕.๑ ม.๔-๖/๓
ส ๑.๑ ม.๔-๖/๑๐
ส ๕.๑ ม.๔-๖/๔

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 97

รายวิชา ประวตั ศิ าสตร คำอธบิ ายรายวิชา ภาคเรียนที่ ๑
รหัสวชิ า ส๓๓๑๖๓ จำนวน ๐.๕ หนวยกิต
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ่ี ๖
จำนวน ๒๐ ชัว่ โมง

ศกึ ษาวเิ คราะหป ระเด็นสำคัญของประวตั ศิ าสตรไ ทย แนวคิดและอทิ ธิพลท่ีมีตอสงั คมไทย ปจจัยทผ่ี ล
ตอการสสถาปนาอาณาจกั รในชวงเวลาตางๆ ความสำคัญของสถาบันของกษตั ริยต อชาวไทย และวเิ คราะห
ปจ จัยท่สี งเสริมการสรางสรรคภูมิปญ ญาไทยและวฒั นธรรมไทย สาเหตแุ ละผลของการปฏิรปู ลักษณะสังคม
และวัฒนธรรมไทยท่ีมผี ลตอ สังคมไทยในยคุ ปจ จบุ ัน แนวคิดความเปน ปจ จัยที่มีผลของอาณาจักรไทยโบราณ
ทีม่ ีตอ สังคมไทยในแตล ะชว งเวลา สาเหตุและผลการปฏิรูป การปกครองบา นเมือง การเลิกทาส เลิกไพร
สมัย ร.๕ ร.๗

โดยใชกระบวนการสบื เสาะหาความรู การสบื คน ขอมลู ปฏบิ ตั ิจรงิ สรุป รายงาน เพ่อื พัฒนาทกั ษะ/
กระบวนการ ในการคดิ วิเคราะห การแกป ญ หา การใหเ หตผุ ล การสือ่ ความหมายทางสงั คม และนำ
ประสบการณด านความรู ความคิด ทักษะกระบวนการที่ไดไ ปใชในการเรยี นรสู งิ่ ตา งๆ และนำไปใชใ น
ชวี ติ ประจำวันอยา งสรางสรรค

เพ่ือตระหนกั ถึงความสำคญั เหน็ คุณคาและมีเจตคตทิ ่ดี ตี อประวัตศิ าสตร มคี ุณธรรม จริยธรรมเปน
หลักในการดำเนนิ ชวี ติ สามารถทำงานอยางเปน ระบบระเบยี บ มคี วามรอบคอบ มีความรบั ผดิ ชอบ มี
วิจารณญาณและความเชอื่ ม่นั ในตนเอง

รหัสตัวช้ีวดั
ส๔.๓ ม.๔-๖/๑ ส๔.๓ ม.๔-๖/๒ ส๔.๓ ม.๔-๖/๓

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพิ์ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรับปรุง 2565)

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดับช้ันมัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 98

คำอธิบายรายวิชา

รายวิชาสงั คมศกึ ษา ชัน้ มัธยมศึกษาปท่ี ๖ ภาคเรยี นท่ี ๒
รหสั วชิ า ส๓๓๑๐๒ จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๐ หนวยกติ

ศึกษา วิเคราะห ความสำคัญ ความจำเปน สถานการณ มีสวนรวม ประพฤติ ปฏิบัติตน
เสนอแนะแนวทาง สรางความคิดรวบยอด นำภมู ิปญญาทองถ่นิ สภาพปญหาชีวติ สภาพแวดลอมในชุมชน
และสงั คม เขามาเปน สวนหนึง่ ของกระบวนการเรียนรู เพื่อใหมคี วามรูค วามเขาใจ ตระหนักและเห็นคุณคาใน
เรื่องตอไปนี้ศกึ ษาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา พระรัตนตรัย อริสัจ๔ ทุกข (ธรรมทีค่ วรรู ขันธ ๕ จิต –
เจตตกิ ) สมุทัย (ธรรมที่ความละ นิยาม นิวรณ ๕ อุปาทาน ๔) นิโรธ (ธรรมที่ควรบรรลุ นิพพาน) มรรค
(ธรรมที่ควรเจริญ อธิปไตย๓ สาราณียธรรม ๖ ทศพิธราชธรรม ๑๐ วิปสสนาญาณ ๙ มงคล ๓๘ ศึกษา
พุทธศาสนาสุภาษิต คำศัพททางพระพุทธศาสนา ความสำคัญและคุณคาของพระไตรปฎก เรื่องนารูจาก
พระไตรปฎก มหาสาโร-ปมสูตร ศึกษาการบริหารจิตและการเจริญปญญาตามหลักสติปฏฐานและหลกั การ
คิดแบบโยนิโสมนสิการ ศึกษาหนาที่ชาวพุทธ (หนาทีแ่ ละบทบาทของพระภิกษุ อุบาสก อุบาสิกา ที่มีตอ
สังคมไทยในปจจุบัน การปกปองคุมครองพระพุทธศาสนาของพุทธบริษัท ๔ การปฏิบัติตนตามหลักทิศ ๖
การเขา คายคุณธรรม การเขารวมพิธกี รรมทางพระพุทธศาสนา ในเรื่องมารยาทชาวพุทธ เนนการปฏิบัตทิ ี่
เหมาะสมตอพระสงฆ การบำเพญ็ ตนใหเปน ประโยชนในวันสำคัญทางพระพทุ ธศาสนา รแู ละเขา ใจหลักธรรม
ท่ีเกย่ี วเนือ่ งในวนั สำคญั ทางพุทธศาสนา วนั ธรรมสวนะ และเทศกาลสำคัญ เขาใจศาสนพธิ ี เห็นคุณคาและ
ประโยชน ศกึ ษาพระพุทธศาสนากับการแกปญ หาและการพัฒนาในหัวขอ ผลกระทบจากการพัฒนาทีข่ าด
พทุ ธธรรม และพระพุทธศาสนากับการพัฒนาท่ียั่งยนื เพ่อื ใหเกดิ ศรทั ธาตอพระรัตนตรยั ประพฤตปิ ฏิบัติตน
เปนพุทธศาสนิกชนที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรมในการอยูรวมกันในสังคมและสามารถนำหลักธรรมไปใชเปน
เครื่องมือในการเรียนรูอ ยางมีคณุ คาตอ ชีวิตตนเองและสงั คมโดยสว นรวม

ศกึ ษา วิเคราะหส าระสำคญั ภมู ิลักษณข องประเทศไทย ทำเลทต่ี ง้ั ขนาดพนื้ ท่ี และการแบง เขตการ
ปกครองทางภูมิศาสตรของภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตกและภาคใตของไทย วิเคราะห
สถานการณและวิกฤตการณดานทรัพยากรและสิ่งแวดลอมของไทยและของโลก ระบุมาตรการปองกันและ
แกไข ปญหา บทบาทขององคการและการประสานความรวมมือทั้งในและนอกประเทศเกี่ยวกับกฎหมาย
สิ่งแวดลอม การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม การใชประโยชนจากสิ่งแวดลอมในการ
สรางสรรคว ัฒนธรรมและการมีสวนรวมในการแกปญ หาและดำเนินชีวติ ตามแนวทางการอนรุ ักษทรัพยากรเพ่อื
การพัฒนาทีย่ งั่ ยืน

โดยใชกระบวนการสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมูล ปฏิบัติจริง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนา
ทักษะ/กระบวนการในการคิดวิเคราะห การแกป ญหา การใหเหตุผล การสื่อความหมายทางสังคมและนำ
ประสบการณดานความรู ความคิดทักษะกระบวนการที่ไดไปใชในการเรียนรูสิ่งตางๆ และนำไปใชในการ
ดำเนนิ ชีวติ ประจำวันอยางสรา งสรรค

เพ่ือใหรูจักคิดอยา งมีเหตผุ ล ยึดมัน่ ในหลกั การพึ่งตนเอง ตระหนักถึงความสำคัญ เหน็ คุณคา และ
มีเจตคตทิ ี่ดีตอสงั คมศึกษา มีคณุ ธรรม จริยธรรมเปน หลักในการดำเนินชีวติ สามารถทำงานอยางเปนระบบ
ระเบยี บ มคี วามรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มวี จิ ารณญาณและมคี วามเช่ือมั่นในตนเอง

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิ์พฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 99

รหัสตวั ช้ีวัด ส๑.๑ ม.๔-๖/๑๒ ส๑.๑ ม.๔-๖/๑๓ ส๑.๑ ม.๔-๖/๑๔
ส๑.๑ ม.๔-๖/๑๑ ส๑.๑ม.๔-๖/๑๖ ส๑.๑ ม.๔-๖/๑๗ ส๑.๑ม.๔-๖/๑๘
ส๑.๑ ม.๔-๖/๑๕ ส๑.๑ ม.๔-๖/๒๐ ส๑.๒ ม.๔-๖/๑ ส๑.๒ม.๔-๖/๒
ส๑.๑ม.๔-๖/๑๙ ส๑.๒ ม.๔-๖/๕ ส๕.๒ ม.๔-๖/๑ ส๕.๒ม.๔-๖/๒
ส๑.๒ ม.๔-๖/๔ ส๕.๒ม.๔-๖/๔ ส๕.๒ม.๔-๖/๕
ส๕.๒ ม.๔-๖/๓

รวมทั้งหมด ๑๙ ตัวชว้ี ัด

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธ์พิ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรับปรุง 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 100

คำอธิบายรายวชิ า

รายวิชา ประวตั ิศาสตร ชนั้ มัธยมศึกษาปที่ ๖ ภาคเรียน ๒
รหัสวิชา ส๓๑๒๖๗
จำนวน ๒๐ ช่ัวโมง จำนวน ๐.๕ หนว ยกติ

ศึกษาวเิ คราะหผลงานของบุคคลสำคัญทา นตา งๆ ทง้ั ชาวไทยและชาวตา งประเทศท่ีมีสวนสรางสรรค
วัฒนธรรมไทยและประวัติศาสตรไ ทย วางแผนกำหนดแนวทางและการมสี วนรวม การอนุรกั ษภ มู ิปญญาไทย
และวัฒนธรรมไทย

โดยใชกระบวนการสืบเสาะหาความรู การสบื คนขอมลู ปฏิบัติจรงิ สรปุ รายงาน เพ่อื พฒั นาทักษะ/
กระบวนการ ในการคดิ วเิ คราะห การแกป ญหา การใหเหตุผล การสื่อความหมายทางสงั คม และนำ
ประสบการณดานความรู ความคิด ทักษะกระบวนการท่ีไดไ ปใชใ นการเรียนรสู ่งิ ตางๆ และนำไปใชใ น
ชีวติ ประจำวันอยางสรา งสรรค

เพ่ือตระหนกั ถึงความสำคัญเห็นคุณคาและมีเจตคติทีด่ ีตอประวตั ิศาสตร มคี ุณธรรม จรยิ ธรรมเปน
หลักในการดำเนนิ ชีวิต สามารถทำงานอยา งเปน ระบบระเบียบ มคี วามรอบคอบ มีความรับผดิ ชอบ มี
วิจารณญาณและความเช่ือมัน่ ในตนเอง

รหสั ตวั ช้ีวดั
ส๔.๓ม.๔-๖/๔ ส๔.๓ม.๔-๖/๕

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์พิ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรับปรุง 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 101

คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธ์ิพฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรงุ 2565)

ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ชัน้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 102

วชิ าอาเซียนศึกษา ๑ คำอธบิ ายรายวชิ า ภาคเรยี นท่ี ๑
รหสั วิชา ส ๓๐๒๐๑ ช้ันมัธยมศกึ ษาปท่ี ๔ จำนวน ๐.๕ หนวยกติ
เวลา ๒๐ ชั่วโมง

ศกึ ษา วเิ คราะหประวัตคิ วามเปนมาและวตั ถปุ ระสงคในการกอตงั้ อาเซียน กฎบัตรอาเซียน โครงสราง
และกลไกการดำเนินงานของอาเซยี น ความรูเบอื้ งตนเกี่ยวกับประเทศสมาชิกอาเซียน สามเสาหลักประชาคม
อาเซียน ความรวมมือของอาเซียน ประโยชนที่ไทยไดรับจากการเปนสมาชิกอาเซียนและเปนประชาคม
อาเซยี น การเตรียมความพรอ มของไทยเพอ่ื เขาสปู ระชาคมอาเซียน ความรว มมอื ของอาเซยี นกับภายนอก และ
สินคา สง ออกและสนิ คานำเขาของประเทศสมาชิกอาเซยี น

โดยใชกระบวนการคิด กระบวนการสืบคนขอมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการทางสังคม
กระบวนการเผชิญสถานการณและแกปญ หา

เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ ตระหนักในความสำคญั ของการรวมกลุมอาเซยี น มีความภาคภูมิใจใน
การเปนสมาชิกของอาเซียน มีความเขา ใจอันดีตอสมาชิกของประเทศในกลุมอาเซียนและสามารถปฏิบัติตน
เปน สมาชกิ ที่ดีของสงั คมอาเซยี นและปรับตวั ในการอยรู วมกันในประชาคมอาเซยี นไดอยางมคี วามสขุ

ผลการเรียนรู
๑. อธิบายเกย่ี วกับการกอตง้ั อาเซียนและวัตถปุ ระสงคใ นการกอตั้งอาเซียน
๒. วิเคราะหสาระสำคัญของกฎบัตรอาเซยี น โครงสรา งและกลไกการดำเนินงานของอาเซยี น
๓. อธิบายขอมลู พนื้ ฐานเกย่ี วกับประเทศสมาชกิ อาเซยี น
๔. อธิบายเปาหมายของสามเสาหลกั ประชาคมอาเซยี น
๕. วเิ คราะหบ ทบาทของไทยตอสามเสาหลกั ประชาคมอาเซยี น
๖. อธิบายความรวมมือของอาเซียนดานการเมอื งและความมนั่ คง ดานเศรษฐกิจ ดา นสงั คม
และวัฒนธรรม
๗. วิเคราะหป ระโยชนท ไ่ี ทยจะไดร ับจากการเปนสมาชิกอาเซยี นและประชาคมอาเซียน
๘. วิเคราะหก ารเตรยี มความพรอมของไทยในการเขา สปู ระชาคมอาเซยี น
๙. อธิบายความรว มมือของอาเซยี นกบั องคการหรือประเทศภายนอก
๑๐.อธิบายประเภทของสินคา สงออกและสินคา นำเขาทส่ี ำคญั ของประเทศสมาชิกอาเซยี น

รวมทั้งหมด ๑๐ ผลการเรียนรู

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์ิพฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรงุ 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชัน้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 103

คำอธบิ ายรายวิชา

วชิ าอาเซียนศึกษา ๒ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ ๔ ภาคเรียนที่ ๒
รหสั วชิ า ส ๓๐๒๐๒ เวลา ๒๐ ชัว่ โมง จำนวน ๐.๕ หนว ยกติ

ศึกษา วิเคราะหป ระวัติความเปนมาและวัตถุประสงคในการกอตั้งอาเซยี น กฎบัตรอาเซียน โครงสราง
และกลไกการดำเนินงานของอาเซียน ความรูเบอ้ื งตนเกี่ยวกบั ประเทศสมาชิกอาเซียน สามเสาหลักประชาคม
อาเซียน ความรวมมือของอาเซียน ประโยชนที่ไทยไดรับจากการเปนสมาชิกอาเซียนและเปนประชาคม
อาเซียน การเตรยี มความพรอมของไทยเพอ่ื เขาสูประชาคมอาเซียน ความรวมมอื ของอาเซยี นกบั ภายนอก และ
สินคา สง ออกและสนิ คานำเขาของประเทศสมาชกิ อาเซียน

โดยใชกระบวนการคิด กระบวนการสืบคนขอมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการทางสังคม
กระบวนการเผชญิ สถานการณและแกปญ หา

เพื่อใหเกิดความรูความเขา ใจ ตระหนักในความสำคัญของการรวมกลุม อาเซียน มีความภาคภูมิใจใน
การเปน สมาชิกของอาเซียน มีความเขาใจอันดีตอสมาชกิ ของประเทศในกลุมอาเซียนและสามารถปฏิบัติตน
เปนสมาชิกที่ดขี องสังคมอาเซียนและปรบั ตัวในการอยูร วมกนั ในประชาคมอาเซียนไดอยา งมคี วามสุข

ผลการเรียนรู
๑. อธิบายเกย่ี วกบั การกอตัง้ อาเซยี นและวัตถุประสงคในการกอตัง้ อาเซียน
๒. วเิ คราะหส าระสำคญั ของกฎบัตรอาเซียน โครงสรา งและกลไกการดำเนินงานของอาเซียน
๓. อธิบายขอ มลู พ้ืนฐานเกีย่ วกบั ประเทศสมาชกิ อาเซยี น
๔. อธิบายเปาหมายของสามเสาหลักประชาคมอาเซยี น
๕. วิเคราะหบ ทบาทของไทยตอสามเสาหลกั ประชาคมอาเซียน
๖. อธิบายความรวมมือของอาเซียนดา นการเมืองและความม่นั คง ดานเศรษฐกจิ ดานสงั คม

และวัฒนธรรม
๗. วิเคราะหป ระโยชนที่ไทยจะไดร ับจากการเปนสมาชกิ อาเซียนและประชาคมอาเซยี น
๘. วเิ คราะหก ารเตรยี มความพรอ มของไทยในการเขา สปู ระชาคมอาเซียน
๙. อธิบายความรวมมือของอาเซยี นกบั องคการหรือประเทศภายนอก
๑๐. อธิบายประเภทของสนิ คาสง ออกและสนิ คานำเขาท่ีสำคัญของประเทศสมาชกิ อาเซยี น
รวมทงั้ หมด ๑๐ ผลการเรยี นรู

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรับปรงุ 2565)

ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 104

คำอธบิ ายรายวิชา

วิชาอาเซียนศึกษา ๓ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที่ ๕ ภาคเรียนท่ี ๑
รหสั วิชา ส ๓๐๒๐๓ เวลา ๒๐ ช่วั โมง จำนวน ๐.๕ หนวยกติ

ศึกษา วิเคราะห กำเนิดสมาคมอาสา พัฒนาการของอาเซียนตั้งแตอดีตจนถึงปจจุบัน ขอมูลของ
ประเทศสมาชิกอาเซียน โครงสรางองคกรและกลไกการดำเนินงานของอาเซียน ๓ เสาหลักของประชาคม
อาเซียน การเตรียมความพรอมของอาเซียนในการเขาสูประชาคมอาเซียน อุปสรรคในการเขาสูประชาคม
อาเซยี น บทเรียนจากการรวมกลุมเศรษฐกิจของประเทศอื่น บทบาททางการเมือง เศรษฐกิจของอาเซียนใน
สังคมโลก ปญหาของอาเซียนและความพยายามแกปญหาตางๆ

โดยใชกระบวนการคิด กระบวนการสืบคนขอมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการทางสังคม
กระบวนการเผชญิ สถานการณและแกป ญ หา

เพ่อื ใหเ กดิ ความรูความเขาใจ ตระหนักในความสำคัญของการรวมกลุมประเทศสมาชิกอาเซียน มีสวน
รวมในการเตรียมความพรอมของสังคมและประเทศชาติในการเขาสูประชาคมอาเซียน และปฏิบัติตนเปน
สมาชกิ ท่ดี ขี องประชาคมอาเซยี นและอยูร ว มกันในสงั คมอาเซียนอยางปกตสิ ุข

ผลการเรยี นรู

๑ อธบิ ายกำเนดิ สมาคมอาสาและพัฒนาการของอาเซยี นตั้งแตอ ดีตจนถงึ ปจ จุบนั
๒ อธิบายเก่ยี วกบั ประเทศสมาชกิ อาเซยี นในดานตา งๆ โครงสรา งองคก รและกลไกการดำเนินงาน

ของอาเซยี นภายใตกฎบตั รอาเซียน และประชาคมอาเซยี น ๓ เสาหลกั
๓ อธบิ ายการเตรยี มความพรอ มของอาเซยี นในการเขา สปู ระชาคมอาเซยี น
๔ อธบิ ายลกั ษณะสำคญั ของการดำเนินงานตาม ๓ เสาหลักของประชาคมอาเซยี น
๕ วิเคราะหอปุ สรรคในการเขา สูประชาคมอาเซียน และแนวทางแกไข
๖ วิเคราะหบทเรียนจากการรวมกลุมเศรษฐกิจของประเทศอื่นเพื่อเปนแนวทางในการพัฒนา

ประชาคมอาเซยี น
๗ วิเคราะหบทบาทของอาเซยี นในสงั คมโลกในดา นตางๆ ปญหาของอาเซียนและแนวทางแกไข

รวมทัง้ หมด ๗ ผลการเรยี นรู

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธิพ์ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรงุ 2565)

ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดับช้นั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 105

คำอธิบายรายวชิ า

วิชาอาเซียนศึกษา ๔ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี ๕ ภาคเรยี นที่ ๒
รหสั วิชา ส ๓๐๒๐๔ เวลา ๒๐ ชั่วโมง จำนวน ๐.๕ หนว ยกติ

ศึกษา วิเคราะห กำเนิดสมาคมอาสา พัฒนาการของอาเซียนตั้งแตอดีตจนถึงปจจุบัน ขอมูลของ
ประเทศสมาชิกอาเซียน โครงสรางองคกรและกลไกการดำเนินงานของอาเซียน ๓ เสาหลักของประชาคม
อาเซียน การเตรียมความพรอมของอาเซียนในการเขาสูประชาคมอาเซียน อุปสรรคในการเขาสูประชาคม
อาเซยี น บทเรียนจากการรวมกลุมเศรษฐกิจของประเทศอื่น บทบาททางการเมือง เศรษฐกิจของอาเซียนใน
สังคมโลก ปญหาของอาเซียนและความพยายามแกป ญ หาตา งๆ

โดยใชกระบวนการคิด กระบวนการสืบคนขอมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการทางสังคม
กระบวนการเผชญิ สถานการณและแกป ญ หา

เพ่อื ใหเ กดิ ความรูค วามเขาใจ ตระหนกั ในความสำคญั ของการรวมกลมุ ประเทศสมาชิกอาเซียน มีสว น
รวมในการเตรียมความพรอมของสังคมและประเทศชาติในการเขาสูประชาคมอาเซียน และปฏิบัติตนเปน
สมาชกิ ท่ดี ขี องประชาคมอาเซยี นและอยูร ว มกนั ในสังคมอาเซียนอยางปกตสิ ุข

ผลการเรยี นรู

๑ อธบิ ายกำเนดิ สมาคมอาสาและพฒั นาการของอาเซยี นต้ังแตอดีตจนถึงปจจุบัน
๒ อธิบายเก่ยี วกบั ประเทศสมาชกิ อาเซียนในดานตางๆ โครงสรางองคก รและกลไกการดำเนินงาน

ของอาเซยี นภายใตกฎบตั รอาเซียน และประชาคมอาเซยี น ๓ เสาหลกั
๓ อธบิ ายการเตรยี มความพรอ มของอาเซยี นในการเขาสูประชาคมอาเซียน
๔ อธบิ ายลกั ษณะสำคญั ของการดำเนนิ งานตาม ๓ เสาหลักของประชาคมอาเซยี น
๕ วิเคราะหอปุ สรรคในการเขา สูประชาคมอาเซียน และแนวทางแกไข
๖ วิเคราะหบทเรียนจากการรวมกลุมเศรษฐกจิ ของประเทศอื่นเพื่อเปนแนวทางในการพัฒนา

ประชาคมอาเซยี น
๗ วิเคราะหบทบาทของอาเซยี นในสังคมโลกในดานตางๆ ปญ หาของอาเซียนและแนวทางแกไข

รวมทัง้ หมด ๗ ผลการเรยี นรู

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธิพ์ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรงุ 2565)

ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดับช้นั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 106

คำอธิบายรายวชิ า

วิชาอาเซียนศึกษา ๕ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี ๖ ภาคเรยี นที่ ๑
รหสั วิชา ส ๓๐๒๐๕ เวลา ๒๐ ชั่วโมง จำนวน ๐.๕ หนว ยกติ

ศึกษา วิเคราะห กำเนิดสมาคมอาสา พัฒนาการของอาเซียนตั้งแตอดีตจนถึงปจจุบัน ขอมูลของ
ประเทศสมาชิกอาเซียน โครงสรางองคกรและกลไกการดำเนินงานของอาเซียน ๓ เสาหลักของประชาคม
อาเซียน การเตรียมความพรอมของอาเซียนในการเขาสูประชาคมอาเซียน อุปสรรคในการเขาสูประชาคม
อาเซยี น บทเรียนจากการรวมกลุมเศรษฐกิจของประเทศอื่น บทบาททางการเมือง เศรษฐกิจของอาเซียนใน
สังคมโลก ปญหาของอาเซียนและความพยายามแกป ญ หาตา งๆ

โดยใชกระบวนการคิด กระบวนการสืบคนขอมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการทางสังคม
กระบวนการเผชญิ สถานการณและแกป ญ หา

เพ่อื ใหเ กดิ ความรูค วามเขาใจ ตระหนกั ในความสำคญั ของการรวมกลมุ ประเทศสมาชิกอาเซียน มีสว น
รวมในการเตรียมความพรอมของสังคมและประเทศชาติในการเขาสูประชาคมอาเซียน และปฏิบัติตนเปน
สมาชกิ ท่ดี ขี องประชาคมอาเซยี นและอยูร ว มกนั ในสังคมอาเซียนอยางปกตสิ ุข

ผลการเรยี นรู

๑ อธบิ ายกำเนดิ สมาคมอาสาและพฒั นาการของอาเซยี นต้ังแตอดีตจนถึงปจจุบัน
๒ อธิบายเก่ยี วกบั ประเทศสมาชกิ อาเซียนในดานตางๆ โครงสรางองคก รและกลไกการดำเนินงาน

ของอาเซยี นภายใตกฎบตั รอาเซียน และประชาคมอาเซยี น ๓ เสาหลกั
๓ อธบิ ายการเตรยี มความพรอ มของอาเซยี นในการเขาสูประชาคมอาเซียน
๔ อธบิ ายลกั ษณะสำคญั ของการดำเนนิ งานตาม ๓ เสาหลักของประชาคมอาเซยี น
๕ วิเคราะหอปุ สรรคในการเขา สูประชาคมอาเซียน และแนวทางแกไข
๖ วิเคราะหบทเรียนจากการรวมกลุมเศรษฐกจิ ของประเทศอื่นเพื่อเปนแนวทางในการพัฒนา

ประชาคมอาเซยี น
๗ วิเคราะหบทบาทของอาเซยี นในสังคมโลกในดานตางๆ ปญ หาของอาเซียนและแนวทางแกไข

รวมทัง้ หมด ๗ ผลการเรยี นรู

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธิพ์ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรงุ 2565)

ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดับช้นั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 107

วิชาอาเซียนศึกษา ๖ คำอธิบายรายวชิ า ภาคเรยี นที่ ๒
รหสั วิชา ส ๓๐๒๐๖ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี ๖ จำนวน ๐.๕ หนว ยกติ
เวลา ๒๐ ชั่วโมง

ศึกษา วิเคราะห กำเนิดสมาคมอาสา พัฒนาการของอาเซียนตั้งแตอดีตจนถึงปจจุบัน ขอมูลของ
ประเทศสมาชิกอาเซียน โครงสรางองคกรและกลไกการดำเนินงานของอาเซียน ๓ เสาหลักของประชาคม
อาเซียน การเตรียมความพรอมของอาเซียนในการเขาสูประชาคมอาเซียน อุปสรรคในการเขาสูประชาคม
อาเซยี น บทเรียนจากการรวมกลุมเศรษฐกิจของประเทศอื่น บทบาททางการเมือง เศรษฐกิจของอาเซียนใน
สังคมโลก ปญหาของอาเซียนและความพยายามแกป ญ หาตา งๆ

โดยใชกระบวนการคิด กระบวนการสืบคนขอมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการทางสังคม
กระบวนการเผชญิ สถานการณและแกป ญ หา

เพ่อื ใหเ กดิ ความรูค วามเขาใจ ตระหนกั ในความสำคญั ของการรวมกลมุ ประเทศสมาชิกอาเซียน มีสว น
รวมในการเตรียมความพรอมของสังคมและประเทศชาติในการเขาสูประชาคมอาเซียน และปฏิบัติตนเปน
สมาชกิ ท่ดี ขี องประชาคมอาเซยี นและอยูร ว มกนั ในสังคมอาเซียนอยางปกตสิ ุข

ผลการเรยี นรู

๑ อธบิ ายกำเนดิ สมาคมอาสาและพฒั นาการของอาเซยี นต้ังแตอดีตจนถึงปจจุบัน
๒ อธิบายเก่ยี วกบั ประเทศสมาชกิ อาเซียนในดานตางๆ โครงสรา งองคก รและกลไกการดำเนินงาน

ของอาเซยี นภายใตกฎบตั รอาเซียน และประชาคมอาเซยี น ๓ เสาหลกั
๓ อธบิ ายการเตรยี มความพรอ มของอาเซยี นในการเขาสูประชาคมอาเซียน
๔ อธบิ ายลกั ษณะสำคญั ของการดำเนนิ งานตาม ๓ เสาหลักของประชาคมอาเซยี น
๕ วิเคราะหอปุ สรรคในการเขา สูประชาคมอาเซียน และแนวทางแกไข
๖ วิเคราะหบทเรียนจากการรวมกลุมเศรษฐกจิ ของประเทศอื่นเพื่อเปนแนวทางในการพัฒนา

ประชาคมอาเซยี น
๗ วิเคราะหบทบาทของอาเซยี นในสังคมโลกในดานตางๆ ปญ หาของอาเซียนและแนวทางแกไข

รวมทัง้ หมด ๗ ผลการเรยี นรู

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรับปรุง 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 108

คำอธบิ ายรายวิชา (แผนการเรียน ศิลป-ทั่วไป)

วิชาการลงทุนในตลาดหลักทรพั ยเ บื้องตน ช้ันมัธยมศกึ ษาปท ่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1
จำนวน 1.0 หนวยกิต
รหัสวิชา ส ๓1241 เวลา 4๐ ชว่ั โมง

ศกึ ษาผลดแี ละ ผลเสียของระบบเศรษฐกจิ แบบตา ง ๆ ของโลกในปจจบุ ัน รตู ลาดประเภทตาง ๆ เชน
ตลาดหลกั ทรพั ยหรอื ตลาดหุน รจู ักการวางแผนการออมทรัพยโ ดยการลงทุนตลาดหลักทรพั ยหรือตลาดหนุ

สามารถสรา งบญั ชีลงทุนกบั ผเู ชยี่ วชาญเพอ่ื ใหบ รรลคุ วามตองการ
ศึกษาคนควา มที กั ษะการสืบคน รายละเอยี ดการลงทนุ ในตลาดหลกั ทรัพย สามารถวเิ คราะหส ภาพราย

หนุ เฉพาะจนกลายเปน ทักษะและสามารถเลอื กซอื้ หนุ ระยะยาว-ระยะปานกลางและระยะสน้ั เพื่อสรา งรายได
ในตลาดหลักทรัพยห รือตลาดหนุ ไดต ลอดท้ังมีความพึงพอใจปฏบิ ัตอิ ิทธบิ าท/ทิฏฐธมั มิกัตถะหลักธรรม
ความสำเรจ็ ใชกำกับการลงทุน

โดยใชกระบวนการเรียนการสอนตามรูปแบบหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและกระบวนการกลุม

ตวั ช้วี ัด

ม.4 – ม.6/1.
ม.4 – ม.6/2.
รวม 2 ตัวชี้วดั

ผลการเรียนรู
1.รผู ลดแี ละ ผลเสยี ของระบบเศรษฐกจิ แบบตาง ๆ ของโลกในปจจบุ ันได

2.รตู ลาดประเภทตาง ๆ เชนตลาดหลักทรัพยห รอื ตลาดหุนได
3.เขา ใจวางแผนการออมทรัพยโดยการลงทุนได
4.สามารถสรา งบญั ชีลงทุนกับผเู ชี่ยวชาญได
5.มีทกั ษะการศกึ ษารายละเอียดการลงทุนในตลาดไดดี

6.มีทักษะวิเคราะหสภาพรายหุน เฉพาะไดด ี
7.สามารถเลือกสรางรายไดในตลาดหลกั ทรัพยห รือตลาดหุนไดด ี

8.พงึ พอใจปฏิบตั ิอิทธิบาท/ทิฏฐธมั มิกัตถะหลกั ธรรมความสำเร็จ
รวม 8 ผลการเรียนรู

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรับปรุง 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 109

คำอธบิ ายรายวิชา (แผนการเรียน ศิลป-ทั่วไป)

วิชาการลงทุนในตลาดหลักทรพั ยเ บื้องตน ช้ันมัธยมศกึ ษาปท ่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 2
จำนวน 1.0 หนวยกิต
รหัสวิชา ส ๓1242 เวลา 4๐ ชว่ั โมง

ศกึ ษาผลดแี ละ ผลเสียของระบบเศรษฐกจิ แบบตา ง ๆ ของโลกในปจจบุ ัน รตู ลาดประเภทตาง ๆ เชน
ตลาดหลกั ทรพั ยหรอื ตลาดหุน รจู ักการวางแผนการออมทรัพยโ ดยการลงทุนตลาดหลักทรพั ยหรือตลาดหนุ
สามารถสรา งบญั ชีลงทุนกบั ผเู ชยี่ วชาญเพอ่ื ใหบ รรลคุ วามตองการ

ศึกษาคนควา มที กั ษะการสืบคน รายละเอยี ดการลงทนุ ในตลาดหลกั ทรัพย สามารถวเิ คราะหส ภาพราย
หนุ เฉพาะจนกลายเปน ทักษะและสามารถเลอื กซอื้ หนุ ระยะยาว-ระยะปานกลางและระยะสน้ั เพื่อสรา งรายได

ในตลาดหลักทรัพยห รือตลาดหนุ ไดต ลอดท้ังมีความพึงพอใจปฏบิ ัตอิ ิทธบิ าท/ทิฏฐธมั มิกัตถะหลักธรรม
ความสำเรจ็ ใชกำกับการลงทุน

โดยใชกระบวนการเรียนการสอนตามรูปแบบหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและกระบวนการกลุม

ตวั ช้วี ัด
ม.4 – ม.6/1.

ม.4 – ม.6/2.
รวม 2 ตัวชี้วดั

ผลการเรียนรู

1.รผู ลดแี ละ ผลเสยี ของระบบเศรษฐกจิ แบบตาง ๆ ของโลกในปจจบุ ันได
2.รตู ลาดประเภทตาง ๆ เชนตลาดหลักทรัพยห รอื ตลาดหุนได

3.เขา ใจวางแผนการออมทรัพยโดยการลงทุนได
4.สามารถสรา งบญั ชีลงทุนกับผเู ชี่ยวชาญได
5.มีทกั ษะการศกึ ษารายละเอียดการลงทุนในตลาดไดดี
6.มีทักษะวิเคราะหสภาพรายหุน เฉพาะไดด ี

7.สามารถเลือกสรางรายไดในตลาดหลกั ทรัพยห รือตลาดหุนไดด ี
8.พงึ พอใจปฏิบตั ิอิทธิบาท/ทิฏฐธมั มิกัตถะหลกั ธรรมความสำเร็จ

รวม 8 ผลการเรียนรู

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพิ์ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 110

กลุมสาระการเรียนรูสขุ ศกึ ษา พลศึกษา

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธพิ์ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 111

โครงสรางรายวชิ าพนื้ ฐาน กลุมสาระการเรยี นรสู ุขศึกษา พลศึกษา

ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

รายวิชาพน้ื ฐาน

พ๓๑๑๐๑ สุขศึกษา เวลา ๑ ชว่ั โมง/สปั ดาห จำนวน ๐.๕ หนวยกติ

พ๓๑๑๐๒ สขุ ศึกษา เวลา ๑ ชั่วโมง/สปั ดาห จำนวน ๐.๕ หนวยกติ

พ๓๒๑๐๑ สุขศกึ ษา เวลา ๑ ชวั่ โมง/สัปดาห จำนวน ๐.๕ หนวยกิต

พ๓๒๑๐๒ สุขศึกษา เวลา ๑ ชั่วโมง/สัปดาห จำนวน ๐.๕ หนวยกติ

พ๓๓๑๐๑ สขุ ศกึ ษา เวลา ๑ ชั่วโมง/สปั ดาห จำนวน ๐.๕ หนวยกติ

พ๓๓๑๐๒ สุขศกึ ษา เวลา ๑ ชว่ั โมง/สัปดาห จำนวน ๐.๕ หนวยกิต

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิพ์ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรับปรงุ 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 112

คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
กลมุ สาระการเรียนรสู ุขศึกษาและพลศกึ ษา

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิ์พฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรงุ 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 113

คำอธิบายรายวชิ าสุขศึกษา

รหสั รายวชิ า พ๓๑๑๐๑ ช่อื วิชา สุขศกึ ษา กลมุ สาระการเรียนรู สุขศึกษาและพลศกึ ษา

เวลา ๒๐ ชั่วโมง / สัปดาห/ภาคเรยี น จำนวน ๐.๕ หนวยกิต

ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปท ี่ ๔ ภาคเรยี นท่ี ๑

บอก อธิบาย ความหมาย ความสำคญั กระบวนการสรางเสริมและดำรงประสทิ ธิภาพการทำงานระบบอวยั วะ
ตาง ๆ วางแผนดแู ลสุขภาพตามภาวะการเจริญเติบโตพัฒนาการของตนเองและบุคคลในครอบครวั อิทธิพล
ของครอบครัว เพอื่ น สงั คม และวฒั นธรรมทีม่ ตี อพฤติกรรมทางเพศและการดำเนินชวี ติ มคี า นิยมในเร่ืองเพศ
ตามวฒั นธรรมไทยและวัฒนธรรมอื่นๆ มีทกั ษะที่เหมาะสมในการปอ งกัน ลดความขดั แยงและแกปญหาเรอื่ ง
เพศ ครอบครวั วิเคราะหผ ลของความขัดแยงที่เกิดขึน้ ระหวา งนักเรยี นในชุมชน และเสนอแนวทางแกไข
ปญ หา สามารถวเิ คราะหบทบาทและความรับผิดชอบของบุคคลที่มีตอการสรา งเสริมสขุ ภาพและการปองกัน
โรคในชมุ ชน วิเคราะหส อ่ื โฆษณาเก่ียวกับสุขภาพเพ่ือการเลือกบรโิ ภค ปฏบิ ัตติ นตามสิทธิของผูบริโภค
วเิ คราะหเ หตุและเสนอแนวทางปอ งกันการเจบ็ ปว ยและการตายของคนไทย วางแผนและปฏิบัติตนตาม
แผนการพฒั นาสุขภาพของตนเองและครอบครวั มสี วนรว มในการสง เสริมและพฒั นาสขุ ภาพของบุคคลใน
ครอบครัววางแผนและปฏิบตั ิตามแผนการพฒั นาสมรรถภาพทางกายและสมรรถภาพทางกลไก มีสว นรว มใน
การปองกันความเสย่ี งตอการใชย า การใชส ารเสพติด และความรุนแรง เพอื่ สุขภาพของตนเอง ครอบครวั และ
สังคม วิเคราะหผลกระทบท่เี กิดจากครอบครอง การให และการใชส ารเสพตดิ วิเคราะหปจ จยั ที่มผี ลตอ
สขุ ภาพหรือความรนุ แรงของคนไทยและเสนอแนวทางปองกันวางแผนกำหนดแนวทางลดอุบัตเิ หตแุ ละสราง
เสรมิ ความปลอดภยั ในชุมชน มสี วนรว มในการสรา งเสรมิ ความปลอดภยั ในชมุ ชน ใชทกั ษะการตดั สนิ ใจ
แกปญ หาในสถานการณเ สย่ี งตอสุขภาพและความรนุ แรง แสดงวธิ ฟี น คืนชีพอยางถูกวิธี
เพื่อใหเ กดิ ความรูค วามเขาใจในแนวทางการสรา งเสรมิ สุขภาพ มีคุณธรรม จริยธรรมมคี า นยิ มและคุณลกั ษณะ
อันพงึ ประสงค ไดแ ก รกั ษช าติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ  ซ่ือสตั ยส จุ รติ มวี ินยั
ใฝเ รยี นรู อยอู ยางพอเพยี ง มุงม่นั ในการทำงาน รักษาความเปน ไทย มีความรับผิดชอบ มจี ิตสาธารณะ
มคี วามเชือ่ ม่ันในตนเอง พรอมท้ังตระหนักและเหน็ คณุ คาและเจตคติท่ีดีในการออกกำลงั กาย สามารถนำไป
ประยุกตใ ชใหเกดิ ประโยชนแ กต นเอง ชมุ ชน และสังคมมสี วนรว มอยา งเปน สขุ
มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
พ ๑.๑ ม. ๔/๑, ๕/๑, ๖/๑ , พ ๑.๒ ๔/๒, ๕/๒, ๖/๒
พ ๒.๑ ๔/๑, ๕/๑, ๖/๑ ,พ ๒.๒ ๔/๒, ๕/๒, ๖/๒ ,พ ๒.๓ ๔/๓, ๕/๓, ๖/๓,พ ๒.๔ ๔/๔, ๕/๔, ๖/๔
พ ๔.๑ ๔/๑, ๕/๑, ๖/๑,พ ๔.๒ ๔/๒, ๕/๒, ๖/๒,พ ๔.๓ ๔/๓, ๕/๓, ๖/๓,พ ๔.๔ ๔/๔, ๕/๔, ๖/๔,พ ๔.๕
๔/๕, ๕/๕, ๖/๕พ ๔.๖ ๔/๖, ๕/๖, ๖/๖, พ ๔.๗ ๔/๗, ๕/๗, ๖/๗
พ ๕.๑ ๔/๑, ๕/๑, ๖/๑,พ ๕.๒ ๔/๒, ๕/๒, ๖/๒, พ ๕.๓ ๔/๓, ๕/๓, ๖/๓,พ ๕.๔ ๔/๔, ๕/๔, ๖/๔,
พ ๕.๕ ๔/๕, ๕/๕, ๖/๕.พ ๕.๖ ๔/๖, ๕/๖, ๖/๖,พ ๕.๗ ๔/๗, ๕/๗, ๖/๗

รวม ๒๙ ตัวชี้วดั

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิ์พฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรับปรงุ 2565)

ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดับช้ันมัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 114

คำอธิบายรายวิชาสุขศึกษา

รหัสรายวิชา พ๓๑๑๐๒ ชอ่ื วชิ า สุขศกึ ษา กลมุ สาระการเรยี นรู สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา

เวลา ๒๐ ชัว่ โมง / สัปดาห/ภาคเรียน จำนวน ๐.๕ หนว ยกิต

ระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท่ี ๔ ภาคเรยี นที่ ๒

บอก อธิบาย ความหมาย ความสำคัญ กระบวนการสรา งเสรมิ และดำรงประสทิ ธภิ าพการทำงานระบบอวยั วะ
ตา ง ๆ วางแผนดูแลสขุ ภาพตามภาวะการเจรญิ เติบโตพัฒนาการของตนเองและบคุ คลในครอบครัว อิทธพิ ล
ของครอบครัว เพ่อื น สังคม และวัฒนธรรมทีม่ ตี อ พฤติกรรมทางเพศและการดำเนินชีวิต มคี า นยิ มในเร่ืองเพศ
ตามวฒั นธรรมไทยและวัฒนธรรมอืน่ ๆ มีทักษะทเี่ หมาะสมในการปองกัน ลดความขัดแยงและแกป ญหาเรอ่ื ง
เพศ ครอบครวั วเิ คราะหผ ลของความขัดแยง ที่เกิดขึ้นระหวา งนักเรยี นในชุมชน และเสนอแนวทางแกไข
ปญ หา สามารถวเิ คราะหบทบาทและความรบั ผิดชอบของบุคคลท่ีมตี อ การสรางเสรมิ สขุ ภาพและการปองกัน
โรคในชมุ ชน วเิ คราะหส ่ือโฆษณาเก่ียวกับสขุ ภาพเพ่ือการเลอื กบริโภค ปฏบิ ตั ติ นตามสิทธิของผบู รโิ ภค
วิเคราะหเ หตุและเสนอแนวทางปอ งกันการเจบ็ ปวยและการตายของคนไทย วางแผนและปฏิบัตติ นตาม
แผนการพฒั นาสุขภาพของตนเองและครอบครวั มสี วนรว มในการสงเสริมและพัฒนาสขุ ภาพของบุคคลใน
ครอบครัววางแผนและปฏิบตั ิตามแผนการพัฒนาสมรรถภาพทางกายและสมรรถภาพทางกลไก มสี วนรว มใน
การปอ งกนั ความเสีย่ งตอ การใชยา การใชสารเสพติด และความรุนแรง เพ่ือสุขภาพของตนเอง ครอบครัวและ
สังคม วิเคราะหผลกระทบที่เกิดจากครอบครอง การให และการใชส ารเสพตดิ วิเคราะหปจ จยั ท่มี ีผลตอ
สุขภาพหรือความรุนแรงของคนไทยและเสนอแนวทางปองกนั วางแผนกำหนดแนวทางลดอบุ ัตเิ หตแุ ละสรา ง
เสรมิ ความปลอดภัยในชุมชน มสี ว นรวมในการสรา งเสริมความปลอดภัยในชมุ ชน ใชท ักษะการตัดสนิ ใจ
แกปญ หาในสถานการณเ ส่ยี งตอสขุ ภาพและความรนุ แรง แสดงวธิ ฟี นคืนชพี อยางถูกวธิ ี
เพ่อื ใหเ กิดความรคู วามเขาใจในแนวทางการสรางเสรมิ สุขภาพ มีคุณธรรม จรยิ ธรรมมีคา นยิ มและคุณลกั ษณะ
อนั พงึ ประสงค ไดแก รักษชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย ซ่ือสัตยส ุจริต มวี ินัย
ใฝเ รยี นรู อยูอ ยา งพอเพียง มุงมั่นในการทำงาน รักษาความเปน ไทย มีความรับผิดชอบ มจี ติ สาธารณะ
มีความเช่อื ม่นั ในตนเอง พรอมท้งั ตระหนกั และเหน็ คณุ คาและเจตคติท่ีดีในการออกกำลังกาย สามารถนำไป
ประยุกตใ ชใหเกิดประโยชนแ กต นเอง ชุมชน และสังคมมีสว นรวมอยางเปน สุข
มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
พ ๑.๑ ม. ๔/๑, ๕/๑, ๖/๑ , พ ๑.๒ ๔/๒, ๕/๒, ๖/๒
พ ๒.๑ ๔/๑, ๕/๑, ๖/๑ ,พ ๒.๒ ๔/๒, ๕/๒, ๖/๒ ,พ ๒.๓ ๔/๓, ๕/๓, ๖/๓,พ ๒.๔ ๔/๔, ๕/๔, ๖/๔
พ ๔.๑ ๔/๑, ๕/๑, ๖/๑,พ ๔.๒ ๔/๒, ๕/๒, ๖/๒,พ ๔.๓ ๔/๓, ๕/๓, ๖/๓,พ ๔.๔ ๔/๔, ๕/๔, ๖/๔,พ ๔.๕
๔/๕, ๕/๕, ๖/๕พ ๔.๖ ๔/๖, ๕/๖, ๖/๖, พ ๔.๗ ๔/๗, ๕/๗, ๖/๗
พ ๕.๑ ๔/๑, ๕/๑, ๖/๑,พ ๕.๒ ๔/๒, ๕/๒, ๖/๒, พ ๕.๓ ๔/๓, ๕/๓, ๖/๓,พ ๕.๔ ๔/๔, ๕/๔, ๖/๔,
พ ๕.๕ ๔/๕, ๕/๕, ๖/๕.พ ๕.๖ ๔/๖, ๕/๖, ๖/๖,พ ๕.๗ ๔/๗, ๕/๗, ๖/๗

รวม ๒๙ ตัวชีว้ ัด

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิ์พฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรับปรุง 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 115

คำอธิบายรายวชิ าสุขศกึ ษา

รหสั รายวชิ า พ๓๒๑๐๑ ช่ือวิชา สุขศกึ ษา กลมุ สาระการเรียนรู สุขศึกษาและพลศึกษา

เวลา ๒๐ ชั่วโมง / สัปดาห/ภาคเรยี น จำนวน ๐.๕ หนว ยกิต

ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปท ี่ ๕ ภาคเรยี นที่ ๑

บอก อธิบาย ความหมาย ความสำคญั กระบวนการสรางเสริมและดำรงประสทิ ธิภาพการทำงานระบบอวยั วะ
ตาง ๆ วางแผนดแู ลสุขภาพตามภาวะการเจริญเติบโตพัฒนาการของตนเองและบุคคลในครอบครัว อิทธพิ ล
ของครอบครัว เพอื่ น สงั คม และวัฒนธรรมท่มี ตี อพฤติกรรมทางเพศและการดำเนินชวี ิต มคี า นยิ มในเร่ืองเพศ
ตามวฒั นธรรมไทยและวัฒนธรรมอื่นๆ มีทกั ษะที่เหมาะสมในการปอ งกัน ลดความขดั แยงและแกป ญหาเร่ือง
เพศ ครอบครวั วิเคราะหผ ลของความขัดแยงที่เกิดขึน้ ระหวา งนกั เรยี นในชุมชน และเสนอแนวทางแกไข
ปญ หา สามารถวเิ คราะหบทบาทและความรับผิดชอบของบุคคลที่มตี อการสรา งเสริมสขุ ภาพและการปองกัน
โรคในชมุ ชน วิเคราะหส อ่ื โฆษณาเก่ียวกับสขุ ภาพเพ่ือการเลือกบรโิ ภค ปฏบิ ัตติ นตามสิทธิของผบู รโิ ภค
วเิ คราะหเหตุและเสนอแนวทางปองกันการเจบ็ ปว ยและการตายของคนไทย วางแผนและปฏิบัตติ นตาม
แผนการพฒั นาสุขภาพของตนเองและครอบครวั มสี วนรว มในการสง เสริมและพฒั นาสขุ ภาพของบคุ คลใน
ครอบครัววางแผนและปฏิบตั ิตามแผนการพัฒนาสมรรถภาพทางกายและสมรรถภาพทางกลไก มสี วนรว มใน
การปองกันความเส่ียงตอการใชยา การใชส ารเสพติด และความรุนแรง เพอื่ สุขภาพของตนเอง ครอบครัวและ
สังคม วิเคราะหผลกระทบท่เี กิดจากครอบครอง การให และการใชสารเสพตดิ วิเคราะหปจ จยั ท่มี ีผลตอ
สขุ ภาพหรือความรนุ แรงของคนไทยและเสนอแนวทางปองกันวางแผนกำหนดแนวทางลดอบุ ตั เิ หตแุ ละสราง
เสรมิ ความปลอดภยั ในชุมชน มสี วนรว มในการสรา งเสรมิ ความปลอดภยั ในชมุ ชน ใชทักษะการตัดสนิ ใจ
แกปญ หาในสถานการณเ สย่ี งตอสขุ ภาพและความรนุ แรง แสดงวธิ ฟี น คืนชีพอยางถูกวธิ ี
เพื่อใหเ กดิ ความรูค วามเขาใจในแนวทางการสรา งเสรมิ สุขภาพ มีคุณธรรม จริยธรรมมีคา นยิ มและคุณลกั ษณะ
อันพงึ ประสงค ไดแ ก รกั ษช าติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ  ซ่ือสตั ยสุจรติ มวี ินยั
ใฝเ รยี นรู อยอู ยางพอเพยี ง มุงม่นั ในการทำงาน รักษาความเปน ไทย มีความรับผิดชอบ มีจติ สาธารณะ
มคี วามเชือ่ ม่ันในตนเอง พรอมท้ังตระหนักและเหน็ คณุ คาและเจตคตทิ ่ีดีในการออกกำลงั กาย สามารถนำไป
ประยุกตใ ชใหเกดิ ประโยชนแ กต นเอง ชมุ ชน และสังคมมสี วนรวมอยา งเปน สุข
มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
พ ๑.๑ ม. ๔/๑, ๕/๑, ๖/๑ , พ ๑.๒ ๔/๒, ๕/๒, ๖/๒
พ ๒.๑ ๔/๑, ๕/๑, ๖/๑ ,พ ๒.๒ ๔/๒, ๕/๒, ๖/๒ ,พ ๒.๓ ๔/๓, ๕/๓, ๖/๓,พ ๒.๔ ๔/๔, ๕/๔, ๖/๔
พ ๔.๑ ๔/๑, ๕/๑, ๖/๑,พ ๔.๒ ๔/๒, ๕/๒, ๖/๒,พ ๔.๓ ๔/๓, ๕/๓, ๖/๓,พ ๔.๔ ๔/๔, ๕/๔, ๖/๔,พ ๔.๕
๔/๕, ๕/๕, ๖/๕พ ๔.๖ ๔/๖, ๕/๖, ๖/๖, พ ๔.๗ ๔/๗, ๕/๗, ๖/๗
พ ๕.๑ ๔/๑, ๕/๑, ๖/๑,พ ๕.๒ ๔/๒, ๕/๒, ๖/๒, พ ๕.๓ ๔/๓, ๕/๓, ๖/๓,พ ๕.๔ ๔/๔, ๕/๔, ๖/๔,
พ ๕.๕ ๔/๕, ๕/๕, ๖/๕.พ ๕.๖ ๔/๖, ๕/๖, ๖/๖,พ ๕.๗ ๔/๗, ๕/๗, ๖/๗

รวม ๒๙ ตวั ช้ีวดั

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิพ์ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรุง 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 116

คำอธิบายรายวชิ าสุขศึกษา

รหสั รายวชิ า พ๓๒๑๐๓ ช่อื วิชา สุขศกึ ษา กลมุ สาระการเรยี นรู สุขศึกษาและพลศึกษา

เวลา ๒๐ ชั่วโมง / สัปดาห/ภาคเรยี น จำนวน ๐.๕ หนว ยกิต

ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปท ี่ ๕ ภาคเรยี นที่ ๒

บอก อธิบาย ความหมาย ความสำคญั กระบวนการสรางเสริมและดำรงประสทิ ธิภาพการทำงานระบบอวยั วะ
ตาง ๆ วางแผนดแู ลสุขภาพตามภาวะการเจริญเติบโตพัฒนาการของตนเองและบุคคลในครอบครัว อิทธพิ ล
ของครอบครัว เพอื่ น สงั คม และวฒั นธรรมทีม่ ตี อพฤติกรรมทางเพศและการดำเนินชวี ิต มีคานิยมในเร่ืองเพศ
ตามวฒั นธรรมไทยและวัฒนธรรมอื่นๆ มีทกั ษะที่เหมาะสมในการปอ งกนั ลดความขดั แยงและแกปญหาเร่ือง
เพศ ครอบครวั วิเคราะหผ ลของความขัดแยงที่เกิดข้นึ ระหวา งนักเรยี นในชมุ ชน และเสนอแนวทางแกไข
ปญ หา สามารถวเิ คราะหบทบาทและความรับผิดชอบของบุคคลที่มีตอการสรางเสริมสขุ ภาพและการปองกัน
โรคในชมุ ชน วิเคราะหส อ่ื โฆษณาเก่ียวกับสุขภาพเพ่ือการเลือกบรโิ ภค ปฏิบตั ติ นตามสิทธิของผบู ริโภค
วเิ คราะหเ หตุและเสนอแนวทางปอ งกันการเจบ็ ปว ยและการตายของคนไทย วางแผนและปฏิบัตติ นตาม
แผนการพฒั นาสุขภาพของตนเองและครอบครวั มสี วนรว มในการสง เสริมและพฒั นาสุขภาพของบุคคลใน
ครอบครัววางแผนและปฏิบตั ิตามแผนการพฒั นาสมรรถภาพทางกายและสมรรถภาพทางกลไก มสี ว นรว มใน
การปองกันความเสย่ี งตอการใชย า การใชส ารเสพตดิ และความรุนแรง เพอื่ สุขภาพของตนเอง ครอบครวั และ
สังคม วิเคราะหผลกระทบท่เี กิดจากครอบครอง การให และการใชส ารเสพตดิ วิเคราะหปจจัยท่มี ผี ลตอ
สขุ ภาพหรือความรนุ แรงของคนไทยและเสนอแนวทางปองกันวางแผนกำหนดแนวทางลดอุบัตเิ หตุและสราง
เสรมิ ความปลอดภยั ในชุมชน มสี วนรว มในการสรา งเสรมิ ความปลอดภยั ในชุมชน ใชทกั ษะการตดั สนิ ใจ
แกปญ หาในสถานการณเ สย่ี งตอสุขภาพและความรนุ แรง แสดงวิธีฟน คืนชีพอยางถูกวธิ ี
เพื่อใหเ กดิ ความรูค วามเขาใจในแนวทางการสรา งเสรมิ สุขภาพ มคี ุณธรรม จรยิ ธรรมมีคา นยิ มและคณุ ลกั ษณะ
อันพงึ ประสงค ไดแ ก รกั ษช าติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ  ซ่ือสตั ยสจุ รติ มวี นิ ยั
ใฝเ รยี นรู อยอู ยางพอเพยี ง มุงม่นั ในการทำงาน รักษาความเปน ไทย มีความรบั ผิดชอบ มจี ติ สาธารณะ
มคี วามเชือ่ ม่ันในตนเอง พรอมท้ังตระหนักและเหน็ คณุ คาและเจตคตทิ ี่ดใี นการออกกำลงั กาย สามารถนำไป
ประยุกตใ ชใหเกดิ ประโยชนแ กต นเอง ชมุ ชน และสังคมมสี ว นรว มอยางเปนสขุ
มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
พ ๑.๑ ม. ๔/๑, ๕/๑, ๖/๑ , พ ๑.๒ ๔/๒, ๕/๒, ๖/๒
พ ๒.๑ ๔/๑, ๕/๑, ๖/๑ ,พ ๒.๒ ๔/๒, ๕/๒, ๖/๒ ,พ ๒.๓ ๔/๓, ๕/๓, ๖/๓,พ ๒.๔ ๔/๔, ๕/๔, ๖/๔
พ ๔.๑ ๔/๑, ๕/๑, ๖/๑,พ ๔.๒ ๔/๒, ๕/๒, ๖/๒,พ ๔.๓ ๔/๓, ๕/๓, ๖/๓,พ ๔.๔ ๔/๔, ๕/๔, ๖/๔,พ ๔.๕
๔/๕, ๕/๕, ๖/๕พ ๔.๖ ๔/๖, ๕/๖, ๖/๖, พ ๔.๗ ๔/๗, ๕/๗, ๖/๗
พ ๕.๑ ๔/๑, ๕/๑, ๖/๑,พ ๕.๒ ๔/๒, ๕/๒, ๖/๒, พ ๕.๓ ๔/๓, ๕/๓, ๖/๓,พ ๕.๔ ๔/๔, ๕/๔, ๖/๔,
พ ๕.๕ ๔/๕, ๕/๕, ๖/๕.พ ๕.๖ ๔/๖, ๕/๖, ๖/๖,พ ๕.๗ ๔/๗, ๕/๗, ๖/๗

รวม ๒๙ ตวั ช้ีวดั

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิ์พฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรับปรุง 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 117

คำอธิบายรายวชิ าสุขศึกษา

รหสั รายวชิ า พ๓๓๑๐๑ ช่อื วิชา สขุ ศกึ ษา กลุมสาระการเรียนรู สขุ ศึกษาและพลศึกษา

เวลา ๒๐ ชั่วโมง / สัปดาห/ภาคเรยี น จำนวน ๐.๕ หนว ยกิต

ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปท ี่ ๖ ภาคเรยี นที่ ๑

บอก อธิบาย ความหมาย ความสำคัญ กระบวนการสรางเสรมิ และดำรงประสทิ ธิภาพการทำงานระบบอวยั วะ
ตาง ๆ วางแผนดแู ลสุขภาพตามภาวะการเจรญิ เติบโตพัฒนาการของตนเองและบุคคลในครอบครัว อิทธพิ ล
ของครอบครัว เพอื่ น สงั คม และวฒั นธรรมทมี่ ีตอพฤติกรรมทางเพศและการดำเนินชวี ติ มีคา นิยมในเร่ืองเพศ
ตามวฒั นธรรมไทยและวัฒนธรรมอื่นๆ มที กั ษะทเี่ หมาะสมในการปอ งกัน ลดความขดั แยงและแกป ญหาเร่ือง
เพศ ครอบครวั วิเคราะหผ ลของความขดั แยงที่เกิดขึน้ ระหวางนกั เรยี นในชุมชน และเสนอแนวทางแกไข
ปญ หา สามารถวเิ คราะหบทบาทและความรับผิดชอบของบุคคลที่มีตอการสรา งเสริมสขุ ภาพและการปองกัน
โรคในชมุ ชน วิเคราะหส อ่ื โฆษณาเกยี่ วกบั สุขภาพเพื่อการเลือกบรโิ ภค ปฏิบัตติ นตามสิทธิของผูบริโภค
วเิ คราะหเ หตุและเสนอแนวทางปองกันการเจ็บปวยและการตายของคนไทย วางแผนและปฏิบัตติ นตาม
แผนการพฒั นาสุขภาพของตนเองและครอบครวั มสี วนรว มในการสง เสริมและพฒั นาสขุ ภาพของบุคคลใน
ครอบครัววางแผนและปฏิบตั ิตามแผนการพฒั นาสมรรถภาพทางกายและสมรรถภาพทางกลไก มสี วนรว มใน
การปองกันความเสย่ี งตอการใชย า การใชสารเสพติด และความรุนแรง เพ่ือสขุ ภาพของตนเอง ครอบครวั และ
สังคม วิเคราะหผลกระทบทเี่ กิดจากครอบครอง การให และการใชส ารเสพตดิ วิเคราะหปจ จยั ทีม่ ีผลตอ
สขุ ภาพหรือความรนุ แรงของคนไทยและเสนอแนวทางปองกนั วางแผนกำหนดแนวทางลดอบุ ตั เิ หตแุ ละสราง
เสรมิ ความปลอดภยั ในชุมชน มีสวนรว มในการสรา งเสรมิ ความปลอดภยั ในชุมชน ใชทกั ษะการตัดสนิ ใจ
แกปญ หาในสถานการณเ สย่ี งตอสขุ ภาพและความรนุ แรง แสดงวิธฟี น คืนชีพอยางถูกวิธี
เพื่อใหเ กดิ ความรูค วามเขาใจในแนวทางการสรา งเสรมิ สุขภาพ มีคุณธรรม จรยิ ธรรมมคี า นิยมและคุณลกั ษณะ
อันพงึ ประสงค ไดแ ก รกั ษช าติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ  ซ่ือสตั ยส จุ รติ มวี ินยั
ใฝเ รยี นรู อยอู ยางพอเพยี ง มุงมน่ั ในการทำงาน รักษาความเปน ไทย มีความรบั ผิดชอบ มีจิตสาธารณะ
มคี วามเชือ่ ม่ันในตนเอง พรอมท้งั ตระหนักและเหน็ คณุ คาและเจตคติท่ีดีในการออกกำลงั กาย สามารถนำไป
ประยุกตใ ชใหเกดิ ประโยชนแกต นเอง ชุมชน และสังคมมสี วนรว มอยา งเปน สุข
มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
พ ๑.๑ ม. ๔/๑, ๕/๑, ๖/๑ , พ ๑.๒ ๔/๒, ๕/๒, ๖/๒
พ ๒.๑ ๔/๑, ๕/๑, ๖/๑ ,พ ๒.๒ ๔/๒, ๕/๒, ๖/๒ ,พ ๒.๓ ๔/๓, ๕/๓, ๖/๓,พ ๒.๔ ๔/๔, ๕/๔, ๖/๔
พ ๔.๑ ๔/๑, ๕/๑, ๖/๑,พ ๔.๒ ๔/๒, ๕/๒, ๖/๒,พ ๔.๓ ๔/๓, ๕/๓, ๖/๓,พ ๔.๔ ๔/๔, ๕/๔, ๖/๔,พ ๔.๕
๔/๕, ๕/๕, ๖/๕พ ๔.๖ ๔/๖, ๕/๖, ๖/๖, พ ๔.๗ ๔/๗, ๕/๗, ๖/๗
พ ๕.๑ ๔/๑, ๕/๑, ๖/๑,พ ๕.๒ ๔/๒, ๕/๒, ๖/๒, พ ๕.๓ ๔/๓, ๕/๓, ๖/๓,พ ๕.๔ ๔/๔, ๕/๔, ๖/๔,
พ ๕.๕ ๔/๕, ๕/๕, ๖/๕.พ ๕.๖ ๔/๖, ๕/๖, ๖/๖,พ ๕.๗ ๔/๗, ๕/๗, ๖/๗

รวม ๒๙ ตวั ช้ีวดั

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธิ์พฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรุง 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 118

คำอธิบายรายวิชาสุขศึกษา

รหสั รายวิชา พ๓๓๑๐๓ ช่อื วชิ า สุขศกึ ษา กลมุ สาระการเรียนรู สขุ ศึกษาและพลศึกษา

เวลา ๒๐ ชั่วโมง / สัปดาห/ภาคเรยี น จำนวน ๐.๕ หนว ยกิต

ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ี่ ๖ ภาคเรียนที่ ๒

บอก อธิบาย ความหมาย ความสำคัญ กระบวนการสรา งเสริมและดำรงประสทิ ธิภาพการทำงานระบบอวัยวะ
ตา ง ๆ วางแผนดูแลสขุ ภาพตามภาวะการเจรญิ เติบโตพฒั นาการของตนเองและบคุ คลในครอบครัว อิทธพิ ล
ของครอบครัว เพอื่ น สังคม และวฒั นธรรมทีม่ ตี อพฤติกรรมทางเพศและการดำเนนิ ชีวติ มคี านิยมในเรื่องเพศ
ตามวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมอืน่ ๆ มที ักษะทเี่ หมาะสมในการปองกัน ลดความขดั แยง และแกป ญหาเร่ือง
เพศ ครอบครวั วเิ คราะหผ ลของความขัดแยงที่เกดิ ขนึ้ ระหวางนักเรยี นในชุมชน และเสนอแนวทางแกไข
ปญหา สามารถวิเคราะหบ ทบาทและความรับผิดชอบของบุคคลท่มี ีตอการสรา งเสรมิ สขุ ภาพและการปองกัน
โรคในชุมชน วเิ คราะหส ่อื โฆษณาเกี่ยวกบั สุขภาพเพอ่ื การเลอื กบริโภค ปฏิบัติตนตามสทิ ธิของผูบ รโิ ภค
วเิ คราะหเหตแุ ละเสนอแนวทางปองกนั การเจบ็ ปวยและการตายของคนไทย วางแผนและปฏิบัตติ นตาม
แผนการพฒั นาสุขภาพของตนเองและครอบครวั มีสว นรว มในการสงเสรมิ และพฒั นาสุขภาพของบุคคลใน
ครอบครวั วางแผนและปฏิบัติตามแผนการพัฒนาสมรรถภาพทางกายและสมรรถภาพทางกลไก มสี ว นรว มใน
การปอ งกนั ความเสีย่ งตอ การใชยา การใชส ารเสพติด และความรุนแรง เพอ่ื สุขภาพของตนเอง ครอบครวั และ
สังคม วเิ คราะหผลกระทบทเี่ กิดจากครอบครอง การให และการใชส ารเสพตดิ วิเคราะหปจ จยั ท่ีมผี ลตอ
สุขภาพหรอื ความรนุ แรงของคนไทยและเสนอแนวทางปองกันวางแผนกำหนดแนวทางลดอุบตั ิเหตุและสราง
เสริมความปลอดภยั ในชมุ ชน มสี ว นรว มในการสรา งเสรมิ ความปลอดภยั ในชมุ ชน ใชทกั ษะการตัดสนิ ใจ
แกป ญ หาในสถานการณเสยี่ งตอสุขภาพและความรนุ แรง แสดงวธิ ีฟนคืนชพี อยางถูกวธิ ี
เพอ่ื ใหเ กิดความรคู วามเขาใจในแนวทางการสรางเสรมิ สุขภาพ มีคุณธรรม จรยิ ธรรมมีคา นิยมและคุณลกั ษณะ
อันพึงประสงค ไดแ ก รักษชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย ซอ่ื สัตยส ุจริต มีวนิ ัย
ใฝเรยี นรู อยูอยางพอเพยี ง มุงมนั่ ในการทำงาน รกั ษาความเปน ไทย มีความรับผดิ ชอบ มีจติ สาธารณะ
มคี วามเชื่อมั่นในตนเอง พรอมทั้งตระหนักและเห็นคณุ คาและเจตคติท่ีดีในการออกกำลังกาย สามารถนำไป
ประยุกตใชใ หเกดิ ประโยชนแ กตนเอง ชุมชน และสังคมมสี ว นรวมอยางเปน สุข
มาตรฐาน/ตัวชี้วดั
พ ๑.๑ ม. ๔/๑, ๕/๑, ๖/๑ , พ ๑.๒ ๔/๒, ๕/๒, ๖/๒
พ ๒.๑ ๔/๑, ๕/๑, ๖/๑ ,พ ๒.๒ ๔/๒, ๕/๒, ๖/๒ ,พ ๒.๓ ๔/๓, ๕/๓, ๖/๓,พ ๒.๔ ๔/๔, ๕/๔, ๖/๔
พ ๔.๑ ๔/๑, ๕/๑, ๖/๑,พ ๔.๒ ๔/๒, ๕/๒, ๖/๒,พ ๔.๓ ๔/๓, ๕/๓, ๖/๓,พ ๔.๔ ๔/๔, ๕/๔, ๖/๔,พ ๔.๕
๔/๕, ๕/๕, ๖/๕พ ๔.๖ ๔/๖, ๕/๖, ๖/๖, พ ๔.๗ ๔/๗, ๕/๗, ๖/๗
พ ๕.๑ ๔/๑, ๕/๑, ๖/๑,พ ๕.๒ ๔/๒, ๕/๒, ๖/๒, พ ๕.๓ ๔/๓, ๕/๓, ๖/๓,พ ๕.๔ ๔/๔, ๕/๔, ๖/๔,
พ ๕.๕ ๔/๕, ๕/๕, ๖/๕.พ ๕.๖ ๔/๖, ๕/๖, ๖/๖,พ ๕.๗ ๔/๗, ๕/๗, ๖/๗

รวม ๒๙ ตัวชวี้ ัด

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธ์พิ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565)

ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 119

คำอธิบายรายวิชาเพ่มิ เตมิ
กลุม สาระการเรยี นรสู ุขศึกษาและพลศกึ ษา

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธ์ิพฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรับปรงุ 2565)

ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 120

คำอธบิ ายรายวิชา
รายวิชา พลศกึ ษา รหัสรายวิชา พ๓๑๒๐๑ กลุมสาระการเรียนรู สุขศึกษาและพลศึกษา
ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๔ ภาคเรยี นท่ี ๑ จำนวน ๑ หนวยกิต เวลา ๔๐ ชัว่ โมง /ภาคเรยี น

ศึกษาลักษณะและธรรมชาติของกีฬาโยคะ มารยาท วธิ ีเลน การเคลื่อนไหว การออกกำลังกายดวย
การเลนกีฬาโยคะ ฝกปฏิบัติเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวรางกายในการออกกำลังกาย ทักษะการเลนกีฬา ตาม
ความถนัด

เพ่ือใหมีความรู ความเขาใจ และเห็นคุณคาของสุขภาพ สมรรถภาพ ความปลอดภัยในการเลนกีฬา
โยคะ ของตนเองและผูอื่น สามารถออกกำลังกายและเลนกีฬาโยคะ เพื่อนำไปใชออกกำลังกายใน
ชีวิตประจำวันและเผยแพรค วามรใู หก ับผูอน่ื ได

รหัสตัวชว้ี ดั
พ ๓.๑ ม.๑/๑,ม.๑/๒,ม.๑/.๓ พ ๓.๒ ม.๑/๑,ม.๑/๒,ม.๑/๓,ม.๑/๔,ม.๑/๕,ม.๑/๖

รวม ๙ ตัวช้ีวดั

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธิพ์ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 121

คำอธิบายรายวชิ า
รายวชิ า พลศกึ ษา รหสั รายวชิ า พ๓๑๒๐๒ กลุมสาระการเรยี นรู สุขศึกษาและพลศกึ ษา
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๔ ภาคเรียนที่ ๒ จำนวน ๑ หนว ยกติ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง /ภาคเรยี น

ศึกษาลักษณะและธรรมชาติของกีฬาเทควันโด กฎ กติกา มารยาท วธิ ีเลน การเคลื่อนไหว การออก
กำลงั กายดว ยการเลนกีฬาเทควันโด ฝกปฏิบัตเิ กีย่ วกับการเคลอื่ นไหวรางกายในการออกกำลังกาย ทกั ษะการ
เลนกฬี า ตามความถนัด

เพ่อื ใหมีความรู ความเขา ใจ และเห็นคุณคา ของสขุ ภาพ สมรรถภาพ ความปลอดภัยในการเลน กีฬาเท
ควันโด ของตนเองและผูอื่น สามารถออกกำลังกายและเลนกีฬาเทควันโด เพื่อนำไปใชออกกำลังกายใน
ชีวติ ประจำวันและเผยแพรค วามรใู หกับผูอ น่ื ได

รหสั ตวั ชว้ี ัด
พ ๓.๑ ม.๑/๑,ม.๑/๒,ม.๑/.๓ พ ๓.๒ ม.๑/๑,ม.๑/๒,ม.๑/๓,ม.๑/๔,ม.๑/๕,ม.๑/๖

รวม ๙ ตัวชีว้ ัด

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรับปรุง 2565)

ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 122

คำอธบิ ายรายวิชา
รายวชิ า พลศกึ ษา รหัสรายวิชา พ๓๒๒๐๑ กลุม สาระการเรียนรู สุขศกึ ษาและพลศึกษา
ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปที่ ๕ ภาคเรยี นท่ี ๑ จำนวน ๑ หนว ยกิต เวลา ๔๐ ชวั่ โมง /ภาคเรยี น

ฝก ปฏิบัตเิ กี่ยวกบั การเคล่ือนไหวรา งกายในการเตะทา ตา ง ๆ ในกีฬาเทดวันโด ในทาพนื้ ฐาน และ ทา
เฉพาะท่มี ีความยากมากข้ึน โดยอาศัยอปุ กรณน การชว ย เชน เปา กระสอบทราย

เพอื่ ใหม คี วามรู ความเขาใจ และเหน็ คณุ คาของสขุ ภาพ สมรรถภาพ ความปลอดภยั ในการเลนกีฬาเท
ควันโด ของตนเองและผูอื่น สามารถออกกำลังกายและเลนกีฬาเทควันโด เพื่อนำไปใชออกกำลังกายใน
ชวี ติ ประจำวันและเผยแพรความรใู หกบั ผูอ่นื ได

รหัสตวั ชี้วัด
พ ๓.๑ ม.๑/๑,ม.๑/๒,ม.๑/.๓ พ ๓.๒ ม.๑/๑,ม.๑/๒,ม.๑/๓,ม.๑/๔,ม.๑/๕,ม.๑/๖

รวม ๙ ตัวช้ีวัด

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิพ์ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 123

คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ (วิชาพลศกึ ษา มัธยมศึกษาปท ี่ ๕)
รายวชิ า พลศกึ ษา รหัสรายวชิ า พ๓๒๒๐๒ กลมุ สาระการเรยี นรู สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๕ ภาคเรียนที่ ๒ จำนวน ๑ หนว ยกิต เวลา ๔๐ ช่วั โมง /ภาคเรียน

ศึกษา กฎ กตกิ า มารยาท วิธีเลน ในกีฬาชนิดตา ง ๆ เพ่ือใหเ ขา ใจในการตดั สินกีฬาของกรรมการกีฬา
ชนดิ ตา ง ๆ และนำความรทู ไ่ี ดม าใชใ นการฝกการตดั สินกฬี าชนิดตาง ๆ เชน ฟุตบอล ฟตุ ซอล ตะกรอ เปตอง
และอื่น ๆ

เพื่อใหมีความรู ความเขาใจ และเห็นคุณคาของสุขภาพ สมรรถภาพรางกาย ความปลอดภัยในการ
ตดั สินกีฬา และการจักการแขง ขนั กีฬา เพอื่ นำไปใชตดั สินกีฬาในชีวิตประจำวันและเผยแพรความรูใหกับผูอ่ืน
ไดอ ยางถกู ตอ ง

รหสั ตวั ชีว้ ัด
พ ๓.๑ ม.๑/๑,ม.๑/๒,ม.๑/.๓ พ ๓.๒ ม.๑/๑,ม.๑/๒,ม.๑/๓,ม.๑/๔,ม.๑/๕,ม.๑/๖

รวม ๙ ตัวชว้ี ดั

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรับปรุง 2565)

ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 124

คำอธิบายรายวชิ า
รายวิชา พลศึกษา รหสั รายวิชา พ๓๓๒๐๑ กลุมสาระการเรยี นรู สขุ ศึกษาและพลศึกษา
ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปท ี่ ๖ ภาคเรียนท่ี ๑ จำนวน ๑ หนว ยกติ เวลา ๔๐ ชั่วโมง /ภาคเรยี น

ฝกปฏบิ ัตเิ กี่ยวกับการเคลอื่ นไหวรางกายในการเตะทาตา ง ๆ ในกฬี าเทดวนั โด ในทาพ้ืนฐาน และ ทา
เฉพาะทีม่ คี วามยากมากข้ึน และการฝกตอสจู ริง และสามารถลงแขงในรายการตา ง ๆ ได

เพอื่ ใหมคี วามรู ความเขาใจ และเหน็ คณุ คา ของสุขภาพ สมรรถภาพ ความปลอดภัยในการเลน กีฬาเท
ควันโด ของตนเองและผูอื่น สามารถออกกำลังกายและเลนกีฬาเทควันโด เพื่อนำไปใชออกกำลังกายใน
ชีวติ ประจำวันและเผยแพรความรใู หกบั ผูอื่นได

รหสั ตวั ชี้วดั
พ ๓.๑ ม.๑/๑,ม.๑/๒,ม.๑/.๓ พ ๓.๒ ม.๑/๑,ม.๑/๒,ม.๑/๓,ม.๑/๔,ม.๑/๕,ม.๑/๖

รวม ๙ ตัวช้ีวัด

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธ์ิพฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรงุ 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 125

คำอธิบายรายวิชา
รายวิชา พลศึกษา รหสั รายวชิ า พ๓๓๒๐๒ กลมุ สาระการเรยี นรู สุขศึกษาและพลศกึ ษา
ระดับชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที่ ๖ ภาคเรยี นท่ี ๒ จำนวน ๑ หนว ยกติ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง /ภาคเรยี น

การฝกและการทดสอบสมรรถภาพรางกายถือเปนหัวใจหลักในการเรียนวิชาพลศึกษา เพราะวิชาพล
ศึกษานั้นไดช ่ือวาเปนวิชาที่ทำใหสุขภาพรางกายแข็งแรง ดงั นั้นผูเรียนหลังจากที่เรียนทกั ษะและกีฬาชนิดตา ง
ๆ ไปแลวนั้น จงึ มีความจงึ เปนในการท่ีจะทดสอบตัวเองวา หลงั จากเรยี นวิชาพลศกึ ษาแลว น้นั รา งกายนกั เรียน
มคี วามเปลย่ี นแปลงอยางไร ดีข้นึ มากกวาเดมิ มากหรือไม

เพื่อใหนักเรียนเห็นความเปลี่ยนแปลง และความสำคัญของรางกาย การฝกและการทดสอบ
สมรรถภาพรางถอื เปนสงิ่ ทตี่ อลโจทยมากท่ี และสามารถนำไปประยกุ ตในชวี ิตประจำวนั ได
รหัสตัวชวี้ ดั

พ ๓.๑ ม.๑/๑,ม.๑/๒,ม.๑/.๓ พ ๓.๒ ม.๑/๑,ม.๑/๒,ม.๑/๓,ม.๑/๔,ม.๑/๕,ม.๑/๖

รวม ๙ ตัวชี้วัด

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธ์พิ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรุง 2565)

ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 126

กลมุ สาระการเรียนรศู ลิ ปะ

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์พิ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรุง 2565)

ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 127

โครงสรา งรายวิชาพ้ืนฐาน กลมุ สาระการเรียนรูศิลปะ
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

รายวชิ าพ้นื ฐาน ศิลปะ 1 ๑ ชวั่ โมง/สัปดาห ๐.๕ หนว ยกิต
ศ๓๑๑๐๑ ศิลปะ 2 ๑ ชวั่ โมง/สัปดาห ๐.๕ หนว ยกิต
ศ๓๑๑๐๒ ศิลปะ 3 ๑ ชวั่ โมง/สัปดาห ๐.๕ หนวยกิต
ศ๓๒๑๐๑ ศิลปะ 4 ๑ ชวั่ โมง/สปั ดาห ๐.๕ หนวยกติ
ศ๓๒๑๐๒ ศลิ ปะ 5 ๑ ชวั่ โมง/สปั ดาห ๐.๕ หนว ยกิต
ศ๓๓๑๐๑ ศลิ ปะ 6 ๑ ชว่ั โมง/สปั ดาห ๐.๕ หนว ยกิต
ศ๓๓๑๐๒
ดนตรสี ากลตามความถนดั ๒ ชวั่ โมง/สปั ดาห ๑.๐ หนวยกติ
รายวิชาเพิ่มเติม นาฎศิลปพ ืน้ เมอื ง ๒ ชวั่ โมง/สปั ดาห ๑.๐ หนว ยกิต
ศ๓๑๒๐๑ จติ รกรรมไทย ๒ ๒ ชวั่ โมง/สัปดาห ๑.๐ หนวยกิต
ศ๓๑๒๐๒ ดนตรไี ทยปฏบิ ัติตามความถนัด ๒ ชว่ั โมง/สปั ดาห ๑.๐ หนวยกติ
ศ๓๒๒๐๓ รองเพลงไทยสากล-ไทยลูกทงุ ๑ ชวั่ โมง/สปั ดาห ๐.๕ หนวยกติ
ศ๓๒๒๐๔ การแสดงละครสากล ๑ ชว่ั โมง/สัปดาห ๐.๕ หนวยกิต
ศ๓๓๒๐๕ ประยุกตศลิ ป ๒ ๒ ชวั่ โมง/สปั ดาห ๑.๐ หนวยกติ
ศ๓๓๒๐๖ การทอเสื่อกก 1 ๒ ชวั่ โมง/สัปดาห ๑.๐ หนวยกติ
ศ๓๓๒๐๗ การทอเสอ่ื กก 2 ๒ ชว่ั โมง/สปั ดาห ๑.๐ หนว ยกิต
ศ๓๓๒๐8
ศ๓๓๒๐9

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธิ์พฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรับปรงุ 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 128

คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
กลมุ สาระการเรยี นรูศ ิลปะ

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธิ์พฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 129

รายวชิ า ศิลปะ 1 คำอธบิ ายรายวิชา กลุมสาระการเรียนรูศ ลิ ปะ
รหสั วิชา ศ๓๑๑๐๑ เวลา ๒๐ ชั่วโมง ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที่ ๔
ภาคเรยี นที่ ๑ จำนวน ๐.๕ หนวยกติ

ศกึ ษา ฝกวิเคราะหรูรูปแบบของการแสดง ระบำ รำ ฟอน การแสดงพื้นเมืองภาคตา ง ๆการละครไทย-
การละครสากล ละครสรา งสรรค ความเปน มา องคประกอบของละครสรางสรรคล ะครพูด ละคร
โศกนาฏกรรม ละครสขุ นาฏกรรม ละครแนวเหมอื นจรงิ ละครแนวไมเหมือนจริงการประดษิ ฐท า รำท่ีเปน คูและ
หมู หลกั การสรา งสรรคแ ละการวิจารณ หลักการชมการแสดงนาฏศลิ ปและละคร ประวัติความเปนมาของ
นาฏศลิ ป และการละคร เทคนคิ การจดั การแสดงการประเมนิ คณุ ภาพของการแสดง การสรางสรรคผลงาน

โดยกระบวนการคิดอยา งมวี จิ ารณญาณ การสรางความตระหนกั และการปฏิบัติ และมคี วามคิด
รเิ ร่มิ สรางสรรค มคี วามรคู วามเขาใจองคประกอบของดนตรี แสดงออกทางดนตรีอยางสรา งสรรควิเคราะห
วิพากษว ิจารณคุณคา ดนตรี ถา ยทอดความรูสึกทางดนตรีอยา งอิสระ ช่ืนชม และประยกุ ตใชใ นชีวิตประจำวัน
อยางสรางสรรค เหน็ คณุ คา และ สามารถทำงานไดอยางเปนระบบระเบยี บ มีความรอบคอบ มคี วามรบั ผดิ ชอบ
มวี ิจารณญาณ และมีความเชือ่ มัน่ ในตนเองมีคณุ ธรรมสรา งความรักชาติ ศาสน กษัตรยิ  ซ่อื สัตยส ุจริต มีวนิ ยั ใฝ
เรยี นรู อยูอยา งพอเพยี งมุง มน่ั ในการทำงาน รักความเปน ไทย และมจี ิตสาธารณะ

รหัสตวั ชี้วัด
ศ๓.๑ ม.๔/๑ ม.๔/๒ ม๔/๓ ม.๔/๔ ม.๔/๕ ม.๔/๖ ม.๔/๗ ม.๔/๘

รวมท้ังหมด ๘ ตัวชีว้ ัด

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรุง 2565)

ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดับช้นั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 130

รายวชิ า ศลิ ปะ 2 คำอธบิ ายรายวิชา กลุมสาระการเรียนรศู ลิ ปะ
รหสั วิชา ศ๓๑๑๐๒ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง ช้ันมัธยมศึกษาปที่ ๔
ภาคเรยี นท่ี ๒ จำนวน ๐.๕ หนว ยกติ

ศึกษา วิเคราะห อธิบาย เกี่ยวกับการใชทัศนธาตุและหลักการออกแบบในการสื่อความหมายใน
รูปแบบตา งๆ จุดประสงคและเน้ือหาของงานทศั นศลิ ป โดยใชศ พั ททางทัศนศลิ ป

วิเคราะหและเปรยี บเทยี บงานทศั นศิลปใ นรูปแบบตะวันออกและรปู แบบตะวันตก โดยใชกระบวนการ
อภิปรายเพื่อสรุปความรูเกี่ยวกับอิทธิพลของวัฒนธรรมระหวางประเทศที่มีผลตองานทัศนศิลปในสังคม
วิเคราะหการเลือกใชวัสดุ อุปกรณ และเทคนคิ ของศลิ ปนไทย สากล โดยศึกษาจากแนวคิดและวิธีการสราง
งานของศิลปนที่ตนชื่นชอบ และสามารถระบงุ านทัศนศิลปของศิลปนที่มีชือ่ เสียงและบรรยายผลตอบรับของ
สังคม มีทักษะและเทคนิคในการใชวัสดุ อุปกรณ และกระบวนการที่สูงขึ้นในการสรางงานทัศนศิลป
สามารถสรา งสรรคง านทัศนศิลปดว ยเทคโนโลยตี าง ๆ โดยเนนหลักการออกแบบและการจัดองคประกอบศิลป
ออกแบบงานทัศนศิลปไดเหมาะสมกับโอกาสและสถานที่ ปฏิบัติการวาดภาพระบายสีเปนภาพลอเลียนหรือ
ภาพการตูน โดยใชกระบวนการเรียนรแู บบบูรณาการ เพอื่ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั สภาพสงั คมในปจ จบุ ัน

ประเมินและวิจารณงานทัศนศิลป โดยใชทฤษฎีการวิจารณศิลปะ และจัดกลุมงานทัศนศิลป เพื่อ
สะทอ นพฒั นาการและความกาวหนาของตนเอง

เพ่ือใหเห็นคุณคาและสามารถสรางงานทัศนศิลปอยางสรา งสรรค วิเคราะห วิพากษ วิจารณคุณคา
งานทัศนศลิ ปอ ยางช่นื ชม และนำมาประยุกตใชใหเกดิ ประโยชนในชวี ติ ประจำวนั

รหัสตัวชีว้ ดั ม.๔-๖/๒ ม.๔-๖/๓ ม.๔-๖/๔ ม.๔-๖/๖
ศ ๑.๑ ม.๔-๖/๑ ม.๔-๖/๘ ม.๔-๖/๑๐ ม.๔-๖/๑๑
ม.๔-๖/๗ ม.๔-๖/๒ ม.๔-๖/๓
ศ ๑.๒ ม.๔-๖/๑

รวมทั้งหมด ๑๒ ตวั ช้วี ดั

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรุง 2565)

ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 131

รายวิชา ศิลปะ 3 คำอธบิ ายรายวิชา กลุมสาระการเรยี นรศู ลิ ปะ
รหัสวชิ า ศ๓๒๑๐๒ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง ชั้นมธั ยมศึกษาปท ่ี ๕
ภาคเรียนท่ี 1 จำนวน ๐.๕ หนวยกิต

(ทศั นศลิ ป)

ศกึ ษาทักษะและเทคนิคในการใชวสั ดอุ ุปกรณ กระบวนการในการสรางสรรคง านทศั นศลิ ป สามารถใช
กระบวนกากลุมและกระบวนการคดิ วเิ คราะหใ นการวิจารณง านทศั นศลิ ปโดยใชท ฤษฎีการวจิ ารณง านศลิ ปะ
จัดกลมุ งานทัศนศลิ ปในการจัดท าแฟมสะสมงานของตนเอง เพื่อใหมีความรแู ละทักษะและเหน็ คณุ คา ของ
การน าทัศนธาตุ วสั ดุ อุปกรณมาใชในการสรา งสรรคง านทศั นศิลป การจัดท า แฟมสะสมงาน และน าไปใช
ในชวี ิตประจ าวัน มีความมงุ ม่นั และมวี นิ ยั ในการท างาน

(ดนตร)ี

ศกึ ษาคนควา หลักการดนตรี วิเคราะหเ พลง หลักการขับรอ ง หลักการบรรเลงเพลงไทยและสากล อา น
และเขียนโนต ดนตรไี ทยและสากล ศกึ ษากิจกรรมทางดนตรีที่เกยี่ วของกบั วัฒนธรรม เพอื่ ส่อื ความคิด จิตนา
การความรสู ึก ตลอดจนน าความรู และหลักการทางดนตรีมาใชก บั ชีวิตประจ าวัน

(นาฏศลิ ป)

ศกึ ษาคน ควา ประวัติ ความเปนมา ความหมายและรูปแบบของการแสดงระบ าร าฟอน การแสดง
พ้นื เมืองรวมท้งั องคป ระกอบของการแสดง รูหลกั และวิวัฒนาการสรางสรรค วิเคราะหท า ทางการเคล่ือนไหว
ของการแสดงนาฏศิลปป ระเภทตา งๆ ตัง้ แตอดตี จนถึงปจจุบัน รจู กั บคุ คลส าคญั ในวงการนาฏศิลป และศิลปน
พน้ื บานภายในทองถิน่ น าทักษะการแสดง ระบ า ร า ฟอน การแสดงพื้นเมือง มาประดิษฐทา ร าเพลงตางๆ
สรา งสรรคผลงานการแสดงนาฏศิลปไ ทย สามารถประเมนิ คณุ ภาพการแสดงโดยใชอ งคป ระกอบทางการแสดง
เหน็ คณุ คา ในศลิ ปะการแสดงระบ าร าฟอ น การแสดงพื้นเมือง ใฝเ รยี นรูแ ละมงุ มน่ั ในการสรา งสรรคผลงาน
ทางการแสดง เพ่ือสบื สานศลิ ปวฒั นธรรมไทย

ตัวชว้ี ดั

ศ ๑.๑ ม.๕/๔ มที กั ษะและเทคนิคในการใชว สั ดอุ ปุ กรณ และกระบวนการทีส่ ูงข้ึนในการสรางงานทศั นศิลป
ศ ๑.๑ ม.๕/๕ สรางสรรคงานทศั นศลิ ปดวยเทคโนโลยตี าง ๆ โดยเนนหลักการออกแบบและการจดั
องคป ระกอบศิลป
ศ ๑.๑ ม.๕/๖ ออกแบบงานทัศนศลิ ปไดเหมาะกับโอกาสและสถานท่ี
ศ ๑.๑ ม.๕/๗ วเิ คราะหและอธิบายจดุ มงุ หมาย ของศลิ ปนในการเลือกใชว ัสดุ อุปกรณ เทคนคิ และเนอ้ื หา
เพื่อสรา งสรรคงานทัศนศิลป

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์ิพฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรุง 2565)

ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดับช้นั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 132

ศ ๑.๑ ม.๕/๘ ประเมินและวจิ ารณงานทัศนศลิ ป โดยใชท ฤษฎีการวิจารณศิลปะ
ศ ๒.๑ ม.๕/๓ อธิบายเหตุผลที่คนตางวฒั นธรรมสรา งสรรคงานดนตรแี ตกตางกัน
ศ ๒.๑ ม.๕/๔ อาน เขยี น โนต ดนตรไี ทยและสากลในอัตราจงั หวะตา ง ๆ
ศ ๒.๑ ม.๕/๕ รอ งเพลง หรือเลน ดนตรเี ดีย่ วและรวมวงโดยเนน เทคนคิ การแสดงออก และคุณภาพของการ
แสดง
ศ ๓.๑ ม.๕/๓ ใชค วามคิดริเรม่ิ ในการแสดงนาฏศิลปเปนคู และหมู
ศ ๓.๑ ม.๕/๔ วจิ ารณก ารแสดงตามหลักนาฏศิลป และการละคร
ศ ๓.๑ ม.๕/๕ วเิ คราะหแกน ของการแสดงนาฏศลิ ปและการละครที่ตองการส่อื ความหมาย ในการแสดง
รวมจำนวน 11 ตวั ช้ีวัด

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธพิ์ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 133

รายวชิ า ศิลปะ 4 คำอธบิ ายรายวิชา กลมุ สาระการเรียนรูศลิ ปะ
รหัสวชิ า ศ๓๒๑๐๒ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง ชัน้ มธั ยมศึกษาปท ่ี ๕
ภาคเรียนที่ ๒ จำนวน ๐.๕ หนว ยกิต

ศกึ ษา ฝกวิเคราะหรปู แบบของดนตรีไทย และสากลยุคสมยั ตางๆ เปรียบเทยี บลักษณะเดน ของดนตรี
ในวัฒนธรรมตา งๆ นำเสนอแนวทางในการสงเสรมิ และอนรุ ักษด นตรใี นฐานะมรดกของชาติ สรา งสรรคล ะคร
สัน้ ใชค วามคิดรเิ รมิ่ ในการแสดงนาฏศลิ ปเ ปนคแู ละหมู วิจารณก ารแสดงตามหลักนาฏศิลปและการละคร
บรรยายและวเิ คราะหอ ทิ ธิพลของเครอ่ื งแตง กาย แสง สี เสียง ฉาก อปุ กรณ และสถานท่ี เปรยี บเทียบการนำ
แสดงไปใชใ นโอกาสตางๆ บรรยายววิ ัฒนาการของนาฏศลิ ปและการละครไทยต้งั แตอดตี จนถึงปจจุบัน
นำเสนอแนวคดิ ในการอนรุ กั ษนาฏศิลปไทย

โดยกระบวนการคิดอยา งมวี จิ ารณญาณ การสรา งความตระหนัก และการปฏบิ ัติ และมคี วามคิด
รเิ รม่ิ สรา งสรรค มคี วามรคู วามเขา ใจองคประกอบของดนตรี แสดงออกทางดนตรอี ยางสรา งสรรควิเคราะห
วิพากษว ิจารณคณุ คาดนตรี ถายทอดความรูสกึ ทางดนตรีอยา งอิสระ ชืน่ ชม และประยุกตใชในชีวิตประจำวัน
อยางสรางสรรค เหน็ คณุ คา และ สามารถทำงานไดอยางเปนระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มคี วามรบั ผดิ ชอบ
มีวิจารณญาณ และมคี วามเชอ่ื มน่ั ในตนเอง
มคี ณุ ธรรมสรางความรกั ชาติ ศาสน กษัตรยิ  ซ่ือสตั ยส จุ ริต มีวินยั ใฝเรยี นรู อยูอยา งพอเพียงมงุ มั่นในการทำงาน
รกั ความเปนไทย และมจี ติ สาธารณะ

รหัสตวั ช้ีวัด
ศ๒.๒ ม.๕/๑ ม.๔/๒ ม๔/๓ ม.๔/๔ ม.๔/๕
ศ๓.๑ ม.๔/๑ ม.๔/๒ ม.๔/๓ ม.๔/๔ ม.๔/๕ ม.๔/๖ ม.๔/๗
ศ๓.๑ ม.๔/๘ ม.๔/๑ ม.๔/๒ ม.๔/๓ม.๔/๔

รวมทั้งหมด ๑๗ ตัวชวี้ ัด

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธ์ิพฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 134

รายวชิ า ศลิ ปะ 5 คำอธบิ ายรายวชิ า กลุมสาระการเรยี นรศู ลิ ปะ
รหสั วชิ า ศ๓๓๑๐๑ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง ชน้ั มธั ยมศึกษาปท่ี ๖
ภาคเรยี นที่ ๑
จำนวน ๐.๕ หนว ยกติ

ศกึ ษา ฝกทกั ษะการใชวสั ดุอุปกรณ กระบวนการและเทคนิคท่ีสูงขึน้ ในการสรา งสรรคผลงานทศั นศิลป
ดวยหลกั การออกแบบและการจดั องคป ระกอบศลิ ป จากแนวคิดและวิธีการสรางงานของศลิ ปน ท่ีชนื่ ชอบได
อยางเหมาะสมและมีประสทิ ธภิ าพ

วิเคราะหและเปรียบเทยี บงานทัศนศิลปในรูปแบบตะวันออก ตะวันตก และจดุ มุงหมายการเลือกใช
วัสดอุ ุปกรณและเทคนคิ ของศลิ ปนในการแสดงออกทางทัศนศิลป

อภปิ รายและเปรียบเทียบอิทธิพลของวฒั นธรรมระหวางประเทศที่มีตอผลงานทัศนศลิ ปในสังคม เห็น
คณุ คาและนำไปประยุกตใ ชใ นชวี ิตประจำวันดว ยความช่ืนชม

โดยใชกระบวนการคิด กระบวนการสืบคนขอมูล กระบวนการปฏิบัติและกระบวนการพิจารณาคุณคา
เพ่ือใหเ กดิ ความรู ความเขาใจสามารถนำไปปฏิบัตแิ ละประยกุ ตใ ชใ นชวี ิตประจำวันไดอ ยางเหมาะสม

รหสั ตัวช้วี ดั
ศ ๑.๑ ม.๔-๖/๒ ม.๔-๖/๓ ม.๔-๖/๔ ม.๔-๖/๕ ม.๔-๖/๖ ม.๔-๖/๗ ม.๔-๖/๙
ม.๔-๖/๑๐
ศ ๑.๒ ม.๔-๖/๑ ม.๔-๖/๓

รวมทงั้ หมด ๑๐ ตัวชี้วัด

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับช้นั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 135

รายวชิ าศลิ ปะ 6 คำอธบิ ายรายวชิ า กลมุ สาระการเรียนรู ศิลปะ
รหัสวชิ า ศ๓๓๑๐๒ เวลา ๒๐ ชัว่ โมง ช้ันมัธยมศกึ ษาปที่ ๖
ภาคเรียนที่ ๒
จำนวน ๐.๕ หนวยกติ

ศกึ ษา ฝก วิเคราะหร ปู แบบของดนตรีไทย และสากลยุคสมยั ตางๆ เปรยี บเทยี บลักษณะเดน ของดนตรี
ในวฒั นธรรมตา งๆนำเสนอแนวทางในการสง เสรมิ และอนุรกั ษดนตรีในฐานะมรดกของชาติ สรา งสรรคล ะครส้ัน
ใชค วามคิดริเรม่ิ ในการแสดงนาฏศลิ ปเ ปนคูแ ละหมู วิจารณการแสดงตามหลักนาฏศิลปแ ละการละคร บรรยาย
และวิเคราะหอิทธิพลของเครื่องแตงกาย แสง สี เสยี ง ฉาก อุปกรณ และสถานท่ี เปรียบเทียบการนำแสดงไปใช
ในโอกาสตา งๆ บรรยายววิ ฒั นาการของนาฏศลิ ปและการละครไทยตงั้ แตอ ดีตจนถงึ ปจจบุ ัน นำเสนอแนวคดิ
ในการอนุรักษนาฏศิลปไทย

โดยใชกระบวนการคดิ อยางมวี จิ ารณญาณ การสรางความตระหนัก การปฏิบตั ิ กระบวนการ
โครงงานเพื่อให มคี วามรูความเขา ใจองคประกอบของดนตรี แสดงออกทางดนตรอี ยางสรา งสรรควิเคราะห
วิพากษว ิจารณคุณคา ดนตรี ถา ยทอดความรสู กึ ทางดนตรีอยางอสิ ระ ชื่นชม และประยุกตใ ชใ นชีวติ ประจำวัน
อยางสรา งสรรค เห็นคณุ คา และ สามารถทำงานไดอยางเปนระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มคี วามรับผิดชอบ
มีวจิ ารณญาณ และมีความเชอื่ มัน่ ในตนเองมีคณุ ธรรมสรา งความรักชาติ ศาสน กษัตรยิ  ซอื่ สตั ยส ุจรติ มีวนิ ัยใฝ
เรยี นรู อยูอยางพอเพียงมุงม่นั ในการทำงาน รกั ความเปนไทย และมจี ิตสาธารณะ

รหัสตัวชี้วัด ม.๔/๑ ม.๔/๒ ม๔/๓ ม.๔/๔ ม.๔/๕
ศ๒.๒ ม.๔/๑ ม.๔/๒ ม.๔/๓ ม.๔/๔ ม.๔/๕ ม.๔/๖ ม.๔/๗
ศ๓.๑ ม.๔/๘ ม.๔/๑ ม.๔/๒ ม.๔/๓ ม.๔/๔
ศ๓.๑

รวมทั้งหมด ๑๗ ตัวชี้วัด

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์พิ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรงุ 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 136

คำอธิบายรายวชิ าเพม่ิ เติม
กลมุ สาระการเรยี นรศู ิลปะ

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์ิพฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรับปรงุ 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 137

คำอธบิ ายรายวิชา

รหัสวิชา ศ๓๑๒๐๑ วิชา ดนตรีสากลตามความถนดั กลุมสาระการเรียนรูศ ิลปะ
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท ่ี ๔
เวลาเรยี น ๔๐ ชัว่ โมง / ภาคเรยี น จำนวน ๑.๐ หนวยกิต

ศกึ ษาทฤษฎีการดนตรี โนต สากล ศัพทส ังคตี ฝกโสตประสาท ฝกปฏิบัติเคร่ืองดนตรสี ากลอยาง
นอ ย ๑ ชิน้ โดยฝกบรรเลงท้ังเด่ยี วและกลุม สามารถจัดแสดงดนตรเี ปนครง้ั คราว ดแู ลเกบ็ รกั ษาเครอื่ ง
ดนตรีไดอ ยางถูกตอง

เพอื่ ใหมีความรูความเขาใจพื้นฐาน มีวินยั ใฝร ูใฝเ รยี น มุง มัน่ ในการทำงาน และมที กั ษะในการ
บรรเลงดนตรสี ากลท่ถี นดั ไดอ ยางถูกตอง ไพเราะ เพลิดเพลนิ หลากหลายรูปแบบ สามารถปฏิบัตงิ าน
สรางสรรคง านแสดงดนตรีอยางช่ืนชมและเห็นคณุ คา

ผลการเรยี นรู
๑. สามารถอธิบายถึงทฤษฎโี นต สากลในการเลนและบรรเลงได
๒. อธบิ ายถึงศัพทส งั คตี ท่ีใชใ นทางดนตรีสากลได
๓. สามารถเลือกปฏิบัตเิ ครื่องดนตรีสากลตามความถนัดได
๔. นักเรยี นสามารถฝก บรรเลงเครื่องดนตรสี ากลท่ถี นัดได
๕. สามารถบรรเลงเพลงตามที่กำหนดได
๖. นักเรยี นรวมจัดการแสดงดนตรเี บอ้ื งตนได
๗. นักเรียนรูถ งึ วธิ กี ารดแู ล บำรงุ รักษาเคร่อื งดนตรีไดอยา งถกู ตอ ง

รวมท้ังหมด ๗ ผลการเรียนรู

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์พิ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 138

คำอธบิ ายรายวชิ า

รหสั วิชา ศ๓๑๒๐๒ วิชา นาฏศิลปพ ้นื เมอื ง 2 กลุมสาระการเรยี นรศู ลิ ปะ
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ี่ ๔
เวลาเรยี น ๔๐ ชวั่ โมง / ภาคเรียน จำนวน ๑.๐ หนวยกิต

สำรวจและศกึ ษาเกี่ยวกับความเปน มาของศิลปะพนื้ บาน การละเลน พืน้ เมือง การจดั ประเภทของ
การแสดงพื้นเมือง ประวตั ิความเปนมา ประวัตบิ คุ คลในทองถ่นิ ทป่ี ระสบผลสำเรจ็ ในการสรางศิลปะพืน้ บา น
ฝก ปฏิบตั ิรองและรำเพลงพนื้ เมอื งตามความสนใจ สามารถจดั การแสดงพนื้ บา นของจงั หวดั อา งทอง และ
ศิลปะพ้นื บา นของภาคอน่ื ๆ ของประเทศไทยเปน ครั้งคราว มีความพอเพียง

เพ่อื ใหม คี วามรคู วามเขาใจช่นื ชม เหน็ คุณคา มวี นิ ยั ใฝร ใู ฝเรียน มงุ มั่นในการทำงาน และมี
ทักษะเก่ียวกับการแสดงพนื้ บานสำรวจและทำความเขาใจ ภูมปิ ญ ญาทอ งถิ่น สามารถอนรุ ักษและนำมา
ประยุกตใ ชใ นชวี ติ ประจำวัน
ผลการเรยี นรู

๑. มีความรคู วามเขา ใจเก่ยี วกับนาฏศลิ ปพ ้นื เมืองในเรือ่ ง ประวัตคิ วามเปน มา การละเลน พ้นื เมือง
ประเภทของการแสดงพ้ืนเมือง

๒. นักเรียนสามารถบอกและอธิบาย ประเภทของการแสดงพื้นเมือง ประวัติบุคคลในทองถิ่นท่ี
ประสบผลสำเร็จในการสรา งศิลปะพื้นบา นได

๓. นักเรียนสามารถฝก แสดงนาฏศิลปพ น้ื เมอื ง การละเลน พืน้ เมอื ง รอ งและรำเพลงพื้นเมอื งตาม
ความสนใจได

๔. นกั เรยี นมีทกั ษะและสามารถจดั การแสดงพน้ื บานของจังหวัดอางทอง และศลิ ปะพ้ืนบานของ
ภาคอน่ื ๆ ของประเทศไทยเปนครง้ั คราวได

๕. นกั เรียนสามารถสำรวจและทำความเขาใจ ภูมปิ ญ ญาทอ งถ่ินได
๖. นักเรียนมวี ินยั ใฝรใู ฝเ รียน มุง ม่ันในการทำงาน
๗. นักเรียนมีความชื่นชมเห็นคุณคา และภาคภูมิใจในศิลปะการแสดงพน้ื บา น ภมู ิปญญาทอ งถน่ิ มี
ความตระหนักท่ีจะถา ยทอดและอนรุ ักษและนำมาประยุกตใ ชในชวี ติ ประจำวันตอไป
รวมท้ังหมด ๗ ผลการเรยี นรู

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิพ์ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 139

คำอธิบายรายวิชา

รหสั วชิ า ศ๓๒๒๐๓ รายวิชา จติ รกรรมไทย ๒ กลมุ สาระการเรียนรูศ ิลปะ

เวลาเรียน ๒๐ ช่วั โมง / ภาคเรยี น จำนวน ๑.๐ หนวยกติ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที่ ๕

ศกึ ษาและฝก ปฏิบัติการเขียนภาพวาดเสน รูปราง รปู ทรง แสดงบุคลิกลกั ษณะตัวละคร ปาย
โฆษณา ดวยเทคนิคทห่ี ลากหลายแลวถายทอดสิ่งทเ่ี ห็นออกมาเปนภาพ เพ่ือใหม ีความรคู วามเขา ใจเบอื้ งตน
ทางศลิ ปะ การใชแ ละเก็บรกั ษาวัสดุ อุปกรณ สรา งสรรคงานวาดเสนหุนน่ิงไดอยางเพลิดเพลินและเหน็
คณุ คา ตามวิถีปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ผลการเรยี นรู
๑. นกั เรยี นมีความรูความเขาใจเบื้องตน เก่ยี วกับศลิ ปะ
๒. นกั เรยี นมคี วามรูความเขาใจ สามารถวาดเสน รูปรา ง รปู ทรง แสดงบคุ ลกิ ลกั ษณะตัวละคร
การออกแบบปายโฆษณา ดวยเทคนคิ ทีห่ ลากหลาย
๓. นักเรยี นมคี วามรูความเขาใจ สามารถใชเ สนพน้ื ฐานในการสรางสรรคง านวาดเสน ได
อยา งถูกตอ ง
๔. นกั เรียนมีความรูความเขาใจ สามารถใชรูปราง รปู ทรง แบบตา ง ๆ ในการรา งภาพได
อยางเหมาะสม
๕. นกั เรยี นมคี วามรูความเขาใจเกี่ยวกับแสงเงา สามารถใหคาน้ำหนกั แสงเงาของวัตถุได
อยา งถูกตอ ง
๖. สรางสรรคงานวาดเสนหุน นง่ิ ประกอบแสงเงาจากสิง่ ท่ีเห็น ไดดว ยความเพลิดเพลนิ และ
เห็นคณุ คา

รวมท้ังหมด ๖ ผลการเรยี นรู

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรงุ 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดับชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 140

คำอธบิ ายรายวชิ า กลมุ สาระการเรียนรศู ิลปะ
รหสั วชิ า ศ๓๒๒๐๔ วิชา ดนตรไี ทยปฏิบัติตามความถนดั ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท่ี ๕
เวลาเรียน ๔๐ ชั่วโมง / ภาคเรยี น จำนวน ๑.๐ หนวยกติ

ศึกษาทฤษฎกี ารดนตรี หลกั การปฏิบัตแิ ละใชเ ครอ่ื งดนตรี การอา นเขียนและบันทกึ โนต บทบาทของ
เครอื่ งดนตรแี ตละชนดิ อัตราจงั หวะทใ่ี ชและความสมั พันธข ององคประกอบในการบรรเลงดนตรี ฝก ปฏิบัติ
เครอ่ื งดนตรีไทยทถ่ี นัดอยา งนอย ๑ ชิ้น บรรเลงอัตรา ช้นั เดียว สองชั้นและเพลงเถา เพลงตับ ดูแลรกั ษาเครื่อง
ดนตรี ฝก บรรเลงทง้ั เด่ยี วและกลุม จดั การแสดงเปน คร้งั คราว

เพื่อใหมีความรคู วามเขาใจ มีวนิ ยั ใฝรูใฝเรยี น มุงมน่ั ในการทำงาน และมที ักษะเกย่ี วกับการบรรเลง
ดนตรไี ทยที่ถนดั รวมกันเปน วงประกอบการขบั รอ ง ฟอนรำและการแสดงตา ง ๆ ไดอ ยา งถูกตอง ไพเราะ
เพลดิ เพลนิ นำภูมปิ ญญาทองถิ่นมาผสมผสานไดอยางกลมกลนื มีความสขุ ในการเรียนและเห็นคณุ คา เกิดความ
ชนื่ ชมรกั ความเปน ไทย เผยแพรอ นรุ กั ษ ใหด ำรงอยูคูประเทศชาตสิ ืบไป

ผลการเรียนรู
๑. สามารถอธิบายถึงโนตเพลงไทย โนตเพลงสากลได
๒. บอกถงึ หลกั การอานโนต เพลงไทย เพลงสากลได
๓. นกั เรยี นสามารถอธิบายถึงหลกั การฟงดนตรไี ทยและการปฏิบตั ติ นได
๔. อธิบายถึงประวตั ขิ องเพลงท่บี รรเลงและความสำคัญได
๕. สามารถเลือกปฏิบัตเิ ครอ่ื งดนตรไี ทยไดอ ยางนอย ๑ ชน้ิ
๖. สามารถบรรเลงเคร่อื งดนตรไี ทยในอตั ราจงั หวะช้นั เดียวได
๗. สามารถบรรเลงเครอ่ื งดนตรไี ทยในอัตราจังหวะสองช้ันและเพลงเถาได
๘. นกั เรียนรวมจัดการแสดงดนตรีไทยเบือ้ งตน ได
๙. นกั เรยี นรถู งึ วธิ ีการดแู ล บำรุงรกั ษาเคร่อื งดนตรไี ทยไดอยา งถกู ตอ ง

รวมท้ังหมด ๙ ผลการเรียนรู

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธิ์พฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรับปรุง 2565)

ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ชัน้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 141

คำอธิบายรายวชิ า กลมุ สาระการเรยี นรศู ลิ ปะ
รหสั วิชา ศ๓๓๒๐๕ วิชา รอ งเพลงไทยสากล – ไทยลูกทงุ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ ๖
เวลาเรยี น ๒๐ ชวั่ โมง / ภาคเรยี น จำนวน ๐.๕ หนวยกิต

ศึกษาเก่ียวกับอวยั วะและระบบท่ีเกี่ยวขอ งในการออกเสยี ง เทคนิคการออกเสียงและการรองเพลง
ทฤษฎโี นต สากล การออกอกั ขระและสำเนียง การแสดงทา ทางประกอบ ลกั ษณะวิธีสรางอารมณก ารพูดและ
การขบั รองเพลงไทยสากลและหรือไทยลกู ทงุ โดยการรอ งเดี่ยว รองหมู หลักการปฏิบัตติ น
ฝกการบรหิ ารรางกาย ในการออกเสียหายใจเขา ออกและควบคมุ อวยั วะในการออกเสยี ง อา นโนตทำนอง เนือ้
รอง ขับรองเพลงไทยสากลและหรอื เพลงลูกทงุ โดยการรองเดีย่ ว รองหมู รอ งประกอบดนตรแี สดงทาทางและ
สรา งอารมณในเสยี งเพลงใหต รงกับเนือ้ หาของเพลง

เพ่อื ใหม คี วามรูความเขา ใจ มีวินัย ใฝรใู ฝเรียน มงุ มั่นในการทำงาน และมีทักษะเกย่ี วกับ ลกั ษณะและ
คุณสมบตั ิของเสียง สามารถ ขับรอ งเพลงประกอบดนตรไี ดอยา งมคี วามสุขในการเรยี น นำภูมปิ ญญาทองถิ่นมา
ผสมผสานไดอยางกลมกลนื และเห็นคณุ คา เกดิ ความชน่ื ชม
ผลการเรียนรู

๑. นกั เรยี นบอกถึงองคป ระกอบและอวยั วะและการกำเนดิ เสยี งเบอ้ื งตนได
๒. อธิบายถงึ เทคนิคการออกเสยี ง และการเปลงเสียงตามหลกั การได
๓. นักเรยี นอธิบายถึงการขบั รอ งเพลงเบอ้ื งตน ได
๔. สามารถอธิบายถึงทฤษฎีโนต สากลได
๕. สามารถแสดงทา ทางประกอบ ลกั ษณะวิธีสรา งอารมณก ารพูดและการขับ
รอ งเพลงไทยสากลและหรือไทยลูกทงุ ได
๖. สามารถขบั รอ งเพลงเด่ยี ว และประกอบดนตรไี ด
๗. สามารถขับรอ งเพลงหมู และประกอบดนตรีได
๘. นกั เรียนรวมจัดการแสดงขับรอ งเพลงได
รวมทั้งหมด ๘ ผลการเรียนรู

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565)

ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 142

คำอธบิ ายรายวชิ า

รหสั วิชา ศ๓๓๒๐๖ วิชา การแสดงละครสากล กลุมสาระการเรยี นรูศลิ ปะ
ชั้นมธั ยมศึกษาปท ่ี ๖
เวลาเรียน ๒๐ ช่วั โมง / ภาคเรยี น จำนวน ๐.๕ หนวยกติ

ศึกษาความรพู นื้ ฐาน หลักการแสดงละครสากล ในเรอ่ื ง บทละคร การแสดงละคร การจัดการแสดง
ละคร ฝก เขียน อาน และตีความหมายของบทละคร สามารถแสดงละครฉากสน้ั ๆ สรางสรรคฉ ากประกอบ
เคร่อื งแตง กายและเพลงประกอบการแสดงอยา งเหมาะสม ประยุกตและสรางสรรคบ ทละครใหเ หมาะสมกับ
สถานการณ วจิ ารณการแสดงทง้ั ของตนเองและนำมาปรับปรงุ การแสดง จัดการแสดงละครสากลเปนครง้ั คราว
เพ่อื ใหมีความรคู วามเขาใจ เหน็ คุณคา มีวินยั ใฝรใู ฝเรยี น มงุ มนั่ ในการทำงาน และภาคภูมิใจสามารถแสดง
ละครฉากส้นั ๆ ได มีทักษะการเคลือ่ นไหวไดอ ยางเปนธรรมชาติ จัดการแสดงในโอกาสตา ง ๆได มีความ
ตระหนกั ท่จี ะถายทอดและสรา งสรรคง านไดอยา งช่ืนชมนาสนใจ
ผลการเรียนรู

๑. มีความรูความเขา ใจเก่ียวกับหลักการแสดงละครสากล ในเรือ่ ง บทละคร การแสดงละคร การ
จัดการแสดงละคร การเขยี น การอาน และตีความหมายของบทละคร

๒. นกั เรยี นสามารถประยุกตแ ละสรางสรรคบ ทละครใหเหมาะสมกับสถานการณได
๓. นกั เรยี นสามารถฝก และแสดงละครฉากสั้น ๆ สรางสรรคฉ ากประกอบ เคร่ืองแตงกายและเพลง
ประกอบการแสดงไดอยา งเหมาะสม
๔. นักเรียนมที กั ษะการเคล่อื นไหวไดอยางเปนธรรมชาติ และจัดการแสดงละครสากลเปนคร้งั คราวใน
โอกาสตาง ๆ ได
๕. นักเรียนสามารถวิจารณการแสดงทั้งของตนเองและผอู ื่นแลวนำมาปรับปรุงการแสดงใหดีข้นึ ได
อยางเหมาะสม
๖. นกั เรียนมวี นิ ัย ใฝรใู ฝเรียน มุง มั่นในการทำงาน
๗. นักเรยี นมีความช่ืนชมเหน็ คณุ คา และภาคภูมิใจในผลงานทั้งของตนเองและผูอืน่ มคี วามตระหนักท่ี
จะถายทอดและสรางสรรคงานไดอ ยา งชืน่ ชมนา สนใจ
รวมท้ังหมด ๗ ผลการเรียนรู


Click to View FlipBook Version