The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนทับโพธิ์พัฒนวิทย์ พ.ศ.2565 ม.ปลาย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tanawich.s, 2022-07-07 02:58:16

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนทับโพธิ์พัฒนวิทย์ พ.ศ.2565 ม.ปลาย

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนทับโพธิ์พัฒนวิทย์ พ.ศ.2565 ม.ปลาย

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธ์พิ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 143

คำอธบิ ายรายวชิ า

รหสั วิชา ศ๓๓๒๐๗ รายวชิ า ประยกุ ตศ ลิ ป ๒ กลุมสาระการเรยี นรูศิลปะ
ชัน้ มัธยมศึกษาปท่ี ๖
เวลาเรียน ๔๐ ชว่ั โมง / ภาคเรียน จำนวน ๑.๐ หนวยกิต

เพอื่ ศกึ ษาถงึ ศลิ ปะทส่ี รางขน้ึ เพ่ือใชประโยชนอยางอ่ืนนอกเหนือจากความชนื่ ชมในคณุ คา ของศลิ ปะ
โดยตรง เชน ภาพหรอื ลดลายทีใ่ ชต กแตง อาคาร หรอื เคร่ืองเรอื น รปู ทรง สีสัน ของผลิตภณั ฑอ ตุ สาหกรรมที่
ออกแบบใหเ ปน ทีพ่ อใจของผูบริโภค หรือเคร่อื งใชไมสอยที่ทำขึน้ ดว ยฝม อื ประณีต ศลิ ปะท่ปี ระยกุ ตเ ขา ไปในสิง่
ที่ใชป ระโยชนเ หลา นี้ จะใหความพอใจอนั เกิดจากความประณีตสวยงาม ความกลมกลืน แกประสาทสมั ผสั
ควบคไู ปกบั ประโยชนใ ชส อยงานประยกุ ตศลิ ป คืองานศลิ ปะที่สนองประโยชนใ ชส อย ในที่นจ้ี ะกลาวเฉพาะงาน
ประณีตศลิ ป และ หตั ถกรรม เทานน้ั เพราะทงั้ สองประเภทน้ีสว นใหญจะเปน สงของเคร่ืองใช นบั ตั้งแต
สิง่ จำเปนในชีวิตประจำวันขน้ึ ไปจนถงึ สิง่ ฟมุ เฟอยซึ่งสนองตอบในทางตกแตงประดบั ประดามากกวา จะมี
ความจำเปน จริงๆ ในเรื่องนถี้ า เราหนั กลับไปดใู นยุคโบราณก็จะเหน็ ไดวา มนุษยดกึ ดำบรรพม ีทง้ั เครอื่ งมือหิน
หนังสัตว และเครื่องประดับประดาท่ีเปนลูกปดรอยเปน พวงแขวนคอ ดงั น้ัน เครอ่ื งประดับอาจใชแทน
เคร่ืองหมายหรอื สัญลกั ษณกไ็ ด

ผลการเรยี นรู
๑. นักเรยี นมีความรูความเขา ใจพาณชิ ยศิลป (ศลิ ปะเพ่ือประโยชนทางการคา)
๒. นกั เรยี นมีความรคู วามเขา ใจมณั ฑนศลิ ป (ศิลปะการตกแตง)
๓. นักเรียนมคี วามรคู วามเขา ใจอุตสาหกรรมศลิ ป (ศิลปะออกแบบผลิตภัณฑ)
๔. นักเรียนมคี วามรคู วามเขาใจหตั ถศลิ ป (ศิลปะทใ่ี ชฝมือ)
๕. นกั เรยี นมีความรคู วามเขาใจการออกแบบ

รวม ๕ ผลการเรียนรู

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธ์ิพฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรุง 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 144

กลุม สาระการเรียนรูการงานอาชพี

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรับปรงุ 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 145

โครงสรางรายวชิ าพนื้ ฐานและเพิ่มเติม กลมุ สาระการเรียนรูก ารงานอาชีพ

ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย
รายวชิ าพ้นื ฐาน

ง32101 การงานอาชีพ ๑ จํานวน 20 ชั่วโมง 0.5 หนวยกิต
ง33101 การงานอาชีพ ๒ จาํ นวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หนวยกติ

รายวชิ าเพ่ิมเติม จํานวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หนวยกติ
จาํ นวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนวยกติ
ง30201 ขนมอบ
ง30202 การผูกผา จํานวน 20 ช่วั โมง 0.5 หนวยกติ
ง30203 การปลกู ไมดอกไมป ระดบั จำนวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนว ยกิต
ง30204 ขนมไทย
ง30205 โครงงานอาชพี จาํ นวน 20 ชัว่ โมง 0.5 หนวยกติ
ง30206 ดอกไมประดิษฐ จาํ นวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หนวยกิต

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรุง 2565)

ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 146

คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
กลมุ สาระการเรียนรูก ารงานอาชีพ

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธิพ์ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรุง 2565)

ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 147

คำอธิบายรายวิชา

รหัสวิชา ง32102 รายวิชา การงานอาชพี 1 กลุมสาระการเรยี นรกู ารงานอาชีพ

ระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรยี นที่ 2 จำนวน 0.5 หนว ยกิต เวลา 20 ช่วั โมง/ภาคเรยี น

ศึกษากระบวนการจัดการเกี่ยวกับบทบาทและหนาท่ีของสมาชิก และการสรางบรรยากาศที่อบอุนใน
ครอบครัว การดูแลรักษาบาน การทำความสะอาดบาน การเลือก การใช การดูแลรักษาเสื้อผาและเครื่องแตง
กายการประดิษฐของใชที่เปนเอกลักษณไทย อาหารและโภชนาการ การเลือก การใชวัสดุอุปกรณในการ
ประกอบอาหาร การเก็บและการถนอมอาหาร

เพ่อื พฒั นาศกั ยภาพผเู รยี นใหม ีความรู ความเขา ใจ มีทกั ษะในการทำงานอยางสรางสรรค รจู ักเลอื กใช
เทคโนโลยี มีความรบั ผิดชอบ ตรงตอเวลา ซื่อสัตย อดทน สะอาด มีระเบียบ มีเจตคติท่ีดี มีจิตสำนึกในการใช
พลงั งานทรพั ยากรและส่งิ แวดลอมอยางคมุ คาและยง่ั ยนื เพ่อื การดำรงชวี ิตของครอบครัว

รหัสตัวช้วี ดั
ง 1.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5
ง 1.1 ม.4-6/6, ม.4-6/7
ง 2.1 ม.4-6/1, ม.4-6/3 , ม.4-6/4

รวมท้งั หมด 10 ตวั ช้ีวัด

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรุง 2565)

ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 148

คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน

รหัสวิชา ง33102 รายวชิ า การงานอาชพี 2 กลมุ สาระการเรียนรูการงานอาชพี
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 2 จำนวน 0.5 หนวยกิต เวลา 20 ชัว่ โมง/ภาคเรยี น

ศึกษาความหมาย ประเภท ประโยชนของงานประดิษฐ การออกแบบผลติ ภณั ฑจ ากงานประดิษฐ งาน
ประดษิ ฐท่ีเปน ของใชท่เี ปนเอกลักษณไทย ของตกแตง บาน ในรปู แบบที่หลากหลาย มคี วามคิดรเิ ริม่ สรางสรรค
เขาใจหลกั การ วิธกี าร ขั้นตอน กระบวนการทำงาน

การจัดการในการประดษิ ฐชน้ิ งาน การใชแ ละการบำรุงรกั ษาอปุ กรณ เครอ่ื งมอื เครอ่ื งใช

ปฏิบตั ิ เลือกใชวสั ดอุ ุปกรณใ นการประดิษฐชิ้นงาน คำนวณคาใชจาย กำหนดราคาหรือคา บริการ จัด
จำหนา ย จดบันทกึ การปฏิบัตงิ าน ทำบัญชีรายรบั –รายจาย และประเมินผล

เพ่ือใหม คี วามรูความเขาใจ และมีทักษะเกีย่ วกบั งานประดษิ ฐ มคี วามรบั ผดิ ชอบ ขยนั อดทน ประหยัด
เอ้อื เฟอ ซื่อสตั ย เอาใจใส มคี วามประณตี รอบคอบและปลอดภัย

รหัสตวั ช้วี ดั
ง 1.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5
ง 1.1 ม.4-6/6, ม.4-6/7

รวมท้ังหมด 7 ตัวชีว้ ัด

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรุง 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 149

คำอธิบายรายวิชาเพม่ิ เติม
กลุมสาระการเรยี นรกู ารงานอาชีพ

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธิ์พฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรุง 2565)

ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชัน้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 150

คำอธบิ ายรายวิชา

รหัสวชิ า ง30201 รายวิชา ขนมอบ กลมุ สาระการเรียนรกู ารงานอาชพี
ระดับชัน้ มัธยมศกึ ษาปท ่ี 4 - 6 จำนวน 0.5 หนวยกติ เวลา 20 ชัว่ โมง/ภาคเรยี น

ศึกษา วิเคราะห จำแนก อาหารอบประเภทตาง ๆ ศัพทที่ใชในการทำอาหารอบ เครื่องใช วัสดุ
อปุ กรณ การใชและการเก็บรกั ษา มาตราช่งั ตวง วัด การใชเ ตาอบ เพ่อื สำรวจความตองการของตลาดและ
แหลงวัสดุ ฝกชั่ง ตวง ผสม และประกอบอาหารอบ ปฏิบัติการทำอาหารอบประเภทตาง ๆ เชน คุกก้ี

พาย เคก และแตงหนาเคก อยา งงา ย เก็บรักษา และบรรจุภาชนะทีเ่ หมาะสม คำนวณคาใชจาย กำหนด
ราคาขาย จัดจำหนาย จดบันทึกการปฏบิ ตั ิงาน ทำบัญชีรายรับ-รายจาย และประเมนิ ผล

โดยใชกระบวนการปฏิบัติ นำเสนอ คน หา ทำงานเปนทีม วเิ คราะหป ญหา
เพอ่ื ใหเ กิดทกั ษะในการทำงานประกอบอาชีพ เลอื กใชเทคโนโลยีในการทำงานอยา งมีกลยุทธ มคี วาม
รับผดิ ชอบ ซอ่ื สตั ย ขยัน อดทน รกั การทำงาน ประหยัดอดออม มีวนิ ยั ในการทำงาน โดยคำนึงถึงความ

ปลอดภยั ในการทำงาน เหน็ คุณคา ของงาน และอาชีพสจุ ริต ตระหนักถึงสำคัญของการอนรุ กั ษ
ทรพั ยากรธรรมชาตสิ ิง่ แวดลอม และพลังงาน

ผลการเรียนรู

1. เขา ใจความหมายความสำคัญและประโยชนของอาหารอบ
2. เขาใจหลักการวธิ ีการและขั้นตอนในการเลือกใชอ ุปกรณท ีใ่ ชใ นการประกอบอาหารอบ

3. เขา ใจหลักการวิธกี ารและข้ันตอนในการเลอื กใชว ัสดชุ นิดตา งๆทีใ่ ชในการประกอบอาหารอบ
4. เขาใจหลกั การวิธีการและขัน้ ตอนในการเลือกเทคนิคที่ใชในการประกอบอาหารอบ
5. เขาใจวิธีการและขน้ั ตอนในการทำบัญชรี ายรับ-รายจาย
6. สามารถคดิ ตน ทนุ กำไร และราคาขายได

7. ศกึ ษาคนควาจัดทำรายงานเกี่ยวกบั อาหารอบ และทำแผนพับเพื่อเผยแพรผ ลงานได
8. ปฎบิ ัตปิ ระกอบอาหารอบไดต ามแผนและข้ันตอน ทกี่ ำหนดประเมินผลและแกปญหาระหวางการ

ทำงาน

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิ์พฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565)

ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 151

คำอธบิ ายรายวชิ า กลุมสาระการเรียนรกู ารงานอาชีพ
รหสั วิชา ง30203 รายวิชา การปลกู ไมดอกไมประดับ เวลา 20 ช่ัวโมง/ภาคเรียน
ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปท ี่ 4 - 6 จำนวน 0.5 หนว ยกติ

ศึกษาความหมาย ความสาํ คัญ และประโยชนของไมด อกประดับทเี่ หมาะสมกับสภาพ ทองถิ่น
ประเภทของไมด อกประดบั สภาพดนิ ฟาอากาศ พนั ธุและการขยายพันธุ การเตรยี มดินอุปกรณท่ใี ช ในการ
ปลูก การปลูก การปฏิบัตดิ แู ลรกั ษาในเรือนเพาะชําในแปลงปลกู และในภาชนะปลูก การปองกันโรค และ

แมลง การกําจัดศตั รู การเตรยี มไมดอกประดบั ใหมีคุณภาพ วิเคราะหขอมูลความตอ งการของตลาด เลือกปลูก
ไมด อกประดับอยางนอย สามชนดิ ปฏิบตั งิ านเตรียมดนิ ปลูก เลือกและใชวัสดปุ ลกู เลอื กและใช วิธกี ารปลูกท่ี

เหมาะสมกับชนิดของพืช ดูแลรักษาจัดเตรียมผลผลติ สงจําหนา ย คํานวณคาใชจ ายกําหนด ราคาขาย
จัดจาํ หนาย จดบนั ทึกการปฏบิ ัตงิ าน ทาํ บัญชีรายรบั รายจาย

โดยใชทักษะกระบวนการ การทํางานเปนกลุม ทักษะการคดิ ทักษะการแกปญหา ตลอดจน ทักษะใน

การทาํ งานอยางเปนข้นั ตอน มุง มน่ั แสวงหาความรู มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรมในการดํารงชีวิตและ การทํางาน มี
ความเปนประชาธิปไตย มเี จตคติทีด่ ีตอ การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจ พอเพียง

ผลการเรยี นรู

1.บอกความหมาย ความสําคัญ และประโยชนของไมด อกประดบั ได
2. จําแนกประเภทของไมดอกประดับได

3. อธบิ ายสภาพดิน ฟา อากาศทเี่ หมาะสมในการปลกู ไมดอกประดับได
4. วิเคราะหขอ มูลความตองการของตลาดได
5. สามารถคดั เลือกพนั ธุและขยายพนั ธุไ มด อกประดับไดอยางนอย 3 วิธี
6. สามารถเตรยี มดนิ ปลกู ปลูกและใชอุปกรณท เ่ี หมาะสม

7. ปฏิบัตดิ แู ลรกั ษา ไมดอกประดบั ในเรอื นเพาะชํา ในภาชนะปลกู และในแปลงปลูก
8. สามารถจดบนั ทึกการปฏบิ ัติงาน และทําบัญชี รายรับ - รายจาย ได

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์ิพฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 152

คำอธบิ ายรายวชิ า
รหสั วชิ า ง30204 รายวิชา ขนมไทย กลุม สาระการเรียนรูการงานอาชพี

ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 4 - 6 จำนวน 1.0 หนว ยกติ เวลา 40 ชว่ั โมง/ภาคเรียน

ศกึ ษาความหมาย ความสำคัญ ประวตั คิ วามเปนมา ประโยชน ของขนมไทยแตล ะชนิด เขาใจ
วิธกี าร ข้ันตอนกระบวนในการทำขนมไทย การเตรยี มเคร่อื งมือเคร่ืองใช การเลอื กชนิดของวสั ดุที่ใชทำขนม

ไทย และปฏบิ ตั ิการทำขนมไทย มแี นวคิดใหมๆในการทำขนมไทย การคำนวณคา ใชจาย และประเมนิ ผล
งานการทำขนมไทยมีความรคู วามเขาใจและมที ักษะในการทำขนมไทยขั้นตอนท่ถี ูกตอ ง สามารถทำขนมไทย

และจำหนายไดตามความตองการของตลาดและทองถนิ่
โดยใชก ระบวนการการทำงาน กระบวนการสบื คน กระบวนการปฏบิ ตั ิ กระบวนการคดิ วเิ คราะห
มรี ะเบยี บวินยั ตรงตอ เวลา มคี วามรบั ผดิ ชอบมีความซ่อื สัตย ใฝรใู ฝเ รยี น กระตอื รอื รน

มคี วามมงุ มั่นในการทำงาน สามารถทำงานรวมกับผูอ่นื ไดอยางมคี วามสุขและนำทกั ษะปฏิบัตงิ านไปใช
ในชวี ิตประจำวันได

ผลการเรยี นรู

1. บอกความหมาย ความสำคญั ประวัติ ประโยชน ของขนมไทย
2. มคี วามรคู วามเขาใจวิธกี าร ขัน้ ตอนกระบวนในการทำขนมไทย

3. อธิบายวสั ดุอปุ กรณ การดูแลรกั ษา เครื่องมือเครอื่ งใชใ น การทำขนมไทย
4. อธิบายและสามารถทำขนมไทยอยา งนอย 3 ชนิด
5. สามารถปรบั เปล่ียนแนวคิดใหม ๆ ในการทำขนมไทย
6. สามารถคำนวณคา ใชจ ายและประเมนิ ผลการทำขนมไทย

7. สามารถทำขนมไทยและจำหนา ยไดตามความตอ งการของตลาดและทองถน่ิ ได

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพิ์ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดับช้นั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 153

คำอธบิ ายรายวิชา กลุมสาระการเรยี นรกู ารงานอาชีพ
รหัสวชิ า ง30205 รายวิชา โครงงานอาชีพ เวลา 40 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น
ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปท่ี 4 - 6 จำนวน 1.0 หนวยกิต

ศกึ ษา สืบคนขอ มลู วเิ คราะห ฝก ปฏบิ ตั ิ และอธิบายเกี่ยวกับการประกอบอาชีพ สภาพการ ประกอบ
อาชีพในชุมชน การเลือกอาชีพเพ่ือการปฏบิ ัติงาน เทคนคิ อาชีพ การหาแหลงทรพั ยากรและเงนิ ทุน ขั้นตอน
การปฏบิ ัตงิ าน กระบวนการผลิตและจดั จำหนา ยหรอื ใหบริการในโรงเรียน บนั ทกึ การปฏิบัตงิ าน ทำบญั ชี

รายรับ-รายจา ย ประเมนิ ผลการปฏบิ ัติงาน ปรับปรงุ การปฏิบัติงาน และการนำเสนอโครงงาน
เพือ่ ใหผูเรยี นเขาใจและมีทักษะเกี่ยวกับการประกอบอาชีพ ธรุ กิจ เลอื กและจัดการโครงงานอาชีพที่

สจุ ริต มีคณุ ธรรม ทำโครงงานอาชีพเพ่อื ใหไ ดงานทมี่ ีประสทิ ธภิ าพถูกตองตามกระบวนการ มีเจตคติทด่ี ีตอ
งานอาชพี มกี ารทำงานเปนกลมุ รวมคิดรว มทำ แกป ญ หาและจัดการ มีคณุ ธรรม มจี ติ สำนึกในการใชพ ลงั งาน
วัสดตุ ามทองถนิ่ และวัสดุตามธรรมชาติ ตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง เพือ่ ดำรงชีวิตประจำวันและ

ครอบครวั ไดอยางมคี วามสุข

ผลการเรยี นรู
1. บอกความหมายของโครงงานอาชีพ ความจำเปน และประเภทอาชีพอิสระได

2. บอกจุดประสงคของการปฏิบัตงิ านอาชพี วิธีการขนั้ ตอน กระบวนการอาชีพได
3. สำรวจวเิ คราะหตดั สินใจเขียนโครงการละวางแผนได

4. บอกทักษะในการทำงานอยางครบกระบวนการได
5. สบื คน ขอ มลู ศึกษา สำรวจ วิเคราะห และอธิบายเก่ยี วกับลักษณะ ประเภท และการเขยี น
โครงงานอาชีพได
6. มีทกั ษะในการทำโครงงานอาชพี ดว ยกระบวนการกลุม มีคุณธรรม มจี ิตสำนึกในการใชพ ลงั งาน

วัสดุ ในทองถ่ินและตามธรรมชาตติ ามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
7. มรี ะเบียบวินยั ความรบั ผิดชอบ เสยี สละ อดทน และมีเจตคติท่ีดีตออาชพี สจุ รติ

รวมท้ังหมด 7 ผลการเรยี นรู

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิ์พฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรงุ 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 154

คำอธบิ ายรายวิชา กลุม สาระการเรยี นรูการงานอาชพี
รหสั วิชา ง20205 รายวิชา ดอกไมประดษิ ฐ เวลา 20 ช่วั โมง 0.5 หนวยกติ
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 4 – 6

เพอื่ พฒั นาศกั ยภาพของผูเรยี นใหมีความรคู วามเขาใจก่ียวกบั ความหมายความสำคัญ ประโยชน
หลกั การ วิธีการของการทำดอกไมป ระดษิ ฐ การเลือกใชวสั ดุอุปกรณ เครอ่ื งมือเครื่องใชในการทำดอกไม
ประดิษฐ กระบวนทำดอกไมประดษิ ฐจากวัสดุสังเคราะหตางๆ ปฏิบตั ิการเลือกใชวัสดุ-อุปกรณ ในการ

สรา งสรรคงานดอกไมประดิษฐจ ากวสั ดุสงั เคราะหต า งๆ สามารถจัดตกแตง บรรจุภัณฑใ หเหมาะสมกับโอกาส
การใชง านโดยใชท ักษะกระบวนการปฏิบัติ ทกั ษะการจดั การ ทักษะกระบวนการแกปญ หา และทกั ษะ

แสวงหาความรู ทักษะการทำงานรว มกัน การคิดคำนวณตนทุนในการผลิตและการกำหนดราคาจำหนา ยและ
ประเมนิ ผลงานได

เพื่อใหน กั เรียนไดม ีความรแู ละทักษะในการสรา งสรรคงานดอกไมประดิษฐ ไดหลายรปู แบบ มจี ติ สำนึก

ในการใชพ ลงั งาน ทรพั ยากรและสิ่งแวดลอมอยา งประหยดั คมุ คา ปฏิบัตงิ าน ดว ยความซ่ือสตั ย ขยนั
อดทน มุงม่ันกตัญูในการทำงาน ซึ่งเปน คณุ ธรรมท่ีบมเพาะสูการเปนนกั ธุรกิจนอ ยท่ีดตี อ ไปในอนาคตได

ผลการเรียนรู

1. มีความรู ความเขาใจเกีย่ วกบั ความหมายความสำคัญ ประโยชน ของดอกไมประดษิ ฐ
2. รู ความเขาใจเก่ยี วกบั หลักการ วธิ ีการของการทำดอกไมประดษิ ฐ
3. สามารถเลอื กใชวัสดอุ ปุ กรณใ นการทำดอกไมป ระดิษฐ
4. มที กั ษะปฏบิ ตั ิงานการงานดอกไมป ระดษิ ฐจ ากวัสดุตางๆไดห ลายรูปแบบ
5. ปฏบิ ัตงิ านการสรางสรรคง านดอกไมป ระดิษฐไ ดส วยงาม
6. คำนวณคาใชจา ย จดบันทึกการปฏิบตั งิ านกำหนดราคาจำหนาย
7. เสนอแนวทางในการประกอบอาชีพ และประเมินผลงานได

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธิพ์ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรับปรงุ 2565)

ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 155

กลมุ สาระการเรียนรภู าษาตา งประเทศ

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิพ์ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรับปรงุ 2565)

ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 156

โครงสรา งรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเตมิ กลุมสาระการเรียนรูภ าษาตางประเทศ

ระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย

วชิ าพ้นื ฐาน

อ31101 ภาษาอังกฤษ เวลา 2 ชวั่ โมง/สปั ดาห จำนวน 1.0 หนว ยกติ

อ31102 ภาษาอังกฤษ เวลา 2 ชว่ั โมง/สัปดาห จำนวน 1.0หนวยกิต

อ32101 ภาษาอังกฤษ เวลา 2 ชัว่ โมง/สปั ดาห จำนวน 1.0 หนว ยกติ
อ32102 ภาษาองั กฤษ เวลา 2 ชั่วโมง/สัปดาห จำนวน 1.0 หนว ยกติ
อ33101 ภาษาองั กฤษ เวลา 2 ชั่วโมง/สัปดาห จำนวน 1.0หนว ยกติ
อ33102 ภาษาองั กฤษ เวลา 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห จำนวน 1.0 หนวยกติ

วชิ าเพ่ิมเติม จำนวน 0.5 หนว ยกติ
จำนวน 0.5 หนว ยกิต
อ31201 ภาษาองั กฤษฟง -พูด เวลา 1 ชว่ั โมง/สัปดาห

อ32201 ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร เวลา 1 ชวั่ โมง/สัปดาห

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรุง 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ช้ันมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 157

คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน
กลมุ สาระการเรียนรูภาษาตา งประเทศ

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธพิ์ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 158

คำอธบิ ายรายวชิ า

รายวิชาภาษาอังกฤษ 1 รหัสวชิ า อ31101

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรียนท่ี 1 1.0 หนว ยกติ เวลา 40 ช่วั โมง

เขา ใจ คำแนะนำ ในคูมือการใชงานตา งๆ คำชีแ้ จง คำอธิบายและคำบรรยายทีฟ่ งและอาน อา นออก

เสียงขอความ ขาว ประกาศ โฆษณา บทรอ ยกรองและบทละครส้ันๆ(skit) ถูกตองตามหลักการอา น พฒั นา

ทกั ษะการใชพ จนานุกรม อธิบายและเขยี นประโยค ขอความทอี่ านดว ยการ ตคี วาม/ถา ยโอนและเขียนสื่อ

ความขอมูลท่ีไมใ ชค วามเรียง (non-text information)รปู แบบตา งๆ ใหสัมพันธกบั ประโยคและขอความทฟ่ี ง

หรอื อาน จับใจความสำคญั สรปุ ความตีความและแสดงความคิดเหน็ จากการฟง และการอานเร่ืองทีเ่ ปนสารคดี

และบนั เทิงคดี พรอมทั้งใหเหตผุ ลและตัวอยา งประกอบ

สนทนาและเขยี นโตตอบ ขอมูลในการสื่อสารระหวา งบุคคลเกี่ยวกบั ตนเอง เรือ่ งตางๆใกลตัว

ประสบการณ สถานการณ ขา ว/เหตุการณ ประเด็นท่อี ยูในความสนใจของสงั คม และสอื่ สารอยางตอเน่อื งและ

เหมาะสม เลอื กและใชค ำขอรอง ใหค ำแนะนำ คำชแี้ จง คำอธบิ ายท่มี ขี ั้นตอนซับซอนอยางคลอ งแคลว พูด

และเขียนแสดงความตองการ เสนอ ตอบรับ และปฏิเสธการใหความชวยเหลือในสถานการณจ ำลองหรือ

สถานการณจ รงิ อยางเหมาะสม พูดและเขียนเพ่ือขอและใหขอ มลู บรรยาย อธิบาย เปรียบเทยี บและแสดง

ความคดิ เหน็ เก่ยี วกับเรอื่ ง ประเดน็ /ขา ว/เหตุการณที่ฟงและอานอยางเหมาะสม พูดและเขยี นบรรยาย

ความรูสึกความคิดเหน็ ของตนเองเกย่ี วกับเร่อื งตา งๆกิจกรรม ประสบการณข าว/เหตกุ ารณอ ยา งมเี หตุผล พดู

และเขียนนำเสนอขอมลู เกีย่ วกับตนเอง ประสบการณ ขา ว/เหตุการณเรื่องและประเดน็ ตางๆท่ีอยใู นความ

สนใจของสงั คม พดู และเขียนสรุปใจความสำคัญ แกน สาระท่ไี ดจ ากการวิเคราะหเ รอื่ ง กิจกรรม ขา ว

เหตกุ ารณแ ละสถานการณที่อยูในความสนใจ พูดและเขยี นแสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกับ กิจกรรม ประสบการณ

และเหตุการณท ั้งในทองถ่ินสังคมและโลก พรอมท้งั ใชเหตุผลและตัวอยา งประกอบ

ใชภ าษา นำ้ เสียง และกรยิ าทาทางเหมาะสมกับระดับบุคคล โอกาสและสถานทต่ี ามมารยาทสงั คม

และวัฒนธรรมของเจาของภาษา สามารถอธิบาย/อภิปรายความคดิ ความเชื่อและทีม่ าของขนบธรรมเนียม

และประเพณีของเจา ของภาษา เขา รวม แนะนำ และจดั กจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมอยา งเหมาะสม

อธิบาย/เปรียบเทียบความแตกตา งระหวางโครงสรางประโยค ขอความ สำนวน คำพงั เพย สุภาษิต แลบทก

ลอนของภาษาอังกฤษและภาษาไทย วิเคราะห/ อภิปราย ความเหมือน และความแตกตา งระหวางวิถีชวี ิต

ความเช่ือ และวัฒนธรรมของเจาของภาษากับของไทย และนำไปใชไ ดอยางมีเหตผุ ล ใชท กั ษะภาษาอังกฤษ

คน ควา/สืบคน บันทึก สรุปและแสดงความคิดเห็นเก่ยี วกับขอมูลท่ีเกยี่ วของกบั กลมุ สาระการเรยี นรูอื่น จาก

แหลง เรยี นรตู า งๆและนำเสนอดว ยการพดู และการเขยี น ใชภ าษาอังกฤษในสถานการณจรงิ /สถานการณ

จำลองท่ีเกิดขนึ้ ในหอ งเรยี น สถานศกึ ษาชมุ ชนและสังคม ใชภาษาอังกฤษในการสืบคน /คนควา รวบรวม

วเิ คราะหแ ละสรุปความร/ู ขอมูลตางๆ จากส่ือและแหลง การเรยี นรตู า งๆในการศกึ ษาตอและประกอบอาชพี

สามารถใชภ าษาอังกฤษ เผยแพร/ประชาสมั พนั ธ ขอมูลขา วสารของสถานศึกษา ชมุ ชน/ทองถ่ิน/ประเทศชาติ

มีเจตคตทิ ่ดี ี เหน็ ประโยชนแ ละคุณคาของการเรยี นรภู าษาอังกฤษ

มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั

ต1.1ม.4/1 ต1.1ม.4/2 ต1.1ม.4/3 ต1.1ม.4/4 ต1.2ม.4/1 ต1.2ม.4/2

ต1.2ม.4/3 ต1.2ม.4/4 ต1.2ม.4/5 ต1.3ม.4/1 ต1.3ม.4/2 ต1.3ม.4/3

ต2.1ม.4/1 ต2.1ม.4/2 ต2.1ม.4/3 ต2.2ม.4/1 ต2.2ม.4/2 ต3.1ม.4/1

ต4.1ม.4/1 ต4.2ม.4/1 ต1.2 ม.4/5

จำนวนท้ังหมด 21 ตัวช้ีวดั

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธ์ิพฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรุง 2565)

ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 159

คำอธบิ ายรายวชิ าภาษาอังกฤษ 2

รายวิชาภาษาอังกฤษ 2 รหสั วชิ า อ31102

ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรียนท่ี 2 1.0 หนว ยกติ เวลา 40 ชัว่ โมง

เขาใจ คำแนะนำ ในคมู ือการใชงานตางๆ คำช้ีแจง คำอธิบายและคำบรรยายท่ฟี ง และอา น อา นออก
เสียงขอความ ขาว ประกาศ โฆษณา บทรอ ยกรองและบทละครส้ันๆ(skit) ถูกตองตามหลักการอา น พฒั นา
ทกั ษะการใชพ จนานกุ รม อธิบายและเขยี นประโยค ขอความที่อานดวยการ ตคี วาม/ถา ยโอนและเขยี นสื่อ
ความขอ มลู ท่ีไมใชความเรยี ง (non-text information)รูปแบบตา งๆ ใหส ัมพนั ธก ับประโยคและขอความท่ฟี ง
หรืออาน จับใจความสำคัญ วิเคราะหค วาม สรปุ ความตีความและแสดงความคดิ เห็น จากการฟง และการอา น
เรือ่ งทีเ่ ปนสารคดี และบนั เทงิ คดี พรอมทงั้ ใหเ หตผุ ลและตัวอยา งประกอบ สนทนาและเขียนโตต อบ ขอมูลใน
การส่ือสารระหวา งบุคคลเก่ยี วกบั ตนเอง เรือ่ งตางๆใกลตวั ประสบการณ สถานการณ ขา ว/เหตุการณ
ประเด็นท่ีอยูในความสนใจของสงั คม และสอ่ื สารอยา งตอเนื่องและเหมาะสม เลือกและใชคำขอรอง ให
คำแนะนำ คำช้ีแจง คำอธิบายทีม่ ขี นั้ ตอนซับซอนอยางคลองแคลว พดู และเขียนแสดงความตอ งการ เสนอ
ตอบรบั และปฏิเสธการใหความชวยเหลอื ในสถานการณจ ำลองหรอื สถานการณจรงิ อยางเหมาะสม พูดและ
เขยี นเพ่ือขอและใหข อมลู บรรยาย อธบิ าย เปรียบเทียบและแสดงความคิดเห็นเกีย่ วกบั เรอื่ ง ประเดน็ /ขา ว/
เหตกุ ารณท ฟ่ี ง และอา นอยางเหมาะสม พูดและเขยี นบรรยายความรสู กึ ความคิดเห็นของตนเองเกย่ี วกบั เรอ่ื ง
ตางๆกจิ กรรม ประสบการณข าว/เหตุการณอยางมเี หตุผล พดู และเขยี นนำเสนอขอมูลเกี่ยวกบั ตนเอง
ประสบการณ ขาว/เหตกุ ารณเ รือ่ งและประเด็นตางๆที่อยใู นความสนใจของสังคม พดู และเขียนสรุปใจความ
สำคัญ แกนสาระทไ่ี ดจากการวเิ คราะหเรอ่ื ง กจิ กรรม ขา ว เหตกุ ารณแ ละสถานการณท่ีอยใู นความสนใจ พูด
และเขยี นแสดงความคิดเห็นเกีย่ วกับ กจิ กรรม ประสบการณและเหตุการณท ัง้ ในทองถ่นิ สังคมและโลก พรอม
ทง้ั ใชเหตุผลและตวั อยางประกอบ

ใชภ าษา นำ้ เสยี ง และกริยาทาทางเหมาะสมกับระดับบุคคล โอกาสและสถานทีต่ ามมารยาทสงั คม
และวัฒนธรรมของเจาของภาษา สามารถอธิบาย/อภิปรายความคดิ ความเช่ือและทม่ี าของขนบธรรมเนียม
และประเพณีของเจา ของภาษา เขา รวม แนะนำ และจัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมอยา งเหมาะสม
อธิบาย/เปรยี บเทยี บความแตกตา งระหวางโครงสรา งประโยค ขอความ สำนวน คำพงั เพย สภุ าษติ แลบทก
ลอนของภาษาอังกฤษและภาษาไทย วิเคราะห/อภิปราย ความเหมอื น และความแตกตา งระหวางวิถชี วี ิต
ความเชือ่ และวัฒนธรรมของเจาของภาษากบั ของไทย และนำไปใชไ ดอยา งมเี หตุผล ใชทักษะภาษาอังกฤษ
คนควา/สืบคน บันทึก สรปุ และแสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกับขอ มลู ที่เกีย่ วของกบั กลมุ สาระการเรียนรูอืน่ จาก
แหลงเรียนรตู างๆและนำเสนอดวยการพูดและการเขียน ใชภ าษาอังกฤษสือ่ สารในสถานการณจ ริง/
สถานการณจ ำลองทีเ่ กิดขนึ้ ในหอ งเรียน สถานศึกษาชุมชนและสังคม ใชภาษาอังกฤษในการสืบคน/คน ควา
รวบรวม วิเคราะหและสรปุ ความรู/ ขอ มูลตา งๆ จากสอ่ื และแหลง การเรียนรตู า งๆในการศึกษาตอและประกอบ
อาชพี สามารถใชภาษาองั กฤษ เผยแพร/ ประชาสมั พนั ธ ขอมลู ขาวสารของสถานศึกษา ชมุ ชน/ทอ งถิ่น/
ประเทศชาติ มีเจตคติที่ดี เห็นประโยชนและคณุ คา ของการเรียนรภู าษาองั กฤษ

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิพ์ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 160

มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด

ต1.1ม.4/1 ต1.1ม.4/2 ต1.1ม.4/3 ต1.1ม.4/4 ต1.2ม.4/1 ต1.2ม.4/2
ต1.2ม.4/3 ต1.2ม.4/4 ต1.2ม.4/5 ต1.3ม.4/1 ต1.3ม.4/2 ต1.3ม.4/3
ต2.1ม.4/1 ต2.1ม.4/2 ต2.1ม.4/3 ต2.2ม.4/1 ต2.2ม.4/2 ต3.1ม.4/1
ต4.1ม.4/1 ต4.2ม.4/1 ต1.2 ม.4/5

รวมท้ังหมด 21 ตัวชวี้ ัด

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์ิพฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 161

คำอธบิ ายรายวชิ าภาษาองั กฤษ 3

รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 รหสั วชิ า อ32101

ชัน้ มธั ยมศึกษาปท่ี 5 ภาคเรียนท่ี 1 1.0 หนว ยกติ เวลา 40 ชั่วโมง

เขาใจ คำแนะนำ ในคูม ือการใชง านตางๆ คำช้ีแจง คำอธิบายและคำบรรยายท่ีฟงและอา น อา นออก
เสยี งขอ ความ ขา ว ประกาศ โฆษณา บทรอยกรองและบทละครส้ันๆ(skit) ถูกตองตามหลักการอาน พฒั นา
ทกั ษะการใชพ จนานกุ รม อธิบายและเขียนประโยค ขอความท่ีอานดว ยการ ตีความ/ถา ยโอนและเขยี นสอ่ื
ความขอมลู ท่ีไมใ ชความเรียง (non-text information)รูปแบบตา งๆ ใหสัมพนั ธก ับประโยคและขอความท่ฟี ง
หรืออา น จับใจความสำคัญ วิเคราะหความ สรปุ ความตคี วามและแสดงความคดิ เห็น จากการฟง และการอา น
เรอ่ื งท่เี ปนสารคดี และบนั เทงิ คดี พรอมทง้ั ใหเหตุผลและตัวอยางประกอบ

สนทนาและเขียนโตต อบ ขอมูลในการส่อื สารระหวา งบุคคลเกยี่ วกบั ตนเอง เรือ่ งตา งๆใกลตัว
ประสบการณ สถานการณ ขาว/เหตุการณ ประเดน็ ที่อยูในความสนใจของสงั คม และสื่อสารอยางตอเนื่องและ
เหมาะสม เลอื กและใชคำขอรอ ง ใหคำแนะนำ คำช้ีแจง คำอธิบายที่มขี น้ั ตอนซับซอ นอยางคลองแคลว พูด
และเขยี นแสดงความตองการ เสนอ ตอบรบั และปฏิเสธการใหความชว ยเหลือในสถานการณจ ำลองหรือ
สถานการณจริงอยา งเหมาะสม พดู และเขยี นเพ่อื ขอและใหขอ มลู บรรยาย อธิบาย เปรียบเทยี บและแสดง
ความคดิ เห็นเกีย่ วกับเร่ือง ประเด็น/ขา ว/เหตุการณท่ีฟงและอา นอยางเหมาะสม พดู และเขียนบรรยาย
ความรูสึกความคดิ เหน็ ของตนเองเกี่ยวกบั เรื่องตา งๆกิจกรรม ประสบการณข าว/เหตุการณอยางมีเหตุผล พดู
และเขียนนำเสนอขอมูลเก่ียวกบั ตนเอง ประสบการณ ขา ว/เหตกุ ารณเ รื่องและประเดน็ ตางๆที่อยใู นความ
สนใจของสังคม พูดและเขียนสรุปใจความสำคัญ แกนสาระที่ไดจากการวิเคราะหเ ร่ือง กิจกรรม ขา ว
เหตุการณแ ละสถานการณท อี่ ยูใ นความสนใจ พูดและเขียนแสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกบั กิจกรรม ประสบการณ
และเหตกุ ารณท ั้งในทองถ่นิ สงั คมและโลก พรอมทั้งใชเหตุผลและตัวอยา งประกอบ

ใชภ าษา น้ำเสียง และกริยาทาทางเหมาะสมกับระดับบุคคล โอกาสและสถานที่ตามมารยาทสังคม
และวัฒนธรรมของเจาของภาษา สามารถอธบิ าย/อภิปรายความคดิ ความเช่ือและที่มาของขนบธรรมเนียม
และประเพณีของเจา ของภาษา เขา รว ม แนะนำ และจดั กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมอยางเหมาะสม
อธิบาย/เปรยี บเทยี บความแตกตางระหวางโครงสรางประโยค ขอ ความ สำนวน คำพังเพย สภุ าษิต แลบทก
ลอนของภาษาองั กฤษและภาษาไทย วเิ คราะห/ อภิปราย ความเหมือน และความแตกตา งระหวางวถิ ีชีวติ
ความเชอ่ื และวัฒนธรรมของเจา ของภาษากับของไทย และนำไปใชไ ดอยางมีเหตผุ ล ใชท กั ษะภาษาอังกฤษ
คน ควา /สบื คน บันทึก สรปุ และแสดงความคดิ เห็นเก่ยี วกับขอมลู ท่ีเกี่ยวของกบั กลมุ สาระการเรียนรูอน่ื จาก
แหลงเรียนรตู างๆและนำเสนอดว ยการพูดและการเขียน ใชภ าษาองั กฤษส่อื สารในสถานการณจ รงิ /
สถานการณจำลองท่ีเกดิ ขนึ้ ในหอ งเรยี น สถานศึกษาชมุ ชนและสงั คม ใชภ าษาองั กฤษในการสืบคน /คน ควา
รวบรวม วิเคราะหแ ละสรปุ ความรู/ขอมูลตา งๆ จากสือ่ และแหลง การเรียนรตู างๆในการศึกษาตอ และประกอบ
อาชพี สามารถใชภ าษาอังกฤษ เผยแพร/ประชาสัมพันธ ขอมลู ขาวสารของสถานศกึ ษา ชมุ ชน/ทองถ่ิน/
ประเทศชาติ มีเจตคติทด่ี ี เห็นประโยชนและคุณคา ของการเรียนรภู าษาอังกฤษ

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธิพ์ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรับปรงุ 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดับช้นั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 162

มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด

ต1.1ม.5/1 ต1.1ม.5/2 ต1.1ม.5/3 ต1.1ม.5/4 ต1.2ม.5/1 ต1.2ม.5/2
ต1.2ม.5/3 ต1.2ม.5/4 ต1.2ม.5/5 ต1.3ม.5/1 ต1.3ม.5/2 ต1.3ม.5/3
ต2.1ม.5/1 ต2.1ม.5/2 ต2.1ม.5/3 ต2.2ม.5/1 ต2.2ม.5/2 ต3.1ม.51
ต4.1ม.5/1 ต4.2ม.5/1 ต1.2 ม.5/5

รวมทัง้ หมด 21 ตัวช้ีวัด

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธ์ิพฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรับปรงุ 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 163

คำอธบิ ายรายวชิ าภาษาอังกฤษ 4

รายวิชาภาษาองั กฤษ 4 รหัสวชิ า อ32102

ชั้นมธั ยมศึกษาปท ่ี 5 ภาคเรยี นที่ 2 1.0 หนวยกติ เวลา 40 ชั่วโมง

เขา ใจ คำแนะนำ ในคมู ือการใชงานตางๆ คำช้ีแจง คำอธิบายและคำบรรยายทฟี่ ง และอา น อา นออก
เสียงขอ ความ ขา ว ประกาศ โฆษณา บทรอ ยกรองและบทละครสน้ั ๆ(skit) ถูกตองตามหลักการอา น พฒั นา
ทักษะการใชพจนานกุ รม อธิบายและเขียนประโยค ขอความทอี่ านดวยการ ตีความ/ถายโอนและเขยี นสอ่ื
ความขอ มลู ที่ไมใชค วามเรียง (non-text information)รปู แบบตางๆ ใหส ัมพันธก ับประโยคและขอความทีฟ่ ง
หรอื อาน จับใจความสำคญั วิเคราะหค วาม สรปุ ความตีความและแสดงความคิดเหน็ จากการฟงและการอาน
เรอื่ งทีเ่ ปน สารคดี และบนั เทิงคดี พรอ มทง้ั ใหเหตผุ ลและตัวอยา งประกอบ

สนทนาและเขยี นโตต อบ ขอมูลในการส่อื สารระหวางบุคคลเก่ียวกบั ตนเอง เรอื่ งตางๆใกลตวั
ประสบการณ สถานการณ ขาว/เหตกุ ารณ ประเด็นท่อี ยูในความสนใจของสงั คม และสื่อสารอยางตอ เนื่องและ
เหมาะสม เลือกและใชคำขอรอ ง ใหคำแนะนำ คำช้แี จง คำอธบิ ายที่มขี ั้นตอนซบั ซอนอยางคลองแคลว พดู
และเขียนแสดงความตองการ เสนอ ตอบรบั และปฏิเสธการใหความชว ยเหลือในสถานการณจ ำลองหรอื
สถานการณจ ริงอยา งเหมาะสม พูดและเขียนเพอ่ื ขอและใหข อมลู บรรยาย อธบิ าย เปรียบเทยี บและแสดง
ความคดิ เหน็ เกยี่ วกบั เรอื่ ง ประเดน็ /ขาว/เหตุการณท ี่ฟง และอานอยา งเหมาะสม พูดและเขียนบรรยาย
ความรสู ึกความคิดเหน็ ของตนเองเกยี่ วกับเรอ่ื งตา งๆกิจกรรม ประสบการณขาว/เหตุการณอ ยางมเี หตุผล พูด
และเขียนนำเสนอขอมลู เก่ยี วกบั ตนเอง ประสบการณ ขาว/เหตุการณเ ร่ืองและประเด็นตางๆที่อยูใ นความ
สนใจของสงั คม พดู และเขยี นสรปุ ใจความสำคัญ แกนสาระทไี่ ดจ ากการวเิ คราะหเร่อื ง กิจกรรม ขาว
เหตกุ ารณแ ละสถานการณท ่อี ยูในความสนใจ พดู และเขยี นแสดงความคิดเห็นเก่ยี วกบั กิจกรรม ประสบการณ
และเหตกุ ารณท้ังในทองถน่ิ สังคมและโลก พรอมทัง้ ใชเ หตผุ ลและตวั อยา งประกอบ

ใชภาษา นำ้ เสยี ง และกรยิ าทาทางเหมาะสมกับระดบั บุคคล โอกาสและสถานท่ีตามมารยาทสังคม
และวัฒนธรรมของเจาของภาษา สามารถอธบิ าย/อภิปรายความคิด ความเช่ือและที่มาของขนบธรรมเนยี ม
และประเพณีของเจาของภาษา เขารวม แนะนำ และจัดกจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมอยางเหมาะสม
อธิบาย/เปรยี บเทยี บความแตกตางระหวางโครงสรางประโยค ขอความ สำนวน คำพงั เพย สภุ าษติ แลบทก
ลอนของภาษาองั กฤษและภาษาไทย วเิ คราะห/ อภิปราย ความเหมอื น และความแตกตา งระหวางวถิ ชี ีวติ
ความเช่อื และวัฒนธรรมของเจา ของภาษากบั ของไทย และนำไปใชไ ดอยา งมีเหตผุ ล ใชทกั ษะภาษาอังกฤษ
คน ควา/สืบคน บันทึก สรปุ และแสดงความคดิ เห็นเก่ยี วกับขอมูลท่ีเกี่ยวของกับกลมุ สาระการเรยี นรูอืน่ จาก
แหลงเรยี นรตู างๆและนำเสนอดวยการพดู และการเขียน ใชภ าษาอังกฤษสอื่ สารในสถานการณจ รงิ /
สถานการณจำลองท่ีเกิดขึน้ ในหองเรยี น สถานศึกษาชุมชนและสังคม ใชภาษาอังกฤษในการสบื คน /คน ควา
รวบรวม วิเคราะหแ ละสรุปความรู/ขอ มลู ตางๆ จากส่อื และแหลง การเรียนรตู างๆในการศึกษาตอ และประกอบ
อาชพี สามารถใชภ าษาองั กฤษ เผยแพร/ ประชาสัมพนั ธ ขอมลู ขาวสารของสถานศกึ ษา ชุมชน/ทอ งถิน่ /
ประเทศชาติ มีเจตคติทีด่ ี เห็นประโยชนและคณุ คาของการเรียนรภู าษาอังกฤษ

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิพ์ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรุง 2565)

ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 164

มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั

ต1.1ม.5/1 ต1.1ม.5/2 ต1.1ม.5/3 ต1.1ม.5/4 ต1.2ม.5/1 ต1.2ม.5/2
ต1.2ม.5/3 ต1.2ม.5/4 ต1.2ม.5/5 ต1.3ม.5/1 ต1.3ม.5/2 ต1.3ม.5/3
ต2.1ม.5/1 ต2.1ม.5/2 ต2.1ม.5/3 ต2.2ม.5/1 ต2.2ม.5/2 ต3.1ม.51
ต4.1ม.5/1 ต4.2ม.5/1 ต1.2 ม.5/5

รวมท้ังหมด 21 ตัวช้วี ดั

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธ์พิ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรุง 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดับช้นั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 165

คำอธบิ ายรายวชิ าภาษาองั กฤษ 5

รายวชิ าภาษาองั กฤษ 5 รหัสวิชา อ33101

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 1.0 หนวยกติ เวลา 40 ชั่วโมง

เขา ใจ คำแนะนำ ในคูม ือการใชงานตา งๆ คำชีแ้ จง คำอธิบายและคำบรรยายที่ฟงและอาน อานออก
เสยี งขอ ความ ขา ว ประกาศ โฆษณา บทรอยกรองและบทละครสนั้ ๆ(skit) ถูกตองตามหลักการอา น พฒั นา
ทกั ษะการใชพจนานุกรม อธิบายและเขยี นประโยค ขอความท่ีอานดว ยการ ตีความ/ถา ยโอนและเขยี นสื่อ
ความขอมลู ท่ีไมใชความเรียง (non-text information)รปู แบบตา งๆ ใหส มั พนั ธก ับประโยคและขอความทฟ่ี ง
หรืออาน จบั ใจความสำคญั วิเคราะหค วาม สรปุ ความตคี วามและแสดงความคิดเหน็ จากการฟง และการอาน
เรื่องท่เี ปนสารคดี และบันเทงิ คดี พรอมทั้งใหเ หตุผลและตัวอยางประกอบ

สนทนาและเขยี นโตต อบ ขอมูลในการส่ือสารระหวางบุคคลเกย่ี วกบั ตนเอง เร่ืองตา งๆใกลตัว
ประสบการณ สถานการณ ขาว/เหตุการณ ประเดน็ ทอ่ี ยูในความสนใจของสังคม และส่อื สารอยางตอ เน่ืองและ
เหมาะสม เลอื กและใชค ำขอรอง ใหค ำแนะนำ คำชี้แจง คำอธบิ ายทมี่ ขี น้ั ตอนซบั ซอนอยางคลองแคลว พูด
และเขียนแสดงความตองการ เสนอ ตอบรบั และปฏิเสธการใหความชว ยเหลือในสถานการณจำลองหรอื
สถานการณจริงอยางเหมาะสม พดู และเขียนเพื่อขอและใหข อ มลู บรรยาย อธิบาย เปรียบเทยี บและแสดง
ความคดิ เห็นเก่ียวกบั เร่อื ง ประเด็น/ขา ว/เหตุการณท่ีฟง และอา นอยา งเหมาะสม พูดและเขียนบรรยาย
ความรูสึกความคิดเห็นของตนเองเกยี่ วกับเรอื่ งตา งๆกิจกรรม ประสบการณขาว/เหตุการณอ ยางมีเหตุผล พูด
และเขียนนำเสนอขอมลู เกี่ยวกบั ตนเอง ประสบการณ ขาว/เหตุการณเ ร่ืองและประเด็นตางๆที่อยใู นความ
สนใจของสงั คม พดู และเขียนสรปุ ใจความสำคญั แกนสาระท่ีไดจากการวเิ คราะหเรือ่ ง กิจกรรม ขาว
เหตกุ ารณแ ละสถานการณท่ีอยูในความสนใจ พูดและเขยี นแสดงความคิดเห็นเกยี่ วกับ กิจกรรม ประสบการณ
และเหตกุ ารณทั้งในทองถนิ่ สังคมและโลก พรอมทง้ั ใชเหตผุ ลและตัวอยางประกอบ

ใชภาษา นำ้ เสยี ง และกริยาทาทางเหมาะสมกับระดบั บุคคล โอกาสและสถานทีต่ ามมารยาทสังคม
และวัฒนธรรมของเจาของภาษา สามารถอธบิ าย/อภิปรายความคดิ ความเช่ือและทมี่ าของขนบธรรมเนยี ม
และประเพณีของเจา ของภาษา เขา รวม แนะนำ และจัดกจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมอยางเหมาะสม
อธิบาย/เปรยี บเทียบความแตกตา งระหวางโครงสรางประโยค ขอ ความ สำนวน คำพังเพย สภุ าษิต แลบทก
ลอนของภาษาองั กฤษและภาษาไทย วิเคราะห/อภิปราย ความเหมือน และความแตกตา งระหวา งวถิ ีชีวติ
ความเชอ่ื และวัฒนธรรมของเจาของภาษากับของไทย และนำไปใชไ ดอยางมีเหตุผล ใชทกั ษะภาษาอังกฤษ
คนควา/สบื คน บนั ทึก สรปุ และแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับขอ มูลท่ีเก่ียวของกับกลุมสาระการเรยี นรูอืน่ จาก
แหลงเรยี นรตู างๆและนำเสนอดว ยการพดู และการเขียน ใชภ าษาอังกฤษสอ่ื สารในสถานการณจ ริง/
สถานการณจ ำลองที่เกดิ ข้ึนในหอ งเรียน สถานศึกษาชมุ ชนและสงั คม ใชภาษาองั กฤษในการสบื คน /คน ควา
รวบรวม วเิ คราะหแ ละสรุปความร/ู ขอมูลตา งๆ จากสือ่ และแหลง การเรยี นรูตางๆในการศกึ ษาตอและประกอบ
อาชพี สามารถใชภาษาอังกฤษ เผยแพร/ ประชาสมั พันธ ขอมลู ขาวสารของสถานศกึ ษา ชมุ ชน/ทองถิ่น/
ประเทศชาติ มีเจตคติทด่ี ี เห็นประโยชนและคณุ คา ของการเรียนรูภ าษาอังกฤษ

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธิพ์ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 166

มาตรฐาน/ตัวชี้วดั ต1.1ม.6/3 ต1.1ม.6/4 ต1.2ม.6/1 ต1.2ม.6/2
ต1.1ม.6/1 ต1.1ม.6/2 ต1.2ม.6/5 ต1.3ม.6/1 ต1.3ม.6/2 ต1.3ม.6/3
ต1.2ม.6/3 ต1.2ม.6/4 ต2.1ม.6/3 ต2.2ม.6/1 ต2.2ม.6/2 ต3.1ม.6/1
ต2.1ม.6/1 ต2.1ม.6/2 ต1.2 ม.6/5
ต4.1ม.6/1 ต4.2ม.6/1
รวมทั้งหมด 21 ตัวช้วี ดั

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธ์ิพฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 167

คำอธิบายรายวชิ าภาษาองั กฤษ 6

รายวิชาภาษาองั กฤษ 6 รหัสวชิ า อ33102

ชัน้ มัธยมศึกษาปที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 1.0 หนว ยกติ เวลา 40 ช่ัวโมง

เขา ใจ คำแนะนำ ในคูม ือการใชง านตา งๆ คำชี้แจง คำอธิบายและคำบรรยายท่ฟี งและอา น อานออก
เสียงขอความ ขาว ประกาศ โฆษณา บทรอ ยกรองและบทละครสนั้ ๆ(skit) ถูกตองตามหลักการอาน พัฒนา
ทกั ษะการใชพ จนานุกรม อธิบายและเขียนประโยค ขอความทีอ่ านดว ยการ ตคี วาม/ถายโอนและเขียนสอ่ื
ความขอมลู ที่ไมใชความเรียง (non-text information)รปู แบบตางๆ ใหสมั พนั ธก ับประโยคและขอความท่ีฟง
หรืออาน จับใจความสำคัญ วิเคราะหค วาม สรปุ ความตคี วามและแสดงความคดิ เห็น จากการฟงและการอาน
เรือ่ งทเ่ี ปน สารคดี และบนั เทงิ คดี พรอ มทัง้ ใหเ หตผุ ลและตัวอยา งประกอบ

สนทนาและเขียนโตต อบ ขอมูลในการสื่อสารระหวา งบุคคลเก่ยี วกับตนเอง เรื่องตางๆใกลตวั
ประสบการณ สถานการณ ขาว/เหตกุ ารณ ประเดน็ ทีอ่ ยูในความสนใจของสังคม และสอื่ สารอยางตอเนือ่ งและ
เหมาะสม เลือกและใชค ำขอรอ ง ใหค ำแนะนำ คำชีแ้ จง คำอธบิ ายทม่ี ขี ้ันตอนซับซอ นอยางคลองแคลว พดู
และเขียนแสดงความตองการ เสนอ ตอบรับ และปฏิเสธการใหค วามชวยเหลอื ในสถานการณจำลองหรอื
สถานการณจ ริงอยางเหมาะสม พดู และเขียนเพื่อขอและใหข อ มลู บรรยาย อธบิ าย เปรียบเทยี บและแสดง
ความคดิ เหน็ เกีย่ วกบั เร่อื ง ประเดน็ /ขาว/เหตุการณท ี่ฟงและอา นอยา งเหมาะสม พดู และเขียนบรรยาย
ความรสู กึ ความคิดเห็นของตนเองเกยี่ วกบั เร่ืองตา งๆกิจกรรม ประสบการณขา ว/เหตกุ ารณอ ยางมีเหตผุ ล พดู
และเขียนนำเสนอขอมูลเกย่ี วกับตนเอง ประสบการณ ขา ว/เหตุการณเ ร่ืองและประเดน็ ตา งๆที่อยูในความ
สนใจของสงั คม พูดและเขียนสรปุ ใจความสำคญั แกน สาระทไ่ี ดจ ากการวเิ คราะหเรื่อง กิจกรรม ขาว
เหตุการณแ ละสถานการณท ีอ่ ยูในความสนใจ พูดและเขียนแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกับ กิจกรรม ประสบการณ
และเหตุการณทัง้ ในทองถิน่ สังคมและโลก พรอมท้งั ใชเหตุผลและตวั อยางประกอบ

ใชภาษา นำ้ เสยี ง และกริยาทาทางเหมาะสมกับระดบั บุคคล โอกาสและสถานทต่ี ามมารยาทสงั คม
และวัฒนธรรมของเจาของภาษา สามารถอธิบาย/อภิปรายความคิด ความเช่ือและทมี่ าของขนบธรรมเนียม
และประเพณีของเจา ของภาษา เขารวม แนะนำ และจดั กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมอยางเหมาะสม
อธิบาย/เปรียบเทยี บความแตกตางระหวา งโครงสรา งประโยค ขอความ สำนวน คำพงั เพย สุภาษติ แลบทก
ลอนของภาษาองั กฤษและภาษาไทย วเิ คราะห/ อภิปราย ความเหมือน และความแตกตา งระหวางวิถีชวี ิต
ความเชื่อ และวัฒนธรรมของเจา ของภาษากบั ของไทย และนำไปใชไ ดอยา งมีเหตุผล ใชทักษะภาษาอังกฤษ
คน ควา /สบื คน บันทึก สรุปและแสดงความคดิ เหน็ เก่ยี วกับขอ มลู ที่เกี่ยวของกบั กลมุ สาระการเรียนรูอน่ื จาก
แหลง เรยี นรตู า งๆและนำเสนอดวยการพดู และการเขยี น ใชภาษาองั กฤษสอ่ื สารในสถานการณจ ริง/
สถานการณจ ำลองท่ีเกดิ ขึ้นในหองเรยี น สถานศึกษาชมุ ชนและสงั คม ใชภาษาองั กฤษในการสบื คน /คนควา
รวบรวม วิเคราะหแ ละสรปุ ความรู/ขอมูลตางๆ จากส่อื และแหลงการเรยี นรตู า งๆในการศึกษาตอและประกอบ
อาชีพ สามารถใชภาษาองั กฤษ เผยแพร/ ประชาสัมพันธ ขอมลู ขาวสารของสถานศกึ ษา ชุมชน/ทองถ่ิน/
ประเทศชาติ มีเจตคติทดี่ ี เหน็ ประโยชนแ ละคณุ คาของการเรยี นรูภาษาอังกฤษ

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิ์พฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565)

ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 168

มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั ต1.2ม.6/1 ต1.2ม.6/2
ต1.3ม.6/2 ต1.3ม.6/3
ต1.1ม.6/1 ต1.1ม.6/2 ต1.1ม.6/3 ต1.1ม.6/4 ต2.2ม.6/2 ต3.1ม.6/1
ต1.2ม.6/3 ต1.2ม.6/4 ต1.2ม.6/5 ต1.3ม.6/1
ต2.1ม.6/1 ต2.1ม.6/2 ต2.1ม.6/3 ต2.2ม.6/1

รวมท้ังหมด 21 ตัวช้วี ดั

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธ์พิ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรุง 2565)

ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 169

การคน ควาดว ยตนเอง
Independent Study : IS

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรุง 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 170

คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ

รหัสวชิ า I30201 วชิ าการศกึ ษาคน ควา และสรา งองคค วามรู การศกึ ษาคน ควาดวยตนเอง

ช้ันมัธยมศกึ ษาปท ี่ 4-6 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต

ศึกษา วิเคราะห ฝกทักษะตั้งประเด็นปญ หา/ต้ังคำถามเกย่ี วกับ สถานการณปจ จุบันและสังคมโลก

ต้ังสมมตฐิ านและใหเ หตผุ ลทีส่ นับสนนุ หรือโตแยง ประเด็นความรู โดยใชค วามรจู ากศาสตรส าขาตาง ๆ และมี

ทฤษฎรี องรบั ออกแบบวางแผน รวบรวมขอ มูล คนควาแสวงหาความรูเกย่ี วกับสมมตฐิ านที่ตงั้ ไวจ ากแหลง

เรียนรูท ้ังปฐมภูมแิ ละทตุ ิยภูมิ และสารสนเทศ อยางมีประสทิ ธภิ าพและพิจารณาความนาเช่อื ถือของแหลง

เรียนรอู ยางมีวจิ ารณญาณ เพ่ือใหไ ดขอมูลทค่ี รบถว นสมบรู ณ วิเคราะหข อมลู โดยใชวิธีการที่เหมาะสม

สงั เคราะหสรปุ องคค วามรูและรว มกนั มกี ระบวนการกลุมในการวิพากษ แลกเปล่ียนความคิดเห็น โดยใช

ความรจู ากสาขาวิชาตา ง ๆ เสนอแนวคิด วิธีการแกป ญหาอยางเปนระบบดวยกระบวนการคิด กระบวนการ

แกป ญหา กระบวนการปฏิบัติ เพอื่ ใหเกิดทกั ษะในการคนควาแสวงหาความรู สังเคราะหส รุป อภิปราย

ผลเปรียบเทยี บเช่อื มโยงความรู ความเปนมาของศาสตร เขาใจหลกั การและวิธคี ดิ ในสิ่งที่ศกึ ษา เหน็ ประโยชน

และคุณคาของการศึกษาคน ควาดว ยตนเอง

ผลการเรยี นรู
1. ตัง้ ประเดน็ ปญ หาจากสถานการณป จ จบุ ันและสงั คมโลก
2. ต้ังสมมติฐานและใหเ หตุผลท่ีสนบั สนนุ หรอื โตแ ยง ประเดน็ ความรู โดยใชความรูจากศาสตรส าขา
ตาง ๆ และมีทฤษฎีรองรับ
3. ออกแบบ วางแผน ใชก ระบวนการรวบรวมขอ มูลอยางมีประสิทธภิ าพ
4. ศึกษาคนควา แสวงหาความรเู กีย่ วกับประเดน็ ท่เี ลือกจากแหลง เรยี นรทู ีม่ ีประสทิ ธภิ าพ
5. ตรวจสอบความนาเช่อื ถือของแหลงท่ีมาของขอ มลู ได
6. วเิ คราะหข อ คน พบดวยสถิติทเี่ หมาะสม
7. สงั เคราะหสรปุ องคความรูดว ยกระบวนการกลุม
8. เสนอแนวคิด การแกปญหาอยา งเปนระบบดว ยองคค วามรจู ากการคน พบ

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 171

คำอธิบายรายวชิ าเพ่มิ เติม

รหัสวิชา I30202 วชิ าการศึกษาคน ควา และสรางองคความรู การศึกษาคน ควาดวยตนเอง
จำนวน 1.0 หนวยกิต
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท ี่ 4-6 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ช่วั โมง

ศึกษา เรียบเรียงและถายทอดความคดิ อยางสรา งสรรคจากรายวิชา IS 1 (Research and
Knowledge Formation) เกี่ยวกับสถานการณปจ จุบันและสงั คมโลก โดยเขียนโครงราง บทนำ เนอื้ เร่ือง
สรปุ ในรูปของรายงานการศกึ ษาคน ควา เชงิ วชิ าการเปน ภาษาไทยความยาว จำนวน 4,000 คำ หรอื เปน
ภาษาอังกฤษ ความยาว จำนวน 2,000 คำ มีการอา งองิ แหลงความรูท่ีเชอื่ ถอื ไดอยางหลากหลาย เช่อื ถือได
ท้ังในประเทศและตา งประเทศ เรยี บเรียงและถา ยทอดส่ือสาร นำเสนอความคิดอยา งชดั เจน เปนระบบ มกี าร
นำเสนอในรปู แบบเด่ียว(Oral individual) หรือกลมุ ( Oral panel presention) โดยใชส อ่ื เทคโนโลยที ี่
หลากหลาย และมีการเผยแพรผ ลงานสสู าธารณะ เพอื่ ใหเกิดทกั ษะในการเขยี นรายงานเชงิ วิชาการ และทักษะ
การสอื่ สารทีม่ ปี ระสทิ ธิภาพ เห็นประโยชนแ ละคุณคา ในการสรา งสรรคงานและถา ยทอดสิ่งท่ีเรียนรใู หเ ปน
ประโยชนแ กส าธารณะ

ผลการเรยี นรู
1. วางโครงรางการเขียนตามหลักเกณฑ องคป ระกอบและวิธีการเขียนโครงราง
2. เขียนรายงานการศึกษาคนควา เชงิ วชิ าการภาษาไทยความยาว 4,000 คำ หรือภาษาองั กฤษ
ความยาว จำนวน 2,000 คำ
3. นำเสนอขอ คนพบ ขอสรุปจากประเดน็ ที่เลอื กในรปู แบบเดย่ี ว(Oral individual presentation)
หรือกลุม ( Oral panel presention) โดยใชสื่อเทคโนโลยที ีห่ ลากหลาย
4. เผยแพรผ ลงานสสู าธารณะ โดยใชก ารสนทนา / วพิ ากษผา นสอ่ื อิเลก็ ทรอนิกส เชน
e-conference , social media online
5. เห็นประโยชนและคุณคา ในการสรา งสรรคง านและถา ยทอดส่ิงที่เรียนรใู หเปนประโยชน

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธพิ์ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรงุ 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดับช้ันมัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 172

คำอธิบายรายวิชาเพ่มิ เตมิ

รหัสวิชา I30203 วชิ าการศึกษาคนควา และสรางองคความรู การศกึ ษาคนควา ดวยตนเอง

ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท่ี 4-6 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ช่วั โมง จำนวน 1.0 หนวยกิต

เปนกิจกรรมท่ีนำความรู หรือประยุกตใ ชความรูจากสิง่ ท่ีศกึ ษาคนควาและเรยี นรจู ากรายวชิ าเพิ่มเติม

(IS1,IS2) ไปสูการปฏิบตั ิในการสรา งสรรคโ ครงงาน / โครงการตาง ๆ ทกี่ อ ใหเ กดิ ประโยชนต อ สาธารณะหรือ

บรกิ ารสงั คม ชมุ ชน ประเทศหรอื สงั คมโลก มกี ารกำหนดเปา หมาย วัตถปุ ระสงค วางแผนการทำงานและ

ตรวจสอบความกา วหนา วเิ คราะห วิจารณผ ลที่ไดจ ากการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมหรอื โครงงาน / โครงการโดยใช

กระบวนการกลุม เพอื่ ใหผูเรียนมที ักษะการคิดสรา งสรรค เปน กิจกรรมจติ อาสาที่ไมมีคาจา งตอบแทน เปน

กจิ กรรมท่ีใหมีความตระหนักรู มีสำนึกความรับผดิ ชอบตอตนเองและตอ สงั คม

เปาหมายการดำเนินกจิ กรรม
1. วเิ คราะหอ งคค วามรจู ากการเรยี นใน IS1 และ IS2 เพอื่ กำหนดแนวทางไปสกู ารปฏิบัตใิ หเกดิ
ประโยชนตอ สังคม
2. เขียนเปาหมาย/ วัตถุประสงค เคา โครง กิจกรรม/โครงงานการ และแผนปฏิบัติโครงงาน /
โครงการ
3. ปฏิบัติตามแผนและตรวจสอบความกาวหนา ทางการปฏบิ ัติโครงงาน / โครงการ
4. รวมแสดงความคดิ เหน็ วิเคราะห วพิ ากษ การปฏิบตั โิ ครงงาน / โครงการ
5. สรปุ ผลการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม/โครงงาน / โครงการ และแสดงความรสู ึก ความคดิ เหน็ ตอผลการ
ปฏิบตั งิ านหรือกจิ กรรม ซ่ึงแสดงถึงการตระหนักรู มสี ำนึกรับผดิ ชอบตอตนเองและตอสงั คม

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 173

กิจกรรมพฒั นาผเู รียน

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์พิ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565)

ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 174

กิจกรรมพฒั นาผูเรยี น
กิจกรรมพัฒนาผูเรียน เปนกิจกรรมที่มุงใหผูเรียนพัฒนาตนเองตามศักยภาพ พัฒนาอยาง

รอบดานเพื่อความเปนมนุษยที่สมบูรณ ทั้งรางกาย สติปญญา อารมณ และสังคม เสริมสรางใหเปน
ผูมีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย ปลูกฝงและสรางจิตสำนึกของการทำประโยชนเ พื่อสังคม สามารถ
จดั การตนเองได และอยรู วมกบั ผูอ น่ื ในสงั คมอยางมคี วามสขุ

โรงเรยี นทบั โพธพ์ิ ฒั นวิทย จดั กิจกรรมพฒั นาผูเ รียน แบง เปน 3 ลักษณะดงั นี้
1. กิจกรรมแนะแนว เปนกิจกรรมที่สงเสริมและพัฒนานักเรียนใหสอดคลองกับความสามารถ
ความถนดั และความสนใจ โดยคำนึงถงึ ความแตกตางระหวางบุคคล ดวยกระบวนการทางจิตวิทยา การแนะ
แนว ใหสอดคลองครอบคลุมดา นการศึกษา อาชีพสว นตวั และสังคม กิจกรรมสำคัญในการพัฒนาไดแก กิจกรรม
การรูจัก เขา ใจ เหน็ คณุ คาในตนเองและผูอน่ื การปรับตัวและดำรงชีวิต การแสวงหาและใชข อมลู สารสนเทศ
การตดั สนิ ใจและแกปญ หา
ผูเรียนทุกคนตองเขารวมกิจกรรมแนะแนว 20 ชั่วโมงตอ ภาคเรยี น

แนวการจดั กจิ กรรมแนะแนว
1. โรงเรยี นจัดกิจกรรมแนะแนว โดยใหผูเรียนไดศ ึกษาเก่ยี วกับการคนพบ

ตัวเอง ตามความถนัด ความสนใจ และรับความรู คำแนะนำจากครูผูสอนหรือ ท้ังนี้คำนึงถึงวุฒิภาวะและ
ความแตกตา งระหวางบคุ คล

2. กำหนดผลการเรียนรู คุณลักษณะ และความสามารถในการเขารวมกิจกรรม
และออกแบบแผนการดำเนนิ กจิ กรรมแนะแนวใหสอดคลองกับผลการเรยี นรดู ังกลา ว

3. จดั กจิ กรรมใหมคี วามสอดคลองกับผลการเรียนรูอยา งหลากหลาย นา สนใจ
โดยเนน เวลาการเขารว มกจิ กรรม พฤติกรรมการปฏิบัติและผลงานของผูเรียน

4. การทำแบบประเมินดา นสตปิ ญญาและอารมณ เนน การเรยี นรรู ะหวาง
การพัฒนาโรงเรียนกับชมุ ชน เชน การเยีย่ มบานผเู รยี น กจิ กรรมโฮมรูม การใหความชวยเหลือผูเรียน
อยางเปนระบบ

2. กิจกรรมนักเรยี น เปนกิจกรรมท่ีสงเสริมและพัฒนาผูเรียนใหมรี ะเบียบวินัย ความเปนผูนำ ผู
ตามที่ดี ความรับผดิ ชอบ การทำงานรวมกัน การรูจักแกปญหา การตัดสินใจที่เหมาะสม ความมีเหตุผล
การชวยเหลอื แบง ปนกัน การประนีประนอม โดยจดั ใหส อดคลอ งกบั ความสามารถความถนัด และความสนใจ
ของผูเรียน ไดปฏิบตั ิดวยตนเองในทุกขัน้ ตอน ไดแก การศกึ ษาวิเคราะห วางแผน ปฏิบัติตามแผน ประเมิน
และปรับปรุงการทำงาน เนนการทำงานเปนกลุม ตามความเหมาะสม และสอดคลองกับวุฒิภาวะของผูเรียน
ความสามารถ ความถนัด ความสนใจ และทองถิ่น

กิจกรรมนกั เรยี นประกอบดวย
2.1 กิจกรรมลกู เสือ เนตรนารี ผูเรียนทกุ คนตองเขา รวมกิจกรรมลกู เสอื เนตรนารี

20 ช่ัวโมงตอ ภาคเรยี น
แนวการจดั กิจกรรมกิจกรรมลูกเสอื เนตรนารี
1. โรงเรียนจดั กิจกรรมลกู เสือ เนตรนารี โดยสง เสรมิ และพฒั นาผูเรียน

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิ์พฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 175

ใหมีระเบียบวินัย ความเปนผูนำ ผูต ามที่ดี ความรับผดิ ชอบ การทำงานรวมกัน การรูจักแกปญหา การ

ตัดสินใจทีเ่ หมาะสม ความมเี หตุผล การชว ยเหลือแบงปน กัน ทั้งน้ีคำนึงถึงวุฒภิ าวะและ ความ

แตกตางระหวางบุคคล

2. กำหนดผลการเรยี นรู คณุ ลักษณะและความสามารถในการเขารว ม

กิจกรรม และออกแบบแผนการดำเนินกจิ กรรมลูกเสือ เนตรนารี ใหสอดคลองกับผลการเรยี นรูด งั กลา ว

3. จัดกจิ กรรมใหมคี วามสอดคลองกบั ผลการเรียนรูอยา งหลากหลาย

นาสนใจ โดยเนนเวลาการเขา รว มกจิ กรรม พฤตกิ รรมการปฏบิ ัตแิ ละผลงานของผูเ รยี น

2.2 กจิ กรรมชมุ นุม ผูเรยี นทุกคนตอ งเขา รวมกิจกรรมชุมชน
ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1-2 จำนวน 10 ชั่วโมงตอภาคเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน
15 ชว่ั โมงตอ ภาคเรยี น และ ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ี่ 3 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 20 ชว่ั โมงตอภาคเรยี น

แนวการจัดกจิ กรรมชมุ นมุ
1. โรงเรียนจัดกิจกรรมชุมนุมโดยเนนถึงความแตกตางระหวางบุคคล ผูเรียน

สามารถเลือกเรียนชุมนุมคนละ 1 กิจกรรม ไดตามศักยภาพ ความถนัด และความสนใจของผูเรียน
กิจกรรมชุมนุม ไดแก ภาษาไทย คณิตศาสตร คณิตศาสตรป ระยกุ ต คอมพิวเตอร เกษตร วิทยาศาสตร
สิ่งประดิษฐวิทยาศาสตร หองสมุดวิทยาศาสตร Smart English ภาษาอังกฤษ จิตอาสา ตะกรอ
แฮนดบ อล สงั คมสิง่ แวดลอ ม พระพุทธศาสนาแนะแนว ดนตรี

2. กำหนดผลการเรยี นรู คณุ ลกั ษณะและความสามารถในการเขารวมกจิ กรรม
และออกแบบแผนการดำเนนิ กจิ กรรมใหสอดคลองกับผลการเรียนรู ดงั กลา ว

3. จัดกิจกรรมใหม คี วามสอดคลองกับผลการเรียนรูอยางหลากหลาย นาสนใจ
โดยเนนเวลาการเขา รวมกจิ กรรม พฤติกรรมการปฏิบัตแิ ละผลงานของผเู รยี น

3. กิจกรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชน เปนกิจกรรมที่สงเสรมิ และพฒั นาผเู รยี นให
ผูเรียนไดทำประโยชนต ามความสามารถ ความถนัดและความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพ่ือแสดงถึงความ
รับผิดชอบ ความดีงาม ความเสียสละตอสงั คม มีจิตใจมุงทำประโยชนตอครอบครัว ชุมชนและสังคม
กิจกรรมสำคัญ ไดแกกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน กิจกรรมสรางสรรคสังคม กิจกรรมดำรงรักษา สบื สาน
ศาสนาศิลปะและวฒั นธรรม(สวดมนตเ ยน็ ทกุ วนั ศุกรส ดุ สัปดาหและน่ังสมาธกิ อ นขึ้นเรียนทุกเทีย่ งวนั ) กิจกรรม
พัฒนา นวัตกรรมและเทคโนโลยเี พือ่ สังคม

ผูเรียนทกุ คนตอ งเขา รว มกจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน
ชั้นมัธยมศึกษาปท ี่ 1-2 จำนวน 10 ชั่วโมงตอภาคเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน
5 ชั่วโมงตอ ภาคเรยี น

แนวการจดั กิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน
1. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนใหผูเรียนไดเลือกเรียนตามความสนใจ และ

กิจกรรมท่ีโรงเรียนไดก ำหนดข้ึน โดยสอดแทรกหรือบูรณาการใน กจิ กรรมลกู เสือ เนตรนารี กิจกรรมชุมนุม
กจิ กรรมแนะแนว หรอื ในกลมุ สาระการเรยี นรู 8กลมุ สาระ

2. ผเู รียนสามารถทำกิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชนน อกเหนือ

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรุง 2565)

ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 176

เวลาเรยี นกไ็ ด โดยจดั ทำเปนโครงการที่จะชว ยเหลอื พัฒนาหรือจิตอาสารว มกบั ชุมชน
4.กำหนดผลการเรียนรู คุณลักษณะและความสามารถในการเขารวมกจิ กรรม และ

ออกแบบแผนการดำเนินกิจกรรมใหส อดคลองกบั ผลการเรียนรูด ังกลา ว
5.IS3 การนำเสนอองคความรูไ ปใชในการบริหารสังคม {Social Service Activity}

มุงใหผูเรียนนำองคความรู/ประยุกตใ ชองคความรูไปสูการปฏิบัติ หรือนำไปใชใหเกิดประโยชนตอสังคม เกิด
บรกิ ารสาธารณะ{Public Service}

แนวทางการประเมินผลกิจกรรมพัฒนาผเู รียน

1. ผูเรียนตองเขา รวมกิจกรรมแนะแนว และกิจกรรมนักเรียน โดยมีเวลาเขา รวม

กิจกรรมไมน อ ยกวารอยละ 80 ของแตละกิจกรรม และปฏิบัติกิจกรรมดังกลา วตามแนวทาง การ

จัดกจิ กรรม จงึ จะผานการประเมนิ กจิ กรรมแนะแนว และกิจกรรมนกั เรียน

2. ผูเ รยี นตอ งเขา รวมกจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน โดยมเี วลาเขารวม

กิจกรรม 45 ชวั่ โมงตลอดปการศึกษา

3. ครผู สู อนหรอื ครผู ูรบั ผิดชอบ ประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผูเรยี น จากการปฏบิ ตั ิ

กจิ กรรมและผลงานของผูเ รียนดว ยวธิ ีการสงั เกตพฤติกรรม การสัมภาษณ และประเมินดว ยวิธกี ารท่ี

หลากหลายและใชก ารประเมินตามสภาพจรงิ

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพิ์ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรุง 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 177

วิชาแนะแนว

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพิ์ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ช้ันมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 178

กิจกรรมแนะแนว

ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

ม.4

ก31901 แนะแนว 1 จำนวน 20 ชวั่ โมง

ก31905 แนะแนว 2 จำนวน 20 ชวั่ โมง

ม.5

ก32901 แนะแนว 3 จำนวน 20 ชว่ั โมง

ก32905 แนะแนว 4 จำนวน 20 ชวั่ โมง

ม.6

ก33901 แนะแนว 5 จำนวน 20 ชวั่ โมง

ก33905 แนะแนว 6 จำนวน 20 ชว่ั โมง

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธ์ิพฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรับปรุง 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 179

คำอธิบายรายวชิ า

รหัสวชิ า ก31901 วิชา แนะแนว งานแนะแนว

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ช่ัวโมง จำนวน 1 ช่ัวโมง / สปั ดาห

เพ่อื ใหมีความรูค วามเขาใจในหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 ระดับ

มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย และแผนการเรียนของตน สามารถวางแผนการศกึ ษา การศกึ ษาตอและอาชีพของตนได

อยางเหมาะสม ศกึ ษาเทคนิควิธกี ารศึกษาคนควา ดว ยตนเอง เรียนไดอ ยา งมีประสิทธิภาพ รจู กั และเขาใจ

ตนเอง สามารถแกป ญหาและตดั สินใจได

ศึกษาและทำความเขาใจหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 ปรบั ปรุง

เทคนิควธิ กี ารในการศึกษาคน ควาดว ยตนเอง การศึกษาในระดบั อุดมศึกษา ศึกษาความสัมพันธระหวาง

แผนการเรียนกับการศึกษาตอและอาชีพ รจู กั และเขา ใจตนเองตลอดจนการสรา งความสำเร็จใหกับตนเอง

ผลการเรยี นรู
1.มคี วามรูค วามเขาใจในหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
2.สามารถวางแผนการศึกษา การศกึ ษาตอและอาชีพของตนไดอยา งเหมาะสม
3.ศกึ ษาเทคนคิ วิธีการศึกษาคนควา ดว ยตนเอง เรยี นไดอยา งมปี ระสทิ ธิภาพ รจู ักและเขา ใจตนเอง
4.สามารถแกป ญหาและตดั สินใจได
5.มเี ทคนิควธิ กี ารในการแกปญหาดว ยตนเอง
6.รูจกั และเขา ใจตนเองตลอดจนการสรางความสำเรจ็ ใหกบั ตนเองได

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์ิพฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรุง 2565)

ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 180

คำอธิบายรายวิชา

รหัสวิชา ก31905 วิชา แนะแนว งานแนะแนว

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท ่ี 4 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 20 ชว่ั โมง จำนวน 1 ชัว่ โมง / สปั ดาห

วิเคราะหความสามารถทางการเรยี น ความถนัด ความสนใจของตนเอง เลอื กสาขาวิชาท่สี อดคลองกบั

ความสามารถดา นตางๆ ของตนเอง ศึกษาความสัมพนั ธร ะหวางสาขาการเรยี นกับแนวทางการเลือกอาชพี

กำหนดเปาหมายความสำเร็จตามคุณคา ของตนเอง มีแนวทางการวางแผนชีวิตสูเปาหมายที่กำหนด

บอกคุณลกั ษณะทีด่ ีของตนเองและผอู น่ื วเิ คราะหพฤติกรรมท่ีเสรมิ สรา งความเปน ตวั ของตนเอง

ยอมรับขอดีของคนอ่ืนและแสดงออกถึงการชืน่ ชม

ผลการเรยี นรู
1.วเิ คราะหความสามารถทางการเรยี น ความถนัด ความสนใจของตนเอง
2.ระบุการเลอื กสาขาวชิ าทีส่ อดคลองกับความสามารถดา นตางๆของตนเอง
3.บอกความสัมพันธร ะหวางสาขาการเรยี นกับแนวทางการเลือกอาชีพ
4.กำหนดเปา หมายความสำเรจ็ ตามคณุ คา ของตนเอง
5.มแี นวทางการวางแผนชีวิตสูเปาหมายท่กี ำหนดไว
6.บอกคณุ ลักษณะที่ดขี องตนเองและผูอืน่
7.วเิ คราะหพฤติกรรมทีเ่ สรมิ สรางความเปนตวั ของตนเอง ยอมรบั ขอดขี องคนอ่นื และแสดงออกถึง

การช่นื ชม

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 181

คำอธบิ ายรายวชิ า

รหัสวชิ า ก32901 วิชา แนะแนว งานแนะแนว

ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 20 ช่วั โมง จำนวน 1 ชว่ั โมง / สปั ดาห

กจิ กรรมแนะแนวจัดใหสอดคลอ งกับสภาพสังคมและสภาพปญหา ความตอ งการ ความสนใจ

ธรรมชาติของผเู รยี น สง เสรมิ ใหผ ูเรยี นรจู ักรกั และเห็นคณุ คา ในตนเองและผูอื่น รจู กั วางแผนทางการเรยี น มี

การเกบ็ ขอ มูลการศึกษาตอและประกอบอาชพี มีความสามารถสอื่ สาร คิดแกป ญหา มที กั ษะชีวิต สามารถใช

เทคโนโลยี อยูอยางพอเพยี ง เปน มนษุ ยทีส่ มบูรณท ั้งรางกาย สติปญญา อารมณ สงั คม สามารถปรบั ตัวไดอ ยาง

เหมาะสม อยูรวมกับผูอื่นในสงั คมไทยและสากลไดอยา งดีและมคี วามสขุ

เพ่อื ใหผูเรียนมคี ุณลักษณะกลาแสดงความคิดเหน็ และยอมรับความคดิ เห็นของผูอ่ืน มคี วามสามารถ

สรา งและสรุปองคค วามรูอยางเปนระบบ มีการเรยี นรแู ละเขา ใจผอู ืน่ รกั และเห็นคุณคาของตนเองและผูอ่ืน

สามารถแสวงหาทางเลือกและเลือกทางในการแกป ญหาไดดว ยตนเอง สง เสรมิ ทักษะการคดิ วเิ คราะหใหผ เู รยี น

สามารถจำแนก และใชเ หตผุ ลท่ีเหมาะสมตามสถานการณ มีความรับผดิ ชอบตอตนเองและสังคม รูจักใช

เศรษฐกิจพอเพียงเปน ฐานคิดและดำเนินชวี ิตรูเทาทนั ความเปลี่ยนแปลงของโลก พรอ มกา วสอู าเซียนและ

สากล

ผลการเรยี นรู

1. มคี วามรู และขอมูลพื้นฐานรวมท้งั การใชเ ทคโนโลยีในการแสวงหาขอมลู เพมิ่ เติมเก่ยี วกับ

การศึกษาตอ อาชีพ และการพฒั นาตน พรอมกา วสูอาเซียนและสากล

2. สามารถสงั เกต สำรวจ ประเมนิ และวิเคราะหตนเองดานความสามารถ ความถนัด ความสนใจ

เพ่ือนำมาพฒั นาตนเองได

3. ผูเรยี นสามารถปรบั ปรุงแกไขตนเองดา นการเรียนและวางแผนพฒั นาการเรยี น ไดอยางสอดคลอง

กบั เปา หมายการศึกษาของตน

4. ผเู รยี นรคู า นิยมในงานอาชีพของตนเองและรขู อ มูลอาชีพทีส่ อดคลอ งกบั คา นิยมของตน

5. ผเู รยี นรว มคดิ วเิ คราะหป ญหาของชมุ ชนและสงั คม สามารถวางแผนเพื่อการมีสวนรว มในการ

แกป ญหาตามศักยภาพของตน

6. ผเู รยี นตระหนกั รแู ละยอมรบั ปญ หาทเี่ กิดข้ึนกับตน สามารถจดั ลำดบั ความสำคญั ของปญ หาและ

จัดการไดอยา งเหมาะสม

7. ผเู รยี นรจู ักและเหน็ ความสำคัญของพฤติกรรมการแสดงออกอยางเหมาะสม สามารถแสดงออกได

อยางเหมาะสม

8. ผเู รยี นตระหนักถงึ ผลกระทบของปญ หาทเ่ี กิดจากความรักและสามารถจัดการกบั ปญ หาไดอยา ง

เหมาะสม

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรุง 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 182

คำอธบิ ายรายวชิ า

รหสั วชิ า ก32905 วิชา แนะแนว งานแนะแนว

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท ่ี 5 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 1 ชว่ั โมง / สปั ดาห

ศึกษา คน ควา อาชพี ที่เหมาะสมกบั ตวั เองไดอยางมเี หตผุ ล มีวิธกี ารพฒั นาตนเองไดอ ยา งสอดคลองกบั

เปา หมายในอาชพี ท่ีเหมาะสมกบั ตนเอง วางแผนชีวติ ของตนเองและใหเหตุผลไดอยางเหมาะสม ระบคุ ณะวิชา

ในสถาบนั อุดมศกึ ษาที่อาจเลือกเรียนเพอ่ื ใหสอดคลอ งกบั อาชพี ทคี่ ดิ จะทำได ศึกษาวิธีปฏบิ ัติเพือ่ ใหบ รรลุ

เปา หมายตามแผนชีวติ ที่ไดวางไว

มีความสามารถทางการเรียนการสอน มีเปาหมายการศกึ ษาของตน มีวธิ กี ารพัฒนาตนดา นการเรียน

ไดอ ยางสอดคลอ งกับเปา หมายการศึกษา

ศกึ ษาแหลง ฝกปฏบิ ตั จิ ริงเกย่ี วกับอาชพี ที่ตนสนใจ นำความรู ทกั ษะท่ไี ดจ ากการเรยี นมาใชในการ

ปฏิบัตไิ ดอ บา งเหมาะสม

ผลการเรียนรู
1.เลือดอาชีพทเี่ หมาะสมกับตัวเองไดอยา งมีเหตุผล
2.พฒั นาตนเองไดอยางสอดคลองกับเปา หมายในอาชพี ที่เหมาะสมกับตนเอง
3.วางแผนชีวติ ของตนเองและใหเ หตผุ ลไดอยา งเหมาะสม
4.ศกึ ษาวิธีปฏิบตั ิเพ่ือใหบรรลุเปาหมายตามแผนชวี ติ ท่ีไดว างไว
5.มีความสามารถทางการเรยี นการสอน มีเปา หมายการศึกษาของตน มวี ิธกี ารพัฒนาตนดา นการ

เรียนไดอยางสอดคลองกับเปาหมายการศึกษา
6.บอกแหลงฝก ปฏิบตั จิ รงิ เก่ียวกบั อาชีพทีต่ นสนใจ นำความรู ทกั ษะที่ไดจากการเรยี นมาใชใ นการ

ปฏบิ ตั ไิ ดอ ยา งเหมาะสม

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์ิพฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรุง 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 183

คำอธิบายรายวชิ า

รหสั วชิ า ก33901 วิชา แนะแนว งานแนะแนว

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ชัว่ โมง จำนวน 1 ช่ัวโมง / สปั ดาห

นกั เรยี นรูจัก เขาใจ รักและเห็นคณุ คาในตนเองและผอู น่ื การวางแผนดา นการศึกษา อาชพี และสงั คม

การปรับตวั และอยรู วมกบั ผูอื่นอยา งเหมาะสมและมีความสขุ เพ่อื ใหน กั เรียนรูจัก เขาใจ เหน็ คุณคา ในตนเอง

และพัฒนาตนเองไดเตม็ ตามศักยภาพ รูจกั เขา ใจ เหน็ คุณคาของผูอน่ื และปฏบิ ัติตนตอผูอนื่ อยา งเหมาะสม

สามารถคดิ วเิ คราะห ตดั สนิ ใจแกปญหา และวางแผนดานการศกึ ษา ดา นอาชีพ ดา นสว นตัวและสงั คม มีทกั ษะ

การจัดการกบั อารมณแ ละความเครยี ดการส่ือสารและสรางสมั พันธภาพ การปฏบิ ัตติ นอยางเหมาะสมและ

ปลอดภัยในเรื่องเพศ และการดำรงชีวิตอยางเปน ประโยชนแ ละปลอดภัย เกดิ ความรู คูคุณธรรม และสามารถ

นอ มนำหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงไปใชใ นชวี ิตประจำวันได

ผลการเรียนรู

1. นกั เรียนรเู ปาหมายชวี ติ ของตนองและสามารถพัฒนาตนเองไปสูเ ปาหมาย

2. นกั เรียนตระหนักในความสำคญั และคุณคาของความเปนชาติไทยท่ีกอเกดิ และเกื้อกลู ตอชีวติ ตน

สามารถปฏิบัติตนไดอ ยางคนรูค ุณแผนดนิ

3. นักเรยี นสามารถวางแผนเพ่ือมุง สูเปาหมายในอนาคตทางการเรียนในอนาคต

4. นกั เรียนวางแผนเขา สอู าชีพท่สี นใจและสอดคลองกับคณุ ลักษณะของตนในสังคม

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 184

คำอธบิ ายรายวชิ า

รหสั วชิ า ก33905 วชิ า แนะแนว งานแนะแนว

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ช่วั โมง จำนวน 1 ชว่ั โมง / สัปดาห

ศกึ ษาอาชีพหรือกลุม อาชพี ที่ตนเองตดั สินใจเลอื กได วิเคราะหข อ มูลของตนเองกับเสนทางสูอาชีพทต่ี อ งการ สรปุ

แนวทางสอู าชพี ทีต่ อ งการเหมาะสมกบั ขอมูลของตน

ศกึ ษาวิธกี ารพฒั นาตนเองตามเสน ทางเขาสูอาชีพทตี่ ัดสนิ ใจเลอื ก พฒั นาตนเองตามวธิ ีการทรี่ ะบุ พรอ มตรวจสอบ
ผลการพัฒนาตนเองตามวธิ ีการทกี่ ำหนด ดำเนินการตอ และหรือปรบั ปรงุ วธิ ีการพฒั นา ระบสุ ่งิ ทต่ี อ งการพัฒนาเพือ่
ความสำเรจ็ ในการประกอบอาชีพท่ีเลือกแลว ระบุวธิ กี ารพัฒนาคนในส่งิ ทตี่ อ งพัฒนา ปฏิบัตกิ ารพฒั นาตนเองตามวิธีการท่ี
กำหนดดวยความตัง้ ใจ

ศกึ ษาปญ หาชีวิตที่เกิดข้ึนและวิเคราะหก ารจัดการกับปญหาชีวิตของบุคคลในสถานการณต า งๆ อธบิ ายสถานการณ
ของการจดั การกับปญ หาชวี ิตทสี่ รา งสรรคไ ด มีวธิ ีการจดั การกบั ปญหาชวี ิตอยางสรางสรรค

ผลการเรยี นรู
1.เลือกอาชีพหรือกลุมอาชีพทตี่ นเองตัดสนิ ใจได
2.วเิ คราะหข อมลู ของตนเองกับเสนทางสูอาชีพทต่ี อ งการได
3.สรุปแนวทางสูอาชพี ทีต่ องการเหมาะสมกบั ขอมูลของตนได
4.ระบวุ ิธีการพฒั นาตนเองตามเสน ทางเขาสูอาชพี ท่ตี ดั สนิ ใจเลือกได
5.พัฒนาตนเองตามวธิ ีการและพรอมตรวจสอบผลการพัฒนาตนเองตามวธิ ีการท่กี ำหนด
6.พฒั นาตนเองตามวธิ ีการที่กำหนดดว ยความตงั้ ใจไว
7.บอกปญ หาชีวติ และวิเคราะหก ารจดั การกบั ปญหาชวี ติ ของบคุ คลในสถานการณต างๆ
8.มวี ธิ ีการจดั การกบั ปญ หาชวี ิตอยางสรางสรรค

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 185

กิจกรรมเพื่อสังคม และสาธารณะประโยชน

หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธ์พิ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 186

คำอธบิ ายรายวชิ ากิจกรรมพัฒนาผเู รียน

รหัสวิชา ก31903วชิ า กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน 1 กิจกรรมพฒั นาผูเรยี น

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ชวั่ โมง

ฝกปฏบิ ตั ิกิจกรรมดวยความสมคั รใจผานกจิ กรรมท่หี ลากหลายฝก การทำงานทส่ี อดคลองกบั ชีวติ จริง
ตลอดจนสะทอนความรูทกั ษะและประสบการณส ำรวจและใชขอมลู ประกอบการวางแผนอยางเปนระบบ เนน
ทักษะการคดิ วิเคราะหและใชความคดิ สรางสรรคการบริการดานตา งๆท่เี ปนประโยชนตอตนเองและสวนรวม
เสรมิ สรางความมีน้ำใจเอื้ออาทรความเปน พลเมืองดีและความรบั ผิดชอบตอ ตนเองครอบครวั และสังคมคิด
ออกแบบกิจกรรมบำเพญ็ ประโยชนในลักษณะอาสาสมคั รจิตอาสาเพ่ือแสดงความรบั ผดิ ชอบตอสงั คม ตาม
แนวทางวถิ ีชวี ิตเศรษฐกิจพอเพียง

เพ่ือใหผูเรยี นบำเพญ็ ตนใหเปนประโยชนต อครอบครวั โรงเรยี นชุมชนสงั คมและประเทศชาติ สามารถ
ออกแบบการจัดกจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนอยางสรางสรรคต ามความถนัดและความสนใจ ใน
ลกั ษณะอาสาสมคั รพฒั นาศักยภาพตนเองในการจดั กิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชนไดอยางมี
ประสทิ ธิภาพ เพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน จนเกิดคุณธรรมจรยิ ธรรมตามคุณลักษณะอันพึงประสงค มีจิต
สาธารณะ และใชเวลาวางใหเกิดประโยชนและสามารถประยุกตใ ชหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งได

ผลการเรยี นรู
1.บำเพ็ญตนใหเปนประโยชนต อ ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สังคมและประเทศชาติ
2.ออกแบบการจัดกจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชนอ ยางสรางสรรคตามความถนัดและความ

สนใจ ในลักษณะอาสาสมัคร
3.สามารถพัฒนาศักยภาพในการจดั กจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชนไ ดอยางมปี ระสทิ ธิภาพ
4.ปฏิบตั กิ จิ การเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชนจ นเกิดคุณธรรมจรยิ ธรรม ตามคณุ ลักษณะอนั พงึ

ประสงค
5.สามารถประยุกตใ ชหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งได

รวม 5 ผลการเรียนรู

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์พิ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรุง 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 187

คำอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผูเ รยี น

รหัสวิชา ก31907 วชิ า กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน 2 กิจกรรมพฒั นาผูเ รียน

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 20 ชั่วโมง

ฝกปฏิบัติกิจกรรมดวยความสมัครใจผานกจิ กรรมที่หลากหลายฝกการทำงานท่ีสอดคลองกับชีวติ จรงิ
ตลอดจนสะทอนความรูทักษะและประสบการณสำรวจและใชขอมลู ประกอบการวางแผนอยางเปนระบบ เนน
ทักษะการคดิ วเิ คราะหและใชความคดิ สรางสรรคการบริการดานตา งๆทเ่ี ปน ประโยชนตอตนเองและสวนรวม
เสรมิ สรางความมนี ้ำใจเอ้ืออาทรความเปนพลเมอื งดีและความรบั ผิดชอบตอตนเองครอบครวั และสังคมคดิ
ออกแบบกิจกรรมบำเพญ็ ประโยชนในลักษณะอาสาสมคั รจิตอาสาเพื่อแสดงความรับผิดชอบตอสงั คม ตาม
แนวทางวถิ ีชวี ิตเศรษฐกจิ พอเพยี ง

เพ่ือใหผูเรยี นบำเพญ็ ตนใหเปนประโยชนต อครอบครวั โรงเรยี นชุมชนสังคมและประเทศชาติ สามารถ
ออกแบบการจัดกจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชนอ ยางสรางสรรคตามความถนัดและความสนใจ ใน
ลกั ษณะอาสาสมคั รพฒั นาศักยภาพตนเองในการจัดกิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชนไ ดอยางมี
ประสทิ ธิภาพ เพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน จนเกดิ คณุ ธรรมจริยธรรมตามคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค มจี ิต
สาธารณะ และใชเวลาวางใหเกดิ ประโยชนและสามารถประยกุ ตใชหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงได

ผลการเรยี นรู
1.บำเพ็ญตนใหเปนประโยชนตอ ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สงั คมและประเทศชาติ
2.ออกแบบการจดั กจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชนอ ยางสรางสรรคตามความถนดั และความ

สนใจ ในลกั ษณะอาสาสมคั ร
3.สามารถพัฒนาศักยภาพในการจดั กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนไ ดอยางมีประสทิ ธิภาพ
4.ปฏิบัตกิ ิจการเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนจ นเกิดคุณธรรมจริยธรรม ตามคุณลักษณะอันพึง

ประสงค
5.สามารถประยุกตใ ชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได

รวม 5 ผลการเรียนรู

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธ์พิ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรับปรุง 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 188

คำอธบิ ายรายวชิ ากิจกรรมพฒั นาผเู รยี น

รหัสวิชา ก32912วชิ า กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน 3 กจิ กรรมพัฒนาผเู รียน

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ช่ัวโมง

ฝกปฏบิ ตั ิกิจกรรมดวยความสมคั รใจผานกจิ กรรมท่หี ลากหลายฝกการทำงานท่สี อดคลองกบั ชีวิตจรงิ
ตลอดจนสะทอนความรูทกั ษะและประสบการณส ำรวจและใชขอมลู ประกอบการวางแผนอยางเปนระบบ เนน
ทักษะการคดิ วิเคราะหและใชความคดิ สรางสรรคการบริการดานตา งๆที่เปนประโยชนตอตนเองและสวนรวม
เสรมิ สรางความมีน้ำใจเอื้ออาทรความเปน พลเมืองดีและความรบั ผิดชอบตอ ตนเองครอบครวั และสงั คมคิด
ออกแบบกิจกรรมบำเพญ็ ประโยชนในลักษณะอาสาสมคั รจิตอาสาเพ่ือแสดงความรับผดิ ชอบตอสังคม ตาม
แนวทางวถิ ีชวี ิตเศรษฐกิจพอเพียง

เพ่ือใหผูเรยี นบำเพญ็ ตนใหเปนประโยชนต อครอบครวั โรงเรยี นชมุ ชนสังคมและประเทศชาติ สามารถ
ออกแบบการจัดกจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนอยางสรางสรรคต ามความถนัดและความสนใจ ใน
ลกั ษณะอาสาสมคั รพฒั นาศักยภาพตนเองในการจดั กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชนไดอยางมี
ประสทิ ธิภาพ เพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน จนเกิดคุณธรรมจรยิ ธรรมตามคุณลักษณะอนั พึงประสงค มีจติ
สาธารณะ และใชเวลาวางใหเกิดประโยชนและสามารถประยุกตใชหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งได

ผลการเรยี นรู
1.บำเพ็ญตนใหเปนประโยชนต อ ครอบครัว โรงเรียน ชมุ ชน สงั คมและประเทศชาติ
2.ออกแบบการจัดกจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชนอ ยางสรางสรรคต ามความถนดั และความ

สนใจ ในลักษณะอาสาสมัคร
3.สามารถพัฒนาศักยภาพในการจดั กจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชนไดอยางมปี ระสิทธิภาพ
4.ปฏิบตั กิ จิ การเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชนจ นเกิดคุณธรรมจริยธรรม ตามคุณลักษณะอันพึง

ประสงค
5.สามารถประยุกตใ ชหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งได

รวม 5 ผลการเรียนรู

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์พิ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 189

คำอธิบายรายวชิ ากิจกรรมพฒั นาผเู รียน

รหัสวชิ า ก32916 วิชา กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน 4 กิจกรรมพัฒนาผูเรียน

ชัน้ มัธยมศึกษาปท่ี 5 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ชัว่ โมง

ฝก ปฏิบตั กิ ิจกรรมดวยความสมัครใจผานกจิ กรรมทห่ี ลากหลายฝกการทำงานทสี่ อดคลองกับชีวิตจรงิ
ตลอดจนสะทอนความรูทักษะและประสบการณส ำรวจและใชขอมลู ประกอบการวางแผนอยางเปนระบบ เนน
ทกั ษะการคิดวเิ คราะหและใชความคดิ สรางสรรคการบรกิ ารดานตา งๆที่เปนประโยชนต อตนเองและสวนรวม
เสรมิ สรางความมีน้ำใจเอื้ออาทรความเปน พลเมืองดีและความรบั ผิดชอบตอ ตนเองครอบครวั และสงั คมคดิ
ออกแบบกิจกรรมบำเพญ็ ประโยชนใ นลักษณะอาสาสมคั รจิตอาสาเพื่อแสดงความรบั ผดิ ชอบตอสงั คม ตาม
แนวทางวิถชี วี ิตเศรษฐกจิ พอเพียง

เพือ่ ใหผูเรยี นบำเพญ็ ตนใหเปนประโยชนตอครอบครวั โรงเรยี นชมุ ชนสังคมและประเทศชาติ สามารถ
ออกแบบการจัดกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชนอยางสรางสรรคตามความถนัดและความสนใจ ใน
ลักษณะอาสาสมัครพัฒนาศักยภาพตนเองในการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนไ ดอยางมี
ประสิทธิภาพ เพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน จนเกดิ คุณธรรมจรยิ ธรรมตามคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค มีจิต
สาธารณะ และใชเวลาวางใหเกิดประโยชนแ ละสามารถประยกุ ตใชหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งได

ผลการเรียนรู
1.บำเพญ็ ตนใหเปน ประโยชนตอ ครอบครัว โรงเรยี น ชุมชน สังคมและประเทศชาติ
2.ออกแบบการจดั กจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชนอ ยางสรางสรรคตามความถนดั และความ

สนใจ ในลักษณะอาสาสมัคร
3.สามารถพัฒนาศกั ยภาพในการจัดกจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชนไดอยางมีประสทิ ธิภาพ
4.ปฏิบตั กิ ิจการเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชนจนเกดิ คณุ ธรรมจริยธรรม ตามคุณลักษณะอนั พงึ

ประสงค
5.สามารถประยกุ ตใชหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได

รวม 5 ผลการเรยี นรู

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธพิ์ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 190

คำอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผูเ รยี น

รหัสวิชา ก33920 วชิ า กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน 5 กจิ กรรมพฒั นาผูเรียน

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ชัว่ โมง

ฝกปฏิบัติกิจกรรมดวยความสมัครใจผานกจิ กรรมที่หลากหลายฝกการทำงานทีส่ อดคลองกบั ชีวิตจรงิ
ตลอดจนสะทอนความรูทักษะและประสบการณสำรวจและใชขอมลู ประกอบการวางแผนอยางเปนระบบ เนน
ทักษะการคดิ วเิ คราะหและใชความคดิ สรางสรรคการบริการดานตา งๆทเ่ี ปน ประโยชนตอตนเองและสวนรวม
เสรมิ สรางความมนี ้ำใจเอ้ืออาทรความเปนพลเมอื งดีและความรบั ผิดชอบตอตนเองครอบครวั และสงั คมคิด
ออกแบบกิจกรรมบำเพญ็ ประโยชนในลักษณะอาสาสมคั รจิตอาสาเพื่อแสดงความรบั ผิดชอบตอสงั คม ตาม
แนวทางวถิ ีชวี ิตเศรษฐกจิ พอเพยี ง

เพ่ือใหผูเรยี นบำเพญ็ ตนใหเปนประโยชนต อครอบครวั โรงเรยี นชุมชนสงั คมและประเทศชาติ สามารถ
ออกแบบการจัดกจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชนอ ยางสรางสรรคตามความถนัดและความสนใจ ใน
ลกั ษณะอาสาสมคั รพฒั นาศักยภาพตนเองในการจัดกิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชนไ ดอยางมี
ประสทิ ธิภาพ เพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน จนเกดิ คณุ ธรรมจริยธรรมตามคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค มจี ติ
สาธารณะ และใชเวลาวางใหเกดิ ประโยชนและสามารถประยกุ ตใชหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงได

ผลการเรยี นรู
1.บำเพ็ญตนใหเปนประโยชนตอ ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สงั คมและประเทศชาติ
2.ออกแบบการจดั กจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชนอ ยางสรางสรรคต ามความถนดั และความ

สนใจ ในลกั ษณะอาสาสมคั ร
3.สามารถพัฒนาศักยภาพในการจดั กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนไ ดอยางมีประสทิ ธภิ าพ
4.ปฏิบัตกิ ิจการเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนจ นเกิดคุณธรรมจริยธรรม ตามคุณลักษณะอันพงึ

ประสงค
5.สามารถประยุกตใ ชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได

รวม 5 ผลการเรียนรู

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์ิพฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรับปรงุ 2565)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 191

คำอธิบายรายวชิ ากิจกรรมพัฒนาผูเ รยี น

รหัสวชิ า ก33924 วิชา กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน 6 กจิ กรรมพฒั นาผูเรียน

ชัน้ มัธยมศึกษาปท่ี 6 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 10 ช่วั โมง

ฝก ปฏิบตั กิ ิจกรรมดวยความสมัครใจผานกจิ กรรมทห่ี ลากหลายฝกการทำงานที่สอดคลองกับชีวติ จริง
ตลอดจนสะทอนความรูทักษะและประสบการณส ำรวจและใชขอมูลประกอบการวางแผนอยางเปนระบบ เนน
ทกั ษะการคิดวเิ คราะหและใชความคดิ สรางสรรคการบรกิ ารดานตา งๆท่เี ปน ประโยชนต อตนเองและสวนรวม
เสรมิ สรางความมีน้ำใจเอื้ออาทรความเปน พลเมืองดีและความรบั ผดิ ชอบตอ ตนเองครอบครวั และสงั คมคิด
ออกแบบกิจกรรมบำเพญ็ ประโยชนใ นลักษณะอาสาสมคั รจิตอาสาเพ่ือแสดงความรับผดิ ชอบตอสงั คม ตาม
แนวทางวิถชี วี ิตเศรษฐกจิ พอเพียง

เพือ่ ใหผูเรยี นบำเพญ็ ตนใหเปนประโยชนตอครอบครวั โรงเรยี นชมุ ชนสังคมและประเทศชาติ สามารถ
ออกแบบการจัดกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชนอยางสรางสรรคต ามความถนัดและความสนใจ ใน
ลักษณะอาสาสมัครพัฒนาศักยภาพตนเองในการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนไดอยางมี
ประสิทธิภาพ เพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน จนเกดิ คุณธรรมจริยธรรมตามคุณลักษณะอันพงึ ประสงค มีจติ
สาธารณะ และใชเวลาวางใหเกิดประโยชนแ ละสามารถประยกุ ตใ ชหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได

ผลการเรียนรู
1.บำเพญ็ ตนใหเปน ประโยชนตอ ครอบครัว โรงเรยี น ชมุ ชน สงั คมและประเทศชาติ
2.ออกแบบการจดั กจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชนอ ยางสรางสรรคต ามความถนดั และความ

สนใจ ในลักษณะอาสาสมัคร
3.สามารถพัฒนาศกั ยภาพในการจัดกจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชนไ ดอยางมปี ระสทิ ธิภาพ
4.ปฏิบตั กิ ิจการเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชนจนเกดิ คุณธรรมจริยธรรม ตามคุณลักษณะอันพงึ

ประสงค
5.สามารถประยกุ ตใชหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได

รวม 5 ผลการเรยี นรู

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์พิ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรงุ 2565)

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย หนา 192

กระบวนการจดั การเรียนรู


Click to View FlipBook Version