The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านขอนแก่น ปีการศึกษา 2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by plpporpla, 2022-09-01 09:25:49

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านขอนแก่น ปีการศึกษา 2565

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านขอนแก่น ปีการศึกษา 2565

Keywords: หลักสูตรสถานศึกษา

โรงเรียนบา้ นขอนแก่น

สำนกั งำนเขตพ้ืนที่กำรศึกษำประถมศกึ ษำ เขต ๑
สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำข้นั พนื้ ฐำน
กระทรวงศึกษำธิกำร

หลักสตู รสถานศกึ ษา

โรงเรียนบา้ นขอนแก่น

(ฉบับปรบั ปรงุ พุทธศักราช ๒๕๖๕)
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

สานักงานเขตพน้ื ที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต ๑
สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ

ประกาศโรงเรียนบ้านขอนแก่น

เรือ่ ง ใหใ้ ช้หลักสตู รสถานศึกษาขนั้ พ้ืนฐานโรงเรียนบา้ นขอนแกน่ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๐)

*********************************************

ด้วยคำสั่งกระทรวงศึกษำธิกำร ท่ี สพฐ. 1239/2560 ลว. 7 สิงหำคม 2560 เรื่อง ให้ใช้มำตรฐำน

กำรเรียนรู้และตัวช้ีวัด กลุ่มสำระกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์ วิทยำศำสตร์ และสำระภูมิศำสตร์ ในกลุ่มสำระกำร

เรียนรู้สังคมศึกษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้ัน

พ้ืนฐำน พุทธศักรำช 2551 เพ่ือให้กำรจัดกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำนสอดคล้องกับสภำพควำมเปล่ียนแปลงทำง

เศรษฐกิจสังคมวัฒนธรรม สภำพแวดล้อม และควำมรู้ทำงวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยีที่เจริญก้ำวหน้ำอย่ำง

รวดเร็ว เป็นกำรพัฒนำและเสริมสร้ำงศักยภำพคนของชำติให้สำมำรถเพ่ิมขีดควำมสำมำรถในกำรแข่งขันของ

ประเทศกำรยกระดับคุณภำพกำรศึกษำและกำรเรียนรู้ให้มีคุณภำพและมำตรฐำนระดับสำกล สอดคล้องกับ

ประเทศไทย 4.0 โลกในศตวรรษที่ 21 และทัดเทียมกับนำนำชำติ ผู้เรียนมีศักยภำพในกำรแข่งขันและกำร

ดำรงชวี ติ อยำ่ งสร้ำงสรรคใ์ นประชำคมโลก ตำมหลกั ปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพียง

ฉะนั้น อำศัยอำนำจตำมควำมในมำตรำ 5 แห่งพระรำชบัญญัติกำรศึกษำแห่งชำติ พ.ศ. 2542 และ

แก้ไขเพ่ิมเติม(ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2545 และมำตรำ 12 แห่งพระรำชบัญญัติระเบียบบริหำรรำชกำร

กระทรวงศกึ ษำธิกำร พ.ศ. 2546 กระทรวงศึกษำจึงไดป้ ระกำศใชม้ ำตรฐำนกำรเรียนรู้และตัวชว้ี ดั กล่มุ สำระกำร

เรียนรู้คณิตศำสตร์ วิทยำศำสตร์และสำระภูมิศำสตร์ ในกลุ่มสำระกำรเรียนรู้สังคมศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม

(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศกึ ษำขั้นพื้นฐำน พทุ ธศกั รำช 2551 แทนมำตรฐำนกำร

เรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสำระกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์ วิทยำศำสตร์ และสำระภูมิศำสตร์ ในกลุ่มสำระกำรเรียนรู้

สังคมศกึ ษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม ในหลักสตู รแกนกลำงกำรศกึ ษำข้นั พ้นื ฐำน พทุ ธศกั รำช 2551

เง่ือนไขและระยะเวลำกำรใช้มำตรฐำนกำรเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ คณิตศำสตร์

วิทยำศำสตร์ และสำระภมู ศิ ำสตร์ ในกลุ่มสำระกำรเรียนรสู้ ังคมศกึ ษำ ศำสนำ และวฒั นธรรม (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.

2560) ให้เป็นไปดงั น้ี

1. โรงเรียนบ้ำนขอนแก่น เป็นโรงเรียนตน้ แบบกำรใชห้ ลักสูตรตำมรำยชือ่ ที่กระทรวงศึกษำธิกำรได้

ประกำศแล้ว

1.1 ปกี ำรศึกษำ 2561 ใหใ้ ชใ้ นชัน้ ประถมศกึ ษำปที ่ี 1 และ 4

1.2 ปกี ำรศึกษำ 2562 ใหใ้ ชใ้ นชัน้ ประถมศกึ ษำปที ่ี 1 2 4 และ 5

1.3 ต้งั แตป่ ีกำรศกึ ษำ 2563 เปน็ ต้นไป ใหใ้ ชใ้ นทกุ ชั้นเรียน

ท้ังนี้หลักสูตรโรงเรียนบ้ำนขอนแก่น ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน พุทธศักรำช

2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 256๓) โดยควำมเห็นชอบของคณะกรรมกำรกำรสถำนศึกษำขั้นพื้นฐำน

เม่ือวนั ที่ ๑๗ เดือน พฤษภำคม พ.ศ.256๕ จงึ ประกำศให้ใช้หลกั สูตรโรงเรียนบ้ำนขอนแกน่ ตัง้ แตบ่ ัดนี้เปน็ ต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๑๗ เดือน พฤษภำคม พ.ศ. 256๕

ลงชอื่
(นางสาวจริ ารกั ษ์ จิตราช)

รกั ษาการในตาแหน่งผู้อานวยการโรงเรียนบ้านขอนแก่น

ความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน
เรอ่ื ง หลักสูตรสถานศึกษาข้ันพ้นื ฐานโรงเรียนบ้านขอนแก่น (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕)
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๐)

**************************************
ด้วยคำส่ังกระทรวงศึกษำธิกำร ที่ สพฐ. 1239/2560 ลว. 7 สิงหำคม 2560 เร่ือง ให้ใช้มำตรฐำน
กำรเรียนรู้และตัวช้ีวัด กลุ่มสำระกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์ วิทยำศำสตร์ และสำระภูมิศำสตร์ ในกลุ่มสำระกำร
เรียนรู้สังคมศึกษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้ัน
พ้ืนฐำน พุทธศักรำช 2551 เพ่ือให้กำรจัดกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำนสอดคล้องกับสภำพควำมเปลี่ยนแปลงทำง
เศรษฐกิจสังคมวัฒนธรรม สภำพแวดล้อม และควำมรู้ทำงวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยีที่เจริญก้ำวหน้ำอย่ำง
รวดเร็ว เป็นกำรพัฒนำและเสริมสร้ำงศักยภำพคนของชำติให้สำมำรถเพ่ิมขีดควำมสำมำรถในกำรแข่งขันของ
ประเทศกำรยกระดับคุณภำพกำรศึกษำและกำรเรียนรู้ให้มีคุณภำพและมำตรฐำนระดับสำกล สอดคล้องกับ
ประเทศไทย 4.0 โลกในศตวรรษที่ 21 และทัดเทียมกับนำนำชำติ ผู้เรียนมีศักยภำพในกำรแข่งขันและกำร
ดำรงชีวติ อย่ำงสร้ำงสรรค์ในประชำคมโลก ตำมหลกั ปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพียง บัดนี้โรงเรียนบำ้ นขอนแก่นได้
จัดทำหลักสูตรดังกล่ำวเรียบร้อยแล้ว จึงได้เสนอคณะกรรมกำรสถำนศึกษำขั้นพื้นฐำนเพื่อให้ควำมเห็นชอบ
หลักสูตรสถำนศกึ ษำตำมหลักสตู รแกนกลำงกำรศกึ ษำข้นั พ้ืนฐำน พทุ ธศกั รำช 2551 (ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๐)

ลงนาม ณ วนั ท่ี ๑ เดอื น กรกฎำคม พ.ศ. 256๓

ลงชือ่
(นายสมทรพั ย์ ไชยอาวุธ)

ประธานกรรมการสถานศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน

ลงช่อื
(นางสาวจิรารักษ์ จิตราช)

รักษาการในตาแหนง่ ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านขอนแก่น

หลกั สตู รโรงเรยี นบ้านขอนแก่น (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๓ก)

คำนำ
กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
วทิ ยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.
๒๕๖๐) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ตามคาสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่ สพฐ.
๑๒๓๙/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๐ และคาส่ังสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ ๓๐/
๒๕๖๑ ลงวันท่ี ๕ มกราคม ๒๕๖๑ ให้เปล่ียนแปลงมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้
คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) โดยมีคาส่ังให้โรงเรียนดาเนินการใช้หลักสูตรในปี
การศกึ ษา ๒๕๖๒ โดยใหใ้ ช้ในทกุ ช้ัน ต้ังแต่ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓ เป็นต้นมา ให้เป็นหลักสตู รแกนกลางของประเทศ
โดยกาหนดจุดหมาย และมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายและกรอบทิศทางในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนมี
พัฒนาการเต็มตามศักยภาพ มีคณุ ภาพและมีทกั ษะการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี ๒๑ เพือ่ ใหส้ อดคล้องกับนโยบายและ
เป้าหมายของสานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน
โรงเรียนบ้านขอนแก่น จึงได้ทาการปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช
๒๕๕๑ ฉบับปรับปรุง พทุ ธศักราช ๒๕๖๕ ในกล่มุ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์
ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เพื่อนาไปใช้ประโยชน์และเป็นกรอบในการวางแผน
และพัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษาและจัดการเรียนการสอน โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ให้มี
กระบวนการนาหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติ โดยมีการกาหนดวิสัยทัศน์ จุดหมาย สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัด โครงสร้างเวลาเรียน ตลอดจนเกณฑ์การวัด
ประเมินผลใหม้ ีความสอดคลอ้ งกับมาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่กาหนดไว้ในเอกสารน้ี ช่วยทาให้หน่วยงานที่เก่ียวข้องในทุกระดับเห็น
ผลคาดหวังที่ต้องการในการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนที่ชัดเจนตลอดแนว ซึ่งจะสามารถช่วยให้หน่วยงานท่ี
เก่ียวข้องในระดับท้องถ่ินและสถานศึกษาร่วมกันพัฒนาหลักสูตรได้อย่างมั่นใจ ทาให้การจัดทาหลักสูตรในระดับ
สถานศึกษามีคุณภาพและมีความเป็นเอกภาพยิ่งข้ึน อีกทั้งยังช่วยให้เกิดความชัดเจนเรื่องการวัดและประเมินผล
การเรียนรู้ และช่วยแก้ปัญหาการเทียบโอนระหว่างสถานศึกษา ดังนั้นในการพัฒนาหลักสูตรในทุกระดับต้ังแต่
ระดับชาติจนกระท่ังถึงสถานศึกษา จะต้องสะท้อนคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดท่ีกาหนดไว้ใน
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน รวมท้ังเป็นกรอบทิศทางในการจัดการศึกษาทุกรูปแบบ และครอบคลุม
ผเู้ รยี นทกุ กล่มุ เป้าหมายในระดบั การศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน

การจัดหลกั สูตรการศึกษาข้นั พนื้ ฐานจะประสบความสาเร็จตามเป้าหมายท่คี าดหวังได้ ทกุ ฝา่ ยทเ่ี กย่ี วข้อง
ทั้งระดบั ชาติ ชุมชน ครอบครัว และบุคคลตอ้ งรว่ มรับผิดชอบ โดยร่วมกนั ทางานอย่างเปน็ ระบบ และต่อเนื่อง ใน
การวางแผน ดาเนินการ ส่งเสริมสนับสนุน ตรวจสอบ ตลอดจนปรับปรุงแก้ไข เพื่อพัฒนาเยาวชนของชาติไปสู่
คุณภาพตามมาตรฐานการเรียนร้ทู ่ีกาหนดไว้

(นางสาวจริ ารกั ษ์ จิตราช)
รกั ษาการในตาแหน่งผู้อานวยการโรงเรียนบา้ นขอนแก่น

หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นขอนแก่น (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๓) ข

สารบญั

เรอ่ื ง หน้า
ประกาศโรงเรยี น
คานา ก
สารบญั ข
ความนา ๑
วิสัยทัศน์ ๒
หลักการ ๒
จดุ หมาย ๒
สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน ๓
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๔
โครงสรา้ งเวลาเรยี น ๕
คาอธิบายรายวิชา
๑๘
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย ๓๐
กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ ๔๐
กลุม่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๔๙
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๖๘
กล่มุ สาระการเรยี นรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ๗๗
กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ิลปะ ๘๕
กลมุ่ สาระการเรียนรกู้ ารงานอาชพี ๙๒
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ๑๑๒
กิจกรรมพัฒนาผ้เู รียน ๑๑๔
คาอธบิ ายรายวิชากิจกรรมแนะแนว ๑๒๑
คาอธิบายรายวิชากิจกรรมนักเรยี น ๑๒๙
คาอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์ ๑๓๑
เกณฑ์การจบการศึกษา
ภาคผนวก

หลักสตู รโรงเรยี นบ้านขอนแก่น (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑

ส่วนที่ ๑
ความนา

กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลุม่ สาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.
๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ตามคาสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่ สพฐ.
๑๒๓๙/๒๕๖๐ ลงวันท่ี ๗ สิงหาคม ๒๕๖๐ และคาสัง่ สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน ที่ ๓๐/๒๕๖๑
ลงวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๖๑ ใหเ้ ปลีย่ นแปลงมาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชี้วดั กล่มุ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์และ
วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) โดยมีคาส่งั ให้โรงเรยี นดาเนินการใชห้ ลักสูตรในปีการศกึ ษา ๒๕๖๑ โดย
ให้ใชใ้ นช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๑ และ ๔ ตั้งแต่ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๑ เปน็ ต้นมา ใหเ้ ปน็ หลักสูตรแกนกลางของประเทศ
โดยกาหนดจุดหมาย และมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายและกรอบทิศทางในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนมี
พัฒนาการเต็มตามศักยภาพ มีคุณภาพและมีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายและ
เป้าหมายของสานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พื้นฐาน

โรงเรียนบา้ นขอนแก่น จงึ ได้ทาการปรบั ปรงุ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๕ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลมุ่
สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เพ่ือนาไปใช้ประโยชน์และเป็นกรอบในการวางแผนและ
พัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษาและจัดการเรียนการสอน โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ให้มี
กระบวนการนาหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติ โดยมีการกาหนดวิสัยทัศน์ จุดหมาย สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด โครงสร้างเวลาเรียน ตลอดจนเกณฑ์การวัด
ประเมินผลให้มีความสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้โรงเรียนสามารถกาหนดทิศทางในการ
จัดทาหลักสูตรการเรียนการสอนในแต่ละระดับตามความพร้อมและจุดเน้น โดยมีกรอบแกนกลางเปน็ แนวทางที่
ชัดเจนเพื่อตอบสนองนโยบายไทยแลนด์ ๔.๐ มีความพร้อมในการก้าวสู่สังคมคุณภาพ มีความรู้อย่างแท้จริง
และมีทกั ษะในศตวรรษที่ ๒๑

มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชว้ี ดั ท่ีกาหนดไว้ในเอกสารนี้ ช่วยทาให้หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง ในทุกระดับเห็น
ผลคาดหวังท่ีต้องการในการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนท่ีชัดเจนตลอดแนว ซ่ึงจะสามารถช่วยให้หน่วยงานที่
เกี่ยวข้องในระดับท้องถิ่นและสถานศึกษาร่วมกันพัฒนาหลักสูตรได้อย่างม่ันใจ ทาให้การจัดทาหลักสูตรในระดับ
สถานศึกษามีคุณภาพและมีความเป็นเอกภาพย่ิงขึ้น อีกท้ังยังช่วยให้เกิดความชัดเจนเรื่องการวัดและประเมินผล
การเรียนรู้ และช่วยแก้ปัญหาการเทียบโอนระหว่างสถานศึกษา ดังน้ันในการพัฒนาหลักสูตรในทุกระดับต้ังแต่
ระดับชาติจนกระทั่งถึงสถานศึกษา จะต้องสะท้อนคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่กาหนดไว้ใน
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน รวมท้ังเป็นกรอบทิศทางในการจัดการศึกษาทุกรูปแบบ และครอบคลุม
ผู้เรียนทกุ กล่มุ เป้าหมายในระดบั การศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน

หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นขอนแกน่ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ๒

การจัดหลักสูตรการศึกษาข้ันพื้นฐานจะประสบความสาเร็จตามเป้าหมายที่คาดหวังได้ ทุกฝ่าย ที่
เก่ียวข้องท้ังระดับชาติ ชุมชน ครอบครัว และบุคคลต้องร่วมรับผิดชอบ โดยร่วมกันทางานอย่างเป็นระบบ และ
ต่อเนื่อง ในการวางแผน ดาเนินการ ส่งเสริมสนับสนุน ตรวจสอบ ตลอดจนปรับปรงุ แก้ไข เพื่อพัฒนาเยาวชนของ
ชาตไิ ปสู่คุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ทก่ี าหนดไว้

วิสัยทัศน์

หลักสูตรโรงเรียนบ้านขอนแก่น พุทธศักราช ๒๕๖๓ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซ่ึงเป็นกาลังของชาติให้เป็นมนุษย์ที่มี
ความสมดุลท้ังด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสานึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยึดมั่นในการ
ปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้และทักษะพ้ืนฐาน รวมทั้ง เจต
คติ ที่จาเป็นต่อการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญบน
พื้นฐานความเชอ่ื ว่า ทกุ คนสามารถเรียนรแู้ ละพฒั นาตนเองได้เตม็ ตามศักยภาพ

หลักการ
๑. เป็นหลักสตู รการศกึ ษาเพือ่ ความเปน็ เอกภาพของชาติ มีจดุ หมายและมาตรฐานการเรยี นรู้เปน็ เป้าหมาย

สาหรับพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรมบนพื้นฐานของความเป็นไทยควบคู่กับ
ความเป็นสากล

๒. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพ่ือปวงชน ท่ีประชาชนทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาอย่างเสมอภาค และมี
คุณภาพ

๓. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่สนองการกระจายอานาจ ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาให้สอดคล้อง
กับสภาพและความต้องการของท้องถนิ่

๔. เป็นหลกั สตู รการศึกษาทมี่ โี ครงสร้างยืดหย่นุ ท้งั ดา้ นสาระการเรยี นรู้ เวลาและการจัดการเรียนรู้
๕. เปน็ หลักสูตรการศึกษาทีเ่ น้นผู้เรียนเป็นสาคัญ
๖. เป็นหลักสูตรการศึกษาสาหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ครอบคลุมทุก
กลมุ่ เปา้ หมาย สามารถเทยี บโอนผลการเรยี นรู้ และประสบการณ์

จุดหมาย
๑. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตนตาม

หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนา หรอื ศาสนาท่ตี นนับถือ ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๒. มคี วามรู้ ความสามารถในการสอ่ื สาร การคิด การแกป้ ญั หา การใช้เทคโนโลยี และมีทักษะชวี ิต
๓. มสี ุขภาพกายและสุขภาพจิตท่ีดี มีสุขนสิ ยั และรักการออกกาลงั กาย
๔. มีความรักชาติ มีจิตสานึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดม่ันในวิถีชีวิตและการปกครองตาม

ระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเปน็ ประมุข
๕. มีจิตสานึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม มีจิต

สาธารณะทม่ี ุง่ ทาประโยชน์และสร้างส่งิ ทีด่ งี ามในสงั คม และอยู่รว่ มกันในสงั คมอย่างมีความสุข

หลักสูตรโรงเรยี นบ้านขอนแก่น (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๓

สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
ในการพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรโรงเรียนบ้านขอนแก่น ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๓ ตามหลักสูตร

แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนใหม้ ีคุณภาพตามมาตรฐานที่กาหนด ซ่ึง
จะช่วยใหผ้ ู้เรยี นเกดิ สมรรถนะสาคญั และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ดงั นี้

สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
หลักสตู รโรงเรยี นบ้านขอนแก่น พุทธศักราช ๒๕๖๐ มุง่ ให้ผเู้ รียนเกดิ สมรรถนะสาคัญ ๕ ประการ ดังนี้
๑. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษา

ถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพ่ือแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและ
ประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลัก
เหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลอื กใช้วิธีการสอื่ สาร ท่ีมีประสิทธิภาพโดยคานึงถึงผลกระทบที่มีต่อตนเอง
และสงั คม

๒. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่าง
สร้างสรรค์ การคิดอยา่ งมีวิจารณญาณ และการคิดเปน็ ระบบ เพ่ือนาไปสกู่ ารสร้างองค์ความรหู้ รือสารสนเทศเพ่ือ
การตัดสนิ ใจเก่ยี วกบั ตนเองและสังคมไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ท่ีเผชิญได้
อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพ้ืนฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และการ
เปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา
และมกี าตดั สินใจทม่ี ปี ระสิทธิภาพโดยคานงึ ถงึ ผลกระทบทเ่ี กดิ ข้นึ ตอ่ ตนเอง สงั คมและสง่ิ แวดล้อม

๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนากระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการดาเนิน
ชวี ติ ประจาวัน การเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง การเรยี นรู้อย่างต่อเนอ่ื ง การทางาน และการอยู่ร่วมกันในสังคมดว้ ยการสร้าง
เสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทัน
กับการเปลย่ี นแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรจู้ ักหลีกเลย่ี งพฤตกิ รรมไม่พึงประสงค์ทสี่ ง่ ผลกระทบต่อ
ตนเองและผอู้ นื่

๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมี
ทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทางาน การ
แก้ปัญหาอย่างสรา้ งสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมคี ุณธรรม

คณุ ลักษณะท่พี ึงประสงค์
หลักสูตรโรงเรียนขอนแก่น พุทธศักราช ๒๕๖๐ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน

พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพ่ือให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนในสังคมได้
อยา่ งมีความสุข ในฐานะพลเมืองไทยและพลโลก ดังน้ี

1. รกั ษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์
2. ซอ่ื สัตย์สุจริต

หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นขอนแก่น (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ๔

3. มวี นิ ัย
4. ใฝ่เรียนรู้
5. อยู่อยา่ งพอเพยี ง
6. มุง่ มั่นในการทางาน
7. รักความเป็นไทย
8. มจี ิตเปน็ สาธารณะ

หลกั สตู รตา้ นทุจรติ ศึกษา

สานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับสานักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้จัดทาหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาสาหรับใช้ในทุกระดับการศึกษา
ในส่วนของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้จัดทาหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา รายวิชาเพิ่มเติม
“การป้องกันการทุจริต” ขน้ึ และคณะรัฐมนตรมี มี ตเิ หน็ ชอบหลักสตู รต้านทจุ รติ ศึกษา เม่อื วันท่ี ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๑
และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนาหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปปรับใช้ในการจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษา
โดยมุ่งเน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับความหมายและขอบเขตของการกระทาทุจริตในลักษณะ
ต่าง ๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ความเสียหายที่เกิดจากการทุจริต ความสาคัญของการต่อต้านการทุจริต รวมท้ัง
จัดใหม้ ีการประเมนิ ผลสมั ฤทธขิ์ องการจัดหลักสตู รในแต่ละชว่ งวัยของผเู้ รียนดว้ ย

หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา (Anti – Corruption Education) รายวิชาเพ่ิมเติม “การป้องกันการทุจริต”
ประกอบด้วย ๔ หน่วยการเรียนรู้ ได้แก่ ๑) การคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชนส์ ่วนรวม
๒) ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต ๓) STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต ๔) พลเมืองกับความรับผิดชอบ
ต่อสังคม ท่ีสถานศึกษาจัดให้กับผู้เรียนเพ่ือปลูกฝังและป้องกันการทุจริตไม่ให้เกิดข้ึน โดยเร่ิมปลูกฝังผู้เรียนต้ังแต่
ชั้นปฐมวัยจนถึงช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ให้มีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการ มีสมรรถนะท่ีสาคัญ และมี
คุณลกั ษณะท่พี ึงประสงค์

หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นขอนแกน่ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๕

สว่ นที่ ๒
โครงสร้างหลกั สูตร

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านขอนแก่น ฉบบั ปรับปรุง พทุ ธศักราช ๒๕๖๓ (ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑) ไดก้ าหนดโครงสรา้ งของหลักสูตรสถานศึกษา เพื่อใหผ้ สู้ อนและผู้ท่ี
เก่ียวข้องในการจัดการเรยี นรู้ตามหลักสูตรสถานศึกษา มแี นวปฏบิ ตั ิดงั น้ี

ระดับการศกึ ษา
หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านขอนแกน่ ฉบับปรบั ปรงุ พุทธศักราช ๒๕๖๓ (ตามหลักสตู รแกนกลาง

การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑) จดั การศึกษาดังน้ี
 ระดับประถมศกึ ษา ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๑-๖ การศึกษาระดับน้เี ป็นชว่ งแรกของการศกึ ษาภาคบังคบั

มุ่งเน้นทักษะพ้นื ฐานดา้ นการอา่ น การเขยี น การคิดคานวณ ทกั ษะการคิดพนื้ ฐาน การตดิ ตอ่ สอ่ื สาร การะบวน
การเรยี นรทู้ างสงั คม และพนื้ ฐานความเปน็ มนุษย์ การพฒั นาคุณภาพชวี ติ อย่างสมบรู ณ์และสมดลุ ทง้ั ในรา่ งกาย
สติปัญญา อารมณ์ สงั คม และวัฒนธรรม โดยเนน้ จดั การเรยี นรแู้ บบบรู ณาการ

การจัดเวลาเรียน
หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านขอนแก่น ฉบับปรับปรุง พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๓ (ตามหลักสตู รแกนกลาง

การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑) ไดจ้ ดั การเรียนตามกลุ่มสาระการเรยี นรู้ ๘ กลุ่มสาระ และมกี ารจดั
กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียนโดยจัดให้เหมาะสมตามบริบท จดุ เน้นของโรงเรียน และสภาพของผู้เรียนดงั น้ี

 ระดับประถมศกึ ษา ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๑-๖ จัดเวลาเรียนเป็นรายปี โดยมเี วลาเรียนวันละ ๖
ชวั่ โมง

โครงสรา้ งหลักสตู ร
หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นขอนแก่น ฉบับปรับปรุง พทุ ธศักราช ๒๕๖๓ (ตามหลักสูตรแกนกลาง

การศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑) ประกอบด้วยโครงสรา้ งเวลาเรยี นและโครงสรา้ งหลกั สูตรช้ันปี ดงั นี้
 เวลาเรยี นของแตล่ ะกลมุ่ สาระ โครงสรา้ งเวลาเรยี น เป็นโครงสร้างท่แี สดงอย่างละเอียด ซ่งึ มีการจดั

รายวิชาเป็นรายวชิ าพน้ื ฐาน และรายวชิ าเพมิ่ เติม และเวลาในการจัดกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน จาแนกแต่ละช้ันปี
ดงั นี้

หลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นขอนแกน่ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๖

โครงสร้างหลักสตู รโรงเรียนบา้ นขอนแกน่

โครงสร้างหลักสตู รเวลาเรยี น ระดับชน้ั ประถมศึกษา

กลุ่มสาระการเรยี นรู้/รายวิชา/กจิ กรรม เวลาเรียน : ชว่ั โมง/ปี
ระดบั ประถมศึกษา
 กลุม่ สาระการเรยี นรู้/วิชาพื้นฐาน ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖
ภาษาไทย
คณิตศาสตร์ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑60 ๑60 ๑60
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑60 ๑60 ๑60
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
- ศาสนา ศลี ธรรม จรยิ ธรรม
- หนา้ ทพี่ ลเมือง วัฒนธรรมและ ๔0 ๔0 ๔0 ๘0 ๘0 ๘0
การดาเนินชีวิตในสังคม
- เศรษฐศาสตร์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
- ภมู ศิ าสตร์ ๘0 ๘0 ๘0 ๘0 ๘0 ๘0
ประวตั ิศาสตร์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘0 ๘0 ๘0
สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔0 ๔0 ๔0
ศลิ ปะ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๘0 ๘0 ๘0
การงานอาชีพ 8๔0 8๔0 8๔0 8๔๐ 8๔๐ 8๔๐
ภาษาต่างประเทศ
รวมเวลาเรียน (รายวชิ าพนื้ ฐาน) ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
 รายวชิ าเพมิ่ เติม ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
ภาษาองั กฤษเพื่อการสือ่ สาร
หน้าทพี่ ลเมอื ง ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔0 ๔0 ๔0
รวมเวลาเรียน (รายวชิ าเพิม่ เติม)
๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐
 กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
 กิจกรรมแนะแนว*
 กจิ กรรมนักเรียน ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐
 ลกู เสือ/เนตรนารี
 ชมุ นุม** ๑๒0 ๑๒0 ๑๒0 ๑๒0 ๑๒0 ๑๒0
 กิจกรรมเพอ่ื สงั คม ๑,๐๘๐ ชว่ั โมง ๑,๐๘๐ ช่วั โมง
และสาธารณประโยชน์***
รวมเวลา (กิจกรรมพัฒนาผ้เู รียน)

รวมเวลาท้ังหมด

หลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นขอนแก่น (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ๗

* กจิ กรรมแนะแนวจะบรู ณาการการสอนกิจกรรมตา้ นทุจริต
** กิจกรรมชุมนมุ นักเรียนเลอื กเรียนตามความสนใจ ไดแ้ ก่

๑. ชมุ นมุ คณิตศาสตร์หรรษา
๒. ชมุ นุมยิ้มสวย มารยาทงาม
๓. ชุมนมุ ภาษาไทยพาเพลนิ
*** ผเู้ รยี นปฏบิ ตั กิ ิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ผนวกในกจิ กรรมลูกเสอื /เนตรนารี

หลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นขอนแกน่ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ๘

โครงสร้างหลักสูตรช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๑
โรงเรียนบา้ นขอนแก่น

รายวิชากจิ กรรม เวลาเรียน

ชวั่ โมง/ปี ช่ัวโมงต่อสัปดาห์

รหัสวิชา รายวิชาพ้ืนฐาน ๘๔๐ ๒๑

ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ๒๐๐ ๕

ค ๑๑๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๑ ๒๐๐ ๕

ว ๑๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑ ๘๐ ๒

ส ๑๑๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๑ ๔๐ ๑

ส ๑๑๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ ๑ ๔๐ ๑

พ ๑๑๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ๑ ๘๐ ๒

ศ ๑๑๑๐๑ ศลิ ปะ ๑ ๔๐ ๑

ง ๑๑๑๐๑ การงานอาชีพ ๑ ๔๐ ๑

อ ๑๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๑ ๑๒๐ ๓

รหัสวิชา รายวชิ าเพ่มิ เติม ๑๒๐ ๓

อ ๑๑๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพื่อการสอื่ สาร ๑ ๘๐ ๒

ส ๑๑๒๐๑ หน้าที่พลเมือง ๑ ๔๐ ๑

รหสั กจิ กรรม กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น ๑๒๐ ๓

ก ๑๑๙๐๑  กิจกรรมแนะแนว ๔๐ ๑

 กิจกรรมนักเรียน (๘๐) (๒)

ก ๑๑๙๐๒  ลกู เสอื เนตรนารี/ ๔๐ ๑

ก ๑๑๙๐๓  ชุมนุม* ๔๐ ๑

ก ๑๑๙๐๔  กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ (๑๐) ผนวกในกิจกรรม

 กิจกรรมเพ่ิมความรู้ ลกู เสอื /เนตรนารี

รวมเวลาเรยี นทงั้ หมดตามโครงสร้างหลกั สตู ร ๑,๐๘๐ ๒๗

หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นขอนแกน่ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ๙

โครงสร้างหลักสูตรช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๒
โรงเรียนบา้ นขอนแกน่

รายวิชากจิ กรรม เวลาเรียน

ช่วั โมง/ปี ช่ัวโมงต่อสัปดาห์

รหัสวิชา รายวิชาพนื้ ฐาน ๘๔๐ ๒๑

ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒ ๒๐๐ ๕

ค ๑๒๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๒ ๒๐๐ ๕

ว ๑๒๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒ ๘๐ ๒

ส ๑๒๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๒ ๔๐ ๑

ส ๑๒๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ ๒ ๔๐ ๑

พ ๑๒๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ๒ ๘๐ ๒

ศ ๑๒๑๐๑ ศลิ ปะ ๒ ๔๐ ๑

ง ๑๒๑๐๑ การงานอาชีพ ๒ ๔๐ ๑

อ ๑๒๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๒ ๑๒๐ ๓

รหัสวิชา รายวชิ าเพ่มิ เติม ๑๒๐ ๓

อ ๑๒๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพ่อื การสอื่ สาร ๒ ๘๐ ๒

ส ๑๒๒๐๑ หน้าที่พลเมือง ๒ ๔๐ ๑

รหสั กจิ กรรม กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น ๑๒๐ ๓

ก ๑๒๙๐๑  กิจกรรมแนะแนว ๔๐ ๑

 กิจกรรมนักเรียน (๘๐) (๒)

ก ๑๒๙๐๒  ลกู เสือเนตรนารี/ ๔๐ ๑

ก ๑๒๙๐๓  ชุมนุม* ๔๐ ๑

ก ๑๒๙๐๔  กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ (๑๐) ผนวกในกิจกรรม

 กิจกรรมเพ่ิมความรู้ ลกู เสอื /เนตรนารี

รวมเวลาเรยี นทงั้ หมดตามโครงสร้างหลักสูตร ๑,๐๘๐ ๒๗

หลักสตู รโรงเรยี นบ้านขอนแก่น (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๐

โครงสร้างหลกั สูตรช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓
โรงเรียนบ้านขอนแกน่

รายวิชากจิ กรรม เวลาเรยี น

ชั่วโมง/ปี ช่ัวโมงต่อสัปดาห์

รหสั วิชา รายวชิ าพ้ืนฐาน ๘๔๐ ๒๑

ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ ๒๐๐ ๕

ค ๑๓๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๓ ๒๐๐ ๕

ว ๑๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๓ ๘๐ ๒

ส ๑๓๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๓ ๔๐ ๑

ส ๑๓๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๒๓ ๔๐ ๑

พ ๑๓๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ๓ ๘๐ ๒

ศ ๑๓๑๐๑ ศลิ ปะ ๓ ๔๐ ๑

ง ๑๓๑๐๑ การงานอาชีพ ๓ ๔๐ ๑

อ ๑๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๓ ๑๒๐ ๓

รหัสวชิ า รายวชิ าเพ่ิมเติม ๑๒๐ ๓

อ ๑๓๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพอ่ื การส่อื สาร ๓ ๘๐ ๒

ส ๑๓๒๐๑ หน้าท่ีพลเมือง ๓ ๔๐ ๑

รหสั กิจกรรม กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น ๑๒๐ ๓

ก ๑๓๙๐๑  กิจกรรมแนะแนว ๔๐ ๑

 กิจกรรมนกั เรยี น (๘๐) (๒)

ก ๑๓๙๐๒  ลูกเสือเนตรนารี/ ๔๐ ๑

ก ๑๓๙๐๓  ชุมนมุ * ๔๐ ๑

ก ๑๓๙๐๔  กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ (๑๐) ผนวกในกิจกรรม

 กจิ กรรมเพิ่มความรู้ ลูกเสือ/เนตรนารี

รวมเวลาเรยี นทง้ั หมดตามโครงสร้างหลักสตู ร ๑,๐๘๐ ๒๗

หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นขอนแกน่ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๑

โครงสรา้ งหลักสตู รช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔
โรงเรียนบ้านขอนแก่น

รายวิชากจิ กรรม เวลาเรยี น

ช่วั โมง/ปี ช่ัวโมงต่อสัปดาห์

รหสั วิชา รายวชิ าพนื้ ฐาน ๘๔๐ ๒๑

ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔ ๑60 ๔

ค ๑๔๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๔ ๑60 ๔

ว ๑๔๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๔ ๑๒0 ๓

ส ๑๔๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๔ ๘0 ๒

ส ๑๔๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๔ ๔๐ ๑

พ ๑๔๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ๔ ๘0 ๒

ศ ๑๔๑๐๑ ศลิ ปะ ๔ ๘0 ๒

ง ๑๔๑๐๑ การงานอาชีพ ๔ ๔0 ๑

อ ๑๔๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๔ ๘0 ๒

รหสั วิชา รายวชิ าเพมิ่ เติม ๑๒๐ ๓

อ ๑๔๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพือ่ การสอื่ สาร ๔ ๘๐ ๒

ส ๑๔๒๐๑ หน้าที่พลเมือง ๔ ๔๐ ๑

รหสั กจิ กรรม กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น ๑๒๐ ๓

ก ๑๔๙๐๑  กิจกรรมแนะแนว ๔๐ ๑

 กจิ กรรมนักเรียน (๘๐) (๒)

ก ๑๔๙๐๒  ลูกเสอื เนตรนารี/ ๔๐ ๑

ก ๑๔๙๐๓  ชุมนมุ * ๔๐ ๑

ก ๑๔๙๐๔  กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ (๑๐) ผนวกในกิจกรรม

 กจิ กรรมเพ่ิมความรู้ ลูกเสือ/เนตรนารี

รวมเวลาเรยี นทง้ั หมดตามโครงสร้างหลกั สตู ร ๑,๐๘๐ ๒๗

หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นขอนแกน่ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๒

โครงสรา้ งหลักสตู รช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕
โรงเรียนบ้านขอนแก่น

รายวิชากจิ กรรม เวลาเรยี น

ช่วั โมง/ปี ช่ัวโมงต่อสัปดาห์

รหสั วิชา รายวชิ าพนื้ ฐาน ๘๔๐ ๒๑

ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๕ ๑60 ๔

ค ๑๕๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๕ ๑60 ๔

ว ๑๕๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๕ ๑๒0 ๓

ส ๑๕๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๕ ๘0 ๒

ส ๑๕๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๕ ๔๐ ๑

พ ๑๕๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ๕ ๘0 ๒

ศ ๑๕๑๐๑ ศลิ ปะ ๕ ๘0 ๒

ง ๑๕๑๐๑ การงานอาชีพ ๕ ๔0 ๑

อ ๑๕๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๕ ๘0 ๒

รหสั วิชา รายวชิ าเพมิ่ เติม ๑๒๐ ๓

อ ๑๕๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพือ่ การสอื่ สาร ๕ ๘๐ ๒

ส ๑๕๒๐๑ หน้าที่พลเมือง ๕ ๔๐ ๑

รหสั กจิ กรรม กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น ๑๒๐ ๓

ก ๑๕๙๐๑  กิจกรรมแนะแนว ๔๐ ๑

 กจิ กรรมนักเรียน (๘๐) (๒)

ก ๑๕๙๐๒  ลูกเสอื เนตรนารี/ ๔๐ ๑

ก ๑๕๙๐๓  ชุมนมุ * ๔๐ ๑

ก ๑๕๙๐๔  กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ (๑๐) ผนวกในกจิ กรรม

 กจิ กรรมเพ่ิมความรู้ ลูกเสือ/เนตรนารี

รวมเวลาเรยี นทง้ั หมดตามโครงสร้างหลกั สตู ร ๑,๐๘๐ ๒๗

หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นขอนแก่น (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๓

โครงสร้างหลักสูตรช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๖
โรงเรยี นบา้ นขอนแก่น

รายวิชากจิ กรรม เวลาเรียน

ชั่วโมง/ปี ช่วั โมงต่อสัปดาห์

รหสั วิชา รายวชิ าพนื้ ฐาน ๘๔๐ ๒๑

ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖ ๑60 ๔

ค ๑๖๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๖ ๑60 ๔

ว ๑๖๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๖ ๑๒0 ๓

ส ๑๖๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๖ ๘0 ๒

ส ๑๖๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๖ ๔๐ ๑

พ ๑๖๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ๖ ๘0 ๒

ศ ๑๖๑๐๑ ศลิ ปะ ๖ ๘0 ๒

ง ๑๖๑๐๑ การงานอาชีพ ๖ ๔0 ๑

อ ๑๖๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๖ ๘0 ๒

รหัสวิชา รายวิชาเพิ่มเติม ๑๒๐ ๓

อ ๑๖๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพอ่ื การส่อื สาร ๖ ๘๐ ๒

ส ๑๖๒๐๑ หนา้ ที่พลเมือง ๖ ๔๐ ๑

รหสั กจิ กรรม กิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี น ๑๒๐ ๓

ก ๑๖๙๐๑  กจิ กรรมแนะแนว ๔๐ ๑

 กจิ กรรมนักเรียน (๘๐) (๒)

ก ๑๖๙๐๒  ลูกเสอื เนตรนารี/ ๔๐ ๑

ก ๑๖๙๐๓  ชมุ นุม* ๔๐ ๑

ก ๑๖๙๐๔  กจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์ (๑๐) ผนวกในกจิ กรรม

 กิจกรรมเพ่ิมความรู้ ลกู เสอื /เนตรนารี

รวมเวลาเรยี นทัง้ หมดตามโครงสรา้ งหลกั สตู ร ๑,๐๘๐ ๒๗

หลักสูตรโรงเรยี นบ้านขอนแก่น (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๔

รายวชิ าพืน้ ฐานและเพ่ิมเติมกลุ่มสาระการเรยี นรู้

ระดับประถมศกึ ษา

กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย

รายวชิ าพ้ืนฐาน

ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ จานวน ๒๐๐ ชั่วโมง

ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒ จานวน ๒๐๐ ช่วั โมง

ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ จานวน ๒๐๐ ชั่วโมง

ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔ จานวน ๑๖๐ ชวั่ โมง

ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๕ จานวน ๑๖๐ ชั่วโมง

ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖ จานวน ๑๖๐ ช่ัวโมง

****************

กลุม่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ จานวน ๒๐๐ ช่ัวโมง
รายวชิ าพืน้ ฐาน จานวน ๒๐๐ ชว่ั โมง
ค ๑๑๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๑ จานวน ๒๐๐ ช่วั โมง
ค ๑๒๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๒ จานวน ๑๖๐ ชั่วโมง
ค ๑๓๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๓ จานวน ๑๖๐ ชัว่ โมง
ค ๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๔ จานวน ๑๖๐ ชวั่ โมง
ค ๑๕๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๕
ค ๑๖๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๖
****************

กลุ่มสาระการเรยี นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จานวน ๘๐ ช่วั โมง
รายวชิ าพนื้ ฐาน จานวน ๘๐ ชว่ั โมง
ว ๑๑๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ ๑ จานวน ๘๐ ช่วั โมง
ว ๑๒๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ ๒ จานวน ๑๒๐ ชัว่ โมง
ว ๑๓๑๐๑ วิทยาศาสตร์ ๓ จานวน ๑๒๐ ชั่วโมง
ว ๑๔๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ ๔ จานวน ๑๒๐ ชั่วโมง
ว ๑๕๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ ๕
ว ๑๖๑๐๑ วิทยาศาสตร์ ๖
***************

หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นขอนแก่น (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๕

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม จานวน ๔๐ ชั่วโมง
รายวิชาพนื้ ฐาน จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส ๑๑๑๐๑ สงั คมศกึ ษาฯ ๑ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส ๑๒๑๐๑ สังคมศึกษาฯ ๒ จานวน ๘๐ ช่วั โมง
ส ๑๓๑๐๑ สงั คมศกึ ษาฯ ๓ จานวน ๘๐ ชั่วโมง
ส ๑๔๑๐๑ สังคมศึกษาฯ ๔ จานวน ๘๐ ชั่วโมง
ส ๑๕๑๐๑ สงั คมศึกษาฯ ๕
ส ๑๖๑๐๑ สังคมศึกษาฯ ๖

ส ๑๑๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๑ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส ๑๒๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ ๒ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส ๑๓๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๓ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส ๑๔๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ ๔ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส ๑๕๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๕ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส ๑๖๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ ๖ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง

รายวชิ าเพม่ิ เตมิ จานวน ๔๐ ชั่วโมง
ส ๑๑๒๐๑ หน้าท่พี ลเมือง ๑ จานวน ๔๐ ชั่วโมง
ส ๑๒๒๐๑ หนา้ ทีพ่ ลเมอื ง ๒ จานวน ๔๐ ชั่วโมง
ส ๑๓๒๐๑ หน้าทพ่ี ลเมือง ๓ จานวน ๔๐ ชั่วโมง
ส ๑๔๒๐๑ หน้าที่พลเมอื ง ๔ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส ๑๕๒๐๑ หน้าทพี่ ลเมอื ง ๕ จานวน ๔๐ ชั่วโมง
ส ๑๖๒๐๑ หนา้ ที่พลเมอื ง ๖
*************** จานวน ๘๐ ชว่ั โมง
จานวน ๘๐ ชั่วโมง
กลุ่มสาระการเรียนรู้สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา จานวน ๘๐ ชั่วโมง
รายวชิ าพน้ื ฐาน จานวน ๘๐ ชั่วโมง
พ ๑๑๑๐๑ สุขศึกษาฯ ๑ จานวน ๘๐ ชั่วโมง
พ ๑๒๑๐๑ สขุ ศึกษาฯ ๒ จานวน ๘๐ ชั่วโมง
พ ๑๓๑๐๑ สขุ ศึกษาฯ ๓
พ ๑๔๑๐๑ สขุ ศกึ ษาฯ ๔
พ ๑๕๑๐๑ สุขศกึ ษาฯ ๕
พ ๑๖๑๐๑ สขุ ศึกษาฯ ๖
****************

หลกั สูตรโรงเรยี นบ้านขอนแกน่ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๖

กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ จานวน ๔๐ ชัว่ โมง
รายวชิ าพ้นื ฐาน จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ศ ๑๑๑๐๑ ศลิ ปะ ๑ จานวน ๔๐ ชั่วโมง
ศ ๑๒๑๐๑ ศลิ ปะ ๒ จานวน ๘๐ ช่ัวโมง
ศ ๑๓๑๐๑ ศิลปะ ๓ จานวน ๘๐ ชั่วโมง
ศ ๑๔๑๐๑ ศลิ ปะ ๔ จานวน ๘๐ ชั่วโมง
ศ ๑๕๑๐๑ ศิลปะ ๕
ศ ๑๖๑๐๑ ศลิ ปะ ๖ จานวน ๔๐ ชั่วโมง
**************** จานวน ๔๐ ชัว่ โมง
จานวน ๔๐ ชั่วโมง
กลุ่มสาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชีพ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
รายวิชาพ้นื ฐาน จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ง ๑๑๑๐๑ การงานอาชพี ฯ ๑ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ง ๑๒๑๐๑ การงานอาชีพฯ ๒
ง ๑๓๑๐๑ การงานอาชีพฯ ๓ จานวน ๑๒๐ ชั่วโมง
ง ๑๔๑๐๑ การงานอาชพี ฯ ๔ จานวน ๑๒๐ ชั่วโมง
ง ๑๕๑๐๑ การงานอาชีพฯ ๕ จานวน ๑๒๐ ชว่ั โมง
ง ๑๖๑๐๑ การงานอาชีพฯ ๖ จานวน ๘๐ ชวั่ โมง
**************** จานวน ๘๐ ช่วั โมง
จานวน ๘๐ ชว่ั โมง
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ(องั กฤษ)
รายวิชาพื้นฐาน จานวน ๑๒0 ชัว่ โมง
อ ๑๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๑ จานวน ๑๒0 ชวั่ โมง
อ ๑๒๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๒ จานวน ๑๒0 ชั่วโมง
อ ๑๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๓ จานวน ๘0 ชวั่ โมง
อ ๑๔๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๔ จานวน ๘0 ชวั่ โมง
อ ๑๕๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๕ จานวน ๘0 ชว่ั โมง
อ ๑๖๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๖
รายวชิ าเพ่ิมเติม
อ 11201 ภาษาองั กฤษเพื่อการสื่อสาร1
อ 12201 ภาษาองั กฤษเพอื่ การสื่อสาร2
อ 13201 ภาษาองั กฤษเพอ่ื การสื่อสาร3
อ 14201 ภาษาอังกฤษเพื่อการสอื่ สาร4
อ 15201 ภาษาองั กฤษเพอื่ การส่ือสาร5
อ 16201 ภาษาองั กฤษเพ่อื การสือ่ สาร6

หลกั สตู รโรงเรยี นบ้านขอนแก่น (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๗

ส่วนท่ี ๓
คาอธบิ ายรายวชิ า

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านขอนแก่น (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้กาหนดคาอธิบายรายวิชาของวิชาต่าง ๆ ที่สอนในแต่ละปีการศึกษา
ซ่ึงประกอบด้วย ช่ือรหัสวิชา ช่ือรายวิชา จานวนชั่วโมงต่อปี ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง และสาระการเรียนรู้รายปี

คาอธิบายรายวิชาจะช่วยให้ผสู้ อนจัดหน่วยการเรียนร้ใู นแต่ละช้ันปี ได้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้
เน่ืองจากคาอธิบายรายวชิ าจะรวมสาระการเรียนรู้ที่ผูเ้ รียนต้องเรียนร้ตู ลอดทั้งปี กลุ่มของสาระการเรียนรู้ตลอดปี
จะมจี านวนมาก ดังนัน้ การจดั เปน็ หนว่ ยการเรียนรู้หลาย ๆ หนว่ ย จะช่วยใหก้ ล่มุ ของสาระการเรียนรู้มีขนาดเล็ก
ลงและบูรณาการไดห้ ลากหลายมากขนึ้

โรงเรยี นบา้ นขอนแกน่ ได้กาหนดรายละเอยี ดของคาอธิบายรายวชิ าเรยี งตามลาดบั ไว้ ดงั น้ี
๑. คาอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึงช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๖
๒. คาอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๑ ถึงช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๖
๓. คาอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึงชั้น
ประถมศึกษาปีที่ ๖
๔. คาอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๑
ถึงช้ันประถมศึกษาปีที่ ๖
๕. คาอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวิชาประวัติศาสตร์
ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๑ ถงึ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖
๖. คาอธิบายรายวชิ าเพิ่มเตมิ วิชาหน้าท่ีพลเมอื ง ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ ถงึ ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๖
๗. คาอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึงชั้น
ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖
๘. คาอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๑ ถึงช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๖
๙. คาอธบิ ายรายวิชากลมุ่ สาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๑ ถึงชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖
๑๐. คาอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๑
ถงึ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖
๑๑. คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม วิชาภาษาอังกฤษเพ่ือการสื่อสาร ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึงชั้น
ประถมศึกษาปที ่ี ๖
๑๒. คาอธิบายรายวิชากิจกรรมพัฒนาผ้เู รียน ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๑ ถงึ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖

หลักสตู รโรงเรยี นบ้านขอนแกน่ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๘

คาอธิบายรายวิชา
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย

หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นขอนแกน่ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๙
คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน

ท๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๑ เวลา ๒๐๐ ช่ัวโมง

คาอธิบายรายวิชา

ศึกษา ฝึกทักษะอ่านออกเสียงคา และเข้าใจความหมายของคา คาคล้องจอง ข้อความสั้น ๆ ที่
ประกอบด้วยคาพื้นฐานท่ีใช้ในชีวิตประจาวัน ไม่น้อยกว่า ๖๐๐ คา คาที่ใช้เรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน
นาเสนอเรือ่ งที่อา่ น สัญลกั ษณส์ าคญั ท่ีพบเห็นในชวี ิตประจาวัน บอกและเขยี นพยัญชนะ สระ วรรณยกุ ต์ และเลข
ไทย เขียนสะกดคา แจกลูก อ่านและบอกความหมาย ของคาท่ีมีมาตราตัวสะกดท่ีตรงมาตราและไม่ตรงมาตรา
การผันคา เรียบเรยี งคา เป็นประโยคงา่ ยๆ ตอ่ คาคลอ้ งจองง่าย ๆ คัดลายมือตวั บรรจงเต็มบรรทัดตามรปู แบบการ
เขียนตัวอักษรไทย เขียนส่ือสารด้วยคาท่ีใช้ในชีวิตประจาวัน คาพื้นฐานในบทเรียน คาคล้องจองและประโยคง่าย
ๆ มมี ารยาทในการอ่านและเขยี น ฟังและปฏิบตั ิตามคาแนะนา คาสง่ั ง่าย ๆ ตอบคาถาม เล่าเร่อื ง พดู แสดงความ
คิดเห็นและความรู้สกึ จากเรอื่ งท่ีฟงั และดู ท้งั ทเ่ี ป็นความร้แู ละความบนั เทงิ พดู สอื่ สารในการแนะนาตนเอง การขอ
ความช่วยเหลือ การกล่าวคาขอบคณุ คาขอโทษ มีมารยาทในการฟัง การดูและการพูด การจับใจความสาคัญจาก
การฟังและดู นิทานการ์ตูน สารคดีส้ัน บอกข้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรอง
สาหรับเด็ก ประเภทนิทาน นิทานพื้นบ้าน เรื่องสั้นง่าย ๆ ปริศนาคาทาย บทร้องเล่น บทอาขยาน บทร้อยกรอง
จากวรรณคดีและวรรณกรรมในบทเรียน ตามที่กาหนด และอา่ นหนงั สอื ตามความสนของตนเองอยา่ งสมา่ เสมอ

โดยใชก้ ระบวนการอา่ น กระบวนการเขยี น กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด

การฝึกปฏบิ ัติ อธบิ าย บนั ทึก การตง้ั คาถาม ตอบคาถาม ใชท้ กั ษะการฟัง การดแู ละการพูด พูดแสดงความคิดเห็น

กระบวนการสรา้ งความคิดรวบยอด ในการศึกษาและฝึกฝน

เพอ่ื ให้นักเรยี นมีนิสัยรักการอ่าน มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ สือ่ สารไดถ้ ูกต้อง รกั การเรยี นภาษาไทย เหน็ คุณค่า

ของการอนรุ ักษภ์ าษาไทยและตัวเลขไทย มีมารยาทในการอ่าน การเขยี น การพูด การดู การฟัง มวี ินัย ใฝ่เรยี นรู้

มุ่งม่ันในการทางาน รักความเป็นไทย และรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ และ

นาไปประยกุ ต์ใชก้ บั ชวี ิตประจาวันได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม

มาตรฐานตัวชวี้ ัด

ท ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕, ป.๑/๖, ป.๑/๗, ป.๑/๘
ท ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
ท ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
ท ๔.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔
ท ๕.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
รวม ๕ มาตรฐาน ๒๒ ตัวชว้ี ดั

หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นขอนแกน่ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๒๐
คาอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน

ท๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒ กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๒ เวลา ๒๐๐ ชั่วโมง

คาอธบิ ายรายวิชา

ศึกษา ฝึกอ่านออกเสียงและบอกความหมายของคา คาคล้องจอง ข้อความ และบทร้อยกรองง่ายๆ ที่
ประกอบด้วยคาพื้นฐานเพิ่มจาก ป. ๑ ไม่น้อยกว่า ๘๐๐ คา รวมท้ังคาท่ีใช้เรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน คาท่ีมี
รูปวรรณยุกต์และไม่มีรูปวรรณยุกต์ คาท่ีมีตัวสะกดตรงตามมาตราและไม่ตรงตามมาตรา คาที่มีพยัญชนะควบกล้า
คาที่มีอักษรนา คาท่ีมีตัวการันต์ คาที่มี รร คาที่มีพยัญชนะ และสระท่ีไม่ออกเสียง อ่านจับใจความจากส่ือต่างๆ
เช่น นิทาน เร่ืองเล่าสั้นๆ บทเพลง บทร้อยกรองง่ายๆ เร่ืองราวจากบทเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย และ
กล่มุ สาระการเรียนรู้อื่น ข่าวและเหตุการณ์ประจาวนั ต้ังคาถาม ตอบคาถาม ระบุใจความสาคัญ รายละเอียด แสดง
ความคิดเห็นและคาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องที่อ่าน อ่านหนังสือตามความสนใจ หนังสือที่นักเรียนสนใจและ
เหมาะสมกับวัย หนังสือท่ีครูและนักเรียนกาหนดร่วมกัน อ่านข้อเขียนเชิงอธิบาย และปฏิบัติตามคาส่ังหรือ
ขอ้ แนะนาการใช้สถานท่ีสาธารณะ ใชเ้ คร่อื งใชท้ ่จี าเป็นในบ้านและในโรงเรยี น มารยาทในการอ่าน

คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดตามรูปแบบการเขียนตัวอักษรไทย เขียนเร่ืองสั้นๆ เกี่ยวกับประสบการณ์
เขียนตามจนิ ตนาการ มารยาทในการเขยี น

ฟังและปฏิบัติตามคาแนะนา คาส่ังที่ซับซ้อน จับใจความและพูดแสดงความคิดเห็น ความรู้สึกจากเรื่องที่ฟัง
และดู ท้ังที่เป็นความรู้และความบันเทิง เร่ืองเล่าและสารคดีสาหรับเด็ก นิทาน การ์ตูน และเร่ืองขบขัน รายการ
สาหรับเด็ก ข่าวและเหตุการณ์ประจาวัน เพลง พูดสื่อสารในชีวิตประจาวันได้ตรงตามวัตถุประสงค์ เช่น แนะนา
ตนเอง ขอความช่วยเหลือ กล่าวคาขอบคุณ กล่าวคาขอโทษพูดขอร้องในโอกาสต่างๆ เล่าประสบการณ์ใน
ชวี ิตประจาวนั มารยาทในการฟงั การดู การพดู

บอกและเขียนพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ เลขไทย สะกดคา แจกลูก อา่ นเป็นคา คามาตราตวั สะกดที่ตรง
ตามมาตรา และไม่ตรงตามมาตรา ผันอักษรกลาง อักษรสูง และอักษรต่า คาที่มีตัวการันต์ คาท่ีมีพยัญชนะควบ
กล้า คาท่ีมีอักษรนา คาที่มีความหมายตรงข้ามกัน คาท่ีมี รร ความหมายของคา เรียบเรียงคาให้เป็นประโยคเป็น
ข้อความส้ันๆ ลักษณะคาคล้องจอง ใช้ภาษาไทยมาตรฐาน ภาษาถิ่นได้เหมาะสมกับกาละเทศะ ระบุข้อคิดจากการ
อา่ นหรือฟังวรรณกรรมร้อยแกว้ และร้อยกรองสาหรบั เด็ก เช่น นิทาน เรอ่ื งส้ันงา่ ยๆ ปรศิ นาคาทาย บทอาขยาน บท
ร้อยกรอง วรรณคดีและวรรณกรรมในบทเรียน เพื่อนนาไปใช้ในชีวิตประจาวัน ร้องบทร้องเล่นในท้องถิ่น ทบรอ้ งเล่น
ในการละเลน่ ของเด็กไทย ท่องจาบทอาขยานตามที่กาหนด และบทรอ้ ยกรองทีม่ ีคุณค่าตามความสนใจ

โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด
วิเคราะห์ กระบวนการส่ือความ กระบวนการแก้ปัญหา การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การต้ังคาถาม ตอบคาถาม ใช้
ทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความคิดเห็น กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด ในการศึกษาและฝึก
ปฏบิ ัติ

เพื่อให้นักเรียนมีนิสัยรักการอ่าน เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สื่อสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย
เห็นคุณค่าของการอนุรักษ์ภาษาไทยและตัวเลขไทย มีมารยาทในการอ่าน การเขียน การพูด การดู การฟัง มีวินัย
ใฝ่เรียนรู้ ม่งุ มนั่ ในการทางาน รกั ความเปน็ ไทย และรกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์
โดยใช้หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและสามารถนาไปประยุกต์ใชก้ ับชวี ติ ประจาวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นขอนแกน่ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๒๑

มาตรฐานตัวชวี้ ดั
ท ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘
ท ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ท ๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗
ท ๔.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕
ท ๕.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓

รวม ๕ มาตรฐาน ๒๗ ตัวชวี้ ดั

หลักสูตรโรงเรยี นบ้านขอนแกน่ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๒๒
คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ท๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ กลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาไทย
ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๓ เวลา ๒๐๐ ชั่วโมง

คาอธิบายรายวิชา

อ่านออกเสียงและบอกความหมายของคา คาคล้องจอง ข้อความ เร่ืองส้ันๆ และบทร้อยกรองง่ายๆ ที่
ประกอบด้วยคาพื้นฐานเพ่ิม จาก ป.๒ ไมน่ ้อยกว่า ๑,๒๐๐ คา รวมทง้ั คาที่เรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน คาท่ี
มีตัวการันต์ คาท่ีมี รร คาที่มีพยัญชนะและสระไม่ออกเสียง คาพ้อง คาพิเศษอ่ืน ๆ เช่น คาที่ใช้ ฑ ฤ ฤๅ อ่านจับ
ใจความจากส่ือต่าง ๆ ตั้งคาถาม ตอบคาถามเชิงเหตุผล ลาดับเหตุการณ์ คาดคะเนเหตุการณ์ระบุเหตุผลประกอบ
สรุปความรู้ และข้อคิดจากเร่ืองที่อ่าน เพ่ือนาไปใช้ในชีวิตประจาวัน อ่านหนังสือตามความสนใจและเหมาะสมกับ
วยั หนังสอื ทคี่ รูและนักเรียนกาหนดร่วมกนั อยา่ งสมา่ เสมอและนาเสนอเรื่องที่อ่าน อา่ นขอ้ เขยี นเชงิ อธบิ าย ปฏิบตั ิ
ตามคาสั่ง ข้อแนะนาต่าง ๆ ในชีวิตประจาวัน ประกาศ ป้ายโฆษณา และคาขวัญ อ่านและอธิบายความหมายของ
แผนภาพ แผนท่ี และแผนภูมิ มมี ารยาทในการอ่าน

คดั ลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด ตามรูปแบบการเขียน ตัวอักษรไทย เขยี นสะกดคา แจกลกู การอา่ นเป็น
คา ทั้งคาที่สะกดตรงตามมาตราและไม่ตรงตามมาตรา การผันอักษรกลาง อักษรสูง และอักษรต่า คาท่ีมีพยัญชนะ
ควบกล้า มีอักษรนา ท่ีประวิสรรชนีย์ ไม่ประวิสรรชนีย์ คาท่ีมี ฤ ฤๅ คาท่ีใช้ บัน บรร คาท่ีใช้ รร คาท่ีมีตัวการันต์
ใช้พจณานุกรมค้นหาความหมายของคา ระบุชนิดและหน้าท่ีของคาในประโยค เป็นคานาม คาสรรพนาม คากริยา
แต่งประโยคง่าย ๆ เพ่ือการสื่อสาร ประโยคบอกเล่า ประโยคปฏเิ สธ ประโยคคาถาม ประโยคขอร้อง ประโยคคาส่ัง
แต่งคาคล้องจอง คาขวัญ เขียนบรรยายเก่ียวกับลักษณะของ คน สัตว์ สิ่งของ สถานท่ี ได้ชัดเจน เขียนบันทึก
ประจาวัน เขียนจดหมายลาครู เขียนเรื่องตามจินตณาการจากคา ภาพ หรือหัวข้อที่กาหนด เลือกใช้ภาษาไทย
มาตรฐานและ ภาษาถ่ินไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะ มีมารยาทในการเขยี น

เล่ารายละเอียด จบั ใจความ พูดแสดงความคดิ เห็น ความรสู้ กึ บอกสาระสาคัญ ตงั้ คาถามและตอบคาถาม
จากเร่ืองที่ฟังและดูท้ังท่ีเป็นความรู้และความบันเทิง เร่ืองเล่าและสารคดีสาหรับเด็ก นิทาน การ์ตูน เร่ืองขบขัน
รายการสาหรับเด็ก ข่าวและเหตุการณ์ในชีวิตประจาวัน เพลง การพดู สือ่ สารในชีวิตประจาวันตรงตามวัตถปุ ระสงค์
เช่น การแนะนาตนเอง สถานท่ีในโรงเรียนและในชุมชน การแนะนา/เชิญชวนเกี่ยวกับการปฏิบัติตนในด้านต่าง ๆ
เชน่ การรกั ษาความสะอาดของร่างกาย เล่าประสบการณใ์ นชวี ิตประจาวัน พดู ในโอกาสต่าง ๆ เชน่ การพูดขอร้อง
พดู ทกั ทาย กล่าวขอบคณุ และขอโทษ พูดปฏิเสธ และพดู ชักถาม มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู

ระบขุ อ้ คิดท่ีไดจ้ ากการอา่ นวรรณกรรม วรรณคดี เพ่อื นาไปใชใ้ นชวี ิตประจาวนั รู้จักเพลงพื้นบา้ น เพลง
กล่อมเด็ก เพ่ือปลูกฝังความช่ืนชมวัฒนธรรมท้องถ่ิน แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับวรรณคดีที่อ่าน ท่องจาบทอาขยาน
ตามทก่ี าหนดและบทร้อยกรองทม่ี ีคุณคา่ ตามความสนใจ

โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้จากส่ือ นวัตกรรม เทคโนโลยี
กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการสื่อความ กระบวนการแก้ปัญหา การฝึกปฏิบัติ อธิบาย
บันทึก การต้ังคาถาม ตอบคาถาม ใช้ทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความคิดเห็น กระบวนการสร้าง
ความคดิ รวบยอด ในการศึกษาและฝึกปฏบิ ตั ิ

เพื่อให้นักเรียนมีนิสัยรักการอ่าน เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ ส่ือสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย
เห็นคุณค่าของการอนุรักษ์ภาษาไทยและตัวเลขไทย มีมารยาทในการอ่าน การเขียน การพูด การดู การฟัง มีวินัย

หลักสตู รโรงเรยี นบ้านขอนแกน่ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๒๓

ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ มั่นในการทางาน รกั ความเป็นไทย และรกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์
โดยใชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนาไปประยุกต์ใชก้ ับชวี ิตประจาวนั ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

มาตรฐานตวั ช้ีวัด
ท ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙
ท ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๔.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๕.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔

รวม ๕ มาตรฐาน ๓๑ ตัวช้ีวัด

หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นขอนแก่น (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๒๔
คาอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน

ท๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔ กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๔ เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง

คาอธิบายรายวชิ า

อ่านออกเสียงร้อยแก้ว ร้อยกรอง คาที่มี ร ล ว เป็นพยัญชนะต้น ตัวควบกล้า อักษรนา คาประสม
อักษรย่อ เคร่ืองหมายวรรคตอน ตานาน สุภาษิต อธิบายความหมายของคา ประโยค สานวนจากเร่ืองที่อ่าน อ่าน
จับใจความ แยกข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น คาดคะเน โดยมีเหตุผลประกอบ จากการอ่านเรื่องสั้น ๆ เร่ืองเล่าจาก
ประสบการณ์ นิทานชาดก บทความ บทโฆษณา งานเขียนประเภทโน้มน้าวใจ ข่าวและเหตุการณ์ประจาวัน สารคดีและ
บันเทิงคดี สรุปความรู้และข้อคิดเรื่องท่ีอ่านเพื่อนาไปใช้ในชีวิตประจาวัน อ่านหนังสือที่มีคุณค่าตามความสนใจและ
เหมาะสมกับวยั หนงั สอื ทค่ี รแู ละนักเรียนกาหนดรว่ มกันอย่างสม่าเสมอ มมี ารยาทในการอ่าน

คัดลายมือตัวเต็มบรรทัดและคร่ึงบรรทัดตามแบบการเขียนอักษรไทย เขียนคาขวัญ คาแนะนา แผนภาพ
โครงเร่ือง และแผนภาพความคิดไปพัฒนาตนเอง เขยี นยอ่ ความจากนิทาน ความเรียง ประกาศ คาสอน เขียน
จดหมายถงึ เพื่อน บดิ า มารดา เขยี นบันทึกความร้หู รือเรื่องราวจากจินตนาการ มีมารยาทในการเขียน

จาแนกข้อเท็จจริง ขอ้ คิดเห็น ตัง้ คาถามตอบคาถามเชิงเหตุผล พดู สรุปความ พูดแสดงความรู้ ความคิดเห็น
และความรู้สึก เกี่ยวกับเร่ืองที่ฟังและดู จากส่ิงต่าง ๆ เช่น เร่ืองเล่า บทความส้ันๆ ข่าว เหตุการณ์ประจาวัน โฆษณา
หรือเรื่องราวจากบทเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยและกลุ่มสาระอื่น ๆ การพูดรายงานลาดับข้ันตอนการ
ปฏบิ ตั งิ าน พูดลาดับเหตกุ ารณ์

สะกดคา และบอกความหมายของคาในบริบทต่าง ๆ จากคาแม่ ก กา มาตราตัวสะกด การผันอักษร คา
เป็นคาตาย คาพ้อง ระบุชนิดและหน้าที่ของคาในประโยค คานาม คาสรรพนาม คากริยา คาวิเศษณ์ การใช้
พจนานุกรมค้นหาความหมายของคา แต่งประโยค ๒ ส่วน ประโยค ๓ ส่วน แต่งบทร้อยกรอง คาขวัญ กลอนสี่ บอก
ความหมายของสานวน สภุ าษิต คาพงั เพย เปรียบเทียบภาษาไทยมาตรฐานกับภาษาถ่นิ

สรุปเรื่อง อธิบายคุณค่า ระบุความรู้และข้อคิด ที่ได้จากวรรณคดีและวรรณกรรม นิทานพื้นบ้าน
นิทานคติธรรม เพลงพื้นบ้าน ที่สามารถนาไปใช้ในชีวิตประจาวัน ท่องบทอาขยานและบทร้อยกรองที่มีคุณค่า
ตามท่ีกาหนดและตามความสนใจ

โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้จากส่ือ นวัตกรรม เทคโนโลยี
กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวิเคราะห์และสรุปความ กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการสื่อ
ความ กระบวนการแก้ปัญหา การฝกึ ปฏิบัติ อธิบาย บันทกึ การตั้งคาถาม ตอบคาถาม ใช้ทกั ษะการฟงั การดูและ
การพูด พดู แสดงความคดิ เห็น กระบวนการสร้างความคดิ รวบยอด ในการเรียนร้แู ละฝึกปฏิบัติ

เพื่อให้มีนิสัยรักการอ่าน เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ ส่ือสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็น
คุณค่าของการอนุรักษ์ภาษาไทยและตัวเลขไทย มีมารยาทในการอ่าน การเขียน การพูด การดู การฟัง มีวินัย ใฝ่
เรียนรู้ มุ่งม่ันในการทางาน รักความเป็นไทย และรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์
โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนาไปประยุกต์ใช้กับชวี ติ ประจาวันได้อย่างถกู ต้องเหมาะสม

มาตรฐานตวั ชวี้ ัด

ท ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘

หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นขอนแกน่ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ๒๕

ท ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘
ท ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖
ท ๔.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗
ท ๕.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
รวม ๕ มาตรฐาน ๓๓ ตัวช้ีวดั

หลกั สูตรโรงเรยี นบ้านขอนแก่น (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๒๖
คาอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน

ท๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๕ กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๕ เวลา ๑๖๐ ชั่วโมง

คาอธิบายรายวชิ า

อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง บอกความหมายของคา ที่มีพยัญชนะควบกล้า คาท่ีมี
อักษรนา คาที่มีตัวการันต์ อักษรย่อและเครื่องหมายวรรคตอน อธิบายประโยคและข้อความที่เป็นการบรรยาย
และการพรรณนา ข้อความที่มีความหมายโดยนัย อ่านบทร้อยกรองท่ีเป็นทานองเสนาะ อ่านจับใจความจากส่ือ
ต่าง ๆ เช่น วรรณคดีในบทเรียน บทความ บทโฆษณา งานเขียนประเภทโน้มน้าวใจ ข่าวและเหตุการณ์ประจาวัน
รู้จักแยกข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น วิเคราะห์ แสดงความคิดเห็น เก่ียวกับเร่ืองท่ีอ่านเพื่อนาไปใช้ในการดาเนินชีวิต
อ่านงานเขียนเชิงอธิบาย คาส่ัง ข้อแนะนา และปฏิบัติตาม เลือกอ่านหนังสือท่ีมีคุณค่าตามความสนใจและ
เหมาะสมกบั วัย หนังสือที่ครแู ละนักเรยี นกาหนดรว่ มกัน อย่างสม่าเสมอ มีมารยาทในการอ่าน

คัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด ตามรูปแบบการเขียนตัวอักษรไทย เขียนสื่อสารใน
รูปของคาขวัญ คาอวยพร คาแนะนา และคาอธิบายแสดงขั้นตอน โดยเลือกใช้คาได้ถูกต้องชัดเจน และเหมาะสม
เขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื ง แผนภาพความคดิ เพ่ือพฒั นางานเขยี น การเขียนย่อความจากส่ือตา่ ง ๆ เช่น นทิ าน ความ
เรียงประเภทต่าง ๆ ประกาศ แจ้งความ แถลงการณ์ จดหมาย คาสอน โอวาท คาปราศรัย เขียนจดหมายถึง
ผูป้ กครองและญาติ เขยี นแสดงความรสู้ ึกและความคิดเห็น กรอกแบบรายการต่าง ๆ เขียนเร่ืองตามจนิ ตนาการ มี
มารยาทในการเขียน

พดู แสดงความรู้ ความคดิ เห็นและความรสู้ กึ ตงั้ คาถาม ตอบคาถามเชิงเหตผุ ล วิเคราะหค์ วามน่าเช่ือถือ
จากเรื่อง ทฟ่ี ังและดอู ยา่ งมีเหตผุ ล พดู รายงานเร่ืองหรือประเด็นท่ีศึกษาคน้ คว้าจากการฟัง การดู และการสนทนา
การพดู ลาดับขั้นตอนการปฏิบตั ิงาน การพดู ลาดบั เหตุการณ์ มมี ารยาทในการฟงั การดแู ละการพูด

ระบุชนิดและหน้าท่ีของคาในประโยค คาบุพบท คาสันธาน คาอุทาน จาแนกส่วนประกอบของประโยค
เปรียบเทียบภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถิ่น ใช้คาราชาศัพท์ บอกคาที่มาจากภาษาต่างประเทศ แต่งบทร้อย
กรอง กาพย์ยานี ๑๑ ใช้สานวนท่ีเป็นคาพังเพยและสุภาษติ ได้ถกู ตอ้ ง

สรุปเรื่องจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมที่อ่าน ระบุความรู้ ข้อคิดจากการอ่านวรรณคดีและวรรณกรรม
ท่ีสามารถนาไปใช้ในชีวิตจริง อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรม ท่องจาบทอาขยานตามท่ีกาหนดและ
บทร้อยกรองทม่ี คี ณุ คา่ ตามความสนใจ

โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้จากสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยี
กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวิเคราะห์และสรุปความ กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการสื่อความ
กระบวนการแก้ปัญหา การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การต้ังคาถาม ตอบคาถาม ใช้ทักษะการฟัง การดูและ
การพูด พดู แสดงความคดิ เห็น กระบวนการสร้างความคดิ รวบยอด ในการเรยี นรูแ้ ละฝึกปฏิบตั ิ

เพื่อให้นักเรียนมีมารยาทที่ดีและเกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีทักษะ ในการอ่าน การเขียน การ
ฟัง การพูด และการดู สามารถส่ือสารภาษาไทยได้อยา่ งถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการอนุรักษ์
ภาษาไทยและตัวเลขไทย มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทางาน รักความเป็นไทย และรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
สามารถวิเคราะห์และนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนาไป
ประยกุ ต์ใช้กบั ชีวติ ประจาวันได้อย่างถกู ตอ้ งเหมาะสม

หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นขอนแกน่ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ๒๗

มาตรฐานตัวชี้วัด
ท ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘
ท ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙
ท ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ท ๔.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗
ท ๕.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔

รวม ๕ มาตรฐาน ๓๓ ตวั ชี้วัด

หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นขอนแก่น (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๒๘
คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน

ท๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖ กลุม่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย
ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๖ เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง

คาอธิบายรายวิชา

อ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว บทร้อยกรอง ได้ถูกต้อง อธิบายความหมาย คาท่ีมีพยัญชนะควบกล้า คาท่ีมี
อักษรนา คาท่ีมีตัวการันต์ คาที่มาจากภาษาต่างประเทศ อักษรย่อและเครื่องหมายวรรคตอน วัน เดือน ปีแบบไทย
ประโยค ขอ้ ความทเี่ ป็นโวหารต่าง ๆ และสานวนเปรยี บเทียบ อ่านจับใจความ เร่ืองส้ัน ๆ อยา่ งหลากหลาย นิทาน
เพลงพ้ืนบ้าน บทความ พระบรมราโชวาท สารคดี งานเขียนประเภทโน้มน้าว บทโฆษณา ข่าว และเหตุการณ์
สาคัญ แยกขอ้ เท็จจริง ข้อคดิ เหน็ วเิ คราะห์และแสดงความคิดเห็น อธบิ ายความรู้ความคิดในการดาเนินชวี ิต จาก
เร่ืองที่อ่านไปตัดสินใจแก้ปัญหา อ่านงานเขียนเชิงอธิบาย คาส่ัง ข้อแนะนา และปฏิบัติตาม อ่านและอธิบาย
ความหมายของข้อมูลจากการอ่านแผนผัง แผนที่ แผนภูมิและกราฟ อ่านหนงั สอื ตามความสนใจและเหมาะสมกับ
วยั หนงั สอื ตามท่คี รแู ละนักเรียนกาหนดร่วมกนั มีมารยาทในการอ่าน

คัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและคร่ึงบรรทัดตามรูปแบบการเขียนตัวอักษรไทย เขียนคาขวัญ คา
อวยพร ประกาศ เพ่อื ส่อื สารโดยใช้คาไดถ้ กู ตอ้ ง ชัดเจน และเหมาะสม เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิด
เพื่อใช้พัฒนางานเขียน เขียนเรียงความ เขียนย่อความจากเร่ืองอ่าน เช่น นิทาน ความเรียงประเภทต่าง ๆ
ประกาศ แจ้งความ แถลงการณ์ จดหมาย คาสอน โอวาท คาปราศรัย สุนทรพจน์ รายงาน ระเบียบ คาส่ัง เขียน
จดหมายส่วนตวั แสดงคาขอโทษ แสดงความขอบคุณ แสดงความเหน็ ใจ แสดงความยินดี กรอกแบบคาร้องตา่ ง ๆ
ใบสมคั รศึกษาต่อ แบบฝากสง่ พสั ดแุ ละไปรษณยี ภัณฑ์ เขียนเร่อื งตามจินตนาการและสร้างสรรค์ มีมารยาทในการ
เขยี น

พูดแสดงความรู้ ความเข้าใจ จุดประสงค์ของเร่ืองท่ีฟังและดูจากสื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ตั้งคาถาม
และตอบคาถามเชิงเหตุผลจากเรื่องที่ฟังและดู วิเคราะห์ความน่าเช่ือถือจากเรื่องที่ฟังและดูส่ือโฆษณาอย่างมีเหตุผล
พูดรายงานเร่ืองหรือประเด็นท่ีศึกษาค้นคว้าจากการฟัง การดูและการสนทนา พูดโน้มน้าวอย่างมีเหตุผลและน่าเชื่อถือ
มมี ารยาทในการฟัง การดูและการพดู

วิเคราะห์ชนิดและหนา้ ท่ีของคาในประโยค คานาม คาสรรพนาม คากริยา คาวิเศษณ์ คาบุพบท คาเช่ือม
คาอุทาน ใช้คาได้เหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล คาราชาศัพท์ ระดับภาษา ภาษาถิ่น รวบรวมและบอก
ความหมายของคาภาษาต่างประเทศท่ีใช้ในภาษาไทย ระบุลักษณะของประโยค กลุ่มคาหรือวลี ประโยคสามัญ
ประโยครวม ประโยคซ้อน แตง่ บทร้อยกรอง กลอนสุภาพ วิเคราะหเ์ ปรยี บเทียบสานวนทีเ่ ป็นคาพังเพยและสภุ าษิต

แสดงความคิดเห็นจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมท่ีอ่าน เล่านิทานพื้นบ้านท้องถิ่นตนเองและนิทานพื้นบ้าน
ของท้องถิ่นอ่ืน นิทานคติธรรม เพลงพ้ืนบ้าน วรรณคดีและวรรณกรรมในบทเรียนและตามความสนใจ อธิบายคุณค่า
ของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อา่ นและนาไปประยุกต์ใช้ในชวี ิตจริง ทอ่ งจาบทอาขยานตามที่กาหนดและบทร้อยตาม
ความสนใจ

โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการ
คิดวิเคราะห์และสรุปความ กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการส่ือความ กระบวนการแก้ปัญหา
กระบวนการสังเกต กระบวนการแยกข้อเท็จจริง กระบวนการค้นคว้า กระบวนการใช้เทคโนโลยีในการ
สื่อสาร กระบวนการใช้ทักษะทางภาษา การฝึกปฏิบตั ิ อธิบาย บนั ทกึ การตัง้ คาถาม ตอบคาถาม ใชท้ กั ษะการฟัง
การดแู ละการพูด พูดแสดงความคดิ เห็น กระบวนการสรา้ งความคิดรวบยอด ในการเรยี นรแู้ ละฝกึ ปฏบิ ัติ

หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นขอนแกน่ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ๒๙

เพื่อให้นักเรียนมีมารยาทท่ีดีและเกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีทักษะ ในการอ่าน การเขียน การฟัง
การพูด และการดู สามารถส่ือสารภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการอนุรักษ์
ภาษาไทยและตัวเลขไทย มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งม่ันในการทางาน รักความเป็นไทย และรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ สามารถ
วิเคราะห์และนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนาไปประยุกต์ใช้
กบั ชวี ิตประจาวันไดอ้ ยา่ งถูกต้องเหมาะสม

มาตรฐานตวั ช้วี ัด
ท ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ท ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ท ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ท ๔.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ท ๕.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔

รวม ๕ มาตรฐาน ๓๔ ตัวชวี้ ดั

หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นขอนแก่น (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๓๐

คาอธบิ ายรายวิชา
กลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์

หลกั สตู รโรงเรยี นบ้านขอนแกน่ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๓๑
คาอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน

ค ๑๑๑๐๑ คณติ ศาสตร์๑ กล่มุ สาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์
ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๑ เวลา ๒๐๐ ชวั่ โมง

คาอธิบายรายวชิ า

ศึกษาจานวนของส่ิงของต่างๆที่บอกปริมาณได้จากการนับ การอ่านและการเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก
ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงจานวนนับ 1 ถึง 100 และ 0 การแสดงจานวนไม่เกิน 20 ในรูปความสัมพันธ์ของ
จานวนแบบส่วนย่อย-ส่วนรวม การบอกอันดับท่ี หลัก ค่าประจาหลักและค่าของเลขโดดในแต่ละหลักการเขียน
ตัวเลขแสดงจานวนในรปู กระจาย การเปรียบเทียบจานวนนบั 1 ถึง 100 และ 0 โดยใช้เคร่ืองหมาย = ≠ >
< การเรียงลาดับจานวนนับ 1 ถึง 100 และ 0 ต้ังแต่ 3 ถึง 5 จานวน ความหมายของการบวก ความหมายของ
การลบ การหาผลบวก การหาผลลบ การหาตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์ โจทย์ปัญหาการบวก โจทย์
ปัญหาการลบ การสร้างโจทย์ปัญหา แบบรูปของจานวนท่ีเพ่ิมขึ้นหรือลดลงทีละ 1 และทีละ 10 แบบรูปซ้าของ
จานวน รูปเรขาคณิตและรูปอื่น ๆ การวัดความยาวโดยใช้หน่วยที่ไม่ใช่หน่วยมาตรฐาน การวัดและเปรียบเทียบ
ความยาวเป็นเซนติเมตร เป็นเมตร โจทย์ปัญหาเก่ียวกับความยาวท่ีมีหน่วยเป็นเซนติเมตร เป็นเมตร การวัด
น้าหนักโดยใช้หน่วยท่ีไม่ใช่หน่วยมาตรฐาน การวัดและเปรียบเทียบน้าหนักเป็นกิโลกรัม เป็นขีด โจทย์ปัญหา
เก่ียวกับน้าหนักท่ีมีหน่วยเป็นกิโลกรัม เป็นขีด การอ่านแผนภูมิรูปภาพ การจาแนกรูปสามเหลี่ยม รูปสี่เหล่ียม
วงกลม วงรี ทรงส่ีเหลี่ยมมุมฉาก ทรงกลม ทรงกระบอก กรวย และการใช้ข้อมูลจากแผนภูมิรูปภาพ เมื่อกาหนด
รูป 1 รูปแทน 1 หนว่ ย ในการหาคาตอบของโจทย์ปัญหา

โดยใช้ความรู้และทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการพัฒนาทักษะการคิดคานวณ และทักษะการ
แก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ โดยการจัดประสบการณ์หรือการ
สร้างสถานการณ์ที่ใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าโดยปฏิบัติจริงทดลอง สรุป รายงาน และนาประสบการณ์
ความรู้ ความคดิ ทกั ษะและกระบวนการทไี่ ดไ้ ปใชใ้ นการเรียนรสู้ ่งิ ตา่ ง ๆ และใช้ในชีวิตประจาวนั อยา่ งสร้างสรรค์

เพ่ือให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติท่ีดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีความ
รอบคอบ มีความรับผดิ ชอบ มีวิจารณญาณและเชอื่ มนั่ ในตนเอง

มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด
ค ๑.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓ , ป.๑/๔ , ป.๑/๕
ค ๑.๒ ป.๑/๑
ค ๒.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒
ค ๒.๒ ป.๑/๑
ค ๓.๑ ป.๑/๑

รวม ๕ มาตรฐาน ๑๐ ตวั ชว้ี ดั

หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นขอนแก่น (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ๓๒
คาอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน

ค ๑๒๑๐๑ คณิตศาสตร์๒ กล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๒ เวลา ๒๐๐ ช่วั โมง

คาอธบิ ายรายวิชา
ศกึ ษาการอ่านและการเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตวั เลขไทย และตวั หนังสอื แสดงจานวนนับไม่เกนิ 1,000

และ 0 การนับทีละ 2 ทีละ 5 ทีละ 10 ทีละ 100 จานวนคู่ จานวนค่ี หลัก ค่าประจาหลักของเลขโดดในแต่ละ
หลัก การเขยี นตวั เลขแสดงจานวนในรปู กระจาย การเปรยี บเทยี บจานวน การเรียงลาดบั จานวน การบวกจานวนที่
มีผลบวกไม่เกิน 1,000 การลบจานวนท่ีมีตัวตั้งไม่เกิน 1,000 ความสัมพันธ์ของการบวกและการลบ การหาตัว
ไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวกและการลบ โจทย์ปัญหาการบวก โจทย์ปัญหาการลบ การสร้าง
โจทย์ปญั หา ความหมายของการคูณและการหาร การหาผลคูณ การหาผลหารและเศษ ความสมั พนั ธ์ของการคูณ
และการหาร การหาตัวไมท่ ราบคา่ ในประโยคสญั ลักษณ์แสดงการคณู และการหาร การแกโ้ จทยป์ ัญหาการคูณและ
โจทย์ปัญหาการหาร การบวก ลบ คูณ หารระคน การแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคน แบบรูปของ
จานวนทีเ่ พ่มิ ขน้ึ หรอื ลดลงทลี ะ 2 ทลี ะ 5 และทีละ 100 แบบรปู ซา้ แบบรูปซา้ ของรูปเรขาคณติ และรปู อื่นๆ การ
วัดและการเปรียบเทียบความยาวเป็นเมตรและเซนติเมตร การคาดคะเนความยาวเป็นเมตร การวัดและการ
เปรียบเทียบน้าหนักเป็นกิโลกรัมและกรัม กิโลกรัมและขีด การวัดปริมาตรและความจุโดยใช้หน่วยท่ีไม่ใช่หน่วย
มาตรฐานและหนว่ ยมาตรฐานเป็นชอ้ นชา ชอ้ นโตะ๊ ถว้ ยตวง ลติ ร การเปรียบเทียบปริมาตรและความจเุ ป็นช้อนชา
ช้อนโต๊ะ ถว้ ยตวง ลติ ร โจทยป์ ญั หาการบวก และการลบเกยี่ วกับความยาว นา้ หนัก ปริมาตรและความจุ การบอก
เวลาเป็นนาฬิกาและนาที (ช่วง 5 นาที) การบอกระยะเวลาเป็นชั่วโมง เป็นนาที การเปรียบเทียบระยะเวลาเป็น
ชั่วโมง เป็นนาที การอ่านปฏิทิน การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเวลา การจาแนกและบอกลักษณะของรูปหลาย
เหลี่ยม วงกลม และวงรี การเขียนรูปเรขาคณิตสองมิติโดยใช้แบบรูป และการอ่านแผนภูมิรูปภาพ และการใช้
ขอ้ มลู จากแผนภมู ิรปู ภาพในการหาคาตอบของโจทย์ปัญหา

โดยใช้ความรู้และทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการพัฒนาทักษะการคิดคานวณ และทักษะการ
แก้ปัญหา การให้เหตุผล การส่ือสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ โดยการจัดประสบการณ์หรือการ
สร้างสถานการณ์ท่ีใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าโดยปฏิบัติจริงทดลอง สรุป รายงาน และนาประสบการณ์
ความรู้ ความคิด ทักษะและกระบวนการทไ่ี ดไ้ ปใช้ในการเรียนรสู้ ิ่งต่าง ๆ และใชใ้ นชวี ิตประจาวนั อยา่ งสรา้ งสรรค์

เพ่ือให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติท่ีดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีความ
รอบคอบ มคี วามรบั ผดิ ชอบ มวี ิจารณญาณและเชอ่ื มั่นในตนเอง

หลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นขอนแก่น (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ๓๓

มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
ค ๑.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔ , ป.๒/๕ , ป.๒/๖ , ป.๒/๗ , ป.๒/๘
ค ๑.๒ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔ , ป.๒/๕ , ป.๒/๖
ค ๒.๒ ป.๒/๑
ค ๓.๑ ป.๒/๑

รวม ๔ มาตรฐาน ๑๖ ตัวชี้วัด

หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นขอนแก่น (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๓๔

คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ค ๑๓๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๓ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์
ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๓ เวลา ๒๐๐ ชวั่ โมง

คาอธบิ ายรายวิชา

ศึกษาการอ่านและการเขยี นตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย ตัวหนงั สอื แสดงจานวนนับ หลัก ค่าของเลขโดดใน

แตล่ ะหลกั และการเขียนตัวเลขแสดงจานวนในรูปกระจาย การเปรียบเทียบจานวน การเรียงลาดับจานวน แบบรูปของ

จานวนท่ีเพ่ิมขึ้นและลดลง การบวกจานวนนับท่ีมีผลบวกไม่เกิน 100,000 โจทย์ปญั หาและการสร้างโจทยป์ ัญหาการ

บวก การลบจานวนท่ีมีตัวตั้งไม่เกิน 100,000 การหาตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวกและการลบ

โจทย์ปัญหาและการสร้างโจทย์ปัญหาการลบ การบอกเวลาเป็นนาฬิกาและนาที การเขียนบอกเวลาและการอ่าน

การบอกระยะเวลาเป็นชั่วโมงและนาที การเปรียบเทียบระยะเวลาโดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่างชั่วโมงกับนาที การอ่าน

และการเขียนบันทึกกิจกรรมท่ีระบุเวลา โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเวลาและระยะเวลา รูปท่ีมีแกนสมมาตรและจานวนแกน

สมมาตร การเก็บรวบรวมข้อมูลและจาแนกข้อมูล การอา่ นและเขียนแผนภูมิรูปภาพ การอา่ นและเขียนตารางทางเดียว

การบอก อ่านและเขียนเศษส่วนท่ีตัวเศษน้อยกว่าหรือเท่ากับตัวส่วน การเปรียบเทียบเศษส่วน การเรียงลาดับ

เศษส่วน การบวกเศษส่วนที่มีตัวส่วนเท่ากัน การลบเศษส่วนท่ีมีตัวส่วนเท่ากัน โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ

เศษสว่ น การคูณจานวนหนึ่งหลักกับจานวนไม่เกินส่ีหลัก การคณู กับจานวนสองหลักกับจานวนสองหลัก โจทย์ปัญหา

และการสร้างโจทย์ปัญหาการลบ การหารที่มีตัวตัง้ ไม่เกินส่ีหลักและตัวหารมีหนึง่ หลัก การหาตัวไมท่ ราบค่าในประโยค

สัญลักษณ์แสดงการคูณและการหาร โจทย์ปัญหาและการสร้างโจทย์ปัญหาการหาร การวัดความยาวเป็นเซนติเมตร

และมิลลิเมตร เมตรและเซนติเมตร กิโลเมตรและเมตร การเลือกเครื่องมือวัดความยาวที่เหมาะสม การคาดคะเนความ

ยาวเป็นเมตรและ เป็นเซนติเมตร การเปรียบเทียบความยาวโดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยความยาว โจทย์ปัญหา

เกี่ยวกับความยาว การวัดและบอกน้าหนักเป็นกิโลกรัมและขีด กิโลกรัมและกรัม การเลือกเคร่ืองช่ังท่ีเหมาะสม การ

คาดคะเนน้าหนักเป็นกิโลกรัมและเป็นขีด การเปรียบเทียบน้าหนักโดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่างกิโลกรัมกับกรัม

เมตรกิ ตันกับกิโลกรัม โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับน้าหนัก การวัดปรมิ าตรและความจุเป็นลติ รและมิลลิลิตร การ

เลือกเครื่องตวงที่เหมาะสม การคาดคะเนปริมาตรและความจุเป็นลิตร การเปรียบเทียบปริมาตรและความจุโดยใช้

ความสมั พันธ์ระหว่างลิตรกับมิลลิลิตร ช้อนชา ชอ้ นโตะ๊ ถว้ ยตวงกับมลิ ลลิ ิตร โจทยป์ ัญหาเกย่ี วกบั ปริมาตรและความจุ

ทมี่ ีหนว่ ยเป็นลติ รและมิลลิลิตร เงนิ เหรียญและธนบัตรชนิดต่างๆ การบอกจานวนเงินและเขียนแสดงจานวนเงนิ แบบใช้

จดุ และการอ่าน การเปรียบเทยี บจานวนเงินและการแลกเงิน การอ่านและการเขียนบันทึกรายรับ รายจ่าย โจทย์ปัญหา

เก่ยี วกบั เงิน การบวก ลบ คูณ หารระคน โจทยป์ ัญหาและการสร้างโจทยป์ ัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคน

โดยใช้ความรู้และทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการพัฒนาทักษะการคิดคานวณ และทักษะการ

แก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อสารและการส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ โดยการจัดประสบการณ์หรือการ

สร้างสถานการณ์ที่ใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าโดยปฏิบัติจริงทดลอง สรุป รายงาน และนาประสบการณ์

ความรู้ ความคดิ ทกั ษะและกระบวนการที่ไดไ้ ปใช้ในการเรียนรู้ส่ิงต่าง ๆ และใชใ้ นชีวติ ประจาวนั อย่างสรา้ งสรรค์

หลักสูตรโรงเรยี นบ้านขอนแก่น (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๓๕

เพ่ือให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีความ
รอบคอบ มีความรบั ผดิ ชอบ มีวิจารณญาณและเช่ือมน่ั ในตนเอง

มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
ค ๑.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕ , ป.๓/๖ , ป.๓/๗ , ป.๓/๘ ,
ป.๓/๙ , ป.๓/๑๐ , ป.๓/๑๑
ค ๑.๒ ป.๓/๑
ค ๒.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕ , ป.๓/๖ , ป.๓/๗ , ป.๓/๘ ,
ป.๓/๙ , ป.๓/๑๐ , ป.๓/๑๑ , ป.๓/๑๒ , ป.๓/๑๓
ค ๒.๒ ป.๓/๑
ค ๓.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒

รวม ๙ มาตรฐาน ๒๘ ตวั ชี้วดั

หลักสตู รโรงเรยี นบ้านขอนแก่น (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ๓๖
คาอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน

ค ๑๔๑๐๑ คณติ ศาสตร์๔ กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์
ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๔ เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง

คาอธิบายรายวิชา
ศึกษาการอา่ น การเขยี นตวั เลขฮินดูอารบิก ตวั เลขไทยและตัวหนังสือแสดงจานวนที่มากกว่า 100,000

หลัก ค่าประจาหลักและค่าของเลขโดดในแต่ละหลัก และการเขียนตัวเลขแสดงจานวนในรูปกระจาย การ
เปรียบเทียบ และเรียงลาดับจานวน ค่าประมาณของจานวนนับและการใช้เคร่ืองหมาย ≈ การบวกและการลบ
จานวนท่มี ากกวา่ 100,000 การคูณและการหาร การบวก ลบ คณู หารระคน การประมาณผลลัพธ์ของการบวก
การลบ การคูณ การหาร การแก้โจทย์ปัญหาและการสร้างโจทยป์ ัญหาพร้อมท้ังหาคาตอบ แบบรูปของจานวนท่ี
เกิดจากการคูณ การหารด้วยจานวนเดียวกัน เศษส่วนแท้ เศษเกิน จานวนคละ ความสัมพันธ์ระหวา่ งจานวนคละ
และเศษเกิน เศษส่วนท่ีเท่ากัน เศษส่วนอย่างต่า และเศษส่วนท่ีเท่ากับจานวนนับ การเปรียบเทียบ เรียงลาดับ
เศษส่วนและจานวนคละ การบวก การลบเศษส่วนและจานวนคละ การแก้โจทย์ปัญหาการบวกและโจทย์ปัญหา
การลบเศษส่วนและจานวนคละ การอ่านและการเขียนทศนิยมไม่เกิน 3 ตาแหน่งตามปริมาณท่ีกาหนด หลั ก
ค่าประจาหลกั คา่ ของเลขโดดในแตล่ ะหลักของทศนิยมและการเขียนตวั เลขแสดงทศนิยมในรูปกระจาย ทศนิยมที่
เท่ากันการเปรียบเทียบและเรียงลาดับทศนิยม การบวก การลบทศนิยม การแก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบ
ทศนิยมไม่เกิน 2 ขั้นตอน การบอกระยะเวลาเป็นวินาทีนาทีช่ัวโมง วัน สัปดาห์ เดือน ปีการเปรียบเทียบ
ระยะเวลาโดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยเวลา การอ่านตารางเวลา การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเวลา ระนาบ
จุด เส้นตรง รังสี ส่วนของเส้นตรง และสัญลักษณ์ แสดงเส้นตรง รังสี ส่วนของเส้นตรง มุม ส่วนประกอบของมุม
การเรียกช่ือมุม สัญลักษณ์แสดงมุม ชนิดของมุม การวัดขนาดของมุมโดยใช้โพรแทรกเตอร์ การสร้างมุมเมื่อ
กาหนดขนาดของมุม ชนิดและสมบัติของรูปส่ีเหล่ียมมุมฉาก การสร้างรูปส่ีเหล่ียมมุมฉาก ความยาวรอบรูปของ
รูปส่ีเหลี่ยมมุมฉาก พ้ืนที่ของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก การแก้โจทย์ปัญหาเก่ียวกับความยาวรอบรูปและพื้นท่ีของรูป
สเี่ หลยี่ มมุมฉาก และการอา่ นและการเขยี นแผนภูมิแทง่ (ไมร่ วมการย่นระยะ) การอา่ นตารางสองทาง (Two-Way
Table)

โดยใช้ความรู้และทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการพัฒนาทักษะการคิดคานวณ และทักษะการ
แก้ปัญหา การให้เหตุผล การส่ือสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ โดยการจัดประสบการณ์หรือการ
สร้างสถานการณ์ท่ีใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าโดยปฏิบัติจริงทดลอง สรุป รายงาน และนาประสบการณ์
ความรู้ ความคิด ทักษะและกระบวนการที่ได้ไปใช้ในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ และใช้ในชวี ติ ประจาวนั อยา่ งสรา้ งสรรค์

เพ่ือให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีความ
รอบคอบ มีความรับผดิ ชอบ มวี ิจารณญาณและเช่ือม่นั ในตนเอง

หลกั สตู รโรงเรยี นบ้านขอนแกน่ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๓๗

มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
ค ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘, ป.๔/๙, ป.๔/๑๐,
ป.๔/๑๑, ป.๔/๑๒, ป.๔/๑๓, ป.๔/๑๔, ป.๔/๑๕, ป.๔/๑๖
ค ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ค ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒
ค ๓.๑ ป.๔/๑

รวม 4 มาตรฐาน ๒๒ ตัวช้วี ัด

หลักสตู รโรงเรยี นบ้านขอนแกน่ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ๓๘
คาอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน

ค ๑๕๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๕ กล่มุ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕ เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง

คาอธิบายรายวชิ า
ศึกษาการเปรียบเทียบเศษส่วนและจานวนคละ การบวก การลบเศษส่วนและจานวนคละ การคูณ การ

หารของเศษส่วนและจานวนคละ การบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วนและจานวนคละ และการแก้โจทย์
ปัญหาของเศษสว่ นและจานวนคละ ความสมั พันธร์ ะหวา่ งเศษสว่ นและทศนิยม คา่ ประมาณของทศนยิ มไม่เกนิ 3
ตาแหน่งให้เป็นจานวนเต็ม ทศนิยม 1 ตาแหน่งและ 2 ตาแหน่ง การใช้เครื่องหมาย ≈ การบวก การลบ การคูณ
การหารทศนิยม การประมาณผลลัพธ์ การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับทศนิยม ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยความยาว
เซนติเมตรกับมิลลิเมตร เมตรกับเซนติเมตร กิโลเมตรกับเมตร ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยน้าหนัก กิโลกรัมกับ
กรัม การแกโ้ จทย์ปัญหาเกีย่ วกับความยาวและน้าหนักโดยใช้ความรูเ้ กย่ี วกบั ทศนิยมและการเปล่ียนหน่วย การแก้
โจทย์ปัญหาโดยใช้บัญญัติไตรยางศ์ การอ่านและการเขียนร้อยละหรือเปอร์เซ็นต์ การแก้โจทย์ปัญหาร้อยละ เส้น
ตั้งฉากและสัญลักษณ์แสดงการต้ังฉาก เส้นขนานและสัญลักษณ์แสดงการขนาน การสร้างเส้นขนาน มุมแย้ง มุม
ภายในและมุมภายนอกท่ีอยู่บนข้างเดียวกันของเส้นตัดขวาง (Transversal) ชนิดและสมบัติของรูปส่ีเหลี่ยม การ
สร้างรูปส่ีเหล่ียม ความยาวรอบรูปของรูปส่ีเหลี่ยม พื้นที่ของรูปสี่เหล่ียมด้านขนานและรูปส่ีเหลี่ยมขนมเปียกปูน
การแก้โจทย์ปัญหาเก่ียวกับความยาวรอบรูป และพื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมด้านขนานและรูปส่ีเหล่ียมขนมเปียกปูน
ลักษณะและส่วนต่าง ๆ ของปริซึม ปริมาตรของทรงสี่เหล่ียมมุมฉากและความจุของภาชนะทรงส่ีเหลี่ยมมุมฉาก
ความสัมพันธ์ระหว่างมิลลิลิตร ลิตร ลูกบาศก์เซนติเมตร และลูกบาศก์เมตร การแก้โจทย์ปัญหาเก่ียวกับปริมาตร
ของทรงสี่เหล่ียมมุมฉากและความจุของภาชนะทรงส่ีเหลี่ยมมุมฉาก และการอ่านและการเขียนแผนภูมิแท่ง การ
อา่ นกราฟเสน้

ใช้ความรู้และทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการพัฒนาทักษะการคิดคานวณ และทักษะการ
แก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อสารและการส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ โดยการจัดประสบการณ์หรือการ
สร้างสถานการณ์ท่ีใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าโดยปฏิบัติจริงทดลอง สรุป รายงาน และนาประสบการณ์
ความรู้ ความคิด ทกั ษะและกระบวนการท่ไี ดไ้ ปใช้ในการเรียนรสู้ ่ิงต่าง ๆ และใช้ในชีวติ ประจาวันอยา่ งสร้างสรรค์

เพื่อให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีความ
รอบคอบ มีความรบั ผิดชอบ มีวจิ ารณญาณและเช่อื ม่ันในตนเอง

มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั
ค ๑.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕ , ป.๕/๖ , ป.๕/๗ , ป.๕/๘ , ป.๕/๙
ค ๑.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔
ค ๒.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔
ค ๓.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒

รวม ๔ มาตรฐาน ๑๙ ตวั ช้วี ดั

หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นขอนแกน่ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ๓๙
คาอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน

ค ๑๖๑๐๑ คณิตศาสตร์๖ กลุม่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๖ เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง

คาอธิบายรายวิชา
ศึกษาตัวประกอบ จานวนเฉพาะ และตัวประกอบเฉพาะ การแยกตัวประกอบ ห.ร.ม. ค.ร.น. โจทย์ปัญหา

เกีย่ วกบั ห.ร.ม. และ ค.ร.น. การเปรียบเทียบเศษสว่ นและจานวนคละ การเรยี งลาดับเศษส่วนและจานวนคละ การบวก
การลบเศษส่วนและจานวนคละ การแก้โจทย์ปัญหาเศษส่วนและจานวนคละ การบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วน
และจานวนคละ การแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วน และจานวนคละ ความสัมพันธ์ระหว่าง
เศษส่วนและทศนิยม การหารทศนิยมท่ีตัวหารและผลหารเป็นทศนิยมไม่เกิน 3 ตาแหน่ง โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับ
ทศนิยม อัตราส่วน อัตราส่วนที่เท่ากัน มาตราส่วน โจทย์ปัญหาอัตราส่วนและมาตราส่วน โจทย์ปัญหาร้อยละ การ
แก้ปัญหาเก่ียวกับแบบรูป ชนิดและสมบัติของรูปสามเหล่ียม การสร้างรูปสามเหล่ียม ความยาวรอบรูปและพ้ืนท่ีของ
รูปสามเหลี่ยม มุมภายในของรูปหลายเหลี่ยม ความยาวรอบรูปและพื้นท่ีของรูปหลายเหล่ียม โจทย์ปัญหาเก่ียวกับ
ความยาวรอบรูปและพื้นท่ีของรูปหลายเหล่ียม ส่วนต่าง ๆ ของวงกลม การสร้างวงกลม ความยาวรอบรูปและพ้ืนท่ี
ของวงกลม โจทย์ปญั หาเกีย่ วกบั ความยาวรอบรูปและพน้ื ท่ีของวงกลม ทรงกลม ทรงกระบอก กรวย และพรี ะมิด รปู คล่ี
ของทรงกระบอก กรวย ปรซิ ึม และพีระมิด ปริมาตรของรูปเรขาคณิตสามมิติที่ประกอบดว้ ยทรงส่ีเหล่ียมมุมฉาก โจทย์
ปญั หาเกย่ี วกบั ปริมาตรของรูปเรขาคณิตสามมติ ิที่ประกอบด้วยทรงส่ีเหล่ียมมุมฉาก และการนาเสนอข้อมูล

โดยใช้ความรู้และทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการพัฒนาทักษะการคิดคานวณ และทักษะการ
แก้ปัญหา การให้เหตุผล การส่ือสารและการส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ โดยการจัดประสบการณ์หรือการ
สร้างสถานการณ์ท่ีใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าโดยปฏิบัติจริงทดลอง สรุป รายงาน และนาประสบการณ์
ความรู้ ความคิด ทักษะและกระบวนการทไ่ี ดไ้ ปใชใ้ นการเรยี นรสู้ ่ิงตา่ ง ๆ และใชใ้ นชวี ติ ประจาวันอยา่ งสรา้ งสรรค์

เพ่ือให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติท่ีดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีความ
รอบคอบ มีความรบั ผดิ ชอบ มวี ิจารณญาณและเชือ่ ม่ันในตนเอง

มาตรฐาน/ตวั ชีว้ ัด
ค ๑.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔ , ป.๖/๕ , ป.๖/๖ , ป.๖/๗ ,
ป.๖/๘ , ป.๖/๙ , ป.๖/๑๐ , ป.๖/๑๑ , ป.๖/๑๒
ค ๑.๒ ป ๖/๑
ค ๒.๑ ป ๖/๑ , ป ๖/๒ , ป ๖/๓
ค ๒.๒ ป ๖/๑ , ป ๖/๒ , ป ๖/๓ , ป.๖/๔
ค ๓.๑ ป ๖/๑

รวม ๕ มาตรฐาน ๒๑ ตัวชีว้ ัด

หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นขอนแกน่ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๔๐

คาอธิบายรายวิชา
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์

และเทคโนโลยี

หลักสูตรโรงเรยี นบ้านขอนแกน่ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๔๑
คาอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน

ว๑๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๑ เวลา 8๐ ชวั่ โมง

คาอธบิ ายรายวิชา
ศึกษาการเรียนรู้แบบนักวิทยาศาสตร์ ลักษณะ หน้าท่ีและการดูแลรักษาส่วนต่างๆ ของร่างกายมนุษย์

ลักษณะและหน้าที่ของส่วนต่าง ๆ ของสัตว์และพืชรอบตัวและสภาพแวดล้อม ในบริเวณที่สัตว์และพืชอาศัยอยู่
ชนิดและสมบัติของวัสดุท่ีใช้ทาวัตถุรอบตัว การเกิดเสียงและทิศทางการเคลื่อนท่ีของเสียง ลักษณะของหิน และ
การมองเห็นดาวบนท้องฟ้าในเวลากลางวันและกลางคืน การแก้ปัญหาโดยการลองผิดลองถูก การเปรียบเทียบ
การเขยี นโปรแกรมอย่างง่ายโดยใช้ ซอฟตแ์ วรห์ รือสื่อ การใช้งานอปุ กรณ์เทคโนโลยเี บ้ืองต้น การใชง้ านซอฟต์แวร์
เบ้อื งตน้

ใช้การสืบเสาะหาความรู้ สังเกต สารวจตรวจสอบโดยใช้เคร่ืองมืออย่างง่าย รวบรวมข้อมูล บันทึก และ
อธิบายผลการสารวจตรวจสอบ เพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ข้ันพ้ืนฐาน
และมีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี ๒๑ ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารเบื้องต้น สามารถ
สื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู้ มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถทางาน ร่วมกับผู้อื่น แสดงข้ันตอนการแก้ปัญหาอย่างง่าย เขียน
โปรแกรมโดยใชส้ ่ือ สร้าง จดั เก็บและเรียกใช้ ไฟลต์ ามวัตถุประสงค์

ตระหนักถึงประโยชน์ของการใช้ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการดารงชีวิต ใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศอย่างปลอดภัย ปฏิบัติตามข้อตกลงในการใช้งาน ดูแลรักษาอุปกรณ์และใช้งาน เทคโนโลยีสารสนเทศ
อย่างเหมาะสม มีจิตวทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และคา่ นยิ มทเ่ี หมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ช้วี ัด

ว ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๑.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๒.๓ ป.๑/๑
ว ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๓.๒ ป.๑/๑
ว ๔.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
รวม 7 มาตรฐาน ๑๕ ตวั ช้วี ดั

หลกั สตู รโรงเรยี นบ้านขอนแกน่ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ๔๒
คาอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน

ว๑๒๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๒ เวลา 8๐ ช่วั โมง

คาอธิบายรายวิชา
ศึกษาการเรียนรูแ้ บบนักวทิ ยาศาสตร์ ลักษณะของส่ิงมีชีวิตและส่ิงไม่มีชีวิต ความจาเปน็ ของแสง และน้า

ต่อการเจริญเติบโตของพืช วัฏจักรชีวิตของพืชดอก สมบัติการดูดซับนา้ ของวัสดุและการนาไปใชป้ ระโยชน์ สมบัติ
ของวัสดทุ ่ีเกดิ จากการนาวสั ดุมาผสมกนั การเลอื กวสั ดุมาใชท้ าวตั ถตุ ามสมบัตขิ องวัสดุ การนาวสั ดทุ ่ีใชแ้ ล้วกลบั มา
ใช้ใหม่ การเคลื่อนท่ีของแสง การมองเห็นวัตถุ การป้องกันอันตรายจากการ มองวัตถุในบริเวณที่มีแสงสว่างไม่
เหมาะสม สว่ นประกอบและการจาแนกชนิดของดิน การใช้ประโยชน์จากดิน การแสดงขนั้ ตอนการแก้ปญั หา การ
ตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม การใช้งานซอฟต์แวร์เบ้ืองต้น การจัดการไฟล์และโฟลเดอร์ การใช้งานและ
ดูแลรกั ษาอปุ กรณค์ อมพิวเตอร์ เทคโนโลยีในชีวติ ประจาวัน การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภยั

ใช้การสืบเสาะหาความรู้ สังเกต จาแนกประเภท รวบรวมข้อมูล บันทึก และอธิบายผลการสารวจ
ตรวจสอบ เพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ข้ันพื้นฐานและมีทักษะการเรียนรู้
ในศตวรรษท่ี ๒๑ ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารเบ้ืองต้น สามารถส่ือสารสิ่งท่ีเรียนรู้
มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถทางานร่วมกับผู้อื่น แสดงขั้นตอนการแก้ปัญหาอย่างง่าย เขียนโปรแกรม แบบมี
เงื่อนไขโดยใช้บตั รคาส่ังและตรวจหาขอ้ ผดิ พลาด ใช้งานซอฟต์แวร์ สร้าง จดั หมวดหมู่ไฟล์และโฟลเดอร์

ตระหนักถึงประโยชน์ของการใช้ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการดารงชีวิต ตระหนัก ถึง
ความสาคัญของการปกปอ้ งขอ้ มลู ส่วนตัว ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภยั ดแู ลรักษาอปุ กรณ์ คอมพวิ เตอร์
มีจติ วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และคา่ นิยมทเ่ี หมาะสม

มาตรฐานตัวชว้ี ดั
ว ๑.๒ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓
ว ๑.๓ ป.๒/๑
ว ๒.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔
ว ๒.๓ ป.๒/๑ , ป.๒/๒
ว ๓.๒ ป.๒/๑ , ป.๒/๒
ว ๔.๒ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔

รวม ๖ มาตรฐาน ๑๖ ตัวชว้ี ัด

หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นขอนแก่น (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๔๓

คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน

ว๑๓๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๓ เวลา 8๐ ชั่วโมง

คาอธบิ ายรายวชิ า

ศึกษาการเรียนรู้แบบนักวิทยาศาสตร์ ปัจจัยในการดารงชีวิตและการเจริญเติบโตของมนุษย์และสัตว์
วัฏจักรชวี ิตของสัตว์ วตั ถุประกอบขึ้นจากช้ินส่วนย่อยซ่ึงสามารถแยกออกจากกันและประกอบกันเป็นวัตถุช้ินใหม่
ได้ การเปลย่ี นแปลงของวสั ดเุ มื่อทาให้ร้อนข้ึนหรือเยน็ ลง ผลของแรงท่ีมตี อ่ การเปลีย่ นแปลง การเคล่อื นท่ีของวัตถุ

แรงสัมผัสและแรงไม่สัมผัส วัสดุท่ีแม่เหล็กดึงดูดได้ แรงแม่เหล็ก ข้ัวแม่เหล็ก การเปลี่ยน พลังงานหน่ึงไปเป็นอีก
พลังงานหน่ึง การทางานของเคร่ืองกาเนิดไฟฟ้า แหล่งพลังงานในการผลิตไฟฟ้า การใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและ
ปลอดภัย การเกิดกลางวัน กลางคืน การขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ การกาหนดทิศ ความสาคัญของดวงอาทิตย์

ส่วนประกอบของอากาศ ความสาคญั ของอากาศ ผลกระทบของมลพิษ ทางอากาศ การเกดิ ลม ประโยชน์และโทษ
ของลม การแสดงข้ันตอนการแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะเบือ้ งต้น การเขียนโปรแกรมแบบวนซ้าโดยใชบ้ ัตร
คาสั่งและการตรวจหาข้อผิดพลาด การใช้อินเทอร์เน็ตและข้อตกลงในการใช้งาน การรวบรวมข้อมูล การ

ประมวลผลข้อมูลเบ้ืองต้น การนาเสนอข้อมูล เทคโนโลยี ในงานด้านต่าง ๆ ข้อดีและข้อเสียในการใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศและการสือ่ สาร

ใช้การสืบเสาะหาความรู้ สังเกต รวบรวมข้อมูล จัดกระทาและส่ือความหมายข้อมูล สร้างแบบจาลอง

และอธิบายผลการสารวจตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ขั้น
พื้นฐานและมีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารเบื้องต้น
สามารถส่ือสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถทางานร่วมกับผู้อ่ืน แสดงขั้นตอนการ แก้ปัญหา เขียน

โปรแกรมแบบวนซ้าโดยใชบ้ ัตรคาสั่ง ใช้อินเทอรเ์ น็ตในการค้นหาความรู้ รวบรวม ประมวลผล และนาเสนอข้อมูล
ตามวตั ถปุ ระสงค์

ตระหนักถึงประโยชน์ของการใช้ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการดารงชีวิต ตระหนักถึง

การใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัยและอยู่ในการดูแลของครูหรือผู้ปกครอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม
และคา่ นิยมทเ่ี หมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ดั

ว ๑.๒ ป. ๓ / ๑ , ป. ๓ / ๒ , ป. ๓ / ๓ , ป. ๓ / ๔
ว ๒.๑ ป. ๓ / ๑ , ป. ๓ / ๒
ว ๒.๒ ป. ๓ / ๑ , ป. ๓ / ๒ , ป. ๓ / ๓ , ป. ๓ / ๔

ว ๒.๓ ป. ๓ / ๑ , ป. ๓ / ๒ , ป. ๓ / ๓
ว ๓.๑ ป. ๓ / ๑ , ป. ๓ / ๒ , ป. ๓ / ๓
ว ๓.๒ ป. ๓ / ๑ , ป. ๓ / ๒ , ป. ๓ / ๓ , ป. ๓ / ๔

ว ๔.๒ ป. ๓ / ๑ , ป. ๓ / ๒ , ป. ๓ / ๓ , ป. ๓ / ๔ , ป. ๓ / ๕
รวม ๗ มาตรฐาน ๒๕ ตัวชีว้ ัด

หลักสตู รโรงเรยี นบ้านขอนแกน่ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๔๔
คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน

ว๑๔๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๔ เวลา ๑๒๐ ช่ัวโมง

คาอธบิ ายรายวิชา

ศึกษาการเรียนรู้แบบนักวิทยาศาสตร์ การจาแนกส่ิงมีชีวิตเป็นกลุ่มพืช กลุ่มสัตว์ และกลุ่มท่ี ไม่ใช่พืชและ
สัตว์ การจาแนกพืชออกเป็นพืชดอกและพืชไม่มีดอก การจาแนกสัตว์ออกเป็นสัตว์ มี กระดูกสันหลังและสัตว์ไมม่ ี
กระดูกสันหลัง ลักษณะเฉพาะของสัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มปลา กลุ่มสัตว์สะเทินน้า สะเทินบก กลุ่ม

สัตวเ์ ลื้อยคลาน กลุม่ นก และกล่มุ สัตว์เลยี้ งลูกดว้ ยน้านม หนา้ ทข่ี องราก ลาตน้ ใบและดอกของพืชดอก สมบตั ิทาง
กายภาพ ด้านความแขง็ สภาพยดื หยนุ่ การนาความรอ้ น และการนาไฟฟ้าของวัสดุ การนาสมบตั ทิ างกายภาพของ
วัสดุไปใช้ในชีวิตประจาวัน สมบัติของสสาร ทั้ง 3 สถานะ ผลของแรงโน้มถ่วงท่ีมีต่อวัตถุ การวัดน้าหนักของวัตถุ

มวลของวัตถุท่ีมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการเคล่ือนท่ีของวัตถุ และตัวกลางของแสง การข้ึนและตกและรูปร่างดวง
จันทร์และองค์ประกอบของระบบสุริยะ การใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การออกแบบและเขียน
โปรแกรมอย่างง่าย การตรวจหาข้อผิดพลาดในโปรแกรม การค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตและการใช้คา ค้น

การประเมินความน่าเชอื่ ถือของข้อมลู การรวบรวม นาเสนอขอ้ มูลและสารสนเทศ
ใช้การสืบเสาะหาความรู้ ต้ังคาถาม คาดคะเนคาตอบหรือสร้างสมมติฐาน วางแผนและสารวจ ตรวจสอบ

โดยใช้เคร่ืองมืออุปกรณ์และเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสม ประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล รวมรวมข้อมูล

ประมวลผลอย่างง่าย วิเคราะห์ข้อมูล วิเคราะห์ผลและสร้างทางเลือกนาเสนอข้อมูล ลงความคิดเห็นและสรุปผล
การสารวจตรวจสอบ เพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และมีทักษะการเรียนรู้
ในศตวรรษท่ี ๒๑ ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเบื้องต้น มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถ

ทางานร่วมกับผู้อื่น ใช้เหตุผลเชิง ตรรกะในการแก้ปัญหา และอธิบายการทางานหรือคาดการผลลัพธ์จากปัญหา
อยา่ งง่าย ออกแบบและ เขยี นโปรแกรม ตรวจหาข้อผดิ พลาดจากโปรแกรมของตนเองและผู้อนื่

ตระหนักถึงคุณค่าของความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และใช้ความรู้และกระบวนการ ทาง

วิทยาศาสตร์ในการดารงชีวิต สามารถสื่อสารอย่างมีมารยาทและรู้กาลเทศะ รู้จักการปกป้องข้อมูลส่วนตัว มีจิต
วทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคา่ นิยมทเ่ี หมาะสม
มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด

ว ๑.๒ ป.๔/๑
ว ๑.๓ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔
ว ๒.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔

ว ๒.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓
ว ๒.๓ ป.๔/๑
ว ๓.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓

ว ๘.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕
รวม 7 มาตรฐาน ๒๑ ตัวชว้ี ัด


Click to View FlipBook Version