The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านขอนแก่น ปีการศึกษา 2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by plpporpla, 2022-09-01 09:25:49

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านขอนแก่น ปีการศึกษา 2565

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านขอนแก่น ปีการศึกษา 2565

Keywords: หลักสูตรสถานศึกษา

หลกั สูตรโรงเรยี นบ้านขอนแกน่ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ๙๕
คาอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน

อ ๑๓๑๐๑ ภาษาอังกฤษ๓ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๓ เวลา 16๐ ช่ัวโมง

คาอธบิ ายรายวิชา
ใช้และปฏิบัติตามคาส่ัง และคาขอร้องท่ีฟังหรืออ่านที่ใช้ในห้องเรียน อ่านออกเสียงคา กลุ่มคา

ประโยคเดี่ยว บทพูดเข้าจังหวะ การสะกดคา และการใช้พจนานุกรม เลือก/ระบุภาพหรือสัญลักษณ์ตรง
ตามความหมายของกลุ่มคา ประโยคเด่ียวที่ฟังเก่ียวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน ส่ิงแวดล้อม อาหาร
เคร่ืองดื่ม และนันทนาการเป็นวงศ์คาศัพท์ที่เป็นรูปธรรมสะสมประมาณ ๓๕๐-๔๕๐คา ตอบคาถามจากการฟัง
หรือการอ่านประโยค บทสนทนา นิทานท่ีมีภาพประกอบหรือเรื่องราวท่ีสาคัญในท้องถิ่น พูดโต้ตอบด้วยคา
ส้ันๆง่ายๆ ในการสื่อสารระหว่างบุคคลตามแบบที่ฟัง ด้วยบทสนทนาที่ใช้ในการทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ
ขอโทษ และประโยค ข้อความที่ใช้แนะนาตนเอง บอกความต้องการ บอกความรู้สึกของตนเองเกี่ยวกับส่ิง
ต่างๆใกล้ตัว หรือกิจกรรมต่างๆตามแบบท่ีฟัง พูดขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพ่ือนบุคคลใกล้ตัว และ
เร่ืองใกล้ตัว ด้วยคาศัพท์ สานวนภาษา และประโยคตามแบบที่ฟัง จัดหมวดหมู่คาตามประเภทของบุคคล
สัตว์ และสิ่งของตามแบบท่ีฟังหรืออ่าน พูดและทาท่าทางประกอบ ตามมารยาทสังคม/วัฒนธรรมของ
เจ้าของภาษา บอกชื่อและคาศัพท์ง่ายๆเกี่ยวกับเทศกาล / วันสาคัญ / งานฉลอง และชีวิตความเป็นอยู่ของ
เจ้าของภาษา เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมท่ีเหมาะสมกับวัย บอกความแตกต่างของตัวอักษร
คา กลุ่มคา และประโยคง่ายๆของเจ้าของภาษาอังกฤษและภาษาไทย และบอกคาศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม
สาระการเรียนรู้อ่ืน ฟัง / พูดในสถานการณ์ง่ายๆที่เกิดข้ึนในห้องเรียน ใช้ภาษาอังกฤษเพ่ือรวบรวมคาศัพท์ท่ี
เกีย่ วขอ้ งใกล้ตวั

โดยใช้ทักษะกระบวนการทางภาษาด้านการฟัง พูด อ่าน และเขียนในการสื่อสารระหว่างบุคคล
การอภิปราย การถามตอบ การแสดงบทบาทสมมติ การแสดงละครสน้ั และทักษะกระบวนการท างานกลุ่ม

เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีสมรรถนะในการสื่อสาร มีความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา
สามารถนามาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันได้อย่างเหมาะสมกับวัย เห็นความสาคัญของการเรียนภาษาอังกฤษ
และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในด้านมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทางาน และมีจิตสาธารณะ โดยนาหลัก
ของปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งมาจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอน

หลักสตู รโรงเรยี นบ้านขอนแก่น (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๙๖

มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด
ต ๑.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔
ต ๑.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕
ต ๑.๓ ป.๓/๑ , ป.๓/๒
ต ๒.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ต ๒.๒ ป.๓/๑
ต ๓.๑ ป.๓/๑
ต ๔.๑ ป.๓/๑
ต ๔.๒ ป.๓/๑

รวม ๘ มาตรฐาน ๑๘ ตัวชวี้ ดั

หลกั สตู รโรงเรยี นบ้านขอนแกน่ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๙๗
คาอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน

อ ๑๔๑๐๑ ภาษาอังกฤษ๔ กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ
ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๔ เวลา ๘๐ ชั่วโมง

คาอธิบายรายวชิ า
ใช้และปฏิบัติตามคาสั่ง คาขอร้องและคาขออนุญาตท่ีใช้ในห้องเรียน คาแนะนาในการเล่นเกม

การวาดภาพหรือการทาอาหารและเครื่องดื่มที่ฟังหรืออ่าน อ่านออกเสียงคา กลุ่มคา ประโยค ข้อความ
บทพูดเข้าจังหวะ การสะกดคา และการใช้พจนานุกรม เลือก/ ระบุภาพหรือสัญลักษณ์หรือเคร่ืองหมายตรง
ตามความหมายของกลุ่มคา ประโยคเดี่ยว และข้อความส้ันๆ ที่ฟังหรืออ่าน เกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว
โรงเรียน สิ่งแวดล้อม อาหาร เครื่องดื่ม เวลาว่าง และนันทนาการ สุขภาพและสวัสดิการ การซ้ือ -ขาย
และลมฟ้าอากาศ และเป็นวงศ์คาศัพท์ที่เป็นรูปธรรมและนามธรรมสะสมประมาณ ๔๕๐-๗๐๐ คา
ตอบคาถามเกี่ยวกับใจความสาคัญของเร่ืองจากการฟังและอ่านประโยค บทสนทนา และนิทานที่มี
ภาพประกอบ พูด/เขียนโต้ตอบในการสื่อสารระหว่างบุคคลด้วยบทสนทนาที่ใช้ในการทักทาย กล่าวลา
ขอบคุณ ขอโทษ การพูดแทรกอย่างสุภาพ ประโยค/ข้อความท่ีใช้แนะนา ขอและให้ข้อมูลตนเอง ครอบครัว
เพื่อน บุคคล สัตว์ สิ่งใกล้ตัว และแหล่งท่องเท่ียวในท้องถ่ิน เครื่องหมายวรรคตอน สานวนการตอบรับ
แสดงความต้องการของตนเองและ ขอความช่วยเหลือในสถานการณ์ง่ายๆ แสดงความรู้สึกตามแบบท่ีฟัง
แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว และกิจกรรมต่างๆ พูด/ วาดภาพ แสดงความสัมพันธ์ของ
ส่ิงต่างๆ ใกล้ตัวตามแบบท่ีฟังหรืออ่าน พูดและทาท่าประกอบอย่างสุภาพตามมารยาทสังคม และวัฒนธรรม
ของเจ้าของภาษา ตอบคาถาม คาศัพท์และข้อมูล บอความเหมือน/ความแตกต่างเก่ียวกับเทศกาล/
วันสาคัญ/งานฉลองและชีวิตความเป็นอยู่ง่ายๆ ตามวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของไทย เข้าร่วมกิจกรรม
ทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาสมกับวัย บอกความแตกต่างของเสียงตัวอักษร ค า กลุ่มคา ประโยค และ
ข้อความของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย ค้นคว้า รวบรวมคาศัพท์ท่ีเกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น
และนาเสนอด้วยการพูด/ การเขียน ฟังและพูด/ในสถานการณ์ที่เกิดข้ึนในห้องเรียนและสถานศึกษา
ใชภ้ าษาต่างประเทศในการสบื ค้นและรวบรวมคาศพั ท์ ข้อมูลทเี่ กีย่ วขอ้ งใกลต้ ัวจากส่อื และแหลง่ เรยี นรูต้ ่างๆ

โดยใช้ทักษะกระบวนการทางภาษาด้านการฟัง พูด อ่าน และเขียนในการส่ือสารระหว่างบุคคล
การอภปิ ราย การถามตอบ การแสดงบทบาทสมมติ การแสดงละครสั้น และทักษะกระบวนการท างานกลมุ่

เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีสมรรถนะในการสื่อสาร มีความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา
สามารถนามาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันได้อย่างเหมาะสมกับวัย เห็นความสาคัญของการเรียนภาษาอังกฤษ
และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในด้านมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทางาน และมีจิตสาธารณะ โดยนาหลัก
ของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งมาจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอน

หลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นขอนแกน่ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๙๘

มาตรฐาน/ตัวช้วี ดั
ต ๑.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป๔/๔
ต ๑.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป๔/๔ , ป๔/๕
ต ๑.๓ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓
ต ๒.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓
ต ๒.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒
ต ๓.๑ ป.๔/๑
ต ๔.๑ ป.๔/๑
ต ๔.๒ ป.๔/๑

รวม ๘ มาตรฐาน ๒๐ ตัวชี้วดั

หลักสตู รโรงเรยี นบ้านขอนแก่น (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๙๙

คาอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน

อ ๑๕๑๐๑ ภาษาอังกฤษ๕ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๕ เวลา ๘๐ ช่ัวโมง

คาอธิบายรายวิชา
ใช้และปฏิบัติตามคาสั่ง คาขอร้อง คาขออนุญาตที่ใช้ในห้องเรียน ภาษาท่าทาง และคาแนะนาใน

การเล่นเกม การวาดภาพหรือการทาอาหารและเครื่องดื่ม หรือท่ีมี ๑-๒ ข้ันตอนที่ฟังหรืออ่าน อ่านออก
เสียงประโยค ข้อความ และบทกลอนส้ันๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน และการใช้พจนานุกรม ระบุ/ วาดรูป
สัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายตรงตามความหมายของกลุ่มคา ประโยคผสม ข้อความส้ันๆ ที่ฟังหรืออ่าน
เกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อม อาหาร เคร่ืองด่ืม เวลาว่าง และนันทนาการ สุขภาพและ
สวัสดกิ าร การซ้อื -ขาย และสมฟา้ อากาศ เป็นวงศ์คาศัพทท์ เี่ ปน็ รูปธรรมและนามธรรมสะสมประมาณ ๗๕๐-๙๕๐
คา บอกใจความสาคัญและตอบคาถามจากการฟังและอ่านประโยค บทสนทนา นิทาน เรื่องสั้น หรือ
เร่ืองราวสาคัญๆ ในท้องถ่ิน พูด/ เขียนโต้ตอบในการส่ือสารระหว่างบุคคล ด้วยบทสนทนา ท่ีใช้ทักทาย
กล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษ ชมเชย การพูดแทรกอย่างสุภาพ ประโยค ข้อความ การแนะนา การขอ/
ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพ่ือน ครอบครัว บุคคล สัตว์ สถานที่ และเรื่องใกล้ตัวและกิจกรรมต่างๆ และ
สานวน การตอบรับ แสดงความต้องการ ขอความช่วยเหลือ และปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์
ง่ายๆ แสดงความรู้สึก ความคิดเห็น เก่ียวกับกิจกรรมและเร่ืองต่างๆ ใกล้ตัว พร้อมทั้งให้เหตุผลสั้นๆ
ประกอบ เขียนภาพ แผนผัง และแผนภูมิ แสดงข้อมูลต่างๆ ตามที่ฟังหรืออ่าน ใช้ถ้อยคา น้าเสียง และ
กิริยาท่าทางอย่างสุภาพตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ตอบคาถาม/ บอกความสาคัญ
ความเหมือนและความแตกต่างของบเทศกาล/ สาคัญ/ งานฉลอง และชีวิตความเป็นอยู่ง่ายๆ ของเจ้าของ
ภาษากับของไทย เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ บอกความเหมือน/
ความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ การใช้เคร่ืองหมายวรรคตอน การลา ดับคาตาม
โครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย ค้นคว้า รวบรวมคาศัพท์ที่เก่ียวข้องกับกลุ่มสาระ
การเรียนรู้อื่นจากแหล่งการเรียนรู้ และนาเสนอด้วยการพูด/ การเขียน ฟัง พูด และอ่าน/ เขียนใน
สถานการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นในห้องเรียนและสถานศึกษา ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้นและรวบรวมคา ศัพท์
ข้อมลู จากสอ่ื และแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ

โดยใช้ทักษะกระบวนการทางภาษาด้านการฟัง พูด อ่าน และเขียนใน การส่ือสารระหว่างบุคคล
การอภปิ ราย การถามตอบ การแสดงบทบาทสมมติ การแสดงละครสนั้ และทกั ษะกระบวนการท างานกลุ่ม

เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีสมรรถนะในการสื่อสาร มีความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา
สามารถนามาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันได้อย่างเหมาะสมกับวัย เห็นความสาคัญของการเรียนภาษาอังกฤษ
และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในด้านมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งม่ันในการทางาน และมีจิตสาธารณะ โดยนา
หลกั ของปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงมาจดั กจิ กรรมการเรียนการสอน

หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นขอนแก่น (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๐๐

มาตรฐาน/ตัวชวี้ ัด
ต ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ต ๑.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ต ๑.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓
ต ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓
ต ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ต ๓.๑ ป.๕/๑
ต ๔.๑ ป.๕/๑
ต ๔.๒ ป.๕/๑

รวม ๘ มาตรฐาน ๒๐ ตวั ชีว้ ัด

หลกั สตู รโรงเรยี นบ้านขอนแก่น (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๐๑

คาอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน

อ ๑๖๑๐๑ ภาษาอังกฤษ๖ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๖ เวลา ๘๐ ช่ัวโมง

คาอธิบายรายวชิ า
ใช้และปฏิบัติตามคาสั่ง คาขอร้อง คาอนุญาต ภาษาท่าทาง และคาแนะนาใน การเล่นเกม

การวาดภาพ การทาอาหารและเครื่องดื่ม และการประดิษฐ์ท่ีฟังและอ่าน หรือที่มี ๒-๓ ข้ันตอน อ่านออก
เสียงข้อความ นิทานและบทกลอนส้ันๆ ถูกต้องตาม หลักการอ่าน และการใช้พจนานุกรม เลือกระบุประโยค
หรือข้อความส้ันๆ ตรงตามภาพ สัญลักษณ์ หรือเครื่องหมาย และความหมายท่ีอ่านเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว
โรงเรียน สิ่งแวดล้อม อาหาร เครื่องด่ืม เวลาว่างและนันทนาการ สุขภาพและสวัสดิการ การซ้ือ -ขาย
และลมฟ้าอากาศ เป็นวงศ์คาศัพท์ที่เป็นรูปธรรมและนามธรรมสะสมประมาณ ๑,๐๕๐-๑,๒๐๐ คา บอก
ใจความสาคัญและตอบคาถามจากการฟังและอ่านประโยค บทสนทนา นิทาน และเรื่องเล่าในท้องท้องถิ่น
พูด/ เขียนโต้ตอบในการสื่อสารระหว่างบุคคลด้วยคาศัพท์ บทสนทนา ประโยค/ ข้อความ สานวนภาษา
ท่ีใช้ในการกล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษ ชมเชย การพูดแทรกอย่างสุภาพ และการแนะนา ตนเอง เพ่ือน
บุคคลใกล้ตัว และสานวนการตอบรับ แสดง ความต้องการ ขอความช่วยเหลือ ตอบรับและให้
ความช่วยเหลือในสถานการณ์ง่ายๆ การขอและให้ข้อมูล แสดงความรู้สึก แสดงความคิดเห็น เก่ียวกับ
ตนเอง กิจวัตรประจาวัน เพ่ือน ครอบครัว เรื้องใกล้ตัวหรือสิ่งแวดล้อม กิจกรรมต่างๆ พร้อมทั้งให้เหตุผล
สั้นๆ ประกอบ เขียนคา กลุ่มคา และประโยคท่ีมีความหมายสัมพันธ์กับภาพ แผนผัง แผนภูมิ และตาราง
แสดงข้อมูลต่างๆ ท่ีฟังหรืออ่าน ใช้ถ้อยคา น้าเสียง และกิริยาท่าทางอย่างสุภาพเหมาะสมตามมารยาทสังคม
และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ให้ข้อมูล เปรียบเทียบความเหมือน/ความแตกต่างเก่ียวกั บเทศกาล/
วันสาคัญ/ งานฉลอง/ ชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษากับของไทย เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและ
วัฒนธรรมตามความสนใจ บอกความเหมือน/ ความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ การใช้
เครื่องหมายวรรคตอน และการลาดับคาตามโครงสร้างของประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย
ค้นคว้า สืบค้น รวบรวมคาศัพท์ที่เกี่ยวข้องใกล้ตัวหรือเก่ียวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นจากส่ือและ
แหล่งการเรียนรู้ และนาเสนอด้วยการพูด/ การเขียน ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นใน
ห้องเรียนและสถานศกึ ษา

โดยใช้ทักษะกระบวนการทางภาษาด้านการฟัง พูด อ่าน และเขียนใน การส่ือสารระหว่าง
บุคคล การอภิปราย การถามตอบ การแสดงบทบาทสมมติ การแสดงละครส้ัน และทักษะกระบวน
การท างานกลุ่ม

เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีสมรรถนะในการสื่อสาร มีความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา
สามารถนามาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันได้อย่างเหมาะสมกับวัย เห็นความสาคัญของการเรียนภาษาอังกฤษ

หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นขอนแกน่ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๐๒

และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในด้านมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งม่ันในการทางาน และมีจิตสาธารณะ โดยนา

หลกั ของปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงมาจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน

มาตรฐาน/ตัวช้วี ัด
ต ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
ต ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕
ต ๑.๓ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ต ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ต ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒
ต ๓.๑ ป.๖/๑
ต ๔.๑ ป.๖/๑
ต ๔.๒ ป.๖/๑

รวม ๘ มาตรฐาน ๒๐ ตัวช้วี ัด

หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นขอนแก่น (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๐๓
คาอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม

อ 11201 ภาษาอังกฤษเพ่ือการสอ่ื สาร 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ
ช้ันประถมศึกษาปีที่ 1 เวลา ๘๐ ช่วั โมง

คาอธบิ ายรายวชิ า

ใช้คาส่ังที่ใช้ในห้องเรียน ตัวอักษร เสียงตัวอักษร สระ การสะกดคา ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง ประโยค
บอกความต้องการเกี่ยวกบั ตนเอง ประโยค ให้ขอ้ มลู เกีย่ วกับตนเอง คาส่งั ทใ่ี ช้ในหอ้ งเรยี น ขอ้ ความทีใ่ ช้ในการพูด
ให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเอง และเร่ืองใกล้ตัว คา ท่ีมีความหมายสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆใกล้ตัว อาหาร เคร่ืองด่ืม
วัฒนธรรมเจา้ ของภาษาแสดงกริ ยิ า การขอบคณุ ขอโทษ การพดู แนะนาตนเอง การใช้ภาษาในการฟงั พดู อา่ นใน
สถานการณ์ทีเ่ กดิ ข้ึนในห้องเรยี น

โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูลและมีทักษะทางสังคม มีวิถีของระบอบ
ประชาธิปไตย ซอ่ื สัตย์ ใฝเ่ รียนรู้ แสดงออกถงึ ความเป็นไทย

เพ่ือให้เกดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ สามารถสือ่ สารสิ่งทเี่ รยี นรู้ และ นาความรู้ไปใช้ประโยชน์ ในชีวติ ประจาวนั

ผลการเรยี นรู้
๑. ปฏิบัตติ ามคาสั่ง คาขอร้องทฟ่ี งั
๒. อา่ นออกเสียงตวั อักษร คา กลุ่มคา ประโยคงา่ ยๆ และ บทพดู เข้าจงั หวะง่ายๆ ถูกต้องตามหลักการ
อา่ น
๓. บอกความหมายของคาและกลุ่มคาท่ีฟงั ตรงตามความหมาย ตอบคาถามจากการฟังหรืออ่าน
ประโยค บทสนทนาหรือนิทานงา่ ยๆ
รวมทั้งหมด ๓ ผลการเรยี นรู้

หลกั สูตรโรงเรยี นบ้านขอนแกน่ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๐๔
คาอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ

อ 12201 ภาษาอังกฤษเพ่ือการส่อื สาร 2 กล่มุ สาระการเรียนร้ภู าษาตา่ งประเทศ
ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 2 เวลา ๘๐ ช่วั โมง

คาอธบิ ายรายวชิ า
ใช้คาส่ังท่ีใช้ในห้องเรียน ตัวอักษร เสียงตัวอักษร สระ การสะกดคา การอ่านออกเสียง คา กลุ่มคา บท

อ่าน บทสนทนา ประโยค ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองคา ประโยคบทอ่าน บทสนทนา ประโยค ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ
ตนเอง ข้อความที่ใชใ้ นการพูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง และเรื่องใกลต้ ัว คา ทีม่ ีความหมายสัมพนั ธก์ ับส่งิ ตา่ งๆใกล้
ตัว อาหาร เครื่องด่ืม วัฒนธรรมเจ้าของภาษาแสดงกิริยา การขอบคุณ ขอโทษ การพูดแนะนาตนเอง กิจกรรม
ทางภาษา การร้องเพลง การใช้ภาษาในการฟงั พูด อา่ นในสถานการณ์ทเ่ี กดิ ข้ึนในหอ้ งเรยี น

โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูลและมีทักษะทางสังคม มีวิถีของระบอบ
ประชาธปิ ไตย ซ่ือสตั ย์ ใฝเ่ รยี นรู้ แสดงออกถงึ ความเป็นไทย

เพ่ือใหเ้ กดิ ความรู้ ความเข้าใจ สามารถสือ่ สารสิง่ ทีเ่ รยี นรู้ และ นาความรู้ไปใช้ประโยชน์ ในชวี ติ ประจาวัน

ผลการเรยี นรู้

๑. ปฏบิ ัตติ ามคาสง่ั คาขอรอ้ งท่ฟี งั
๒. อ่านออกเสยี งตัวอักษร คา กลมุ่ คา ประโยคงา่ ยๆ และ บทพดู เข้าจงั หวะงา่ ยๆ ถกู ต้องตาม
หลกั การอ่าน
๓. บอกความหมายของคาและกลมุ่ คาที่ฟังตรงตามความหมาย ตอบคาถามจากการฟงั หรอื อ่าน
ประโยคบทสนทนาหรือนทิ านงา่ ยๆ
๔. พูดโต้ตอบด้วยคาสั้นๆ ง่ายๆ ในการสื่อสารระหว่างบคุ คลตามแบบที่ฟัง ใช้คาสั่งและ
คาขอร้องง่ายๆ บอกความต้องการง่ายๆ ของตนเอง พูดขอและใหข้ ้อมูลเก่ียวกบั ตนเองและเพื่อนบอกความรู้สกึ
ของตนเองเกยี่ วกบั สงิ่ ต่างๆ ใกลต้ ัวหรือกิจกรรมต่างๆ ตามแบบทีฟ่ ัง
๕. พูดใหข้ ้อมลู เกย่ี วกบั ตนเองและเรอื่ งใกลต้ วั จัดหมวดหมู่คาตามประเภทของบุคคล สัตว์
และส่ิงของตามทฟี่ งั หรืออ่าน
๖. พูดและทาท่าประกอบ ตามมารยาทสงั คม/วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา บอกชื่อและคาศัพท์
งา่ ยๆ เก่ียวกบั เทศกาล/วนั สาคัญ/งานฉลอง และชีวติ ความเปน็ อยู่ของเจา้ ของภาษา เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางภาษา
และวัฒนธรรมทเี่ หมาะกับวัย
รวมท้ังหมด ๖ ผลการเรยี นรู้

หลกั สูตรโรงเรยี นบ้านขอนแกน่ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๐๕
คาอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม

อ 13201 ภาษาอังกฤษเพ่ือการสือ่ สาร 3 กลุม่ สาระการเรียนร้ภู าษาตา่ งประเทศ
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เวลา ๘๐ ชว่ั โมง

คาอธบิ ายรายวชิ า

ใช้คาส่ังที่ใช้ในห้องเรียน ตัวอักษร เสียงตัวอักษร สระ การสะกดคา การอ่านออกเสียง คา กลุ่มคา บท
อ่าน พูดเข้าจังหวะ บทสนทนา ประโยค ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองคา เลือกระบุภาพ ตรงความหมาย บท
สนทนา ให้ขอ้ มูลเกีย่ วกับตนเอง ประโยคบอกความตอ้ งการเก่ยี วกบั ตนเองคา คาสง่ั ทใ่ี ช้ในหอ้ งเรยี น ขอ้ ความท่ี
ใช้ในการพูดให้ข้อมูลความรู้สึกเก่ียวกับตนเอง และเรื่องใกล้ตัว วัฒนธรรมเจ้าของภาษาแสดงกิริยา การขอบคุณ
ขอโทษ การพูดแนะนาตนเอง การใชภ้ าษาในการฟงั พดู อา่ นในสถานการณท์ ี่เกิดขึน้ ในหอ้ งเรยี น

โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูลและมีทักษะทางสังคม มีวิถีของระบอบ
ประชาธปิ ไตย ซอ่ื สัตย์ ใฝเ่ รียนรู้ แสดงออกถึงความเปน็ ไทย

เพอื่ ให้เกิดความรู้ ความเขา้ ใจ สามารถสอ่ื สารสิง่ ทเ่ี รยี นรู้ และ นาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ ในชวี ติ ประจาวัน

ผลการเรียนรู้
๑. ปฏบิ ตั ติ ามคาสง่ั คาขอรอ้ งที่ฟัง
๒. บอกความหมายของคาและกลุ่มคาท่ีฟังตรงตามความหมาย ตอบคาถามจากการฟังหรืออ่านประโยค

บทสนทนาหรือนทิ านงา่ ยๆ
๓.พดู โตต้ อบดว้ ยคาสนั้ ๆ ง่ายๆ ในการสอื่ สารระหวา่ งบคุ คลตามแบบทฟ่ี ัง ใช้คาสั่งและคาขอร้องง่ายๆ
๔. บอกความต้องการง่ายๆ ของตนเอง พูดขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเพื่อน บอกความรู้สึกของ

ตนเองเก่ยี วกบั ส่งิ ตา่ งๆ ใกลต้ วั หรือกจิ กรรมตา่ งๆ ตามแบบทฟ่ี งั
๕.พูดให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว จัดหมวดหมู่คาตามประเภทของบุคคล สัตว์ และสิ่งของ

ตามทฟ่ี ังหรอื อา่ น
๖. พูดและทาท่าประกอบ ตามมารยาทสังคม/วฒั นธรรมของเจ้าของภาษา
๗.บอกชื่อและคาศัพท์ง่ายๆ เกี่ยวกับเทศกาล/วันสาคัญ/งานฉลอง และชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของ

ภาษา เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรมท่ีเหมาะกบั วัย
๘. บอกความแตกต่างของเสียงตวั อกั ษร คา กลมุ่ คา และประโยคงา่ ยๆ ของภาษาอังกฤษและภาษาไทย
๙. ฟงั /พูดในสถานการณ์งา่ ยๆ ทเี่ กิดขนึ้ ในห้องเรยี น

รวมท้ังหมด ๙ ผลการเรียนรู้

หลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นขอนแกน่ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๐๖
คาอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม

อ 14201 ภาษาอังกฤษเพื่อการสอื่ สาร 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ
ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 4 เวลา ๘๐ ช่วั โมง

คาอธิบายรายวิชา

ปฏิบัติตามคาส่ัง คาแนะนา คาขอร้องท่ีใช้ในห้องเรียน พูดเข้าจังหวะ บทสนทนา ประโยค ให้ข้อมูล
เก่ียวกับตนเองคา เลอื กระบภุ าพ หรอื สัญลกั ษณต์ รงความหมาย ตอบคาถามจากการฟังและอ่าน บทสนทนา พดู
เขียน ให้ข้อมูลโต้ตอบเกี่ยวกับตนเอง สื่อสารระหว่างบุคคล ประโยคบอกความต้องการเก่ียวกับตนเองคา คาสั่ง
ที่ใช้ในห้องเรียน ข้อความท่ีใช้ในการพูด เขียน แสดงความต้องการของตนเอง ให้ข้อมูลความรู้สึกเกี่ยวกับตนเอง
และเร่ืองใกล้ตัว วัฒนธรรมเจ้าของภาษาแสดงกิรยิ า การขอบคุณ ขอโทษ การพูดแนะนาตนเอง คาศัพท์เก่ียวกับ
เทศกาลเจ้าของภาษา กิจกรรมทางภาษา การร้องเพลง ศึกษา การใช้ภาษาในการฟัง พูดทาท่าประกอบอย่าง
สุภาพ เข้าร่วมกจิ กรรมทางภาษา อ่าน พดู ในสถานการณท์ ่เี กดิ ขนึ้ ในห้องเรียน

โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูลและมีทักษะทางสังคม มีวิถีของระบอบ
ประชาธิปไตย ซ่อื สัตย์ ใฝเ่ รียนรู้ แสดงออกถงึ ความเปน็ ไทย

เพือ่ ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถส่ือสารส่งิ ที่เรียนรู้ และ นาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์ ในชวี ิตประจาวนั

ผลการเรียนรู้
๑. ปฏิบตั ิตามคาสัง่ คาขอร้องท่ฟี งั
๒.อ่านออกเสียงตัวอักษร คา กลุ่มคา ประโยคง่ายๆ และ บทพูดเข้าจังหวะง่ายๆ ถูกต้องตามหลักการ

อ่าน
๓.บอกความหมายของคาและกลุ่มคาที่ฟังตรงตามความหมาย ตอบคาถามจากการฟังหรืออ่านประโยค

บทสนทนาหรือนิทานง่ายๆ
๔.พูดโต้ตอบด้วยคาสั้นๆ ง่ายๆ ในการสื่อสารระหว่างบุคคลตามแบบที่ฟัง ใช้คาส่ังและคาขอร้อง

ง่ายๆ บอกความตอ้ งการง่ายๆ ของตนเอง
๕.พูดขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเพื่อน บอกความรู้สึกของตนเองเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ใกล้ตัวหรือ

กจิ กรรมต่างๆ ตามแบบที่ฟงั
๖.พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว จัดหมวดหมู่คาตามประเภทของบุคคล สัตว์ และสิ่งของ

ตามทีฟ่ ังหรอื อ่าน
๗. พูดและทาท่าประกอบ ตามมารยาทสังคม/วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา บอกช่ือและคาศัพท์ง่ายๆ

เก่ียวกับเทศกาล/วันสาคัญ/งานฉลอง และชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษา เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและ
วฒั นธรรมที่เหมาะกบั วยั

๘.บอกความแตกต่างของเสียงตัวอักษร คา กลุ่มคา และประโยคง่ายๆ ของภาษาภาษาอังกฤษและ
ภาษาไทย

๙.ฟัง/พดู ในสถานการณง์ า่ ยๆ ทีเ่ กดิ ขน้ึ ในหอ้ งเรยี น
รวมทั้งหมด ๙ ผลการเรยี นรู้

คาอธิบายรายวชิ าเพิ่มเติม

หลกั สตู รโรงเรยี นบ้านขอนแกน่ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๐๗

อ 15201 ภาษาอังกฤษเพื่อการส่อื สาร 5 กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ
ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 5 เวลา ๘๐ ชว่ั โมง

คาอธิบายรายวชิ า

ปฏิบัติตามคาส่ัง คาแนะนา คาขอร้อง คาแนะนาง่ายๆ ที่ใช้ในห้องเรียน การสะกดคา การอ่านออก
เสียง บทสนทนา ประโยค ให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเองคา เลือกระบุภาพ หรือสัญลักษณ์ตรงความหมายของ
ประโยค ตอบคาถามจากการฟังและอ่าน บทสนทนา นิทานง่ายๆ ประโยค พูด เขียนให้ข้อมูลโต้ตอบเก่ียวกับ
ตนเอง แสดงความรู้สึก ส่ือสารระหว่างบุคคล ใช้ถ้อยคา น้าเสียง และกิริยา ประโยคบอกความต้องการเกี่ยวกับ
ตนเองคา คาส่ังที่ใช้ในห้องเรียน ข้อความท่ีใช้ในการพูด เขียน แสดงความต้องการของตนเอง ให้ข้อมูล
ความรู้สึกเกี่ยวกับตนเอง และเรื่องใกล้ตัว บอกความเหมือน ความแตกต่าง ระหว่างการออกเสียงประโยคชนิด
ต่างๆ แสดงความคิดเห็นง่ายๆโดยใช้คาศัพท์เหมาะสมกับวัย การใช้ภาษาในการฟัง พูดทาท่าประกอบอย่าง
สุภาพ เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางภาษา อ่าน พดู ในสถานการณท์ ่เี กิดขนึ้ ในหอ้ งเรียน

โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูลและมีทักษะทางสังคม มีวิถีของระบอบ
ประชาธิปไตย ซ่อื สตั ย์ ใฝ่เรียนรู้ แสดงออกถึงความเปน็ ไทย

เพ่อื ใหเ้ กดิ ความรู้ ความเข้าใจ สามารถสอื่ สารสง่ิ ทเ่ี รียนรู้ และ นาความรไู้ ปใช้ประโยชน์ ในชวี ติ ประจาวนั

ผลการเรยี นรู้
๑. ปฏบิ ัติตามคาสงั่ คาขอร้องที่ฟงั
๒. อ่านออกเสียงตัวอักษร คา กลุ่มคา ประโยคง่ายๆ และ บทพูดเข้าจังหวะง่ายๆ ถูกต้องตามหลักการ

อ่าน
๓. บอกความหมายของคาและกลุ่มคาท่ีฟังตรงตามความหมาย ตอบคาถามจากการฟังหรืออ่านประโยค

บทสนทนาหรือนิทานงา่ ยๆ
๔. พูดโต้ตอบด้วยคาส้ันๆ ง่ายๆ ในการสื่อสารระหว่างบุคคลตามแบบที่ฟัง ใช้คาสั่งและคาขอร้องง่ายๆ

บอกความต้องการง่ายๆ ของตนเอง
๕. พดู ขอและใหข้ อ้ มลู เกี่ยวกบั ตนเองและเพื่อน
๖. บอกความร้สู กึ ของตนเองเกย่ี วกับส่งิ ตา่ งๆ ใกลต้ ัวหรอื กิจกรรมตา่ งๆ ตามแบบท่ีฟัง
๗. พูดใหข้ ้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว จัดหมวดหมู่คาตามประเภทของบุคคล สัตว์ และส่งิ ของ

ตามทีฟ่ งั หรอื อา่ น
๘. พูดและทาท่าประกอบ ตามมารยาทสงั คม/วัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา
๙. บอกช่ือและคาศัพท์ง่ายๆ เก่ียวกับเทศกาล/วันสาคัญ/งานฉลอง และชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของ

ภาษา เขา้ ร่วมกิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมที่เหมาะกบั วยั
๑๐. บอกความแตกตา่ งของเสียงตัวอกั ษร คา กลุ่มคา และประโยคงา่ ยๆ ของภาษาอังกฤษและภาษาไทย
๑๑. ฟงั /พดู ในสถานการณ์ง่ายๆ ทเ่ี กิดขึน้ ในหอ้ งเรยี น
๑๒. ใชภ้ าษาอังกฤษเพ่ือรวบรวมคาศัพท์ท่ีเกี่ยวข้องใกล้ตัว

หลักสูตรโรงเรยี นบ้านขอนแก่น (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๐๘

๑ ๓ . มี ทั ก ษ ะ ก า ร ใ ช้ ภ า ษ า อั ง ก ฤ ษ ( เ น้ น ก า ร ฟั ง - พู ด ) ส่ื อ ส า ร ต า ม หั ว เ ร่ื อ ง เ ก่ี ย ว กั บ
ตนเอง ครอบครัว โรงเรียน ส่ิงแวดล้อมใกล้ตัว อาหาร เครื่องด่ืม และเวลาว่างและนันทนาการ ภายในวง
คาศัพทป์ ระมาณ ๓๐๐-๔๕๐ คา (คาศัพทท์ ่เี ป็นรปู ธรรม)

๑๔. ใช้ประโยคคาเดียว (One Word Sentence) ประโยคเด่ียว (Simple Sentence) ในการสนทนา
โต้ตอบตามสถานการณใ์ นชีวติ ประจาวนั

รวมท้งั หมด ๑๔ ผลการเรียนรู้

หลกั สูตรโรงเรยี นบ้านขอนแก่น (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๐๙
คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเตมิ

อ 16201 ภาษาอังกฤษเพ่ือการสอ่ื สาร 6 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
ช้ันประถมศึกษาปีที่ 6 เวลา ๘๐ ชั่วโมง

คาอธิบายรายวชิ า

ปฏิบัติตามคาสั่ง คาแนะนา คาขอร้อง คาแนะนาง่ายๆ ที่ใช้ในห้องเรียน การสะกดคา การอ่านออก
เสียง คา กลุ่มคา บทอ่าน บทกลอนส้ันๆ บทสนทนา ประโยคถูกต้องตามหลักการอ่าน ให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเอง
คา เลือกระบุภาพ หรือสัญลักษณ์ หรือเคร่ืองหมายตรงความหมายของประโยค ข้อความส้ันๆ ตอบคาถามจาก
การฟังและอ่าน บทสนทนา พูด เขียนให้ข้อมูลโต้ตอบเก่ียวกับตนเอง แสดงความรู้สึก ส่ือสารระหว่างบุคคล
เขยี นภาพ แผนผัง และแผนภมู ิ ตารางแสดงขอ้ มูลต่างๆ ใช้ถ้อยคา น้าเสียง และกริ ิยา ประโยคบอกความตอ้ งการ
เกยี่ วกบั ตนเองคา คาสั่งท่ีใชใ้ นหอ้ งเรยี น ขอ้ ความท่ีใช้ในการพูด เขียน แสดงความต้องการของตนเอง ให้ขอ้ มูล
ความรสู้ ึกเกี่ยวกบั ตนเอง และเร่ืองใกล้ตัว ใชค้ าสงั่ คาขอรอ้ ง และใหค้ าแนะนา บอกความเหมือน ความแตกต่าง
ระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ กจิ กรรมทางภาษา การร้องเพลง การเลา่ นิทานประกอบทา่ ทาง พูด วาด
ภาพแสดงความสัมพันธ์ของส่ิงต่างๆ แสดงความคิดเห็นง่ายๆโดยใช้คาศัพท์เหมาะสมกับวัย การใช้ภาษาในการ
ฟัง พูดทาท่าประกอบ และนาเสนอด้วยการพูด เขียนอย่างสุภาพ เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษา อ่าน พูด ใน
สถานการณท์ ่ีเกิดขน้ึ ในห้องเรียน และสถานศกึ ษา

โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูลและมีทักษะทางสังคม มีวิถีของระบอบ
ประชาธิปไตย ซอ่ื สัตย์ ใฝ่เรยี นรู้ แสดงออกถงึ ความเป็นไทย

เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรู้ และ นาความรู้ไปใช้ประโยชน์ ใน
ชวี ิตประจาวัน

ผลการเรยี นรู้
๑. ปฏิบตั ติ ามคาสงั่ คาขอรอ้ งทีฟ่ งั
๒. อ่านออกเสียงตัวอักษร คา กลุ่มคา ประโยคง่ายๆ และ บทพูดเข้าจังหวะง่ายๆ ถูกต้องตามหลักการ

อา่ น
๓. บอกความหมายของคาและกลุ่มคาท่ีฟังตรงตามความหมาย ตอบคาถามจากการฟังหรืออ่านประโยค

บทสนทนาหรือนิทานงา่ ยๆ
๔. พูดโต้ตอบด้วยคาส้ันๆ ง่ายๆ ในการสื่อสารระหว่างบุคคลตามแบบที่ฟัง ใช้คาส่ังและคาขอร้องง่ายๆ

บอกความตอ้ งการง่ายๆ ของตนเอง
๕.พดู ขอและใหข้ อ้ มูลเกย่ี วกบั ตนเองและเพื่อน
๖. บอกความรูส้ ึกของตนเองเกีย่ วกับสง่ิ ตา่ งๆ ใกล้ตัวหรอื กิจกรรมต่างๆ ตามแบบท่ฟี ัง
๗. พูดใหข้ อ้ มูลเก่ียวกับตนเองและเร่ืองใกล้ตัว จัดหมวดหมู่คาตามประเภทของบุคคล สัตว์ และสงิ่ ของ

ตามทฟี่ ังหรอื อ่าน
๘. พูดและทาท่าประกอบ ตามมารยาทสงั คม/วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
๙. บอกช่ือและคาศัพท์ง่ายๆ เกี่ยวกับเทศกาล/วันสาคัญ/งานฉลอง และชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของ

ภาษา เข้าร่วมกจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรมที่เหมาะกบั วยั

หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นขอนแกน่ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๑๐

๑๐. บอกความแตกต่างของเสยี งตัวอักษร คา กลมุ่ คา และประโยคงา่ ยๆ ของภาษาองั กฤษและภาษาไทย
๑๑. ฟงั /พูดในสถานการณง์ า่ ยๆ ทีเ่ กิดขึ้นในหอ้ งเรียน
๑๒. ใช้ภาษาองั กฤษ เพือ่ รวบรวมคาศัพท์ทีเ่ กี่ยวขอ้ งใกลต้ ัว
๑ ๓ . มี ทั ก ษ ะ ก า ร ใ ช้ ภ า ษ า อั ง ก ฤ ษ ( เ น้ น ก า ร ฟั ง - พู ด ) สื่ อ ส า ร ต า ม หั ว เ รื่ อ ง เ ก่ี ย ว กั บ
ตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อมใกล้ตัว อาหาร เคร่ืองด่ืม และเวลาว่างและนันทนาการ ภายในวง
คาศพั ท์ประมาณ ๓๐๐-๔๕๐ คา (คาศัพทท์ ีเ่ ปน็ รูปธรรม)
๑๔. ใช้ประโยคคาเดียว (One Word Sentence) ประโยคเดี่ยว (Simple Sentence) ในการสนทนา
โต้ตอบตามสถานการณ์ในชีวติ ประจาวัน

รวมทง้ั หมด ๑๔ ผลการเรยี นรู้

หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นขอนแกน่ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๑๑

คาอธบิ ายรายวชิ า
กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน

หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นขอนแกน่ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๑๒

กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน

โรงเรียนบ้านขอนแก่น ได้จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยมุ่งให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง
ได้ฝึกปฏิบัติจริงและค้นพบความถนัดของตนเอง สามารถค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมตามความสนใจจากแหล่ง
เรียนรู้ท่ีหลากหลาย บาเพ็ญประโยชน์เพ่ือสังคม มีทักษะในการดาเนินงาน ส่งเสริมให้มีวุฒิภาวะทางอารมณ์
สังคม ศลี ธรรม จริยธรรม ใหผ้ ้เู รียนร้จู กั และเขา้ ใจตนเอง สามารถวางแผนชีวิตและอาชพี ได้อย่างเหมาะสม

กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็นกิจกรรมที่มุ่งให้ผู้เรียนพัฒนาตนเองตามศักยภาพ พัฒนาการเรียนรู้อย่างรอบ
ด้านเพ่ือความเป็นมนุษย์ท่ีสมบูรณ์ทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม เสริมสร้างให้เป็นผู้มีศีลธรรม
จริยธรรม มีระเบียบวินัย ปลูกฝังให้สร้างจิตสานึกของการทาประโยชน์เพื่อสังคม สามรถจักการตนเองได้และอยู่
ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข โรงเรียนบ้านขอนแก่น ได้จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โดยแบ่งออกเป็น ๓ ลักษณะ
ดงั น้ี

๑. กิจกรรมแนะแนว เปน็ กิจกรรมที่สง่ เสริมและพัฒนาผู้เรยี นใหร้ ู้จักตนเอง รูร้ ักษ์สง่ิ แวดล้อม สามารถ
ตัดสินใจ คิดแก้ปัญหา กาหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตทั้งด้านการเรียน และอาชีพ สามารถปรับตนได้อย่าง
เหมาะสม นอกจากน้ียังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียน ท้ังยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยเหลือและให้คาปรึกษาแก่
ผู้ปกครองในการมีส่วนร่วมพัฒนาผู้เรียน โดยนักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมแนะแนว ๔๐ ช่ัวโมงต่อปี
การศึกษา

๒. กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาระเบียบวินัย ความเป็นผู้นา ผู้ตามที่ดี ความรับผิดชอบ
การทางานร่วมกัน รู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจท่ีเหมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลอื แบ่งปันเอื้ออาทรและ
สมานฉันท์ โดยจดั ให้สอดคลอ้ งกบั ความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผ้เู รยี น ให้ได้ปฏบิ ัตดิ ้วยตนเอง
ในทุกขั้นตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติตามแผนประเมินและปรับปรุงการทางานเน้นการ
ทางานรวมกันเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับวุฒิภาวะของผู้เรียนและบริบทของสถานศึกษาและ
ท้องถิ่น กิจกรรมนักเรียน ประกอบด้วย กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วม กิจกรรม
ลูกเสือ เนตรนารี ๓๐ ชั่งโมงต่อปีการศึกษา กิจกรรมชุมนุม นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรม ชมรม ๔๐
ช่งั โมงตอ่ ปกี ารศกึ ษา

๓. กิจกรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ เป็นกจิ กรรมทสี่ ่งเสรมิ ใหผ้ เู้ รียนบาเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์
ต่อสังคม ชุมชนและท้องถ่ินตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม
ความเสียสละการมีจิตสาธารณะ เช่น กิจกรรมอาสาพัฒนาต่างๆ กจิ กรรมสรา้ งสรรค์สังคม นักเรยี นทกุ คนต้อง
เขา้ รว่ มกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ๑๐ ชวั่ โมงตอ่ ปีการศกึ ษา

หลกั สตู รโรงเรยี นบ้านขอนแก่น (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๑๓
โครงสร้างและอตั ราเวลาการจดั กิจกรรม

กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น ป.๑ ระดบั ประถมศกึ ษา ป.๖
ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕

๑. กจิ กรรมแนะแนว ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

๒. กิจกรรมนักเรียน

๒.๑ ลูกเสือ-เนตรนารี ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐

๒.๒ กจิ กรรมชุมนุม ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

๓. กจิ กรรมเพอ่ื สังคม ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐

และสาธารณประโยชน์

เวลาเรยี นรวม ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐

หลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นขอนแก่น (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๑๔

คาอธบิ ายรายวิชา
กิจกรรมแนะแนว

หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นขอนแก่น (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๑๕
คาอธบิ ายรายวิชากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

ก๑๑๙๐๑ กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี น
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๑ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง

คาอธบิ ายรายวชิ า
ศึกษาเกี่ยวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม ความละอายและความ

ไม่ทนต่อการทุจริต STRONG / จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริตรู้หน้าท่ีของพลเมืองและรับผิดชอบต่อสังคมในการ
ต่อต้านการทุจรติ

โดยใช้กระบวนการคดิ วิเคราะห์ จาแนก แยกแยะ การฝึกปฏบิ ตั ิจรงิ การทาโครงงานกระบวนการเรยี นรู้
5 ข้ันตอน (5 STEPs) การอภิปราย การสืบสอบ การแก้ปัญหา ทักษะการอ่านและการเขียนเพื่อให้มีความ
ตระหนักและเห็นความสาคญั ของการต่อต้านและการป้องกนั การทจุ รติ

ผลการเรียนรู้
๑. มีความรู้ ความเขา้ ใจเกย่ี วกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตน กบั ผลประโยชนส์ ่วนรวม
๒. มคี วามรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต
๓. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั STRONG / จิตพอเพียงต่อตา้ นการทุจริต
๔. มคี วามรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกบั พลเมืองและมีความรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม
๕. สามารถคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตน กับผลประโยชน์ส่วนรวมได้
๖. ปฏบิ ัตติ นเป็นผ้ลู ะอายและไม่ทนต่อการทจุ รติ ทุกรูปแบบ
๗. ปฏบิ ตั ิตนเป็นผู้ที่ STRONG / จติ พอเพียงต่อตา้ นการทุจริต
๘. ปฏบิ ัตติ นตามหนา้ ทีพ่ ลเมืองและมีความรับผดิ ชอบต่อสังคม
๙. ตระหนกั และเห็นความสาคญั ของการต่อต้านและป้องกันการทุจรติ

รวมท้ังหมด ๙ ผลการเรียนรู้

หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นขอนแก่น (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๑๖
คาอธิบายรายวชิ ากิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น

ก ๑๒๙๐๑ กจิ กรรมแนะแนว กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๒ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง

ศึกษาเกี่ยวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม ความละอายและความไม่ทนตอ่
การทจุ รติ STRONG / จิตพอเพียงตอ่ ต้านการทุจริตรหู้ น้าทขี่ องพลเมอื งและรบั ผิดชอบต่อสงั คมในการต่อต้านการ
ทจุ ริต

โดยใชก้ ระบวนการคิด วิเคราะห์ จาแนก แยกแยะ การฝกึ ปฏิบัตจิ รงิ การทาโครงงานกระบวนการเรยี นรู้
5 ขั้นตอน (5 STEPs) การอภิปราย การสืบสอบ การแก้ปัญหา ทักษะการอ่านและการเขียนเพื่อให้มีความ
ตระหนกั และเห็นความสาคญั ของการต่อต้านและการป้องกนั การทุจริต

ผลการเรียนรู้
๑. มีความรู้ ความเข้าใจเก่ยี วกบั การแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตน กบั ผลประโยชนส์ ่วนรวม
๒. มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกบั ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต
๓. มีความรู้ ความเข้าใจเกย่ี วกับ STRONG / จิตพอเพยี งต่อตา้ นการทจุ รติ
๔. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกย่ี วกบั พลเมืองและมีความรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คม
๕. สามารถคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตน กับผลประโยชนส์ ว่ นรวมได้
๖. ปฏิบัติตนเปน็ ผ้ลู ะอายและไม่ทนต่อการทจุ รติ ทุกรูปแบบ
๗. ปฏบิ ัตติ นเปน็ ผู้ที่ STRONG / จิตพอเพียงต่อตา้ นการทุจรติ
๘. ปฏิบตั ติ นตามหน้าท่พี ลเมืองและมีความรบั ผิดชอบต่อสังคม
๙. ตระหนักและเห็นความสาคัญของการต่อตา้ นและป้องกันการทุจริต

รวมทั้งหมด ๙ ผลการเรียนรู้

หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นขอนแกน่ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๑๗
คาอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น

ก ๑๓๙๐๑ กจิ กรรมแนะแนว กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง

คาอธิบายรายวชิ า
ศึกษาเก่ียวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม ความละอายและความ

ไม่ทนต่อการทุจริต STRONG / จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริตรู้หน้าที่ของพลเมืองและรับผิดชอบต่อสังคมในการ
ต่อต้านการทุจริต

โดยใช้กระบวนการคดิ วิเคราะห์ จาแนก แยกแยะ การฝึกปฏิบัตจิ ริง การทาโครงงานกระบวนการเรยี นรู้
5 ขั้นตอน (5 STEPs) การอภิปราย การสืบสอบ การแก้ปัญหา ทักษะการอ่านและการเขียนเพ่ือให้มีความ
ตระหนักและเหน็ ความสาคญั ของการตอ่ ต้านและการป้องกันการทุจริต

ผลการเรียนรู้
๑. มคี วามรู้ ความเข้าใจเกย่ี วกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตน กบั ผลประโยชนส์ ่วนรวม
๒. มีความรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั ความละอายและความไม่ทนต่อการทจุ รติ
๓. มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ STRONG / จิตพอเพยี งต่อตา้ นการทจุ รติ
๔. มคี วามรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกบั พลเมืองและมีความรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คม
๕. สามารถคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตน กบั ผลประโยชนส์ ่วนรวมได้
๖. ปฏิบตั ติ นเป็นผ้ลู ะอายและไม่ทนต่อการทจุ รติ ทุกรูปแบบ
๗. ปฏบิ ตั ติ นเปน็ ผู้ที่ STRONG / จติ พอเพยี งตอ่ ต้านการทุจรติ
๘. ปฏิบัตติ นตามหนา้ ที่พลเมืองและมคี วามรบั ผิดชอบต่อสังคม
๙. ตระหนักและเห็นความสาคัญของการต่อตา้ นและป้องกันการทุจรติ

รวมท้ังหมด ๙ ผลการเรยี นรู้

หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นขอนแก่น (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๑๘
คาอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน

ก ๑๔๙๐๑ กจิ กรรมแนะแนว กิจกรรมพฒั นาผูเ้ รยี น
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง

คาอธิบายรายวชิ า
ศึกษาเก่ียวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม ความละอายและความ

ไม่ทนต่อการทุจริต STRONG / จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริตรู้หน้าท่ีของพลเมืองและรับผิดชอบต่อสังคมในการ
ต่อต้านการทุจริต

โดยใช้กระบวนการคดิ วิเคราะห์ จาแนก แยกแยะ การฝกึ ปฏบิ ตั จิ รงิ การทาโครงงานกระบวนการเรยี นรู้
5 ขั้นตอน (5 STEPs) การอภิปราย การสืบสอบ การแก้ปัญหา ทักษะการอ่านและการเขียนเพ่ือให้มีความ
ตระหนักและเหน็ ความสาคญั ของการตอ่ ต้านและการป้องกันการทุจริต

ผลการเรียนรู้
๑. มคี วามรู้ ความเข้าใจเกย่ี วกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตน กบั ผลประโยชน์สว่ นรวม
๒. มีความรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต
๓. มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ STRONG / จิตพอเพยี งต่อตา้ นการทุจริต
๔. มคี วามรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกบั พลเมืองและมีความรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม
๕. สามารถคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตน กบั ผลประโยชน์ส่วนรวมได้
๖. ปฏิบตั ติ นเป็นผ้ลู ะอายและไม่ทนต่อการทจุ รติ ทุกรูปแบบ
๗. ปฏบิ ตั ติ นเปน็ ผู้ที่ STRONG / จติ พอเพยี งตอ่ ต้านการทุจริต
๘. ปฏิบัตติ นตามหนา้ ทพี่ ลเมืองและมคี วามรบั ผิดชอบตอ่ สังคม
๙. ตระหนักและเห็นความสาคัญของการต่อตา้ นและป้องกันการทจุ รติ

รวมท้ังหมด ๙ ผลการเรยี นรู้

หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นขอนแกน่ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๑๙
คาอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น

ก ๑๕๙๐๑ กจิ กรรมแนะแนว กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง

คาอธิบายรายวชิ า
ศึกษาเก่ียวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม ความละอายและความ

ไม่ทนต่อการทุจริต STRONG / จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริตรู้หน้าที่ของพลเมืองและรับผิดชอบต่อสังคมในการ
ต่อต้านการทุจริต

โดยใช้กระบวนการคดิ วิเคราะห์ จาแนก แยกแยะ การฝึกปฏิบัตจิ ริง การทาโครงงานกระบวนการเรยี นรู้
5 ขั้นตอน (5 STEPs) การอภิปราย การสืบสอบ การแก้ปัญหา ทักษะการอ่านและการเขียนเพ่ือให้มีความ
ตระหนักและเหน็ ความสาคญั ของการตอ่ ต้านและการป้องกันการทุจริต

ผลการเรียนรู้
๑. มคี วามรู้ ความเข้าใจเกย่ี วกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตน กบั ผลประโยชนส์ ่วนรวม
๒. มีความรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั ความละอายและความไม่ทนต่อการทจุ รติ
๓. มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ STRONG / จิตพอเพยี งต่อตา้ นการทจุ รติ
๔. มคี วามรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกบั พลเมืองและมีความรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คม
๕. สามารถคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตน กบั ผลประโยชนส์ ่วนรวมได้
๖. ปฏิบตั ติ นเป็นผ้ลู ะอายและไม่ทนต่อการทจุ รติ ทุกรูปแบบ
๗. ปฏบิ ตั ติ นเปน็ ผู้ที่ STRONG / จติ พอเพยี งตอ่ ต้านการทุจรติ
๘. ปฏิบัตติ นตามหนา้ ที่พลเมืองและมคี วามรบั ผิดชอบต่อสังคม
๙. ตระหนักและเห็นความสาคัญของการต่อตา้ นและป้องกันการทุจรติ

รวมท้ังหมด ๙ ผลการเรยี นรู้

หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นขอนแกน่ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๒๐
คาอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น

ก ๑๖๙๐๑ กจิ กรรมแนะแนว กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง

คาอธิบายรายวชิ า
ศึกษาเก่ียวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม ความละอายและความ

ไม่ทนต่อการทุจริต STRONG / จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริตรู้หน้าที่ของพลเมืองและรับผิดชอบต่อสังคมในการ
ต่อต้านการทุจริต

โดยใช้กระบวนการคดิ วิเคราะห์ จาแนก แยกแยะ การฝกึ ปฏิบัตจิ ริง การทาโครงงานกระบวนการเรยี นรู้
5 ขั้นตอน (5 STEPs) การอภิปราย การสืบสอบ การแก้ปัญหา ทักษะการอ่านและการเขียนเพื่อให้มีความ
ตระหนักและเหน็ ความสาคญั ของการตอ่ ต้านและการป้องกันการทุจริต

ผลการเรียนรู้
๑. มคี วามรู้ ความเข้าใจเกย่ี วกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตน กบั ผลประโยชนส์ ่วนรวม
๒. มีความรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั ความละอายและความไม่ทนต่อการทจุ รติ
๓. มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ STRONG / จิตพอเพยี งต่อตา้ นการทจุ รติ
๔. มคี วามรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกบั พลเมืองและมีความรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คม
๕. สามารถคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตน กบั ผลประโยชนส์ ่วนรวมได้
๖. ปฏิบตั ติ นเป็นผ้ลู ะอายและไม่ทนต่อการทจุ รติ ทุกรูปแบบ
๗. ปฏบิ ตั ติ นเปน็ ผู้ที่ STRONG / จติ พอเพยี งตอ่ ต้านการทุจรติ
๘. ปฏิบัตติ นตามหนา้ ทพี่ ลเมืองและมคี วามรบั ผิดชอบตอ่ สังคม
๙. ตระหนักและเห็นความสาคัญของการต่อตา้ นและป้องกันการทุจรติ

รวมท้ังหมด ๙ ผลการเรยี นรู้

หลักสตู รโรงเรยี นบ้านขอนแกน่ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๒๑

คาอธบิ ายรายวชิ า
กิจกรรมนกั เรียน

หลกั สูตรโรงเรยี นบ้านขอนแก่น (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๒๒
คาอธบิ ายรายวิชากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

ก ๑๑๙๐๒ เตรียมลกู เสือสารองและลกู เสือสารอง (ดาวดวงที่ ๑) กจิ กรรมนักเรียน
ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๑ เวลา ๓๐ ชั่วโมง

คาอธิบายรายวิชา

เปิดประชุมกอง ดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยใหศ้ ึกษา วิเคราะห์ วางแผน

ปฏบิ ตั ิกจิ กรรมตามฐานการเรยี นรู้ โดยเนน้ ระบบหมู่ และปฏิบัตกิ ิจกรรมตามคาปฏญิ าณและกฎของลกู เสือสารอง

เรยี นรจู้ ากการคิดและปฏิบตั ิจริง ใช้สัญลกั ษณ์สมาชกิ ลูกเสือสารองท่มี ีความเป็นเอกลักษณร์ ่วมกัน ศกึ ษารรมชาติ

ในชุมชนดว้ ยความสนใจ ใฝ่รู้ ตามวถิ เี ศรษฐกิจพอเพยี ง สรุปผลการปฏิบัตกิ จิ กรรม ปิดประชุมกอง ในเรื่องตอ่ ไปนี้

๑. เตรยี มลกู เสอื สารอง นยิ ายเมาคลี ประวัติการเรม่ิ กิจการลูกเสือ การทาความเคารพหมู่ (แกรนด์ฮาวล์)

การทาความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ้าย ระเบียบแถวเบ้ืองต้น คาปฏิญาณ กฎและคติพจน์ของลูกเสือ

สารอง

๒. ลูกเสือสารองดาวดวงที่ 1 อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสารวจ การค้นหาธรรมชาติ ความ

ปลอดภัยบริการ ธงและประเทศต่าง ๆ การฝีมือ กิจกรรมกลางแจ้ง การบันเทิง การผูกเง่ือน คาปฏิญาณและกฎ

ของลูกเสือสารอง

เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสารองดาวดวงที่ 1 สามารถปฏิบัติตามคาปฏิญาณ กฎ

และคติพจน์ของลูกเสือสารอง มีนิสัยในการสังเกต จดจา เชื่อฟัง และพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบ

วนิ ัยและเหน็ อกเหน็ ใจผอู้ ่นื รูจ้ กั บาเพ็ญตนเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์ รู้จักทาการฝีมือและฝกึ ฝนทากจิ กรรม

ต่าง ๆตามความเหมาะสม รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม และความมั่นคงของชาติ และสามารถ

ประยกุ ต์ใช้ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

ผลการเรยี นรู้
๑. มนี สิ ยั ในการสงั เกต จดจา เชอื่ ฟงั และพ่ึงพาตนเองได้
๒. มีความซ่ือสัตย์ สจุ ริต มีระเบยี บวินัยและเหน็ อกเหน็ ใจผู้อน่ื
๓. บาเพญ็ ตนเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์
๔. ทาการฝีมอื และฝกึ ฝนการทากิจกรรมตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม
๕. รกั ษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภมู ิปญั ญาท้องถิ่น และความมั่นคงของชาติ
๖. อนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ ม ลดภาวะโลกร้อน และสามารถประยุกต์ใชป้ รัชญาของ

เศรษฐกจิ พอเพียงได้
รวมทั้งหมด ๖ ผลการเรียนรู้

หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นขอนแก่น (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๒๓
คาอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน

ก ๑๒๙๐๒ ลูกเสือสารอง (ดาวดวงที่ ๒) กิจกรรมนกั เรยี น
ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๒ เวลา ๓๐ ช่ัวโมง

คาอธบิ ายรายวิชา

เปิดประชุมกอง ดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน

ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติตามคาปฏิญาณ คติพจน์ และกฎของลูกเสือ

สารองเรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริง ใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสารองท่ีมีความเป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน ศึกษา

ธรรมชาติในชุมชนด้วยความสนใจ ใฝ่รู้ ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง สรุปผลและปฏิบัติกิจกรรม ปิดประชุมกอง ใน

เรอ่ื งต่อไปน้ี

ลกู เสอื สารองดาวดวงที่ 2 นยิ ายเมาคลี ประวัตกิ ารเร่ิมกิจการลูกเสือ การทาความเคารพหมู่ (แกรนฮาวล์)

การทาความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ้าย ระเบียบแถว คาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของลูกเสือสารอง

อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสารวจ การค้นหาธรรมชาติ การอนุรักษ์ทรัพยากรในชุมชนท้องถ่ิน ความ

ปลอดภัยบริการ การผูกเงื่อน ธงและประเทศต่าง ๆ การฝีมือท่ีใช้วัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่น กิจกรรมกลางแจ้ง การ

บันเทิงที่ส่งเสริมสุขภาพกาย สุขภาพจิต และอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถ่ิน อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม

ลดภาวะโลกรอ้ น

เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสารองดาวดวงที่ 2 สามารถปฏิบัติตามคาปฏิญาณ กฎ

และคติพจน์ของลูกเสือสารอง มีนิสัยในการสังเกต จดจา เชื่อฟัง และพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบ

วินัยและเห็นอกเห็นใจ รู้จักบาเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ รู้จักทาการฝีมือและฝึกฝนทากิจกรรม

ต่าง ๆตามความเหมาะสม รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถ่ิน อนุรักษ์

ทรพั ยากรธรรมชาติส่งิ แวดลอ้ ม ความมน่ั คงของชาติ และสามารถประยกุ ตใ์ ช้ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ผลการเรียนรู้
๑. มีนิสยั ในการสงั เกต จดจา เชื่อฟงั และพึ่งพาตนเองได้
๒. มคี วามซอื่ สตั ย์ สจุ ริต มีระเบยี บวนิ ยั และเห็นอกเหน็ ใจผู้อนื่
๓. บาเพ็ญตนเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์
๔. ทาการฝมี อื และฝึกฝนการทากิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม
๕. รกั ษาและสง่ เสรมิ จารตี ประเพณี วฒั นธรรม ภูมิปญั ญาทอ้ งถน่ิ และความมั่นคงของชาติ
๖. อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลดภาวะโลกร้อน และสามารถประยกุ ต์ใช้ปรัชญาของ

เศรษฐกิจพอเพยี งได้
รวมท้ังหมด ๖ ผลการเรียนรู้

หลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นขอนแกน่ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๒๔
คาอธิบายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี น

ก ๑๓๙๐๒ ลูกเสือสารอง (ดาวดวงท่ี ๓) กจิ กรรมนักเรียน
ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๓ เวลา ๓๐ ชั่วโมง

คาอธบิ ายรายวิชา

เปิดประชุมกอง ดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน

ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติตามคาปฏิญาณ คติพจน์ และกฎของลูกเสือ

สารองเรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริง ใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสารองท่ีมีความเป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน ศึกษา

ธรรมชาติในชุมชนด้วยความสนใจ ใฝ่รู้ ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง สรุปผลและปฏิบัติกิจกรรม ปิดประชุมกอง ใน

เร่ืองต่อไปนี้

ลูกเสือสารองดาวดวงที่ ๓ นิยายเมาคลี ประวัติการเร่ิมกิจการลูกเสือ การทาความเคารพหมู่ (แกรน

ฮาวล์)การทาความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ้าย ระเบียบแถว คาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของลูกเสือ

สารองอนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสารวจ การค้นหาธรรมชาติ การอนุรักษ์ทรัพยากรในชุมชนท้องถ่ิน

ความปลอดภัยบริการ การผูกเง่ือน ธงและประเทศต่าง ๆ การฝีมือที่ใช้วัสดุเหลือใช้ในท้องถ่ิน กิจกรรมกลางแจ้ง

การบันเทิงที่ส่งเสริมสุขภาพกาย สุขภาพจิต และอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถ่ิน อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

สงิ่ แวดลอ้ ม ลดภาวะโลกร้อน

เพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสารองดาวดวงที่ ๓ สามารถปฏิบัติตามคาปฏิญาณ กฎ

และคติพจน์ของลูกเสือสารอง มีนิสัยในการสังเกต จดจา เช่ือฟัง และพึ่งตนเอง มีความซ่ือสัตย์สุจริต มีระเบียบ

วินัยและเห็นอกเห็นใจ รู้จักบาเพ็ญตนเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ รู้จักทาการฝีมือและฝึกฝนทากิจกรรม

ต่าง ๆตามความเหมาะสม รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถ่ิน อนุรักษ์

ทรพั ยากรธรรมชาตสิ ิ่งแวดลอ้ ม ความมั่นคงของชาติ และสามารถประยกุ ตใ์ ช้ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ผลการเรยี นรู้
๑. มนี สิ ัยในการสงั เกต จดจา เช่อื ฟังและพ่ึงพาตนเองได้
๒. มีความซอ่ื สตั ย์ สุจริต มรี ะเบียบวินัยและเหน็ อกเหน็ ใจผู้อื่น
๓. บาเพ็ญตนเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์
๔. ทาการฝีมอื และฝึกฝนการทากจิ กรรมตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม
๕. รักษาและสง่ เสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถ่นิ และความมัน่ คงของชาติ
๖. อนรุ กั ษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อม ลดภาวะโลกร้อน และสามารถประยกุ ต์ใชป้ รชั ญาของ

เศรษฐกิจพอเพยี งได้
รวมทั้งหมด ๖ ผลการเรียนรู้

หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นขอนแก่น (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๒๕
คาอธิบายรายวชิ ากิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น

ก ๑๔๙๐๒ ลกู เสือสามัญ (ลกู เสอื ตร)ี กิจกรรมนกั เรียน
ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๔ เวลา ๓๐ ช่ัวโมง

คาอธิบายรายวชิ า
เปิดประชุมกอง ดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน

ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติกิจกรรมตามคาปฏิญาณ คติพจน์ และกฎของ
ลูกเสือสามัญเรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริง ใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสามัญท่ีมีความเป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน
ศึกษาธรรมชาติในชุมชนดว้ ยความสนใจ ใฝร่ ู้ ตามวิถเี ศรษฐกิจพอเพียง สรุปผลและปฏบิ ตั ิกจิ กรรม ปิดประชุมกอง
ในเรอื่ งต่อไปนี้

ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการลูกเสือ ประวัติของลอร์ด เบเดน โพเอลล์ (Load Baden Powell ; B.P.)
พระราชประวัติสังเขปของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว วิวัฒนาการของกระบวนการลูกเสือไทยและ
ลูกเสือโลก การทาความเคารพ การแสดงรหัส การจับมือซ้าย กิจกรรมกลางแจ้ง ระเบียบแถว ท่ามือเปล่า ท่าถือ
ไมพ้ ลอง การใชส้ ัญญาณมือและนกหวีด การตั้งแถวและการเรียกแถว การใชท้ กั ษะในทางวชิ าลกู เสือ การร้จู ักดูแล
ตนเอง การชว่ ยเหลือผอู้ น่ื การเดนิ ทางไปยงั สถานทต่ี า่ ง ๆ การทางานอดเิ รกและเรื่องท่ีสนใจ

เพอ่ื ใหม้ คี วามรู้ ความเขา้ ใจในกจิ กรรมลูกเสือสามญั สามารถปฏิบตั ิตามคาปฏิญาณ กฎ และคตพิ จน์ของ
ลูกเสอื สามัญ มนี ิสยั ในการสงั เกต จดจา เช่ือฟงั และพ่ึงตนเอง มคี วามซือ่ สตั ย์สุจรติ มรี ะเบียบวนิ ัย และเห็นอกเห็น
ใจผู้อื่น บาเพ็ญตนเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ ทาการฝีมือและฝึกฝนการทากิจกรรมต่าง ๆ ตามความ
เหมาะสมความถนัด และความสนใจ รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรมและความม่ันคงของชาติ และ
สามารถประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ผลการเรยี นรู้
๑. มีนสิ ยั ในการสังเกต จดจา เชอ่ื ฟังและพ่ึงพาตนเองได้
๒. มีความซอื่ สตั ย์ สจุ ริต มรี ะเบยี บวินัยและเหน็ อกเหน็ ใจผู้อนื่
๓. บาเพญ็ ตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
๔. ทาการฝมี อื และฝกึ ฝนการทากิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม
๕. รักษาและสง่ เสรมิ จารีตประเพณี วฒั นธรรม ภมู ปิ ัญญาท้องถ่ิน และความมนั่ คงของชาติ
๖. อนุรกั ษท์ รัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม ลดภาวะโลกร้อน และสามารถประยกุ ต์ใช้ปรชั ญาของ

เศรษฐกจิ พอเพยี งได้
รวมทั้งหมด ๖ ผลการเรียนรู้

หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นขอนแกน่ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๒๖
คาอธิบายรายวชิ ากิจกรรมพัฒนาผ้เู รียน

ก ๑๕๙๐๒ ลกู เสอื สามญั (ลกู เสือโท) กจิ กรรมนกั เรยี น
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕ เวลา ๓๐ ช่ัวโมง

คาอธิบายรายวชิ า
เปิดประชุมกอง ดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน

ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติกิจกรรมตามคาปฏิญาณ คติพจน์ และกฎของ
ลูกเสือสามัญเรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริง ใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสามัญท่ีมีความเป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน
ศกึ ษาธรรมชาตใิ นชุมชนด้วยความสนใจ ใฝ่รู้ ตามวิถเี ศรษฐกจิ พอเพียง สรปุ ผลและปฏิบัตกิ ิจกรรม ปดิ ประชุมกอง
ในเร่ืองตอ่ ไปนี้

ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการลูกเสือ ประวัติของลอร์ด เบเดน โพเอลล์ (Load Baden Powell ; B.P.)
พระราชประวัติสังเขปของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว วิวัฒนาการของกระบวนการลูกเสือไทยและ
ลูกเสือโลก การทาความเคารพ การแสดงรหัส การจับมือซ้าย กิจกรรมกลางแจ้ง ระเบียบแถว ท่ามือเปล่า ท่าถือ
ไมพ้ ลอง การใช้สัญญาณมือและนกหวดี การต้ังแถวและการเรียกแถว การใชท้ ักษะในทางวิชาลูกเสือ การร้จู กั ดูแล
ตนเอง การช่วยเหลือผู้อ่ืน การเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ การทางานอดิเรกและเรื่องท่ีสนใจ

เพอื่ ใหม้ ีความรู้ ความเข้าใจในกจิ กรรมลูกเสือสามญั สามารถปฏิบัติตามคาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของ
ลูกเสือสามญั มนี ิสัยในการสงั เกต จดจา เช่ือฟงั และพึ่งตนเอง มีความซ่ือสตั ย์สุจริต มีระเบยี บวนิ ัย และเห็นอกเห็น
ใจผู้อื่น บาเพ็ญตนเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ ทาการฝีมือและฝึกฝนการทากิจกรรมต่าง ๆ ตามความ
เหมาะสมความถนัด และความสนใจ รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรมและความมั่นคงของชาติ และ
สามารถประยกุ ตใ์ ช้ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

ผลการเรียนรู้
๑. มีนสิ ัยในการสังเกต จดจา เชือ่ ฟงั และพ่ึงพาตนเองได้
๒. มีความซ่ือสัตย์ สจุ ริต มีระเบียบวินยั และเหน็ อกเหน็ ใจผู้อื่น
๓. บาเพญ็ ตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
๔. ทาการฝมี อื และฝึกฝนการทากจิ กรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม
๕. รักษาและส่งเสริมจารตี ประเพณี วัฒนธรรม ภมู ิปัญญาท้องถนิ่ และความมั่นคงของชาติ
๖. อนุรกั ษท์ รัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ ม ลดภาวะโลกรอ้ น และสามารถประยกุ ต์ใช้ปรัชญาของ

เศรษฐกิจพอเพยี งได้
รวมท้ังหมด ๖ ผลการเรยี นรู้

หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นขอนแก่น (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๒๗
คาอธิบายรายวชิ ากิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น

ก ๑๖๙๐๒ ลูกเสือสามญั (ลกู เสอื เอก) กจิ กรรมนักเรียน
ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ เวลา ๓๐ ชั่วโมง

คาอธิบายรายวชิ า
เปิดประชุมกอง ดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน

ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติกิจกรรมตามคาปฏิญาณ คติพจน์ และกฎของ
ลูกเสือสามัญเรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริง ใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสามัญที่มีความเป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน
ศกึ ษาธรรมชาติในชุมชนด้วยความสนใจ ใฝ่รู้ ตามวถิ เี ศรษฐกิจพอเพียง สรุปผลและปฏิบตั ิกิจกรรม ปดิ ประชุมกอง
ในเรอื่ งต่อไปนี้

ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการลูกเสือ ประวัติของลอร์ด เบเดน โพเอลล์ (Load Baden Powell ; B.P.)
พระราชประวัติสังเขปของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว วิวัฒนาการของกระบวนการลูกเสือไทยและ
ลูกเสือโลก การทาความเคารพ การแสดงรหัส การจับมือซ้าย กิจกรรมกลางแจ้ง ระเบียบแถว ท่ามือเปล่า ท่าถือ
ไมพ้ ลอง การใช้สญั ญาณมือและนกหวีด การต้ังแถวและการเรยี กแถว การใช้ทกั ษะในทางวชิ าลูกเสอื การรจู้ กั ดูแล
ตนเอง การช่วยเหลือผู้อ่ืน การเดินทางไปยังสถานท่ีต่าง ๆ การทางานอดิเรก และเร่ืองท่ีสนใจ

เพอ่ื ให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสามัญ สามารถปฏิบตั ติ ามคาปฏิญาณ กฎ และคตพิ จน์ของ
ลูกเสือสามัญ มนี สิ ัยในการสงั เกต จดจา เช่อื ฟงั และพึ่งตนเอง มคี วามซ่ือสตั ยส์ จุ รติ มีระเบยี บวินยั และเหน็ อกเห็น
ใจผู้อื่น บาเพ็ญตนเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ ทาการฝีมือและฝึกฝนการทากิจกรรมต่าง ๆ ตามความ
เหมาะสมความถนัด และความสนใจ รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรมและความม่ันคงของชาติ และ
สามารถประยกุ ตใ์ ช้ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ผลการเรียนรู้
๑. มนี ิสยั ในการสังเกต จดจา เชือ่ ฟงั และพ่ึงพาตนเองได้
๒. มีความซ่อื สัตย์ สุจริต มรี ะเบียบวนิ ยั และเห็นอกเหน็ ใจผู้อ่นื
๓. บาเพ็ญตนเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์
๔. ทาการฝีมอื และฝึกฝนการทากจิ กรรมตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม
๕. รกั ษาและส่งเสรมิ จารตี ประเพณี วฒั นธรรม ภมู ิปัญญาท้องถน่ิ และความม่ันคงของชาติ
๖. อนรุ ักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อม ลดภาวะโลกร้อน และสามารถประยกุ ต์ใช้ปรชั ญาของ

เศรษฐกจิ พอเพยี งได้
รวมท้ังหมด ๖ ผลการเรยี นรู้

หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นขอนแก่น (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๒๘
คาอธบิ ายรายวชิ ากิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น

กิจกรรมชุมนมุ กิจกรรมนกั เรยี น
ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๑-๖ เวลา ๔๐ ชั่วโมง

คาอธบิ ายรายวชิ า
ปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัด และความต้องการ เพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถด้านการ

คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ให้เกิดประสบการณ์ทั้งด้านวิชาการและพ้ืนฐานอาชีพ ทักษะชีวิต และสังคม ตาม
ศักยภาพอย่างรอบด้าน เพื่อความเป็นมนุษย์ท่ีสมบูรณ์ มีความสามารถในการสื่อสาร มีทักษะการคิด แก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี พัฒนาทักษะในการทางานและการอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนในสังคมได้อย่างมีความสุข
รักในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีความซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน ดารงชีวิตอย่างพอเพียง มี
ความมุ่งม่ันในการทางาน รักความเปน็ ไทย และมจี ิตสาธารณะ

เพ่ือให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัด และความต้องการของตน ได้พัฒนาความรู้
ความสามารถดา้ นการคิดวเิ คราะห์ สงั เคราะห์ ให้เกิดประสบการณ์ ทัง้ ทักษะทางวิชาการ ทกั ษะอาชีพ ทกั ษะชวี ิต
และสังคมตามศักยภาพ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม คิดเป็น ทาได้ ทางานร่วมกับผู้อื่นได้
ตามวิถปี ระชาธปิ ไตย และประยกุ ตห์ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งได้อย่างเหมาะสม

โรงเรยี นบา้ นขอนแกน่ ไดก้ าหนดกจิ กรรมชุมนมุ จานวน ๓ ชุมนมุ เพื่อใหน้ กั เรียนเลือกเข้าตามความถนัด
และความสนใจ ไดแ้ ก่

๑. ชมุ นมุ คณติ ศาสตร์หรรษา
๒. ชุมนมุ ยิม้ สวย มารยาทงาม
๓. ชุมนมุ ภาษาไทยพาเพลิน

หลักสตู รโรงเรยี นบ้านขอนแกน่ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๒๙

คาอธิบายรายวิชา
กจิ กรรมเพื่อสงั คม
และสาธารณประโยชน์

หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นขอนแก่น (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๓๐
คาอธิบายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น

กจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน
ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๑-๖ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง

คาอธบิ ายรายวิชา

ฝึกปฏิบัติกิจกรรมด้วยความสมัครใจผ่านกิจกรรมท่ีหลากหลาย ฝึกการทางานที่สอดคล้องกับชีวิตจริง
ตลอดจนสะท้อนความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ สารวจและใช้ข้อมูลประกอบการวางแผนอย่างเป็นระบบ
เน้นทักษะการคิดวิเคราะห์ และใช้ความคิดสร้างสรรค์ การบริการด้านต่าง ๆ ท่ีเป็นประโยชน์ต่อตนเองและ
ส่วนรวมเสริมสร้างความมีน้าใจ เอ้ืออาทร ความเป็นพลเมืองดีและความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว และ
สังคมคิดออกแบบกิจกรรมบาเพ็ญประโยชน์ในลักษณะอาสาสมัคร จิตอาสา เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม
ตามแนวทางวิถีชวี ติ เศรษฐกิจพอเพยี ง

เพื่อให้ผู้เรียนบาเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สังคม และประเทศชาติ
สามารถออกแบบการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ ตามความถนัดและความสนใจ
ในลักษณะอาสาสมัคร พัฒนาศักยภาพตนเองในการจัดกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ได้อย่างมี
ประสิทธิภาพเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ จนเกิดคุณธรรม จริยธรรม ตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีจิต
สาธารณะและใช้เวลาว่างใหเ้ กิดประโยชน์ และสามารถประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได้

ผลการเรยี นรู้
๑. บาเพญ็ ตนให้เป็นประโยชน์ต่อครอบครัว โรงเรยี น ชมุ ชน สังคม และประเทศชาติ
๒. ออกแบบการจัดกจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์อยา่ งสร้างสรรค์ ตามความถนัดและความ

สนใจในลกั ษณะอาสาสมัคร
๓. สามารถพฒั นาศักยภาพในการจัดกจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชนไ์ ดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
๔. ปฏบิ ตั กิ จิ การเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์จนเกิดคุณธรรม จริยธรรม ตามคณุ ลักษณะอันพึง

ประสงค์
๕. สามารถประยกุ ต์ใช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้

รวมท้ังหมด ๕ ผลการเรยี นรู้

หลกั สูตรโรงเรยี นบ้านขอนแกน่ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๓๑

ส่วนที่ ๔

เกณฑ์การจบการศกึ ษา

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านขอนแก่น (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ กาหนดเกณฑส์ าหรบั การจบการศกึ ษา ไวด้ งั น้ี

เกณฑ์การจบระดบั ประถมศึกษา
๑. ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติมตามที่กาหนด และมีผลการประเมินรายวิชา

พืน้ ฐานผา่ นทกุ รายวิชา
๒. ผ้เู รยี นต้องมีผลการประเมนิ การอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขียน ระดับ “ผ่าน” ข้นึ ไป
๓. ผเู้ รยี นมผี ลการประเมินคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ระดบั “ผ่าน” ข้นึ ไป
๔. ผู้เรยี นตอ้ งเข้ารว่ มกจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รียนและได้รบั การตัดสินผลการเรยี น “ผา่ น” ทกุ กิจกรรม

การจดั การเรียนรู้
การจัดการเรียนรู้เป็นกระบวนการสาคัญในการนาหลักสูตรสู่การปฏิบัติ หลักสูตรแกนกลางการศึกษา

ขั้นพ้ืนฐาน เป็นหลักสูตรท่ีมีมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสาคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน
เปน็ เป้าหมายสาหรับพัฒนาเดก็ และเยาวชน

ในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณสมบัติตามเป้าหมายหลักสูตร ผู้สอนพยายามคัดสรรกระบวนการเรียนรู้
จัดการเรียนรู้โดยช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ผ่านสาระที่กาหนดไว้ในหลักสูตร ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ รวมท้ังปลูกฝัง
เสรมิ สร้างคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ พฒั นาทกั ษะตา่ ง ๆ อันเปน็ สมรรถนะสาคญั ใหผ้ ู้เรียนบรรลุตามเปา้ หมาย

๑. หลักการจดั การเรียนรู้
การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู้สมรรถนะสาคัญ
และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่กาหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน โดยยึดหลักว่า
ผู้เรียนมีความสาคัญท่ีสุด เชื่อว่าทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ยึดประโยชน์ท่ีเกิดกับผู้เรียน
กระบวนการจัดการเรียนรู้ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน สามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ คานึงถึง
ความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคลและพัฒนาการทางสมอง เน้นให้ความสาคญั ทั้งความรู้ และคณุ ธรรม
๒. กระบวนการเรยี นรู้
การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ ผู้เรียนจะต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้ท่ีหลากหลาย
เป็นเคร่ืองมือที่จะนาพาตนเองไปสู่เป้าหมายของหลักสูตร โดยกระบวนการเรียนรู้ที่จาเป็นสาหรับผู้เรียน อาทิ
กระบวนการเรียนรแู้ บบบูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคดิ กระบวนการทางสังคม กระบวนการ
เผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง กระบวนการปฏิบัติ ลงมือทาจริง
กระบวนการจัดการ กระบวนการวจิ ยั กระบวนการเรียนรู้การเรยี นรู้ของตนเอง กระบวนการพฒั นาลกั ษณะนสิ ยั
กระบวนการเหล่านี้ จัดเป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนควรได้รับการฝึกฝนและพัฒนา
เพราะจะสามารถช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดี บรรลุเป้าหมายของหลักสูตร ดังน้ัน ผู้สอนจึงจาเป็นต้องศึกษา

หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นขอนแกน่ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๓๒

ทาความเข้าใจในกระบวนการเรียนรู้ต่าง ๆ เพ่ือให้สามารถเลือกใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ

๓. การออกแบบการจดั การเรยี นรู้
ผู้สอนต้องศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาให้เข้าใจถึงมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สมรรถนะสาคัญ
ของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสาระการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียน แล้วจึงจะพิจารณาออกแบบ
การจัดการเรียนรู้โดยเลือกใช้วิธีสอนและเทคนิคการสอน ส่ือ/แหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผล เพ่ือให้ผู้เรียน
ไดพ้ ัฒนาเต็มตามศักยภาพ และบรรลุตามเปา้ หมายทก่ี าหนด
๔. บทบาทของผู้สอนและผู้เรียน
การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามเป้าหมายของหลักสูตร ทั้งผู้สอนและผู้เรียนควรมีบทบาท
ดงั น้ี

๔.๑ บทบาทของผู้สอน
๑) ศึกษาวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล แล้วนาข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการจัดการ

เรียนรูท้ ่ที ้าทายความสามารถของผเู้ รียน
๒) กาหนดเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน ด้านความรู้และทักษะกระบวนการ

ในที่เปน็ ความคดิ รวบยอด หลกั การ และความสัมพันธ์ รวมทัง้ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
๒) ออกแบบการเรียนรู้และจัดการเรียนรู้ท่ีตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลและ

พัฒนาการทางสมอง เพอ่ื นาผู้เรียนไปส่เู ป้าหมาย
๔) จดั บรรยากาศทีเ่ อื้อตอ่ การเรยี นรู้ และดแู ลชว่ ยเหลอื ผ้เู รียนให้เกิดการเรยี นรู้
๕) จัดเตรียมและเลือกใช้สื่อใหเ้ หมาะสมกับกิจกรรม นาภูมิปัญญาท้องถิ่น เทคโนโลยที ่ี

เหมาะสมมาประยกุ ต์ใชใ้ นการจัดการเรียนการสอน
๖) ประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียนด้วยวิธีการท่ีหลากหลาย เหมาะสมกับธรรมชาติ

ของวชิ าและระดบั พัฒนาการของผู้เรยี น
๗) วิเคราะห์ผลการประเมินเพ่ือนามาใช้ในการซ่อมเสริมและพัฒนาผู้เรียน รวมทั้ง

ปรับปรุงการจดั การเรยี นการสอนของตนเอง
4.2 บทบาทของผ้เู รยี น
๑) กาหนดเปา้ หมาย วางแผน และรับผดิ ชอบการเรียนรขู้ องตนเอง
๒) เสาะแสวงหาความรู้ เข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ ข้อความรู้ ตั้ง

คาถามคิดหาคาตอบหรือหาแนวทางแก้ปัญหาด้วยวธิ ีการต่าง ๆ
๓) ลงมือปฏิบัติจริง สรุปสิ่งท่ีได้เรียนรู้ด้วยตนเอง และนาความรู้ไปประยุกต์ใช้ใน

สถานการณ์ต่าง ๆ
๔) มปี ฏสิ มั พนั ธ์ ทางาน ทากจิ กรรมร่วมกบั กลุม่ และครู
๕) ประเมนิ และพัฒนากระบวนการเรยี นรูข้ องตนเองอย่างตอ่ เน่ือง

สื่อการเรียนรู้

ส่ือการเรียนรู้เป็นเครื่องมือส่งเสริมสนับสนุนการจัดการกระบวนการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนเข้าถึงความรู้
ทักษะกระบวนการ และคณุ ลักษณะตามมาตรฐานของหลกั สูตรไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ ส่ือการเรยี นรู้มหี ลากหลาย
ประเภท ท้ังสื่อธรรมชาติ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อเทคโนโลยี และเครือข่ายการเรียนรู้ต่าง ๆ ท่ีมีในท้องถิ่น การเลือกใช้สื่อ
ควรเลือกใหม้ ีความเหมาะสมกบั ระดบั พัฒนาการ และลีลาการเรยี นร้ทู หี่ ลากหลายของผเู้ รียน

หลกั สตู รโรงเรยี นบ้านขอนแกน่ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๓๓

การจัดหาส่ือการเรียนรู้ ผู้เรียนและผู้สอนสามารถจัดทาและพัฒนาข้ึนเอง หรือปรับปรุงเลือกใช้อย่างมี
คุณภาพจากส่ือต่าง ๆ ที่มีอยู่รอบตัว เพื่อนามาใช้ประกอบในการจัดการเรียนรู้ท่ีสามารถส่งเสริมและสื่อสารให้
ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ โดยสถานศึกษาควรจัดให้มีอย่างพอเพียง เพ่ือพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริง
สถานศึกษา เขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษา หน่วยงานที่เกีย่ วขอ้ ง และผ้มู ีหน้าท่ีจัดการศึกษาขัน้ พนื้ ฐานควรดาเนินการ ดังน้ี

๑. จัดให้มีแหล่งการเรียนรู้ ศูนย์สื่อการเรียนรู้ ระบบสารสนเทศการเรียนรู้ และเครือข่ายการเรียนรู้ที่มี
ประสิทธิภาพ ท้ังในสถานศึกษาและในชุมชน เพื่อการศึกษาค้นคว้าและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนรู้
ระหว่างสถานศึกษา ท้องถิ่น ชมุ ชน สงั คมโลก

๒. จัดทาและจัดหาส่ือการเรียนรู้สาหรับการศึกษาค้นคว้าของผู้เรียน เสริมความรู้ให้ผู้สอน รวมทั้งจัดหา
สงิ่ ทม่ี อี ยใู่ นท้องถ่ินมาประยุกตใ์ ชเ้ ป็นส่ือการเรยี นรู้

๓. เลอื กและใช้สอ่ื การเรียนรู้ที่มีคณุ ภาพ มีความเหมาะสม มคี วามหลากหลาย สอดคลอ้ งกบั วิธีการเรียนรู้
ธรรมชาตขิ องสาระการเรยี นรู้ และความแตกตา่ งระหว่างบุคคลของผู้เรียน

๔. ประเมนิ คุณภาพของส่อื การเรียนรู้ท่เี ลือกใช้อยา่ งเป็นระบบ
๕. ศึกษาคน้ ควา้ วิจยั เพอื่ พัฒนาสอ่ื การเรียนรูใ้ ห้สอดคลอ้ งกับกระบวนการเรียนรขู้ องผูเ้ รยี น
๖. จัดให้มีการกากับ ติดตาม ประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพเก่ียวกับสื่อ และการใช้ส่ือการเรียนรู้
เปน็ ระยะ ๆ และสม่าเสมอ
ในการจดั ทา การเลือกใช้ และการประเมนิ คุณภาพสื่อการเรียนร้ทู ี่ใช้ในสถานศึกษา ควรคานงึ ถงึ หลักการ
สาคัญของส่ือการเรียนรู้ เช่น ความสอดคล้องกับหลักสูตร วัตถุประสงค์การเรียนรู้ การออกแบบกิจกรรมการ
เรียนรู้การจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียน เน้ือหามีความถูกต้องและทันสมัย ไม่กระทบความมั่นคงของชาติ ไม่ขัดต่อ
ศลี ธรรมมีการใช้ภาษาทีถ่ กู ตอ้ ง รูปแบบการนาเสนอที่เขา้ ใจงา่ ยและน่าสนใจ

การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้

การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้ของผ้เู รยี น ต้องอยบู่ นหลักการพื้นฐานสองประการคือ การประเมินเพ่ือ
พัฒนาผู้เรียน และเพ่ือตัดสินผลการเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนให้ประสบผลสาเร็จน้ัน
ผู้เรียนจะต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวช้ีวัด เพื่อให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ สะท้อนสมรรถนะ
สาคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ในทุก
ระดับไม่ว่าจะเป็นระดับช้ันเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพ้ืนที่การศึกษา และระดับชาติ การวัดและ
ประเมินผลการเรียนรู้ เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โดยใช้ผลการประเมินเป็นข้อมูลและสารสนเทศท่ี
แสดงพัฒนาการความก้าวหน้า และความสาเร็จทางการเรียนของผู้เรียน ตลอดจนข้อมูลท่ีเป็นประโยชน์ต่อการ
ส่งเสริมใหผ้ ู้เรยี นเกดิ การพฒั นา และเรยี นรูอ้ ย่างเต็มตามศกั ยภาพ

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น ๔ ระดับ ประกอบด้วย ระดับช้ันเรียน ระดับสถานศึกษา
ระดบั เขตพน้ื ท่ีการศึกษา และระดบั ชาติ โดยมรี ายละเอยี ดดงั น้ี

๑. การประเมินระดับช้ันเรียน เป็นการวัดและประเมินผลที่อยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ ครูผู้สอน
ดาเนินการเป็นปกติและสม่าเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการประเมินอย่างหลากหลาย เช่น
การซักถาม การสังเกต การตรวจการบ้าน การประเมินโครงงาน การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน แฟ้มสะสมงาน
การใชแ้ บบทดสอบ ฯลฯ โดยผู้สอนเป็นผู้ประเมินเองหรือเปิดโอกาสใหผ้ ู้เรียนประเมินตนเอง เพ่อื นประเมินเพื่อน
ผู้ปกครองร่วมประเมิน ในกรณีท่ีไม่ผ่านตัวชี้วัดให้มีการสอนซ่อมเสริมการประเมินระดับชั้นเรียนเป็นการ
ตรวจสอบว่า ผู้เรียนมีพัฒนาการความก้าวหน้าในการเรียนรู้อันเป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน

หลักสูตรโรงเรยี นบ้านขอนแกน่ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๓๔

หรือไม่ และมากน้อยเพียงใด มสี ง่ิ ทีจ่ ะต้องไดร้ ับการพัฒนาปรับปรุงและส่งเสริมในด้านใด นอกจากน้ยี งั เป็นข้อมูล
ให้ผสู้ อนใช้ปรบั ปรงุ การเรียนการสอนของตนดว้ ย ทง้ั นีโ้ ดยสอดคลอ้ งกบั มาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตัวชวี้ ัด

๒. การประเมินระดับสถานศึกษา เป็นการประเมินท่ีสถานศึกษาดาเนินการเพื่อตัดสินผลการเรียน
ของผู้เรียนเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และ
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน นอกจากน้ีเพ่ือให้ได้ข้อมูลเก่ียวกับการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ว่าส่งผลต่อการเรียนรู้
ของผู้เรียนตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีจุดพัฒนาในด้านใด รวมท้ังสามารถนาผลการเรียนของผู้เรียนใน
สถานศึกษาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ระดับชาติ ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเป็นข้อมูลและสารสนเทศเพ่ือ
การปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวิธีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพื่อการจัดทาแผนพัฒนา
คุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษา และการรายงานผลการจัด
การศึกษาต่อคณะกรรมการสถานศึกษา สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ัน
พนื้ ฐาน ผู้ปกครองและชมุ ชน

๓. การประเมินระดับเขตพ้ืนที่การศึกษา เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับเขตพื้นที่การศึกษา
ตามมาตรฐานการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน เพ่ือใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนา
คุณภาพการศึกษาของเขตพ้ืนที่การศึกษา ตามภาระความรับผิดชอบ สามารถดาเนินการโดยประเมินคุณภาพ
ผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนด้วยข้อสอบมาตรฐานท่ีจัดทา และดาเนินการโดยเขตพ้ืนที่การศึกษา หรือด้วยความร่วมมือ
กับหน่วยงานต้นสังกัดในการดาเนนิ การจัดสอบ นอกจากน้ียังได้จากการตรวจสอบทบทวนข้อมูลจากการประเมิน
ระดบั สถานศึกษาในเขตพ้นื ทีก่ ารศึกษา

๔. การประเมินระดับชาติ เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับชาติตามมาตรฐานการเรียนรู้
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนทุกคนท่ีเรียนในชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๖ เข้ารับการประเมิน ผลจากการประเมินใช้เป็นข้อมูลในการเทียบเคียงคุณภาพการศึกษา
ในระดับต่าง ๆ เพื่อนาไปใช้ในการวางแผนยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ตลอดจนเป็นข้อมูลสนับสนุน
การตดั สนิ ใจในระดบั นโยบายของประเทศ

ข้อมูลการประเมินในระดับต่าง ๆ ข้างต้น เป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษาในการตรวจสอบ ทบทวนพัฒนา
คุณภาพผู้เรียน ถือเป็นภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาท่ีจะต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลือ ปรับปรุงแก้ไข
ส่งเสริมสนับสนุน เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพบนพ้ืนฐานความแตกต่างระหว่างบุคคล ที่จาแนกตาม
สภาพปัญหาและความต้องการ ได้แก่ กลุ่มผู้เรียนทั่วไป กลุ่มผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ กลุ่มผู้เรียนที่มี
ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนต่า กลุ่มผู้เรยี นทีม่ ีปญั หาดา้ นวนิ ัยและพฤติกรรม กลมุ่ ผ้เู รยี นท่ีปฏเิ สธโรงเรยี น กลุ่มผูเ้ รยี น
ท่ีมีปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มพิการทางร่างกายและสติปัญญา เป็นต้น ข้อมูลจากการประเมินจึงเ ป็น
หวั ใจของสถานศึกษา ในการดาเนนิ การช่วยเหลือผเู้ รยี นได้ทันท่วงที เป็นการเปิดโอกาสใหผ้ ู้เรียนไดร้ ับการพัฒนา
และประสบความสาเร็จในการเรียน

สถานศึกษาในฐานะผู้รับผิดชอบจัดการศึกษา จะต้องจัดทาระเบียบว่าด้วยการวัดและประเมินผล
การเรียนของสถานศึกษา ให้สอดคล้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติ ที่เป็นข้อกาหนดของหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน เพ่ือให้บคุ ลากรท่ีเกย่ี วข้องทกุ ฝา่ ยถือปฏบิ ัติร่วมกัน

เกณฑ์การวัดและประเมนิ ผลการเรยี น
๑. การตัดสิน การใหร้ ะดับ และการรายงานผลการเรียน
๑.๑ การตดั สนิ ผลการเรียน

หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นขอนแก่น (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๓๕

ในการตัดสินผลการเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนน้ัน ผู้สอนต้องคานึงถึงการพัฒนาผู้เรียนแต่ละคนเป็นหลัก
และต้องเก็บข้อมูลของผู้เรียนทุกด้านอย่างสม่าเสมอและต่อเนื่องในแต่ละภาคเรียน รวมท้ังสอนซ่อมเสริมผู้เรียน
ใหพ้ ัฒนาจนเต็มตามศกั ยภาพ

ระดับประถมศึกษา
(๑) ผ้เู รยี นต้องมีเวลาเรยี นไมน่ ้อยกวา่ รอ้ ยละ ๘๐ ของเวลาเรียนท้ังหมด
(๒) ผเู้ รยี นต้องไดร้ ับการประเมินทกุ ตัวช้วี ดั และผา่ นตามเกณฑ์ทุกตวั ชีว้ ดั
(๓) ผเู้ รียนตอ้ งได้รับการตดั สนิ ผลการเรียนทกุ รายวิชาผ่านเกณฑร์ อ้ ยละ ๕๐
(๔) ผเู้ รยี นตอ้ งได้รับการประเมิน และมผี ลการประเมนิ ผา่ นตามเกณฑท์ ่สี ถานศึกษากาหนดในการอ่าน
คดิ วิเคราะห์และเขยี น คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี น
การพิจารณาเลื่อนช้ัน ถ้าผู้เรียนมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย และสถานศึกษาพิจารณาเห็ นว่า
สามารถพัฒนาและสอนซ่อมเสริมได้ ให้อยู่ในดุลพินิจของสถานศึกษาท่ีจะผ่อนผันให้เล่ือนชั้นได้ แต่หากผู้เรียน
ไม่ผ่านรายวิชาจานวนมาก และมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับชั้นท่ีสูงขึ้น สถานศึกษาอาจต้ัง
คณะกรรมการพิจารณาให้เรียนซา้ ชั้นได้ ทั้งนใ้ี หค้ านึงถึงวฒุ ิภาวะและความรูค้ วามสามารถของผ้เู รยี นเป็นสาคัญ

๑.๒ การให้ระดบั ผลการเรียน
ระดับประถมศึกษา ในการตัดสินเพื่อให้ระดับผลการเรียนรายวชิ า สถานศึกษาสามารถ

ใหร้ ะดับผลการเรยี นหรือระดบั คุณภาพการปฏิบัติของผู้เรียน เปน็ ระบบตวั เลข ระบบตวั อักษร ระบบรอ้ ยละ และ
ระบบท่ใี ชค้ าสาคญั สะทอ้ นมาตรฐาน

การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์นั้น ให้
ระดับผลการประเมินเปน็ “ดีเย่ียม ดี และ ผา่ น”

การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การ
ปฏิบัติกิจกรรมและผลงานของผู้เรียน ตามเกณฑ์ท่ีสถานศึกษากาหนด และให้ผลการเข้าร่วมกิจกรรมเป็น “ผ่าน
และ ไมผ่ ่าน”

๑.๓ การรายงานผลการเรยี น
การรายงานผลการเรยี น เป็นการสอื่ สารให้ผปู้ กครองและผู้เรียนทราบความก้าวหน้าใน

การเรียนรู้ของผู้เรียน ซึ่งสถานศึกษาต้องสรุปผลการประเมินและจัดทาเอกสารรายงานให้ผู้ปกครองทราบเป็น
ระยะ ๆ หรอื อยา่ งน้อยภาคเรียนละ ๑ ครง้ั

การรายงานผลการเรียน สามารถรายงานเป็นระดับคุณภาพการปฏิบัติของผู้เรียนที่
สะท้อนมาตรฐานการเรยี นรกู้ ลมุ่ สาระการเรยี นรู้

๒. เกณฑก์ ารจบการศึกษา
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน กาหนดเกณฑ์กลางสาหรับการจบการศึกษาเป็น 1

ระดบั คอื ระดบั ประถมศกึ ษา
๒.๑ เกณฑ์การจบระดับประถมศึกษา
(๑) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพ้ืนฐานจานวน ๕,๐๓๐ ช่ัวโมง และรายวิชาเพ่ิมเติม/กิจกรรม

เพิม่ เตมิ จานวน ๑,๔๔๐ ช่วั โมง หรือตามโครงสรา้ งเวลาเรียนท่ีหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐานกาหนด
(๒) ผูเ้ รยี นตอ้ งมีผลการประเมินรายวชิ าพน้ื ฐาน ผา่ นเกณฑ์รอ้ ยละ ๕๐ ทกุ รายวชิ า
(๓) ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ในระดับ “ผ่าน” ขึ้นไป
(๔) ผู้เรียนมผี ลการประเมนิ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ในระดบั “ผา่ น” ขึ้นไป

หลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นขอนแกน่ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๓๖

(๕) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและได้รับการตัดสินผลการเรียน “ผ่าน” ทุก
กจิ กรรม

สาหรับการจบการศึกษาสาหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น การศึกษาเฉพาะทาง การศึกษาสาหรับ
ผู้มีความสามารถพิเศษ การศึกษาทางเลือก การศึกษาสาหรับผู้ด้อยโอกาส การศึกษาตามอัธยาศัย ให้
คณะกรรมการของสถานศกึ ษา เขตพน้ื ทกี่ ารศึกษา และผู้ทีเ่ ก่ียวข้อง ดาเนินการวดั และประเมินผลการเรียนรู้ตาม
หลักเกณฑ์ในแนวปฏิบัติ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน สาหรับ
กลุ่มเปา้ หมายเฉพาะ

เอกสารหลักฐานการศกึ ษา

เอกสารหลักฐานการศึกษา เป็นเอกสารสาคัญท่ีบันทึกผลการเรียน ข้อมูล และสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง
กับพฒั นาการของผู้เรยี นในด้านตา่ ง ๆ แบง่ ออกเปน็ 2 ประเภท ดงั นี้

๑. เอกสารหลักฐานการศกึ ษาท่กี ระทรวงศึกษาธิการกาหนด
๑.๑ ระเบียนแสดงผลการเรียน เป็นเอกสารแสดงผลการเรียนและรับรองผลการเรียนของ

ผู้เรียนตามรายวิชา ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ผลการประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ของ
สถานศกึ ษาและผลการประเมินกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียน สถานศึกษาจะต้องบันทึกข้อมลู และออกเอกสารน้ีให้ผู้เรียน
เปน็ รายบคุ คลเม่ือผูเ้ รียนจบการศึกษาระดบั ประถมศึกษา (ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖)

๑.๒ แบบรายงานผู้สาเร็จการศกึ ษา เป็นเอกสารอนุมัติการจบหลักสูตร โดยบันทึกรายชื่อและ
ขอ้ มลู ของผู้จบการศึกษาระดับประถมศึกษา (ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๖)

๒. เอกสารหลักฐานการศกึ ษาท่ีสถานศึกษากาหนด
เปน็ เอกสารทส่ี ถานศึกษาจดั ทาข้นึ เพ่ือบนั ทึกพัฒนาการ ผลการเรยี นรู้ และข้อมูลสาคญั เก่ียวกับ

ผู้เรียนเช่น แบบรายงานประจาตัวนักเรียน แบบบันทึกผลการเรียนประจารายวิชา ระเบียนสะสม ใบรับรองผล
การเรียนและเอกสารอ่นื ๆ ตามวตั ถุประสงคข์ องการนาเอกสารไปใช้

การเทียบโอนผลการเรยี น
สถานศึกษาสามารถเทียบโอนผลการเรียนของผู้เรียนในกรณีต่าง ๆ ได้แก่ การย้ายสถานศึกษา การ

เปล่ียนรูปแบบการศึกษา การย้ายหลักสูตร การออกกลางคันและขอกลับเข้ารับการศึกษาต่อ การศึกษาจาก
ต่างประเทศและขอเข้าศึกษาต่อในประเทศ นอกจากน้ี ยังสามารถเทียบโอนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์จาก
แหล่งการเรียนรู้อื่น ๆ เช่น สถานประกอบการ สถาบันศาสนา สถาบันการฝึกอบรมอาชีพ การจัดการศึกษาโดย
ครอบครวั

การเทียบโอนผลการเรียน ควรดาเนินการในช่วงก่อนเปิดภาคเรียนแรก หรือต้นภาคเรียนแรกท่ี
สถานศึกษารับผู้ขอเทียบโอนเป็นผู้เรียน ท้ังน้ี ผู้เรียนท่ีได้รับการเทียบโอนผลการเรียนต้องศึกษาต่อเนื่องใน
สถานศึกษาท่ีรับเทียบโอนอย่างน้อย ๑ ภาคเรียน โดยสถานศึกษาท่ีรับผู้เรียนจากการเทียบโอนควรกาหนด
รายวิชา/จานวนหน่วยกิตทจ่ี ะรับเทียบโอนตามความเหมาะสม

การพิจารณาการเทยี บโอน สามารถดาเนนิ การได้ดังนี้
๑. พิจารณาจากหลกั ฐานการศกึ ษา และเอกสารอืน่ ๆ ทใี่ หข้ อ้ มลู แสดงความรู้ ความสามารถของผูเ้ รยี น
๒. พิจารณาจากความรู้ ความสามารถของผู้เรียน โดยการทดสอบด้วยวิธีการต่าง ๆ ทั้งภาคความรู้และ
ภาคปฏิบัติ
๓. พจิ ารณาจากความสามารถและการปฏิบตั ิในสภาพจริง

หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นขอนแกน่ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๓๗

การเทยี บโอนผลการเรียนให้เปน็ ไปตามประกาศ หรือแนวปฏบิ ัติของกระทรวงศึกษาธกิ ารการบรหิ าร

จัดการหลกั สตู ร
ในระบบการศึกษาท่ีมีการกระจายอานาจให้ท้องถิ่น และสถานศึกษามีบทบาทในการพัฒนาหลักสูตรนั้น

หน่วยงานต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวข้องในแต่ละระดับ ตั้งแต่ระดับชาติ ระดับท้องถิ่น จนถึงระดับสถานศึกษา มีบทบาท
หน้าท่ีและความรับผิดชอบในการพัฒนา สนับสนุน ส่งเสริมการใช้ และพัฒนาหลักสูตรให้เป็นไปอย่างมี
ประสิทธิภาพเพ่ือให้การดาเนินการจัดทาหลักสูตรสถานศึกษา และการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษามี
ประสิทธิภาพสูงสุด อันจะส่งผลให้การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ท่ีกาหนดไว้ใน
ระดบั ชาติ

ระดับท้องถ่ิน ได้แก่ สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา หน่วยงานต้นสังกัดอื่น ๆ เป็นหน่วยงานที่มีบทบาท
ในการขับเคล่ือนคุณภาพการจัดการศึกษา เป็นตัวกลางท่ีจะเชื่อมโยงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานที่
กาหนดในระดับชาติ ให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถ่ิน เพ่ือนาไปสู่การจัดทาหลักสูตรของ
สถานศึกษาส่งเสริมการใช้และพัฒนาหลักสูตรในระดับสถานศึกษา ให้ประสบความสาเร็จ โดยมีภารกิจสาคัญคือ
กาหนดเป้าหมายและจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในระดับท้องถิ่น โดยพิจารณาให้สอดคล้องกับสิ่งท่ีเป็น
ความต้องการในระดับชาติพัฒนาสาระการเรียนรู้ท้องถ่ิน ประเมินคุณภาพการศึกษาในระดับท้องถ่ิน รวมท้ัง
เพิ่มพูนคุณภาพการใช้หลักสูตรด้วยการวิจัยและการพัฒนาบุคลากร สนับสนุน ส่งเสริม ติดตามผล ประเมินผล
วเิ คราะห์ และรายงานผลคณุ ภาพของผเู้ รยี น

สถานศึกษามีหน้าท่ีสาคัญในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การวางแผนและดาเนินการใช้หลักสูตร
การเพ่ิมพูนคุณภาพการใช้หลักสูตรด้วยการวิจัย และพัฒนาการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตร จัดทาระเบียบการ
วัดและประเมินผล ในการพัฒนาหลักสตู รสถานศึกษา ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับหลกั สูตรแกนกลางการศึกษา
ข้ันพื้นฐาน และรายละเอียดที่เขตพื้นท่ีการศึกษา หรือหน่วยงานสังกัดอ่ืน ๆ ในระดับท้องถ่ินได้จัดทาเพ่ิมเติม
รวมทั้งสถานศึกษาสามารถเพ่ิมเติมในส่วนทเ่ี ก่ยี วกับสภาพปญั หาในชุมชนและสังคม ภูมปิ ญั ญาท้องถ่ิน และความ
ต้องการของผเู้ รียน โดยทกุ ภาคสว่ นเข้ามามสี ่วนร่วมในการพัฒนาหลกั สูตรสถานศึกษา

หลกั สูตรโรงเรยี นบ้านขอนแก่น (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ๑๓๘

ภาคผนวก


Click to View FlipBook Version