แผนการจดั การเรียนรแู้ บบม่งุ เนน้ สมรรถนะ
(บูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง)
รหสั 2104-2008 วชิ า มอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสสลบั
หลกั สูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชีพ พุทธศักราช 2556
สาขาวชิ าไฟฟ้ากำลงั
ครลู ัดดา เทียมรัตน์
แผนกวิชาชา่ งไฟฟ้ากำลงั
ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2563
วิทยาลยั การอาชพี บำเหน็จณรงค์
สำนักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา
กระทรวงศกึ ษาธิการ
ลกั ษณะรายวชิ า
รหัสวชิ า 20104-2008 ช่อื วิชา มอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสสลบั 1-6-3
หลกั สตู ร ประกาศนยี บัตรวชิ าชีพ ประเภทวชิ า อุตสาหกรรม
สาขาวิชา ชา่ งไฟฟา้ กำลัง
จุดประสงค์รายวชิ า เพื่อให้
1. เข้าใจชนิด โครงสร้าง ส่วนประกอบ หลักการทำงานและคุณลักษณะของมอเตอร์ไฟฟ้า
กระแสสลับ 1 เฟส และ 3 เฟส
2. มีทักษะในการตรวจซ่อมมอเตอร์ การถอดประกอบ การพันขดลวด การต่อวงจร การทดสอบ
และการบำรงุ รักษา
3. มีเจตคติและกิจนิสัยที่ดีในการปฏิบัติงาน มีความละเอียดรอบคอบ ปลอดภัย เป็นระเบียบ
สะอาด ตรงตอ่ เวลา มคี วามซื่อสตั ยแ์ ละมคี วามรับผดิ ชอบ
สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างและหลักการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ 1 เฟส และ
3 เฟส ชนิดต่าง ๆ
2. ถอดและประกอบ ช้นิ ส่วน พันขดลวดและตอ่ วงจรของมอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลับ 1 เฟส และ 3 เฟส
3. วัดและทดสอบหาคุณลกั ษณะของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลบั 1 เฟส และ 3 เฟส
4. ใช้งานและบำรุงรกั ษาการตรวจซอ่ มมอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลบั 1 เฟส และ 3 เฟส
คำอธบิ ายรายวิชา
ศกึ ษาและปฏิบัตเิ กีย่ วกบั ชนดิ โครงสรา้ งและส่วนประกอบของมอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลบั 1 เฟส 3 เฟส
และมอเตอร์ไฟฟา้ หลายความเร็ว หลกั การทำงาน การกลับทิศทางการหมุน คุณลักษณะการนำไปใช้งาน
และบำรุงรักษามอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลบั 1 เฟสและ 3 เฟส งานถอดประกอบมดั ขดลวด มอเตอร์ไฟฟ้า
กระแสสลับ 1 เฟสและ 3 เฟส งานทำฟอร์มคอยล์ พันขดลวดมอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลับ 1 เฟสและ 3
เฟส งานลงขดลวดมอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลบั 1 เฟส และ 3 เฟส งานตอ่ วงจรมอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสสลับ 1
เฟส และ 3 เฟส งานทดสอบมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ 1 เฟส และ 3 เฟส
รายการวิเคราะห์ เน้ือหาวิชา จดุ ประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชา
รหสั วิชา 20104-2008 ชื่อวิชา มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลบั 1-6-3
หลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ ประเภทวิชา อตุ สาหกรรม
สาขาวิชา ชา่ งไฟฟา้ กำลงั
หวั ขอ้ จดุ ประสงค์ สมรรถนะรายวิชา
หลกั / รายวิชา 1234
หนว่ ย เนอ้ื หาวชิ า 123
การ
เรยี นรู้
1 หลักการทำงานของมอเตอร์เหน่ยี วนำ
1.1 กฎต่าง ๆ ท่เี กยี่ วกับมอเตอร์
1.2 หลักการเบ้อื งตน้ ของมอเตอร์เหนีย่ วนำ
2 สนามแมเ่ หล็กหมุน
2.1 สนามแม่เหล็กหมุนทสี่ เตเตอร์ของมอเตอร์ 2
เฟส
2.2 สนามแม่เหล็กหมุนท่ีสเตเตอร์ของมอเตอร์ 3
เฟส
2.3 ความเร็วและคา่ ต่าง ๆ ที่สัมพนั ธก์ บั ความเร็ว
ของมอเตอร์เหนีย่ วนำ
3 มอเตอร์เหนย่ี วนำ 1 เฟส
3.1 มอเตอร์สปลติ เฟส
3.2 มอเตอรค์ าปาซเิ ตอร์
3.3 มอเตอรค์ าปาซเิ ตอรส์ ตารต์
3.4 มอเตอรค์ าปาซเิ ตอรส์ ตาร์ต–คาปาซิเตอรร์ ัน
3.5 มอเตอรค์ าปาซิเตอร์ 2 ค่า
3.6 มอเตอร์เชดเดดโพล
4 มอเตอรร์ พี ัลชนั
4.1 มอเตอรร์ ีพลั ชนั
4.2 มอเตอรร์ พี ัลชนั สตารต์ อินดักชนั
4.3 มอเตอรร์ พี ัลชันอนิ ดกั ชัน
4.4 การกลบั ทศิ ทางการหมนุ
4.5 การต่อวงจรขดลวดของมอเตอรร์ พี ัลชนั
รายการวิเคราะห์ เน้ือหาวิชา จดุ ประสงค์รายวชิ า สมรรถนะรายวิชา
รหสั วชิ า 20104-2008 ชือ่ วิชา มอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสสลับ 1-6-3
หลกั สูตร ประกาศนียบัตรวชิ าชพี ประเภทวิชา อตุ สาหกรรม
สาขาวชิ า ช่างไฟฟ้ากำลัง
หวั ข้อ จดุ ประสงค์ สมรรถนะรายวิชา
หลัก/ รายวิชา
หน่วย เนือ้ หาวชิ า
การ
เรยี นรู้ 123 123 4
มอเตอรย์ นู ิเวอรแ์ ซล
5.1 ส่วนประกอบที่สำคัญของมอเตอร์ยูนิเวอร์
แซล
5 5.2 หลกั การทำงานของมอเตอรย์ ูนิเวอรแ์ ซล
5.3 การกลบั ทิศทางการหมนุ ของมอเตอรย์ ูนเิ วอร์
แซล
5.4 การควบคุมความเร็วของมอเตอรย์ นู เิ วอร์แซล
5.5 สาเหตุการขดั ขอ้ งของมอเตอร์ยนู ิเวอรแ์ ซล
6 มอเตอร์ 3 เฟส
6.1 ส่วนประกอบท่สี ำคัญของมอเตอร์ 3 เฟส
6.2 หลกั การทำงานของมอเตอร์ 3 เฟส
6.3 การตอ่ มอเตอร์ 3 เฟส
6.4 การตอ่ ขดลวดสเตเตอรข์ องมอเตอร์ 3 เฟส
6.5 การกลบั ทศิ ทางการหมนุ ของมอเตอร์ 3 เฟส
7 การตรวจสอบมอเตอร์
7.1 การตรวจสอบหากราวด์
7.2 การตรวจสอบกระแสไฟฟา้
7.3 การตรวจสอบแรงดนั ไฟฟ้า
7.4 การตรวจสอบความเร็ว
7.5 สาเหตุการขัดข้องของมอเตอร์ 3 เฟส และ
การแกไ้ ข
7.6 สาเหตกุ ารขัดข้องของมอเตอร์ 1 เฟส
7.7 ชนดิ ของฉนวนมอเตอร์
7.8 ขดลวดทองแดงเคลือบนำ้ ยา
8 การบำรุงรักษามอเตอร์
8.1 แบร่งิ
8.2 การหล่อลน่ื
8.3 เครือ่ งมือพนื้ ฐานทใี่ ชใ้ นงานตดิ ตัง้ มอเตอร์
8.4 การเคลื่อนยา้ ยมอเตอร์
วเิ คราะหห์ วั ขอ้ เร่อื ง
รหัสวชิ า 2104-2008 ช่ือวิชา มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลบั 2-3-3
หลกั สตู ร ประกาศนยี บตั รวิชาชพี ประเภทวิชา อตุ สาหกรรม
สาขาวชิ า ชา่ งไฟฟ้ากำลงั
หวั ขอ้ เรอื่ ง(Topic) แหลง่ ข้อมลู
A B CDE
1 หลกั การทำงานของมอเตอรเ์ หนย่ี วนำ
2 สนามแม่เหล็กหมุน
3 มอเตอรเ์ หนยี่ วนำ 1 เฟส
4 มอเตอรร์ ีพลั ชัน
5 มอเตอร์ยูนเิ วอรแ์ ซล
6 มอเตอร์ 3 เฟส
7 การตรวจสอบมอเตอร์
8 การบำรงุ รักษามอเตอร์
หมายเหตุ A : คำอธิบายรายวิชา
B : ผู้เช่ียวชาญ
C : ผู้ชำนาญงาน
D : ประสบการณข์ องครูผู้สอน
E : เอกสาร/ตำรา/คู่มือ
รายละเอียดหวั ข้อเรือ่ ง
รหสั วิชา 20104-2008 ชอ่ื วชิ า มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลบั 1-6-3
หลกั สูตร ประกาศนยี บตั รวิชาชพี ประเภทวิชา อตุ สาหกรรม
สาขาวิชา ช่างไฟฟา้ กำลัง
หวั ขอ้ หลัก(Main Element) หัวขอ้ ยอ่ ย(Element)
หนว่ ยการเรียนร(ู้ Learning Unit)
1.หลกั การทำงานของมอเตอร์เหน่ียวนำ 1.1 กฎต่าง ๆ ทเ่ี กี่ยวกับมอเตอร์
1.2 หลกั การเบ้ืองต้นของมอเตอร์เหน่ียวนำ
2.สนามแมเ่ หล็กหมุน 2.1 สนามแม่เหล็กหมนุ ที่สเตเตอร์ของมอเตอร์ 2 เฟส
2.2 สนามแมเ่ หลก็ หมุนทสี่ เตเตอร์ของมอเตอร์ 3 เฟส
2.3 ความเรว็ และคา่ ต่าง ๆ ทีส่ ัมพนั ธ์กับความเรว็ ของ
มอเตอร์เหนี่ยวนำ
3.มอเตอร์เหนีย่ วนำ 1 เฟส 3.1 มอเตอร์สปลติ เฟส
3.2 มอเตอร์คาปาซเิ ตอร์
3.3 มอเตอรค์ าปาซเิ ตอรส์ ตารต์
3.4 มอเตอรค์ าปาซิเตอรส์ ตารต์ –คาปาซิเตอรร์ ัน
3.5 มอเตอรค์ าปาซิเตอร์ 2 คา่
3.6 มอเตอร์เชดเดดโพล
4.มอเตอรร์ พี ลั ชัน 4.1 มอเตอรร์ พี ลั ชนั
4.2 มอเตอรร์ พี ัลชนั สตาร์ตอนิ ดกั ชนั
4.3 มอเตอร์รีพัลชันอินดกั ชนั
4.4 การกลบั ทศิ ทางการหมุน
4.5 การตอ่ วงจรขดลวดของมอเตอรร์ ีพัลชัน
5.มอเตอรย์ นู ิเวอรแ์ ซล 5.1 ส่วนประกอบที่สำคญั ของมอเตอร์ยูนิ-เวอร์แซล
5.2 หลักการทำงานของมอเตอร์ยูนิเวอร์แซล
5.3 การกลบั ทศิ ทางการหมนุ ของมอเตอร์ยนู ิเวอร์แซล
5.4 การควบคมุ ความเร็วของมอเตอร์ยูนิเวอรแ์ ซล
5.5 สาเหตกุ ารขัดขอ้ งของมอเตอร์ยูนิเวอร์แซล
6.มอเตอร์ 3 เฟส 6.1 สว่ นประกอบที่สำคญั ของมอเตอร์ 3 เฟส
6.2 หลกั การทำงานของมอเตอร์ 3 เฟส
6.3 การตอ่ มอเตอร์ 3 เฟส
6.4 การต่อขดลวดสเตเตอรข์ องมอเตอร์ 3 เฟส
6.5 การกลบั ทศิ ทางการหมุนของมอเตอร์ 3 เฟส
รายละเอยี ดหัวข้อเร่ือง
รหสั วิชา 20104-2008 ชื่อวิชา มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลับ 1-6-3
หลักสูตร ประกาศนยี บัตรวชิ าชีพ ประเภทวิชา อุตสาหกรรม
สาขาวชิ า ชา่ งไฟฟ้ากำลัง
หัวข้อหลัก(Main Element) หวั ขอ้ ย่อย(Element)
หน่วยการเรียนร(ู้ Learning Unit)
7.1 การตรวจสอบหากราวด์
7.การตรวจสอบมอเตอร์ 7.2 การตรวจสอบกระแสไฟฟา้
7.3 การตรวจสอบแรงดันไฟฟา้
7.4 การตรวจสอบความเร็ว
7.5 สาเหตุการขัดข้องของมอเตอร์ 3 เฟส และการ
แกไ้ ข
7.6 สาเหตกุ ารขัดข้องของมอเตอร์ 1 เฟส
7.7 ชนิดของฉนวนมอเตอร์
7.8 ขดลวดทองแดงเคลอื บนำ้ ยา
8.การบำรงุ รักษามอเตอร์ 8.1 แบริ่ง
8.2 การหลอ่ ลนื่
8.3 เครอ่ื งมือพื้นฐานท่ีใชใ้ นงานติดตง้ั มอเตอร์
8.4 การเคลอ่ื นย้ายมอเตอร์
กำหนดการเรียนรู้
รหสั วชิ า 20104-2008 ช่ือวชิ า มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลบั 1-6-3
หลกั สูตร ประกาศนียบัตรวชิ าชพี ประเภทวชิ า อตุ สาหกรรม
สาขาวชิ า ช่างไฟฟา้ กำลัง
หนว่ ยที่ ชือ่ หนว่ ย/รายการสอน สปั ดาห์ที่ ชว่ั โมงท่ี
1. หลักการทำงานของมอเตอรเ์ หนี่ยวนำ 1 1-7
2. สนามแมเ่ หล็กหมุน 2-3 8-21
3. มอเตอร์เหนยี่ วนำ 1 เฟส 4-9 22-63
4. มอเตอรร์ พี ัลชัน 10-12 64-84
5. มอเตอรย์ นู เิ วอรแ์ ซล 13 85-91
6. มอเตอร์ 3 เฟส 14-15 92-105
7. การตรวจสอบมอเตอร์ 16-17 106-119
8. การบำรุงรกั ษามอเตอร์ 18 120-126
ตารางวเิ คราะหร์ ะดับ พุทธพสิ ัย ทกั ษะพิสยั จิตพิสัย
รหัสวิชา 20104-2008 ชือ่ วิชา มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ 1-6-3
หลกั สตู ร ประกาศนยี บตั รวชิ าชีพ ประเภทวิชา อุตสาหกรรม
สาขาวชิ า ชา่ งไฟฟ้ากำลัง
หน่ว ชื่อหน่วยการ ระดับพฤตกิ รรมที่พงึ ประสงค์
ยท่ี เรยี นรู้
พทุ ธพสิ ยั ทักษะพสิ ัย จติ พิสยั เวลา
1 2 3 4 5 6 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 (ชม.)
1. หลักการ 7
ทำงานของ
มอเตอร์
เหนย่ี วนำ
2. สนามแม่เหลก็ 14
หมุน
3. มอเตอร์ 42
เหนี่ยวนำ 1
เฟส
4. มอเตอร์รีพลั 21
ชนั
5. มอเตอร์ยนู ิ 7
เวอร์แซล
6. มอเตอร์ 3 14
เฟส
7 การตรวจสอบ 14
มอเตอร์
8 การ 7
บำรงุ รกั ษา
มอเตอร์
พทุ ธพิสัย ทกั ษะพสิ ัย จิตพิสัย
1 = ความรู้ 1 = เลยี นแบบ 1 = รบั รู้
2 = ความเขา้ ใจ 2 = ทำไดต้ ามแบบ 2 = ตอบสนอง
3 = การนำไปใช้ 3 = ทำไดถ้ ูกตอ้ งแมน่ ยำ 3 = เห็นคณุ คา่
4 = การวเิ คราะห์ 4 = ทำได้ต่อเนื่อง 4 = จดั ระบบคุณคา่
5 = การสงั เคราะห์ ประสานกนั 5 = พฒั นาเปน็ ลักษณะ
6 = การประเมินคา่ 5 = ทำได้อยา่ งเป็น นิสยั
ธรรมชาติ
นอ้ มนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งมาปฏบิ ัติ
แผนการเรียนรู้
รหัสวชิ า 20104-2008 ชือ่ วชิ า มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลับ 1-6-3
หลกั สตู ร ประกาศนยี บัตรวิชาชพี ประเภทวชิ า อุตสาหกรรม
สาขาวชิ า ช่างไฟฟา้ กำลงั
จำนวนชว่ั โมงท่ีสอน 7
เรอ่ื ง หลกั การทำงานของมอเตอรเ์ หนีย่ วนำ
1.สาระสำคญั
มอเตอร์ หมายถึง เครอ่ื งกลไฟฟา้ ซึง่ ทำหนา้ ทเ่ี ปลี่ยนพลงั งานไฟฟา้ เป็นพลงั งานกล
มอเตอร์แบง่ ตามพลงั งานไฟฟ้าทใ่ี ช้เปน็ 2 ชนิด ดงั น้ี
มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสตรง และมอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลับ
มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลบั แบง่ เป็น 3 ชนิด ดงั นี้
1. มอเตอร์เหน่ียวนำ
2. มอเตอร์ซงิ โครนสั
3. มอเตอร์คอมมิวเตเตอร์
มอเตอรเ์ หน่ียวนำ หมายถงึ มอเตอรท์ ่ไี ม่ไดร้ บั พลงั งานไฟฟา้ จากแหลง่ จ่ายไฟฟา้ เข้าสู่โรเตอรโ์ ดยตรง
แต่ไดร้ บั พลงั งานไฟฟ้าโดยอาศยั การเหนย่ี วนำทางแม่เหล็กไฟฟ้าจากสเตเตอร์
มอเตอร์เหนี่ยวนำ 1 เฟส แบง่ ตามวิธกี ารซึ่งทำใหโ้ รเตอร์หมนุ ได้ 3 ชนิด ดังนี้
1. มอเตอร์สปลติ เฟสหรือมอเตอร์แยกเฟส
2. มอเตอรค์ าปาซิเตอร์
3. มอเตอรเ์ ชดเดดโพล
มอเตอร์ซิงโครนัส แบ่งตามระบบไฟฟ้าได้ 2 ชนิด ดังนี้ มอเตอร์ซิงโครนัส 3 เฟส และมอเตอร์
ซิงโครนัส 1 เฟส
หลักการทำงานของมอเตอร์เหน่ียวนำ เมื่อเกิดสนามแม่เหล็กหมุนท่ีสเตเตอร์ เส้นแรงแม่เหล็กจะ
เหน่ียวนำตัวหมุนหรือโรเตอร์ ส่งผลให้เกิดแรงดันไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำไหลในโรเตอร์ ซ่ึง
กระแสไฟฟา้ ที่ไหลในโรเตอร์จะสร้างเส้นแรงแม่เหล็กมาต้านสนามแม่เหลก็ ทีส่ เตเตอร์ สง่ ผลทำให้โรเตอร์
หมุนในทิศทางเดียวกับสนามแมเ่ หลก็ แตม่ คี วามเร็วชา้ กว่าความเร็วของสนามแมเ่ หลก็ หมนุ
การเหนีย่ วนำทางแม่เหล็กไฟฟา้ หมายถึง การทำให้เกดิ แรงดันไฟฟ้าและกระแสไฟฟา้ เหน่ียวนำ โดย
การเคลือ่ นทต่ี ดั กนั ระหว่างสนามแม่เหลก็ และตัวนำ
การบูรณาการกจิ กรรมการเรียนการสอนตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
พอประมาณ คือการรว่ มมือรว่ มใจในการประหยดั พลงั งานเพอื่ ลดโลกรอ้ นถือเป็นสว่ นทีม่ ีการ
รณรงคม์ ากทีส่ ุดในปจั จุบนั สามารถทำไดโ้ ดยหลายวธิ ี เชน่ การทำแบบของฉนวนรองรอ่ งสล๊อตใหพ้ อดกี ับ
รอ่ งสล๊อต
มีเหตผุ ล คือการรู้จักนกึ ถึงผลกระทบที่จะเกดิ ขน้ึ จากการกระทำต่างๆของเรา เช่น การทำแบบของ
ฉนวนรองร่องสลอ๊ ตให้พอดีกบั รอ่ งสล๊อตจะทำให้ลดปรมิ าณการใช้ฉนวน
แผนการเรียนรู้
รหัสวชิ า 20104-2008 ชือ่ วิชา มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลับ 1-6-3
หลกั สตู ร ประกาศนยี บตั รวชิ าชีพ ประเภทวชิ า อุตสาหกรรม
สาขาวชิ า ช่างไฟฟ้ากำลัง
จำนวนชวั่ โมงท่ีสอน 7
เร่ือง หลกั การทำงานของมอเตอร์เหนี่ยวนำ
มีภูมิคุ้มกนั ในตัวเอง คอื การเตรยี มตัวให้พร้อมรับผลกระทบหรอื การเปลยี่ นแปลงด้านต่างๆทีจ่ ะ
เกิดขึ้น เชน่ การทำแบบของฉนวนรองรอ่ งสลอ๊ ตให้พอดกี ับร่องสล๊อตจะทำให้ประหยดั การใชฉ้ นวนและจะ
มีฉนวนไว้ใช้ในการเรยี นการสอนในหน่วยตอ่ ไป
เงื่อนไข
เงอ่ื นไขความรู้ หมายถึง ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการตา่ งๆท่เี กี่ยวขอ้ งอยา่ งรอบดา้ นและรอบคอบ
เชน่ การวางแผนงานทีจ่ ะทำก่อนแลว้ ค่อยลงมอื ทำอย่างระมดั ระวัง
เงอื่ นไขคุณธรรม ทีจ่ ะตอ้ งเสริมสร้างประกอบดว้ ย มคี วามตระหนักในคุณธรรม ซื่อสตั ยส์ ุจรติ และ
อดทนใชส้ ติปญั ญาในการดำเนินชีวิตเช่น
-การใช้สติปัญญา คอื การท่ีเราใช้ความคิดในการเรยี นให้ประสบผลสำเร็จใหม้ ากท่ีสดุ
-ความอดทน ขยนั หมัน่ เพียร คือใช้ความอดทนท่ีจะทำงาน และมคี วามขยนั ที่จะทำงานให้ออกมาได้
ดีท่ีสดุ
การบูรณาการกจิ กรรมการเรียนการสอนคุณธรรม 8 ประการ/ค่านิยมหลกั ของคนไทย 12 ประการ
1. ขยัน ความหมายของคำว่า ขยนั คือ ความตงั้ ใจเพยี รพยายามทำหนา้ ทีก่ ารงานอยา่ ง
ตอ่ เน่อื ง สมำ่ เสมอ
อดทนไม่ท้อถอยเมอ่ื พบอุปสรรค ความขยันต้องปฏิบัตคิ วบคกู่ ับการใช้สตปิ ญั ญา แก้ปญั หาจนเกิดผล
สำเร็จตามความมุ่งหมาย
คุณลกั ษณะเชงิ พฤติกรรม ผู้ทมี่ ีความขยนั คอื ผู้ทีต่ งั้ ใจทำอยา่ งจริงจังตอ่ เนื่องในเร่อื งทถี่ กู ทคี่ วรผู้ทีเ่ ป็นคน
สงู้ าน
มีความพยายาม ไม่ทอ้ ถอย กลา้ เผชญิ อุปสรรค รกั งานทที่ ำตัง้ ใจทำหน้าทอ่ี ยา่ งจรงิ จงั
2. ประหยัด ความหมายของคำว่า ประหยัด คอื การรจู้ ักเกบ็ ออมถนอมใชท้ รัพยส์ นิ สิง่ ของแต่พอควร
พอประมาณ ให้เกิดประโยชน์คุ้มคา่ ไมฟ่ มุ่ เฟือยฟุ้งเฟอ้
คณุ ลักษณะเชงิ พฤตกิ รรม ผู้ทม่ี ีความประหยดั คอื ผู้ทด่ี ำเนินชวี ิตความเปน็ อยูท่ ่ีเรียบง่าย รจู้ ักฐานะ
การเงินของตนคิดกอ่ นใช้คิดกอ่ นซอ้ื เก็บออม ถนอมใช้ทรพั ย์สินสงิ่ ของอยา่ งคุ้มคา่ ร้จู กั ทำบัญชรี ายรับ-
รายจา่ ยของตนเองอยู่เสมอ
3. ความซือ่ สัตย์ ความหมายของคำวา่ ความซื่อสัตย์ คอื ประพฤตติ รงไมเ่ อนเอียงไมม่ เี ล่หเ์ หลีย่ มมคี วาม
จริงใจปลอดจากความรู้สึกลำเอยี งหรอื อคติ
คณุ ลกั ษณะเชงิ พฤติกรรม ผ้ทู มี่ คี วามซื่อสัตย์ คือ ผู้ท่ีมีความประพฤตติ รงทง้ั ตอ่ หน้าท่ี ต่อวิชาชีพ ตรงตอ่
เวลา ไมใ่ ช้เลห่ ์กลคดโกงทัง้ ทางตรงและทางออ้ ม รบั รหู้ น้าทีข่ องตนเองและปฏิบตั ิอย่างเตม็ ทถ่ี ูกตอ้ ง
4. มวี ินยั ความหมายของคำว่า มวี นิ ยั คือ การยดึ ม่นั ในระเบยี บแบบแผนข้อบังคับและขอ้ ปฏิบัติ ซงึ่ มีท้ัง
วนิ ยั ในตนเองและวินัยต่อสังคม
แผนการเรยี นรู้
รหัสวิชา 20104-2008 ช่ือวชิ า มอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสสลับ 1-6-3
หลกั สตู ร ประกาศนยี บตั รวิชาชีพ ประเภทวชิ า อุตสาหกรรม
สาขาวิชา ช่างไฟฟ้ากำลัง
จำนวนชั่วโมงท่สี อน 7
เร่ือง หลักการทำงานของมอเตอร์เหนย่ี วนำ
คณุ ลกั ษณะเชงิ พฤติกรรม ผ้ทู มี่ วี นิ ัย คือ ผ้ทู ี่ปฏิบตั ิตนในขอบเขต กฎระเบียบของสถานศึกษา สถาบัน/
องคก์ ร/สังคมและประเทศโดยท่ีตนเองยินดปี ฏิบัติตามอยา่ งเต็มใจและต้ังใจ
5. สภุ าพ ความหมายของคำวา่ สุภาพ คือ เรียบร้อย ออ่ นโยน ละมนุ ละมอ่ มมีกริ ิยามารยาททีด่ งี าม มี
สมั มาคารวะ
คณุ ลักษณะเชิงพฤตกิ รรม ผู้ท่ีมีความสุภาพ คอื ผทู้ ี่ออ่ นน้อมถ่อมตนตามสถานภาพและกาลเทศะ ไม่
ก้าวรา้ ว รุนแรงวางอำนาจข่มผู้อนื่ ท้งั โดยวาจาและท่าทาง แต่ในเวลาเดยี วกันยังคงมีความม่นั ใจในตนเอง
เป็นผทู้ ่ีมีมารยาท วางตนเหมาะสมตามวฒั นธรรมไทย
6. สะอาด ความหมายของคำวา่ สะอาด คอื ปราศจากความมัวหมองท้ังกาย ใจและสภาพแวดลอ้ ม ความ
ผอ่ งใสเป็นที่เจริญตาทำให้เกิดความสบายใจแก่ผู้พบเห็น
คุณลกั ษณะเชงิ พฤติกรรม ผู้ท่คี วามสะอาด คอื ผรู้ ักษารา่ งกายทอ่ี ย่อู าศยั สง่ิ แวดลอ้ มถกู ตอ้ งตาม
สุขลกั ษณะ ฝกึ ฝนจติ ใจมิให้ขุ่นมวั จึงมีความแจม่ ใสอย่เู สมอ
7. สามัคคี ความหมายของคำวา่ สามัคคี คือ ความพร้อมเพียงกันความกลมเกลยี วกนั ความปรองดองกัน
ร่วมใจกนั ปฏิบตั งิ านใหบ้ รรลุผลตามทต่ี ้องการ เกิดงานการอยา่ งสร้างสรรค์ปราศจากการทะเลาะววิ าท ไม่
เอารัดเอาเปรยี บกัน เปน็ การยอมรบั ความมเี หตุผล ยอมรับความแตกต่างหลากหลายทางความคิด ความ
หลากหลายในเรอ่ื งเชื้อชาติ ความกลมเกลยี วกนั ในลักษณะเช่นนี้ เรยี กอกี อยา่ งว่า ความสมานฉันท์
คุณลกั ษณะเชงิ พฤติกรรม ผู้ทมี่ ีความสามัคคี คือ ผู้ทีเ่ ปิดใจกวา้ งรบั ฟังความคิดเหน็ ของผู้อ่นื ร้บู ทบาท
ของตนท้ังในฐานะผูน้ ำและผูต้ ามที่ดี มคี วามมงุ่ มั่นต่อการรวมพลงั ชว่ ยเหลือเก้ือกูลกันเพ่อื ให้การงาน
สำเร็จลลุ ว่ ง แก้ปัญหาและขจดั ความขัดแย้งได้ เป็นผ้มู ีเหตุผล ยอมรบั ความแตกต่างหลากหลายทาง
วฒั นธรรม ความคิด ความเชือ่ พร้อมทีจ่ ะปรบั ตวั เพือ่ อยู่รว่ มกนั อย่างสนั ติ
8. มนี ำ้ ใจ ความหมายของคำว่า มนี ้ำใจ คือ ความจริงใจที่ไมเ่ ห็นแก่เพยี งตัวเองหรือเรอื่ งของตวั เอง แต่
เห็นอกเห็นใจเหน็ คุณคา่ ในเพื่อน มนษุ ย์ มีความเอ้อื อาทรเอาใจใส่ ให้ความสนใจในความต้องการ ความ
จำเปน็ วามทุกข์สุขของผูอ้ ่นื และพร้อมทีจ่ ะให้ความช่วยเหลือเกอ้ื กลู กนั และกนั
คณุ ลกั ษณะเชิงพฤติกรรม ผู้ที่มีนำ้ ใจ คอื ผู้ให้และผ้อู าสาช่วยเหลอื สังคม รจู้ กั แบ่งปนั เสียสละความสขุ
สว่ นตนเพ่อื ทำประโยชน์แก่ผู้อ่นื เขา้ ใจ เห็นใจ ผู้ที่มีความเดอื ดร้อน อาสาชว่ ยเหลอื สังคมด้วยแรงกาย
สติปัญญา ลงมอื ปฏิบตั ิการเพ่ือบรรเทาปญั หาหรือรว่ มสรา้ งสรรคส์ ่ิงดีงามให้เกดิ ขึ้นในชุมชน
การบูรณาการกจิ กรรมการเรยี นการสอนสวนพฤกษศาสตรใ์ นโรงเรยี น
นำความรูด้ า้ นไฟฟา้ มาใช้ในการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์ในโรงเรียน เช่น การนำเครื่องสูบน้ำ
พลังงานแสงอาทิตมาใช้ในการดำเนินงานตามโครงการชีววีเพือ่ การพัฒนาอยา่ งยั่งยนื
แผนการเรยี นรู้
รหสั วชิ า 20104-2008 ช่ือวิชา มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ 1-6-3
หลกั สูตร ประกาศนียบัตรวชิ าชีพ ประเภทวชิ า อุตสาหกรรม
สาขาวิชา ชา่ งไฟฟ้ากำลัง
จำนวนชวั่ โมงทส่ี อน 7
เรอ่ื ง หลกั การทำงานของมอเตอรเ์ หนีย่ วนำ
2.จดุ ประสงค์การเรียนร(ู้ มาตรฐานการเรียนรู)้
ดา้ นความรู้
1. จำแนกชนดิ ของมอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสสลับได้
2. อธบิ ายหลักการเหน่ียวนำทางแมเ่ หล็กไฟฟา้ ได้
3. อธบิ ายการทำงานของมอเตอรเ์ หนีย่ วนำได้
ดา้ นทักษะ
1. พันขดลวดใหมข่ องมอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสสลบั 1 เฟสได้
2. รอ้ื ขดลวดออกจากสเตเตอร์ได้
3. ทำฉนวนรองร่องสลอตได้
4. ปฏิบตั กิ ารเตรียมโครงมอเตอร์ 1 เฟสได้
ด้านคุณธรรม จริยธรรม/บูรณาการค่านิยมหลกั ของคนไทย 12 ประการ
แสดงออกด้านความสนใจใฝร่ ู้ การตรงต่อเวลา ความซอื่ สัตย์ สุจริต ความมีน้ำใจและแบง่ บนั และ
ความรว่ มมอื /ยอมรบั ความคดิ เหน็ ส่วนใหญ่
3.สาระการเรยี นรู้
1. แสดงความรเู้ กยี่ วกบั หลักการทำงานของมอเตอร์เหนีย่ วนำ
2. ถอด ประกอบและเตรียมโครงมอเตอร์ 1 เฟส
4.สื่อการเรียนรู้
1. หนงั สอื เรียนมอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลับ ของสำนักพิมพ์ศูนยห์ นงั สอื เมืองไทย
2. แบบทดสอบกอ่ นเรียน และหลงั เรยี น
3. อินเตอรเ์ นต็
4. ของจริง
5.กระบวนการจดั การเรียนรู้
1. ครูชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับจดุ ประสงค์ สมรรถนะและคำอธิบายรายวิชา การวัดผลและประเมินผล
การเรยี น คุณลกั ษณะนิสยั ทตี่ ้องการใหเ้ กดิ ข้ึน และข้อตกลงในการเรียน
2. นักเรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรียนหนว่ ยท่ี 1
3. ครใู ห้หนงั สือเรียนมอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลับของสำนักพมิ พ์ศนู ยห์ นังสือเมอื งไทย
4. ครนู ำเขา้ ส่บู ทเรยี น และครูแจง้ จดุ ประสงคก์ ารเรยี น
5. ครูสอนเนอ้ื หาสาระข้อ 1.1 – 1.3
6. แบง่ กล่มุ นักเรยี นเพอื่ เตรยี มปฏบิ ัติงานตามใบงานท่ี 1.1
แผนการเรยี นรู้
รหัสวชิ า 20104-2008 ชอ่ื วชิ า มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลับ 1-6-3
หลกั สูตร ประกาศนยี บัตรวชิ าชีพ ประเภทวิชา อตุ สาหกรรม
สาขาวชิ า ช่างไฟฟา้ กำลัง
จำนวนชว่ั โมงท่ีสอน 7
เร่อื ง หลกั การทำงานของมอเตอรเ์ หนีย่ วนำ
7. นักเรยี นลงมอื ปฏบิ ตั ิงานตามข้ันตอนในใบงานท่ี 1.1
8. ครูตรวจผลงานภาคปฏบิ ตั ิของนักเรยี น
9. นกั เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนหนว่ ยท่ี 1
10. ให้นักเรยี นทำความสะอาดเครือ่ งมอื อุปกรณ์ และบริเวณพืน้ ที่ปฏิบตั ิงานให้เรียบร้อย
11. นักเรียนและครูรว่ มกันสรปุ บทเรียน และผลการปฏบิ ัติงาน
6.กระบวนการวัดผลและประเมินผล การประเมินผล
1. สงั เกตุพฤตกิ รรมในการทำงาน (ไว้เปรยี บเทียบกบั คะแนนสอบหลงั เรียน)
2. คณุ ภาพของงานที่ส่ง
3. ตรวจแบบฝึกหัด / แบบทดสอบ เกณฑ์ผา่ น 60%
4. ถาม – ตอบในช้ันเรยี น เกณฑ์ผ่าน 60%
เกณฑ์ผา่ น 50%
การวดั ผล เกณฑ์ผ่าน 60%
1. แบบทดสอบก่อนเรียน (Pre–test) หนว่ ยที่ 1
2. แบบสงั เกตการทำงานกลุ่มและนำเสนอผลงานกลมุ่
3. ใบงานท่ี 1.1 และแบบประเมนิ
4. แบบทดสอบหลงั เรยี น (Post–test) หนว่ ยที่ 1
5. แบบประเมินคณุ ธรรม จริยธรรม ตามสภาพจริง
7.แหล่งการเรยี นรู้
1 ห้องสมดุ วิทยาลยั ศูนย์วิทยบรกิ าร
2 ครอบครวั ของผู้เรียน ผปู้ ระกอบการ
3 สิ่งพิมพ์ประเภทตา่ ง ๆ เช่น นิตยสาร/วารสารด้านอุตสาหกรรมไฟฟา้ สารานกุ รม
4 ครูผู้สอน Internet
8.บันทกึ หลงั การเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ใบความร้(ู Information Sheets)
รหสั วิชา 20104-2008 ช่ือวชิ า มอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสสลบั 1-6-3
หลักสูตร ประกาศนยี บัตรวิชาชีพ ประเภทวิชา อตุ สาหกรรม
สาขาวชิ า ช่างไฟฟา้ กำลงั
จำนวนช่วั โมงทส่ี อน 7
เรื่อง หลกั การทำงานของมอเตอรเ์ หน่ียวนำ
จุดประสงค์การเรียนการสอน รายการเรียนรู้
จดุ ประสงค์การเรียนรู้(สมรรถนะการเรียนรู้) 1.1 กฎตา่ ง ๆ ทเี่ กย่ี วกบั มอเตอร์
ด้านความรู้ 1.2 หลกั การเบือ้ งต้นของมอเตอร์เหนีย่ วนำ
1 . จ ำแ น ก ช นิ ด ข อ ง ม อ เต อ ร์ ไฟ ฟ้ า
กระแสสลับได้
2 . อ ธิ บ า ย ห ลั ก ก า ร เห นี่ ย ว น ำ ท า ง
แม่เหลก็ ไฟฟา้ ได้
3. อธิบายการทำงานของมอเตอรเ์ หนี่ยวนำ
ได้
ด้านทักษะ
1. พัน ขดลวดใหม่ของมอเตอร์ไฟ ฟ้ า
กระแสสลบั 1 เฟสได้
2. รอ้ื ขดลวดออกจากสเตเตอร์ได้
3. ทำฉนวนรองร่องสลอตได้
4. ปฏิบัตกิ ารเตรยี มโครงมอเตอร์ 1 เฟสได้
ดา้ นคุณธรรม จริยธรรม/บูรณาการค่านิยม
หลกั ของคนไทย 12 ประการ
แสดงออกด้านความสนใจใฝ่รู้ การตรงต่อ
เวลา ความซ่ือสัตย์ สุจริต ความมีน้ำใจและแบ่งบัน
และความร่วมมือ/ยอมรบั ความคดิ เหน็ สว่ นใหญ่
เนอื้ หาสาระ
มอเตอร์ หมายถงึ เคร่ืองกลไฟฟ้าซึง่ ทำหน้าท่ีเปลี่ยนพลงั งานไฟฟา้ เป็นพลงั งานกล
มอเตอรแ์ บ่งตามพลงั งานไฟฟา้ ท่ใี ชเ้ ป็น 2 ชนดิ ดังน้ี
มอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสตรง และมอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสสลบั
มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลับแบ่งเปน็ 3 ชนิด ดงั นี้
1. มอเตอร์เหน่ียวนำ
2. มอเตอรซ์ งิ โครนสั
3. มอเตอร์คอมมิวเตเตอร์
ใบความรู้(Information Sheets)
รหสั วชิ า 20104-2008 ชอ่ื วชิ า มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลับ 1-6-3
หลกั สตู ร ประกาศนยี บัตรวิชาชีพ ประเภทวิชา อุตสาหกรรม
สาขาวิชา ช่างไฟฟ้ากำลงั
จำนวนชว่ั โมงทสี่ อน 7
เรอื่ ง หลกั การทำงานของมอเตอรเ์ หน่ียวนำ
มอเตอรเ์ หนีย่ วนำ หมายถงึ มอเตอร์ทไ่ี ม่ได้รบั พลงั งานไฟฟา้ จากแหล่งจ่ายไฟฟ้าเขา้ สโู่ รเตอรโ์ ดยตรง
แตไ่ ดร้ ับพลังงานไฟฟ้าโดยอาศยั การเหน่ียวนำทางแมเ่ หล็กไฟฟา้ จากสเตเตอร์
มอเตอรเ์ หนี่ยวนำ 1 เฟส แบ่งตามวธิ ีการซ่งึ ทำให้โรเตอรห์ มุนได้ 3 ชนิด ดังนี้
1. มอเตอรส์ ปลิตเฟสหรือมอเตอร์แยกเฟส
2. มอเตอรค์ าปาซิเตอร์
3. มอเตอร์เชดเดดโพล
มอเตอร์ซิงโครนัส แบ่งตามระบบไฟฟ้าได้ 2 ชนิด ดังนี้ มอเตอร์ซิงโครนัส 3 เฟส และมอเตอร์
ซิงโครนสั 1 เฟส
หลักการทำงานของมอเตอร์เหน่ียวนำ เมื่อเกิดสนามแม่เหล็กหมุนท่ีสเตเตอร์ เส้นแรงแม่เหล็กจะ
เหน่ียวนำตัวหมุนหรือโรเตอร์ ส่งผลให้เกิดแรงดันไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้าเหน่ียวนำไหลในโรเตอร์ ซึ่ง
กระแสไฟฟา้ ทไ่ี หลในโรเตอร์จะสร้างเสน้ แรงแม่เหลก็ มาตา้ นสนามแมเ่ หล็กท่สี เตเตอร์ สง่ ผลทำให้โรเตอร์
หมุนในทศิ ทางเดยี วกับสนามแม่เหล็กแตม่ ีความเร็วช้ากวา่ ความเร็วของสนามแมเ่ หลก็ หมุน
การเหน่ยี วนำทางแมเ่ หลก็ ไฟฟ้า หมายถงึ การทำให้เกิดแรงดันไฟฟา้ และกระแสไฟฟา้ เหนย่ี วนำ
โดยการเคลื่อนท่ีตัดกนั ระหว่างสนามแม่เหล็กและตัวนำ
ใบความรู้(Information Sheets)
รหัสวิชา 20104-2008 ชอ่ื วชิ า มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลับ 1-6-3
หลักสตู ร ประกาศนียบัตรวชิ าชพี ประเภทวิชา อุตสาหกรรม
สาขาวิชา ชา่ งไฟฟา้ กำลัง
จำนวนช่ัวโมงท่ีสอน 7
เร่อื ง หลกั การทำงานของมอเตอร์เหน่ยี วนำ
คำถาม
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี นหน่วยที่ 1
หลกั การทำงานของมอเตอร์เหนีย่ วนำ
คำสงั่ จงทำเคร่ืองหมายกากบาท () คำตอบทีถ่ ูกที่สดุ เพยี งขอ้ เดยี ว
1. แม่เหล็กชนดิ ใดสามารถควบคุมขัว้ แม่เหลก็ ได้
ก. แม่เหล็กไมถ่ าวร ข. แม่เหล็กไฟฟา้
ค. แม่เหล็กถาวร ง. ไมม่ ีขอ้ ถูก
2. มอเตอร์ไฟฟ้าจะเปล่ียนพลังงานไฟฟา้ เปน็ พลงั งานชนิดใด
ก. พลงั งานศกั ย์ ข. พลงั งานกล
ค. พลงั งานจลน์ ง. พลังงานแม่เหลก็
3. การหาทิศทางของเส้นแรงแม่เหล็กที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัวนำโดยใช้กฎมือขวาของตัวนำ น้ิวหัวแม่มือแทน
ทิศทางของอะไร ข. ทศิ ของขั้วแม่เหลก็
ก. ทศิ ของเสน้ แรงแม่เหลก็
ค. ทศิ ของแรงดันไฟฟ้า ง. ทิศของกระแสไฟฟา้
4. เมือ่ ขดลวดทองแดงเคลือ่ นที่ตดั ผ่านสนามแมเ่ หล็ก จะเกดิ พลังงานชนดิ ใด
ก. พลังงานศกั ย์ ข. พลังงานจลน์
ค. พลังงานไฟฟา้ ง. พลงั งานกล
5. การหาขว้ั แมเ่ หล็กไฟฟ้าโดยใชก้ ฎมือขวาของขดลวด นิ้วหัวแม่มือแทนอะไร
ก. ทศิ ทางของกระแสไฟฟ้าเหน่ียวนำ
ข. ขว้ั N ของขั้วแมเ่ หล็ก
ค. ทิศทางของแรงดนั ไฟฟ้าเหนยี่ วนำ
ง. ขว้ั S ของขั้วแมเ่ หล็ก
6. มอเตอร์เหนยี่ วนำ 3 เฟส แบง่ ออกเปน็ 2 ชนดิ ตามโครงสร้างของอะไร
ก. โครงสร้างโรเตอร์ ข. จำนวนขัว้ แมเ่ หล็ก
ค. หลักการทำงาน ง. โครงสร้างสเตเตอร์
7. มอเตอรเ์ หนยี่ วนำ 1 เฟส แบ่งตามวิธกี ารทำใหโ้ รเตอร์หมุนได้ 3 ชนดิ ได้แกอ่ ะไร
ก. มอเตอร์สปลิตเฟส มอเตอรค์ าปาซิเตอร์ มอเตอรร์ พี ลั ชนั
ข. มอเตอรส์ ปลิตเฟส มอเตอร์คาปาซิเตอร์ มอเตอร์เชดเดดโพล
ค. มอเตอรส์ ปลิตเฟส มอเตอร์ยนู เิ วอร์แซล มอเตอร์บงั ขวั้
ง. มอเตอร์สปลิตเฟส มอเตอรซ์ ิงโครนสั มอเตอรเ์ ชดเดดโพล
ใบความรู้(Information Sheets)
รหัสวิชา 20104-2008 ชือ่ วิชา มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลับ 1-6-3
หลกั สูตร ประกาศนยี บัตรวชิ าชพี ประเภทวิชา อุตสาหกรรม
สาขาวชิ า ช่างไฟฟา้ กำลงั
จำนวนชว่ั โมงที่สอน 7
เร่ือง หลักการทำงานของมอเตอร์เหนยี่ วนำ
8. มอเตอร์คอมมวิ เตเตอรแ์ บง่ ออกเปน็ 2 ชนดิ ได้แกอ่ ะไร
ก. มอเตอรร์ ีพลั ชัน มอเตอรย์ ูนิเวอร์แซล
ข. มอเตอรร์ พี ัลชนั มอเตอรเ์ ชดเดดโพล
ค. มอเตอรส์ ปลิตเฟส มอเตอร์ยูนเิ วอร์แซล
ง. มอเตอรส์ ปลิตเฟส มอเตอรค์ าปาซเิ ตอร์
9. กฎมือขวาของเฟลมมง่ิ มีวตั ถปุ ระสงค์อยา่ งไร
ก. เพ่ือหาทิศทางการเคล่อื นที่ของตวั นำหรือการหมุนของมอเตอร์
ข. เพอื่ หาตำแหนง่ ขั้วแมเ่ หลก็
ค. เพ่อื หาทศิ ทางของสนามแม่เหล็กที่เกิดในมอเตอร์
ง. เพ่อื หาทิศทางของแรงดันไฟฟา้ เหน่ียวนำ
10. มอเตอรไ์ ฟฟ้าแบง่ ตามพลังงานไฟฟ้าทจ่ี า่ ยได้ 2 ชนดิ ได้แก่อะไร
ก. มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสตรง มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลับ
ข. มอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสสลบั 1 เฟส มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลบั 3 เฟส
ค. มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลบั 2 เฟส มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ 3 เฟส
ง. มอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสตรง มอเตอรซ์ งิ โครนัส
ใบความรู้(Information Sheets)
รหัสวชิ า 20104-2008 ชือ่ วชิ า มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลบั 1-6-3
หลกั สตู ร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ ประเภทวิชา อตุ สาหกรรม
สาขาวิชา ช่างไฟฟ้ากำลงั
จำนวนชว่ั โมงทส่ี อน 7
เรื่อง หลักการทำงานของมอเตอร์เหนย่ี วนำ
เฉลยแบบฝึ กหัดหน่วยท่ี 1
คำสง่ั จงตอบคำถามต่อไปนใี้ หถ้ กู ตอ้ ง
1. ชนดิ ของมอเตอรไ์ ฟฟ้าแบ่งออกตามประเภทของพลังงานไฟฟา้ ที่จา่ ยให้มอเตอรไ์ ด้กชี่ นดิ อะไรบา้ ง
2 ชนิด คอื มอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสตรง และมอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแส
2. จงอธิบายความหมายของ “มอเตอรเ์ หนี่ยวนำ”
มอเตอร์ที่รบั พลังงานไฟฟ้าเข้าสเตเตอรโ์ ดยตรงแลว้ สง่ เขา้ สูโ่ รเตอร์โดยอาศัยการเหน่ยี วนำทาง
แม่เหลก็ ไฟฟา้ จากสเตเตอรเ์ พอ่ื เปลยี่ นเปน็ พลังงานกล
3. มอเตอรเ์ หนย่ี วนำ 1 เฟส แบ่งตามวิธีการทำให้เริม่ หมนุ ได้กีช่ นดิ อะไรบา้ ง
3 ชนดิ คอื 1. มอเตอร์สปลติ เฟส 2. มอเตอรค์ าปาซิเตอร์ 3. มอเตอร์เชดเดดโพล
4. มอเตอรเ์ หนยี่ วนำ 3 เฟส แบ่งตามโครงสรา้ งโรเตอร์ได้กีช่ นดิ อะไรบ้าง
2 ชนดิ คอื 1. โรเตอร์แบบกรงกระรอก 2. โรเตอร์แบบพนั ขดลวดหรือวาวด์โรเตอร์
5. มอเตอร์คอมมิวเตเตอรแ์ บ่งได้กช่ี นดิ อะไรบา้ ง
2 ชนดิ คอื 1. มอเตอรร์ ีพลั ชัน 2. มอเตอร์แบบยูนิเวอร์แซล
6. จากรูปข้างลา่ ง จงหาทิศทางของกระแสไฟฟา้ เหนยี่ วนำทีเ่ กดิ ข้นึ ในตวั นำ
การเคลอื่ นท่ขี ้ัวแม่เหล็ก N S การเคลอ่ื นที่ข้ัวแมเ่ หล็ก
กระแสไฟฟ้าเหนยี่ วนำไหลเข้าตัวนำท้ัง 2 รูป คือ
ใบความร(ู้ Information Sheets)
รหสั วิชา 20104-2008 ชื่อวชิ า มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลับ 1-6-3
หลักสูตร ประกาศนยี บัตรวิชาชพี ประเภทวชิ า อุตสาหกรรม
สาขาวิชา ชา่ งไฟฟา้ กำลงั
จำนวนช่วั โมงทส่ี อน 7
เร่ือง หลักการทำงานของมอเตอรเ์ หน่ยี วนำ
เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี นหน่วยที่ 1
คำสั่ง จงทำเคร่อื งหมายกากบาท ( ) คำตอบท่ีถกู ที่สดุ เพยี งข้อเดยี ว
1. มอเตอรไ์ ฟฟา้ จะเปล่ียนพลังงานไฟฟ้าเปน็ พลังงานชนิดใด
ก. พลังงานศกั ย์ ข. พลังงานกล
ค. พลังงานจลน์ ง. พลงั งานแม่เหล็ก
2. การหาทิศทางของเส้นแรงแม่เหล็กท่ีเกิดข้ึนรอบ ๆ ตัวนำโดยใช้กฎมือขวาของตัวนำ นิ้วหัวแม่มือแทน
ทิศทางของอะไร
ก. ทิศของเสน้ แรงแมเ่ หล็ก ข. ทิศของข้ัวแมเ่ หล็ก
ค. ทิศของแรงดันไฟฟา้ ง. ทศิ ของกระแสไฟฟา้
3. เมือ่ ขดลวดทองแดงเคลื่อนท่ีตัดผ่านสนามแมเ่ หล็ก จะเกดิ พลงั งานชนดิ ใด
ก. พลังงานศักย์ ข. พลงั งานจลน์
ค. พลังงานไฟฟ้า ง. พลงั งานกล
4. แมเ่ หลก็ ชนดิ ใดสามารถควบคุมข้ัวแมเ่ หลก็ ได้
ก. แมเ่ หลก็ ไม่ถาวร ข. แม่เหล็กไฟฟ้า
ค. แมเ่ หล็กถาวร ง. ไม่มขี ้อถกู
5. การหาข้วั แม่เหล็กไฟฟ้าโดยใช้กฎมือขวาของขดลวด นว้ิ หวั แม่มอื แทนอะไร
ก. ทิศทางของกระแสไฟฟา้ เหน่ยี วนำ
ข. ขว้ั N ของข้ัวแมเ่ หล็ก
ค. ทศิ ทางของแรงดันไฟฟา้ เหน่ียวนำ
ง. ข้ัว S ของข้วั แม่เหลก็
6. กฎมือขวาของเฟลมม่ิงมีวัตถปุ ระสงคอ์ ย่างไร
ก. เพ่อื หาทิศทางการเคลอื่ นท่ขี องตวั นำหรือการหมนุ ของมอเตอร์
ข. เพ่อื หาตำแหนง่ ขว้ั แม่เหล็ก
ค. เพอื่ หาทศิ ทางของสนามแม่เหล็กท่เี กดิ ในมอเตอร์
ง. เพื่อหาทิศทางของแรงดันไฟฟ้าเหน่ยี วนำ
7. มอเตอรไ์ ฟฟา้ แบ่งตามพลงั งานไฟฟา้ ทจ่ี ่ายได้ 2 ชนดิ ได้แกอ่ ะไร
ก. มอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสตรง มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลบั
ข. มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลับ 1 เฟส มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลบั 3 เฟส
ค. มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลบั 2 เฟส มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ 3 เฟส
ง. มอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสตรง มอเตอร์ซิงโครนสั
ใบความร(ู้ Information Sheets)
รหัสวิชา 20104-2008 ชื่อวชิ า มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลบั 1-6-3
หลักสตู ร ประกาศนยี บตั รวิชาชีพ ประเภทวชิ า อุตสาหกรรม
สาขาวิชา ชา่ งไฟฟา้ กำลัง
จำนวนช่ัวโมงท่สี อน 7
เรือ่ ง หลกั การทำงานของมอเตอรเ์ หน่ียวนำ
8. มอเตอรเ์ หนี่ยวนำ 3 เฟส แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ตามโครงสร้างของอะไร
ก. โครงสรา้ งโรเตอร์ ข. จำนวนข้วั แม่เหล็ก
ค. หลกั การทำงาน ง. โครงสรา้ งสเตเตอร์
9. มอเตอรเ์ หน่ยี วนำ 1 เฟส แบ่งตามวิธีการทำให้โรเตอร์หมุนได้ 3 ชนดิ ไดแ้ กอ่ ะไร
ก. มอเตอร์สปลิตเฟส มอเตอร์คาปาซเิ ตอร์ มอเตอร์รีพลั ชัน
ข. มอเตอรส์ ปลิตเฟส มอเตอร์คาปาซเิ ตอร์ มอเตอรเ์ ชดเดดโพล
ค. มอเตอร์สปลิตเฟส มอเตอร์ยูนิเวอรแ์ ซล มอเตอร์บงั ขัว้
ง. มอเตอรส์ ปลิตเฟส มอเตอรซ์ ิงโครนสั มอเตอรเ์ ชดเดดโพล
10. มอเตอร์คอมมวิ เตเตอร์แบ่งออกเปน็ 2 ชนดิ ไดแ้ กอ่ ะไร
ก. มอเตอร์รีพัลชัน มอเตอรย์ ูนเิ วอรแ์ ซล
ข. มอเตอร์รพี ลั ชัน มอเตอรเ์ ชดเดดโพล
ค. มอเตอรส์ ปลิตเฟส มอเตอรย์ นู ิเวอร์แซล
ง. มอเตอร์สปลิตเฟส มอเตอรค์ าปาซิเตอร์
เอกสารอา้ งองิ
คารม สินธรู ะหัฐ(2562). มอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสสลบั (20104–2008). นนทบุรี : ศูนย์หนังสือ
เมอื งไทย
ใบงาน(Job Sheets)
รหสั วิชา 20104-2008 ชอื่ วชิ า มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลับ 1-6-3
หลกั สูตร ประกาศนียบตั รวิชาชพี ประเภทวชิ า อตุ สาหกรรม
สาขาวชิ า ช่างไฟฟ้ากำลัง
จำนวนชัว่ โมงท่ีสอน 7
เรอื่ ง หลกั การทำงานของมอเตอรเ์ หน่ียวนำ
จุดประสงค์การเรียนรู้ รายการเรียนรู้
จุดประสงค์การเรียนรู(้ มาตรฐานการเรียนรู้) เครื่องมือ/วัสดุ-อปุ กรณ์
ดา้ นความรู้ 1. โครงมอเตอร์ 1 เฟส
1 . จ ำแ น ก ช นิ ด ข อ ง ม อ เต อ ร์ ไฟ ฟ้ า
กระแสสลับได้
2 . อ ธิ บ า ย ห ลั ก ก า ร เห น่ี ย ว น ำ ท า ง
แมเ่ หล็กไฟฟา้ ได้
3. อธบิ ายการทำงานของมอเตอร์เหนยี่ วนำ
ได้
ดา้ นทักษะ
1. พัน ขดลวดใหม่ของมอเตอร์ไฟ ฟ้ า
กระแสสลับ 1 เฟสได้
2. รอื้ ขดลวดออกจากสเตเตอรไ์ ด้
3. ทำฉนวนรองรอ่ งสลอตได้
4. ปฏบิ ตั กิ ารเตรียมโครงมอเตอร์ 1 เฟสได้
ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม/บรู ณาการคา่ นยิ ม
หลกั ของคนไทย 12 ประการ
แสดงออกด้านความสนใจใฝ่รู้ การตรงต่อ
เวลา ความซื่อสัตย์ สุจริต ความมีน้ำใจและแบ่งบัน
และความรว่ มมือ/ยอมรบั ความคิดเห็นสว่ นใหญ่
ใบงาน(Job Sheets)
รหสั วิชา 20104-2008 ชอ่ื วิชา มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลับ 1-6-3
หลกั สูตร ประกาศนียบตั รวชิ าชีพ ประเภทวชิ า อุตสาหกรรม
สาขาวิชา ชา่ งไฟฟ้ากำลัง
จำนวนชว่ั โมงทสี่ อน 7
เรื่อง หลักการทำงานของมอเตอร์เหน่ยี วนำ
ลำดบั ขน้ั การทำงาน ข้อควรระวัง
1. ครูชี้แจงรายละเอียดเก่ียวกับจุดประสงค์ 1.ความคมของโครงมอเตอร์อาจทำให้เกิดบาดแผล
สมรรถนะและคำอธิบายรายวิชา การวัดผลและ ได้
ประเมินผลการเรียน คุณลักษณะนิสัยท่ีต้องการให้ มอบงาน
เกดิ ขนึ้ และขอ้ ตกลงในการเรยี น
งานทม่ี อบหมายนอกเหนือเวลาเรยี น ให้ศึกษา
2. นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลับและสนามแม่เหล็กหมนุ จาก
1 3. ค รูให้ ห นั งสื อ เรีย น ม อ เต อ ร์ ไฟ ฟ้ า ตำราภาษาอังกฤษเพิม่ เติม
กระแสสลับของสำนักพมิ พศ์ ูนย์หนงั สอื เมืองไทย
4. ครนู ำเขา้ สบู่ ทเรยี น และครูแจ้งจุดประสงค์
การเรียน
5. ครสู อนเน้อื หาสาระขอ้ 1.1 – 1.3
6. แบง่ กลุ่มนกั เรยี นเพ่ือเตรียมปฏบิ ตั งิ าน
ตามใบงานที่ 1.1
7. นกั เรยี นลงมอื ปฏิบตั งิ านตามขน้ั ตอนใน วัดผล/ประเมนิ ผล
ใบงานที่ 1.1 1. สงั เกตุพฤตกิ รรมในการทำงาน
8. ครูตรวจผลงานภาคปฏิบัติของนักเรยี น 2. คณุ ภาพของงานที่ส่ง
9. นกั เรียนทำแบบทดสอบหลงั เรยี นหนว่ ยท่ี 1 3. ตรวจแบบฝกึ หัด / แบบทดสอบ
10. ให้นกั เรยี นทำความสะอาดเครอื่ งมอื 4. ถาม – ตอบในชั้นเรียน
อปุ กรณ์ และบรเิ วณพน้ื ทปี่ ฏิบัติงานใหเ้ รยี บร้อย
11. นกั เรียนและครูรว่ มกันสรปุ บทเรียน
และผลการปฏิบัติงาน
ใบปฏบิ ัติงาน(Operation Sheets)
รหัสวิชา 20104-2008 ชือ่ วิชา มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลับ 1-6-3
หลกั สตู ร ประกาศนียบตั รวิชาชีพ ประเภทวชิ า อตุ สาหกรรม
สาขาวิชา ช่างไฟฟา้ กำลัง
จำนวนชวั่ โมงท่สี อน 7
เรื่อง หลกั การทำงานของมอเตอร์เหนีย่ วนำ
จุดประสงค์การเรยี นร(ู้ มาตรฐานการเรยี นรู้)
ด้านความรู้
1. จำแนกชนิดของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับได้
2. อธิบายหลกั การเหน่ียวนำทางแม่เหลก็ ไฟฟา้ ได้
3. อธิบายการทำงานของมอเตอรเ์ หนย่ี วนำได้
ดา้ นทักษะ
1. พันขดลวดใหมข่ องมอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลับ 1 เฟสได้
2. รือ้ ขดลวดออกจากสเตเตอร์ได้
3. ทำฉนวนรองร่องสลอตได้
4. ปฏบิ ตั กิ ารเตรียมโครงมอเตอร์ 1 เฟสได้
ด้านคุณธรรม จริยธรรม/บูรณาการค่านยิ มหลักของคนไทย 12 ประการ
แสดงออกด้านความสนใจใฝร่ ู้ การตรงต่อเวลา ความซ่อื สัตย์ สุจริต ความมีน้ำใจและแบ่งบนั และ
ความร่วมมอื /ยอมรบั ความคิดเหน็ สว่ นใหญ่
เครื่องมือ/วสั ดุ-อปุ กรณ์
1. โครงมอเตอร์ 1 เฟส
ลำดับข้ันการทำงาน
1. ครูชี้แจงรายละเอยี ดเก่ียวกบั จุดประสงค์ สมรรถนะและคำอธบิ ายรายวิชา การวดั ผลและประเมนิ ผล
การเรยี น คณุ ลกั ษณะนสิ ัยท่ตี อ้ งการใหเ้ กดิ ขน้ึ และขอ้ ตกลงในการเรียน
2. นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรยี นหน่วยท่ี 1
3. ครใู ห้หนังสือเรยี นมอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลบั ของสำนักพิมพศ์ นู ยห์ นังสือเมอื งไทย
4. ครนู ำเข้าสบู่ ทเรยี น และครแู จง้ จดุ ประสงคก์ ารเรยี น
5. ครสู อนเนื้อหาสาระข้อ 1.1 – 1.3
6. แบง่ กลุ่มนกั เรียนเพอ่ื เตรียมปฏบิ ตั งิ านตามใบงานท่ี 1.1
7. นกั เรียนลงมือปฏบิ ัติงานตามข้นั ตอนในใบงานท่ี 1.1
8. ครตู รวจผลงานภาคปฏบิ ตั ิของนักเรียน
9. นักเรียนทำแบบทดสอบหลงั เรยี นหน่วยที่ 1
10. ให้นักเรยี นทำความสะอาดเคร่ืองมือ อปุ กรณ์ และบรเิ วณพ้ืนที่ปฏิบัตงิ านให้เรยี บร้อย
11. นกั เรียนและครูร่วมกันสรุปบทเรียน และผลการปฏิบัตงิ าน
ใบปฏิบัติงาน(Operation Sheets)
รหสั วชิ า 20104-2008 ชอ่ื วชิ า มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ 1-6-3
หลกั สูตร ประกาศนยี บัตรวชิ าชีพ ประเภทวชิ า อุตสาหกรรม
สาขาวชิ า ชา่ งไฟฟ้ากำลงั
จำนวนชว่ั โมงทีส่ อน 7
เร่ือง หลกั การทำงานของมอเตอร์เหนี่ยวนำ
ขอ้ ควรระวัง
1. ความคมของคมโครงมอเตอร์
2. การตกจากท่ีสงู ของโครงมอเตอรท์ ำใหเ้ กิดความเสียหายแก่โครงมอเตอร์
3. การตกของโครงมอเตอรจ์ ะทำใหผ้ ู้ปฏบิ ัตงิ านได้รับบาดเจบ็
ข้อเสนอแนะ
1. ให้ปฏิบตั งิ านดว้ ยความระมดั ระวัง
2. วางโครงมอเตอร์ให้หา่ งจากขอบโตะ๊
การประเมนิ ผล
1. สังเกตุพฤตกิ รรมในการทำงาน
2. คณุ ภาพของงานทีส่ ่ง
3. ตรวจแบบฝกึ หัด / แบบทดสอบ
4. ถาม – ตอบในชนั้ เรยี น
เอกสารอ้างองิ
คารม สินธรู ะหฐั (2562). มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลับ (20104–2008). นนทบรุ ี : ศูนย์หนงั สือ
เมืองไทย.
ใบมอบหมายงาน(Assignment Sheets)
รหสั วชิ า 20104-2008 ชอื่ วชิ า มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลบั 1-6-3
หลักสตู ร ประกาศนียบัตรวชิ าชีพ ประเภทวชิ า อตุ สาหกรรม
สาขาวชิ า ช่างไฟฟา้ กำลัง
จำนวนช่ัวโมงทส่ี อน 7
เรือ่ ง หลกั การทำงานของมอเตอรเ์ หนี่ยวนำ
จุดประสงค์การมอบงาน
1. แสดงความรเู้ กย่ี วกบั หลักการทำงานของมอเตอรเ์ หนยี่ วนำ
2. ถอด ประกอบและเตรยี มโครงมอเตอร์ 1 เฟส
แนวทางการปฏบิ ตั ิงาน
1. ทำความเข้าใจในการปฏิบตั งิ านให้ดเี สยี กอ่ น ก่อนการลงมือปฏิบตั งิ าน
2. ใหป้ ฏิบตั ิงานด้วยความระมัดระวงั
3. เม่อื ปฏบิ ัตงิ านเสร็จเรยี บรอ้ ยแลว้ ใหเ้ กบ็ กวาด ทำความสะอาดบรเิ วณปฏบิ ตั ิงานทกุ ครัง้
แหล่งค้นควา้
1. หอ้ งสมดุ วิทยาลัย ศนู ย์วทิ ยบรกิ าร
2. ครอบครัวของผู้เรียน ผ้ปู ระกอบการ
3. สิ่งพมิ พป์ ระเภทต่าง ๆ เชน่ นติ ยสาร/วารสารด้านอตุ สาหกรรมไฟฟา้ สารานกุ รม
4. ครูผสู้ อน Internet
คำถาม/ปัญหา
1. การถอดมอเตอร์ตอ้ งทำอะไรก่อนเปน็ อันดบั แรก
2. ทำไมตอ้ งมีการจดเนมเพลทของมอเตอร์
3. ถ้าน๊อตขันไม่ออกต้องทำอยา่ งไร
กำหนดเวลางาน
4 ชัว่ โมง
แผนการเรียนรู้
รหสั วชิ า 20104-2008 ช่อื วชิ า มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลบั 1-6-3
หลกั สูตร ประกาศนียบตั รวชิ าชีพ ประเภทวิชา อุตสาหกรรม
สาขาวิชา ช่างไฟฟา้ กำลัง
จำนวนชั่วโมงทสี่ อน 14
เรอ่ื ง สนามแมเ่ หล็กหมนุ
1.สาระสำคญั
สนามแม่เหล็กหมุน หมายถึง สนามแม่เหล็กที่เคลื่อนท่ีหรือหมุนรอบ ๆ แกนเหล็กสเตเตอร์ของ
มอเตอร์ ความเร็วสนามแม่เหล็กหมุนจะเปล่ียนแปลงตามความถ่ีของกระแสไฟฟ้าและจำนวนข้ัวแม่เหล็ก
ของมอเตอร์ สนามแม่เหล็กหมุนซ่ึงหมุนด้วยความเร็วรอบคงที่ จะเรียกความเร็วสนามแม่เหล็กหมุนว่า
“ความเรว็ ซิงโครนัส”
ความเร็วสนามแม่เหล็กหมุนหรือความเร็วซิงโครนัส แปรผันโดยตรงกับความถี่ของแหล่งจ่ายไฟฟ้า
และแปรผกผนั กบั จำนวนข้วั แมเ่ หลก็ ของมอเตอร์สามารถคำนวณจากสูตรดงั น้ี
NS = 120f รอบ/นาที
P
เมอ่ื NS = ความเรว็ ซงิ โครนัส หน่วยเปน็ รอบ/นาที
f = ความถ่ีของแหลง่ จ่ายไฟฟ้า หนว่ ยเป็นเฮริ ตซ์
p = จำนวนขัว้ แมเ่ หลก็ หน่วยเป็นขว้ั
ความเร็วสลิป หมายถึง ความแตกต่างระหว่างความเร็วซิงโครนัสกับความเร็วโรเตอร์สามารถ
คำนวณจากสตู รดังนี้
ความเรว็ สลิป = NS −Nr รอบ/นาที
เมอื่ NS = ความเร็วซงิ โครนัส หน่วยเป็นรอบ/นาที
Nr = ความเรว็ โรเตอร์ หน่วยเปน็ รอบ/นาที
สลิป หมายถึง ความเร็วสลิปต่อความเร็วซิงโครนสั สามารถคำนวณจากสูตรดังน้ี
S= NNSSNN−−SS Nr 100
%S = Nr
เมอ่ื S = ค่าสลิป
NS = ความเรว็ ซงิ โครนสั หน่วยเป็นรอบ/นาที
แผนการเรยี นรู้
รหสั วิชา 20104-2008 ชื่อวิชา มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลับ 1-6-3
หลกั สตู ร ประกาศนียบัตรวิชาชพี ประเภทวชิ า อุตสาหกรรม
สาขาวิชา ช่างไฟฟ้ากำลงั
จำนวนชว่ั โมงที่สอน 14
เร่ือง สนามแม่เหลก็ หมุน
Nr = ความเรว็ โรเตอร์ หนว่ ยเปน็ รอบ/นาที
ความถี่โรเตอร์ หมายถึง ความถ่ีของแรงดันและกระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำทเ่ี กิดข้ึนท่ีโรเตอรซ์ ่ึงสามารถ
คำนวณจากสูตรดงั นี้
fr = S f เฮริ ตซ์
เมอ่ื fr = ความถโ่ี รเตอร์ หน่วยเปน็ เฮริ ตซ์
S = ค่าสลิป
f = ความถี่ของแหล่งจ่ายไฟฟา้ หน่วยเปน็ เฮิรตซ์
แรงดนั ไฟฟ้าเหนี่ยวนำในโรเตอร์ตอ่ เฟสขณะโรเตอร์ไมห่ มุน สามารถคำนวณจากสตู รดงั นี้
E2 = V NN21 โวลต์
เม่ือ E2 = แรงดันไฟฟา้ เหนี่ยวนำขณะโรเตอรอ์ ยูก่ บั ที่ตอ่ เฟส หน่วยเปน็ โวลต์
V = แรงดนั ไฟฟา้ จา่ ยใหก้ ับสเตเตอร์ตอ่ เฟส หน่วยเป็นโวลต์
N1 = จำนวนรอบขดลวดสเตเตอร์ต่อเฟส หนว่ ยเปน็ รอบ
N2 = จำนวนรอบขดลวดโรเตอรต์ อ่ เฟส หนว่ ยเป็นรอบ
แรงดันไฟฟ้าเหน่ยี วนำในโรเตอรต์ อ่ เฟสขณะโรเตอร์หมุนท่คี า่ สลิปใด ๆ สามารถคำนวณจากสตู รดังนี้
Er = S E 2 โวลต์
เมื่อ Er = แรงดนั ไฟฟา้ เหนีย่ วนำขณะโรเตอรห์ มุนตอ่ เฟส หนว่ ยเป็นโวลต์
S = คา่ สลิป
E2 = แรงดันไฟฟา้ เหนยี่ วนำขณะโรเตอร์อยู่กบั ท่ตี ่อเฟส หน่วยเป็นโวลต์
การบูรณาการกิจกรรมการเรียนการสอนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
พอประมาณ คอื การรว่ มมอื รว่ มใจในการประหยดั พลังงานเพื่อลดโลกร้อนถอื เป็นสว่ นทีม่ ีการ
รณรงคม์ ากท่สี ดุ ในปัจจบุ นั สามารถทำไดโ้ ดยหลายวิธี เช่น การทำแบบของฉนวนรองรอ่ งสลอ๊ ตใหพ้ อดกี บั
ร่องสลอ๊ ต
แผนการเรยี นรู้
รหัสวิชา 20104-2008 ชอ่ื วิชา มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลบั 1-6-3
หลักสูตร ประกาศนยี บัตรวิชาชีพ ประเภทวชิ า อุตสาหกรรม
สาขาวิชา ช่างไฟฟ้ากำลงั
จำนวนชว่ั โมงท่ีสอน 14
เรื่อง สนามแมเ่ หลก็ หมุน
มีเหตุผล คอื การรจู้ ักนึกถึงผลกระทบท่ีจะเกิดขึ้นจากการกระทำตา่ งๆของเรา เชน่ การทำแบบของ
ฉนวนรองร่องสลอ๊ ตใหพ้ อดกี ับร่องสล๊อตจะทำให้ลดปริมาณการใชฉ้ นวน
มภี มู คิ มุ้ กนั ในตวั เอง คือการเตรยี มตัวใหพ้ ร้อมรับผลกระทบหรอื การเปลย่ี นแปลงดา้ นต่างๆทจ่ี ะ
เกดิ ขนึ้ เชน่ การทำแบบของฉนวนรองร่องสล๊อตให้พอดกี บั ร่องสลอ๊ ตจะทำให้ประหยัดการใชฉ้ นวนและจะ
มฉี นวนไวใ้ ช้ในการเรยี นการสอนในหน่วยต่อไป
เง่ือนไข
เงือ่ นไขความรู้ หมายถงึ ความรอบรเู้ ก่ียวกับวิชาการต่างๆทีเ่ กีย่ วข้องอย่างรอบดา้ นและรอบคอบ
เช่นการวางแผนงานทจี่ ะทำก่อนแลว้ ค่อยลงมอื ทำอยา่ งระมัดระวัง
เงือ่ นไขคุณธรรม ทจี่ ะต้องเสริมสร้างประกอบด้วย มีความตระหนกั ในคุณธรรม ซ่อื สัตยส์ จุ ริต และ
อดทนใชส้ ตปิ ญั ญาในการดำเนินชีวิตเชน่
-การใชส้ ตปิ ัญญา คอื การท่ีเราใช้ความคิดในการเรยี นใหป้ ระสบผลสำเรจ็ ให้มากท่ีสุด
-ความอดทน ขยัน หมั่นเพยี ร คอื ใช้ความอดทนท่ีจะทำงาน และมคี วามขยนั ที่จะทำงานให้ออกมาได้
ดีที่สุด
การบรู ณาการกจิ กรรมการเรียนการสอนคณุ ธรรม 8 ประการ/ค่านยิ มหลกั ของคนไทย 12 ประการ
1. ขยนั ความหมายของคำวา่ ขยนั คอื ความตงั้ ใจเพียรพยายามทำหน้าทีก่ ารงานอย่าง
ตอ่ เน่อื ง สมำ่ เสมอ
อดทนไมท่ ้อถอยเม่ือพบอุปสรรค ความขยนั ตอ้ งปฏิบัตคิ วบค่กู ับการใช้สติปัญญา แก้ปัญหาจนเกิดผล
สำเร็จตามความม่งุ หมาย
คณุ ลักษณะเชิงพฤตกิ รรม ผู้ที่มคี วามขยนั คอื ผู้ทต่ี ัง้ ใจทำอยา่ งจรงิ จงั ตอ่ เนือ่ งในเรอ่ื งที่ถูกท่คี วรผทู้ เี่ ปน็ คน
ส้งู าน
มคี วามพยายาม ไม่ทอ้ ถอย กล้าเผชญิ อุปสรรค รักงานทท่ี ำตัง้ ใจทำหนา้ ทอ่ี ย่างจรงิ จงั
2. ประหยัด ความหมายของคำวา่ ประหยัด คือ การรู้จักเกบ็ ออมถนอมใชท้ รพั ยส์ ิน สงิ่ ของแต่พอควร
พอประมาณ ให้เกิดประโยชน์คมุ้ คา่ ไมฟ่ ุ่มเฟือยฟงุ้ เฟอ้
คุณลักษณะเชิงพฤตกิ รรม ผทู้ ี่มีความประหยดั คอื ผู้ทดี่ ำเนนิ ชวี ติ ความเปน็ อยูท่ ่ีเรียบงา่ ย รจู้ กั ฐานะ
การเงินของตนคิดกอ่ นใช้คิดก่อนซ้ือ เก็บออม ถนอมใช้ทรัพยส์ นิ สง่ิ ของอยา่ งคุ้มคา่ ร้จู กั ทำบญั ชรี ายรบั -
รายจ่ายของตนเองอยู่เสมอ
3. ความซอื่ สตั ย์ ความหมายของคำวา่ ความซอื่ สตั ย์ คอื ประพฤติตรงไมเ่ อนเอยี งไม่มีเล่หเ์ หล่ียมมคี วาม
จรงิ ใจปลอดจากความรู้สึกลำเอียงหรืออคติ
คุณลักษณะเชิงพฤตกิ รรม ผู้ทมี่ ีความซอื่ สัตย์ คือ ผทู้ ่ีมีความประพฤติตรงทัง้ ตอ่ หนา้ ท่ี ต่อวิชาชพี ตรงต่อ
เวลา ไมใ่ ช้เล่ห์กลคดโกงทัง้ ทางตรงและทางออ้ ม รบั รู้หน้าท่ขี องตนเองและปฏิบตั อิ ย่างเต็มทถ่ี กู ตอ้ ง
แผนการเรียนรู้
รหสั วิชา 20104-2008 ชอื่ วิชา มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลบั 1-6-3
หลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชพี ประเภทวิชา อตุ สาหกรรม
สาขาวชิ า ช่างไฟฟา้ กำลงั
จำนวนชว่ั โมงท่สี อน 14
เรื่อง สนามแม่เหลก็ หมนุ
4. มวี นิ ัย ความหมายของคำวา่ มีวนิ ยั คอื การยดึ มน่ั ในระเบยี บแบบแผนขอ้ บงั คับและข้อปฏิบัติ ซึ่งมีทั้ง
วินยั ในตนเองและวนิ ยั ต่อสงั คม
คณุ ลักษณะเชงิ พฤติกรรม ผู้ท่มี ีวินัย คอื ผ้ทู ปี่ ฏิบัติตนในขอบเขต กฎระเบียบของสถานศึกษา สถาบัน/
องค์กร/สงั คมและประเทศโดยที่ตนเองยินดีปฏบิ ตั ิตามอยา่ งเต็มใจและตงั้ ใจ
5. สุภาพ ความหมายของคำว่า สุภาพ คอื เรียบร้อย อ่อนโยน ละมนุ ละมอ่ มมีกิริยามารยาทท่ดี งี าม มี
สมั มาคารวะ
คณุ ลักษณะเชงิ พฤตกิ รรม ผู้ท่มี ีความสุภาพ คือ ผู้ที่อ่อนนอ้ มถอ่ มตนตามสถานภาพและกาลเทศะ ไม่
กา้ วร้าว รนุ แรงวางอำนาจขม่ ผู้อ่ืนทงั้ โดยวาจาและทา่ ทาง แต่ในเวลาเดยี วกันยังคงมีความมนั่ ใจในตนเอง
เป็นผทู้ ่ีมมี ารยาท วางตนเหมาะสมตามวฒั นธรรมไทย
6. สะอาด ความหมายของคำวา่ สะอาด คือ ปราศจากความมัวหมองทงั้ กาย ใจและสภาพแวดล้อม ความ
ผอ่ งใสเป็นที่เจริญตาทำใหเ้ กิดความสบายใจแก่ผู้พบเห็น
คุณลกั ษณะเชิงพฤติกรรม ผ้ทู ่คี วามสะอาด คือ ผู้รักษารา่ งกายทอ่ี ยูอ่ าศยั สงิ่ แวดล้อมถกู ต้องตาม
สุขลักษณะ ฝกึ ฝนจติ ใจมิให้ขุน่ มัวจึงมีความแจ่มใสอยเู่ สมอ
7. สามัคคี ความหมายของคำว่า สามัคคี คอื ความพรอ้ มเพยี งกันความกลมเกลยี วกัน ความปรองดองกัน
รว่ มใจกนั ปฏิบัตงิ านให้บรรลผุ ลตามท่ีตอ้ งการ เกิดงานการอยา่ งสรา้ งสรรค์ปราศจากการทะเลาะวิวาท ไม่
เอารดั เอาเปรยี บกนั เป็นการยอมรบั ความมเี หตุผล ยอมรับความแตกตา่ งหลากหลายทางความคดิ ความ
หลากหลายในเร่ืองเช้ือชาติ ความกลมเกลียวกันในลกั ษณะเช่นน้ี เรยี กอกี อย่างว่า ความสมานฉนั ท์
คณุ ลักษณะเชงิ พฤตกิ รรม ผู้ทีม่ คี วามสามัคคี คือ ผู้ทเ่ี ปิดใจกว้างรบั ฟังความคิดเห็นของผอู้ นื่ ร้บู ทบาท
ของตนท้ังในฐานะผู้นำและผูต้ ามที่ดี มีความมุ่งมั่นตอ่ การรวมพลงั ชว่ ยเหลือเกือ้ กลู กันเพอ่ื ใหก้ ารงาน
สำเรจ็ ลลุ ่วง แกป้ ญั หาและขจดั ความขัดแย้งได้ เป็นผ้มู ีเหตุผล ยอมรับความแตกต่างหลากหลายทาง
วัฒนธรรม ความคดิ ความเช่อื พรอ้ มทจี่ ะปรบั ตัวเพอ่ื อยู่ร่วมกนั อย่างสนั ติ
8. มีน้ำใจ ความหมายของคำว่า มนี ้ำใจ คอื ความจริงใจทีไ่ มเ่ หน็ แกเ่ พยี งตวั เองหรือเรอ่ื งของตวั เอง แต่
เห็นอกเหน็ ใจเห็นคุณคา่ ในเพ่อื น มนุษย์ มีความเออื้ อาทรเอาใจใส่ ให้ความสนใจในความต้องการ ความ
จำเปน็ วามทุกขส์ ุขของผอู้ ืน่ และพร้อมที่จะใหค้ วามชว่ ยเหลอื เก้อื กลู กันและกัน
คณุ ลกั ษณะเชิงพฤติกรรม ผูท้ ี่มนี ำ้ ใจ คือ ผู้ให้และผ้อู าสาช่วยเหลือสังคม รูจ้ ักแบ่งปัน เสยี สละความสขุ
สว่ นตนเพ่ือทำประโยชนแ์ กผ่ ู้อ่ืนเขา้ ใจ เห็นใจ ผู้ที่มคี วามเดือดร้อน อาสาชว่ ยเหลือสงั คมด้วยแรงกาย
สติปัญญา ลงมอื ปฏบิ ัตกิ ารเพื่อบรรเทาปญั หาหรือรว่ มสร้างสรรค์ส่งิ ดงี ามให้เกดิ ข้ึนในชมุ ชน
การบรู ณาการกิจกรรมการเรยี นการสอนสวนพฤกษศาสตร์ในโรงเรยี น
นำความรดู้ ้านไฟฟ้ามาใชใ้ นการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตรใ์ นโรงเรยี น เชน่ การนำเครอ่ื งสูบน้ำ
พลังงานแสงอาทิตมาใช้ในการดำเนินงานตามโครงการชวี วเี พ่ือการพัฒนาอย่างยั่งยนื
แผนการเรยี นรู้
รหัสวิชา 20104-2008 ชอื่ วิชา มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลบั 1-6-3
หลักสูตร ประกาศนียบัตรวชิ าชพี ประเภทวิชา อุตสาหกรรม
สาขาวิชา ชา่ งไฟฟา้ กำลัง
จำนวนช่วั โมงท่ีสอน 14
เรือ่ ง สนามแมเ่ หลก็ หมนุ
2.จดุ ประสงค์การเรียนร(ู้ มาตรฐานการเรียนร)ู้
ด้านความรู้
1. อธบิ ายการเกิดสนามแมเ่ หลก็ หมุนของมอเตอร์ 2 เฟสได้
2. อธิบายการเกดิ สนามแมเ่ หลก็ หมุนของมอเตอร์ 3 เฟสได้
3. คำนวณคา่ ตา่ ง ๆ ที่สมั พนั ธก์ ับความเรว็ ของมอเตอร์ชนิดเหนย่ี วนำได้
ดา้ นทักษะ
1. พันขดลวดใหม่ของมอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสสลบั 1 เฟสได้
2. ร้ือขดลวดออกจากสเตเตอรไ์ ด้
3. ทำฉนวนรองรอ่ งสลอตได้
4. ปฏบิ ัติการเตรยี มโครงมอเตอร์ 1 เฟสได้
ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม/บรู ณาการค่านิยมหลกั ของคนไทย 12 ประการ
แสดงออกด้านการตรงต่อเวลา ความสนใจใฝ่รู้ ไม่หยดนิ่งที่จะแก้ปัญหา ความซ่ือสัตย์
และความรว่ มมือ
3.สาระการเรียนรู้
1. แสดงความร้เู กี่ยวกบั สนามแม่เหล็กหมุน
2. ถอด ประกอบและเตรียมโครงมอเตอร์ 1 เฟส
4.ส่อื การเรียนรู้
1. หนงั สือเรียนมอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลบั ของสำนักพมิ พ์ศนู ย์หนังสอื เมืองไทย
2. แบบทดสอบกอ่ นเรียน และหลงั เรยี น
3. อนิ เตอร์เน็ต
5.กระบวนการจดั การเรียนรู้
1. นักเรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรียนหนว่ ยที่ 2
2. ครใู หห้ นังสอื เรยี นมอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลับของสำนักพิมพศ์ ูนย์หนงั สอื เมืองไทย
3. ครูนำเข้าสบู่ ทเรยี น และครแู จ้งจุดประสงคก์ ารเรียน
4. ครูสอนเน้ือหาสาระข้อ 2.1 – 2.3
5. นักเรียนลงมือปฏบิ ตั ิงานตามขนั้ ตอนในใบงานท่ี 1.1 (ตอ่ )
6. ครูตรวจผลงานภาคปฏิบตั ิของนักเรียน
7. ให้นักเรยี นทำความสะอาดเครือ่ งมือ อุปกรณ์ และบรเิ วณพนื้ ท่ีปฏิบัติงานให้เรยี บร้อย
8. นักเรียนและครรู ว่ มกันสรุปบทเรยี น และผลการปฏบิ ตั ิงาน
แผนการเรยี นรู้
รหสั วชิ า 20104-2008 ชอ่ื วชิ า มอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสสลบั 1-6-3
หลกั สตู ร ประกาศนยี บัตรวิชาชพี ประเภทวิชา อุตสาหกรรม
สาขาวิชา ชา่ งไฟฟา้ กำลัง
จำนวนชั่วโมงที่สอน 14
เรอื่ ง สนามแม่เหล็กหมนุ
9. นกั เรียนทำแบบฝึกหัดท้ายหนว่ ยที่ 2
10. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนหน่วยที่ 2
6.กระบวนการวัดผลและประเมินผล การประเมินผล
1. สงั เกตุพฤติกรรมในการทำงาน (ไว้เปรยี บเทียบกบั คะแนนสอบหลังเรยี น)
2. คุณภาพของงานทสี่ ง่
3. ตรวจแบบฝึกหัด / แบบทดสอบ เกณฑ์ผ่าน 60%
4. ถาม – ตอบในชนั้ เรียน เกณฑ์ผา่ น 60%
เกณฑ์ผา่ น 50%
การวดั ผล เกณฑ์ผา่ น 60%
1. แบบทดสอบก่อนเรียน (Pre–test) หนว่ ยที่ 2
2. แบบสงั เกตการทำงานกล่มุ และนำเสนอผลงานกลุ่ม
3. ใบงานที่ 1.1 และแบบประเมนิ
4. แบบทดสอบหลงั เรยี น (Post–test) หน่วยที่ 2
5. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรม ตามสภาพจริง
7.แหลง่ การเรยี นรู้
1 หอ้ งสมดุ วิทยาลัย ศนู ยว์ ิทยบรกิ าร
2 ครอบครัวของผู้เรยี น ผู้ประกอบการ
3 ส่ิงพมิ พป์ ระเภทตา่ ง ๆ เชน่ นติ ยสาร/วารสารด้านอตุ สาหกรรมไฟฟ้า สารานุกรม
4 ครูผ้สู อน Internet
8.บันทึกหลงั การเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ใบความร้(ู Information Sheets)
รหสั วิชา 20104-2008 ชอ่ื วิชา มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ 1-6-3
หลกั สตู ร ประกาศนียบตั รวชิ าชพี ประเภทวชิ า อตุ สาหกรรม
สาขาวิชา ชา่ งไฟฟ้ากำลงั
จำนวนช่วั โมงท่สี อน 14
เรือ่ ง สนามแม่เหล็กหมนุ
จดุ ประสงค์การเรยี นการสอน รายการเรยี นรู้
จดุ ประสงค์การเรยี นร้(ู สมรรถนะการเรยี นร้)ู 1. แสดงความรเู้ กย่ี วกบั สนามแม่เหล็กหมุน
ดา้ นความรู้ 2. ถอด ประกอบและเตรียมโครงมอเตอร์ 1 เฟส
1. อธิบายการเกิดสนามแม่เหล็กหมุนของ
มอเตอร์ 2 เฟสได้
2. อธิบายการเกิดสนามแม่เหล็กหมุนของ
มอเตอร์ 3 เฟสได้
3. คำนวณค่าต่าง ๆ ที่สัมพันธ์กับความเร็ว
ของมอเตอร์ชนิดเหน่ยี วนำได้
ด้านทักษะ
1. พัน ขดลวดใหม่ของมอเตอร์ไฟ ฟ้ า
กระแสสลับ 1 เฟสได้
2. รอื้ ขดลวดออกจากสเตเตอร์ได้
3. ทำฉนวนรองรอ่ งสลอตได้
4. ปฏบิ ตั ิการเตรียมโครงมอเตอร์ 1 เฟสได้
ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม/บูรณาการค่านิยม
หลกั ของคนไทย 12 ประการ
แสดงออกด้านการตรงต่อเวลา ความสนใจ
ใฝ่รู้ ไม่หยดน่ิงที่จะแก้ปัญ หา ความซื่อสัตย์
และความร่วมมือ
เน้อื หาสาระ
สนามแม่เหล็กหมุน หมายถึง สนามแม่เหล็กที่เคลื่อนท่ีหรือหมุนรอบ ๆ แกนเหล็กสเตเตอร์ของ
มอเตอร์ ความเร็วสนามแม่เหล็กหมุนจะเปลี่ยนแปลงตามความถี่ของกระแสไฟฟ้าและจำนวนขั้วแม่เหล็ก
ของมอเตอร์ สนามแม่เหล็กหมุนซ่ึงหมุนด้วยความเร็วรอบคงที่ จะเรียกความเร็วสนามแม่เหล็กหมุนว่า
“ความเร็วซิงโครนสั ”
ความเรว็ สนามแม่เหล็กหมุนหรือความเร็วซิงโครนัส แปรผันโดยตรงกับความถ่ีของแหล่งจ่ายไฟฟ้า
และแปรผกผันกับจำนวนขวั้ แม่เหลก็ ของมอเตอรส์ ามารถคำนวณจากสูตรดังนี้
ใบความร้(ู Information Sheets)
รหสั วิชา 20104-2008 ชอ่ื วิชา มอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสสลับ 1-6-3
หลักสตู ร ประกาศนยี บัตรวิชาชพี ประเภทวชิ า อุตสาหกรรม
สาขาวิชา ชา่ งไฟฟา้ กำลัง
จำนวนชว่ั โมงทส่ี อน 14
เรือ่ ง สนามแม่เหล็กหมุน
NS = 120f รอบ/นาที
P
เมื่อ NS = ความเร็วซิงโครนัส หน่วยเปน็ รอบ/นาที
f = ความถขี่ องแหลง่ จ่ายไฟฟ้า หน่วยเป็นเฮิรตซ์
p = จำนวนขวั้ แม่เหลก็ หนว่ ยเป็นขั้ว
ความเร็วสลิป หมายถึง ความแตกต่างระหว่างความเร็วซิงโครนัสกับความเร็วโรเตอร์สามารถ
คำนวณจากสตู รดงั น้ี
ความเรว็ สลิป = NS −Nr รอบ/นาที
เมอ่ื NS = ความเรว็ ซิงโครนสั หนว่ ยเปน็ รอบ/นาที
Nr = ความเรว็ โรเตอร์ หนว่ ยเปน็ รอบ/นาที
สลปิ หมายถึง ความเร็วสลิปต่อความเรว็ ซงิ โครนสั สามารถคำนวณจากสูตรดงั นี้
S= NNSSNN−−SS Nr 100
%S = Nr
เมื่อ S = ค่าสลิป
NS = ความเร็วซิงโครนสั หนว่ ยเปน็ รอบ/นาที
Nr = ความเรว็ โรเตอร์ หน่วยเปน็ รอบ/นาที
ความถ่ีโรเตอร์ หมายถึง ความถี่ของแรงดันและกระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำทีเ่ กดิ ขึ้นท่ีโรเตอรซ์ ึ่งสามารถ
คำนวณจากสตู รดงั นี้
fr = S f เฮริ ตซ์
เมื่อ fr = ความถ่ีโรเตอร์ หน่วยเปน็ เฮิรตซ์
S = ค่าสลปิ
ใบความรู้(Information Sheets)
รหสั วชิ า 20104-2008 ช่อื วิชา มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลบั 1-6-3
หลกั สตู ร ประกาศนียบัตรวชิ าชีพ ประเภทวิชา อุตสาหกรรม
สาขาวิชา ชา่ งไฟฟา้ กำลัง
จำนวนช่ัวโมงท่ีสอน 14
เรื่อง สนามแมเ่ หล็กหมุน
f = ความถข่ี องแหล่งจา่ ยไฟฟ้า หน่วยเป็นเฮริ ตซ์
แรงดนั ไฟฟ้าเหนย่ี วนำในโรเตอร์ตอ่ เฟสขณะโรเตอร์ไม่หมนุ สามารถคำนวณจากสูตรดงั น้ี
E2 = V NN21 โวลต์
เมอื่ E2 = แรงดนั ไฟฟา้ เหนี่ยวนำขณะโรเตอรอ์ ยกู่ ับที่ต่อเฟส หนว่ ยเปน็ โวลต์
V = แรงดันไฟฟา้ จ่ายใหก้ ับสเตเตอรต์ อ่ เฟส หน่วยเปน็ โวลต์
N1 = จำนวนรอบขดลวดสเตเตอร์ตอ่ เฟส หน่วยเป็นรอบ
N2 = จำนวนรอบขดลวดโรเตอรต์ ่อเฟส หนว่ ยเป็นรอบ
แรงดันไฟฟ้าเหนย่ี วนำในโรเตอรต์ ่อเฟสขณะโรเตอร์หมนุ ท่คี า่ สลปิ ใด ๆ สามารถคำนวณจากสูตรดงั น้ี
Er = S E 2 โวลต์
เมือ่ Er = แรงดันไฟฟา้ เหนีย่ วนำขณะโรเตอรห์ มุนต่อเฟส หนว่ ยเป็นโวลต์
S = ค่าสลิป
E2 = แรงดันไฟฟ้าเหน่ยี วนำขณะโรเตอร์อย่กู บั ที่ต่อเฟส หน่วยเปน็ โวลต์
ใบความร(ู้ Information Sheets)
รหสั วชิ า 20104-2008 ชือ่ วชิ า มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลบั 1-6-3
หลกั สตู ร ประกาศนียบตั รวชิ าชีพ ประเภทวชิ า อตุ สาหกรรม
สาขาวิชา ช่างไฟฟ้ากำลัง
จำนวนช่วั โมงท่สี อน 14
เร่ือง สนามแม่เหลก็ หมุน
คำถาม
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี นหน่วยท่ี 2
สนามแม่เหล็กหมุน
คำสง่ั จงทำเครอื่ งหมายกากบาท () คำตอบทีถ่ ูกที่สดุ เพยี งข้อเดยี ว
1. สเตเตอร์ของมอเตอร์ไฟฟา้ 2 เฟส ประกอบดว้ ยขดลวด 2 ชดุ วางหา่ งกันกอี่ งศาไฟฟ้า
ก. 75 องศาไฟฟ้า ข. 90 องศาไฟฟ้า
ค. 120 องศาไฟฟ้า ง. 180 องศาไฟฟ้า
2. ระบบไฟฟา้ 2 เฟส มีรปู คลืน่ ไซนต์ า่ งเฟสกันกี่องศาไฟฟ้า
ก. 75 องศาไฟฟ้า ข. 90 องศาไฟฟ้า
ค. 120 องศาไฟฟา้ ง. 180 องศาไฟฟ้า
3. ระบบไฟฟ้า 3 เฟส มรี ูปคล่นื ไซน์ต่างเฟสกันก่อี งศาไฟฟ้า
ก. 75 องศาไฟฟา้ ข. 90 องศาไฟฟ้า
ค. 120 องศาไฟฟ้า ง. 180 องศาไฟฟา้
4. สเตเตอร์ของมอเตอรไ์ ฟฟา้ 3 เฟส ประกอบดว้ ยขดลวด 3 ชุด วางห่างกันกอี่ งศาไฟฟา้
ก. 75 องศาไฟฟ้า ข. 90 องศาไฟฟ้า
ค. 120 องศาไฟฟา้ ง. 180 องศาไฟฟ้า
5. เม่อื ต้องการเปล่ยี นแปลงความเร็วสนามแมเ่ หลก็ หมุนตอ้ งปฏิบัตอิ ยา่ งไร
ก. เปล่ยี นความถแี่ หล่งจ่ายไฟฟ้า
ข. เพิ่มจำนวนขดลวดสเตเตอร์
ค. เปลี่ยนจำนวนข้วั แมเ่ หลก็ ที่สเตเตอร์
ง. ถกู ทัง้ ขอ้ ก และ ค
6. ความเรว็ สนามแมเ่ หลก็ หมนุ เรียกอกี ช่อื วา่ อะไร
ก. ความเรว็ ซิงโครนสั ข. ความเรว็ สเตเตอร์
ค. ความเร็วโรเตอร์ ง. ความเร็วอาร์เมเจอร์
7. ความเรว็ สนามแมเ่ หลก็ หมนุ สามารถหาค่าไดจ้ ากสตู รใด
120f 120P
ก. P ข. f
ค. PN ง. 120
120 PN
8. ขอ้ ใดเปน็ คุณลักษณะของมอเตอร์เหน่ียวนำ
ใบความร(ู้ Information Sheets)
รหัสวชิ า 20104-2008 ชอ่ื วชิ า มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลับ 1-6-3
หลกั สูตร ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ประเภทวิชา อตุ สาหกรรม
สาขาวชิ า ชา่ งไฟฟ้ากำลัง
จำนวนช่ัวโมงทสี่ อน 14
เรือ่ ง สนามแมเ่ หล็กหมนุ
ก. โรเตอรห์ มนุ ไปพรอ้ มกับความเรว็ สนามแม่เหล็กหมุน
ข. โรเตอร์หมุนชา้ กว่าความเรว็ สนามแม่เหล็กหมนุ
ค. โรเตอรห์ มนุ เร็วกว่าความเร็วสนามแม่เหล็กหมนุ
ง. ความเร็วไมค่ งที่
9. ข้อใดคอื หนว่ ยวดั ความเร็วสนามแม่เหลก็ หมุน
ก. รอบต่อวนิ าที
ข. รอบต่อนาที
ค. เฮริ ตซ์
ง. ไซเกิลตอ่ วินาที
10. ข้อใดคือสมการขอ งค่าสลิป
ก. NS − Nr
ข. NNNrrSNN−−−SrNNNSSr
ค.
ง.
ใบความร้(ู Information Sheets)
รหัสวิชา 20104-2008 ช่ือวชิ า มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลบั 1-6-3
หลกั สตู ร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ ประเภทวชิ า อตุ สาหกรรม
สาขาวิชา ชา่ งไฟฟา้ กำลัง
จำนวนชั่วโมงทส่ี อน 14
เร่ือง สนามแม่เหล็กหมนุ
เฉลยแบบฝึ กหัดหน่วยที่ 2
คำสง่ั จงตอบคำถามตอ่ ไปน้ใี ห้ถกู ตอ้ ง
1. จงกำหนดทศิ ทางการไหลของกระแสไฟฟา้ และสนามแมเ่ หล็กลงในสเตเตอร์ของมอเตอร์ 2 เฟส ณ เวลา t4
ใบความร้(ู Information Sheets)
รหัสวชิ า 20104-2008 ชอื่ วชิ า มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลับ 1-6-3
หลักสตู ร ประกาศนียบตั รวชิ าชีพ ประเภทวิชา อุตสาหกรรม
สาขาวชิ า ชา่ งไฟฟา้ กำลัง
จำนวนช่ัวโมงทส่ี อน 14
เรือ่ ง สนามแม่เหล็กหมนุ
2. จงกำหนดทศิ ทางการไหลของกระแสไฟฟา้ และสนามแมเ่ หล็กลงในสเตเตอร์ของมอเตอร์ 3 เฟส ณ เวลา t4
3. ความเรว็ สลิป หมายถึงอะไร
ความเร็วสนามแมเ่ หล็กหมุนหรือความเรว็ ซิงโครนสั ลบดว้ ยความเร็วโรเตอรด์ ังสมการ
ความเรว็ สลิป = Ns - Nr ....................rpm
4. สลปิ หมายถึงอะไร
ความเรว็ สลิปต่อความเรว็ สนามแม่เหล็กหมุนหรอื ความเร็วซิงโครนัสดังสมการ
S = NsN-sNr
5. มอเตอร์เหน่ียวนำ (Induction motor) ชนิด 8 ข้ัว เม่ือจ่ายแรงดันไฟฟ้าที่มีความถ่ี 50 เฮิรตซ์ ทำให้
มอเตอร์หมนุ ด้วยความเร็ว 735 รอบต่อนาที จงหา
5.1 ความเร็วซงิ โครนสั
5.2 ความเร็วสลิป
5.3 สลิป
ใบความร(ู้ Information Sheets)
รหัสวิชา 20104-2008 ชอ่ื วิชา มอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสสลบั 1-6-3
หลักสูตร ประกาศนยี บัตรวชิ าชพี ประเภทวชิ า อุตสาหกรรม
สาขาวชิ า ช่างไฟฟ้ากำลงั
จำนวนช่ัวโมงทส่ี อน 14
เรอ่ื ง สนามแมเ่ หลก็ หมุน
5.4 เปอรเ์ ซน็ ตส์ ลิป
(750 rpm, 15 rpm, 0.02 2%)
ก. หาค่าความเรว็ ซงิ โครนสั rpm
Ns = 12P0f = 1208×50 = 750 rpm
ตอบ
ข. หาค่าความเรว็ สลปิ
ความเร็วสลปิ = Ns - Nr = 750-735 = 15
ตอบ
ค. หาค่าสลิป
S = NsN-sNr = 75705-7035 = 71550 = 0.02
ตอบ
ง. หาค่าเปอรเ์ ซ็นต์สลิป (%S)
%S = NsN-sNr ×100 = 75705-7035×100
%S = 2
ตอบ
ใบความร(ู้ Information Sheets)
รหัสวิชา 20104-2008 ชือ่ วชิ า มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลบั 1-6-3
หลักสูตร ประกาศนยี บัตรวิชาชพี ประเภทวชิ า อุตสาหกรรม
สาขาวิชา ชา่ งไฟฟา้ กำลัง
จำนวนช่วั โมงที่สอน 14
เรอ่ื ง สนามแม่เหลก็ หมุน
เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียนหน่วยที่ 2
คำสั่ง จงทำเครอ่ื งหมายกากบาท () คำตอบทถี่ ูกทส่ี ุดเพยี งข้อเดยี ว
1. ระบบไฟฟา้ 3 เฟส มีรปู คล่ืนไซนต์ า่ งเฟสกันกอ่ี งศาไฟฟา้
ก. 75 องศาไฟฟา้ ข. 90 องศาไฟฟา้
ค. 120 องศาไฟฟา้ ง. 180 องศาไฟฟา้
2. ระบบไฟฟา้ 2 เฟส มีรูปคลน่ื ไซนต์ ่างเฟสกันกี่องศาไฟฟ้า
ก. 75 องศาไฟฟา้ ข. 90 องศาไฟฟ้า
ค. 120 องศาไฟฟา้ ง. 180 องศาไฟฟ้า
3. สเตเตอร์ของมอเตอรไ์ ฟฟ้า 2 เฟส ประกอบด้วยขดลวด 2 ชุด วางหา่ งกันกอ่ี งศาไฟฟ้า
ก. 75 องศาไฟฟ้า ข. 90 องศาไฟฟา้
ค. 120 องศาไฟฟา้ ง. 180 องศาไฟฟา้
4. เม่อื ตอ้ งการเปลี่ยนแปลงความเร็วสนามแมเ่ หล็กหมุนตอ้ งปฏบิ ตั ิอย่างไร
ก. เปลย่ี นความถแี่ หลง่ จา่ ยไฟฟา้
ข. เพ่ิมจำนวนขดลวดสเตเตอร์
ค. เปลยี่ นจำนวนข้วั แมเ่ หลก็ ที่สเตเตอร์
ง. ถกู ทง้ั ขอ้ ก และ ค
5. สเตเตอรข์ องมอเตอร์ไฟฟา้ 3 เฟส ประกอบดว้ ยขดลวด 3 ชดุ วางห่างกันก่อี งศาไฟฟ้า
ก. 75 องศาไฟฟ้า ข. 90 องศาไฟฟา้
ค. 120 องศาไฟฟา้ ง. 180 องศาไฟฟ้า
6. ข้อใดเปน็ คุณลกั ษณะของมอเตอร์เหนี่ยวนำ
ก. โรเตอร์หมุนไปพรอ้ มกับความเรว็ สนามแม่เหล็กหมุน
ข. โรเตอรห์ มนุ ชา้ กว่าความเร็วสนามแม่เหล็กหมนุ
ค. โรเตอรห์ มนุ เร็วกว่าความเร็วสนามแม่เหล็กหมนุ
ง. ความเร็วไม่คงที่
7. ขอ้ ใดคือหน่วยวดั ความเร็วสนามแมเ่ หลก็ หมนุ
ก. รอบต่อวนิ าที
ข. รอบตอ่ นาที
ค. เฮริ ตซ์
ใบความร(ู้ Information Sheets)
รหัสวิชา 20104-2008 ชอ่ื วิชา มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลับ 1-6-3
หลกั สตู ร ประกาศนียบัตรวชิ าชพี ประเภทวิชา อตุ สาหกรรม
สาขาวิชา ช่างไฟฟา้ กำลัง
จำนวนช่ัวโมงทส่ี อน 14
เรือ่ ง สนามแม่เหล็กหมุน
ง. ไซเกิลตอ่ วินาที
8. ข้อใดคอื สมการของค่าสลิป
ก. NS − Nr
ข. NNNrrSNN−−−SrNNNSSr
ค.
ง.
9. ความเรว็ สนามแม่เหลก็ หมุนสามารถหาค่าได้จากสูตรใด
120f
ก. 12P0P
ข.
f
PN
ค. 120
ง. 120
PN
10. ความเร็วสนามแมเ่ หลก็ หมนุ เรยี กอีกช่อื ว่าอะไร
ก. ความเรว็ ซงิ โครนัส
ข. ความเรว็ สเตเตอร์
ค. ความเร็วโรเตอร์
ง. ความเร็วอาร์เมเจอร์
เอกสารอ้างองิ
คารม สินธูระหัฐ(2562). มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลับ (20104–2008). นนทบรุ ี : ศนู ยห์ นังสือ
เมืองไทย
ใบงาน(Job Sheets)
รหสั วิชา 20104-2008 ชื่อวชิ า มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลบั 1-6-3
หลกั สตู ร ประกาศนียบตั รวชิ าชพี ประเภทวชิ า อตุ สาหกรรม
สาขาวิชา ช่างไฟฟา้ กำลัง
จำนวนช่ัวโมงท่ีสอน 104
เรือ่ ง สนามแมเ่ หลก็ หมนุ
จุดประสงค์การเรยี นรู้ รายการเรียนรู้
จุดประสงค์การเรยี นร(ู้ มาตรฐานการเรียนร)ู้ เครอ่ื งมือ/วัสดุ-อุปกรณ์
ด้านความรู้ 1. โครงมอเตอร์ 1 เฟส
1. อธิบายการเกิดสนามแม่เหล็กหมุนของ
มอเตอร์ 2 เฟสได้
2. อธิบายการเกิดสนามแม่เหล็กหมุนของ
มอเตอร์ 3 เฟสได้
3. คำนวณค่าต่าง ๆ ที่สัมพันธ์กับความเร็ว
ของมอเตอรช์ นดิ เหนย่ี วนำได้
ด้านทกั ษะ
1. พัน ขดลวดใหม่ของมอเตอร์ไฟ ฟ้ า
กระแสสลับ 1 เฟสได้
2. ร้อื ขดลวดออกจากสเตเตอรไ์ ด้
3. ทำฉนวนรองร่องสลอตได้
4. ปฏบิ ตั ิการเตรยี มโครงมอเตอร์ 1 เฟสได้
ดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม/บูรณาการค่านิยม
หลักของคนไทย 12 ประการ
แสดงออกด้านการตรงต่อเวลา ความสนใจ
ใฝ่รู้ ไม่หยดนิ่งที่จะแก้ปัญ หา ความซ่ือสัตย์
และความร่วมมอื
ใบงาน(Job Sheets)
รหสั วชิ า 20104-2008 ช่อื วชิ า มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลบั 1-6-3
หลกั สตู ร ประกาศนยี บัตรวชิ าชีพ ประเภทวิชา อุตสาหกรรม
สาขาวชิ า ช่างไฟฟ้ากำลัง
จำนวนช่วั โมงท่สี อน 104
เรอ่ื ง สนามแมเ่ หล็กหมนุ
ลำดบั ขน้ั การทำงาน ข้อควรระวัง
2 1. นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยท่ี ระวงั ความคมของร่องสลอ็ ต
2. ค รู ให้ ห นั งสื อ เรี ย น ม อ เต อ ร์ ไฟ ฟ้ า มอบงาน
งานท่ีมอบหมายนอกเหนอื เวลาเรยี น ให้ศึกษา
กระแสสลับของสำนกั พิมพศ์ ูนย์หนังสอื เมืองไทย
3. ครูนำเขา้ สู่บทเรียน และครูแจ้งจุดประสงค์ สนามแม่เหล็กหมุนและมอเตอรเ์ หนีย่ วนำ 1 เฟส
จากตำราภาษาองั กฤษเพม่ิ เตมิ
การเรียน
4. ครูสอนเนอื้ หาสาระขอ้ 2.1 – 2.3
5. นักเรยี นลงมือปฏิบัติงานตามขั้นตอนใน
ใบงานท่ี 1.1 (ต่อ)
6. ครูตรวจผลงานภาคปฏบิ ัติของนกั เรียน
7.ให้นักเรยี นทำความสะอาดเคร่อื งมือ
อุปกรณ์ และบรเิ วณพน้ื ที่ปฏบิ ัติงานใหเ้ รยี บร้อย
8.นักเรยี นและครรู ว่ มกนั สรุปบทเรียน และ
ผลการปฏบิ ัตงิ าน วัดผล/ประเมนิ ผล
9. นกั เรียนทำแบบฝกึ หัดทา้ ยหนว่ ยท่ี 2 1. สังเกตุพฤตกิ รรมในการทำงาน
10. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนหน่วยท่ี 2. คุณภาพของงานที่สง่
2 3. ตรวจแบบฝกึ หัด / แบบทดสอบ
4. ถาม – ตอบในชั้นเรยี น
ใบปฏิบตั ิงาน(Operation Sheets)
รหัสวิชา 20104-2008 ชอ่ื วิชา มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลับ 1-6-3
หลกั สูตร ประกาศนยี บตั รวชิ าชีพ ประเภทวชิ า อตุ สาหกรรม
สาขาวชิ า ชา่ งไฟฟา้ กำลัง
จำนวนช่ัวโมงทสี่ อน 14
เรอ่ื ง สนามแม่เหลก็ หมนุ
จดุ ประสงค์การเรยี นร(ู้ มาตรฐานการเรยี นร)ู้
ด้านความรู้
1. อธบิ ายการเกิดสนามแมเ่ หล็กหมนุ ของมอเตอร์ 2 เฟสได้
2. อธิบายการเกิดสนามแมเ่ หล็กหมุนของมอเตอร์ 3 เฟสได้
3. คำนวณคา่ ตา่ ง ๆ ท่ีสัมพนั ธ์กับความเรว็ ของมอเตอร์ชนิดเหนีย่ วนำได้
ด้านทกั ษะ
1. พันขดลวดใหมข่ องมอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลับ 1 เฟสได้
2. รือ้ ขดลวดออกจากสเตเตอรไ์ ด้
3. ทำฉนวนรองรอ่ งสลอตได้
4. ปฏบิ ตั ิการเตรียมโครงมอเตอร์ 1 เฟสได้
ดา้ นคุณธรรม จริยธรรม/บรู ณาการค่านยิ มหลักของคนไทย 12 ประการ
แสดงออกด้านการตรงต่อเวลา ความสนใจใฝ่รู้ ไม่หยดน่ิงท่ีจะแก้ปัญหา ความซ่ือสัตย์
และความรว่ มมอื
เครอ่ื งมือ/วัสดุ-อปุ กรณ์
1. โครงมอเตอร์ 1 เฟส
ลำดบั ขนั้ การทำงาน
1. นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 2
2. ครใู หห้ นังสอื เรียนมอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสสลับของสำนกั พมิ พ์ศูนยห์ นังสอื เมืองไทย
3. ครนู ำเขา้ สบู่ ทเรยี น และครแู จ้งจุดประสงค์การเรยี น
4. ครูสอนเน้ือหาสาระขอ้ 2.1 – 2.3
5. นกั เรยี นลงมือปฏบิ ตั ิงานตามข้ันตอนในใบงานที่ 1.1 (ต่อ)
6. ครตู รวจผลงานภาคปฏบิ ัติของนักเรยี น
7. ใหน้ กั เรยี นทำความสะอาดเครื่องมือ อปุ กรณ์ และบรเิ วณพน้ื ที่ปฏบิ ัตงิ านให้เรียบรอ้ ย
8. นักเรยี นและครรู ว่ มกันสรุปบทเรียน และผลการปฏบิ ตั งิ าน
9. นกั เรียนทำแบบฝึกหดั ทา้ ยหน่วยที่ 2
10. นักเรียนทำแบบทดสอบหลงั เรียนหน่วยท่ี 2
ข้อควรระวัง
ระวงั ความคมของร่องสลอ็ ต
ใบปฏิบัติงาน(Operation Sheets)
รหสั วิชา 20104-2008 ชือ่ วชิ า มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลบั 1-6-3
หลักสตู ร ประกาศนียบตั รวิชาชพี ประเภทวิชา อุตสาหกรรม
สาขาวชิ า ชา่ งไฟฟา้ กำลัง
จำนวนชั่วโมงทสี่ อน 14
เรือ่ ง สนามแมเ่ หล็กหมนุ
ขอ้ เสนอแนะ
ให้นักเรียนปฏิบัตงิ านด้วยความระมดั ระวงั
การประเมนิ ผล
1. สังเกตพุ ฤตกิ รรมในการทำงาน
2. คณุ ภาพของงานที่ส่ง
3. ตรวจแบบฝกึ หัด / แบบทดสอบ
4. ถาม – ตอบในช้นั เรยี น
เอกสารอ้างอิง
คารม สินธรู ะหฐั (2562). มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ (20104–2008). นนทบรุ ี : ศูนยห์ นังสือ
เมอื งไทย.
ใบมอบหมายงาน(Assignment Sheets)
รหสั วิชา 20104-2008 ช่อื วิชา มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลบั 1-6-3
หลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ ประเภทวชิ า อุตสาหกรรม
สาขาวชิ า ช่างไฟฟ้ากำลัง
จำนวนช่วั โมงที่สอน 14
เร่อื ง สนามแมเ่ หลก็ หมนุ
จดุ ประสงค์การมอบงาน
1. แสดงความรู้เกีย่ วกับสนามแม่เหลก็ หมุน
2. ถอด ประกอบและเตรียมโครงมอเตอร์ 1 เฟส
แนวทางการปฏบิ ัตงิ าน
1. ให้นักเรียนปฏบิ ตั ิงานดว้ ยความระมัดระวัง
2. ใชเ้ ครอ่ื งมอื ใหถ้ ูกตอ้ งในการทำความสะอาดโครงมอเตอร์
3. ใช้เครื่องมือให้ถูกต้องในการเตรยี มโครงมอเตอร์
แหลง่ ค้นคว้า
1. ห้องสมุดวทิ ยาลัย ศูนย์วทิ ยบรกิ าร
2. ครอบครัวของผูเ้ รียน ผปู้ ระกอบการ
3. ส่ิงพมิ พป์ ระเภทตา่ ง ๆ เชน่ นิตยสาร/วารสารด้านอุตสาหกรรมไฟฟ้า สารานกุ รม
4. ครผู สู้ อน Internet
คำถาม/ปัญหา
1. นกั เรียนมกี ารปอ้ งกนั อันตรายท่ีจะไดร้ ับจากคมของรอ่ งสลอ็ ตอย่างไร
2. ใชเ้ ครอ่ื งมอื ชนิดใหนบ้างในการทำความสะอาดโครงมอเตอร์
3. ใชเ้ ครอื่ งมอื ชนิดใหนบ้างในการเตรียมโครงมอเตอร์
4.
กำหนดเวลางาน
5 ชั่วโมง
แผนการเรยี นรู้
รหัสวชิ า 20104-2008 ช่อื วชิ า มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลบั 1-6-3
หลกั สตู ร ประกาศนียบัตรวิชาชพี ประเภทวิชา อตุ สาหกรรม
สาขาวิชา ช่างไฟฟา้ กำลงั
จำนวนชว่ั โมงที่สอน 42
เร่ือง มอเตอรเ์ หนย่ี วนำ 1 เฟส
1.สาระสำคัญ
มอเตอร์เหนีย่ วนำ 1 เฟส แบง่ ตามวธิ กี ารทที่ ำใหม้ อเตอรเ์ ริม่ หมนุ เป็น 3 ชนดิ ดงั นี้
1. มอเตอร์สปลิตเฟสหรือแบบแยกเฟส
2. มอเตอรค์ าปาซิเตอร์
3. มอเตอร์เชดเดดโพล
หลกั การทำงานของมอเตอร์เหน่ยี วนำ 1 เฟส
มอเตอร์สปลิตเฟสอาศัยหลักการแยกเฟสหรือการต่างเฟสของกระแสไฟฟ้าในขดลวดรันและ
ขดลวดสตารต์ เนอ่ื งจากค่าความต้านทานและค่าความต้านทานเนื่องจากการเหน่ียวนำของขดลวดรนั และ
ขดลวดสตารต์ ซึง่ ทำใหเ้ กิดสนามแมเ่ หลก็ หมุนในสเตเตอร์ ส่งผลทำให้โรเตอรห์ มนุ
มอเตอรค์ าปาซิเตอร์อาศัยหลักการทำงานเช่นเดียวกบั มอเตอร์สปลติ เฟส เพียงแตเ่ พมิ่ ตัวเก็บ
ประจุหรือคาปาซิเตอร์ต่ออนุกรมกับขดลวดสตาร์ต เพ่ือทำให้กระแสไฟฟ้าในขดลวดสตาร์ตต่างเฟสกับ
กระแสไฟฟา้ ของขดลวดรนั เปน็ มมุ โตขน้ึ ซ่งึ จะสง่ ผลทำใหแ้ รงบิดสูงกวา่ มอเตอร์สปลติ เฟสในขณะเรมิ่ หมุน
มอเตอร์เชดเดดโพลอาศัยหลักการเคล่ือนที่หรือการหมุนของสนามแม่เหล็กเมนจากอันเชด-
เดดโพลเคลื่อนไปยังเชดเดดโพล ซึ่งเป็นผลมาจากการต้านระหว่างสนามแม่เหล็กเมนกับสนามแม่เหล็กท่ี
ขดลวดเชดเดด สง่ ผลใหโ้ รเตอร์มแี รงบิดซึง่ ทำใหม้ อเตอร์หมนุ
การกลับทิศทางหมนุ ของมอเตอรเ์ หนยี่ วนำ 1 เฟส
- มอเตอร์สปลิตเฟสสามารถกลับทิศทางหมุนโดยการสลับสายไฟของขดลวดรันหรือ
ขดลวดสตาร์ต
- มอเตอร์คาปาซเิ ตอร์สามารถกลบั ทิศทางหมนุ โดยหลกั การเดียวกบั มอเตอรส์ ปลิตเฟส
- มอเตอรเ์ ชดเดดโพลสามารถกลบั ทศิ ทางการหมุนโดยการออกแบบให้มขี ดลวดเชดเดดท่ี
ข้ัวแม่เหล็กสเตเตอร์ 2 ด้าน เพ่ือต่อให้ครบวงจรและเกิดข้ัวแม่เหล็กด้านใดด้านหน่ึง ซ่ึงส่งผลให้
สนามแม่เหลก็ เคลื่อนทเ่ี ปลยี่ นทิศทาง
การบูรณาการกจิ กรรมการเรียนการสอนตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
พอประมาณ คือการร่วมมือรว่ มใจในการประหยดั พลังงานเพอื่ ลดโลกร้อนถอื เป็นสว่ นทีม่ กี าร
รณรงค์มากท่สี ุดในปัจจุบนั สามารถทำได้โดยหลายวธิ ี เช่น การทำแบบของฉนวนรองรอ่ งสล๊อตให้พอดีกบั
รอ่ งสลอ๊ ต ทำแบบในการพนั ขดลวดให้พอดี
มเี หตุผล คือการรจู้ ักนึกถงึ ผลกระทบท่ีจะเกดิ ขึ้นจากการกระทำต่างๆของเรา เชน่ การทำแบบของ
ฉนวนรองรอ่ งสล๊อตให้พอดกี ับร่องสล๊อตจะทำให้ลดปรมิ าณการใชฉ้ นวน ทำแบบในการพนั ขดลวดใหพ้ อดี
กับการพันขดลวดเพ่ือลดปรมิ าณการใชล้ วดทองแดง
แผนการเรียนรู้
รหสั วชิ า 20104-2008 ชื่อวิชา มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลบั 1-6-3
หลกั สตู ร ประกาศนียบัตรวชิ าชีพ ประเภทวชิ า อตุ สาหกรรม
สาขาวิชา ช่างไฟฟ้ากำลงั
จำนวนช่วั โมงทส่ี อน 42
เรอื่ ง มอเตอร์เหนีย่ วนำ 1 เฟส
มภี ูมิคุ้มกนั ในตวั เอง คือการเตรยี มตวั ใหพ้ รอ้ มรบั ผลกระทบหรอื การเปลยี่ นแปลงดา้ นตา่ งๆท่จี ะ
เกิดข้ึน เช่น การทำแบบของฉนวนรองร่องสลอ๊ ตให้พอดีกบั ร่องสลอ๊ ตจะทำให้ประหยดั การใช้ฉนวนและจะ
มฉี นวนไว้ใช้ในการเรียนการสอนในหน่วยต่อไป ทำแบบในการพันขดลวดให้พอดีกับการพันขดลวดเพ่ือลด
ปริมาณการใช้ลวดทองแดงจะมีลวดไวใ้ ช้ในการเรียนการสอนในหน่วยตอ่ ไป
เงอ่ื นไข
เงอ่ื นไขความรู้ หมายถึง ความรอบรเู้ กี่ยวกบั วชิ าการตา่ งๆท่เี ก่ยี วข้องอย่างรอบด้านและรอบคอบ
เชน่ การวางแผนงานท่ีจะทำกอ่ นแล้วค่อยลงมอื ทำอยา่ งระมัดระวัง
เงือ่ นไขคุณธรรม ทจี่ ะต้องเสริมสร้างประกอบดว้ ย มีความตระหนักในคุณธรรม ซอ่ื สตั ยส์ จุ ริต และ
อดทนใช้สตปิ ัญญาในการดำเนนิ ชวี ิตเชน่
-การใชส้ ตปิ ัญญา คือการท่ีเราใช้ความคิดในการเรยี นให้ประสบผลสำเรจ็ ใหม้ ากท่สี ุด
-ความอดทน ขยนั หมัน่ เพยี ร คอื ใช้ความอดทนท่ีจะทำงาน และมีความขยนั ที่จะทำงานใหอ้ อกมาได้
ดที ส่ี ุด
การบรู ณาการกิจกรรมการเรยี นการสอนคุณธรรม 8 ประการ/ค่านยิ มหลักของคนไทย 12 ประการ
1. ขยัน ความหมายของคำว่า ขยนั คอื ความตงั้ ใจเพียรพยายามทำหน้าท่ีการงานอย่าง
ต่อเนื่อง สมำ่ เสมอ อดทนไม่ท้อถอยเมื่อพบอปุ สรรค ความขยนั ต้องปฏิบัติควบค่กู ับการใช้สติปัญญา
แก้ปญั หาจนเกิดผลสำเรจ็ ตามความมงุ่ หมาย
คุณลกั ษณะเชงิ พฤติกรรม ผทู้ มี่ คี วามขยนั คือผู้ทีต่ ้ังใจทำอย่างจริงจงั ต่อเนอ่ื งในเรื่องทถ่ี ูกทค่ี วรผทู้ ีเ่ ปน็ คน
สูง้ าน มีความพยายาม ไมท่ อ้ ถอย กล้าเผชิญอปุ สรรค รกั งานที่ทำต้งั ใจทำหน้าท่อี ยา่ งจรงิ จัง
2. ประหยดั ความหมายของคำวา่ ประหยัด คอื การรจู้ ักเก็บออมถนอมใช้ทรัพย์สนิ สิ่งของแต่พอควร
พอประมาณ ใหเ้ กดิ ประโยชนค์ มุ้ ค่า ไมฟ่ ่มุ เฟอื ยฟงุ้ เฟอ้
คณุ ลกั ษณะเชิงพฤตกิ รรม ผ้ทู ี่มคี วามประหยัด คือ ผู้ที่ดำเนนิ ชวี ิตความเป็นอยู่ท่ีเรียบง่าย ร้จู กั ฐานะ
การเงินของตนคิดกอ่ นใช้คิดกอ่ นซ้อื เก็บออม ถนอมใชท้ รัพย์สนิ สง่ิ ของอย่างคมุ้ ค่ารจู้ กั ทำบญั ชรี ายรบั -
รายจา่ ยของตนเองอยเู่ สมอ
3. ความซื่อสตั ย์ ความหมายของคำว่า ความซื่อสตั ย์ คอื ประพฤตติ รงไม่เอนเอียงไมม่ เี ล่หเ์ หลย่ี มมีความ
จริงใจปลอดจากความรู้สึกลำเอียงหรอื อคติ
คณุ ลกั ษณะเชิงพฤติกรรม ผูท้ ม่ี คี วามซ่อื สัตย์ คือ ผ้ทู ี่มีความประพฤติตรงทง้ั ตอ่ หนา้ ที่ ต่อวิชาชีพ ตรงตอ่
เวลา ไมใ่ ช้เล่ห์กลคดโกงทั้งทางตรงและทางอ้อม รับรูห้ นา้ ที่ของตนเองและปฏบิ ัติอยา่ งเต็มท่ีถูกตอ้ ง
4. มวี ินยั ความหมายของคำว่า มวี นิ ัย คอื การยึดมน่ั ในระเบียบแบบแผนขอ้ บงั คับและขอ้ ปฏิบัติ ซงึ่ มที ง้ั
วนิ ัยในตนเองและวินยั ตอ่ สงั คม
แผนการเรยี นรู้
รหัสวิชา 20104-2008 ช่อื วิชา มอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสสลับ 1-6-3
หลกั สตู ร ประกาศนียบัตรวิชาชพี ประเภทวิชา อุตสาหกรรม
สาขาวชิ า ชา่ งไฟฟา้ กำลัง
จำนวนช่วั โมงท่สี อน 42
เร่อื ง มอเตอร์เหนี่ยวนำ 1 เฟส
คุณลักษณะเชงิ พฤตกิ รรม ผู้ทม่ี ีวินยั คอื ผทู้ ี่ปฏิบตั ิตนในขอบเขต กฎระเบียบของสถานศึกษา สถาบนั /
องค์กร/สังคมและประเทศโดยทต่ี นเองยินดปี ฏิบัติตามอยา่ งเตม็ ใจและต้งั ใจ
5. สุภาพ ความหมายของคำว่า สภุ าพ คือ เรียบร้อย อ่อนโยน ละมนุ ละมอ่ มมีกิริยามารยาทท่ีดีงาม มี
สมั มาคารวะ
คุณลักษณะเชิงพฤติกรรม ผทู้ ม่ี ีความสภุ าพ คอื ผูท้ ี่อ่อนนอ้ มถอ่ มตนตามสถานภาพและกาลเทศะ ไม่
ก้าวรา้ ว รุนแรงวางอำนาจขม่ ผ้อู น่ื ทง้ั โดยวาจาและท่าทาง แต่ในเวลาเดียวกันยังคงมีความมั่นใจในตนเอง
เปน็ ผู้ทมี่ มี ารยาท วางตนเหมาะสมตามวัฒนธรรมไทย
6. สะอาด ความหมายของคำวา่ สะอาด คอื ปราศจากความมัวหมองทง้ั กาย ใจและสภาพแวดลอ้ ม ความ
ผอ่ งใสเปน็ ท่ีเจริญตาทำใหเ้ กิดความสบายใจแก่ผู้พบเหน็
คณุ ลกั ษณะเชิงพฤติกรรม ผ้ทู ค่ี วามสะอาด คือ ผรู้ กั ษารา่ งกายที่อยู่อาศัยสง่ิ แวดล้อมถูกตอ้ งตาม
สุขลักษณะ ฝกึ ฝนจิตใจมิให้ขุน่ มัวจงึ มคี วามแจม่ ใสอย่เู สมอ
7. สามคั คี ความหมายของคำวา่ สามัคคี คอื ความพร้อมเพียงกนั ความกลมเกลียวกัน ความปรองดองกัน
ร่วมใจกนั ปฏิบตั งิ านใหบ้ รรลุผลตามที่ตอ้ งการ เกิดงานการอย่างสรา้ งสรรค์ปราศจากการทะเลาะวิวาท ไม่
เอารัดเอาเปรยี บกัน เปน็ การยอมรับความมเี หตุผล ยอมรบั ความแตกต่างหลากหลายทางความคดิ ความ
หลากหลายในเร่ืองเช้อื ชาติ ความกลมเกลยี วกันในลกั ษณะเช่นน้ี เรียกอีกอย่างวา่ ความสมานฉนั ท์
คณุ ลักษณะเชิงพฤติกรรม ผู้ท่มี คี วามสามคั คี คอื ผู้ทเ่ี ปิดใจกวา้ งรบั ฟงั ความคดิ เห็นของผู้อื่นรบู้ ทบาท
ของตนทง้ั ในฐานะผนู้ ำและผู้ตามท่ีดี มคี วามมุ่งม่ันต่อการรวมพลัง ชว่ ยเหลือเกื้อกลู กันเพื่อใหก้ ารงาน
สำเรจ็ ลลุ ว่ ง แก้ปัญหาและขจดั ความขัดแยง้ ได้ เป็นผ้มู เี หตุผล ยอมรบั ความแตกต่างหลากหลายทาง
วฒั นธรรม ความคิด ความเช่ือ พรอ้ มท่จี ะปรบั ตวั เพ่ืออยรู่ ว่ มกนั อย่างสันติ
8. มนี ำ้ ใจ ความหมายของคำวา่ มนี ำ้ ใจ คอื ความจรงิ ใจทไี่ ม่เห็นแก่เพียงตวั เองหรือเรือ่ งของตวั เอง แต่
เห็นอกเหน็ ใจเห็นคณุ คา่ ในเพอื่ น มนษุ ย์ มคี วามเอ้ืออาทรเอาใจใส่ ให้ความสนใจในความตอ้ งการ ความ
จำเปน็ วามทกุ ขส์ ุขของผู้อ่ืนและพรอ้ มทีจ่ ะใหค้ วามชว่ ยเหลือเกือ้ กูลกนั และกัน
คณุ ลักษณะเชงิ พฤตกิ รรม ผูท้ ม่ี นี ้ำใจ คอื ผู้ให้และผู้อาสาช่วยเหลือสงั คม รูจ้ กั แบง่ ปนั เสยี สละความสขุ
สว่ นตนเพ่ือทำประโยชน์แก่ผู้อื่นเข้าใจ เหน็ ใจ ผู้ท่ีมีความเดอื ดร้อน อาสาช่วยเหลือสังคมดว้ ยแรงกาย
สติปญั ญา ลงมอื ปฏิบัตกิ ารเพือ่ บรรเทาปญั หาหรือรว่ มสรา้ งสรรคส์ ่ิงดีงามใหเ้ กิดขึ้นในชุมชน
การบูรณาการกจิ กรรมการเรียนการสอนสวนพฤกษศาสตร์ในโรงเรียน
นำความรูด้ า้ นไฟฟา้ มาใช้ในการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์ในโรงเรียน เชน่ การนำเคร่อื งสบู น้ำ
พลงั งานแสงอาทิตมาใช้ในการดำเนนิ งานตามโครงการชีววเี พื่อการพฒั นาอย่างยงั่ ยนื