๙๒
๓.๘) อปุ กรณก นั้ ขา งทาง คอื อปุ กรณท ตี่ ดิ ตง้ั เพอ่ื ปอ งกนั มใิ หร ถทเี่ กดิ อบุ ตั เิ หตุ
วิง่ ออกนอกถนน โดยทว่ั ไปจะติดต้งั ไวบรเิ วณท่ีเปนจุดเส่ยี งอันตราย เชน บรเิ วณทางโคง สะพาน และ
จดุ ทเ่ี สยี่ งตอ การเกดิ อบุ ตั เิ หตอุ น่ื ๆ ตวั อยา งของอปุ กรณก น้ั ขา งทางเพอ่ื ความปลอดภยั เชน ราวกนั ชนตก
(Guard Rail) เปนตน
๓.๙) เครอื่ งหมายจราจร คอื เครอื่ งมอื บอกขอ มลู ดา นการหา ม การเตอื น และ
การแนะนาํ ทส่ี าํ คญั สาํ หรบั ผใู ชร ถใชถ นน เพอื่ ชว ยใหก ารขบั ขมี่ คี วามปลอดภยั มากขนึ้ โดยลกั ษณะของ
เครอื่ งหมายจราจรจาํ เปน ตอ งเขา ใจงา ย สงั เกตไดช ดั ทง้ั กลางวนั และกลางคนื ตาํ แหนง ของเครอื่ งหมายมี
ความเหมาะสมตอ ผขู บั ขแ่ี ละคนเดนิ เทา ทจ่ี ะสามารถมองเหน็ ไดช ดั ตอ งมคี วามชดั เจนไมล บเลอื นหายไป
ตัวอยางของเครอ่ื งหมายจราจร เชน ทางมา ลาย เสน แบง ชองจราจร เสนแบง ทศิ ทางการเดินรถ ลูกศร
และขอ ความเตอื นตางๆ เปน ตน
๓.๑๐) ปายจราจร คือ เครื่องมือที่ชวยบอกขอมูลดานการหาม การบังคับ
การเตือน และการแนะนําท่ีสําคัญสําหรับผูใชรถใชถนน เพื่อชวยใหการขับขี่มีความปลอดภัยมากข้ึน
โดยลักษณะของปายจราจรจําเปนตองเขาใจงาย สังเกตไดชัดเจนท้ังกลางวันและกลางคืน ตําแหนง
ของปายมีความเหมาะสมตอผูขับขี่และคนเดินเทาท่ีจะสามารถมองเห็นไดชัด ตองมีความชัดเจน
ไมลบเลือนหายไป ตัวอยางของปายจราจร เชน ปา ยหยุด ปายหา มเลย้ี ว เปน ตน
๓.๑๑) สญั ญาณไฟจราจร
ô) »¨˜ ¨ÂÑ ´ÒŒ ¹Ê§Ôè áÇ´ÅÍŒ Á สง่ิ แวดลอ มหรอื สภาพแวดลอ มของถนน อาจเปน สาเหตุ
ใหเ กดิ อบุ ตั เิ หตจุ ราจรได โดยปจ จยั ทเี่ กย่ี วขอ งกบั สภาพแวดลอ มของถนน อาจแยกไดเ ปน ๓ ประเดน็
ดงั น้ี
๔.๑) อปุ สรรคทางธรรมชาติ คอื สง่ิ ทบี่ นั่ ทอนความสามารถในการขบั ขใี่ หล ดลง
ปจจยั ที่มผี ลมาจากอุปสรรคทางธรรมชาติ เชน ฝนตก มหี มอกปกคลุมหรอื มฝี นุ มาก ตน ไมบดบังปาย
หรือสัญญาณไฟจราจร ซ่ึงส่ิงเหลาน้ีลวนแลวแตทําใหทัศนวิสัยผูขับข่ีลดลงท้ังสิ้น และอาจสงผลใหมี
ความเสีย่ งตอ การเกดิ อุบตั เิ หตไุ ด
๔.๒) อุปสรรคท่ีเกิดจากการกระทําของคน คือ สิ่งท่ีบั่นทอนความสามารถ
ในการขับขี่ใหลดลง มีผลมาจากการกระทําของคน เชน การเผาขยะหรือหญาริมทาง ควันดําจาก
ทอ ไอเสียรถยนต การติดตงั้ ปา ยโฆษณา ตูโทรศัพทห รือสิง่ ปลกู สรา งอื่นๆ บดบงั ปายและสญั ญาณไฟ
จราจร เปน ตน
๔.๓) สง่ิ กดี ขวางบนชอ งจราจร คอื วตั ถทุ รี่ ว งหลน บนผวิ จราจร รถจอดกดี ขวาง
ทางจราจร (รถเสียและรถท่ีจอดตามขางถนน) การปดถนนเพื่อซอมบํารุงโดยไมมีปายหรือส่ืออื่นๆ
บอกผขู ับข่ีอยา งชดั เจน คนเดินขา มหรอื ข่ีรถจกั รยานขา มถนน และสตั วเดนิ ขา มถนน เปนตน
๙๓
ô.ò ¡Òú§Ñ ¤ºÑ 㪌¡®ËÁÒÂà¾×èͤÇÒÁ»ÅÍ´ÀÑ·ҧ¶¹¹
ยุทธศาสตรการบังคับใชกฎหมาย มุงเนนการบังคับใชกฎหมายอยางจริงจัง และมี
ความตอ เนอื่ ง เพอื่ ใหป ระชาชนผใู ชร ถใชถ นนไดป ฏบิ ตั ติ ามกฎหมายจราจรทกี่ าํ หนดไวอ ยา เครง ครดั ทาํ ให
เกดิ ความปลอดภัยในการจราจร เนื่องจากท่ีผานมาพบวาผขู ับขไ่ี มป ฏบิ ตั ติ ามกฎจราจรมากเทา ที่ควร
ซงึ่ เปน สาเหตสุ าํ คญั ทท่ี าํ ใหเ กดิ อบุ ตั เิ หตุ และมผี บู าดเจบ็ เสยี ชวี ติ เปน จาํ นวนมากในแตล ะป และมแี นวโนม
เพมิ่ สงู ขนึ้ หากมกี ารปฏบิ ตั ติ ามมาตรการการบงั คบั ใชก ฎหมายอยา งจรงิ จงั จะสามารถทาํ ใหเ กดิ อบุ ตั เิ หตุ
ทางถนนลดลง โดยมแี นวทางการดาํ เนนิ งานทส่ี าํ คญั ของยทุ ธศาสตรก ารบงั คบั ใชก ฎหมาย ตามแนวทาง
ท่เี นนหนักของสาํ นักงานตาํ รวจแหงชาติ อยา งเชน
- มาตรการ ๓ ม ๒ ข ๑ ร ประกอบดวยมาตรการ ๓ ม ๒ ข ๑ ร ประกอบดวย
ม ที่ ๑ เมาไมข ับ ม ที่ ๒ สวมหมวกนริ ภยั ม ที่ ๓ มอเตอรไ ซคป ลอดภยั ข ท่ี ๑ ใบขบั ข่ี ข ที่ ๒
รัดเขม็ ขดั นริ ภัย ๑ ร ขับรถไมเ ร็วเกินกวา ท่กี ฎหมายกาํ หนด
- มาตรการ ๑ ร ๒ ส ๓ ข ๔ ม (๑๐ รสขม) ประกอบดว ย ๑) ความเรว็ เกินกวา ที่
กฎหมายกาํ หนด ๒) ขับรถยอนศร ๓) ฝาฝน สัญญาณจราจร ๔) ไมค าดเขม็ ขัดนิรภัย ๕) ไมมีใบขับข่ี
๖) แซงในทค่ี ับขัน ๗) เมาสุรา ๘) ไมส วมหมวกนริ ภัย ๙) มอเตอรไ ซคไมป ลอดภยั ๑๐) ใชโทรศพั ท
มือถือขณะขับรถ
แตอ ยา งไรกต็ ามในบทนจ้ี ะกลา วถงึ มาตรการทส่ี าํ คญั ทเ่ี ปน สาเหตหุ ลกั ในการเกดิ อบุ ตั เิ หตุ
ทางถนน ดังนี้
ñ) ¡Òú§Ñ ¤ºÑ 㪡Œ ®ËÁÒÂ㹡ÒÃμÃǨ¨ºÑ ¼¢ŒÙ ºÑ ¢·Õè ´èÕ Á×è à¤ÃÍè× §´Á×è áÍÅ¡ÍÎÍÅ (àÁÒäÁ¢‹ ºÑ )
แอลกอฮอลเปนสาเหตุสําคัญของอุบัติเหตุจราจร ยิ่งผูขับข่ีที่มีระดับแอลกอฮอล
ในเลอื ดสงู ขน้ึ ยง่ิ มโี อกาสในการเกดิ อบุ ตั เิ หตสุ งู ขนึ้ ตามไปดว ย โดยเฉพาะในกลมุ ผขู บั ขร่ี ถจกั รยานยนต
ท่ีมีระดับแอลกอฮอลในเลือดสูงกวา ๕๐ มิลลิกรัมเปอรเซ็นต จะมีโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุจราจร
สูงกวา ผขู ับข่ที ี่ไมมีระดบั แอลกอฮอลในเลอื ดสูงถึง ๔๐ เทา
ระดบั แอลกอฮอลใ นเลอื ดกบั สมรรถนะการขบั รถ ระดบั แอลกอฮอลใ นเลอื ด (มก.%)
และโอกาสเกดิ อบุ ัติเหตุ เมอื่ เทียบกบั คนทไี่ มด่มื สุรา
¤ÇÒÁÊÁÑ ¾Ñ¹¸¢Í§áÍÅ¡ÍÎÍÅ¡ Ѻ¡ÒÃà¡Ô´ÍºØ ÑμàÔ ËμØ
ระดบั แอลกอฮอลใ นเลือด สมรรถภาพในการขับรถ โอกาสเกดิ อบุ ตั เิ หตุเม่ือเทยี บกบั
คนไมด ่ืม
๒๐ มลิ ลิกรมั % มผี ลเล็กนอย นอยมาก
๕๐ มิลลกิ รัม % ลดลง ๘% ๒ เทา
๘๐ มิลลิกรัม % ลดลง ๑๒% ๓ เทา
๙๔
ระดับแอลกอฮอลใ นเลือด สมรรถภาพในการขับรถ โอกาสเกิดอบุ ัตเิ หตุเมือ่ เทยี บกบั
คนไมด ื่ม
๑๐๐ มิลลกิ รัม % ลดลง ๑๕%
๖ เทา
๑๕๐ มลิ ลกิ รัม % ลดลง ๓๓% ๔๐ เทา
ไมส ามารถวัดไดแตโอกาส
มากกวา ๒๐๐ มิลลกิ รมั % ลดลงเปน สัดสว นกบั ระดับ เกิดอบุ ตั ิเหตสุ งู มาก
แอลกอฮอลในเสนเลือด
ทีม่ า : Health Education Quarterly, ๑๙๘๙ (๘)
¢ŒÍ¡®ËÁÒ·èÕà¡èÂÕ Ç¢ÍŒ §
บทบัญญัติของ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ไดวางมาตรการเอาผิดแกผูขับข่ี
ยานพาหนะในขณะมนึ เมา ไวดังน้ี
๑. พระราชบญั ญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓ (๒) บัญญตั ิวา “หามมใิ ห
ผขู ับข่ขี ับรถ (ò) ã¹¢³ÐàÁÒÊØÃÒËÃ×ͧ͢àÁÒÍÂÒ‹ §Í¹×è ”
๒. พระราชบญั ญัติจราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (แกไขเพ่มิ เติมฉบบั ท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๕๗
บญั ญตั วิ า “มาตรา ๑๔๒ เจา พนกั งานจราจรหรอื พนกั งานเจา หนา ทม่ี อี าํ นาจสงั่ ใหผ ขู บั ขหี่ ยดุ รถในเมอ่ื
(๑) รถนัน้ มสี ภาพไมถูกตอ งตามทบี่ ัญญัติไวในมาตรา ๖
(๒) เห็นวาผูขับขี่หรือบุคคลใดในรถน้ันไดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามบทบัญญัติ
แหง พระราชบญั ญัติน้ี หรอื กฎหมายอนั เกี่ยวกบั รถน้นั ๆ
ในกรณีท่ีมีพฤติการณอันควรเช่ือวาผูขับขี่ฝาฝนมาตรา ๔๓ (๑) หรือ (๒) ให
เจาพนักงานจราจร พนักงานสอบสวน หรือพนักงานเจาหนาที่ส่ังใหมีการทดสอบผูขับขี่ดังกลาววา
หยอ นความสามารถ ในอันที่จะขบั หรอื เมาสุราหรือของเมาอยางอืน่ หรือไม
ในกรณีท่ีผูขับข่ีตามวรรคสองไมยอมใหทดสอบ ใหเจาพนักงานจราจร พนักงาน
สอบสวน หรือพนักงานเจาหนาท่ีมีอํานาจกักตัวผูน้ันไวดําเนินการทดสอบไดภายในระยะเวลา
เทา ทจ่ี าํ เปน แหง กรณี เพอื่ ใหก ารทดสอบเสรจ็ สน้ิ ไปโดยเรว็ หากผนู น้ั ยอมใหท ดสอบและผลการทดสอบ
ปรากฏวาไมไ ดฝ า ฝน มาตรา ๔๓ (๑) หรือ (๒) กใ็ หป ลอ ยตัวไปทันที
ในกรณที ม่ี พี ฤตกิ ารณอ นั ควรเชอ่ื วา ผขู บั ขข่ี บั รถในขณะเมาสรุ าหรอื ของเมาอยา งอน่ื
หากผูน้ันยังäÁ‹ÂÍÁãËŒ·´ÊͺμÒÁÇÃäÊÒÁâ´ÂäÁ‹ÁÕàËμØÍѹÊÁ¤Çà ãËŒÊѹ¹Ôɰҹไวกอนวาผูน้ัน
ฝาฝน มาตรา ๔๓ (๒)
การทดสอบตามมาตรานีใ้ หเปนไปตามหลกั เกณฑและวิธกี ารที่กาํ หนดในกฎกระทรวง”
๙๕
สาํ หรบั หลกั เกณฑว ธิ กี ารทกี่ าํ หนดในกฎกระทรวงนน้ั กาํ หนดไวใ นกฎกระทรวงฉบบั ที่ ๑๖
(พ.ศ.๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ โดยกระทรวงมหาดไทย
ดังน้ี
ขอ ๑ การทดสอบผขู บั ขว่ี า เมาสรุ าหรอื ไม ใหต รวจวดั ปรมิ าณแอลกอฮอลใ นเลอื ดของ
ผูขับขโ่ี ดยใชว ิธกี ารตามลาํ ดบั ดังตอไปน้ี
(๑) ตรวจวัดลมหายใจดวยเคร่ืองมือและอุปกรณท่ีใชในการตรวจหรือทดสอบ
ใหใชเคร่ืองตรวจวัดระดับแอลกอฮอลในเลือด โดยวิธีเปาลมหายใจ (BREATH ANALYZER TEST)
และอานคาของแอลกอฮอลในเลือดเปนมิลลิกรัมเปอรเซ็นต วิธีการตรวจหรือทดสอบ ใหปฏิบัติตาม
วธิ ีการตรวจสอบของเคร่อื งตรวจแตละชนิด
(๒) ตรวจวัดจากปส สาวะ
(๓) ตรวจวดั จากเลือด
การตรวจวดั ตาม (๒) หรอื (๓) ใหใ ชในกรณที ่ไี มสามารถทดสอบตาม (๑) ไดเ ทา นนั้
ขอ ๒ กรณีที่ตองทดสอบโดยวธิ ตี รวจวดั จากเลอื ดตามขอ ๑ (๓) ใหส ง ตวั ผขู บั ข่ีไปยัง
โรงพยาบาลท่ีใกลที่สุด และทําการเจาะเลือดภายใตการกํากับดูแลของผูประกอบวิชาชีพเวชกรรม
ตามกฎหมายวา ดวยวิชาชพี เวชกรรม
ขอ ๓ ถา มีปรมิ าณแอลกอฮอลใ นเลอื ดดังตอ ไปนี้ ãËŒ¶Í× ÇÒ‹ àÁÒÊÃØ Ò
(ñ) ¡Ã³μÕ ÃǨÇÑ´¨Ò¡àÅ×Í´ à¡Ô¹ õð ÁÅÔ ÅÔ¡ÃÑÁà»ÍÃૹç μ
(๒) กรณีตรวจวัดจากลมหายใจหรือปสสาวะ ใหเทียบปริมาณแอลกอฮอล
โดยใชป ริมาณแอลกอฮอลใ นเลอื ดเปน เกณฑม าตรฐานดังน้ี
(ก) กรณีตรวจวัดจากลมหายใจใหใชคาสัมประสิทธ์ิในการแปลงคาเทากับ
๒,๐๐๐
(ข) กรณีตรวจวัดจากปสสาวะ ใหใชคาสัมประสิทธ์ิในการแปลงคาเทากับ
เศษ ๑ สวน ๑.๓
๓. กฎกระทรวง ฉบบั ที่ ๒๑ (พ.ศ. ๒๕๖๐) ออกตามความในพระราชบญั ญตั จิ ราจรทางบก
พ.ศ. ๒๕๒๒ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติจราจร
ทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแกไขเพม่ิ เติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบแหง ชาติ ฉบบั ท่ี ๘๗/๒๕๕๗
เร่ือง การแกไขเพ่ิมเติม ผูรักษาการตามกฎหมายท่ีเกี่ยวของกับอํานาจหนาที่ของเจาพนักงาน
ตํารวจ ลงวันท่ี ๑๐ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ และมาตรา ๑๔๒ วรรคหา แหง พระราชบัญญตั ิ
จราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงแกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับท่ี ๑๐)
พ.ศ. ๒๕๕๗ นายกรฐั มนตรี ออกกฎกระทรวงไว ดงั ตอไปน้ี
๙๖
ใหยกเลิกความใน (๑) ของขอ ๓ ของกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๖ (พ.ศ. ๒๕๓๗)
ออกตามความใน พระราชบัญญตั จิ ราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ และใหใ ชความตอไปนแ้ี ทน
“(๑) กรณตี รวจวัดจากเลือด เกนิ ๕๐ มลิ ลกิ รมั เปอรเซ็นต àÇŒ¹áμ‹ ผูขบั ข่ีในกรณี
ดังตอ ไปน้ี มีปริมาณแอลกอฮอลใ นเลือด à¡Ô¹ òð ÁÔÅÅ¡Ô ÃÁÑ à»ÍÃà«ç¹μ
(ก) ผขู ับขี่ซ่ึงมีอายุต่าํ กวาย่ีสิบปบ รบิ ูรณ
(ข) ผูข ับข่ซี ึ่งไดร ับใบอนุญาตขับรถชั่วคราวตามกฎหมายวาดวยรถยนต
(ค) ผขู ับขี่ซง่ึ มีใบอนุญาตขับขีส่ าํ หรับรถประเภทอนื่ ท่ีใชแ ทนกนั ไมไ ด
(ง) ผขู บั ขซ่ี ง่ึ ไมม ใี บอนญุ าตขบั ขี่ หรอื อยรู ะหวา งถกู พกั ใชห รอื เพกิ ถอนใบอนญุ าต
ขับข”่ี
ËÁÒÂàËμØ กรณีปริมาณแอลกอฮอลในเลือด เกิน ๕๐ มิลลิกรัม
เปอรเซ็นต หรือ ๒๐ มิลลิกรัมเปอรเซ็นตดังกลาว เปนไปตาม พระราชบัญญัติจราจรทางบก
พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงใชบังคับในกรณีเปนรถสวนบุคคล แตหากเปนรถสาธารณะ ตองเปนไปตาม
พระราชบญั ญตั ิรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ และพระราชบัญญตั กิ ารขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ดังน้ี
พระราชบญั ญตั ิรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒
...มาตรา ๕๗ ฉ ในขณะขับรถ ผขู บั รถยนตส าธารณะหรือรถจักรยานยนต
สาธารณะ ตอ ง (๓) ไมเ สพหรอื เมาสรุ าหรอื ของมึนเมาอยา งอืน่
...มาตรา ๖๖/๓ ผูใดฝา ฝนมาตรา ๕๗ ฉ (๓) ตอ งระวางโทษจําคุก ไมเ กิน
สามเดอื นหรือปรบั ตั้งแตสองพนั บาทถงึ หนงึ่ หมื่นบาท หรือทง้ั จาํ ทั้งปรับ
พระราชบัญญตั ิการขนสง ทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒
มาตรา ๑๐๒ ในขณะปฏบิ ตั หิ นา ที่ ผไู ดร บั ใบอนญุ าตปฏบิ ตั หิ นา ทเ่ี ปน ผปู ระจาํ รถ
ตอ ง (๓) ไมเสพหรือเมาสรุ าหรอื ของมนึ เมาอยา งอืน่
มาตรา ๑๒๗ ทวิ ผไู ดร บั ใบอนญุ าตปฏบิ ตั หิ นา ทเี่ ปน ผปู ระจาํ รถผใู ดฝา ฝน มาตรา
๑๐๒ (๓) ตอ งระวางโทษปรบั ไมเ กนิ หา พนั บาท แตถ า ผนู นั้ เปน ผไู ดร บั ใบอนญุ าตเปน ผขู บั รถ ตอ งระวางโทษ
จําคกุ ไมเ กนิ สามเดอื น หรือปรบั ต้งั แตส องพันบาทถึงหน่ึงหมื่นบาท หรอื ท้งั จาํ ทัง้ ปรับ
»ÃÐà´ç¹สํา¤ÑÞ คอื กฎหมายกําหนดใหผขู ับรถโดยสารรถสาธารณะทุกประเภท
แอลกอฮอลต อ งเปน ศนู ยเทานัน้
๔. มาตรา ๑๖๐ ตรี “ผูใดฝาฝนมาตรา ๔๓ (๒) ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหนึ่งป
หรือปรบั ตัง้ แตหาพนั บาทถงึ สองหม่ืนบาท หรือทัง้ จําทั้งปรบั และใหศาลสัง่ พักใชใบอนุญาตขบั ขข่ี อง
ผนู น้ั มกี าํ หนดไมน อ ยกวา หกเดอื น หรอื เพกิ ถอนใบอนญุ าตขบั ข่ี ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนง่ึ
เปนเหตุใหผูอ่ืนไดรับอันตรายแกกายหรือจิตใจ ผูกระทําตองระวางโทษจําคุกต้ังแตหนึ่งปถึงหาป
และปรับต้ังแตสองหมื่นบาทถึงหน่ึงแสนบาท และใหศาลส่ังพักใชใบอนุญาตขับขี่ของผูน้ันมีกําหนด
๙๗
ไมนอยกวาหนง่ึ ป หรอื เพิกถอนใบอนุญาตขบั ขี่ ถา การกระทําความผิดตามวรรคหนึง่ เปนเหตุใหผูอื่น
ไดรับอันตรายสาหัส ผูกระทําตองระวางโทษจําคุกตั้งแตสองปถึงหกป และปรับต้ังแตส่ีหมื่นบาท
ถึงหน่ึงแสนสองหม่ืนบาท และใหศาลสั่งพักใชใบอนุญาตขับขี่ของผูนั้นมีกําหนดไมนอยกวาสองป
หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับข่ี ถาการกระทําความผิดตามวรรคหน่ึงเปนเหตุใหผูอ่ืนถึงแกความตาย
ผูกระทําตองระวางโทษจําคุกต้ังแตสามปถึงสิบปและปรับตั้งแตหกหม่ืนบาทถึงสองแสนบาท
และใหศาลสั่งเพกิ ถอนใบอนุญาตขับข”ี่
การตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอลในประเทศไทยจะใชวิธีการตรวจวัดลมหายใจเปน
อันดับแรก หากไมสามารถดําเนินการไดก็จะตรวจวัดจากปสสาวะและตรวจวัดจากเลือดตามลําดับ
ทง้ั น้ี เนอ่ื งจากคณะกรรมการกฤษฎกี า คณะที่ ๑๐ ใหค วามเหน็ วา การเจาะเลอื ดและการตรวจเลอื ดเปน
การกระทําตอรางกายของบุคคล ซึ่งกระทบตอสิทธิเสรีภาพในชีวิตและรางกายของบุคคลตาม
มาตรา ๓๑ ของรัฐธรรมนูญซ่ึงใหการรับรองไว และในหลักท่ัวไปของการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
การกระทาํ ตอ รา งกายของผปู ว ยตอ งไดร บั ความยนิ ยอมจากผปู ว ย เวน แตเ พอ่ื ประโยชนใ นการชว ยชวี ติ
ของผูป ว ยในกรณฉี ุกเฉนิ ดังนัน้ การเจาะเลอื ดท่ีกระทาํ ตอรา งกายของผูข บั ข่กี ต็ องไดร ับความยนิ ยอม
จากผูขบั ขดี่ ว ย อยางไรก็ตาม มาตรา ๑๔๒ วรรคสอง แหงพระราชบัญญัตจิ ราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒
ไมไดกลาวถึงการเจาะเลือดไว ดังน้ัน การตรวจวัดแอลกอฮอลจากเลือด จึงเปนกรณีที่เกินขอบเขต
อํานาจของเจาหนาที่ตํารวจตามที่บัญญัติไวในมาตรา ๑๔๒ หากจะใหเจาหนาท่ีตํารวจมีอํานาจ
ดังกลาว จําเปนจะตองออกกฎกระทรวงเพ่ือมารองรับกฎหมายดังกลาว (ไวพจน กุลาชัย และ
จินดา กลบั กลาย, ๒๕๕๘)
¡ÒÃμéѧ¨Ø´μÃÇ¨Ç´Ñ áÍÅ¡ÍÎÍÅ
จุดตรวจ หมายถึง สถานท่ีซึ่งเจาหนาท่ีตํารวจปฏิบัติหนาท่ีตรวจคนเพ่ือจับกุมผูกระทํา
ความผิดในเขตทางเดินรถหรือทางหลวงในกรณีปกติเปนการชั่วคราวโดยมีการกําหนดระยะเวลา
ในการตง้ั จดุ ตรวจเทา ทจ่ี าํ เปน แตต อ งไมเ กนิ ๒๔ ชว่ั โมง และภายหลงั จากเสรจ็ สน้ิ การปฏบิ ตั ภิ ารกจิ แลว
ตองทําการยุบเลิกการต้ังจุดตรวจทันที (วีระวิทย วัจนะพุกกะ, ๒๕๕๖) ทั้งน้ี การตั้งจุดตรวจนั้น
จะตอ งไดร บั อนมุ ตั จิ ากผบู งั คบั บญั ชาระดบั ผบู งั คบั การขน้ึ ไป และมหี ลกั การสาํ คญั ในการดาํ เนนิ การ ดงั น้ี
๑. ต้งั จดุ ตรวจเฉพาะมกี รณีจาํ เปน มเี หตกุ ารณฉ ุกเฉนิ หรือเรง ดว น
๒. ตองมีการประสานการปฏิบัติกับหนวยงานที่เก่ียวของใหชัดเจน เพ่ือปองกันการตั้ง
จดุ ตรวจซ้าํ ซอ น
๓. การตรวจคนจับกุมตองดําเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
และประมวลระเบยี บเก่ียวกบั คดอี ยางเครง ครดั
๔. มีนายตํารวจชัน้ สญั ญาบตั รเปนหวั หนา ควบคุม
๕. แตง เครือ่ งแบบในการปฏบิ ัติหนาท่ี
๙๘
๖. บรเิ วณจดุ ตรวจจะตองมแี ผงกั้นทีแ่ สดงขอความ “หยุดตรวจ”
๗. หากตองปฏิบัติหนาที่ในการตั้งจุดตรวจในเวลากลางคืน ตองตรวจสอบใหแนใจวา
มแี สงสวา งเพียงพอท่ผี ูข บั ขีส่ ามารถมองเห็นไดชดั เจนในระยะ ๑๕๐ เมตรกอนถึงจดุ ตรวจ
๘. ตองมแี ผนปายแสดงชอื่ สกุล ยศ และตําแหนงของหวั หนาผูค วบคุมการตงั้ จุดตรวจ
๙. ตองกาํ หนด “พน้ื ท่ปี ลอดภยั ” หรือ “Safety Zone” สาํ หรับเปน บรเิ วณตรวจคน ท้งั น้ี
เพอ่ื ความปลอดภยั ของท้งั ผถู กู ตรวจคนและเจา หนาทตี่ ํารวจเอง
๑๐. ใชความระมัดระวังในการตรวจคนเพื่อเปนการปองกันอันตรายท่ีอาจเกิดข้ึน
โดยไมส ามารถคาดการณไ ด
๑๑. ใชวาจาสุภาพในการพูดคุยกับผูท่ีถูกตรวจคน รวมถึงการแสดงพฤติกรรมท่ีสุภาพ
เหมาะสม
๑๒. คาํ นงึ ถงึ ความปลอดภยั ของเจา หนา ทแี่ ละประชาชน โดยไมก อ ความเดอื ดรอ นราํ คาญ
ใหแ กผ ูใชร ถใชถ นนมากจนเกินไป
๑๓. ใชการสังเกตและใหค วามสําคัญกบั ผขู บั ขแี่ ละยานพาหนะทมี่ ีลกั ษณะพิรธุ
¢éѹàμÃÂÕ Á¡ÒÃ
แนวทางในการตั้งจุดตรวจเพื่อตรวจคนระดับแอลกอฮอลในเลือดของผูขับข่ีมีแนวทาง
ปฏบิ ตั ทิ ส่ี ําคัญ ไดแก
๑. การเตรียมการดานกําลังพล การต้ังจุดตรวจที่เหมาะสมจะตองใชเจาหนาที่ตํารวจ
ประมาณ ๑๐-๑๒ นาย ประกอบดวย
๑.๑ เจาหนาที่ตํารวจชั้นสัญญาบัตร สําหรับควบคุมการปฏิบัติ จํานวน ๒ นาย
ประกอบดว ยหวั หนาจุดตรวจคือ รองผกู ํากบั การ (จราจร) หรอื สารวตั รจราจร จํานวน ๑ นาย และ
มีรอ ยเวรทําหนา ท่ตี รวจวดั เพ่ือยนื ยนั ผลอีก ๑ นาย แตในทางปฏิบัติ หากกาํ ลงั พลไมเพยี งพออาจใช
นายตํารวจระดบั สัญญาบัตรเพียง ๑ นายในการควบคุมการตั้งจดุ ตรวจ
๑.๒ เจาหนาทตี่ าํ รวจระดบั ชัน้ ประทวน จํานวน ๑๐ นาย ทาํ หนาที่ในการตรวจวัด
ระดบั แอลกอฮอลใ นผูข ับขีเ่ บื้องตน จาํ นวน ๔-๖ นาย เปนผชู ว ยรอ ยเวรจาํ นวน ๒ นาย และทาํ หนาท่ี
ในการสงตัวผตู อ งหาไปยงั สถานตี าํ รวจในเขตทองที่จํานวน ๒-๔ นาย อยางไรก็ตามในทางปฏิบตั ิจริง
อาจจาํ เปน ตอ งใชก าํ ลงั พลระดบั ชน้ั ประทวนประมาณ ๕-๖ นาย และใหอ าสาจราจรเขา มารว มกจิ กรรม
การตง้ั จดุ ตรวจดว ย เนอื่ งจากในปจ จบุ นั กาํ ลงั เจา หนา ทต่ี าํ รวจไมเ พยี งพอ เพราะตอ งทาํ การตง้ั จดุ ตรวจ
หลายจดุ ภายในวันเดียวกัน
๒. การเตรียมการดานวัสดุและอุปการณ กอนการต้ังจุดตรวจวัดแอลกอฮอลทุกคร้ัง
เจา หนา ทตี่ าํ รวจจะมกี ารจดั เตรยี มวสั ดแุ ละอปุ กรณท เี่ กย่ี วขอ งในสว นตา งๆ ใหพ รอ มสาํ หรบั การใชง าน
ซ่งึ วัสดุและอุปกรณท ่สี าํ คญั ประกอบดวย
๙๙
๑) อาวุธประจํากาย
๒) รถขนวสั ดแุ ละอุปกรณ
๓) ปายไฟ ๑ ชุด
๔) กรวยยาง ๓๐-๕๐ กรวย
๕) เคร่อื งมือตรวจวดั ระดบั แอลกอฮอลแบบเบื้องตน
๖) เคร่อื งมอื ตรวจวัดระดบั แอลกอฮอลแบบยนื ยันผล
๗) แผงกั้น
๘) โต จาํ นวน ๑-๒ ตัว
๙) เกา อี้ ๖-๗ ตวั
๑๐) เคร่ืองปนไฟ
๑๑) กระบองไฟ
๑๒) ไฟฉาย
๑๓) เสอื้ สะทอนแสง
¢¹Ñé μ͹¡Òû¯ÔºμÑ Ô
๑. การประชุมช้ีแจง ขั้นตอนนี้เปนข้ันตอนที่หัวหนาผูควบคุมการตั้งจุดตรวจทําหนาที่
ในการอธิบาย ช้ีแจงรายละเอียดและขอมูลท่ีเก่ียวของกับการปฏิบัติงานใหผูปฏิบัติไดรับทราบ
ในประเดน็ ตางๆ ดงั น้ี
๑) นโยบาย
๒) ระเบียบ คําสั่งและขอ กฎหมายท่ีเกย่ี วขอ งกับการปฏบิ ตั ิหนาที่
๓) เปา หมายในการต้ังจดุ ตรวจ
๔) บรเิ วณท่ีตั้งจุดตรวจและหนา ที่รับผดิ ชอบของแตละนาย
๕) ฝกทบทวนทา สัญญาณจราจรที่จําเปนในการปฏบิ ตั ิหนาท่ี
๖) ตรวจสอบความพรอ มดา นการแตง กายและความพรอมดา นรา งกาย
๗) ตรวจสอบความพรอมดานวสั ดุและอุปกรณท่ีจําเปน
๒. การเลอื กสถานทตี่ ง้ั จดุ ตรวจและรปู แบบการตงั้ จดุ ตรวจในขนั้ ตอนนี้ เจา หนา ทตี่ าํ รวจ
ที่เกี่ยวของกับการต้ังจุดตรวจควรคํานึงถึงหลักในการเลือกสถานท่ีและรูปแบบการต้ังจุดตรวจ
ที่เหมาะสม ดังนี้
๑) เลือกจุดตรวจโดยคํานึงถึงความปลอดภัยของเจาหนาท่ีผูปฏิบัติ ผูขับขี่ท่ีถูก
เรียกตรวจ รวมถึงผลกระทบโดยภาพรวมตอประชาชนผูใชรถใชถนน ตลอดจนประชาชนท่ีพักอาศัย
อยูในบรเิ วณใกลเคียง
๑๐๐
๒) การตง้ั จดุ ตรวจตอ งดาํ เนนิ การตามรปู แบบทสี่ าํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตกิ าํ หนดไว
อยางเครงครัด
๓) เจาหนาที่ผูปฏิบัติงานตองจอดรถในลักษณะท่ีเปนระเบียบเรียบรอย มีความ
ปลอดภัย
๔) บรเิ วณจดุ ตรวจควรมโี ตะ และเกา อใี้ นจาํ นวนทเ่ี หมาะสมสาํ หรบั เจา หนา ทที่ ท่ี าํ การ
ทดสอบเพอ่ื ยนื ยนั ผลและเจา หนา ทที่ ที่ าํ หนา ทบี่ นั ทกึ การจบั กมุ รวมถงึ จดั ไวส าํ หรบั ผทู ถ่ี กู เรยี กใหต รวจ
สาํ หรับการน่งั รอเพอ่ื ตรวจยนื ยันผล การรอบันทึกจับกมุ และรอการสง ตวั ไปยังสถานตี าํ รวจทอ งที่
๓. การปฏบิ ตั หิ นา ทจ่ี ริง การปฏบิ ตั ิหนา ท่ขี องเจา หนา ทีต่ ํารวจในการตง้ั จดุ ตรวจเพอ่ื วดั
ระดบั แอลกอฮอลของผูขบั ขี่ มีข้ันตอนทส่ี ําคัญ ดงั นี้
๑) การเรยี กรถ ในการตง้ั จดุ ตรวจวดั แอลกอฮอลน น้ั บางครง้ั อาจมปี ญ หาดา นสภาพ
การจราจรที่ไมคลองตัวมากนัก เจาหนาที่ตํารวจจําเปนตองทําการสุมตรวจยานพาหนะท่ีตองสงสัย
โดยพจิ ารณาไดจ ากพฤตกิ รรมในการขบั ข่ี และลกั ษณะภายนอกของยานพาหนะทม่ี กี ารตกแตง เพมิ่ เตมิ
ซ่ึงการสุมตรวจน้ีจําเปนตองอาศัยความเชี่ยวชาญจากเจาหนาท่ีที่มีประสบการณในการตั้งจุดตรวจ
มาเปนเวลานาน
๒) การเปาทดสอบเบอ้ื งตน เมอ่ื ผขู บั ข่ถี กู เรยี กหยุดใหตรวจเจาหนา ท่ีท่ที าํ การเรียก
หรืออาจเปนเจาหนาที่นายอ่ืนจะทําการตรวจวัดระดับแอลกอฮอลเบ้ืองตน โดยการขอใหผูขับขี่ให
ความรว มมอื ในการตรวจวดั แอลกอฮอลน นั้ เจา หนา ทต่ี าํ รวจจะตอ งใชถ อ ยคาํ กริ ยิ าและวาจาทสี่ ภุ าพ
รวมถงึ ไมส อ งไฟฉายไปยงั บรเิ วณใบหนา ของผขู บั ขโี่ ดยตรง หากผลการทดสอบเบอ้ื งตน ปรากฏวา ผขู บั ขี่
มรี ะดบั แอลกอฮอลใ นเลอื ดเกนิ อตั ราทกี่ ฎหมายกาํ หนด เจา หนา ทตี่ าํ รวจนายนน้ั จะแจง ใหผ ขู บั ขข่ี บั รถ
เขาไปในจุดที่เตรียมไวและเชิญตัวผูขับข่ีไปยังบริเวณท่ีจัดเตรียมไวสําหรับการตรวจวัดเพ่ือยืนยันผล
ตอไป
๓) การเปาทดสอบเพ่ือยืนยันผล ในขั้นตอนนี้เจาหนาที่ตํารวจระดับสัญญาบัตร
จะทาํ หนา ทใ่ี นการตรวจวดั เพอ่ื ยนื ยนั ผล โดยมเี จา หนา ทร่ี ะดบั ชนั้ ประทวนเปน ผชู ว ย เจา หนา ทตี่ าํ รวจ
จะช้ีแจงรายละเอียดในการตรวจวัด ขอ กฎหมาย บทลงโทษ ตลอดจนคาํ แนะนําใหผ ขู บั ขตี่ ระหนักถึง
ความปลอดภยั บนทอ งถนน หากผลการตรวจวัดพบวา ผูขับขี่มรี ะดับแอลกอฮอลใ นเลือดไมเ กินอตั รา
ท่ีกฎหมายกําหนด เจาหนาที่ผูปฏิบัติจะใหคําแนะนําเร่ืองการขับข่ีอยางปลอดภัย กอนปลอยผูขับข่ี
คนนน้ั ไป ในทางกลบั กนั หากผลการตรวจวดั พบวา ผขู บั ขม่ี รี ะดบั แอลกอฮอลใ นเลอื ดเกนิ อตั ราทก่ี ฎหมาย
กําหนด เจาหนา ทผ่ี ูปฏิบัตจิ ะทําบันทกึ จบั กมุ ทันที
๔) ทาํ บนั ทกึ จบั กมุ ขน้ั ตอนนเ้ี ปน ขน้ั ตอนสาํ หรบั การทาํ บนั ทกึ จบั กมุ ผขู บั ขที่ ม่ี รี ะดบั
แอลกอฮอลเ กนิ อตั ราทก่ี ฎหมายกาํ หนด โดยเจา หนา ทตี่ าํ รวจระดบั ชน้ั ประทวนจะเปน ผชู ว ยนายตาํ รวจ
ชัน้ สญั ญาบตั รในการเขยี นบนั ทึกจบั กมุ กอ นที่จะสง ตอใหเจา หนาท่ีตาํ รวจนายอนื่ นําผูถ กู จับกุมไปสง
พนักงานสอบสวนของสถานตี ํารวจทองที่ตอไป
๑๐๑
๕) นําสงพนักงานสอบสวน เม่ือทําบันทึกจับกุมผูขับขี่ท่ีมีระดับแอลกอฮอลเกิน
อตั ราทก่ี ฎหมายกาํ หนดเรยี บรอ ยแลว เจา หนา ทตี่ าํ รวจทรี่ บั ผดิ ชอบการนาํ สง ตวั ผกู ระทาํ ความผดิ ไปยงั
พนักงานสอบสวนของสถานีตํารวจในพ้ืนท่ี ทั้งน้ี ตองมีการจัดเตรียมยานพาหนะสําหรับการสงตัว
ผูกระทําความผิดไวใหพรอม เจาหนาท่ีตํารวจตองมีความเขมงวด ไมปลอยใหผูกระทําความผิดขับข่ี
ยานพาหนะสวนตัวไปยังสถานีตํารวจเองเด็ดขาด หากผูกระทําความผิดตองการนํารถไปดวย
ตองทําการประสานครอบครัว ญาตหิ รอื เพ่ือนใหม านาํ รถไปแทน
๖) การทําบันทึกสอบสวน เมื่อพนักงานสอบสวนของสถานีตํารวจทองที่รับตัว
ผกู ระทาํ ความผดิ แลว จะทาํ การสอบสวนและสาํ นวนการสอบสวน สาํ หรบั เตรยี มการสง ฟอ งศาลภายใน
เวลา ๔๘ ชัว่ โมง
๗) การคมุ ขงั และการประกันตัว ในกรณีทผ่ี กู ระทาํ ความผดิ ไมตองการถกู คมุ ขงั ณ
สถานีตาํ รวจทอ งที่ ผูกระทาํ ความผิดสามารถไดรับการประกันตัวในวงเงนิ ๒๐,๐๐๐ บาท ไมเชน นัน้
จะตอ งถูกคุมขังที่สถานตี ํารวจทองที่กอ นท่ีจะถูกสงฟองศาลตอ ไป
๘) การสงฟอ งศาล พนักงานสอบสวนจะสงฟอ งศาลแขวงภายใน ๔๘ ช่วั โมง
๙) การตดิ ตามคดี เมอื่ การตดั สนิ คดสี นิ้ สดุ แลว หนว ยงานทท่ี าํ หนา ทจี่ บั กมุ จะตดิ ตาม
ผลของคดี เพอื่ ประโยชนใ นการตดิ ตามและทาํ หนงั สอื ขอรบั สว นแบง เงนิ รางวลั นาํ จบั สาํ หรบั เจา หนา ท่ี
ผปู ฏิบัติ ทั้งน้ีหนว ยปฏิบัตติ องทาํ หนงั สือไปยังศาลเพื่อขอรับเงนิ รางวัลนาํ จบั ภายใน ๖๐ วัน หลังจาก
คดสี น้ิ สุด
๑๐๒
¢¹éÑ μ͹¡Òú§Ñ ¤ºÑ 㪌¡®ËÁÒ “àÁÒáÅÇŒ ¢ºÑ ”
àÃÕ¡μÃǨ
พบแอลกอฮอล ไมพ บแอลกอฮอล
ตรวจวดั ยืนยันผล ปลอ ยตัว
เกินอัตราทกี่ ําหนด ไมเ กนิ อตั ราท่กี ําหนด
ทาํ บนั ทกึ จับกุม ปลอ ยตวั
นําสงพนกั งาน
สอบสวน
ควบคุมตัว
ไมประกนั ตัว ประกันตัว
คุมขงั กลับบาน
สงฟอ งศาล
๑๐๓
ò) ¡Òúѧ¤Ñºãª¡Œ ®ËÁÒÂ㹡ÒÃμÃǨ¨ºÑ ¼Ù¢Œ ºÑ ¢·èÕ äèÕ ÁÊ‹ ÇÁËÁÇ¡¹ÃÔ ÀÂÑ (ËÁÇ¡¡¹Ñ ¹Íç ¡)
ตามทรี่ ฐั บาลประกาศใหป ญ หาอบุ ตั เิ หตทุ างถนนเปน “วาระแหง ชาต”ิ และตง้ั เปา หมาย
ท่จี ะลดการเสียชวี ติ ลงครึ่งหนึง่ เมือ่ ถงึ ป ๒๕๖๓ มาตรการสําคญั ทต่ี อ งเรง ผลกั ดนั เปน อันดบั แรก คือ
การสง เสริมใหผขู ับขแ่ี ละซอ นทายรถจักรยานยนตส วมหมวกนิรภัย ๑๐๐ เปอรเ ซน็ ต
¢ŒÍ¡®ËÁÒ·Õèà¡èÂÕ Ç¢ÍŒ §
ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๒๒ (๑) กําหนดวา
“ผขู บั ขร่ี ถจกั รยานยนต และคนโดยสารรถจกั รยานยนต ตอ งสวมหมวกทจ่ี ดั ทาํ ขนึ้ โดยเฉพาะเพอ่ื ปอ งกนั
อนั ตรายในขณะขบั ข่ี และโดยสารรถจกั รยานยนต. ..” วรรคสอง “ลกั ษณะและวธิ กี ารใชห มวกเพอ่ื ปอ งกนั
อนั ตรายตามวรรคหนง่ึ ใหเ ปน ไปตามทก่ี าํ หนดในกฎกระทรวง” และวรรคสาม บทบญั ญตั ติ ามมาตรานี้
มิใหใชบังคับแกภิกษุ สามเณร นักพรต นักบวช หรือผูนับถือลัทธิศาสนาอื่นใดที่ใชผาโพกศีรษะตาม
ประเพณนี ยิ มนั้น หรอื บคุ คลใดทีก่ าํ หนดในกฎกระทรวง”
บทกําหนดโทษอยูใน มาตรา ๑๔๘ “ผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรา ๑๒๒
ตองระวาง โทษปรับไมเกินหารอยบาท”
กฎกระทรวง ฉบบั ท่ี ๑๔ (พ.ศ. ๒๕๓๕) ไดก าํ หนดรายละเอยี ดเกยี่ วกบั หมวกนริ ภยั ไว
ดงั นี้
ËÁÇ¡¹ÃÔ ÀÂÑ หมายความวา หมวกทจ่ี ดั ทาํ ขน้ึ โดยเฉพาะเพอื่ ปอ งกนั อนั ตรายในขณะ
ขบั ขีแ่ ละโดยสารรถจกั รยานยนต โดยหมวกนิรภยั ใหใชไ ด ๓ แบบ คือ
๑) หมวกนิรภัยแบบปดเต็มหนา คือ หมวกนิรภัยท่ีเปลือกหมวกเปนรูปทรงกลม
ปด ดานขา ง ดานหลงั ขากรรไกร และคาง ในกรณที ี่มีบังลม บงั ลมตอ งทาํ จากวัสดโุ ปรงใสและไมม สี ี
๒) หมวกนริ ภยั แบบเตม็ ใบ คอื หมวกนริ ภยั ทเ่ี ปลอื กหมวกเปน รปู ทรงกลมปด ดา นขา ง
และดานหลังเสมอแนวขากรรไกรและตนคอดานหลัง ดานหนาปดเหนือคิ้วลงมาตลอดถึงปลายคาง
ในกรณีที่มบี งั ลม บงั ลมตองทําจากวสั ดุโปรงใสและไมมีสี
๓) หมวกนิรภัยแบบคร่ึงใบ คือ หมวกนิรภัยที่เปลือกหมวกเปนรูปคร่ึงทรงกลม
ปดดานขางและดานหลังเสมอระดับหู ในกรณีท่ีมีบังลม บังลมตองทําจากวัสดุโปรงใสและไมมีสี
ในขณะขบั ขหี่ รอื โดยสารรถจกั รยานยนต ผขู บั ขแี่ ละคนโดยสารตอ งสวมหมวกนริ ภยั โดยจะตอ งรดั คางดว ย
สายรดั คางหรอื เขม็ ขดั รดั คางใหแ นน พอทจี่ ะปอ งกนั มใิ หห มวกนริ ภยั หลดุ จากศรี ษะไดห ากเกดิ อบุ ตั เิ หตุ
ปจ จุบนั ยังมีผูข บั ขท่ี ีส่ วมหมวกนิรภยั ยงั มจี าํ นวนนอ ย เจาหนาทกี่ ไ็ มสามารถกวดขนั
บงั คบั ใชต ามกฎหมายได จงึ ตอ งรณรงคใ หม ากขนึ้ ซง่ึ เจา หนา ทขี่ องรฐั จะตอ งทาํ ตวั เปน ตวั อยา ง นอกจากน้ี
รฐั บาลจะเรง สง เสรมิ ความรว มมอื กบั ภาคเอกชน ผปู ระกอบการใหด าํ เนนิ การตามกฎหมาย และจะรว มมอื
กับสถาบันการศึกษารวมรณรงคสวมหมวกนิรภัย การประสานภาคเอกชนผลิตหมวกนิรภัยในราคาที่
เหมาะสม การสูญเสียทเ่ี กิดขนึ้ จาํ นวนมากเกดิ ข้ึนจากพฤติกรรมของตนเอง ซ่ึงถาสามารถทําใหทกุ คน
ตระหนกั กจ็ ะทาํ ใหเ กดิ การตนื่ ตวั ใหค วามรว มมอื กบั การรณรงค ซงึ่ การเรมิ่ ตน จากการสวมหมวกนริ ภยั
นั้นเอง
๑๐๔
ó) ¡Òúѧ¤ÑºãªŒ¡®ËÁÒÂ㹡ÒÃนําö·èÕÁÕÊÀÒ¾äÁ‹ÁÑ蹤§á¢ç§áÃ§Ï ÁÒ㪌㹷ҧ
(ÁÍàμÍÃ䫤ä Á»‹ ÅÍ´ÀÑÂ)
ตามพระราชบญั ญตั จิ ราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ กาํ หนดไวใ นมาตรา ๖ วา “หา มมใิ ห
ผใู ดนาํ รถทมี่ สี ภาพไมม นั่ คงแขง็ แรง หรอื อาจเกดิ อนั ตราย หรอื อาจทาํ ใหเ สอ่ื มเสยี สขุ ภาพอนามยั แกผ ใู ช
คนโดยสาร หรือประชาชนมาใชในทางเดินรถ รถท่ีใชในทางเดินรถ ผูขับข่ีตองจัดใหมีเครื่องยนต
เครื่องอุปกรณและหรือสวนควบที่ครบถวนตามกฎหมายวาดวยรถยนต กฎหมายวาดวยการขนสง
กฎหมายวาดวยลอเลอ่ื น กฎหมายวา ดวยรถลาก หรอื กฎหมายวาดวยรถรับจา งและใชก ารไดด ”ี
พระราชบญั ญตั ริ ถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕ ใหร ฐั มนตรวี า การกระทรวงคมนาคม
รกั ษาการตามพระราชบญั ญตั นิ แ้ี ละใหม อี าํ นาจแตง ตง้ั นายทะเบยี นและผตู รวจการ กบั ออกกฎกระทรวง
กําหนดในเร่ืองดังตอไปน้ี …(๒) เครื่องอุปกรณสําหรับรถและการใชเคร่ืองอุปกรณดังกลาว เชน
โคมเคร่ืองมองหลัง แตร เครื่องระงับเสียง ทอไอเสีย เคร่ืองสัญญาณไฟ เครื่องปดน้ําฝน
และเครื่องอุปกรณอ ่ืนท่ีจาํ เปน
มาตรา ๑๒ รถใดที่จดทะเบยี นแลว หากปรากฏในภายหลงั วา รถน้นั มีสว นควบหรอื
เคร่ืองอุปกรณสําหรับรถไมครบถวนถูกตองตามท่ีกําหนดในกฎกระทรวง หรือเพ่ิมส่ิงใดส่ิงหนึ่งเขาไป
ซ่ึงอาจกอใหเกิดอันตรายแกรางกาย หรือจิตใจของผูอื่น หามมิใหผูใดใชรถน้ัน จนกวาจะจัดใหมี
ครบถว นถกู ตองหรอื เอาออกแลว มีอตั ราโทษตามมาตรา ๖๐ ผูใ ดฝา ฝน หรือไมป ฏิบัติตามมาตรา ๑๒
ตอ งระวางโทษปรบั ไมเ กนิ สองพนั บาท และมาตรา ๑๔ รถใดทจ่ี ดทะเบยี นแลว หา มมใิ หผ ใู ดเปลย่ี นแปลง
ตัวรถหรือสว นใดสวนหน่ึงของรถใหผิดไปจากรายการที่จดทะเบียนไว และใชร ถนน้ั เวน แตเ จา ของรถ
นาํ ไปใหน ายทะเบียนตรวจสภาพกอน โทษตามมาตรา ๕๘ ผูใดฝาฝนหรือไมปฏบิ ตั ิตามกฎกระทรวง
ออกตามมาตรา ๑๔ ตองระวางโทษปรบั ไมเกนิ หนงึ่ พันบาท
กฎกระทรวง ฉบับท่ี ๒๒ ออกตามความในพระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒
กําหนดรายละเอียดเกี่ยวกับอุปกรณสวนควบของรถจักรยานยนตในขอ ๖ รถจักรยานยนตตองมี
เคร่ืองอุปกรณสําหรับรถ ดงั ตอ ไปน้ี
(๑) โคมไฟดังตอไปนี้ ที่มีกําลังไฟและความสองสวางตามท่ีกรมการขนสงทางบก
ประกาศกําหนด
(ก) โคมไฟแสงพงุ ไกล สขี าวหรอื เหลอื งออ น จาํ นวนไมเ กนิ ๒ ดวง ตดิ ทกี่ ง่ึ กลาง
หนา รถ สูงจากผิวทางไมนอยกวา ๕๐ ซม. แตไมเกิน ๑.๒๐ เมตร ในกรณที ม่ี ี ๒ ดวง ตองติดอยูใน
ระดับเดียวกันและหางจากแนวก่ึงกลางหนารถเทากันท้ังสองขาง โคมไฟทุกดวงตองใหแสงสีเดียวกัน
โคมไฟแสงพงุ ไกลจะใหแ สงสวา งไดเ ฉพาะในขณะทโ่ี คมไฟทา ยใหแ สงสวา งดว ยเทา นน้ั เวน แตเ ปน การ
ใหแ สงสญั ญาณชวั่ ขณะ
(ข) โคมไฟแสงพงุ ตาํ่ แสงขาวหรอื เหลอื งออ น ใหแ สงสเี ดยี วกบั โคมไฟแสงพงุ ไกล
จํานวนไมเกนิ ๒ ดวง ติดที่ก่งึ กลางหนา รถ สงู จากผวิ ทางไมน อ ยกวา ๕๐ ซม. แตไมเ กิน ๑.๒๐ เมตร
๑๐๕
ในกรณีท่ีมี ๒ ดวง ตองติดอยูในระดับเดียวกันและหางจากแนวกึ่งกลางหนารถเทากันท้ังสองขาง
โคมไฟแสงพุงตํา่ จะใหแ สงสวางไดเ ฉพาะในขณะที่โคมไฟทายใหแสงสวา งดวยเทา น้นั
(ค) โคมไฟเลีย้ ว ชนดิ ใชไ ฟกะพรบิ แสงเหลอื ง ตดิ ทดี่ า นหนา จํานวน ๒ ดวง
และแสงเหลืองหรือแดง ติดที่ดานทาย จํานวน ๒ ดวง โดยใหติดไวท่ีขางซายและขางขวา โคมไฟ
ทกุ ดวงทตี่ ดิ ทดี่ า นทา ยตอ งใหแ สงสเี ดยี วกนั แตล ะดา นทตี่ ดิ อยใู นระดบั เดยี วกนั สงู จากผวิ ทางไมน อ ยกวา
๓๕ ซม. แตไ มเกนิ ๑.๒๐ เมตร โคมไฟเลี้ยวทุกดวงทีอ่ ยขู า งเดยี วกนั ตอ งกะพริบพรอ มกนั ในขณะทรี่ ถ
ใหสญั ญาณเลย้ี ว
(ง) โคมทาย แสงแดง จํานวนไมเ กิน ๒ ดวง ตดิ อยูท่ีกึ่งกลางทายรถในระดับ
เดยี วกัน สงู จากผิวทางไมนอ ยกวา ๓๕ ซม. แตไ มเ กนิ ๑.๒๐ เมตร
(จ) โคมไฟหยุด แสงแดง จํานวนไมเกิน ๒ ดวง ติดอยูที่ก่ึงกลางทายรถ
ในระดบั เดียวกัน สูงจากผิวทางไมนอยกวา ๓๕ ซม. แตไ มเกิน ๑.๒๐ เมตร โคมไฟหยดุ ถารวมอยใู น
โคมไฟทายจะตองมีความสวางมากกวาความสวางของโคมไฟทายน้ัน และจะใหแสงสวางไดเฉพาะ
ในขณะทีใ่ ชหามลอ เทานั้น
(ฉ) โคมไฟสอ งปา ยทะเบยี น แสงขาว จาํ นวนไมเ กนิ ๒ ดวง ตดิ อยดู า นบนดา นลา ง
หรือดานขางของแผนปายทะเบียนรถ มีความสวางสามารถอานปายทะเบียนรถไดชัดเจนในระยะ
ไมนอยกวา ๒๐ เมตร จากทา ยรถ และตอ งมที ่ีบังมใิ หแ สงพุงไปทางทา ยรถ โคมไฟสอ งปา ยทะเบียน
ตองใหแ สงสวา งพรอมกับโคมไฟทา ย
(๒) แผน สะทอ นแสงสแี ดง มลี กั ษณะตามทกี่ าํ หนดไวใ นขอ ๒ (๒) ตดิ ทก่ี ง่ึ กลางทา ยรถ
สูงจากผิวทางไมนอยกวา ๓๕ ซม. แตไมเกิน ๙๐ ซม. สามารถสะทอนแสงเห็นไดในเวลากลางคืน
ในระยะไมนอยกวา ๑๕๐ เมตร
(๓) เครื่องมองหลัง ซึ่งเปนกระจกเงา จํานวน ๒ ชุด ติดอยูในระดับเดียวกัน
ท่ีดานซายและดานขวา และหางจากแนวก่ึงกลางหนารถเทากันทั้งสองขาง ในที่ที่ผูขับรถสามารถ
มองเห็นภาพจากการจราจรดานขางและดา นหลังไดทุกขณะอยางชัดเจน
(๔) หามลอ ทีใ่ ชการไดดี
(๕) แตร ชนดิ เสียงเดียว ที่ดังพอสมควร
(๖) ทอไอเสียพรอมดวยเคร่ืองระงับเสียง เฉพาะรถจักรยานยนตที่ใชเคร่ืองยนต
แบบสันดาปภายใน
(๗) เครอ่ื งวดั ความเรว็ ทีใ่ ชก ารไดด ี และตองมีแสงสวางทําใหสามารถอานความเร็ว
ของรถในเวลากลางคนื ได
และขอ ๗ กําหนดวารถจักรยานยนตอาจมีเคร่ืองอุปกรณอ่ืนสําหรับรถได ภายใต
เงอื่ นไข ดังตอ ไปน้ี
๑๐๖
(๑) โคมไฟหรแ่ี สงขาวหรอื เหลอื งออ น ทมี่ กี าํ ลงั ไฟและความสอ งสวา งตามทกี่ รมการ
ขนสง ทางบกประกาศกาํ หนด จาํ นวนไมเ กนิ ๒ ดวง ตดิ อยูกงึ่ กลางหนารถในกรณีที่มี ๒ ดวง ตอ งอยู
ในระดบั เดยี วกนั สงู จากผวิ ทางไมน อยกวา ๓๕ ซม. แตไมเ กิน ๑.๒๐ เมตร โคมไฟทุกดวงตอ งใหแ สง
สเี ดียวกนั โคมไฟหรี่จะใหแสงสวางไดเ ฉพาะในขณะทีโ่ คมไฟทา ยใหแสงสวางดวยเทานัน้
(๒) โคมไฟอืน่ นอกจากที่กาํ หนดไวใ นขอนี้ และขอ ๖ (๑) ถาจะนํามาใชตองเปน ไป
ตามทก่ี รมการขนสง ทางบกใหค วามเห็นชอบ
¡Òúѧ¤Ñºãª¡Œ ®ËÁÒÂ
อํานาจของเจาพนักงานจราจรหรือพนักงานเจาหนาท่ีในการส่ังใหผูขับข่ีหยุดรถที่มี
สภาพไมถ ูกตอง หรอื รถท่มี ีผูขับข่ีฝา ฝน ไมปฏิบัติตามกฎจราจร มาตรา ๑๔๒
“มาตรา ๑๔๒ เจา พนกั งานจราจรหรอื พนกั งานเจา หนา ทมี่ อี าํ นาจสงั่ ใหผ ขู บั ขห่ี ยดุ รถ
ในเมื่อ
(๑) รถนัน้ มสี ภาพไมถกู ตองตามทบี่ ัญญตั ิไวใ นมาตรา ๖
(๒) เห็นวาผูขับข่ีหรือบุคคลใดในรถน้ันไดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามบทแหงพระราช
บัญญัตินีห้ รอื กฎหมายอันเกีย่ วกบั รถน้นั ๆ…”
â·É ฝาฝนคําส่ังเจาพนักงานจราจรหรือพนักงานเจาหนาที่ ตามมาตรา ๑๔๒
วรรคหนึ่ง หรอื ๑๔๒ วรรคสอง ถา ไมเปน ความผิดที่กําหนดไวแ ลว ตามมาตราน้ี ตอ งระวางโทษปรบั
คร้งั ละไมเกนิ หน่ึงพนั บาท (มาตรา ๑๕๔)
อํานาจของเจาพนักงานจราจรหรือพนักงานเจาหนาที่ในการส่ังใหผูขับขี่รถหยุดรถ
ตามมาตรา ๑๔๒ มีดงั ตอไปน้ี
(๑) ผขู บั ขนี่ าํ รถทมี่ สี ภาพไมม น่ั คงแขง็ แรงหรอื อาจเกดิ อนั ตรายหรอื อาจทาํ ใหเ สอ่ื มเสยี
สขุ ภาพอนามยั ผใู ช คนโดยสารหรอื ประชาชน หรอื รถทมี่ เี ครอ่ื งยนต เครอ่ื งอปุ กรณ และหรอื สว นควบ
ไมครบตามกฎหมายวาดวยประเภทรถนั้นๆ มาใชใ นทางเดินรถ (มาตรา ๖)
“มาตรา ๖ หามมใิ หผใู ดนาํ รถทมี่ สี ภาพไมม ั่นคงแข็งแรง หรืออาจเกดิ อนั ตรายหรอื
อาจทาํ ใหเสอื่ มเสียสุขภาพอนามัยแกผ ูใช คนโดยสารหรือประชาชนมาใชใ นทางเดินรถ
รถที่ใชในทางเดนิ รถ ผูข บั ข่ีตองจดั ใหมีเครอ่ื งยนต เคร่อื งอปุ กรณแ ละหรอื สวนควบ
ท่ีครบถวนตามกฎหมายวาดว ยรถยนต กฎหมายวาดวยการขนสง กฎหมายวาดว ยลอ เลื่อน กฎหมาย
วาดวยรถลาก หรอื กฎหมายวา ดวยรถจาง และใชการไดดี
สภาพของรถที่อาจทําใหเส่ือมเสียสุขภาพอนามัยตามวรรคหนึ่งและวิธีการทดสอบ
ใหเปนไปตามหลักเกณฑแ ละวิธกี ารทีก่ าํ หนดในกฎกระทรวง”
สาเหตุหน่ึงท่ีทําใหเกิดอุบัติเหตุทางการจราจร เกิดจากรถที่ผูขับข่ีนํามาขับในทาง
มีสภาพไมมั่นคง แข็งแรง เคร่อื งยนตเ สื่อมสภาพ อปุ กรณชํารุด
๑๐๗
ô) ¡Òúѧ¤Ñºãª¡Œ ®ËÁÒ¡óÕที่เก่ยี วขอ งกับใบอนญุ าตขบั รถ (㺢Ѻ¢)Õè
กฎหมายจราจรท่ีมีบทบัญญัติเก่ียวของกับเรื่องใบอนุญาตขับขี่นั้นมี ๓ ฉบับ คือ
พระราชบัญญตั ริ ถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ และพระราชบญั ญตั ิขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ และพระราช
บญั ญตั ิจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ โดยแบงเปนประเดน็ ตา งๆ ดังนี้
º·ºÑÞÞÑμÔ·Õèà¡ÂèÕ Ç¡ÑºãºÍ¹ÞØ Òμ¢ÑºÃ¶ ตามพ.ร.บ.รถยนต ๒๕๒๒
ตามพ.ร.บ.รถยนต ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓ ไดกําหนดชนิดของใบอนุญาต¢ºÑ ö ẋ§
Í͡໚¹ ññ ª¹Ô´´§Ñ ¹éÕ
ชนิดท่ี ๑ ใบอนญุ าตขับรถชวั่ คราว
- ใบอนุญาตขับรถยนตส วนบคุ คลชั่วคราว
- ใบอนุญาตขับรถยนตส ามลอ สวนบคุ คลช่วั คราว
- ใบอนุญาตขบั รถจกั รยานยนตสว นบุคคลชั่วคราว
ชนดิ ที่ ๒ ใบอนญุ าตขับรถยนตสวนบุคคล
ชนดิ ท่ี ๓ ใบอนุญาตขับรถยนตส าธารณะ
ชนิดที่ ๔ ใบอนุญาตขับรถยนตส ามลอสว นบุคคล
ชนดิ ที่ ๕ ใบอนุญาตขบั รถยนตส ามลอ สาธารณะ
ชนิดที่ ๖ ใบอนญุ าตขับรถจักรยานยนตส วนบุคคล
ชนดิ ที่ ๗ ใบอนญุ าตขับรถจกั รยานยนตส าธารณะ
ชนิดท่ี ๘ ใบอนญุ าตขับรถบดถนน
ชนดิ ที่ ๙ ใบอนญุ าตขบั รถแทรกเตอร
ชนดิ ที๑่ ๐ ใบอนญุ าตขบั รถชนิดอื่นนอกจาก (๑) ถงึ (๙)
ขนิดท่ี ๑๑ ใบอนญุ าตขบั รถตามความตกลงระหวา งประเทศทปี่ ระเทศไทยเปน ภาคี
ใบอนุญาตขับรถตาม ๑ ใชสําหรับขับรถยนตบริการใหเชา เฉพาะในกรณีท่ีผูขับรถ
เปนผูเชาไดดวย ใบอนุญาตขับรถตาม ๒ ใชสําหรับขับรถยนตบริการใหเชาไดดวย ใบอนุญาตขับรถ
ตาม ๔ ใชสําหรับขับรถยนตบริการและใชแทนใบอนุญาตขับรถตาม ๒ ไดดวย ใบอนุญาตขับรถ
ตาม ๕ ใชแ ทนใบอนญุ าตขับรถตาม ๓ ไดด วย และใบอนญุ าตขบั รถตาม ๗ ใชแทนใบอนุญาตขับรถ
ตาม ๖ ไดดวย นอกนน้ั ใชแ ทนกันไมไ ด
นอกจากนี้ มาตรา ๔๓ ทวิ ใบอนญุ าตเปน ผูข ับรถในประเภทการขนสง ประจาํ ทาง
การขนสง ไมป ระจาํ ทางหรอื การขนสง โดยรถขนาดเลก็ ตามกฎหมายวา ดว ยการขนสง ทางบก ใหใ ชแ ทน
ใบอนุญาตขบั รถยนตส วนบคุ คลตามมาตรา ๔๓ (๒) และใบอนุญาตขบั รถยนตสาธารณะตามมาตรา
๔๓ (๔) ได
ใบอนญุ าตเปน ผขู บั รถในประเภทการขนสง สว นบคุ คล ตามกฎหมายวา ดว ยการขนสง
ทางบกใหใชแทนใบอนุญาตขบั รถยนตส ว นบุคคลตามมาตรา ๔๓ (๒) ได
๑๐๘
¤Ø³ÊÁºμÑ ¢Ô ͧ¼»ŒÙ ÃÐʧ¤¢ÍãºÍ¹ØÞÒμ¢ºÑ ¢Õè
มาตรา ๔๖ พระราชบญั ญตั ริ ถยนต บญั ญตั วิ า ผขู อใบอนญุ าตขบั รถตามมาตรา ๔๓ (๑)
ตองมคี ุณสมบตั ิและไมมีลักษณะตองหาม ดงั ตอไปนี้
(๑) มีอายุไมตํ่ากวาสิบแปดปบริบูรณ แตถาเปนผูขอใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต
ชว่ั คราว สําหรับรถจักรยานยนตความจุกระบอกสูบขนาดไมเ กนิ เกาสบิ ลกู บาศกเ ซนตเิ มตรตอ งมีอายุ
ไมต าํ่ กวา สบิ หาปบ รบิ รู ณ
(๒) มีความรูแ ละความสามารถในการขับรถ
(๓) มีความรูในขอบังคับการเดินรถตามพระราชบัญญัตินี้และตามกฎหมายวาดวย
การจราจรทางบก ในมาตรา ๔๖ นี้ เปนการกําหนดคุณสมบัติของผูที่จะขอใบอนุญาตขับรถยนต
สว นบคุ คล รถยนตส ามลอ สว นบคุ คล หรอื รถจกั รยานยนตช ว่ั คราว ตามมาตรา ๔๓ (๑) โดยกาํ หนดอายุ
วา จะตอ งมอี ายไุ มต า่ํ กวา ๑๘ ปบ รบิ รู ณน น้ั แสดงวา รฐั ยอ มเหน็ วา บคุ คลทมี่ อี ายตุ า่ํ กวา ๑๘ ปบ รบิ รู ณน นั้
ยงั ไมม วี ฒุ ภิ าวะมากพอทจ่ี ะควบคมุ ยานพาหนะและขบั ขยี่ านพาหนะอยา งปลอดภยั ได และยงั กาํ หนด
ใหบ คุ คลผทู จ่ี ะขอใบอนญุ าตขบั ขจ่ี ะตอ งมคี วามรคู วามสามารถในการขบั รถ และมคี วามรใู นขอ บงั คบั การ
เดินรถ โดยผูขอใบอนุญาตขับข่ีจะตองผานการอบรมกฎหมายจราจร และผานการทดสอบความรู
ในการขบั ขแ่ี ละกฎหมายจราจรที่เกยี่ วขอ งในขั้นตอนการสอบใบขับข่ี
นอกจากบุคคลที่ขอใบอนุญาตขับข่ีจะตองมีคุณสมบัติครบถวนตามท่ีบัญญัติไว
ขา งตนแลว บุคคลผูขอใบอนญุ าตขับขจี่ ะตอ งไมมีลกั ษณะตองหา ม ตามที่ตามในมาตรา ๔๖ (๑)–(๘)
พระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงไดบัญญัติไววา ผูขอใบอนุญาตขับข่ีตามมาตรา ๔๓ (๑)
จะตอ งไมม ลี ักษณะตอ งหามดงั ตอไปน้ี
(๑) มีอายุไมต่ํากวาสิบแปดปบริบูรณ แตถาเปนผูขอใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต
สวนบุคคลช่ัวคราว สําหรับรถจักรยานยนตที่มีขนาดความจุของกระบอกสูบรวมกันไมเกินที่กําหนด
ในกฎกระทรวง ตองมีอายุไมต ่าํ กวาสบิ หาปบรบิ ูรณ
(๒) มคี วามรแู ละความสามารถในการขับรถ
(๓) มีความรูใ นขอ บงั คับการเดนิ รถตามพระราชบัญญัติน้ี และตามกฎหมายวาดวย
การจราจรทางบก
(๔) ไมเปนผูมีรา งกายพกิ ารจนเปน ทเี่ ห็นไดว าไมสามารถขับรถได
(๕) ไมม โี รคประจาํ ตวั ทผี่ ปู ระกอบวชิ าชพี เวชกรรมเหน็ วา อาจเปน อนั ตรายขณะขบั รถ
(๖) ไมเปนบคุ คลวกิ ลจรติ หรือจติ ฟนเฟอน
(๗) ไมมีใบอนญุ าตขับรถชนิดเดยี วกนั อยแู ลว
(๘) ไมเ ปน ผูอยูในระหวา งถกู ยึดหรือเพกิ ถอนใบอนุญาตขบั รถ
๑๐๙
¡ÒâÍÁãÕ ºÍ¹ØÞÒμ¢ºÑ ¢èÕ
มาตรา ๔๕ พระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ บัญญัติวา ผูใดประสงคจะขอ
ใบอนญุ าตขับรถ ตอ งเปน ผมู ีคณุ สมบตั แิ ละไมม ีลักษณะตองหามตามพระราชบัญญตั ิน้ี และยื่นคําขอ
ตอนายทะเบียนแหง ทอ งที่ทต่ี ามทีม่ ีภมู ิลาํ เนาหรอื มถี ิ่นที่อย”ู
การขอมีใบอนุญาตขับขี่จึงตองทําการย่ืนคําขอตอนายทะเบียนแหงทองที่
ซึ่งนายทะเบียนตามมาตรา ๔ พระราชบัญญัติรถยนตมีความหมายวา ขาราชการซึ่งรัฐมนตรีวาการ
กระทรวงคมนาคม แตงตั้งใหเปนนายทะเบียน การออกใบอนุญาตขับขี่น้ันจึงเปนอํานาจของกรม
การขนสงทางบก กระทรวงคมนาคม โดยกําหนดใหห ากผูใดประสงคจะขอใบอนุญาตขับรถก็สามารถ
ขอใบอนญุ าตไดท ส่ี าํ นกั งานขนสง จงั หวดั ไดท กุ จงั หวดั เนอ่ื งจากกรมการขนสง ทางบกไดม กี ารแบง สว น
ราชการเปน สาํ นักงานขนสงสวนภมู ิภาค ๑๒ ภูมภิ าค และแบงสวนราชการเปนสํานักงานขนสงจงั หวัด
มีนายทะเบยี นประจําอยูท ุกจงั หวัด
ÊÃØ» การขอมีใบอนุญาตขับข่ีนั้นนอกจากจะตองย่ืนคําขอตอนายทะเบียนแลว
ผยู น่ื คาํ ขอยงั จะตอ งมคี ณุ สมบตั คิ รบถว น ไมม ลี กั ษณะตอ งหา มตามพระราชบญั ญตั ริ ถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒
และตองมีการทดสอบความรูความสามารถในการขับรถตามกฎหมายจราจรเสียกอน นายทะเบียน
จึงจะสามารถออกใบอนุญาตขับขี่ใหไดซ่ึงกรมการขนสงทางบก ไดแบงการทดสอบการขับรถยนต
และรถ จักรยานยนตเปน ๓ ขั้นตอน คือ ๑) การทดสอบสมรรถภาพของรางกาย ๒) การทดสอบ
ขอ เขยี น และ ๓) การทดสอบขบั รถ
ÍÒÂØ¢Í§ãºÍ¹ØÞÒμ¢Ñº¢èÕ
พ.ร.บ.รถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ มผี ลใชต งั้ แต ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๔๖ เปน ตน ไป
ไดก ําหนดอายขุ องใบอนุญาตขบั ขีไ่ วใ นมาตรา ๔๔ ดงั น้ี
๑) ยกเลกิ การออกใบอนญุ าตขบั รถตลอดชพี เวน แตผ ไู ดร บั อยกู อ นแลว สามารถใช
ตอไปได
๒) กาํ หนดใบอนุญาตขับรถชวั่ คราว มีอายุ ๑ ป
๓) กําหนดใหใบอนุญาตขับรถดังตอไปน้ี มีอายุ ๕ ป นับแตวันออกใบอนุญาต
ขับรถ คอื
๓.๑) ใบอนญุ าตขบั รถยนตสวนบุคคล
๓.๒) ใบอนุญาตขับรถยนตส ามลอ สว นบคุ คล
๓.๓) ใบอนุญาตขับรถจกั รยานยนต
๓.๔) ใบอนุญาตขับรถบดถนน
๓.๕) ใบอนญุ าตขับรถแทรกเตอร
๓.๖) ใบอนุญาตขับรถชนิดอน่ื ตามมาตรา ๔๓ (๙)
๑๑๐
๔) กาํ หนดใหใ บอนญุ าตขบั รถยนตส าธารณะ และใบอนญุ าตขบั รถสามลอ สาธารณะ
มอี ายุ ๓ ป นบั แตว นั ออกใบอนญุ าต และลดอายขุ องผรู บั ใบอนญุ าตจากเดมิ อายไุ มต า่ํ กวา ๒๕ ปบ รบิ รู ณ
เปนอายไุ มต ่ํากวา ๒๒ ปบ รบิ รู ณ
๕) กําหนดใหวนั ครบกาํ หนดใบอนุญาต ซง่ึ ไมตรงกับวันครบรอบวนั เกดิ ของผูไดร บั
ใบอนญุ าตขับรถ ใหข ยายตอไปจนถึงวันครบรอบวันเกิดของผูไ ดร ับใบอนุญาตขับรถในปน ้นั หรือในป
ถดั ไปแลว แตก รณี โดยใหถ อื วา วนั ครบรอบวนั เกดิ เปน วนั ทใ่ี บอนญุ าตขบั รถครบกาํ หนดอายุ สว นกรณี
ทผ่ี ไู ดร บั ใบอนญุ าตขบั รถเกดิ ในวนั ที่ ๒๙ กมุ ภาพนั ธ และในปท ใ่ี บอนญุ าตขบั รถครบกาํ หนดอายุ ไมม ี
วนั ท่ี ๒๙ กุมภาพนั ธ ใหถอื เอาวนั ที่ ๒๘ กมุ ภาพันธ เปน วนั ครบรอบวนั เกดิ
การขอตออายุใบอนุญาตขับรถ และการอนุญาต ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ
และเงอื่ นไขทก่ี ําหนดในกฎกระทรวง
¡Ã³¼Õ ŒÙ¢ÑºÃ¶à»¹š ªÒÇμÒ‹ §´ŒÒÇ
พระราชบญั ญตั ิรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๒ วรรค ๒ ไดกาํ หนดไววา ในกรณี
ท่ีผูขับรถเปนคนตางดาวซ่ึงไดรับอนุญาตใหอยูในราชอาณาจักรเปนการชั่วคราวตามกฎหมายวาดวย
คนเขา เมอื ง ผขู บั รถซงึ่ เปน คนตา งดา วนน้ั จะใชใ บอนญุ าตขบั รถตามมาตรา ๔๒ ทวิ ขบั รถในราชอาณาจกั ร
ก็ได และในกรณีนี้จะตองมีใบอนุญาตขับรถดังกลาวพรอมดวยเอกสารตามที่ระบุไวในอนุสัญญาและ
หรอื ความตกลงทมี่ อี ยรู ะหวา งรฐั บาลไทยกบั รฐั บาลของประเทศนนั้ ๆ เพอ่ื แสดงตอ เจา พนกั งานไดท นั ที
มาตรา ๔๒ ทวิ ในกรณีที่มีความตกลงระหวางรัฐบาลไทยและรัฐบาลตางประเทศ
วาดวยการยอมรับใบอนุญาตขับรถภายในประเทศซ่ึงกันและกัน คนตางดาวซึ่งไดรับอนุญาตใหอยู
ในราชอาณาจักรเปนการช่ัวคราวตามกฎหมาย วาดวยคนเขาเมือง และมีใบอนุญาตขับรถที่ออก
โดยพนักงานเจาหนาที่หรือสมาคมยานยนตท่ีไดรับอนุญาตจากรัฐบาลของประเทศที่มีความตกลง
ดงั กลา วกบั รัฐบาลไทย อาจใชใบอนุญาตขับรถของประเทศนนั้ ขับรถในราชอาณาจักรไดต ามประเภท
และชนิดของรถที่ระบุไวในใบอนุญาตขับรถน้ัน แตตองปฏิบัติตามอนุสัญญาและหรือความตกลง
ที่มีอยูระหวางรัฐบาลไทยกับรัฐบาลของประเทศนั้นๆ และตามบทบัญญัติท้ังหลายในสวนท่ีเกี่ยวกับ
หนา ท่ขี องผูขับรถตามพระราชบัญญตั ิน้ี
อํา¹Ò¨¢Í§¾¹Ñ¡§Ò¹à¨ÒŒ ˹Ҍ ·Õè
มาตรา ๔๒ พระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ บัญญัติวา “ผูขับรถตองไดรับ
ใบอนุญาตขับรถ และตองมีใบอนุญาตขับรถและสําเนาภาพถายใบคูมือจดทะเบียนรถในขณะขับ
หรือควบคุมผฝู ก หดั ขบั รถเพ่อื แสดงตอเจา พนักงานไดทันที เวน แตผูฝ กหดั ขบั รถยนตต ามมาตรา ๕๗”
มาตรา ๖๔ ผใู ดขบั รถโดยไมไ ดร บั ใบอนญุ าตขบั รถ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ หนง่ึ เดอื น
หรอื ปรับไมเกินหน่งึ พนั บาท หรอื ท้งั จาํ ทัง้ ปรบั
มาตรา ๖๕ ผใู ดขบั รถเมอื่ ใบอนญุ าตขบั รถสนิ้ อายหุ รอื ระหวา งถกู เพกิ ถอนใบอนญุ าต
ขบั รถหรอื ถกู ยึดใบอนญุ าตขบั รถ ตอ งระวางโทษปรับไมเ กนิ สองพนั บาท
๑๑๑
มาตรา ๖๖ ผูใดขับรถโดยไมแสดงใบอนุญาตขับรถ และสําเนาภาพถายใบคูมือ
จดทะเบียนรถตามมาตรา ๔๒ ตอ งระวางโทษปรับไมเ กนิ หนงึ่ พันบาท
บทบัญญัตทิ เี่ กี่ยวกับใบอนญุ าตขบั รถ μÒÁ ¾.Ã.º.¢¹Ê‹§·Ò§º¡ òõòò
μÒÁ ¾.Ã.º.¢¹Ê‹§·Ò§º¡ òõòò ไดบัญญัติขอกําหนดที่เก่ียวของกับผูขับรถไว
ในหมวด ๗ ผปู ระจํารถ มีดังน้ี
มาตรา ๙๒ ผูประจาํ รถ ไดแ ก (๑) ผูขบั รถ (๒) ผเู ก็บคา โดยสาร (๓) นายตรวจ
(๔) ผบู ริการตามทีก่ าํ หนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๙๔ ใบอนุญาตสําหรบั ผูประจาํ รถ มี ๔ ประเภท คือ (ñ) ãºÍ¹ØÞÒμ໚¹
¼Œ¢Ù ºÑ ö (๒) ใบอนญุ าตเปนผเู กบ็ คาโดยสาร (๓) ใบอนุญาตเปน นายตรวจ (๔) ใบอนญุ าตเปนผบู รกิ าร
ใบอนุญาตแตละประเภทจะใชสับเปลี่ยนกันไมได เวนแตใบอนุญาตประเภทที่
(๑) ใบอนญุ าตเปนผขู ับรถ ประเภทที่ (๓) ใบอนญุ าตเปนนายตรวจ และประเภทท่ี (๔) ใบอนญุ าตเปน
ผูบ ริการ ใชเ ปนใบอนญุ าตประเภทที่ (๒) ใบอนญุ าตเปน ผูเก็บคา โดยสาร ได
ãºÍ¹ØÞÒμ໚¹¼ÙŒ¢ÑºÃ¶áμ‹ÅЪ¹Ô´ ẋ§μÒÁ»ÃÐàÀ·¡Òâ¹Ê‹§¢Í§Ã¶Í͡໚¹
ò »ÃÐàÀ· ä´áŒ ¡‹
- ประเภทสวนบุคคล สําหรับขับรถท่ีใชในการขนสงสวนบุคคล (รถท่ีมีแผนปาย
ทะเบยี นรถ พน้ื สขี าว ตวั เลขและตวั อักษรสีดาํ )
- ประเภททกุ ประเภท สาํ หรบั ขบั รถไดท กุ ประเภทการขนสง (รถทม่ี แี ผน ปา ยทะเบยี นรถ
พนื้ สขี าว ตวั เลขและตวั อกั ษรสดี าํ และรถทมี่ แี ผน ปา ยทะเบยี นรถพน้ื สเี หลอื ง ตวั เลขและตวั อกั ษรสดี าํ )
»ÃÐàÀ·¢Í§ãºÍ¹ÞØ Òμ¢ºÑ Ã¶
มาตรา ๙๕ (๒๒) ใบอนุญาตเปนผูข บั รถ มีดังนี้
ชนดิ ทห่ี นง่ึ ใบอนญุ าตเปน ผขู บั รถสาํ หรบั รถทมี่ นี าํ้ หนกั รถและนาํ้ หนกั บรรทกุ รวมกนั
ไมเ กินสามพันหา รอ ยกโิ ลกรัมที่มไิ ดใชขนสงผูโดยสาร หรือสาํ หรับรถขนสงผูโดยสารไมเ กินย่สี บิ คน
- รถเกง รถตู รถกระบะทวั่ ๆ ไป
ชนดิ ทสี่ อง ใบอนญุ าตเปน ผขู บั รถสาํ หรบั รถทม่ี นี า้ํ หนกั รถและนา้ํ หนกั บรรทกุ รวมกนั
เกินกวาสามพนั หา รอ ยกโิ ลกรมั ที่มไิ ดใ ชขนสง ผโู ดยสาร หรือสาํ หรับรถขนสงผูโ ดยสารเกนิ ยีส่ บิ คน
- ขบั รถโดยสาร รถบรรทุก รถ ๖ ลอ ๑๐ ลอ แบง เปน สว นบุคคล และทุกประเภท
สวนบคุ คลปา ยขาว ทุกประเภท ขับรถสาธารณะปา ยเหลอื งได
ชนิดท่ีสาม ใบอนุญาตเปนผูขับรถซ่ึงโดยสภาพใชสําหรับลากจูงรถอื่นหรือลอเลื่อน
ทบี่ รรทุกส่ิงใดๆ บนลอเลอ่ื นน้ัน
- ขบั รถโดยสาร ลากจงู แบงเปนสว นบุคคลและทกุ ประเภทเหมอื นกบั ชนิดที่ ๒
ชนิดท่ีส่ี ใบอนุญาตเปนผูขับรถสําหรับรถท่ีใชขนสงวัตถุอันตรายตามประเภท
หรือชนดิ และลักษณะการบรรทุกตามทีอ่ ธบิ ดีกาํ หนดโดยประกาศในราชกจิ จานุเบกษา
๑๑๒
- ขนกาซ สารเคมี สังเกตจากรถจะระบุวาวัตถุอันตราย มีสัญลักษณและเลข
สหประชาชาตกิ ํากับ และอ่นื ๆ) ตามท่ีกรมการขนสงทางบกกาํ หนด
ใบอนุญาตแตละชนิดใชสับเปลี่ยนกันไมได เวนแตใบอนุญาตชนิดท่ีสอง ชนิดที่
สาม และชนิดท่สี ใ่ี ชเปน ใบอนญุ าตชนิดท่หี น่งึ ได ใบอนญุ าตชนิดท่ีสามและชนดิ ที่สใี่ ชเ ปนใบอนญุ าต
ชนดิ ท่สี องได และใบอนญุ าตชนิดที่สใ่ี ชเปนใบอนุญาตชนิดทสี่ ามได
ÊÃØ»¡ÒÃ㪌ãºÍ¹ÞØ Òμ¢ÑºÃ¶·èÕ㪌᷹¡¹Ñ ä´ãŒ ¹áμÅ‹ Ъ¹´Ô
- ชนิดที่ ๓ ใชแทนชนิดที่ ๒ ได แตใชแทนชนิดท่ี ๔ ไมได
- ชนดิ ที่ ๒ ไมสามารถใชแ ทนชนดิ ท่ี ๓ และ ๔ ได
- ผจู ะทาํ บตั รอนญุ าตชนดิ ที่ ๔ จะตองไดช นิดท่ี ๓ มากอ น
- ใบอนญุ าตชนิดที่ ๒, ๓, ๔ ใชแทนชนดิ ที่ ๑ (รถเกง รถตู รถกระบะทั่วไป) ไดต าม
ประเภท (สวนบุคคล, สาธารณะ ถา มชี นดิ ท่ี ๒, ๓ ทกุ ประเภทกข็ ับแทก็ ซไี่ ดด วย)
- ใบอนุญาตเปนผูขับรถทุกประเภทตามกฎหมายวาดวยการขนสงทางบกสามารถ
ใชแทนใบอนุญาตขับรถยนตสวนบุคคลและใบอนุญาตขับรถยนตสาธารณะตามกฎหมายวาดวย
รถยนตได
- ใบอนุญาตเปนผูขับรถสวนบุคคลตามกฎหมายวาดวยการขนสงทางบก สามารถ
ใชแ ทนใบอนุญาตขับรถยนตส ว นบคุ คลตามกฎหมายวา ดวยรถยนตไ ด
ÍÒÂ¢Ø Í§¼ŒÙ¢ÍÃѺãºÍ¹ÞØ Òμ໚¹¼ŒÙ»ÃÐจําö
๑. ใบอนญุ าตเปน ผขู บั รถสว นบคุ คลชนดิ ที่ ๑ ตอ งมอี ายไุ มต า่ํ กวา ๑๘ ป สว นบคุ คล
ชนดิ ที่ ๒ และชนดิ ที่ ๓ ตอ งมีอายไุ มต่าํ กวา ๒๐ ป สว นบคุ คลชนิดท่ี ๔ ตองมีอายุไมต าํ่ กวา ๒๕ ป
ทกุ ประเภทชนดิ ท่ี ๑, ชนิดท่ี ๒, ชนดิ ที่ ๓ และชนดิ ที่ ๔ ตองมอี ายุไมต ํ่ากวา ๒๕ ป
๒. ใบอนุญาตเปนผเู ก็บคา โดยสาร ตองมีอายไุ มต่ํากวา ๑๕ ป
๓. ใบอนญุ าตเปนผบู ริการ ตองมอี ายุไมต ่าํ กวา ๑๕ ป
õ) ¡Òú§Ñ ¤ºÑ 㪡Œ ®ËÁÒ¡óշèÕà¡ÕèÂǢ͌ §¡Ñºà¢Áç ¢´Ñ ¹ÃÔ ÀÑ (à¢Áç ¢Ñ´¹ÃÔ ÀÂÑ )
¡Òú§Ñ ¤ºÑ 㪌¡®ËÁÒ กรณไี มต ดิ ตั้งเขม็ ขัดนริ ภยั ตามกําหนด กรมการขนสง ทางบก
จะไมผ า นการตรวจสภาพรถให
๑. มคี วามผดิ ตาม พ.ร.บ.รถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ ปรบั ไมเกิน ๑,๐๐๐ บาท
๒. มคี วามผดิ ตาม พ.ร.บ.การขนสง ทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ปรบั ไมเ กนิ ๕๐,๐๐๐ บาท
๓. ผขู บั รถและผนู ั่งในรถ หากไมค าดเข็มขัดนิรภัย จะมคี วามผิดตาม พ.ร.บ.จราจร
ทางบก พ.ศ. ๒๕๓๘ ปรับรายละไมเ กนิ ๕๐๐ บาท
๑๑๓
¡ÒäҴà¢Áç ¢´Ñ ¹ÃÔ ÀÑ¡ºÑ ¤ÇÒÁ»ÅÍ´ÀÂÑ
เม่ือเกิดอบุ ัติเหตุจราจรทางบกจะทําใหเ กิดการสูญเสยี ชวี ิต รา งกาย อนั ตรายที่เกิด
กบั คนมีตงั้ แตไ มม าก เชน แผลถลอกจนกระทงั้ อวยั วะภายในไดรับบาดเจบ็ อาจจะพกิ าร การปองกนั
ที่ดที ่ีสดุ คือการปอ งกันมิใหเกดิ อบุ ตั เิ หตุ แตกไ็ มส ามารถปอ งกนั ไดร อ ยเปอรเ ซน็ ต การใชเข็มขดั นิรภยั
จะชวยลดความรุนแรงของการบาดเจ็บ
¡ÒÃà»ÅèÕ¹á»Å§àÁ×Íè à¡Ô´ÍºØ μÑ ÔàËμØ
๑. แรงกระแทกที่เกิดจากรถทวี่ ่ิงเร็ว ๖๐ กโิ ลเมตร จะเทากบั รถทตี่ กทส่ี ูง ๑๔ เมตร
หรือความสูงประมาณตกึ ๕ ชน้ั ตัวรถจะยบุ หรอื บดิ งอ
๒. คนที่อยูในรถถาไมคาดเข็มขัดนิรภัยจะเดินทางดวยความเร็วเทากับรถเม่ือชน
และหยุด ศีรษะ หนา ลําตัวของคนในรถจะถูกเหว่ียงไปกระแทกกับพวงมาลัย และกระจกหนารถ
อาจทําใหหมดสตหิ รอื เสียชวี ติ
๓. อวยั วะในรา งกาย เชน ตบั ไต ลาํ ไส สมองหรอื ไขสนั หลงั ซงึ่ มกี ารเคลอื่ นไหวอยู
ภายในจะเคล่ือนไหวเทากบั ความเรว็ ของรถ เมอื่ คนในรถหยดุ อวยั วะภายในจะกระแทกกนั เอง ทําให
ตับ ไต ลาํ ไสห รือสมองฉกี ขาดได
ã¤ÃºŒÒ§·Õ¤è ÇäҴà¢Áç ¢´Ñ ¹ÔÃÀÑÂ
๑. คนทขี่ ับรถทุกคน
๒. ผูโ ดยสารทุกคนไมวาจะนงั่ หนา หรือหลงั
๓. ผโู ดยสารรถขนาดใหญท ่ีมเี ขม็ ขัดนิรภัยควรตองคาดเชน กนั
ö) ¡Òú§Ñ ¤ºÑ 㪡Œ ®ËÁÒ¡ÒâѺ¢ÕèöàÃÇç à¡¹Ô กาํ ˹´ (¢ÑºÃ¶àÃçÇ)
พระราชบญั ญตั จิ ราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ กาํ หนดไวใ นมาตรา ๖๗ “ผขู บั ขต่ี อ งขบั รถ
ดวยอัตราความเร็วตามที่กําหนดในกฎกระทรวงหรือตามเครื่องหมายจราจรท่ีไดติดตั้งไวในทาง”
โดยกําหนดโทษไวในมาตรา ๑๕๒ ผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรา ๖๗ “…ตองระวางโทษปรับ
ไมเกนิ หน่งึ พนั บาท”
ขับรถเรว็ เกินกําหนด คือ
๑) ขับรถในเขตกรงุ เทพมหานคร/เทศบาล/เมืองพทั ยา
- รถเกง รถจกั รยานยนต ความเร็วเกนิ ๘๐ กม./ชม.
- รถปกอัพ รถตู ความเร็วเกิน ๖๐ กม./ชม.
๒) ขบั รถนอกเขตกรุงเทพมหานคร/เทศบาล/เมืองพทั ยา
- รถเกง รถจกั รยานยนต ความเรว็ เกิน ๙๐ กม./ชม.
- รถปกอัพ รถตู ความเร็วเกนิ ๘๐ กม./ชม.
๓) บนทางพิเศษ (ทางดวน) ผอ นผันใหรถยนตไมเ กนิ ๑๑๐ กม./ชม.
๑๑๔
๔) ขบั รถใชความเรว็ เกนิ กวา ที่เคร่อื งหมายจราจรกําหนดไว
ปจ จบุ นั พระราชบญั ญตั ทิ เ่ี กย่ี วขอ งกบั การกาํ หนดอตั ราความเรว็ ของยานพาหนะ
ในประเทศไทยน้นั ไดแก พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ และพระราชบญั ญัติทางหลวง
พ.ศ. ๒๕๓๕ ดงั รายละเอียดตอ ไปน้ี
อัตราความเร็วของยานพาหนะตาม¾ÃÐÃÒªºÑÞÞÑμÔ¨ÃҨ÷ҧº¡ ฉบับ ๘
พ.ศ. ๒๕๕๑ ในกรณีปกตใิ หกําหนดความเร็วของรถดงั ตอ ไปนี้
๑. สําหรับรถบรรทกุ ที่มนี าํ้ หนกั รถรวมทั้งนาํ้ หนักบรรทกุ เกนิ ๑,๒๐๐ กโิ ลกรัม หรือ
รถบรรทกุ คนโดยสาร ใหข บั ในเขตกรงุ เทพมหานคร เขตเมอื งพทั ยา หรอื เขตเทศบาลไมเ กนิ ๖๐ กโิ ลเมตร
ตอช่ัวโมง หรือนอกเขตดังกลา วใหขับไมเ กิน ๘๐ กโิ ลเมตรตอ ชัว่ โมง
๒. สาํ หรบั รถยนตอ นื่ นอกจากรถทรี่ ะบไุ วใ น ๑ ขณะทลี่ ากจงู รถพว งรถยนตบ รรทกุ ทมี่ ี
นาํ้ หนกั รถรวมทงั้ นา้ํ หนกั บรรทกุ เกนิ ๑,๒๐๐ กโิ ลกรมั หรอื รถยนตส ามลอ ใหข บั ในเขตกรงุ เทพมหานคร
เขตเมืองพัทยา หรือเขตเทศบาล ไมเกิน ๔๕ กิโลเมตรตอช่ัวโมง หรือนอกเขตดังกลาวใหขับไมเกิน
๖๐ กิโลเมตรตอชั่วโมง
สาํ หรบั รถยนตอ ่นื นอกจากรถทรี่ ะบุไวใ น ๑ หรือ ๒ หรอื รถจักรยานยนต ใหขับใน
เขตกรุงเทพมหานคร เขตเมืองพทั ยา หรอื เขตเทศบาล ไมเ กิน ๘๐ กิโลเมตรตอชัว่ โมง หรอื นอกเขต
ดังกลาวใหขับไมเกนิ ๙๐ กิโลเมตรตอชั่วโมง
ในเขตทางท่ีมีเคร่ืองหมายจราจรแสดงวาเปนเขตอันตรายหรือเขตใหขับรถชาๆ
ใหลดความเรว็ ลงและเพิ่มความระมัดระวังขึ้นตามสมควร
ในกรณที มี่ เี ครอื่ งหมายจราจรกาํ หนดอตั ราความเรว็ ตา่ํ กวา ทกี่ าํ หนดในขา งตน ใหข บั
ไมเ กินอตั ราความเรว็ ท่ีกําหนดไวนัน้
¾ÃÐÃÒªºÞÑ ÞÑμ·Ô Ò§ËÅǧ ¾.È. òõóõ
พระราชบญั ญตั ทิ างหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ ไดม กี ารแกไ ขและปรบั เปลย่ี นตามกฎกระทรวง
แลว ทง้ั หมด ๔ ฉบบั และในพระราชบญั ญตั ทิ างหลวง ฉบบั ที่ ๒ และ ๓ พ.ศ. ๒๕๔๒ ตามกฎกระทรวง
ไดก าํ หนดอตั ราความเรว็ ของยานพาหนะทวี่ งิ่ ในทางหลวงประเภทตา งๆ เพมิ่ เตมิ ขนึ้ ซง่ึ มรี ายละเอยี ด
ดงั ตอ ไปนี้
ÍμÑ ÃÒ¤ÇÒÁàÃÇç ¢Í§ÂÒ¹¾Ò˹ÐμÒÁ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞÑμÔ·Ò§ËÅǧ ¾.È. òõóõ ÍÑμÃÒ
¤ÇÒÁàÃÇç ¢Í§ÂÒ¹¾Ò˹к¹·Ò§ËÅǧª¹º· ´Ñ§¹éÕ
๑. รถยนตห รือรถจกั รยานยนต ใหใ ชค วามเร็วไมเ กนิ ๙๐ กโิ ลเมตรตอชวั่ โมง
๒. รถยนตข ณะทล่ี ากจงู รถพว ง หรอื รถยนตส ามลอ ใหใ ชค วามเรว็ ไมเ กนิ ๖๐ กโิ ลเมตร
ตอ ชั่วโมง
๓. รถบรรทกุ ทม่ี นี า้ํ หนกั รวมทง้ั นาํ้ หนกั บรรทกุ เกนิ ๑,๒๐๐ กโิ ลกรมั ไมว า จะลากจงู
รถพวงดว ยหรอื ไมก็ตาม หรือรถบรรทกุ คนโดยสาร ใหใชความเรว็ ไมเ กิน ๘๐ กิโลเมตรตอ ชว่ั โมง
๑๑๕
ÍμÑ ÃÒ¤ÇÒÁàÃÇç ¢Í§ÂÒ¹¾Ò˹к¹·Ò§ËÅǧ¾àÔ ÈÉËÁÒÂàÅ¢ ÷ ·Ò§ÊÒÂ¡Ã§Ø à·¾ÁËÒ¹¤Ã
àÁÍ× §¾·Ñ ÂÒ áÅзҧËÅǧ¾àÔ ÈÉËÁÒÂàÅ¢ ù (¶¹¹¡ÒÞ¨¹ÒÀàÔ É¡) ·Ò§ÊÒ¶¹¹Ç§áËǹÃͺ¹Í¡
¡Ã§Ø à·¾ÁËÒ¹¤Ã
๑. รถบรรทุกท่ีมีน้ําหนักรถรวมท้ังน้ําหนักบรรทุกไมเกิน ๑,๒๐๐ กิโลกรัม หรือ
กรถบรรทุกคนโดยสาร ใหใ ชค วามเร็วไมเกนิ ๑๐๐ กโิ ลเมตรตอ ชั่วโมง
๒. รถบรรทุกอื่นนอกจากรถท่ีระบุไวใน ๑ รวมท้ังรถบรรทุกหรือรถยนตขณะท่ี
ลากจูงรถพว ง ใหใชความเร็วไมเ กิน ๘๐ กิโลเมตรตอช่ัวโมง
รถยนตอ ื่นนอกจากรถทร่ี ะบไุ วใ น ๑ หรือ ๒ ใหใ ชความเรว็ ไมเ กิน ๑๒๐ กโิ ลเมตรตอ
ชัว่ โมง
¡Òúѧ¤ºÑ 㪌¡®ËÁÒ·àèÕ ¡ÂÕè Ç¢ŒÍ§¡Ñº¤ÇÒÁàÃÇç
ตามกฎหมาย การขับข่ีดวยความเร็วเกินกวาอัตราที่กฎหมายกําหนด ถือเปนพฤติกรรม
ที่ไมสามารถอนุโลมผอนผันได ดังนั้น การดําเนินการตรวจจับเปนวิธีการเดียวท่ีจะทําใหกฎหมาย
ทํางานไดอยางมีประสิทธิภาพ ปจจุบัน การใชเครื่องมือตรวจจับท่ีผูขับข่ีสามารถสังเกตเห็นได เชน
กลอ งตรวจจบั ความเรว็ ทถ่ี กู ตดิ ตงั้ บรเิ วณตา งๆ จะเปน การบงั คบั ใชก ฎหมายในบรเิ วณพน้ื ทใี่ ดพน้ื ทห่ี นงึ่
ในขณะเดยี วกนั หากเพมิ่ การตรวจตราของเจา หนา ทตี่ าํ รวจจะทาํ ใหผ ขู บั ขร่ี บั รถู งึ การบงั คบั ใชก ฎหมาย
มากขน้ึ ในทกุ ทแี่ ละทกุ เวลา การทผี่ ขู บั ขไี่ มท ราบวา จะมกี ารดาํ เนนิ การตรวจตราและจบั กมุ ในบรเิ วณไหน
จะทาํ ใหผ ขู บั ขต่ี อ งขบั ขภ่ี ายในความเรว็ จาํ กดั ตลอดเวลา ดงั นน้ั การผสมผสานการตรวจจบั ทง้ั สองแบบ
จะชวยใหการบังคบั ใชก ฎหมายมปี ระสิทธิภาพมากยิง่ ข้ึน
อยางไรก็ตามการดําเนินการตรวจจับและจบั กมุ แบบเคล่อื นท่ี จาํ เปน ตอ งประชาสัมพนั ธ
ใหสาธารณชนรับทราบถึงขั้นตอนและวิธีการดําเนินงาน ความไมเขาใจของประชาชนอาจกอใหเกิด
ขอโตแยงข้ึนระหวางขั้นตอนการจับกุม โดยหลักการแลว หลักฐานเบ้ืองตนท่ีใชในการจับกุม
ประกอบดว ย
๑. การระบตุ วั ผูขบั ขี่
๒. หลกั ฐานการขบั ข่ที คี่ วามเร็วเกนิ กวา ที่กําหนด
๓. ชนิดของเครอ่ื งมือทใ่ี ชต รวจจับ
๔. ใบรับรองความแมนยาํ และถกู ตอ งของเครอื่ งมือทใ่ี ช
การนําเคร่ืองตรวจจบั ความเรว็ อัตโนมตั ิดว ยแสงเลเซอร (Speed Camera) มาใชใ นการ
ตรวจและจบั กมุ ผขู บั ขเ่ี กนิ ความเรว็ จาํ กดั เปน วธิ กี ารทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพมากทสี่ ดุ วธิ หี นง่ึ โดยเฉพาะกลอ ง
ตรวจจบั ความเรว็ มขี อ ดหี ลายประการ เชน ทาํ ใหม กี ารตรวจจบั แบบสมา่ํ เสมอ ลดจาํ นวนบคุ ลากรในการ
ออกปฏบิ ตั งิ านของเจา หนา ทเ่ี พอ่ื ตงั้ ดา นตรวจจบั และชาํ ระคา ปรบั อกี ทงั้ ยงั เปน การลดขอ ขดั แยง ทอ่ี าจ
เกิดข้ึนระหวา งผูขบั ขีแ่ ละเจา หนาท่ีตํารวจอกี ดว ย ผลจากการดําเนินการดังกลา ว จะนาํ ไปสกู ารจบั กุม
ผขู บั ขที่ มี่ พี ฤตกิ รรมการขบั รถเรว็ ไดอ ยา งตอ เนอื่ ง ในอนาคต การทาํ งานของเครอื่ งตรวจจบั ความเรว็ ดว ย
แสงเลเซอรน้ี สามารถทํางานไดท้ังระบบควบคุมเองและระบบอัตโนมัติ เม่ือรถที่ใชความเร็วเกินกวา
๑๑๖
กฎหมายกําหนดผานจุดตั้งกลอง กลองจะบันทึกภาพถาย ความเร็ว วันที่และเวลาโดยอัตโนมัติ
จากนั้นขอมูลจะถูกสงไปยังศูนยอํานวยการ เพื่อตรวจสอบทะเบียนรถและออกใบส่ังสงไปยังที่อยู
ของผคู รอบครองรถตามทะเบยี น และหากผทู ไ่ี ดร บั ใบสงั่ ไมช าํ ระคา ปรบั ภายใน ๗ วนั ตาํ รวจจะดาํ เนนิ การ
สงขอ มลู ไปยงั กรมการขนสง ทางบกเพ่อื ดําเนินการตามกฎหมายตอไป
ในเขตทางท่ีมีเครื่องหมายจราจรแสดงวาเปนเขตอันตรายหรือเขตใหขับรถชาๆ
ใหลดความเร็วและใชความระมดั ระวังเพิม่ ข้ึนตามสมควร
ในกรณีที่มีเครื่องหมายจราจรกําหนดอัตราความเร็วตํ่ากวาอัตราที่กําหนดไว
ในขางตน ใหใชค วามเร็วไมเ กนิ อัตราความเร็วท่กี าํ หนดไวนัน้
จากพระราชบญั ญตั ติ ามกฎกระทรวง ทง้ั พระราชบญั ญตั จิ ราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒
และพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ นั้น มีขอกําหนดท่ีสังเกตเห็นไดชัดเจนถึงความสําคัญ
ของปา ย และเคร่ืองหมายจราจรดังใจความสําคัญวา
“ในกรณีที่มีเคร่ืองหมายจราจรกําหนดอัตราความเร็วตํ่ากวาอัตราที่กําหนด
เอาไวนั้น ใหใชความเร็วไมเกินอัตราความเร็วท่ีเคร่ืองหมายจราจรกําหนดไว” ซึ่งแสดงใหเห็นวา
ปายจราจร เคร่ืองหมายจราจรตางๆ น้ัน มีสวนสําคัญในการกําหนดความเร็ว เพื่อให ผูขับขี่ปฏิบัติ
ตามขอ บงั คบั กฎหมาย ดังนั้นเคร่ืองหมายและปายจราจรทเ่ี กี่ยวขอ งกับการกําหนดความเร็ว ควรระบุ
ตําแหนงที่เร่ิมและสิ้นสุดการบังคับบนชวงถนนน้ันๆ รวมถึงบริเวณจุดท่ีสําคัญตางๆ เชน ทางแยก
หรือบริเวณที่จําเปนตองมีการจํากัดความเร็วเฉพาะ เชน เขตชุมชนหรือเขตโรงเรียน นอกจากนั้น
เคร่ืองหมายและปายจราจรท่ีเกี่ยวของกับการจํากัดความเร็ว ตองมีการเผยแพรและอธิบายให
ผใู ชร ถใชถ นนรบั ทราบและเขา ใจอยา งถกู ตอ ง อยา งไรกต็ าม การดาํ เนนิ งานในการบงั คบั ใชก ฎหมายของ
เจา หนาท่ีตาํ รวจทมี่ ีประสทิ ธิภาพกเ็ ปน สิ่งจาํ เปน เชนเดยี วกนั
มตคิ ณะรฐั มนตรี เมอื่ วนั ท่ี ๔ มนี าคม ๒๕๖๐ เหน็ ชอบใหก าํ หนดพน้ื ทจี่ าํ กดั ความเรว็
ทเี่ หมาะสมกบั พนื้ ทช่ี มุ ชนและใหต ดิ ตงั้ ปา ยจาํ กดั ความเรว็ โดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการจดั การ
จราจรทางบกในจงั หวดั ทงั้ นี้ อาศยั อาํ นาจตามมาตรา ๑๓๙ (๖) แหง พระราชบญั ญัตจิ ราจรทางบก
ที่วาในทางสายใดหรือเฉพาะทางตอนใดท่ีเจาพนักงานจราจรเห็นวาถาไดออกประกาศขอบังคับหรือ
ระเบียบเกี่ยวกับการจราจรแลวจะเปนการปลอดภัย และสะดวกในการจราจร ใหเจาพนักงานจราจร
มอี าํ นาจออกประกาศขอ บงั คบั หรอื ระเบยี บได ในหลายจงั หวดั เจา พนกั งานจราจรจงึ ไดก าํ หนดอตั รา
ความเร็วของรถในทางภายในอัตราท่ีกําหนดในกฎกระทรวง เชน ขอบังคับเจาพนักงานจราจรในเขต
กรุงเทพมหานคร วาดว ยการกําหนดอัตราความเร็วของรถ พ.ศ. ๒๕๖๑
๑๑๗
เลม ๑๓๕ ตอนพเิ ศษ ๓๓ ง หนา ๕๘ ๑๔ กมุ ภาพนั ธ ๒๕๖๑
ราชกจิ จานเุ บกษา
¢ÍŒ ºÑ§¤ºÑ à¨ÒŒ ¾¹¡Ñ §Ò¹¨ÃÒ¨Ãã¹à¢μ¡Ãا෾ÁËÒ¹¤Ã
NjҴnj ¡ÒÃกํา˹´ÍμÑ ÃÒ¤ÇÒÁàÃçǢͧö
¾.È. òõöñ
ดว ย กองบญั ชาการตาํ รวจนครบาล ไดดําเนินการรณรงคแ ละกวดขนั วินยั จราจรเพอื่ ลด
อบุ ตั เิ หตทุ างถนนในบรเิ วณพนื้ ทที่ เ่ี ปน แหลง ชมุ ชนมสี ถานศกึ ษาและสถานทสี่ าํ คญั ๆ ซงึ่ มนี กั ทอ งเทย่ี ว
มาเขา ชมจาํ นวนมาก ดงั นน้ั เพอ่ื เปน การปลอดภยั และสะดวกในการจราจร จงึ จาํ เปน ตอ งออกประกาศ
ขอบงั คับเจา พนักงานจราจร เพ่อื รองรบั การกําหนดอตั ราความเรว็ ของรถในถนนตา ง ๆ
ฉะนั้น อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๓๙ (๖) แหงพระราชบัญญัติจราจรทางบก
พ.ศ. ๒๕๒๒ อนั เปน พระราชบญั ญตั ทิ ม่ี บี ทบญั ญตั บิ างประการเกย่ี วกบั การจาํ กดั สทิ ธเิ สรภี าพของบคุ คล
ซึ่งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๓๘ ของรฐั ธรรมนญู แหง ราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ บญั ญตั ิ
ใหกระทําไดโ ดยอาศยั อํานาจตามบทบญั ญัติแหงกฎหมายทต่ี ราข้นึ เพ่ือความมน่ั คงของรฐั ความสงบ
เรียบรอ ยของประชาชน และคําสงั่ กระทรวงมหาดไทย ท่ี ๕๒๙/๒๕๕๕ ลงวันที่ ๗ กนั ยายน ๒๕๕๕
แตงต้ังผูบัญชาการตํารวจนครบาลเปนเจาพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร ประกอบกับคําส่ัง
กองบญั ชาการตาํ รวจนครบาล ท่ี ๓๒๒/๒๕๖๐ ลงวนั ท่ี ๑ ตลุ าคม ๒๕๖๐ เรอื่ ง การกาํ หนดลกั ษณะงาน
และการมอบหมายอํานาจหนาท่ีรับผิดชอบใหรองผูบัญชาการตํารวจนครบาลและผูบังคับการ
ประจาํ กองบญั ชาการตาํ รวจนครบาล โดยมอบอาํ นาจใหร องผบู ญั ชาการตํารวจนครบาล (งานจราจร)
กํากับบริหารราชการ ส่ังและปฏิบัติราชการแทนผูบัญชาการตํารวจนครบาล จึงไดออกขอบังคับไว
ดังตอไปน้ี
ขอ ๑ ขอบังคับน้ีเรยี กวา “ขอบังคับเจาพนกั งานจราจรในเขตกรงุ เทพมหานคร วา ดวย
การกําหนดอัตราความเร็วของรถ พ.ศ. ๒๕๖๑”
ขอ ๒ ขอ บงั คบั นใ้ี หใ ชบ งั คบั ตง้ั แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน ตน ไป
ขอ ๓ กําหนดอตั ราความเร็วของรถ ไมเ กิน ๕๐ กิโลเมตรตอชั่วโมง ในถนนดงั ตอไปน้ี
๓.๑ ถนนนครราชสีมา ตัง้ แตแยกสวนรน่ื ถงึ แยกวงั แดง
๓.๒ ถนนราชวิถี ต้ังแตแ ยกอภุ ัยเจษฎทศิ ถงึ เชิงสะพานกรงุ ธน
๓.๓ ถนนสามเสน ต้ังแตแยกบางกระบือ ถึงแยกสเี่ สาเทเวศร
๓.๔ ถนนอทู องนอก ต้งั แตแยกอทู องนอก ถงึ แยกทา วาสกุ รี
๓.๕ ถนนสโุ ขทัย ต้งั แตแยกสวนร่นื ถงึ แยกสโุ ขทัย
๑๑๘ หนา ๕๙ ๑๔ กมุ ภาพันธ ๒๕๖๑
ราชกจิ จานุเบกษา
เลม ๑๓๕ ตอนพเิ ศษ ๓๓ ง
๓.๖ ถนนศรอี ยธุ ยา ต้งั แตแยกกองพลท่ี ๑ ถงึ แยกเสาวนีย
๓.๗ ถนนพระราม ๕ ตง้ั แตแยกพาณชิ ย ถึงแยกสุโขทัย
๓.๘ ถนนสวรรคโลก ต้งั แตแ ยกยมราช ถึงแยกสวรรคโลก
ขอ ๔ ขอบังคับนี้มิใหใชบังคับกับรถที่กําหนดอัตราความเร็วในกฎกระทรวงไมเกิน
๔๕ กโิ ลเมตรตอ ช่ัวโมง
ขอ ๕ บรรดา ขอบังคับ ประกาศ ระเบียบใดท่ีขัดหรือแยงกับขอบังคับนี้ ใหยกเลิก
โดยใชข อ บังคับนีแ้ ทน
ประกาศ ณ วนั ท่ี ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๑
พลตาํ รวจตรี จิรพฒั น ภูมจิ ติ ร
รองผูบ ัญชาการตํารวจนครบาล ปฏบิ ตั ริ าชการแทน
ผบู ญั ชาการตํารวจนครบาล
เจาพนกั งานจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร
นอกจากที่ไดกลา วถงึ ในบทน้ี ยังมกี ารกระทําของผขู ับข่ี ผูใ ชท าง ทม่ี พี ฤติกรรมท่ีสมุ เส่ียง
ตอ การเกดิ อบุ ตั เิ หตทุ างถนนอกี หลายประการ เชน การขบั รถฝา ฝน เครอื่ งหมายและสญั ญาณไฟจราจร
การขบั รถยอ นศร การจอดรถบนไหลท าง การใชโ ทรศพั ทข ณะขบั ขี่ เปน ตน ดงั นน้ั การบงั คบั ใชก ฎหมาย
อยา งเครง ครดั และตอ เนอื่ ง จงึ เปน การควบคมุ พฤตกิ รรมของผใู ชท างใหอ ยใู นระเบยี บวนิ ยั จราจร และ
ใชท างรว มกันอยา งปลอดภยั
๑๑๙
º··Õè õ
°Ò¹¤ÇÒÁ¼Ô´μÒÁ¡®ËÁÒ·Õàè ¡ÕèÂÇ¢ŒÍ§¡Ñº¡Òû¯ÔºμÑ ËÔ ¹ÒŒ ·èÕ¨ÃÒ¨Ã
õ.ñ ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞμÑ Ô¨ÃҨ÷ҧº¡ ¾.È. òõòò
พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ เปนกฎหมายท่ีเปนหลักในการจัดการ
และอาํ นวยความสะดวกดานการจราจร มีเนอื้ หาครอบคลุมทกุ องคประกอบของการจราจร ไดแ ก คน
รถ ยานพาหนะ และส่ิงแวดลอม ประกอบดวย ๑๙ ลักษณะ ๑๖๓ มาตรา และเพ่ือใหเหมาะสม
กับสภาพการณที่เปล่ียนแปลง ไดมีการแกไขเพ่ิมเติมบทบัญญัติแหงพระราชบัญญัติจราจรทางบก
พ.ศ. ๒๕๒๒ อกี หลายฉบับ ไดแก พระราชบัญญตั ิจราจรทางบก (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๙ ประกาศ
คณะรักษาความสงบเรียบรอยแหงชาติฉบับท่ี ๓๙ พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๔)
พ.ศ. ๒๕๓๕ พระราชบัญญตั ิจราจรทางบก (ฉบบั ที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๘ พระราชบัญญตั จิ ราจรทางบก
(ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๒ พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับท่ี ๗) พ.ศ. ๒๕๕๐ พระราชบัญญัติ
จราจรทางบก (ฉบบั ที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๕๑ นอกจากน้อี าศัยอํานาจตาม พระราชบญั ญตั ิจราจรทางบก
พ.ศ. ๒๕๒๒ รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทยยังไดมีการออกกฎกระทรวงอีกหลายฉบับ รวมทั้ง
ผบู ญั ชาการตาํ รวจแหง ชาตกิ ไ็ ดม กี ารออกขอ กาํ หนดสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตอิ กี จาํ นวนหนงึ่ เชน เดยี วกนั
ท้งั นี้เพอ่ื ใหการปฏิบัติงานดา นการจราจรมีประสทิ ธิภาพมากยิง่ ขึน้
การนําเสนอกฎหมายในสวนนี้ ไดเพ่ิมเติมเน้ือหา ท่ีแกไข เพ่ิมเติม จากกฎหมาย
กฎกระทรวง และขอ กาํ หนดสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตไิ วแ ลว มเี จตนารมณท จ่ี ะใหท ราบถงึ มาตราตา งๆ
ทเ่ี กย่ี วกบั ขอ หาหรอื ฐานความผดิ บทกาํ หนดโทษสงู สดุ ตา่ํ สดุ ทเ่ี จา พนกั งานจราจรหรอื พนกั งานสอบสวน
สามารถใชดุลยพินิจเปรียบเทียบปรับไดตามอัตราที่กฎหมายกําหนดไว และกลาวถึงกําหนดจํานวน
คา ปรบั กรณกี ารชาํ ระคา ปรบั ทางไปรษณยี และคา ปรบั ในระบบ PTM ตามขอ กาํ หนดสาํ นกั งานตาํ รวจ
แหงชาติ ดงั นี้
๑๒๐
õ.ñ.ñ ÅѡɳРñ ¡ÒÃ㪌ö
การใชรถตามลักษณะ ๑ ประกอบดวย ลักษณะของรถที่ใชในทาง การใชไฟหรือเสียง
สัญญาณของรถ และการบรรทกุ ดงั นี้
ลํา´ºÑ ขอ กลาวหาหรอื ฐานความผิด มาตรา บทกาํ หนดโทษ คาปรับทาง ปณ./PTM
ËÁÇ´ ñ ÅѡɳТͧö·Õãè ªãŒ ¹·Ò§
๑. - นาํ รถทม่ี สี ภาพไมม น่ั คงแขง็ แรง ม.๖ ม.๑๔๘ ปรบั ๔๐๐ บาท
มาใชใ นทาง วรรคหนึ่ง ปรบั ไมเ กนิ
๕๐๐ บาท -”-
- นาํ รถทอี่ าจเกดิ อนั ตรายแกผ อู น่ื -”- ปรับ ๔๐๐ บาท
มาใชในทาง ม.๖ -”-
- นาํ รถทอ่ี าจทาํ ใหเ สอ่ื มเสยี สขุ ภาพ วรรคหนึง่ ม.๑๔๘ - อุปกรณสวนควบ
อนามัยแกผูอ่นื มาใชในทาง ปรบั ไมเ กิน เปนไปตามกฎหมาย
๕๐๐ บาท รถยนตป ๒๕๒๒
กฎกระทรวง ฉ.ท่ี ๑๐,
๒. - ใชร ถทม่ี เี ครอ่ื งอปุ กรณส ว นควบ ม.๖ ม.๑๔๘ ๑๑ และกฎหมายขนสง
ไมค รบถว น วรรคสอง ม.๘ ๒๕๒๒ กฎกระทรวง
- ใชรถท่ีเคร่ืองอุปกรณสวนควบ ปรบั ไมเ กนิ ฉ.ท่ี ๙ (๒๕๒๔)
ใชก ารไมไดด ี ๕๐๐ บาท ปรบั ๔๐๐ บาท
ปรบั ๕๐๐ บาท
๓. - นํารถที่มิไดติดแผนปาย ม.๗ ม.๑๕๒ - ÃÇÁ¶Ö§ รถทุกชนิด
เลขทะเบยี นปา ยประจํารถ ปรับไมเกิน ไมว า จะจดทะเบยี นแลว
๑,๐๐๐ บาท หรอื ไมก ต็ าม
๔. - นาํ รถทผี่ ขู บั ขไี่ มอ าจมองเหน็ ทาง ม.๘ - หากจดทะเบียนแลว
พอแกค วามปลอดภยั มาใชใ นทาง วรรคหน่ึง ม.๑๔๘ ตอ งมแี ละแสดงแผน ปา ยฯ
เดินรถ ปรับไมเ กนิ ปรบั ๔๐๐ บาท
๕๐๐ บาท - หากจดทะเบียนแลว
๕. - นาํ รถทใ่ี ชว สั ดกุ รองแสงไมเ ปน ไป ม.๘ ตอ งมแี ละแสดงแผน ปา ยฯ
ตามระเบียบฯ หรือ ประกาศฯ วรรคสอง ม.๑๕๐ ปรับ ๔๐๐ บาท
ปรับไมเ กิน
๕๐๐ บาท
๑ ขอกําหนดสํานักงานตํารวจแหงชาติ เร่ือง การชําระคาปรับ การชําระคาปรับทางไปรษณีย และวิธีการธุรกรรมทาง
อิเล็กทรอนิกส บัตรเครดิต หรือวิธีการอื่น โดยผานธนาคารหรือหนวยบริการรับชําระเงิน และกําหนดจํานวนคาปรับตามที่
เปรยี บเทยี บ สาํ หรับความผิดตามพระราชบญั ญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ประกาศ ณ ๓๐ สงิ หาคม ๒๕๕๙
๑๒๑
ลาํ ´Ñº ขอกลาวหาหรือฐานความผิด มาตรา บทกาํ หนดโทษ คา ปรับทาง ปณ./PTM
๖. - นํารถท่ีเกิดเสียงอื้ออึงมาใชใน ม.๙ ม.๑๔๘ - หากจดทะเบียนแลว
ปรับไมเกนิ ตอ งมแี ละแสดงแผน ปา ยฯ
ทางเดินรถ ๕๐๐ บาท ปรับ ๔๐๐ บาท
- นํารถท่ีมีสิ่งลากถูไปบนทาง ม.๙ ม.๑๔๘ ปรับ ๔๐๐ บาท
มาใชในทางเดินรถ ปรบั ไมเกิน ปรบั ๔๐๐ บาท
๗. - นํารถท่ีมีลอไมใชยางมาใช ม. ๑๐ ๕๐๐ บาท ปรับ ๑,๐๐๐ บาท
ในทางเดนิ รถ ม.๑๔๘
๘. - นาํ รถทเ่ี ครอ่ื งยนตก อ ใหเ กดิ กา ซ ม.๑๐ ทวิ ปรบั ไมเ กิน
ฝนุ ควนั ละออง เคมี หรอื เสยี ง ๕๐๐ บาท
เกนิ เกณฑม าใชฯ ม.๑๕๒
ปรับไมเ กนิ
๑,๐๐๐ บาท
๑๒๒
ลาํ ´ºÑ ขอ กลา วหาหรือฐานความผิด มาตรา บทกาํ หนดโทษ คา ปรับทาง ปณ./PTM
ËÁÇ´ ò ¡ÒÃ㪌ä¿ËÃÍ× àÊÕ§ÊÑÞÞҳö ปรบั ๔๐๐ บาท
- ถาเปนรถที่ขึ้นตอ
๑. - ไมเปดไฟหรือใชแสงสวางตาม ม. ๑๑ ม. ๑๔๘ กม.ขนสงฯ ผดิ ม. ๑๑๑,
ประเภท ลักษณะและเงื่อนไข กฎ ฉ.ที่ ๒ ปรับไมเ กนิ ๑๖๑ โทษปรับไมเกิน
ท่ีกาํ หนดในกฎกระทรวง (๒๕๒๒) ๕๐๐ บาท ๕,๐๐๐ บาท
ปรับ ๔๐๐ บาท
- ขับรถยนตมีโคมไฟพุงตํ่า - ” - -”- - เฉพาะเวลาทมี่ แี สงสวา ง
ขา งเดยี ว ไมเ พยี งพอทจ่ี ะมองเหน็
คน รถหรอื สง่ิ กดี ขวางได
- ขบั รถยนตไมมีโคมไฟทา ยรถ -”- -”- ชดั แจง ระยะไมน อ ยกวา
(แสงแดง) ๑๕๐ เมตร
- ขบั รถยนตไมมโี คมไฟหยดุ -”- -”-
(แสงแดง) ปรบั ๔๐๐ บาท
- ขบั รถยนตไ มม ีโคมไฟสองปาย -”- -”- ปรับ ๔๐๐ บาท
ทะเบยี นฯ ปรบั ๔๐๐ บาท
- ขับรถ จยย. ไมม ีโคมไฟหนา รถ ม. ๑๑ ม. ๑๔๘ ปรับ ๔๐๐ บาท
กฎ ฉ.ที่ ๒ ปรับไมเกิน
- ขบั รถ จยย. ไมม ีโคมไฟทา ยรถ (๒๕๒๒) ๕๐๐ บาท ปรบั ๔๐๐ บาท
- ขับรถ จยย. ไมมีโคมไฟหยดุ -”- -”- ปรับ ๔๐๐ บาท
- ขับ จยย. ไมม ีโคมไฟสอ งปาย -”- -”- ปรับ ๔๐๐ บาท
ทะเบียนฯ -”- -”- ปรบั ๔๐๐ บาท
- ขับรถไมใชโคมไฟแสงพุงไกล ปรับ ๔๐๐ บาท
เมอ่ื ไมมีรถสวน -”- -”- ปรบั ๔๐๐ บาท
- ขับรถไมใชโคมไฟแสงพุงต่ํา ปรับ ๔๐๐ บาท
เมือ่ มีรถสวนมา -”- -”-
- ไมติดโคมไฟแสงแดงปลายสุด
ของสว นท่ยี ่ืนลํ้านอกตวั รถ -”- -”-
- จอดรถในทางเวลากลางคืน
ไมเ ปด ไฟเลก็ /ไฟทาย และไฟสอ ง -”- -”-
ปายทะเบยี น
๑๒๓
ลาํ ´Ñº ขอ กลา วหาหรือฐานความผิด มาตรา บทกําหนดโทษ คาปรับทาง ปณ./PTM
๑. - ขบั รถมโี คมไฟนอกจากทก่ี ฎหมาย ม. ๑๑ ม. ๑๔๘ - ติดสปอตไลท หนา/
กฎ ฉ.ท่ี ๒ ปรับไมเ กนิ ทา ยรถ มี หรอื ใชกผ็ ิด
กาํ หนดโดยมิไดร บั อนญุ าตฯ (๒๕๒๒) ๕๐๐ บาท เชนกนั
- ขบั รถใชโคมไฟนอกจากท่ี -”- -”- ปรบั ๔๐๐ บาท
กฎหมายกาํ หนดโดยมไิ ดร บั อนญุ าตฯ
๒. - ขบั รถในทางไมใ ชเ สยี งสญั ญาณ ม. ๑๒ (๑) ม. ๑๔๗ ปรับ ๒๐๐ บาท
ตามท่ีกฎหมายกําหนด (รถยนต, (๒)-(๓) - รถทขี่ นึ้ ตอ กม.ขนสง ฯ
จักรยานยนต ใชแตร, รถมาใช ผิด ม.๑๑๑, ๑๖๑ ปรับ
ระฆัง และรถจักรยาน ใชก ระดิ่ง) ไมเ กิน ๕,๐๐๐ บาท
ใหไดย นิ ไดไมน อยกวา ๖๐ เมตร
๓. - ขับรถในทางใชไฟแสงวับวาบ ม. ๑๓ ม. ๑๕๒ ปรับ ๓๐๐ บาท
โดยมิไดร บั อนญุ าต วรรคหนงึ่ ปรับไมเกิน ปรับ ๕๐๐ บาท
๑,๐๐๐ บาท
- ขบั รถในทางใชเสียงสญั ญาณ ม. ๑๓ ม. ๑๕๒ -”-
ไซเรนโดยมไิ ดร ับอนญุ าตฯ วรรคหนง่ึ ปรับไมเกนิ
๑,๐๐๐ บาท
- ขับรถในทางใชเสียงสัญญาณ - ” - -”-
เสยี งนกหวีด
- ขบั รถในทางใชเ สยี งสัญญาณ - ” - -”- -”-
แตกพรา
- ขับรถในทางใชเ สยี งสัญญาณ - ” - -”- -”-
หลายเสียง
- ขับรถในทางใชเสียงสัญญาณ - ” - -”- -”-
ดงั เกนิ ควร
๔. - ขับรถในทางใชเสียงสัญญาณ ม. ๑๔ ม. ๑๔๘ ปรับ ๒๐๐ บาท
เกนิ ความจําเปน ปรับไมเ กิน -”-
๕๐๐ บาท
- ขับรถในทางใชเสียงสัญญาณ - ” - -”-
ยาวเกินควร
- ขับรถในทางใชเสียงสัญญาณ - ” - -”- -”-
ซา้ํ เกินควร
๑๒๔
ลาํ ´ºÑ ขอ กลาวหาหรอื ฐานความผดิ มาตรา บทกาํ หนดโทษ คาปรบั ทาง ปณ./PTM
๕. - ขับรถบรรทุกส่ิงของยาวยื่นลํ้า ม. ๑๕ ม. ๑๕๒ ปรับ ๕๐๐ บาท
เกินตัวรถ ไมติดธงแดงตามชนิด ขอกําหนด ปรับไมเกนิ - ธง ตอ งเปน รปู สเี่ หลย่ี ม
และลักษณะทก่ี ําหนด ตร.ลง ๒๐ ๑,๐๐๐ บาท ผนื ผา ขนาด ๓๐x๔๕ ซม.
เม.ย. ๒๕๒๒ ทําดวยผาหรือวัสดุ
เรืองแสง ไมขาดชํารุด
เปรอะเปอน
- ถาสิ่งท่ีบรรทุกกวาง
เกิน ๑ ม. ใหติดธง
หรือไฟ ตามท่ีกําหนด
(ท้งั ซาย และขวา)
- ถา ยนื่ ยาวเกนิ ๒.๕๐ ม.
ตองติดสัญญาณธงหรือ
ไฟไวก ง่ึ กลางดา นขา ง ๆ
ละ ๑ ชดุ
๖. - ขบั รถบรรทกุ ของเหลวไวไฟกลางวนั ม. ๑๖ ม. ๑๕๒ ปรบั ๕๐๐ บาท
ไมตดิ ธงแดงทตี่ อนปลายสุด) ปรับไมเกิน - มองเห็นในระยะ
๑,๐๐๐ บาท ไมน อยกวา ๑๕๐ เมตร
- ตาม กม.คอื ของเหลว
- ขบั รถบรรทุกของเหลวไวไฟ - ” - ไวไฟท่ีมีจุดวาบไฟใน
กลางคืนไมติดไฟแสงแดงที่ตอน อุณหภูมิ ๒๑ ํC หรือ
ปลายสุด ต่าํ กวา
-”- -”-
- ขบั รถบรรทกุ กา ซไวไฟ กลางคนื - ” - -”- -”-
ไมติดไฟแสงแดง ที่ตอนปลายสดุ
๗. - ขับรถบรรทุกวัตถุระเบิดหรือ ม. ๑๗ กฎ ม. ๑๕๘ จาํ คกุ - ไมอยใู นอํานาจ
วัตถุอันตรายไมจัดใหมีปายแสดง ฉ.ท่ี ๓ ไมเกิน ๑ เดือน เปรียบเทยี บปรับ
ถึงวตั ถทุ ่บี รรทุก (๒๕๒๒) หรอื ปรบั ไมเ กิน - ปา ยทต่ี อ งแสดง เชน
๒,๐๐๐ บาท “วตั ถรุ ะเบดิ ”
หรือทงั้ จาํ ทง้ั ปรับ “วตั ถไุ วไฟ”
“กาซอันตราย”
“กรดอนั ตราย”
- ปายสีขาว อกั ษรแดง
สงู ๒๐x๒.๕ ซม. ตดิ ดา น
หนา/หลังรถในท่ีเห็น
ไดง าย
- ทายรถใหติดแถบ
สะทอ นแสงแดงสลบั ขาว
กวา งยาว ๒๐x๑๔๐ ซม.
๑๒๕
ลํา´ºÑ ขอกลาวหาหรอื ฐานความผดิ มาตรา บทกาํ หนดโทษ คา ปรับทาง ปณ./PTM
๗. - ขับรถบรรทุกวัตถุระเบิดหรือ ม. ๑๗ กฎ
ม. ๑๕๘ - ไมอ ยูในอํานาจ
วัตถุอันตรายไมมีเคร่ืองดับเพลิง ฉ.ที่ ๓ จําคกุ ไมเ กิน เปรยี บเทยี บปรับ
ตดิ กับรถ (๒๕๒๒) ๑ เดือน หรอื ปรบั - เคร่ืองดับเพลิงตอง
ไมเ กนิ ๒,๐๐๐ บาท เปนชนิดใชผงเคมีแหง
- ขับรถบรรทกุ วตั ถุระเบิดหรือ -”- หรือทง้ั จาํ ท้งั ปรับ หรอื คารบ อนไดออกไซด
วตั ถุอันตรายจอดรถทิง้ ไว -”-
โดยไมม ีผูค วบคุมดูแล -”- ขนาดบรรจุไมน อยกวา
- ขับรถบรรทุกวัตถุระเบิดหรือ -”- ๔ กก. อยา งนอ ย ๒ เครอ่ื ง
วัตถุอันตรายàμÔÁ¹éíÒÁѹàª×éÍà¾ÅÔ§
(ยกเวน แตมีความจําเปน ) -”- - ไมอยใู นอํานาจ
- ขบั รถบรรทกุ วตั ถรุ ะเบดิ หรอื วตั ถุ เปรียบเทียบปรับ
อนั ตรายÊÙººØËÃèÕ ในระยะ ๑๕ ม.
จากตวั รถ -”- -”-
- ขบั รถบรรทกุ วตั ถรุ ะเบดิ หรอื วตั ถุ
อนั ตรายäÁμ‹ ¡Ñ àμÍ× ¹¼ÍŒÙ ¹è× ·ÊÕè ºÙ ºËØ ÃèÕ -”- -”-
ในระยะ ๑๕ ม. จากตวั รถ
- ขบั รถบรรทกุ วตั ถรุ ะเบดิ หรอื วตั ถุ -”- -”-
อันตราย㪌ä¿ท่ีตองใชช้ือเพลิง
ในรถ
- ขับรถบรรทุกวัตถุระเบิดหรือ
วัตถุอันตรายÂÔ¹ÂÍÁãËŒ¼ÙŒÍè×¹
ãªäŒ ¿ทต่ี อ งใชเช้อื เพลิงในรถ
๑๒๖
ลาํ ´ºÑ ขอกลาวหาหรือฐานความผิด มาตรา บทกาํ หนดโทษ คา ปรับทาง ปณ./PTM
ËÁÇ´ ó ¡ÒúÃ÷¡Ø
๑. - ขับรถไมจัดใหมีส่ิง»‡Í§¡Ñ¹ ม. ๒๐ ม. ๑๔๘ ปรับ ๔๐๐ บาท
¡ÒÃμ¡ËÅ‹¹ ของคนโดยสาร ปรบั ไมเกนิ - ถาเปนรถท่ีขึ้นตอ
๕๐๐ บาท กม.ขนสง ผิด ม. ๑๑๑,
๑๖๑ ปรบั ไมเ กนิ ๕,๐๐๐
บาท
- ขบั รถบรรทกุ ไมจ ดั ใหม สี ง่ิ »Í‡ §¡¹Ñ - ” - -”- ปรบั ๔๐๐ บาท
¡ÒÃμ¡ËÅ‹¹¢Í§ÊèÔ§·ºèÕ Ã÷¡Ø - จะออกใบสั่งหรือ
ป รั บ ไ ด เ ฉ พ า ะ ก ร ณี
“ไมจัดใหมีสิ่งปองกัน”
การตกหลนเทาน้ัน
ถาส่งิ ท่ีบรรทกุ เชน หนิ
ดิน ทรายหรือสิ่งปฏิกูล
μ¡ËŹ‹ ŧÁÒáÅÇŒ จะÍÍ¡
ãºÊÑè§หรือ»ÃѺขอหา
ขบั รถทาํ ใหส งิ่ ของทบ่ี รรทกุ
ตกหลน บนทางหลวง
äÁä‹ ´Œ เพราะขอ กลา วหา
ดังกลา ว กฎหมายไมไ ด
ระบใุ หอ าํ นาจไว ซงึ่ อาจ
ตอ งใช พ.ร.บ.ทางหลวง
พ.ศ. ๒๕๓๕ ม. ๔๕,๗๑
ที่วางโทษความผิดกรณี
ดังกลาวใหจําคุกไว
ไมเกิน ๓ ป หรือปรับ
ไมเกิน ๖๐,๐๐๐ บาท
หรือ กม.อื่นๆ หรือ
ทง้ั จําทั้งปรับ
- ขบั รถบรรทกุ ไมจ ดั ใหม สี งิ่ »Í‡ §¡¹Ñ ม.๒๐ มาตรา ๑๔๘ ปรับ ปรับ ๔๐๐ บาท
¡ÒÃÃÇèÑ äËÅของส่ิงท่บี รรทกุ ไมเ กิน ๕๐๐ บาท
- ขบั รถบรรทกุ ไมจ ดั ใหม กี าร»Í‡ §¡¹Ñ - ” - -”- -”-
¡ÒÃÊ‹§¡Å¹èÔ ของส่งิ ทีบ่ รรทุก
๑๒๗
ลาํ ´ºÑ ขอ กลา วหาหรือฐานความผิด มาตรา บทกําหนดโทษ คาปรบั ทาง ปณ./PTM
๑. - ขบั รถบรรทกุ ไมจ ดั ใหม กี าร»Í‡ §¡¹Ñ ม.๒๐ มาตรา ๑๔๘ ปรับ ปรับ ๔๐๐ บาท
¡ÒÃÊÍ‹ §áʧÊз͌ ¹ของสงิ่ ทบี่ รรทกุ ไมเกนิ ๕๐๐ บาท
- ขบั รถบรรทกุ ไมจ ดั ใหม กี าร»Í‡ §¡¹Ñ - ” - -”- -”-
¡ÒûÅÇÔ ä»จากรถของสง่ิ ทบี่ รรทกุ
๒. - ขับรถบรรทุก¤¹โดยสารà¡Ô¹ ม. ๑๘ กฎ. ม. ๑๕๐ (๓) ปรับ ๔๐๐ บาท
ÊÇ‹ ¹¡ÇŒÒ§ของรถ ฉ.ที่ ๔ ปรบั ไมเกิน - ถาเปนรถที่ขึ้นตอ
(๒๕๒๒) ๕๐๐ บาท กม.ขนสง ผูขับรถผิด
ม. ๑๑๑,๑๖๑ โทษปรบั
ไมเกนิ ๕,๐๐๐ บาท
- ขับรถบรรทุกÊèÔ§¢Í§à¡Ô¹ - ” - - ” - ปรับ ๔๐๐ บาท
ÊÇ‹ ¹¡ÇÒŒ §ของรถ
- ขับรถบรรทุกสิ่งของÂ×è¹ÂÒÇ - ” - -”- - ดานหลังยาวไมเกิน
à¡¹Ô ¡ÇÒ‹ ทก่ี าํ หนด ๒.๕๐ ม.
- ขบั รถบรรทกุ สง่ิ ของÊ§Ù à¡¹Ô ¡ÇÒ‹ - ” - -”- ปรบั ๔๐๐ บาท
ทีก่ าํ หนด - รถที่มีความกวางเกิน
๒.๓๐ ม.(๑๐ ลอ ) สงู ไมเ กนิ
๓.๘๐ ม. จากพ้ืนดิน
รถบรรทุกอื่นบรรทุกสูง
ไมเกิน ๓ ม. จากพืน้ ดิน
รถบรรทกุ ตู (คอนเทนเนอร)
สงู ไมเ กิน ๔ ม. ฯ
- รถอ่ืน บรรทุกสูง
ไมเกิน ๑.๕๐ เมตร
- ขับรถ จยย. บรรทุกสิ่งของ ม. ๑๘ กฎ. ม. ๑๕๐ (๓) ปรบั ๔๐๐ บาท
à¡¹Ô ÍÑμÃÒ (เกิน ๕๐ กก.) ฉ.ท่ี ๔ ปรับไมเกิน
(๒๕๒๒) ๕๐๐ บาท
- ขับรถ จยย. ºÃ÷ء¤¹à¡Ô¹ - ” - -”- -”-
จํานวนทน่ี ่งั (ซอนคนโดยสารเกนิ
๑ คน)
๑๒๘
õ.ñ.ò Å¡Ñ É³Ð ò ÊÑÞÞÒ³¨ÃÒ¨ÃáÅÐà¤ÃèÍ× §ËÁÒ¨ÃÒ¨Ã
ลักษณะ ๒ เปนกรณีทกี่ ฎหมายกําหนดให ผูขับขี่ คนเดินเทา หรอื คนลากจูง ข่ีหรอื ไล
ตอ นสัตว ปฏบิ ัติตามสญั ญาณจราจร หรอื เครอ่ื งหมายจราจร ท่ตี ิดตัง้ ไวหรอื ทาํ ใหปรากฏ ดงั นี้
ลาํ ดบั ขอ กลา วหาหรือฐานความผดิ ผดิ มาตรา บทกําหนดโทษ คา ปรับทาง ปณ.
๑. - ขับรถไมปฏิบัติตามสัญญาณ ม. ๒๑ ม. ๑๕๒ ปรับ ๕๐๐ บาท
จราจรฯ ปรบั ไมเกนิ -”-
๑,๐๐๐ บาท
- ขบั รถไมป ฏบิ ตั ติ ามเครอ่ื งหมาย - ” - -”-
จราจรฯ (ท่ตี ดิ ตัง้ ไว/ ทําใหป รากฏ
ในทางสาํ หรบั ใหผ ใู ชรถใชถ นน ม. ๑๕๒ -”-
ปฏบิ ัตติ ามเคร่ืองหมายน้นั ) ปรับไมเกิน
๒. - ขับรถไมปฏิบัติตามสัญญาณ ม. ๒๒ ๑,๐๐๐ บาท ปรบั ๕๐๐ บาท
ไฟจราจรสแี ดง (ไมหยุดรถ) ม. ๑๕๒ - ลา้ํ แนวเสน หยุด เพ่ือ
ปรับไมเกิน รอสญั ญาณไฟสีเขียว
- ขบั รถไมห ยดุ รถหลงั เสน ใหห ยดุ ม. ๒๒ ๑,๐๐๐ บาท
ม. ๑๕๒ ปรบั ๕๐๐ บาท
- ไมข ับรถตอ ไปเม่อื มีไฟสีเขียว ม. ๒๒ ปรับไมเกิน
๑,๐๐๐ บาท -”-
- ขับรถไมหยุดหลังเสนหยุด - ” - -”-
เมือ่ เห็นไฟกะพริบสีแดง
- ขับรถไมลดความเร็วเมื่อเห็น - ” - -”- -”-
ไฟกะพรบิ เหลืองอาํ พัน
๓. - ขบั รถไมปฏบิ ตั ิตามสัญญาณ ม. ๒๔ ม. ๑๕๒ ปรบั ๔๐๐ บาท
จราจรท่ีพนักงานเจาหนาที่แสดง ปรับไมเ กนิ -”-
ดว ยแขนหรือมือ ๑,๐๐๐ บาท
-”-
- หยดุ รถหางพนักงานเจา หนาท่ี - ” -
นอ ยกวา ๓ เมตร
๔. - ขับรถไมปฏิบัติตามสัญญาณ ม. ๒๕ -”- -”-
จราจรที่พนักงานเจาหนาที่
แสดงดวยนกหวีด
๑๒๙
ลาํ ดบั ขอ กลา วหาหรือฐานความผดิ ผิดมาตรา บทกําหนดโทษ คาปรบั ทาง ปณ.
๕. - ทําใหเสียหายซ่ึงสัญญาณหรือ ม. ๒๙ ปรบั ๒๐๐ บาท
-”- ม. ๑๕๒
เครื่องหมายจราจรฯ -”- ปรับไมเกิน -”-
-”- ๑,๐๐๐ บาท
- ทําลายซึ่งสัญญาณหรือ ม. ๒๙ -”-
เคร่ืองหมายจราจรฯ -”-
- ซอนเรนซ่ึงสัญญาณหรือ ม. ๒๙ -”- -”-
เคร่ืองหมายจราจรฯ ม. ๒๘
- เปล่ียนแปลงซ่ึงสัญญาณหรือ -”- -”-
เคร่อื งหมายจราจรฯ -”-
- เคลื่อนยายซ่ึงสัญญาณหรือ -”- ม. ๑๕๒ ปรับ ๒๐๐ บาท
เครื่องหมายจราจรฯ ปรับไมเ กนิ -”-
๑,๐๐๐ บาท
- ขีดเขียนซ่ึงสัญญาณหรือ -”-
เคร่ืองหมายจราจรฯ
- ทําใหไรประโยชนซ่ึงสัญญาณ ม. ๑๕๒ ปรบั ๒๐๐ บาท
หรอื เครอื่ งหมายจราจรฯ (ทตี่ ดิ ตง้ั ปรบั ไมเกิน
ไว/ทําใหป รากฏในทาง) ๑,๐๐๐ บาท
๖. - ทํ า สั ญ ญ า ณ จ ร า จ ร ห รื อ
เครื่องหมายจราจร ในทาง ม. ๑๕๘ - ไมมีอํานาจ
โดยไมม อี ํานาจ จาํ คกุ ไมเ กนิ ๑ เดอื น เปรยี บเทียบปรับ
หรือปรับไมเกิน - เจาพนักงานจราจร
- ติดตั้งสัญญาณจราจรหรือ ๒,๐๐๐ บาท หรือ มีอํานาจยึด ร้ือ ถอน
เ ค รื่ อ ง ห ม า ย จ ร า จ ร ใ น ท า ง ท้ังจาํ ท้ังปรบั ทําลายหรือทําใหสิ้นไป
โดยไมม อี ํานาจ ซ่ึ ง สั ญ ญ า ณ ห รื อ
- ทาํ ใหป รากฏในทางซง่ึ สญั ญาณ เคร่ืองหมายนั้น ตาม
หรือเครือ่ งหมายจราจร (โดยมไิ ด ม.๓๐ ได
เปน เจา พนกั งานจราจรหรอื พนกั งาน
เจาหนา ที่) -”- -”-
-”- -”-
๑๓๐
õ.ñ.ó ÅѡɳРó ¡ÒÃ㪷Œ Ò§à´¹Ô Ã¶
ลักษณะ ๓ การใชทางเดินรถ เปนบทบัญญัติตาม มาตรา ๓๒ ที่เนนใหผูขับข่ีตองใช
ความระมดั ระวงั ไมใ หร ถชนหรอื โดนคนเดนิ เทา และตอ งใหส ญั ญาณเตอื นคนเดนิ เทา ใหร ตู วั เมอ่ื จาํ เปน
โดยเฉพาะอยางย่ิง เด็ก คนชรา หรือคนพิการที่กําลังใชทาง ผูขับขี่จะตองระมัดระวังเปนพิเศษ
สาํ หรบั คนเดนิ เทา กต็ อ งปฏบิ ตั ติ าม พระราชบญั ญตั จิ ราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ตงั้ แต มาตรา ๑๐๓ ถงึ
มาตรา ๑๑๐ ถา คนเดนิ เทาไมปฏบิ ตั ิตาม ก็จะมคี วามผดิ เชน เดียวกัน การใชทางเดินรถ ในลักษณะ ๓
เปนบทบัญญัติที่วาดวย การขับรถ การขับแซงและผานขึ้นหนา การออกรถ การเลี้ยวรถ
และการกลบั รถ การหยดุ รถ และการจอดรถ ดงั น้ี
ลําดบั ขอ กลา วหาหรอื ฐานความผิด ผิดมาตรา บทกําหนดโทษ คา ปรับทาง ปณ.
หมวด ๑ การขบั รถ
๑. - ไมข บั รถในทางเดินรถดา นซาย ม. ๓๓ ม. ๑๕๑ ปรบั ๒๐๐ บาท
- ขับรถลํ้ากึ่งกลางทางเดินรถ ปรับต้งั แต - เปน ทางเดนิ รถขนึ้ /ลอ ง
โดยไมม ีเหตอุ ันควร ๒๐๐-๕๐๐ บาท สวนทางกนั
ม. ๑๕๑ ปรบั ๒๐๐ บาท
๒. - ไมขับรถในชองทางเดินรถ ม. ๓๔ ปรบั ตัง้ แต - àǹŒ áμ‹
ซายสุด หรือใกลกับชองเดินรถ ๒๐๐-๕๐๐ บาท ๑. ดานซายของทาง
ประจําทาง มสี งิ่ กดี ขวางหรอื ถกู ปด ฯ
๒. กําหนดเปน วันเวย
๓. กวา งไมถงึ หกเมตร
ปรับ ๒๐๐ บาท
- เปนทางเดินรถไปใน
ทิศทางเดียวกัน ต้ังแต
๒ ชอ งขน้ึ ไป
- àǹŒ áμ‹
๑. ชองเดินรถดานซาย
มสี ิง่ กดี ขวางหรือถกู ปด
๒. กําหนดเปน วันเวย
๓. จะเขา ชอ งใกลท างรว ม
ทางแยก
๔. จะแซงรถอ่นื
๕. ขับเร็วกวารถในชอง
ซา ย
๑๓๑
ลําดบั ขอ กลา วหาหรอื ฐานความผิด ผดิ มาตรา บทกาํ หนดโทษ คาปรบั ทาง ปณ.
ม. ๓๕ ม. ๑๕๗ ปรบั ๓๐๐ บาท
๓. - ไมขับรถบรรทุกในชองเดินรถ -”- ปรบั ต้ังแต - ¡àǹŒ
ดานซา ยสดุ -”-
- ไมขับรถบรรทุกคนโดยสารใน ๔๐๐-๑,๐๐๐ บาท ๑. รถบรรทกุ สว นบคุ คล
ชองเดนิ รถดานซายสดุ -”- นน. ไมเ กนิ ๑,๖๐๐ กก.
- ไมขบั รถ จยย. ในชองเดินรถ ม. ๓๖
ดา นซา ยสดุ - ” - ๒. รถนงั่ บคุ คลเกนิ ๗ คน
- ขับรถใชความเร็วต่ํากวารถอ่ืน ตาม พ.ร.บ.รถยนต (แต
แลวไมขับใกลขอบทางเดินรถ ตองเปน ไปตาม ม.๓๔)
ดานซา ย
-”-
๔. - เลยี้ วรถโดยมใิ หสัญญาณ
ม. ๑๔๘ ปรบั ๔๐๐ บาท
- เปล่ยี นชองทางเดนิ รถโดยมใิ ห -”- ปรบั ไมเ กนิ - สญั ญาณทตี่ อ งให คอื
สัญญาณ ม. ๓๖ ๕๐๐ บาท
- ลดความเร็วของรถโดยมิให -”- - มอื และแขน
สญั ญาณ - สัญญาณไฟ
- ใหสัญญาณระยะ
ไมต าํ่ กวา ๓๐ ม. และให
ผขู บั รถคนั อนื่ มองเหน็ ได
ไมน อยกวา ๖๐ เมตร
-”-
- จอดหรอื หยดุ รถโดยมใิ หส ญั ญาณ - ” - ม. ๑๔๘ ปรบั ๔๐๐ บาท
ปรับไมเกนิ - สญั ญาณทต่ี อ งให คอื
๕. - ไมใหสัญญาณมือและแขน ม. ๓๗(๑) ๕๐๐ บาท
เมอื่ จะลดความเรว็ ของรถ เมอื่ จะให (๓) (๔) (๕) - มือและแขน
-”- - สญั ญาณไฟ
ม. ๑๔๘ - ใหสัญญาณระยะ
ปรบั ไมเ กิน ไมต ํ่ากวา ๓๐ ม. และ
๕๐๐ บาท ใหผ ขู บั รถคนั อน่ื มองเหน็
ไดไมนอ ยกวา ๖๐ เมตร
-”-
ปรับ ๒๐๐ บาท
รถคนั อนื่ ผา น เมอ่ื จะเลยี้ วขวาหรอื
เปล่ยี นชองทางเดินรถไปทางขวา
- ไมใหสัญญาณมือ และแขน
เม่อื จะหยุดรถ ม.๓๗(๒) ม. ๑๔๘ ปรับ ๒๐๐ บาท
ปรับไมเ กิน
๕๐๐ บาท
๑๓๒
ลําดับ ขอ กลา วหาหรือฐานความผิด ผดิ มาตรา บทกําหนดโทษ คาปรบั ทาง ปณ.
๖. - ใหสัญญาณไฟไมถูกตองตาม ม. ๓๘ ม. ๑๔๘ ปรับ ๒๐๐ บาท
กฎหมาย ปรับไมเ กนิ -”-
๕๐๐ บาท -”-
๗. - ขบั รถเมอ่ื สวนกนั ไมช ดิ ดา นซา ย ม. ๓๙ ม. ๑๕๑
ของทาง ปรับตง้ั แต
- ขับรถเมื่อสวนกันในทางแคบ - ” - ๒๐๐-๕๐๐ บาท
ไมลดความเร็วของรถลง -”-
- ขับรถเม่ือสวนกันในทางแคบ - ” - -”- -”-
ที่สวนกันไมได ไมใ หส ทิ ธ์ิรถเล็ก
ผา นไปกอ น
- ขับรถในทางที่มีส่ิงกีดขวาง ม. ๓๙ ม. ๑๕๑ -”-
ขางหนาไมใหทางรถคันที่สวนมา ปรบั ตัง้ แต
ผา นไปกอน ๒๐๐-๕๐๐ บาท
๘. - ไมข บั รถไปตามทศิ ทางเครอื่ งหมาย ม. ๔๑ ม. ๑๔๘ ปรบั -”-
เดนิ รถทางเดียว ม.๔๒ ไมเ กิน ๕๐๐ บาท -”-
-ไมข บั รถชดิ ดา นซา ยของชอ งทาง
เดินรถทีเ่ ปนสองทาง -”-
๙. - ขบั รถในขณะËÂÍ‹ ¹¤ÇÒÁÊÒÁÒö ม. ๔๓ (๑) ม. ๑๖๐ - ไมม อี าํ นาจเปรยี บเทยี บ
ในอนั ทีจ่ ะขบั (๑) (๒) (๕) วรรคสาม ปรับ
- ขับรถในขณะเมาสุราหรือ และ (๘) จาํ คุกไมเ กิน
ของเมาอยา งอืน่ (๒) ๓ เดือน
- ขับรถในÅѡɳмԴ»¡μÔÇÔÊÑ - ” - - หรือปรบั ตั้งแต - ไมม อี าํ นาจเปรยี บเทยี บ
ของการขับหรือขับรถäÁ‹ÍÒ¨Áͧ ๒,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ ปรบั
àËç¹ทางดานหนา/หลังไดพอแก บาท
ความปลอดภยั (๕) หรอื ท้ังจําทงั้ ปรับ
- ขบั รถäÁ¤‹ Òí ¹§Ö ¶§Ö ¤ÇÒÁ»ÅÍ´ÀÂÑ - ” - - ” - - ไมม อี าํ นาจเปรยี บเทยี บ
ของผูอื่น หรือขับรถäÁ‹¤íÒ¹Ö§¶Ö§ ปรบั
¤ÇÒÁà´Í× ´ÃŒÍ¹ของผูอ่นื (๘)
๑๓๓
ลาํ ดับ ขอกลา วหาหรือฐานความผดิ ผิดมาตรา บทกําหนดโทษ คาปรบั ทาง ปณ.
๑๐. - ขับรถในลักษณะกีดขวาง ม. ๔๓ (๓), ม. ๑๕๗ ปรับ ๔๐๐ บาท
การจราจร (๓) (๔), (๖) ปรับต้ังแต
- ขบั รถประมาทอนั อาจเกดิ อนั ตราย และ (๗) ๔๐๐-๑,๐๐๐ บาท àǹŒ áμ‹ เพอ่ื
แกบุคคลหรือทรัพยสนิ (๔) - เปลย่ี นชอ งเดนิ รถ
- ขับรถครอมแนวแบงชองทาง - เล้ยี ว/กลับรถ
เดินรถหรือขับรถทับเสนแนวแบง àÇŒ¹áμ‹ เปนรถ
ชองทางเดนิ รถ (๖) - ” - - ” - - ลากเขน็ ทารก
- ขบั รถบนทางเทา โดยไมม เี หตผุ ล - คนปว ย/คนพกิ าร
สมควร (๗)
-”- -”-
๑๑. - ขบั รถเสพ/รบั เขา รา งกายซง่ึ วตั ถุ ม. ๔๓ ทวิ ม. ๑๕๗ ทวิ - กม.ใหอ าํ นาจ
ออกฤทธิก์ ลมุ แอมเฟตามีน จาํ คกุ ไมเ กิน เจา พนักงานตรวจสอบ
๖ เดอื น หรือปรับ - ÍÍ¡ãºÊ§èÑ /»ÃºÑ äÁä‹ ´Œ
ตงั้ แต ๕,๐๐๐-
๒๐,๐๐๐ บาท
หรือทั้งจําทง้ั ปรับ
ËÁÇ´ ò ¡ÒâºÑ á«§áÅм‹Ò¹¢éֹ˹ŒÒ
๑. - ขบั รถแซงขน้ึ หนา รถอนื่ โดยมใิ ห ม. ๔๔ ม. ๑๔๘ ปรบั ๔๐๐ บาท
สญั ญาณ ปรบั ไมเกิน - ใชบังคับบนถนนท่ีรถ
๕๐๐ บาท เดินสวนกนั แตไมมีเสน
แบง ชอ งทางเดนิ รถ
- ขบั รถแซงขวาโดยไมม รี ะยะหา ง - ” - -”- -”-
รถทถี่ กู แซงพอสมควร แลว ไมก ลบั
ใชช องซาย
๒. - ขบั รถแซงขน้ึ หนา รถอน่ื ดา นซา ย ม. ๔๕ ม. ๑๕๗ ปรบั ๕๐๐ บาท
โดยไมม ีเหตุสมควร ปรบั ต้ังแต - àÇŒ¹áμ‹
๔๐๐-๑,๐๐๐ บาท ๑. รถคนั หนา จะเลยี้ วขวา
๒. เปนทางเดินรถใน
ทิศทางเดียวกันต้ังแต
๒ ชอ งขนึ้ ไป
๓. - ขับแซงข้ึนหนารถอื่นขณะรถ ม. ๔๖ ปรบั ๕๐๐ บาท
กําลงั ขึ้นทางชนั ข้นึ สะพาน หรือ - àÇŒ¹áμ‹ มคี ร่อื งหมาย
อยูในทางโคง ใหแซงได
๑๓๔
ลาํ ดบั ขอ กลา วหาหรอื ฐานความผิด ผดิ มาตรา บทกําหนดโทษ คา ปรบั ทาง ปณ.
๓. - ขบั แซงขน้ึ หนา รถอน่ื ระยะ ๓๐ ม. ๔๖
ปรับ ๕๐๐ บาท
เมตร กอนถงึ ทางขา ม - àǹŒ áμ‹ มคี รอ่ื งหมาย
ใหแ ซงได
- ขบั แซงขนึ้ หนา รถอนื่ ระยะ ๓๐ ม. ๔๖ ม. ๑๕๗ ปรบั ๕๐๐ บาท
เมตร กอ นถึงทางรว ม ปรับตง้ั แต - àǹŒ áμ‹ มคี รอ่ื งหมาย
๔๐๐-๑,๐๐๐ บาท ใหแซงได
- ขบั แซงขน้ึ หนา รถอนื่ ระยะ ๓๐ - ” - -”-
เมตร กอ นถงึ วงเวียน -”-
- ขบั แซงขนึ้ หนา รถอนื่ ระยะ ๓๐ - ” - -”- -”-
เมตร กอนถึงเกาะทสี่ รา งไว
- ขบั แซงขนึ้ หนา รถอนื่ ระยะ ๓๐ - ” - -”- -”-
เมตร กอ นถึงทางตดั ทางรถไฟ
- ขบั แซงขนึ้ หนา รถอน่ื เมอ่ื ไมอ าจ - ” - -”- -”-
มองเหน็ ทาง กรณมี หี มอก/ฝน/ฝนุ
ควนั ในระยะ ๖๐ เมตร
- ขับแซงข้ึนหนารถอ่ืนเมื่อเขาท่ี - ” - -”- -”-
คับขัน
- ขบั แซงขน้ึ หนา รถอน่ื เมอื่ เขา เขต - ” - -”- -”-
ปลอดภัย
๔. - ขับแซงข้ึนหนารถอ่ืนในเขต ม. ๔๗ ม. ๑๕๗ ปรับ ๕๐๐ บาท
ที่มีเคร่ืองหมายจราจรหามแซง ปรบั ต้ังแต
(แซงขน้ึ หนา รถอนื่ ในเขตหา มแซง) ๔๐๐-๑,๐๐๐ บาท - àǹŒ áμ‹ ทางขา งหนา
-”- มีสิ่งกีดขวาง หรือ
๕. - ขบั แซงขึน้ หนารถอ่ืนลํ้าเขา ไป ม. ๔๘ ตองปฏิบัติตามคําสั่ง
ในชอ งเดนิ รถประจําทาง ม. ๑๕๒ เจา พนักงาน
ปรับไมเกนิ
๖. - ขับรถไมใหสัญญาณตอบรับ ม. ๔๙ ๑,๐๐๐ บาท ปรับ ๕๐๐ บาท
รถคนั หลังที่ขอแซง ม. ๑๕๒
- ขบั รถไมล ดความเรว็ และชดิ ซา ย ม. ๔๙ ปรบั ไมเ กนิ ปรบั ๕๐๐ บาท
เพือ่ ใหรถขอแซงผา นขึน้ หนา ๑,๐๐๐ บาท
๑๓๕
ลําดับ ขอ กลา วหาหรือฐานความผิด ผิดมาตรา บทกาํ หนดโทษ คา ปรับทาง ปณ.
ËÁÇ´ ó ¡ÒÃÍ͡ö àÅÕéÂÇáÅÐ¡ÅºÑ Ã¶ ปรับ ๕๐๐ บาท
๑. - ขับรถออกจากท่ีจอดโดยไมให ม. ๕๐ ม. ๑๕๒ -”-
สัญญาณ ปรบั ไมเกิน
- ขับรถออกจากท่ีจอดลักษณะ - ” - ๑,๐๐๐ บาท ปรบั ๔๐๐ บาท
ไมป ลอดภยั และกดี ขวางการจราจร -”- - กรณไี มแ บง ชอ งเดนิ รถ
ไว
๒. - ขับรถจะเลี้ยวซายไมชิดทาง ม. ๕๑ (๑) ม. ๑๔๘ - ปรับ ๔๐๐ บาท
เดนิ รถดา นซาย ปรบั ไมเกนิ - ตอ งชดิ ขวาแนวกง่ึ กลาง
๕๐๐ บาท ทางเดนิ รถกอ นถงึ ทางเลยี้ ว
๓. - ขบั รถจะเลย้ี วขวาไมช ดิ ดา นขวาฯ ม. ๕๑ (๒) -”- อยา งนอ ย ๓๐ ม. (ทาง
เดนิ รถสวนข้ึน/ลอง)
- ขบั รถจะเลยี้ วขวาไมช ดิ ดา นขวา ม. ๕๑ (๒) -”- - ปรบั ๔๐๐ บาท
หรือไมขับในชองท่ีมีเครื่องหมาย - ทางเดินรถต้ังแต ๒
จราจรใหเ ลยี้ วขวาได ชองขึ้นไป
- ชดิ ขวากอ นถงึ ทางเลยี้ ว
- ขับรถจะเล้ียวขวาไมชิดชอง - ” - -”- ไมน อยกวา ๓๐ ม.
เดนิ รถประจาํ ทาง - ปรับ ๔๐๐ บาท
- กรณีที่มีชองเดินรถ
- ขบั รถจะเลยี้ วขวาออ มเจา พนกั งาน ม. ๕๑ (๒) -”- ประจาํ ทางอยดู า นขวาสดุ
จราจร/พนักงานเจาหนาท่ี -”- - ใหช ดิ ชอ งรถประจาํ ทาง
กอ นถงึ ทางเลยี้ วฯ ๓๐ ม.
- ขับรถจะเล้ยี วขวาในทางรว ม -”- ปรบั ๔๐๐ บาท
ทางแยกไมใ หรถสวนทางผาน - กรณี จพจ./พจท. ยนื
ไปกอน ใหส ญั ญาณการจราจร
ปรบั ๔๐๐ บาท
- กรณจี ะเลยี้ วซา ย/ขวา
พรอมกัน รถเล้ียวซาย
ตอ งใหท างแกร ถจะเลยี้ ว
ขวาไปกอ น
๑๓๖
ลําดบั ขอ กลา วหาหรอื ฐานความผิด ผดิ มาตรา บทกาํ หนดโทษ คา ปรับทาง ปณ.
๓. - ขับรถจะเล้ียวขวาไมออมไป ม. ๕๑ (๒) ม. ๑๔๘ ปรบั ๔๐๐ บาท
ทางซายของวงเวียน ปรับไมเกิน
๕๐๐ บาท
๔. - กลับรถหรือเล้ียวรถทางขวา ม. ๕๒ ม. ๑๕๑ ปรบั ๔๐๐ บาท
ขณะมีรถอื่นสวนหรือตามมา ปรบั ตงั้ แต
ในระยะนอยกวา ๑๐๐ ม.
๒๐๐-๕๐๐ บาท
๕. - เล้ียวรถ กลับรถในทางที่มี ม. ๕๓ ม. ๑๕๗ ปรบั ต้งั แต ปรบั ๕๐๐ บาท
เครอ่ื งหมายหาม ๔๐๐-๑,๐๐๐ บาท
- กลบั รถในเขตปลอดภยั ทค่ี บั ขนั ม. ๕๓ -”- ปรบั ๕๐๐ บาท
บนสะพานหรือในระยะ ๑๐๐ ม. - ที่คับขัน คือ ทางท่ี
จากทางราบของเชิงสะพาน มีการ จร.พลุกพลาน/
หรอื กลับรถท่ที างรวมทางแยก มี ส่ิ ง กี ด ข ว า ง ห รื อ ที่
ซึ่งมอง เห็น/ทราบลวง
หนา วา อาจเกดิ อนั ตราย/
เสียหายแกรถหรือคน
ไดง า ย
- à¢μ»ÅÍ´ÀÑ คือ
พื้นท่ีในทางเดินรถท่ีมี
เครอื่ งหมายแสดงใหเ หน็
ชัดเจน ทุกเวลาสําหรับ
ใหคนขามทางหยุดรอ/
ขนึ้ ลงรถหยดุ รอขา มทาง
- àÇŒ¹áμ‹ มคี ร่อื งหมาย
ใหกลับได
๑๓๗
ลําดบั ขอกลาวหาหรือฐานความผิด ผิดมาตรา บทกาํ หนดโทษ คาปรับทาง ปณ.
ËÁÇ´ ô ¡ÒÃË嫯 áÅШʹö ปรบั ๔๐๐ บาท
๑. - ไมใหส ัญญาณกอนหยดุ รถ ม. ๕๔ ม. ๑๔๘ -”-
วรรคหนงึ่ ปรับไมเ กิน -”-
๕๐๐ บาท -”-
- ไมใหสัญญาณกอนจอดรถ -”- -”- ปรับ ๔๐๐ บาท
- ใหสัญญาณกอ นหยุดรถระยะ -”- -”-
นอยกวา ๓๐ ม. -”- -”- -”-
- ใหส ญั ญาณกอ นจอดรถระยะ ม. ๕๔ ม. ๑๔๘ ปรับ ๓๐๐ บาท
นอ ยกวา ๓๐ ม. วรรคสอง ปรับไมเกิน
- หยดุ รถกีดขวางการจราจร ๕๐๐ บาท -”-
-”- -”-
- จอดรถกีดขวางการจราจร -”- -”- - เจาพนักงานจราจร
- ไมจ อดรถทางดา นซา ยของทางฯ -”- -”- อาจกําหนดทิศทาง
- จอดรถไมข นานกบั ขอบทางหรอื -”- -”- การจอดรถไวดานหน่ึง
ไหลทาง -”- ม. ๑๔๘ ดานใด
- จอดรถหางจากขอบทางหรือ ม. ๕๔ ปรับไมเ กนิ ปรบั ๒๐๐ บาท
ไหลท าง เกนิ ๒๕ ซม. วรรคสอง ๕๐๐ บาท - เวนแต หยุดชิดขอบ
- ไมจอดรถตามทศิ ทางที่ ทางดานซาย กรณีไมมี
เจา พนกั งานจราจรกาํ หนดไว ชอ งเดินรถประจาํ ทาง
ปรับ ๓๐๐ บาท
๒. - ËÂ´Ø Ã¶ã¹ªÍ‹ §à´¹Ô ö (ñ) ม. ๕๕ (๑) ม. ๑๔๘ ปรบั ๔๐๐ บาท
ปรับไมเ กิน -”-
๕๐๐ บาท -”-
ปรับ ๓๐๐ บาท
- หยดุ รถบนทางเทา (๒) ม. ๕๕ (๒) -”-
- หยุดรถบนสะพาน (๓) ม. ๕๕ (๓) -”-
- หยุดรถในอโุ มงค (๓) -”- -”-
- หยุดรถในทางรวมทางแยก (๔) ม. ๕๕ (๔) -”-
- หยุดรถในเขตทม่ี ีเครื่องหมาย ม. ๕๕ (๕) -”-
จราจรหามหยดุ รถ (๕)
๑๓๘
ลําดบั ขอ กลาวหาหรอื ฐานความผิด ผิดมาตรา บทกําหนดโทษ คาปรับทาง ปณ.
๒. - หยดุ รถตรงปากทางเขา ออกตวั ม. ๕๕ (๖) ม. ๑๔๘ ปรบั ๒๐๐ บาท
ปรับไมเ กนิ
อาคาร (๖) ๕๐๐ บาท -”-
-”- -”-
- หยดุ รถตรงปากทางเขา ออกของ - ” - ปรบั ๔๐๐ บาท
ทางเดนิ รถ (๖) -”- ปรับ ๕๐๐ บาท
-”-
- หยดุ รถในเขตปลอดภยั (๗) ม. ๕๕ (๗) -”-
ม. ๑๕๒ -”-
- หยุดรถในลักษณะกีดขวาง ม. ๕๕ (๘) ปรบั ไมเ กิน ปรับ ๔๐๐ บาท
การจราจร (๘) ๑,๐๐๐ บาท
-”- -”-
๓. - ไมน าํ รถขดั ขอ งออกใหพ น ทางฯ ม. ๕๖ -”-
โดยเรว็ ท่สี ดุ วรรคหนงึ่ -”- -”-
-”-
- จอดรถขดั ของในลักษณะ ม. ๕๖ ม. ๑๔๘ -”-
กีดขวางการจราจร วรรคสอง ปรับไมเ กนิ
๕๐๐ บาท -”-
- จอดรถขัดของไมแสดง - ” - -”- ปรับ ๒๐๐ บาท
เครอื่ งหมาย/สญั ญาณตามกฎหมาย -”-
-”- -”-
๔. - จอดรถบนทางเทา (๑) ม. ๕๗ (๑) -”- ปรบั ๓๐๐ บาท
-”- ปรบั ๔๐๐ บาท
- จอดรถบนสะพาน (๒) ม. ๕๗ (๒)
- จอดรถในอุโมงค (๒) -”- -”-
- จอดรถในทางรวมทางแยก (๓) ม. ๕๗ (๓) -”-
- จอดรถในระยะ ๑๐ ม. จาก -”- -”-
ทางรวมทางแยก (๓) ม. ๕๗ (๔) -”-
- จอดรถในทางขา ม (๔) -”- -”-
- จอดรถในระยะ ๓ ม. จากทาง ม. ๕๗ (๕)
ขาม (๔) ม. ๕๗ (๖)
- จอดรถในเขตทมี่ เี ครอ่ื งหมายฯ ม. ๕๗ (๗)
หา มจอด (๕) ม. ๕๗ (๘)
- จอดรถในระยะ ๓ ม.จากทอ นาํ้ ม. ๕๗ (๙)
ดบั เพลงิ (๖)
- จอดรถในระยะ ๑๐ ม. จากที่
ตดิ ต้งั สญั ญาณจราจร (๗)
- จอดรถในระยะ ๑๕ ม. จากทาง
รถไฟผาน (๘)
- จอดรถซอนคันกัน (๙)
๑๓๙
ลาํ ดบั ขอ กลา วหาหรอื ฐานความผดิ ผดิ มาตรา บทกาํ หนดโทษ คาปรับทาง ปณ.
๔. - จอดรถตรงปากทางเขา ออกของ ม. ๕๗ ม. ๑๔๘ ปรับ ๒๐๐ บาท
(๑๐) ปรบั ไมเกนิ
อาคาร/ทางเดินรถ (๑๐) ๕๐๐ บาท -”-
-”- -”-
- จอดรถในระยะ ๕ ม. จากปาก -”- -”-
ทางเดินรถ (๑๐) -”- ปรบั ๔๐๐ บาท
-”- ปรับ ๒๐๐ บาท
- จอดรถระหวา งเขตปลอดภยั กบั ม. ๕๗ (๑๑) ม. ๑๔๘
ขอบทาง (๑๑) ปรบั ไมเกิน -”-
๕๐๐ บาท -”-
- จอดรถในระยะ ๑๐ ม. จาก - ” - -”- ปรบั ๔๐๐ บาท
ปลายสดุ ของเขตปลอดภัย -”- -”-
-”-
- จอดรถในทคี่ บั ขัน (๑๒) ม. ๕๗ (๑๒) -”- - ออกใบสงั่ ไมไ ด
- ปรบั ไมไ ด
- จอดรถในระยะ ๑๕ ม. กอนถงึ ม. ๕๗ (๑๓) ม.๑๕๙ จําคุก - ฟอ งคดตี อ ศาลแขวง
ปา ยหยุดรถประจาํ ทาง (๑๓) ไมเ กนิ ๓ เดือน
หรือปรบั ไมเ กิน ไมม อี าํ นาจเปรยี บเทยี บ
- จอดรถในระยะ ๓ ม. เลยจาก ม. ๕๗ (๑๓) ๕,๐๐๐ บาท ปรบั
ปา ยหยุดรถประจาํ ทาง หรือท้งั จําทงั้ ปรบั
ม.๑๕๙ จําคุก
- จอดรถในระยะ ๓ ม. จาก ม. ๕๗ (๑๔) ไมเ กนิ ๓ เดือน
ตไู ปรษณีย (๑๔) หรอื ปรบั ไมเกิน
๕,๐๐๐ บาท
- จอดรถในลักษณะกีดขวางการ ม. ๕๗ (๑๕) หรอื ท้ังจําท้งั ปรบั
จราจร (๑๕)
๕. - จอดรถในโดยไมด บั เครอ่ื งยนต ม. ๕๘
และ หา มลอ ไว
- จอดรถบนทางลาด/ทางชัน
ไมห ันลอ หนา เขาขอบทาง
๖. - ไมป ฏบิ ตั ติ ามคาํ สง่ั เจา พนกั งาน ม. ๕๙
ซง่ึ สงั่ ใหเ คลอื่ นยา ยรถ ทจ่ี อด/หยดุ วรรคหนง่ึ
กีดขวางการจราจร
- ขัดขวางเจาพนักงานฯ มิให
เคล่ือนยายรถฯ มิใหใชเคร่ืองมือ
บังคับรถ
- ทําใหเสยี หาย ทําลาย ทาํ ให ม. ๕๙
เสื่อมคาหรือทําใหไรประโยชน วรรคสอง
ซึ่งเคร่อื งมอื บงั คบั รถฯ
- เคลื่อนยายรถที่เจาพนักงานฯ
ใชเ ครื่องมอื บังคบั รถ โดยไมไ ดร ับ
อนุญาต
๑๔๐
ลาํ ดับ ขอกลา วหาหรอื ฐานความผิด ผดิ มาตรา บทกําหนดโทษ คา ปรบั ทาง ปณ.
ม. ๖๐ ม. ๑๔๘ ปรบั ๔๐๐ บาท
๗. - หยุดหรือจอดรถในทางฯ นอก ปรบั ไมเ กิน
เขตเทศบาลฯ ในทีซ่ ่ึงผขู บั ขร่ี ถอ่นื ม. ๖๑ ๕๐๐ บาท
จะเห็นไดในระยะนอยกวา
๑๕๐ ม. ม. ๑๕๑ - กฎหมายบัญญัติวา
ปรบั ตงั้ แต “เวลาท่ีมีแสงสวางไม
๘. - จอดรถในทางฯ หรือไหลทาง ๒๐๐-๕๐๐ บาท เพียงพอ” ซึ่งหมายถึง
เวลากลางคนื ไมเปด ไฟหรือใช ม. ๑๔๘ เวลากลางคนื และเวลา
แสงสวา งตามทีก่ ฎหมายกาํ หนด ปรับไมเ กนิ กลางวัน ท่ีมีแสงสวาง
๕๐๐ บาท ไมเ พยี งพอ ทจี่ ะมองเหน็
๙. - ไมลดความเรว็ หรอื หยดุ รถให ม. ๖๒ รถทจี่ อดไดร ะยะ ๑๕๐ ม.
หา งจากทางรถไฟไมน อ ยกวา ๕ ม. ม. ๑๔๘ ปรับ ๔๐๐ บาท
ปรับไมเ กนิ - กรณที างรถไฟทตี่ ดั ผา น
๑๐. - ไมล ดความเรว็ หรอื หยดุ รถหา ง ม. ๖๓ ๕๐๐ บาท ทางโดยขณะนน้ั
จากทางรถไฟในระยะไมน อยกวา ม. ๖๔ - มเี ครอื่ งหมาย/สญั ญาณ
๕ ม. (ทางรถไฟไมมีสัญญาณ ใหร ะวัง
หรือส่ิงปดกน้ั ) - มีสิ่งปดก้ัน/เจาหนาท่ี
ใหสัญญาณวารถไฟ
๑๑. - ไมล ดความเรว็ ของรถขณะขับ จะผา น
ตามรถโรงเรยี นทห่ี ยดุ รบั /สง นกั เรยี น - มีเสียงสัญญาณจาก
รถไฟกาํ ลังจะผา น
ปรบั ๔๐๐ บาท
- ไมล ดความเรว็ ของรถขณะขบั - ” - ม. ๑๕๒ ปรับ ๕๐๐ บาท
สวนกนั กบั รถโรงเรียนที่หยดุ รบั ปรับไมเกิน
/สง นกั เรียน ๑,๐๐๐ บาท -”-
-”-
๑๔๑
õ.ñ.ô Å¡Ñ É³Ð ô ¡ÒÃ㪌·Ò§à´Ô¹Ã¶·Õ¨è Ѵ໹š ªÍ‹ §à´Ô¹Ã¶»ÃÐจํา·Ò§
การใชทางเดินรถท่ีจัดเปนชองเดินรถประจําทาง เปนกรณีที่กฎหมายกําหนดสําหรับ
ผูขับข่ีรถโดยสารประจําทาง ขณะอยูในระหวางรับสงและบรรทุกคนโดยสาร ตองขับข่ีในชองทางที่
เจา พนักงานประกาศใหเปนชองทางเดนิ รถเทา น้ัน
ลาํ ดับ ขอกลา วหาหรือฐานความผดิ ผิดมาตรา บทกาํ หนดโทษ คาปรบั ทาง ปณ.
๑. - ไมข บั ขรี่ ถโดยสารประจาํ ทางและ ม. ๖๕ ม. ๑๕๗ ปรบั ๕๐๐ บาท
บรรทุกคนโดยสารในชองเดินรถ วรรคหนงึ่ ปรบั ต้ังแต - เวนแต ชองเดินรถฯ
ประจาํ ทาง (อยรู ะหวา งรบั /สง หรอื ๔๐๐-๑,๐๐๐ บาท มีสิง่ กีดขวาง
บรรทุกคนโดยสาร) - ตองปฏิบัติตามคําส่ัง
พนกั งานเจา หนาที่
๒. - ขบั รถอนื่ ในชอ งเดนิ รถประจาํ ทาง ม. ๖๖ ม. ๑๕๑ ปรบั ๔๐๐ บาท
ปรับตง้ั แต - ö͹×è ทมี่ ใิ ชร ถโดยสาร
๒๐๐-๕๐๐ บาท ประจาํ ทางฯ
õ.ñ.õ ÅѡɳРõ ¢ÍŒ กาํ ˹´à¡ÂÕè ǡѺ¤ÇÒÁàÃÇç ¢Í§Ã¶
ขอกําหนดเกี่ยวกับความเร็วของรถ กําหนดวาผูขับขี่ตองขับรถดวยอัตราความเร็ว
ตามทกี่ าํ หนดในกฎกระทรวงหรอื ตามเครอ่ื งหมายจราจรทไ่ี ดต ดิ ตงั้ ไวใ นทาง และมกี ฎกระทรวงมหาดไทย
ฉบบั ท่ี ๖ พ.ศ. ๒๕๒๒ และ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๐ พ.ศ. ๒๕๒๔ กําหนดความเรว็ ของรถไวโดยถอื
ในเขตหรอื นอกเขตกรุงเทพมหานคร เขตเมอื งพทั ยา หรือเขตเทศบาล เปนหลกั
ลาํ ดบั ขอ กลาวหาหรอื ฐานความผดิ ผิดมาตรา บทกาํ หนดโทษ คาปรับทาง ปณ.
๑. - ไมขับรถดวยอัตราความเร็วที่ ม.๖๗ ม. ๑๕๒ ปรับ ๕๐๐ บาท
กฎหมายกาํ หนดหรอื ขบั รถเรว็ เกนิ กฎ ฉ.ที่ ๖, ปรบั ไมเกนิ - รถบรรทกุ นาํ้ หนกั เกนิ
อัตราทก่ี ฎหมายกาํ หนด ๑๐ (๒๕๒๒/ ๑,๐๐๐ บาท ๑,๒๐๐ กก. หรอื รถโดยสาร
๒๕๒๔) ใหข บั ใน กทม. เขตเมอื ง
พทั ยา หรอื เขตเทศบาล
ไมเกิน ๖๐ กม./ชม.
นอกเขตดงั กลา ว ไมเ กนิ
๘๐ กม./ชม.
- รถลากจูง/รถพวง
ในเขตเมอื งใหข บั ไดไ มเ กนิ
๔๕ กม./ชม. นอกเขตขบั
ไดไมเกนิ ๖๐ กม./ชม.
- รถเกง จยย. ปค อัพ
นน.รวมไมเกิน ๑,๒๐๐
กก. ในเมืองความเร็ว
ไมเกิน ๘๐ กม./ชม.
นอกเขตความเรว็ ไมเ กนิ
๙๐ กม./ชม.