วชิ า ศท. (GE) ๒๒๑๐๕
สังคม เศรษฐกิจ การเมอื งไทย
ใขนอสงภตาําวรกวาจรไณทย์ปัจจบุ ันกบั บทบาท
ตาํ ราเรยี น
หลักสูตร นกั เรียนนายสบิ ตาํ รวจ
ÇªÔ Ò È·. (GE) òòñðõ 椄 ¤Á àÈÃɰ¡¨Ô ¡ÒÃàÁÍ× §ä·Â ã¹ÊÀÒÇ¡Òó
»¨˜ ¨ºØ ѹ¡ºÑ º·ºÒ·¢Í§ตาํ ÃǨä·Â
เอกสารนี้ “໚¹¤ÇÒÁÅѺ¢Í§·Ò§ÃÒª¡ÒÔ หามมิใหผูหน่ึงผูใดเผยแพร คัดลอก ถอดความ
หรอื แปลสว นหนงึ่ สว นใด หรอื ทง้ั หมดของเอกสารนเี้ พอ่ื การอยา งอน่ื นอกจาก “à¾Íè× ¡ÒÃÈ¡Ö ÉÒͺÃÁ”
ของขาราชการตํารวจเทานั้น การเปดเผยขอความแกบุคคลอ่ืนที่ไมมีอํานาจหนาท่ีจะมีความผิดตาม
ประมวลกฎหมายอาญา
กองบัญชาการศึกษา สํานักงานตาํ รวจแหงชาติ
พ.ศ.๒๕๖๑
1
คํานาํ
หลักสูตรนักเรียนนายสิบตํารวจ (นสต.) เปนหลักสูตรการศึกษาอบรมท่ีมีเปาหมาย
เพ่ือเสริมสรางใหบุคคลภายนอกผูมีวุฒิประกาศนียบัตรประโยคมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.๖) หรือ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเทา ท่ีเขารับการฝกอบรมมีความรู ความสามารถ และ
ทักษะวิชาชีพตํารวจ รวมถึงพัฒนาบุคลิกภาพรางกายใหเหมาะสมสําหรับการปฏิบัติงานตํารวจ
ในกลุมสายงานปองกันปราบปราม ตลอดจนเตรียมความพรอมทางดานจิตใจและวุฒิภาวะใหมี
จติ สาํ นึกในการใหบ รกิ ารเพ่อื บาํ บดั ทุกขบาํ รงุ สขุ ของประชาชนเปนสําคัญ
กองบัญชาการศึกษา ไดรวมกับครู อาจารย และครูฝก ในสังกัดกองบังคับการ
ฝก อบรมตาํ รวจกลาง และกลมุ งานอาจารย กองบญั ชาการศกึ ษา ศนู ยฝ ก อบรมตาํ รวจภธู รภาค ๑ - ๙
และกองบัญชาการตํารวจตระเวนชายแดน ตลอดจนผูทรงคุณวุฒิจากภายนอก จัดทําตําราเรียน
หลกั สตู รนกั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจชดุ นี้ ซง่ึ ประกอบดว ยองคค วามรตู า งๆ ทจี่ าํ เปน ตอ การพฒั นาศกั ยภาพ
ของนกั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจใหเ ปน ขา ราชการตาํ รวจทพ่ี งึ ประสงคข องประชาชน เพอ่ื ใชส าํ หรบั ประกอบ
การเรียนการสอนนักเรียนนายสิบตํารวจใหมีความพรอมทั้งดานความรู ความสามารถ กําลังกาย
และจติ ใจ จนสามารถเปน ขา ราชการตาํ รวจทป่ี ฏบิ ตั งิ านใหบ รกิ ารสงั คมและประชาชนไดอ ยา งตรงตาม
ความตอ งการอยา งแทจ รงิ และมีความพรอ มในการเขา สูประชาคมอาเซียน
ขอขอบคุณครู อาจารย ครูฝก และผูทรงคุณวุฒิทุกทาน ท่ีไดรวมกันระดมความคิด
ใหคําปรึกษา คําแนะนํา ประสบการณท่ีเปนประโยชน รวมถึงการถายทอดองคความรู
ที่เปนประโยชน จนทําใหการจัดทําตําราเรียนหลักสูตรนักเรียนนายสิบตํารวจสําเร็จลุลวงไดดวยดี
ซ่ึงกองบัญชาการศึกษาหวังเปนอยางยิ่งวาตําราเรียนชุดนี้คงเปนประโยชนตอการจัดการเรียน
การสอนและการจัดการฝกอบรมของครู อาจารย และครูฝก รวมตลอดถึงใชเ ปนคมู อื การปฏบิ ัตงิ าน
ของขาราชการตํารวจ อันจะสงผลทําใหสํานักงานตํารวจแหงชาติสามารถสรางความเชื่อม่ันศรัทธา
และความผาสุกใหแ กประชาชนไดอยา งแทจรงิ
พลตํารวจโท ( รอย อิงคไพโรจน )
ผูบ ญั ชาการศึกษา
1
ÊÒúÑÞ Ë¹ŒÒ
ÇªÔ Ò Ê§Ñ ¤Á àÈÃɰ¡¨Ô ¡ÒÃàÁÍ× §ä·Â ã¹ÊÀÒÇ¡Òó» ¨˜ ¨ºØ ¹Ñ ¡ºÑ º·ºÒ·¢Í§ตาํ ÃǨä·Â
º··Õè ñ ¡ÒÃàÁ×ͧ àÈÃɰ¡¨Ô áÅÐÊѧ¤Áä·Â ñ
- วัตถุประสงค ๑
- สว นนาํ ๑
- วิวฒั นาการการเมอื งไทยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ๑
- การปฏวิ ัติ ๒๔ มิถนุ ายน ๒๔๗๕ ๒
- ผลการเปล่ียนแปลงการปกครอง มสี าระสําคัญ ๔
- รฐั ประหาร ๑๖ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๐๐ ๕
- วันมหาวปิ โยค หรือ เหตุการณ ๑๔ ตลุ าคม ๒๕๑๖ ๖
- เหตุการณพฤษภาทมฬิ ๗
- รัฐประหาร ๒๕๔๙ ๙
- ความขดั แยงสนธ-ิ ทกั ษิณ และกรณเี มอื งไทยรายสัปดาห ๑๐
- รัฐประหาร ๒๕๕๗ ๑๑
- วิวัฒนาการระบบเศรษฐกิจไทย ๑๒
- วิวัฒนาการสงั คมไทย ๑๔
- สงั คมไทยสมัยใหม ๑๗
- สังคมไทยในยคุ โลกาภวิ ัตน ๑๘
- สงั คมเมอื งและสงั คมชนบทของไทย ๑๙
- สังคมของเมืองไทย ๑๙
- สังคมชนบทของไทย ๒๐
- ความสมั พนั ธร ะหวา งสังคมเมืองกบั สังคมชนบท ๒๑
- ปญหาสังคมไทย ๒๑
- วิธีปองกันและแกไขปญหาสังคมไทย ๒๒
- บทสรปุ ๒๓
º··Õè ò ¤ÇÒÁ໚¹ÁÒ ¤ÇÒÁÊíÒ¤ÞÑ áÅС®ºμÑ Ã¢Í§»ÃЪҤÁÍÒà«Õ¹ òõ
- วตั ถุประสงค ๒๕
- บทนํา ๒๕
- ความเปน มาและความสําคญั ของประชาคมอาเซยี น ๒๕
˹ŒÒ
- คาํ ขวญั อาเซยี น ๒๗
- ธงประจาํ ประเทศสมาชิก ๒๘
- ธงอาเซยี น ๒๘
- เพลงอาเซยี น ๒๙
- บทบาทของไทยกบั การจัดทาํ เพลงประจําอาเซยี น ๒๙
- ความสําคัญของเพลงประจาํ อาเซียน ๓๐
- กฎบตั รอาเซยี น ๓๐
- การประกาศใช ๓๑
- โครงสรา งของกฎบัตรอาเซียน ๓๑
- วตั ถปุ ระสงคของกฎบัตรอาเซยี น ๓๒
- ความสาํ คญั ของกฎบตั รอาเซยี นตอประเทศไทย ๓๓
- บทสรุป ๓๕
º··èÕ ó »ÃÐà·ÈÊÁÒªÔ¡»ÃЪҤÁÍÒà«ÂÕ ¹ ó÷
- วัตถปุ ระสงค ๓๗
- บทนาํ ๓๗
- ราชอาณาจักรไทย (Kingdom of Thailand) ๓๘
- มาเลเซีย (Malaysia) ๔๐
- สาธารณรัฐอินโดนเี ซยี (Republic of Indonesia) ๔๒
- สาธารณรฐั สงิ คโปร (Republic of Singapore) ๔๕
- รัฐบรไู นดารสุ ซาลาม (State of Brunei Darussalam) ๔๗
- สาธารณรัฐฟลิปปน ส (Republic of Philippines) ๕๐
- สาธารณรฐั สังคมนยิ มเวียดนาม (Socialist Republic of Vietnam) ๕๒
- สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (Lao People’s Democratic Republic) ๕๔
- สาธารณรฐั แหง สหภาพเมยี นมา (Republic of the Union of Myanmar) ๕๗
- ราชอาณาจกั รกมั พูชา (Kingdom of Cambodia) ๖๐
- ประเดน็ ปญ หาสาํ คญั ของประชาคมอาเซยี น ๖๒
- ชาตพิ นั ธกุ บั การเมอื งเรือ่ งชนกลุมนอยในสงั คมไทย ๗๗
- นโยบายและมาตรการในการแกไขปญหาชนกลมุ นอ ยกบั ความมั่นคงของชาติ ๗๙
- บทสรปุ ๘๔
˹Ҍ
º··èÕ ô ตาํ ÃǨä·Â¡ÑºÍÒà«Õ¹ ø÷
- วัตถุประสงค ๘๗
- บทนาํ ๘๗
- การเตรียมความพรอ มของไทยสกู ารเปน ประชาคมอาเซียน ๘๗
- ความสอดคลอ งของยุทธศาสตรก ารเขา สูประชาคมอาเซยี นของประเทศไทย ๙๓
๙๖
กับภารกิจของตาํ รวจ
- บทสรปุ
º··Õè õ ¡ÒÃàμÃÂÕ Á¤ÇÒÁ¾ÃÍŒ Á¢Í§»ÃÐà·Èä·Âà¢ÒŒ ÊÙ»‹ ÃЪҤÁÍÒà«ÂÕ ¹ ù÷
´ŒÇ»ÃѪÞÒàÈÃɰ¡Ô¨¾Íà¾ÂÕ § ๙๗
- วัตถุประสงค ๙๗
- บทนํา ๙๗
- ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ๙๙
- ศักยภาพของอาเซยี น ๑๐๐
- ความสาํ คัญของอาเซยี นตอ ไทย ๑๐๐
- วิวฒั นาการความรวมมือดานเศรษฐกิจของอาเซยี น ๑๐๑
- ภาพรวมท่ีจะเกิดขึ้นจากการเปน ประชาคมอาเซยี น ๑๐๑
- ประโยชน/ ผลกระทบทไี่ ทยจะไดรับจาก AEC ๑๐๒
- โอกาสและความทาทายของไทยจากการเปดตลาดใน AEC ๑๐๓
- การเตรียมพรอ มของไทยเขาสปู ระชาคมอาเซียนดวยปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง ๑๐๔
- การประยุกตใ ชป รชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง ๑๐๖
- บทสรุป
º··èÕ ö »ÃÐà·Èä·Â ô.ð ñð÷
- วตั ถุประสงค ๑๐๗
- บทนาํ ๑๐๗
- Thailand ๔.๐ หรือประเทศไทย ๔.๐ ๑๐๗
- บทสรุป ๑๑๒
º··Õè ÷ ¡ÒÃàμÃÂÕ Á¤ÇÒÁ¾ÃÍŒ Á¢Í§ตําÃǨä·Âã¹ÈμÇÃÃÉ·èÕ òñ ˹ŒÒ
- วตั ถปุ ระสงค ññó
- บทนาํ ๑๑๓
- ศตวรรษที่ ๒๑ ๑๑๓
- แนวคิดและความรว มมือ ๑๑๔
๑๑๕
ºÃóҹ¡Ø ÃÁ ñòñ
ÀÒ¤¼¹Ç¡ ñòò
ÇªÔ Ò È·. (GE) òòñðõ
Êѧ¤Á àÈÃɰ¡¨Ô ¡ÒÃàÁ×ͧä·Â
ã¹ÊÀÒÇ¡Òó» ¨˜ ¨ØºÑ¹
¡ºÑ º·ºÒ·¢Í§ตําÃǨä·Â
¤³Ð¼¨ŒÙ ´Ñ ทาํ
ñ. ¾Å.μ.·.ÃÍ ÍÔ§¤ä¾âè¹ ¼ºª.È. ·è»Õ Ã¡Ö ÉÒ
ò. ¾Å.μ.μ.ÈáÄɳ á¡ŒÇ¼Å¡Ö Ãͧ ¼ºª.È. ·Õ»è ÃÖ¡ÉÒ
ó. ¾.μ.·.ËÞ§Ô ÍªÔμÒ μÒ¤ÃÙ ÍÒ¨Òà(ʺ ò) ÀÒ¤ÇªÔ Ò·ÇÑè ä» ¡Í¨.ºª.È.
ô. ¾.μ.·.ËÞÔ§ Ê¡Ø ÄμÒ ÀÀҪŷ¾Ô  ÍÒ¨ÒÃÂ(ʺò)ÀÒ¤ÇªÔ Ò·ÇÑè 仡ͨ.ȽÃ.À.ñ
1
๑
º··Õè ñ
¡ÒÃàÁ×ͧ àÈÃɰ¡¨Ô áÅÐÊѧ¤Áä·Â
ÇμÑ ¶»Ø ÃÐʧ¤
๑. เพื่อใหผูเรียนรูและเขาใจประวัติ วิวัฒนาการการเมืองไทยหลังการเปลี่ยนแปลง
การปกครอง
๒. เพอ่ื ใหผ ูเรยี นรวู วิ ัฒนาการระบบเศรษฐกจิ ไทย วิวัฒนาการสงั คมไทย
๓. เพอ่ื ใหผ ูเรียนรูถ ึงสังคมไทยสมยั ใหมก บั สงั คมไทยในยคุ โลกาภิวตั น
ʋǹนาํ
ภายหลงั การปฏริ ปู การปกครองและการปฏริ ปู การศกึ ษาในรชั กาลที่ ๕ พระองคไ ดม กี ระแส
ความคดิ ทจ่ี ะใหป ระเทศไทยมกี ารเปลย่ี นแปลงการปกครองจากระบอบสมบรู ณาญาสทิ ธริ าชย มาเปน
ระบอบการปกครองทม่ี รี ฐั ธรรมนญู เปน กฎหมายสงู สดุ ในการปกครองประเทศ โดยมรี ฐั สภาเปน สถาบนั หลกั
ท่ีจะใหประชาชนมีสวนรวมในการปกครองมากข้ึนเปนลําดับ จนกระท่ังไดมีคณะนายทหารชุดกบฏ
ร.ศ.๑๓๐ ซึ่งมคี วามคดิ ทีจ่ ะปฏบิ ัติการใหบรรลคุ วามมุง หมายดังกลา ว แตไมทนั ลงมอื กระทําการกถ็ กู
จบั ไดเสียกอนเมอ่ื พ.ศ. ๒๔๕๔ ในตนรัชกาลท่ี ๖
อยา งไรกต็ าม เสยี งเรยี กรอ งใหม กี ารเปลย่ี นแปลงการปกครองกย็ งั คงมอี อกมาเปน ระยะๆ
นอกจากการปรับตัวของรัฐบาลทางดานการเมืองการปกครองใหทันสมัยยิ่งกวาเดิมแตเพียงเทานั้น
แตก็ยังไมไดมีการประกาศใชรัฐธรรมนูญเปนกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศแตประการใด
จนกระทัง่ ในสมัยรชั กาลท่ี ๗ ไดมคี ณะผกู อการรายภายใตก ารนําของ พ.อ.พระยาพหลพลพยุหเสนา
ซง่ึ ไดก อ การเปลยี่ นแปลงการปกครองเปน ผลสาํ เรจ็ ใน พ.ศ.๒๔๗๕ ดงั นน้ั การเปลยี่ นแปลงการปกครอง
ใน พ.ศ. ๒๔๗๕ จึงเปน การเปลีย่ นแปลงทางการเมืองทสี่ ําคญั ของประวตั ศิ าสตรชาตไิ ทย
ÇÇÔ ²Ñ ¹Ò¡ÒáÒÃàÁÍ× §ä·ÂËÅ§Ñ ¡ÒÃà»ÅÕè¹á»Å§¡Òû¡¤Ãͧ
การศึกษาการเมืองการปกครองไทยหากจะแบงยุคสมัยใหเหมาะสมแกการศึกษาแลว
จะแบง ออกไดเปน ๓ ยคุ สมยั ดวยกัน คอื สมยั สุโขทัย ระหวาง พ.ศ. ๑๗๘๑ – ๑๙๒๑ สมยั อยุธยา
พ.ศ. ๑๘๙๓ – ๒๓๑๐ และสมยั รตั นโกสนิ ทร พ.ศ. ๒๓๒๕ – ๒๔๗๕ สว นหลงั จาก พ.ศ. ๒๔๗๕ จนถงึ
ปจจุบัน ซ่ึงจะพูดถึงตอไปในบทเรียนจะถือไดวาเปนการเมืองสมัยใหมของไทยเพราะไดมีการลมลาง
ระบบการปกครองเดมิ ทไ่ี ดม มี านาน เรยี กวา สมบรู ณาญาสทิ ธริ าชย เปน ระบอบการปกครองทมี่ กี ษตั รยิ
เปนผูปกครองและมีสิทธ์ิขาดในการบริหารประเทศ ในระบอบการปกครองน้ี กษัตริยก็คือกฎหมาย
กลา วคอื ทม่ี าของกฎหมายทง้ั ปวงอยทู ก่ี ษตั รยิ คาํ สง่ั ความตอ งการตา ง ๆ ลว นมผี ลเปน กฎหมาย กษตั รยิ
มอี าํ นาจในการปกครองแผน ดนิ และพลเมอื งโดยอสิ ระ โดยไมม กี ฎหมายหรอื องคก รตามกฎหมายใด ๆ
๒
จะหา มปรามได แมอ งคก รทางศาสนาอาจทดั ทานอาํ นาจกษตั รยิ ไ ด ในระบอบสมบรู ณาญาสทิ ธริ าชยน นั้
ไมมีรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายใด ๆ ที่จะอยูเหนือกวาคําชี้ขาดของกษัตริย ตามทฤษฎีพลเมืองนั้น
ระบอบสมบรู ณาญาสิทธริ าชยม อบความไวว างใจทงั้ หมดใหกบั พระเจา แผนดิน
โดยบทเรียนน้ีจะใหบรรยายถึงวิกฤตการณการเมืองคร้ังสําคัญเทานั้น มิไดจะลง
รายละเอียดครอบคลุมถึงการเมืองต้ังแตอดีตจนถึงปจจุบนั
¡Òû¯ÇÔ μÑ Ô òô Á¶Ô عÒ¹ òô÷õ
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัวทรงปฏิรูปประเทศใหทันสมัยในหลายดาน
แตการปฏิรูปรัฐธรรมนูญกลับเปนไปอยางเช่ืองชาซ่ึงสรางความไมพอใจในหมูพวกหัวกาวหนา
และพวกหัวรนุ แรง
ในป พ.ศ. ๒๔๕๔ ไดเ กดิ กบฏ ร.ศ. ๑๓๐ ซง่ึ ดาํ เนนิ การโดยคณะนายทหารหนมุ เปา หมาย
ของคณะคอื เปล่ียนแปลงรูปแบบการปกครองและลม ลา งระบอบเกา และแทนที่ดว ยระบบรัฐธรรมนญู
ตะวนั ตกทท่ี นั สมัย และอาจตอ งการยกพระบรมวงศานุวงศพระองคอ่นื เปน พระมหากษัตรยิ แ ทนดวย
อาจกลาวไดวากบฏ ร.ศ. ๑๓๐ เปนแรงขับดันใหคณะราษฎรปฏิวัติ โดยภายหลังยึดอํานาจแลว
พระยาพหลพลพยุหเสนาไดเชิญผูนําการกบฏ ร.ศ. ๑๓๐ ไปพบและกลาวกับขุนทวยหาญพิทักษ
(เหล็ง ศรีจันทร) วา “ถาไมมีคณะคุณ ก็เห็นจะไมมีคณะผม” และหลวงประดิษฐมนูธรรมก็ไดกลาว
ในโอกาสเดียวกันวา “พวกผมถือวาการปฏิวัติครั้งนี้เปนการกระทําตอเน่ืองจากการกระทํา
เมอื่ ร.ศ. ๑๓๐” การปฏวิ ตั ดิ งั กลา วลม เหลวและผกู อ การถกู จาํ คกุ นบั แตน น้ั พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา
เจาอยูหัวทรงเลิกความพยายามสวนใหญในการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ และทรงปกครองประเทศตอไป
ภายใตระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย โดยมีขอยกเวนบางที่โปรดฯ แตงตั้งสามัญชนบางคนสู
สภาองคมนตรีและรัฐบาล
ตอมา สมเด็จพระเจานองยาเธอเจาฟา ฯ กรมหลวงสุโขทยั ธรรมราชา ทรงสบื ราชสมบตั ิ
สบื ตอจากพระเชษฐา เปน พระบาทสมเด็จพระปกเกลาเจาอยูหวั หลังพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา
เจาอยูหัวเสด็จสวรรคต พระองคทรงสืบชวงปกครองประเทศในวิกฤตการณ พระเชษฐาของพระองค
ทรงไดทําใหสถานะของประเทศเกือบจะลมละลาย เพราะทรงมักจะใชเงินจากกองคลังมาปกปด
การขาดดลุ ของทอ งพระคลงั ขา งที่ และขอ เทจ็ จรงิ ยงั มวี า รฐั และประชาชนถกู บงั คบั ใหจ า ยเงนิ แกพ ระบรม
วงศานวุ งศห ลายพระองค ซงึ่ มวี ถิ ชี วี ติ อนั หรหู ราฟมุ เฟอ ย พระองคท รงรบี จดั ตงั้ อภริ ฐั มนตรสี ภาขน้ึ เปน
องคก รหลกั ในการปกครองรฐั เพอื่ พยายามแกไ ขปญ หาทป่ี ระเทศกาํ ลงั เผชญิ อยู สภานนั้ ประกอบดว ย
เจานายอาวุโสมีประสบการณซึ่งเคยดํารงตําแหนงรัฐมนตรีในรัฐบาลกอนมาแลว เจานายเหลานั้น
เรง เปลย่ี นตวั สามญั ชนทพี่ ระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา เจา อยหู วั ในขา ราชการพลเรอื นและทหารแลว
แทนท่ีดวยคนของพวกตน สภาถูกครอบงําโดย สมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาบริพัตรสุขุมพันธุ
กรมพระนครสวรรคว รพนิ ิต เสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย ผูท รงไดร ับการศึกษาจากเยอรมนี และเปน
๓
พระเชษฐารวมสมเด็จพระบรมชนกนาถของพระบาทสมเด็จพระปกเกลาเจาอยูหัว พระองคยังเปน
รชั ทายาทดว ย ตามกฎหมายการสบื ราชสนั ตติวงศอ ันซบั ซอ นของราชวงศจักรี กลายเปน วาพระบาท
สมเดจ็ พระปกเกลา เจา อยหู วั เปน พระมหากษตั รยิ ผ เู หน็ อกเหน็ ใจ ทรงตดั รายจา ยในพระราชวงั และเสดจ็
พระราชดาํ เนินทัว่ ประเทศอยางกวา งขวาง และเม่อื เสด็จกลับมายงั พระนคร พระองคท รงทําใหเปน ที่
ยอมรับ และโดดเดนแกหมูชนช้ันสูง และชนช้ันกลางในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเติบโตขึ้นกวาแตกอน
โดยทรงประกอบพระราชกรณยี กจิ สาธารณะหลายอยา ง จนถงึ เวลานี้ นกั เรยี นหลายคนทถี่ กู สง ไปศกึ ษา
ตางประเทศเม่ือหลายทศวรรษกอนเริ่มเดินทางกลับประเทศแลว แตนักเรียนเหลาน้ีกลับขาดโอกาส
การยดึ มั่นของเจา นายและความลา หลังเปรียบเทยี บของประเทศ สวนมากจงึ หูตาสวา งกับสถานะเดมิ
เมื่อถึง พ.ศ. ๒๔๗๓ สถานการณโลกหนักหนาเกินกวาประเทศจะรับได เมื่อตลาดหุน
วอลลส ตรถี ลม และความลม สลายทางเศรษฐกจิ มาถงึ สยามในทส่ี ดุ พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา เจา อยหู วั
ทรงเสนอใหจัดเก็บภาษีรายไดทั่วไป และภาษีอสังหาริมทรัพย เพื่อชวยบรรเทาความเดือดรอนของ
คนยากจน แตน โยบายดงั กลา ว ถกู สภาปฏเิ สธอยา งรนุ แรง ซงึ่ สภาเกรงวา ทรพั ยส นิ ของพวกตนจะลดลง
สภาหันไปลดคาตอบแทนของขาราชการพลเรือน และลดงบประมาณทางทหารแทน ทําใหอภิชน
ผูไดรับการศึกษาในประเทศสวนใหญโกรธ โดยเฉพาะอยางย่ิงเหลานายทหาร และในป ๒๔๗๔
พระวรวงศเ ธอ พระองคเ จา บวรเดช เสนาบดกี ระทรวงกลาโหม ลาออก พระองคเ จา บวรเดชมใิ ชส มาชกิ
อภิรัฐมนตรีสภา และสงสัยวาความไมลงรอยกับสภาเร่ืองการตัดงบประมาณนําไปสูการลาออกน้ี
พระบาทสมเด็จพระปกเกลาเจาอยูหัว ผูทรงยอมรับวาพระองคทรงขาดความรูการคลังอยางเปดเผย
พยายามตอสูกับเจา นายที่อาวุโสกวา ในเรอื่ งนี้ แตก็สาํ เรจ็ เพยี งเล็กนอย
ขณะเดียวกัน พระองคทรงทุมความพยายามรางรัฐธรรมนูญ อันจะนําประชาธิปไตยสู
สยามเปน ครง้ั แรก ดว ยความชว ยเหลอื จากเจา นายอกี สองพระองค และทป่ี รกึ ษานโยบายตา งประเทศ
ชาวอเมริกัน เรยมอนด บารทเล็ตต สตีเฟนส แมจะไดรับการกราบทูลทัดทานวาประชาชนสยาม
ยงั ไมพ รอ ม แตพ ระองคย งั ทรงมงุ มนั่ ทจี่ ะมอบรฐั ธรรมนญู แกป วงชนกอ นงานเฉลมิ ฉลองครบรอบ ๑๕๐ ป
ราชวงศจักรีในป ๒๔๗๕ ทวา เอกสารดังกลาวไดถูกเจานายในอภิรัฐมนตรีสภาปฏิเสธอยางส้ินเชิง
แตม มี ุมมองอีกฝา ยหนงึ่ วา พระองคท รงมพี ระราชกระแสรับสงั่ ทส่ี ่ือวา พระองคไ มโ ปรดประชาธิปไตย
คือ “ประเทศน้ีพรอมแลวหรือยังที่จะมีการปกครองแบบมีผูแทน... ตามความเห็นสวนตัวของ
ขาพเจา แลว ขาพเจาขอย้ําวาไม”
เมอื่ สนิ้ เดือนเมษายน พ.ศ. ๒๔๗๕ พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา เจาอยหู วั เสด็จออกจาก
กรงุ เทพมหานครในชว งเสดจ็ แปรพระราชฐานฤดรู อ น โดยทรงมอบหมายใหส มเดจ็ พระเจา บรมวงศเ ธอ
เจา ฟา บรพิ ตั รสขุ มุ พนั ธุ กรมพระนครสวรรคว รพนิ ติ เปน ผสู าํ เรจ็ ราชการแทนพระองค โดยพระองคเ สดจ็
ไปประทับยงั วงั ไกลกังวล ท่หี วั หนิ จังหวดั ประจวบคีรีขันธ
๔
¼Å¡ÒÃà»ÅèÕ¹á»Å§¡Òû¡¤Ãͧ ÁÊÕ ÒÃÐสํา¤ÞÑ ´§Ñ ¹Õé
๑. ยกเลิกการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย เปลี่ยนมาเปนการปกครองแบบ
ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตรยิ เ ปน ประมขุ
๒. มีกฎหมายรฐั ธรรมนูญเปน กฎหมายสงู สดุ และเปน หลกั ในการปกครองประเทศ
๓. พระมหากษตั รยิ ท รงมพี ระราชฐานะและพระราชอาํ นาจตามทรี่ ฐั ธรรมนญู บญั ญตั ไิ ว
โดยพระองคท รงเปนผูใ ชอ ํานาจอธปิ ไตยโดยทางออม ๓ ทาง คือ
๑) อํานาจนิตบิ ญั ญตั ิ ผา นทางรัฐสภา
๒) อาํ นาจบรหิ าร ผานทางคณะรฐั มนตรี
๓) อํานาจตุลาการ ผา นทางศาลยตุ ธิ รรม
๔. มกี ารจดั ระเบยี บบริหารราชการแผน ดนิ ออกเปน ๓ สวน คือ
๑) สวนกลาง ไดแก กระทรวง ทบวง กรม
๒) สว นภูมิภาค ไดแ ก จงั หวัด อําเภอ ตาํ บล หมูบา น
๓) สว นทอ งถน่ิ ไดแ ก เทศบาล องคก ารบรหิ ารสว นตาํ บล องคก ารบรหิ ารสว นจงั หวดั
เมอื งพัทยา และกรุงเทพมหานคร
เปน ทส่ี งั เกตไดว า การเปลยี่ นแปลงการปกครองของไทยเปน ไปอยา งสงบไมร นุ แรงเหมอื น
หลายๆ ประเทศ เน่ืองจากพระบาทสมเดจ็ พระปกเกลาเจาอยูหัว ยอมเหน็ ตามคณะราษฎรแตโดยดี
เพื่อหลีกเล่ียงความรุนแรง แตอยางไรก็ตามลักษณะการเมืองการปกครอง มิไดเปนประชาธิปไตย
โดยสมบรู ณ อาํ นาจบางสว นตกอยกู บั ผนู าํ ทางการเมอื ง หรอื ผบู รหิ ารประเทศ มกี ารขดั แยง กนั ในดา น
นโยบาย มกี ารแยง ชงิ ผลประโยชน เปน เหตใุ หเ กดิ การปฏวิ ตั ริ ฐั ประหารขน้ึ หลายครงั้ ระบบการปกครอง
ของไทยจงึ มลี กั ษณะกลบั ไปกลบั มาระหวา งประชาธปิ ไตยกบั คณาธปิ ไตย (การปกครองโดยคณะปฏวิ ตั )ิ
ในระยะหา ปแ รกของการปกครองระบอบรฐั ธรรมนญู ปรากฏวา มเี หตกุ ารณเ กดิ ขนึ้ หลาย
เหตุการณ อันมีผลนําไปสูความคลอนแคลนของรัฐบาล เหตุการณสําคัญประการหน่ึง ไดแก กรณี
การนําเสนอเคาโครงเศรษฐกิจของนายปรีดี พนมยงค เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๖ กลาวคือ ในขณะท่ีมีการ
ยึดอํานาจเปลี่ยนแปลงการปกครองนั้น ไดมีประกาศของคณะราษฎรซึ่งระบุถึงนโยบาย ๖ ประการ
นายปรดี ี ไดย กรา งเคา โครงการเศรษฐกจิ แหง ชาตขิ น้ึ จากนโยบายขอ สาม เคา โครงเศรษฐกจิ นไี้ ดร บั การ
วพิ ากษว จิ ารณม าก วา มลี กั ษณะแนวทางแบบสงั คมนยิ ม ทาํ ใหเ กดิ การแตกแยกกนั ในรฐั บาล จนถงึ กบั
ตองมีการปดการประชุมสภาผูแทนราษฎร และงดใชรัฐธรรมนูญบางมาตรา สวนนายปรีดี ตองเดิน
ทางออกจากประเทศไทย อยา งไรกต็ าม คณะทหารภายใตก ารนาํ ของนายพนั เอกพระยาพหลพลพยหุ เสนา
ไดทําการยึดอํานาจรัฐบาลของพระยามโนปกรณนิติธาดา เมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๗๖
แลว ตัง้ ตัวเองเปนรฐั บาล
วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๗๖ ไดเกิดการกบฏของกลุมนายทหาร และขาราชการ
ในตา งจงั หวดั ภายใตก ารนาํ ของพระองคเ จา บวรเดช อดตี รฐั มนตรวี า การกระทรวงกลาโหม โดยประกาศวา
ตองการใหประเทศชาติมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอยางแทจริง อยางไรก็ตาม การกบฏ
๕
ครงั้ นกี้ ถ็ กู ปราบปรามลง เจา นายหลายพระองคต อ งเสดจ็ นริ าศไปประทบั ยงั ตา งประเทศ มหี ลายคนใน
คณะกบฏตองรับโทษจําคุก หลงั จากน้ันไมถึงสองป พระบาทสมเด็จพระปกเกลาเจา อยหู ัวไดเสดจ็ ไป
ประทับอยูในประเทศอังกฤษ และทรงสละราชสมบัติ คณะราษฎรจึงไดถวายราชบัลลังกแดพระบาท
สมเด็จพระเจา อยูหวั อานนั ทมหิดล ในเวลาตอมา
ในเดอื นธนั วาคม พ.ศ.๒๔๘๑ พระยาพหลพลพยหุ เสนากไ็ ดล าออกจากตาํ แหนง เนอื่ งจาก
สขุ ภาพไมด ีจึงทาํ ใหจอมพล ป. พิบูลสงคราม ไดด ํารงตาํ แหนงตอมา หลังจากนั้นทหารเริม่ มีอาํ นาจ
มากขน้ึ เรื่อย ๆ ตง้ั แตเดือนธันวาคม พ.ศ.๒๔๘๑ ถงึ เดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๔๘๗ จอมพล ป. ไดเ ปน
นายกรฐั มนตรเี ปน เวลาหา ปค รง่ึ ซงึ่ มบี ทบาทอยา งมากในการสรา งประวตั ศิ าสตรข องเมอื งไทย นโยบาย
ท่ีสาํ คัญที่สุดคือ รฐั นยิ ม ซง่ึ เปน นโยบายรกั ชาติ แสดงออกโดยการรณรงคตอตานคนจนี และนโยบาย
สงครามท่ีเปนมติ รกบั ญ่ีปุน พรอ มกับประกาศสงครามกับประเทศองั กฤษ และสหรัฐอเมรกิ า นโยบาย
ดังกลาวมีต้ังแตโครงการรวมชาติ การสรางเอกลักษณของชาติ การสรางความเปนชาตินิยมท้ังทาง
เศรษฐกิจและสังคม และความสนใจตอผลประโยชนของสาธารณะ
ขอ ผดิ พลาดอยา งใหญห ลวง และทาํ ใหต อ งเสยี ฐานอาํ นาจไปอยา งมาก กค็ อื นโยบายของ
จอมพล ป. ทตี่ ัดสินใจรว มเปนพนั ธมิตรกบั ญป่ี นุ สมยั สงครามโลกครง้ั ท่ีสอง และประกาศสงครามกบั
สหรฐั อเมรกิ า และองั กฤษนน้ั เกดิ จากเหตผุ ลหลายประการ ทส่ี าํ คญั ทส่ี ดุ คอื ความกดดนั จากสถานการณ
และอาจจะมาจากการคาดการณผ ดิ คดิ วา ญปี่ นุ จะชนะสงคราม ดงั นนั้ การเขา รว มกบั ญป่ี นุ กเ็ หมอื นกบั
การเขา รว มกบั ผชู นะ ซง่ึ ประเทศไทยอาจไดผ ลประโยชนร ว มกบั ผชู นะ แตว า การตดั สนิ ใจของจอมพล ป.
กลายเปนส่ิงทผี่ ดิ ทนี่ าํ พาจอมพล ป. ไปสูการสนิ้ สุดอาํ นาจหลงั จากสงครามโลกสิน้ สุดลง
ปจ จยั สองขอ ทที่ าํ ใหผ นู าํ ไทยสามารถจดั การกบั สถานการณเ พอื่ หลดุ พน จากวกิ ฤตการณ
ครง้ั นี้ ปจ จัยสองประการนคี้ อื
(๑) ม.ร.ว.เสนีย ปราโมช ซ่ึงเปนเอกอัครราชทูตไทยประจํากรุงวอชิงตันปฏิเสธท่ีจะสง
สาสนประกาศสงครามใหก บั รัฐบาลสหรัฐอเมรกิ า
(๒) ไดมีการจัดตั้งขบวนการเสรีไทยซ่ึงประกอบดวยคนไทยท่ีอยูท้ังในประเทศ
และตางประเทศ โดยมีเปา หมายเพอื่ การกเู อกราชของชาติ
ÃѰ»ÃÐËÒà ñö ¡Ñ¹ÂÒ¹ ¾.È. òõðð
ชว งปลายของยุคจอมพล ป. พิบูลสงคราม คอื ชว งหลงั ๒๔๙๐-๒๕๐๐ เปน เวลา ๑๐ ป
มีการเปลย่ี นแปลงคอ นขา งมาก การเมอื งไทยกแ็ ตกเปน ๓ กลมุ สาํ คัญๆ ท่ีเรยี กวา การเมอื งสามเสา
คอื กลมุ ของจอมพล ป. พล.ต.อ.เผา ศรยี านนท และจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต ซง่ึ การตอสูทางการเมอื ง
ในชว ง ๒-๓ ปหลังคอ นขา งเขมขน มาก
เน่ืองจากมีกระแสตอตานอํานาจของจอมพล ป. จากหลายฝาย รัฐบาลจอมพล ป.
คอนขางมีปญหาในการบริหารกับวุฒิสภา ซ่ึงเปนวุฒิสภาท่ีมาจากการแตงต้ังโดยอํานาจของสถาบัน
๖
พระมหากษัตริย ซ่ึงบรรดาวุฒิสภาสวนใหญจะเปนขุนนางเกา เจานาย คุณพระ พระยา ที่หัวเกา
ดังน้ัน จึงมีความคิดในการบริหารที่ไมคอยจะตรงกัน ประกอบกับความไมโปรงใสในการบริหาร
บานเมือง จึงนําไปสูรัฐประหารในวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๐๐ จอมพลสฤษด์ิ ธนะรัชต เปนหัวหนา
คณะนายทหารนํากําลังเขายึดอํานาจของรัฐบาลซึ่งมีจอมพล ป. พิบูลสงคราม เปนนายกรัฐมนตรี
ภายหลงั จากเกดิ การเลอื กตงั้ สกปรก และรฐั บาลไดร บั การคดั คา นจากประชาชนอยา งหนกั จอมพล ป.
พิบลู สงคราม และพลตํารวจเอกเผา ศรยี านนท ตองหลบหนอี อกไปนอกประเทศ จงึ ถอื วา รัฐประหาร
คร้ังน้ีเปนการโคนลมรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ท่ีมาจากการเลือกตั้งลงน้ี ถือเปนการสิ้นสุด
นายกรัฐมนตรีเปนเชอื้ สายคณะราษฎรอยางเดด็ ขาด
หลังจากรัฐประหาร ๑๖ กันยายน ๒๕๐๐ เพยี งแค ๑ ปก ม็ รี ฐั ประหารเกดิ ขนึ้ อกี ครัง้ หน่ึง
ในวันท่ี ๒๐ เดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๑ สงผลใหรฐั ธรรมนูญของป ๒๔๙๕ จึงถูกยกเลิก เปนการยุติ
รัฐบาลแบบประชาธิปไตย หลังจากน้ันประเทศไทยไดถูกปกครองโดยเผด็จการแบบพอขุนภายใต
จอมพลสฤษดแ์ิ ละผสู บื ทอดคอื จอมพลถนอม กติ ตขิ จร และจอมพลประภาส จารเุ สถยี ร ระบบเผดจ็ การ
แบบพอขุนอยูไดเปนเวลา ๑๕ ป โดยมีประชาธิปไตยครึ่งใบแทรกเขามาเล็กนอย กอนท่ีจะถูกลม
โดยการลุกฮือซ่ึงนําโดยนักศึกษาเม่ือวันที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ และเหตุการณนั้นเรียกวา
“การปฏวิ ัติเดือนตลุ าคม”
ÇѹÁËÒÇ»Ô â¤ ËÃ×Í àËμØ¡Òó ñô μÅØ Ò¤Á òõñö
เหตุการณเริ่มมาจากการที่จอมพล ถนอม กิตติขจร รัฐประหารตัวเอง ในวันที่ ๑๗
พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๔ ซ่ึงนักศึกษาและประชาชนมองวา เปนการสืบทอดอํานาจตนเองจาก
จอมพลสฤษดิ์ ธนะรชั ต นอกจากน้ี จอมพลถนอม จะตอ งเกษยี ณอายรุ าชการเนอื่ งจากอายคุ รบ ๖๐ ป
แตกลับตออายุราชการตนเองในตําแหนงผูบัญชาการทหารสูงสุดออกไป ทั้งพลเอก ประภาส
จารเุ สถียร บุคคลสําคญั ในรัฐบาล ทีม่ ไิ ดร บั การยอมรบั เหมอื นจอมพลถนอม กลบั จะไดรับยศจอมพล
และตาํ แหนง ผูบ ัญชาการทหารบก ประกอบกบั ขา วคราวเรื่องทุจรติ ในวงราชการ สรางความไมพ อใจ
ในหมูประชาชนอยางมาก
เหตุการณ ๑๔ ตลุ า หรือ วนั มหาวปิ โยค เปนเหตุการณการกอการกําเรบิ โดยประชาชน
ครงั้ สาํ คญั ในประวตั ศิ าสตรก ารเมอื งไทย เปน เหตกุ ารณท ม่ี นี กั ศกึ ษาและประชาชนมากกวา ๕ แสนคน
ชุมนมุ เพอ่ื เรยี กรอ งรัฐธรรมนญู จากรัฐบาลเผด็จการจอมพลถนอม กติ ตขิ จร นาํ ไปสูค ําส่ังของรัฐบาล
ใหใชกาํ ลงั ทหารเขา ปราบปราม ระหวา งวันท่ี ๑๔ ถึง ๑๕ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๑๖ จนมีผูเสียชีวิตกวา
๗๗ ราย บาดเจบ็ ๘๕๗ ราย และสูญหายอีกจํานวนมาก
เหตุการณคร้ังน้ีไดเกิดข้ึนดวยสาเหตุท่ีสะสมกอนหนาน้ีหลายประการท้ัง ขาวการทุจริต
ในรัฐบาล การพบซากสตั วปาจากอทุ ยานในเฮลคิ อปเตอรท หาร แสดงใหเหน็ ถึงการทจุ ริตของจอมพล
ถนอม กติ ตขิ จร ตอจาก จอมพลสฤษด์ิ ธนะรัชต ซ่ึงเปน ชวงเวลาที่รัฐบาลทหารเขา ปกครองประเทศ
๗
นานเกอื บ ๑๕ ป และรวมถึงการรฐั ประหารตวั เอง พ.ศ. ๒๕๑๔ ซ่ึงเปน ชนวนเหตทุ ที่ าํ ใหป ระชาชน
เบอ่ื หนา ยการปกครองในระบอบเผดจ็ การทหาร และตอ งการเรยี กรอ งรฐั ธรรมนญู ทเ่ี ปน ประชาธปิ ไตยขน้ึ
การประทวงเร่ิมขึ้นอยางเดนชัดเม่ือมีการตีพิมพ “บันทึกลับจากทุงใหญ” ออกเผยแพร
ทําใหเกิดความสนใจในหมูประชาชน สูการเดินแจกใบปลิวเรียกรองรัฐธรรมนูญของนิสิตนักศึกษาใน
สถานทตี่ า งๆ ในกรงุ เทพฯ จนถกู ทหารควบคมุ ตวั ภายหลงั เปน ทรี่ จู กั กนั ในฐานะ “๑๓ ขบถรฐั ธรรมนญู ”
ทาํ ใหเ กดิ ความไมพ อใจครง้ั ใหญแ กม วลนกั ศกึ ษา และประชาชนเปน อยา งมาก เกดิ การประทว งเรม่ิ ตน
ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร สูการเดินประทวงในถนนราชดําเนิน โดยมีประชาชนทยอยเขารวม
จาํ นวนมาก ทาํ ใหร ฐั บาลไดท าํ การสลายการชมุ นมุ จนมผี เู สยี ชวี ติ และบาดเจบ็ เปน จาํ นวนมาก จนเมอื่
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ไดมี
พระราชดาํ รสั ทางโทรทศั นร วมการเฉพาะกจิ แหง ประเทศไทยตอ เหตกุ ารณค รงั้ นี้ ในเวลาตอ มาจอมพล
ถนอม กิตติขจร ก็ไดประกาศลาออก และไดเดินทางออกตางประเทศรวมถึง พ.อ.ณรงค กิตติขจร
และจอมพลประภาส จารุเสถียร กลุมบคุ คลท่ีประชาชนในสมัยนัน้ เรยี กวา “๓ ทรราช”
เหตุการณ ๑๔ ตุลา เปนการลุกฮือของประชาชนคร้ังแรกท่ีเรียกรองประชาธิปไตยไทย
สําเร็จและยังถือเปนการรวมตัวของประชาชนมากที่สุดครั้งหน่ึงในประวัติศาสตรไทย จนกลายเปน
แรงบนั ดาลใจใหแ กภาคประชาชนในประเทศอน่ื ๆ ทาํ ตามในเวลาตอ มา เชน ท่ีเกาหลีใตใ นเหตุการณ
จลาจลทเ่ี มอื งกวางจู เปน ตน
àËμØ¡Òó¾ ÄÉÀÒ·ÁÔÌ
เหตุการณคร้ังน้ี เรม่ิ ตนมาจากเหตุการณรัฐประหาร ๒๓ กุมภาพนั ธ พ.ศ. ๒๕๓๔ หรอื
๑ ปก อ นหนา การประทว ง ซง่ึ รสช. ไดย ดึ อาํ นาจจากรฐั บาล ซงึ่ มพี ลเอกชาตชิ าย ชณุ หะวณั เปน นายก
รฐั มนตรี โดยใหเ หตผุ ลหลกั วา มกี ารฉอ ราษฎรบ งั หลวงอยา งหนกั ในรฐั บาล และรฐั บาลพยายามทาํ ลาย
สถาบันทหาร โดยหลงั จากยดึ อาํ นาจ คณะ รสช. ไดเลอื ก นายอานนั ท ปนยารชนุ เปนนายกรฐั มนตรี
รกั ษาการ มกี ารแตง ตง้ั สภานติ บิ ญั ญตั แิ หง ชาตขิ นึ้ รวมทงั้ การแตง ตงั้ คณะกรรมการรา งรฐั ธรรมนญู ๒๐ คน
เพอ่ื รา งรฐั ธรรมนญู ใหม
หลังจากรางรัฐธรรมนูญสําเร็จ ก็ไดมีการจัดการเลือกต้ังทั่วไปเม่ือวันที่ ๒๒ มีนาคม
พ.ศ. ๒๕๓๕ โดยพรรคทไ่ี ดจ าํ นวนผแู ทนมากทส่ี ดุ คอื พรรคสามคั คธี รรม (๗๙ คน) ไดเ ปน แกนนาํ จดั ตงั้
รัฐบาล โดยมีการรวมตัวกับพรรครวมรัฐบาลอื่น ๆ คือ พรรคชาติไทย พรรคกิจสังคม และพรรค
ราษฎร และมกี ารเตรยี มเสนอนายณรงค วงศว รรณ หวั หนา พรรคสามคั คธี รรมในฐานะหวั หนา พรรคทมี่ ี
ผแู ทนมากทส่ี ดุ ขนึ้ เปน นายกรฐั มนตรี แตป รากฏวา ทางโฆษกกระทรวงการตา งประเทศสหรฐั อเมรกิ า
นางมารกาเร็ต แท็ตไวเลอร ไดออกมาประกาศวา นายณรงค น้ันเปนผูหน่ึงที่ไมสามารถขอวีซา
เดินทางเขาสหรฐั ฯ ได เนื่องจากมคี วามใกลชดิ กบั นักคา ยาเสพตดิ
๘
ในท่ีสดุ จงึ มีการเสนอช่ือ พลเอกสุจินดา คราประยูร ขนึ้ เปน นายกรัฐมนตรแี ทน ซ่งึ เมื่อ
ไดร บั พระราชทานแตง ตงั้ อยา งเปน ทางการแลว กเ็ กดิ ความไมพ อใจของประชาชนในวงกวา ง เนอ่ื งจาก
กอนหนาน้ี ในระหวางท่ีมีการทักทวงโตแยงเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญที่รางข้ึนมาใหมวา ไมมีความเปน
ประชาธิปไตย ซ่ึงรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ไดถูกประกาศใช พลเอกสุจินดา คราประยูร ไดใหสัมภาษณ
หลายครงั้ วา ตนและสมาชกิ ในคณะรกั ษาความสงบเรยี บรอ ยแหง ชาตจิ ะไมร บั ตาํ แหนง ทางการเมอื งใด ๆ
แตภ ายหลงั ไดม ารบั ตาํ แหนง รฐั มนตรี ซง่ึ ไมต รงกบั ทเ่ี คยพดู ไว เหตกุ ารณน จ้ี งึ ไดเ ปน ทมี่ าของประโยคทว่ี า
“เสยี สตั ยเ พอ่ื ชาต”ิ และเปน หนงึ่ ในชนวนใหฝ า ยทค่ี ดั คา นรฐั ธรรมนญู ฉบบั นที้ าํ การเคลอื่ นไหวอกี ดว ย
เหตุการณคร้ังน้ีนําไปสูการตอตานของประชาชนอีกครั้ง นําไปสูการเคล่ือนไหวคัดคาน
ตา ง ๆ ของประชาชน รวมถงึ การอดอาหารของ ร.ต.ฉลาด วรฉตั ร และ พล.ต.จาํ ลอง ศรเี มอื ง (หวั หนา
พรรคพลงั ธรรมในขณะนนั้ ) สหพนั ธน สิ ติ นกั ศกึ ษาแหง ประเทศไทย ทมี่ นี ายปรญิ ญา เทวานฤมติ รกลุ เปน
เลขาธกิ าร ตามมาดว ยการสนบั สนนุ ของพรรคฝา ยคา นประกอบดว ยพรรคประชาธปิ ต ย พรรคเอกภาพ
พรรคความหวงั ใหม และพรรคพลงั ธรรม โดยมขี อ เรยี กรอ งใหน ายกรฐั มนตรลี าออกจากตาํ แหนง และ
เสนอวา ผดู าํ รงตาํ แหนง นายกรฐั มนตรตี อ งมาจากการเลอื กตงั้ หลงั การชมุ นมุ ยดื เยอ้ื ตงั้ แตเ ดอื นเมษายน
เมอื่ เขา เดอื นพฤษภาคมรฐั บาลเรม่ิ ระดมทหารเขา มารกั ษาการในกรงุ เทพมหานคร และเรมิ่ มกี ารเผชญิ
หนากันระหวางผูชุมนุมกับเจาหนาท่ีตํารวจและทหารในบริเวณราชดําเนินกลาง ทําใหสถานการณ
ตึงเครียดมากข้ึนเร่ือย ๆ มีการเคล่ือนขบวนประชาชนจากสนามหลวงไปยังถนนราชดําเนินกลาง
เพ่ือไปยังหนาทําเนียบรัฐบาล ตํารวจและทหารไดสกัดการเคล่ือนขบวนของประชาชน เร่ิมเกิดการ
ปะทะกนั ระหวา งประชาชนกบั เจา หนา ทตี่ าํ รวจในบางจดุ และมกี ารบกุ เผาสถานตี าํ รวจนครบาลนางเลง้ิ
จากนนั้ รฐั บาลไดป ระกาศสถานการณฉ กุ เฉนิ ในกรงุ เทพมหานคร และใหท หารทาํ หนา ทร่ี กั ษาความสงบ
แตไดนําไปสูการปะทะกันกับประชาชน มีการใชกระสุนจริงยิงใสผูชุมนุมในบริเวณถนนราชดําเนิน
จากนั้นจึงเขาสลายการชมุ นมุ ในเชา มืดวันเดียวกันนั้น ตามหลักฐานทปี่ รากฏมผี เู สยี ชีวติ หลายสิบคน
กอ นเที่ยงวนั ที่ ๑๘ พฤษภาคม ทหารไดควบคุมตัว พล.ต.จําลอง ศรีเมือง จากบริเวณที่
ชมุ นมุ กลางถนนราชดาํ เนนิ กลาง และรฐั บาลไดอ อกแถลงการณห ลายฉบบั และรายงานขา วทางโทรทศั น
ของรัฐบาลทุกชอ ง ยืนยนั วาไมม กี ารเสียชีวติ ของประชาชน แตการชุมนมุ ตอตา นของประชาชนยงั ไม
สน้ิ สดุ เรม่ิ มปี ระชาชนออกมาชมุ นมุ อยา งตอ เนอ่ื งในหลายพนื้ ทท่ี วั่ กรงุ เทพฯ โดยเฉพาะทมี่ หาวทิ ยาลยั
รามคาํ แหง พรอ มมกี ารตงั้ แนวปอ งกนั การปราบปรามตามถนนสายตา ง ๆ และยงั ปรากฏขา วรายงาน
การปะทะกันระหวางเจาหนาท่ีกับประชาชนในหลายจุด และเร่ิมเกิดการปะทะกันรุนแรงมากข้ึน
เจาหนาท่ีเริ่มเขาควบคุมพ้ืนที่บริเวณถนนราชดําเนินกลางได และควบคุมตัวประชาชนจํานวนมาก
ขนึ้ รถบรรทกุ ทหารไปควบคมุ ไว พล.อ.สจุ นิ ดา คราประยรู นายกรฐั มนตรี แถลงการณย าํ้ วา สถานการณ
เริ่มกลับสคู วามสงบ และไมใ หประชาชนเขารวมชุมนมุ อกี แตย งั ปรากฏการรวมตัวของประชาชนใหม
ที่มหาวิทยาลัยรามคาํ แหงในคืนวันเดียวกนั และมกี ารเรมิ่ กอ ความไมสงบเพอื่ ตอ ตา นรฐั บาลโดยกลมุ
จักรยานยนตหลายพื้นท่ีในกรุงเทพมหานคร เชน การทุบทําลายปอมจราจรและสัญญาณไฟจราจร
๙
วนั เดยี วกนั นนั้ เรมิ่ มกี ารออกแถลงการณเ รยี กรอ งใหน ายกรฐั มนตรลี าออกจากตาํ แหนง เพอ่ื รบั ผดิ ชอบ
ตอ การเสยี ชวี ติ ของประชาชน ขณะทสี่ อ่ื ของรฐั บาลยงั คงรายงานวา ไมม กี ารสญู เสยี ชวี ติ ของประชาชน
แตส าํ นกั ขา วตา งประเทศไดร ายงานภาพของการสลายการชมุ นมุ และการทาํ รา ยผชู มุ นมุ หนงั สอื พมิ พ
ในประเทศไทยบางฉบับเร่ิมตีพิมพภาพการสลายการชุมนุม ขณะท่ีรัฐบาลไดประกาศใหมีการตรวจ
และควบคุมการเผยแพรขาวสารทางส่ือมวลชนเอกชนในประเทศซ่ึงการชุมนุมในคร้ังน้ี ดวยผูชุมนุม
สวนใหญเปนชนชั้นกลางในเขตตัวเมือง เปนนักธุรกิจหรือบุคคลวัยทํางาน ซ่ึงแตกตางจากเหตุการณ
๑๔ ตุลา ในอดีต ซ่ึงผูชุมนุมสวนใหญเปนนิสิต นักศึกษา ประกอบกับเทคโนโลยีโทรศัพทมือถือ
ทเ่ี พิ่งเขามาในประเทศไทย และใชเปน เคร่ืองมือสาํ คัญในการติดตอสอื่ สารในคร้ังนี้
เหตกุ ารณพฤษภาทมฬิ น้ีจึงไดช อื่ เรียกอกี ชื่อหน่งึ วา “มอ็ บมือถือ” เหตกุ ารณค รัง้ นีส้ น้ิ สดุ
ลงไดดวยพระราชดํารัสของพระเจาอยูหัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ซึ่งหลังจากน้ันประมาณ ๑ สัปดาห
พลเอก สุจนิ ดา คราประยรู จึงกราบถวายบังคมลาออกจากตาํ แหนงนายกรฐั มนตรี
พระราชดํารัสมขี อ ความวา
“... ฉะน้ัน กข็ อใหท าน โดยเฉพาะสองทา น พลเอก สุจนิ ดา และพลตรี จําลอง ชวยกันคดิ คอื หนั หนา
เขาหากัน ไมใชเผชิญหนากัน เพราะวาเปนประเทศของเรา ไมใชประเทศของหนึ่งคน สองคน เปน
ประเทศของทุกคน ตองเขา หากนั ไมเผชิญหนากนั แกป ญ หา เพราะวา อันตรายมอี ยูเ วลาคนเราเกดิ
ความบา เลือด ปฏิบัติการรุนแรงตอกัน มันลืมตวั ลงทายกไ็ มร วู า ตกี นั เพราะอะไร แลว ก็จะแกป ญ หา
อะไร เพียงแตว า จะตอ งเอาชนะ แลว ก็ใครจะชนะ ไมม ีทางชนะ อันตรายท้ังนน้ั มีแตแพ คอื ตางคน
ตางแพ ผทู ี่เผชิญหนาก็แพ แลว ก็ที่แพท ีส่ ุดกค็ อื ประเทศชาติ ประชาชน จะเปน ประชาชนท้ังประเทศ
ไมใ ชป ระชาชนเฉพาะในกรงุ เทพมหานคร ถา สมมตวิ า กรงุ เทพมหานครเสยี หาย ประเทศกเ็ สยี หายไป
ทง้ั หมด แลว ก็จะมปี ระโยชนอะไร ที่จะทะนงตัววา ชนะเวลาอยบู นกองสิ่งปรกั หกั พงั ...”
Ã°Ñ »ÃÐËÒà òõôù
วกิ ฤตการณการเมืองไทย พ.ศ. ๒๕๔๘-๒๕๕๓ เปนความขดั แยงระหวา งกลุมการเมือง
ซงึ่ ตอ ตา น และสนบั สนนุ ทกั ษณิ ชนิ วตั ร อดตี นายกรฐั มนตรี โดยวกิ ฤตการณด งั กลา วทาํ ใหเ กดิ ขอ สงสยั
เกี่ยวกับเสรีภาพสอื่ เสถยี รภาพทางการเมืองในไทย ทั้งยังสะทอ นภาพความไมเสมอภาค และความ
แตกแยกระหวางชาวเมืองและชาวชนบท การละเมิดพระราชอํานาจ การหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
และผลประโยชนท บั ซอน ซึง่ วิกฤตการณดังกลา วไดบ นั่ ทอนเสถยี รภาพทางการเมืองตั้งแตป ๒๕๔๘
ในการดํารงตําแหนงนายกรัฐมนตรีสมัยท่ีสองของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไดถูกนักวิชาการ
บางกลมุ ออกมาวพิ ากษว จิ ารณว า อยภู ายใต “ระบอบทกั ษณิ ” คอื ไมใ สใ จตอ เจตนารมณป ระชาธปิ ไตย
ของเก่ียวกับผลประโยชนทางเศรษฐกิจ และการฉอราษฎรบังหลวง นอกจากนี้ยังไมสามารถควบคุม
ความรนุ แรงทเี่ กดิ ขนึ้ จนกลายเปน การละเมดิ สทิ ธมิ นษุ ยชน โดยเฉพาะอยา งยง่ิ จากการกวาดลา งขบวนการ
คายาเสพติด ซ่งึ มีผูเสยี ชีวิตมากกวา ๑,๐๐๐ คน ทง้ั น้ี ประชาชนบางกลุมไดใ ชค าํ วา “ระบอบทักษณิ ”
๑๐
ในป ๒๕๔๘ เรม่ิ มกี ารขบั ไลท กั ษณิ ชนิ วตั ร จากตาํ แหนง นายกรฐั มนตรี เนอ่ื งจากขอ กลา วหา
การบริหารประเทศของรัฐบาลที่อาจมีผลประโยชนทับซอนในเรื่องตาง ๆ รวมทั้งปญหาฉอราษฎร
บงั หลวง และไดขยายตัวเปน วงกวา งยิง่ ขน้ึ โดยกลุมพันธมิตรประชาชนเพอื่ ประชาธปิ ไตย (พธม.) ท่ีมี
สนธิ ลิม้ ทองกลุ เปนผนู ํา
¤ÇÒÁ¢Ñ´á§Œ ʹ¸Ô-·¡Ñ É³Ô áÅСóàÕ Á×ͧä·ÂÃÒÂÊÑ»´ÒË
สนธิ ล้มิ ทองกุล เคยสนบั สนุนทกั ษิณในการดํารงตําแหนง นายกรัฐมนตรีสมัยแรกกอนที่
นายสนธิเปลี่ยนมาเปนโจมตีทักษิณ หลังจากท่ีตนเสียผลประโยชนทางธุรกิจ ความขัดแยงดังกลาว
ไดขยายตวั ข้ึนเมือ่ ชอ งโทรทัศน ๑๑/๑ ของนายสนธถิ ูกสัง่ ยุติการออกอากาศชวั่ คราว จากการพพิ าท
ในหนังสือสญั ญากับผูว างระเบยี บของรฐั บาล
กลางเดือนกนั ยายน พ.ศ. ๒๕๔๘ ฝายบรหิ ารของ อสมท. มีมตใิ หร ะงับการออกอากาศ
รายการเมืองไทยรายสัปดาห ทางสถานีโทรทัศนโมเดิรนไนนทีวีอยางไมมีกําหนด เน่ืองจาก สนธิ
ลิ้มทองกุล ผูดําเนินรายการ ไดอานบทความเรื่อง “ลูกแกะหลงทาง“ ซ่ึงมีเนื้อหาโดยออมกลาวหา
รฐั บาลทกั ษณิ และเชอื่ มโยงไปถงึ สถาบนั เบอื้ งสงู นายสนธจิ งึ เปลย่ี นเปน การจดั รายการนอกสถานทแ่ี ทน
แตห ลงั จากนนั้ กม็ กี ลมุ คนทสี่ นบั สนนุ นายกรฐั มนตรอี อกมาเคลอื่ นไหวเชน เดยี วกนั ทาํ ใหเ กดิ ความเหน็ ตา ง
ทางการเมือง ตอมาเกิดรัฐประหาร สงผลใหฝายทหารในนามคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบ
ประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ท รงเปน ประมขุ (ภายหลงั เปลยี่ นเปน คณะมนตรคี วามมนั่ คงแหง ชาติ
(คมช.) นาํ โดย พลเอกสนธิ บญุ ยรัตกลนิ เถลงิ อาํ นาจ และเขามามีบทบาททางการเมอื ง
ตอ มาคณะรฐั ประหารไดแ ตง ตง้ั รัฐบาลชัว่ คราว ซ่ึงมีพลเอก สรุ ยุทธ จุลานนท เปน นายก
รัฐมนตรี ระหวางป ๒๕๔๙-๒๕๕๐ ซ่ึงในชวงดังกลาว มีกลุมออกมาเคล่ือนไหวตอตานรัฐประหาร
หลายกลุม กลุมที่มีชื่อเสียง คือ กลุมแนวรวมประชาธิปไตยขับไลเผด็จการ (นปก.) โดยกลาวหาวา
พลเอก เปรม ติณสูลานนท ประธานองคมนตรี อยูเบ้ืองหลังรัฐประหาร และตองการขับไล คมช.
และรัฐบาล ตอมา พรรคพลังประชาชน ซึ่งถูกมองวาเกี่ยวของทางการเมืองกับทักษิณ ชินวัตร
ชนะการเลอื กตงั้ ทว่ั ไป พ.ศ. ๒๕๕๐ และจดั ตงั้ รฐั บาลผสม ทาํ ใหพ นั ธมติ รประชาชนเพอื่ ประชาธปิ ไตย
กลับมาชุมนุมอีกคร้ัง ในเดือนธันวาคม ๒๕๕๑ ไดบุกยึดทาอากาศยานดอนเมืองและสุวรรณภูมิ
เพื่อกดดันใหนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช และสมชาย วงศสวัสดิ์ ออกจากตําแหนง กอนยุติการ
ชมุ นุมเมอื่ ศาลรฐั ธรรมนูญยบุ พรรคพลงั ประชาชน
ผลการลงมตเิ ลอื กนายกรฐั มนตรเี มอ่ื เดอื นธนั วาคม ๒๕๕๑ ปรากฏวา อภสิ ทิ ธิ์ เวชชาชวี ะ
หัวหนาพรรคประชาธิปตย และผูนําฝายคานในสภาผูแทนราษฎร ไดรับเลือก ทําใหกลุมแนวรวม
ประชาธิปไตยตอตานเผด็จการแหงชาติ (นปช., เดิมคือ นปก.) กลับมาชุมนุมอีกคร้ังในป ๒๕๕๒
และ ๒๕๕๓ เพื่อกดดันใหอ ภิสทิ ธิ์ เวชชาชีวะ ออกจากตาํ แหนงนายกรฐั มนตรแี ตไมป ระสบผลสําเรจ็
ในเดอื นพฤษภาคม ๒๕๕๓ มกี ารสลายการชมุ นมุ ทแ่ี ยกราชประสงค หลงั จากนนั้ ยงั ไมม กี ารชมุ นมุ จาก
กลุม การเมอื งตา ง ๆ พกั หน่ึง จนในป ๒๕๕๖ ไดเ กดิ วกิ ฤตการณก ารเมืองรอบใหม
๑๑
Ã°Ñ »ÃÐËÒà òõõ÷
ในการเลอื กตงั้ สมาชกิ สภาผแู ทนราษฎรไทยเปน การทว่ั ไป พ.ศ. ๒๕๕๔ ยงิ่ ลกั ษณ ชนิ วตั ร
และพรรคเพื่อไทยชนะเลือกต้ัง และต้ังรัฐบาลใหมโดยมีย่ิงลักษณเปนนายกรัฐมนตรี มีการประทวง
ตอ ตา นการเสนอกฎหมายรา งพระราชบญั ญตั นิ ริ โทษกรรมฯ นาํ โดย สเุ ทพ เทอื กสบุ รรณ อดตี เลขาธกิ าร
พรรคประชาธิปตย เร่ิมต้ังแตเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๖ ภายหลังสุเทพตั้งคณะกรรมการประชาชน
เพอ่ื การเปลยี่ นแปลงประเทศไทยใหเ ปน ประชาธปิ ไตยทส่ี มบรู ณ อนั มพี ระมหากษตั รยิ ท รงเปน ประมขุ
(กปปส.) โดยมีวัตถุประสงคเพื่อตั้ง “สภาประชาชน” ที่ไมไดมาจากการเลือกตั้งเพ่ือดูแลการปฏิรูป
การเมอื ง กลุมนยิ มรฐั บาล รวมท้งั แนวรว มประชาธิปไตยตอ ตา นเผดจ็ การแหง ชาติ (นปช.) จัดชุมนมุ
เชนกัน มีความรุนแรงเกิดข้ึนเปนคร้งั คราว เปน เหตใุ หม ีผเู สยี ชวี ติ และบาดเจ็บจํานวนมาก
ในเดือนธันวาคม ๒๕๕๖ ยิ่งลกั ษณย บุ สภาผแู ทนราษฎรและกาํ หนดการเลือกตงั้ สมาชิก
สภาผูแทนราษฎรไทย เปนการท่ัวไปในวันท่ี ๒ กุมภาพันธ ๒๕๕๗ การเลือกตั้งไมเสร็จสมบูรณ
ในวันน้ันเพราะถูกผปู ระทวงตอ ตา นรัฐบาล ขัดขวางศาลรฐั ธรรมนญู เพิกถอนการเลอื กตงั้ ในวันที่ ๒๑
มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ในวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ศาลรัฐธรรมนญู พจิ ารณาคํารอ งของ ไพบลู ย
นติ ติ ะวนั สมาชกิ วฒุ สิ ภา และมคี าํ วนิ จิ ฉยั เปน เอกฉนั ทใ หย ง่ิ ลกั ษณแ ละรฐั มนตรที ม่ี มี ตยิ า ยขา ราชการ
ระดบั สงู ซึ่งเปนทโ่ี ตเ ถียงในป ๒๕๕๔ รฐั มนตรีท่ีเหลืออยเู ลอื ก นวิ ัฒนธ ํารง บญุ ทรงไพศาล รองนายก
รัฐมนตรีและรัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชย เปนผูปฏิบัติราชการนายกรัฐมนตรีแทนยิ่งลักษณ
แตก ารประทว งยังดําเนนิ ตอ
สเุ ทพ เทอื กสบุ รรณ เลขาธกิ าร กปปส. เปด เผยวา ตนพดู คยุ กบั พลเอกประยทุ ธ จนั ทรโ อชา
ใหถอนรากถอนโคนอิทธิพลของทักษิณ และพันธมิตร นับแตการชุมนุมทางการเมืองในป ๒๕๕๓
เขากลา ววา ไดต ดิ ตอ เปน ประจาํ ผา นแอพไลน กอ นรฐั ประหาร พลเอกประยทุ ธต ดิ ตอ เขาวา “คณุ สเุ ทพ
คณุ กบั มวลมหาประชาชน กปปส.เหนอ่ื ยเกินไปแลว ตอไป ขอเปนหนา ท่กี องทพั บกทีจ่ ะทาํ ภารกจิ นี้
แทน” และกองทพั ไดร บั ขอ เสนอของ กปปส. หลายอยา ง เชน มาตรการชว ยเหลอื เกษตรกร ดา นโฆษก
คสช. ออกมาปฏเิ สธขา วดงั กลาว แหลง ขา ววา พลเอกประยทุ ธ “อารมณเ สยี มาก”
วนั ที่ ๒๗ กมุ ภาพันธ ๒๕๕๙ ผจู ดั การรายวนั เขยี นวา รฐั ประหารรอบนี้จะตองไมเ พียง
หยุดความขัดแยงทางการเมืองชั่วคราว ตองถอนรากถอนโคน “ระบอบทักษิณ” และตองประคอง
อยใู น “ชว งเปลีย่ นผา น” โดยมี คสช. หรอื องคการสบื ทอดอยูในอาํ นาจอีกอยางนอ ย ๕ ป รัฐประหาร
ในประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๗ เกิดข้ึนเมือ่ วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๖.๓๐ น. โดยคณะรกั ษา
ความสงบแหง ชาติ (คสช.) อันมพี ลเอก ประยุทธ จนั ทรโ อชา เปน หัวหนา คณะ โคนรฐั บาลรกั ษาการ
นวิ ฒั นธ าํ รง บญุ ทรงไพศาล นบั เปน รฐั ประหารครงั้ ท่ี ๑๓ ในประวตั ศิ าสตรไ ทย รฐั ประหารดงั กลา วเกดิ ขน้ึ
หลงั วกิ ฤตการณก ารเมอื งซง่ึ เรม่ิ เมอ่ื เดอื นตลุ าคม ๒๕๕๖ เพอ่ื คดั คา นรา งพระราชบญั ญตั นิ ริ โทษกรรมฯ
และอทิ ธพิ ลของดร.ทกั ษณิ ชนิ วตั ร ในการเมืองไทย
๑๒
กอนหนาน้ันสองวัน คือ วันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๗ พลเอก ประยุทธ จันทรโอชา
ผูบัญชาการทหารบก ประกาศใชกฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักรต้ังแตเวลา ๓.๐๐ น. กองทัพบก
ต้ังกองอํานวยการรักษาความสงบเรียบรอย (กอ.รส.) และใหยกเลิกศูนยอํานวยการรักษาความสงบ
เรยี บรอ ย (ศอ.รส.) ทรี่ ฐั บาลยง่ิ ลกั ษณตงั้ ขึน้ กอ.รส. ใชว ิธีการปด ควบคมุ ส่อื ตรวจพจิ ารณาเน้อื หาบน
อนิ เทอรเ นต็ และจดั ประชมุ เพอ่ื หาทางออกวกิ ฤตการณก ารเมอื งของประเทศ แตก ารประชมุ ไมเ ปน ผล
จึงเปนขอ อา งรัฐประหารครั้งนี้
หลังรัฐประหาร มีประกาศใหรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐
สิ้นสุดลงยกเวนหมวด ๒ คณะรัฐมนตรีรักษาการหมดอํานาจ ตลอดจนใหยุบวุฒิสภา จนเม่ือวันท่ี
๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๗ มกี ารประกาศใชร ฐั ธรรมนญู แหง ราชอาณาจกั รไทย (ฉบบั ชว่ั คราว) พทุ ธศกั ราช
๒๕๕๗ ซ่ึงใหมีสภานิติบัญญัติแหงชาติทําหนาที่แทนสภาผูแทนราษฎร วุฒิสภา และรัฐสภา
วันท่ี ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๗ สภาฯ มมี ติเลอื กพลเอก ประยทุ ธ จันทรโ อชา เปน นายกรฐั มนตรี
หลายประเทศประณามรฐั ประหารครง้ั น้ี รวมทงั้ มีการกดดันตาง ๆ เชน ลดกิจกรรมทาง
ทหาร และลดความสัมพันธระหวางประเทศ แตคนไทยจํานวนหน่ึงแสดงความยินดี โดยมองวาเปน
ทางออกของวกิ ฤตการณก ารเมอื ง แตก ม็ ีคนไทยอีกจาํ นวนหนงึ่ ท่ีไมเ ห็นดว ย เน่อื งจากไมเ ปนไปตาม
วิถีประชาธิปไตย (ดรู ายช่อื นายกรฐั มนตรีของประเทศไทยในภาคผนวก)
ÇÇÔ ²Ñ ¹Ò¡ÒÃÃкºàÈÃɰ¡Ô¨ä·Â
ประเทศไทยมีวิวัฒนาการทางดานเศรษฐกิจจากการเร่ิมตนจากโครงสรางเกษตรกรรม
มาเปนโครงสรางอุตสาหกรรมในระยะ ๒๐๐ ปท่ีผานมา การเปดประเทศของประเทศไทย และลัทธิ
ลาอาณานิคมของประเทศตะวันตก ไดเขามามีบทบาทในการเปล่ียนแปลง สงผลกระทบโดยตรงตอ
ระบบเศรษฐกจิ ของประเทศอยางใหญหลวง ถือวา เปน จุดเปลยี่ นของระบบเศรษฐกิจของไทยในระดบั
มหภาค เพราะระบบเศรษฐกจิ ของไทยถกู ผกู ไวก บั ทนุ นยิ มโลก ซงึ่ บทเรยี นนจี้ ะทาํ การแบง หว งเวลาของ
ระบบเศรษฐกจิ ไทยออกเปน ๓ ชว งดว ยกัน ไดแ ก ชว งกอนสนธสิ ัญญาเบาริง ชวงสนธสิ ญั ญาเบาริง
ถึงยุคสงครามโลกครง้ั ที่ ๒ และชวงหลังสงครามโลกครั้งท่ี ๒ ถึงปจ จบุ ัน
๑. ชว งกอนสนธิสัญญาเบารงิ ป พ.ศ. ๒๓๙๘
ระบบเศรษฐกจิ ของไทยจะมลี กั ษณะทเี่ รยี กวา เศรษฐกจิ ระบบธรรมชาติ วตั ถปุ ระสงค
ของการผลติ นน้ั เพอื่ การเลย้ี งชพี ของตวั เอง รากฐานของเศรษฐกจิ โดยรวมเปน เกษตรกรรมและหตั ถกรรม
เชน การทาํ ไรทํานา ทอผา ทาํ เครื่องมอื เกษตรกรรม ผลติ เครอ่ื งปน ดินเผา การประมง จะเห็นไดว า
การผลิตตางๆ เหลาน้ี ทําเพ่ือการยังชีพตนเอง ผลิตเพื่อใชสอยกันเองภายในชุมชนของตน อาจจะ
มสี ว นเกนิ ไวจ า ยเปน สว ยอากรบา ง หรอื ผลติ ไวเ พอื่ แลกเปลย่ี นหรอื ขายกนั ในขอบเขตทจ่ี าํ กดั บทบาท
ในการกาํ หนดใชท รัพยากรอยทู ีร่ ัฐบาล ซง่ึ โดยมากดําเนนิ ไปตามพนั ธะทางศาสนา การผูกขาดการคา
พวกสินคา สาํ คัญๆ ไวใ ตก ารควบคมุ ของพระคลังสินคา รฐั บาลจะทาํ หนา ทกี่ ําหนดราคาสินคา
๑๓
ท่ีดินท้ังหลายท่ีมีอยูภายในเขตราชอาณาจักรน้ันเปนของพระเจาแผนดิน ดังน้ัน ระบบ
กรรมสิทธิ์ในทรัพยสินเอกชนยังไมเกิดข้ึน รัฐบาล และชนชั้นนํา ไดรับสวนแบงผลผลิตจากระบบ
เศรษฐกิจแบบน้ีโดยระบบสวยและอากร การเกณฑแรงงานและบริการจากขาทาสบริวาร ไพรทุกคน
ตองข้ึนทะเบียนสังกัดมูลนาย ไพรจะตองถูกเกณฑไปทํางานท่ัวไป เชน ทํางานโยธา สรางวัดสราง
โบสถ กาํ แพงเมอื ง สถานทรี่ าชการตา งๆ นอกจากนไี้ พรก ไ็ มม สี ทิ ธใิ นการรบั จา งงานอนื่ ๆ นอกจากจะ
ไดร บั การอนญุ าตจากมลู นาย ในสว นของแรงงานทาสทม่ี มี ากมายนน้ั ไมม อี สิ ระเสรใี นการทาํ มาหากนิ
เทาทค่ี วร
ระบบเศรษฐกิจแบบธรรมชาติเชนน้ี ทําใหการคาภายในประเทศอยูในลักษณะท่ีแคบ
สวนใหญเปนการแลกของกับของ เงินไมมีการใชอยางแพรหลาย การเคล่ือนยายผลผลิตเปนไป
ในรูปของการสงสวย เปนสวยส่ิงของที่ชนชั้นปกครองเกณฑจากไพรทาส ในกรณีท่ีมีความตองการ
สนิ คา ฟมุ เฟอ ยจากตา งประเทศ จะมกี ารนาํ สว นทเี่ หลอื ไปใชแ ลก ดงั นน้ั การคา ตา งประเทศสมยั นน้ั คอื
การแลกเปลยี่ นสนิ คา ฟมุ เฟอ ยเพอื่ การบรโิ ภคของชนชนั้ นาํ นนั่ เอง ในเมอื่ การคา อยภู ายใตก ารผกู ขาด
ของรฐั อตั ราการขยายตวั ของการผลติ จงึ แทบไมมกี ารขยายตัวเลย
๒. ชว งสนธิสัญญาเบาริงถึงสงครามโลกครงั้ ที่ ๒
การเขารวมในการคา ระหวา งประเทศใน พ.ศ. ๒๙๓๘ ไดเกดิ การเปล่ียนโครงสราง
สินคาออกและสินคาเขา เกิดมีการผลิตเฉพาะอยางขึ้น สินคานําเขา เกิดมีการผลิตเฉพาะอยางข้ึน
สินคานําเขาแตเดิมประกอบดวยสินคาฟุมเฟอยเพ่ือการบริโภคของชนช้ันนําก็เปล่ียนมาเปนสินคา
หลายชนดิ เพอ่ื การบรโิ ภคของคนทวั่ ไป สว นสนิ คา สง ออกทผ่ี า นมาจะมปี รมิ าณนอ ยแตห ลากหลายชนดิ
กเ็ ปลย่ี นมาเปน สนิ คา สาํ คญั ไมก ชี่ นดิ แตผ ลติ ในปรมิ าณทมี่ าก ยคุ นจ้ี งึ สามารถเรยี กไดอ กี อยา งวา เปน การ
ผลติ แบบแบงงานกนั ทําระหวา งประเทศ สงผลใหก ารผลติ แบบอสิ ระเลือนรางหายไป ลกั ษณะทั่วไปท่ี
สําคัญของเศรษฐกิจไทยในชวงนี้ก็คือ ประเทศไทยเราถูกหลอมรวมเขาไปในระบบเศรษฐกิจทุนนิยม
ระดบั โลกมากขนึ้ ประเทศไทยทาํ หนา ทผ่ี ลติ สนิ คา เฉพาะอยา ง แตเ ปน สนิ คา ปฐมภมู หิ รอื สง ออกวตั ถดุ บิ
สนิ คา เพอื่ การสงออกหลักๆ จะมี ขาว ไมส กั ดีบุก การแลกเปลย่ี นสินคา กเ็ ปนไปในลกั ษณะของสินคา
สาํ เรจ็ รปู เพอื่ นาํ เขา มาเพอ่ื การบรโิ ภคภายในประเทศ จะเหน็ ไดว า การกา วเขา สเู ศรษฐกจิ แบบทนุ นยิ ม
แบบน้ี สง ผลใหห ตั ถกรรมพนื้ บา นพงั ทลายลง
๓. ระบบเศรษฐกิจชวง ป พ.ศ. ๒๕๐๓ เปน ตน มา
ชว งสงครามโลกครงั้ ท่ี ๒ ไดม กี ารเปลยี่ นแปลงทางดา นโครงสรา งทางเศรษฐกจิ มากขน้ึ
ทง้ั ในดา นการผลติ สนิ คา ปฐมภมู ิ การขยายตวั ของอตุ สาหกรรมมขี นาดใหญข นึ้ ตามกนั ไป ประกอบกบั
การดาํ เนนิ นโยบายเศรษฐกจิ เสรที เ่ี ปด ใหน ายทนุ ตา งชาติ เชน สหรฐั อเมรกิ า ญปี่ นุ และยโุ รปตะวนั ตก
เขา มาลงทนุ โดยตรง ขณะเดยี วกนั ธนาคารโลก กองทนุ การเงนิ ระหวา งประเทศกเ็ ขา มามบี ทบาทเสนอ
ใหป ระเทศไทยปรบั ปรงุ โครงสรา งทางเศรษฐกจิ ใหใ หญข น้ึ เพอ่ื ตอบสนองการขยายตวั ของทนุ นยิ มโลก
ซงึ่ เปนภายใตการนําของบรรษทั ขา มชาติ
๑๔
ชวงน้ีประเทศไทยถูกจัดอยูในโลกท่ีสามมีความสําคัญในฐานะการเปนแหลงที่ต้ัง
ของการผลิตสินคาอุตสาหกรรมเพ่ือตลาดโลกเหมือนประเทศโลกที่สามอ่ืนๆ เหตุผลนี้เองเปนแรง
ผลกั ดนั ใหเ กดิ การพฒั นาอตุ สาหกรรมของประเทศ มกี ารนาํ เขา เครอื่ งจกั รกลและสนิ คา ขนั้ กลาง ไดแ ก
ชน้ิ สว นอปุ กรณแ ละวตั ถดุ บิ ในการผลติ มาถงึ ยคุ นพี้ วกการยงั ชพี แบบเดมิ ๆ จะแทบไมเ หน็ นอกจากแถบ
ชนบทที่หางไกลความเจริญและชวงปลายของ พ.ศ. ๒๕๑๓ ไดมีการสงออกสินคาท่ีผลิตจากโรงงาน
อตุ สาหกรรมมากขน้ึ โดยเฉพาะสนิ คา ประเภทสงิ่ ทอ อาหารกระปอ ง ผลไมก ระปอ ง วงจรทรานซสิ เตอร
เพชรพลอย เคร่อื งประดบั และอาหารสตั ว เปน ตน
จะเหน็ ไดว า ในชว งนป้ี ระเทศไทยไดผ นั ตวั เขา ไปผกู มดั กบั ระบบทนุ นยิ มโลกอยา งมาก
ทาํ ใหสูญเสียความเปนอสิ ระไปอยางส้นิ เชงิ ผลกระทบจากการขยายฐานอยางรวดเร็วนี้ คือ ปญหา
ส่ิงแวดลอมเปนพิษ เพราะการขยายฐานการผลิตแบบเรงดวนเพื่อตอบสนองระบบทุนนิยมโลกน้ัน
จาํ เปน ตอ งเปลย่ี นโครงสรา งการผลติ ใหเ ปน อตุ สาหกรรมนน้ั สรา งผลกระทบโดยตรงใหก บั สง่ิ แวดลอ ม
และธรรมชาติ
ÇÔÇ²Ñ ¹Ò¡ÒÃ椄 ¤Áä·Â
ÊÁÑÂ¡Ã§Ø ÃÑμ¹â¡Ê¹Ô ·Ã
สภาพบา นเมอื งหลงั จากทพี่ ระเจา ตากสนิ ทาํ ศกึ สงครามเพอ่ื กอบกเู อกราชนนั้ เตม็ ไปดว ย
ความเสยี หาย จงึ ตอ งยายมาสรางเมอื งใหมท่กี รุงธนบุรี เปน ชวงเวลาสนั้ ๆ จนในป พ.ศ. ๒๓๒๕ จึงมี
การยา ยมาสถาปนากรงุ รตั นโกสนิ ทร ชว งนจี้ งึ เปน ชว งทบี่ า นเมอื งยงั คงวนุ วายกบั การพฒั นาเมอื งหลวง
สรา งสาธารณปู โภคตา งๆ เชน การขดุ คลองรอบกรงุ การจดั ระเบยี บชมุ ชน สรา งปอ มและกาํ แพงเมอื ง
สภาพสังคมในสมัยกรุงรัตนโกสินทร มีการแตงต้ังบุคคลใหดํารงตําแหนงขุนนางเปนจํานวนมาก
เพราะขนุ นางเสยี ชวี ติ ในคราวสงครามกบั พมา ปลายสมยั กรงุ ศรอี ยธุ ยาและสมยั กรงุ ธนบรุ ี ตลอดจนการ
จลาจลปลายสมยั กรงุ ธนบรุ เี ปน จาํ นวนมาก ไดม กี ารแกไ ขปญ หาขาดแคลนขา ราชการโดยยกเลกิ กฎเกณฑ
คณุ สมบัตขิ องผูเขาเปน ขนุ นาง เปดโอกาสใหส ามญั ชนซ่งึ มคี วามรู ความประพฤตดิ เี ขาเปน ขุนนางได
พระมหากษตั รยิ ใ นสมยั นม้ี คี วามใกลช ดิ กบั ขนุ นางดว ยการสรา งความสมั พนั ธท างเครอื ญาติ
กับบรรดาขนุ นางตระกลู สาํ คัญ ๆ เพือ่ เพ่มิ ความจงรักภกั ดีในหมูขุนนางใหแนนแฟน มากขึ้น เปน การ
สรา งเสถยี รภาพ และความมนั่ คงของราชบลั ลงั ก นอกจากนนี้ โยบายเศรษฐกจิ ของรฐั บาลในการคา ขาย
ตา งประเทศใหพ ระบรมวงศานวุ งศแ ละขนุ นาง มคี วามสมั พนั ธท างเครอื ญาตแิ ละอปุ ถมั ภอ ยา งใกลช ดิ
ทําใหสามารถแสวงหารายไดผลประโยชนจากตําแหนงหนาที่เปนผูท่ีมีฐานะมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ
มีอํานาจทางเศรษฐกิจ มีอํานาจทางการเมือง มีการประสานประโยชนระหวางพระมหากษัตริย
เจานาย และขนุ นาง
การเลื่อนฐานะของพวกเจานายในสมัยกรุงรัตนโกสินทรโดยเฉพาะสมัยพระบาทสมเด็จ
พระพุทธยอดฟาจุฬาโลก มีลักษณะเปนกาวกระโดด เพราะเปนชวงตั้งเมืองหลวงและราชวงศใหม
๑๕
การเลอ่ื นชน้ั ทางสงั คมจงึ เลอ่ื นจากสามญั ชน ในสกลุ ขนุ นางซง่ึ สนบั สนนุ พระองคใ นการปราบดาภเิ ษก
และสถาปนาราชวงศใ หมข นึ้ เปน ชนชนั้ เจา การแตง ตง้ั เจา ใหท รงกรมขน้ึ อยกู บั ความเปน เครอื ญาตใิ กล
ชดิ กบั พระมหากษตั รยิ และมคี วามสามารถชว ยเหลอื ในการบรหิ ารบา นเมอื ง อาํ นาจของเจา นายแตล ะ
พระองคไ มเ ทา เทยี มกนั ทง้ั นขี้ น้ึ อยกู บั ตาํ แหนง ทางราชการกาํ ลงั ไพรใ นสงั กดั และตามพระราชอธั ยาศยั
ของพระมหากษัตริย อนึ่งสมัยกรุงรัตนโกสินทรตอนตนมีการเปล่ียนแปลงเกี่ยวกับขอบเขตอํานาจ
เจานายในเร่ืองไพรสมในสังกัด ซึ่งเปนปญหาในสมัยกรุงศรีอยุธยา เพราะเจาทรงมีอํานาจและเปน
ผูคุกคามท่ีสําคัญของพระมหากษัตริย กลาวคือมีการสงขาราชการชั้นสูงจากเมืองหลวงไปทําการสัก
ไพรท ว่ั ราชอาณาจกั รทกุ ตน รชั กาลใหม โดยสกั ชอ่ื มลู นายและชอ่ื เมอื งทสี่ งั กดั ทขี่ อ มอื ไพรเ ปน มาตรการ
จํากัดกําลังเจานายอีกประการหน่ึง คือ ไพรสมจะโอนเปนไพรหลวงเม่ือเจานายหรือขุนนางผูใหญ
ถึงแกอนิจกรรม เจานายมีสิทธิพิเศษตามกฎหมาย คือ จะพิจารณาคดีเจานายในศาลกรมวังเทานั้น
และจะนําเจา นายไปขายเปนทาสมไิ ด
พระมหาอปุ ราชเปน เจา วงั หนา ตาํ แหนง กรมพระราชวงั บวรสถานมงคล และมกั จะสถาปนา
พระอนุชาใหดาํ รงตําแหนง นอกจากนน้ั ยงั มีอัครเสนาบดี และเสนาบดจี ตสุ ดมภ คือ กรมเวยี ง กรมวัง
กรมคลงั กรมนา ตาํ แหนง เหลา นี้ถา เกดิ เหตสุ งครามก็ตองไปเปนแมท พั
ไพรในสมัยกรุงรัตนโกสินทรตอนตน ไดรับการผอนปรนเรื่องการเกณฑแรงงานจากปละ
๖ เดือน (เขาเดือนออกเดือน) ในสมัยกรุงศรีอยุธยา เหลือปละ ๔ เดือน (เขาเดือนออก ๒ เดือน)
ในรชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา จฬุ าโลกมหาราช (กฎหมายตราสามดวง. ๒๕๐๖ : ๒๐๕-๒๐๗)
ในรชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา นภาลยั ลดเหลอื ปล ะ ๓ เดอื น (เขา เดอื นออก ๓ เดอื น) อตั รา
การเกณฑแ รงงาน ปล ะ ๓ เดอื นนใ้ี ชไ ปจนถงึ รชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา เจา อยหู วั กอ นการ
ประกาศใชพ ระราชบญั ญัติการเกณฑทหาร อยา งไรกด็ ีระบบไพรทาํ ใหขัดขวางความชํานาญในการทาํ
อาชพี ของคนไทย จงึ ทาํ ใหช าวตา งชาตโิ ดยเฉพาะชาวจนี เขา ควบคมุ กจิ การดา นเศรษฐกจิ เกอื บทง้ั หมด
ทาสในสมัยกรุงรัตนโกสินทรตอนตน ยังคงมีสภาพเชนเดียวกับทาสสมัยกรุงศรีอยุธยา
ทาสในสมัยกรุงรัตนโกสินทรตอนตน มักจะเปนทาสสินไถ ซ่ึงสามารถไถตัวใหพนจากการเปนทาสได
ทาสเชลยไมมีคา ตวั ตอ งเปนเชลยไปตลอดชีวติ จนกระท่งั พ.ศ. ๒๓๔๘ จึงมกี ฎหมายระบุใหท าสเชลย
มีคาตัว และไถตัวเองได สวนทาสในเรือนเบ้ียหรือลูกทาสตองเปนทาสตลอดชีวิต ไมมีสิทธิไถตัว
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวทรงออกพระราชบัญญัติ เกษียณอายุลูกทาสลูกไท
พ.ศ. ๒๔๑๗ ประกาศใหลูกทาสที่เกิดตั้งแตปท่ีพระองคขึ้นครองราชย (พ.ศ. ๒๔๑๑) เปนอิสระ
เม่อื มอี ายุบรรลนุ ติ ิภาวะ และขายตวั เปนทาสอกี ไมไ ด
ชาวตางชาติ ชาวจนี เปน ผมู บี ทบาทและความสาํ คญั ตอ สังคมไทยดานเศรษฐกิจมาตงั้ แต
สมัยอาณาจักรอยุธยา ชาวจีนอพยพเขามาอยูในดินแดนไทยมากขึ้นเร่ือย ๆ โดยเฉพาะสมัยกรุง
รัตนโกสินทรตอนตน ซึ่งอาจแบงออกเปน ๒ ประเภท คือ ประเภทแรก เปนพวกท่ีมีความสัมพันธ
ใกลชิดกับชนช้ันสูงในสังคมไทย และมีการอุปถัมภซ่ึงกันและกัน เพื่อเปนหนทางในการเลื่อนฐานะ
๑๖
ทางสังคมและกาวข้ึนสูชนชั้นขุนนางดวยการใหผลประโยชนแกเจานายและขุนนางไทยออกไปคาขาย
ยงั ประเทศจนี ดงั จะเหน็ ไดจ ากการทหี่ วั หนา ชาวจนี ไดเ ขา สชู นชนั้ ขนุ นางโดยการเปน เจา ภาษนี ายอากร
มยี ศหรอื บรรดาศักดิ์ เปนพระ ขุน หมืน่ มีศกั ดนิ า ๔๐๐ ข้ึนไป พอคาหรือเจาภาษี ชาวจนี ในหัวเมือง
หลายคนไดรับแตงต้ังใหเปนเจาเมือง คนเหลาน้ีมีฐานะมั่งคั่ง บางครอบครัวมีความสัมพันธ
โดยการแตงงานกับชนช้ันเจานาย ขุนนาง หรือถวายตัวตอพระมหากษัตริย ชาวจีนประเภทท่ีสอง
คือ พวกท่ีรับจางเปนกรรมกรเพื่อทํางานสาธารณูปโภคตาง ๆ แทนแรงงานไพร ทํางานในเหมือง
แรด บี กุ ชา งปนู ชา งตอ เรอื กรรมการในโรงงานนาํ้ ตาลทราย ทาํ ไรอ อ ย พรกิ ไทย ยาสบู และคา ขายแถบ
ลุม แมน ํ้าแมกลอง หรอื หวั เมืองชายทะเลตะวนั ออกและภาคใตข องไทย
พอ คา ชาวจนี ไดร บั อภสิ ทิ ธหิ์ ลายประการ เชน เดนิ ทางและตงั้ ถนิ่ ฐานไดท วั่ ราชอาณาจกั ร
ไมตอ งเกณฑแรงงานแตเสยี เงินคา ผกู ปข อ มือเปน เงิน ๑.๕๐ บาทตอทกุ สามป ตอมาในสมัยพระบาท
สมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว รัฐบาลประกาศเลิกวิธีผูกปขอมือชาวจีนมาเปนการเก็บเงินคา
ราชการปละ ๖ บาท การที่การคาของไทยท้ังการคาตางประเทศและการคาภายในประเทศชวงสมัย
กรุงรัตนโกสินทรตอนตน ดําเนินการโดยพระมหากษัตริย เจานาย ขุนนาง และพอคาจีน พอคา
เจา ภาษนี ายอากรชาวจนี มฐี านะมง่ั คง่ั เหลา นไี้ ดเ ขา มาอยใู นสงั คมชนั้ เดยี วกบั ชนชน้ั สงู ของไทยไดอ าศยั
ระบบศกั ดนิ าและการอปุ ถมั ภข องชนชน้ั สงู เหลา นด้ี าํ เนนิ ธรุ กจิ จนกลายเปน ผมู ฐี านะราํ่ รวย กลายเปน
คา นยิ มทเ่ี หน็ ความสาํ คญั ของทรพั ยส มบตั หิ รอื ฐานะทางเศรษฐกจิ ควบคไู ปกบั คา นยิ มการสะสมไพรบ รวิ าร
สภาพเศรษฐกิจของประเทศไทยในชวงตนจึงเปนลักษณะแบบเลี้ยงตัวเอง พลเมืองมี
อาชพี เกษตรเปนหลัก ผลผลิตสําคัญคอื ขา ว ฝา ย ออย ยาสูบ เปน ตน รฐั บาลมีรายไดหลายทาง เชน
จงั กอบ อากร ฤชา สว ย และรายไดจ ากการคา ตา งประเทศ การคา สําเภา และการคาแบบผูกขาด ภาษี
สว นใหญร ฐั บาลมอบใหพ อ คา จนี ผกู ขาดเกบ็ ภาษแี ทนรฐั บาล และจะมกี ารเดนิ สวนใหมท กุ ครงั้ ทม่ี กี าร
เปลยี่ นรชั กาลเพอื่ วดั ทดี่ นิ แลว เกบ็ เงนิ ตามโฉนดนนั้ ความสมั พนั ธก บั ตา งชาตอิ นั ดบั แรกนน้ั คอื ชาตจิ นี
โดยมกี ารตดิ ตอ คา ขายมาตงั้ แตค รง้ั สมยั สโุ ขทยั แลว โดยทางเรอื สาํ เภา พอมาในสมยั รตั นโกสนิ ทรช าวจนี
กไ็ ดอ พยพมาต้งั ถ่ินฐานทีป่ ระเทศไทยมากขน้ึ เรื่อยๆ และสว นใหญก ารคาขายมกั จะเปน ไปในลักษณะ
เกื้อกูลกัน สวนชาติตะวันตกที่เขามามีบทบาทคือ โปรตุเกส เพราะไดมีการสงสาสนในการขอใหเรือ
ของตนเขา มาคา ขายไดอ ยางสะดวก และทางไทยกําลังตอ งการซ้ือปนมาใชร ักษาพระนคร อยา งไรก็ดี
การตดิ ตอ กับโปรตุเกสทําใหไทยไดเ รียนรวู ิทยาการตาง ๆ มากมาย เชน การทาํ ปน ไฟ ขนม ตาํ รายา
เปนตน ซึ่งผิดกับการเขามาของชาวอังกฤษท่ีเร่ิมในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย
โดยมีวัตถปุ ระสงคหลกั คือ การเมอื งและการคา โดยมีครอวเ ฟรด เปนผูท่เี ขา เจรจาทางการคา กบั ไทย
คนแรกๆ โดยไทยยงั คงไดผลประโยชนอยบู าง แตตอมาเฮนรี เบอรน ี ซง่ึ เปน ทตู คนท่สี องไดเ ขามาได
ตกลงทําสัญญาคาขายใหอังกฤษเขามาทําการคาไดโดยเสรี สวนอเมริกาน้ันก็เขามาในประเทศไทย
ดวยเชนกันและก็ไดใหความรูเก่ียวกับการศึกษาไวมาก แตอยางไรก็ดีจุดประสงคหลักคือการไดเขามา
คาขายในประเทศไทยไดอยา งเสรี
๑๗
椄 ¤Áä·ÂÊÁÑÂãËÁ‹
ความเจริญทางดานการคา การเห็นคุณคาของการศึกษาหาความรู และความสนใจรับ
วทิ ยาการจากตะวนั ตกของชนชน้ั นาํ และสามญั ชนในกรงุ เทพฯ และตามหวั เมอื งใหญ ๆ ทเ่ี ปน ศนู ยก ลาง
การคา มีอิทธิพลตอการเปลย่ี นแปลงสังคมไทย ไดม ีการพฒั นาดา นสังคมและประเพณี เพ่ือความทัน
สมัยการปฏิรูปการบริหารราชการแผนดิน และปฏิรูปสังคมในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา
เจาอยูหัว ดวยการเลิกระบบไพรและการยกเลิกระบบทาส การเลิกระบบไพร ไพรมีความสําคัญ
ทางสังคม เศรษฐกิจและการเมืองการปกครองของไทยดังท่ีไดกลาวมาแลวขางตน พระบาทสมเด็จ
พระจลุ จอมเกลา เจา อยหู วั ทรงดาํ เนนิ การอยา งคอ ยเปน คอ ยไป ดว ยการดงึ การควบคมุ กาํ ลงั จากขนุ นาง
เจานายมาสูพระมหากษตั ริยโ ดยใหม ีการจัดทําสํามะโนครัวแทนการสกั ขอ มอื พระราชบญั ญตั ิเปลย่ี น
วธิ เี ก็บเงนิ คา ราชการ ร.ศ.๑๑๖ (พ.ศ. ๒๔๔๑) ซง่ึ ลดเงนิ คา ราชการท่เี กบ็ จากไพรจากปล ะ ๑๘ บาท
ใหเปนปล ะ ๖ บาท และเปลีย่ นการควบคมุ ไพรจากมลู นายมาใหทองทท่ี ไ่ี พรอ าศัยอยเู ปนผูดแู ลแทน
พระราชบญั ญตั ิเกณฑจาง ร.ศ.๑๑๙ (พ.ศ. ๒๔๔๔) เปนการทําลายลกั ษณะของระบบไพร คอื ใหเลกิ
การเกณฑแ รงงาน ไพรเ ปน อสิ ระในการประกอบอาชพี และเลอื กทอ่ี ยอู าศยั ซงึ่ นบั วา เปน การคลค่ี ลายวธิ ี
การเกณฑแ รงงานตามระบบไพร และสอดคลอ งกบั ระบบเศรษฐกจิ แบบเงนิ ตราซง่ึ กาํ ลงั ขยายเขา มาใน
ประเทศไทย และพระราชบญั ญัตเิ กบ็ คา ราชการ ร.ศ.๑๒๐ (พ.ศ. ๒๔๔๕) กําหนดใหช ายฉกรรจทุกคน
ตอ งเสยี เงนิ คา ราชการคนละ ๖ บาท เปน อยา งสงู ทวั่ ราชอาณาจกั ร นบั วา เปน การทาํ ลายระบบมลู นาย
ใน พ.ศ. ๒๔๔๘ ไดมกี ารประกาศใชพ ระราชบัญญัตเิ กณฑทหาร ร.ศ.๑๒๔ โดยกาํ หนด
ใหชายฉกรรจท ่ไี ดรับเลือกและมีอายุ ๑๘-๒๐ ป เปน ทหารประจาํ การอยู ๒ ป แลว ปลดเปน กองหนนุ
มภี าระหนาท่ีฝกซอ มทุกปเ ปนเวลา ๑๕ ป แลว ปลดพนจากการเสยี เงนิ คาราชการตลอดชีวติ สวนผูท่ี
ไมไดรบั การคัดเลอื กตองเสยี เงนิ คา ราชการตามอตั ราทีก่ าํ หนดของทอ งถิน่ ตน พระราชบญั ญัตฉิ บบั นี้
ไดท ยอยประกาศใชท มี่ ณฑลจนครบทวั่ ราชอาณาจกั รในสมยั พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา เจา อยหู วั
ซ่ึงเปนการยุติพันธะสังคมตามระบบไพรในสังคมไทยโดยปริยาย และเปนการนําประเทศไทยเขาสู
สมยั ใหม สามญั ชนซงึ่ เคยอยใู นฐานะไพรแ ละทาสหนั ไปประกอบอาชพี ชาวนา ชาวไร กรรมการ ชา งฝม อื
ลกู จาง เสมยี น เปน ตน
การเลกิ ระบบทาสไดร บั อทิ ธพิ ลวฒั นธรรมตะวนั ตกเรอื่ งสทิ ธเิ สรภี าพของมนษุ ย พระบาท
สมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา เจา อยหู วั ทรงทาํ เปน ขนั้ ตอนอยา งละมนุ ละมอ ม ตง้ั แตท รงออกพระราชบญั ญตั ิ
พกิ ดั เกษยี ณอายลุ กู ทาสลกู ไท พ.ศ. ๒๔๑๗ กาํ หนดใหล กู ทาสทเ่ี กดิ ใน พ.ศ. ๒๔๑๑ ซง่ึ เปน ปท พี่ ระองค
ขน้ึ ครองราชย เกษยี ณอายุเปน ไท เม่ืออายุ ๒๑ ป หามขายตวั เปนทาสอกี ทรงปลกู ฝง คานยิ มในการ
บรจิ าคเงนิ ไถท าสใหเ ปน อสิ ระ ขยายการศกึ ษาและอาชพี โดยตง้ั โรงเรยี นใหล กู ทาสทย่ี งั ไมบ รรลนุ ติ ภิ าวะ
สมคั รใจเขา เรยี น และจะปลอ ยใหเ ปน ไท ประกาศพระราชบญั ญตั เิ ลกิ ทาสในมณฑลพายพั พ.ศ. ๒๔๔๓
พระราชบญั ญตั เิ ลกิ ทาสในมณฑลบรู พา พ.ศ. ๒๔๔๗ และในวนั ที่ ๑ เมษายน พ.ศ.๒๔๔๘ ไดป ระกาศ
พระราชบญั ญตั เิ ลกิ ทาสทว่ั ราชอาณาจกั ร พวกทซี่ อ้ื ขายทาสจะถกู ลงโทษตามประมวลกฎหมายลกั ษณะ
อาญา พ.ศ. ๒๔๕๑ การเลกิ ทาสและไพร อาจกลา วไดว า เปน การปลดปลอ ยใหพ นั จากพนั ธะทางสงั คม
ในรปู แบบศักดนิ า เพือ่ เปน การพฒั นารองรับการปรับปรงุ บานเมอื งใหทันสมยั แบบตะวนั ตก
๑๘
ในดานการศึกษา การท่ีวัฒนธรรมและวิทยาการตะวันตกไดหลั่งไหลเขาสูสังคมไทย
พรอมกับการเขา มาของชาวตะวนั ตกไดถ า ยทอดความรดู านตาง ๆ สงผลใหเกิดการเปลย่ี นแปลงทาง
สังคมตั้งแตสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัว ความสนใจในการเรียนภาษาอังกฤษและ
วิทยาการเทคโนโลยีตะวันตกเปนการเปล่ียนรูปแบบการศึกษาแบบเดิมซึ่งอิงอยูกับวัด วัง และบาน
ขุนนางเจานายมาเปนการศึกษาในระบบโรงเรียนตามแบบแผนตะวันตก ในสมัยพระบาทสมเด็จ
พระจลุ จอมเกลา เจา อยหู วั มกี ารตง้ั โรงเรยี นสาํ หรบั ราษฎรทว่ั ไป และขยายไปทง้ั กรงุ เทพฯ และตา งจงั หวดั
มกี ารตงั้ โรงเรยี นขา ราชการพลเรอื นเพอื่ ฝก หดั ขา ราชการ ซงึ่ ตอ สถาปนาเปน จฬุ าลงกรณม หาวทิ ยาลยั
โรงเรียนราชแพทยาลัย ซึ่งตอมาเปนมหาวิทยาลัยแพทยศาสตรและมหาวิทยาลัยมหิดล โรงเรียน
นายรอ ยพระจลุ จอมเกลา ฯ โรงเรียนกฎหมาย ฯลฯ ลว นเปน การพัฒนาคณุ ภาพของคนทง้ั สิ้น
椄 ¤Áä·Âã¹Â¤Ø âÅ¡ÒÀÔÇμÑ ¹
สงั คมโลกยุคโลกาภวิ ตั น มลี กั ษณะสําคัญหลายประการ สรปุ ไดด งั น้ี
๑. การใชคอมพิวเตอรเปนกลไกสําคัญ ในสังคมโลกาภิวัตน คอมพิวเตอรมีบทบาท
สาํ คญั มากเพราะเปน เครอื่ งมอื ทจี่ ะรบั และแปลงขอ มลู ไดอ ยา งรวดเรว็ และไมค อ ยมขี อ จาํ กดั คอมพวิ เตอร
ไดถูกนํามาใชในการจัดเก็บ บันทึกขอมูล จัดระบบขอมูลและนํามาใชส่ือสารถึงกันในเวลาอันรวดเร็ว
ทกุ มมุ โลก ในระยะไมก ป่ี ม านไ้ี ดม กี ารพฒั นาระบบคอมพวิ เตอรไ ปอยา งมาก จากเครอื่ งทม่ี ขี นาดใหญ
ราคาแพง เปนระบบคอมพิวเตอรสวนบุคคลที่มีขนาดเล็กแตมีคุณภาพ ศักยภาพสูงมากและ
ราคาถกู ลง เครื่องคอมพิวเตอรจึงเปนเครอ่ื งมือสําคญั ในการแพรขอมลู ขาวสารในยคุ โลกาภวิ ตั น
๒. การไหลบาของขอมูลขาวสาร วิทยาศาสตร และเทคโนโลยีมีสวนชวยใหเศรษฐกิจ
และสงั คม เจรญิ กา วหนา เศรษฐกจิ ทเี่ จรญิ กา วหนา ทาํ ใหโ ลกตะวนั ตกมงั่ คง่ั รา่ํ รวย ซง่ึ จะมผี ลทาํ ใหเ กดิ
เปนแรงกระตุนใหมีการวิจัยและพัฒนา เพ่ือศึกษาคนควาหาขาวสารที่เปนประโยชนอยางไมหยุดย้ัง
สถาบนั การศกึ ษาตาง ๆ กท็ าํ หนา ทีค่ นควา วิจัยเพอ่ื ใหไ ดม าซึง่ ความรูใหม ๆ เพม่ิ มากขนึ้ เทคโนโลยี
ส่ือสารอันทันสมัยก็มีสวนชวยใหเกิดการเปลี่ยนถายทอดขอมูลใหม ๆ หมุนเวียนอยูตลอดเวลา
อยา งไมมีทีส่ ิน้ สุด กอ ใหเ กดิ ปรากฏการณท เ่ี รียกวา “การไหลบา ของขาวสาร”
๓. การเพิ่มขึ้นของแรงงานดานขาวสาร จํานวนแรงงานที่ทํางานเก่ียวกับขาวสารขอมูล
มจี าํ นวนเพ่มิ มากขึ้น แรงงานเหลา น้ไี ดแกผทู ่ีอยูในวงการศึกษา การคมนาคม การพมิ พ การโฆษณา
ประชาสมั พนั ธ ส่อื สารมวลชนทุกประเภท การเงิน การบญั ชี รวมทง้ั อุตสาหกรรมผลติ คอมพิวเตอร
หรือช้ินสวนคอมพิวเตอรและงานที่เกี่ยวกับการนําเทคโนโลยีมาจัดการกับขาวสารทุกชนิด กลาวกัน
วา ปจจุบันในอเมริกามีแรงงานท่ีทํางานดานขาวสารมากกวา รอยละ ๕๐ ในขณะที่แรงงานเกษตร
และอตุ สาหกรรมลดลงมากกวา รอยละ ๒๕
สังคมไทยในยุคโลกาภิวัตนจะมี ๒ ลักษณะดวยกัน สังคมเมืองจะเปนสังคมของความ
วุนวายมีชีวิตเรงรีบ แขงขันอยูตลอดเพราะการใชชีวิตประจําวันน้ันเปนการพึ่งพาขอมูลขาวสาร
และเทคโนโลยี เพื่อเพ่ิมขีดความสามารถในการทํากําไร เน่ืองจากโลกมีความเชื่อมตอกันหมด
๑๙
ผลกระทบจะเกิดขึ้นเร็ว คนจะรับรูขาวสารไว ชีวิตคนเมืองจะเปนรูปแบบอุตสาหกรรมอยางชัดเจน
และเนื่องจากระบบส่ือสารไรพรมแดนทําใหเกิดการครอบโลกทางวัฒนธรรม อิทธิพลของวัฒนธรรม
และอาํ นาจของเศรษฐกจิ จากประเทศทพี่ ฒั นาแลว ไดไ หลบา เขา สปู ระเทศอนื่ อยา งรนุ แรง กอ ใหเ กดิ กระแส
วฒั นธรรมโลก (Neo-Westernization) ครอบงาํ ทางดา นความคดิ การมองโลก การแตง กาย การบรโิ ภคนยิ ม
แพรห ลายเขา ครอบคลุมเหนือวัฒนธรรมชาติของประชาคมทวั่ โลก ผลทต่ี ามมาคอื เกดิ ระบบผูกขาด
ไรพ รมแดน สว นสงั คมชนบทนนั้ จะมคี วามเคลอ่ื นไหวอยา งเชอื่ งชา แตก ไ็ มไ ดถ กู ตดั ขาดจากสงั คมเมอื ง
มากเหมือนเชนเม่ือกอนเนื่องจากการพัฒนาในดานสาธารณูปโภคและการพัฒนาดานการสงตอเรื่อง
ขอมูลขาวสารทําใหการติดตอน้ันเร็วข้ึนกวาเดิม ประกอบกับคนในยุคนี้เขามาทํางานในกรุงเทพฯ
หรอื ตามหวั เมอื งตางๆ เทาไรนกั
Êѧ¤ÁàÁ×ͧáÅÐ椄 ¤Áª¹º·¢Í§ä·Â
ลักษณะสังคมไทย
๑. เปน สงั คมทม่ี โี ครงสรา งแบบหลวมๆ คอื ผคู นไมเ ครง ครดั ตอ ระเบยี บ วนิ ยั กฎเกณฑ
ชอบความสะดวกสบาย สนกุ สนาน การไมเ ครง ครดั ตอ ระเบยี บวนิ ยั เปน ผลใหเ กดิ ความยอ หยอ นในการ
รกั ษากฎเกณฑ ขอ บงั คับ และกติกาของสงั คม
๒. เปนสังคมเกษตร ประชาชนสวนใหญร อยละ ๗๕ ประกอบอาชีพทางเกษตร
๓. เปนสังคมที่มีการแบงชนช้ัน ยึดถือฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมเปนสําคัญ เชน
ทรพั ยสมบัติ ความราํ่ รวย ตาํ แหนง หนา ที่การงาน อํานาจ ช่ือเสยี ง ฯลฯ
๔. เปน สงั คมทม่ี กี ารอพยพเคลอื่ นยา ยไปสถู นิ่ อนื่ สงู เนอ่ื งจากประชาชนสว นใหญม กี าร
ศกึ ษาต่ํา ยากจน อตั ราการเกดิ ของประชาชนเพิม่ มากขึน้ อตั ราการตายลดลง ทาํ ใหช าวชนบทอพยพ
เขา เมอื งหรอื อพยพไปชนบทอนื่ ๆ สงู สว นใหญเ ปน การอพยพยา ยถน่ิ แบบชว่ั คราว เชน ชาวอสี านไป
รับจางในเมอื ง หรือเดนิ ทางไปขายแรงงานในตางประเทศ ฯลฯ
๕. เปนสังคมเปด สังคมไทยยอมรับวัฒนธรรมตางชาติ โดยเฉพาะอยางยิ่งวัฒนธรรม
ตะวนั ตกเขามาทาํ ใหเ กิดการเปลยี่ นแปลง ความคิด วถิ ดี าํ เนินชีวติ ไปจากเดิมเปน อันมาก การพัฒนา
ประเทศจะใหค วามสําคญั การพัฒนาวัตถุมากกวาการพัฒนาจติ ใจ สภาพวถิ ีชีวิตของบคุ คลโดยเฉพาะ
สังคมเมืองเปลยี่ นแปลงไปโดยรวดเรว็
椄 ¤Á¢Í§àÁ×ͧä·Â
สังคมเมืองมีประชาชนอาศัยอยูหนาแนน มีการปกครองแบบเทศบาล บางแหง
มีการปกครองโดยเฉพาะ เชน กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา สังคมเมืองมีความเจริญทางดานวัตถุ
เปน ศนู ยก ลางความเจรญิ ทางดา นเศรษฐกิจ การศึกษา สาธารณสขุ ฯลฯ
๒๐
Å¡Ñ É³ÐáÅÐâ¤Ã§ÊÃÒŒ §¢Í§Ê§Ñ ¤ÁàÁ×ͧä·Â
๑. พ่ึงพาอาศัยกัน สังคมเมืองจําเปนตองพึ่งพาอาศัยกันทางดานเศรษฐกิจ สังคม
ทุกส่ิงทุกอยางดําเนินไปดวยกันเหมือนเครื่องจักร หากส่ิงใดหยุดชะงักสังคมเมืองจะประสบ
ความยงุ ยากทันที
๒. มีการรวมตวั กันอยางหลวม ๆ สมาชกิ ของสงั คมเมืองมีแบบแผน วถิ ีดําเนินชีวิตใน
แตละกลุมแตกตางกัน ท้ังดานความคิด ความเชื่อ ศาสนา และประสบการณ เพราะสมาชิกมาจาก
แหลง ตาง ๆ กนั
๓. มลี ักษณะความแตกตา งทางเศรษฐกิจสงู คือ สังคมเมอื ง มที ง้ั นายจา ง ลกู จาง มคี น
ทปี่ ระกอบอาชีพที่หลากหลาย เชน พอ คา ขาราชการ นกั การเมอื ง นักธุรกิจ และอ่นื ๆ อกี มากมาย
ทําใหม ีระดับความแตกตางของสมาชกิ ทางเศรษฐกจิ สงู
๔. การติดตอ สมั พันธก ันมีลักษณะแบบทุติยภมู ิ ทงั้ นเ้ี น่ืองจากผูค นในสังคมเมืองมมี าก
จึงมกี ารติดตอ กันตามสถานภาพ มากกวา การตดิ ตอ กนั เปนสว นตวั หรือแบบปฐมภมู ิ
๕. การรวมกลุมเปนองคกรเปน ไปในรปู แบบทางการ คอื เปนการคํานึงถึงผลประโยชน
ของตนเองหรอื ของกลมุ ตนเองมากทส่ี ุด
๖. มีการแขงขันกันสูง คือ สังคมเมือง ผูคนจะมีการแขงขันกันสูง เปนการแขงขัน
เพื่อชัยชนะคูแขง หรือเพ่ือความอยูรอดในสังคม คนในสังคมเมืองจึงเปนโรคประสาทมาก
เมื่อเปรยี บเทยี บกบั ชาวชนบท
椄 ¤Áª¹º·¢Í§ä·Â
มกี ารรวมตวั กนั อยเู ปน ชมุ ชนเลก็ ๆ เปน การรวมตวั กนั เปน หมบู า น ตาํ บล กระจดั กระจาย
ไปทว่ั ประเทศ ประชาชนสว นใหญของสงั คมไทยอาศัยอยใู นชนบท
Å¡Ñ É³ÐáÅÐâ¤Ã§ÊÃÒŒ §¢Í§Êѧ¤Áª¹º·¢Í§ä·Â
๑. มีการรวมตัวกันอยางเหนียวแนน ทั้งน้ีเพราะสังคมชนบทไทยมีความคลายคลึงกัน
ของแบบแผนสังคมและแบบแผนของวัฒนธรรมขั้นพ้ืนฐาน สภาพความเปนอยูมีความคลายคลึงกัน
เปน อนั มาก การรวมตวั ของสังคมชนบทจึงเปน การรวมตัวอยา งเหนยี วแนน
๒. มีพื้นฐานทางเศรษฐกิจและสังคมไมแตกตางกันมาก ชาวชนบทสวนใหญประกอบ
อาชีพทางเกษตรกรรม แบบแผนของสังคมเปน แบบแผนสังคมเกษตร พน้ื ฐานทางเศรษฐกิจและสังคม
จึงไมแ ตกตา งกนั มาก
๓. พง่ึ ธรรมชาตสิ งิ่ แวดลอ มเปน ใหญ ชวี ติ ของชาวชนบทผกู พนั อยกู บั ธรรมชาติ ทงั้ อาชพี
และความเปนอยู ความทุกข มีผลจากภัยธรรมชาติ คือ ความแหงแลงน้ําทวม และความหนาวเย็น
หากปใ ดไมมีภยั ธรรมชาตปิ ระกอบอาชพี ไดผลดี จะมคี วามสุข
๔. การรวมกลุม ของคนชนบทอยูใ นวงจาํ กัด และมีลักษณะไมเปนทางการ สงั คมชนบท
จะรูจักคุนเคยกันดี มีการติดตอสัมพันธกันเปนสวนตัวในลักษณะกลุมปฐมภูมิมากกวาสัมพันธกันใน
ลักษณะกลมุ ทตุ ิยภมู ิ
๒๑
๕. มกี ารแขง ขนั กนั นอย ผคู นในสังคมชนบท มีการชวยเหลือซึ่งกนั และกันมาโดยตลอด
ประกอบอาชีพคลายคลึงกันรวมสุขรวมทุกขเผชิญภัยธรรมชาติมาดวยกัน มีความเห็นอกเห็นใจกัน
มคี วามเคารพนบั ถือกันมาโดยตลอด ระบบการแขงขันจงึ มีนอย
¤ÇÒÁÊÁÑ ¾Ñ¹¸Ã ÐËÇÒ‹ §Êѧ¤ÁàÁ×ͧ¡ÑºÊ§Ñ ¤Áª¹º·
สังคมเมืองกับสังคมชนบท มีความสัมพันธกันอยางใกลชิด ตองพ่ึงพาอาศัยกัน สังคม
ชนบทผลิตและสงอาหาร ตลอดทั้งผลิตผลทางการเกษตรใหแกสังคมเมือง รวมท้ังขายแรงงานใหแก
สังคมเมือง ในขณะเดียวกัน สังคมเมืองก็เปนตลาดขายผลิตผลทางการเกษตร เปนแหลงผลิตทาง
อุตสาหกรรม สงผลิตผลทางอุตสาหกรรมขายใหแ กสังคมชนบท เปนแหลงความรทู างเทคโนโลยีใหแ ก
สังคมชนบท เปนตน
»˜ÞËÒ椄 ¤Áä·Â
ñ. »Þ˜ ËÒ¤ÇÒÁÂÒ¡¨¹ ความยากจน คอื สภาพการดาํ รงชวี ติ ของบคุ คลทม่ี รี ายไดไ มพ อ
กบั รายจาย ไมสามารถจะหาสิง่ จาํ เปน มาสนองความตอ งการทางรางกาย และจติ ใจไดอ ยา งเพียงพอ
จนทาํ ใหบ คุ คลน้นั มสี ภาพความเปน อยทู ต่ี าํ่ กวา
ผลเสียของความยากจน
๑. ผลเสยี ตอ บคุ คลและครอบครวั ทาํ ใหบ คุ คลสญู เสยี บคุ ลกิ ภาพทดี่ ี ครอบครวั ขาด
เคร่ืองอปุ โภคบรโิ ภคที่จําเปน แกการดํารงชพี ไมส ามารถจะสง บตุ รหลานเลาเรยี นไดเทาที่ควร
๒. เปน ภาระแกส งั คม สงั คมตอ งอมุ ชู ดแู ลคนยากจน ทาํ ใหป ระเทศชาตไิ มส ามารถ
จะทมุ เทการพฒั นาได
๓. ทําใหเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองไมม่ันคง ประเทศท่ีมีคนยากจนมากก็ไม
สามารถจะพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองได ทําใหเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองของประเทศ
ไมม ั่นคง
ò. »˜ÞËÒÂÒàʾμÔ´ ยาเสพติด หมายถึง ยาเสพติดใหโทษ องคการอนามัยโลกไดให
คาํ นยิ ามยาเสพตดิ ใหโ ทษวา “เมอ่ื เสพแลว ผเู สพจะเกดิ ความตอ งการทงั้ ทางรา งกายและจติ ใจในการที่
จะไดเ สพตอไป โดยไมสามารถหยดุ เสพได จํานวนการเสพกจ็ ะเพม่ิ ข้นึ เรือ่ ย ๆ จนทําใหเ กิดอนั ตราย
ตอ รางกายและจติ ใจในภายหลงั ยาเสพติดในปจ จบุ นั มีมากมายท่ีปรากฏแพรหลาย เชน ฝน เฮโรอีน
กัญชา กระทอ ม แอมเฟตามนี บารบ ทิ ูเรต สารระเหย ยาบา
ผลเสยี ของผตู ิดยาเสพติดใหโ ทษ
๑. ผลเสยี ทางรา งกายและจติ ใจ รา งกายออ นเพลยี เบอ่ื อาหาร นอนไมห ลบั อารมณ
หงดุ หงิด โกรธงาย ฟงุ ซาน
๒. ผลเสยี ทางสงั คม ผตู ดิ ยาเสพตดิ ไมค าํ นงึ ถงึ กฎระเบยี บของสงั คม ชอบละเมดิ กฎ
ระเบียบ ผูติดยาเสพติดเปน ท่ีรงั เกียจของสงั คม เปนผทู าํ ลายชอื่ เสยี งวงศตระกูล
๒๒
๓. ผลเสยี ทางเศรษฐกจิ ผตู ดิ ยาเสพตดิ สว นใหญอ ยใู นวยั แรงงาน ตดิ ยาเสพตดิ แลว
ไมชอบทํางาน ออนแอ ทําใหสูญเสียแรงงาน การผลิตของประเทศลดลง รายไดของประเทศลดลง
นอกจากน้นั รฐั ยงั ตอ งสูญเสยี งบประมาณจํานวนมากในการรักษาพยาบาลผูตดิ ยาเสพติด
ó. »˜ÞËÒ¤ÍÃÃ»Ñ ª¹Ñ คอรรัปชนั คือ การทจุ ริตโดยใชหรืออาศยั ตําแหนง หนาที่ อํานาจ
และอทิ ธิพลทีต่ นมีอยู เพ่ือประโยชนแ กต นเองและหรอื ผอู ่นื รวมถงึ การเลือกที่รกั มกั ทช่ี งั การเห็นแก
ญาตพิ นี่ อ ง กนิ สนิ บน ฉอ ราษฎรบ งั หลวง การใชร ะบบอปุ ถมั ภแ ละความไมเ ปน ธรรมอน่ื ๆ ทข่ี า ราชการ
หรอื บคุ คลใดใชเปน เครื่องมอื ในการลิดรอนความเปน ธรรมและความถูกตองตามกฎหมายของสงั คม
ผลเสยี ของการคอรรปั ชนั
๑. ดานรัฐ ทําใหเกิดการผูกขาด ขาราชการจะติดตอซื้อขายกับพรรคพวกของตน
หรือผูท่ีใหผลประโยชนตอตนเองเทานั้น ทําใหสินคาแพงกวาความเปนจริง วัสดุส่ิงของคุณภาพต่ํา
ทาํ ใหเกดิ กลุมผลประโยชนในวงราชการ ใชสถานทร่ี าชการหากนิ ในทางไมส ุจริต
๒. ดานขาราชการ ทําใหขาราชการที่ซื่อสัตยสุจริตหมดกําลังใจในการทํางาน
ถาผูบังคับบัญชารวมกับลูกนองใกลชิดกระทําการคอรรัปชันดวยแลว ขาราชการที่สุจริตยอมอยูใน
วงราชการยากเพราะจะโดนกล่ันแกลง ตลอดเวลา
๓. ดา นประชาชน ประชาชนเส่อื มศรัทธาขาราชการ เพราะขา ราชการท่ีคอรร ปั ชัน
จะทําใหขา ราชการทีซ่ ือ่ สัตย พลอยเสยี ชือ่ เสียง เกยี รตยิ ศ ไปดว ย
ô. »˜ÞËÒÊÔè§áÇ´ÅÍŒ Á໚¹¾ÔÉ สง่ิ แวดลอมเปน พิษ หมายถงึ สงิ่ ตา ง ๆ ทอี่ ยูรอบตวั เรา
เชน อากาศ นาํ้ เสียง เปนตน เปนพิษจะโดยมนุษยทําใหเปนพษิ หรอื เปน พษิ ดวยตัวของมันเองก็ตาม
ถอื วาสงิ่ แวดลอ มเปนพษิ ประเทศไทยส่ิงแวดลอมเปนพษิ ไดทวีความรนุ แรงขน้ึ เปน ลาํ ดบั อากาศเสีย
เต็มไปดวยควันไอเสียจากรถยนต ฝุนละอองจากโรงงาน คนสูดอากาศเปนพิษทําใหเกิดอันตรายตอ
สขุ ภาพ นาํ้ ในลาํ คลองเนา เหมน็ ใชอ ปุ โภคบรโิ ภคไมไ ด เพราะโรงงานตา ง ๆ ปลอ ยนา้ํ เสยี ลงไปในแมน าํ้
ลาํ คลอง ประชาชนทงิ้ เศษขยะเนาเหมน็ ลงแมน าํ้ ฯลฯ
õ. »˜ÞËÒâäàÍ´Ê โรคเอดส (AIDS : Aequired Deficency Syndrome) แพรม าสู
ประเทศไทยจากประเทศตะวนั ตก ประเทศไทยไดร บั อนั ตรายจากโรคเอดสร นุ แรงขน้ึ โรคเอดสเ กดิ จาก
สาเหตทุ สี่ าํ คญั เชน การสาํ สอ นทางเพศ การใชเ ขม็ ฉดี ยารว มกนั การถา ยเทเลอื ดทขี่ าดความระมดั ระวงั
ปจจุบันยังไมมียารักษาโรคเอดส ผูปวยจะตองเสียชีวิตทุกราย ประเทศไทยตองสูญเสียงบประมาณ
จาํ นวนมากในการรกั ษาผปู วยโรคเอดส ซ่งึ เปน บคุ คลทส่ี ังคมรงั เกียจ
Ç¸Ô »Õ ‡Í§¡Ñ¹áÅÐá¡äŒ ¢»˜ÞËÒÊѧ¤Áä·Â
๑. ใหก ารศกึ ษาแกป ระชาชนใหท ว่ั ถงึ และสงู ขนึ้ การศกึ ษาเปน การยกระดบั คณุ ภาพชวี ติ
ของมนุษยใหสูงข้ึน รัฐจึงควรทมุ เทงบประมาณในการใหก ารศึกษาแกประชาชน
๒. รัฐตองจัดสวัสดิการที่ดีใหแกประชาชน ตองจัดใหประชาชนมีการศึกษาท่ีดี
และมีงานทาํ ทุกคนเพ่ือเปนหลกั ประกนั ของชวี ิต ควรจดั ใหม ีการประกนั สังคมโดยทว่ั ถึง
๒๓
๓. พฒั นาเศรษฐกจิ อยา งเหมาะสมกบั ประเทศ โดยพฒั นาเศรษฐกจิ เพอื่ สว นรวม กระจาย
รายไดส ชู นบทมากขนึ้ พยายามลดชอ งวา งระหวางคนจนกบั คนรวยใหอยูในระดับเดียวกนั
๔. มีการพัฒนาสังคมใหเหมาะสม โดยเฉพาะระดับครอบครัว ซ่ึงเปนสถาบันท่ีสําคัญ
ตอ งพฒั นากอนสถาบันอื่น ๆ ควรสรา งคา นิยมทด่ี ีใหกบั เด็ก เชน ใหมีความซือ่ สตั ย ขยัน ใฝศ ึกษา
ไมเห็นแกเงิน ชอบศึกษาคนควา ฯลฯ รัฐตองพัฒนาบุคคลใหมีคุณธรรม จริยธรรม ดําเนินชีวิตใน
ครรลองแหง จรยิ ธรรม คุณธรรม หรอื ตามหลกั พระศาสนาทต่ี นเองยอมรบั นบั ถอื
º·ÊÃØ»
จากวิวัฒนาการตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ซึ่งถูกเลิก
ไปแลว ประเทศไทยปกครองระบอบราชาธิปไตยภายใตรัฐธรรมนูญ และประชาธิปไตยระบบรัฐสภา
ซ่ึงมีพระมหากษัตริยซ่ึงทรงอยูภายใตรัฐธรรมนูญเปนประมุขแหงรัฐ และนายกรัฐมนตรีเปนหัวหนา
รัฐบาล ฝายนิติบัญญัติ และฝายบริหารถวงดุลอํานาจซ่ึงกันและกัน สวนฝายตุลาการเปนอิสระจาก
การถวงดุลอํานาจ ฝายบริหารมีนายกรัฐมนตรีเปนประมุขแหงอํานาจ ฝายนิติบัญญัติของไทยอยูใน
ระบบสภาคู แบง ออกเปน วฒุ ิสภาและสภาผูแทนราษฎร ฝา ยตุลาการ มศี าลเปนองคกรบรหิ ารอาํ นาจ
สวนใหญประเทศไทยมีระบบพรรคการเมืองเปนระบบหลายพรรค กลาวคือ ไมมี
พรรคการเมืองใดสามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวไดอยางเด็ดขาด จึงตองจัดตั้งรัฐบาลผสมปกครอง
ประเทศ
ต้ังแตโบราณกาล ราชอาณาจักรไทยอยูภายใตระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย อยางไร
กต็ าม หลงั จากการปฏวิ ตั สิ ยาม พ.ศ. ๒๔๗๕ ประเทศไทยจงึ อยภู ายใตก ารปกครองระบอบราชาธปิ ไตย
ภายใตรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญเขียนฉบับแรกถูกรางข้ึน อยางไรก็ตาม การเมืองไทยยังมีการตอสู
ระหวา งกลมุ การเมอื งระหวางอภชิ นหัวสมยั เกาและหัวสมยั ใหม ขาราชการ และนายพล ประเทศไทย
เกดิ รฐั ประหารหลายครงั้ ซงึ่ มกั เปลยี่ นแปลงใหป ระเทศไทยอยภู ายใตอ าํ นาจของคณะรฐั ประหารชดุ แลว
ชดุ เลา จนถึงปจ จุบนั ประเทศไทยมีรัฐธรรมนญู และกฎบัตรรวมแลว ๑๙ ฉบบั (นบั รวมฉบับปจจบุ ัน)
ซง่ึ สะทอ นใหเ หน็ ถงึ ความไรเสถียรภาพทางการเมอื งอยางสงู หลงั รฐั ประหารแตล ะครัง้ รัฐบาลทหาร
มักยกเลกิ รฐั ธรรมนญู ที่มีอยเู ดิมและประกาศใชร ฐั ธรรมนญู ชว่ั คราว
สงั คมเกดิ ขนึ้ มาพรอ มกบั มนษุ ย และไดว วิ ฒั นาการมาตามลาํ ดบั สงั คมเปน ผลของสญั ญา
ท่มี นุษยตกลงจดั ทําขึ้นดวยความสมคั รใจของมนษุ ยเอง เพ่อื ความสุขสมบรู ณ และความเปนระเบยี บ
วตั ถุประสงคข องการจัดตั้งสังคมข้ึน เพื่อขจดั ความซึ่งโหดราย ความยงุ ยากซับซอ น และความสับสน
ตางๆ ตามสภาพธรรมชาติของมนุษย แนวความคิดของนักปราชญ กลุมน้ีเรียกกลุม “ทฤษฎีสัญญา
สังคม” “ทฤษฎีเนนถึงธรรมชาติ” กลาวคือ ทฤษฎีนี้เช่ือวามนุษยด้ังเดิมน้ันอยูรวมกันเปนสังคมเชน
ปจจุบัน คือมนุษยไดอาศัยอยูตามธรรมชาติ แตเนื่องจากความชั่วราย ความยุงยากสับสน การเพ่ิม
จาํ นวนมนษุ ย ตลอดจนอารยธรรม เปนเหตใุ หม นุษยต องละทง้ิ ธรรมชาติ และสญั ญาดว ยความสมคั ร
ใจทจ่ี ะรวมกนั ในสงั คม ทัง้ น้ีโดยมงุ หวังทจ่ี ะไดร บั ความคุม ครอง และประโยชนสขุ เปน การตอบแทน
๒๔
๒๕
º··Õè ò
¤ÇÒÁ໹š ÁÒ ¤ÇÒÁÊÒí ¤ÑÞáÅС®ºÑμâͧ»ÃЪҤÁÍÒà«Õ¹
ÇμÑ ¶»Ø ÃÐʧ¤
๑. เพื่อใหผูเรียนรคู วามเปนมาและความสําคญั ของประชาคมอาเซียน
๒. เพื่อใหผูเรียนรวู ัตถุประสงคห ลกั ของการกอตงั้ ประชาคมอาเซยี น
๓. เพื่อใหผูเรียนรูวัตถุประสงคหลักของกฎบัตรอาเซียน และรูความสําคัญของกฎบัตร
อาเซียนตอประเทศไทย
º·นาํ
ประชาคมอาเซยี นกอ ตงั้ ขน้ึ โดยมวี ตั ถปุ ระสงคจ ากความตอ งการสภาพแวดลอ มภายนอก
ท่ีมั่นคง (เพ่ือท่ีผูปกครองของประเทศสมาชิกจะสามารถมุงความสนใจไปที่การสรางประเทศ)
ความกลวั ตอ การแพรข ยายของลทั ธคิ อมมวิ นสิ ต ความศรทั ธาหรอื ความเชอ่ื ถอื ตอ มหาอาํ นาจภายนอก
เส่ือมถอยลงในชว งพทุ ธทศวรรษ ๒๕๐๐ รวมไปถึงความตองการในการพฒั นาเศรษฐกิจของประเทศ
การจดั ตง้ั กลุมอาเซียนมีวตั ถุประสงคต างกับการจดั ตง้ั สหภาพยุโรป เนอ่ื งจากกลุมอาเซียนถกู สรางข้นึ
เพื่อสนับสนนุ ความเปนชาตนิ ิยมและเพอื่ สรางสันติภาพในภมู ิภาคเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต อนั นาํ มา
ซ่ึงเสถียรภาพทางการเมือง และความเจริญกาวหนาทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม และเม่ือ
การคาระหวางประเทศในโลกมีแนวโนมกีดกันการคารุนแรงขึ้น ทําใหอาเซียนไดหันมามุงเนนกระชับ
และขยายความรว มมือดานเศรษฐกิจการคาระหวา งกันมากขึน้
¤ÇÒÁ໚¹ÁÒáÅФÇÒÁสาํ ¤ÞÑ ¢Í§»ÃЪҤÁÍÒà«Õ¹
อาเซยี นหรอื สมาคมประชาชาตแิ หง เอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต (Association of Southeast
Asian Nations หรอื ASEAN) กอ ตงั้ ขนึ้ โดยพธิ ลี งนาม “ปฏญิ ญากรงุ เทพฯ” (Bangkok Declaration)
เพ่ือตั้งสมาคมความรวมมือกันในการเพ่ิมอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การพัฒนาสังคม
การพัฒนาวัฒนธรรมในกลุมประเทศสมาชิก และการธํารงรักษาสันติภาพและความมั่นคงในพื้นท่ี
และเปน การเปด โอกาสใหค ลายขอ พพิ าทระหวา งประเทศสมาชกิ อยา งสนั ตขิ องระดบั ภมู ภิ าคของประเทศ
ตางๆ ในเอเชีย เม่อื วันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๑๐ โดยมผี รู วมกอ ต้งั ๕ ประเทศ ดังตอ ไปนี้
๑. ไทย โดย พนั เอก (พิเศษ) ถนัด คอมันตร (รัฐมนตรตี างประเทศ)
๒. สิงคโปร โดย นายเอส ราชารัตนมั (รฐั มนตรีตางประเทศ)
๓. มาเลเซีย โดย ตุน อับดุล ราชัก บิน ฮุสเซน (รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี
กลาโหมและรฐั มนตรกี ระทรวงพฒั นาการแหงชาติ)
๒๖
๔. ฟล ิปปนส โดย นายนาซโิ ซ รามอส (รัฐมนตรตี างประเทศ)
๕. อินโดนีเซยี โดย นายอาดมั มาลิก (รฐั มนตรีตา งประเทศ)
ในเวลาตอมาประเทศตา งๆ เขา รว มเปน สมาชิกเพมิ่ เติม คือ บรูไนดารุสซาลาม (๘ ม.ค.
๒๕๒๗), สาธารณรัฐสงั คมนยิ มเวยี ดนาม (๒๘ ก.ค. ๒๕๓๘), สาธารณรัฐประชาธปิ ไตยประชาชนลาว
และสหภาพมา (๒๓ ก.ค. ๒๕๔๐), ราชอาณาจกั รกมั พูชา (๓ เม.ย. ๒๕๔๒) ตามลาํ ดบั ทําใหปจ จุบนั
มีสมาชกิ อาเซยี นทง้ั หมด ๑๐ ประเทศ
ÀÒ¾¨Ò¡ http://www.wangitok.com/khwam-ru-xaseiyn
ÇμÑ ¶»Ø ÃÐʧ¤ËÅ¡Ñ
ปฏญิ ญากรงุ เทพฯ ไดร ะบวุ ตั ถปุ ระสงคส ําคัญ ๗ ประการ ของการจัดต้งั อาเซียน ไดแก
๑. สง เสรมิ ความรว มมอื และความชว ยเหลอื ซง่ึ กนั และกนั ในทางเศรษฐกจิ สงั คม วฒั นธรรม
เทคโนโลยี วทิ ยาศาสตร และการบริการ
๒. สง เสริมสันตภิ าพและความมน่ั คงสว นภมู ิภาค
๓. เสริมสรางความเจริญรุง เรอื งทางเศรษฐกจิ พัฒนาการทางวฒั นธรรมในภมู ิภาค
๔. สง เสรมิ ใหประชาชนในอาเซียนมคี วามเปน อยูแ ละคุณภาพชวี ิตที่ดี
๕. ใหความชวยเหลือซึ่งกันและกันในรูปของการฝกอบรมและการวิจัยและสงเสริม
การศึกษาดา นเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต
๖. เพ่ิมประสิทธิภาพของการเกษตรและอุตสาหกรรม การขยายการคา ตลอดจน
การปรับปรุงการขนสงและการคมนาคม
๒๗
๗. เสรมิ สรา งความรว มมอื อาเซยี นกบั ประเทศภายนอก องคก ารความรว มมอื แหง ภมู ภิ าค
อื่นๆ และองคก ารระหวางประเทศ
ÊÞÑ ÅÑ¡É³Í Òà«Õ¹
รปู รวงขา วสเี หลอื งบนสญั ลกั ษณส แี ดงลอ มรอบดว ย
วงกลมสขี าวและสนี า้ํ เงนิ รวมขา ว ๑๐ ตน มดั รวม
กนั ไว หมายถงึ ประเทศสมาชกิ รวมกนั เพอื่ มติ รภาพ
และความเปน นาํ้ หนง่ึ ใจเดยี วกนั พนื้ วงกลมสแี ดง
สีขาว และสีนํา้ เงิน ซ่งึ แสดงถึงความเปน เอกภาพ
มีตวั อักษรคําวา “ASEAN” สนี ํา้ เงิน อยใู ตภ าพ
รวงขา ว อนั แสดงถงึ ความมงุ มน่ั ทจี่ ะทาํ งานรว มกนั
เพื่อความม่นั คง สนั ตภิ าพ เสรภี าพและเอกภาพ
ของประเทศและความกา วหนา ของสมาชกิ อาเซยี น
ภาพที่ ๒ แสดงสัญลักษณอ าเซยี น
คาํ ¢ÇÑÞÍÒà«ÂÕ ¹
ภาพท่ี ๓ แสดงคาํ ขวัญอาเซียน
๒๘
¸§»ÃÐจาํ »ÃÐà·ÈÊÁÒªÔ¡
ภาพท่ี ๔ แสดงธงประจําประเทศสมาชิกอาเซียน
¸§ÍÒà«Õ¹
ภาพท่ี ๕ แสดงธงอาเซียน
“¸§ÍÒà«Õ¹” พื้นธงเปนสีน้ําเงินมีตราสัญลักษณอาเซียนอยูตรงกลาง แสดงถึงความมี
เสถยี รภาพ สนั ตภิ าพ ความสามคั คแี ละพลวตั ของอาเซยี น ซงึ่ สที ใ่ี ชอ นั ประกอบไปดว ย สนี า้ํ เงนิ สแี ดง
สขี าวและสีเหลือง ซึง่ เปน สีหลักในธงชาตขิ องแตล ะประเทศสมาชิกอาเซียน
๒๙
à¾Å§ÍÒà«Õ¹
¤ÇÒÁ໹š ÁÒ
๑. จดุ เรม่ิ ตน ของความคดิ ในการมเี พลงประจาํ อาเซยี นเกดิ ขน้ึ เปน ครง้ั แรกจากการหารอื
ในที่ประชุมอาเซียนทางดานวัฒนธรรมและสนเทศ (ช่ือทางการคือคณะกรรมการอาเซียนวาดวย
วฒั นธรรมและสนเทศ) คร้ังที่ ๒๙ ในเดอื นมิถนุ ายนป ๒๕๓๗ ซ่ึงในครั้งนน้ั ทปี่ ระชมุ มีความเห็นตรง
กนั วา อาเซยี นควรจะมเี พลงประจาํ อาเซยี นโดยกาํ หนดจะใหเ ปด เพลงประจาํ อาเซยี นในชว งของการจดั
กจิ กรรมตา งๆ ทางดา นวฒั นธรรมและสนเทศ ทง้ั นี้ ในเรอ่ื งการสนบั สนนุ ดา นการเงนิ ทป่ี ระชมุ ตกลงให
ใชเ งนิ จากกองทนุ วฒั นธรรมอาเซยี นเพอ่ื สนบั สนนุ การจดั ทาํ โครงการเพอื่ คดั เลอื กเพลงประจาํ อาเซยี น
๒. ตอมาในการประชุมคร้ังท่ี ๓๒ ของคณะกรรมการอาเซียนวาดวยวัฒนธรรม
และสนเทศในเดือนพฤษภาคม ป ๒๕๔๐ ที่ประเทศมาเลเซียไดพิจารณาแตงตั้งคณะกรรมการ
เพอ่ื คดั เลอื กเพลงในรอบสดุ ทา ยโดยเพลงทเี่ ขา รอบในครง้ั นน้ั เปน เพลงจากไทยมาเลเซยี และฟล ปิ ปน ส
และเพลง ASEAN Song of Unity หรอื ASEAN Oh ASEAN จากฟลิปปนสไดรับรางวัลชนะเลิศ
อยางไรก็ดี เพลงดังกลาวไมเปนท่ีรูจักแพรหลายในประเทศสมาชิกอาเซียนเน่ืองจากใชเปดเฉพาะ
ในการประชุมคณะกรรมการอาเซยี นวาดวยวัฒนธรรมและสนเทศและกจิ กรรมทเี่ กย่ี วขอ ง
๓. ดว ยเหตนุ ท้ี าํ ใหใ นการประชมุ สดุ ยอดอาเซยี นทมี่ าเลเซยี และทสี่ งิ คโปรป ระเทศทเี่ ปน
เจา ภาพการประชมุ จงึ ไดแ ตง เพลงเพอื่ ใชเ ปด ในทปี่ ระชมุ โดยมาเลเซยี แตง เพลง “ASEAN Our Way”
และสงิ คโปรแ ตงเพลง “Rise”
º·ºÒ·¢Í§ä·Â¡Ñº¡Òè´Ñ ทําà¾Å§»ÃÐจาํ ÍÒà«ÂÕ ¹
๑. การจดั ทําเพลงประจาํ อาเซยี นเปนการดําเนินการตามกฎบัตรอาเซยี น โดยบทท่ี ๔๐
ระบใุ หอาเซียน มเี พลงประจาํ อาเซยี นโดยหากเปนไปไดใหเสร็จเรียบรอยกอ นการใหส ัตยาบนั กฎบตั ร
อาเซยี น และการประชุมสุดยอดอาเซียนครงั้ ท่ี ๑๔
๒. ประเทศไทยไดรับความไววางใจจากประเทศสมาชิกอาเซียนใหเปนเจาภาพจัดการ
แขงขันเพลงประจําอาเซียนโดยท่ีประชุมประเทศสมาชิกอาเซียนไดเห็นชอบใหกําหนดรูปแบบ
การแขง ขนั เปน open competition โดยใหส าํ นกั เลขานกุ ารอาเซยี นในแตล ะประเทศกลนั่ กรองคณุ สมบตั ิ
เบอ้ื งตน และจัดสง ใหประเทศไทยภายในเดือนกนั ยายน ๒๕๕๑ โดยเนือ้ รอ งตองมีเกณฑด งั นี้
๒.๑ เปน ภาษาองั กฤษ
๒.๒ มลี กั ษณะเปนเพลงชาตปิ ระเทศสมาชกิ อาเซียน
๒.๓ มีความยาวไมเ กนิ ๑ นาที
๒.๔ เน้ือรองสะทอนความเปนหน่ึงเดียวของอาเซียน และความหลากหลาย
ทางดา นวัฒนธรรม และเชอ้ื ชาติ
๒.๕ เปน เพลงทแี่ ตง ขนึ้ ใหม ทง้ั นผี้ ชู นะเลศิ จะไดร บั เงนิ รางวลั ๒ หมนื่ ดอลลารส หรฐั
๓๐
ทปี่ ระชมุ มีมตเิ ปน เอกฉนั ทเ ลือกเพลง “ASEAN Way” ของไทยทแี่ ตงโดยนายกติ ตคิ ุณ
สดประเสริฐ (ทํานองและเรียบเรียง) นายสําเภา ไตรอุดม (ทํานอง) และนางพะยอม วลัยพัชรา
(เนอ้ื รอ ง) ใหเปน เพลงประจาํ อาเซียน
¤ÇÒÁสาํ ¤ÞÑ ¢Í§à¾Å§»ÃÐจําÍÒà«Õ¹
การมีเพลงอาเซียนถือวามีความสําคัญตออาเซียนเปนอยางย่ิงเนื่องจากนับจากนี้ไป
อาเซยี นจะมเี พลงประจาํ อาเซยี นซงึ่ จะชว ยสนบั สนนุ การเสรมิ สรา งอตั ลกั ษณข องอาเซยี นในการเชอื่ มโยง
อาเซียนเขาไวดวยกัน นอกจากนี้การไดรับความไววางใจจากประเทศสมาชิกอาเซียนใหเปนเจาภาพ
จัดการประกวดแขงขันครั้งน้ี รวมทั้งการท่ีเพลงจากไทยไดรับคัดเลือกใหเปนเพลงประจําอาเซียนถือ
เปนเกยี รตภิ ูมิของประเทศและแสดงถึงความสามารถของคนไทยดว ย
THE ASEAN WAY
ภาษาอังกฤษ คาํ แปล
Raise our flag high, sky high. ชธู งเราใหสูงสุดฟา
Embrace the pride in our heart. โอบเอาความภาคภมู ไิ วใ นใจเรา
ASEAN we are bonded as one. อาเซยี นเราผูกพนั เปน หนงึ่
มองมุงไปยังโลกกวาง
Look’in out to the world. สนั ติภาพ คอื เปา หมายแรกเรมิ่
For peace our goal from the very start ความเจรญิ คือปลายทางสดุ ทา ย
And prosperity to last. เรากลาฝน
We dare to dream, และใสใ จตอการแบงปน
We care to share.
รวมกันเพ่ืออาเซียน
Together for ASEAN. เรากลา ฝน
We dare to dream,
We care to share และใสใ จตอ การแบง ปน
น่ีคือวิถีอาเซยี น
For it’s the way of ASEAN.
¡®ºÑμÃÍÒà«Õ¹
เปนรางสนธิสัญญาท่ีทํารวมกันระหวางประเทศสมาชิกในสมาคมประชาชาติแหงเอเชีย
ตะวนั ออกเฉียงใต เพ่ือเปน เคร่อื งมือในการวางกรอบทางกฎหมาย และโครงสรางองคก รของสมาคม
ท้งั น้ี เพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพของอาเซยี นในการดําเนนิ การตามวตั ถปุ ระสงคและเปา หมาย โดยเฉพาะ
อยางยิ่งการขับเคล่ือนการรวมตัวเปนประชาคมอาเซียน ภายในป พ.ศ.๒๕๕๘ ตามท่ีผูนําอาเซียน
ไดตกลงกันไว
๓๑
¡ÒûÃСÒÈ㪌
เมอื่ วนั ท่ี ๒๕ ธนั วาคม พ.ศ.๒๕๕๑ ทปี่ ระชมุ รฐั มนตรตี า งประเทศของสมาคมประชาชาติ
แหง เอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต จดั ขน้ึ ทส่ี าํ นกั งานเลขาธกิ ารอาเซยี น ในกรงุ จาการต า ประเทศอนิ โดนเี ซยี
ไดประกาศใช “กฎบัตรอาเซยี น” อยา งเปน ทางการ สงผลใหการดาํ เนินงานของอาเซียนเปนไปภายใต
กฎหมายเดียวกัน และปทู างไปสูการสรางตลาดเดยี วในภมู ภิ าคภายใน ๗ ป
â¤Ã§ÊÃÒŒ §¢Í§¡®ºÑμÃÍÒà«ÂÕ ¹
โครงสรางของกฎบตั รอาเซียน ประกอบดว ย ๕๕ ขอ ใน ๑๓ หมวด
หมวด รายละเอียด
หมวด ๑ วตั ถุประสงคและหลักการ (กลา วถงึ วัตถปุ ระสงคแ ละหลกั การ)
หมวด ๒ ภาพบคุ คลตามกฎหมาย (ระบฐุ านะทางกฎหมาย)
หมวด ๓ สมาชิกภาพ (สมาชกิ การรับสมาชกิ ใหม)
หมวด ๔ องคกร (กลาวถึงองคกรและคณะทํางาน ประกอบดวย ที่ประชุมสุดยอดอาเซียน
คณะมนตรปี ระสาน คณะมนตรปี ระชาคมอาเซยี นตา งๆ องคก รรฐั มนตรเี ฉพาะสาขา
คณะกรรมการถาวรประจําอาเซียน เลขาธิการและสํานักเลขาธิการ องคกรสิทธิ
มนษุ ยชนอาเซยี น
หมวด ๕ องคกรทมี่ ีความสมั พันธกบั อาเซยี น (รายชื่อตามภาคผนวก ๒)
หมวด ๖ ความคุมกันและเอกสทิ ธิ์ (เอกสทิ ธท์ิ างการทูตของอาเซยี น)
หมวด ๗ การตดั สนิ ใจ (กลาวถึงเกณฑการตดั สินท่อี ยูบ นหลักการปรึกษาและฉนั ทามติ)
หมวด ๘ การระงับขอพิพาท (กลาวถึงวิธีระงับขอพิพาทและคนกลางโดยที่ประชุมสุดยอด
อาเซียนเปนชองทางสดุ ทา ย)
หมวด ๙ งบประมาณการเงิน (กลาวถึงการจัดทํางบประมาณของสํานักงบประมาณ สํานัก
เลขาธิการ)
หมวด ๑๐ การบรหิ ารและขน้ั ตอนการดาํ เนนิ งาน (กลา วถงึ ประธานอาเซยี น พธิ กี ารทางการทตู
หมวด ๑๑ อัตลกั ษณและสญั ลกั ษณ (กลาวถงึ คําขวัญ ธง ดวงตรา วัน และเพลงอาเซียน)
หมวด ๑๒ ความสมั พนั ธภ ายนอก (กลา วถงึ แนวทาง ขน้ั ตอนการเจรจาของอาเซยี นกบั คเู จรจา)
๓๒
หมวด รายละเอียด
หมวด ๑๓ บทบญั ญัติทวั่ ไปและบทบัญญัติสดุ ทา ย (กลาวถงึ การบงั คบั ใช)
ภาคผนวก ๑ – กลา วถึงองคกรระดบั รฐั มนตรอี าเซยี นเฉพาะสาขา
ภาคผนวก ๒ – กลา วถงึ องคก รทีม่ คี วามสมั พันธกบั อาเซียน คอื รัฐสภา องคกร
ภาคธรุ กิจ สถาบนั วิชาการ และองคกรภาคประชาสังคม
ภาคผนวก ๓ – อธิบายรายละเอียดธงอาเซยี น
ภาคผนวก ๔ – อธิบายรายละเอียดตราอาเซยี น
ÇμÑ ¶Ø»ÃÐʧ¤¢ ͧ¡®ºμÑ ÃÍÒà«ÂÕ ¹
ÀÒ¾ÃÇÁ¢Í§»ÃЪҤÁÍÒà«ÂÕ ¹ การรกั ษาและเพมิ่ พนู สนั ตภิ าพ ความมนั่ คง เสถยี รภาพ
การเพิม่ ความรวมมือดา นการเมือง ความม่นั คง เศรษฐกิจและสังคม วฒั นธรรม เปน เขตปลอดอาวธุ
นิวเคลียรแ ละอาวธุ ที่มีอานุภาพทําลายลา งสงู
´ŒÒ¹àÈÃɰ¡Ô¨ สรางตลาดและฐานการผลิตเดียวและความสามารถในการแขงขันสูง
การรวมตวั ทางเศรษฐกจิ ทมี่ คี วามเคลอ่ื นยา ยเสรขี องสนิ คา /บรกิ าร การลงทนุ และแรงงาน การเคลอ่ื นยา ย
ทนุ เสรียิง่ ข้นึ
´ŒÒ¹¤ÇÒÁÁèѹ¤§¢Í§Á¹ØÉ บรรเทาความยากจน และลดชองวางการพัฒนา สงเสริม
พัฒนาทรัพยากรมนุษยผา นความรว มมือดานการศกึ ษา และการเรยี นรูตลอดชพี
´ŒÒ¹Êѧ¤Á สงเสริมอาเซียนที่มีประชาชนเปนศูนยกลาง สรางสังคมท่ีปลอดภัย มั่นคง
จากยาเสพติด เพ่ิมพูนความกินดีอยูดีของประชาชนอาเซียน ผานโอกาสท่ีทัดเทียมกันในการเขาถึง
การพัฒนามนษุ ย สวสั ดกิ าร และความยตุ ธิ รรม
´ŒÒ¹ÊèÔ§áÇ´ÅÍŒ Á สนับสนนุ การพัฒนาอยางยั่งยนื ทคี่ มุ ครองสภาพแวดลอ ม ความยั่งยืน
ของทรัพยากรธรรมชาติ
´ÒŒ ¹Ç²Ñ ¹¸ÃÃÁ สง เสรมิ อัตลกั ษณข องอาเซียนโดยเคารพความหลากหลาย และอนุรกั ษ
มรดกทางวัฒนธรรม
´ŒÒ¹¡ÒÃàÁ×ͧ¤ÇÒÁÁèѹ¤§ คุมครองสิทธิมนุษยชน และเสรีภาพข้ันพ้ืนฐาน เสริมสราง
ประชาธิปไตย เพ่ิมพูนธรรมาภิบาล และหลักนิติธรรม ตอบสนองตอส่ิงทาทายความมั่นคง เชน
การกอการราย
๓๓
¤ÇÒÁสํา¤ÞÑ ¢Í§¡®ºÑμÃÍÒà«ÂÕ ¹μÍ‹ »ÃÐà·Èä·Â
กฎบัตรอาเซียนใหความสําคัญกับการปฏิบัติตามพันธกรณีตางๆ ของประเทศสมาชิก
ซ่ึงจะชวยสรางเสริมหลักประกันใหกับไทยวา จะสามารถไดรับผลประโยชนตามที่ตกลงกันไวอยาง
เต็มเม็ดเต็มหนวย นอกจากน้ี การปรับปรุงการดําเนินงานและโครงสรางองคกรของอาเซียน
ใหมีประสิทธิภาพมากขึ้น และการเสริมสรางความรวมมือในท้ัง ๓ เสาหลักของประชาคมอาเซียน
จะเปนฐานสําคัญท่ีจะทําใหอาเซียนสามารถตอบสนองตอความตองการและผลประโยชน
ของรัฐสมาชิก รวมท้ังยกสถานะและอํานาจตอรอง และภาพลักษณของประเทศสมาชิกในเวที
ระหวางประเทศไดดียิ่งข้ึน ซ่ึงจะเอื้อใหไทยสามารถผลักดันและไดรับผลประโยชนดานตางๆ
เพม่ิ มากขน้ึ ดว ย ตวั อยา งเชน
- อาเซยี นขยายตลาดใหก ับสนิ คา ไทยจากประชาชนไทย ๖๐ ลา นคน เปน ประชาชน
อาเซียนกวา ๕๕๐ ลานคน ประกอบกับการขยายความรวมมือเพื่อเชื่อมโยงโครงสรางพื้นฐาน เชน
เสน ทางคมนาคม ระบบไฟฟา โครงขา ยอนิ เทอรเ นต็ ฯลฯ จะชว ยเพม่ิ โอกาสทางการคา และการลงทนุ
ใหกบั ไทย
นอกจากนี้ อาเซียนยังเปนทั้งแหลงเงินทุนและเปาหมายการลงทุนของไทย และไทยได
เปรียบประเทศสมาชกิ อ่นื ๆ ท่ีมีท่ีตั้งอยูใจกลางอาเซียน สามารถเปน ศนู ยกลางทางการคมนาคมและ
ขนสง ของประชาคม ซง่ึ มกี ารเคลอ่ื นยา ยสนิ คา บรกิ าร และบคุ คล ระหวา งประเทศสมาชกิ ทสี่ ะดวกขน้ึ
- อาเซียนชวยสงเสริมความรวมมือในภูมิภาคเพื่อเผชิญกับภัยคุกคามที่สงผลกระทบ
ตอประชาชนโดยตรง เชน SARs ไขหวัดนก การคามนุษย ภัยพิบัติทางธรรมชาติ หมอกควัน
ยาเสพติด ปญหาโลกรอ น และปญหาความยากจน เปน ตน
- อาเซยี นจะชว ยเพมิ่ อาํ นาจตอ รองของไทยในเวทโี ลก และเปน เวทที ไ่ี ทยสามารถใชใ น
การผลกั ดนั ใหม กี ารแกไ ขปญ หาของเพอ่ื นบา นทก่ี ระทบมาถงึ ไทยดว ย เชน ปญ หาพมา ในขณะเดยี วกนั
ความสมั พันธพหภุ าคี ในกรอบอาเซียนจะเกือ้ หนุนความสมั พนั ธของไทยในกรอบทวิภาคี เชน ความ
รวมมอื กับมาเลเซยี ในการแกไขปญ หา ๓ จงั หวดั ชายแดนใตดวย
๓๔
ó àÊÒËÅÑ¡»ÃЪҤÁÍÒà«Õ¹¡ºÑ ¤ÇÒÁàª×èÍÁâ§ÃÐËÇÒ‹ §¡Ñ¹ã¹ÍÒà«Õ¹
¡ÒÃà¢ÒŒ ÊÙ‹»ÃЪҤÁÍÒà«ÂÕ ¹ »‚ òõõø »ÃСͺ´ÇŒ  ó àÊÒËÅÑ¡
ñ. »ÃЪҤÁ¡ÒÃàÁ×ͧ ò. »ÃЪҤÁàÈÃɰ¡¨Ô ó. »ÃЪҤÁÊѧ¤ÁáÅÐ
áÅФÇÒÁÁ¹Ñè ¤§ÍÒà«ÂÕ ¹ ÍÒà«Õ¹ (AEC) ÇѲ¹¸ÃÃÁÍÒà«ÂÕ ¹
(ASCC)
(APSC)
à»Ò‡ ËÁÒ : ໹š 椄 ¤Á·ÕÊè ÁÒª¡Ô➡ ➡➡ à»Ò‡ ËÁÒ : ¾²Ñ ¹Ò¢´Õ ¤ÇÒÁÊÒÁÒö à»Ò‡ ËÁÒ : ໹š 椄 ¤Á·ÁÕè àÕ Í¡ÀÒ¾
Á¤Õ ÇÒÁäÇàŒ ¹Í×é àªÍ×è 㨫§èÖ ¡¹Ñ áÅС¹Ñ➡ ➡➡㹡ÒÃᢧ‹ ¢Ñ¹¡ºÑ âÅ¡ÀÒ¹͡ àÍ×éÍÍÒ·Ã ÁÕ¡ÒþѲ¹Ò¤Ø³ÀÒ¾
ÁàÕ Ê¶ÂÕ ÃÀÒ¾ Ê¹Ñ μÀÔ Ò¾ áÅФÇÒÁ➡ ➡➡ ªÇÕ μÔ ¤ÇÒÁ໹š Í·‹Ù ´èÕ Õ áÅÐÁ¤Õ ÇÒÁ
»ÅÍ´ÀÑÂ㹪ÇÕ μÔ áÅÐ·Ã¾Ñ ÂÊ¹Ô Á¹Ñè ¤§·Ò§Ê§Ñ ¤ÁáÅÐÇ²Ñ ¹¸ÃÃÁ
á¼¹¡Òè´Ñ μ§éÑ »ÃЪҤÁ¡ÒÃàÁÍ× § á¼¹¡ÒèѴμÑé§»ÃЪҤÁÊѧ¤Á á¼¹¡ÒèѴμéѧ»ÃЪҤÁÊѧ¤Á
áÅФÇÒÁÁ¹Ñè ¤§ÍÒà«ÂÕ ¹ (APSC àÈÃɰ¡Ô¨ÍÒà«Õ¹ (AEC) áÅÐÇ²Ñ ¹¸ÃÃÁÍÒà«ÂÕ ¹ (ASCC
Blueprint) Blueprint)
á¼¹áÁº‹ ·Ç‹Ò´ÇŒ ¤ÇÒÁàªÍè× Áâ§ÃÐËNjҧ¡Ñ¹ã¹ÍÒà«Õ¹
(ASEAN Connectivity)
ñ. ¤ÇÒÁàªèÍ× Áâ§¢¹éÑ ¾¹é× °Ò¹ ò. ¤ÇÒÁàªèÍ× Áâ§ ó. ¤ÇÒÁàª×èÍÁâ§
´ÒŒ ¹¡®ÃÐàºÂÕ º ´ŒÒ¹»ÃЪҪ¹
- ¾²Ñ ¹ÒÃкºμ‹Ò§æ ·èÁÕ ¤Õ ÇÒÁ - àª×èÍÁâ§¡®ÃÐàºÕºμ‹Ò§æ - ¡Ãкǹ¡ÒÃÊÃÒŒ §¤ÇÒÁà¢ÁŒ ᢧç
ËÅÒ¡ËÅÒÂã¹ÀÙÁÔÀÒ¤ãËŒÁÕ ¼Ò‹ ¹¡Òè´Ñ ·Òí ¢ÍŒ μ¡Å§ÃÐËÇÒ‹ § ·Ò§ÍÑμÅѡɳáÅФÇÒÁ
¤ÇÒÁàª×Íè Á⧡ѹ »ÃÐà·È ¤ÇÒÁμ¡Å§ÃдѺ ໹š Í¹Ñ Ë¹§èÖ Í¹Ñ à´ÂÕ Ç¢Í§ÍÒà«ÂÕ ¹
ÀÁÙ ÔÀÒ¤ ¾¸Ô ÊÕ ÒÃμ‹Ò§æ
- ºÃÙ ³Ò¡ÒÃ㪻Œ ÃÐ⪹à Nj Á¡¹Ñ ä´Œ - ª‹Ç»ÃÐÊÒ¹·Ò§Êѧ¤ÁáÅÐ
Í‹ҧÁ»Õ ÃÐÊÔ·¸ÀÔ Ò¾ Ç²Ñ ¹¸ÃÃÁ
- ʧ‹ àÊÃÁÔ »ÃÐÊ·Ô ¸ÀÔ Ò¾¢Í§¤ÇÒÁ
àªÍ×è Áâ§´ÒŒ ¹â¤Ã§ÊÃÒŒ §¾¹×é °Ò¹
áÅдŒÒ¹¡®ÃÐàºÂÕ º
๓๕
(ASEAN Connectivity)
º·ÊÃØ»
ไทยไดร ับประโยชนเปนอยา งมากจากความรว มมือดานตา งๆ ของอาเซยี น ไมว าจะเปน
ประโยชนจ ากการทภี่ มู ภิ าคมเี สถยี รภาพและสนั ตภิ าพอนั เปน ผลจากกรอบความรว มมอื ดา นการเมอื งและ
ความมนั่ คงของอาเซยี น ซง่ึ เปน ปจ จยั สาํ คญั ทท่ี าํ ใหน กั ลงทนุ ตา งชาตเิ ดนิ ทางเขา มาลงทนุ และทอ งเทยี่ ว
ในประเทศไทย การท่ีไทยสามารถสงออกไปยังประเทศสมาชิกอาเซียนไดมากข้ึน และมีตนทุนการ
ผลิตที่ตาํ่ ลง รวมถงึ การมนี กั ทอ งเท่ียวจากประเทศสมาชิกอาเซยี นเดนิ ทางยังประเทศไทยเพมิ่ มากข้ึน
อันเปนผลมาจากการมีกรอบความรวมมือดานเศรษฐกิจของอาเซียน และการท่ีไทยสามารถแกไข
ปญหาที่มีผลกระทบตอสังคมไดอยางมีประสิทธิภาพมากย่ิงข้ึน เชน โรคระบาด เอดส ยาเสพติด
สิ่งแวดลอม ภัยพิบัติ และอาชญากรรมขามชาติ อันเปนผลมาจากการมีความรวมมือทางดานสังคม
และวัฒนธรรมของอาเซียน ซงึ่ หากไมม แี ลว ก็คงเปน การยากทไ่ี ทยจะแกไขปญ หาเหลานไ้ี ดโดยลําพงั
การทําสนธิสัญญาหรือกฎบัตรอาเซียนนั้นก็เพ่ือประโยชนรวมกันในภูมิภาคและอาศัย
อาเซียนเปนเครื่องมือในการดําเนินความรวมมือ และพันธกรณีหรือหนาท่ีตามสนธิสัญญาน้ัน
ยอ มสง ผลกระทบตอ การดาํ เนนิ ความรว มมอื ภายใตก รอบอาเซยี นโดยปรยิ าย นอกจากนอี้ าเซยี นยงั ได
เปน เวทที ท่ี าํ ใหเ กดิ สนธสิ ญั ญาในเรอ่ื งอนื่ ๆ เชน การทาํ ใหภ มู ภิ าคปลอดจากอาวธุ นวิ เคลยี ร หรอื ลา สดุ
ในดานการตอตานการกอการราย ตลอดจนความตกลงเร่ืองเศรษฐกิจ และความรวมมือเฉพาะดาน
เชน ดานการสงเสริมสวัสดิการสังคม การศึกษา การปองกันและปราบปรามอาชญากรรมขามชาติ
สิง่ แวดลอ ม การจดั การภยั พิบัติ ฯลฯ ซ่ึงลวนอาศัยอาเซยี นเปน กลไกสาํ คญั ท้งั สน้ิ ดงั นนั้ แมใ นทาง
รูปแบบแลวจะไมถือวาอาเซียนไดตั้งอยูบนฐานกฎหมายระหวางประเทศ แตในทางเน้ือหากฎหมาย
ระหวา งประเทศและความตกลงเหลา นก้ี จ็ ะไดม อี ทิ ธพิ ลตอ การดาํ เนนิ การของอาเซยี นในชว งเวลาทผ่ี า นมา
๓๖
๓๗
º··èÕ ó
»ÃÐà·ÈÊÁÒª¡Ô »ÃЪҤÁÍÒà«Õ¹
ÇÑμ¶Ø»ÃÐʧ¤
๑. เพื่อใหผ เู รียนรูท่ตี ้งั เมอื งหลวง ภาษาทใ่ี ช การปกครอง หนว ยเงนิ ตรา ของประเทศ
สมาชิกประชาคมอาเซยี น
๒. เพอ่ื ใหผ เู รยี นรสู งิ่ ทค่ี วรปฏบิ ตั หิ รอื ไมค วรปฏบิ ตั ใิ นประเทศสมาชกิ ประชาคมอาเซยี น
º·นํา
“ÃŒÙà¢Ò ÃàŒÙ ÃÒ ÃºÃÍŒ ¤ÃÑ§é ª¹ÐÃÍŒ ¤Ãéѧ” เปน ประโยคทีค่ ุนหูกนั ดี ซึ่งเปนขอ คดิ เชงิ ปรชั ญา
จากซุนวู ผูเขียนตําราพิชัยสงครามของซุนวู “¡Òê¹Ð·éѧÌÍÂÁÔ㪋ÇÔ¸Õ¡ÒÃÍѹ»ÃÐàÊÃÔ°á·Œ á싪¹Ð
â´ÂäÁ‹μÍŒ §ÃºàÅ ¨Öè§¶×ÍÇÒ‹ ໚¹ÇÔ¸¡Õ ÒÃÍѹÇàÔ ÈÉÂèÔ§” áÅÐ “ËÒ¡ÃÙàŒ ¢Ò ÃàŒÙ ÃÒ áÁŒ¹Ãº¡Ñ¹μÑé§ÃŒÍ¤çéÑ ¡ç
äÁ‹ÁÍÕ Ñ¹μÃÒÂÍѹ㴠¶ÒŒ äÁ‹ÃàÙŒ ¢Òáμ‹ÃŒÙà¾ÂÕ §àÃÒ á¾Œª¹Ð‹ÍÁกํ้า¡èÖ§Í‹٠ËÒ¡äÁ‹ÃÙŒã¹μÑÇà¢ÒμÇÑ àÃÒàÊÕÂàÅÂ
¡μç ŒÍ§»ÃÒªÂÑ ·Ø¡¤Ã§éÑ ·ÕèÁ¡Õ ÒÃÂ·Ø ¸¹ ¹éÑ áÅ” เชนเดยี วกนั กบั ในยุคปจ จุบนั ท่เี รากาํ ลังจะกา วเขาสูศตวรรษ
ที่ ๒๑ ซ่ึงเปนศตวรรษแหงความกาวหนาในหลายๆ ดานท้ังดานเทคโนโลยี ดานการคมนาคมขนสง
ดานการติดตอสื่อสาร ดานเศรษฐกิจ ดานการเมือง ดานการศึกษา ฯลฯ ฉะน้ัน นอกจากเราตองรู
ขีดความสามารถของเราหรือประเทศของเราแลว เราจึงจําเปนตองรูภาพรวมของโลกเพ่ือใหสามารถ
แขงขันกับประเทศอ่ืนได โดยเฉพาะอยางย่ิงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต หรือประเทศสมาชิก
อาเซียน เพ่ือใหสามารถเขาใจ รับรู รวมมือ และอาจจะตองแขงขันในเวทีทางการคาและเศรษฐกิจ
ในอกี หลายๆ มิติ
๓๘
ñ. ÃÒªÍҳҨѡÃä·Â (Kingdom of Thailand)
ที่ต้ัง ตั้งอยูบนคาบสมุทรอินโดจีน ภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต ทิศตะวันออกติดกับ
ประเทศลาวและกัมพูชา ทิศใตติดกับอาวไทยและประเทศมาเลเซีย ทิศตะวันตก
ตดิ กบั ทะเลอันดามนั และประเทศพมา ทิศเหนือตดิ กบั ประเทศพมา และลาว
พ้นื ที่ ๕๑๓,๑๒๐ ตารางกิโลเมตร เปน อนั ดับที่ ๕๐ ของโลก
เมืองหลวง กรงุ เทพมหานคร (Bangkok)
ประชากร ประมาณ ๖๗.๗ ลานคน
ภาษา ภาษาไทย เปนภาษาราชการ
ศาสนา ประมาณรอยละ ๙๕ นับถือศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลามประมาณรอยละ ๔
ศาสนาครสิ ตแ ละศาสนาอ่ืนประมาณรอ ยละ ๑
การปกครอง ระบอบประชาธิปไตยผา นระบบรัฐสภา โดยมพี ระมหากษตั ริยทรงเปน ประมุข
ประมขุ พระมหากษตั รยิ อ งคป จ จบุ นั คอื สมเดจ็ พระเจา อยหู วั มหาวชริ าลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกรู
รัชกาลที่ ๑๐ แหง ราชวงศจ กั รี
ผูนาํ รัฐบาล นายกรฐั มนตรี ดํารงตาํ เเหนง วาระละ ๔ ป
นายกรฐั มนตรี ปจ จุบัน (พ.ศ. ๒๕๕๙) พล.อ.ประยุทธ จันทรโ อชา
หนว ยเงินตรา บาท (Baht )
๓๙
¢ÍŒ ¤Çû¯ÔºÑμ/Ô ¢ŒÍ¤ÇÃÃÙŒ
ขอ ปฏิบัติ (DO) ขอ ควรรู (Don’t)
● สถาบันกษตั ริยเ ปนที่เคารพสักการะ การละเมดิ ● ภิกษุ สามเณร ถือวาเปนบุคคลที่คนไทย
ไมวาตอหนาหรือลับหลังถือเปนความผิด ใหความเคารพนับถือมากที่สุด หามผูหญิง
ตามรัฐธรรมนูญ แตะเนือ้ ตองตัวพระสงฆโดยเดด็ ขาด
● การแสดงความเคารพตอสถาบันกษัตริยเปนส่ิง ● ชาวไทยถือวาศีรษะเปนของสูงจึงไมควร
พึงปฏิบัติ แตะตอ งศรี ษะของผใู ด หากบงั เอญิ พลาดไป
แตะศีรษะของผูใด ควรกลาวคําขอโทษ
โดยเร็ว
● การยนื ถวายความเคารพระหวา งเพลงสรรเสรญิ ● ชาวไทยถอื วา เทา เปน ของตา่ํ จงึ ไมค วรยกเทา
พระบารมเี ปน ส่งิ พึงปฏิบตั ิ พาดบนโตะ เกาอี้ หรือใชเทาชี้คนอื่น
หรอื สิ่งของใดๆ
● เมอื่ ใดไปวดั ในพระพทุ ธศาสนาควรแตง กายสภุ าพ ● การแสดงความรูสึกทางเพศอยางเปดเผย
เรยี บรอ ย อนญุ าตใหส วมรองเทา เดนิ รอบอโุ บสถ ในทสี่ าธารณะ ถอื เปน สง่ิ ทไ่ี มไ ดร บั การยอมรบั
(โบสถ) แตต อ งถอดรองเทา กอ นเขา อโุ บสถ (โบสถ) ในวัฒนธรรมไทย
และบริเวณทมี่ ีปายบอกแสดงไว
● ในกรณีของศาสนาอื่นใหปฏิบัติตามประเพณี ● ธงชาตถิ อื เปน ของสงู ไมค วรนาํ มากระทาํ การ
ปฏิบตั ิของศาสนานั้นๆ ใดๆ ท่เี ปนการเหยยี ดหยาม
● ควรแตงกายอยางสุภาพเรียบรอยในการติดตอ ● ในระหวางรับประทานอาหารไมควรให
สถานที่ราชการและวดั ชอนสอมกระทบกัน
● การเดินผานผูท่ีนั่งอยู ควรที่จะคอมตัวลง ● พระสงฆเ ปน บคุ คลทชี่ าวไทยใหค วามเคารพ
โดยเฉพาะอยา งยงิ่ กลุมคนทอ่ี าวุโสกวา อยางสงู
● ไมต ะโกนหรอื พดู คยุ เสยี งดงั ขณะอยใู นเขตวดั
รวมถึงศาสนสถานอน่ื ๆ