๔๐
ò. ÁÒàÅà«ÂÕ (Malaysia)
ทต่ี ง้ั ตั้งอยใู นเขตเสนศนู ยส ตู ร ประกอบดวยดนิ แดนสองสว น คอื
- มาเลเซียตะวันตก ตั้งอยูบนคาบสมุทรมลายู ทิศเหนือติดกับประเทศไทย
และทิศใตต ดิ กบั สงิ คโปร
- มาเลเซยี ตะวนั ออก ตงั้ อยบู นเกาะบอรเ นยี ว (กาลมิ นั ตนั ) ทศิ ใตต ดิ ประเทศอนิ โดนเี ซยี
และมดี นิ แดนลอ มรอบประเทศบรไู น
พ้นื ที่ ๓๓๐,๘๐๓ ตารางกโิ ลเมตร เปน อันดบั ที่ ๖๖ ของโลก
เมอื งหลวง กรงุ กวั ลาลัมเปอร (Kuala Lumpur)
ประชากร ประมาณ ๓๐.๑ ลา นคน
ภาษา ภาษามาเลย เปน ภาษาราชการ
ศาสนา อิสลามรอ ยละ ๖๐ พทุ ธรอยละ ๑๙ และคริสตรอ ยละ ๑๒
การปกครอง ระบอบประชาธปิ ไตยในระบบรัฐสภา
ประมขุ สมเด็จพระราชาธบิ ดี เจาผูป กครองรฐั ผลัดเปลย่ี นกันขึ้นดํารงตําแหนง วาระละ ๕ ป
ปจจุบันคือ สมเด็จพระราชาธิบดีอัลวาทิก ตวนกู มิซาน ไซนัล อิบนี อัลมารฮุม
สลุ ตา นมะหม ดู อลั มกุ ดาฟ บลิ ลาห ซาห จากรฐั ตรงั กานู ทรงเปน สมเดจ็ พระราชาธบิ ดี
องคที่ ๑๓ ของมาเลเซีย
ผนู าํ รัฐบาล นายกรฐั มนตรี ปจจุบนั (พ.ศ.๒๕๕๙) คือ นาจบิ ราซะก
หนว ยเงินตรา ริงกิต
๔๑
¢ŒÍ¤Çû¯ÔºÑμÔ/¢ŒÍ¤ÇÃÃÙŒ
ขอปฏิบตั ิ (DO) ขอ ควรรู (Don’t)
• สงั คมชาวมาเลยเ นน ความสภุ าพและความเกรงใจ • หามแตะศีรษะชาวมาเลยโดยเด็ดขาด
เพราะถือเปนการหยาบคาย
• ควรทักทายบุคคลตางเพศท่ีมิใชญาติ ดวย • ไมควรใชมือซา ยในการรับ-สงของ
คํากลา วพรอมการคอ มศรี ษะเลก็ นอย
• “สวัสดี” ดวยการกลา วคําวา “เซอลามดั ดาตงั ” • ในการรับของ สงของและการรับประทาน
อาหาร จะใชมอื ขวาเพียงขางเดียวเทา นน้ั
• “ขอโทษ” ดว ยการกลา วคําวา “มา อฟั กนั ซา ยา” • เครอื่ งด่มื แอลกอฮอลถือเปนเรอ่ื งตอ งหา ม
• “ขอบคณุ ” ดว ยการกลาวคาํ วา “เตอรีมา กาซิฮ” • เคร่ืองดมื่ แอลกอฮอลถ อื เปนเรือ่ งตองหา ม
• “ลากอ น” ดว ยการกลา วคาํ วา “ซาลามตั ตงิ กลั ป” • ไมค วรสัง่ กาแฟ ๑ แกว แลวนัง่ นานเกนิ ไป
หรือประมาณ ๑ ช่ัวโมง
• ควรลองรับประทานอาหารประจําชาติของ • ไมค วรสงเสียงระหวา งรบั ประทานอาหาร
ชาวมาเลย
• ควรเรียนรกู ารรบั ประทานอาหารดวยมอื • ไมโตเ ถยี งเรอื่ งความเช่อื ทางศาสนา
• ควรระวังการมอบของขวัญแกผูท่ีมิไดมีความ • ไมควรสวมหมวก ใสแวน กนั แดด หรอื สวม
สนทิ สนมหรือคนุ เคยกนั มากอ น อาจถกู มองวา รองเทา ขณะเขาไปในศาสนสถาน
เปน การกระทําเพือ่ ตดิ สินบน
• ควรใชกระดาษหอของขวัญสีเขียวและสีแดง • ไมควรนําอาหารและเครื่องด่ืมเขามัสยิด
เนือ่ งจากชาวมาเลยนยิ มใชก ระดาษหอของขวญั โดยเดด็ ขาด
• ไมควรใชเทาชี้ หรือเข่ียสิ่งของใดๆ
ชาวมาเลยถ ือวาเทา เปนซึ่งที่ไมส ะอาด
• ไมค วรยนื เทา เอว เพราะชาวมาเลยถ อื วา เทา
เปน ส่งิ ที่ไมสะอาด
• ไมควรยืนลวงกระเปาระหวางการสนทนา
เพราะถอื วา เปน การกระทาํ ทไ่ี มส ภุ าพอยา งยง่ิ
๔๒
ó. ÊÒ¸ÒóÃѰÍԹⴹàÕ «ÂÕ (Republic of Indonesia)
ทีต่ งั้ ต้ังอยูบนเสนทางเชื่อมตอระหวางมหาสมุทรแปซิฟกกับมหาสมุทรอินเดีย ทิศเหนือ
ติดทะเลจีนใตและมหาสมุทรแปซิฟก ทิศตะวันตกเฉียงใตติดมหาสมุทรอินเดีย
ทศิ ตะวนั ออกตดิ ตมิ อร-เลสเต และปาปว นิวกินี และทศิ ใตต ดิ ทะเลตมิ อร เปน สะพาน
เชื่อมระหวางทวีปเอเชียกับออสเตรเลีย จึงควบคุมเสนทางติดตอระหวางมหาสมุทร
ทง้ั สองผา นชอ งแคบทส่ี าํ คญั เชน ชอ งแคบมะละกา ชอ งแคบซนุ ดา และชอ งแคบลอ็ มบอก
พน้ื ที่ เปนประเทศหมูเกาะที่ใหญท่ีสุดในโลก ประกอบดวยเกาะมากกวา ๑๗,๕๐๘ เกาะ
รวมพืน้ ท่ปี ระมาณ ๑,๙๑๐,๙๓๑ ตารางกิโลเมตร เปนอันดบั ที่ ๑๖ ของโลก
เมอื งหลวง กรงุ จาการตา (Jakarta)
ประชากร ประมาณ ๒๕๓.๖ ลา นคน
ภาษา อินโดนเี ซีย หรอื Bahasa Indonesia เปนภาษาราชการ
ศาสนา ชาวอนิ โดนเี ซยี รอ ยละ ๘๕.๒ นบั ถอื ศาสนาอสิ ลาม นอกนนั้ เปน ครสิ ตน กิ ายโปรแตสแตนต
ครสิ ตน ิกายโรมันคาทอลกิ ฮนิ ดู พุทธ และศาสนาอนื่ ๆ
การปกครอง ระบอบสาธารณรฐั แบบประชาธิปไตย
ประมขุ ประธานาธบิ ดี ปจจบุ นั (พ.ศ.๒๕๕๙) คอื โจโก วโิ ดโด
ผูน ํารฐั บาล ประธานาธิบดี ปจจบุ ัน (พ.ศ.๒๕๕๙) คือ โจโก วโิ ดโด
หนว ยเงินตรา รเู ปยห
๔๓
¢ÍŒ ¤Çû¯ÔºμÑ Ô/¢ÍŒ ¤ÇÃÃÙŒ
ขอ ปฏิบตั ิ (DO) ขอ ควรรู (Don’t)
• เมอื่ เจา ภาพชาวอนิ โดนเี ซยี เสริ ฟ กาแฟหรอื ชาให • กริ ยิ าทถี่ อื วา หยาบคาย ไดแ ก การยกมอื ชน้ี วิ้
ควรรอใหเ จา ภาพดมื่ กอ น และเปน มารยาททค่ี วรดม่ื การแตะศีรษะผูอื่น การวางมือที่สะโพก
หรือทานอาหารทเ่ี จา ภาพหยบิ ย่ืนให หรือยกมือกอดอก บงบอกอาการโกรธ
หรอื ไมพ อใจ
• ควรเตรยี มของทร่ี ะลกึ สาํ หรบั มอบใหก บั คเู จรจา • เวลานงั่ ใหร ะวงั ไมห นั ฝา เทา ไปทางคสู นทนา
เพราะถอื วา เปน การไมส ภุ าพ
• ควรใชส รรพนามเรยี ก “คณุ ” ดว ยการกลา วคาํ วา • ไมควรใชมอื ซา ยในการรบั -สงของ
“อันดา” ซ่งึ เปน คาํ สุภาพใชไดท ่ัวไป
• “สวัสด”ี ดว ยการกลาวคาํ วา “เซอลามัด ดาตงั ” • ไมน ยิ มใชม อื กนิ ขา ว
• ควรจับมือกนั ท้ังสองฝายเมื่อเพศชายพบกนั • ไมค วรใชนว้ิ ดว ยน้ิวชี้ แตใ ชน ิว้ โปง แทน
• ควรจับมือกันท้ังสองฝาย เมื่อเพศหญิงพบกัน • ไมจ บั ศรี ษะคนอนิ โดนเี ซยี รวมทง้ั การลบู ศรี ษะเดก็
พรอมกับแนบแกม ชนกัน
• ควรลองรับประทานอาหารประจําชาติของ • การครอบครองยาเสพติด อาวุธ หนังสือ
อนิ โดนีเซีย รูปภาพอนาจาร มีบทลงโทษหนัก มโี ทษถงึ
ประหารชีวติ
• ควรใชช อ นและสอ มในการรว มรบั ประทานอาหาร • เคร่ืองดื่มแอลกอฮอลและเน้ือหมูเปนของ
กับชาวอนิ โดนีเซีย ตองหามตามหลักศาสนา แตโดยท่ัวไป
ชาวอนิ โดนเี ซยี ไมค อ ยเครง ครดั เรอ่ื งการดม่ื
แอลกอฮอลมากนกั
• ควรตอบรบั การรบั ประทานอาหารทเ่ี จา ภาพหยบิ ยน่ื ให • หามสูบบุหร่ีในที่สาธารณะถือวาเปนเรื่องท่ี
ในขณะท่ีรวมรับประทานอาหาร หรือเม่ือได ไมสมควร
รบั เชิญ
• ควรทราบวา ศาสนาฮนิ ดขู องชาวบาหลเี มอื นกบั ฮนิ ดู • ไมควรสวมหมวก ใสแวนกันแดด หรือ
ในประเทศอนิ เดียและเนปาลนบั ถอื เทวรูปของ สวมรองเทา ขณะเขา ไปในศาสนสถาน
พระเจาท้ังสาม คือ พระศิวะ พระพรหม และ
พระวษิ ณุ
๔๔
ขอปฏบิ ัติ (DO) ขอ ควรรู (Don’t)
• ควรทราบวาฝายชายและหญิงตองเปนมุสลิม • ไมควรนําอาหารและเครื่องด่ืมเขามัสยิด
เทา นน้ั จงึ สามารถแตงงานกนั ได โดยเด็ดขาด
• ควรทราบวาการละหมาดในประเทศที่นับถือ • ไมควรถายภาพในมัสยิด ขณะท่ีชาวมุสลิม
อิสลาม ชวงบา ยของทุกวนั ศุกร จะหยดุ การทํา กําลังทําพิธีละหมาดหรือกําลังสวดมนต
ธรุ กจิ และการคา ขาย เพื่อใหชาวมสุ ลิมไปทําพธิ ี ชําระลาง
ละหมาด
• ในมัสยิด ชาย-หญิง ควรนั่งแยกออกจากกัน • ไมควรวางมือที่สะโพกหรือยกมือกอดอก
แมจะเปนสามีหรือภรรยากต็ าม เน่ืองจากสอไปในทางทาทายหรือแสดง
ความโอหัง
• สตรมี สุ ลมิ ในอนิ โดนเี ซยี ไมต อ งแตง กายหรอื คลมุ
รางกายทกุ สว นเหมือนสตรีอาหรับ
• ควรผายมือขวาเมื่อแนะนําบุคคลอื่นๆ ท่ีไมใช
ตนเอง
• เนอื่ งจากอนิ โดนเี ซยี เปน สมาชกิ ของอาเซยี น ดงั นนั้
คนไทยสามารถเดนิ ทางเขา อนิ โดนเี ซยี โดยไมต อ ง
ขอตอวีซา แตอยไู ดคร้งั ละ ๓๐ วนั
• มอเตอรไ ซครบั จา งตองมมี ิเตอร
๔๕
ô. ÊÒ¸ÒóÃÑ°Ê§Ô ¤â»Ã (Republic of Singapore)
ทีต่ งั้ เปนเกาะต้ังอยูทางตอนใตของคาบสมุทรมาเลย หางจากคาบสมุทรประมาณ
๑๓๗ กิโลเมตร ทิศเหนอื ติดกับรัฐยะโฮรของประเทศมาเลเซีย ทิศตะวนั ออกติดทะเล
จีนใต ทิศตะวันตกติดมาเลเซียและชองแคบมะละกา ทิศใตติดชองแคบมะละกา
อยูทางเหนือของเกาะเรียล (Riau) ของอนิ โดนีเซยี
พ้ืนท่ี ประกอบดว ยเกาะสงิ คโปร และเกาะใหญน อ ยบรเิ วณใกลเ คยี ง มพี น้ื ทรี่ วม ๗๑๐.๒ ตารางกโิ ลเมตร
(ประมาณเทา เกาะภเู ก็ต) เปนอันดับที่ ๑๘๘ ของโลก
เมืองหลวง สิงคโปร (Singapore)
ประชากร ประมาณ ๕.๕๗ ลา นคน
ภาษา ภาษาราชการคือ ภาษามาเลย จีนกลาง และอังกฤษ สิงคโปรสนับสนุนใหประชาชน
พูด ๒ ภาษา โดยเฉพาะจีนกลาง ในขณะท่ีใชภาษาอังกฤษในการติดตองาน
และชีวิตประจําวนั
ศาสนา พทุ ธรอ ยละ ๔๒.๕ อิสลามรอ ยละ ๑๔.๙ ฮินดูรอยละ ๔ ไมน บั ถอื ศาสนารอยละ ๒๕
ประมขุ ประธานาธิบดี (วาระ ๖ ป) ปจจบุ ัน (พ.ศ. ๒๕๕๔) คอื นายเอส อาร นาธาน
ผนู ํารัฐบาล นายกรัฐมนตรีเปนผูน ํารฐั บาล (วาระ ๕ ป) ปจจุบนั (พ.ศ. ๒๕๕๙) คือ นายลเี ซยี นลงุ
การปกครอง สาธารณรัฐ (ประชาธปิ ไตยแบบรฐั สภา มสี ภาเดียว)
สกลุ เงิน ดอลลารสิงคโปร (Singapore Dollar : SGD)
๔๖
¢ÍŒ ¤Çû¯ÔºÑμ/Ô ¢ŒÍ¤ÇÃÃŒÙ
ขอปฏิบตั ิ (DO) ขอควรรู (Don’t)
• ชาวสงิ คโปรส ว นใหญพ ดู ไดส องภาษา คอื ภาษา • การหลบหนีเขาสิงคโปรและประกอบอาชีพ
องั กฤษและภาษาจนี กลาง เรขายบริการผิดกฎหมายจะถูกลงโทษ
อยา งรนุ แรง
• การเชิญทานอาหารเปนวิธีที่ไดผลในการสราง • การลกั ลอบนาํ ยาเสพตดิ อาวธุ ปน และสง่ิ ผดิ
ความสัมพนั ธใหเกดิ ขึน้ กฎหมายอ่ืนๆ จะไดรับโทษอยางรุนแรงถึง
ขั้นประหารชวี ติ
• ควรพยักหนาหรือผงกศีรษะ และยิ้มทักทาย • ขึน้ บนั ไดเล่ือนใหช ดิ ซา ย
เพ่ือแสดงการทักทายท่ีสุภาพของคนตางเพศ
เทานน้ั
• ควรเรียนรูอาหารประจําชาติของสิงคโปร ซึ่งมี • หามทิ้งขยะเรี่ยราด หามเก็บผลไมในท่ี
หลากหลายเชอื้ ชาติ สาธารณะ
• ไมควรประหลาดใจหากเห็นการเมมริมฝปาก • หามสูบบุหร่ีในที่สาธารณะ และท่ีมีปาย
และเรอในระหวา งหรอื หลงั มอื้ อาหาร การเรอแบบ หามสูบ
สภุ าพนน้ั เปนการแสดงใหเ หน็ วา อาหารมือ้ นนั้
อรอยมาก
• นา้ํ ประปาในประเทศสงิ คโปรด ม่ื ไดจ ากกอ กโดยตรง • หา มมหี มากฝรงั่ ไวใ นครอบครอง โดยถอื วา
เปนส่ิงของตองหาม
• ควรถามราคาอาหารกอ นสงั่ ทุกคร้งั • หามถมนา้ํ ลายในทสี่ าธารณะ
• การไปเยอื นบานชาวมาเลยสิงคโปร อยาลืมนาํ • หากเปนคนตางเพศกัน ไมควรทักทาย
ของขวญั ไปฝากเจา บา นเพอ่ื แสดงไมตรที ด่ี ตี อ กนั ชาวมาเลยส งิ คโปรดวยการจบั มอื
• ชาวสิงคโปรใหความสําคัญในเรื่องความตรง • ไมควรใหดอกไม เพราะประเพณีด้ังเดิม
ตอ เวลา มีความหมายถึงการเจ็บปว ยหรืองานศพ
• ไมค วรใหข องทที่ าํ จากหนงั สตั วก บั ผทู นี่ บั ถอื
ศาสนาฮนิ ดู
• ชาวสงิ คโปรถือวาเทาเปน สง่ิ สกปรก ไมค วร
ใชเ ทา ชเ้ี ตะสิ่งของตางๆ
• หามเดด็ ดอกไม หักกง่ิ ไมในสวนสาธารณะ
๔๗
õ. ÃѰºÃÙä¹´ÒÃØÊ«ÒÅÒÁ (State of Brunei Darussalam)
ท่ตี ้งั ต้ังอยูทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะบอรเนียว (ละติจูดที่ ๕ เหนือเสนศูนยสูตร)
ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต ชายฝงทางดานเหนือจรดทะเลจีนใต พรมแดน
ทางบกทเี่ หลอื จากนน้ั ถกู ลอมรอบดวย รฐั ซาราวัก ประเทศมาเลเซยี
พื้นที่ ๕,๗๖๕ ตารางกโิ ลเมตร เปน อนั ดบั ที่ ๑๗๑ ของโลก
เมืองหลวง บนั ดารเสรเี บกาวัน (Bandar Seri Begawan)
ประชากร ประมาณ ๔.๒ แสนคน
ภาษา ภาษาราชการคือ ภาษามาเลย รองลงมาเปน ภาษาองั กฤษและจนี
ศาสนา สว นใหญน บั ถอื ศาสนาอสิ ลามนกิ ายสหุ นี่ ๖๗% รองลงมาเปน ศาสนาพทุ ธนกิ ายมหายาน
๑๓% ศาสนาครสิ ต ๑๐% ศาสนาฮินดู ความเชอื่ พน้ื เมอื งและอนื่ ๆ
การปกครอง ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย รัฐธรรมนูญปจจุบันซึ่งแกไขลาสุดเมื่อ ๑ มกราคม
พ.ศ.๒๕๒๗ กําหนดใหสุลตานทรงเปนอธิปตย คือเปนทั้งประมุข นายกรัฐมนตรี
และรัฐมนตรีวาการกระทรวงกลาโหม นายกรัฐมนตรีจะตองเปนชาวบรูไนเช้ือสาย
มาเลยโดยกาํ เนิด และจะตองเปนมุสลมิ นิกายสหุ น่ี
ประมุข สุลตาน องคป จ จุบนั คือ สมเดจ็ พระราชาธบิ ดีฮัจญี ฮัสซานัล โบลเกียห มูอิซซดั ดนิ
วัดเดาเลาะห ทรงเปน ทงั้ ประมุขและนายกรัฐมนตรี ผนู ํารัฐบาล
สกุลเงนิ ดอลลารบรูไน (Brunei Dollar : BND) (ใชอัตราแลกเปลี่ยนเดียวกับสิงคโปร
และสามารถใชเ งินสิงคโปรใ นบรูไนไดโดยทวั่ ไป)
๔๘
¢ŒÍ¤Çû¯ºÔ Ñμ/Ô ¢ÍŒ ¤ÇÃÃÙŒ
ขอ ปฏบิ ัติ (DO) ขอ ควรรู (Don’t)
• ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปบรูไนในชวง • ควรหลกี เลย่ี งเสอื้ ผา สเี หลอื ง เพราะถอื วา เปน
Hari Raya ซึ่งเปนชวงปลายเดือนของการ สีของพระมหากษัตริย
ถือศีลอดของชาวมุสลิมหรือชวงตรุษจีนเพราะ
เปน ชว งท่ีธรุ กจิ ตางๆ ปด กิจการ
• เวลาเชญิ ชาวบรไู นไปทานขา ว ควรขอใหแ ขกเชญิ • การทักทายจะจับมือกันเบาๆ และสตรี
เปน ผเู ลอื กรา นอาหารเพอื่ หลกี เลยี่ งปญ หาอาหาร จะไมยนื่ มอื ใหบ รุ ษุ จับ
ทเี่ ปนขอ หามของชาวมุสลิม
• เมอื่ ไปบา นของชาวบรไู นเชอื้ สายมาเลยห รอื จนี • การใชน วิ้ ชไ้ี ปทคี่ นหรอื สง่ิ ของถอื วา ไมส ภุ าพ
ควรถอดรองเทา กอ นเขาไปในรา น แตจะใชห วั แมม ือชแ้ี ทน
• ควรเรียกชาวบรูไนที่เคยไปพิธีฮัจญ ดวยคํา • จะไมใ ชมือซายในการสง ของใหผอู ืน่
นําหนาวา “ฮัจญ” สําหรับผูชาย หรอื “ฮจั ญะฮ”
สาํ หรบั ผหู ญิง
• บุคคลท่ีทําคุณงามความดี สรา งประโยชนใ หแก • สตรีเวลานั่งจะไมใหเทาช้ีไปทางผูชาย
สงั คม หรอื ทาํ หนา ทส่ี าํ คญั ๆ จะมชี อ่ื บรรดาศกั ดิ์ และไมสง เสยี งหรอื หวั เราะดงั
นาํ หนา ดว ยคาํ วา “เปอนิ ” หรอื “ดาโตะ ” สาํ หรบั
ผูช าย และ “ดาติน” สาํ หรับผหู ญิง ซงึ่ ไดรับการ
แตงตง้ั โดยสุลตา น
• “สวัสด”ี ภาษาบรไู นพดู วา “ซาลามัต ดาตัง” • วันหยุด คือ วันศุกรและวันอาทิตย สวน
วันศุกร เวลา ๑๒.๐๐ – ๑๔.๐๐ น.
• ควรทักทายชาวบรูไนดวยการสัมผัสมือขวา • จดั งานเย็นตอ งจัดหลัง ๒ ทมุ
สวนมือซายไขวหลัง โคงตัวเล็กนอย หลังจาก
ปลอยมือแลวใหหนามือมาแตะบริเวณหัวใจ
เพ่อื เปน การใหเกยี รติ
• ควรฝกการรับประทานอาหารดวยมือเมื่อตอง • คนบรูไนสวนใหญนับถือศาสนาอิสลาม
รบั ประทานอาหารรวมกบั ครอบครวั ชาวบรไู น เพราะฉะน้ันประเทศบรูไนจึงไมมีเคร่ืองดื่ม
ผสมแอลกอฮอลว างขาย
• ควรถอดรองเทา กอ นเขา ไปในศาสนสถาน (มสั ยดิ ) • ไมควรนําชือ่ สัตวมาเรียกชือ่ คน
และหากไมใชชาวมุสลิมควรเดินในบริเวณ
ทจ่ี ัดใหเ ทาน้นั
๔๙
ขอปฏิบตั ิ (DO) ขอ ควรรู (Don’t)
• ควรติดตอหนวยงานราชการในบรูไน เวลาเปด • หามสตรียื่นมือใหบุรุษจับ หรือถูกแตะตอง
ทาํ การ คอื วนั จนั ทร – วนั พฤหสั บดี และวนั เสาร โดยบรุ ษุ ท่ไี มใชพน่ี อง สามแี ละบุตร
เวลา ๐๗.๔๕ – ๑๖.๓๐ น.
• เวลารับหรือมอบนามบัตรควรใชท้ังสองมือ • หามดม่ื แอลกกฮอลในท่สี าธารณะ หากด่มื
ในการรับหรอื มอบให ตอ งนํามาด่ืมในที่พกั สว นตัวเทา นนั้
• การชําระเงินเพ่ือใชจายควรชําระดวยเงิน • การแตง กายในทสี่ าธารณะ สภุ าพสตรไี มค วร
สกลุ ดอลลารบรูไนและดอลลารสิงคโปร ใสช ดุ ทพี่ อดตี วั จนเกนิ ไป ไมค วรนงุ กระโปรงสน้ั
และใสเสื้อไมมีแขน
• ไมควรบีบแตรหากไมจําเปน ถือวาเปนการ • ชาวบรไู นถอื วา ศรี ษะเปน ของสงู ควรหลกี เลย่ี ง
ไมส ภุ าพ การจบั ศรี ษะผูอ ืน่ เลนในทกุ กรณี
• ไมควรถายรูปเม่ือเขาไปภายในศาสนสถาน
เชน มสั ยดิ แตส ามารถถา ยภาพดา นนอกได
๕๐
ö. ÊÒ¸ÒÃ³Ã°Ñ ¿ÅÔ»»¹Ê (Republic of Philippines)
ท่ตี ้งั เปนประเทศหมูเกาะ ประกอบดวยเกาะจํานวน ๗,๑๐๗ เกาะ ต้ังอยูในมหาสมุทร
แปซฟิ ก หางจากเอเชยี แผน ดินใหญท างตะวนั ออกเฉียงใต ประมาณ ๑๐๐ กม. และ
เปน ประเทศทมี่ พี รมแดนทางทะเลทต่ี ดิ ตอ ระหวา งกนั ยาวมากทส่ี ดุ ในโลก ทศิ ตะวนั ตก
และทศิ เหนือติดกบั ทะเลจีนใต ทิศตะวนั ออกและทศิ ใตต ิดกับมหาสมทุ รแปซฟิ ก
พน้ื ท่ี ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ตารางกโิ ลเมตร เปนอันดบั ท่ี ๗๒ ของโลก
เมอื งหลวง กรุงมะนิลา (Manila)
ประชากร ประมาณ ๑๐๗.๖ ลา นคน
ภาษา ภาษาราชการ คือ ภาษาตากาล็อกและองั กฤษ
ศาสนา สวนใหญนับถือศาสนาคริสต นิกายโรมันคาทอลิก รอยละ ๘๓ นิกายโปรแตสเตนต
รอยละ ๙ อสิ ลามรอ ยละ ๕ ศาสนาพทุ ธและอนื่ ๆ รอยละ ๓
การปกครอง ระบอบสาธารณรฐั มปี ระธานาธิบดีเปนประมุขและหวั หนา ฝายบรหิ าร
(ดาํ รงตําแหนงวาระละ ๖ ป
ผนู ํารัฐบาล ประธานาธบิ ดี
สกลุ เงนิ ฟล ปิ ปน สเ ปโซ (Philipino Peso : PHP)
๕๑
¢ŒÍ¤Çû¯ÔºμÑ /Ô ¢ŒÍ¤ÇÃÃÙŒ
ขอปฏิบตั ิ (DO) ขอ ควรรู (Don’t)
• ภาษาอังกฤษเปนภาษาท่ีสองในฟลิปปนส • ไมควรเทาเอว เพราะเปนความไมสุภาพ
และเปน ภาษาทใี่ ชใ นธรุ กจิ ชาวฟล ปิ ปน สส ว นใหญ สาํ หรบั ชาวฟล ปิ ปน สเ ปน การสอื่ ถงึ กาลเทศะ
อา นและเขยี นภาษาองั กฤษได
• ควรทกั ทายชาวฟล ปิ ปน สท เ่ี พง่ิ รจู กั ดว ยการเรยี กวา • ชาวฟลิปปนสมักใชริมฝปากชี้ไปที่สิ่งตางๆ
“เซอร” สาํ หรบั การเรยี กผชู าย และ “มสิ ” สาํ หรบั มากกวา ชีด้ ว ยนิ้ว
ผูหญงิ
• ทกั ทายดว ยการจบั มอื แลว กลา วคาํ วา “กมุ สุ ตา” • หากตองการเรียกรองความสนใจจากคุณ
หมายถึง “สวสั ด”ี ชาวฟลิปปนสมักจะสงเสียงดังคลายการขู
ในการเรยี กชื่อ
• กลาวขออภัยเพ่ือทําผิดเพียงเล็กนอย ดวยการ • ไมค วรสง เสยี งดงั ในขณะทก่ี าํ ลงั รบั ประทาน
กลา วคาํ วา “โซร”ี และ “ปา เซ็น เซีย นะ” อาหาร
• กลา วขอบคุณดว ยการกลา วคําวา “ซา ลา มัต” • สอื่ ลามกอนาจาร ยาเสพติด และการพนนั
ขอบคณุ มากใหก ลา วคําวา “มา รา มงิ ซา ลา มัต” ทกุ ชนิด หากฝา ฝน จะไดร บั บทลงโทษอยา งหนกั
• กลา วลาดว ยการกลา วคาํ วา “ปา อา ลมั ” หมายถงึ • ไมค วรพกพาสง่ิ ของมคี า เปน จาํ นวนมากในสงั คม
ลากอน ฟล ปิ ปน สย งั มกี ารกอ อาชญากรรมเปน ระยะ
• ควรลองรับประทานอาหารประจําชาติของ • ไมค วรจอ งตาฟล ปิ ปน ส เพราะถอื วา ไมส ภุ าพ
ชาวฟล ิปปนส
• ชาวฟลิปปนสในเมืองสว นใหญ จะใชเพยี งชอน • ไมค วรดมื่ แอลกอฮอลม ากเกนิ ไปจนเมา เพราะ
และสอ มในการรบั ประทานอาหาร ครอบครวั เพอ่ื นชาวฟลปิ ปนสจ ะรูสกึ ไมดี
• ควรด่ืมนํ้าจากขวดที่วางขายตามรานคาตางๆ • ไมค วรใหท านกบั ขอทาน เพราะเปน ไปไดว า
เพอ่ื ความปลอดภัย อาจเปน ขบวนการมจิ ฉาชพี และพาไปสอู นั ตราย
• เม่ือรับประทานอาหารรวมกับชาวฟลิปปนส
ควรรอใหเ จา บานเชญิ น่ังกอนจึงคอ ยน่งั
• การเขา โบสถค วรงดการสนทนาและปด เครอ่ื งมอื
สอ่ื สารหรอื สงิ่ ทท่ี าํ ใหเ กดิ เสยี งทุกชนิด
• มะขามหวานจากเมอื งไทยเปน ของฝากอยา งหนงึ่
ทช่ี าวฟล ปิ ปนสช นื่ ชอบ
๕๒
÷. ÊÒ¸ÒÃ³Ã°Ñ Êѧ¤Á¹ÔÂÁàÇÂÕ ´¹ÒÁ (Socialist Republic of Vietnam)
ทีต่ ั้ง เปนประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต ตั้งอยูทางดานตะวันออกสุดของคาบสมุทร
อินโดจีน มีพรมแดนตดิ กับประเทศจนี ทางทศิ เหนือ ประเทศลาว และประเทศกัมพูชา
ทางทศิ ตะวันตก และอาวตงั เก๋ยี ทะเลจีนใต ทางทิศตะวนั ออก หรอื ในภาษาเวยี ดนาม
เรียกวา ทะเลตะวันออก
พ้นื ท่ี ๓๓๑,๒๑๒ ตารางกิโลเมตร เปนอนั ดับที่ ๖๕ ของโลก
เมอื งหลวง ฮานอย (Hanoi)
ประชากร ประมาณ ๙๓.๔ ลานคน
ภาษา ภาษาราชการ คอื ภาษาเวียดนาม
ศาสนา ไมม ศี าสนาประจาํ ชาติ เนอื่ งจากปกครองโดยระบอบสงั คมนยิ ม (มผี แู สดงตนวา นบั ถอื
ศาสนาตางๆ ๑๕.๖๕ ลานคน โดยศาสนาพทุ ธ (มหายาน) มีจํานวนผนู ับถอื มากท่สี ดุ
(รอยละ ๙.๓)
การปกครอง ระบอบสงั คมนยิ ม โดยมพี รรคคอมมวิ นสิ ตเ วยี ดนาม (Communist Party of Vietnam)
เปนพรรคการเมอื งเดียวและมีอํานาจสูงสุด
ผนู ํารัฐบาล ประธานาธิบดี คนปจจุบนั (พ.ศ. ๒๕๕๙) คือ เจ่ิน ด่ยั กวาง
สกลุ เงิน เงินดอง (Vietnam Dong : DNG) ๑ บาท ประมาณ ๖๒๕ ดอง
๕๓
¢ÍŒ ¤Çû¯ÔºμÑ /Ô ¢ŒÍ¤ÇÃÃÙŒ
ขอปฏบิ ตั ิ (DO) ขอควรรู (Don’t)
• การทักทายของชาวเวียดนามบางคนจะใชการ • เวียดนามไมอนุญาตใหถายภาพอาคาร
สัมผัสมือแบบสองมือ โดยวางมือซายไวบน ทที่ าํ การตา งๆ ของรัฐ
ขอมือขวา
• ควรกลาวคําวา “ขอโทษ” ดวยการกลาวคําวา • คดียาเสพติด การฉอโกงหนวยงานของรัฐ
“ซนิ โหลย” มีโทษประหารชีวติ
• ควรลองรบั ประทานอาหารหลกั ของชาวเวยี ดนาม • คนภาคเหนือไมท านนา้ํ แขง็
• ควรเรยี นรกู ารรว มรบั ประทานอาหารกบั ชาวเวยี ดนาม • หา มมอบผา เชด็ หนา เปน ของขวญั ใหแ กช าว
ซ่ึงมักจะใชตะเกียบในการรับประทานอาหาร เวยี ดนามเดด็ ขาดเพราะถอื วา เปน สญั ลกั ษณ
พรอมถอื ชามขา วไวใ นมอื อกี ขา งหน่ึง ของความโศกเศรา
• ควรชาํ ระเงนิ ดว ยการจา ยเปน เงนิ ดอลลารส หรฐั • หามถายภาพวิดีโอของชาวทองถิ่นที่เปน
และเงินดองของเวยี ดนาม ชนกลุมนอย เพราะถือวาเปนการกระทํา
ท่ีทาํ ใหเกดิ ความแตกแยก
• ควรตอ รองราคาสนิ คา เพราะโดยปกตชิ าวเวยี ดนาม • ไมค วรเรยี กเฉพาะชอ่ื ของชาวเวยี ดนามเทา นนั้
จะต้ังราคาบอกผานคอนขางสูงโดยเฉพาะ เพราะถอื วา แสดงความไมส ภุ าพตอ ผถู กู เรยี ก
ชาวตา งชาติ
• ตีกลองแทนการกดออดเขาเรยี น • ไมควรสวมหมวก ใสแวนกันแดด หรือ
สวมรองเทา ขณะเขาไปในศาสนสถาน
• ชดุ นักเรียนหญิงเปน ชุดอาวหญา ย • ไมค วรใชก ารไหวเ ปน การแสดงการทกั ทายกนั
เนื่องจากการไหวของชาวเวียดนามจะใช
สําหรบั กจิ กรรมทางศาสนา
• ไมค วรใชส อ มจมิ้ อาหาร เพราะชาวเวยี ดนาม
ใชตะเกยี บในการรบั ประทานอาหาร
• ไมควรรับประทานเนอื้ สุนขั
• ไมค วรสวมหมวกเขา สถานท่ีสาํ คัญ
• ไมค วรสนบั สนนุ สนิ คา ทท่ี าํ จากอวยั วะตา งๆ
ของสัตวปา
๕๔
ø. ÊÒ¸ÒÃ³Ã°Ñ »ÃЪҸ»Ô äμ»ÃЪҪ¹ÅÒÇ (Lao People’s Democratic Republic)
ทต่ี ง้ั ประเทศลาวต้ังอยูทางเหนือของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต และอยูบนใจกลาง
ของคาบสมทุ รอนิ โดจนี ลอ มรอบดว ยประเทศเพอื่ นบา น ๕ ประเทศ เปน ประเทศเดยี ว
ในภูมิภาคท่ีไมมีทางออกสูทะเล ทิศเหนือติดกับประเทศจีน ทิศตะวันตกติดกับพมา
และไทย ทิศตะวันออกติดกบั เวยี ดนาม และทิศใตติดกับกัมพูชา
พื้นที่ ๒๓๖,๘๐๐ ตารางกิโลเมตร เปนอนั ดับที่ ๘๓ ของโลก
เมอื งหลวง นครเวยี งจันทน (Vientiane)
ประชากร ประมาณ ๖.๘ ลานคน (ป ๒๕๕๙)
ภาษา ภาษาราชการ คือ ภาษาลาว
ศาสนา ศาสนาพทุ ธ (เถรวาท) รอยละ ๗๕ และนับถอื ความเช่อื ทอ งถน่ิ รอยละ ๑๖-๑๗
การปกครอง ระบอบสังคมนยิ มคอมมิวนสิ ต (ทางการลาวใชคาํ วา ระบอบประชาธปิ ไตยประชาชน)
โดยมพี รรคประชาชนปฏิวัติลาวเปน องคกรช้นี าํ ประเทศ
ประมุข ประธานประเทศ (ประธานาธบิ ด)ี ซง่ึ มวี าระการดาํ รงตาํ แหนง ๕ ป ปจ จบุ นั (พ.ศ.๒๕๕๙)
คือ บนุ ยัง วอละจิด
ผูนาํ รัฐบาล นายกรฐั มนตรี ปจจบุ นั (พ.ศ. ๒๕๕๙) คือ นายทองลุน สสี ุจัด
สกุลเงนิ กีบ (Lao Kip : LAK)
๕๕
¢ÍŒ ¤Çû¯ÔºÑμÔ/¢ŒÍ¤ÇÃÃÙŒ
ขอ ปฏบิ ัติ (DO) ขอควรรู (Don’t)
• ขนบธรรมเนยี มประเพณขี องลาวคลา ยคลงึ กบั ไทย • ภกิ ษแุ ละสามเณร ถอื วา เปน บคุ คลทค่ี นลาว
เชน การยกมอื ไหวท กั ทาย ศรี ษะถอื เปน ของสงู ใหความเคารพนับถือมากท่ีสุด หามผูหญิง
หามแตะตองเลน เทาถือเปนของต่ํา เวลาน่ัง แตะเน้ือตองตวั พระสงฆโ ดยเด็ดขาด
สนทนาจึงตองเก็บปลายเทาใหเรียบรอย
การรักษา “หนา” การแตงกายสุภาพเรียบรอย
การใหเกียรติผูอาวุโส ความสุภาพ ออนนอม
การมอบของดว ยมอื ขวา
• การตอ รองราคาถอื เปน เรอ่ื งปกติ • หา มแจกขนมหรอื สงิ่ ของตางๆ ใหก ับเดก็ ๆ
ในสถานท่ีที่ไดไปเที่ยวเพราะจะเปนการ
สนบั สนุนใหมีขอทานเกิดขึน้ ได
• การมอบของทร่ี ะลกึ เปน การแสดงนา้ํ ใจและชว ย • คนลาวเปนคนท่ีรักความสงบสุขควรเลี่ยง
สรา งมติ รภาพ การพดู จาแบบกาวราวและสงเสยี งดัง
• ควรเรียกช่ือจริงหรือช่ือเลนของบุคคลมากกวา • ไมควรกินเน้ือสัตวสดๆ โดยเฉพาะเน้ือหมู
เรยี กนามสกลุ หรือเน้อื ไกดบิ หรอื ปรงุ ไมส กุ
• ควรกลาวคาํ วา “สะบายดี” ซึง่ เปนคําทักทาย • ไมควรดื่มน้ําประปาควรด่ืมน้ําจากขวดที่
วางขายตามรา นสะดวกซอื้ เพอ่ื ความปลอดภยั
• ควรกลา วคาํ วา “ขอโทด” เพ่ือแสดงความเสยี ใจ • การเที่ยวชมวัดวาอารามตา งๆ ไมควรสวม
หรอื “ขอโทษ” กางเกงขาส้ัน ใสรองเทาแตะหรอื เสือ้ ที่เปด
โชวแ ขนหรือไหล
• ควรกลา วคาํ วา “ขอบใจ” เพอ่ื แสดงคาํ วา “ขอบคณุ ” • หามซื้อวัตถุโบราณ เนื่องจากเปนเร่ือง
ตองหา มและผิดกฎหมาย
• ควรกลาวคําอําลาดวยการกลาววา “ลากอน” • ไมค วรถอดเสอื้ ในทส่ี าธารณะ
เชนเดยี วกบั คนไทย
• ควรรับประทานอาหารโดยใหความสําคัญกับ • ไมควรถอดหรือผลักคนอ่ืนจากดานหลัง
ลาํ ดบั อาวโุ ส เพราะถือเปนการกระทําท่ีนา อึดอัดใจ
• ควรแตงกายอยางสุภาพเรียบรอยในการติดตอ
สถานทีร่ าชการและวัด
๕๖ ขอ ควรรู (Don’t)
ขอ ปฏบิ ตั ิ (DO)
• ควรรินนาํ้ ใหผ ูอ ่นื กอนรินใหตนเอง
• ควรใหทิปสําหรับพนักงานที่ใหบริการทาน เชน
พนักงานขับรถ หรือไกดทองถ่ินท่ีคอยอํานวย
ความสะดวก
• การเดินผานผูท่ีนั่งอยู ควรที่จะคอมตัวลง
โดยเฉพาะอยางยิ่งกลมุ คนท่ีอาวุโสกวา
• ชาว สปป.ลาว มกั ตอ นรบั แขกทมี่ าเยย่ี มบา นดว ย
การเสิรฟน้ํา ควรตอบรับน้ําใจไมตรีน้ันอยาง
สุภาพ ถึงแมว าคุณจะไมอยากดมื่ น้ํากต็ าม
• ลาวขบั รถทางขวา
• ติดตอ ราชการตอ งมุงม่นั
• อยา ซ้ือนํ้าหอมใหก นั
๕๗
ù. ÊÒ¸ÒóÃѰáË‹§ÊËÀÒ¾àÁÕ¹ÁÒ (Republic of the Union of Myanmar)
ที่ต้ัง ทิศเหนือและตะวันออกเฉยี งเหนอื ตดิ กบั ประเทศจนี ทิศตะวนั ออกเฉียงใตตดิ กับลาว
และไทย ทิศตะวันตกติดกับอินเดียและบังกลาเทศ ทิศใตติดกับทะเลอันดามัน
และอาวเบงกอล
พื้นที่ ๖๗๖,๕๗๘ ตารางกโิ ลเมตร เปน อันดับที่ ๔๐ ของโลก
เมอื งหลวง เนปยดี อ (Naypyidaw)
ประชากร ประมาณ ๕๕.๗ ลานคน
ภาษา ภาษาราชการ คอื ภาษาพมา
ศาสนา ศาสนาพทุ ธรอ ยละ ๙๒.๓ ศาสนาครสิ ตร อ ยละ ๔ ศาสนาอสิ ลามรอ ยละ ๓ ศาสนาฮนิ ดู
รอยละ ๐.๗
การปกครอง รฐั บาลทหารภายใตส ภาสนั ตภิ าพและการพฒั นาแหง รฐั (State Peace and Development
Council – SPDC)
ผนู ํารฐั บาล ประธานสภาสันติภาพและการพฒั นาแหงรัฐ ปจจบุ ัน (พ.ศ. ๒๕๕๙) คอื ทีนจอ
สกลุ เงนิ จ๊ตั (Myanmar Kyat : MMK)
๕๘
¢ŒÍ¤Çû¯ÔºÑμ/Ô ¢ÍŒ ¤ÇÃÃŒÙ
ขอปฏบิ ตั ิ (DO) ขอควรรู (Don’t)
• การเดนิ ทางเขา ไปในสหภาพเมยี นมา เครอ่ื งประดบั • หา มเหยยี บเงาพระสงฆ
หรือสิ่งของมีคาควรติดตัวไปใหนอยที่สุด
เพราะตอ งแจง บญั ชที รพั ยส นิ ตอ เจา หนา ทศี่ ลุ กากร
เวลาเขาเมือง และตองแสดงวาอยูครบเวลา
เดินทางกลับ หากไมครบตองเสียภาษี
เพราะศุลกากรจะถือวานําทรัพยส ินนนั้ ไปขาย
• การเดนิ ทางไปยงั เมยี นมาตอ งเตรยี มเงนิ ดอลลาร • การจับมือเปนการทักทายตามปกติท่ีไดรับ
สหรฐั เพอ่ื มาแลกเปลย่ี นเปน เงนิ จา ด โดยมขี อ พงึ การยอมรับทั่วประเทศ
ระวังวาเงินดอลลารสหรัฐที่นํามาแลกตองมี
ความสมบรู ณ ไมม รี อยพบั เพราะมกั จะถกู ปฏเิ สธ
ไมรับเงินดอลลารสหรัฐที่มีรอยพับหรือ
รอยยับยูยี่
• ชาวเมียนมาไมนิยมนัดหมายหรือสื่อสาร • พยายามหลีกเล่ียงท่ีจะเปดเผยฝาเทาในที่
ผา นทางอเี มล ควรตดิ ตอทางโทรศัพท โทรสาร สาธารณะ ซึ่งชาวเมียนมาถือวาหยาบคาย
หรอื พบปะหารอื มากๆ
• ส่ิงของที่นิยมมอบเปนของท่ีระลึกใหกับชาว • ไมควรทักทายกันดวยการสงเสียงดัง หรือ
เมยี นมา คอื นติ ยสาร หนงั สอื ทเ่ี ปน ภาษาองั กฤษ แสดงอารมณร นุ แรงโดยเฉพาะในทส่ี าธารณะ
และเครอื่ งสาํ อางแบรนดเนม
• เขาวดั ตอ งถอดรองเทา ถุงเทา • ไมค วรดม่ื นาํ้ ประปาควรดมื่ นา้ํ จากขวดทวี่ างขาย
ตามรา นสะดวกซื้อเพ่อื ความปลอดภยั
• ควรเรยี กเดก็ ชายเมียนมา ดว ยคาํ นําหนาช่ือวา • หากทา นแพผ งชรู สควรระวงั การทานอาหาร
“หมอ ง” ของชาวเมียรมา
• ควรเรยี กเดก็ หญงิ เมยี นมา ดว ยคาํ นาํ หนา ชอื่ วา • ไมค วรสนทนาเรอ่ื งประวตั ศิ าสตรใ นเมยี นมา
“โก”
• ควรเติมช่ือชายเมียนมาวัยกลางคนหรือเปน • หา มถา ยภาพทอี่ าจทาํ ใหผ ูอ น่ื อับอาย
ผูอาวุโสเพื่อเปนการใหเกียรติ โดยควรเติม
คาํ นาํ หนา วา “อู”
• ควรกลา วทกั ทายดว ยการกลา ววา “มงิ กะละบา” • หา มเรยี กใครโดยหงายนวิ้ กวกั ถอื วา เปน การ
หมายถงึ “สวสั ดี” ทาทายและอยากมีเรือ่ งกบั ชาวเมยี นมา
๕๙
ขอปฏบิ ัติ (DO) ขอควรรู (Don’t)
• ควรกลา วลาดว ยการกลา วคาํ วา “ตา ตา ” หมายถงึ • ไมควรถายภาพรูปในบริเวณสนามบิน
ลากอน สถานีรถไฟ และสถานท่ีราชการกอน
ไดร บั อนุญาต
• ควรลองรับประทานอาหารประจําชาติของ
ชาวเมียนมา
• การรับประทานอาหารในรานอาหารของ
ชาวเมียนมาควรสนทนากนั อยา งเงยี บๆ
• เมอื่ พบกบั ชาวเมยี นมาตอ งหมนั่ ยมิ้ เพอ่ื แสดงถงึ
ความเปนมิตร
• ควรเติมคํานําหนาชื่อหญิงเมียนมาตองใชคําวา • หามแสดงความรัก เชน การกอด จูบกัน
“มะ” ในท่สี าธารณะ
๖๐
ñð. ÃÒªÍÒ³Ò¨¡Ñ áÁÑ ¾ªÙ Ò (Kingdom of Cambodia)
ท่ตี ั้ง ทศิ ใตจ รดกบั อา วไทย ทางทศิ ตะวนั ตกตดิ กบั ประเทศไทย ทางทศิ เหนอื ตดิ กบั ประเทศไทย
และลาว ทางทศิ ตะวนั ออกติดกบั เวยี ดนาม
พ้นื ที่ ๑๘๑,๐๓๕ ตารางกิโลเมตร เปน อันดบั ท่ี ๘๙ ของโลก
เมืองหลวง พนมเปญ (Phnom Penh)
ประชากร ประมาณ ๑๔.๔ ลา นคน (ป ๒๕๕๒)
ภาษา ภาษาราชการ คอื ภาษาเขมร
ศาสนา ศาสนาพุทธรอยละ ๙๕ ศาสนาอิสลามรอยละ ๓ ศาสนาคริสตรอยละ ๑.๗
ศาสนาพราหมณ-ฮินดรู อ ยละ ๐.๓
การปกครอง ระบอบประชาธปิ ไตยแบบรฐั สภา โดยมพี ระมหากษตั รยิ เ ปน ประมขุ ภายใตร ฐั ธรรมนญู
ประมุข พระมหากษตั ริย ปจ จุบนั คือ พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมนุ ี
ผนู าํ รัฐบาล นายกรฐั มนตรี ปจ จุบนั (พ.ศ. ๒๕๕๙) คือ สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุนเซน
สกุลเงิน เรียล (Riel : KHR)
๖๑
¢ŒÍ¤Çû¯ºÔ μÑ Ô/¢ÍŒ ¤ÇÃÃŒÙ
ขอปฏบิ ัติ (DO) ขอ ควรรู (Don’t)
• แตงกายดวยความสุภาพหากไปเที่ยวชมวัด • อยาช้ีน้ิวใสชาวกัมพูชา เพราะชาวกัมพูชา
หรอื ศาสนสถานท่ีสาํ คญั เช่ือวา จะถกู สาปแชงหรอื ปลอ ยของทําราย
• แสดงความออ นนอมตอ ผอู าวโุ สกวา • ผหู ญงิ หา มแตง ตวั เซก็ ซี่ ผชู ายไวผ มยาวจะมี
ภาพลักษณนกั เลง
• เวลาสงั่ สง่ิ ของใหผ อู นื่ ควรยนื สง ดว ย ๒ มอื เทา นน้ั • สบตามากเกินไป ถอื วาไมใหเ กยี รติ
หรืออาจจะยื่นสิ่งของนั้นๆ ดวยมือขวาก็ได
เชนกนั
• ควรเรยี กชาวกมั พชู าวา “ชะแมร” ซง่ึ เปน บรรพบรุ ษุ • ควรใหค วามเคารพตอผสู งู อายุ
ของอาณาจกั ร
• ควรกลาวคําวา “ชัวชเด” เพ่ือทักทายกันท่ัวไป • ไมควรเดนิ ขา มเทาผูอ น่ื
พรอมท้ังยกมือไหวพนมใตคางแลวจึงยกข้ึน
เหนือหัว
• ชายควรทักทายดวยการจับมือ สวนหญิงควร • ไมค วรเรอหรอื แคะฟน ขณะรบั ประทานอาหาร
ทกั ทายดว ยการไหวห รือ ซันเปรยี ะห เทาน้ัน
• กลา วคาํ ขอโทษวา “ซอมตอก” • กมั พชู าผชู ายสามารถจบั มอื กนั ไดเ พอ่ื แสดง
มติ รภาพทด่ี ี
• กลา วขอบคุณ หรือ “ออกนุ ” • เมอ่ื ขบั ขจ่ี กั รยานหรอื จกั รยานยนตค วรชะลอ
ความเรว็ เมอ่ื ผา นวดั หรอื ถอดหมวกกนั นอ็ ก
ทุกครัง้ เมื่อเขา เขตวัด
• ควรลองรบั ประทานอาหารประจาํ ชาตขิ องกมั พชู า • เมอ่ื เจอพระภกิ ษสุ งฆต อ งถอดหมวกทกุ ครงั้
• ควรเรยี นรูก ารรบั ประทานอาหารดวยมอื • หา มถา ยภาพสญั ลกั ษณท างทหาร
• ชาวกมั พชู าชอบออกนอกบา น ไปปก นกิ ตามสถานท่ี • หา มถูหรอื สัมผสั ศีรษะของคนอืน่
ทอ งเทย่ี วทางธรรมชาติ หรอื ตามสวนสาธารณะ
• ผทู เี่ ดนิ ทางเขา กมั พชู าและประสงคจ ะอยทู าํ ธรุ กจิ • เม่ือเขาเขตวัดควรปดมือถือและเครื่องเลน
เปน ระยะเวลาเกิน ๓ เดอื น ควรฉดี ยาปอ งกัน MP๓
โรคไทฟอยดและไวรสั เอและบี
๖๒
ขอ ปฏบิ ัติ (DO) ขอควรรู (Don’t)
• เมื่อไดรับของขวัญแลวยังไมควรเปดออก
ทนั ที
• ชาวกัมพูชาไมชอบใหใครยกผูอ่ืนขึ้นมา
เปรยี บเทียบกบั ตนเอง
• ไมควรเตนราํ กับคูเตนตางเพศ ไมวา จะเปน
การเตนรําในงานประเพณีหรืองานสังคม
รนื่ เริง
»ÃÐà´ç¹»˜ÞËÒสํา¤Ñޢͧ»ÃЪҤÁÍÒà«Õ¹
๑. แนวโนม สถานการณ IS ในไทยและภมู ภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใตห ลงั จากสมรภมู ิ
IRAQ และ SYRIA
นักวิชาการดานการกอ การรายชน้ั นาํ เชน Berger & Stern (๒๐๑๕, p.๑๓๓) ใหคํา
อธบิ ายเก่ยี วกับการกอ การรา ย หรือ Terrorism วาในอดตี เปน การดาํ เนินการทม่ี ีลกั ษณะปฏบิ ัติการ
เฉพาะพน้ื ท่ี รวมไปถงึ การใชค วามรนุ แรง (Hard Power) เปน หลกั โดยมงุ กอ เหตแุ บบมขี อบเขตเฉพาะ
พนื้ ทแี่ ละคกู รณโี ดยตรงเปน หลกั แตว วิ ฒั นาการของโลกยคุ Digital นอกจากจะไมม แี นวโนม ในการลด
ความรุนแรงหรือจํากดั พื้นที่ปฏิบัตกิ ารลง ในศตวรรษที่ ๒๑ นีก้ ารกอการรายยังทวีความรนุ แรงเพ่มิ ขึน้
โดยมุงทาํ ลายท้งั กลุม ผูขดั แยง ทางตรง (Direct enemy) และกลุมท่ีมีความออนแอจนสามารถขยาย
พนื้ ที่ (Export terrorism) ไปอยา งรวดเรว็ อกี ทง้ั ยงั อาศยั รปู แบบปฏบิ ตั กิ ารแบบใหมท เ่ี รยี กวา Hybrid
Operations ซ่งึ ประเทศไทยและอาเซยี น ยังไมสามารถหลีกเลี่ยงปญ หาเชน เดยี วกนั กบั ประเทศอน่ื ๆ
ทั่วโลก
การกอ การรา ยมกี ารพฒั นาเปา หมายและววิ ฒั นาการของการปฏบิ ตั ิ โดยเรม่ิ จากกลมุ
ฮซิ บอลเลาะห ตาลบี นั อลั -เคดา จนถงึ กลมุ รฐั อสิ ลามหรอื IS ซง่ึ ในปจ จบุ นั และอนาคต การกอ การรา ย
จะกลายเปน ปญ หาระดบั สากลในรปู แบบ Hybrid Operations โดย IS ไดแ สดงใหเ หน็ แลว วา ไดม กี าร
“เปล่ียนกระบวนทัศน” (Paradigm Shift) ท้ังยงั มขี ีดความสามารถในการผสมผสานระหวา งกลยทุ ธ
(Hybrid Operations) การทาํ สงครามตามแบบ (Conventional Warfare), สงครามกองโจร (Guerilla
Warfare), และสงครามจิตวทิ ยา (Psychological Warfare) นอกจากนนั้ ยังมีความทันสมยั ในการ
โฆษณาชวนเชอื่ (Propaganda) ผา นโซเชยี ลมเี ดยี สง ผลใหป ระสบความสาํ เรจ็ ในการชกั ชวนกลมุ ผฝู ก ใฝ
เขา รว มและขยายอทิ ธพิ ลในระดบั โลก ซง่ึ ความอนั ตรายเหลา นที้ าํ ใหป ระเทศไทยยากทจ่ี ะหลกี เลย่ี งได
๖๓
การซื้ออาวุธยุทโธปกรณของกองทัพไทยในยุคของรัฐบาลพลเอกประยุทธ จันทรโอชา
มีสาเหตุท่ีสําคัญและมเี หตผุ ล ๒ ประการ ประการแรก มีสาเหตุมาจากอาวธุ ยุทโธปกรณจํานวนมาก
ที่ประจําการอยูน้ันไมสามารถใชในการสงครามตามแบบยุคศตวรรษที่ ๒๑ ได และดวยเหตุผลดาน
ความรวดเรว็ ของ Technology ทาํ ใหอ าวธุ ยทุ โธปกรณม กี ารพฒั นาไปอยา งรวดเรว็ เพอ่ื นบา นของไทยเอง
ตางเรงพัฒนาแสนยานุภาพอยางตอเน่ือง ดวยเหตุผลนี้เมื่อเปรียบเทียบกําลังรบของไทยกับประเทศ
เพอ่ื นบา นจะเหน็ ไดว า กองทพั ไทยจาํ เปน ตอ งเรง พฒั นาเพอ่ื ใหม ศี กั ยภาพทท่ี ดั เทยี มกบั การพฒั นาของ
ประเทศเพอ่ื นบา น (Catch up) หากประเทศเพอ่ื นบา นพฒั นาขดี ความสามารถอยา งรวดเรว็ สงิ่ เหลา นี้
จะกลายเปนภัยคุกคามตอความมั่นคงของประเทศไทย ประการตอมา ประเทศไทยอยูในฐานะการ
เปนผูนําในภูมิภาคทําใหเรามีสถานะที่เปนอยูในลักษณะกลุมประเทศที่มีความกาวหนาในภูมิภาค
แตคําถามท่ีสําคัญมีอยูสองประการ คือ ประเทศไทยน้ันเปนสวนหน่ึงของประเทศผูนําของภูมิภาค
อาเซยี นจรงิ หรอื ไม และการพฒั นาอาวธุ ทจี่ าํ เปน ในสงครามยคุ ศตวรรษที่ ๒๑ จะเปน เพยี งสงครามตาม
แบบอยางเดียวหรือไม คําตอบท่ีไดจากการศึกษาคนควาวิจัย พบวาการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณนั้น
ยงั คงมีความสาํ คัญอยางยิ่งทัง้ เพ่ือการรกั ษา Status Quo และ Leading Position เพราะหากเรามี
ความพรอม ภัยคุกคามตางๆ ตามแบบระหวางรัฐตอรัฐจะเกิดข้ึนไดยากเพราะตางฝายตางประเมิน
ความสญู เสียไดจากการใช “การเปรียบเทยี บอาํ นาจกาํ ลงั รบ” และ “ขดี ความสามารถของภัยคุกคาม”
เม่อื ทัง้ สองฝา ยเห็นวา การใชพลังอํานาจแบบแขง็ เปน สงิ่ ที่เกดิ ขึ้นไดย าก ภยั คกุ คามตางๆ มักสิน้ สดุ ลง
ดว ยการใชก ารเจรจา (diplomatic approach)
สวนในเร่ืองสงครามรูปแบบใหมในยุคศตวรรษท่ี ๒๑ น้ันสมควรท่ีจะตองขีดเสนใต
เพื่อเนนใหเห็นวาสงครามน้ันไดเปล่ียนรูปแบบไปจากเดิม อาจกลาวไดวาสงครามในยุคปจจุบัน
กลายเปนสงครามทเ่ี กดิ ข้ึนในเมือง โดยมเี ปา หมายสวนใหญเปน Soft Target ตวั อยางเชน การจับ
ประชาชนเปน ตวั ประกนั ภายในรา นกาแฟในกรงุ ธากา ประเทศบงั กลาเทศ สง ผลใหม ผี เู สยี ชวี ติ รวมทงั้ สนิ้
๒๖ คน หรอื มกี ารเขา มาแฝงตวั ของ Terrorist Agencies ในพนื้ ทขี่ องรฐั ตา ง ๆ ทวั่ โลกทขี่ าดการเอาใสใ จ
ดแู ลหรอื มกี ารควบคมุ นอ ย ทาํ ใหม ี Terrorist Agencies เขา ไปชกั นาํ ใหต อ สกู บั สงิ่ ทตี่ นเองและกลมุ คดิ
วา ไมย ตุ ธิ รรม ตวั อยา ง เชน การเคลอื่ นไหวในยคุ ศตวรรษที่ ๒๑ อนั เปน ปจ จบุ นั ทสี่ ดุ คอื การเขา มาของ
กลุมรัฐอสิ ลามหรือ IS ในภูมภิ าคเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต (ASEAN) ในชว งเดอื นมถิ นุ ายน ๒๐๑๗
ทผ่ี า นมา กลมุ มสุ ลมิ ทนี่ ยิ มความรนุ แรงและมแี นวคดิ ทสี่ ดุ โตง เชน กลมุ อาบู ซายาฟ ทไ่ี ดม กี ารตรวจพบวา
ดอ็ กเตอรม าหม ดุ อาหห มดั (Dr.Mahmud Ahmad) ชาวมาเลเซยี ประกาศทาํ การสาบานตน (Bayah)
ตอ กลมุ IS และเขา มาเคลอ่ื นไหวเพอ่ื ใหเ ขา รว มการตอ สแู ละเผยแพรแ นวคดิ แบบรฐั อสิ ลามในการเขา
ยึดครองพื้นที่ภายในหมูเกาะมินดาเนา ประเทศฟลิปปนส โดยเหตุผลที่ทําใหกลุมรัฐอิสลามสามารถ
เขามาควบคุมพน้ื ทีด่ งั กลาวไดน นั้ มีสาเหตมุ าจากการท่ีหมูเ กาะมนิ ดาเนาหา งไกล จากการดูแลอยา ง
ทั่วถึงโดยรัฐบาลฟลิปปนสมาเปนเวลานาน รวมท้ังประชาชนมีรายไดไมเพียงพอตอการดําเนินชีวิต
เกดิ ความเหลอื่ มลา้ํ ทางสงั คมและเศรษฐกจิ สงู อกี ทง้ั ยงั มคี วามเคลอื่ นไหวของกลมุ หวั รนุ แรงเปน ระยะ
๖๔
ซง่ึ พ้ืนทีด่ ังกลาวถูกเรียกวา Grey-Zone Conflict หรอื พ้นื ที่ทป่ี ระสบปญหาความยากไร ขาดความ
มนั่ คงทางเศรษฐกจิ ประชาชนจาํ นวนมากอยใู นภาวะวา งงาน ซงึ่ กลายเปน เหตผุ ลทส่ี าํ คญั ทท่ี าํ ใหก ลมุ
IS สามารถเขาแทรกแซงการปกครองของรัฐบาลได หากศึกษาจากสภาพภมู ริ ัฐศาสตร (Geopolitics)
จะพบวา Grey-Zone Conflict นน้ั กระจดั กระจายไปทวั่ ทั้งภมู ภิ าคเอเชียตะวันออกเฉยี งใต ฉะนน้ั
เหตุการณฟลิปปนสอาจไมใชเหตุการณสุดทายหากแตจะเปนเพียงจุดเริ่มตนของ IS ในอาเซียน
หากพนื้ ทีอ่ ิทธพิ ลของ IS ใน Iraq และ Syria ถูกทําลาย จะสงผลใหความรนุ แรงมแี นวโนม ทจี่ ะแพร
ขยายไปในวงกวางและเปน ส่ิงทีป่ ระเทศไทยเองไมส ามารถหลกี เหลี่ยงความเสยี่ งเหลา นไ้ี ด
ประเดน็ แรก : การวเิ คราะหก ลมุ รฐั อสิ ลาม (IS) ผา นแนวคดิ ความสมั พนั ธร ะหวา งประเทศ
ในการวิเคราะหแนวโนมการเผยแพรอิทธิพลของกลุมกอการรายในศตวรรษท่ี ๒๑ ที่มี
ผลกระทบอยางรนุ แรงตออาเซียน จะใชล าํ ดับขั้นการวิเคราะหเ ปนแบบระดับระหวางประเทศ (Level
of Analysis: International level) การวิเคราะหในระดับน้ีถึงแมจะเปนการวิเคราะหท่ีกวางที่สุด
แตม ลี กั ษณะทร่ี วบรดั ทส่ี ดุ ในการสรา งคาํ อธบิ ายถงึ ลกั ษณะตา ง ๆ เพราะการกอ การรา ยในปจ จบุ นั นน้ั
มหี ลายวธิ ีและสามารถทําไดใ นหลายพนื้ ที่ โดยท้ังหมดนส้ี ามารถกลา วไดวาการกระทําเหลานี้ เปนส่ิง
ท่ีอยูเหนือตัวแสดง (Actor) อื่น ๆ ถึงแมการศึกษาความสัมพันธระหวางประเทศจะมี ๓ ระดับ
คือ ระหวางประเทศ (International) รัฐ (State) และ ปจเจกชน (Individual) โดยมีนักวิชาการ
จํานวนมากระบุวา การศึกษาเรื่องการกอการรายสมควรที่จะใชหลักการของระดับปจเจกชนเขามาใช
ในการศกึ ษาประเดน็ ดงั กลา ว เพราะจะทาํ ใหเ ขา ใจในวตั ถปุ ระสงคข ององคก รในภาพรวมได แตใ นกรณี
ของกลมุ กอ การรา ยรฐั อสิ ลามหรอื IS นน้ั ไมม ผี นู าํ หรอื การเจาะจงหรอื จาํ กดั พนื้ ทท่ี ชี่ ดั เจน สง ผลใหย าก
ตอการใชระดบั ปจเจกชนมาวิเคราะหต วั แสดง
อาํ นาจ (Power)
หากจะหาวิธีการจัดการกับความรุนแรงหรือผูกอเหตุรุนแรงเราควรทราบกอนวา
กลุมผูกอเหตนุ ั้นใชอ าํ นาจ (Power) อะไรในการตอ สเู ปนหลักเพอื่ นาํ ไปสูก ารหาแนวทางในการรบั มอื
ทเี่ หมาะสมและไมผ ดิ ตอ หลักสากลในเรือ่ งของกฎการปะทะ (Rule of Engagement) ตามหลักของ
ความสัมพนั ธร ะหวา งประเทศ (IR) แบง อํานาจออกเปน ๓ ประเภทคือ Soft Power, Hard Power
และ Smart Power โดยสามารถอธบิ ายอํานาจแตละประเภทไดดังนี้
- Hard Power คอื อาํ นาจทใ่ี ชค วามรนุ แรง แขง็ กรา ว เชน การใชอ าํ นาจทางการทหาร
อาวธุ ยุทโธปกรณ เพ่อื บีบบงั คับหรอื ทําใหฝ ายตรงขามยอมทาํ ตามแบบไมเ ต็มใจ (รร.สธ.ทบ.)
- Soft Power มีผูคดิ คน คอื นกั วชิ าการที่มชี อื่ เสียง โจเซฟ นาย (Joseph Nye) โดย
ระบวุ าอาํ นาจนมี้ ีลักษณะตรงกนั ขา มกับ Hard Power เพราะอาศัยความละมุนละมอมทาํ ใหทุกฝา ย
รวมถึงฝา ยศัตรู และฝายทีเ่ ปน กลางยอมทาํ ตามอยางเต็มใจโดยปราศจากการบงั คบั (รร.สธ.ทบ.)
- Smart Power คอื อาํ นาจทถ่ี กู สรา งขนึ้ มาใหม เปน การนาํ อาํ นาจทง้ั สองอยา งทก่ี ลา ว
ไปแลวขางตนมาผนวกรวมกัน ซ่ึงอํานาจน้ีเปนวิธีคูขนานท่ีรัฐหรือตัวแสดงอื่น ๆ ใช เรียกวาวิธีการ
“Carrot and Stick” เพื่อใหไดมาซ่งึ ความยนิ ยอมของผทู ่ีถูกกระทาํ ใหโอนทําออนตาม
๖๕
IS ¡ºÑ ¡ÒÃ㪌 Hard/Soft/Smart Power
หากกลาวโดยสรุป กลุม IS ใชอํานาจท้ังสามแบบที่กลาวมาแลวในขางตนประกาศ
Worldwide Caliphate เพราะเหน็ ไดจ ากกรณีการสูร บทอ่ี ิรกั และซเี รีย โดยกลมุ IS ไดรับอดีตสมาชกิ
พรรคบาธ (Ba’ath party) ท่เี คยทํางานรว มกบั อดีตประธานาธบิ ดีซัดดัม ฮสุ เซน (Saddam Hussein)
ซงึ่ สมาชกิ เหลา นมี้ ตี งั้ แตข า ราชการมคี วามชาํ นาญสงู ไปจนถงึ อดตี ทหารกองทพั อริ กั ทเี่ ชย่ี วชาญการรบ
ตามแบบ (Conventional Warfare) โดยอาศยั ความเชย่ี วชาญของกลมุ คนเหลา นน้ั เพอื่ ให IS สามารถ
ทาํ การรบดวยอาวุธทีท่ นั สมัย ซ่งึ จะเหน็ ไดวาในทันทีท่ีกลมุ พนั ธมติ รเขา โจมตีภาคพ้ืนดิน ทางดาน IS
ก็ไดสามารถตอบโตดวยการใชอาวุธหนักอยางรถถัง ปนใหญ และปนตอสูอากาศยานในการโจมตี
อยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ หรอื แมแ ตก ารบกุ เขา เมอื งโมซลุ และเมอื งรกั กานน้ั IS ยงั แสดงใหเ หน็ แลว วา การ
โจมตดี ว ยความรวดเรว็ ทาํ ใหท หาร Iraq เสยี ขวญั และหลบหนไี ปอยา งไรก ารตอ ตา น ในดา นของการใช
Soft Power เปนที่ประจักษแ ลววา การใช Soft Power เปนอาวธุ หลกั ของ IS เพราะไดม กี ารจัดต้งั
กองพลนอยอเิ ล็กทรอนิกส (Electronic brigade) นนั้ ทําให IS สามารถเผยแพรภาพประชาชนทีม่ ี
ความเปนอยสู ขุ สบายภายใตกฎหมายชารอี ะฮ (Sharia Law) และเปนรัฐอิสลามตามอดุ มคตทิ ม่ี ีวถิ ี
การดาํ เนนิ ชวี ติ ไปตามแนวทางของอสิ ลาม สง่ิ ทกี่ ลา วมานจ้ี งึ เปน เหตผุ ลวา ทาํ ไมชาวมสุ ลมิ จาํ นวนมาก
เดนิ ทางเขา มารว มกบั IS และในทางกลบั กนั กไ็ ดม กี ารเผยแพรภ าพทนี่ า สะพรงึ กลวั เชน การตดั หวั หรอื
เผาบุคคลท่ไี มป ฎบิ ัตติ ามวิถขี อง Salafi หรือ Sunni-Wahhabi นอกจากนก้ี องพลนอยอเิ ล็กทรอนิกส
ยงั ใชโ ซเชยี ลมเี ดยี ในรปู แบบของ Smart Power เพอื่ สนบั สนนุ การปฏบิ ตั กิ ารของ IS และสามารถสรา ง
แนวรวมดวยวธิ ีทหี่ ลากหลายและมีชนั้ เชิงมากขึ้น จากการกระจายแนวคาํ สอนทีร่ นุ แรงรวมทง้ั สอนถึง
วิธีการกอ เหตุใหก ับบรรดา Lone Wolf และ Sleeper Cell ผานเทคโนโลยี เชน ทวติ เตอร และยทู บู
เพอ่ื กอเหตุรนุ แรงในวงกวางทั่วโลก (Berger & Stern ๒๐๑๕, p.๒๘๘-๒๘๙)
Islamic State in South East Asia’s Grey-Conflict Zones
หลงั จาก IS ไดป ระกาศเพอ่ื เปน ผนู าํ (Caliph) ของชาวมสุ ลมิ ทงั้ มวลเมอ่ื ป ๒๐๑๔ รฐั บาล
ทั่วโลกเลง็ เหน็ แลววาการประกาศใหเปน Caliphate มแี นวโนม ทจ่ี ะเกดิ ขึ้นจรงิ แมจ ะไมใ ชท ่วั ทุกพนื้ ที่
ของโลกอยา งทก่ี ลา วอา งคอื รฐั อสิ ลาม แตไ ดม กี ารจดั ใหอ ยใู นรปู แบบของจงั หวดั อสิ ลาม (vilaya) แทน
ซ่ึงมีโอกาสเกิดข้ึนไดสูงและเกิดขึ้นไดจริง ทางกลุมไดใชอํานาจกําลังรบท่ีอาศัยอาวุธที่ทันสมัยและ
สงครามจติ วิทยาหรือจะเรยี กไดว า IS นัน้ ใชว ธิ กี าร “Hybrid Adversary” ซึง่ ไมเคยปรากฏมากอ น
ในการกอการรายอะไรคือ Hybrid Adversary โดย Ong (๒๐๑๖) อธิบายวาการรบแบบ Hybrid
Adversary ของ IS คือ การผสมผสานการรบทงั้ สงครามตามแบบ (Conventional Warfare) และ
สงครามไมต ามแบบ (Irregular Warfare) รวมไปถงึ การปลน สะดมตามแบบของอลั -เคดาในโซมาเลยี
(Al Qaeda of Somalia) และอาบู ซายาฟ เพอื่ บรรลุวตั ถปุ ระสงคทางการเมือง ซึ่งการตอสูแบบ
Hybrid Adversary จะใชไดอยางมีประสิทธิภาพในพ้ืนที่ Grey-Zone Conflict และพ้ืนที่หาง
ไกลจากการดูแลของฝายรัฐ ดังเชนตัวอยางเหตุการณที่มินดาเนาในฟลิปปนส ที่ไดถูกกลุมฝกใฝ IS
๖๖
ยดึ ครองตง้ั แต เมษายน ๒๐๑๗ แมวา ในชว งป ๒๐๑๖ ทางการจะสง กําลังกวา ๕,๐๐๐ นายเขาพ้นื ที่
แตก ไ็ มส ามารถเอาชนะอดุ มการณน ไ้ี ด ในขณะเดยี วกนั IS ยงั คงเขา แทรกแซงในพนื้ ที่ Grey Conflict
Territory เพอื่ แกป ญ หาตา งๆ แตก ลมุ IS เองยงั เปน กลมุ กอ การรา ยแบบใหมท ม่ี กี ารตอ สใู นลกั ษณะ
การรบเพ่อื ประวิงเวลา (Trading space for time) อาจกลาวใหเขาใจงา ยขึน้ คอื การรบเพอ่ื ซอื้ เวลา
ซ่ึงการรบในลักษณะน้ีจะทําใหคูตอสู (ฝายรัฐบาล) หมดความพยายามในการรบและเร่ิมหาทางออก
ดวยการเจรจา เพราะการรบอยางยืดเย้ือนั้นถือเปนอุปสรรคทัง้ ดานชีวิตและทรัพยส นิ จากการศกึ ษา
วจิ ยั ของ Ong (๒๐๑๖) และ Berger (๒๐๑๕) พบวาในเขตเอเชยี -แปซฟิ ก นั้น มีพ้ืนท่ที เี่ สยี่ งตอการเขา
มาของกลุมหัวรุนแรง คือ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต โดยในภูมิภาคนี้มีเหตุการณความรุนแรง
เกิดข้ึนบอยครั้งและยาวนานตั้งแตอดีตถึงปจจุบัน จึงจัดวาเปน Grey-Conflict Zones โดยเฉพาะ
อยา งยง่ิ พน้ื ทห่ี า งไกลของ อนิ โดนเี ซยี มาเลเซยี และฟล ปิ ปน ส โดยเฉพาะฟล ปิ ปน สถ อื เปน เขตอทิ ธพิ ล
ของกลมุ หัวรนุ แรงในพื้นทอ่ี ยางกลมุ อาบู ซายาฟ และกลมุ แบงแยกดนิ แดน MILF ที่เขาครอบครอง
เขตทะเลซลู ูและทะเลเซเลบีส ซึง่ อาบู ซายาฟ มีความชาํ นาญในพนื้ ท่ีทําใหส ะดวกตอ การเคลอ่ื นท่ีเขา
โจมตีและถอนตัว ในขณะท่ีรัฐบาลไมสามารถปฏิบัติงานใน Grey-Conflict Zones เหลาน้ีไดอยาง
เตม็ รูปแบบ กลุมตอ มา คือ กลมุ เจมาห อิสลามียาห (Jehmahh Islamiyah-JI) ซึง่ เปนกลมุ เกา แก
ท่ีมีความเชื่อมโยงตอกลุมกอการรายใน อินโดนีเซีย มาเลเซีย รวมถึงไทย ท่ียังคงแฝงตัวอยูในพื้นท่ี
เพราะโอกาสท่ีรัฐบาลใดจะสามารถชนะสงครามอุดมการณ (Ideological War) น้ันเปนไปไดยาก
นอกจากนี้ Grey-Conflict Zones ในพน้ื ทด่ี งั กลา วไดก ลายเปน แหลง ซอ งสมุ ของผกู ระทาํ ผดิ กฎหมาย
ตา ง ๆ เปนระยะเวลานานเพราะขาดการดูแลเอาใจใสจ ากรัฐบาลสงผลใหมเี หตุการณค วามรนุ แรงมา
โดยตลอด
¹¡Ñ úμÒ‹ §ªÒμÔ (Foreign Fighters) / Jihadist Returnee Threat
การกลบั มาของนักรบตา งชาติ (Foreign Fighters) ซึ่งจะกลายเปน Jihadist Returnee
น้ันจะสงผลกระทบข้ันรุนแรงตอการปองกันและปราบปรามการกอการรายในภูมิภาค หากพื้นท่ี
ปฏบิ ัตกิ ารของ IS ใน Iraq และ Syria ถกู โจมตีอยา งหนกั จน IS สูญเสยี การควบคุมพนื้ ท่อี ทิ ธิพล จะ
สงผลใหนักรบตางชาติท่เี ดินทางมาจากประเทศตาง ๆ ทว่ั โลกกวา ๓๐,๐๐๐ คน ซึ่งในจํานวนนม้ี ีชาว
อนิ โดนเี ซยี ราว ๑๐๐ คน และมาเลเซยี อกี กวา ๓๐๐ คน ตอ งเดนิ ทางกลบั ประเทศและผนั ตนเองมาเปน
Jihadist Returnee ทอี่ นั ตรายเพราะการไดร บั การฝก และมปี ระสบการณก ารสรู บจากตะวนั ออกกลาง
สามารถนาํ มาประยกุ ตใ ชเ พอ่ื ฝก สอนผทู ฝี่ ก ใฝค วามรนุ แรงนน้ั ไมส ามารถหลกี เลยี่ งได โดยสง่ิ ทนี่ า กงั วล
ทีส่ ดุ คอื การปลุกบรรดา Sleeper cells และ Lone wolf ใหอ อกมาปฏบิ ตั ิการรุนแรงในประเทศทีต่ น
อาศัยอยู และในปจจบุ นั ไดม รี ายงานวา เหลา Sleeper cells กวา ๑๐,๐๐๐ คน ทถี่ กู ปลกู ฝงแนวคดิ
ตงั้ แตส มยั โอซามะ บิน ลาเดน นั้นอาศัยอยูในอินโดนเี ซีย สิ่งท่ีสําคัญไมนอ ยไปกวา ประสบการณการ
ดา นรบคอื การบริหาร-จดั การองคก รการกอการรายที่มคี วามสลบั ซบั ซอ นอยา งมาก ตวั อยางทชี่ ัดเจน
คือในการจัดทําทาํ เนียบกาํ ลังรบลาสุดในป ๒๐๑๖ IS มีจํานวนกาํ ลังพลกวา ๑๐ กองพนั ทีส่ ามารถ
๖๗
ทาํ การรบไดต ามแบบและนอกแบบ รวมทง้ั ยงั มี Electronics Brigade ทท่ี าํ การสงั่ การ ผา น C๔I เพอื่
ควบคมุ พน้ื ทกี่ ารรบทว่ั โลก สอนการประกอบอาวธุ และวตั ถรุ ะเบดิ และควบคมุ กลมุ (Faction) ตา ง ๆ
ทวั่ โลกที่ Bayah เขารว มกับกลุม IS ตอ มาในสวนของการจดั การฝก น้ันกลมุ Foreign Fighters นน้ั
ลว นผา น Basic Training ของ IS จนกระทงั่ ถกู สง ไปทาํ งานตามความชาํ นาญ จะเหน็ ไดว า การควบคมุ
องคก รขนาดใหญเ ชน นจ้ี ะตอ งอาศยั ผทู มี่ คี วามเชย่ี วชาญอยา งมาก ฉะนนั้ หากสงิ่ เหลา นนี้ าํ มาประยกุ ต
ใชใน อาเซยี น จะสง ผลใหก ลมุ กอ การรายทเ่ี คยเคล่ือนไหวในพื้นท่ีพฒั นาเปนองคกรอาชญกรรมขาม
ชาต(ิ Transnational Organize Crime)
IS ¤×ͼÙÊŒ §‹ ÍÍ¡¡Òá‹Í¡ÒÃÃŒÒÂÃдѺâÅ¡ (Exporting Terrorism)
“A revolution that does not export itself is doomed to collapse from the inside”
Leon Trotsky
หลักการดังกลาวของทร็อทสกีนั้นสามารถพอจะสรุปไดแบบยอวา “การกอเหตุสราง
เปล่ียนแปลงในลักษณะของการปฏิรูปนั้นนอกเหนือจากการใชความรุนแรงในพ้ืนท่ีอิทธิพลแลวกลุม
ผูกอการจะตองสามารถสงออกความรุนแรงหรือเผยแพรอุดมคติของกลุมไปสูภายนอกเพราะหากไม
แลวจะเกิดการลมสลายจากภายใน” จะเห็นไดวา IS น้ันเปนองคกรกอการรายที่สามารถใช Smart
Power เพ่อื “การสงออกแนวคิดแบบสดุ โตง ” (Export Radical Ideology) เพ่อื เผยแพรส งผานและ
กระตนุ ใหเหลาบรรดาสาวกจําพวก Lone Wolf หรือ Sleeper cells ลกุ ข้นึ มาเพ่ือรวมปฏิบตั กิ ารกอ
เหตรุ นุ แรงอยา งตอ เนอื่ งทวั่ โลกโดยมสี ว นรว มในการกาํ จดั ทงั้ Near Enemy และ Far Enemy (Berger
& Stern ๒๐๑๕, p.๒๗๔) ซงึ่ กลุม Near Enemy คอื ชาวมุสลิมทีไ่ มสาบานตนสวามภิ กั ดิ์ (Bayah)
ตอ IS รวมทั้งชาวมุสลิมที่ไมเ ครง ครัดตอ กฎหมายชารอี ะฮ (Sharia Law) ซง่ึ ถือวา เปน Takfir ซงึ่ IS
ไดป ระกาศวา “บคุ คลเหลานี้ไมใ ชชาวมุสลิมอีกตอ ไปและสมควรถกู กําจัด” และในสวน Far Enemy
ตามความเชื่อคือ ประเทศตะวันตกและพันธมิตรที่เขามาสูดินแดนของชาวมุสลิมเพ่ือแสวงหา
ผลประโยชนแ ละเอารัดเอาเปรยี บ
นอกเหนือจากการสงออกแนวคิด IS ไดเดินตามแบบของกลุมกอการรายชั้นนํา
ของโลก เชน กลุมฮิซบอลเลาะห (Hezbollah) เร่ือง “การสงออกผูกอการราย” (Exporting the
Global Jihadists) โดยความคิดนไี้ ดม ีการริเรมิ่ มาจาก Ayatollah Khomeini ซงึ่ เปนผูน ําทางศาสนา
ทเี่ ปน ทย่ี อมรบั ของชาวมสุ ลมิ จาํ นวนมากและเปน ผรู เิ รม่ิ สถาปนาสาธารณรฐั อสิ ลามอหิ รา น และเครอื
ขา ยองคก รกอการรา ย
ขามชาติฮิซบอลเลาะห โดยการปฏิบัติการของฮิซบอลเลาะหเรียกวา “ยุทธศาสตรดาว
กระจาย” (vilayat-e-faqib) เพ่ือเขารวมใหความชวยเหลือกลุมมุสลิมหัวรุนแรงท่ัวโลกในลักษณะ
ของ Hard Power เพอ่ื ตอสกู บั ศตั รูของอสิ ลาม (Sekulow ๒๐๑๖, p. ๑๑๔) จะเหน็ ไดวา IS น้นั กไ็ ด
มีการสงออกนกั รบไปรวมรบในพื้นท่ีตาง ๆ ท่วั โลก ตัวอยางเชน เหตกุ ารณป ระกาศ Islamic State
(faction) of Lanao ๒๐๑๗ ไดพ บวาจํานวนกลมุ ผูกอ การรายมีการรวมตัวของหลายเชือ้ ชาติ อาทิ
๖๘
อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, บอสเนีย เชเชน และเยเมน ซึ่งบุคคลเหลาน้ีบางสวนไดเดินทางมาจากซีเรีย
สุดทายผูสงออกอยาง IS ไดศึกษาเหตุการณจากอดีตและมีพัฒนาการจนประสบความสําเร็จในการ
“เปดตลาด” ทั่วโลกไดกวางกวาองคกรกอการรายในอดีตซ่ึงไดเปนท่ีประจักษแลววา “การสงออก
แนวคดิ แบบสดุ โตง ” (Export Radical Ideology) และ “การสง ออกผูก อ การรา ย” (Exporting the
Global Jihadists) เปน ”สนิ คา ” ท่ีสง ไปแลวไมสามารถยกเลิกไดรวมท้งั ยังสง ผลกระทบไปท่วั ภูมิภาค
ของโลกอยางที่ยากตอการควบคุม เชน เหตกุ ารณโ จมตหี ลายจดุ ในกรงุ ปารีสในป ๒๐๑๕ ท่มี ผี ปู ฏิบัติ
การเปน Lone Wolf จาํ นวน ๑๑ คน โดยท้งั หมดลวนแตถ ือหนังสอื เดนิ ทางและไดร ับสญั ชาติฝรงั่ เศส
และเบลเยียม หลงั เกติ เหตพุ บวามีผูเสยี ชวี ติ ๑๓๐ คน และไดร บั บาดเจบ็ หลายรอยคน (Berger &
Stern ๒๐๑๕), p.๒๘๗) จากนนั้ Exporter ชาว IS ไดส งออกความรุนแรงมายงั อาเซียนอยา งกลมุ รฐั
อิสลามแหง ลาเนา (Islamic State of Lanao/ Islamic State faction of ASEAN) ทม่ี ผี ปู ฏิบตั กิ าร
เปนพ่ีนองครอบครัวมาอุเตซึ่งเปนชาวฟลิปปนสเปนแกนนําโดยรายงานลาสุดพบวาในการรบกวา ๓
เดือน มบี คุ ลากรฝาย IS เสยี ชวี ติ จาํ นวนประมาณ ๕๒๘ นาย เจาหนา ที่ความมนั่ คงของฟลปิ ปนสอกี
๑๕๐ นาย ประชาชนกวา ๒๐๐,๐๐๐ คน ตอ งไรท อี่ ยอู าศยั (Neely ๒๐๑๗) ซง่ึ เหตกุ ารณก ลมุ รฐั อสิ ลาม
ในอาเซยี นนนั้ เปน สัญญาณเตอื นภัยใหกบั ประเทศไทยและภมู ภิ าคอยางมีนัย
¡ÅØ‹ÁÃ°Ñ ÍÊÔ ÅÒÁã¹ÍÒà«Õ¹»ÃÐà·Èã´·ÍèÕ ÂãÙ‹ ¹¡ÅØ‹ÁàÊÕÂè §μ‹Íº·ºÒ·¢Í§ IS
กอนอ่ืนตองกลับมาทําความเขาใจอีกคร้ังวาใครคือศัตรูของ IS ในอาเซียน และทําไม
ประเทศเหลาน้ี ถึงตกเปนเปาหมายทั้ง เปาหมายหลัก (Primary Target) และเปาหมายรอง
(Secondary Target) ซงึ่ สามารถใชก ารแยกกลุมออกมาใหเปนตามลกั ษณะของ Near Enemy และ
Far Enemy ซ่ึงจะทําใหท ราบวาใคร คือเปา หมายการโจมตโี ดยจะพบวาประเทศทน่ี ํามาวิจยั ลว นแต
มคี วามเสยี่ งท่แี ตกตา งกันออกไป ตอมาจะตอ งทราบวา กลมุ ผปู ฏบิ ตั กิ ารมใี ครบา งโดยสามารถจาํ แนก
ออกมาได ๒ กลุม ที่อธิบายแบบยอคือ “Inside-Out” ไดแก กลุมท่ีมีการสงออกการกอการราย
ไปรว มรบตาม Grey-Zone Conflict อยา งตอ เนอ่ื งและบคุ คลเหลา นจี้ ะกลบั มาสรา งปญ หาในประเทศ
บานเกิดของตน ในสว นของ “Outside-In” ไดแ ก กลุมท่แี มว า จะไมม ปี ระชาชนไปรว มรบตามพืน้ ที่
ขัดแยงนอกประเทศ แตก็ไดรับบุคคลจากภายนอกประเทศเพื่อเขามากอเหตุในประเทศตน
(เชน ประเทศไทย) อนิ โดนีเซีย
ระหวางถูกคุมขังในขอหาการสมคบการกอเหตุที่บาหลีป ๒๐๐๒ จนสงใหมีผูเสียชีวิต
๒๐๒ คน ซงึ่ สวนใหญเ ปนนักทองเที่ยวชาวออสเตรเลยี เมื่อป ๒๐๑๔ นายอาบู บาคาร บาเชยี ร (Abu
Bakar Bashir) ผูนาํ ทางจติ วิญญาณ/ศาสนาและแกนนํา JI ชาวอินโดนีเซีย ท่ีไดเคยชักนําใหส มาชิก
JI เขารวมรบกับอัล-เคดา หลายคร้ัง นายบาเชียรน้ันยังเปนผูรวมกอตั้ง โรงเรียนประจําอิสลามิก
อัล มุคมิน (Al-Mukmin Islamic boarding school) ท่ชี วาตอนกลาง โดยโรงเรียนดังกลาวไดร ับ
๖๙
การยืนยนั วาเกีย่ วของกับการฝกกลุมอาเจห (The Aceh group) ทม่ี ีการเคล่อื นไหวของการกอเหตุ
รุนแรงบริเวณพ้ืนที่ อาเจะหตะวันตก และมีความเก่ียวของกับการรบรวมกับ JI ไดประกาศออกสื่อ
วาตนเองและพรรคพวกได Bayah เขาเปน IS แลว (Berger & Stern ๒๐๑๕, p.๑๘๑) และน่ถี อื วา
เปนการประกาศไปโดยปริยายวาบัดน้ี IS ไดเขามาสูพ้ืนท่ีของอินโดนีเซียแลว อินโดนีเซียกําลังจะ
ประสบปญหาอยางรุนแรงในเร่ืองของ “Inside-Out” และ “Outside-In” พบวา กลุมหัวรุนแรง
เชน JI ไดมกี าร Export Jihadist ไปรวมรบในตะวนั ออกกลางและเหตุการณลา สุดไดม ีการตรวจพบ
แนวรว ม JI ชาวอนิ โดนเี ซยี เปน จาํ นวนมาก ไดเ ดนิ ทางไปรว มกบั Islamic State of Lanao ทฟี่ ล ปิ ปน ส
(Jawaid ๒๐๑๗) ในขณะที่มีรายงานการศกึ ษาจาก CSIS และ the Soufan Group พบวามีจาํ นวน
Foreign Fighters จาก Asia ทเี่ ดนิ ทางไปรวมรบที่ Iraq และ Syria จาํ นวนกวา ๓,๐๐๐ คน โดยเปน
ชาวอาเซียน ประมาณ ๑,๒๐๐ คน และในนน้ั เปนชาวอนิ โดนีเซีย กวา ๙๐๐ คน สง่ิ ท่นี ากลวั อยา งย่งิ
คือ หากสงครามที่ตะวันออกกลางสิ้นสุดลงจะทํามีการกลับสูมาตุภูมิของเหลา Foreign Fighters
ทจ่ี ะกลายเปน Jihadist Returnee Threat อยางเล่ียงไมไดและในรายงานพบวา อินโดนีเซยี น้นั เปน
ประเทศทมี่ ี “Sleeper Cells” ท่ีรอเรยี กใหเปน Lone Wolf จาํ นวนกวา ๑๐,๐๐๐ คน จะเห็นไดว า
อนิ โดนเี ซยี มคี วามเสย่ี งตอ การกอ การรา ยอยา งมากเพราะลกั ษณะภมู ปิ ระเทศเปน หมเู กาะกระจดั กระจาย
และมีการเคลื่อนไหวของ JI อยางตอเนื่อง ซ่ึงในขณะที่พ้ืนที่หางไกลที่มีความเสี่ยงโดยมีกลุมมุสลิม
หวั รนุ แรงปกครอง เชน กลมุ มจู าฮดี ีนอินโดนเี ซยี ตะวนั ออก (MIT : Mujahidin Indonesia Timor)
ในบรเิ วณกนุ งุ บริ ู (Gunung Biru-Blue Mountain”) ซงึ่ เปน เขตปา เขาของ เกาะซลู าเวซี (Sulawesi)
โดยมีแกนนําไดแก นายอาบู วารดาห (Abu Wardah) ซ่ึงเปนผูกอการรายท่ีคาหัวสูงท่ีสุดคนหน่ึง
ของโลกไดป ระกาศตนเขา รวมกบั IS แมวา ทางการอินโดนีเซียจะมคี วามเขมงวดในการปราบปรามแต
กไ็ มส ามารถเลีย่ งจากการถูกโจมตีโดยเฉพาะในพนื้ ทเ่ี มือง (soft Target) ซ่งึ ถูกโจมตอี ยางตอเนือ่ งดัง
เชน เหตกุ ารณร ะเบดิ หลายครงั้ ทใ่ี นกรงุ จาการต าเมอื่ มกราคม ๒๐๑๖ โดยพน้ื ทเี่ ปา หมายคอื แหลง ผล
ประโยชนของชาวตะวันตก ไดแก หางซารินาห (Sarinah shopping mall) ศนู ยข อ มูลสหประชาชาติ
สรปุ เหตกุ ารณท ผ่ี า นมา เชน Bali ๒๐๐๒ และเหตกุ ารณล า สดุ ทง้ั ๒ เหตกุ ารณน ส้ี ามารถ
วิเคราะหไดวากลุมกอการรายมุงการโจมตีไปท่ี Secondary Target ท่ีเปนแหลงที่มีชาวตะวันตก
หนาแนน หรอื ไดร บั ผลประโยชน ซง่ึ หากนาํ มาเทยี บเคยี งเพอื่ วเิ คราะหอ นาคตของประเทศไทยจะพบวา
กลมุ IS หรือกลุมหัวรุนแรงอ่ืนมแี นวโนมทีจ่ ะใช Soft Target เพ่ือเปนการแสดงสัญลกั ษณแมอาจจะ
ไมไดมุงเปาโจมตีประชาชนในทองถิ่นแตเหตุการณเหลาน้ีนั้นไดเกิดข้ึนในดินแดนอธิปไตยจึงจําเปนท่ี
จะตองพจิ ารณาวา สง่ิ น้ีคือภยั คกุ คามของชาติของตน
ÁÒàÅà«ÕÂ
แมมาเลเซียจะเปนประเทศท่ีมีประชากรสวนใหญเปนชาวมุสลิมสายกลางท่ีไมนิยม
ความรนุ แรงและรวมทั้งทางการมคี วามเขมงวดตอ การปราบปราม IS จึงสง ผลให มาเลเซีย ไดก ลาย
เปน “Near Enemy” ไปโดยปรยิ าย และไดมกี ลมุ หัวรุนแรงและฝกใฝ IS ทาํ การ Bayah ผนวกกบั มี
๗๐
การเขา มาของ Foreign Fighters เพม่ิ ขนึ้ อยา งตอ เนอ่ื งเปน จาํ นวนมากจงึ สามารถกลา วไดว า มาเลเซยี
น้นั จดั วา เปนประเทศกลมุ เส่ียงลาํ ดบั ตน
ในป ๒๐๑๔ แมรัฐบาลจะประกาศวาปลอดภัยจากภัยคุกคามจาก IS แตในปเดียวกัน
Dr.Mahmud Ahmad อดีตอาจารยมหาวิทยาลัยมาลายาซึ่งเคยไดรับการศึกษาท่ี มหาวิยาลัย
อสิ ลาม อสิ ลามาบัด ณ กรงุ อิสลามาบดั , Pakistan และไดรับการฝกกับอัล เคดา ในป ๑๙๙๐ ก็ได
ประกาศสวนทางกบั รัฐบาลวาตนเองนน้ั คอื กลุม IS และพรอมจะรว มมอื กับนายอสิ นลิ อน ฮาปล อน
(Isnilon Hapilon) แกนนําอาบู ซายาฟ เพื่อกอ ต้ังกลุม รฐั อิสลามในอาเซียน (The Star ๒๐๑๗)
กอนการประกาศตนดังกลาวไดมีการตั้งคําถามหลายคร้ังวาในอาเซียนนั้นมีความเคลื่อนไหวของ
IS หรือไม หากการเดินทางเขา-ออกของชายแดนของ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟลิปปนส และไทย
การตรวจพบความถข่ี องการเดนิ ทางระหวา งรฐั ซาบาหใ นมาเลเซยี และมนิ ดาเนา กอ นจะเกดิ เหตกุ ลมุ IS
ในมินดาเนา จึงเปนท่ีประจักษวามีการเคลื่อนไหวของกลุม IS ในภูมิภาค อีกท้ังกลุม IS ยังมีการ
ประกาศจะปลดปลอย มาเลเซีย และชาติอื่น ๆในอาเซียนจากกับดักของโลกตะวันตกซ่ึงจะเร่ิมจาก
การโคนลมรัฐบาลท่ีไมปฏิบัติตามกฎหมายชารีอะฮ ใหสิ้นซาก โดยขอความดังกลาวไดเผยแพรผาน
โซเชียลมีเดยี อยางแพรหลาย กรณีดงั กลา วถือไดว าเปน ภัยตอความม่ันคงทีน่ ากังวลเปนอยา งย่ิงและ
ไมส ามารถจะกลาววาไมมี IS เขามาเคลื่อนไหวทีม่ แี นวโนม จะสง ผลกระทบตอความม่ันคงทั้งภูมิภาค
ลา สดุ ในหว งระหวา ง ๑๙-๓๐ ส.ค. ๒๐๑๗ ทจี่ ะมกี ารจัดการแขง ขันซีเกมส คร้ังที่ ๒๙
กไ็ ดม กี ารตรวจพบการเคลือ่ นไหวของ IS อยา งตอเน่อื ง เชน เมื่อ ๑ ก.พ. ๒๐๑๗ ทางการมาเลเซยี ได
จบั กมุ ผตู อ งสงสยั ๓ คน ทมี่ คี วามคดิ สดุ โตง ไปในแนวทางของกลมุ IS โดยหนงึ่ ในผตู อ งหาเปน พนกั งาน
สายการบินมาเลเซียแอรไลน โดยตํารวจมาเลเซีย ไดใหขอมูลเพิ่มเติมเก่ียวกับการจับกุมวาผูตองหา
เปน ชายชาวอินโดนเี ซีย อายุ ๓๗ ป ซ่งึ เปน พนกั งานรกั ษาความปลอดภัยใหก ับสายการบนิ ดังกลา ว
และมีความเชือ่ มโยงกบั กลมุ IS เพราะเมื่อตรวจสอบประวตั ิแลวพบวา ชายคนดงั กลาวไดเ ดินทางจาก
มาเลเซยี ไปทฝ่ี ก ทซี่ เี รยี ในชว งป ๒๐๑๓ เหตกุ ารณต อ มาเมอ่ื ๘ ส.ค. ๒๐๑๗ ทางการตรุ กไี ดส ง ตวั ผตู อ ง
สงสยั ที่มสี วนเก่ียวขอ งกับ IS กลบั ประเทศตน ทางโดยไมไดป รึกษากับฝา ยความมัน่ คงของมาเลเซีย
สรปุ วา สง่ิ บอกเหตเุ หลา นส้ี ามารถเปน เครอื่ งยนื ยนั วา การกอ การรา ยนน้ั ไดเ ขา มาสมู าเลเซยี
เรียบรอ ยแลว
¿Å Ô»»¹Ê
เหตุการณความรุนแรงท่ีเมืองมาราวี ประเทศฟลิปปนส เริ่มเกิดข้ึนเมื่อชวงเมษายน
๒๐๑๗ ไดมีกลุมผูกอการรายเขาปลนเรือนจําทําใหมีนักโทษหลบหนีเปนจํานวนกวา ๑๐๐ คน
และจากนั้นเพียง ๑ เดือน (๒๓ พฤษภาคม ๒๐๑๗) กลุมผูฝกใฝ IS หัวรุนแรงโดยมีแกนนําคือ
นายอสิ นลิ อน ฮาปล อน และพนี่ อ งครอบครวั มาอเุ ต อบั ดลุ ลาห (Maute, Abdullah) และโอมารค ยาม
โรแมโต (Omarkhayam Romato) ไดประกาศวา “ธงดาํ ของ IS ไดถ กู ปก ลงบนอาเซยี นแลว ” โดยส่งิ ท่ี
นา กลวั อยา งยงิ่ นนั้ คอื การทกี่ ลมุ กอ การรา ยสามารถยดึ เขตเมอื ง (Soft Target) อยา งทไ่ี มเ คยเกดิ ขนึ้
๗๑
มากอนในอาเซียน การเขามายึดหัวหาดของอาเซียนท่ีฟลิปปนสของ IS แสดงใหเห็นถึงอะไร IS
จะสามารถขยายพน้ื ทไี่ ปไดอ กี หรอื ไม ทาํ ไม IS ถงึ ยดึ มาราวไี ด ทง้ั ๓ คาํ ถามนม้ี กั จะถกู นาํ มาวเิ คราะห
อยา งกวา งขวางหลงั จากเหตกุ ารณเ กดิ ขนึ้ ซงึ่ หากจะหาคาํ ตอบสามารถทาํ ไดโ ดยใชห ลกั การการวเิ คราะห
ตามแบบหลักการของความสมั พันธระหวางประเทศ (IR) ในลักษณะ Comparative Politics โดยจะ
ตองถอดบทเรียน (Model) ใหทราบวาปรากฏการณการยึดพ้ืนที่เมืองมาราวี น้ันเองก็มีพัฒนาการ
เชน ไรเพอ่ื นาํ มาเทียบเคียงกับและวเิ คราะหอ นาคตของ IS ในพืน้ ทอี่ ื่นทวั่ โลกรวมถงึ อาเซยี น แรกเร่มิ
กอนเกดิ เหตุจะมกี ารปรากฏความเคลือ่ นไหวของแกนนาํ หรอื ตวั แทน (Agencies) ของ IS ซ่ึงไดแก
ดร.มาหมดุ อดตี อาจารยมหาวทิ ยาลยั มาลายา สัญชาติมาเลเซีย ทปี่ ระกาศสาบานตน (Bayah) กับ
IS เมื่อ ๒๐๑๔ และหลบหนีเขาไปในบริเวณพ้ืนท่ีอิทธิพลของ อาบู ซายาฟ ที่ฟลิปปนส จากน้ัน
ยงั พบวา ดร.มาหม ดุ ไดอ อกมาเคลอ่ื นไหวในหลายประเทศในอาเซยี น ในเวลาตอ มาเมอ่ื ป ๒๐๑๖ ผนู าํ
ทางศาสนาและแกนนาํ นกั รบจฮิ ดั ชอ่ื นายอสิ นลิ อน ฮาปล อน ไดร บั การแตง ตงั้ เปน อหิ มา มแหง อาเซยี น
(Emir of ASEAN) (Weiss ๒๐๑๗) ลาํ ดับตอ มา คอื การเลือกพืน้ ทีล่ อ แหลมหรอื มคี วามขดั แยง มา
เปนเวลานาน (Grey Conflict Territory) พ้ืนท่ีเมืองมาราวีน้ันตั้งอยูหางไกลจากการดูแลของ
ฝา ยปกครองและมปี ญ หาทางเศรษฐกจิ และสงั คมซง่ึ ทาํ ใหพ น้ื ทมี่ ปี รากฏความเคลอ่ื นไหวของกลมุ แบง
แยกดินแดนมาเปน เวลานานโดยเฉพาะกลุม แบง แยกดินแดน อาบู ซายาฟ เพราะทางกลมุ นไ้ี ดท ําการ
หยิบยื่นความชวยเหลือใหแกชุมชนมาอยางตอเน่ือง แตเหตุการณที่เปน Turning point คือ กอน
เกิดเหตุยึดเมืองมาราวี ไดม ีกลุมแกนนาํ หลกั ของการแบง แยกดนิ แดนคือ Moro Islamic Liberation
Front (MILF) เปดการเจรจาสันติภาพกับทางการและมีการรวมรางกฎหมายเฉพาะเร่ืองเขตการ
ปกครองตนเองซึ่งทาํ ใหม กี ลมุ หวั รนุ แรง เชน นายฮาปล อน ไมพ อใจเพราะจะใหเ กดิ การสูญเสียพน้ื ที่
และขอแยกตัวจากกระแสหลกั และไดไ ปหาแนวรว มอ่ืนเพ่อื กลับมาขยายอํานาจใหม
ในขน้ั ที่ ๓ กลมุ จะเรม่ิ Instill เพอ่ื รวบรวมหาแนวรว มทมี่ กี าร Sharing Radical Ideology
หรือภายใตอุดมการณแบบเดียวกันภายใตการประกาศ Caliphate ซึ่งทําใหกลุมท่ีมีการ Bayah
สวามภิ กั ด์กิ บั IS ซงึ่ ไดแ ก กลุมอาบู ซายาฟ (บางสว น), Jemahh Islamiah (JI) (นาย Hambali
แกนนําถูกจบั กมุ ท่ปี ระเทศไทย), MILF (บางสว น), Sleeper cells, Lone Wolf ในข้นั ตอนสุดทาย
เมอื่ Ideology ไดถ กู สง ผา น, Foreign fighters และกลมุ ปฏบิ ตั กิ าร IS ในพนื้ ทสี่ ามารถทาํ การควบรวม
สําเร็จจึงไดย กระดับความรนุ แรงไปสูการยดึ เมอื งมาราวี
สรุปเหตกุ ารณ เกดิ ขน้ึ นีม้ เี หตุผลหลกั (motivation) อยู ๒ ประการมาจาก สว นแรก คอื
การขาดความชว ยเหลอื ทางดา นสงั คมและเศรษฐกจิ ของรฐั บาลทาํ ใหป ระชาชนรสู กึ ถงึ ความเหลอื่ มลาํ้
อีกทั้งกลุมหัวรุนแรงตางมีอิทธิพลมาเปนเวลานานทําใหประชาชนในพื้นที่ตองหาทางออกเพื่อความ
อยูรอดโดยจําเปน ตอ งเขา รว ม สว นสุดทาย คือ การปลอยใหมีความเคลอื่ นไหวโดยเสรขี องหนวยงาน
ตาง ๆ ที่สังกัดกับ IS บริเวณพ้ืนท่ีเส่ียงตอความมั่นคงจนในท่ีสุดบุคคลเหลาน้ีสามารถมาเผยแพร
ความเช่อื ท่ผี ดิ เชน การอางหลักทางศาสนา เชน ความขดั แยง ระหวางนิกายซุนหน่ี และ ชีอะห หรือ
การชาํ ระลา งโลกดว ยการใชกฎหมายชารีอะหและ Caliphate
๗๒
ÊÔ§¤â»Ã
จากการศกึ ษาในชว งกอ นยคุ ศตวรรษท่ี ๒๑ พบวา ผกู อ การรา ยมงุ โจมตตี อ พนื้ ทที่ ขี่ าดการ
ดูแลจากรัฐอยางใกลชิด (Grey Conflict Territory) แตในหวงตั้งแตเหตุการณ ๙/๑๑ จะพบวา
การกอ เหตจุ ะเกดิ ขึ้นในเขตเมืองและ Soft Target แมวา Singapore จะจัดอยใู นกลมุ ประเทศพฒั นา
แลว (Developed Nation) รายไดสูงและมีการศึกษาอันดับตนๆ ของโลก แตสิ่งเหลานี้ไมไดเปน
เครอ่ื งปอ งกนั จากการกอ การรา ยในยคุ ศตวรรษที่ ๒๑ อกี ตอ ไป เพราะรฐั ทมี่ คี วามเจรญิ ทางดา นสงั คม
และเศรษฐกิจท่ีพัฒนามาแลวบนเกาะไดดึงดูดกลุมผูกอการรายใหเขากอเหตุความรุนแรงมาตอเนื่อง
ยาวนานเร่มิ ต้ังแต ๓๑ ม.ค. ๑๙๗๔ เม่ือกลุมผกู อการราย Popular Front for the Liberation of
Palestine และ Japanese Red Army เขาจเี้ รือเฟอรร ี่ “ลาจู” และใน มี.ค. ๑๙๙๑ เมอ่ื ผกู อ การรา ย
ชาวปากีสถานทําการจ้ีสายการบินสิงคโปร แอรไลน ตอมาก็ไดมีผูกอการรายชาวสิงคโปรถูกจับกุม
ในขอหาวางแผนใชเคร่ืองบินพุงเขาชนสนามบินชางยี เหตุผลท่ีกลุมกอการรายพุงเปาสิงคโปรเปน
เปา หมายในการกอเหตนุ ้ันมเี หตผุ ลหลายประการดว ยกัน เชน
๑. มีชาวมาเลเซียบางสวนมองวาสิงคโปรน้ันเปนรัฐที่เกิดขึ้นมาอยางผิดกฎหมาย
และไมยุติธรรม (คลายกับกรณี อิสราเอล-ปาเลสไตน) โดยการจัดตั้งรัฐของชาวจีนมาเลย (Kafik)
อาศยั หลักการ Colonization
๒. ชาวสงิ คโปรเ ปน Infidels ชาวจนี ทเ่ี กลยี ดชาวมสุ ลมิ มาเลยและมีหลายครัง้ ทร่ี ฐั บาล
สงิ คโปรใชกฎหมายขม เหงชาวมุสลมิ
๓. เหตุผลสุดทายสิงคโปรเปนตัวแทนของโลกตะวันตกในภูมิภาคเอเชียตะวันออก
เฉียงใต โดยเฉพาะการที่สิงคโปรไปฝกใฝกับสหรัฐในการเขารวมสงครามตอตานการกอการราย
ในยคุ ของ ปธน.บุช และไดประกาศแถลงการณท ี่จะกดดัน IS ในชว งปจ จุบนั
หากมองจากภายนอกจะพบวาสิงคโปรเปนประเทศท่ีดูสงบและปลอดภัยแตแทจริงแลว
Singapore กลับเปนประเทศท่ีเส่ียงจากภัยคุกคามของศตวรรษท่ี ๒๑ สงู มาก ทง้ั นเี้ พราะการเขาเปน
พนั ธมติ รกับสหรฐั เมือ่ ปธน.จอรจ ดับเบลิ้ ยู บชุ ประกาศสงครามตอ ตานการกอการรา ย (War On
Terrorism) ในป ๒๐๐๑ ซง่ึ มผี ลตอเนือ่ งมาถงึ ปจจบุ นั ซึง่ โดยทางการสิงคโปรเ องก็ประกาศเขา รว ม
กับสงครามตอตานการกอการรายของสหรัฐดวย ซ่ึงหากวเิ คราะหอ ยา งละเอยี ดพบวานจี่ ะเปน เหตุผล
ทําให IS มองวาสิงคโปรทเี่ ปน พนั ธมิตรกับสหรฐั เสมอื นฝรง่ั เศส เบลเยยี ม อังกฤษกลายเปนศตั รไู ป
โดยปริยาย เพราะวาไปเขาขายศัตรูแบบ “Far Enemy” ก็เทากับสิงคโปรประกาศเปนศัตรูกับ IS
จงึ ทาํ ใหตกเปนเปาของการกอการรายอยางหลีกเล่ยี งไมได
การวเิ คราะหค วามเสย่ี งนน้ั พบวา ถงึ แมจ ะเปน รฐั ขนาดเลก็ (City-State) แตก ม็ พี ฒั นาการ
สงู ระดบั โลกทาํ ใหป ระชาชนสว นใหญต อ งทาํ งานดว ยการแขง ขนั ทางความรแู ละเทคโนโลยี จงึ กอ ใหเ กดิ
ปญหาการขาดแคลนแรงงานจําพวก Blue Collar สงผลทําใหตองพ่ึงพาการนําเขาแรงงานตางชาติ
ซ่ึงสวนมากจะรวมตัวกันอาศัยในเขตลิตเติ้ล อินเดีย (Little India) และตามท่ีพักอาศัยคนงานท่ี
๗๓
ผปู ระกอบการจัดไวให เหตุการณล า สุดทน่ี า สนใจเพราะมผี ลตอความมั่นคงในระดับภูมิภาคคือ การที่
สงิ คโปรป ระกาศบงั คบั ใชก ฎหมายเฉพาะทเี่ รยี กวา “Internal Security Act” ซง่ึ ในชว ง ๑๖ พฤศจกิ ายน -
๑ ธันวาคม ๒๐๑๖ สามารถสงผลใหมีอํานาจเขาจับกุมผูตองสงสัยชาวบังกลาเทศและชาวโรฮีนจา
จาํ นวน ๒๗ คน (CNA, ๒๐๑๖) โดยสว นใหญท าํ งานตามเขตกอ สรางในสงิ คโปร มามากกวา ๒ ป
ซ่ึงไดเขารวมในการปฏิบัติการตาง ๆ ของอัล-เคดา มาหลายครั้งท่ัวโลกโดยทางการสิงคโปรไดพบ
หลกั ฐานตาง ๆ ทนี่ าจะเชอ่ื ไดว า เตรยี มไวก อเหตุในประเทศอ่นื ๆ ในภูมภิ าคนอกดินแดนสงิ คโปร
สรุปไดวา สิงคโปรน้ันเปน พนั ธมิตรท่ีเหนยี วแนนกบั “Far Enemy” อกี ท้ังยังมีนโยบาย
แข็งกราวตอการปราบปรามผูกอการรายจึงนาจะเปน “Iconic target” ที่ดีสําหรับผูกอการรายที่จะ
มาขยายอิทธิพลในอาเซียน เพราะสิงคโปรเปรียบเสมือนตัวแทนของชาติตะวันตกที่มีความทันสมัย
มีสถาบันการเงินและการศึกษาระดับโลก มีบริษัทรวมทุนขนาดใหญของโลกมาสรางฐานการลงทุน
ในภูมิภาค หากสิงคโปรถูกโจมตีจะเปนชัยชนะทางสงครามจิตวิทยา (Psychological warfare)
ทีจ่ ะเปน Shock Wave ซึ่งจะสง ผลไปทว่ั โลก
ประเทศไทยกบั ปญ หาการกอการรายในศตวรรษที่ ๒๑ จาก IS และกลมุ มุสลิมหัวรนุ แรง
อะไรคือความเส่ยี งของไทยจากการปฏบิ ัตกิ ารของผกู อการราย
แมวาประเทศไทยจะไมมีสว นรวมกบั ประกาศ “War On terrorism” หรือเขารว มปฏิบตั ิ
การปราบปรามผกู อ การรา ยอยา งเปด เผยจงึ ไมต กเปน “Near Enemy” หรอื “Far Enemy”แตก ไ็ มไ ดร บั
ประกนั วา ไทยจะไมถ กู โจมตี หรอื จะไมม ผี กู อ การเขา มาในไทย เพราะในอดตี ทผี่ า นมาแมว า ประเทศไทย
หรอื คนไทยไมใ ชเ ปา หมายโดยตรง (Direct Target) ของกลมุ หวั รนุ แรงตา ง ๆ อยา งไรกต็ าม ชาตติ ะวนั ตก
และกลุมธุรกิจท่ีขัดแยงกับกลุมผูกอการรายนั้นไดเขามาพํานักหรือเขามาขยายธุรกิจมีเปนจํานวน
มากและบอ ยครงั้ ท่ีถูกโจมตเี น่ืองจากเปน Soft Target ของกลมุ กอ การราย อยา งเชน ความพยายาม
ในการโจมตีสถานทูตอิสราเอลประจําประเทศไทยโดยกลุมฮิซบอลเลาะห ดวยรถบรรทุกระเบิดที่ถูก
ขโมยมาในป ๑๙๙๔ ซง่ึ ลม เหลวแตก น็ บั เปน ความพยายามการกอ การรา ย ตวั อยา งตอ มาคอื การจบั กมุ
นายริดวน อิซะมุดดีน (Riduan Issamuddin) หรือ ฮัมบาลี (Hambali) ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา
ในเดือนสงิ หาคม ๒๐๐๓ โดยนายฮัมบาลเี ปนผตู อ งหาตามหมายจบั จากการวางระเบดิ ท่ีเกาะบาหลี
รฐั บาลของหลายประเทศคาดการณว า นายฮมั บาลี มแี ผนจะกอ เหตรุ นุ แรงในการประชมุ สดุ ยอดผนู าํ เอเปค
ในชวงเดอื นตลุ าคม ป ๒๐๐๓ อกี เหตุการณท ี่นา จับตามอง คอื กรณรี ะเบดิ ที่ศาลพระพรหมเอราวณั
ทแ่ี ยกราชประสงคใ นเดอื นสงิ หาคม ๒๐๑๕ ทที่ าํ ใหม ผี เู สยี ชวี ติ ๒๒ คน บาดเจบ็ อกี ๑๒ คน แมท างการ
ไทยจะไมเปดเผยอยางเปนทางการวาใครหรือกลุมใดเปนผูกอเหตุ แตเหตุการณนี้ถือไดวาเปนการ
กอการรายในเมือง (Soft Target) หากมองภาพรวมก็จะพบวาไทยนน้ั กไ็ มไดปราศจากหรือปลอดภยั
จากการกอ การรายอยางสิน้ เชิง เพียงแตก ารกระทาํ ตา ง ๆ นนั้ พงุ เปา มาทคี่ นตางชาตทิ ี่มาพาํ นักหรอื
ทอ งเทีย่ วในไทย
๗๔
ประเทศไทยกบั ปญ หาการกอ การรายจากกลมุ IS
อะไรจะเปนสาเหตุให IS สามารถเขามาเผยแพรอิทธิพล หรือกลุมผูกอเหตุรุนแรงใน
จชต. นน้ั ถือวา เปน Grey-Conflict Zones เพราะมกี ารกอ ความไมสงบอยางตอ เนื่อง แตการที่ IS
จะเขามาปฏิบัติไดยากน้ันมีสาเหตุมาจากการที่ทางการไทยใหความใสใจและเขาถึงชุมชนชาวมุสลิม
ซงึ่ นบั วา ประสบความสาํ เรจ็ ในระดบั ทน่ี า พอใจ แตน นั่ กไ็ มไ ดท าํ ให IS จะลดความพยายามในการเขา มา
ในพน้ื ที่ เพราะเทคโนโลยีสารสนเทศจะทาํ ใหการตดิ ตามเฝา ระวังยากข้นึ นอกจากน้กี ารท่ีกลมุ ผกร.
มกี ารตดิ ตอ กบั กลมุ เจมาห อสิ ลามยี าห โดยทก่ี ลมุ ดงั กลา วไดส ง นกั รบตา งชาตชิ าวอนิ โดนเี ซยี กวา ๓๐๐ คน
และมาเลเซีย กวา ๖๐ คน ไปทําการรบในซีเรียและอิรัก หากการตอสูในพื้นท่ีดังกลาวสิ้นสุดลง
คนกลุมน้ีจะกลับสูภูมิลําเนาและอาจทําการปลุกเราบรรดา Lone Wolf หรือ Sleeper Cells
ซ่ึงเรียกไดวาปญหาท่ีเราจะพบคือ Outside-In หรือการที่มีบุคคลเขามาจากภายนอกแลวจะสราง
ปญหาภายใน อีกกลุมที่ควรจับตามองคือนักศึกษาไทยท่ีไปศึกษาใน Egypt, Libya, Pakistan
ถึงแมไมมีการพบวานักศึกษาเหลาน้ีฝกใฝความรุนแรง แตมักพบวามีการรวมกระจายขอมูลที่เรียกวา
Keyboard Warriors มีการแปลภาษาขอมูลของ IS เปนภาษาไทยซ่ึงสามารถใชเปนแหลงขอมูล
ในการรว มกบั IS ในอนาคต
วิเคราะหสรุปปญ หาประเทศไทยและอาเซียน มโี อกาสถกู คกุ คามโดย IS หรอื ไม
เหตุการณเขายึดพื้นท่ีในอิรัก ซีเรีย และลาสุดในฟลิปปนสน้ัน ลวนแตมีความหมาย
ท่สี ําคัญตอไทยและอาเซยี น แตมเี หตผุ ลของความสําเรจ็ ในการยดึ ครองพ้ืนที่ทีต่ า งกนั ออกไป โดยจะ
เหน็ ไดจากการท่ี IS เขามามบี ทบาทในการควบรวมกลุม หวั รนุ แรงในตะวนั ออกกลางมาเปนเวลานาน
โดยการใช Hard Power สรา งความหวาดกลัวจนทําใหม อี ิทธพิ ลอยา งกวางขวาง สวนในการควบคุม
และหาความชอบธรรมจากประชาชน IS ใชเ หตผุ ลทางดา นอดุ มการณว า บรเิ วณพน้ื ทปี่ ฏบิ ตั กิ ารของ IS
นน้ั ถอื ไดวา เปน “ดินแดนศกั ดิส์ ทิ ธ์ิของชาวมสุ ลมิ ” และการรกุ รานของชาติตะวันตกน้นั ยังเปน เหมือน
การละเมดิ ความเปน ชมุ ชนของชาวมสุ ลมิ ทงั้ มวล รวมถงึ การทส่ี หรฐั และชาตพิ นั ธมติ รใหก ารสนบั สนนุ
มุสลิมนิกายชีอะหในอิรักแทนที่กลุมพรรคบาธ ซ่ึงเปนซุนหน่ี ชนช้ันปกครองมาเปนเวลานานและ
มีความรูความสามารถ มีฐานอํานาจมายาวนานทําใหชาวซุนหน่ี เชน อดีตสมาชิกพรรคบาธโกรธ
แคนเน่ืองจากถูกชาติตะวันตกปลดจากอํานาจจึงมองหาวิธีในการตอบโต ตอมาในการบริหารเงินทุน
พบวา ในพนื้ ทปี่ ฏบิ ตั กิ ารนนั้ เปน พน้ื ทอี่ ดุ มสมบรู ณไ ปดว ยแหลง นา้ํ มนั ซง่ึ ทาํ ใหก ลมุ IS มรี ายไดม ากกวา
๓,๐๐๐,๐๐๐ เหรยี ญสหรฐั ตอ วนั ทาํ ใหม เี งนิ มาใชใ นการสนบั สนนุ การดาํ เนนิ การรบแบบยาวนานหรอื
สนบั สนนุ กลมุ ตา งๆ ทวั่ โลก ในกรณขี องมนิ ดาเนา มเี หตผุ ลทแี่ ตกตา งเพราะเดมิ เปน พนื้ ทที่ ถี่ กู ควบคมุ
ดว ยอทิ ธพิ ลของกลมุ แบง แยกดนิ แดนจาํ นวนหลายกลมุ มาอยา งยาวนาน แตเ นอื่ งจากรฐั บาลดเู ตอรเ ต
ของฟลิปปนสเริ่มเขามาเจรจาหาทางออกรวมจึงสงผลใหมีกลุมอิทธิพลบออกมาหยุดความรวมมือ
โดยแกนนาํ ทเี่ ปน หนว ยงานสงั กดั IS ไดใ ชก ารรวบรวมกลมุ หวั รนุ แรง Sharing Ideology เปน ตวั ประสาน
๗๕
ในการควบคมุ ประชาชนชาวมุสลิมกวา ๒๐๐,๐๐๐ คนนน้ั ดวยพ้ืนทด่ี งั กลาวอยหู างไกลและทรุ กันดาร
ทาํ ใหค วามชว ยเหลอื ของรฐั บาลเขา ไมถ งึ จงึ งา ยตอ การถกู กลมุ หวั รนุ แรงโดยเฉพาะอยา งยง่ิ อาบู ซายาฟ
เขา ไปปฏิบัติการตาง ๆ ไดจ นเกอื บจะเสรี ซึง่ หากมองในดานของการเงินนั้น อาบู ซายาฟกม็ ีความ
ชํานาญในการจับคนเพ่ือเรียกคาไถและนําเงินมาชวยเหลือประชาชน (Soft Power) จึงพอจะสรุป
ไดวาพื้นท่ีควบคุมของ IS ลวนแตเปนพื้นที่ท่ีมีปญหาภายในสะสมมาเปนเวลานานโดยประชาชน
จํานวนมากไดมีการรวมมือกับกลุมทั้งจากอิทธิพลของ Hard Power และ Soft Power รวมกัน
จน IS สามารถสถาปนาตนเองเปน Vilayat of Asia (Islamic Faction in Asia)
การกอ เหตยุ ดึ พนื้ ทแี่ บบทเี่ กดิ ขนึ้ ในมาราวจี ะเกดิ ขน้ึ ในไทยนนั้ มคี วามเปน ไปไดน อ ยเพราะ
การท่ีจะยึดพื้นท่ีลักษณะดังกลาวไดจําเปนจะตองใชเงินทุนและความรวมมือจากประชาชนผูฝกใฝใน
พนื้ ท่ี (local resistance) เปนจํานวนมาก และจะตองเปนเขตอิทธพิ ลของผกู อการรา ยเปน เวลานาน
มีความเหลื่อมลาํ้ ทางเศรษฐกิจ สังคมสงู จะเหน็ ไดชัดไดจากการขาดการดแู ลเอาใจใสจ ากฝา ยรัฐบาล
แตใ นกรณขี องประเทศไทยนน้ั จะเหน็ ไดว า รฐั บาลไดม กี ารทมุ เททรพั ยากรจาํ นวนมากเพอ่ื พฒั นาพนื้ ท่ี
รวมทั้งใหความสําคัญตอชาวไทยมุสลิมทุกกลุมในทุกพ้ืนท่ีอันกอใหเกิดการยอมรับในรัฐบาลโดยกลุม
ประชาชนในพ้ืนที่โดยใหความรวมมือในการพัฒนาทองถ่ินอยางตอเนื่อง ตอมาพบวาการตอสูใน
Grey-conflict zone ใน จชต. น้ันไมไดเรมิ่ มาจากปญหาความไมเทาเทยี มในสังคมหรือการใชความ
รุนแรงของรัฐ เวนแตเปนเพียงการเคล่ือนไหวทางการเมืองของกลุมบุคคลท่ีตองการแบงแยกดินแดน
ดังนนั้ พอจะสรุปไดสามประการ
๑. การที่ IS จะเขามาต้ังฐานในไทยไมสามารถทําไดโดยงายเพราะประชาชนในพ้ืนท่ี
ไมน า จะใหค วามรว มมือ อนั จะทําให IS ขาดแนวรวมที่เปน คนในทอ งถิ่น
๒. กรณอี ริ กั และซเี รยี มผี ลมาจากการทเี่ กดิ ภาวะรฐั ลม เหลว (Failed State) ซง่ึ ทาํ ให IS
มีโอกาสสถาปนาเขตอาํ นาจของตนขนึ้ มาได แตรฐั บาลไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซยี ตา งเปน รัฐบาล
ทม่ี ่นั คงและเขม แขง็
๓. หาก IS พยายามท่ีจะใช Hard Power ผานการใชกาํ ลังกจ็ ะทําใหประชาชนในพน้ื ที่
ทไี่ มไดม องวา รฐั บาลเปน ศตั รทู ําการตอ ตานกบั ฝาย IS และใหความรว มมอื กับฝา ยรัฐบาล
ทั้งหมดนี้สามารถสรุปไดวาปฏิบัติการท่ีดูมีความเปนไปไดมากท่ีสุดของ IS ในอาเซียน
ที่เปนกลุมเสี่ยงคือการใชกลยุทธดาวกระจาย (Vilayat) เปนการใชความรุนแรงแบบหลายพื้นท่ี
โดยอาจใช Lone Wolf และ Sleeper Cells ใหอ อกมาโจมตเี ปา หมายทเี่ ปน สญั ลกั ษณ (Iconic Target)
และเปา หมายประเภท Soft Target เพื่อแสดงความสามารถวาตนสรา งความรุนแรงไดโดยฝา ยรฐั จะ
ตอ งเพม่ิ ความระมดั ระวงั พน้ื ทคี่ วามเสย่ี งสงู โดยเฉพาะสถานทตู หรอื แมก ระทง่ั แหลง ผลประโยชนข อง
ศัตรูทางตรง แมว า ไทยไมไ ดเ ปน ผูขัดแยงทางตรงหรือเขารวมแผนยุทธศาสตร War on terrorism แต
วา สงครามสมยั ใหมน น้ั กลมุ กอ การรา ยไมจ าํ เปน ตอ งมงุ โจมตเี จา ของประเทศโดยตรง แตก ไ็ มต า งอะไร
กับการกอการรายโดยตรงกับประชาชนชาวไทยอยูดีเพราะการกอเหตุที่เกิดข้ึนในดินแดนของไทย
เทา กับวา ประเทศไทยถกู รุกรานจากภัยคกุ คามของศตวรรษท่ี ๒๑ แลว น่ันเอง
๗๖
๒. ปญหาที่ชนกลมุ นอยของประชาคมอาเซยี น(ASEAN) กาํ ลงั ประสบในปจจบุ ัน
ความเปนชาติพันธุเปนอีกประเด็นหนึ่งที่ไดรับความสนใจจากเวทีการเมืองระดับ
นานาชาติ ความเปนชาติพันธุถูกนําไปโยงกับสิทธิมนุษยชน และการใชความรุนแรงทางการเมืองใน
หลายซอกมุมของโลก เมื่อเกิดปญหาน้ีขึ้นกับประเทศใด ขอหาละเมิดสิทธิมนุษยชน และเกียรติภูมิ
ของประเทศชาติ มกั ไดร ับการต้ังคาํ ถามจากประชาคมโลกอยเู นืองๆ
ประชาคมอาเซยี นเปน ประชาคมทป่ี ระกอบไปดว ยประเทศสมาชกิ ทม่ี คี วามแตกตา ง
ดา นชาตพิ นั ธหุ ลากหลาย จากการขอ มลู ของประชาคมอาเซยี นนนั้ ประชาคมอาเซยี นมถี งึ ๕๔ ชาตพิ นั ธุ
ที่ไดรับการรับรองอยางเปนทางการ และท่ีผานมาประชาคมอาเซียนมีความพยายามท่ีจะจัดการกับ
ปญ หาความแตกตา งทางชาตพิ นั ธหุ ลายครง้ั แตผ ลกไ็ มไ ดเ ปน ทนี่ า พงึ่ พอใจมากนกั เพราะไมไ ดร บั ความ
รว มมอื จากสมาชกิ เทา ทคี่ วร เนอื่ งจากประเทศสมาชกิ เหลา นม้ี องปญ หาชาตพิ นั ธเุ ปน ปญ หาทกี่ ระทบ
ความม่ันคงของประเทศตัวเอง เพราะชนกลุมนอยจะนํามาซึ่งปญหายาเสพติด ปญหาอาชญากรรม
ปญ หาการบกุ รุกพนื้ ที่ปาไม ทท่ี าํ กิน ปญ หาความขัดแยง ระหวา งชาติพันธุก ันเอง ดังนนั้ ถึงแมจ ะมกี าร
หยบิ ยกประเด็นชนกลุมนอยข้ึนมาบอยคร้ังในเวทีการประชุมอาเซียนทีผ่ านๆ มา ก็ทําไดเพียงแคก าร
พดู คยุ ถึงมาตรการในการจัดการ แตไมส ามารถท่จี ะมกี ารบงั คบั ใชม าตรการดานสทิ ธิมนษุ ยชนและคน
กลุมนอยไดอยางจริงจังเพราะไมไดรับความรวมมืออยางเต็มที่จากประเทศสมาชิกเน่ืองจากประเทศ
สมาชิกก็ไมไดมองชนกลุมนอยเหลาน้ีเปนชนชาติของประเทศตัวเอง ซ่ึงตรงกันขามกับคําขวัญของ
ประชาคมอาเซยี น One Vision, One Identiy, One Community
ปญ หาทกี่ ลมุ ชาตพิ นั ธกุ าํ ลงั เผชญิ อนั หนกั หนว งในปจ จบุ นั ทกี่ ลายมาเปน ปญ หาการละเมดิ
สทิ ธมิ นษุ ยชนนัน้ คือ
๑. ปญหาการคามนุษย ที่เปนปญหาใหญที่ทั้งโลกกําลังประสบอยู ที่ลามเปนปญหา
อืน่ ๆ ตอเนอ่ื งกันไป เพราะชนกลมุ นอ ยเหลาน้จี ะถกู สงตอโดยวธิ ีตางๆ ที่ไมช อบธรรม เชน วธิ ีการ
ขูเขญ็ หรอื ดว ยการใชก าํ ลัง หรือดวยการบีบบงั คบั ในรูปแบบอ่นื ใด ดว ยการลกั พาตัว ดว ยการฉอ โกง
ดว ยการหลอกลวง ดว ยการใชอาํ นาจโดยมชิ อบเพือ่ ความมงุ ประสงคใ นการแสวงประโยชนใ นรปู แบบ
ตา งๆ
๒. ปญ หาการกดข่ี ถกู เอารดั เอาเปรยี บอยา งไมเ ปน ธรรมโดยนายจา ง เพราะชนกลมุ นอ ย
เหลา นไี้ มไ ดร บั ความใสใ จเหมอื นกบั ชนกลมุ ใหญใ นประเทศ เมอื่ เกดิ ปญ หากไ็ มไ ดร บั ความยตุ ธิ รรมจาก
หนวยงานทเี่ ก่ยี วของ
๓. ปญ หาการถกู ทาํ รา ยรา งกายและทารณุ กรรมทางเพศ โดยเฉพาะเดก็ และสตรี เนอื่ งจาก
ทัศนคติของสังคมที่มีตอชนกลุมนอยในเร่ืองความเทาเทียมกัน หรือคุณคาในความเปนมนุษยของ
ชนกลุม นอยเหลานี้
๗๗
๔. ปญ หาการใชแ รงงานทไ่ี มย ตุ ธิ รรม การใชแ รงงานเกนิ เวลา และไมต รงตามหลกั มนษุ ยชน
ขององคกรระหวางประเทศ ทําใหช นกลุมนอ ยประสบปญ หาท่ีกระทบตอ สขุ ภาพกายและสุขภาพจิต
๕. ปญ หาภาวะสขุ ภาพ โดยเฉพาะเดก็ แรกเกดิ หญงิ มคี รรภ และผสู งู อายุ ทไี่ มไ ดร บั การ
ดแู ลแบบถกู ตอ ง เนอ่ื งจากไมไ ดร บั สวสั ดกิ ารเหมอื นชนกลมุ ใหญใ นประเทศนน้ั ๆ บคุ คลกลมุ นเี้ ปน กลมุ
ทมี่ ปี ญหามากที่สุดในปจจุบันนี้
๖. การถูกลิดรอนสิทธ์ิตาง ๆ ที่ควรจะไดรับในฐานะประชาชนในประเทศ เนื่องจาก
ชนกลมุ นอ ยเหลา นถ้ี กู มองเปน คนทไี่ มถ กู กฎหมาย ดงั นน้ั สวสั ดกิ าร การรกั ษาพยาบาล การศกึ ษา และ
อนื่ ๆ จะเปนส่งิ ทช่ี นกลมุ นอยไมสามารถเขาถึงได สง ผลตอ คณุ ภาพชีวิตของพวกเขาอยา งตอเน่อื ง
สรปุ แนวโนม ในอนาคตอนั ใกลน ี้ กย็ งั คงมกี ารยกประเดน็ ปญ หาชนกลมุ นอ ยในกลมุ ประเทศ
สมาชิกอาเซียนเหมอื นทกุ ครั้ง แตผลลพั ธทีจ่ ะนาํ สกู ารดําเนินการอยา งจริงจังนัน้ คงจะมอี ปุ สรรคอยูด ี
นอกจากจะใชงบประมาณที่สูงแลวยังตองแกตัวบทกฎหมายตางๆ และไปเก่ียวพันกับเร่ืองอธิปไตย
ของแตละประเทศ เพราะหลายประเทศยงั มคี วามเขา ใจและนิยามชนกลมุ นอยแตกตา งกันไป และไม
พรอ มทจี่ ะแกไ ขอยา งจรงิ จงั ทาํ ใหป ญ หานคี้ งเปน ปญ หาคาราคาซงั ทร่ี อความพรอ ม และความรว มมอื
จากทุกประเทศในการหาทางออกในเรอ่ื งนี้
ªÒμ¾Ô ¹Ñ ¸¡Ø ºÑ ¡ÒÃàÁ×ͧàÃ×Íè §ª¹¡ÅØ‹Á¹ÍŒ Âã¹Ê§Ñ ¤Áä·Â
นักมานุษยวิทยาในเอเชียอาคเนย แบงกลุมชาติพันธุเปนสามกลุม ไดแก กลุมเรรอน
กลุมตั้งถิ่นฐานก่ึงถาวร (ไดแก ชาวเขาตางๆ) และกลุมรัฐประเทศ ท้ังนี้มิติหนึ่งในการพิจารณาก็คือ
ลักษณะทางเศรษฐกิจ การเพาะปลูกตามลักษณะของการต้ังถิ่นฐาน กลุมเรรอนจะลาสัตวหาของปา
กลุมชาวเขาจะเลี้ยงสัตว คาขาย และทําไรเล่ือนลอย ยกเวนพวกฉานและคะฉ่ิน
ซ่ึงมีลักษณะท่ีกาวหนากวา โดยพิจารณาจาก รูปแบบการเกษตร ความซับซอนทางการปกครอง
และการรบั พุทธศาสนา
ในทฤษฎีการแพรกระจายทางวัฒนธรรมน้ี เห็นวาคนจีนและอินเดียเปนผูอพยพเขามา
ทีหลังการแพรกระจายตัวของวัฒนธรรมหลัก (ในท่ีน้ีหมายถึงไทยกับพมา) โดยคนเหลาน้ีเขามา
ประกอบอาชีพบางประการในสังคม อาทิ คนจีนมาคาขาย ตอมาพัฒนามาเปนนายอากรบอนเบี้ย
คนอินเดียมาคา ขาย และมาเปน พราหมณ ในประเดน็ เรอ่ื งสังคมไทยน้นั นักมานุษยวิทยากระแสหลัก
ใหค วามเหน็ ถึงประเดน็ ความสอดคลอ งกันของมติ ทิ างชาติพันธุในสามมิติไดแ ก
๑. กลุมชาติพันธุ (ethnic group) คือ กลุมคนท่ีมีวัฒนธรรมเดียวกัน รวมถึงการสืบ
เชือ้ สายเดียวกนั
๒. กลุมเชื้อชาติ (racial group) คือ กลุมคนที่มีลักษณะทางกายภาพคลายกัน อาทิ
นีกรอยด มองโกลอยด คอเคซอยด
๓. กลมุ สญั ชาติ (national group) คอื กลุมคนท่ีเปนสมาชกิ ของประเทศนน้ั ๆ
๗๘
นกั มานษุ ยวทิ ยากระแสหลกั ไดใ หท ศั นะวา ตวั แปรทางศาสนามกั เปน ตวั แปรทส่ี าํ คญั ทกี่ อ
ใหเ กิดความขัดแยงทางชาตพิ ันธุ แนวคดิ ในเร่ืองการเขากันไดระหวา งชนกลุมนอยกบั ชนกลมุ ใหญนนั้
อาจรวมเรยี กวา การผสมกลมกลนื ทางวฒั นธรรม (assimilation) การปรบั รบั วฒั นธรรม (acculturation)
บูรณาการทางวฒั นธรรม (integration) หรือ การรวมกนั เปน พหุสังคม (pluralism) ขณะท่หี ากเกิด
การเขากันไมไ ด ชนกลุมนอยกอ็ าจแยกออกไปเปน กลมุ แบงแยกดนิ แดน (separatist group) หรอื
กลมุ ผกู อ การรา ย (militant group) เพื่อแยกดนิ แดนเพ่ือตั้งประเทศใหม เม่อื พิจารณาในรายละเอยี ด
ของสังคมไทย เราจะพบวาประเด็นเร่ืองของชนกลุมนอยที่ผานมานั้นถูกพิจารณาวาเก่ียวของกับ
“ความม่ันคงของชาต”ิ
เลขาธิการสภาความม่ันคงในป ๒๕๒๙ ใหความเห็นวาสังคมไทยมีความผสมกลมกลืน
เปน อยา งสงู เปน คนไทยดว ยกนั หมด นบั จากชาตพิ นั ธตุ า งๆ ทเี่ คยอพยพเขา มาพง่ึ พระบรมโพธสิ มภาร
ปญ หาชนกลมุ นอ ยเพงิ่ จะมาเปน ปญ หาจรงิ จงั หลงั สงครามโลกครง้ั ทส่ี อง เรมิ่ ตน ดว ยการอพยพเขา มา
ของชาวเวียดนาม หรือญวนอพยพ และปจจัยสําคัญท่ีทําใหปญหาชนกลุมนอยทวีความรุนแรง
มากขนึ้ กค็ อื ความไมส งบทเี่ กดิ ขนึ้ ในประเทศเพอ่ื นบา น ทาํ ใหเ กดิ ชนกลมุ นอ ยทเี่ ปน ผอู พยพลภ้ี ยั ตา งๆ
ขน้ึ หลายกลมุ อาทิ จนี ฮอ ผพู ลัดถนิ่ สัญชาตพิ มา ขณะที่ผูล้ีภัยชาวอินโดจีนจากการเปลี่ยนแปลงไปสู
คอมมิวนิสตในอินโดจีนเมื่อป ๒๕๑๘ และผูล้ีภัยจากกัมพูชาเมื่อป ๒๕๒๒ สภาความมั่นคงถือวา
เปนเพียงผูที่พักพิงอยูในประเทศไทยชั่วคราวเพื่อรอสงตัวกลับภูมิลําเนา หรือสงไปประเทศที่สาม
ไมใชชนกลุมนอย (ซ่ึงทางราชการมีนโยบายปฏิบัติตอกลุมชนเหลานี้ตางไปจากชนกลุมนอย)
และขณะเดียวกันชนกลุมนอยยังหมายถึงชาวเขาทางภาคเหนือ และชาวไทยมุสลิมทางภาคใตดวย
อันเนื่องมาจากมีความเปนมาทางชาติพันธุแตกตางไปจากชาวไทยสวนใหญ ในมุมมองของสภา
ความมั่นคง พบวาชนกลุมนอยในประเทศไทยน้ันแบงออกเปน ๑) ชาวจีน ๒) ญวนอพยพ
๓) ชาวเขา ๔) จีนฮอ ๕) ผพู ลดั ถ่ินสัญชาตพิ มา ๖) ชาวไทยมสุ ลิม
ปญหาท่ีเกิดจากชนกลุมนอย ในมุมมองของเลขาธิการสภาความมั่นคงแหงชาติ
พบวาปญหาชนกลุมนอยน้ันมีผลตอการสรางประชาคมการเมืองท่ีมีความเปนอันหนึ่งอันเดียวกัน
(nation-building) ซึ่งเปนพ้ืนฐานตอ การพฒั นาประเทศไปสคู วามเจรญิ ในดานตา งๆ
ปญหาชนกลมุ นอ ยในแงความม่ันคงของชาตสิ ามารถสรุปไดด ังนี้
๑. การเพมิ่ ประชากรในหมูชนกลุมนอย โดยเฉพาะชาวเขาและไทยมุสลิม เน่อื งมาจาก
คตินิยม ความเช่อื ทางศาสนา ความตองการแรงงานในการผลิต การขยายกาํ ลังรบเพือ่ สงครามกชู าติ
๒. การแทรกซึมบอนทําลายความม่นั คงแหงชาติ โดยเฉพาะชาวญวนอพยพ
๓. การเขา มามีอิทธพิ ลทางดานเศรษฐกจิ การคา คอื ชาวจนี และชาวญวนอพยพ
๔. ความผูกพันกบั ชาตพิ นั ธุเดิม โดยเฉพาะกลุมทเ่ี พงิ่ เขามาต้งั รกราก ท้ังจากชาวญวน
อพยพและไทยมสุ ลมิ
๗๙
๕. การบุกรุกทําลายปาและปลูกฝน โดยเฉพาะกรณีชาวเขา ซ่ึงทําไรเล่ือนลอยทําให
ปาไมและแหลงตนนํ้าลําธารถูกทําลายลงอยางรวดเร็ว นอกจากนี้ยาเสพติดยังบอนทําลายประเทศ
ทัง้ ทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมอื งระหวา งประเทศ (เปรยี บเทียบกับประเด็นปจ จุบัน)
๖. ปญหาดานยาเสพติด ไดแก กลุมจีนฮอ และผูพลัดถิ่นสัญชาติพมากลุมตางๆ
เพ่อื แสวงหารายไดเพอ่ื เลยี้ งดูกองกําลังและจดั ซ้อื อาวุธ
๗. ผลกระทบท่ีตามมากับความสัมพันธกับประเทศเพื่อนบาน โดยเฉพาะกรณีจีนฮอ
ซงึ่ อาจสรา งความเคลอื บแคลงแกร ฐั บาลพมา วา รฐั บาลไทยใหก ารสนบั สนนุ ชนกลมุ นอ ย (??? แสดงวา
รฐั บาลไทยปฏเิ สธมาโดยตลอดวา ไมเคยสนบั สนนุ ชนกลุมนอ ย และไมมกี ารพดู ถึงกะเหรย่ี ง)
๘. ความสงบเรยี บรอยทางการปกครอง อาทิ จีนฮอเกบ็ ภาษีเถอื่ นและเรียกคา คมุ ครอง
ในหมชู าวเขา การสรู บกับพมา นําไปสูค วามเสยี หายบริเวณชายแดน รวมไปถึงกรณชี าวญวนอพยพ
๙. ปญหาการแบงแยกดินแดน โดยเฉพาะชาวไทยมุสลิมบางสวน ที่ทําการปลุกระดม
ใหเ กิดความรสู กึ เปนปฏิปกษกับรฐั บาล
¹âºÒÂáÅÐÁÒμáÒÃ㹡ÒÃá¡äŒ ¢»Þ˜ ËÒª¹¡ÅØ‹Á¹ŒÍ¡ºÑ ¤ÇÒÁÁ¹èÑ ¤§¢Í§ªÒμÔ
รัฐบาลไทยเนนการแกปญหาแบบผสมกลมกลืน โดยใหชนกลุมนอยผสมกลมกลืน
กับชนกลุมใหญผานกระบวนการกลอมเกลาทางสังคม โดยทําใหชนกลุมนอยคอยๆ เปล่ียนวิถีชีวิต
ความรูสึกนึกคิด ขนบธรรมเนียมประเพณีของตนใหกลมกลืนและสอดคลองกับวัฒนธรรมของ
ชนกลมุ ใหญจนในท่สี ุดชนกลุมนอยจะไมมีเอกลกั ษณเ ปน ของตนเอง
นอกจากนี้แลว เราจะเห็นถึงความซับซอนในเร่ืองของการเคลื่อนตัวของนโยบาย
การจัดการเรื่องชาติพันธุที่ซับซอนข้ึน จากเรื่องของชนกลุมนอย มาสูเรื่องของผูล้ีภัย มาถึงเรื่อง
ของแรงงานตางดาว ซ่ึงในความเปนจริงเราอาจจะพบวาการทํางานของวิธีคิดและการปฏิบัติตอ
กลุมชาติพันธุน้ันมีการผสมผสานเร่ืองเหลานี้เขาดวยกันมากกวาการแบงยุคสมัยท่ีชัดเจนก็เปนได
อคตทิ างชาตพิ นั ธุ (ethnocentric) หมายถงึ การประเมนิ คณุ คา ของสงั คม วฒั นธรรมอน่ื ๆ
โดยใชตัวเราเองหรือสังคมวัฒนธรรมของเราเองเปนมาตรฐาน เชน มองวัฒนธรรมอ่ืนวาตํ่ากวา
นา รงั เกยี จ
อคตทิ างชาตพิ นั ธยุ งั เกยี่ วพนั กบั เรอื่ งของความสมั พนั ธร ะหวา งเชอ้ื ชาติ (race relations)
ทเี่ ปน เรอ่ื งเกยี่ วกบั ขอ แตกตา งของลกั ษณะทางชวี ภาพ และเกดิ จากการกดี กนั ความลาํ เอยี ง และเลอื ก
ปฏิบัติ ประเด็นสําคัญก็คอื กลมุ ท่ีถกู เลอื กปฏิบัติ (เชน ผิวดํา) กลายเปนผูดอ ยโอกาส และไมส ามารถ
ปรบั ปรงุ ตวั เองใหด ขี ้ึนได กลุม ดอ ยโอกาสจงึ เปน กลุม ดอยโอกาสตลอดไป
แนวคิดเรื่องชาติพันธุยังมีผูอธิบายเพ่ิมเติมอีกวา มีประโยชนกวาแนวคิดเร่ืองเชื้อชาติ
และส่ิงสําคัญนั้นมิไดอยูที่เรื่องของการคนหาความเปนจริงเบื้องหลังวาลักษณะเฉพาะของแตละกลุม
ชาติพันธุน้ันอยูท่ีไหน หากแตสิ่งท่ีควรสนใจก็คือกลุมชาติพันธุน้ันไมเคยดํารงอยูโดยไมสัมพันธกับ
๘๐
กลุมชาติพันธุอ่ืนๆ ดังน้ันสิ่งท่ีสําคัญจึงอาจมิไดอยูท่ีการจดบันทึกชาติพันธุวรรณา หากแตอยูท่ีเรื่อง
ของความสัมพันธระหวางกลุม ซึ่งแตละกลุมน้ันจะรูสึกวากลุมตนน้ันมีลักษณะเฉพาะ ขณะเดียวกัน
กลุมแตละกลุมนั้นก็อาจมีสถานภาพทางสังคมที่ไมไดอยูในระนาบเดียวกันก็อาจเปนได (สวนสําคัญ
ที่มักจะมีในปจจัยรวมทางวัฒนธรรม ไดแก ความเช่ือวากลุมของตนมีท่ีมาและบรรพบุรุษรวมกัน)
และขณะเดียวกัน การเปล่ียนแปลงการอางอิงตัวเองกับกลุมชาติพันธุนั้นก็เกิดขึ้นได และทําใหเรื่อง
ของชาติพันธุน้ันเก่ียวของกับการเมืองเรื่องอัตลักษณ (identity politics) ซึ่งเปนฐานไปสูการเมือง
เรอื่ งของความแตกตา ง ทมี่ ไิ ดเ นน เรอื่ งการผสมกลมกลนื แตเ นน เรอ่ื งการรบั รองความแตกตา งในสงั คม
ในโลกปจจุบัน ความขัดแยงเชิงชาติพันธุในระดับโลกและในระดับประเทศน้ันมีขึ้น
ในหลายพ้นื ท่ี รวมไปถงึ พืน้ ท่ีทเ่ี ปลี่ยนผานจากคอมมิวนิสตมาสโู ลกเสรี หรือพื้นทีใ่ นโลกกําลังพัฒนา
นกั คดิ บางคนเชอ่ื วา การเขา สปู ระชาธปิ ไตยโดยไมม รี ะบบการจดั การความสมั พนั ธท างชาตพิ นั ธทุ ดี่ นี น้ั
อาจนําไปสูปญ หาความขดั แยง และความรนุ แรงทางชาตพิ นั ธไุ ด
ความเขา ใจในเรอื่ งของการรวมกลมุ ทางชาตพิ นั ธอุ าจจะไมใ ชค าํ ตอบโดยตรงกบั ความเขา ใจ
ในเรื่องของความขัดแยง ทางชาตพิ นั ธุ (ethnic conflict) ซึง่ มผี ูอธบิ ายวามอี ยดู ว ยกนั ๓ รปู ลกั ษณะ
๑. คาํ อธบิ ายเชงิ ระบบ (systemic): มองวา ความขดั แยง ทางชาตพิ นั ธเุ ปน ผลจากลกั ษณะ
ธรรมชาติของระบบความมั่นคงปลอดภัยที่กลุมชาติพันธุเหลาน้ันมีชีวิตอยู ซึ่งในแงนี้ ความขัดแยง
จะไมเกิดขึ้นถาอํานาจรัฐสามารถควบคุมกลุมตอตานได และนอกจากนี้ยังรวมไปถึงความเชื่อที่วา
ความรุนแรงน้ันอาจเกิดขึ้นไดถากลุมบางกลุมเช่ือวาจะมีความมั่นคงมากกวาถาโจมตีกลุมอ่ืนกอน
นอกจากนี้แลว การลมสลายของระบบรัฐเดิม อาทิ โซเวียตก็เปนอีกเหตุผลหนึ่งท่ีทําใหแตละกลุม
ชาติพันธุเร่ิมสะสมอาวุธทางทหารเพิ่มมากขึ้นและมีผลตอความขัดแยงและทัศนคติ-ความคาดหวัง
ท่ีมกี บั ระบบการเมอื ง
๒. คําอธิบายเชิงระบบภายในประเทศ (domestic) : ซึ่งใหความสําคัญกับเรื่องของ
ประสิทธิภาพของรัฐในการเขาใจปญหาของประชาชนของตนเอง ผลกระทบจากชาตินิยมท่ีมีตอ
ความสัมพันธระหวางกลุมชาติพันธุภายในประเทศ และผลกระทบจากกระบวนการสรางความเปน
ประชาธิปไตยท่ีมีตอความสัมพันธระหวางกลุมชาติพันธุ ส่ิงที่ตามมาจากคําอธิบายน้ีก็คือบางครั้ง
ความรูสึกชาตินิยม และการเกิดประชาธิปไตย ก็นําไปสูความตื่นตัวของผูคนที่รูสึกวาตนขาดรัฐ
ทเ่ี ขม แข็งทจ่ี ะมาปกปองดแู ลตนเอง
๓. คําอธิบายในเชิงการกอตัวของความขัดแยงที่มีข้ึนอยางตอเน่ือง (perpetual) :
ซ่ึงเกี่ยวพันกับเรื่องของการรับรูและเขาใจซ่ึงกันระหวางกลุมชาติพันธุ ซ่ึงความไมเปนมิตรกันอาจเกิด
มาจากความเขา ใจผดิ หรือการรบั รูป ระวตั ศิ าสตรที่ผดิ พลาด
แนวคิดเรอ่ื งชาติพันธนุ นั้ ใหคุณประโยชนใ นการอธบิ ายความสัมพันธระหวา งกลุมคน
โดยไมยึดติดกับความแตกตางทางรางกาย-กายภาพเชนเดียวกับแนวคิดเร่ืองเช้ือชาติ และขณะ
เดียวกันก็ไมเช่ือวาความสงบทางสังคมจะเกิดขึ้นทามกลางแนวคิดในแบบการผสมกลมกลืน
๘๑
ทชี่ นกลุมนอ ยนั้นจะตอ งผสานตวั เองเขา สูวัฒนธรรมของชนกลมุ ใหญ แนวคดิ เรือ่ งของความละเอียด
ออ นในประเดน็ ชาตพิ นั ธนุ เี้ องทน่ี าํ ไปสคู วามเขา ใจในเรอ่ื งการเมอื งแหง ความหลากหลายทางวฒั นธรรม
(multiculturalism) ที่เริ่มเขาใจชนกลุมนอยมากข้ึนวาเขามีชีวิตอยางไร มากกวามองวาคนเหลานี้
เปนเพยี งเหย่อื ของระบบแหง ความเกลียดชัง แตท ั้งนแ้ี นวคดิ เรอ่ื งกลมุ ชาติพนั ธุนัน้ มักถูกวิจารณว าให
ความสาํ คญั กบั มติ ทิ างวฒั นธรรมของชนกลมุ นอ ยมาก จนละเลยพลงั อนั มหาศาลทก่ี าํ กบั ชนกลมุ นอ ย
เหลานเี้ อาไว ซึ่งเมอ่ื เราศกึ ษาถงึ แนวคดิ เร่ืองอคติ และการเลือกปฏิบตั ทิ างสีผวิ (racism) และทฤษฎี
ทีว่ าดว ยความขดั แยง เราจะเขา ใจประเด็นดังกลาวน้ีไดชัดเจนข้นึ
เรื่องของอคติทางสีผวิ (racism) ซึ่งจะทาํ ใหเ รามองมติ ใิ นเรอื่ งความสมั พันธระหวา งผูคน
ท้ังทางวัฒนธรรมและการเมืองเศรษฐกิจ ในสวนของความขัดแยงไดอีกมุมหนึ่ง เพราะการพิจารณา
เร่ืองอคติสผี วิ นัน้ ใหค วามสําคญั กบั การพจิ ารณาวา สังคมใหญน้ันมที าทแี ละปฏบิ ัตติ อกลุมชาติพนั ธุ
อยา งไร ซง่ึ ในประเดน็ นแี้ ตกตา งไปจากการศกึ ษากลมุ ชาตพิ นั ธใุ นแบบกระแสหลกั ทสี่ นใจอธบิ ายลกั ษณะ
เฉพาะของแตละกลุมชาตพิ ันธุ และความสมั พนั ธระหวางกนั และสนใจวา กลมุ เหลา น้นั จะอยรู ว มหรือ
ผสมกลมกลืนกบั ชนกลมุ ใหญไดอยางไร
ª´Ø ¤ÇÒÁ¤Ô´·èÊÕ íÒ¤ÑÞ·Õèà¡ÕÂè Ç⧡ѺͤμÔ·Ò§ÊÕ¼ÇÔ ¡ç¤Í× ¤íÒÇÒ‹ “ͤμ”Ô (prejudice) ซึง่ เนน
เรอื่ งของความเชอ่ื และความคดิ ทม่ี กี ารเรยี นรถู า ยทอดกนั มาของกลมุ คนหรอื บคุ คล ทมี่ ตี อ สมาชกิ ของ
กลมุ หน่งึ ๆ ขณะที่ “การเลอื กปฏบิ ตั ”ิ (discrimination) เปนเร่อื งของการกระทาํ ทั้งนี้ทง้ั อคตแิ ละการ
เลือกปฏิบัตินั้นวางอยูบนฐานของ stereotypes หรือความเขาใจแบบเหมารวมที่มีตอกลุมคน (อาทิ
ในตําราฝร่ัง คนตัวส้ันจะเปนคนท่ีชอบใชความรนุ แรง หรือผูหญิงเปน เพศทีอ่ อนแอ) และเมือ่ ความคิด
เหมารวมนน้ั สง ผลทางลบความคดิ เหมารวมนน้ั จะกลายเปน อคติ และจะสง ผลตอ การเลอื กปฏบิ ตั ิ และ
บุคคลท่ีมีอคตแิ ละเลือกปฏิบตั ิก็ถูกเรยี กวา racist
เม่ือเรามองเร่ืองของชาติพันธุและสีผิว เราจะพบวาเรื่องของชาติพันธุน้ันใหความสนใจ
ในเร่ืองของวัฒนธรรมมากกวาเร่ืองของอคติและการเลือกปฏิบัติในเรื่องสีผิวซ่ึงสนใจกระบวนการของ
ความสัมพันธท างอํานาจท่กี ระทาํ ตอตัวคนมากกวา
ในยุคแรกการใหคํานิยามในเร่ืองของอคติ และการเลือกปฏิบัติในเร่ืองสีผิวน้ันเปนการ
ทาทายตอแนวคิดในเร่ืองของความเช่ือทางวิทยาศาสตร (เช้ือชาติ) ที่เชื่อวามนุษยนั้นมีความตางกัน
ดงั จะเหน็ ในคาํ นยิ ามของ UNESCO หลงั สงครามโลกครงั้ ทส่ี อง ขณะทใี่ นยคุ ตอ มานกั สงั คมวทิ ยา อาทิ
นกั สงั คมวิทยาจากองั กฤษ Rex เหน็ วาความสาํ คัญนั้นอยทู ่รี ะบบความคิดแบบยดึ ม่ันท่ีเกี่ยวเนอ่ื งกบั
ความแตกตา งระหวา งกลุมชาติพันธุ ซงึ่ เหน็ วา มีปจจัยทอ่ี ยเู หนอื การควบคมุ ของคนหรือกลุมเหลา นั้น
และไมส ามารถเปลีย่ นแปลง (อาทิ สีผิว หรือ ลักษณะทางกายภาพอ่นื ๆ)
อคตแิ ละการเลอื กปฏบิ ตั ทิ างสผี วิ นน้ั อาจเกดิ ขนึ้ ทง้ั ในระดบั ของความคดิ ความเชอ่ื และใน
ระดับของการกระทําที่สืบทอดตอกันมา ซ่ึงรวมไปถึงรูปแบบของระบบกฎหมายและระบบเศรษฐกิจ
บางลักษณะท่ีเกิดขึ้นรองรับอคติและการเลือกปฏิบัติทางสีผิวเหลาน้ัน (institutional racism)
๘๒
ซงึ่ ไดแ ก อคตแิ ละการเลือกปฏบิ ตั ิในเรือ่ งสผี ิวในสหรฐั อเมรกิ า ซ่ึงการอธบิ ายในประเด็นของอคติและ
การเลือกปฏิบัติทางสีผิวในขั้นสถาบันนี้ทําใหเราเขาใจไดวา racism นั้นอาจจะไมไดปฏิบัติการใน
ระดับของจิตสํานึกของ racist ในความหมายที่วา racism นั้นอาจเกิดขึ้นในระดับของสิ่งท่ีไมไดคิด
อยางมีจิตสํานึกก็ได (อาทิในระดับของความเชื่อที่วาสิ่งที่ตนคิดและเขาใจนั้นเปนเรื่องปรกติอยูแลว)
อาทิ กฎระเบียบในการขอเชาบา นในองั กฤษที่จะใหสิทธิกับผูท ่อี ยูใ นพ้ืนที่นัน้ นานที่สุด ขณะท่บี รรดา
ผอู พยพน้นั มักจะเปนผูท่เี ขา ใหม
ตวั อยา งอนื่ ๆ ทนี่ า สนใจเหน็ จะเปน เรอ่ื งของอคตแิ ละการเลอื กปฏบิ ตั ทิ างสผี วิ ทม่ี าพรอ ม
กับสื่อตา งๆ อาทิ เรอ่ื งของการนําเสนอความเปนองั กฤษผา นภาพหมูบา นองั กฤษและคนผวิ ขาว ทั้งท่ี
ความเปน องั กฤษอาจจะสามารถสอ่ื ไดถ งึ เรอื่ งอนื่ ๆ เชน เดยี วกบั การพดู ถงึ ความเปน ไทยทมี่ กั พดู ถงึ ความ
เปน ไทยภาคกลาง หรอื ศาสนาพุทธ ท้งั น้ีรวมไปถึงส่อื มวลชนท่นี ําเสนอขา วการเพมิ่ ข้ึนของประชากร
ในหลายพน้ื ทที่ ม่ี ลี กั ษณะสผี วิ และลกั ษณะทางชาตพิ นั ธ(ุ ทสี่ งั เกตไดด ว ยตา หรอื ดว ยภาษาทใี่ ช) เปน ตน
ตัวอยางท่ีพอจะยกข้ึนมาพูดไดก็คือ วิธีคิดในเรื่องของการเมืองเชิงชาติพันธุในพมา
ทพี่ ยายามสรา งภาพของประเทศแหง ความหลากหลายทางวฒั นธรรมในกิจกรรม และพธิ ีกรรมของรฐั
หลายอยา ง อาทิ การราํ ฟอ น แตใ นขณะเดยี วกนั นน้ั ในความเปน จรงิ กย็ งั มกี ารกดขขี่ ม เหงทางชาตพิ นั ธุ
อยูเปนจํานวนมากดังท่ีไดเห็นในรายงานหลายฉบับ ตัวอยางท่ีนาสนใจของไทยก็คือการมีทัศนคติ
กบั ชาวเขาในแบบทน่ี าํ เสนอวา ชาวเขาไดพ ฒั นาแลว โดยเหน็ วา ชาวเขานน้ั พฒั นาขน้ึ มาดว ยเทคโนโลยี
ตะวนั ตก เปน ตน
เคร่ืองมือในการทําความเขาใจกลุมชาติพันธุ (โดยเฉพาะการกอรูปและความขัดแยง
ระหวา งกนั ) กบั เรอ่ื งของอคตแิ ละการเลอื กปฏบิ ตั ทิ างสผี วิ ทาํ ใหเ รามคี วามเขา ใจในเรอ่ื งของความละเอยี ด
และซับซอนของความสัมพันธทางอํานาจท่ีเกิดขึ้นจากความคิดความเช่ือรูปแบบของเทคโนโลยีทาง
อาํ นาจนานปั การทก่ี ระทาํ ตอ บคุ คลและกลมุ คนในสงั คมทแี่ ตกตา งกนั ไป โดยเฉพาะเมอื่ ความคดิ ความ
เชอ่ื เหลาน้นั ถูกผูกติดกบั การมองดวยตา
ทฤษฎเี รอื่ งอคตแิ ละการเลอื กปฏบิ ตั ทิ างสผี วิ นน้ั ในยคุ ใหมไ ดร บั การอธบิ ายในเบอ้ื งตน วา
เปน ปรากฏการณใ หมใ นสงั คม เกดิ ขน้ึ ในสงั คมทนุ นยิ มและอาณานคิ ม racism จงึ เปน เครอ่ื งมอื ในการ
สรา งความชอบธรรมในการขูดรดี ในยุคอาณานคิ ม โดยเฉพาะกบั คนงานอพยพ ราวกบั เปนโครงสราง
สวนบนในวิธีคิดแบบมารกซิสม อยางไรก็ดีแนวคิดมารกซิสมรุนใหม อาทิ สํานักวัฒนธรรมศึกษา
แหงเมืองเบอรมิงแฮมนั้นเห็นวา แนวคิดเรื่องของ racism น้ันไมใชเร่ืองท่ีถูกกําหนดอยางตายตัวมา
จากระบบทุนนิยมและอาณานิคม หากแตมีพัฒนาการท่ีมาจากการตอสูและตอรองจากกลุมผูท่ีถูก
กระทําใน racism ดวย แมวาอิทธิพลทางเศรษฐกิจน้ันจะเปนปจจัยอันทรงพลังเบื้องหลังอคติและ
การเลือกปฏิบัติทางสีผิวก็ตาม และก็พูดถึง new racism ที่อาจจะไมไดเนนเรื่องของลักษณะทาง
วทิ ยาศาสตร-ชวี ภาพ หากแตเปน เรอื่ งของลักษณะของวฒั นธรรมท่แี ตกตา งกัน แตก ็พว งมาดว ยความ
เขาใจเศรษฐกิจการเมืองของปรากฏการณ racism ดงั กลา ว ดังจะเห็นในชวงทศวรรษที่ ๘๐ ในองั กฤษ
๘๓
ทมี่ กี ารนาํ เสนอภาพของอคตแิ ละการเลอื กปฏบิ ตั ใิ หมท ดี่ งึ เอาคนผวิ ขาวในชนชนั้ กรรมาชพี ไปเปน พวก
ในนามของความเปนชาติ (ลองพิจารณาประเด็นน้ีรวมกับโฆษณาคาราบาวแดงท่ีพูดถึงนักสูผูยิ่งใหญ
เปน ตน ) และในแงน ี้ new racism จะเกยี่ วขอ งกบั เรอ่ื งของการอพยพยา ยถนิ่ มากกวา เรอ่ื งของอาณานคิ ม
และแนวคดิ ความแตกตา งทางชวี ภาพ และในขณะเดยี วกนั อคตแิ ละการเลอื กปฏบิ ตั ใิ นปจ จบุ นั นน้ั กจ็ ะ
เนนเร่ืองความแตกตางมากกวาเร่ืองของความตํ่าตอย โดยเปนเร่ืองของความแตกตางระหวางกลุม
วัฒนธรรม อาทิ พวกคนอพยพผิวดําจากแคริเบียนก็ถูกมองโดยคนอังกฤษวาเปนพวกท่ีครอบครัว
แตกแยกไมส ามารถสรา งครอบครวั ได ขณะทพ่ี วกทมี่ าจากเอเชยี กจ็ ะเปน พวกครอบครวั ขยายซงึ่ ทาํ ให
เกดิ การเพ่ิมข้นึ ของประชากร ดังนนั้ การมีสัญชาตอิ ังกฤษจึงไมพ อ และสงิ่ ท่ีจะตองมีก็คือวิธีคดิ ในแบบ
องั กฤษ (จะเห็นวา new racism นน้ั เกีย่ วพนั กบั แนวคดิ เรือ่ งชาติพันธแุ ละอคตทิ างชาติพนั ธุ แตเปน
เรื่องทีเ่ กดิ ข้นึ ในสังคมเมือง-สังคมสมัยใหม)
ในทัศนะของพวกมารกซิสมใหม new racism น้ันเกิดมาจากการตอบสนองตอวิกฤติ
ในสังคมองั กฤษทเ่ี กี่ยวขอ งกับเร่อื งของการวา งงาน จํานวนอาชญากรท่ีเพ่ิมขน้ึ และการลมสลายของ
ครอบครัว ซ่ึงชนกลุมนอยที่เขามาอยูในสังคมนั้นมักจะเปนแพะ-เหย่ือท่ีงายที่สุดสําหรับการอางถึง
แตอ ยา งไรกต็ ามการเกดิ ขนึ้ ของ new racism นน้ั มไิ ดเ กดิ ขน้ึ อยา งทนั ท-ี อตั โนมตั จิ ากการเปลยี่ นแปลง
ทางเศรษฐกจิ หากแตเ กดิ ขน้ึ ไดจ ากการใชอ งคป ระกอบบางประการของ racism ในแบบเกา โดยเฉพาะ
อยา งย่ิงตอ งทาํ หนา ที่ผนกึ ประสานชนชนั้ กรรมาชพี ผวิ ขาวไวใหไ ด นอกจากนแี้ ลว new racism ยังให
ความสาํ คญั การอธบิ ายวา ใครควรจะเปน สมาชกิ อนั ชอบธรรมของสงั คมบา ง โดยประเดน็ ทส่ี าํ คญั กค็ อื
ความแตกตางไมเ ปน เนือ้ เดยี วน้ัน
แนวโนมในสังคมปจจุบันมีการกอตัวของการตอตานชาวอิสลามอยางบาคลั่ง
(lslamophobia) โดยมองวา อสิ ลามนนั้ เปน ศาสนาทเี่ ปน หนงึ่ เดยี ว ไมม กี ารเปลย่ี นแปลง ไมม กี ารปรบั ตวั
และแยกขาดจากศาสนาอื่นๆ ตํ่าตอย ไมมีอารยธรรม เต็มไปดวยความรุนแรงและกดข่ีทางเพศ
รวมทงั้ เชอ่ื วา การมอี คตกิ ับอิสลามนัน้ เปน เรอื่ งธรรมชาติ
ในบางคร้งั เราอาจจะตอ งพจิ ารณาใหมว า คนที่ถูกกระทาํ โดย racism น้นั ไมใ ชเหย่ือของ
ระบบ หากแตเ ขาอาจจะตอ งคดิ คน และสวมอตั ลกั ษณบ างอยา งในการตอ สู อาทิ ในกรณขี องเพลงแรป
และการแตงตัว หรือในกรณีของไทยเราจะพบความเปล่ียนแปลงในการตอสูของบรรดากะเหรี่ยงท่ี
เรียกตนเองวา ปกาญอ หรอื แมว เปนมง เปน ตน โดยในประเดน็ ดงั กลา วน้ีกอ รปู ของอคติและการเลือก
ปฏิบัตทิ างสีผวิ น้ันไมใชเรื่องของชวี ภาพ (เชือ้ ชาติ) และวัฒนธรรมที่แตกตางจากกลมุ อื่น (ชาติพันธ)ุ
แตเปนเร่ืองกระบวนการท่ีตอเนื่องและไมไดมีการกําหนดไวลวงหนาอยางตายตัว ซึ่งแตกตางกันไป
ตามกาลเทศะ ทง้ั นแี้ ตล ะกลมุ จะรวมตวั เองและใหค าํ นยิ ามตวั เองผา นส-ี กลมุ และการตอ สขู องบรรดา
คนผิวสีท่ีจะมีที่ยืนและไดรับการยอมรับนั้นก็ไมควรถูกลดทอนลงเปนเรื่องของชนชั้น และทั้งน้ี
ควรพจิ ารณาในเรอ่ื งของการคลมุ ผา ญฮิ าบของผูหญิงมสุ ลิมในปจ จบุ นั ดว ย
๘๔
เรื่องที่นาสนใจประการตอมาคือแนวคิดที่เรียกวา Orientalism หรือการประกอบสราง
ความเปนตะวันออก ซ่ึง Said เสนอวา เปนเร่ืองของกระบวนการสรางความเปนอ่ืนเพื่อใหเกิดตัว
ของเราขึ้น และเขาใจตัวเรา (อาทิ เร่ืองของการบอกวาประเทศเรา หรือชาวไทยดีกวาคนอื่น หรือ
“ไมทํา”) อยางท่ีคนอ่ืนทํา ผานการเขียนถึง เลาเรื่องของคนอื่น ส่ิงนี้สะทอนใหเห็นถึงความสัมพันธ
ทางอํานาจ ซึ่งทําใหโ ลกตะวันตกสามารถสถาปนาอาํ นาจตอโลกสวนอื่นๆ ไดตอไป โดยเฉพาะความ
เช่ือท่ีวาชาวตะวันตกน้ันเขาใจโลกตะวันออกไดดีกวา และทําใหเขาใจวาสามารถปกครองและเขาใจ
ความตองการของโลกตะวันออกไดดีกวา และตองการคนท่ีเหนือกวามาปกครอง นอกจากน้ียังมี
ความเชอื่ วา โลกตะวนั ออกนนั้ มแี กน แท- สาระ (essentialism) ทางวฒั นธรรมของตวั เอง ทแ่ี ตกตา งไป
จากตะวันตก และในปจจุบันวิธีคิดเชนน้ีไดนําไปสูอคติท่ีมีตออิสลาม โดยเฉพาะอยางยิ่งจากอคติ
และการเลือกปฏิบัติของอเมริกาผานสอ่ื ภาพยนตร อาทิ “ผรู า ย” ในภาพยนตรจากคอมมวิ นิสต สพู วก
ผูกอการรา ยจากตะวันออกกลาง
º·ÊÃØ»
การรวมตัวกันของประเทศสมาชิกในกลุมอาเซียน ทั้งในดานการเมือง เศรษฐกิจ
และสังคมวัฒนธรรม ซึ่งแนนอนวาผลกระทบที่ประเทศสมาชิกไดรับ ยอมเปนประโยชนของอาเซียน
ไทยตอการพัฒนาประเทศ ซึ่งประเทศไทยเองก็ไดรับประโยชนอยางมากจากการรวมกลุมอาเซียน
ความสําเรจ็ ของอาเซียนและประโยชนตอประเทศไทย
กวา ๔๑ ปท่ีผานมานับตั้งแตการกอต้ังองคกร ผลงานของอาเซียน ถือไดวาประสบ
ความสําเร็จจนเปนท่ียอมรับจากหลายฝายในหลายดาน ไมวาจะเปนดานการเมืองและความม่ันคง
ดานเศรษฐกจิ และการพฒั นา และดา นสงั คมและวัฒนธรรม ซ่ึงในภาพรวม สามารถสรุปไดด ังน้ี
(๑) ดา นการเมอื งและความมน่ั คง : ความรว มมอื ดา นการเมอื งและความมนั่ คงของอาเซยี น
ที่เกิดขน้ึ อาทิ สนธสิ ัญญาไมตรีและความรว มมอื ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉยี งใต สนธสิ ญั ญาเขต
ปลอดอาวุธนิวเคลียรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต และความตกลงเพ่ือสรางอาเซียนใหเปนเขตแหง
สนั ตภิ าพ อสิ รภาพและความเปน กลาง มสี ว นสาํ คญั ในการเสรมิ สรา งความไวเ นอื้ เชอื่ ใจ เสถยี รภาพและ
สนั ติภาพของภมู ภิ าค รวมถึงสรา งกลไกในการแกไขปญหาโดยสนั ติวธิ ี สรางบรรทัดฐานทางการเมอื ง
และความม่ันคงรวมกัน (เชน การไมสะสมอาวุธนิวเคลียร และการไมใชกําลังในการแกไขปญหา)
และชว ยปอ งกนั ความขดั แยง ไมใ หเ กดิ ขนึ้ ในภมู ภิ าค นอกจากนี้ อาเซยี นยงั ประสบความสาํ เรจ็ ในการดงึ ดดู
ประเทศมหาอาํ นาจหลายประเทศใหเ ขารว มหารือ และมีความรว มมอื ดานการเมอื ง และความมน่ั คง
รวมกับอาเซียน โดยเฉพาะการจัดต้ังกลไก การประชุมอาเซียนวาดวยความรวมมือดานการเมือง
และความมนั่ คงในเอเชยี และแปซฟิ ก ซึ่งถือเปนดา นการเมอื งและความม่นั คงเพียงทเี่ ชื่อมประเทศทัง้
สองภูมิภาคเขาดวยกนั ซึ่งมที งั้ สหรฐั ฯ จีน รสั เซียและสหภาพยโุ รป เขา รวมอยดู ว ย
๘๕
(๒) ความสาํ เรจ็ ดานเศรษฐกิจ : อาเซยี นไดวางรากฐานของการรวมตัวกันทางเศรษฐกิจ
ในภมู ภิ าคโดยการจดั ตง้ั เขตการคา เสรอี าเซยี น (ASEAN Free Trade Area) และการมคี วามตกลงกนั
ทางเศรษฐกิจในดานอื่นๆ เชน การคมนาคม การทองเที่ยว การเงิน และการลงทุน ท้ังน้ี ก็เพ่ือ
เพื่อสงเสริมใหอาเซียนเปนตลาดและฐานการผลิตเดียว มีการเคลื่อนยายเงินทุน สินคา บริการ
การลงทนุ แรงงานฝม อื ระหวา งประเทศสมาชกิ โดยเสรี สง เสรมิ ขดี ความสามารถในการแขง ขนั ของอาเซยี น
ลดชอ งวา งของระดบั การพฒั นาของประเทศสมาชกิ อาเซยี น และสง เสรมิ ใหอ าเซยี นสามารถรวมตวั เขา
กบั ประชาคมโลกไดอ ยา งไมอ ยใู นภาวะทเ่ี สยี เปรยี บ ซง่ึ ความรว มมอื เหลา นกี้ ม็ คี วามคบื หนา เปน ลาํ ดบั
ดังจะเห็นไดจากราคาสินคาในหลายรายการที่ผลิตและคาขายภายในประเทศสมาชิกอาเซียนมีราคา
ลดลงถูกลง ในขณะที่มีคุณภาพดีขึ้น หรือการที่พลเมืองของหลายประเทศสมาชิกอาเซียนสามารถ
ไปทองเที่ยวในประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นอีกหลายประเทศโดยไมตองใชวีซา เปนตน นอกจากน้ี
อาเซียนยังประสบความสําเร็จในการมีความรวมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศภายนอกภูมิภาค
โดยเฉพาะประเทศหรอื กลมุ ประเทศที่เปนคูเจรจาของอาเซยี น อกี ดวย
(๓) ดา นสงั คมและวฒั นธรรม : อาเซยี นมคี วามรว มมอื กนั เปน จาํ นวนมากในเรอ่ื งทเ่ี กย่ี วกบั
สังคมและวัฒนธรรม เชน เร่ืองการศึกษา การพัฒนาทรัพยากรมนุษย สาธารณสุข ส่ิงแวดลอม
การปองกันและแกไขปญหาท่ีเกิดจากยาเสพติดและโรคเอดส การปองกันภัยพิบัติทางธรรมชาติ
และโรคตดิ ตอ รา ยแรง ซงึ่ ความรว มมอื เหลา นตี้ า งกม็ คี วามคบื หนา เปน ลาํ ดบั อาทิ การมคี วามตกลงวา ดว ย
การแกไขปญหาหมอกควันขามชาติที่เกิดจากไฟปา การมีมาตรการรวมกันเพื่อแกไขปญหาโรคซารส
และไขหวัดนก และการดําเนินการเพ่ือทําใหอาเซียนเปนภูมิภาคที่ปลอดยาเสพติดภายในป ๒๕๕๘
เปนตน
ในภาพรวม ไทยไดร บั ประโยชนเปนอยา งมากจากความรวมมอื ดา นตางๆ ของอาเซยี น
ไมวาจะเปนประโยชนจากการที่ภูมิภาคมีเสถียรภาพและสันติภาพอันเปนผลจากกรอบความรวมมือ
ดา นการเมอื งและความมนั่ คงของอาเซยี น ซง่ึ เปน ปจ จยั สาํ คญั ทท่ี าํ ใหน กั ลงทนุ ตา งชาตเิ ดนิ ทางเขา มา
ลงทนุ และทอ งเทยี่ วในประเทศไทย การทไ่ี ทยสามารถสง ออกไปยงั ประเทศสมาชกิ อาเซยี นไดม ากขนึ้ และ
มตี น ทนุ การผลติ ทต่ี า่ํ ลง รวมถงึ การมนี กั ทอ งเทย่ี วจากประเทศสมาชกิ อาเซยี นเดนิ ทางยงั ประเทศไทย
เพม่ิ มากขนึ้ อนั เปน ผลมาจากการมกี รอบความรว มมอื ดา นเศรษฐกจิ ของอาเซยี น และการทไ่ี ทยสามารถ
แกไขปญ หาทม่ี ีผลกระทบตอ สงั คมไดอยา งมปี ระสทิ ธิภาพมากยงิ่ ขนึ้ เชน โรคระบาด เอดส ยาเสพติด
สิ่งแวดลอม ภัยพิบัติ และอาชญากรรมขามชาติ อันเปนผลมาจากการมีความรวมมือทางดานสังคม
และวฒั นธรรมของอาเซียน ซง่ึ หากไมม แี ลว กค็ งเปน การยากท่ไี ทยจะแกไ ขปญหาเหลา นีไ้ ดโ ดยลาํ พัง
เม่อื เราเขา ใจแนวคดิ เร่อื งของชาติพันธุ อคติและการเลือกปฏิบตั ทิ างสผี ิว และชาตนิ ยิ ม
เราจะเขาใจวาฐานคิดเหลานี้มักอางอิงถึงความรวมกันทางวัฒนธรรมที่มีรากเหงาทางวัฒนธรรมและ
ประวัติศาสตร และในขณะเดียวกันเราจะเขาใจความซับซอน ละเอียดออนในเรื่องความสัมพันธทาง
อํานาจที่กระทําตอกลุมคนและปจเจก และตั้งคําถามกับความเชื่อและความรูสึกของเราท่ีมีตอการ
๘๖
รว มชวี ติ กบั ผอู นื่ ซง่ึ ไมจ าํ เปน จะตอ งเปน ไปในระดบั ของอดุ มการณท างการเมอื งและเศรษฐกจิ ในแบบท่ี
เราเขา ใจผา นมา อาทิ เสรนี ยิ ม และ คอมมวิ นสิ ต เปน ตน และนาํ ไปสคู วามเขา ใจการเมอื งเชงิ วฒั นธรรม
(cultural politics) เพอ่ื แสวงหาและตอ รองในการมีทท่ี างของตนเอง
๘๗
º··Õè ô
ตาํ ÃǨä·Â¡ºÑ ÍÒà«ÂÕ ¹
ÇμÑ ¶Ø»ÃÐʧ¤
๑. เพอ่ื ใหผ เู รยี นรแู นวทางในการเตรยี มความพรอ มของตาํ รวจในทกุ ภาคสว นสกู ารเปน
ประชาคมอาเซียน
º·นาํ
งานดา นตา งประเทศของสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ เปน หนง่ึ ในยทุ ธศาสตรส าํ คญั ทมี่ กี าร
ดําเนินการมาอยา งตอเน่ือง โดยเฉพาะการเตรยี มพรอมการเปนประชาคมอาเซยี น สํานักงานตํารวจ
แหง ชาติ ไดจ ดั ต้งั ศูนยอาเซียนอยางเปน ทางการ สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ ไดปรบั ปรุงงานดา นตา งๆ
เพ่ือแสวงหาความรวมมือแบบทวิภาคีกับประเทศชายแดนไทยดานตาง ๆ เพื่อสกัดกั้นการคามนุษย
การขนแรงงานผดิ กฎหมาย ยาเสพตดิ และอาชญากรรมขา มชาติ ซึ่งทีผ่ านมา ไดท าํ ขอ ตกลงทวิภาคี
กับประเทศกัมพูชา สปป.ลาว มาเลเซีย ลาสุดไดทําขอตกลงทวิภาคีกับประเทศเมียนมา เพ่ิมเติม
นอกจากศนู ยอ าเซยี นแลว สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ ยงั มศี นู ยป อ งกนั ปราบปรามอาชญากรรมขา มชาติ
กล่ันกรองอาชญากรรมในระดับที่ใหญขึ้น โดยประสานกับหนวยงานดานความม่ันคงในประเทศ
จากการแลกเปล่ียนขอ มลู ระหวา งกัน ทาํ ใหตาํ รวจไทย สามารถตามจบั กมุ ผูตอ งหาตา งชาตทิ หี่ ลบหนี
เขาไทยไดจํานวนมาก สํานักงานตรวจคนเขาเมือง เปนชาติแรกในอาเซียน ท่ีเช่ือมโยงฐานขอมูล
อาชญากรรมขามชาติ และขอมูลหมายจับกับตํารวจสากล ทําใหตํารวจตรวจคนเขาเมืองของไทย
สามารถตรวจสอบหนังสือเดินทางบุคคลตองสงสัยและสกัดจับไดทันที นอกจากเปาหมายดาน
ตางประเทศแลว สํานักงานตํารวจแหงชาติ ยังสนบั สนนุ นโยบายรฐั บาล ดูแลนกั ทอ งเท่ยี ว นกั ลงทนุ
ไมใ หไ ดร บั ความเดอื ดรอ นจากเหตอุ าชญากรรม เพอ่ื ไมใ หส ง ผลกระทบภาพลกั ษณก ารทอ งเทย่ี วของไทย
¡ÒÃàμÃÂÕ Á¤ÇÒÁ¾ÃÍŒ Á¢Í§ä·Âʡً ÒÃ໹š »ÃЪҤÁÍÒà«ÂÕ ¹
ñ. ໇ÒËÁÒ¡ÒÃÊÃÒŒ §»ÃЪҤÁÍÒà«ÂÕ ¹ÀÒÂã¹»‚ òõõø
๑.๑ อาเซยี นมเี ปา หมายจะกา วไปสกู ารเปน ประชาคมอาเซยี นในวนั ท่ี ๓๑ ธนั วาคม
๒๕๕๘ โดยวสิ ยั ทศั นร ว มของผนู าํ อาเซยี น คอื การสรา งประชาคมอาเซยี นทมี่ ขี ดี ความสามารถในการ
แขง ขนั สงู มกี ฎกตกิ าทช่ี ดั เจนและมปี ระชาชนเปน ศนู ยก ลางและเมอ่ื ป ๒๕๕๑ อาเซยี นไดจ ดั ทาํ กฎบตั ร
อาเซยี นซง่ึ เปรียบเสมือนธรรมนญู อาเซียนเพือ่ วางกรอบทางกฎหมายและโครงสรางองคกร
๑.๒ ประชาคมอาเซียนประกอบดวยสามเสาหลัก ไดแก ประชาคมการเมืองและ
ความมน่ั คงอาเซยี น (กระทรวงการตา งประเทศเปน หนว ยประสานงานหลกั ) ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น
๘๘
(กระทรวงพาณชิ ยเ ปน หนว ยประสานงานหลกั ) และประชาคมสงั คมและวฒั นธรรมอาเซยี น (กระทรวง
การพฒั นาสงั คมและความมน่ั คงของมนษุ ยเ ปน หนว ยประสานงานหลกั ) โดยอาเซยี นไดจ ดั ทาํ แผนงาน
(Blueprint) สาํ หรบั การจดั ตงั้ ประชาคมอาเซยี นในแตล ะเสาซง่ึ ผนู าํ อาเซยี นไดร บั รองเมอ่ื วนั ที่ ๑ มนี าคม
๒๕๕๒ ระหวางการประชุมสดุ ยอดอาเซียนครัง้ ท่ี ๑๔ ในชว งท่ีไทยดาํ รงตําแหนงประธานอาเซียน
๑.๓ ในป ๒๕๕๒ ไทยไดเสนอแนวคิดเกี่ยวกับความเชื่อมโยงในภูมิภาคอาเซียน
(ASEAN Connectivity) เพ่ือเสริมสรางความเปนปกแผนของประชาคมอาเซียนและนําไปสูการ
เปนประชาคมอาเซียนในป ๒๕๕๘ อีกทั้งเพื่อสงเสริมความสามารถในการแขงขันของอาเซียนใน
เวทีโลกและผูนําอาเซียนไดรับรองแผนแมบทวาดวยความเช่ือมโยงในอาเซียนในการประชุมสุดยอด
ครงั้ ท่ี ๑๗ ณ กรุงฮานอย ในป ๒๕๕๓ ซ่ึงระบคุ วามเช่อื มโยงใน ๓ รปู แบบ ไดแก ความเช่อื มโยงดาน
กายภาพอาทกิ ารพฒั นาเครอื ขา ยดา นคมนาคม ความเชอื่ มโยงดา นสถาบนั อาทิ การทาํ ใหก ฎระเบยี บ
ดานการขามแดนตางๆ มีความสอดคลองกันและความเชื่อมโยงระหวางประชาชนเพื่อใหประชาชน
ในอาเซยี นรูจกั กันและเขา ใจกนั มากขน้ึ
ò. ¹âºÒÂÃѰºÒÅ
๒.๑ รัฐบาลมีนโยบายท่ีชัดเจนตามท่ีไดประกาศตอรัฐสภาเมื่อวันท่ี ๒๓ ตุลาคม
๒๕๕๔ ที่จะนําประเทศไทยไปสูการเปนประชาคมอาเซียนในป ๒๕๕๘ อยางสมบูรณโดยสราง
ความพรอ มและความเขม แขง็ ทง้ั ทางดา นเศรษฐกจิ สงั คมและวฒั นธรรม และการเมอื งและความมนั่ คง
โดยรวมถึงการเรงดาํ เนนิ การตามขอตกลงในการรวมตัวเปน ประชาคมอาเซยี นในป ๒๕๕๘ ท้งั ในมิติ
เศรษฐกจิ สงั คมและความมน่ั คง ตลอดจนการเชอื่ มโยงเสน ทางคมนาคมขนสง ภายในและภายนอกภมู ภิ าค
นอกจากนย้ี งั มนี โยบายดา นเศรษฐกจิ และสงั คมอกี หลายประการเพอื่ รองรบั การเขา สปู ระชาคมอาเซยี น
๒.๒ การเตรียมความพรอมสูประชาคมอาเซียนเปนวาระแหงชาติ นายกรัฐมนตรี
จึงไดส่ังการใหมีการบูรณาการยุทธศาสตรการทํางานและแผนงานการเตรียมความพรอมของไทย
สูป ระชาคมอาเซยี น และไดเปนประธานการประชุมในเรื่องนีด้ ว ยตนเอง
ó. ¡ÒÃàμÃÂÕ Á¤ÇÒÁ¾ÃŒÍÁ¢Í§ä·Â
๓.๑ ไทยตองสรางความพรอมและความเขมแข็งทั้งทางดานเศรษฐกิจ สังคม
และวัฒนธรรม และการเมืองและความม่ันคง รวมทั้งเรงดําเนินการตามขอผูกพันในการรวมตัวเปน
ประชาคมอาเซยี นป ๒๕๕๘ ท้งั ในมิตเิ ศรษฐกจิ สงั คมและความมัน่ คงตลอดจนการเชื่อมโยงเสน ทาง
คมนาคมขนสง ภายในและภายนอกภมู ภิ าคซงึ่ เปน สงิ่ ทที่ กุ ประเทศในอาเซยี นตกลงกนั ไวแ ลว เพอื่ รกั ษา
ความนาเชอื่ ถือและสง เสรมิ บทบาทของไทยในอาเซียนตอ ไป
๓.๒ ไทยยังอยูระหวางดําเนินนโยบายดานเศรษฐกิจและสังคมอีกหลายประการ
เพ่ือรองรับการเขาสูการเปนประชาคมอาเซียนเพ่ือรักษาและเพิ่มพูนความสามารถในการแขงขัน
ของไทย ดังนั้น การเตรียมความพรอมสูประชาคมอาเซียนเปนเร่ืองท่ีเก่ียวของกับทุกสวนราชการ
และทกุ ภาคสวนรวมทง้ั ภาคประชาชน
๘๙
๓.๓ กลไกท่ีเกีย่ วกบั การเตรียมความพรอ มสูประชาคมอาเซียน
๓.๓.๑ การประชุมเชิงปฏิบัติการการเตรียมความพรอมสูประชาคมอาเซียน
ป ๒๕๕๘ (ASEAN Workshop) ซึ่งนายกรัฐมนตรเี ปนประธานโดยมีคณะรัฐมนตรแี ละหวั หนา สว น
ราชการระดับปลัดกระทรวงท้ังหมดเขารวมโดยมีสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
แหงชาตเิ ปน ฝายเลขานกุ ารและไดจ ัดประชมุ ฯแลว ๓ คร้ัง เมื่อวันท่ี ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๕ วันที่ ๒๕
ตลุ าคม ๒๕๕๕ และวนั ท่ี ๗ มกราคม ๒๕๕๖ และนาํ ไปสกู ารจดั ทาํ ยทุ ธศาสตรป ระเทศซงึ่ ครอบคลมุ ถงึ
แผนงานดา นการเตรยี มความพรอ มของไทยสปู ระชาคมอาเซยี นในดา นตา งๆ ของทกุ สว นราชการดว ย
กลไก ASEAN Workshop เนนการบูรณาการการทํางานระหวา งสว นราชการหนวยงานทเ่ี ก่ียวของ
ทกุ ภาคสวนเพอ่ื ใหม ีการปรบั โครงสรา งตางๆ ภายในประเทศเพ่ือสง เสรมิ ความสามารถในการแขง ขนั
ของไทยและรองรบั การเปน ประชาคมอาเซียนไดอยา งมีประสทิ ธิภาพมากย่งิ ขนึ้
๓.๓.๒ กลไกในระดับชาติเพ่ือรองรับการดําเนินการในการกาวสูประชาคม
อาเซียน ไดแก
- คณะกรรมการอาเซียนแหงชาติซึ่งมีรัฐมนตรีวาการกระทรวง
การตางประเทศเปนประธาน เปนกลไกประสานงานระดับนโยบายเพื่อบูรณาการการดําเนินการของ
หนว ยงานไทยและเตรยี มความพรอ มเพอื่ กา วสกู ารเปน ประชาคมอาเซยี นป ๒๕๕๘ อยา งเปน เอกภาพ
และมีประสิทธิภาพและกระทรวงการตางประเทศไดรวบรวมแผนงานสําหรับการเตรียมความพรอม
สปู ระชาคมอาเซยี นป ๒๕๕๘ ของสว นราชการตา งๆ เพอื่ ใหร ฐั บาลเหน็ ภาพรวมของสงิ่ ทตี่ อ งดาํ เนนิ การ
เพอ่ื รองรบั การเปน ประชาคมอาเซยี นในป ๒๕๕๘ ซง่ึ ครอบคลมุ ถงึ การดาํ เนนิ การตามพนั ธกรณขี องไทย
ตามแผนการจดั ตง้ั ประชาคมของแตล ะเสา (Blueprint) การสรา งความตระหนกั รแู กภ าคสว นตา งๆ ฯลฯ
- คณะอนุกรรมการวาดวยความเชื่อมโยงระหวางกันในอาเซียน
จัดต้ังขึ้นภายใตคณะกรรมการอาเซียนแหงชาติโดยมีรองปลัดกระทรวงการตางประเทศเปนประธาน
เพื่อประสานงานและติดตามใหมีการดําเนินการตามแผนแมบทวาดวยความเชื่อมโยงระหวางกันใน
อาเซียนทสี่ อดคลอ งกบั ผลประโยชนข องไทย
- คณะอนุกรรมดานการประชาสัมพันธประชาคมอาเซียนจัดต้ังขึ้น
ภายใตคณะกรรมการอาเซียนแหงชาติโดยมีอธิบดีกรมประชาสัมพันธเปนประธานเพื่อบูรณาการ
งานการเผยแพรค วามรู ความเขา ใจและการสรา งความตระหนกั รเู รอ่ื งอาเซยี นแกท กุ ภาคสว นของสงั คม
เพ่ือใหประชาชนไทยมีสวนรวมกับการสรางประชาคมอาเซียนและสามารถใชโอกาสจากประชาคม
อาเซยี นไดอยา งเตม็ ท่ี
- คณะกรรมการ/อนุกรรมการสําหรับการดําเนินการตามแผนงาน
การจดั ตงั้ ประชาคมอาเซยี นในแตล ะเสาโดยหนว ยงานทเ่ี ปน ผปู ระสานงานหลกั ของแตล ะเสาเปน ประธาน
เสาการเมอื งและความมน่ั คง ไดแ ก คณะกรรมการดาํ เนินการเพื่อจดั ตง้ั ประชาคมการเมอื งและความ
มน่ั คงโดยมปี ลดั กระทรวงการตา งประเทศเปน ประธาน เสาเศรษฐกจิ ไดแ ก คณะอนกุ รรมการดาํ เนนิ การ