วชิ า ศท. (GE) ๒๑๑๐๔
เทคโนโลยสี ารสนเทศกบั การปฏบิ ตั งิ านตาํ รวจ
ตาํ ÃÒàÃÕ¹
ËÅ¡Ñ ÊμÙ Ã ¹¡Ñ àÃÂÕ ¹¹ÒÂÊÔºตําÃǨ
ÇÔªÒ È·. (GE) òññðô à·¤â¹âÅÂÕÊÒÃʹà·È¡ºÑ ¡Òû¯ºÔ Ñμ§Ô Ò¹ตําÃǨ
เอกสารน้ี “໚¹¤ÇÒÁÅѺ¢Í§·Ò§ÃÒª¡ÒÔ หา มมิใหผ ูห นึง่ ผใู ดเผยแพร คดั ลอก ถอดความ
หรอื แปลสว นหนง่ึ สว นใด หรอื ทง้ั หมดของเอกสารนเ้ี พอื่ การอยา งอนื่ นอกจาก “à¾Íè× ¡ÒÃÈ¡Ö ÉÒͺÃÁ”
ของขาราชการตํารวจเทาน้ัน การเปดเผยขอความแกบุคคลอ่ืนท่ีไมมีอํานาจหนาท่ีจะมีความผิดตาม
ประมวลกฎหมายอาญา
¡Í§ºÞÑ ªÒ¡ÒÃÈ¡Ö ÉÒ สํา¹Ñ¡§Ò¹ตาํ ¾ÃÇ.¨Èá.òË‹§õªöÒñμÔ
คํานาํ
หลักสูตรนักเรียนนายสิบตํารวจ (นสต.) เปนหลักสูตรการศึกษาอบรมท่ีมีเปาหมาย
เพ่ือเสริมสรางใหบุคคลภายนอกผูมีวุฒิประกาศนียบัตรประโยคมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.๖) หรือ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเทา ท่ีเขารับการฝกอบรมมีความรู ความสามารถ และ
ทักษะวิชาชีพตํารวจ รวมถึงพัฒนาบุคลิกภาพรางกายใหเหมาะสมสําหรับการปฏิบัติงานตํารวจ
ในกลุมสายงานปองกันปราบปราม ตลอดจนเตรียมความพรอมทางดานจิตใจและวุฒิภาวะใหมี
จติ สาํ นึกในการใหบ รกิ ารเพ่อื บาํ บดั ทุกขบาํ รงุ สขุ ของประชาชนเปนสําคัญ
กองบัญชาการศึกษา ไดรวมกับครู อาจารย และครูฝก ในสังกัดกองบังคับการ
ฝก อบรมตาํ รวจกลาง และกลมุ งานอาจารย กองบญั ชาการศกึ ษา ศนู ยฝ ก อบรมตาํ รวจภธู รภาค ๑ - ๙
และกองบัญชาการตํารวจตระเวนชายแดน ตลอดจนผูทรงคุณวุฒิจากภายนอก จัดทําตําราเรียน
หลกั สตู รนกั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจชดุ นี้ ซง่ึ ประกอบดว ยองคค วามรตู า งๆ ทจี่ าํ เปน ตอ การพฒั นาศกั ยภาพ
ของนกั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจใหเ ปน ขา ราชการตาํ รวจทพ่ี งึ ประสงคข องประชาชน เพอ่ื ใชส าํ หรบั ประกอบ
การเรียนการสอนนักเรียนนายสิบตํารวจใหมีความพรอมทั้งดานความรู ความสามารถ กําลังกาย
และจติ ใจ จนสามารถเปน ขา ราชการตาํ รวจทป่ี ฏบิ ตั งิ านใหบ รกิ ารสงั คมและประชาชนไดอ ยา งตรงตาม
ความตอ งการอยา งแทจ รงิ และมีความพรอ มในการเขา สูประชาคมอาเซียน
ขอขอบคุณครู อาจารย ครูฝก และผูทรงคุณวุฒิทุกทาน ท่ีไดรวมกันระดมความคิด
ใหคําปรึกษา คําแนะนํา ประสบการณท่ีเปนประโยชน รวมถึงการถายทอดองคความรู
ที่เปนประโยชน จนทําใหการจัดทําตําราเรียนหลักสูตรนักเรียนนายสิบตํารวจสําเร็จลุลวงไดดวยดี
ซ่ึงกองบัญชาการศึกษาหวังเปนอยางยิ่งวาตําราเรียนชุดนี้คงเปนประโยชนตอการจัดการเรียน
การสอนและการจัดการฝกอบรมของครู อาจารย และครูฝก รวมตลอดถึงใชเ ปนคมู อื การปฏบิ ัตงิ าน
ของขาราชการตํารวจ อันจะสงผลทําใหสํานักงานตํารวจแหงชาติสามารถสรางความเชื่อม่ันศรัทธา
และความผาสุกใหแ กประชาชนไดอยา งแทจรงิ
พลตํารวจโท ( รอย อิงคไพโรจน )
ผูบ ญั ชาการศึกษา
ÊÒúÑÞ Ë¹ÒŒ
ÇÔªÒ à·¤â¹âÅÂÕÊÒÃʹà·È¡Ñº¡Òû¯ºÔ μÑ §Ô Ò¹ตําÃǨ ñ
๒
º··Õè ñ ¤ÇÒÁÌٷÑÇè ä»à¡ÕÂè ǡѺ෤â¹âÅÂÊÕ ÒÃʹà·È ๓
๑.๑ เทคโนโลยสี ารสนเทศและระบบสารสนเทศ ๕
๑.๒ หลักการทํางานของคอมพิวเตอร ๙
๑.๓ เครอื ขายคอมพิวเตอร ๒๐
๑.๔ บทบาทอนิ เทอรเนต็ อนิ ทราเนต็ และเอ็กซทราเน็ต ๒๑
๑.๕ การสบื คน ขอมลู สารสนเทศ ò÷
๑.๖ การใชโ ปรแกรมคอมพิวเตอรส าํ เรจ็ รปู พื้นฐาน ๒๗
๒๗
º··èÕ ò ÃкºÊÒÃʹà·È¢Í§สํา¹Ñ¡§Ò¹ตาํ ÃǨáË‹§ªÒμÔ ๓๓
๒.๑ ระบบสารสนเทศสาํ หรบั ผูใชงานระดับสถานีตํารวจ ๓๓
๒.๑.๑ ระบบสารสนเทศ ตร. (Police Information System : POLIS) ๓๕
๒.๑.๒ ระบบสารสนเทศสถานตี ํารวจ (Criminal Record and ๔๐
Information Management Enterprise System : CRIMES) ๔๒
๒.๑.๓ ระบบประชมุ วดี ิทัศนท างไกล (Video Conference System) ôù
๒.๑.๔ ศนู ยรับแจงเหตฉุ กุ เฉิน ๑๙๑ ๔๙
๒.๑.๕ ระบบบริหารจดั การใบสง่ั ออนไลน ๕๐
(Police Ticket Management : PTM) ๕๑
๒.๒ ระบบสารสนเทศอ่นื ท่ใี ชในหนว ยงานภายในสํานกั งานตํารวจแหง ชาติ ๕๕
๖๒
º··èÕ ó ÃкºÊÒÃʹà·ÈʶҹÕตําÃǨ ๖๓
๓.๑ ระบบ CRIMES คืออะไร ๖๓
๓.๒ หลักการสําคัญของระบบ CRIMES ๖๔
๓.๓ การทํางานของระบบ CRIMES ๖๕
๓.๔ อุปกรณท ี่ใชงานในระบบ CRIMES และการบาํ รุงรกั ษา
๓.๕ ประโยชนข องระบบ CRIMES
๓.๖ การเชือ่ มโยงกับหนวยงานภายนอกของระบบ CRIMES
๓.๗ การพฒั นาระบบ CRIMES ในอนาคต
๓.๘ ผลการดําเนนิ งานระบบ CRIMES
๓.๙ การเขา ใชง านระบบ CRIMES สําหรบั เสมียนประจําวนั /เสมียนคดี
และงานสบื สวน
º··èÕ ô ¨ÃÔ¸ÃÃÁ㹡ÒÃãªàŒ ·¤â¹âÅÂÕÊÒÃʹà·È ˹ŒÒ
๔.๑ ความหมายของจรยิ ธรรม ö÷
๔.๒ ขอบขายของจรยิ ธรรมในการใชเทคโนโลยสี ารสนเทศ ๖๗
๔.๓ ความปลอดภยั ของขอมลู สารสนเทศในระบบเครือขาย ๖๙
๔.๔ พระราชบญั ญตั ิวา ดว ยการกระทําความผิดเก่ยี วกับคอมพวิ เตอร ๗๐
พ.ศ.๒๕๕๐ ๗๗
ÀÒ¤¼¹Ç¡ ๘๙
ก. ขอ ปฏบิ ัตใิ นการใชห อ งปฏิบัตกิ ารคอมพวิ เตอร (LAB) ๙๓
ข. การขอสทิ ธเิ์ ขาใชงานระบบ CRIMES ๑๐๑
ค. การเขาใชงานระบบสารสนเทศ ตร. ผาน SSL VPN ๑๐๗
ง. คมู ือการใชงานระบบ CRIMES สําหรับเจาหนา ที่เสมยี นประจาํ วนั ๑๓๑
จ. คูมอื การใชงานระบบ CRIMES สําหรบั เจา หนาที่เสมยี นคดี ๑๗๗
ฉ. คมู อื การใชง านระบบ CRIMES สําหรับเจา หนาทสี่ ืบสวน, ปราบปราม ๒๓๙
ช. บัญชแี จกจา ยอปุ กรณในระบบ CRIMES ๒๔๓
ซ. แบบฟอรมการเขา บํารงุ รกั ษา (Preventive Maintenance:PM) ๒๔๗
ฌ. พระราชบญั ญัติการกระทาํ ความผดิ เก่ียวกับคอมพวิ เตอร พ.ศ.๒๕๕๐ ๒๖๓
และท่แี กไ ขเพ่ิมเติม พ.ศ.๒๕๖๐ ๒๗๑
ญ. แบบทดสอบกอ นและหลังการเรียนรู (Pre-Test and Post-Test) ๒๗๕
ฎ. ใบงาน (Worksheet)
ฏ. อักษรปรศิ นา (Crossword Puzzle)
ÇÔªÒ È·. (GE) òññðô
à·¤â¹âÅÂÊÕ ÒÃʹà·È¡ºÑ ¡Òû¯ºÔ μÑ §Ô Ò¹ตาํ ÃǨ
¤³Ð¼¨ÙŒ ´Ñ ทํา
ñ. ¾Å.μ.·.ÃÍÂ Í§Ô ¤ä¾âè¹ ¼ºª.È. ·è»Õ ÃÖ¡ÉÒ
ò. ¾Å.μ.μ.ÈáÄɳ á¡ÇŒ ¼ÅÖ¡ Ãͧ ¼ºª.È. ·»Õè ÃÖ¡ÉÒ
ó. ¾.μ.·.ËÞÔ§ ¨Ãا¨ÔÃÒ Á³ÕÈÔÃÔ ÍÒ¨Òà(ʺ ò) ¡Í¨.ȽÃ.À.ö
ô. ¾.μ.·.ËÞ§Ô ÍÒÃÁ³ ¾ÔÁ¾¾ÃÁ ÊÇ.¡ÅÁØ‹ §Ò¹ÊÒÃʹà·ÈÏ È·¡.
õ. ¾.μ.μ.ËÞÔ§ ÊØ¡ÄμÒ ÀÀҪŷԾ ÍÒ¨Òà(ʺ ò) ¡Í¨.ȽÃ.À.ñ
1
๑
º··èÕ ñ
¤ÇÒÁ÷ٌ ÑÇè ä»à¡ÂÕè ǡѺ෤â¹âÅÂÊÕ ÒÃʹà·È
ÇÑμ¶»Ø ÃÐʧ¤ : Objects
๑. ผูเรยี นเขาใจบทบาทสาํ คัญของเทคโนโลยสี ารสนเทศทมี่ ตี อ ระบบสารสนเทศ
๒. ผูเ รียนบอกความหมายของเทคโนโลยสี ารสนเทศได
๓. ผูเรยี นอธบิ ายหลักการทาํ งานของคอมพิวเตอรแ ละระบบเครอื ขา ยได
๔. ผูเรยี นรจู กั เครอ่ื งมอื เครอ่ื งใช อุปกรณเ ทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สารได
๕. ผูเรยี นสามารถเลอื กวธิ ีการใชเทคโนโลยสี ารสนเทศในการชว ยสืบคนขอ มูลได
๖. ผูเรียนรูคําศัพทเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศและศัพทที่จําเปนสําหรับการปฏิบัติ
หนา ท่เี สมยี นประจาํ วนั /เสมยี นคดีและงานสืบสวน
๗. ผเู รยี นสามารถใชโ ปรแกรมสาํ เรจ็ รปู พน้ื ฐานสนบั สนนุ การปฏบิ ตั งิ านไดอ ยา งเหมาะสม
ËÑǢ͌ àÃÍè× § : Topics
๑. เทคโนโลยีสารสนเทศและระบบสารสนเทศ
๒. หลักการทํางานของคอมพิวเตอร
๓. เครือขา ยคอมพิวเตอร
๔. ระบบอินเทอรเ นต็ อนิ ทราเนต็ และเอก็ ซท ราเน็ต
๕. คําศัพทท่ีใชในการศึกษาเทคโนโลยีสารสนเทศสําหรับการปฏิบัติหนาท่ีเสมียน
ประจําวัน/เสมยี นคดีและงานสบื สวน
๖. การสบื คนขอมูลสารสนเทศ
๗. การใชโปรแกรมคอมพิวเตอรส าํ เร็จรูปพ้นื ฐาน
วิวัฒนาการในเรอ่ื งของเทคโนโลยใี นปจจบุ ันมคี วามกาวหนาและพฒั นาไปไกล จนทําให
มีผูใชงานคอมพิวเตอรในชีวิตประจําวันแทบจะเรียกไดวาเปนองคประกอบของปจจัยจําเปนของ
สังคมในระดับตางๆ ประเทศไทยเราซ่ึงอยูในกลุมประเทศอาเซียนก็มีการพัฒนาระบบใหทันตอ
ประเทศอาเซยี นทมี่ ีการเช่ือมโยงโครงสรา งพืน้ ฐานดา นเทคโนโลยีสารสนเทศของอาเซยี น (ASEAN
Information Infrastructure) ใหส ามารถติดตอ ถึงกนั ไดอ ยางทั่วถึงและดวยความเร็วสงู เพอ่ื พฒั นา
ความรวมมือไปสูการจัดตั้งหองสมุดอิเล็กทรอนิกส (Digital Libraries) และแหลงรวมขอมูล
ทองเที่ยวอิเล็กทรอนิกส (Tourism Portals) รวมถึงการจัดต้ังศูนยกลางการแลกเปล่ียนขอมูล
(Internet Exchanges) และการใหบริการเชื่อมสัญญาณเครือขายขอมูลอินเทอรเน็ต (Internet
Gateways) ซ่ึงทําใหเห็นวาเทคโนโลยีสารสนเทศมีบทบาทสําคัญที่ทําใหการแลกเปลี่ยนขอมูล
และการสอ่ื สารเปนไปไดง า ยข้ึน
๒
ñ. à·¤â¹âÅÂÕÊÒÃʹà·ÈáÅÐÃкºÊÒÃʹà·È
พจนานกุ รม ฉบับราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ ไดใหความหมายไวด งั นี้
ÊÒÃʹà·È (Information) หมายถงึ ขาวสาร, การแสดงหรือชแ้ี จงขา วสารขอมลู ตาง ๆ
à·¤â¹âÅÂÕ (Technology) หมายถึง วิทยาการที่นําเอาความรูทางวิทยาศาสตรมาใช
ใหเกดิ ประโยชนในทางปฏิบัติ
à·¤â¹âÅÂÕÊÒÃʹà·È จงึ มผี ใู หความหมายไวหลากหลาย เชน
ครรชิต มาลัยวงศ (๒๕๓๙) เทคโนโลยีสารสนเทศ ประกอบดวยเทคโนโลยีสองสาขา
คือ เทคโนโลยีคอมพิวเตอรและเทคโนโลยีส่ือสารโทรคมนาคม โดยเทคโนโลยีคอมพิวเตอรจะชวย
ใหเ ราสามารถจัดเก็บ บันทกึ และประมวลผลขอมูลไดอ ยางรวดเรว็ และถูกตอ ง สว นเทคโนโลยสี ่อื สาร
โทรคมนาคม ชวยใหเราสามารถสงผลลัพธของการใชงานคอมพิวเตอรไปใหผูใชที่อยูหางไกลได
อยางรวดเร็วและสะดวก
วเิ ศษศกั ดิ์ โคตรอาษา และคณะ (๒๕๔๒) เทคโนโลยสี ารสนเทศ เปน เทคโนโลยที เี่ กยี่ วขอ ง
กับเทคโนโลยีสองสาขา คือ เทคโนโลยีคอมพิวเตอรและเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม โดยท่ัวไป
หมายถึงเทคโนโลยีทใี่ ชสาํ หรบั สรา ง การจดั การ การประมวลผลขอมูลใหเ ปนสารสนเทศ การจดั เกบ็
บนั ทกึ ขอมูลเปน ฐานขอ มลู และการสงผานสารสนเทศจากที่หนึ่งไปยงั อกี ที่หนึง่ ตลอดจนเทคโนโลยี
ท้งั หลายที่เก่ียวเน่อื งกบั การแสดงสารสนเทศโดยใชร ะบบดิจทิ ัล
กุลรพี ศิวาพรรักษ (๒๕๕๒) เทคโนโลยี หมายถึง การนําเทคโนโลยีคอมพิวเตอร
มาชวยในการจัดเก็บ บันทึกขอมูลและประมวลผล เพ่ือกอใหเกิดเปนสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพ
โดยใชเทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคมชวยในการเผยแพรขอมูลและสารสนเทศไปยังผูใชคนอื่นๆ
ท่ีอยูห างไกลอยา งรวดเรว็
จากความหมายของเทคโนโลยสี ารสนเทศดงั กลา ว อาจสรปุ ไดว า à·¤â¹âÅÂÊÕ ÒÃʹà·È
(Information Technology : IT) หมายถึง การนําเอาความรูทางเทคโนโลยีทุกดานมาจัดการ
สารสนเทศท่ีตองการ โดยอาศัยเครื่องมือทางเทคโนโลยีใหมๆ เชน เทคโนโลยีดานคอมพิวเตอร
เทคโนโลยดี านเครือขา ยโทรคมนาคมและการสื่อสาร ตลอดจนอาศยั ความรูในกระบวนการดําเนนิ งาน
สารสนเทศในขัน้ ตอนตาง ๆ ตัง้ แตก ารแสวงหา การวิเคราะห การจดั เกบ็ รวมถึงการจัดการเผยแพร
และแลกเปลี่ยนสารสนเทศมาเพิ่มประสิทธิภาพความถูกตอง ความแมนยําและความรวดเร็วใหทัน
ตอ การนาํ มาใชประโยชน
การศกึ ษาเกยี่ วกบั ระบบสารสนเทศเพอื่ การจดั การนนั้ เกยี่ วขอ งกบั การนาํ ระบบสารสนเทศ
ที่เหมาะสมมาใชในองคกรใหบรรลุเปาหมายตามตองการ โดยที่สารสนเทศเกิดจากการนําขอมูล
มาผานการประมวลผล ÃкºÊÒÃʹà·È (Information System : IS) จึงหมายถึงระบบตางๆ
ที่เกี่ยวของกับสารสนเทศ ซ่ึงมักประกอบดวยฐานขอมูลท่ีนํามาใชเพื่อการจัดเก็บดวยระบบ
คอมพิวเตอรเ พ่ือเปน ขอ มลู ในองคกร และดว ยลาํ พงั เพียงเทคโนโลยีสารสนเทศ คงไมมีความหมาย
ใดๆ หรืออาจมีประโยชนเพียงนอยนิด หากผูใชไมรูจักนํามาประยุกตใชใหเกิดผลในทางรูปธรรมได
ดังน้ัน ผูท่ีมีความรูและรูจักใชประโยชนจากเทคโนโลยีน้ีเอง จึงสามารถนําเทคโนโลยีสารสนเทศ
มาเปน เครอ่ื งมอื เพือ่ ขับเคล่ือนรวมกันกบั ระบบสารสนเทศ
๓
ò. ËÅÑ¡¡ÒÃทาํ §Ò¹¢Í§¤ÍÁ¾ÇÔ àμÍÃ
Ãкº¤ÍÁ¾ÔÇàμÍà (Computer System) หมายถึง องคประกอบหลักท่ีทําให
เครื่องคอมพิวเตอรทํางานไดอยางสมบูรณ ถาขาดองคประกอบสวนใดสวนหน่ึงแลวคอมพิวเตอร
จะไมส ามารถทํางานได ระบบของคอมพิวเตอรป ระกอบดวย ๕ สว นดังน้ี
๒.๑ ÎÒô áÇà (Hardware) หมายถงึ อปุ กรณต า ง ๆ ทป่ี ระกอบขน้ึ เปน เครอ่ื งคอมพวิ เตอร
สามารถมองเห็นดวยตาและสัมผัสได เชน จอภาพ แปนพิมพ เมาส เปนตน ซึ่งแบงลักษณะการ
ทํางานได ๔ หนว ยคอื หนว ยรับขอ มูล (Input Unit) หนว ยประมวลผลกลาง (Central Processing
Unit : CPU) หนวยแสดงผล (Output Unit) และหนวยความจาํ (Memory Unit) ซง่ึ รวมไปถงึ
หนว ยเกบ็ ขอ มลู สาํ รอง (Secondary storage) โดยอปุ กรณแ ตล ะหนว ยมหี นา ทกี่ ารทาํ งานแตกตา งกนั
๒.๒ «Í¿μáÇà (Software) หมายถึง โปรแกรมหรือชุดคําส่ังท่ีเขียนข้ึนเพ่ือให
เคร่ืองคอมพิวเตอรป ฏิบตั ิตาม แบงออกเปน ๓ ประเภทคือ ซอฟตแวรร ะบบ (System software)
ซอฟตแ วรส าํ เรจ็ รปู (Package) และซอฟตแ วรประยกุ ต (Application software)
๒.๓ ºØ¤ÅÒ¡Ã (Peopleware) หมายถึง บุคคลที่เก่ียวของกับคอมพิวเตอรในหนาท่ี
ตางๆ เชน นกั วิเคราะหร ะบบ (System Analyst) โปรแกรมเมอร (Programmer) วิศวกรซอฟตแวร
(Software Engineering) ผูบริหารเครอื ขาย (Network Administrator) และผใู ช (User) เปนตน
๒.๔ ¢ÍŒ ÁÅÙ (Data) เปน องคป ระกอบทส่ี าํ คญั อยา งหนง่ึ ในระบบคอมพวิ เตอรท จี่ ะตอ ง
นาํ เขา เพื่อใหไดผ ลลพั ธออกมา ซึง่ ขอ มลู ท่นี ําเขา จะมหี นว ยทเี่ ล็กท่สี ดุ ไดแ ก μÇÑ ÍÑ¡¢ÃÐ (Character)
ซึ่งจะประกอบไปดวยตัวเลข ตัวอักษร และสัญลักษณตางๆ เมื่อนําตัวอักขระเหลานี้มาประกอบกัน
จะทําใหไดหนวยขอมูลที่ใหญข้ึนคือ ¿Å´ (Field) และการนําฟลดหลายๆ ฟลดมาประกอบกัน
จะเปน àä¤Íô (Record) และถานําหลาย ๆ เรคคอรดมาประกอบกันก็จะเปน ä¿Å (File)
และหากนําหลาย ๆ ไฟลมารวมกันในลักษณะท่ีมีความสัมพันธกันในแตละไฟลดวยจะกลายเปน
°Ò¹¢ÍŒ ÁÅÙ (Database) เชน ฐานขอ มลู คดอี าญา-จราจร ฐานขอ มลู หมายจบั ฐานขอ มลู ทะเบยี นราษฎร
ฐานขอ มูลทะเบยี นยานพาหนะ
๒.๕ ¡Ãкǹ¡Ò÷Òí §Ò¹ (Procedure) หมายถึง กระบวนการทํางานเพือ่ ใหไดผ ลลัพธ
ตามตองการ ในการทาํ งานกบั คอมพวิ เตอร ผูใชจ าํ เปนตองทราบขน้ั ตอนการทํางาน เพ่ือใหไดง าน
ท่ีถูกตองและมีประสิทธิภาพ ซ่ึงอาจจะมีข้ันตอนสลับซับซอนหลายขั้นตอน ดังน้ันจึงมีความจําเปน
ตอ งมคี มู อื การปฏบิ ตั งิ าน เชน คมู อื ผใู ช (User Manual) หรอื คมู อื ผดู แู ลระบบ (Operation Manual)
ซง่ึ ในทน่ี จ้ี ะกลา วถงึ การทาํ งานของคอมพวิ เตอรโ ดยทวั่ ไปจะประกอบดว ยกระบวนการทาํ งานอยา งนอ ย
๓ ขนั้ ตอน คือ
๔
ขนั้ ตอนท่ี ๑ Input หรอื กระบวนการนําเขา ขอมลู
ขั้นตอนที่ ๒ Process หรือกระบวนการประมวลผลขอมูล
ขน้ั ตอนท่ี ๓ Output หรือกระบวนการแสดงผลลัพธ
ภาพท่ี ๑ ตวั อยา งกระบวนการทาํ งานของระบบคอมพวิ เตอร
ขอ มลู หรือตวั เลขจํานวน ๕ ชดุ ไดแ ก ๑๔ ๓๒ ๘๕ ๑๖ ๒๓ ถกู ปอ นเขา สูร ะบบการทาํ งาน
ซง่ึ ขอ มูลตัวเลขตา ง ๆ นี้จะถูกนํามาเก็บรวบรวมไวเพ่อื รอการประมวลผล เรยี ก Data ของระบบน้วี า
เปนข้ันตอนของ Input และเม่ือตองการหาคําตอบคาเฉล่ีย ระบบจะตองหาผลรวมของตัวเลข
ท้ังหมดโดยใชหลักการหรือวิธีคิดเพ่ือหาผลลัพธ อันไดแก การหาผลรวมของตัวเลขทั้งหมดแลว
หารดวยจํานวนสมาชิกท้ังหมดที่มีอยู จึงจะสามารถหาคําตอบได เรียกข้ันตอนน้ีวา Process
ซึ่งจะไดคําตอบคาเฉล่ียเปนตัวเลข ๓๔ โดยผานการจัดเรียงวิเคราะหหรือแปรรูปดวยสมการ
ทางคณิตศาสตร ตัวเลขคาเฉล่ีย ๓๔ ท่ีไดแสดงผลลัพธออกมาจึงเปนข้ันตอน Output ถือวาเปน
สารสนเทศทีส่ ามารถนาํ ไปใชประโยชนห รอื แลกเปลีย่ นกนั ไดตอ ไป
ขอมูลสารสนเทศเปนส่ิงสําคัญในการเรียนรู เพราะขอมูลสารสนเทศมีความหลากหลาย
สามารถนําไปใชในการตัดสินใจในการดําเนินกิจกรรมใดๆ ของหนวยงานไดเปนอยางมาก
โดยเฉพาะอยางย่ิงหนวยงานสํานักงานตํารวจแหงชาติ ซ่ึงมีภารกิจในการรักษาความปลอดภัยชีวิต
และทรพั ยส นิ ของประชาชน จงึ มคี วามจาํ เปน ตอ งใชข อ มลู ในการปอ งกนั ปราบปราม การสบื สวนสอบสวน
เชน ขอ มลู บคุ คล ขอ มลู ยานพาหนะ ขอ มลู สถานที่ เปน ตน ซง่ึ การจะไดข อ มลู มานน้ั กต็ อ งมกี ารจดั เกบ็
และรวบรวมอยางเปน ระบบ และเม่ือระบบตา ง ๆ มีการเชื่อมตอเพอ่ื ใชประโยชนจากทรัพยากรหรือ
อปุ กรณตาง ๆ ในระบบรวมกนั ได เรยี กวา เครอื ขายคอมพิวเตอร
๕
ó. à¤ÃÍ× ¢Ò‹ ¤ÍÁ¾ÇÔ àμÍà (Computer Network)
เครือขายคอมพิวเตอร (Computer Network) หมายถึง การเชื่อมตอคอมพิวเตอร
ตั้งแต ๒ เคร่ืองข้ึนไปเปนระบบเขาดวยกัน โดยผานสื่อกลางสายเคเบิลหรือส่ืออ่ืนๆ ท่ีทําให
คอมพิวเตอรสามารถรับสงขอมูลแกกันและกันได ดังเชนที่สํานักงานตํารวจแหงชาติไดนําระบบ
เครือขายคอมพวิ เตอรเขามาใชง านเพอ่ื จัดเก็บรวบรวมขอมลู และการสืบคน สามารถรองรบั การปฏิบตั งิ าน
ทงั้ ดา นการสบื สวนสอบสวน การปอ งกนั ปราบปราม งานอาํ นวยการ เชน ระบบสารสนเทศสถานตี าํ รวจ
(CRIMES) ระบบสารสนเทศหลกั ตร. (POLIS) เปน ตน
ó.ñ ͧ¤» ÃСͺ¾é¹× °Ò¹¢Í§à¤Ã×Í¢‹ÒÂ
การท่ีคอมพิวเตอรจะเช่ือมตอกันเปนเครือขายไดน้ันควรตองมีองคประกอบ
พ้ืนฐานดงั ตอ ไปน้ี
ó.ñ.ñ à¤ÃèÍ× §¤ÍÁ¾ÔÇàμÍÃ
คอมพิวเตอร หมายถึง เคร่ืองคอมพิวเตอรท่ีทําหนาที่เปนผูใหบริการ
ทรพั ยากร (Resources) ตา งๆ ซง่ึ ไดแ ก หนว ยประมวลผล หนว ยความจาํ หนว ยความจาํ สาํ รอง ฐานขอ มลู
และโปรแกรมตางๆ เปนตน โดยในระบบเครือขายทองถิ่น (LAN) มักเรียกวาคอมพิวเตอรแมขาย
ในระบบเครือขายระยะไกล ที่ใชเมนเฟรมคอมพิวเตอร หรือมินิคอมพิวเตอรเปนศูนยกลาง
ของเครอื ขา ย เรานยิ มเรยี กวา Host Computer และเรยี กเครอ่ื งทรี่ อรบั บรกิ ารวา ลกู ขา ยหรอื สถานงี าน
ó.ñ.ò ªÍ‹ §·Ò§¡ÒÃÊ×èÍÊÒÃ
ชองทางการส่ือสาร หมายถึง ส่ือกลางหรือเสนทางท่ีใชเปนทางผาน
ในการรับสงขอมูล ระหวา งผรู บั (Receiver) และผูสง ขอมลู (Transmitter) ปจ จบุ ันมีชอ งทางการ
สอ่ื สาร สาํ หรบั การเชอื่ มตอ เครอื ขา ยคอมพวิ เตอรม หี ลายประเภทคอื สายโทรศพั ทแ บบสายคตู เี กลยี วไมม ี
ฉนวนหุม (UTP) สายคูตีเกลียว แบบมีฉนวนหุม (STP) สายโคแอกเชียล สายใยแกวนําแสง
คล่นื ไมโครเวฟ และดาวเทียม เปน ตน
ó.ñ.ó ʶҹէҹ
สถานีงาน (Workstation or Terminal) หมายถึง อุปกรณหรือ
เครื่องไมโครคอมพิวเตอร ท่ีเชื่อมตอกับเครือขายคอมพิวเตอร ทําหนาท่ีเปนสถานีปลายทาง
หรือสถานีงาน ท่ีไดรับการบริการจากเครื่องคอมพิวเตอรแมขาย เรียกวาเปนคอมพิวเตอรลูกขาย
(Workstation) ในระบบเครือขายระยะใกล มักมีหนวยประมวลผลหรือซีพียูของตนเอง ในระบบ
ที่ใชเครื่องคอมพิวเตอรเมนเฟรมเปนศูนยกลาง เรียกสถานีปลายทางวาเทอรมินอล (Terminal)
ประกอบดว ยจอภาพและแปน พมิ พเ ทา นน้ั ไมม หี นว ยประมวลกลางของตวั เอง ตอ งใชห นว ยประมวลผล
ของคอมพวิ เตอรศนู ยกลางหรือ Host
ó.ñ.ô ÍØ»¡Ã³ã ¹à¤ÃÍ× ¢Ò‹ Â
- การดเช่ือมตอเครือขาย (Network Interface Card : NIC)
หมายถงึ แผงวงจรสาํ หรบั ใชใ นการเชอ่ื มตอ สายสญั ญาณของเครอื ขา ย ตดิ ตง้ั ไวใ นเครอ่ื งคอมพวิ เตอร
๖
ที่เปนเครื่องแมขาย และเคร่ืองที่เปนลูกขาย หนาที่ของการดน้ีคือแปลงสัญญาณจากคอมพิวเตอร
สง ผานไปตามสายสัญญาณ ทาํ ใหคอมพวิ เตอรในเครอื ขายแลกเปลย่ี นขอ มูลขา วสารกนั ได
- โมเดม็ (Modem : Modulator Demodulator) หมายถึง อปุ กรณ
สําหรับการแปลงสัญญาณดิจิทัล (Digital) จากคอมพิวเตอรดานผูสง เพื่อสงไปตามสายสัญญาณ
ขอมูลแบบอนาล็อก(Analog) เมื่อถึงคอมพิวเตอรดานผูรับ โมเด็มก็จะทําหนาที่แปลงสัญญาณ
อนาลอ็ กใหเ ปน ดจิ ทิ ลั นาํ เขา สเู ครอื่ งคอมพวิ เตอร เพอื่ ทาํ การประมวลผล โดยปกตจิ ะใชโ มเดม็ กบั ระบบ
เครอื ขายระยะไกล โดยการใชสายโทรศัพทเปน สอ่ื กลาง เชน เครอื ขา ยอินเทอรเ น็ต เปนตน
- ฮบั ( Hub) คอื อปุ กรณเ ชอื่ มตอ ทใี่ ชเ ปน จดุ รวม และแยกสายสญั ญาณ
เพอ่ื ใหเ กดิ ความสะดวก ในการเชอ่ื มตอ ของเครอื ขา ยแบบดาว (Star) โดยปกตใิ ชเ ปน จดุ รวมการเชอื่ มตอ
สายสญั ญาณระหวาง File Server กับ Workstation ตาง ๆ
- อุปกรณอ่ืน ๆ เชน เราเตอร (Router), สวติ ช (Switch), รพี ที เตอร
(Repeater) และ บริดจ (Bridge)
ó.ñ.õ «Í¿μáÇÃà кº»¯ÔºÑμ¡Ô ÒÃà¤Ã×Í¢‹ÒÂ
ซอฟตแวรระบบปฏิบัติการเครือขาย หมายถึง ซอฟตแวรที่ทําหนาที่
จัดการระบบเครือขายของคอมพิวเตอร เพื่อใหคอมพิวเตอรท่ีเช่ือมตออยูกับเครือขาย สามารถ
ติดตอ ส่ือสาร แลกเปล่ยี นขอมูลกนั ไดอ ยางถูกตองและมีประสทิ ธิภาพ ทําหนาทจ่ี ัดการดานการรกั ษา
ความปลอดภยั ของระบบเครือขาย และยงั มีหนาทคี่ วบคมุ การนาํ โปรแกรมประยุกต ดา นการตดิ ตอ
ส่ือสารมาทํางานในระบบเครอื ขา ยอกี ดว ย นับวา ซอฟตแวรระบบปฏบิ ตั กิ ารเครอื ขา ย มคี วามสําคัญ
ตอเครือขายคอมพิวเตอรอยางยิ่ง ตัวอยาง ซอฟตแวรประเภทน้ีไดแก ระบบปฏิบัติการ Windows
Sever, Unix และ Linux เปนตน
๗
ภาพท่ี ๒ เครอื ขายคอมพวิ เตอร
ó.ò ª¹Ô´¢Í§à¤ÃÍ× ¢Ò‹ Â
เครอื ขายคอมพวิ เตอรน้นั มหี ลายชนิด สามารถใชหลักเกณฑก ารแบงไดหลายวธิ ี
แตถาหากแบงตามกายภาพที่เกี่ยวของกับระยะทางระหวางโหนดบนเครือขายและขอกําหนด
ดานการส่อื สารและการบริการเปนหลกั สามารถแบง ไดเ ปน ๔ ชนิดดงั นี้
๓.๒.๑ à¤ÃÍ× ¢Ò‹ ÂÃдºÑ ·ÍŒ §¶¹èÔ (Local Area Network : LAN) เปน เครอื ขา ย
ระยะใกลใชกันอยูในบริเวณไมกวางนัก อาจอยูในองคกรเดียวกันหรืออาคารท่ีใกลกัน ซึ่งระยะ
ไกลสุดทีส่ ามารถรับสงขอ มูลแบบไมต ิดขัดนนั้ อยทู ป่ี ระมาณ ๑๐๐ เมตร ตวั อยางการใชเครือขา ย เชน
เครอื ขา ยภายในสาํ นกั งาน ภายในโรงเรยี นหรอื มหาวทิ ยาลยั ทม่ี กี ารเชอื่ มตอ ระหวา งคอมพวิ เตอรด ว ยกนั
และอปุ กรณต อพว ง เชน เครอ่ื งพิมพ สแกนเนอร ทาํ ใหสามารถแบง ปน การใชทรพั ยากรได
๓.๒.๒ à¤Ã×Í¢‹ÒÂÃдѺàÁ×ͧ (Metropolitan Area Network : MAN)
เปนเครือขายขนาดกลางที่ใชรับสงขอมูลกันไดประมาณ ๖๐ กิโลเมตร หรือภายในเมืองหรือจังหวัด
ใกลเคยี งกนั เชน ระดับเคเบ้ิลทีวีทีม่ สี มาชกิ ตามบา นทวั่ ไป เปนตน
๓.๒.๓ à¤Ã×Í¢‹ÒÂÃдѺ»ÃÐà·È (Wide Area Network : WAN)
เปน เครอื ขา ยขนาดใหญใ ชต ดิ ตอ บรเิ วณกวา ง จะเชอ่ื มตอ ระยะทางไกลมาก จงึ มคี วามเรว็ ในการสอ่ื สาร
ไมสูงมากนัก เชน ธนาคารที่มีสาขาท่ัวประเทศจะมีบริการรับฝากถอนเงินผานตูเอทีเอ็ม เปนตน
ใชสื่อกลางหลายชนิด เชน ระบบคลื่นวิทยุ คลื่นไมโครเวฟ หรือมีการเช่ือมโยงดวยชองสัญญาณ
ดาวเทียม เสนใยแกวนําแสง และการใชงานอินเทอรเน็ตก็จัดวาเปนการติดตอส่ือสารในระบบ
เครอื ขายระดบั ประเทศดว ย
๘
๓.๒.๔ à¤ÃÍ× ¢Ò‹ Âʋǹº¤Ø ¤Å (Personal Area Network : PAN) เปน เทคโนโลยี
เครอื ขา ยไรส าย ซง่ึ ทาํ ใหเ กดิ การเปลย่ี นแปลงแนวคดิ และวธิ กี ารจดั การทางดา นเครอื ขา ยคอมพวิ เตอร
ขององคกรตาง ๆ ท้ังในองคกรเดิมท่ีมีเครือขายคอมพิวเตอรอยูแลวและองคกรท่ีเกิดขึ้นใหมที่กําลัง
วางแผนตดิ ตงั้ ระบบเครอื ขา ยคอมพวิ เตอร ซง่ึ เครอื ขา ยไรส ายนไี้ มใ ชเ ทคโนโลยเี ครอื ขา ยคอมพวิ เตอร
ที่มาทดแทนเครือขายแบบใชสัญญาณ Wired Network แตเปนเทคโนโลยีที่สามารถขยาย
เครอื ขายแบบใชส ญั ญาณได นอกจากน้ันยังถูกนาํ ไปใชในบรเิ วณที่การตดิ ตัง้ สายสัญญาณมีอุปสรรค
ทางดานภูมิศาสตรหรือในบริเวณท่ีตองการความรวดเร็วในการติดตั้งเครือขายใหมสําหรับการทํางาน
แบบช่ัวคราว ซึ่งอาจเรียกวาเครือขายไรสาย (Wireless LAN : WLAN) มีความสะดวกรวดเร็ว
ในการติดต้ังและรวดเร็วในการเคลื่อนยายอุปกรณเครือขาย รัศมีการใชงานระยะทางประมาณ
๓๓ ฟุต สําหรับอุปกรณที่นํามาเช่ือมตอสามารถเปนคอมพิวเตอรโนตบุก สมารทโฟน เครื่องพีดีเอ
และเคร่ืองเลนแบบพกพา ซึ่งอุปกรณทั้งหลายเหลาน้ีสามารถเชื่อมโยงและสงผานขอมูลระหวางกัน
แบบไรสายได เชน การถา ยโอนหรอื คัดลอกขอมูล การสั่งพมิ พงานผานสอ่ื ไรส ายอยา งบลทู ธู เปนตน
ภาพท่ี ๓ ประเภทของเครือขายคอมพวิ เตอร
ปจจุบันเครือขายคอมพิวเตอรไดถูกหลอหลอมรวมเขาดวยกันกับเครือขายโทรศัพท
และเครือขายการส่ือสารที่สามารถสงผานไดทั้งขอมูลภาพและขอมูลเสียง นอกจากน้ีเครือขาย
คอมพิวเตอรก็มีอยูหลายขนาดดวยดังท่ีกลาวมาแลว ต้ังแตเครือขายขนาดเล็กท่ีสรางข้ึนเพ่ือใชงาน
สวนตวั จนถึงเครือขายขนาดใหญค อื ระบบอนิ เทอรเ น็ตทมี่ กี ารเชอ่ื มตอเครอื ขา ยทั้งโลกเขาดว ยกัน
๙
ô. º·ºÒ·¢Í§Í¹Ô à·ÍÃà¹μç Í¹Ô ·ÃÒà¹çμáÅÐàÍç¡«·ÃÒà¹μç
เทคโนโลยีไดมีการพัฒนารูปแบบและการใชงานใหงายกับการดํารงชีวิตประจําวัน
เปน อยา งมาก โดยเฉพาะการจัดการดานขอมูลของหนว ยงาน การศึกษาเรียนรู การสืบคน การตดิ ตอ
สื่อสาร ซึ่งระบบการส่ือสารผานทางเครือขายคอมพิวเตอรที่รูจักกันคืออินเทอรเน็ต (Internet)
ที่เปรียบเสมือนเปนหองสมุดขนาดใหญที่เช่ือมโยงเครือขายคอมพิวเตอรท่ัวโลกเขาดวยกัน โดย
อาศัยเครือขายโทรคมนาคมเปนตัวเชื่อมเครือขาย ภายใตมาตรฐานการเช่ือมโยงดวยภาษาเดียวกัน
เพ่ือใหคอมพิวเตอรทุกเคร่ืองในอินเทอรเน็ตสามารถส่ือสารระหวางกันได ที่เรียกวาโปรโตคอลหรือ
TCP/IP (Transmission Control Protocol / Internet Protocol) นับวา เปน เครอื ขายทก่ี วางขวาง
ทสี่ ุด เนือ่ งจากมีผนู ยิ มใชอ นิ เทอรเ น็ตมากที่สดุ
การเชื่อมตอเครือขายอินเทอรเน็ต เพื่อใชในการติดตอสื่อสารระหวางกัน ในข้ันตอน
แรกตองมีการเชื่อมตอคอมพิวเตอรเขากับเครือขายอินเทอรเน็ตเสียกอน เพ่ือใหแตละเครื่องที่อยู
ในเครือขายสามารถท่ีจะติดตอส่ือสารรวมกันได โดยการเช่ือมตออินเทอรเน็ตน้ันทําไดหลายวิธี
ไมว า จะเปน การเชอื่ มตอ โดยตรงหรอื การเชอื่ มตอ ผา นทางผใู หบ รกิ าร และนอกจากนน้ั ยงั มกี ารพฒั นาการ
เชื่อมตอ อินเทอรเ นต็ เขา กบั โทรศพั ทเ คลอื่ นที่ (มอื ถอื ) โดยผา นระบบ GPRS ซึ่งสามารถเช่อื มตอ ได
ดว ยระบบความเร็วสูงผา นระบบดาวเทียมตามอัตราคา บริการหรอื วธิ กี ารอน่ื ๆ อีกมากมาย
ô.ñ ÍÔ¹à·ÍÃà ¹μç (Internet)
อินเทอรเน็ตเปนเครือขายสาธารณะท่ีไดเขามามีบทบาทตอการเนินชีวิต
ในยุคนี้ ธุรกรรมตางๆ มากมายท่ีมีผูใชบริการผานอินเทอรเน็ต เชน การโอนเงินระหวางบัญชี
การจา ยคา สาธารณปู โภค การใชจ ดหมายอเิ ลก็ ทรอนกิ ส การใชโ ซเชยี ลมเี ดยี รวมถงึ การใชอ นิ เทอรเ นต็
เพอื่ งานสบื คนความรูว ชิ าการ และดา นความบันเทงิ
๔.๑.๑ ¤ÇÒÁ໹š ÁҢͧÍÔ¹à·ÍÃà ¹μç
อินเทอรเน็ตเปนเทคโนโลยีสารสนเทศที่ถือกําเนิดเมื่อประมาณ ๓๐ ป
ทแ่ี ลว ในประเทศสหรฐั อเมรกิ า เมอ่ื พ.ศ.๒๕๑๒ โดยองคก รทางทหารของสหรฐั อเมรกิ า ชอื่ วา ย.ู เอส.
ดเี ฟนซ ดพี ารท เมนท (U.S. Defence Department) เปน ผคู ดิ คน ระบบขนึ้ มา มวี ตั ถปุ ระสงค คอื เพอ่ื ให
มรี ะบบเครอื ขา ยทไี่ มม วี นั ตายแมจ ะมสี งคราม ระบบการสอ่ื สารถกู ทาํ ลาย หรอื ตดั ขาด แตร ะบบเครอื ขา ย
แบบนย้ี งั ทาํ งานได ซง่ึ ระบบดงั กลา วจะใชว ธิ กี ารสง ขอ มลู ในรปู ของคลนื่ ไมโครเวฟ ฝา ยวจิ ยั ขององคก ร
จงึ ไดจัดต้ังระบบเน็ตเวริ กขน้ึ มา เรยี กวา ARPAnet ยอ มาจากคาํ วา Advance Research Project
Agency net ซ่ึงประสบความสําเร็จและไดรับความนิยมในหมูของหนวยงานทหาร องคกร รัฐบาล
และสถาบันการศกึ ษาตา งๆ เปนอยา งมาก
๑๐
ระบบเครือขา ยแบบเดมิ
ระบบเครอื ขา ยแบบใหมท ่ีตดิ ตอกันไดอ ยางอสิ ระ
ภาพที่ ๔ แสดงการเปรียบเทยี บระบบเครือขา ย
การเชอื่ มตอ ในภาพแบบเดมิ นน้ั ถา ระบบเครอื ขา ยถกู ตดั ขาด ระบบกจ็ ะเสยี หายและทาํ ให
การเชือ่ มตอ ขาดออกจากกัน แตในเครือขายแบบใหม แมว า ระบบเครอื ขายหนึง่ ถูกตัดขาด เครอื ขาย
ก็ยังดําเนินไปไดไ มเ สยี หาย เพราะโดยตัวระบบกห็ าชอ งทางอื่นเชื่อมโยงกันจนได
ในระยะแรก เมื่อ ARPAnet ประสบความสําเร็จ กม็ อี งคกรมหาวทิ ยาลยั ตา งๆ ใหความ
สนใจเขามารวมในโครงขายมากขึ้น โดยเนนการรับสงจดหมายอิเล็กทรอนิกส (Electronic Mail)
ระหวางกันเปนหลัก ตอมาก็ไดขยายการบริการไปถึงการสงแฟมขอมูลขาวสารและสงขาวสารความรู
ทวั่ ไป แตไมไ ดใชในเชงิ พาณชิ ย เนนการใหบ ริการดานวิชาการเปน หลัก
ป พ.ศ.๒๕๒๓ คนท่ัวไปเร่ิมสนใจอินเทอรเน็ตมากขึ้น มีการนําอินเทอรเน็ตมาใชในเชิง
พาณชิ ย มีการทาํ ธุรกิจบนอินเทอรเนต็ บริษัท หา งรา นตา งๆ ก็เขารว มเครือขายอินเทอรเ นต็ มากขึน้
๑๑
๔.๑.๒ Í¹Ô à·ÍÃà¹çμã¹»ÃÐà·Èä·Â
ประเทศไทยไดเ รมิ่ ตดิ ตอ กบั อนิ เทอรเ นต็ ในป พ.ศ. ๒๕๓๐ ในลกั ษณะการใช
บรกิ ารจดหมายอเิ ลก็ ทรอนกิ สแ บบแลกเปลย่ี นถงุ เมลเ ปน ครงั้ แรก โดยเรม่ิ ทมี่ หาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร
วิทยาเขตหาดใหญ (Prince of Songkla University) และสถาบนั เทคโนโลยีแหงเอเชียหรือสถาบนั
เอไอที (AIT) ภายใตโครงการความรวมมือระหวางประเทศไทยและออสเตรเลีย (โครงการ IDP)
ซึ่งเปนการติดตอเชื่อมโยงโดยสายโทรศัพท จนกระท่ังป พ.ศ.๒๕๓๑ มหาวิทยาลัยสงขลา
นครินทร วิทยาเขตหาดใหญ ไดยื่นขอท่ีอยูอินเทอรเน็ตในประเทศไทย โดยไดรับที่อยูอินเทอรเน็ต
Sritrang.psu.th ซึ่งนับเปนท่ีอยูอินเทอรเน็ตแหงแรกของประเทศไทย ตอมาป พ.ศ.๒๕๓๔
บรษิ ัท DEC (Thailand) จํากัด ไดขอท่อี ยอู ินเทอรเน็ตเพอ่ื ใชประโยชนภ ายในของบริษทั โดยไดรับ
ทอ่ี ยอู ินเทอรเ น็ตเปน dect.co.th โดยทีค่ าํ “th” เปน สว นท่ีเรยี กวา โดเมน (Domain) ซึง่ เปนสวนท่ี
แสดงโซนของเครอื ขายอินเทอรเ นต็ ในประเทศไทย โดยยอมาจากคําวา Thailand
กลา วไดว า การใชง านอนิ เทอรเ นต็ ชนดิ เตม็ รปู แบบตลอด ๒๔ ชว่ั โมง ในประเทศไทยเกดิ ขน้ึ
เปน คร้ังแรกเมอื่ เดอื น กรกฎาคม ป พ.ศ.๒๕๓๕ โดยสถาบนั วทิ ยบริการ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย
ไดเชาวงจรส่ือสารความเร็ว ๙๖๐๐ บิตตอวินาที จากการส่ือสารแหงประเทศไทยเพื่อเช่ือมเขาสู
อนิ เทอรเน็ตท่บี ริษัท ยูยูเน็ตเทคโนโลยี (UUNET Technologies) ประเทศสหรฐั อเมริกา
ในปเดียวกัน ไดมีหนวยงานที่เชื่อมตอแบบออนไลนกับเครือขายอินเทอรเน็ตผาน
จฬุ าลงกรณม หาวทิ ยาลัย หลายแหง ดว ยกัน ไดแ ก สถาบันเทคโนโลยีแหง เอเชยี (AIT) มหาวทิ ยาลยั
มหิดล สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกลาเจาคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยเชียงใหม และ
มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญบริหารธุรกิจ โดยเรียกเครือขายน้ีวาเครือขาย “ไทยเน็ต (THAInet)”
ซึ่งนับเปนเครือขายที่มี “เกตเวย (Gateway)” หรือประตูสูเครือขายอินเทอรเน็ตเปนแหงแรกของ
ประเทศไทย (ปจ จบุ ันเครอื ขา ยไทยเน็ตประกอบดวยสถาบนั การศึกษา ๔ แหงเทาน้นั สว นใหญยาย
การเช่ือมโยงอินเทอรเน็ตโดยผานเนคเทค (NECTEC) หรือศูนยเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส
และคอมพวิ เตอรแหงชาติ)
๑๒
ภาพที่ ๕ แสดงแผนภาพเครือขา ยไทยเน็ต (THAInet)
ป พ.ศ.๒๕๓๕ เชนกัน เปนปเร่ิมตนของการจัดต้ังกลุมจดหมายอิเล็กทรอนิกส
เพือ่ การศกึ ษาและวจิ ยั โดยมชี ือ่ วา “เอน็ ดบั เบลิ ยูจี” (NWG: NECTEC E-mail Working Group)
โดยการดแู ลของเนคเทค และไดจ ดั ตง้ั เครอื ขา ยชอ่ื วา “ไทยสาร” (ThaiSarn: Thai Social/Scientific
Academic and Research Network) เพอ่ื การตดิ ตอ สอื่ สารและแลกเปลยี่ นขอ มลู ขา วสารระหวา งกนั
โดยเรมิ่ แรกประกอบดวยสถาบนั การศกึ ษา ๘ แหง ปจจุบันเครอื ขา ยไทยสารเช่อื มโยงกับสถาบนั ตา งๆ
กวา ๓๐ แหง ทั้งสถาบันการศกึ ษาและหนวยงานของรัฐ
ภาพที่ ๖ แสดงแผนภาพเครือขา ยไทยสาร (ThaiSarn)
๑๓
ปจจุบันไดมีผูรูจักและใชอินเทอรเน็ตมากข้ึน โดยมีอัตราการเติบโตมากกวา ๑๐๐%
สมาชิกของอินเทอรเน็ตจึงไดขยายวงกวางจากกลุมอาจารยและนิสิตนักศึกษาในระดับอุดมศึกษาไป
สูประชาชนทัว่ ไป
อินเทอรเน็ตเปนเทคโนโลยีใหมในการส่ือสารสารสนเทศ เปรียบเสมือนชุมชนแหงใหม
ของโลก ซง่ึ รวมคนทวั่ ทกุ มมุ โลกเขา ดว ยกนั จงึ ทาํ ใหม บี รกิ ารตา งๆ เกดิ ขน้ึ ใหมต ลอดเวลา ซงึ่ มที ง้ั ขอ ดี
ทเ่ี ปนประโยชนแ ละขอจํากดั บางประการ
๔.๑.๓ ¡ÒÃàª×Íè Áâ§ࢌÒÊË٠кºÍ¹Ô à·ÍÃà¹μç
การนําเคร่ืองคอมพิวเตอรของเราเชื่อมกับระบบอินเทอรเน็ต สามารถ
กระทําได ๒ ลักษณะ คือ
๑. การเช่อื มตอโดยตรง การเชื่อมตอ แบบนจี้ ะเปน การนําระบบของเรา
เขาเชื่อมตอโดยตรงกับสายหลัก (Backbone) ของอินเทอรเน็ต โดยผานอุปกรณท่ีเรียกวา เกตเวย
(Gateway) หรือ เราเตอร (Router) รวมกบั สายสญั ญาณความเรว็ สงู โดยเราจะตองติดตอโดยตรง
กบั InterNIC ซงึ่ เปน องคก รทที่ าํ หนา ทเ่ี ปน ตวั กลางในการรบั สมคั รเปน สมาชกิ ของชมุ ชนอนิ เทอรเ นต็
เพอื่ ขอชอ่ื โดเมนและตดิ ตง้ั เกตเวยเ ขา กบั สายหลกั การเชอื่ มตอ แบบนจี้ ะสามารถตดิ ตอ กบั อนิ เทอรเ นต็
ไดต ลอดเวลา จงึ เหมาะสาํ หรบั องคก รทตี่ อ งการตดิ ตอ สอื่ สารกบั ผอู นื่ ในระบบ ๒๔ ชว่ั โมง แตอ ยา งไรกด็ ี
คาใชจายในการเช่อื มตอ ลกั ษณะน้จี ะมีราคาแพงมากทัง้ ทางดา นอปุ กรณแ ละการบํารุงรกั ษา
๒. การเชื่อมตอผานทางผูใหบริการ ผูใหบริการการเชื่อมตอเขาระบบ
อินเทอรเนต็ (Internet Service Provider) หรอื ท่ีเรียกสน้ั ๆ วา ไอเอสพี (ISP) จะเปน องคกรๆ
หน่ึงที่ทําการติดตั้งและดูแลเคร่ืองสําหรับใหบริการ (Server) ท่ีตอตรงเขากับระบบอินเทอรเน็ต
ซึ่งอนุญาตใหผูสมัครเปนสมาชิกขององคกรนําระบบของตนเขามาเช่ือมตอได ISP จึงเปรียบเสมือน
ชอ งทางผา นเขา สรู ะบบอนิ เทอรเ นต็ ซงึ่ หลงั จากทเี่ ราเชอื่ มตอ เขา กบั อนิ เทอรเ นต็ ไดแ ลว เรากส็ ามารถ
จะเช่ือมตอ ไปยังท่ีใดก็ไดใ นระบบ
ในการเชอื่ มตอ ผา นทาง ISP นยี้ งั แบง ลกั ษณะการเชอื่ มตอ ออกเปน ๒ ประเภท ตามความ
ตองการใชง านของสมาชิก ดังน้ี
• การเชื่อมตอแบบองคกร (Coorporate User Services) เปนองคกรที่มีการจัดตั้ง
ระบบเครือขายใชงานภายในองคกรอยูแลว จะสามารถนําเคร่ืองแมขาย (Server)
ของเครือขา ยนน้ั ๆ เขาเชอื่ มกบั ISP เพอ่ื เช่อื มโยงเขา สรู ะบบอินเทอรเ น็ตได
• การเช่อื มโยงสวนบุคคล (Individual User Services) บคุ คลธรรมดาทัว่ ไปสามารถ
ขอเชอ่ื มตอ เขา สอู นิ เทอรเ นต็ ได โดยใชเ ครอ่ื งคอมพวิ เตอรท ใี่ ชอ ยเู ชอื่ มตอ ผา นทางสาย
โทรศพั ท ผา นอปุ กรณท เ่ี รยี กวา โมเดม็ (Modem) ซง่ึ คา ใชจ า ยไมส งู มากนกั โดยตดิ ตอ
ขอใชบริการผานการสมัครเปนสมาชิกของ ISP ซ่ึงอาจจะเปนสมาชิกรายช่ัวโมง
รายเดือน หรือเปนลักษณะสมาชิกสําเร็จรูป แลวแตทาง ISP น้ันๆ จะใหบริการ
โดยทาง ISP จะใหช ่อื บัญชี (Internet Account Name) และรหสั ผาน (Password)
สาํ หรบั สมาชกิ แตล ะคนสําหรับใชใ นการเชอื่ มตอ เขา สรู ะบบอินเทอรเ นต็
๑๔
ภาพที่ ๗ แสดงการเชอื่ มโยงเขา สูระบบอินเทอรเนต็
เมอ่ื อนิ เทอรเ นต็ ประกอบดว ยเครอื ขา ยทหี่ ลากหลาย ดงั นน้ั จงึ ตอ งมกี ารเชอ่ื มตอ ระหวา ง
เครือขายเขาดวยกัน เราเตอรจึงจัดเปนอุปกรณสําคัญของเครือขาย เพ่ือใชสําหรับกําหนดเสนทาง
บนเครือขาย นอกจากน้ีระบบคอมพิวเตอรท่ีเช่ือมตอบนเครือขายอินเทอรเน็ตน้ันมีคอนขาง
หลากหลายและอาจมีแพลตฟอรมที่แตกตางกัน ไมวาจะเปนดานสถาปตยกรรมของฮารดแวร
และซอฟตแวรก ต็ าม เม่อื เปน เชนนี้ อุปกรณเ กตเวยจ งึ ถูกนํามาใชเพื่อใหระบบคอมพวิ เตอรท ี่มรี ะบบ
แตกตางกนั อยางสนิ้ เชงิ สามารถสอื่ สารรวมกนั เปน เครือขา ยเดียวกนั ได
ดวยโครงสรางของเทคโนโลยีอินเทอรเน็ตซ่ึงเปนระบบเปดท่ีมีความยืดหยุนสูง จึงเปน
ที่มาของการพัฒนาสูเครือขายอินทราเน็ต ซึ่งเปนเครือขายระดับองคกรท่ีมิใชเครือขายสาธารณะ
อกี ตอ ไป อกี ทง้ั ยงั เชอ่ื มโยงเครอื ขา ยอนิ ทราเนต็ ของแตล ะองคก รเขา ดว ยกนั เปน เครอื ขา ยเอก็ ซท ราเนต็
ที่เปดโอกาสใหผูไดรับอนุญาตสามารถติดตอส่ือสารผานเครือขายสวนตัวได และดวยอินทราเน็ต
และเอ็กซทราเนต็ ไดใ ชเ ทคโนโลยเี ดียวกนั กับอินเทอรเน็ต ดงั น้นั ระบบสารสนเทศทใี่ ชงานก็จะรันอยู
บนพื้นฐานของเทคโนโลยีเว็บ ผานโปรแกรมเบราเซอร ทําใหเกิดความสะดวกตอการสื่อสาร
และการใชงานเปนอยางย่ิง ไมวาจะเปนการสื่อสารผานอินเทอรเน็ต อินทราเน็ต หรือเอ็กซทราเน็ต
ท้ังน้ีคอมพิวเตอรท่ีใชสื่อสารเพื่อการเขาถึงเครือขาย ก็สามารถเปนไดทั้งคอมพิวเตอรสวนบุคคล
(Personal Computer : PC) Labtop รวมถึงการเขาถงึ แบบไรสายอยางเครื่องพีดีเอและโทรศัพท
เคลื่อนที่ (มือถอื )
๑๕
ô.ò ÍÔ¹·ÃÒà¹çμ (Intranets)
อินทราเน็ตเปนเครือขายภายในองคกรที่ถูกสรางขึ้นมาตามมาตรฐานเทคโนโลยี
เดียวกันกับอินเทอรเน็ตและเวิลดไวดเว็บ เพียงแตเปนเครือขายสวนบุคคล ดังนั้นพนักงานภายใน
องคกรเทาน้ันท่ีจะไดรับสิทธ์ิการเขาถึงสารสนเทศบนเครือขายได ในขณะเดียวกันอินทราเน็ต
ยังสามารถเชื่อมโยงเขากับอินเทอรเน็ตซึ่งเปนเครือขายสาธารณะได แตไมไดหมายความวาผูใช
ภายนอกท่ีเช่ือมโยงผานเครือขายอินเทอรเน็ตจะสามารถเขาถึงอินทราเน็ตขององคกรได เน่ืองจาก
อนิ ทราเนต็ มรี ะบบปอ งกนั บคุ คลภายนอกเขา มาใชง าน โดยมไี ฟรว อลล (Firewall) ทาํ หนา ทป่ี อ งกนั
บุคคลภายนอกเขาถงึ เครอื ขายสวนตวั
จากที่ไดกลาวมาแลววาอินทราเน็ตถูกสรางดวยมาตรฐานเทคโนโลยีเดียวกัน
กับอินเทอรเน็ตและเวิลดไวดเว็บ จึงทําใหการใชงานแอปพลิเคชั่นจะดําเนินงานผานเว็บเบราเซอร
ซึ่งเหมือนกับการใชงานผานเว็บท่ัวไป ดังนั้นเครื่องมือการทํางานบนเว็บแอปพลิเคชั่นจึงสามารถ
นํามาใชรวมกับอินทราเน็ตได และแอปพลิเคชั่นท่ีถูกสรางข้ึนเพื่อใชงานบนอินทราเน็ตก็สามารถ
นําไปรนั ใชงานบนเครือ่ งคอมพิวเตอรห ลากหลายชนิดหลากหลายแพลตฟอรม
ô.ó àÍ¡ç «· ÃÒà¹μç (Extranets)
จัดเปนเครือขายสวนบุคคลท่ีพัฒนาขึ้นดวยเทคโนโลยีอินเทอรเน็ตเชนเดียวกับ
อินทราเนต็ โดยมจี ุดประสงคเพือ่ เชอ่ื มโยงระหวา ง ๒ องคก รขึน้ ไป การเช่อื มโยงอนิ ทราเน็ตระหวาง
องคกรจะสามารถสถาปนาการเชื่อมตอถึงกันโดยผานลิงกเอ็กซทราเน็ต ดวยเครือขายสวนตัว
ทเี่ ชอ่ื มโยงระหวา งกนั เรยี กวา เครอื ขา ยเสมอื นสว นตวั (Virtual Private Networks : VPN) ซงึ่ เปน
เครือขายที่ถูกใชงานบนโครงสรางเครือขายสาธารณะอยางอินเทอรเน็ต แตยังคงความเปนเครือขาย
เฉพาะสวนตัวที่เช่ือมโยงระหวางองคกรไดดวยการเขารหัสลงในไอพีแพ็คเกตกอนท่ีจะนําสง
ผานอินเทอรเน็ต โดยเรียกกระบวนการน้ีวา Tunneling สงผลใหขอมูลท่ีสงไปมีความปลอดภัย
และนาเชื่อถือยิ่งขึ้น ประกอบกับความสามารถของไฟรวอลลที่ติดต้ังบนเครือขายอินทราเน็ตของ
แตละองคกร ก็ถือเปนระบบความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่งที่ทําหนาท่ีคอยสกัดก้ันหมายเลขไอพี
ที่ไมเกีย่ วของของผูใ ชท พ่ี ยายามเขา ถึง
õ. คาํ È¾Ñ ··ãÕè ªãŒ ¹¡ÒÃÈ¡Ö ÉÒà·¤â¹âÅÂÕÊÒÃʹà·È¡Ñº¡Òû¯ÔºÑμÔ§Ò¹¢Í§ตาํ ÃǨ
ñ. â»Ãâμ¤ÍÅ (Protocol)
เปน กฎระเบยี บและขอ ตกลงทสี่ ถาบนั ตา งๆ กาํ หนดขน้ึ มาเพอ่ื รองรบั การสอื่ สารระหวา ง
เครอ่ื งและอปุ กรณต างๆ ใหส ามารถสอื่ สารและเขาใจพดู คุยกนั ได เชน ที่นยิ มใชค อื TCP/IP เปน ตน
จากการสอื่ สารระหวา งคนหนง่ึ คนจะตอ งใชภ าษาในการสอื่ สาร แตใ นโลกเรากม็ อี ยหู ลายภาษาดว ยกนั
ภาษาอังกฤษกถ็ อื ไดว าเปนภาษากลางและภาษาสากลท่ีสามารถสือ่ สารไดก ับคนทัง้ โลก คอมพิวเตอร
เองก็ตองมีภาษาท่ีใชในการสื่อสารและเปนภาษาสากลเหมือนกับภาษาอังกฤษเชนกัน ภาษาสากลที่
คอมพิวเตอรใชในการส่ือสารถึงกันก็คือ Protocol ซ่ึงมีอยูหลายประเภทดวยกันแตท่ีเห็นและใชงาน
กันบอยและมีความสาํ คัญกม็ ีดังนี้
๑๖
๑.๑ Protocol HTTP หรือ Hypertext Transfer Protocol จะใชเมื่อเรียก
โปรแกรมเบราเซอร (Browser) ซึ่งเราจะพบเห็นไดทุกคร้ังที่เขาเว็บไซต เวลาเราเขาเว็บไซต
เราจะพมิ พ http:// สวนนเี้ องที่เรยี กวา Protocol HTTP
๑.๒ Protocol TCP/IP หรอื Transfer Control Protocol/Internet Protocol
คอื เครอื ขา ยโปรโตคอลทส่ี าํ คญั มากทส่ี ดุ เพราะวา เปน Protocol ทใ่ี ชใ นระบบเครอื ขา ยอยา งอนิ เทอรเ นต็
ซึ่งโปรโตคอลนี้แยกออกไดมาเปน โปรโตคอล TCP และโปรโตคอล IP
๑.๓ Protocol SMTP หรือ Simple Mail Transfer Protocol คอื โปรโตคอล
ท่ใี ชใ นการสง E–mail ในระบบอินเทอรเนต็
๑.๔ Protocol FTP หรือ File Transfer Protocol คอื โปรโตคอลท่ใี ชใ นการ
การโอนยายแฟมระหวางกนั จะใชง านบอ ยในการอัพโหลดไฟลข ึ้น Server
๑.๕ Protocol NNP หรอื Network News Transfer Protocol คอื โปรโตคอล
ในการโอนยา ยขา วสารระหวา งกัน
๑.๖ Protocol ICMP หรอื Internet Control Message Protocol คอื โปรโตคอล
ที่ใชใ นการสอบถามขอมูลขา วสารระหวางกัน
๑.๗ Protocol POP๓ (Post Office Protocol ๓) คือ โปรโตคอลท่ใี ชใ นการ
รับอีเมลจากเซิรฟเวอร โดยมุงเนนใหในการอานอีเมลแบบ Offline โดยใหผูใชโหลดอีเมลมาเก็บไว
และอา นไดในภายหลัง โดยไมต องเช่ือมตอ กบั อนิ เทอรเนต็
๑.๘ Protocol DHCP (Dynamic Host Configuration Protocol) คอื โปรโตคอล
ท่ีใชใ นเครือขายคอมพิวเตอรทท่ี ํางานแบบแมข า ย-ลูกขาย
๑.๙ Protocol IMAP (Internet Message Access Protocol) คอื โปรโตคอลทใี่ ช
ในการรับอีเมลจากเซิรฟเวอร โดยมุงเนนใหในการอานอีเมลแบบ Online ซ่ึงแตกตางจาก
Protocol POP๓ ที่มุงเนน ในการอา นอเี มลแบบ Offline
ò. World Wide Web เวิลดไวดเวบ็ (WWW)
เปนระบบการจัดสงเอกสารไฮเปอรเท็กซผานเครือขายพัฒนาขึ้นโดย CERN
ในประเทศสวิตเซอรแลนด กําลังไดรับความนิยมอยางสูง สามารถทําการเช่ือมตอไปยังเอกสารอื่น
จากเอกสารหนงึ่ ได ซง่ึ โกเฟอรไมส ามารถทาํ ได
ó. Web เว็บ
คือชุดของเอกสารที่เก่ียวของกันในเวิลดไวดเว็บหรือในระบบไฮเฟอรเท็กซ
(hypertext) ใดๆ ท่ีเอกสารเหลาน้ีมารวมอยูดวยกัน และมีการนําเสนอในลักษณะไฮเพอรเท็กซ
หรือขอความหลายมิติ โดยที่เอกสารเหลานั้นไมจําเปนตองเก็บอยูในระบบคอมพิวเตอรเดียวกันก็ได
แตจ ะมกี ารเชอ่ื มโยงระหวา งกนั อยา งเหน็ ไดช ดั และมกี ารสาํ รวจภายในเอกสารดว ยปมุ สาํ รวจ (navigation
buttons) โดยปกตแิ ลวเวบ็ จะรวมเอาหนาตอ นรบั (welcome page) ท่ใี หบ รกิ ารเหมือนกบั เอกสาร
ระดับบนทีเ่ รียกวา home page ของเวบ็ ไวดวย
๑๗
ô. Web browser การเลอื กอา นในเวบ็
เปน โปรแกรมสาํ หรบั ดาํ เนนิ การบนคอมพวิ เตอรท เ่ี ชอ่ื มตอ กบั อนิ เทอรเ นต็ และจดั หา
การเขา ถงึ ไปยงั เวลิ ดไ วดเ วบ็ การเลอื กอา นในเวบ็ จะมอี ยู ๒ ประเภท คอื การเลอื กอา นเฉพาะขอ ความ
(text-only browser) และการเลือกอานแบบกราฟฟก (graphical Web browsers) ดังเชน
การใชใ นโปรแกรมเอ็นซีเอสเอ มอเซอิก (NCSA Mosaic) และเนต็ สเคป นาวเิ กเทอร (Netscape
Navigator) การเลอื กอา นแบบกราฟฟก จะเปน ทน่ี ยิ มใชม ากกวา เนอ่ื งจากเราสามารถเหน็ ภาพกราฟฟก
แบบอักษรและการจดั หาหนา เอกสารได
õ. Web server เครือ่ งบริการเวบ็
โปรแกรมท่ีรับการรองขอ (request) สําหรับสารสนเทศท่ีเปนไปตามกฎเกณฑ
ในการสงไฮเปอรเท็กซ (HTTP) ในเวิลดไวดเว็บ เครื่องบริการจะประมวลการรองขอเหลานี้
และสงเอกสารไปใหตามที่รองขอ เคร่ืองบริการเว็บไดมีการพัฒนาไวสําหรับระบบคอมพิวเตอรเกือบ
ทกุ ระบบ รวมถงึ สถานียนู ิกซ, ระบบไมโครซอฟท วินโดวส ๙๕, ไมโครซอฟท วินโดวส เอน็ ที และ
ระบบแมคอนิ ทอช
ö. WebPage หมายถงึ ขอ มลู ทเี่ ปน อกั ษร เสยี ง และภาพตา งๆ ทบี่ รรจใุ นแฟม เอกสาร
แตละหนาของเวิลดไ วดเวบ็ (WWW) ทีเ่ ปด อา นจากโปรแกรม Browser
÷. Web site หมายถงึ สถานที่ที่ WebPage อาศยั อยู โดยเขา ถงึ ดวยชอ่ื Domain
Name เชน www.royalthaipolice.go.th (เว็บไซตของสาํ นักงานตํารวจแหงชาต)ิ
ø. HomePage หมายถงึ WebPage ท่อี ยหู นาแรกของ Web site ทีใ่ ชแ ฟมวา index.
html หรือ index.htm เสมอ
ù. TCP/IP (Transport Control Protocol/Internet Protocol) เปน Protocol
ตามมาตรฐานอุตสาหกรรมในการติดตอสื่อสาร ทําใหร ะบบเครอื ขา ยสามารถตดิ ตอ ส่อื สารถึงกันได
ñð. ISP (Internet Service Provider) คอื ผใู หบ รกิ ารเชอ่ื มตอ เขา สเู ครอื ขา ยอนิ เทอรเ นต็
ññ. ASP (Application Service Provider) คือ ผใู หบ รกิ าร Software หรือวธิ ีการใช
ผานอนิ เทอรเ น็ต โดยไมจ ําเปนตองมี Software ของผใู ชเอง
ñò. IDC (Internet Data Center) คือ ผูใหบริการรับฝากเครื่อง Server
และตระเตรยี มสาธารณูปโภคในการทาํ ธุรกรรมใหพรอมสรรพ
ñó. Hypertext คือ เอกสารท่ีทําการเช่ือมโยงตอไปยังเอกสารอื่นๆ ทําใหสามารถ
อานไดหลายมติ ิ
ñô. POP (Post Office Protocal) ระบบทท่ี าํ ใหส ามารถรับและดาวนโหลดจดหมาย
จากผใู หบรกิ ารอนิ เทอรเ น็ต ไปยงั คอมพิวเตอรข องเราเอง
ñõ. Internet Address คอื ทอ่ี ยบู นอนิ เทอรเ นต็ จะประกอบไปดว ยชอื่ ผใู ชค อมพวิ เตอร
(User Name) และชอื่ ของอนิ เทอรเ นต็ (Internet Name) โดยมรี ูปแบบดงั น้ี
๑๘
ª×èͼãÙŒ ªŒ @ ªÍè× ÍÔ¹à·ÍÃà ¹μç
μÑÇÍ‹ҧ เชน [email protected] หมายถงึ ผใู ชช ่อื webmaster เปนสมาชกิ ของ
ศูนยเ ทคโนโลยี สํานักงานตํารวจแหง ชาติ ท่ีใชช ่ือวา police.go.th
ñö. Account ใชสําหรับการสมัครสมาชิกตางๆ เราจะเจอคําวา Account เพื่อเปน
การลงทะเบียนเปนสมาชิก ผูใหบริการจะให user และ password เพื่อใหใชในการเขาสูระบบ
ของเว็บน้นั ๆ เราเรียกการเปน สมาชิกระบบเครือขายนั้นวา Account
ñ÷. Anonymous เปนการสมัครสมาชิก ทําใหผูท่ีไมมี Account สามารถใชบริการ
อนิ เทอรเนต็ ได เพราะ Anonymous เปน Username สากล โดยมี Password เปน อเี มลแอดเดรส
ของคุณเอง ทําใหไ มวา ผูใดกส็ ามารถใชระบบเครอื ขายนัน้ ๆ ได
ñø. Bandwidth เปนคําที่ใชวัดความเร็วในการสงขอมูลของอินเทอรเน็ต ซ่ึงโดยมาก
เรามกั วดั ความเรว็ ของการสง ขอ มลู เปน bps (bit per second) , Mbp (bps*๑๐๐๐๐๐๐) เชน Bandwidth
ของการใชส ายโทรศพั ทใ นประเทศไทย เทา กบั ๑๔.๔ Kbps, Bandwidth ของสายสง ขอ มลู ของ KSC
ทใี่ ชในการเชอื่ มตอ กบั อเมริกาเทากับ ๒ Mbps เปนตน
ñù. Browser เปน ซอฟตแวรท ่ีใชในการทอ งโลกอนิ เทอรเ นต็ โดยโปรแกรม Browser
ทีร่ ูจ กั กันดีคอื Internet Explorer และ Google Chrome
òð. Gateway สําหรับเครือขายที่ไมใช TCP/IP แตตองการที่จะเชื่อมตอเขากับ
เครอื ขายแบบ TCP/IP ซึ่งเปน มาตรฐานของอนิ เทอรเน็ต ตองทําการเชอ่ื มตอ ผา น Gateway
òñ. Hypertext ไฮเปอรเ ทก็ ซเ ปน วธิ กี ารสรา งการเชอื่ มโยงไปยงั เอกสารอน่ื จากเอกสาร
หนง่ึ เมอ่ื ผใู ชอ า นเอกสารทม่ี กี ารเชอื่ มดงั กลา วจะสามารถดงึ ขอ มลู ทเี่ กยี่ วขอ งขน้ึ มาอา นไดอ ยา งรวดเรว็
วธิ ีน้เี ร่มิ ไดร ับความนิยมในโปรแกรม Hypercard ของเครื่องแมคอนิ ทอช
òò. Host Computer เปนคอมพิวเตอรที่เช่ือมตอกับเครือขายอินเทอรเน็ต
โดยท่คี อมพิวเตอรในลักษณะน้ีจะมีอยูท ่ีผูใหบ รกิ ารอนิ เทอรเนต็
òó. HTTP ยอมาจากคาํ วา Hypertext Transfer Protocol เปนโปรโตคอลทจี่ าํ เปน
ใน www โดยเรามกั พบในเบราเซอร เชน http://www.download.com
òô. Ping เปนคาํ สงั่ UNIX ซึง่ ใชใ นการตรวจสอบวา Host นัน้ เปด ใชง านหรือไม
òõ. PPP ยอมาจากคําวา Point-to Point Protocol เปนการเช่ือมตอ PC
กับอินเทอรเน็ตโดยท่ไี มตอ งมี IP Address ท่ี PC
òö. URL(Uniform Resouire Locator) หมายถึง ที่อยูของขอมูลบน WWW
ซึ่งถาเราจะหาขอมูล
ò÷. IP Address และ DNS ä;áÕ Í´à´ÃÊ หมายถงึ หมายเลขประจาํ เครอ่ื งหรอื ทอี่ ยู
(Address) ของผูใชอนิ เทอรเนต็ หรืออีกนยั หนึง่ คอื ช่อื ของเครือ่ งคอมพวิ เตอรท ่ีตอ กบั อินเทอรเนต็
แตละเคร่อื งจะมที ีอ่ ยูประจําเครือ่ งโดยไมซ า้ํ กนั ซ่ึงกําหนดเรียกตวั เลขระบุตําแหนงเปนตวั เลข ๔ ชุด
๑๙
แตละชุดมีคาระหวาง ๐–๒๕๕ คั่นดวยจุด เชน ๒๐๒.๔๔.๒๐๒.๒๒๒, ๒๐๑.๔๔.๒๐๒.๓
หรอื ๒๐๓.๑๔๖.๗.๒๐๐ เปนตน แตร ะบบหมายเลขมขี อบกพรอ งคอื จาํ ยากและไมไ ดสอ่ื ความหมาย
ใหผูใชงานท่ัวไปทราบ ดังนั้น จึงมีผูคิดระบบต้ังช่ือใหงายขึ้น เรียกวา Ãкºªè×ͧ͢à¤Ãè×ͧ
(Domain Name System-DNS) ซึ่งจะเปล่ียนตัวเลขใหเปนคําท่ีอานแลวเขาใจและจําไดงาย
เชน chula.ac.th, moc.go.th หรือ microsoft.com เปนตน
การกําหนด DNS จะเรียงลําดับความสําคัญของช่ือจากขวาไปซาย โดยมีจุดคั่น
ซง่ึ มีหลักการดังตอ ไปน้ี
๑. ช่อื ทางขวาสุดจะบอกชือ่ ประเทศ เชน
th = ประเทศไทย
uk = ประเทศองั กฤษ
๒. ชื่อถัดมาจากช่อื ประเทศจะบอกลกั ษณะของหนวยงาน แบง ออกเปน ๕ กลมุ คือ
ac หมายถึง Academic สถาบันการศึกษา
co หมายถงึ Commercial ภาคองคก ร ภาคเอกชน
go หมายถงึ Government หนวยงานราชการ
or หมายถงึ Organization องคกรทีไ่ มแ สวงหาผลกําไร
net หมายถึง Network องคกรทใี่ หบ ริการระบบเครอื ขาย
๓. นอกจากนใี้ นสว นทางขวาสดุ อาจไมแ บง ตามลกั ษณะของสองขอ ทผ่ี า นมา แตใ ชเ พยี ง
แคคํายอคําเดยี ว โดยไมตองแยกออกเปนชอื่ ประเทศ และลักษณะหนว ยงาน ซ่ึงไดแ ก
com หมายถึง Commercial ใชในธุรกิจ บรษิ ัท หา งราน
edu หมายถงึ Education ใชใ นสถาบันการศึกษา
gov หมายถงึ Government ใชในหนว ยงานราชการ
net หมายถงึ Network ใชในหนวยงานที่เปนเครอื ขาย
๔. ทางซายสุดจะเปน ชื่อหนวยงานทีเ่ ปนเจา ของ Address น้ันๆ
ภาพท่ี ๘ แสดง URL ของสาํ นักงานตาํ รวจแหง ชาติ
๒๐
õ. ¡ÒÃÊ׺¤¹Œ ¢ÍŒ ÁÙÅÊÒÃʹà·È
การสืบคนขอมูลสารสนเทศเปนการสืบคนขอมูลมากมายมหาศาล ซึ่งไมอาจจะเขาไป
คน หาขอ มลู ไดง า ยๆ จงึ จาํ เปน ตอ งอาศยั การคน ขอ มลู ดว ยวธิ กี ารตา งๆ ซง่ึ การสบื คน ทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ
มี ๒ ประเภท คือ การสืบคน ในรูปแบบ Index Directory และ Search Engine ท้งั สองประเภทนี้
จะมีวิธีการสบื คน ที่แตกตางกนั ดงั นี้
๕.๑ Index Directory วิธีน้ีเปนการคนหาขอมูลเปนหมวดหมูใหญแลวคอยแยกยอย
ลงไป เชน ตองการคนหาตํารวจสายตรวจนายหน่ึงท่ีสังกัดอยูในสถานีตํารวจภูธรเมืองตาก ก็คนใน
หมวดหมูบุคลากรในหนว ยงาน > ระดับช้ันประทวน > ยศสบิ ตาํ รวจตรี > ชื่อสมชาย เปน ตน
ตวั อยา งผลการสืบคน
ภาพประกอบท่ี ๙ แสดงการสบื คน Index Directory
๕.๒ Search Engine วิธีน้ีเปนการสืบคนท่ีนิยมมากท้ังรูปภาพ แผนท่ี มัลติมีเดีย
แตเน่ืองจากขอมูลมหาศาลท่ีกระจัดกระจายอยูทั่วไปบนโลกอินเทอรเน็ต การคนโดยวิธีน้ีจึงไมมี
การจดั เรยี งขอ มลู ออกมาเปน ลาํ ดบั ชน้ั ของความสาํ คญั ผลลพั ธอ อกมาจะกวา งมาก หลกั ในการคน หา
จงึ แตกตา งกนั ออกไป ขน้ึ อยกู บั วา ทางศนู ยบ รกิ ารตอ งการจะเกบ็ ขอ มลู แบบไหน แตโ ดยสว นใหญแ ลว
จะมีกลไกในการคนหาที่ใกลเคียงกัน หากจะแตกตางก็คงเปนเรื่องประสิทธิภาพมากกวาวามีขอมูล
ในฐานขอ มลู มากนอ ยเพยี งใด สามารถนาํ ออกมาใหบ รกิ ารใหก บั ผใู ชไ ดต รงตามความตอ งการหรอื ไม
โดยสามารถคนไดจากช่ือของตําแหนงที่อยู คําสําคัญหรือสวนอธิบายลักษณะ เปนตน และเว็บไซต
ท่นี ยิ มมากในปจจุบนั คือ www.google.co.th
๒๑
ตวั อยา งผลการสบื คน
ภาพที่ ๑๐ แสดงการสืบคน Search Engine
ö. ¡ÒÃ㪌â»Ãá¡ÃÁ¤ÍÁ¾ÇÔ àμÍÃÊÒí àèç û٠¾¹é× °Ò¹
๖.๑ Microsoft Word
การสรางเอกสาร
๑. เปด โปรแกรม Microsoft Word เลือกคําสงั่ สรา งเอกสาร
๒. เลอื กฟอนตอ กั ษร ขนาดอกั ษร ระยะขอบกระดาษ ตาํ แหนง กนั้ หนา และกนั้ หลงั
หรอื จดั ลักษณะ สี ตาํ แหนง ขนาดตามตองการท่ีแถบเคร่อื งมือ
๓. คลิกเลือกตําแหนงท่ีจะใหพิมพตัวอักษร โดย Cursor จะกะพริบยังตําแหนง
ปจ จบุ นั
๔. เริ่มพิมพขอความ
๕. บนั ทกึ เอกสารและกาํ หนดชอื่ ของเอกสารลงยงั ตาํ แหนง ทต่ี อ งการใหเ กบ็ ขอ มลู
๖. ออกจากโปรแกรมโดยคลิกท่รี ปู กากบาทหรอื ปด
๒๒
ตวั อยางผลการพิมพเอกสาร
ภาพท่ี ๑๑ แสดงการพมิ พเอกสาร
๖.๒ Microsoft Exel
การจดั ทาํ เอกสารเพือ่ การคาํ นวณ
๑. เปดโปรแกรม Microsoft Exel เลอื กคําสง่ั New เพือ่ สรา งเอกสารใหม
๒. จะปรากฏไดอะล็อกบ็อกซของ Templates (แมแบบ) ขึ้นมา จากนั้นคลิกที่
Blank and recent (วา งและลาสดุ )
๓. คลกิ ท่ี Blank Workbook (สมุดงานเปลา)
๔. คลิกทปี่ ุม Create (สรา ง)
๕. โดย Cursor จะกะพรบิ ยงั ตาํ แหนง ปจ จบุ นั ของแผน งานคอื แถวท่ี ๑ คอลมั นท ่ี ๑
๖. กําหนดรูปแบบตัวอักษร ขนาด ลักษณะ สี ตาราง สูตรในการคํานวณ
และอ่ืนๆ ตามทต่ี องการแลวเรม่ิ พิมพขอ มูล
๗. บนั ทกึ แผน งานและกาํ หนดชอื่ ของแผน งานลงยงั ตาํ แหนง ทตี่ อ งการใหเ กบ็ ขอ มลู
๘. ออกจากโปรแกรมโดยคลกิ ทรี่ ปู กากบาทหรอื ปด
๒๓
ตวั อยา งผลการสรางแผน งาน
ภาพที่ ๑๒ แสดงการพิมพแ ผนงาน
๖.๒ Microsoft Power Point
การสรางงานนําเสนอ
๑. เปดโปรแกรม Microsoft Power Point เลือกคาํ สง่ั สรางงานนาํ เสนอเปลา
๒. จะปรากฏสไลดแผนใหม โดยเริม่ ตน สไลดแผนแรก
๓. คลิกขอ ความตามทีต่ อ งการลงในสไลด
๔. ตกแตง ขอ ความ แทรกรปู ภาพ แทรก Chart แทรกมลั ตมิ เี ดยี เพอื่ แสดงผลขอ มลู
ในเชงิ สถิติหรือกราฟ แทรกกลอ งขอความอกั ษรศลิ ป หรอื จดั รูปแบบเช่ือมโยงตามตองการ
๕. เลอื กรูปแบบการนําเสนอ
๖. บนั ทึกและกําหนดช่ือของแผน งานลงยังตาํ แหนงทต่ี องการใหเ ก็บขอมูล
๗. ออกจากโปรแกรมโดยคลกิ ท่ีรปู กากบาทหรือปด
๒๔
ตัวอยา งผลการสรางแผนงาน
ภาพที่ ๑๓ แสดงการสรางสไลด
ÊÃØ» : Summary
เทคโนโลยสี ารสนเทศ (Information technology) เปน การนาํ เอาความรทู างเทคโนโลยี
ทุกดา นมาจัดการสารสนเทศทตี่ องการ โดยอาศัยเคร่ืองมอื ทางเทคโนโลยี และมกี ระบวนการทํางาน
๓ ขน้ั ตอน คอื การนาํ เขา ขอ มลู (Input) ประมวลผลขอ มลู (Process) และการแสดงผลขอ มลู (Output)
โดยมกี ารเชอ่ื มโยงผานระบบเครือขายคอมพิวเตอร (Computer Network)
สํานักงานตํารวจแหงชาติมีระบบการจัดเก็บขอมูลหลายดาน ทั้งขอมูลที่เกี่ยวกับคดี
และไมเ ก่ียวกับคดี เชน กําลงั พล ยุทธภัณฑ บคุ คลท่ีมีหมายจับ บุคคลผูม ปี ระวัติคดี ผมู ีพฤตกิ ารณ
ตองสงสัย จึงมีระบบสารสนเทศหลากหลาย ดังนั้นขอมูลสารสนเทศจึงเปนสิ่งสําคัญในการเรียนรู
เพอ่ื สามารถนาํ มาใชป ระโยชนใ นการปฏบิ ตั หิ นา ทสี่ บื สวนสอบสวนและปอ งกนั ปราบปรามอาชญากรรม
¡¨Ô ¡ÃÃÁ·ŒÒº· : Activities
๑. ทาํ แบบทดสอบประเมนิ ผลการเรียนรู (ภาคผนวก ญ)
๒. ใบงาน (ภาคผนวก ฎ) ใหผูเรียนศึกษาคนควาเกี่ยวกับขาวเทคโนโลยีท่ัวโลก
แลว สรา งเอกสารดว ยโปรแกรมคอมพวิ เตอรส ําเรจ็ รปู พน้ื ฐาน (Word Processer)
๓. อักษรปริศนา : Crossword Puzzle (ภาคผนวก ฏ) คําศัพทท่ีเก่ียวของกับ
เทคโนโลยสี ารสนเทศและความหมาย
๒๕
áËÅ‹§¤Œ¹¤ÇÒŒ à¾ÁèÔ àμÁÔ
ปย ะ สมบญุ สาํ ราญ. ÈÒÊμÃá ÅÐÈÅÔ »ãŠ ¹¡ÒÃμ´Ô μ§éÑ Ãкºà¤ÃÍ× ¢Ò‹ ª¹éÑ à«ÂÕ ¹ ñ. กรงุ เทพฯ
: สํานักพมิ พซ เี อด็ ยูเคชน่ั , มปป.
พนดิ า พานชิ กุล. à·¤â¹âÅÂÊÕ ÒÃʹà·È. กรงุ เทพฯ : สํานักพมิ พเคทีพ,ี ๒๕๔๘
โอภาส เอย่ี มสริ ิวงศ และคณะ. ÃкºÊÒÃʹà·Èà¾×èÍ¡ÒèѴ¡ÒÃ. ¡Ã§Ø à·¾Ï : สํานักพมิ พ
ซเี อ็ดยูเคช่นั , ๒๕๕๘.
๒๖
๒๗
º··Õè ò
ÃкºÊÒÃʹà·È¢Í§สาํ ¹¡Ñ §Ò¹ตําÃǨáË‹§ªÒμÔ
ÇμÑ ¶»Ø ÃÐʧ¤ : Objects
๑. ผเู รยี นมคี วามรแู ละสามารถจาํ แนกระบบสารสนเทศของสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตไิ ด
๒. ผเู รยี นสามารถอธบิ ายระบบสารสนเทศของทส่ี นบั สนนุ การปฏบิ ตั งิ านไดอ ยา งเหมาะสม
ËÇÑ ¢ŒÍàÃÍ×è § : Topics
ò.ñ ÃкºÊÒÃʹà·ÈสําËÃѺ¼ÙŒãª§Œ Ò¹ÃдºÑ ʶҹตÕ ําÃǨ
๒.๑.๑ ระบบสารสนเทศ ตร. (Police Information System : POLIS)
๒.๑.๒ ระบบสารสนเทศสถานีตํารวจ (Crimes Record and Information
Management Enterprise System : CRIMES)
๒.๑.๓ ระบบประชมุ วีดทิ ัศนทางไกล (Video Conference System)
๒.๑.๔ ศูนยรับแจงเหตุฉุกเฉิน ๑๙๑
๒.๑.๕ ระบบบรหิ ารจดั การใบสงั่ ออนไลน (Police Ticket Management : PTM)
ò.ò ÃкºÊÒÃʹà·ÈÍè¹× ·Õãè ªŒã¹Ë¹Ç‹ §ҹÀÒÂã¹สํา¹¡Ñ §Ò¹ตําÃǨá˧‹ ªÒμÔ
ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของสํานักงานตํารวจแหงชาติมีมากมายหลายระบบ
โดยในบริบทน้ีจะแบงเปน ๒ ประเภท คือ ระบบท่ีพัฒนาขึ้นสําหรับผูใชงานระดับสถานีตํารวจ
และระบบอนื่ ท่ีใชใ นหนว ยงานภายในสาํ นักงานตํารวจแหงชาติ เชน ระบบตรวจสอบลายพิมพน ิว้ มอื
อตั โนมตั ิ ระบบขอ มลู ประวตั อิ าชญากร ระบบตรวจสอบฐานขอ มลู บคุ คลทะเบยี นราษฎร ระบบตรวจสอบ
ยานพาหนะ เปน ตน
ò.ñ ÃкºÊÒÃʹà·Èสาํ ËÃѺ¼Ù㌠ªŒ§Ò¹ÃдºÑ ʶҹตÕ าํ ÃǨ
ò.ñ.ñ ÃкºÊÒÃʹà·È μÃ. (Police Information System : POLIS)
สํานักงานตํารวจแหงชาติ ไดดําเนินโครงการพัฒนาศูนยขอมูลขอสนเทศ
ซง่ึ เปน การพฒั นาระบบสารสนเทศของสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ (Police Information System : POLIS)
เร่ิมดําเนินงานต้ังแตป ๒๕๓๗ ใชงบประมาณในการดําเนินงานทั้งสิ้น ๓๓๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท
มบี รษิ ัท คอนโทรล ดาตา (ประเทศไทย) จาํ กัด เปน บริษัทคสู ญั ญาในการพัฒนา โดยมวี ัตถปุ ระสงค
เพ่อื รวบรวมขอ มลู คดี ขอ มลู บุคคล ขอมูลยานพาหนะ ขอมูลทองถ่นิ ตางๆ ท่เี กิดข้นึ ในสถานตี าํ รวจ
และกระจายขอมูลไปสูสถานีตํารวจอ่ืนๆ ทั้งผูบริหารและผูปฏิบัติสามารถใชขอมูลและทรัพยากร
๒๘
รว มกนั ได ทาํ ใหร ะบบขอ มลู ขา วสารเปน รปู แบบเดยี วกนั เปน การเสรมิ สรา งประสทิ ธภิ าพการปฏบิ ตั งิ านใหด ขี น้ึ
มีการควบคุมและจัดเก็บขอมูลท่ีสวนกลาง มีสถานที่ต้ังอยูท่ีศูนยขอมูลขอสนเทศ โดยศูนยขอมูล
ขอ สนเทศ สาํ นกั งานนโยบายแผนงานและงบประมาณ (È¢Ê.ʹ¼. ÊÁÂÑ ¹¹Ñé »¨˜ ¨ºØ ¹Ñ ¤Í× È¹Ù Âà ·¤â¹âÅÂÕ
ÊÒÃʹà·È¡ÅÒ§ สาํ ¹¡Ñ §Ò¹à·¤â¹âÅÂÊÕ ÒÃʹà·ÈáÅСÒÃÊÍ×è ÊÒà (È·¡.Ê·Ê.)) โดยศนู ยข อ มลู ขอ สนเทศ
ทาํ การเชอ่ื มโยงหนว ยงานทตี่ ง้ั อยใู นสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ ดว ยระบบเครอื ขา ยใยแกว นาํ แสง (Fiber
Optic) และเช่ือมโยงกับหนวยงานอ่ืนๆ ในกรุงเทพมหานคร ในลักษณะคลายชุมสายยอย ไดแก
กองบัญชาการตํารวจนครบาล ตาํ รวจภธู รภาค ๑-๙ และหนวยงานอื่นๆ ท่ีอยใู กลเ คยี ง È·¡.Ê·Ê.
ä´Œ¾Ñ²¹ÒÃкºà¤Ã×Í¢‹ÒÂÍ‹ҧμ‹Íà¹è×ͧ¨¹ã¹»˜¨¨ØºÑ¹Ë¹‹Ç§ҹÃдѺʶҹÕตําÃǨ ¡Í§ºÑ§¤Ñº¡ÒÃ
áÅСͧºÞÑ ªÒ¡Òà ÃÇÁ¶§Ö ·¡Ø ˹Nj §ҹã¹Ê§Ñ ¡´Ñ สาํ ¹¡Ñ §Ò¹ตาํ ÃǨá˧‹ ªÒμÔ ãªÊŒ ÞÑ ÞÒ³à¤ÃÍ× ¢Ò‹ ÂẺ
ãÂá¡ÇŒ นาํ áʧ (Fiber Optic) ·ÇèÑ »ÃÐà·ÈàÃÕºÃÍŒ ÂáÅŒÇ
á¼¹ÀÒ¾¡ÒÃàª×èÍÁâ§Ãкºà¤Ã×Í¢‹Ò¢ͧ μÃ.
ภาพท่ี ๑๔ แสดงการเช่อื มโยงระบบเครือขายคอมพวิ เตอรของสํานกั งานตาํ รวจแหงชาติ
๒๙
โครงการพัฒนาศูนยขอมูลขอสนเทศ (Police Information System : POLIS)
มรี ะบบงาน ๖ กลุม ประกอบดวย ๒๖ ฐานขอ มูล ดงั นี้
¡ÅØÁ‹ ·Õè ñ ÃкºÊÒÃʹà·ÈÍÒªÞÒ¡ÃÃÁ (Crime Information System : CIS)
ประกอบดวยระบบงานยอ ย ๑๒ ฐานขอมลู ไดแก
ñ) Ãкº°Ò¹¢ŒÍÁÙÅ·ÐàºÕ¹ÂÒ¹¾Ò˹Ðเปนระบบงานบริการสอบถาม
ขอมูลเก่ียวกับทะเบียนยานพาหนะ และขอมูลท่ีเกี่ยวของกับรถที่จดทะเบียน ซึ่งสํานักงานตํารวจ
แหง ชาติไดทําบนั ทึกขอ ตกลง (MOU) กับกรมการขนสงทางบก กระทรวงคมนาคม โดยพฒั นาระบบ
สอบถามขอ มลู ทะเบยี นยานพาหนะใหข า ราชการตาํ รวจทม่ี หี นา ทท่ี เ่ี กยี่ วขอ งใชใ นการสบื สวน สอบสวน
และปอ งกนั ปราบปรามอาชญากรรม เบอ้ื งตน เปน การทาํ สาํ เนา (Copy) ขอ มลู จากกรมการขนสง ทางบก
มาเก็บไวที่เคร่ืองแมขายของระบบ POLIS และสงขอมูลเฉพาะที่มีการปรับปรุงมาเก็บในทุกๆ
วัน แตปจจุบันไดใชรูปแบบ Web Service ËÁÒ¶֧ ¡ÒÃÊͺ¶ÒÁ¢ŒÍÁÙŨҡà¤Ãè×ͧ¤ÍÁ¾ÔÇàμÍÃ
š٠¢Ò‹  (Client, ·àèÕ ªÍ×è ÁμÍ‹ ¡ºÑ à¤ÃÍ× ¢Ò‹ ¢ͧÃкºÊÒÃʹà·È μÃ. (POLIS)) ¼Ò‹ ¹à¤ÃÍè× §¤ÍÁ¾ÇÔ àμÍÃ
áÁ‹¢‹Ò (Server) ¢Í§สํา¹Ñ¡§Ò¹ตําÃǨáË‹§ªÒμÔ ä»Âѧà¤Ã×èͧ¤ÍÁ¾ÔÇàμÍÃáÁ‹¢‹Ò (Server)
¢Í§¡ÃÁ¡Òâ¹Ê§‹ ·Ò§º¡áÅÐμͺ¡ÅѺÁÒẺ·ÕÅÐÃÒ¡ÒÃ
ò) Ãкº°Ò¹¢ŒÍÁÙÅãºÍ¹ØÞÒμ¢ºÑ Ã¶ เปน ระบบงานบรกิ ารสอบถามขอมูล
ใบอนญุ าตขับรถและใบอนญุ าตผปู ระจํารถ มลี กั ษณะการทํางานเชนเดียวกับขอ ๑)
ó) Ãкº°Ò¹¢ÍŒ ÁÅÙ ·ÐàºÂÕ ¹ÍÒÇ¸Ø »¹„ เปน ระบบงานบนั ทกึ /แกไ ข/สอบถาม
ขอ มูลใบอนุญาตใหม แี ละใชอ าวุธปน ขอมลู การโอนยา ยทะเบียนอาวุธปน
ô) Ãкº°Ò¹¢ÍŒ ÁÅÙ ãºÍ¹ÞØ Òμ¾¡¾ÒÍÒÇ¸Ø »¹„ เปน ระบบงานบรกิ ารบนั ทกึ /
แกไ ข/สอบถามขอ มูลเกยี่ วกบั ใบอนุญาตพกพาอาวุธปน
õ) Ãкº°Ò¹¢ŒÍÁÙźؤ¤Å¼ÙŒ¡ÃÐทํา¼Ô´¡®ËÁÒ (ÃÇÁà´ç¡áÅÐàÂÒǪ¹)
เปนระบบการบันทึก/แกไข/สอบถามขอมูลประวัติผูกระทําผิดกฎหมาย ขอมูลแผนประทุษกรรม
และประวัติผูตองหา ขอมูลผลคดีผูตองหาและรายงานที่เกี่ยวของซึ่งกองทะเบียนประวัติจะเปน
ผูรบั ผดิ ชอบในการดาํ เนนิ การ
ö) Ãкº°Ò¹¢ŒÍÁÙÅʶÔμÔ¤´ÕÍÒªÞÒ¡ÃÃÁ เปนระบบท่ีนําขอมูลจากระบบ
ฐานขอมูลติดตามผลคดีมาจัดทําเปนรายงาน สถิติ เพื่อใหหนวยงานระดับบริหารใชในการวิเคราะห
วางแผนปฏบิ ตั กิ ารสาํ หรับการปองกนั ปราบปราม
÷) Ãкº°Ò¹¢ÍŒ ÁÅÙ ÍºØ μÑ àÔ Ëμ¨Ø ÃҨà เปน ระบบการบนั ทกึ ขอ มลู /แกไ ข/สอบถาม
ขอ มลู รายละเอยี ดเกยี่ วกบั คดจี ราจรทง้ั ในสว นทเี่ ปน อบุ ตั เิ หตจุ ราจรทางบก และไมเ ปน อบุ ตั เิ หตจุ ราจร
ทางบก ตั้งแตร ับคดจี นถึงผลการตดั สินคดีจากช้นั ศาล
ø) Ãкº°Ò¹¢ŒÍÁÙÅ·ÃѾÂËÒ เปนระบบการบันทึก/แกไข/สอบถามขอมูล
รถยนตหาย รถหายไดค ืน รถหายเบอื้ งตน พมิ พป ระกาศ ถอนประกาศรถหายรวมถงึ ทรพั ยหาย ฯลฯ
ซึ่งกองทะเบยี นประวตั ิจะเปน ผูร บั ผิดชอบในการดําเนนิ การ
๓๐
ù) Ãкº°Ò¹¢ÍŒ ÁÅÙ º¤Ø ¤Å¾Å´Ñ Ëŧ เปน การเกบ็ ขอ มลู โดยกระบวนการทาํ งาน
เรม่ิ ตน สถานตี าํ รวจสง ตาํ หนริ ปู พรรณรายละเอยี ดพรอ มภาพถา ยตามแบบแจง รปู พรรณบคุ คลพลดั หลง
มายงั กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร เพอ่ื จดั พมิ พป ระกาศสบื หาบคุ คลพลดั หลงและในกรณที ไี่ ดบ คุ คล
พลัดหลงคืนใหสถานีตํารวจสงขอมูลมาบันทึกปรับปรุงขอมูลเพื่อพิมพประกาศถอนการสืบคนบุคคล
พลัดหลงตอไป
ñð) Ãкº°Ò¹¢ŒÍÁÙÅ»ÃСÒÈÊ׺¨Ñº เปนระบบการบันทึก/แกไข/สอบถาม
ประกาศสบื จบั พมิ พป ระกาศ ถอนประกาศ ซง่ึ กองทะเบยี นประวตั จิ ะเปน ผรู บั ผดิ ชอบในการดาํ เนนิ การ
ññ) Ãкº°Ò¹¢ŒÍÁÙźؤ¤Å¾Œ¹â·É เปนระบบการบันทึก/แกไข/สอบถาม
ขอมูลประวัติอาชญากร/ท่ีอยู/ตําหนิรูปพรรณ/รูปถาย/ประวัติการตองโทษ/การพนโทษ ฯลฯ
ซงึ่ กองทะเบียนประวัติจะเปนผรู ับผิดชอบในการดําเนนิ การ
ñò) Ãкº°Ò¹¢ŒÍÁÙźؤ¤Å¼ÙŒÁÕ¾ÄμÔ¡Òó㹷ҧÁԪͺ (ºØ¤¤Å¹‹Òʹã¨)
จัดเก็บขอมูลบุคคลท่ีตองคอยสอดสองพฤติการณและติดตามความเคล่ือนไหวของบุคคลนั้นๆ
เพ่อื ใชใ นการสบื สวนสอบสวนคดี
¡ÅÁØ‹ ·èÕ ò ÃкºÊÒÃʹà·Èà¾×èÍ¡ÒúÃËÔ Òà (Management Information System :
MIS) ประกอบดว ยระบบงานยอย ๔ ฐานขอมลู ไดแก
ñ) Ãкº°Ò¹¢ÍŒ ÁÅÙ à§¹Ô à´Í× ¹ เปน ระบบการบนั ทกึ /แกไ ข/สอบถามขอ มลู เงนิ
เดอื นขาราชการตํารวจ ขา ราชการบํานาญ และลูกจา ง ฯลฯ
ò) Ãкº°Ò¹¢ŒÍÁÙÅกําÅѧ¾Å เปนระบบการบันทึก/แกไข/สอบถามขอมูล
กําลังพลตํารวจ ประวัติ การแตง ต้ัง โอนยา ย เลอ่ื นเงินเดือน เลอื่ นตาํ แหนง ฯลฯ
ó) Ãкº°Ò¹¢ŒÍÁÙÅá¼¹§Ò¹áÅЧº»ÃÐÁÒ³ เปนระบบการบันทึก/แกไข/
สอบถามขอมูลท่ีเก่ียวของกับงบประมาณของสํานักงานตํารวจแหงชาติ ท้ังการจัดตั้งและจัดสรร
งบประมาณรายจายประจําป เพื่อประโยชนในการบริหารควบคุมและการกํากับดูแลงบประมาณ
รายจาย ตลอดจนติดตามและประเมินผลการใชจายงบประมาณตามแผนงานโครงการของแตละ
หนว ยงานในสังกดั สาํ นกั งานตาํ รวจแหงชาติ
ô) Ãкº°Ò¹¢ÍŒ ÁÅ٠ʧ‹ กาํ Å§Ñ บาํ Ã§Ø เปน ระบบการบนั ทกึ /แกไ ข/สอบถามขอ มลู
เก่ียวกบั วสั ดุ ครุภัณฑ การเบกิ จาย การบํารุงรกั ษาและคาใชจ า ยในการซอ ม ฯลฯ
¡ÅÁØ‹ ·Õè ó ÃкºÊÒÃʹà·Èà¾×èͤÇÒÁÁ¹èÑ ¤§ (Security Information System : SIS)
ประกอบดวยระบบงานยอย ๒ ฐานขอมูล ไดแก
ñ) Ãкº°Ò¹¢ŒÍÁÙÅ·ÐàºÕ¹¡ÅÒ§ÊѹμÔºÒÅ เปนระบบการบันทึก/แกไข/
สอบถามขอมูลเรอื่ งราวและเหตุการณท ่ีเกิดขน้ึ ในอดีตและปจจบุ นั ขอมูลประวัติบุคคลทมี่ พี ฤตกิ ารณ
ประวัติกลมุ บุคคล หรืออาชญากร ฯลฯ
ò) Ãкº°Ò¹¢ŒÍÁÙŤ¹ÃŒÒ¢ŒÒÁªÒμÔ เปนระบบการบันทึก/แกไข/สอบถาม
ขอมูลประวัติคนรายขามชาติ และรายละเอียดประวัติคนราย ซ่ึงไดรับขอมูลจากตํารวจสากล
หรือหนวยงานตํารวจในตางประเทศ โดยจะเช่ือมโยงกบั ระบบเครอื ขา ยสบื สวนสอบสวน
๓๑
¡Å‹ØÁ·èÕ ô ÃкºÊÒÃʹà·Èà¾è×Í¡ÒúÃÔ¡ÒÃÊѧ¤Á (Social Service Information
System : SSIS) ประกอบดว ยระบบงานยอ ย ๒ ฐานขอมูล ไดแ ก
ñ) Ãкº°Ò¹¢ŒÍÁÙŨÃҨà เปนระบบการบันทึก/แกไข/สอบถามขอมูล
เพ่ือควบคุมการรบั -เบิกจา ยใบสงั่ ใหก บั หนว ยปฏบิ ตั ิ รวมทัง้ การยกเลิกใบสงั่ ท่ีเบกิ ไปแลว โดยสามารถ
ตรวจสอบยอดใบส่ังคงเหลือในคลงั ได
ò) Ãкº°Ò¹¢ŒÍÁÙŹÔμÔàǪ เปนระบบการบันทึก/แกไข ขอมูลตามแบบ
รายงานการตรวจพิสูจนศพของสถาบันนิติเวชวิทยา และสามารถสอบถามขอมูลคนตายไมทราบช่ือ
เมื่อมีญาติของผูตายมาติดตอขอดูศพ และสามารถพิมพรายงานการตรวจศพ เพ่ือสงใหพนักงาน
สอบสวนเจาของคดหี รอื บริษทั ประกันชวี ติ ได
¡ÅØ‹Á·èÕ õ Ãкº¢ŒÍÁÙÅÍè×¹à¾×èÍʹѺʹع§Ò¹´ŒÒ¹»‡Í§¡Ñ¹»ÃÒº»ÃÒÁÍÒªÞÒ¡ÃÃÁ
(Service Crimes Information System : SCIS) ประกอบดว ยระบบงานยอ ย ๒ ฐานขอ มลู ไดแ ก
ñ) Ãкº¢ÍŒ ÁÅÙ â¤Ã§¢Ò‹ ¡ÒÃÊ׺ÊǹÊͺÊǹ¤´Õ เปน ระบบสอบถามขอ มูล
จากระบบงานตา งๆ ทพี่ ฒั นาขน้ึ เชน ระบบฐานขอ มลู ผกู ระทาํ ผดิ กฎหมาย ระบบสถติ คิ ดอี าชญากรรม
ระบบภาพถาย เพ่ือใหเกิดความเช่ือมโยงและตอเน่ืองกันเปนระบบท่ีชวยใหเจาหนาท่ีสืบสวน
ปฏบิ ตั งิ านไดค ลอ งตวั ขน้ึ เชน สอบถามขอ มลู คดอี กุ ฉกรรจ คดสี ะเทอื นขวญั คดฉี อ ฉล และคดฆี าตกรรม
ได นอกจากนย้ี งั สามารถใชใ นการวเิ คราะหเ หตกุ ารณแ ละความสมั พนั ธอ ยา งตอ เนอ่ื งกบั บคุ คล องคก าร
และแสดงผลลัพธตางๆ ทางจอภาพในแบบของขอความและรปู ภาพๆ ได
ò) Ãкº°Ò¹¢ŒÍÁÙÅÀÒ¾¶‹Ò เปนระบบการบันทึก/แกไข/สอบถามขอมูล
บคุ คลและเหตกุ ารณท เ่ี กยี่ วขอ งกบั อาชญากรรม เปน ระบบฐานขอ มลู เพอื่ สนบั สนนุ ระบบฐานขอ มลู อนื่
ในลกั ษณะการเชอ่ื มโยงขอ มลู กนั เชน ระบบ บคุ คลผกู ระทาํ ผดิ กฎหมาย ระบบทรพั ยห าย ระบบบคุ คล
พลดั หลง ระบบประกาศสบื จับ บคุ คลพนโทษ ฯลฯ เปน ตน โดยการนําเขา ขอ มลู ในรปู แบบภาพถา ย
ตอ งใชอ ปุ กรณส แกนเนอรและกลอ งถายรปู ซ่งึ กองทะเบยี นประวัตจิ ะเปน ผรู ับผิดชอบในการดาํ เนนิ การ
¡ÅÁ‹Ø ·Õè ö ÃкºÊÒÃʹà·ÈʶҹμÕ íÒÃǨ (Police Station Information System :
PSIS) ประกอบดว ยระบบงานยอ ย ๔ ฐานขอมูล ไดแ ก
ñ) Ãкº§Ò¹ºÃÔËÒÃÀÒÂã¹Ê¶Ò¹ÕตําÃǨ (˹‹Ç§ҹ‹ÍÂ) เปนระบบ
รวบรวมขอ มลู การบรหิ ารงานในสถานตี าํ รวจ เชน ประวตั บิ คุ ลากรในสถานตี าํ รวจ ขอ มลู การเงนิ ขอ มลู
สงกําลังบํารุง ฯลฯ เชน การจัดตารางเวลาในการปฏิบัติหนาที่ การควบคุมการใชจายงบประมาณ
การควบคมุ วัสดุ ครุภณั ฑ และสื่ออุปกรณ ฯลฯ
ò) Ãкº°Ò¹¢ÍŒ ÁÅÙ μ´Ô μÒÁ¼Å¤´Õ เปน ระบบทเี่ กบ็ รวบรวมขอ มลู รายละเอยี ด
เกี่ยวกับคดีอาญา คดีอุกฉกรรจและสะเทือนขวัญ ต้ังแตรับคดีจนถึงผลการดําเนินคดีจากชั้นศาล
เชอ่ื มโยงขอมลู จากระบบสถิตคิ ดีอาชญากรรม เชน คน หาขอ มูลเลขคดี หนว ยงาน เพื่อนํามาบนั ทึก
ผลของคดีน้ันๆ ไวใชในการติดตามความคืบหนาของผลคดีที่ยังไมสิ้นสุด นอกจากนี้ยังเช่ือมโยง
๓๒
ขอมูลกับระบบฐานขอมูลอุบัติเหตุจราจร หมายจับ ทรัพยหาย คนหายพลัดหลง (กรณีถูกลักพาตัว
เรียกคา ไถ) นิติเวช เครอื ขา ยสบื สวนประวตั ิผูกระทาํ ผดิ
ó) Ãкº§Ò¹¢ŒÍÁÙŨÃҨà เปนระบบการบันทึก/แกไข/สอบถามขอมูล
การออกใบสง่ั (สเี หลือง) การบันทึกคะแนน และการชาํ ระคา ปรบั
ô) Ãкº°Ò¹¢ŒÍÁÙÅ»‡Í§¡Ñ¹»ÃÒº»ÃÒÁÍÒªÞÒ¡ÃÃÁ จัดเก็บขอมูลบุคคล
และสถานท่ีตามประเภทกลุมขอมลู ตา งๆ เพือ่ ใชใ นการสืบสวนและการปอ งกันปราบปราม
ช่อื โครงการพฒั นาศูนยข อมูลขอสนเทศ (Police Information System : POLIS)
มีการใชงานในหลากหลายช่ือ เชน ระบบ POLIS, ระบบสารสนเทศหลัก ตร. (โครงการ POLIS),
ระบบสารสนเทศ ตร. (POLIS) ซ่ึงในปจจุบันสํานักงานตํารวจแหงชาติก็ยังไมไดมีช่ือที่ระบุชัดเจน
เปนลายลักษณอักษรเพียงแตใชกันทั่วไปในหนังสือราชการวา “ระบบสารสนเทศ ตร. (POLIS)”
และใชอ ยางไมเ ปน ทางการวา “ระบบ POLIS”
ระบบงานทพี่ ฒั นาขึ้นน้ันมีลกั ษณะการทํางานแบบ Client/Server หมายถึง การทํางาน
แบบบันทึกขอ มูลท่ีเครอื่ งลกู ขา ย (Client) แลวสง ขอ มูลใหเครอื่ งแมข าย (Server) ภายหลงั ตามท่ีได
กําหนดไว เชน ภายในเวลาเทย่ี งคืน หรือ ๑ วนั ซึง่ ทําใหไดขอ มลู ไมทันสมัย
ในป ๒๕๔๘ สํานักงานตํารวจแหงชาติจึงไดปรับเปลี่ยนโครงสรางการทํางานของ
ระบบเปนแบบ Web Application เพื่อใหไดขอมูลแบบทันที (Real Time) ซึ่งการทํางานแบบ
Web Application นี้หมายถงึ การบนั ทกึ ขอมลู จากเครอื่ งลูกขาย (Client) และขอมลู จะไปแสดงผล
ที่เครื่องแมขายทันที (Server) ขอมูลที่ไดจะมีความทันสมัยมากขึ้น โดยเลือกระบบงานจํานวน
๑๓ ระบบมาดาํ เนินการ
ในป ๒๕๕๓ สํานักงานตํารวจแหงชาติไดเปลี่ยนระบบงานในระบบสารสนเทศ
ตร. (POLIS) ใหมเ พอื่ สอ่ื ความหมายทงี่ า ยตอ การเลอื กใชง านและใหต รงกบั ความตอ งการมากขน้ึ ดงั นี้
ลําดบั ชื่อเดมิ ช่อื ใหม
๑. ระบบงานกําลงั พล ระบบกาํ ลังพล
๒. ระบบพัสดุ ตร. ระบบพัสดุ
๓. ระบบตดิ ตามผลคดี ระบบคดีอาญา
๔. ระบบสถิติคดีอาชญากรรม ระบบสถิตคิ ดีอาญา
๕. ระบบฐานขอ มลู ผมู ีพฤติการณในทางมชิ อบ ระบบผูม ีพฤตกิ ารณในทางมิชอบ
๖. ระบบฐานขอมลู ปอ งกันและปราบปรามอาชญากรรม ระบบขอมูลปองกันและปราบปราม
อาชญากรรม
๗. ระบบโครงขา ย ระบบสบื สวนสอบสวนคดอี าญา
๘. ระบบฐานขอมลู อุบัตเิ หตจุ ราจร ระบบคดีจราจร
๙. ระบบฐานขอมูลจราจร ระบบควบคุมใบส่ังจราจร
๓๓
ลําดบั ชื่อเดมิ ชือ่ ใหม
๑๐. ระบบงานจราจร ระบบบนั ทึกใบสงั่ จราจร
๑๑. ระบบสอบถามขอ มลู ทะเบียนราษฎร ระบบทะเบียนราษฎร
๑๒. ระบบสอบถามขอมูลทะเบยี นยานพาหนะ ระบบทะเบียนยานพาหนะ
๑๓. ระบบสอบถามใบอนุญาตขับรถ ระบบใบอนญุ าตขบั รถ
ตารางที่ ๑ แสดงการเปลี่ยนช่ือระบบงานในระบบสารสนเทศ ตร. (POLIS)
ต้ังแต ๑ ตุลาคม ๒๕๕๙ เปนตนมา สํานักงานตํารวจแหงชาติไดมีหนังสือสั่งการ๑
ใหทุกหนวยงานนําระบบสารสนเทศสถานีตํารวจ (CRIMES) มาใชในการบริหารจัดการขอมูลดาน
การสอบสวน สืบสวนและปอ งกันปราบปรามทําใหร ะบบสารสนเทศ ตร. จะคงเหลอื การบนั ทึกขอมูล
เพียง ๕ ระบบ ประกอบดวยระบบกําลังพล ระบบพัสดุ ระบบบันทึกใบสั่งจราจร ระบบควบคุม
ใบสั่งจราจร (อยูระหวางการพัฒนาไปเปนระบบ PTM) และระบบสารสนเทศอาชญากรรม (CIS)
ของกองทะเบียนประวตั อิ าชญากร
แหลง คน ควา เพิ่มเติม : ศูนยเทคโนโลยีสารสนเทศกลาง สํานกั งานเทคโนโลยีสารสนเทศ
และการส่อื สาร (ศทก.สทส.)
ò.ñ.ò ÃкºÊÒÃʹà·ÈʶҹÕตําÃǨ (Criminal Record and Information
Management Enterprise System : CRIMES)
CRIMES คือ ระบบสารสนเทศท่ีรวบรวมขอมูลการรับแจง ขอมูลเกี่ยวกับคดี
เพอ่ื เปน เครอื่ งมอื ชว ยในการสบื สวน สอบสวน ปอ งกนั ปราบปรามอาชญากรรม อนั เปน ระบบทอี่ าํ นวย
ความสะดวกใหกับเจาหนาท่ีผูปฏิบัติงาน โดยเปนจุดศูนยกลางสูการเชื่อมตอไปยังฐานขอมูลของ
หนวยงานตางๆ ท้ังในสํานักงานตํารวจแหงชาติและหนวยงานภายนอก นอกจากนั้นยังเปนระบบ
ท่ีรองรับการแลกเปลี่ยนขอมูลระหวางหนวยงานในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งถือวาระบบน้ีชวยให
ประชาชนที่มาติดตอสถานีตํารวจ ไดรับการอํานวยความสะดวกและความยุติธรรมไดอยางโปรงใส
และรวดเร็ว ซึ่งจะไดก ลาวโดยละเอยี ดในบทท่ี ๓ ตอไป
ò.ñ.ó Ãкº»ÃЪÁØ Ç´Õ ·Ô ÈÑ ¹· Ò§ä¡Å สาํ ¹¡Ñ §Ò¹ตาํ ÃǨá˧‹ ªÒμÔ (Video Conference
System)
ระบบประชุมวดี ทิ ัศนทางไกล สาํ นกั งานตํารวจแหงชาติ (Video Conference
System) คือ การนําเทคโนโลยีตางๆ มาใชสําหรับการประชุมที่ผูเขารวมประชุมอยูคนละสถานท่ี
โดยไมจํากัดระยะทาง สามารถประชุมรวมกันและมีปฏิสัมพันธโตตอบกันได สามารถสงทั้งภาพ
และเสียงไปยังสถานทีต่ า งๆ ได ปจจบุ ันหนวยงานตางๆ ของสํานักงานตํารวจแหง ชาตไิ ดม กี ารตดิ ตัง้
ใชง านระบบ ระบบประชมุ วดี ทิ ศั นท างไกล แบบฮารด แวรห ลายหนว ยงาน เชน ศนู ยป ฏบิ ตั กิ ารสาํ นกั งาน
๑ หนังสือ ตร.ท่ี ๐๐๓๓.๔๑/๓๒๕๙ ลงวันท่ี ๙ ก.ย. ๒๕๕๙
๓๔
ตํารวจแหงชาติ ศูนยปฏิบัติการกองบัญชาการตํารวจนครบาล ศูนยปฏิบัติการตํารวจภูธรภาค ๑-๙
กองบัญชาการตํารวจตระเวนชายแดน กองบญั ชาการตาํ รวจสอบสวนกลาง โรงเรยี นนายรอ ยตาํ รวจ
กองบญั ชาการศกึ ษา และตํารวจภูธรจงั หวัดหลายๆ แหง
ทงั้ น้ี กองบงั คบั การตาํ รวจสอื่ สารยงั ไดจ ดั หาโปรแกรมหรอื ซอฟตแ วรใ นการประชมุ
วีดิทัศนทางไกลใหหนวยงานตางๆ ของสํานักงานตํารวจแหงชาติทั่วประเทศ เชน สถานีตํารวจ
ใหดาวนโ หลดเพ่อื ใชใ นการเฝา ฟง การประชุมของผบู ังคับบญั ชาในสงั กดั ได
ปจจุบันระบบประชุมวีดิทัศนทางไกล สํานักงานตํารวจแหงชาติมีระบบแมขาย
ท่ีทําใหสามารถทําการประชุมไดแบบหลายหนวยพรอมๆ กัน เรียกวา MCU (Multipoint Control
Unit) ซงึ่ ตดิ ตง้ั อยทู กี่ องบงั คบั การตาํ รวจสอ่ื สาร สามารถรองรบั การประชมุ พรอ มกนั จาํ นวน ๑๒๐ แหง
โดยจัดแบงจํานวนหองประชุมไดตามความเหมาะสม ซ่ึงระบบการประชุม Video Conference
ของสํานักงานตํารวจแหงชาติ โดยกองตํารวจสื่อสารไดจัดทําระบบใหสามารถทําการประชุม
ไดหลากหลายเสนทางการส่ือสาร เชน VPN, Internet เปนตน ซึ่งจะทําใหหนวยงานตางๆ
ของสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตสิ ามารถทาํ การประชมุ ไดต อ เนอื่ ง รวมทงั้ ยงั สามารถใชง านระบบโทรศพั ท
เขา รว มการประชมุ ในลกั ษณะของ Voice Conference ไดอ กี ทางหนงึ่ ดว ย ทง้ั นห้ี ากเครอื ขา ยหลกั มปี ญ หา
ก็สามารถใชเครือขายสํารองในการประชุมไดอีกทางหน่ึง นอกจากนี้ปจจุบันยังสามารถรองรับระบบ
การประชมุ ทางไกลผา นทางเครือขายโทรศพั ทเคลอ่ื นทีร่ ะบบ ๓จ,ี ๔จี ไดอ กี ดวย
ภาพท่ี ๑๕ แสดงภาพการเชื่อมโยงระบบ Video Conference System
แหลงคนควาเพิ่มเติม : กองบังคับการตํารวจสื่อสาร สํานักงานเทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสือ่ สาร (สส.สทส.)
๓๕
ò.ñ.ô ȹ٠ÂÃѺᨧŒ àËμØ©¡Ø à©¹Ô ñùñ
ศูนยรับแจงเหตุฉุกเฉิน ๑๙๑ หรือ “ระบบ ๑๙๑”หรือ “Call Center ๑๙๑”
เกิดขึ้นในกรมตํารวจประมาณป ๒๕๒๐ ในขณะน้ันใชผูรับโทรศัพทเพียง ๒๐ คูสาย งาน ๑๙๑
อยูในกองกํากับการศูนยรวมขาวของกองบัญชาการตํารวจนครบาล ตอมาในป ๒๕๒๓ กองตํารวจ
ส่ือสารไดเขียนโครงการของบจากประเทศญี่ปุน ในป ๒๕๓๒ ประเทศญี่ปุนไดใหงบมาพัฒนาศูนย
๑๙๑ ประมาณ ๒๐๐ ลานบาท ตอ มาในป ๒๕๓๕ กรมตาํ รวจ ไดน าํ เทคโนโลยี C๓I มาใชใ นระบบ
ของศนู ย ๑๙๑ กองบัญชาการตาํ รวจนครบาลใชง บประมาณ ๒๕๐ ลานบาท ดาํ เนนิ การพัฒนาระบบ
ของศูนย ๑๙๑ ในป ๒๕๓๙-๒๕๔๔ คณะรัฐมนตรี ในคราวประชุมเม่ือ ๑ เม.ย. ๒๕๔๖ ไดมีมติ
เห็นชอบใหสวนราชการและหนวยงานของรัฐท่ีมีหนาที่บริการประชาชนไปพิจารณาความเหมาะสม
และเปน ไปไดในการจัดตัง้ ศนู ยบริการประชาชนขน้ึ ในหนวยงาน ในสว นของสํานักงานตํารวจแหงชาติ
จงึ ไดก าํ หนดแนวทางการพฒั นาศนู ยบ รกิ ารประชาชน (Call Center) โดยการปรบั ปรงุ ระบบสารสนเทศ
และการสอื่ สาร โทรศพั ทส ายดว น ๑๙๑ เรยี กวา “ศนู ยร บั แจง เหตฉุ กุ เฉนิ ๑๙๑” ของตาํ รวจภธู รจงั หวดั
ในแตละจังหวดั เพยี งแหงเดยี ว
ในป ๒๕๔๙ ตร. ให กองวิจัยและพัฒนา จางคณะรัฐศาสตร จุฬาลงกรณ
มหาวิทยาลัย ดําเนินการศึกษาวิจัยเรื่อง การบริการรับแจงเหตุ (CALL CENTER) โดยศึกษา
เปรยี บเทยี บกับตางประเทศซ่งึ ไดสรุปขอ เสนอแนะให ตร.ดงั นี้
- à»Ò‡ ËÁÒÂÃÐÂÐʹéÑ ใหป รบั จากระบบกระจายศนู ยเ ปน ระบบรวมศนู ยร บั แจง เหตุ
ท่ี ภ.จว. เพียงทเ่ี ดียว
- à»Ò‡ ËÁÒÂÃÐÂСÅÒ§ ใหน าํ เทคโนโลยสี มยั ใหมม าปรบั ปรงุ ใชก บั ศนู ยร บั แจง เหตุ
- à»Ò‡ ËÁÒÂÃÐÂÐÂÒÇ ผลักดนั รา งกฎหมายของศูนยรับแจง เหตุ
ดวยเหตุนี้สํานักงานตํารวจแหงชาติจึงไดกําหนดแนวทางการดําเนินงาน
โดยใหพัฒนาศูนยรับแจงเหตุท่ีใชโทรศัพท เลขหมายพิเศษ ๑๙๑ ซ่ึงหนวยตํารวจหลายหนวย
ใชงานอยแู ลว ใหเ ปน ศนู ยรบั แจงเหตุฉกุ เฉนิ ๑๙๑ ของ ภ.จว. เพยี งท่เี ดยี ว ซง่ึ ตร. ไดร ับงบประมาณ
โครงการจัดต้ังศูนยรับแจงเหตุฉุกเฉิน ๑๙๑ ใหกับ ตํารวจภูธรจังหวัดตางๆ จํานวนทั้งสิ้น ๗ ระยะ
ตั้งแตป ๒๕๕๑-๒๕๕๗
๓๖
Í»Ø ¡Ã³·èÕ㪧Œ Ò¹ã¹ÈÙ¹Âà Ѻᨌ§àËμØ ñùñ
ภาพที่ ๑๖ แสดงอุปกรณท ี่ใชในศูนยรบั แจงเหตุ ๑๙๑
ภาพท่ี ๑๗ แสดงการเชื่อมโยงอุปกรณในศูนยรับแจงเหตุ ๑๙๑
๓๗
ขั้นตอนการทํางานของศูนยร บั แจง เหตุ ๑๙๑
ภาพท่ี ๑๘ แสดงขนั้ ตอนการปฏบิ ตั งิ านของศนู ยรับแจงเหตุ ๑๙๑
¡Òè´Ñ ¡íÒÅ§Ñ ¾Å»ÃШÒí ÈÙ¹Âà ºÑ ᨧŒ àËμØ ñùñ ¡Å‹ÁØ ·èÕ ñ ¡ÅØ‹Á¢¹Ò´ãËÞ‹
â¤Ã§ÊÌҧÈÙ¹Âà ºÑ ᨌ§àËμØ ñùñ
¡ÅØ‹Á·Õè ñ ¡ÅØÁ‹ ¢¹Ò´ãËÞ‹ÁÒ¡
ผบก. ทําหนาท่ีผอู ํานวยการศูนยฯ
รอง ผบก. ทําหนา ท่รี องผูอาํ นวยการศูนยฯ
ผกก.สส. ทําหนาทผี่ ชู ว ยผูอํานวยการศูนยฯ
ทําหนาทหี่ วั หนา ศนู ยฯ
สว. ทาํ หนา ท่ีรองหวั หนาศนู ยฯ
รอง สว.
- รอง สว.ทําหนา ทรี่ อยเวรรบั แจงเหตุ ๑ นาย
--- ผผผบบบ...หหหมมมููู --- รรรออองงง สสสววว...ทททาํําําหหหนนนาาาททท่สีร่ีี่วับทินแยบั จุส๑งนเหนุนตาปุยฏ๒ิบนัตาิ ๑ย นาย
- บคุ ลากรภายนอก (OUT SOURCE) ทาํ หนา ทร่ี บั แจง เหตจุ าํ นวน ๓ นาย
»ÃСͺ´ÇŒ  ò ¨Ñ§ËÇÑ´ ´Ñ§¹Õé
- จว.เชียงใหม, จว.ชลบรุ ี
จัดผลดั ๆ ละ จํานวน ๘ นาย วันละ ๓ ผลดั ๆ
ÊÃØ» จํานวนเจาหนาทที่ ีต่ อ งใชทง้ั หมดในแตละจงั หวดั จํานวน ๓๔ นาย แยกเปน พัก ๑ ผลัด รวม ๔ ผลดั รวมใชก าํ ลัง ๓๒ นาย
- สว. จํานวน ๑ นาย - รอง สว. จํานวน ๕ นาย
- ผบ.หมู-รอง สว. จํานวน ๑๖ นาย - บคุ คลภายนอก (Outsource) จาํ นวน ๑๒ นาย
ภาพท่ี ๑๙ แสดงโครงสรางการปฏบิ ตั ิงานของศนู ยร ับแจงเหตุ ๑๙๑ กลมุ ที่ ๑ กลุมขนาดใหญ
๓๘
¡ÒèѴ¡Òí Å§Ñ ¾Å»ÃШíÒȹ٠Âà ºÑ ᨧŒ àËμØ ñùñ ¡ÅØ‹Á·èÕ ò ¡Å‹ØÁ¢¹Ò´ãËÞ‹
â¤Ã§ÊÌҧȹ٠Âà ºÑ ᨌ§àËμØ ñùñ
¡ÅØ‹Á·èÕ ò ¡ÅÁØ‹ ¢¹Ò´ãËÞ‹
ผบก. ทําหนา ทผ่ี อู าํ นวยการศูนยฯ
ทําหนา ทรี่ องผูอํานวยการศนู ยฯ
รอง ผบก. ทําหนาทผ่ี ชู ว ยผูอํานวยการศูนยฯ
ผกก.สส. ทาํ หนา ท่หี ัวหนาศูนยฯ
ทําหนา ท่ีรองหวั หนาศนู ยฯ
สว.
รอง สว.
-- ผรอบง.หสมวู .-ทรําอหงนาสทว.่รี ทอํายหเวนรา รทบั วี่ แทิ จยง ุเห๑ตนุ ๑ายนาย
- ผบ.หมู - รอง สว.ทําหนาทร่ี บั แจงเหตุ ๒ นาย
-- บผคุบล.หามกรู -ภราอยนง อสกว.(ทOําUหTนSา OทUี่สนRCับEส)นทนุ าํ ปหฏนบิ า ตัทิ ร่ี ๑บั แนจางยเหตจุ าํ นวน ๒ นาย
จ»-แวลÃจ.Ðะวส¡.ุรจนÍาวคºษ.รก´ฎราŒÇราญÂธชาจสนñนมี ðี,บาจ,รุ ¨วีจ§Ñ.วอË.บุนÇล´Ñครราศ´ชร§Ñ ธธี¹ารéÕ นรมี, รจาวช.น, คจวรป.ขฐอมน,แจกวน.เ,ชจยี วง.รสางยข,ลจาว.รอ ยเอด็ จดั ผลดั ๆ ละ จํานวน ๘ นาย วันละ ๓ ผลัดๆ
พัก ๑ ผลดั รวม ๔ ผลดั รวมใชกําลัง ๓๒ นาย
Ê-- ÃสผØ»วบ..จหาํ มน-ู วรนองเจสาหว.นา จจทําําท่ี นนต่ี ววอนนงใ๑๑ช๖ทน้งั านหยามยดใน-- แรบตอุคลงคะลสจภวัง.าหยวนัดอจกาํ น(วOนut๓so๐urนcาeย) แจจยาํํากนนเปววนนน ๕๘ นนาายย
ภาพที่ ๒๐ แสดงโครงสรางการปฏบิ ตั งิ านของศนู ยรบั แจง เหตุ ๑๙๑ กลุมที่ ๒ กลุม ขนาดใหญ
¡ÒèѴ¡íÒÅ§Ñ ¾Å»ÃШÒí ȹ٠ÂÃѺᨌ§àËμØ ñùñ ¡ÅØÁ‹ ·Õè ó ¡ÅÁ‹Ø ¢¹Ò´¡ÅÒ§
â¤Ã§ÊÃÒŒ §ÈÙ¹Âà ºÑ ᨧŒ àËμØ ñùñ
¡ÅÁØ‹ ·èÕ ó ¡ÅØ‹Á¢¹Ò´¡ÅÒ§
ผบก. ทําหนา ทีผ่ ูอ าํ นวยการศูนยฯ
รอง ผบก. ทําหนา ที่รองผูอาํ นวยการศนู ยฯ
ผกก.สส. ทําหนาทผี่ ูชว ยผอู ํานวยการศูนยฯ
สว. ทาํ หนา ที่หัวหนา ศนู ยฯ
รอง สว. ทาํ หนาท่ีรองหัวหนาศูนยฯ
-»ÃจจจจจจจจจÐววววววววว¡.........ปพปรสหลศÍสะรรมรํารนºุรยะาะีปสุทิ´อจนอจนะารวÇŒงนีงทคเงปบÂค,บกร,รคราศษรุจòา,รียจ,ีรว,ขกี ,ว÷ีอจ.จนัาน.จวยจกรธวค.วธุ¨,,เวา.ร.พยѧจช.ฬพสจนËาวชัยวิสษว,.นÇรลรภิ.นจบณ´Ñ ปทรพูมวธรุคุทบโบ.´ุีิ,,ล,ภแุุมรรุѧกเู,ลีีจ,จธ¹กจจ,ะววา็ตÕéวจว..นจส,จสว..ฉสี,วมวจ.ุพะอ..กวุทจชเรบุดช.ลรวรุมรุรงริสาณ.นพีรเธตชาทัมคราบาคบรนยกรุรารรุ ีี,,,,,,,ี - รอง สว.ทําหนา ที่รอยเวรรับแจงเหตุ ๑ นาย
-- ผผบบ..หหมมูู -- รรอองง สสวว..ททาํําหหนนาา ทท่รีี่วับิทแยจุ ๑ง เหนตาุย๑ นาย
- ผบ.หมู - รอง สว.ทาํ หนา ทีส่ นบั สนุนปฏบิ ตั ิ ๑ นาย
- บคุ ลากรภายนอก (OUT SOURCE) ทาํ หนา ทร่ี บั แจง เหตจุ าํ นวน ๒ นาย
จัดผลัดๆ ละ จาํ นวน ๖ นาย วันละ ๓ ผลัดๆ
Ê-- ÃผสØ»วบ..จหํามนู-วรนองเจสา หว.นา จจทาําํ ท่ี นนี่ตววอนนงใ๑๑ช๒ทนั้งานหยามยดใน--แตรบอล คุ ะงคจลสังภวห.าวยัดนจอํากน(วOนu๒ts๖ouนrาceย)แยจจกาําํ นนเปววนนน ๕๘ นนาายย พัก ๑ ผลัด รวม ๔ ผลดั รวมใชก าํ ลัง ๓๒ นาย
ภาพที่ ๒๑ แสดงโครงสรา งการปฏิบตั งิ านของศูนยร ับแจงเหตุ ๑๙๑ กลมุ ท่ี ๓ กลุมขนาดกลาง
๓๙
¡Òè´Ñ ¡Òí Å§Ñ ¾Å»ÃШíÒȹ٠ÂÃѺᨌ§àËμØ ñùñ ¡Å‹ØÁ·èÕ ô ¡Å‹ÁØ ¢¹Ò´àÅ¡ç
â¤Ã§ÊÌҧÈÙ¹ÂÃºÑ á¨Œ§àËμØ ñùñ
¡Å‹ØÁ·èÕ ô ¡ÅØ‹Á¢¹Ò´¡ÅÒ§
ผบก. ทําหนาท่ีผูอํานวยการศูนยฯ
รอง ผบก. ทําหนาท่ีรองผอู าํ นวยการศนู ยฯ
ผกก.สส. ทําหนา ที่ผูช ว ยผอู ํานวยการศูนยฯ
สว. ทําหนาทห่ี วั หนาศนู ยฯ
รอง สว. ทาํ หนาทรี่ องหัวหนาศูนยฯ
-»ÃจจจจจจจจแจÐวววลวววววว¡.......ะ.พรฉสหลศ.Íสะปะมํจรารนºุรยะเีวปสุทิชอร´นอน.ะารชิงŒÇงะงทคเงปเÂมุค,กทจร,รรพาศษจรวา,òยจราวร,กบ,ว,÷อี.จาน.จยคจกจรวควุธ¨ี,ววา.รร.ยชѧ..ฬพีสปจขนËาัยวิสษวัร,นนÇรภิ.นาณจÑ´ปทรธจูมธวคทุบโีนุิ.,´,,ล,ภุมุรบ§Ñกีจูเ,จธจุร¹ก,ววาจี,วจต็éÕ..นจสสว.ว,จสี,มว.ุพวจ.อก.ุท.ลวจรบเุดล.พรรวพรุรรสณ.นาชีรธตาบชัมรคาบาคุบบนยรกรุรรุรรุี ีี,,,,,,,ีี - รอง สว.ทาํ หนาท่รี อ ยเวรรบั แจง เหตุ ๑ นาย
- ผบ.หมู - รอง สว.ทาํ หนา ที่วทิ ยุ ๑ นาย
-- ผผบบ..หหมมูู -- รรอองง สสวว..ททําําหหนนาา ททสี่ีร่ บันแบั จสงนเหนุ ตปุ ฏ๑บิ นตั าิ ๑ย นาย
- บคุ ลากรภายนอก (OUT SOURCE) ทาํ หนา ทรี่ บั แจง เหตจุ าํ นวน ๒ นาย
จัดผลดั ๆ ละ จาํ นวน ๖ นาย วันละ ๓ ผลดั ๆ
พัก ๑ ผลดั รวม ๔ ผลดั รวมใชก าํ ลงั ๒๔ นาย
Ê-- ÃสผØ»วบ..จหาํ มนู- วรอนงเจสาหว.นา จจทําาํ ท่ี นนต่ี ววอ นนงใ๑๑ช๒ทนัง้ านหยามยดใน-- รบแอตุคงลคะลสจภวัง.าหยวนัดอจกาํ น(Oวนuts๒o๖urนceา)ย แยจจกําาํ นนเปววนนน ๕๘ นนาายย
ภาพที่ ๒๒ แสดงโครงสรา งการปฏบิ ตั ิงานของศูนยร ับแจงเหตุ ๑๙๑ กลุม ที่ ๔ กลุม ขนาดเล็ก
¢ŒÍ´¢Õ ͧËÁÒÂàÅ¢©¡Ø à©Ô¹ ñùñ สาํ ¹¡Ñ §Ò¹ตาํ ÃǨáË‹§ªÒμÔ
๑. หมายเลข ๑๙๑ เปนหมายเลขทม่ี ีการใชง านมานาน ประชาชนจดจาํ ไดง า ย
๒. ปจจุบันมีศูนยรับแจงเหตุฉุกเฉิน ๑๙๑ จํานวน ๗๗ แหง ครอบคลุมทุกจังหวัด
ท่วั ประเทศ
๓. ศูนยรับแจงเหตุฉุกเฉิน ๑๙๑ มีอุปกรณและระบบท่ีพรอมสําหรับการใชงาน
และรองรบั การพัฒนาตอในอนาคต
๔. เจาหนาท่ีตํารวจมีความพรอม และมีประสบการณความชํานาญในการรับแจง
เหตฉุ กุ เฉิน
๕. ปจจุบันการรับแจงเหตุฉุกเฉินของประชาชน จะเก่ียวของกับงานในหนาที่ของ
เจา หนา ทต่ี ํารวจอยูแ ลว
»Þ˜ ËÒÍ»Ø ÊÃä¢Í§È¹Ù Âà ºÑ ᨌ§àËμ©Ø ¡Ø à©Ô¹ ñùñ
๑. ปญหาเรือ่ งการโทรกอกวน โทรแกลง
๑.๑ มีปญหาเร่ืองการโทรกอกวนเปนจํานวนมาก บางครั้งอาจมากถึง
๖๐-๗๐ เปอรเ ซน็ ต เปน เหตุใหประสทิ ธิภาพการรบั แจงเหตุลดลง เจา หนาทีร่ บั แจง เหตุมคี วามเครยี ด
ทาํ ใหเ สยี บคุ ลากรจาํ นวนมากในการรบั แจง เหตุ และผแู จง เหตทุ ม่ี เี หตดุ ว นจรงิ ๆ ไมส ามารถโทรเขา มาได
เนอ่ื งจากตดิ สายกอกวน
๔๐
๑.๒ มีการโทรแกลง ทําใหเจาหนาที่ปฏิบัติการไประงับเหตุท่ีไมไดเกิดจริง ทําให
เจาหนาท่เี สยี เวลาในการปฏบิ ัติงาน
๒. ปญหาเครือขา ยโทรศัพท
๒.๑ การจัดโครงขายของผูใหบริการโทรศัพทพ้ืนฐานและโทรศัพทมือถือ
ในแตละรายไมสอดคลองกับการแบง เขตรับผดิ ชอบของตํารวจ
๒.๒ มือถือบางย่ีหอนั้น ไดต้ังคาใหเครื่องโทรศัพทสามารถโทรฉุกเฉินได
เม่อื โทรแลวจะไปติดท่ีศนู ยร บั แจง เหตฉุ ุกเฉิน ๑๙๑
๒.๓ ในระบบแผนท่ียังไมสามารถแสดงจุดของผูโทรศัพทมาแจงเหตุผานเครือขาย
โทรศัพทม อื ถือได
๓. ปญ หาดา นกฎหมาย
๓.๑ ในปจ จบุ นั นน้ั ยงั ไมม ี พ.ร.บ.หมายเลขโทรศพั ทฉ กุ เฉนิ แหง ชาติ เพอื่ แกไ ขปญ หา
ตา งๆ เหมอื นกับหนว ยงานอ่นื เชน พ.ร.บ.การแพทยฉุกเฉนิ เปน ตน
๓.๒ ไมมีกฎหมายและบทลงโทษกับผูที่ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจาหนาท่ี
หรือผูท โี่ ทรศัพทเขา มากอกวน และโทรแกลง ซึ่งจะทําไดก ต็ อ เมอื่ มี พ.ร.บ.หมายเลขโทรศพั ทฉกุ เฉนิ
แหง ชาติ
๓.๓ ไมมีกฎหมายรองรับเพ่ือใหหนวยงานตางๆ ท่ีเกี่ยวของทั้งภาครัฐและเอกชน
ตองสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจาหนาที่ เชน การจัดทําระบบเครือขายเชื่อมโยงในการส่ือสาร
การงดเวนการเรียกเก็บคาธรรมเนียมและคาใชบริการที่เกี่ยวของกับการบริการหมายเลขฉุกเฉิน
เปนตน ซง่ึ จะทาํ ไดก ็ตอ เมือ่ มี พ.ร.บ.หมายเลขโทรศัพทฉ ุกเฉนิ แหง ชาติ
แหลงคนควาเพ่ิมเติม : กองบังคับการตํารวจสื่อสาร สํานักงานเทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสื่อสาร (สส.สทส.)
ò.ñ.õ ÃкººÃËÔ Òè´Ñ ¡ÒÃãºÊÑè§Í͹äŹ (Police Ticket Management : PTM)
สํานักงานตํารวจแหงชาติมีนโยบายที่จะเพ่ิมชองทางในการใหบริการชําระ
คาปรับคดีจราจรแกประชาชน เพ่ืออํานวยความสะดวก ลดความขัดแยงระหวางเจาหนาท่ีตํารวจ
กบั ประชาชน จงึ มกี ารออกคาํ สงั่ คณะทาํ งานพจิ ารณาการออกระเบยี บ ขอ กาํ หนด หลกั เกณฑ ขอ ตกลง
และวิธีการเก่ียวกับการชําระคาปรับโดยวิธีการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส บัตรเครดิต หรือวิธีการอ่ืน
โดยผานธนาคารหรือหนวยบริการรับชําระเงินโดยมีผูบัญชาการสํานักงานเทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสอื่ สาร เปนคณะทาํ งาน เน่ืองจาก
๑) ระบบ PTM มกี ารใชงานระบบเครือขา ยของ ตร. เชื่อมโยงระบบระหวาง
ธนาคารกรงุ ไทย ไปยังหนว ยตางๆ ของ ตร.
๒) มกี ารใช Username áÅÐ Password และการกาํ หนดสิทธ์กิ ารเขาถงึ ขอ มลู
ระบบจากระบบ POLIS
๔๑
๓) มีการเรียกใช Web Service สําหรับตรวจสอบขอมูลใบอนุญาตขับข่ี
และทะเบยี นยานพาหนะผานระบบ POLIS
๔) มีการโอนขอมูลการออกใบสั่ง และขอมูลอ่ืนๆ ท่ีเกี่ยวของจาก PTM
สรู ะบบ POLIS
จากนนั้ สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตไิ ดม กี ารลงนามในบนั ทกึ ขอ ตกลงความรว มมอื (MOU)
กับบริษัท ธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) พัฒนาระบบ PTM โดยธนาคารกรุงไทยเปนผูพัฒนา
โปรแกรม จดั หาเครอื่ งคอมพวิ เตอรแ มข า ย จดั หาชอ งทางการรบั ชาํ ระเงนิ คา ปรบั ใหก บั สาํ นกั งานตาํ รวจ
แหง ชาติ โดยแบง การพัฒนาเปน ๓ ระยะ ดังนี้
ระยะที่ ๑ การออกใบสง่ั จากกลอง
ระยะท่ี ๒ การออกใบส่ังเลม
ระยะที่ ๓ พัฒนา Application สาํ หรับออกใบสงั่ ผานอุปกรณพ กพา
ภาพที่ ๒๓ แสดงการเชอื่ มโยงการทาํ งานระหวา งระบบ PTM กบั ระบบ POLIS
ประโยชนท่ไี ดรับจากระบบ PTM
๑. ลดขัน้ ตอนการออกใบส่งั และการบนั ทึกขอมูลใบส่งั จราจร
๑.๑ สามารถนาํ ภาพการกระทาํ ผดิ ใสในระบบได
๑.๒ สามารถตรวจสอบขอมลู ผูครอบครองรถจากระบบได
๑.๓ สามารถพิมพใ บสง่ั ออกจากระบบได