The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ศึกษาความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป ระบบสารสนเทศของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การสืบค้นข้อมูล เครื่องมือเครื่องใช้และอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานของตำรวจ และเรียนรู้จริยธรรมในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

Book04 เทคโนโลยีสารสนเทศกับการปฏิบัติงานตำรวจ

ศึกษาความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป ระบบสารสนเทศของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การสืบค้นข้อมูล เครื่องมือเครื่องใช้และอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานของตำรวจ และเรียนรู้จริยธรรมในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

Keywords: เทคโน

๒๔๒

๒๔๓

¼¹Ç¡ «.

Ẻ¿ÍÏÁ¡ÒÃà¢ÒŒ บําÃ§Ø Ã¡Ñ ÉÒ
(Preventive Maintenance : PM)

๒๔๔

๒๔๕

àÍ¡ÊÒÃ㺧ҹμÃǨતç áÅÐบําÃØ§ÃÑ¡ÉÒÍØ»¡Ã³¤ÍÁ¾ÇÔ àμÍÃŏ ¡Ù ¢Ò‹ Â

๒๔๖

๒๔๗

¼¹Ç¡ ¬.

¾ÃÐÃÒªºÑÞÞÑμ¡Ô ÒáÃÐทํา¤ÇÒÁ¼Ô´
à¡ÂèÕ Ç¡ºÑ ¤ÍÁ¾ÇÔ àμÍÏ ¾.È.òõõð
áÅзáèÕ ¡äŒ ¢à¾èÔÁàμÁÔ ¾.È.òõöð

๒๔๘

๒๔๙

¾ÃÐÃÒªºÞÑ ÞÑμÔÇÒ‹ ´ÇŒ ¡ÒáÃÐทาํ ¤ÇÒÁ¼Ô´à¡èÕÂǡѺ¤ÍÁ¾ÔÇàμÍÏ
¾.È.òõõð

ÁÒμÃÒ ñ พระราชบัญญัติน้ีเรียกวา “พระราชบัญญัติวาดวยการกระทําความผิด
เก่ียวกบั คอมพวิ เตอร พ.ศ.๒๕๕๐”

ÁÒμÃÒ ò พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับเม่ือพนกําหนดสามสิบวันนับแตวันประกาศ
ในราชกิจจานเุ บกษาเปน ตนไป

ÁÒμÃÒ ó ในพระราชบัญญตั นิ ี้
“ระบบคอมพิวเตอร” หมายความวา อุปกรณหรือชุดอุปกรณของคอมพิวเตอรท่ีเช่ือม
การทํางานเขาดวยกัน โดยไดมีการกําหนดคําสั่ง ชุดคําส่ัง หรือส่ิงอื่นใด และแนวทางปฏิบัติงาน
ใหอปุ กรณห รือชุดอปุ กรณทําหนาท่ปี ระมวลผลขอ มลู โดยอตั โนมตั ิ
“ขอ มลู คอมพวิ เตอร” หมายความวา ขอ มลู ขอ ความ คาํ สงั่ ชดุ คาํ สงั่ หรอื สงิ่ อน่ื ใด บรรดา
ทอ่ี ยูใ นระบบคอมพวิ เตอรในสภาพทร่ี ะบบคอมพิวเตอรอ าจประมวลผลได และใหหมายความรวมถึง
ขอมลู อเิ ล็กทรอนิกสตามกฎหมายวา ดวยธรุ กรรมทางอเิ ล็กทรอนกิ สด วย
“ขอ มลู จราจรทางคอมพวิ เตอร” หมายความวา ขอ มลู เกยี่ วกบั การตดิ ตอ สอื่ สารของระบบ
คอมพิวเตอร ซึ่งแสดงถึงแหลงกําเนิด ตนทาง ปลายทาง เสนทาง เวลา วันท่ี ปริมาณ ระยะเวลา
ชนดิ ของบรกิ าร หรืออื่น ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ งกบั การตดิ ตอสอื่ สารของระบบคอมพิวเตอรนั้น
“ผูใหบ ริการ” หมายความวา
(๑) ผูใหบริการแกบุคคลอ่ืนในการเขาสูอินเทอรเน็ต หรือใหสามารถติดตอถึงกัน
โดยประการอื่นโดยผานทางระบบคอมพิวเตอร ท้ังนี้ ไมวาจะเปนการใหบริการในนามของตนเอง
หรอื ในนามหรือเพ่อื ประโยชนของบุคคลอนื่
(๒) ผใู หบรกิ ารเกบ็ รกั ษาขอ มลู คอมพิวเตอร เพื่อประโยชนข องบุคคลอื่น
“ผใู ชบ รกิ าร” หมายความวา ผใู ชบ รกิ ารของผูใหบริการ ไมว าตอ งเสยี คา ใชบริการหรอื ไม
ก็ตาม
“พนกั งานเจา หนา ท”ี่ หมายความวา ผซู ง่ึ รฐั มนตรแี ตง ตงั้ ใหป ฏบิ ตั กิ ารตามพระราชบญั ญตั นิ ี้
“รัฐมนตรี” หมายความวา รัฐมนตรผี รู กั ษาการตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี
ÁÒμÃÒ ô ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงดิจิทัลเพ่ือเศรษฐกิจและสังคมรักษาการตาม
พระราชบัญญัติน้ี และใหมีอํานาจแตงต้ังพนักงานเจาหนาท่ีกับออกกฎกระทรวงและประกาศ
เพ่ือปฏิบตั ิการตามพระราชบญั ญัตนิ ้ี
กฎกระทรวงและประกาศนัน้ เม่ือไดประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลวใหใ ชบังคับได

๒๕๐

ËÁÇ´ ñ
¤ÇÒÁ¼´Ô à¡ÕÂè Ç¡ºÑ ¤ÍÁ¾ÔÇàμÍÏ

ÁÒμÃÒ õ ผูใดเขาถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอรที่มีมาตรการปองกันการเขาถึง
โดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิไดมีไวสําหรับตน ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหกเดือน หรือปรับไมเกิน
หนงึ่ หมน่ื บาท หรือทั้งจาํ ท้ังปรับ

ÁÒμÃÒ ö ผูใดลวงรูมาตรการปองกันการเขาถึงระบบคอมพิวเตอรที่ผูอ่ืนจัดทําขึ้น
เปนการเฉพาะ ถานํามาตรการดังกลาวไปเปดเผยโดยมิชอบในประการที่นาจะเกิดความเสียหาย
แกผ อู นื่ ตอ งระวางโทษจาํ คุกไมเกินหนึ่งป หรือปรับไมเ กินสองหมื่นบาท หรอื ทั้งจาํ ทง้ั ปรับ

ÁÒμÃÒ ÷ ผูใดเขาถึงโดยมิชอบซึ่งขอมูลคอมพิวเตอรที่มีมาตรการปองกันการเขาถึง
โดยเฉพาะและมาตรการน้ันมิไดมีไวสําหรับตน ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสองป หรือปรับไมเกิน
สีห่ มื่นบาท หรือทง้ั จําทัง้ ปรบั

ÁÒμÃÒ ø ผใู ดกระทาํ ดว ยประการใดโดยมชิ อบดว ยวธิ กี ารทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส เพอื่ ดกั
รบั ไวซ ง่ึ ขอ มลู คอมพวิ เตอรข องผอู น่ื ทอ่ี ยรู ะหวา งการสง ในระบบคอมพวิ เตอร และขอ มลู คอมพวิ เตอรน น้ั
มิไดมีไวเพื่อประโยชนสาธารณะ หรือเพ่ือใหบุคคลท่ัวไปใชประโยชนได ตองระวางโทษจําคุกไมเกิน
สามป หรือปรับไมเ กินหกหม่ืนบาท หรือท้งั จาํ ทงั้ ปรบั

ÁÒμÃÒ ù ผูใ ดทําใหเสยี หาย ทําลาย แกไ ข เปลีย่ นแปลง หรือเพิม่ เติม ไมว าทัง้ หมด
หรือบางสวน ซึ่งขอมูลคอมพิวเตอรของผูอ่ืนโดยมิชอบ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหาป หรือปรับ
ไมเ กนิ หนึ่งแสนบาท หรอื ทงั้ จําท้ังปรับ

ÁÒμÃÒ ñð ผใู ดกระทาํ ดว ยประการใดโดยมชิ อบ เพอื่ ใหก ารทาํ งานของระบบคอมพวิ เตอร
ของผูอน่ื ถกู ระงับ ชะลอ ขดั ขวาง หรือรบกวนจนไมส ามารถทํางานตามปกตไิ ด ตองระวางโทษจําคุก
ไมเ กนิ หาป หรอื ปรับไมเกนิ หน่ึงแสนบาท หรอื ท้งั จําทง้ั ปรบั

ÁÒμÃÒ ññ ผูใดสงขอมูลคอมพิวเตอรหรือจดหมายอิเล็กทรอนิกสแกบุคคลอ่ืน
โดยปกปด หรอื ปลอมแปลงแหลง ทม่ี าของการสง ขอ มลู ดงั กลา ว อนั เปน การรบกวนการใชร ะบบคอมพวิ เตอร
ของบคุ คลอน่ื โดยปกติสขุ ตองระวางโทษปรบั ไมเกินหน่งึ แสนบาท

ผูใดสงขอมูลคอมพิวเตอรหรือจดหมายอิเล็กทรอนิกสแกบุคคลอ่ืนอันมีลักษณะเปนการ
กอใหเกิดความเดือดรอนรําคาญแกผูรับขอมูลคอมพิวเตอรหรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส โดยไมเปด
โอกาสใหผ รู บั สามารถบอกเลกิ หรอื แจง ความประสงคเ พอ่ื ปฏเิ สธการตอบรบั ไดโ ดยงา ย ตอ งระวางโทษ
ปรับไมเ กินสองแสนบาท

ใหรัฐมนตรีออกประกาศกําหนดลักษณะและวิธีการสง รวมท้ังลักษณะและปริมาณของ
ขอ มลู คอมพวิ เตอรห รอื จดหมายอเิ ลก็ ทรอนกิ ส ซง่ึ ไมเ ปน การกอ ใหเ กดิ ความเดอื ดรอ นราํ คาญแกผ รู บั
และลกั ษณะอนั เปน การบอกเลิกหรือแจงความประสงคเ พอื่ ปฏเิ สธการตอบรบั ไดโดยงา ย

๒๕๑

ÁÒμÃÒ ñò ถา การกระทาํ ผดิ ตามมาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ หรอื มาตรา ๑๑
เปนการกระทําตอขอมูลคอมพิวเตอรหรือระบบคอมพิวเตอรที่เก่ียวกับการรักษาความปลอดภัยของ
ประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศหรือโครงสรางพ้ืนฐาน
อันเปนประโยชนสาธารณะ ตองระวางโทษจําคุกตั้งแตหนึ่งปถึงเจ็ดปและปรับต้ังแตสองหมื่นบาท
ถึงหนึง่ แสนส่ีหมน่ื บาท

ถาการกระทําผิดตามวรรคหน่ึงเปนเหตุใหเกิดความเสียหายตอขอมูลคอมพิวเตอร
หรอื ระบบคอมพวิ เตอรด งั กลา ว ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตห นง่ึ ปถ งึ สบิ ป และปรบั ตง้ั แตส องหมน่ื บาท
ถงึ สองแสนบาท

ถาการกระทําผิดตามมาตรา ๙ หรือ มาตรา ๑๐ เปนการกระทาํ ตอขอ มูลคอมพิวเตอร
หรือระบบคอมพิวเตอรตามวรรคหนึ่ง ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตสามปถึงสิบหาป และปรับต้ังแต
หกหม่นื บาทถงึ สามแสนบาท

ถา การกระทาํ ผดิ ตามวรรคหนง่ึ หรอื วรรคสามโดยมไิ ดม เี จตนาฆา แตเ ปน เหตใุ หบ คุ คลอนื่
ถึงแกความตาย ตอ งระวางโทษจาํ คุกต้ังแตหาปถ งึ ย่ีสบิ ป และปรับตั้งแตหนึ่งแสนบาทถึงสีแ่ สนบาท

ÁÒμÃÒ ñò/ñ ถา การกระทําผิดตามมาตรา ๗ หรอื มาตรา ๑๐ เปน เหตใุ หเกดิ อันตราย
แกบุคคลหรือทรัพยสินของผูอื่น ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสิบป และปรับไมเกินสองแสนบาท

ถาการกระทําความผดิ ตามมาตรา ๙ หรอื มาตรา ๑๐ โดยมไิ ดมีเจตนาฆา แตเปน เหตุ
ใหบุคคลอ่ืนถึงแกความตาย ตองระวางโทษจําคุกตั้งแตหาปถึงยี่สิบป และปรับต้ังแตหน่ึงแสนบาท
ถึงส่แี สนบาท

ÁÒμÃÒ ñó ผูใดจําหนายหรือเผยแพรชุดคําส่ังที่จัดทําข้ึนโดยเฉพาะเพ่ือนําไปใชเปน
เครื่องมอื ในการกระทําความผิดตามมาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐
หรือมาตรา ๑๑ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเกนิ หน่งึ ป หรือปรบั ไมเกินสองหมนื่ บาท หรือท้งั จาํ ทงั้ ปรับ

ผใู ดจาํ หนา ยหรอื เผยแพรช ดุ คาํ สงั่ ทจี่ ดั ทาํ ขนึ้ โดยเฉพาะเพอ่ื นาํ ไปใชเ ปน เครอื่ งมอื ในการ
กระทําความผิดตามมาตรา ๑๒ วรรคหนึ่งหรือวรรคสาม ตองระวางโทษจาํ คุกไมเ กนิ สองป หรือปรบั
ไมเกินสี่หม่นื บาท หรอื ทง้ั จําท้ังปรบั

ผใู ดจาํ หนา ยหรอื เผยแพรช ดุ คาํ สงั่ ทจี่ ดั ทาํ ขนึ้ โดยเฉพาะเพอ่ื นาํ ไปใชเ ปน เครอ่ื งมอื ในการ
กระทาํ ความผดิ ตามมาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ หรอื มาตรา ๑๑
หากผูนําไปใชไดกระทําความผิดตามมาตรา ๑๒ วรรคหน่ึงหรือวรรคสาม หรือตองรับผิดตาม
มาตรา ๑๒ วรรคสองหรอื วรรคสี่ หรอื มาตรา ๑๒/๑ ผูจาํ หนา ยหรอื เผยแพรชดุ คาํ สัง่ ดงั กลา วจะตอ ง
รับผิดทางอาญาตามความผิดที่มีกําหนดโทษสูงขึ้นดวย ก็เฉพาะเมื่อตนไดรูหรืออาจเล็งเห็นไดวา
จะเกดิ ผลเชน ทีเ่ กดิ ขน้ึ นน้ั

ผใู ดจาํ หนา ยหรอื เผยแพรช ดุ คาํ สง่ั ทจี่ ดั ทาํ ขน้ึ โดยเฉพาะเพอื่ นาํ ไปใชเ ปน เครอ่ื งมอื ในการ
กระทําผิดตามมาตรา ๑๒ วรรคหน่ึงหรือวรรคสาม หากผูนําไปใชไดกระทําความผิดตาม

๒๕๒

มาตรา ๑๒ วรรคหน่ึงหรอื วรรคสาม หรือตองรบั ผิดตามมาตรา ๑๒ วรรคสองหรือวรรคสี่ หรอื มาตรา
๑๒/๑ ผจู าํ หนา ยหรอื เผยแพรช ดุ คาํ สง่ั ดงั กลา วตอ งรบั ผดิ ทางอาญาตามความผดิ ทมี่ กี าํ หนดโทษสงู ขนึ้
นั้นดวย

ในกรณที ผี่ จู าํ หนา ยหรอื เผยแพรช ดุ คาํ สง่ั ผใู ดตอ งรบั ความผดิ ตามวรรคหนงึ่ หรอื วรรคสอง
และตามวรรคสามหรือวรรคส่ดี ว ย ใหผูน้นั ตองรบั โทษทีม่ อี ัตราโทษสูงท่ีสดุ แตก ระทงเดยี ว

ÁÒμÃÒ ñô ผูใดกระทําความผิดท่ีระบุไวดังตอไปนี้ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหาป
หรือปรับไมเ กินหนง่ึ แสนบาท หรอื ทง้ั จําทั้งปรบั

(๑) โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นําเขาสูระบบคอมพิวเตอรซึ่งขอมูลคอมพิวเตอร
ทบ่ี ดิ เบอื นหรือปลอมไมวา ทั้งหมดหรอื บางสว น หรือขอมูลคอมพวิ เตอรอ นั เปน เท็จ โดยประการทนี่ า
จะเกดิ ความเสยี หายแกป ระชาชน อนั มใิ ชก ารกระทาํ ผดิ ฐานหมน่ิ ประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา

(๒) นาํ เขา สรู ะบบคอมพวิ เตอรซ ง่ึ ขอ มลู คอมพวิ เตอรอ นั เปน เทจ็ โดยประการทนี่ า จะเกดิ
ความเสยี หายตอ การรกั ษาความมน่ั คงปลอดภยั ของประเทศ ความปลอดภยั สาธารณะ ความมนั่ คงใน
ทางเศรษฐกจิ ของประเทศ หรือโครงสรางพื้นฐานอันเปนประโยชนส าธารณะของประเทศ หรือกอให
เกดิ ความตน่ื ตระหนกแกประชาชน

(๓) นาํ เขา สรู ะบบคอมพวิ เตอรซ ง่ึ ขอ มลู คอมพวิ เตอรใ ด ๆ อนั เปน ความผดิ เกย่ี วกบั ความ
มน่ั คงแหงราชอาณาจกั รหรือความผดิ เก่ยี วกบั การกอการรายตามประมวลกฎหมายอาญา

(๔) นาํ เขา สรู ะบบคอมพวิ เตอรซ งึ่ ขอ มลู คอมพวิ เตอรใ ดๆ ทมี่ ลี กั ษณะอนั ลามกและขอ มลู
คอมพวิ เตอรน้ันประชาชนท่วั ไปอาจเขา ถงึ ได

(๕) เผยแพรห รอื สง ตอ ซงึ่ ขอ มลู คอมพวิ เตอรโ ดยรอู ยแู ลว วา เปน ขอ มลู คอมพวิ เตอรต าม
(๑) (๒) (๓) หรือ (๔)

ถา การกระทําความผดิ ตามวรรคหนงึ่ (๑) มิไดก ระทําตอประชาชน แตเ ปน การกระทาํ ตอ
บุคคลใดบคุ คลหนึง่ ผกู ระทํา ผูเผยแพรหรือสง ตอซงึ่ ขอ มลู คอมพิวเตอรดังกลา วตองระวางโทษจาํ คกุ
ไมเ กินสามปห รือปรบั ไมเ กินหกหมื่นบาท หรือทั้งจําท้งั ปรบั และใหเปน ความผดิ อันยอมความได

ÁÒμÃÒ ñõ ผใู หบ รกิ ารผใู ดใหค วามรว มมอื ยนิ ยอม หรอื รเู หน็ เปน ใจใหม กี ารกระทาํ ความผดิ
ตามมาตรา ๑๔ ในระบบคอมพวิ เตอรท อี่ ยใู นความควบคมุ ของตน ตอ งระวางโทษเชน เดยี วกบั ผกู ระทาํ
ความผดิ ตามมาตรา ๑๔

ใหร ฐั มนตรอี อกประกาศกําหนดข้ันตอนการแจง เตือน การระงับการทาํ ใหแพรห ลายของ
ขอมูลคอมพิวเตอร และการนําขอ มลู คอมพิวเตอรน้ันออกจากระบบคอมพิวเตอร

ถา ผใู หบ รกิ ารพสิ จู นไ ดว า ตนไดป ฏบิ ตั ติ ามประกาศของรฐั มนตรที อ่ี อกตามวรรคสอง ผนู นั้
ไมตองรับโทษ

ÁÒμÃÒ ñö ผูใดนําเขาสูระบบคอมพิวเตอรที่ประชาชนทั่วไปอาจเขาถึงไดซึ่งขอมูล
คอมพิวเตอรทีป่ รากฏเปนภาพของผูอนื่ และภาพน้นั เปนภาพทเ่ี กดิ จากการสรา งขึ้น ตัดตอ เติม หรอื

๒๕๓

ดดั แปลงดว ยวธิ กี ารทางอเิ ลก็ ทรอนกิ สห รอื วธิ กี ารอนื่ ใด โดยประการทนี่ า จะทาํ ใหผ อู น่ื นนั้ เสยี ชอ่ื เสยี ง
ถูกดูหม่ิน ถูกเกลียดชัง หรือไดรับความอับอาย ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสามป และปรับไมเกิน
สองแสนบาท

ถาการกระทําตามวรรคหน่ึงเปนการกระทําตอภาพของผูตาย และการกระทําน้ัน
นา จะทําใหบ ิดา มารดา คูส มรส หรอื บุตรของผตู ายเสยี ช่ือเสียง ถกู ดหู ม่นิ หรอื ถูกเกลียดชัง หรือไดรบั
ความอับอาย ผูก ระทาํ ตอ งระวางโทษดงั ท่ีบญั ญตั ไิ วใ นวรรคหนึง่

ถาการกระทําตามวรรคหนงึ่ หรอื วรรคสอง เปนการนาํ เขา สูระบบคอมพิวเตอรโดยสุจริต
อนั เปน การตชิ มดว ยความเปน ธรรม ซงึ่ บคุ คลหรอื สง่ิ ใดอนั เปน วสิ ยั ของประชาชนยอ มกระทาํ ผกู ระทาํ
ไมม คี วามผดิ

ความผดิ ตามวรรคหนึ่งและวรรคสองเปนความผดิ อันยอมความได
ถา ผเู สยี หายในความผดิ ตามวรรคหนง่ึ หรอื วรรคสองตายเสยี กอ นรอ งทกุ ข ใหบ ดิ า มารดา
คสู มรส หรือบตุ รของผเู สียหายรองทกุ ขได และใหถ อื วาเปน ผเู สียหาย
ÁÒμÃÒ ñö/ñ ในคดคี วามผดิ ตามมาตรา ๑๔ หรอื มาตรา ๑๖ ซงึ่ มคี าํ พพิ ากษาวา จาํ เลย
มคี วามผดิ ศาลอาจส่ัง
(๑) ใหท าํ ลายขอมูลตามมาตราดังกลา ว
(๒) ใหโฆษณาหรือเผยแพรคําพิพากษาทั้งหมดหรือแตบางสวนในส่ืออิเล็กทรอนิกส
วทิ ยกุ ระจายเสียง วิทยโุ ทรทัศน หนงั สอื พิมพ หรอื สื่ออ่นื ใด ตามทศ่ี าลเหน็ สมควร โดยใหจาํ เลยเปน
ผูชําระคาโฆษณาหรือเผยแพร
(๓) ใหดําเนินการอ่ืนตามที่ศาลเห็นสมควรเพื่อบรรเทาความเสียหายท่ีเกิดข้ึนจาก
การกระทําความผดิ นัน้
ÁÒμÃÒ ñö/ò ผใู ดรวู า ขอ มลู คอมพวิ เตอรใ นความครอบครองของตนเปน ขอ มลู ทศ่ี าล
สั่งใหทาํ ลายตามมาตรา ๑๖/๑ ผนู ้ันตองทําลายขอ มูลดงั กลาว หากฝาฝนตอ งระวางโทษกง่ึ หนงึ่ ของ
โทษทีบ่ ญั ญตั ไิ วใ นมาตรา ๑๔ หรือมาตรา ๑๖ แลว แตก รณี
ÁÒμÃÒ ñ÷ ผใู ดกระทาํ ความผดิ ตามพระราชบญั ญัตนิ น้ี อกราชอาณาจกั รและ
(๑) ผูกระทําความผิดน้ันเปนคนไทย และรัฐบาลแหงประเทศที่ความผิดไดเกิดขึ้น
หรอื ผูเสยี หายไดรองขอใหลงโทษ หรือ
(๒) ผูกระทําความผิดน้ันเปนคนตางดาว และรัฐบาลไทย หรือคนไทยเปนผูเสียหาย
และผูเ สียหายไดร อ งขอใหลงโทษ
จะตอ งรับโทษภายในราชอาณาจกั ร
ÁÒμÃÒ ñ÷/ñ ความผดิ ตามมาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๓ วรรคหนงึ่
มาตรา ๑๖/๒ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๗ ใหคณะกรรมการเปรียบเทียบท่ีรัฐมนตรี
แตงตง้ั มีอาํ นาจเปรยี บเทียบได

๒๕๔

คณะกรรมการเปรยี บเทยี บทรี่ ฐั มนตรแี ตง ตง้ั ตามวรรคหนงึ่ ใหม จี าํ นวนสามคนซงึ่ คนหนง่ึ
ตอ งเปน พนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

เม่ือคณะกรรมการเปรียบเทียบไดทําการเปรียบเทียบกรณีใดและผูตองหาไดชําระเงิน
คาปรบั ตามคําเปรียบเทยี บภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการเปรียบเทยี บกาํ หนดแลว ใหถือวา คดนี นั้
เปนอนั เลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธพี จิ ารณาความอาญา

ในกรณีที่ผูตองหาไมชําระเงินคาปรับภายในระยะเวลาท่ีกําหนด ใหเร่ิมนับอายุความ
ในการฟอ งคดีใหมน บั ตง้ั แตวันทีค่ รบกําหนดระยะเวลาดงั กลาว

ËÁÇ´ ò
¾¹¡Ñ §Ò¹à¨ŒÒ˹ŒÒ·èÕ

ÁÒμÃÒ ñø ภายใตบ งั คบั มาตรา ๑๙ เพอื่ ประโยชนใ นการสบื สวนและสอบสวนในกรณี
ท่ีมีเหตุอันควรเชื่อไดวามีการกระทําความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือในกรณีท่ีมีการรองขอตาม
วรรคสอง ใหพนักงานเจาหนา ทมี่ อี าํ นาจอยา งหนง่ึ อยางใด ดังตอไปนี้ เฉพาะทจี่ ําเปนเพ่อื ประโยชน
ในการใชเปน หลักฐานเกยี่ วกบั การกระทาํ ความผิดและหาตัวผกู ระทําความผดิ

(๑) มหี นงั สอื สอบถามหรอื เรยี กบคุ คลทเี่ กยี่ วขอ งกบั การกระทาํ ความผดิ มาเพอ่ื ใหถ อ ยคาํ
สง คําช้แี จงเปนหนงั สอื หรอื สงเอกสาร ขอ มูล หรอื หลักฐานอืน่ ใดทีอ่ ยูในรปู แบบทีส่ ามารถเขาใจได

(๒) เรียกขอมูลจราจรทางคอมพิวเตอรจากผูใหบริการเก่ียวกับการติดตอส่ือสาร
ผานระบบคอมพิวเตอรห รือจากบคุ คลอนื่ ทเ่ี กีย่ วขอ ง

(๓) สั่งใหผูใหบริการสงมอบขอมูลเก่ียวกับผูใชบริการท่ีตองเก็บตามมาตรา ๒๖ หรือท่ี
อยูในความครอบครองหรือควบคุมของผูใหบริการใหแกพนักงานเจาหนาท่ีหรือใหเก็บขอมูลดังกลาว
ไวกอ น

(๔) ทําสําเนาขอมูลคอมพิวเตอร ขอมูลจราจรทางคอมพิวเตอรจ ากระบบคอมพิวเตอร
ท่ีมีเหตุอันควรเชื่อไดวามีการกระทําความผิด ในกรณีที่มีระบบคอมพิวเตอรนั้นยังมิไดอยูใน
ความครอบครองของพนักงานเจา หนา ท่ี

(๕) สง่ั ใหบ คุ คลซงึ่ ครอบครองหรอื ควบคมุ ขอ มลู คอมพวิ เตอร หรอื อปุ กรณท ใี่ ชเ กบ็ ขอ มลู
คอมพวิ เตอร สง มอบขอ มลู คอมพิวเตอร หรอื อปุ กรณดังกลาวใหแกพนกั งานเจาหนาที่

(๖) ตรวจสอบหรือเขาถึงระบบคอมพิวเตอร ขอมูลคอมพิวเตอร ขอมูลจราจรทาง
คอมพิวเตอรหรืออุปกรณท่ีใชเก็บขอมูลคอมพิวเตอรของบุคคลใด อันเปนหลักฐานหรืออาจใชเปน
หลักฐานเกี่ยวกับการกระทําความผิด หรือเพ่ือสืบสวนหาตัวผูกระทําความผิดและส่ังใหบุคคลนั้น
สง ขอมูลคอมพิวเตอร ขอมูลจราจรทางคอมพวิ เตอร ท่เี กย่ี วขอ งเทา ทจ่ี าํ เปนใหด วยก็ได

๒๕๕

(๗) ถอดรหัสลับของขอมูลคอมพิวเตอรของบุคคลใด หรือส่ังใหบุคคลท่ีเกี่ยวของกับ
การเขารหัสลับของขอ มูลคอมพิวเตอร ทาํ การถอดรหัสลับ หรือใหความรว มมือกับพนกั งานเจาหนาที่
ในการถอดรหสั ลบั ดังกลาว

(๘) ยึดหรืออายัดระบบคอมพิวเตอรเทาท่ีจําเปนเฉพาะเพื่อประโยชนในการทราบ
รายละเอยี ดแหงความผดิ และผูก ระทาํ ความผิด

เพื่อประโยชนในการสืบสวนและสอบสวนของพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมาย
วิธีพิจารณาความอาญา ในบรรดาความผิดอาญาตอกฎหมายอ่ืนซ่ึงไดใชระบบคอมพิวเตอร ขอมูล
คอมพวิ เตอร หรอื อปุ กรณท ใ่ี ชเ กบ็ ขอ มลู คอมพวิ เตอรเ ปน องคป ระกอบหรอื เปน สว นหนงึ่ ในการกระทาํ
ความผดิ หรอื มีขอมลู คอมพิวเตอรท เี่ กีย่ วขอ งกบั การกระทําความผิดอาญาตามกฎหมายอ่นื พนักงาน
สอบสวนอาจรอ งขอใหพ นกั งานเจา หนา ทตี่ ามวรรคหนง่ึ ดาํ เนนิ การตามวรรคหนง่ึ กไ็ ด หรอื หากปรากฏ
ขอ เทจ็ จรงิ ดงั กลา วตอ พนกั งานเจา หนา ทเี่ นอ่ื งจากการปฏบิ ตั หิ นา ทต่ี ามพระราชบญั ญตั นิ ี้ ใหพ นกั งาน
เจา หนา ทร่ี ีบรวบรวมขอเท็จจรงิ และหลักฐานแลวแจง ไปยงั เจา หนาที่ท่เี กย่ี วของเพือ่ ดาํ เนินการตอไป

ใหผไู ดรบั การรองขอจากพนกั งานเจา หนาทีต่ ามวรรคหนงึ่ (๑) (๒) และ (๓) ดาํ เนินการ
ตามคํารองขอโดยไมชักชา แตตองไมเกินเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับคํารองขอ หรือภายในระยะเวลาท่ี
พนกั งานเจาหนาท่ีกาํ หนดซ่งึ ตอ งไมน อยกวา เจ็ดวนั และไมเกนิ สิบหา วนั เวนแตในกรณีทีม่ ีเหตุสมควร
ตองไดรับอนุญาตจากพนักงานเจาหนาที่ ทั้งนี้ รัฐมนตรีอาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากําหนด
ระยะเวลาทต่ี องดาํ เนนิ การที่เหมาะสมกับประเภทของผใู หบ รกิ ารก็ได

ÁÒμÃÒ ñù การใชอํานาจของพนักงานเจาหนาท่ีตามมาตรา ๑๘ (๔) (๕) (๖) (๗)
และ (๘) ใหพ นกั งานเจา หนา ทยี่ นื่ คาํ รอ งตอ ศาลทม่ี เี ขตอาํ นาจเพอื่ มคี าํ สงั่ อนญุ าตใหพ นกั งานเจา หนา ที่
ดาํ เนนิ การตามคาํ รอ ง ทง้ั นี้ คาํ รอ งตอ งระบเุ หตอุ นั ควรเชอ่ื ไดว า บคุ คลใดกระทาํ หรอื กาํ ลงั จะกระทาํ การ
อยางหนึ่งอยางใดอันเปนความผิด เหตุท่ีตองใชอํานาจ ลักษณะของการกระทําความผิด
รายละเอยี ดเกี่ยวกบั อุปกรณท ีใ่ ชในการกระทําความผดิ และผูกระทําความผดิ เทาทสี่ ามารถจะระบุได
ประกอบคาํ รองดว ย ในการพิจารณาคาํ รอ งใหศาลพจิ ารณาคาํ รองดังกลาวโดยเรว็

เม่ือศาลมีคําสั่งอนุญาตแลว กอนดําเนินการตามคําส่ังของศาล ใหพนักงานเจาหนาท่ี
สงสําเนาบันทึกเหตุอันควรเช่อื ที่ทาํ ใหตอ งใชอาํ นาจตามมาตรา ๑๘ (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘) มอบให
เจาของหรือผูครอบครองระบบคอมพิวเตอรนั้นไวเปนหลักฐาน แตถาไมมีเจาของหรือผูครอบครอง
เคร่ืองคอมพิวเตอรอยู ณ ที่น้ัน ใหพนักงานเจาหนาที่สงมอบสําเนาบันทึกนั้นใหแกเจาของ
หรือผคู รอบครองดงั กลาวในทันทที กี่ ระทําได

ใหพนกั งานเจา หนาที่ผูเ ปน หวั หนาในการดาํ เนินการตามมาตรา ๑๘ (๔) (๕) (๖) (๗) และ
(๘) สงสําเนาบันทึกรายละเอียดการดําเนินการและเหตุผลแหงการดําเนินการใหศาลท่ีมีเขตอํานาจ
ภายในสี่สบิ แปดชัว่ โมงนับแตเวลาลงมอื ดําเนนิ การ เพือ่ เปนหลกั ฐาน

๒๕๖

การทาํ สาํ เนาขอ มลู คอมพวิ เตอรต ามมาตรา ๑๘ (๔) ใหก ระทาํ ไดเ ฉพาะเมอ่ื มเี หตอุ นั ควร
เชื่อไดวามีการกระทําผิด และตองไมเปนอุปสรรคในการดําเนินกิจการของเจาของหรือผูครอบครอง
ขอ มูลคอมพวิ เตอรน ัน้ เกนิ ความจาํ เปน

การยดึ หรอื อายดั ตามมาตรา ๑๘ (๘) นอกจากจะตอ งสง มอบสาํ เนาหนงั สอื แสดงการยดึ
หรอื อายดั มอบใหเ จา ของหรอื ผคู รอบครองระบบคอมพวิ เตอรน น้ั ไวเ ปน หลกั ฐานแลว พนกั งานเจา หนา ท่ี
จะสงั่ ยดึ หรอื อายดั ไวเ กนิ สามสบิ วนั มไิ ด ในกรณจี าํ เปน ทต่ี อ งยดึ หรอื อายดั ไวน านกวา นน้ั ใหย นื่ คาํ รอ ง
ตอศาลท่ีมีเขตอํานาจเพื่อขอขยายเวลายึดหรืออายัดได แตศาลจะอนุญาตใหขยายเวลาครั้งเดียว
หรือหลายคร้ังรวมกันไดอีกไมเกินหกสิบวัน เม่ือหมดความจําเปนที่จะยึดหรืออายัดหรือครบกําหนด
เวลาดังกลา วแลว พนักงานเจา หนา ที่ตองสง คนื ระบบคอมพวิ เตอรทย่ี ึดหรือถอนการอายัดโดยพลนั

หนงั สอื แสดงการยดึ หรอื อายัดตามวรรคหา ใหเปนไปตามทีก่ าํ หนดในกฎกระทรวง
ÁÒμÃÒ òð ในกรณที มี่ กี ารทาํ ใหแ พรห ลายซง่ึ ขอ มลู คอมพวิ เตอร ดงั ตอ ไปน้ี พนกั งาน
เจาหนาท่ีโดยไดรับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีอาจย่ืนคํารองพรอมแสดงพยานหลักฐานตอศาล
ที่มีเขตอํานาจขอใหมีคําส่ังระงับการทําใหแพรหลายหรือลบขอมูลคอมพิวเตอรน้ันออกจากระบบ
คอมพวิ เตอรได
(๑) ขอ มลู คอมพวิ เตอรทเ่ี ปนความผิดตามพระราชบัญญตั นิ ี้
(๒) ขอมูลคอมพิวเตอรท่ีอาจกระทบกระเทือนตอความม่ันคงแหงราชอาณาจักรตามท่ี
กําหนดไวใ นภาค ๒ ลักษณะ ๑ หรือลักษณะ ๑/๑ แหงประมวลกฎหมายอาญา
(๓) ขอ มลู คอมพวิ เตอรท เ่ี ปน ความผดิ อาญาตามกฎหมายเกย่ี วกบั ทรพั ยส นิ ทางปญ ญา
หรือกฎหมายอื่นซึ่งขอมูลคอมพิวเตอรนั้นมีลักษณะขัดตอความสงบเรียบรอย หรือศีลธรรมอันดีของ
ประชาชนและเจาหนาที่ตามกฎหมายน้ันหรือพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา
ความอาญาไดร อ งขอ
ในกรณที มี่ กี ารทาํ ใหแ พรห ลายซงึ่ ขอ มลู คอมพวิ เตอรท ม่ี ลี กั ษณะขดั ตอ ความสงบเรยี บรอ ย
หรอื ศลี ธรรมอนั ดขี องประชาชน รฐั มนตรโี ดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการกลน่ั กรองขอ มลู คอมพวิ เตอร
จะมอบหมายใหพ นกั งานเจา หนา ทย่ี นื่ คาํ รอ งพรอ มแสดงพยานหลกั ฐานตอ ศาลทมี่ เี ขตอาํ นาจขอใหม ี
คําส่ังระงับการทําใหแพรหลายหรือลบซ่ึงขอมูลคอมพิวเตอรน้ันออกจากระบบคอมพิวเตอรได ท้ังนี้
ใหน าํ บทบญั ญตั วิ า ดว ยคณะกรรมการทม่ี อี าํ นาจดาํ เนนิ การพจิ ารณาทางปกครองตามกฎหมายวา ดว ย
วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใชบังคับการประชุมของคณะกรรมการกล่ันกรองขอมูลคอมพิวเตอร
โดยอนุโลม
ใหร ฐั มนตรแี ตง ตงั้ คณะกรรมการกลนั่ กรองขอ มลู คอมพวิ เตอรต ามวรรคสองขน้ึ คณะหนงึ่
หรือหลายคณะ แตล ะคณะใหมีกรรมการจาํ นวนเกาคนซึ่งสามในเกาคนตองมาจากผแู ทนภาคเอกชน
ดานสิทธิมนุษยชน ดานส่ือสารมวลชน ดานเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือดานอ่ืนท่ีเกี่ยวของ และให
กรรมการไดรับคาตอบแทนตามหลักเกณฑท่ีรัฐมนตรีกําหนดโดยไดรับความเห็นชอบจากกระทรวง
การคลัง

๒๕๗

การดาํ เนินการของศาลตามวรรคหนึง่ และวรรคสอง ใหนําประมวลกฎหมายวิธพี จิ ารณา
ความอาญามาบังคับโดยอนุโลม ในกรณีที่ศาลมีคําส่ังใหระงับการทําใหแพรหลายหรือลบขอมูล
คอมพวิ เตอรต ามวรรคหนง่ึ หรอื วรรคสอง พนกั งานเจา หนา ทจี่ ะทาํ การระงบั การทาํ ใหแ พรห ลาย หรอื ลบ
ขอ มลู คอมพวิ เตอรน นั้ เอง หรอื จะสงั่ ใหผ ใู หบ รกิ ารระงบั การทาํ ใหแ พรห ลายหรอื ลบขอ มลู คอมพวิ เตอร
น้ันก็ได ท้ังนี้ ใหรัฐมนตรีประกาศกําหนดหลักเกณฑ ระยะเวลา และวิธีการปฏิบัติสําหรับการระงับ
การทาํ ใหแ พรห ลายหรอื ลบขอ มลู คอมพวิ เตอรข องพนกั งานเจา หนา ทหี่ รอื ผใู หบ รกิ ารใหเ ปน ไปในแนวทาง
เดยี วกนั โดยคาํ นึงถึงพัฒนาการทางเทคโนโลยีท่เี ปลี่ยนแปลงไป เวนแตศ าลจะมคี าํ ส่ังเปนอยางอืน่

ในกรณีมีเหตุจําเปนเรงดวน พนักงานเจาหนาท่ีจะย่ืนคํารองตามวรรคหน่ึงไปกอนที่จะ
ไดรับความเห็นชอบจากรัฐมนตรี หรือพนักงานเจาหนาท่ีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
กล่ันกรองขอมูลคอมพิวเตอรจะยื่นคํารองตามวรรคสองไปกอนที่รัฐมนตรีจะมอบหมายก็ได แตทั้งนี้
ตองรายงานใหร ฐั มนตรที ราบโดยเร็ว

ÁÒμÃÒ òñ ในกรณีท่ีพนักงานเจาหนาท่ีพบวา ขอมูลคอมพิวเตอรใดมีชุดคําสั่ง
ไมพ งึ ประสงคร วมอยดู ว ย พนกั งานเจา หนา ทอ่ี าจยนื่ คาํ รอ งตอ ศาลทมี่ เี ขตอาํ นาจเพอื่ ขอใหม คี าํ สง่ั หา ม
จําหนายหรือเผยแพร หรือสั่งใหเจาของหรือผูครอบครองขอมูลคอมพิวเตอรน้ันระงับการใช ทําลาย
หรือแกไขขอมูลคอมพิวเตอรน้ันได หรือจะกําหนดเง่ือนไขในการใช มีไวในครอบครอง หรือเผยแพร
ชุดคําสัง่ ไมพ ึงประสงคด ังกลา วก็ได

ชุดคําส่ังไมพึงประสงคตามวรรคหนึ่งหมายถึงชุดคําส่ังที่มีผลทําใหขอมูลคอมพิวเตอร
หรือระบบคอมพิวเตอรหรือชุดคําสั่งอื่นเกิดความเสียหาย ถูกทําลาย ถูกแกไขเปลี่ยนแปลงหรือ
เพิ่มเติมขัดของหรือปฏิบัติงานไมตรงตามคําส่ัง หรือโดยประการอ่ืนตามท่ีกําหนดในกฎกระทรวง
เวนแตเปนชุดคําสั่งไมพึงประสงคท่ีอาจนํามาใชเพื่อปองกันหรือแกไขชุดคําส่ังดังกลาวขางตน ท้ังนี้
รัฐมนตรีอาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากําหนดรายชื่อ ลักษณะ หรือรายละเอียดของชุดคําส่ัง
ไมพ งึ ประสงค ซ่งึ อาจนํามาใชเพอื่ ปอ งกันหรือแกไขชุดคาํ สั่งไมพ ึงประสงคกไ็ ด

ÁÒμÃÒ òò หา มมใิ หพ นกั งานเจา หนา ทแ่ี ละพนกั งานสอบสวนในกรณตี ามมาตรา ๑๘
วรรคสอง เปดเผยหรือสงมอบขอมูลคอมพิวเตอร ขอมูลจราจรทางคอมพิวเตอร หรือขอมูลของ
ผใู ชบรกิ ารทไี่ ดม าตามมาตรา ๑๘ ใหแ กบุคคลใด

ความในวรรคหนึ่งมิใหใชบังคับกับการกระทําเพ่ือประโยชนในการดําเนินคดีกับผูกระทํา
ความผดิ ตามพระราชบญั ญตั นิ หี้ รอื ผกู ระทาํ ความผดิ ตามกฎหมายอน่ื ในกรณตี ามมาตรา ๑๘ วรรคสอง
หรือเพ่ือประโยชนในการดําเนินคดีกับพนักงานเจาหนาท่ีเก่ียวกับการใชอํานาจหนาที่โดยมิชอบ
หรือกับพนักงานสอบสวนในสวนที่เก่ียวกับการปฏิบัติหนาท่ีตามมาตรา ๑๘ วรรคสอง โดยมิชอบ
หรือเปน การกระทําตามคําส่ังหรือท่ีไดรับอนุญาตจากศาล

พนกั งานเจา หนา ทหี่ รอื พนกั งานสอบสวนผใู ดฝา ฝน วรรคหนง่ึ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ
สามปหรอื ปรบั ไมเ กนิ หกหมืน่ บาท หรือท้งั จําท้ังปรบั

๒๕๘

ÁÒμÃÒ òó พนกั งานเจา หนา ทหี่ รอื พนกั งานสอบสวนในกรณตี ามมาตรา ๑๘ วรรคสอง
ผูใดกระทําโดยประมาทเปนเหตุใหผูอ่ืนลวงรูขอมูลคอมพิวเตอร ขอมูลจราจรทางคอมพิวเตอร
หรือขอ มูลของผใู ชบรกิ าร ท่ไี ดมาตามมาตรา ๑๘ ตอ งระวางโทษจําคุกไมเกนิ หน่ึงป หรอื ปรับไมเ กนิ
สองหมน่ื บาทหรือท้งั จําทัง้ ปรับ

ÁÒμÃÒ òô ผูใดลวงรูขอมูลคอมพิวเตอร ขอมูลจราจรทางคอมพิวเตอร หรือขอมูล
ของผใู ชบ รกิ ารทพี่ นกั งานเจา หนา ทห่ี รอื พนกั งานสอบสวนไดม าตามมาตรา ๑๘ และเปด เผยขอ มลู นนั้
ตอผูหนึ่งผูใ ด ตอ งระวางโทษจําคกุ ไมเ กินสองป หรือปรับไมเกินส่ีหมื่นบาท หรอื ท้ังจําท้งั ปรับ

ÁÒμÃÒ òõ ขอมูล ขอมูลคอมพิวเตอรหรือขอมูลจราจรทางคอมพิวเตอรท่ีพนักงาน
เจาหนาท่ีไดมาตามพระราชบัญญัติน้ีหรือท่ีพนักงานสอบสวนไดมาตามมาตรา ๑๘ วรรคสอง
ใหอางและรับฟงเปนพยานหลักฐานตามบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
หรอื กฎหมายอนื่ อนั วา ดว ยการสบื พยานได แตต อ งเปน ชนดิ ทม่ี ไิ ดเ กดิ ขนึ้ จากการจงู ใจ มคี าํ มน่ั สญั ญา
ขูเ ขญ็ หลอกลวง หรือโดยมชิ อบประการอื่น

ÁÒμÃÒ òö ผูใหบริการตองเก็บรักษาขอมูลจราจรทางคอมพิวเตอรไวไมนอยกวา
เกาสิบวันนับแตวันที่ขอมูลน้ันเขาสูระบบคอมพิวเตอร แตในกรณีจําเปน พนักงานเจาหนาที่จะส่ังให
ผูใหบริการผูใดเก็บรักษาขอมูลจราจรทางคอมพิวเตอรไวเกินเกาสิบวันแตไมเกินสองปเปนกรณีพิเศษ
เฉพาะรายและเฉพาะคราวก็ได

ผูใหบริการจะตองเก็บรักษาขอมูลของผูใชบริการเทาท่ีจําเปนเพ่ือใหสามารถระบุตัวผูใช
บรกิ ารนบั ตงั้ แตเ รมิ่ ใชบ รกิ ารและตอ งเกบ็ รกั ษาไวเ ปน เวลาไมน อ ยกวา เกา สบิ วนั นบั ตงั้ แตก ารใชบ รกิ าร
ส้นิ สุดลง

ความในวรรคหนึ่งจะใชกับผูใหบริการประเภทใด อยางไร และเม่ือใด ใหเปนไปตามที่
รัฐมนตรปี ระกาศในราชกจิ จานเุ บกษา

ผใู หบรกิ ารผใู ดไมปฏบิ ตั ติ ามมาตราน้ี ตอ งระวางโทษปรับไมเกินหาแสนบาท
ÁÒμÃÒ ò÷ ผใู ดไมป ฏบิ ตั ติ ามคาํ สง่ั ของศาลหรอื พนกั งานเจา หนา ทท่ี สี่ ง่ั ตามมาตรา ๑๘
หรือมาตรา ๒๐ หรือไมปฏิบัติตามคําส่ังของศาลตามมาตรา ๒๑ ตองระวางโทษปรับไมเกิน
สองแสนบาทและปรบั เปน รายวันอีกไมเกนิ วนั ละหา พันบาทจนกวา จะปฏิบตั ิใหถ กู ตอ ง
ÁÒμÃÒ òø การแตงต้ังพนักงานเจาหนาท่ีตามพระราชบัญญัตินี้ ใหรัฐมนตรีแตงตั้ง
จากผมู คี วามรูแ ละความชํานาญเก่ยี วกับระบบคอมพวิ เตอรและมีคุณสมบตั ติ ามทรี่ ัฐมนตรีกาํ หนด
ผูทไี่ ดร ับการแตง ต้ังเปน พนักงานเจาหนาทตี่ ามพระราชบญั ญตั นิ ้ี อาจไดรบั คา ตอบแทน
พเิ ศษตามทร่ี ฐั มนตรกี าํ หนดโดยไดรบั ความเหน็ ชอบจากกระทรวงการคลงั
ในการกาํ หนดใหไ ดร บั คา ตอบแทนพเิ ศษตอ งคาํ นงึ ถงึ ภาระหนา ท่ี ความรคู วามเชยี่ วชาญ
ความขาดแคลนในการหาผูมาปฏิบัติหนาท่ีหรือมีการสูญเสียผูปฏิบัติงานออกจากระบบราชการ
เปน จาํ นวนมาก คณุ ภาพของงาน และการดาํ รงตนอยใู นความยตุ ธิ รรมโดยเปรยี บเทยี บคา ตอบแทนของ
ผูป ฏิบตั งิ านอืน่ ในกระบวนการยุตธิ รรมดวย

๒๕๙

ÁÒμÃÒ òù ในการปฏบิ ตั หิ นา ทตี่ ามพระราชบญั ญตั นิ ้ี ใหพ นกั งานเจา หนา ทเี่ ปน พนกั งาน
ฝา ยปกครองหรอื ตาํ รวจชนั้ ผใู หญต ามประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความอาญามอี าํ นาจรบั คาํ รอ งทกุ ข
หรอื รบั คาํ กลาวโทษ และมีอาํ นาจในการสบื สวนสอบสวนเฉพาะความผิดตามพระราชบัญญตั ิน้ี

ในการจบั ควบคมุ คน การทาํ สาํ นวนสอบสวนและดาํ เนนิ คดผี กู ระทาํ ความผดิ ตามพระราช
บญั ญัติน้ี บรรดาที่เปนอํานาจของพนกั งานฝายปกครองหรือตาํ รวจช้นั ผูใหญ หรือพนกั งานสอบสวน
ตามประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความอาญา ใหพ นกั งานเจา หนา ทปี่ ระสานงานกบั พนกั งานสอบสวน
ผรู บั ผดิ ชอบเพอ่ื ดําเนินการตามอํานาจหนา ทตี่ อไป

ใหนายกรัฐมนตรีในฐานะผูกํากับดูแลสํานักงานตํารวจแหงชาติและรัฐมนตรีมีอํานาจ
รวมกนั กําหนดระเบยี บเกีย่ วกบั แนวทางและวธิ ปี ฏิบตั ิในการดาํ เนนิ การตามวรรคสอง

ÁÒμÃÒ óð ในการปฏบิ ัติหนาที่ พนกั งานเจาหนาทตี่ อ งแสดงบัตรประจาํ ตวั ตอ บคุ คล
ซงึ่ เก่ยี วขอ ง

บัตรประจําตัวของพนักงานเจาหนาท่ีใหเปนไปตามแบบท่ีรัฐมนตรีประกาศใน
ราชกิจจานเุ บกษา

ÁÒμÃÒ óñ คา ใชจ า ยในเรอื่ งดงั ตอ ไปน้ี รวมทงั้ วธิ กี ารเบกิ จา ยใหเ ปน ไปตามระเบยี บที่
รัฐมนตรีกําหนดโดยไดร บั ความเห็นชอบจากกระทรวงการคลงั

(๑) การสืบสวน การแสวงหาขอมูล และรวบรวมพยานหลักฐานในคดีความผิดตาม
พระราชบญั ญตั นิ ี้

(๒) การดําเนินการตามมาตรา ๑๘ วรรคหนง่ึ (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘) และมาตรา ๒๐
(๓) การดําเนินการอื่นใดอันจําเปนแกการปองกันและปราบปรามการกระทําความผิด
ตามพระราชบญั ญตั นิ ้”ี

๒๖๐

หมายเหตุ :- เหตผุ ลในการประกาศใชพ ระราชบญั ญตั ฉิ บบั นี้ คอื เนอ่ื งจากในปจ จบุ นั ระบบคอมพวิ เตอร
ไดเ ปน สว นสาํ คญั ของการประกอบกจิ การและการดาํ รงชวี ติ ของมนษุ ย หากมผี กู ระทาํ ดว ยประการใดๆ
ใหระบบคอมพิวเตอรไมสามารถทํางานตามคําส่ังท่ีกําหนดไวหรือทําใหการทํางานผิดพลาดไปจาก
คําส่งั ที่กําหนดไว หรือใชว ธิ กี ารใด ๆ เขา ลวงรูข อ มลู แกไข หรือทาํ ลายขอ มลู ของบคุ คลอ่นื ในระบบ
คอมพิวเตอรโดยมิชอบ หรือใชระบบคอมพิวเตอรเพ่ือเผยแพรขอมูลคอมพิวเตอร อันเปนเท็จหรือ
มลี กั ษณะอนั ลามกอนาจาร ยอ มกอใหเกดิ ความเสียหาย กระทบกระเทอื นตอเศรษฐกิจ สงั คม และ
ความม่ันคงของรัฐ รวมท้ังความสงบสุขและศีลธรรมอันดีของประชาชน สมควรกําหนดมาตรการ
เพอ่ื ปอ งกันและปราบปรามการกระทําดงั กลาว จงึ จาํ เปน ตอ งตราพระราชบัญญัตนิ ้ี
พระราชบัญญัตวิ า ดว ยการกระทําความผิดเกีย่ วกบั คอมพวิ เตอร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๖๐

มาตรา ๒ พระราชบญั ญตั นิ ใี้ หใ ชบ งั คบั เมอื่ พน กาํ หนดหนงึ่ รอ ยยสี่ บิ วนั นบั แตว นั ประกาศ
ในราชกจิ จานุเบกษาเปน ตน ไป

มาตรา ๒๐ บรรดาระเบียบหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติวาดวยการกระทํา
ความผิดเก่ียวกับคอมพิวเตอร พ.ศ.๒๕๕๐ ท่ีใชบังคับอยูในวันกอนวันท่ีพระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ
ใหย งั คงใชบ งั คบั ตอ ไปเทา ทไ่ี มข ดั หรอื แยง กบั บทบญั ญตั แิ หง พระราชบญั ญตั วิ า ดว ยการกระทาํ ความผดิ
เกี่ยวกับคอมพิวเตอร พ.ศ.๒๕๕๐ ซ่ึงแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ จนกวาจะมีระเบียบหรือ
ประกาศที่ตองออกตามพระราชบัญญัติวาดวยการกระทําความผิดเก่ียวกับคอมพิวเตอร พ.ศ.๒๕๕๐
ซ่ึงแกไ ขเพมิ่ เติมโดยพระราชบัญญัตนิ ใี้ ชบ งั คับ

การดาํ เนนิ การออกระเบยี บหรอื ประกาศตามวรรคหนงึ่ ใหด าํ เนนิ การใหแ ลว เสรจ็ ภายใน
หกสบิ วนั นบั แตว นั ทพ่ี ระราชบญั ญตั นิ ใ้ี ชบ งั คบั หากไมส ามารถดาํ เนนิ การไดใ หร ฐั มนตรวี า การกระทรวง
ดิจิทัลเพอื่ เศรษฐกิจและสังคมรายงานเหตุผลท่ไี มอาจดาํ เนินการไดต อคณะรัฐมนตรีเพอื่ ทราบ

มาตรา ๒๑ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงดิจิทัลเพ่ือเศรษฐกิจและสังคมรักษาการ
ตามพระราชบญั ญตั ิน้ี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยท่ีพระราชบัญญัติวาดวย
การกระทําความผิดเก่ียวกับคอมพิวเตอร พ.ศ. ๒๕๕๐ มีบทบัญญัติบางประการท่ีไมเหมาะสม
ตอการปองกันและปราบปรามการกระทําความผิดเก่ียวกับคอมพิวเตอรในปจจุบัน ซึ่งมีรูปแบบ
การกระทาํ ความผดิ ทม่ี คี วามซบั ซอ นมากขน้ึ ตามพฒั นาการทางเทคโนโลยซี ง่ึ เปลย่ี นแปลงอยา งรวดเรว็
และโดยท่ีมีการจัดตั้งกระทรวงดิจิทัลเพ่ือเศรษฐกิจและสังคมซึ่งมีภารกิจในการกําหนดมาตรฐาน
และมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร รวมทั้งการเฝาระวังและติดตามสถานการณ

๒๖๑

ดานความม่ันคงปลอดภัยของเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารของประเทศ สมควรปรับปรุง
บทบญั ญัตใิ นสว นท่เี กย่ี วกับผรู ักษาการตามกฎหมาย กาํ หนดฐานความผิดขน้ึ ใหม และแกไขเพม่ิ เติม
ฐานความผิดเดิม รวมทั้งบทกําหนดโทษของความผิดดังกลาว การปรับปรุงกระบวนการและ
หลักเกณฑในการระงับการทําใหแพรหลายหรือลบขอมูลคอมพิวเตอร ตลอดจนกําหนด
ใหมีคณะกรรมการเปรียบเทียบ ซ่ึงมีอํานาจเปรียบเทียบความผิดตามพระราชบัญญัติวาดวย
การกระทําความผิดเก่ียวกับคอมพิวเตอร พ.ศ.๒๕๕๐ และแกไขเพิ่มเติมอํานาจหนาที่ของพนักงาน
เจาหนาที่ใหเ หมาะสมย่งิ ข้ึน จงึ จําเปน ตอ งตราพระราชบัญญตั นิ ้ี
·ÕèÁҢͧ¢ŒÍÁÅÙ

http://web.krisdika.go.th/data/law/law2%c771/%c771-20-9999-update.pdf

๒๖๒

๒๖๓

¼¹Ç¡ Þ.

Ẻ·´Êͺ¡Í‹ ¹áÅÐËÅѧ¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ
(Pre-Test and Post-Test)

๒๖๔

๒๖๕

Ẻ·´Êͺ¡‹Í¹àÃÕ¹ (Pre-Test)

àÅ×Í¡¢ÍŒ ·Õè¶Ù¡·ÕÊè Ø´à¾ÂÕ §¢ÍŒ à´ÕÂÇ
ขอ ๑ เทคโนโลยสี ารสนเทศ หมายถึงขอ ใด

ก. การนาํ เอาความรูท างเทคโนโลยีดานคอมพวิ เตอร เทคโนโลยดี านเครือขา ยโทรคมนาคม
และการส่อื สารมาจัดการสารสนเทศใหไดตามวัตถปุ ระสงค

ข. โปรแกรมหรอื ชุดคาํ สัง่ ท่ีเขยี นขึน้ เพอ่ื ใหเ คร่อื งคอมพวิ เตอรป ฏบิ ัติตาม
ค. กระบวนการทํางานเพ่อื ใหไ ดผ ลลพั ธต ามตองการโดยใชเครอ่ื งคอมพวิ เตอร
ง. ส่ือกลางหรือเสนทางท่ีใชเปนทางผาน ในการรับสงขอมูล ระหวางผูรับ (Receiver)

และผูสง ขอ มูล (Transmitter)
ขอ ๒ หากแบงประเภทของเครอื ขายตามระดับความปลอดภัยของขอมูลแลว VPN-Polis จดั เปน

เครอื ขา ยประเภทใด
ก. Internet
ข. Intranet
ค. Extranet
ง. Externet
ขอ ๓ ขอ ใดไมใ ชโ ปรแกรมทม่ี จี ดุ ประสงคท าํ ลายระบบหรอื สรา งความเสยี หายใหก บั ระบบคอมพวิ เตอร
ก. WannaCry
ข. Petya หรอื Petrwrap
ค. Cerber ransomware
ง. Ebola
ขอ ๔ วธิ กี ารสบื คนขอมูลทัง้ รปู ภาพ แผนที่ มัลติมีเดียทเ่ี ปน ท่นี ิยมในปจ จบุ ันคือวธิ ใี ด
ก. Index Directory
ข. Search Engine
ค. E-book
ง. Library Shortcut

๒๖๖

ขอ ๕ ขอ ใดไมใ ชอ ุปกรณท ่ใี ชงานในระบบ CRIMES
ก. Smart Card Readers
ข. Computer Client
ค. Switchboard
ง. Web Camera

ขอ ๖ ขอใดไมม ีการเชื่อมโยงกบั หนว ยงานภายนอกของระบบสารสนเทศสถานีตํารวจ
ก. ขอมลู ผปู ระกนั ตน สํานักงานประกนั สงั คม
ข. ขอ มลู ทะเบียนยานพาหนะ กรมการขนสงทางบก
ค. ขอมลู ทะเบยี นราษฎร กรมการปกครอง
ง. ขอมลู อาชญากรรมผดู ํารงตําแหนงทางการเมอื ง กระทรวงยตุ ิธรรม

ขอ ๗ เจา หนา ทต่ี าํ รวจฝา ยปราบปรามจะนาํ ขอ มลู ในระบบไปวเิ คราะหเ พอ่ื วางแผนควบคมุ อาชญากรรม
หรอื เพิ่มกําลังสายตรวจในพนื้ ทไ่ี ดทันตอสถานการณโดยการใชห มวดหมูหรอื กลมุ งานใด
ก. นาฬก าอาชญากรรม
ข. บันทกึ ขอ มลู ทอ งถิน่
ค. แจงเหตุลักทรัพย
ง. รายงานสถิตคิ ดีจราจร

ขอ ๘ การสืบคนขอ มลู หมายจับสามารถตรวจสอบไดจ ากระบบใดบาง
ก. ระบบฐานขอมลู อาชญากรรมขามชาติ (Case Management Intelligence System :
CMIS)
ข. ฐานขอมูลตนแบบโครงการบริหารจัดการติดตามจับกุมผูตองหาตามหมายจับ ตร.
(Command and Control Operation Center : CCOC)
ค. ศนู ยข อ มลู อาชญากรรม สํานกั งานตาํ รวจแหงชาติ (Police Data Center : PDC)
ง. ระบบสารสนเทศสถานีตํารวจ (Criminal Record and Information Management
Enterprise Systems : CRIMES)

๒๖๗

ขอ ๙ ขอ ใดไมใ ชล ักษณะของอาชญากรรมคอมพิวเตอร (Cyber Crimes)
ก. การขโมยหมายเลขบัตรเครดิต (Credit card theft) จากการชําระเงินดวยบัตรเครดิต
ผา นทางอินเทอรเนต็
ข. การแอบอา งตวั (Identity theft) ดว ยการแอบอา งตวั ตอ บคุ คลทส่ี ามวา ตนเปน อกี คนหนงึ่
เพือ่ ใหไ ดขอ มูลสว นตวั
ค. การสแกมทางคอมพวิ เตอร (Computer scam) ดว ยการสง จดหมายอเิ ลก็ ทรอนกิ สห ลอกลวง
ใหกรอกขอ มูล
ง. การแอบเปลี่ยนฮารดแวรเคร่ืองคอมพิวเตอรใหมีคุณสมบัติเฉพาะต่ําลง (Lower
specification)

ขอ ๑๐ การอัพโหลดภาพลามกและเขียนขอความหยาบคายเขาไปในสื่อโซเชียลมีเดียท่ีเปดสถานะ
สาธารณะจะมีความผิดฐานใด
ก. ดักรบั ไวซึ่งขอ มลู คอมพิวเตอรโดยมชิ อบ
ข. สงขอ มลู คอมพิวเตอรแ กผอู ื่นโดยปกปด ปลอมแปลงแหลงทีม่ าของการสง ขอมูล
ค. เปด เผยมาตรการปอ งกนั การเขาถงึ ระบบคอมพวิ เตอรโ ดยมิชอบ
ง. เผยแพรข อ มลู ลามกเขาสคู อมพวิ เตอรแ ละประชาชนอาจเขา ถงึ ได

๒๖๘

Ẻ·´ÊͺËÅ§Ñ àÃÂÕ ¹ (Post-Test)

àÅÍ× ¡¢ŒÍ·è¶Õ Ù¡·ÊèÕ ´Ø à¾ÂÕ §¢ÍŒ à´ÕÂÇ
ขอ ๑ หากแบง ประเภทของเครือขายตามระดบั ความปลอดภยั ของขอมลู แลว VPN-Polis จัดเปน

เครอื ขา ยประเภทใด
ก. Internet
ข. Intranet
ค. Extranet
ง. Externet
ขอ ๒ เทคโนโลยีสารสนเทศ หมายถงึ ขอ ใด
ก. การนาํ เอาความรทู างเทคโนโลยดี า นคอมพิวเตอร เทคโนโลยดี านเครอื ขายโทรคมนาคม

และการสอื่ สารมาจดั การสารสนเทศใหไดต ามวัตถุประสงค
ข. โปรแกรมหรือชดุ คําสั่งทเี่ ขยี นขึ้นเพอ่ื ใหเคร่ืองคอมพิวเตอรป ฏิบัตติ าม
ค. กระบวนการทํางานเพ่อื ใหไ ดผ ลลัพธต ามตองการโดยใชเ ครื่องคอมพิวเตอร
ง. สื่อกลางหรือเสนทางท่ีใชเปนทางผาน ในการรับสงขอมูล ระหวางผูรับ (Receiver)

และผูสง ขอ มูล (Transmitter)
ขอ ๓ วธิ กี ารสบื คนขอ มลู ท้งั รปู ภาพ แผนที่ มัลติมเี ดยี ทีเ่ ปนท่ีนยิ มในปจ จบุ ันคอื วิธใี ด

ก. Index Directory
ข. Search Engine
ค. E-book
ง. Library Shortcut
ขอ ๔ ขอ ใดไมใ ชโ ปรแกรมทมี่ จี ดุ ประสงคท าํ ลายระบบหรอื สรา งความเสยี หายใหก บั ระบบคอมพวิ เตอร
ก. WannaCry
ข. Petya หรือ Petrwrap
ค. Cerber ransomware
ง. Ebola

๒๖๙

ขอ ๕ ขอ ใดไมใชอุปกรณทีใ่ ชงานในระบบ CRIMES
ก. Smart Card Readers
ข. Computer Client
ค. Switchboard
ง. Web Camera

ขอ ๖ เจา หนา ทต่ี าํ รวจฝา ยปราบปรามจะนาํ ขอ มลู ในระบบไปวเิ คราะหเ พอ่ื วางแผนควบคมุ อาชญากรรม
หรอื เพ่ิมกําลงั สายตรวจในพน้ื ทไ่ี ดท นั ตอสถานการณโ ดยการใชหมวดหมูหรือกลมุ งานใด
ก. นาฬก าอาชญากรรม
ข. บนั ทึกขอ มลู ทองถน่ิ
ค. แจงเหตลุ กั ทรัพย
ง. รายงานสถติ คิ ดีจราจร

ขอ ๗ ขอใดไมม ีการเช่อื มโยงกับหนวยงานภายนอกของระบบสารสนเทศสถานตี ํารวจ
ก. ขอ มลู ผูประกนั ตน สาํ นักงานประกนั สงั คม
ข. ขอ มลู ทะเบียนยานพาหนะ กรมการขนสงทางบก
ค. ขอ มูลทะเบยี นราษฎร กรมการปกครอง
ง. ขอ มลู อาชญากรรมผดู าํ รงตาํ แหนง ทางการเมอื ง กระทรวงยุตธิ รรม

ขอ ๘ การสืบคนขอมลู หมายจับสามารถตรวจสอบไดจากระบบใดบาง
ก. ระบบฐานขอ มลู อาชญากรรมขามชาติ (Case Management Intelligence System :
CMIS)
ข. ฐานขอมูลตนแบบโครงการบริหารจัดการติดตามจับกุมผูตองหาตามหมายจับ ตร.
(Command and Control Operation Center : CCOC)
ค. ศนู ยข อมลู อาชญากรรม สํานักงานตํารวจแหง ชาติ (Police Data Center : PDC)
ง. ระบบสารสนเทศสถานีตํารวจ (Criminal Record and Information Management
Enterprise Systems : CRIMES)

๒๗๐

ขอ ๙ การอพั โหลดภาพลามกและเขยี นขอ ความหยาบคายเขา ไปในในสอื่ โซเชยี ลมเี ดยี ทเี่ ปด สถานะ
สาธารณะจะมคี วามผดิ ฐานใด
จ. ก. ดกั รับไวซ่งึ ขอมลู คอมพิวเตอรโดยมิชอบ
ฉ. ข. สงขอ มูลคอมพวิ เตอรแกผอู น่ื โดยปกปด ปลอมแปลงแหลงทม่ี าของการสง ขอมลู
ช. ค. เปด เผยมาตรการปองกนั การเขา ถงึ ระบบคอมพวิ เตอรโดยมชิ อบ
ซ. ง. เผยแพรขอ มูลลามกเขา สูคอมพิวเตอรและประชาชนอาจเขาถึงได

ขอ ๑๐ ขอ ใดไมใชลกั ษณะของอาชญากรรมคอมพิวเตอร (Cyber Crimes)
ก. การขโมยหมายเลขบัตรเครดิต (Credit card theft) จากการชําระเงินดวยบัตรเครดิต
ผานทางอินเทอรเน็ต
ข. การแอบอา งตวั (Identity theft) ดว ยการแอบอา งตวั ตอ บคุ คลทส่ี ามวา ตนเปน อกี คนหนง่ึ
เพ่ือใหไ ดข อ มลู สว นตัว
ค. การสแกมทางคอมพวิ เตอร (Computer scam) ดว ยการสง จดหมายอเิ ลก็ ทรอนกิ สห ลอกลวง
ใหก รอกขอ มูล
ง. การแอบเปลี่ยนฮารดแวรเครื่องคอมพิวเตอรใหมีคุณสมบัติเฉพาะตํ่าลง (Lower
specification)

๒๗๑

¼¹Ç¡ ®.

㺧ҹ (Worksheet)

๒๗๒

๒๗๓

㺧ҹ

ใหผ เู รยี นสบื คน หาขา วเกย่ี วกบั เทคโนโลยที วั่ โลก (เนอื้ หาขา วเปน ภาษาองั กฤษ) แลว ทาํ การ
แปลขา วดงั กลา วและยอความเปนภาษาไทยไมเกิน ๑ หนา กระดาษ (A๔)

สรางเอกสารดว ยโปรแกรมสําเรจ็ รปู พื้นฐาน (Microsoft Word) ในรูปแบบดังนี้
๑. กําหนดแบบตวั อกั ษร TH SarabunIT๙ สตี ัวอกั ษร “ดาํ ”
๒. ขนาดตัวอกั ษร หวั ขอขา ว ๑๘ point จัดรปู แบบหัวขอ ขาวอยกู ่ึงกลางหนากระดาษ

สว นบน สว นเนอ้ื หาขา วมีขนาดตวั อักษร ๑๖ point
๓. ระยะขอบกระดาษและกาํ หนดยอ หนา ใหเ ปน ไปตามกาํ หนดในระเบยี บงานสารบรรณฯ

และระเบียบไมเ กยี่ วกับคดี ลกั ษณะที่ ๕๔
๔. ลงชื่อ-นามสกลุ เลขที่ หองเรียน จัดวางไวสว นของหวั กระดาษชิดขวา

๒๗๔

๒๗๕

¼¹Ç¡ ¯.

Í¡Ñ ÉûÃÈÔ ¹Ò (Crossword Puzzle)

๒๗๖

๒๗๗

àÍ¡ÊÒûÃСͺ¡ÒÃàÃÕ¹

Í¡Ñ ÉûÃÈÔ ¹Ò : คําÈѾ··ãèÕ ªãŒ ¹¡ÒÃÈ¡Ö ÉÒà·¤â¹âÅÂÕÊÒÃʹà·È¡Ñº¡Òû¯ÔºÑμ§Ô Ò¹¢Í§ตําÃǨ
ã˼Œ ŒÙàÃÂÕ ¹¤Œ¹ËÒคาํ È¾Ñ · จาํ ¹Ç¹ ñð คํา¾ÃÍŒ Á·éѧ͸ԺÒ¤ÇÒÁËÁÒ¢ͧคาํ ÈѾ·¹ ¹Ñé

Y XWVUT S RQPONML K S J
ZA B CGAT EWA Y D E F S GH
RQPONMCANC L E L E K J I
S ATUV R E CWL X Y R ZAB C
LNK J EM I HOGFDATAED
MON S AOP CQUD R S TUVW
ANUNZYOX BANDW I DTH
HYPERTEXTBCTDNE FG
HMB R OWS E R H I N S T A L L
AOBPRCEDE FGH I E J K L
TU S I R R R E S E TQP RONM
US VN EWVX YZAB CND E F
T S RGQP EONML K J E I HG
UVUXYYRABCDE FTGH I

Word

ñ...............................................¤ÇÒÁËÁÒÂ.................................................................
ò...............................................¤ÇÒÁËÁÒÂ.................................................................
ó...............................................¤ÇÒÁËÁÒÂ.................................................................
ô...............................................¤ÇÒÁËÁÒÂ.................................................................
õ...............................................¤ÇÒÁËÁÒÂ.................................................................
ö...............................................¤ÇÒÁËÁÒÂ.................................................................
÷...............................................¤ÇÒÁËÁÒÂ.................................................................
ø...............................................¤ÇÒÁËÁÒÂ.................................................................
ù...............................................¤ÇÒÁËÁÒÂ.................................................................
ñð.............................................¤ÇÒÁËÁÒÂ.................................................................

...........................................................ÅÒÂÁÍ× ªÍ×è ¼ÙŒμÃǨ

๒๗๘

จัดพมิ พโ ดย
โรงพิมพตํารวจ ถ.เศรษฐศิริ ดุสติ กรงุ เทพฯ ๑๐๓๐๐ โทรศัพท ๐-๒๖๖๘-๒๘๑๑-๓ โทรสาร ๐-๒๒๔๑-๔๖๕๘



“เปนหลักประกันความยุติธรรมและความปลอดภัยในชีวิต
และทรัพยสินของประชาชนที่มีมาตรฐานสากล”

พลตํารวจเอก จักรทิพย ชัยจินดา
ผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ


Click to View FlipBook Version