The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ศึกษาความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป ระบบสารสนเทศของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การสืบค้นข้อมูล เครื่องมือเครื่องใช้และอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานของตำรวจ และเรียนรู้จริยธรรมในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

Book04 เทคโนโลยีสารสนเทศกับการปฏิบัติงานตำรวจ

ศึกษาความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป ระบบสารสนเทศของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การสืบค้นข้อมูล เครื่องมือเครื่องใช้และอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานของตำรวจ และเรียนรู้จริยธรรมในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

Keywords: เทคโน

๔๒

๒. ประชาชนมีความสะดวกในการชาํ ระคา ใบสงั่ จราจร
๒.๑ สามารถชําระเงินคาปรับทางธนาคารได เชน เคานเตอรธนาคาร, ATM

Internet/Mobile Banking เปนตน
๒.๒ ลดระยะเวลาและคาใชจาย โดยมคี า ธรรมเนียมไมเ กนิ ๒๐ บาทตอ ใบสงั่

๓. สามารถตรวจสอบสถานะใบสง่ั และขอมูลการชาํ ระคา ปรับผานระบบได
๔. สงขอมูลผูคางชําระคาใบสั่งจราจรผานระบบไปยังกรมการขนสงทางบกเพื่อระงับ
การออกเคร่ืองหมายแสดงการเสยี ภาษีประจาํ ป
๕. สามารถตรวจสอบไดวาใบสั่งที่ออกน้ัน เปนใบส่ังที่ชอบดวยกฎหมายหรือไม
และมีการชาํ ระเงนิ ผานทางชอ งทางใด
แหลงคน ควา เพิม่ เตมิ : ศูนยเทคโนโลยีสารสนเทศกลาง สาํ นักงานเทคโนโลยสี ารสนเทศ
และการส่อื สาร (ศทก.สทส.)

ò.ò ÃкºÊÒÃʹà·ÈÍè×¹·ãÕè ªãŒ ¹Ë¹‹Ç§ҹÀÒÂã¹สํา¹Ñ¡§Ò¹ตาํ ÃǨá˧‹ ªÒμÔ

ò.ò.ñ ÃкºÊÒÃʹà·ÈÊÒí ¹¡Ñ §Ò¹μÃǨ¤¹à¢ÒŒ àÁÍ× § (Personal Identification and
Blacklist Immigration Control System : PIBICS)

เปนระบบสารสนเทศท่ีทางสํานักงานตรวจคนเขาเมือง พัฒนาขึ้นโดยมี
บรษิ ทั คอนโทรล ดาตา (ประเทศไทย) จาํ กดั เปน บรษิ ทั คสู ญั ญา เพอื่ รวบรวมขอ มลู ประวตั กิ ารเดนิ ทาง
เขา–ออกราชอาณาจักรไทย สามารถเชื่อมโยงขอมูลตางๆ ได เชน ขอมูลการขออยูตอ
การตรวจสอบบญั ชีเฝา ดู การตรวจสอบเปรียบเทียบกับภาพบคุ คลกับผทู ี่มแี บล็กลสิ ต และใบหนา คน
ท่ีเคยเขามาในราชอาณาจักร หรือรูปท่ีอยูในพาสสปอรต รวมทั้งประวัติที่เคยเขามาในอดีต
เพื่อปองกันการสวมรอย ปองกันการปลอมพาสปอรตซึ่งดานตางๆ ของสํานักงานตรวจคนเขาเมือง
มีอยูท่ัวราชอาณาจักร สามารถเชื่อมโยงขอมูลถึงกันได ระบบโครงขายสวนตัวเสมือน (Virtual
Private Network : VPN) ทาํ ใหข อ มลู มคี วามทนั สมยั และทนั ตอ เหตกุ ารณ การดาํ เนนิ การนอี้ ยภู ายใน
กํากับดูแลของÈٹ෤â¹âÅÂÕÊÒÃʹà·È สํา¹Ñ¡§Ò¹μÃǨ¤¹à¢ŒÒàÁ×ͧ (È·Ê.μÁ.) ทําหนาที่เปน
“áÍ´Á¹Ô ” หรอื ผดู แู ลระบบ มหี นา ทคี่ อยควบคมุ และออกแบบระบบใหม ปี ระสทิ ธภิ าพ ระบบ PIBICS
จะชว ยในการบรู ณาการขอ มูล ถอื วาเปนกระดกู สันหลงั เปน คลังขอ มลู ของสาํ นกั งานตรวจคนเขา เมอื ง
ทงั้ น้ี ขอมูลเปรยี บเสมือนอาวธุ การจะรบกันในยุคของฐานขอ มลู (Knowledge Base) จาํ เปน ตอ ง
มีขอมูลในปริมาณท่ีมากและทันสมัยถึงจะรบชนะ ซ่ึงการบริหารงานแบบใชขอมูลเปนการเสริม
การทาํ งานใหก บั ทมี สอบสวนของ สตม.ดว ย ระบบฐานขอ มลู ในระบบ PIBICS ทงั้ หมด ๒๕ ฐานขอ มลู
ดงั นี้

๔๓

ÀÒ¾ÃÇÁÃкº§Ò¹ÊÒÃʹà·ÈÊíҹѡ§Ò¹μÃǨ¤¹à¢ŒÒàÁÍ× §
Ãкºã¹¡ÅØÁ‹ §Ò¹μÃǨ¤¹à¢ŒÒàÁÍ× §

• ระบบการเดินทางเขา -ออกราชอาณาจักร
• ระบบหนงั สือเดินทางไทย
• ระบบการจัดเก็บบตั รเดินทางเขา-ออกราชอาณาจกั ร ตม.๖
• ระบบตรวจผูโดยสารผา นลํา
• ระบบการตรวจลกู เรือ
• Visa On Arrival
Ãкºã¹¡ÅØ‹Á§Ò¹¤Çº¤ØÁ (ºÃ¡Ô ÒÃ) ¤¹à¢ÒŒ àÁÍ× §
• ระบบขออยูตอในราชอาณาจกั ร
• ระบบแจงทีพ่ กั อาศัย
• ระบบการอนุญาตใหกลับเขามาในราชอาณาจกั ร
• ระบบการขอมถี ่ินทีอ่ ยใู นราชอาณาจกั ร
• ระบบงานทะเบียนใบสาํ คัญถิน่ ทอ่ี ยู
• ระบบสลกั หลังแจงออกและตรวจลงตรา
• ระบบงานทะเบยี นคนตางดา ว
Ãкºã¹¡Å‹ÁØ §Ò¹¡ÒáÃзíÒ¤ÇÒÁ¼´Ô
• ระบบบัญชีบคุ คลตอ งหามและบัญชีเฝา ดู
• ระบบงานทะเบียนผูตอ งกัก
• ระบบพธิ ีการเขาเมอื งเกยี่ วกับคนไทยท่ีทาํ ความผิดในตา งประเทศ
• ระบบสบื สวน
• ระบบสอบสวนและตดิ ตามคดี
Ãкºã¹¡ÅØÁ‹ §Ò¹¸ØÃ¡ÒÃáÅÐÍíҹǡÒÃ
• ระบบฝก อบรม
• ระบบจดั เกบ็ คาธรรมเนยี มและคาปรบั
• ระบบคาลว งเวลา
• ระบบทะเบยี นพล
• ระบบคดีวินยั
• ระบบสวสั ดกิ าร
¡ÒÃàª×Íè Áâ§¢ŒÍÁÅÙ ¡ÑºÃкºÊÒÃʹà·ÈÍ×¹è æ
• ระบบงานเช่ือมตอขอมลู จากโครงการ POLIS (ขอมูลหมายจับ)
• ระบบงานเชื่อมตอขอมูลกับกองการตางประเทศ (ตท.) ระบบ CMIS
(ขอมูลหมายจบั ขา มชาต)ิ
แหลง คน ควา เพม่ิ เตมิ : ศนู ยเ ทคโนโลยสี ารสนเทศ สาํ นกั งานตรวจคนเขา เมอื ง (ศทส.ตม.)

๔๔

ò.ò.ò ÃкºμÃǨÊͺÅÒ¾ÔÁ¾¹éÔÇÁ×ÍÍÑμâ¹ÁÑμÔ (Automated Fingerprint
Identification : AFIS)

เปนการนําเทคโนโลยีคอมพิวเตอรมาใชงานรวมกับหลักวิชาพิมพนิ้วมือ
โดยในข้ันตอนการทํางานน้ัน ลายพิมพนิ้วของอาชญากรท่ัวประเทศจะถูกสงมาตรวจสอบและเก็บ
ในฐานขอมลู ระบบ AFIS ของกองทะเบียนประวัตอิ าชญากร Software ของระบบ AFIS จะอา น
และแยกประเภทของลายพิมพนิ้วมือแตละน้ิววาเปนลายประเภทใด เชน ประเภทโคง ประเภท
มดั หวาย ประเภทกน หอย เปน ตน และแสดงจดุ ใจกลางของลายเสน ในลายนวิ้ มอื และจดุ สาํ คญั ลกั ษณะ
พิเศษของลายเสนแลวคํานวณคาสัมพันธของจุดตางๆ ดังกลาวเปนคาทางคณิตศาสตรโดยอัตโนมัติ
จากนน้ั ระบบจะนาํ คา ทไี่ ดไ ปคน หาเปรยี บเทยี บขอ มลู ในระบบ AFIS หากพบขอ มลู ทต่ี รงกนั กแ็ สดงวา
ผนู ั้นเคยมปี ระวตั ิการกระทาํ ความผดิ มากอ น ระบบ AFIS จะเชอ่ื มโยงไปยงั ระบบฐานขอ มลู ประวตั ิ
อาชญากร เพอื่ ทจี่ ะแสดงรายละเอยี ดและยนื ยนั ประวตั ขิ องผตู อ งหา ตาํ หนริ ปู พรรณ แผนประทษุ กรรม
และภาพถาย ใชเปนขอ มลู และหลกั ฐานในการดําเนินคดกี บั ผูตอ งหาไดอ ยางแมนยาํ

แหลง คน ควา เพมิ่ เตมิ : กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร สาํ นกั งานพสิ จู นห ลกั ฐาน
(ทว.สพฐ.)

ò.ò.ó Ãкº°Ò¹¢ŒÍÁÅÙ ÍÒªÞÒ¡ÃÃÁ (Criminal Database System : CDS)
เปน ระบบทรี่ วบรวมขอ มลู เกย่ี วกบั ประวตั อิ าชญากรมาจดั เกบ็ เชน เดยี วกบั ระบบ

สารสนเทศอาชญากรรม (ระบบ CIS) ซ่ึงปจจุบันกองทะเบียนประวัติอาชญากรเปนผูดูแล ผูบันทึก
และใชงานขอ มลู แตร ะบบ CDS หนวยงานศูนยพสิ จู นห ลักฐานตางๆ ทั่วประเทศเปน ผบู ันทึกขอ มลู
และใชงานขอมูล ความสามารถของระบบ CDS สามารถสืบคนจากชื่อ-นามสกุล ตําหนิรูปพรรณ
วิธีการกระทําความผิด ลักษณะเชนน้ีในพื้นท่ีใกลเคียงกันมีกี่คดี และในแตละคดีมีบุคคลใด
เปน ผตู องสงสยั จงึ ทาํ ใหงานสืบสวนสามารถทราบขอ มูลของอาชญากรรมทตี่ องการไดอยางรวดเร็ว

แหลง คน ควา เพม่ิ เตมิ : กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร สาํ นกั งานพสิ จู นห ลกั ฐาน
(ทว.สพฐ.)

ò.ò.ô ¡ÒÃ㪌¤ÍÁ¾ÔÇàμÍÏÊà¡ç쪏áÅлÃСͺÀÒ¾ãºË¹ÒŒ ¤¹ÃŒÒÂ
เปน เทคนคิ การบอกเลา เหตกุ ารณท ผ่ี พู บเหน็ ภาพใบหนา ลกั ษณะตาํ หนริ ปู พรรณ

การสวมเสื้อผา ของผูตองสงสัยออกมาเปนรูปภาพวาดเพื่อนําไปสูการออกหมายจับ หรือกระบวน
สืบสวนหาผูกระทําความผิดผานเทคโนโลยีที่ทันสมัยในยุคปจจุบันโดยไมมีการใชโปรแกรมประยุกต
ทีต่ ายตวั เปนเลือกใชเ ทคโนโลยีท่ีเหมาะสม ผสมผสานกบั ความเชี่ยวชาญของเจาหนาทีก่ องทะเบยี น
ประวัติอาชญากร ที่ฝกฝนจนเกิดความชํานาญ เชี่ยวชาญ ในวิชาการสเก็ตชภาพผูตองสงสัยสวน
ลําดับข้ันตอนการวาดภาพสเก็ตชคนรายนั้น ผูเสียหายตองมาคัดเลือกชิ้นสวนตางๆ ของใบหนา
เชน โครงหนา ค้ิว คาง ปาก จมูก ฯลฯ จากสมุดแฟมภาพสเก็ตชอาชญากร โดยจดหมายเลขรหัส
ใตรูปนําไปใหเจาหนาท่ีประกอบรูปคนราย ทําใหหลายๆ คดีคลี่คลายจนดําเนินการจับตัวผูกระทํา
ความผิดมาดําเนินคดีได

แหลง คน ควา เพมิ่ เตมิ : กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร สาํ นกั งานพสิ จู นห ลกั ฐาน
(ทว.สพฐ.)

๔๕

ò.ò.õ Ãкº°Ò¹¢ÍŒ ÁÙÅÍÒªÞÒ¡ÃÃÁ¢ŒÒÁªÒμÔ (Case Management Intelligence
System : CMIS)

สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตเิ ปน หนว ยรบั ผดิ ชอบและเปน หนว ยงานเจา ภาพในกรอบ
ความรวมมือวาดวยอาชญากรรมขามชาติของอาเซียนไดมีการจัดทําความตกลงแลกเปลี่ยนขาวกรอง
มีความรว มมือระหวา งกนั และมคี วามรวมมือในดานอ่ืนๆ เชน อนสุ ัญญาอาเซยี นวา ดวยการตอ ตา น
การกอ การรา ย นอกจากนยี้ งั มกี รอบความรว มมอื ภายใตส นธสิ ญั ญาอาเซยี นวา ดว ยการใหค วามชว ยเหลอื
ซงึ่ กันและกันทางอาญา (Mutaul Legal Assistance Treaty : MLAT) อกี กรอบหน่งึ ทีจ่ ะใช
ในอนาคตและไดจัดตั้งศูนยประสานงานปราบปรามอาชญากรรมขามชาติ (Transnational
Crime Coordination Center (TCCC)) (ศอปช.) แบงเปนระดับสํานักงานตํารวจแหงชาติ
(ศอปช.ตร.) กองบัญชาการ (ศอปช.ภ.) กองบงั คบั การ (ศอปช.ภ.จว.) ข้ึนมา เพอื่ ดาํ เนินการประสาน
การปฏิบัติ การสืบสวน ปราบปราม จับกุม และดําเนินคดีกับอาชญากร กลุมองคกรอาชญากรรม
ขามชาติที่มีลักษณะเปนกระบวนการและเปนเครือขายทั้งในประเทศและตางประเทศผานระบบ
ฐานขอ มลู อาชญากรรมขา มชาติ (Case Management Intelligence System : CMIS) เปนระบบ
ที่รวบรวมขอมูลขาวสารเก่ียวกับตัวบุคคลและกลุมบุคคลหรือองคกรที่มีลักษณะเปนเครือขาย
มพี ฤตกิ ารณก ระทาํ ผดิ เกย่ี วกบั อาชญากรรมขา มชาตเิ พอื่ นาํ ไปสกู ารจบั กมุ และตรวจยดึ หรอื อายดั ทรพั ย
ของผูกระทําผิด รวมทั้งประชาสัมพันธรูปแบบแผนประทุษกรรมของกลุมอาชญากรโดยกองการตาง
ประเทศ (ตท.) เปนผูดูแลระบบ หนวยงานระดับกองบัญชาการ (กองบังคับการกองกํากับการ
สืบสวน) และกองบังคับการ (กองกํากับการสืบสวน) เปนผูบันทึกขอมูลอาชญากรรมขามชาติ
และความผดิ อาญาท่เี ขาขายอาชญากรรมขามชาตลิ งในระบบและใชขอ มลู รวมกนั

แหลง คน ควา เพิม่ เตมิ : กองการตา งประเทศ สํานักงานตาํ รวจแหง ชาติ (ตท.)
ò.ò.ö Ãкº¡ÅÍŒ §ÍÒ‹ ¹ËÁÒÂàÅ¢»Ò‡ ·ÐàºÕ¹öÍÑμâ¹ÁÑμÔ (License Plate)

สืบเน่ืองจากจุดตรวจ/ดานตรวจตางๆ มีเจาหนาที่ทําการตรวจบริการการ
เดินทางของประชาชนเปนบางเวลา ไมตอเน่ือง ทําใหเปนชองวางในการที่กลุมคนรายลําเลียงยาเสพติด
และกออาชญากรรมตางๆ ได สํานักงานตํารวจแหงชาติจึงไดหาวิธีการนําเทคโนโลยีเพื่อรักษา
ความปลอดภยั สืบสวน ปองกนั และปราบปรามอาชญากรรมตา งๆ ในป พ.ศ.๒๕๕๕ ผูบญั ชาการ
ตํารวจแหงชาติสมัยน้ัน จึงไดจัดต้ังศูนยสกัดก้ันการลําเลียงยาเสพติดข้ึน เพื่อสกัดกั้นการลําเลียง
ยาเสพติด ท่ีมีแหลงผลิตภายนอกประเทศ มิใหเขาสูพ้ืนที่ตอนในของประเทศ รวมทั้ง ปองกันและ
ปราบปรามอาชญากรรมตางๆ โดยใชระบบกลองวงจรปดท่ีสามารถนําภาพที่เห็นมาแปลงเปนขอมูล
หรือเรียกวาอานปายแผนทะเบียน แลวทําการบันทึกขอมูลจํานวนรถท่ีผานเสนทางจุดน้ันๆ ทําให
เจา หนา ทต่ี าํ รวจสามารถนาํ ขอ มลู นนั้ ๆ มาใชใ นการคดั แยกรถ ตรวจสอบรถ แจง เตอื นภยั รถกรณรี ถตอ งสงสยั
ซง่ึ จดุ ตดิ ตง้ั ระบบกลอ งอา นแผน ปา ยทะเบยี น มอี ยทู ว่ั ทกุ ภาคทวั่ ประเทศ ทงั้ หมด ๓๗๖ จดุ ประสทิ ธภิ าพ
ของระบบกลอ งอานปา ยทะเบียน สามารถใชไดกบั ยานพาหนะ รถยนต รถบรรทกุ ทํางานไดท ง้ั เวลา

๔๖

กลางวันและกลางคืน จากน้ันขอมูลที่ถูกแปลงแลวจากดานตรวจจํานวนมากทั้งประเทศ จะถูกสง
ขึ้นมาท่ีศูนยควบคุมสวนกลาง ท่ีกองบังคับการสกัดกั้นการลําเลียงยาเสพติด กองบัญชาการตํารวจ
ปราบปรามยาเสพติด ในทันที ในสวนศูนยควบคุมส่ังการฯ ไดดําเนินการจัดทําเว็บบริการ สําหรับ
ขา ราชการตาํ รวจทเี่ กย่ี วขอ ง ใหส ามารถเขา ถงึ ขอ มลู โดยมรี หสั ลบั ในการเขา ถงึ ขอ มลู เพอ่ื ทจี่ ะสามารถ
ใชบ รกิ ารในการตรวจสอบสบื คน หาและดขู อ มลู สถานทตี่ งั้ ของกลอ ง หมายเลขทะเบยี นรถ ประเภทรถ
ภาพถายรถ วันและเวลาที่ถูกตอง อีกท้ังสามารถเรียกดูภาพและประวัติการใชเสนทางยอนหลังของ
ยานพาหนะ และเชือ่ มโยงเสน ทางของยานพาหนะ ทงั้ กอ นหนา และหลงั ใชเ สนทาง ไดอ ยา งรวดเร็ว
โดยอัตโนมัติและมีประสิทธิภาพสูง เจาหนาที่จึงตองศึกษาเพ่ือใหเขาถึงหลักการทํางานและนําขอมูล
มาวเิ คราะห สบื สวนประกอบกบั เทคโนโลยอี ืน่ ๆ

แหลง คน ควา เพมิ่ เตมิ : กองบงั คบั การสกดั กน้ั การลาํ เลยี งยาเสพตดิ กองบญั ชาการ
ตํารวจปราบปรามยาเสพตดิ (บก.สกดั กั้นการลาํ เลยี งยาเสพตดิ บช.ปส.)

ò.ò.÷ Application CRIME ON MOBILE
เปนโปรแกรมที่พัฒนาข้ึนโดยขาราชการตํารวจในสังกัด ศูนยเทคโนโลยี

สารสนเทศกลาง สาํ นกั งานเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร เพอ่ื บรู ณาการขอ มลู ในระบบ CRIMES
ใหเ กดิ ประโยชนส งู สดุ แกส าํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตริ องรบั ระบบปฏบิ ตั กิ าร (Operating System : OS)
ของโทรศัพทเ คลื่อนที่ (Smart Phone) ทัง้ iOS และ Android โดยดาวนโหลดโปรแกรมจาก Play
Store สําหรบั iOS และ App Store สาํ หรับ Android เพ่ือติดต้งั บนโทรศพั ทท ีต่ องการ ในป ๒๕๖๐
ระบบสามารถดาํ เนินการไดแ ลว ดงั น้ี

๑. ทะเบยี นราษฎร (ตอ งทาํ การเสยี บบตั รยนื ยนั PIN CODE ทเ่ี ครอื่ ง CRIMES
กอ น ๑ คร้ังและสามารถดําเนินงานอยางตอเนือ่ งถึงเที่ยงคืนยกเวน การออกจากระบบ (Log out))

๒. ทะเบียนรถ
๓. ใบขับข่ี
๔. หมายจบั
๕. ผตู อ งหาในคดอี าญา
๖. บคุ คลพนโทษ
๗. บรษิ ัทจดทะเบียน
๘. แรงงานตางดา ว (อยรู ะหวางพฒั นา)
๙. สทิ ธิป์ ระกนั สุขภาพถวนหนา (อยูระหวางพัฒนา)
๑๐. ประกันสงั คม
๑๑. นกั โทษทีถ่ กู คมุ ขงั (อยูระหวา งพฒั นา)
ขน้ั ตอนการสมคั ร และวธิ กี ารใชง านสามารถดาวนโ หลดที่ http://pitc.police.go.th/2014
*** ¡ÒÃÊ׺¤Œ¹ÁÕ¡ÒÃà¡çº¢ŒÍÁÙÅ¡ÒÃ㪌§Ò¹Í‹ҧÅÐàÍÕ´ ´Ñ§¹éѹ¢ÍãËŒ¼ÙŒãªŒ§Ò¹นําÃкº
ä»ãªÍŒ ÂÒ‹ §ÊÃÒŒ §ÊÃä à¾Íè× »ÃÐ⪹ʏ ‹Ç¹ÃÇÁ äÁ‹นําä»ãªŒã¹·Ò§·¨Ø ÃÔμ ËÒ¡¼ŒÙ㪌ÁÕคาํ á¹Ðนาํ μªÔ Á
ÊÒÁÒöʋ§¢ÍŒ ÁÅÙ ã˼Œ ÙŒ¾²Ñ ¹Òä´¼Œ Ò‹ ¹·Ò§ https://goo.gl/R6acm5***

๔๗

แหลงคน ควา เพ่ิมเตมิ : ศูนยเทคโนโลยสี ารสนเทศกลาง สาํ นกั งานเทคโนโลยสี ารสนเทศ
และการสอื่ สาร (ศทก.สทส.)

ทง้ั นร้ี ะบบสารสนเทศอน่ื ๆ ทส่ี าํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตริ ว มเปน ผใู ชข อ มลู (User) ยงั มอี กี
มากมายหลายระบบซงึ่ ตอ งมกี ารศกึ ษาคน ควา หาความรเู พมิ่ เตมิ ตอ ไป และยงั มอี กี หลายๆ ระบบทอี่ ยู
ระหวางการพัฒนาซ่ึงสํานักงานตํารวจแหงชาติเปนผูสนับสนุนงบประมาณ เชน ระบบไบโอเมตริกซ
(Biometrics) ระบบลงลายมอื ช่อื อิเลก็ ทรอนกิ ส

ÊÃØ»·ÒŒ º· : Summary

ดวยภารกิจของสํานักงานตํารวจแหงชาติมีความหลากหลายเปนเรื่องยากท่ีระบบ
สารสนเทศที่นํามาใชงานจะตอบสนองความตองการใหครอบคลุมทุกหนวยงานในสังกัดใหเบ็ดเสร็จ
ระบบงานเดียว จึงเปนเหตุผลใหทุกหนวยงานพยายามท่ีจะพัฒนาระบบสารสนเทศข้ึนมาใชงานเอง
เพื่อตอบสนองความตองการในภารกิจของตัวเองใหครบทุกมิติ และส่ิงที่สํานักงานตํารวจแหงชาติ
ตองทําเปนลําดับแรก คือ ตองทําใหทุกระบบมีความเชื่อมโยงกันใหไดมากที่สุด เพื่อความตอเนื่อง
และรองรบั งานสืบสวนสอบสวน เพราะการกระทาํ ผิดของผตู องสงสัย ๑ คน สามารถสรางฐานขอมูล
ใหเกิดข้ึนกับทุกหนวยงาน ดังนั้น ทุกองคกรตองบูรณาการขอมูลรวมกันเพื่อลดความซํ้าซอน
และลดงบประมาณของประเทศชาติไดอยางมหาศาล ซึ่งในภาพรวมของการแบงประเภทของระบบ
สารสนเทศในสํานักงานตํารวจแหงชาติ จึงแบงไดเปน ๒ ประเภทใหญๆ คือ ÃкºÊÒÃʹà·È
ÊíÒËÃºÑ ¼ãŒÙ ªŒ§Ò¹ÃдѺʶҹตÕ ําÃǨ อันไดแ ก ระบบสารสนเทศ ตร. (Police Information System :
POLIS) ระบบสารสนเทศสถานีตํารวจ (Crimes Record and Information Management
Enterprise System : CRIMES) ระบบประชุมวีดิทัศนท างไกล (Video Conference System)
ศูนยรับแจงเหตุฉุกเฉนิ ๑๙๑ และระบบบริหารจัดการใบสง่ั ออนไลน (Police Ticket Management
: PTM) สวนÃкºÊÒÃʹà·ÈÍ×è¹·èÕ㪌ã¹Ë¹‹Ç§ҹÀÒÂã¹สํา¹Ñ¡§Ò¹ตําÃǨáË‹§ªÒμÔน้ันมักเปน
ระบบเฉพาะภายในภารกิจของแตละหนวย เชน ตรวจคนเขาเมืองใชระบบสารสนเทศ สํานักงาน
ตรวจคนเขาเมือง (Personal Identification and Blacklist Immigration Control System :
PIBICS), พิสูจนหลักฐานใชระบบตรวจสอบลายพิมพน้ิวมืออัตโนมัติ (Automated Fingerprint
Identification : AFIS) ระบบฐานขอมลู อาชญากรรม (Criminal Database System : CDS)
และการใชคอมพิวเตอรสเก็ตชและประกอบภาพใบหนาคนราย, กองการตางประเทศใชระบบ
ฐานขอมูลอาชญากรรมขามชาติ (Case Management Intelligence System : CMIS)
และกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติดใชระบบกลองอานหมายเลขปายทะเบียนรถอัตโนมัติ
(License Plate)

๔๘

¡Ô¨¡ÃÃÁ·ŒÒº· : Activities

แบงกลุมอภปิ รายระบบสารสนเทศของสํานกั งานตํารวจแหงชาติท่ใี ชง านในสถานีตํารวจ
• ระบบสารสนเทศ ตร. (Police Information System : POLIS)
• ระบบสารสนเทศสถานีตํารวจ (Criminal Record and Information Management
Enterprise System : CRIMES)
• ระบบประชมุ วีดิทศั นท างไกล (Video Conference System)
• ศนู ยร ับแจง เหตฉุ กุ เฉนิ ๑๙๑
• ระบบบรหิ ารจดั การใบสัง่ ออนไลน (Police Ticket Management : PTM)
• Application ทีส่ นบั สนุนการปฏิบัตงิ าน เชน CRIMES on Mobile, PDC, Police
I lert you และอน่ื ๆ

áËŧ‹ ¤Œ¹¤ÇÒŒ à¾èÁÔ àμÔÁ

กองบังคับการตาํ รวจสอ่ื สาร สํานกั งานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สาร
กองทะเบียนประวตั อิ าชญากร สํานักงานพิสูจนหลักฐาน
กองบงั คับการสกัดก้นั การลาํ เลียงยาเสพตดิ กองบัญชาการตาํ รวจปราบปรามยาเสพตดิ
ศูนยเ ทคโนโลยสี ารสนเทศกลาง สํานักงานเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร
ศ.พ.ต.อ.หญงิ พชั รา สนิ ลอยมา และคณะ. àÍ¡ÊÒûÃСͺ¡ÒÃÊÁÑ Á¹Ò â¤Ã§¡Òþ²Ñ ¹Ò
»ÃÐÊÔ·¸ÔÀÒ¾´ŒÒ¹¡ÒÃนําà·¤â¹âÅÂÕÁÒ㪌㹡Òû¯ÔºÑμÔ§Ò¹¢Í§à¨ŒÒ˹ŒÒ·ÕèตําÃǨÃдѺʶҹÕตําÃǨ.
กรุงเทพฯ : โรงเรยี นนายรอยตํารวจ, ๒๕๕๖

๔๙

º··èÕ ó

ÃкºÊÒÃʹà·ÈʶҹÕตําÃǨ (CRIMES)

ÇμÑ ¶Ø»ÃÐʧ¤ : Objects

๑. ผูเรียนมคี วามรรู ะบบสารสนเทศสถานตี ํารวจ (CRIMES)
๒. ผูเรียนมีความรู ความเขาใจ ในเครื่องมือ อปุ กรณ ทใ่ี ชร ะบบสารสนเทศสถานตี าํ รวจ
(CRIMES)
๓. ผูเรียนสามารถใชระบบสารสนเทศสถานีตํารวจ (CRIMES) ชวยสืบคนขอมูลได
เพ่ือสนับสนุนการปฏบิ ตั งิ านไดอ ยา งเหมาะสม

ËÇÑ ¢ŒÍàÃ×Íè § : Topics

๓.๑ ระบบ CRIMES คอื อะไร ?
๓.๒ หลกั การสําคัญของระบบ CRIMES
๓.๓ การทํางานของระบบ CRIMES
๓.๔ อปุ กรณทีใ่ ชง านในระบบ CRIMES และการบํารุงรกั ษา
๓.๕ ประโยชนข องระบบ CRIMES
๓.๖ การเชื่อมโยงกับหนว ยงานภายนอก
๓.๗ การพัฒนาระบบ CRIMES ในอนาคต
๓.๘ ผลการดําเนินงานระบบ CRIMES
๓.๙ การเขาใชงานระบบ CRIMES สําหรับเสมียนประจําวัน/เสมียนคดี
และงานสืบสวน
การรวบรวมขอมูลการรับแจงขอมูลเกี่ยวกับคดีไวอยางเปนระบบ เช่ือมโยงแลกเปล่ียน
ขอมูลกับหนวยงานภายนอก และนําขอมูลไปใชประโยชนในงานดานตางๆ ของตํารวจไดอยางมี
ประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผลตอประชาชนที่ไดรับการอํานวยความยุติธรรมที่รวดเร็วและเปนธรรม
เปรียบเสมือนกระบวนการทํางานของ “ÊÒ¾ҹ¢ŒÍÁÙÅ” ซึ่งเริ่มตนจากจุดแรกคือ การบันทึกขอมูล
เบื้องตน ลําเลียงสงตอไปยังจุดตาง ๆ เพ่ือทําการบันทึกขอมูลเพิ่มเติมใหมีความสมบูรณ ครบถวน
เปนปจจุบัน แลวสงผานไปจนถึงกระบวนการสุดทาย คือ การนําไปใชประโยชนในงานดานตางๆ
ตอไป นอกจากน้ีสํานักงานตํารวจแหงชาติยังเปนตนทางของขอมูลท่ีสําคัญในกระบวนการยุติธรรม
ทจี่ ะสง ตอ ใหก บั หนว ยงานตา ง ๆ เชน อยั การ ศาล ราชทณั ฑ สามารถนาํ ไปใชป ระโยชนใ นงานอาํ นวย
ความยุติธรรมไดตอไป

ó.ñ Ãкº CRIMES ¤Í× ÍÐäà ?

CRIMES ยอมาจาก Criminal Record and Information Management
Enterprise System

๕๐

สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตเิ ลง็ เหน็ ความสาํ คญั ของการใชเ ทคโนโลยใี นการปฏบิ ตั งิ านจงึ ให
ปรับปรุงงานเทคโนโลยีสารสนเทศของ สํานักงานตํารวจแหงชาติ ใหทันสมัยมีประสิทธิภาพสามารถ
ตอบสนองตอการปฏิบัติงานของสถานีตํารวจไดมากย่ิงข้ึน โดยในป พ.ศ.๒๕๔๙ ไดทําการศึกษา
สภาพปญหารวบรวมขอมูลความตองการของสถานีตํารวจวิเคราะหและพิจารณาความเปนไปได
อยางรอบคอบ จากน้ันจึงจัดทําโครงการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศสถานีตํารวจ (CRIMES)
และเริ่มพัฒนาระบบในป พ.ศ.๒๕๕๔ เรียกวา ระบบสารสนเทศสถานีตํารวจ (Criminal Record
Information Management Enterprise System : CRIMES) ดงั นี้

๑) ระบบสารสนเทศสถานตี าํ รวจ (CRIMES) ระยะที่ ๑ (พฒั นาระบบ ป ๒๕๕๔ – ๒๕๕๖)
๒) ระบบสารสนเทศสถานตี าํ รวจ (CRIMES) ระยะที่ ๒ (พฒั นาระบบ ป ๒๕๕๘ - ๒๕๖๑)
ประกอบดวย

- ระบบสารสนเทศสถานีตํารวจ ระยะที่ ๒ สว นที่ ๑
- ระบบสารสนเทศสถานตี าํ รวจ ระยะที่ ๒ สว นที่ ๒

ó.ò ËÅ¡Ñ ¡ÒÃสํา¤ÑޢͧÃкº CRIMES

การรวบรวมขอมูลการรับแจงขอมูลเกี่ยวกับคดีไวอยางเปนระบบ เชื่อมโยงแลกเปล่ียน
ขอมูลกับหนวยงานภายนอก และนําขอมูลไปใชประโยชนในงานดานตางๆ ของตํารวจไดอยางมี
ประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผลตอประชาชนท่ีไดรับการอํานวยความยุติธรรมที่รวดเร็วและเปนธรรม
เปรียบเสมือนกระบวนการทํางานของ “ÊÒ¾ҹ¢ŒÍÁÙÅ” ซึ่งเร่ิมตนจากจุดแรกคือ การบันทึกขอมูล
เบ้ืองตน ลําเลียงสงตอไปยังจุดตางๆ เพ่ือทําการบันทึกขอมูลเพ่ิมเติมใหมีความสมบูรณ ครบถวน
เปนปจจุบัน แลวสงผานไปจนถึงกระบวนการสุดทาย คือ การนําไปใชประโยชนในงานดานตางๆ
ตอไป นอกจากน้ีสํานักงานตํารวจแหงชาติยังเปนตนทางของขอมูลที่สําคัญในกระบวนการยุติธรรม
ทจ่ี ะสง ตอ ใหก บั หนว ยงานตา ง ๆ เชน อยั การ ศาล ราชทณั ฑ สามารถนาํ ไปใชป ระโยชนใ นงานอาํ นวย
ความยตุ ิธรรมไดตอไป

ภาพท่ี ๒๔ แสดงเปรียบเทียบกระบวนการทํางานของระบบ CRIMES เหมอื น “สายพานขอ มูล”

๕๑

ó.ó ¡ÒÃทํา§Ò¹¢Í§Ãкº CRIMES

ระบบ CRIMES ไดออกแบบไวรองรับและสนับสนุนการทํางานใหกับเจาหนาท่ีตํารวจ
สามารถนาํ ไปใชข ับเคลื่อนตามแผนปฏิรปู กจิ การตํารวจในรปู แบบการทํางานได ดงั น้ี

ภาพที่ ๒๕ แสดงกระบวนการทาํ งานของระบบ CRIMES
ภาพที่ ๒๖ แสดงกระบวนการทาํ งานของระบบ CRIMES

๕๒

¢Ñ¹é μ͹¡Ò÷Òí §Ò¹

• เจาหนาท่ีตํารวจจะบันทึกขอมูลการแจงของทุกราย
ลงระบบสารสนเทศสถานีตํารวจ (CRIMES) ทันที
ชวยลดปญ หาการเลือกปฏิบัตปิ ฏเิ สธการรบั แจง

• พนกั งานสอบสวนพจิ ารณาแลว หากตอ งทาํ การสบื สวน
หาขอมูลเพ่ิม จะสงขอมูลใหกับเจาหนาที่ตํารวจ
ฝายสืบสวน ปราบปรามผานระบบเพ่ือดําเนินการ
ในสว นทเี่ กย่ี วขอ งตอ โดยทปี่ ระชาชนไมต อ งใหข อ มลู กบั
เจา หนา ที่ตาํ รวจซ้าํ หลายครงั้ จะมเี พยี งการใหขอมลู
เพิม่ เติมในภายหลังเกดิ การบรกิ ารที่สะดวกรวดเร็วมากขึ้น

• การเช่ือมโยงขอมูลกับหนวยงานราชการอ่ืนทําให
เจาหนาท่ีตํารวจสามารถสืบคนและตรวจสอบขอมูล
เบื้องตนไดผานระบบ ลดเวลาในการติดตอขอขอมูล
ระหวา งหนวยงาน ทาํ ใหส ะดวกรวดเรว็ ขึ้น

ภาพท่ี ๒๗ แสดงกระบวนการทํางานของระบบ CRIMES

๕๓

• หากประชาชนตองการทราบผลความคืบหนาคดี
ของตน ก็สามารถสอบถามไดจากเจาหนาที่ตํารวจ
ซงึ่ จะทาํ การตรวจสอบขอ มลู ในระบบและแจง ใหท ราบ
ไดท นั ที

• เจาหนาที่ตํารวจฝายปราบปรามจะนําขอมูลในระบบ
ไปวางแผนควบคุมอาชญากรรม เพ่ิมกําลังสายตรวจ

ในพน้ื ท่ขี องตนไดท ันตอ สถานการณ ทําใหป ระชาชนมีความปลอดภยั ในชีวิตและทรพั ยส ินมากขึน้

ภาพที่ ๒๘ แสดงกระบวนการทํางานของระบบ CRIMES
ระบบสารสนเทศสถานีตํารวจ (CRIMES) ระยะที่ ๑ ประกอบดวยระบบงาน ๕ กลมุ
ไดแก
(๑) ระบบงานบนั ทึกขอมลู (Data Entry)ประกอบดว ยขอมลู

- คดอี าญาทว่ั ไป คดอี บุ ตั เิ หตจุ ราจร เหตทุ รพั ยห าย เหตรุ ถหาย เหตคุ นหายพลดั หลง
เหตุคนตายไมท ราบชือ่ แผนประทษุ กรรม เหตุทต่ี องรายงาน

- การออกคําขอตา งๆ : หมายจับผัดฟอ งฝากขัง ประกันตัว
- ขอมูลหมายจับ

๕๔

- ความคบื หนา/ผลคดี : ความเห็นช้ันพนกั งานสอบสวน สงั่ ฟอง / ไมฟ อง
- การบริหารจัดการคดขี องหัวหนา งานสอบสวน การโอนคดี
- การปลอยตัวชัว่ คราว
- การจบั กมุ การประกนั ตวั เปนตน
(๒) ระบบงานสบื คน ขอมลู (Data Search)
เปนสวนสําคัญในการนําขอมูลไปใชประโยชนในการปฏิบัติงานตํารวจ สามารถ
ตรวจสอบขอมลู เพ่ือติดตามจบั กุมคนรายไดอ ยางรวดเร็ว มปี ระสทิ ธภิ าพ อันประกอบดวย
- ขอมูลจากระบบสารสนเทศของสํานักงานตํารวจแหงชาติ ไดแก ขอมูลคดีอาญา
คดจี ราจร หมายจบั ผกู ระทาํ ผดิ ประวตั กิ ารแจง เบอ้ื งตน ขอ มลู ยานพาหนะ/อาวธุ /ทรพั ยใ นคดี เปน ตน
- ขอ มลู จากหนว ยงานภายนอก ไดแ ก

ขอ มลู ทะเบยี นราษฎร ขอ มลู ยานพาหนะ ขอ มลู ประกนั สงั คม ขอ มลู ประกนั สขุ ภาพ
ขอ มลู คนตา งดา ว ขอมลู ทะเบียนพาณิชย รวมถงึ ออกแบบรองรบั การเช่อื มโยงและแลกเปลยี่ นขอ มูล
ของหนว ยงานในกระบวนการยตุ ิธรรม ไดแ ก ศาลอยั การ กรมคุมประพฤติ เรือนจํา ฯลฯ เพ่อื

(๓) ระบบงานบรกิ ารขอมูลอเิ ลก็ ทรอนกิ ส (e-Data Services)
ระบบรายงานสถิติในรูปแบบตางๆ เชน รายงานสถิติคดีตามชวงเวลาแยกตาม

สถานี ภาค หรอื ทง้ั ประเทศ รายงานสถิติคดีอาญา ๔ ประเภท สถติ กิ ารรับแจง
(๔) ระบบแจงเตือน (Alarm & Alert Services )
แจงเตือนเกี่ยวกับการครบกําหนดเวลาของงานตางๆ เชน ครบกําหนดฝากขัง

ครบกําหนดประกันตัว แจงเตือนเก่ียวกับการตรวจสอบอัตโนมัติ เชน การพบหมายจับอื่นๆ
ขณะทาํ การบันทึกขอ มูลของผูตองหา เปน ตน

(๕) ระบบงานบรหิ ารจดั การขอ มลู และระบบ (Data & System Management) สาํ หรบั
ผูดูแลระบบ ประกอบดวย

- ระบบบริหารสิทธิตางๆ สําหรับขอมูลโปรแกรมระบบงาน, ระบบ Backup &
Restore ของขอมูลระบบงานระบบบริหารการเชื่อมโยงและเฝาดูการทํางานของเครื่องคอมพิวเตอร
ลกู ขาย เปน ตน

- ระบบบริหารจัดการคดใี นสวนของหัวหนา งาน เพ่อื การควบคุม เรง รดั ตรวจสอบ
ความคบื หนาทางคดี ในความรับผิดชอบของพนกั งานสอบสวนได

๕๕

ó.ô Í»Ø ¡Ã³· Õè㪌§Ò¹ã¹Ãкº CRIMES áÅСÒúÒí ÃØ§Ã¡Ñ ÉÒ

ó.ô.ñ ÍØ»¡Ã³· ·èÕ ¨Õè Òí ໚¹ã¹¡ÒÃ㪧Œ Ò¹ã¹Ãкº CRIMES

ภาพท่ี ๒๙ แสดงอุปกรณต า งๆ ทใ่ี ชงานในระบบ CRIMES

ภาพที่ ๓๐ แสดงตัวอยา งอปุ กรณต างๆ ที่ใชง านในระบบ CRIMES

๕๖

ó.ô.ò ¡ÒúÒí Ã§Ø Ã¡Ñ ÉÒ
เปนการบํารุงรักษาเพ่ือปองกันไมใหระบบคอมพิวเตอร ระบบสารสนเทศ

เกดิ การชาํ รดุ ขดั ขอ งในการปฏบิ ตั งิ าน โดยการบาํ รงุ รกั ษา ซอ มแซม แกไ ขระบบคอมพวิ เตอรแ ละระบบ
สารสนเทศใหอยูในสภาพสมบูรณ ไมมีความผิดปกติในระบบการทํางาน เพ่ือจะไดแกไขซอมแซม
กอนเกดิ ความเสียหายตอระบบทง้ั หมด

¢¹éÑ μ͹¡ÒúíÒÃ§Ø ÃÑ¡ÉÒÍØ»¡Ã³
๑. ตรวจเชค็ ความถูกตอ งของอปุ กรณตามเอกสารใบงาน (ปรากฏใน ภาคผนวก……..)

- Serial Number ของอุปกรณทุกช้นิ
- Mac Address เคร่อื ง Thin Client ทุกเครอื่ ง
- IP Address ของเครือ่ ง Thin Client
- ชื่อหนวยงาน ท่ีอยู เบอรโทรศัพท และช่ือเจาหนาท่ีผูดูแล ในกรณีที่ไมถูกตอง
ใหทาํ การจดบันทกึ ขอมูลที่ถูกตองลงในชองหมายเหตุ
๒. ทําความสะอาดภายนอกดว ยการ ดูด ปด เช็ด เปา อปุ กรณท ้งั หมด เชน เคส จอภาพ
เมาส คียบอรด เครอ่ื งพมิ พ เครอ่ื งสแกนภาพสี กลองถายภาพ เครือ่ งอา นบตั ร เครอ่ื งสํารองไฟฟา
ใหสะอาดเรียบรอยและอยใู นสภาพพรอมใชงาน

ภาพที่ ๓๑ แสดงวธิ ีการตรวจซอมบํารงุ รักษาอปุ กรณทใี่ ชง านในระบบ CRIMES
๓. เมื่อพบอุปกรณชํารุดใหแจงเจาหนาท่ีผูรับผิดชอบ การแจงเปดเคสเพื่อซอมแซม

เปลย่ี นอะไหลท เี่ บอร ๑๒๒๘ กด ๒ (๑๒๒๘ #๒) เจา หนา ทข่ี องบรษิ ทั สงขลาฟน ชิ ชง่ิ จาํ กดั ซง่ึ ประจาํ อยทู ี่
สํานักงานตํารวจแหงชาติ จะทําการเปดเคสแจงซอมมายังบริษัทฯ เพ่ือดําเนินการซอมแซมสวนที่เสียหาย
ใหกลบั มาใชง านไดเ ปนปกตกิ รณีนอกเวลาราชการ (๑๖.๓๐ น. เปน ตน ไป) แจงมาทห่ี มายเลขโทรศัพท
๐๒๗๘๙ ๙๐๙๙ กด ๑ (๐ ๒๗๘๙ ๙๐๙๙ #๑) บริษัทฯ จะดําเนินการซอมแซมสวนท่ีเสียหาย
ใหกลับมาใชง านไดเปน ปกติ

๕๗

ó.ô.ó ȹ٠ª‹ÇÂàËÅ×Í (Help Desk)

ภาพที่ ๓๒ แสดงโครงสรางหนว ยงานและหมายเลขประสานงานท่รี ับผิดชอบระบบ CRIMES

ภาพที่ ๓๓ แสดงหมายเลขในการตดิ ตอ ประสานงานระบบ CRIMES

๕๘

ภาพที่ ๓๔ แสดงหมายเลขในการติดตอประสานงานการขอรหสั ผใู ชง าน สิทธกิ์ ารใชงาน
ภาพท่ี ๓๕ แสดงหมายเลขในการตดิ ตอ ประสานงานการใชงานโปรแกรมในระบบ CRIMES

๕๙

ภาพที่ ๓๖ แสดงหมายเลขในการติดตอ ประสานงานปญหาดา นเครือขา ย
๔. ทดสอบการทํางานของอุปกรณท กุ อุปกรณใ หส ามารถใชงานรว มกันไดเปน ปกติ เชน
ใชระบบ CRIMES ไดจากภาพแสดงหนาจอการเขาใชงานระบบ CRIMES, ระบบ POLIS,
การทดสอบสญั ญาณ Network และการตง้ั คาหมายเลข IP Address เสรจ็ เรยี บรอ ย

ภาพท่ี ๓๗ แสดงหนา จอการเขาใชง านระบบ CRIMES, ระบบ POLIS, การทดสอบสญั ญาณ
Network ภายหลังจากการตงั้ คาหมายเลข IP Address เสร็จเรยี บรอย

๖๐

๕. ตรวจสอบการตดิ สตกิ เกอรโ ครงการ CRIMES ทกุ อปุ กรณใ นตาํ แหนง ทกี่ าํ หนด ดงั น้ี

ภาพที่ ๓๘ การตดิ สตกิ เกอรบรเิ วณดานขางเคร่ือง Thin client

ภาพท่ี ๓๙ การติดสติกเกอรบ ริเวณดานหลังจอภาพ

ภาพท่ี ๔๐ การตดิ สติกเกอรบริเวณดานหนา เครื่องพมิ พ

๖๑

ภาพท่ี ๔๑ การติดสติกเกอรอ ุปกรณข นาดเล็ก เชน เมาส คียบ อรด เปนตน
ภาพท่ี ๔๒ การตดิ สติกเกอรบ นอปุ กรณล ายมือช่อื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส

๖๒

ภาพที่ ๔๓ การตดิ สตกิ เกอรบนอุปกรณกลอ งถายรูป (Web Camera)
๖. ตรวจสอบความถกู ตอ งของใบงานกอนลงลายมือชือ่ รบั ทราบ

ó.õ »ÃÐ⪹¢ ͧÃкº CRIMES

๓.๕.๑ ประชาชนไดรับการบริการการอํานวยความยุติธรรมในเบ้ืองตนอยางรวดเร็ว
ลดเวลาการรอคอยการแจงความที่สถานตี าํ รวจ เน่ืองจากระบบสารสนเทศสถานตี าํ รวจ (CRIMES)
มีระบบรับแจงเบื้องตนสําหรับบริการประชาชนท่ีมาติดตอแจงความบนสถานีตํารวจเพ่ือคัดกรอง
เรื่องท่ีแจงกอนเขาพบพนักงานสอบสวน (เวร) ทําใหพนักงานสอบสวน (เวร) ทราบขอมูลเบื้องตน
และใชเ วลาในการสอบถามประชาชนแตละรายนอยลง

๓.๕.๒ ประชาชนไดรับการบริการที่เปนธรรม สามารถตรวจสอบขอมูลและติดตาม
ความคืบหนาทางคดีจากพนักงานสอบสวนได

๓.๕.๓ การบริการประชาชนของสถานีตํารวจเปนมาตรฐานเดียวกัน ทําใหประชาชน
ไดร ับการปฏบิ ตั ิและการบรกิ ารอยา งเทา เทยี ม เสมอภาคกนั

๓.๕.๔ ประชาชนมคี วามสขุ และมคี วามปลอดภยั ในชวี ติ และทรพั ยส นิ มากขนึ้ เนอื่ งจาก
สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ สามารถนาํ ขอ มลู ในระบบสารสนเทศสถานตี าํ รวจ (CRIMES) ไปวเิ คราะห
และวางแผนปองกันอาชญากรรมในรูปแบบตางๆ ไดอยางเหมาะสม ลดปญหาอาชญากรรมท่ีอาจ
เกดิ ขน้ึ ไดในอนาคต

๓.๕.๕ สํานักงานตํารวจแหงชาติมีขอมูลที่ถูกตองเปนปจจุบัน สามารถสงตอขอมูล
ผานระบบใหกับหนวยงานในกระบวนการยุติธรรมท้ังหนวยงานภายในและภายนอก เชน อัยการ
ศาล ราชทัณฑ นําไปใชประโยชนในการปฏิบัติงานไดอยางมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทําใหประชาชน
ไดร ับการอาํ นวยความยุตธิ รรมทั้งกระบวนการอยางรวดเร็วและเปน ธรรม

๖๓

ó.ö ¡ÒÃàªÍ×è Áâ§¡ºÑ ˹Nj §ҹÀÒ¹͡¢Í§Ãкº CRIMES

เพ่ือสนับสนุนงานสืบสวนสอบสวน ปองกันปราบปรามอาชญากรรม สามารถติดตาม
จับกุมคนรายไดอยางรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ไดแก ขอมูลทะเบียนราษฎร, ขอมูลยานพาหนะ,
ขอมูลประกันสังคม, ขอมูลประกันสุขภาพ, ขอมูลคนตางดาว, ขอมูลทะเบียนพาณิชย รวมถึง
ออกแบบรองรบั การเชือ่ มโยงและแลกเปล่ยี นขอมูลของหนว ยงานในกระบวนการยุติธรรม ไดแ ก ศาล
อยั การ กรมคุมประพฤติ เรือนจํา ฯลฯ

ภาพที่ ๔๔ แสดงการเช่ือมโยงกบั หนว ยงานภายนอกของระบบ CRIMES เพื่อบรู ณาการขอมูลรวมกนั

ó.÷ ¡ÒþѲ¹ÒÃкº CRIMES ã¹Í¹Ò¤μ

ó.÷.ñ ÃкºÊÒÃʹà·ÈʶҹμÕ Òí ÃǨ ÃÐÂзèÕ ò ÊÇ‹ ¹·èÕ ñ มงุ เนน การเพมิ่ ประสทิ ธภิ าพ
ใหก ับระบบและการนาํ ขอ มูลไปใชใหเ กิดประโยชน ดังนี้

๑ ) พัฒนาโปรแกรมเพ่ือนําขอมูลมาประยุกตใชสนับสนุนอํานวยความสะดวก
งานตํารวจในรูปแบบตางๆ ที่สะดวกและเหมาะสมมากข้ึน ไดแก ระบบแผนท่ีขอมูลอาชญากรรม,
ระบบลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส, ระบบคนหาขอมูลอัจฉริยะ, ระบบรูจําใบหนา, พัฒนาระบบ
ใหบริการประชาชนสามารถเขาตรวจสอบติดตามความคืบหนาทางคดีที่ตนเปนผูเสียหายไดผานทาง
Internet, ระบบจัดการฐานขอมูลแบบพรอมกัน, พัฒนาระบบ CRIMES ใหสามารถเขาถึงไดทุกท่ี
ทุกเวลาผานเครือขาย Internet, การจัดการงานสืบสวนอยางเปนระบบ ลดงานเอกสาร เชน
งานพมิ พเ อกสารประกอบสาํ นวนตามคาํ สงั่ ตร.ที่ ๔๑๙/๒๕๕๙, ยกเลกิ สมดุ คมุ คดี สมดุ สารบบคดอี าญา
จราจร, ยกเลิกแฟม บุคคลท่ีเก่ยี วของอาชญากรรม

๒) เพิ่มประสิทธิภาพของระบบคอมพิวเตอรแมขายและฐานขอมูลใหสามารถ
รองรบั ปรมิ าณขอมูลและผูใชง านในขณะเดียวกนั ไดมากข้ึน

๓) จัดหาเคร่ืองคอมพิวเตอรลูกขายและอุปกรณตางๆ เพ่ิมใหสถานีตํารวจ
ทัว่ ประเทศ

๖๔

ó.÷.ò ÃкºÊÒÃʹà·ÈʶҹÕตําÃǨ ÃÐÂзèÕ ò ʋǹ·èÕ ò เพ่ิมประสิทธิภาพ
ใหระบบดํารงอยูไดตลอด ๒๔ ช่ัวโมง เน่ืองจากตํารวจมีภารกิจหลักในการรักษาความสงบเรียบรอย
ความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของราชอาณาจักร การปฏิบัติภารกิจใหสําเร็จลุลวง
จําเปนตองมีขอมูลท่ีทันสมัยเพื่อการตรวจสอบ ติดตามจับกุมคนรายไดอยางรวดเร็ว และวางแผน
ปอ งกันปราบปรามอาชญากรรมในรปู แบบตางๆ ไดท นั ตอสถานการณ โดยดําเนนิ การ

๑) จดั สรา งศูนยประมวลผลสารสนเทศสํารอง (Disaster Recovery Center)
๒) พัฒนาระบบส่อื การเรยี นรอู ิเล็กทรอนิกส (E-Learning)

ภาพท่ี ๔๕ การพฒั นาระบบ CRIMES ในอนาคต

ó.ø ¼Å¡ÒÃดําà¹Ô¹§Ò¹Ãкº CRIMES

การเปด ใชงานระบบ CRIMES ระยะท่ี ๑
- ป ๒๕๕๘ ใชงานทุกสถานีตํารวจในพื้นท่ี ตํารวจภูธรภาค ๑, ตํารวจภูธรภาค ๒,
ตํารวจภูธรภาค ๓, ตาํ รวจภธู รภาค ๔, ตาํ รวจภูธรภาค ๗, ตํารวจภธู รภาค ๙
- ป ๒๕๕๙ ขยายพื้นที่การใชงานทุกสถานีตํารวจในสังกัด ตํารวจนครบาล,
ตํารวจภูธรภาค ๕, ตํารวจภูธรภาค ๖, ตํารวจภูธรภาค ๘, ตํารวจภูธรภาค ๙ และหนวยงาน
ท่ีมีอํานาจสอบสวน ไดแก กองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง, สํานักงานตรวจคนเขาเมือง,
กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด »˜¨¨ØºÑ¹ãªŒ§Ò¹·Ø¡Ê¶Ò¹ÕตําÃǨáÅÐ˹‹Ç§ҹ·ÕèÁÕอํา¹Ò¨
¡ÒÃÊͺÊǹ·ÇÑè »ÃÐà·ÈáÅÇŒ μ§éÑ áμ‹ ñ μØÅÒ¤Á òõõù ໚¹μŒ¹ä»

๖๕

ó.ù ¡áÒÅÃÐà§¢ÒŒ¹Òãʪ׺Œ§ÊÒǹ¹Ãкº CRIMES สําËÃѺàÊÁÕ¹»ÃÐจําÇѹ/àÊÁÕ¹¤´Õ

ภาพท่ี ๔๖ แสดงเจาหนา ทท่ี ีเ่ ก่ยี วขอ งในระบบ CRIMES
਌Ò˹ŒÒ·ÕèàÊÁÕ¹»ÃÐจําÇѹ มีหนาท่ีในการนําขอมูลท่ีประชาชนมาติดตอประสานงาน
เชน แจง รายการเอกสารหาย แจง ความเหตกุ ารณต า งๆ เปน ผทู ม่ี คี วามสาํ คญั ลาํ ดบั แรกในการนาํ ขอ มลู
ขอเท็จจริงเขาสูระบบ ในระบบ CRIMES เรียกวา “เจาหนาที่รับแจงเบื้องตน” มีวิธีการเขาใช
โดยละเอียดปรากฏตามภาคผนวก ง. พรอมทดลองฝก ปฏบิ ัติงาน
¾¹Ñ¡§Ò¹ÊͺÊǹ มีหนาท่ีในการตรวจสอบขอมูลที่เจาหนาท่ีเสมียนประจําวัน
ท้ังนี้ก็สามารถบันทึกและแกไขขอมูลไดเชนเดียวกัน กรณีเจาหนาท่ีเสมียนประจําวันไมอยู
หรือไมเพียงพอ โดยรายละเอยี ดการใชงานจะปรากฏในหลักสูตรเกี่ยวกบั พนกั งานสอบสวน
਌Ò˹ŒÒ·èÕàÊÁÕ¹¤´Õ มีหนาท่ีเปนผูชวยพนักงานสอบสวนในการปรับปรุงขอมูลคดีตางๆ
ใหค รบถว นสมบรู ณ เชน บนั ทกึ ขอ มลู คดดี าํ คดแี ดง บนั ทกึ ขอ มลู หมายจบั หรอื ขอ มลู อนื่ ๆ ทพ่ี นกั งาน
สอบสวนส่ังการมีวธิ ีการเขา ใชง านโดยละเอียดปรากฏตามภาคผนวก จ. พรอมทดลองฝก ปฏบิ ัตงิ าน
਌Ò˹ŒÒ·Õ轆ÒÂÊ׺Êǹ, »ÃÒº»ÃÒÁ มีหนาที่ในการบันทึกขอมูลทองถ่ินในสถานีตํารวจ
ที่รับผิดชอบ บุคคลเกี่ยวของอาชญากรรมท่ีตองติดตามพฤติกรรม อีกนัยหนึ่งก็เปนผูใชงานขอมูล
จากระบบ CRIMES ที่เจาหนาที่เสมียนประจําวัน เสมียนคดี พนักงานสอบสวน ที่บันทึกขอมูล
ลงในระบบ CRIMES ไวก อ นแลว และขอ มลู ทมี่ กี ารเชอื่ มโยงกบั หนว ยงานราชการอน่ื ๆ ไว เชน ตรวจสอบ
ขอมูลจากทะเบียนราษฎร ตรวจสอบขอมูลรถจากกรมการขนสงทางบก ขอมูลแรงงานตางดาว
จากกระทรวงแรงงาน เปน ตน มวี ิธกี ารเขา ใชงานโดยละเอยี ดปรากฏตามภาคผนวก ฉ. พรอมทดลอง
ฝก ปฏิบตั งิ าน

๖๖

ÊÃØ»·ÒŒ º· : Summary

ระบบ CRIMES มีวัตถุประสงคหลักเพื่อการรวบรวมขอมูลเกี่ยวกับคดีของ
แตล ะสถานตี าํ รวจทเ่ี กบ็ อยใู นรปู แบบตา ง ๆ ไวใ นระบบสารสนเทศหลกั ของสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ
เพื่อใหไดมาซ่ึงขอมูลท่ีมีความทันสมัยและประโยชนในการใชขอมูลรวมกันของเจาหนาท่ีตํารวจ
การดาํ เนินงานในระยะนี้ จงึ มงุ เนน การพฒั นาระบบเพือ่ รองรับและสนับสนนุ ในสว นงานนําเขาขอ มูล
เปน หลกั ไดแก

(๑) การพฒั นาโปรแกรมบนั ทึก/สบื คน/พมิ พร ายงาน ขอมลู คดอี าญา – คดจี ราจร
(๒) การพฒั นาโปรแกรมเชอ่ื มโยงสบื คน ขอ มลู หนว ยงานภายนอกสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ
(๓) ตดิ ตง้ั ระบบและอุปกรณเ ครอื่ งคอมพวิ เตอรแมข ายทศ่ี นู ยป ระมวลผลสวนกลาง
(๔) ติดตัง้ ระบบและอุปกรณเ ครอ่ื งคอมพิวเตอรล ูกขายทีส่ ถานตี ํารวจทวั่ ประเทศ
การรวบรวมขอมูลการรับแจงขอมูลเก่ียวกับคดีไวอยางเปนระบบ สามารถเชื่อมโยง
แลกเปลี่ยนขอมูลกับหนวยงานภายนอก และนําขอมูลไปใชประโยชนในงานดานตางๆ ของตํารวจ
ไดอยางมีประสิทธิภาพ จะเกิดประสิทธิผลตอประชาชนท่ีไดรับการอํานวยความยุติธรรมท่ีรวดเร็ว
และเปน ธรรม

¡Ô¨¡ÃÃÁ·ÒŒ º· : Activities

แบง กลมุ อภปิ รายโดยใหผูเรยี นทาํ การศึกษาคนควา ระบบสารสนเทศอนื่ ท่ีใชในหนว ยงาน
ภายในสาํ นักงานตํารวจแหง ชาตจิ ากระบบตาง ๆ กลมุ ละ ๑ ระบบ

• ระบบสารสนเทศสํานักงานตรวจคนเขาเมือง (Personal Identification and
Blacklist Immigration Control System : PIBICS)

• ระบบตรวจสอบลายพมิ พน วิ้ มอื อตั โนมตั ิ (Automated Fingerprint Identification
: AFIS)

• ระบบฐานขอมูลอาชญากรรม (Criminal Database System : CDS)
• การใชคอมพวิ เตอรสเกต็ ชแ ละประกอบภาพใบหนา คนราย
• ระบบฐานขอ มลู อาชญากรรมขา มชาติ (Case Management Intelligence System
: CMIS)
• ระบบกลองอานหมายเลขปายทะเบยี นรถอัตโนมัติ (License Plate)

áËŧ‹ ¤¹Œ ¤ÇŒÒà¾èÔÁàμÔÁ

พ.ต.อ.มนตรี สีทอง. àÍ¡ÊÒûÃСͺ¡ÒÃͺÃÁ¢Í§สํา¹Ñ¡§Ò¹à·¤â¹âÅÂÕÊÒÃʹà·È
áÅСÒÃÊè×ÍÊÒÃ. ๒๕๖๐

๖๗

º··èÕ ô

¨ÃÂÔ ¸ÃÃÁ㹡ÒÃ㪌෤â¹âÅÂÕÊÒÃʹà·È

ÇμÑ ¶»Ø ÃÐʧ¤ : Objects

๑. ผูเรยี นมีความรู ความเขาใจและมจี รยิ ธรรมในการใชเ ทคโนโลยีสารสนเทศ
๒. ผูเรียนมีความตระหนักในการใชคอมพิวเตอรโดยคํานึงถึงความปลอดภัยของขอมูล
และการรักษาความลับของขอมูลขา วสาร
๓. ผูเ รยี นมีคา นยิ มทีด่ ีในการใชค อมพิวเตอร

ËÑÇ¢ŒÍàÃÍ×è § : Topics

๔.๑ ความหมายของจรยิ ธรรม
๔.๒ ขอบขายของจริยธรรมในการใชเ ทคโนโลยสี ารสนเทศ
๔.๓ ความปลอดภัยของขอมลู สารสนเทศในระบบเครอื ขาย
๔.๔ พระราชบัญญตั ิวา ดวยการกระทําความผดิ เก่ียวกบั คอมพวิ เตอร พ.ศ.๒๕๕๐
ในทางปฏิบัติแลวการระบุวา การกระทําส่ิงใดผิดจริยธรรมน้ัน อาจกลาวไดไมชัดเจน
มากนัก ทั้งนี้ ยอมข้นึ อยกู ับวฒั นธรรมของสังคมในแตละประเทศดวย อยางเชนกรณใี นประเทศไทย
ทเ่ี จา ของบรษิ ทั ใชก ลอ งวงจรปด ตดิ ตงั้ ในสถานทที่ าํ งานเพอื่ ใชใ นการตรวจจบั หรอื เฝา ดกู ารทาํ งานของ
พนักงานกย็ งั ไมถ อื ไดวา เปนการใชค อมพวิ เตอรอยา งไรจ รยิ ธรรม แตในทางกลับกันหากมีกรณีเชน น้ี
ในตางประเทศถอื วา เปน การละเมิดสิทธสิ ว นบุคคล

ô.ñ ¤ÇÒÁËÁÒ¢ͧ¨ÃÂÔ ¸ÃÃÁ

¨ÃÂÔ ¸ÃÃÁ (Ethics) คาํ วา “จรยิ ธรรม” แยกออกเปน จรยิ + ธรรม ซงึ่ คาํ วา จรยิ หมายถงึ
ความประพฤติหรือกิริยาที่ควรประพฤติ สวนคําวา ธรรม มีความหมายหลายประการ เชน
คุณความดี, หลักคําสอนของศาสนา, หลักปฏิบัติ เม่ือนําคําท้ังสองมารวมกันเปน “จริยธรรม”
จึงมีความหมายตามตัวอักษรวา “หลักแหงความประพฤติ” หรือ “แนวทางของการประพฤติ”
ดงั นนั้ จรยิ ธรรมจงึ เปน สงิ่ ทคี่ วรประพฤติ มที มี่ าจากบทบญั ญตั หิ รอื คาํ สงั่ สอนของศาสนา หรอื ใครกไ็ ด
ท่เี ปน ผูมจี ริยธรรม และไดรับความเคารพนบั ถอื มาแลว ลกั ษณะของผูมีจริยธรรม ผูมีจริยธรรมจะเปน
ผูทีม่ คี ุณลกั ษณะดงั น้ี

• เปน ผูท ่มี ีความเพียรความพยายามประกอบความดีละอายตอการปฏิบัตชิ ัว่
• เปนผูมีความซ่ือสัตยสุจรติ ยุตธิ รรมและมีเมตตากรณุ า
• เปนผูมสี ติปญญา รูสกึ ตัวอยูเ สมอ ไมป ระมาท

๖๘

• เปน ผูใฝหาความรู ความสามารถในการประกอบอาชีพ เพอื่ ความมน่ั คง
• เปนผูท่ีรัฐสามารถอาศัยเปนแกนหรือฐานใหกับสังคม สําหรับการพัฒนาใดๆ ได
¨ÃÔ¸ÃÃÁ¡Ñº¡®ÃÐàºÕº คนที่มีจริยธรรม อาจหมายถึงคนท่ีในกลุมสังคมยอมรับวามีสามัญสํานึก
ทด่ี ี มคี วามประพฤตดิ ีและไมก อ ใหเ กิดผลเสียหายตอสงั คมโดยรวม
¨ÃÔ¸ÃÃÁ¡ÑºÊѧ¤ÁÂØ¤ÊÒÃʹà·È จากท่ีไดกลาวไวแลว จะเห็นไดวาคนในสังคม
ยคุ สารสนเทศมปี ฏสิ มั พนั ธก นั มากขน้ึ ในทางการสอ่ื สารหรอื ทเ่ี รยี กวา Social Media ซง่ึ หมายถงึ คนใน
สงั คมมกี ารใชเ ทคโนโลยสี ารสนเทศมากขนึ้ และเมอื่ การใชเ ทคโนโลยสี ารสนเทศหมายถงึ กระบวนการ
ตา งๆ และระบบงานทช่ี วยใหไดส ารสนเทศหรอื ขาวสารท่ตี อ งการ โดยจะรวมถงึ
๑. เครอ่ื งมอื และอปุ กรณต า งๆ หมายถงึ เครอื่ งคอมพวิ เตอร เครอ่ื งใชส าํ นกั งาน อปุ กรณ
คมนาคมตา งๆ รวมทัง้ ซอฟตแ วรทัง้ ระบบสําเร็จรูปและพัฒนาขน้ึ โดยเฉพาะดา น
๒. กระบวนการในการนําอุปกรณเคร่ืองมือตางๆ ขางตนมาใชงาน รวบรวมขอมูล
จัดเก็บประมวลผลและแสดงผลลัพธเปนสารสนเทศในรูปแบบตางๆ ท่ีสามารถนําไปใชประโยชน
ไดตอไป ในปจจุบันการใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศเปนสิ่งจําเปนสําหรับทุกองคกร การเชื่อมโยง
สารสนเทศผานทางคอมพิวเตอร ทําใหส่ิงที่มีคามากที่สุดของระบบ คือ ขอมูลและสารสนเทศ
อาจถูกจารกรรม ถูกปรับเปล่ียน ถูกเขาถึงโดยเจาของไมรูตัว ถูกปดกั้นขัดขวางใหไมสามารถเขาถึง
ขอมูลได หรือถูกทําลายเสียหายไป ซ่ึงสามารถเกิดขึ้นไดไมยากบนโลกของเครือขาย โดยเฉพาะ
เมอ่ื เชอ่ื มโยงกบั อนิ เทอรเ นต็ ดงั นนั้ การมคี ณุ ธรรมและจรยิ ธรรมในการใชเ ทคโนโลยจี งึ เปน เรอื่ งทส่ี าํ คญั
มรี ายละเอียดดังน้ี

- ไมค วรใหขอมลู ที่เปน เทจ็
- ไมบิดเบือนความถกู ตองของขอมูล ใหผรู ับคนตอไปไดขอ มลู ท่ีไมถ กู ตอง
- ไมควรเขา ถงึ ขอ มลู ของผอู ื่นโดยไมไดร ับอนุญาต
- ไมค วรเปดเผยขอ มูลกับผทู ไี่ มไ ดรับอนุญาต
- ไมท าํ ลายขอมูล
- ไมเขาควบคมุ ระบบบางสว น หรอื ทัง้ หมดโดยไมไดรบั อนญุ าต
- ไมท าํ ใหอ กี ฝา ยหนงึ่ เขา ใจวา ตวั เองเปน อกี บคุ คลหนงึ่ ตวั อยา งเชน การปลอมอเี มล
ของผสู ง เพอ่ื ใหผ รู ับเขา ใจผดิ เพอื่ การเขา ใจผดิ หรือตอ งการลวงความลับ
- การขัดขวางการใหบริการของเซิรฟเวอร โดยการทําใหมีการใชทรัพยากร
ของเซิรฟเวอรจนหมด หรือถึงขีดจํากัดของมัน ตัวอยางเชน เว็บเซิรฟเวอร หรือ อีเมลเซิรฟเวอร
การโจมตีจะทําโดยการเปดการเชื่อมตอกับเซิรฟเวอรจนถึงขีดจํากัดของเซิรฟเวอร ทําใหผูใชคนอ่ืนๆ
ไมส ามารถเขา มาใชบริการได
- ไมปลอย หรอื สรางโปรแกรมประสงคร าย (Malicious Program) ซึ่งเรยี กยอๆ
วา (Malware) เปน โปรแกรมทถี่ กู สรา งขนึ้ มาเพอื่ ทาํ การ กอ กวน ทาํ ลาย หรอื ทาํ ความเสยี หายระบบ
คอมพิวเตอรเครือขา ยโปรแกรมประสงครา ยท่ีแพรห ลายในปจจุบนั คอื ไวรสั เวริ ม และมา โทรจัน

๖๙

- ไมก อความราํ คาญใหกับผูอ่ืน โดยวธิ ีการตางๆ เชน สแปม (Spam) (การสง อเี มล
ไปยงั ผใู ชจํานวนมาก โดยมจี ดุ ประสงคเ พื่อการโฆษณา)

- ไมผลิตหรือใชสปายแวร (Spyware) โดยสปายแวรจะใชชองทางการเช่ือมตอ
ทางอินเทอรเ น็ตเพื่อแอบสงขอมลู สว นตวั ของผนู ้ันไปใหกับบุคคลหรือองคกรหน่งึ โดยที่ผูใชไมท ราบ

ô.ò ¢Íº¢Ò‹ ¢ͧ¨ÃÂÔ ¸ÃÃÁ㹡ÒÃãªàŒ ·¤â¹âÅÂÕÊÒÃʹà·È

โดยท่ัวไปเม่ือพิจารณาถึงคุณธรรมจริยธรรมเกี่ยวกับการใชเทคโนโลยีคอมพิวเตอร
และสารสนเทศแลว จะกลา วถึงใน ๔ ประเดน็ ที่รจู ักกันในลักษณะตัวยอ วา PAPA ประกอบดว ย

ò.ñ ¤ÇÒÁ໚¹Ê‹Ç¹μÑÇ (Information Privacy) หมายถึง สิทธิท่ีจะอยูตามลําพัง
และเปนสิทธิที่เจาของสามารถท่ีจะควบคุมขอมูลของตนเองในการเปดเผยใหกับผูอ่ืน สิทธินี้ใชได
ครอบคลุมท้ังปจเจกบุคคล กลุมบุคคล และองคการตางๆ ปจจุบันมีประเด็นเก่ียวกับความเปน
สว นตัวทีเ่ ปนขอนา สังเกตดงั นี้

๑) การเขาไปดูขอความในจดหมายอิเล็กทรอนิกสและการบันทึกขอมูลในเครื่อง
คอมพวิ เตอร รวมทง้ั การบนั ทกึ -แลกเปลี่ยนขอ มูลที่บคุ คลเขา ไปใชบ รกิ ารเว็บไซตและกลมุ ขา วสาร

๒) การใชเทคโนโลยีในการติดตามความเคลื่อนไหวหรือพฤติกรรมของบุคคล
ซง่ึ ทาํ ใหส ูญเสียความเปนสว นตัวซึ่งการกระทาํ เชน น้ถี อื เปนการผิดจรยิ ธรรม

๓) การใชข อ มลู ของลูกคาจากแหลง ตา งๆ เพอื่ ผลประโยชนใ นการขยายตลาด
๔) การรวบรวมหมายเลขโทรศพั ท ที่อยู อเี มล หมายเลขบัตรเครดิต และขอมลู
สวนตัวอื่นๆ เพ่ือนําไปสรางฐานขอมูลประวัติลูกคาขึ้นมาใหมแลวนําไปขายใหกับบริษัทอื่น ดังน้ัน
เพื่อเปนการปองกันการละเมิดสิทธิความเปนสวนตัวของขอมูลและสารสนเทศ จึงควรจะตองระวัง
การใหข อ มลู โดยเฉพาะการใชอ นิ เทอรเ นต็ ทม่ี กี ารใชโ ปรโมชน่ั หรอื ระบใุ หม กี ารลงทะเบยี นกอ นเขา ใช
บริการ เชน ขอ มูลบัตรเครดิต และทีอ่ ยูอีเมล
ò.ò ¤ÇÒÁ¶Ù¡μŒÍ§ (Information Accuracy) ในการใชค อมพวิ เตอรเพือ่ การรวบรวม
จัดเก็บ และเรียกใชขอมูลนั้น คุณลักษณะที่สําคัญประการหน่ึง คือ ความนาเชื่อถือไดของขอมูล
ทงั้ น้ี จะขน้ึ อยกู บั ความถกู ตอ งในการบนั ทกึ ขอ มลู ดว ย โดยทวั่ ไปจะพจิ ารณาวา ใครจะเปน ผรู บั ผดิ ชอบ
ตอความถูกตองของขอมูลท่ีจัดเก็บและเผยแพร ดังน้ัน ในการจัดทําขอมูลและสารสนเทศใหมี
ความถูกตองและนาเชื่อถือนั้น ขอมูลควรไดรับการตรวจสอบความถูกตองกอนท่ีจะนําเขาฐานขอมูล
รวมถึง การปรับปรุงขอมูลใหมีความทันสมัยอยูเสมอ นอกจากนี้ ควรใหสิทธิแกบุคคลในการเขา
ไปตรวจสอบความถูกตองของขอ มูลตนเองดว ย
ò.ó ¤ÇÒÁ໚¹à¨ŒÒ¢Í§ (Information Property) สิทธิความเปนเจาของ หมายถึง
กรรมสทิ ธิ์ในการถือครองทรพั ยสนิ ซ่งึ อาจเปนทรพั ยสินท่วั ไปท่จี ับตอ งได เชน คอมพิวเตอร รถยนต
หรืออาจเปนทรัพยสินทางปญญา (ความคิด) ท่ีจับตองไมได เชน บทเพลง โปรแกรมคอมพิวเตอร

๗๐

แตส ามารถถา ยทอดและบนั ทกึ ลงในสอื่ ตา งๆ ได เชน สง่ิ พมิ พ เทป ซดี รี อม เปน ตน โดยในการคดั ลอก
โปรแกรมคอมพวิ เตอรใ หก บั เพอื่ น เปน การกระทาํ ทจี่ ะตอ งพจิ ารณาใหร อบคอบกอ นวา โปรแกรมทจี่ ะ
ทําการคดั ลอกน้ัน เปน โปรแกรมคอมพวิ เตอรที่ทา นมีสิทธใ์ิ นระดับใด

ò.ô ¡ÒÃࢌҶ֧¢ŒÍÁÙÅ (Data Accessibility) ปจจุบันการเขาใชงานโปรแกรม หรือ
ระบบคอมพิวเตอรมักจะมีการกําหนดสิทธิตามระดับของผูใชงาน ทั้งนี้ เพื่อเปนการปองกันการ
เขาไปดําเนินการตางๆ กับขอมูลของผูใชที่ไมมีสวนเกี่ยวของ และเปนการรักษาความลับของขอมูล
ดังน้ัน ในการพัฒนาระบบคอมพิวเตอรจึงไดมีการออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยในการเขาถึง
ของผูใช และการเขาถึงขอมูลของผูอ่ืนโดยไมไดรับความยินยอมนั้น ก็ถือเปนการผิดจริยธรรม
เชนเดียวกบั การละเมดิ ขอ มลู สวนตัว

ô.ó ¤ÇÒÁ»ÅÍ´ÀÑ¢ͧ¢ŒÍÁÙÅÊÒÃʹà·Èã¹Ãкºà¤Ã×Í¢Ò‹ Â

การใชค อมพวิ เตอรอ ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ คอื การใชใ หเ กดิ ประโยชนส งู สดุ ในขณะทเ่ี กดิ ผล
เสียหายนอยที่สุด สิ่งท่ีควรคํานึงถึงในการใชระบบเครือขาย คือ ความปลอดภัยของขอมูลและ
สารสนเทศ การรกั ษาความปลอดภยั จงึ เปน กระบวนการทเ่ี กย่ี วขอ งกบั การปกปอ งขอ มลู จากผไู มม สี ทิ ธิ์
ในการเขา ถงึ สารสนเทศ เนอ่ื งจากความมนั่ คงปลอดภยั ของระบบสารสนเทศเปน สว นหนงึ่ ของความมน่ั คง
ทางธรุ กิจขององคก ร ซึ่งไดถกู กาํ หนดขึน้ เปน ครัง้ แรกโดย Department of Trade and Industry :
DTI ของประเทศองั กฤษ โดยเรียก British Standard : BS ซ่งึ ตอ มาไดรบั การพฒั นาและเปล่ยี น
ชอื่ เปน International Standard : ISO โดยท่รี ะบบบรหิ ารความปลอดภยั ของขอมลู ISO ๒๗๐๐๑
เปนมาตรฐานสากลท่ีถูกสรางขึ้นเพื่อรักษาความปลอดภัยของระบบในสามจุดประสงคใหญๆ คือ
การรักษาความลับของสารสนเทศ ความถูกตองสมบูรณของสารสนเทศและการเขาถึงและใชงาน
สารสนเทศไดใ นเวลาท่ีตอ งการ

ô.ó.ñ ÍÒªÞҡäÍÁ¾ÔÇàμÍÏ (Computer Criminal) คือ ผูกระทําผิดกฎหมาย
โดยใชเทคโนโลยคี อมพวิ เตอรเ ปน เคร่ืองมือสําคญั ในการกอ อาชญากรรม จําแนกเปน ๕ ประเภท คือ

๑) บุคคลภายในองคกร เปนกลุมคนที่สามารถเขาถึงระบบคอมพิวเตอร
ขององคก รไดง ายท่สี ุด โดยอาจจะขโมยหรอื ทําความเสียหายกบั อปุ กรณ ซอฟตแวรแ ละขอ มลู ท่ีเปน
กรรมสทิ ธขิ์ ององคก ร นอกจากนน้ั ยงั อาจเปน พนกั งานหรอื ลกู จา งขององคก รทไ่ี มม หี นา ทใี่ นสารสนเทศ
นนั้ แลวกไ็ ด

๒) บุคคลภายนอก ซ่ึงบุคคลกลุมน้ีอาจมีโอกาสเขาถึงระบบคอมพิวเตอร
ขององคกรไดทั้งวิธีการถูกตองและไมถูกตอง เชน พนักงานบํารุงรักษาจากภายนอก ชางซอมเครื่อง
คอมพิวเตอร

๓) แฮกเกอรและแคร็กเกอร ความแตกตา งของอาชญากรกลุมนี้ คือ แฮกเกอร
(Hacker) หรือนักเลงคอมพิวเตอรเปน ผทู ีเ่ ขาถึงระบบคอมพวิ เตอรไดโดยไมไดรับอนุญาต เพอ่ื เขาไปอาน

๗๑

คัดลอก เปล่ียนแปลง ลบ หรือทําความเสียหายใหกับขอมูล อาจกระทําไปดวยความสนุก ทดสอบ
ระดับความรู ความสามารถตนเองอยางทาทาย สวนแคร็กเกอร (Cracker) หรือนักเจาะระบบ
คือ แฮกเกอรที่ลักลอบเขาไปยังระบบคอมพิวเตอรของผูอ่ืนเพ่ือวัตถุประสงคเชิงธุรกิจ อาจตองการ
ขโมยขอ มลู หรอื ตดิ ตงั้ โปรแกรมทาํ ลาย (Bomb) เพอ่ื กอ ใหเ กดิ ความเสยี หายตอ ระบบ และนอกจากนนั้
ยังมคี าํ วา Hackivist ËÃÍ× Cyber Terrorist ซงึ่ ไดแ ก แฮกเกอรท ใ่ี ชอนิ เทอรเน็ตในการสง ขอ ความ
เพอ่ื ผลประโยชนท างการเมอื งไปยงั บคุ คลอนื่ ๆ โดยเฉพาะในชว งสงครามระหวา งประเทศสหรฐั อเมรกิ า
กับอริ กั ทผี่ า นมามีการกลา วถงึ Hackivist กันมาก

๔) องคกรดานอาชญากรรม เปนกลุมของอาชญากรที่รวมมือกันอยางเปน
ระบบ โดยใชเทคโนโลยีคอมพิวเตอรเพ่ือประกอบธุรกิจท่ีผิดกฎหมาย เชน การติดตอซื้อขายของ
ผดิ กฎหมาย การซอื้ ขายขอ มลู ความลบั ของทางราชการหรอื ทางเทคโนโลยี การแกไ ขขอ มลู สว นบคุ คล
หรอื องคก รทเี่ กย่ี วขอ งกบั การกระทาํ ผดิ การพนนั การปลอมแปลงหรอื เลยี นแบบเอกสารทางราชการ
เชน หนงั สือเดินทาง บตั รประจาํ ตัว เชค็ เปนตน

๕) ผูกอการราย กลุมผูกอการราย หรือผูที่เปนปฏิปกษตอรัฐ อาจใช
เทคโนโลยีคอมพิวเตอรมุงใหเกิดความสับสนและความเสียหายกับประชาชนและประเทศชาติ
เชน การทําใหด าวเทยี มทํางานผิดพลาด การทาํ ใหเ ศรษฐกจิ ของประเทศปน ปวนหรอื ตกต่ําโดยทาํ ให
ระบบสอ่ื สารขัดของ เปน ตน

ô.ó.ò û٠Ẻ¢Í§ÍÒªÞÒ¡ÃÃÁ¤ÍÁ¾ÇÔ àμÍÏ
อาชญากรรมคอมพวิ เตอร (Computer Crime หรือ Cyber Crime) เปนการ

กระทาํ ทผ่ี ดิ กฎหมายโดยใชค อมพวิ เตอรห รอื ขอ มลู คอมพวิ เตอรเ ปน เครอ่ื งมอื เชน การโจรกรรมขอ มลู
หรือความลับขององคกร การบิดเบือนขอมูล การฉอโกง การฟอกเงิน การถอดรหัสโปรแกรมฯ
คอมพิวเตอรจ ึงเปนทั้งเครื่องมือและเปน เปา หมายของอาชญากรรมคอมพวิ เตอร

ñ) ¡ÒÃ㪌¤ÍÁ¾ÇÔ àμÍÏ㹰ҹÐ໚¹à¤Ã×Íè §Á×Í㹡Òá͋ ÍÒªÞÒ¡ÃÃÁ
ñ.ñ) ¡ÒââÁÂËÁÒÂàÅ¢ºμÑ Ãà¤Ã´μÔ (Credit Card Theft) การใชบ ตั ร

เครดิตในการชําระคาบริการตางๆ ผานทางอินเทอรเน็ตจะตองตรวจสอบอยูเสมอวารายการตางๆ
มีความเคล่ือนไหวถกู ตอ งตรงตามรายการหรอื ไม หากบตั รสญู หายหรือถกู ขโมย จะตองรีบแจง ระงับ
การใชบัตรในทันที ซ่ึงหากถูกขโมยหมายเลขบัตรทางอิเล็กทรอนิกสแลวเปนการยากที่เจาของบัตร
จะลวงรู จนกวาจะไดรับใบแจงยอดการใชเงินจากบัตรน้ัน บางครั้งผูขโมยอาจนําเพียงหมายเลข
บัตรไปใชสําหรับการเขาฐานขอมูลเครดิตและบัญชีธนาคารเพ่ือกระทําความผิด ดังนั้นหากซ้ือสินคา
ทางเว็บไซตและตองชําระดวยบัตรเครดิต จะตองแนใจวาระบบมีการรักษาความปลอดภัย สามารถ
สังเกตไดจากมุมขวาลางของเว็บไซตจ ะมรี ปู กุญแจล็อกอยู หรือสงั เกตท่ี URL ซ่ึงจะระบุ https://

ñ.ò) ¡ÒÃáͺÍÒŒ §μÇÑ (Identity Theft) เปน การแอบอา งตวั ตอ บคุ คลอน่ื
วาตนเปนคนหนึ่งทีด่ แู ลสารสนเทศนัน้ หรือแอบอางตนวา เปน เจาหนาทเ่ี พือ่ หลอกลวงเอาขอ มูล เชน
การโทรศัพทไปหาเหย่ือโดยอางวาเปนเจาหนาท่ีของธนาคาร ตองการทราบขอมูลสวนตัวของลูกคา
เพ่อื สทิ ธปิ ระโยชนอนื่ ใด ซึ่งเม่อื เหยือ่ หลงเช่ือก็จะใหขอมลู ที่สามารถนาํ ไปหาผลประโยชนไ ด

๗๒

ñ.ó) ¡ÒÃÊá¡Á·Ò§¤ÍÁ¾ÔÇàμÍÏ (Computer Scam) เปน การกระทาํ
โดยใชคอมพิวเตอรเปนเคร่ืองมือในการหลอกลวงผูอ่ืน ปจจุบันมีรูปแบบแตกตางกันมากมาย เชน
อีเมลท่ีมีลักษณะเปนจดหมายลูกโซ หรือปลอมเปนหนวยงานสงอีเมลมาอางวาจะใหรางวัล
โดยขอใหกรอกขอมูลสวนตัวแลวจะมีสิทธิไดรับรางวัล การเสนอใหเขาไปใชบริการทองเที่ยวฟรี
เพียงระบุหมายเลขบัตรเครดิตเพื่อเปนการยืนยันอายุของทาน หลังจากน้ันเหยื่อก็จะไดรับใบเรียก
เกบ็ เงินจากบตั รเครดติ โดยท่ไี มไดซื้อสนิ คา หรือบริการใดๆ

ò) ¡ÒÃ㪤Œ ÍÁ¾ÔÇàμÍÃ㏠¹°Ò¹Ð໹š ໇ÒËÁÒ¢ͧÍÒªÞÒ¡ÃÃÁ
ò.ñ) ¡ÒÃà¢ÒŒ ¶§Ö áÅÐ㪤Œ ÍÁ¾ÇÔ àμÍÃ⏠´ÂäÁä‹ ´ÃŒ ºÑ Í¹ÞØ Òμ เปน การกระทาํ

ตาง ๆ ทเ่ี ก่ียวของกับคอมพวิ เตอรห รอื เขาใชขอมลู โดยเจาของไมอนุญาต ซ่งึ อาจใชวธิ ีการขโมยรหัส
สวนตวั (Personal Identification Number : PIN) การเขารหัสผา น (Password) เชน การเขาถึง
ขอ มูลบคุ คลเกยี่ วกบั ประวตั ิทางการแพทย ขอ มูลทางการเงินหรือความลบั ทางการคา หากนาํ ขอ มลู
ไปเปดเผยในทางไมถ กู ตองแลวยอมกอ ใหเ กดิ ความเสยี หายแกเจา ของขอมลู

ò.ò) ¡Òá‹Í¡Ç¹ËÃ×ÍทําÅÒ¢ŒÍÁÙÅ อาชญากรรมประเภทน้ีจะเขาไป
แทรกแซงการทํางานของคอมพิวเตอรฮารดแวร ซอฟตแวร เชน ไวรัสคอมพิวเตอร การทําใหระบบ
ปฏเิ สธการใหบ ริการ เปนตน

ò.ó) ¡ÒââÁ¢ŒÍÁÙÅáÅÐÍØ»¡Ã³¤ÍÁ¾ÔÇàμÍÏ การถูกขโมยขอมูล
อาจสรางความเสียหายใหกับองคกรมากกวาการถูกขโมยโปรแกรมหรืออุปกรณคอมพิวเตอรเสียอีก
เนอ่ื งจากการแขง ขนั ทางธรุ กจิ จะใหความสําคญั กับการเก็บขอ มูลเปน อยางมาก

ô.ó.ó ¡Òá‹Í¡Ç¹Ãкº´ŒÇÂâ»Ãá¡ÃÁ»ÃÐʧ¤ÃÒŒ  (Malicious Software)
ÁÅÑ áÇÏ (Malware) ยอ มาจาก “Malicious Software” ซงึ่ หมายถงึ โปรแกรม

คอมพิวเตอรทุกชนิดที่มีจุดประสงครายตอคอมพิวเตอรและเครือขาย ที่บุกรุกเขาไปติดอยูในระบบ
คอมพิวเตอรโดยไมไดรับความยินยอมจากผูใช และสรางความเสียหายใหกับระบบคอมพิวเตอร
น้ันๆ และถามีโอกาสก็สามารถแทรกเขาไประบาดในระบบคอมพิวเตอรเคร่ืองอื่นๆ ซึ่งอาจเกิดจาก
การนําเอาดิสกท่ีติดไวรัสจากเคร่ืองหนึ่งไปใชอีกเครื่องหนึ่ง หรืออาจผานระบบเครือขาย หรือระบบ
ส่ือสารขอมูล ไวรัสก็อาจแพรระบาดไดเชนกัน หรือเปนคําท่ีใชเรียกโปรแกรมท่ีมีจุดประสงคราย
ตอ ระบบคอมพวิ เตอรทุกชนิดแบบรวมๆ น่ันเอง ซ่ึงโปรแกรมพวกนไ้ี ดแก Virus, Worm, Trojan,
Adware, Spyware, Keylogger, Hack tool, Dialer, Phishing, toolbar, BHO, Joke และ
อ่ืนๆ แตเ นอื่ งจาก ไวรัส (Virus) คอื Malware ชนดิ แรกทเ่ี กดิ ขึ้นและอยมู านาน ดงั นั้นโดยทวั่ ไป
เพื่อความงายก็จะใชคําวา Virus แทนคําวา Malware แตขอเท็จจริงแลว Malware แตละชนิด
จะมกี ารกอ กวนไมเหมอื นกนั ดังนี้

Virus คอื การแพรเ ชื้อไปติดไฟลอ ื่นๆ ในคอมพิวเตอรโ ดยการแนบตัวมนั เอง
เขาไป แตมันไมสามารถสงตัวเองไปยังคอมพิวเตอรเคร่ืองอ่ืนๆ ไดตองอาศัยไฟลพาหะ ส่ิงที่มันทํา
คือ สรางความเสียหายใหกบั ไฟล

๗๓

Worm คือ การคัดลอกตัวเองและสามารถสงตัวเองไปยังคอมพิวเตอรเครื่อง
อื่นๆ ไดอยางอิสระ โดยอาศัยอีเมล, ชองโหวของระบบปฏิบัติการหรือการเชื่อมตอที่ไมมีการปองกัน
มันจะไมแ พรเชอื้ ไปตดิ ไฟลอ่ืน สง่ิ ที่มนั ทําคือ มกั จะสรางความเสยี หายใหก ับระบบเครือขา ยและระบบ
อินเทอรเน็ต

Trojan คอื การไมแ พรเ ชอ้ื ไปตดิ ไฟลอ นื่ ๆ ไมส ามารถสง ตวั เองไปยงั คอมพวิ เตอร
เครื่องอ่ืนๆ ได ต้องอาศัยการหลอกคนใชใหดาวนโหลดเอาไปใสเครื่องเอง หรือดวยวิธีอื่นๆ สิ่งที่
มันทําคือ เปดโอกาสใหผูไมประสงคดีเขามาควบคุมเคร่ืองที่ติดเชื้อจากระยะไกล ซึ่งจะทําอะไรก็ได
และโทรจันยังมีอกี หลายชนดิ

Spyware คอื การไมแ พรเ ชอื้ ไปตดิ ไฟลอ นื่ ๆ ไมส ามารถสง ตวั เองไปยงั คอมพวิ เตอร
เครอื่ งอน่ื ๆ ได ตอ งอาศยั การหลอกคนใชใ หด าวนโ หลดเอาไปใสเ ครอ่ื งเอง หรอื อาศยั ชอ งโหวข อง Web
browser และระบบปฏิบตั กิ ารในการติดตัง้ ตวั เองลงในเครอ่ื งเหย่ือ สิง่ ท่มี ันทาํ คอื รบกวนและละเมดิ
ความเปน สว นตัวของผูใ ช

Hybrid Malware/Blended Threats คือ Malware ทีร่ วมความสามารถของ
Virus, Worm, Trojan, Spyware เขา ไวด ว ยกนั

Phishing เปนเทคนิคการทํา Social Engineer โดยใชอเี มลเพอ่ื หลอกใหเหยื่อ
เปด เผยขอ มลู การทาํ ธรุ กรรมทางการเงนิ บนอนิ เทอรเ นต็ เชน บตั รเครดติ หรอื Online Bank Account

Zombie Network คือ เคร่ืองคอมพิวเตอรจํานวนมากๆ จากท่ัวโลกท่ีตก
เปนเหย่ือของ Worm, Trojan และ Malware อยางอ่ืน (Compromised Machine) ซ่ึงจะถูก
Attacker/Hacker ใชเปนฐานปฏิบัตกิ ารในการสง Spam Mail, Phishing, DoS หรอื เอาไวเ ก็บไฟล
หรอื ซอฟตแวรทผ่ี ดิ กฎหมาย

Keylogger เปน โปรแกรมชนดิ หนงึ่ ทแี่ ฝงตัวเขากบั ระบบคอมพิวเตอร เพอ่ื เก็บ
ขอ มูลการกดแปนคียบอรด และดักเอารหัสผา นตางๆ เพอ่ื นาํ ไปใหผ ไู มประสงคด ีนาํ เอาไปใชง าน

Dialer เปนแอปพลิเคช่ันที่ทํางานโดยการสั่งใหโมเด็มคุณตัดการเช่ือมตอจาก
ISP ทใี่ ชบรกิ าร โดยหมุนหมายเลขไปยงั ผูใหบ รกิ ารในตางประเทศ ทําใหมีคา โทรศัพทท ่สี งู ข้ึน

ô.ó.ô ÁÒμáÒÃÃÑ¡ÉÒ¤ÇÒÁ»ÅÍ´ÀÑ (Security) เปนกระบวนการท่ีเกี่ยวของกับ
การปกปองขอมูล ฮารดแวร ซอฟตแวรจากความเสียหายที่อาจจะเกิดข้ึนไดจากการใชงานโดยผูที่
ไมไ ดรับสทิ ธิเ์ ขา ใชขอ มลู

๑) ¡ÒÃà¢ÒŒ ÃËÊÑ ÅѺ (Encrypting) มีจุดประสงคเพอื่ รักษาความลับของขอมูล
ขอ มลู นนั้ จะถกู เปด อา นโดยบคุ คลทไี่ ดร บั อนญุ าตเทา นนั้ หลกั การของการเขา รหสั ขอ มลู คอื แปลงขอ มลู
(encrypt) ไปอยูในรูปของขอมูลท่ีไมสามารถอานไดโดยตรง ขอมูลจะถูกถอดกลับดวยกระบวนการ
ถอดรหัส (decryption)

๗๔

๒) ¡ÒÃจาํ ¡´Ñ Ê·Ô ¸ãìÔ ¹¡ÒÃà¢ÒŒ ¶§Ö ความปลอดภยั ของขอ มลู (security) เปน เรอ่ื ง
ทเี่ ก่ยี วขอ งกับการปอ งกันผูใชทีไ่ มม ีอาํ นาจในการเรยี กใชข อมลู นําขอ มลู จากฐานขอมลู มาใช อนั อาจ
จะเกิดผลเสียกับระบบฐานขอมูลได ในระบบที่มีผูใชเปนจํานวนมากจําเปนตองมีการควบคุม
การเรยี กใชข อมูล การกําหนดสทิ ธิในการเขาถึงขอมูล DBA จะกาํ หนด การใหสทิ ธิ (Authorization)
แกผใู ชงานระบบฐานขอ มลู ใหมสี ทิ ธิในการใชขอ มูลแตกตา งกัน เชน สิทธใิ นการอานขอ มลู หรือเรยี กดู
ขอมลู (read) สิทธใิ นการเพม่ิ ขอ มูล (insert) สิทธิในการเปลี่ยนแปลงขอมูล (update) สทิ ธใิ นการ
ลบขอมลู (delete) สทิ ธิในการสรา งดชั นี (index) สทิ ธใิ นการสรา งตารางหรือววิ (resource) สทิ ธใิ น
การเปล่ยี นแปลงโครงสรางขอมูล (alteration) และสทิ ธิในการลบตารางหรอื วิว (drop)

ó) Ç¸Ô Õ¡ÒÃá¡äŒ ¢àÁ×èÍà¤ÃÍè× §¤ÍÁ¾ÔÇàμÍÏμÔ´ÁÑÅáÇÏ

ภาพท่ี ๔๗ แสดงการแกไ ขเมอื่ เคร่อื งคอมพวิ เตอรตดิ มลั แวร (๑)

๗๕

ภาพท่ี ๔๘ แสดงการแกไ ขเมือ่ เครอื่ งคอมพิวเตอรติดมัลแวร (๒)

๗๖

ภาพที่ ๔๙ แสดงการแกไ ขเม่อื เคร่อื งคอมพวิ เตอรตดิ มลั แวร (๓)

๗๗

เนอื่ งจากเครอื ขา ยคอมพวิ เตอรท ผ่ี ใู ชอ นิ เทอรเ นต็ เรยี กเขา นน้ั มไิ ดเ ปน เพยี งเครอื ขา ยของ
องคกรที่ผูใชสังกัด แตเปนการเช่ือมโยงของเครือขายตาง ๆ เขาหากันหลายพันหลายหม่ืนเครือขาย
มีขอ มลู ขาวสารอยูร ะหวา งเครอื ขา ยเปน จํานวนมาก การสง ขา วสารในเครอื ขายนน้ั อาจทาํ ใหข าวสาร
กระจายไปยังเครือขายอื่น ๆ อีกเปนจํานวนมากหรือแมแตการสงไปรษณียอิเล็กทรอนิกสฉบับหนึ่ง
กอ็ าจจะตอ งเดนิ ทางผา นเครอื ขา ยอกี หลายเครอื ขา ยกวา จะถงึ ปลายทาง ดงั นน้ั นอกจากผใู ชค อมพวิ เตอร
ตองปกปองขอมูลสารสนเทศแลวยังตองใหความสําคัญและตระหนักถึงปญหาปริมาณขอมูลขาวสาร
ที่วิ่งอยูบนเครือขายและมีจริยธรรมในการใชสารสนเทศดวย ซึ่งการใชงานอยางสรางสรรคและเกิด
ประโยชนจ ะทําใหส งั คมอินเทอรเ น็ตนาใชและเปนประโยชนร ว มกนั อยางดี

ô.ô ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞμÑ ÇÔ Ò‹ ´ŒÇ¡ÒáÃÐทํา¤ÇÒÁ¼Ô´à¡ÂÕè Ç¡ºÑ ¤ÍÁ¾ÔÇàμÍÏ ¾.È.òõõð

การกอกวนหรือลักขโมยขอมูลทางคอมพิวเตอร เปนการกระทําที่กฎหมายอาญา
ไมส ามารถเอาผดิ ได เนอื่ งจากเปน ความผดิ ทที่ นั สมยั ไมส ามารถปรบั ขอ กฎหมายเอาผดิ ได จงึ ไดม กี าร
ออกกฎหมายเฉพาะทางเพอ่ื เอาผิดกบั บรรดาแฮกเกอรจอมกอกวนทง้ั หลาย ในชือ่ “พระราชบญั ญตั ิ
วาดวยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร พ.ศ.๒๕๕๐” ซ่ึงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เม่ือวันที่ ๑๘
มถิ นุ ายน ๒๕๕๐

กฎหมายฉบับน้ีมีท้ังหมด ๓๐ มาตรา บัญญัติความผิดเก่ียวกับคอมพิวเตอรไวคอนขาง
ครอบคลมุ จงึ ทําใหต องใชภาษาทางกฎหมาย เพ่อื ใหมีความหมายเผ่อื ไวสําหรบั วธิ ีการใหมๆ ทอ่ี าจ
เกดิ ข้ึนภายหลงั อัตราโทษสาํ หรับลงโทษผูกระทาํ ผิด มีต้งั แตปรับอยา งเดียว จนสูงสดุ จาํ คุกถงึ ๒๐ ป
ซึ่งทนี่ ํามาแสดงในเอกสารฉบบั นีจ้ ะยกมาเปนบางสวนทสี่ าํ คัญๆ ดงั น้ี

ô.ô.ñ ËÁÇ´ ñ ¤ÇÒÁ¼´Ô à¡ÕèÂǡѺ¤ÍÁ¾ÇÔ àμÍÏ
มาตรา ๕ ผูใดเขาถึงโดยมิชอบซ่ึงระบบคอมพิวเตอรท่ีมีมาตรการปองกัน

การเขา ถงึ โดยเฉพาะและมาตรการนน้ั มไิ ดม ไี วส าํ หรบั ตน ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ หกเดอื น หรอื ปรบั
ไมเ กินหนงึ่ หม่นื บาท หรือทง้ั จําทัง้ ปรับ

มาตรา ๖ ผูใดลวงรูมาตรการปองกันการเขาถึงระบบคอมพิวเตอรท่ีผูอ่ืน
จดั ทาํ ขน้ึ เปน การเฉพาะถา นาํ มาตรการดงั กลา วไปเปด เผยโดยมชิ อบในประการทนี่ า จะเกดิ ความเสยี หาย
แกผอู น่ื ตองระวางโทษจาํ คุกไมเกนิ หนง่ึ ป หรือปรับไมเ กินสองหม่นื บาท หรอื ทง้ั จาํ ทง้ั ปรับ

มาตรา ๗ ผูใดเขาถึงโดยมิชอบซ่ึงขอมูลคอมพิวเตอรที่มีมาตรการปองกัน
การเขาถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิไดมีไวสําหรับตน ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสองปหรือปรับ
ไมเ กินส่ีหม่ืนบาทหรอื ท้งั จาํ ทงั้ ปรับ

มาตรา ๘ ผูใดกระทําดวยประการใดโดยมิชอบดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส
เพ่ือดักรับไวซึ่งขอมูลคอมพิวเตอรของผูอ่ืนที่อยูระหวางการสงในระบบคอมพิวเตอร และขอมูล
คอมพวิ เตอรน นั้ มไิ ดม ไี วเ พอ่ื ประโยชนส าธารณะหรอื เพอ่ื ใหบ คุ คลทวั่ ไปใชป ระโยชนไ ดต อ งระวางโทษจาํ คกุ
ไมเกินสามป หรือปรับไมเ กนิ หกหม่ืนบาท หรือทง้ั จาํ ท้ังปรบั

๗๘

มาตรา ๙ ผูใดทําใหเสียหาย ทําลาย แกไข เปลี่ยนแปลง หรือเพ่ิมเติม
ไมว า ทงั้ หมดหรือบางสว น ซงึ่ ขอมูลคอมพวิ เตอรข องผูอื่นโดยมชิ อบ ตอ งระวางโทษจําคกุ ไมเ กินหาป
หรือปรบั ไมเกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจาํ ท้งั ปรับ

มาตรา ๑๐ ผูใดกระทําดวยประการใดโดยมิชอบ เพ่ือใหการทํางานของระบบ
คอมพิวเตอรของผูอื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวนจนไมสามารถทํางานตามปกติได
ตองระวางโทษจําคกุ ไมเ กนิ หาป หรอื ปรบั ไมเ กินหนึ่งแสนบาท หรือท้งั จาํ ท้งั ปรับ

มาตรา ๑๑ ผูใดสงขอมูลคอมพิวเตอรหรือจดหมายอิเล็กทรอนิกสแกบุคคลอ่ืน
โดยปกปด หรอื ปลอมแปลงแหลง ทม่ี าของการสง ขอ มลู ดงั กลา ว อนั เปน การรบกวนการใชร ะบบคอมพวิ เตอร
ของบุคคลอน่ื โดยปกติสุข ตอ งระวางโทษปรับไมเ กนิ หนง่ึ แสนบาท

มาตรา ๑๒ ถาการกระทําความผิดตามมาตรา ๙ หรอื มาตรา ๑๐
(๑) กอใหเกิดความเสียหายแกประชาชน ไมวาความเสียหายนั้น

จะเกิดข้ึนในทันทีหรือในภายหลังและไมวาจะเกิดข้ึนพรอมกันหรือไม ตองระวางโทษจําคุกไมเกิน
สิบป และปรบั ไมเ กนิ สองแสนบาท

(๒) เปนการกระทําโดยประการท่ีนาจะเกิดความเสียหายตอ
ขอมูลคอมพิวเตอร หรือระบบคอมพิวเตอรที่เกี่ยวกับการรักษาความม่ันคงปลอดภัยของประเทศ
ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือการบริการสาธารณะ
หรือเปนการกระทําตอขอมูลคอมพิวเตอรหรือระบบคอมพิวเตอรท่ีมีไวเพื่อประโยชนสาธารณะ
ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตั้งแตสามปถึงสิบหา ป และปรบั ตงั้ แตหกหมน่ื บาทถึงสามแสนบาท

ถาการกระทําความผิดตาม (๒) เปนเหตุใหผูอ่ืนถึงแกความตาย
ตองระวางโทษจาํ คกุ ตงั้ แตส บิ ปถ ึงยสี่ ิบป

มาตรา ๑๓ ผใู ดจาํ หนา ยหรอื เผยแพรช ดุ คาํ สงั่ ทจี่ ดั ทาํ ขนึ้ โดยเฉพาะเพอ่ื นาํ ไปใช
เปนเครื่องมือในการกระทําความผิดตามมาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙
มาตรา ๑๐ หรือมาตรา ๑๑ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหน่ึงป หรือปรับไมเกินสองหม่ืนบาท
หรือท้ังจาํ ทง้ั ปรบั

มาตรา ๑๔ ผูใดกระทําความผิดที่ระบุไวดังตอไปนี้ ตองระวางโทษจําคุก
ไมเ กนิ หาป หรอื ปรบั ไมเ กนิ หนง่ึ แสนบาท หรือท้งั จาํ ทง้ั ปรบั

(๑) นําเขาสูระบบคอมพิวเตอรซ่ึงขอมูลคอมพิวเตอรปลอมไมวา
ท้ังหมดหรือบางสวน หรือขอมูลคอมพิวเตอรอันเปนเท็จ โดยประการท่ีนาจะเกิดความเสียหาย
แกผอู นื่ หรอื ประชาชน

(๒) นําเขาสูระบบคอมพิวเตอรซ่ึงขอมูลคอมพิวเตอรอันเปนเท็จ
โดยประการที่นาจะเกิดความเสียหายตอความมั่นคงของประเทศหรือกอใหเกิดความตื่นตระหนก
แกป ระชาชน

๗๙

(๓) นําเขาสูระบบคอมพิวเตอรซ่ึงขอมูลคอมพิวเตอรใดๆ อันเปน
ความผิดเก่ียวกับความม่ันคงแหงราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการกอการรายตามประมวล
กฎหมายอาญา

(๔) นาํ เขา สรู ะบบคอมพวิ เตอรซ ง่ึ ขอ มลู คอมพวิ เตอรใ ดๆ ทมี่ ลี กั ษณะ
อันลามกและขอ มูลคอมพวิ เตอรน้นั ประชาชนท่ัวไปอาจเขาถึงได

(๕) เผยแพรหรือสงตอซ่ึงขอมูลคอมพิวเตอรโดยรูอยูแลววาเปน
ขอ มลู คอมพวิ เตอรต าม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔)

มาตรา ๑๕ ผูใหบริการผูใดจงใจสนับสนุนหรือยินยอมใหมีการกระทําความผิด
ตามมาตรา ๑๔ ในระบบคอมพวิ เตอรท อี่ ยใู นความควบคมุ ของตน ตอ งระวางโทษเชน เดยี วกบั ผกู ระทาํ
ความผิดตามมาตรา ๑๔

มาตรา ๑๖ ผใู ดนาํ เขา สรู ะบบคอมพวิ เตอรท ป่ี ระชาชนทวั่ ไปอาจเขา ถงึ ไดซ งึ่ ขอ มลู
คอมพิวเตอรที่ปรากฏเปนภาพของผูอ่ืน และภาพน้ันเปนภาพท่ีเกิดจากการสรางขึ้น ตัดตอ เติม
หรือดัดแปลงดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสหรือวิธีการอ่ืนใด ทั้งน้ี โดยประการท่ีนาจะทําใหผูอ่ืนนั้น
เสยี ชอ่ื เสยี ง ถกู ดหู มนิ่ ถกู เกลยี ดชงั หรอื ไดร บั ความอบั อาย ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ สามป หรอื ปรบั
ไมเ กนิ หกหมน่ื บาท หรอื ท้ังจําท้ังปรับ

ถา การกระทําตามวรรคหนงึ่ เปน การนําเขา ขอ มลู คอมพวิ เตอรโดยสจุ ริต ผูกระทํา
ไมมคี วามผดิ

ความผดิ ตามวรรคหนงึ่ เปนความผิดอันยอมความได
ถา ผเู สยี หายในความผดิ ตามวรรคหนงึ่ ตายเสยี กอ นรอ งทกุ ข ใหบ ดิ า มารดา คสู มรส
หรอื บุตรของผเู สยี หายรอ งทกุ ขไ ด และใหถ ือวา เปนผเู สียหาย
มาตรา ๑๗ ผใู ดกระทาํ ความผิดตามพระราชบัญญตั ิน้ีนอกราชอาณาจกั ร และ

(๑) ผูกระทําความผิดน้ันเปนคนไทย และรัฐบาลแหงประเทศ
ทคี่ วามผิดไดเ กิดขึ้นหรือผเู สยี หายไดรองขอใหล งโทษ หรอื

(๒) ผูกระทําความผิดนั้นเปนคนตางดาว และรัฐบาลไทยหรือคนไทย
เปนผเู สยี หายและผูเสยี หายไดรอ งขอใหลงโทษจะตอ งรบั โทษภายในราชอาณาจกั ร

ô.ô.ò μÇÑ Í‹ҧ¡ÒáÃзÒí ¼´Ô ·Ò§¤ÍÁ¾ÇÔ àμÍÏ
μÇÑ ÍÂÒ‹ § ñ : พฤติกรรม : ใช user name/password ของผูอืน่ Log in เขาสรู ะบบ

ฐานความผดิ : มาตรา ๕ ปรบั ไมเกิน ๑๐,๐๐๐.- จาํ คุกไมเ กนิ ๖ เดือน
ขอแนะนาํ : ไมใ ช user/password ของผูอ ื่น และหามไมใ หผูอ่นื ลว งรู password ของตน
μÑÇÍ‹ҧ ò : พฤติกรรม : Forward e-mail ท่ีมีขอความ เนื้อหา หรือรูปภาพที่ไมเหมาะสม
เปน เทจ็ กระทบความมนั่ คง หรอื ลามกอนาจาร
ฐานความผิด : มาตรา ๑๔ ปรับไมเกนิ ๑๐๐,๐๐๐.- จาํ คกุ ไมเกิน ๕ ป
ขอ แนะนาํ : ไม forward email ที่ไมเ หมาะสม

๘๐

μÇÑ Í‹ҧ ó : พฤติกรรม : โพสตขอ ความตามกระทูต างๆ ที่มเี นือ้ หาไมเหมาะสม เปนเทจ็ กระทบ
ความมน่ั คง หรอื ลามกอนาจาร

ฐานความผิด : มาตรา ๑๔ ปรับไมเ กิน ๑๐๐,๐๐๐.- จําคกุ ไมเ กิน ๕ ป
ขอ แนะนํา : ใชว ิจารณญาณในการแสดงความคดิ เห็น และคาํ นงึ ถงึ ผลท่จี ะตามมา
μÇÑ Í‹ҧ ô : พฤติกรรม : เผยแพรภ าพตดั ตอ ใหผอู ่นื ไดร ับความเส่อื มเสยี หรอื อบั อาย
ฐานความผิด : มาตรา ๑๖ ปรับไมเ กนิ ๖๐,๐๐๐.- จาํ คุกไมเกนิ ๓ ป
ขอแนะนาํ : ไมเผยแพรภาพหรอื สง ตอภาพทมี่ ีการตัดตอ ท่ไี มเ หมาะสม
μÑÇÍÂÒ‹ §·èÕ õ ความผิดสาํ หรับนักเจาะ
๑. พวกท่ีชอบเจาะระบบคอมพิวเตอรของผูอ่ืน ท่ีเขาอุตสาหสรางระบบปองกันไว
แตถ า เขา เวบ็ สาธารณะ กย็ อ มไมมคี วามผิด โทษสําหรับพวกชอบเจาะ กระทาํ ผิดตามมาตรา ๕ จําคุก
ไมเ กนิ ๖ เดือน ปรบั ไมเ กิน ๑๐,๐๐๐ บาท
๒. แตถา เจาะเขา ไปถงึ ขอมูลที่เก็บรกั ษาไวด วย โทษจะเพิ่มเปน ๒ เทา (มาตรา ๖)
๓. คนท่ีเผยรหสั (Password) ทตี่ ัวเองรูมา สําหรับเพ่อื ใชเ ขา ระบบคอมพวิ เตอร มโี ทษ
จําคกุ ๑ ป ปรับไมเกนิ ๒๐,๐๐๐ บาท (มาตรา ๖)
μÑÇÍ‹ҧ·èÕ ö ความผดิ สําหรบั นกั ลว ง
พวกทีช่ อบดกั ขอมลู ท่เี ปน สว นตวั ซึง่ สงถึงกนั ทางอินเทอรเนต็ ทาง e-mail มีโทษจาํ คุก
ไมเ กิน ๓ ป ปรับไมเ กนิ ๖๐,๐๐๐ บาท (มาตรา ๘)
μÇÑ ÍÂÒ‹ §·Õè ÷ ความผิดสาํ หรับพวกปลอยไวรัส
๑. พวกทําลายขอมูล หรือไปเปลี่ยนแปลงขอมูลของคนอ่ืน ไมวาดวยวิธีใด จะใชไวรัส
หรือแอบเขาไปทําลายตรงๆ หรือพวกพนักงานที่ทํางานอยูแลวกําลังจะออก ไปทําลายขอมูลเขา
มีโทษจาํ คุกไมเกิน ๕ ป ปรบั ไมเกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท (มาตรา ๙)
๒. ถา การทาํ ลายขอ มลู คนอน่ื ทาํ ใหเ กดิ ความเสยี หายแกป ระชาชน ประเภทคอมพวิ เตอร
ควบคมุ จราจร โทษสงู ขนึ้ เปน จําคุก ๑๐ ป ปรบั ๒๐๐,๐๐๐ บาท (มาตรา ๑๒ (๑))
๓. และถากระทบถึงความม่ันคงของประเทศ โทษจะสูงขึ้นเปนจําคุก ๓-๑๕ ป
(มาตรา ๑๒(๒))
๔. แตถาจนเปนเหตุใหบุคคลอื่นถึงแกความตาย โทษจะหนักถึงจําคุก ๑๐-๒๐ ป
(มาตรา ๑๒(๒))

๘๑

μÇÑ Í‹ҧ·èÕ ø ความผิดของพวกชอบกอ กวนหรือชอบแกลงคนอื่น
๑. พวกท่ีชอบสงเมลกอกวนหรือโฆษณาขายสินคาหรือขายบริการ ประเภทปอปอัพ

หรือพวกสงเมลขยะโดยท่ีเขาไมตองการ มีโทษปรับอยางเดียวไมเกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท โทษฐาน
กอ ความรําคาญ

๒. พวกท่ีชอบสง เมล เปนขอ มูลปลอม ขอ มลู เทจ็ ใสรายปายสคี นอืน่ หรอื พวกเจา กรม
ขา วลือที่ชอบปลอ ยขา วใหเกดิ ความวนุ วาย รวมถึงสงภาพลามกอนาจารทั้งหลาย รวมถึงพวกผสมโรง
ทไี่ ดรับแลวสงตอ ดว ย มีโทษเสมอกนั คอื จาํ คกุ ไมเ กิน ๕ ป ปรบั ไมเ กนิ ๑๐๐,๐๐๐ บาท

๓. พวกท่ีชอบใชศิลปะเฉพาะตัว ตัดตอภาพของคนอ่ืน แลวนําเขาเผยแพร
ทางอินเทอรเน็ต ทําใหเจาของภาพเขาเสียหาย อับอาย ตองโทษจําคุกไมเกิน ๓ ป ปรับไมเกิน
๖๐๐,๐๐๐ บาท แตกฎหมายยกเวนสําหรับผูท่ีทําดวยความสุจริต จะไมเปนความผิด ซ่ึงผมยังนึก
ไมออกครับวา ถาตัดตอภาพเขาแลว จะสุจริตไดอยางไร คงเปนกรณีตัดตอใหดูสวยกวาตัวจริง
ซึ่งกร็ จู ะทาํ ไปทาํ ไม
μÇÑ Í‹ҧ·èÕ ù ความผิดของผูใหบริการหรอื เจา ของเวบ็

ผูใหบริการหรือเจาของเว็บ มีหนาที่ตองเก็บขอมูลของผูใชบริการอยางนอย ๙๐ วัน
เพื่อใหสามารถหาตัวผูใชบริการ สําหรับใหตรวจสอบได มิฉะน้ัน ผูใหบริการหรือเจาของเว็บ
จะตองรับโทษเอง แตเบาหนอยคือปรับอยางเดยี วไมเ กิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท

การที่เจาหนาท่ีใชอํานาจเจาะเขาไปในระบบคอมพิวเตอรของคนอ่ืนจะไมมีความผิด
ตามกฎหมายน้ี แตต องขออนญุ าตตอศาลเสยี กอ น จะทาํ โดยพลการไมได

หากเจาหนาท่ีเปดเผยขอมูลที่ใชอํานาจหนาท่ีไปเจาะขอมูลเขามาโดยไมมีอํานาจ
เจา หนา ทจ่ี ะตอ งยา ยภมู ลิ าํ เนาเขา ไปอยใู นคกุ ดว ยอตั ราโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ ๓ ป ปรบั ไมเ กนิ ๖๐,๐๐๐ บาท

และแมไมไดตั้งใจเปดเผย แตดวยความประมาท ทําใหขอมูลหลุดเขาสูอินเทอรเน็ต
กต็ อ งรับโทษดว ย คือ จําคุกไมเกนิ ๑ ป ปรับไมเ กนิ ๒๐,๐๐๐ บาท

การกระทําความผิดตามกฎหมายนี้ แมจะทํานอกราชอาณาจักร ไมวาคนไทย
หรอื คนตา งดา วเปน ผทู าํ ถา เกดิ ความเสยี หายไมว า เปน ในประเทศหรอื ตา งประเทศ กต็ อ งยอมรบั โทษ
ตามกฎหมายนดี้ ว ย

ô.ô.ó à»ÃÂÕ ºà·ÂÕ º¤ÇÒÁáμ¡μÒ‹ §ÃÐËÇÒ‹ § ¾.Ã.º.¡ÒáÃÐทาํ ¤ÇÒÁ¼´Ô à¡ÂÕè Ç¡ºÑ ¤ÍÁ¾ÇÔ àμÍÏ
¾.È.òõõð áÅзÕèá¡äŒ ¢ (©ººÑ ·èÕ ò) ¾.È.òõöð

เนอื่ งจาก พ.ร.บ.การกระทาํ ความผดิ เกย่ี วกบั คอมพวิ เตอร พ.ศ.๒๕๕๐ มปี ระเดน็
เนื้อหาที่ไมสามารถแยกประเภทความผิดชัดเจน และมีบทลงโทษท่ีหนักกระทบกับสิทธิเสรีภาพของ
ประชาชนมากเกนิ ไป จนมผี คู นจาํ นวนมากออกมาตอ ตา นคดั คา นใหม กี ารทบทวนและแกไ ข ในมาตรา
ที่ยังคลุมเครืออยู จึงเปนเหตุผลอันสมควรที่ตองมีการปรับปรุงใหม ในป พ.ศ.๒๕๖๐ ซ่ึงประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษา เมอื่ วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๐ โดยใหใ ชบงั คบั เมอ่ื พนกําหนดหน่ึงรอ ยยี่สบิ วัน
นับแตวนั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา เปน ตนไป

๘๒

ÁÒμÃÒ ñõ ¼ÙŒãËŒºÃÔ¡Òüٌ㴨§ã¨Ê¹ÑºÊ¹Ø¹ËÃ×ÍÂÔ¹ÂÍÁãËŒÁÕ¡ÒáÃÐทํา¤ÇÒÁ¼Ô´μÒÁ
ÁÒμÃÒ ñô ã¹Ãкº¤ÍÁ¾ÔÇàμÍÏ·èÕÍÂً㹤ÇÒÁ¤Çº¤ØÁ¢Í§μ¹ μŒÍ§ÃÐÇÒ§â·Éઋ¹à´ÕÂǡѺ
¼¡ŒÙ ÃÐทาํ ¤ÇÒÁ¼´Ô μÒÁÁÒμÃÒ ñô

ÁÒμÃÒ ñõ ผูใหบริการผูใดใหความรวมมือ ยินยอม หรือรูเห็นเปนใจใหมีการกระทํา
ความผิดตามมาตรา ๑๔ ในระบบคอมพิวเตอรที่อยูในความควบคุมของตน ตองระวางโทษ
เชน เดียวกับผูกระทาํ ความผดิ ตามมาตรา ๑๔

ใหรัฐมนตรีออกประกาศกําหนดขั้นตอนการแจงเตือน การระงับการทําให
แพรหลายของขอมลู คอมพิวเตอร และการนําขอ มลู คอมพิวเตอรน ัน้ ออกจากระบบคอมพิวเตอร

ถ  า ผู  ใ ห  บ ริ ก า ร พิ สู จ น  ไ ด  ว  า ต น ไ ด  ป ฏิ บั ติ ต า ม ป ร ะ ก า ศ ข อ ง รั ฐ ม น ต รี ที่ อ อ ก ต า ม
วรรคสองผูน้นั ไมตองรบั โทษ

ภาพท่ี ๕๐ แสดงการเปรยี บเทียบมาตรา ๑๕ กอน–หลงั การแกไขเพ่ิมเติม
ตาม พ.ร.บ.ฯ คอมพิวเตอร พ.ศ.๒๕๕๐

๘๓

ภาพท่ี ๕๑ แสดงการเปรยี บเทียบ กอ น–หลงั การแกไ ขเพ่มิ เตมิ ตาม พ.ร.บ.ฯ คอมพวิ เตอร พ.ศ.๒๕๕๐

๘๔

ÊÃØ»·ÒŒ º· : Summary

การกลาวถึงจริยธรรมเก่ียวกับการใชเทคโนโลยีคอมพิวเตอรและสารสนเทศแลว รูจักกัน
ในลกั ษณะตวั ยอ วา PAPA ประกอบดว ย ¤ÇÒÁ໹š ÊÇ‹ ¹μÇÑ (Information Privacy) ¤ÇÒÁ¶¡Ù μÍŒ §
(Information Accuracy) ¤ÇÒÁ໚¹à¨ŒÒ¢Í§ (Information Property) การเขาถึงขอมูล
(Data Accessibility) ซึ่งการใชคอมพิวเตอรอยางมีประสิทธิภาพคือ การใชใหเกิดประโยชนสูงสุด
และเน่ืองจากหนวยงานสํานักงานตํารวจแหงชาติมีความเกี่ยวของกับขอมูลทุกระดับท้ังกรณีท่ีเปน
คดีและขอมูลทองถิ่น ขอมูลบุคคลพนโทษ บุคคลผูมีพฤติการณเก่ียวของกับการกระทําความผิด
มือปนรบั จาง ผคู า ยาเสพตดิ ผมู อี ทิ ธพิ ลในรปู แบบตาง ๆ ท่มี คี วามจําเปนตอ การสบื สวนปราบปราม
อาชญากรรม ดงั น้ันการรักษาขอมูลหรอื เกบ็ ขอ มูลใหม ีความปลอดภัย จงึ เปนความสาํ คัญลาํ ดับแรก
ในการรักษาความลับของขอมูลขาวสารใหปลอดภัยจากผูไมมีสิทธ์ิลวงรูขอมูลและรวมถึงอาชญากร
คอมพวิ เตอรดว ย

ÍÒªÞҡäÍÁ¾ÇÔ àμÍÏ (Computer Criminal) คอื ผกู ระทาํ ผดิ กฎหมายโดยใชเ ทคโนโลยี
คอมพิวเตอรเปนเครื่องมือสําคัญในการกออาชญากรรม ซ่ึงผูท่ีอาจเปนอาชญากรคอมพิวเตอร
มีอยู ๕ ประเภท คอื บคุ คลภายในองคกร เปน กลุมคนท่สี ามารถเขาถึงระบบคอมพวิ เตอรขององคก ร
ไดงายที่สุด โดยอาจจะขโมยหรือทําความเสียหายกับอุปกรณ ซอฟตแวรและขอมูลที่เปนกรรมสิทธ์ิ
ขององคก ร นอกจากนนั้ ยังอาจเปน พนักงานหรือลูกจา งขององคกรทีไ่ มมีหนาท่ีในสารสนเทศนั้นแลว
สว นบคุ คลภายนอกกอ็ าจมโี อกาสเขา ถงึ ระบบคอมพวิ เตอรข ององคก รไดท งั้ วธิ กี ารถกู ตอ งและไมถ กู ตอ ง
เชน พนักงานบํารุงรักษาจากภายนอก ชางซอมเคร่ืองคอมพิวเตอร นอกจากน้ันยังมีแฮกเกอร
และแคร็กเกอร องคกรดานอาชญากรรมที่เปนกลุมของอาชญากรท่ีรวมมือกันอยางเปนระบบ
โดยใชเ ทคโนโลยคี อมพวิ เตอรเ พอื่ ประกอบธรุ กจิ ทผี่ ดิ กฎหมาย เชน การตดิ ตอ ซอ้ื ขายของผดิ กฎหมาย
การซ้ือขายขอมูลความลับของทางราชการหรือทางเทคโนโลยี การแกไขขอมูลสวนบุคคลหรือ
องคกรที่เกี่ยวของกับการกระทําผิด การพนัน การปลอมแปลงหรือเลียนแบบเอกสารทางราชการ
เชน หนังสือเดนิ ทาง บัตรประจาํ ตวั เช็ค เปน ตน และกลมุ สดุ ทายคือ ผูกอ การรา ย กลมุ ผูก อ การรา ย
หรอื ผูท เี่ ปนปฏิปกษต อรัฐ อาจใชเ ทคโนโลยีคอมพิวเตอรม ุง ใหเกิดความสับสนและความเสียหายกบั
ประชาชนและประเทศชาติ เชน การทาํ ใหด าวเทยี มทาํ งานผดิ พลาด การทาํ ใหเ ศรษฐกจิ ของประเทศ
ปน ปว นหรือตกต่ําโดยทาํ ใหระบบส่ือสารขัดของ

¡Ô¨¡ÃÃÁ·ÒŒ º· : Activities

๑. สอบถามผเู รยี นถงึ พฤตกิ รรมในการใชเ ทคโนโลยใี นแตล ะขอ วา เปน การขาดจรยิ ธรรม
ในการใชเ ทคโนโลยีดา นใด

• การแอบนาํ เกมหรอื โปรแกรมเกมทเี่ พอื่ นซอื้ มา ไปตดิ ตง้ั ลงในเครอ่ื งคอมพวิ เตอร
ของตนเองท่บี าน

๘๕

• การนําภาพถายสวนตัวของเพ่ือนลงไปในโปรไฟลเฟซบุกเพื่อใหผูอ่ืนเขาใจวา
ตนเองมีรปู ใบหนานน้ั

• การนําขอมูลท่ีไดจากอินเทอรเน็ตมาเปนรายงานสงครูโดยไมจําเปนตอง
ตรวจสอบแหลงท่ีมา

• การบันทึกเพลงของคายเพลงที่กําลังนิยมในรูปแบบของเพลงท่ีมีลิขสิทธิ์
เอาไปแจกจายใหเพ่อื นสนทิ

• การแกไขหรอื เปล่ียนแปลงขอ มลู คอมพวิ เตอรของหอ งเรียน
• การคดั ลอกงานหรอื ขอ มลู ทต่ี นเองชน่ื ชอบจากเครอื่ งคอมพวิ เตอรข องบคุ คลอนื่
โดยไมไดร บั อนญุ าต
• การกรอกประวตั สิ ว นตวั ลงในระบบคอมพวิ เตอรข องศนู ยฝ ก อบรมโดยไมต รงกบั
ความจรงิ
• การนําบัญชีและรหัสผานของเพ่ือนสนิทไปใชงานอีเมลของเพ่ือนเพ่ือใหผูรับ
ปลายทางเขาใจวาเจา ของอีเมลเปนผสู ง จดหมาดอเิ ลก็ ทรอนิกสน น้ั
• การแอบใชรหสั ผา นของเพ่อื นไปเลน เกมสออนไลนท่ีรานอินเทอรเน็ตคาเฟ
• การแอบถายภาพเพื่อนในขณะน่ังหลับในหองเรียนแลวสงเขาไปในไลนกลุม
สาธารณะของโรงเรยี นใหผ ูอ ่นื ไดเห็นรูปน้ัน
๒. อภิปรายกลุม (Discussion) แบงกลุมสืบคนขอมูลคดีที่เกิดจากการใชเทคโนโลยี
ที่ขาดจริยธรรม โดยสืบคนจากเว็บไซตตาง ๆ แลวเปรียบเทียบผลการคนหาท่ีไดแตละเว็บไซต
นาํ เสนอเปน รายกลุม ๆ ละ ๑๐ นาที
๓. รายงาน (Report) ใหผูเรียนศึกษาคนควาหัวขอ “ระบบสารสนเทศสถานีตํารวจ
CRIMES ที่ผเู รยี นสนใจอยากใหมีการพัฒนาตอ ไปในอนาคต”
๔. ทาํ แบบประเมินผลการเรยี นรู

áËÅ‹§¤¹Œ ¤ÇÒŒ à¾ÁèÔ àμÔÁ

สุชาติ ใจสถาน. ¸ÃÃÁÒÀºÔ ÒÅà·¤â¹âÅÂÊÕ ÒÃʹà·Èã¹Í§¤¡ Ã. กรงุ เทพฯ. สาํ นักพิมพ
ศูนยสง เสรมิ วิชาการ, ๒๕๒๘

http://ethicsininformationtechnology.blogspot.com/โพสตเมื่อ ๒๕
January ๒๐๑๓ โดย วัชรพงษ ตาไฝ

http://law.longdo.com/law/572/
http://www.softbizplus.com/computer/639-computer-law-2550-sample
http://thaipt.org/index.php?module=knowledge&id=650

๘๖

๘๗

ÀÒ¤¼¹Ç¡

๘๘

๘๙

¼¹Ç¡ ¡.

¢ŒÍ»¯ÔºμÑ ãÔ ¹¡ÒÃãªËŒ ÍŒ §»¯ÔºμÑ ¡Ô ÒäÍÁ¾ÔÇàμÍÏ (LAB)

๙๐

๙๑

¢ÍŒ »¯ÔºÑμãÔ ¹¡ÒÃ㪌ËÍŒ §»¯ÔºμÑ Ô¡ÒäÍÁ¾ÇÔ àμÍÏ (LAB)
๑. จองเคร่อื งผา นระบบจองเครือ่ งคอมพิวเตอร
๒. กอ นเปดเคร่ืองใชงานใหส าํ รวจอปุ กรณต างๆ ของเครอ่ื ง เชน แปนพมิ พ เมาส หฟู ง
และอุปกรณอ่ืนๆ ท่ีมองเห็นจากภายนอกวามีอยูครบถวนหรือไม หากพบวามีอุปกรณใดๆ ชํารุด
สูญหาย ใหรีบแจงผูควบคุม LAB โดยทันที มิฉะนั้นหากมีการตรวจพบวามีอุปกรณชํารุด
หรอื สูญหาย ผทู ใี่ ชเ คร่ืองคอมพิวเตอรเคร่อื งนน้ั จะตองเปนผูรบั ผดิ ชอบความเสยี หายท่เี กิดขน้ึ ทง้ั สนิ้
๓. หามถอดฝาเคร่ืองคอมพิวเตอรและชิ้นสวนตางๆ ของเครื่องคอมพิวเตอรเอง
โดยเด็ดขาด
๔. หามเปล่ียนแปลงขอกําหนดตางๆ ของระบบ (System Configuration)
หากทําในช่ัวโมงเรียนเม่ือเรียนเสร็จแลวใหเปล่ียนเปนสภาพเดิม (Default Configuration หรือ
Windows standard) ทุกครั้ง
๕. ผเู รยี นจะตอ งชว ยกนั รกั ษาอปุ กรณต า งๆ ไมใ หเ กดิ ความเสยี หาย หากเกดิ ความเสยี หาย
จากอบุ ตั ิเหตุตางๆ ตอ งรีบแจงผูควบคมุ LAB โดยทันที
๖. ไมอนุญาตใหนําเครื่องมือหรืออุปกรณอื่นใดมาตอเช่ือมเขากับคอมพิวเตอร
ในหองปฏิบัติการคอมพิวเตอร ซึ่งหองปฏิบัติการคอมพิวเตอรท้ังหมดเช่ือมตออยูกับเครือขายหลัก
ของหนวยและเครือขาย Internet ดังน้ันผูเรียนที่ใชเครื่องคอมพิวเตอรเพ่ือการติดตอส่ือสาร จะตอง
กระทาํ ดว ยมารยาทและจรยิ ธรรมอันดีโดยไมส รางความเดอื ดรอนหรอื รบกวนผูอ ืน่ ยกเวนกรณไี ดร ับ
อนุญาตจากผูค วบคุม LAB ในวันดังกลาวแลวเทา น้ัน
๗. การนําเสนอขอมูลจะตองปฏิบัติตามจริยธรรมในการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ
โดยเครง ครดั
๘. งดเวน การดาวนโ หลดเกมสห รอื โปรแกรมทม่ี ลี กั ษณะเดยี วกบั เกมสล งในคอมพวิ เตอร
โดยเดด็ ขาด
๙. ผใู ชเครื่องคอมพวิ เตอรต องปฏิบัติตามขอ กําหนดทีบ่ ญั ญตั ิไวใ นกฎหมายลขิ สิทธ์ิ
๑๐. เมื่อเสร็จส้ินภารกิจการใชเคร่ืองคอมพิวเตอร ให Shut Down เครื่องคอมพิวเตอร
พรอมทั้งปดสวิตชอุปกรณตอพวงตางๆ ทุกคร้ัง สํารวจอุปกรณ เก็บหูฟง เมาส แปนพิมพ เกาอ้ี
เขา ท่ีใหเรียบรอ ย


Click to View FlipBook Version