The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ระบบงานการทะเบียนประวัติอาชญากร ได้แก่ แผนประทุษกรรม สมุดภาพคนร้าย ประวันิอาชญากร ลายพิมพ์นิ้วมือ การพิมพ์ลายนิ้วมือผู้ต้องหา การพิมพ์ลายนิ้วมือศพ การพิมพ์ลายนิ้วมือบุคคลทั่วไปและผู้ต้องสงสัย การสอดส่องคนพ้นโทษและคนพักการลงโทษ ระบบฐานข้อมูลประวัติอาชญากรรม (CDS) ระบบตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมืออัตโนมัติ (AFIS) ระบบคอมพิวเตอร์ประกอบภาพใบหน้าและสเก็ตซ์ภาพใบหน้าคนร้าย การสืบสวนคดีโดยใช้ระบบเทคนิคของคนร้าย แบบรายงานอาชญากรรมและการเขียนแบบรายงานหมายจับ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

Book28 การทะเบียนประวัติอาชญากร

ระบบงานการทะเบียนประวัติอาชญากร ได้แก่ แผนประทุษกรรม สมุดภาพคนร้าย ประวันิอาชญากร ลายพิมพ์นิ้วมือ การพิมพ์ลายนิ้วมือผู้ต้องหา การพิมพ์ลายนิ้วมือศพ การพิมพ์ลายนิ้วมือบุคคลทั่วไปและผู้ต้องสงสัย การสอดส่องคนพ้นโทษและคนพักการลงโทษ ระบบฐานข้อมูลประวัติอาชญากรรม (CDS) ระบบตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมืออัตโนมัติ (AFIS) ระบบคอมพิวเตอร์ประกอบภาพใบหน้าและสเก็ตซ์ภาพใบหน้าคนร้าย การสืบสวนคดีโดยใช้ระบบเทคนิคของคนร้าย แบบรายงานอาชญากรรมและการเขียนแบบรายงานหมายจับ

วิชา สส. (CI) ๒๑๕๐๓

การทะเบียนประวัตอิ าชญากร

ตาํ ÃÒàÃÂÕ ¹

หลกั สตู ร นกั เรียนนายสิบตํารวจ

วชิ า สส. (CI) ๒๑๕๐๓ การทะเบยี นประวัติอาชญากร

เอกสารน้ี “เปนความลับของทางราชการ” หามมิใหผูหน่ึงผูใดเผยแพร คัดลอก ถอดความ
หรือแปลสว นหน่ึงสวนใด หรอื ทั้งหมดของเอกสารนี้เพ่ือการอยางอ่ืน นอกจาก “เพ่ือการศึกษาอบรม”
ของขาราชการตํารวจเทานั้น การเปดเผยขอความแกบุคคลอ่ืนที่ไมมีอํานาจหนาที่จะมีความผิดตาม
ประมวลกฎหมายอาญา

กองบญั ชาการศึกษา สํานักงานตํารวจแหง ชาติ

พ.ศ.๒๕๖๑

1

คํานาํ

หลักสูตรนักเรียนนายสิบตํารวจ (นสต.) เปนหลักสูตรการศึกษาอบรมท่ีมีเปาหมาย
เพ่ือเสริมสรางใหบุคคลภายนอกผูมีวุฒิประกาศนียบัตรประโยคมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.๖) หรือ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเทา ท่ีเขารับการฝกอบรมมีความรู ความสามารถ และ
ทักษะวิชาชีพตํารวจ รวมถึงพัฒนาบุคลิกภาพรางกายใหเหมาะสมสําหรับการปฏิบัติงานตํารวจ
ในกลุมสายงานปองกันปราบปราม ตลอดจนเตรียมความพรอมทางดานจิตใจและวุฒิภาวะใหมี
จติ สาํ นึกในการใหบ รกิ ารเพ่อื บาํ บดั ทุกขบาํ รงุ สขุ ของประชาชนเปนสําคัญ

กองบัญชาการศึกษา ไดรวมกับครู อาจารย และครูฝก ในสังกัดกองบังคับการ
ฝก อบรมตาํ รวจกลาง และกลมุ งานอาจารย กองบญั ชาการศกึ ษา ศนู ยฝ ก อบรมตาํ รวจภธู รภาค ๑ - ๙
และกองบัญชาการตํารวจตระเวนชายแดน ตลอดจนผูทรงคุณวุฒิจากภายนอก จัดทําตําราเรียน
หลกั สตู รนกั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจชดุ นี้ ซง่ึ ประกอบดว ยองคค วามรตู า งๆ ทจี่ าํ เปน ตอ การพฒั นาศกั ยภาพ
ของนกั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจใหเ ปน ขา ราชการตาํ รวจทพ่ี งึ ประสงคข องประชาชน เพอ่ื ใชส าํ หรบั ประกอบ
การเรียนการสอนนักเรียนนายสิบตํารวจใหมีความพรอมทั้งดานความรู ความสามารถ กําลังกาย
และจติ ใจ จนสามารถเปน ขา ราชการตาํ รวจทป่ี ฏบิ ตั งิ านใหบ รกิ ารสงั คมและประชาชนไดอ ยา งตรงตาม
ความตอ งการอยา งแทจ รงิ และมีความพรอ มในการเขา สูประชาคมอาเซียน

ขอขอบคุณครู อาจารย ครูฝก และผูทรงคุณวุฒิทุกทาน ท่ีไดรวมกันระดมความคิด
ใหคําปรึกษา คําแนะนํา ประสบการณท่ีเปนประโยชน รวมถึงการถายทอดองคความรู
ที่เปนประโยชน จนทําใหการจัดทําตําราเรียนหลักสูตรนักเรียนนายสิบตํารวจสําเร็จลุลวงไดดวยดี
ซ่ึงกองบัญชาการศึกษาหวังเปนอยางยิ่งวาตําราเรียนชุดนี้คงเปนประโยชนตอการจัดการเรียน
การสอนและการจัดการฝกอบรมของครู อาจารย และครูฝก รวมตลอดถึงใชเ ปนคมู อื การปฏบิ ัตงิ าน
ของขาราชการตํารวจ อันจะสงผลทําใหสํานักงานตํารวจแหงชาติสามารถสรางความเชื่อม่ันศรัทธา
และความผาสุกใหแ กประชาชนไดอยา งแทจรงิ

พลตํารวจโท ( รอย อิงคไพโรจน )
ผูบ ญั ชาการศึกษา

1

สารบญั

ÇÔªÒ ¡Ò÷ÐàºÕ¹»ÃÐÇμÑ ÍÔ ÒªÞÒ¡Ã หนา

บทท่ี ๑ ความหมาย ขอบเขต ประโยชนของงานการทะเบียนประวัติอาชญากร ๑
- ความหมายของการทะเบยี นประวัตอิ าชญากร ๒
- ประโยชนของงานการทะเบยี นประวัติอาชญากร ๔
- หลักวชิ าการทะเบยี นประวตั อิ าชญากร ๕
- ระเบยี บ ขอ บังคบั คําสง่ั ที่เกีย่ วของกับการปฏิบตั ิงาน ๖
๑๑
บทท่ี ๒ ลกั ษณะงานทะเบียนประวตั อิ าชญากร ๑๒
- แผนลายพิมพน วิ้ มอื ๑๓
- แผนประทษุ กรรม ๒๕
- หมายจับ ๔๐
- การสอดสอ งคนพน โทษ คนพักการลงโทษ ผูรา ยทอ งถน่ิ ๕๓
- การขอใหป ระกาศสืบหาทรัพย ๖๔
- ทรัพยหายทีไ่ มเ ก่ียวกับคดี ๗๑
- คนหายพลดั หลง คนตายไมทราบชอ่ื ๘๗
๙๓
บทท่ี ๓ ลายพมิ พน ิ้วมอื ๙๖
- ประโยชนอ นั พึงไดร บั จากลายนวิ้ มือของมนษุ ย ๑๑๑
- วธิ พี ิมพลายนว้ิ มือท่ถี กู ตองตามหลักวิชา ๑๑๓
๑๑๓
บทท่ี ๔ การนําวิทยาการตาํ รวจและเทคโนโลยกี ารสบื สวนสอบสวนคดอี าญา ๑๑๖
๑๑๘
มาใชในงานดานการทะเบียนประวัตอิ าชญากร ๑๒๑
- ระบบคอมพวิ เตอรก ับการทะเบียนประวัติอาชญากร
- ระบบฐานขอมลู ประวัติอาชญากรรม
- ระบบตรวจสอบลายพมิ พน้ิวมืออัตโนมตั ิ
- การใชค อมพวิ เตอรส เก็ตชและประกอบภาพใบหนาคนราย

ภาคผนวก

1

วิชา สส. (CI) ๒๑๕๐๓
การทะเบียนประวตั อิ าชญากร

¤³Ð¼Œ¨Ù ´Ñ ทาํ

ñ. ¾Å.μ.·.ÃÍ ÍÔ§¤ä¾â蹏 ¼ºª.È. ·Õè»Ã¡Ö ÉÒ
ò. ¾Å.μ.μ.ÈáÄɳ á¡ÇŒ ¼Å¡Ö Ãͧ ¼ºª.È. ·è»Õ ÃÖ¡ÉÒ
ó. ¾.μ.Í.ËÞÔ§ ¡Äμ¡Ô Ò ª¹è× ¨μÔ μ ¼¡¡.½·Ç.÷ ·Ç.
ô. Ã.μ.Í.ËÞ§Ô ¹ÄÁÅ ¨ºÈÃÕ ÍÒ¨ÒÏ (ʺ ñ) ¡Í¨.ȽÃ.À.ñ

1



º··Õè ñ

¤ÇÒÁËÁÒ ¢Íºà¢μ »ÃÐ⪹¢Í§§Ò¹¡Ò÷ÐàºÕ¹»ÃÐÇμÑ ÍÔ ÒªÞÒ¡Ã

ÇÑμ¶»Ø ÃÐʧ¤
๑. เพ่อื ใหท ราบความหมายของการทะเบยี นประวตั อิ าชญากรในภาพรวม
๒. เพื่อใหท ราบโครงสรางของหนว ยงาน
๓. เพ่อื ใหทราบประโยชนแ ละการประสานงานในภาพรวม

ʋǹนาํ
การทะเบียนประวตั อิ าชญากร เปนการรวบรวมขอมลู เก่ยี วกับการกระทําผิด ซง่ึ มีหลาย

ชนิดงานท่ีเกี่ยวของ จึงควรทราบความหมายรวมถึงประโยชนในภาพรวม เพื่อสามารถประสาน
การปฏบิ ัตไิ ด

¡¨Ô ¡ÃÃÁá¹Ðนํา
คําถามทา ยบท
- การทะเบียนประวตั อิ าชญากรคอื อะไร
- สามารถใชส นับสนนุ งานสืบสวนสอบสวนไดอยางไร



¤ÇÒÁËÁÒ¢ͧ¡Ò÷ÐàºÂÕ ¹»ÃÐÇÑμÔÍÒªÞÒ¡Ã

การทะเบยี นประวตั อิ าชญากรมคี วามหมาย คอื การจดบนั ทกึ เรอื่ งราวรายละเอยี ดตา งๆ
ที่เกี่ยวของกับตัวบุคคลผูกระทําความผิดกฎหมายท่ีมีบทบัญญัติไวและมีบทกําหนดโทษ บุคคล
ดงั กลา วนนั้ นกั อาชญาวทิ ยาถอื วา เปน อาชญากร และผลในการกระทาํ ความผดิ เปน อาชญากรรม หรอื
กลา วอกี นยั หนง่ึ คอื การรวบรวมขอ มลู ของอาชญากรและวธิ กี ารประกอบอาชญากรรมไวอ ยา งเปน ระบบ

ขอบเขตเนอ้ื หาท่ีตองเรยี น
๑. งานทะเบยี นประวตั ิอาชญากร
๒. งานพมิ พล ายนิ้วมือ
๓. งานสบื สวนโดยใชเ ทคโนโลยีทันสมัย
ลักษณะงานทะเบยี นประวตั อิ าชญากร
๑. แผน พิมพลายน้วิ มอื
๒. แผน ประทษุ กรรม และตําหนิรูปพรรณ
๓. สมดุ ภาพคนรา ย และการประกอบภาพใบหนาคนรา ย
๔. ประวตั อิ าชญากร
๕. การสอดสองบคุ คลพนโทษ พกั การลงโทษ และผรู า ยทองถ่ิน
๖. การประกาศสบื จับบุคคล และการประกาศสืบหาทรพั ย
๗. คนหายพลดั หลง คนตายไมท ราบชื่อ ทรัพยหายไมเกย่ี วกับคดี

หนว ยงานท่มี ีภารกจิ ดานงานทะเบยี นประวัติอาชญากร

หนวยงานทม่ี ภี ารกจิ ดานงานทะเบยี นประวตั ิอาชญากรมีดังน้ี

ศนู ยข อมูลวตั ถุระเบดิ สาํ นกั งานพิสจู นหลกั ฐานตํารวจ กลุม งานพิสจู นเ อกลักษณบุคคล
(ผกก.หน.) (ผกก.หน.)

กองบังคับการ กองพิสจู น ศนู ยพิสูจน สถาบนั ฝกอบรมและวจิ ยั กองทะเบยี นประวัติ
อํานวยการ หลักฐานกลาง หลกั ฐาน ๑-๑๐ การพิสจู นห ลักฐานตาํ รวจ อาชญากร

- ฝา ยธุรการและกําลงั พล - ฝา ยอํานวยการ - ฝา ยอาํ นวยการ - ฝา ยอํานวยการ - ฝายอาํ นวยการ
- ฝา ยยุทธศาสตร (รวมงานเทคโนฯ) - กลมุ งานตรวจสถานทเี่ กดิ เหตุ (รวมงานเทคโนฯ) - ฝา ยทะเบยี นประวตั อิ าชญากร ๑
- ฝา ยสง กําลงั บาํ รุง - กลมุ งานตรวจเอกสาร
- ฝา ยงบประมาณและการเงนิ - กลมุ งานตรวจสถานทเ่ี กดิ เหตุ - กลมุ งานตรวจอาวธุ ปน - ฝา ยฝกอบรม (ประกาศสบื จบั บคุ คลและทรพั ย
- ฝา ยกฎหมายและวินัย - กลุมงานตรวจเอกสาร - ฝายปกครอง แผนประทุษกรรม ฯลฯ)
- ฝา ยเทคโนโลยแี ละสารสนเทศ - กลมุ งานตรวจอาวุธปน และเครอ่ื งกระสุน - กลุมงานมาตรฐาน - ฝา ยทะเบยี นประวตั อิ าชญากร๒
- กลมุ งานตรวจทางเคมฟี ส กิ ส - กลมุ งานผูเ ชย่ี วชาญ (สมดุ ภาพคนรา ย)
และเคร่ืองกระสนุ - กลุมงานตรวจยาเสพตดิ - ฝา ยทะเบยี นประวตั อิ าชญากร๓
- กลมุ งานตรวจทางเคมฟี ส กิ ส - กลมุ งานตรวจลายนวิ้ มอื แฝง (ตรวจประวตั )ิ
- กลมุ งานตรวจยาเสพติด - กลมุ งานตรวจชีววิทยา - ฝา ยทะเบยี นประวตั อิ าชญากร๔
- กลมุ งานตรวจลายนว้ิ มอื แฝง (ลายพมิ พน ว้ิ มอื ผตู อ งหา/ศพ)
- กลมุ งานตรวจชีววิทยา และดเี อ็นเอ - ฝา ยทะเบยี นประวตั อิ าชญากร๕
- กลมุ งานตรวจพสิ ูจน (ลายพมิ พน วิ้ มอื ผขู ออนญุ าต
และดีเอน็ เอ /สมัครงาน/เรือนจํา)
- กลุม งานตรวจพิสจู น อาชญากรรมคอมพิวเตอร - ฝา ยทะเบยี นประวตั อิ าชญากร ๖
- กลุมงานผูเชีย่ วชาญ (จัดทําและรับรองประวัติ
อาชญากรรมคอมพิวเตอร - พิสจู นห ลกั ฐานจงั หวัด การกระทําความผิด)
- กลุม งานผเู ชีย่ วชาญ - ฝา ยทะเบยี นประวตั อิ าชญากร๗
(ตรวจสอบเปรียบเทียบ
ลายพิมพน ิ้วมือ) ๓
- กลุมงานผูเชี่ยวชาญ



»ÃÐ⪹¢ ͧ§Ò¹¡Ò÷ÐàºÂÕ ¹»ÃÐÇÑμÔÍÒªÞÒ¡Ã

ดังที่กลาวมาแลวขางตน เนื่องจากงานทะเบียนประวัติอาชญากรเปนการรวบรวม
ขอมูลตางๆ ไมวาจะเปนประวัติบุคคล แผนลายพิมพน้ิวมือ แผนประทุษกรรมหรือวิธีการกระทํา
ความผิดของคนราย รูปถายของผูตองหา หมายจับและตําหนิรูปพรรณของผูกระทําความผิด ตําหนิ
รปู พรรณทรพั ย หรอื แมแ ตประวตั ิของผตู องขัง ดังนัน้ พนกั งานสอบสวน หรอื เจาหนาทต่ี ํารวจทองที่
ตลอดจนผูท่เี กยี่ วของจะสามารถใชประโยชนจ ากงานดานการทะเบียนประวัตอิ าชญากรได ดังน้ี

ñ. ã¹´ŒÒ¹¡ÒÃÊº× Êǹ
๑.๑ ในกรณีทเ่ี จาทุกข หรอื พยานจําหนาคนรา ยได งานดา นการทะเบยี นประวัติ

อาชญากรจะชว ยใหค น หาไดจ ากการดู
- สารบบภาพถา ยคนรา ย
- การสเก็ตชภ าพคนราย หรือการประกอบภาพใบหนา คนราย

๑.๒ ในกรณที ที่ ราบชอื่ หรอื จาํ ตาํ หนริ ปู พรรณบางอยา งของคนรา ยได หรอื ทราบ
แตขอ มูลวิธีการดําเนินการของคนราย ก็อาจชวยคนหาไดจ ากสารบบขอมลู ประวัติ

๑.๓ ในกรณีที่คนรายนําทรัพยไปจํานํา งานดานการทะเบียนประวัติอาชญากร
จะชว ยใหค น หาไดจ ากการตรวจสอบลายพมิ พน ว้ิ มอื ในตน ขวั้ ตว๋ั จาํ นาํ กบั ลายพมิ พน วิ้ มอื เดย่ี วในสารบบ

๑.๔ ในกรณที พี่ บทรพั ยข องกลาง แตไ มท ราบวา เปน ของผใู ด แจง ความไวท ส่ี ถานี
ตาํ รวจแตเมือ่ ใด กจ็ ะชว ยคนหาไดจากสารบบขอมูลทรพั ยส นิ

๑.๕ ในกรณีท่ีเกิดมีคนรายหลบหนีการจับกุม งานดานการทะเบียนประวัติ
อาชญากรก็ชวยสืบหาไดโดยการออกประกาศสืบจับ สงใหสถานีตํารวจตางๆ ไดทราบและชวย
ติดตามจบั กมุ

๑.๖ ในกรณีพบศพไมทราบช่ือ งานดานการทะเบียนประวัติอาชญากรจะชวย
สบื สวนหาตวั วาผตู ายเปนผูใด

ò. ã¹´ŒÒ¹¡ÒÃÊͺÊǹ
๒.๑ จะชวยตรวจสอบลายพิมพน้ิวมือผูตองหาหรือศพเพื่อจะตองการทราบวา

ผูตองหาหรือศพเคยตองหา หรือตองโทษมากอนหรือไม อยางไร เพื่อนําไปประกอบสํานวน
การสอบสวน

๒.๒ ชวยตรวจสอบประวัติแผนประทุษกรรมของผูตองหา เพื่อตองการทราบวา
ผตู องหาเคยกระทําความผดิ มากอนดว ยวิธีการอยางไร

๒.๓ ชว ยตรวจสอบหมายจบั เพอื่ ตอ งการทราบวา ผตู อ งหาเปน ผกู ระทาํ ความผดิ
คดอี าญาและอยใู นระหวางหลบหนีการจับกมุ หรอื ไม หรือมีสถานีตํารวจใดตอ งการตวั บา ง



ó. ã¹´ŒÒ¹¡Òû͇ §¡¹Ñ áÅлÃÒº»ÃÒÁ
ในงานดา นการทะเบยี นประวตั อิ าชญากรไดก าํ หนดให กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร

กองกํากับการวิทยาการเขต หรือวิทยาการจังหวัด แลวแตกรณี มีหนาที่ในการจัดทําประวัติบุคคล
พนโทษ สง ไปยังสถานตี าํ รวจทอ งที่ทค่ี นพนโทษนนั้ จะออกไปมีภมู ลิ าํ เนาอยู เพ่ือใหเ จา หนาท่ตี ํารวจ
ทอ งทที่ ราบและเกบ็ ขอ มลู ไวค อยสอดสอ งพฤตกิ ารณแ ละความเคลอื่ นไหว ซง่ึ ถา หากไปกระทาํ ความผดิ
ขึน้ อกี ก็จะไดใ ชเ ปน แนวทางในการสบื สวนปราบปรามตอไป

ดังน้ัน จะเห็นไดวางานทะเบียนประวัติอาชญากรจะดําเนินไปไดอยางสมบูรณ
ถูกตองเรียบรอยจนสามารถท่ีจะอํานวยประโยชนใหกับพนักงานสอบสวน หรือตํารวจทองท่ีไดอยาง
แทจริง พนักงานสอบสวนหรือตํารวจทองท่ีจะตองใหความรวมมือในการประสานการปฏิบัติงานกับ
เจา หนา ทง่ี านทะเบยี นประวตั อิ าชญากร ในเรอ่ื งสง รายงานหรอื ขอ มลู ตา งๆ ตามทกี่ าํ หนดไวใ นระเบยี บ
ของสํานักงานตํารวจแหงชาติอยางเครงครัด และการรายงานจะตองกรอกขอความตามรายการ
ในแบบพิมพใหถูกตอง ครบถวนและชัดเจนเพ่ือใหไดประวัติอาชญากรท่ีสมบูรณถูกตองมีคุณคา
อยางแทจริงเก็บไวเม่ือพนักงานสอบสวนหรือตํารวจหนวยใดมีความประสงคตองการจะทราบประวัติ
หรือเรื่องราว รายละเอียดตางๆ ของบุคคลใด เพื่อประโยชนแกการสืบสวนสอบสวน ปองกัน และ
ปราบปรามอาชญากรรม เจาหนาท่ีผูรับผิดชอบงานดานทะเบียนประวัติอาชญากรก็จะไดทําการ
ตรวจสอบและแจงผลใหทราบเรื่องราวรายละเอยี ดตา งๆ ไดอยางถกู ตอ ง ไมผิดพลาดอันจะกอใหเกดิ
ประโยชนไดอยางแทจริง แตในทางกลับกัน ถาหากพนักงานสอบสวนหรือตํารวจทองท่ีไมสนใจให
ความรว มมอื ไมส ง รายงานหรอื เรอ่ื งราวตามทไ่ี ดก าํ หนดไวใ นระเบยี บฯ หรอื สง เรอ่ื งราวทมี่ ขี อ มลู ไมล ะเอยี ด
พอหรอื ไมค รบถว นถกู ตอ ง เมอื่ พนกั งานสอบสวนหรอื ตาํ รวจทอ งทต่ี อ งการจะทราบประวตั หิ รอื เรอ่ื งราว
รายละเอยี ดของอาชญากรผใู ด เจา หนา ทผี่ รู บั ผดิ ชอบดา นการทะเบยี นประวตั อิ าชญากรกไ็ มส ามารถจะ
ทาํ การตรวจสอบคน หาใหไ ดต ามความตอ งการ หรอื ไดแ ตข อ มลู ทผี่ ดิ พลาด ไมถ กู ตอ งกบั ความเปน จรงิ
อันเปนผลสะทอนกลับมาสูพนักงานสอบสวนหรือตํารวจทองท่ีเอง ทําใหไมสามารถใชประโยชนจาก
งานทะเบียนประวตั อิ าชญากรไดอ ยางแทจรงิ

ËÅ¡Ñ ÇÔªÒ¡Ò÷ÐàºÂÕ ¹»ÃÐÇÑμÍÔ ÒªÞÒ¡Ã

เจา หนา ทตี่ าํ รวจทปี่ ฏบิ ตั งิ านในทอ งทไ่ี มว า จะเปน ฝา ยปอ งกนั และปราบปราม ฝา ยสบื สวน
สอบสวน ฝายจราจร หรือแมแตฝายธุรการ ตางก็มีความจําเปนที่จะตองทราบถึงตัวบทกฎหมาย
อยา งกวา งขวางและแมน ยาํ ตอ งผา นการฝก อบรมวชิ าการ หรอื เทคนคิ ตา งๆ ของตาํ รวจทเ่ี ออ้ื อาํ นวย
ใหเ กิดประโยชนตอ การปฏบิ ตั งิ าน ในทอ งทใี่ หไดม ากท่ีสดุ เทา ที่จะมากได ไมว า จะเปนเทคนคิ วชิ าการ
ทเ่ี กยี่ วกบั การตอ สปู อ งกนั ตวั วธิ กี ารสอบสวน หรอื แมแ ตเ ทคนคิ วธิ กี ารในอนั ทจ่ี ะสรา งสมั พนั ธอ นั ดกี บั
ประชาชนในพนื้ ที่ ลว นแตเ ปน เทคนคิ วธิ กี ารเฉพาะดา นของงานทตี่ อ งใชห รอื สมั ผสั อยตู ลอดระยะเวลา
ทั้งสิ้น



ในทํานองเดียวกันเจาหนาที่ตํารวจฝายวิทยาการโดยเฉพาะอยางย่ิงเจาหนาท่ีตํารวจ
ทป่ี ฏบิ ตั งิ านดา นการทะเบยี นประวตั อิ าชญากร นอกจากจะตอ งมคี วามรคู วามเขา ใจและผา นการฝก อบรม
เทคนคิ วชิ าทางดา นยุทธวิธีตาํ รวจ ตลอดจน กฎ ระเบียบ ขอ บงั คบั ตางๆ ท่ีเกย่ี วกับงานในหนาที่แลว
ยงั จาํ เปน อยา งยงิ่ ทจ่ี ะตอ งทาํ ความเขา ใจศกึ ษาอบรมถงึ เทคนคิ วทิ ยาการทส่ี าํ คญั ๆ ซงึ่ ใชใ นการปฏบิ ตั งิ าน
ดานการทะเบียนประวัติอาชญากร และถือเปนหลักท่ีนํามาใชในการชี้ระบุตัวบุคคลหรือทรัพย
ซึง่ มีดังตอ ไปนี้

๑. วชิ าการวา ดว ยลายพมิ พนิ้วมือ (Fingerprint, Classfication Filling System)
๒. วิชาการวาดวยรปู ลกั ษณะตาํ หนิรูปพรรณของบคุ คล (Personal Descriptions)
๓. วชิ าการวา ดว ยแผนประทษุ กรรม (Modus Operandi System)
๔. วิชาการวา ดว ยการชรี้ ะบุทรัพยสิน (Property Identification)
และดังท่ีกลาวไวแลวขางตนวา กองทะเบียนประวัติอาชญากร เปนศูนยกลางรวบรวม
ขอ มลู หลายๆ ประเภท ดงั นนั้ วธิ กี ารทจ่ี ะใชเ กบ็ รวบรวมขอ มลู เพอื่ ใหส ามารถนาํ ขอ มลู เหลา นนั้ ออกมา
ใชใ หเ กดิ ประโยชนต อ การปฏบิ ตั งิ านของทกุ หนว ยทเ่ี กยี่ วขอ งไดอ ยา งรวดเรว็ และมปี ระสทิ ธภิ าพยอ มเปน
สงิ่ สาํ คญั ดว ยเหตผุ ลและความจาํ เปน ประกอบกบั จะตอ งสนองนโยบายในอนั ทจ่ี ะสนบั สนนุ และอาํ นวย
ความสะดวกใหกับหนวยราชการ ตลอดจนหนว ยงานท่ีเกีย่ วขอ งตา งๆ ทต่ี อ งการทราบประวตั บิ ุคคล
ที่จะรับสมัครเขาปฏิบัติงานในหนวยหรือประวัติของบุคคลท่ีย่ืนเรื่องราวขออนุญาตดําเนินการส่ิงหนึ่ง
สิ่งใดเพ่ือนํามาประกอบการพิจารณารับเขางาน หรืออนุญาตใหดําเนินการในแตละเรื่องนั้นๆ หรือ
แมแตเจาพนักงานฝายปกครอง และเจาหนาที่ตํารวจฝายสืบสวนสอบสวน ซ่ึงตองการความรวดเร็ว
ในการตรวจสอบและคน หาขอ มลู อยเู สมอ กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรจงึ ไดจ ดั ระบบการตรวจสอบ
ขอมูลไวเปน สารบบสาํ คัญๆ ดังน้ี
๑. กรณีทราบช่ือและชื่อสกุล ทราบวิธีการกระทําความผิด ทราบตําหนิแผลเปน
ลายสกั หรอื สง่ิ วกิ ลพกิ าร ตรวจสอบไดจ าก ระบบคอมพิวเตอร (CRIMES)
๒. กรณีจําหนาคนรายได ตรวจสอบไดจาก สารบบภาพถายคนราย การสเก็ตชภาพ
หรอื ประกอบภาพใบหนา คนรา ย
๓. กรณีท่ีมีลายพิมพนิ้วมือสิบนิ้ว ตรวจสอบไดจาก ระบบคอมพิวเตอรตรวจสอบ
ลายพิมพน วิ้ มืออัตโนมัติ (AFIS)

ÃÐàºÂÕ º ¢ŒÍºÑ§¤ºÑ คาํ ʧÑè ·Õàè ¡èÕÂǢ͌ §¡Ñº¡Òû¯ÔºÑμÔ§Ò¹

ในการปฏิบัติงานดานการทะเบียนประวัติอาชญากร มุงเนนปฏิบัติตาม กฎ ระเบียบ
และขอบังคับตามตัวบทกฎหมายเปนหลัก สวนการปฏิบัติงานดานการพิมพลายน้ิวมือจะมุงเนน
ทางดา นเทคนิควิทยาการเฉพาะดา น ซ่งึ ตองอาศยั ผเู ชีย่ วชาญท่ปี ฏบิ ัตงิ านดวยความชํานาญเปนหลัก
แตอ ยา งไรกต็ าม ในการปฏบิ ตั งิ านทงั้ สองดา นจะตอ งอยภู ายใต กฎ ระเบยี บ ขอ บงั คบั หรอื ขอ กาํ หนด



ทถ่ี กู กาํ หนดขน้ึ ใหเ ปน หนา ทรี่ บั ผดิ ชอบ หรอื ใหเ ปน วธิ กี ารปฏบิ ตั ขิ องเจา หนา ทตี่ าํ รวจทเ่ี กยี่ วขอ งแตล ะฝา ย
ในการที่จะตองรับผิดชอบดําเนินการอยางเครงครัด เพ่ือที่จะไดสามารถปฏิบัติงานประสานกันได
อยางมีประสิทธิภาพ และไดผลสมความมุงหมายของสํานักงานตํารวจแหงชาติ ในการปฏิบัติงาน
ดานการทะเบียนประวัติอาชญากรและลายพิมพนิ้วมือ มีระเบียบ ขอบังคับและคําส่ังท่ีเก่ียวของ
ถอื เปน ระเบียบหลกั ทีส่ ําคญั ดงั ตอไปนี้

๑. การปฏิบัติเกี่ยวกับงานดานการจัดทําแผนประทุษกรรม ปฏิบัติตามประมวล
ระเบยี บการตํารวจเก่ียวกับคดี ลกั ษณะที่ ๑๘ บทที่ ๑๑ เร่อื ง การปฏบิ ัตหิ นาทีแ่ ละการประสานงาน
เก่ียวกับการตรวจสอบประวัติและการตรวจสอบแผนประทุษกรรมระหวางพนักงานสืบสวนสอบสวน
กบั หนว ยงานวทิ ยาการตาํ รวจ (ระเบยี บสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ วา ดว ยกรณบี างเรอื่ งทมี่ วี ธิ ปี ฏบิ ตั เิ ปน พเิ ศษ
(ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ.๒๕๔๕ ลง ๑๕ พ.ย. ๒๕๔๕)

๒. การปฏบิ ตั เิ กยี่ วกบั งานดา นการประกาศสบื จบั และทรพั ยส นิ ทถ่ี กู ประทษุ รา ย ปฏบิ ตั ิ
ตามประมวลระเบยี บการตาํ รวจเกยี่ วกบั คดี ลกั ษณะ ๑๔ บทที่ ๑ และ ๒ เรอื่ งการออกตาํ หนริ ปู พรรณ
ผูกระทําความผิด และตําหนิรูปพรรณทรัพยหายไดคืน (ระเบียบสํานักงานตํารวจแหงชาติ วาดวย
การออกตําหนิรปู พรรณบุคคลและทรัพย (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ.๒๕๔๕ ลง ๑๕ พ.ย. ๒๕๔๕)

๓. การปฏบิ ตั ิเก่ียวกับงานคนหายพลัดหลง คนตายไมทราบช่ือ ทรัพยต กท่ีมผี เู ก็บได
ปฏิบัติตามประมวลระเบียบการตํารวจเกี่ยวกับคดี ลักษณะ ๑๔ บทที่ ๓ การดําเนินการเกี่ยวกับ
คนหายพลัดหลงและไดค ืน ลักษณะ ๑๕ บทที่ ๔ ของตกทมี่ ีผูเก็บได และประมวลระเบียบการตาํ รวจ
เก่ียวกบั คดี ลกั ษณะ ๑๐ บทที่ ๒ การตรวจพสิ จู นศพที่ไมทราบวาผตู ายเปนใคร

๔. การปฏบิ ตั เิ กย่ี วกบั งานควบคมุ อาชญากรบางประเภท ปฏบิ ตั ติ ามประมวลระเบยี บการ
ตํารวจเก่ียวกับคดี ลักษณะ ๑๗ บทที่ ๑, ๒ และหนังสือขอความรวมมือยังอธิบดีกรมราชทัณฑ
ตามหนงั สอื ท่ี ตช ๐๐๒๖.๓๕๕/๑๗๖๕ ลง ๗ ก.ค. ๒๕๔๒ เรอ่ื ง การสง พมิ พล ายนวิ้ มอื ให กองทะเบยี น
ประวัตอิ าชญากรตรวจสอบ และขอใหจดั ทาํ ขอมลู ในแบบประวัตบิ ุคคลพน โทษ

๕. ระเบยี บสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ วา ดว ยประมวลระเบยี บการตาํ รวจไมเ กยี่ วกบั คดี
ลกั ษณะที่ ๓๒ แกไขเพม่ิ เตมิ ๒๕๕๔ ลง ๑ ส.ค. ๒๕๕๔

๖. การปฏิบัติเกี่ยวกับนักโทษประหารชีวิต ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.แกไขเพ่ิมเติมประมวล
กฎหมายอาญา (ฉบบั ที่ ๑๖) พ.ศ.๒๕๔๖ และระเบยี บกระทรวงยตุ ธิ รรม วา ดว ย หลกั เกณฑแ ละวธิ กี าร
ประหารชวี ติ นกั โทษ พ.ศ.๒๕๔๖ และถอื ปฏบิ ตั ติ ามประมวลระเบยี บการตาํ รวจไมเ กยี่ วกบั คดี ลกั ษณะ
ท่ี ๓๒ บทท่ี ๑ ขอ ๒.๔ “เมือ่ ไดร บั แจง จากกรมราชทณั ฑวา จะประหารชวี ิต ใหจ ัดสงเจาหนา ที่ไปพมิ พ
ลายน้ิวมือผูจะถูกประหารชีวิต แลวตรวจสอบแจงยืนยันวาเปนผูน้ันจริงไปยังคณะกรรมการประหาร
ชวี ติ ดาํ เนินการตอ ไป”



ทานจะใชงานทะเบียนประวัติอาชญากรชวยสนับสนุนใหงานสืบสวนและสอบสวนเกิดประสิทธิภาพ
ไดอยา งไร

๑. สถานีตํารวจจะตองถายภาพผูตองหา (เฉพาะความผิด ๖ ประเภทตามระเบียบ
เกี่ยวกับคดีลกั ษณะ ๑๘ บทที่ ๑๑) ทจ่ี บั ไดบ ันทกึ ประวัตผิ ตู อ งหานนั้ อยางละเอียดในแบบ ผ.๒ และ
พมิ พฝ า มอื ซา ยขวาดว ย พมิ พม อื ๑๐ นวิ้ ใหช ดั เจนถกู ตอ งตามวธิ กี ารพมิ พม อื พรอ มกบั กรอกขอ ความ
ลงในแบบพิมพมือใหช ัดเจน โดยการพมิ พด ีดและบนั ทกึ แผนประทุษกรรมในแบบ ผ.๑ ใหล ะเอียด

๒. ถาสถานีตํารวจไมสามารถถายภาพและบันทึกประวัติได หรือไมสะดวกก็สามารถ
สง ตัวผตู อ งหาไปถา ยภาพ และทาํ ประวตั ิไดท ่ี ทว. ศนู ยพิสจู นหลกั ฐาน

๓. การพิมพมือผูตองหาตองพิมพดวยหมึกสําหรับพิมพลายน้ิวมือโดยเฉพาะ
ใหชัดเจน ถูกตอ งตามหลกั วิชาและกรอกขอความในแผนพิมพมือใหล ะเอยี ด ชดั เจน ครบถว น ถูกตอง
โดยใชพ ิมพดดี หรือเขยี นใหช ดั เจนอานงาย

๔. การสงขอมูลเพ่ือออกประกาศสืบจับตามหมายจับ จะตองบันทึกตําหนิรูปพรรณ
ใหละเอียดพรอมถายภาพสง มายัง ทว.

๕. การสง ตาํ หนริ ปู พรรณทรพั ยห ายหรอื รถยนตห าย รถจกั รยานยนตห ายใหร ะบตุ าํ หนิ
รปู พรรณของทรพั ยท ห่ี ายอยา งละเอยี ดและชดั เจน โดยเฉพาะทรพั ยท ม่ี หี มายเลขเครอ่ื งหรอื หมายเลข
ประจําตวั ทรัพยจ ะตอ งระบใุ หชัดเจน เชน หมายเลขเครื่องรถ หมายเลขเครอ่ื งทวี ี หมายเลขเคร่ือง
นาฬกาขอมือ ถามีภาพถายของทรัพยนั้นใหสงมาดวย ถาเปนทรัพยที่ไมมีตัวเลขใหบอกตําหนิพิเศษ
เชน รอยขีดขวน รอยบน่ิ รอยรา ว หรอื เครือ่ งหมายที่เจา ของทาํ ไวเ ปน พเิ ศษ

๖. กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรจะรวบรวมขอ มลู ทงั้ หมด ตามขอ ๑-๕ จดั เปน ระบบ
ขอ มลู เขา คอมพวิ เตอรเ พอ่ื ใชต รวจสอบใหก บั พนกั งานสบื สวนและสอบสวน ถา หากขอ มลู ในแบบรายงาน
แผนประทุษกรรม (ผ.๑) และแบบรายงานประวัติและตําหนิรูปพรรณผูกระทําความผิด (ผ.๒) และ
แบบพิมพมือท่สี งมาไมค รบถวนสมบูรณ กองทะเบยี นประวัติอาชญากรก็ไมส ามารถจะจัดเกบ็ เขาเปน
ระบบตามหลกั วชิ าได ถา ตอ มาภายหลงั พนกั งานสบื สวนจะมาขอตรวจสอบคน หากจ็ ะตรวจไมพ บ เชน
คดีลักทรัพย แผนประทุษกรรม (ผ.๑) บอกมาเพียงสั้นๆ วา “คนรายเขาไปลักทรัพยไดเสื้อผาไป
๖๐ โหล มูลคา ๒๐,๐๐๐ บาท” หรือสงแผนพิมพลายนิ้วมือคนรายที่เลอะเลือน ก็จะไมสามารถ
ตรวจสอบใหไ ดตองใหพมิ พมอื สง มาตรวจสอบใหม

การประสานงานกบั หนวยงานทีเ่ กีย่ วขอ ง

๑. การประสานงานกับหนวยงานภายใน
ในการประสานงานกบั หนว ยงานภายในสงั กดั ตร. อนั ไดแ ก เจา หนา ทตี่ าํ รวจทกุ หนว ย

ทที่ าํ หนา ทีใ่ นการปองกันปราบปรามอาชญากรรม เชน สถานีตํารวจทอ งทีต่ า งๆ โดยเฉพาะอยางยิ่ง
เจา หนา ทตี่ าํ รวจฝา ยสบื สวนสอบสวน เชน พนกั งานสอบสวน ทว. ขอใหท กุ หนว ยไดป ฏบิ ตั ติ ามระเบยี บ



แบบแผนของ ตร. ท่ีกําหนดไวอยางตอเน่ืองและสมํ่าเสมอ ท้ังน้ีเพ่ือที่ ทว. จะไดมีขอมูลท่ีถูกตอง
สมบูรณ อนั จะเปน ประโยชนก บั ผูใชบ ริการจาก ทว.เอง

๒. การประสานงานกับหนว ยงานภายนอก
สําหรับการประสานงานกับหนวยงานภายนอกสังกัด ตร. ไดแก กรมราชทัณฑ

ทว.ไดติดตามประสานขอมูลเก่ียวกับผูกระทําผิด ซ่ึงไดแกคําพิพากษาของศาลหรือขอมูลของบุคคล
ที่พนโทษจากเรือนจําเพื่อที่จะนําขอมูลเก่ียวกับผูกระทําผิดเหลานี้มารวบรวมใหเกิดประโยชนกับ
งานปองกันปราบปรามอาชญากรรม โดยเฉพาะอยางยิ่งเจาหนาที่ตํารวจท่ีทําหนาท่ีในการสืบสวน
อนั ไดแ ก พนกั งานสอบสวนใหม ากทส่ี ดุ เทา ทจี่ ะมากได สว นขอ มลู ผลคดเี มอื่ คดถี งึ ทส่ี ดุ ใหส ถานตี าํ รวจ
ทองทีป่ ระสานขอมูลผลคดถี งึ ทีส่ ดุ จากอัยการและแจงให ทว.ทราบ เพ่ือรวบรวมประวัติไวใหครบถวน

๑๐

๑๑

º··èÕ ò

Å¡Ñ É³Ð§Ò¹·ÐàºÕ¹»ÃÐÇμÑ ÍÔ ÒªÞÒ¡Ã

ÇμÑ ¶»Ø ÃÐʧ¤
๑. เพอ่ื ใหท ราบลกั ษณะงานตางๆ
๒. เพือ่ ใหทราบระเบยี บปฏิบัติทีเ่ กี่ยวของ

ÊÇ‹ ¹นํา
งานทะเบยี นประวัตอิ าชญากร มลี ักษณะงานตา งๆ กนั เชน แผนประทษุ กรรม ประกาศ

สบื จบั ประกาศสบื หาทรพั ย ฯลฯ จงึ ควรทราบลกั ษณะงานตา งๆ ในรายละเอยี ด รวมทง้ั ระเบยี บปฏบิ ตั ิ
ทีเ่ ก่ียวของ

¡¨Ô ¡ÃÃÁá¹Ðนาํ
ทดลองกรอกแบบฟอรมตางๆ เชน แผนประทุษกรรม แบบแจงรูปพรรณคนหาย

แบบรายการตําหนิรูปพรรณทรัพยถูกประทุษรายหรือหาย/ไดคืน แบบตําหนิรูปพรรณรถยนตหรือรถ
จกั รยานยนตถ ูกโจรกรรม/ไดค นื เปนตน

๑๒

ñ. á¼¹‹ ÅÒ¾ÔÁ¾¹ ÇéÔ Á×Í

กรณีมีผูประสงคยื่นเร่ืองขออนุญาตประกอบกิจการหรือสมัครงานตอเจาหนาท่ีของทาง
ราชการทเี่ กยี่ วขอ ง ผยู นื่ ขออนญุ าตหรอื ผสู มคั รงานจะตอ งถกู สง ไปพมิ พล ายนว้ิ มอื โดยเจา หนา ทต่ี าํ รวจ
ทอ งที่หรอื พิสูจนห ลักฐานจังหวดั ศูนยพิสูจนห ลักฐานหรือกองทะเบยี นประวัติอาชญากรแลว แตก รณี
เพ่ือสง ตรวจสอบประวตั ิคดีอาญาประกอบการอนมุ ตั ใิ หเ ปด ประกอบกิจการหรอื รับสมัครงาน

กรณีพนักงานสอบสวนจับกุมตัวผูตองหาคดีอาญาได จะตองพิมพลายน้ิวมือผูตองหา
ติดสํานวน และสงตรวจสอบประวัติคดีอาญา และเปนแนวทางในการสอบสวนคดี

¡ÒþÔÁ¾Å Ò¹ÔéÇÁÍ×
๑. พิมพลายน้ิวมอื ๑๐ นว้ิ
๒. พมิ พล ายนิ้วมือแบบกล้งิ น้ิว
๓. พมิ พล ายนิ้วมือแบบพมิ พร าบ
โดยใชแบบพิมพลายนว้ิ มอื ดงั นี้
การพมิ พลายน้วิ มอื ผขู ออนุญาตหรือผูส มคั รงานใชแบบพิมพ พลม.๒๔ - ต.๕๓๘
การพมิ พล ายนิว้ มือผูต อ งหา ใชแบบพิมพ พลม.๒๕ - ต.๕๓๙
¡Òû¯ÔºμÑ Ô¡ÒþÁÔ ¾Å Ò¹éÇÔ Á×ÍÊ‹§μÃǨÊͺ»ÃÐÇμÑ Ô
๑. ในเขตกรงุ เทพมหานคร ใหพ มิ พจ าํ นวน ๒ ฉบบั แลว สง ไปตรวจสอบยงั กองทะเบยี น
ประวัตอิ าชญากร ๑ ฉบับ ตดิ สาํ นวนการสอบสวนไว ๑ ฉบบั
๒. นอกเขตกรุงเทพมหานคร ใหพิมพจํานวน ๓ ฉบับ แลวสงไปตรวจสอบยัง
กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร ๑ ฉบับ ศนู ยพ ิสูจนหลักฐาน หรือพสิ จู นห ลกั ฐานจังหวัดแลวแตก รณี
๑ ฉบบั ติดสํานวนการสอบสวนไว ๑ ฉบับ

๑๓

ò. á¼¹»ÃÐ·ÉØ ¡ÃÃÁ

แผนประทษุ กรรม (modus operandi) หมายถงึ แบบอยา งการทจุ รติ หรอื วธิ กี ารกระทาํ ผดิ
ของคนราย ทั้งนี้ มิไดหมายถึงแตเพียงวิธีการอยางหนึ่งอยางใดของคนรายท่ีกระทําไป เพ่ือทําลาย
ส่งิ กีดกนั้ หรือเพื่อใหเ ขาไปถงึ ทีเ่ ก็บทรัพย เชน การเจาะ งัด ตดั ไข ปนปาย ลว ง และสอย เทานน้ั
แตหมายถึงพฤติกรรมของคนรายทั้งหมด นับตั้งแตเร่ิมดําเนินการ อาจมีการใชเคร่ืองมือหรืออาวุธ
หรือวิธีการใดๆ ตลอดจนการใชพรรคพวกและยานพาหนะ หรืออุบายเลหกลตางๆ กัน เพ่ือชวยให
การทุจรติ น้ันสาํ เรจ็ ผล

แผนประทษุ กรรมของคนรา ยมมี ากมายหลายรปู แบบตา งๆ กนั การทจี่ ะเกดิ รปู แบบใดนนั้
ยอ มสดุ แลว แตร ปู คดี สภาพของสถานทเี่ กดิ เหตุ ความรคู วามชาํ นาญ ความคดิ เหน็ ของคนรา ยแตล ะคน
ซง่ึ มกี ารววิ ัฒนาการไปตามยุคตามสมยั และตามความเจรญิ ของบานเมือง

แผนประทุษกรรม นํามาใชครั้งแรกในเมืองไทยเมื่อ พ.ศ.๒๔๗๒ ซ่ึงเปนสมัยที่
พล.ต.ท.พระยาอธกิ รณป ระกาศเปน อธบิ ดกี รมตาํ รวจ โดยมี พล.ต.ต.หลวงสนทิ ตลุ ยารกั ษ เปน ผรู เิ รม่ิ
นาํ มาใชใ นกจิ การตาํ รวจไทยครงั้ แรกเมอ่ื ป พ.ศ.๒๔๗๒ ซง่ึ นบั วา ทา นเปน ปรมาจารยใ นวชิ าแผนประทษุ กรรม
โดยนําแบบอยางมาจาก ทานเซอรแอทเซอรเลย ซ่ึงเปนผูคนคิดการจัดทําแผนประทุษกรรมข้ึน
(กองบัญชาการศกึ ษา, ๒๕๔๔:๑๐๔)

ประโยชนของแผนประทุษกรรม
๑. ในดานการสืบสวน มีประโยชนในการชวยชชี้ องทาง หรือแนะแนวทางการสืบสวน
หาตวั คนรา ย โดยการนาํ ขอ มลู รายละเอยี ดแผนประทษุ กรรมของคนรา ยทเี่ กดิ ขนึ้ มาวนิ จิ ฉยั เปรยี บเทยี บ
กับแผนประทุษกรรมของคนรายที่มีประวัติเก็บอยูวา การกระทําอยางน้ันนาจะเปนการกระทํา
ของคนรา ยแกงใด คนใด เพ่ือชวยในการสืบสวนหาตัวคนรา ยใหอ ยูในวงแคบเขา
๒. ในดานการสอบสวน ชวยร้ือฟนคดีเกาๆ ท่ียังจับตัวคนรายไมได หากตอมา
ภายหลงั จบั ตัวคนรายไดในคดี ซึง่ มแี ผนประทษุ กรรมคลายคลงึ กับคดีเกา ๆ นั้น กอ็ าจสันนษิ ฐานไดวา
นา จะเปน การกระทาํ ของคนรา ยคนเดยี วกนั นนั้ เอง เพอ่ื จะไดท าํ การสอบสวนหาหลกั ฐานอน่ื มาประกอบ
ยนื ยันตวั คนรา ยและนาํ คดีเกา ๆ นน้ั มาฟองรอ งใหศ าลลงโทษตอไป
๓. ในดานการปองกันและปราบปราม เพื่อประโยชนในการศึกษารายละเอียด
แผนประทุษกรรมของคนรายท่เี กิดขึ้นในรูปแบบตางๆ และมแี นวโนม วา จะเกดิ ข้นึ อกี ตอไปในอนาคต
แลวนํามาใชเปนขอมูลในการพิจารณาวางแผนหาทางปองกันและปราบปรามอาชญากรรมตอไป
เชน แผนประทุษกรรมของคนรา ยลกั ทรัพยโดยใชก ลอุบายตางๆ คดฉี อโกงบตั รเครดิต และคดฉี อโกง
ประชาชน เปนตน

๑๔

การปฏบิ ัตเิ กีย่ วกบั การรายงานแผนประทุษกรรม

ระเบยี บสํานักงานตาํ รวจแหงชาติ
วา ดวย กรณบี างเรือ่ งทมี่ ีวธิ ปี ฏิบตั ิเปน พิเศษ

(ฉบบั ท่ี ๔)
พ.ศ.๒๕๔๕
ตามขอบังคับกระทรวงมหาดไทยท่ี ๑/๒๔๙๘ ลงวันที่ ๘ กุมภาพันธ ๒๔๙๘ เร่อื ง
การวางระเบยี บการตาํ รวจเกยี่ วกบั คดี ซง่ึ ในลกั ษณะ ๑๘ บทท่ี ๑๑ ไดก าํ หนดระเบยี บ วา ดว ยการปฏบิ ตั ิ
หนา ทแี่ ละการประสานงานเกย่ี วกบั การตรวจสอบประวตั แิ ละการตรวจสอบแผนประทษุ กรรมระหวา ง
พนกั งานสืบสวนสอบสวนกบั หนวยงานวิทยาการตํารวจ ไวเปน ทางปฏิบตั แิ ลว น้ัน
เนอื่ งจากระเบยี บสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ วา ดว ยการปฏบิ ตั หิ นา ทแี่ ละการประสานงาน
เกี่ยวกับการตรวจสอบประวัติและการตรวจสอบแผนประทุษกรรมระหวางพนักงานสืบสวนสอบสวน
กบั หนว ยงานวิทยาการตํารวจ ไดประกาศใชเปนเวลานานแลว ปจ จุบันสถานการณเปล่ียนแปลงไป
ทาํ ใหไ มค ลอ งตวั และเกดิ ปญ หาในทางปฏบิ ตั ิ สมควรแกไ ขระเบยี บดงั กลา วเสยี ใหมใ หเ หมาะสมยงิ่ ขนึ้
จึงวางระเบียบไว ดังตอไปนี้
ขอ ๑. ใหยกเลกิ ความในขอ ๕๖๖, ๕๖๗ และ ๕๖๘ ของบทที่ ๑๑ ลักษณะ ๑๘
แหง ประมวลระเบียบการตํารวจเกีย่ วกบั คดเี สียทั้งหมด และใหใ ชค วามท่แี นบทายนีแ้ ทน
ขอ ๒. ใหย กเลกิ แบบรายงานแผนประทษุ กรรม (ผ.๑ – ๒๕๓๔) และแบบรายงานประวตั ิ
และตาํ หนริ ปู พรรณผกู ระทาํ ความผดิ (ผ.๒ – ๒๕๓๔) ทแี่ นบทา ย บทท่ี ๑๑ ลกั ษณะ ๑๘ แหง ประมวล
ระเบยี บการตาํ รวจเก่ยี วกับคดเี สียทั้งหมด และใหใชแ บบที่แนบทายระเบยี บนีแ้ ทน
ขอ ๓. ใหใชร ะเบยี บน้ี ตง้ั แตบดั นี้เปน ตนไป
ประกาศ ณ วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๕
พลตาํ รวจเอก สันต ศรุตานนท

( สนั ต ศรุตานนท )
ผูบ ัญชาการตํารวจแหง ชาติ

๑๕

ลกั ษณะ ๑๘
กรณบี างเรื่องที่มีวธิ ปี ฏบิ ตั ิเปนพเิ ศษ

บทท่ี ๑๑
การปฏิบัติหนาทแี่ ละการประสานงานเกย่ี วกับการตรวจสอบประวัติและการตรวจสอบ
แผนประทษุ กรรมระหวา งพนักงานสืบสวนสอบสวนกับหนว ยงานวิทยาการตํารวจ

ฯลฯ
ขอ ๕๖๖ ความผดิ ในคดีตางๆ ที่เกดิ ขนึ้ ดังตอ ไปนี้

ก. ความผดิ เกี่ยวกับการกอใหเกดิ ภยันตรายตอ ประชาชน
ข. ความผดิ เกย่ี วกบั การปลอมและการแปลง
ค. ความผิดเก่ยี วกบั เพศ
ง. ความผดิ เกย่ี วกบั ชวี ติ และรา งกาย ทมี่ ลี กั ษณะอกุ ฉกรรจ หรอื อนั ตราย
สาหสั หรอื เปนเร่อื งที่สนใจของประชาชน
จ. ความผิดเก่ียวกับทรัพย เวนความผิดฐานทําใหเสียทรัพยและความผิด
ฐานบกุ รกุ
ฉ. ความผดิ อนื่ ๆ ซงึ่ เปน คดสี าํ คญั สะเทอื นขวญั หรอื เปน ทส่ี นใจของประชาชน
ใหพนักงานสอบสวนเจาของคดีบันทึกแผนประทุษกรรม ประวัติ และตําหนิรูปพรรณของผูกระทํา
ความผิดลงในแบบรายงานแผนประทุษกรรม (ผ.๑ – ๒๕๔๕) และแบบรายงานประวัติและตําหนิ
รูปพรรณ ผูกระทําความผิด (ผ.๒-๒๕๔๕) ตามตัวอยางทายขอความในบทน้ี สงไปยังกองทะเบียน
ประวัติอาชญากรหรือหนวยวิทยาการตํารวจสวนภูมิภาค เพ่ือรวบรวมขอมูลไวใหเปนระบบสําหรับ
ตรวจสอบวามีพฤติการณคลายคลึงกับการกระทําความผิดของผูใด ตลอดจนใชเปนประโยชนในการ
สบื สวนสอบสวนและปอ งกนั ปราบปรามอาชญากรรมตอ ไป และใหพ นกั งานสอบสวนเจา ของคดนี นั้ ๆ
นาํ ผลการตรวจสอบจากกองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรหรอื หนว ยวทิ ยาการตาํ รวจสว นภมู ภิ าคตดิ สาํ นวน
การสอบสวน กอ นที่จะสง สํานวนการสอบสวนไปพนักงานอัยการดาํ เนนิ คดี
ขอ ๕๖๗ หนาท่ีของพนกั งานสอบสวนในการรายงานแผนประทษุ กรรม ประวตั ิ และ
ตําหนริ ปู พรรณผกู ระทาํ ความผดิ มดี งั นี้
ก. คดที ไ่ี มป รากฏวา ผใู ดเปน ผกู ระทาํ ความผดิ ใหบ นั ทกึ ขอ มลู แผนประทษุ กรรม
ของคนรา ยลงในแบบรายงานแผนประทษุ กรรม (ผ.๑ – ๒๕๔๕) สง ไปยงั กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร
หรือหนว ยวทิ ยาการตํารวจสวนภูมภิ าค ภายในระยะเวลาไมเ กนิ ๗ วัน นับจากวนั ทรี่ ับคํารอ งทกุ ข
หรือคํากลาวโทษ

๑๖

ข. คดีที่รูตัวผูกระทําความผิด แตเรียกหรือจับตัวยังไมได นอกจากจัดทํา
บันทึกแผนประทุษกรรมแลว ใหบันทึกขอมูลประวัติและตําหนิรูปพรรณของผูกระทําความผิด
ตามทไ่ี ดส บื สวนสอบสวนมาในแบบรายงานประวตั แิ ละตาํ หนริ ปู พรรณผกู ระทาํ ความผดิ (ผ.๒ – ๒๕๔๕)
สงไปพรอ มกันดวย

ค. คดที ร่ี ตู วั ผกู ระทาํ ความผดิ และผนู นั้ ถกู ควบคมุ หรอื ปลอ ยชวั่ คราว ใหจ ดั
สง ตวั ผตู อ งหาพรอ มดว ยรายงานแผนประทษุ กรรม รายงานประวตั แิ ละตาํ หนริ ปู พรรณผกู ระทาํ ความผดิ
ไปยงั กองทะเบยี นประวัตอิ าชญากร หรือหนวยวทิ ยาการตํารวจสวนภมู ิภาค ภายในระยะเวลาไมเกนิ
๗ วัน นับจากวันที่จับกุมผูตองหาได เพ่ือตรวจสอบแผนประทุษกรรม ประวัติและตําหนิรูปพรรณ
จัดพมิ พล ายน้วิ หัวแมมอื และฝา มือท้ังซายและขวา และถา ยรปู ผตู องหาไวทุกคน

ถาเปนคดีซึ่งจะมีปญหาการรักษาความปลอดภัยในการควบคุมตัวผูตองหา
ระหวา งการเดนิ ทาง หรอื เปน ทอ งทก่ี นั ดารการคมนาคมไมส ะดวกหา งไกล ใหพ นกั งานสอบสวนจดั ทาํ
รายงานแผนประทษุ กรรม รายงานประวตั แิ ละตาํ หนริ ปู พรรณผกู ระทาํ ความผดิ จดั พมิ พล ายนว้ิ หวั แมม อื
และฝามอื ทง้ั ซา ยและขวา พรอมทั้งถา ยรปู ผูต อ งหา ดานขาง ดานตรง และ ดา นเฉียงตามแบบของ
กองทะเบยี นประวัตอิ าชญากร สงไปพรอ มกับแบบรายงานฯ โดยไมต อ งจัดสง ตัวผตู อ งหาไปดว ย

ง. คดีที่เกิดในเขตกรุงเทพมหานคร ใหจัดทํารายงานแผนประทุษกรรม
รายงานประวตั ิและตําหนิรูปพรรณผกู ระทาํ ความผิด สงไปยังกองทะเบยี นประวตั ิอาชญากร จาํ นวน
๒ ชุด

จ. คดที เี่ กดิ ในเขตสว นภมู ภิ าค ใหจ ดั ทาํ รายงานแผนประทษุ กรรม รายงาน
ประวัติและตําหนิรูปพรรณผูกระทําความผิด สงไปยังวิทยาการจังหวัด จํานวน ๓ ชุด และสําหรับ
จังหวดั ที่ไมม วี ทิ ยาการจงั หวัดตง้ั อยู ใหจ ัดทําสงไปยงั กองกํากบั การวทิ ยาการ จํานวน ๒ ชุด

ขอ ๕๖๘ เมอ่ื กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร หรอื หนว ยวทิ ยาการตาํ รวจสว นภมู ภิ าค
ไดร บั รายงานแผนประทษุ กรรม รายงานประวตั แิ ละตาํ หนริ ปู พรรณผกู ระทาํ ความผดิ และผตู อ งหาจาก
พนักงานสอบสวนแลว ใหดําเนนิ การดงั น้ี

ก. ถายรูปผูต องหาตามแบบ ดานขา ง ดานตรง และดา นเฉยี ง
ข. ตรวจสอบขอ มลู ตาํ หนริ ปู พรรณ จากรายงานประวตั แิ ละตาํ หนริ ปู พรรณ
ผกู ระทาํ ความผดิ เปรยี บเทยี บกบั ตวั ผตู อ งหาทพ่ี นกั งานสอบสวนจดั สง มา หากพบความคลาดเคลอื่ น
หรือไมสมบรู ณ ใหจดั การแกไข หรือบนั ทึกเพิ่มเติมใหถ กู ตอ งสมบรู ณ
ค. จดั พมิ พล ายนวิ้ หวั แมม อื และฝา มอื ทงั้ ซา ยและขวาของผตู อ งหา ในแบบ
รายงานประวตั ิและตําหนริ ปู พรรณผกู ระทําความผิด
ง. ตรวจสอบแผนประทุษกรรมตามหลักวิชา บันทึกผลการตรวจสอบ
ลงในทา ยของแบบรายงานแผนประทษุ กรรม เพอื่ ใหพ นกั งานสอบสวนรบั คนื ไปตดิ สาํ นวนการสอบสวน
จํานวน ๑ ชุด ภายในระยะเวลาไมเ กิน ๕ วันทําการ นบั จากวันท่ีไดร บั รายงานจากพนักงานสอบสวน

๑๗

และสําหรับกรณีท่ีตรวจสอบพบประวัติแผนประทุษกรรม ใหแนบรายการท่ีตรงกันหรือคลายกับคดี
ท่เี กิดข้นึ ไปพรอมกนั ดวย

จ. จัดเก็บขอมูลแผนประทุษกรรม ประวัติและตําหนิรูปพรรณผูกระทํา
ความผดิ และรปู ถา ยผตู อ งหาไวใ หเ ปน ระบบ เพอ่ื เปน ฐานขอ มลู สาํ หรบั การสบื สวนสอบสวนและปอ งกนั
ปราบปรามอาชญากรรมตอ ไป

ฉ. ใหวิทยาการจังหวัดจัดสงรายงานแผนประทุษกรรม รายงานประวัติ
และตาํ หนริ ปู พรรณผกู ระทาํ ความผดิ พรอ มทง้ั รปู ถา ยผตู อ งหาใหก องกาํ กบั การวทิ ยาการ จาํ นวน ๑ ชดุ
ฯลฯ
(ระเบยี บสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ วา ดว ยกรณบี างเรอ่ื งทม่ี วี ธิ ปี ฏบิ ตั เิ ปน พเิ ศษ (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ.๒๕๔๕
ลงวนั ท่ี ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๕)

๑๘

·∫∫√“¬ß“π·ºπª√–∑ÿ…°√√¡

(‡μ¡‘ ¢Õâ §«“¡„π™àÕß«à“ß ·≈–°“‡§√ËÕ◊ ßÀ¡“¬ „π Àπâ“¢Õâ §«“¡∑’μË âÕß°“√‰¥¡â “°°«à“Àπ÷ßË √“¬°“√)

 «à π√“™°“√  ∂“πμ’ ”√«®/·ºπ°........................................................................°°. ∫°......................................................................... ........................................................................

∑’Ë / «π— ∑Ë’.................................................... .................................................. .......................................................................................................................................................................................

‡√¬’ π º∫°.∑«./º°°.«∑.‡¢μ ............................................................................................ / «.«∑.®«. .................................................................................................................................

‡≈¢§¥’∑’Ë /25 ¢âÕÀ“................................. . ...........................................................................................................................................................................................................................................

™Õ◊Ë ºμ⟠Õâ ßÀ“ (¿“…“‰∑¬) ........................................................................................................................ ™Õ◊Ë º‡âŸ  ¬’ À“¬ .........................................................................................................................

™ÕË◊ ºμ⟠Õâ ßÀ“ (¿“…“Õß— °ƒ…μ“¡Àπß—  Õ◊ ‡¥π‘ ∑“ß) ................................................................................................................................................................................................................

 ∂“π∑‡Ë’ °¥‘ ‡Àμ.ÿ .....................................................................................´Õ¬......................................................................................∂ππ......................................................................................

À¡∫Ÿà “â π/À¡∑àŸ .Ë’ ................................μ”∫≈/·¢«ß.......................................................Õ”‡¿Õ/‡¢μ......................................................®ß— À«¥— ....................................................................

«—𠇥◊Õπ ªï ∑ˇ’ °‘¥‡Àμ.ÿ .............................................................‡«≈“.........................................π. «—π√∫— §”√Õâ ß∑°ÿ ¢.å .................................................ª®«.¢Õâ ................................

®”π«π§π√“â ¬...............................§π (ºŸ„â À≠à ™“¬..................§π À≠‘ß..................§π), (‡¥Á°/‡¬“«™π ™“¬..................§π À≠ß‘ ..................§π)

®—∫°ÿ¡ºâμŸ âÕßÀ“‰¥â.................................§π ¬ß— À≈∫Àπ’Õ¬.Ÿà ................................§π

º‡âŸ  ¬’ À“¬‡ªìπ º„Ÿâ À≠à Õ“¬.ÿ ................ªï ™“¬ §π‰∑¬ ®”π«πº‡âŸ  ’¬À“¬................................§π

‡¥°Á /‡¬“«™π Õ“¬.ÿ ................ªï À≠ß‘ ™“«μà“ߪ√–‡∑» ( π°— ∑àÕ߇∑Ë’¬« ‰¡„à ™à )

®¥ÿ ‡°‘¥‡Àμÿ ‡§À ∂“π √“â π§“â »πŸ ¬°å “√§“â ‚√ßß“π ‚°¥—ß

∑√æ— ¬ å π‘ ∑’Ë μ≈“¥ ≈“π®Õ¥√∂ ∏π“§“√ μŸâ‡Õ∑’‡ÕÁ¡ √“â π‡æ™√/∑Õß
∂°Ÿ ª√–∑…ÿ √“â ¬
√“â π‡ √¡‘  «¬ ÀÕâ ßÕ“À“√  ∂“π∫√‘°“√ ‚√ß·√¡ ‚√ß¡À√ æ
¬“πæ“Àπ–∑’Ë„™â
Õ“«ÿ∏∑Ë’„™â  ”π°— ß“π∏ÿ√°®‘  ∂“πæ¬“∫“≈  ∂“π»÷°…“  ∂“π∑√Ë’ “™°“√ »“ π ∂“π
Õªÿ °√≥å∑’Ë„™â
∂ππ/μ√Õ°/´Õ¬  –æ“π≈Õ¬§π¢â“¡ μ⟂∑√»—æ∑å ª“Ñ ¬√∂ª√–®”∑“ß  «π “∏“√≥–

 «π/‰√/à π“ ª“É ∑√Ë’ °√â“ß«“à ߇ª≈“à  ∂“π’√∂‰ø  ∂“π¢’ π àß

∑“à ‡√Õ◊ ∫π√∂‰ø √∂¬πμåª√–®”∑“ß √∂¬πμå à«π∫ÿ§§≈ √∂¬πμ√å ∫— ®“â ß

Õπ◊Ë Ê ................................................................................................................................................................................................................................................................

√∂¬πμå (.......................≈Õâ ª√–‡¿∑ )................................................ √∂®—°√¬“π¬πμå ‡§√Ë◊Õߪ√–¥—∫

‚∫√“≥«μ— ∂ÿ æ√–æ∑ÿ ∏√Ÿª æ√–‡§√Ë◊Õß ‡§√◊ËÕß®—°√/‡§√◊ÕË ß¬πμå À«— ®°— √

‡§√◊ÕË ß¡◊Õ°“√‡°…μ√ ««— /§«“¬ ªπó °≈âÕß∂à“¬√Ÿª π“Ãî°“

‡ ÕÈ◊ º“â ‡ß‘π ¥ ‡§√ÕË◊ ß„™‰â øø“Ñ (√–∫)ÿ .................................................................................................

......................................................................................................................................................................................................................................................................

ÕËπ◊ Ê ......................................................................................................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................................................................................................................

√«¡¡≈Ÿ §“à ..............................................................................................................................................................................................................................................

√∂¬πμå √∂®—°√¬“π¬πμå ‡√Õ◊ ÕËπ◊ Ê ..................................................................................

(ª√–‡¿∑.....................................¬À’Ë Õâ ......................................√πàÿ ..................................... .’ ............................À¡“¬‡≈¢∑–‡∫¬’ π....................................)

ªóπæ°≈Ÿ°‚¡à ªóπæ°Õ—μ‚π¡—μ‘ ªóπ≈Ÿ°´Õßæ° ªπó æ°‰¡∑à √“∫™π¥‘ ªó𬓫

ªπó  ß§√“¡™π¥‘ .............................. ¢π“¥°√– ÿπªπó .....................π«‘È /....................¡¡./‡∫Õ√.å ..................... ªóπª≈Õ¡

√–‡∫¥‘ ™π¥‘ ......................................... √–‡∫¥‘ ª≈Õ¡ ¡’¥ ¢Õß·À≈¡/¡§’ ¡

∑Õà π‡À≈Á°/‰¡â ¶คÕâอπน Õπ◊Ë Ê ..........................................................................................................................................

‰¢§«ß §¡’ ·¡à·√ß  ‘Ë« μ–‰∫ ™–·≈ß °ÿ≠·®º’

πÈ”°√¥ °ÿ≠·®¡◊Õ ¡’¥ ¢Õß·À≈¡/¡§’ ¡ ∑àÕπ‡À≈°Á /‰¡â ¶Õâ π ∑μË’ ¥— °√–®°

«‘∑¬ÿ Ë◊Õ “√ ÕËπ◊ Ê ..................................................................................................................................................................................................

º.1 - 2545

๑๙

«∏‘ °’ “√¢Õß ≈â«ß°√–‡ª“Ü °√¥’ °√–‡ª“Ü μ°∑Õß/μ°æ√– À≈Õ°‡≈πà °“√æπ—π
§π√“â ¬
 ¡—§√‡ªπì §π√∫— „™â ·Õ∫Õâ“ßμ«— ‡ªìπ‡®â“Àπ“â ∑Ë’/‡®“â æπ—°ß“π ·Õ∫Õâ“ßμ—«‡ªπì ≠“μ‘¡‘μ√

·Õ∫Õ“â ßμ‘¥μÕà ∏√ÿ °‘®´Õ◊È ¢“¬/√—∫∫√‘°“√/ ¡—§√ß“π ·Õ∫Õâ“߇ªìπæπ°— ß“π´Õà ¡·´¡¢Õß„™â

‡ª¥î √â“π —Ëß π‘ §â“ ª≈Õ¡·ª≈ß∫—μ√‡§√¥μ‘ ™“¬·ª≈߇ªπì À≠ß‘

™°— ™«π‰ª√«à ¡‡æ» ¡Õ¡‡¡“/«“߬“ º‡Ÿâ  ¬’ À“¬ „™â°”≈—ß°“¬

„™âÕ“«ÿ∏ „™â«“®“¢¡à ¢Ÿà „™â«“®“À≈Õ°≈àÕ À≈Õ°„À‡â ßπ‘ / ‘ßË ¢Õß

«“߬“‡∫Ë◊Õ πÿ —¢ ß—¥·ß–‡¢â“∑“ߪ√–μŸ/Àπ“â μ“à ß/™àÕß≈¡ ߥ— ·ß–‡¢“â ∑“ßÀ≈ß— §“/‡æ¥“π

°√–∑”º¥‘ ·≈–∂à“¬Õÿ®®“√– °√–∑”º¥‘ ·≈–√—∫ª√–∑“πÕ“À“√ °√–∑”º¥‘ ·≈–¢à¡¢π◊ ºâ‡Ÿ  ¬’ À“¬

°√–∑”º¥‘ ·≈–°√–∑”Õπ“®“√ æ—π∏π“°“√ºâŸ‡ ’¬À“¬ ¢ß— ºŸâ‡ ’¬À“¬„πÀÕâ ßπ”È œ≈œ

©«¬‚Õ°“ ¢≥–™ÿ≈¡ÿπ ©«¬‚Õ°“ ¢≥–º‡âŸ  ’¬À“¬‡º≈Õ ©«¬‚Õ°“ ¢≥–º‡Ÿâ  ¬’ À“¬πÕπÀ≈∫—

«à“®â“ß„À‰â ª ßà √∫— ®“â ß„À‰â ª àß ™—°™«π„À‰â ª¥â«¬°π—

μ‘¥μ“¡ºŸ‡â  ¬’ À“¬ ¥—°√պ⟇ ’¬À“¬ 쥑 μ“¡ºŸ‡â  ¬’ À“¬®“°∏π“§“√

¡‡’ §√◊Õ¢à“¬‚¬ß„¬°∫— μà“ߪ√–‡∑» Õ◊πË Ê ..........................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................

√àÕß√Õ¬/欓πÀ≈°— ∞“π ≈“¬πÈ‘«¡◊Õ·Ωß ‡ πâ º¡/‡ πâ ¢π ª≈Õ°°√– πÿ ®”π«π..........................................
„π∑Ë’‡°¥‘ ‡Àμÿ
ÕËπ◊ Ê ...................................................................................................................................................................................................................

¡≈Ÿ ‡Àμÿ ‰¡à∑√“∫ “‡Àμÿ ¢—¥·¬ßâ º≈ª√–‚¬™πå ¢—¥·¬âß∑“ß°“√‡¡Õ◊ ß æ‘æ“∑∑“ß§¥’
( ”À√—∫§¥’
ª√–∑ÿ…√⓬ ª°ª¥î §«“¡º‘¥Õπ◊Ë ™ Ÿâ “« ·°·â §πâ ∑–‡≈“–««‘ “∑
μÕà ™«’ μ‘ )
‡¢“â „®º¥‘ ‡¡“ √ÿ “ 쥑 ¬“‡ æμ‘¥ ®μ‘ «ª‘ √μ‘

ÕπË◊ Ê ...............................................................................................................................................................................................................................................................

‡ªìπ°“√„™®â “â ß«“π ¡◊Õªóπ√—∫®â“ß

æƒμ°‘ “√≥·å Àßà §¥’ (√«¡∑ßÈ— æƒμ°‘ “√≥·å Àßà §¥∑’ ¡Ë’ ≈’ °— …≥–‡ªπì §π√“â ¬¢“â ¡™“μ‘ (∂“â ¡)’ ) .....................................................................................................................

...........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

...........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

...........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

...........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

...........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

...........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

...........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

...........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

(≈ß™Õ◊Ë )...............................................................................................................................
( )...........................................................................................................................

(μ”·Àπßà )...............................................................................................................................
∑’Ë /..................................................... ............................................................
‡√¬’ π æπ—°ß“π Õ∫ «π

æ∫ª√–«μ— ‘À√◊Õ«∏‘ ’°“√∑§Ë’ ≈⓬°—∫§¥’∑Ë’‡°‘¥¢÷πÈ ª√“°Øμ“¡√“¬°“√∑·Ë’ π∫¡“æ√Õâ ¡π’È
‰¡æà ∫ª√–«—μÀ‘ √Õ◊ «∏‘ ’°“√μ√ß°∫— ·ºπª√–∑ÿ…°√√¡§π√“â ¬√“¬„¥

(≈ß™Õ◊Ë )...............................................................................................................................
( )...........................................................................................................................

(μ”·Àπßà )...............................................................................................................................
/ /........................................ ......................................... ..........................................

๒๐

คาํ อธิบายการกรอกขอ ความ
แบบรายงานแผนประทษุ กรรม (ผ. ๑ – ๒๕๔๕)

---------------------------
๑. สว นราชการ ใหก รอกชอื่ สถานตี าํ รวจ หรอื แผนก กองกาํ กบั การ และกองบงั คบั การ
ท่ีสงแบบรายงานแผนประทุษกรรม
๒. ท่ี ใหก รอกเลขประจาํ ของสว นราชการนน้ั ๆ พรอ มทงั้ วนั เดอื น ป ทอี่ อกเลขหนงั สอื
๓. เรยี น ในเขตกรงุ เทพมหานคร หมายถงึ ผบู งั คบั การกองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร
ในสว นภมู ภิ าค หมายถงึ ผบู งั คบั การ/รองผบู งั คบั การศนู ยพ สิ จู นห ลกั ฐาน หรอื หวั หนา พสิ จู นห ลกั ฐาน
จงั หวดั และใหข ีดฆา คําท่ีไมต อ งการออก
๔. เลขคดที ่ี ใหก รอกเลขลาํ ดบั คดตี ามทปี่ รากฏในสมดุ รบั คาํ รอ งทกุ ขห รอื สมดุ รายงาน
คดีอาญาทว่ั ไป
๕. ขอ หา ใหก รอกฐานความผดิ ตามบทบญั ญตั แิ หง กฎหมายวา กระทาํ ความผดิ ฐานใด
๖. ชอื่ ผตู อ งหา ใหก รอกชอื่ บคุ คลผถู กู หาวา ไดก ระทาํ ความผดิ แตย งั มไิ ดถ กู ฟอ งตอ ศาล
กรณีผูตองหาเปนคนตางดาว ใหระบุช่ือ และนามสกุลพรอมบันทึกเลขท่ีออกใบสําคัญของผูนั้น
ตามใบสําคัญประจําตัวคนตางดาว และหากผูตองหาเปนชาวตางประเทศ ใหระบุช่ือและนามสกุล
ภาษาองั กฤษ พรอมระบุประเทศ และเลขทีต่ ามหนงั สือเดนิ ทางประกอบไปดวย
๗. ช่ือผูเสียหาย ใหกรอกชื่อบุคคลผูไดรับความเสียหาย เนื่องจากการกระทําผิด
ฐานใดฐานหนง่ึ รวมทงั้ บุคคลอืน่ ท่ีมอี ํานาจจัดการแทนได
๘. สถานทเ่ี กดิ เหตุ ใหก รอกบา นเลขท่ี ซอย ถนน ฯลฯ ตามที่ระบุไวใ หจดั กรอก
๙. วนั เดอื น ป ท่ีเกดิ เหตุ ใหกรอก วัน เดอื น ป และเวลาท่ีใชอ ยูในปจจุบัน คอื
วันหนึ่งมี ๒๔ ชั่วโมง ข้ึนวันใหมตั้งแตเ วลา ๐๐.๐๑ น.
๑๐. วันรับคํารองทุกข ใหกรอกวัน เดือน ป ที่ผูเสียหายไดกลาวหาตอเจาหนาที่
ตาํ รวจ วา มผี กู ระทาํ ความผดิ ขนึ้ จะรตู วั ผกู ระทาํ ความผดิ หรอื ไมก ต็ าม ซง่ึ กระทาํ ใหเ กดิ ความเสยี หาย
แกผูเสียหายและการกลาวหาเชนนั้น ไดกลาวโดยมีเจตนาจะใหผูกระทําความผิดไดรับโทษ
พรอ มกรอกขอ ประจําวันทรี่ บั แจง เหตทุ ี่เกิดไวด ว ย
๑๑. จาํ นวนคนรา ย ใหก รอกจาํ นวนคนรา ยทร่ี ว มกระทาํ ผดิ วา มกี คี่ น เปน ผใู หญ ชายกค่ี น
หญิงกคี่ น เดก็ หรอื เยาวชน เปน ชายก่ีคน หญิงกคี่ น จับกมุ ผูต องหาไดกคี่ น ยงั หลบหนอี ยูกี่คน
๑๒. ผูเสยี หายเปน ใหก าเคร่ืองหมายลงในขอความทร่ี ะบุไว
๑๓. จดุ เกดิ เหตุ ใหก าเครอื่ งหมายลงในขอ ความทร่ี ะบไุ ว ถา เปน อยา งอนื่ กใ็ หร ะบไุ วด ว ย
๑๔. ทรพั ยส นิ ทถ่ี กู ประทษุ รา ย ใหก าเครอ่ื งหมายลงในขอ ความทร่ี ะบไุ ว ถา เปน อยา งอนื่
ก็ใหระบุไวดวย

๒๑

๑๕. ยานพาหนะทใ่ี ช ใหก าเครอ่ื งหมายลงในขอ ความทร่ี ะบไุ ว ถา เปน อยา งอน่ื กใ็ หร ะบุ
ไวด วย

๑๖. อาวธุ ทใ่ี ช ใหก าเครอ่ื งหมายลงในขอ ความทรี่ ะบไุ ว ถา เปน อยา งอนื่ กใ็ หร ะบไุ วด ว ย
๑๗. อุปกรณที่ใช ใหกาเคร่ืองหมายลงในขอความที่ระบุไว ถาเปนอยางอื่นก็ใหระบุ
ไวดว ย
๑๘. วิธีการของคนรา ย ใหก าเคร่อื งหมายลงในขอ ความท่ีระบุไว ถา เปน อยางอื่น ก็ให
ระบุไวดว ย
๑๙. มูลเหตุ (สําหรับคดีประทุษรายตอชีวิต) ใหกาเครื่องหมายลงในขอความที่ระบุไว
ถา เปน อยางอนื่ กใ็ หระบุไวด ว ย
๒๐. พฤตกิ ารณแ หง คดี หมายถงึ พฤตกิ ารณท เี่ กดิ ขน้ึ ทงั้ กอ นและหลงั นอกจากวธิ กี าร
ของคนรา ยดงั กลา วขา งตน มรี ายละเอยี ดทส่ี อ เคา กอ นเกดิ เหตอุ ะไรบา งและเมอื่ เกดิ เหตแุ ลว ปรากฏวา
คนรายไดกระทําอะไรเปนลักษณะพิเศษสําคัญบาง รวมทั้งพฤติการณแหงคดีท่ีมีลักษณะเปนคนราย
ขา มชาติโดยมเี ครือขายโยงใยกบั ตางประเทศ หากมปี รากฏใหเ ขียนบรรยายใหช ัดเจน
๒๑. ลงชือ่ ตําแหนง ใหพ นักงานสอบสวนเจา ของคดี เปนผลู งช่ือ พรอ มตาํ แหนง
๒๒. ขอความตอนทายแบบรายงานน้ี เปนขอความสําหรับเจาหนาท่ีของกองทะเบียน
ประวัติอาชญากร หรือกองกํากับการตํารวจวิทยาการ หรือวิทยาการจังหวัดเปนผูจัดกรอกเพื่อแจง
ผลการตรวจสอบใหพ นกั งานสอบสวนรับคนื ไปตดิ สาํ นวนการสอบสวนตอ ไป

๒๒

(·∫∫√“¬ß“ππ’„È ™°â ∫— ºâŸ°√–∑”§«“¡º¥‘ 1 §π)

·∫∫√“¬ß“πª√–«μ— ‘·≈–μ”Àπ‘√ªŸ æ√√≥º°Ÿâ √–∑”§«“¡º‘¥

(ª√–°Õ∫·∫∫√“¬ß“π·ºπª√–∑ÿ…°√√¡)

(‡μ‘¡¢Õâ §«“¡„π™àÕß«à“ß ·≈–°“‡§√Õ◊Ë ßÀ¡“¬ ✓ „π Àπ“â ¢Õâ §«“¡∑Ëμ’ Õâ ß°“√‰¥â¡“°°«“à Àπ÷Ëß√“¬°“√)

 «à π√“™°“√  ∂“πμ’ ”√«®/·ºπ°.......................................................................................... °°. .............................................. ∫°. ..............................................

∑’Ë....................................../............................................................. «π— ∑’Ë......................................................................................................................

‡√’¬π º∫°.∑«./º°°.«∑.‡¢μ..................................................................................................... / «.«∑.®«....................................................................................

‡≈¢§¥’∑Ë’......................................../25....................................¢âÕÀ“........................................................................................................................................................

ºâ°Ÿ √–∑”§«“¡º¥‘ ‡ªìπ μ—«°“√ ºŸâ„™â„À°â √–∑”§«“¡º¥‘ ºâ‚Ÿ ¶…≥“À√◊Õª√–°“» ºâŸ π—∫ πÿπ

™ÕË◊ π“¡ °ÿ≈ (¿“…“‰∑¬).............................................................................................................................................................. ‡æ» ™“¬ À≠ß‘

™◊ÕË π“¡ °≈ÿ (¿“…“Õß— °ƒ…μ“¡Àπ—ß Õ◊ ‡¥‘π∑“ß).........................................................................................................................................................................

‡≈¢ª√–®”μ«— ª√–™“™π/∫—μ√ª√–®”μ«— ‡®“â Àπâ“∑¢Ë’ Õß√∞— -æπ—°ß“πÕß§°å “√¢Õß√—∞/„∫ ”§—≠ª√–®”μ«— §πμ“à ߥ⓫/Àπß—  ◊Õ‡¥π‘ ∑“ß

........................................................................................................................................................................................................................................................................

™ÕË◊ ÕπË◊ ........................................................................................................................................™Õ◊Ë  °≈ÿ Õπ◊Ë ..............................................................................................
«—𠇥◊Õπ ª‡ï °¥‘ ............................................................................................‡™ÈÕ◊ ™“μ‘....................................................................  —≠™“μ.‘ ......................................

®∫— °¡ÿ ºŸâμâÕßÀ“‰¥â ¬ß— ®∫— °¡ÿ ‰¡‰à ¥â ‡≈¢∑’ÀË ¡“¬®—∫................................................«π— À¡¥Õ“¬ÿ§«“¡.......................................

ª√–«μ— ‘

™ÕË◊ π“¡ °≈ÿ ∫¥‘ “.............................................................................................. ∑’ËÕ¬.Ÿà .........................................................................................................................
™ÕË◊ π“¡ °ÿ≈¡“√¥“......................................................................................... ∑’ËÕ¬.Ÿà .........................................................................................................................
™ÕË◊ π“¡ °ÿ≈ “¡/’ ¿√√¬“.............................................................................. ∑’ËÕ¬.àŸ .........................................................................................................................
≠“μ‘/‡æÕË◊ π π∑‘ ............................................................................................. ∑Õ’Ë ¬àŸ...........................................................................................................................
∫ÿ§§≈∑’√Ë ®Ÿâ —°μ«— .................................................................................................. ∑ÕË’ ¬.Ÿà .........................................................................................................................
√–¥∫— °“√»÷°…“¢ÕߺâŸμâÕßÀ“....................................................................... Õ“™æ’ .......................................................................................................................
 ∂“π∑∑’Ë ”ß“π...........................................................................................................................................................................................................................................
∑ËÕ’ ¬Ÿà§√ßÈ—  ÿ¥∑“â ¬........................................................................................................................................................................................................................................
¿¡Ÿ ≈‘ ”‡π“‡¥¡‘ .............................................................................................................................................................................................................................................
·À≈ßà ∑‰’Ë ª‡ªπì ª√–®”..................................................................................................................................................................................................................................
°≈¡ÿà À√Õ◊ ·°ßä ∑¡Ë’ «—Ë  ¡ÿ ........................................................................................................................................................................................................................................
√“¬™Õ◊Ë ∫§ÿ §≈„π°≈¡àÿ ......................................................................................................................................................................................................................................
‡§¬∂°Ÿ ®∫— °¡ÿ „π¢Õâ À“....................................................................................................................................................................................................................................
 ∂“πμ’ ”√«®..............................................................................................................‡¡ÕË◊ ..............................................................................................................................
º≈§¥.’ ...........................................................................................................................................................................................................................................................
Õ“«∏ÿ ∑∂Ë’ π¥— .................................................................................................................................................................................................................................................
‡§√ÕË◊ ß¡Õ◊ ∑∂’Ë π¥— .........................................................................................................................................................................................................................................

μ”Àπ√‘ Ÿªæ√√≥  Ÿß..................................................´¡. πÈ”Àπ°— ...........................................°°. À¡à‚Ÿ ≈Àμ‘ ....................................................

√Ÿª√à“ß  ßŸ  —π∑—¥ ‡μ¬È’ ≈”Ë  π— Õ«â π ºÕ¡

º‘« Õπ◊Ë Ê .................................................................................................................................................................................................................................

√ªŸ Àπ“â ¢“« ¢“«‡À≈Õ◊ ß ¥” ¥”·¥ß μ°°√– ≈–‡Õ’¬¥

À¬“∫ Õπ◊Ë Ê ....................................................................................................................................................................................

°≈¡ √Ÿª‰¢à  “¡‡À≈¬’Ë ¡  ’ˇÀ≈’ˬ¡ ·À≈¡À≈¡‘

Õπ◊Ë Ê .................................................................................................................................................................................................................................

º. 2 - 2545

๒๓

º¡ ‡ªÜ · °°≈“ß ‡ ¬ ‡ âπº¡μ√ß ‡ªπì §≈π◊Ë À¬‘°

º¡øŸ Àπ“ ∫“ß ¥” ¢“« ÀßÕ°

ÀßÕ°ª√–ª√“¬ ·¥ß ∑Õß

ÕπË◊ Ê ..........................................................................................................................................................................................................................

»’√…– ≈â“π‡∂‘° ≈â“π‡≈’ˬπ ≈“â π§√ß÷Ë »√’ …– ≈â“πßà“¡∂àÕ

Õπ◊Ë Ê ..........................................................................................................................................................................................................................

Àπ“â º“° °«â“ß ·§∫ ‚Àπ° μ√ß ≈“¥  È—π

Õπ◊Ë Ê ..........................................................................................................................................................................................................................

§‘È« Àπ“ ∫“ß μÕà À“à ß  È—π ™È’

¥” ¢“« ·¥ß ÀßÕ°ª√–ª√“¬

Õπ◊Ë Ê ..........................................................................................................................................................................................................................

μ“ ‚μ ‡≈°Á ™π—È ‡¥¬’ «  Õß™π—È ‚ªπ ≈÷°

ª√Õ◊ À¬’ ‡À≈à ‡¢ ‡Õ° ∂«Ë—

Õπ◊Ë Ê ..........................................................................................................................................................................................................................

ÀŸ °“ß ≈’∫ °≈¡  “¡‡À≈¬Ë’ ¡  ’ˇÀ≈’ˬ¡ °–À≈”Ë ª≈’

μß‘Ë À‡Ÿ À≈’¬Ë ¡ μËß‘ À√Ÿ “∫ μßË‘ À¬Ÿ Õâ ¬

Õπ◊Ë Ê ....................................................................................................................................................................................................................

®¡Ÿ° ¥—Èß®¡°Ÿ √“∫ ¥—Èß®¡Ÿ°‚§âß ¥ßÈ— ®¡Ÿ°≈°÷  —π®¡Ÿ°μ√ß  π— ®¡°Ÿ ‚§ßâ  —π®¡°Ÿ ‡À≈Ë’¬¡

 π— ®¡°Ÿ  πÈ— ®¡°Ÿ °«“â ß ®¡Ÿ°·§∫ ®¡°Ÿ ‡™¥‘ ®¡°Ÿ ß¡âÿ

ÕπË◊ Ê ..........................................................................................................................................................................................................................

ª“° Àπ“ ∫“ß °«â“ß ·§∫ √ªŸ °√–®∫— ∫π¬Ëπ◊

≈à“߬Ë◊π ‰¡¡à √’ àÕߪ“° ÕπË◊ Ê ................................................................................................................................................

øíπ „À≠à ‡≈°Á ‡√¬’ ∫ ‡° À“à ß ¬◊Ëπ

À≈Õ ¢“« ‡À≈Õ◊ ß ¥” ‡≈’ˬ¡

ÕπË◊ Ê .................................................................................................................................................................................................................................

§“ß μ√ß  È—π ¬Ë◊π ªÑ“π ∫¡ãÿ ‡À≈¬’Ë ¡

ÕπË◊ Ê ................................................................................................................................................................................................................................

Àπ«¥·≈–‡§√“ Àπ“ ∫“ß ‡≈Á°‡√’¬« ¬“«  È—π ª≈“¬ßÕπ

 ¥’ ” ·¥ß ÀßÕ°¢“« ÀßÕ°ª√–ª√“¬

ÕπË◊ Ê ..................................................................................................................................................................................................................................

 ”‡π’¬ß ¿“§°≈“ß ¿“§‡Àπ◊Õ ¿“§μ–«—πÕÕ°‡©¬’ ߇ÀπÕ◊ ¿“§μ–«—πÕÕ° ¿“§μ–«π— μ°

¿“§„μâ ®’π Õπ◊Ë Ê ................................................................................................................................................

‡ ’¬ß ¥ß— §àÕ¬ ·À∫ ·À≈¡ ∑¡âÿ

Õπ◊Ë Ê ............................................................................................................................................................................................................................

μ”Àπ‘ ‰Ω ª“π ·º≈‡ªπì ÕπË◊ Ê ...............................................................................................................

( ’ ¢π“¥ μ”·Àπßà ) ...........................................................................................................................................................................................................................

≈“¬ °— ...........................................................................................................................................................................................................................

(√ªŸ  ’ μ”·Àπàß) ...........................................................................................................................................................................................................................
≈—°…≥–æ‘°“√ ...........................................................................................................................................................................................................................

≈°— …≥–Õ—ππà“ ß— ‡°μ ...........................................................................................................................................................................................................................

...........................................................................................................................................................................................................................

(≈ß™Õ◊Ë )...........................................................................................................
(.....................................................................................................)

(μ”·Àπßà ).........................................................................................................

๒๔

ตัวอยา ง หนา ท่ี ๑
รูปถา ย ดานขาง ดา นตรง และดานเฉียง
(เขยี นช่ือ – นามสกุลดา นหลังรูป แลว ตดิ ดวยลวดเยบ็ กระดาษ)

ลายนวิ้ หัวแมมอื ซาย รหสั ลายพิมพนว้ิ มอื เด่ียว ลายนว้ิ หวั แมมอื ขวา
.........................................
หมายเลขภาพถา ย
.........................................
ลายมอื ช่ือผูตอ งหา

.........................................

ตัวอยา ง หนา ท่ี ๒

ลาย ิพมพฝา ืมอขวา

ลายพิม พ ฝา ืมอ ซาย

๒๕

ó. ËÁÒ¨Ѻ

ความเปนมาและความสาํ คัญในการดําเนนิ การเกย่ี วกับหมายจับ
๓.๑ การจับ และ หมายจบั

การจบั เปน มาตรการทส่ี าํ คญั ทส่ี ดุ ประการหนงึ่ ในกระบวนการพจิ ารณาความอาญา
ในการนําตัวผูกระทําความผิดมาลงโทษ และเปนการกระทําท่ีกระทบกระเทือนตอสิทธิเสรีภาพ
ของประชาชนมากทส่ี ดุ อยา งหนง่ึ การจบั กอ ใหเ กดิ อาํ นาจในการควบคมุ ผถู กู จบั (ป.ว.ิ อาญา มาตรา ๘๔
และมาตรา ๘๗) ผจู บั มีอํานาจ คน ตัว ผูถ ูกจับ และอาํ นาจอ่ืนๆ อกี หลายประการ

เพ่ือใหการคุมครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนใหพนจากการถูกจับตามอําเภอใจ
โดยเจา หนา ทข่ี องรฐั โดยหลกั แลว การจบั จะกระทาํ ไดก ต็ อ เมอื่ มหี มายจบั แตส ามารถจบั โดยไมม หี มาย
เฉพาะกรณีเรงดว น ท่ีไมอาจจะรอใหม กี ารออกหมายไดเ สยี กอน

๓.๒ ลักษณะของหมายจบั

ในทางปฏิบัตขิ องสํานกั งานตาํ รวจแหง ชาตสิ ามารถแยกไดเปน ๒ ลักษณะ ไดแก
๑. หมายจับกรณีรูตัวผูกระทําความผิด แตเรียกหรือจับตัวไมได เม่ือพนักงาน
สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนเช่ือวามีเหตุแหงการจะออกหมายจับ เมื่อไดขออนุมัติหมายจับ
ผูกระทําความผิดตอศาลแลว แตพนักงานสอบสวนยังมิไดทําความเห็นควรสงฟองหรือสงไมฟอง
สงไปพรอมกับสํานวนยังพนักงานอัยการ ซึ่งพนักงานสอบสวนตองออกหมายจับ เพื่อดําเนินการ
ทางคดตี อไป
๒. หมายจับกรณีรูตัวผูกระทําความผิด แตเรียกหรือจับตัวไมได เมื่อพนักงาน
สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนเชื่อไดวามีเหตุแหงการออกหมายจับ เมื่อไดขออนุมัติหมายจับ
ผูกระทําความผิดตอศาล และพนักงานสอบสวนไดทําความเห็นควรสั่งฟองหรือสั่งไมฟองสงไป
พรอ มกบั สาํ นวนยงั พนกั งานอยั การ ซงึ่ เรยี กวา หมายจบั คดคี า งเกา ซง่ึ จะตอ งดาํ เนนิ การในคมู อื นต้ี อ ไป

๒๖

๓.๓ การปฏบิ ัติเกย่ี วกบั หมายจับ

ประมวลระเบียบการตาํ รวจเกีย่ วกับคดี
ลักษณะ ๕ หมายเรยี ก และหมายอาญา บทท่ี ๒ หมายจบั
ขอ ๑๐๗ หมายจบั ไดแ ก หนงั สอื บงการซงึ่ ออกตามบทบญั ญตั แิ หง ประมวลกฎหมาย
วธิ พี จิ ารณาความอาญา สง่ั ใหเ จา หนา ทที่ าํ การจบั ผตู อ งหาหรอื จาํ เลยหรอื นกั โทษ รวมทงั้ สาํ เนาหมายจบั
อนั รับรองวาถูกตองและคําบอกกลา วทางโทรเลขวาไดอ อกหมายจับแลว แตถา บอกกลา วยกโทษทาง
โทรเลขเชนนี้ จะตองสงหมายหรือสําเนาหมายจับอันรับรองวาถูกตองแลวไปยังเจาพนักงานผูจัดการ
ตามหมายโดยพลันดว ย

ฯลฯ
ขอ ๑๑๓ คดีท่ีอยูระหวางการสอบสวนของเจาพนักงานสอบสวนนั้น หากเขาเกณฑ
ที่จะออกหมายจับผูตองหาได ใหพนักงานสอบสวนจัดใหมีการออกหมายจับ ประกอบไวในสํานวน
การสอบสวนนนั้ เพือ่ ใหเ จาพนักงานอนื่ ใดมอี ํานาจทาํ การจบั กุมตัวผูตองหานน้ั โดยสมบรู ณ
เม่ือไดออกหมายจับตามความในวรรคกอนแลว การท่ีจะวินิจฉัยวา กรณีใดควรจะ
สง สําเนาหมาย หรอื ควรออกประกาศสบื จบั ดวยหรือไมน นั้ ใหถอื ปฏบิ ัตดิ ังน้ี
(๑) ในคดีเล็กนอยหรือคดีมีอัตราโทษจําคุกไมเกิน ๓ ป ใหออกหมายจับประกอบไว
ในสาํ นวน เมอ่ื ทราบหรอื สงสยั วา ผตู อ งหานนั้ หลบหนไี ปอยทู ใี่ ด จงึ ใหส าํ เนาหมายสง ไปใหส ถานตี าํ รวจ
เจา ของทองทีท่ ่ที ราบ หรอื สงสยั น้นั จดั การจับกมุ ตวั สงใหต อไป

ในกรณเี ชน นี้ หากตอ มาสง สาํ นวนสอบสวนใหพ นกั งานอยั การพจิ ารณา และพนกั งาน
อัยการมีคาํ ส่ังเดด็ ขาดไมฟอ งผตู อ งหา ใหจัดการใหม กี ารถอนหมายคืน

(๒) ในคดีท่มี อี ัตราโทษจาํ คุกเกิน ๓ ป หรือคดที ่มี เี หตผุ ลพิเศษท่จี ะตองโฆษณาสง่ั จบั
เมื่อเจาพนักงานสอบสวนจัดใหมีการออกหมายจับประกอบไวในสํานวนแลว ใหนําสํานวนนั้นเสนอ
ผบู งั คบั บญั ชาตามลาํ ดบั ชนั้ จนถงึ ผบู งั คบั การตาํ รวจ เจา ของทอ งทพี่ จิ ารณาวา จะสมควรโฆษณาสงั่ จบั
หรือไม หากผูบังคับการตํารวจเจาของทองท่ีเห็นสมควรโฆษณาสั่งจับ จึงใหสําเนาหมายจับน้ันไปให
แผนกสบื จับดาํ เนินการโฆษณาสง่ั สืบจับตอไป

ในกรณที โ่ี ฆษณาสง่ั จบั ผตู อ งหาไปแลว กอ นสง สาํ เนาใหพ นกั งานอยั การพจิ ารณา
หากตอมาพนักงานอัยการมคี าํ ส่งั เดด็ ขาดไมฟอ งผูต อ งหา ใหห วั หนาพนักงานสอบสวนทอ งที่ แจง ให
หวั หนา แผนกสบื จับทราบโดยตรงเพ่อื ใหโฆษณาถอนการสืบจบั

ฯลฯ

๒๗

ประมวลระเบยี บการตาํ รวจเก่ยี วกบั คดี
ลกั ษณะ ๑๔

การออกตาํ หนริ ปู พรรณบุคคลและทรัพย บทที่ ๑ การออกตาํ หนิรปู พรรณผูกระทาํ ความผดิ
ขอ ๓๙๕ เมอื่ มกี ารกระทาํ ความผดิ อาญาเกดิ ขนึ้ แตย งั จบั กมุ ตวั ผกู ระทาํ ความผดิ ไมไ ด

และตองการแจงใหพนักงานฝายปกครองหรือตํารวจในหนวยอื่นทราบดวย เพ่ือใหชวยกันสืบจับ
โดยปฏิบัติตามประมวลระเบียบการตํารวจเก่ียวกับคดี เลม ๑ ลักษณะ ๕ บทที่ ๒ ขอ ๑๑๓ (๒)
ใหสถานีตํารวจหรือหนวยงานเจาของคดีออกตําหนิรูปพรรณผูกระทําความผิด แบบ วท.๗-ต.๓๒๑
สง ตรงไปยงั กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรหรอื หนว ยงานพสิ จู นห ลกั ฐานสว นภมู ภิ าคโดยเรว็ การออก
ตําหนิรูปพรรณผูกระทําความผิด ใหกรอกขอความที่เก่ียวกับผูกระทําความผิดโดยละเอียดเพียงพอ
ท่เี จา พนักงานไดพบตัวผกู ระทาํ ความผิดจะมนั่ ใจไดว า การจับกมุ ตัวผนู ั้นตามประกาศสืบจบั จะไมเปน
การจบั ผดิ ตัวแมผูจ ับจะไมรูจักตัวผกู ระทําความผิดน้นั มากอน

ขอ ๓๙๖ การขอใหออกประกาศสืบจับ ใหทําตําหนิรูปพรรณจํานวน ๒ ฉบับ
เก็บรวบรวมเร่ืองไวในสํานวนการสอบสวน ๑ ฉบับ สวนอีก ๑ ฉบับ สงไปยังกองทะเบียนประวัติ
อาชญากร หรือวิทยาการเขต แลว แตก รณี เพอ่ื ออกประกาศสืบจับและทาํ บตั รดัชนีสืบจบั

ขอ ๓๙๗ การออกตําหนิรูปพรรณ ตองหารูปถายคร้ังสุดทายของผูกระทําความผิด
ท่ีออกตําหนิรูปพรรณนี้สงไปใหแกกองทะเบียนประวัติอาชญากรหรือวิทยาการเขต แลวแตกรณี
พรอ มกบั ตําหนริ ูปพรรณดว ยทกุ ราย เพอ่ื ประโยชนในการออกประกาศสืบจบั ดงั น้ี

(๑) ใหเขียนชื่อ ช่ือสกุลของผูกระทําความผิดลงในดานหลังรูปแลวลงนามพนักงาน
สอบสวนผรู บั รองพรอมดว ย วัน เดือน ป ทร่ี บั รอง

(๒) ถา รปู ถา ยนน้ั เปน รปู หมใู หพ นกั งานสอบสวนเขยี นหมายเลขกาํ กบั ใหต รงกบั รปู ถา ย
ของผกู ระทําความผดิ แลวเขียนหมายเหตุไวท ่ดี า นหลงั รูป

(๓) ถา รปู ถา ยนนั้ ไดม าจากการตรวจสอบขอ มลู กบั หนว ยขา งเคยี งใหพ นกั งานสอบสวน
บันทึกยนื ยนั ในการจดั สงรปู ถา ยดงั กลาวดวย

รูปถายดังกลาว ถาพนักงานสอบสวนขอรับคืนใหกองทะเบียนประวัติอาชญากร
หรือวิทยาการเขต แลวแตกรณี สงรูปท่ีอัดใหมสําหรับลงในประกาศสืบจับคืนใหไป สวนรูปเดิมให
เกบ็ รวบรวมเรื่องไวเปน หลกั ฐาน

สาํ หรบั ในกรณที ไี่ มท ราบชอื่ ชอื่ สกลุ ภมู ลิ าํ เนา หรอื ไมม รี ปู ถา ยตลอดจนรายละเอยี ดอนื่ ใด
ของผูกระทําความผิด แตมีพยานรูเห็นเหตุการณหรือบุคคลที่รูจักผูกระทําความผิดซ่ึงสามารถให
รายละเอยี ดตาํ หนริ ปู พรรณผกู ระทาํ ความผดิ ได กใ็ หพ นกั งานสอบสวนจดั ใหม กี ารสเกต็ ชภ าพผกู ระทาํ
ความผดิ และบนั ทกึ ยนื ยนั ในการจดั สง ภาพสเกต็ ชด งั กลา วพรอ มตาํ หนริ ปู พรรณและหมายจบั เพอื่ ออก
ประกาศสบื จับทุกราย

ใหกองทะเบียนประวัติอาชญากรหรือวิทยาการเขต มีหนาท่ีในการบันทึกขอมูล
ประกาศสบื จบั ลงระบบคอมพวิ เตอรท ใ่ี ชจ ดั เกบ็ รวมทง้ั บนั ทกึ รปู ถา ยหรอื ภาพสเกต็ ชผ กู ระทาํ ความผดิ
ตามวรรคหนึ่งและวรรคสามลงในระบบดว ยทกุ ราย

๒๘

ขอ ๓๙๘ การออกตําหนิรูปพรรณและประกาศสืบจับผูกระทําความผิดน้ี ถามีการ
ใหสินบนหรือรางวัลดวย ใหพนักงานสอบสวนบันทึกถอยคําผูใหสินบนรางวัลไวใหชัดเจนดวยวา
จะใหเ ทา ไร ใหเ มอื่ จบั ไดห รอื เมอ่ื พนกั งานอยั การสง ฟอ งหรอื เมอื่ ศาลพพิ ากษาลงโทษแลว และจะจา ย
เมื่อใดทีไ่ หนใหช ัดเจน

ขอ ๓๙๙ เมอ่ื ออกตาํ หนริ ปู พรรณสง ไปยงั กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร หรอื วทิ ยาการเขต
แลวแตกรณี เพื่อใหออกประกาศสืบจับแลว ตอมาถาไดตัวผูกระทําความผิดน้ัน โดยผูกระทํา
ความผดิ นน้ั เขา หาเจา พนกั งานเองหรอื ถกู จบั กมุ ไดห รอื โดยประการอนื่ กต็ ามใหส ถานตี าํ รวจเจา ของคดี
แจง งดการจบั ตามแบบ ค.๑๔๒-ต.๒๓๑ โดยเรียงรายตัวผูต องหาคนละ ๑ ฉบบั พรอมแนบสําเนา
หมายจบั สง ไปยงั กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร หรอื หนว ยงานพสิ จู นห ลกั ฐานสว นภมู ภิ าคแลว แตก รณี

การทําตําหนิรูปพรรณของผูตองหาที่ไดตัวแลวเพื่อนําสงตามความในขอนี้ แมผูตองหา
น้ันจะมิไดเปนบุคคลที่ไดออกประกาศสืบจับก็ตาม พนักงานสอบสวนก็จะตองทําตําหนิรูปพรรณ
สง ดวยอยา งเดียวกัน

ก. ใหส ถานตี าํ รวจทกุ แหง ทง้ั ในภธู รและนครบาล มสี มดุ บญั ชคี นรา ยหลบหนตี ามแบบ
ค.๙๑- ต.๒๙๓ ไวประจําทุกแหง

ข. ในการจัดทํารายช่ือคนรายหลบหนีน้ีเพ่ือความสะดวกในการตรวจสอบใหใช
กระดาษคอนขางแข็ง ขนาดกวางประมาณ ๒ เซนติเมตร ติดไวท่ีดานบนของแบบ ค.๙๑-ต.๒๙๓
แตใ หเหลื่อมกนั พอมองเห็นไดตลอด สาํ หรบั เขียนตวั อักษรเรยี งตามลําดับหมายอักษรตามชอ่ื คนราย
ทํานองแบบดัชนี ถาชือ่ คนรายมีหลายตัวอกั ษร ใหถือตวั อกั ษรแรกของชอื่ เปน หลกั

ค. เมื่อเจาของคดผี อู อกตาํ หนริ ปู พรรณตามแบบ วท.๗- ต.๓๒๑ หรอื เปนผูไ ดร บั แบบ
วท. นี้จากสถานีตํารวจอื่นใด ก็ใหนําตําหนิรูปพรรณน้ันมาจดหรือคัดขอความลงในสมุดแบบ
ค.๙๑-ต.๒๙๓ (บัญชีคนรายหลบหนี) ขอความใดท่ีมีในแบบ วท.๗-ต.๓๒๑ แตไมมีในแบบ
ค.๙๑-ต.๒๙๓ กไ็ มตอ งจดหรอื คัดลงไป

ง. เมอื่ กองบงั คบั การตาํ รวจภธู รทไี่ ดร บั แบบ วท.๗- ต.๓๒๑ จากจงั หวดั หรอื จากสถานี
ตาํ รวจอน่ื ใดกใ็ หจ ดั การคดั ขอ ความนน้ั ๆ ลงในสมดุ แบบ ค.๙๑-ต.๒๙๓ กไ็ มต อ งคดั ลงไปเชน เดยี วกนั

จ. ถาปรากฏรายชื่อคนรายในประกาศสืบจับที่กองทะเบียนประวัติอาชญากร
หรอื วทิ ยาการเขต ไดอ อกประกาศไปตรงกบั คนรา ยทม่ี อี ยใู นสมดุ แบบ ค.๙๑-ต.๒๙๓ ของตาํ รวจหนว ยใด
ตามท่ีกลาวในขอ ก. ใหเจาหนาที่ตํารวจหนวยนั้นหมายเหตุดวยหมึกแดงไวใตช่ือคนราย ใหชัดเจน
วา เปนผทู ไ่ี ดอ อกประกาศสบื จับแลว ในประกาศสบื จบั ประเภทใด เลม ทเี่ ทา ใด ฉบับทเี่ ทาใด ลงวนั ที่
เทา ใด ไวด วยทุกราย ถาไดถ อนประกาศสืบจับแลว กใ็ หห มายเหตไุ วดว ยหมึกแดงใหชัดเจนวา ไดถอน
ประกาศใด ประกาศสบื จบั ประเภทใด เลม ท่เี ทา ใด ฉบับท่เี ทาใด ลงวนั ทเ่ี ทาใดไวดวยเชนกัน

ฉ. ใหเปนหนาที่ของวิทยาการเขตทุกเขตเปนผูจัดทําบัตรดัชนีคนรายหลบหนีภายใน
เขตของตนเก็บไวทุกรายตามระเบียบปฏิบัติ และเม่ือไดรับประกาศสืบจับคนรายหลบหนีทุกประเภท
จากกองทะเบยี นประวัติอาชญากรก็ใหจดั ทาํ บัตรดัชนเี พิม่ ไวทุกรายเชนกนั

๒๙

๓.๔ การขอใหออกประกาศสบื จับบุคคล

ความหมายของประกาศสืบจับ
ประกาศสืบจบั คอื การนําเอาขอมลู รายละเอยี ดที่สําคญั ของหมายจบั ตําหนริ ูปพรรณ
ผกู ระทาํ ผิดที่พนักงานสอบสวนเจา ของคดีสงมายงั กองทะเบยี นประวัตอิ าชญากร, หนว ยงานพสิ ูจน
หลักฐานสวนภูมิภาค ใหออกประกาศและแจกจายใหกับสถานีตํารวจนครบาล สถานีตํารวจภูธร
รวมทัง้ หนวยงานราชการทเ่ี ก่ยี วขอ งท่ัวราชอาณาจักรทราบ เพือ่ ชว ยสืบจบั
ประกาศสืบจบั จําแนกออกเปน ๓ ชนิด คือ
๑. ประกาศสืบจบั ท่วั ไป
๒. ประกาศสืบจับพิเศษ
๓. ประกาศสบื จบั มสี ินบนนาํ จับ
ประโยชนของประกาศสืบจับ สนับสนุนขอมูลใหกับพนักงานสืบสวนสอบสวน
และปราบปราม ดงั น้ี
๑. ในดา นการสืบสวน

๑.๑ ในกรณีท่ีมีคนรายหลบหนีการจับกุม เม่ือพนักงานสอบสวนสงหมายจับ
และตําหนิรูปพรรณใหออกประกาศสืบจับผูตองหา หรือจําเลยหลบหนี จะดําเนินการออกประกาศ
แจกจา ยใหหนวยงานราชการทเี่ ก่ยี วของท่วั ราชอาณาจกั รทราบเพือ่ ชว ยสบื จบั

๑.๒ เปน แหลงรวบรวมในการตรวจสอบประวัติ หมายจบั ผตู องหา หรอื จําเลย
หลบหนีทั่วราชอาณาจักร โดยตรวจสอบทางระบบฐานขอมูลหมายจับ เพ่ืออํานวยความสะดวก
สนับสนุนงานดา นการสบื สวนทร่ี วดเรว็

๒. ในดานการสอบสวน
ชวยในการตรวจสอบประวัติหมายจับผูกระทําผิดหลบหนีจากระบบฐานขอมูล

หมายจบั เพอ่ื ตอ งการทราบวา ผตู อ งหา หรอื ผตู อ งสงสยั เปน ผกู ระทาํ ความผดิ อาญาและอยใู นระหวา ง
การหลบหนกี ารจับกุมหรอื ไม และสถานตี าํ รวจใดตอ งการตัว

๓. ในดา นการปอ งกันปราบปราม
ไดร วบรวมรายชอื่ บคุ คลทม่ี หี มายจบั ทว่ั ราชอาณาจกั รเฉพาะคดอี กุ ฉกรรจเ ปน ระบบ

เพอ่ื ทราบคดีทค่ี างเกา ยงั จับกุมตัวบุคคลน้ันไมไ ดแ ละสะดวกตอ การตรวจสอบ

การขอใหประกาศสบื จบั บุคคล
เนื่องจากเปนนโยบายของผูบัญชาการสํานักงานตํารวจแหงชาติ ท่ีจะปรับปรุงพัฒนา
ประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน สนับสนุนสงเสริมการใชเทคโนโลยีมาชวยในการปฏิบัติงาน โดยให
ความสาํ คญั กบั สถานตี าํ รวจและหนว ยงานทม่ี อี าํ นาจการสอบสวน ซงึ่ เปน หนว ยงานหลกั พน้ื ฐานของ ตร.
ใหสามารถดําเนินการกรรมวิธีขอมูลที่จําเปนไดเสร็จเด็ดขาดท่ีสถานีตํารวจ จึงไดมีการกําหนด
แนวทางปฏิบัติใหสถานตี ํารวจบันทกึ ขอ มูลหมายจบั และถอนหมายจบั ไดเ สร็จเดด็ ขาดทส่ี ถานีตาํ รวจ
โดยไมต อ งจดั สง ขอ มลู มายงั กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรและหนว ยงานพสิ จู นห ลกั ฐานสว นภมู ภิ าค
เพอื่ ประกาศสบื จบั

๓๐

ดงั น้ัน เพอื่ ความสะดวก รวดเรว็ และเกดิ ประโยชนในการจบั กุมตัวผูมีหมายจับ ตั้งแต
๑ ม.ค. ๒๕๕๔ เปนตนไป ตร. จงึ ไดกําหนดแนวทางปฏิบัติ ดังนี้

๑. สถานตี าํ รวจ และหนว ยงานอน่ื ทมี่ อี าํ นาจการสอบสวน มหี นา ทใี่ นการบนั ทกึ /ถอน
ขอ มลู หมายจบั ในระบบตดิ ตามผลคดแี ละระบบฐานขอ มลู อบุ ตั เิ หตจุ ราจรโครงการ POLIS เสรจ็ เดด็ ขาด
ที่สถานีตํารวจ โดยใหถือวาขอมูลหมายจับท่ีสถานีตํารวจบันทึก เปนการออกประกาศสืบจับ/ถอน
ประกาศสบื จบั โดยไมต อ งจดั สง เอกสารมาให กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรและหนว ยงานพสิ จู นห ลกั ฐาน
สวนภูมิภาค ออกประกาศสืบจับ/ถอนประกาศสืบจับอีก ยกเวนการออกและถอนหมายจับที่ศาลได
อนุมัติไวกอนวันที่ ๑ ม.ค. ๒๕๕๔ ใหสถานีตํารวจและหนวยงานอ่ืนที่มีอํานาจการสอบสวน จัดสง
แบบงดสบื จับ (แบบ ค. ๑๔๒-ต.๒๓๑) มายัง กองทะเบียนประวตั อิ าชญากร เพือ่ ถอนประกาศสบื จบั
อีกทางหนึ่งดว ย

๒. กองทะเบียนประวตั อิ าชญากร มหี นา ทใ่ี นการบันทึก/ถอนขอมูลหมายจบั ทีส่ ง มา
จากหนวยงานภายนอก ตร.ท่ีมีอํานาจการสอบสวนตามกฎหมาย หรือหมายจับในกรณีที่ศาลเปน
ผูออก/ถอนหมายจับเอง หรือหมายจับที่ออกตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณฉุกเฉิน
พ.ศ.๒๕๔๘

๓. การสืบคนขอมูลหมายจับทั่วประเทศสามารถสืบคนไดจากระบบโครงขาย
สอบสวนคดี โครงการ POLIS โดยสามารถระบใุ หร ะบบสบื คน ไดจ ากแหลง ขอ มลู “คดอี าญา”, “อบุ ตั เิ หตุ
จราจร” และ “ผูม ีหมายจับ”

กรณมี ีการใหสนิ บนหรือรางวลั
พนกั งานสอบสวนบนั ทกึ ถอ ยคาํ ผใู หส นิ บนรางวลั ใหช ดั เจนวา จะใหเ ทา ใด ใหเ มอ่ื จบั ตวั ได
หรอื เม่อื อัยการสั่งฟอง หรอื เมือ่ ผพู ิพากษาลงโทษ เปน ตน และจะจายใหเม่อื ใด ท่ไี หน อยางไร

กรณีไดต วั ผกู ระทาํ ผิดมาหลังจากขอใหประกาศสบื จบั
เนอื่ งจากขอ มลู ผตู อ งหาทม่ี หี มายจบั เปน ขอ มลู ทสี่ าํ คญั และเปน ประโยชนต อ การปอ งกนั
ปราบปรามอาชญากรรม ดังนัน้ ขอมลู ในระบบ POLIS จะตอ งถูกตองตามความจรงิ ตร. จงึ กาํ หนด
แนวทางการปฏบิ ตั แิ ละหนวยงานรับผดิ ชอบในการออกหมายจับ ดังนี้
๑. กรณีแกไขขอมูล/ลบขอมูลผูตองหา หรือการถอนหมายจับใหเปนอํานาจหนาที่
ความรบั ผดิ ชอบของ ผกก./หวั หนา สถานเี ทา นนั้ โดยวธิ กี ารตอ งใชบ ตั รประจาํ ตวั ประชาชนอเนกประสงค
(Smart Card) ของ ผกก./หัวหนา สถานี ผานเครื่องอา นบตั ร (Smart Card Reader) และรหสั ลบั
ของบตั ร (PIN-CODE) พรอ มกับการใชรหัสลบั (Password) ของ POLIS เพือ่ ระบตุ ัวตนทีช่ ัดเจน
ของผกู ระทําการแกไ ข/ลบขอ มลู ผตู อ งหาหรอื ผูถอนหมายจบั
๒. สาํ หรบั การถอนหมายจบั ทศี่ าลอนมุ ตั หิ มายจบั ไวก อ น ๑ ม.ค. ๒๕๕๔ ใหด าํ เนนิ การ
ตามขอ ๑ และใหจ ัดสง แบบงดสืบจบั (แบบ ค. ๑๔๒-ต.๒๓๑) มายงั กองทะเบียนประวัติอาชญากร
เพือ่ ถอนประกาศสืบจับอกี ทางหนงึ่ ดว ย

๓๑

ระเบียบสํานักงานตาํ รวจแหงชาติ

วาดวย การออกตาํ หนิรูปพรรณบุคคลและทรัพย
(ฉบบั ที่ ๓)
พ.ศ. ๒๕๔๕

ตามขอบังคับกระทรวงมหาดไทย ท่ี ๑/๒๔๙๘ ลงวันท่ี ๘ กุมภาพันธ ๒๔๙๘
เรื่อง การวางระเบียบการตํารวจเก่ียวกับคดี ซึ่งในลักษณะ ๑๔ บทท่ี ๑ ไดกําหนดระเบียบ วาดวย
การออกตําหนิรปู พรรณผกู ระทําความผิดไวเปน ทางปฏิบัติแลว นนั้

เนอ่ื งจากระเบยี บสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ วา ดว ยการออกตาํ หนริ ปู พรรณผกู ระทาํ ความผดิ
ไดประกาศใชเปน เวลานานแลว ปจจุบันสถานการณเปล่ยี นแปลงไป ทําใหไมค ลองตัวและเกิดปญหา
ในทางปฏบิ ัติ สมควรแกไขระเบยี บดงั กลาวเสยี ใหมใ หเหมาะสมย่ิงขึ้น จงึ วางระเบียบไวด งั ตอ ไปน้ี

ขอ ๑ ใหยกเลิกแบบตําหนิรูปพรรณผูกระทําความผิด (วท.๗ – ต.๓๒๑) และแบบ
งดการสบื จบั (ค.๑๔๒ – ต.๒๓๑) ทแี่ นบทา ย บทที่ ๑ ลกั ษณะ ๑๔ แหง ประมวลระเบยี บการตาํ รวจเกยี่ วกบั
คดีเสียท้ังหมด และใหใ ชแ บบที่แนบทา ยระเบียบนีแ้ ทน

ขอ ๒ ใหใ ชระเบยี บน้ี ตั้งแตบ ัดนีเ้ ปนตน ไป
ประกาศ ณ วันท่ี ๑๕ พฤศจกิ ายน พ.ศ.๒๕๔๕
พลตาํ รวจเอก สนั ต ศรตุ านนท
(สันต ศรุตานนท)
ผูบญั ชาการตํารวจแหง ชาติ

๓๒

√Ÿª∂à“¬

 ”π—°ß“πμ”√«®·Àßà ™“μ‘

μ”Àπ√‘ ªŸ æ√√≥ºŸâ°√–∑”§«“¡º¥‘

(‡μ‘¡¢Õâ §«“¡„π™àÕß«“à ß ·≈–°“‡§√ËÕ◊ ßÀ¡“¬ ✓ „π Àπ“â ¢Õâ §«“¡∑μ’Ë Õâ ß°“√‰¥¡â “°°«“à ÀπßË÷ √“¬°“√)
 à«π√“™°“√  ∂“πμ’ ”√«®/·ºπ°......................................................................................................°°. ..................................∫°. ..............................................
À¡“¬®∫— ∑.Ë’ ...........................................................................................................................§¥Õ’ “≠“∑.Ë’ ................................................................................................
«π— ‡¥Õ◊ π ªï ∑Ë ’ ßà √“¬ß“π......................................................................................................................................................................................................................
∞“π§«“¡º¥‘ ........................................................................................................................................................................................................................................................
«π— ‡¥Õ◊ πªï ‡«≈“ ·≈– ∂“π∑‡Ë’ °¥‘ ‡Àμ.ÿ ..........................................................................................................................................................................................................
«π— ¢“¥Õ“¬§ÿ «“¡À√Õ◊ °”Àπ¥≈«à ߇≈¬„π°“√≈ßÕ“≠“..................................................................................................................................................................
™ÕË◊ π“¡ °≈ÿ (¿“…“‰∑¬)......................................................................................................................................................................‡æ» ™“¬ À≠‘ß
™ÕË◊ π“¡ °ÿ≈ (¿“…“Õ—ß°ƒ…μ“¡Àπß—  Õ◊ ‡¥π‘ ∑“ß).........................................................................................................................................................................
‡≈¢ª√–®”μ«— ª√–™“™π/∫—μ√ª√–®”μ«— ‡®â“Àπâ“∑’¢Ë Õß√∞— -æπ°— ß“πÕß§å°“√¢Õß√—∞/„∫ ”§—≠ª√–®”μ—«§πμà“ߥ⓫/Àπ—ß ◊Õ‡¥‘π∑“ß

........................................................................................................................................................................................................................................................................

™Õ◊Ë ÕπË◊ ........................................................................................................................................™ÕË◊  °≈ÿ ÕπË◊ ...................................................................................................
«π— ‡¥Õ◊ π ªï‡°¥‘ ..............................................................................‡™ÈÕ◊ ™“μ.‘ .......................................................... —≠™“μ.‘ ...............................................................

ª√–«—μ‘
™◊ËÕπ“¡ °≈ÿ ∫¥‘ “.................................................................................................................. ∑Ë’Õ¬Ÿà.........................................................................................................
™ÕË◊ π“¡ °≈ÿ ¡“√¥“............................................................................................................. ∑ËÕ’ ¬àŸ.........................................................................................................
™◊ÕË π“¡ °ÿ≈ “¡’/¿√√¬“.................................................................................................. ∑ÕË’ ¬àŸ..........................................................................................................
≠“μ/‘ ‡æÕË◊ π π‘∑................................................................................................................. ∑ÕË’ ¬.Ÿà .........................................................................................................
Õ“™æ’ ............................................................................................................................................................................................................................................................
 ∂“π∑∑’Ë ”ß“π................................................................................................................................................................................................................................................
∑ÕË’ ¬§àŸ √ß—È  ¥ÿ ∑“â ¬................................................................................................................................................................................................................................................
¿¡Ÿ ≈‘ ”‡π“‡¥¡‘ .............................................................................................................................................................................................................................................
·À≈ßà ∑‰’Ë ª‡ªπì ª√–®”...............................................................................................................................................................................................................................
°≈¡àÿ À√Õ◊ ·°ßä ∑Ë’¡«Ë—  ÿ¡...............................................................................................................................................................................................................................
√“¬™ÕË◊ ∫§ÿ §≈„π°≈¡ÿà ................................................................................................................................................................................................................................

μ”Àπ‘√Ÿªæ√√≥  ßŸ ...............................................................´¡. πÈ”Àπ—°...............................................°°. À¡‚àŸ ≈Àμ‘ ...........................................

√ªŸ √“à ß  ßŸ  —π∑—¥ ‡μ¬’È ≈Ë” π— Õ«â π ºÕ¡

Õπ◊Ë Ê..............................................................................................................................................................................................................................

º‘« ¢“« ¢“«‡À≈Õ◊ ß ¥” ¥”·¥ß μ°°√– ≈–‡Õ’¬¥

À¬“∫ ÕπË◊ Ê.........................................................................................................................................................................................

√ªŸ Àπ“â °≈¡ √ªŸ ‰¢à  “¡‡À≈¬’Ë ¡  ’ˇÀ≈Ë’¬¡ ·À≈¡À≈¡‘

ÕπË◊ Ê..............................................................................................................................................................................................................................

º¡ ‡ªÜ · °°≈“ß ‡ ¬ ‡ πâ º¡μ√ß ‡ªπì §≈πË◊ À¬‘°

º¡øŸ Àπ“ ∫“ß ¥” ¢“« ÀßÕ°

ÀßÕ°ª√–ª√“¬ ·¥ß ∑Õß

ÕπË◊ Ê...........................................................................................................................................................................................................................

«∑. ˜-μ. ÛÚÒ

๓๓

»’√…– ≈â“π‡∂‘° ≈“â π‡≈¬’Ë π ≈“â π§√ßË÷ »√’ …– ≈â“πßà“¡∂àÕ

ÕπË◊ Ê..............................................................................................................................................................................................................................

Àπ“â º“° °«â“ß ·§∫ ‚Àπ° μ√ß ≈“¥  —πÈ

ÕπË◊ Ê......................................................................................................................................................................................................................

§‘È« Àπ“ ∫“ß μÕà Àà“ß  —Èπ ™È’

¥” ¢“« ·¥ß ÀßÕ°ª√–ª√“¬

ÕπË◊ Ê..............................................................................................................................................................................................................................

μ“ ‚μ ‡≈°Á ™π—È ‡¥¬’ «  Õß™π—È ‚ªπ ≈°÷

ª√Õ◊ À¬’ ‡À≈à ‡¢ ‡Õ° ∂—«Ë

ÕπË◊ Ê...........................................................................................................................................................................................................................

ÀŸ °“ß ≈’∫ °≈¡  “¡‡À≈¬Ë’ ¡  ’ˇÀ≈Ë’¬¡ °–À≈”Ë ª≈’

μËß‘ ÀŸ‡À≈¬Ë’ ¡ μ‘ßË ÀŸ√“∫ μßË‘ À¬Ÿ Õâ ¬

Õπ◊Ë Ê...........................................................................................................................................................................................................................

®¡Ÿ° ¥ß—È ®¡°Ÿ √“∫ ¥—Èß®¡Ÿ°‚§âß ¥Èß— ®¡°Ÿ ≈÷°  —π®¡Ÿ°μ√ß  —π®¡Ÿ°‚§ßâ  π— ®¡°Ÿ ‡À≈¬Ë’ ¡

 π— ®¡°Ÿ  πÈ— ®¡°Ÿ °«“â ß ®¡Ÿ°·§∫ ®¡°Ÿ ‡™¥‘ ®¡°Ÿ ß¡ÿâ

ÕπË◊ Ê...........................................................................................................................................................................................................................

ª“° Àπ“ ∫“ß °«â“ß ·§∫ √ªŸ °√–®∫— ∫π¬◊Ëπ

≈à“߬Ë◊π ‰¡à¡√’ Õà ߪ“° Õ◊πË Ê........................................................................................................................................

øíπ „À≠à ‡≈°Á ‡√¬’ ∫ ‡° Àà“ß ¬◊πË

À≈Õ ¢“« ‡À≈Õ◊ ß ¥” ‡≈’ˬ¡

ÕπË◊ Ê...........................................................................................................................................................................................................................

§“ß μ√ß  —Èπ ¬◊Ëπ ªÑ“π ∫¡ÿã ‡À≈¬Ë’ ¡

ÕπË◊ Ê...........................................................................................................................................................................................................................

Àπ«¥·≈–‡§√“ Àπ“ ∫“ß ‡≈Á°‡√’¬« ¬“«  È—π ª≈“¬ßÕπ

 ¥’ ” ·¥ß ÀßÕ°¢“« ÀßÕ°ª√–ª√“¬

Õπ◊Ë Ê...........................................................................................................................................................................................................................

 ”‡π¬’ ß ¿“§°≈“ß ¿“§‡Àπ◊Õ ¿“§μ–«—πÕÕ°‡©’¬ß‡Àπ◊Õ ¿“§μ–«—πÕÕ° ¿“§μ–«π— μ°

¿“§„μâ ®’π Õπ◊Ë Ê..................................................................................................................................................

‡ ’¬ß ¥ß— §àÕ¬ ·À∫ ·À≈¡ ∑¡ÿâ

Õπ◊Ë Ê...........................................................................................................................................................................................................................

μ”Àπ‘ ‰Ω ª“π ·º≈‡ªπì Õπ◊Ë Ê.........................................................................................................

( ’ ¢π“¥ μ”·Àπßà ) ..............................................................................................................................................................................................................................

≈“¬ °— ..............................................................................................................................................................................................................................

(√Ÿª  ’ μ”·Àπßà ) ..............................................................................................................................................................................................................................

≈°— …≥–æ°‘ “√ ..............................................................................................................................................................................................................................

≈—°…≥–Õπ— π“à  ß— ‡°μ ..............................................................................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................................................................................

(≈ß™ÕË◊ )...........................................................................................
(......................................................................................)

(μ”·Àπßà )..........................................................................................

๓๔

สํานกั งานตํารวจแหงชาติ

งดการสืบจบั

ที่........................................ สวนราชการ.....................................
วันท.่ี ..........เดือน......................พ.ศ. ............
เรอ่ื ง งดการสืบจบั บคุ คล
เรียน ...................................................
ตามหนงั สือของ....................ท่.ี .............ลงวนั ท่ี.............เดือน...................พ.ศ. .........
สง หมายจบั และตาํ หนริ ปู พรรณผกู ระทาํ ความผดิ ..............................................................................
.......................................................................................................................................................
ตอ งหาวา ..........................................................................................................................................
เหตเุ กิดทองที่..........................................................มาขอใหสบื จับ นั้น
บดั นี้ มเี หตแุ หง การงดการสบื จบั เนอื่ งจาก......................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
ฉะนน้ั จงึ ขอถอนหมายจบั ท.่ี ......./.......ลงวนั ท.่ี .......เดอื น..........................พ.ศ. ............
และขอใหทานสงั่ เจา หนาทีง่ ดการสบื จบั ตอไป

ขอแสดงความนับถือ

(ลงชอื่ )........................................................
(..................................................)

(ตาํ แหนง)...................................................

ค. ๑๔๒-ต. ๒๓๐

๓๕

บันทึกขอ ความ

สว นราชการ ตร. โทร. ๐-๒๒๐๕-๒๓๑๖
ท่ี ๐๐๓๓.๔๓/๐๓๖๕๓ วนั ท่ี ๓๐ กนั ยายน ๒๕๕๓
เร่อื ง การบนั ทึกขอมลู หมายจับและถอนหมายจับตั้งแต ๑ ม.ค. ๒๕๕๔
เรียน ผบช.ภ.๑-๙, ผบช., ศชต., ผบช.น., ผบช.ก., ผบช.ปส., ผบช.สตม., ผบช.สพฐ.ตร., ผบช.ตชด.

ดว ย ผบ.ตร. มนี โยบายปรบั ปรงุ พฒั นาการปฏบิ ตั งิ านสถานตี าํ รวจ และเสรมิ สรา งพฒั นา
ประสทิ ธภิ าพการแกไ ขปญ หาอาชญากรรม โดยสนบั สนนุ สง เสรมิ การใชเ ทคโนโลยมี าชว ยในการปฏบิ ตั งิ าน
ซึ่งระบบฐานขอ มูลกลาง ตร. (POLIS) เปนระบบจดั เก็บขอ มลู จากหนวยงานปฏิบตั ิการและสามารถ
สืบคนขอมลู ไดทว่ั ประเทศ ณ หนวยงานที่มีเครอ่ื ง POLIS ทาํ ใหทุก สน./สภ. สามารถบนั ทกึ ขอมูล
หมายจับและถอนหมายจับไดภายในระยะเวลาอนั รวดเร็ว

เพ่ือความสะดวก รวดเร็ว และเกดิ ประโยชนในการจบั กมุ ตวั ผูม ีหมายจับ ตั้งแต ๑ ม.ค.
๒๕๕๔ เปนตนไป ใหห นวยดาํ เนินการดังน้ี

๑. สถานตี าํ รวจ และหนว ยงานอนื่ ทมี่ อี าํ นาจการสอบสวน มหี นา ทใี่ นการบนั ทกึ /ถอน
ขอ มลู หมายจบั ในระบบตดิ ตามผลคดแี ละระบบฐานขอ มลู อบุ ตั เิ หตจุ ราจรโครงการ POLIS เสรจ็ เดด็ ขาด
ท่ีสถานีตํารวจ โดยใหถือวาขอมูลหมายจับท่ีสถานีตํารวจบันทึก เปนการออกประกาศสืบจับ/ถอน
ประกาศสืบจับ โดยไมตองจัดสงเอกสารมาให ทว. และ ศพฐ. ออกประกาศสืบจับ/ถอนประกาศ
สบื จบั อกี ยกเวน การออกและถอนหมายจบั ทศี่ าลไดอ นมุ ตั ไิ วก อ นวนั ท่ี ๑ ม.ค. ๒๕๕๔ ใหส ถานตี าํ รวจ
และหนว ยงานอืน่ ทีม่ อี าํ นาจการสอบสวน จดั สง แบบงดการสบื จบั (แบบ ค.๑๔๒-ต.๒๓๑) มายงั ทว.
เพ่ือถอนประกาศสบื จับอกี ทางหนง่ึ ดวย

๒. ทว. มหี นา ทใ่ี นการบนั ทกึ /ถอนขอ มลู หมายจบั ทสี่ ง มาจากหนว นงานภายนอก ตร.
ท่ีมีอํานาจการสอบสวนตามกฎหมาย หรือหมายจับในกรณีที่ศาลเปนผูออก/ถอนหมายจับเอง
หรอื หมายจับที่ออกตาม พ.ร.ก.การบรหิ ารราชการในสถานการณฉ กุ เฉิน พ.ศ.๒๕๔๘

๓. การสบื คน ขอ มลู หมายจบั ทว่ั ประเทศสามารถสบื คน ไดจ ากระบบโครงขา ยสอบสวน
คดโี ครงการ POLIS โดยสามารถระบใุ หร ะบบสบื คน ไดจ ากแหลง ขอ มลู “คดอี าญา”, “อบุ ตั เิ หตจุ ราจร”
และ “ผมู หี มายจบั ”

จึงแจงมาเพือ่ ดาํ เนนิ การในสว นที่เกยี่ วของตอ ไป

พล.ต.ท.
(จิโรจน ไชยชติ )

ผชู วย ผบ.ตร.ปรท.ผบ.ตร.

๓๖

บันทึกขอ ความ

สว นราชการ สทส. โทร. ๐-๒๒๐๕-๒๓๑๖
ท่ี ๐๐๓๓.๔๓/๒๑๑๐ วันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๓
เรือ่ ง รายงานการประชมุ คณะทาํ งานแกไ ขกฎฯ ตามตวั ช้วี ดั ท่ี ๓.๑.๖
เรยี น ผบ.ตร. (ผาน ผูชวย ผบ.ตร.(บร ๓๒))
๑. เร่อื งเดิม

ตร. มคี าํ สงั่ ที่ ๔๑๐/๒๕๕๓ เรอ่ื ง แตง ตง้ั คณะทาํ งานแกไ ขกฎ ระเบยี บปฏบิ ตั ใิ นการ
กําหนดใหสถานีตาํ รวจเปนหนว ยบันทึกขอมูลหมายจบั ในระบบ POLIS ตามตวั ชว้ี ดั ที่ ๓.๑.๖ ระดับ
ความสาํ เรจ็ ของรอ ยละเฉลย่ี ถว งนา้ํ หนกั ในการจบั กมุ คดตี ามหมายจบั คา งเกา ใหร ว มกนั จดั ทาํ แผนงาน
ปรับปรุง แกไข กฎ ระเบียบปฏิบัติใหเกิดความคลองตัว กําหนดหนวยงานรับผิดชอบบันทึกขอมูล
หมายจบั ในระบบ POLIS หนว ยงานทาํ หนา ทคี่ วบคมุ และตรวจสอบขอ มลู หมายจบั ใหช ดั เจน โดยยกเลกิ
กฎ ระเบียบเดิมท่ีติดขัดไมสะดวกตอการปฏิบัติงาน เพ่ือมิใหเกิดความซํ้าซอนในการทํางาน
และใหขอมูลหมายจับในฐานขอมลู กลาง POLIS ถูกตอ งเปนปจจบุ ัน
๒. ขอเทจ็ จริง

คณะทาํ งานฯ ไดป ระชมุ รว มกนั เพอื่ พจิ ารณาแกไ ข กฎ ระเบยี บปฏบิ ตั ติ ามตวั ชวี้ ดั ท่ี
๓.๑.๖ เมื่อวนั องั คารท่ี ๗ ก.ย. ๒๕๕๓ เวลา ๑๐.๐๐ น. หองประชมุ สส. อาคาร ๓๓ ชั้น ๒ ตร.
สรุปมตทิ ปี่ ระชุม (เอกสาร ๑) ดงั นี้

๑) ต้งั แต ๑ ม.ค. ๒๕๕๔ เปน ตน ไป ใหสถานีตํารวจและหนวยงานอืน่ ท่ีมอี าํ นาจ
การสอบสวนมีหนาท่ีในการบันทึก/ถอนขอมูลหมายจับ ในระบบติดตามผลคดีและระบบฐานขอมูล
อบุ ตั ิเหตุจราจรในระบบ POLIS เสร็จเด็ดขาดทีส่ ถานีตํารวจ โดยใหถอื วา ขอ มลู หมายจบั /ถอนหมาย
ท่สี ถานีตาํ รวจบันทกึ เปนการออกประกาศสืบจบั /ถอนประกาศสบื จบั โดยไมต องจัดสงเอกสารมาให
ทว. และ ศพฐ. ออกประกาศสบื จบั /ถอนประกาศสบื จบั อกี ยกเวน การออกและถอนหมายจบั ทศี่ าลได
อนมุ ตั ไิ วก อ นวนั ท่ี ๑ ม.ค. ๒๕๕๔ ใหส ถานตี าํ รวจและหนว ยงานอน่ื ทม่ี อี าํ นาจการสอบสวนจดั สง แบบ
งดการสืบจับ (แบบ ค.๑๔๒-ต.๒๓๑) มายงั ทว. เพ่ือถอนประกาศสืบจบั อีกทางหนง่ึ ดวย

๒) ตง้ั แต ๑ ม.ค. ๒๕๕๔ เปน ตน ไป ให ทว. มหี นา ทใี่ นการบนั ทกึ /ถอนขอ มลู หมายจบั
ท่ีสงมาจากหนวยงานภายนอก ตร. ท่ีมีอํานาจการสอบสวนตามกฎหมาย หรือหมายจับในกรณีที่
ศาลเปนผูออก/ถอนหมายจับเอง หรือหมายจับท่ีออกตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ
ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘

๓) ให ศทก.สทส. รบั ผดิ ชอบการกาํ กบั ดแู ลและแกไ ขปรบั ปรงุ โปรแกรมประยกุ ตข อง
ระบบ CIS เชน เดยี วกบั ระบบอนื่ ๆ ใน POLIS เพอ่ื ปรบั ปรงุ โปรแกรมให ทว. สามารถบนั ทกึ และจดั เกบ็

๓๗

เอกสารหมายจับในรูปแบบ pdf ไดเชน เดยี วกับระบบ POLIS และประสาน สตม. ในการเชอื่ มโยง
เครือขายขอมลู หมายจบั ในระบบ POLIS

๔) ให ทว. มีหนังสือประสานการปฏิบัติไปยังประธานศาลฎีกา กรณีที่ศาลเปน
ผูออก/ถอนหมายจับเอง ไมวากรณีใด ขอใหสงสําเนาหมายจับมายัง ทว. โดยตรงอีกสวนหน่ึงดวย
นอกเหนือจากที่ศาลตองไปยัง บช.น. หรือ ภ.จว. ท่ีผูกระทําความผิดมีภูมิลําเนาอยู และประสาน
กองหนังสือเดินทาง กระทรวงการตางประเทศ เกี่ยวกับการปฏิบัติในการจัดสงประกาศสืบจับ
และการถอนประกาศสืบจับ เพื่อใชประโยชนในการคัดกรองบุคคลท่ีมาขอหนังสือเดินทาง รวมท้ัง
เปน ตน เรอื่ งเชญิ หนว ยทเี่ กยี่ วขอ ง เชน กม., วน., คด. และ ศทก.สทส. รว มประชมุ แกไ ขระเบยี บฯ ตอ ไป

๓. ขอพิจารณา
เพอื่ เปน การสนบั สนนุ สง เสรมิ การใชเ ทคโนโลยเี พอื่ เพมิ่ ประสทิ ธภิ าพดา นการปอ งกนั

ปราบปรามอาชญากรรม การสบื สวนสอบสวน จบั กมุ ผมู หี มายจบั และสรา งความสงบสขุ ใหเ กดิ ขนึ้ กบั
สงั คมและประชาชน เห็นควรอนุมัติหลักการตามมตทิ ีป่ ระชุม ตามขอ ๒

๔. ขอ เสนอ
จงึ เรยี นมาเพอื่ โปรดพจิ ารณา หากเหน็ ชอบขอไดโ ปรดลงนามหนงั สอื เวยี นแจง หนว ย

หรอื หากเห็นควรประการใดขอไดโปรดสั่งการ

พล.ต.ท.
(สมเดช ขาวขํา)
ผบช.สทส.

๓๘

บันทกึ ขอความ

สวนราชการ ตร. โทร. ๐-๒๒๐๕-๒๓๑๖
ท่ี ๐๐๓๓.๔๓/๔๔๘๐ วันท่ี ๒๓ พฤศจกิ ายน ๒๕๕๓
เรือ่ ง การบนั ทกึ ขอมูลหมายจบั และถอนหมายจับ ตัง้ แต ๑ ม.ค. ๒๕๕๔ เปน ตน ไป
เรียน ผบช.ภ.๑-๙, ผบช., ศชต., ผบช.น., ผบช.ก., ผบช.ปส., ผบช.สตม., ผบช.สพฐ.ตร.

ตามท่ี ตร. มีหนงั สอื ที่ ๐๐๓๓.๔๓/๐๓๖๕๓ ลง ๓๐ ก.ย. ๒๕๕๓ แจงใหห นว ยดาํ เนนิ
การบันทกึ ขอ มลู หมายจับและถอนหมายจับผานระบบ POLIS ตัง้ แตว นั ท่ี ๑ ม.ค. ๒๕๕๔ เปนตน ไป
เพื่อสนบั สนนุ สง เสริมการใชเทคโนโลยีมาชว นในการปฏบิ ัติงาน ใหสามารถสบื คนขอ มลู ไดท่ัวประเทศ
ณ หนว ยงานท่ีมเี ครอ่ื ง POLIS และเกดิ ประโยชนใ นการจบั กมุ ตัวผูมหี มายจับ นนั้

เนอ่ื งจากขอ มลู ผตู อ งหาทม่ี หี มายจบั เปน ขอ มลู ทส่ี าํ คญั และเปน ประโยชนต อ การปอ งกนั
ปราบปรามอาชญากรรม ดงั นนั้ ขอ มลู ในระบบ POLIS จะตอ งถกู ตอ งตามความเปน จรงิ ตร. จงึ กาํ หนด
แนวทางการปฏบิ ัตแิ ละหนว ยงานรบั ผดิ ชอบเพิ่มเตมิ ดังน้ี

๑. กรณีแกไขขอมูล/ลงขอมูลผูตองหา หรือการถอนหมายจับใหเปนอํานาจหนาที่
ความรบั ผดิ ชอบของ ผกก./หวั หนา สถานเี ทา นนั้ โดยวธิ กี ารตอ งใชบ ตั รประจาํ ตวั ประชาชนอเนกประสงค
(Smart Card) ของ ผกก./หัวหนา สถานี ผา นเครื่องอา นบตั ร (Smart Card Reader) และรหัสลบั ของ
บัตร (PIN-CODE) พรอมกับการใชรหสั ลับ (Password) ของ POLIS เพ่อื ระบุตวั ตนทีช่ ัดเจนของ
ผกู ระทําการแกไ ข/ลบขอ มูลผตู อ งหาหรือผูถ อนหมายจบั

๒. หนว ยงานรับผดิ ชอบเรอื่ งหมายจับ
๒.๑ หนว ยงานระดับ สน./สภ.
๑) บันทึกขอมูลหมายจับ/ถอนหมายจับในระบบติดตามผลคดี POLIS

โดยเลือกงานบันทึก/แกไขขอมูลคดีอาญา เลือกบันทึก/แกไขรับคํารองทุกข/จับกุมผูตองหาเพิ่มเติม/
ผลคดี (PBAI0010) ในสวนของขอมลู ผูตองหา โดยตรวจสอบหมายเลขประจําตวั ประชาชน ๑๓ หลกั
และใสรายละเอียดตางๆ ของหมายจับใหครบถวน เชน เลขที่หมายจับ วันเดือนปที่ออกหมาย
ศาลทอ่ี อกหมาย แตไ มเ กนิ วนั ที่ (วนั หมดอายคุ วาม) พรอ มทง้ั แนบไฟลห มายจบั (ไฟล pdf ขนาดไมเ กนิ
๕๐๐ kb ทุกแผน ของหมายจบั ) ซ่ึงตอ งสแกนจากเคร่อื งสแกนโดยเฉพาะ (ทว. บนั ทกึ ขอ มูลหมายจับ/
ถอนหมายจบั ในระบบ CIS)

๒) พิมพรายงานการออกหมายจับ โดยเลือกผลการปฏิบัติงานระบบ
ตดิ ตามผลคดี POLIS หัวขอหมายจบั ชอื่ รายงานการออกหมายจับ (PBAR0254) และรายงานการ
ถอนหมายจบั (PBAR0102) เปน ประจําทุกเดือน เพ่อื ใหห วั หนา สถานตี รวจสอบวาไดบ นั ทกึ ครบถว น

๓๙

ตามทไี่ ดอ อกหมายจบั /ถอนหมายจบั ตามความเปน จรงิ ครบถว นหรอื ไม เมอื่ เทยี บกบั สมดุ คมุ หมายจบั
ของสถานตี าํ รวจรวมทง้ั ตรวจสอบการแนบไฟลห มายจบั (ไฟล pdf) ดว ย และสง เอกสารดงั กลา วรายงาน
ผบู งั คบั บญั ชาตามสายงาน

๒.๒ หนว ยงาน ทว.
บนั ทกึ ขอ มลู หมายจบั /ถอนหมายจบั และจดั เกบ็ เอกสารหมายจบั ในรปู แบบ

แฟม pdf และพิมพรายงานจากระบบเสนอผูบงั คบั บญั ชาตามลาํ ดับชน้ั
จงึ แจง มาเพือ่ ดาํ เนนิ การในสวนท่ีเกยี่ วของตอไป

พล.ต.ท.
(จโิ รจน ไชยชิต)

ผชู วย ผบ.ตร.ปรท.ผบ.ตร.

๔๐

ô. ¡ÒÃÊÍ´ÊÍ‹ §¤¹¾Œ¹â·É ¤¹¾Ñ¡¡ÒÃŧâ·É ¼ÙÃŒ ÒŒ ·͌ §¶¹èÔ

กองทะเบียนประวัติอาชญากรและหนวยพิสูจนหลักฐานในสวนภูมิภาค เปนผูจัดทํา
ประวัติของผูถกู จาํ คกุ และพน โทษออกมาไว ในกรณีนส้ี ถานีตาํ รวจหรือหนวยงานสบื สวนปราบปราม
ไมตองจัดการรวบรวมขอมูลใหแตประการใด เมื่อมีความจําเปนตองขอตรวจสอบประวัติบุคคลวา
เคยมีประวัติการถูกจับกุมดําเนินคดีมากอนหรือไม สถานีตํารวจแตละแหงเคยดําเนินคดีกับผูใด
ฐานความผดิ ใด หมายเลขคดใี ด มกี ารสง แผน พมิ พลายนิ้วมือทําการตรวจสอบหรือไม ตามหมายเลข
ประจาํ แผน ลายพมิ พน ว้ิ มอื เลขใด ผลการตรวจสอบประวตั ลิ ายพมิ พน ว้ิ มอื พบหรอื ไมพ บประวตั เิ ดมิ
ถาพบเปน บญั ชปี ระวตั ิหมายเลขใด เพือ่ นาํ ขอมลู ที่ไดไ ปประกอบการพิจารณาคดี หรอื นาํ ชือ่ -ชอ่ื สกุล
ขอตรวจสอบหมายจบั ซงึ่ เปน ขอ มลู ของงานประกาศสบื จบั ขอตรวจสอบแผนประทษุ กรรมซง่ึ ตามระบบ
จะมีรายละเอียดเกี่ยวกับภาพถายคนราย ตรวจสอบประวัติบุคคลพนโทษ การสอดสองพฤติการณ
ความเคลอ่ื นไหวของบคุ คลพน โทษ ซงึ่ เปน วธิ กี ารเรม่ิ ตน ของระบบการสอดสอ งคนพน โทษ คนพกั การ
ลงโทษ ผรู า ยทอ งถน่ิ รวมทงั้ ผยู น่ื เรอื่ งราวขออนญุ าต-สมคั รงาน หนว ยงานตา งๆ ทต่ี อ งการตรวจสอบ
ขอ มลู จะมหี นงั สอื ถงึ ฝา ยทะเบยี นประวตั อิ าชญากร ๑ กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร หรอื หนว ยพสิ จู น
หลักฐานสวนภมู ิภาค ตามพ้ืนท่รี ับผดิ ชอบดงั กลาว

เพื่อเปนการปองกันและปราบปรามอาชญากรรมใหไดผลอยางแทจริง และชวยใน
การสืบสวนหาผูกระทําผิดมาลงโทษอยางรวดเร็ว จึงมีความจําเปนอยางย่ิงท่ีจะตองมีการสอดสอง
พฤตกิ ารณการเคลอื่ นไหวของบุคคลพนโทษ

ภารกจิ และหนาทข่ี อง ฝายทะเบยี นประวัตอิ าชญากร ๑ กองทะเบียนประวตั อิ าชญากร
๑. สนบั สนนุ พนักงานสืบสวน สอบสวน โดยใหข อ มูลขาวสารของบคุ คลพน โทษ
๒. จัดเกบ็ ประวัติไวเปน สารบบ เพอื่ สนับสนุนขอ มลู อยา งรวดเร็ว
๓. ประสานงานกับกรมราชทัณฑ เรือนจํา ทัณฑสถานเพื่อใหไดมาซึ่งประวัติของ
บคุ คลพน โทษ บคุ คลพักการลงโทษ บคุ คลท่ีไดร บั อภัยโทษและบคุ คลทีไ่ ดร บั วันลดโทษจาํ คุก
๔. จัดสงประวตั ิไปให สน./สภ. ทบ่ี ุคคลนัน้ มีภูมลิ ําเนาอยู
ประเภทของบุคคลพน โทษที่จะตองควบคมุ สอดสองในหนาท่ีตาํ รวจ
เมอ่ื ผกู ระทาํ ความผดิ ไดร บั โทษจาํ คกุ และไดร บั การพกั การลงโทษหรอื พน อาญาออกไป
จากเรือนจําและทัณฑสถานแลว จําเปนอยางยิ่งที่ตํารวจทองท่ีที่บุคคลพนโทษจะไปมีภูมิลําเนาอยู
จะตองคอยสังเกตพฤติการณและการเคล่ือนไหวของผูนั้นหลังจากไดรับขาวสารและขอมูลจาก
กองทะเบียนประวัติอาชญากร หรือหนวยพิสูจนหลักฐานสวนภูมิภาค ซึ่งบุคคลพนโทษที่จะตอง
ควบคมุ สอดสองพฤติการณแ ละการเคลอ่ื นไหวในหนาท่ีของตาํ รวจน้นั มอี ยู ๓ ประเภท คือ
๑. บคุ คลพกั การลงโทษ หมายถงึ ผตู อ งขงั ในเรอื นจาํ ทไี่ ดร บั โทษไปแลว แตเ พยี งบางสว น
แตใ นขณะทถี่ กู คมุ ขงั อยนู น้ั ทางกรมราชทณั ฑเ หน็ วา ผนู นั้ เปน ผทู มี่ คี วามประพฤตดิ ี อยใู นระเบยี บวนิ ยั
ของทางราชการ มีกริ ิยาวาจาเรียบรอยดี จงึ สง่ั ใหพ ักการลงโทษตามกําหนดเวลาที่ทางกรมราชทณั ฑ
กาํ หนดให หรอื จนกวา จะไดรบั การปลดปลอยใหพนโทษไปอยางจริงจงั

๔๑

๒. บุคคลพน โทษ หมายถึง บคุ คลท่ถี ูกศาลพพิ ากษาลงโทษใหจําคกุ ปรับสถานเดียว
หรือเพียงแตการรอการลงอาญา หรือพิพากษาใหสงตัวเขาฝกการอบรมในสถานสงเคราะหของ
กรมราชทัณฑและเมือ่ ไดรับโทษนนั้ ครบกําหนดตามคาํ พพิ ากษาแลวใหถอื วา เปนบุคคลพนโทษ

๓. บคุ คลท่เี ปนผรู ายทอ งถิน่ หมายถงึ บุคคลที่เคยตองโทษและพนระยะการสอดสอง
พฤตกิ ารณไ ปแลว แตย งั ปรากฏวา ประพฤตติ นเปน ผรู า ยอาชพี หรอื มพี ฤตกิ ารณท ส่ี อ แสดงวา เปน ผรู า ย
อยูหรอื อาจฟงไดวากระทําความผิดอยเู สมอ สดุ แลวแตโ อกาสจะอาํ นวยใหเ มือ่ ใด ใหถือวา เปน ผูราย
ทอ งถิ่น

โดยบทบญั ญตั ขิ องพระราชบญั ญตั ิ พ.ศ.๒๔๗๙ ไดก าํ หนดวธิ กี ารใหป ระโยชนแ กผ ตู อ งขงั
ที่จะไดรับการปลอยตัวกลับไปอยูกับครอบครัวกอนครบกําหนดโทษโดยวิธีการคุมประพฤติในชุมชน
รวม ๓ วิธคี ือ

๑. พกั การลงโทษ
มวี ตั ถปุ ระสงคเ พอ่ื ปลอ ยนกั โทษทมี่ คี วามประพฤตดิ ี มคี วามอตุ สาหะ ความกา วหนา

ในการศึกษาและทํางานเกิดผลดี หรือทําความชอบแกราชการพิเศษ ออกไปอยูภายนอกเรือนจํา
กอ นครบกําหนดโทษตามคําพพิ ากษา

เงอื่ นไขสําหรับผูพ กั การลงโทษตองปฏบิ ตั ิ
- กําหนดใหไ ปรายงานตวั ตอเจาหนา ท่เี ปนประจาํ
- ใหอ ยใู นทอ งที่อนั จาํ กดั จะออกนอกเขตทองทต่ี องไดรบั อนญุ าตกอ น
- หามมใิ หเสพ สุรา ยาเมา
- หา มไมใ หพกพาอาวธุ ปน
- หามคบคา สมาคมกับนกั เลงอนั ธพาล หรือบคุ คลพกั การลงโทษดวยกนั
ถาผูไดรับพักการลงโทษประพฤติตัวดีอยูในกรอบแหงการพักการลงโทษโดยตลอด
เม่ือครบกําหนดตามคําพิพากษาแลวก็จะไดรับการปลอยตัวเปนบุคคลพนโทษ แตถาระหวางพักการ
ลงโทษผูใดประพฤติผิดเงื่อนไขการพักการลงโทษที่กําหนดไว หรือกระทําความผิดอาญาข้ึนมาใหม
ก็จะถูกคมุ ขงั ยงั เรอื นจําเพ่อื รับโทษทีเ่ หลอื อยตู อไปและถกู เพิกถอนการพักการลงโทษ
อนง่ึ การพกั การลงโทษเปนเพียงประโยชนท่ตี อบแทนความประพฤติของผูตอ งขงั
จึงไมใ ชส ทิ ธิ์ ท่ีผตู อ งขงั แมว ามีคุณสมบัตหิ ลักเกณฑขางตนจะไดร บั ทุกคน อยางเชนในกรณที ผ่ี ูตองขัง
ไมม ีผอู ปุ การะในระหวา งคมุ ประพฤติ กอ็ าจไมไ ดรับการพิจารณาใหปลอ ยตวั ได
๒. บคุ คลพน โทษ คอื บคุ คลทถี่ กู ศาลพพิ ากษาลงโทษจาํ คกุ ปรบั สถานเดยี ว หรอื เพยี ง
แตรอการลงอาญาหรือพิพากษาใหสงตัวเขาสถานฝกอบรมในสถานสงเคราะหของกรมราชทัณฑ
เม่ือไดรบั โทษน้นั ครบกําหนดตามคําพพิ ากษาแลว ใหถอื วาเปนบุคคลพน โทษ


Click to View FlipBook Version