วิชา สส. (CI) ๒๑๕๐๓
การทะเบียนประวัตอิ าชญากร
ตาํ ÃÒàÃÂÕ ¹
หลกั สตู ร นกั เรียนนายสิบตํารวจ
วชิ า สส. (CI) ๒๑๕๐๓ การทะเบยี นประวัติอาชญากร
เอกสารน้ี “เปนความลับของทางราชการ” หามมิใหผูหน่ึงผูใดเผยแพร คัดลอก ถอดความ
หรือแปลสว นหน่ึงสวนใด หรอื ทั้งหมดของเอกสารนี้เพ่ือการอยางอ่ืน นอกจาก “เพ่ือการศึกษาอบรม”
ของขาราชการตํารวจเทานั้น การเปดเผยขอความแกบุคคลอ่ืนที่ไมมีอํานาจหนาที่จะมีความผิดตาม
ประมวลกฎหมายอาญา
กองบญั ชาการศึกษา สํานักงานตํารวจแหง ชาติ
พ.ศ.๒๕๖๑
1
คํานาํ
หลักสูตรนักเรียนนายสิบตํารวจ (นสต.) เปนหลักสูตรการศึกษาอบรมท่ีมีเปาหมาย
เพ่ือเสริมสรางใหบุคคลภายนอกผูมีวุฒิประกาศนียบัตรประโยคมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.๖) หรือ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเทา ท่ีเขารับการฝกอบรมมีความรู ความสามารถ และ
ทักษะวิชาชีพตํารวจ รวมถึงพัฒนาบุคลิกภาพรางกายใหเหมาะสมสําหรับการปฏิบัติงานตํารวจ
ในกลุมสายงานปองกันปราบปราม ตลอดจนเตรียมความพรอมทางดานจิตใจและวุฒิภาวะใหมี
จติ สาํ นึกในการใหบ รกิ ารเพ่อื บาํ บดั ทุกขบาํ รงุ สขุ ของประชาชนเปนสําคัญ
กองบัญชาการศึกษา ไดรวมกับครู อาจารย และครูฝก ในสังกัดกองบังคับการ
ฝก อบรมตาํ รวจกลาง และกลมุ งานอาจารย กองบญั ชาการศกึ ษา ศนู ยฝ ก อบรมตาํ รวจภธู รภาค ๑ - ๙
และกองบัญชาการตํารวจตระเวนชายแดน ตลอดจนผูทรงคุณวุฒิจากภายนอก จัดทําตําราเรียน
หลกั สตู รนกั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจชดุ นี้ ซง่ึ ประกอบดว ยองคค วามรตู า งๆ ทจี่ าํ เปน ตอ การพฒั นาศกั ยภาพ
ของนกั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจใหเ ปน ขา ราชการตาํ รวจทพ่ี งึ ประสงคข องประชาชน เพอ่ื ใชส าํ หรบั ประกอบ
การเรียนการสอนนักเรียนนายสิบตํารวจใหมีความพรอมทั้งดานความรู ความสามารถ กําลังกาย
และจติ ใจ จนสามารถเปน ขา ราชการตาํ รวจทป่ี ฏบิ ตั งิ านใหบ รกิ ารสงั คมและประชาชนไดอ ยา งตรงตาม
ความตอ งการอยา งแทจ รงิ และมีความพรอ มในการเขา สูประชาคมอาเซียน
ขอขอบคุณครู อาจารย ครูฝก และผูทรงคุณวุฒิทุกทาน ท่ีไดรวมกันระดมความคิด
ใหคําปรึกษา คําแนะนํา ประสบการณท่ีเปนประโยชน รวมถึงการถายทอดองคความรู
ที่เปนประโยชน จนทําใหการจัดทําตําราเรียนหลักสูตรนักเรียนนายสิบตํารวจสําเร็จลุลวงไดดวยดี
ซ่ึงกองบัญชาการศึกษาหวังเปนอยางยิ่งวาตําราเรียนชุดนี้คงเปนประโยชนตอการจัดการเรียน
การสอนและการจัดการฝกอบรมของครู อาจารย และครูฝก รวมตลอดถึงใชเ ปนคมู อื การปฏบิ ัตงิ าน
ของขาราชการตํารวจ อันจะสงผลทําใหสํานักงานตํารวจแหงชาติสามารถสรางความเชื่อม่ันศรัทธา
และความผาสุกใหแ กประชาชนไดอยา งแทจรงิ
พลตํารวจโท ( รอย อิงคไพโรจน )
ผูบ ญั ชาการศึกษา
1
สารบญั
ÇÔªÒ ¡Ò÷ÐàºÕ¹»ÃÐÇμÑ ÍÔ ÒªÞÒ¡Ã หนา
บทท่ี ๑ ความหมาย ขอบเขต ประโยชนของงานการทะเบียนประวัติอาชญากร ๑
- ความหมายของการทะเบยี นประวัตอิ าชญากร ๒
- ประโยชนของงานการทะเบยี นประวัติอาชญากร ๔
- หลักวชิ าการทะเบยี นประวตั อิ าชญากร ๕
- ระเบยี บ ขอ บังคบั คําสง่ั ที่เกีย่ วของกับการปฏิบตั ิงาน ๖
๑๑
บทท่ี ๒ ลกั ษณะงานทะเบียนประวตั อิ าชญากร ๑๒
- แผนลายพิมพน วิ้ มอื ๑๓
- แผนประทษุ กรรม ๒๕
- หมายจับ ๔๐
- การสอดสอ งคนพน โทษ คนพักการลงโทษ ผูรา ยทอ งถน่ิ ๕๓
- การขอใหป ระกาศสืบหาทรัพย ๖๔
- ทรัพยหายทีไ่ มเ ก่ียวกับคดี ๗๑
- คนหายพลดั หลง คนตายไมทราบชอ่ื ๘๗
๙๓
บทท่ี ๓ ลายพมิ พน ิ้วมอื ๙๖
- ประโยชนอ นั พึงไดร บั จากลายนวิ้ มือของมนษุ ย ๑๑๑
- วธิ พี ิมพลายนว้ิ มือท่ถี กู ตองตามหลักวิชา ๑๑๓
๑๑๓
บทท่ี ๔ การนําวิทยาการตาํ รวจและเทคโนโลยกี ารสบื สวนสอบสวนคดอี าญา ๑๑๖
๑๑๘
มาใชในงานดานการทะเบียนประวัตอิ าชญากร ๑๒๑
- ระบบคอมพวิ เตอรก ับการทะเบียนประวัติอาชญากร
- ระบบฐานขอมลู ประวัติอาชญากรรม
- ระบบตรวจสอบลายพมิ พน้ิวมืออัตโนมตั ิ
- การใชค อมพวิ เตอรส เก็ตชและประกอบภาพใบหนาคนราย
ภาคผนวก
1
วิชา สส. (CI) ๒๑๕๐๓
การทะเบียนประวตั อิ าชญากร
¤³Ð¼Œ¨Ù ´Ñ ทาํ
ñ. ¾Å.μ.·.ÃÍ ÍÔ§¤ä¾âè¹ ¼ºª.È. ·Õè»Ã¡Ö ÉÒ
ò. ¾Å.μ.μ.ÈáÄɳ á¡ÇŒ ¼Å¡Ö Ãͧ ¼ºª.È. ·è»Õ ÃÖ¡ÉÒ
ó. ¾.μ.Í.ËÞÔ§ ¡Äμ¡Ô Ò ª¹è× ¨μÔ μ ¼¡¡.½·Ç.÷ ·Ç.
ô. Ã.μ.Í.ËÞ§Ô ¹ÄÁÅ ¨ºÈÃÕ ÍÒ¨Òà(ʺ ñ) ¡Í¨.ȽÃ.À.ñ
1
๑
º··Õè ñ
¤ÇÒÁËÁÒ ¢Íºà¢μ »ÃÐ⪹¢Í§§Ò¹¡Ò÷ÐàºÕ¹»ÃÐÇμÑ ÍÔ ÒªÞÒ¡Ã
ÇÑμ¶»Ø ÃÐʧ¤
๑. เพ่อื ใหท ราบความหมายของการทะเบยี นประวตั อิ าชญากรในภาพรวม
๒. เพื่อใหท ราบโครงสรางของหนว ยงาน
๓. เพ่อื ใหทราบประโยชนแ ละการประสานงานในภาพรวม
ʋǹนาํ
การทะเบียนประวตั อิ าชญากร เปนการรวบรวมขอมลู เก่ยี วกับการกระทําผิด ซง่ึ มีหลาย
ชนิดงานท่ีเกี่ยวของ จึงควรทราบความหมายรวมถึงประโยชนในภาพรวม เพื่อสามารถประสาน
การปฏบิ ัตไิ ด
¡¨Ô ¡ÃÃÁá¹Ðนํา
คําถามทา ยบท
- การทะเบียนประวตั อิ าชญากรคอื อะไร
- สามารถใชส นับสนนุ งานสืบสวนสอบสวนไดอยางไร
๒
¤ÇÒÁËÁÒ¢ͧ¡Ò÷ÐàºÂÕ ¹»ÃÐÇÑμÔÍÒªÞÒ¡Ã
การทะเบยี นประวตั อิ าชญากรมคี วามหมาย คอื การจดบนั ทกึ เรอื่ งราวรายละเอยี ดตา งๆ
ที่เกี่ยวของกับตัวบุคคลผูกระทําความผิดกฎหมายท่ีมีบทบัญญัติไวและมีบทกําหนดโทษ บุคคล
ดงั กลา วนนั้ นกั อาชญาวทิ ยาถอื วา เปน อาชญากร และผลในการกระทาํ ความผดิ เปน อาชญากรรม หรอื
กลา วอกี นยั หนง่ึ คอื การรวบรวมขอ มลู ของอาชญากรและวธิ กี ารประกอบอาชญากรรมไวอ ยา งเปน ระบบ
ขอบเขตเนอ้ื หาท่ีตองเรยี น
๑. งานทะเบยี นประวตั ิอาชญากร
๒. งานพมิ พล ายนิ้วมือ
๓. งานสบื สวนโดยใชเ ทคโนโลยีทันสมัย
ลักษณะงานทะเบยี นประวตั อิ าชญากร
๑. แผน พิมพลายน้วิ มอื
๒. แผน ประทษุ กรรม และตําหนิรูปพรรณ
๓. สมดุ ภาพคนรา ย และการประกอบภาพใบหนาคนรา ย
๔. ประวตั อิ าชญากร
๕. การสอดสองบคุ คลพนโทษ พกั การลงโทษ และผรู า ยทองถ่ิน
๖. การประกาศสบื จับบุคคล และการประกาศสืบหาทรพั ย
๗. คนหายพลดั หลง คนตายไมท ราบชื่อ ทรัพยหายไมเกย่ี วกับคดี
หนว ยงานท่มี ีภารกจิ ดานงานทะเบยี นประวัติอาชญากร
หนวยงานทม่ี ภี ารกจิ ดานงานทะเบยี นประวตั ิอาชญากรมีดังน้ี
ศนู ยข อมูลวตั ถุระเบดิ สาํ นกั งานพิสจู นหลกั ฐานตํารวจ กลุม งานพิสจู นเ อกลักษณบุคคล
(ผกก.หน.) (ผกก.หน.)
กองบังคับการ กองพิสจู น ศนู ยพิสูจน สถาบนั ฝกอบรมและวจิ ยั กองทะเบยี นประวัติ
อํานวยการ หลักฐานกลาง หลกั ฐาน ๑-๑๐ การพิสจู นห ลักฐานตาํ รวจ อาชญากร
- ฝา ยธุรการและกําลงั พล - ฝา ยอํานวยการ - ฝา ยอาํ นวยการ - ฝา ยอํานวยการ - ฝายอาํ นวยการ
- ฝา ยยุทธศาสตร (รวมงานเทคโนฯ) - กลมุ งานตรวจสถานทเี่ กดิ เหตุ (รวมงานเทคโนฯ) - ฝา ยทะเบยี นประวตั อิ าชญากร ๑
- ฝา ยสง กําลงั บาํ รุง - กลมุ งานตรวจเอกสาร
- ฝา ยงบประมาณและการเงนิ - กลมุ งานตรวจสถานทเ่ี กดิ เหตุ - กลมุ งานตรวจอาวธุ ปน - ฝา ยฝกอบรม (ประกาศสบื จบั บคุ คลและทรพั ย
- ฝา ยกฎหมายและวินัย - กลุมงานตรวจเอกสาร - ฝายปกครอง แผนประทุษกรรม ฯลฯ)
- ฝา ยเทคโนโลยแี ละสารสนเทศ - กลมุ งานตรวจอาวุธปน และเครอ่ื งกระสุน - กลุมงานมาตรฐาน - ฝา ยทะเบยี นประวตั อิ าชญากร๒
- กลมุ งานตรวจทางเคมฟี ส กิ ส - กลมุ งานผูเ ชย่ี วชาญ (สมดุ ภาพคนรา ย)
และเคร่ืองกระสนุ - กลุมงานตรวจยาเสพตดิ - ฝา ยทะเบยี นประวตั อิ าชญากร๓
- กลมุ งานตรวจทางเคมฟี ส กิ ส - กลมุ งานตรวจลายนวิ้ มอื แฝง (ตรวจประวตั )ิ
- กลมุ งานตรวจยาเสพติด - กลมุ งานตรวจชีววิทยา - ฝา ยทะเบยี นประวตั อิ าชญากร๔
- กลมุ งานตรวจลายนว้ิ มอื แฝง (ลายพมิ พน ว้ิ มอื ผตู อ งหา/ศพ)
- กลมุ งานตรวจชีววิทยา และดเี อ็นเอ - ฝา ยทะเบยี นประวตั อิ าชญากร๕
- กลมุ งานตรวจพสิ ูจน (ลายพมิ พน วิ้ มอื ผขู ออนญุ าต
และดีเอน็ เอ /สมัครงาน/เรือนจํา)
- กลุม งานตรวจพิสจู น อาชญากรรมคอมพิวเตอร - ฝา ยทะเบยี นประวตั อิ าชญากร ๖
- กลุมงานผูเชีย่ วชาญ (จัดทําและรับรองประวัติ
อาชญากรรมคอมพิวเตอร - พิสจู นห ลกั ฐานจงั หวัด การกระทําความผิด)
- กลุม งานผเู ชีย่ วชาญ - ฝา ยทะเบยี นประวตั อิ าชญากร๗
(ตรวจสอบเปรียบเทียบ
ลายพิมพน ิ้วมือ) ๓
- กลุมงานผูเชี่ยวชาญ
๔
»ÃÐ⪹¢ ͧ§Ò¹¡Ò÷ÐàºÂÕ ¹»ÃÐÇÑμÔÍÒªÞÒ¡Ã
ดังที่กลาวมาแลวขางตน เนื่องจากงานทะเบียนประวัติอาชญากรเปนการรวบรวม
ขอมูลตางๆ ไมวาจะเปนประวัติบุคคล แผนลายพิมพน้ิวมือ แผนประทุษกรรมหรือวิธีการกระทํา
ความผิดของคนราย รูปถายของผูตองหา หมายจับและตําหนิรูปพรรณของผูกระทําความผิด ตําหนิ
รปู พรรณทรพั ย หรอื แมแ ตประวตั ิของผตู องขัง ดังนัน้ พนกั งานสอบสวน หรอื เจาหนาทต่ี ํารวจทองที่
ตลอดจนผูท่เี กยี่ วของจะสามารถใชประโยชนจ ากงานดานการทะเบียนประวัตอิ าชญากรได ดังน้ี
ñ. ã¹´ŒÒ¹¡ÒÃÊº× Êǹ
๑.๑ ในกรณีทเ่ี จาทุกข หรอื พยานจําหนาคนรา ยได งานดา นการทะเบยี นประวัติ
อาชญากรจะชว ยใหค น หาไดจ ากการดู
- สารบบภาพถา ยคนรา ย
- การสเก็ตชภ าพคนราย หรือการประกอบภาพใบหนา คนราย
๑.๒ ในกรณที ที่ ราบชอื่ หรอื จาํ ตาํ หนริ ปู พรรณบางอยา งของคนรา ยได หรอื ทราบ
แตขอ มูลวิธีการดําเนินการของคนราย ก็อาจชวยคนหาไดจ ากสารบบขอมลู ประวัติ
๑.๓ ในกรณีที่คนรายนําทรัพยไปจํานํา งานดานการทะเบียนประวัติอาชญากร
จะชว ยใหค น หาไดจ ากการตรวจสอบลายพมิ พน ว้ิ มอื ในตน ขวั้ ตว๋ั จาํ นาํ กบั ลายพมิ พน วิ้ มอื เดย่ี วในสารบบ
๑.๔ ในกรณที พี่ บทรพั ยข องกลาง แตไ มท ราบวา เปน ของผใู ด แจง ความไวท ส่ี ถานี
ตาํ รวจแตเมือ่ ใด กจ็ ะชว ยคนหาไดจากสารบบขอมูลทรพั ยส นิ
๑.๕ ในกรณีท่ีเกิดมีคนรายหลบหนีการจับกุม งานดานการทะเบียนประวัติ
อาชญากรก็ชวยสืบหาไดโดยการออกประกาศสืบจับ สงใหสถานีตํารวจตางๆ ไดทราบและชวย
ติดตามจบั กมุ
๑.๖ ในกรณีพบศพไมทราบช่ือ งานดานการทะเบียนประวัติอาชญากรจะชวย
สบื สวนหาตวั วาผตู ายเปนผูใด
ò. ã¹´ŒÒ¹¡ÒÃÊͺÊǹ
๒.๑ จะชวยตรวจสอบลายพิมพน้ิวมือผูตองหาหรือศพเพื่อจะตองการทราบวา
ผูตองหาหรือศพเคยตองหา หรือตองโทษมากอนหรือไม อยางไร เพื่อนําไปประกอบสํานวน
การสอบสวน
๒.๒ ชวยตรวจสอบประวัติแผนประทุษกรรมของผูตองหา เพื่อตองการทราบวา
ผตู องหาเคยกระทําความผดิ มากอนดว ยวิธีการอยางไร
๒.๓ ชว ยตรวจสอบหมายจบั เพอื่ ตอ งการทราบวา ผตู อ งหาเปน ผกู ระทาํ ความผดิ
คดอี าญาและอยใู นระหวางหลบหนีการจับกมุ หรอื ไม หรือมีสถานีตํารวจใดตอ งการตวั บา ง
๕
ó. ã¹´ŒÒ¹¡Òû͇ §¡¹Ñ áÅлÃÒº»ÃÒÁ
ในงานดา นการทะเบยี นประวตั อิ าชญากรไดก าํ หนดให กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร
กองกํากับการวิทยาการเขต หรือวิทยาการจังหวัด แลวแตกรณี มีหนาที่ในการจัดทําประวัติบุคคล
พนโทษ สง ไปยังสถานตี าํ รวจทอ งที่ทค่ี นพนโทษนนั้ จะออกไปมีภมู ลิ าํ เนาอยู เพ่ือใหเ จา หนาท่ตี ํารวจ
ทอ งทที่ ราบและเกบ็ ขอ มลู ไวค อยสอดสอ งพฤตกิ ารณแ ละความเคลอื่ นไหว ซง่ึ ถา หากไปกระทาํ ความผดิ
ขึน้ อกี ก็จะไดใ ชเ ปน แนวทางในการสบื สวนปราบปรามตอไป
ดังน้ัน จะเห็นไดวางานทะเบียนประวัติอาชญากรจะดําเนินไปไดอยางสมบูรณ
ถูกตองเรียบรอยจนสามารถท่ีจะอํานวยประโยชนใหกับพนักงานสอบสวน หรือตํารวจทองท่ีไดอยาง
แทจริง พนักงานสอบสวนหรือตํารวจทองท่ีจะตองใหความรวมมือในการประสานการปฏิบัติงานกับ
เจา หนา ทง่ี านทะเบยี นประวตั อิ าชญากร ในเรอ่ื งสง รายงานหรอื ขอ มลู ตา งๆ ตามทกี่ าํ หนดไวใ นระเบยี บ
ของสํานักงานตํารวจแหงชาติอยางเครงครัด และการรายงานจะตองกรอกขอความตามรายการ
ในแบบพิมพใหถูกตอง ครบถวนและชัดเจนเพ่ือใหไดประวัติอาชญากรท่ีสมบูรณถูกตองมีคุณคา
อยางแทจริงเก็บไวเม่ือพนักงานสอบสวนหรือตํารวจหนวยใดมีความประสงคตองการจะทราบประวัติ
หรือเรื่องราว รายละเอียดตางๆ ของบุคคลใด เพื่อประโยชนแกการสืบสวนสอบสวน ปองกัน และ
ปราบปรามอาชญากรรม เจาหนาท่ีผูรับผิดชอบงานดานทะเบียนประวัติอาชญากรก็จะไดทําการ
ตรวจสอบและแจงผลใหทราบเรื่องราวรายละเอยี ดตา งๆ ไดอยางถกู ตอ ง ไมผิดพลาดอันจะกอใหเกดิ
ประโยชนไดอยางแทจริง แตในทางกลับกัน ถาหากพนักงานสอบสวนหรือตํารวจทองท่ีไมสนใจให
ความรว มมอื ไมส ง รายงานหรอื เรอ่ื งราวตามทไ่ี ดก าํ หนดไวใ นระเบยี บฯ หรอื สง เรอ่ื งราวทมี่ ขี อ มลู ไมล ะเอยี ด
พอหรอื ไมค รบถว นถกู ตอ ง เมอื่ พนกั งานสอบสวนหรอื ตาํ รวจทอ งทต่ี อ งการจะทราบประวตั หิ รอื เรอ่ื งราว
รายละเอยี ดของอาชญากรผใู ด เจา หนา ทผี่ รู บั ผดิ ชอบดา นการทะเบยี นประวตั อิ าชญากรกไ็ มส ามารถจะ
ทาํ การตรวจสอบคน หาใหไ ดต ามความตอ งการ หรอื ไดแ ตข อ มลู ทผี่ ดิ พลาด ไมถ กู ตอ งกบั ความเปน จรงิ
อันเปนผลสะทอนกลับมาสูพนักงานสอบสวนหรือตํารวจทองท่ีเอง ทําใหไมสามารถใชประโยชนจาก
งานทะเบียนประวตั อิ าชญากรไดอ ยางแทจรงิ
ËÅ¡Ñ ÇÔªÒ¡Ò÷ÐàºÂÕ ¹»ÃÐÇÑμÍÔ ÒªÞÒ¡Ã
เจา หนา ทตี่ าํ รวจทปี่ ฏบิ ตั งิ านในทอ งทไ่ี มว า จะเปน ฝา ยปอ งกนั และปราบปราม ฝา ยสบื สวน
สอบสวน ฝายจราจร หรือแมแตฝายธุรการ ตางก็มีความจําเปนที่จะตองทราบถึงตัวบทกฎหมาย
อยา งกวา งขวางและแมน ยาํ ตอ งผา นการฝก อบรมวชิ าการ หรอื เทคนคิ ตา งๆ ของตาํ รวจทเ่ี ออ้ื อาํ นวย
ใหเ กิดประโยชนตอ การปฏบิ ตั งิ าน ในทอ งทใี่ หไดม ากท่ีสดุ เทา ที่จะมากได ไมว า จะเปนเทคนคิ วชิ าการ
ทเ่ี กยี่ วกบั การตอ สปู อ งกนั ตวั วธิ กี ารสอบสวน หรอื แมแ ตเ ทคนคิ วธิ กี ารในอนั ทจ่ี ะสรา งสมั พนั ธอ นั ดกี บั
ประชาชนในพนื้ ที่ ลว นแตเ ปน เทคนคิ วธิ กี ารเฉพาะดา นของงานทตี่ อ งใชห รอื สมั ผสั อยตู ลอดระยะเวลา
ทั้งสิ้น
๖
ในทํานองเดียวกันเจาหนาที่ตํารวจฝายวิทยาการโดยเฉพาะอยางย่ิงเจาหนาท่ีตํารวจ
ทป่ี ฏบิ ตั งิ านดา นการทะเบยี นประวตั อิ าชญากร นอกจากจะตอ งมคี วามรคู วามเขา ใจและผา นการฝก อบรม
เทคนคิ วชิ าทางดา นยุทธวิธีตาํ รวจ ตลอดจน กฎ ระเบียบ ขอ บงั คบั ตางๆ ท่ีเกย่ี วกับงานในหนาที่แลว
ยงั จาํ เปน อยา งยงิ่ ทจ่ี ะตอ งทาํ ความเขา ใจศกึ ษาอบรมถงึ เทคนคิ วทิ ยาการทส่ี าํ คญั ๆ ซงึ่ ใชใ นการปฏบิ ตั งิ าน
ดานการทะเบียนประวัติอาชญากร และถือเปนหลักท่ีนํามาใชในการชี้ระบุตัวบุคคลหรือทรัพย
ซึง่ มีดังตอ ไปนี้
๑. วชิ าการวา ดว ยลายพมิ พนิ้วมือ (Fingerprint, Classfication Filling System)
๒. วิชาการวาดวยรปู ลกั ษณะตาํ หนิรูปพรรณของบคุ คล (Personal Descriptions)
๓. วชิ าการวา ดว ยแผนประทษุ กรรม (Modus Operandi System)
๔. วิชาการวา ดว ยการชรี้ ะบุทรัพยสิน (Property Identification)
และดังท่ีกลาวไวแลวขางตนวา กองทะเบียนประวัติอาชญากร เปนศูนยกลางรวบรวม
ขอ มลู หลายๆ ประเภท ดงั นนั้ วธิ กี ารทจ่ี ะใชเ กบ็ รวบรวมขอ มลู เพอื่ ใหส ามารถนาํ ขอ มลู เหลา นนั้ ออกมา
ใชใ หเ กดิ ประโยชนต อ การปฏบิ ตั งิ านของทกุ หนว ยทเ่ี กยี่ วขอ งไดอ ยา งรวดเรว็ และมปี ระสทิ ธภิ าพยอ มเปน
สงิ่ สาํ คญั ดว ยเหตผุ ลและความจาํ เปน ประกอบกบั จะตอ งสนองนโยบายในอนั ทจ่ี ะสนบั สนนุ และอาํ นวย
ความสะดวกใหกับหนวยราชการ ตลอดจนหนว ยงานท่ีเกีย่ วขอ งตา งๆ ทต่ี อ งการทราบประวตั บิ ุคคล
ที่จะรับสมัครเขาปฏิบัติงานในหนวยหรือประวัติของบุคคลท่ีย่ืนเรื่องราวขออนุญาตดําเนินการส่ิงหนึ่ง
สิ่งใดเพ่ือนํามาประกอบการพิจารณารับเขางาน หรืออนุญาตใหดําเนินการในแตละเรื่องนั้นๆ หรือ
แมแตเจาพนักงานฝายปกครอง และเจาหนาที่ตํารวจฝายสืบสวนสอบสวน ซ่ึงตองการความรวดเร็ว
ในการตรวจสอบและคน หาขอ มลู อยเู สมอ กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรจงึ ไดจ ดั ระบบการตรวจสอบ
ขอมูลไวเปน สารบบสาํ คัญๆ ดังน้ี
๑. กรณีทราบช่ือและชื่อสกุล ทราบวิธีการกระทําความผิด ทราบตําหนิแผลเปน
ลายสกั หรอื สง่ิ วกิ ลพกิ าร ตรวจสอบไดจ าก ระบบคอมพิวเตอร (CRIMES)
๒. กรณีจําหนาคนรายได ตรวจสอบไดจาก สารบบภาพถายคนราย การสเก็ตชภาพ
หรอื ประกอบภาพใบหนา คนรา ย
๓. กรณีท่ีมีลายพิมพนิ้วมือสิบนิ้ว ตรวจสอบไดจาก ระบบคอมพิวเตอรตรวจสอบ
ลายพิมพน วิ้ มืออัตโนมัติ (AFIS)
ÃÐàºÂÕ º ¢ŒÍºÑ§¤ºÑ คาํ ʧÑè ·Õàè ¡èÕÂǢ͌ §¡Ñº¡Òû¯ÔºÑμÔ§Ò¹
ในการปฏิบัติงานดานการทะเบียนประวัติอาชญากร มุงเนนปฏิบัติตาม กฎ ระเบียบ
และขอบังคับตามตัวบทกฎหมายเปนหลัก สวนการปฏิบัติงานดานการพิมพลายน้ิวมือจะมุงเนน
ทางดา นเทคนิควิทยาการเฉพาะดา น ซ่งึ ตองอาศยั ผเู ชีย่ วชาญท่ปี ฏบิ ัตงิ านดวยความชํานาญเปนหลัก
แตอ ยา งไรกต็ าม ในการปฏบิ ตั งิ านทงั้ สองดา นจะตอ งอยภู ายใต กฎ ระเบยี บ ขอ บงั คบั หรอื ขอ กาํ หนด
๗
ทถ่ี กู กาํ หนดขน้ึ ใหเ ปน หนา ทรี่ บั ผดิ ชอบ หรอื ใหเ ปน วธิ กี ารปฏบิ ตั ขิ องเจา หนา ทตี่ าํ รวจทเ่ี กยี่ วขอ งแตล ะฝา ย
ในการที่จะตองรับผิดชอบดําเนินการอยางเครงครัด เพ่ือที่จะไดสามารถปฏิบัติงานประสานกันได
อยางมีประสิทธิภาพ และไดผลสมความมุงหมายของสํานักงานตํารวจแหงชาติ ในการปฏิบัติงาน
ดานการทะเบียนประวัติอาชญากรและลายพิมพนิ้วมือ มีระเบียบ ขอบังคับและคําส่ังท่ีเก่ียวของ
ถอื เปน ระเบียบหลกั ทีส่ ําคญั ดงั ตอไปนี้
๑. การปฏิบัติเกี่ยวกับงานดานการจัดทําแผนประทุษกรรม ปฏิบัติตามประมวล
ระเบยี บการตํารวจเก่ียวกับคดี ลกั ษณะที่ ๑๘ บทที่ ๑๑ เร่อื ง การปฏบิ ัตหิ นาทีแ่ ละการประสานงาน
เก่ียวกับการตรวจสอบประวัติและการตรวจสอบแผนประทุษกรรมระหวางพนักงานสืบสวนสอบสวน
กบั หนว ยงานวทิ ยาการตาํ รวจ (ระเบยี บสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ วา ดว ยกรณบี างเรอื่ งทมี่ วี ธิ ปี ฏบิ ตั เิ ปน พเิ ศษ
(ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ.๒๕๔๕ ลง ๑๕ พ.ย. ๒๕๔๕)
๒. การปฏบิ ตั เิ กยี่ วกบั งานดา นการประกาศสบื จบั และทรพั ยส นิ ทถ่ี กู ประทษุ รา ย ปฏบิ ตั ิ
ตามประมวลระเบยี บการตาํ รวจเกยี่ วกบั คดี ลกั ษณะ ๑๔ บทที่ ๑ และ ๒ เรอื่ งการออกตาํ หนริ ปู พรรณ
ผูกระทําความผิด และตําหนิรูปพรรณทรัพยหายไดคืน (ระเบียบสํานักงานตํารวจแหงชาติ วาดวย
การออกตําหนิรปู พรรณบุคคลและทรัพย (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ.๒๕๔๕ ลง ๑๕ พ.ย. ๒๕๔๕)
๓. การปฏบิ ตั ิเก่ียวกับงานคนหายพลัดหลง คนตายไมทราบช่ือ ทรัพยต กท่ีมผี เู ก็บได
ปฏิบัติตามประมวลระเบียบการตํารวจเกี่ยวกับคดี ลักษณะ ๑๔ บทที่ ๓ การดําเนินการเกี่ยวกับ
คนหายพลัดหลงและไดค ืน ลักษณะ ๑๕ บทที่ ๔ ของตกทมี่ ีผูเก็บได และประมวลระเบียบการตาํ รวจ
เก่ียวกบั คดี ลกั ษณะ ๑๐ บทที่ ๒ การตรวจพสิ จู นศพที่ไมทราบวาผตู ายเปนใคร
๔. การปฏบิ ตั เิ กย่ี วกบั งานควบคมุ อาชญากรบางประเภท ปฏบิ ตั ติ ามประมวลระเบยี บการ
ตํารวจเก่ียวกับคดี ลักษณะ ๑๗ บทที่ ๑, ๒ และหนังสือขอความรวมมือยังอธิบดีกรมราชทัณฑ
ตามหนงั สอื ท่ี ตช ๐๐๒๖.๓๕๕/๑๗๖๕ ลง ๗ ก.ค. ๒๕๔๒ เรอ่ื ง การสง พมิ พล ายนวิ้ มอื ให กองทะเบยี น
ประวัตอิ าชญากรตรวจสอบ และขอใหจดั ทาํ ขอมลู ในแบบประวัตบิ ุคคลพน โทษ
๕. ระเบยี บสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ วา ดว ยประมวลระเบยี บการตาํ รวจไมเ กยี่ วกบั คดี
ลกั ษณะที่ ๓๒ แกไขเพม่ิ เตมิ ๒๕๕๔ ลง ๑ ส.ค. ๒๕๕๔
๖. การปฏิบัติเกี่ยวกับนักโทษประหารชีวิต ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.แกไขเพ่ิมเติมประมวล
กฎหมายอาญา (ฉบบั ที่ ๑๖) พ.ศ.๒๕๔๖ และระเบยี บกระทรวงยตุ ธิ รรม วา ดว ย หลกั เกณฑแ ละวธิ กี าร
ประหารชวี ติ นกั โทษ พ.ศ.๒๕๔๖ และถอื ปฏบิ ตั ติ ามประมวลระเบยี บการตาํ รวจไมเ กยี่ วกบั คดี ลกั ษณะ
ท่ี ๓๒ บทท่ี ๑ ขอ ๒.๔ “เมือ่ ไดร บั แจง จากกรมราชทณั ฑวา จะประหารชวี ิต ใหจ ัดสงเจาหนา ที่ไปพมิ พ
ลายน้ิวมือผูจะถูกประหารชีวิต แลวตรวจสอบแจงยืนยันวาเปนผูน้ันจริงไปยังคณะกรรมการประหาร
ชวี ติ ดาํ เนินการตอ ไป”
๘
ทานจะใชงานทะเบียนประวัติอาชญากรชวยสนับสนุนใหงานสืบสวนและสอบสวนเกิดประสิทธิภาพ
ไดอยา งไร
๑. สถานีตํารวจจะตองถายภาพผูตองหา (เฉพาะความผิด ๖ ประเภทตามระเบียบ
เกี่ยวกับคดีลกั ษณะ ๑๘ บทที่ ๑๑) ทจ่ี บั ไดบ ันทกึ ประวัตผิ ตู อ งหานนั้ อยางละเอียดในแบบ ผ.๒ และ
พมิ พฝ า มอื ซา ยขวาดว ย พมิ พม อื ๑๐ นวิ้ ใหช ดั เจนถกู ตอ งตามวธิ กี ารพมิ พม อื พรอ มกบั กรอกขอ ความ
ลงในแบบพิมพมือใหช ัดเจน โดยการพมิ พด ีดและบนั ทกึ แผนประทุษกรรมในแบบ ผ.๑ ใหล ะเอียด
๒. ถาสถานีตํารวจไมสามารถถายภาพและบันทึกประวัติได หรือไมสะดวกก็สามารถ
สง ตัวผตู อ งหาไปถา ยภาพ และทาํ ประวตั ิไดท ่ี ทว. ศนู ยพิสจู นหลกั ฐาน
๓. การพิมพมือผูตองหาตองพิมพดวยหมึกสําหรับพิมพลายน้ิวมือโดยเฉพาะ
ใหชัดเจน ถูกตอ งตามหลกั วิชาและกรอกขอความในแผนพิมพมือใหล ะเอยี ด ชดั เจน ครบถว น ถูกตอง
โดยใชพ ิมพดดี หรือเขยี นใหช ดั เจนอานงาย
๔. การสงขอมูลเพ่ือออกประกาศสืบจับตามหมายจับ จะตองบันทึกตําหนิรูปพรรณ
ใหละเอียดพรอมถายภาพสง มายัง ทว.
๕. การสง ตาํ หนริ ปู พรรณทรพั ยห ายหรอื รถยนตห าย รถจกั รยานยนตห ายใหร ะบตุ าํ หนิ
รปู พรรณของทรพั ยท ห่ี ายอยา งละเอยี ดและชดั เจน โดยเฉพาะทรพั ยท ม่ี หี มายเลขเครอ่ื งหรอื หมายเลข
ประจําตวั ทรัพยจ ะตอ งระบใุ หชัดเจน เชน หมายเลขเครื่องรถ หมายเลขเครอ่ื งทวี ี หมายเลขเคร่ือง
นาฬกาขอมือ ถามีภาพถายของทรัพยนั้นใหสงมาดวย ถาเปนทรัพยที่ไมมีตัวเลขใหบอกตําหนิพิเศษ
เชน รอยขีดขวน รอยบน่ิ รอยรา ว หรอื เครือ่ งหมายที่เจา ของทาํ ไวเ ปน พเิ ศษ
๖. กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรจะรวบรวมขอ มลู ทงั้ หมด ตามขอ ๑-๕ จดั เปน ระบบ
ขอ มลู เขา คอมพวิ เตอรเ พอ่ื ใชต รวจสอบใหก บั พนกั งานสบื สวนและสอบสวน ถา หากขอ มลู ในแบบรายงาน
แผนประทุษกรรม (ผ.๑) และแบบรายงานประวัติและตําหนิรูปพรรณผูกระทําความผิด (ผ.๒) และ
แบบพิมพมือท่สี งมาไมค รบถวนสมบูรณ กองทะเบยี นประวัติอาชญากรก็ไมส ามารถจะจัดเกบ็ เขาเปน
ระบบตามหลกั วชิ าได ถา ตอ มาภายหลงั พนกั งานสบื สวนจะมาขอตรวจสอบคน หากจ็ ะตรวจไมพ บ เชน
คดีลักทรัพย แผนประทุษกรรม (ผ.๑) บอกมาเพียงสั้นๆ วา “คนรายเขาไปลักทรัพยไดเสื้อผาไป
๖๐ โหล มูลคา ๒๐,๐๐๐ บาท” หรือสงแผนพิมพลายนิ้วมือคนรายที่เลอะเลือน ก็จะไมสามารถ
ตรวจสอบใหไ ดตองใหพมิ พมอื สง มาตรวจสอบใหม
การประสานงานกบั หนวยงานทีเ่ กีย่ วขอ ง
๑. การประสานงานกับหนวยงานภายใน
ในการประสานงานกบั หนว ยงานภายในสงั กดั ตร. อนั ไดแ ก เจา หนา ทตี่ าํ รวจทกุ หนว ย
ทที่ าํ หนา ทีใ่ นการปองกันปราบปรามอาชญากรรม เชน สถานีตํารวจทอ งทีต่ า งๆ โดยเฉพาะอยางยิ่ง
เจา หนา ทตี่ าํ รวจฝา ยสบื สวนสอบสวน เชน พนกั งานสอบสวน ทว. ขอใหท กุ หนว ยไดป ฏบิ ตั ติ ามระเบยี บ
๙
แบบแผนของ ตร. ท่ีกําหนดไวอยางตอเน่ืองและสมํ่าเสมอ ท้ังน้ีเพ่ือที่ ทว. จะไดมีขอมูลท่ีถูกตอง
สมบูรณ อนั จะเปน ประโยชนก บั ผูใชบ ริการจาก ทว.เอง
๒. การประสานงานกับหนว ยงานภายนอก
สําหรับการประสานงานกับหนวยงานภายนอกสังกัด ตร. ไดแก กรมราชทัณฑ
ทว.ไดติดตามประสานขอมูลเก่ียวกับผูกระทําผิด ซ่ึงไดแกคําพิพากษาของศาลหรือขอมูลของบุคคล
ที่พนโทษจากเรือนจําเพื่อที่จะนําขอมูลเก่ียวกับผูกระทําผิดเหลานี้มารวบรวมใหเกิดประโยชนกับ
งานปองกันปราบปรามอาชญากรรม โดยเฉพาะอยางยิ่งเจาหนาที่ตํารวจท่ีทําหนาท่ีในการสืบสวน
อนั ไดแ ก พนกั งานสอบสวนใหม ากทส่ี ดุ เทา ทจี่ ะมากได สว นขอ มลู ผลคดเี มอื่ คดถี งึ ทส่ี ดุ ใหส ถานตี าํ รวจ
ทองทีป่ ระสานขอมูลผลคดถี งึ ทีส่ ดุ จากอัยการและแจงให ทว.ทราบ เพ่ือรวบรวมประวัติไวใหครบถวน
๑๐
๑๑
º··èÕ ò
Å¡Ñ É³Ð§Ò¹·ÐàºÕ¹»ÃÐÇμÑ ÍÔ ÒªÞÒ¡Ã
ÇμÑ ¶»Ø ÃÐʧ¤
๑. เพอ่ื ใหท ราบลกั ษณะงานตางๆ
๒. เพือ่ ใหทราบระเบยี บปฏิบัติทีเ่ กี่ยวของ
ÊÇ‹ ¹นํา
งานทะเบยี นประวัตอิ าชญากร มลี ักษณะงานตา งๆ กนั เชน แผนประทษุ กรรม ประกาศ
สบื จบั ประกาศสบื หาทรพั ย ฯลฯ จงึ ควรทราบลกั ษณะงานตา งๆ ในรายละเอยี ด รวมทง้ั ระเบยี บปฏบิ ตั ิ
ทีเ่ ก่ียวของ
¡¨Ô ¡ÃÃÁá¹Ðนาํ
ทดลองกรอกแบบฟอรมตางๆ เชน แผนประทุษกรรม แบบแจงรูปพรรณคนหาย
แบบรายการตําหนิรูปพรรณทรัพยถูกประทุษรายหรือหาย/ไดคืน แบบตําหนิรูปพรรณรถยนตหรือรถ
จกั รยานยนตถ ูกโจรกรรม/ไดค นื เปนตน
๑๒
ñ. á¼¹‹ ÅÒ¾ÔÁ¾¹ ÇéÔ Á×Í
กรณีมีผูประสงคยื่นเร่ืองขออนุญาตประกอบกิจการหรือสมัครงานตอเจาหนาท่ีของทาง
ราชการทเี่ กยี่ วขอ ง ผยู นื่ ขออนญุ าตหรอื ผสู มคั รงานจะตอ งถกู สง ไปพมิ พล ายนว้ิ มอื โดยเจา หนา ทต่ี าํ รวจ
ทอ งที่หรอื พิสูจนห ลักฐานจังหวดั ศูนยพิสูจนห ลักฐานหรือกองทะเบยี นประวัติอาชญากรแลว แตก รณี
เพ่ือสง ตรวจสอบประวตั ิคดีอาญาประกอบการอนมุ ตั ใิ หเ ปด ประกอบกิจการหรอื รับสมัครงาน
กรณีพนักงานสอบสวนจับกุมตัวผูตองหาคดีอาญาได จะตองพิมพลายน้ิวมือผูตองหา
ติดสํานวน และสงตรวจสอบประวัติคดีอาญา และเปนแนวทางในการสอบสวนคดี
¡ÒþÔÁ¾Å Ò¹ÔéÇÁÍ×
๑. พิมพลายน้ิวมอื ๑๐ นว้ิ
๒. พมิ พล ายนิ้วมือแบบกล้งิ น้ิว
๓. พมิ พล ายนิ้วมือแบบพมิ พร าบ
โดยใชแบบพิมพลายนว้ิ มอื ดงั นี้
การพมิ พลายน้วิ มอื ผขู ออนุญาตหรือผูส มคั รงานใชแบบพิมพ พลม.๒๔ - ต.๕๓๘
การพมิ พล ายนิว้ มือผูต อ งหา ใชแบบพิมพ พลม.๒๕ - ต.๕๓๙
¡Òû¯ÔºμÑ Ô¡ÒþÁÔ ¾Å Ò¹éÇÔ Á×ÍÊ‹§μÃǨÊͺ»ÃÐÇμÑ Ô
๑. ในเขตกรงุ เทพมหานคร ใหพ มิ พจ าํ นวน ๒ ฉบบั แลว สง ไปตรวจสอบยงั กองทะเบยี น
ประวัตอิ าชญากร ๑ ฉบับ ตดิ สาํ นวนการสอบสวนไว ๑ ฉบบั
๒. นอกเขตกรุงเทพมหานคร ใหพิมพจํานวน ๓ ฉบับ แลวสงไปตรวจสอบยัง
กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร ๑ ฉบับ ศนู ยพ ิสูจนหลักฐาน หรือพสิ จู นห ลกั ฐานจังหวัดแลวแตก รณี
๑ ฉบบั ติดสํานวนการสอบสวนไว ๑ ฉบับ
๑๓
ò. á¼¹»ÃÐ·ÉØ ¡ÃÃÁ
แผนประทษุ กรรม (modus operandi) หมายถงึ แบบอยา งการทจุ รติ หรอื วธิ กี ารกระทาํ ผดิ
ของคนราย ทั้งนี้ มิไดหมายถึงแตเพียงวิธีการอยางหนึ่งอยางใดของคนรายท่ีกระทําไป เพ่ือทําลาย
ส่งิ กีดกนั้ หรือเพื่อใหเ ขาไปถงึ ทีเ่ ก็บทรัพย เชน การเจาะ งัด ตดั ไข ปนปาย ลว ง และสอย เทานน้ั
แตหมายถึงพฤติกรรมของคนรายทั้งหมด นับตั้งแตเร่ิมดําเนินการ อาจมีการใชเคร่ืองมือหรืออาวุธ
หรือวิธีการใดๆ ตลอดจนการใชพรรคพวกและยานพาหนะ หรืออุบายเลหกลตางๆ กัน เพ่ือชวยให
การทุจรติ น้ันสาํ เรจ็ ผล
แผนประทษุ กรรมของคนรา ยมมี ากมายหลายรปู แบบตา งๆ กนั การทจี่ ะเกดิ รปู แบบใดนนั้
ยอ มสดุ แลว แตร ปู คดี สภาพของสถานทเี่ กดิ เหตุ ความรคู วามชาํ นาญ ความคดิ เหน็ ของคนรา ยแตล ะคน
ซง่ึ มกี ารววิ ัฒนาการไปตามยุคตามสมยั และตามความเจรญิ ของบานเมือง
แผนประทุษกรรม นํามาใชครั้งแรกในเมืองไทยเมื่อ พ.ศ.๒๔๗๒ ซ่ึงเปนสมัยที่
พล.ต.ท.พระยาอธกิ รณป ระกาศเปน อธบิ ดกี รมตาํ รวจ โดยมี พล.ต.ต.หลวงสนทิ ตลุ ยารกั ษ เปน ผรู เิ รม่ิ
นาํ มาใชใ นกจิ การตาํ รวจไทยครงั้ แรกเมอ่ื ป พ.ศ.๒๔๗๒ ซง่ึ นบั วา ทา นเปน ปรมาจารยใ นวชิ าแผนประทษุ กรรม
โดยนําแบบอยางมาจาก ทานเซอรแอทเซอรเลย ซ่ึงเปนผูคนคิดการจัดทําแผนประทุษกรรมข้ึน
(กองบัญชาการศกึ ษา, ๒๕๔๔:๑๐๔)
ประโยชนของแผนประทุษกรรม
๑. ในดานการสืบสวน มีประโยชนในการชวยชชี้ องทาง หรือแนะแนวทางการสืบสวน
หาตวั คนรา ย โดยการนาํ ขอ มลู รายละเอยี ดแผนประทษุ กรรมของคนรา ยทเี่ กดิ ขนึ้ มาวนิ จิ ฉยั เปรยี บเทยี บ
กับแผนประทุษกรรมของคนรายที่มีประวัติเก็บอยูวา การกระทําอยางน้ันนาจะเปนการกระทํา
ของคนรา ยแกงใด คนใด เพ่ือชวยในการสืบสวนหาตัวคนรา ยใหอ ยูในวงแคบเขา
๒. ในดานการสอบสวน ชวยร้ือฟนคดีเกาๆ ท่ียังจับตัวคนรายไมได หากตอมา
ภายหลงั จบั ตัวคนรายไดในคดี ซึง่ มแี ผนประทษุ กรรมคลายคลงึ กับคดีเกา ๆ นั้น กอ็ าจสันนษิ ฐานไดวา
นา จะเปน การกระทาํ ของคนรา ยคนเดยี วกนั นนั้ เอง เพอ่ื จะไดท าํ การสอบสวนหาหลกั ฐานอน่ื มาประกอบ
ยนื ยันตวั คนรา ยและนาํ คดีเกา ๆ นน้ั มาฟองรอ งใหศ าลลงโทษตอไป
๓. ในดานการปองกันและปราบปราม เพื่อประโยชนในการศึกษารายละเอียด
แผนประทุษกรรมของคนรายท่เี กิดขึ้นในรูปแบบตางๆ และมแี นวโนม วา จะเกดิ ข้นึ อกี ตอไปในอนาคต
แลวนํามาใชเปนขอมูลในการพิจารณาวางแผนหาทางปองกันและปราบปรามอาชญากรรมตอไป
เชน แผนประทุษกรรมของคนรา ยลกั ทรัพยโดยใชก ลอุบายตางๆ คดฉี อโกงบตั รเครดิต และคดฉี อโกง
ประชาชน เปนตน
๑๔
การปฏบิ ัตเิ กีย่ วกบั การรายงานแผนประทุษกรรม
ระเบยี บสํานักงานตาํ รวจแหงชาติ
วา ดวย กรณบี างเรือ่ งทมี่ ีวธิ ปี ฏิบตั ิเปน พิเศษ
(ฉบบั ท่ี ๔)
พ.ศ.๒๕๔๕
ตามขอบังคับกระทรวงมหาดไทยท่ี ๑/๒๔๙๘ ลงวันที่ ๘ กุมภาพันธ ๒๔๙๘ เร่อื ง
การวางระเบยี บการตาํ รวจเกยี่ วกบั คดี ซง่ึ ในลกั ษณะ ๑๘ บทท่ี ๑๑ ไดก าํ หนดระเบยี บ วา ดว ยการปฏบิ ตั ิ
หนา ทแี่ ละการประสานงานเกย่ี วกบั การตรวจสอบประวตั แิ ละการตรวจสอบแผนประทษุ กรรมระหวา ง
พนกั งานสืบสวนสอบสวนกบั หนวยงานวิทยาการตํารวจ ไวเปน ทางปฏิบตั แิ ลว น้ัน
เนอื่ งจากระเบยี บสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ วา ดว ยการปฏบิ ตั หิ นา ทแี่ ละการประสานงาน
เกี่ยวกับการตรวจสอบประวัติและการตรวจสอบแผนประทุษกรรมระหวางพนักงานสืบสวนสอบสวน
กบั หนว ยงานวิทยาการตํารวจ ไดประกาศใชเปนเวลานานแลว ปจ จุบันสถานการณเปล่ียนแปลงไป
ทาํ ใหไ มค ลอ งตวั และเกดิ ปญ หาในทางปฏบิ ตั ิ สมควรแกไ ขระเบยี บดงั กลา วเสยี ใหมใ หเ หมาะสมยงิ่ ขนึ้
จึงวางระเบียบไว ดังตอไปนี้
ขอ ๑. ใหยกเลกิ ความในขอ ๕๖๖, ๕๖๗ และ ๕๖๘ ของบทที่ ๑๑ ลักษณะ ๑๘
แหง ประมวลระเบียบการตํารวจเกีย่ วกบั คดเี สียทั้งหมด และใหใ ชค วามท่แี นบทายนีแ้ ทน
ขอ ๒. ใหย กเลกิ แบบรายงานแผนประทษุ กรรม (ผ.๑ – ๒๕๓๔) และแบบรายงานประวตั ิ
และตาํ หนริ ปู พรรณผกู ระทาํ ความผดิ (ผ.๒ – ๒๕๓๔) ทแี่ นบทา ย บทท่ี ๑๑ ลกั ษณะ ๑๘ แหง ประมวล
ระเบยี บการตาํ รวจเก่ยี วกับคดเี สียทั้งหมด และใหใชแ บบที่แนบทายระเบยี บนีแ้ ทน
ขอ ๓. ใหใชร ะเบยี บน้ี ตง้ั แตบดั นี้เปน ตนไป
ประกาศ ณ วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๕
พลตาํ รวจเอก สันต ศรุตานนท
( สนั ต ศรุตานนท )
ผูบ ัญชาการตํารวจแหง ชาติ
๑๕
ลกั ษณะ ๑๘
กรณบี างเรื่องที่มีวธิ ปี ฏบิ ตั ิเปนพเิ ศษ
บทท่ี ๑๑
การปฏิบัติหนาทแี่ ละการประสานงานเกย่ี วกับการตรวจสอบประวัติและการตรวจสอบ
แผนประทษุ กรรมระหวา งพนักงานสืบสวนสอบสวนกับหนว ยงานวิทยาการตํารวจ
ฯลฯ
ขอ ๕๖๖ ความผดิ ในคดีตางๆ ที่เกดิ ขนึ้ ดังตอ ไปนี้
ก. ความผดิ เกี่ยวกับการกอใหเกดิ ภยันตรายตอ ประชาชน
ข. ความผดิ เกย่ี วกบั การปลอมและการแปลง
ค. ความผิดเก่ยี วกบั เพศ
ง. ความผดิ เกย่ี วกบั ชวี ติ และรา งกาย ทมี่ ลี กั ษณะอกุ ฉกรรจ หรอื อนั ตราย
สาหสั หรอื เปนเร่อื งที่สนใจของประชาชน
จ. ความผิดเก่ียวกับทรัพย เวนความผิดฐานทําใหเสียทรัพยและความผิด
ฐานบกุ รกุ
ฉ. ความผดิ อนื่ ๆ ซงึ่ เปน คดสี าํ คญั สะเทอื นขวญั หรอื เปน ทส่ี นใจของประชาชน
ใหพนักงานสอบสวนเจาของคดีบันทึกแผนประทุษกรรม ประวัติ และตําหนิรูปพรรณของผูกระทํา
ความผิดลงในแบบรายงานแผนประทุษกรรม (ผ.๑ – ๒๕๔๕) และแบบรายงานประวัติและตําหนิ
รูปพรรณ ผูกระทําความผิด (ผ.๒-๒๕๔๕) ตามตัวอยางทายขอความในบทน้ี สงไปยังกองทะเบียน
ประวัติอาชญากรหรือหนวยวิทยาการตํารวจสวนภูมิภาค เพ่ือรวบรวมขอมูลไวใหเปนระบบสําหรับ
ตรวจสอบวามีพฤติการณคลายคลึงกับการกระทําความผิดของผูใด ตลอดจนใชเปนประโยชนในการ
สบื สวนสอบสวนและปอ งกนั ปราบปรามอาชญากรรมตอ ไป และใหพ นกั งานสอบสวนเจา ของคดนี นั้ ๆ
นาํ ผลการตรวจสอบจากกองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรหรอื หนว ยวทิ ยาการตาํ รวจสว นภมู ภิ าคตดิ สาํ นวน
การสอบสวน กอ นที่จะสง สํานวนการสอบสวนไปพนักงานอัยการดาํ เนนิ คดี
ขอ ๕๖๗ หนาท่ีของพนกั งานสอบสวนในการรายงานแผนประทษุ กรรม ประวตั ิ และ
ตําหนริ ปู พรรณผกู ระทาํ ความผดิ มดี งั นี้
ก. คดที ไ่ี มป รากฏวา ผใู ดเปน ผกู ระทาํ ความผดิ ใหบ นั ทกึ ขอ มลู แผนประทษุ กรรม
ของคนรา ยลงในแบบรายงานแผนประทษุ กรรม (ผ.๑ – ๒๕๔๕) สง ไปยงั กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร
หรือหนว ยวทิ ยาการตํารวจสวนภูมภิ าค ภายในระยะเวลาไมเ กนิ ๗ วัน นับจากวนั ทรี่ ับคํารอ งทกุ ข
หรือคํากลาวโทษ
๑๖
ข. คดีที่รูตัวผูกระทําความผิด แตเรียกหรือจับตัวยังไมได นอกจากจัดทํา
บันทึกแผนประทุษกรรมแลว ใหบันทึกขอมูลประวัติและตําหนิรูปพรรณของผูกระทําความผิด
ตามทไ่ี ดส บื สวนสอบสวนมาในแบบรายงานประวตั แิ ละตาํ หนริ ปู พรรณผกู ระทาํ ความผดิ (ผ.๒ – ๒๕๔๕)
สงไปพรอ มกันดวย
ค. คดที ร่ี ตู วั ผกู ระทาํ ความผดิ และผนู นั้ ถกู ควบคมุ หรอื ปลอ ยชวั่ คราว ใหจ ดั
สง ตวั ผตู อ งหาพรอ มดว ยรายงานแผนประทษุ กรรม รายงานประวตั แิ ละตาํ หนริ ปู พรรณผกู ระทาํ ความผดิ
ไปยงั กองทะเบยี นประวัตอิ าชญากร หรือหนวยวทิ ยาการตํารวจสวนภมู ิภาค ภายในระยะเวลาไมเกนิ
๗ วัน นับจากวันที่จับกุมผูตองหาได เพ่ือตรวจสอบแผนประทุษกรรม ประวัติและตําหนิรูปพรรณ
จัดพมิ พล ายน้วิ หัวแมมอื และฝา มือท้ังซายและขวา และถา ยรปู ผตู องหาไวทุกคน
ถาเปนคดีซึ่งจะมีปญหาการรักษาความปลอดภัยในการควบคุมตัวผูตองหา
ระหวา งการเดนิ ทาง หรอื เปน ทอ งทก่ี นั ดารการคมนาคมไมส ะดวกหา งไกล ใหพ นกั งานสอบสวนจดั ทาํ
รายงานแผนประทษุ กรรม รายงานประวตั แิ ละตาํ หนริ ปู พรรณผกู ระทาํ ความผดิ จดั พมิ พล ายนว้ิ หวั แมม อื
และฝามอื ทง้ั ซา ยและขวา พรอมทั้งถา ยรปู ผูต อ งหา ดานขาง ดานตรง และ ดา นเฉียงตามแบบของ
กองทะเบยี นประวัตอิ าชญากร สงไปพรอ มกับแบบรายงานฯ โดยไมต อ งจัดสง ตัวผตู อ งหาไปดว ย
ง. คดีที่เกิดในเขตกรุงเทพมหานคร ใหจัดทํารายงานแผนประทุษกรรม
รายงานประวตั ิและตําหนิรูปพรรณผกู ระทาํ ความผิด สงไปยังกองทะเบยี นประวตั ิอาชญากร จาํ นวน
๒ ชุด
จ. คดที เี่ กดิ ในเขตสว นภมู ภิ าค ใหจ ดั ทาํ รายงานแผนประทษุ กรรม รายงาน
ประวัติและตําหนิรูปพรรณผูกระทําความผิด สงไปยังวิทยาการจังหวัด จํานวน ๓ ชุด และสําหรับ
จังหวดั ที่ไมม วี ทิ ยาการจงั หวัดตง้ั อยู ใหจ ัดทําสงไปยงั กองกํากบั การวทิ ยาการ จํานวน ๒ ชุด
ขอ ๕๖๘ เมอ่ื กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร หรอื หนว ยวทิ ยาการตาํ รวจสว นภมู ภิ าค
ไดร บั รายงานแผนประทษุ กรรม รายงานประวตั แิ ละตาํ หนริ ปู พรรณผกู ระทาํ ความผดิ และผตู อ งหาจาก
พนักงานสอบสวนแลว ใหดําเนนิ การดงั น้ี
ก. ถายรูปผูต องหาตามแบบ ดานขา ง ดานตรง และดา นเฉยี ง
ข. ตรวจสอบขอ มลู ตาํ หนริ ปู พรรณ จากรายงานประวตั แิ ละตาํ หนริ ปู พรรณ
ผกู ระทาํ ความผดิ เปรยี บเทยี บกบั ตวั ผตู อ งหาทพ่ี นกั งานสอบสวนจดั สง มา หากพบความคลาดเคลอื่ น
หรือไมสมบรู ณ ใหจดั การแกไข หรือบนั ทึกเพิ่มเติมใหถ กู ตอ งสมบรู ณ
ค. จดั พมิ พล ายนวิ้ หวั แมม อื และฝา มอื ทงั้ ซา ยและขวาของผตู อ งหา ในแบบ
รายงานประวตั ิและตําหนริ ปู พรรณผกู ระทําความผิด
ง. ตรวจสอบแผนประทุษกรรมตามหลักวิชา บันทึกผลการตรวจสอบ
ลงในทา ยของแบบรายงานแผนประทษุ กรรม เพอื่ ใหพ นกั งานสอบสวนรบั คนื ไปตดิ สาํ นวนการสอบสวน
จํานวน ๑ ชุด ภายในระยะเวลาไมเ กิน ๕ วันทําการ นบั จากวันท่ีไดร บั รายงานจากพนักงานสอบสวน
๑๗
และสําหรับกรณีท่ีตรวจสอบพบประวัติแผนประทุษกรรม ใหแนบรายการท่ีตรงกันหรือคลายกับคดี
ท่เี กิดข้นึ ไปพรอมกนั ดวย
จ. จัดเก็บขอมูลแผนประทุษกรรม ประวัติและตําหนิรูปพรรณผูกระทํา
ความผดิ และรปู ถา ยผตู อ งหาไวใ หเ ปน ระบบ เพอ่ื เปน ฐานขอ มลู สาํ หรบั การสบื สวนสอบสวนและปอ งกนั
ปราบปรามอาชญากรรมตอ ไป
ฉ. ใหวิทยาการจังหวัดจัดสงรายงานแผนประทุษกรรม รายงานประวัติ
และตาํ หนริ ปู พรรณผกู ระทาํ ความผดิ พรอ มทง้ั รปู ถา ยผตู อ งหาใหก องกาํ กบั การวทิ ยาการ จาํ นวน ๑ ชดุ
ฯลฯ
(ระเบยี บสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ วา ดว ยกรณบี างเรอ่ื งทม่ี วี ธิ ปี ฏบิ ตั เิ ปน พเิ ศษ (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ.๒๕๔๕
ลงวนั ท่ี ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๕)
๑๘
·∫∫√“¬ß“π·ºπª√–∑ÿ…°√√¡
(‡μ¡‘ ¢Õâ §«“¡„π™àÕß«à“ß ·≈–°“‡§√ËÕ◊ ßÀ¡“¬ „π Àπâ“¢Õâ §«“¡∑’μË âÕß°“√‰¥¡â “°°«à“Àπ÷ßË √“¬°“√)
«à π√“™°“√ ∂“πμ’ ”√«®/·ºπ°........................................................................°°. ∫°......................................................................... ........................................................................
∑’Ë / «π— ∑Ë’.................................................... .................................................. .......................................................................................................................................................................................
‡√¬’ π º∫°.∑«./º°°.«∑.‡¢μ ............................................................................................ / «.«∑.®«. .................................................................................................................................
‡≈¢§¥’∑’Ë /25 ¢âÕÀ“................................. . ...........................................................................................................................................................................................................................................
™Õ◊Ë ºμ⟠Õâ ßÀ“ (¿“…“‰∑¬) ........................................................................................................................ ™Õ◊Ë º‡âŸ ¬’ À“¬ .........................................................................................................................
™ÕË◊ ºμ⟠Õâ ßÀ“ (¿“…“Õß— °ƒ…μ“¡Àπß— Õ◊ ‡¥π‘ ∑“ß) ................................................................................................................................................................................................................
∂“π∑‡Ë’ °¥‘ ‡Àμ.ÿ .....................................................................................´Õ¬......................................................................................∂ππ......................................................................................
À¡∫Ÿà “â π/À¡∑àŸ .Ë’ ................................μ”∫≈/·¢«ß.......................................................Õ”‡¿Õ/‡¢μ......................................................®ß— À«¥— ....................................................................
«—𠇥◊Õπ ªï ∑ˇ’ °‘¥‡Àμ.ÿ .............................................................‡«≈“.........................................π. «—π√∫— §”√Õâ ß∑°ÿ ¢.å .................................................ª®«.¢Õâ ................................
®”π«π§π√“â ¬...............................§π (ºŸ„â À≠à ™“¬..................§π À≠‘ß..................§π), (‡¥Á°/‡¬“«™π ™“¬..................§π À≠ß‘ ..................§π)
®—∫°ÿ¡ºâμŸ âÕßÀ“‰¥â.................................§π ¬ß— À≈∫Àπ’Õ¬.Ÿà ................................§π
º‡âŸ ¬’ À“¬‡ªìπ º„Ÿâ À≠à Õ“¬.ÿ ................ªï ™“¬ §π‰∑¬ ®”π«πº‡âŸ ’¬À“¬................................§π
‡¥°Á /‡¬“«™π Õ“¬.ÿ ................ªï À≠ß‘ ™“«μà“ߪ√–‡∑» ( π°— ∑àÕ߇∑Ë’¬« ‰¡„à ™à )
®¥ÿ ‡°‘¥‡Àμÿ ‡§À ∂“π √“â π§“â »πŸ ¬°å “√§“â ‚√ßß“π ‚°¥—ß
∑√æ— ¬ å π‘ ∑’Ë μ≈“¥ ≈“π®Õ¥√∂ ∏π“§“√ μŸâ‡Õ∑’‡ÕÁ¡ √“â π‡æ™√/∑Õß
∂°Ÿ ª√–∑…ÿ √“â ¬
√“â π‡ √¡‘ «¬ ÀÕâ ßÕ“À“√ ∂“π∫√‘°“√ ‚√ß·√¡ ‚√ß¡À√ æ
¬“πæ“Àπ–∑’Ë„™â
Õ“«ÿ∏∑Ë’„™â ”π°— ß“π∏ÿ√°®‘ ∂“πæ¬“∫“≈ ∂“π»÷°…“ ∂“π∑√Ë’ “™°“√ »“ π ∂“π
Õªÿ °√≥å∑’Ë„™â
∂ππ/μ√Õ°/´Õ¬ –æ“π≈Õ¬§π¢â“¡ μ⟂∑√»—æ∑å ª“Ñ ¬√∂ª√–®”∑“ß «π “∏“√≥–
«π/‰√/à π“ ª“É ∑√Ë’ °√â“ß«“à ߇ª≈“à ∂“π’√∂‰ø ∂“π¢’ π àß
∑“à ‡√Õ◊ ∫π√∂‰ø √∂¬πμåª√–®”∑“ß √∂¬πμå à«π∫ÿ§§≈ √∂¬πμ√å ∫— ®“â ß
Õπ◊Ë Ê ................................................................................................................................................................................................................................................................
√∂¬πμå (.......................≈Õâ ª√–‡¿∑ )................................................ √∂®—°√¬“π¬πμå ‡§√Ë◊Õߪ√–¥—∫
‚∫√“≥«μ— ∂ÿ æ√–æ∑ÿ ∏√Ÿª æ√–‡§√Ë◊Õß ‡§√◊ËÕß®—°√/‡§√◊ÕË ß¬πμå À«— ®°— √
‡§√◊ÕË ß¡◊Õ°“√‡°…μ√ ««— /§«“¬ ªπó °≈âÕß∂à“¬√Ÿª π“Ãî°“
‡ ÕÈ◊ º“â ‡ß‘π ¥ ‡§√ÕË◊ ß„™‰â øø“Ñ (√–∫)ÿ .................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................................................
ÕËπ◊ Ê ......................................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................................................
√«¡¡≈Ÿ §“à ..............................................................................................................................................................................................................................................
√∂¬πμå √∂®—°√¬“π¬πμå ‡√Õ◊ ÕËπ◊ Ê ..................................................................................
(ª√–‡¿∑.....................................¬À’Ë Õâ ......................................√πàÿ ..................................... .’ ............................À¡“¬‡≈¢∑–‡∫¬’ π....................................)
ªóπæ°≈Ÿ°‚¡à ªóπæ°Õ—μ‚π¡—μ‘ ªóπ≈Ÿ°´Õßæ° ªπó æ°‰¡∑à √“∫™π¥‘ ªó𬓫
ªπó ß§√“¡™π¥‘ .............................. ¢π“¥°√– ÿπªπó .....................π«‘È /....................¡¡./‡∫Õ√.å ..................... ªóπª≈Õ¡
√–‡∫¥‘ ™π¥‘ ......................................... √–‡∫¥‘ ª≈Õ¡ ¡’¥ ¢Õß·À≈¡/¡§’ ¡
∑Õà π‡À≈Á°/‰¡â ¶คÕâอπน Õπ◊Ë Ê ..........................................................................................................................................
‰¢§«ß §¡’ ·¡à·√ß ‘Ë« μ–‰∫ ™–·≈ß °ÿ≠·®º’
πÈ”°√¥ °ÿ≠·®¡◊Õ ¡’¥ ¢Õß·À≈¡/¡§’ ¡ ∑àÕπ‡À≈°Á /‰¡â ¶Õâ π ∑μË’ ¥— °√–®°
«‘∑¬ÿ Ë◊Õ “√ ÕËπ◊ Ê ..................................................................................................................................................................................................
º.1 - 2545
๑๙
«∏‘ °’ “√¢Õß ≈â«ß°√–‡ª“Ü °√¥’ °√–‡ª“Ü μ°∑Õß/μ°æ√– À≈Õ°‡≈πà °“√æπ—π
§π√“â ¬
¡—§√‡ªπì §π√∫— „™â ·Õ∫Õâ“ßμ«— ‡ªìπ‡®â“Àπ“â ∑Ë’/‡®“â æπ—°ß“π ·Õ∫Õâ“ßμ—«‡ªπì ≠“μ‘¡‘μ√
·Õ∫Õ“â ßμ‘¥μÕà ∏√ÿ °‘®´Õ◊È ¢“¬/√—∫∫√‘°“√/ ¡—§√ß“π ·Õ∫Õâ“߇ªìπæπ°— ß“π´Õà ¡·´¡¢Õß„™â
‡ª¥î √â“π —Ëß π‘ §â“ ª≈Õ¡·ª≈ß∫—μ√‡§√¥μ‘ ™“¬·ª≈߇ªπì À≠ß‘
™°— ™«π‰ª√«à ¡‡æ» ¡Õ¡‡¡“/«“߬“ º‡Ÿâ ¬’ À“¬ „™â°”≈—ß°“¬
„™âÕ“«ÿ∏ „™â«“®“¢¡à ¢Ÿà „™â«“®“À≈Õ°≈àÕ À≈Õ°„À‡â ßπ‘ / ‘ßË ¢Õß
«“߬“‡∫Ë◊Õ πÿ —¢ ß—¥·ß–‡¢â“∑“ߪ√–μŸ/Àπ“â μ“à ß/™àÕß≈¡ ߥ— ·ß–‡¢“â ∑“ßÀ≈ß— §“/‡æ¥“π
°√–∑”º¥‘ ·≈–∂à“¬Õÿ®®“√– °√–∑”º¥‘ ·≈–√—∫ª√–∑“πÕ“À“√ °√–∑”º¥‘ ·≈–¢à¡¢π◊ ºâ‡Ÿ ¬’ À“¬
°√–∑”º¥‘ ·≈–°√–∑”Õπ“®“√ æ—π∏π“°“√ºâŸ‡ ’¬À“¬ ¢ß— ºŸâ‡ ’¬À“¬„πÀÕâ ßπ”È œ≈œ
©«¬‚Õ°“ ¢≥–™ÿ≈¡ÿπ ©«¬‚Õ°“ ¢≥–º‡âŸ ’¬À“¬‡º≈Õ ©«¬‚Õ°“ ¢≥–º‡Ÿâ ¬’ À“¬πÕπÀ≈∫—
«à“®â“ß„À‰â ª ßà √∫— ®“â ß„À‰â ª àß ™—°™«π„À‰â ª¥â«¬°π—
μ‘¥μ“¡ºŸ‡â ¬’ À“¬ ¥—°√պ⟇ ’¬À“¬ 쥑 μ“¡ºŸ‡â ¬’ À“¬®“°∏π“§“√
¡‡’ §√◊Õ¢à“¬‚¬ß„¬°∫— μà“ߪ√–‡∑» Õ◊πË Ê ..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
√àÕß√Õ¬/欓πÀ≈°— ∞“π ≈“¬πÈ‘«¡◊Õ·Ωß ‡ πâ º¡/‡ πâ ¢π ª≈Õ°°√– πÿ ®”π«π..........................................
„π∑Ë’‡°¥‘ ‡Àμÿ
ÕËπ◊ Ê ...................................................................................................................................................................................................................
¡≈Ÿ ‡Àμÿ ‰¡à∑√“∫ “‡Àμÿ ¢—¥·¬ßâ º≈ª√–‚¬™πå ¢—¥·¬âß∑“ß°“√‡¡Õ◊ ß æ‘æ“∑∑“ß§¥’
( ”À√—∫§¥’
ª√–∑ÿ…√⓬ ª°ª¥î §«“¡º‘¥Õπ◊Ë ™ Ÿâ “« ·°·â §πâ ∑–‡≈“–««‘ “∑
μÕà ™«’ μ‘ )
‡¢“â „®º¥‘ ‡¡“ √ÿ “ 쥑 ¬“‡ æμ‘¥ ®μ‘ «ª‘ √μ‘
ÕπË◊ Ê ...............................................................................................................................................................................................................................................................
‡ªìπ°“√„™®â “â ß«“π ¡◊Õªóπ√—∫®â“ß
æƒμ°‘ “√≥·å Àßà §¥’ (√«¡∑ßÈ— æƒμ°‘ “√≥·å Àßà §¥∑’ ¡Ë’ ≈’ °— …≥–‡ªπì §π√“â ¬¢“â ¡™“μ‘ (∂“â ¡)’ ) .....................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
(≈ß™Õ◊Ë )...............................................................................................................................
( )...........................................................................................................................
(μ”·Àπßà )...............................................................................................................................
∑’Ë /..................................................... ............................................................
‡√¬’ π æπ—°ß“π Õ∫ «π
æ∫ª√–«μ— ‘À√◊Õ«∏‘ ’°“√∑§Ë’ ≈⓬°—∫§¥’∑Ë’‡°‘¥¢÷πÈ ª√“°Øμ“¡√“¬°“√∑·Ë’ π∫¡“æ√Õâ ¡π’È
‰¡æà ∫ª√–«—μÀ‘ √Õ◊ «∏‘ ’°“√μ√ß°∫— ·ºπª√–∑ÿ…°√√¡§π√“â ¬√“¬„¥
(≈ß™Õ◊Ë )...............................................................................................................................
( )...........................................................................................................................
(μ”·Àπßà )...............................................................................................................................
/ /........................................ ......................................... ..........................................
๒๐
คาํ อธิบายการกรอกขอ ความ
แบบรายงานแผนประทษุ กรรม (ผ. ๑ – ๒๕๔๕)
---------------------------
๑. สว นราชการ ใหก รอกชอื่ สถานตี าํ รวจ หรอื แผนก กองกาํ กบั การ และกองบงั คบั การ
ท่ีสงแบบรายงานแผนประทุษกรรม
๒. ท่ี ใหก รอกเลขประจาํ ของสว นราชการนน้ั ๆ พรอ มทงั้ วนั เดอื น ป ทอี่ อกเลขหนงั สอื
๓. เรยี น ในเขตกรงุ เทพมหานคร หมายถงึ ผบู งั คบั การกองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร
ในสว นภมู ภิ าค หมายถงึ ผบู งั คบั การ/รองผบู งั คบั การศนู ยพ สิ จู นห ลกั ฐาน หรอื หวั หนา พสิ จู นห ลกั ฐาน
จงั หวดั และใหข ีดฆา คําท่ีไมต อ งการออก
๔. เลขคดที ่ี ใหก รอกเลขลาํ ดบั คดตี ามทปี่ รากฏในสมดุ รบั คาํ รอ งทกุ ขห รอื สมดุ รายงาน
คดีอาญาทว่ั ไป
๕. ขอ หา ใหก รอกฐานความผดิ ตามบทบญั ญตั แิ หง กฎหมายวา กระทาํ ความผดิ ฐานใด
๖. ชอื่ ผตู อ งหา ใหก รอกชอื่ บคุ คลผถู กู หาวา ไดก ระทาํ ความผดิ แตย งั มไิ ดถ กู ฟอ งตอ ศาล
กรณีผูตองหาเปนคนตางดาว ใหระบุช่ือ และนามสกุลพรอมบันทึกเลขท่ีออกใบสําคัญของผูนั้น
ตามใบสําคัญประจําตัวคนตางดาว และหากผูตองหาเปนชาวตางประเทศ ใหระบุช่ือและนามสกุล
ภาษาองั กฤษ พรอมระบุประเทศ และเลขทีต่ ามหนงั สือเดนิ ทางประกอบไปดวย
๗. ช่ือผูเสียหาย ใหกรอกชื่อบุคคลผูไดรับความเสียหาย เนื่องจากการกระทําผิด
ฐานใดฐานหนง่ึ รวมทงั้ บุคคลอืน่ ท่ีมอี ํานาจจัดการแทนได
๘. สถานทเ่ี กดิ เหตุ ใหก รอกบา นเลขท่ี ซอย ถนน ฯลฯ ตามที่ระบุไวใ หจดั กรอก
๙. วนั เดอื น ป ท่ีเกดิ เหตุ ใหกรอก วัน เดอื น ป และเวลาท่ีใชอ ยูในปจจุบัน คอื
วันหนึ่งมี ๒๔ ชั่วโมง ข้ึนวันใหมตั้งแตเ วลา ๐๐.๐๑ น.
๑๐. วันรับคํารองทุกข ใหกรอกวัน เดือน ป ที่ผูเสียหายไดกลาวหาตอเจาหนาที่
ตาํ รวจ วา มผี กู ระทาํ ความผดิ ขนึ้ จะรตู วั ผกู ระทาํ ความผดิ หรอื ไมก ต็ าม ซง่ึ กระทาํ ใหเ กดิ ความเสยี หาย
แกผูเสียหายและการกลาวหาเชนนั้น ไดกลาวโดยมีเจตนาจะใหผูกระทําความผิดไดรับโทษ
พรอ มกรอกขอ ประจําวันทรี่ บั แจง เหตทุ ี่เกิดไวด ว ย
๑๑. จาํ นวนคนรา ย ใหก รอกจาํ นวนคนรา ยทร่ี ว มกระทาํ ผดิ วา มกี คี่ น เปน ผใู หญ ชายกค่ี น
หญิงกคี่ น เดก็ หรอื เยาวชน เปน ชายก่ีคน หญิงกคี่ น จับกมุ ผูต องหาไดกคี่ น ยงั หลบหนอี ยูกี่คน
๑๒. ผูเสยี หายเปน ใหก าเคร่ืองหมายลงในขอความทร่ี ะบุไว
๑๓. จดุ เกดิ เหตุ ใหก าเครอื่ งหมายลงในขอ ความทร่ี ะบไุ ว ถา เปน อยา งอนื่ กใ็ หร ะบไุ วด ว ย
๑๔. ทรพั ยส นิ ทถ่ี กู ประทษุ รา ย ใหก าเครอ่ื งหมายลงในขอ ความทร่ี ะบไุ ว ถา เปน อยา งอนื่
ก็ใหระบุไวดวย
๒๑
๑๕. ยานพาหนะทใ่ี ช ใหก าเครอ่ื งหมายลงในขอ ความทร่ี ะบไุ ว ถา เปน อยา งอน่ื กใ็ หร ะบุ
ไวด วย
๑๖. อาวธุ ทใ่ี ช ใหก าเครอ่ื งหมายลงในขอ ความทรี่ ะบไุ ว ถา เปน อยา งอนื่ กใ็ หร ะบไุ วด ว ย
๑๗. อุปกรณที่ใช ใหกาเคร่ืองหมายลงในขอความที่ระบุไว ถาเปนอยางอื่นก็ใหระบุ
ไวดว ย
๑๘. วิธีการของคนรา ย ใหก าเคร่อื งหมายลงในขอ ความท่ีระบุไว ถา เปน อยางอื่น ก็ให
ระบุไวดว ย
๑๙. มูลเหตุ (สําหรับคดีประทุษรายตอชีวิต) ใหกาเครื่องหมายลงในขอความที่ระบุไว
ถา เปน อยางอนื่ กใ็ หระบุไวด ว ย
๒๐. พฤตกิ ารณแ หง คดี หมายถงึ พฤตกิ ารณท เี่ กดิ ขน้ึ ทงั้ กอ นและหลงั นอกจากวธิ กี าร
ของคนรา ยดงั กลา วขา งตน มรี ายละเอยี ดทส่ี อ เคา กอ นเกดิ เหตอุ ะไรบา งและเมอื่ เกดิ เหตแุ ลว ปรากฏวา
คนรายไดกระทําอะไรเปนลักษณะพิเศษสําคัญบาง รวมทั้งพฤติการณแหงคดีท่ีมีลักษณะเปนคนราย
ขา มชาติโดยมเี ครือขายโยงใยกบั ตางประเทศ หากมปี รากฏใหเ ขียนบรรยายใหช ัดเจน
๒๑. ลงชือ่ ตําแหนง ใหพ นักงานสอบสวนเจา ของคดี เปนผลู งช่ือ พรอ มตาํ แหนง
๒๒. ขอความตอนทายแบบรายงานน้ี เปนขอความสําหรับเจาหนาท่ีของกองทะเบียน
ประวัติอาชญากร หรือกองกํากับการตํารวจวิทยาการ หรือวิทยาการจังหวัดเปนผูจัดกรอกเพื่อแจง
ผลการตรวจสอบใหพ นกั งานสอบสวนรับคนื ไปตดิ สาํ นวนการสอบสวนตอ ไป
๒๒
(·∫∫√“¬ß“ππ’„È ™°â ∫— ºâŸ°√–∑”§«“¡º¥‘ 1 §π)
·∫∫√“¬ß“πª√–«μ— ‘·≈–μ”Àπ‘√ªŸ æ√√≥º°Ÿâ √–∑”§«“¡º‘¥
(ª√–°Õ∫·∫∫√“¬ß“π·ºπª√–∑ÿ…°√√¡)
(‡μ‘¡¢Õâ §«“¡„π™àÕß«à“ß ·≈–°“‡§√Õ◊Ë ßÀ¡“¬ ✓ „π Àπ“â ¢Õâ §«“¡∑Ëμ’ Õâ ß°“√‰¥â¡“°°«“à Àπ÷Ëß√“¬°“√)
«à π√“™°“√ ∂“πμ’ ”√«®/·ºπ°.......................................................................................... °°. .............................................. ∫°. ..............................................
∑’Ë....................................../............................................................. «π— ∑’Ë......................................................................................................................
‡√’¬π º∫°.∑«./º°°.«∑.‡¢μ..................................................................................................... / «.«∑.®«....................................................................................
‡≈¢§¥’∑Ë’......................................../25....................................¢âÕÀ“........................................................................................................................................................
ºâ°Ÿ √–∑”§«“¡º¥‘ ‡ªìπ μ—«°“√ ºŸâ„™â„À°â √–∑”§«“¡º¥‘ ºâ‚Ÿ ¶…≥“À√◊Õª√–°“» ºâŸ π—∫ πÿπ
™ÕË◊ π“¡ °ÿ≈ (¿“…“‰∑¬).............................................................................................................................................................. ‡æ» ™“¬ À≠ß‘
™◊ÕË π“¡ °≈ÿ (¿“…“Õß— °ƒ…μ“¡Àπ—ß Õ◊ ‡¥‘π∑“ß).........................................................................................................................................................................
‡≈¢ª√–®”μ«— ª√–™“™π/∫—μ√ª√–®”μ«— ‡®“â Àπâ“∑¢Ë’ Õß√∞— -æπ—°ß“πÕß§°å “√¢Õß√—∞/„∫ ”§—≠ª√–®”μ«— §πμ“à ߥ⓫/Àπß— ◊Õ‡¥π‘ ∑“ß
........................................................................................................................................................................................................................................................................
™ÕË◊ ÕπË◊ ........................................................................................................................................™Õ◊Ë °≈ÿ Õπ◊Ë ..............................................................................................
«—𠇥◊Õπ ª‡ï °¥‘ ............................................................................................‡™ÈÕ◊ ™“μ‘.................................................................... —≠™“μ.‘ ......................................
®∫— °¡ÿ ºŸâμâÕßÀ“‰¥â ¬ß— ®∫— °¡ÿ ‰¡‰à ¥â ‡≈¢∑’ÀË ¡“¬®—∫................................................«π— À¡¥Õ“¬ÿ§«“¡.......................................
ª√–«μ— ‘
™ÕË◊ π“¡ °≈ÿ ∫¥‘ “.............................................................................................. ∑’ËÕ¬.Ÿà .........................................................................................................................
™ÕË◊ π“¡ °ÿ≈¡“√¥“......................................................................................... ∑’ËÕ¬.Ÿà .........................................................................................................................
™ÕË◊ π“¡ °ÿ≈ “¡/’ ¿√√¬“.............................................................................. ∑’ËÕ¬.àŸ .........................................................................................................................
≠“μ‘/‡æÕË◊ π π∑‘ ............................................................................................. ∑Õ’Ë ¬àŸ...........................................................................................................................
∫ÿ§§≈∑’√Ë ®Ÿâ —°μ«— .................................................................................................. ∑ÕË’ ¬.Ÿà .........................................................................................................................
√–¥∫— °“√»÷°…“¢ÕߺâŸμâÕßÀ“....................................................................... Õ“™æ’ .......................................................................................................................
∂“π∑∑’Ë ”ß“π...........................................................................................................................................................................................................................................
∑ËÕ’ ¬Ÿà§√ßÈ— ÿ¥∑“â ¬........................................................................................................................................................................................................................................
¿¡Ÿ ≈‘ ”‡π“‡¥¡‘ .............................................................................................................................................................................................................................................
·À≈ßà ∑‰’Ë ª‡ªπì ª√–®”..................................................................................................................................................................................................................................
°≈¡ÿà À√Õ◊ ·°ßä ∑¡Ë’ «—Ë ¡ÿ ........................................................................................................................................................................................................................................
√“¬™Õ◊Ë ∫§ÿ §≈„π°≈¡àÿ ......................................................................................................................................................................................................................................
‡§¬∂°Ÿ ®∫— °¡ÿ „π¢Õâ À“....................................................................................................................................................................................................................................
∂“πμ’ ”√«®..............................................................................................................‡¡ÕË◊ ..............................................................................................................................
º≈§¥.’ ...........................................................................................................................................................................................................................................................
Õ“«∏ÿ ∑∂Ë’ π¥— .................................................................................................................................................................................................................................................
‡§√ÕË◊ ß¡Õ◊ ∑∂’Ë π¥— .........................................................................................................................................................................................................................................
μ”Àπ√‘ Ÿªæ√√≥ Ÿß..................................................´¡. πÈ”Àπ°— ...........................................°°. À¡à‚Ÿ ≈Àμ‘ ....................................................
√Ÿª√à“ß ßŸ —π∑—¥ ‡μ¬È’ ≈”Ë π— Õ«â π ºÕ¡
º‘« Õπ◊Ë Ê .................................................................................................................................................................................................................................
√ªŸ Àπ“â ¢“« ¢“«‡À≈Õ◊ ß ¥” ¥”·¥ß μ°°√– ≈–‡Õ’¬¥
À¬“∫ Õπ◊Ë Ê ....................................................................................................................................................................................
°≈¡ √Ÿª‰¢à “¡‡À≈¬’Ë ¡ ’ˇÀ≈’ˬ¡ ·À≈¡À≈¡‘
Õπ◊Ë Ê .................................................................................................................................................................................................................................
º. 2 - 2545
๒๓
º¡ ‡ªÜ · °°≈“ß ‡ ¬ ‡ âπº¡μ√ß ‡ªπì §≈π◊Ë À¬‘°
º¡øŸ Àπ“ ∫“ß ¥” ¢“« ÀßÕ°
ÀßÕ°ª√–ª√“¬ ·¥ß ∑Õß
ÕπË◊ Ê ..........................................................................................................................................................................................................................
»’√…– ≈â“π‡∂‘° ≈â“π‡≈’ˬπ ≈“â π§√ß÷Ë »√’ …– ≈â“πßà“¡∂àÕ
Õπ◊Ë Ê ..........................................................................................................................................................................................................................
Àπ“â º“° °«â“ß ·§∫ ‚Àπ° μ√ß ≈“¥ È—π
Õπ◊Ë Ê ..........................................................................................................................................................................................................................
§‘È« Àπ“ ∫“ß μÕà À“à ß È—π ™È’
¥” ¢“« ·¥ß ÀßÕ°ª√–ª√“¬
Õπ◊Ë Ê ..........................................................................................................................................................................................................................
μ“ ‚μ ‡≈°Á ™π—È ‡¥¬’ « Õß™π—È ‚ªπ ≈÷°
ª√Õ◊ À¬’ ‡À≈à ‡¢ ‡Õ° ∂«Ë—
Õπ◊Ë Ê ..........................................................................................................................................................................................................................
ÀŸ °“ß ≈’∫ °≈¡ “¡‡À≈¬Ë’ ¡ ’ˇÀ≈’ˬ¡ °–À≈”Ë ª≈’
μß‘Ë À‡Ÿ À≈’¬Ë ¡ μËß‘ À√Ÿ “∫ μßË‘ À¬Ÿ Õâ ¬
Õπ◊Ë Ê ....................................................................................................................................................................................................................
®¡Ÿ° ¥—Èß®¡°Ÿ √“∫ ¥—Èß®¡Ÿ°‚§âß ¥ßÈ— ®¡Ÿ°≈°÷ —π®¡Ÿ°μ√ß π— ®¡°Ÿ ‚§ßâ —π®¡°Ÿ ‡À≈Ë’¬¡
π— ®¡°Ÿ πÈ— ®¡°Ÿ °«“â ß ®¡Ÿ°·§∫ ®¡°Ÿ ‡™¥‘ ®¡°Ÿ ß¡âÿ
ÕπË◊ Ê ..........................................................................................................................................................................................................................
ª“° Àπ“ ∫“ß °«â“ß ·§∫ √ªŸ °√–®∫— ∫π¬Ëπ◊
≈à“߬Ë◊π ‰¡¡à √’ àÕߪ“° ÕπË◊ Ê ................................................................................................................................................
øíπ „À≠à ‡≈°Á ‡√¬’ ∫ ‡° À“à ß ¬◊Ëπ
À≈Õ ¢“« ‡À≈Õ◊ ß ¥” ‡≈’ˬ¡
ÕπË◊ Ê .................................................................................................................................................................................................................................
§“ß μ√ß È—π ¬Ë◊π ªÑ“π ∫¡ãÿ ‡À≈¬’Ë ¡
ÕπË◊ Ê ................................................................................................................................................................................................................................
Àπ«¥·≈–‡§√“ Àπ“ ∫“ß ‡≈Á°‡√’¬« ¬“« È—π ª≈“¬ßÕπ
¥’ ” ·¥ß ÀßÕ°¢“« ÀßÕ°ª√–ª√“¬
ÕπË◊ Ê ..................................................................................................................................................................................................................................
”‡π’¬ß ¿“§°≈“ß ¿“§‡Àπ◊Õ ¿“§μ–«—πÕÕ°‡©¬’ ߇ÀπÕ◊ ¿“§μ–«—πÕÕ° ¿“§μ–«π— μ°
¿“§„μâ ®’π Õπ◊Ë Ê ................................................................................................................................................
‡ ’¬ß ¥ß— §àÕ¬ ·À∫ ·À≈¡ ∑¡âÿ
Õπ◊Ë Ê ............................................................................................................................................................................................................................
μ”Àπ‘ ‰Ω ª“π ·º≈‡ªπì ÕπË◊ Ê ...............................................................................................................
( ’ ¢π“¥ μ”·Àπßà ) ...........................................................................................................................................................................................................................
≈“¬ °— ...........................................................................................................................................................................................................................
(√ªŸ ’ μ”·Àπàß) ...........................................................................................................................................................................................................................
≈—°…≥–æ‘°“√ ...........................................................................................................................................................................................................................
≈°— …≥–Õ—ππà“ ß— ‡°μ ...........................................................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................................................
(≈ß™Õ◊Ë )...........................................................................................................
(.....................................................................................................)
(μ”·Àπßà ).........................................................................................................
๒๔
ตัวอยา ง หนา ท่ี ๑
รูปถา ย ดานขาง ดา นตรง และดานเฉียง
(เขยี นช่ือ – นามสกุลดา นหลังรูป แลว ตดิ ดวยลวดเยบ็ กระดาษ)
ลายนวิ้ หัวแมมอื ซาย รหสั ลายพิมพนว้ิ มอื เด่ียว ลายนว้ิ หวั แมมอื ขวา
.........................................
หมายเลขภาพถา ย
.........................................
ลายมอื ช่ือผูตอ งหา
.........................................
ตัวอยา ง หนา ท่ี ๒
ลาย ิพมพฝา ืมอขวา
ลายพิม พ ฝา ืมอ ซาย
๒๕
ó. ËÁÒ¨Ѻ
ความเปนมาและความสาํ คัญในการดําเนนิ การเกย่ี วกับหมายจับ
๓.๑ การจับ และ หมายจบั
การจบั เปน มาตรการทส่ี าํ คญั ทส่ี ดุ ประการหนงึ่ ในกระบวนการพจิ ารณาความอาญา
ในการนําตัวผูกระทําความผิดมาลงโทษ และเปนการกระทําท่ีกระทบกระเทือนตอสิทธิเสรีภาพ
ของประชาชนมากทส่ี ดุ อยา งหนง่ึ การจบั กอ ใหเ กดิ อาํ นาจในการควบคมุ ผถู กู จบั (ป.ว.ิ อาญา มาตรา ๘๔
และมาตรา ๘๗) ผจู บั มีอํานาจ คน ตัว ผูถ ูกจับ และอาํ นาจอ่ืนๆ อกี หลายประการ
เพ่ือใหการคุมครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนใหพนจากการถูกจับตามอําเภอใจ
โดยเจา หนา ทข่ี องรฐั โดยหลกั แลว การจบั จะกระทาํ ไดก ต็ อ เมอื่ มหี มายจบั แตส ามารถจบั โดยไมม หี มาย
เฉพาะกรณีเรงดว น ท่ีไมอาจจะรอใหม กี ารออกหมายไดเ สยี กอน
๓.๒ ลักษณะของหมายจบั
ในทางปฏิบัตขิ องสํานกั งานตาํ รวจแหง ชาตสิ ามารถแยกไดเปน ๒ ลักษณะ ไดแก
๑. หมายจับกรณีรูตัวผูกระทําความผิด แตเรียกหรือจับตัวไมได เม่ือพนักงาน
สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนเช่ือวามีเหตุแหงการจะออกหมายจับ เมื่อไดขออนุมัติหมายจับ
ผูกระทําความผิดตอศาลแลว แตพนักงานสอบสวนยังมิไดทําความเห็นควรสงฟองหรือสงไมฟอง
สงไปพรอมกับสํานวนยังพนักงานอัยการ ซึ่งพนักงานสอบสวนตองออกหมายจับ เพื่อดําเนินการ
ทางคดตี อไป
๒. หมายจับกรณีรูตัวผูกระทําความผิด แตเรียกหรือจับตัวไมได เมื่อพนักงาน
สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนเชื่อไดวามีเหตุแหงการออกหมายจับ เมื่อไดขออนุมัติหมายจับ
ผูกระทําความผิดตอศาล และพนักงานสอบสวนไดทําความเห็นควรสั่งฟองหรือสั่งไมฟองสงไป
พรอ มกบั สาํ นวนยงั พนกั งานอยั การ ซงึ่ เรยี กวา หมายจบั คดคี า งเกา ซง่ึ จะตอ งดาํ เนนิ การในคมู อื นต้ี อ ไป
๒๖
๓.๓ การปฏบิ ัติเกย่ี วกบั หมายจับ
ประมวลระเบียบการตาํ รวจเกีย่ วกับคดี
ลักษณะ ๕ หมายเรยี ก และหมายอาญา บทท่ี ๒ หมายจบั
ขอ ๑๐๗ หมายจบั ไดแ ก หนงั สอื บงการซงึ่ ออกตามบทบญั ญตั แิ หง ประมวลกฎหมาย
วธิ พี จิ ารณาความอาญา สง่ั ใหเ จา หนา ทที่ าํ การจบั ผตู อ งหาหรอื จาํ เลยหรอื นกั โทษ รวมทงั้ สาํ เนาหมายจบั
อนั รับรองวาถูกตองและคําบอกกลา วทางโทรเลขวาไดอ อกหมายจับแลว แตถา บอกกลา วยกโทษทาง
โทรเลขเชนนี้ จะตองสงหมายหรือสําเนาหมายจับอันรับรองวาถูกตองแลวไปยังเจาพนักงานผูจัดการ
ตามหมายโดยพลันดว ย
ฯลฯ
ขอ ๑๑๓ คดีท่ีอยูระหวางการสอบสวนของเจาพนักงานสอบสวนนั้น หากเขาเกณฑ
ที่จะออกหมายจับผูตองหาได ใหพนักงานสอบสวนจัดใหมีการออกหมายจับ ประกอบไวในสํานวน
การสอบสวนนนั้ เพือ่ ใหเ จาพนักงานอนื่ ใดมอี ํานาจทาํ การจบั กุมตัวผูตองหานน้ั โดยสมบรู ณ
เม่ือไดออกหมายจับตามความในวรรคกอนแลว การท่ีจะวินิจฉัยวา กรณีใดควรจะ
สง สําเนาหมาย หรอื ควรออกประกาศสบื จบั ดวยหรือไมน นั้ ใหถอื ปฏบิ ัตดิ ังน้ี
(๑) ในคดีเล็กนอยหรือคดีมีอัตราโทษจําคุกไมเกิน ๓ ป ใหออกหมายจับประกอบไว
ในสาํ นวน เมอ่ื ทราบหรอื สงสยั วา ผตู อ งหานนั้ หลบหนไี ปอยทู ใี่ ด จงึ ใหส าํ เนาหมายสง ไปใหส ถานตี าํ รวจ
เจา ของทองทีท่ ่ที ราบ หรอื สงสยั น้นั จดั การจับกมุ ตวั สงใหต อไป
ในกรณเี ชน นี้ หากตอ มาสง สาํ นวนสอบสวนใหพ นกั งานอยั การพจิ ารณา และพนกั งาน
อัยการมีคาํ ส่ังเดด็ ขาดไมฟอ งผตู อ งหา ใหจัดการใหม กี ารถอนหมายคืน
(๒) ในคดีท่มี อี ัตราโทษจาํ คุกเกิน ๓ ป หรือคดที ่มี เี หตผุ ลพิเศษท่จี ะตองโฆษณาสง่ั จบั
เมื่อเจาพนักงานสอบสวนจัดใหมีการออกหมายจับประกอบไวในสํานวนแลว ใหนําสํานวนนั้นเสนอ
ผบู งั คบั บญั ชาตามลาํ ดบั ชนั้ จนถงึ ผบู งั คบั การตาํ รวจ เจา ของทอ งทพี่ จิ ารณาวา จะสมควรโฆษณาสงั่ จบั
หรือไม หากผูบังคับการตํารวจเจาของทองท่ีเห็นสมควรโฆษณาสั่งจับ จึงใหสําเนาหมายจับน้ันไปให
แผนกสบื จับดาํ เนินการโฆษณาสง่ั สืบจับตอไป
ในกรณที โ่ี ฆษณาสง่ั จบั ผตู อ งหาไปแลว กอ นสง สาํ เนาใหพ นกั งานอยั การพจิ ารณา
หากตอมาพนักงานอัยการมคี าํ ส่งั เดด็ ขาดไมฟอ งผูต อ งหา ใหห วั หนาพนักงานสอบสวนทอ งที่ แจง ให
หวั หนา แผนกสบื จับทราบโดยตรงเพ่อื ใหโฆษณาถอนการสืบจบั
ฯลฯ
๒๗
ประมวลระเบยี บการตาํ รวจเก่ยี วกบั คดี
ลกั ษณะ ๑๔
การออกตาํ หนริ ปู พรรณบุคคลและทรัพย บทที่ ๑ การออกตาํ หนิรปู พรรณผูกระทาํ ความผดิ
ขอ ๓๙๕ เมอื่ มกี ารกระทาํ ความผดิ อาญาเกดิ ขนึ้ แตย งั จบั กมุ ตวั ผกู ระทาํ ความผดิ ไมไ ด
และตองการแจงใหพนักงานฝายปกครองหรือตํารวจในหนวยอื่นทราบดวย เพ่ือใหชวยกันสืบจับ
โดยปฏิบัติตามประมวลระเบียบการตํารวจเก่ียวกับคดี เลม ๑ ลักษณะ ๕ บทที่ ๒ ขอ ๑๑๓ (๒)
ใหสถานีตํารวจหรือหนวยงานเจาของคดีออกตําหนิรูปพรรณผูกระทําความผิด แบบ วท.๗-ต.๓๒๑
สง ตรงไปยงั กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรหรอื หนว ยงานพสิ จู นห ลกั ฐานสว นภมู ภิ าคโดยเรว็ การออก
ตําหนิรูปพรรณผูกระทําความผิด ใหกรอกขอความที่เก่ียวกับผูกระทําความผิดโดยละเอียดเพียงพอ
ท่เี จา พนักงานไดพบตัวผกู ระทาํ ความผิดจะมนั่ ใจไดว า การจับกมุ ตัวผนู ั้นตามประกาศสืบจบั จะไมเปน
การจบั ผดิ ตัวแมผูจ ับจะไมรูจักตัวผกู ระทําความผิดน้นั มากอน
ขอ ๓๙๖ การขอใหออกประกาศสืบจับ ใหทําตําหนิรูปพรรณจํานวน ๒ ฉบับ
เก็บรวบรวมเร่ืองไวในสํานวนการสอบสวน ๑ ฉบับ สวนอีก ๑ ฉบับ สงไปยังกองทะเบียนประวัติ
อาชญากร หรือวิทยาการเขต แลว แตก รณี เพอ่ื ออกประกาศสืบจับและทาํ บตั รดัชนีสืบจบั
ขอ ๓๙๗ การออกตําหนิรูปพรรณ ตองหารูปถายคร้ังสุดทายของผูกระทําความผิด
ท่ีออกตําหนิรูปพรรณนี้สงไปใหแกกองทะเบียนประวัติอาชญากรหรือวิทยาการเขต แลวแตกรณี
พรอ มกบั ตําหนริ ูปพรรณดว ยทกุ ราย เพอ่ื ประโยชนในการออกประกาศสืบจบั ดงั น้ี
(๑) ใหเขียนชื่อ ช่ือสกุลของผูกระทําความผิดลงในดานหลังรูปแลวลงนามพนักงาน
สอบสวนผรู บั รองพรอมดว ย วัน เดือน ป ทร่ี บั รอง
(๒) ถา รปู ถา ยนน้ั เปน รปู หมใู หพ นกั งานสอบสวนเขยี นหมายเลขกาํ กบั ใหต รงกบั รปู ถา ย
ของผกู ระทําความผดิ แลวเขียนหมายเหตุไวท ่ดี า นหลงั รูป
(๓) ถา รปู ถา ยนนั้ ไดม าจากการตรวจสอบขอ มลู กบั หนว ยขา งเคยี งใหพ นกั งานสอบสวน
บันทึกยนื ยนั ในการจดั สงรปู ถา ยดงั กลาวดวย
รูปถายดังกลาว ถาพนักงานสอบสวนขอรับคืนใหกองทะเบียนประวัติอาชญากร
หรือวิทยาการเขต แลวแตกรณี สงรูปท่ีอัดใหมสําหรับลงในประกาศสืบจับคืนใหไป สวนรูปเดิมให
เกบ็ รวบรวมเรื่องไวเปน หลกั ฐาน
สาํ หรบั ในกรณที ไี่ มท ราบชอื่ ชอื่ สกลุ ภมู ลิ าํ เนา หรอื ไมม รี ปู ถา ยตลอดจนรายละเอยี ดอนื่ ใด
ของผูกระทําความผิด แตมีพยานรูเห็นเหตุการณหรือบุคคลที่รูจักผูกระทําความผิดซ่ึงสามารถให
รายละเอยี ดตาํ หนริ ปู พรรณผกู ระทาํ ความผดิ ได กใ็ หพ นกั งานสอบสวนจดั ใหม กี ารสเกต็ ชภ าพผกู ระทาํ
ความผดิ และบนั ทกึ ยนื ยนั ในการจดั สง ภาพสเกต็ ชด งั กลา วพรอ มตาํ หนริ ปู พรรณและหมายจบั เพอื่ ออก
ประกาศสบื จับทุกราย
ใหกองทะเบียนประวัติอาชญากรหรือวิทยาการเขต มีหนาท่ีในการบันทึกขอมูล
ประกาศสบื จบั ลงระบบคอมพวิ เตอรท ใ่ี ชจ ดั เกบ็ รวมทง้ั บนั ทกึ รปู ถา ยหรอื ภาพสเกต็ ชผ กู ระทาํ ความผดิ
ตามวรรคหนึ่งและวรรคสามลงในระบบดว ยทกุ ราย
๒๘
ขอ ๓๙๘ การออกตําหนิรูปพรรณและประกาศสืบจับผูกระทําความผิดน้ี ถามีการ
ใหสินบนหรือรางวัลดวย ใหพนักงานสอบสวนบันทึกถอยคําผูใหสินบนรางวัลไวใหชัดเจนดวยวา
จะใหเ ทา ไร ใหเ มอื่ จบั ไดห รอื เมอ่ื พนกั งานอยั การสง ฟอ งหรอื เมอื่ ศาลพพิ ากษาลงโทษแลว และจะจา ย
เมื่อใดทีไ่ หนใหช ัดเจน
ขอ ๓๙๙ เมอ่ื ออกตาํ หนริ ปู พรรณสง ไปยงั กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร หรอื วทิ ยาการเขต
แลวแตกรณี เพื่อใหออกประกาศสืบจับแลว ตอมาถาไดตัวผูกระทําความผิดน้ัน โดยผูกระทํา
ความผดิ นน้ั เขา หาเจา พนกั งานเองหรอื ถกู จบั กมุ ไดห รอื โดยประการอนื่ กต็ ามใหส ถานตี าํ รวจเจา ของคดี
แจง งดการจบั ตามแบบ ค.๑๔๒-ต.๒๓๑ โดยเรียงรายตัวผูต องหาคนละ ๑ ฉบบั พรอมแนบสําเนา
หมายจบั สง ไปยงั กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร หรอื หนว ยงานพสิ จู นห ลกั ฐานสว นภมู ภิ าคแลว แตก รณี
การทําตําหนิรูปพรรณของผูตองหาที่ไดตัวแลวเพื่อนําสงตามความในขอนี้ แมผูตองหา
น้ันจะมิไดเปนบุคคลที่ไดออกประกาศสืบจับก็ตาม พนักงานสอบสวนก็จะตองทําตําหนิรูปพรรณ
สง ดวยอยา งเดียวกัน
ก. ใหส ถานตี าํ รวจทกุ แหง ทง้ั ในภธู รและนครบาล มสี มดุ บญั ชคี นรา ยหลบหนตี ามแบบ
ค.๙๑- ต.๒๙๓ ไวประจําทุกแหง
ข. ในการจัดทํารายช่ือคนรายหลบหนีน้ีเพ่ือความสะดวกในการตรวจสอบใหใช
กระดาษคอนขางแข็ง ขนาดกวางประมาณ ๒ เซนติเมตร ติดไวท่ีดานบนของแบบ ค.๙๑-ต.๒๙๓
แตใ หเหลื่อมกนั พอมองเห็นไดตลอด สาํ หรบั เขียนตวั อักษรเรยี งตามลําดับหมายอักษรตามชอ่ื คนราย
ทํานองแบบดัชนี ถาชือ่ คนรายมีหลายตัวอกั ษร ใหถือตวั อกั ษรแรกของชอื่ เปน หลกั
ค. เมื่อเจาของคดผี อู อกตาํ หนริ ปู พรรณตามแบบ วท.๗- ต.๓๒๑ หรอื เปนผูไ ดร บั แบบ
วท. นี้จากสถานีตํารวจอื่นใด ก็ใหนําตําหนิรูปพรรณน้ันมาจดหรือคัดขอความลงในสมุดแบบ
ค.๙๑-ต.๒๙๓ (บัญชีคนรายหลบหนี) ขอความใดท่ีมีในแบบ วท.๗-ต.๓๒๑ แตไมมีในแบบ
ค.๙๑-ต.๒๙๓ กไ็ มตอ งจดหรอื คัดลงไป
ง. เมอื่ กองบงั คบั การตาํ รวจภธู รทไี่ ดร บั แบบ วท.๗- ต.๓๒๑ จากจงั หวดั หรอื จากสถานี
ตาํ รวจอน่ื ใดกใ็ หจ ดั การคดั ขอ ความนน้ั ๆ ลงในสมดุ แบบ ค.๙๑-ต.๒๙๓ กไ็ มต อ งคดั ลงไปเชน เดยี วกนั
จ. ถาปรากฏรายชื่อคนรายในประกาศสืบจับที่กองทะเบียนประวัติอาชญากร
หรอื วทิ ยาการเขต ไดอ อกประกาศไปตรงกบั คนรา ยทม่ี อี ยใู นสมดุ แบบ ค.๙๑-ต.๒๙๓ ของตาํ รวจหนว ยใด
ตามท่ีกลาวในขอ ก. ใหเจาหนาที่ตํารวจหนวยนั้นหมายเหตุดวยหมึกแดงไวใตช่ือคนราย ใหชัดเจน
วา เปนผทู ไ่ี ดอ อกประกาศสบื จับแลว ในประกาศสบื จบั ประเภทใด เลม ทเี่ ทา ใด ฉบับทเี่ ทาใด ลงวนั ที่
เทา ใด ไวด วยทุกราย ถาไดถ อนประกาศสืบจับแลว กใ็ หห มายเหตไุ วดว ยหมึกแดงใหชัดเจนวา ไดถอน
ประกาศใด ประกาศสบื จบั ประเภทใด เลม ท่เี ทา ใด ฉบับท่เี ทาใด ลงวนั ทเ่ี ทาใดไวดวยเชนกัน
ฉ. ใหเปนหนาที่ของวิทยาการเขตทุกเขตเปนผูจัดทําบัตรดัชนีคนรายหลบหนีภายใน
เขตของตนเก็บไวทุกรายตามระเบียบปฏิบัติ และเม่ือไดรับประกาศสืบจับคนรายหลบหนีทุกประเภท
จากกองทะเบยี นประวัติอาชญากรก็ใหจดั ทาํ บัตรดัชนเี พิม่ ไวทุกรายเชนกนั
๒๙
๓.๔ การขอใหออกประกาศสบื จับบุคคล
ความหมายของประกาศสืบจับ
ประกาศสืบจบั คอื การนําเอาขอมลู รายละเอยี ดที่สําคญั ของหมายจบั ตําหนริ ูปพรรณ
ผกู ระทาํ ผิดที่พนักงานสอบสวนเจา ของคดีสงมายงั กองทะเบยี นประวัตอิ าชญากร, หนว ยงานพสิ ูจน
หลักฐานสวนภูมิภาค ใหออกประกาศและแจกจายใหกับสถานีตํารวจนครบาล สถานีตํารวจภูธร
รวมทัง้ หนวยงานราชการทเ่ี ก่ยี วขอ งท่ัวราชอาณาจักรทราบ เพือ่ ชว ยสืบจบั
ประกาศสืบจบั จําแนกออกเปน ๓ ชนิด คือ
๑. ประกาศสืบจบั ท่วั ไป
๒. ประกาศสืบจับพิเศษ
๓. ประกาศสบื จบั มสี ินบนนาํ จับ
ประโยชนของประกาศสืบจับ สนับสนุนขอมูลใหกับพนักงานสืบสวนสอบสวน
และปราบปราม ดงั น้ี
๑. ในดา นการสืบสวน
๑.๑ ในกรณีท่ีมีคนรายหลบหนีการจับกุม เม่ือพนักงานสอบสวนสงหมายจับ
และตําหนิรูปพรรณใหออกประกาศสืบจับผูตองหา หรือจําเลยหลบหนี จะดําเนินการออกประกาศ
แจกจา ยใหหนวยงานราชการทเี่ ก่ยี วของท่วั ราชอาณาจกั รทราบเพือ่ ชว ยสบื จบั
๑.๒ เปน แหลงรวบรวมในการตรวจสอบประวัติ หมายจบั ผตู องหา หรอื จําเลย
หลบหนีทั่วราชอาณาจักร โดยตรวจสอบทางระบบฐานขอมูลหมายจับ เพ่ืออํานวยความสะดวก
สนับสนุนงานดา นการสบื สวนทร่ี วดเรว็
๒. ในดานการสอบสวน
ชวยในการตรวจสอบประวัติหมายจับผูกระทําผิดหลบหนีจากระบบฐานขอมูล
หมายจบั เพอ่ื ตอ งการทราบวา ผตู อ งหา หรอื ผตู อ งสงสยั เปน ผกู ระทาํ ความผดิ อาญาและอยใู นระหวา ง
การหลบหนกี ารจับกุมหรอื ไม และสถานตี าํ รวจใดตอ งการตัว
๓. ในดา นการปอ งกันปราบปราม
ไดร วบรวมรายชอื่ บคุ คลทม่ี หี มายจบั ทว่ั ราชอาณาจกั รเฉพาะคดอี กุ ฉกรรจเ ปน ระบบ
เพอ่ื ทราบคดีทค่ี างเกา ยงั จับกุมตัวบุคคลน้ันไมไ ดแ ละสะดวกตอ การตรวจสอบ
การขอใหประกาศสบื จบั บุคคล
เนื่องจากเปนนโยบายของผูบัญชาการสํานักงานตํารวจแหงชาติ ท่ีจะปรับปรุงพัฒนา
ประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน สนับสนุนสงเสริมการใชเทคโนโลยีมาชวยในการปฏิบัติงาน โดยให
ความสาํ คญั กบั สถานตี าํ รวจและหนว ยงานทม่ี อี าํ นาจการสอบสวน ซงึ่ เปน หนว ยงานหลกั พน้ื ฐานของ ตร.
ใหสามารถดําเนินการกรรมวิธีขอมูลที่จําเปนไดเสร็จเด็ดขาดท่ีสถานีตํารวจ จึงไดมีการกําหนด
แนวทางปฏิบัติใหสถานตี ํารวจบันทกึ ขอ มูลหมายจบั และถอนหมายจบั ไดเ สร็จเดด็ ขาดทส่ี ถานีตาํ รวจ
โดยไมต อ งจดั สง ขอ มลู มายงั กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรและหนว ยงานพสิ จู นห ลกั ฐานสว นภมู ภิ าค
เพอื่ ประกาศสบื จบั
๓๐
ดงั น้ัน เพอื่ ความสะดวก รวดเรว็ และเกดิ ประโยชนในการจบั กุมตัวผูมีหมายจับ ตั้งแต
๑ ม.ค. ๒๕๕๔ เปนตนไป ตร. จงึ ไดกําหนดแนวทางปฏิบัติ ดังนี้
๑. สถานตี าํ รวจ และหนว ยงานอน่ื ทมี่ อี าํ นาจการสอบสวน มหี นา ทใี่ นการบนั ทกึ /ถอน
ขอ มลู หมายจบั ในระบบตดิ ตามผลคดแี ละระบบฐานขอ มลู อบุ ตั เิ หตจุ ราจรโครงการ POLIS เสรจ็ เดด็ ขาด
ที่สถานีตํารวจ โดยใหถือวาขอมูลหมายจับท่ีสถานีตํารวจบันทึก เปนการออกประกาศสืบจับ/ถอน
ประกาศสบื จบั โดยไมต อ งจดั สง เอกสารมาให กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรและหนว ยงานพสิ จู นห ลกั ฐาน
สวนภูมิภาค ออกประกาศสืบจับ/ถอนประกาศสืบจับอีก ยกเวนการออกและถอนหมายจับที่ศาลได
อนุมัติไวกอนวันที่ ๑ ม.ค. ๒๕๕๔ ใหสถานีตํารวจและหนวยงานอ่ืนที่มีอํานาจการสอบสวน จัดสง
แบบงดสบื จับ (แบบ ค. ๑๔๒-ต.๒๓๑) มายัง กองทะเบียนประวตั อิ าชญากร เพือ่ ถอนประกาศสบื จบั
อีกทางหนึ่งดว ย
๒. กองทะเบียนประวตั อิ าชญากร มหี นา ทใ่ี นการบันทึก/ถอนขอมูลหมายจบั ทีส่ ง มา
จากหนวยงานภายนอก ตร.ท่ีมีอํานาจการสอบสวนตามกฎหมาย หรือหมายจับในกรณีที่ศาลเปน
ผูออก/ถอนหมายจับเอง หรือหมายจับที่ออกตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณฉุกเฉิน
พ.ศ.๒๕๔๘
๓. การสืบคนขอมูลหมายจับทั่วประเทศสามารถสืบคนไดจากระบบโครงขาย
สอบสวนคดี โครงการ POLIS โดยสามารถระบใุ หร ะบบสบื คน ไดจ ากแหลง ขอ มลู “คดอี าญา”, “อบุ ตั เิ หตุ
จราจร” และ “ผูม ีหมายจับ”
กรณมี ีการใหสนิ บนหรือรางวลั
พนกั งานสอบสวนบนั ทกึ ถอ ยคาํ ผใู หส นิ บนรางวลั ใหช ดั เจนวา จะใหเ ทา ใด ใหเ มอ่ื จบั ตวั ได
หรอื เม่อื อัยการสั่งฟอง หรอื เมือ่ ผพู ิพากษาลงโทษ เปน ตน และจะจายใหเม่อื ใด ท่ไี หน อยางไร
กรณีไดต วั ผกู ระทาํ ผิดมาหลังจากขอใหประกาศสบื จบั
เนอื่ งจากขอ มลู ผตู อ งหาทม่ี หี มายจบั เปน ขอ มลู ทสี่ าํ คญั และเปน ประโยชนต อ การปอ งกนั
ปราบปรามอาชญากรรม ดังนัน้ ขอมลู ในระบบ POLIS จะตอ งถูกตองตามความจรงิ ตร. จงึ กาํ หนด
แนวทางการปฏบิ ตั แิ ละหนวยงานรับผดิ ชอบในการออกหมายจับ ดังนี้
๑. กรณีแกไขขอมูล/ลบขอมูลผูตองหา หรือการถอนหมายจับใหเปนอํานาจหนาที่
ความรบั ผดิ ชอบของ ผกก./หวั หนา สถานเี ทา นนั้ โดยวธิ กี ารตอ งใชบ ตั รประจาํ ตวั ประชาชนอเนกประสงค
(Smart Card) ของ ผกก./หัวหนา สถานี ผานเครื่องอา นบตั ร (Smart Card Reader) และรหสั ลบั
ของบตั ร (PIN-CODE) พรอ มกับการใชรหัสลบั (Password) ของ POLIS เพือ่ ระบตุ ัวตนทีช่ ัดเจน
ของผกู ระทําการแกไ ข/ลบขอ มลู ผตู อ งหาหรอื ผูถอนหมายจบั
๒. สาํ หรบั การถอนหมายจบั ทศี่ าลอนมุ ตั หิ มายจบั ไวก อ น ๑ ม.ค. ๒๕๕๔ ใหด าํ เนนิ การ
ตามขอ ๑ และใหจ ัดสง แบบงดสืบจบั (แบบ ค. ๑๔๒-ต.๒๓๑) มายงั กองทะเบียนประวัติอาชญากร
เพือ่ ถอนประกาศสืบจับอกี ทางหนงึ่ ดว ย
๓๑
ระเบียบสํานักงานตาํ รวจแหงชาติ
วาดวย การออกตาํ หนิรูปพรรณบุคคลและทรัพย
(ฉบบั ที่ ๓)
พ.ศ. ๒๕๔๕
ตามขอบังคับกระทรวงมหาดไทย ท่ี ๑/๒๔๙๘ ลงวันท่ี ๘ กุมภาพันธ ๒๔๙๘
เรื่อง การวางระเบียบการตํารวจเก่ียวกับคดี ซึ่งในลักษณะ ๑๔ บทท่ี ๑ ไดกําหนดระเบียบ วาดวย
การออกตําหนิรปู พรรณผกู ระทําความผิดไวเปน ทางปฏิบัติแลว นนั้
เนอ่ื งจากระเบยี บสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ วา ดว ยการออกตาํ หนริ ปู พรรณผกู ระทาํ ความผดิ
ไดประกาศใชเปน เวลานานแลว ปจจุบันสถานการณเปล่ยี นแปลงไป ทําใหไมค ลองตัวและเกิดปญหา
ในทางปฏบิ ัติ สมควรแกไขระเบยี บดงั กลาวเสยี ใหมใ หเหมาะสมย่ิงขึ้น จงึ วางระเบียบไวด งั ตอ ไปน้ี
ขอ ๑ ใหยกเลิกแบบตําหนิรูปพรรณผูกระทําความผิด (วท.๗ – ต.๓๒๑) และแบบ
งดการสบื จบั (ค.๑๔๒ – ต.๒๓๑) ทแี่ นบทา ย บทที่ ๑ ลกั ษณะ ๑๔ แหง ประมวลระเบยี บการตาํ รวจเกยี่ วกบั
คดีเสียท้ังหมด และใหใ ชแ บบที่แนบทา ยระเบียบนีแ้ ทน
ขอ ๒ ใหใ ชระเบยี บน้ี ตั้งแตบ ัดนีเ้ ปนตน ไป
ประกาศ ณ วันท่ี ๑๕ พฤศจกิ ายน พ.ศ.๒๕๔๕
พลตาํ รวจเอก สนั ต ศรตุ านนท
(สันต ศรุตานนท)
ผูบญั ชาการตํารวจแหง ชาติ
๓๒
√Ÿª∂à“¬
”π—°ß“πμ”√«®·Àßà ™“μ‘
μ”Àπ√‘ ªŸ æ√√≥ºŸâ°√–∑”§«“¡º¥‘
(‡μ‘¡¢Õâ §«“¡„π™àÕß«“à ß ·≈–°“‡§√ËÕ◊ ßÀ¡“¬ ✓ „π Àπ“â ¢Õâ §«“¡∑μ’Ë Õâ ß°“√‰¥¡â “°°«“à ÀπßË÷ √“¬°“√)
à«π√“™°“√ ∂“πμ’ ”√«®/·ºπ°......................................................................................................°°. ..................................∫°. ..............................................
À¡“¬®∫— ∑.Ë’ ...........................................................................................................................§¥Õ’ “≠“∑.Ë’ ................................................................................................
«π— ‡¥Õ◊ π ªï ∑Ë ’ ßà √“¬ß“π......................................................................................................................................................................................................................
∞“π§«“¡º¥‘ ........................................................................................................................................................................................................................................................
«π— ‡¥Õ◊ πªï ‡«≈“ ·≈– ∂“π∑‡Ë’ °¥‘ ‡Àμ.ÿ ..........................................................................................................................................................................................................
«π— ¢“¥Õ“¬§ÿ «“¡À√Õ◊ °”Àπ¥≈«à ߇≈¬„π°“√≈ßÕ“≠“..................................................................................................................................................................
™ÕË◊ π“¡ °≈ÿ (¿“…“‰∑¬)......................................................................................................................................................................‡æ» ™“¬ À≠‘ß
™ÕË◊ π“¡ °ÿ≈ (¿“…“Õ—ß°ƒ…μ“¡Àπß— Õ◊ ‡¥π‘ ∑“ß).........................................................................................................................................................................
‡≈¢ª√–®”μ«— ª√–™“™π/∫—μ√ª√–®”μ«— ‡®â“Àπâ“∑’¢Ë Õß√∞— -æπ°— ß“πÕß§å°“√¢Õß√—∞/„∫ ”§—≠ª√–®”μ—«§πμà“ߥ⓫/Àπ—ß ◊Õ‡¥‘π∑“ß
........................................................................................................................................................................................................................................................................
™Õ◊Ë ÕπË◊ ........................................................................................................................................™ÕË◊ °≈ÿ ÕπË◊ ...................................................................................................
«π— ‡¥Õ◊ π ªï‡°¥‘ ..............................................................................‡™ÈÕ◊ ™“μ.‘ .......................................................... —≠™“μ.‘ ...............................................................
ª√–«—μ‘
™◊ËÕπ“¡ °≈ÿ ∫¥‘ “.................................................................................................................. ∑Ë’Õ¬Ÿà.........................................................................................................
™ÕË◊ π“¡ °≈ÿ ¡“√¥“............................................................................................................. ∑ËÕ’ ¬àŸ.........................................................................................................
™◊ÕË π“¡ °ÿ≈ “¡’/¿√√¬“.................................................................................................. ∑ÕË’ ¬àŸ..........................................................................................................
≠“μ/‘ ‡æÕË◊ π π‘∑................................................................................................................. ∑ÕË’ ¬.Ÿà .........................................................................................................
Õ“™æ’ ............................................................................................................................................................................................................................................................
∂“π∑∑’Ë ”ß“π................................................................................................................................................................................................................................................
∑ÕË’ ¬§àŸ √ß—È ¥ÿ ∑“â ¬................................................................................................................................................................................................................................................
¿¡Ÿ ≈‘ ”‡π“‡¥¡‘ .............................................................................................................................................................................................................................................
·À≈ßà ∑‰’Ë ª‡ªπì ª√–®”...............................................................................................................................................................................................................................
°≈¡àÿ À√Õ◊ ·°ßä ∑Ë’¡«Ë— ÿ¡...............................................................................................................................................................................................................................
√“¬™ÕË◊ ∫§ÿ §≈„π°≈¡ÿà ................................................................................................................................................................................................................................
μ”Àπ‘√Ÿªæ√√≥ ߟ ...............................................................´¡. πÈ”Àπ—°...............................................°°. À¡‚àŸ ≈Àμ‘ ...........................................
√ªŸ √“à ß ßŸ —π∑—¥ ‡μ¬’È ≈Ë” π— Õ«â π ºÕ¡
Õπ◊Ë Ê..............................................................................................................................................................................................................................
º‘« ¢“« ¢“«‡À≈Õ◊ ß ¥” ¥”·¥ß μ°°√– ≈–‡Õ’¬¥
À¬“∫ ÕπË◊ Ê.........................................................................................................................................................................................
√ªŸ Àπ“â °≈¡ √ªŸ ‰¢à “¡‡À≈¬’Ë ¡ ’ˇÀ≈Ë’¬¡ ·À≈¡À≈¡‘
ÕπË◊ Ê..............................................................................................................................................................................................................................
º¡ ‡ªÜ · °°≈“ß ‡ ¬ ‡ πâ º¡μ√ß ‡ªπì §≈πË◊ À¬‘°
º¡øŸ Àπ“ ∫“ß ¥” ¢“« ÀßÕ°
ÀßÕ°ª√–ª√“¬ ·¥ß ∑Õß
ÕπË◊ Ê...........................................................................................................................................................................................................................
«∑. ˜-μ. ÛÚÒ
๓๓
»’√…– ≈â“π‡∂‘° ≈“â π‡≈¬’Ë π ≈“â π§√ßË÷ »√’ …– ≈â“πßà“¡∂àÕ
ÕπË◊ Ê..............................................................................................................................................................................................................................
Àπ“â º“° °«â“ß ·§∫ ‚Àπ° μ√ß ≈“¥ —πÈ
ÕπË◊ Ê......................................................................................................................................................................................................................
§‘È« Àπ“ ∫“ß μÕà Àà“ß —Èπ ™È’
¥” ¢“« ·¥ß ÀßÕ°ª√–ª√“¬
ÕπË◊ Ê..............................................................................................................................................................................................................................
μ“ ‚μ ‡≈°Á ™π—È ‡¥¬’ « Õß™π—È ‚ªπ ≈°÷
ª√Õ◊ À¬’ ‡À≈à ‡¢ ‡Õ° ∂—«Ë
ÕπË◊ Ê...........................................................................................................................................................................................................................
ÀŸ °“ß ≈’∫ °≈¡ “¡‡À≈¬Ë’ ¡ ’ˇÀ≈Ë’¬¡ °–À≈”Ë ª≈’
μËß‘ ÀŸ‡À≈¬Ë’ ¡ μ‘ßË ÀŸ√“∫ μßË‘ À¬Ÿ Õâ ¬
Õπ◊Ë Ê...........................................................................................................................................................................................................................
®¡Ÿ° ¥ß—È ®¡°Ÿ √“∫ ¥—Èß®¡Ÿ°‚§âß ¥Èß— ®¡°Ÿ ≈÷° —π®¡Ÿ°μ√ß —π®¡Ÿ°‚§ßâ π— ®¡°Ÿ ‡À≈¬Ë’ ¡
π— ®¡°Ÿ πÈ— ®¡°Ÿ °«“â ß ®¡Ÿ°·§∫ ®¡°Ÿ ‡™¥‘ ®¡°Ÿ ß¡ÿâ
ÕπË◊ Ê...........................................................................................................................................................................................................................
ª“° Àπ“ ∫“ß °«â“ß ·§∫ √ªŸ °√–®∫— ∫π¬◊Ëπ
≈à“߬Ë◊π ‰¡à¡√’ Õà ߪ“° Õ◊πË Ê........................................................................................................................................
øíπ „À≠à ‡≈°Á ‡√¬’ ∫ ‡° Àà“ß ¬◊πË
À≈Õ ¢“« ‡À≈Õ◊ ß ¥” ‡≈’ˬ¡
ÕπË◊ Ê...........................................................................................................................................................................................................................
§“ß μ√ß —Èπ ¬◊Ëπ ªÑ“π ∫¡ÿã ‡À≈¬Ë’ ¡
ÕπË◊ Ê...........................................................................................................................................................................................................................
Àπ«¥·≈–‡§√“ Àπ“ ∫“ß ‡≈Á°‡√’¬« ¬“« È—π ª≈“¬ßÕπ
¥’ ” ·¥ß ÀßÕ°¢“« ÀßÕ°ª√–ª√“¬
Õπ◊Ë Ê...........................................................................................................................................................................................................................
”‡π¬’ ß ¿“§°≈“ß ¿“§‡Àπ◊Õ ¿“§μ–«—πÕÕ°‡©’¬ß‡Àπ◊Õ ¿“§μ–«—πÕÕ° ¿“§μ–«π— μ°
¿“§„μâ ®’π Õπ◊Ë Ê..................................................................................................................................................
‡ ’¬ß ¥ß— §àÕ¬ ·À∫ ·À≈¡ ∑¡ÿâ
Õπ◊Ë Ê...........................................................................................................................................................................................................................
μ”Àπ‘ ‰Ω ª“π ·º≈‡ªπì Õπ◊Ë Ê.........................................................................................................
( ’ ¢π“¥ μ”·Àπßà ) ..............................................................................................................................................................................................................................
≈“¬ °— ..............................................................................................................................................................................................................................
(√Ÿª ’ μ”·Àπßà ) ..............................................................................................................................................................................................................................
≈°— …≥–æ°‘ “√ ..............................................................................................................................................................................................................................
≈—°…≥–Õπ— π“à ß— ‡°μ ..............................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................................
(≈ß™ÕË◊ )...........................................................................................
(......................................................................................)
(μ”·Àπßà )..........................................................................................
๓๔
สํานกั งานตํารวจแหงชาติ
งดการสืบจบั
ที่........................................ สวนราชการ.....................................
วันท.่ี ..........เดือน......................พ.ศ. ............
เรอ่ื ง งดการสืบจบั บคุ คล
เรียน ...................................................
ตามหนงั สือของ....................ท่.ี .............ลงวนั ท่ี.............เดือน...................พ.ศ. .........
สง หมายจบั และตาํ หนริ ปู พรรณผกู ระทาํ ความผดิ ..............................................................................
.......................................................................................................................................................
ตอ งหาวา ..........................................................................................................................................
เหตเุ กิดทองที่..........................................................มาขอใหสบื จับ นั้น
บดั นี้ มเี หตแุ หง การงดการสบื จบั เนอื่ งจาก......................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
ฉะนน้ั จงึ ขอถอนหมายจบั ท.่ี ......./.......ลงวนั ท.่ี .......เดอื น..........................พ.ศ. ............
และขอใหทานสงั่ เจา หนาทีง่ ดการสบื จบั ตอไป
ขอแสดงความนับถือ
(ลงชอื่ )........................................................
(..................................................)
(ตาํ แหนง)...................................................
ค. ๑๔๒-ต. ๒๓๐
๓๕
บันทึกขอ ความ
สว นราชการ ตร. โทร. ๐-๒๒๐๕-๒๓๑๖
ท่ี ๐๐๓๓.๔๓/๐๓๖๕๓ วนั ท่ี ๓๐ กนั ยายน ๒๕๕๓
เร่อื ง การบนั ทึกขอมลู หมายจับและถอนหมายจับตั้งแต ๑ ม.ค. ๒๕๕๔
เรียน ผบช.ภ.๑-๙, ผบช., ศชต., ผบช.น., ผบช.ก., ผบช.ปส., ผบช.สตม., ผบช.สพฐ.ตร., ผบช.ตชด.
ดว ย ผบ.ตร. มนี โยบายปรบั ปรงุ พฒั นาการปฏบิ ตั งิ านสถานตี าํ รวจ และเสรมิ สรา งพฒั นา
ประสทิ ธภิ าพการแกไ ขปญ หาอาชญากรรม โดยสนบั สนนุ สง เสรมิ การใชเ ทคโนโลยมี าชว ยในการปฏบิ ตั งิ าน
ซึ่งระบบฐานขอ มูลกลาง ตร. (POLIS) เปนระบบจดั เก็บขอ มลู จากหนวยงานปฏิบตั ิการและสามารถ
สืบคนขอมลู ไดทว่ั ประเทศ ณ หนวยงานที่มีเครอ่ื ง POLIS ทาํ ใหทุก สน./สภ. สามารถบนั ทกึ ขอมูล
หมายจับและถอนหมายจับไดภายในระยะเวลาอนั รวดเร็ว
เพ่ือความสะดวก รวดเร็ว และเกดิ ประโยชนในการจบั กมุ ตวั ผูม ีหมายจับ ตั้งแต ๑ ม.ค.
๒๕๕๔ เปนตนไป ใหห นวยดาํ เนินการดังน้ี
๑. สถานตี าํ รวจ และหนว ยงานอนื่ ทมี่ อี าํ นาจการสอบสวน มหี นา ทใี่ นการบนั ทกึ /ถอน
ขอ มลู หมายจบั ในระบบตดิ ตามผลคดแี ละระบบฐานขอ มลู อบุ ตั เิ หตจุ ราจรโครงการ POLIS เสรจ็ เดด็ ขาด
ท่ีสถานีตํารวจ โดยใหถือวาขอมูลหมายจับท่ีสถานีตํารวจบันทึก เปนการออกประกาศสืบจับ/ถอน
ประกาศสืบจับ โดยไมตองจัดสงเอกสารมาให ทว. และ ศพฐ. ออกประกาศสืบจับ/ถอนประกาศ
สบื จบั อกี ยกเวน การออกและถอนหมายจบั ทศี่ าลไดอ นมุ ตั ไิ วก อ นวนั ท่ี ๑ ม.ค. ๒๕๕๔ ใหส ถานตี าํ รวจ
และหนว ยงานอืน่ ทีม่ อี าํ นาจการสอบสวน จดั สง แบบงดการสบื จบั (แบบ ค.๑๔๒-ต.๒๓๑) มายงั ทว.
เพ่ือถอนประกาศสบื จับอกี ทางหนง่ึ ดวย
๒. ทว. มหี นา ทใ่ี นการบนั ทกึ /ถอนขอ มลู หมายจบั ทสี่ ง มาจากหนว นงานภายนอก ตร.
ท่ีมีอํานาจการสอบสวนตามกฎหมาย หรือหมายจับในกรณีที่ศาลเปนผูออก/ถอนหมายจับเอง
หรอื หมายจับที่ออกตาม พ.ร.ก.การบรหิ ารราชการในสถานการณฉ กุ เฉิน พ.ศ.๒๕๔๘
๓. การสบื คน ขอ มลู หมายจบั ทว่ั ประเทศสามารถสบื คน ไดจ ากระบบโครงขา ยสอบสวน
คดโี ครงการ POLIS โดยสามารถระบใุ หร ะบบสบื คน ไดจ ากแหลง ขอ มลู “คดอี าญา”, “อบุ ตั เิ หตจุ ราจร”
และ “ผมู หี มายจบั ”
จึงแจงมาเพือ่ ดาํ เนนิ การในสว นที่เกยี่ วของตอ ไป
พล.ต.ท.
(จิโรจน ไชยชติ )
ผชู วย ผบ.ตร.ปรท.ผบ.ตร.
๓๖
บันทึกขอ ความ
สว นราชการ สทส. โทร. ๐-๒๒๐๕-๒๓๑๖
ท่ี ๐๐๓๓.๔๓/๒๑๑๐ วันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๓
เรือ่ ง รายงานการประชมุ คณะทาํ งานแกไ ขกฎฯ ตามตวั ช้วี ดั ท่ี ๓.๑.๖
เรยี น ผบ.ตร. (ผาน ผูชวย ผบ.ตร.(บร ๓๒))
๑. เร่อื งเดิม
ตร. มคี าํ สงั่ ที่ ๔๑๐/๒๕๕๓ เรอ่ื ง แตง ตง้ั คณะทาํ งานแกไ ขกฎ ระเบยี บปฏบิ ตั ใิ นการ
กําหนดใหสถานีตาํ รวจเปนหนว ยบันทึกขอมูลหมายจบั ในระบบ POLIS ตามตวั ชว้ี ดั ที่ ๓.๑.๖ ระดับ
ความสาํ เรจ็ ของรอ ยละเฉลย่ี ถว งนา้ํ หนกั ในการจบั กมุ คดตี ามหมายจบั คา งเกา ใหร ว มกนั จดั ทาํ แผนงาน
ปรับปรุง แกไข กฎ ระเบียบปฏิบัติใหเกิดความคลองตัว กําหนดหนวยงานรับผิดชอบบันทึกขอมูล
หมายจบั ในระบบ POLIS หนว ยงานทาํ หนา ทคี่ วบคมุ และตรวจสอบขอ มลู หมายจบั ใหช ดั เจน โดยยกเลกิ
กฎ ระเบียบเดิมท่ีติดขัดไมสะดวกตอการปฏิบัติงาน เพ่ือมิใหเกิดความซํ้าซอนในการทํางาน
และใหขอมูลหมายจับในฐานขอมลู กลาง POLIS ถูกตอ งเปนปจจบุ ัน
๒. ขอเทจ็ จริง
คณะทาํ งานฯ ไดป ระชมุ รว มกนั เพอื่ พจิ ารณาแกไ ข กฎ ระเบยี บปฏบิ ตั ติ ามตวั ชวี้ ดั ท่ี
๓.๑.๖ เมื่อวนั องั คารท่ี ๗ ก.ย. ๒๕๕๓ เวลา ๑๐.๐๐ น. หองประชมุ สส. อาคาร ๓๓ ชั้น ๒ ตร.
สรุปมตทิ ปี่ ระชุม (เอกสาร ๑) ดงั นี้
๑) ต้งั แต ๑ ม.ค. ๒๕๕๔ เปน ตน ไป ใหสถานีตํารวจและหนวยงานอืน่ ท่ีมอี าํ นาจ
การสอบสวนมีหนาท่ีในการบันทึก/ถอนขอมูลหมายจับ ในระบบติดตามผลคดีและระบบฐานขอมูล
อบุ ตั ิเหตุจราจรในระบบ POLIS เสร็จเด็ดขาดทีส่ ถานีตํารวจ โดยใหถอื วา ขอ มลู หมายจบั /ถอนหมาย
ท่สี ถานีตาํ รวจบันทกึ เปนการออกประกาศสืบจบั /ถอนประกาศสบื จบั โดยไมต องจัดสงเอกสารมาให
ทว. และ ศพฐ. ออกประกาศสบื จบั /ถอนประกาศสบื จบั อกี ยกเวน การออกและถอนหมายจบั ทศี่ าลได
อนมุ ตั ไิ วก อ นวนั ท่ี ๑ ม.ค. ๒๕๕๔ ใหส ถานตี าํ รวจและหนว ยงานอน่ื ทม่ี อี าํ นาจการสอบสวนจดั สง แบบ
งดการสืบจับ (แบบ ค.๑๔๒-ต.๒๓๑) มายงั ทว. เพ่ือถอนประกาศสืบจบั อีกทางหนง่ึ ดวย
๒) ตง้ั แต ๑ ม.ค. ๒๕๕๔ เปน ตน ไป ให ทว. มหี นา ทใี่ นการบนั ทกึ /ถอนขอ มลู หมายจบั
ท่ีสงมาจากหนวยงานภายนอก ตร. ท่ีมีอํานาจการสอบสวนตามกฎหมาย หรือหมายจับในกรณีที่
ศาลเปนผูออก/ถอนหมายจับเอง หรือหมายจับท่ีออกตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ
ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘
๓) ให ศทก.สทส. รบั ผดิ ชอบการกาํ กบั ดแู ลและแกไ ขปรบั ปรงุ โปรแกรมประยกุ ตข อง
ระบบ CIS เชน เดยี วกบั ระบบอนื่ ๆ ใน POLIS เพอ่ื ปรบั ปรงุ โปรแกรมให ทว. สามารถบนั ทกึ และจดั เกบ็
๓๗
เอกสารหมายจับในรูปแบบ pdf ไดเชน เดยี วกับระบบ POLIS และประสาน สตม. ในการเชอื่ มโยง
เครือขายขอมลู หมายจบั ในระบบ POLIS
๔) ให ทว. มีหนังสือประสานการปฏิบัติไปยังประธานศาลฎีกา กรณีที่ศาลเปน
ผูออก/ถอนหมายจับเอง ไมวากรณีใด ขอใหสงสําเนาหมายจับมายัง ทว. โดยตรงอีกสวนหน่ึงดวย
นอกเหนือจากที่ศาลตองไปยัง บช.น. หรือ ภ.จว. ท่ีผูกระทําความผิดมีภูมิลําเนาอยู และประสาน
กองหนังสือเดินทาง กระทรวงการตางประเทศ เกี่ยวกับการปฏิบัติในการจัดสงประกาศสืบจับ
และการถอนประกาศสืบจับ เพื่อใชประโยชนในการคัดกรองบุคคลท่ีมาขอหนังสือเดินทาง รวมท้ัง
เปน ตน เรอื่ งเชญิ หนว ยทเี่ กยี่ วขอ ง เชน กม., วน., คด. และ ศทก.สทส. รว มประชมุ แกไ ขระเบยี บฯ ตอ ไป
๓. ขอพิจารณา
เพอื่ เปน การสนบั สนนุ สง เสรมิ การใชเ ทคโนโลยเี พอื่ เพมิ่ ประสทิ ธภิ าพดา นการปอ งกนั
ปราบปรามอาชญากรรม การสบื สวนสอบสวน จบั กมุ ผมู หี มายจบั และสรา งความสงบสขุ ใหเ กดิ ขนึ้ กบั
สงั คมและประชาชน เห็นควรอนุมัติหลักการตามมตทิ ีป่ ระชุม ตามขอ ๒
๔. ขอ เสนอ
จงึ เรยี นมาเพอื่ โปรดพจิ ารณา หากเหน็ ชอบขอไดโ ปรดลงนามหนงั สอื เวยี นแจง หนว ย
หรอื หากเห็นควรประการใดขอไดโปรดสั่งการ
พล.ต.ท.
(สมเดช ขาวขํา)
ผบช.สทส.
๓๘
บันทกึ ขอความ
สวนราชการ ตร. โทร. ๐-๒๒๐๕-๒๓๑๖
ท่ี ๐๐๓๓.๔๓/๔๔๘๐ วันท่ี ๒๓ พฤศจกิ ายน ๒๕๕๓
เรือ่ ง การบนั ทกึ ขอมูลหมายจบั และถอนหมายจับ ตัง้ แต ๑ ม.ค. ๒๕๕๔ เปน ตน ไป
เรียน ผบช.ภ.๑-๙, ผบช., ศชต., ผบช.น., ผบช.ก., ผบช.ปส., ผบช.สตม., ผบช.สพฐ.ตร.
ตามท่ี ตร. มีหนงั สอื ที่ ๐๐๓๓.๔๓/๐๓๖๕๓ ลง ๓๐ ก.ย. ๒๕๕๓ แจงใหห นว ยดาํ เนนิ
การบันทกึ ขอ มลู หมายจับและถอนหมายจับผานระบบ POLIS ตัง้ แตว นั ท่ี ๑ ม.ค. ๒๕๕๔ เปนตน ไป
เพื่อสนบั สนนุ สง เสริมการใชเทคโนโลยีมาชว นในการปฏบิ ัติงาน ใหสามารถสบื คนขอ มลู ไดท่ัวประเทศ
ณ หนว ยงานท่ีมเี ครอ่ื ง POLIS และเกดิ ประโยชนใ นการจบั กมุ ตัวผูมหี มายจับ นนั้
เนอ่ื งจากขอ มลู ผตู อ งหาทม่ี หี มายจบั เปน ขอ มลู ทส่ี าํ คญั และเปน ประโยชนต อ การปอ งกนั
ปราบปรามอาชญากรรม ดงั นนั้ ขอ มลู ในระบบ POLIS จะตอ งถกู ตอ งตามความเปน จรงิ ตร. จงึ กาํ หนด
แนวทางการปฏบิ ัตแิ ละหนว ยงานรบั ผดิ ชอบเพิ่มเตมิ ดังน้ี
๑. กรณีแกไขขอมูล/ลงขอมูลผูตองหา หรือการถอนหมายจับใหเปนอํานาจหนาที่
ความรบั ผดิ ชอบของ ผกก./หวั หนา สถานเี ทา นนั้ โดยวธิ กี ารตอ งใชบ ตั รประจาํ ตวั ประชาชนอเนกประสงค
(Smart Card) ของ ผกก./หัวหนา สถานี ผา นเครื่องอา นบตั ร (Smart Card Reader) และรหัสลบั ของ
บัตร (PIN-CODE) พรอมกับการใชรหสั ลับ (Password) ของ POLIS เพ่อื ระบุตวั ตนทีช่ ัดเจนของ
ผกู ระทําการแกไ ข/ลบขอ มูลผตู อ งหาหรือผูถ อนหมายจบั
๒. หนว ยงานรับผดิ ชอบเรอื่ งหมายจับ
๒.๑ หนว ยงานระดับ สน./สภ.
๑) บันทึกขอมูลหมายจับ/ถอนหมายจับในระบบติดตามผลคดี POLIS
โดยเลือกงานบันทึก/แกไขขอมูลคดีอาญา เลือกบันทึก/แกไขรับคํารองทุกข/จับกุมผูตองหาเพิ่มเติม/
ผลคดี (PBAI0010) ในสวนของขอมลู ผูตองหา โดยตรวจสอบหมายเลขประจําตวั ประชาชน ๑๓ หลกั
และใสรายละเอียดตางๆ ของหมายจับใหครบถวน เชน เลขที่หมายจับ วันเดือนปที่ออกหมาย
ศาลทอ่ี อกหมาย แตไ มเ กนิ วนั ที่ (วนั หมดอายคุ วาม) พรอ มทง้ั แนบไฟลห มายจบั (ไฟล pdf ขนาดไมเ กนิ
๕๐๐ kb ทุกแผน ของหมายจบั ) ซ่ึงตอ งสแกนจากเคร่อื งสแกนโดยเฉพาะ (ทว. บนั ทกึ ขอ มูลหมายจับ/
ถอนหมายจบั ในระบบ CIS)
๒) พิมพรายงานการออกหมายจับ โดยเลือกผลการปฏิบัติงานระบบ
ตดิ ตามผลคดี POLIS หัวขอหมายจบั ชอื่ รายงานการออกหมายจับ (PBAR0254) และรายงานการ
ถอนหมายจบั (PBAR0102) เปน ประจําทุกเดือน เพ่อื ใหห วั หนา สถานตี รวจสอบวาไดบ นั ทกึ ครบถว น
๓๙
ตามทไี่ ดอ อกหมายจบั /ถอนหมายจบั ตามความเปน จรงิ ครบถว นหรอื ไม เมอื่ เทยี บกบั สมดุ คมุ หมายจบั
ของสถานตี าํ รวจรวมทง้ั ตรวจสอบการแนบไฟลห มายจบั (ไฟล pdf) ดว ย และสง เอกสารดงั กลา วรายงาน
ผบู งั คบั บญั ชาตามสายงาน
๒.๒ หนว ยงาน ทว.
บนั ทกึ ขอ มลู หมายจบั /ถอนหมายจบั และจดั เกบ็ เอกสารหมายจบั ในรปู แบบ
แฟม pdf และพิมพรายงานจากระบบเสนอผูบงั คบั บญั ชาตามลาํ ดับชน้ั
จงึ แจง มาเพือ่ ดาํ เนนิ การในสวนท่ีเกยี่ วของตอไป
พล.ต.ท.
(จโิ รจน ไชยชิต)
ผชู วย ผบ.ตร.ปรท.ผบ.ตร.
๔๐
ô. ¡ÒÃÊÍ´ÊÍ‹ §¤¹¾Œ¹â·É ¤¹¾Ñ¡¡ÒÃŧâ·É ¼ÙÃŒ ÒŒ ·͌ §¶¹èÔ
กองทะเบียนประวัติอาชญากรและหนวยพิสูจนหลักฐานในสวนภูมิภาค เปนผูจัดทํา
ประวัติของผูถกู จาํ คกุ และพน โทษออกมาไว ในกรณีนส้ี ถานีตาํ รวจหรือหนวยงานสบื สวนปราบปราม
ไมตองจัดการรวบรวมขอมูลใหแตประการใด เมื่อมีความจําเปนตองขอตรวจสอบประวัติบุคคลวา
เคยมีประวัติการถูกจับกุมดําเนินคดีมากอนหรือไม สถานีตํารวจแตละแหงเคยดําเนินคดีกับผูใด
ฐานความผดิ ใด หมายเลขคดใี ด มกี ารสง แผน พมิ พลายนิ้วมือทําการตรวจสอบหรือไม ตามหมายเลข
ประจาํ แผน ลายพมิ พน ว้ิ มอื เลขใด ผลการตรวจสอบประวตั ลิ ายพมิ พน ว้ิ มอื พบหรอื ไมพ บประวตั เิ ดมิ
ถาพบเปน บญั ชปี ระวตั ิหมายเลขใด เพือ่ นาํ ขอมลู ที่ไดไ ปประกอบการพิจารณาคดี หรอื นาํ ชือ่ -ชอ่ื สกุล
ขอตรวจสอบหมายจบั ซงึ่ เปน ขอ มลู ของงานประกาศสบื จบั ขอตรวจสอบแผนประทษุ กรรมซง่ึ ตามระบบ
จะมีรายละเอียดเกี่ยวกับภาพถายคนราย ตรวจสอบประวัติบุคคลพนโทษ การสอดสองพฤติการณ
ความเคลอ่ื นไหวของบคุ คลพน โทษ ซงึ่ เปน วธิ กี ารเรม่ิ ตน ของระบบการสอดสอ งคนพน โทษ คนพกั การ
ลงโทษ ผรู า ยทอ งถน่ิ รวมทงั้ ผยู น่ื เรอื่ งราวขออนญุ าต-สมคั รงาน หนว ยงานตา งๆ ทต่ี อ งการตรวจสอบ
ขอ มลู จะมหี นงั สอื ถงึ ฝา ยทะเบยี นประวตั อิ าชญากร ๑ กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร หรอื หนว ยพสิ จู น
หลักฐานสวนภมู ิภาค ตามพ้ืนท่รี ับผดิ ชอบดงั กลาว
เพื่อเปนการปองกันและปราบปรามอาชญากรรมใหไดผลอยางแทจริง และชวยใน
การสืบสวนหาผูกระทําผิดมาลงโทษอยางรวดเร็ว จึงมีความจําเปนอยางย่ิงท่ีจะตองมีการสอดสอง
พฤตกิ ารณการเคลอื่ นไหวของบุคคลพนโทษ
ภารกจิ และหนาทข่ี อง ฝายทะเบยี นประวัตอิ าชญากร ๑ กองทะเบียนประวตั อิ าชญากร
๑. สนบั สนนุ พนักงานสืบสวน สอบสวน โดยใหข อ มูลขาวสารของบคุ คลพน โทษ
๒. จัดเกบ็ ประวัติไวเปน สารบบ เพอื่ สนับสนุนขอ มลู อยา งรวดเร็ว
๓. ประสานงานกับกรมราชทัณฑ เรือนจํา ทัณฑสถานเพื่อใหไดมาซึ่งประวัติของ
บคุ คลพน โทษ บคุ คลพักการลงโทษ บคุ คลท่ีไดร บั อภัยโทษและบคุ คลทีไ่ ดร บั วันลดโทษจาํ คุก
๔. จัดสงประวตั ิไปให สน./สภ. ทบ่ี ุคคลนัน้ มีภูมลิ ําเนาอยู
ประเภทของบุคคลพน โทษที่จะตองควบคมุ สอดสองในหนาท่ีตาํ รวจ
เมอ่ื ผกู ระทาํ ความผดิ ไดร บั โทษจาํ คกุ และไดร บั การพกั การลงโทษหรอื พน อาญาออกไป
จากเรือนจําและทัณฑสถานแลว จําเปนอยางยิ่งที่ตํารวจทองท่ีที่บุคคลพนโทษจะไปมีภูมิลําเนาอยู
จะตองคอยสังเกตพฤติการณและการเคล่ือนไหวของผูนั้นหลังจากไดรับขาวสารและขอมูลจาก
กองทะเบียนประวัติอาชญากร หรือหนวยพิสูจนหลักฐานสวนภูมิภาค ซึ่งบุคคลพนโทษที่จะตอง
ควบคมุ สอดสองพฤติการณแ ละการเคลอ่ื นไหวในหนาท่ีของตาํ รวจน้นั มอี ยู ๓ ประเภท คือ
๑. บคุ คลพกั การลงโทษ หมายถงึ ผตู อ งขงั ในเรอื นจาํ ทไี่ ดร บั โทษไปแลว แตเ พยี งบางสว น
แตใ นขณะทถี่ กู คมุ ขงั อยนู น้ั ทางกรมราชทณั ฑเ หน็ วา ผนู นั้ เปน ผทู มี่ คี วามประพฤตดิ ี อยใู นระเบยี บวนิ ยั
ของทางราชการ มีกริ ิยาวาจาเรียบรอยดี จงึ สง่ั ใหพ ักการลงโทษตามกําหนดเวลาที่ทางกรมราชทณั ฑ
กาํ หนดให หรอื จนกวา จะไดรบั การปลดปลอยใหพนโทษไปอยางจริงจงั
๔๑
๒. บุคคลพน โทษ หมายถึง บคุ คลท่ถี ูกศาลพพิ ากษาลงโทษใหจําคกุ ปรับสถานเดียว
หรือเพียงแตการรอการลงอาญา หรือพิพากษาใหสงตัวเขาฝกการอบรมในสถานสงเคราะหของ
กรมราชทัณฑและเมือ่ ไดรับโทษนนั้ ครบกําหนดตามคาํ พพิ ากษาแลวใหถอื วา เปนบุคคลพนโทษ
๓. บคุ คลท่เี ปนผรู ายทอ งถิน่ หมายถงึ บุคคลที่เคยตองโทษและพนระยะการสอดสอง
พฤตกิ ารณไ ปแลว แตย งั ปรากฏวา ประพฤตติ นเปน ผรู า ยอาชพี หรอื มพี ฤตกิ ารณท ส่ี อ แสดงวา เปน ผรู า ย
อยูหรอื อาจฟงไดวากระทําความผิดอยเู สมอ สดุ แลวแตโ อกาสจะอาํ นวยใหเ มือ่ ใด ใหถือวา เปน ผูราย
ทอ งถิ่น
โดยบทบญั ญตั ขิ องพระราชบญั ญตั ิ พ.ศ.๒๔๗๙ ไดก าํ หนดวธิ กี ารใหป ระโยชนแ กผ ตู อ งขงั
ที่จะไดรับการปลอยตัวกลับไปอยูกับครอบครัวกอนครบกําหนดโทษโดยวิธีการคุมประพฤติในชุมชน
รวม ๓ วิธคี ือ
๑. พกั การลงโทษ
มวี ตั ถปุ ระสงคเ พอ่ื ปลอ ยนกั โทษทมี่ คี วามประพฤตดิ ี มคี วามอตุ สาหะ ความกา วหนา
ในการศึกษาและทํางานเกิดผลดี หรือทําความชอบแกราชการพิเศษ ออกไปอยูภายนอกเรือนจํา
กอ นครบกําหนดโทษตามคําพพิ ากษา
เงอื่ นไขสําหรับผูพ กั การลงโทษตองปฏบิ ตั ิ
- กําหนดใหไ ปรายงานตวั ตอเจาหนา ท่เี ปนประจาํ
- ใหอ ยใู นทอ งที่อนั จาํ กดั จะออกนอกเขตทองทต่ี องไดรบั อนญุ าตกอ น
- หามมใิ หเสพ สุรา ยาเมา
- หา มไมใ หพกพาอาวธุ ปน
- หามคบคา สมาคมกับนกั เลงอนั ธพาล หรือบคุ คลพกั การลงโทษดวยกนั
ถาผูไดรับพักการลงโทษประพฤติตัวดีอยูในกรอบแหงการพักการลงโทษโดยตลอด
เม่ือครบกําหนดตามคําพิพากษาแลวก็จะไดรับการปลอยตัวเปนบุคคลพนโทษ แตถาระหวางพักการ
ลงโทษผูใดประพฤติผิดเงื่อนไขการพักการลงโทษที่กําหนดไว หรือกระทําความผิดอาญาข้ึนมาใหม
ก็จะถูกคมุ ขงั ยงั เรอื นจําเพ่อื รับโทษทีเ่ หลอื อยตู อไปและถกู เพิกถอนการพักการลงโทษ
อนง่ึ การพกั การลงโทษเปนเพียงประโยชนท่ตี อบแทนความประพฤติของผูตอ งขงั
จึงไมใ ชส ทิ ธิ์ ท่ีผตู อ งขงั แมว ามีคุณสมบัตหิ ลักเกณฑขางตนจะไดร บั ทุกคน อยางเชนในกรณที ผ่ี ูตองขัง
ไมม ีผอู ปุ การะในระหวา งคมุ ประพฤติ กอ็ าจไมไ ดรับการพิจารณาใหปลอ ยตวั ได
๒. บคุ คลพน โทษ คอื บคุ คลทถี่ กู ศาลพพิ ากษาลงโทษจาํ คกุ ปรบั สถานเดยี ว หรอื เพยี ง
แตรอการลงอาญาหรือพิพากษาใหสงตัวเขาสถานฝกอบรมในสถานสงเคราะหของกรมราชทัณฑ
เม่ือไดรบั โทษน้นั ครบกําหนดตามคําพพิ ากษาแลว ใหถอื วาเปนบุคคลพน โทษ