The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ระบบงานการทะเบียนประวัติอาชญากร ได้แก่ แผนประทุษกรรม สมุดภาพคนร้าย ประวันิอาชญากร ลายพิมพ์นิ้วมือ การพิมพ์ลายนิ้วมือผู้ต้องหา การพิมพ์ลายนิ้วมือศพ การพิมพ์ลายนิ้วมือบุคคลทั่วไปและผู้ต้องสงสัย การสอดส่องคนพ้นโทษและคนพักการลงโทษ ระบบฐานข้อมูลประวัติอาชญากรรม (CDS) ระบบตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมืออัตโนมัติ (AFIS) ระบบคอมพิวเตอร์ประกอบภาพใบหน้าและสเก็ตซ์ภาพใบหน้าคนร้าย การสืบสวนคดีโดยใช้ระบบเทคนิคของคนร้าย แบบรายงานอาชญากรรมและการเขียนแบบรายงานหมายจับ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

Book28 การทะเบียนประวัติอาชญากร

ระบบงานการทะเบียนประวัติอาชญากร ได้แก่ แผนประทุษกรรม สมุดภาพคนร้าย ประวันิอาชญากร ลายพิมพ์นิ้วมือ การพิมพ์ลายนิ้วมือผู้ต้องหา การพิมพ์ลายนิ้วมือศพ การพิมพ์ลายนิ้วมือบุคคลทั่วไปและผู้ต้องสงสัย การสอดส่องคนพ้นโทษและคนพักการลงโทษ ระบบฐานข้อมูลประวัติอาชญากรรม (CDS) ระบบตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมืออัตโนมัติ (AFIS) ระบบคอมพิวเตอร์ประกอบภาพใบหน้าและสเก็ตซ์ภาพใบหน้าคนร้าย การสืบสวนคดีโดยใช้ระบบเทคนิคของคนร้าย แบบรายงานอาชญากรรมและการเขียนแบบรายงานหมายจับ

๙๒

ความสําคัญของลายพิมพนิ้วมือ

๑. มลี กั ษณะคงทน
ลายน้ิวมือมีลักษณะคงทนไมเปล่ียนแปลง นับตั้งแตมนุษยเกิดจากครรภมารดา

จนกระท่ังถึงแกและตายไป ลักษณะลายเสนในลายนิ้วมือของมนุษยนี้จะไมมีการเปลี่ยนแปลง
เลยจะมบี า งกเ็ พยี งแตข ยายใหช ดั เจนยง่ิ ขน้ึ ตามลาํ ดบั วยั และความเจรญิ เตบิ โตของรา งกายเทา นน้ั เชน
เม่ือเปนเด็กๆ อายุยังนอยลายเสนของน้ิวมือก็จะเล็กแตเมื่อเติบโตขึ้นหรืออายุมากขึ้น ลายเสนของ
น้วิ มอื ก็จะขยายใหญขน้ึ ในรปู และสภาพเดมิ ถงึ แมว าจะตายลงแลวถาหากน้ิวมือยงั ไมเนาเปอ ย เชน
ซากศพของพวก “อยี บิ เซยี น” ทเี่ รยี กกนั วา “มมั ม”ี่ (Mummies) หรอื ลายนว้ิ มอื ของลงิ ทเี่ ขาฉดี ยารกั ษา
ซากศพของมนั ไวเ ปน รปู แหง ลายนวิ้ มอื ทปี่ รากฏอยจู ะไมม กี ารเปลย่ี นแปลงเลย นอกจากนน้ั ในขณะที่
นิ้วมอื ของมนุษยเ กิดการไมปกตขิ ึน้ เชน เปน โรคหนังลอก โรคหนงั พบั เปน หดู หรือปรวด หรอื จับตอ ง
ของแขง็ ของหยาบ เปย กนา้ํ อยเู ปน นจิ หรอื ฝนกบั ของหยาบ หรอื ใชน า้ํ กรดออ นๆ กดั ลายนว้ิ มอื เหลา น้ี
ก็จะลบเลือนไปเพียงชั่วขณะหน่ึง เมื่อนิ้วมือหายเปนปกติแลวลายเสนก็จะเกิดขึ้นใหม โดยไมมีการ
เปลี่ยนแปลง ย่ิงกวาน้ันบางรายท่ีนิ้วมือถูกของมีคมบาดจนเกิดเปนแผลเปนข้ึน รอยแผลเปนเหลานี้
อยา งมากกเ็ พยี งทาํ ลายเสน ของนว้ิ มอื ไดเ ปน บางสว นเทา นนั้ สว นทเี่ หลอื อยนู นั้ กห็ ามกี ารเปลย่ี นแปลง
ประการใดไม ดวยเหตุนี้ลักษณะลายเสนของนิ้วมือมนุษยจึงนับวา เปนเคร่ืองหมายแหงการจดจําได
มนั่ คงถาวร และสามารถพสิ จู นต วั บคุ คลไดอ ยา งดเี ลศิ จนไมม อี วยั วะหรอื สง่ิ วกิ ลอยา งอนื่ ใดในรา งกาย
ของมนษุ ยจ ะเปน เครอื่ งสงั เกตเปรยี บเทยี บไดด เี ทา รอยบาดแผล รอยสกั ไฝ ปาน สผี วิ ผม ฟน นยั นต า
ส่ิงเหลานี้ยอมศัลยกรรมตกแตงแกไขหรือเจริญข้ึน เส่ือมลงไดตามวัยแหงอายุขัยของบุคคลตลอดจน
รูปถา ยเพราะรูปถา ยน้ันในระยะเวลานานนบั ปเขายอมมลี กั ษณะผิดแผกไป เชน อว นขึน้ ผอมลง หรอื
ที่ทรุดโทรมไปอันอาจมีเกิดขึ้นไดตามธรรมชาติของมนุษย ย่ิงกวาน้ัน ถาการตั้งกลองและการถาย
แตกตา งกนั แลว ก็ยงั ทาํ ใหเกดิ ความผดิ เพี้ยนไดม ากขึ้นตามลาํ ดบั

๒. ไมอ าจเปลย่ี นแปลงได
ลายนวิ้ มือไมอาจทําการเปลี่ยนแปลงไดยังไมมวี ธิ กี ารทจ่ี ะเปล่ยี นแปลงลกั ษณะลายเสน
ของนว้ิ มอื ใหเ ปน อยา งอนื่ ได ไมว า ลายนวิ้ มอื จะชาํ รดุ ลงไปดว ยประการใดๆ ลายเสน ของนว้ิ มอื ทเี่ กดิ ใหม
ก็จะเกิดขึ้นในรูปและสภาพเดิมเสมอ เวนแตจะไดทําลายใหลึกลงไปจนถึงตอมเหงื่อโดยการเฉือน
เนื้อใตผิวหนังออกเสียทั้งหมด ลายเสนของน้ิวมือจึงจะถูกทําลายไปไดโดยสิ้นเชิง ซึ่งก็จะหามนุษยที่
กลา กระทําเชนนจ้ี ริงๆ ไดย ากหรือแทบหาไมไ ดเ ลย
๓. มีเอกลักษณข องตนเอง
ลายนิว้ มือของบคุ คลสองคนเหมอื นกนั ซ้าํ กันยังไมมี นับตงั้ แตสมยั “ทา นเซอร ฟรานซสิ
แกนตนั ” (Sir.Francis Galton) ไดทําการแยกแยะลายนว้ิ มอื ของมนษุ ยอ อกเปน ชนิดๆ และกําหนด
ลักษณะพิเศษของลายเสน ในลายนิว้ มือทีม่ อี ยโู ดยทั่วไปขนึ้ แลวเรอื่ ยๆ มาจนถงึ สมัยตงั้ “สก็อตแลนด
ยารด ” (Scotland Yard) ขนึ้ ในประเทศอังกฤษ ต้ัง เอฟ.บี.ไอ. (F.B.I.) ขึน้ ในสหรฐั อเมริกาและต้งั

๙๓

“กองพมิ พ ลายนว้ิ มอื ” และ “กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร” ขนึ้ ในประเทศไทย ซงึ่ สถาบนั ตา งๆ ทว่ั โลก
ตางก็ไดผานการตรวจสอบและพิสูจนลายนิ้วมือของมนุษยมามากมาย ก็ยังไมเคยปรากฏวา
มีสถาบันใดพบลายนว้ิ มอื ของบคุ คล ๒ คน หรือคนเดยี วกันแตล ะคนแตละน้ิวทีเ่ หมอื นกันหรอื ซ้ํากัน
เกดิ ขึน้

ประโยชนอ นั พงึ ไดร ับจากลายนว้ิ มอื ของมนษุ ย ไดแ ก

๑. บคุ คล ใชป ระโยชนเ กย่ี วกับลายน้ิวมอื ไดด ังน้ี
๑.๑ ใชเพอ่ื คมุ ครองปองกันตวั เองใหพ นจากการถกู กลา วหาโดยกล่ันแกลง
๑.๒ ลายนิว้ มือของตวั เรา จะยืนยันใหเ ปนตวั ของเราเองอยูเสมอ
๑.๓ เมอื่ อานหนังสอื ไมออกหรือเขียนหนงั สอื ไมเ ปน กใ็ ชล ายนิว้ มือของเราพมิ พ

ลงในเอกสารหรือสญั ญา เพ่อื เปนการปอ งกนั การปลอมแปลงทจ่ี ะเกดิ ข้ึน
๑.๔ ลายน้ิวมือของเราจะชวยยืนยันรอยพิมพนิ้วมือที่ปรากฏในเอกสารหรือวัตถุ

หรอื สัญญาใหไ ดท ราบวา เปนรอยนิ้วมือของเราจรงิ หรือไม เมอ่ื มกี รณีพพิ าทเกิดขึ้น
๒. สาํ นักงานตาํ รวจแหงชาติ ใชประโยชนเกี่ยวกับลายพิมพน ิ้วมอื ได ดงั น้ี
๒.๑ ลายนว้ิ มอื จะชว ยใหท ราบวา คนรา ยเปน ใครเมอ่ื มกี ารโจรกรรมทรพั ยส นิ เกดิ ขนึ้
๒.๒ ใชสาํ หรบั ตรวจสอบประวัตผิ ตู องโทษ และความประพฤตขิ องบคุ คล
๒.๓ ใชตรวจกับศพของคนตายไมทราบช่ือ เพ่ือใหทราบวาเปนใคร อยูที่ไหน

มีเครือญาติ เปน อยางไร และมีประวตั ิอยา งใดหรือไม
๒.๔ ใชพิสูจนลายพิมพน้ิวมือท่ีพิมพลงในตนขั้วต๋ัวจํานํา เพ่ือตรวจสอบใน

เมื่อปรากฏวาส่ิงของท่ีถูกนําเอาไปจํานําไวเปนสิ่งของที่ถูกคนรายลักเอาไป ซึ่งอาจจะเปนแนวทาง
สบื สวนตอ ไปไดว า ใครเปนผนู ําเอาสง่ิ ของนนั้ ไปจาํ นาํ ไว

๒.๕ ใชต รวจสอบกบั ลายนวิ้ มอื ทไ่ี ดใ นสถานทเี่ กดิ เหตุ เพอ่ื ใหท ราบวา เปน ของผใู ด
๒.๖ ใชตรวจสอบเพื่อใหไดทราบถึงบุคคลท่ีถูกอายัดตัวไวหรือหลบหนีคดีตางๆ
วา มาจากที่ใด หรือเปนนักโทษท่ีหลบหนีมาจากที่ควบคมุ หรอื ไม
๓. ตํารวจตรวจคนเขา เมอื ง ใชประโยชนเก่ยี วกับลายพิมพน้วิ มือได ดังน้ี
๓.๑ ใชเ พ่อื ควบคุมคนตา งดาวทเ่ี ขา มาอยูภายในราชอาณาจกั ร
๓.๒ ใชเพ่ือปองกันคนตางดาวท่ีไมพึงปรารถนาหรือที่เคยถูกเนรเทศออกไปนอก
ราชอาณาจกั รแลว กลับเขา มาไดอีก
๔. เรือนจํา หรือสถานท่ีควบคุมตา งๆ ใชป ระโยชนเก่ยี วกับลายน้ิวมอื ได ดงั น้ี
๔.๑ ใชท ําประวัติของนกั โทษ หรอื ผทู ีถ่ กู ควบคุมเพ่ือใหเกบ็ ไวเ ปน หลกั ฐาน
๔.๒ ใชค วบคมุ ตวั นกั โทษหรอื ผทู ถ่ี กู ควบคมุ ทจี่ ะรบั ตวั เขา ใหม หรอื ทจ่ี ะนาํ ตวั ออก
ไปนอกสถานท่ที กุ ๆ กรณี หรอื ทีจ่ ะปลอ ยตัวไป เพ่ือปองกนั มใิ หมีการผิดตัว หรอื สับเปลีย่ นตัวกันได
๔.๓ ใชใ นการที่จะประหารชวี ิตนักโทษตามคําพพิ ากษาของศาล วาจะเปนบุคคล
คนเดยี วหรอื ไม

๙๔

๕. บริษัทหางราน การธนาคาร การประกันชีวิต ฯลฯ ใชประโยชนเก่ียวกับลายพิมพ
น้ิวมอื ไดด งั นี้

๕.๑ ใชเ พอื่ ปองกันการปลอมแปลงในการจา ยเงนิ หรอื การขอรบั เงินประกนั
๕.๒ ใชเ พือ่ ปอ งกนั มใิ หจา งบุคคลทไี่ มตอ งการใหเขามาทํางานไดอกี
๕.๓ ใชเ พื่อปองกันมใิ หปลอมแปลงตัวคนมารับเงนิ คาจา งแรงงานแทนกัน
๕.๔ ใชเพื่อตรวจพิสูจนเม่ือมีเหตุเกิดข้ึนภายในกิจการของตน ท่ีจะตองคนควา
หาตัวผกู ระทาํ ผิด
๖. กองทัพบก เรือ อากาศ ใชเ พอื่ ประโยชนเก่ยี วกบั ลายพิมพนิว้ มือได ดงั นี้
๖.๑ ใชเพอ่ื ปอ งกนั มใิ หร ับบคุ คลที่ไมส มควรเปน ทหารเขาไวในกองทัพ
๖.๒ ใชเ พอื่ ทราบถงึ ทหารทขี่ าดหนรี าชการหรอื ไปกระทําความผิดอืน่ ๆ
๖.๓ ใชเพื่อที่จะไดทราบชื่อของทหารที่ตายหรอื สูญหายไปในสนามรบ ฯลฯ
อกี ประการหนงึ่ ในบางโอกาสผทู บี่ รสิ ทุ ธอ์ิ าจถกู เจา หนา ทท่ี าํ การจบั กมุ ฐานสงสยั วา เปน
คนรา ยทีท่ างราชการออกประกาศจับไว เพราะสาเหตเุ นือ่ งจากมีรปู รางลกั ษณะคลา ยกนั หรอื มีตาํ หนิ
รปู พรรณคลา ยคลงึ กนั ผถู กู จบั กมุ อาจขอใหท าํ การพสิ จู นล ายนว้ิ มอื ของตนไดท นั ที ถา จะรอการสอบสวน
ของเจา หนา ที่แลว ยอมเสยี เวลาและเปนการเดอื ดรอ นแกผ ถู กู จบั กมุ จงึ ควรถือเปนหลกั ปฏิบัติดงั น้ี
๑. เม่ือจับตัวผูถูกกลาวหาวากระทําผิดมาได ตองจัดการพิมพลายน้ิวมือและ
กรอกขอความตางๆ ที่ปรากฏอยูในแบบพิมพใหครบถวนในโอกาสแรกที่จะทําไดทันที กอนท่ีจะ
สงตัวเขาทําการควบคุมไวใ นท่ีควบคมุ โดยไมตองคาํ นงึ ถงึ วาการถูกกลาวหาวา กระทําความผดิ นั้นคดี
จะมีมลู หรือไมประการใด
๒. รีบสง ไปขอใหตรวจสอบ เพ่อื ขอทราบประวัติของบคุ คลผูน นั้ โดยดวน
๓. หากผูถูกกลาวหาวากระทําผิดเกิดหลบหนีท่ีควบคุมไปก็จะไดเอาลายนิ้วมือ
ของผูถูกกลาวหาวากระทําผิดนั้นอายัดไปยัง ทว., ศูนยพิสูจนหลักฐาน ๑-๑๐ แลวแตกรณี
ถา ผูถกู กลา วหาวา กระทําผิดซง่ึ หลบหนไี ปน้ัน ไปกระทาํ ความผิดขึน้ อีกไมวา ณ ทีใ่ ดทัว่ ราชอาณาจกั ร
ก็จะทราบไดทันที ยิ่งกวาน้ันหากคดีที่ถูกกลาวหาจําเปนที่จะตองออกประกาศสืบจับ ก็จะไดตําหนิ
รูปพรรณ และประวตั ิยอ หลังแบบพิมพล ายนิว้ มือท่บี ันทกึ ไวออกหมายจับได
๔. ผลของการตรวจสอบท่ีไดรับมา จําเปนและมีประโยชนประกอบการพิจารณาให
ดาํ เนนิ การตอๆ ไปได โดยมีเหตผุ ลอนั สมควร เชน
๔.๑ เมอ่ื ไดท ราบประวตั คิ วามเปน มาแตเ ดมิ ๆ ของผถู กู กลา วหาวา กระทาํ ผดิ นน้ั ๆ
กจ็ ะเปน แนวทางใหเ กดิ ความสะดวกในการสบื สวนสอบสวนคน ควา หาขอ เทจ็ จรงิ ได ทงั้ ผถู กู กลา วหาวา
กระทาํ ผดิ ก็ไมอาจบดิ เบือนช่ือ นามสกุล และอนื่ ๆ ใหผิดไปจากความจริงได เพราะผูสบื สวนสอบสวน
มหี ลกั ฐานประวัตเิ ดิมๆ อยใู นมอื แลว

๙๕

๔.๒ ประวัติที่ไดมาจะเปนแนวทางใหสามารถพิจารณาไดวาควรใหประกัน
หรือปลอยช่ัวคราวแกผูถูกหาวากระทําผิดน้ันหรือไมเพียงใด ถาจําเปนจะตองใหประกันหรือปลอย
ช่ัวคราวก็จะมีหลักพิจารณาไดวา ควรตีราคาหลักประกันมากนอยเพียงใด เพ่ือปองกันมิใหหลบหนี
เม่อื ไดรบั การใหป ระกนั หรอื ปลอ ยชวั่ คราวไปแลว

๔.๓ เมื่อครบกําหนดการใหประกันหรือปลอยชั่วคราว หรือเมื่อตัวกลับมาตาม
ที่เรียก หากเกิดสงสัยวาผูท่ีกลับมานั้นจะไมใชตัวผูท่ีถูกกลาวหาท่ีแทจริง ก็สามารถตรวจพิสูจนได
โดยพิมพลายน้ิวมือของผูน้ันข้ึนใหม แลวเปรียบเทียบกับลายนิ้วมือท่ีพิมพไวเดิมก็จะทราบวาใชตัว
ผถู กู กลา วหาวา กระทาํ ผดิ ทใี่ หป ระกนั หรอื ปลอ ยชวั่ คราวไปจรงิ หรอื ไม ดงั นเ้ี ปน ตน นอกจากนนั้ ยงั เปน
ประโยชนอ ยางอ่ืนๆ แกพ นักงานฝายปกครองและตาํ รวจอีกมากมาย

หลกั สําคญั ของการตรวจพสิ จู นลายพมิ พนวิ้ มือ

อาศัยลักษณะลายเสนของลายนิ้วมือที่ปรากฏอยูบนหนานิ้วระหวางขอน้ิวขอท่ี ๑ กับ
ปลายน้ิววาเปนลักษณะลายนิ้วมือประเภทโคง มัดหวาย หรือกนหอย และลายนิ้วมือท่ีจะใชในการ
ตรวจพิสูจนไดนั้น จะตองใหลายพิมพนิ้วมือ (เสนดํา) ปรากฏชัดเจนทุกสวนของนิ้ว ไมพราหรือ
เลอะเลอื นใหผ ชู าํ นาญในการตรวจลายพมิ พน ว้ิ มอื สามารถอา นรปู ลกั ษณะไดอ ยา งถกู ตอ งและสามารถ
“นับ” จํานวนเสนในลายพิมพนิ้วมือระหวาง “จุดสันดอน” กับ “จุดใจกลาง” ของลายนิ้วมือประเภท
มดั หวายไดถ กู ตอ ง ถา เปน ลายพมิ พน วิ้ มอื ประเภทกน หอยกใ็ หส ามารถ “สาว” ลายเสน จากจดุ สนั ดอนซา ย
ไปสูสันดอนขวาไดโดยแมนยํา ในการตรวจสอบเปรียบเทียบน้ันก็ดวยการตรวจสอบกับบัตรสารบบ
ที่อยูในกลมุ รหัสเดียวกัน รหัสดังกลา วเปน การรวมเอาลายนวิ้ มือทเ่ี ปนประเภทและชนดิ เดยี วกนั ท่ีอยู
ในตาํ แหนง หรอื ชอ งลําดับน้วิ ตรงกนั ในแบบพมิ พลายน้วิ มือ ๑๐ นว้ิ มิใชน าํ ไปตรวจสอบเปรยี บเทยี บ
กับบตั รสารบบทั้ง ๕ ลา นฉบับ หลักในการตรวจสอบน้ันจะตอ งเลือกดวู า นว้ิ ใดบางมีลักษณะเดนชัด
หรอื แปลกเปน ทสี่ ะดดุ ตาสงั เกตและสามารถจดจาํ ไดง า ยทส่ี ดุ เสยี กอ น ปกตแิ ลว จะหาลกั ษณะพเิ ศษของ
ลายนวิ้ มอื ในมอื ขวากอ น เนอ่ื งจากอยตู อนบนของแบบพมิ พ หากไมม ลี กั ษณะพเิ ศษจงึ จะไปดใู นมอื ซา ย
ตอ ไป การตรวจสอบพสิ จู นเ ปรยี บเทยี บเพอ่ื ยนื ยนั วา เปน ลายพมิ พน ว้ิ มอื ของบคุ คลเดยี วกนั หรอื ไมน นั้
ตองอาศัยลักษณะของลายเสนในลายน้ิวมือหลายๆ จุดเปนการเปรียบเทียบตามหลักเกณฑของ
การตรวจพิสูจนเปรียบเทียบเปนหลักมิไดนําเอาตําหนิหรือแผลเปนมาเปนที่สังเกตหรือจดจําเปน
ลกั ษณะพเิ ศษแตอ ยา งใด เพราะตาํ หนหิ รอื แผลเปน นน้ั อาจเกดิ ขน้ึ ในภายหลงั ได ซงึ่ โดยการเปรยี บเทยี บ
ท่ัวๆ ไปนั้น แมบุคคลที่มิเคยไดศึกษาเกี่ยวกับวิชาลายพิมพน้ิวมือมากอน ถาไดตรวจดูโดยละเอียด
ถ่ีถวนไมใจรอน มีสมาธิดีแลว เม่ือพบเห็นเขาจะเกิดความรูสึกจากจิตสํานึกวา ลักษณะของลายเสน
ในลายนิ้วมือนั้นมีชื่อเรียกอยางเดียวกัน ประเภทและชนิดเดียวกัน คลายคลึงกัน เหมือนกัน
หรอื ไมเหมอื นกัน

๙๖

วธิ พี มิ พล ายน้ิวมือท่ถี กู ตอ งตามหลักวิชา

คาํ วา “พมิ พลายน้ิวมอื ” หรอื “พิมพมือ” ถา ฟง กนั ดูเพียงผิวเผิน จะรูสกึ วา ไมมคี วามยาก
ลําบากอะไร เพียงเอานิ้วมือแตมสีกดลงไปบนกระดาษ หรือเอกสารใด ๆ ก็เรียกวาเปนการพิมพ
ลายน้ิวมือแลว แตการพิมพลายนิ้วมือเชนน้ี บางทีลายน้ิวมือที่พิมพไวน้ันอาจไมมีคุณคาอะไรเลย
เพราะลายนิว้ มอื ท่ีกดไวเ ลอะเลือน พรา มวั ไมชัดเจนหรอื ไมถ กู ตอ งตามหลักวิชา ผูทมี่ ีความชาํ นาญ
ในดานการตรวจสอบลายพิมพนิ้วมือไมอาจตรวจใหได เปนผลใหตองสงคืนลายพิมพนิ้วมือท่ีพิมพไว
น้นั ๆ กลบั ไปใหพ ิมพลายน้ิวมอื สง กลับมาตรวจสอบใหม

ฉะนน้ั การพมิ พล ายนวิ้ มอื ทจ่ี ะใหเ กดิ คณุ คา ทผี่ ชู าํ นาญในการนที้ จ่ี ะสามารถทต่ี รวจสอบ
พสิ จู นใ หไ ด จงึ มคี วามสาํ คญั อยตู รงที่ ตอ งใหล ายพมิ พน วิ้ มอื (เสน ดาํ ) ปรากฏชดั เจนทกุ สว นของหนา นว้ิ
ไมพรามัวหรือเลอะเลือน ใหผูชํานาญในการตรวจลายพิมพนิ้วมือสามารถ “เห็น” จํานวนเสน
ในลายพมิ พนวิ้ มือชดั เจน ลายพิมพน ้วิ มอื ทพี่ มิ พไ ดอ ยางนจ้ี งึ เรียกวา “ใชใ นการตรวจได”

การพิมพลายนิ้วมือตองพยายามพิมพใหไดผลดีและชัดเจนจริงๆ เพราะมีความจําเปน
ตอ การอา นรปู ลกั ษณะการแยกประเภทเปน รหสั ซงึ่ เกย่ี วกบั การตรวจสอบลายนวิ้ มอื ผลทจ่ี ะไดร บั จาก
การตรวจสอบขนึ้ อยกู บั ผพู มิ พเ ปน อยา งมาก ถา ผพู มิ พๆ ไดด ี ความรวดเรว็ ในการตรวจสอบกม็ มี ากขนึ้
และไดผลถูกตองแนนอน ถาผูพิมพๆ ไมไดดี ความยากลําบากในการตรวจสอบคนหาก็มีมากข้ึน
และอาจเกิดการผิดพลาดไดงาย เหตุนี้ผูมีหนาที่พิมพลายนิ้วมือจึงจําเปนตองฝกใหมีความชํานาญ
จนสามารถพมิ พไ ดเ รยี บรอ ยถกู ตอ งตามหลกั วชิ า ไมพ มิ พเ ลอะเทอะ หรอื มดื มวั หรอื หมกึ หนาๆ บางๆ
ไมส มา่ํ เสมอ

วิธีพมิ พลายนิว้ มอื มอี ยู ๒ อยาง คือ
๑. การพิมพราบหรอื พมิ พแ ตะ (PLAIN FINGERPRINT) คือ การใชปลายนวิ้ พมิ พ
กดลงไปตรงๆ แลวยกขึ้น มีวิธีปฏิบัติคือ พิมพกดน้ิวชี้ น้ิวกลาง น้ิวนาง และน้ิวกอย เรียง ๔ น้ิว
พรอ มกัน ลงไปบนแทนพมิ พทีละมือโดยไมตองกลงิ้ น้ิว แลว ยกไปกดเบาๆ ลงบนกระดาษแบบพิมพ
สําหรับนิ้วหัวแมมือขวา - ซาย ใหจับนิ้วเรียงคูกัน พิมพกดลงไปตรงๆ บนแทนพิมพพรอมกัน
แลว ยกไปกดเบาๆ ลงบนกระดาษแบบพิมพพ รอมกันเชน เดยี วกัน
๒. การพิมพกลิ้งน้ิว (ROLL FINGERPRINT) คือ การใชปลายนิ้วขอน้ิวแรก
พิมพกลิ้งนิ้วจากขอบเล็บขางหน่ึงไปจนสุดขอบเล็บอีกขางหน่ึง ใหลายพิมพติดเต็มหนาน้ิว หรือ
ใหล ายเสน ติดทว่ั ทัง้ หนานิว้ โดยหวั แมมอื ขวา- ซา ยใหกล้ิงนว้ิ เขาหาตัวผูถกู พมิ พ สวนนวิ้ อ่ืนๆ ท่ีเหลือ
ใหก ลงิ้ นว้ิ ออกจากตัวผถู กู พิมพ

๙๗

เครอ่ื งมอื เครือ่ งใชใ นการพมิ พลายนิว้ มอื
การที่จะพิมพล ายน้ิวมือของบุคคล หรือผูตอ งหาใหไดผลดีนั้น มีความจาํ เปน ทจ่ี ะตองมี
เครอ่ื งมอื เครอ่ื งใชใ นการพมิ พล ายนวิ้ มอื ทกุ อยา งใหค รบถว น และเหมาะสมกบั งาน ตวั อยา งงา ยๆ เชน
โตะท่ีจะใชใ นการพมิ พลายนิ้วมือ ถา จะใหผ ูป ฏบิ ัตงิ านไดรับความสะดวกและไดรบั ผลดี โตะน้ันควรจะ
ตอ งมคี วามสงู ใหเ หมาะสมกบั การพมิ พ คอื ไมต า่ํ หรอื สงู เกนิ ไป ถา ตาํ่ หรอื สงู เกนิ ไป จะทาํ ใหเ กดิ ความ
ไมถนัดทัง้ ผทู ําการพิมพและผูพมิ พ การพมิ พก จ็ ะไมไดรับผลดี ฉะนนั้ โตะทเี่ หมาะกบั การพมิ พจ งึ ควร
มคี วามสงู ประมาณ ๓ ฟตุ ครึง่ หรอื มีความสูงใหต า่ํ กวา ขอ ศอกเลก็ นอยของบุคคลในขณะยืน (สําหรบั
คนขนาดธรรมดาไมส งู หรือต่ําเกินไป) นอกจากนัน้ จะตองมีเครื่องอุปกรณตางๆ ประกอบอีกดงั น้ี คือ
๑. แทนสาํ หรับคลึงหมึก ใชก ระจกผวิ เรียบที่มขี นาดกวา งยาวประมาณ ๔ x ๑๐ นว้ิ ฟุต
หนาประมาณ ๑/๒ เซนติเมตร หรอื ๒ หุน
๒. ลกู กล้งิ ยาง ขนาดพอสมควรกับความกวางของหนาแทน ใชส ําหรบั คลึงหมกึ
๓. หมกึ ตอ งใชห มกึ สดี าํ อยา งเดยี ว หมกึ สอี นื่ ไมใ ช (ควรใชห มกึ สาํ หรบั พมิ พล ายนวิ้ มอื
อยางเปน หลอดเพราะรกั ษาคณุ ภาพของหมกึ ไวไ ดดีกวา อยางเปนกระปอง นอกจากนีย้ ังบีบออกใชให
เหมาะกบั ปริมาณความตอ งการได ใชแ ลว ปด ไดสนทิ )
๔. แทน ประกบั สําหรับบังคบั แผนพมิ พลายนิ้วมือ

การทาํ ความสะอาดนวิ้ มือกอนลงมอื พมิ พ
เปน ทที่ ราบกนั ดอี ยแู ลว วา สวนตา งๆ ของรางกายมนุษยเ ราน้ี ไมมีสวนใดท่สี กปรกท่สี ดุ
เทา กบั มอื เพราะมนษุ ยต อ งใชม อื สมั ผสั จบั ตอ งสงิ่ ตา งๆ อยทู กุ ขณะ ฉะนน้ั กอ นทจ่ี ะลงมอื พมิ พล ายนว้ิ มอื
ของผใู ดจงึ ตอ งชาํ ระลา งนวิ้ มอื ของผนู นั้ ใหส ะอาดเสยี กอ น ถา มผี งหรอื สงิ่ เปรอะเปอ นตดิ อยู ลายนวิ้ มอื
ที่พิมพลงไปน้ันจะติดลายเสนไมสมบูรณ ซึ่งอาจทําใหลายพิมพนิ้วมือน้ันใชในการตรวจสอบไมได
ถา นว้ิ มอื สกปรกมากกต็ อ งลา งดว ยสบู ถา หนงั มอื ดา นหรอื แขง็ กต็ อ งลา งมอื แลว เชด็ เบา ๆ พอใหน ว้ิ มอื
หมาด ๆ อยาใหท ันแหง สนิท แลวลงมอื พมิ พทันที จะชวยใหล ายนว้ิ มือนัน้ ชดั เจนข้นึ ได

การทาหมกึ บนแทนพมิ พ
บบี หมกึ ออกจากหลอดประมาณ ๒- ๓ หยด เวน ระยะตามลาํ ดบั ลงบนแทน สาํ หรบั คลงึ หมกึ
แลวใชลูกกลิ้งยางไถกลับไปกลับมาจนหมึกน้ันแผขยายออกไปเรียบสมํ่าเสมอท่ัวทุกสวนของหนา
แทนพิมพเมื่อหมึกเรียบดีแลวกอนที่จะลงมือพิมพ ใหทดลองพิมพดูบนกระดาษอ่ืนๆ สักนิ้วหน่ึง
กอนเพราะจะไดท ราบวา หมึกบนแทน นั้นหนาหรอื บาง ถาลายเสน จางกห็ มายถงึ หมึกบนแทนบางไป
ตอ งเพมิ่ หมึกเขา ไปอกี ถา ลายเสนมดื ดํามากจนเลอะเทอะ หมายถงึ หมึกบนแทนหนาหรอื มากเกนิ ไป
จะตองเอาหมึกออกเสียบาง วิธีเอาหมึกออกจากแทนจะใชวิธีเอาออกโดยใชของแข็งขูดออก หรือ
ใชผาเช็ดออกไมไดเปนวิธีท่ีไมถูกตอง เพราะจะทําใหหมึกหนาๆ บางๆ และหนาแทนจะเปนรอย

๙๘

ขาดความสมํ่าเสมอ วิธีเอาหมึกออกโดยถูกตองตามหลักวิชา ใหใชลูกกล้ิงท่ีติดหมึกมากน้ัน มากล้ิง
ถา ยหมกึ ลงบนกระดาษอน่ื แลว กลบั ไปกลง้ิ บนแทน ทาํ เชน นจ้ี นเหน็ วา หมกึ พอเหมาะกบั ความตอ งการ
แลว ลงมอื พมิ พไ ด ถา หมกึ จางลงใหเ ตมิ หมกึ ลงบนแทน คลงึ หมกึ ทาํ การพมิ พใ หมต อ ไป อยา ปลอ ยทง้ิ ไว
ใหแ ทน และลกู กลงิ้ สกปรกเปน อนั ขาด นอกจากนถี้ า ใชห มกึ ชนดิ เปน หลอดเมอื่ บบี หมกึ ลงบนแทน แลว
ใหปดจุกทุกครั้งอยาเปดจุกท้ิงไวเพราะหมึกจะแหงบีบไมออกตามที่ตองการ เม่ือจะเลิกใชแทนพิมพ
ใหใชน ํ้าสะอาดลางแทน พมิ พและเช็ดใหแหงกอ นเกบ็

การพิมพลายนวิ้ มือลงใบแบบพมิ พ
แบบพมิ พทใ่ี ชใ นการพิมพลายน้ิวมือ ใชขนาด ๘X๘ นว้ิ มี ๒ แบบ คือ
๑. ผตู อ งหา (พลม.๒๕-ต.๕๓๙)
๒. ผขู ออนญุ าต, สมคั รงาน (พลม.๒๔-ต.๕๓๘)

การพิมพล ายนิ้วมอื ลงในแบบพมิ พใ หป ฏิบัตดิ งั ตอไปน้ี
๑. ใหผ ถู กู พมิ พล ายนวิ้ มอื ลงลายมอื ชอื่ ในแบบพมิ พต ามชอ งทกี่ าํ หนด ถา ลงลายมอื ชอื่
ไมไดใหพมิ พนว้ิ หวั แมมือขวาแทนการลงลายมอื ชื่อ
๒. ใหพ มิ พก ลง้ิ นิว้ มอื ขวาตามลาํ ดับนวิ้ ท่ีมีชองปรากฏอยใู นแบบพิมพ เม่อื พิมพก ลงิ้
นิ้วมือขวาเสร็จแลว จึงพิมพกล้ิงน้ิวมือซายตามลําดับน้ิวที่มีชองปรากฏอยูในแบบพิมพเชนเดียวกัน
การพมิ พด งั กลา วขา งตน ทงั้ ๒ มอื น้ี ตอ งพมิ พใ หต ดิ หมกึ ตา่ํ กวา ขอ นว้ิ ขอ ทหี่ นง่ึ ลงมาเลก็ นอ ยโดยใชว ธิ ี
พมิ พกลงิ้ นว้ิ หวั แมม ือขวา-ซา ยใหกลงิ้ นิว้ เขา หาตัวผูถ กู พิมพ สว นนวิ้ อืน่ ๆ ที่เหลอื ใหกลิง้ นิว้ ออกจาก
ตัวผูถูกพมิ พ
๓. ใหพ มิ พก ด ๔ นวิ้ เรยี งพรอ มกนั คอื นว้ิ ช้ี นว้ิ กลาง นวิ้ นาง และนวิ้ กอ ย ของแตล ะมอื
ลงไปในชองตอนลางของแบบพมิ พทก่ี ําหนดไวท้งั มอื ขวาและมือซาย โดยวธิ ีพิมพร าบหรือพมิ พแ ตะ
ไมต องกลงิ้ นวิ้ วางนว้ิ มือขวาและมือซายเอยี งประมาณ ๔๕ องศา ใหน้ิวท้งั ๔ ของแตล ะมือปรากฏ
อยใู นชองตอนลา งของแบบพมิ พท่ีกําหนดไวใ หค รบชอ งละ ๔ น้ิว วางตําแหนงน้วิ อยา ใหเกนิ เขาไปใน
เขตของการพิมพกล้ิงนิว้ ในแบบพิมพ
๔. ใหพ มิ พน ว้ิ หวั แมม อื ขวา-ซา ย ของผถู กู พมิ พเ รยี งคพู รอ มกนั ลงในแบบพมิ พต ามชอ ง
ทกี่ าํ หนดไวด า นลา ง การพมิ พม อื ขวา-ซา ย นใี้ ชว ธิ พี มิ พร าบหรอื พมิ พแ ตะเชน เดยี วกนั กบั การพมิ พก ด
๔ นิ้ว พรอมๆ กนั
ขอควรจาํ ตอ งใหผ ถู กู พมิ พล ายนว้ิ มอื ลงลายมอื ชอ่ื กอ นที่จะพิมพม อื ทกุ ครงั้ ถา มีบคุ คล
ท่ีจะตองพิมพลายน้ิวหลายๆ คน ณ ท่ีนั้น ใหระมัดระวังจะสลับตัวคน ตองเรียกมาพิมพทีละคน
และจะพิมพลายน้ิวมือบุคคลไหน ก็ตองใหเสร็จเรียบรอยเปนรายตัวบุคคลไป อยาใหมาปะปนกันได
มเิ ชน นน้ั ลายพมิ พน ว้ิ มอื จะสลบั กนั ไมถ กู ตอ งตามความเปน จรงิ การพมิ พล ายนวิ้ มอื ไมค วรกระทาํ ดว ย

๙๙

ความรบี รอ นเพราะจะทาํ ใหเ กดิ ผลเสยี ตามมาเมอ่ื เจา หนา ทผี่ ชู าํ นาญไมส ามารถทาํ การตรวจสอบใหไ ด
จําเปนตอ งสง คืนจึงตอ งใชความระมัดระวงั และความประณีตในการพิมพใ หม าก

วิธพี ิมพกลงิ้ นวิ้ ใหผูพิมพป ฏบิ ตั ดิ ังน้ี
๑. ใหผ พู มิ พยืนอยูริมโตะขา งหน่ึง และใหผ ูถ กู พมิ พย นื อยรู ิมโตะขา งเดียวกัน หันหนา
มาทางผพู ิมพแ ละอยดู านขวามือของผูพ ิมพ
๒. ใหผูพิมพจับน้ิวท่ีจะพิมพดวยนิ้วหัวแมมือกับนิ้วชี้ สวนท่ีจะจับดวยมือขวา
หรอื มือซายขึ้นอยกู บั ผพู มิ พว าจะถนดั มือใด
๓. การจับน้ิวใหจับที่ ๒ ขางของนิ้ว (ไมใชบนหรือลางของน้ิว) ตรงใตขอนิ้วขอแรก
นบั แตป ลายนว้ิ ลงมา สว นอกี มอื หนง่ึ ของผพู มิ พใ หแ ตะประคองนวิ้ ของผถู กู พมิ พไ วเ ทา นนั้ อยา กดนวิ้ แรง
๔. ตองจับน้ิวใหแนนและบอกผูถูกพิมพใหอยูในทาปกติ ทําน้ิวออนๆ อยาเกร็ง
หรอื อยาฝน
๕. เวลาพิมพ ใหผูพิมพจับนิ้วผูถูกพิมพวางตะแคงลงบนแทนหมึกพิมพ ตั้งตนจาก
ขอบเล็บขางหนึ่งกล้ิงมือเบาๆ ไปจนจดขอบเล็บอีกขางหนึ่ง ใหหมึกติดท่ัวทั้งหนาน้ิวโดยถือหลักวา
นิ้วหัวแมมือท้ังขวาและซายใหกลิ้งเขาหาตัวผูถูกพิมพ สวนน้ิวอื่นๆ ใหกลิ้งออกจากตัวผูพิมพ
อยา จบั น้ิวหรือบบี น้ิวแรงเกินไป
๖. ถาน้วิ มอื กวางมาก ใหพยายามกลงิ้ น้วิ ใหส ดุ ขอบเลบ็ เทาท่จี ะทาํ ได
๗. การพิมพลงบนกระดาษแบบพิมพใหทําเชนเดียวกันกับการกล้ิงน้ิวบนแทนหมึก
ตามขอ ๕
โดยถือหลักวาน้ิวหัวแมมือทั้งขวาและซายใหกล้ิงเขาหาตัวผูถูกพิมพ สวนน้ิวอ่ืน ๆ
ใหก ลงิ้ ออกจากตวั ผถู กู พมิ พ เวลาพมิ พล งบนกระดาษพมิ พ ใหพ มิ พต าํ่ ลงมาจากขอ นวิ้ ขอ แรกเลก็ นอ ย
และใหพิมพอยูในกรอบชองน้ิวของแบบพิมพ อยาพิมพออกนอกกรอบฯ อยาลืมวาลายพิมพน้ิวมือ
ท่ีพรามัวหรือเลอะเลือนไมชัดเจน เจาหนาที่ผูตรวจจะไมสามารถตรวจสอบใหไดตองสงกลับคืนไป
ใหพมิ พใ หมซ ึง่ เปนการเสียเวลาและทําใหก ารตรวจสอบลาชา

ขอแนะนาํ วธิ พี มิ พล ายน้วิ มอื ท่ีถูกตอ งตามหลักวชิ า
๑. เคร่ืองมอื เครือ่ งใชใ นการพมิ พลายน้ิวมือ ตอ งรักษาใหสะอาดอยเู สมอ โดยเฉพาะ
อยา งยงิ่ แทน สาํ หรบั คลึงหมกึ เม่ือพมิ พไ ปแลว ประมาณ ๑๐-๑๕ คน ตองทาํ ความสะอาดอกี คร้ังหน่ึง
แลวจึงใชพมิ พใหมตอ ไป
๒. หมึกพิมพตอ งใชห มึก “สีดาํ ” สาํ หรบั พมิ พล ายน้วิ มอื
๓. คลึงหมกึ บนแทน พิมพใหหมกึ ติดเสมอกันโดยทวั่ ไป

๑๐๐

๔. เมอื่ คลึงหมึกบนแทน เรียบรอ ยแลว กอนลงพมิ พในแบบพมิ พต อ งทดลองดูกอ นวา
หมึกบนแทนหนาหรือบาง ถาลายเสนจางแสดงวาหมึกบางตองเติมหมึกเพิ่มอีก ถาหมึกหนาไป
ลายเสนจะมืดเลอะเลือนตอ งเอาหมกึ ออก

๕. กอนลงมือพิมพลายน้ิวมือผูใด ตองลางมือหรือทําความสะอาดนิ้วของบุคคลนั้น
เสยี กอนแลว เช็ดใหแหงสนทิ

๖. ในการพมิ พก ลง้ิ นวิ้ ใหก ลง้ิ นว้ิ จากขอบเลบ็ อกี ขา งหนง่ึ ไปจนจดขอบเลบ็ อกี ขา งหนง่ึ
และพมิ พใ หต ิดลายเสนตัง้ แตข อ นิ้วแรกถงึ ปลายนวิ้

๗. เวลาพิมพอ ยากดน้ิว หรอื บบี น้ิวใหแรงเกินไป และอยา ใหน ้วิ เลอ่ื นไถลหรือบดิ นิว้
๘. พิมพใหนิ้วเรยี งกันไปตามลาํ ดบั ทกี่ าํ หนดไวใ นแบบพมิ พอ ยาพมิ พซ ํา้ มอื หรือซ้ํานวิ้
๙. ระมัดระวังอยาใหน ิ้วสลบั กนั หรืออยาใหส ลบั มอื กนั
๑๐. รายการตางๆ ในแบบพิมพตองกรอกใหครบถวนทุกชอง และเขียนดวยตัวบรรจง
หรอื พมิ พด ดี
๑๑. นวิ้ ใดไมส ามารถพมิ พไ ด ตอ งหมายเหตบุ อกไวใ นชอ งของนวิ้ ทพี่ มิ พไ มไ ดน น้ั ดว ยวา
นิ้วดว น หรอื พมิ พไมไ ดเพราะเหตุใด และใหห มายเหตใุ นชอ งตําหนิ/พกิ าร/ลายสกั หลังพลม.ดวย
๑๒. นิ้วทเ่ี ปน แผลสดพมิ พไ มได ก็ขอใหหมายเหตบุ อกไปดว ยในชองของนิ้วนั้นๆ และ
ควรจะรอใหแผลหายเสยี กอ นแลวจงึ พมิ พ
๑๓. อยาลืมใหผูถูกพิมพเซ็นชื่อตัวเอง หากเซ็นไมไดใหพิมพนิ้วหัวแมมือขวาเอาไว
และอยาลืมเซ็นชื่อผูทําการพิมพล ายน้วิ มอื ดวย
๑๔. ถามีผูถูกพิมพในคราวเดียวกันหลายๆ คนใหเรียกตัวมาพิมพหรือจดจําตําหนิ
รปู พรรณ ทีละคนๆ อยาใหป ะปนกนั ได และตองปฏิบัติดวยความระมัดระวัง เพ่อื มิใหส ลบั ตัวคนกนั
๑๕. การพิมพนว้ิ หัวแมมือขวา - ซา ย ตองจบั น้ิวหัวมือทั้ง ๒ ใหเรียงคูกนั แลวจึงกดลง
พรอมกันในชองของแบบพมิ พต อนลา งทกี่ ําหนดไว
๑๖. การพิมพก ด ๔ นว้ิ พรอ มกนั อยาเอานิ้วไปกดลงทลี ะน้วิ ๆ ตองกดลงไปพรอมกัน
ทัง้ ๔ น้วิ

๑๐๑

ภาพท่ี ๑ การพิมพลายนิ้วมือลงในแบบพมิ พ
ขอบกพรองในการพมิ พล ายนวิ้ มอื ทใี่ ชไ มไ ดต อ งสง คืน

ขอบกพรองในการพิมพลายนิ้วมือท่ีใชการไมไดตองสงคืนน้ัน แยกการสงคืนเปน
๒ ประเภท คือ

๑. สง คนื เพราะคณุ ภาพการพมิ พล ายนวิ้ มอื ไมด ี กรณเี ชน น้ี หนว ยงานนน้ั ๆ ตอ งพมิ พ
ลายนิ้วมอื ใหม สง ให ทว. ตรวจสอบ แบงเปน

๑๐๒

๑.๑ พิมพหมึกหนาหรือบางเกินไป กดนิ้วแรงเกินไป ทําใหลายเสนติดกัน
ลายนิ้วมือพรามัวเลอะเลือน หรือลายเสนเลือนรางพิมพสีเขมแตกตางกันในแตละน้ิว และหมึก
ไมส มาํ่ เสมอกันทุกน้วิ

๑.๒ พมิ พส ลบั มอื หรอื สลบั นว้ิ ซาํ้ มอื หรอื ซา้ํ นวิ้ พมิ พน วิ้ ไมต รงตามชอ งทก่ี าํ หนด
ไวใ นแบบพิมพ

๑.๓ พิมพก ลงิ้ นวิ้ ไมส ุดขอบเลบ็ ทง้ั สองขางหรอื พมิ พไมเต็มหนา นวิ้
๑.๔ พิมพส ูงกวาขอ นิว้ หรือตํ่ากวา ขอนิว้ มากเกนิ ไป
๑.๕ พิมพลายน้ิวมือไมต้ังตรง พิมพเอียง พิมพเกินขอบของชองท่ีกําหนดไว
ในแบบพิมพ
๑.๖ พิมพล ายน้ิวมือไมค รบตามชอ งท่กี ําหนด โดยไมไดหมายเหตุ
๑.๗ ไมใชห มึกสีดําในการพิมพลายนิว้ มือ
๒. สง คนื เพราะกรอกขอ ความในแบบพมิ พไ มค รบถว น กรณเี ชน นี้ ทว.จะสง คนื แผน พมิ พ
ลายน้ิวมือฉบับเดิมกลับคืนใหหนวยงานกรอกขอความเพ่ิมเติมหรือแกไขแลวแตกรณีใหครบถวนกอน
แลว ใหสงแผนพิมพล ายนว้ิ มอื ดงั กลา วที่แกไขแลวให ทว. ทาํ การตรวจสอบตอ ไป แบง เปน
๒.๑ กรอกรายละเอียดไมครบถวนในสาระสําคัญ เชน ไมมีเลขประจําตัว
บตั รประชาชน ๑๓ หลกั หากเปน ชาวตา งชาติ ไมม เี ลขทหี่ นงั สอื เดนิ ทาง (PASSPORT), ไมม ลี ายมอื ชอ่ื
เจาหนา ทผี่ ูพมิ พมอื , ไมมลี ายมือช่อื พนกั งานสอบสวนลงนามรับรอง, ไมม เี ลขคดี ขอหา วนั เดือนป
ท่ีเกดิ เหตุ วนั เดอื นปจับกมุ
๒.๒ กรอกวนั เดือนปเกดิ เหตุ กับ วนั เดือนปจ ับกุม ไมสมั พนั ธกบั เลขคดี
๒.๓ กรอกวันเดือนปจ ับกุมกอ นวันเดอื นปเกดิ เหตุ
๒.๔ ชือ่ -นามสกุล ผูตอ งหา ดา นหนา /ดานหลงั แผน พมิ พล ายน้ิวมือไมต รงกนั
๒.๕ ชอ่ื -นามสกุล ผตู อ งหา และขอ หา ในแผนพมิ พลายนว้ิ มอื ไมต รงกบั หนังสอื
นําสง
๒.๖ ชอ่ื -นามสกุล ผตู องหา ตวั บรรจงกับลายมือช่อื (กรณอี า นออก) ไมต รงกัน

การพมิ พล ายนว้ิ มอื ทพี่ กิ ารหรอื นวิ้ ท่ีมปี ญหา
การพมิ พล ายนว้ิ มอื ของคนพกิ าร ในบางกรณอี าจดาํ เนนิ การไมไ ด เพราะความพกิ ารนนั้

เปนมาแตก าํ เนิดเปนความพิการตลอดชวี ิต (Permanent Disabilities) เชน เกิดมามือดวน นวิ้ ดว น
หรือหงิกงอเปนงอย น้ิวเสียพิการติดกัน นิ้วงอกหรือเน่ืองจากอายุมากเกินไป นิ้วมือท่ีเห่ียวยน
พมิ พแ ลว ไมมลี ายเสนกใ็ หระบุไปใหช ดั แบง ออกไดดงั น้ี

๑. กรณีนวิ้ ดวนทัง้ หมด ใหพ มิ พฝา มอื ลงในชองแบบพิมพแลว หมายเหตุไวด ว ย

๑๐๓

๒. กรณนี วิ้ ดว นหรอื มอื ดว น ไมส ามารถพมิ พล ายนว้ิ มอื ไดใ หห มายเหตใุ นชอ งแบบพมิ พ
น้ันวา “ดวน”

๓. กรณีน้ิวดวนเพียงขอนิ้วแรก ใหพิมพน้ิวสวนที่เหลือลงไป แลวหมายเหตุไววา
“นิ้วกดุ ”

๔. กรณมี นี วิ้ มากกวา ๑๐ นว้ิ ใหพ มิ พน วิ้ ทอ่ี ยดู า นในของนวิ้ นน้ั ๆ ลงในชอ งแบบพมิ พ
สว นน้วิ ทงี่ อกเกินใหพมิ พไ วท ่วี า งดา นหนาแบบพิมพ แลว หมายเหตวุ า “เปนน้ิวงอกของนวิ้ ใด” เพราะ
ตอไปบุคคลนอ้ี าจตัดนิว้ ทงี่ อกออกเสีย

๕. กรณีนิ้วติดกัน ใหพยายามพิมพกลิ้งน้ิวเทาท่ีจะสามารถทําได แลวหมายเหตุวา
“นว้ิ ตดิ กัน”

๖. กรณนี ว้ิ แหง นว้ิ ของผสู งู อายุ นวิ้ ดา นแขง็ ใหแ ชม อื ในนาํ้ โดยไมต อ งฟอกสบจู นผวิ นมุ
ขึน้ แลว เชด็ พอใหช ื้นหมาด ๆ และลงมอื พิมพทนั ที ทีละน้ิวโดยเตรียมผาชบุ นา้ํ หมาด ๆ ไวค อยเชด็ น้ิว
อยา ใหแหง

๗. กรณนี ว้ิ มอื มเี หงอื่ ออกมาก กอ นลงมอื พมิ พใ หเ ชด็ นวิ้ ใหแ หง เมอื่ พมิ พน วิ้ บนแทน หมกึ
แลว ใหพมิ พล งในแบบพมิ พท นั ที ทลี ะน้วิ

๘. กรณีน้ิวมีลายเสนบางละเอียด ใหทําเชนเดียวกับขอ ๖ แตใชหมึกคอนขางบาง
และอยา กดน้วิ แรง เพยี งประคองนิ้วพิมพล งในแบบพมิ พเ ทานั้น

๙. กรณีน้ิวลอกหรือนิ้วเปนแผล ลายเสนจะขาดหายเปนบางชวง ไมสามารถ
ตรวจสอบได ใหพักน้ิว ๑๕ วัน แลวพิมพสงใหตรวจสอบใหม ลายน้ิวมือจะข้ึนมาใหมเปนลายเสน
ทีส่ มบูรณ สามารถตรวจสอบได

วิธพี มิ พฝ า มอื

ตามความเขาใจทั่วๆ ไป เมื่อพิมพฝามือก็ใหกดฝามือท้ังสองขางลงบนแทนคลึงหมึก
แลวพิมพฝามือลงบนกระดาษแบบพิมพ ซึ่งการพิมพฝามือเชนน้ี จะพิมพไมติดลายเสนท่ีอุงมือ
ถาจะแกไขดวยการกดที่หลังมือเพ่ือใหหมึกติดทั่วอุงมือ ลายเสนท่ีบริเวณฝามือจะมืด เลอะเลือน
เพราะแรงกดนน้ั ไปดวย ไมส ามารถมองเหน็ ลายเสน ไดชดั เจน

วธิ พี มิ พฝ า มอื ทถ่ี กู ตอ งตามหลกั วชิ า จงึ ตอ งมอี ปุ กรณใ นการพมิ พเ พมิ่ คอื วสั ดทุ รงกระบอก
ตรงผิวเรียบ เสน ผาศนู ยกลางประมาณ ๒ นว้ิ ยาวประมาณ ๖ นิ้ว ซ่งึ อาจใชทอพลาสตกิ PVC กไ็ ด
โดยมีวิธีการพิมพฝามอื ดงั น้ี

๑. ใชล กู กลงิ้ ยาง กลง้ิ เกลยี่ หมกึ บนแทน คลงึ หมกึ จนหมกึ เรยี บพอดแี ลว นาํ ลกู กลงิ้ ยาง
นั้นมากล้ิงหมึกบนฝามือท้ังสองขางของผูถูกพิมพมือ ใหนิ้วทั้ง ๕ เรียงชิดกันไมตองกางนิ้วออก
และไมต อ งเกร็งฝามอื จนนว้ิ เกยทับกนั โดยท้งั ผูพมิ พและผูถ กู พมิ พห นั หนา เขาหากัน

๑๐๔

๒. ผพู มิ พเตรียมกระดาษแบบพิมพ โดยมว นกระดาษดา นที่จะพิมพฝามือขวา เขา กบั
วัสดุทรงกระบอก วางมวนกระดาษบนโตะผิวเรียบซึ่งมีพนื้ ท่ีเพียงพอและไมม วี สั ดุอื่นใดขัดขวาง

๓. ผพู มิ พจ บั หลงั มอื ขวาของผถู กู พมิ พว างลงบนกระดาษทมี่ ว นอยกู บั วสั ดทุ รงกระบอก
โดยวางปลายนิ้วต่าํ จากขอบกระดาษประมาณ ๑ ซม. กล้งิ วัสดทุ รงกระบอกไปดา นหนา เม่อื สดุ ฝามอื
ใหจับมือผูถ ูกพิมพย กขนึ้

๔. ผพู มิ พเ ตรยี มกระดาษแบบพมิ พด า นทจี่ ะพมิ พฝ า มอื ซา ย ทาํ เชน เดยี วกบั ขอ ๒ และ
ขอ ๓

๕. จะไดภ าพพมิ พฝ ามือที่ปรากฏลายเสน ชัดเจน ตามรปู

ภาพที่ ๒ ลายพิมพฝ า มือขวา-ซา ย

๑๐๕

การพิมพล ายนว้ิ มอื ศพ

วธิ พี มิ พล ายนว้ิ มอื ตามทไ่ี ดก ลา วมาแลว นน้ั เปน วธิ พี มิ พล ายนว้ิ มอื จากบคุ คลทย่ี งั มชี วี ติ อยู
และทมี่ นี วิ้ ปกตธิ รรมดาหรอื เพยี งพกิ ารหงกิ งอ หรอื ดว นเทา นน้ั แตก ารพมิ พล ายนวิ้ มอื ศพเปน การพมิ พ
จากผูที่ไรความรูสึก ไมสามารถจะบอกใหกระทําอยางหน่ึงอยางใดไดตามความประสงคของ
ผูพิมพ จึงเปนหนาที่ของผูพิมพแตเพียงฝายเดียวท่ีจะตองพยายามหาวิธีพิมพใหไดลายนิ้วมือศพ
น้ันๆ มาโดยสมบูรณถูกตองตามหลักวิชา และใหใชในการตรวจสอบได ท้ังน้ีก็เพราะผูพิมพไมมี
โอกาสทจี่ ะจดั พมิ พใ หมไ ดอ กี เพราะศพนน้ั อาจถกู เผาไปเสยี หรอื ศพเนา จนหนงั นว้ิ มอื หลดุ ลอ นชาํ รดุ
เสียหายไปหมด ศพท่ีผูพิมพจัดการพิมพลายน้ิวมือนั้น อาจเปนศพที่อยูในลักษณะและเวลาท่ีตาย
แตกตางกัน เชน อาจเปนศพของผูที่ตายใหมๆ หรืออาจเปนศพที่ตายมาแลวหลายๆ วันจนถึงกับ
ขึ้นอืด หรือเนาเปอยผิวหนังหลุดลอนแตยังมีลายน้ิวมืออยู หรืออาจเปนศพท่ีตองไปขุดมาจากหลุม
ฝง ศพ อยา งไรกต็ ามลกั ษณะของศพทจ่ี ะทาํ การพมิ พน น้ั สามารถจาํ แนกตามวธิ กี ารพมิ พล ายนวิ้ มอื ศพ
ได ๖ ประเภท ดงั ตอ ไปนี้ คอื

๑. ศพที่ยงั ไมข้ึนอืดหรอื ที่ตายใหม ๆ
๒. ศพที่หนงั นิว้ มอื เห่ียวยน
๓. ศพทีห่ นงั น้วิ มอื เห่ียวแหง หนังตดิ กับกระดูก
๔. ศพที่ขน้ึ อดื จนเนา ผวิ หนงั นิว้ มอื หลดุ ลอนแตย ังตดิ อยกู ับมือศพ
๕. ศพท่ขี ้นึ อดื จนเนา ผิวหนังนิว้ มอื หลดุ ลอนหายไป
๖. ศพทถี่ ูกไฟไหม
การจะพิมพลายนิ้วมือศพดวยวิธีการใดใหเจาหนาท่ีผูพิมพพิจารณาใชวิธีท่ีเหมาะสม
กับสภาพศพแตละประเภทและกอนจะพิมพลายน้ิวมือศพทุกคร้ังใหนํามือศพทั้งมือขวาและมือซาย
แชใ นนา้ํ ผสมนาํ้ ยาฆา เชอ้ื และลา งขจดั คราบสง่ิ สกปรกออกใหห มด พรอ มกบั ตรวจดสู ภาพนว้ิ วา นวิ้ มอื
ยังอยคู รบถวนหรอื ไม หากมีน้วิ ขาดหายไปใหหมายเหตใุ นชองนว้ิ น้นั ๆ วา “ ดว น” หรอื “ขาด” และ
กอ นพิมพล ายนว้ิ มือศพทกุ คร้งั ใหนวดน้วิ มอื ศพใหน ิม่ พรอ มทจี่ ะพมิ พม อื ได

เครอื่ งมือเครอ่ื งใชใ นการพิมพลายนวิ้ มอื ศพ
จากการเกิดภัยพิบัติสึนามิใน ๖ จังหวัดภาคใตของประเทศไทย เม่ือป พ.ศ. ๒๕๔๗
ศพสวนใหญจมนํ้าและมีสภาพที่เนาเปอยมาก บางศพผิวหนังน้ิวมือหลุดลอนทําใหการพิมพ
ลายนิ้วมอื ศพ พมิ พไ ดยาก จําเปนตองใชเ ทคนิคพเิ ศษตางๆ เพิม่ เตมิ มากขนึ้ เชน วธิ กี ารนําผวิ หนงั ที่
หลุดลอนมาสวมเขากับน้ิวมือของผูพิมพ หรือนํามือศพมาจุมหรือแชในน้ํารอน เปนตน ดังนั้น
การพมิ พล ายนว้ิ มอื ศพ จงึ จาํ เปน ตอ งมเี ครอื่ งมอื เครอื่ งใชส าํ หรบั การพมิ พเ ปน พเิ ศษนอกเหนอื ไปจาก
เครอื่ งมอื ทใี่ ชอยูตามปกติ คอื

๑๐๖

๑. ชอนสาํ หรับพมิ พล ายนว้ิ มือศพ (โลหะโคง)
๒. เหล็กสําหรับยึดนวิ้ มอื
๓. กรรไกร
๔. ใบมีดผาตดั
๕. ผงฝุน สดี าํ
๖. แปรงปด ฝุน
๗. สต๊ิกเกอร
๘. แผน ใสซ่ึงถายเอกสารจากแบบพิมพลายนิ้วมือผตู องหา ฯลฯ (พลม.๒๕- ต.๕๓๙)
เฉพาะดา นหนา
๙. ดา ยเยบ็ ผา
๑๐. ปากคบี
๑๑. กระบอกฉีดยาพรอ มเขม็
๑๒. แอลกอฮอลหรอื น้ํายาฆาเชือ้
๑๓. กลเี ซอรีนหรอื น้าํ
๑๔. แวนขยาย
๑๕. กระทะไฟฟา
๑๖. ถงั นํ้า
๑๗. ฟองน้าํ
๑๘. ผา ขาวดบิ และผา กอซ
๑๙. นาํ้ ยาลางมอื ศพ
๒๐. วาสลีน
๒๑. แปรงสฟี น
๒๒. อปุ กรณส าํ หรบั เจา หนา ทพี่ มิ พล ายนวิ้ มอื ศพเพอื่ ปอ งกนั การตดิ เชอื้ เชน ถงุ มอื ยาง
หนากากอนามยั ฯลฯ

วธิ ีการพิมพลายนว้ิ มือศพ
๑. วิธีการพิมพล ายนว้ิ มอื ศพทย่ี งั ไมข นึ้ อดื หรอื ทต่ี ายใหม ๆ มี ๒ วธิ ี คอื

๑.๑ กรณสี ภาพนว้ิ มอื ศพเหมอื นคนปกติ ไมเ กรง็ ใหพ มิ พโ ดยใชแ ผน พมิ พล ายนว้ิ มอื
ตามแบบ พลม.๒๕-ต.๕๓๙ โดยพับแบบพิมพตามแนวเสน ซึ่งแบงมือขวาและ (เสนบาง) เตรียมไว
แลวเริ่มพิมพลายนิ้วมือศพโดยการคลึงหมึกบนแทนสําหรับคลึงหมึก (กระจก) เมื่อเห็นวาสม่ําเสมอ
แลวใหนํากระจกวางบนมือซายของผูพิมพ สวนมือขวาของผูพิมพใหจับน้ิวมือศพนิ้วท่ีจะพิมพตรง
ใตขอน้ิวขอแรกยกข้ึนแลวใชมือซายยกกระจกขึ้นมากล้ิงท่ีน้ิวมือศพใหหมึกติดเต็มหนานิ้วแลวพิมพ

๑๐๗

นวิ้ มอื ศพนว้ิ นน้ั ลงบนแผน พลม. โดยใชว ธิ กี ารพมิ พเ ชน เดยี วกนั กบั การพมิ พบ นกระจก ทาํ เชน นจ้ี นครบ
ทุกนิ้วท้ังมือขวา-มือซาย สวนวิธีการพิมพแบบราบหรือแตะ ใหจับน้ิวมือศพเรียงชิดติดกันต้ังแตนิ้วชี้
นวิ้ กลาง นิว้ นาง และนิ้วกอย แลวกดพรอมกนั ๔ นว้ิ โดยทําทลี ะมอื ท้งั มือขวาและมอื ซาย สว นน้ิว
หัวแมมือขวา-ซา ย ใหก ดทีละนิว้ ในชองทก่ี ําหนด

๑.๒ กรณสี ภาพนว้ิ มอื ศพเกรง็ หงกิ งอ เมอื่ นวดนว้ิ มอื ศพแลว ไมส ามารถแยกแตล ะ
นวิ้ ใหอ อกจากกนั ได ใหพ มิ พโ ดยใชช อ นสาํ หรบั พมิ พล ายนวิ้ มอื ศพ (โลหะโคง ) ในขนั้ ตอนแรกใหใ ชก รรไกร
ตัดแผนพิมพลายนิ้วมือตามแบบ พลม.๒๕-ต.๕๓๙ เฉพาะชองที่พิมพแบบกล้ิงน้ิวตามแนวเสนยาว
ตลอดแนว แลวเริ่มพิมพมือศพโดยการคลึงหมึกบนแทนคลึงหมึก (กระจก) เมื่อเห็นวาสมํ่าเสมอ
แลวใหนํากระจกวางบนมือซายของผูพิมพ สวนมือขวาของผูพิมพใหจับน้ิวมือศพนิ้วที่จะพิมพตรงใต
ขอน้ิวมือขอแรกยกข้ึนแลวใชมือซายยกกระจกข้ึนมากลิ้งที่น้ิวมือศพตามถนัดเพ่ือใหไดลายนิ้วมือ
ทสี่ มบรู ณ ขน้ั ตอนตอ ไปใหน าํ แผน พมิ พล ายนวิ้ มอื ทต่ี ดั มาทาบลงบนสว นโคง ของโลหะรอ งโดยการสอด
ปลายแผนพิมพลายนิ้วมือไวในชองโลหะโดยใชมือซายของผูพิมพจับปลายของโลหะที่สอดแผนพิมพ
ลายนิ้วมือไว แลวเริ่มพิมพลายนิ้วมือศพจนครบทุกนิ้วท้ังมือขวาและมือซาย และเห็นวาลายน้ิวมือ
ชัดเจนสามารถตรวจสอบไดใหทากาวหรือแปงเปยกลงในแผนพิมพลายนิ้วมือใหตรงกับชองในแผน
พิมพลายนิ้วมือที่เตรียมไว แลวเจาหนาท่ีผูพิมพตองเซ็นชื่อกํากับไวบนกระดาษท่ีติดกาวน้ันดวย
สวนวิธีการพิมพแบบราบหรือแตะ ใหจับน้ิวมือศพเรียงชิดติดกันต้ังแตนิ้วชี้ น้ิวกลาง นิ้วนาง และ
น้ิวกอย แลวกดพรอมกัน ๔ น้ิวท้ังมือขวาและมือซาย สวนน้ิวหัวแมมือขวา-มือซาย ใหกดทีละนิ้ว
ในชอ งทกี่ ําหนด

๒. วิธกี ารพิมพล ายนิ้วมือศพที่หนงั น้วิ มอื เหี่ยวยน
กรณนี ส้ี ภาพศพอาจเนา หรอื ไมเ นา กไ็ ด แตป ระเดน็ สาํ คญั คอื หนงั นว้ิ มอื ศพเหย่ี วยน

แกไ ขโดยใชเ ขม็ ฉดี กลเี ซอรนี หรอื นา้ํ เขา ไปใตผ วิ หนงั ตาํ่ กวา ขอ นว้ิ แรกของนว้ิ นนั้ ๆ แลว ปลอ ยกลเี ซอรนี
หรอื น้าํ เขาไปจนกระทงั่ นวิ้ มือศพพองขนึ้ มาจงึ ดึงเข็มออก แลว ใชด า ยผูกเหนอื รเู ข็มทแี่ ทงลงไปใหแ นน
เพื่อปองกันมิใหกลีเซอรีนหรือนํ้าซึมออกมาได วิธีการพิมพลายนิ้วมือศพใหใชวิธีท่ี ๑ เนื่องจาก
ลายนิ้วมอื ศพยังสมบรู ณเพียงแตเ หี่ยวยนเทาน้นั

๓. วธิ กี ารพมิ พลายน้วิ มือศพทหี่ นงั น้ิวมือเหีย่ วแหง หนงั ติดกับกระดกู
กรณีหนังน้ิวมือศพเหี่ยวแหงหนังติดกับกระดูกเม่ือคลึงหมึกไปที่น้ิวมือศพจะไมติด

หมกึ แกไ ขโดยใชว าสลนี พอกหรอื ทาบรเิ วณนว้ิ มอื ใหท ว่ั จนถงึ ขอ นวิ้ ทสี่ องแลว พกั ไว ซง่ึ ระยะเวลาการพกั
ขึ้นอยูกับน้ิวมือศพที่เหี่ยวแหงหนังติดกับกระดูกน้ันไดเสียชีวิตมาเปนเวลานานเทาใด หลังจากนั้น
นวดบรเิ วณปลายนว้ิ มอื สลบั กบั การแชน า้ํ รอ นทกี่ าํ ลงั ตม เดอื ดประมาณสบิ วนิ าที จนกวา นวิ้ มอื ศพจะนมิ่ ขนึ้
และสามารถฉดี กลเี ซอรนี หรอื นา้ํ เขา ไปใตผ วิ หนงั นว้ิ มอื ศพทบ่ี รเิ วณเหย่ี วยน จนผวิ ตงึ ขนึ้ มา เมอื่ ดงึ เขม็

๑๐๘

ออกใหใชดายผูกเหนือรูเข็มที่แทงลงไปใหแนนเพื่อปองกันมิใหกลีเซอรีนหรือน้ําซึมออกมาได
หลงั จากนน้ั ใชผ า ขาวดบิ เชด็ ใหแ หง พรอ มทงั้ ใชแ อลกอฮอลเ ชด็ ทาํ ความสะอาดใหท วั่ ทงั้ ฝา มอื และนว้ิ มอื
ทุกน้ิว การพิมพลายนิ้วมือศพประเภทน้ีตองใชผงฝุนสีดําและสติ๊กเกอรลอกลายน้ิวมือศพแทนการใช
หมึกหลอด วิธีการใชสต๊ิกเกอรลอกลายนิ้วมือศพ แตกตางกับการพิมพลายน้ิวมือศพโดยใชหมึก
สีดาํ (หมกึ หลอด) ซึง่ การพิมพโ ดยใชหมึกหลอดตอ งคลงึ หมึกกบั แทนคลงึ หมกึ แลว จึงพมิ พโ ดยตองจบั
มือศพใหควํ่าลงเพ่ือความสะดวกในการพิมพ แตการพิมพโดยใชสติ๊กเกอรลอกลายนิ้วมือศพตองจับ
มือศพหงายขึ้นและตองมีผูชวยจับมือศพไว ผูพิมพลายน้ิวมือศพใชแปรงปดฝุนจุมผงฝุนสีดําใหติด
พอประมาณมาปด ทนี่ วิ้ มอื ศพตามทตี่ อ งการ เมอ่ื เหน็ วา ผงฝนุ ตดิ ดแี ลว ใหใ ชส ตกิ๊ เกอรด า นทมี่ กี าวตดิ อยู
ทาบกบั นว้ิ ทจ่ี ะพมิ พแ ลว ใชน ว้ิ ทถี่ นดั ของผพู มิ พก ลง้ิ ทาบไปทสี่ ตก๊ิ เกอรจ ากขอบเลบ็ ขา งหนงึ่ ไปขอบเลบ็
อกี ขา งหนง่ึ เพอ่ื ใหด า นทมี่ กี าวตดิ ลายนวิ้ มอื ศพ ถา หากนว้ิ ใดไดล ายเสน ทไ่ี มส มบรู ณ ผพู มิ พส ามารถ
พมิ พไ ดจ นกวา ลายพมิ พน วิ้ มอื จะสมบรู ณแ ลว นาํ ไปตดิ กบั แผน ใสซง่ึ ถา ยเอกสารจากแบบพมิ พล ายนวิ้ มอื
ผูตองหา ฯลฯ (พลม.๒๕- ต.๕๓๙) เฉพาะดานหนาโดยวางแผนใสแลวนําสติ๊กเกอรท่ีพิมพแลวติด
ใหตรงชองน้ิวน้ันจนครบทุกน้ิวท้ังมือขวาและมือซาย พรอมทั้งนิ้วกดหรือนิ้วแตะดวย ถาสต๊ิกเกอร
มขี นาดใหญเกินกวาชองของแบบพิมพใหตัดใหพ อดี

๔. วธิ กี ารพมิ พลายน้วิ มือศพที่ข้นึ อืดจนเนาผิวหนงั นิว้ มือหลุดลอนแตยงั ตดิ อยกู ับมอื ศพ
กรณีน้ีผิวหนังน้ิวมือศพจะหลุดลอนจนพะเยิบพะยาบพับไปพับมา หากกลิ้งหมึก

ที่นิ้วมือศพหมึกจะติดไมท่ัว ฉะนั้นผูพิมพจึงจําเปนตองพิจารณาวา สามารถเลาะผิวหนังทั้งมือขวา
และมอื ซา ยออกจากมอื ศพไดห รือไม

๔.๑ ถาสามารถเลาะไดใหใชใบมีดผาตัดคอยๆ ตัดหนังที่ติดอยูออกมาพรอมท้ัง
ฝามือดวย แลวนําไปแชนํ้าที่ผสมน้ํายาฆาเช้ือ ทําความสะอาดดวยแอลกอฮอล นําผาดิบมาเช็ดให
แหง สนทิ วธิ กี ารพมิ พใ หส วมหนงั มอื ศพเขา กบั มอื ผพู มิ พโ ดยมอื ขวาศพใสใ นมอื ขวาผพู มิ พ มอื ซา ยศพ
ใสใ นมือซายผพู มิ พ ใหผชู วยเตรยี มแทนคลงึ หมึก (กระจก) ทีค่ ลงึ หมกึ ไวเรียบรอยแลว จงึ ใหผ ูพมิ พ
อกี คนหนง่ึ จบั มอื ผพู มิ พท สี่ วมหนงั มอื ศพพมิ พม อื ตามวธิ พี มิ พล ายนว้ิ มอื บคุ คลเรม่ิ จากนวิ้ หวั แมม อื ขวา
ไปจนถงึ นวิ้ กอ ยซา ยตามลาํ ดบั แลว พมิ พล งบนแบบพมิ พ พลม.๒๕-ต.๕๓๙ จนครบทง้ั มอื ขวาและมอื ซา ย

๔.๒ ถาไมสามารถเลาะผิวหนังท้ังมือได ใชใบมีดผาตัดคอยๆ ตัดหนังน้ิวมือศพ
ใตข อ นวิ้ ขอ แรกใหร อบแลว ดงึ หนงั นวิ้ มอื นนั้ ออกมาอยา ใหข าด นาํ ไปแชน าํ้ ทผี่ สมนา้ํ ยาฆา เชอื้ จากนนั้
ทาํ ความสะอาดดว ยแอลกอฮอลอ กี ครง้ั นาํ ผา ดบิ มาเชด็ ใหแ หง สนทิ นาํ มาสวมทน่ี วิ้ ชหี้ รอื นว้ิ ทถ่ี นดั ของ
ผพู มิ พใ หผ พู มิ พก ลงิ้ นว้ิ ของตนเองทส่ี วมหนงั นวิ้ มอื ศพลงบนแทน คลงึ หมกึ (กระจก) ตามวธิ พี มิ พล ายนว้ิ มอื
บคุ คลเรมิ่ จากนว้ิ หวั แมม อื ขวาไปจนถงึ นวิ้ กอ ยซา ยตามลาํ ดบั แลว พมิ พบ นแบบพมิ พ พลม.๒๕-ต.๕๓๙
จนครบทง้ั มือขวาและมือซาย

ขอ ควรจาํ การตดั หนงั นวิ้ มอื ศพตลอดจนการพมิ พล ายนวิ้ มอื ศพ ใหก ระทาํ อยา งรอบคอบ
เพอ่ื มิใหเ กิดการสลบั นิ้วมอื กันโดยการทําใหเ สร็จทีละน้ิวทุกขนั้ ตอนการพิมพล ายน้ิวมอื ศพ

๑๐๙

๕. วธิ ีการพมิ พล ายนิว้ มอื ศพที่ขนึ้ อดื จนเนา ผวิ หนงั น้ิวมอื หลดุ ลอนหายไป
สภาพศพทเ่ี นา จนผวิ หนงั นวิ้ มอื หลดุ ลอ นหายไปไมม หี นงั นว้ิ มอื ชน้ั นอกตดิ อยกู บั ศพ

มีเพียงหนังชั้นในหลังจากทําความสะอาดมือศพทั้งมือขวาและมือซายแลว ใหนํามือศพท้ังมือขวา
และมือซายไปจุมแชในนํ้ารอนท่ีกําลังตมเดือดท้ังฝามือต้ังแตปลายนิ้วมือถึงขอมือประมาณสิบวินาที
ทาํ ความสะอาดดว ยแอลกอฮอลอ กี ครง้ั จากนนั้ เอาผา ดบิ เชด็ มอื ใหแ หง สนทิ ใหพ มิ พล ายนว้ิ มอื ศพตามขนั้ ตอน
การพมิ พล ายนว้ิ มอื ศพทห่ี นงั นวิ้ มอื เหยี่ วแหง ตดิ กบั กระดกู โดยใชผ งฝนุ สดี าํ และสตกิ๊ เกอรล อกลายนวิ้ มอื ศพ
ตามวิธที ี่ ๓ เพยี งวธิ เี ดียว

๖. วิธกี ารพมิ พลายน้วิ มือศพทถี่ ูกไฟไหม
สภาพศพทถ่ี กู ไฟไหมส ว นมากจะดาํ ไหมเ กรยี ม มอื ศพจะอยใู นลกั ษณะกาํ มอื กอ นอนื่

จะตองตรวจดูลายนิ้วมือศพวายังมีลายเสนสมบูรณหรือไม ถาลายเสนสมบูรณจะตองพยายามแกะ
นว้ิ มอื หรอื นวดมอื ศพทอี่ ยใู นลกั ษณะกาํ มอื ใหย ดื ตรงหรอื ใหเ หยยี ดจนสามารถจบั แยกนว้ิ มอื พมิ พไ ด
แตถ า ไมส ามารถยดื ตรงหรอื เหยยี ดมอื ไดใ หใ ชเ หลก็ สาํ หรบั ยดึ นวิ้ มอื เขา ชว ย พรอ มทง้ั ทาํ ความสะอาด
มือศพเพอ่ื ที่จะทําการพมิ พล ายนวิ้ มือตอไป แยกไดเปน ๒ กรณี

๖.๑ หากมอื ไหมเ กรยี มแตล ายนวิ้ มอื ชน้ั นอกยงั สมบรู ณ ใหใ ชใ บมดี ผา ตดั คอ ย ๆ กรดี เลาะ
ออกทง้ั ฝา มอื ทง้ั มอื ขวาและมอื ซา ยหากสามารถทาํ ได แตถ า ไมส ามารถเลาะไดท ง้ั ฝา มอื ใหเ ลาะเฉพาะ
สวนที่เปนลายน้ิวมือ ซึ่งกรณีน้ีตองทําทีละนิ้วเพื่อมิใหเกิดการสับสน แลวนําไปแชในนํ้ายาฆาเชื้อ
อีกคร้ัง และใชแอลกอฮอลเช็ดทําความสะอาด จากนั้นนําผาดิบมาเช็ดฝามือหรือน้ิวท่ีลอกออกมา
ใหแ หง สนิท แลว ใชว ธิ กี ารพมิ พม ือศพดว ยสต๊ิกเกอรล อกลายนิ้วมอื ศพตามวธิ ีท่ี ๓

๖.๒ หากมอื ไหมเ กรยี มจนลายนวิ้ มอื หนงั ชนั้ นอกไมส มบรู ณแ ตห นงั ชน้ั ในสมบรู ณ
จะพมิ พมอื ศพเหมือนกบั สภาพศพทขี่ ึ้นอดื จนเนา ผิวหนังนว้ิ มือหลดุ ลอนหายไปตามวธิ ีที่ ๕

วิธีการพมิ พฝามอื หรอื ฝา เทาศพ

บางครั้งการตรวจพิสูจนเอกลักษณบุคคล อาจตองใชการตรวจเปรียบเทียบลายฝามือ
หรือฝาเทานอกเหนือจากการตรวจเปรียบเทียบลายนิ้วมือ จึงจําเปนตองมีการพิมพฝามือ
หรือฝา เทา ศพประกอบเพมิ่ เตมิ หลกั การโดยรวมคือ ใหพ ิจารณาสภาพศพกอนวา อยใู นสภาพใด เชน

- กรณีลายฝามือหรือฝาเทา มีลายเสนชัดเจน หลังจากทําการฆาเช้ือและขจัด
ส่ิงสกปรกออกไปหมดและเช็ดใหแหงสนิทแลว ใหพิมพโดยใชผงฝุนสีดําและสติ๊กเกอรลอกลายฝามือ
หรอื ฝา เทาศพ ตามวิธีท่ี ๓

- กรณีผิวหนังชั้นนอกของฝามือหรือฝาเทาหลุดลอนหายไปหรือเห่ียวแหงหนังติดกับ
กระดูก หลังจากฆาเชื้อและขจัดส่ิงสกปรกออกไปหมดแลว ใหนําฝามือหรือฝาเทาศพจุมในน้ํารอน
ที่กําลังตมเดือดประมาณสิบวินาที ฝามือหรือฝาเทาศพก็จะพองขึ้นมา จากน้ันใชแอลกอฮอลเช็ด

๑๑๐

ทําความสะอาดใหทั่ว และใชผาดิบเช็ดฝามือหรือฝาเทาศพใหแหงสนิท แลวพิมพโดยใชผงฝุนสีดํา
และสตก๊ิ เกอรล อกลายฝา มือหรือฝาเทา ศพ ตามวิธีท่ี ๓

การทาบสติ๊กเกอรและลอกสต๊ิกเกอร ใหเร่ิมจากดานขอมือไปทางปลายนิ้วและใช
ผาขาวดบิ ปาดบนสตกิ๊ เกอรใ หผงหมึกติดใหท วั่ สต๊ิกเกอรน ั้น

การบนั ทึกหรือกรอกขอ ความในแบบพิมพ

ขอความในแบบพิมพแตละชองเปนประโยชนแกผูเก่ียวของทุกฝาย ฉะน้ันจึงจําเปน
ตอ งบนั ทกึ หรือกรอกใหครบทุกชอ ง อยาใหขาดตกบกพรองได โดยตอ งเขียนดว ยตัวบรรจง หรอื พมิ พ
ใหชัดเจน อานงาย รวมทั้งตองระบุประวัติและตําหนิรูปพรรณโดยละเอียดตามชองที่กําหนดสําหรับ
ชอง “ตําหนิ/พิการ/ลายสัก” กับ “ลักษณะและนิสัยอนั เปนทนี่ า สงั เกต” นน้ั มีความสาํ คญั ในการจดจํา
ตัวบุคคล ถาบันทึกหรือกรอกขอมูลโดยชัดเจน เชน ลายสักมีรูปรางเปนอยางไร เรียกช่ือวาอยางไร
มขี อ ความวา อยา งไร อยบู รเิ วณไหนของรา งกายหรอื ผถู กู พมิ พพ ดู จาแสดงอากปั กริ ยิ าใดๆ เชน เปน ใบ
ตาบอด พดู ติดอาง กะพริบตาขางใดขางหนง่ึ เปน ประจํา สาํ เนียงการพูด ฯลฯ ลักษณะนิสยั ประจาํ ตัว
เชน นี้ เปน ลกั ษณะและนสิ ยั ของบคุ คลทเี่ กดิ จากความเคยชนิ ซง่ึ ปกตจิ ะเปลย่ี นแปลงไมไ ด ซง่ึ เปน ผลดี
แกการจดจาํ ตวั บุคคลไดอ ยา งหน่ึง

กรณนี ว้ิ ใดดว นหรอื พกิ ารหรอื ไมส ามารถพมิ พไ ด ตอ งหมายเหตไุ วใ นชอ งนว้ิ นน้ั ใหช ดั เจน
อยาปลอ ยทง้ิ ใหวางไว

นอกจากนตี้ อ งระบชุ อ่ื ผถู กู พมิ พล ายนว้ิ มอื เจา หนา ทผ่ี พู มิ พล ายนว้ิ มอื ผบู นั ทกึ ขอ ความ
และพนักงานสอบสวนพรอมทั้งลงลายมือช่ือใหครบตามชองท่ีกําหนด หากผูถูกพิมพลายน้ิวมือ
ไมสามารถลงลายมือช่ือไดใหพิมพน้ิวหัวแมมือขวาแทนการลงลายมือชื่อ พรอมท้ังหมายเหตุวา
พมิ พจากนิว้ ใด

๑๑๑

บทท่ี ๔

การนําวิทยาการตํารวจและเทคโนโลยีการสบื สวนสอบสวนคดอี าญา
มาใชใ นงานดานการทะเบียนประวัตอิ าชญากร

ÇÑμ¶Ø»ÃÐʧ¤
๑. เพอ่ื ใหท ราบภาพรวมระบบฐานขอ มูลสารสนเทศของสํานักงานตํารวจแหงชาติ
๒. เพือ่ ใหทราบระบบคอมพิวเตอรท่ีนํามาใชใ นงานดา นการทะเบยี นประวตั ิอาชญากร

ÊÇ‹ ¹นํา
ปจจุบันมีการนําเทคโนโลยีมาใชในงานดานการทะเบียนประวัติอาชญากร ท้ังงานฐาน

ขอ มลู ประวตั อิ าชญากรรม งานระบบตรวจสอบลายพมิ พน วิ้ มอื อตั โนมตั ิ งานสเกต็ ชแ ละประกอบภาพ
ใบหนาคนราย จึงควรทราบวามีการนําเทคโนโลยีใดบางมาใชในงานดงั กลา ว

¡¨Ô ¡ÃÃÁá¹Ðนาํ
ดูการใชงานระบบฐานขอมูลสารสนเทศของสํานักงานตํารวจท่ีสถานีตํารวจตางๆ

ทสี่ ามารถประสานขอดไู ด

๑๑๒

ปจ จบุ นั ไดม กี ารพฒั นาระบบสารสนเทศตามโครงการพฒั นาระบบสารสนเทศ สาํ นกั งาน
ตาํ รวจแหงชาติ Police Information System (POLIS) ซึ่งทําการเช่อื มโยงเครือขา ยขอ มลู ขาวสาร
ของสํานกั งานตํารวจแหงชาตผิ านคอมพวิ เตอร เพ่ือสงไปยังหนว ยงานตา งๆ จนถงึ ระดบั สถานตี ํารวจ
อันเปนนโยบายการกระจายระบบฐานขอมูลสูผูปฏิบัติงาน อีกท้ังยังทําใหระบบขอมูลขาวสารเปนไป
ในรูปแบบเดียวกัน ตลอดจนยังเปนการเสริมสรางใหการปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพ การปฏิบัติงาน
ในสว นงานปอ งกนั ปราบปราม งานสืบสวนสอบสวน งานจราจร งานอาํ นวยการและลดความซํ้าซอ น
ในการทํางานระหวางหนวยงาน และเพื่อเปนการพัฒนาบุคลากรของสํานักงานตํารวจแหงชาติ
ในดา นเทคโนโลยสี ารสนเทศ (คอมพวิ เตอร) ซงึ่ ระบบฐานขอ มลู และความสมั พนั ธเ ชอ่ื มโยงในโครงการ
ประกอบดวยงานหลัก ๑๒ ระบบ คอื

๑. ระบบฐานขอ มลู กาํ ลงั พล จดั เกบ็ ขอ มลู ขา ราชการตาํ รวจ เชน ขอ มลู บรรจุ การแตง ตงั้
การโอนยา ย เลือ่ นขัน้ เงนิ เดือน เล่อื นยศ เปน ตน เจา หนาทบี่ ันทึก/แกไขขอ มูล ไดแก เจาหนาที่ สกพ.,
เจา หนา ท่ี กพ. ระดบั บก. และ ภ.จว. และระดับ กก./สภ., สน.

๒. ระบบงานติดตามผลคดี จัดเก็บขอมูลคดีอาญา คดีอุกฉกรรจสะเทือนขวัญต้ังแต
รบั แจง จนถึงข้ันศาล เจาหนาทบี่ นั ทกึ /แกไ ขขอ มลู ไดแ ก พนักงานสอบสวน และเสมียนคดี

๓. ระบบฐานขอมูลสถิติคดีอาญา รายงานสถิติของขอมูลติดตามผลคดี เจาหนาท่ี
ใชข อมูล ไดแก สยศ.ตร. (กลุมงานปองกันและปราบปรามอาชญากรรม)

๔. ระบบฐานขอมูลอุบัติเหตุจราจร จัดเก็บขอมูลอุบัติเหตุจราจรทางบก เจาหนาท่ี
บันทึก/แกไขขอมูล ไดแก พนักงานสอบสวน และเสมียนคดี เจาหนาที่ใชขอมูล ไดแก สยศ.ตร.
(กลุมงานจราจร)

๕. ระบบฐานขอมูลจราจร จัดเก็บขอมูลการเบิกจายและออกเลขคุมใบส่ัง เจาหนาที่
บันทกึ /แกไ ขขอ มูล ไดแ ก บก.จร.ในสว น กทม., เจา หนาท่ี กบ.ภ.จว. ในสวนภูธร และ สว.บก.ทล.
เจา หนา ท่ใี ชข อมลู ไดแ ก สยศ.ตร. (กลมุ งานจราจร)

๖. ระบบงานขอ มลู จราจร เกยี่ วขอ งกบั การเบกิ จา ยใบสง่ั ใหเ จา พนกั งานจราจร จดั เกบ็
ขอ มูลใบส่งั ขอ มูลระบบคะแนน ขอ มูลผูกระทาํ ผิดกฎหมายจราจร เชน พ.ร.บ.จราจร, พ.ร.บ.รถยนตฯ ,
พ.ร.บ.ขนสง ฯ, พ.ร.บ.คมุ ครองผูประสบภัยจากรถฯ, ๒๐ ฐานความผดิ ๒๗ ขอ หาท่ีตองบนั ทึกคะแนน
เจา หนาที่บนั ทึก/แกไขขอ มูล ไดแก เจาหนาท่ฝี าย จร. เจาหนา ท่ีใชข อ มูล สยศ.ตร. (กลุมงานจราจร)

๗. ระบบฐานขอ มลู บคุ คลผมู พี ฤติการณในทางมิชอบ เก็บขอ มูลบคุ คลทม่ี ี Blacklist
เจา หนา ทบี่ นั ทึก/แกไ ขขอมูล ไดแ ก เจา หนาท่ฝี า ยสบื สวน

๘. ระบบฐานขอ มลู ปองกันปราบปรามอาชญากรรม เก็บขอมูลสถานท่ี บุคคลสําคัญ
บุคคลท่ีตองเฝาระวัง เจาหนาท่ีบันทึก/แกไขขอมูล ไดแ ก เจาหนาที่ฝายสืบสวน และฝายปองกัน
ปราบปราม

๑๑๓

๙. ระบบฐานขอมูลทะเบียนยานพาหนะ ใหบริการสอบถาม/ตรวจสอบ ขอมูล
ยานพาหนะ โดยขอมูลทั้งหมดนํามาจากกรมการขนสง ทางบก

๑๐. ระบบฐานขอมูลใบอนญุ าตขับรถ ใหบ ริการสอบถาม/ตรวจสอบ ขอ มลู ใบอนุญาต
ขบั รถประเภทตา งๆ

๑๑. ระบบฐานขอ มลู โครงขา ยสบื สวนสอบสวนคดี ใหบ รกิ ารสอบถาม/ตรวจสอบขอ มลู
ทะเบยี นราษฎร โดยทําการเชื่อมโยง On-line กบั กรมการปกครอง

๑๒. ระบบฐานขอมูลพัสดุ ตร. จัดเก็บขอมูลยานพาหนะ ปน ที่ดิน เคร่ืองมือส่ือสาร
ยทุ ธภัณฑอ าคารและส่ิงปลกู สราง ครภุ ัณฑ ทะเบียนเรอื และเคร่ืองบนิ เจา หนาที่บันทึก/แกไ ขขอ มูล
ไดแก เจาหนาท่ีฝาย กบ., สกบ.

ระบบคอมพวิ เตอรกบั การทะเบยี นประวตั ิอาชญากร

ในการปองกันและปราบปรามอาชญากรรมอันเปนภารกิจหลักของตํารวจนั้น ตํารวจ
จาํ เปน ตอ งมขี อ มลู เกยี่ วกบั อาชญากรทสี่ ามารถสนบั สนนุ การปฏบิ ตั หิ นา ทที่ งั้ ในลกั ษณะของการสบื สวน
เพอ่ื ทราบตวั คนรา ย และการตดิ ตามคนรา ยทย่ี งั จบั กมุ ไมไ ด ตลอดจนเพอื่ การยนื ยนั ประวตั ขิ องคนรา ย
ท่ีถูกจับกุมไดแลวในการดําเนินคดีตามข้ันตอนของกฎหมาย ขอมูลตางๆ เหลานี้จะตองสามารถ
ตรวจสอบและรายงานไดอยางถูกตองแมนยําและรวดเร็วทันตอเวลา เน่ืองจากความยุติธรรม
และความปลอดภยั ในชีวิตและทรัพยสนิ ของประชาชน เปน เรอ่ื งทผ่ี ดิ พลาดและลา ชาไมไ ด

กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรเปน หนว ยงานกลางของสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตทิ มี่ หี นา ที่
จดั ระบบฐานขอ มลู ทะเบยี นประวตั อิ าชญากร ปจ จบุ นั ไดม กี ารนาํ เทคโนโลยสี ารสนเทศมาประยกุ ต ใช
เพื่อเพมิ่ ขีดความสามารถในการปฏบิ ตั ิงาน โดยมรี ะบบคอมพิวเตอรทใี่ ชงานแตกตางกัน ตามลกั ษณะ
ของระบบขอมลู และวธิ ีการใชงาน ๓ ระบบคอื

๑. ระบบฐานขอมูลประวัติอาชญากรรม CRIMINAL DATABASE SYSTEM
(CDS)

๒. ระบบตรวจสอบลายพิมพนิ้วมืออัตโนมัติ AUTOMATED FINGERPRINT
IDENTIFICATION SYSTEM (AFIS)

๓. การใชคอมพิวเตอรส เก็ตชแ ละประกอบภาพใบหนา คนราย

ระบบฐานขอมูลประวตั อิ าชญากรรม CRIMINAL DATABASE SYSTEM (CDS)

ระบบขอ มลู นแ้ี บง ตามภาระหนา ทขี่ องงานแตล ะประเภทออกไดเ ปน ระบบยอ ย ๕ ระบบ
ซ่ึงจะมีการทาํ งานเชื่อมโยงกนั โดยอัตโนมตั ิระหวางฐานขอมูลทเี่ ก่ียวขอ ง ดงั น้ี

๑. ระบบขอ มูลหมายจบั
๒. ระบบขอ มลู บุคคลพนโทษ

๑๑๔

๓. ระบบขอ มลู แผนประทุษกรรม
๔. ระบบขอมลู คนหายพลดั หลง ศพไมทราบชอ่ื
๕. ระบบขอ มลู ทรพั ยหาย รถหาย
การพัฒนาระบบขอมูลตางๆ เพื่อตอบสนองความตองการของงานและผูใชน้ัน
การออกแบบระบบขอ มลู จะจาํ แนกตามระบบยอ ย โดยในแตล ะระบบยอ ยจะมรี ายละเอยี ดครอบคลมุ
ประเภทของงานทง้ั หมด ฐานขอมูลท้ัง ๕ ระบบ จะทาํ การบนั ทกึ และจัดเก็บไวท่กี องทะเบียนประวัติ
อาชญากรเฉพาะในสว นทก่ี องทะเบยี นประวตั อิ าชญากรมอี าํ นาจหนา ทใ่ี นการบนั ทกึ และจดั เกบ็ ขอ มลู
และทําการโอนขอมูลไปยังระบบ POLIS เพื่อเช่ือมโยงไปยังสถานีตํารวจตางๆ ท่ัวประเทศ
โดยเจาหนาที่ตํารวจทุกคนท่ีเขาระบบ POLIS ได จะสามารถเขาสืบคนขอมูลเหลาน้ี ที่ระบบฐาน
ขอ มลู โครงขายสบื สวนคดี
การปฏบิ ตั งิ านในขนั้ ตอนตา งๆ ของงานทเ่ี หมอื นกนั จะถกู จดั หมวดหมตู ามความสมั พนั ธ
ของงานในระบบดังนี้
๑. ระบบขอมูลหมายจับ ขอมูลน้ีไดมาจากหมายจับและตําหนิรูปพรรณผูตองหาท่ี
พนักงานสอบสวนสงมาออกประกาศสืบจับท่ีกองทะเบียนประวัติอาชญากร อยูในความรับผิดชอบ
ของฝายทะเบียนประวัติอาชญากร ๑ กองทะเบียนประวัติอาชญากร และหนวยพิสูจนหลักฐาน
สวนภูมิภาค มีวัตถุประสงคในการบันทึกจัดเก็บขอมูลหมายจับและแบบงดสืบจับเพ่ือออกประกาศ
ใหสถานีตํารวจและหนวยงานที่เกี่ยวของท่ัวราชอาณาจักร ในการติดตามตัวผูกระทําผิด นอกจากนี้
ระบบขอมูลหมายจับมีความสามารถในการบริการสืบคนขอมูลหมายจับใหกับเจาหนาที่หรือ
พนกั งานสอบสวนสบื สวนดว ย
ตอมา ตร. มีหนังสือส่ังการ ที่ ๐๐๓๓.๔๓/๐๓๖๕๓ ลง ๓๐ ก.ย. ๒๕๕๓ โดย
พล.ต.ท.จโิ รจน ไชยชิต ผูชวย ผบ.ตร.ปรท.ผบ.ตร. เรอ่ื ง การบันทึกขอมลู หมายจบั และถอนหมายจับ
ตัง้ แต ๑ ม.ค. ๒๕๕๔ ถึง ผบช.ภ.๑-๙, ผบช.ศชต., ผบช.น., ผบช.ก., ผบช.ปส., ผบช.สตม., ผบช.
สพฐ.ตร., ผบช.ตชด. มีขอ ความส่ังการ ดังตอ ไปนี้
ดว ย ผบ.ตร. มนี โยบายปรบั ปรงุ พฒั นาการปฏบิ ตั งิ านสถานตี าํ รวจ และเสรมิ สรา งพฒั นา
ประสิทธิภาพการแกไขปญหาอาชญากรรม โดยสนับสนุนการใชเทคโนโลยีมาชวยในการปฏิบัติงาน
ซ่ึงระบบฐานขอ มลู กลาง ตร. (POLIS) เปน ระบบจดั เก็บขอ มลู จากหนวยงานปฏิบัตกิ ารและสามารถ
สืบคน ขอมลู ไดท ่วั ประเทศ ณ หนวยงานทีม่ ีเครื่อง POLIS ทําใหทุก สน./สภ. สามารถบันทกึ ขอมลู
หมายจบั และถอนหมายจับไดภายในระยะเวลาอนั รวดเร็ว
เพือ่ ความสะดวก รวดเรว็ และเกิดประโยชนในการจับกุมตัวผมู หี มายจับ ต้งั แต ๑ ม.ค.
๒๕๕๔ เปน ตนไป ใหหนวยดําเนนิ การดังน้ี
๑) สถานตี าํ รวจ และหนว ยงานอนื่ ทม่ี อี าํ นาจการสอบสวน มหี นา ทใ่ี นการบนั ทกึ /ถอน
ขอ มลู หมายจบั ในระบบตดิ ตามผลคดี และระบบฐานขอ มลู อบุ ตั เิ หตจุ ราจรโครงการ POLIS เสรจ็ เดด็ ขาด

๑๑๕

ที่สถานีตํารวจ โดยใหถือวาขอมูลหมายจับที่สถานีตํารวจบันทึก เปนการออกประกาศสืบจับ/ถอน
ประกาศสืบจับ โดยไมตองจัดสงเอกสารมาให ทว. และ สพฐ. ออกประกาศสืบจับ/ถอนประกาศ
สบื จบั อกี ยกเวน การออกและถอนหมายจบั ทศ่ี าลไดอ นมุ ตั ไิ วก อ นวนั ท่ี ๑ ม.ค. ๒๕๕๔ ใหส ถานตี าํ รวจ
และหนวยงานอน่ื ที่มีอาํ นาจการสอบสวน จัดสง แบบงดการสบื จบั (แบบ ค.๑๔๒-ต.๓๒๑) มายัง ทว.
เพ่ือถอนประกาศสบื จับอีกทางหนึ่งดว ย

๒) ทว. มหี นา ทีใ่ นการบนั ทึก/ถอนขอ มลู หมายจบั ท่สี งมาจากหนวยงานภายนอก ตร.
ท่ีมีอํานาจการสอบสวนตามกฎหมาย หรือหมายจับในกรณีที่ศาลเปนผูออก/ถอนหมายจับเอง หรือ
หมายจับที่ออกตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๓ การสืบคนขอมูล
หมายจับทั่วประเทศสามารถสืบคนไดจากระบบโครงขายสอบสวนคดีโครงการ POLIS โดยสามารถ
ระบใุ หร ะบบสืบคนไดจ ากแหลง ขอ มูล “คดอี าญา”, “อบุ ตั เิ หตุจราจร” และ “ผมู ีหมายจับ”

๒. ระบบขอ มลู บุคคลพนโทษ ขอ มลู นไ้ี ดมาจากประวตั ผิ ูต องขงั ทจ่ี ะไดรับการปลอ ยตัว
จากเรือนจําตางๆ ทวั่ ประเทศ โดยฝา ยทะเบียนประวตั อิ าชญากร ๑ กองทะเบียนประวัติอาชญากร
และหนว ยพสิ จู นห ลกั ฐานสว นภมู ภิ าค ประสานความรว มมอื ไปยงั เรอื นจาํ ใหจ ดั สง ขอ มลู ใหเ พอื่ บนั ทกึ
ขอมูลเขาจัดเก็บไวในระบบคอมพิวเตอร และแจงขอมูลของบุคคลพนโทษสงใหสถานีตํารวจพ้ืนท่ี
ซ่ึงผูตองขังนั้นแจงวาจะไปพักอาศัยอยูใหทําการสอดสองพฤติการณและความเคลื่อนไหว
หลงั พน โทษ อยใู นความรบั ผดิ ชอบมวี ตั ถปุ ระสงคใ นการบนั ทกึ ขอ มลู บคุ คลพน โทษโดยมรี ายละเอยี ดเกยี่ วกบั
ประวัติฯ ภูมิลําเนาของบุคคลพนโทษจะกลับไปอยู และพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของบุคคล
พนโทษ นอกจากน้ีระบบขอมูลบุคคลพนโทษมีความสามารถในการสืบคนประวัติบุคคลพนโทษ
สาํ หรบั เจาหนาท่หี รือพนกั งานสืบสวน

๓. ระบบขอมูลแผนประทุษกรรมและตําหนิรูปพรรณผูตองหา ไดมาจากแบบรายงาน
แผนประทษุ กรรม (ผ.๑-๒๕๓๔) และแบบรายงานประวตั แิ ละตาํ หนริ ปู พรรณผกู ระทาํ ผดิ (ผ.๒-๒๕๓๔)
ซ่ึงพนักงานสอบสวนสงมาตรวจสอบและจัดเก็บเปนคดีที่จัดวาเปนอาชญากรรมอยางแทจริงอยูใน
ความรบั ผดิ ชอบของฝา ยทะเบยี นประวตั อิ าชญากร ๑ กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร และหนว ยพสิ จู น
หลกั ฐานสว นภมู ภิ าค มวี ตั ถปุ ระสงคใ นการบนั ทกึ จดั เกบ็ ของขอ มลู แผนประทษุ กรรม และประวตั ติ าํ หนิ
รูปพรรณของผูกระทําความผิด เพื่อประโยชนในการใหขอมูลสนับสนุนการทํางานของเจาหนาที่
หรอื พนกั งานสบื สวนสอบสวนในการหาตวั คนรา ยทยี่ งั จบั ตวั ไมไ ด การสบื คน แผนประทษุ กรรมโดยการ
คนหาวิธีการกระทําความผิดเหมือนกันหรือคลายๆ กัน หรือสืบคนหาผูกระทําความผิดท่ีมีลักษณะ
และความชํานาญในการกระทาํ ความผิดและตาํ หนริ ปู พรรณเหมอื นกนั

๔. ระบบขอมูลคนหายพลัดหลง ศพไมทราบชื่อ ขอมูลนี้ไดมาจากพนักงานสอบสวน
สงมาออกประกาศสืบหาคนหายพลัดหลง และสืบหาญาติของศพไมทราบช่ือ ที่กองทะเบียนประวัติ
อาชญากรอยูในความรับผิดชอบของฝายทะเบยี นประวตั ิอาชญากร ๑ กองทะเบยี นประวัติอาชญากร
และหนว ยพิสจู นห ลักฐานสว นภูมภิ าค มหี นา ท่ีบนั ทกึ จัดเกบ็ ขอมลู /ออกประกาศสืบหา/ถอนประกาศ
ในระบบ POLIS แจง ไปยงั หนวยงานในสังกัด ตร. เพ่ือสามารถเขาสืบคน ในระบบ POLIS ได

๑๑๖

๕. ระบบขอ มลู ทรพั ยห าย รถหาย ขอ มลู นไ้ี ดม าจากพนกั งานสอบสวนสง มาออกประกาศ
สืบหาทรัพยหาย รถหาย ท่ีกองทะเบียนประวัติอาชญากร อยูในความรับผิดชอบของฝายทะเบียน
ประวตั ิอาชญากร ๑ กองทะเบียนประวัตอิ าชญากร และหนว ยพิสจู นห ลกั ฐานสว นภูมภิ าค มีหนา ที่
บันทกึ จดั เก็บขอ มลู /ออกประกาศสบื หา/ถอนประกาศ ในระบบ POLIS แจงไปยงั หนว ยงาน ในสงั กัด
ตร. เพ่อื สามารถเขา สืบคนในระบบ POLIS ได

ระบบตรวจสอบลายพิมพน ้ิวมืออัตโนมตั ิ
AUTOMATED FINGERPRINT IDENTIFICATION SYSTEM (AFIS)

ระบบ AFIS เปน การนาํ เทคโนโลยคี อมพวิ เตอรม าใชง านรว มกบั หลกั วชิ าลายพมิ พน วิ้ มอื
โดยในข้ันตอนของการใชงานนั้น ลายพิมพนิ้วมือของอาชญากรท่ัวราชอาณาจักรถูกสงมาตรวจสอบ
และเก็บในฐานขอมูลระบบ AFIS ของกองทะเบยี นประวัติอาชญากร Software ของระบบ AFIS
จะอา นและแยกประเภทของลายนวิ้ มอื แตล ะนวิ้ วา เปน ประเภทใด เชน ประเภทโคง ประเภทมดั หวาย
ประเภทกน หอย และแสดงจดุ ใจกลางของลายเสน ในลายนวิ้ มอื และจดุ ลกั ษณะสาํ คญั พเิ ศษของลายเสน
แลว คํานวณคาความสมั พันธของจุดตา งๆ ดงั กลา วเปน คา ทางคณติ ศาสตรโดยอตั โนมตั ิ ประเภทของ
ลายน้ิวมือและคาทางคณิตศาสตรของลายพิมพน้ิวมือแตละน้ิวจะเปนขอมูลเขาไปคนหาเปรียบเทียบ
กับฐานขอมูลในระบบ AFIS หากพบขอมูลท่ีตรงกันแสดงวาผูน้ันเคยมีประวัติ การกระทําความผิด
มากอน ระบบ AFIS จะเช่ือมโยงไปยังระบบฐานขอมูลประวัติอาชญากร เพ่ือท่ีจะใหรายละเอียด
และยนื ยนั ประวตั ทิ วั่ ไปของผตู อ งหา ประวตั อิ าชญากร ตาํ หนริ ปู พรรณ แผนประทษุ กรรมและภาพถา ย
เปนขอ มลู และหลักฐานในการดําเนินคดกี ับผตู อ งหาไดอ ยางแมนยํา

ระบบตรวจสอบลายพิมพน้ิวมืออัตโนมัติ (AFIS) เปนระบบคอมพิวเตอรขนาดใหญ
สําหรับจัดเก็บภาพลายนิ้วมือผูตองหาไวใชตรวจสอบ ซ่ึงอยูในความรับผิดชอบของศูนยตรวจสอบ
ลายพิมพน้ิวมืออัตโนมัติ (ฝายทะเบียนประวัติอาชญากร ๗ ทว.) โดยเริ่มพัฒนาใชระบบ AFIS
ตงั้ แตป ๒๕๓๗ ระบบ AFIS มขี ดี ความสามารถดงั น้ี

๑. การตรวจสอบประวัติฯ เพื่อการฟองคดีผูตองหา ดวยการนําภาพลายพิมพน้ิวมือ
ทสี่ ง มาขอตรวจสอบเขา ไปคน หาในฐานขอ มลู ลายพมิ พน วิ้ มอื สบิ นว้ิ ของระบบ AFIS และแจง ผลสง ให
พนกั งานสอบสวนนาํ ไปใชประกอบสํานวนการสอบสวนและฟองคดีผตู องหาตอไป

นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบเพื่อขยายผลกับฐานขอมูลหมายจับ พรอมแจงกลับไปยัง
สถานีตํารวจที่ออกหมายจับ และสถานีตํารวจท่ีจับกุมผูตองหาเพ่ือทําการอายัดตัวผูตองหาและเปน
การจบั ผูตองหาตามหมายจับคดคี างเกาอกี ดวย

๒. การตรวจสอบประวตั ฯิ เพอื่ การขยายผลและจาํ หนา ยคดคี า งเกา ในการตรวจสอบฯ
ตามขอ ๑. หากมีขอ มลู เพ่มิ เตมิ วาผตู องหานน้ั มีพฤติการณท นี่ า จะเคยกอคดอี ืน่ ๆ ไวอกี ระบบ AFIS
ก็สามารถสั่งเขาไปคนหาในฐานขอมูลลายนิ้วมือแฝงซ่ึงเก็บไดจากท่ีเกิดเหตุในคดีตางๆ ท่ีเคยเกิดขึ้น

๑๑๗

มากอนไดอีกดวย หากพบตรงกับลายน้ิวมือแฝงในคดีใด ก็สามารถนําไปใชตรวจสอบขยายผลเพ่ิม
เพือ่ อายดั ตัวผูต อ งหาดําเนนิ คดคี างเกา นั้นดวย

๓. การตรวจสอบลายน้ิวมอื แฝงเพ่อื ชว ยหาตัวผกู ระทาํ ผิด ดวยการนาํ ภาพลายนิ้วมอื
แฝงที่เจาหนาที่ตรวจสถานที่เกิดเหตุเก็บไดจากที่เกิดเหตุในคดีตางๆ เขาไปตรวจคนหาในฐานขอมูล
ลายนิ้วมอื สบิ นว้ิ ของระบบ AFIS หากพบขอมูลตรงกับของผใู ดทางคดีก็สามารถนาํ ไปออกหมายจับ
และติดตามจับกุมตัวมาดําเนินคดีตอไป ขีดความสามารถนี้จึงมีประโยชนตอการสืบสวนสอบสวน
เปน อยา งย่ิง

๔. การตรวจสอบลายนวิ้ มอื แฝงเพอื่ ตดิ ตามความเคลอื่ นไหวของคนรา ย ในการตรวจสอบ
ลายนวิ้ แฝงตามขอ ๓ ระบบ AFIS จะสง ภาพลายนว้ิ มอื แฝงนน้ั เขา ไปคน หากบั ฐานขอ มลู ลายนว้ิ มอื แฝง
ดวยทุกๆ ครั้งกอนจะจัดเก็บไวเปนฐานขอมูล และหากพบตรงกับลายน้ิวมือแฝง และหากพบ
ตรงกบั ลายนว้ิ มอื แฝงในคดใี ดจะรวบรวมจดั เปน หมวดหมไู ว เพอื่ ใหท ราบวา ผกู ระทาํ ความผดิ ในคดนี นั้
ยงั กอ คดอี นื่ ใดบา ง และนาํ ผลมาวเิ คราะหแ นวโนม ของพฤตกิ ารณท นี่ า จะไปกระทาํ ผดิ ในบรเิ วณใดขน้ึ อกี
จึงเปนประโยชนในการวเิ คราะหข อมูลเพื่อการปองกนั ปราบปรามอาชญากรรมอกี ทางหน่งึ ดวย

๑๑๘

การใชค อมพวิ เตอรสเกต็ ชแ ละประกอบภาพใบหนาคนราย

เม่ือมีอาชญากรรมเกิดขึ้น เจาหนาท่ีตํารวจจะตองตรวจหารองรอยและรวบรวมพยาน
หลักฐานตางๆ ท้ังท่ีเปนพยานวัตถุและบุคคล เพ่ือท่ีจะระบุทราบตัวคนราย และติดตามจับกุมมา
ดาํ เนนิ คดตี ามขน้ั ตอนของกฎหมาย วธิ กี ารขน้ั ตน ในการสบื สวนคน หาตวั คนรา ยนนั้ พนกั งานสอบสวน
จะนําผูเสียหายหรือพยานที่พบเห็นและสามารถจดจําลักษณะตําหนิรูปพรรณใบหนาคนรายไดไปยัง
กองทะเบียนประวัติอาชญากร หรือศูนยพิสูจนหลักฐาน หรือพิสูจนหลักฐานจังหวัด เพื่อดูสารบบ
ภาพถา ยคนรา ย หากไมพ บภาพถา ยของคนรา ย กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร จะจดั เจา หนา ทป่ี ระกอบ
ภาพใบหนาคนรายตามคําบอกเลาจากการจดจําของผูเสียหายหรือพยาน เพ่ือใหหนวยงานเจาของ
คดีนําไปเปนแนวทางในการติดตามจับกุมคนรายรายน้ันตอไป การสรางภาพใบหนาคนรายจําเปน
อยางย่ิงท่ีจะตองดําเนินการในทันทีหลังคดีเกิดขึ้น หากปลอยระยะเวลาใหเน่ินนานความทรงจําของ
ผเู สยี หายหรอื พยานอาจลมื เลอื นไปได รวมทง้ั จะตอ งมคี วามแมน ยาํ และรวดเรว็ เพอ่ื ประสทิ ธภิ าพของ
การตดิ ตามจบั กุมคนรา ยในคดีที่เกดิ ข้นึ

เดิมน้ันเจาหนาท่ีวาดภาพของ กองทะเบียนประวัติอาชญากร ตองใชความสามารถ
และประสบการณท ัง้ ดานจติ รกรรมและจิตวิทยา แตก ต็ องประสบปญหาซง่ึ ขึ้นอยูก ับปจ จัยหลายอยาง
ตงั้ แตความสามารถในการจดจําของผูเสียหายหรอื พยาน ปญ หาการสื่อความเขาใจระหวา งผูบอกเลา
กบั เจา หนา ทต่ี าํ รวจ ผนู าํ ขอ มลู จากความทรงจาํ ผา นการบอกเลา นาํ ไปตคี วามแลว ถา ยทอดลงบนแผน
กระดาษวาดภาพและปรับแตงจนกวาผูบอกเลาจะยืนยันวาคลายกับคนรายที่ตนพบเห็นมากท่ีสุด
บางครง้ั ภาพท่ีวาดไปแลว ใชไมไดตอ งวาดใหมบางสวนหรือทัง้ ภาพซึง่ ตองใชเ วลานานมาก จนในท่สี ุด
ผูเ สยี หายหรอื พยานเกิดความเบื่อหนาย ทาํ ใหไดภ าพท่ไี มใกลเ คียงกับความเปนจริง

จากปญ หาในการปฏบิ ตั งิ านประกอบกบั การขาดแคลนบคุ ลากรทม่ี คี วามสามารถทางการ
วาดภาพ จงึ ไดมีความพยายามนําอปุ กรณต า งๆ มาชว ยในการปฏบิ ตั ิงาน เชน การใชแผน ใสประกอบ
ภาพใบหนาคนราย แตยังมีขอบเขตที่จํากัดอยูมาก จนกระทั่งไดมีการนําเทคโนโลยีทันสมัยมาใช
อยา งไดผ ล คอื การประกอบภาพใบหนา คนรา ยดว ยเครอื่ งคอมพวิ เตอรต ามคาํ บอกเลา จากการจดจาํ ของ
ผเู สียหายหรือพยาน

ระบบคอมพิวเตอรประกอบภาพใบหนาคนราย ซ่ึงกําหนดเปนรหัสวา PICASSO
(POLICE INDENTIKIT COMPUTER ASSISTED SUSPECT SKETCHING OUTFIT)
ไดเ รมิ่ โครงการขนึ้ เมอ่ื เดอื นตลุ าคม ๒๕๓๓ โดยชน้ิ สว นจาํ นวนมากของภาพใบหนา คนรา ยไดถ กู สรา งขนึ้
และบนั ทึกเปน ฐานขอมลู ในระบบคอมพิวเตอร

ผลจากการนาํ ระบบคอมพวิ เตอรป ระกอบภาพใบหนา คนรา ยมาใชใ น กองทะเบยี นประวตั ิ
อาชญากร ปรากฏวา ไดช ว ยอาํ นวยความสะดวกใหก บั ผเู สยี หายหรอื พยานในการใหข อ มลู กบั เจา หนา ที่
ตาํ รวจไดอ ยา งแมน ยาํ และทาํ ใหส ามารถสนบั สนนุ เจา หนา ทต่ี าํ รวจในการตดิ ตามจบั กมุ คนรา ยไดอ ยา ง
รวดเรว็ อนั เปนปจจัยสาํ คญั ยงิ่ ในการปราบปรามอาชญากรรม

๑๑๙

ปจ จบุ นั กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร ไดน าํ โปรแกรม Photoshop มาใชใ นการประกอบ
ภาพใบหนา คนรา ย ซงึ่ เปน โปรแกรมในตระกลู Adobe ทใี่ ชส าํ หรบั ตกแตง ภาพถา ย ภาพกราฟก รวมทง้ั
ยงั สามารถ Retouching ตกแตง ภาพและการสรา งภาพ การใส Effect ตา งๆ ใหก บั ภาพและตวั หนงั สอื
การทําภาพขาวดาํ ภาพถายเปน ภาพเขยี น และนาํ ภาพมารวมกัน ซงึ่ คุณสมบตั ิดังกลา วสามารถนาํ มา
ใชใ นการประกอบภาพใบหนาคนรา ยไดอยา งมีประสทิ ธิภาพ

๑๒๐

๑๒๑

ภาคผนวก

๑๒๒

๑๒๓

ระเบียบสาํ นักงานตํารวจแหงชาติ

วา ดว ยประมวลระเบยี บการตาํ รวจเกี่ยวกับคดี
ลกั ษณะ ๓๒

การพิมพล ายนิ้วมือ
พ.ศ. ๒๕๕๔

โดยทเ่ี ปน การสมควรแกไ ขปรบั ปรงุ ประมวลระเบยี บการตาํ รวจไมเ กย่ี วกบั คดี ลกั ษณะท่ี ๓๒
การพิมพลายนิ้วมือ เพื่อเปนการรักษาสิทธิประโยชนของบุคคล และประโยชนในการปฏิบัติราชการ
ของสํานักงานตํารวจแหงชาติ

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๑ แหงพระราชบัญญัติตํารวจแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗
ผูบญั ชาการสาํ นักงานตํารวจแหง ชาตจิ งึ วางระเบียบไว ดงั ตอ ไปน้ี

ขอ ๑ ใหย กเลกิ ความใน ลกั ษณะที่ ๓๒ แหง ประมวลระเบยี บการตาํ รวจไมเ กยี่ วกบั คดี
เสยี ทัง้ หมด และใหใชความทแ่ี นบทายระเบียบน้แี ทน

ขอ ๒ ใหใชระเบียบนี้ ต้งั แตบ ัดนเ้ี ปน ตนไป

ประกาศ ณ วันท่ี ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๔

สําเนาถกู ตอง พลตาํ รวจเอก
( วิเชียร พจนโ พธิ์ศรี )

ผบู ัญชาการตาํ รวจแหง ชาติ

พันตํารวจเอก
( บัณฑิต ทศิ าภาค )

รองผบู ังคับการฯ ปฏบิ ัตริ าชการแทน
ผบู ังคับการกองกฎหมาย
๒ สิงหาคม ๒๕๕๔

๑๒๔

๑๒๕

๑๒๖

๑๒๗

๑๒๘

๑๒๙

ลักษณะ ๓๒
การพิมพลายนิว้ มือ

บทท่ี ๑
การปฏิบตั เิ ก่ยี วกับการพิมพลายนว้ิ มอื ผตู องหา จําเลย
ผตู องขงั ผูตองกักขัง ผถู กู กกั กนั ผูรบั การอบรม และศพ

ขอ ๑ พนกั งานสอบสวนมีหนา ที่
๑.๑ จัดใหม ีการพมิ พล ายนวิ้ มอื ดงั น้ี
๑.๑.๑ ผตู อ งหาคดอี าญาทกุ ประเภท เวน แตค ดลี หโุ ทษ คดที ม่ี อี ตั ราโทษ

ไมสงู กวาลหุโทษ หรือความผิดตามกฎหมายวา ดว ยจราจรทางบก รวมทัง้ ความผดิ ตามกฎหมายอืน่ ๆ
ซึง่ ไดเปรียบเทยี บปรับแลว

๑.๑.๒ ศพซ่ึงตายผิดธรรมชาติ หรือตายในระหวางอยูในความควบคุม
ของเจา พนักงาน

๑.๒ การพิมพล ายนว้ิ มอื ตาม ๑.๑ ใหพมิ พใ นโอกาสแรกท่ที าํ ไดแ ละใหใ ชแบบ
พมิ พล ายนวิ้ มอื (พลม.๒๕ - ต.๕๓๙) ตามแบบทา ยระเบยี บน้ี

๑.๓ การกรอกขอ ความลงบนแผน พมิ พลายนวิ้ มือใหป ฏบิ ตั ิ ดงั น้ี
๑.๓.๑ กรอกขอความตาง ๆ ลงในชองวางที่กําหนดไวใหครบถวน

และถูกตอ ง โดยใชพ ิมพดีดหรือเขยี นดวยหมึกท้ังดา นหนา และดา นหลงั แผน พมิ พลายนว้ิ มือใหชดั เจน
อานงา ยแลวลงช่อื ผูพ ิมพ ผถู กู พมิ พ และพนักงานสอบสวน ไวเ ปน หลักฐาน

๑.๓.๒ กรณีผูตองหาเปนบุคคลสัญชาติไทยใหกรอกช่ือตัว ชื่อสกุล
และเลขประจําตัวประชาชน ใหตรงกับที่ปรากฏในบัตรประจําตัวประชาชน หรือสําเนาทะเบียนบาน
หรือเอกสารอน่ื ใดทีท่ างราชการออกให

๑.๓.๓ กรณีผูตองหาเปนคนตางดาว ใหระบุช่ือตัวและช่ือสกุล พรอม
บนั ทึกเลขท่อี อกใบสําคัญของผูนั้นตามใบสาํ คญั ประจําตวั คนตา งดา ว

กรณผี ตู อ งหาเปน ชาวตา งประเทศ ใหร ะบชุ อ่ื ตวั และชอ่ื สกลุ ภาษา
องั กฤษ พรอ มระบุประเทศ และเลขทหี่ นังสือเดินทาง บตั รประจําตวั หรอื เอกสารสําคัญทท่ี างราชการ
ออกให

๑.๓.๔ สําหรับคดีท่ีอยูในอํานาจศาลแขวงใหบันทึกคําวา “ศาลแขวง”
แตถ า ผตู อ งหารบั สารภาพใหบ นั ทกึ คาํ วา “รบั สารภาพศาลแขวง” ดว ยหมกึ สแี ดงไวท ดี่ า นหนา มมุ บนซา ย
ของแผน พิมพล ายนว้ิ มอื

๑.๔ การพมิ พลายน้ิวมือใหปฏิบัติ ดังน้ี
๑.๔.๑ ใชห มกึ สดี ํา ซง่ึ เปน หมึกสําหรบั พมิ พลายนว้ิ มอื โดยเฉพาะ
๑.๔.๒ พิมพลายน้ิวมือใหปรากฏลายเสนชัดเจนสมบูรณ โดยใหเห็น

๑๓๐

ลายเสนของขอปลายแตละน้ิวจากขอบเล็บดานหนึ่งถึงขอบเล็กอีกดานหนึ่ง หากในกรณีท่ีนิ้วพิการ
หงิกงอ หรือนิว้ ดวน ใหบ ันทกึ ไวใ นชองของแบบพิมพต ามตาํ แหนงของน้วิ นั้น ๆ ดว ย

๑.๕ การพมิ พล ายนิ้วมอื ใหพิมพตามจาํ นวน ตอไปน้ี
๑.๕.๑ ในเขตกรงุ เทพมหานคร ใหพ มิ พจ าํ นวน ๒ ฉบบั แลว สง ไปตรวจสอบ

ยังกองทะเบยี นประวัติอาชญากร ๑ ฉบบั ตดิ สํานวนการสอบสวนไว ๑ ฉบบั
๑.๕.๒ นอกเขตกรงุ เทพมหานคร ใหพ มิ พจ าํ นวน ๓ ฉบบั แลว สง ไปตรวจสอบ

ยงั กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร ๑ ฉบบั ศนู ยพ สิ จู นห ลกั ฐาน หรอื พสิ จู นห ลกั ฐานจงั หวดั แลว แตก รณี
๑ ฉบับ ติดสาํ นวนการสอบสวนไว ๑ ฉบับ

๑.๖ การสงแผน พมิ พล ายนว้ิ มือไปใหตรวจสอบใหป ฏิบตั ิดงั นี้
๑.๖.๑ กอ นจะสง แผน พมิ พล ายนว้ิ มอื ไปตรวจสอบใหพ นกั งานสอบสวน

เจา ของคดตี รวจสอบความถูกตองของแผน พิมพลายนวิ้ มอื ตาม ๑.๒ - ๑.๕ เสียกอ น หากเห็นวา ยงั มี
ขอบกพรอ งใหแ กไขใหเ รียบรอ ยกอนลงชอื่ กํากับทา ยช่ือผบู ันทกึ ไวเ ปนหลักฐานทกุ แหง

๑.๖.๒ ใหส ง แผน พมิ พล ายนว้ิ มอื ไปตรวจสอบในวนั ทพ่ี มิ พม อื หรอื วนั รงุ ขนึ้
โดยใชหนังสือนําสงตามแบบหมายเลข ๑ ทายระเบียบน้ีทุกคร้ัง โดยใหแยกรายคดี หามสงรวมกับ
แผนพิมพล ายนวิ้ มอื ของผูขออนญุ าต ผสู มคั รเขารบั ราชการหรือทํางาน

นอกเขตกรงุ เทพมหานครใหร ะบไุ วใ นหนงั สอื นาํ สง ดว ยวา ไดแ ยก
สงแผนพิมพลายน้ิวมือไปตรวจสอบยังกองทะเบียนประวัติอาชญากร และศูนยพิสูจนหลักฐาน หรือ
พิสูจนห ลักฐานจงั หวดั แตละแหง ตามหนังสอื ทีเ่ ทา ใด ลงวัน เดือน ปใ ด

๑.๖.๓ ใหส ง แผน พมิ พล ายนว้ิ มอื ไปตรวจสอบโดยทางไปรษณยี ล งทะเบยี น
เวน แตถ า เหน็ วาจะใหเ จา หนาทีถ่ อื ไปสง จะเปน การสะดวกและรวดเรว็ กวา ก็ใหท าํ ได

๑.๗ เมอ่ื ไดร บั ผลการตรวจสอบลายพมิ พน ว้ิ มอื แลว ใหพ นกั งานสอบสวนปฏบิ ตั ิ
ดังน้ี

๑.๗.๑ กอนที่จะนําแผนพิมพลายนิ้วมือแตละรายที่ผานการตรวจสอบ
แลว เขา ตดิ สาํ นวนการสอบสวน ใหต รวจดวู า มหี มายเลขสารบบลายพมิ พน ว้ิ มอื และขอ ความรบั รองผล
การตรวจสอบหรือไม ในกรณีทพี่ บประวัตมิ ีหมายเลขบญั ชีประวตั ิ (บ.ช.ป.) และรายการประวตั ิ หรอื
สําเนาแผนพิมพลายน้ิวมือเดิมแนบประกอบมาดวยหรือไม หากไมมีใหทักทวงไปยังหนวยงานที่แจง
ผลการตรวจสอบนนั้ จดั การใหเรยี บรอย

๑.๗.๒ นอกเขตกรุงเทพมหานคร กรณีคดี “รับสารภาพศาลแขวง”
ใหพนักงานสอบสวนใชผลการตรวจสอบจากศูนยพิสูจนหลักฐาน หรือพิสูจนหลักฐานจังหวัด
แลว แตก รณี ประกอบสาํ นวนการสอบสวน กรณคี ดอี าญาอน่ื ใหพ นกั งานสอบสวนใชผ ลการตรวจสอบ
จากกองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร ประกอบสํานวนการสอบสวน

๑.๘ เม่ือคดีถึงที่สุด ใหหัวหนาสถานีตํารวจหรือหัวหนาหนวยงานแจงผลคดี
ถึงทสี่ ดุ โดยใหป รากฏเลขคดี ชอื่ ผูตอ งหา หมายเลขสารบบลายพิมพน วิ้ มือ ขอหา วนั เดอื นปท ี่จบั กุม
ตามแบบรายงานผลการดําเนินคดีถึงท่ีสุดทายระเบียบน้ี สงไปยังกองทะเบียนประวัติอาชญากร

๑๓๑

และศูนยพิสูจนหลักฐาน หรือพิสูจนหลักฐานจังหวัด ที่ไดสงไปตรวจสอบประวัติตาม ๑.๕ แลวแต
กรณี โดยใหสง แบบรายงานดงั กลาวออกจากสถานตี ํารวจหรือหนว ยงานภายในวันท่ี ๕ ของทุกเดือน

๑.๙ การสอบถามหรอื การรายงานความเคลอื่ นไหวของบคุ คลทเี่ คยสง แผน พมิ พ
ลายน้วิ มอื ตรวจสอบแลว ใหแ จง หมายเลขสารบบลายพิมพน ้ิวมือ และหมายเลขบัญชปี ระวัติ (หากมี)
ไปดว ยทกุ ครัง้

๑.๑๐ ใหท กุ สถานตี าํ รวจ และหนว ยงานอน่ื ทม่ี อี าํ นาจการสอบสวน จดั ทาํ ทะเบยี น
คุมแผนพิมพลายน้ิวมือผูตองหา และศพ โดยแยกเปนรายบุคคลในแตละคดี ใหปรากฏช่ือตัว
และชอ่ื สกลุ ผตู อ งหาเลขคดอี าญา วนั เดอื น ปท พ่ี มิ พล ายนว้ิ มอื และ วนั เดอื น ปท สี่ ง ตรวจสอบแผน พมิ พ
ลายน้ิวมือ ตามแบบทา ยระเบยี บนี้

สําหรับแผนพิมพลายน้ิวมือผูตองหาท่ีกองทะเบียนประวัติอาชญากร
หรือศูนยพิสูจนหลักฐาน หรือพิสูจนหลักฐานจังหวัด สงคืนเพ่ือแกไข และใหพิมพลายน้ิวมือสงมา
ตรวจสอบใหม ใหระบหุ มายเลขทะเบยี นคุมแผน พิมพลายน้ิวมือใหมดว ย

กอนสงแผนพิมพลายน้ิวมือไปตรวจสอบประวัติที่กองทะเบียนประวัติ
อาชญากร ศูนยพิสูจนหลักฐาน หรือพิสูจนหลักฐานจังหวัดแลวแตกรณี ใหประทับตรายางสีแดง
หรอื เขยี นขอ ความดว ยหมกึ สแี ดงวา “เลขทะเบยี นคมุ ................./๒๕.......” กาํ กบั ทม่ี มุ บนดา นขวาของ
แผนพิมพลายน้ิวมือ แลวเขียนเลขทะเบียนคุม ตามดวย ป พ.ศ. ใหตรงกับหมายเลขท่ีปรากฏใน
ทะเบียนคุมแผน พิมพล ายน้ิวมอื

ขอ ๒ กองทะเบยี นประวัตอิ าชญากร มหี นา ที่
๒.๑ เมื่อไดรับแผนพิมพลายนิ้วมือผูตองหา หรือศพ จากพนักงานสอบสวน

ใหป ฏบิ ตั ดิ งั นี้
๒.๑.๑ คดั เลอื กเแผน พมิ พล ายนว้ิ มอื ผตู อ งหาทพ่ี นกั งานสอบสวนบนั ทกึ

คาํ วา “ศาลแขวง” ออกจากแผน พิมพลายนวิ้ มือประเภทอ่นื ๆ แลวรบี ตรวจสอบแจง ผลภายในเวลา
๑๕ วันนับแตว นั ทร่ี ับแผนพมิ พล ายนิ้วมอื

สาํ หรบั แผน พมิ พล ายนวิ้ มอื ทบ่ี นั ทกึ คาํ วา “รบั สารภาพศาลแขวง”
ซง่ึ ลวงเลยการฟอ งคดตี ามกฎหมาย ใหจ ดั เกบ็ ไวเ ปน ประวัติโดยไมตอ งแจงผลการตรวจสอบ

๒.๑.๒ สาํ หรับแผนพมิ พล ายนวิ้ มอื ผูตอ งหาประเภทอื่น ๆ และศพ ให
รบี ตรวจสอบและแจง ผลไป

๒.๑.๓ การแจงผลการตรวจสอบลายพมิ พนิ้วมอื ผตู องหาหรอื ศพ ใหใช
รายงานตามแบบหมายเลข ๔ ทายระเบียบน้ี สงไปยังผูรับตามท่ีระบุไว การสงใหสงทางไปรษณีย
เวน แตพ นกั งานสอบสวนหรอื ผูท่ไี ดรับมอบหมายจากพนกั งานสอบสวนมาขอรับเอง

๒.๒ เมอื่ ไดรับแผน พมิ พล ายนว้ิ มือของผตู อ งขงั ผตู องกกั ขงั ผูถูกกักกัน หรือ
ผูรบั การอบรมหลบหนีพรอ มหมายจบั ใหรบี ตรวจสอบและออกประกาศสบื จับโดยดว น

๒.๓ เมอื่ ไดร บั แผน พมิ พล ายนวิ้ มอื ของผตู อ งหาหรอื จาํ เลยจากเรอื นจาํ ทณั ฑสถาน
สถานกักขัง สถานกักกัน สถานอบรมและฝกอาชีพหรือสํานักงานคุมประพฤติ ใหตรวจสอบกับ

๑๓๒

แผนพิมพลายน้ิวมือของผูนั้น เม่ือคร้ังตองหาคดีอาญาตามขอ ๑ เม่ือเห็นวาตรงกันใหเก็บไวเปน
หลกั ฐานโดยไมต อ งแจง ผลการตรวจสอบ เวน แตก รณตี ายในระหวา งอยใู นความควบคมุ ของเจา พนกั งาน
หรอื ตอ งการผลการตรวจสอบประวตั ิ ใหแ จง ผลการตรวจสอบเปน หนังสือเชนเดียวกบั ๒.๑.๓

๒.๔ เมื่อไดรับแจงจากกรมราชทัณฑวาจะประหารชีวิตนักโทษ หากเรือนจํา
หรือทัณฑสถานที่ทําการประหารชีวิตต้ังอยูในเขตกรุงเทพมหานคร หรือจังหวัดปริมณฑล
ใหกองทะเบียนประวตั ิอาชญากรจดั เจา หนาทไี่ ปทาํ การพมิ พล ายนิ้วมอื ของนกั โทษ กอนและหลงั การ
ประหารชีวิต โดยพิมพลายน้ิวมือ ๓ ชุด เพ่ือตรวจสอบกับลายพิมพน้ิวมือนักโทษประหารชีวิตของ
กองทะเบียนประวัติอาชญากร ตอหนาคณะกรรมการผูดําเนินการประหารชีวิต เมื่อตรวจสอบ
ถูกตอ งแลว ใหลงช่ือกํากบั ในแผน พิมพลายน้วิ มือดังกลา ว

ขอ ๓ ศนู ยพ สิ ูจนหลักฐาน และพิสจู นห ลกั ฐานจงั หวดั มหี นาท่ี
๓.๑ เม่ือไดรับแผนพิมพลายนิ้วมือผูตองหา หรือศพ จากพนักงานสอบสวน

แลว ใหคัดเลือกแผนพิมพลายน้ิวมือผูตองหาท่ีพนักงานสอบสวนบันทึกคําวา “ศาลแขวง” และ
แผนพิมพลายนิ้วมือประเภทอ่ืน ๆ แลวตรวจสอบและจัดเก็บไวในสารบบขอมูลของศูนยพิสูจน
หลกั ฐาน หรือพิสูจนหลักฐานจังหวดั แลว แตก รณี โดยไมต องแจง ผลการตรวจสอบ

สําหรับแผนพิมพลายน้ิวมือที่บันทึกคําวา “รับสารภาพศาลแขวง” ให
รีบตรวจสอบแจงผลโดยเร็วที่สุด แลวจัดเก็บไวในสารบบขอมูลของศูนยพิสูจนหลักฐาน หรือพิสูจน
หลักฐานจงั หวัดแลว แตกรณี

๓.๒ การแจงผลการตรวจสอบลายพิมพนิ้วมือผูตองหาหรือศพ ใหใชหนังสือ
นําสงตามแบบหมายเลข ๒ หรือ ๓ ทายระเบียบนี้โดยไมตองสงแผนพิมพลายนิ้วมือไป ถาผลการ
ตรวจสอบพบประวัติใหแนบรายการประวตั ิไปดว ย การสง ใหส ง ทางไปรษณียล งทะเบียน เวนแตกรณี
พนกั งานสอบสวนหรอื ผทู ี่ไดร ับมอบหมายจากพนกั งานสอบสวนมาขอรับเอง

๓.๓ กรณตี รวจสอบแผน พมิ พล ายนวิ้ มอื พบประวตั ใิ หส าํ เนาแผน พมิ พล ายนวิ้ มอื
ฉบบั ทต่ี รวจสอบพบ พรอ มรายการประวตั สิ ง ไปยงั กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรทนั ทเี พอ่ื ปรบั ฐานขอ มลู

๓.๔ เมื่อไดแ ผนพมิ พลายนว้ิ มือผตู อ งขงั ผูตอ งกักขัง ผถู ูกกกั ขงั หรือผูรบั การ
อบรมหลบหนี พรอมหมายจับ ใหรีบตรวจสอบและออกประกาศสืบจับ แลวสําเนาแจงกองทะเบียน
ประวตั อิ าชญากรทราบ

๓.๕ เม่ือไดรับแผนพิมพลายนิ้วมือจากเรือนจํา ทัณฑสถาน สถานกักขัง
สถานกักกัน สถานอบรมและฝกอาชีพแลว ใหสงไปยังกองทะเบียนประวัติอาชญากรเพ่ือปฏิบัติตาม
ความใน ๒.๓

๓.๖ กรณีเรือนจําหรือทัณฑสถาน ที่ทําการประหารชีวิตนักโทษ ตั้งอยูนอก
เขตกรุงเทพมหานคร หรือจังหวัดปริมณฑล ใหศูนยพิสูจนหลักฐาน หรือพิสูจนหลักฐานจังหวัด
จดั เจา หนาทผ่ี เู ช่ยี วชาญการตรวจสอบลายพิมพน้วิ มือไปดาํ เนินการเชนเดียวกันกบั ๒.๔

๑๓๓

บทท่ี ๒
การพมิ พล ายนวิ้ มอื ผูข ออนุญาตตาง ๆ

ขอ ๑ การขออนุญาตทําการอยางใด หากมีกฎหมายหรือระเบียบของทางราชการ
กําหนดคณุ สมบัตใิ หต รวจสอบพมิ พล ายน้วิ มอื ผูขออนุญาต เพอ่ื ท่ีจะไดทราบประวตั ติ องหาคดอี าญา
สาํ หรบั ประกอบการพิจารณา เมอื่ หนว ยงานหรือตํารวจทองทีท่ ่ีผูนนั้ มภี มู ลิ าํ เนาอยู จัดใหมกี ารพิมพ
ลายน้ิวมือแลวใหพิมพลายนิ้วมือผูขออนุญาตดวยแบบพิมพลายน้ิวมือ (พลม.๒๔ - ต.๕๓๘) ตาม
แบบทา ยระเบียบนี้ คนละ ๑ ฉบบั การกรอกขอ ความและการพมิ พล ายนว้ิ มือใหถ ือปฏบิ ัติตาม ๑.๓
และ ๑.๔ ของบทท่ี ๑ โดยอนโุ ลม แลว สง ไปตรวจสอบยงั กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร โดยใชห นงั สอื
นาํ สงตามแบบหมายเลข ๑ ทา ยระเบยี บนี้

ขอ ๒ เมอื่ กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรตรวจสอบไดผ ลประการใด ใหแ จง ผลการตรวจสอบ
ไปยังหนวยงานหรือตํารวจทองที่ท่ีสงแผนพิมพลายนิ้วมือมาใหตรวจสอบทราบ และใหถือปฏิบัติ
ตาม ๒.๑.๓ บทที่ ๑ โดยอนโุ ลม

ขอ ๓ เม่ือหนวยงานที่ไดรับเร่ืองขออนุญาตตาง ๆ ไดรับแจงผลการตรวจสอบ
ลายพมิ พน วิ้ มอื หรอื หลกั ฐานอนื่ จากกองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรแลว ใหเ กบ็ รวมไวก บั เรอื่ งเดมิ ของ
ผูขออนญุ าตนัน้ ๆ เพื่อใชเ ปนหลกั ฐานตอไป

บทที่ ๓
การพิมพล ายน้วิ มอื ผขู อสมคั รเขารับราชการ

หรือเขาทํางานในหนว ยงานตา ง ๆ

ขอ ๑ เม่ือสถานีตํารวจทองที่ไดรับหนังสือขอตรวจสอบประวัติการตองหาคดีอาญา
ของผูมีภูมิลําเนาอยูในทองท่ี ใหพิมพลายน้ิวมือผูสมัครเขารับราชการหรือทํางานดวยแบบพิมพ
ลายน้ิวมือ (พลม.๒๔ - ต.๕๓๘) ตามแบบทายระเบียบนี้ คนละ ๑ ฉบับ การกรอกขอความและ
การพิมพลายนิ้วมอื ใหถ อื ปฏิบตั ิตาม ๑.๓ และ ๑.๔ ของบทที่ ๑ โดยอนุโลม แลวสง ไปตรวจสอบยัง
กองทะเบียนประวตั อิ าชญากร โดยใชห นงั สอื นาํ สงตามแบบหมายเลข ๑ ทายระเบยี บน้ี

ขอ ๒ เมอ่ื กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรตรวจสอบไดผ ลประการใด ใหแ จง สถานตี าํ รวจ
ทองท่ีตามขอ ๑ เพื่อรวบรวมผลการตรวจสอบพิมพลายน้ิวมือสงไปยังหนวยงานที่รับสมัครบุคคล
เขาทํางานตอไป

ขอ ๓ เมื่อหนวยงานเจาของเร่ืองไดรับแจงผลการตรวจสอบลายพิมพน้ิวมือจาก
กองทะเบยี นประวัตอิ าชญากรแลว ใหเกบ็ รวมไวก ับเรื่องเดมิ เพ่อื ใชเปนหลกั ฐานตอไป

๑๓๔

ขอ ๔ หนวยงานเอกชนหรือบุคคลใดขอใหมีการตรวจสอบประวัติพนักงานลูกจาง
ของตน ใหผ บู งั คบั การกองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรพจิ ารณาวา สมควรจะตรวจสอบประวตั ใิ หห รอื ไม
โดยพจิ ารณาประโยชนท ท่ี างราชการจะไดร บั และความยนิ ยอมของผทู จี่ ะถกู ตรวจสอบ หากเหน็ สมควร
จะตรวจสอบประวัติก็อนุมตั ใิ หดําเนินการได ท้ังนี้ จะตองไมส ง ผลกระทบกบั งานประจําของเจา หนาที่
ผูปฏิบัติดวย โดยนํารายชื่อและเลขประจําตัวประชาชนไปทําการตรวจสอบประวัติและหมายจับ
ถาพบหมายจับเปนบุคคลคนเดียวกัน ใหกองทะเบียนประวัติอาชญากร แจงสถานีตํารวจท่ีออก
หมายจบั เพื่อดาํ เนินการใหไ ดต วั ผูตองหาตอ ไป

ในกรณีท่ีผูบังคับการกองทะเบียนประวัติอาชญากรเห็นวาควรพิมพลายน้ิวมือ
ตรวจสอบประวัติดวยก็ใหดําเนินการได ทั้งนี้การพิมพลายน้ิวมือข้ึนอยูกับความสมัครใจของผูจะถูก
พิมพลายนวิ้ มอื

เมอ่ื พบประวตั ผิ ทู ขี่ อตรวจสอบประวตั ิ ใหก องทะเบยี นประวตั อิ าชญากรแจง ไป
ใหห นว ยงานเอกชนหรอื บุคคลผขู อตรวจสอบประวตั ิทราบ

บทที่ ๔
การคดั แยกและทาํ ลายแผน พมิ พล ายนวิ้ มือ และรายการประวัติ

หรือบญั ชปี ระวตั ิ

ขอ ๑ ใหผ บู งั คบั การกองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร แตง ตงั้ คณะกรรมการจาํ นวนอยา งนอ ย
๓ คน ประธานกรรมการตองมีตําแหนงไมต่ํากวารองผูบังคับการ เพ่ือทําหนาท่ีพิจารณาคัดเลือก
แผนพิมพลายน้ิวมือและเอกสารที่เกี่ยวของทุกประเภทแยกออกจากสารบบหรือฐานขอมูลประวัติ
อาชญากร ตามหลักเกณฑ ดังตอไปน้ี

๑.๑ มีหลักฐานแนชัดวาตายแลว เชน ใบมรณบัตร ใบชันสูตรพลิกศพ หรือ
แบบรบั รองรายการทะเบียนคนตายจากฐานขอ มลู ทะเบียนราษฎร กรมการปกครอง เปนตน

๑.๒ ผูเสียหายไดถอนคํารองทุกข ถอนฟอง หรือยอมความกันโดยถูกตอง
ตามกฎหมาย

๑.๓ คดีที่พนักงานอัยการส่ังเด็ดขาดไมฟอง หรือส่ังยุติการดําเนินคดีอาญา
ตามระเบยี บวาดว ยการดําเนินคดีอาญาของพนกั งานอัยการ

๑.๔ ศาลส่ังยกฟองหรอื ไมป ระทับรับฟอ ง
๑.๕ ศาลมีคําพิพากษาถงึ ทีส่ ุดใหยกฟอง
๑.๖ พนกั งานอยั การถอนฟอ งในชน้ั ศาล
๑.๗ เมื่อมีกฎหมายออกใชภายหลังการกระทําความผดิ ยกเลกิ ความผิดนนั้
๑.๘ เมื่อมีกฎหมายยกเวน โทษ

๑๓๕

๑.๙ เมอื่ มคี าํ พพิ ากษาของศาลรอ้ื ฟน คดขี น้ึ พจิ ารณาใหมว า บคุ คลนน้ั มไิ ดเ ปน
ผกู ระทาํ ความผดิ

๑.๑๐ คดลี หโุ ทษ หรอื คดที มี่ อี ตั ราโทษไมส งู กวา ลหโุ ทษ หรอื ความผดิ ตามกฎหมาย
วาดว ยจราจรทางบก หรือความผิดตามกฎหมายอ่ืน ๆ ทกี่ ําหนดใหม โี ทษปรับสถานเดียว ซง่ึ พนกั งาน
สอบสวนไดทําการเปรยี บเทียบปรับ หรอื ศาลมีคําพพิ ากษาถงึ ทส่ี ุดใหลงโทษปรับสถานเดียว

๑.๑๑ คดีอาญาที่มีขอหาวาเด็กหรือเยาวชนกระทําความผิด โดยศาลมิไดมี
คําพิพากษาลงโทษถึงจําคุก หรือมีการเปลี่ยนโทษเปนวิธีการสําหรับเด็กและเยาวชน เชน เด็กหรือ
เยาวชนท่ีศาลมีคําพิพากษาลงโทษปรับหรือคําส่ังใหวากลาวตักเตือนแลวปลอยตัวไปโดยไมกําหนด
เง่ือนไขการคุมความประพฤติ เด็กหรือเยาวชนพนระยะเวลาตามท่ีศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่งใหรอ
การลงโทษ หรือรอการกาํ หนดโทษ โดยไมกําหนดเง่ือนไขการคมุ ความประพฤติ เด็กหรอื เยาวชนพน
ระยะเวลาการฝกและอบรมตามคําพิพากษาหรือคําส่ังของศาลดวยดีและศูนยฝกและอบรมเด็ก
และเยาวชนไดอ อกใบบรสิ ทุ ธใ์ิ หเ ดก็ หรอื เยาวชนทศ่ี าลมคี าํ พพิ ากษาหรอื คาํ สง่ั ใหร อการลงโทษ หรอื รอ
การกาํ หนดโทษโดยกําหนดเงอ่ื นไขการคมุ ความประพฤติ หรอื ภายหลังปลอยตวั แตศ าลมคี าํ พพิ ากษา
หรือคําสั่งใหกําหนดเง่ือนไขการคุมความประพฤติตอและสามารถพนการคุมความประพฤติดวยดี
ตามระยะเวลาทีศ่ าลกําหนด เปนตน

๑.๑๒ คดีตามกฎหมายวาดวยการฟนฟูสมรรถภาพผูติดยาเสพติด เมื่อคณะ
อนกุ รรมการฟน ฟสู มรรถภาพผตู ดิ ยาเสพตดิ ใหป ลอ ยตวั ผผู า นการฟน ฟสู มรรถภาพผตู ดิ ยาเสพตดิ แลว

ขอ ๒ เม่ือคณะกรรมการ ไดคัดเลือกแผนพิมพลายน้ิวมือและเอกสารท่ีเก่ียวของ
ตามขอ ๑ แลว ใหทําบัญชีรายชื่อ อายุ วันท่ีมีประวัติครั้งสุดทายของบุคคลท่ีถูกพิมพลายนิ้วมือ
และมีชื่ออยูในรายการประวัติหรือบัญชีประวัติ เสนอผูบังคับการกองทะเบียนประวัติอาชญากร
เพ่อื พจิ ารณาเสนอผบู ญั ชาการตาํ รวจแหง ชาติ เพ่อื อนุมัติ ดังนี้

๒.๑ ใหทําลายแผนพิมพลายนิ้วมือและเอกสารที่เกี่ยวของท่ีคัดแยกออกจาก
สารบบหรอื ฐานขอ มลู ประวตั อิ าชญากร ตามหลักเกณฑ ๑.๑

๒.๒ ใหคัดแยกแผนพิมพลายน้ิวมือและเอกสารท่ีเกี่ยวของ ตามหลักเกณฑ
๑.๒ - ๑.๑๒ ออกจากสารบบหรอื ฐานขอ มลู ประวตั อิ าชญากร เพอ่ื จดั เกบ็ ไวใ ชป ระโยชนใ นทางราชการ

ขอ ๓ เม่ือผูบัญชาการตํารวจแหงชาติมีคําส่ังอนุมัติตามขอ ๒ แลว ใหผูบังคับการ
กองทะเบียนประวัติอาชญากร แตงตั้งคณะกรรมการอีกชุดหน่ึง จํานวนอยางนอย ๓ คน ประธาน
กรรมการตอ งมตี าํ แหนง ไมต า่ํ กวา ผกู าํ กบั การ เพอ่ื ตรวจสอบแผน พมิ พล ายนว้ิ มอื และเอกสารทเ่ี กย่ี วขอ ง
ตาม ๒.๑ และ ๒.๒ วาถูกตอ งตรงกนั กับบญั ชที ี่คณะกรรมการ ตามขอ ๑ เสนอหรือไม เม่ือเหน็ วา
ถกู ตอ งตรงกันแลว ใหดาํ เนนิ การ ดังน้ี

๓.๑ รายงานเสนอผูบังคับการกองทะเบียนประวัติอาชญากร เพื่อสั่งการให
หนวยงานในสังกดั ท่ีเกีย่ วของ ปรับฐานขอมลู แผนพิมพลายนวิ้ มือใหถ ูกตอ ง

๑๓๖

๓.๒ สําเนาบัญชีรายชื่อท่ีไดรับอนุมัติ พรอมแนบสําเนาแผนพิมพลายนิ้วมือ
สงใหหนวยงานอื่นที่เกี่ยวของกับการจัดเก็บขอมูลแผนพิมพลายนิ้วมือ ดําเนินการปรับฐานขอมูล
แผน พมิ พล ายน้ิวมอื ใหถ กู ตอ งตรงกัน

๓.๓ ดาํ เนินการทาํ ลายแผนพมิ พลายนวิ้ มือและเอกสารทเ่ี กย่ี วขอ ง ตาม ๒.๑
โดยการเผาหรือยอ ยสลาย

กรณีผลการตรวจสอบของคณะกรรมการตามวรรคหนึ่งพบวาขอมูล
ไมถูกตองตรงกันใหผูบังคับการกองทะเบียนประวัติอาชญากร เสนอขอมูลท่ีถูกตองใหผูบัญชาการ
ตํารวจแหง ชาตหิ รอื ผูรบั มอบอํานาจ เพ่อื พิจารณาอนุมัติตามขอ ๒ อกี ครง้ั หนง่ึ

(ระเบียบสํานักงานตํารวจแหงชาติ วาดวยประมวลระเบียบการตํารวจไมเกี่ยวกับคดี
ลักษณะท่ี ๓๒ การพมิ พลายนว้ิ มอื พ.ศ. ๒๕๕๔ ลงวนั ที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๔)

ทะเบยี นคมุ แผน พิมพล ายนว้ิ มือผตู องหา และศพ

สถานีตํารวจ.......................................................................
ประจําป.....................................

เลข ช่ือตัว ชือ่ สกุลผตู องหา และศพ เลขคดี วัน เดอื น ป วัน เดอื น ป วนั เดอื น ป วัน เดือน ป หมายเหตุ
ทะเบยี นคมุ อาญาท่ี ที่พมิ พลายนวิ้ มือ ท่สี งตรวจท่ี ทว. ท่ีสงตรวจท่ี ศพฐ. ทสี่ ง ตรวจที่ พฐ.จว.

คําอธบิ ายการกรอกขอ ความ ๑๓๗
๑. เลขทะเบียนคุม หมายถึง เลขลําดับทะเบียนคุมแผนพิมพลายนิ้วมือผูตองหา และศพ โดยใหเขียนเลขลําดับเรียงลําดับติดตอกันไป

โดยเริ่มลาํ ดับตงั้ แตหมายเลข ๑/ป. .... เปน ตนไปจนถงึ สิ้นปป ฏทิ ิน เมือ่ เรมิ่ ตนปใ หมกใ็ หเร่ิมตนดว ยหมายเลข ๑/ป. .... ใหม
๒. ช่อื ตัว ชอื่ สกุลผูตอ งหา และศพ หากผตู องหาและศพเปน ชาวตางประเทศ ใหระบุช่อื ตัว ชอื่ สกลุ ภาษาอังกฤษตามหนงั สือเดนิ ทาง กรณี

ศพไมทราบชือ่ ใหร ะบวุ า ศพเพศชาย/หญงิ ไมทราบชอ่ื
๓. เลขคดอี าญาที่ ใหห มายรวมถงึ เลขคดอี บุ ตั เิ หตจุ ราจร และเลขคดชี นั สตู รพลกิ ศพ โดยใหก รอกเลขลาํ ดบั คดตี ามทป่ี รากฏในสมดุ รบั คาํ รอ งทกุ ข
๔. วัน เดอื น ป ที่พิมพลายนิ้วมือ ใหก รอกวัน เดือน ป ที่พมิ พล ายน้ิวมือ
๕. วัน เดอื น ป ทส่ี งตรวจ หมายถึง วัน เดือน ป ทีส่ งแผนพิมพลายน้วิ มอื ไปตรวจสอบประวตั ทิ ่ี ทว. หรอื ศพฐ. หรือ พฐ.จว.

แบบรายงานผลการดาํ เนินคดีถงึ ทส่ี ดุ ๑๓๘

สถานตี าํ รวจ.......................................................................
ประจําป.................................................พ.ศ. ....................

ลาํ ดบั ชื่อผตู องหา หมายเลขสารบบ ขอ หา วนั /เดอื น/ป เลขคดี ผลคดถี งึ ท่ีสดุ
(เลข ๙ หลกั ใน พลม.) ทีจ่ ับกมุ อาญาท่ี ระบุเลขคดดี ํา - คดแี ดง, ชื่อศาล, วนั /เดอื น/ป

ทพ่ี พิ ากษา

ตรวจแลวถกู ตอ ง
( ลงชอื่ ) ...................................................

( พมิ พชอ่ื เต็ม )
( ตําแหนง ) (..............................................)

๑๓๙

แบบหนงั สือนาํ สง หมายเลข ๑

บันทึกขอ ความ

สว นราชการ.....................................................................................................................................
ท.่ี ......................................................................วนั ที.่ ...................................................................
เรอื่ ง ขอใหต รวจสอบประวตั ิ
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เรยี น ...............................................

ขอสงแผนพมิ พลายนิว้ มือของ...........................................กับพวกรวม..................คน
ตามบัญชรี ายชื่อบญั ชขี า งทา ยน้ี มาเพอ่ื ตรวจสอบประวตั ิ

จงึ เรยี นมาเพอื่ โปรดพจิ ารณาดาํ เนนิ การตอ ไป

ลําดบั ชื่อ และ ช่อื สกุล ลงช่ือ..................................................... หมายเหตุ
(.................................................)

ตําแหนง ...............................................

เรอื่ งท่ีตองหา หรือขออนุญาต เลขคดี วันจบั กมุ

แยกพิมพม อื สง ทว. แลว ตามหนงั สอื ที่....................................ลงวันท.่ี ................................
แยกพมิ พมือสง ศพฐ. .....แลว ตามหนงั สอื ที่............................ลงวนั ท่.ี ................................
แยกพิมพมอื สง พฐ.จว. แลว ตามหนงั สอื ที.่ .............................ลงวนั ท.ี่ ................................

๑๔๐

แบบหนังสอื นําสง หมายเลข ๒

บันทึกขอ ความ

สว นราชการ.....................................................................................................................................
ท.่ี ......................................................................วนั ท่.ี ...................................................................
เร่อื ง แจงผลการตรวจสอบประวัติ
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เรียน ...............................................

ตามหนงั สอื ...........................................................................ลงวนั ท.่ี ..........................
ไดส งแผน พิมพล ายนิ้วมอื ไปเพ่อื ตรวจสอบประวตั ิ และขอทราบผลดังความแจง แลว น้นั

บดั นี้ เจา หนา ทท่ี เี่ กยี่ วขอ งไดด าํ เนนิ การตรวจสอบลายพมิ พน ว้ิ มอื ของ...........................
กับพวกรวม....................คน เสร็จสิ้นเรียบรอยแลว ผลการตรวจสอบประวัติปรากฏตามแผนพิมพ
ลายน้ิวมอื จาํ นวน...............ฉบับ และรายการประวัติ จํานวน...............แผน ท่สี ง มาดว ยน้ี

อนง่ึ ถา มแี ผน พมิ พล ายนวิ้ มอื ทส่ี ง ไปตรวจสอบและยงั ไมไ ดร บั แจง ผล เนอ่ื งจากอยรู ะหวา ง
การดาํ เนินการตรวจสอบประวัติ จะไดจ ดั สงผลการตรวจสอบมาใหในภายหลงั

จึงเรียนมาเพือ่ โปรดดาํ เนนิ การตอไป
ลงชอื่ .....................................................
(.................................................)
ตําแหนง...............................................

หมายเหตุ สาํ หรบั ตาํ รวจภธู ร ใหใ ชผ ลการตรวจสอบประวตั ขิ องกองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรประกอบดว ย
จงึ จะเปนขอยุตวิ า บคุ คลผขู อตรวจสอบมีประวัติหรือไม

๑๔๑

แบบหนงั สือนาํ สง หมายเลข ๓

ท.ี่ ......................................... ...................................................
....................................................

ที.่ .......................................................................
เร่ือง แจง ผลการตรวจสอบประวัติ
เรียน ........................................................
อา งถงึ ........................................................
สง่ิ ทีส่ ง มาดวย แผนพมิ พล ายนวิ้ มือ.................ฉบับ และรายการประวตั ิจํานวน..................แผน

ตามหนงั สอื ท่ีอางถึง ไดส ง แผน พิมพลายนวิ้ มอื ไป เพื่อทําการตรวจสอบประวตั ิ และขอ
ทราบผลการตรวจสอบประวตั ิดงั ความแจงแลว นนั้

บดั น้ี เจา หนา ทที่ เ่ี กย่ี วขอ งไดด าํ เนนิ การตรวจสอบลายพมิ พน ว้ิ มอื ของ............................
กบั พวกรวม..............คน เสรจ็ สนิ้ เรยี บรอ ยแลว ผลการตรวจสอบประวตั ปิ รากฏตามแผน พมิ พล ายนวิ้ มอื
ที่สง มาดวยนี้

อน่ึง ถามีแผนพิมพลายนิ้วมือที่สงไปตรวจสอบ และยังไมไดรับแจงผล เนื่องจาก
อยูระหวางการดาํ เนนิ การตรวจสอบประวตั ิ จะไดจดั สง ผลการตรวจสอบมาใหใ นภายหลงั

จงึ เรยี นมาเพ่ือโปรดพจิ ารณาดําเนินการตอ ไป

ขอแสดงความนบั ถือ

ลงชื่อ........................................................
(....................................................)

ตําแหนง ..................................................

..............................................
โทร. ......................................


Click to View FlipBook Version