๙๒
ความสําคัญของลายพิมพนิ้วมือ
๑. มลี กั ษณะคงทน
ลายน้ิวมือมีลักษณะคงทนไมเปล่ียนแปลง นับตั้งแตมนุษยเกิดจากครรภมารดา
จนกระท่ังถึงแกและตายไป ลักษณะลายเสนในลายนิ้วมือของมนุษยนี้จะไมมีการเปลี่ยนแปลง
เลยจะมบี า งกเ็ พยี งแตข ยายใหช ดั เจนยง่ิ ขน้ึ ตามลาํ ดบั วยั และความเจรญิ เตบิ โตของรา งกายเทา นน้ั เชน
เม่ือเปนเด็กๆ อายุยังนอยลายเสนของน้ิวมือก็จะเล็กแตเมื่อเติบโตขึ้นหรืออายุมากขึ้น ลายเสนของ
น้วิ มอื ก็จะขยายใหญขน้ึ ในรปู และสภาพเดมิ ถงึ แมว าจะตายลงแลวถาหากน้ิวมือยงั ไมเนาเปอ ย เชน
ซากศพของพวก “อยี บิ เซยี น” ทเี่ รยี กกนั วา “มมั ม”ี่ (Mummies) หรอื ลายนว้ิ มอื ของลงิ ทเี่ ขาฉดี ยารกั ษา
ซากศพของมนั ไวเ ปน รปู แหง ลายนวิ้ มอื ทปี่ รากฏอยจู ะไมม กี ารเปลย่ี นแปลงเลย นอกจากนน้ั ในขณะที่
นิ้วมอื ของมนุษยเ กิดการไมปกตขิ ึน้ เชน เปน โรคหนังลอก โรคหนงั พบั เปน หดู หรือปรวด หรอื จับตอ ง
ของแขง็ ของหยาบ เปย กนา้ํ อยเู ปน นจิ หรอื ฝนกบั ของหยาบ หรอื ใชน า้ํ กรดออ นๆ กดั ลายนว้ิ มอื เหลา น้ี
ก็จะลบเลือนไปเพียงชั่วขณะหน่ึง เมื่อนิ้วมือหายเปนปกติแลวลายเสนก็จะเกิดขึ้นใหม โดยไมมีการ
เปลี่ยนแปลง ย่ิงกวาน้ันบางรายท่ีนิ้วมือถูกของมีคมบาดจนเกิดเปนแผลเปนข้ึน รอยแผลเปนเหลานี้
อยา งมากกเ็ พยี งทาํ ลายเสน ของนว้ิ มอื ไดเ ปน บางสว นเทา นนั้ สว นทเี่ หลอื อยนู นั้ กห็ ามกี ารเปลย่ี นแปลง
ประการใดไม ดวยเหตุนี้ลักษณะลายเสนของนิ้วมือมนุษยจึงนับวา เปนเคร่ืองหมายแหงการจดจําได
มนั่ คงถาวร และสามารถพสิ จู นต วั บคุ คลไดอ ยา งดเี ลศิ จนไมม อี วยั วะหรอื สง่ิ วกิ ลอยา งอนื่ ใดในรา งกาย
ของมนษุ ยจ ะเปน เครอื่ งสงั เกตเปรยี บเทยี บไดด เี ทา รอยบาดแผล รอยสกั ไฝ ปาน สผี วิ ผม ฟน นยั นต า
ส่ิงเหลานี้ยอมศัลยกรรมตกแตงแกไขหรือเจริญข้ึน เส่ือมลงไดตามวัยแหงอายุขัยของบุคคลตลอดจน
รูปถา ยเพราะรูปถา ยน้ันในระยะเวลานานนบั ปเขายอมมลี กั ษณะผิดแผกไป เชน อว นขึน้ ผอมลง หรอื
ที่ทรุดโทรมไปอันอาจมีเกิดขึ้นไดตามธรรมชาติของมนุษย ย่ิงกวาน้ัน ถาการตั้งกลองและการถาย
แตกตา งกนั แลว ก็ยงั ทาํ ใหเกดิ ความผดิ เพี้ยนไดม ากขึ้นตามลาํ ดบั
๒. ไมอ าจเปลย่ี นแปลงได
ลายนวิ้ มือไมอาจทําการเปลี่ยนแปลงไดยังไมมวี ธิ กี ารทจ่ี ะเปล่ยี นแปลงลกั ษณะลายเสน
ของนว้ิ มอื ใหเ ปน อยา งอนื่ ได ไมว า ลายนวิ้ มอื จะชาํ รดุ ลงไปดว ยประการใดๆ ลายเสน ของนว้ิ มอื ทเี่ กดิ ใหม
ก็จะเกิดขึ้นในรูปและสภาพเดิมเสมอ เวนแตจะไดทําลายใหลึกลงไปจนถึงตอมเหงื่อโดยการเฉือน
เนื้อใตผิวหนังออกเสียทั้งหมด ลายเสนของน้ิวมือจึงจะถูกทําลายไปไดโดยสิ้นเชิง ซึ่งก็จะหามนุษยที่
กลา กระทําเชนนจ้ี ริงๆ ไดย ากหรือแทบหาไมไ ดเ ลย
๓. มีเอกลักษณข องตนเอง
ลายนิว้ มือของบคุ คลสองคนเหมอื นกนั ซ้าํ กันยังไมมี นับตงั้ แตสมยั “ทา นเซอร ฟรานซสิ
แกนตนั ” (Sir.Francis Galton) ไดทําการแยกแยะลายนว้ิ มอื ของมนษุ ยอ อกเปน ชนิดๆ และกําหนด
ลักษณะพิเศษของลายเสน ในลายนิว้ มือทีม่ อี ยโู ดยทั่วไปขนึ้ แลวเรอื่ ยๆ มาจนถงึ สมัยตงั้ “สก็อตแลนด
ยารด ” (Scotland Yard) ขนึ้ ในประเทศอังกฤษ ต้ัง เอฟ.บี.ไอ. (F.B.I.) ขึน้ ในสหรฐั อเมริกาและต้งั
๙๓
“กองพมิ พ ลายนว้ิ มอื ” และ “กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร” ขนึ้ ในประเทศไทย ซงึ่ สถาบนั ตา งๆ ทว่ั โลก
ตางก็ไดผานการตรวจสอบและพิสูจนลายนิ้วมือของมนุษยมามากมาย ก็ยังไมเคยปรากฏวา
มีสถาบันใดพบลายนว้ิ มอื ของบคุ คล ๒ คน หรือคนเดยี วกันแตล ะคนแตละน้ิวทีเ่ หมอื นกันหรอื ซ้ํากัน
เกดิ ขึน้
ประโยชนอ นั พงึ ไดร ับจากลายนว้ิ มอื ของมนษุ ย ไดแ ก
๑. บคุ คล ใชป ระโยชนเ กย่ี วกับลายน้ิวมอื ไดด ังน้ี
๑.๑ ใชเพอ่ื คมุ ครองปองกันตวั เองใหพ นจากการถกู กลา วหาโดยกล่ันแกลง
๑.๒ ลายนิว้ มือของตวั เรา จะยืนยันใหเ ปนตวั ของเราเองอยูเสมอ
๑.๓ เมอื่ อานหนังสอื ไมออกหรือเขียนหนงั สอื ไมเ ปน กใ็ ชล ายนิว้ มือของเราพมิ พ
ลงในเอกสารหรือสญั ญา เพ่อื เปนการปอ งกนั การปลอมแปลงทจ่ี ะเกดิ ข้ึน
๑.๔ ลายน้ิวมือของเราจะชวยยืนยันรอยพิมพนิ้วมือที่ปรากฏในเอกสารหรือวัตถุ
หรอื สัญญาใหไ ดท ราบวา เปนรอยนิ้วมือของเราจรงิ หรือไม เมอ่ื มกี รณีพพิ าทเกิดขึ้น
๒. สาํ นักงานตาํ รวจแหงชาติ ใชประโยชนเกี่ยวกับลายพิมพน ิ้วมอื ได ดงั น้ี
๒.๑ ลายนว้ิ มอื จะชว ยใหท ราบวา คนรา ยเปน ใครเมอ่ื มกี ารโจรกรรมทรพั ยส นิ เกดิ ขนึ้
๒.๒ ใชสาํ หรบั ตรวจสอบประวัตผิ ตู องโทษ และความประพฤตขิ องบคุ คล
๒.๓ ใชตรวจกับศพของคนตายไมทราบช่ือ เพ่ือใหทราบวาเปนใคร อยูที่ไหน
มีเครือญาติ เปน อยางไร และมีประวตั ิอยา งใดหรือไม
๒.๔ ใชพิสูจนลายพิมพน้ิวมือท่ีพิมพลงในตนขั้วต๋ัวจํานํา เพ่ือตรวจสอบใน
เมื่อปรากฏวาส่ิงของท่ีถูกนําเอาไปจํานําไวเปนสิ่งของที่ถูกคนรายลักเอาไป ซึ่งอาจจะเปนแนวทาง
สบื สวนตอ ไปไดว า ใครเปนผนู ําเอาสง่ิ ของนนั้ ไปจาํ นาํ ไว
๒.๕ ใชต รวจสอบกบั ลายนวิ้ มอื ทไ่ี ดใ นสถานทเี่ กดิ เหตุ เพอ่ื ใหท ราบวา เปน ของผใู ด
๒.๖ ใชตรวจสอบเพื่อใหไดทราบถึงบุคคลท่ีถูกอายัดตัวไวหรือหลบหนีคดีตางๆ
วา มาจากที่ใด หรือเปนนักโทษท่ีหลบหนีมาจากที่ควบคมุ หรอื ไม
๓. ตํารวจตรวจคนเขา เมอื ง ใชประโยชนเก่ยี วกับลายพิมพน้วิ มือได ดังน้ี
๓.๑ ใชเ พ่อื ควบคุมคนตา งดาวทเ่ี ขา มาอยูภายในราชอาณาจกั ร
๓.๒ ใชเพ่ือปองกันคนตางดาวท่ีไมพึงปรารถนาหรือที่เคยถูกเนรเทศออกไปนอก
ราชอาณาจกั รแลว กลับเขา มาไดอีก
๔. เรือนจํา หรือสถานท่ีควบคุมตา งๆ ใชป ระโยชนเก่ยี วกับลายน้ิวมอื ได ดงั น้ี
๔.๑ ใชท ําประวัติของนกั โทษ หรอื ผทู ีถ่ กู ควบคุมเพ่ือใหเกบ็ ไวเ ปน หลกั ฐาน
๔.๒ ใชค วบคมุ ตวั นกั โทษหรอื ผทู ถ่ี กู ควบคมุ ทจี่ ะรบั ตวั เขา ใหม หรอื ทจ่ี ะนาํ ตวั ออก
ไปนอกสถานท่ที กุ ๆ กรณี หรอื ทีจ่ ะปลอ ยตัวไป เพ่ือปองกนั มใิ หมีการผิดตัว หรอื สับเปลีย่ นตัวกันได
๔.๓ ใชใ นการที่จะประหารชวี ิตนักโทษตามคําพพิ ากษาของศาล วาจะเปนบุคคล
คนเดยี วหรอื ไม
๙๔
๕. บริษัทหางราน การธนาคาร การประกันชีวิต ฯลฯ ใชประโยชนเก่ียวกับลายพิมพ
น้ิวมอื ไดด งั นี้
๕.๑ ใชเ พอื่ ปองกันการปลอมแปลงในการจา ยเงนิ หรอื การขอรบั เงินประกนั
๕.๒ ใชเ พือ่ ปอ งกนั มใิ หจา งบุคคลทไี่ มตอ งการใหเขามาทํางานไดอกี
๕.๓ ใชเ พื่อปองกันมใิ หปลอมแปลงตัวคนมารับเงนิ คาจา งแรงงานแทนกัน
๕.๔ ใชเพื่อตรวจพิสูจนเม่ือมีเหตุเกิดข้ึนภายในกิจการของตน ท่ีจะตองคนควา
หาตัวผกู ระทาํ ผิด
๖. กองทัพบก เรือ อากาศ ใชเ พอื่ ประโยชนเก่ยี วกบั ลายพิมพนิว้ มือได ดงั นี้
๖.๑ ใชเพอ่ื ปอ งกนั มใิ หร ับบคุ คลที่ไมส มควรเปน ทหารเขาไวในกองทัพ
๖.๒ ใชเ พอื่ ทราบถงึ ทหารทขี่ าดหนรี าชการหรอื ไปกระทําความผิดอืน่ ๆ
๖.๓ ใชเพื่อที่จะไดทราบชื่อของทหารที่ตายหรอื สูญหายไปในสนามรบ ฯลฯ
อกี ประการหนงึ่ ในบางโอกาสผทู บี่ รสิ ทุ ธอ์ิ าจถกู เจา หนา ทท่ี าํ การจบั กมุ ฐานสงสยั วา เปน
คนรา ยทีท่ างราชการออกประกาศจับไว เพราะสาเหตเุ นือ่ งจากมีรปู รางลกั ษณะคลา ยกนั หรอื มีตาํ หนิ
รปู พรรณคลา ยคลงึ กนั ผถู กู จบั กมุ อาจขอใหท าํ การพสิ จู นล ายนว้ิ มอื ของตนไดท นั ที ถา จะรอการสอบสวน
ของเจา หนา ที่แลว ยอมเสยี เวลาและเปนการเดอื ดรอ นแกผ ถู กู จบั กมุ จงึ ควรถือเปนหลกั ปฏิบัติดงั น้ี
๑. เม่ือจับตัวผูถูกกลาวหาวากระทําผิดมาได ตองจัดการพิมพลายน้ิวมือและ
กรอกขอความตางๆ ที่ปรากฏอยูในแบบพิมพใหครบถวนในโอกาสแรกที่จะทําไดทันที กอนท่ีจะ
สงตัวเขาทําการควบคุมไวใ นท่ีควบคมุ โดยไมตองคาํ นงึ ถงึ วาการถูกกลาวหาวา กระทําความผดิ นั้นคดี
จะมีมลู หรือไมประการใด
๒. รีบสง ไปขอใหตรวจสอบ เพ่อื ขอทราบประวัติของบคุ คลผูน นั้ โดยดวน
๓. หากผูถูกกลาวหาวากระทําผิดเกิดหลบหนีท่ีควบคุมไปก็จะไดเอาลายนิ้วมือ
ของผูถูกกลาวหาวากระทําผิดนั้นอายัดไปยัง ทว., ศูนยพิสูจนหลักฐาน ๑-๑๐ แลวแตกรณี
ถา ผูถกู กลา วหาวา กระทําผิดซง่ึ หลบหนไี ปน้ัน ไปกระทาํ ความผิดขึน้ อีกไมวา ณ ทีใ่ ดทัว่ ราชอาณาจกั ร
ก็จะทราบไดทันที ยิ่งกวาน้ันหากคดีที่ถูกกลาวหาจําเปนที่จะตองออกประกาศสืบจับ ก็จะไดตําหนิ
รูปพรรณ และประวตั ิยอ หลังแบบพิมพล ายนิว้ มือท่บี ันทกึ ไวออกหมายจับได
๔. ผลของการตรวจสอบท่ีไดรับมา จําเปนและมีประโยชนประกอบการพิจารณาให
ดาํ เนนิ การตอๆ ไปได โดยมีเหตผุ ลอนั สมควร เชน
๔.๑ เมอ่ื ไดท ราบประวตั คิ วามเปน มาแตเ ดมิ ๆ ของผถู กู กลา วหาวา กระทาํ ผดิ นน้ั ๆ
กจ็ ะเปน แนวทางใหเ กดิ ความสะดวกในการสบื สวนสอบสวนคน ควา หาขอ เทจ็ จรงิ ได ทงั้ ผถู กู กลา วหาวา
กระทาํ ผดิ ก็ไมอาจบดิ เบือนช่ือ นามสกุล และอนื่ ๆ ใหผิดไปจากความจริงได เพราะผูสบื สวนสอบสวน
มหี ลกั ฐานประวัตเิ ดิมๆ อยใู นมอื แลว
๙๕
๔.๒ ประวัติที่ไดมาจะเปนแนวทางใหสามารถพิจารณาไดวาควรใหประกัน
หรือปลอยช่ัวคราวแกผูถูกหาวากระทําผิดน้ันหรือไมเพียงใด ถาจําเปนจะตองใหประกันหรือปลอย
ช่ัวคราวก็จะมีหลักพิจารณาไดวา ควรตีราคาหลักประกันมากนอยเพียงใด เพ่ือปองกันมิใหหลบหนี
เม่อื ไดรบั การใหป ระกนั หรอื ปลอ ยชวั่ คราวไปแลว
๔.๓ เมื่อครบกําหนดการใหประกันหรือปลอยชั่วคราว หรือเมื่อตัวกลับมาตาม
ที่เรียก หากเกิดสงสัยวาผูท่ีกลับมานั้นจะไมใชตัวผูท่ีถูกกลาวหาท่ีแทจริง ก็สามารถตรวจพิสูจนได
โดยพิมพลายน้ิวมือของผูน้ันข้ึนใหม แลวเปรียบเทียบกับลายนิ้วมือท่ีพิมพไวเดิมก็จะทราบวาใชตัว
ผถู กู กลา วหาวา กระทาํ ผดิ ทใี่ หป ระกนั หรอื ปลอ ยชวั่ คราวไปจรงิ หรอื ไม ดงั นเ้ี ปน ตน นอกจากนนั้ ยงั เปน
ประโยชนอ ยางอ่ืนๆ แกพ นักงานฝายปกครองและตาํ รวจอีกมากมาย
หลกั สําคญั ของการตรวจพสิ จู นลายพมิ พนวิ้ มือ
อาศัยลักษณะลายเสนของลายนิ้วมือที่ปรากฏอยูบนหนานิ้วระหวางขอน้ิวขอท่ี ๑ กับ
ปลายน้ิววาเปนลักษณะลายนิ้วมือประเภทโคง มัดหวาย หรือกนหอย และลายนิ้วมือท่ีจะใชในการ
ตรวจพิสูจนไดนั้น จะตองใหลายพิมพนิ้วมือ (เสนดํา) ปรากฏชัดเจนทุกสวนของนิ้ว ไมพราหรือ
เลอะเลอื นใหผ ชู าํ นาญในการตรวจลายพมิ พน ว้ิ มอื สามารถอา นรปู ลกั ษณะไดอ ยา งถกู ตอ งและสามารถ
“นับ” จํานวนเสนในลายพิมพนิ้วมือระหวาง “จุดสันดอน” กับ “จุดใจกลาง” ของลายนิ้วมือประเภท
มดั หวายไดถ กู ตอ ง ถา เปน ลายพมิ พน วิ้ มอื ประเภทกน หอยกใ็ หส ามารถ “สาว” ลายเสน จากจดุ สนั ดอนซา ย
ไปสูสันดอนขวาไดโดยแมนยํา ในการตรวจสอบเปรียบเทียบน้ันก็ดวยการตรวจสอบกับบัตรสารบบ
ที่อยูในกลมุ รหัสเดียวกัน รหัสดังกลา วเปน การรวมเอาลายนวิ้ มือทเ่ี ปนประเภทและชนดิ เดยี วกนั ท่ีอยู
ในตาํ แหนง หรอื ชอ งลําดับน้วิ ตรงกนั ในแบบพมิ พลายน้วิ มือ ๑๐ นว้ิ มิใชน าํ ไปตรวจสอบเปรยี บเทยี บ
กับบตั รสารบบทั้ง ๕ ลา นฉบับ หลักในการตรวจสอบน้ันจะตอ งเลือกดวู า นว้ิ ใดบางมีลักษณะเดนชัด
หรอื แปลกเปน ทสี่ ะดดุ ตาสงั เกตและสามารถจดจาํ ไดง า ยทส่ี ดุ เสยี กอ น ปกตแิ ลว จะหาลกั ษณะพเิ ศษของ
ลายนวิ้ มอื ในมอื ขวากอ น เนอ่ื งจากอยตู อนบนของแบบพมิ พ หากไมม ลี กั ษณะพเิ ศษจงึ จะไปดใู นมอื ซา ย
ตอ ไป การตรวจสอบพสิ จู นเ ปรยี บเทยี บเพอ่ื ยนื ยนั วา เปน ลายพมิ พน ว้ิ มอื ของบคุ คลเดยี วกนั หรอื ไมน นั้
ตองอาศัยลักษณะของลายเสนในลายน้ิวมือหลายๆ จุดเปนการเปรียบเทียบตามหลักเกณฑของ
การตรวจพิสูจนเปรียบเทียบเปนหลักมิไดนําเอาตําหนิหรือแผลเปนมาเปนที่สังเกตหรือจดจําเปน
ลกั ษณะพเิ ศษแตอ ยา งใด เพราะตาํ หนหิ รอื แผลเปน นน้ั อาจเกดิ ขน้ึ ในภายหลงั ได ซงึ่ โดยการเปรยี บเทยี บ
ท่ัวๆ ไปนั้น แมบุคคลที่มิเคยไดศึกษาเกี่ยวกับวิชาลายพิมพน้ิวมือมากอน ถาไดตรวจดูโดยละเอียด
ถ่ีถวนไมใจรอน มีสมาธิดีแลว เม่ือพบเห็นเขาจะเกิดความรูสึกจากจิตสํานึกวา ลักษณะของลายเสน
ในลายนิ้วมือนั้นมีชื่อเรียกอยางเดียวกัน ประเภทและชนิดเดียวกัน คลายคลึงกัน เหมือนกัน
หรอื ไมเหมอื นกัน
๙๖
วธิ พี มิ พล ายน้ิวมือท่ถี กู ตอ งตามหลักวิชา
คาํ วา “พมิ พลายน้ิวมอื ” หรอื “พิมพมือ” ถา ฟง กนั ดูเพียงผิวเผิน จะรูสกึ วา ไมมคี วามยาก
ลําบากอะไร เพียงเอานิ้วมือแตมสีกดลงไปบนกระดาษ หรือเอกสารใด ๆ ก็เรียกวาเปนการพิมพ
ลายน้ิวมือแลว แตการพิมพลายนิ้วมือเชนน้ี บางทีลายน้ิวมือที่พิมพไวน้ันอาจไมมีคุณคาอะไรเลย
เพราะลายนิว้ มอื ท่ีกดไวเ ลอะเลือน พรา มวั ไมชัดเจนหรอื ไมถ กู ตอ งตามหลักวิชา ผูทมี่ ีความชาํ นาญ
ในดานการตรวจสอบลายพิมพนิ้วมือไมอาจตรวจใหได เปนผลใหตองสงคืนลายพิมพนิ้วมือท่ีพิมพไว
น้นั ๆ กลบั ไปใหพ ิมพลายน้ิวมอื สง กลับมาตรวจสอบใหม
ฉะนน้ั การพมิ พล ายนวิ้ มอื ทจ่ี ะใหเ กดิ คณุ คา ทผี่ ชู าํ นาญในการนที้ จ่ี ะสามารถทต่ี รวจสอบ
พสิ จู นใ หไ ด จงึ มคี วามสาํ คญั อยตู รงที่ ตอ งใหล ายพมิ พน วิ้ มอื (เสน ดาํ ) ปรากฏชดั เจนทกุ สว นของหนา นว้ิ
ไมพรามัวหรือเลอะเลือน ใหผูชํานาญในการตรวจลายพิมพนิ้วมือสามารถ “เห็น” จํานวนเสน
ในลายพมิ พนวิ้ มือชดั เจน ลายพิมพน ้วิ มอื ทพี่ มิ พไ ดอ ยางนจ้ี งึ เรียกวา “ใชใ นการตรวจได”
การพิมพลายนิ้วมือตองพยายามพิมพใหไดผลดีและชัดเจนจริงๆ เพราะมีความจําเปน
ตอ การอา นรปู ลกั ษณะการแยกประเภทเปน รหสั ซงึ่ เกย่ี วกบั การตรวจสอบลายนวิ้ มอื ผลทจ่ี ะไดร บั จาก
การตรวจสอบขนึ้ อยกู บั ผพู มิ พเ ปน อยา งมาก ถา ผพู มิ พๆ ไดด ี ความรวดเรว็ ในการตรวจสอบกม็ มี ากขนึ้
และไดผลถูกตองแนนอน ถาผูพิมพๆ ไมไดดี ความยากลําบากในการตรวจสอบคนหาก็มีมากข้ึน
และอาจเกิดการผิดพลาดไดงาย เหตุนี้ผูมีหนาที่พิมพลายนิ้วมือจึงจําเปนตองฝกใหมีความชํานาญ
จนสามารถพมิ พไ ดเ รยี บรอ ยถกู ตอ งตามหลกั วชิ า ไมพ มิ พเ ลอะเทอะ หรอื มดื มวั หรอื หมกึ หนาๆ บางๆ
ไมส มา่ํ เสมอ
วิธีพมิ พลายนิว้ มอื มอี ยู ๒ อยาง คือ
๑. การพิมพราบหรอื พมิ พแ ตะ (PLAIN FINGERPRINT) คือ การใชปลายนวิ้ พมิ พ
กดลงไปตรงๆ แลวยกขึ้น มีวิธีปฏิบัติคือ พิมพกดน้ิวชี้ น้ิวกลาง น้ิวนาง และน้ิวกอย เรียง ๔ น้ิว
พรอ มกัน ลงไปบนแทนพมิ พทีละมือโดยไมตองกลงิ้ น้ิว แลว ยกไปกดเบาๆ ลงบนกระดาษแบบพิมพ
สําหรับนิ้วหัวแมมือขวา - ซาย ใหจับนิ้วเรียงคูกัน พิมพกดลงไปตรงๆ บนแทนพิมพพรอมกัน
แลว ยกไปกดเบาๆ ลงบนกระดาษแบบพิมพพ รอมกันเชน เดยี วกัน
๒. การพิมพกลิ้งน้ิว (ROLL FINGERPRINT) คือ การใชปลายนิ้วขอน้ิวแรก
พิมพกลิ้งนิ้วจากขอบเล็บขางหน่ึงไปจนสุดขอบเล็บอีกขางหน่ึง ใหลายพิมพติดเต็มหนาน้ิว หรือ
ใหล ายเสน ติดทว่ั ทัง้ หนานิว้ โดยหวั แมมอื ขวา- ซา ยใหกล้ิงนว้ิ เขาหาตัวผูถกู พมิ พ สวนนวิ้ อ่ืนๆ ท่ีเหลือ
ใหก ลงิ้ นว้ิ ออกจากตัวผถู กู พิมพ
๙๗
เครอ่ื งมอื เครือ่ งใชใ นการพมิ พลายนิว้ มอื
การที่จะพิมพล ายน้ิวมือของบุคคล หรือผูตอ งหาใหไดผลดีนั้น มีความจาํ เปน ทจ่ี ะตองมี
เครอ่ื งมอื เครอ่ื งใชใ นการพมิ พล ายนวิ้ มอื ทกุ อยา งใหค รบถว น และเหมาะสมกบั งาน ตวั อยา งงา ยๆ เชน
โตะท่ีจะใชใ นการพมิ พลายนิ้วมือ ถา จะใหผ ูป ฏบิ ัตงิ านไดรับความสะดวกและไดรบั ผลดี โตะน้ันควรจะ
ตอ งมคี วามสงู ใหเ หมาะสมกบั การพมิ พ คอื ไมต า่ํ หรอื สงู เกนิ ไป ถา ตาํ่ หรอื สงู เกนิ ไป จะทาํ ใหเ กดิ ความ
ไมถนัดทัง้ ผทู ําการพิมพและผูพมิ พ การพมิ พก จ็ ะไมไดรับผลดี ฉะนนั้ โตะทเี่ หมาะกบั การพมิ พจ งึ ควร
มคี วามสงู ประมาณ ๓ ฟตุ ครึง่ หรอื มีความสูงใหต า่ํ กวา ขอ ศอกเลก็ นอยของบุคคลในขณะยืน (สําหรบั
คนขนาดธรรมดาไมส งู หรือต่ําเกินไป) นอกจากนัน้ จะตองมีเครื่องอุปกรณตางๆ ประกอบอีกดงั น้ี คือ
๑. แทนสาํ หรับคลึงหมึก ใชก ระจกผวิ เรียบที่มขี นาดกวา งยาวประมาณ ๔ x ๑๐ นว้ิ ฟุต
หนาประมาณ ๑/๒ เซนติเมตร หรอื ๒ หุน
๒. ลกู กล้งิ ยาง ขนาดพอสมควรกับความกวางของหนาแทน ใชส ําหรบั คลึงหมกึ
๓. หมกึ ตอ งใชห มกึ สดี าํ อยา งเดยี ว หมกึ สอี นื่ ไมใ ช (ควรใชห มกึ สาํ หรบั พมิ พล ายนวิ้ มอื
อยางเปน หลอดเพราะรกั ษาคณุ ภาพของหมกึ ไวไ ดดีกวา อยางเปนกระปอง นอกจากนีย้ ังบีบออกใชให
เหมาะกบั ปริมาณความตอ งการได ใชแ ลว ปด ไดสนทิ )
๔. แทน ประกบั สําหรับบังคบั แผนพมิ พลายนิ้วมือ
การทาํ ความสะอาดนวิ้ มือกอนลงมอื พมิ พ
เปน ทที่ ราบกนั ดอี ยแู ลว วา สวนตา งๆ ของรางกายมนุษยเ ราน้ี ไมมีสวนใดท่สี กปรกท่สี ดุ
เทา กบั มอื เพราะมนษุ ยต อ งใชม อื สมั ผสั จบั ตอ งสงิ่ ตา งๆ อยทู กุ ขณะ ฉะนน้ั กอ นทจ่ี ะลงมอื พมิ พล ายนว้ิ มอื
ของผใู ดจงึ ตอ งชาํ ระลา งนวิ้ มอื ของผนู นั้ ใหส ะอาดเสยี กอ น ถา มผี งหรอื สงิ่ เปรอะเปอ นตดิ อยู ลายนวิ้ มอื
ที่พิมพลงไปน้ันจะติดลายเสนไมสมบูรณ ซึ่งอาจทําใหลายพิมพนิ้วมือน้ันใชในการตรวจสอบไมได
ถา นว้ิ มอื สกปรกมากกต็ อ งลา งดว ยสบู ถา หนงั มอื ดา นหรอื แขง็ กต็ อ งลา งมอื แลว เชด็ เบา ๆ พอใหน ว้ิ มอื
หมาด ๆ อยาใหท ันแหง สนิท แลวลงมอื พมิ พทันที จะชวยใหล ายนว้ิ มือนัน้ ชดั เจนข้นึ ได
การทาหมกึ บนแทนพมิ พ
บบี หมกึ ออกจากหลอดประมาณ ๒- ๓ หยด เวน ระยะตามลาํ ดบั ลงบนแทน สาํ หรบั คลงึ หมกึ
แลวใชลูกกลิ้งยางไถกลับไปกลับมาจนหมึกน้ันแผขยายออกไปเรียบสมํ่าเสมอท่ัวทุกสวนของหนา
แทนพิมพเมื่อหมึกเรียบดีแลวกอนที่จะลงมือพิมพ ใหทดลองพิมพดูบนกระดาษอ่ืนๆ สักนิ้วหน่ึง
กอนเพราะจะไดท ราบวา หมึกบนแทน นั้นหนาหรอื บาง ถาลายเสน จางกห็ มายถงึ หมึกบนแทนบางไป
ตอ งเพมิ่ หมึกเขา ไปอกี ถา ลายเสนมดื ดํามากจนเลอะเทอะ หมายถงึ หมึกบนแทนหนาหรอื มากเกนิ ไป
จะตองเอาหมึกออกเสียบาง วิธีเอาหมึกออกจากแทนจะใชวิธีเอาออกโดยใชของแข็งขูดออก หรือ
ใชผาเช็ดออกไมไดเปนวิธีท่ีไมถูกตอง เพราะจะทําใหหมึกหนาๆ บางๆ และหนาแทนจะเปนรอย
๙๘
ขาดความสมํ่าเสมอ วิธีเอาหมึกออกโดยถูกตองตามหลักวิชา ใหใชลูกกล้ิงท่ีติดหมึกมากน้ัน มากล้ิง
ถา ยหมกึ ลงบนกระดาษอน่ื แลว กลบั ไปกลง้ิ บนแทน ทาํ เชน นจ้ี นเหน็ วา หมกึ พอเหมาะกบั ความตอ งการ
แลว ลงมอื พมิ พไ ด ถา หมกึ จางลงใหเ ตมิ หมกึ ลงบนแทน คลงึ หมกึ ทาํ การพมิ พใ หมต อ ไป อยา ปลอ ยทง้ิ ไว
ใหแ ทน และลกู กลงิ้ สกปรกเปน อนั ขาด นอกจากนถี้ า ใชห มกึ ชนดิ เปน หลอดเมอื่ บบี หมกึ ลงบนแทน แลว
ใหปดจุกทุกครั้งอยาเปดจุกท้ิงไวเพราะหมึกจะแหงบีบไมออกตามที่ตองการ เม่ือจะเลิกใชแทนพิมพ
ใหใชน ํ้าสะอาดลางแทน พมิ พและเช็ดใหแหงกอ นเกบ็
การพิมพลายนวิ้ มือลงใบแบบพมิ พ
แบบพมิ พทใ่ี ชใ นการพิมพลายน้ิวมือ ใชขนาด ๘X๘ นว้ิ มี ๒ แบบ คือ
๑. ผตู อ งหา (พลม.๒๕-ต.๕๓๙)
๒. ผขู ออนญุ าต, สมคั รงาน (พลม.๒๔-ต.๕๓๘)
การพิมพล ายนิ้วมอื ลงในแบบพมิ พใ หป ฏิบัตดิ งั ตอไปน้ี
๑. ใหผ ถู กู พมิ พล ายนวิ้ มอื ลงลายมอื ชอื่ ในแบบพมิ พต ามชอ งทกี่ าํ หนด ถา ลงลายมอื ชอื่
ไมไดใหพมิ พนว้ิ หวั แมมือขวาแทนการลงลายมอื ชื่อ
๒. ใหพ มิ พก ลง้ิ นิว้ มอื ขวาตามลาํ ดับนวิ้ ท่ีมีชองปรากฏอยใู นแบบพิมพ เม่อื พิมพก ลงิ้
นิ้วมือขวาเสร็จแลว จึงพิมพกล้ิงน้ิวมือซายตามลําดับน้ิวที่มีชองปรากฏอยูในแบบพิมพเชนเดียวกัน
การพมิ พด งั กลา วขา งตน ทงั้ ๒ มอื น้ี ตอ งพมิ พใ หต ดิ หมกึ ตา่ํ กวา ขอ นว้ิ ขอ ทหี่ นง่ึ ลงมาเลก็ นอ ยโดยใชว ธิ ี
พมิ พกลงิ้ นว้ิ หวั แมม ือขวา-ซา ยใหกลงิ้ นิว้ เขา หาตัวผูถ กู พิมพ สว นนวิ้ อืน่ ๆ ที่เหลอื ใหกลิง้ นิว้ ออกจาก
ตัวผูถูกพมิ พ
๓. ใหพ มิ พก ด ๔ นวิ้ เรยี งพรอ มกนั คอื นว้ิ ช้ี นว้ิ กลาง นวิ้ นาง และนวิ้ กอ ย ของแตล ะมอื
ลงไปในชองตอนลางของแบบพมิ พทก่ี ําหนดไวท้งั มอื ขวาและมือซาย โดยวธิ ีพิมพร าบหรือพมิ พแ ตะ
ไมต องกลงิ้ นวิ้ วางนว้ิ มือขวาและมือซายเอยี งประมาณ ๔๕ องศา ใหน้ิวท้งั ๔ ของแตล ะมือปรากฏ
อยใู นชองตอนลา งของแบบพมิ พท่ีกําหนดไวใ หค รบชอ งละ ๔ น้ิว วางตําแหนงน้วิ อยา ใหเกนิ เขาไปใน
เขตของการพิมพกล้ิงนิว้ ในแบบพิมพ
๔. ใหพ มิ พน ว้ิ หวั แมม อื ขวา-ซา ย ของผถู กู พมิ พเ รยี งคพู รอ มกนั ลงในแบบพมิ พต ามชอ ง
ทกี่ าํ หนดไวด า นลา ง การพมิ พม อื ขวา-ซา ย นใี้ ชว ธิ พี มิ พร าบหรอื พมิ พแ ตะเชน เดยี วกนั กบั การพมิ พก ด
๔ นิ้ว พรอมๆ กนั
ขอควรจาํ ตอ งใหผ ถู กู พมิ พล ายนว้ิ มอื ลงลายมอื ชอ่ื กอ นที่จะพิมพม อื ทกุ ครงั้ ถา มีบคุ คล
ท่ีจะตองพิมพลายน้ิวหลายๆ คน ณ ท่ีนั้น ใหระมัดระวังจะสลับตัวคน ตองเรียกมาพิมพทีละคน
และจะพิมพลายน้ิวมือบุคคลไหน ก็ตองใหเสร็จเรียบรอยเปนรายตัวบุคคลไป อยาใหมาปะปนกันได
มเิ ชน นน้ั ลายพมิ พน ว้ิ มอื จะสลบั กนั ไมถ กู ตอ งตามความเปน จรงิ การพมิ พล ายนวิ้ มอื ไมค วรกระทาํ ดว ย
๙๙
ความรบี รอ นเพราะจะทาํ ใหเ กดิ ผลเสยี ตามมาเมอ่ื เจา หนา ทผี่ ชู าํ นาญไมส ามารถทาํ การตรวจสอบใหไ ด
จําเปนตอ งสง คืนจึงตอ งใชความระมัดระวงั และความประณีตในการพิมพใ หม าก
วิธพี ิมพกลงิ้ นวิ้ ใหผูพิมพป ฏบิ ตั ดิ ังน้ี
๑. ใหผ พู มิ พยืนอยูริมโตะขา งหน่ึง และใหผ ูถ กู พมิ พย นื อยรู ิมโตะขา งเดียวกัน หันหนา
มาทางผพู ิมพแ ละอยดู านขวามือของผูพ ิมพ
๒. ใหผูพิมพจับน้ิวท่ีจะพิมพดวยนิ้วหัวแมมือกับนิ้วชี้ สวนท่ีจะจับดวยมือขวา
หรอื มือซายขึ้นอยกู บั ผพู มิ พว าจะถนดั มือใด
๓. การจับน้ิวใหจับที่ ๒ ขางของนิ้ว (ไมใชบนหรือลางของน้ิว) ตรงใตขอนิ้วขอแรก
นบั แตป ลายนว้ิ ลงมา สว นอกี มอื หนง่ึ ของผพู มิ พใ หแ ตะประคองนวิ้ ของผถู กู พมิ พไ วเ ทา นนั้ อยา กดนวิ้ แรง
๔. ตองจับน้ิวใหแนนและบอกผูถูกพิมพใหอยูในทาปกติ ทําน้ิวออนๆ อยาเกร็ง
หรอื อยาฝน
๕. เวลาพิมพ ใหผูพิมพจับนิ้วผูถูกพิมพวางตะแคงลงบนแทนหมึกพิมพ ตั้งตนจาก
ขอบเล็บขางหนึ่งกล้ิงมือเบาๆ ไปจนจดขอบเล็บอีกขางหนึ่ง ใหหมึกติดท่ัวทั้งหนาน้ิวโดยถือหลักวา
นิ้วหัวแมมือท้ังขวาและซายใหกลิ้งเขาหาตัวผูถูกพิมพ สวนน้ิวอื่นๆ ใหกลิ้งออกจากตัวผูพิมพ
อยา จบั น้ิวหรือบบี น้ิวแรงเกินไป
๖. ถาน้วิ มอื กวางมาก ใหพยายามกลงิ้ น้วิ ใหส ดุ ขอบเลบ็ เทาท่จี ะทาํ ได
๗. การพิมพลงบนกระดาษแบบพิมพใหทําเชนเดียวกันกับการกล้ิงน้ิวบนแทนหมึก
ตามขอ ๕
โดยถือหลักวาน้ิวหัวแมมือทั้งขวาและซายใหกล้ิงเขาหาตัวผูถูกพิมพ สวนน้ิวอ่ืน ๆ
ใหก ลงิ้ ออกจากตวั ผถู กู พมิ พ เวลาพมิ พล งบนกระดาษพมิ พ ใหพ มิ พต าํ่ ลงมาจากขอ นวิ้ ขอ แรกเลก็ นอ ย
และใหพิมพอยูในกรอบชองน้ิวของแบบพิมพ อยาพิมพออกนอกกรอบฯ อยาลืมวาลายพิมพน้ิวมือ
ท่ีพรามัวหรือเลอะเลือนไมชัดเจน เจาหนาที่ผูตรวจจะไมสามารถตรวจสอบใหไดตองสงกลับคืนไป
ใหพมิ พใ หมซ ึง่ เปนการเสียเวลาและทําใหก ารตรวจสอบลาชา
ขอแนะนาํ วธิ พี มิ พล ายน้วิ มอื ท่ีถูกตอ งตามหลักวชิ า
๑. เคร่ืองมอื เครือ่ งใชใ นการพมิ พลายน้ิวมือ ตอ งรักษาใหสะอาดอยเู สมอ โดยเฉพาะ
อยา งยงิ่ แทน สาํ หรบั คลึงหมกึ เม่ือพมิ พไ ปแลว ประมาณ ๑๐-๑๕ คน ตองทาํ ความสะอาดอกี คร้ังหน่ึง
แลวจึงใชพมิ พใหมตอ ไป
๒. หมึกพิมพตอ งใชห มึก “สีดาํ ” สาํ หรบั พมิ พล ายน้วิ มอื
๓. คลึงหมกึ บนแทน พิมพใหหมกึ ติดเสมอกันโดยทวั่ ไป
๑๐๐
๔. เมอื่ คลึงหมึกบนแทน เรียบรอ ยแลว กอนลงพมิ พในแบบพมิ พต อ งทดลองดูกอ นวา
หมึกบนแทนหนาหรือบาง ถาลายเสนจางแสดงวาหมึกบางตองเติมหมึกเพิ่มอีก ถาหมึกหนาไป
ลายเสนจะมืดเลอะเลือนตอ งเอาหมกึ ออก
๕. กอนลงมือพิมพลายน้ิวมือผูใด ตองลางมือหรือทําความสะอาดนิ้วของบุคคลนั้น
เสยี กอนแลว เช็ดใหแหงสนทิ
๖. ในการพมิ พก ลง้ิ นวิ้ ใหก ลง้ิ นว้ิ จากขอบเลบ็ อกี ขา งหนง่ึ ไปจนจดขอบเลบ็ อกี ขา งหนง่ึ
และพมิ พใ หต ิดลายเสนตัง้ แตข อ นิ้วแรกถงึ ปลายนวิ้
๗. เวลาพิมพอ ยากดน้ิว หรอื บบี น้ิวใหแรงเกินไป และอยา ใหน ้วิ เลอ่ื นไถลหรือบดิ นิว้
๘. พิมพใหนิ้วเรยี งกันไปตามลาํ ดบั ทกี่ าํ หนดไวใ นแบบพมิ พอ ยาพมิ พซ ํา้ มอื หรือซ้ํานวิ้
๙. ระมัดระวังอยาใหน ิ้วสลบั กนั หรืออยาใหส ลบั มอื กนั
๑๐. รายการตางๆ ในแบบพิมพตองกรอกใหครบถวนทุกชอง และเขียนดวยตัวบรรจง
หรอื พมิ พด ดี
๑๑. นวิ้ ใดไมส ามารถพมิ พไ ด ตอ งหมายเหตบุ อกไวใ นชอ งของนวิ้ ทพี่ มิ พไ มไ ดน น้ั ดว ยวา
นิ้วดว น หรอื พมิ พไมไ ดเพราะเหตุใด และใหห มายเหตใุ นชอ งตําหนิ/พกิ าร/ลายสกั หลังพลม.ดวย
๑๒. นิ้วทเ่ี ปน แผลสดพมิ พไ มได ก็ขอใหหมายเหตบุ อกไปดว ยในชองของนิ้วนั้นๆ และ
ควรจะรอใหแผลหายเสยี กอ นแลวจงึ พมิ พ
๑๓. อยาลืมใหผูถูกพิมพเซ็นชื่อตัวเอง หากเซ็นไมไดใหพิมพนิ้วหัวแมมือขวาเอาไว
และอยาลืมเซ็นชื่อผูทําการพิมพล ายน้วิ มอื ดวย
๑๔. ถามีผูถูกพิมพในคราวเดียวกันหลายๆ คนใหเรียกตัวมาพิมพหรือจดจําตําหนิ
รปู พรรณ ทีละคนๆ อยาใหป ะปนกนั ได และตองปฏิบัติดวยความระมัดระวัง เพ่อื มิใหส ลบั ตัวคนกนั
๑๕. การพิมพนว้ิ หัวแมมือขวา - ซา ย ตองจบั น้ิวหัวมือทั้ง ๒ ใหเรียงคูกนั แลวจึงกดลง
พรอมกันในชองของแบบพมิ พต อนลา งทกี่ ําหนดไว
๑๖. การพิมพก ด ๔ นว้ิ พรอ มกนั อยาเอานิ้วไปกดลงทลี ะน้วิ ๆ ตองกดลงไปพรอมกัน
ทัง้ ๔ น้วิ
๑๐๑
ภาพท่ี ๑ การพิมพลายนิ้วมือลงในแบบพมิ พ
ขอบกพรองในการพมิ พล ายนวิ้ มอื ทใี่ ชไ มไ ดต อ งสง คืน
ขอบกพรองในการพิมพลายนิ้วมือท่ีใชการไมไดตองสงคืนน้ัน แยกการสงคืนเปน
๒ ประเภท คือ
๑. สง คนื เพราะคณุ ภาพการพมิ พล ายนวิ้ มอื ไมด ี กรณเี ชน น้ี หนว ยงานนน้ั ๆ ตอ งพมิ พ
ลายนิ้วมอื ใหม สง ให ทว. ตรวจสอบ แบงเปน
๑๐๒
๑.๑ พิมพหมึกหนาหรือบางเกินไป กดนิ้วแรงเกินไป ทําใหลายเสนติดกัน
ลายนิ้วมือพรามัวเลอะเลือน หรือลายเสนเลือนรางพิมพสีเขมแตกตางกันในแตละน้ิว และหมึก
ไมส มาํ่ เสมอกันทุกน้วิ
๑.๒ พมิ พส ลบั มอื หรอื สลบั นว้ิ ซาํ้ มอื หรอื ซา้ํ นวิ้ พมิ พน วิ้ ไมต รงตามชอ งทก่ี าํ หนด
ไวใ นแบบพิมพ
๑.๓ พิมพก ลงิ้ นวิ้ ไมส ุดขอบเลบ็ ทง้ั สองขางหรอื พมิ พไมเต็มหนา นวิ้
๑.๔ พิมพส ูงกวาขอ นิว้ หรือตํ่ากวา ขอนิว้ มากเกนิ ไป
๑.๕ พิมพลายน้ิวมือไมต้ังตรง พิมพเอียง พิมพเกินขอบของชองท่ีกําหนดไว
ในแบบพิมพ
๑.๖ พิมพล ายน้ิวมือไมค รบตามชอ งท่กี ําหนด โดยไมไดหมายเหตุ
๑.๗ ไมใชห มึกสีดําในการพิมพลายนิว้ มือ
๒. สง คนื เพราะกรอกขอ ความในแบบพมิ พไ มค รบถว น กรณเี ชน นี้ ทว.จะสง คนื แผน พมิ พ
ลายน้ิวมือฉบับเดิมกลับคืนใหหนวยงานกรอกขอความเพ่ิมเติมหรือแกไขแลวแตกรณีใหครบถวนกอน
แลว ใหสงแผนพิมพล ายนว้ิ มอื ดงั กลา วที่แกไขแลวให ทว. ทาํ การตรวจสอบตอ ไป แบง เปน
๒.๑ กรอกรายละเอียดไมครบถวนในสาระสําคัญ เชน ไมมีเลขประจําตัว
บตั รประชาชน ๑๓ หลกั หากเปน ชาวตา งชาติ ไมม เี ลขทหี่ นงั สอื เดนิ ทาง (PASSPORT), ไมม ลี ายมอื ชอ่ื
เจาหนา ทผี่ ูพมิ พมอื , ไมมลี ายมือช่อื พนกั งานสอบสวนลงนามรับรอง, ไมม เี ลขคดี ขอหา วนั เดือนป
ท่ีเกดิ เหตุ วนั เดอื นปจับกมุ
๒.๒ กรอกวนั เดือนปเกดิ เหตุ กับ วนั เดือนปจ ับกุม ไมสมั พนั ธกบั เลขคดี
๒.๓ กรอกวันเดือนปจ ับกุมกอ นวันเดอื นปเกดิ เหตุ
๒.๔ ชือ่ -นามสกุล ผูตอ งหา ดา นหนา /ดานหลงั แผน พมิ พล ายน้ิวมือไมต รงกนั
๒.๕ ชอ่ื -นามสกุล ผตู อ งหา และขอ หา ในแผนพมิ พลายนว้ิ มอื ไมต รงกบั หนังสอื
นําสง
๒.๖ ชอ่ื -นามสกุล ผตู องหา ตวั บรรจงกับลายมือช่อื (กรณอี า นออก) ไมต รงกัน
การพมิ พล ายนว้ิ มอื ทพี่ กิ ารหรอื นวิ้ ท่ีมปี ญหา
การพมิ พล ายนว้ิ มอื ของคนพกิ าร ในบางกรณอี าจดาํ เนนิ การไมไ ด เพราะความพกิ ารนนั้
เปนมาแตก าํ เนิดเปนความพิการตลอดชวี ิต (Permanent Disabilities) เชน เกิดมามือดวน นวิ้ ดว น
หรือหงิกงอเปนงอย น้ิวเสียพิการติดกัน นิ้วงอกหรือเน่ืองจากอายุมากเกินไป นิ้วมือท่ีเห่ียวยน
พมิ พแ ลว ไมมลี ายเสนกใ็ หระบุไปใหช ดั แบง ออกไดดงั น้ี
๑. กรณีนวิ้ ดวนทัง้ หมด ใหพ มิ พฝา มอื ลงในชองแบบพิมพแลว หมายเหตุไวด ว ย
๑๐๓
๒. กรณนี วิ้ ดว นหรอื มอื ดว น ไมส ามารถพมิ พล ายนว้ิ มอื ไดใ หห มายเหตใุ นชอ งแบบพมิ พ
น้ันวา “ดวน”
๓. กรณีน้ิวดวนเพียงขอนิ้วแรก ใหพิมพน้ิวสวนที่เหลือลงไป แลวหมายเหตุไววา
“นิ้วกดุ ”
๔. กรณมี นี วิ้ มากกวา ๑๐ นว้ิ ใหพ มิ พน วิ้ ทอ่ี ยดู า นในของนวิ้ นน้ั ๆ ลงในชอ งแบบพมิ พ
สว นน้วิ ทงี่ อกเกินใหพมิ พไ วท ่วี า งดา นหนาแบบพิมพ แลว หมายเหตวุ า “เปนน้ิวงอกของนวิ้ ใด” เพราะ
ตอไปบุคคลนอ้ี าจตัดนิว้ ทงี่ อกออกเสีย
๕. กรณีนิ้วติดกัน ใหพยายามพิมพกลิ้งน้ิวเทาท่ีจะสามารถทําได แลวหมายเหตุวา
“นว้ิ ตดิ กัน”
๖. กรณนี ว้ิ แหง นว้ิ ของผสู งู อายุ นวิ้ ดา นแขง็ ใหแ ชม อื ในนาํ้ โดยไมต อ งฟอกสบจู นผวิ นมุ
ขึน้ แลว เชด็ พอใหช ื้นหมาด ๆ และลงมอื พิมพทนั ที ทีละน้ิวโดยเตรียมผาชบุ นา้ํ หมาด ๆ ไวค อยเชด็ น้ิว
อยา ใหแหง
๗. กรณนี ว้ิ มอื มเี หงอื่ ออกมาก กอ นลงมอื พมิ พใ หเ ชด็ นวิ้ ใหแ หง เมอื่ พมิ พน วิ้ บนแทน หมกึ
แลว ใหพมิ พล งในแบบพมิ พท นั ที ทลี ะน้วิ
๘. กรณีน้ิวมีลายเสนบางละเอียด ใหทําเชนเดียวกับขอ ๖ แตใชหมึกคอนขางบาง
และอยา กดน้วิ แรง เพยี งประคองนิ้วพิมพล งในแบบพมิ พเ ทานั้น
๙. กรณีน้ิวลอกหรือนิ้วเปนแผล ลายเสนจะขาดหายเปนบางชวง ไมสามารถ
ตรวจสอบได ใหพักน้ิว ๑๕ วัน แลวพิมพสงใหตรวจสอบใหม ลายน้ิวมือจะข้ึนมาใหมเปนลายเสน
ทีส่ มบูรณ สามารถตรวจสอบได
วิธพี มิ พฝ า มอื
ตามความเขาใจทั่วๆ ไป เมื่อพิมพฝามือก็ใหกดฝามือท้ังสองขางลงบนแทนคลึงหมึก
แลวพิมพฝามือลงบนกระดาษแบบพิมพ ซึ่งการพิมพฝามือเชนน้ี จะพิมพไมติดลายเสนท่ีอุงมือ
ถาจะแกไขดวยการกดที่หลังมือเพ่ือใหหมึกติดทั่วอุงมือ ลายเสนท่ีบริเวณฝามือจะมืด เลอะเลือน
เพราะแรงกดนน้ั ไปดวย ไมส ามารถมองเหน็ ลายเสน ไดชดั เจน
วธิ พี มิ พฝ า มอื ทถ่ี กู ตอ งตามหลกั วชิ า จงึ ตอ งมอี ปุ กรณใ นการพมิ พเ พมิ่ คอื วสั ดทุ รงกระบอก
ตรงผิวเรียบ เสน ผาศนู ยกลางประมาณ ๒ นว้ิ ยาวประมาณ ๖ นิ้ว ซ่งึ อาจใชทอพลาสตกิ PVC กไ็ ด
โดยมีวิธีการพิมพฝามอื ดงั น้ี
๑. ใชล กู กลงิ้ ยาง กลง้ิ เกลยี่ หมกึ บนแทน คลงึ หมกึ จนหมกึ เรยี บพอดแี ลว นาํ ลกู กลงิ้ ยาง
นั้นมากล้ิงหมึกบนฝามือท้ังสองขางของผูถูกพิมพมือ ใหนิ้วทั้ง ๕ เรียงชิดกันไมตองกางนิ้วออก
และไมต อ งเกร็งฝามอื จนนว้ิ เกยทับกนั โดยท้งั ผูพมิ พและผูถ กู พมิ พห นั หนา เขาหากัน
๑๐๔
๒. ผพู มิ พเตรียมกระดาษแบบพิมพ โดยมว นกระดาษดา นที่จะพิมพฝามือขวา เขา กบั
วัสดุทรงกระบอก วางมวนกระดาษบนโตะผิวเรียบซึ่งมีพนื้ ท่ีเพียงพอและไมม วี สั ดุอื่นใดขัดขวาง
๓. ผพู มิ พจ บั หลงั มอื ขวาของผถู กู พมิ พว างลงบนกระดาษทมี่ ว นอยกู บั วสั ดทุ รงกระบอก
โดยวางปลายนิ้วต่าํ จากขอบกระดาษประมาณ ๑ ซม. กล้งิ วัสดทุ รงกระบอกไปดา นหนา เม่อื สดุ ฝามอื
ใหจับมือผูถ ูกพิมพย กขนึ้
๔. ผพู มิ พเ ตรยี มกระดาษแบบพมิ พด า นทจี่ ะพมิ พฝ า มอื ซา ย ทาํ เชน เดยี วกบั ขอ ๒ และ
ขอ ๓
๕. จะไดภ าพพมิ พฝ ามือที่ปรากฏลายเสน ชัดเจน ตามรปู
ภาพที่ ๒ ลายพิมพฝ า มือขวา-ซา ย
๑๐๕
การพิมพล ายนว้ิ มอื ศพ
วธิ พี มิ พล ายนว้ิ มอื ตามทไ่ี ดก ลา วมาแลว นน้ั เปน วธิ พี มิ พล ายนว้ิ มอื จากบคุ คลทย่ี งั มชี วี ติ อยู
และทมี่ นี วิ้ ปกตธิ รรมดาหรอื เพยี งพกิ ารหงกิ งอ หรอื ดว นเทา นน้ั แตก ารพมิ พล ายนวิ้ มอื ศพเปน การพมิ พ
จากผูที่ไรความรูสึก ไมสามารถจะบอกใหกระทําอยางหน่ึงอยางใดไดตามความประสงคของ
ผูพิมพ จึงเปนหนาที่ของผูพิมพแตเพียงฝายเดียวท่ีจะตองพยายามหาวิธีพิมพใหไดลายนิ้วมือศพ
น้ันๆ มาโดยสมบูรณถูกตองตามหลักวิชา และใหใชในการตรวจสอบได ท้ังน้ีก็เพราะผูพิมพไมมี
โอกาสทจี่ ะจดั พมิ พใ หมไ ดอ กี เพราะศพนน้ั อาจถกู เผาไปเสยี หรอื ศพเนา จนหนงั นว้ิ มอื หลดุ ลอ นชาํ รดุ
เสียหายไปหมด ศพท่ีผูพิมพจัดการพิมพลายน้ิวมือนั้น อาจเปนศพที่อยูในลักษณะและเวลาท่ีตาย
แตกตางกัน เชน อาจเปนศพของผูที่ตายใหมๆ หรืออาจเปนศพที่ตายมาแลวหลายๆ วันจนถึงกับ
ขึ้นอืด หรือเนาเปอยผิวหนังหลุดลอนแตยังมีลายน้ิวมืออยู หรืออาจเปนศพท่ีตองไปขุดมาจากหลุม
ฝง ศพ อยา งไรกต็ ามลกั ษณะของศพทจ่ี ะทาํ การพมิ พน น้ั สามารถจาํ แนกตามวธิ กี ารพมิ พล ายนวิ้ มอื ศพ
ได ๖ ประเภท ดงั ตอ ไปนี้ คอื
๑. ศพที่ยงั ไมข้ึนอืดหรอื ที่ตายใหม ๆ
๒. ศพที่หนงั นิว้ มอื เห่ียวยน
๓. ศพทีห่ นงั น้วิ มอื เห่ียวแหง หนังตดิ กับกระดูก
๔. ศพที่ขน้ึ อดื จนเนา ผวิ หนงั นิว้ มอื หลดุ ลอนแตย ังตดิ อยกู ับมือศพ
๕. ศพท่ขี ้นึ อดื จนเนา ผิวหนังนิว้ มอื หลดุ ลอนหายไป
๖. ศพทถี่ ูกไฟไหม
การจะพิมพลายนิ้วมือศพดวยวิธีการใดใหเจาหนาท่ีผูพิมพพิจารณาใชวิธีท่ีเหมาะสม
กับสภาพศพแตละประเภทและกอนจะพิมพลายน้ิวมือศพทุกคร้ังใหนํามือศพทั้งมือขวาและมือซาย
แชใ นนา้ํ ผสมนาํ้ ยาฆา เชอ้ื และลา งขจดั คราบสง่ิ สกปรกออกใหห มด พรอ มกบั ตรวจดสู ภาพนว้ิ วา นวิ้ มอื
ยังอยคู รบถวนหรอื ไม หากมีน้วิ ขาดหายไปใหหมายเหตใุ นชองนว้ิ น้นั ๆ วา “ ดว น” หรอื “ขาด” และ
กอ นพิมพล ายนว้ิ มือศพทกุ คร้งั ใหนวดน้วิ มอื ศพใหน ิม่ พรอ มทจี่ ะพมิ พม อื ได
เครอื่ งมือเครอ่ื งใชใ นการพิมพลายนวิ้ มอื ศพ
จากการเกิดภัยพิบัติสึนามิใน ๖ จังหวัดภาคใตของประเทศไทย เม่ือป พ.ศ. ๒๕๔๗
ศพสวนใหญจมนํ้าและมีสภาพที่เนาเปอยมาก บางศพผิวหนังน้ิวมือหลุดลอนทําใหการพิมพ
ลายนิ้วมอื ศพ พมิ พไ ดยาก จําเปนตองใชเ ทคนิคพเิ ศษตางๆ เพิม่ เตมิ มากขนึ้ เชน วธิ กี ารนําผวิ หนงั ที่
หลุดลอนมาสวมเขากับน้ิวมือของผูพิมพ หรือนํามือศพมาจุมหรือแชในน้ํารอน เปนตน ดังนั้น
การพมิ พล ายนว้ิ มอื ศพ จงึ จาํ เปน ตอ งมเี ครอื่ งมอื เครอื่ งใชส าํ หรบั การพมิ พเ ปน พเิ ศษนอกเหนอื ไปจาก
เครอื่ งมอื ทใี่ ชอยูตามปกติ คอื
๑๐๖
๑. ชอนสาํ หรับพมิ พล ายนว้ิ มือศพ (โลหะโคง)
๒. เหล็กสําหรับยึดนวิ้ มอื
๓. กรรไกร
๔. ใบมีดผาตดั
๕. ผงฝุน สดี าํ
๖. แปรงปด ฝุน
๗. สต๊ิกเกอร
๘. แผน ใสซ่ึงถายเอกสารจากแบบพิมพลายนิ้วมือผตู องหา ฯลฯ (พลม.๒๕- ต.๕๓๙)
เฉพาะดา นหนา
๙. ดา ยเยบ็ ผา
๑๐. ปากคบี
๑๑. กระบอกฉีดยาพรอ มเขม็
๑๒. แอลกอฮอลหรอื น้ํายาฆาเชือ้
๑๓. กลเี ซอรีนหรอื น้าํ
๑๔. แวนขยาย
๑๕. กระทะไฟฟา
๑๖. ถงั นํ้า
๑๗. ฟองน้าํ
๑๘. ผา ขาวดบิ และผา กอซ
๑๙. นาํ้ ยาลางมอื ศพ
๒๐. วาสลีน
๒๑. แปรงสฟี น
๒๒. อปุ กรณส าํ หรบั เจา หนา ทพี่ มิ พล ายนวิ้ มอื ศพเพอื่ ปอ งกนั การตดิ เชอื้ เชน ถงุ มอื ยาง
หนากากอนามยั ฯลฯ
วธิ ีการพิมพลายนว้ิ มือศพ
๑. วิธีการพิมพล ายนว้ิ มอื ศพทย่ี งั ไมข นึ้ อดื หรอื ทต่ี ายใหม ๆ มี ๒ วธิ ี คอื
๑.๑ กรณสี ภาพนว้ิ มอื ศพเหมอื นคนปกติ ไมเ กรง็ ใหพ มิ พโ ดยใชแ ผน พมิ พล ายนว้ิ มอื
ตามแบบ พลม.๒๕-ต.๕๓๙ โดยพับแบบพิมพตามแนวเสน ซึ่งแบงมือขวาและ (เสนบาง) เตรียมไว
แลวเริ่มพิมพลายนิ้วมือศพโดยการคลึงหมึกบนแทนสําหรับคลึงหมึก (กระจก) เมื่อเห็นวาสม่ําเสมอ
แลวใหนํากระจกวางบนมือซายของผูพิมพ สวนมือขวาของผูพิมพใหจับน้ิวมือศพนิ้วท่ีจะพิมพตรง
ใตขอน้ิวขอแรกยกข้ึนแลวใชมือซายยกกระจกขึ้นมากล้ิงท่ีน้ิวมือศพใหหมึกติดเต็มหนานิ้วแลวพิมพ
๑๐๗
นวิ้ มอื ศพนว้ิ นน้ั ลงบนแผน พลม. โดยใชว ธิ กี ารพมิ พเ ชน เดยี วกนั กบั การพมิ พบ นกระจก ทาํ เชน นจ้ี นครบ
ทุกนิ้วท้ังมือขวา-มือซาย สวนวิธีการพิมพแบบราบหรือแตะ ใหจับน้ิวมือศพเรียงชิดติดกันต้ังแตนิ้วชี้
นวิ้ กลาง นิว้ นาง และนิ้วกอย แลวกดพรอมกนั ๔ นว้ิ โดยทําทลี ะมอื ท้งั มือขวาและมอื ซาย สว นน้ิว
หัวแมมือขวา-ซา ย ใหก ดทีละนิว้ ในชองทก่ี ําหนด
๑.๒ กรณสี ภาพนว้ิ มอื ศพเกรง็ หงกิ งอ เมอื่ นวดนว้ิ มอื ศพแลว ไมส ามารถแยกแตล ะ
นวิ้ ใหอ อกจากกนั ได ใหพ มิ พโ ดยใชช อ นสาํ หรบั พมิ พล ายนวิ้ มอื ศพ (โลหะโคง ) ในขนั้ ตอนแรกใหใ ชก รรไกร
ตัดแผนพิมพลายนิ้วมือตามแบบ พลม.๒๕-ต.๕๓๙ เฉพาะชองที่พิมพแบบกล้ิงน้ิวตามแนวเสนยาว
ตลอดแนว แลวเริ่มพิมพมือศพโดยการคลึงหมึกบนแทนคลึงหมึก (กระจก) เมื่อเห็นวาสมํ่าเสมอ
แลวใหนํากระจกวางบนมือซายของผูพิมพ สวนมือขวาของผูพิมพใหจับน้ิวมือศพนิ้วที่จะพิมพตรงใต
ขอน้ิวมือขอแรกยกข้ึนแลวใชมือซายยกกระจกข้ึนมากลิ้งที่น้ิวมือศพตามถนัดเพ่ือใหไดลายนิ้วมือ
ทสี่ มบรู ณ ขน้ั ตอนตอ ไปใหน าํ แผน พมิ พล ายนวิ้ มอื ทต่ี ดั มาทาบลงบนสว นโคง ของโลหะรอ งโดยการสอด
ปลายแผนพิมพลายนิ้วมือไวในชองโลหะโดยใชมือซายของผูพิมพจับปลายของโลหะที่สอดแผนพิมพ
ลายนิ้วมือไว แลวเริ่มพิมพลายนิ้วมือศพจนครบทุกนิ้วท้ังมือขวาและมือซาย และเห็นวาลายน้ิวมือ
ชัดเจนสามารถตรวจสอบไดใหทากาวหรือแปงเปยกลงในแผนพิมพลายนิ้วมือใหตรงกับชองในแผน
พิมพลายนิ้วมือที่เตรียมไว แลวเจาหนาท่ีผูพิมพตองเซ็นชื่อกํากับไวบนกระดาษท่ีติดกาวน้ันดวย
สวนวิธีการพิมพแบบราบหรือแตะ ใหจับน้ิวมือศพเรียงชิดติดกันต้ังแตนิ้วชี้ น้ิวกลาง นิ้วนาง และ
น้ิวกอย แลวกดพรอมกัน ๔ น้ิวท้ังมือขวาและมือซาย สวนน้ิวหัวแมมือขวา-มือซาย ใหกดทีละนิ้ว
ในชอ งทกี่ ําหนด
๒. วิธกี ารพิมพล ายนิ้วมือศพที่หนงั น้วิ มอื เหี่ยวยน
กรณนี ส้ี ภาพศพอาจเนา หรอื ไมเ นา กไ็ ด แตป ระเดน็ สาํ คญั คอื หนงั นว้ิ มอื ศพเหย่ี วยน
แกไ ขโดยใชเ ขม็ ฉดี กลเี ซอรนี หรอื นา้ํ เขา ไปใตผ วิ หนงั ตาํ่ กวา ขอ นว้ิ แรกของนว้ิ นนั้ ๆ แลว ปลอ ยกลเี ซอรนี
หรอื น้าํ เขาไปจนกระทงั่ นวิ้ มือศพพองขนึ้ มาจงึ ดึงเข็มออก แลว ใชด า ยผูกเหนอื รเู ข็มทแี่ ทงลงไปใหแ นน
เพื่อปองกันมิใหกลีเซอรีนหรือนํ้าซึมออกมาได วิธีการพิมพลายนิ้วมือศพใหใชวิธีท่ี ๑ เนื่องจาก
ลายนิ้วมอื ศพยังสมบรู ณเพียงแตเ หี่ยวยนเทาน้นั
๓. วธิ กี ารพมิ พลายน้วิ มือศพทหี่ นงั น้ิวมือเหีย่ วแหง หนงั ติดกับกระดกู
กรณีหนังน้ิวมือศพเหี่ยวแหงหนังติดกับกระดูกเม่ือคลึงหมึกไปที่น้ิวมือศพจะไมติด
หมกึ แกไ ขโดยใชว าสลนี พอกหรอื ทาบรเิ วณนว้ิ มอื ใหท ว่ั จนถงึ ขอ นวิ้ ทสี่ องแลว พกั ไว ซง่ึ ระยะเวลาการพกั
ขึ้นอยูกับน้ิวมือศพที่เหี่ยวแหงหนังติดกับกระดูกน้ันไดเสียชีวิตมาเปนเวลานานเทาใด หลังจากนั้น
นวดบรเิ วณปลายนว้ิ มอื สลบั กบั การแชน า้ํ รอ นทกี่ าํ ลงั ตม เดอื ดประมาณสบิ วนิ าที จนกวา นวิ้ มอื ศพจะนมิ่ ขนึ้
และสามารถฉดี กลเี ซอรนี หรอื นา้ํ เขา ไปใตผ วิ หนงั นว้ิ มอื ศพทบ่ี รเิ วณเหย่ี วยน จนผวิ ตงึ ขนึ้ มา เมอื่ ดงึ เขม็
๑๐๘
ออกใหใชดายผูกเหนือรูเข็มที่แทงลงไปใหแนนเพื่อปองกันมิใหกลีเซอรีนหรือน้ําซึมออกมาได
หลงั จากนน้ั ใชผ า ขาวดบิ เชด็ ใหแ หง พรอ มทงั้ ใชแ อลกอฮอลเ ชด็ ทาํ ความสะอาดใหท วั่ ทงั้ ฝา มอื และนว้ิ มอื
ทุกน้ิว การพิมพลายนิ้วมือศพประเภทน้ีตองใชผงฝุนสีดําและสติ๊กเกอรลอกลายน้ิวมือศพแทนการใช
หมึกหลอด วิธีการใชสต๊ิกเกอรลอกลายนิ้วมือศพ แตกตางกับการพิมพลายน้ิวมือศพโดยใชหมึก
สีดาํ (หมกึ หลอด) ซึง่ การพิมพโ ดยใชหมึกหลอดตอ งคลงึ หมึกกบั แทนคลงึ หมกึ แลว จึงพมิ พโ ดยตองจบั
มือศพใหควํ่าลงเพ่ือความสะดวกในการพิมพ แตการพิมพโดยใชสติ๊กเกอรลอกลายนิ้วมือศพตองจับ
มือศพหงายขึ้นและตองมีผูชวยจับมือศพไว ผูพิมพลายน้ิวมือศพใชแปรงปดฝุนจุมผงฝุนสีดําใหติด
พอประมาณมาปด ทนี่ วิ้ มอื ศพตามทตี่ อ งการ เมอ่ื เหน็ วา ผงฝนุ ตดิ ดแี ลว ใหใ ชส ตกิ๊ เกอรด า นทมี่ กี าวตดิ อยู
ทาบกบั นว้ิ ทจ่ี ะพมิ พแ ลว ใชน ว้ิ ทถี่ นดั ของผพู มิ พก ลง้ิ ทาบไปทสี่ ตก๊ิ เกอรจ ากขอบเลบ็ ขา งหนงึ่ ไปขอบเลบ็
อกี ขา งหนง่ึ เพอ่ื ใหด า นทมี่ กี าวตดิ ลายนวิ้ มอื ศพ ถา หากนว้ิ ใดไดล ายเสน ทไ่ี มส มบรู ณ ผพู มิ พส ามารถ
พมิ พไ ดจ นกวา ลายพมิ พน วิ้ มอื จะสมบรู ณแ ลว นาํ ไปตดิ กบั แผน ใสซง่ึ ถา ยเอกสารจากแบบพมิ พล ายนวิ้ มอื
ผูตองหา ฯลฯ (พลม.๒๕- ต.๕๓๙) เฉพาะดานหนาโดยวางแผนใสแลวนําสติ๊กเกอรท่ีพิมพแลวติด
ใหตรงชองน้ิวน้ันจนครบทุกน้ิวท้ังมือขวาและมือซาย พรอมทั้งนิ้วกดหรือนิ้วแตะดวย ถาสต๊ิกเกอร
มขี นาดใหญเกินกวาชองของแบบพิมพใหตัดใหพ อดี
๔. วธิ กี ารพมิ พลายน้วิ มือศพที่ข้นึ อืดจนเนาผิวหนงั นิว้ มือหลุดลอนแตยงั ตดิ อยกู ับมอื ศพ
กรณีน้ีผิวหนังน้ิวมือศพจะหลุดลอนจนพะเยิบพะยาบพับไปพับมา หากกลิ้งหมึก
ที่นิ้วมือศพหมึกจะติดไมท่ัว ฉะนั้นผูพิมพจึงจําเปนตองพิจารณาวา สามารถเลาะผิวหนังทั้งมือขวา
และมอื ซา ยออกจากมอื ศพไดห รือไม
๔.๑ ถาสามารถเลาะไดใหใชใบมีดผาตัดคอยๆ ตัดหนังที่ติดอยูออกมาพรอมท้ัง
ฝามือดวย แลวนําไปแชนํ้าที่ผสมน้ํายาฆาเช้ือ ทําความสะอาดดวยแอลกอฮอล นําผาดิบมาเช็ดให
แหง สนทิ วธิ กี ารพมิ พใ หส วมหนงั มอื ศพเขา กบั มอื ผพู มิ พโ ดยมอื ขวาศพใสใ นมอื ขวาผพู มิ พ มอื ซา ยศพ
ใสใ นมือซายผพู มิ พ ใหผชู วยเตรยี มแทนคลงึ หมึก (กระจก) ทีค่ ลงึ หมกึ ไวเรียบรอยแลว จงึ ใหผ ูพมิ พ
อกี คนหนง่ึ จบั มอื ผพู มิ พท สี่ วมหนงั มอื ศพพมิ พม อื ตามวธิ พี มิ พล ายนว้ิ มอื บคุ คลเรม่ิ จากนวิ้ หวั แมม อื ขวา
ไปจนถงึ นวิ้ กอ ยซา ยตามลาํ ดบั แลว พมิ พล งบนแบบพมิ พ พลม.๒๕-ต.๕๓๙ จนครบทง้ั มอื ขวาและมอื ซา ย
๔.๒ ถาไมสามารถเลาะผิวหนังท้ังมือได ใชใบมีดผาตัดคอยๆ ตัดหนังน้ิวมือศพ
ใตข อ นวิ้ ขอ แรกใหร อบแลว ดงึ หนงั นวิ้ มอื นนั้ ออกมาอยา ใหข าด นาํ ไปแชน าํ้ ทผี่ สมนา้ํ ยาฆา เชอื้ จากนนั้
ทาํ ความสะอาดดว ยแอลกอฮอลอ กี ครง้ั นาํ ผา ดบิ มาเชด็ ใหแ หง สนทิ นาํ มาสวมทน่ี วิ้ ชหี้ รอื นว้ิ ทถ่ี นดั ของ
ผพู มิ พใ หผ พู มิ พก ลงิ้ นว้ิ ของตนเองทส่ี วมหนงั นวิ้ มอื ศพลงบนแทน คลงึ หมกึ (กระจก) ตามวธิ พี มิ พล ายนว้ิ มอื
บคุ คลเรมิ่ จากนว้ิ หวั แมม อื ขวาไปจนถงึ นวิ้ กอ ยซา ยตามลาํ ดบั แลว พมิ พบ นแบบพมิ พ พลม.๒๕-ต.๕๓๙
จนครบทง้ั มือขวาและมือซาย
ขอ ควรจาํ การตดั หนงั นวิ้ มอื ศพตลอดจนการพมิ พล ายนวิ้ มอื ศพ ใหก ระทาํ อยา งรอบคอบ
เพอ่ื มิใหเ กิดการสลบั นิ้วมอื กันโดยการทําใหเ สร็จทีละน้ิวทุกขนั้ ตอนการพิมพล ายน้ิวมอื ศพ
๑๐๙
๕. วธิ ีการพมิ พล ายนิว้ มอื ศพที่ขนึ้ อดื จนเนา ผวิ หนงั น้ิวมอื หลดุ ลอนหายไป
สภาพศพทเ่ี นา จนผวิ หนงั นวิ้ มอื หลดุ ลอ นหายไปไมม หี นงั นว้ิ มอื ชน้ั นอกตดิ อยกู บั ศพ
มีเพียงหนังชั้นในหลังจากทําความสะอาดมือศพทั้งมือขวาและมือซายแลว ใหนํามือศพท้ังมือขวา
และมือซายไปจุมแชในนํ้ารอนท่ีกําลังตมเดือดท้ังฝามือต้ังแตปลายนิ้วมือถึงขอมือประมาณสิบวินาที
ทาํ ความสะอาดดว ยแอลกอฮอลอ กี ครง้ั จากนนั้ เอาผา ดบิ เชด็ มอื ใหแ หง สนทิ ใหพ มิ พล ายนว้ิ มอื ศพตามขนั้ ตอน
การพมิ พล ายนว้ิ มอื ศพทห่ี นงั นวิ้ มอื เหยี่ วแหง ตดิ กบั กระดกู โดยใชผ งฝนุ สดี าํ และสตกิ๊ เกอรล อกลายนวิ้ มอื ศพ
ตามวิธที ี่ ๓ เพยี งวธิ เี ดียว
๖. วิธกี ารพมิ พลายน้วิ มือศพทถี่ ูกไฟไหม
สภาพศพทถ่ี กู ไฟไหมส ว นมากจะดาํ ไหมเ กรยี ม มอื ศพจะอยใู นลกั ษณะกาํ มอื กอ นอนื่
จะตองตรวจดูลายนิ้วมือศพวายังมีลายเสนสมบูรณหรือไม ถาลายเสนสมบูรณจะตองพยายามแกะ
นว้ิ มอื หรอื นวดมอื ศพทอี่ ยใู นลกั ษณะกาํ มอื ใหย ดื ตรงหรอื ใหเ หยยี ดจนสามารถจบั แยกนว้ิ มอื พมิ พไ ด
แตถ า ไมส ามารถยดื ตรงหรอื เหยยี ดมอื ไดใ หใ ชเ หลก็ สาํ หรบั ยดึ นวิ้ มอื เขา ชว ย พรอ มทง้ั ทาํ ความสะอาด
มือศพเพอ่ื ที่จะทําการพมิ พล ายนวิ้ มือตอไป แยกไดเปน ๒ กรณี
๖.๑ หากมอื ไหมเ กรยี มแตล ายนวิ้ มอื ชน้ั นอกยงั สมบรู ณ ใหใ ชใ บมดี ผา ตดั คอ ย ๆ กรดี เลาะ
ออกทง้ั ฝา มอื ทง้ั มอื ขวาและมอื ซา ยหากสามารถทาํ ได แตถ า ไมส ามารถเลาะไดท ง้ั ฝา มอื ใหเ ลาะเฉพาะ
สวนที่เปนลายน้ิวมือ ซึ่งกรณีน้ีตองทําทีละนิ้วเพื่อมิใหเกิดการสับสน แลวนําไปแชในนํ้ายาฆาเชื้อ
อีกคร้ัง และใชแอลกอฮอลเช็ดทําความสะอาด จากนั้นนําผาดิบมาเช็ดฝามือหรือน้ิวท่ีลอกออกมา
ใหแ หง สนิท แลว ใชว ธิ กี ารพมิ พม ือศพดว ยสต๊ิกเกอรล อกลายนิ้วมอื ศพตามวธิ ีท่ี ๓
๖.๒ หากมอื ไหมเ กรยี มจนลายนวิ้ มอื หนงั ชนั้ นอกไมส มบรู ณแ ตห นงั ชน้ั ในสมบรู ณ
จะพมิ พมอื ศพเหมือนกบั สภาพศพทขี่ ึ้นอดื จนเนา ผิวหนังนว้ิ มือหลดุ ลอนหายไปตามวธิ ีที่ ๕
วิธีการพมิ พฝามอื หรอื ฝา เทาศพ
บางครั้งการตรวจพิสูจนเอกลักษณบุคคล อาจตองใชการตรวจเปรียบเทียบลายฝามือ
หรือฝาเทานอกเหนือจากการตรวจเปรียบเทียบลายนิ้วมือ จึงจําเปนตองมีการพิมพฝามือ
หรือฝา เทา ศพประกอบเพมิ่ เตมิ หลกั การโดยรวมคือ ใหพ ิจารณาสภาพศพกอนวา อยใู นสภาพใด เชน
- กรณีลายฝามือหรือฝาเทา มีลายเสนชัดเจน หลังจากทําการฆาเช้ือและขจัด
ส่ิงสกปรกออกไปหมดและเช็ดใหแหงสนิทแลว ใหพิมพโดยใชผงฝุนสีดําและสติ๊กเกอรลอกลายฝามือ
หรอื ฝา เทาศพ ตามวิธีท่ี ๓
- กรณีผิวหนังชั้นนอกของฝามือหรือฝาเทาหลุดลอนหายไปหรือเห่ียวแหงหนังติดกับ
กระดูก หลังจากฆาเชื้อและขจัดส่ิงสกปรกออกไปหมดแลว ใหนําฝามือหรือฝาเทาศพจุมในน้ํารอน
ที่กําลังตมเดือดประมาณสิบวินาที ฝามือหรือฝาเทาศพก็จะพองขึ้นมา จากน้ันใชแอลกอฮอลเช็ด
๑๑๐
ทําความสะอาดใหทั่ว และใชผาดิบเช็ดฝามือหรือฝาเทาศพใหแหงสนิท แลวพิมพโดยใชผงฝุนสีดํา
และสตก๊ิ เกอรล อกลายฝา มือหรือฝาเทา ศพ ตามวิธีท่ี ๓
การทาบสติ๊กเกอรและลอกสต๊ิกเกอร ใหเร่ิมจากดานขอมือไปทางปลายนิ้วและใช
ผาขาวดบิ ปาดบนสตกิ๊ เกอรใ หผงหมึกติดใหท วั่ สต๊ิกเกอรน ั้น
การบนั ทึกหรือกรอกขอ ความในแบบพิมพ
ขอความในแบบพิมพแตละชองเปนประโยชนแกผูเก่ียวของทุกฝาย ฉะน้ันจึงจําเปน
ตอ งบนั ทกึ หรือกรอกใหครบทุกชอ ง อยาใหขาดตกบกพรองได โดยตอ งเขียนดว ยตัวบรรจง หรอื พมิ พ
ใหชัดเจน อานงาย รวมทั้งตองระบุประวัติและตําหนิรูปพรรณโดยละเอียดตามชองที่กําหนดสําหรับ
ชอง “ตําหนิ/พิการ/ลายสัก” กับ “ลักษณะและนิสัยอนั เปนทนี่ า สงั เกต” นน้ั มีความสาํ คญั ในการจดจํา
ตัวบุคคล ถาบันทึกหรือกรอกขอมูลโดยชัดเจน เชน ลายสักมีรูปรางเปนอยางไร เรียกช่ือวาอยางไร
มขี อ ความวา อยา งไร อยบู รเิ วณไหนของรา งกายหรอื ผถู กู พมิ พพ ดู จาแสดงอากปั กริ ยิ าใดๆ เชน เปน ใบ
ตาบอด พดู ติดอาง กะพริบตาขางใดขางหนง่ึ เปน ประจํา สาํ เนียงการพูด ฯลฯ ลักษณะนิสยั ประจาํ ตัว
เชน นี้ เปน ลกั ษณะและนสิ ยั ของบคุ คลทเี่ กดิ จากความเคยชนิ ซง่ึ ปกตจิ ะเปลย่ี นแปลงไมไ ด ซง่ึ เปน ผลดี
แกการจดจาํ ตวั บุคคลไดอ ยา งหน่ึง
กรณนี ว้ิ ใดดว นหรอื พกิ ารหรอื ไมส ามารถพมิ พไ ด ตอ งหมายเหตไุ วใ นชอ งนว้ิ นน้ั ใหช ดั เจน
อยาปลอ ยทง้ิ ใหวางไว
นอกจากนตี้ อ งระบชุ อ่ื ผถู กู พมิ พล ายนว้ิ มอื เจา หนา ทผ่ี พู มิ พล ายนว้ิ มอื ผบู นั ทกึ ขอ ความ
และพนักงานสอบสวนพรอมทั้งลงลายมือช่ือใหครบตามชองท่ีกําหนด หากผูถูกพิมพลายน้ิวมือ
ไมสามารถลงลายมือช่ือไดใหพิมพน้ิวหัวแมมือขวาแทนการลงลายมือชื่อ พรอมท้ังหมายเหตุวา
พมิ พจากนิว้ ใด
๑๑๑
บทท่ี ๔
การนําวิทยาการตํารวจและเทคโนโลยีการสบื สวนสอบสวนคดอี าญา
มาใชใ นงานดานการทะเบียนประวัตอิ าชญากร
ÇÑμ¶Ø»ÃÐʧ¤
๑. เพอ่ื ใหท ราบภาพรวมระบบฐานขอ มูลสารสนเทศของสํานักงานตํารวจแหงชาติ
๒. เพือ่ ใหทราบระบบคอมพิวเตอรท่ีนํามาใชใ นงานดา นการทะเบยี นประวตั ิอาชญากร
ÊÇ‹ ¹นํา
ปจจุบันมีการนําเทคโนโลยีมาใชในงานดานการทะเบียนประวัติอาชญากร ท้ังงานฐาน
ขอ มลู ประวตั อิ าชญากรรม งานระบบตรวจสอบลายพมิ พน วิ้ มอื อตั โนมตั ิ งานสเกต็ ชแ ละประกอบภาพ
ใบหนาคนราย จึงควรทราบวามีการนําเทคโนโลยีใดบางมาใชในงานดงั กลา ว
¡¨Ô ¡ÃÃÁá¹Ðนาํ
ดูการใชงานระบบฐานขอมูลสารสนเทศของสํานักงานตํารวจท่ีสถานีตํารวจตางๆ
ทสี่ ามารถประสานขอดไู ด
๑๑๒
ปจ จบุ นั ไดม กี ารพฒั นาระบบสารสนเทศตามโครงการพฒั นาระบบสารสนเทศ สาํ นกั งาน
ตาํ รวจแหงชาติ Police Information System (POLIS) ซึ่งทําการเช่อื มโยงเครือขา ยขอ มลู ขาวสาร
ของสํานกั งานตํารวจแหงชาตผิ านคอมพวิ เตอร เพ่ือสงไปยังหนว ยงานตา งๆ จนถงึ ระดบั สถานตี ํารวจ
อันเปนนโยบายการกระจายระบบฐานขอมูลสูผูปฏิบัติงาน อีกท้ังยังทําใหระบบขอมูลขาวสารเปนไป
ในรูปแบบเดียวกัน ตลอดจนยังเปนการเสริมสรางใหการปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพ การปฏิบัติงาน
ในสว นงานปอ งกนั ปราบปราม งานสืบสวนสอบสวน งานจราจร งานอาํ นวยการและลดความซํ้าซอ น
ในการทํางานระหวางหนวยงาน และเพื่อเปนการพัฒนาบุคลากรของสํานักงานตํารวจแหงชาติ
ในดา นเทคโนโลยสี ารสนเทศ (คอมพวิ เตอร) ซงึ่ ระบบฐานขอ มลู และความสมั พนั ธเ ชอ่ื มโยงในโครงการ
ประกอบดวยงานหลัก ๑๒ ระบบ คอื
๑. ระบบฐานขอ มลู กาํ ลงั พล จดั เกบ็ ขอ มลู ขา ราชการตาํ รวจ เชน ขอ มลู บรรจุ การแตง ตงั้
การโอนยา ย เลือ่ นขัน้ เงนิ เดือน เล่อื นยศ เปน ตน เจา หนาทบี่ ันทึก/แกไขขอ มูล ไดแก เจาหนาที่ สกพ.,
เจา หนา ท่ี กพ. ระดบั บก. และ ภ.จว. และระดับ กก./สภ., สน.
๒. ระบบงานติดตามผลคดี จัดเก็บขอมูลคดีอาญา คดีอุกฉกรรจสะเทือนขวัญต้ังแต
รบั แจง จนถึงข้ันศาล เจาหนาทบี่ นั ทกึ /แกไ ขขอ มลู ไดแ ก พนักงานสอบสวน และเสมียนคดี
๓. ระบบฐานขอมูลสถิติคดีอาญา รายงานสถิติของขอมูลติดตามผลคดี เจาหนาท่ี
ใชข อมูล ไดแก สยศ.ตร. (กลุมงานปองกันและปราบปรามอาชญากรรม)
๔. ระบบฐานขอมูลอุบัติเหตุจราจร จัดเก็บขอมูลอุบัติเหตุจราจรทางบก เจาหนาท่ี
บันทึก/แกไขขอมูล ไดแก พนักงานสอบสวน และเสมียนคดี เจาหนาที่ใชขอมูล ไดแก สยศ.ตร.
(กลุมงานจราจร)
๕. ระบบฐานขอมูลจราจร จัดเก็บขอมูลการเบิกจายและออกเลขคุมใบส่ัง เจาหนาที่
บันทกึ /แกไ ขขอ มูล ไดแ ก บก.จร.ในสว น กทม., เจา หนาท่ี กบ.ภ.จว. ในสวนภูธร และ สว.บก.ทล.
เจา หนา ท่ใี ชข อมลู ไดแ ก สยศ.ตร. (กลมุ งานจราจร)
๖. ระบบงานขอ มลู จราจร เกยี่ วขอ งกบั การเบกิ จา ยใบสง่ั ใหเ จา พนกั งานจราจร จดั เกบ็
ขอ มูลใบส่งั ขอ มูลระบบคะแนน ขอ มูลผูกระทาํ ผิดกฎหมายจราจร เชน พ.ร.บ.จราจร, พ.ร.บ.รถยนตฯ ,
พ.ร.บ.ขนสง ฯ, พ.ร.บ.คมุ ครองผูประสบภัยจากรถฯ, ๒๐ ฐานความผดิ ๒๗ ขอ หาท่ีตองบนั ทึกคะแนน
เจา หนาที่บนั ทึก/แกไขขอ มูล ไดแก เจาหนาท่ฝี าย จร. เจาหนา ท่ีใชข อ มูล สยศ.ตร. (กลุมงานจราจร)
๗. ระบบฐานขอ มลู บคุ คลผมู พี ฤติการณในทางมิชอบ เก็บขอ มูลบคุ คลทม่ี ี Blacklist
เจา หนา ทบี่ นั ทึก/แกไ ขขอมูล ไดแ ก เจา หนาท่ฝี า ยสบื สวน
๘. ระบบฐานขอ มลู ปองกันปราบปรามอาชญากรรม เก็บขอมูลสถานท่ี บุคคลสําคัญ
บุคคลท่ีตองเฝาระวัง เจาหนาท่ีบันทึก/แกไขขอมูล ไดแ ก เจาหนาที่ฝายสืบสวน และฝายปองกัน
ปราบปราม
๑๑๓
๙. ระบบฐานขอมูลทะเบียนยานพาหนะ ใหบริการสอบถาม/ตรวจสอบ ขอมูล
ยานพาหนะ โดยขอมูลทั้งหมดนํามาจากกรมการขนสง ทางบก
๑๐. ระบบฐานขอมูลใบอนญุ าตขับรถ ใหบ ริการสอบถาม/ตรวจสอบ ขอ มลู ใบอนุญาต
ขบั รถประเภทตา งๆ
๑๑. ระบบฐานขอ มลู โครงขา ยสบื สวนสอบสวนคดี ใหบ รกิ ารสอบถาม/ตรวจสอบขอ มลู
ทะเบยี นราษฎร โดยทําการเชื่อมโยง On-line กบั กรมการปกครอง
๑๒. ระบบฐานขอมูลพัสดุ ตร. จัดเก็บขอมูลยานพาหนะ ปน ที่ดิน เคร่ืองมือส่ือสาร
ยทุ ธภัณฑอ าคารและส่ิงปลกู สราง ครภุ ัณฑ ทะเบียนเรอื และเคร่ืองบนิ เจา หนาที่บันทึก/แกไ ขขอ มูล
ไดแก เจาหนาท่ีฝาย กบ., สกบ.
ระบบคอมพวิ เตอรกบั การทะเบยี นประวตั ิอาชญากร
ในการปองกันและปราบปรามอาชญากรรมอันเปนภารกิจหลักของตํารวจนั้น ตํารวจ
จาํ เปน ตอ งมขี อ มลู เกยี่ วกบั อาชญากรทสี่ ามารถสนบั สนนุ การปฏบิ ตั หิ นา ทที่ งั้ ในลกั ษณะของการสบื สวน
เพอ่ื ทราบตวั คนรา ย และการตดิ ตามคนรา ยทย่ี งั จบั กมุ ไมไ ด ตลอดจนเพอื่ การยนื ยนั ประวตั ขิ องคนรา ย
ท่ีถูกจับกุมไดแลวในการดําเนินคดีตามข้ันตอนของกฎหมาย ขอมูลตางๆ เหลานี้จะตองสามารถ
ตรวจสอบและรายงานไดอยางถูกตองแมนยําและรวดเร็วทันตอเวลา เน่ืองจากความยุติธรรม
และความปลอดภยั ในชีวิตและทรัพยสนิ ของประชาชน เปน เรอ่ื งทผ่ี ดิ พลาดและลา ชาไมไ ด
กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรเปน หนว ยงานกลางของสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตทิ มี่ หี นา ที่
จดั ระบบฐานขอ มลู ทะเบยี นประวตั อิ าชญากร ปจ จบุ นั ไดม กี ารนาํ เทคโนโลยสี ารสนเทศมาประยกุ ต ใช
เพื่อเพมิ่ ขีดความสามารถในการปฏบิ ตั ิงาน โดยมรี ะบบคอมพิวเตอรทใี่ ชงานแตกตางกัน ตามลกั ษณะ
ของระบบขอมลู และวธิ ีการใชงาน ๓ ระบบคอื
๑. ระบบฐานขอมูลประวัติอาชญากรรม CRIMINAL DATABASE SYSTEM
(CDS)
๒. ระบบตรวจสอบลายพิมพนิ้วมืออัตโนมัติ AUTOMATED FINGERPRINT
IDENTIFICATION SYSTEM (AFIS)
๓. การใชคอมพิวเตอรส เก็ตชแ ละประกอบภาพใบหนา คนราย
ระบบฐานขอมูลประวตั อิ าชญากรรม CRIMINAL DATABASE SYSTEM (CDS)
ระบบขอ มลู นแ้ี บง ตามภาระหนา ทขี่ องงานแตล ะประเภทออกไดเ ปน ระบบยอ ย ๕ ระบบ
ซ่ึงจะมีการทาํ งานเชื่อมโยงกนั โดยอัตโนมตั ิระหวางฐานขอมูลทเี่ ก่ียวขอ ง ดงั น้ี
๑. ระบบขอ มูลหมายจบั
๒. ระบบขอ มลู บุคคลพนโทษ
๑๑๔
๓. ระบบขอ มลู แผนประทุษกรรม
๔. ระบบขอมลู คนหายพลดั หลง ศพไมทราบชอ่ื
๕. ระบบขอ มลู ทรพั ยหาย รถหาย
การพัฒนาระบบขอมูลตางๆ เพื่อตอบสนองความตองการของงานและผูใชน้ัน
การออกแบบระบบขอ มลู จะจาํ แนกตามระบบยอ ย โดยในแตล ะระบบยอ ยจะมรี ายละเอยี ดครอบคลมุ
ประเภทของงานทง้ั หมด ฐานขอมูลท้ัง ๕ ระบบ จะทาํ การบนั ทกึ และจัดเก็บไวท่กี องทะเบียนประวัติ
อาชญากรเฉพาะในสว นทก่ี องทะเบยี นประวตั อิ าชญากรมอี าํ นาจหนา ทใ่ี นการบนั ทกึ และจดั เกบ็ ขอ มลู
และทําการโอนขอมูลไปยังระบบ POLIS เพื่อเช่ือมโยงไปยังสถานีตํารวจตางๆ ท่ัวประเทศ
โดยเจาหนาที่ตํารวจทุกคนท่ีเขาระบบ POLIS ได จะสามารถเขาสืบคนขอมูลเหลาน้ี ที่ระบบฐาน
ขอ มลู โครงขายสบื สวนคดี
การปฏบิ ตั งิ านในขนั้ ตอนตา งๆ ของงานทเ่ี หมอื นกนั จะถกู จดั หมวดหมตู ามความสมั พนั ธ
ของงานในระบบดังนี้
๑. ระบบขอมูลหมายจับ ขอมูลน้ีไดมาจากหมายจับและตําหนิรูปพรรณผูตองหาท่ี
พนักงานสอบสวนสงมาออกประกาศสืบจับท่ีกองทะเบียนประวัติอาชญากร อยูในความรับผิดชอบ
ของฝายทะเบียนประวัติอาชญากร ๑ กองทะเบียนประวัติอาชญากร และหนวยพิสูจนหลักฐาน
สวนภูมิภาค มีวัตถุประสงคในการบันทึกจัดเก็บขอมูลหมายจับและแบบงดสืบจับเพ่ือออกประกาศ
ใหสถานีตํารวจและหนวยงานที่เกี่ยวของท่ัวราชอาณาจักร ในการติดตามตัวผูกระทําผิด นอกจากนี้
ระบบขอมูลหมายจับมีความสามารถในการบริการสืบคนขอมูลหมายจับใหกับเจาหนาที่หรือ
พนกั งานสอบสวนสบื สวนดว ย
ตอมา ตร. มีหนังสือส่ังการ ที่ ๐๐๓๓.๔๓/๐๓๖๕๓ ลง ๓๐ ก.ย. ๒๕๕๓ โดย
พล.ต.ท.จโิ รจน ไชยชิต ผูชวย ผบ.ตร.ปรท.ผบ.ตร. เรอ่ื ง การบันทึกขอมลู หมายจบั และถอนหมายจับ
ตัง้ แต ๑ ม.ค. ๒๕๕๔ ถึง ผบช.ภ.๑-๙, ผบช.ศชต., ผบช.น., ผบช.ก., ผบช.ปส., ผบช.สตม., ผบช.
สพฐ.ตร., ผบช.ตชด. มีขอ ความส่ังการ ดังตอ ไปนี้
ดว ย ผบ.ตร. มนี โยบายปรบั ปรงุ พฒั นาการปฏบิ ตั งิ านสถานตี าํ รวจ และเสรมิ สรา งพฒั นา
ประสิทธิภาพการแกไขปญหาอาชญากรรม โดยสนับสนุนการใชเทคโนโลยีมาชวยในการปฏิบัติงาน
ซ่ึงระบบฐานขอ มลู กลาง ตร. (POLIS) เปน ระบบจดั เก็บขอ มลู จากหนวยงานปฏิบัตกิ ารและสามารถ
สืบคน ขอมลู ไดท ่วั ประเทศ ณ หนวยงานทีม่ ีเครื่อง POLIS ทําใหทุก สน./สภ. สามารถบันทกึ ขอมลู
หมายจบั และถอนหมายจับไดภายในระยะเวลาอนั รวดเร็ว
เพือ่ ความสะดวก รวดเรว็ และเกิดประโยชนในการจับกุมตัวผมู หี มายจับ ต้งั แต ๑ ม.ค.
๒๕๕๔ เปน ตนไป ใหหนวยดําเนนิ การดังน้ี
๑) สถานตี าํ รวจ และหนว ยงานอนื่ ทม่ี อี าํ นาจการสอบสวน มหี นา ทใ่ี นการบนั ทกึ /ถอน
ขอ มลู หมายจบั ในระบบตดิ ตามผลคดี และระบบฐานขอ มลู อบุ ตั เิ หตจุ ราจรโครงการ POLIS เสรจ็ เดด็ ขาด
๑๑๕
ที่สถานีตํารวจ โดยใหถือวาขอมูลหมายจับที่สถานีตํารวจบันทึก เปนการออกประกาศสืบจับ/ถอน
ประกาศสืบจับ โดยไมตองจัดสงเอกสารมาให ทว. และ สพฐ. ออกประกาศสืบจับ/ถอนประกาศ
สบื จบั อกี ยกเวน การออกและถอนหมายจบั ทศ่ี าลไดอ นมุ ตั ไิ วก อ นวนั ท่ี ๑ ม.ค. ๒๕๕๔ ใหส ถานตี าํ รวจ
และหนวยงานอน่ื ที่มีอาํ นาจการสอบสวน จัดสง แบบงดการสบื จบั (แบบ ค.๑๔๒-ต.๓๒๑) มายัง ทว.
เพ่ือถอนประกาศสบื จับอีกทางหนึ่งดว ย
๒) ทว. มหี นา ทีใ่ นการบนั ทึก/ถอนขอ มลู หมายจบั ท่สี งมาจากหนวยงานภายนอก ตร.
ท่ีมีอํานาจการสอบสวนตามกฎหมาย หรือหมายจับในกรณีที่ศาลเปนผูออก/ถอนหมายจับเอง หรือ
หมายจับที่ออกตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๓ การสืบคนขอมูล
หมายจับทั่วประเทศสามารถสืบคนไดจากระบบโครงขายสอบสวนคดีโครงการ POLIS โดยสามารถ
ระบใุ หร ะบบสืบคนไดจ ากแหลง ขอ มูล “คดอี าญา”, “อบุ ตั เิ หตุจราจร” และ “ผมู ีหมายจับ”
๒. ระบบขอ มลู บุคคลพนโทษ ขอ มลู นไ้ี ดมาจากประวตั ผิ ูต องขงั ทจ่ี ะไดรับการปลอ ยตัว
จากเรือนจําตางๆ ทวั่ ประเทศ โดยฝา ยทะเบียนประวตั อิ าชญากร ๑ กองทะเบียนประวัติอาชญากร
และหนว ยพสิ จู นห ลกั ฐานสว นภมู ภิ าค ประสานความรว มมอื ไปยงั เรอื นจาํ ใหจ ดั สง ขอ มลู ใหเ พอื่ บนั ทกึ
ขอมูลเขาจัดเก็บไวในระบบคอมพิวเตอร และแจงขอมูลของบุคคลพนโทษสงใหสถานีตํารวจพ้ืนท่ี
ซ่ึงผูตองขังนั้นแจงวาจะไปพักอาศัยอยูใหทําการสอดสองพฤติการณและความเคลื่อนไหว
หลงั พน โทษ อยใู นความรบั ผดิ ชอบมวี ตั ถปุ ระสงคใ นการบนั ทกึ ขอ มลู บคุ คลพน โทษโดยมรี ายละเอยี ดเกยี่ วกบั
ประวัติฯ ภูมิลําเนาของบุคคลพนโทษจะกลับไปอยู และพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของบุคคล
พนโทษ นอกจากน้ีระบบขอมูลบุคคลพนโทษมีความสามารถในการสืบคนประวัติบุคคลพนโทษ
สาํ หรบั เจาหนาท่หี รือพนกั งานสืบสวน
๓. ระบบขอมูลแผนประทุษกรรมและตําหนิรูปพรรณผูตองหา ไดมาจากแบบรายงาน
แผนประทษุ กรรม (ผ.๑-๒๕๓๔) และแบบรายงานประวตั แิ ละตาํ หนริ ปู พรรณผกู ระทาํ ผดิ (ผ.๒-๒๕๓๔)
ซ่ึงพนักงานสอบสวนสงมาตรวจสอบและจัดเก็บเปนคดีที่จัดวาเปนอาชญากรรมอยางแทจริงอยูใน
ความรบั ผดิ ชอบของฝา ยทะเบยี นประวตั อิ าชญากร ๑ กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร และหนว ยพสิ จู น
หลกั ฐานสว นภมู ภิ าค มวี ตั ถปุ ระสงคใ นการบนั ทกึ จดั เกบ็ ของขอ มลู แผนประทษุ กรรม และประวตั ติ าํ หนิ
รูปพรรณของผูกระทําความผิด เพื่อประโยชนในการใหขอมูลสนับสนุนการทํางานของเจาหนาที่
หรอื พนกั งานสบื สวนสอบสวนในการหาตวั คนรา ยทยี่ งั จบั ตวั ไมไ ด การสบื คน แผนประทษุ กรรมโดยการ
คนหาวิธีการกระทําความผิดเหมือนกันหรือคลายๆ กัน หรือสืบคนหาผูกระทําความผิดท่ีมีลักษณะ
และความชํานาญในการกระทาํ ความผิดและตาํ หนริ ปู พรรณเหมอื นกนั
๔. ระบบขอมูลคนหายพลัดหลง ศพไมทราบชื่อ ขอมูลนี้ไดมาจากพนักงานสอบสวน
สงมาออกประกาศสืบหาคนหายพลัดหลง และสืบหาญาติของศพไมทราบช่ือ ที่กองทะเบียนประวัติ
อาชญากรอยูในความรับผิดชอบของฝายทะเบยี นประวตั ิอาชญากร ๑ กองทะเบยี นประวัติอาชญากร
และหนว ยพิสจู นห ลักฐานสว นภูมภิ าค มหี นา ท่ีบนั ทกึ จัดเกบ็ ขอมลู /ออกประกาศสืบหา/ถอนประกาศ
ในระบบ POLIS แจง ไปยงั หนวยงานในสังกัด ตร. เพ่ือสามารถเขาสืบคน ในระบบ POLIS ได
๑๑๖
๕. ระบบขอ มลู ทรพั ยห าย รถหาย ขอ มลู นไ้ี ดม าจากพนกั งานสอบสวนสง มาออกประกาศ
สืบหาทรัพยหาย รถหาย ท่ีกองทะเบียนประวัติอาชญากร อยูในความรับผิดชอบของฝายทะเบียน
ประวตั ิอาชญากร ๑ กองทะเบียนประวัตอิ าชญากร และหนว ยพิสจู นห ลกั ฐานสว นภูมภิ าค มีหนา ที่
บันทกึ จดั เก็บขอ มลู /ออกประกาศสบื หา/ถอนประกาศ ในระบบ POLIS แจงไปยงั หนว ยงาน ในสงั กัด
ตร. เพ่อื สามารถเขา สืบคนในระบบ POLIS ได
ระบบตรวจสอบลายพิมพน ้ิวมืออัตโนมตั ิ
AUTOMATED FINGERPRINT IDENTIFICATION SYSTEM (AFIS)
ระบบ AFIS เปน การนาํ เทคโนโลยคี อมพวิ เตอรม าใชง านรว มกบั หลกั วชิ าลายพมิ พน วิ้ มอื
โดยในข้ันตอนของการใชงานนั้น ลายพิมพนิ้วมือของอาชญากรท่ัวราชอาณาจักรถูกสงมาตรวจสอบ
และเก็บในฐานขอมูลระบบ AFIS ของกองทะเบยี นประวัติอาชญากร Software ของระบบ AFIS
จะอา นและแยกประเภทของลายนวิ้ มอื แตล ะนวิ้ วา เปน ประเภทใด เชน ประเภทโคง ประเภทมดั หวาย
ประเภทกน หอย และแสดงจดุ ใจกลางของลายเสน ในลายนวิ้ มอื และจดุ ลกั ษณะสาํ คญั พเิ ศษของลายเสน
แลว คํานวณคาความสมั พันธของจุดตา งๆ ดงั กลา วเปน คา ทางคณติ ศาสตรโดยอตั โนมตั ิ ประเภทของ
ลายน้ิวมือและคาทางคณิตศาสตรของลายพิมพน้ิวมือแตละน้ิวจะเปนขอมูลเขาไปคนหาเปรียบเทียบ
กับฐานขอมูลในระบบ AFIS หากพบขอมูลท่ีตรงกันแสดงวาผูน้ันเคยมีประวัติ การกระทําความผิด
มากอน ระบบ AFIS จะเช่ือมโยงไปยังระบบฐานขอมูลประวัติอาชญากร เพ่ือท่ีจะใหรายละเอียด
และยนื ยนั ประวตั ทิ วั่ ไปของผตู อ งหา ประวตั อิ าชญากร ตาํ หนริ ปู พรรณ แผนประทษุ กรรมและภาพถา ย
เปนขอ มลู และหลักฐานในการดําเนินคดกี ับผตู อ งหาไดอ ยางแมนยํา
ระบบตรวจสอบลายพิมพน้ิวมืออัตโนมัติ (AFIS) เปนระบบคอมพิวเตอรขนาดใหญ
สําหรับจัดเก็บภาพลายนิ้วมือผูตองหาไวใชตรวจสอบ ซ่ึงอยูในความรับผิดชอบของศูนยตรวจสอบ
ลายพิมพน้ิวมืออัตโนมัติ (ฝายทะเบียนประวัติอาชญากร ๗ ทว.) โดยเริ่มพัฒนาใชระบบ AFIS
ตงั้ แตป ๒๕๓๗ ระบบ AFIS มขี ดี ความสามารถดงั น้ี
๑. การตรวจสอบประวัติฯ เพื่อการฟองคดีผูตองหา ดวยการนําภาพลายพิมพน้ิวมือ
ทสี่ ง มาขอตรวจสอบเขา ไปคน หาในฐานขอ มลู ลายพมิ พน วิ้ มอื สบิ นว้ิ ของระบบ AFIS และแจง ผลสง ให
พนกั งานสอบสวนนาํ ไปใชประกอบสํานวนการสอบสวนและฟองคดีผตู องหาตอไป
นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบเพื่อขยายผลกับฐานขอมูลหมายจับ พรอมแจงกลับไปยัง
สถานีตํารวจที่ออกหมายจับ และสถานีตํารวจท่ีจับกุมผูตองหาเพ่ือทําการอายัดตัวผูตองหาและเปน
การจบั ผูตองหาตามหมายจับคดคี างเกาอกี ดวย
๒. การตรวจสอบประวตั ฯิ เพอื่ การขยายผลและจาํ หนา ยคดคี า งเกา ในการตรวจสอบฯ
ตามขอ ๑. หากมีขอ มลู เพ่มิ เตมิ วาผตู องหานน้ั มีพฤติการณท นี่ า จะเคยกอคดอี ืน่ ๆ ไวอกี ระบบ AFIS
ก็สามารถสั่งเขาไปคนหาในฐานขอมูลลายนิ้วมือแฝงซ่ึงเก็บไดจากท่ีเกิดเหตุในคดีตางๆ ท่ีเคยเกิดขึ้น
๑๑๗
มากอนไดอีกดวย หากพบตรงกับลายน้ิวมือแฝงในคดีใด ก็สามารถนําไปใชตรวจสอบขยายผลเพ่ิม
เพือ่ อายดั ตัวผูต อ งหาดําเนนิ คดคี างเกา นั้นดวย
๓. การตรวจสอบลายน้ิวมอื แฝงเพ่อื ชว ยหาตัวผกู ระทาํ ผิด ดวยการนาํ ภาพลายนิ้วมอื
แฝงที่เจาหนาที่ตรวจสถานที่เกิดเหตุเก็บไดจากที่เกิดเหตุในคดีตางๆ เขาไปตรวจคนหาในฐานขอมูล
ลายนิ้วมอื สบิ นว้ิ ของระบบ AFIS หากพบขอมูลตรงกับของผใู ดทางคดีก็สามารถนาํ ไปออกหมายจับ
และติดตามจับกุมตัวมาดําเนินคดีตอไป ขีดความสามารถนี้จึงมีประโยชนตอการสืบสวนสอบสวน
เปน อยา งย่ิง
๔. การตรวจสอบลายนวิ้ มอื แฝงเพอื่ ตดิ ตามความเคลอื่ นไหวของคนรา ย ในการตรวจสอบ
ลายนวิ้ แฝงตามขอ ๓ ระบบ AFIS จะสง ภาพลายนว้ิ มอื แฝงนน้ั เขา ไปคน หากบั ฐานขอ มลู ลายนว้ิ มอื แฝง
ดวยทุกๆ ครั้งกอนจะจัดเก็บไวเปนฐานขอมูล และหากพบตรงกับลายน้ิวมือแฝง และหากพบ
ตรงกบั ลายนว้ิ มอื แฝงในคดใี ดจะรวบรวมจดั เปน หมวดหมไู ว เพอื่ ใหท ราบวา ผกู ระทาํ ความผดิ ในคดนี นั้
ยงั กอ คดอี นื่ ใดบา ง และนาํ ผลมาวเิ คราะหแ นวโนม ของพฤตกิ ารณท นี่ า จะไปกระทาํ ผดิ ในบรเิ วณใดขน้ึ อกี
จึงเปนประโยชนในการวเิ คราะหข อมูลเพื่อการปองกนั ปราบปรามอาชญากรรมอกี ทางหน่งึ ดวย
๑๑๘
การใชค อมพวิ เตอรสเกต็ ชแ ละประกอบภาพใบหนาคนราย
เม่ือมีอาชญากรรมเกิดขึ้น เจาหนาท่ีตํารวจจะตองตรวจหารองรอยและรวบรวมพยาน
หลักฐานตางๆ ท้ังท่ีเปนพยานวัตถุและบุคคล เพ่ือท่ีจะระบุทราบตัวคนราย และติดตามจับกุมมา
ดาํ เนนิ คดตี ามขน้ั ตอนของกฎหมาย วธิ กี ารขน้ั ตน ในการสบื สวนคน หาตวั คนรา ยนนั้ พนกั งานสอบสวน
จะนําผูเสียหายหรือพยานที่พบเห็นและสามารถจดจําลักษณะตําหนิรูปพรรณใบหนาคนรายไดไปยัง
กองทะเบียนประวัติอาชญากร หรือศูนยพิสูจนหลักฐาน หรือพิสูจนหลักฐานจังหวัด เพื่อดูสารบบ
ภาพถา ยคนรา ย หากไมพ บภาพถา ยของคนรา ย กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร จะจดั เจา หนา ทป่ี ระกอบ
ภาพใบหนาคนรายตามคําบอกเลาจากการจดจําของผูเสียหายหรือพยาน เพ่ือใหหนวยงานเจาของ
คดีนําไปเปนแนวทางในการติดตามจับกุมคนรายรายน้ันตอไป การสรางภาพใบหนาคนรายจําเปน
อยางย่ิงท่ีจะตองดําเนินการในทันทีหลังคดีเกิดขึ้น หากปลอยระยะเวลาใหเน่ินนานความทรงจําของ
ผเู สยี หายหรอื พยานอาจลมื เลอื นไปได รวมทง้ั จะตอ งมคี วามแมน ยาํ และรวดเรว็ เพอ่ื ประสทิ ธภิ าพของ
การตดิ ตามจบั กุมคนรา ยในคดีที่เกดิ ข้นึ
เดิมน้ันเจาหนาท่ีวาดภาพของ กองทะเบียนประวัติอาชญากร ตองใชความสามารถ
และประสบการณท ัง้ ดานจติ รกรรมและจิตวิทยา แตก ต็ องประสบปญหาซง่ึ ขึ้นอยูก ับปจ จัยหลายอยาง
ตงั้ แตความสามารถในการจดจําของผูเสียหายหรอื พยาน ปญ หาการสื่อความเขาใจระหวา งผูบอกเลา
กบั เจา หนา ทต่ี าํ รวจ ผนู าํ ขอ มลู จากความทรงจาํ ผา นการบอกเลา นาํ ไปตคี วามแลว ถา ยทอดลงบนแผน
กระดาษวาดภาพและปรับแตงจนกวาผูบอกเลาจะยืนยันวาคลายกับคนรายที่ตนพบเห็นมากท่ีสุด
บางครง้ั ภาพท่ีวาดไปแลว ใชไมไดตอ งวาดใหมบางสวนหรือทัง้ ภาพซึง่ ตองใชเ วลานานมาก จนในท่สี ุด
ผูเ สยี หายหรอื พยานเกิดความเบื่อหนาย ทาํ ใหไดภ าพท่ไี มใกลเ คียงกับความเปนจริง
จากปญ หาในการปฏบิ ตั งิ านประกอบกบั การขาดแคลนบคุ ลากรทม่ี คี วามสามารถทางการ
วาดภาพ จงึ ไดมีความพยายามนําอปุ กรณต า งๆ มาชว ยในการปฏบิ ตั ิงาน เชน การใชแผน ใสประกอบ
ภาพใบหนาคนราย แตยังมีขอบเขตที่จํากัดอยูมาก จนกระทั่งไดมีการนําเทคโนโลยีทันสมัยมาใช
อยา งไดผ ล คอื การประกอบภาพใบหนา คนรา ยดว ยเครอื่ งคอมพวิ เตอรต ามคาํ บอกเลา จากการจดจาํ ของ
ผเู สียหายหรือพยาน
ระบบคอมพิวเตอรประกอบภาพใบหนาคนราย ซ่ึงกําหนดเปนรหัสวา PICASSO
(POLICE INDENTIKIT COMPUTER ASSISTED SUSPECT SKETCHING OUTFIT)
ไดเ รมิ่ โครงการขนึ้ เมอ่ื เดอื นตลุ าคม ๒๕๓๓ โดยชน้ิ สว นจาํ นวนมากของภาพใบหนา คนรา ยไดถ กู สรา งขนึ้
และบนั ทึกเปน ฐานขอมลู ในระบบคอมพิวเตอร
ผลจากการนาํ ระบบคอมพวิ เตอรป ระกอบภาพใบหนา คนรา ยมาใชใ น กองทะเบยี นประวตั ิ
อาชญากร ปรากฏวา ไดช ว ยอาํ นวยความสะดวกใหก บั ผเู สยี หายหรอื พยานในการใหข อ มลู กบั เจา หนา ที่
ตาํ รวจไดอ ยา งแมน ยาํ และทาํ ใหส ามารถสนบั สนนุ เจา หนา ทต่ี าํ รวจในการตดิ ตามจบั กมุ คนรา ยไดอ ยา ง
รวดเรว็ อนั เปนปจจัยสาํ คญั ยงิ่ ในการปราบปรามอาชญากรรม
๑๑๙
ปจ จบุ นั กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร ไดน าํ โปรแกรม Photoshop มาใชใ นการประกอบ
ภาพใบหนา คนรา ย ซงึ่ เปน โปรแกรมในตระกลู Adobe ทใี่ ชส าํ หรบั ตกแตง ภาพถา ย ภาพกราฟก รวมทง้ั
ยงั สามารถ Retouching ตกแตง ภาพและการสรา งภาพ การใส Effect ตา งๆ ใหก บั ภาพและตวั หนงั สอื
การทําภาพขาวดาํ ภาพถายเปน ภาพเขยี น และนาํ ภาพมารวมกัน ซงึ่ คุณสมบตั ิดังกลา วสามารถนาํ มา
ใชใ นการประกอบภาพใบหนาคนรา ยไดอยา งมีประสทิ ธิภาพ
๑๒๐
๑๒๑
ภาคผนวก
๑๒๒
๑๒๓
ระเบียบสาํ นักงานตํารวจแหงชาติ
วา ดว ยประมวลระเบยี บการตาํ รวจเกี่ยวกับคดี
ลกั ษณะ ๓๒
การพิมพล ายนิ้วมือ
พ.ศ. ๒๕๕๔
โดยทเ่ี ปน การสมควรแกไ ขปรบั ปรงุ ประมวลระเบยี บการตาํ รวจไมเ กย่ี วกบั คดี ลกั ษณะท่ี ๓๒
การพิมพลายนิ้วมือ เพื่อเปนการรักษาสิทธิประโยชนของบุคคล และประโยชนในการปฏิบัติราชการ
ของสํานักงานตํารวจแหงชาติ
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๑ แหงพระราชบัญญัติตํารวจแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗
ผูบญั ชาการสาํ นักงานตํารวจแหง ชาตจิ งึ วางระเบียบไว ดงั ตอ ไปน้ี
ขอ ๑ ใหย กเลกิ ความใน ลกั ษณะที่ ๓๒ แหง ประมวลระเบยี บการตาํ รวจไมเ กยี่ วกบั คดี
เสยี ทัง้ หมด และใหใชความทแ่ี นบทายระเบียบน้แี ทน
ขอ ๒ ใหใชระเบียบนี้ ต้งั แตบ ัดนเ้ี ปน ตนไป
ประกาศ ณ วันท่ี ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
สําเนาถกู ตอง พลตาํ รวจเอก
( วิเชียร พจนโ พธิ์ศรี )
ผบู ัญชาการตาํ รวจแหง ชาติ
พันตํารวจเอก
( บัณฑิต ทศิ าภาค )
รองผบู ังคับการฯ ปฏบิ ัตริ าชการแทน
ผบู ังคับการกองกฎหมาย
๒ สิงหาคม ๒๕๕๔
๑๒๔
๑๒๕
๑๒๖
๑๒๗
๑๒๘
๑๒๙
ลักษณะ ๓๒
การพิมพลายนิว้ มือ
บทท่ี ๑
การปฏิบตั เิ ก่ยี วกับการพิมพลายนว้ิ มอื ผตู องหา จําเลย
ผตู องขงั ผูตองกักขัง ผถู กู กกั กนั ผูรบั การอบรม และศพ
ขอ ๑ พนกั งานสอบสวนมีหนา ที่
๑.๑ จัดใหม ีการพมิ พล ายนวิ้ มอื ดงั น้ี
๑.๑.๑ ผตู อ งหาคดอี าญาทกุ ประเภท เวน แตค ดลี หโุ ทษ คดที ม่ี อี ตั ราโทษ
ไมสงู กวาลหุโทษ หรือความผิดตามกฎหมายวา ดว ยจราจรทางบก รวมทัง้ ความผดิ ตามกฎหมายอืน่ ๆ
ซึง่ ไดเปรียบเทยี บปรับแลว
๑.๑.๒ ศพซ่ึงตายผิดธรรมชาติ หรือตายในระหวางอยูในความควบคุม
ของเจา พนักงาน
๑.๒ การพิมพล ายนว้ิ มอื ตาม ๑.๑ ใหพมิ พใ นโอกาสแรกท่ที าํ ไดแ ละใหใ ชแบบ
พมิ พล ายนวิ้ มอื (พลม.๒๕ - ต.๕๓๙) ตามแบบทา ยระเบยี บน้ี
๑.๓ การกรอกขอ ความลงบนแผน พมิ พลายนวิ้ มือใหป ฏบิ ตั ิ ดงั น้ี
๑.๓.๑ กรอกขอความตาง ๆ ลงในชองวางที่กําหนดไวใหครบถวน
และถูกตอ ง โดยใชพ ิมพดีดหรือเขยี นดวยหมึกท้ังดา นหนา และดา นหลงั แผน พมิ พลายนว้ิ มือใหชดั เจน
อานงา ยแลวลงช่อื ผูพ ิมพ ผถู กู พมิ พ และพนักงานสอบสวน ไวเ ปน หลักฐาน
๑.๓.๒ กรณีผูตองหาเปนบุคคลสัญชาติไทยใหกรอกช่ือตัว ชื่อสกุล
และเลขประจําตัวประชาชน ใหตรงกับที่ปรากฏในบัตรประจําตัวประชาชน หรือสําเนาทะเบียนบาน
หรือเอกสารอน่ื ใดทีท่ างราชการออกให
๑.๓.๓ กรณีผูตองหาเปนคนตางดาว ใหระบุช่ือตัวและช่ือสกุล พรอม
บนั ทึกเลขท่อี อกใบสําคัญของผูนั้นตามใบสาํ คญั ประจําตวั คนตา งดา ว
กรณผี ตู อ งหาเปน ชาวตา งประเทศ ใหร ะบชุ อ่ื ตวั และชอ่ื สกลุ ภาษา
องั กฤษ พรอ มระบุประเทศ และเลขทหี่ นังสือเดินทาง บตั รประจําตวั หรอื เอกสารสําคัญทท่ี างราชการ
ออกให
๑.๓.๔ สําหรับคดีท่ีอยูในอํานาจศาลแขวงใหบันทึกคําวา “ศาลแขวง”
แตถ า ผตู อ งหารบั สารภาพใหบ นั ทกึ คาํ วา “รบั สารภาพศาลแขวง” ดว ยหมกึ สแี ดงไวท ดี่ า นหนา มมุ บนซา ย
ของแผน พิมพล ายนว้ิ มอื
๑.๔ การพมิ พลายน้ิวมือใหปฏิบัติ ดังน้ี
๑.๔.๑ ใชห มกึ สดี ํา ซง่ึ เปน หมึกสําหรบั พมิ พลายนว้ิ มอื โดยเฉพาะ
๑.๔.๒ พิมพลายน้ิวมือใหปรากฏลายเสนชัดเจนสมบูรณ โดยใหเห็น
๑๓๐
ลายเสนของขอปลายแตละน้ิวจากขอบเล็บดานหนึ่งถึงขอบเล็กอีกดานหนึ่ง หากในกรณีท่ีนิ้วพิการ
หงิกงอ หรือนิว้ ดวน ใหบ ันทกึ ไวใ นชองของแบบพิมพต ามตาํ แหนงของน้วิ นั้น ๆ ดว ย
๑.๕ การพมิ พล ายนิ้วมอื ใหพิมพตามจาํ นวน ตอไปน้ี
๑.๕.๑ ในเขตกรงุ เทพมหานคร ใหพ มิ พจ าํ นวน ๒ ฉบบั แลว สง ไปตรวจสอบ
ยังกองทะเบยี นประวัติอาชญากร ๑ ฉบบั ตดิ สํานวนการสอบสวนไว ๑ ฉบบั
๑.๕.๒ นอกเขตกรงุ เทพมหานคร ใหพ มิ พจ าํ นวน ๓ ฉบบั แลว สง ไปตรวจสอบ
ยงั กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร ๑ ฉบบั ศนู ยพ สิ จู นห ลกั ฐาน หรอื พสิ จู นห ลกั ฐานจงั หวดั แลว แตก รณี
๑ ฉบับ ติดสาํ นวนการสอบสวนไว ๑ ฉบับ
๑.๖ การสงแผน พมิ พล ายนว้ิ มือไปใหตรวจสอบใหป ฏิบตั ิดงั นี้
๑.๖.๑ กอ นจะสง แผน พมิ พล ายนว้ิ มอื ไปตรวจสอบใหพ นกั งานสอบสวน
เจา ของคดตี รวจสอบความถูกตองของแผน พิมพลายนวิ้ มอื ตาม ๑.๒ - ๑.๕ เสียกอ น หากเห็นวา ยงั มี
ขอบกพรอ งใหแ กไขใหเ รียบรอ ยกอนลงชอื่ กํากับทา ยช่ือผบู ันทกึ ไวเ ปนหลักฐานทกุ แหง
๑.๖.๒ ใหส ง แผน พมิ พล ายนว้ิ มอื ไปตรวจสอบในวนั ทพ่ี มิ พม อื หรอื วนั รงุ ขนึ้
โดยใชหนังสือนําสงตามแบบหมายเลข ๑ ทายระเบียบน้ีทุกคร้ัง โดยใหแยกรายคดี หามสงรวมกับ
แผนพิมพล ายนวิ้ มอื ของผูขออนญุ าต ผสู มคั รเขารบั ราชการหรือทํางาน
นอกเขตกรงุ เทพมหานครใหร ะบไุ วใ นหนงั สอื นาํ สง ดว ยวา ไดแ ยก
สงแผนพิมพลายน้ิวมือไปตรวจสอบยังกองทะเบียนประวัติอาชญากร และศูนยพิสูจนหลักฐาน หรือ
พิสูจนห ลักฐานจงั หวดั แตละแหง ตามหนังสอื ทีเ่ ทา ใด ลงวัน เดือน ปใ ด
๑.๖.๓ ใหส ง แผน พมิ พล ายนว้ิ มอื ไปตรวจสอบโดยทางไปรษณยี ล งทะเบยี น
เวน แตถ า เหน็ วาจะใหเ จา หนาทีถ่ อื ไปสง จะเปน การสะดวกและรวดเรว็ กวา ก็ใหท าํ ได
๑.๗ เมอ่ื ไดร บั ผลการตรวจสอบลายพมิ พน ว้ิ มอื แลว ใหพ นกั งานสอบสวนปฏบิ ตั ิ
ดังน้ี
๑.๗.๑ กอนที่จะนําแผนพิมพลายนิ้วมือแตละรายที่ผานการตรวจสอบ
แลว เขา ตดิ สาํ นวนการสอบสวน ใหต รวจดวู า มหี มายเลขสารบบลายพมิ พน ว้ิ มอื และขอ ความรบั รองผล
การตรวจสอบหรือไม ในกรณีทพี่ บประวัตมิ ีหมายเลขบญั ชีประวตั ิ (บ.ช.ป.) และรายการประวตั ิ หรอื
สําเนาแผนพิมพลายน้ิวมือเดิมแนบประกอบมาดวยหรือไม หากไมมีใหทักทวงไปยังหนวยงานที่แจง
ผลการตรวจสอบนนั้ จดั การใหเรยี บรอย
๑.๗.๒ นอกเขตกรุงเทพมหานคร กรณีคดี “รับสารภาพศาลแขวง”
ใหพนักงานสอบสวนใชผลการตรวจสอบจากศูนยพิสูจนหลักฐาน หรือพิสูจนหลักฐานจังหวัด
แลว แตก รณี ประกอบสาํ นวนการสอบสวน กรณคี ดอี าญาอน่ื ใหพ นกั งานสอบสวนใชผ ลการตรวจสอบ
จากกองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร ประกอบสํานวนการสอบสวน
๑.๘ เม่ือคดีถึงที่สุด ใหหัวหนาสถานีตํารวจหรือหัวหนาหนวยงานแจงผลคดี
ถึงทสี่ ดุ โดยใหป รากฏเลขคดี ชอื่ ผูตอ งหา หมายเลขสารบบลายพิมพน วิ้ มือ ขอหา วนั เดอื นปท ี่จบั กุม
ตามแบบรายงานผลการดําเนินคดีถึงท่ีสุดทายระเบียบน้ี สงไปยังกองทะเบียนประวัติอาชญากร
๑๓๑
และศูนยพิสูจนหลักฐาน หรือพิสูจนหลักฐานจังหวัด ที่ไดสงไปตรวจสอบประวัติตาม ๑.๕ แลวแต
กรณี โดยใหสง แบบรายงานดงั กลาวออกจากสถานตี ํารวจหรือหนว ยงานภายในวันท่ี ๕ ของทุกเดือน
๑.๙ การสอบถามหรอื การรายงานความเคลอื่ นไหวของบคุ คลทเี่ คยสง แผน พมิ พ
ลายน้วิ มอื ตรวจสอบแลว ใหแ จง หมายเลขสารบบลายพิมพน ้ิวมือ และหมายเลขบัญชปี ระวัติ (หากมี)
ไปดว ยทกุ ครัง้
๑.๑๐ ใหท กุ สถานตี าํ รวจ และหนว ยงานอน่ื ทม่ี อี าํ นาจการสอบสวน จดั ทาํ ทะเบยี น
คุมแผนพิมพลายน้ิวมือผูตองหา และศพ โดยแยกเปนรายบุคคลในแตละคดี ใหปรากฏช่ือตัว
และชอ่ื สกลุ ผตู อ งหาเลขคดอี าญา วนั เดอื น ปท พ่ี มิ พล ายนว้ิ มอื และ วนั เดอื น ปท สี่ ง ตรวจสอบแผน พมิ พ
ลายน้ิวมือ ตามแบบทา ยระเบยี บนี้
สําหรับแผนพิมพลายน้ิวมือผูตองหาท่ีกองทะเบียนประวัติอาชญากร
หรือศูนยพิสูจนหลักฐาน หรือพิสูจนหลักฐานจังหวัด สงคืนเพ่ือแกไข และใหพิมพลายน้ิวมือสงมา
ตรวจสอบใหม ใหระบหุ มายเลขทะเบยี นคุมแผน พิมพลายน้ิวมือใหมดว ย
กอนสงแผนพิมพลายน้ิวมือไปตรวจสอบประวัติที่กองทะเบียนประวัติ
อาชญากร ศูนยพิสูจนหลักฐาน หรือพิสูจนหลักฐานจังหวัดแลวแตกรณี ใหประทับตรายางสีแดง
หรอื เขยี นขอ ความดว ยหมกึ สแี ดงวา “เลขทะเบยี นคมุ ................./๒๕.......” กาํ กบั ทม่ี มุ บนดา นขวาของ
แผนพิมพลายน้ิวมือ แลวเขียนเลขทะเบียนคุม ตามดวย ป พ.ศ. ใหตรงกับหมายเลขท่ีปรากฏใน
ทะเบียนคุมแผน พิมพล ายน้ิวมอื
ขอ ๒ กองทะเบยี นประวัตอิ าชญากร มหี นา ที่
๒.๑ เมื่อไดรับแผนพิมพลายนิ้วมือผูตองหา หรือศพ จากพนักงานสอบสวน
ใหป ฏบิ ตั ดิ งั นี้
๒.๑.๑ คดั เลอื กเแผน พมิ พล ายนว้ิ มอื ผตู อ งหาทพ่ี นกั งานสอบสวนบนั ทกึ
คาํ วา “ศาลแขวง” ออกจากแผน พิมพลายนวิ้ มือประเภทอ่นื ๆ แลวรบี ตรวจสอบแจง ผลภายในเวลา
๑๕ วันนับแตว นั ทร่ี ับแผนพมิ พล ายนิ้วมอื
สาํ หรบั แผน พมิ พล ายนวิ้ มอื ทบ่ี นั ทกึ คาํ วา “รบั สารภาพศาลแขวง”
ซง่ึ ลวงเลยการฟอ งคดตี ามกฎหมาย ใหจ ดั เกบ็ ไวเ ปน ประวัติโดยไมตอ งแจงผลการตรวจสอบ
๒.๑.๒ สาํ หรับแผนพมิ พล ายนวิ้ มอื ผูตอ งหาประเภทอื่น ๆ และศพ ให
รบี ตรวจสอบและแจง ผลไป
๒.๑.๓ การแจงผลการตรวจสอบลายพมิ พนิ้วมอื ผตู องหาหรอื ศพ ใหใช
รายงานตามแบบหมายเลข ๔ ทายระเบียบน้ี สงไปยังผูรับตามท่ีระบุไว การสงใหสงทางไปรษณีย
เวน แตพ นกั งานสอบสวนหรอื ผูท่ไี ดรับมอบหมายจากพนกั งานสอบสวนมาขอรับเอง
๒.๒ เมอื่ ไดรับแผน พมิ พล ายนว้ิ มือของผตู อ งขงั ผตู องกกั ขงั ผูถูกกักกัน หรือ
ผูรบั การอบรมหลบหนีพรอ มหมายจบั ใหรบี ตรวจสอบและออกประกาศสบื จับโดยดว น
๒.๓ เมอื่ ไดร บั แผน พมิ พล ายนวิ้ มอื ของผตู อ งหาหรอื จาํ เลยจากเรอื นจาํ ทณั ฑสถาน
สถานกักขัง สถานกักกัน สถานอบรมและฝกอาชีพหรือสํานักงานคุมประพฤติ ใหตรวจสอบกับ
๑๓๒
แผนพิมพลายน้ิวมือของผูนั้น เม่ือคร้ังตองหาคดีอาญาตามขอ ๑ เม่ือเห็นวาตรงกันใหเก็บไวเปน
หลกั ฐานโดยไมต อ งแจง ผลการตรวจสอบ เวน แตก รณตี ายในระหวา งอยใู นความควบคมุ ของเจา พนกั งาน
หรอื ตอ งการผลการตรวจสอบประวตั ิ ใหแ จง ผลการตรวจสอบเปน หนังสือเชนเดียวกบั ๒.๑.๓
๒.๔ เมื่อไดรับแจงจากกรมราชทัณฑวาจะประหารชีวิตนักโทษ หากเรือนจํา
หรือทัณฑสถานที่ทําการประหารชีวิตต้ังอยูในเขตกรุงเทพมหานคร หรือจังหวัดปริมณฑล
ใหกองทะเบียนประวตั ิอาชญากรจดั เจา หนาทไี่ ปทาํ การพมิ พล ายนิ้วมอื ของนกั โทษ กอนและหลงั การ
ประหารชีวิต โดยพิมพลายน้ิวมือ ๓ ชุด เพ่ือตรวจสอบกับลายพิมพน้ิวมือนักโทษประหารชีวิตของ
กองทะเบียนประวัติอาชญากร ตอหนาคณะกรรมการผูดําเนินการประหารชีวิต เมื่อตรวจสอบ
ถูกตอ งแลว ใหลงช่ือกํากบั ในแผน พิมพลายน้วิ มือดังกลา ว
ขอ ๓ ศนู ยพ สิ ูจนหลักฐาน และพิสจู นห ลกั ฐานจงั หวดั มหี นาท่ี
๓.๑ เม่ือไดรับแผนพิมพลายนิ้วมือผูตองหา หรือศพ จากพนักงานสอบสวน
แลว ใหคัดเลือกแผนพิมพลายน้ิวมือผูตองหาท่ีพนักงานสอบสวนบันทึกคําวา “ศาลแขวง” และ
แผนพิมพลายนิ้วมือประเภทอ่ืน ๆ แลวตรวจสอบและจัดเก็บไวในสารบบขอมูลของศูนยพิสูจน
หลกั ฐาน หรือพิสูจนหลักฐานจังหวดั แลว แตก รณี โดยไมต องแจง ผลการตรวจสอบ
สําหรับแผนพิมพลายน้ิวมือที่บันทึกคําวา “รับสารภาพศาลแขวง” ให
รีบตรวจสอบแจงผลโดยเร็วที่สุด แลวจัดเก็บไวในสารบบขอมูลของศูนยพิสูจนหลักฐาน หรือพิสูจน
หลักฐานจงั หวัดแลว แตกรณี
๓.๒ การแจงผลการตรวจสอบลายพิมพนิ้วมือผูตองหาหรือศพ ใหใชหนังสือ
นําสงตามแบบหมายเลข ๒ หรือ ๓ ทายระเบียบนี้โดยไมตองสงแผนพิมพลายนิ้วมือไป ถาผลการ
ตรวจสอบพบประวัติใหแนบรายการประวตั ิไปดว ย การสง ใหส ง ทางไปรษณียล งทะเบียน เวนแตกรณี
พนกั งานสอบสวนหรอื ผทู ี่ไดร ับมอบหมายจากพนกั งานสอบสวนมาขอรับเอง
๓.๓ กรณตี รวจสอบแผน พมิ พล ายนวิ้ มอื พบประวตั ใิ หส าํ เนาแผน พมิ พล ายนวิ้ มอื
ฉบบั ทต่ี รวจสอบพบ พรอ มรายการประวตั สิ ง ไปยงั กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรทนั ทเี พอ่ื ปรบั ฐานขอ มลู
๓.๔ เมื่อไดแ ผนพมิ พลายนว้ิ มือผตู อ งขงั ผูตอ งกักขัง ผถู ูกกกั ขงั หรือผูรบั การ
อบรมหลบหนี พรอมหมายจับ ใหรีบตรวจสอบและออกประกาศสืบจับ แลวสําเนาแจงกองทะเบียน
ประวตั อิ าชญากรทราบ
๓.๕ เม่ือไดรับแผนพิมพลายนิ้วมือจากเรือนจํา ทัณฑสถาน สถานกักขัง
สถานกักกัน สถานอบรมและฝกอาชีพแลว ใหสงไปยังกองทะเบียนประวัติอาชญากรเพ่ือปฏิบัติตาม
ความใน ๒.๓
๓.๖ กรณีเรือนจําหรือทัณฑสถาน ที่ทําการประหารชีวิตนักโทษ ตั้งอยูนอก
เขตกรุงเทพมหานคร หรือจังหวัดปริมณฑล ใหศูนยพิสูจนหลักฐาน หรือพิสูจนหลักฐานจังหวัด
จดั เจา หนาทผ่ี เู ช่ยี วชาญการตรวจสอบลายพิมพน้วิ มือไปดาํ เนินการเชนเดียวกันกบั ๒.๔
๑๓๓
บทท่ี ๒
การพมิ พล ายนวิ้ มอื ผูข ออนุญาตตาง ๆ
ขอ ๑ การขออนุญาตทําการอยางใด หากมีกฎหมายหรือระเบียบของทางราชการ
กําหนดคณุ สมบัตใิ หต รวจสอบพมิ พล ายน้วิ มอื ผูขออนุญาต เพอ่ื ท่ีจะไดทราบประวตั ติ องหาคดอี าญา
สาํ หรบั ประกอบการพิจารณา เมอื่ หนว ยงานหรือตํารวจทองทีท่ ่ีผูนนั้ มภี มู ลิ าํ เนาอยู จัดใหมกี ารพิมพ
ลายน้ิวมือแลวใหพิมพลายนิ้วมือผูขออนุญาตดวยแบบพิมพลายน้ิวมือ (พลม.๒๔ - ต.๕๓๘) ตาม
แบบทา ยระเบียบนี้ คนละ ๑ ฉบบั การกรอกขอ ความและการพมิ พล ายนว้ิ มือใหถ ือปฏบิ ัติตาม ๑.๓
และ ๑.๔ ของบทท่ี ๑ โดยอนโุ ลม แลว สง ไปตรวจสอบยงั กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร โดยใชห นงั สอื
นาํ สงตามแบบหมายเลข ๑ ทา ยระเบยี บนี้
ขอ ๒ เมอื่ กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรตรวจสอบไดผ ลประการใด ใหแ จง ผลการตรวจสอบ
ไปยังหนวยงานหรือตํารวจทองที่ท่ีสงแผนพิมพลายนิ้วมือมาใหตรวจสอบทราบ และใหถือปฏิบัติ
ตาม ๒.๑.๓ บทที่ ๑ โดยอนโุ ลม
ขอ ๓ เม่ือหนวยงานที่ไดรับเร่ืองขออนุญาตตาง ๆ ไดรับแจงผลการตรวจสอบ
ลายพมิ พน วิ้ มอื หรอื หลกั ฐานอนื่ จากกองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรแลว ใหเ กบ็ รวมไวก บั เรอื่ งเดมิ ของ
ผูขออนญุ าตนัน้ ๆ เพื่อใชเ ปนหลกั ฐานตอไป
บทที่ ๓
การพิมพล ายน้วิ มอื ผขู อสมคั รเขารับราชการ
หรือเขาทํางานในหนว ยงานตา ง ๆ
ขอ ๑ เม่ือสถานีตํารวจทองที่ไดรับหนังสือขอตรวจสอบประวัติการตองหาคดีอาญา
ของผูมีภูมิลําเนาอยูในทองท่ี ใหพิมพลายน้ิวมือผูสมัครเขารับราชการหรือทํางานดวยแบบพิมพ
ลายน้ิวมือ (พลม.๒๔ - ต.๕๓๘) ตามแบบทายระเบียบนี้ คนละ ๑ ฉบับ การกรอกขอความและ
การพิมพลายนิ้วมอื ใหถ อื ปฏิบตั ิตาม ๑.๓ และ ๑.๔ ของบทที่ ๑ โดยอนุโลม แลวสง ไปตรวจสอบยัง
กองทะเบียนประวตั อิ าชญากร โดยใชห นงั สอื นาํ สงตามแบบหมายเลข ๑ ทายระเบยี บน้ี
ขอ ๒ เมอ่ื กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรตรวจสอบไดผ ลประการใด ใหแ จง สถานตี าํ รวจ
ทองท่ีตามขอ ๑ เพื่อรวบรวมผลการตรวจสอบพิมพลายน้ิวมือสงไปยังหนวยงานที่รับสมัครบุคคล
เขาทํางานตอไป
ขอ ๓ เมื่อหนวยงานเจาของเร่ืองไดรับแจงผลการตรวจสอบลายพิมพน้ิวมือจาก
กองทะเบยี นประวัตอิ าชญากรแลว ใหเกบ็ รวมไวก ับเรื่องเดมิ เพ่อื ใชเปนหลกั ฐานตอไป
๑๓๔
ขอ ๔ หนวยงานเอกชนหรือบุคคลใดขอใหมีการตรวจสอบประวัติพนักงานลูกจาง
ของตน ใหผ บู งั คบั การกองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรพจิ ารณาวา สมควรจะตรวจสอบประวตั ใิ หห รอื ไม
โดยพจิ ารณาประโยชนท ท่ี างราชการจะไดร บั และความยนิ ยอมของผทู จี่ ะถกู ตรวจสอบ หากเหน็ สมควร
จะตรวจสอบประวัติก็อนุมตั ใิ หดําเนินการได ท้ังนี้ จะตองไมส ง ผลกระทบกบั งานประจําของเจา หนาที่
ผูปฏิบัติดวย โดยนํารายชื่อและเลขประจําตัวประชาชนไปทําการตรวจสอบประวัติและหมายจับ
ถาพบหมายจับเปนบุคคลคนเดียวกัน ใหกองทะเบียนประวัติอาชญากร แจงสถานีตํารวจท่ีออก
หมายจบั เพื่อดาํ เนินการใหไ ดต วั ผูตองหาตอ ไป
ในกรณีท่ีผูบังคับการกองทะเบียนประวัติอาชญากรเห็นวาควรพิมพลายน้ิวมือ
ตรวจสอบประวัติดวยก็ใหดําเนินการได ทั้งนี้การพิมพลายน้ิวมือข้ึนอยูกับความสมัครใจของผูจะถูก
พิมพลายนวิ้ มอื
เมอ่ื พบประวตั ผิ ทู ขี่ อตรวจสอบประวตั ิ ใหก องทะเบยี นประวตั อิ าชญากรแจง ไป
ใหห นว ยงานเอกชนหรอื บุคคลผขู อตรวจสอบประวตั ิทราบ
บทที่ ๔
การคดั แยกและทาํ ลายแผน พมิ พล ายนวิ้ มือ และรายการประวัติ
หรือบญั ชปี ระวตั ิ
ขอ ๑ ใหผ บู งั คบั การกองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร แตง ตงั้ คณะกรรมการจาํ นวนอยา งนอ ย
๓ คน ประธานกรรมการตองมีตําแหนงไมต่ํากวารองผูบังคับการ เพ่ือทําหนาท่ีพิจารณาคัดเลือก
แผนพิมพลายน้ิวมือและเอกสารที่เกี่ยวของทุกประเภทแยกออกจากสารบบหรือฐานขอมูลประวัติ
อาชญากร ตามหลักเกณฑ ดังตอไปน้ี
๑.๑ มีหลักฐานแนชัดวาตายแลว เชน ใบมรณบัตร ใบชันสูตรพลิกศพ หรือ
แบบรบั รองรายการทะเบียนคนตายจากฐานขอ มลู ทะเบียนราษฎร กรมการปกครอง เปนตน
๑.๒ ผูเสียหายไดถอนคํารองทุกข ถอนฟอง หรือยอมความกันโดยถูกตอง
ตามกฎหมาย
๑.๓ คดีที่พนักงานอัยการส่ังเด็ดขาดไมฟอง หรือส่ังยุติการดําเนินคดีอาญา
ตามระเบยี บวาดว ยการดําเนินคดีอาญาของพนกั งานอัยการ
๑.๔ ศาลส่ังยกฟองหรอื ไมป ระทับรับฟอ ง
๑.๕ ศาลมีคําพิพากษาถงึ ทีส่ ุดใหยกฟอง
๑.๖ พนกั งานอยั การถอนฟอ งในชน้ั ศาล
๑.๗ เมื่อมีกฎหมายออกใชภายหลังการกระทําความผดิ ยกเลกิ ความผิดนนั้
๑.๘ เมื่อมีกฎหมายยกเวน โทษ
๑๓๕
๑.๙ เมอื่ มคี าํ พพิ ากษาของศาลรอ้ื ฟน คดขี น้ึ พจิ ารณาใหมว า บคุ คลนน้ั มไิ ดเ ปน
ผกู ระทาํ ความผดิ
๑.๑๐ คดลี หโุ ทษ หรอื คดที มี่ อี ตั ราโทษไมส งู กวา ลหโุ ทษ หรอื ความผดิ ตามกฎหมาย
วาดว ยจราจรทางบก หรือความผิดตามกฎหมายอ่ืน ๆ ทกี่ ําหนดใหม โี ทษปรับสถานเดียว ซง่ึ พนกั งาน
สอบสวนไดทําการเปรยี บเทียบปรับ หรอื ศาลมีคําพพิ ากษาถงึ ทส่ี ุดใหลงโทษปรับสถานเดียว
๑.๑๑ คดีอาญาที่มีขอหาวาเด็กหรือเยาวชนกระทําความผิด โดยศาลมิไดมี
คําพิพากษาลงโทษถึงจําคุก หรือมีการเปลี่ยนโทษเปนวิธีการสําหรับเด็กและเยาวชน เชน เด็กหรือ
เยาวชนท่ีศาลมีคําพิพากษาลงโทษปรับหรือคําส่ังใหวากลาวตักเตือนแลวปลอยตัวไปโดยไมกําหนด
เง่ือนไขการคุมความประพฤติ เด็กหรือเยาวชนพนระยะเวลาตามท่ีศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่งใหรอ
การลงโทษ หรือรอการกาํ หนดโทษ โดยไมกําหนดเง่ือนไขการคมุ ความประพฤติ เด็กหรอื เยาวชนพน
ระยะเวลาการฝกและอบรมตามคําพิพากษาหรือคําส่ังของศาลดวยดีและศูนยฝกและอบรมเด็ก
และเยาวชนไดอ อกใบบรสิ ทุ ธใ์ิ หเ ดก็ หรอื เยาวชนทศ่ี าลมคี าํ พพิ ากษาหรอื คาํ สง่ั ใหร อการลงโทษ หรอื รอ
การกาํ หนดโทษโดยกําหนดเงอ่ื นไขการคมุ ความประพฤติ หรอื ภายหลังปลอยตวั แตศ าลมคี าํ พพิ ากษา
หรือคําสั่งใหกําหนดเง่ือนไขการคุมความประพฤติตอและสามารถพนการคุมความประพฤติดวยดี
ตามระยะเวลาทีศ่ าลกําหนด เปนตน
๑.๑๒ คดีตามกฎหมายวาดวยการฟนฟูสมรรถภาพผูติดยาเสพติด เมื่อคณะ
อนกุ รรมการฟน ฟสู มรรถภาพผตู ดิ ยาเสพตดิ ใหป ลอ ยตวั ผผู า นการฟน ฟสู มรรถภาพผตู ดิ ยาเสพตดิ แลว
ขอ ๒ เม่ือคณะกรรมการ ไดคัดเลือกแผนพิมพลายน้ิวมือและเอกสารท่ีเก่ียวของ
ตามขอ ๑ แลว ใหทําบัญชีรายชื่อ อายุ วันท่ีมีประวัติครั้งสุดทายของบุคคลท่ีถูกพิมพลายนิ้วมือ
และมีชื่ออยูในรายการประวัติหรือบัญชีประวัติ เสนอผูบังคับการกองทะเบียนประวัติอาชญากร
เพ่อื พจิ ารณาเสนอผบู ญั ชาการตาํ รวจแหง ชาติ เพ่อื อนุมัติ ดังนี้
๒.๑ ใหทําลายแผนพิมพลายนิ้วมือและเอกสารที่เกี่ยวของท่ีคัดแยกออกจาก
สารบบหรอื ฐานขอ มลู ประวตั อิ าชญากร ตามหลักเกณฑ ๑.๑
๒.๒ ใหคัดแยกแผนพิมพลายน้ิวมือและเอกสารท่ีเกี่ยวของ ตามหลักเกณฑ
๑.๒ - ๑.๑๒ ออกจากสารบบหรอื ฐานขอ มลู ประวตั อิ าชญากร เพอ่ื จดั เกบ็ ไวใ ชป ระโยชนใ นทางราชการ
ขอ ๓ เม่ือผูบัญชาการตํารวจแหงชาติมีคําส่ังอนุมัติตามขอ ๒ แลว ใหผูบังคับการ
กองทะเบียนประวัติอาชญากร แตงตั้งคณะกรรมการอีกชุดหน่ึง จํานวนอยางนอย ๓ คน ประธาน
กรรมการตอ งมตี าํ แหนง ไมต า่ํ กวา ผกู าํ กบั การ เพอ่ื ตรวจสอบแผน พมิ พล ายนว้ิ มอื และเอกสารทเ่ี กย่ี วขอ ง
ตาม ๒.๑ และ ๒.๒ วาถูกตอ งตรงกนั กับบญั ชที ี่คณะกรรมการ ตามขอ ๑ เสนอหรือไม เม่ือเหน็ วา
ถกู ตอ งตรงกันแลว ใหดาํ เนนิ การ ดังน้ี
๓.๑ รายงานเสนอผูบังคับการกองทะเบียนประวัติอาชญากร เพื่อสั่งการให
หนวยงานในสังกดั ท่ีเกีย่ วของ ปรับฐานขอมลู แผนพิมพลายนวิ้ มือใหถ ูกตอ ง
๑๓๖
๓.๒ สําเนาบัญชีรายชื่อท่ีไดรับอนุมัติ พรอมแนบสําเนาแผนพิมพลายนิ้วมือ
สงใหหนวยงานอื่นที่เกี่ยวของกับการจัดเก็บขอมูลแผนพิมพลายนิ้วมือ ดําเนินการปรับฐานขอมูล
แผน พมิ พล ายน้ิวมอื ใหถ กู ตอ งตรงกัน
๓.๓ ดาํ เนินการทาํ ลายแผนพมิ พลายนวิ้ มือและเอกสารทเ่ี กย่ี วขอ ง ตาม ๒.๑
โดยการเผาหรือยอ ยสลาย
กรณีผลการตรวจสอบของคณะกรรมการตามวรรคหนึ่งพบวาขอมูล
ไมถูกตองตรงกันใหผูบังคับการกองทะเบียนประวัติอาชญากร เสนอขอมูลท่ีถูกตองใหผูบัญชาการ
ตํารวจแหง ชาตหิ รอื ผูรบั มอบอํานาจ เพ่อื พิจารณาอนุมัติตามขอ ๒ อกี ครง้ั หนง่ึ
(ระเบียบสํานักงานตํารวจแหงชาติ วาดวยประมวลระเบียบการตํารวจไมเกี่ยวกับคดี
ลักษณะท่ี ๓๒ การพมิ พลายนว้ิ มอื พ.ศ. ๒๕๕๔ ลงวนั ที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๔)
ทะเบยี นคมุ แผน พิมพล ายนว้ิ มือผตู องหา และศพ
สถานีตํารวจ.......................................................................
ประจําป.....................................
เลข ช่ือตัว ชือ่ สกุลผตู องหา และศพ เลขคดี วัน เดอื น ป วัน เดอื น ป วนั เดอื น ป วัน เดือน ป หมายเหตุ
ทะเบยี นคมุ อาญาท่ี ที่พมิ พลายนวิ้ มือ ท่สี งตรวจท่ี ทว. ท่ีสงตรวจท่ี ศพฐ. ทสี่ ง ตรวจที่ พฐ.จว.
คําอธบิ ายการกรอกขอ ความ ๑๓๗
๑. เลขทะเบียนคุม หมายถึง เลขลําดับทะเบียนคุมแผนพิมพลายนิ้วมือผูตองหา และศพ โดยใหเขียนเลขลําดับเรียงลําดับติดตอกันไป
โดยเริ่มลาํ ดับตงั้ แตหมายเลข ๑/ป. .... เปน ตนไปจนถงึ สิ้นปป ฏทิ ิน เมือ่ เรมิ่ ตนปใ หมกใ็ หเร่ิมตนดว ยหมายเลข ๑/ป. .... ใหม
๒. ช่อื ตัว ชอื่ สกุลผูตอ งหา และศพ หากผตู องหาและศพเปน ชาวตางประเทศ ใหระบุช่อื ตัว ชอื่ สกลุ ภาษาอังกฤษตามหนงั สือเดนิ ทาง กรณี
ศพไมทราบชือ่ ใหร ะบวุ า ศพเพศชาย/หญงิ ไมทราบชอ่ื
๓. เลขคดอี าญาที่ ใหห มายรวมถงึ เลขคดอี บุ ตั เิ หตจุ ราจร และเลขคดชี นั สตู รพลกิ ศพ โดยใหก รอกเลขลาํ ดบั คดตี ามทป่ี รากฏในสมดุ รบั คาํ รอ งทกุ ข
๔. วัน เดอื น ป ที่พิมพลายนิ้วมือ ใหก รอกวัน เดือน ป ที่พมิ พล ายน้ิวมือ
๕. วัน เดอื น ป ทส่ี งตรวจ หมายถึง วัน เดือน ป ทีส่ งแผนพิมพลายน้วิ มอื ไปตรวจสอบประวตั ทิ ่ี ทว. หรอื ศพฐ. หรือ พฐ.จว.
แบบรายงานผลการดาํ เนินคดีถงึ ทส่ี ดุ ๑๓๘
สถานตี าํ รวจ.......................................................................
ประจําป.................................................พ.ศ. ....................
ลาํ ดบั ชื่อผตู องหา หมายเลขสารบบ ขอ หา วนั /เดอื น/ป เลขคดี ผลคดถี งึ ท่ีสดุ
(เลข ๙ หลกั ใน พลม.) ทีจ่ ับกมุ อาญาท่ี ระบุเลขคดดี ํา - คดแี ดง, ชื่อศาล, วนั /เดอื น/ป
ทพ่ี พิ ากษา
ตรวจแลวถกู ตอ ง
( ลงชอื่ ) ...................................................
( พมิ พชอ่ื เต็ม )
( ตําแหนง ) (..............................................)
๑๓๙
แบบหนงั สือนาํ สง หมายเลข ๑
บันทึกขอ ความ
สว นราชการ.....................................................................................................................................
ท.่ี ......................................................................วนั ที.่ ...................................................................
เรอื่ ง ขอใหต รวจสอบประวตั ิ
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เรยี น ...............................................
ขอสงแผนพมิ พลายนิว้ มือของ...........................................กับพวกรวม..................คน
ตามบัญชรี ายชื่อบญั ชขี า งทา ยน้ี มาเพอ่ื ตรวจสอบประวตั ิ
จงึ เรยี นมาเพอื่ โปรดพจิ ารณาดาํ เนนิ การตอ ไป
ลําดบั ชื่อ และ ช่อื สกุล ลงช่ือ..................................................... หมายเหตุ
(.................................................)
ตําแหนง ...............................................
เรอื่ งท่ีตองหา หรือขออนุญาต เลขคดี วันจบั กมุ
แยกพิมพม อื สง ทว. แลว ตามหนงั สอื ที่....................................ลงวันท.่ี ................................
แยกพมิ พมือสง ศพฐ. .....แลว ตามหนงั สอื ที่............................ลงวนั ท่.ี ................................
แยกพิมพมอื สง พฐ.จว. แลว ตามหนงั สอื ที.่ .............................ลงวนั ท.ี่ ................................
๑๔๐
แบบหนังสอื นําสง หมายเลข ๒
บันทึกขอ ความ
สว นราชการ.....................................................................................................................................
ท.่ี ......................................................................วนั ท่.ี ...................................................................
เร่อื ง แจงผลการตรวจสอบประวัติ
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เรียน ...............................................
ตามหนงั สอื ...........................................................................ลงวนั ท.่ี ..........................
ไดส งแผน พิมพล ายนิ้วมอื ไปเพ่อื ตรวจสอบประวตั ิ และขอทราบผลดังความแจง แลว น้นั
บดั นี้ เจา หนา ทท่ี เี่ กยี่ วขอ งไดด าํ เนนิ การตรวจสอบลายพมิ พน ว้ิ มอื ของ...........................
กับพวกรวม....................คน เสร็จสิ้นเรียบรอยแลว ผลการตรวจสอบประวัติปรากฏตามแผนพิมพ
ลายน้ิวมอื จาํ นวน...............ฉบับ และรายการประวัติ จํานวน...............แผน ท่สี ง มาดว ยน้ี
อนง่ึ ถา มแี ผน พมิ พล ายนวิ้ มอื ทส่ี ง ไปตรวจสอบและยงั ไมไ ดร บั แจง ผล เนอ่ื งจากอยรู ะหวา ง
การดาํ เนินการตรวจสอบประวัติ จะไดจ ดั สงผลการตรวจสอบมาใหในภายหลงั
จึงเรียนมาเพือ่ โปรดดาํ เนนิ การตอไป
ลงชอื่ .....................................................
(.................................................)
ตําแหนง...............................................
หมายเหตุ สาํ หรบั ตาํ รวจภธู ร ใหใ ชผ ลการตรวจสอบประวตั ขิ องกองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรประกอบดว ย
จงึ จะเปนขอยุตวิ า บคุ คลผขู อตรวจสอบมีประวัติหรือไม
๑๔๑
แบบหนงั สือนาํ สง หมายเลข ๓
ท.ี่ ......................................... ...................................................
....................................................
ที.่ .......................................................................
เร่ือง แจง ผลการตรวจสอบประวัติ
เรียน ........................................................
อา งถงึ ........................................................
สง่ิ ทีส่ ง มาดวย แผนพมิ พล ายนวิ้ มือ.................ฉบับ และรายการประวตั ิจํานวน..................แผน
ตามหนงั สอื ท่ีอางถึง ไดส ง แผน พิมพลายนวิ้ มอื ไป เพื่อทําการตรวจสอบประวตั ิ และขอ
ทราบผลการตรวจสอบประวตั ิดงั ความแจงแลว นนั้
บดั น้ี เจา หนา ทที่ เ่ี กย่ี วขอ งไดด าํ เนนิ การตรวจสอบลายพมิ พน ว้ิ มอื ของ............................
กบั พวกรวม..............คน เสรจ็ สนิ้ เรยี บรอ ยแลว ผลการตรวจสอบประวตั ปิ รากฏตามแผน พมิ พล ายนวิ้ มอื
ที่สง มาดวยนี้
อน่ึง ถามีแผนพิมพลายนิ้วมือที่สงไปตรวจสอบ และยังไมไดรับแจงผล เนื่องจาก
อยูระหวางการดาํ เนนิ การตรวจสอบประวตั ิ จะไดจดั สง ผลการตรวจสอบมาใหใ นภายหลงั
จงึ เรยี นมาเพ่ือโปรดพจิ ารณาดําเนินการตอ ไป
ขอแสดงความนบั ถือ
ลงชื่อ........................................................
(....................................................)
ตําแหนง ..................................................
..............................................
โทร. ......................................