The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ระบบงานการทะเบียนประวัติอาชญากร ได้แก่ แผนประทุษกรรม สมุดภาพคนร้าย ประวันิอาชญากร ลายพิมพ์นิ้วมือ การพิมพ์ลายนิ้วมือผู้ต้องหา การพิมพ์ลายนิ้วมือศพ การพิมพ์ลายนิ้วมือบุคคลทั่วไปและผู้ต้องสงสัย การสอดส่องคนพ้นโทษและคนพักการลงโทษ ระบบฐานข้อมูลประวัติอาชญากรรม (CDS) ระบบตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมืออัตโนมัติ (AFIS) ระบบคอมพิวเตอร์ประกอบภาพใบหน้าและสเก็ตซ์ภาพใบหน้าคนร้าย การสืบสวนคดีโดยใช้ระบบเทคนิคของคนร้าย แบบรายงานอาชญากรรมและการเขียนแบบรายงานหมายจับ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

Book28 การทะเบียนประวัติอาชญากร

ระบบงานการทะเบียนประวัติอาชญากร ได้แก่ แผนประทุษกรรม สมุดภาพคนร้าย ประวันิอาชญากร ลายพิมพ์นิ้วมือ การพิมพ์ลายนิ้วมือผู้ต้องหา การพิมพ์ลายนิ้วมือศพ การพิมพ์ลายนิ้วมือบุคคลทั่วไปและผู้ต้องสงสัย การสอดส่องคนพ้นโทษและคนพักการลงโทษ ระบบฐานข้อมูลประวัติอาชญากรรม (CDS) ระบบตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมืออัตโนมัติ (AFIS) ระบบคอมพิวเตอร์ประกอบภาพใบหน้าและสเก็ตซ์ภาพใบหน้าคนร้าย การสืบสวนคดีโดยใช้ระบบเทคนิคของคนร้าย แบบรายงานอาชญากรรมและการเขียนแบบรายงานหมายจับ

๔๒

ตํารวจทอ งที่กบั บุคคลพน โทษ
สําหรับการควบคุมพฤติการณและการสอดสองความเคลื่อนไหวของบุคคลพนโทษน้ัน
เมื่อหนวยงาน ทว. ซึ่งรับผิดชอบในสวนกลาง และหนวยพิสูจนหลักฐานสวนภูมิภาคในสวนพื้นที่
รับผดิ ชอบสงบัตรประวัตอิ าชญากร (แบบที่ ทว. กาํ หนด) ไปใหตํารวจทอ งทีท่ ี่ สน./สภ. แลวใหท าง
สน./สภ.ปฏบิ ตั ิดงั นี้
- สงั่ เจา หนา ทต่ี าํ รวจคอยสงั เกตการณแ ละความเคลอื่ นไหวตา งๆ ของบคุ คลพน โทษ
รายงานพฤตกิ ารณ ความเคลื่อนไหวตา งๆ ของบุคคลพนโทษนั้นดวยแบบ วท.๑๖-ต.๓๓๐ สงไปให
หนวยที่เก่ียวของทราบ สําหรับ สน. ใหสงแบบรายงานพฤติการณและความเคลื่อนไหวนี้ตรงไปยัง
ฝายทะเบียนประวัติอาชญากร ๑ ทว. สวน สภ. ใหสงไปยัง หนวยพิสูจนหลักฐานสวนภูมิภาค
และใหส ง กองทะเบียนประวตั อิ าชญากรดวย
- การรายงานใหร ายงานทกุ เดอื น โดยสง ใบรายงานนอี้ อกจาก สน./สภ. ภายในวนั ท่ี ๕
ของทกุ เดอื นจนกวาจะครบ ๑๒ เดือน หลังจากทไี่ ดพ น โทษไป แตถา มีเหตุการณเปน พิเศษท่จี ะตอ ง
รายงานใหท ราบ จะตอ งรายงานใหท ราบเปน การดว นโดยไมต อ งรอใหค รบกาํ หนดวนั รายงานประจาํ เดอื น
- เมื่อบุคคลพนโทษหรือบุคคลผูพักการลงโทษคนใด ยายภูมิลําเนาออกไปจากทองท่ี
ให สน. สภ. เดิมสงบตั รประวัตอิ าชญากรของบคุ คลพนโทษไปให สน./สภ. แหงใหมเ พอ่ื ดําเนินการ
สืบพฤติการณ และความเคล่ือนไหวของบุคคลน้ันตอไป แลวรายงานการยายภูมิลําเนาของบุคคล
พน โทษไปใหหนวยงานท่เี กีย่ วของ
- ถา บคุ คลพน โทษนนั้ กระทาํ ความผดิ อกี ถงึ กบั ถกู จบั กมุ คมุ ขงั ถกู ศาลพพิ ากษาลงโทษ
จําคุก ใหสง บัตรประวตั ิน้ันคืนหนวยทเ่ี ก่ียวขอ ง พรอมทงั้ รายงานดว ยวา ถกู จับในขอหาอะไร ถกู ศาล
พพิ ากษาวา อยา งไร ถา ถกู ศาลพพิ ากษาวา ใหป ลอ ยตวั ไปโดยยกฟอ งไมต อ งสง บตั รประวตั คิ นื ใหร ายงาน
พฤติการณแ ละความเคลอื่ นไหวตอไป
- การสอดสองและรายงานพฤติการณค วามเคลอื่ นไหวของบุคคลพนโทษ ใหกระทํา
และรายงานเพียง ๑๒ เดอื น นบั ต้งั แตวนั ทีบ่ คุ คลนน้ั พน โทษไดถูกปลอ ยตวั ออกมาจากเรือนจํา
- เมื่อพน ๑๒ เดือนแลว ใหเก็บบัตรประวัติอาชญากรน้ันไวที่ สน./สภ. เพ่ือจะได
สอดสอ งดแู ลพฤติการณต อ ไปแตไมต องรายงานอกี
๓. ผูรายทองถิ่น คือ บุคคลท่ีตองโทษและพนระยะเวลาสอดสองพฤติการณไปแลว
แตย งั ประพฤตติ นเปน ผรู า ยอาชพี หรอื มพี ฤตกิ ารณท สี่ อ แสดงวา เปน ผรู า ยอยู หรอื อาจฟง ไดว า กระทาํ
ความผดิ อยเู สมอ สดุ แตโ อกาสจะอาํ นวยเม่ือใด ใหถ ือวาเปน ผรู ายทอ งถ่ิน
การควบคุมผูรายทองถ่ินน้ัน ตํารวจทองที่จะตองคอยสอดสองพฤติการณและความ
เคล่อื นไหวตลอดเวลา เพราะบุคคลประเภทนเี้ ราถอื วา เปน อาชญากรอยา งแทจ ริง ซึง่ จําเปนอยา งย่งิ
ที่ทางสถานีตํารวจตองรวบรวมประวัติตลอดจนพฤติการณและความเคลื่อนไหวตางๆ ของบุคคล
เหลานี้ไวท ั้งหมด สมตามความหมายทีว่ า "ประวัติอาชญากร" และเพอ่ื ทีจ่ ะใชเ ปน เครอื่ งมอื ประกอบ
การพิจารณาปองกันอาชญากรรมซ่ึงอาจเกิดข้ึนได จากการกระทําของบุคคลเหลานี้ ถาการควบคุม

๔๓

หรือการสอดสองพฤติการณบุคคลเหลาน้ีอยางใกลชิดและเปนไปอยางไดผลก็จะเปนผลดีอยางย่ิง
ในการปอ งกนั อาชญากรรมซงึ่ เมอ่ื ทางสถานตี าํ รวจทอ งทไี่ ดท าํ การสอดสอ งพฤตกิ ารณอ ยา งใกลช ดิ แลว
อาจทําใหบุคคลเหลานี้ไมกลาท่ีจะประกอบอาชญากรรม หรืออาจเลิกประพฤติมิจฉาชีพกลับตัวเปน
พลเมืองดตี อ ไป และมีอาชีพในทางท่ีชอบดวยกฎหมายเปนหลักแหลง มนั่ คง

หลกั การปฏิบัติกับบุคคลที่เปนผรู า ยทอ งถิ่นของเจา หนาที่ตาํ รวจ
๑. สอดสองดแู ลพฤติการณ และการเคลื่อนไหวเปนพเิ ศษอยางใกลช ิด
๒. ขน้ึ ทะเบยี นเปนผรู า ยทอ งถิน่ โดยแยกเกบ็ บัตรประวัติอาชญากร
๓. แจงการขึ้นทะเบยี นบุคคลเปน ผูร า ยทองถ่นิ ไปยงั สวนราชการที่เกยี่ วของ
๔. เมอื่ ผรู า ยทอ งถน่ิ ยา ยภมู ลิ าํ เนา ใหส ง บตั รประวตั ไิ ปยงั สน./สภ. แหง ใหมแ ลว รายงาน
หนว ยท่เี กี่ยวของทราบ
๕. เมื่อผูรายทองถิ่นกระทําความผิด ถูกศาลพิพากษาลงโทษจําคุก ใหสงบัตรประวัติ
คนื หนว ยงานทีเ่ กย่ี วของ
๖. เมอ่ื ผรู า ยทอ งถนิ่ กลบั ตนเปน พลเมอื งดี หรอื ถงึ แกก รรมใหร ายงานหนว ยทเี่ กยี่ วขอ ง
เพ่ือถอนทะเบยี นผูร ายทองถิน่

หลกั ปฏบิ ตั ขิ องกองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร ศนู ยพ สิ จู นห ลกั ฐาน และพสิ จู นห ลกั ฐานจงั หวดั
ทเ่ี กี่ยวของกบั บคุ คลพน โทษ

๑. เม่ือไดรับแบบรายการประวัติบุคคลพนโทษจากเรือนจําในเขตรับผิดชอบแลว
ลงรบั ในทะเบียนรับ ลงเลข ๙ หลัก โดยแยกแตล ะเรอื นจาํ เพือ่ เปน รหสั ในการบนั ทกึ ขอมลู และสบื คน
ในระบบคอมพิวเตอร ซ่ึงปจจุบัน กองทะเบียนประวัติอาชญากร ใชคอมพิวเตอรในระบบ CDS
หนว ยงานพสิ จู นหลักฐานสวนภูมิภาค ใชร ะบบ POLIS

๒. เมอื่ ทาํ ขอ มลู บนั ทกึ ลงในคอมพวิ เตอรแ ลว ทาํ การพมิ พเ พอื่ สง ให สถานตี าํ รวจนครบาล,
สถานตี ํารวจภูธร ที่ผพู นโทษจะไปมภี ูมิลําเนาอยู เพ่อื เจาหนาทตี่ าํ รวจไดสอดสองพฤตกิ ารณ

๓. สถานีตํารวจนครบาล,สถานีตํารวจภูธรรายงานผลการสอดสองพฤติการณภายใน
วนั ท่ี ๕ ของเดอื นจนครบ ๑๒ เดือน

๔. เม่ือกองทะเบียนประวัติอาชญากร หรือหนวยงานพิสูจนหลักฐานสวนภูมิภาค
ไดรับรายงานผลการสอดสองพฤติการณความเคล่ือนไหวบุคคลพนโทษแลวก็จะทําขอมูลบันทึกลงใน
คอมพวิ เตอรต ามระบบนัน้ ๆ โดยสบื คนจากรหัสเลข ๙ หลกั

๕. สถานีตํารวจนครบาล,สถานีตํารวจภูธรใดท่ีไดติดตั้งเคร่ืองคอมพิวเตอร โครงการ
POLIS แลวสามารถดูขอมูลและบันทึกพฤติการณและความเคลื่อนไหวดวยเคร่ืองคอมพิวเตอร
และส่ังพิมพรายงานสงกลับ ฝายทะเบียนประวัติอาชญากร ๑ กองทะเบียนประวัติอาชญากร และ
หนวยงานพิสูจนหลกั ฐานสว นภูมิภาค ใหดว ย

๔๔

ประมวลระเบียบการตาํ รวจเกยี่ วกับคดี ลักษณะ ๑๗ บทท่ี ๑
การทําตาํ หนริ ปู พรรณและประวัตยิ อ ผตู องขัง
พ.ศ.๒๕๓๐

…………………………………

ขอ ๔๔๘ การทําตําหนิรูปพรรณและประวัติยอของผูตองขังนี้เปนหนาท่ีของเรือนจํา
ตา งๆ ทว่ั ราชอาณาจกั ร ทจ่ี ะตอ งจดั ทาํ สง ใหแ กก รมตาํ รวจเปน พเิ ศษนอกเหนอื ไปตามตาํ หนริ ปู พรรณ
และประวัตยิ อ ผูต อ งขังทเ่ี รือนจาํ ตอ งปฏบิ ตั จิ ัดทําอยแู ลว ตามระเบยี บราชทัณฑ ในกรณีทผ่ี ตู องขงั อยู
ณ เรอื นจํา ในเขตกรงุ เทพฯ และจงั หวดั นนทบรุ ี ใหท าํ ตําหนิรปู พรรณและประวัตยิ อ ของผูตองขังตาม
แบบ วท.๑๔ - ต.๓๒๘ นี้เพียงฉบับเดียวสงตอยังกองทะเบียนประวัติอาชญากร แตในกรณีท่ี
ผตู อ งขงั ถกู จาํ ขงั ณ จงั หวดั อนื่ นอกจากกรงุ เทพฯ และจงั หวดั นนทบรุ ี ใหท าํ แบบ วท.๑๔ - ต.๓๒๘ น้ี
๒ ฉบบั สง ยงั กองตาํ รวจวทิ ยาการสว นภมู ภิ าค แลว ใหเ ปน หนา ทขี่ องกองตาํ รวจวทิ ยาการสว นภมู ภิ าค
ทจ่ี ะเกบ็ เขาแฟม ประวตั ิ ๑ ฉบับ และสงใหกองทะเบยี นประวตั ิอาชญากร ๑ ฉบบั

ขอ ๔๔๙ เม่อื ไดสง แบบ วท.๑๔ - ต.๓๒๘ ในโอกาสทเี่ ขา เรือนจาํ ใหแ กกองทะเบยี น
ประวัติอาชญากรและตํารวจวิทยาการสวนภูมิภาคแลวแตกรณีไป ตอมาถามีการยายเรือนจํา
ใหเรือนจําเดิมแจงการยายใหแกกองทะเบียนประวัติอาชญากร หรือตํารวจวิทยาการสวนภูมิภาค
แลว แตก รณแี ละเรอื นจาํ ทจ่ี ะไปอยใู หมท ราบ และเปน หนา ทข่ี องเรอื นจาํ ใหมท จี่ ะทาํ แบบ วท.๑๔ - ต.๓๒๘
สงใหทางตํารวจ สวนในสายของตํารวจใหกองตํารวจสอบสวนกลางประจําภาคที่ไดรับแบบ
วท.๑๔ - ต.๓๒๘ จากเรือนจําสงใหแกกองทะเบียนประวัติอาชญากรเพ่ือเก็บไวเองหรือตัดสําเนา
สงใหแก กองตํารวจวิทยาการสวนภูมิภาคท่ีมีแฟมประวัติผูตองขังอยูแลวอีกชั้นหนึ่ง เวนแตในกรณี
ที่เรือนจําสงแบบนี้ใหแกกองทะเบียนประวัติอาชญากรโดยตรงอยูแลว สวนแฟมประวัติผูตองขังของ
กองตาํ รวจวิทยาการสว นภมู ิภาคใดคงเกบ็ รกั ษาไวท ี่นัน้ ตลอดไปไมตอ งสง ใหแ กก ัน

ขอ ๔๕๐ ในกรณที ห่ี นว ยราชการอน่ื เชน ราชการทหาร เปน ตน ขอตวั ผตู อ งขงั ไปทาํ งาน
หากผตู องขงั หลบหนีใหเรอื นจําที่ยมื ตวั ไปน้นั เปน ผทู ําแบบ วท.๑๔ - ต.๓๒๘ สง ทางตาํ รวจ

ขอ ๔๕๑ ในกรณที คี่ าํ พพิ ากษาถงึ ทส่ี ดุ ใหจ าํ คกุ แตจ าํ เลยในคดนี น้ั ไดร บั การปลอ ยตวั ไป
เพราะตอ งขงั ระหวา งพจิ ารณามาจนครบกาํ หนดโทษตามคาํ พพิ ากษาแลว ใหเ รอื นจาํ ทขี่ งั จาํ เลยไวก อ น
มกี ารปลอ ยตวั เปน ผทู าํ แบบ วท.๑๔ - ต.๓๒๘ สง กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรหรอื ตาํ รวจวทิ ยาการ
สวนภมู ภิ าค แลว แตก รณี ตามท่ีกําหนดไวในขอ บังคบั นี้

ขอ ๔๕๒ การสงแบบ วท.๑๔ - ต.๓๒๘ ของเรือนจําท่ีใหแกตํารวจนั้นใหสงได
โดยไมตอ งมีหนังสือและในกรณที ี่ผตู อ งขงั หลบหนใี หสง แบบ วท.๑๔ - ต.๓๒๘ นีแ้ ทนแบบ ร.ท. และ
แบบ ร.ท. ๓๒ เปน อนั งดไมตองใชอีกตอ ไป

ขอ ๔๕๓ เพ่ือเปนการประสานงานเก่ียวกับการทําประวัติของผูตองขังใหบังเกิดผลดี
สมความมุงหมายของทางราชการ เม่ือทางเรือนจําหรือทางตํารวจไดทราบพฤติการณ

๔๕

และความเคล่ือนไหวของผูตองขังคนใดอันท่ีจะแจงใหอีกฝายหน่ึงทราบก็ใหติดตอประสานงานกัน
โดยใกลช ิด อยา ใหเสียราชการได

ขอ ๔๕๔ ตําหนิรูปพรรณและประวัติยอของผูตองขัง ที่กําหนดใหสงหลายครั้งน้ี
กโ็ ดยตอ งการใหถ ูกตอ งแนนอนตรงกบั ความเปนจริงมากทีส่ ดุ

บทที่ ๒
การทาํ บัตรประวตั คิ นพนโทษและการรายงานพฤตกิ ารณ

ขอ ๔๕๕ เมื่อผูกระทําความผิดไดรับโทษถึงจําคุก และไดรับการพักการลงโทษ
หรอื พน อาญาออกไปจากเรอื นจาํ แลว จาํ เปน อยา งยง่ิ ทจี่ ะตอ งคอยสงั เกตพฤตกิ ารณแ ละความเคลอื่ นไหว
ของผูนนั้ ไวเ สมอ เพอ่ื ใหทราบวา ผูนั้นละท้งิ นิสยั ช่ัวแลวหรือยงั

เม่อื ไดรบั แบบ วท.๑๔ - ต.๓๒๘ จากเรือนจําแลวใหเปนหนา ทข่ี องกองทะเบียนประวัติ
อาชญากร หรอื ตํารวจวิทยาการสวนภมู ภิ าคแลวแตก รณสี ุดแตว า ผตู อ งขังนัน้ ถกู ขังอยู ณ เรอื นจํา ใน
จงั หวดั พระนคร จงั หวดั นนทบรุ ี หรอื ตา งจงั หวดั ทจี่ ะกรอกรายการตา งๆ อนั เกยี่ วกบั ประวตั ขิ องคนพน โทษ
หรือพักการลงโทษน้ันตามแบบ วท.๑๔ - ต.๓๒๘ ทายระเบียบนี้สงไปใหแกสถานีตํารวจนครบาล
หรือภูธรซึ่งเปนเจาหนาท่ีของทองท่ีท่ีผูพนโทษน้ันจะเขาไปมีภูมิลําเนาหรือถิ่นท่ีอยูเมื่อออกไปจาก
เรอื นจาํ แลว ประวัตคิ นพน โทษหรือพักการลงโทษดังกลาวน้ีใหส ง สถานีตํารวจนครบาลหรือภูธรทองที่
กอนเวลาทค่ี นพน โทษน้นั จะถงึ กาํ หนดออกจากเรอื นจาํ

"ใหทุกกองกํากับการ สถานีตํารวจทุกสถานีตํารวจ หรือทุกกิ่งสถานีตํารวจนครบาล
และภูธรจัดทําบัญชบี คุ คลพกั การลงโทษ บุคคลพน โทษ และผรู ายทองถิน่ บัญชที ี่จัดทาํ น้ี ใหใชสมุด
เบอร ๒ ชนดิ ใหม ซ่ึงขอเบิกจากกองพลาธิการ กรมตํารวจ และใหจดั ทาํ เองตามแบบทายระเบียบน้ี
กับใหถือวาบัญชีควบคุมบุคคลพักการลงโทษ บุคคลพนโทษ ผูรายทองถ่ินที่ไดจัดทําขึ้นน้ันเปน
ความลับในราชการ"

ขอ ๔๕๖ เมื่อสถานีตํารวจภูธร หรือนครบาลไดรับบัตรประวัติคนพนโทษหรือ
พักการลงโทษ แบบ วท.๑๔ - ต.๓๒๘ แลว ใหเก็บบัตรนั้นไวแลวสงใหเจาหนาท่ีตํารวจคอยสังเกต
พฤติการณ และความเคลื่อนไหวของบุคคลผูพนโทษ หรือพักการลงโทษนั้นแลวรายงานพฤติการณ
และความเคล่ือนไหวของบุคคลผูพนโทษ หรือพักการลงโทษน้ันดวยแบบ วท.๑๖-ต.๓๓๐ สถานี
ตํารวจนครบาลรายงานฉบบั เดียว สงตรงยงั กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร สถานีตํารวจภธู รรายงาน
๒ ฉบบั สง ตาํ รวจวิทยาการสว นภูมภิ าค ๑ ฉบบั การรายงานใหร ายงานทุกเดือน สง ออกจากสถานี
ตํารวจน้ัน ๆ ภายในวันที่ ๕ ของเดือนใหม แตถามีเหตุการณดวนอะไรเปนพิเศษที่จะตองรายงาน
ก็ใหรายงานดวนใหทราบโดยทันที ถาบุคคลพนโทษหรือพักการลงโทษน้ันยายภูมิลําเนาออกไปอยู
ในทองท่ีของสถานีตํารวจใดใหสถานีตํารวจทองท่ีเดิมสงบัตรประวัติน้ีไปใหแกสถานีตํารวจทองท่ีใหม
เพ่อื ดาํ เนินการสืบพฤตกิ ารณ และความเคลอ่ื นไหวของผูน น้ั ตอไป แลว รายงานเปนลายลกั ษณอกั ษร

๔๖

ใหกองทะเบียนประวัติอาชญากรและตํารวจวิทยาการสวนภูมิภาคไดทราบเปนทางประสานงานกัน
แตถาไมปรากฏวาตัวบุคคลพนโทษหรือพักการลงโทษนั้นอยูในทองที่ ใหสถานีตํารวจเจาของทองที่
สงบัตรนั้นกลับคืนไปยังกองทะเบียนประวัติอาชญากรหรือตํารวจวิทยาการสวนภูมิภาคแลวแตกรณี
เพอื่ ไดด าํ เนินการสบื หาตอ ไป

ขอ ๔๕๗ การสอดสองพฤติการณและการเคล่ือนไหวของบุคคลพนโทษใหกระทํา
และรายงานเพยี ง ๑๒ เดอื น นับต้งั แตว นั ท่ผี นู ้ันพนโทษไปจากเรือนจาํ ถาผูนนั้ ประพฤติตวั ดกี ็ไมตอ ง
ทําการสืบสวนตอไป ถาผูนน้ั กระทาํ ความผดิ ขน้ึ อีกจนถึงถกู จบั กุมคุมขัง และถกู ศาลพพิ ากษาใหจ าํ คกุ
กใ็ หส ง ประวตั คิ นพน โทษ หรอื พกั การลงโทษนนั้ คนื กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร หรอื ตาํ รวจวทิ ยาการ
สวนภูมิภาคแลวแตกรณี แตถาไมมีหลักฐานที่จะดําเนินคดีและพนกําหนดเวลา ๑๒ เดือน น้ันแลว
ใหตํารวจทองท่ีทําการสอดสองตอไปอยางกับ บุคคลอันธพาล โดยไมตองทําบัตรคนอันธพาลขึ้นอีก
ใหนําบัตรประวัติคนพนโทษเก็บเขาในลิ้นชักของบัตรประวัติผูรายทองถ่ิน หรือลิ้นชักของบัตร
คนอันธพาล แลวแตกรณีไป สวนการสอดสองพฤติการณและความเคลื่อนไหวของบุคคลท่ีไดรับ
พักการลงโทษใหร ายงานตลอดเวลาทผ่ี ูน ั้นไดร บั การพักการลงโทษ

ปรากฏวายังประพฤติตนเปนผูรายอาชีพ หรือมีพฤติการณอันสอแสดงวายังเปนผูราย
อยูหรืออาจฟงไดวากระทําความผิดอยูเสมอสุดแลวแตโอกาสจะอํานวยเม่ือใด และพนกําหนดเวลา
๑๒ เดอื น ใหถ อื วาเปน ผูร า ยทองถน่ิ โดยปฏิบตั ดิ ังน้ี

(๑) ขึ้นทะเบียนเปน ผรู า ยทอ งถ่ิน
(๒) เมื่อข้ึนทะเบียนบุคคลใดเปนผูรายทองถิ่นไวในสวนกลางใหรายงานพรอมดวย
แจงพฤติการณอันสอแสดงวาจะกอใหเกิดอาชญากรรมขึ้นอีกใหกองทะเบียนประวัติอาชญากรทราบ
ในสวนภมู ิภาค ใหร ายงานตํารวจวทิ ยาการสว นภูมิภาคทราบ
(๓) เมอื่ ผรู า ยทอ งถนิ่ ยา ยภมู ลิ าํ เนาไปอยใู นทอ งทอี่ นื่ ๆ ใหร ายงานสว นราชการทเ่ี กย่ี วขอ ง
ตามวรรคหน่ึง พรอมสงบัตรประวัติของผูรายทองถิ่นนั้นไปยังสถานีตํารวจทองท่ีใหม คอยสอดสอง
ตอไป
(๔) เม่ือปรากฏจากการสืบสวนอยางแนชัดวาผูรายทองถิ่นน้ันไดกลับตัวประพฤติตน
เปน คนดมี อี าชพี ในทางเปน หลกั ฐาน หรอื ในกรณที ผี่ รู า ยทอ งถนิ่ ถงึ แกค วามตาย ใหร ายงานสว นราชการ
ที่เก่ียวของใน (๒) ทราบ และจดั การถอนทะเบยี นเสยี ดวย
(๕) เม่ือปรากฏวาผูรายทองถิ่นไดกระทําความผิดขึ้นอีก จนถูกศาลพิพากษาใหจําคุก
ใหสงบัตรประวัติผูน้ันคืนพรอมกับรายงานพฤติการณไปยังสวนราชการดังกลาวตาม (๒) ทราบ และ
หมายเหตุไวในทะเบยี นผรู ายทอ งถน่ิ ของสถานีตาํ รวจนั้นดวย

------------------------------------
(ระเบียบกรมตํารวจ วาดวย การควบคุมอาชญากรบางประเภท และการทําตําหนิรูปพรรณ
และประวตั ิยอของผตู อ งขงั (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๐ ลงวนั ท่ี ๑๖ มนี าคม ๒๕๓๐)

๔๗

แบบรายงานพฤติการณแ ละการเคลอื่ นไหวของบุคคลพน โทษ

ท…่ี ……………./…………….

เสนอ ผบู งั คบั การกองทะเบียนประวตั ิอาชญากร

นาย
ตามที่ นาง.....................................…………บ.ช.ท.…………………………………………………

นางสาว
ซง่ึ ตอ งโทษ………………………......………..…..ฐาน……………………………………………………
พนโทษเมื่อวันที่…..เดือน……………….พ.ศ………และไปมีภูมิลําเนาอยูที่บานเลขที่…….……......
ตรอก……………….........ถนน…………………….หมูที่……...........ตําบล………….…............
อําเภอ…………………......จงั หวัด………………………..ทองท่สี ถานตี ํารวจ………….…………….
ตง้ั แตวันที่………………เดอื น………………พ.ศ………………………
ซึง่ อยูใ นเกณฑท ี่ตองปฏิบัติตามขอบังคบั กระทรวงมหาดไทยท่ี ๔/๒๔๙๗ นนั้

นาย
ขอรายงานพฤติการณแ ละการเคล่อื นไหวของ นาง…………………………………………………...

นางสาว
บ.ช.ท…………….........ผพู น โทษ………………............ประจาํ เดอื น…………………พ.ศ…...............
ดงั ตอ ไปน…ี้ ……………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………..……………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………..………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………..…..…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………..……..……………………………………………
……………………………………………………………………………………………………..………
..……………………………………………………………………………………………………...........

ใหขดี ฆา คาํ ท่ไี มตองการออก (พลิก)
วท.๑๖-ต.๓๓๐

๔๘

….……..……..………………………………………………………………………………………………
……………………………………...…………………………..……………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………..…………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………..……………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………………..………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………..…………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
..…………………………………………………………………………………………………………….

ลงชื่อ…………………………………………..ผูรายงาน
ตําแหนง …………………..……………………
สถานีตาํ รวจ………………......……………….
วนั ท…่ี ………….…………..................………

หมายเหตุ ชอื่ บคุ คลพน โทษ ตอ งเขยี นใหช ดั ดว ยตวั บรรจง พรอ มดว ยเลขหมาย บ.ช.ท. คาํ วา “พฤตกิ ารณ
และการเคลอื่ นไหว” หมายถงึ พฤตกิ ารณห รอื กริ ยิ าใดๆ ของบคุ คลพน โทษทแ่ี สดงออกทงั้ ในทางทเี่ ปน
คณุ และโทษ และหมายตลอดถงึ อปุ นสิ ยั ใจคอ ท่ีอาศัย, อาชีพ, สถานทเ่ี ทยี่ วเตร, การคบหา, คูค รอง
หรือกรณีแวดลอมใดๆ อันเปนปจจัยหรืออาจเปนปจจัยใหบุคคลพนโทษน้ันดําเนินการทุจริต
ตอไปอีก หรอื งดเวน กลบั ตัวเปน พลเมืองดี ซงึ่ จาํ ตอ งรายงานอันเปนประโยชนต อ การสบื สวนปองกัน
และควบคมุ หรอื เลกิ การควบคมุ เกยี่ วกบั บคุ คล ควรรายงานใหล ะเอยี ดวา ชอ่ื อะไร อยทู ไี่ หน มอี าชพี อะไร
มคี วามประพฤตเิ ปน มาอยา งไร นสิ ยั ใจคอเปน อยา งไร ความสาํ คญั หรอื เรอ่ื งอนื่ ๆ ทเ่ี หน็ สมควรรายงาน

๔๙

บนั ทึกขอ ความ

สว นราชการ ฝายทะเบยี นประวัตอิ าชญากร ๑ กองทะเบียนประวตั ิอาชญากร โทร. ๐๒ ๒๐๕๑ ๓๔๑
ที่ ๐๐๓๒.๓๒/ วันที่

เรื่อง การสอดสอ งพฤติการณแ ละความเคล่อื นไหวของคนพน โทษ
เรียน
ฝทว.๑ ทว. ขอสงประวัติคนพนโทษของ...................................................................
ขอหา……………………………………พนโทษเม่ือ....................................................................
ซง่ึ ตามหลกั ฐานของเรอื นจาํ ปรากฏวา บคุ คลพน โทษนไ้ี ดม าอยทู .่ี ......................................................
จังหวัด……………………………ซ่ึงอยูในเขตพื้นที่รับผิดชอบของทาน เพื่อใหทานส่ังการเจาหนาท่ี
ผูเกี่ยวของดําเนินการสอดสองพฤติการณและความเคลื่อนไหว และโปรดรายงานพฤติการณและ
ความเคล่ือนไหวของบคุ คลพนโทษผนู ี้ ให ฝทว.๑ ทว. ทราบทกุ วันท่ี ๕ ของเดือน ตามระเบยี บการ
ตาํ รวจเกี่ยวกับคดี ลกั ษณะ ๑๗ บทที่ ๒ ตอไปดว ย

(ลงชอ่ื )………………..………………….
(…………………………………)
สว.ฝทว.๑ ทว.

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
(ฉกี สว นลางนีส้ ง คนื ฝทว.๑ ทว.)

สวนราชการ………………………………………
ที่…………………………………วนั ที่……………………………………..
เรยี น สว.ฝทว.๑ ทว.

ไดร บั ประวตั คิ นพน โทษของ…………………………………….........…………………….
ไวแลว และจะไดจัดสงรายงานผลการสอดสองพฤติการณและความเคล่ือนไหวของบุคคลพนโทษผูนี้
ให ฝทว.๑ ทว. ทราบตามระเบียบตอไป

๕๐

ท่ี ตช ๐๐๒๖.๓๕๕/ ๑๗๖๕ สาํ นักงานตาํ รวจแหง ชาติ
ถนนพระรามที่ ๑ เขตปทุมวนั
กรงุ เทพฯ ๑๐๓๓๐

๗ กรกฎาคม ๒๕๔๒

เรือ่ ง การสง พิมพลายน้ิวมือใหก องทะเบียนประวตั ิอาชญากร ตรวจสอบ
เรยี น อธิบดีกรมราชทณั ฑ
อา งถงึ ขอบังคับกระทรวงมหาดไทย วา ดว ยการพิมพล ายนิ้วมือผูตองหา จาํ เลย ผูตองขงั ผถู กู กักกนั

ผรู บั อบรมและศพ (ฉบับท่ี ๒ ) พ.ศ. ๒๕๒๑
สง่ิ ทส่ี งมาดว ย แบบประวัตบิ คุ คลพน โทษ

ตามทีก่ รมราชทณั ฑไ ดใ หเรือนจํา ทณั ฑสถาน สถานกักกนั และสถานกกั ขัง จดั สงพมิ พ
ลายนวิ้ มอื ผตู อ งขงั ไปทก่ี องทะเบยี นประวตั อิ าชญากร สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ เพอ่ื ตรวจสอบประวตั ิ
ผกู ระทาํ ความผิดในกรณีตาง ๆ ความละเอียดแจงแลว นน้ั

ปจจุบันสํานักงานตํารวจแหงชาติไดจัดเก็บและตรวจสอบลายพิมพนิ้วมือดวยระบบ
คอมพิวเตอร ทาํ ใหก ารปฏิบตั งิ านในบางสว นเปล่ียนแปลงไป จงึ ขอประสานงาน เพ่อื ประโยชนในการ
จดั ทาํ ขอ มูลทะเบียนประวัตอิ าชญากรและการจัดทําประวตั ผิ ตู อ งขัง ในรายละเอยี ดดังน้ี

๑. ขอใหหนวยงานของกรมราชทัณฑที่ไดรับตัวผูกระทําผิดที่ศาลช้ันตนไดพิพากษา
แลว จดั พิมพลายน้วิ มือใหกองทะเบียนประวตั ิอาชญากรตรวจสอบ และใชผ ลการตรวจสอบในครง้ั นี้
เปนขอมูลประวัติของผูตองขังไปตลอดระยะเวลาจนกระท่ังผูน้ีไดรับการจําหนายปลอยตัวจาก
ความรับผิดชอบของกรมราชทัณฑซ่ึงทางสํานักงานตํารวจแหงชาติไดกําชับใหกองทะเบียนประวัติ
อาชญากรเรงดาํ เนนิ การตรวจสอบใหโดยเรว็

เมอ่ื ศาลอทุ ธรณห รอื ศาลฎกี าแกไ ขคาํ พพิ ากษา ทางกองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร จะใช
ผลคดีถึงที่สุดท่ีไดรับรายงานจากสถานีตํารวจหรือหนวยงานเจาของคดีทางกรมราชทัณฑจึงไมจําเปน
ตองแจงใหกองทะเบียนประวัติอาชญากรทราบ

๒. เม่ือมีการปลอยตัวผูตองโทษท่ีครบกําหนดการลงโทษ ขอใหจัดทําขอมูลในแบบ
ประวตั บิ คุ คลพน โทษตามสง่ิ ทสี่ ง มาดว ยน้ี จดั สง ใหก องทะเบยี นประวตั อิ าชญากร เพอ่ื จดั ทาํ เปน ขอ มลู
คนพนโทษ และขอใหกรมราชทัณฑใชประวัติจากผลการตรวจสอบพิมพลายน้ิวมือ ตามขอ ๑.
โดยไมตองสง แผนพมิ พล ายนิ้วมอื ไปตรวจสอบใหม

๕๑

๓. กรณผี ูตองโทษตายในระหวางทอ่ี ยูใ นความควบคมุ ขอใหจดั สงสําเนาใบมรณบัตร
ไปพรอ มกบั แผน พมิ พล ายนวิ้ มอื ศพ เพอ่ื กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรจะไดใ ชเ ปน ขอ มลู ในการจาํ หนา ย
ผนู น้ั ออกจากสารบบ

กรณีประหารชีวิต เม่ือจะดําเนินการประหารชีวิตขอใหแจงกองทะเบียนประวัติ
อาชญากรทราบลว งหนา ใหม เี วลาพอเพยี งสาํ หรบั การเดนิ ทางของเจา หนา ที่ ทงั้ นใี้ นการพมิ พล ายนวิ้ มอื
เพอื่ เปรยี บเทยี บและยนื ยนั กบั แฟม ประวตั ขิ องผทู จ่ี ะถกู ประหารชวี ติ เจา หนา ทขี่ องกองทะเบยี นประวตั ิ
อาชญากรจะดาํ เนนิ การในทนั ที แลว ขอใหก รมราชทณั ฑส ง แผน พมิ พล ายนว้ิ มอื พรอ มสาํ เนาใบมรณบตั ร
ไปยงั กองทะเบยี นประวตั ิอาชญากรเพ่ือจําหนายออกจากสารบบเชน เดียวกนั

๔. กรณผี ตู อ งโทษหลบหนี ใหส ง ตาํ หนริ ปู พรรณ รปู ถา ยและเอกสารทเ่ี กย่ี วขอ งใหส ถานี
ตาํ รวจทอ งที่ เพอื่ ออกหมายจบั และทางสถานตี าํ รวจทอ งทจ่ี ะจดั สง หมายจบั และตาํ หนริ ปู พรรณใหก บั
หนว ยงานวทิ ยาการออกประกาศสบื จบั ตอ ไป หากผนู น้ั ถกู จบั ไดห รอื เขา มอบตวั และทางกรมราชทณั ฑ
ไมแ นใ จวา เปน บคุ คลเกย่ี วกบั ผหู ลบหนหี รอื ไม กใ็ หพ มิ พล ายนว้ิ มอื ผนู น้ั พรอ มกบั สง แผน พมิ พล ายนว้ิ มอื
เดมิ ตาม ขอ ๑. ให กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร ตรวจเปรยี บเทยี บยืนยันให

๕. ขอความรวมมือใหกรอกขอความลงในแบบตางๆ ใหครบถวนโดยเฉพาะขอให
พยายามตดิ ตามขอ มลู เลขประจาํ ตวั ประชาชน (เลข ๑๓ หลกั ) ซงึ่ จะเปน ประโยชนต อ ทง้ั กรมราชทณั ฑ
และสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ ในการยนื ยนั ตวั บคุ คลตามระบบทะเบยี นราษฎร รวมทงั้ ขอ มลู สถานตี าํ รวจ
หรือหนวยงานเจาของคดีและขอหาท่ีถูกจับกุมดําเนินคดี เพ่ือท่ีทางกองทะเบียนประวัติอาชญากร
จะไดสามารถเชอ่ื มโยงขอ มลู ผลคดี ขอมลู คนพน โทษ กับประวตั ิการเปนผูตอ งหาได

จงึ เรยี นประสานงานขอความรว มมอื มา ทง้ั นไ้ี ดม อบหมายใหส าํ นกั งานวทิ ยาการตาํ รวจ
และกองทะเบียนประวตั ิอาชญากร ประสานงานกับกรมราชทณั ฑโดยใกลช ิด ตอไปแลว

ขอแสดงความนบั ถือ

( สมั ฤทธิ์ เภตรา )
ผชู วยผูบญั ชาการตาํ รวจแหงชาติ ปฏบิ ตั ิราชการแทน

ผบู ญั ชาการตาํ รวจแหงชาติ
ตรวจ

กองทะเบียนประวตั ิอาชญากร
โทร. ๒๐๕๑๓๒๙

๕๒

ประวตั บิ ุคคลพน โทษ

คาํ นาํ หนา ชอื่ ……….…………..ชอื่ ตวั ……..………………...... ชอื่ สกลุ …………………………………......
ชอ่ื อน่ื ………………..……………....................ชอื่ สกลุ อน่ื ……………………………………………...
เช้ือชาติ…………...…….………..สัญชาติ……….......เพศ…….………พ.ศ. เกิด………..……….....
ภมู ลิ าํ เนาเดมิ ….………….……………………………………………………………………………………
เลขประจําตัวประชาชน - - --
คด…ี ……………………………………………………………………………………………………………
ทอ งทีเ่ กดิ เหตุ (สน. หรอื สภ.)……………………………..….......…………………………...............
ศาล………………………….........คดดี าํ ……………./………...........คดแี ดง…………../……………......
วนั เดอื น ป ที่พิพากษา………………………….............กาํ หนดโทษ……………...……….............
ชอ่ื บดิ า…………………………........................ชอื่ มารดา………………………………..…………....
เรอื นจํา……………………………..........วัน เดือน ป ทพี่ นโทษ………………....…………............
เลขประจําตวั พน โทษ หรอื เลขประจําตัวนกั โทษ…………………….......……………………………
พน โทษจะไปอยทู …ี่ ……………………………………………………………........…………….………

รหสั ภาพถา ย -

ตดิ ภาพถาย ๒ นวิ้

( แบบท่ี ทว. กาํ หนด )

๕๓

๕. การขอใหประกาศสืบหาทรัพย

เมอื่ มที รพั ยท ต่ี กหาย หรอื ถกู ประทษุ รา ยยงั ตดิ ตามคนื มาไมไ ด ใหด าํ เนนิ การขอใหป ระกาศ
สบื หาทรพั ยห ายหรอื ทรพั ยท ถ่ี กู ประทษุ รา ย โดยใหป ฏบิ ตั ติ ามประมวลระเบยี บการตาํ รวจเกยี่ วกบั คดี
ลกั ษณะ ๑๔ บทที่ ๒ เร่ือง การออกตาํ หนริ ปู พรรณทรัพยหายไดค ืน ดังนี้
การตดิ ตอ กบั กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร ศนู ยพ สิ จู นห ลกั ฐาน และพสิ จู นห ลกั ฐานจงั หวดั

กรอกขอความลงในแบบ ขอใหประกาศสืบหาทรัพยที่ถูกประทุษราย และทรัพยหาย
ไมเ กยี่ วกับคดี ซง่ึ มี ๒ แบบ ดงั นี้ คอื
๑. รถยนต หรือรถจักรยานยนต แบบ วท.๒๗- ต.๗๐๓
๒. ทรัพยป ระเภทอืน่ ๆ แบบ วท.๘ – ต.๓๒๒

การสง เอกสารทจี่ ะตอ งดําเนินการ มีดังนี้
๑. ในสว นกลาง สง กองทะเบยี นประวตั ิอาชญากร จํานวน ๑ ชุด
๒. ในสว นภูมภิ าค จัดทาํ ๒ ชุด สง ศนู ยพ สิ จู นหลักฐาน จํานวน ๑ ชดุ และ พิสูจน
หลักฐานจังหวดั จาํ นวน ๑ ชุด

การปฏบิ ัตใิ นบางกรณี
๑. ทรพั ยท่ีหาย ถาเปนทรัพยทต่ี อ งจดทะเบยี นไวกบั เจา หนา ที่ ใหคัดสําเนาทะเบียน
ของทรัพยน นั้ สง พรอ มกับตาํ หนิรปู พรรณทรัพย
๒. โดยเฉพาะสําหรับอาวุธปน ใหพนักงานสอบสวนจัดการสงทะเบียนอาวุธปน
ไปยังนายทะเบยี นอกี สวนหนึง่ ดวย

กรณีท่ีไดทรพั ยท งั้ หมดหรือบางสวนคืน
ถาตองการขอใหถอนประกาศสืบทรัพยที่ไดคืนน้ัน ตองบันทึกตําหนิรูปพรรณทรัพย
ที่ไดคืนลงในแบบฟอรมตามชนิดหรือประเภทของทรัพย สงไปยังหนวยทะเบียนประวัติอาชญากร
หรอื หนว ยพสิ ูจนห ลักฐานทีส่ งเรอ่ื งขอใหประกาศสืบหาโดยเร็ว พรอ มกับแจงเหตุทไี่ ดท รพั ยค นื

ความหมายของประกาศตําหนริ ูปพรรณ
ประกาศตาํ หนริ ปู พรรณ คอื การนาํ เอาขอ มลู รายละเอยี ดทส่ี าํ คญั ของแบบรปู พรรณรถยนต
รถจักรยานยนตท่ีถูกโจรกรรม และแบบรายการรูปพรรณทรัพยหายที่พนักงานสอบสวนเจาของคดี
สง มายงั กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร หรอื หนว ยพสิ จู นห ลกั ฐานสว นภมู ภิ าคทเ่ี กย่ี วขอ งใหอ อกประกาศ
สืบหาและแจกจา ยใหกับสถานีตาํ รวจนครบาล สถานตี ํารวจภูธร หนวยงานราชการทีเ่ กีย่ วขอ งทราบ
เพื่อชว ยสบื หา ประกาศตําหนิรปู พรรณแบง ออกเปน ๒ ประเภท คอื
๑. ประกาศรูปพรรณทรพั ยที่ถกู ประทษุ รา ย
๒. ประกาศรปู พรรณรถยนต หรอื รถจกั รยานยนตท ี่ถูกโจรกรรม

๕๔

ประโยชนข องประกาศตาํ หนริ ปู พรรณ ชว ยสนบั สนนุ ขอ มลู ใหก บั พนกั งานสบื สวนสอบสวน
และปราบปราม ดังน้ี

๑. ดา นการสืบสวน
๑.๑ ประกาศรปู พรรณทรพั ยท ถี่ กู ประทษุ รา ยและประกาศรถยนต หรอื รถจกั รยานยนต

ทถี่ กู โจรกรรมจะแจกจา ยใหก บั สถานตี าํ รวจและหนว ยงานราชการทเี่ กย่ี วขอ งทวั่ ราชอาณาจกั รไดท ราบ
เพื่อชวยสืบจบั

๑.๒ กรณีพบรถของกลางไมทราบวาผูใดเปนเจาของ หรือแจงความไวที่สถานี
ตํารวจใด ตง้ั แตเ มอ่ื ใด จะชวยคนหาขอ มูลนี้ไดจากระบบฐานขอมูล POLIS

๑.๓ กรณพี บทรพั ยข องกลางไมท ราบวา ผใู ดเปน เจา ของ หรอื แจง ความไวท ส่ี ถานี
ตํารวจใด ตงั้ แตเ มื่อใด จะชวยคนหาขอมูลนไ้ี ดจากระบบฐานขอมลู POLIS

๑.๔ ทรัพยท่ีคนรายนําไปจํานํา ทางโรงรับจํานําก็สามารถตรวจสอบประกาศวา
พบตรงกับทรัพยท ่ีแจงหายไวหรอื ไม

๒. ดานการสอบสวน
ตรวจสอบทรัพย หรือยานพาหนะท่ีผูตองหาใชกระทําความผิดเพื่อตรวจสอบวา

เปนรถยนต หรอื รถจกั รยานยนตทแี่ จง หายไวหรอื ไม และผใู ดเปน เจา ของ

๓. ดานการปอ งกนั และปราบปราม
สนับสนุนเจาหนาท่ีฝายปราบปรามอาชญากรรมในการใหขอมูลเกี่ยวกับรถยนต

รถจักรยานยนต เพื่อเปนการปอ งกันและปราบปรามแกงลักทรพั ย

๕๕

ระเบยี บการตํารวจเกี่ยวกบั คดลี กั ษณะ ๑๔ บทท่ี ๒
การออกตําหนิรปู พรรณทรัพยห ายและไดคืน
-----------------------------

ขอ ๔๐๐ เมอื่ มที รพั ยถ กู ประทษุ รา ย จาํ ตาํ หนริ ปู พรรณทรพั ยน นั้ ได และตอ งการแจง ให
พนกั งานฝา ยปกครอง หรอื ตาํ รวจในหนว ยอน่ื ทราบ เพอื่ ขอใหช ว ยสบื จบั ใหส ถานตี าํ รวจ หรอื หนว ยงาน
ทีไ่ ดรับแจง ออกตาํ หนริ ปู พรรณทรัพยน ้ัน ดังตอไปน้ี

(๑) รถยนตหรือรถจักรยานยนต ออกรูปพรรณ แบบ วท.๙ - ต.๓๒๓
(ดูหมายเหตุทายระเบยี บฯ)

(๒) รถจกั รยาน ๒ ลอ หรือ ๓ ลอ ออกรปู พรรณ แบบ วท.๑๐ - ต.๓๒๔
(ดูหมายเหตุทายระเบียบฯ)

(๓) ทรัพยอ ื่นๆ ออกรปู พรรณแบบ วท.๘-ต.๓๒๒
แตในกรณีที่ทรัพยน้ันหายไป โดยแนใจวามิใชเนื่องจากกระทําความผิดอาญา เชน
ลืมทิ้งไว หรือตกหลน หายระหวา งเดินทาง เปนตน ใหส ถานตี าํ รวจ หรือหนว ยงานทไี่ ดรบั แจงรายงาน
ดวย แบบรปู พรรณของหายและไดคนื แบบ วท.๑๑ - ต.๓๒๕ (ดูหมายเหตุทา ยระเบยี บ ฯ)
การออกตําหนิรูปพรรณในขอน้ี ใหสงออกจากสถานีตํารวจ หรือหนวยงานเจาของคดี
ภายในเวลา ๒๔ ชวั่ โมง นบั ตง้ั แตเวลาท่ีไดร บั แจง หรอื ไดทราบการประทษุ รายหรอื หาย สุดแตจ ะได
รับทราบอยา งใดกอ น
ขอ ๔๐๑ การจดตําหนิรูปพรรณทรัพยหายทุกชนิด ใหจดใหละเอียดพอที่จะให
บุคคลอื่น ซึ่งมิใชเจาของวินิจฉัยไดวาเปนทรัพยที่หายไปใชหรือไม ในเม่ือไดไปพบทรัพยนั้น และ
ในกรณที ท่ี รพั ยห ายเปน ทรพั ยท ตี่ อ งจดทะเบยี น เชน รถจกั รยาน รถยนต ปน และเครอ่ื งรบั วทิ ยุ เปน ตน
ใหค ดั สาํ เนาทะเบยี นทรพั ยน น้ั ๆ แนบไปพรอ มกบั ตาํ หนริ ปู พรรณ และเฉพาะอาวธุ ปน นนั้ พนกั งานสอบสวน
ทรี่ ับใบทะเบยี นปน ท่แี จง หายน้แี ลว จดั สงไปยังนายทะเบียนอาวธุ ปนอกี ช้นั หนง่ึ ดวย ถา เห็นวา เทา ท่ี
จดรูปพรรณไว ยังไมช ัดเจนพอ กต็ องสอบถามตาํ หนสิ าํ คญั ของส่ิงของสงิ่ น้นั ใหช ดั เจนยิง่ ขึน้ ในกรณี
จะเขียนรูปภาพสิง่ ของหายประกอบไวดวยกไ็ ด

การจดนํ้าหนักเงิน ทอง นาก หรือโลหะอยางอื่น ใหจดเปนมาตราเมตริก
นํ้าหนัก ๑ บาท เทา กับ ๑๕ กรมั นาํ้ หนักของเพชรใหจดเปน กะรัต

ขอ ๔๐๒ เพ่ือประโยชนในการจดตําหนิรูปพรรณของหาย จึงขอนําลักษณะการ
จดตําหนริ ูปพรรณมาช้แี จงไวเ พอ่ื เปนแนวทางโดยสังเขป ดงั ตอไปนี้

(๑) แหวน ควรใหท ราบวา เรอื นแหวนทาํ เปน เรอื นชนดิ ใด ทาํ ดว ยโลหะอะไร
รปู พรรณแหวนกลม รี อยา งไร ประดับดวยเพชรลกู หรือเพชรซกี นา้ํ เพชรสอี ะไร เพชรมีลักษณะกลม
หรือยาวรี มรี อยแตกรา ว หรอื ไม เม็ดเดียวหรือหลายเมด็ เม็ดละก่ีกะรตั ถาประดบั ดวยพลอยตองรวู า

๕๖

เปน พลอยชนดิ ไร เชน ทบั ทมิ ตอ งรวู า เปน ทบั ทมิ ชนดิ ไหน รปู รา งอยา งไรเปน รปู หลงั เบย้ี หรอื เจยี ระไน
น้ําสีอะไรออนแกอยางไร แตกราวตรงไหนหรือไม เปนทับทิมแทหรือทับทิมชนิดท่ีเรียกวา พลอยหุง
นํา้ หนกั เพชรคะเนเทาใด

(๒) สรอ ย ตอ งใหป รากฏวา เปน สรอ ยขอ มอื หรอื สรอ ยคอ หรอื สรอ ยสาํ หรบั
ใชก ารอยา งไร มรี ปู พรรณสณั ฐานเรยี กกนั วา อยา งไร หรอื คลา ยกบั รปู สงิ่ ของอยา งไร ทาํ ดว ย ทอง นาก
เงนิ หรอื สง่ิ ของอะไรนาํ้ หนกั เทา ไร และมสี รอ ยมอี กั ษรภาษาใด อยตู รงไหน เปน ยห่ี อ ชา งทอง หรอื เปน
อกั ษรทเ่ี จา ของขดี เขยี นไวป ระการใด ถา มรี อยขาด หรอื ตอ ตอ งรวู า มอี ยตู รงไหน ถา มเี พชรหรอื พลอย
ยิ่งตองเขยี นใหชัดเจน

(๓) นาฬก าตอ งปรากฏวา เรอื นทาํ ดว ยอะไร หรอื เรอื นมลี วดลายหรอื เกลยี้ ง
ลงยา หรือฝงเพชรท่ีใดบาง เคร่ืองชนิดใด เรือนเล็กโตขนาดไหน ถาเรือนทองเปนทองหนักก่ีกะรัต
ย่ีหออะไร หมายเลขประจําเรือนนาฬกาเทาไร อยูตรงไหนมีรอยบุบ หรือรอยขีดเขียนตรงไหน
เปนชนิดฝาปดหรือเปด ถาเปนชนิดฝาปดกระจก เปนวงเล็กบอกช่ัวโมงขางนอก และขางในฝา
ประการใด แมมีสรอ ย และลอ็ กเกต ตอ งแจง ลักษณะใหทราบโดยละเอียด

(๔) ตา งหู ตอ งใหป รากฏวา เรียกช่ืออยา งใด หรอื คลายอะไร ทําดว ย ทอง
นาก เงิน หรอื อะไร ถามเี พชร พลอย ฝง ตองใหไ ดค วามละเอียดดวย

(๕) อาวธุ ปน ตอ งใหท ราบเครอื่ งหมาย และตาํ หนสิ าํ คญั ตามใบอนญุ าตชนดิ ปน
เปนปนชนิดใด ใชกระสุนกี่นัด ปนส้ันหรือยาว ขนาดเทาใด เลขทะเบียนท่ีจด จดตรงไหน เทาใด
ดามปน เปน อยา งไร

(๖) สตั วพ าหนะ ตองทราบวา ๑.ชนิดของสัตว เชน ชา ง มา โค กระบอื
๒.ตาบอดหรือดีเหลขางใด ๓.เขารวมหรือกางหรือต้ัง ๔.ดีหรือฉีกมากนอยอยางใด ๕.หางดี
หรือกุด ส้ันยาวเทาใด ๖.สีเผือกดําหรือแดง ๗.สูงประมาณก่ีฟุต กี่นิ้ว ๘.ขวัญมีอยูก่ีแหง ท่ีใดบาง
๙.ลกั ษณะพิเศษอื่นๆ

(๗) เรือ ตองใหทราบวา เปนเรือชนิดใด กวาง ยาวเทาใด บรรทุกของ
หรอื คนเทาใด ตาํ หนสิ าํ คญั เชน รอยแตก เรอื ชอ่ื วาอยา งไร สอี ะไร ถา มโี ซร อ ยใหบอกลกั ษณะของโซ
มาดว ยวา โซขนาดใด ยาวเทาไร เลขหมายทะเบียนเรอื เทา ใด การจดเลขหมายทะเบยี นเรอื เขียนตัว
อกั ษรกาํ กบั ไวด ว ย

(๘) เคร่ืองนุงหม เคร่ืองแตงกาย และเครื่องใชตางๆ ตองใหทราบวา
ชนดิ อะไร มลี กั ษณะเปนอยางไร ทาํ ดวยอะไร สหี รอื ลายเปน อยางไร แบบไหน คลายกบั อะไร มีตาํ หนิ
สาํ คญั อยตู รงไหนบา ง ถา มเี ครอ่ื งหมายเปน ตวั อกั ษร หรอื จาํ นวนเลขวา อยา งไร เขยี นกาํ กบั ไวต รงไหน
ถามีย่ีหอมีมาแตเดิม หรือเจาของเขียนข้ึนเอง ถามีรอยขาด แตก ราวหรือบ่ิน ตองรูขนาดแตกราว
หรอื บน่ิ นัน้ กวางยาวเทาใด มีสัณฐานอยางใดดว ย

๕๗

ถาสิ่งของใดมียี่หอ เคร่ืองหมายเปนอักษรภาษาอื่นนอกจากภาษาไทย ใหจดย่ีหอ
เคร่ืองหมายที่เปนภาษาตางประเทศน้ัน ลงในบัญชีของหายเปนอักษรของภาษานั้น แลวหมายเหตุ
เปนภาษาไทยดว ยวา อา นวา อะไร ถา เปน อกั ษรจีนใหจดคาํ อานเปน สาํ เนียงแตจ ๋ิว

ขอ ๔๐๓ ในทอ งทใ่ี ดมโี รงรบั จาํ นาํ ตง้ั อยู ใหพ จิ ารณาวา เมอื่ พบสงิ่ ของทห่ี ายอาจจะให
เหน็ วา ตรง หรือละมา ยคลายคลงึ กบั ของนัน้ แลว ใหพนักงานสอบสวนรบี คัดตําหนริ ูปพรรณน้นั ลงใน
บญั ชพี รรณของหายสาํ หรบั สง โรงรบั จาํ นาํ สง ไปยงั โรงรบั จาํ นาํ ในทอ งท่ี และใหโ ทรศพั ทบ อกรปู พรรณ
ไปยังสถานีตาํ รวจใกลเคียง ท่ีมีโรงรับจาํ นาํ ตงั้ อยขู อใหจดรปู พรรณน้ันๆ ไวในบัญชีรปู พรรณของหาย
สงโรงรบั จํานาํ เพื่อสงไปยงั โรงรบั จํานาํ ในทองท่ีของเขาดวย

ทั้งน้ีเพือ่ ใหโรงรบั จาํ นาํ ที่รับรูปพรรณไดคดั สําเนาไวต รวจสอบในเวลาที่รบั จาํ นาํ ของเสยี
ชั้นหนึ่งกอนโดยใหโรงรับจํานําประทับตรายี่หอไวเปนหลักฐานพรอมดวย วัน เดือน ป และเวลาท่ี
โรงรบั จํานาํ ไดท ราบแลวดว ย

ขอ ๔๐๔ เมอื่ ทรพั ยท ส่ี ง ตาํ หนริ ปู พรรณออกไปจากสถานตี าํ รวจ หรอื หนว ยงานเจา ของคดี
ไดกลับคืนมาท้ังหมด หรือเพียงบางสวนไมวาดวยประการใดๆ ใหใชแบบรูปพรรณชนิดเดียวกัน
กับท่ีสงไปในครง้ั กอนน้นั กรอกรายการรูปพรรณท่ีไดค ืนสงใหแ กก องทะเบยี นประวัตอิ าชญากร หรือ
ตํารวจวิทยาการสว นภมู ิภาค แลว แตกรณภี ายใน ๒๔ ช่วั โมง นับแตเวลาท่ีไดทราบวา ทรพั ยน นั้ ไดค ืน
เพอ่ื ประโยชนใ นการตรวจสอบกบั บัตรท่ีทําไวและเพอื่ ถอนการประกาศสืบจบั

---------------------------------------
หมายเหตุ แบบ วท.๙ - ต.๓๒๓ ในขอ ๔๐๐ (๑) ตอ มาไดแกไขเปน วท.๒๗ - ต.๗๐๓

แบบ วท.๑๐-ต.๓๒๔ ในขอ ๔๐๐ (๒) และ แบบ วท.๑๑-ต.๓๒๕ แกไขเปน
แบบ วท.๘-ต.๓๒๒

๕๘

แบบรายการตาํ หนิรปู พรรณทรัพยถกู ประทษุ รา ยหรอื หาย/ไดคืน

สวนราชการ สถานีตาํ รวจ/แผนก................................ กก. ............................ บก. ........................
ท.ี่ ......................................... วนั ท่ี .............................. เดอื น ........................ พ.ศ. ..............................
เรียน............................................
สง่ิ ทส่ี ง มาดว ย..................................................................................................................................
ทรัพยถ กู ประทุษรายหรอื หาย ไดคืน

รายละเอยี ดการหาย เกี่ยวกบั คดี ไมเกย่ี วกับคดี

ผเู สยี หาย..............................................................................................................................................
ทอ่ี ย.ู ....................................................................................................................................................
ผแู จง หาย...............................................................................................................................................
ทอี่ ย.ู ....................................................................................................................................................
ขอ หา/เหตทุ ห่ี าย....................................................................................................................................
สถานทเี่ กดิ เหต.ุ ....................................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………...........…........
วนั ทเี่ กดิ เหต.ุ ...................................................................................................................................
ไดร บั คาํ รอ งทกุ ขไ วต ามเลขคดที .ี่ ...........วนั ท.่ี ........เดอื น.............พ.ศ. ................. ป.จ.ว.ขอ ....................
รายละเอยี ดการไดคนื จบั กุมผตู อ งหาได. .....................................................คน

สถานทไี่ ดค นื ..................................................................................................................................
วนั ทไ่ี ดค นื ........................................................................................ป.จ.ว.ขอ ..................................
วธิ กี ารไดค นื ......................................................................................................................................
รายการและตาํ หนริ ูปพรรณทรัพยถ กู ประทุษรายหรอื หาย/ไดคืน

.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
รวม................................................รายการ มลู คา ทง้ั สิ้น..................................................บาท
( ลงชอ่ื )

()

วท. ๘ – ต. ๓๒๒ ตําแหนง .......................................................

๕๙

แบบตําหนริ ปู พรรณรถยนตห รือรถจกั รยานยนตถกู โจรกรรม/ไดคนื

สว นราชการ สถานตี าํ รวจ/แผนก ............................. กก. ............................. บก. .................................
ท่ี .................................................. วนั ท่ี .............................................................................................
เรยี น ....................................................................................................................................................
สง่ิ ท่ีสง มาดว ย สําเนาคมู อื จดทะเบยี นรถ ๑ ฉบบั
รถยนต รถจักรยานยนต ถกู โจรกรรม
ไดค นื
เลขทะเบยี น ...................................................... จงั หวดั ......................................................................
ชอื่ รถ ........................................... แบบ ......................... รนุ ป ค.ศ. ................ สี ..............................
ชอื่ เครอ่ื งยนต ........................................... ชนดิ เชอื้ เพลงิ ....................................................................
เลขหมายเครอ่ื งยนต ................................................................ สบู ............................................... ซซี ี
เลขหมายตวั รถ ..................................................................... เพลา .......................................... ลอ
ลกั ษณะของรถ .......................................... ประเภทของรถ ................................................ ( รย. ๑๒ )
ตาํ หนหิ รอื ลกั ษณะพเิ ศษ ....................................................................................................................
ราคาประเมนิ ขณะทถี่ กู โจรกรรม ............................................................................................................
ชอื่ เจา ของ ...........................................................................................................................................
บา นเลขท่ี ............ หมทู ี่ .............ตรอก/ซอย .................. ถนน ................................
ตาํ บล/แขวง .......................... อาํ เภอ/เขต ............................ จงั หวดั .........................
รายละเอยี ดการถูกโจรกรรม
สถานทเี่ กดิ เหตุ .........................................................................................................
วันท่ีเกดิ เหตุ .............................................................................................................
ไดร บั คาํ รอ งทกุ ขไ วต ามเลขคดที ี่ ...... วนั ท่ี ...... เดอื น ........... พ.ศ. .....ปจว. ขอ .............
พฤตกิ ารณท ถ่ี กู โจรกรรม ............................................................................................
............................................................................................................................................................
รายละเอยี ดการไดคืน
สถานทไี่ ดค นื ............................................................................................................
วันท่ีไดคืน ................................................................................................................
วธิ กี ารไดค นื ...............................................................................................................
สภาพของรถทไ่ี ดค นื ..................................................................................................
( ลงชือ่ ) .............................................................
()
ตาํ แหนง .............................................................
วท. ๒๗ - ต. ๗๐๓

๖๐

๖๑

๖๒

๖๓

๖๔

๖. ทรพั ยห ายทไ่ี มเ ก่ยี วกบั คดี

ทรัพยหายท่ีไมเก่ียวกับคดี หมายถึง ทรัพยที่เก็บตกไดจากการตกหลน หรือหลงลืมไว
ในทส่ี าธารณะ เชน ตามถนนหนทาง ในรถ ในเรอื ฯลฯ ซ่งึ ทรพั ยน ีจ้ ะไมอยใู นขอบขา ยของการไดม า
โดยเกยี่ วกบั การกระทาํ ผดิ กฎหมาย เชน จากการลกั ขโมย ชงิ ทรพั ยห รอื ในบางกรณที ค่ี นรา ยอาจไดม า
โดยการกระทําผิดกฎหมาย แลวแสรงทําเปนของตกหลน และนําไปแจงตอฝายเจาหนาท่ีวา ตนเปน
ผูเก็บส่ิงของน้ันได ซ่ึงในกรณีหากสืบทราบภายหลังวาเปนทรัพยท่ีไดมาผิดกฎหมาย ทรัพยจะตกอยู
ในสภาพทรัพยที่เก่ียวกับคดีและจะตองใหเจาหนาท่ีเก็บรักษาในฐานะของกลางคดีอาญาไวมีกําหนด
๕ ป หรือรอจนกวาคดีจะถึงที่สุดคือฟองศาลแลวคดีถึงที่สุด ก็ใหดําเนินการตามคําพิพากษา
สวนทรัพยรายใดที่ไมเกี่ยวกับคดี ใหเก็บรักษาของกลางน้ันไวมีกําหนด ๑ ป นับจากวันเก็บตกได
และหลงั จากประกาศสบื หาเจา ของทรพั ยม าครบกาํ หนด ๑ ปแ ลว ไมม ผี ใู ดแสดงตนเปน เจา ของทรพั ยน น้ั
กจ็ ะตกเปน กรรมสทิ ธขิ์ องผเู กบ็ ได ตามมาตรา ๑๓๒๕ วรรคแรก แหง ประมวลกฎหมายแพง และพาณชิ ย
อันวาดวยเร่ืองเก่ียวกับทรัพยสินเก็บตกได ฉะน้ันพนักงานสอบสวนจะตองระมัดระวังเรื่องของกลาง
วารายใดเก่ียวกับคดี รายใดไมเกี่ยวกับคดี โดยจะตองพิจารณาใหรอบคอบและใหทําบันทึกปากคํา
ของผูเ กบ็ ตกไดใ หแนชดั ไวเปนหลักฐานดวยทกุ ครั้ง

๖.๑ แนวทางการปฏบิ ัติตามระเบียบการตาํ รวจเกยี่ วกบั คดี ลกั ษณะ ๑๕
บทท่ี ๔ ของตกทมี่ ีผูเ กบ็ ได

ในสว นของสถานตี าํ รวจ
๑. เมอื่ มผี เู กบ็ ทรพั ยส นิ หายได และมอบใหส ถานตี าํ รวจ ใหล งรายการในสมดุ ยดึ ทรพั ย

ของกลาง โดยปรากฏชื่อ ที่อยูของผูเก็บทรัพยสินหายได ตลอดจนลักษณะตําหนิรูปพรรณทรัพยสิน
และสถานที่เก็บได บันทึกถอยคําผูเก็บเพื่อขอทราบถึงการไดของนั้นมา แลวสําเนาเอกสารดังกลาว
พรอมกับทรัพยท่ีเก็บไดสงใหกองทะเบียนประวัติอาชญากร หรือหนวยพิสูจนหลักฐานสวนภูมิภาค
เพ่ือออกประกาศสบื หาเจาของทรพั ยห รอื ผูมีสิทธิ์ไดรับตอไป

ถาเจาพนักงานอื่นไดรับทรัพยสินน้ัน ซ่ึงผูเก็บไดมามอบไวใหก็ใหปฏิบัติตามระเบียบนี้
โดยอนโุ ลม และใหแ จงหรือนําสงตาํ รวจทองทซี่ ง่ึ เกบ็ ทรพั ยท ี่ตกหายไดท ราบ แลวแตก รณี

๒. ใหส อบสวนผเู กบ็ ทรพั ยห ายใหช ดั เจนวา จะตอ งการรบั รางวลั หรอื ไม กรณที เี่ จา ของ
หรอื ผูม สี ิทธม์ิ ารบั ของคืน และหากครบกําหนด ๑ ป นับแตวนั ท่เี ก็บได ไมป รากฏวา มเี จา ของหรอื ผูม ี
สทิ ธมิ์ ารบั ของคนื ผเู กบ็ จะขอรบั ของนน้ั เปน กรรมสทิ ธห์ิ รอื จะยกเปน สทิ ธแิ์ กท างราชการ และใหบ นั ทกึ
ความประสงคนนั้ ไว พรอมทง้ั แนะนําผูเกบ็ วา หากยา ยทอี่ ยใู นระหวา ง ๑ ป นับแตว นั ท่เี กบ็ ได ใหมา
แจงยังสถานีตํารวจท่ีเก็บไดหรือพนักงานเจาหนาที่รับแจงนั้นไวเดิม ถาไมสามารถจะทําได ก็ใหแจง
ณ สถานีตํารวจท่ีสามารถจะแจงได เพื่อจะไดติดตอใหกองทะเบียนประวัติอาชญากร หรือ

๖๕

หนว ยพสิ ูจนหลกั ฐานสว นภูมภิ าคทราบ ท้ังนี้เพื่อประโยชนของผูเ กบ็ ทรัพยห ายได ในการทจี่ ะรับเงิน
รางวลั หรือขอรับทรัพยทเี่ กบ็ ไดน้นั เปน กรรมสิทธ์ขิ องตน

๓. ทรัพยสินที่ตองสงไปเก็บยัง กองทะเบียนประวัติอาชญากร หรือ หนวยพิสูจน
หลักฐาน ถาเปนทรัพยสินใหญโต หรือมีนํ้าหนักมาก ไมสะดวกตอการขนสงและการเคลื่อนยาย
หรอื สิน้ เปลืองเงนิ คาขนสงเกินสมควร เชน เคร่ืองยนต เรือ แพ ซงุ ปศสุ ตั วห รือสัตวพ าหนะ เปน ตน
ใหส ถานตี าํ รวจนั้นเก็บรกั ษาไวเอง

๔. ถามีผูมาแจงวาทําทรัพยสินตกหาย โดยเปนการหลงลืมทิ้งไว หรือทําตกหลน
ใหสถานีตํารวจสอบสวนช่ือสกุล ที่อยู ตลอดจนสถานท่ีที่ทําใหทรัพยสินหาย และตําหนิรูปพรรณ
โดยละเอยี ดแลว จดั ทาํ หนงั สอื ใหผ แู จง นาํ ไปยงั กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร หรอื หนว ยพสิ จู นห ลกั ฐาน
สว นภมู ภิ าค ตรวจสอบหลกั ฐานแลว เชอ่ื วา เปน เจา ของทแ่ี ทจ รงิ กพ็ จิ ารณาอนญุ าตใหร บั คนื ไปได และ
หมายเหตไุ วใ นบญั ชใี หผ นู น้ั ลงชอ่ื รบั สง่ิ ของไวเ ปน หลกั ฐาน แลว แจง ใหส ถานตี าํ รวจทส่ี ง ทรพั ยห ายนน้ั
จดั การจําหนา ยบญั ชีทรพั ยข องกลางนัน้ ดว ย

๕. ถา ทรพั ยน้นั ยังมิไดสง กองทะเบียนประวัติอาชญากร หรือ หนวยพสิ จู นห ลกั ฐาน
สว นภมู ภิ าค และเกบ็ รกั ษาอยทู ส่ี ถานตี าํ รวจ เมอื่ มเี จา ของมาขอรบั คนื กใ็ หห วั หนา สถานตี าํ รวจตรวจสอบ
หลักฐานและพิจารณาอนุญาตใหรับคืนไดแลวหมายเหตุในบัญชี โดยใหผูนั้นลงช่ือรับสิ่งของไวเปน
หลกั ฐานแลว แจงใหกองทะเบียนประวัตอิ าชญากร และหนวยพิสูจนห ลักฐานสว นภมู ภิ าคทราบ

๖. ทรัพยหายท่ีมีผูเก็บได แลวไมนําสงเจาพนักงานภายในกําหนด เม่ือทรัพยนั้น
เกยี่ วขอ งกบั คดอี าญา ใหส ถานตี าํ รวจดาํ เนนิ การเรอ่ื งนน้ั เกบ็ รกั ษาทรพั ยน น้ั ไวจ นถงึ ทส่ี ดุ โดยใหป ฏบิ ตั ิ
ตามขอ ๑ ดว ยและเมอื่ คดีถึงทีส่ ดุ ใหดําเนินการตามคาํ พพิ ากษา ถา ยังไมม ผี ใู ดขอรับคืนไป ใหนาํ สง
กองทะเบียนประวัตอิ าชญากร หรือ หนว ยพสิ จู นหลักฐานสว นภมู ภิ าค ตามขอ ๑

๗. ทรพั ยห ายมผี เู กบ็ ได และสง มา กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรแลว ภายหลงั ปรากฏ
วาทรัพยน้ันเปนของกลางในคดีอาญาในสถานีตํารวจที่ดําเนินคดีขอรับไปเก็บรักษาไว ตามระเบียบ
เกี่ยวกับของกลางในคดอี าญา

๘. เม่ือครบกําหนด ๑ ป หากเจาของหรือผูมีสิทธ์ิหรือผูเก็บได ไมมาขอรับคืน
ใหกองทะเบียนประวัติอาชญากร หรือ หนวยพิสูจนหลักฐานสวนภูมิภาค เปนเจาหนาที่จัดการขาย
ทอดตลาด แลว นาํ เงนิ สง กง. เพอื่ ผลประโยชนข องทางราชการตอไป

หากกองทะเบียนประวัติอาชญากร หรือ หนวยพิสูจนหลักฐานสวนภูมิภาค หรือ
หนวยราชการที่ไดรับทรัพยหายซึ่งมีผูเก็บไดเห็นวาทรัพยน้ันจะเปนประโยชนแกสวนราชการ หรือ
เพอ่ื เปนประโยชนท างอืน่ แลว ใหเสนอขออนมุ ัติ ตร. สัง่ การเปน เฉพาะรายไป

๖๖

ในสว นของกองทะเบยี นประวัติอาชญากร
๑. ฝายทะเบียนประวัติอาชญากร ๑ กองทะเบียนประวัติอาชญากร เปนหนวยงาน

รับผิดชอบ นําทรพั ยนั้นไปตรวจสอบกบั ฐานขอมูลทรัพยหายท้งั ท่เี กย่ี วกบั คดี และไมเก่ียวกบั คดีวา
เคยมผี ใู ดแจง หายไวห รอื ไม หากพบวา มผี แู จง หายไวซ งึ่ เกยี่ วกบั คดี ใหแ จง สถานตี าํ รวจทรี่ บั เรอ่ื งไวม ารบั
กลับไปดําเนินการ หากไมพบขอมลู ฝา ยทะเบียนประวตั อิ าชญากร ๑ กองทะเบยี นประวัติอาชญากร
จะออกประกาศสบื หาเจาของทรพั ยตอไป

๒. หากมผี มู าอา งกรรมสทิ ธขิ์ อรบั ทรพั ยห ายคนื ใหต รวจสอบหลกั ฐานการเปน เจา ของ
แลวดําเนินการตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย บรรพ ๔ ทรัพยสิน ลักษณะ ๒ กรรมสิทธิ์
หมวด ๑ การไดม าซง่ึ กรรมสทิ ธิ์ มาตรา ๑๓๒๔ โดยเรยี กเกบ็ เงนิ จากเจา ของกรรมสทิ ธเิ์ ปน คา ธรรมเนยี ม
รักษาทรัพยในอตั รา รอ ยละ ๒ ครึง่ ของราคาทรพั ยส ิน แตไมเกิน ๑๐๐ บาท และเงนิ รางวัล เพ่อื มอบ
ใหแ กผเู ก็บในอตั รารอ ยละ ๑๐ ของราคาทรัพยสินภายใน ๑,๐๐๐ บาท ถา ราคาทรัพยส นิ นนั้ สงู กวา
๑,๐๐๐ บาท ข้นึ ไป ใหคดิ อกี รอ ยละ ๕ ในราคาทเี่ พม่ิ ขึ้นนน้ั

๓. ออกใบเสร็จรับเงินคารักษาทรัพย และใบรับรองขอเงินรางวัลไวเปนหลักฐาน
โดยจํานวนเงนิ คา รกั ษาทรัพยใ หส ง กง.

๔. ภายหลังจากออกประกาศสบื หาเจา ของทรัพยครบ ๑ ป ไมม ีผใู ดมาอา งกรรมสทิ ธ์ิ
ให ฝา ยทะเบยี นประวตั อิ าชญากร ๑ กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร จดั การขายทอดตลาด แลว นาํ เงนิ
สง กองการเงนิ เพ่ือผลประโยชนของทางราชการตอไป

ในสว นภูมภิ าค สถานตี าํ รวจภธู รใหปฏบิ ตั โิ ดยอนโุ ลมเชนเดียวกับสถานีตาํ รวจนครบาล
หนาที่ใดซ่ึงกําหนดใหเปนหนาที่ของ กองทะเบียนประวัติอาชญากร ใหหนวยพิสูจนหลักฐาน
สวนภูมิภาคเปนผดู าํ เนนิ การ

๖.๒ ประมวลกฎหมายแพง และพาณชิ ย เกี่ยวกับทรพั ยส นิ เก็บตกได

มาตรา ๑๓๒๓ บคุ คลเกบ็ ไดซ งึ่ ทรพั ยสนิ หาย ตองทาํ อยางหนึง่ อยางใดดงั ตอไปน้ี
(๑) สง มอบทรพั ยส นิ นน้ั แกผ ขู องหาย หรอื เจา ของ หรอื บคุ คลอนื่ ผมู สี ทิ ธจิ ะรบั ทรพั ยส นิ
น้ัน หรือ
(๒) แจง แกผ ขู องหาย หรอื เจา ของ หรอื บคุ คลอนื่ ผูมสี ิทธจิ ะรบั ทรพั ยส นิ น้ันโดยมชิ กั ชา
หรือ
(๓) สง มอบทรัพยส ินน้ันแกตํารวจนครบาล หรือพนกั งานเจาหนาท่อี น่ื ภายใน ๓ วนั
และแจง พฤตกิ ารณต ามทที่ ราบ อนั อาจเปน เครอ่ื งชว ยในการสบื หาตวั บคุ คลผมู สี ทิ ธจิ ะรบั ทรพั ยส นิ นน้ั
แตถาไมทราบตัวผูของหาย เจาของหรือบุคคลอ่ืนผูมีสิทธิจะรับทรัพยสินก็ดี หรือบุคคลดังระบุนั้น
ไมรับมอบทรัพยส นิ กด็ ี ทานใหร บี ดําเนนิ การตามวธิ อี ันบญั ญัตไิ วใ นอนุมาตรา (๓)

๖๗

ทงั้ น้ี ทา นวา ผเู กบ็ ไดซ ง่ึ ทรพั ยห ายตอ งรกั ษาทรพั ยส นิ นนั้ ไวด ว ยความระมดั ระวงั อนั สมควร
จนกวาจะสงมอบ

มาตรา ๑๓๒๔ ผูเก็บไดซ่ึงทรัพยสินหาย อาจเรียกรองเอารางวัลจากบุคคลผูมีสิทธิ
จะรบั ทรพั ยส นิ นน้ั เปน จาํ นวนรอ ยละสบิ แหง คา ทรพั ยส นิ ภายในราคาพนั บาท และถา สงู กวา นนั้ ขนึ้ ไป
ใหคิดอีกรอยละหา ในจํานวนที่เพิ่มขึ้น แตถาผูเก็บไดซึ่งทรัพยสินหายไดสงมอบทรัพยสินน้ันแก
ตํารวจนครบาลหรือพนักงานเจาหนาที่อื่นไซร ทานวาใหเสียเงินอีกรอยละสองคร่ึงแหงคาทรัพยสิน
เปนคาธรรมเนียมแกทบวงการนั้นๆ เพิ่มขึ้นเปนสวนหน่ึงตางหากจากรางวัลซึ่งใหแกผูเก็บได
แตคา ธรรมเนียมนีท้ า นจาํ กดั ไวไมใหเ กนิ หน่ึงรอยบาท

ถา ผซู ง่ึ เกบ็ ไดซ งึ่ ทรพั ยส นิ หาย มไิ ดป ฏบิ ตั ติ ามบทบญั ญตั ใิ นมาตรากอ นไซร ทา นวา ผนู น้ั
ไมม ีสิทธิจะรับรางวลั

มาตรา ๑๓๒๕ ถา ผเู กบ็ ไดซ งึ่ ทรพั ยส นิ หายไดป ฏบิ ตั ติ ามบทบญั ญตั มิ าตรา ๑๓๒๓ แลว
และผมู สี ทิ ธจิ ะรบั ทรพั ยส นิ นนั้ มไิ ดเ รยี กเอาภายในหนงึ่ ป นบั แตว นั ทเี่ กบ็ ไดไ ซร ทา นวา กรรมสทิ ธต กแก
ผเู กบ็ ได

แตถาทรัพยสินซ่ึงไมมีผูเรียกเอาน้ันเปนวัตถุโบราณวัตถุนั้นไซรกรรมสิทธ์ิแหงทรัพยสิน
น้นั ตกแกแผนดนิ แตผูเ กบ็ มสี ทิ ธิ์จะไดรับรางวลั รอ ยละสบิ แหงคา ทรัพยส ินนน้ั

มาตรา ๑๓๒๖ การเก็บไดซ่ึงทรัพยสินอันตก หรือทิ้งทะเล หรือทางนํ้าหรือน้ําซัดข้ึน
ฝงน้นั ทานใหบงั คบั ตามกฎหมายและกฎขอบงั คับวา ดวยการนนั้

มาตรา ๑๓๒๗ ภายในบงั คบั แหง กฎหมายอาญา กรรมสทิ ธิ์แหง ส่งิ ใดๆ ซง่ึ ไดใ ชใ นการ
กระทําผิด หรือไดมาโดยการกระทําผิดหรือเกี่ยวกับการกระทําผิดโดยประการอ่ืน และไดสงไวใน
ความรักษาของกรมในรัฐบาลน้ัน ทานวาตกเปนของแผนดิน ถาเจาของมิไดเรียกเอาภายในหน่ึงป
นบั แตวันสงหรอื ถา ไดฟ อ งคดีอาญาตอศาลแลว หรือนับแตว นั ทค่ี ําพิพากษาถงึ ที่สุด แตถ า ไมทราบตวั
เจาของ ทา นใหผ อ นเวลาออกไปเปน หาป

ถา ทรพั ยส นิ เปน ของเสยี หายหรอื ถา หนว งชา ไวจ ะเปน การเสยี่ งความเสยี หาย หรอื คา ใชจ า ย
จะเกินสวนกับคาของทรัพยสินนั้นไซร ทานวากรมในรัฐบาลจะจัดใหเอาออกขายทอดตลาดกอนถึง
กําหนดก็ได แตกอนท่ีจะขาย ใหจัดการตามควรเพ่ือบันทึกรายการอันเปนเคร่ืองในบุคคลผูมีสิทธ์ิ
จะรบั ทรพั ยส นิ นนั้ อาจทราบวา เปน ทรพั ยส นิ ของตนและพสิ จู นส ทิ ธไิ ด เมอ่ื ขายแลว ไดเ งนิ เปน จาํ นวน
สุทธิเทา ใดใหถ อื ไวแทนตัวทรพั ยสิน

มาตรา ๑๓๒๘ สังหาริมทรัพยมีคาซ่ึงซอนหรือฝงไวน้ัน ถามีผูเก็บไดโดยพฤติการณ
ซงึ่ ไมม ผี ใู ดสามารถอา งไดว า เปน เจา ของไดไ ซร ทา นวา กรรมสทิ ธต์ิ กเปน ของแผน ดนิ ผเู กบ็ ตอ งสง มอบ
ทรัพยนั้นแกตํารวจนครบาล หรือพนักงานเจาหนาที่อื่นแลวมีสิทธิจะไดรับรางวัลหนึ่งในสาม
แหงคา ทรพั ยนน้ั

๖๘

มาตรา ๑๓๒๙ สทิ ธิของบคุ คลผไู ดม าซงึ่ ทรัพยส ินโดยมคี า ตอบแทนและโดยสจุ ริตนน้ั
ทา นวา มเิ สยี ไป ถงึ แมว า ผโู อนทรพั ยส นิ ใหจ ะไดท รพั ยน น้ั มาโดยนติ กิ รรม อนั เปน โมฆยี ะ และนติ กิ รรม
นน้ั ไดถ ูกบอกลางภายหลงั

มาตรา ๑๓๓๐ สทิ ธขิ องบคุ คลผซู อ้ื ทรพั ยส นิ โดยสจุ รติ ในการขายทอดตลาดตามคาํ สง่ั ศาล
หรือคําสั่งเจาพนักงานรักษาทรัพยในคดีลมละลาย ทานวามิเสียไป ถึงแมภายหลังจะพิสูจนไดวา
เงินนนั้ มใิ ชข องจาํ เลย หรอื ลูกหน้ีโดยคาํ พิพากษา หรอื ผูลม ละลาย

๖๙

ประมวลระเบยี บการตาํ รวจเก่ียวกับคดี
ลักษณะ ๑๕

ของกลางและของสวนตัวผูต อ งหา

บทที่ ๔ ทรพั ยสนิ หายทม่ี ผี เู กบ็ ได
วธิ ีปฏบิ ตั ใิ นสว นที่เกยี่ วกับทรพั ยส ินหายทมี่ ีผเู กบ็ ได ใหถ อื ปฏิบตั ิตงั นี้
ขอ ๑ สถานีตํารวจนครบาลทองที่ใดที่มีผูเก็บทรัพยสินหายได มอบใหสถานีตํารวจ
แหงนั้นรับไว ก็ใหลงรายงานเบ็ดเสร็จประจําวันสมุดยึดทรัพยสินของกลางใหปรากฏชื่อ ท่ีอยูของ
ผูเก็บทรัพยสินหายได ตลอดจนลักษณะตําหนิรูปพรรณทรัพยสินและสถานท่ีท่ีเก็บไดโดยชัดเจนแลว
บันทึกถอยคําผูเก็บใหทราบถึงการไดของน้ันมาโดยละเอียด แลวสําเนาเอกสารดังกลาวพรอมกับ
สง ของกลางนน้ั ไปใหก องทะเบยี นประวตั อิ าชญากร ภายในกาํ หนด ๓ วนั เพอ่ื สบื หาหรอื ออกประกาศ
สืบหาเจา ของหรือผมู สี ิทธ์ิไดร ับตอ ไป
ถา พนกั งานเจา หนา ทอี่ น่ื ไดร บั ทรพั ยส นิ ซง่ึ ผเู กบ็ ไดม ามอบใหไ วก ใ็ หป ฏบิ ตั ติ ามระเบยี บน้ี
โดยอนโุ ลม และใหแ จง หรือนาํ สง ตํารวจทอ งที่ที่เกบ็ ทรพั ยสินหายไดใ หทราบ แลวแตก รณี
ขอ ๒ ใหสอบสวนผูเก็บทรัพยสินหายไดทุกรายใหชัดเจนวา จะตองการรับรางวัล
หรอื ไมเ มอื่ ครบกาํ หนด ๑ ป นบั แตว นั ทเี่ กบ็ ไดแ ลว หากไมป รากฏวา มเี จา ของ หรอื ผมู สี ทิ ธมิ ารบั ของคนื
ผเู กบ็ จะขอรบั ของนน้ั เปน กรรมสทิ ธหิ์ รอื จะยกใหเ ปน สทิ ธแิ กท างราชการ หากผนู น้ั มคี วามประสงคอ ยา งใด
ใหบ นั ทกึ ไวเ ปน หลกั ฐานและแสดงไวใ นหลกั ฐานตามขอ ๑ เพอื่ กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรไดท ราบ
ไวด ว ย และใหแนะนาํ แกผ ูเ กบ็ ไดดว ยวาหากยา ยท่ีอยูในระหวาง ๑ ป นบั แตวนั ทเี่ ก็บไดใ หมาแจง ณ
สถานตี าํ รวจทเ่ี กบ็ ไดห รอื พนกั งานเจา หนา ทท่ี รี่ บั แจง ไวเ ดมิ ถา มสิ ามารถจะทาํ ไดก ใ็ หแ จง ณ สถานตี าํ รวจ
ทส่ี ามารถจะแจง ได เพอื่ จะไดต ดิ ตอ ใหก องทะเบยี นประวตั อิ าชญากรทราบ ทง้ั น้ี เพอื่ ประโยชนข องผเู กบ็
ทรพั ยส นิ หายไดเ องในการทจี่ ะตดิ ตอ รบั รางวลั หรอื ขอรบั ทรพั ยส นิ หายทเี่ กบ็ ไดน น้ั เปน กรรมสทิ ธข์ิ องตน
ขอ ๓ ทรพั ยส นิ ทต่ี อ งสง ไปเกบ็ ยงั กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรตามทกี่ ลา วมาในขอ ๑
ถาเปนส่ิงของท่ีใหญโตหรือมีน้ําหนักมากไมสะดวกแกการขนสงและการเคลื่อนยายหรือจะเปนการ
สิ้นเปลืองเงินคาขนสงเกินสมควร เชน เครื่องยนต เรือ แพ ซุง ปศุสัตวหรือสัตวพาหนะ เปนตน
ใหส ถานตี าํ รวจนนั้ เกบ็ รกั ษาไวเอง
สวนปศุสัตวหรือสัตวพาหนะสําหรับเขตทองที่อําเภอชั้นใน ใหสารวัตรใหญ สารวัตร
หรือผูรักษาการแทนแลวแตกรณีพิจารณา ถามีเหตุจําเปนก็ใหสงไปยังกองกํากับการตํารวจมา หรือ
โรงเรยี นตาํ รวจนครบาลเลย้ี งรักษาไว
ขอ ๔ ใหส ถานตี าํ รวจนครบาล ซง่ึ ไดร บั ทรพั ยส นิ หายทมี่ ผี เู กบ็ ไดจ ดั การสบื หาตวั เจา ของ
หรือผูมีสิทธิไดรับทรัพยสินดวยและใหประกาศหาเจาของหรือผูมีสิทธิไดรับติดไวโดยเปดเผยที่สถานี
ตํารวจ ใหป ระชาชนเหน็ ไดโดยชัดเจน

๗๐

ขอ ๕ ถา มผี มู าแจง วา ทรพั ยส นิ หาย โดยจะเปน การหลงลมื ทงิ้ ไวห รอื ทาํ ตกหลน อยา งไร
ก็ตามใหสถานีตํารวจแหงน้ัน ๆ รับแจงความลงรายงานเบ็ดเสร็จประจําวันไว แลวใหสอบสวนชื่อ
และสกลุ ตลอดจนทอ่ี ยสู ถานทท่ี ท่ี าํ ใหท รพั ยส นิ หายและตาํ หนริ ปู พรรณของสง่ิ นน้ั โดยละเอยี ดและจดั ทาํ
หนังสือใหผูแจงนําไปยังกองทะเบียนประวัติอาชญากรเพ่ือตรวจสอบดูวาไดมีผูเก็บไดและนําสงมอบ
ไวห รอื ไม ในกรณที ม่ี ผี เู กบ็ ไดแ ละนาํ มาสง มอบไว เมอ่ื กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรตรวจสอบหลกั ฐาน
แลวเช่ือแนวา ผูนั้นเปนเจาของท่ีแทจริงก็พิจารณาอนุญาตใหรับคืนไปไดและหมายเหตุไวในบัญชี
ใหผูน ้นั ลงชื่อรบั สงของไวเ ปนหลกั ฐาน แลว แจง สถานตี าํ รวจทสี่ ง ทรพั ยสินน้ันมาจดั การจาํ หนา ยบญั ชี
ทรัพยของกลางนน้ั ดว ย

ถาเปนทรัพยสินท่ียังมิไดสงกองทะเบียนประวัติอาชญากร และยังเก็บรักษาอยูที่สถานี
ตาํ รวจนน้ั ในเมอ่ื ผเู ปน เจา ของมาขอรบั คนื กใ็ หส ารวตั รใหญ สารวตั รหรอื ผรู กั ษาการแทนแลว แตก รณี
ตรวจสอบหลักฐานและพิจารณาอนุญาตใหรับคืนไปได แลวหมายเหตุไวในบัญชีกับใหผูนั้นลงช่ือ
รับส่ิงของไวเปนหลักฐาน แลวแจงใหกองทะเบียนประวัติอาชญากรทราบ เพ่ือประโยชนในการ
ตอบคําถามและรวบรวมสถิติตอ ไป

ขอ ๖ ทรัพยสินหายท่ีมีผูเก็บไดแลวไมนําสงมอบไวตอเจาพนักงานภายในกําหนด
เม่ือเปนคดีอาญาเก่ียวกับทรัพยสินนั้น ใหสถานีตํารวจที่ดําเนินเรื่องนั้นเก็บรักษาส่ิงของกลางเก็บได
นั้นไวกอนจนกวาคดีจะถึงที่สุด โดยใหปฏิบัติตามขอ ๑ ดวยและคดีถึงที่สุดแลว ใหดําเนินการตาม
คาํ พพิ ากษาถา ยงั ไมม ผี มู ารบั ของคนื ไป กใ็ หน าํ ทรพั ยส นิ นน้ั สง กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร ตามขอ ๑

ขอ ๗ ทรพั ยส นิ หายทมี่ ผี เู กบ็ ไดแ ละสง มาเกบ็ รกั ษาไวย งั กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร
แลว หากปรากฏในภายหลงั วา ทรพั ยสินนนั้ เปนของกลางในคดอี าญาแลวใหสถานตี าํ รวจทีด่ าํ เนนิ คดี
ขอรับไปเก็บรกั ษาไวตามระเบียบเกย่ี วกับของกลางในคดีอาญา

ขอ ๘ เมอ่ื ครบกาํ หนด ๑ ป แลวหากเจา ของหรือผมู ีสิทธหิ รอื ผูเก็บได ไมม าขอรับของ
คนื ไป ใหกองทะเบียนประวัติอาชญากรเปน เจา หนา ที่จัดการขายทอดตลาดแลวนาํ เงินสงกองการเงนิ
กรมตํารวจ เพื่อผลประโยชนของทางราชการตอไป

หากกองทะเบียนประวัติอาชญากรหรือหนวยราชการอ่ืนที่ไดรับทรัพยสินหายและมี
ผูเก็บไดพิจารณาเห็นวาทรัพยสินสิ่งใดเปนประโยชนแกสวนราชการ กรมตํารวจ หรือเพ่ือประโยชน
ทางอนื่ แลว ใหเ สนอขออนมุ ัตกิ รมตํารวจสั่งการ เปนเฉพาะรายไป

ในสว นภมู ภิ าคนอกจากจะถอื ปฏิบัติตามขอบังคบั การเกบ็ รกั ษาของกลาง ของกระทรวง
มหาดไทยกับระเบียบการเก็บของกลางในประมวลระเบียบการตํารวจเก่ียวกับคดีลักษณะ ๑๕ แลว
ใหสถานีตํารวจภูธรปฏิบัติการโดยอนุโลมเชนเดียวกับสถานีตํารวจนครบาลหนาท่ีใดซ่ึงกําหนดใหเปน
หนาท่ีของกองทะเบยี นประวัติอาชญากร ก็ใหกองกาํ กับการตํารวจ ๑ วทิ ยาการเขตเปน ผูด าํ เนินการ
และตดิ ตอ ประสานงานกบั กองทะเบียนประวตั อิ าชญากรทราบดว ย

(ระเบยี บกรมตาํ รวจ วาดว ยระเบยี บเกี่ยวกบั ทรัพยส นิ หายทม่ี ีผเู กบ็ ได (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๗)

๗๑

๗. คนหายพลัดหลง คนตายไมท ราบชอื่

๗.๑ คนหายพลดั หลง
คนหายพลัดหลง หมายถึง บุคคลที่หายไปจากบาน หรือภูมิลําเนาเดิมของตน

อันอาจทราบสาเหตุน้ันไดในโอกาสตอมาหรืออาจหายไปช่ัวระยะเวลาหน่ึง เม่ือกลับมาจึงไดทราบ
สาเหตุ แตบ างราย อาจหายไปโดยไมท ราบสาเหตุ และสาบสญู ไป หรอื ถงึ แกช วี ติ นบั วา เปน ผลสะทอ น
ใหม องเหน็ สภาพของสังคมในขณะนัน้

สาเหตขุ องคนหาย
๑. ปญ หาสงั คม

๑.๑ การลอลวง หรอื หลอกลวง เชน
๑.๑.๑ ชกั ชวนไปเทยี่ วตา งจงั หวดั ทศั นาจร ผลู อ ลวง มกั จะออกอบุ ายชกั ชวนไป

บานญาติ บานเพื่อน หากเปนบุคคลประเภทวัยรุนชายหนุมกับหญิงสาวอาจจะถูกชักนําไปในทาง
เสอ่ื มเสีย ครัน้ เมอื่ เกดิ การเสยี หายข้ึนกจ็ ะไมย อมกลบั บา น บางรายไดต กเปน เหยื่ออาชญากรรม

๑.๑.๒ ชกั ชวนไปหางานทาํ วธิ นี ใ้ี ชก นั แพรห ลาย เพราะคนวา งงานกอ็ ยาก
จะมงี านทาํ ในทส่ี ดุ กถ็ กู ชกั นาํ ไปขายเปน โสเภณี เปน หมอนวด ฯลฯ อนั กอ ใหเ กดิ ปญ หาอาชญากรรม
ตามมา

๑.๑.๓ ลักพาไปเรียกคาไถ ผูลอลวง หรือคนรายอาจใชวิธีตางๆ เชน
วางยาสลบ ใหก ินยานอนหลับ ใชกําลงั ประทษุ รา ย ใชอ าวธุ ตามแตโ อกาส คนรา ยจะนําตัวไปกักขังไว
แลวหาวิธีการเรียกคาไถ หาวิธีตอรอง สวนใหญจะเรียกเงินเปนการแลกเปลี่ยน บางรายก็นําไป
เพื่อการอนาจาร เปนตน

๑.๒ พลดั หลง หลงทาง เชน การเดนิ ทางไปตา งจงั หวดั หรอื เดนิ ทางจากตา งจงั หวดั
เขา กรุงเทพฯ การไปเท่ียวงานมหกรรมตางๆ อาจทําใหเกดิ พลดั หลง หลงทางข้ึนได

๑.๓ ไดร บั อนั ตราย เชน คนหายออกจากบา นไปไดร บั อนั ตราย เชน อบุ ตั เิ หตรุ ถชน
ถูกสตั วทําราย ถูกชงิ ทรพั ย ฯลฯ

๑.๔ ตองคดี เชน ในขณะที่หายไปน้ันถูกจับกุมในคดีเก่ียวกับยาเสพติด
เลน การพนัน ประกอบอาชญากรรมจึงถูกเจา หนาทค่ี วบคุมตัวไว

๑.๕ สติฟนเฟอน หรือวิกลจริต คนหายประเภทน้ีจะหนีออกจากบานไป
โดยไรจุดหมาย บางรายไปไดร บั อนั ตราย เชน ตกนา้ํ ตาย ฆา ตัวตาย ฯลฯ

๑.๖ คนหายมีความสมัครใจ เชน คนหายที่เปนหญิงหนีตามผูชายไปในทํานอง
ชูสาว ไปมีครอบครัว ไปประกอบอาชพี สวนตวั เปนตน

๑.๗ สาเหตุอ่ืนๆ
- ระดับการศึกษา เน่ืองจากคนหายสวนใหญมีการศึกษาคอนขางตํ่า

สตปิ ญ ญานอ ย เช่ือคนงายจึงเปนสาเหตใุ หถกู หลอกลวง

๗๒

- สิ่งแวดลอม เชน การโฆษณาย่ัวยุกระตุนทางกามารมณ ไดแก หนังโป
การแสดงโชวล ามก อนาจาร มสี ถานเริงรมย อาบ อบ นวด บาร ไนตค ลบั อันจะกอ ใหเกิดปญหาเรื่อง
เพศสัมพันธและปญหาอาชญากรรม

- ความทะเยอทะยาน ฟุง เฟอ ชอบแตง ตวั ชอบเลยี นแบบ ฯลฯ
- เบอื่ หนา ยอาชพี เดมิ เชน การทาํ นา ทาํ สวน ทาํ ไร จงึ คดิ เปลย่ี นอาชพี ใหม
- การคบเพ่ือน ที่อาจชักนําไปในทางเสื่อมเสีย เชน คบเพ่ือนที่เคยเปน
หมอนวด เปน โสเภณี อาจจะชกั นาํ ใหเสอ่ื มเสียตามไปดวย
- ขาดการอบรมสงั่ สอนจากบดิ ามารดา หรอื ผปู กครองสาเหตเุ ชน นจ้ี ะทาํ ให
ครอบครัวขาดระเบียบวินัยทําใหครอบครัวแตกแยก เปนเหตุใหสมาชิกในครอบครัวขาดความอบอุน
ขาดท่ีพึง่ ทางใจ
- หา งเหินตอ ศาสนา หันไปนิยมทางดา นวัตถุ
๒. ปญ หาดานเศรษฐกิจ
การครองชีพการดํารงชีวิตหากครอบครัวใดประสบกับปญหาการหยาราง บิดา
มารดาทะเลาะววิ าทกนั เปน ประจําเพราะการเงนิ ไมพ อจับจายใชส อย ยอ มเปนสาเหตทุ าํ ใหค รอบครัว
ไมมีความสุข ไดรับความกดดันเกิดความคับแคน อาจเปนสาเหตุทําใหบุคคลในครอบครัวถือโอกาส
หนอี อกจากบานไป จึงเกดิ คนหายขึ้น
๓. ปญ หาดานการเมอื ง
ในที่นี้หมายถึง คนหายพลัดหลงท่ีไปเปนผูกอการราย หรือกอความไมสงบ
โดยคนรา ยหรอื ผลู อ ลวงใชก ลอบุ ายกลวธิ ตี า งๆ เชน ลกั ขโมยเดก็ ตามโรงพยาบาล โรงเรยี น ฯลฯ หรอื ทาํ ที
ขอเด็กไปเล้ียง เปนบุตรบุญธรรมหรือขอซ้ือจากบิดามารดาที่ยากจนแลวนําเด็กไปเล้ียงไวหรือกักกัน
ตัวไว คนรายจะใชวิธีอบรมสั่งสอนเด็กใหเกิดความเกลียดชัง และมีอุดมการณที่รุนแรงเปนปรปกษ
กบั ชาตบิ า นเมอื งหรอื เปน ผกู อ การรา ย คนหายพลดั หลงเปน ผกู อ การรา ยดงั กลา ว จงึ เปน ปญ หาสาํ คญั
และเปนภัยรายแรงระดับชาติ บอนทําลายความม่ันคงของรัฐ หรือกรณีที่มีความคิดเห็นหรือทัศนคติ
ท่ีแตกตางกันดานความเมืองอาจนําไปสูการชุมนุมเรียกรองโดยใชเง่ือนไขในรูปแบบตางๆ อาจเปน
เหตุใหม ผี เู สียชีวติ หรือสูญหาย

แนวทางปฏบิ ตั เิ กี่ยวกบั คนหายพลัดหลง
๑. เมื่อมีผูแจงเก่ียวกับคนหาย พนักงานสอบสวนที่รับแจงจะดําเนินการลงรายงาน

ประจําวนั จดตําหนิรูปพรรณกรอกขอ ความลงในรายงานแบบแจงรูปพรรณคนหาย (แบบ วท.๑๒/๑-
ต.๓๒๖) พรอ มกับซกั ถามสาเหตกุ ารหายใหไ ดค วามละเอยี ดชดั เจน การออกรายงานตําหนิรูปพรรณ
คนหายใหจัดทําจํานวน ๒ ฉบับ เก็บรวมเรื่องเขาเลมไวที่หนวยรับแจงจํานวน ๑ ฉบับ และสง
กองทะเบียนประวัติอาชญากร หรือหนวยพิสูจนหลักฐานสวนภูมิภาค พ้ืนท่ีที่รับผิดชอบ จํานวน
๑ ฉบับ เพอ่ื ออกประกาศสืบหา

๗๓

การจัดสงแบบรายงานตําหนิรูปพรรณคนหาย ในเขตกรุงเทพฯ ใหจัดสง กองทะเบียน
ประวตั ิอาชญากรในสวนภมู ภิ าคใหจ ัดสง หนวยพสิ จู นหลกั ฐานสวนภมู ภิ าค พ้ืนที่ที่รับผดิ ชอบ

๒. ถา กรณเี ปน ทส่ี งสยั วา คนหายพลดั หลงนน้ั ถกู ลอ ลวงลกั พาไป ใหร บี จดั ตาํ รวจตดิ ตาม
ตลอดจนดาํ เนนิ การใชเ ครอื่ งมอื สอื่ สารตดิ ตอ กบั ตาํ รวจทอ งที่ ตาํ รวจทางหลวง ตาํ รวจรถไฟ ตาํ รวจนา้ํ
ตาํ รวจทอ งเทยี่ ว หรอื ดา นตรวจคนเขา เมอื ง สกดั คน ตามดา นใกลเ คยี งหรอื จดุ ทคี่ าดวา ถกู ลอ ลวงลกั พา
จะผานไปโดยดว น

๓. ถา การสอบสวนรบั แจง นนั้ มเี หตอุ นั ควรสงสยั หรอื เชอื่ มนั่ วา จะเกยี่ วขอ งกบั การเมอื ง
นอกจากดาํ เนนิ การดงั กลา วแลว ใหท าํ การสอบสวนมลู กรณโี ดยละเอยี ด และรายงานดว นถงึ สาํ นกั งาน
ตาํ รวจแหง ชาติ (ผา นกองบญั ชาการตาํ รวจสนั ตบิ าล) เพอ่ื พจิ ารณาสงั่ การใหด าํ เนนิ การสบื สวนตดิ ตาม
เปน กรณพี เิ ศษตอไป และสาํ เนาแจง ตนสังกดั ถงึ ระดบั กองบัญชาการทราบ โดยดว นดว ย

๔. หากสงสยั วา คนหายจะถกู ทาํ รา ยถงึ ตาย ใหพ นกั งานสอบสวนสง ตวั ผแู จง ไปดรู ปู ถา ย
หรือตําหนิรูปพรรณคนตายไมทราบช่ือ ในเขตกรุงเทพฯ ดูไดท่ีกองทะเบียนประวัติอาชญากร
สว นภมู ิภาคดูได ที่หนวยศนู ยพ สิ จู นห ลกั ฐานท่เี กีย่ วของ

๕. ใหหัวหนาสถานีตํารวจมอบหมายใหตํารวจคนใดคนหน่ึงรับผิดชอบในการสืบสวน
ติดตามหาตัวคนหาย โดยใหไปรูจกั กบั บานผแู จง หรอื บา นผูปกครองคนหายและเย่ียมเยียนเปนระยะ
ทกุ ๆ ๗ วนั ๑๕ วนั ๑ เดือน ๒ เดอื น และ ๓ เดอื น

๖. เม่ือครบกําหนด ๓ เดือน แลวยังไมไดตัวคนหายคืนใหสถานีตํารวจรายงานผล
การสบื สวนตดิ ตามแบบการสบื สวนตดิ ตามคนหาย (แบบ วท.๑๒/๒ ต.๓๒๖) โดยแจง ไปยงั กองทะเบยี น
ประวตั ิอาชญากร หรือหนว ยพสิ จู นหลกั ฐานสว นภมู ิภาคที่เกย่ี วขอ ง แลว แตกรณี

๗. ระหวางท่ีสถานีตํารวจตางๆ รับแจงคนหายไวน้ัน ใหกําชับผูแจงดวยวาหากไดตัว
คนหายคนื เมอ่ื ใดใหร บี แจง ถอนคนื โดยเรว็ และเมอื่ ไดร บั แจง ถอนคนื แลว ใหส ถานที รี่ บั แจง ทาํ การรบั แจง
ถอนคืนไปยังกองทะเบียนประวัติอาชญากร และหนวยพิสูจนหลักฐานสวนภูมิภาคที่เก่ียวของ
เพือ่ ถอนประกาศสบื หาและระงับการสืบหา

ในสว นของกองทะเบียนประวัติอาชญากร
๑. ฝายทะเบียนประวัติอาชญากร ๑ กองทะเบียนประวัติอาชญากร เปนหนวยงาน

รับผดิ ชอบ โดยจะรับแบบแจงรูปพรรณคนหาย วท.๑๒/๑ - ต.๓๒๖ แบบแจงผลการไดตัวคนหายคนื
วท.๑๒/๒ - ต.๓๒๖ และแบบสืบสวนตดิ ตามคนหาย วท.๑๒/๓ - ต.๓๒๖

๒. ดําเนินการตรวจสอบความถูกตองของแบบรายงานตางๆ จัดพิมพประกาศสืบหา
คนหาย ถอนประกาศสบื หาคนหายในระบบ POLIS รวมสง ใหห นว ยงานทเ่ี กยี่ วขอ ง เชน บรรณาธกิ าร
หนังสอื พิมพไ ทยรฐั , หัวหนาศนู ยข อมูลคนหายเพ่ือตอ ตา นการคา มนุษย, ผูอาํ นวยการ ฝายรายการ
รว มดวยชว ยกนั เปนตน เพือ่ ประชาสัมพนั ธประกาศสืบหาคนหาย หรือถอนประกาศคนหาย

๓. หลงั จากออกประกาศสืบหาคนหายไปแลว เปนระยะเวลา ๓ เดอื น ยงั ไมไดร ับแจง
ผลการไดตัวคนหายคืนหรือไม จะดําเนินการดงั นี้

๗๔

๓.๑ ทําบัญชีรายชื่อคนหายเพ่ือตรวจสอบกับสถานีตํารวจท่ีรับแจง พรอมท้ังให
พนกั งานสอบสวนรายงานแบบการสบื สวนติดตามคนหาย วท.๑๒/๓ - ต.๓๒๖

๓.๒ ทําหนังสือถึงผูปกครองหรือผูแจง โดยสอบถามถึงการไดตัวคนหายคืน
หรือไม หากพบตัวแลวใหรีบไปแจง ถอนกบั สถานีตาํ รวจทแ่ี จง หายไว

แบบแจง รูปพรรณเกีย่ วกับคนหายพลดั หลง
แบบแจง รูปพรรณคนหายพลดั หลง แบงออกเปน ๓ ชนิด คอื
๑. แบบแจง รปู พรรณคนหาย (วท.๑๒/๑- ต.๓๒๖) พนกั งานสอบสวน หรอื เจา หนา ท่ี

ผรู ับแจงใชสําหรบั กรอกขอ ความลงในแบบ สถานตี าํ รวจนครบาลใหใชแ บบรายงานนี้ จํานวน ๒ ฉบบั
สถานีตาํ รวจในสวนภมู ภิ าค จาํ นวน ๓ ฉบบั รายละเอียดในแบบฟอรม ระบุชอ่ื สถานีตาํ รวจ ชอ่ื ผูแจง
ชื่อคนหาย ภูมลิ ําเนาคนหาย ตําหนิรปู พรรณตา งๆ

๒. แบบแจง ผลการไดต วั คนหายคนื (วท.๑๒/๒-ต.๓๒๖) กาํ หนดขน้ึ ใชส าํ หรบั พนกั งาน
สอบสวน หรอื เจา หนา ทใี่ ชก รอกขอ ความตา งๆ หลงั จากไดต วั คนหายคนื แลว ลกั ษณะแบบฟอรม ระบุ
รายละเอยี ด เชน ช่อื สถานตี ํารวจ ชือ่ คนหายไดค นื เหตุท่ไี ดต วั คนหายคนื สถานท่พี บตัว ฯลฯ

๓. แบบแจง การสบื สวนตดิ ตามคนหาย (วท.๑๒/๓-ต.๓๒๖) ใชส าํ หรบั พนกั งานสอบสวน
หรอื เจา หนาที่กรอกขอ ความลงในแบบฟอรม ซึ่งระบุลกั ษณะการสบื สวนตดิ ตามคนหายไว เชน สถานี
ทร่ี บั แจง ผรู บั ผดิ ชอบในการสบื สวนตดิ ตามรายการเยย่ี มเยยี นผปู กครองคนหาย รายละเอยี ดการสบื สวน
ติดตามคร้ังท…่ี ..เปนตน

๗๕

 ”π—°ß“πμ”√«®·Ààß™“μ‘

·∫∫·®âߺ≈°“√‰¥âμ«— §πÀ“¬§π◊

 ∂“πμ’ ”√«®....................................................Õ”‡¿Õ.......................................®ß— À«¥— ................................
§π‰¥â§◊π‡≈¢∑.Ë’ ......................ª®«.................√—∫·®âß«—π∑.’Ë ...........‡¥◊Õπ.....................æ.». Úı.......... ‡«≈“.............π.
™Õ◊Ë §π‰¥§â π◊ ...................................................‰¥§â π◊ ‡¡Õ◊Ë «π— ∑.Ë’ .................‡¥Õ◊ π.....................................æ.». Úı.............
§π‰¥§â π◊ √“¬π‰’È ¥·â ®ßâ §«“¡À“¬‰«∑â  Ë’ ∂“πμ’ ”√«®...........................Õ”‡¿Õ............................®ß— À«¥— ..............................
μ“¡∑–‡∫¬’ π§πÀ“¬‡≈¢∑.Ë’ .....................‡¡◊ÕË «π— ∑’Ë............‡¥Õ◊ π...........................æ.». Úı.............‡«≈“.................π.
™ÕË◊ ºπ⟠”§«“¡·®ßâ ...............................................∫“â π‡≈¢∑.’Ë .....................∂ππ,´Õ¬.................................À¡∑Ÿà .’Ë ...............
μ”∫≈...............................................................Õ”‡¿Õ.................................................®ß— À«¥— ..............................................

‡Àμ∑ÿ ‰’Ë ¥æâ ∫μ«— ‡®“â Àπâ“∑Ë’μ“¡æ∫ °≈—∫¡“‡Õß
ºªâŸ °§√Õßμ“¡æ∫ §πÀ“¬·®âߢ“à «¡“
¡º’ âπŸ ” àß

 ∂“π∑’æË ∫μ«— ‚√ß·√¡ ∫“â π≠“μ‘
 ∂“π∫√‘°“√ ∫“â π‡æ◊ËÕπ
 ∂“π‚ ‡¿≥’ ∫“â πºâŸ·®âß
«—¥ ‡√√à àÕπ
‚√ßæ¬“∫“≈ ÕπË◊ Ê

‡Àμÿ∑ÀË’ “¬‰ª‡π◊ËÕß®“° ∂Ÿ°≈Õà ≈«ß §∫— ·§πâ „π§√Õ∫§√—«
‰¥â√∫— Õ—πμ√“¬ ‰ªÀ“ß“π∑”
À≈ß∑“ß, æ≈¥— À≈ß ‰ªμà“ß®—ßÀ«—¥
≈°— æ“ °≈—∫‰ªÕ¬Ÿà∫“â π‡¥¡‘
μÕâ ß§¥’ ‰ª¡’§√Õ∫§√«—
 μø‘ íòπ‡øÕó π, «‘°≈®√‘μ ‡ÀμÿÕ◊ËπÊ

„À·â ®ßâ ∂ß÷ æƒμ°‘ “√≥√å “¬≈–‡Õ¬’ ¥¢Õ߇Àμ∑ÿ À’Ë “¬®π‰¥æâ ∫μ«— §π◊ ¡“..................................................................................

...............................................................................................................................................................................................

æπ°— ß“π Õ∫ «π‰¥¥â ”‡ππ‘ °“√„π‡√Õ◊Ë ßπ‰’È ª·≈«â Õ¬“à ߉√ °∫— „§√ ·≈–„π¢Õâ À“Õ–‰√...................................................

................................................................................................................................................................................................

‰¥Õâ ∫√¡ ß—Ë  Õπ§π‰¥§â π◊ Õ¬“à ß„¥∫“â ß.................................................................................................................................

................................................................................................................................................................................................

À¡“¬‡Àμ.ÿ ...................................................................................................................................................................................

...............................................................................................................................................................................................

(≈ß™ËÕ◊ )...................................................................æπ—°ß“π Õ∫ «π
(................................................................)

«∑. ÒÚ/Ú-μ. ÛÚˆ

๗๖

 ”π—°ß“πμ”√«®·Ààß™“μ‘

·∫∫°“√ ◊∫ «π쥑 μ“¡§πÀ“¬

 ∂“πμ’ ”√«®......................................................Õ”‡¿Õ...................................®—ßÀ«¥— .................................
§πÀ“¬‡≈¢∑.Ë’ ........................™Õ◊Ë .......................................√—∫·®â߇¡◊ËÕ«π— ∑.’Ë ..............‡¥◊Õπ.......................æ.»................
ºâŸ√∫— º¥‘ ™Õ∫„π°“√ ◊∫ «π쥑 μ“¡...................................................................................................................................
‡¬’ˬ¡ºŸâª°§√Õß§πÀ“¬.....................................................................................................................................................

§√ßÈ— ∑’Ë Ò ‡¡ÕË◊ «—π∑’Ë....................‡¥Õ◊ π..................æ.»...............ª®«.¢Õâ ‰ª.............¢âÕ°≈—∫..................
é Ú é ................ é ................ é ................ é ................ é ........................
é Û é ................ é ................ é ................ é ................ é ........................
é Ù é ................ é ................ é ................ é ................ é ........................
é ı é ................ é ................ é ................ é ................ é ........................

√“¬≈–‡Õ’¬¥„π°“√ ◊∫ «πμ‘¥μ“¡...................................................................................................................................
§√ßÈ— ∑Ë’ Ò ..................................................................................................................................................

..................................................................................................................................................

é Ú ..................................................................................................................................................

..................................................................................................................................................

é Û ..................................................................................................................................................

..................................................................................................................................................

é Ù ..................................................................................................................................................

..................................................................................................................................................

é ı ..................................................................................................................................................

..................................................................................................................................................

À¡“¬‡Àμÿ .......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

≈ß™◊ËÕ......................................................................
(.................................................................)
À—«Àπ“â æπ—°ß“π Õ∫ «π

«π— ∑.Ë’ .................‡¥◊Õπ...................................æ.»...............

«∑. ÒÚ/Û-μ. ÛÚˆ (๒๕๐,๐๐๐ ผ. โรงพมิ พตาํ รวจ ก.ย. ๒๕๒๔)

๗๗

บญั ชรี ายชอื่ คนหายพลดั หลง ทไี่ มท ราบผลการสืบสวนตดิ ตาม
และผลการไดตัวคนหายคืน

สถานตี าํ รวจ……………………………ดงั รายช่ือตอ ไปน้ี

ลาํ ดบั ชอื่ - สกลุ คนหาย แจง หาย ป.จ.ว.ขอ วนั เดือน ป สาเหตุท่หี าย หมายเหตุ
วนั ที่ ทพ่ี บคนหาย

๗๘

“º··èÕ ó
¡ÒÃดาํ à¹¹Ô ¡ÒÃà¡ÕèÂǡѺ¤¹ËÒÂ¾Å´Ñ Ëŧ áÅÐä´¤Œ ×¹

วิธีดาํ เนินการในสว นท่ีเกี่ยวกับคนหายพลดั หลง ใหป ฏบิ ัติดงั นี้
ขอ ๔๐๕ เม่ือมีผูมาแจงความเก่ียวกับคนหายพลัดหลง ใหผูมีหนาท่ีรับแจงรีบดําเนิน
การรับแจงลงรายงานประจําวัน หรือบันทึกขอความไวเปนหลักฐาน แลวจัดการกรอกขอความลงใน
รายงานตําหนิรูปพรรณคนหายทันตามแบบ วท.๑๒/๑-ต.๓๒๖ ทายระเบียบน้ี พรอมกับใหซักถาม
สาเหตุแหงการจากผูแจงใหไ ดความละเอยี ดชัดเจน แลว จัดการตอ ไปน้ี

ก. หนว ยงานทม่ี หี นา ทร่ี บั แจง ภายในเขต จงั หวดั พระนคร-ธนบรุ ี ใหร บี ตดิ ตอ
แจงเร่ืองราวของคนหายพลัดหลง ไปยังกองกํากับการ รถวิทยุ และศูนยรวมขาว และกองกํากับการ
สวัสดิภาพเด็กและเยาวชน เพื่อดําเนินการติดตามคนหา แลวใหออกรายงานตําหนิรูปพรรณ
คนหายนี้ จาํ นวน ๒ ฉบบั เกบ็ รวมเร่อื งเขา เลมไว ณ รบั แจง ๑ ฉบับ สง กองทะเบียนประวัติอาชญากร
๑ ฉบบั

ข. หนวยงานท่มี หี นา ท่รี บั แจงในเขตจงั หวดั อนื่ ใหออกรายงานน้ี ๔ ฉบับ
เก็บรวมเรื่องไว ณ ท่ีแจง ๑ ฉบับ สงวิทยาการจังหวัด ๑ ฉบับ กองกํากับการตํารวจวิทยาการเขต
๑ ฉบบั และกองทะเบียนประวัตอิ าชญากร ๑ ฉบบั

ค. การสงรายงานรูปพรรณคนหาย ใหจัดการสงไปทันทีพรอมดวยรูปถาย
(ถา มี) ใหพนกั งานสอบสวน หรอื ผรู บั แจงลงชอ่ื รบั รองไวห ลงั รปู ถา ย และบันทกึ วา ถา ยเมือ่ วัน เดอื น
ปใ ด และใหแนะนาํ กับผแู จงดวยวา ถาไดตัวคนหายคืนมาแลวใหรบี แจง ถอนทสี่ ถานตี ํารวจท่ีใกลเ คียง
เพือ่ แจงกองทะเบยี นประวัตอิ าชญากรทราบ และปฏิบตั ติ ามระเบียบตอไป

ขอ ๔๐๖ ถา กรณเี ปน ทสี่ งสยั วา คนหายพลดั หลงนนั้ ถกู ลอ ลวงลกั พาไป ใหร บี จดั ตาํ รวจ
ออกติดตามตลอดจนดําเนินการใชเครื่องมือส่ือสารติดตามกับตํารวจทองท่ี ตํารวจทางหลวง ตํารวจ
รถไฟ สกดั คน ตามดา นใกลเ คียงหรือจดั ทเี่ ปนปลายทางท่ยี านพาหนะจะผา นไปโดยดวน

ถาการสอบสวนรับแจงนั้น มีเหตุอันควรสงสัยหรือเชื่อม่ันวาเก่ียวของกับการเมือง
นอกจากดาํ เนนิ การดงั กลา วแลว ใหท าํ การสอบสวนมลู กรณโี ดยละเอยี ด และรายงานดว นเปน หนงั สอื
ถึงกรมตํารวจ ๒ ชุด เพ่ือพิจารณาส่ังการใหตํารวจสันติบาลดําเนินการสืบสวนสอบสวนติดตาม
เปน พเิ ศษตอ ไป

ในการดาํ เนนิ การสอบสวนจะตดิ ตอ ผบู งั คบั การตาํ รวจสนั ตบิ าลไปรว มการสอบสวน หรอื
สงตัวผูแจงไปใหผูบังคับการตํารวจสันติบาลสอบสวน แลวแตกรณีและเฉพาะรายก็ได เม่ือสอบสวน
เสร็จสนิ้ แลวใหร ายงาน กรมตํารวจทราบอีกคร้ังหน่ึง

ขอ ๔๐๗ ถาผูแจงสงสัยวาคนหายจะถูกทํารายถึงตาย หรือตายดวยเหตุอื่นๆ ให
พนกั งานสอบสวนสง ตวั ผแู จง ไปดรู ปู ถา ยตาํ หนริ ปู พรรณของคนตายไมท ราบชอื่ ทกี่ องทะเบยี นประวตั ิ
อาชญากร กองกาํ กับการตาํ รวจวทิ ยาการเขต หรอื วทิ ยาการจังหวัด แลวแตก รณี

๗๙

ขอ ๔๐๘ ใหส ารวตั รใหญ สารวตั ร ผบู งั คบั กองหรอื หวั หนา สถานตี าํ รวจ สงั่ มอบหมาย
ตาํ รวจในสถานคี นใดคนหนง่ึ เปน ผรู บั ผดิ ชอบสืบสวนตดิ ตามหาตัวคนหาย โดยใหไ ปรูจักกับบานผแู จง
หรือผูปกครองคนหายและหม่นั ไปตดิ ตอ เยีย่ มเยียนเปนระยะๆ ทุก ๗ วนั , ๑๕ วนั , ๑ เดอื น และ
๓ เดือน เมื่อครบกาํ หนด ๓ เดอื นแลว หากยังไมทราบหรือไดตวั คนหายคนื ใหสารวตั รใหญ สารวัตร
ผบู งั คับกอง หรอื หัวหนาสถานีตาํ รวจรายงานผลแหงการไปตดิ ตอ เยี่ยมเยียน ตามแบบ วท.๑๒/๓ –
ต.๓๒๖ ทายระเบียบน้ีไปยังกองทะเบียนประวัติอาชญากร สําหรับภูมิภาคนั้น ใหรายงานไปยัง
กองกาํ กับการตาํ รวจวทิ ยาการเขต และวิทยาการจงั หวดั อกี ดว ย

เมื่อกองทะเบียนประวัติอาชญากร กองกํากับการตํารวจวิทยาการเขต และวิทยาการ
จังหวัด ไดร ับรายงานตําหนริ ูปพรรณคนหายหรือไดค ืนแลว ใหดาํ เนนิ การออกประกาศโฆษณา หรือ
แจงถอนประกาศโดยรีบดว น และใหม หี นา ทตี่ ดิ ตอประสานงานกับหนวยงานท่ีรับแจง คนหาย เพ่อื ให
ไดทราบถงึ ผลการสบื สวนติดตามและเพ่ือความแนชดั ถงึ สาเหตแุ หง การหายและไดค ืน

ขอ ๔๐๙ ประกาศสืบหาคนหายทุกฉบับท่ีไดมีการออกประกาศสืบหาตัวนั้นให
หัวหนาหนว ยท่ไี ดรบั ประกาศแจง ใหตาํ รวจในปกครองทราบ แลว ปดประกาศไวท ีห่ นวยงานหรอื ตูยาม
ตลอดจนที่สาธารณะ หรือทีช่ ุมนมุ ชน เชน สถานีรบั สงผูโดยสาร หรือเรอื เปน ตน

ขอ ๔๑๐ เมื่อมีเจาหนาที่ตํารวจหรือมีผูนําคนพลัดหลงมาสงยังหนวยงานใด ใหลง
รายงานประจําวันรับตัวไว แลวจัดการตรวจสอบกับประกาศสืบหาคนหายวา ตรงกับรายที่มีผูใด
แจง หายบา งหรอื ไม

(๑) ถาปรากฏวา ตรงกับรายงานรบั แจงหายไว ใหจ ัดตํารวจนําตวั สง ไปยัง
หนวยงานท่รี บั แจง หายนั้นเพอ่ื ดําเนนิ การติดตอผปู กครอง หรือญาตใิ หมารับตวั โดยปฏิบัตดิ ังตอ ไปนี้

ก. ในจงั หวดั พระนคร-ธนบรุ ี ถา คนหายพลดั หลงมภี มู ลิ าํ เนาอยใู นเขต
ของสถานตี าํ รวจใดใหเ ปน หนา ทข่ี องตาํ รวจสถานนี นั้ นาํ คนหายพลดั หลงสง คนื ผปู กครอง หากคนหาย
พลดั หลงมภี มู ลิ ําเนาอยูในสว นภมู ิภาคใหน าํ สง กองกาํ กับการสวัสดิภาพเด็กและเยาวชน หากอายเุ กิน
๑๗ ป ใหน าํ สง กรมประชาสงเคราะห

ข. ในสว นภมู ภิ าค ถา คนหายพลดั หลงมภี มู ลิ าํ เนาอยใู นเขตจงั หวดั นน้ั
ใหตํารวจสถานีที่รับตัวเปนผูนําสงผูปกครอง หรือตํารวจสถานีท่ีคนหายพลัดหลงมีภูมิลําเนาอยู
แลวแตกรณี หากมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดอ่ืน ใหนําสงยังสถานีตํารวจท่ีคนหายพลัดหลงมีภูมิลําเนา
อยแู ลวรายงานใหผกู าํ กับการทราบ

กอนนําสงใหตํารวจสถานีท่ีไดรับตัวหรือพบคนหายพลัดหลงวิทยุหรือติดตอกับสถานี
ตํารวจท่คี นหายพลดั หลงมีภูมลิ าํ เนาอยู เพ่อื ติดตอ หรอื แจงใหผปู กครองไปรบั ตัวคนหายพลดั หลง

หากผูปกครองไปรับไมไดหรือขัดของ ใหตํารวจสถานีท่ีคนหายพลัดหลงมีภูมิลําเนาอยู
วทิ ยหุ รอื แจง ขดั ขอ งใหท ราบ เพอ่ื ใหต รวจสถานที ไี่ ดร บั หรอื พบตวั คนหายพลดั หลงนน้ั จดั ตาํ รวจนาํ สง
ระหวา งการตดิ ตอ ใหน าํ คนหายพลดั หลงไปฝากไวท ห่ี นว ยงานของกรมประชาสงเคราะหเ ปน การชวั่ คราว

๘๐

(๒) ถาปรากฏวาไมมีหนวยงานไดรับแจงหายไว กอนดําเนินการใดๆ ให
นาํ ตวั คนพลดั หลงไปยงั กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร กองกาํ กบั การตาํ รวจวทิ ยาการเขตหรอื วทิ ยาการ
จงั หวัดแลว แตก รณี เพือ่ ถา ยรปู และจดตําหนริ ปู พรรณออกประกาศโฆษณาสบื หาผูปกครองหรือญาติ

คนหายพลดั หลงทไ่ี ดด าํ เนนิ การตามกลา วขา งตน เสรจ็ เรยี บรอ ยแลว หากไมส ามารถนาํ สง
ผูปกครองหรอื ญาติ ใหน ําตัวสง กรมประชาสงเคราะห ประชาสงเคราะหจังหวดั หรอื ประชาสงเคราะห
อาํ เภอที่ใกลเคียงเพื่อใหความอนเุ คราะหค มุ ครองตอไป

ระหวางท่ีดําเนินการดังกลาว ใหพนักงานสอบสวนดูแลคนพลัดหลงไวที่สถานีตํารวจ
ไมเ กนิ ๒๔ ชั่วโมง

ขอ ๔๑๑ ในกรณีท่ีติดตามพบตัวคนหาย หรือมีผูมาแจงวา ไดพบตัวคนหายแลว
ดวยประการใดก็ตามใหพนักงานสอบสวนพยายามซักถามถึงสาเหตุท่ีหายไปอยางแทจริง ตลอดจน
การใชช วี ติ ระหวางทหี่ ายและใหท ําการอบรมสงั่ สอนมใิ หหลบหนีไปอกี ถา หากไมสามารถทจ่ี ะซักถาม
หรืออบรมสัง่ สอนแกตวั ผหู ายได ก็ใหแ นะนาํ แกผ ูแ จง หรอื ผูปกครองใหดําเนินการอบรมสง่ั สอนแทน
แลวจัดการกรอกขอ ความลงในรายงาน แจง ผลการไดต วั คืนตามแบบ วท.๑๒/๒ – ต.๓๒๖ และรีบสง
รายงานนี้ไปยังหนวยงานตามที่ไดเคยแจงรายงานคนหายใหทราบภายใน ๒๔ ชั่วโมง นับแตวันท่ีได
รบั แจง หรือพบตัวเพ่ือจัดการถอนประกาศตอ ไป

ขอ ๔๑๒ ใหกองทะเบียนประวัติอาชญากร รวบรวมสถิติคนหายพลัดหลงและไดคืน
ทั่วราชอาณาจกั รตามลําดับ กองบงั คบั การ ท้ังสว นกลางและสวนภมู ิภาค โดยแบงเปน ชาย หญงิ เด็ก
และผูใหญ เฉพาะเดก็ และเยาวชนใหแ ยกตามลาํ ดับอายุ พรอ มดว ยขอ มลู ตา งๆ จากรายงาน เสนอ
กรมตาํ รวจทราบทกุ ระยะ ๖ เดอื น คอื สน้ิ เดอื นมถิ นุ ายน และสน้ิ เดอื นธนั วาคม ของป เพอื่ เปน แนวทาง
ในการพจิ ารณาปองกันและปราบปราม

ใหส าํ นักงานสถิติ กรมตาํ รวจ รว มดําเนนิ การตามวรรคตน โดยอนุโลม
ในโอกาสท่ีผูบังคับบัญชาไปตรวจราชการท่ีสถานีตํารวจใด ใหเรียกตรวจรูปพรรณ
คนหายของสถานีตํารวจน้ัน เพื่อชวยกําชับการติดตามสืบสวนหาตัวเด็กหรือเยาวชนท่ียังไมไดคืน
และใหบ ันทกึ ผลการตรวจไวในสมดุ ตรวจผใู หญท ุกคร้งั ”
(ประมวลระเบยี บการตาํ รวจเกย่ี วกบั คดี ลกั ษณะ ๑๔ การออกประกาศตาํ หนริ ปู พรรณบคุ คลและทรพั ย)

๘๑

๗.๒ คนตายไมทราบช่อื
คนตายไมท ราบชอื่ หมายถงึ บคุ คลซง่ึ ตายโดยไมท ราบวา เปน ใคร ไมท ราบชอ่ื และถนิ่

ท่อี ยูเ พราะผตู ายไมท้งิ รอ งรอยและหลกั ฐานตา งๆ ไวใหท ราบ เชน ไมม ีบัตรประจาํ ตัว หรอื ไมม ีผใู ด
รูจัก ซึ่งคนตายในประเภทน้ีจะมีสาเหตุการตายทั้งจากการกระทําผิดทางคดีอาญา และจากการตาย
โดยผิดธรรมชาติ และเม่ือพนักงานสอบสวนหรือเจาหนาท่ีประสบเหตุการณ หรือมีผูแจงใหทราบ
เจาหนาท่ีจะตองรีบดําเนินการทําการชันสูตรพลิกศพและทําการสืบสวนสอบสวนเพื่อใหทราบวา
ผตู ายเปนใครตอไป

ในสวนของกองทะเบียนประวตั อิ าชญากร
๑. ฝายทะเบียนประวัติอาชญากร ๑ กองทะเบียนประวัติอาชญากร เปนหนวยงาน
รบั ผิดชอบ โดยจะรบั แบบ ขอ มูลผตู าย (สีชมพู) รูปถา ย แผนพมิ พล ายนิ้วมือศพ จากน้ันจะตรวจสอบ
กับตาํ หนิรปู พรรณคนหาย เพ่อื ตองการทราบวา ผูต ายเปนใคร
๒. สงแผนพิมพลายนิ้วมือศพไปตรวจสอบที่ ฝายทะเบียนประวัติอาชญากร ๔
กองทะเบียนประวตั อิ าชญากร และหากทราบวา ผตู ายเปน ใคร ใหแ จง ผลการตรวจสอบไปยังพนักงาน
สอบสวน สําหรับกรณีไมพบประวัติ และไมทราบวาผูตายเปนใครจะดําเนินการออกประกาศสืบหา
ญาตคิ นตาย
๓. การประกาศสืบหาญาติคนตาย จะออกประกาศตอทายประกาศสืบหาคนหาย
ในฉบบั เดยี วกนั โดยพมิ พต าํ หนริ ปู พรรณศพจากแบบขอ มลู ผตู าย (สชี มพ)ู และจดั หาภาพคนตายทมี่ อง
เหน็ ชัดเจน และไมอจุ าดตา
๔. เม่อื พบญาติผูตายหรือทราบวา ผูตายเปนใคร ใหร ีบดําเนนิ การถอนประกาศ
๕. จดั ทาํ สมดุ ภาพคนตายไวเ พ่อื ตรวจสอบ

สาํ หรบั หนว ยพสิ จู นห ลกั ฐานสว นภมู ภิ าค ใหถ อื ปฏบิ ตั ใิ นเขตพน้ื ทร่ี บั ผดิ ชอบเชน เดยี วกบั
กองทะเบียนประวตั อิ าชญากร

๘๒

ระเบยี บสํานกั งานตาํ รวจแหง ชาติ

วาดวย ประมวลระเบียบการตํารวจเกีย่ วกับคดี
ลกั ษณะ ๑๐

การชนั สูตรพลกิ ศพ
( ฉบบั ที่ ๒ )
พ.ศ.๒๕๕๒

ตามที่สํานักงานตํารวจแหงชาติไดวางระเบียบการตํารวจเกี่ยวกับคดี ลักษณะ ๑๐
การชันสูตรพลิกศพ บทที่ ๒ การชันสูตรพลิกศพท่ีไมทราบวาผูตายเปนใครหรือตายในที่สาธารณะ
และบทท่ี ๓ การพิสจู นเ อกลกั ษณข องบุคคลในกรณวี นิ าศภยั ไวเ ปน ทางปฏบิ ัตแิ ลว น้ัน

เนอื่ งจากปจ จบุ นั หนว ยงานในสงั กดั สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตเิ ปลยี่ นแปลงไป การดาํ เนนิ
การชนั สตู รพลกิ ศพทไี่ มท ราบวา ผตู ายเปน ใครหรอื ตายในทสี่ าธารณะ เมอื่ ไดม กี ารจดั เกบ็ ขอ มลู ผตู าย
แลว ไมส ามารถรวบรวมไวท ห่ี นว ยงานหนงึ่ หนว ยงานใดเพอ่ื นาํ มาใชป ระโยชนใ นการสบื คน หา ยนื ยนั
ผูตาย และติดตามหาญาติของผูตายได ประกอบกับระเบียบดังกลาวไดใชมาเปนเวลานาน ถอยคํา
วิธีการปฏิบัติ และรายละเอียดตางๆ ไมสอดคลองกับสถานการณปจจุบัน ดังนั้นเพ่ือใหการปฏิบัติ
ในกรณีดังกลาวเปนไปดวยความเรียบรอยสมบูรณมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลตอประชาชนและ
ผเู กี่ยวของ จึงสมควรแกไขระเบียบการตํารวจเก่ียวกับคดใี นเร่อื งดงั กลาวเสียใหม

อาศัยอาํ นาจตามความในมาตรา ๑๑ แหงพระราชบญั ญัติตํารวจแหง ชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗
จงึ วางระเบยี บไวด งั ตอ ไปนี้

ขอ ๑ ใหยกเลิกความในบทที่ ๒ การชันสูตรพลิกศพท่ีไมทราบวาผูตายเปนใคร
หรอื ตายในทส่ี าธารณะ และบทท่ี ๓ การพสิ จู นเ อกลกั ษณข องบคุ คลในกรณวี นิ าศภยั ของลกั ษณะ ๑๐
การชนั สตู รพลกิ ศพ แหง ประมวลระเบยี บการตาํ รวจเกย่ี วกบั คดเี สยี ทง้ั หมด และใหใ ชค วามทแ่ี นบทา ย
ระเบยี บนแี้ ทน

ขอ ๒ ใหเพิ่มบทที่ ๔ ศูนยพิสูจนเอกลักษณบุคคลสํานักงานตํารวจแหงชาติ
ในลกั ษณะ ๑๐ การชันสตู รพลิกศพ แหง ประมวลระเบยี บการตํารวจเกี่ยวกบั คดี ตามความทีแ่ นบทา ย
ระเบียบน้ี

๘๓

ขอ ๓ ใหใชระเบียบน้ี ตง้ั แตว นั ที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เปน ตนไป
ประกาศ ณ วันท่ี ๑๐ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๕๒
พลตํารวจเอก ปทปี ตนั ประเสริฐ
( ปทีป ตนั ประเสริฐ )
จเรตํารวจแหงชาติ รักษาราชการแทน
ผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ

(ระเบียบสํานักงานตํารวจแหงชาติ วาดวยประมวลระเบียบการตํารวจเก่ียวกับคดี ลักษณะ ๑๐
การชนั สตู รพลกิ ศพ (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ.๒๕๕๒ ลงวนั ที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๒)

๘๔

ลกั ษณะ ๑๐

การชนั สูตรพลิกศพ
บทท่ี ๒

การตรวจพสิ ูจนศพทไ่ี มท ราบวาผตู ายเปน ใคร

ขอ ๑ ในการตรวจพสิ จู นศ พทไ่ี มท ราบวา ผตู ายเปน ใครใหพ นกั งานสอบสวนปฏบิ ตั ดิ งั นี้
๑.๑ ในกรุงเทพมหานคร ใหแจงกลุมงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ กองพิสูจน

หลกั ฐานกลาง สํานักงานพิสูจนห ลักฐานตาํ รวจ ทราบ ใหเ จา หนาทกี่ องพสิ ูจนหลักฐานกลางรว มกบั
พนกั งานสอบสวนไปทาํ การตรวจทเี่ กดิ เหตุ ถา ยภาพ ตรวจเกบ็ รอ งรอยวตั ถพุ ยานตา งๆ พรอ มถา ยภาพไว
และใหพนักงานสอบสวนพิมพลายน้ิวมือและจดตําหนิรูปพรรณศพลงในแบบขอมูลผูตาย (สีชมพู)
หลงั จากมกี ารชนั สตู รพลกิ ศพแลว ถา พนกั งานสอบสวนเหน็ วา การตรวจพสิ จู นศ พไมค วรกระทาํ ในทพ่ี บศพ
โดยมเี หตอุ นั สมควรจะสง ศพไปยงั สถาบนั นติ เิ วชวทิ ยา โรงพยาบาลตาํ รวจ สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ หรอื
โรงพยาบาลของรฐั ทม่ี แี พทยท างนติ เิ วชศาสตรซ ง่ึ ไดร บั วฒุ บิ ตั รหรอื ไดร บั หนงั สอื อนมุ ตั จิ ากแพทยสภา
ปฏิบัติหนาที่เพื่อดําเนินการดังกลาวก็ไดโดยใหแพทยผูทําการชันสูตรพลิกศพบันทึกขอมูลลงในแบบ
ขอมูลผูตาย และสงใหพนักงานสอบสวนเพ่ือสงใหสํานักงานพิสูจนหลักฐานตํารวจ เพ่ือดําเนินการ
ตามอาํ นาจหนาที่ตอไป

ใหพนักงานสอบสวนดําเนินการประสานแพทยผูทําการชันสูตรพลิกศพ
เพอื่ จดั เกบ็ ตวั อยา งเลอื ด หรอื สารคดั หลง่ั หรอื สงิ่ ทจี่ ะใชต รวจสารพนั ธกุ รรม (DNA) จากศพทไี่ มท ราบวา
เปน ใครสง ไปยังสถาบันนิติเวชวทิ ยา โรงพยาบาลตาํ รวจ ทุกราย

๑.๒ ในจงั หวดั อนื่ นอกเขตกรงุ เทพมหานคร ใหแ จง กลมุ งานตรวจสถานทเ่ี กดิ เหตุ
ศูนยพิสูจนหลักฐาน สํานักงานพิสูจนหลักฐานตํารวจหรือศูนยพิสูจนหลักฐานจังหวัดที่รับผิดชอบ
แลวแตก รณี เพอ่ื ดาํ เนินการตามขอ ๑.๑

ขอ ๒ ใหพนักงานสอบสวนจัดทําบันทึกพรอมถายภาพเกี่ยวกับทรัพยสินทุกชนิด
ของผูตาย โดยบันทึกขอมูลลงในแบบขอมูลผูตายและเก็บรักษาทรัพยสินไวและใหนําระเบียบ
การเก็บรักษาของกลางมาใชโดยอนุโลม เพ่ือมอบแกทายาทหรือญาติของผูตาย ถายังไมทราบวา
ผตู ายเปน ใครใหส ง แบบขอ มลู ผตู ายทบี่ นั ทกึ ขอ มลู ไวเ รยี บรอ ยแลว พรอ มถา ยภาพไปยงั สาํ นกั งานพสิ จู น
หลกั ฐานตํารวจเพอ่ื ประกาศสืบหาทายาทหรือญาติของผตู ายตอไป

ขอ ๓ ใหพ นกั งานสอบสวนทาํ การสบื สวนเพอื่ ทราบวา ผตู ายเปน ใคร และใหร บี จดั การ
สงแบบขอมูลผูตายพรอมดวยภาพถายและพิมพลายน้ิวมือของผูตายไปยังสํานักงานพิสูจนหลักฐาน
ตาํ รวจ

๘๕

ขอ ๔ เม่ือพนักงานสอบสวนผรู บั ผดิ ชอบทราบวาผูต ายเปนใครแลว ใหแ จงสาํ นกั งาน
พิสูจนหลักฐานตํารวจเพื่อถอนประกาศ หากเปนกรณีสํานักงานพิสูจนหลักฐานตํารวจทราบวาผูตาย
เปน ใครใหแจงพนักงานสอบสวนผรู บั ผิดชอบทราบดวย

ขอ ๕ หลังจากท่ีไดม ีการพิสจู นศ พแลว ใหพ นกั งานสอบสวนดําเนินการ ดังน้ี
๕.๑ กรณีเปนศพท่ีพิสูจนทราบวาผูตายเปนใครแลว ถามีทายาทหรือญาติ

หรอื ผมู สี ทิ ธมิ าตดิ ตอ ขอรบั ศพไปจดั การตามประเพณกี ใ็ หม อบศพใหท ายาทหรอื ญาตหิ รอื ผมู สี ทิ ธนิ น้ั ไป
๕.๒ กรณีเปนศพที่ไมมีทายาทหรือญาติหรือผูมีสิทธิมาติดตอขอรับศพ

ไปจัดการตามประเพณีหรือเปนศพท่ียังไมทราบวาผูตายเปนใคร เม่ือรักษาศพไวเปนเวลา ๓ วัน
แลว ใหแ จงเทศบาลทองถ่นิ สมาคม หรือมลู นธิ เิ พื่อการน้ีรบั ศพไปจดั การฝง และใหด ําเนินการดงั น้ี

๕.๒.๑ ใหจัดทําสมุดทะเบียนสงฝงศพโดยมีรายละเอียดตามแบบ
แนบทายระเบียบนี้

๕.๒.๒ ใหบันทึกรายชอ่ื ศพท่จี ะสง ไปฝง พรอ มหมายเลขหลมุ ฝงศพ
๕.๒.๓ ประสานเทศบาลทอ งถ่ิน สมาคม หรือมลู นธิ ิเพือ่ การนี้ กําหนด
หมายเลขหลุมฝงศพ
๕.๒.๔ จดั ทาํ แผน ปา ยชอ่ื ศพ (ถา ศพยงั ไมม ชี อ่ื หรอื ยงั ไมท ราบชอ่ื เขยี นวา
ศพ “ชาย” “หญิง” เทาทีจ่ ะจําได) วันทีส่ ง หมายเลขหลมุ ฝงศพ เหตุตาย โดยตดิ ไวท่ดี านหนาของศพ
แลวถายภาพเก็บไวเ พอื่ เปนหลกั ฐาน
๕.๒.๕ ใหผูเกี่ยวของจัดการหอศพใหเรียบรอย พรอมจัดทําปายช่ือศพ
เชนเดยี วกับ ขอ ๕.๒.๔ ตดิ ไวบ นผา หอ ศพ จากนนั้ จงึ สง มอบศพไปฝง
๕.๓ การขุดศพแบงเปน ๓ กรณี ดงั น้ี
๕.๓.๑ กรณมี ที ายาทหรอื ญาตหิ รอื ผมู สี ทิ ธมิ าตดิ ตอ และพนกั งานสอบสวน
เจาของคดีสามารถระบยุ ืนยันช่อื ของศพ ใหด าํ เนินการประสานงานกบั เทศบาลทอ งถิน่ สมาคม หรอื
มลู นธิ ิ เพอ่ื การน้ี โดยแจง หมายเลขหลมุ ฝง ศพขอขดุ ศพ เพอ่ื รบั ศพกลบั ไปประกอบพธิ กี รรมทางศาสนา
๕.๓.๒ กรณีพนักงานสอบสวนผรู บั ผิดชอบตอ งการใหตรวจศพเพิม่ เตมิ
๕.๓.๓ กรณีมคี าํ สง่ั ศาลใหด ําเนนิ การ
๕.๔ การขุดศพเพ่ือทําลาย กรณีการตายตามธรรมชาติจะทําไดเม่ือฝงศพไว
นานกวา ระยะเวลาทกี่ ฎหมายเรอื่ งบคุ คลสาบสญู กาํ หนดไว สาํ หรบั กรณกี ารตายทเ่ี กยี่ วกบั คดจี ะทาํ ได
เมอื่ ฝง ศพไวน านกวา ระยะเวลาทก่ี ฎหมายกําหนดอายุความไว
ขอ ๖ ในการสง ศพ เศษ หรอื สว นของศพไปยงั สถาบนั นติ เิ วชวทิ ยา โรงพยาบาลตาํ รวจ
สํานักงานตํารวจแหงชาติ หรือโรงพยาบาลของรัฐท่ีมีแพทยทางนิติเวชศาสตรซ่ึงไดรับวุฒิบัตร
หรอื ไดร บั หนงั สอื อนมุ ตั จิ ากแพทยสภา ปฏบิ ตั หิ นา ทเ่ี พอื่ ดาํ เนนิ การสาํ หรบั กรงุ เทพมหานครและปรมิ ณฑล
ไดแ ก จงั หวดั ปทมุ ธานี นนทบรุ ี นครปฐม สมทุ รปราการ และสมทุ รสาคร ใหพ นกั งานสอบสวนผทู าํ การ

๘๖

ชนั สตู รพลกิ ศพเปน ผจู ดั การนาํ สง และใหแ จง และมอบศพ เศษหรอื สว นของศพใหก บั เจา หนา ทปี่ ระจาํ
กองกํากบั การฝายพเิ ศษ สถาบนั นิตเิ วชวทิ ยา โรงพยาบาลตํารวจ สํานกั งานตํารวจแหงชาติ และหรอื
เจา หนา ทมี่ ลู นธิ ทิ อี่ ยใู นการควบคมุ และกาํ กบั ดแู ลของสถาบนั นติ เิ วชวทิ ยา โรงพยาบาลตาํ รวจ สาํ นกั งาน
ตํารวจแหงชาตเิ ปน ผูจ ัดการนาํ สง

สว นจงั หวดั อน่ื นอกจากทร่ี ะบไุ วใ นวรรคหนง่ึ ใหพ นกั งานสอบสวนผรู บั ผดิ ชอบเปน ผจู ดั การ
นาํ สง

๘๗

º··èÕ ó

ÅÒ¾ÁÔ ¾¹ÔÇé ÁÍ×

ÇÑμ¶Ø»ÃÐʧ¤

๑. เพอื่ ใหท ราบลักษณะตางๆ ของลายเสน ลายพมิ พน้ิวมือ
๒. เพอ่ื ใหทราบประโยชน และหลกั สาํ คัญของการตรวจพสิ จู นล ายพิมพน ิว้ มือ
๓. เพ่อื ใหทราบวิธพี มิ พลายนวิ้ มือที่ถกู ตอ งตามหลักวิชา

ÊÇ‹ ¹นํา

ลายพิมพนิ้วมือสามารถนํามาใชในการยืนยันตัวบุคคลได เพ่ือทราบวาบุคคลนั้น
เคยกระทาํ ผดิ คดอี าญามากอ นหรอื ไม นาํ มาใชป ระกอบสาํ นวนการสอบสวนในการฟอ งเพมิ่ โทษ รวมทงั้
พสิ จู นเ อกลกั ษณบ คุ คลจากศพไมท ราบชอื่ และพสิ จู นเ อกลกั ษณบ คุ คลกรณภี ยั พบิ ตั ิ จงึ ควรทราบลกั ษณะ
ลายเสนลายพิมพน ว้ิ มอื ประโยชนและหลักสาํ คัญของการตรวจพสิ ูจนลายพิมพนิ้วมอื รวมถงึ วธิ ีพิมพ
ลายน้วิ มือบคุ คลและศพท่ีถูกตองตามหลกั วิชา

¡Ô¨¡ÃÃÁá¹Ðนาํ
ทดลองกรอกขอความลงในแบบพิมพลายน้ิวมอื และฝกปฏิบัตพิ ิมพล ายน้วิ มอื ทีถ่ กู ตอ ง

ตามหลักวิชา

๘๘

ลายพิมพน ้วิ มอื มนษุ ย

ผิวหนังของน้ิวมือมนุษยเราจะเห็นเปนรูปลักษณะตางๆ กัน ลวดลายตางๆ ที่เกิดข้ึน
กเ็ พราะวาผวิ หนงั ของนว้ิ มือมนษุ ยม เี สนอยู ๒ ชนดิ ปนกนั อยู คอื “เสนนูน” และ “เสน รอง”

เสนนูน คือ การเกิดของรอยนูนซ่ึงสูงขึ้นมาพนจากผิวหนังสวนนอกของนิ้วมือ น้ิวเทา
ฝามอื และฝาเทา

เสน รอง คือ รอยลึกซ่ึงอยตู ํ่าลงไปกวา ระดับของเสน นูน
เมื่อเรากดนิ้วมือลงบนแทนหมึกดํา และนําไปกดลงบนกระดาษขาวจะปรากฏวาเปน
ลวดลายตางๆ โดยมีเสนสีดําและขาวสลับกันไป เสนสีดําก็คือเสนนูน และเสนสีขาวก็คือ เสนรอง
ในการตรวจพิสูจนเปรียบเทียบลายพิมพน้ิวมือจะใชเสนสีดําหรือเสนนูนเน่ืองจากเสนนูนมีคุณสมบัติ
ดังตอไปน้ี คือ
๑. เสนนูน (Ridge) จะเร่ิมมีข้ึนในอวัยวะตั้งแตบุคคลน้ันมีแขน-ขา ในทองมารดา
และจะคงรปู เร่อื ยมาจนกวา จะตาย
๒. ถา เสนนนู ถูกทําลาย ลอกออกดวยตนเอง จะงอกขน้ึ ใหมเดมิ
๓. การจดั ตวั ของเสน นูน แมจะมีลวดลายคลายกัน แตจ ะไมเหมือนกนั เลย
ฉะนนั้ ในการตรวจสอบเปรียบเทยี บลายพมิ พน วิ้ มอื จงึ ใชเสนสีดําหรอื เสนนูนเปนหลัก

รปู ลกั ษณะตา งๆ ของลายเสน

(๑) เสนตรงธรรมดา
(๒) เสน โคง
(๓) เสนวกกลบั
(๔) เสน เวยี น
(๕) เสนแตก
(๖) เสนสัน้ ๆ หรอื เสนขาด
(๗) เสน เกาะหรือเสนทะเลสาบ
(๘) เสนหักมุม
(๙) จุด


ทัง้ นจ้ี ะมไี มค รบทั้ง ๙ ชนดิ ก็ได แลวแตร ูปลักษณะของลายนว้ิ มอื ทป่ี รากฏ

๘๙

ประเภทลายพิมพนวิ้ มอื มนุษย

ลายพิมพนว้ิ มอื มนุษยมี ๓ ประเภท
๑. ประเภทโคง
๒. ประเภทมดั หวาย
๓. ประเภทกนหอย

ลายพิมพน ิ้วมือประเภทโคงมี ๒ ชนิด
๑. โคง ราบ (PLAIN ARCH)
๒. โคง กระโจม (TENTED ARCH)

ลายพิมพนิว้ มอื ประเภทมัดหวายมี ๒ ชนดิ
๑. มดั หวายปด ขวา (RIGHT LOOP)
๒. มดั หวายปดซาย (LEFT LOOP)

ลายพิมพน ิ้วมอื ประเภทกนหอยมี ๕ ชนดิ
๑. กนหอยธรรมดา (PLAIN WHORL)
๒. กน หอยกระเปา กลาง (CENTRAL POCKET LOOP)
๓. กน หอยกระเปาขา ง (LATERAL POCKET LOOP)
๔. กนหอยมดั หวายแฝด (TWINNED LOOP / DOUBLE LOOP)
๕. กนหอยซับซอน (ACCIDENTAL)

๙๐

๑. ลายพิมพนิว้ มือประเภทโคง

ลายพิมพนว้ิ มือชนดิ โคง ราบ ลายพมิ พนวิ้ มือชนิดโคง กระโจม
(PLAIN ARCH) (TENTED ARCH)

๒. ลายพิมพน วิ้ มอื ประเภทมัดหวาย

ลายพิมพน้ิวมอื ชนิดมดั หวายปดขวา ลายพมิ พนิว้ มอื ชนิดมัดหวายปด ซา ย
(RIGHT LOOP) (LEFT LOOP)

๙๑

๓. ลายพมิ พน ้ิวมอื ประเภทกน หอย

ลายพมิ พน้ิวมือชนิดกนหอยธรรมดา ลายพิมพนิว้ มือชนิดกนหอยกระเปา กลาง
(PLAIN WHORL) (CENTRAL POCKET LOOP)

ลายพมิ พน้ิวมือชนดิ กน หอยกระเปา ขา ง ลายพิมพน ว้ิ มอื ชนดิ มดั หวายแฝด
(LATERAL POCKET LOOP) (TWINNED LOOP / DOUBLE LOOP)

ลายพิมพนวิ้ มอื ชนิดกนหอยซบั ซอน
(ACCIDENTAL)


Click to View FlipBook Version