๔๒
ตํารวจทอ งที่กบั บุคคลพน โทษ
สําหรับการควบคุมพฤติการณและการสอดสองความเคลื่อนไหวของบุคคลพนโทษน้ัน
เมื่อหนวยงาน ทว. ซึ่งรับผิดชอบในสวนกลาง และหนวยพิสูจนหลักฐานสวนภูมิภาคในสวนพื้นที่
รับผดิ ชอบสงบัตรประวัตอิ าชญากร (แบบที่ ทว. กาํ หนด) ไปใหตํารวจทอ งทีท่ ี่ สน./สภ. แลวใหท าง
สน./สภ.ปฏบิ ตั ิดงั นี้
- สงั่ เจา หนา ทต่ี าํ รวจคอยสงั เกตการณแ ละความเคลอื่ นไหวตา งๆ ของบคุ คลพน โทษ
รายงานพฤตกิ ารณ ความเคลื่อนไหวตา งๆ ของบุคคลพนโทษนั้นดวยแบบ วท.๑๖-ต.๓๓๐ สงไปให
หนวยที่เก่ียวของทราบ สําหรับ สน. ใหสงแบบรายงานพฤติการณและความเคลื่อนไหวนี้ตรงไปยัง
ฝายทะเบียนประวัติอาชญากร ๑ ทว. สวน สภ. ใหสงไปยัง หนวยพิสูจนหลักฐานสวนภูมิภาค
และใหส ง กองทะเบียนประวตั อิ าชญากรดวย
- การรายงานใหร ายงานทกุ เดอื น โดยสง ใบรายงานนอี้ อกจาก สน./สภ. ภายในวนั ท่ี ๕
ของทกุ เดอื นจนกวาจะครบ ๑๒ เดือน หลังจากทไี่ ดพ น โทษไป แตถา มีเหตุการณเปน พิเศษท่จี ะตอ ง
รายงานใหท ราบ จะตอ งรายงานใหท ราบเปน การดว นโดยไมต อ งรอใหค รบกาํ หนดวนั รายงานประจาํ เดอื น
- เมื่อบุคคลพนโทษหรือบุคคลผูพักการลงโทษคนใด ยายภูมิลําเนาออกไปจากทองท่ี
ให สน. สภ. เดิมสงบตั รประวัตอิ าชญากรของบคุ คลพนโทษไปให สน./สภ. แหงใหมเ พอ่ื ดําเนินการ
สืบพฤติการณ และความเคล่ือนไหวของบุคคลน้ันตอไป แลวรายงานการยายภูมิลําเนาของบุคคล
พน โทษไปใหหนวยงานท่เี กีย่ วของ
- ถา บคุ คลพน โทษนนั้ กระทาํ ความผดิ อกี ถงึ กบั ถกู จบั กมุ คมุ ขงั ถกู ศาลพพิ ากษาลงโทษ
จําคุก ใหสง บัตรประวตั ิน้ันคืนหนวยทเ่ี ก่ียวขอ ง พรอมทงั้ รายงานดว ยวา ถกู จับในขอหาอะไร ถกู ศาล
พพิ ากษาวา อยา งไร ถา ถกู ศาลพพิ ากษาวา ใหป ลอ ยตวั ไปโดยยกฟอ งไมต อ งสง บตั รประวตั คิ นื ใหร ายงาน
พฤติการณแ ละความเคลอื่ นไหวตอไป
- การสอดสองและรายงานพฤติการณค วามเคลอื่ นไหวของบุคคลพนโทษ ใหกระทํา
และรายงานเพียง ๑๒ เดอื น นบั ต้งั แตวนั ทีบ่ คุ คลนน้ั พน โทษไดถูกปลอ ยตวั ออกมาจากเรือนจํา
- เมื่อพน ๑๒ เดือนแลว ใหเก็บบัตรประวัติอาชญากรน้ันไวที่ สน./สภ. เพ่ือจะได
สอดสอ งดแู ลพฤติการณต อ ไปแตไมต องรายงานอกี
๓. ผูรายทองถิ่น คือ บุคคลท่ีตองโทษและพนระยะเวลาสอดสองพฤติการณไปแลว
แตย งั ประพฤตติ นเปน ผรู า ยอาชพี หรอื มพี ฤตกิ ารณท สี่ อ แสดงวา เปน ผรู า ยอยู หรอื อาจฟง ไดว า กระทาํ
ความผดิ อยเู สมอ สดุ แตโ อกาสจะอาํ นวยเม่ือใด ใหถ ือวาเปน ผรู ายทอ งถ่ิน
การควบคุมผูรายทองถ่ินน้ัน ตํารวจทองที่จะตองคอยสอดสองพฤติการณและความ
เคล่อื นไหวตลอดเวลา เพราะบุคคลประเภทนเี้ ราถอื วา เปน อาชญากรอยา งแทจ ริง ซึง่ จําเปนอยา งย่งิ
ที่ทางสถานีตํารวจตองรวบรวมประวัติตลอดจนพฤติการณและความเคลื่อนไหวตางๆ ของบุคคล
เหลานี้ไวท ั้งหมด สมตามความหมายทีว่ า "ประวัติอาชญากร" และเพอ่ื ทีจ่ ะใชเ ปน เครอื่ งมอื ประกอบ
การพิจารณาปองกันอาชญากรรมซ่ึงอาจเกิดข้ึนได จากการกระทําของบุคคลเหลานี้ ถาการควบคุม
๔๓
หรือการสอดสองพฤติการณบุคคลเหลาน้ีอยางใกลชิดและเปนไปอยางไดผลก็จะเปนผลดีอยางย่ิง
ในการปอ งกนั อาชญากรรมซงึ่ เมอ่ื ทางสถานตี าํ รวจทอ งทไี่ ดท าํ การสอดสอ งพฤตกิ ารณอ ยา งใกลช ดิ แลว
อาจทําใหบุคคลเหลานี้ไมกลาท่ีจะประกอบอาชญากรรม หรืออาจเลิกประพฤติมิจฉาชีพกลับตัวเปน
พลเมืองดตี อ ไป และมีอาชีพในทางท่ีชอบดวยกฎหมายเปนหลักแหลง มนั่ คง
หลกั การปฏิบัติกับบุคคลที่เปนผรู า ยทอ งถิ่นของเจา หนาที่ตาํ รวจ
๑. สอดสองดแู ลพฤติการณ และการเคลื่อนไหวเปนพเิ ศษอยางใกลช ิด
๒. ขน้ึ ทะเบยี นเปนผรู า ยทอ งถิน่ โดยแยกเกบ็ บัตรประวัติอาชญากร
๓. แจงการขึ้นทะเบยี นบุคคลเปน ผูร า ยทองถ่นิ ไปยงั สวนราชการที่เกยี่ วของ
๔. เมอื่ ผรู า ยทอ งถน่ิ ยา ยภมู ลิ าํ เนา ใหส ง บตั รประวตั ไิ ปยงั สน./สภ. แหง ใหมแ ลว รายงาน
หนว ยท่เี กี่ยวของทราบ
๕. เมื่อผูรายทองถิ่นกระทําความผิด ถูกศาลพิพากษาลงโทษจําคุก ใหสงบัตรประวัติ
คนื หนว ยงานทีเ่ กย่ี วของ
๖. เมอ่ื ผรู า ยทอ งถนิ่ กลบั ตนเปน พลเมอื งดี หรอื ถงึ แกก รรมใหร ายงานหนว ยทเี่ กยี่ วขอ ง
เพ่ือถอนทะเบยี นผูร ายทองถิน่
หลกั ปฏบิ ตั ขิ องกองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร ศนู ยพ สิ จู นห ลกั ฐาน และพสิ จู นห ลกั ฐานจงั หวดั
ทเ่ี กี่ยวของกบั บคุ คลพน โทษ
๑. เม่ือไดรับแบบรายการประวัติบุคคลพนโทษจากเรือนจําในเขตรับผิดชอบแลว
ลงรบั ในทะเบียนรับ ลงเลข ๙ หลัก โดยแยกแตล ะเรอื นจาํ เพือ่ เปน รหสั ในการบนั ทกึ ขอมลู และสบื คน
ในระบบคอมพิวเตอร ซ่ึงปจจุบัน กองทะเบียนประวัติอาชญากร ใชคอมพิวเตอรในระบบ CDS
หนว ยงานพสิ จู นหลักฐานสวนภูมิภาค ใชร ะบบ POLIS
๒. เมอื่ ทาํ ขอ มลู บนั ทกึ ลงในคอมพวิ เตอรแ ลว ทาํ การพมิ พเ พอื่ สง ให สถานตี าํ รวจนครบาล,
สถานตี ํารวจภูธร ที่ผพู นโทษจะไปมภี ูมิลําเนาอยู เพ่อื เจาหนาทตี่ าํ รวจไดสอดสองพฤตกิ ารณ
๓. สถานีตํารวจนครบาล,สถานีตํารวจภูธรรายงานผลการสอดสองพฤติการณภายใน
วนั ท่ี ๕ ของเดอื นจนครบ ๑๒ เดือน
๔. เม่ือกองทะเบียนประวัติอาชญากร หรือหนวยงานพิสูจนหลักฐานสวนภูมิภาค
ไดรับรายงานผลการสอดสองพฤติการณความเคล่ือนไหวบุคคลพนโทษแลวก็จะทําขอมูลบันทึกลงใน
คอมพวิ เตอรต ามระบบนัน้ ๆ โดยสบื คนจากรหัสเลข ๙ หลกั
๕. สถานีตํารวจนครบาล,สถานีตํารวจภูธรใดท่ีไดติดตั้งเคร่ืองคอมพิวเตอร โครงการ
POLIS แลวสามารถดูขอมูลและบันทึกพฤติการณและความเคลื่อนไหวดวยเคร่ืองคอมพิวเตอร
และส่ังพิมพรายงานสงกลับ ฝายทะเบียนประวัติอาชญากร ๑ กองทะเบียนประวัติอาชญากร และ
หนวยงานพิสูจนหลกั ฐานสว นภูมิภาค ใหดว ย
๔๔
ประมวลระเบียบการตาํ รวจเกยี่ วกับคดี ลักษณะ ๑๗ บทท่ี ๑
การทําตาํ หนริ ปู พรรณและประวัตยิ อ ผตู องขัง
พ.ศ.๒๕๓๐
…………………………………
ขอ ๔๔๘ การทําตําหนิรูปพรรณและประวัติยอของผูตองขังนี้เปนหนาท่ีของเรือนจํา
ตา งๆ ทว่ั ราชอาณาจกั ร ทจ่ี ะตอ งจดั ทาํ สง ใหแ กก รมตาํ รวจเปน พเิ ศษนอกเหนอื ไปตามตาํ หนริ ปู พรรณ
และประวัตยิ อ ผูต อ งขังทเ่ี รือนจาํ ตอ งปฏบิ ตั จิ ัดทําอยแู ลว ตามระเบยี บราชทัณฑ ในกรณีทผ่ี ตู องขงั อยู
ณ เรอื นจํา ในเขตกรงุ เทพฯ และจงั หวดั นนทบรุ ี ใหท าํ ตําหนิรปู พรรณและประวัตยิ อ ของผูตองขังตาม
แบบ วท.๑๔ - ต.๓๒๘ นี้เพียงฉบับเดียวสงตอยังกองทะเบียนประวัติอาชญากร แตในกรณีท่ี
ผตู อ งขงั ถกู จาํ ขงั ณ จงั หวดั อนื่ นอกจากกรงุ เทพฯ และจงั หวดั นนทบรุ ี ใหท าํ แบบ วท.๑๔ - ต.๓๒๘ น้ี
๒ ฉบบั สง ยงั กองตาํ รวจวทิ ยาการสว นภมู ภิ าค แลว ใหเ ปน หนา ทขี่ องกองตาํ รวจวทิ ยาการสว นภมู ภิ าค
ทจ่ี ะเกบ็ เขาแฟม ประวตั ิ ๑ ฉบับ และสงใหกองทะเบยี นประวตั ิอาชญากร ๑ ฉบบั
ขอ ๔๔๙ เม่อื ไดสง แบบ วท.๑๔ - ต.๓๒๘ ในโอกาสทเี่ ขา เรือนจาํ ใหแ กกองทะเบยี น
ประวัติอาชญากรและตํารวจวิทยาการสวนภูมิภาคแลวแตกรณีไป ตอมาถามีการยายเรือนจํา
ใหเรือนจําเดิมแจงการยายใหแกกองทะเบียนประวัติอาชญากร หรือตํารวจวิทยาการสวนภูมิภาค
แลว แตก รณแี ละเรอื นจาํ ทจ่ี ะไปอยใู หมท ราบ และเปน หนา ทข่ี องเรอื นจาํ ใหมท จี่ ะทาํ แบบ วท.๑๔ - ต.๓๒๘
สงใหทางตํารวจ สวนในสายของตํารวจใหกองตํารวจสอบสวนกลางประจําภาคที่ไดรับแบบ
วท.๑๔ - ต.๓๒๘ จากเรือนจําสงใหแกกองทะเบียนประวัติอาชญากรเพ่ือเก็บไวเองหรือตัดสําเนา
สงใหแก กองตํารวจวิทยาการสวนภูมิภาคท่ีมีแฟมประวัติผูตองขังอยูแลวอีกชั้นหนึ่ง เวนแตในกรณี
ที่เรือนจําสงแบบนี้ใหแกกองทะเบียนประวัติอาชญากรโดยตรงอยูแลว สวนแฟมประวัติผูตองขังของ
กองตาํ รวจวิทยาการสว นภมู ิภาคใดคงเกบ็ รกั ษาไวท ี่นัน้ ตลอดไปไมตอ งสง ใหแ กก ัน
ขอ ๔๕๐ ในกรณที ห่ี นว ยราชการอน่ื เชน ราชการทหาร เปน ตน ขอตวั ผตู อ งขงั ไปทาํ งาน
หากผตู องขงั หลบหนีใหเรอื นจําที่ยมื ตวั ไปน้นั เปน ผทู ําแบบ วท.๑๔ - ต.๓๒๘ สง ทางตาํ รวจ
ขอ ๔๕๑ ในกรณที คี่ าํ พพิ ากษาถงึ ทส่ี ดุ ใหจ าํ คกุ แตจ าํ เลยในคดนี น้ั ไดร บั การปลอ ยตวั ไป
เพราะตอ งขงั ระหวา งพจิ ารณามาจนครบกาํ หนดโทษตามคาํ พพิ ากษาแลว ใหเ รอื นจาํ ทขี่ งั จาํ เลยไวก อ น
มกี ารปลอ ยตวั เปน ผทู าํ แบบ วท.๑๔ - ต.๓๒๘ สง กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรหรอื ตาํ รวจวทิ ยาการ
สวนภมู ภิ าค แลว แตก รณี ตามท่ีกําหนดไวในขอ บังคบั นี้
ขอ ๔๕๒ การสงแบบ วท.๑๔ - ต.๓๒๘ ของเรือนจําท่ีใหแกตํารวจนั้นใหสงได
โดยไมตอ งมีหนังสือและในกรณที ี่ผตู อ งขงั หลบหนใี หสง แบบ วท.๑๔ - ต.๓๒๘ นีแ้ ทนแบบ ร.ท. และ
แบบ ร.ท. ๓๒ เปน อนั งดไมตองใชอีกตอ ไป
ขอ ๔๕๓ เพ่ือเปนการประสานงานเก่ียวกับการทําประวัติของผูตองขังใหบังเกิดผลดี
สมความมุงหมายของทางราชการ เม่ือทางเรือนจําหรือทางตํารวจไดทราบพฤติการณ
๔๕
และความเคล่ือนไหวของผูตองขังคนใดอันท่ีจะแจงใหอีกฝายหน่ึงทราบก็ใหติดตอประสานงานกัน
โดยใกลช ิด อยา ใหเสียราชการได
ขอ ๔๕๔ ตําหนิรูปพรรณและประวัติยอของผูตองขัง ที่กําหนดใหสงหลายครั้งน้ี
กโ็ ดยตอ งการใหถ ูกตอ งแนนอนตรงกบั ความเปนจริงมากทีส่ ดุ
บทที่ ๒
การทาํ บัตรประวตั คิ นพนโทษและการรายงานพฤตกิ ารณ
ขอ ๔๕๕ เมื่อผูกระทําความผิดไดรับโทษถึงจําคุก และไดรับการพักการลงโทษ
หรอื พน อาญาออกไปจากเรอื นจาํ แลว จาํ เปน อยา งยง่ิ ทจี่ ะตอ งคอยสงั เกตพฤตกิ ารณแ ละความเคลอื่ นไหว
ของผูนนั้ ไวเ สมอ เพอ่ื ใหทราบวา ผูนั้นละท้งิ นิสยั ช่ัวแลวหรือยงั
เม่อื ไดรบั แบบ วท.๑๔ - ต.๓๒๘ จากเรือนจําแลวใหเปนหนา ทข่ี องกองทะเบียนประวัติ
อาชญากร หรอื ตํารวจวิทยาการสวนภมู ภิ าคแลวแตก รณสี ุดแตว า ผตู อ งขังนัน้ ถกู ขังอยู ณ เรอื นจํา ใน
จงั หวดั พระนคร จงั หวดั นนทบรุ ี หรอื ตา งจงั หวดั ทจี่ ะกรอกรายการตา งๆ อนั เกยี่ วกบั ประวตั ขิ องคนพน โทษ
หรือพักการลงโทษน้ันตามแบบ วท.๑๔ - ต.๓๒๘ ทายระเบียบนี้สงไปใหแกสถานีตํารวจนครบาล
หรือภูธรซึ่งเปนเจาหนาท่ีของทองท่ีท่ีผูพนโทษน้ันจะเขาไปมีภูมิลําเนาหรือถิ่นท่ีอยูเมื่อออกไปจาก
เรอื นจาํ แลว ประวัตคิ นพน โทษหรือพักการลงโทษดังกลาวน้ีใหส ง สถานีตํารวจนครบาลหรือภูธรทองที่
กอนเวลาทค่ี นพน โทษน้นั จะถงึ กาํ หนดออกจากเรอื นจาํ
"ใหทุกกองกํากับการ สถานีตํารวจทุกสถานีตํารวจ หรือทุกกิ่งสถานีตํารวจนครบาล
และภูธรจัดทําบัญชบี คุ คลพกั การลงโทษ บุคคลพน โทษ และผรู ายทองถิน่ บัญชที ี่จัดทาํ น้ี ใหใชสมุด
เบอร ๒ ชนดิ ใหม ซ่ึงขอเบิกจากกองพลาธิการ กรมตํารวจ และใหจดั ทาํ เองตามแบบทายระเบียบน้ี
กับใหถือวาบัญชีควบคุมบุคคลพักการลงโทษ บุคคลพนโทษ ผูรายทองถ่ินที่ไดจัดทําขึ้นน้ันเปน
ความลับในราชการ"
ขอ ๔๕๖ เมื่อสถานีตํารวจภูธร หรือนครบาลไดรับบัตรประวัติคนพนโทษหรือ
พักการลงโทษ แบบ วท.๑๔ - ต.๓๒๘ แลว ใหเก็บบัตรนั้นไวแลวสงใหเจาหนาท่ีตํารวจคอยสังเกต
พฤติการณ และความเคลื่อนไหวของบุคคลผูพนโทษ หรือพักการลงโทษนั้นแลวรายงานพฤติการณ
และความเคล่ือนไหวของบุคคลผูพนโทษ หรือพักการลงโทษน้ันดวยแบบ วท.๑๖-ต.๓๓๐ สถานี
ตํารวจนครบาลรายงานฉบบั เดียว สงตรงยงั กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร สถานีตํารวจภธู รรายงาน
๒ ฉบบั สง ตาํ รวจวิทยาการสว นภูมภิ าค ๑ ฉบบั การรายงานใหร ายงานทุกเดือน สง ออกจากสถานี
ตํารวจน้ัน ๆ ภายในวันที่ ๕ ของเดือนใหม แตถามีเหตุการณดวนอะไรเปนพิเศษที่จะตองรายงาน
ก็ใหรายงานดวนใหทราบโดยทันที ถาบุคคลพนโทษหรือพักการลงโทษน้ันยายภูมิลําเนาออกไปอยู
ในทองท่ีของสถานีตํารวจใดใหสถานีตํารวจทองท่ีเดิมสงบัตรประวัติน้ีไปใหแกสถานีตํารวจทองท่ีใหม
เพ่อื ดาํ เนินการสืบพฤตกิ ารณ และความเคลอ่ื นไหวของผูน น้ั ตอไป แลว รายงานเปนลายลกั ษณอกั ษร
๔๖
ใหกองทะเบียนประวัติอาชญากรและตํารวจวิทยาการสวนภูมิภาคไดทราบเปนทางประสานงานกัน
แตถาไมปรากฏวาตัวบุคคลพนโทษหรือพักการลงโทษนั้นอยูในทองที่ ใหสถานีตํารวจเจาของทองที่
สงบัตรนั้นกลับคืนไปยังกองทะเบียนประวัติอาชญากรหรือตํารวจวิทยาการสวนภูมิภาคแลวแตกรณี
เพอื่ ไดด าํ เนินการสบื หาตอ ไป
ขอ ๔๕๗ การสอดสองพฤติการณและการเคล่ือนไหวของบุคคลพนโทษใหกระทํา
และรายงานเพยี ง ๑๒ เดอื น นับต้งั แตว นั ท่ผี นู ้ันพนโทษไปจากเรือนจาํ ถาผูนนั้ ประพฤติตวั ดกี ็ไมตอ ง
ทําการสืบสวนตอไป ถาผูนน้ั กระทาํ ความผดิ ขน้ึ อีกจนถึงถกู จบั กุมคุมขัง และถกู ศาลพพิ ากษาใหจ าํ คกุ
กใ็ หส ง ประวตั คิ นพน โทษ หรอื พกั การลงโทษนนั้ คนื กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร หรอื ตาํ รวจวทิ ยาการ
สวนภูมิภาคแลวแตกรณี แตถาไมมีหลักฐานที่จะดําเนินคดีและพนกําหนดเวลา ๑๒ เดือน น้ันแลว
ใหตํารวจทองท่ีทําการสอดสองตอไปอยางกับ บุคคลอันธพาล โดยไมตองทําบัตรคนอันธพาลขึ้นอีก
ใหนําบัตรประวัติคนพนโทษเก็บเขาในลิ้นชักของบัตรประวัติผูรายทองถ่ิน หรือลิ้นชักของบัตร
คนอันธพาล แลวแตกรณีไป สวนการสอดสองพฤติการณและความเคลื่อนไหวของบุคคลท่ีไดรับ
พักการลงโทษใหร ายงานตลอดเวลาทผ่ี ูน ั้นไดร บั การพักการลงโทษ
ปรากฏวายังประพฤติตนเปนผูรายอาชีพ หรือมีพฤติการณอันสอแสดงวายังเปนผูราย
อยูหรืออาจฟงไดวากระทําความผิดอยูเสมอสุดแลวแตโอกาสจะอํานวยเม่ือใด และพนกําหนดเวลา
๑๒ เดอื น ใหถ อื วาเปน ผูร า ยทองถน่ิ โดยปฏิบตั ดิ ังน้ี
(๑) ขึ้นทะเบียนเปน ผรู า ยทอ งถ่ิน
(๒) เมื่อข้ึนทะเบียนบุคคลใดเปนผูรายทองถิ่นไวในสวนกลางใหรายงานพรอมดวย
แจงพฤติการณอันสอแสดงวาจะกอใหเกิดอาชญากรรมขึ้นอีกใหกองทะเบียนประวัติอาชญากรทราบ
ในสวนภมู ิภาค ใหร ายงานตํารวจวทิ ยาการสว นภูมิภาคทราบ
(๓) เมอื่ ผรู า ยทอ งถนิ่ ยา ยภมู ลิ าํ เนาไปอยใู นทอ งทอี่ นื่ ๆ ใหร ายงานสว นราชการทเ่ี กย่ี วขอ ง
ตามวรรคหน่ึง พรอมสงบัตรประวัติของผูรายทองถิ่นนั้นไปยังสถานีตํารวจทองท่ีใหม คอยสอดสอง
ตอไป
(๔) เม่ือปรากฏจากการสืบสวนอยางแนชัดวาผูรายทองถิ่นน้ันไดกลับตัวประพฤติตน
เปน คนดมี อี าชพี ในทางเปน หลกั ฐาน หรอื ในกรณที ผี่ รู า ยทอ งถนิ่ ถงึ แกค วามตาย ใหร ายงานสว นราชการ
ที่เก่ียวของใน (๒) ทราบ และจดั การถอนทะเบยี นเสยี ดวย
(๕) เม่ือปรากฏวาผูรายทองถิ่นไดกระทําความผิดขึ้นอีก จนถูกศาลพิพากษาใหจําคุก
ใหสงบัตรประวัติผูน้ันคืนพรอมกับรายงานพฤติการณไปยังสวนราชการดังกลาวตาม (๒) ทราบ และ
หมายเหตุไวในทะเบยี นผรู ายทอ งถน่ิ ของสถานีตาํ รวจนั้นดวย
------------------------------------
(ระเบียบกรมตํารวจ วาดวย การควบคุมอาชญากรบางประเภท และการทําตําหนิรูปพรรณ
และประวตั ิยอของผตู อ งขงั (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๐ ลงวนั ท่ี ๑๖ มนี าคม ๒๕๓๐)
๔๗
แบบรายงานพฤติการณแ ละการเคลอื่ นไหวของบุคคลพน โทษ
ท…่ี ……………./…………….
เสนอ ผบู งั คบั การกองทะเบียนประวตั ิอาชญากร
นาย
ตามที่ นาง.....................................…………บ.ช.ท.…………………………………………………
นางสาว
ซง่ึ ตอ งโทษ………………………......………..…..ฐาน……………………………………………………
พนโทษเมื่อวันที่…..เดือน……………….พ.ศ………และไปมีภูมิลําเนาอยูที่บานเลขที่…….……......
ตรอก……………….........ถนน…………………….หมูที่……...........ตําบล………….…............
อําเภอ…………………......จงั หวัด………………………..ทองท่สี ถานตี ํารวจ………….…………….
ตง้ั แตวันที่………………เดอื น………………พ.ศ………………………
ซึง่ อยูใ นเกณฑท ี่ตองปฏิบัติตามขอบังคบั กระทรวงมหาดไทยท่ี ๔/๒๔๙๗ นนั้
นาย
ขอรายงานพฤติการณแ ละการเคล่อื นไหวของ นาง…………………………………………………...
นางสาว
บ.ช.ท…………….........ผพู น โทษ………………............ประจาํ เดอื น…………………พ.ศ…...............
ดงั ตอ ไปน…ี้ ……………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………..……………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………..………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………..…..…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………..……..……………………………………………
……………………………………………………………………………………………………..………
..……………………………………………………………………………………………………...........
ใหขดี ฆา คาํ ท่ไี มตองการออก (พลิก)
วท.๑๖-ต.๓๓๐
๔๘
….……..……..………………………………………………………………………………………………
……………………………………...…………………………..……………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………..…………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………..……………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………………..………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………..…………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
..…………………………………………………………………………………………………………….
ลงชื่อ…………………………………………..ผูรายงาน
ตําแหนง …………………..……………………
สถานีตาํ รวจ………………......……………….
วนั ท…่ี ………….…………..................………
หมายเหตุ ชอื่ บคุ คลพน โทษ ตอ งเขยี นใหช ดั ดว ยตวั บรรจง พรอ มดว ยเลขหมาย บ.ช.ท. คาํ วา “พฤตกิ ารณ
และการเคลอื่ นไหว” หมายถงึ พฤตกิ ารณห รอื กริ ยิ าใดๆ ของบคุ คลพน โทษทแ่ี สดงออกทงั้ ในทางทเี่ ปน
คณุ และโทษ และหมายตลอดถงึ อปุ นสิ ยั ใจคอ ท่ีอาศัย, อาชีพ, สถานทเ่ี ทยี่ วเตร, การคบหา, คูค รอง
หรือกรณีแวดลอมใดๆ อันเปนปจจัยหรืออาจเปนปจจัยใหบุคคลพนโทษน้ันดําเนินการทุจริต
ตอไปอีก หรอื งดเวน กลบั ตัวเปน พลเมืองดี ซงึ่ จาํ ตอ งรายงานอันเปนประโยชนต อ การสบื สวนปองกัน
และควบคมุ หรอื เลกิ การควบคมุ เกยี่ วกบั บคุ คล ควรรายงานใหล ะเอยี ดวา ชอ่ื อะไร อยทู ไี่ หน มอี าชพี อะไร
มคี วามประพฤตเิ ปน มาอยา งไร นสิ ยั ใจคอเปน อยา งไร ความสาํ คญั หรอื เรอ่ื งอนื่ ๆ ทเ่ี หน็ สมควรรายงาน
๔๙
บนั ทึกขอ ความ
สว นราชการ ฝายทะเบยี นประวัตอิ าชญากร ๑ กองทะเบียนประวตั ิอาชญากร โทร. ๐๒ ๒๐๕๑ ๓๔๑
ที่ ๐๐๓๒.๓๒/ วันที่
เรื่อง การสอดสอ งพฤติการณแ ละความเคล่อื นไหวของคนพน โทษ
เรียน
ฝทว.๑ ทว. ขอสงประวัติคนพนโทษของ...................................................................
ขอหา……………………………………พนโทษเม่ือ....................................................................
ซง่ึ ตามหลกั ฐานของเรอื นจาํ ปรากฏวา บคุ คลพน โทษนไ้ี ดม าอยทู .่ี ......................................................
จังหวัด……………………………ซ่ึงอยูในเขตพื้นที่รับผิดชอบของทาน เพื่อใหทานส่ังการเจาหนาท่ี
ผูเกี่ยวของดําเนินการสอดสองพฤติการณและความเคลื่อนไหว และโปรดรายงานพฤติการณและ
ความเคล่ือนไหวของบคุ คลพนโทษผนู ี้ ให ฝทว.๑ ทว. ทราบทกุ วันท่ี ๕ ของเดือน ตามระเบยี บการ
ตาํ รวจเกี่ยวกับคดี ลกั ษณะ ๑๗ บทที่ ๒ ตอไปดว ย
(ลงชอ่ื )………………..………………….
(…………………………………)
สว.ฝทว.๑ ทว.
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
(ฉกี สว นลางนีส้ ง คนื ฝทว.๑ ทว.)
สวนราชการ………………………………………
ที่…………………………………วนั ที่……………………………………..
เรยี น สว.ฝทว.๑ ทว.
ไดร บั ประวตั คิ นพน โทษของ…………………………………….........…………………….
ไวแลว และจะไดจัดสงรายงานผลการสอดสองพฤติการณและความเคล่ือนไหวของบุคคลพนโทษผูนี้
ให ฝทว.๑ ทว. ทราบตามระเบียบตอไป
๕๐
ท่ี ตช ๐๐๒๖.๓๕๕/ ๑๗๖๕ สาํ นักงานตาํ รวจแหง ชาติ
ถนนพระรามที่ ๑ เขตปทุมวนั
กรงุ เทพฯ ๑๐๓๓๐
๗ กรกฎาคม ๒๕๔๒
เรือ่ ง การสง พิมพลายน้ิวมือใหก องทะเบียนประวตั ิอาชญากร ตรวจสอบ
เรยี น อธิบดีกรมราชทณั ฑ
อา งถงึ ขอบังคับกระทรวงมหาดไทย วา ดว ยการพิมพล ายนิ้วมือผูตองหา จาํ เลย ผูตองขงั ผถู กู กักกนั
ผรู บั อบรมและศพ (ฉบับท่ี ๒ ) พ.ศ. ๒๕๒๑
สง่ิ ทส่ี งมาดว ย แบบประวัตบิ คุ คลพน โทษ
ตามทีก่ รมราชทณั ฑไ ดใ หเรือนจํา ทณั ฑสถาน สถานกักกนั และสถานกกั ขัง จดั สงพมิ พ
ลายนวิ้ มอื ผตู อ งขงั ไปทก่ี องทะเบยี นประวตั อิ าชญากร สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ เพอ่ื ตรวจสอบประวตั ิ
ผกู ระทาํ ความผิดในกรณีตาง ๆ ความละเอียดแจงแลว นน้ั
ปจจุบันสํานักงานตํารวจแหงชาติไดจัดเก็บและตรวจสอบลายพิมพนิ้วมือดวยระบบ
คอมพิวเตอร ทาํ ใหก ารปฏิบตั งิ านในบางสว นเปล่ียนแปลงไป จงึ ขอประสานงาน เพ่อื ประโยชนในการ
จดั ทาํ ขอ มูลทะเบียนประวัตอิ าชญากรและการจัดทําประวตั ผิ ตู อ งขัง ในรายละเอยี ดดังน้ี
๑. ขอใหหนวยงานของกรมราชทัณฑที่ไดรับตัวผูกระทําผิดที่ศาลช้ันตนไดพิพากษา
แลว จดั พิมพลายน้วิ มือใหกองทะเบียนประวตั ิอาชญากรตรวจสอบ และใชผ ลการตรวจสอบในครง้ั นี้
เปนขอมูลประวัติของผูตองขังไปตลอดระยะเวลาจนกระท่ังผูน้ีไดรับการจําหนายปลอยตัวจาก
ความรับผิดชอบของกรมราชทัณฑซ่ึงทางสํานักงานตํารวจแหงชาติไดกําชับใหกองทะเบียนประวัติ
อาชญากรเรงดาํ เนนิ การตรวจสอบใหโดยเรว็
เมอ่ื ศาลอทุ ธรณห รอื ศาลฎกี าแกไ ขคาํ พพิ ากษา ทางกองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร จะใช
ผลคดีถึงที่สุดท่ีไดรับรายงานจากสถานีตํารวจหรือหนวยงานเจาของคดีทางกรมราชทัณฑจึงไมจําเปน
ตองแจงใหกองทะเบียนประวัติอาชญากรทราบ
๒. เม่ือมีการปลอยตัวผูตองโทษท่ีครบกําหนดการลงโทษ ขอใหจัดทําขอมูลในแบบ
ประวตั บิ คุ คลพน โทษตามสง่ิ ทสี่ ง มาดว ยน้ี จดั สง ใหก องทะเบยี นประวตั อิ าชญากร เพอ่ื จดั ทาํ เปน ขอ มลู
คนพนโทษ และขอใหกรมราชทัณฑใชประวัติจากผลการตรวจสอบพิมพลายน้ิวมือ ตามขอ ๑.
โดยไมตองสง แผนพมิ พล ายนิ้วมอื ไปตรวจสอบใหม
๕๑
๓. กรณผี ูตองโทษตายในระหวางทอ่ี ยูใ นความควบคมุ ขอใหจดั สงสําเนาใบมรณบัตร
ไปพรอ มกบั แผน พมิ พล ายนวิ้ มอื ศพ เพอ่ื กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรจะไดใ ชเ ปน ขอ มลู ในการจาํ หนา ย
ผนู น้ั ออกจากสารบบ
กรณีประหารชีวิต เม่ือจะดําเนินการประหารชีวิตขอใหแจงกองทะเบียนประวัติ
อาชญากรทราบลว งหนา ใหม เี วลาพอเพยี งสาํ หรบั การเดนิ ทางของเจา หนา ที่ ทงั้ นใี้ นการพมิ พล ายนวิ้ มอื
เพอื่ เปรยี บเทยี บและยนื ยนั กบั แฟม ประวตั ขิ องผทู จ่ี ะถกู ประหารชวี ติ เจา หนา ทขี่ องกองทะเบยี นประวตั ิ
อาชญากรจะดาํ เนนิ การในทนั ที แลว ขอใหก รมราชทณั ฑส ง แผน พมิ พล ายนว้ิ มอื พรอ มสาํ เนาใบมรณบตั ร
ไปยงั กองทะเบยี นประวตั ิอาชญากรเพ่ือจําหนายออกจากสารบบเชน เดียวกนั
๔. กรณผี ตู อ งโทษหลบหนี ใหส ง ตาํ หนริ ปู พรรณ รปู ถา ยและเอกสารทเ่ี กย่ี วขอ งใหส ถานี
ตาํ รวจทอ งที่ เพอื่ ออกหมายจบั และทางสถานตี าํ รวจทอ งทจ่ี ะจดั สง หมายจบั และตาํ หนริ ปู พรรณใหก บั
หนว ยงานวทิ ยาการออกประกาศสบื จบั ตอ ไป หากผนู น้ั ถกู จบั ไดห รอื เขา มอบตวั และทางกรมราชทณั ฑ
ไมแ นใ จวา เปน บคุ คลเกย่ี วกบั ผหู ลบหนหี รอื ไม กใ็ หพ มิ พล ายนว้ิ มอื ผนู น้ั พรอ มกบั สง แผน พมิ พล ายนว้ิ มอื
เดมิ ตาม ขอ ๑. ให กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร ตรวจเปรยี บเทยี บยืนยันให
๕. ขอความรวมมือใหกรอกขอความลงในแบบตางๆ ใหครบถวนโดยเฉพาะขอให
พยายามตดิ ตามขอ มลู เลขประจาํ ตวั ประชาชน (เลข ๑๓ หลกั ) ซงึ่ จะเปน ประโยชนต อ ทง้ั กรมราชทณั ฑ
และสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ ในการยนื ยนั ตวั บคุ คลตามระบบทะเบยี นราษฎร รวมทงั้ ขอ มลู สถานตี าํ รวจ
หรือหนวยงานเจาของคดีและขอหาท่ีถูกจับกุมดําเนินคดี เพ่ือท่ีทางกองทะเบียนประวัติอาชญากร
จะไดสามารถเชอ่ื มโยงขอ มลู ผลคดี ขอมลู คนพน โทษ กับประวตั ิการเปนผูตอ งหาได
จงึ เรยี นประสานงานขอความรว มมอื มา ทง้ั นไ้ี ดม อบหมายใหส าํ นกั งานวทิ ยาการตาํ รวจ
และกองทะเบียนประวตั ิอาชญากร ประสานงานกับกรมราชทณั ฑโดยใกลช ิด ตอไปแลว
ขอแสดงความนบั ถือ
( สมั ฤทธิ์ เภตรา )
ผชู วยผูบญั ชาการตาํ รวจแหงชาติ ปฏบิ ตั ิราชการแทน
ผบู ญั ชาการตาํ รวจแหงชาติ
ตรวจ
กองทะเบียนประวตั ิอาชญากร
โทร. ๒๐๕๑๓๒๙
๕๒
ประวตั บิ ุคคลพน โทษ
คาํ นาํ หนา ชอื่ ……….…………..ชอื่ ตวั ……..………………...... ชอื่ สกลุ …………………………………......
ชอ่ื อน่ื ………………..……………....................ชอื่ สกลุ อน่ื ……………………………………………...
เช้ือชาติ…………...…….………..สัญชาติ……….......เพศ…….………พ.ศ. เกิด………..……….....
ภมู ลิ าํ เนาเดมิ ….………….……………………………………………………………………………………
เลขประจําตัวประชาชน - - --
คด…ี ……………………………………………………………………………………………………………
ทอ งทีเ่ กดิ เหตุ (สน. หรอื สภ.)……………………………..….......…………………………...............
ศาล………………………….........คดดี าํ ……………./………...........คดแี ดง…………../……………......
วนั เดอื น ป ที่พิพากษา………………………….............กาํ หนดโทษ……………...……….............
ชอ่ื บดิ า…………………………........................ชอื่ มารดา………………………………..…………....
เรอื นจํา……………………………..........วัน เดือน ป ทพี่ นโทษ………………....…………............
เลขประจําตวั พน โทษ หรอื เลขประจําตัวนกั โทษ…………………….......……………………………
พน โทษจะไปอยทู …ี่ ……………………………………………………………........…………….………
รหสั ภาพถา ย -
ตดิ ภาพถาย ๒ นวิ้
( แบบท่ี ทว. กาํ หนด )
๕๓
๕. การขอใหประกาศสืบหาทรัพย
เมอื่ มที รพั ยท ต่ี กหาย หรอื ถกู ประทษุ รา ยยงั ตดิ ตามคนื มาไมไ ด ใหด าํ เนนิ การขอใหป ระกาศ
สบื หาทรพั ยห ายหรอื ทรพั ยท ถ่ี กู ประทษุ รา ย โดยใหป ฏบิ ตั ติ ามประมวลระเบยี บการตาํ รวจเกยี่ วกบั คดี
ลกั ษณะ ๑๔ บทที่ ๒ เร่ือง การออกตาํ หนริ ปู พรรณทรัพยหายไดค ืน ดังนี้
การตดิ ตอ กบั กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร ศนู ยพ สิ จู นห ลกั ฐาน และพสิ จู นห ลกั ฐานจงั หวดั
กรอกขอความลงในแบบ ขอใหประกาศสืบหาทรัพยที่ถูกประทุษราย และทรัพยหาย
ไมเ กยี่ วกับคดี ซง่ึ มี ๒ แบบ ดงั นี้ คอื
๑. รถยนต หรือรถจักรยานยนต แบบ วท.๒๗- ต.๗๐๓
๒. ทรัพยป ระเภทอืน่ ๆ แบบ วท.๘ – ต.๓๒๒
การสง เอกสารทจี่ ะตอ งดําเนินการ มีดังนี้
๑. ในสว นกลาง สง กองทะเบยี นประวตั ิอาชญากร จํานวน ๑ ชุด
๒. ในสว นภูมภิ าค จัดทาํ ๒ ชุด สง ศนู ยพ สิ จู นหลักฐาน จํานวน ๑ ชดุ และ พิสูจน
หลักฐานจังหวดั จาํ นวน ๑ ชุด
การปฏบิ ัตใิ นบางกรณี
๑. ทรพั ยท่ีหาย ถาเปนทรัพยทต่ี อ งจดทะเบยี นไวกบั เจา หนา ที่ ใหคัดสําเนาทะเบียน
ของทรัพยน นั้ สง พรอ มกับตาํ หนิรปู พรรณทรัพย
๒. โดยเฉพาะสําหรับอาวุธปน ใหพนักงานสอบสวนจัดการสงทะเบียนอาวุธปน
ไปยังนายทะเบยี นอกี สวนหนึง่ ดวย
กรณีท่ีไดทรพั ยท งั้ หมดหรือบางสวนคืน
ถาตองการขอใหถอนประกาศสืบทรัพยที่ไดคืนน้ัน ตองบันทึกตําหนิรูปพรรณทรัพย
ที่ไดคืนลงในแบบฟอรมตามชนิดหรือประเภทของทรัพย สงไปยังหนวยทะเบียนประวัติอาชญากร
หรอื หนว ยพสิ ูจนห ลักฐานทีส่ งเรอ่ื งขอใหประกาศสืบหาโดยเร็ว พรอ มกับแจงเหตุทไี่ ดท รพั ยค นื
ความหมายของประกาศตําหนริ ูปพรรณ
ประกาศตาํ หนริ ปู พรรณ คอื การนาํ เอาขอ มลู รายละเอยี ดทส่ี าํ คญั ของแบบรปู พรรณรถยนต
รถจักรยานยนตท่ีถูกโจรกรรม และแบบรายการรูปพรรณทรัพยหายที่พนักงานสอบสวนเจาของคดี
สง มายงั กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร หรอื หนว ยพสิ จู นห ลกั ฐานสว นภมู ภิ าคทเ่ี กย่ี วขอ งใหอ อกประกาศ
สืบหาและแจกจา ยใหกับสถานีตาํ รวจนครบาล สถานตี ํารวจภูธร หนวยงานราชการทีเ่ กีย่ วขอ งทราบ
เพื่อชว ยสบื หา ประกาศตําหนิรปู พรรณแบง ออกเปน ๒ ประเภท คอื
๑. ประกาศรูปพรรณทรพั ยที่ถกู ประทษุ รา ย
๒. ประกาศรปู พรรณรถยนต หรอื รถจกั รยานยนตท ี่ถูกโจรกรรม
๕๔
ประโยชนข องประกาศตาํ หนริ ปู พรรณ ชว ยสนบั สนนุ ขอ มลู ใหก บั พนกั งานสบื สวนสอบสวน
และปราบปราม ดังน้ี
๑. ดา นการสืบสวน
๑.๑ ประกาศรปู พรรณทรพั ยท ถี่ กู ประทษุ รา ยและประกาศรถยนต หรอื รถจกั รยานยนต
ทถี่ กู โจรกรรมจะแจกจา ยใหก บั สถานตี าํ รวจและหนว ยงานราชการทเี่ กย่ี วขอ งทวั่ ราชอาณาจกั รไดท ราบ
เพื่อชวยสืบจบั
๑.๒ กรณีพบรถของกลางไมทราบวาผูใดเปนเจาของ หรือแจงความไวที่สถานี
ตํารวจใด ตง้ั แตเ มอ่ื ใด จะชวยคนหาขอ มูลนี้ไดจากระบบฐานขอมูล POLIS
๑.๓ กรณพี บทรพั ยข องกลางไมท ราบวา ผใู ดเปน เจา ของ หรอื แจง ความไวท ส่ี ถานี
ตํารวจใด ตงั้ แตเ มื่อใด จะชวยคนหาขอมูลนไ้ี ดจากระบบฐานขอมลู POLIS
๑.๔ ทรัพยท่ีคนรายนําไปจํานํา ทางโรงรับจํานําก็สามารถตรวจสอบประกาศวา
พบตรงกับทรัพยท ่ีแจงหายไวหรอื ไม
๒. ดานการสอบสวน
ตรวจสอบทรัพย หรือยานพาหนะท่ีผูตองหาใชกระทําความผิดเพื่อตรวจสอบวา
เปนรถยนต หรอื รถจกั รยานยนตทแี่ จง หายไวหรอื ไม และผใู ดเปน เจา ของ
๓. ดานการปอ งกนั และปราบปราม
สนับสนุนเจาหนาท่ีฝายปราบปรามอาชญากรรมในการใหขอมูลเกี่ยวกับรถยนต
รถจักรยานยนต เพื่อเปนการปอ งกันและปราบปรามแกงลักทรพั ย
๕๕
ระเบยี บการตํารวจเกี่ยวกบั คดลี กั ษณะ ๑๔ บทท่ี ๒
การออกตําหนิรปู พรรณทรัพยห ายและไดคืน
-----------------------------
ขอ ๔๐๐ เมอื่ มที รพั ยถ กู ประทษุ รา ย จาํ ตาํ หนริ ปู พรรณทรพั ยน นั้ ได และตอ งการแจง ให
พนกั งานฝา ยปกครอง หรอื ตาํ รวจในหนว ยอน่ื ทราบ เพอื่ ขอใหช ว ยสบื จบั ใหส ถานตี าํ รวจ หรอื หนว ยงาน
ทีไ่ ดรับแจง ออกตาํ หนริ ปู พรรณทรัพยน ้ัน ดังตอไปน้ี
(๑) รถยนตหรือรถจักรยานยนต ออกรูปพรรณ แบบ วท.๙ - ต.๓๒๓
(ดูหมายเหตุทายระเบยี บฯ)
(๒) รถจกั รยาน ๒ ลอ หรือ ๓ ลอ ออกรปู พรรณ แบบ วท.๑๐ - ต.๓๒๔
(ดูหมายเหตุทายระเบียบฯ)
(๓) ทรัพยอ ื่นๆ ออกรปู พรรณแบบ วท.๘-ต.๓๒๒
แตในกรณีที่ทรัพยน้ันหายไป โดยแนใจวามิใชเนื่องจากกระทําความผิดอาญา เชน
ลืมทิ้งไว หรือตกหลน หายระหวา งเดินทาง เปนตน ใหส ถานตี าํ รวจ หรือหนว ยงานทไี่ ดรบั แจงรายงาน
ดวย แบบรปู พรรณของหายและไดคนื แบบ วท.๑๑ - ต.๓๒๕ (ดูหมายเหตุทา ยระเบยี บ ฯ)
การออกตําหนิรูปพรรณในขอน้ี ใหสงออกจากสถานีตํารวจ หรือหนวยงานเจาของคดี
ภายในเวลา ๒๔ ชวั่ โมง นบั ตง้ั แตเวลาท่ีไดร บั แจง หรอื ไดทราบการประทษุ รายหรอื หาย สุดแตจ ะได
รับทราบอยา งใดกอ น
ขอ ๔๐๑ การจดตําหนิรูปพรรณทรัพยหายทุกชนิด ใหจดใหละเอียดพอที่จะให
บุคคลอื่น ซึ่งมิใชเจาของวินิจฉัยไดวาเปนทรัพยที่หายไปใชหรือไม ในเม่ือไดไปพบทรัพยนั้น และ
ในกรณที ท่ี รพั ยห ายเปน ทรพั ยท ตี่ อ งจดทะเบยี น เชน รถจกั รยาน รถยนต ปน และเครอ่ื งรบั วทิ ยุ เปน ตน
ใหค ดั สาํ เนาทะเบยี นทรพั ยน น้ั ๆ แนบไปพรอ มกบั ตาํ หนริ ปู พรรณ และเฉพาะอาวธุ ปน นนั้ พนกั งานสอบสวน
ทรี่ ับใบทะเบยี นปน ท่แี จง หายน้แี ลว จดั สงไปยังนายทะเบียนอาวธุ ปนอกี ช้นั หนง่ึ ดวย ถา เห็นวา เทา ท่ี
จดรูปพรรณไว ยังไมช ัดเจนพอ กต็ องสอบถามตาํ หนสิ าํ คญั ของส่ิงของสงิ่ น้นั ใหช ดั เจนยิง่ ขึน้ ในกรณี
จะเขียนรูปภาพสิง่ ของหายประกอบไวดวยกไ็ ด
การจดนํ้าหนักเงิน ทอง นาก หรือโลหะอยางอื่น ใหจดเปนมาตราเมตริก
นํ้าหนัก ๑ บาท เทา กับ ๑๕ กรมั นาํ้ หนักของเพชรใหจดเปน กะรัต
ขอ ๔๐๒ เพ่ือประโยชนในการจดตําหนิรูปพรรณของหาย จึงขอนําลักษณะการ
จดตําหนริ ูปพรรณมาช้แี จงไวเ พอ่ื เปนแนวทางโดยสังเขป ดงั ตอไปนี้
(๑) แหวน ควรใหท ราบวา เรอื นแหวนทาํ เปน เรอื นชนดิ ใด ทาํ ดว ยโลหะอะไร
รปู พรรณแหวนกลม รี อยา งไร ประดับดวยเพชรลกู หรือเพชรซกี นา้ํ เพชรสอี ะไร เพชรมีลักษณะกลม
หรือยาวรี มรี อยแตกรา ว หรอื ไม เม็ดเดียวหรือหลายเมด็ เม็ดละก่ีกะรตั ถาประดบั ดวยพลอยตองรวู า
๕๖
เปน พลอยชนดิ ไร เชน ทบั ทมิ ตอ งรวู า เปน ทบั ทมิ ชนดิ ไหน รปู รา งอยา งไรเปน รปู หลงั เบย้ี หรอื เจยี ระไน
น้ําสีอะไรออนแกอยางไร แตกราวตรงไหนหรือไม เปนทับทิมแทหรือทับทิมชนิดท่ีเรียกวา พลอยหุง
นํา้ หนกั เพชรคะเนเทาใด
(๒) สรอ ย ตอ งใหป รากฏวา เปน สรอ ยขอ มอื หรอื สรอ ยคอ หรอื สรอ ยสาํ หรบั
ใชก ารอยา งไร มรี ปู พรรณสณั ฐานเรยี กกนั วา อยา งไร หรอื คลา ยกบั รปู สงิ่ ของอยา งไร ทาํ ดว ย ทอง นาก
เงนิ หรอื สง่ิ ของอะไรนาํ้ หนกั เทา ไร และมสี รอ ยมอี กั ษรภาษาใด อยตู รงไหน เปน ยห่ี อ ชา งทอง หรอื เปน
อกั ษรทเ่ี จา ของขดี เขยี นไวป ระการใด ถา มรี อยขาด หรอื ตอ ตอ งรวู า มอี ยตู รงไหน ถา มเี พชรหรอื พลอย
ยิ่งตองเขยี นใหชัดเจน
(๓) นาฬก าตอ งปรากฏวา เรอื นทาํ ดว ยอะไร หรอื เรอื นมลี วดลายหรอื เกลยี้ ง
ลงยา หรือฝงเพชรท่ีใดบาง เคร่ืองชนิดใด เรือนเล็กโตขนาดไหน ถาเรือนทองเปนทองหนักก่ีกะรัต
ย่ีหออะไร หมายเลขประจําเรือนนาฬกาเทาไร อยูตรงไหนมีรอยบุบ หรือรอยขีดเขียนตรงไหน
เปนชนิดฝาปดหรือเปด ถาเปนชนิดฝาปดกระจก เปนวงเล็กบอกช่ัวโมงขางนอก และขางในฝา
ประการใด แมมีสรอ ย และลอ็ กเกต ตอ งแจง ลักษณะใหทราบโดยละเอียด
(๔) ตา งหู ตอ งใหป รากฏวา เรียกช่ืออยา งใด หรอื คลายอะไร ทําดว ย ทอง
นาก เงิน หรอื อะไร ถามเี พชร พลอย ฝง ตองใหไ ดค วามละเอียดดวย
(๕) อาวธุ ปน ตอ งใหท ราบเครอื่ งหมาย และตาํ หนสิ าํ คญั ตามใบอนญุ าตชนดิ ปน
เปนปนชนิดใด ใชกระสุนกี่นัด ปนส้ันหรือยาว ขนาดเทาใด เลขทะเบียนท่ีจด จดตรงไหน เทาใด
ดามปน เปน อยา งไร
(๖) สตั วพ าหนะ ตองทราบวา ๑.ชนิดของสัตว เชน ชา ง มา โค กระบอื
๒.ตาบอดหรือดีเหลขางใด ๓.เขารวมหรือกางหรือต้ัง ๔.ดีหรือฉีกมากนอยอยางใด ๕.หางดี
หรือกุด ส้ันยาวเทาใด ๖.สีเผือกดําหรือแดง ๗.สูงประมาณก่ีฟุต กี่นิ้ว ๘.ขวัญมีอยูก่ีแหง ท่ีใดบาง
๙.ลกั ษณะพิเศษอื่นๆ
(๗) เรือ ตองใหทราบวา เปนเรือชนิดใด กวาง ยาวเทาใด บรรทุกของ
หรอื คนเทาใด ตาํ หนสิ าํ คญั เชน รอยแตก เรอื ชอ่ื วาอยา งไร สอี ะไร ถา มโี ซร อ ยใหบอกลกั ษณะของโซ
มาดว ยวา โซขนาดใด ยาวเทาไร เลขหมายทะเบียนเรอื เทา ใด การจดเลขหมายทะเบยี นเรอื เขียนตัว
อกั ษรกาํ กบั ไวด ว ย
(๘) เคร่ืองนุงหม เคร่ืองแตงกาย และเครื่องใชตางๆ ตองใหทราบวา
ชนดิ อะไร มลี กั ษณะเปนอยางไร ทาํ ดวยอะไร สหี รอื ลายเปน อยางไร แบบไหน คลายกบั อะไร มีตาํ หนิ
สาํ คญั อยตู รงไหนบา ง ถา มเี ครอ่ื งหมายเปน ตวั อกั ษร หรอื จาํ นวนเลขวา อยา งไร เขยี นกาํ กบั ไวต รงไหน
ถามีย่ีหอมีมาแตเดิม หรือเจาของเขียนข้ึนเอง ถามีรอยขาด แตก ราวหรือบ่ิน ตองรูขนาดแตกราว
หรอื บน่ิ นัน้ กวางยาวเทาใด มีสัณฐานอยางใดดว ย
๕๗
ถาสิ่งของใดมียี่หอ เคร่ืองหมายเปนอักษรภาษาอื่นนอกจากภาษาไทย ใหจดย่ีหอ
เคร่ืองหมายที่เปนภาษาตางประเทศน้ัน ลงในบัญชีของหายเปนอักษรของภาษานั้น แลวหมายเหตุ
เปนภาษาไทยดว ยวา อา นวา อะไร ถา เปน อกั ษรจีนใหจดคาํ อานเปน สาํ เนียงแตจ ๋ิว
ขอ ๔๐๓ ในทอ งทใ่ี ดมโี รงรบั จาํ นาํ ตง้ั อยู ใหพ จิ ารณาวา เมอื่ พบสงิ่ ของทห่ี ายอาจจะให
เหน็ วา ตรง หรือละมา ยคลายคลงึ กบั ของนัน้ แลว ใหพนักงานสอบสวนรบี คัดตําหนริ ูปพรรณน้นั ลงใน
บญั ชพี รรณของหายสาํ หรบั สง โรงรบั จาํ นาํ สง ไปยงั โรงรบั จาํ นาํ ในทอ งท่ี และใหโ ทรศพั ทบ อกรปู พรรณ
ไปยังสถานีตาํ รวจใกลเคียง ท่ีมีโรงรับจาํ นาํ ตงั้ อยขู อใหจดรปู พรรณน้ันๆ ไวในบัญชีรปู พรรณของหาย
สงโรงรบั จํานาํ เพื่อสงไปยงั โรงรบั จํานาํ ในทองท่ีของเขาดวย
ทั้งน้ีเพือ่ ใหโรงรบั จาํ นาํ ที่รับรูปพรรณไดคดั สําเนาไวต รวจสอบในเวลาที่รบั จาํ นาํ ของเสยี
ชั้นหนึ่งกอนโดยใหโรงรับจํานําประทับตรายี่หอไวเปนหลักฐานพรอมดวย วัน เดือน ป และเวลาท่ี
โรงรบั จํานาํ ไดท ราบแลวดว ย
ขอ ๔๐๔ เมอื่ ทรพั ยท ส่ี ง ตาํ หนริ ปู พรรณออกไปจากสถานตี าํ รวจ หรอื หนว ยงานเจา ของคดี
ไดกลับคืนมาท้ังหมด หรือเพียงบางสวนไมวาดวยประการใดๆ ใหใชแบบรูปพรรณชนิดเดียวกัน
กับท่ีสงไปในครง้ั กอนน้นั กรอกรายการรูปพรรณท่ีไดค ืนสงใหแ กก องทะเบยี นประวัตอิ าชญากร หรือ
ตํารวจวิทยาการสว นภมู ิภาค แลว แตกรณภี ายใน ๒๔ ช่วั โมง นับแตเวลาท่ีไดทราบวา ทรพั ยน นั้ ไดค ืน
เพอ่ื ประโยชนใ นการตรวจสอบกบั บัตรท่ีทําไวและเพอื่ ถอนการประกาศสืบจบั
---------------------------------------
หมายเหตุ แบบ วท.๙ - ต.๓๒๓ ในขอ ๔๐๐ (๑) ตอ มาไดแกไขเปน วท.๒๗ - ต.๗๐๓
แบบ วท.๑๐-ต.๓๒๔ ในขอ ๔๐๐ (๒) และ แบบ วท.๑๑-ต.๓๒๕ แกไขเปน
แบบ วท.๘-ต.๓๒๒
๕๘
แบบรายการตาํ หนิรปู พรรณทรัพยถกู ประทษุ รา ยหรอื หาย/ไดคืน
สวนราชการ สถานีตาํ รวจ/แผนก................................ กก. ............................ บก. ........................
ท.ี่ ......................................... วนั ท่ี .............................. เดอื น ........................ พ.ศ. ..............................
เรียน............................................
สง่ิ ทส่ี ง มาดว ย..................................................................................................................................
ทรัพยถ กู ประทุษรายหรอื หาย ไดคืน
รายละเอยี ดการหาย เกี่ยวกบั คดี ไมเกย่ี วกับคดี
ผเู สยี หาย..............................................................................................................................................
ทอ่ี ย.ู ....................................................................................................................................................
ผแู จง หาย...............................................................................................................................................
ทอี่ ย.ู ....................................................................................................................................................
ขอ หา/เหตทุ ห่ี าย....................................................................................................................................
สถานทเี่ กดิ เหต.ุ ....................................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………...........…........
วนั ทเี่ กดิ เหต.ุ ...................................................................................................................................
ไดร บั คาํ รอ งทกุ ขไ วต ามเลขคดที .ี่ ...........วนั ท.่ี ........เดอื น.............พ.ศ. ................. ป.จ.ว.ขอ ....................
รายละเอยี ดการไดคนื จบั กุมผตู อ งหาได. .....................................................คน
สถานทไี่ ดค นื ..................................................................................................................................
วนั ทไ่ี ดค นื ........................................................................................ป.จ.ว.ขอ ..................................
วธิ กี ารไดค นื ......................................................................................................................................
รายการและตาํ หนริ ูปพรรณทรัพยถ กู ประทุษรายหรอื หาย/ไดคืน
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
รวม................................................รายการ มลู คา ทง้ั สิ้น..................................................บาท
( ลงชอ่ื )
()
วท. ๘ – ต. ๓๒๒ ตําแหนง .......................................................
๕๙
แบบตําหนริ ปู พรรณรถยนตห รือรถจกั รยานยนตถกู โจรกรรม/ไดคนื
สว นราชการ สถานตี าํ รวจ/แผนก ............................. กก. ............................. บก. .................................
ท่ี .................................................. วนั ท่ี .............................................................................................
เรยี น ....................................................................................................................................................
สง่ิ ท่ีสง มาดว ย สําเนาคมู อื จดทะเบยี นรถ ๑ ฉบบั
รถยนต รถจักรยานยนต ถกู โจรกรรม
ไดค นื
เลขทะเบยี น ...................................................... จงั หวดั ......................................................................
ชอื่ รถ ........................................... แบบ ......................... รนุ ป ค.ศ. ................ สี ..............................
ชอื่ เครอ่ื งยนต ........................................... ชนดิ เชอื้ เพลงิ ....................................................................
เลขหมายเครอ่ื งยนต ................................................................ สบู ............................................... ซซี ี
เลขหมายตวั รถ ..................................................................... เพลา .......................................... ลอ
ลกั ษณะของรถ .......................................... ประเภทของรถ ................................................ ( รย. ๑๒ )
ตาํ หนหิ รอื ลกั ษณะพเิ ศษ ....................................................................................................................
ราคาประเมนิ ขณะทถี่ กู โจรกรรม ............................................................................................................
ชอื่ เจา ของ ...........................................................................................................................................
บา นเลขท่ี ............ หมทู ี่ .............ตรอก/ซอย .................. ถนน ................................
ตาํ บล/แขวง .......................... อาํ เภอ/เขต ............................ จงั หวดั .........................
รายละเอยี ดการถูกโจรกรรม
สถานทเี่ กดิ เหตุ .........................................................................................................
วันท่ีเกดิ เหตุ .............................................................................................................
ไดร บั คาํ รอ งทกุ ขไ วต ามเลขคดที ี่ ...... วนั ท่ี ...... เดอื น ........... พ.ศ. .....ปจว. ขอ .............
พฤตกิ ารณท ถ่ี กู โจรกรรม ............................................................................................
............................................................................................................................................................
รายละเอยี ดการไดคืน
สถานทไี่ ดค นื ............................................................................................................
วันท่ีไดคืน ................................................................................................................
วธิ กี ารไดค นื ...............................................................................................................
สภาพของรถทไ่ี ดค นื ..................................................................................................
( ลงชือ่ ) .............................................................
()
ตาํ แหนง .............................................................
วท. ๒๗ - ต. ๗๐๓
๖๐
๖๑
๖๒
๖๓
๖๔
๖. ทรพั ยห ายทไ่ี มเ ก่ยี วกบั คดี
ทรัพยหายท่ีไมเก่ียวกับคดี หมายถึง ทรัพยที่เก็บตกไดจากการตกหลน หรือหลงลืมไว
ในทส่ี าธารณะ เชน ตามถนนหนทาง ในรถ ในเรอื ฯลฯ ซ่งึ ทรพั ยน ีจ้ ะไมอยใู นขอบขา ยของการไดม า
โดยเกยี่ วกบั การกระทาํ ผดิ กฎหมาย เชน จากการลกั ขโมย ชงิ ทรพั ยห รอื ในบางกรณที ค่ี นรา ยอาจไดม า
โดยการกระทําผิดกฎหมาย แลวแสรงทําเปนของตกหลน และนําไปแจงตอฝายเจาหนาท่ีวา ตนเปน
ผูเก็บส่ิงของน้ันได ซ่ึงในกรณีหากสืบทราบภายหลังวาเปนทรัพยท่ีไดมาผิดกฎหมาย ทรัพยจะตกอยู
ในสภาพทรัพยที่เก่ียวกับคดีและจะตองใหเจาหนาท่ีเก็บรักษาในฐานะของกลางคดีอาญาไวมีกําหนด
๕ ป หรือรอจนกวาคดีจะถึงที่สุดคือฟองศาลแลวคดีถึงที่สุด ก็ใหดําเนินการตามคําพิพากษา
สวนทรัพยรายใดที่ไมเกี่ยวกับคดี ใหเก็บรักษาของกลางน้ันไวมีกําหนด ๑ ป นับจากวันเก็บตกได
และหลงั จากประกาศสบื หาเจา ของทรพั ยม าครบกาํ หนด ๑ ปแ ลว ไมม ผี ใู ดแสดงตนเปน เจา ของทรพั ยน น้ั
กจ็ ะตกเปน กรรมสทิ ธขิ์ องผเู กบ็ ได ตามมาตรา ๑๓๒๕ วรรคแรก แหง ประมวลกฎหมายแพง และพาณชิ ย
อันวาดวยเร่ืองเก่ียวกับทรัพยสินเก็บตกได ฉะน้ันพนักงานสอบสวนจะตองระมัดระวังเรื่องของกลาง
วารายใดเก่ียวกับคดี รายใดไมเกี่ยวกับคดี โดยจะตองพิจารณาใหรอบคอบและใหทําบันทึกปากคํา
ของผูเ กบ็ ตกไดใ หแนชดั ไวเปนหลักฐานดวยทกุ ครั้ง
๖.๑ แนวทางการปฏบิ ัติตามระเบียบการตาํ รวจเกยี่ วกบั คดี ลกั ษณะ ๑๕
บทท่ี ๔ ของตกทมี่ ีผูเ กบ็ ได
ในสว นของสถานตี าํ รวจ
๑. เมอื่ มผี เู กบ็ ทรพั ยส นิ หายได และมอบใหส ถานตี าํ รวจ ใหล งรายการในสมดุ ยดึ ทรพั ย
ของกลาง โดยปรากฏชื่อ ที่อยูของผูเก็บทรัพยสินหายได ตลอดจนลักษณะตําหนิรูปพรรณทรัพยสิน
และสถานที่เก็บได บันทึกถอยคําผูเก็บเพื่อขอทราบถึงการไดของนั้นมา แลวสําเนาเอกสารดังกลาว
พรอมกับทรัพยท่ีเก็บไดสงใหกองทะเบียนประวัติอาชญากร หรือหนวยพิสูจนหลักฐานสวนภูมิภาค
เพ่ือออกประกาศสบื หาเจาของทรพั ยห รอื ผูมีสิทธิ์ไดรับตอไป
ถาเจาพนักงานอื่นไดรับทรัพยสินน้ัน ซ่ึงผูเก็บไดมามอบไวใหก็ใหปฏิบัติตามระเบียบนี้
โดยอนโุ ลม และใหแ จงหรือนําสงตาํ รวจทองทซี่ ง่ึ เกบ็ ทรพั ยท ี่ตกหายไดท ราบ แลวแตก รณี
๒. ใหส อบสวนผเู กบ็ ทรพั ยห ายใหช ดั เจนวา จะตอ งการรบั รางวลั หรอื ไม กรณที เี่ จา ของ
หรอื ผูม สี ิทธม์ิ ารบั ของคืน และหากครบกําหนด ๑ ป นับแตวนั ท่เี ก็บได ไมป รากฏวา มเี จา ของหรอื ผูม ี
สทิ ธมิ์ ารบั ของคนื ผเู กบ็ จะขอรบั ของนน้ั เปน กรรมสทิ ธห์ิ รอื จะยกเปน สทิ ธแิ์ กท างราชการ และใหบ นั ทกึ
ความประสงคนนั้ ไว พรอมทง้ั แนะนําผูเกบ็ วา หากยา ยทอี่ ยใู นระหวา ง ๑ ป นับแตว นั ท่เี กบ็ ได ใหมา
แจงยังสถานีตํารวจท่ีเก็บไดหรือพนักงานเจาหนาที่รับแจงนั้นไวเดิม ถาไมสามารถจะทําได ก็ใหแจง
ณ สถานีตํารวจท่ีสามารถจะแจงได เพื่อจะไดติดตอใหกองทะเบียนประวัติอาชญากร หรือ
๖๕
หนว ยพสิ ูจนหลกั ฐานสว นภูมภิ าคทราบ ท้ังนี้เพื่อประโยชนของผูเ กบ็ ทรัพยห ายได ในการทจี่ ะรับเงิน
รางวลั หรือขอรับทรัพยทเี่ กบ็ ไดน้นั เปน กรรมสิทธ์ขิ องตน
๓. ทรัพยสินที่ตองสงไปเก็บยัง กองทะเบียนประวัติอาชญากร หรือ หนวยพิสูจน
หลักฐาน ถาเปนทรัพยสินใหญโต หรือมีนํ้าหนักมาก ไมสะดวกตอการขนสงและการเคลื่อนยาย
หรอื สิน้ เปลืองเงนิ คาขนสงเกินสมควร เชน เคร่ืองยนต เรือ แพ ซงุ ปศสุ ตั วห รือสัตวพ าหนะ เปน ตน
ใหส ถานตี าํ รวจนั้นเก็บรกั ษาไวเอง
๔. ถามีผูมาแจงวาทําทรัพยสินตกหาย โดยเปนการหลงลืมทิ้งไว หรือทําตกหลน
ใหสถานีตํารวจสอบสวนช่ือสกุล ที่อยู ตลอดจนสถานท่ีที่ทําใหทรัพยสินหาย และตําหนิรูปพรรณ
โดยละเอยี ดแลว จดั ทาํ หนงั สอื ใหผ แู จง นาํ ไปยงั กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร หรอื หนว ยพสิ จู นห ลกั ฐาน
สว นภมู ภิ าค ตรวจสอบหลกั ฐานแลว เชอ่ื วา เปน เจา ของทแ่ี ทจ รงิ กพ็ จิ ารณาอนญุ าตใหร บั คนื ไปได และ
หมายเหตไุ วใ นบญั ชใี หผ นู น้ั ลงชอ่ื รบั สง่ิ ของไวเ ปน หลกั ฐาน แลว แจง ใหส ถานตี าํ รวจทส่ี ง ทรพั ยห ายนน้ั
จดั การจําหนา ยบญั ชีทรพั ยข องกลางนัน้ ดว ย
๕. ถา ทรพั ยน้นั ยังมิไดสง กองทะเบียนประวัติอาชญากร หรือ หนวยพสิ จู นห ลกั ฐาน
สว นภมู ภิ าค และเกบ็ รกั ษาอยทู ส่ี ถานตี าํ รวจ เมอื่ มเี จา ของมาขอรบั คนื กใ็ หห วั หนา สถานตี าํ รวจตรวจสอบ
หลักฐานและพิจารณาอนุญาตใหรับคืนไดแลวหมายเหตุในบัญชี โดยใหผูนั้นลงช่ือรับสิ่งของไวเปน
หลกั ฐานแลว แจงใหกองทะเบียนประวัตอิ าชญากร และหนวยพิสูจนห ลักฐานสว นภมู ภิ าคทราบ
๖. ทรัพยหายท่ีมีผูเก็บได แลวไมนําสงเจาพนักงานภายในกําหนด เม่ือทรัพยนั้น
เกยี่ วขอ งกบั คดอี าญา ใหส ถานตี าํ รวจดาํ เนนิ การเรอ่ื งนน้ั เกบ็ รกั ษาทรพั ยน น้ั ไวจ นถงึ ทส่ี ดุ โดยใหป ฏบิ ตั ิ
ตามขอ ๑ ดว ยและเมอื่ คดีถึงทีส่ ดุ ใหดําเนินการตามคาํ พพิ ากษา ถา ยังไมม ผี ใู ดขอรับคืนไป ใหนาํ สง
กองทะเบียนประวัตอิ าชญากร หรือ หนว ยพสิ จู นหลักฐานสว นภมู ภิ าค ตามขอ ๑
๗. ทรพั ยห ายมผี เู กบ็ ได และสง มา กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรแลว ภายหลงั ปรากฏ
วาทรัพยน้ันเปนของกลางในคดีอาญาในสถานีตํารวจที่ดําเนินคดีขอรับไปเก็บรักษาไว ตามระเบียบ
เกี่ยวกับของกลางในคดอี าญา
๘. เม่ือครบกําหนด ๑ ป หากเจาของหรือผูมีสิทธ์ิหรือผูเก็บได ไมมาขอรับคืน
ใหกองทะเบียนประวัติอาชญากร หรือ หนวยพิสูจนหลักฐานสวนภูมิภาค เปนเจาหนาที่จัดการขาย
ทอดตลาด แลว นาํ เงนิ สง กง. เพอื่ ผลประโยชนข องทางราชการตอไป
หากกองทะเบียนประวัติอาชญากร หรือ หนวยพิสูจนหลักฐานสวนภูมิภาค หรือ
หนวยราชการที่ไดรับทรัพยหายซึ่งมีผูเก็บไดเห็นวาทรัพยน้ันจะเปนประโยชนแกสวนราชการ หรือ
เพอ่ื เปนประโยชนท างอืน่ แลว ใหเสนอขออนมุ ัติ ตร. สัง่ การเปน เฉพาะรายไป
๖๖
ในสว นของกองทะเบยี นประวัติอาชญากร
๑. ฝายทะเบียนประวัติอาชญากร ๑ กองทะเบียนประวัติอาชญากร เปนหนวยงาน
รับผิดชอบ นําทรพั ยนั้นไปตรวจสอบกบั ฐานขอมูลทรัพยหายท้งั ท่เี กย่ี วกบั คดี และไมเก่ียวกบั คดีวา
เคยมผี ใู ดแจง หายไวห รอื ไม หากพบวา มผี แู จง หายไวซ งึ่ เกยี่ วกบั คดี ใหแ จง สถานตี าํ รวจทรี่ บั เรอ่ื งไวม ารบั
กลับไปดําเนินการ หากไมพบขอมลู ฝา ยทะเบียนประวตั อิ าชญากร ๑ กองทะเบยี นประวัติอาชญากร
จะออกประกาศสบื หาเจาของทรพั ยตอไป
๒. หากมผี มู าอา งกรรมสทิ ธขิ์ อรบั ทรพั ยห ายคนื ใหต รวจสอบหลกั ฐานการเปน เจา ของ
แลวดําเนินการตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย บรรพ ๔ ทรัพยสิน ลักษณะ ๒ กรรมสิทธิ์
หมวด ๑ การไดม าซง่ึ กรรมสทิ ธิ์ มาตรา ๑๓๒๔ โดยเรยี กเกบ็ เงนิ จากเจา ของกรรมสทิ ธเิ์ ปน คา ธรรมเนยี ม
รักษาทรัพยในอตั รา รอ ยละ ๒ ครึง่ ของราคาทรพั ยส ิน แตไมเกิน ๑๐๐ บาท และเงนิ รางวัล เพ่อื มอบ
ใหแ กผเู ก็บในอตั รารอ ยละ ๑๐ ของราคาทรัพยสินภายใน ๑,๐๐๐ บาท ถา ราคาทรัพยส นิ นนั้ สงู กวา
๑,๐๐๐ บาท ข้นึ ไป ใหคดิ อกี รอ ยละ ๕ ในราคาทเี่ พม่ิ ขึ้นนน้ั
๓. ออกใบเสร็จรับเงินคารักษาทรัพย และใบรับรองขอเงินรางวัลไวเปนหลักฐาน
โดยจํานวนเงนิ คา รกั ษาทรัพยใ หส ง กง.
๔. ภายหลังจากออกประกาศสบื หาเจา ของทรัพยครบ ๑ ป ไมม ีผใู ดมาอา งกรรมสทิ ธ์ิ
ให ฝา ยทะเบยี นประวตั อิ าชญากร ๑ กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร จดั การขายทอดตลาด แลว นาํ เงนิ
สง กองการเงนิ เพ่ือผลประโยชนของทางราชการตอไป
ในสว นภูมภิ าค สถานตี าํ รวจภธู รใหปฏบิ ตั โิ ดยอนโุ ลมเชนเดียวกับสถานีตาํ รวจนครบาล
หนาที่ใดซ่ึงกําหนดใหเปนหนาที่ของ กองทะเบียนประวัติอาชญากร ใหหนวยพิสูจนหลักฐาน
สวนภูมิภาคเปนผดู าํ เนนิ การ
๖.๒ ประมวลกฎหมายแพง และพาณชิ ย เกี่ยวกับทรพั ยส นิ เก็บตกได
มาตรา ๑๓๒๓ บคุ คลเกบ็ ไดซ งึ่ ทรพั ยสนิ หาย ตองทาํ อยางหนึง่ อยางใดดงั ตอไปน้ี
(๑) สง มอบทรพั ยส นิ นน้ั แกผ ขู องหาย หรอื เจา ของ หรอื บคุ คลอนื่ ผมู สี ทิ ธจิ ะรบั ทรพั ยส นิ
น้ัน หรือ
(๒) แจง แกผ ขู องหาย หรอื เจา ของ หรอื บคุ คลอนื่ ผูมสี ิทธจิ ะรบั ทรพั ยส นิ น้ันโดยมชิ กั ชา
หรือ
(๓) สง มอบทรัพยส ินน้ันแกตํารวจนครบาล หรือพนกั งานเจาหนาท่อี น่ื ภายใน ๓ วนั
และแจง พฤตกิ ารณต ามทที่ ราบ อนั อาจเปน เครอ่ื งชว ยในการสบื หาตวั บคุ คลผมู สี ทิ ธจิ ะรบั ทรพั ยส นิ นน้ั
แตถาไมทราบตัวผูของหาย เจาของหรือบุคคลอ่ืนผูมีสิทธิจะรับทรัพยสินก็ดี หรือบุคคลดังระบุนั้น
ไมรับมอบทรัพยส นิ กด็ ี ทานใหร บี ดําเนนิ การตามวธิ อี ันบญั ญัตไิ วใ นอนุมาตรา (๓)
๖๗
ทงั้ น้ี ทา นวา ผเู กบ็ ไดซ ง่ึ ทรพั ยห ายตอ งรกั ษาทรพั ยส นิ นนั้ ไวด ว ยความระมดั ระวงั อนั สมควร
จนกวาจะสงมอบ
มาตรา ๑๓๒๔ ผูเก็บไดซ่ึงทรัพยสินหาย อาจเรียกรองเอารางวัลจากบุคคลผูมีสิทธิ
จะรบั ทรพั ยส นิ นน้ั เปน จาํ นวนรอ ยละสบิ แหง คา ทรพั ยส นิ ภายในราคาพนั บาท และถา สงู กวา นนั้ ขนึ้ ไป
ใหคิดอีกรอยละหา ในจํานวนที่เพิ่มขึ้น แตถาผูเก็บไดซึ่งทรัพยสินหายไดสงมอบทรัพยสินน้ันแก
ตํารวจนครบาลหรือพนักงานเจาหนาที่อื่นไซร ทานวาใหเสียเงินอีกรอยละสองคร่ึงแหงคาทรัพยสิน
เปนคาธรรมเนียมแกทบวงการนั้นๆ เพิ่มขึ้นเปนสวนหน่ึงตางหากจากรางวัลซึ่งใหแกผูเก็บได
แตคา ธรรมเนียมนีท้ า นจาํ กดั ไวไมใหเ กนิ หน่ึงรอยบาท
ถา ผซู ง่ึ เกบ็ ไดซ งึ่ ทรพั ยส นิ หาย มไิ ดป ฏบิ ตั ติ ามบทบญั ญตั ใิ นมาตรากอ นไซร ทา นวา ผนู น้ั
ไมม ีสิทธิจะรับรางวลั
มาตรา ๑๓๒๕ ถา ผเู กบ็ ไดซ งึ่ ทรพั ยส นิ หายไดป ฏบิ ตั ติ ามบทบญั ญตั มิ าตรา ๑๓๒๓ แลว
และผมู สี ทิ ธจิ ะรบั ทรพั ยส นิ นนั้ มไิ ดเ รยี กเอาภายในหนงึ่ ป นบั แตว นั ทเี่ กบ็ ไดไ ซร ทา นวา กรรมสทิ ธต กแก
ผเู กบ็ ได
แตถาทรัพยสินซ่ึงไมมีผูเรียกเอาน้ันเปนวัตถุโบราณวัตถุนั้นไซรกรรมสิทธ์ิแหงทรัพยสิน
น้นั ตกแกแผนดนิ แตผูเ กบ็ มสี ทิ ธิ์จะไดรับรางวลั รอ ยละสบิ แหงคา ทรัพยส ินนน้ั
มาตรา ๑๓๒๖ การเก็บไดซ่ึงทรัพยสินอันตก หรือทิ้งทะเล หรือทางนํ้าหรือน้ําซัดข้ึน
ฝงน้นั ทานใหบงั คบั ตามกฎหมายและกฎขอบงั คับวา ดวยการนนั้
มาตรา ๑๓๒๗ ภายในบงั คบั แหง กฎหมายอาญา กรรมสทิ ธิ์แหง ส่งิ ใดๆ ซง่ึ ไดใ ชใ นการ
กระทําผิด หรือไดมาโดยการกระทําผิดหรือเกี่ยวกับการกระทําผิดโดยประการอ่ืน และไดสงไวใน
ความรักษาของกรมในรัฐบาลน้ัน ทานวาตกเปนของแผนดิน ถาเจาของมิไดเรียกเอาภายในหน่ึงป
นบั แตวันสงหรอื ถา ไดฟ อ งคดีอาญาตอศาลแลว หรือนับแตว นั ทค่ี ําพิพากษาถงึ ที่สุด แตถ า ไมทราบตวั
เจาของ ทา นใหผ อ นเวลาออกไปเปน หาป
ถา ทรพั ยส นิ เปน ของเสยี หายหรอื ถา หนว งชา ไวจ ะเปน การเสยี่ งความเสยี หาย หรอื คา ใชจ า ย
จะเกินสวนกับคาของทรัพยสินนั้นไซร ทานวากรมในรัฐบาลจะจัดใหเอาออกขายทอดตลาดกอนถึง
กําหนดก็ได แตกอนท่ีจะขาย ใหจัดการตามควรเพ่ือบันทึกรายการอันเปนเคร่ืองในบุคคลผูมีสิทธ์ิ
จะรบั ทรพั ยส นิ นนั้ อาจทราบวา เปน ทรพั ยส นิ ของตนและพสิ จู นส ทิ ธไิ ด เมอ่ื ขายแลว ไดเ งนิ เปน จาํ นวน
สุทธิเทา ใดใหถ อื ไวแทนตัวทรพั ยสิน
มาตรา ๑๓๒๘ สังหาริมทรัพยมีคาซ่ึงซอนหรือฝงไวน้ัน ถามีผูเก็บไดโดยพฤติการณ
ซงึ่ ไมม ผี ใู ดสามารถอา งไดว า เปน เจา ของไดไ ซร ทา นวา กรรมสทิ ธต์ิ กเปน ของแผน ดนิ ผเู กบ็ ตอ งสง มอบ
ทรัพยนั้นแกตํารวจนครบาล หรือพนักงานเจาหนาที่อื่นแลวมีสิทธิจะไดรับรางวัลหนึ่งในสาม
แหงคา ทรพั ยนน้ั
๖๘
มาตรา ๑๓๒๙ สทิ ธิของบคุ คลผไู ดม าซงึ่ ทรัพยส ินโดยมคี า ตอบแทนและโดยสจุ ริตนน้ั
ทา นวา มเิ สยี ไป ถงึ แมว า ผโู อนทรพั ยส นิ ใหจ ะไดท รพั ยน น้ั มาโดยนติ กิ รรม อนั เปน โมฆยี ะ และนติ กิ รรม
นน้ั ไดถ ูกบอกลางภายหลงั
มาตรา ๑๓๓๐ สทิ ธขิ องบคุ คลผซู อ้ื ทรพั ยส นิ โดยสจุ รติ ในการขายทอดตลาดตามคาํ สง่ั ศาล
หรือคําสั่งเจาพนักงานรักษาทรัพยในคดีลมละลาย ทานวามิเสียไป ถึงแมภายหลังจะพิสูจนไดวา
เงินนนั้ มใิ ชข องจาํ เลย หรอื ลูกหน้ีโดยคาํ พิพากษา หรอื ผูลม ละลาย
๖๙
ประมวลระเบยี บการตาํ รวจเก่ียวกับคดี
ลักษณะ ๑๕
ของกลางและของสวนตัวผูต อ งหา
บทที่ ๔ ทรพั ยสนิ หายทม่ี ผี เู กบ็ ได
วธิ ีปฏบิ ตั ใิ นสว นที่เกยี่ วกับทรพั ยส ินหายทมี่ ีผเู กบ็ ได ใหถ อื ปฏิบตั ิตงั นี้
ขอ ๑ สถานีตํารวจนครบาลทองที่ใดที่มีผูเก็บทรัพยสินหายได มอบใหสถานีตํารวจ
แหงนั้นรับไว ก็ใหลงรายงานเบ็ดเสร็จประจําวันสมุดยึดทรัพยสินของกลางใหปรากฏชื่อ ท่ีอยูของ
ผูเก็บทรัพยสินหายได ตลอดจนลักษณะตําหนิรูปพรรณทรัพยสินและสถานท่ีท่ีเก็บไดโดยชัดเจนแลว
บันทึกถอยคําผูเก็บใหทราบถึงการไดของน้ันมาโดยละเอียด แลวสําเนาเอกสารดังกลาวพรอมกับ
สง ของกลางนน้ั ไปใหก องทะเบยี นประวตั อิ าชญากร ภายในกาํ หนด ๓ วนั เพอ่ื สบื หาหรอื ออกประกาศ
สืบหาเจา ของหรือผมู สี ิทธ์ิไดร ับตอ ไป
ถา พนกั งานเจา หนา ทอี่ น่ื ไดร บั ทรพั ยส นิ ซง่ึ ผเู กบ็ ไดม ามอบใหไ วก ใ็ หป ฏบิ ตั ติ ามระเบยี บน้ี
โดยอนโุ ลม และใหแ จง หรือนาํ สง ตํารวจทอ งที่ที่เกบ็ ทรพั ยสินหายไดใ หทราบ แลวแตก รณี
ขอ ๒ ใหสอบสวนผูเก็บทรัพยสินหายไดทุกรายใหชัดเจนวา จะตองการรับรางวัล
หรอื ไมเ มอื่ ครบกาํ หนด ๑ ป นบั แตว นั ทเี่ กบ็ ไดแ ลว หากไมป รากฏวา มเี จา ของ หรอื ผมู สี ทิ ธมิ ารบั ของคนื
ผเู กบ็ จะขอรบั ของนน้ั เปน กรรมสทิ ธหิ์ รอื จะยกใหเ ปน สทิ ธแิ กท างราชการ หากผนู น้ั มคี วามประสงคอ ยา งใด
ใหบ นั ทกึ ไวเ ปน หลกั ฐานและแสดงไวใ นหลกั ฐานตามขอ ๑ เพอื่ กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรไดท ราบ
ไวด ว ย และใหแนะนาํ แกผ ูเ กบ็ ไดดว ยวาหากยา ยท่ีอยูในระหวาง ๑ ป นบั แตวนั ทเี่ ก็บไดใ หมาแจง ณ
สถานตี าํ รวจทเ่ี กบ็ ไดห รอื พนกั งานเจา หนา ทท่ี รี่ บั แจง ไวเ ดมิ ถา มสิ ามารถจะทาํ ไดก ใ็ หแ จง ณ สถานตี าํ รวจ
ทส่ี ามารถจะแจง ได เพอื่ จะไดต ดิ ตอ ใหก องทะเบยี นประวตั อิ าชญากรทราบ ทง้ั น้ี เพอื่ ประโยชนข องผเู กบ็
ทรพั ยส นิ หายไดเ องในการทจี่ ะตดิ ตอ รบั รางวลั หรอื ขอรบั ทรพั ยส นิ หายทเี่ กบ็ ไดน น้ั เปน กรรมสทิ ธข์ิ องตน
ขอ ๓ ทรพั ยส นิ ทต่ี อ งสง ไปเกบ็ ยงั กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรตามทกี่ ลา วมาในขอ ๑
ถาเปนส่ิงของท่ีใหญโตหรือมีน้ําหนักมากไมสะดวกแกการขนสงและการเคลื่อนยายหรือจะเปนการ
สิ้นเปลืองเงินคาขนสงเกินสมควร เชน เครื่องยนต เรือ แพ ซุง ปศุสัตวหรือสัตวพาหนะ เปนตน
ใหส ถานตี าํ รวจนนั้ เกบ็ รกั ษาไวเอง
สวนปศุสัตวหรือสัตวพาหนะสําหรับเขตทองที่อําเภอชั้นใน ใหสารวัตรใหญ สารวัตร
หรือผูรักษาการแทนแลวแตกรณีพิจารณา ถามีเหตุจําเปนก็ใหสงไปยังกองกํากับการตํารวจมา หรือ
โรงเรยี นตาํ รวจนครบาลเลย้ี งรักษาไว
ขอ ๔ ใหส ถานตี าํ รวจนครบาล ซง่ึ ไดร บั ทรพั ยส นิ หายทมี่ ผี เู กบ็ ไดจ ดั การสบื หาตวั เจา ของ
หรือผูมีสิทธิไดรับทรัพยสินดวยและใหประกาศหาเจาของหรือผูมีสิทธิไดรับติดไวโดยเปดเผยที่สถานี
ตํารวจ ใหป ระชาชนเหน็ ไดโดยชัดเจน
๗๐
ขอ ๕ ถา มผี มู าแจง วา ทรพั ยส นิ หาย โดยจะเปน การหลงลมื ทงิ้ ไวห รอื ทาํ ตกหลน อยา งไร
ก็ตามใหสถานีตํารวจแหงน้ัน ๆ รับแจงความลงรายงานเบ็ดเสร็จประจําวันไว แลวใหสอบสวนชื่อ
และสกลุ ตลอดจนทอ่ี ยสู ถานทท่ี ท่ี าํ ใหท รพั ยส นิ หายและตาํ หนริ ปู พรรณของสง่ิ นน้ั โดยละเอยี ดและจดั ทาํ
หนังสือใหผูแจงนําไปยังกองทะเบียนประวัติอาชญากรเพ่ือตรวจสอบดูวาไดมีผูเก็บไดและนําสงมอบ
ไวห รอื ไม ในกรณที ม่ี ผี เู กบ็ ไดแ ละนาํ มาสง มอบไว เมอ่ื กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากรตรวจสอบหลกั ฐาน
แลวเช่ือแนวา ผูนั้นเปนเจาของท่ีแทจริงก็พิจารณาอนุญาตใหรับคืนไปไดและหมายเหตุไวในบัญชี
ใหผูน ้นั ลงชื่อรบั สงของไวเ ปนหลกั ฐาน แลว แจง สถานตี าํ รวจทสี่ ง ทรพั ยสินน้ันมาจดั การจาํ หนา ยบญั ชี
ทรัพยของกลางนน้ั ดว ย
ถาเปนทรัพยสินท่ียังมิไดสงกองทะเบียนประวัติอาชญากร และยังเก็บรักษาอยูที่สถานี
ตาํ รวจนน้ั ในเมอ่ื ผเู ปน เจา ของมาขอรบั คนื กใ็ หส ารวตั รใหญ สารวตั รหรอื ผรู กั ษาการแทนแลว แตก รณี
ตรวจสอบหลักฐานและพิจารณาอนุญาตใหรับคืนไปได แลวหมายเหตุไวในบัญชีกับใหผูนั้นลงช่ือ
รับส่ิงของไวเปนหลักฐาน แลวแจงใหกองทะเบียนประวัติอาชญากรทราบ เพ่ือประโยชนในการ
ตอบคําถามและรวบรวมสถิติตอ ไป
ขอ ๖ ทรัพยสินหายท่ีมีผูเก็บไดแลวไมนําสงมอบไวตอเจาพนักงานภายในกําหนด
เม่ือเปนคดีอาญาเก่ียวกับทรัพยสินนั้น ใหสถานีตํารวจที่ดําเนินเรื่องนั้นเก็บรักษาส่ิงของกลางเก็บได
นั้นไวกอนจนกวาคดีจะถึงที่สุด โดยใหปฏิบัติตามขอ ๑ ดวยและคดีถึงที่สุดแลว ใหดําเนินการตาม
คาํ พพิ ากษาถา ยงั ไมม ผี มู ารบั ของคนื ไป กใ็ หน าํ ทรพั ยส นิ นน้ั สง กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร ตามขอ ๑
ขอ ๗ ทรพั ยส นิ หายทมี่ ผี เู กบ็ ไดแ ละสง มาเกบ็ รกั ษาไวย งั กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร
แลว หากปรากฏในภายหลงั วา ทรพั ยสินนนั้ เปนของกลางในคดอี าญาแลวใหสถานตี าํ รวจทีด่ าํ เนนิ คดี
ขอรับไปเก็บรกั ษาไวตามระเบียบเกย่ี วกับของกลางในคดีอาญา
ขอ ๘ เมอ่ื ครบกาํ หนด ๑ ป แลวหากเจา ของหรือผมู ีสิทธหิ รอื ผูเก็บได ไมม าขอรับของ
คนื ไป ใหกองทะเบียนประวัติอาชญากรเปน เจา หนา ที่จัดการขายทอดตลาดแลวนาํ เงินสงกองการเงนิ
กรมตํารวจ เพื่อผลประโยชนของทางราชการตอไป
หากกองทะเบียนประวัติอาชญากรหรือหนวยราชการอ่ืนที่ไดรับทรัพยสินหายและมี
ผูเก็บไดพิจารณาเห็นวาทรัพยสินสิ่งใดเปนประโยชนแกสวนราชการ กรมตํารวจ หรือเพ่ือประโยชน
ทางอนื่ แลว ใหเ สนอขออนมุ ัตกิ รมตํารวจสั่งการ เปนเฉพาะรายไป
ในสว นภมู ภิ าคนอกจากจะถอื ปฏิบัติตามขอบังคบั การเกบ็ รกั ษาของกลาง ของกระทรวง
มหาดไทยกับระเบียบการเก็บของกลางในประมวลระเบียบการตํารวจเก่ียวกับคดีลักษณะ ๑๕ แลว
ใหสถานีตํารวจภูธรปฏิบัติการโดยอนุโลมเชนเดียวกับสถานีตํารวจนครบาลหนาท่ีใดซ่ึงกําหนดใหเปน
หนาท่ีของกองทะเบยี นประวัติอาชญากร ก็ใหกองกาํ กับการตํารวจ ๑ วทิ ยาการเขตเปน ผูด าํ เนินการ
และตดิ ตอ ประสานงานกบั กองทะเบียนประวตั อิ าชญากรทราบดว ย
(ระเบยี บกรมตาํ รวจ วาดว ยระเบยี บเกี่ยวกบั ทรัพยส นิ หายทม่ี ีผเู กบ็ ได (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๗)
๗๑
๗. คนหายพลัดหลง คนตายไมท ราบชอื่
๗.๑ คนหายพลดั หลง
คนหายพลัดหลง หมายถึง บุคคลที่หายไปจากบาน หรือภูมิลําเนาเดิมของตน
อันอาจทราบสาเหตุน้ันไดในโอกาสตอมาหรืออาจหายไปช่ัวระยะเวลาหน่ึง เม่ือกลับมาจึงไดทราบ
สาเหตุ แตบ างราย อาจหายไปโดยไมท ราบสาเหตุ และสาบสญู ไป หรอื ถงึ แกช วี ติ นบั วา เปน ผลสะทอ น
ใหม องเหน็ สภาพของสังคมในขณะนัน้
สาเหตขุ องคนหาย
๑. ปญ หาสงั คม
๑.๑ การลอลวง หรอื หลอกลวง เชน
๑.๑.๑ ชกั ชวนไปเทยี่ วตา งจงั หวดั ทศั นาจร ผลู อ ลวง มกั จะออกอบุ ายชกั ชวนไป
บานญาติ บานเพื่อน หากเปนบุคคลประเภทวัยรุนชายหนุมกับหญิงสาวอาจจะถูกชักนําไปในทาง
เสอ่ื มเสีย ครัน้ เมอื่ เกดิ การเสยี หายข้ึนกจ็ ะไมย อมกลบั บา น บางรายไดต กเปน เหยื่ออาชญากรรม
๑.๑.๒ ชกั ชวนไปหางานทาํ วธิ นี ใ้ี ชก นั แพรห ลาย เพราะคนวา งงานกอ็ ยาก
จะมงี านทาํ ในทส่ี ดุ กถ็ กู ชกั นาํ ไปขายเปน โสเภณี เปน หมอนวด ฯลฯ อนั กอ ใหเ กดิ ปญ หาอาชญากรรม
ตามมา
๑.๑.๓ ลักพาไปเรียกคาไถ ผูลอลวง หรือคนรายอาจใชวิธีตางๆ เชน
วางยาสลบ ใหก ินยานอนหลับ ใชกําลงั ประทษุ รา ย ใชอ าวธุ ตามแตโ อกาส คนรา ยจะนําตัวไปกักขังไว
แลวหาวิธีการเรียกคาไถ หาวิธีตอรอง สวนใหญจะเรียกเงินเปนการแลกเปลี่ยน บางรายก็นําไป
เพื่อการอนาจาร เปนตน
๑.๒ พลดั หลง หลงทาง เชน การเดนิ ทางไปตา งจงั หวดั หรอื เดนิ ทางจากตา งจงั หวดั
เขา กรุงเทพฯ การไปเท่ียวงานมหกรรมตางๆ อาจทําใหเกดิ พลดั หลง หลงทางข้ึนได
๑.๓ ไดร บั อนั ตราย เชน คนหายออกจากบา นไปไดร บั อนั ตราย เชน อบุ ตั เิ หตรุ ถชน
ถูกสตั วทําราย ถูกชงิ ทรพั ย ฯลฯ
๑.๔ ตองคดี เชน ในขณะที่หายไปน้ันถูกจับกุมในคดีเก่ียวกับยาเสพติด
เลน การพนัน ประกอบอาชญากรรมจึงถูกเจา หนาทค่ี วบคุมตัวไว
๑.๕ สติฟนเฟอน หรือวิกลจริต คนหายประเภทน้ีจะหนีออกจากบานไป
โดยไรจุดหมาย บางรายไปไดร บั อนั ตราย เชน ตกนา้ํ ตาย ฆา ตัวตาย ฯลฯ
๑.๖ คนหายมีความสมัครใจ เชน คนหายที่เปนหญิงหนีตามผูชายไปในทํานอง
ชูสาว ไปมีครอบครัว ไปประกอบอาชพี สวนตวั เปนตน
๑.๗ สาเหตุอ่ืนๆ
- ระดับการศึกษา เน่ืองจากคนหายสวนใหญมีการศึกษาคอนขางตํ่า
สตปิ ญ ญานอ ย เช่ือคนงายจึงเปนสาเหตใุ หถกู หลอกลวง
๗๒
- สิ่งแวดลอม เชน การโฆษณาย่ัวยุกระตุนทางกามารมณ ไดแก หนังโป
การแสดงโชวล ามก อนาจาร มสี ถานเริงรมย อาบ อบ นวด บาร ไนตค ลบั อันจะกอ ใหเกิดปญหาเรื่อง
เพศสัมพันธและปญหาอาชญากรรม
- ความทะเยอทะยาน ฟุง เฟอ ชอบแตง ตวั ชอบเลยี นแบบ ฯลฯ
- เบอื่ หนา ยอาชพี เดมิ เชน การทาํ นา ทาํ สวน ทาํ ไร จงึ คดิ เปลย่ี นอาชพี ใหม
- การคบเพ่ือน ที่อาจชักนําไปในทางเสื่อมเสีย เชน คบเพ่ือนที่เคยเปน
หมอนวด เปน โสเภณี อาจจะชกั นาํ ใหเสอ่ื มเสียตามไปดวย
- ขาดการอบรมสงั่ สอนจากบดิ ามารดา หรอื ผปู กครองสาเหตเุ ชน นจ้ี ะทาํ ให
ครอบครัวขาดระเบียบวินัยทําใหครอบครัวแตกแยก เปนเหตุใหสมาชิกในครอบครัวขาดความอบอุน
ขาดท่ีพึง่ ทางใจ
- หา งเหินตอ ศาสนา หันไปนิยมทางดา นวัตถุ
๒. ปญ หาดานเศรษฐกิจ
การครองชีพการดํารงชีวิตหากครอบครัวใดประสบกับปญหาการหยาราง บิดา
มารดาทะเลาะววิ าทกนั เปน ประจําเพราะการเงนิ ไมพ อจับจายใชส อย ยอ มเปนสาเหตทุ าํ ใหค รอบครัว
ไมมีความสุข ไดรับความกดดันเกิดความคับแคน อาจเปนสาเหตุทําใหบุคคลในครอบครัวถือโอกาส
หนอี อกจากบานไป จึงเกดิ คนหายขึ้น
๓. ปญ หาดานการเมอื ง
ในที่นี้หมายถึง คนหายพลัดหลงท่ีไปเปนผูกอการราย หรือกอความไมสงบ
โดยคนรา ยหรอื ผลู อ ลวงใชก ลอบุ ายกลวธิ ตี า งๆ เชน ลกั ขโมยเดก็ ตามโรงพยาบาล โรงเรยี น ฯลฯ หรอื ทาํ ที
ขอเด็กไปเล้ียง เปนบุตรบุญธรรมหรือขอซ้ือจากบิดามารดาที่ยากจนแลวนําเด็กไปเล้ียงไวหรือกักกัน
ตัวไว คนรายจะใชวิธีอบรมสั่งสอนเด็กใหเกิดความเกลียดชัง และมีอุดมการณที่รุนแรงเปนปรปกษ
กบั ชาตบิ า นเมอื งหรอื เปน ผกู อ การรา ย คนหายพลดั หลงเปน ผกู อ การรา ยดงั กลา ว จงึ เปน ปญ หาสาํ คญั
และเปนภัยรายแรงระดับชาติ บอนทําลายความม่ันคงของรัฐ หรือกรณีที่มีความคิดเห็นหรือทัศนคติ
ท่ีแตกตางกันดานความเมืองอาจนําไปสูการชุมนุมเรียกรองโดยใชเง่ือนไขในรูปแบบตางๆ อาจเปน
เหตุใหม ผี เู สียชีวติ หรือสูญหาย
แนวทางปฏบิ ตั เิ กี่ยวกบั คนหายพลัดหลง
๑. เมื่อมีผูแจงเก่ียวกับคนหาย พนักงานสอบสวนที่รับแจงจะดําเนินการลงรายงาน
ประจําวนั จดตําหนิรูปพรรณกรอกขอ ความลงในรายงานแบบแจงรูปพรรณคนหาย (แบบ วท.๑๒/๑-
ต.๓๒๖) พรอ มกับซกั ถามสาเหตกุ ารหายใหไ ดค วามละเอยี ดชดั เจน การออกรายงานตําหนิรูปพรรณ
คนหายใหจัดทําจํานวน ๒ ฉบับ เก็บรวมเรื่องเขาเลมไวที่หนวยรับแจงจํานวน ๑ ฉบับ และสง
กองทะเบียนประวัติอาชญากร หรือหนวยพิสูจนหลักฐานสวนภูมิภาค พ้ืนท่ีที่รับผิดชอบ จํานวน
๑ ฉบับ เพอ่ื ออกประกาศสืบหา
๗๓
การจัดสงแบบรายงานตําหนิรูปพรรณคนหาย ในเขตกรุงเทพฯ ใหจัดสง กองทะเบียน
ประวตั ิอาชญากรในสวนภมู ภิ าคใหจ ัดสง หนวยพสิ จู นหลกั ฐานสวนภมู ภิ าค พ้ืนที่ที่รับผดิ ชอบ
๒. ถา กรณเี ปน ทส่ี งสยั วา คนหายพลดั หลงนน้ั ถกู ลอ ลวงลกั พาไป ใหร บี จดั ตาํ รวจตดิ ตาม
ตลอดจนดาํ เนนิ การใชเ ครอื่ งมอื สอื่ สารตดิ ตอ กบั ตาํ รวจทอ งที่ ตาํ รวจทางหลวง ตาํ รวจรถไฟ ตาํ รวจนา้ํ
ตาํ รวจทอ งเทยี่ ว หรอื ดา นตรวจคนเขา เมอื ง สกดั คน ตามดา นใกลเ คยี งหรอื จดุ ทคี่ าดวา ถกู ลอ ลวงลกั พา
จะผานไปโดยดว น
๓. ถา การสอบสวนรบั แจง นนั้ มเี หตอุ นั ควรสงสยั หรอื เชอื่ มนั่ วา จะเกยี่ วขอ งกบั การเมอื ง
นอกจากดาํ เนนิ การดงั กลา วแลว ใหท าํ การสอบสวนมลู กรณโี ดยละเอยี ด และรายงานดว นถงึ สาํ นกั งาน
ตาํ รวจแหง ชาติ (ผา นกองบญั ชาการตาํ รวจสนั ตบิ าล) เพอ่ื พจิ ารณาสงั่ การใหด าํ เนนิ การสบื สวนตดิ ตาม
เปน กรณพี เิ ศษตอไป และสาํ เนาแจง ตนสังกดั ถงึ ระดบั กองบัญชาการทราบ โดยดว นดว ย
๔. หากสงสยั วา คนหายจะถกู ทาํ รา ยถงึ ตาย ใหพ นกั งานสอบสวนสง ตวั ผแู จง ไปดรู ปู ถา ย
หรือตําหนิรูปพรรณคนตายไมทราบช่ือ ในเขตกรุงเทพฯ ดูไดท่ีกองทะเบียนประวัติอาชญากร
สว นภมู ิภาคดูได ที่หนวยศนู ยพ สิ จู นห ลกั ฐานท่เี กีย่ วของ
๕. ใหหัวหนาสถานีตํารวจมอบหมายใหตํารวจคนใดคนหน่ึงรับผิดชอบในการสืบสวน
ติดตามหาตัวคนหาย โดยใหไปรูจกั กบั บานผแู จง หรอื บา นผูปกครองคนหายและเย่ียมเยียนเปนระยะ
ทกุ ๆ ๗ วนั ๑๕ วนั ๑ เดือน ๒ เดอื น และ ๓ เดอื น
๖. เม่ือครบกําหนด ๓ เดือน แลวยังไมไดตัวคนหายคืนใหสถานีตํารวจรายงานผล
การสบื สวนตดิ ตามแบบการสบื สวนตดิ ตามคนหาย (แบบ วท.๑๒/๒ ต.๓๒๖) โดยแจง ไปยงั กองทะเบยี น
ประวตั ิอาชญากร หรือหนว ยพสิ จู นหลกั ฐานสว นภมู ิภาคที่เกย่ี วขอ ง แลว แตกรณี
๗. ระหวางท่ีสถานีตํารวจตางๆ รับแจงคนหายไวน้ัน ใหกําชับผูแจงดวยวาหากไดตัว
คนหายคนื เมอ่ื ใดใหร บี แจง ถอนคนื โดยเรว็ และเมอื่ ไดร บั แจง ถอนคนื แลว ใหส ถานที รี่ บั แจง ทาํ การรบั แจง
ถอนคืนไปยังกองทะเบียนประวัติอาชญากร และหนวยพิสูจนหลักฐานสวนภูมิภาคที่เก่ียวของ
เพือ่ ถอนประกาศสบื หาและระงับการสืบหา
ในสว นของกองทะเบียนประวัติอาชญากร
๑. ฝายทะเบียนประวัติอาชญากร ๑ กองทะเบียนประวัติอาชญากร เปนหนวยงาน
รับผดิ ชอบ โดยจะรับแบบแจงรูปพรรณคนหาย วท.๑๒/๑ - ต.๓๒๖ แบบแจงผลการไดตัวคนหายคนื
วท.๑๒/๒ - ต.๓๒๖ และแบบสืบสวนตดิ ตามคนหาย วท.๑๒/๓ - ต.๓๒๖
๒. ดําเนินการตรวจสอบความถูกตองของแบบรายงานตางๆ จัดพิมพประกาศสืบหา
คนหาย ถอนประกาศสบื หาคนหายในระบบ POLIS รวมสง ใหห นว ยงานทเ่ี กยี่ วขอ ง เชน บรรณาธกิ าร
หนังสอื พิมพไ ทยรฐั , หัวหนาศนู ยข อมูลคนหายเพ่ือตอ ตา นการคา มนุษย, ผูอาํ นวยการ ฝายรายการ
รว มดวยชว ยกนั เปนตน เพือ่ ประชาสัมพนั ธประกาศสืบหาคนหาย หรือถอนประกาศคนหาย
๓. หลงั จากออกประกาศสืบหาคนหายไปแลว เปนระยะเวลา ๓ เดอื น ยงั ไมไดร ับแจง
ผลการไดตัวคนหายคืนหรือไม จะดําเนินการดงั นี้
๗๔
๓.๑ ทําบัญชีรายชื่อคนหายเพ่ือตรวจสอบกับสถานีตํารวจท่ีรับแจง พรอมท้ังให
พนกั งานสอบสวนรายงานแบบการสบื สวนติดตามคนหาย วท.๑๒/๓ - ต.๓๒๖
๓.๒ ทําหนังสือถึงผูปกครองหรือผูแจง โดยสอบถามถึงการไดตัวคนหายคืน
หรือไม หากพบตัวแลวใหรีบไปแจง ถอนกบั สถานีตาํ รวจทแ่ี จง หายไว
แบบแจง รูปพรรณเกีย่ วกับคนหายพลดั หลง
แบบแจง รูปพรรณคนหายพลดั หลง แบงออกเปน ๓ ชนิด คอื
๑. แบบแจง รปู พรรณคนหาย (วท.๑๒/๑- ต.๓๒๖) พนกั งานสอบสวน หรอื เจา หนา ท่ี
ผรู ับแจงใชสําหรบั กรอกขอ ความลงในแบบ สถานตี าํ รวจนครบาลใหใชแ บบรายงานนี้ จํานวน ๒ ฉบบั
สถานีตาํ รวจในสวนภมู ภิ าค จาํ นวน ๓ ฉบบั รายละเอียดในแบบฟอรม ระบุชอ่ื สถานีตาํ รวจ ชอ่ื ผูแจง
ชื่อคนหาย ภูมลิ ําเนาคนหาย ตําหนิรปู พรรณตา งๆ
๒. แบบแจง ผลการไดต วั คนหายคนื (วท.๑๒/๒-ต.๓๒๖) กาํ หนดขน้ึ ใชส าํ หรบั พนกั งาน
สอบสวน หรอื เจา หนา ทใี่ ชก รอกขอ ความตา งๆ หลงั จากไดต วั คนหายคนื แลว ลกั ษณะแบบฟอรม ระบุ
รายละเอยี ด เชน ช่อื สถานตี ํารวจ ชือ่ คนหายไดค นื เหตุท่ไี ดต วั คนหายคนื สถานท่พี บตัว ฯลฯ
๓. แบบแจง การสบื สวนตดิ ตามคนหาย (วท.๑๒/๓-ต.๓๒๖) ใชส าํ หรบั พนกั งานสอบสวน
หรอื เจา หนาที่กรอกขอ ความลงในแบบฟอรม ซึ่งระบุลกั ษณะการสบื สวนตดิ ตามคนหายไว เชน สถานี
ทร่ี บั แจง ผรู บั ผดิ ชอบในการสบื สวนตดิ ตามรายการเยย่ี มเยยี นผปู กครองคนหาย รายละเอยี ดการสบื สวน
ติดตามคร้ังท…่ี ..เปนตน
๗๕
”π—°ß“πμ”√«®·Ààß™“μ‘
·∫∫·®âߺ≈°“√‰¥âμ«— §πÀ“¬§π◊
∂“πμ’ ”√«®....................................................Õ”‡¿Õ.......................................®ß— À«¥— ................................
§π‰¥â§◊π‡≈¢∑.Ë’ ......................ª®«.................√—∫·®âß«—π∑.’Ë ...........‡¥◊Õπ.....................æ.». Úı.......... ‡«≈“.............π.
™Õ◊Ë §π‰¥§â π◊ ...................................................‰¥§â π◊ ‡¡Õ◊Ë «π— ∑.Ë’ .................‡¥Õ◊ π.....................................æ.». Úı.............
§π‰¥§â π◊ √“¬π‰’È ¥·â ®ßâ §«“¡À“¬‰«∑â Ë’ ∂“πμ’ ”√«®...........................Õ”‡¿Õ............................®ß— À«¥— ..............................
μ“¡∑–‡∫¬’ π§πÀ“¬‡≈¢∑.Ë’ .....................‡¡◊ÕË «π— ∑’Ë............‡¥Õ◊ π...........................æ.». Úı.............‡«≈“.................π.
™ÕË◊ ºπ⟠”§«“¡·®ßâ ...............................................∫“â π‡≈¢∑.’Ë .....................∂ππ,´Õ¬.................................À¡∑Ÿà .’Ë ...............
μ”∫≈...............................................................Õ”‡¿Õ.................................................®ß— À«¥— ..............................................
‡Àμ∑ÿ ‰’Ë ¥æâ ∫μ«— ‡®“â Àπâ“∑Ë’μ“¡æ∫ °≈—∫¡“‡Õß
ºªâŸ °§√Õßμ“¡æ∫ §πÀ“¬·®âߢ“à «¡“
¡º’ âπŸ ” àß
∂“π∑’æË ∫μ«— ‚√ß·√¡ ∫“â π≠“μ‘
∂“π∫√‘°“√ ∫“â π‡æ◊ËÕπ
∂“π‚ ‡¿≥’ ∫“â πºâŸ·®âß
«—¥ ‡√√à àÕπ
‚√ßæ¬“∫“≈ ÕπË◊ Ê
‡Àμÿ∑ÀË’ “¬‰ª‡π◊ËÕß®“° ∂Ÿ°≈Õà ≈«ß §∫— ·§πâ „π§√Õ∫§√—«
‰¥â√∫— Õ—πμ√“¬ ‰ªÀ“ß“π∑”
À≈ß∑“ß, æ≈¥— À≈ß ‰ªμà“ß®—ßÀ«—¥
≈°— æ“ °≈—∫‰ªÕ¬Ÿà∫“â π‡¥¡‘
μÕâ ß§¥’ ‰ª¡’§√Õ∫§√«—
μø‘ íòπ‡øÕó π, «‘°≈®√‘μ ‡ÀμÿÕ◊ËπÊ
„À·â ®ßâ ∂ß÷ æƒμ°‘ “√≥√å “¬≈–‡Õ¬’ ¥¢Õ߇Àμ∑ÿ À’Ë “¬®π‰¥æâ ∫μ«— §π◊ ¡“..................................................................................
...............................................................................................................................................................................................
æπ°— ß“π Õ∫ «π‰¥¥â ”‡ππ‘ °“√„π‡√Õ◊Ë ßπ‰’È ª·≈«â Õ¬“à ߉√ °∫— „§√ ·≈–„π¢Õâ À“Õ–‰√...................................................
................................................................................................................................................................................................
‰¥Õâ ∫√¡ ß—Ë Õπ§π‰¥§â π◊ Õ¬“à ß„¥∫“â ß.................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................
À¡“¬‡Àμ.ÿ ...................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................
(≈ß™ËÕ◊ )...................................................................æπ—°ß“π Õ∫ «π
(................................................................)
«∑. ÒÚ/Ú-μ. ÛÚˆ
๗๖
”π—°ß“πμ”√«®·Ààß™“μ‘
·∫∫°“√ ◊∫ «π쥑 μ“¡§πÀ“¬
∂“πμ’ ”√«®......................................................Õ”‡¿Õ...................................®—ßÀ«¥— .................................
§πÀ“¬‡≈¢∑.Ë’ ........................™Õ◊Ë .......................................√—∫·®â߇¡◊ËÕ«π— ∑.’Ë ..............‡¥◊Õπ.......................æ.»................
ºâŸ√∫— º¥‘ ™Õ∫„π°“√ ◊∫ «π쥑 μ“¡...................................................................................................................................
‡¬’ˬ¡ºŸâª°§√Õß§πÀ“¬.....................................................................................................................................................
§√ßÈ— ∑’Ë Ò ‡¡ÕË◊ «—π∑’Ë....................‡¥Õ◊ π..................æ.»...............ª®«.¢Õâ ‰ª.............¢âÕ°≈—∫..................
é Ú é ................ é ................ é ................ é ................ é ........................
é Û é ................ é ................ é ................ é ................ é ........................
é Ù é ................ é ................ é ................ é ................ é ........................
é ı é ................ é ................ é ................ é ................ é ........................
√“¬≈–‡Õ’¬¥„π°“√ ◊∫ «πμ‘¥μ“¡...................................................................................................................................
§√ßÈ— ∑Ë’ Ò ..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
é Ú ..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
é Û ..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
é Ù ..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
é ı ..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
À¡“¬‡Àμÿ .......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
≈ß™◊ËÕ......................................................................
(.................................................................)
À—«Àπ“â æπ—°ß“π Õ∫ «π
«π— ∑.Ë’ .................‡¥◊Õπ...................................æ.»...............
«∑. ÒÚ/Û-μ. ÛÚˆ (๒๕๐,๐๐๐ ผ. โรงพมิ พตาํ รวจ ก.ย. ๒๕๒๔)
๗๗
บญั ชรี ายชอื่ คนหายพลดั หลง ทไี่ มท ราบผลการสืบสวนตดิ ตาม
และผลการไดตัวคนหายคืน
สถานตี าํ รวจ……………………………ดงั รายช่ือตอ ไปน้ี
ลาํ ดบั ชอื่ - สกลุ คนหาย แจง หาย ป.จ.ว.ขอ วนั เดือน ป สาเหตุท่หี าย หมายเหตุ
วนั ที่ ทพ่ี บคนหาย
๗๘
“º··èÕ ó
¡ÒÃดาํ à¹¹Ô ¡ÒÃà¡ÕèÂǡѺ¤¹ËÒÂ¾Å´Ñ Ëŧ áÅÐä´¤Œ ×¹
วิธีดาํ เนินการในสว นท่ีเกี่ยวกับคนหายพลดั หลง ใหป ฏบิ ัติดงั นี้
ขอ ๔๐๕ เม่ือมีผูมาแจงความเก่ียวกับคนหายพลัดหลง ใหผูมีหนาท่ีรับแจงรีบดําเนิน
การรับแจงลงรายงานประจําวัน หรือบันทึกขอความไวเปนหลักฐาน แลวจัดการกรอกขอความลงใน
รายงานตําหนิรูปพรรณคนหายทันตามแบบ วท.๑๒/๑-ต.๓๒๖ ทายระเบียบน้ี พรอมกับใหซักถาม
สาเหตุแหงการจากผูแจงใหไ ดความละเอยี ดชัดเจน แลว จัดการตอ ไปน้ี
ก. หนว ยงานทม่ี หี นา ทร่ี บั แจง ภายในเขต จงั หวดั พระนคร-ธนบรุ ี ใหร บี ตดิ ตอ
แจงเร่ืองราวของคนหายพลัดหลง ไปยังกองกํากับการ รถวิทยุ และศูนยรวมขาว และกองกํากับการ
สวัสดิภาพเด็กและเยาวชน เพื่อดําเนินการติดตามคนหา แลวใหออกรายงานตําหนิรูปพรรณ
คนหายนี้ จาํ นวน ๒ ฉบบั เกบ็ รวมเร่อื งเขา เลมไว ณ รบั แจง ๑ ฉบับ สง กองทะเบียนประวัติอาชญากร
๑ ฉบบั
ข. หนวยงานท่มี หี นา ท่รี บั แจงในเขตจงั หวดั อนื่ ใหออกรายงานน้ี ๔ ฉบับ
เก็บรวมเรื่องไว ณ ท่ีแจง ๑ ฉบับ สงวิทยาการจังหวัด ๑ ฉบับ กองกํากับการตํารวจวิทยาการเขต
๑ ฉบบั และกองทะเบียนประวัตอิ าชญากร ๑ ฉบบั
ค. การสงรายงานรูปพรรณคนหาย ใหจัดการสงไปทันทีพรอมดวยรูปถาย
(ถา มี) ใหพนกั งานสอบสวน หรอื ผรู บั แจงลงชอ่ื รบั รองไวห ลงั รปู ถา ย และบันทกึ วา ถา ยเมือ่ วัน เดอื น
ปใ ด และใหแนะนาํ กับผแู จงดวยวา ถาไดตัวคนหายคืนมาแลวใหรบี แจง ถอนทสี่ ถานตี ํารวจท่ีใกลเ คียง
เพือ่ แจงกองทะเบยี นประวัตอิ าชญากรทราบ และปฏิบตั ติ ามระเบียบตอไป
ขอ ๔๐๖ ถา กรณเี ปน ทสี่ งสยั วา คนหายพลดั หลงนนั้ ถกู ลอ ลวงลกั พาไป ใหร บี จดั ตาํ รวจ
ออกติดตามตลอดจนดําเนินการใชเครื่องมือส่ือสารติดตามกับตํารวจทองท่ี ตํารวจทางหลวง ตํารวจ
รถไฟ สกดั คน ตามดา นใกลเ คียงหรือจดั ทเี่ ปนปลายทางท่ยี านพาหนะจะผา นไปโดยดวน
ถาการสอบสวนรับแจงนั้น มีเหตุอันควรสงสัยหรือเชื่อม่ันวาเก่ียวของกับการเมือง
นอกจากดาํ เนนิ การดงั กลา วแลว ใหท าํ การสอบสวนมลู กรณโี ดยละเอยี ด และรายงานดว นเปน หนงั สอื
ถึงกรมตํารวจ ๒ ชุด เพ่ือพิจารณาส่ังการใหตํารวจสันติบาลดําเนินการสืบสวนสอบสวนติดตาม
เปน พเิ ศษตอ ไป
ในการดาํ เนนิ การสอบสวนจะตดิ ตอ ผบู งั คบั การตาํ รวจสนั ตบิ าลไปรว มการสอบสวน หรอื
สงตัวผูแจงไปใหผูบังคับการตํารวจสันติบาลสอบสวน แลวแตกรณีและเฉพาะรายก็ได เม่ือสอบสวน
เสร็จสนิ้ แลวใหร ายงาน กรมตํารวจทราบอีกคร้ังหน่ึง
ขอ ๔๐๗ ถาผูแจงสงสัยวาคนหายจะถูกทํารายถึงตาย หรือตายดวยเหตุอื่นๆ ให
พนกั งานสอบสวนสง ตวั ผแู จง ไปดรู ปู ถา ยตาํ หนริ ปู พรรณของคนตายไมท ราบชอื่ ทกี่ องทะเบยี นประวตั ิ
อาชญากร กองกาํ กับการตาํ รวจวทิ ยาการเขต หรอื วทิ ยาการจังหวัด แลวแตก รณี
๗๙
ขอ ๔๐๘ ใหส ารวตั รใหญ สารวตั ร ผบู งั คบั กองหรอื หวั หนา สถานตี าํ รวจ สงั่ มอบหมาย
ตาํ รวจในสถานคี นใดคนหนง่ึ เปน ผรู บั ผดิ ชอบสืบสวนตดิ ตามหาตัวคนหาย โดยใหไ ปรูจักกับบานผแู จง
หรือผูปกครองคนหายและหม่นั ไปตดิ ตอ เยีย่ มเยียนเปนระยะๆ ทุก ๗ วนั , ๑๕ วนั , ๑ เดอื น และ
๓ เดือน เมื่อครบกาํ หนด ๓ เดอื นแลว หากยังไมทราบหรือไดตวั คนหายคนื ใหสารวตั รใหญ สารวัตร
ผบู งั คับกอง หรอื หัวหนาสถานีตาํ รวจรายงานผลแหงการไปตดิ ตอ เยี่ยมเยียน ตามแบบ วท.๑๒/๓ –
ต.๓๒๖ ทายระเบียบน้ีไปยังกองทะเบียนประวัติอาชญากร สําหรับภูมิภาคนั้น ใหรายงานไปยัง
กองกาํ กับการตาํ รวจวทิ ยาการเขต และวิทยาการจงั หวดั อกี ดว ย
เมื่อกองทะเบียนประวัติอาชญากร กองกํากับการตํารวจวิทยาการเขต และวิทยาการ
จังหวัด ไดร ับรายงานตําหนริ ูปพรรณคนหายหรือไดค ืนแลว ใหดาํ เนนิ การออกประกาศโฆษณา หรือ
แจงถอนประกาศโดยรีบดว น และใหม หี นา ทตี่ ดิ ตอประสานงานกับหนวยงานท่ีรับแจง คนหาย เพ่อื ให
ไดทราบถงึ ผลการสบื สวนติดตามและเพ่ือความแนชดั ถงึ สาเหตแุ หง การหายและไดค ืน
ขอ ๔๐๙ ประกาศสืบหาคนหายทุกฉบับท่ีไดมีการออกประกาศสืบหาตัวนั้นให
หัวหนาหนว ยท่ไี ดรบั ประกาศแจง ใหตาํ รวจในปกครองทราบ แลว ปดประกาศไวท ีห่ นวยงานหรอื ตูยาม
ตลอดจนที่สาธารณะ หรือทีช่ ุมนมุ ชน เชน สถานีรบั สงผูโดยสาร หรือเรอื เปน ตน
ขอ ๔๑๐ เมื่อมีเจาหนาที่ตํารวจหรือมีผูนําคนพลัดหลงมาสงยังหนวยงานใด ใหลง
รายงานประจําวันรับตัวไว แลวจัดการตรวจสอบกับประกาศสืบหาคนหายวา ตรงกับรายที่มีผูใด
แจง หายบา งหรอื ไม
(๑) ถาปรากฏวา ตรงกับรายงานรบั แจงหายไว ใหจ ัดตํารวจนําตวั สง ไปยัง
หนวยงานท่รี บั แจง หายนั้นเพอ่ื ดําเนนิ การติดตอผปู กครอง หรือญาตใิ หมารับตวั โดยปฏิบัตดิ ังตอ ไปนี้
ก. ในจงั หวดั พระนคร-ธนบรุ ี ถา คนหายพลดั หลงมภี มู ลิ าํ เนาอยใู นเขต
ของสถานตี าํ รวจใดใหเ ปน หนา ทข่ี องตาํ รวจสถานนี นั้ นาํ คนหายพลดั หลงสง คนื ผปู กครอง หากคนหาย
พลดั หลงมภี มู ลิ ําเนาอยูในสว นภมู ิภาคใหน าํ สง กองกาํ กับการสวัสดิภาพเด็กและเยาวชน หากอายเุ กิน
๑๗ ป ใหน าํ สง กรมประชาสงเคราะห
ข. ในสว นภมู ภิ าค ถา คนหายพลดั หลงมภี มู ลิ าํ เนาอยใู นเขตจงั หวดั นน้ั
ใหตํารวจสถานีที่รับตัวเปนผูนําสงผูปกครอง หรือตํารวจสถานีท่ีคนหายพลัดหลงมีภูมิลําเนาอยู
แลวแตกรณี หากมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดอ่ืน ใหนําสงยังสถานีตํารวจท่ีคนหายพลัดหลงมีภูมิลําเนา
อยแู ลวรายงานใหผกู าํ กับการทราบ
กอนนําสงใหตํารวจสถานีท่ีไดรับตัวหรือพบคนหายพลัดหลงวิทยุหรือติดตอกับสถานี
ตํารวจท่คี นหายพลดั หลงมีภูมลิ าํ เนาอยู เพ่อื ติดตอ หรอื แจงใหผปู กครองไปรบั ตัวคนหายพลดั หลง
หากผูปกครองไปรับไมไดหรือขัดของ ใหตํารวจสถานีท่ีคนหายพลัดหลงมีภูมิลําเนาอยู
วทิ ยหุ รอื แจง ขดั ขอ งใหท ราบ เพอ่ื ใหต รวจสถานที ไี่ ดร บั หรอื พบตวั คนหายพลดั หลงนน้ั จดั ตาํ รวจนาํ สง
ระหวา งการตดิ ตอ ใหน าํ คนหายพลดั หลงไปฝากไวท ห่ี นว ยงานของกรมประชาสงเคราะหเ ปน การชวั่ คราว
๘๐
(๒) ถาปรากฏวาไมมีหนวยงานไดรับแจงหายไว กอนดําเนินการใดๆ ให
นาํ ตวั คนพลดั หลงไปยงั กองทะเบยี นประวตั อิ าชญากร กองกาํ กบั การตาํ รวจวทิ ยาการเขตหรอื วทิ ยาการ
จงั หวัดแลว แตก รณี เพือ่ ถา ยรปู และจดตําหนริ ปู พรรณออกประกาศโฆษณาสบื หาผูปกครองหรือญาติ
คนหายพลดั หลงทไ่ี ดด าํ เนนิ การตามกลา วขา งตน เสรจ็ เรยี บรอ ยแลว หากไมส ามารถนาํ สง
ผูปกครองหรอื ญาติ ใหน ําตัวสง กรมประชาสงเคราะห ประชาสงเคราะหจังหวดั หรอื ประชาสงเคราะห
อาํ เภอที่ใกลเคียงเพื่อใหความอนเุ คราะหค มุ ครองตอไป
ระหวางท่ีดําเนินการดังกลาว ใหพนักงานสอบสวนดูแลคนพลัดหลงไวที่สถานีตํารวจ
ไมเ กนิ ๒๔ ชั่วโมง
ขอ ๔๑๑ ในกรณีท่ีติดตามพบตัวคนหาย หรือมีผูมาแจงวา ไดพบตัวคนหายแลว
ดวยประการใดก็ตามใหพนักงานสอบสวนพยายามซักถามถึงสาเหตุท่ีหายไปอยางแทจริง ตลอดจน
การใชช วี ติ ระหวางทหี่ ายและใหท ําการอบรมสงั่ สอนมใิ หหลบหนีไปอกี ถา หากไมสามารถทจ่ี ะซักถาม
หรืออบรมสัง่ สอนแกตวั ผหู ายได ก็ใหแ นะนาํ แกผ ูแ จง หรอื ผูปกครองใหดําเนินการอบรมสง่ั สอนแทน
แลวจัดการกรอกขอ ความลงในรายงาน แจง ผลการไดต วั คืนตามแบบ วท.๑๒/๒ – ต.๓๒๖ และรีบสง
รายงานนี้ไปยังหนวยงานตามที่ไดเคยแจงรายงานคนหายใหทราบภายใน ๒๔ ชั่วโมง นับแตวันท่ีได
รบั แจง หรือพบตัวเพ่ือจัดการถอนประกาศตอ ไป
ขอ ๔๑๒ ใหกองทะเบียนประวัติอาชญากร รวบรวมสถิติคนหายพลัดหลงและไดคืน
ทั่วราชอาณาจกั รตามลําดับ กองบงั คบั การ ท้ังสว นกลางและสวนภมู ิภาค โดยแบงเปน ชาย หญงิ เด็ก
และผูใหญ เฉพาะเดก็ และเยาวชนใหแ ยกตามลาํ ดับอายุ พรอ มดว ยขอ มลู ตา งๆ จากรายงาน เสนอ
กรมตาํ รวจทราบทกุ ระยะ ๖ เดอื น คอื สน้ิ เดอื นมถิ นุ ายน และสน้ิ เดอื นธนั วาคม ของป เพอื่ เปน แนวทาง
ในการพจิ ารณาปองกันและปราบปราม
ใหส าํ นักงานสถิติ กรมตาํ รวจ รว มดําเนนิ การตามวรรคตน โดยอนุโลม
ในโอกาสท่ีผูบังคับบัญชาไปตรวจราชการท่ีสถานีตํารวจใด ใหเรียกตรวจรูปพรรณ
คนหายของสถานีตํารวจน้ัน เพื่อชวยกําชับการติดตามสืบสวนหาตัวเด็กหรือเยาวชนท่ียังไมไดคืน
และใหบ ันทกึ ผลการตรวจไวในสมดุ ตรวจผใู หญท ุกคร้งั ”
(ประมวลระเบยี บการตาํ รวจเกย่ี วกบั คดี ลกั ษณะ ๑๔ การออกประกาศตาํ หนริ ปู พรรณบคุ คลและทรพั ย)
๘๑
๗.๒ คนตายไมทราบช่อื
คนตายไมท ราบชอื่ หมายถงึ บคุ คลซง่ึ ตายโดยไมท ราบวา เปน ใคร ไมท ราบชอ่ื และถนิ่
ท่อี ยูเ พราะผตู ายไมท้งิ รอ งรอยและหลกั ฐานตา งๆ ไวใหท ราบ เชน ไมม ีบัตรประจาํ ตัว หรอื ไมม ีผใู ด
รูจัก ซึ่งคนตายในประเภทน้ีจะมีสาเหตุการตายทั้งจากการกระทําผิดทางคดีอาญา และจากการตาย
โดยผิดธรรมชาติ และเม่ือพนักงานสอบสวนหรือเจาหนาท่ีประสบเหตุการณ หรือมีผูแจงใหทราบ
เจาหนาท่ีจะตองรีบดําเนินการทําการชันสูตรพลิกศพและทําการสืบสวนสอบสวนเพื่อใหทราบวา
ผตู ายเปนใครตอไป
ในสวนของกองทะเบียนประวตั อิ าชญากร
๑. ฝายทะเบียนประวัติอาชญากร ๑ กองทะเบียนประวัติอาชญากร เปนหนวยงาน
รบั ผิดชอบ โดยจะรบั แบบ ขอ มูลผตู าย (สีชมพู) รูปถา ย แผนพมิ พล ายนิ้วมือศพ จากน้ันจะตรวจสอบ
กับตาํ หนิรปู พรรณคนหาย เพ่อื ตองการทราบวา ผูต ายเปนใคร
๒. สงแผนพิมพลายนิ้วมือศพไปตรวจสอบที่ ฝายทะเบียนประวัติอาชญากร ๔
กองทะเบียนประวตั อิ าชญากร และหากทราบวา ผตู ายเปน ใคร ใหแ จง ผลการตรวจสอบไปยังพนักงาน
สอบสวน สําหรับกรณีไมพบประวัติ และไมทราบวาผูตายเปนใครจะดําเนินการออกประกาศสืบหา
ญาตคิ นตาย
๓. การประกาศสืบหาญาติคนตาย จะออกประกาศตอทายประกาศสืบหาคนหาย
ในฉบบั เดยี วกนั โดยพมิ พต าํ หนริ ปู พรรณศพจากแบบขอ มลู ผตู าย (สชี มพ)ู และจดั หาภาพคนตายทมี่ อง
เหน็ ชัดเจน และไมอจุ าดตา
๔. เม่อื พบญาติผูตายหรือทราบวา ผูตายเปนใคร ใหร ีบดําเนนิ การถอนประกาศ
๕. จดั ทาํ สมดุ ภาพคนตายไวเ พ่อื ตรวจสอบ
สาํ หรบั หนว ยพสิ จู นห ลกั ฐานสว นภมู ภิ าค ใหถ อื ปฏบิ ตั ใิ นเขตพน้ื ทร่ี บั ผดิ ชอบเชน เดยี วกบั
กองทะเบียนประวตั อิ าชญากร
๘๒
ระเบยี บสํานกั งานตาํ รวจแหง ชาติ
วาดวย ประมวลระเบียบการตํารวจเกีย่ วกับคดี
ลกั ษณะ ๑๐
การชนั สูตรพลกิ ศพ
( ฉบบั ที่ ๒ )
พ.ศ.๒๕๕๒
ตามที่สํานักงานตํารวจแหงชาติไดวางระเบียบการตํารวจเกี่ยวกับคดี ลักษณะ ๑๐
การชันสูตรพลิกศพ บทที่ ๒ การชันสูตรพลิกศพท่ีไมทราบวาผูตายเปนใครหรือตายในที่สาธารณะ
และบทท่ี ๓ การพิสจู นเ อกลกั ษณข องบุคคลในกรณวี นิ าศภยั ไวเ ปน ทางปฏบิ ัตแิ ลว น้ัน
เนอื่ งจากปจ จบุ นั หนว ยงานในสงั กดั สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตเิ ปลยี่ นแปลงไป การดาํ เนนิ
การชนั สตู รพลกิ ศพทไี่ มท ราบวา ผตู ายเปน ใครหรอื ตายในทสี่ าธารณะ เมอื่ ไดม กี ารจดั เกบ็ ขอ มลู ผตู าย
แลว ไมส ามารถรวบรวมไวท ห่ี นว ยงานหนงึ่ หนว ยงานใดเพอ่ื นาํ มาใชป ระโยชนใ นการสบื คน หา ยนื ยนั
ผูตาย และติดตามหาญาติของผูตายได ประกอบกับระเบียบดังกลาวไดใชมาเปนเวลานาน ถอยคํา
วิธีการปฏิบัติ และรายละเอียดตางๆ ไมสอดคลองกับสถานการณปจจุบัน ดังนั้นเพ่ือใหการปฏิบัติ
ในกรณีดังกลาวเปนไปดวยความเรียบรอยสมบูรณมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลตอประชาชนและ
ผเู กี่ยวของ จึงสมควรแกไขระเบียบการตํารวจเก่ียวกับคดใี นเร่อื งดงั กลาวเสียใหม
อาศัยอาํ นาจตามความในมาตรา ๑๑ แหงพระราชบญั ญัติตํารวจแหง ชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗
จงึ วางระเบยี บไวด งั ตอ ไปนี้
ขอ ๑ ใหยกเลิกความในบทที่ ๒ การชันสูตรพลิกศพท่ีไมทราบวาผูตายเปนใคร
หรอื ตายในทส่ี าธารณะ และบทท่ี ๓ การพสิ จู นเ อกลกั ษณข องบคุ คลในกรณวี นิ าศภยั ของลกั ษณะ ๑๐
การชนั สตู รพลกิ ศพ แหง ประมวลระเบยี บการตาํ รวจเกย่ี วกบั คดเี สยี ทง้ั หมด และใหใ ชค วามทแ่ี นบทา ย
ระเบยี บนแี้ ทน
ขอ ๒ ใหเพิ่มบทที่ ๔ ศูนยพิสูจนเอกลักษณบุคคลสํานักงานตํารวจแหงชาติ
ในลกั ษณะ ๑๐ การชันสตู รพลิกศพ แหง ประมวลระเบยี บการตํารวจเกี่ยวกบั คดี ตามความทีแ่ นบทา ย
ระเบียบน้ี
๘๓
ขอ ๓ ใหใชระเบียบน้ี ตง้ั แตว นั ที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เปน ตนไป
ประกาศ ณ วันท่ี ๑๐ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๕๒
พลตํารวจเอก ปทปี ตนั ประเสริฐ
( ปทีป ตนั ประเสริฐ )
จเรตํารวจแหงชาติ รักษาราชการแทน
ผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ
(ระเบียบสํานักงานตํารวจแหงชาติ วาดวยประมวลระเบียบการตํารวจเก่ียวกับคดี ลักษณะ ๑๐
การชนั สตู รพลกิ ศพ (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ.๒๕๕๒ ลงวนั ที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๒)
๘๔
ลกั ษณะ ๑๐
การชนั สูตรพลิกศพ
บทท่ี ๒
การตรวจพสิ ูจนศพทไ่ี มท ราบวาผตู ายเปน ใคร
ขอ ๑ ในการตรวจพสิ จู นศ พทไ่ี มท ราบวา ผตู ายเปน ใครใหพ นกั งานสอบสวนปฏบิ ตั ดิ งั นี้
๑.๑ ในกรุงเทพมหานคร ใหแจงกลุมงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ กองพิสูจน
หลกั ฐานกลาง สํานักงานพิสูจนห ลักฐานตาํ รวจ ทราบ ใหเ จา หนาทกี่ องพสิ ูจนหลักฐานกลางรว มกบั
พนกั งานสอบสวนไปทาํ การตรวจทเี่ กดิ เหตุ ถา ยภาพ ตรวจเกบ็ รอ งรอยวตั ถพุ ยานตา งๆ พรอ มถา ยภาพไว
และใหพนักงานสอบสวนพิมพลายน้ิวมือและจดตําหนิรูปพรรณศพลงในแบบขอมูลผูตาย (สีชมพู)
หลงั จากมกี ารชนั สตู รพลกิ ศพแลว ถา พนกั งานสอบสวนเหน็ วา การตรวจพสิ จู นศ พไมค วรกระทาํ ในทพ่ี บศพ
โดยมเี หตอุ นั สมควรจะสง ศพไปยงั สถาบนั นติ เิ วชวทิ ยา โรงพยาบาลตาํ รวจ สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ หรอื
โรงพยาบาลของรฐั ทม่ี แี พทยท างนติ เิ วชศาสตรซ ง่ึ ไดร บั วฒุ บิ ตั รหรอื ไดร บั หนงั สอื อนมุ ตั จิ ากแพทยสภา
ปฏิบัติหนาที่เพื่อดําเนินการดังกลาวก็ไดโดยใหแพทยผูทําการชันสูตรพลิกศพบันทึกขอมูลลงในแบบ
ขอมูลผูตาย และสงใหพนักงานสอบสวนเพ่ือสงใหสํานักงานพิสูจนหลักฐานตํารวจ เพ่ือดําเนินการ
ตามอาํ นาจหนาที่ตอไป
ใหพนักงานสอบสวนดําเนินการประสานแพทยผูทําการชันสูตรพลิกศพ
เพอื่ จดั เกบ็ ตวั อยา งเลอื ด หรอื สารคดั หลง่ั หรอื สงิ่ ทจี่ ะใชต รวจสารพนั ธกุ รรม (DNA) จากศพทไี่ มท ราบวา
เปน ใครสง ไปยังสถาบันนิติเวชวทิ ยา โรงพยาบาลตาํ รวจ ทุกราย
๑.๒ ในจงั หวดั อนื่ นอกเขตกรงุ เทพมหานคร ใหแ จง กลมุ งานตรวจสถานทเ่ี กดิ เหตุ
ศูนยพิสูจนหลักฐาน สํานักงานพิสูจนหลักฐานตํารวจหรือศูนยพิสูจนหลักฐานจังหวัดที่รับผิดชอบ
แลวแตก รณี เพอ่ื ดาํ เนินการตามขอ ๑.๑
ขอ ๒ ใหพนักงานสอบสวนจัดทําบันทึกพรอมถายภาพเกี่ยวกับทรัพยสินทุกชนิด
ของผูตาย โดยบันทึกขอมูลลงในแบบขอมูลผูตายและเก็บรักษาทรัพยสินไวและใหนําระเบียบ
การเก็บรักษาของกลางมาใชโดยอนุโลม เพ่ือมอบแกทายาทหรือญาติของผูตาย ถายังไมทราบวา
ผตู ายเปน ใครใหส ง แบบขอ มลู ผตู ายทบี่ นั ทกึ ขอ มลู ไวเ รยี บรอ ยแลว พรอ มถา ยภาพไปยงั สาํ นกั งานพสิ จู น
หลกั ฐานตํารวจเพอ่ื ประกาศสืบหาทายาทหรือญาติของผตู ายตอไป
ขอ ๓ ใหพ นกั งานสอบสวนทาํ การสบื สวนเพอื่ ทราบวา ผตู ายเปน ใคร และใหร บี จดั การ
สงแบบขอมูลผูตายพรอมดวยภาพถายและพิมพลายน้ิวมือของผูตายไปยังสํานักงานพิสูจนหลักฐาน
ตาํ รวจ
๘๕
ขอ ๔ เม่ือพนักงานสอบสวนผรู บั ผดิ ชอบทราบวาผูต ายเปนใครแลว ใหแ จงสาํ นกั งาน
พิสูจนหลักฐานตํารวจเพื่อถอนประกาศ หากเปนกรณีสํานักงานพิสูจนหลักฐานตํารวจทราบวาผูตาย
เปน ใครใหแจงพนักงานสอบสวนผรู บั ผิดชอบทราบดวย
ขอ ๕ หลังจากท่ีไดม ีการพิสจู นศ พแลว ใหพ นกั งานสอบสวนดําเนินการ ดังน้ี
๕.๑ กรณีเปนศพท่ีพิสูจนทราบวาผูตายเปนใครแลว ถามีทายาทหรือญาติ
หรอื ผมู สี ทิ ธมิ าตดิ ตอ ขอรบั ศพไปจดั การตามประเพณกี ใ็ หม อบศพใหท ายาทหรอื ญาตหิ รอื ผมู สี ทิ ธนิ น้ั ไป
๕.๒ กรณีเปนศพที่ไมมีทายาทหรือญาติหรือผูมีสิทธิมาติดตอขอรับศพ
ไปจัดการตามประเพณีหรือเปนศพท่ียังไมทราบวาผูตายเปนใคร เม่ือรักษาศพไวเปนเวลา ๓ วัน
แลว ใหแ จงเทศบาลทองถ่นิ สมาคม หรือมลู นธิ เิ พื่อการน้ีรบั ศพไปจดั การฝง และใหด ําเนินการดงั น้ี
๕.๒.๑ ใหจัดทําสมุดทะเบียนสงฝงศพโดยมีรายละเอียดตามแบบ
แนบทายระเบียบนี้
๕.๒.๒ ใหบันทึกรายชอ่ื ศพท่จี ะสง ไปฝง พรอ มหมายเลขหลมุ ฝงศพ
๕.๒.๓ ประสานเทศบาลทอ งถ่ิน สมาคม หรือมลู นธิ ิเพือ่ การนี้ กําหนด
หมายเลขหลุมฝงศพ
๕.๒.๔ จดั ทาํ แผน ปา ยชอ่ื ศพ (ถา ศพยงั ไมม ชี อ่ื หรอื ยงั ไมท ราบชอ่ื เขยี นวา
ศพ “ชาย” “หญิง” เทาทีจ่ ะจําได) วันทีส่ ง หมายเลขหลมุ ฝงศพ เหตุตาย โดยตดิ ไวท่ดี านหนาของศพ
แลวถายภาพเก็บไวเ พอื่ เปนหลกั ฐาน
๕.๒.๕ ใหผูเกี่ยวของจัดการหอศพใหเรียบรอย พรอมจัดทําปายช่ือศพ
เชนเดยี วกับ ขอ ๕.๒.๔ ตดิ ไวบ นผา หอ ศพ จากนนั้ จงึ สง มอบศพไปฝง
๕.๓ การขุดศพแบงเปน ๓ กรณี ดงั น้ี
๕.๓.๑ กรณมี ที ายาทหรอื ญาตหิ รอื ผมู สี ทิ ธมิ าตดิ ตอ และพนกั งานสอบสวน
เจาของคดีสามารถระบยุ ืนยันช่อื ของศพ ใหด าํ เนินการประสานงานกบั เทศบาลทอ งถิน่ สมาคม หรอื
มลู นธิ ิ เพอ่ื การน้ี โดยแจง หมายเลขหลมุ ฝง ศพขอขดุ ศพ เพอ่ื รบั ศพกลบั ไปประกอบพธิ กี รรมทางศาสนา
๕.๓.๒ กรณีพนักงานสอบสวนผรู บั ผิดชอบตอ งการใหตรวจศพเพิม่ เตมิ
๕.๓.๓ กรณีมคี าํ สง่ั ศาลใหด ําเนนิ การ
๕.๔ การขุดศพเพ่ือทําลาย กรณีการตายตามธรรมชาติจะทําไดเม่ือฝงศพไว
นานกวา ระยะเวลาทกี่ ฎหมายเรอื่ งบคุ คลสาบสญู กาํ หนดไว สาํ หรบั กรณกี ารตายทเ่ี กยี่ วกบั คดจี ะทาํ ได
เมอื่ ฝง ศพไวน านกวา ระยะเวลาทก่ี ฎหมายกําหนดอายุความไว
ขอ ๖ ในการสง ศพ เศษ หรอื สว นของศพไปยงั สถาบนั นติ เิ วชวทิ ยา โรงพยาบาลตาํ รวจ
สํานักงานตํารวจแหงชาติ หรือโรงพยาบาลของรัฐท่ีมีแพทยทางนิติเวชศาสตรซ่ึงไดรับวุฒิบัตร
หรอื ไดร บั หนงั สอื อนมุ ตั จิ ากแพทยสภา ปฏบิ ตั หิ นา ทเ่ี พอื่ ดาํ เนนิ การสาํ หรบั กรงุ เทพมหานครและปรมิ ณฑล
ไดแ ก จงั หวดั ปทมุ ธานี นนทบรุ ี นครปฐม สมทุ รปราการ และสมทุ รสาคร ใหพ นกั งานสอบสวนผทู าํ การ
๘๖
ชนั สตู รพลกิ ศพเปน ผจู ดั การนาํ สง และใหแ จง และมอบศพ เศษหรอื สว นของศพใหก บั เจา หนา ทปี่ ระจาํ
กองกํากบั การฝายพเิ ศษ สถาบนั นิตเิ วชวทิ ยา โรงพยาบาลตํารวจ สํานกั งานตํารวจแหงชาติ และหรอื
เจา หนา ทมี่ ลู นธิ ทิ อี่ ยใู นการควบคมุ และกาํ กบั ดแู ลของสถาบนั นติ เิ วชวทิ ยา โรงพยาบาลตาํ รวจ สาํ นกั งาน
ตํารวจแหงชาตเิ ปน ผูจ ัดการนาํ สง
สว นจงั หวดั อน่ื นอกจากทร่ี ะบไุ วใ นวรรคหนง่ึ ใหพ นกั งานสอบสวนผรู บั ผดิ ชอบเปน ผจู ดั การ
นาํ สง
๘๗
º··èÕ ó
ÅÒ¾ÁÔ ¾¹ÔÇé ÁÍ×
ÇÑμ¶Ø»ÃÐʧ¤
๑. เพอื่ ใหท ราบลักษณะตางๆ ของลายเสน ลายพมิ พน้ิวมือ
๒. เพอ่ื ใหทราบประโยชน และหลกั สาํ คัญของการตรวจพสิ จู นล ายพิมพน ิว้ มือ
๓. เพ่อื ใหทราบวิธพี มิ พลายนวิ้ มือที่ถกู ตอ งตามหลักวิชา
ÊÇ‹ ¹นํา
ลายพิมพนิ้วมือสามารถนํามาใชในการยืนยันตัวบุคคลได เพ่ือทราบวาบุคคลนั้น
เคยกระทาํ ผดิ คดอี าญามากอ นหรอื ไม นาํ มาใชป ระกอบสาํ นวนการสอบสวนในการฟอ งเพมิ่ โทษ รวมทงั้
พสิ จู นเ อกลกั ษณบ คุ คลจากศพไมท ราบชอื่ และพสิ จู นเ อกลกั ษณบ คุ คลกรณภี ยั พบิ ตั ิ จงึ ควรทราบลกั ษณะ
ลายเสนลายพิมพน ว้ิ มอื ประโยชนและหลักสาํ คัญของการตรวจพสิ ูจนลายพิมพนิ้วมอื รวมถงึ วธิ ีพิมพ
ลายน้วิ มือบคุ คลและศพท่ีถูกตองตามหลกั วิชา
¡Ô¨¡ÃÃÁá¹Ðนาํ
ทดลองกรอกขอความลงในแบบพิมพลายน้ิวมอื และฝกปฏิบัตพิ ิมพล ายน้วิ มอื ทีถ่ กู ตอ ง
ตามหลักวิชา
๘๘
ลายพิมพน ้วิ มอื มนษุ ย
ผิวหนังของน้ิวมือมนุษยเราจะเห็นเปนรูปลักษณะตางๆ กัน ลวดลายตางๆ ที่เกิดข้ึน
กเ็ พราะวาผวิ หนงั ของนว้ิ มือมนษุ ยม เี สนอยู ๒ ชนดิ ปนกนั อยู คอื “เสนนูน” และ “เสน รอง”
เสนนูน คือ การเกิดของรอยนูนซ่ึงสูงขึ้นมาพนจากผิวหนังสวนนอกของนิ้วมือ น้ิวเทา
ฝามอื และฝาเทา
เสน รอง คือ รอยลึกซ่ึงอยตู ํ่าลงไปกวา ระดับของเสน นูน
เมื่อเรากดนิ้วมือลงบนแทนหมึกดํา และนําไปกดลงบนกระดาษขาวจะปรากฏวาเปน
ลวดลายตางๆ โดยมีเสนสีดําและขาวสลับกันไป เสนสีดําก็คือเสนนูน และเสนสีขาวก็คือ เสนรอง
ในการตรวจพิสูจนเปรียบเทียบลายพิมพน้ิวมือจะใชเสนสีดําหรือเสนนูนเน่ืองจากเสนนูนมีคุณสมบัติ
ดังตอไปน้ี คือ
๑. เสนนูน (Ridge) จะเร่ิมมีข้ึนในอวัยวะตั้งแตบุคคลน้ันมีแขน-ขา ในทองมารดา
และจะคงรปู เร่อื ยมาจนกวา จะตาย
๒. ถา เสนนนู ถูกทําลาย ลอกออกดวยตนเอง จะงอกขน้ึ ใหมเดมิ
๓. การจดั ตวั ของเสน นูน แมจะมีลวดลายคลายกัน แตจ ะไมเหมือนกนั เลย
ฉะนนั้ ในการตรวจสอบเปรียบเทยี บลายพมิ พน วิ้ มอื จงึ ใชเสนสีดําหรอื เสนนูนเปนหลัก
รปู ลกั ษณะตา งๆ ของลายเสน
(๑) เสนตรงธรรมดา
(๒) เสน โคง
(๓) เสนวกกลบั
(๔) เสน เวยี น
(๕) เสนแตก
(๖) เสนสัน้ ๆ หรอื เสนขาด
(๗) เสน เกาะหรือเสนทะเลสาบ
(๘) เสนหักมุม
(๙) จุด
●
ทัง้ นจ้ี ะมไี มค รบทั้ง ๙ ชนดิ ก็ได แลวแตร ูปลักษณะของลายนว้ิ มอื ทป่ี รากฏ
๘๙
ประเภทลายพิมพนวิ้ มอื มนุษย
ลายพิมพนว้ิ มอื มนุษยมี ๓ ประเภท
๑. ประเภทโคง
๒. ประเภทมดั หวาย
๓. ประเภทกนหอย
ลายพิมพน ิ้วมือประเภทโคงมี ๒ ชนิด
๑. โคง ราบ (PLAIN ARCH)
๒. โคง กระโจม (TENTED ARCH)
ลายพิมพนิว้ มอื ประเภทมัดหวายมี ๒ ชนดิ
๑. มดั หวายปด ขวา (RIGHT LOOP)
๒. มดั หวายปดซาย (LEFT LOOP)
ลายพิมพน ิ้วมอื ประเภทกนหอยมี ๕ ชนดิ
๑. กนหอยธรรมดา (PLAIN WHORL)
๒. กน หอยกระเปา กลาง (CENTRAL POCKET LOOP)
๓. กน หอยกระเปาขา ง (LATERAL POCKET LOOP)
๔. กนหอยมดั หวายแฝด (TWINNED LOOP / DOUBLE LOOP)
๕. กนหอยซับซอน (ACCIDENTAL)
๙๐
๑. ลายพิมพนิว้ มือประเภทโคง
ลายพิมพนว้ิ มือชนดิ โคง ราบ ลายพมิ พนวิ้ มือชนิดโคง กระโจม
(PLAIN ARCH) (TENTED ARCH)
๒. ลายพิมพน วิ้ มอื ประเภทมัดหวาย
ลายพิมพน้ิวมอื ชนิดมดั หวายปดขวา ลายพมิ พนิว้ มอื ชนิดมัดหวายปด ซา ย
(RIGHT LOOP) (LEFT LOOP)
๙๑
๓. ลายพมิ พน ้ิวมอื ประเภทกน หอย
ลายพมิ พน้ิวมือชนิดกนหอยธรรมดา ลายพิมพนิว้ มือชนิดกนหอยกระเปา กลาง
(PLAIN WHORL) (CENTRAL POCKET LOOP)
ลายพมิ พน้ิวมือชนดิ กน หอยกระเปา ขา ง ลายพิมพน ว้ิ มอื ชนดิ มดั หวายแฝด
(LATERAL POCKET LOOP) (TWINNED LOOP / DOUBLE LOOP)
ลายพิมพนวิ้ มอื ชนิดกนหอยซบั ซอน
(ACCIDENTAL)