คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน ๑๐๐
ศ ๑๕๑๐๑ ศลิ ปะ๕ กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ิลปะ
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๕ เวลา ๘๐ ช่วั โมง
คำอธิบายรายวชิ า
บรรยาย อภิปราย บอก มีทักษะ สร้าง วาดภาพ ระบุ ท่อง เล่า เลียนแบบ แสดง จำแนก เปรียบเทียบ
เคาะ ร้องเพลง เกย่ี วกบั เกีย่ วกบั จงั หวะ ตำแหนง่ ของ สิ่งตา่ ง ๆ ทีป่ รากฏในสิง่ แวดล้อม และงานทศั นศลิ ป์ความ
แตกต่างระหว่างงานทัศนศลิ ป์ ทสี่ รา้ งสรรค์ดว้ ยวสั ดอุ ปุ กรณแ์ ละวธิ ีการท่ตี า่ งกนั เทคนิคของแสงเงา นำ้ หนกั และ
วรรณะสี การวาดภาพภูมิศาสตร์ของสถานท่ีท่องเที่ยวและประเพณีวฒั นธรรมในอำเภอวารินชำราบและจังหวัด
อุบลราชธานี งานปน้ั จาก ดินนำ้ มันหรือดินเหนียวโดยเน้นการถ่ายทอดจนิ ตนาการ งานพิมพภ์ าพ โดยเน้นการจัด
วางตำแหน่งของส่ิงต่าง ๆ ในภาพ ปัญหาในการจดั องค์ประกอบศิลป์ และการส่อื ความหมายในงานทัศนศิลป์ของ
ตนเอง และบอกวธิ ีการปรับปรงุ งานใหด้ ขี ึน้ ประโยชนแ์ ละคุณค่าของงานทัศนศิลป์ทมี่ ผี ลต่อชวี ติ ของคน ในสงั คม
เกี่ยวกับลักษณะรปู แบบของงานทศั นศิลป์ในแหลง่ เรียนร้หู รือนิทรรศการศิลปะ งานทัศนศลิ ปท์ ่สี ะท้อนวัฒนธรรม
และภูมิปัญญาในท้องถิ่น องค์ประกอบดนตรีในเพลงที่ใชใ้ นการสื่ออารมณ์ ลักษณะของเสียงขับร้องและเครือ่ ง
ดนตรีที่อยู่ในวงดนตรีประเภทตา่ ง ๆ โน้ตดนตรีไทยและสากล ๕ ระดับเสียง เครื่องดนตรีทำจังหวะและทำนอง
เพลงไทยหรือเพลงสากล หรือเพลงไทยสากลที่เหมาะสมกับวัย ประโยคเพลงแบบถามตอบใช้ดนตรีร่วมกับ
กิจกรรมในการแสดงออกตามจินตนาการความสมั พันธร์ ะหว่างดนตรกี บั ประเพณีในวัฒนธรรมตา่ ง ๆ คุณค่าของ
ดนตรที ม่ี าจากวฒั นธรรมทีต่ า่ งกัน องคป์ ระกอบนาฏศลิ ป์ ท่าทางประกอบเพลงหรอื เรื่องราวตามความคิดของตน
แสดงนาฏศิลป์ โดยเน้นการใช้ภาษาท่าและนาฏยศัพท์ในการสื่อความหมายและการแสดงออกการรำรองเง็ง
เลียนแบบการเคลื่อนไหวของธรรมชาติที่มีในจังหวัดอุบลราชธานี การเขียนเค้าโครงเรือ่ งหรือบทละครส้ัน ๆการ
แสดงนาฏศลิ ป์ชุดตา่ ง ๆประโยชนท์ ไี่ ด้รบั จากการชมการแสดง การแสดงประเภทตา่ ง ๆ ของไทย ในแตล่ ะทอ้ งถิ่น
แสดงนาฏศิลป์ นาฏศลิ ปพ์ ้ืนบ้าน ท่สี ะทอ้ นถึงวัฒนธรรมและประเพณี
รู้ เข้าใจ เห็นคุณค่า ชื่นชม เกี่ยวกับจังหวะ ตำแหน่งของ สิ่งต่าง ๆ ที่ปรากฏในสิ่งแวดล้อม และงาน
ทัศนศลิ ป์ ความแตกต่างระหวา่ งงานทศั นศลิ ป์ ทสี่ รา้ งสรรค์ดว้ ยวัสดุอุปกรณ์และวธิ ีการทีต่ า่ งกัน เทคนิคของแสง
เงา น้ำหนัก และวรรณะสี การวาดภาพภมู ศิ าสตร์ของสถานท่ีท่องเท่ียวและประเพณีวฒั นธรรมในอำเภอวารินชำ
ราบและจังหวัดอุบลราชธานี งานปัน้ จาก ดินน้ำมนั หรือดินเหนียวโดยเนน้ การถ่ายทอดจนิ ตนาการงานพิมพ์ภาพ
โดยเน้นการจัดวางตำแหน่งของสิ่งต่าง ๆ ในภาพ ปัญหาในการจัดองค์ประกอบศิลป์ และการสื่อความหมายใน
งานทัศนศิลป์ของตนเอง และบอกวิธีการปรับปรุงงานให้ดีขึ้น ประโยชน์และคุณค่าของงานทัศนศิลป์ที่มีผลต่อ
ชีวิตของคนในสังคม เกี่ยวกับลักษณะรูปแบบของงานทัศนศิลป์ในแหล่งเรียนรู้หรือนิทรรศการศิลปะ งาน
ทัศนศิลป์ทีส่ ะท้อนวัฒนธรรมและภมู ิปญั ญาในทอ้ งถ่ิน องค์ประกอบดนตรใี นเพลงทใ่ี ชใ้ นการสอื่ อารมณ์ ลกั ษณะ
ของเสียงขับร้องและเครื่องดนตรีที่อยู่ในวงดนตรีประเภทต่าง ๆ โน้ตดนตรีไทยและสากล ๕ ระดับเสียง เครื่อง
ดนตรีทำจงั หวะและทำนอง เพลงไทยหรือเพลงสากล หรือเพลงไทยสากลที่เหมาะสมกับวยั ประโยคเพลงแบบ
ถามตอบใช้ดนตรีร่วมกับกิจกรรมในการแสดงออกตามจินตนาการความสัมพันธ์ระหว่างดนตรีกับประเพณีใน
หลกั สตู รโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
๑๐๑
วัฒนธรรมต่าง ๆ คุณค่าของดนตรีท่ีมาจากวฒั นธรรมท่ีตา่ งกนั องค์ประกอบนาฏศิลป์ ทา่ ทางประกอบเพลงหรือ
เรื่องราวตามความคิดของตน แสดงนาฏศิลป์ โดยเน้นการใช้ภาษาท่าและนาฏยศัพท์ในการสื่อความหมายและ
การแสดงออกการรำ เลียนแบบการเคลื่อนไหวของธรรมชาติที่มีในจังหวัดอุบลราชธานี การเขียนเค้าโครงเรื่อง
หรือบทละครสนั้ ๆ การแสดงนาฏศิลป์ชุดต่าง ๆ ประโยชนท์ ไ่ี ด้รบั จากการชมการแสดง การแสดงประเภทต่าง ๆ
ของไทย ในแต่ละทอ้ งถ่ิน แสดงนาฏศลิ ป์ นาฏศลิ ปพ์ ้ืนบ้าน ที่สะท้อนถงึ วัฒนธรรมและประเพณีรักและมุ่งมั่นใน
การทำงาน สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและสามารถนำไป
ประยกุ ต์ใช้กับชีวติ ประจำวันไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งเหมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั
ศ ๑.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕ , ป.๕/๖ , ป.๕/๗
ศ ๑.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒
ศ ๒.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕ , ป.๕/๖ , ป.๕/๗
ศ ๒.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒
ศ ๓.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕ , ป.๕/๖
ศ ๓.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๖ ตวั ชว้ี ัด
หลกั สูตรโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน ๑๐๒
ศ ๑๖๑๐๑ ศลิ ปะ๖ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ศิลปะ
ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๖ เวลา ๘๐ ชว่ั โมง
คำอธบิ ายรายวิชา
บรรยาย อภิปราย บอก มีทักษะ สร้าง อ่าน เขียน วาดภาพ ระบุ ท่อง เล่า เลียนแบบ แสดงจำแนก
เปรียบเทียบ เคาะ ร้องเพลง เกี่ยวกับ สีคู่ตรงข้าม และอภิปรายเกี่ยวกับการใช้ สีคู่ตรงข้าม ในการถ่ายทอด
ความคดิ และอารมณ์ หลกั การจัดขนาดสดั ส่วนความสมดุลในการสร้างงานทัศนศิลป์ งานทศั นศลิ ปจ์ ากรูปแบบ ๒
มติ ิ เปน็ ๓ มิติ โดยใชห้ ลกั การของแสงเงาและน้ำหนักงานปั้นโดยใช้หลักการเพ่มิ และลด ปั้นแผนผังของโรงเรียน
งานทัศนศิลป์ โดยใช้หลักการของรูปและพืน้ ทีว่ ่างใช้สีคู่ตรงขา้ มหลักการจัดขนาดสัดส่วน และความสมดุล วาด
ภาพสถาปัตยกรรมที่มีในจังหวัดอบุ ลราชธานี ทัศนศิลป์เป็นแผนภาพ แผนผัง และภาพประกอบ เพื่อถ่ายทอด
ความคิด หรือเรื่องราวเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่าง ๆ บทบาทของงานทัศนศิลป์ที่สะท้อนชีวิตและสังคม เกี่ยวกับ
อิทธิพลของความเช่อื ความศรทั ธาในศาสนาท่ีมีผลต่องานทัศนศิลปใ์ นทอ้ งถนิ่ อทิ ธพิ ลทางวัฒนธรรมในท้องถิ่นที่
มผี ลตอ่ การสรา้ งงานทัศนศลิ ป์ของบุคคล เพลงท่ีฟัง โดยอาศัยองคป์ ระกอบดนตรี และศัพท์สงั คตี ประเภทและ
บทบาทหน้าที่เครือ่ งดนตรีไทยและเครื่องดนตรีท่ีมาจากวัฒนธรรมต่าง ๆ โน้ตไทย และโน้ตสากลทำนองง่าย ๆ
ใช้เครื่องดนตรีบรรเลงประกอบการร้องเพลงดน้ สดท่ีมีจังหวะและทำนองง่าย ๆ ความรู้สึกที่มีต่อดนตรี ทำนอง
จังหวะ การประสานเสียง และคุณภาพเสียงของเพลงที่ฟงั เรื่องราวของดนตรีไทยในประวัติศาสตร์ ดนตรีที่มา
จากยคุ สมัยท่ตี ่างกัน อทิ ธิพลของวัฒนธรรมตอ่ ดนตรีในทอ้ งถิ่น การเคลือ่ นไหวและการแสดงโดยเน้นการถ่ายทอด
ลีลาหรืออารมณ์ เครื่องแต่งกาย หรืออุปกรณป์ ระกอบการ แสดงนาฏศิลป์และการละคร อย่างง่าย ๆ ความรู้สกึ
ของตนเองที่มีต่องานนาฏศิลป์และการละครอย่างสร้างสรรค์ การแสดงความคิดเห็นในการชมการแสดง
ความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์และการละครกับสิ่งที่ประสบในชีวิตประจำวันสิ่งที่มีความสำคัญต่อการแสดง
นาฏศลิ ปแ์ ละละคร ประโยชน์ทีไ่ ดร้ บั จากการแสดงหรือการชมการแสดงนาฏศลิ ปแ์ ละละคร
รู้ เข้าใจ เห็นคณุ ค่า ช่นื ชม เก่ียวกับสคี ู่ตรงข้าม และอภิปรายเกี่ยวกับการใช้ สีคตู่ รงขา้ ม ในการถ่ายทอด
ความคิดและอารมณ์ หลักการจัดขนาดสัดสว่ นความสมดุลในการสรา้ งงานทัศนศลิ ป์ งานทศั นศลิ ปจ์ ากรปู แบบ ๒
มิติ เป็น ๓ มติ ิ โดยใช้หลกั การของแสงเงาและน้ำหนักงานป้นั โดยใช้หลักการเพิ่มและลด ปนั้ แผนผังของโรงเรียน
งานทศั นศลิ ป์ โดยใช้หลักการของรูปและพ้ืนทวี่ ่างใช้สคี ู่ตรงขา้ มหลักการจัดขนาดสัดสว่ น และความสมดุล วาด
ภาพสถาปัตยกรรมที่มีในจังหวัดอุบลราชธานี ทัศนศิลป์เป็นแผนภาพ แผนผัง และภาพประกอบ เพื่อถ่ายทอด
ความคิด หรือเรื่องราวเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่าง ๆ บทบาทของงานทัศนศิลป์ที่สะท้อนชีวิตและสังคม เกี่ยวกับ
อิทธพิ ลของความเช่ือความศรทั ธาในศาสนาทม่ี ีผลต่องานทัศนศิลป์ในทอ้ งถ่ิน อทิ ธพิ ลทางวัฒนธรรมในท้องถิ่นท่ี
มีผลตอ่ การสร้างงานทัศนศิลป์ของบุคคล เพลงทฟ่ี ัง โดยอาศัยองคป์ ระกอบดนตรี และศพั ท์สังคตี ประเภทและ
บทบาทหน้าที่เครื่องดนตรีไทยและเครื่องดนตรีที่มาจากวัฒนธรรมต่าง ๆ โน้ตไทย และโน้ตสากลทำนองง่าย ๆ
ใช้เครื่องดนตรีบรรเลงประกอบการร้องเพลงด้นสดที่มีจังหวะและทำนองงา่ ย ๆ ความรู้สึกที่มีต่อดนตรี ทำนอง
จังหวะ การประสานเสยี ง และคุณภาพเสยี งของเพลงทฟ่ี ัง เร่ืองราวของดนตรีไทยในประวตั ศิ าสตร์ ดนตรีที่มาจาก
หลักสูตรโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
๑๐๓
ยุคสมยั ทตี่ า่ งกัน อทิ ธิพลของวฒั นธรรมตอ่ ดนตรใี นท้องถนิ่ การเคลอ่ื นไหวและการแสดงโดยเน้นการถ่ายทอดลีลา
หรืออารมณ์ เครื่องแต่งกาย หรืออุปกรณป์ ระกอบการ แสดงนาฏศิลป์และการละคร อย่างงา่ ย ๆ ความรู้สึกของ
ตนเองท่ีมีต่องานนาฏศิลปแ์ ละการละครอย่างสรา้ งสรรค์ การแสดงความคิดเหน็ ในการชมการแสดงความสัมพันธ์
ระหวา่ งนาฏศลิ ป์และการละครกับสิ่งทีป่ ระสบในชีวิตประจำวันสิ่งที่มีความสำคัญต่อการแสดงนาฏศิลป์และละคร
ประโยชน์ที่ได้รับจากการแสดงหรือการชมการแสดงนาฏศิลป์และละคร รักและมุ่งมั่นในการทำงาน สามารถนำ
คว ามร ู้ไ ปใช้ให้เก ิดปร ะ โยชน ์โดยใช้หลัก ปร ัชญ าของ เศร ษ ฐก ิจพ อเพ ียงและ สามาร ถน ำไปปร ะ ยุก ต์ใช้กับ
ชีวติ ประจำวันไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งเหมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ชวี้ ัด
ศ ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗
ศ ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ศ ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ศ ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ศ ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ศ ๓.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๗ ตวั ชวี้ ดั
หลกั สตู รโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
๑๐๔
คำอธบิ ายรายวิชา
กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชีพ
หลกั สตู รโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
ง ๑๑๑๐๑ การงานอาชพี ฯ๑ ๑๐๕
ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๑
คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน
กล่มุ สาระการเรยี นรูก้ ารงานอาชพี
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง
คำอธบิ ายรายวชิ า
บอก รู้ วธิ ีการทำงาน ใช้วัสดอุ ปุ กรณ์ และเคร่อื งมือ ประโยชนข์ องอุปกรณ์ เทคโนโลยสี ารสนเทศ ทำงาน
เพื่อช่วยเหลือตนเองอย่างกระตือรือร้นและการประหยัด , ออม การตรงต่อเวลา การผลิตเครื่องใช้จักสาน จาก
วัสดุเหลือใช้เศรษฐกจิ พอเพียงผ่านกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ สหกรณ์ การจดั การขยะ อาหารกลางวนั ข้อมูลสิ่งท่ีสนใจ
เป็นขอ้ มูลเกีย่ วกบั บุคคล สัตว์ สิ่งของ เร่อื งราวในหมบู่ ้านหนองไผ่ ห้องสมุดโรงเรียนบา้ นฝาผนงั )
เพื่อให้รู้ เข้าใจ การช่วยเหลือตนเองเป็นการลงมือทำงานที่มุ่งเน้นการฝึกทำงานอย่างสม่ำเสมอ การ
ทำงานอย่างปลอดภัย ความกระตือรือร้นและตรงเวลาเป็นลักษณะนิสัยในการทำงาน ใฝ่รู้ใฝ่เรียน มุ่งมั่นในการ
ทำงาน สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไป
ประยุกตใ์ ชก้ บั ชีวติ ประจำวันได้อยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ชีว้ ดั
ง ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๑, ป.๑/๓
ง ๓.๑ ป.๑.๑, ป.๑/๒
รวม ๒ มาตรฐาน ๕ ตวั ชี้วัด
หลกั สูตรโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
๑๐๖
คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ง ๑๒๑๐๑ การงานอาชพี ฯ๒ กลมุ่ สาระการเรียนรกู้ ารงานอาชีพ
ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๒ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง
คำอธบิ ายรายวิชา
บอก รู้ วิธีการหรือประโยชน์ของการทำงาน สิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ใช้วัสดุอุปกรณ์ ชื่อและ
หน้าที่ของอุปกรณ์และเครื่องมือให้เหมาะสมกับงาน อาชีพการทำสวนลองกองช่วยให้การประหยัด , ออม รู้จัก
แบ่งปนั ส่ิงของให้ผู้อืน่ และชว่ ยเหลอื งานบ้าน ขอ้ มูลและรวบรวมข้อมูลทสี่ นใจจากแหล่งข้อมูลต่างๆท่เี ชือ่ ถอื ได้ ชือ่
และหน้าที่ของอุปกรณ์พื้นฐานที่เป็นส่วนประกอบหลักของคอมพิวเตอร์ เศรษฐกิจพอเพียงผ่านกิจกรรมต่างๆ
ได้แก่ เศรษฐกจิ พอเพยี งผ่านกิจกรรมตา่ ง ๆ สหกรณ์ การจดั การขยะ อาหารกลางวนั โรงเรียน การผลิตการใช้วัสดุ
เหลือใช้
เพื่อให้ตระหนัก เห็นคุณค่า เพื่อช่วยเหลือตนเองและครอบครัว นำความรู้เกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์
เครอื่ งมอื ทีถ่ กู วธิ ไี ปประยุกต์ใช้ การสรา้ งของเลน่ ของใช้อย่างง่าย มีความคิดสรา้ งสรรคอ์ ย่างน้อย ๑ ลกั ษณะ ของ
ใชอ้ ยา่ งอย่างงา่ ยโดยกำหนดปัญหาหรอื ความต้องการรวบรวมขอ้ มลู ออกแบบโดยถ่ายทอดความคดิ เปน็ ภาพร่าง ๒
มิตินำความรู้เกีย่ วกบั การใช้อุปกรณ์ เครื่องมือทีถ่ กู วิธไี ปประยกุ ต์ใช้ การสร้างของเล่นของใชอ้ ย่างงา่ ยมีความคดิ
สร้างสรรค์อย่างนอ้ ย ๑ ลกั ษณะ ในการแก้ปัญหา สามารถนำความรไู้ ปใชใ้ ห้เกิดประโยชน์โดยใชห้ ลกั ปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพยี งและสามารถนำไปประยกุ ต์ใช้กบั ชวี ิตประจำวันไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
ง ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
ง ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ง ๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
รวม ๓ มาตรฐาน ๑๐ ตัวชี้วดั
หลกั สตู รโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
๑๐๗
คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ง ๑๓๑๐๑ การงานอาชีพฯ๓ กลุ่มสาระการเรียนรกู้ ารงานอาชพี
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง
คำอธิบายรายวิชา
บอก ค้นหาข้อมูล รวบรวมข้อมูล สร้าง ขั้นตอน เลือกใช้สิ่งของเครื่อง เครื่องมือวิธีการทำงานและ
ประโยชน์การทำงาน ใช้วัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือตรงกับงาน อาชีพการทำสวน ช่วยให้การประหยัด , ออม
โดยกำหนดปัญหาหรือความต้องการ อย่างมีขั้นตอน ทำงานอย่างเป็นตามกระบวนการทำงานด้วยความสะอาด
ความรอบคอบและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจพอเพียงผ่านกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ สหกรณ์ การจัดการขยะ
อาหารกลางวันโรงเรยี น
เพื่อให้ รู้ เข้าใจ การทำงาน เพอ่ื ช่วยเหลอื ตนเองและครอบครัว ชว่ ยเหลืองานบา้ นและสว่ นรวมออกแบบ
โดยการถ่ายทอดความคิดเป็นภาพร่าง ๒ มิติลงมือสร้างและประเมินผลเลอื กใช้สิ่งของเคร่ืองใช้ในชีวิตประจำวนั
อย่างสร้างสรรค์ มีการจัดการสิ่งของเครื่องใช้ ด้วยการนำกลับมาใช้ซ้ำการแบ่งปันสิ่งของให้ผู้อื่น สามารถนำ
ความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับ
ชวี ิตประจำวันไดอ้ ยา่ งถกู ต้องเหมาะสม
มาตรฐาน/ตัวชีว้ ัด
ง ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ง ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ง ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒
รวม ๓ มาตรฐาน ๘ ตัวช้วี ัด
หลักสตู รโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน ๑๐๘
ง ๑๔๑๐๑ การงานอาชีพฯ๔ กลุม่ สาระการเรยี นร้กู ารงานอาชีพ
ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๔ เวลา ๘๐ ชวั่ โมง
คำอธบิ ายรายวชิ า
บอก อธิบาย ความหมาย ความสำคัญ ของอาชีพ ข้นั ตอนการทำงาน ใชร้ ะบบ เหตผุ ลในการทำงานให้
บรรลุเป้าหมาย ประโยชน์และโทษ ใช้พลังงานทรัพยากรในการทำงานอย่างประหยัด การ ออม เศรษฐกิจ
พอเพียงผา่ นกจิ กรรมตา่ งๆ ได้แก่ สหกรณ์ การจัดการขยะ อาหารกลางวนั โรงเรียน การทำอาชีพการปลูกพชื สวน
ครัว เล้ียงสตั ว์ ช่ือและหนา้ ท่ีของอุปกรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศ หลักการทำงานเบ้อื งต้นของคอมพวิ เตอร์
เพื่อให้ รู้ เข้าใจ การช่วยเหลืองานในบ้าน การทำงานบรรลุเป้าหมายที่วางไว้อย่างเป็นขั้นตอน การใช้
ระบบปฏบิ ตั ิการคอมพวิ เตอร์ในการทำงาน ภาพน่ิงหรือชิ้นงานจากจนิ ตนาการโดยใช้โปรแกรมกราฟิกด้วยความ
รับผิดชอบ การแบ่งปันสิ่งของให้ สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียงและสามารถนำไปประยุกตใ์ ช้กับชีวิตประจำวนั ได้อยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ชีว้ ดั
ง ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
ง ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕
ง ๔.๑ ป.๔/๑
รวม ๓ มาตรฐาน ๑๐ ตวั ชี้วดั
หลกั สตู รโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน ๑๐๙
ง ๑๕๑๐๑ การงานอาชพี ฯ๕ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ
ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕ เวลา ๘๐ ชั่วโมง
คำอธบิ ายรายวิชา
บอก อธิบาย ความหมาย ความสำคัญ ของอาชีพ ขั้นตอนการทำงาน ใช้ระบบเหตุผลในการทำงานให้
บรรลุเป้าหมาย ประโยชน์และโทษ ใช้พลังงานทรัพยากรในการทำงานอย่างประหยัด การออม เศรษฐกิจ
พอเพียงผ่านกิจกรรมต่างๆ ไดแ้ ก่ สหกรณ์ การจัดการขยะ อาหารกลางวันโรงเรยี น การทำอาชพี การปลกู พชื สวน
ครัว เลย้ี งสตั ว์ ช่ือและหนา้ ที่ของอปุ กรณเ์ ทคโนโลยสี ารสนเทศ หลักการทำงานเบอ้ื งตน้ ของคอมพิวเตอร์
เพื่อให้ รู้ เข้าใจ การช่วยเหลืองานในบ้าน การทำงานบรรลุเป้าหมายที่วางไว้อย่างเป็นขั้นตอน การใช้
ระบบปฏิบัตกิ ารคอมพวิ เตอร์ในการทำงาน ภาพนิ่งหรือช้ินงานจากจนิ ตนาการโดยใช้โปรแกรมกราฟิกด้วยความ
รับผิดชอบ การแบ่งปันสิ่งของให้ สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้วิธีการของเศรษฐกิจพอเพียง
และสามารถนำไปประยกุ ตใ์ ชก้ บั ชวี ติ ประจำวนั ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม
มาตรฐาน/ตัวชวี้ ดั
ง ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ง ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ง ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ง ๔.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒
รวม ๔ มาตรฐาน ๑๓ ตัวชว้ี ดั
หลกั สตู รโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน ๑๑๐
ง ๑๖๑๐๑ การงานอาชีพฯ๖ กลุม่ สาระการเรียนรู้การงานอาชีพ
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ เวลา ๘๐ ช่ัวโมง
คำอธิบายรายวิชา
อธิบาย บอก อภิปราย รวบรวม นำเสนอ ข้อมูล แนวทางการทำงานแต่ละขั้นตอน ส่วนประกอบของ
เทคโนโลยี สร้างสิ่งของเคร่ืองใช้อยา่ งเป็นขั้นตอน ตั้งแต่กำหนดปัญหา หรือความต้องการ รวบรวมขอ้ มูลเลอื ก
วิธีการในรูปแบบท่ีเหมาะสมโดยเลอื กใช้ซอฟตแ์ วรป์ ระยกุ ต์ ออกแบบโดยการถ่ายทอดความคดิ เปน็ ภาพรา่ ง ๓ มิติ
กอ่ นลงมอื สรา้ ง และประเมินผล ทำใหผ้ เู้ รยี นทำงานอ ย่างเป็นกระบวนการและช่วยเหลืองานในบา้ นการประหยัด
การออม การแบ่งปันสิ่งของใหผ้ ู้อืน่ การแปรรูป จากกล้วยการผลิตการใช้เครื่องจกั สาน การผลิตการใช้เคร่อื งจัก
สานจากวสั ดุเหลอื ใช้ อาชีพการทำสวนการปลูกพชื สวนครวั เลย้ี งสตั ว์ เศรษฐกิจพอเพยี งผ่านกจิ กรรมตา่ งๆ ไดแ้ ก่
สหกรณ์ การจดั การขยะ อาหารกลางวนั โรงเรยี น
เพื่อให้รู้ เข้าใจทักษะการจัดการทำงาน และมีทักษะการทำงานร่วมกันปฏิบัตติ นอย่างมีมารยาทในการ
ทำงานกับสมาชิกในครอบครัวและผู้อื่นนำความรู้และทักษะการสร้าง ชิ้นงาน ไปประยุกต์ในการสร้างสิ่งของ
เครื่องใช้และการแก้ปญั หาวางแผนในการเลือกอาชีพ สามารถนำความรูไ้ ปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้วิธีการของ
เศรษฐกิจพอเพยี งและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับชวี ติ ประจำวันไดอ้ ยา่ งถูกต้องเหมาะสม
มาตรฐาน/ตัวชวี้ ดั
ง ๑.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓
ง ๒.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓
ง ๓.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป ๖/๔ , ป ๖/๕
ง ๔.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒
รวม ๔ มาตรฐาน ๑๓ ตัวชวี้ ัด
หลกั สตู รโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
๑๑๑
คำอธิบายรายวชิ า
กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ
หลกั สูตรโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
๑๑๒
คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
อ ๑๑๑๐๑ ภาษาอังกฤษ๑ กลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาต่างประเทศ
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๑ เวลา ๑๒๐ ชัว่ โมง
ปฏบิ ัตติ าม คำส่งั ง่ายๆ ทฟี่ ัง ตัวอักษรและเสียง และสะกดคำงา่ ย ๆ ถูกต้องตามหลกั การอ่าน ภาพตรง
ตามความหมายของคำและกลุ่มคำที่ฟงั เรื่องใกลต้ ัว คำสั้น ๆ ง่าย ๆ ในการสื่อสารระหว่างบุคคลตามแบบท่ฟี งั
คำสั่งง่าย ๆ ตามแบบที่ฟัง ความต้องการง่ายๆของตนเองตามแบบที่ฟัง การขอและให้ข้อมูลง่ายๆ เกี่ยวกับ
ตนเองตามแบบทฟ่ี งั ขอ้ มลู งา่ ยๆ เก่ียวกบั ตนเองและเรื่องใกล้ตัว ตามวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ชือ่ และคำศัพท์
เกย่ี วกับเทศกาลสำคญั ของเจ้าของภาษา การเขา้ รว่ มกจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมทเ่ี หมาะสมกับวัย การระบุ
ตวั อกั ษรและเสียงอักษรของภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ)และภาษาไทย คำศพั ท์ทีเ่ กี่ยวข้องกบั กลุ่มสาระการ
เรยี นร้อู ื่น การฟงั /พูดในสถานการณ์งา่ ยๆทเ่ี กิดขึ้นในหอ้ งเรียน การใช้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ)เพื่อรวบรวม
คำศัพทท์ ี่เก่ียวข้องใกลต้ วั
โดยการปฏิบัติตาม ระบุ อ่านออกเสียง เลือกภาพ ตอบคำถาม พูดโต้ตอบ ใช้ บอก พูดขอ ให้ข้อมูล
ทำท่าประกอบ เข้าร่วม ฟัง/พูด เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจและนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เกิด
สมรรถนะตามความต้องการของหลักสูตร มีคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ข้ึนในตัวของผ้เู รยี น และสามารถอยูร่ ่วมกับ
ผอู้ ่นื ในสังคมไดอ้ ย่างมีความสุข สามารถนำความรูไ้ ปใชใ้ ห้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
และสามารถนำไปประยกุ ต์ใช้กบั ชีวิตประจำวันไดอ้ ย่างถูกต้องเหมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ัด
ต ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔
ต ๑.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔
ต ๑.๓ ป.๑/๑
ต ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
ต ๒.๒ ป.๑/๑
ต ๓.๑ ป.๑/๑
ต ๔.๑ ป.๑/๑
ต ๔.๒ ป.๑/๑
รวม ๘ มาตรฐาน ๑๖ ตัวชว้ี ดั
หลกั สตู รโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
อ ๑๒๑๐๑ ภาษาอังกฤษ๒ ๑๑๓
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๒
คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ
เวลา ๑๒๐ ชั่วโมง
คำอธบิ ายรายวชิ า
ปฏบิ ตั ิตามคำส่ังงา่ ยๆ และคำขอร้องง่ายๆ ที่ฟัง ระบุตัวอักษรและเสียง อา่ นออกเสยี งคำ สะกดคำ และ
อ่านประโยคง่ายๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน เลือกภาพตรงตามความหมายของคำและกลุ่มคำที่ฟัง ตอบคำถาม
จากการฟังประโยค บทสนทนาหรือนิทานง่าย ๆ ที่มีภาพประกอบ พูดโต้ตอบด้วยคำสั้นๆ ง่าย ๆในการสื่อสาร
ระหว่างบคุ คลตามแบบทฟ่ี งั ใช้คำสัง่ และคำขอร้องงา่ ย ๆ ตามแบบทีฟ่ งั บอกความต้องการง่ายๆของตนเองตาม
แบบท่ีฟัง พูดขอและให้ขอ้ มลู ง่ายๆ เกย่ี วกับตนเองตามแบบที่ฟัง พูดให้ข้อมูล เกยี่ วกับตนเองและเรื่องใกล้ตวั พดู
และทำท่าทางประกอบตามวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา บอกชื่อและคำศัพท์เกี่ยวกับเทศกาลสำคัญของเจา้ ของ
ภาษา การเข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะสมกับวัย ระบุตัวอักษรและเสียงอักษรของ
ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ)และภาษาไทย บอกคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน ฟัง/พูดใน
สถานการณง์ ่ายๆทีเ่ กดิ ข้ึนในห้องเรยี น ใช้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ)เพ่อื รวบรวมคำศพั ท์ทเ่ี ก่ียวขอ้ งใกล้ตัว
โดยการระบุ อ่านออกเสียง เลือก ตอบคำถาม พูดโต้ตอบ ใช้ บอก ทำท่าทาง เข้าร่วม ฟัง เพื่อให้
ผู้เรยี นมีความรู้ความเขา้ ใจและนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวนั เกิดสมรรถนะตามความต้องการของหลักสูตร
มีคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ นึ้ ในตวั ของผเู้ รยี น และสามารถอย่รู ่วมกบั ผูอ้ ่ืนในสังคมได้อย่างมีความสุข สามารถ
นำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับ
ชีวิตประจำวันได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม
มาตรฐาน/ตัวชี้วดั
ต ๑.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔
ต ๑.๒ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔
ต ๑.๓ ป.๒/๑ , ป.๒/๑
ต ๒.๑ ป.๒/๒ , ป.๒/๓
ต ๒.๒ ป.๒/๑
ต ๓.๑ ป.๒/๑
ต ๔.๑ ป.๒/๑
ต ๔.๒ ป.๒/๑
รวม ๘ มาตรฐาน ๑๖ ตัวชีว้ ดั
หลักสตู รโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
อ ๑๓๑๐๑ ภาษาอังกฤษ๓ ๑๑๔
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓
คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ
เวลา ๑๒๐ ชว่ั โมง
คำอธบิ ายรายวชิ า
ปฏิบัติตามคำสั่งและคำขอร้องที่ฟังหรืออ่าน คำ สะกดคำ อ่านกลุ่มคำประโยค และบทพูดเข้าจังหวะ
(chant)งา่ ย ๆ ถกู ต้องตามหลักการอ่าน ภาพหรอื สัญลักษณต์ รงตามความหมายของคำกลุ่มคำและประโยคที่ฟัง
จากการฟงั หรืออ่านประโยค บทสนทนา หรือนทิ านงา่ ยๆ คำสั้นๆ งา่ ย ๆในการสือ่ สารระหว่างบุคคลตามแบบที่
ฟงั คำสง่ั และคำขอร้องงา่ ย ๆ ตามแบบท่ฟี งั ความตอ้ งการงา่ ยๆของตนเองตามแบบทีฟ่ งั ขอและให้ข้อมลู งา่ ยๆ
เก่ยี วกับตนเองและเพื่อนตามแบบที่ฟัง ความรู้สึกของตนเองเกย่ี วกับสิ่งตา่ งๆ ใกลต้ ัว หรอื กจิ กรรมต่างๆ ตามแบบ
ที่ฟัง ให้ข้อมูลง่ายๆ เกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว คำตามประเภทของ บุคคล สัตว์ และสิ่งของตามที่ฟังหรอื
อ่าน มารยาทสังคม/วฒั นธรรมของเจ้าของภาษา ช่อื และคำศพั ทง์ ่ายๆเกี่ยวกบั เทศกาล/วันสำคัญ/งานฉลองและ
ชีวิตความเป็นอยู่ของเจา้ ของภาษา กจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรมทเี่ หมาะสมกับวัย ความแตกตา่ งของเสียง
ตวั อกั ษร คำ กลุม่ คำ และประโยคง่ายๆ ของภาษาต่างประเทศ(ภาษาองั กฤษ)และภาษาไทย คำศพั ท์ทเี่ ก่ียวข้อง
กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น สถานการณ์ง่ายๆที่เกิดขึ้นในห้องเรียน ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ)เพื่อ
รวบรวมคำศัพท์ทเี่ กีย่ วข้องใกลต้ ัว
โดยการอา่ นออกเสยี ง สะกดคำ ฟงั พดู เลือก/ระบุ ตอบคำถาม พูดโตต้ อบ ใช้ บอก จัดหมวดหมู่
ทำท่าประกอบ เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อให้มีความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถนำความรู้ไปปฏิบัติให้เกิด
ประโยชน์ต่อตนเองและสังคม มีคณุ ธรรม จริยธรรม สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกดิ ประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญา
ของเศรษฐกจิ พอเพยี งและสามารถนำไปประยุกตใ์ ช้กับชวี ิตประจำวันไดอ้ ย่างถูกตอ้ งเหมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ต ๑.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔
ต ๑.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕
ต ๑.๓ ป.๓/๑ , ป.๓/๒
ต ๒.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ต ๒.๒ ป.๓/๑
ต ๓.๑ ป.๓/๑
ต ๔.๑ ป.๓/๑
ต ๔.๒ ป.๓/๑
รวม ๘ มาตรฐาน ๑๘ ตวั ชว้ี ดั
หลักสูตรโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
๑๑๕
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
อ ๑๔๑๐๑ ภาษาองั กฤษ๔ กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาต่างประเทศ
ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔ เวลา ๘๐ ชว่ั โมง
คำอธิบายรายวชิ า
ปฏบิ ตั ิตามคำสง่ั คำขอร้อง และคำแนะนำ (instructions)งา่ ย ๆทีฟ่ ังหรืออ่าน อา่ นออกเสียงคำ สะกด
คำ อ่านกลุ่มคำ ประโยค ข้อความง่ายๆ และบทพูดเข้าจังหวะ ถูกต้องตามหลักการอ่าน เลือก/ระบุภาพหรือ
สัญลักษณ์ หรอื เครือ่ งหมายตรงตามความหมายของประโยคและขอ้ ความสน้ั ๆท่ีฟังหรอื อา่ น ตอบคำถามจากการ
ฟังหรืออ่านประโยค บทสนทนา หรือนิทานง่ายๆ พูด/เขียนโต้ตอบในการสื่อสารระหว่างบุคคล ใช้คำสั่ง คำ
ขอร้อง และคำขออนุญาตง่าย ๆ พูด/เขียนแสดงความต้องการของตนเองตามและขอความช่วยเหลือใน
สถานการณ์ง่ายๆ พูด/เขียนเพื่อขอและให้ข้อมูล เกี่ยวกับตนเองเพื่อน และครอบครัว พูดแสดงความรู้สึกของ
ตนเองเกยี่ วกับเรอื่ งต่างๆ ใกล้ตัว หรอื กิจกรรมตา่ งๆ ตามแบบท่ีฟัง พดู /เขียนใหข้ ้อมลู ง่ายๆ เก่ยี วกับตนเองและ
เรื่องใกล้ตัว พูด/วาดภาพแสดงความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆใกล้ตัวที่ฟังหรืออ่าน พูดแสดงความคิดเห็นง่ายๆ
เกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว พูดและทำท่าประกอบอย่างสุภาพตามมารยาทสังคม/วัฒนธรรมของเจ้าของ
ภาษา ตอบคำถามเกี่ยวกับเทศกาล/วันสำคัญ/งานฉลองและชวี ิตความเป็นอยูง่ ่ายๆของเจา้ ของภาษา การเข้า
ร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะสมกับวัย บอกความแตกต่างของเสียงตัว อักษร คำ กลุ่มคำ
ประโยค และข้อความ ของภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ)และภาษาไทย บอกความเหมือน/ความแตกต่าง
ระหว่างเทศกาลและงานฉลองตามวัฒนธรรม ของเจา้ ของภาษากับของไทย คน้ คว้ารวบรวม คำศพั ท์ที่เก่ียวข้อง
กับกล่มุ สาระการเรียนรู้อนื่ และนำเสนอด้วยการพูด/การเขยี น ฟงั /พูดในสถานการณ์ท่เี กดิ ขน้ึ ในห้องเรียนและ
สถานศกึ ษา ใชภ้ าษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ)ในการสืบคน้ และรวบรวมขอ้ มลู ต่างๆ
โดยการฟงั พูด อา่ น เขียน ระบุ อา่ นออกเสียง เลือก ตอบคำถาม พดู โต้ตอบ ใช้ บอก ทำท่าทาง เขา้
ร่วม เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจและนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เกิดสมรรถนะตามความต้องการ
ของหลักสูตร มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ขึ้นในตัวของผู้เรียน และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมี
ความสุข สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไป
ประยกุ ต์ใช้กับชีวติ ประจำวนั ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ชวี้ ดั
ต ๑.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป๔/๔
ต ๑.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป๔/๔ , ป๔/๕
ต ๑.๓ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓
ต ๒.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓
ต ๒.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒
ต ๓.๑ ป.๔/๑
ต ๔.๑ ป.๔/๑
ต ๔.๒ ป.๔/๑ รวม ๘ มาตรฐาน ๒๐ ตัวช้วี ัด
หลกั สูตรโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
อ ๑๕๑๐๑ ภาษาองั กฤษ๕ ๑๑๖
ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๕
คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน
กล่มุ สาระการเรียนรูภ้ าษาต่างประเทศ
เวลา ๘๐ ชั่วโมง
คำอธบิ ายรายวิชา
ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอร้อง และคำแนะนำ ที่ฟังหรืออ่าน อ่านออกเสียง ประโยค ข้อความ และบท
กลอนสัน้ ๆ ถกู ตอ้ งตามหลกั การอา่ น ระบุ/วาดภาพสัญลกั ษณ์ หรอื เครอื่ งหมายตรงตามความหมายของประโยค
และข้อความสั้นๆที่ฟังหรืออ่าน บอกใจความสำคัญและตอบคำถามจากการฟังหรอื อ่านบทสนทนา และนิทาน
ง่ายๆหรือเรื่องสั้นๆ พูด/เขียนโต้ตอบในการสื่อสารระหว่างบุคคล ใช้คำสั่ง คำขอร้อง คำขออนุญาตและให้
คำแนะนำง่าย ๆ พูด/เขยี นแสดงความตอ้ งการของตนเองตาม ขอความชว่ ยเหลอื ตอบรบั และปฏเิ สธการให้ความ
ช่วยเหลือในสถานการณ์ง่ายๆ พูด/เขียนเพ่ือขอและให้ขอ้ มูล เกี่ยวกับตนเองเพื่อน ครอบครัว และเรื่องใกล้ตัว
พูดแสดงความร้สู กึ ของตนเองเกีย่ วกับเรือ่ งตา่ งๆ ใกลต้ ัว หรอื กจิ กรรมตา่ งๆพรอ้ มทั้งให้เหตผุ ลสน้ั ๆประกอบ พูด/
เขียนให้ข้อมูลง่ายๆ เกี่ยวกับตนเองและเรือ่ งใกล้ตัว เขียนภาพ แผนผัง และแผนภูมิแสดงข้อมูลต่างๆตามที่ฟงั
หรืออ่าน พูดแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่องต่างๆใกล้ตัว ใช้ถ้อยคำ น้ำเสียง และกิริยาท่าทางอย่างสุภาพตาม
มารยาทสังคม/วัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา ตอบคำถาม/บอกความสำคัญของเทศกาล/วนั สำคัญ/งานฉลองและ
ชวี ติ ความเป็นอย่งู า่ ยๆของเจ้าของภาษา การเข้าร่วมกจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรมตามความสนใจ บอกความ
เหมือน/ความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ การใช้เครื่องหมายวรรคตอน และการลำดับคำ
(order)ตามโครงสร้างของประโยคของภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ)และภาษาไทย บอกความเหมือน/ความ
แตกต่างระหว่างเทศกาลและงานฉลองตามวัฒนธรรม ของเจ้าของภาษากับของไทย ค้นคว้ารวบรวม คำศัพท์ท่ี
เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และนำเสนอด้วยการพูด/การเขียน ฟัง พูด และอ่าน/เขียนในสถานการณ์
ต่างๆที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและสถานศึกษา ใช้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ)ในการสืบค้นและรวบรวมข้อมลู
ตา่ งๆ
โดยการฟัง พดู อ่าน เขยี น ระบุ อ่านออกเสยี ง เลือก ตอบคำถาม พดู โต้ตอบ ใช้ บอก ทำท่าทาง เข้า
รว่ ม เพอ่ื ใหผ้ เู้ รียนมีความรคู้ วามเขา้ ใจและนำไปประยุกตใ์ ช้ในชวี ติ ประจำวัน เกดิ สมรรถนะตามความต้องการของ
หลกั สูตร มคี ุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ขึ้นในตัวของผู้เรยี น และสามารถอยรู่ ่วมกับผอู้ นื่ ในสงั คมได้อย่างมีความสุข
สามารถนำความร้ไู ปใช้ให้เกิดประโยชนโ์ ดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับ
ชวี ิตประจำวนั ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ชีว้ ดั
ต ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ต ๑.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ต ๑.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓
ต ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓
หลักสูตรโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
๑๑๗
ต ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒ ตวั ชว้ี ัด
ต ๓.๑ ป.๕/๑
ต ๔.๑ ป.๕/๑
ต ๔.๒ ป.๕/๑
รวม ๘ มาตรฐาน ๒๐
หลกั สตู รโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
อ ๑๖๑๐๑ ภาษาอังกฤษ๖ ๑๑๘
ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๖
คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ
เวลา ๘๐ ช่ัวโมง
คำอธบิ ายรายวิชา
ปฏบิ ัตติ ามคำส่ัง คำขอร้อง และคำแนะนำ ทฟี่ งั และอ่าน อา่ นออกเสียง ขอ้ ความ นทิ าน และบทกลอน
ส้นั ๆ ถูกตอ้ งตามหลักการอา่ น เลอื ก/ระบปุ ระโยค หรือ ขอ้ ความสนั้ ๆ ตรงตามภาพ สญั ลกั ษณ์ หรือเคร่อื งหมาย
ที่อ่าน บอกใจความสำคัญ และตอบคำถามจากการฟังหรืออ่าน บทสนทนา หรือนิทานง่ายๆและเรื่องเลา่ พูด/
เขียนโต้ตอบในการสื่อสารระหว่างบุคคล ใช้คำสั่ง คำขอร้อง และคำขออนุญาตและให้คำแนะนำ พูด/เขียน
แสดงความต้องการ ขอความชว่ ยเหลือ ตอบรบั และปฏเิ สธการให้ความชว่ ยเหลือในสถานการณง์ ่ายๆ พูด/เขียน
เพื่อขอและให้ข้อมูล เกี่ยวกับตนเอง เพื่อน ครอบครัว และเรื่องใกล้ตัว พูด/เขียนแสดงความรู้สึกของตนเอง
เก่ียวกับเรอ่ื งต่างๆ ใกลต้ วั หรอื กิจกรรมต่างๆ พร้อมทั้งใหเ้ หตผุ ลสน้ั ๆประกอบ พูด/เขียนให้ข้อมูล เก่ียวกับตนเอง
เพ่ือน และสงิ่ แวดล้อมใกล้ตัว เขียนภาพ แผนผัง และแผนภมู ิแสดงข้อมูลต่างๆตามท่ีฟังหรอื อา่ น พูดเขียนแสดง
ความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่องตา่ งๆ ใกลต้ ัว ใช้ถอ้ ยคำ นำ้ เสยี ง และกิริยาท่าทางอย่างสุภาพ เหมาะสมตามมารยาท
สังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเทศกาล/วันสำคัญ/งานฉลอง/ชีวิตความเป็นอยู่ของ
เจ้าของภาษา การเข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ บอกความเหมือน/ความแตกต่าง
ระหวา่ งการออกเสียงประโยคชนดิ ตา่ งๆ การใช้เคร่อื งหมายวรรคตอน และการลำดับคำ ตามโครงสรา้ ง ประโยค
ของภาษาตา่ งประเทศ(ภาษาองั กฤษ)และภาษาไทย เปรียบเทยี บความเหมอื น/ความแตกตา่ งระหวา่ งเทศกาลงาน
ฉลอง และประเพณีของเจ้าของภาษากบั ของไทย ค้นควา้ รวบรวม คำศพั ทท์ ี่เกี่ยวขอ้ งกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น
จากแหลง่ การเรียนรู้ และนำเสนอด้วยการพดู /การเขยี น ใชภ้ าษาส่ือสารในสถานการณ์ต่างๆทีเ่ กิดขนึ้ ในห้องเรียน
และสถานศกึ ษา ใชภ้ าษาตา่ งประเทศ(ภาษาองั กฤษ)ในการสบื คน้ และรวบรวมขอ้ มลู ตา่ งๆ
โดยการฟัง พูด อ่าน เขียน ระบุ อา่ นออกเสียง เลือก ตอบคำถาม พูดโตต้ อบ เขา้ ร่วม เปรียบเทียบ
คน้ คว้า ใช้ บอก เพอื่ ให้ผเู้ รียนมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจและนำไปประยุกตใ์ ช้ในชีวติ ประจำวนั เกดิ สมรรถนะตามความ
ต้องการของหลักสูตร มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ขึ้นในตัวของผู้เรียน และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้
อย่างมีความสุข สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถ
นำไปประยุกตใ์ ชก้ บั ชีวติ ประจำวันไดอ้ ย่างถูกต้องเหมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ช้วี ดั
ต ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
ต ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕ ต ๑.๓ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ต ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓ ต ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒
ต ๓.๑ ป.๖/๑ ต ๔.๑ ป.๖/๑
ต ๔.๒ ป.๖/๑
รวม ๘ มาตรฐาน ๒๐ ตัวชีว้ ัด
หลักสูตรโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
๑๑๙
คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม
อ ๑๑๒๐๑ ภาษาอังกฤษ (เพิ่มเติม) กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๑ เวลา ๘๐ ชว่ั โมง
คำอธิบายรายวิชา
เข้าใจคำสั่งและใชค้ ำสงั่ ในหอ้ งเรียน คำขอรอ้ ง ตวั อักษร เสียงตัวอกั ษร สระ การสะกดคำ การอ่าน
ออกเสียง คำ กลุ่มคำ ประโยค ที่มีความหมายสัมพันธ์กับสิง่ ต่าง ๆ ใกล้ตัว อาหาร เครื่องดื่ม บทอ่าน บท
สนทนาด้วยภาษาง่าย ๆ ประโยค นิทานง่าย ๆ ที่มีภาพประกอบ การเล่านิทานประกอบท่าทาง ให้ข้อมูลและ
ความต้องการเกย่ี วกับตนเองสนั้ ๆ เช่น การพดู แนะนำตนเอง ขอบคุณ ขอโทษ เรียนรู้คำศพั ท์เกย่ี วกับเทศกาล
ขนบธรรมเนียม ประเพณี เทศกาล งานฉลอง เห็นประโยชน์ในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ โดยสนใจเข้าร่วม
กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม และแสวงหาความรู้ ความเพลดิ เพลินจากภาษาอังกฤษ การรอ้ งเพลงเพ่ือให้
เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถส่อื สารสิง่ ท่ีเรยี นรู้ และนำความรไู้ ปใช้ประโยชนใ์ นชวี ิตประจำวัน
ผลการเรยี นรู้
๑. ปฏิบัติตามคำสงั่ คำขอร้องที่ฟัง
๒. อ่านออกเสียงตัวอกั ษร คำ กล่มุ คำ ประโยคง่าย ๆ และบทพดู เข้าจงั หวะง่าย ๆ ตามหลกั การอ่าน
๓. บอกความหมายของคำและกลุ่มคำที่ฟังตรงตามความหมาย ตอบคำถามการฟังที่มีภาพประกอบ
หรอื อ่านประโยคบทสนทนาหรือนิทานง่าย ๆ
๔. พูดโต้ตอบด้วยคำสั้น ๆ ง่าย ๆ ในการสื่อสารระหว่างบุคคลตามแบบที่ฟัง ใช้คำสั่งและคำขอร้อง
ง่าย ๆ บอกความตอ้ งการและความรู้สกึ ของตนเอง พูดขอและให้ขอ้ มูลเกี่ยวกบั ตนเองและเพอ่ื น
๕. พูดและทำท่าประกอบตามมารยาทสังคม วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษา
และวัฒนธรรมท่ีเหมาะสมกบั วัย
รวม ๕ ผลการเรียนรู้
หลกั สูตรโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
๑๒๐
คำอธิบายรายวชิ าเพิ่มเตมิ
อ ๑๒๒๐๑ ภาษาอังกฤษ (เพ่มิ เติม) กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาต่างประเทศ
ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๒ เวลา ๘๐ ชัว่ โมง
คำอธบิ ายรายวิชา
ใช้คำสงั่ ทใ่ี ช้ในหอ้ งเรยี น ตัวอักษร เสียงตัวอกั ษร สระ การสะกดคำ การอ่านออกเสยี ง คำ กลุ่มคำ
ประโยค ใหข้ ้อมลู เกี่ยวกบั ตนเอง คำ ประโยค บทอา่ น บทสนทนา ประโยคให้ขอ้ มลู เกี่ยวกบั ตนเอง ขอ้ ความ
ที่ใช้ในการพูดใหข้ ้อมูลเกี่ยวกับตนเอง และเรื่องใกล้ตวั คำที่มีความหมายสัมพันธ์กับสิ่งต่าง ๆ ใกล้ตัว อาหาร
เครอื่ งด่ืม วฒั นธรรมเจา้ ของภาษา แสดงกิริยาการขอบคุณ ขอโทษ การพดู แนะนำตนเอง กิจกรรมทางภาษา
การร้องเพลง การใช้ภาษาในการฟัง พูด อ่านในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรียน โดยใช้กระบวนการสืบ
เสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูลและมีทักษะทางสังคม มีวิถีของระบอบประชาธิปไตย ซื่อสัตย์ ใฝ่เรียนรู้
แสดงออกถงึ ความเป็นไทย เพ่อื ใหเ้ กดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ และสามารถสอ่ื สารส่งิ ท่เี รียนรู้ และนำความรู้ไปใช้
ประโยชน์ในชวี ติ ประจำวัน
ผลการเรียนรู้
๑. ปฏบิ ัติตามคำสัง่ คำขอรอ้ งที่ฟงั
๒. อ่านออกเสยี งตัวอกั ษร คำ กลมุ่ คำ ประโยคงา่ ย ๆ และบทพดู เข้าจงั หวะง่าย ๆ ตามหลกั การอา่ น
๓. บอกความหมายของคำและกลุ่มคำที่ฟังตรงตามความหมาย ตอบคำถามการฟังที่มีภาพประกอบ
หรอื อ่านประโยคบทสนทนาหรือนทิ านง่าย ๆ
๔. พูดโต้ตอบด้วยคำสั้น ๆ ง่าย ๆ ในการสื่อสารระหว่างบุคคลตามแบบที่ฟัง ใช้คำสั่งและคำขอร้อง
งา่ ย ๆ บอกความต้องการและความร้สู กึ ของตนเอง พดู ขอและใหข้ อ้ มูลเกยี่ วกบั ตนเองและเพอื่ น
๕. พูดและทำท่าประกอบตามมารยาทสังคม วัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษา
และวฒั นธรรมทเ่ี หมาะสมกบั วัย
รวม ๕ ผลการเรยี นรู้
หลักสูตรโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
๑๒๑
คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เติม
อ ๑๓๒๐๑ ภาษาองั กฤษ (เพม่ิ เติม) กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ เวลา ๘๐ ช่วั โมง
คำอธบิ ายรายวชิ า
ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอร้อง ฟังและอ่านตัวอกั ษร เสียงตัวอักษร สระ การสะกดคำ การอ่านออก
เสยี ง คำ กลมุ่ คำ บทอา่ น บทสนทนา ประโยค ใหข้ อ้ มูลเกย่ี วกบั ตนเอง คำ ประโยค บทอา่ น บทสนทนา
ประโยคให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง ข้อความที่ใช้ในการพูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง และเรื่องใกล้ตัว คำที่มี
ความหมายสัมพนั ธ์กบั ส่ิงต่าง ๆ ใกลต้ ัว เวลา สถานท่ี อาหาร เคร่อื งด่มื วฒั นธรรมเจา้ ของภาษา แสดงกิริยา
การขอบคณุ ขอโทษ การพดู แนะนำตนเอง กจิ กรรมทางภาษา การร้องเพลง การใชภ้ าษาในการฟงั พดู อ่าน
ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรียน โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูลและมีทักษะทาง
สังคม มวี ิถีของระบอบประชาธิปไตย ซ่อื สัตย์ ใฝ่เรียนรู้ แสดงออกถงึ ความเป็นไทย เพ่ือให้เกดิ ความรู้ ความ
เข้าใจ และสามารถสอื่ สารสิง่ ท่ีเรียนรู้ และนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์ในชีวิตประจำวนั
ผลการเรียนรู้
๑. ปฏบิ ัตติ ามคำสงั่ คำขอร้องทฟ่ี งั หรือ อ่าน
๒. อา่ นออกเสยี งตวั อักษร คำ กล่มุ คำ ประโยคง่าย ๆ และบทพูดเข้าจังหวะงา่ ย ๆ ตามหลักการอ่าน
๓. บอกความหมายของคำและกลมุ่ คำที่ฟงั ตรงตามความหมาย ตอบคำถามการฟังที่มภี าพประกอบ
๔. เลอื กระบุภาพ หรอื สญั ลกั ษณ์ตรงตามความหมายของกล่มุ คำและประโยคที่ฟงั
๕. ตอบคำถามจากการฟัง หรืออ่านประโยค บทสนทนา หรอื นทิ านงา่ ย ๆ หรืออ่านประโยค บท
สนทนาหรอื นิทานง่าย ๆ
๖. พูดขอและใหข้ ้อมลู งา่ ย ๆ เกี่ยวกบั ตนเองและเพ่อื นตามแบบทีฟ่ ัง
๗. พดู ใหข้ ้อมลู เกยี่ วกบั ตนเองและเรอื่ งใกล้ตัว
๘. พูดโต้ตอบด้วยคำสั้น ๆ ง่าย ๆ ในการสื่อสารระหว่างบุคคลตามแบบที่ฟัง ใช้คำสั่งและคำขอร้อง
ง่าย ๆ บอกความตอ้ งการและความรสู้ กึ ของตนเอง พูดขอและใหข้ ้อมลู เก่ยี วกบั ตนเองและเพ่ือน
๙. พูดและทำท่าประกอบตามมารยาทสังคม วัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษา
และวฒั นธรรมท่ีเหมาะสมกบั วัย
รวม ๙ ผลการเรียนรู้
หลักสูตรโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
๑๒๒
กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น
หลกั สูตรโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
๑๒๓
กิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี น
โรงเรยี นบ้านจำปาทอง ไดจ้ ัดกิจกรรมพฒั นาผู้เรียนโดยมุง่ ให้ผ้เู รียนเกิดการเรยี นรู้จากประสบการณ์ตรง
ได้ฝึกปฏิบัติจริงและค้นพบความถนัดของตนเอง สามารถค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมตามความสนใจจากแหล่ง
เรียนรู้ที่หลากหลาย บำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม มีทักษะในการดำเนินงาน ส่งเสริมให้มีวุฒิภาวะทางอารมณ์
สังคม ศลี ธรรม จรยิ ธรรม ให้ผ้เู รยี นร้จู ักและเขา้ ใจตนเอง สามารถวางแผนชวี ติ และอาชพี ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี นเปน็ กิจกรรมท่ีมุ่งให้ผู้เรียนพัฒนาตนเองตามศกั ยภาพ พฒั นาการเรียนรู้อย่างรอบ
ด้านเพื่อความเป็นมนุษย์ท่ีสมบูรณ์ทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม เสริมสร้างให้เป็นผู้มีศีลธรรม
จริยธรรม มีระเบียบวินัย ปลูกฝังให้สร้างจิตสำนึกของการทำประโยชน์เพื่อสงั คม สามรถจักการตนเองได้และอยู่
ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข โรงเรียนบ้านจำปาทอง ได้จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โดยแบ่งออกเป็น ๓ ลักษณะ
ดงั น้ี
๑. กิจกรรมแนะแนว เปน็ กิจกรรมทีส่ ่งเสรมิ และพฒั นาผเู้ รยี นใหร้ จู้ กั ตนเอง รรู้ ักษ์สิ่งแวดลอ้ ม สามารถ
ตัดสินใจ คิดแก้ปัญหา กำหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตทั้งด้านการเรียน และอาชีพ สามารถปรับตนได้อย่าง
เหมาะสม นอกจากนี้ยังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียน ทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยเหลือและให้คำปรึกษาแก่
ผู้ปกครองในการมีส่วนร่วมพัฒนาผู้เรียน โดยนักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมแนะแนว ๔๐ ชั่วโมงต่อปี
การศึกษา
๒. กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาระเบียบวินัย ความเป็นผู้นำ ผู้ตามที่ดี ความรับผิดชอบ
การทำงานรว่ มกนั รู้จกั แกป้ ญั หา การตัดสินใจที่เหมาะสม ความมีเหตผุ ล การชว่ ยเหลอื แบ่งปันเอ้ืออาทรและ
สมานฉันท์ โดยจัดให้สอดคลอ้ งกบั ความสามารถ ความถนดั และความสนใจของผเู้ รยี น ใหไ้ ดป้ ฏบิ ัติด้วยตนเอง
ในทุกขั้นตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติตามแผนประเมินและปรับปรุงการทำงานเน้นการ
ทำงานรวมกันเปน็ กลุม่ ตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับวุฒิภาวะของผู้เรียนและบริบทของสถานศึกษาและ
ท้องถิ่น กิจกรรมนักเรียน ประกอบด้วย กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วม กิจกรรม
ลูกเสือ เนตรนารี ๓๐ ชั่งโมงตอ่ ปีการศึกษา กจิ กรรมชมุ นมุ นกั เรียนทุกคนตอ้ งเข้ารว่ มกิจกรรม ชมรม ๔๐
ช่ังโมงตอ่ ปีการศึกษา
๓. กิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์ เปน็ กิจกรรมทสี่ ง่ เสริมใหผ้ ู้เรียนบำเพญ็ ตนให้เปน็ ประโยชน์
ต่อสังคม ชุมชนและท้องถ่ินตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม
ความเสียสละการมจี ติ สาธารณะ เช่น กจิ กรรมอาสาพฒั นาต่างๆ กจิ กรรมสรา้ งสรรคส์ ังคม นักเรยี นทุกคนต้อง
เข้ารว่ มกจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์ ๑๐ ชวั่ โมงต่อปกี ารศกึ ษา
หลักสตู รโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
๑๒๔
โครงสร้างและอตั ราเวลาการจดั กิจกรรม
กิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี น ระดบั ประถมศกึ ษา
ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖
๑. กจิ กรรมแนะแนว ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
๒. กิจกรรมนกั เรียน
๒.๑ ลูกเสอื -เนตรนารี ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐
๒.๒ กจิ กรรมชุมนมุ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
๓. กจิ กรรมเพอื่ สังคม ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐
และสาธารณประโยชน์
เวลาเรียนรวม ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
๑. กจิ กรรมแนะแนว
วัตถุประสงค์
๑. เพือ่ ผเู้ รยี นค้นพบความถนดั ความสามารถ ความสนใจของตนเอง รักละเหน็ คณุ คา่ ในตนเองและผู้อื่น
๒. เพือ่ ใหผ้ ้เู รียนแสวงหาความรจู้ ากข้อมูล ขา่ วสาร แหล่งเรยี นรู้ ทัง้ ดา้ นการศึกษา อาชีพส่วนตวั สังคม
เพื่อนำไปใช้ในการวางแผน เลือกแนวทางการศึกษาอาชีพไดอ้ ย่างเหมาะสมสอดคล้องกับศักยภาพ
ของตนเอง
๓. เพื่อให้ผ้เู รยี นได้พฒั นาบุคลกิ ภาพ และรับตัวอยู่ในสงั คมไดอ้ ย่างมีความสขุ
๔. เพื่อให้ผู้เรยี นมคี วามรู้ มีทกั ษะ มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ ในงานอาชีพและมเี จตคตทิ ่ดี ตี อ่ อาชีพสจุ รติ
๕. เพอื่ ใหผ้ ู้เรยี นมีค่านิยมทดี่ งี ามในการดำเนินชวี ติ สร้างเสริมวินยั คุณธรรมและจริยธรรมแก่นักเรียน
๖. เพื่อใหผ้ ูเ้ รยี นมีจติ สำนึกในการรบั ผิดชอบต่อตนเอง ครอบครวั สังคม และประเทศชาติ
แนวการจัดกิจกรรม โรงเรียนบ้านจำปาทอง ได้จัดกิจกรรมแนะแนวเพื่อช่วยเหลือและพัฒนาผู้เรียน
ดังน้ี
๑. จัดกิจกรรมเพื่อให้ครูได้รู้จักและช่วยเหลือผู้เรียนมากขึ้น โดยใช้กระบวนการทางจิตวิทยา การ
จัดบริการสนเทศ โดยให้มีเอกสารเพื่อใช้ในการสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับตัวผู้เรียน ด้วยการสังเกต
สัมภาษณ์ การใช้แบบสอบถาม การเขียนประวัติ การพบผู้ปกครองก่อนและระหว่างเรียน การ
เย่ยี มบ้านนักเรียน การใหค้ วามช่วยเหลือผ้เู รยี นเรื่องสุขภาพจิต เศรษฐกิจ การจัดทำระเบียนสะสม
สมดุ รายงานประจำตัวนักเรียน และบัตรสุขภาพ
๒. การจดั กจิ กรรมพัฒนาวฒุ ิภาวะทางอารมณ์ โดยทำแบบทดสอบเพื่อรู้จกั และเข้าใจตนเอง มีทักษะ
ในการตดั สนิ ใจ การปรับตวั การวางแผนเพื่อเลอื กศกึ ษาตอ่ เลือกอาชีพ
หลักสตู รโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
๑๒๕
๓. การจัดบริการใหค้ ำปรึกษาแกผ่ เู้ รียนรายบคุ คล และรายกลุ่ม ในดา้ นการศึกษา อาชพี และสว่ นตัว
โดยมีผู้ให้คำปรึกษาที่มีคุณวุฒิ และมีความเชี่ยวชาญในเรื่องการให้คำปรึกษา ตลอดจนมีห้องให้
คำปรกึ ษาทเ่ี หมาะสม
๓.๑ ชว่ ยเหลือผู้เรียนที่ประสบปัญหาดา้ นการเงิน โดยการใหท้ ุนการศึกษาแกผ่ ู้เรยี น
๓.๒ ตดิ ตามเกบ็ ขอ้ มูลของนักเรียนทสี่ ำเรจ็ การศกึ ษา
๒. กิจกรรมนกั เรียน
๑. กจิ กรรมลกู เสอื
กิจกรรมลูกเสอื - เนตรนารี
ผู้เรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๖ ทุกคน ได้ฝึกอบรมวิชาลูกเสือ - เนตรนารี เพื่อส่งเสริม
หลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ส่งเสริมความสามัคคี มีวินัย และ
บำเพ็ญประโยชนต์ อ่ สังคม โดยดำเนินการจดั กิจกรรมตามขอ้ กำหนดของคณะกรรมการลกู เสอื แหง่ ชาติ
วตั ถปุ ระสงค์
พระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๘ ได้กำหนดวัตถุประสงค์ของการฝึกอบรม เพื่อพัฒนา
ลูกเสอื ท้ังทางกาย สติปญั ญา จิตใจ และศลี ธรรมใหเ้ ป็นพลเมอื งดี มีความรับผิดชอบ และช่วยสร้างสรรค์สังคม
เพื่อให้เกิดความสามคั คี และความเจริญก้าวหน้า ทั้งนี้เพือ่ ความสงบสุข และความมั่งคงของประเทศชาติตาม
แนวทางดงั ต่อไปนี้
๑. ใหม้ ีนิสัยในการสังเกต จดจำ เชอ่ื ฟัง และพงึ่ ตนเอง
๒. ใหม้ คี วามซ่อื สัตยส์ ุจรติ มีระเบียบวนิ ยั และเหน็ อกเห็นใจผอู้ ่ืน
๓. ใหร้ จู้ ักบำเพญ็ ตนเพ่อื สาธารณประโยชน์
๔. ใหร้ จู้ กั ทำการฝีมอื และฝึกฝนการทำกิจกรรมต่างๆตามความเหมาะสม
๕. ให้รู้จักรกั ษาและสง่ เสรมิ จารตี ประเพณี วฒั นธรรม และความมั่งคงชองชาติ
แนวการจัดกิจกรรม
กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑-๓
เปิดประชุมกอง ดำเนินการตามกระบานการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษาวิเคราะห์ วางแผน
ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมตามมาตรฐาน โดยเนน้ ระบบหมู่ สรปุ ผลการปฏบิ ัตกิ ิจกรรม ปิดประชุมกอง โดยใหผ้ เู้ รียนศึกษา
และฝกึ ปฏบิ ตั ดิ ังนี้
๑. เตรยี มลูกเสือสำรอง นิยายเร่อื เมาคลี ประวัตกิ ารเริม่ กิจกรรมลูกเสือสำรอง การทำความ
เคารพเป็นหมู่ (แกรนด์ฮาวล)์ การทำความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ้าย ระเบียบ
แถวเบ้อื งต้น คำปฏญิ าณ กฎ และคตพิ จนข์ องลกู เสอื สำรอง
๒. ลกู เสอื สำรองดาวดวงท่ี ๑ , ๒ และ ๓ อนามัย ความสามารถเชงิ ทักษะ การสำรวจ การ
ค้นหาธรรมชาติ ความปลอดภัย บริการ ธง และประเทศต่างๆ การฝีมือ กิจกรรม
หลกั สตู รโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
๑๒๖
กลางแจง้ การบันเทงิ การผูกเงอ่ื น คำปฏิญาณ และกฎของลกู เสือสำรองโดยใชก้ ระบาน
การทำงาน กระบวนการแก้ปญั หา กระบวนการกลุ่ม กระบวนการจัดการ กระบวนการ
คิดริเริ่ม สร้างสรรค์ กระบวนการฝึกปฏิบัติ ทางลูกเสือ กระบวนการทางเทคโนโลยี
และภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถ่นิ ได้อย่างเหมาะสม
เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือ สามารถปฏิบัติตามคำปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของ
ลูกเสือสำรอง มีนสิ ัยในการสังเกต จดจำ เช่ือฟงั และพ่ึงตนเอง ซ่อื สตั ย์ สุจริต มรี ะเบยี บวินัย และเห็นอก
เห็นใจผู้อื่น บำเพ็ญตนเพื่อสาธารณประโยชน์ รู้จักทำการฝีมือ พัฒนากาย จิตใจ และศีลธรรม ทั้งนี้โดยไม่
เกีย่ วข้องกับลัทธทิ างการเมอื งใดๆ สนใจและอนรุ กั ษธ์ รรมชาติและสง่ิ แวดล้อม นำไปใชใ้ นชีวิตประจำวันได้อย่าง
มปี ระสิทธิภาพ
กิจกรรมลกู เสอื - เนตรนารี ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔-๖
เปิดประชมุ กอง ดำเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน
ปฏิบัติกิจกรรมตามมาตรฐาน โดยเน้นระบบหมู่ สรุปการปฏิบัติกิจกรรม ปิดประชุมกอง โดยให้ผู้เรียนศึกษา
และปฏบิ ัตใิ นเรอ่ื ง
๑. ลูกเสือตรี ความรู้เกี่ยวกับขบวนการลูกเสือ คำปฏิญาณและกฎของลูกเสือสามัญ กิจกรรม
กลางแจ้ง ระเบยี บแถว
๒. ลูกเสือโท การรจู้ กั ดูแลตนเอง การช่วยเหลือผู้อื่น การเดินทางไปยงั สถานท่ีต่างๆ ทักษะทางวิชา
ลูกเสือ งานอดิเรกและเรื่อที่น่าสนใจ คำปฏิญาณ และกฎของลูกเสือ ระเบียบแถว
๓. ลูกเสือเอก การพึ่งพาตนเอง การบรกิ าร การผจญภัย วชิ าการของลูกเสือ ระเบยี บแถว โดยใช้
กระบวนการทำงาน กระบวนการแกป้ ัญหา ระบวนการกลุ่ม กระบวนการจัดการ กระบวนการ
คิดริเริ่ม สร้างสรรค์ กระบวนการฝึกปฏิบัติทางลูกเสือ กระบวนการทางเทคโนโลยี และภูมิ
ปญั ญาท้องถิน่ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือ สามารถปฏิบัติตามคำปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของ
ลูกเสือสามัญ มีนิสัยในการสงั เกต จดจำ เชื่อฟัง และพึ่งตนเอง ซื่อสัตย์ สุจริต มีระเบยี บวินัย และเห็นอก
เหน็ ใจผอู้ ่นื บำเพ็ญตนเพอื่ สารธารณประโยชน์ รู้จักทำการฝมี ือ พัฒนากาย จติ ใจ และศีลธรรม ท้ังน้ีโดยไม่
เกยี่ วข้องกับลัทธิทางการเมอื งใดๆ สนใจและอนุรักษธ์ รรมชาติและสงิ่ แวดล้อม และนำไปใชใ้ นชีวิตประจำวันได้
อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
หมายเหตุ ผู้เรียนได้ปฏิบตั ิกิจกรรม และผ่านการทดสอบแล้ว จะได้รับเครื่องหมายลูกเสือตรี ลูกเสือโท
และลกู เสอื เอก
หลกั สูตรโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
๑๒๗
๒. กจิ กรรมชมุ นุม
วัตถปุ ระสงค์
๑. เพอ่ื ให้ผูเ้ รียนไดป้ ฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัด และความตอ้ งการของตน
๒. เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาความรู้ ความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ให้เกิด
ประสบการณ์ทั้งทางวิชาการและวชิ าชีพตามศกั ยภาพ
๓. เพือ่ ส่งเสริมให้ผเู้ รียนใชเ้ วลาให้เกดิ ประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม
๔. เพือ่ ใหผ้ ูเ้ รียนทำงานร่วมกับผอู้ น่ื ไดต้ ามวถิ ีประชาธิปไตย
แนวการจัดกิจกรรม
การจดั กจิ กรรมตามความสนใจ (ชุมนมุ ) ผ้เู รยี นสามารถเลอื กเข้าเป็นสมาชิกชมรม วางแผนการดำเนิน
กจิ กรรมรว่ มกนั โดยมีชมรมที่หลากหลาย เหมาะสมกับเพศ วยั และความสนใจของผู้เรียน ประกอบด้วยกิจกรรม
ด้านคุณธรรม จริยธรรม วัฒนธรรม อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ส่งเสริมประชาธิปไตย ส่งเสริมการเรียนรู้ และค่าย
วชิ าการ การศกึ ษาดงู าน การฝกึ ปฏบิ ตั ิ การบรรยายพิเศษดังตวั อย่างพอสังเขปต่อไปน้ี
๑. กจิ กรรมพฒั นาวฒุ ิภาวะทางอารมณ์ ศลี ธรรมและจรยิ ธรรม จัดสอนจริยธรรมในห้องเรยี น จัดให้
มีการปฏิบัตกิ จิ กรรมเนอื่ งในวนั สำคญั ท้ังทางชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โดยผเู้ รยี นมีส่วนร่วม
ในการจัดกจิ กรรมทั้งในด้านวฒั นธรรม ประเพณี กฬี า และศีลปะ
๒. กจิ กรรมพฒั นาทกั ษะชีวติ จัดกจิ กรรมแข่งขนั กีฬาสที ุกชว่ งช้ัน โดยผ้เู รียนไดฝ้ กึ ทกั ษะการทำงาน
และการแกป้ ญั หาทกุ ขัน้ ตอน
๓. กิจกรรมส่งเสริมนสิ ัยรกั การทำงาน จัดกิจกรรมวันวชิ าการโดยผเู้ รียนมโี อกาสปฏิบัติจริง และฝึก
ทักษะการจดั การ
๔. กิจกรรมเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม โดยจัดกิจกรรมสืบสานวัฒนธรรมไทย เช่น
ประเพณไี หวค้ รู ประเพณลี อยกระทง
๕. กจิ กรรมส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธปิ ไตย จัดให้มีการเลอื กคณะกรรมการนักเรียน โดย
ให้นำกระบวนการประชาธปิ ไตยไปใช้ในการรว่ มวางแผนดำเนินงานพฒั นาโรงเรยี น
๖. กิจกรรมคนดีของสังคม จัดให้มีการบรรยายให้ความรู้ เพื่อป้องกันปัญหาโรคติดต่อร้ายแรง
ปญั หายาเสพตดิ ปัญหาวัยรุ่น ใหค้ วามรเู้ พ่ือปลกู ฝังใหเ้ ป็นสภุ าพบุรุษ สุภาพสตรี
๗. กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ โดยจัดแหล่งเรียนรู้ ได้แก่ ห้องสมุด ห้องปฏิบัติการทางภาษา
หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารทางวิทยาศาสตร์ ห้องเทคโนโลยีสารสนเทศ
๘. กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและอนามัย ให้บริการห้องพยาบาล มีบริการให้ความรู้แก่ผู้เรียน เพ่ือ
ป้องกนั โรคระบาดอย่างทนั เหตุการณ์
หลักสตู รโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
๑๒๘
๓. กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์
วตั ถปุ ระสงค์
๑. เพอื่ ให้ผเู้ รียนบำเพญ็ ตนให้เปน็ ประโยชน์ตอ่ ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และประเทศชาติ
๒. เพื่อให้ผู้เรียนออกแบบกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ตามความถนัด
และความสนใจในลกั ษณะอาสาสมัคร
๓. เพื่อให้ผู้เรียนพัฒนาศักยภาพในการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ได้อย่างมี
ประสทิ ธิภาพ
๔. เพื่อให้ผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์จนเกิดคุณธรรม จริยธรรมตาม
คุณลักษณะอันพึงประสงค์
๕. เพอื่ ให้ผเู้ รียนมจี ิตสาธารณะและใช้เวลาวา่ งใหเ้ กดิ ประโยชน์
แนวการจดั กิจกรรม
การจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ทำประโยชน์
ตามความสามารถ ความถนัดและความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม
ความเสียสละต่อสังคม มีจิตใจมุ่งทำประโยชน์ต่อครอบครัว ชุมชนและสังคมกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ กิจกรรม
บำเพ็ญประโยชน์ กิจกรรมสร้างสรรค์สงั คม กิจกรรมดำรงรกั ษา สืบสาน ศาสนา ศิลปะและวฒั นธรรม กจิ กรรม
พฒั นานวตั กรรมและเทคโนโลยี
เวลาเรียนสำหรับกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ในส่วนกิจกรรมเพื่อสังคมและ
สาธารณประโยชน์ จัดสรรเวลาใหผ้ เู้ รียนระดับประถมศึกษาปที ่ี ๑-๖ รวม ๖ ปี จำนวน ๖๐ ชวั่ โมง(เฉล่ยี ปีละ ๑๐
ช่วั โมง)
การจดั กจิ กรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชน์ ในระดับประถมศึกษาปที ่ี ๑-๖ เป็นการจดั กจิ กรรม
ภายในเวลาเรียน โดยให้ผู้เรียนรายงานแสดงการเข้าร่วมกิจกรรมลงในสมุดบันทึก และมีผู้รับรองผลการเขา้ ร่วม
กจิ กรรมทุกครง้ั
แนวทางการประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น
โรงเรียนบ้านจำปาทอง กำหนดแนวทางในการประเมินกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียนดังนี้
๑. การประเมินกจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รียนรายกจิ กรรม มแี นวทางปฏิบัตดิ ังน้ี
๑.๑ การตรวจสอบเวลาเขา้ รว่ มกจิ กรรมของผูเ้ รียน ไม่น้อยกว่ารอ้ ยละ ๘๐ ของเวลาเรียนตลอด
ปีการศึกษา
๑.๒ ประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียนจากการปฏบิ ัติกิจกรรมและผลงาน/ช้นิ งานของผู้เรียน ผู้เรียน
ต้องได้รับการประเมินทกุ ผลการเรยี นรู้ และผ่านทุกผลการเรียนรู้ โดยแต่ละผลการเรียนรผู้ า่ นไม่นอ้ ยกล่าร้อยละ
๕๐ หรือมคี ณุ ภาพในระดบั ๑ ข้ึนไป
หลักสตู รโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
๑๒๙
๑.๓ ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกจิ กรรม การปฏิบัติกิจกรรมและผลงาน/ชิ้นงานของผู้เรียนตามเกณฑ์
ข้อ ๑.๑ และข้อ ๑.๒ ถือว่าผู้เรียนมีผลการเรียน “ผ” ผ่านการประเมินกิจกรรมและนำผลการประเมินไป
บนั ทึกในระเบียนแสดงผลการเรียน
๑.๔ ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การปฏิบัติกิจกรรมและผลงานไม่เป็นไปตาม
เกณฑ์ ข้อ ๑.๑ และข้อ ๑.๒ ถือว่าผู้เรียนมีผลการเรียน “มผ” โรงเรียนต้องจัดซ่อมเสริมให้ผู้เรียนทำ
กจิ กรรมในสว่ นทผ่ี เู้ รยี นไม่ได้เข้าร่วมหรือไมไ่ ด้ทำจนครบถ้วน แล้วจึงเปลย่ี นผลการเรียนจาก “มผ” เปน็ “ผ”
และนำผลการประเมินไปบันทกึ ในระเบียนแสดงผลการเรียน
๒. การประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียนเพื่อการตัดสนิ มีแนวปฏิบัตดิ ังน้ี
๒.๑ กำหนดใหผ้ ู้รับผิดชอบในการรวบรวมข้อมูลเกยี่ วกับการร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของผู้เรียน
ทกุ คนตลอดระดบั การศกึ ษา
๒.๒ ผรู้ บั ผิดชอบสรุปและตัดสินการรว่ มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของผู้เรียนเป็นรายบุคคลตามเกณฑ์
ทโี่ รงเรยี นกำหนด ผูเ้ รยี นจะต้องผา่ นกิจกรรม ๓ กิจกรรมสำคญั ดงั น้ี
๒.๒.๑ กจิ กรรมแนะแนว
๒.๒.๒ กิจกรรมนกั เรยี น ได้แก่
๑. กจิ กรรมลกู เสือ เนตรนารี
๒. กจิ กรรมชุมนุม
๒.๒.๓ กิจกรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน์
๒.๓ การนำเสนอผลการประเมินตอ่ คณะกรรมการกลุ่มสาระการเรยี นรู้และกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น
๒.๔ เสนอผบู้ รหิ ารโรงเรียนพจิ ารณาอนุมัติผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผเู้ รียนผ่านเกณฑ์การจบ
แตล่ ะระดบั การศึกษา
หลกั สูตรโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
๑๓๐
คำอธิบายรายวชิ า
กิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี น
หลกั สตู รโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
คำอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน ๑๓๑
กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น กิจกรรมแนะแนว
ช้นั ประถมศึกษาปีที ๑ - ๖ เวลา ๔๐ ช่วั โมง/ปี
รู้จกั และเข้าใจตนเอง รักและเหน็ คุณคา่ ในตนเองและผู้อนื่ มวี ุฒภิ าวะทางอารมณ์ มเี จตคตทิ ดี่ ตี ่อการมี
ชีวิตที่ดีมีคุณภาพ มีทักษะในการดำเนินชีวติ สามารถปรับตัวให้ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข รู้จัก
ตนเองในทุกด้าน รู้ความถนัด ความสนใจ และบุคลิกภาพของตนเอง รู้และเข้าใจโลกของงานอาชีพอย่าง
หลากหลาย มีเจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจรติ รู้ข้อมูลอาชีพ สามารถเลือกตนแนวทางในการประกอบอาชีพได้อยา่ ง
เหมาะสม มีการเตรียมตัวสู่อาชีพ สามารถวางแผนเพื่อประกอบอาชีพตามที่ตนเองมีความถนัดและสนใจ มี
คุณลักษณะพื้นฐานที่จำเป็นในการประกอบอาชีพและพัฒนางานให้ประสบความสำเร็จเพื่อสร้างฐานะทาง
เศรษฐกจิ ให้กับตนเอง ครอบครวั ชุมชนและประเทศชาติ
พัฒนาตนเองในดา้ นการเรียนอย่างเตม็ ศักยภาพ รจู้ ักแสวงหาความร้ใู ฝ่ร้ใู ฝเ่ รียนใหเ้ ป็นคนดมี คี วามรู้และ
ทักษะทางวิชาการ รู้จักแสวงหาและใช้ข้อมูลประกอบการวางแผนการเรียนหรือการศึกษาต่อได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ มีวธิ กี ารเรยี นรู้ มีทักษะการคิด แกป้ ญั หาอย่างสรา้ งสรรค์ คิดเป็น ทำเปน็ มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม
เอ้อื อาทรและสมานฉนั ท์ เพือ่ ดำรงชวี ติ อยู่รวมกนั อย่างสงบสขุ ตามวถิ ชี ีวติ เศรษฐกจิ พอเพียง
เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ รู้จัก เข้าใจ รักและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น เกิดการเรียนรู้
สามารถวางแผนการเรียนรู้ อาชีพ รวมทั้งการดำเนินชีวิตและมีทักษะทางสังคม เกิดการเรียนรู้สามารถปรบั ตวั
ได้อย่างเหมาะสม อยู่ร่วมกับผู้อ่ืนได้อย่างมีความสุข พึ่งตนเองได้มีทักษะในการเลือกแนวทางการศึกษา การ
งานและอาชีพ ชีวิตและสังคม มีสุขภาพจิตที่ดีและจิตสำนึกในการทำประโยชน์ต่อครอบครัว สังคมและ
ประเทศชาติตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ผลการเรยี นรู้
๑. เพื่อใหผ้ เู้ รียนเกดิ การเรยี นรู้ รูจ้ ัก เขา้ ใจ รกั และเห็นคุณค่าในตนเองและผ้อู ืน่
๒. เพ่อื ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ สามารถวางแผนการเรียน การศึกษาตอ่ อาชีพ รวมทงั้ การดำเนนิ
ชีวติ และมที กั ษะทางสงั คม
๓. เพื่อให้ผูเ้ รียนเกดิ การเรยี นรู้ สามารถปรบั ตัวไดอ้ ยา่ งเหมาะสม และอยู่ร่วมกบั ผ้อู ่นื ได้อยา่ ง
เหมาะสม
๔. สามารถประยกุ ตใ์ ช้หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้
รวม ๔ ผลการเรียนรู้
หลกั สูตรโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น ๑๓๒
ชัน้ ประถมศึกษาปที ี ๑
คำอธิบายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น
กจิ กรรมนกั เรียน (เตรียมลกู เสือสำรองและลูกเสอื สำรองดาวดวงที่ ๑)
เวลา ๓๐ ชวั่ โมง/ปี
เปิดประชุมกอง ดำเนินการตามกระบวนการของลูกเสือและจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์
วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่และปฏิบัติกิจกรรมตามคำปฏิญาณและกฎของ
ลกู เสอื สำรอง เรยี นร้จู ากการคดิ และปฏิบัตจิ รงิ ใช้สญั ลกั ษณ์สมาชิกลูกเสือสำรองที่มีความเปน็ เอกลักษณ์ร่วมกัน
ศึกษาธรรมชาติในชมุ ชนดว้ ยความสนใจ ใฝ่รู้ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง สรุปผลการปฏิบัติกิจกรรม
ปิดประชมุ กอง ในเรอ่ื งตอ่ ไปน้ี
๑. เตรียมลูกเสือสำรอง นิยายเมาคลี ประวัติการเริ่มกิจการลูกเสือ การทำความเคารพหมู่
(แกรนด์ฮาวล์) การทำความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ้าย ระเบียบแถว เบื้องต้น คำ
ปฏญิ าณ กฎและคติพจน์ของลูกเสือสำรอง
๒. ลูกเสือสำรองดาวดวงที่ ๑ อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสำรวจ การค้นหาธรรมชาติ
ความปลอดภยั บรกิ าร ธงและประเทศต่าง ๆ การฝมี อื กิจกรรมกลางแจง้ การบนั เทิง การผูก
เงอ่ื น คำปฏญิ าณและกฎของลูกเสือสำรอง
เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสำรองดาวดวงที่ ๑ สามารถปฏิบัติตามคำปฏิญาณ
กฎ และคติ
พจนข์ องลูกเสอื สำรอง มนี สิ ยั ในการสังเกต จดจำ เชือ่ ฟงั และพงึ่ ตนเอง มีความซื่อสตั ย์ สจุ ริต มีระเบยี บวินยั
และเห็นอกเหน็ ใจผู้อื่น รู้จักบำเพญ็ ตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ รู้จักทำการฝีมือและฝึกฝนทำกจิ กรรม
ต่าง ๆ ตามความเหมาะสม รกั ษาและสง่ เสริมจารตี ประเพณี วัฒนธรรมและความมัน่ คงของชาติ และสามารถ
ประยุกตใ์ ช้หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
ผลการเรยี นรู้
๑. มนี สิ ยั ในการสงั เกต จดจำ เชอื่ ฟงั และพง่ึ พาตนเองได้
๒. มีความซอ่ื สตั ย์ สจุ รติ มรี ะเบยี บวนิ ัยและเห็นอกเห็นใจผอู้ ื่น
๓. บำเพ็ญตนเพอ่ื สังคมและสาธารณะประโยชน์
๔. ทำการฝมี ือและฝกึ ฝนการทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม
๕. รักษาและสง่ เสริมจารตี ประเพณี วฒั นธรรมประเพณี ภูมปิ ัญญาทอ้ งถนิ่ และ ความม่นั คง
๖. อนุรักษท์ รพั ยากรธรรมชาติ ส่ิงแวดลอ้ มและลดภาวะโลกร้อน
๗. สามารถประยกุ ตใ์ ช้หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได้
รวม ๗ ผลการเรยี นรู้
หลกั สตู รโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น ๑๓๓
ช้นั ประถมศกึ ษาปีที ๒
คำอธิบายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี น
กิจกรรมนักเรยี น (ลูกเสอื สำรองดาวดวงที่ ๒)
เวลา ๓๐ ชัว่ โมง/ปี
เปิดประชุมกอง ดำเนินการตามกระบวนการของลกู เสือ และจดั กิจกรรมให้ศกึ ษา วเิ คราะห์ วางแผน
ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติตามคำปฏิญาณ คติพจน์และกฎของลูกเสือ
สำรอง ศึกษาเรียนรูจ้ ากการคิดและปฏิบตั ิจรงิ ใช้สญั ลักษณส์ มาชกิ ลกู เสือสำรองที่มคี วามเป็นเอกลักษณ์ร่วมกนั
ศกึ ษาธรรมชาตใิ นชุมชนด้วยความสนใจใฝร่ ตู้ ามวถิ ีเศรษฐกจิ พอเพยี ง สรปุ ผลและปฏิบัตกิ ิจกรรม ปิดประชุมกอง
ในเรือ่ งต่อไปนี้
ลูกเสือสำรองดาวดวงที่ ๒ นิยายเมาคลี ประวัติการเริ่มกิจการลูกเสือ การทำความเคารพหมู่
(แกรนฮาวล)์ การทำความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ้าย ระเบยี บแถว คำปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของ
ลูกเสือสำรอง อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสำรวจ การค้นหาธรรมชาติการอนุรักษ์ทรัพยากรในชุมชน
ท้องถิ่น ความปลอดภัย บริการ การผูกเงื่อน ธง และประเทศต่าง ๆ การฝีมือที่ใช้วัสดุเหลือใช้ในท้องถ่ิน
กิจกรรมกลางแจ้ง การบันเทิงที่ส่งเสริมสุขภาพกายสุขภาพจิตและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น อนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาตสิ ่งิ แวดล้อมลดภาวะโลกร้อน
เพื่อให้มคี วามรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสำรองดาวดวงที่ ๒ สามารถปฏิบัติตามคำปฏิญาณ กฎ
และคติพจน์ของลูกเสือสำรอง มีนิสัยในการสังเกต จดจำ เชื่อฟังและพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย์สุจริต
มีระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจ รู้จักบำเพ็ญเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ รู้จักทำการฝีมือและฝึกฝนทำ
กจิ กรรมตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วฒั นธรรม ภูมิปัญญาทอ้ งถิน่ อนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติสิง่ แวดล้อม ความม่นั คงของชาติ และสามารถประยกุ ตใ์ ชห้ ลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ผลการเรยี นรู้
1. มีนิสยั ในการสงั เกต จดจำ เชอื่ ฟังและพ่งึ ตนเองได้
2. มคี วามซอ่ื สัตย์ สุจริต มรี ะเบยี บวนิ ัย และเหน็ อกเห็นใจผู้อืน่
3. บำเพญ็ ตนเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์
4. ทำการฝีมอื และฝกึ ฝนทำกิจกรรมตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม
5. รักษาและสง่ เสริมจารตี ประเพณี วัฒนธรรม ภูมปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ และความมนั่ คงของชาติ
6. อนรุ ักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสงิ่ แวดลอ้ ม ลดภาวะโลกร้อน สามารถประยกุ ตใ์ ช้หลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงได้
รวม ๖ ผลการเรยี นรู้
หลกั สตู รโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน ๑๓๔
ชน้ั ประถมศึกษาปีที ๓
คำอธิบายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน
กิจกรรมนกั เรียน (ลูกเสือสำรองดาวดวงท่ี ๓)
เวลา ๓๐ ชวั่ โมง/ปี
เปิดประชมุ กอง ดำเนินการตามกระบวนการของลกู เสือ และจัดกิจกรรมให้ศกึ ษา วิเคราะห์ วางแผน
ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติตามคำปฏิญาณ คติพจน์และกฎของลูกเสือ
สำรอง ศึกษาเรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจรงิ ใช้สัญลักษณส์ มาชิกลูกเสือสำรองที่มคี วามเป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน
ศกึ ษาธรรมชาติในชุมชนดว้ ยความสนใจใฝ่รูต้ ามวิถีเศรษฐกิจพอเพยี ง สรุปผลและปฏิบตั ิกิจกรรม ปิดประชุมกอง
ในเรอ่ื งตอ่ ไปนี้
ลูกเสือสำรองดาวดวงที่ ๓ นิยายเมาคลี ประวัติการเริ่มกิจการลูกเสือ การทำความเคารพหมู่
(แกรนฮาวล์) การทำความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซา้ ย ระเบียบแถว คำปฏญิ าณ กฎ และคตพิ จน์ของ
ลูกเสือสำรอง อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสำรวจ การค้นหาธรรมชาติการอนุรักษ์ทรัพยากรในชุมชน
ท้องถิ่น ความปลอดภัย บริการ การผูกเงื่อน ธง และประเทศต่าง ๆ การฝีมือที่ใช้วัสดุเหลือใช้ในท้องถ่ิน
กิจกรรมกลางแจ้ง การบันเทิงที่ส่งเสริมสุขภาพกายสุขภาพจิตและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น อนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติส่งิ แวดล้อมลดภาวะโลกรอ้ น
เพอ่ื ให้มคี วามรู้ ความเขา้ ใจในกจิ กรรมลูกเสอื สำรองดาวดวงท่ี ๓ สามารถปฏิบตั ิตามคำปฏญิ าณ กฎและ
คติพจน์ของลูกเสือสำรอง มีนิสัยในการสังเกต จดจำ เชื่อฟังและพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบวินยั
และเห็นอกเห็นใจ รู้จักบำเพ็ญเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ รู้จักทำการฝีมือและฝึกฝนทำกิจกรรมต่าง ๆ
ตามความเหมาะสม รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญาทอ้ งถิน่ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
สิง่ แวดลอ้ ม ความมนั่ คงของชาติ และสามารถประยกุ ตใ์ ชห้ ลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ผลการเรยี นรู้
๑. มนี สิ ัยในการสังเกต จดจำ เชอ่ื ฟงั และพ่งึ ตนเองได้
๒. มคี วามซอ่ื สตั ย์ สุจรติ มีระเบียบวนิ ัย และเหน็ อกเหน็ ใจผู้อนื่
๓. บำเพ็ญตนเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์
๔. ทำการฝีมือและฝกึ ฝนทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม
๕. รกั ษาและส่งเสริมจารตี ประเพณี วฒั นธรรม ภมู ิปญั ญาทอ้ งถน่ิ และความม่นั คงของชาติ
๖. อนุรกั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสง่ิ แวดลอ้ ม ลดภาวะโลกร้อน สามารถประยุกตใ์ ชห้ ลักปรชั ญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียงได้
รวม ๖ ผลการเรียนรู้
หลกั สูตรโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น ๑๓๕
ชนั้ ประถมศึกษาปที ี ๔
คำอธิบายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน
กิจกรรมนกั เรียน (ลูกเสือสามัญ (ลูกเสอื ตรี) )
เวลา ๓๐ ชั่วโมง/ปี
เปิดประชุมกอง ดำเนนิ การตามกระบวนการของลูกเสอื และจดั กจิ กรรมโดยใหศ้ กึ ษา วิเคราะห์ วางแผน
ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติกิจกรรมตามคำปฏิญาณ คติพจน์ และกฎของ
ลกู เสือสามญั เรียนรูจ้ ากการคิดและปฏิบัตจิ ริง ใช้สัญลักษณ์สมาชิกลกู เสือสามญั ทม่ี ีความเป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน
ศึกษาธรรมชาติในชุมชนด้วยความสนใจ ใฝ่รู้และมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม
ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ลดภาวะโลกร้อนและประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ความรู้เกี่ยวกับ
กระบวนการลูกเสือ ประวตั ขิ อง Load Baden Powell พระราชประวัติสังเขปของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎ
เกล้าเจา้ อยู่หวั วิวฒั นาการของกระบวนการ ลกู เสอื ไทยและลกู เสอื โลก การทำความเคารพ การแสดงรหัส การ
จบั มอื ซ้าย กิจกรรมกลางแจง้ ระเบียบแถวท่ามอื เปลา่ ท่ามอื ไมพ้ ลวง การใชส้ ัญญามอื และนกหวดี การตง้ั แถว
และการเรยี นแถว
เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสามญั สามารถปฏิบัติตามคำปฏิญาณ กฎ และคติพจน์
ของลูกเสือสามญั มนี สิ ยั ในการสงั เกต จดจำ เชอ่ื ฟงั และพ่ึงตนเอง มคี วามซื่อสตั ย์ สจุ รติ มีระเบียบวนิ ยั และ
เห็นอกเห็นใจผู้อ่นื บำเพ็ญตนเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์ ทำการฝีมอื และฝกึ ฝนการทำกิจกรรมตา่ ง ๆ ตาม
ความเหมาะสม ความถนัด และความสนใจ รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรมและความมั่นคง
ประโยชนแ์ ละสามารถประยุกต์ใชห้ ลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
ผลการเรียนรู้
1. มีนิสยั ในการสงั เกต จดจำ เชื่อฟงั และพึ่งตนเองได้
2. มีความซอื่ สตั ย์สุจรติ มรี ะเบยี บ วินัยและเหน็ อกเห็นใจผู้อ่นื
3. บำเพญ็ ตนเพ่อื สง่ เสริมและสาธารณะประโยชน์
4. ทำการฝมี ือและฝกึ ฝนทำกิจกรรมตา่ ง ๆ ตามความถนดั และความสนใจ
5. รกั ษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ และความม่ันคงของชาติ
6. อนรุ กั ษท์ รัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อม ลดภาวะโลกรอ้ น
7. สามารถประยกุ ต์ใช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
รวม ๗ ผลการเรียนรู้
หลกั สตู รโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น ๑๓๖
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี ๕
คำอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน
กิจกรรมนักเรยี น ( กิจกรรมลูกเสอื สามญั (ลูกเสอื โท) )
เวลา ๓๐ ชว่ั โมง/ปี
เปิดประชุมกองดำเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์
วางแผน ปฏบิ ัติกจิ กรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามคำปฏญิ าณ คตพิ จนแ์ ละ
กฎของลูกเสือสามัญ เรียนรู้จากคิดและปฏิบัติจริง ใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสามัญที่มีความเป็นเอกลักษณ์
ร่วมกัน ศึกษาธรรมชาตใิ นชุมชนดว้ ยความสนใจ ใฝ่รู้ มจี ติ สำนกึ ในการอนุรกั ษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ วฒั นธรรม
ภูมิปัญญาท้องถิ่น ลดภาวะโลกร้อนและการประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยใช้ทักษะในทางวชิ า
ลูกเสือ การรู้จักดแู ลตนเอง การชว่ ยเหลอื ผู้อน่ื การเดินทางไปยงั สถานท่ตี า่ ง ๆ ทำงานอดเิ รก และเรอ่ื งทสี่ นใจ
เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสามญั สามารถปฏิบัติตามคำปฏญิ าณ กฎ และคติพจน์
ของลูกเสือสามัญ มีนิสัยในการสังเกต จดจำ เชื่อฟัง และพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินัย
และเห็นอกเห็นใจผอู้ ่นื บำเพญ็ ตนเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ ทำการฝีมือและฝกึ ฝนการทำกิจกรรมต่าง ๆ
ตามความเหมาะสม ความถนัด และความสนใจ รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรมและความมั่นคง
ประโยชน์และสามารถประยกุ ต์ใชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ผลการเรียนรู้
1. มนี สิ ยั ในการสังเกต จดจำ เชือ่ ฟังและพึ่งตนเองได้
2. มีความซือ่ สตั ย์สุจรติ มีระเบียบ วนิ ยั และเห็นอกเห็นใจผอู้ นื่
3. บำเพ็ญตนเพอ่ื ส่งเสรมิ และสาธารณะประโยชน์
4. ทำการฝีมือและฝกึ ฝนทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามความถนดั และความสนใจ
5. รกั ษาและสง่ เสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภูมปิ ัญญาทอ้ งถ่ิน และความมนั่ คงของชาติ
6. อนุรักษ์ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม ลดภาวะโลกร้อน
7. สามารถประยกุ ตใ์ ชห้ ลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
รวม ๗ ผลการเรยี นรู้
หลักสตู รโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
กิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น ๑๓๗
ช้นั ประถมศกึ ษาปีที ๖
คำอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน
กิจกรรมนกั เรยี น ( กจิ กรรมลกู เสอื สามญั (ลูกเสือเอก) )
เวลา ๓๐ ช่ัวโมง/ปี
เปิดประชุมกองดำเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน
ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติตามคำปฏิญาณ คติพจน์ และกฎของลูกเสือ
สามัญ วชิ าการของลกู เสือ ระเบียบแถว การพ่งึ ตนเอง การผจญภัย การใชส้ ัญลกั ษณ์ สมาชิกลูกเสอื สามัญ ท่ี
มีความเป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน เรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริง ศึกษาธรรมชาติ วัฒนธรรมประเพณี ภูมิปัญญา
ท้องถิ่นด้วยความสนใจ ใฝ่รู้ และประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในการปฏิบัติกิจกรรมเพื่อการ
อนรุ ักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและลดภาวะโลกร้อน
เพื่อใหม้ คี วามรู้ ความเขา้ ใจในกิจกรรมลูกเสอื สามัญ สามารถปฏิบัติตามคำปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของ
ลูกเสือสามัญ มีนิสัยในการสังเกต จดจำ เชื่อฟัง และพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินยั และ
เห็นอกเห็นใจผู้อื่น บำเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ทำการฝีมือและฝึกฝนการทำกิจกรรม
ต่าง ๆ ตามความเหมาะสม ความถนัด และความสนใจ รักษาและส่งเสริมจารตี ประเพณี วัฒนธรรมและความ
มนั่ คง ประโยชน์และสามารถประยกุ ตใ์ ชห้ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ผลการเรียนรู้
1. มนี สิ ัยในการสังเกต จดจำ เช่ือฟงั และพง่ึ ตนเองได้
2. มคี วามซ่ือสัตยส์ ุจรติ มีระเบยี บ วินยั และเหน็ อกเห็นใจผอู้ ่ืน
3. บำเพญ็ ตนเพ่อื ส่งเสริมและสาธารณะประโยชน์
4. ทำการฝมี อื และฝกึ ฝนทำกิจกรรมตา่ ง ๆ ตามความถนดั และความสนใจ
5. รักษาและสง่ เสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถ่ิน และความมั่นคงของชาติ
6. อนรุ ักษ์ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อม ลดภาวะโลกรอ้ น
7. สามารถประยุกต์ใชป้ รชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
รวม ๗ ผลการเรียนรู้
หลักสูตรโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน ๑๓๘
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที ๑ - ๖
คำอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน
กิจกรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน์
เวลา ๑๐ ช่วั โมง/ปี
ฝึกปฏิบัติกิจกรรมดว้ ยความสมัครใจผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ฝกึ การทำงานทสี่ อดคล้องกับชีวิตจริง
ตลอดจนสะท้อนความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ สำรวจและใช้ข้อมูลประกอบการวางแผนอย่างเป็นระบบ
เน้นทักษะการคิดวิเคราะห์ และใช้ความคิดสร้างสรรค์ การบริการด้านต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและ
สว่ นรวม เสริมสรา้ งความมนี ้ำใจ เอ้อื อาทร ความเปน็ พลเมอื งดีและความรับผิดชอบตอ่ ตนเอง ครอบครัวและ
สังคม คิดออกแบบกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ในลักษณะอาสาสมัคร จิตอาสา เพื่อแสดงความรับผิดชอบ ต่อ
สงั คมตามแนวทางวถิ ชี วี ิตเศรษฐกจิ พอเพียง
เพื่อให้ผู้เรียนบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สังคมและประเทศชาติ
สามารถออกแบบการจัดกจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ตามความถนัดและความสนใจ
ในลักษณะอาสาสมัคร พัฒนาศักยภาพตนเองในการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ได้อย่างมี
ประสิทธิภาพเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์จนเกิดคุณธรรม จริยธรรม ตามคุณลักษณะอันพึ งประสงค์
มจี ติ สาธารณะและใช้เวลาวา่ งให้เกดิ ประโยชน์ และสามารถประยุกต์ใช้หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได้
ผลการเรียนรู้
1. บำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ตอ่ ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สงั คมและประเทศชาติ
2. ออกแบบการจดั กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์อย่างสรา้ งสรรค์ ตามความถนัดและ
ความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร
3. สามารถพฒั นาศักยภาพในการจดั กิจกรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน์ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ
4. ปฏบิ ตั ิกจิ การเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชนจ์ นเกดิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรมตามคุณลักษณะอนั พงึ
ประสงค์
5. สามารถประยกุ ต์ใช้หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งได้
รวม ๕ ผลการเรยี นรู้
หลกั สูตรโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
กจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รียน ๑๓๙
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี ๑ - ๖
คำอธิบายรายวชิ ากิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี น
กจิ กรรมนกั เรยี น (กิจกรรมชุมนมุ )
เวลา ๔๐ ชว่ั โมง/ปี
ปฏบิ ตั ิกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัด และความต้องการ เพอ่ื พฒั นาความรู้ ความสามารถดา้ นการ
คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ให้เกิดประสบการณ์ทั้งด้านวิชาการ และพื้นฐานอาชีพ ทักษะชีวิตและสังคมตาม
ศักยภาพอย่างรอบด้าน เพอื่ ความเปน็ มนุษย์ท่ีสมบูรณ์ มคี วามสามารถในการสื่อสาร มที ักษะการคิด แก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี พัฒนาทักษะในการทำงานและการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสขุ
รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่อื สัตยส์ จุ รติ มวี นิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ อย่อู ย่างพอเพยี ง มุ่งมนั่ ในการทำงานรักความเป็นไทย
มีจติ สาธารณะ
เพื่อให้ผูเ้ รียนได้ปฏิบัตกิ จิ กรรมตามความสนใจ ความถนัด และความต้องการของตน ได้พัฒนาความรู้
ความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ สงั เคราะห์ ใหเ้ กิดประสบการณ์ทั้งทักษะทางวิชาการ ทักษะอาชีพ ทักษะ
ชีวิตและสงั คมตามศกั ยภาพ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม คิดเป็น ทำได้ ทำงานรว่ มกบั
ผ้อู ่นื ได้ตามวถิ ปี ระชาธปิ ไตย และประยุกต์หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้อยา่ งเหมาะสม
ผลการเรียนรู้
1. ปฏิบัตกิ จิ กรรมตามความสนใจ ความถนดั และความตอ้ งการของตน
2. มีความรู้ ความสามารถด้านการคดิ วเิ คราะห์ สงั เคราะหใ์ ห้เกิดประสบการณ์ ทงั้ ทางวชิ าการและ
วิชาชพี ตามศกั ยภาพ
3. ใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ กดประโยชน์ต่อตนเองและสว่ นรวม
4. มุง่ ม่นั ในการทำงานและทำงานรว่ มกบั ผอู้ ืน่ ไดต้ ามวิถีประชาธิปไตย
5. ประยกุ ตใ์ ชห้ ลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
รวม ๕ ผลการเรยี นรู้
หลกั สตู รโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
๑๔๐
คำอธิบายรายวิชา
กิจกรรมชมุ นมุ
หลกั สตู รโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
กิจกรรมชุมนุมพระพทุ ธศาสนา ๑๔๑
คำอธิบายรายวิชากิจกรรมชมุ นมุ
ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๑-๖
หลกั การและเหตผุ ล
ศึกษาแสวงหาความรู้คิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณเกี่ยวกับศาสนาที่ตนและครอบครัว นับถือ รู้
หลักธรรมเบื้องต้นของแต่ละศาสนา ความมีระเบียบวินัย บทบาท สิทธิหน้าที่ ตามวิถีประชาธิปไตย เศรษฐกิจ
สิ่งแวดล้อม สังคม และวัฒนธรรม ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม ได้อย่างเหมาะสม มีคุณภาพ รู้จักใช้ภูมิปัญญา
ท้องถิ่น มาประยุกต์ใช้ชีวิตประจำวัน กับ ตนเอง และชุมชน รวมทั้งมีความรู้พื้นฐาน ทางสังคมศาสตร์เพื่อ
การศึกษาในชั้นตอ่ ไป เพ่ือใหม้ ีความรคู้ วามเข้าใจ ความสามารถวเิ คราะหแ์ ละหาเหตผุ ลเกย่ี วกับเรื่องราวในอดีตมา
ส่ปู จั จุบัน มคี ุณธรรม จริยธรรม ในการปฏบิ ัตติ นตามศาสนาที่ตนนบั ถอื รแู้ ละเขา้ ในสทิ ธใิ นสทิ ธิหนา้ ที่ของการเป็น
พลเมืองที่ดีของประเทศตามระบอบประชาธิปไตยเบื้องต้น รู้จักการดำรงชีวิตประจำวันตามหลักเศรษฐศาสตร์
เบอ้ื งต้นอยู่ในสงั คมอยา่ งเป็นสุข
ผลการเรียนรู้
๑.เพอ่ื ใหน้ กั เรียนเขา้ ใจในหลักธรรมคำสอนของศาสนาท่ตี นเองนับถอื
๒.เพือ่ ให้นกั เรยี นนำหลกั ธรรมคำสอนมาใช้ในชวี ิตประจำวนั ได้
รวม ๒ ผลการเรยี นรู้
หลักสูตรโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
๑๔๒
เกณฑ์การจบการศึกษา
หลักสูตรโรงเรียนบ้านจำปาทองพุทธศักราช ๒๕๖๓ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ กำหนดเกณฑส์ ำหรับการจบการศึกษา ดงั น้ี
เกณฑก์ ารจบระดับประถมศึกษา
(๑) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐาน จำนวน ๕,๐๔๐ ชั่วโมงและรายวิชาเพิ่มเตมิ /กจิ กรรมเพ่ิมเติมจำนวน
๔๘๐ ช่ัวโมง
(๒) ผเู้ รียนตอ้ งมผี ลการประเมนิ รายวิชาพื้นฐานระดบั ๑ ขน้ึ ไปทกุ รายวิชา
(๓) ผ้เู รียนมผี ลการประเมนิ การอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขยี นผา่ นเกณฑก์ ารประเมินในระดบั “ผา่ น”
ขน้ึ ไป
(๔) ผเู้ รยี นมผี ลการประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ในระดบั ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับ “ผา่ น”
ขึ้นไป
(๕) ผู้เรยี นเข้ารว่ มกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียนและมีผลการประเมนิ “ผา่ น” ทกุ กิจกรรม
เกณฑก์ ารจบระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น
(๑) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐาน จำนวน ๖๖ ชั่วโมงและรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า จำนวน ๑๑
หนว่ ยกิต
(๒) ผเู้ รียนตอ้ งมผี ลการประเมนิ รายวชิ าพน้ื ฐานระดับ ๑ ขึ้นไปทกุ รายวิชา
(๓) ผูเ้ รียนมผี ลการประเมินการอา่ น คดิ วิเคราะห์ และเขียนผ่านเกณฑก์ ารประเมินในระดับ “ผ่าน”
ขึ้นไป
(๔) ผูเ้ รยี นมีผลการประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงคใ์ นระดบั ผา่ นเกณฑ์การประเมินในระดบั “ผา่ น”
ข้ึนไป
(๕) ผู้เรยี นเข้ารว่ มกจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี นและมีผลการประเมนิ “ผ่าน” ทุกกจิ กรรม
การจัดการเรยี นรู้
การจัดการเรียนรู้เป็นกระบวนการสำคัญในการนำหลักสูตรสูก่ ารปฏิบตั ิ หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษา
ขั้นพื้นฐาน เป็นหลักสตู รที่มมี าตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสำคัญและคณุ ลักษณะอนั พึงประสงคข์ องผู้เรียน เป็น
เป้าหมายสำหรบั พฒั นาเด็กและเยาวชน
ในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณสมบัติตามเป้าหมายหลักสูตร ผู้สอนพยายามคัดสรร กระบวนการเรยี นรู้
จัดการเรียนรู้โดยช่วยให้ผู้เรยี นเรียนรู้ผ่านสาระที่กำหนดไว้ในหลักสูตร ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ รวมทั้งปลูกฝงั
เสริมสรา้ งคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ พัฒนาทักษะต่างๆ อันเป็นสมรรถนะสำคัญให้ผ้เู รยี นบรรลุตามเปา้ หมาย
หลักสูตรโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
๑๔๓
๑. หลักการจัดการเรยี นรู้
การจัดการเรียนรูเ้ พื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสำคัญ และ
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยยึดหลักว่า ผู้เรียนมี
ความสำคัญที่สุด เชื่อว่าทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ยึดประโยชน์ที่เกิดกับผู้เรียน
กระบวนการจัดการเรยี นรู้ต้องส่งเสริมใหผ้ เู้ รยี น สามารถพัฒนาตามธรรมชาตแิ ละเต็มตามศักยภาพ คำนงึ ถงึ ความ
แตกต่างระหว่างบคุ คลและพัฒนาการทางสมองเนน้ ให้ความสำคญั ท้งั ความรู้ และคุณธรรม
๒. กระบวนการเรยี นรู้
การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ผู้เรียนจะต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย เป็น
เครื่องมือที่จะนำพาตนเองไปสู่เป้าหมายของหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ที่จำเป็นสำหรับผู้เรียน อาทิ
กระบวนการเรียนรแู้ บบบรู ณาการ กระบวนการสรา้ งความรู้ กระบวนการคดิ กระบวนการทางสงั คม กระบวนการ
เผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง กระบวนการปฏิบัติ ลงมือทำจริง
กระบวนการจดั การ กระบวนการวจิ ัย กระบวนการเรียนรกู้ ารเรยี นรู้ของตนเอง กระบวนการพฒั นาลักษณะนสิ ยั
กระบวนการเหล่านี้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนควรได้รับการฝึกฝน พัฒนา เพราะจะ
สามารถช่วยใหผ้ ูเ้ รียนเกิดการเรียนรูไ้ ด้ดี บรรลุเปา้ หมายของหลกั สูตร ดังน้ัน ผู้สอน จงึ จำเปน็ ตอ้ งศกึ ษาทำความ
เข้าใจในกระบวนการเรียนรูต้ ่าง ๆ เพื่อให้สามารถเลอื กใชใ้ นการจดั กระบวนการเรียนร้ไู ดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ
๓. การออกแบบการจดั การเรียนรู้
ผู้สอนต้องศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาให้เข้าใจถึงมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สมรรถนะสำคัญของ
ผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสาระการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียน แล้วจึงพิจารณาออกแบบการ
จัดการเรียนรู้โดยเลือกใช้วิธีสอนและเทคนิคการสอน สื่อ/แหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผล เพื่อให้ผู้เรยี นได้
พฒั นาเต็มตามศกั ยภาพและบรรลตุ ามเปา้ หมายท่ีกำหนด
๔. บทบาทของผสู้ อนและผู้เรียน
การจดั การเรียนรเู้ พอ่ื ให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามเป้าหมายของหลักสูตร ทัง้ ผู้สอนและผเู้ รียนควรมีบทบาท
ดงั นี้
๔.๑ บทบาทของผู้สอน
๑) ศึกษาวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล แลว้ นำขอ้ มูลมาใช้ในการวางแผนการจัดการเรียนรู้ ท่ีท้า
ทายความสามารถของผูเ้ รียน
๒) กำหนดเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน ด้านความรู้และทักษะกระบวนการ ที่เป็น
ความคดิ รวบยอด หลักการ และความสัมพนั ธ์ รวมท้ังคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๓) ออกแบบการเรียนรู้และจัดการเรียนรู้ทีต่ อบสนองความแตกต่างระหว่างบคุ คลและพัฒนาการ
ทางสมอง เพอ่ื นำผ้เู รยี นไปสู่เป้าหมาย
หลกั สูตรโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
๑๔๔
๔) จัดบรรยากาศทเี่ ออ้ื ต่อการเรยี นรู้ และดแู ลชว่ ยเหลอื ผูเ้ รยี นใหเ้ กดิ การเรยี นรู้
๕) จัดเตรียมและเลือกใช้สื่อให้เหมาะสมกับกิจกรรม นำภูมิปัญญาท้องถิ่น เทคโนโลยีท่ี
เหมาะสมมาประยกุ ต์ใช้ในการจัดการเรยี นการสอน
๖) ประเมินความกา้ วหน้าของผู้เรียนด้วยวิธีการท่ีหลากหลาย เหมาะสมกบั ธรรมชาตขิ องวชิ า
และระดบั พัฒนาการของผูเ้ รียน
๗) วเิ คราะหผ์ ลการประเมินมาใช้ในการซ่อมเสรมิ และพัฒนาผู้เรียน รวมทั้งปรับปรุงการจัดการ
เรยี นการสอนของตนเอง
๔.๒ บทบาทของผูเ้ รยี น
๑) กำหนดเปา้ หมาย วางแผน และรับผดิ ชอบการเรยี นรู้ของตนเอง
๒) เสาะแสวงหาความรู้ เข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อความรู้ ตั้งคำถาม คิดหา
คำตอบหรอื หาแนวทางแก้ปญั หาดว้ ยวิธีการต่างๆ
๓) ลงมือปฏบิ ตั ิจริง สรปุ สิ่งท่ีได้เรยี นร้ดู ว้ ยตนเอง และนำความรู้ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นสถานการณต์ า่ งๆ
๔) มปี ฏิสัมพันธ์ ทำงาน ทำกิจกรรมรว่ มกับกลมุ่ และครู
๕) ประเมินและพัฒนากระบวนการเรยี นรู้ของตนเองอย่างตอ่ เน่ือง
สือ่ การเรียนรู้
สื่อการเรียนรู้เป็นเครื่องมือส่งเสริมสนับสนุนการจัดการกระบวนการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนเข้าถึงความรู้
ทักษะกระบวนการ และคุณลกั ษณะตามมาตรฐานของหลักสูตรได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ สื่อการเรยี นรมู้ หี ลากหลาย
ประเภท ท้งั ส่อื ธรรมชาติ ส่อื สงิ่ พิมพ์ สอื่ เทคโนโลยี และเครือขา่ ย การเรยี นรู้ต่างๆ ทมี่ ีในทอ้ งถ่ิน การเลือกใช้ส่ือ
ควรเลอื กใหม้ คี วามเหมาะสมกับระดับพฒั นาการ และลีลาการเรียนรู้ทห่ี ลากหลายของผู้เรยี น
การจัดหาสื่อการเรียนรู้ ผู้เรียนและผู้สอนสามารถจัดทำและพัฒนาขึ้นเอง หรือปรับปรุงเลือกใช้อย่างมี
คุณภาพจากสื่อต่างๆ ที่มีอยู่รอบตัวเพื่อนำมาใช้ประกอบในการจัดการเรียนรู้ที่สามารถส่งเสริมและสื่อสารให้
ผู้เรียนเกดิ การเรยี นรู้ โดยสถานศึกษาควรจัดให้มีอย่างพอเพียง เพื่อพฒั นาใหผ้ ู้เรียน เกิดการเรียนรู้อย่างแท้จรงิ
สถานศกึ ษา เขตพื้นทกี่ ารศึกษา หนว่ ยงานทเี่ ก่ยี วขอ้ งและผูม้ หี นา้ ท่จี ดั การศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน ควรดำเนนิ การดงั น้ี
๑. จัดให้มีแหล่งการเรียนรู้ ศูนย์สื่อการเรียนรู้ ระบบสารสนเทศการเรียนรู้ และเครือข่าย
การเรียนรทู้ ่มี ีประสิทธิภาพท้งั ในสถานศกึ ษาและในชุมชน เพื่อการศกึ ษาคน้ ควา้ และการแลกเปล่ียนประสบการณ์
การเรียนรู้ ระหว่างสถานศกึ ษา ท้องถ่ิน ชุมชน สงั คมโลก
๒. จดั ทำและจดั หาสอื่ การเรยี นรู้สำหรบั การศกึ ษาค้นคว้าของผ้เู รียน เสริมความรูใ้ หผ้ ู้สอน รวมทัง้ จัดหา
ส่งิ ทม่ี ีอย่ใู นท้องถนิ่ มาประยุกต์ใชเ้ ป็นสือ่ การเรยี นรู้
๓. เลือกและใช้สื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ มีความเหมาะสม มีความหลากหลาย สอดคล้อง กับวิธีการ
เรียนรู้ ธรรมชาติของสาระการเรยี นรู้ และความแตกต่างระหวา่ งบุคคลของผ้เู รียน
๔. ประเมินคุณภาพของสือ่ การเรียนรทู้ ีเ่ ลือกใช้อย่างเป็นระบบ
๕. ศกึ ษาคน้ ควา้ วิจัย เพ่อื พฒั นาส่ือการเรยี นรู้ใหส้ อดคล้องกบั กระบวนการเรยี นรู้ของผ้เู รยี น
หลักสูตรโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
๑๔๕
๖. จัดให้มีการกำกับ ติดตาม ประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพเกี่ยวกับสื่อและการใช้สื่อ
การเรียนรเู้ ป็นระยะๆ และสมำ่ เสมอ
ในการจัดทำ การเลือกใช้ และการประเมนิ คุณภาพสอ่ื การเรียนรทู้ ใ่ี ชใ้ นสถานศึกษา ควรคำนึงถงึ หลกั การ
สำคัญของสื่อการเรียนรู้ เช่น ความสอดคล้องกับหลักสูตร วัตถุประสงค์การเรียนรู้ การออกแบบกิจกรรมการ
เรียนรู้ การจดั ประสบการณใ์ ห้ผู้เรยี น เนื้อหามคี วามถกู ตอ้ งและทันสมัย ไม่กระทบความมนั่ คงของชาติ ไม่ขัดต่อ
ศลี ธรรม มีการใช้ภาษาทีถ่ ูกต้อง รปู แบบการนำเสนอท่เี ข้าใจง่าย และนา่ สนใจ
การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรยี นต้องอยู่บนหลักการพื้นฐานสองประการ คือ การประเมิน
เพื่อพฒั นาผู้เรียนและเพ่ือตดั สินผลการเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการเรยี นรู้ของผู้เรียน ให้ประสบผลสำเร็จนัน้
ผู้เรียนจะต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวชี้วัดเพื่อให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ สะท้อนสมรรถนะ
สำคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงคข์ องผู้เรียนซ่ึงเป็นเป้าหมายหลักในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ในทกุ
ระดับไม่ว่าจะเป็นระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่การศึกษา และระดับชาติ การวัดและ
ประเมินผลการเรียนรู้ เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้ผลการประเมินเป็นข้อมูลและสารสนเทศที่
แสดงพัฒนาการ ความก้าวหน้า และความสำเร็จทางการเรียนของผู้เรียน ตลอดจนข้อมลู ท่ีเป็นประโยชน์ต่อการ
สง่ เสรมิ ใหผ้ ูเ้ รียนเกิด การพัฒนาและเรยี นร้อู ย่างเตม็ ตามศักยภาพ
การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ แบ่งออกเปน็ ๔ ระดบั ได้แก่ ระดบั ช้ันเรียน ระดับสถานศกึ ษา ระดับ
เขตพ้นื ท่กี ารศึกษา และระดบั ชาติ มรี ายละเอยี ด ดังน้ี
๑. การประเมินระดับชั้นเรียน เป็นการวัดและประเมินผลที่อยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ ผู้สอน
ดำเนินการเป็นปกตแิ ละสมำ่ เสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการประเมินอย่างหลากหลาย เช่น การ
ซกั ถาม การสังเกต การตรวจการบ้าน การประเมนิ โครงงาน การประเมินชน้ิ งาน/ ภาระงาน แฟ้มสะสมงาน การ
ใช้แบบทดสอบ ฯลฯ โดยผู้สอนเป็นผู้ประเมินเองหรือเปิดโอกาสให้ผู้เรียนประเมินตนเอง เพื่อนประเมินเพื่อน
ผปู้ กครองรว่ มประเมนิ ในกรณที ีไ่ มผ่ า่ นตวั ชี้วัดให้มีการสอนซอ่ มเสรมิ
การประเมินระดบั ชนั้ เรยี นเปน็ การตรวจสอบว่า ผูเ้ รยี นมีพัฒนาการความก้าวหน้าในการเรียนรู้ อัน
เป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด มีสิ่งที่จะต้องได้รับการพัฒนา
ปรบั ปรุงและสง่ เสริมในด้านใด นอกจากนยี้ ังเป็นขอ้ มูลใหผ้ สู้ อนใชป้ รับปรงุ การเรยี นการสอนของตนด้วย ทงั้ นี้โดย
สอดคลอ้ งกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชีว้ ัด
๒. การประเมนิ ระดับสถานศึกษา เป็นการประเมินที่สถานศึกษาดำเนนิ การเพอ่ื ตัดสินผล การเรยี นของ
ผู้เรียนเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ และ
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน นอกจากนี้เพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการศึกษา ของสถานศึกษา ว่าส่งผลต่อการ
เรียนรขู้ องผู้เรียนตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมจี ุดพัฒนาในด้านใด รวมทงั้ สามารถนำผลการเรียนของผู้เรียนใน
สถานศึกษาเปรียบเทยี บกับเกณฑ์ระดับชาติ ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเป็นข้อมูลและสารสนเทศเพอ่ื
หลกั สูตรโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
๑๔๖
การปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวิธีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพื่อการจัดทำแผนพัฒนา
คุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาและการรายงานผลการจัด
การศึกษาต่อคณะกรรมการสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น
พ้นื ฐาน ผู้ปกครองและชุมชน
๓. การประเมนิ ระดบั เขตพืน้ ที่การศึกษา เปน็ การประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับเขตพื้นที่การศึกษา
ตามมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนา
คุณภาพการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา ตามภาระความรับผิดชอบ สามารถดำเนินการโดยประเมินคุณภาพ
ผลสัมฤทธิ์ของผูเ้ รียนดว้ ยข้อสอบมาตรฐานที่จัดทำและดำเนินการโดยเขตพื้นท่ีการศึกษา หรือด้วยความร่วมมือ
กับหน่วยงานต้นสงั กัด ในการดำเนินการจดั สอบ นอกจากน้ียงั ได้จากการตรวจสอบทบทวนขอ้ มูลจากการประเมิน
ระดบั สถานศกึ ษาในเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษา
๔. การประเมนิ ระดับชาติ เปน็ การประเมนิ คุณภาพผเู้ รียนในระดับชาติตามมาตรฐานการเรียนรูต้ าม
หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน สถานศกึ ษาตอ้ งจัดให้ผู้เรยี นทกุ คนทเ่ี รียน ในช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ ชน้ั
ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ เขา้ รับการประเมนิ ผลจากการประเมินใช้เป็นขอ้ มลู ในการเทียบเคียงคุณภาพการศึกษาใน
ระดับต่าง ๆ เพ่ือนำไปใชใ้ นการวางแผนยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ตลอดจนเป็นขอ้ มูลสนับสนนุ การ
ตัดสนิ ใจในระดบั นโยบายของประเทศ
ข้อมูลการประเมินในระดับต่างๆ ข้างต้น เป็นประโยชน์ตอ่ สถานศึกษาในการตรวจสอบทบทวนพัฒนา
คุณภาพผู้เรียน ถือเป็นภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาที่จะต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลือ ปรับปรุงแก้ไข
ส่งเสริมสนับสนนุ เพือ่ ให้ผู้เรยี นได้พฒั นาเต็มตามศักยภาพบนพืน้ ฐานความแตกต่างระหว่างบคุ คลที่จำแนกตาม
สภาพปัญหาและความต้องการ ได้แก่ กลุ่มผู้เรียนทั่วไป กลุ่มผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ กลุ่มผู้เรียนที่มี
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ กลุ่มผู้เรียนที่มีปัญหาด้านวินัยและพฤติกรรม กลุ่มผู้เรียนที่ปฏิเสธโรงเรียน กลุ่ม
ผู้เรยี นทมี่ ีปัญหาทางเศรษฐกิจและสงั คม กลมุ่ พิการทางรา่ งกายและสตปิ ญั ญา เป็นตน้ ขอ้ มูลจากการประเมินจึง
เป็นหวั ใจของสถานศึกษาในการดำเนินการชว่ ยเหลือผูเ้ รียนได้ทันท่วงที ปดิ โอกาสใหผ้ ู้เรียนได้รับการพัฒนาและ
ประสบความสำเร็จในการเรียน
สถานศึกษาในฐานะผูร้ ับผิดชอบจัดการศึกษา จะต้องจัดทำระเบยี บว่าด้วยการวดั และประเมินผลการ
เรียนของสถานศึกษาให้สอดคล้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติที่เป็นข้อกำหนดของหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน เพอ่ื ใหบ้ คุ ลากรทเี่ ก่ยี วขอ้ งทุกฝ่ายถือปฏบิ ตั ิรว่ มกนั
หลักสูตรโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
๑๔๗
เกณฑก์ ารวัดและประเมนิ ผลการเรยี น
การตดั สินผลการเรียน
ในการตัดสินผลการเรยี นของกลุม่ สาระการเรียนรู้ การอา่ น คิดวเิ คราะหแ์ ละเขยี น คุณลักษณะอนั
พงึ ประสงค์ และกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียนน้ัน ผู้สอนต้องคำนึงถงึ การพฒั นานักเรยี นแตล่ ะคนเปน็ หลัก และต้องเกบ็
ข้อมูลของนักเรยี นทกุ ดา้ นอยา่ งสม่ำเสมอและตอ่ เนื่องในแตล่ ะภาคเรยี น มีเกณฑ์ดังน้ี
(๑) ผูเ้ รยี นตอ้ งมีเวลาเรียนไม่นอ้ ยกวา่ ร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทงั้ หมด
(๒) ผู้เรยี นตอ้ งไดร้ ับการประเมนิ ทุกตัวชี้วดั และผ่านเกณฑ์ไมน่ ้อยกวา่ รอ้ ยละ ๘๐
ของจำนวนตัวช้ีวัด
(๓) ผเู้ รียนต้องได้รบั การตัดสินผลการเรยี นทุกรายวิชา
(๔) ผเู้ รยี นต้องไดร้ บั การประเมินและมีผลการประเมนิ ผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนดในการ
อา่ น คดิ วิเคราะหแ์ ละเขียน คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
การให้ระดับผลการเรยี น
๑๓.๑ การตัดสนิ ผลการเรียนรายวิชาของกลุ่มสาระการเรยี นรู้ ให้ใช้ระบบตวั เลข แสดงระดบั การ
เรยี นในแตล่ ะกลมุ่ สาระ ดงั น้ี
ระดับผลการเรยี น ความหมาย ชว่ งคะแนนร้อยละ
๔ ผลการเรียนดเี ย่ยี ม ๘๐ - ๑๐๐
๓.๕ ผลการเรียนดมี าก ๗๕ - ๗๙
๓ ๗๐ - ๗๔
๒.๕ ผลการเรียนดี ๖๕ - ๖๙
๒ ผลการเรียนค่อนขา้ งดี ๖๐ - ๖๔
๑.๕ ผลการเรยี นน่าพอใจ ๕๕ - ๕๙
๑ ๕๐ - ๕๔
๐ ผลการเรียนพอใช้ ๐ - ๔๙
ผลการเรียนผ่านเกณฑ์ขนั้ ต่ำ
ผลการเรยี นต่ำกวา่ เกณฑ์
๑๓.๒ การประเมนิ การอา่ น คิดวิเคราะห์ และเขียน เปน็ ผา่ นและไม่ผา่ น ถ้ากรณีที่ผา่ น กำหนด
เกณฑก์ ารตัดสนิ เป็นดีเยย่ี ม ดี และผ่าน
ดีเยี่ยม หมายถึง มีผลงานที่แสดงถงึ ความสามารถในการอา่ น คดิ วิเคราะห์ และเขียนที่มคี ุณภาพดี
เลิศอยู่เสมอ
ดี หมายถึง มีผลงานที่แสดงถงึ ความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขยี นท่ีมคี ุณภาพเป็นที่
ยอมรับ
ผ่าน หมายถึง มผี ลงานทีแ่ สดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขยี น ที่มคี ุณภาพ
หลักสตู รโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
๑๔๘
เป็นที่ยอมรับ แตย่ ังมีข้อบกพร่องบางประการ
ไมผ่ ่าน หมายถงึ ไมม่ ีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขยี น หรอื ถา้
มีผลงาน ผลงานนนั้ ยังมขี อ้ บกพรอ่ งทต่ี ้องได้รับการปรับปรงุ แกไ้ ขหลายประการ
๑๓.๓ การประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ รวมทุกคุณลกั ษณะเพ่อื การเลือ่ นชั้น และจบ
การศกึ ษา เปน็ ผ่านและไมผ่ า่ น ในการผา่ น กำหนดเกณฑ์การตดั สินเปน็ ดเี ย่ยี ม ดี และผ่าน และความหมาย
ของแตล่ ะระดับ ดงั น้ี
ดเี ยีย่ ม หมายถงึ ผู้เรยี นปฏิบัตติ นตามคณุ ลักษณะจนเปน็ นสิ ัย และนำไปใชใ้ นชวี ิตประจำวันเพ่อื
ประโยชน์สขุ ของตนเองและสงั คม โดยพิจารณาจากผลการประเมินระดบั ดเี ยีย่ ม จำนวน ๕-๘ คณุ ลกั ษณะ และ
ไมม่ คี ณุ ลกั ษณะใดได้ผลการประเมินตำ่ กว่าระดบั ดี
ดี หมายถงึ ผเู้ รยี นมีคุณลกั ษณะในการปฏบิ ัตติ ามกฎเกณฑ์ เพือ่ ให้เปน็ การยอมรับของสงั คมโดย
พิจารณาจาก
๑) ไดผ้ ลการประเมนิ ระดับดเี ยี่ยมจำนวน ๑-๔ คุณลักษณะ และไมม่ ีคณุ ลกั ษณะใดได้ผลการ
ประเมินต่ำกวา่ ระดบั ดี หรอื
๒) ได้ผลการประเมินระดับดี เย่ียมจำนวน ๔ คุณลักษณะ และไม่มีคุณลกั ษณะใดได้ผลการ
ประเมนิ ตำ่ กวา่ ระดบั ผ่านหรอื
๓) ได้ผลการประเมนิ ระดับดี จำนวน ๕-๘ คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใดได้ผลการประเมิน
ตำ่ กว่าระดบั ผ่าน
ผา่ น หมายถึง ผเู้ รียนรบั รู้และปฏบิ ัติตามกฎเกณฑ์และเง่อื นไขทีส่ ถานศกึ ษากำหนด โดยพิจารณา
จาก
๑) ได้ผลการประเมินระดบั ผ่าน จำนวน ๕-๘ คุณลกั ษณะ และไมม่ คี ณุ ลกั ษณะใดได้ผลการ
ประเมนิ ต่ำกวา่ ระดบั ผา่ น หรือ
๒) ไดผ้ ลการประเมินระดบั ดี จำนวน ๔ คุณลักษณะ และไม่มคี ุณลักษณะใดได้ผลการประเมนิ ต่ำ
กว่าระดับผ่าน
ไมผ่ า่ น หมายถึง ผู้เรียนรบั รู้และปฏิบัตไิ ด้ไม่ครบตามกฎเกณฑ์และเง่อื นไขทีส่ ถานศึกษากำหนด
โดยพิจารณาจากผลการประเมนิ ระดับไม่ผา่ นต้งั แต่ ๑ คณุ ลักษณะ
๑๓.๔ การประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น จะต้องพิจารณาท้ังเวลาการเข้ารว่ มกิจกรรมการปฏบิ ัติ
กจิ กรรมและผลงานของผ้เู รยี นตามเกณฑ์ทโี่ รงเรียนกำหนดและให้ผลการประเมินเป็นผ่าน และไม่ผ่านใหใ้ ช้
ตวั อกั ษรแสดงผลการประเมนิ ดงั น้ี
“ผ” หมายถงึ ผู้เรยี นมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน ไม่นอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ ๘๐ ปฏบิ ตั ิ
กจิ กรรมและมผี ลงานเปน็ ทปี่ ระจกั ษ์
“มผ” หมายถงึ ผู้เรยี นมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น ปฏิบตั ิกจิ กรรมและมีผลงาน
ไมเ่ ปน็ ไปตามเกณฑ์ทส่ี ถานศกึ ษากำหนด
หลกั สูตรโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
๑๔๙
ในกรณที ีผ่ เู้ รยี นได้ “มผ” ครูผูด้ แู ลกิจกรรมต้องจัดซอ่ มเสริมใหผ้ ู้เรียนทำกิจกรรมในส่วนท่ีผเู้ รยี น
ไม่ไดเ้ ขา้ ร่วมหรอื ไม่ไดท้ ำจนครบถ้วน แลว้ จึงเปลี่ยนผลการเรยี นจาก “มผ” เป็น “ผ” ได้ ท้ังนี้ ต้องดำเนินการ
ใหเ้ สร็จสน้ิ ภายในปกี ารศกึ ษานั้น ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัยหอ้ ยใู่ นดลุ ยพนิ จิ ของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษาหรอื ผทู้ ่ีไดร้ ับ
มอบหมาย
การเลอ่ื นช้นั เมอื่ สน้ิ ปกี ารศกึ ษา ผูเ้ รียนจะได้รบั การเลื่อนชั้น เมอ่ื มีคณุ สมบตั ติ ามเกณฑ์ดังต่อไปน้ี
ตวั ชี้วดั (๑) ผูเ้ รยี นต้องมีเวลาเรยี นไมน่ ้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรยี นท้งั หมด
(๒) ผเู้ รียนตอ้ งได้รับการประเมินทุกตัวชี้วดั และผ่านเกณฑ์ไม่นอ้ ยกว่าร้อยละ ๘๐ ของจำนวน
(๓) ผู้เรยี นต้องได้รบั การตดั สินผลการเรยี นทุกรายวิชา ไมน่ อ้ ยกวา่ ระดบั
“ ๑ ” จึงจะถือวา่ ผา่ นเกณฑต์ ามที่สถานศกึ ษากำหนด
(๔) นกั เรยี นต้องได้รับการประเมิน และมีผลการประเมนิ การอา่ น คิดวิเคราะห์และเขียน ใน
ระดบั “ ผ่าน ” ขึ้นไป มีผลการประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ในระดบั “ ผ่าน ” ขึ้นไป และมผี ลการ
ประเมินกิจกรรมพฒั นานักเรยี น ในระดับ “ ผา่ น ”
ทัง้ นี้ ถ้าผู้เรยี นมขี ้อบกพร่องเพยี งเล็กนอ้ ย และพิจารณาเหน็ วา่ สามารถพัฒนาและสอน
ซ่อมเสริมได้ให้อยูใ่ นดลุ ยพินิจของสถานศึกษาที่จะผ่อนผันใหเ้ ลอื่ นช้ันได้
อน่งึ ในกรณที ผ่ี เู้ รียนมหี ลักฐานการเรียนรทู้ ี่แสดงวา่ มีความสามารถดเี ลศิ สถานศึกษาอาจใหโ้ อกาส
ผู้เรียนเลอ่ื นชัน้ กลางปกี ารศกึ ษา โดยสถานศึกษาแตง่ ตงั้ คณะกรรมการประกอบดว้ ยฝ่ายวชิ าการของสถานศกึ ษา
และผ้แู ทนของเขตพ้นื ทีก่ ารศกึ ษาหรือตน้ สังกัดประเมนิ ผ้เู รียนและตรวจสอบคุณสมบัติให้ครบถว้ นตามเงอื่ นไขทง้ั
๓ ประการต่อไปนี้
๑. มีผลการเรียนในปีการศึกษาที่ผ่านมาและมผี ลการเรียนระหวา่ งปที กี่ ำลงั ศึกษาอยูใ่ นเกณฑด์ ี
เย่ยี ม
๒. มวี ฒุ ภิ าวะเหมาะสมท่ีจะเรียนในชนั้ ทส่ี งู ขึน้
๓. ผ่านการประเมินผลความร้คู วามสามารถทกุ รายวชิ าของช้นั ปที ่เี รียนปัจจุบนั และความรู้
ความสามารถทกุ รายวิชาในภาคเรยี นแรกของช้นั ปีทจี่ ะเลื่อนข้ึน
การอนมุ ตั ิใหเ้ ล่อื นชัน้ กลางปกี ารศึกษาไปเรยี นชน้ั สงู ขนึ้ ได้ ๑ ระดบั ชัน้ นี้ ต้องไดร้ ับการยนิ ยอม
จากผูเ้ รยี นและผู้ปกครองและต้องดำเนนิ การใหเ้ สร็จส้นิ กอ่ นเปิดภาคเรยี นท่ี ๒ ของปีการศึกษาน้นั สำหรบั ใน
กรณที พี่ บว่ามผี ูเ้ รียนกลุม่ พเิ ศษประเภทต่างๆ มปี ัญหาในการเรียนรู้ให้สถานศึกษาดำเนนิ งานรว่ มกบั สำนกั งาน
เขตพืน้ ทก่ี ารศึกษาเฉพาะความพิการหาแนวทางการแกไ้ ขและพัฒนา
หลักสูตรโรงเรียนบ้านจำปาทอง (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑