คู่มอื พธิ ีการและมารยาท
ทางการทูต
รวบรวมและเรยี บเรียง
โดย
กลุ่มพิธกี ารและกจิ การพเิ ศษ
สานักประธานศาลปกครองสูงสุด
คานา
ในหนึ่งรอบปีปฏิทินจะมีวันสําคัญของประเทศที่มีสัมพันธไมตรี
กับประเทศไทย ซ่ึงแต่ละงานจะมีความแตกต่างกันออกไป เช่น วันพระราชสมภพสมเด็จ
พระราชาธิบดี วันพระราชสมภพสมเด็จพระราชินีนาถ วันประกาศเอกราช วันรัฐธรรมนูญ
วันชาติ วันรวมชาติ วันสหภาพ เป็นต้น จึงเป็นเร่ืองท่ีจําเป็นสําหรับผู้เข้าร่วมงาน
ท่ีควรทราบถึงข้อมูลและหรือประวัติของประเทศหรืองานที่จัดอย่างพอสังเขป
นอกจากนี้ เร่ืองของมารยาทในการเข้าร่วมงาน มารยาทในการแต่งกาย รวมถึงสถานท่ี
จัดงานกเ็ ปน็ อีกเรอ่ื งท่ีสําคัญเช่นกัน
คมู่ ือ “พธิ กี ารและมารยาททางการทูต” เล่มน้ี ไดจ้ ดั ทําข้นึ โดยรวบรวม
และเรียบเรียงข้อมูลเก่ียวกับประวัติของแต่ละประเทศที่มีสัมพันธไมตรีกับประเทศไทย
ซ่ึงอ้างอิงจากปฏิทินหลวง พุทธศักราช ๒๕๖๓ ข้อมูลสมาชิกสมาคมศาลปกครองสูงสุด
ระหว่างประเทศ (IASAJ) มารยาทในการแตง่ กาย มารยาทในการเข้าร่วมงาน การอํานวย
ความสะดวกให้กบั ผูบ้ ริหารในการเขา้ รว่ มงานและเกรด็ ความรูต้ า่ งๆ ที่จําเปน็
คณะผู้จัดทําหวังว่า คู่มือเล่มน้ีคงจะเป็นประโยชน์สําหรับผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่
หรือมภี ารกิจในการอํานวยความสะดวกให้กบั ผู้บริหารในการเขา้ ร่วมงานทางการทูต
หรอื ใชเ้ ป็นข้อมลู นาํ ไปศกึ ษา ประยกุ ต์หรือพัฒนาเพื่อใช้ประโยชน์ตามแต่จะเห็นสมควร
ตอ่ ไป
คณะผู้จัดทาํ
๒๕๖๓
สารบญั
บทที่ ๑ บทนา หน้า
๑.๑ ความเปน็ มาและความสําคญั ๑
๑.๒ วตั ถปุ ระสงค์ ๒
๑.๓ นยิ ามศพั ท์ ๒
บทที่ ๒ วนั สาคญั ของประเทศท่ีมีสมั พนั ธไมตรกี บั ประเทศไทย ๗
๑๕
๒.๑ เดอื นมกราคม ๓๐
๒.๒ เดือนกมุ ภาพันธ์ ๓๙
๒.๓ เดอื นมนี าคม ๕๒
๒.๔ เดือนเมษายน ๖๓
๒.๕ เดือนพฤษภาคม ๘๒
๒.๖ เดอื นมถิ นุ ายน ๑๐๕
๒.๗ เดอื นกรกฎาคม ๑๒๔
๒.๘ เดอื นสิงหาคม ๑๕๐
๒.๙ เดือนกันยายน ๑๗๐
๒.๑๐ เดือนตลุ าคม ๑๘๕
๒.๑๑ เดือนพฤศจิกายน
๒.๑๒ เดอื นธนั วาคม
บทท่ี ๓ สมาชกิ สมาคมศาลปกครองสูงสุดระหวา่ งประเทศ (IASAJ)
และสถานทจี่ ดั งานต่างๆ ที่สาคัญ
๓.๑ สมาชกิ สมาคมศาลปกครองสงู สดุ ระหวา่ งประเทศ (IASAJ) ๒๐๑
๓.๒ สถานทจ่ี ัดงานตา่ งๆ ท่สี าํ คัญ ๒๑๙
๓.๒.๑ สถานเอกอคั รราชทตู ๒๑๙
๓.๒.๒ โรงแรมต่างๆ ๒๒๙
สารบญั (ตอ่ )
หนา้
บทท่ี ๔ มารยาทต่างๆ ทางการทูต ๒๔๙
๒๕๒
๔.๑ การทักทายและแนะนาํ ตวั ๒๖๖
๔.๒ การพฒั นาบุคลิกภาพและการแต่งกาย ๒๗๒
๔.๓ ขอ้ ควรคํานงึ ในการรว่ มงานเลี้ยง ๒๗๗
๔.๔ มารยาทในการรบั ประทานอาหาร ๒๗๙
๔.๕ มารยาทในการนง่ั รถยนต์
๔.๖ มารยาทในการจดั ที่นงั่ ในโอกาสตา่ งๆ
บทที่ ๕ ขน้ั ตอนและแนวทางปฏบิ ัติในการอานวยความสะดวก ๒๘๕
๒๙๗
๕.๑ ข้ันตอนการเสนอเร่ือง ๓๐๕
๕.๒ แนวทางปฏบิ ตั ใิ นการอาํ นวยความสะดวก
๕.๓ หนงั สือเดนิ ทาง (Passport)
**************************************
บทที่ ๑
บทนา
----------------------------------
๑.๑ ความเป็นมาและความสาคญั
งานวันพระราชสมภพพระมหากษัตริย์และสมเด็จพระราชินีนาถ
และวันที่สําคัญของประเทศท่ีมีสัมพันธไมตรีกับประเทศไทย เป็นงานอีกประเภทหนึ่ง
ซึ่งมีความสําคัญกับประเทศไทย เนื่องจากเป็นเร่ืองของสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศ
ในรอบหน่ึงปีปฏิทินจะมีงานต่างๆ เช่น งานวันพระราชสมภพ งานวันประกาศเอกราช
งานวนั ชาติ งานวันอสิ รภาพ เป็นต้น โดยสถานเอกอคั รราชทูตของประเทศต่างๆ
ทีอ่ ยู่ในประเทศไทยจะสง่ การด์ เชญิ บุคคลทสี่ ําคญั จากภาครัฐและหรือภาคเอกชน
เพื่อเข้าร่วมงานฉลองหรืองานรําลึกแล้วแต่กรณี ซึ่งถือว่าเป็นเกียรติอย่างย่ิง
สําหรับผู้ที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานดังกล่าว ดังน้ัน จึงเป็นเร่ืองท่ีสําคัญสําหรับ
ผู้ได้รับเชิญเข้าร่วมงานท่ีจะต้องมีความรู้พ้ืนฐานเกี่ยวกับข้อมูลหรือประวัติ
ความเป็นมาของงานท่ีจัดนั้นๆ เพ่ือใช้ประโยชน์ในการสนทนากับเจ้าของงาน
และหรอื ผู้ที่มาเขา้ ร่วมงาน
นอกจากความรู้เก่ียวกับข้อมูลหรือประวัติความเป็นมาของงานที่จัดแล้ว
ยังมีเร่ืองของมารยาทต่างๆ ในการเข้าร่วมงานท่ีน่าสนใจ เช่น มารยาทในสังคมสากล
มารยาทในการแต่งกาย มารยาทในการน่ังรถยนต์ มารยาทในการจัดเล้ียงและ
การรับประทานอาหาร มารยาทในการจัดโต๊ะน่ังในโอกาสต่างๆ เป็นต้น อีกท้ังเรื่อง
ของสถานท่ีจัดงานก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งท่ีมีความสําคัญ เนื่องจากจะมีเร่ืองของ
การรักษาความปลอดภัยและระยะเวลาสําหรับใช้ในการเดินทางเข้ามาเก่ียวข้อง
ท้ังน้ี ศาลปกครองไทยเป็นหนึ่งในสมาชิกสมาคมศาลปกครองสูงสุดระหว่างประเทศ
(IASAJ) ดังนั้น เม่ือมีการจัดทําคู่มือพิธีการและมารยาททางการทูต จึงเห็นสมควร
นําประวัติความเป็นมาของสมาคมศาลปกครองสูงสุดระหว่างประเทศ (IASAJ)
และข้อมลู ประเทศสมาชิกมารวบรวมไวเ้ พอ่ื ประโยชนใ์ นการสบื คน้ ตอ่ ไป
-๒-
๑.๒ วัตถปุ ระสงค์
เพื่อใช้เป็นแหล่งข้อมูลความรู้ สําหรับศึกษาและหรือนําไปประยุกต์
ใช้ในการปฏบิ ัตหิ น้าทีใ่ หเ้ กดิ ประสิทธิภาพมากย่ิงขน้ึ
๑.๓ นยิ ามศพั ท์
เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอานาจเต็ม (Ambassador Extraordinary
and Plenipotentiary) หรือมกั เรียกกนั โดยท่ัวไปว่า เอกอัครราชทูตเป็นตําแหน่งนักการทูต
ในระดับสูงสุดที่ทําหน้าเป็นตัวแทนของประเทศของตน โดยจะประจําการอยู่ใน
สถานเอกอัครราชทูต ณ เมืองหลวงของประเทศท่ีประเทศของตนมีความสัมพันธ์
ทางการทูตดว้ ย หรอื ณ องค์การระหวา่ งประเทศทป่ี ระเทศของตนเป็นสมาชกิ อยู่
เอกอัครราชทูตประจารัฐผู้รับ (Ambassador-Designate) หมายถึง
บุคคลท่ีได้รับแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งเอกอัครราชทูต แต่ยังมิได้ย่ืนสาส์นตราตั้ง
ตอ่ ประมขุ แห่งรฐั ผรู้ บั
เอกอัครราชทูตผู้แทนพิเศษ (Ambassador-at-Large) หมายถึง
ผู้แทนพิเศษของกระทรวงการต่างประเทศที่มีสิทธิและสถานะเทียบเท่าเอกอัครราชทูต
ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลงานและกิจการเฉพาะกิจ หรือเฉพาะเร่ืองในต่างประเทศ
เปน็ คร้งั คราว
เอกอัครราชทูตประจากระทรวงการต่างประเทศ (Ambassador
attached to the Ministry of Foreign Affairs) หมายถึงบุคคล ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้
ดํารงตําแหน่งเอกอัครราชทูตมีภารกิจดูแลกิจการภายในของกระทรวงการต่างประเทศ
ตามทไ่ี ดร้ ับมอบหมายจากปลดั กระทรวงการต่างประเทศ
เอกอัครราชทูตผู้มีถ่ินพานักในประเทศไทย (Resident Ambassador)
หมายถึง เอกอัครราชทูตของไทยท่ีได้รับการแต่งตั้งให้ประจําต่อประมุขแห่งรัฐผู้รับ
แต่ยังคงมีถ่ินพํานักอยู่ในรัฐผู้ส่ง เอกอัครราชทูตผู้มีถ่ินพํานักในประเทศไทยนี้
จะเดนิ ทางไปปฏบิ ตั ิหน้าทีใ่ นรฐั ผูร้ บั เป็นครัง้ คราว
-๓-
เอกอัครสมณทูต (Papal Nuncio; Apostolic Nuncio) ในทางการทูต
คือ ผู้แทนถาวร (หัวหน้าคณะทูต) ของสันตะสํานักประจํารัฐเอกราชหรือองค์การระหว่าง
ประเทศ (เช่น สันนิบาตอาหรับ) มีลําดับช้ันเสมอเอกอัครราชทูตวิสามัญ
ผู้มีอํานาจเต็ม ส่วนทางศาสนจักรสมณทูตจะได้รับสมณศักด์ิเป็นอัครมุขนายก
เกียรตินามด้วย นอกจากน้ีตามอนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางทูต
ปี ค.ศ. ๑๙๖๑ ยังถือว่าเอกอัครสมณทูตมีสถานะเป็นเอกอัครราชทูตเช่นเดียวกับ
ประเทศอ่ืนๆ แต่อนุสัญญาดังกล่าวก็อนุญาตหากบางรัฐจะยกสถานะให้สูงกว่า
เอกอัครราชทูตอื่นๆ ในประเทศและมอบตําแหน่งประธานคณะทูตานุทูต
แก่สมณทูตโดยมิต้องคํานึงถึงความอาวุโส นอกจากน้ีสมณทูตยังต้องเป็น
ผปู้ ระสานงานระหวา่ งสันตะสํานักกับคณะมุขนายกคาทอลิกในชาติหรือภูมิภาค
ที่ตนประจําการ คณะมุขนายกระดับชาติหรือภูมิภาคดังกล่าวตามปกติจะมี
สภาประมุขบาทหลวงปกครองอยู่ ซึ่งมีมุขนายกหรืออัครมุขนายกที่มีสมณศักดิ์สูงสุด
ในประเทศน้นั เป็นประธาน
อคั รราชทูต (Minister) เปน็ ตาํ แหนง่ รองจากเอกอัครราชทูต สว่ นใหญ่จะมี
หน้าที่รับผดิ ชอบในเร่อื งการดแู ลงานดา้ นการบริหารในสถานทูต
อุปทูต (Chargé d'affaires) ตําแหน่งน้ีเป็นตําแหน่งช่ัวคราว ทําหน้าที่
เป็นผู้รักษาการเวลาท่ีเอกอัครราชทูตไม่อยู่ (ad interim) เช่น ลาป่วยหรือไปต่างประเทศ
เป็นการช่ัวคราว ซ่ึงเป็นการบอกกล่าวประเทศที่ไปประจําการอยู่ว่าให้ติดต่อราชการ
มายงั อปุ ทตู
กงสุล (Consul) เป็นตําแหน่งของบุคคลซง่ึ รฐั บาลของประเทศหนึ่ง
แต่งตั้งให้เป็นผู้แทนประจําอยู่ในเมืองต่างๆ ของอีกประเทศหนึ่งเพ่ือทําหน้าที่
ช่วยเหลือคนชาติของประเทศผู้แต่งตั้งกงสุลที่ไปอยู่ในเมืองต่างประเทศนั้นๆ
และเพื่อดูแลผลประโยชน์ท่ัวไปของประเทศผู้แต่งต้ัง โดยเฉพาะอย่างย่ิงใน
ด้านการพาณิชย์
-๔-
กงสลุ มี ๒ ประเภท คอื
๑. กงสุลโดยอาชพี ไดแ้ ก่ ผู้ทเี่ ปน็ ขา้ ราชการของประเทศผ้แู ต่งตัง้
๒. กงสุลกิตติมศักดิ์ ได้แก่ ผู้ได้รับแต่งต้ังซ่ึงมิใช่ข้าราชการและ
ไมไ่ ดร้ ับเงินเดือน ซ่งึ อาจเปน็ คนชาติของประเทศผู้แต่งต้งั หรอื คนชาตอิ นื่ ก็ได้
กงสลุ ทม่ี ตี ําแหนง่ เป็นหวั หน้าสถานกงสลุ มี ๔ ระดับ คือ กงสุลใหญ่
(Consul-General) กงสุล (Consul) รองกงสุล (Vice Consul) และตัวแทนฝ่าย
กงสลุ (Consul-Agent)
เจ้าหน้าที่การทูต หรือ นักการทูต หมายถึง บุคคลท่ีรัฐแต่งตั้งให้
ดําเนินกิจการทางการทูตกับรัฐอื่นหรือองค์การระหว่างประเทศ หน้าท่ีหลักของ
เจ้าหน้าท่ีการทูต คือ การเป็นผู้แทนเจรจาและปกป้องผลประโยชน์ ตลอดจน
ปกป้องประเทศนั้นๆ เช่นเดียวกับการสนับสนุนข้อมูลและความสัมพันธ์
ฉันท์มิตร เจ้าหน้าท่ีการทูตส่วนใหญ่สําเร็จการศึกษาระดับปริญญาด้านความสัมพันธ์
ระหว่างประเทศ รฐั ศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ หรือกฎหมาย
เลขานกุ ารเอก (First Secretary) เลขานกุ ารโท (Second Secretary)
เลขานุการตรี (Third Secretary) เป็นตําแหน่งของเจ้าหน้าที่การทูต ซึ่งปฏิบัติงาน
ในดา้ นต่างๆเช่น พธิ กี ารทูต สารนิเทศ เศรษฐกิจ การเมอื ง เปน็ ตน้ หรอื อาจจะปฏบิ ตั งิ าน
เปน็ ผู้ช่วยเอกอคั รราชทูตกไ็ ด้
สถานเอกอัครราชทูต (Embassy) หมายถึง ที่ทําการหรือท่ีทํางานของ
ผู้แทนทางการทูต ซ่ึงจะมีหัวหน้าสํานักงานในระดับเอกอัครราชทูตหรืออุปทูต
ตําแหน่งต่างๆ ท่ีประจําอยู่ คําว่าสถานเอกอัครราชทูตนี้ คนไทยทั่วไปเรียกกันส้ันๆ
จนติดปากว่า สถานทูต ซึ่งตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศถือว่าเป็นดินแดน
ของประเทศน้ัน เช่น สถานเอกอัครราชทูตไทยในกัมพูชา ที่ดินและอาคารของ
สถานเอกอัครราชทูตท้ังหมดถือว่าเป็นทรัพย์สินของรัฐบาลไทยและถือว่าเป็น
ส่วนหน่ึงของแผ่นดินไทย เพราะฉะน้ันรัฐบาลกัมพูชาจะละเมิดดินแดนดังกล่าวมิได้
เชน่ เข้ามาโดยมไิ ด้รบั อนุญาต
-๕-
สถานอัครราชทูต (Legation) หมายถึง สถานที่ทํางานทางการ
ของอัครราชทูต ซ่ึงต่างกับคําว่า Embassy ซ่ึงถือว่าเป็นที่ทํางานของเอกอัครราชทูต
ในปัจจุบนั ไมม่ ปี ระเทศใดต้งั สถานอัครราชทูตกันแล้ว
สถานกงสุล (Consulate) หมายถึง สถานท่ีทํางานของกงสุล ทําหน้าที่
ช่วยเหลือคนชาติของประเทศผู้แต่งตั้งกงสุลที่ไปอยู่ในเมืองต่างประเทศนั้นๆ
และเพอ่ื ดูแลผลประโยชน์ท่ัวไปของประเทศผู้แต่งตั้ง โดยเฉพาะอย่างย่ิงในด้าน
การพาณชิ ย์
**************************************
บทท่ี ๒
วนั สาคัญของประเทศท่มี สี ัมพนั ธไมตรกี บั ประเทศไทย
----------------------------------
บทนี้จะขอกล่าวถึงประวัติความเป็นมาของวันสาคัญของประเทศ
ท่มี ีสัมพนั ธไมตรีกบั ประเทศไทยในรอบหน่ึงปีปฏิทิน เช่น วันที่ ๑ มกราคม วันแห่งชัยชนะ
การปฏิวัติ ค.ศ. ๑๙๕๙ สาธารณรัฐคิวบา วันท่ี ๑ มกราคม วันประกาศเอกราช ค.ศ.
๑๘๐๔ สาธารณรัฐเฮติ เป็นต้น ซึ่งวันสาคัญต่างๆ เหล่าน้ี หากผู้เข้าร่วมงานได้
ทราบถึงประวัติความเปน็ มาอยา่ งพอสังเขป อย่างน้อยก็จะเป็นจุดเร่ิมต้นในการ
ทักทายหรือปราศรัยกับเจ้าของงานหรือผู้เข้าร่วมงานท่านอื่นๆ และเพื่อให้เกิด
ความสะดวกและรวดเร็วต่อการศึกษา จึงขออธิบายรายละเอียดโดยแบ่งเป็น
เดือนตามลาดบั ดงั นี้
๑.วนั สาคัญประจาเดอื นมกราคม
๑.๑ วันแห่งชัยชนะการปฏิวัติ ค.ศ. ๑๙๕๙ สาธารณรัฐคิวบา
(Republic of Cuba) ตรงกบั วนั ท่ี ๑มกราคม
สาธารณรัฐคิวบา เป็น ๑ ใน ๕ ประเทศของโลก
ยุคปัจจุบันที่ปกครองประเทศด้วยระบอบคอมมิวนิสต์
นอกเหนือไปจาก จีน เกาหลีเหนือ เวียดนาม และลาว
เมื่อชาวสเปนเดินทางมาถึงคิวบาคร้ังแรกในปี ค.ศ. ๑๕๓๒
ดินแดนแห่งนี้ไม่ได้รับความสนใจจากชาวยุโรปเท่าไร เพราะไม่มีแร่ธาตุหรือ
ทรัพยากรธรรมชาติท่ีสําคัญ จึงพากันมุ่งหน้าไปยังทวีปอเมริกาใต้หรือหมู่เกาะอื่นๆ
ในทะเลแคริเบียนแทนจนกระทั่งเกิดความวุ่นวายในเฮติอันเป็นแหล่งปลูกอ้อยเพ่ือผลิตนํ้าตาล
สเปนจึงหวนกลับมายังคิวบา ในปี ค.ศ. ๑๘๙๐ พร้อมกับผลักดันให้อาณานิคมแห่งสุดท้าย
ในอเมริกาใต้ของตนกลายเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมนํ้าตาล จนกระทั่งเกิดการเรียกร้อง
เอกราชในอีก ๑๐๐ ปีต่อมา โดยได้รับความสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกาซ่ึงนําไปสู่สงคราม
-๘-
ทางเรือระหว่างสเปนกับสหรัฐอเมริกาท่ีจบลงด้วยความปราชัยของสเปนและเอกราช
ของคิวบา หลังจากได้รับเอกราชคิวบาถูกครอบงําทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง และการทหาร
จากสหรัฐอเมริกา ธุรกิจรายย่อยของคิวบาต้องล้มละลาย เนื่องจากไม่สามารถแข่งขัน
กับระบบและกลไกทางธุรกิจที่มีการจัดการและเครือข่ายใหญ่โตของนายทุนสหรัฐอเมริกา
ส่วนภาครัฐและภาคการเมืองก็ขาดประสิทธิภาพ เกิดการคอรัปชั่นอย่างกว้างขวาง
สนิ ค้าเข้าเกือบทกุ อย่างของคิวบาต้องพึ่งพิงการส่ังซ้ือและขนส่งจากสหรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ.
๑๙๔๗ ฟิเดล คาสโตร นักกฏหมายหนุ่ม ได้เร่ิมการต่อสู้ทางการเมืองกับประธานาธิบดี
ฟุลเฮลซิโอ บาลิสต้า แต่การต่อสู้ทางการเมืองล้มเหลว เดือนกรกฎาคม ค.ศ. ๑๙๕๖
คาสโตร จึงดําเนินการต่อสู้กับฝ่ายรัฐบาลจุดไฟปฏิวัติให้ลุกลามท่ัวประเทศ และวันท่ี
๑ มกราคม ค.ศ. ๑๙๕๙ กองทพั ปฏวิ ัติของคาสโตรไดป้ ระกาศชัยชนะอย่างเดด็ ขาด
๑.๒ วันประกาศเอกราชค.ศ.๑๘๐๔สาธารณรัฐเฮติ (Republic ofHaiti)
ตรงกบั วันที่ ๑มกราคม
สาธารณรฐั เฮติ เป็นประเทศหน่งึ ในกลุ่มประเทศ
แคริบเบียน ซึ่งอยู่ในกลุ่มของทวีปอเมริกาเหนือ
ตั้งอยู่บนเกาะฮิสปันโยลาในทะเลแคริบเบียน โดยมี
เกาะเล็กๆ ใกล้เคียงด้วย คือ ลาโกนาฟว์ (La Gonâve)
ลาตอร์ตู (La Tortue) เลกาเยอมีต (Les Cayemites) อีลาวาช (Île à Vache)
ลากรองด์เก (La Grande Caye) และนาวาส (Navasse) โดยประเทศเฮติ
แบ่งครึ่งเกาะฮิสแปนิโอลากับสาธารณรัฐโดมินิกัน มีพื้นที่ ๒๗,๗๕๐ ตารางกิโลเมตร
(๑๐,๗๑๔ ตารางไมล์) เฮติเป็นอดีตอาณานิคมของฝรั่งเศส และได้ประกาศ
เอกราชเมอื่ วนั ท่ี ๑ มกราคม ค.ศ ๑๘๐๔ ใช้ชอื่ ประเทศว่า สาธารณรัฐเฮติ ซ่ึงมา
จากช่ือเกาะในคําอาราวักเก่าว่า อายิตี (Ayiti) โดยถือว่าเป็นประเทศเอกราชแห่งที่ ๒
ในทวีปอเมริกา (รองจากสหรัฐอเมริกา) และเป็นสาธารณรัฐเอกราชของคนผิว
ดําแหง่ แรกของโลกอกี ดว้ ย
-๙-
๑.๓วันประกาศเอกราชค.ศ.๑๙๕๖สาธารณรัฐซูดาน (Republicofthe
Sudan) ตรงกบั วันท่ี ๑ มกราคม
สาธารณรัฐซดู าน เปน็ ประเทศทีม่ พี ื้นท่ีมากที่สุด
ในทวีปแอฟริกาและมีพื้นท่ีมากเป็นอันดับท่ี ๑๐ ของโลก
ต้ังอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของทวีป ในทศวรรษ
ของปี ค.ศ. ๑๘๒๐ ซูดานอยู่ในการครอบครองของ
อยี ปิ ต์ ในช่วงปี ค.ศ. ๑๘๘๐ โมฮัมหมัด อาห์หมัด ซึ่งเรียกตัวเองว่ามาห์ธี (ผู้นํา
แหง่ ความสัตย)์ กบั สาวกของเขาก่อการปฏิวัติ ในปี ค.ศ. ๑๘๙๘ กองกําลังผสม
ระหว่างอังกฤษและอียิปต์ บุกทําลายกองทัพผู้สืบตําแหน่งต่อจากมาห์ธีร์
จนพังพินาศ ในปี ค.ศ. ๑๙๕๑ รัฐสภาอียิปต์ประกาศยกเลิกสนธิสัญญากับ
อังกฤษฉบับปี ค.ศ. ๑๘๙๙ และปี ค.ศ. ๑๙๓๖ แล้วแก้ไขรัฐธรรมนูญอียิปต์ให้
ซูดานมีรัฐธรรมนูญแยกไปจากอียิปต์ ซูดานได้รับอิสรภาพโดยสมบูรณ์มีการ
ปกครองระบบรัฐสภาต้งั แต่วนั ที่ ๑ มกราคม ค.ศ. ๑๙๕๖
๑.๔ วันประกาศเอกราชค.ศ.๑๙๔๗สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา
(Republic of the Union of Myanmar) ตรงกบั วนั ที่ ๔ มกราคม
สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เป็นประเทศ
ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และคาบสมุทรอินโดจีน
ซ่ึงมีขนาดใหญ่ที่สุด และมีพรมแดนทางแผ่นดิน
ติดต่อกับสองประเทศ ซึ่งเป็นแหล่งอารยธรรมที่
ย่ิงใหญ่ของโลก ได้แก่ จีน และอินเดีย แต่เดิมชาวตะวันตกเรียกประเทศนี้ว่า
Burma จนกระท่ังเมื่อปี ค.ศ. ๑๙๘๙ พม่าได้เปล่ียนชื่อประเทศเป็น Myanmar
ชื่อใหม่นี้เป็นที่ยอมรับจาก องค์การสหประชาชาติ แต่บางชาติ เช่น
สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร ไม่ยอมรับการเปล่ียนช่ือนี้ เนื่องจากไม่
ยอมรับรัฐบาลทหารที่เป็นผู้เปล่ียนช่ือ ปัจจุบันหลายคนใช้คําว่า Myanmar
- ๑๐ -
ซึ่งมาจากชื่อประเทศในภาษาพม่าว่า Myanma Naingngandaw พม่าตกเป็น
อาณานคิ มขององั กฤษในปี ค.ศ. ๑๘๘๖ และระยะก่อนการเกิดสงครามโลก ครั้งท่ี ๒
เล็กน้อย ญ่ีปุ่นได้เข้ามามีบทบาทในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้ติดต่อกับ
พวกตะขนิ้ ซง่ึ เป็นกลุ่มนกั ศึกษาหนมุ่ ทม่ี หี ัวรุนแรงมี อองซาน นักชาตินิยม และ
เป็นผู้นําของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยย่างกุ้งเป็นหัวหน้า พวกตะขิ้นเข้าใจว่า
ญี่ปุ่นจะสนับสนุนการประกาศอิสรภาพของพม่าจากอังกฤษ แต่เมื่อญ่ีปุ่นยึด
ครองพมา่ ได้แลว้ กลบั พยายามหน่วงเหนี่ยวมใิ หพ้ ม่าประกาศเอกราช และได้ส่ง
อองซานและพวกตะข้ิน ประมาณ ๓๐ คน เดินทางไปญ่ีปุ่นเพ่ือรับคําแนะนํา
ในการดําเนินการเพื่อเรียกร้องอิสรภาพจากอังกฤษ เมื่อคณะของอองซานได้
เดินทางกลบั พม่าในปี ค.ศ. ๑๙๔๒ อองซาน ได้ก่อตั้งองค์การสันนิบาตเสรีภาพ
แห่งประชาชนต่อต้านฟาสซิสต์ (Anti-Fascist Peoples Freedom League :
AFPFL) เพื่อต่อต้านญ่ีปุ่นอย่างลับๆ องค์การนี้ภายหลังได้กลายเป็นพรรค
การเมือง ชื่อ พรรค AFPFL เม่ือญี่ปุ่นแพ้สงครามโลก คร้ังท่ี ๒ แล้ว อองซาน
และพรรค AFPFL ได้เจรจากบั อังกฤษ โดยองั กฤษยืนยันที่จะให้พม่ามีอิสรภาพ
ปกครองตนเองภายใต้เครือจักรภพ และมีข้าหลวงใหญ่อังกฤษประจําพม่า
ช่วยให้คําปรึกษา แต่อองซานมีอุดมการณ์ท่ีต้องการเอกราชอย่างสมบูรณ์
อังกฤษได้พยายามสนับสนุนพรรคการเมืองอ่ืนๆ ขึ้นแข่งอํานาจกับพรรค
AFPFL ของอองซานแต่ไม่เป็นผลสําเร็จ จึงยินยอมให้พรรค AFPFL ข้ึนบริหาร
ประเทศโดยมีอองซานเป็นหัวหน้า อองซานมีนโยบายสร้างความมั่นคงทาง
เศรษฐกิจ และต้องการเจรจากับรัฐบาลอังกฤษโดยสันติวิธี จึงทําให้เกิดความ
ขัดแย้งกับฝ่ายนิยมคอมมิวนิสต์ในพรรค AFPFL อองซานและคณะรัฐมนตรี
อีก ๖ คน จึงถูกลอบสังหาร เมื่อวันท่ี ๑๙ กรกฎาคม ค.ศ. ๑๙๔๗ ขณะท่ีเดิน
ออกจากท่ีประชุมสภา ต่อมา ตะข้ินนุหรืออูนุได้ข้ึนเป็นนายกรัฐมนตรีแทนและ
มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ เม่ือวันท่ี ๑๗ ตุลาคม ค.ศ. ๑๙๔๗ โดยอังกฤษได้
มอบเอกราชให้แก่พม่าแต่ยังรักษาสิทธิทางการทหารไว้ ต่อมาวันที่ ๔ มกราคม
ค.ศ. ๑๙๔๘ อังกฤษจงึ ไดม้ อบเอกราชใหแ้ ก่พมา่ อย่างสมบรู ณ์
- ๑๑ -
๑.๕ วันพระราชสมภพสมเด็จพระราชินีมาทิลด์ ค.ศ. ๑๙๗๓
ราชอาณาจกั รเบลเย่ียม (Mathilde Reine desBelges) ตรงกับวันท่ี ๒๐ มกราคม
สมเด็จพระราชินีมาตีลด์แห่งเบลเยียม (ฝร่ังเศส:
Mathilde, Reine des Belges; ดัตช์: Mathilde, koningin der
Belgen; พระราชสมภพ : ๒๐ มกราคม ค.ศ. ๑๙๗๓) หรือ
พระนามเดิมว่ามาตีลด์ มารี คริสตียานกีแลน ดูว์เดอแกมดาโก
(Mathilde Marie Christiane Ghislaine d'Udekem d'Acoz) สมเดจ็ พระราชนิ ใี น
สมเด็จพระราชาธิบดีฟีลิปแห่งเบลเยียม มีเช้ือสายสืบแต่สกุลขุนนางของโปแลนด์
พระองค์เป็นพระราชินีพระองค์แรกท่ีถือสัญชาติเบลเยียม ภายหลังจากการขึ้นครองราชย์
ของพระราชสวามี
๑.๖ วั นออสเตรเลี ย ค.ศ. ๑๗๘๘ เครื อรั ฐออสเตรเลี ย
(Commonwealth of Australia) ตรงกบั วันที่ ๒๖ มกราคม
เครือรัฐออสเตรเลีย หลังจากสงครามประกาศอิสรภาพ
ในสหรัฐอเมริกายุติลง อังกฤษมองหาแผ่นดินใหม่
สําหรับการต้ังถ่ินฐานของผู้กระทําผิดแทนท่ีอาณานิคม
เป็นครั้งแรก เม่ือวันท่ี ๒๐ เมษายน ค.ศ. ๑๗๗๐ ในเขต
แอตแลนติคเหนือ กัปตัน เจมส์ คุก (James Cook) ได้นําคณะสํารวจจากอังกฤษมาขึ้นฝั่ง
ด้านตะวันออกของออสเตรเลียและได้อ้างสิทธิครอบครองในนามของประเทศอังกฤษ
ในรัชกาลของ King George ที่ ๓ แล้วตั้งชื่อประเทศว่า Australia (มาจากภาษาละติน
“Australes” แปลว่าลมใต้) ต่อมา กัปตัน อาร์เธอร์ ฟิลลิป ผู้ว่าการอาณานิคมของอังกฤษ
ได้คุมขบวนเรือบรรทุกนักโทษอพยพจากอังกฤษและไอร์แลนด์รุ่นแรกมาตั้งรกราก
ในเมืองซิดนีย์เมื่อวันท่ี ๒๖ มกราคม ค.ศ. ๑๗๘๘ จึงถือวันน้ีเป็นวันชาติออสเตรเลีย
และนับตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๙๐๑ เป็นต้นมา ออสเตรเลียได้เปล่ียนฐานะจากอาณานิคมของ
อังกฤษเป็นประเทศในเครือจักรภพท่ีปกครองตนเองเรียกว่า “Commonwealth of
Australia”
- ๑๒ -
๑.๗ วันสาธารณรัฐ ค.ศ. ๑๙๕๐ สาธารณรัฐอินเดีย (Republic of
India) ตรงกบั วนั ท่ี ๒๖ มกราคม
สาธารณรัฐอินเดียประมาณ ๑,๕๐๐ ปี ก่อนคริสตกาล
ชาวดราวิเดยี น (Dravidian = ทราวฑิ ะ : สนั สกฤต) และ
ชาวอารยัน (Aryan) เร่ิมกําเนิดอารยธรรมต่างๆในลุ่มแม่น้ําสินธุ
ต่อมาในสมัยอาณาจักรเมารยะ (ประมาณ ๓๐๐ ปี
ก่อนคริสตกาล) ซึ่งมีดินแดนในตอนเหนือต้ังแต่ลุ่มแม่น้ําสินธุจรดอ่าวเบงกอล
พระเจ้าอโศกมหาราชได้สร้างความรุ่งเรืองในการปกครอง ตลอดจนการสนับสนุน
การเผยแผ่พุทธศาสนา ในสมัยราชวงศ์โมกุล (คริสต์ศตวรรษที่ ๑๖ - ๑๘) เป็นสมัยที่มี
การแผ่ขยายอิทธพิ ลวฒั นธรรมโมกุลอย่างกว้างขวาง ทั้งในด้านการปกครอง ภาษา ศิลปะ
สถาปัตยกรรม และศาสนาอิสลาม อังกฤษเร่ิมเข้ามามีอิทธิพลในอนุทวีป ต้ังแต่
คริสต์ศตวรรษที่ ๑๗ เพ่ือค้าขายพร้อมๆ กับครอบครองดินแดนและแทรกแซง
ในการเมืองท้องถิ่นจนกระทั่งอินเดียตกอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ ในปี ค.ศ.๑๘๗๗
โดยมีสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียแห่งอังกฤษทรงดํารงตําแหน่งสมเด็จ
พระเจ้าจักรพรรดินีแห่งอินเดีย หลังจากการรณรงค์ต่อต้านการปกครองของอังกฤษ
มาเป็นเวลานาน อินเดียจึงได้รับเอกราช เมื่อปี ค.ศ. ๑๙๔๗ และได้รับการสถาปนา
เป็นสาธารณรฐั อนิ เดียในปี ค.ศ. ๑๙๕๐
๑.๘ วันพระราชสมภพ สมเด็จพระราชาธิบดีฮามัด บิน อิซา อัล
คอลิฟะห์ ค.ศ. ๑๙๕๐ ราชอาณาจักรบาห์เรน (Kingdom of Bahrain) ตรงกับ
วนั ที่ ๓๐ มกราคม
สมเดจ็ พระราชาธิบดีฮามัดบินอิซาอัลคอลิฟะห์
แห่งราชอาณาจักรบาห์เรน ทรงพระราชสมภพ เม่ือวันที่ ๓๐
มกราคม ค.ศ. ๑๙๕๐ ณ เมือง Riffa ประเทศบาห์เรน
พระราชบิดา คือ เชค Isa ibn Salman Al Khalifa
- ๑๓ -
พระราชมารดา คือ พระชายาในเชค Isa ibn Salman Al Khalifa เสด็จขึ้น
ครองราชยส์ มบัติ เม่ือวันท่ี ๖ มีนาคม ค.ศ. ๑๙๙๙ ต่อจากเชค Isa ibn Salman
Al Khalifa จบการศึกษาจาก The Leys School in Cambridge , England และ
วิทยาลัยการทหารแซนด์เฮิร์ส อังกฤษ วิทยาลัยการทหาร Fort Leavenworth
สหรัฐอเมริกา ทรงอภิเษกสมรสกับ Sheikha Sabika bint Ebrahim Al Khalifa
มีพระราชโอรสพระราชธิดา ๖ พระองค์ ทรงเป็นพระประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ
ซึ่งเป็นไปตามผลการลงประชามติของชาวบาห์เรนเม่ือวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๒๐๐๒
ประเทศไทยและบาห์เรนได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเม่ือวันที่ ๑๗
มกราคม ค.ศ. ๑๙๗๗ บาห์เรนเปน็ พันธมิตรท่ีสําคญั ทส่ี ุดในภมู ภิ าคตะวันออกกลาง
๑.๙ วันพระราชสมภพ สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลเลาะห์ ที่ ๒
อิบน์ อัลฮุสเซน ค.ศ. ๑๙๖๒ ราชอาณาจักรฮัชไมต์จอร์แดน (Hashemite
Kingdom of Jordan) ตรงกับวันท่ี ๓๐ มกราคม
สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลเลาะห์ ท่ี ๒ อิบน์
อัลฮุสเซน แห่งราชอาณาจักรฮัชไมต์จอร์แดน ทรงพระราช
สมภพเม่ือวันที่ ๓๐ มกราคม ค.ศ. ๑๙๖๒ เป็นพระราชโอรส
พระองค์แรกในสมเด็จพระราชาธิบดีฮุสเซนและเจ้าฟ้าหญิง
มูนา อัลฮุสเซน ทรงสําเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยทหารแห่งสหราชอาณาจักร
เม่ือปี ค.ศ. ๑๙๘๐ และทรงเป็นผู้นํากองกําลังพิเศษ ผู้บัญชาการกองพันทหาร
ยานเกราะที่ ๒ ทรงประดับพระยศพลตรี เม่ือปี ค.ศ. ๑๙๙๘ และเมื่อวันท่ี ๒๔
มกราคม ค.ศ. ๑๙๙๙ ทรงได้รับการสถาปนาพระอิสริยยศเป็นมกุฎราชกุมาร
เสด็จข้ึนครองราชย์เมื่อวันท่ี ๗ กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๙๙๙ ทรงอภิเษกสมรส
กับนางสาว ราเนีย อัล ยาซิน ปัจจุบันดํารงตําแหน่งสมเด็จพระราชินีราเนีย
อัลอับดุลเลาะห์ พระมเหสี ทรงสําเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้าน
บริหารธรุ กจิ จาก อเมริกัน ยูนิเวอซิต้ี กรุงไคโร สาธารณรัฐอียิปต์ ทรงมีบทบาท
- ๑๔ -
สําคัญในการเรยี กร้องสิทธเิ สรีภาพของสตรีให้มคี วามเท่าเทยี มกับบุรุษ จนได้รับ
การขนานพระนามจากสื่อมวลชนว่าเป็น “a mover and shaker” ที่มีบทบาทสําคัญในการ
เรียกร้องสิทธิสตรใี นโลกอาหรบั มีพระราชโอรส ๒ พระองค์ และพระราชธิดา ๒ พระองค์
๑.๑๐ วันพระราชสมภพสมเดจ็ พระราชาธิบดีเฟลีเปท่ี ๖ค.ศ.๑๙๖๘
ราชอาณาจักรสเปน (Kingdom of Spain) ตรงกับวนั ท่ี ๓๐ มกราคม
สมเด็จพระราชาธิบดีเฟลีเป ที่ ๖ เสด็จพระราช
สมภพเมื่อวันที่ 30 มกราคม ค.ศ. ๑๙๖๘ เป็นพระราชโอรส
พระองค์แรกในสมเด็จพระราชาธิบดีฆวนการ์โลสท่ี ๑ แห่งสเปน
และสมเด็จพระราชินีโซเฟียแห่งสเปน ทรงดํารงพระยศ
“อินฟันเตแห่งสเปน” เม่ือแรกประสูติ และ “เจ้าชายแห่งอัสตูเรียส” เมื่อพระราชบิดา
เสด็จขึ้นครองราชย์ ทรงอภิเษกสมรสกับเลตีเซีย ออร์ติซ โรกาโซลาโน
และเม่ือวันท่ี ๒ มิถุนายน ค.ศ. ๒๐๑๔ สมเด็จพระราชาธิบดีฆวน การ์โลสท่ี ๑
แห่งสเปน พระราชบิดา ทรงประกาศสละราชสมบัติแก่พระองค์ โดยพระราชบิดา
ทรงลงพระปรมาภิไธยสละราชสมบัติ ซ่ึงมีผลในเวลาเที่ยงคืนของวันที่ ๑๙ มิถุนายน
ค.ศ. ๒๐๑๔ และพระองค์ทรงเขา้ พิธรี าชาภิเษกและสาบานพระองค์เป็นพระมหากษัตริย์
ภายใต้รัฐธรรมนูญ ในช่วงสายของวนั เดียวกนั ณ อาคารรฐั สภาในกรงุ มาดรดิ
๑.๑๑ วันประกาศเอกราช ค.ศ. ๑๙๖๘ สาธารณรัฐนาอูรู
(Republic of Nauru) ตรงกับวนั ท่ี ๓๑ มกราคม
สาธารณรัฐนาอูรู เป็นสาธารณรัฐบนเกาะใน
มหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ใกล้กับเกาะบานาบาของ
ประเทศคิริบาส นาอูรูเป็นประเทศเกาะที่เล็กท่ีสุด
ครอบคลุมพ้ืนที่เพียง ๒๑ ตารางกิโลเมตร ประชากร
เร่ิมแรกของนาอูรู คือ ชาวไมโครนีเซียและชาวโพลินีเซีย ก่อนจะถูกยึดครอง
เป็นอาณานิคมของเยอรมนี และต่อมากลายเป็นดินแดนในการปกครองของ
- ๑๕ -
ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และสหราชอาณาจักร หลังสงครามโลกครั้งที่ ๑ ในวันที่ ๒๖
สิงหาคม ค.ศ. ๑๙๔๒ กองทัพญ่ีปุ่นเข้ายึดนาอูรู และในช่วงสงครามโลก คร้ังท่ี ๒
สหประชาชาติอนุมัติภาวะทรัสตี ให้ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และสหราชอาณาจักร
เป็นทรัสตีให้กับนาอูรู ต่อมา นาอูรูได้ประกาศเอกราชเม่ือวันที่ ๓๑ มกราคม
ค.ศ. ๑๙๖๘
๒.วันสาคญั ประจาเดือนกมุ ภาพันธ์
๒.๑ วันประกาศเอกราช ค.ศ. ๑๙๔๘ สาธารณรัฐสังคมนิยม
ประชาธิปไตยศรีลังกา (Democratic Socialist Republic of Sri Lanka) ตรงกับวันที่
๔ กุมภาพันธ์
สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกาเป็นประเทศ
เกาะในมหาสมุทรอินเดียใกล้ชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้
ของอนุทวีปอินเดีย โดยชาวสิงหลและทมิฬเข้ามา
ต้ังรกรากอยู่ในศรีลังกาประมาณ ๕๐๐ ปี และ ๓๐๐ ปี
กอ่ นครสิ ตกาลตามลําดับ โดยอพยพมาจากอินเดีย อาณาจักรสิงหลได้ก่อตั้งขึ้น
ในบริเวณทร่ี าบทางภาคเหนือของศรลี ังกา โดยมีเมอื งอนรุ าธปรุ ะเป็นเมืองหลวง
แห่งแรกยาวนานถึงประมาณ ๑,๒๐๐ ปี ต่อมา จึงได้เส่ือมลงพร้อมกับการเกิดขึ้นของ
อาณาจักรทมิฬ โดยมีเมืองโปลอนนารุวะเป็นเมืองหลวงยาวนานประมาณ
๒๐๐ ปี ชาวทมิฬจึงได้อพยพไปต้ังอาณาจักรจาฟนาทางคาบสมุทรจาฟนา
ตอนเหนือของประเทศ ส่วนชาวสิงหลได้ถอยร่นลงไปต้ังรกรากอยู่ทางใต้ก่อต้ัง
เปน็ อาณาจกั รแคนดี ซึง่ มเี มืองแคนดเี ปน็ เมอื งหลวง นอกจากนกี้ ็มีอาณาจกั รโกฏเฏ
และอาณาจักรรุหุนะ โดยอาณาจักรแคนดีเป็นอาณาจักรที่มีอํานาจมากที่สุด
ประมาณศตวรรษที่ ๑๕ อิทธิพลของตะวันตกเริ่มเข้ามามีบทบาท โดยเร่ิมจาก
โปรตุเกส ดัทช์ และอังกฤษ ตามลําดับ โดยมาทําการค้าตามเมืองท่าด้านตะวันตกของ
ประเทศ และในปี ค.ศ.๑๕๐๕ โปรตุเกสได้เข้ายึดครองพื้นท่ีบริเวณชายฝั่งทะเล
- ๑๖ -
และปกครองประเทศก่อนท่ีชาวดัตช์จะเข้าครอบครองดินแดนศรีลังกาในปี ค.ศ. ๑๖๕๘
และต่อมาอังกฤษสามารถครอบครองศรีลังกาเป็นเมืองข้ึนในปี ค.ศ. ๑๘๑๕ ภายใต้
อนุสัญญา Kandyan รวมเวลาที่ศรีลังกาตกเป็นเมืองข้ึนของต่างชาติเกือบ ๕๐๐ ปี
และอังกฤษได้ใช้ศรีลังกาเป็นฐานปฏิบัติการทางทหารที่สําคัญแห่งหน่ึงใ น
มหาสมุทรอินเดียในช่วงสงครามโลกครั้งท่ี ๒ ศรีลังกาได้รับเอกราชจากอังกฤษ
เมือ่ วันท่ี ๔ กมุ ภาพันธ์ ค.ศ. ๑๙๔๘
๒.๒วันชาตินิวซีแลนด์ ค.ศ.๑๘๔๐นิวซีแลนด์ (New Zealand)ตรงกับ
วันที่ ๖กมุ ภาพนั ธ์
นิวซีแลนด์ เดิมถูกปกครองโดยชาวเมารี แต่มีนักล่องเรือ
ชาวดัตช์ ชื่อ อาเบล แยนซุน ทัสแมน ได้ล่องเรือเลียบ
มาทางออสเตรเลยี และได้พบเกาะนวิ ซแี ลนด์เข้า และได้
พบกับชาวเมารีที่ส่วนใหญ่นั้นเป็นมิตรจึงได้ตั้งชื่อเกาะน้ีว่า
Nieuw Zeeland หรือ New Zealand จากน้ันชื่อเสียงของนิวซีแลนด์ก็เป็นท่ี
ร้จู ักกนั ในยโุ รป เพราะมีธรรมชาติทส่ี วยงามเหมาะกับการเพาะปลกู พืชและเลี้ยง
สัตว์มาก ต่อมา กัปตัน เจมส์ คุก ได้ล่องเรือมาและโชคดีท่ีมีคนบนเรือสามารถ
พูดภาษาไวทิงกิได้บ้าง จึงเจรจากับชาวเมารีได้ และพบว่าชาวเมารีเป็นชนเผ่า
สายเลือดนับรบ จึงได้ตกลงแลกพืชพันธ์ุกับอาวุธจากทางยุโรป และต่อมาเม่ือ
ชาวเมารีมีอาวุธมากจึงสู้รบกันจนชนเผ่าเมารีลดลง ทางอังกฤษจึงได้ส่งคนมา
ทําสัญญาที่มีช่ือว่า สนธิสัญญาไวทังกิ และส่งคนมาสําเร็จราชการแทน
ช่ือวิลเลียม ฮอบสัน วันท่ี ๖ กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๘๔๐ เป็นวันแห่งการตกลงสงบศึก
ในสนธิสัญญาไวทังกิ (Waitangi) ซ่ึงนอกจากสัญญานี้จะเป็นการสงบศึกระหว่าง
เมารีต่างเผ่าแล้ว ยังเป็นการพยายามขจัดความขัดแย้งระหว่างเมารีกับชนผิวขาว
ท่ีเกิดขึ้นอีกด้วย ซ่ึงนิวซีแลนด์ได้กําหนดให้วันนี้เป็น “วันชาติของนิวซีแลนด์”
(Waitangi Day)
- ๑๗ -
๒.๓วันประกาศเอกราช ค.ศ.๑๙๗๔เกรเนดา(Grenada)ตรงกับวันท่ี
๗กมุ ภาพันธ์
เกรเนดา เปน็ ประเทศบนเกาะในทะเลแครบิ เบียน
ตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมถึงหมู่เกาะเกรนาดีนส์
(Grenadines) ทางใต้ เป็นประเทศอิสระที่มีขนาดเล็ก
เป็นอันดับ ๒ ในซีกโลกตะวันตก (ประเทศที่เล็กที่สุด
คือ ประเทศเซนต์คิตส์และเนวิส) ในอดีตเกรนาดาเป็นที่อยู่ของชนพื้นเมือง
อินเดียเผ่า Carib และ Arawaks ต่อมาในปี ค.ศ. ๑๔๙๘ โคลัมบัสได้ค้นพบดินแดนแห่งน้ี
โดยในระยะแรกถูกเรียกว่า Concepcion จนในประมาณศตวรรษที่ ๑๘ จึงได้เปลี่ยนช่ือ
มาเป็น Grenada โดยในปี ค.ศ. ๑๖๕๐ ตกไปอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส
ต่อมาในปี ค.ศ. ๑๗๖๓ อังกฤษก็ได้เข้าปกครองเกรเนดาภายหลังจากที่มีชัยชนะ
ต่อฝรั่งเศสในสงคราม ๗ ปี เกรเนดามีฐานะเป็นอาณานิคมของอังกฤษจนถึงปี
ค.ศ. ๑๙๗๔ และไดร้ บั เอกราชในวันท่ี ๗ กมุ ภาพนั ธ์ ของปนี นั้
๒.๔วนั ครบรอบฉลองชยั ชนะการปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่านค.ศ.๑๙๗๙
สาธารณรัฐอิสลามอหิ ร่าน(IslamicRepublicofIran)ตรงกบั วันท่ี ๑๑กุมภาพันธ์
สาธารณรัฐอหิ รา่ น เป็นประเทศในตะวันออกกลาง
ต้ังอยู่ในเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งช่วงก่อนปี ค.ศ. ๑๙๓๕
ชาวตะวันตกเรียกว่า “เปอร์เซีย” อิหร่านมีพรมแดนทาง
ทิศตะวันออกติดต่อกับปากีสถาน (๙๐๙ กิโลเมตร)
และอัฟกานิสถาน (๙๓๖ กิโลเมตร) ทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดต่อกับเติร์กเมนิสถาน
(๑,๐๐๐ กิโลเมตร) ทิศเหนือจรดทะเลแคสเปียน ทิศตะวันตกเฉียงเหนือติดต่อ
กับอาเซอร์ไบจาน (๕๐๐ กิโลเมตร) และอาร์เมเนีย (๓๕ กิโลเมตร) ตุรกี (๕๐๐ กิโลเมตร)
และอริ กั (๑,๔๕๘ กโิ ลเมตร) ส่วนทศิ ใต้จรดอ่าวเปอร์เซยี (ทิศตะวันตกเฉียงใต้และทิศใต้)
และอ่าวโอมาน (ทิศตะวันออกเฉียงใต้) ในปี ค.ศ. ๑๙๗๐ อายะตุลลอห์ โคไมนี (Ayatolah
Khomeini) ได้ทําการปฏิวัติโค่นล้มราชวงศ์ปาห์ลาวีที่ปกครองภายใต้สาธารณรัฐ
อสิ ลามเทวาธปิ ไตย (theocratic Islamic republic) และก่อตัง้ เป็นสาธารณรฐั อิสลาม
- ๑๘ -
๒.๕วันสหภาพค.ศ.๑๙๔๗สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา (Republic
of the Union of Myanmar) ตรงกับวันท่ี ๑๒กุมภาพันธ์
สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา หลังจากการประชุม
ปางหลวงคร้ังแรก พม่าได้ทําความตกลงอองซาน-แอตลี
กับอังกฤษเพ่ือรวมอาณานิคมของอังกฤษทั้งหมดเข้า
กับสหภาพพม่า ฝ่ายรัฐชานจึงจัดก ารประชุมปางหลวง
ระหว่างวันที่ ๓ - ๑๒ กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๙๔๗ เพ่ือปฏิเสธการเข้ารวมตัวกับพม่า
ตัวแทนฝ่ายกะชีนเข้าร่วมประชุมกบั ไทใหญ่เมือ่ วันท่ี ๕ กมุ ภาพนั ธ์ และตัวแทนจากรฐั ชนี
เข้าร่วมเมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ และตกลงจัดตั้งสภาสูงสุดแห่งประชาชนชาวเขา
เพ่ือต่อรองกับฝ่ายพม่า ตัวแทนฝ่ายพม่านําโดยอองซานพร้อมกับตัวแทนฝ่ายรัฐบาล
อังกฤษเข้าร่วมประชุมเมื่อวันท่ี ๑๐ กุมภาพันธ์ เพื่อเจรจากับตัวแทนสภาสูงสุดแห่ง
ประชาชนชาวเขาจนเป็นท่ีมาของการลงนามในสนธิสัญญาปางหลวงเมื่อวันที่
๑๒ กมุ ภาพันธ์ ในท่ีสุด
๒.๖ วันพระราชสมภพ เจ้าชายฮันส์ อดัม ที่ ๒ ค.ศ. ๑๙๔๕
ราชรฐั ลิกเตนสไตน์ (Principality of Liechtenstein) ตรงกบั วันที่ ๑๔กุมภาพันธ์
เจ้าชายฮันส์อดมั ท่ี๒แห่งราชรัฐลิกเตนสไตน์ ทรงพระราช
สมภพเม่อื วนั ท่ี ๑๔ กุมภาพนั ธ์ ค.ศ. ๑๙๔๕ เป็นพระราชโอรส
ของเจ้าชายฟรงั ซ์ โจเซฟ ท่ี ๒ และเจ้าหญิงจอร์จีน่า ฟอน
วิลเซ็ค เจ้าชายฮันส์ อดัม ท่ี ๒ ทรงอภิเษกสมรสกับเคาน์เตส
มารี คินสก้ี เมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ค.ศ. ๑๙๖๕ พระองค์ทรงมีพระโอรสและ
พระธิดา รวม ๔ พระองค์ ได้แก่ เจ้าชายอาโลอิส เจ้าชายแม็กซิมิเลียน เจ้าชาย
คอนสแตนตินและเจ้าหญิงทัตยานา ทรงเสด็จขึ้นครองราชย์ เมื่อวันท่ี ๑๓
พฤศจิกายน ค.ศ. ๑๙๘๙ ปัจจุบันสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบิร์น เป็นผู้ดูแล
ความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย-ลิกเตนสไตน์ ส่วนลิกเตนสไตน์มอบหมายให้สถาน
เอกอคั รราชทูตสวิสเซอร์แลนดด์ แู ลความสัมพันธร์ ะหวา่ งประเทศ
- ๑๙ -
๒.๗วันชาติ ค.ศ.๒๐๐๖สาธารณรัฐเซอร์เบีย(Republic of Serbia)
ตรงกบั วันที่ ๑๕กุมภาพนั ธ์
สาธารณรัฐเซอร์เบีย เป็นประเทศตั้งอยู่ทางตอนกลาง
ค่อนไปทางตะวนั ออกเฉียงใตข้ องทวีปยุโรป เมืองหลวง
คือ กรุงเบลเกรด เซอร์เบียมีอาณาเขตทางทิศเหนือ
ติดต่อกับฮังการี ทางทิศตะวันออกติดต่อกับโรมาเนีย
และบัลแกเรยี ทิศใต้ตดิ ต่อกับมาซิโดเนียและแอลเบเนีย และทางทิศตะวันตกติดต่อ
กับมอนเตเนโกร โครเอเชีย และบอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนา สาธารณรัฐเซอร์เบีย
ประกอบด้วย ๒ มณฑล ได้แก่ โคโซโว และวอยโวดีนา (เดิมเซอร์เบียเป็นหนึ่ง
ในสหพันธ์สาธารณรัฐยูโกสลาเวีย ซึ่งประกอบด้วย ๒ รัฐ ได้แก่ เซอร์เบียและ
มอนเตเนโกร) โดยเม่อื วนั ท่ี ๒๑ พฤษภาคม ค.ศ. ๒๐๐๖ มอนเตเนโกรได้มีการ
ลงประชามติแยกเป็นอิสระจากเซอร์เบีย จึงเหลือเซอร์เบียเพียงประเทศเดียว
เป็นผสู้ ืบสิทธติ์ ่างๆ ของประเทศเซอร์เบยี และมอนเตเนโกร
๒.๘วันฟื้นฟูรัฐลิทัวเนียค.ศ.๑๙๑๘สาธารณรัฐลิทัวเนีย (Lietuvos
Respublika)ตรงกับวันท่ี ๑๖กุมภาพนั ธ์
สาธารณรัฐลิทัวเนีย ตั้งอยู่กลางทวีปยุโรปทางฝั่ง
ตะวันออกของทะเลบอลติก ทิศเหนือจรดลัตเวีย
ทิศตะวันออกและทิศใต้จรดเบลารุส และทิศตะวันตก
เฉียงใต้จรดโปแลนด์และรัสเซีย (แคว้นคาลินินกราด)
เคยเป็นส่วนหนึ่งของประเทศรัสเซียได้รับอิสรภาพจากรัสเซียและเยอรมนี
เม่ือวันท่ี ๑๖ กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๙๑๘ ปัจจุบันสถานภาพทางการเมืองของลิทัวเนีย
ในสายตาของนานาชาตนิ ้นั ถอื ได้วา่ มีเสถียรภาพและเอื้ออํานวยต่อการค้าการลงทุน
ภายหลังจากรัสเซียได้ถอนกําลังทหารออกจากลิทัวเนียกอปรกับชนกลุ่มน้อย
ชาวรัสเซียในลิทัวเนียไม่มีบทบาทสําคัญทางการเมืองจึงส่งผลทําให้การบริหาร
บ้านเมอื งของรฐั บาลลิทวั เนยี ในเรือ่ งชนกลุ่มนอ้ ยค่อนขา้ งเปน็ ไปอย่างราบร่นื
- ๒๐ -
๒.๙วันประกาศเอกราช ค.ศ. ๑๙๖๕ สาธารณรัฐแกมเบีย (Republic
ofGambia)ตรงกบั วันท่ี ๑๘กมุ ภาพนั ธ์
สาธารณรัฐแกมเบีย เป็นประเทศเล็กๆ ที่อยู่ใน
แอฟริกาตะวันตก จัดเป็นประเทศท่ีเล็กที่สุดใน
แผ่นดนิ ใหญ่ของทวีปแอฟรกิ าถูกลอ้ มด้วยเซเนกัลสามด้าน
ย ก เ ว้ น ด้ า น ต ะ วั น ต ก ติ ด กั บ ม ห า ส มุ ท ร แ อ ต แ ล น ติ ก
เมอื งหลวงชอื่ บันจูลแต่เมอื งท่ีใหญท่ ี่สุดในประเทศคอื เซเรกนุ ดา ประเทศน้ีต้ังอยู่
รอบแม่นํ้าแกมเบีย ซึ่งเป็นแม่น้ําที่ไหลผ่านกลางประเทศไปลงมหาสมุทร
แอตแลนติก มีพื้นท่ี ๑๐,๕๐๐ ตารางกิโลเมตร และมีประชากรราว ๑,๗๐๐,๐๐๐ คน
ครัง้ แรกถกู ยึดครองโดยโปรตุเกส ต่อมาจึงถูกยึดครองโดยอังกฤษ และเม่ือวันท่ี
๑๘ กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๙๖๕ อังกฤษได้รับรองเอกราชของแกมเบียและเข้าเป็น
สมาชิกเครือจักรภพ อาชีพหลักของประชากร คือ เกษตรกรรม การประมงและ
การท่องเท่ยี ว ประชากรส่วนใหญ่มีฐานะยากจน
๒.๑๐วันพระราชสมภพสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกลวังชุก
ค.ศ.๑๙๓๗ราชอาณาจกั รภูฏาน(KingdomofBhutan)ตรงกบั วันที่ ๒๑กมุ ภาพนั ธ์
สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก
แห่งราชอาณาจักรภูฏาน ทรงพระราชสมภพเมื่อวันท่ี ๒๑
กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๙๓๗ ทรงเป็นพระราชโอรสใน สมเด็จ
พระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังชุก และสมเด็จพระราชินี
อาชิ เชอริง ยางดน วังชุกซ่ึงเป็นพระมเหสีองค์ท่ี ๓ สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี
เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ทรงมีพระขนิษฐาและพระอนุชาร่วมพระมารดา
พระขนิษฐามีพระนามวา่ เจา้ หญงิ อาชิ เดเชน ยังซัม และพระอนุชามพี ระนามวา่
เจ้าชาย ดาโช จิกมี ดอร์จิ วังชุก สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังชุก พระราชบิดาของ
พระองค์ทรงสละราชสมบัติพระราชทานให้แก่เจ้าฟ้าชายจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก
- ๒๑ -
มกุฎราชกุมาร พระองค์ได้เสด็จข้ึนครองราชย์เมื่อวันท่ี ๑๖ ธันวาคม ค.ศ. ๒๐๐๖
และวันท่ี ๖ พฤศจิกายน ค.ศ. ๒๐๐๘ ทรงเข้าพิธีราชาภิเษกท่ีจัดขึ้นในพระราชวัง
ทาชิโชซอง ณ เมืองทิมพู ท้ังนี้ พระองค์สืบราชบัลลังก์เป็นกษัตริย์องค์ที่ ๕
แห่งราชวงศ์วังชุก และยังทรงเป็นกษัตริย์ที่ทรงพระเยาว์ท่ีสุดในโลก และเม่ือวันที่
๑๓ ตุลาคม ค.ศ. ๒๐๑๑ ทรงเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับสมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก
ณ มณฑลพูนาคา ประเทศภูฏาน
๒.๑๑วันพระราชสมภพสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ ที่ ๕ค.ศ.๑๙๓๗
ราชอาณาจักรนอร์เวย์ (Kongeriket Norge) ตรงกับวันที่ ๒๑กมุ ภาพันธ์
สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ ที่ ๕ แห่งราชอาณาจักร
นอร์เวย์ ทรงพระราชสมภพเมื่อวันท่ี ๒๑กุมภาพันธ์ ค.ศ.๑๙๓๗
ทรงเป็นพระราชโอรสองค์เดียวของพระเจ้าโอลาฟ ท่ี ๕
และเจ้าหญิงมาร์ทาแห่งสวีเดน ทรงมีสิทธิสืบราชสันตติวงศ์
ราชบัลลังก์อังกฤษในลําดับท่ี ๔๘ ในฐานะพระปนัดดาของกษัตริย์เอ็ดเวิร์ด ท่ี ๗
แห่งสหราชอาณาจักร ทรงข้ึนครองราชย์หลังจากการสวรรคตของพระราชบิดา
(พระเจ้าโอลาฟ ที่ ๕) เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ค.ศ. ๑๙๙๑ สมเด็จพระราชาธิบดี
ทรงได้รับปริญญาจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดในสาขาวิชาประวัติศาสตร์และ
เศรษฐศาสตร์ ในปี ค.ศ.๑๙๖๘ ทรงเข้าพิธีอภเิ ษกสมรสกับนางสาวซอนยา เฮรัลด์ เซ็น
ซึ่งตอ่ มาไดร้ ับการสถาปนาเป็น สมเดจ็ พระราชินีซอนยาแห่งนอร์เวย์ ทรงมีพระราชโอรส
พระราชธิดา คือ เจ้าหญิงมาร์ทา หลยุ ส์ และมกุฎราชกุมารเจ้าชายโฮกุน ซ่ึงทรงอภิเษก
สมรสกับนางสาวเมตเต-มาริต ปัจจุบันได้รับสถาปนาเป็น เจ้าหญิงเมตเต-มาริต
มกุฎราชกุมารีแห่งนอร์เวย์ เจ้าชายโฮกุนและเจ้าหญิงเมทา-มาริ พร้อมด้วยพระโอรส
องค์เลก็ คือ เจ้าชายสแวรเ์ รอ มักนุส เสด็จฯ เป็นผู้แทนพระองค์สมเด็จพระราชาธิบดี
เพ่ือร่วมพิธีเฉลิมฉลองครองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี ของพระบาทสมเด็จพระบรม
ชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร
- ๒๒ -
๒.๑๒วันประกาศเอกราช ค.ศ. ๑๙๗๙ เซนต์ลูเซีย (Saint Lucia )
ตรงกับวันท่ี ๒๒กุมภาพนั ธ์
เซนต์ลูเซยี เป็นประเทศทเ่ี ปน็ เกาะต้ังอยู่ทางทิศ
ตะวันออกของทะเลแคริบเบียน และติดกับมหาสมุทร
แอตแลนติก เซนต์ลูเซียเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะ
แอนทิลลิสน้อย (Lesser Antilles) โดยอยู่ทางทิศเหนือ
ของประเทศเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ
บาร์เบโดส และทางทิศใต้ของเกาะมาร์ตินีกของฝร่ังเศส ประเทศเซนต์ลูเซีย
รู้จักในนาม “Helen of the West” เซนต์ลูเซียเป็นหนึ่งในหมู่เกาะวินเวิร์ด (Windward
Islands) ได้รับการตั้งช่ือตามนามของนักบุญลูซีแห่ง Syracuse ซ่ึงเป็นนักบวช
ในศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ชาวยุโรปมาเยือนเซนต์ลูเซียครั้งแรก
ประมาณปี ค.ศ. ๑๕๐๐ มีการทําสนธิสัญญาระหว่างชนพ้ืนเมืองที่น่ีกับฝรั่งเศส
ทําให้เซนต์ลูเซียก็ตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสในปี ค.ศ. ๑๖๖๐ ในระหว่างปี
ค.ศ. ๑๖๖๐ - ๑๖๖๔ เซนต์ลูเซียถูกอังกฤษเข้ายึดครอง และต่อมาเกิดสงคราม
แย่งชิงเซนต์ลูเซียระหว่างอังกฤษกับฝร่ังเศสทั้งหมด ๑๔ ครั้ง จนท้ายที่สุด
อังกฤษสามารถยึดครองเซนต์ลูเซียได้สมบูรณ์ในปี ค.ศ. ๑๘๑๔ เซนต์ลูเซีย
เริ่มใช้การปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบมีผู้แทน ในปี ค.ศ. ๑๙๒๔
(เร่ิมเปิดให้มีการออกเสียงของประชาชนในปี ค.ศ. ๑๙๕๓) และในระหว่างปี
ค.ศ. ๑๙๕๘ - ๑๙๖๒ เซนต์ลูเซียได้เข้าเป็นสมาชิกสหพันธรัฐเวสต์อินดีส
ท้ายที่สดุ ในวันท่ี ๒๒ กุมภาพนั ธ์ ค.ศ. ๑๙๗๙ เซนต์ลูเซียได้รับเอกราชและเป็น
ส่วนหน่ึงของเครือจักรภพอังกฤษ ดังน้ัน ในวันนี้ของทุกๆ ปี จึงถือเป็นวันหยุด
สาํ คัญประจําชาติ นอกจากน้ีวันท่ี ๒๒ กุมภาพันธ์ ยังบังเอิญตรงกับวันเกิดของ
นักการทูตองั กฤษท่มี ีชื่อเสียง คือ ลูเซีย ลาดี (Lucia Ladi) อกี ดว้ ย
- ๒๓ -
๒.๑๓วันชาติและวันพระราชสมภพ สมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ
ค.ศ. ๑๙๖๐ ญปี่ ุ่น (Japan) ตรงกบั วันที่ ๒๓ กมุ ภาพนั ธ์
ญี่ปุ่น เป็นประเทศหมู่เกาะในภูมิภาคเอเชีย
ตะวันออก ต้ังอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ทางตะวันตก
ติดกับคาบสมุทรเกาหลีและสาธารณรัฐประชาชนจีน
โดยมีทะเลญี่ปุ่นกั้น ส่วนทางทิศเหนือติดกับประเทศ
รัสเซียมีทะเลโอคอตสค์เป็นเส้นแบ่งแดน ตัวอักษรคันจิของช่ือญี่ปุ่นแปลว่า
ถ่ินกําเนิดของดวงอาทิตย์ จึงทําให้บางคร้ังถูกเรียกว่าดินแดนแห่งอาทิตย์อุทัย
สันนิษฐานว่ามนุษย์มาอาศัยในญ่ีปุ่นคร้ังแรกต้ังแต่ยุคหินเก่า เมื่อประมาณ
๓๕,๐๐๐ ปีก่อนพุทธศักราช หลังจากนั้นยุคโจมงก็เริ่มต้นข้ึนเม่ือประมาณ
๑๐,๐๐๐ ปีก่อนพุทธศักราช ผู้คนดํารงชีวิตอยู่ด้วยการล่าสัตว์ มีการพัฒนา
วิธีการล่าสัตว์โดยใช้คันธนูและลูกธนู ตลอดจนมีการผลิตภาชนะเคร่ืองปั้นดินเผา
ยุคยะโยอิ เริ่มเมื่อประมาณ ๓๐๐ ปีก่อนคริสต์ศักราช เป็นยุคที่ผู้คนเร่ิมเรียนรู้
วิธีการปลูกข้าว การตีโลหะ ซึ่งได้รับความรู้มาจากผู้อพยพชาวจีนแผ่นดินใหญ่
การกล่าวถึงญ่ีปุ่นคร้ังแรกปรากฏข้ึนในบันทึกของราชสํานักจีนสมัยราชวงศ์
ฮั่นโฮ่วฮั่นชู ในปี ๕๗ ก่อนคริสตกาล ซ่ึงเรียกชาวญี่ปุ่นว่า วะ ในช่วงพุทธ
ศตวรรษท่ี ๘ อาณาจักรท่ีทรงอํานาจมากท่ีสุดในญี่ปุ่น คือ ยะมะไทโคะกุ
ปกครองโดยราชินีฮิมิโกะ ซ่ึงเคยส่งคณะทูตไปยังประเทศจีนผ่านทางเกาหลี
ยุคโคะฮุง ซ่ึงต้ังช่ือตามสุสานท่ีนิยมสร้างขึ้นกันในยุคดังกล่าวเร่ิมต้นตั้งแต่
ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๙ จนถึง ๑๒ เป็นยุคท่ีญ่ีปุ่นเร่ิมมีการปกครองแบบ
ราชวงศ์ ซ่ึงศูนย์กลางการปกครองนั้นอยู่บริเวณเขตคันไซ ในยุคน้ีพระพุทธศาสนา
ได้เข้ามาจากคาบสมุทรเกาหลีสู่หมู่เกาะญ่ีปุ่น แต่พระพุทธรูปและพุทธศาสนา
ในประเทศญ่ีปุ่น หลังจากนั้นได้รับอิทธิพลจากจีนเป็นหลัก เจ้าชายโชโตะกุ
ทรงส่งคณะราชทูตไปเจริญสัมพันธไมตรีกับจีน ญ่ีปุ่นจึงได้รับนวัตกรรมใหม่ๆ
- ๒๔ -
จากแผ่นดินใหญ่มาเป็นจํานวนมาก นอกจากนี้ยังทรงตรารัฐธรรมนูญสิบเจ็ดมาตรา
ซึ่งเป็นกฎหมายญ่ีปุ่นฉบับแรกอีกด้วย และในที่สุดพระพุทธศาสนาได้รับการ
ยอมรับมากข้ึนต้ังแต่สมัยอะซึกะ ยุคนะระ เป็นยุคแรกท่ีมีการก่อตัวเป็น
อาณาจักรที่เข้มแข็งมีการปกครองอย่างมีระบบให้เห็นได้อย่างชัดเจน
โดยการนําระบอบการปกครองมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ ศูนย์กลางการปกครอง
ในขณะน้ัน คือ เฮโจเกียว หรือจังหวัดนะระในปัจจุบัน ในยุคนะระเร่ิมพบการ
เขียนวรรณกรรม เช่น โคจิกิและนิฮงโชะกิ เมืองหลวงถูกย้ายไปท่ีนะงะโอกะเกียว
เป็นช่วงเวลาส้ันๆ และถูกย้ายอีกครั้งไปยังเฮอังเกียว ซึ่งเป็นจุดเร่ิมต้นของ
ยุคเฮอัง ซึ่งยุคเฮอังถือได้ว่าเป็นยุคทองของญ่ีปุ่น เน่ืองจากเป็นยุคสมัยท่ี
วัฒนธรรมของญ่ีปุ่นเองเร่ิมพัฒนาข้ึน สิ่งท่ีเห็นได้อย่างชัดมากท่ีสุดคือการ
ประดิษฐ์ตัวอักษร ฮิรางานะ ยุคศักดินาญ่ีปุ่น เริ่มต้นจากการที่ผู้ปกครองทางการ
ทหารเรมิ่ มีอาํ นาจขึ้น หลังจากการพ่ายแพ้ของตระกูลไทระ มินะโมะโตะ โน โยริโตโมะ
ได้แต่งตั้งตนเองเป็นโชกุน และสร้างรัฐบาลทหารในเมืองคะมะกุระ ซ่ึงเป็น
จุดเริ่มต้นของยุคคะมะกุระซึ่งมีการปกครองแบบศักดินา แต่รัฐบาลคามากุระ
ไม่สามารถปกครองทั้งประเทศได้ เพราะพวกราชวงศ์ยังคงมีอํานาจอยู่ในเขต
ตะวันตก หลังจากการเสียชีวิตของโชกุนโยริโตโมะ ตระกูลโฮโจได้ก้าวข้ึนมา
เป็นผู้สําเร็จราชการให้โชกุน รัฐบาลคะมะกุระสามารถต่อต้านการรุกรานของ
จักรวรรดมิ องโกลในปี ค.ศ. ๑๒๗๔ และปี ค.ศ. ๑๒๘๑ โดยได้รบั ความชว่ ยเหลือจากพายุ
กามกิ าเซ่ ซ่ึงทําให้กองทัพมองโกลประสบความเสยี หายอยา่ งมาก ต่อมา รฐั บาลคะมะกุระ
ได้อ่อนแอลงจากสงครามครั้งน้ีจนในท่ีสุดต้องสูญเสียอํานาจให้แก่ จักรพรรดิ
โกไดโกะ ในช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ ๒๐ อํานาจของโชกุนเร่ิมเสื่อมลงและเกิด
สงครามกลางเมืองขึ้น เพราะบรรดาเจ้าครองแคว้นต่างทําสู้รบเพ่ือแย่งชิงความ
เป็นใหญ่ ซึ่งทําให้ญี่ปุ่นเข้าสู่ยุคสงครามท่ีเรียกว่ายุคเซงโงกุ สงครามดํารงอยู่
หลายสิบปี โอดะ โนบุนากะ เอาชนะเจ้าครองแคว้นอื่นหลายคนโดยใช้เทคโนโลยี
และอาวุธของยุโรปและเกือบจะรวมประเทศญ่ีปุ่นให้เป็นปึกแผ่นได้แล้ว
- ๒๕ -
เม่ือเขาถูกลอบสังหารในปี ค.ศ. ๑๕๘๒ โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ ผู้สืบทอดเจตนารมณ์
ต่อมาสามารถปราบปรามบ้านเมืองใหส้ งบลงได้ หลังจาก ฮิเดโยชิ เสียชีวิต โตกุกาว่า
อิเอะยะสึ ได้ข้ึนเป็นโชกุน และก่อต้ังรัฐบาลใหม่ที่เมืองเอะโดะ ยุคเอะโดะ
จึงเริ่มต้นข้ึน รัฐบาลน้ีเร่ิมนโยบายปิดประเทศและใช้นโยบายนี้อย่างไม่เข้มงวด
ต่อเน่ืองกันถึงประมาณสองร้อยห้าสิบปี แต่ญี่ปุ่นก็ถูกกดดันจากประเทศ
ตะวันตกให้เปิดประเทศอีกครั้ง ในวันที่ ๓๑ มีนาคม ค.ศ. ๑๘๕๑ นาวาเอก
(พิเศษ) แมทธิว เพอร์รี่ และเรือดํานํ้าของกองทัพเรือสหรัฐอเมริกาบุกมาถึง
ญี่ ปุ่ น เ พื่ อ บั ง คั บ ใ ห้ เ ปิ ด ป ร ะ เ ท ศ ด้ ว ย ส น ธิ สั ญ ญ า สั ม พั น ธ ไ ม ต รี กั บ ป ร ะ เ ท ศ
สหรัฐอเมริกา หลังจากนั้นญ่ีปุ่นก็ต้องทําสนธิสัญญาแบบเดียวกันกับประเทศ
ตะวนั ตกอ่นื ๆ เพราะการเปิดประเทศและใหส้ ทิ ธิพเิ ศษกับชาวตา่ งชาติทําให้ชาว
ญ่ีปุ่นจาํ นวนมากไม่พอใจตอ่ รฐั บาลเอะโดะ และเกิดกระแสเรียกรอ้ งใหค้ นื อํานาจ
อธิปไตยแก่องค์จักรพรรดิ จนในท่ีสุดรัฐบาลเอะโดะก็หมดอํานาจลง ยุคเมจิ
ภายใต้การปกครองของสมเด็จพระจักรพรรดิเมจิได้ย้ายฐานอํานาจขององค์
จักรพรรดิมายังเอโดะ และเปล่ียนช่ือเมืองหลวงจากเอโดะเป็นโตเกียว มีการ
เปลี่ยนแปลงระบบการปกครองตามแบบตะวนั ตก เชน่ บังคับใช้รัฐธรรมนูญในปี
ค.ศ. ๑๙๐๐ และก่อต้ังสภานิติบัญญัติแห่งชาติโดยใช้ระบบสองสภา นอกจากนี้
จักรวรรดิญี่ปุ่นยังสนับสนุนการรับเอาวิทยาการจากประเทศตะวันตก และทําให้มี
ความก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมเป็นอย่างมาก จักรวรรดิญ่ีปุ่นเร่ิมมีความขัดแย้ง
ทางทหารกับประเทศขา้ งเคียงเมื่อพยายามขยายอาณาเขต หลังจากท่ีไดช้ ัยชนะ
ในสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งท่ีหน่ึง และสงครามรัสเซีย-ญ่ีปุ่น ญี่ปุ่นก็ได้อํานาจ
ปกครองไต้หวัน เกาหลี และตอนใต้ของเกาะซาคาลิน สงครามโลก ครั้งท่ี ๑
ทํ า ใ ห้ ญี่ ปุ่ น ซึ่ ง อ ยู่ ฝ่ า ย ไตรภาคี สามารถขยายอํ านาจและอาณาเขตต่ อไปอี ก
ในยุคสงครามโลก ครั้งที่ ๒ ญี่ปุ่นได้เสริมสร้างอํานาจทางการทหารให้เข้มแข็ง
ยง่ิ ขึ้น หลังจากญ่ีปุ่นถูกกีดกันทางการค้าจากสหรัฐอเมริกา ต่อมาจึงได้เปิดฉาก
สงครามในแถบเอเชียแปซิฟิก (ซึ่งรู้จักกันท่ัวไปในชื่อสงครามมหาเอเชียบูรพา)
- ๒๖ -
ในวันท่ี ๗ ธันวาคม ค.ศ. ๑๙๔๑ โดยการโจมตีฐานทัพเรือสหรัฐอเมริกาที่อ่าว
เพริ ล์ ฮารเ์ บอร์ และการยาตราทัพเข้ามายงั เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็น
ดินแดนอาณานิคมของสหรัฐอเมริกาสหราชอาณาจักรและเนเธอร์แลนด์ แต่หลังจาก
ท่ีญ่ีปุ่นพ่ายแพ้ให้แก่สหรัฐอเมริกาในการรบทางนํ้าในมหาสมุทรแปซิฟิกหลังจาก
ยุทธนาวีแห่งมิดเวย์ ญี่ปุ่นก็ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบมากข้ึน และเมื่อต้องเผชิญกับ
ระเบิดปรมาณูของสหรัฐอเมริกา ซ่ึงถูกทิ้งที่เมืองฮิโรชิมาและนางาซากิ (ในวันที่ ๖
และวันท่ี ๙ สิงหาคม ค.ศ. ๑๙๔๕ ตามลําดับ) และการรุกรานของสหภาพ
โซเวียต (วันที่ ๘ สิงหาคม ค.ศ. ๑๙๔๕) ญี่ปุ่นจึงประกาศยอมแพ้อย่างไม่มี
เง่อื นไขในวันท่ี ๑๕ สงิ หาคม ปีเดียวกันฝ่ายสัมพันธมติ รซ่ึงนําโดยสหรัฐอเมริกา
ได้ส่ง พลเอก ดักลาส แมกอาร์เธอร์ เข้ามาควบคุมญ่ีปุ่นตั้งแต่หลังสงคราม
สิ้นสุด ท้ังนี้ การควบคุมญี่ปุ่นโดยฝ่ายสัมพันธมิตรได้สิ้นสุดลงเม่ือมีการลงนาม
ในสนธสิ ญั ญาซานฟรานซิสโกในปี ค.ศ. ๑๙๕๖
สมเด็จพระจักรพรรดินะรุฮิโตะ ทรงพระราชสมภพ
เมือ่ วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๙๖๐ เป็นจักรพรรดญิ ป่ี ุน่
พระองค์ที่ ๑๒๖ ทรงข้ึนครองราชย์สมบัติต่อจาก
สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ เม่ือวันท่ี ๑ พฤษภาคม
ค.ศ. ๒๐๑๙ ทรงสําเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยกะคุชูอินและมหาวิทยาลัย
ออกซฟอร์ด ทรงสนพระทัยในเร่ืองของประวัติศาสตร์และดนตรี และยังโปรด
ปรานการสีวิโอลาอีกด้วย พระองค์ทรงอภิเษกกับมาซาโกะ โอวาดะ ที่จบ
การศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และทางด้านการทูตที่
กระทรวงการต่างประเทศ วันจันทร์ท่ี ๑ เมษายน ค.ศ. ๒๐๑๙ เลขาธิการ
คณะรัฐมนตรีได้ประกาศนามของรัชศกใหม่ท่ีนํามาใช้แทนรัชศก เฮเซ ท่ีจะ
สน้ิ สุดลง คือ เรวะ ซึง่ จะเรมิ่ ตน้ ใช้ในวนั พธุ ที่ ๑ พฤษภาคม ค.ศ. ๒๐๑๙ เมอ่ื การสละ
ราชสมบัติของพระราชบิดามีผลในเท่ียงคืนวันที่ ๓๐ เมษายน ค.ศ. ๒๐๑๙
มกุฎราชกมุ ารนารูฮิโตะทรงขนึ้ สืบราชสมบตั ิต่อในทนั ที
- ๒๗ -
๒.๑๔ วันชาติ ค.ศ. ๑๙๘๔ เนการาบรูไน ดารุสซาลาม(Negara
Brunei Darussalam) ตรงกับวันที่ ๒๓กุมภาพันธ์
เนการาบรูไน ดารุสซาลาม เป็นประเทศที่ตั้งอยู่
บนเกาะบอร์เนียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ชายฝั่งทางด้านเหนือจรดทะเลจีนใต้ พรมแดนทางบก
ที่เหลือจากนั้นถูกล้อมรอบด้วยรัฐซาราวักและประเทศ
มาเลเซีย บรูไนเป็นท่ีรู้จักและมีอํานาจมากในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ ๑๔
ถึงคริสต์ศตวรรษท่ี ๑๖ โดยมีอาณาเขตครอบครองส่วนใหญ่ของเกาะบอร์เนียว
และส่วนหน่ึงของหมู่เกาะซูลู บรูไนมีชื่อเสียงทางด้านการค้า สินค้าส่งออกท่ี
สําคัญ ได้แก่ การบูร พริกไทย และทองคํา หลังจากน้ันบรูไนเสียดินแดนและเส่ือม
อํานาจลง เนื่องจากสเปนและฮอลันดาไดแ้ ผ่อํานาจเขา้ มาจนถึงสมยั ครสิ ตศ์ ตวรรษที่ ๑๙
ในปี ค.ศ. ๑๘๘๘ ดว้ ยความวิตกวา่ จะต้องเสยี ดนิ แดนต่อไปอกี บรไู นจึงได้ยินยอม
เขา้ อย่ภู ายใตอ้ ารักขาขององั กฤษ และต่อมาในปี ค.ศ. ๑๙๐๖ บรไู นไดล้ งนามใน
สนธิสัญญายินยอมอยู่เป็นรัฐในอารักขาของอังกฤษอย่างเต็มรูปแบบ ในปี ค.ศ.
๑๙๒๙ บรไู นสํารวจพบนํา้ มันและแก๊สธรรมชาติที่เมืองเซรีอาทําให้บรูไนมีฐานะม่ังค่ัง
ตอ่ มา ในปี ค.ศ. ๑๙๖๒ ได้มีการเลือกตั้ง ซ่ึงพรรคประชาชนบอร์เนียว (Borneo
People’s Party) ได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้น แต่ถูกกีดกันไม่ให้จัดต้ังรัฐบาล
ตอ่ มาจึงไดย้ ดึ อาํ นาจจากสลุ ตา่ น แตส่ ุลตา่ นทรงไดร้ บั ความชว่ ยเหลอื จากกองทหารกรู ขา่
ที่อังกฤษส่งมาจากสิงคโปร์ หลังจากนั้นได้มีการประกาศภาวะฉุกเฉิน และต่ออายุทุกๆ
๒ ปี เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน หลังจากท่ีอยู่ภายใต้อารักขาของอังกฤษมาถึง ๙๕ ปี
บรูไนก็ได้รับเอกราชเมื่อวันท่ี ๑ มกราคม ค.ศ. ๑๙๘๔ รัฐธรรมนูญปัจจุบันกําหนดให้
สุลต่านทรงเป็นองค์อธิปัตย์ คือ เป็นท้ังประมุข นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงกลาโหม นายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นชาวบรูไนเช้ือสายมาเลย์โดยกําเนิด
และจะต้องเป็นมุสลมิ นิกายสุหนี่
- ๒๘ -
๒.๑๕ วันสาธารณรัฐ ค.ศ. ๑๙๗๐ สาธารณรัฐสหกรณ์กายอานา
(Co-operative Republic of Guyana) ตรงกับวันท่ี ๒๓กุมภาพันธ์
สาธารณรัฐสหกรณ์กายอานา เป็นประเทศที่ต้ังอยู่
แถบชายฝ่ังทางตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้ ประกอบ
ไปด้วยภาคตะวันตกซึ่งเป็นส่วนหน่ึงของแคว้นกายอา
นา (ภาษาของชาวเผ่าอินเดียนแดงในอเมริกา หมายถึง
ดินแดนแห่งน้ําหลาก) พรมแดนด้านตะวันออกจรดประเทศซูรินาเม พรมแดน
ดา้ นใตต้ ิดกบั ประเทศบราซิล พรมแดนด้านตะวันตกติดกับเวเนซุเอลา และด้าน
เหนือติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก กายอานามีปัญหาพิพาทเร่ืองพรมแดนกับ
เวเนซุเอลาเช่นเดียวกันกับพรมแดนด้านใต้ส่วนใหญ่ท่ีติดกับซูรินาเม (ตลอดแนว
ชายฝั่งตอนบนของแม่น้ําครู านทนี )
๒.๑๖วันประกาศเอกราชค.ศ.๑๙๑๘สาธารณรัฐเอสโตเนีย(Republic
of Estonia) ตรงกับวันที่ ๒๔กุมภาพนั ธ์
สาธารณรัฐเอสโตเนียเป็นรัฐอธปิ ไตยในภมู ภิ าคบอลติก
ในยุโรปเหนือ มีอาณาเขตทางทิศเหนือติดกับอ่าว
ฟินแลนด์ ทิศตะวันตกติดกับทะเลบอลติก มีพรมแดน
ทางทิศใต้ติดกับประเทศลัตเวีย (ระยะทาง ๓๔๓ กิโลเมตร)
และทางทิศตะวันออกติดกับประเทศรัสเซีย (ระยะทาง ๓๓๘.๖ กิโลเมตร)
ประเทศเอสโตเนียมีพื้นที่ ๔๕,๒๒๗ ตารางกิโลเมตร (๑๗,๔๖๒ ตารางไมล์)
(อันดับที่ ๑๓๑ ของโลก) ประเทศเอสโตเนียปกครองด้วยระบอบสาธารณรัฐ
ประชาธิปไตย แบบรัฐสภา มีประธานาธิบดีเป็นประมุขและมีการแบ่งเขตการ
ปกครองออกเป็นเทศมณฑล จํานวน ๑๕ เทศมณฑล โดยมีเมืองหลวงช่ือว่า ทาลลินน์
เอสโตเนียประกาศเอกราชคร้ังแรกในปี ค.ศ. ๑๙๑๘ ก่อนจะถูกยึดครองโดยสหภาพ
โซเวียต นาซีเยอรมนี และสหภาพโซเวียตอีกครั้ง หลังจากสงครามโลกคร้ังที่ ๒
เอสโตเนียกลับมาเป็นรัฐเอกราชอีกคร้ังหลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียต
เอสโตเนยี เข้าร่วมเปน็ สมาชิกองคก์ ารนาโตและสหภาพยุโรปในปี ค.ศ. ๒๐๐๔
- ๒๙ -
๒.๑๗วันชาติ ค.ศ.๑๙๖๑รัฐคูเวต(State of Kuwait) ตรงกับวันที่
๒๕กมุ ภาพันธ์
รัฐคูเวต ประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของคูเวตเริ่มต้นจาก
การสร้างเมืองคูเวตในศตวรรษที่ ๑๘ โดยชนเผ่า Uteiba
ซึ่งเร่ร่อนมาจากทางเหนือของกาตาร์ ในระหว่าง
ศตวรรษที่ ๑๙ คูเวตพยายามที่จะขอความช่วยเหลือจาก
อังกฤษเพอื่ ใหพ้ น้ จากการยึดครองของพวกเตริ ก์ และกลมุ่ ต่างๆ ทเ่ี รืองอํานาจใน
คาบสมทุ รอาระเบยี ในปี ค.ศ. ๑๘๙๙ Sheikh Mubarak Al Sabah ไดล้ งนามใน
ข้อตกลงกับอังกฤษว่า ตนและผู้สืบทอดอํานาจจะไม่ยอมให้ดินแดนและต้อนรับ
ผู้แทนของต่างประเทศใดๆ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากอังกฤษเสียก่อน
ส่วนอังกฤษก็ได้ตกลงที่จะให้เงินช่วยเหลือประจําปีแก่ Sheikh Mubarak และ
ทายาทและให้ความคุ้มครองคูเวต โดยอังกฤษได้ดูแลกิจการด้านการ
ตา่ งประเทศและความม่ันคงให้กับคเู วต ในช่วงต้นปี ค.ศ. ๑๙๖๑ อังกฤษได้ถอน
สิทธิสภาพนอกอาณาเขตสําหรับตัดสินคดีของชาวต่างชาติในคูเวตออกไปและ
รัฐบาลคูเวตได้เร่ิมการใช้กฎหมายของตนเองซึ่งยกร่างโดยนักกฎหมาย ชาว
อยี ิปต์ คเู วตไดร้ บั อิสรภาพสมบูรณเ์ มื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน ค.ศ. ๑๙๖๑ ภายหลัง
การแลกเปล่ียนหนังสือ (exchange of notes) กับอังกฤษมีการกําหนดเขตแดน
ระหว่างคูเวตกับซาอุดีอาระเบียในปี ค.ศ. ๑๙๙๒ โดยสนธิสัญญา Uqair
หลังจากการส้รู บท่ีเมือง Jahrah สนธิสัญญานี้ยงั ไดก้ าํ หนดเขตเป็นกลางระหว่าง
คูเวตและซาอุดีอาระเบีย (Kuwaiti – Saudi Arabia Neutral Zone) ซ่ึงมีพื้นท่ี
ประมาณ ๕,๑๘๐ ตารางกิโลเมตร ติดกับเขตแดนทางใต้ของคูเวต โดยก่อนหน้าน้ี
ในเดอื นธันวาคม ค.ศ. ๑๙๖๙ คูเวตและซาอุดอี าระเบยี ไดล้ งนามในข้อตกลงแบง่
เขตเป็นกลาง (ปัจจุบันเรียกว่า Divided Zone) และปักปันเส้นเขตแดนระหว่าง
ประเทศใหม่ โดยทัง้ สองประเทศได้แบ่งน้ํามันทั้งนอกฝ่ังและบนฝ่ังในเขต Divided
Zone อยา่ งเทา่ เทียมกัน
- ๓๐ -
๒.๑๘วันประกาศเอกราชค.ศ.๑๘๔๔สาธารณรัฐโดมินิกัน(Republic
of Dominicana) ตรงกับวันท่ี ๒๗กมุ ภาพันธ์
สาธารณรัฐโดมินกิ ันเป็นประเทศหน่ึงในทวีปอเมริกาเหนือ
ตั้งอยู่บนพ้ืนท่ี ๒ ใน ๓ ทางทิศตะวันออกของเกาะฮิสปันโยลา
ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับท่ี ๒ ในหมู่เกาะแอนทิลลิสใหญ่
เกาะนี้ ต้ั งอยู่ ในทะเลแคริ บเบี ยน ทางทิ ศตะวั นตกของ
เปอร์โตริโกและอยู่ทางทิศตะวันออกของคิวบาและจาเมกา โดยสาธารณรัฐ
โดมินิกันมีอาณาเขตจรดเฮติทางทิศตะวันตก สาธารณรัฐโดมินิกันมีพ้ืนท่ี
ประมาณ ๔๘,๔๔๒ ตารางกิโลเมตร ทําให้เป็นประเทศที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ
สองในหมู่เกาะทะเลแคริบเบียนรองจากคิวบาอีกด้วย เมืองหลวง คือ ซานโตโดมิงโก
ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเกาะ วันชาติ ๒๗ กุมภาพันธ์ (วันประกาศเอกราชจากสเปน
เม่อื ปี ค.ศ. ๑๘๔๔) ความสัมพนั ธ์ทั่วไปไทยและโดมินิกนั สถาปนาความสัมพันธ์
ทางการทตู กันเม่อื วันที่ ๑๘ กนั ยายน ค.ศ. ๑๙๖๗
๓.วนั สาคัญประจาเดือนมีนาคม
๓.๑ วันประกาศเอกราช ค.ศ. ๑๙๙๒ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา
(Bosnia and Herzegovina) ตรงกับวันที่ ๑ มนี าคม
บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาท เป็นประเทศบอลข่าน
ตะวนั ตกทมี่ ภี เู ขามาก เมอื งหลวงชอ่ื ซาราเยโว เดิมเป็น
หน่ึงในหกสาธารณรัฐของอดีตยูโกสลาเวีย ได้รับเอก
ราชในสงครามยูโกสลาเวียในช่วงทศวรรษ ๑๙๙๐ และ
เน่ืองจากข้อตกลงเดย์ตัน จึงเป็นรัฐในอารักขาของชุมชนนานาชาติ ปกครอง
โดยตัวแทนระดับสูงท่ีเลือกโดยคณะมนตรีความม่ันคงแห่งสหประชาชาติ
บอสเนียมีทหารกองประจําการประมาณ ๑๔,๐๐๐ นาย โดยบอสเนียวางกําลัง
ทหารอยูต่ ามแนวป่าและชายแดนประเทศเพือ่ ป้องกนั ประเทศของตน
- ๓๑ -
๓.๒ วันชาติ ค.ศ. ๑๘๗๘ สาธารณรัฐบัลแกเรีย (Republic of
Bulgaria) ตรงกบั วนั ท่ี ๓ มีนาคม
สาธารณรัฐบัลแกเรีย เป็นประเทศทางตะวันออก
เฉียงใต้ของทวีปยุโรป มีชายฝั่งบนทะเลดําไปทาง
ตะวันออก มีพรมแดนติดต่อกับประเทศกรีซและ
ประเทศตุรกีทางใต้ ประเทศเซอร์เบียและประเทศ
มาซิโดเนียทางตะวันออก และประเทศโรมาเนียทางเหนือตามแม่น้ําดานูบ
บัลแกเรียเคยเป็นอาณานิคมของรัสเซีย บัลแกเรียประกอบข้ึนจากชนชาติสลาฟ
และชนชาติบัลการ์ (ชนชาติยูเครนที่อพยพมาต้ังถิ่นฐานในคาบสมุทรบอลข่าน)
ตกอยภู่ ายใต้อาณาจกั รไบแซนไทน์และต่อมาตกอยู่ภายใต้จักรวรรดิออตโตมาน
๕ ศตวรรษ จนถึงปี ค.ศ. ๑๘๗๘ จึงได้รับการยอมรับในฐานะประเทศเอกราช
ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ปกครองโดยราชวงศ์ Sax-Coberge Gotha
บัลแกเรียเข้าร่วมในสงครามโลกทั้ง ๒ ครั้งกับฝ่ายอักษะ และเม่ือเป็นฝ่ายพ่ายแพ้
ในสงครามโลกคร้ังท่ี ๒ จึงถูกกําหนดโดยฝ่ายสัมพันธมิตรให้สหภาพโซเวียต
ปกครองบัลแกเรีย ซึ่งปกครองโดยระบอบคอมมิวนิสต์ ภายหลังสงครามโลก
ครั้งที่ ๒ เป็นต้นมา และเปลี่ยนแปลงการปกครองไปสู่ระบอบประชาธิปไตย
เม่ือปี ค.ศ. ๑๙๙๐ โดยเมื่อวันท่ี ๑๒ กรกฎาคม ค.ศ. ๑๙๙๑ รัฐสภาบัลแกเรีย
ได้รับรองรัฐธรรมนูญของประเทศ บัลแกเรียมีระบบสภาเดียว ประกอบด้วย
สมาชิกรัฐสภา ๒๔๐ คน จัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปทุก ๔ ปี ประธานาธิบดี
มาจากการเลือกต้งั โดยตรง ดํารงตาํ แหน่งวาระละ ๕ ปี และอาจอยูต่ อ่ ได้อกี หน่ึงวาระ
๓.๓ วันประกาศเอกราช ค.ศ. ๑๙๕๗ สาธารณรัฐกานา
(Republic of Ghana) ตรงกับวันที่ ๖ มีนาคม
สาธารณรัฐกานา ในครสิ ตศ์ ตวรรษที่ ๑๗ ดนิ แดน
กานาถูกครอบครองโดยชนเผ่าและแคว้นนักรบต่างๆ
โดยเฉพาะอาณาจักร Ashanti ซึ่งมั่งค่ังขึ้นมาจาก
การค้าทาส ในปี ค.ศ. ๑๘๗๔ สหราชอาณาจักรได้เข้า
รกุ รานอาณาจักร Ashanti
- ๓๒ -
และประกาศให้พน้ื ที่ Gold Coast เป็นอาณานคิ ม จนกระทงั่ ปี ค.ศ. ๑๙๐๑ จึงสามารถ
ยึดพื้นท่ีได้ท้ังหมดทําให้กานาตกเป็นรัฐในอารักขา (protectorate) ของอังกฤษ
ภายหลงั สงครามโลกครั้งท่ีสอง พรรค Convention People’s Party (CPP) ของ
นาย Kwame Nkrumah ได้รับเสียงข้างมากในการเลือกต้ังคร้ังแรกในปี ค.ศ.๑๙๕๐
อันนําไปสู่การได้รับเอกราชของกานาในวันที่ ๖ มีนาคม ค.ศ. ๑๙๕๗ นับเป็นประเทศแรก
ในแอฟริกาใต้ซาฮารา (Sub-Saharan Africa) ท่ีได้รับเอกราช โดยยังคงเป็นดินแดน
ในภาวะทรัสตีของสหประชาชาติ จนในวันท่ี ๑ กรกฎาคม ค.ศ. ๑๙๖๐ กานาได้ประกาศ
เป็นสาธารณรัฐภายใต้เครือจักรภพอังกฤษ ไทยและกานาได้สถาปนาความสัมพันธ์
ระหว่างกนั เม่อื ปี ค.ศ. ๑๙๘๕
๓.๔ วันชาติ ค.ศ. ๑๙๖๘ สาธารณรัฐมอริเชียส (Republic of
Mauritius) ตรงกบั วันท่ี ๑๒ มีนาคม
สาธารณรัฐมอริเชียส คือ ชาติเกาะนอกชายฝั่ง
แอฟริกาในมหาสมทุ รอนิ เดียตะวนั ตกเฉียงใต้ ต้ังอยู่ทาง
ตะวันออกของมาดากัสการ์ ประมาณ ๙๐๐ กม. (๕๖๐ ไมล์)
และทางตะวันตกเฉียงใต้ของอินเดียประมาณ ๓,๙๔๓ กม.
(๒,๔๕๐ ไมล์) นอกจากตัวเกาะมอริเชียสแล้ว สาธารณรัฐมอริเชียสยังประกอบด้วย
เกาะเซนต์แบรนดอน เกาะรอดริกเวส และหมู่เกาะอากาเลกา ชาวโปรตุเกสเป็น
ชาวยโุ รปกลุ่มแรกทีเ่ ดนิ ทางมาถึงเกาะมอรเิ ชียสในศตวรรษที่ ๑๖ ต่อมาในศตวรรษที่ ๑๗
ชาวดตั ชไ์ ด้เดินทางมาตั้งรกรากและต้ังช่ือเกาะว่า “มอริเชียส” เพื่อเป็นเกียรติแก่
เจ้าชาย Maurits van Nassau ปี ค.ศ. ๑๗๑๕ ฝร่ังเศสรวบอํานาจเหนือเกาะมอริเชียส
และพัฒนาเป็นฐานทัพเรือท่ีสําคัญควบคุมการค้าของตนในมหาสมุทรอินเดีย
ในปี ค.ศ. ๑๘๑๐ ระหว่างสงคราม Napoleonic Wars อังกฤษเข้ายึดครองมอริเชียส
จากฝรั่งเศสและท้ังสองฝ่ายได้ลงนามในสนธิสัญญาปารีส (The Treaty of Paris)
เมอื่ ปี ค.ศ. ๑๘๑๔ เพื่อยืนยนั การครอบครองมอรเิ ชียสของอังกฤษอย่างสมบูรณ์
และมอรเิ ชยี สไดร้ ับเอกราชจากองั กฤษเมอ่ื วันที่ ๑๒ มีนาคม ค.ศ. ๑๙๖๘8
- ๓๓ -
๓.๕ วันครบรอบการเลือกต้ังสมเด็จพระสันตะปาปา ฟรานซิส
ค.ศ.๒๐๑๓นครรฐั วาติกัน(StateoftheVaticanCity)ตรงกับวนั ท่ี ๑๓มีนาคม
สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส แห่งนครรัฐวาติกัน
ประมุขคริสตจักรโรมันคาทอลิก มีพระนามเดิมว่า ฮอร์
เฮ มาริโอ เบร์โกกลิโอ ประสูติในกรุงบัวโนสไอเรส เม่ือวันท่ี
๑๗ ธันวาคม ค.ศ. ๑๙๓๖ ทรงมีพี่น้อง ๕ คน พระชนกเป็น
คนงานทางรถไฟ พระองค์ทรงได้รับปริญญาวิทยาศาสตร
มหาบัณฑิต สาขาวิชาเคมี จากมหาวิทยาลัยบัวโนสไอเรส และทรงเข้าศึกษาที่
เซมนิ ารใี นย่านบียาเดโบโต พระองค์ได้เป็นปฏิญาณตนเป็นนักบวชคณะเยสุอิต
เมื่อวนั ท่ี ๑๑ มนี าคม ค.ศ. ๑๙๕๘ และทรงได้รบั ใบรบั รองด้านสาขาวิชาปรัชญา
จาก Colegio Máximo San José ตอ่ มาพระองคไ์ ด้ทรงงานสอนวิชาวรรณกรรม
และจิตวิทยาท่ี Colegio de la Inmaculada และ Colegio del Salvador ในปี
ค.ศ. ๑๙๖๗ ทรงจบการศึกษา แล้วรับศีลอนุกรมเป็นบาทหลวงเมื่อวันท่ี ๑๓
ธันวาคม ค.ศ. ๑๙๖๙ ทรงทํางานสอนท่ีมหาวิทยาลัย Facultades de Filosofía
y Teología de San Miguel จนดํารงตําแหน่งเป็นศาสตราจารย์ทางเทววิทยา
ช่วงปี ค.ศ. ๑๙๗๓ - ๑๙๗๙ ทรงดํารงตาํ แหน่งอธิการเจ้าคณะแขวงคณะเยสุอิต
ในประเทศอาร์เจนตินา แล้วย้ายไปเป็นอธิการเซมินารีซานมีเกลจนถึงปี ค.ศ.
๑๙๘๖ เม่อื สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกตท์ ่ี ๑๖ ทรงสละตําแหนง่ เมือ่ วันท่ี ๒๘
กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๒๐๑๓ และได้เปิดทางให้มีการเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่
จึงได้มีการจัดการประชุมเลือกต้ังพระสันตะปาปา โดยกําหนดให้มีขึ้นในวันท่ี
๑๒ มีนาคม ค.ศ. ๒๐๑๓ หลังจากการลงคะแนนเสียง ครั้งที่ ๕ โดยพระคาร์ดินัล
ผู้มีสิทธ์ิออกเสียง จํานวน ๑๑๕ ท่าน ผลปรากฏว่าพระคาร์ดินัลคอร์เค เบร์โกเกลียว
อัครมุขนายกแห่งบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ได้รับเลือก และทรงเลือก
พระนาม “Franciscus” ซ่ึงหมายถึงนักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซี นับเป็นพระสันตะปาปา
พระองค์แรกจากทวีปอเมริกาและคณะเยสุอิต ในวันที่ทรงได้รับเลือกตั้ง
- ๓๔ -
สันตะสํานักประกาศว่าพระนามอย่างเป็นทางการของพระองค์ คือ “ฟรานซิส”
ไม่ใช่ “ฟรานซสิ ท่ี ๑” พระองค์จะมีพระนามว่าฟรานซิสท่ี ๑ ก็ต่อเม่ือในอนาคตมี
สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสที่ ๒ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสเสด็จเยือนไทย
วันท่ี ๒๐ พฤศจิกายน ค.ศ. ๒๐๑๙ เน่ืองในโอกาสร่วมฉลอง ๓๕๐ ปีของศาสนจักร
คาทอลิกในประเทศไทย
๓.๖ วันพระราชสมภพเจ้าชายอัลแบร์ ที่ ๒ค.ศ.๑๙๕๘ราชรัฐโมนาโก
(Principality of Monaco) ตรงกับวันท่ี ๑๔ มนี าคม
เจ้าชายอลั แบร์ ที่ ๒แหง่ ราชรัฐโมนาโก พระนามเต็ม
อัลแบร์ อาแล็กซองดร์ ลุย ปิแยร์ กรีมัลดี (Albert
Alexandre Louis Pierre Grimaldi) ทรงพระราชสมภพ
กรีมัลดี และพระประมุขเมแอื่ หว่งนั โทม่ีน๑า๔โกมอีนงาคค์ปมัจคจุ.บศัน. ๑พ๙ร๕ะ๘องทคร์เงปเ็นปน็พผรู้นะราํ ารชาชโอวงรศส์
เจ้าชายเรนิเยร์ ที่ ๓ องค์อธิปัตย์แห่งโมนาโก กับเจ้าหญิงเกรซแห่งโมนาโก
พระองค์มีพระภคินีและพระขนิษฐา คือ เจ้าฟ้าหญิงกาโรลีนแห่งฮาโนเวอร์
รัชทายาทแห่งโมนาโก และเจ้าหญิงสเตฟานีแห่งโมนาโก ทรงสําเร็จการศึกษา
ในระดับอุดมศึกษาสาขารัฐประศาสนศาสตร์ ณ Amherst College จากสหรัฐอเมริกา
และทรงเขา้ รับการฝกึ อบรมด้านราชนาวีบนเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ Jeanne d’
Are แหง่ กองทพั เรือฝรั่งเศส เสด็จขน้ึ ครองราชย์ เมื่อวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ค.ศ.
๒๐๐๕ ทรงเป็นกษัตริย์พระองค์ที่ ๓๒ แห่งราชวงศ์กริมัลดี ซึ่งมีประวัติความ
เปน็ มาถงึ ๗๐๐ ปี
๓.๗ วันที่ระลึกนักบุญแพทริกค.ศ.๔๖๑ไอร์แลนด์ (Ireland)ตรงกับ
วนั ท่ี ๑๗ มนี าคม
ไอร์แลนด์ เป็นสมาชิกท่ีอยู่ไกลสุดทางตะวันตก
ของสหภาพยุโรป มีประชากร ๔ ล้านกว่าคน เป็นประเทศ
บนเกาะไอร์แลนด์ อยู่ห่างจากทวีปยุโรปไปทางตะวันตก
เฉียงเหนือ โดยครอบคลุมพื้นที่ประมาณ ๕ ใน ๖ ของเกาะ
ดั ง ก ล่ า ว
- ๓๕ -
(สว่ นท่ีเหลืออีก ๑ ใน ๖ ของเกาะไอร์แลนด์ เรียกว่าไอร์แลนด์เหนือ เป็นส่วนหน่ึง
ของสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือหรือที่เรียกสั้นๆว่า “สหราชอาณาจักร”
St. Patrick's Day เป็นเทศกาลงานฉลองของชาวไอริช โดยจะฉลองกันในวันท่ี
๑๗ มีนาคมของทุกปี ในวันนี้ทั้งชาวไอริชและไม่ใช่ไอริชจะแต่งกายด้วยชุดสีเขียว
ซึ่งเป็นสีหน่ึงในสามสีหลักของธงชาติไอร์แลนด์ สีเขียว ขาว และส้ม แห่งการระลึกถึง
เซนต์แพทริก (St. Patrick) นักบุญคนสําคัญแห่งไอร์แลนด์ เซนต์แพทริกเกิดในปี ค.ศ.
๓๘๕ และเสียชีวิตเม่ือวันท่ี ๑๗ มีนาคม ปี ค.ศ. ๔๖๑ ดังนั้น ชาวไอริชจึงถือเอาวันน้ี
มาจัดเทศกาลเฉลิมฉลองเปน็ St. Patrick's Day เพ่อื แสดงความระลึกนกั บญุ แพทริก
๓.๘ วันประกาศเอกราช ค.ศ. ๑๙๕๖ สาธารณรัฐตูนิเซีย (Tunisian
Republic) ตรงกบั วันท่ี ๒๐ มนี าคม
สาธารณรัฐตูนิเซีย เป็นประเทศอาหรับมุสลิมที่
ตั้งอยใู่ นแอฟริกาเหนอื บนชายฝ่งั ทะเลเมดเิ ตอร์เรเนียน
เป็นประเทศทางตะวันออกสุดและเล็กที่สุดของ ๓ ประเทศ
บนเทือกเขาแอตลาส (Atlas mountains) มีอาณาเขต
ทางตะวันตกจรดประเทศแอลจีเรีย และทางใต้และตะวันตกจรดประเทศลิเบีย
พน้ื ทีร่ ้อยละ ๔๐ ของประเทศ ประกอบด้วย ทะเลทรายซาฮารา ในขณะท่ีส่วนที่
เหลือส่วนใหญ่ ประกอบด้วย พื้นที่อันอุดมสมบูรณ์ และชายฝ่ังที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย
สันนิษฐานว่า ชื่อ ตูนิส (Tunis) มาจากภาษาเบอร์เบอร์ (Berber) แปลว่า “แหลม”
หรืออีกความหมายหน่ึงน้ัน แปลว่า “พักแรม” ตูนิเซียเคยเป็นท่ีต้ังของนคร Carthage
และตกอยู่ภายใต้อํานาจการปกครองของต่างชาติยาวนาน ตูนิเซียจึงได้รับอิทธิพล
ทางวฒั นธรรมจากอาณาจักรโรมนั และออตโตมนั ศาสนาอิสลาม ชาวอาหรบั เติรก์ และ
ฝรั่งเศส ตูนเิ ซยี ตกอยู่ภายใตอ้ าณานคิ มของฝร่ังเศสจนกระทง่ั ปี ค.ศ. ๑๙๕๖ จึงไดร้ ับ
เอกราช โดยมีนาย Habib Bourguiba เป็นผู้นําในการเรียกร้องเอกราช และได้ต่อมา
ดํารงตาํ แหนง่ ประธานาธบิ ดีอยา่ งต่อเน่ืองเปน็ เวลา ๓ ทศวรรษ
- ๓๖ -
๓.๙ วันประกาศเอกราช ค.ศ. ๑๙๙๐ สาธารณรัฐนามิเบีย
(Republic of Namibia) ตรงกับวนั ที่ ๒๑ มนี าคม
สาธารณรัฐนามเิ บีย เป็นประเทศในทวีปแอฟริกา
ตอนใต้ รมิ ฝง่ั มหาสมทุ รแอตแลนตกิ มีพรมแดนด้านทิศ
เหนื อติ ดกั บประเทศแองโกลาและแซมเบี ย ด้ านทิ ศ
ตะวันออกเฉียงเหนือติดกับซิมบับเว ด้านทิศตะวันออก
ติดกับบอตสวานา และด้านทิศใต้ติดกับประเทศแอฟริกาใต้ นามิเนียได้รับ
เอกราชคนื จากประเทศแอฟริกาใต้เมือ่ ปี ค.ศ. ๑๙๙๐ มเี มอื งหลวงชอ่ื วนิ ด์ฮกุ
๓.๑๐ วันพระราชสมภพ แกรนด์ดัสเชส มาเรีย เตเรซา ราชรัฐ
ลักเซมเบิรก์ (Grand Duchess of Luxembourg)ตรงกบั วันที่ ๒๒มีนาคม
แกรนด์ดัสเชส มาเรีย เตเรซาเป็นแกรนด์ดัชเชส
แห่งลักเซมเบิร์ก พระมเหสีในแกรนด์ดยุกอ็องรีแห่ง
ลักเซมเบิร์ก (พระนามเดิม มาเรีย เตเรซา เมสเตร
อี บาติสตา-ฟายา : พระราชสมภพ ๒๒ มีนาคม ค.ศ.
๑๙๕๖ ในมาเรียนเนา กรุงฮาวานา ประเทศคิวบา ทรงเป็นบุตรีของนายโคเซ
อันโตเนียวเมสเตร อี บาติสตา-ฟายา กับนางมาเรีย เตราซา อี บาติสตา-ฟายา
เด เมสเตร ท้ังคู่มาจากครอบครัวชนชั้นกระฎุมพี ผู้มีเช้ือสายสเปนในเดือน
ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๒ เมื่อเกิดการปฏิวัติคิวบา มาเรีย เตเรซาได้ออกจากคิวบา
พร้อมกับพ่อแม่ของเธอ ครอบครัวได้ต้ังถิ่นฐานท่ี นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา
ที่ซ่ึงได้ศึกษาในวัยเยาว์ท่ีโรงเรียนแมรีเมานต์ จาก พ.ศ. ๒๕๐๔ ได้ศึกษาท่ี
Lycée Français ในวัยเด็กพระองค์ได้เข้าฝึกบัลเล่ต์และร้องเพลง ได้ฝึกเล่นสกี
สเก็ตนํ้าแข็งและกีฬาทางน้ํา เธอได้อาศัยที่ นิวยอร์ก แซนเทนเดอร์ สเปนและ
กรุงเจนีวา ในปี ค.ศ. ๑๙๘๐ ทรงสําเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเจนีวา สายรัฐศาสตร์
นางสาวเมสตร์ไดพ้ บกับเจ้าชายอ็องรที ม่ี หาวิทยาลยั น้ัน และไดเ้ รียนวิชาต่างๆ ร่วมกนั
- ๓๗ -
๓.๑๑ วันปากีสถาน ค.ศ. ๑๙๕๖ สาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน
(Islamic Republic of Pakistan ) ตรงกบั วนั ที่ ๒๓ มีนาคม
สาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน เป็นประเทศท่ีตั้งอยู่
ในเอเชียใต้ มีพรมแดนติดกับประเทศอินเดีย อิหร่าน
อัฟกานิสถาน และจีน และมีชายฝั่งติดกับทะเลอาหรับ
มีประชากรกว่า ๑๕๐ ล้านคน มากเป็นอันดับ ๖ ของโลก
และเป็นประเทศท่ีนับถือศาสนาอิสลาม ใหญ่เป็นอันดับ ๒ และเป็นสมาชิกที่
สําคัญของ โอไอซี และเป็นหน่ึงในไม่กี่ประเทศท่ีมีอาวุธนิวเคลียร์ไว้ใน
ครอบครองคําว่า “ปากีสถาน” ซึ่งมีความหมายว่า “ดินแดนของชนบริสุทธ์ิ”
ปากีสถานก่อนจะเป็นแว่นแคว้นแดนประเทศนี้เคยอยู่กับอินเดียรวมเป็นรัฐ
ในอาณัติสหราชอาณาจักร อังกฤษยึดครองอนุทวีปอินเดียยาวนานร่วม ๒ ศตวรรษ
ต่อมา สันนิบาตมุสลิมนําโดย มูฮัมหมัด อาลี จินนาห์ เสนอให้แบ่งออกเป็น
๒ ประเทศ กล่าวคอื ประเทศที่ประชาชนสว่ นใหญ่นับถือศาสนาฮนิ ดู คือ อินเดีย
และประเทศที่ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม คือ ปากีสถาน
อังกฤษได้ถอนตัวเบ็ดเสร็จเม่ือวันที่ ๑๔ สิงหาคม ค.ศ. ๑๙๔๗ อันนําสู่การสถาปนา
สาธารณรฐั อิสลามปากสี ถานในวนั ท่ี ๒๓ มีนาคม ค.ศ. ๑๙๕๖
๓.๑๒ วันประกาศเอกราช ค.ศ. ๑๘๒๑ สาธารณรัฐเฮลเลนิก (กรีซ)
(HellenicRepublic) ตรงกับวันที่ ๒๕ มนี าคม
สาธารณรัฐเฮลเลนิก(กรีซ) คือชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ
ของประเทศกรีซ (Greece)ท่ีใช้ในองค์การสหประชาชาติ
แตเ่ ดิมชาวกรซี เรียกประชาชนในเมืองว่า Hellas ซึ่งเป็น
เมืองท่ีได้ตั้งช่ือเมืองตามชื่อของเทพธิดา “เฮเลน”
รู้จักกันดีในสงครามกรุงทรอย และต่อมาจึงเรียกประเทศของตนเองว่า Ellas
(มาจากคําว่า Hellas) ซึ่งก็คือ ประเทศกรีซในปัจจุบัน ประเทศกรีซต้ังอยู่ทาง
ยุโรปตอนใต้ติดกับแหลมบอลข่าน ยูโกสลาเวีย บัลแกเรีย และตุรกี พ้ืนที่
- ๓๘ -
โดยรวมของประเทศมีเพียง ๑๓๒,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ซ่ึงเป็นหมู่เกาะถึง ๓,๐๐๐ เกาะ
เมืองหลวงของกรีซ คือ กรุงเอเธนส์ (Athens) และยังมีเมืองที่สําคัญ เช่น เทสซาโลนิกิ
(Thessaloniki) พิเรอุส (Piraus) พาทราส (Patras) ลาริสสา (Larissa) และอิราคลิออน
(Iraklion) เป็นต้น ในช่วงประมาณปี ๑๔๖ ก่อนคริสต์ศักราชกรีซอยู่ภายใต้
อาณาจักรโรมัน จนกระท่ังอาณาจักรโรมันเร่ิมเสื่อมอํานาจลง และจักรพรรดิ
คอนแสตนติน (Constantine) ได้ไปจัดตั้งเมืองหลวงใหม่ท่ี Constantinople จนกลายเป็น
อาณาจักร Byzantine ซึ่งมีศาสนาคริสต์เป็นศาสนาทางการ แต่ก็ต้องล่มสลายเมื่อตุรกี
เข้าปกครอง และ Constantinople กลายเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรออตโตมาน
กระท่ังต่อมาใน วันที่ ๒๕ มนี าคม ค.ศ. ๑๘๒๑ กรีซประกาศอิสรภาพจากตุรกีและใช้
ระบบการปกครองแบบกษัตริย์ภายใต้ความคุ้มครองของอังกฤษ ฝร่ังเศส และ
รัสเซีย โดยสถาปนาเจ้าชายบาวาเรียน (Bavarian) ให้เป็นกษัตริย์กรีซภายใต้
ช่ือกษัตริย์ออตโต (Otto) ต่อมา ในปี ค.ศ. ๑๘๖๓ จึงได้เลือกเจ้าชายแห่ง
ราชวงศ์เดนมาร์คมาเป็นกษัตริย์องค์ต่อมาภายใต้ช่ือพระเจ้าจอร์จที่ ๑ แห่งกรีซ
(George I) เม่ือกรีซไดเ้ ข้ารว่ มสงครามโลก คร้ังท่ี ๑ ทาํ ให้สามารถยึดครองตุรกีได้
กระท่ังสงครามโลก ครั้งท่ี ๒ กรซี ถูกอิตาลคี ุกคามจนต้องเขา้ ร่วมสงครามอกี คร้ัง
โดยภายหลังจากสิ้นสุดสงครามโลก ครั้งที่ ๒ ได้เกิดสงครามกลางเมืองถึง ๒ คร้ัง
ซ่ึงมีสาเหตุมาจากชาวกรีซที่นิยมคอมมิวนิสต์ภายใต้การสนับสนุนของโซเวียต
เมื่อพ้นจากสงครามกลางเมือง กรีซจึงได้เข้าร่วมกับองค์การนาโต้ (NATO) ต่อมา ในปี
ค.ศ. ๑๙๖๗ กรีซต้องตกอยู่ภายใต้การปกครองโดยรัฐบาลทหาร จนกระทั่งปี ค.ศ. ๑๙๗๔
รัฐบาลทหารได้หมดอํานาจลง โดยนายคอนแสตนติน คาราแมนลิส (Constantine
Karamanlis) ได้จัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ หลังจากได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งและ
เข้าดํารงตําแหนง่ นายกรัฐมนตรี ซึ่งมกี ารลงประชามตใิ ห้ยกเลิกระบบการปกครอง
โดยกษัตริย์และเปลี่ยนการปกครองเป็นแบบสาธารณรัฐโดยมีประธานาธิบดี
เป็นประมุข
- ๓๙ -
๓.๑๓ วันประกาศเอกราชและวันชาติ ค.ศ. ๑๙๗๑ สาธารณรัฐ
ประชาชนบังกลาเทศ(People'sRepublicofBangladesh)ตรงกับวันที่ ๒๖มีนาคม
สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ เดิมเป็นส่วนหนึ่ง
ของชมพูทวีป (อินเดีย) เคยเป็นดินแดนที่เจริญรุ่งเรือง
ของศาสนาพราหมณ์และพระพทุ ธศาสนามาก่อน ต่อมา
พ่อค้าชาวอาหรับได้นําศาสนาอิสลามเข้ามาเผยแผ่
จนชาวบังกลาเทศส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามมาจนถึงทุกวันน้ี ในปี ค.ศ. ๑๗๕๗
อังกฤษได้เข้าไปยึดครองชมพูทวีป และดินแดนแห่งน้ีได้ตกเป็นอาณานิคม
ของอังกฤษเกือบ ๒๐๐ ปี ต่อมา ในปี ค.ศ. ๑๙๔๗ ดินแดนแถบน้ีได้รับเอกราช
แต่บังกลาเทศก็ยังคงเป็นส่วนหน่ึงของปากีสถาน เรียกกันว่าปากีสถานตะวันออก
ต่อมา ชาวเบงกาลีในปากีสถานตะวันออกไม่พอใจการบริหารงานของรัฐบาลกลาง
ซ่งึ อยู่ในปากีสถานตะวนั ตก เนอ่ื งจากถกู แสวงหาประโยชน์และได้รับการปฏิบัติ
อย่างไม่เท่าเทียม ซ่ึงสร้างความเหล่ือมล้ําทางเศรษฐกิจระหว่างปากีสถานตะวันตก
และปากีสถานตะวันออก นอกจากนี้ปากีสถานท้ังสองยังมีความแตกต่างด้านภาษา
วัฒนธรรม และเชอ้ื ชาตอิ ีกด้วย ชาวเบงกาลีจงึ จัดตงั้ พรรค Awami League (AL) ขึ้นเมอ่ื ปี
ค.ศ. ๑๙๔๙ เพ่อื ปกป้องผลประโยชน์ของชาวเบงกาลี โดยมี Sheikh Mujibur Rahman
เป็นหัวหน้า และเม่ือวันท่ี ๒๖ มีนาคม ค.ศ. ๑๙๗๑ ปากีสถานตะวันออกได้ประกาศ
แยกตวั เป็นเอกราช ภายใตช้ ื่อ “สาธารณรฐั ประชาชนบงั กลาเทศ”
๔.วนั สาคัญประจาเดือนเมษายน
๔.๑ วันประกาศเอกราชค.ศ.๑๙๖๐สาธารณรัฐเซเนกัล(The Republic
of Senegal) ตรงกับวนั ท่ี ๔ เมษายน
สาธารณรัฐเซเนกัล เป็นประเทศท่ีอยู่ในแอฟริกา
ตะวันตก มีพรมแดนทางตะวันตกจรดมหาสมุทร
แอตแลนติก ทางเหนือจรดมอริเตเนีย ทางตะวันออก
จรดมาลี และทางใต้จรดกินีและกินี-บิสเซา โดยล้อม
- ๔๐ -
แกมเบียซ่ึงต้ังอยู่ทางตะวันตกของประเทศไว้เกือบท้ังหมด และมีหมู่เกาะ
เคปเวิร์ดตงั้ อยู่ห่างจากชายแดนตะวนั ตกไปราว ๕๖๐ กิโลเมตร ดินแดนเซเนกัล
ได้รับการบันทึกในประวัติศาสตร์ นับแต่คริสต์ศตวรรษที่ ๘ โดยเป็นส่วนหนึ่ง
ของอาณาจักรกานา ประมาณคริสต์ศตวรรษท่ี ๑๕ โปรตุเกสเริ่มจัดตั้งสถานี
การค้าในบริเวณดังกล่าว ตามด้วยชาวดัทช์ อังกฤษ และฝร่ังเศส ในปี ค.ศ.
๑๘๙๕ ฝร่ังเศสได้เข้ายึดครองดินแดนประเทศเซเนกัลเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ
แอฟริกาตะวันตกของฝรั่งเศส ซึ่งต่อมาวันที่ ๔ เมษายน ค.ศ. ๑๙๖๐ ได้รับเอกราช
จากประเทศฝรั่งเศสหลังจากท่ีต้องตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสนานถึงสามร้อยปี
ซ่ึงเซเนกัลได้รับเอกราชโดยรวมอยู่ในสหพันธรัฐมาลี และได้ถอนตัวจากสหพันธรัฐมาลี
เพ่ือเป็นประเทศเอกราชอย่างแท้จริงในเดือนสิงหาคมปีเดียวกันโดยมีนาย Sedar
Senghor เป็นประธานาธบิ ดีคนแรก
๔.๒ วันพระราชสมภพ สมเด็จพระราชาธิบดีฟิลีป ค.ศ. ๑๙๖๐
ราชอาณาจักรเบลเยียม(His Majesty King Philippe of the Belgians) ตรงกับ
วันที่ ๑๕เมษายน
สมเดจ็ พระราชาธิบดีฟิลีป ทรงเสด็จพระราชสมภพ
เม่ือวันท่ี ๑๕ เมษายน ค.ศ. ๑๙๖๐ เป็นพระมหากษัตริย์
รัชกาลท่ี ๗ แห่งราชอาณาจักรเบลเยียม เป็นพระราชโอรส
พระองค์ใหญใ่ นสมเด็จพระราชาธบิ ดอี ัลแบรท์ ี่ ๒ และสมเด็จ
พระราชิ นี เปาลาแห่ งเบลเยี ยม ทรงสื บราชสมบั ติ ขึ้ นเป็ นพระมหากษั ตริ ย์
เม่ือวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ค.ศ. ๒๐๑๓ ภายหลังจากการสละราชสมบัติของสมเด็จ
พระราชบิดาอันเนื่องมาจากปัญหาพระพลานามัย โดยหลังจากการเสด็จข้ึนครองราชสมบัติ
เจ้าหญิงเอลีซาแบ็ต พระราชธิดาพระองค์ใหญ่ จึงดํารงพระราชอิสริยยศเป็นดัชเชส
แห่งบราบนั ท์ รชั ทายาทพระองค์ตอ่ ไปของเบลเยียม
- ๔๑ -
๔.๓ วันพระราชสมภพ สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอ ท่ี ๒
ค.ศ.๑๙๔๐ราชอาณาจักรเดนมาร์ก (Kingdom of Denmark หรือDanish Realm)
ตรงกับวนั ที่ ๑๖เมษายน
สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ ๒แห่งราชอาณาจักร
เดนมาร์ก ทรงพระราชสมภพเม่ือวันท่ี ๑๖ เมษายน ค.ศ. ๑๙๔๐
เป็นพระราชธิดาองค์ใหญ่ในสมเด็จพระเจ้าเฟรเดอริก ท่ี ๙
แห่งเดนมาร์ก (His Majesty King Frederik IX) และสมเด็จ
พระราชินีอินกริด (Her Majesty Queen Ingrid) สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอ
ที่ ๒ แห่งเดนมาร์ก (Her Majesty Queen Margrethe II) ทรงอภิเษกสมรสกับเจ้าชาย
เฮนริก (His Royal Highness Prince Henrik) เม่ือวันที่ ๑๐ มิถุนายน ค.ศ.
๑๙๖๗ และมีพระราชโอรส ๒ พระองค์ คือ เจ้าชายเฟรเดอริก (HRH Crown
Prince Frederik) และเจ้าชายโจอาคิม (HRH Prince Joachim) ทรงเป็นสมเด็จ
พระราชินนี าถแหง่ ราชอาณาจักรเดนมาร์กตงั้ แตว่ ันที่ ๑๔ มกราคม ค.ศ. ๑๙๗๒
๔.๔ วันพระราชสมภพ แกรนด์ ดยุค อองรี ท่ี ๑ ค.ศ. ๑๙๕๕ ราชรัฐ
ลกั เซมเบิร์ก(Grand Duchy of Luxembourg) ตรงกบั วันที่ ๑๖เมษายน
แกรนด์ ดยุค อองรี ท่ี ๑ แห่งราชรัฐลักเซมเบิร์ก
ทรงพระราชสมภพเมื่อวันท่ี ๑๖ เมษายน ค.ศ. ๑๙๕๕
เป็นพระราชโอรสองค์แรกใน แกรนด์ ดยุค ฌอง แห่งราชรัฐ
ลักเซมเบิร์ก และแกรนด์ ดัชเชสโจเซฟีน-ชาร์ล็อต
ทรงศึกษาในประเทศลกั เซมเบิร์กและฝร่งั เศสไดร้ บั ปริญญาตรี ในปี ค.ศ. ๑๙๗๔
จากนั้นทรงศึกษาด้านรัฐศาสตร์ท่ีมหาวิทยาลัยเจนีวา ทรงสําเร็จการศึกษา
ในปี ค.ศ. ๑๙๘๐ พระองค์ได้อาสาเข้าฝึกในวิทยาลัยการทหารของประเทศ
อังกฤษ ทรงข้ึนครองราชย์ในวันท่ี ๗ ตุลาคม ค.ศ. ๒๐๐๐ อภิเษกสมรสกับ
นางสาวมาเรยี เทเรซา เมสตร์ มพี ระราชโอสรและพระราชธิดา รวม ๕ พระองค์
- ๔๒ -
๔.๕ วันประกาศเอกราช ค.ศ. ๑๙๔๖ สาธารณรัฐอาหรับซีเรีย
(Syrian Arab Republic)ตรงกบั วันที่ ๑๗เมษายน
สาธารณรัฐอาหรับซีเรีย เป็นประเทศในเอเชีย
ตะวันตกเฉียงใต้ มีพรมแดนติดกับ (จากใต้ไปเหนือ)
ประเทศเลบานอน ประเทศอิสราเอล ประเทศจอร์แดน
ประเทศอิรัก และประเทศตุรกี ซีเรียเคยอยู่ภายใต้การ
ปกครองของฝรั่งเศส และได้รับเอกราชเม่ือวันท่ี ๑๗ เมษายน ค.ศ. ๑๙๔๖ ต่อมา
ในปี ค.ศ. ๑๙๗๐ พันเอก Hafez al - Assad ได้ก่อรัฐประหารยึดอํานาจปกครองประเทศ
และในปี ค.ศ. ๑๙๗๑ ได้ดํารงตําแหน่งประธานาธิบดีของซีเรียจนถึงอสัญกรรม
ซีเรียเป็นประเทศค่อนข้างปิด โดยเฉพาะในสมัยของประธานาธิบดี Hafez al- Assad
เป็นประเทศนิยมอาหรับและมีนโยบายต่อต้านตะวันตกและอิสราเอล นอกจากนั้น
ซเี รยี มีอทิ ธพิ ลต่อเลบานอนในด้านความม่นั คง
๔.๖วันประกาศเอกราชค.ศ.๑๙๘๐สาธารณรัฐซิมบับเว(Republic of
Zimbabwe)ตรงกบั วันท่ี ๑๘เมษายน
สาธารณรัฐซิมบับเว เป็นประเทศที่ไม่มีทางออก
สู่ทะเลที่ต้ังอยู่ทางตอนใต้ทวีปแอฟริกา อยู่ระหว่างแม่น้ํา
ซัมเบซีและแม่นํ้าลิมโปโป มีอาณาเขตทิศเหนือติดกับ
ประเทศแซมเบีย ทิศตะวันออกติดกับประเทศโมซัมบิก
ทิศตะวันตกติดกับประเทศบอตสวานา และทิศใต้ติดกับประเทศแอฟริกาใต้
มีพ้ืนที่ประเทศ ๓๙๐,๕๘๐ ตารางกิโลเมตร เมืองหลวง คือ กรุงฮาราเร พื้นที่ของ
สาธารณรัฐซิมบับเวในอดีต คือ ดินแดน Southern Rhodesia ซ่ึงถูกเจ้าอาณานิคม
(อังกฤษ) รวมเข้ากับ Northern Rhodesia (ปัจจุบันคือแซมเบีย) และ Nyasaland
(ปัจจุบันคือมาลาวี) และก่อต้ังข้ึนเป็นสหพันธรัฐแอฟริกากลาง (The Central
African Federation) ในปี ค.ศ. ๑๙๕๓ โดยสหพันธรัฐแอฟริกากลางมีกรุง Salisbury
- ๔๓ -
(ปัจจุบันคือ กรุง Harare) เป็นเมืองหลวง ต่อมาภายหลังจากการได้รับเอกราชของ
มาลาวีและแซมเบีย สหพันธรัฐแอฟริกากลางน้ีก็ล่มสลาย ดินแดน Southern Rhodesia
จึงได้เปล่ียนชื่อเป็น Rhodesia โดยอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลผิวขาว
ของนาย Ian Smith ซึ่งได้ประกาศแถลงการณ์อิสรภาพฝ่ายเดียว ในปี ค.ศ. ๑๙๖๕
โดยมีจุดยืน คือ การประกาศเอกราชจากอังกฤษ คนผิวดําในซิมบับเวมีกระบวนการ
ต่อต้านการปกครองของคนผิวขาวในรูปแบบของกองกําลังทหาร คือ สหภาพชาวแอฟริกัน
แห่งชาติซิมบับเว (The Zimbabwe African National Union - ZANU) ซ่ึงนําโดย
นาย Robert Mugabe กลุ่ม ZANU นับเป็นศูนย์รวมการต่อสู้ทางการเมืองของ
ชาวผิวดําในซิมบับเว และใช้การเคล่ือนไหวต่อต้านการปกครองของอังกฤษ
ด้วยขบวนการแบบกองโจร ในปี ค.ศ. ๑๙๗๙ รฐั บาลองั กฤษไดจ้ ดั ประชุมหลายฝ่าย
ในกรุงลอนดอนผลการประชุมนําไปสู่การเลือกตั้งในปี ค.ศ. ๑๙๘๐ ซ่ึงกลุ่ม ZANU ได้รับ
ชัยชนะและเข้าครองอํานาจการบริหารประเทศในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๙๘๐
หลงั จากซิมบบั เวได้รบั เอกราชจากองั กฤษ ตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๙๘๐
๔.๗ วันพระราชสมภพ สมเด็จพระราชาธิบดีอึมสวาติ ท่ี ๓ ค.ศ.
๑๙๖๘ราชอาณาจกั รเอสวาตินี (KingdomofeSwatini)ตรงกบั วนั ท่ี ๑๙เมษายน
สมเด็จพระราชาธิบดีอึมสวาติ ท่ี ๓แห่งราชอาณาจักร
เอสวาตนิ ี ทรงพระราชสมภพ เมอื่ วันที่ ๑๙ เมษายน ค.ศ. ๑๙๖๘
ณ กรุงอัมบาบาเน เป็นพระราชโอรสพระองค์ท่ี ๒ จาก
จํานวนพระโอรสทั้งหมด ๖๗ พระองค์ ในสมเด็จ
พระราชาธิบดีซบบูซาที่ ๒ และเป็นพระราชโอรสพระองค์เดียวในสมเด็จ
พระราชชนนีเนตอมบี เป็นพระประมุขตามระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์
ทรงมีพระชายา ๑๒ พระองค์ มีพระราชโอรส ๒ พระองค์ และพระราชธิดา
๗ พระองค์ ทรงเข้าศึกษาระดับมัธยมปลายท่ี Sherbourne School, Dorset จาก
- ๔๔ -
สหราชอาณาจักร ทรงเปลี่ยนช่ือประเทศจากสวาซิแลนด์ มาเป็น “ราชอาณาจักรแห่ง
เอสวาตินี” (the Kingdom of eSwatini) การประกาศเปลี่ยนชื่อประเทศของ
กษัตริยส์ วาซิแลนด์ เกดิ ขน้ึ เมอื่ วันที่ ๑๘ เมษายน ค.ศ. ๒๐๑๘ ภายในงานเฉลิม
ฉลอง ๕๐ ปี การประกาศเอกราชของประเทศ และยังเป็นงานฉลองพระชนมายุ
ครบ ๕๐ พรรษาของพระองค์ พระองค์เป็นหน่ึงในกษัตริย์ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์
พระองค์สุดท้ายในโลกน้ี โดยพระองค์มีพระราชอํานาจในการแต่งต้ังนายกรัฐมนตรี
สมาชิกของคณะรัฐมนตรี และตลุ าการ ประเทศไทยและราชอาณาจักรเอสวาตินี
สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทตู ระหว่างกนั เมื่อวนั ท่ี ๑๗ มกราคม ค.ศ. ๑๙๙๑
๔.๘ วันพระราชสมภพ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธ ที่ ๒
ค.ศ.๑๙๒๖สหราชอาณาจักรบรเิ ตนใหญแ่ ละไอรแ์ ลนด์เหนือ(United Kingdom
of Great Britain and Northern Ireland )ตรงกับวันท่ี ๒๑เมษายน
สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธ ท่ี ๒ แห่งสหราช
อาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ ทรงพระราชสมภพ
เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ค.ศ. ๑๙๒๖ ทรงเป็นพระมหากษัตรีย์
แห่งรัฐท่ีปกครองตนเองโดยอิสระสิบหกรัฐพระองค์ทรง
ประทับร่วมกับพระราชวงศ์อังกฤษในสหราชอาณาจักร ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์
มีลักษณะดั้งเดิมทางประวัติศาสตร์ นอกเหนือจากสหราชอาณาจักรแล้ว
พระองค์ยังทรงเป็นสมเด็จพระบรมราชินีนาถแห่งแคนาดา ออสเตรเลีย
นิวซีแลนด์ จาเมกา บาร์เบโดส หมู่เกาะบาฮามาส เกรนาดา ปาปัวนิวกินี
หมู่เกาะโซโลมอน ตูวาลู เซนต์ลูเซีย เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ แอนติกา
และบาร์บูดา เบลิซ และเซนต์คิตส์และเนวิส ซึ่งมีข้าหลวงใหญ่ทําหน้าท่ีเป็น
ผสู้ ําเรจ็ ราชการแทนพระองค์ในแต่ละแห่งในสิบหกประเทศ ซึ่งพระองค์ทรงเป็น
สมเด็จพระราชินีนาถ พระองค์ทรงเสวยราชย์เป็นสมเด็จพระบรมราชินีนาถ