- ๒๔๕ -
๓๑. โรงแรมโซฟิเทลเซ็นทาราแกรนด์ (Sofitel Centara Grand Hotel)
ตั้งอยู่ท่ี เลขที่ ๑๖๙๕ ถนนพหลโยธิน แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
โทร. ๐ ๒๕๔๑ ๑๒๓๔ โทรสาร ๐ ๒๕๔๑ ๑๐๘๗ เปน็ โรงแรมท่ีมหี ้องพกั บริการ
๔๓๙ ห้อง อยูต่ ิดกบั ห้างเซน็ ทรลั พลาซา่ ลาดพรา้ ว
๓๒. โรงแรม รามา การ์เดนส์ (Rama Gardens Hotel) ต้ังอยู่ที่
เลขท่ี ๙/๙ ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงคลองบางเขน เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
โทร. ๐ ๒๑๘๖ ๓๑๘๖ โทรสาร ๐ ๒๑๘๖ ๓๑๘๒ เป็นโรงแรมที่มีห้องพักบริการ
๑๓๘ ห้อง บรรยากาศเงียบสงบเป็นส่วนตัว พร่ังพร้อมไปด้วยส่ิงอํานวยความ
สะดวกครบครัน
- ๒๔๖ -
๓๒. โรงแรมมริ าเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น(Miracle Grand Convention
Hotel) ต้ังอยู่ท่ี เลขที่ ๙๙ ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักส่ี
กรุงเทพมหานคร โทร./โทรสาร ๐ ๒๕๗๕ ๕๕๙๙ เป็นโรงแรมหรูมีความสูง ๑๖ ชั้น
มีหอ้ งพกั บริการ ๒๗๐ ห้อง แต่ละห้องมรี ูปแบบทันสมัย
๓๓.โรงแรมริชมอนด์ (Richmond Hotel) ตั้งอยู่ท่ี เลขที่ ๖๙/๗๘๓-๗๘๘
ถนนรัตนาธิเบศร์ ตําบลบางกระสอ อําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี
โทร. ๐ ๒๘๓๑ ๘๘๘๘ โทรสาร ๐ ๒๘๓๑ ๘๘๗๗ เป็นโรงแรมหรูในจังหวัด
นนทบรุ ี มสี งิ่ อาํ นวยความสะดวกและบรกิ ารที่ครบครัน
- ๒๔๗ -
จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้นเป็นข้อมูลเพียงส่วนหน่ึงท่ีรวบรวมได้
ซ่ึงหากผู้อ่านสนใจต้องการทราบข้อมูลโรงแรมต่างๆ เพิ่มเติมก็สามารถค้นหา
ผ่านเว็บไซด์ http://www.google.co.th , http://www.booking.com , http://www.agoda.co.th
กจ็ ะได้ขอ้ มลู ท่ปี ระสงค์ตอ่ ไป
**************************************
บทที่ ๔
มารยาทต่างๆ ทางการทูต
----------------------------------
มารยาทเป็นระเบียบแบบแผนความประพฤติอันดีงามท่ีแสดงถึง
พฤติกรรมท่ีสุภาพเรียบร้อย ละมุนละไม ทั้งทางกาย วาจา โดยมีจิตใจเป็นตัวกําหนด
พฤติกรรมให้แสดงออกได้อย่างเหมาะสม มารยาทเป็นองค์ประกอบย่อยของ
วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ประจําชาติ เช่น มารยาทไทยเป็นกิริยามารยาทที่
คนไทยได้สร้างสรรค์ให้มีความเหมาะสมกับลักษณะนิสัยของคนไทยและ
สภาพแวดล้อมของประเทศไทย เป็นต้น ส่วนมารยาททางการทูตเป็นเรื่องสําคัญ
ท่ีจะช่วยให้นักการทูตประสบความสําเร็จในการดําเนินงานทางการทูตหรือการเข้าสังคม
ทางการทูต มารยาททางการทูต ประกอบด้วย จรรยามารยาท ระเบียบพิธีประจําชาติ
มารยาทสากล ขนบธรรมเนียม และระเบียบพิธีที่ถือปฏิบัติในทางการทูตท่ัวไป
มารยาทท่ีเหมาะสมขึ้นอยู่กับไหวพริบในการที่จะเลือกใช้และแสดงออก อย่าง
ถูกต้องเหมาะสมกับสถานการณ์และกาลเทศะ หลักการสําคัญ คือ ความพอดีและ
การแสดงออกที่เป็นธรรมชาติ ส่ิงสําคัญที่ควรคํานึง คือ มารยาทเป็นเร่ืองท่ีมีความ
แตกต่างกันได้ เน่ืองจากบุคคลมาจากสังคมท่ีแตกต่างกัน นอกจากนี้มารยาท
ที่ดีสามารถเสริมสร้างด้วยความสะอาดของร่างกาย ความสะอาดและความเหมาะสม
ของเครื่องแต่งกายตามลักษณะบุคลิกภาพ รูปแบบ ความนิยมและกาลเทศะ
ซ่ึงจะสร้างความประทับใจให้กับคู่สนทนาและผู้ท่ีพบเห็น จึงเป็นเร่ืองสําคัญประการ
หนึง่ ที่จะชว่ ยให้การดาํ เนนิ งานทางการทูต รวมถงึ การเข้าร่วมงานทางการทตู ประสบ
ความสําเร็จอย่างน่าประทับใจ ในบทนี้จะขอกล่าวถึงมารยาทต่างๆ ทางการทูต
ท่ี จํ าเป็ นสํ าหรั บผู้ ที่ ไปเข้ าร่ วมง านหรื อสํ าหรั บใช้ ในการเตรี ยมการต้ อนรั บ
ผูม้ าเยอื น โดยมีรายละเอียดตามลําดบั ดังนี้
- ๒๔๙ -
๔.๑ การทกั ทายและการแนะนาตัว
ชาวต่างประเทศโดยเฉพาะชาติตะวันตกจะถือกันว่า เรื่องของการ
ทักทายและการแนะนําตัวเป็นเรื่องท่ีสําคัญมาก ถือเป็นมารยาทที่ดีงามจะเว้น
เสยี มิไดเ้ ลย หนังสอื มารยาทสังคมที่เขียนโดยชาวต่างประเทศไม่ว่าเล่มใดจะนํา
เรื่องนี้กล่าวไว้ในบทแรกๆ ดังน้ัน จึงขออธิบายเร่ืองดังกล่าวออกเป็นสองส่วน
ส่วนแรกจะกล่าวถึงการทักทาย และส่วนที่สองจะกล่าวถึงการแนะนําตัว เนื่องจาก
ก่อนเข้าสสู่ ถานที่จดั งานน้นั ๆ คณะของเอกอัครราชทูตจะยืนต้อนรับแขกท่ีได้รับ
เชญิ อยู่ด้านหนา้ หอ้ งทีจ่ ดั งาน โดยจะมกี ารทกั ทายและแนะนําตัวอย่างพอสมควร
๔.๑.๑ การทกั ทาย
การทักทายจัดว่าเป็นอารยธรรมที่งดงามอย่างย่ิงของมวลมนุษยชาติ
เป็นส่ิงท่ีควรเรียนรู้อันดับแรก เพราะว่าเป็นสิ่งที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาช้านานของ
ชนชาติผู้เป็นเจ้าของวิธีการทักทาย โดยอาจมีความแตกต่างกัน เช่น การประนมมือไหว้
การจับมือ การโค้งคํานับ เป็นต้น การจับมือทักทายเป็นธรรมเนียมท่ีนิยมสําหรับ
ชาติตะวันตกโดยเฉพาะชาวยุโรป เจ้าภาพจะต้องจับมือกับผู้เข้าร่วมงานทุกคน
- ๒๕๐ -
ทเ่ี ดินเข้ามาในงาน ท้ังๆ ที่อาจจะพบกันมาก่อนหน้าแล้วเพียงไม่กี่ช่ัวโมงก็ตาม
ในสังคมทั่วไปยังถือกันอย่างเคร่งครัดว่า สุภาพบุรุษพึงจับมือกันเม่ือถูกแนะนํา
แต่ไม่จําเป็นระหว่างสุภาพสตรีกับสุภาพสตรี เม่ือมีการแนะนําให้สุภาพบุรุษ
ได้รู้จักกับสุภาพสตรี ตามปกติสุภาพสตรีก็จะก้มศีรษะให้เล็กน้อยแล้วกล่าวว่า
How do you do ? ต่อจากนั้นจะเป็นการตัดสินใจของสุภาพสตรีว่าจะย่ืนมือ
ให้จับหรือไม่ ถ้าบังเอิญสุภาพบุรุษยื่นมือออกมาแล้วก็เป็นมารยาทท่ีดีของ
สภุ าพสตรีท่ีจะยอมสัมผสั มอื เพ่อื มติ รภาพท่ีดตี อ่ ไป
เมื่อพบปะกันจะทักทายด้วยประโยคดังน้ีตามกาลและโอกาส
คือ Good Morning (เมื่อเป็นเวลาจากเช้าถึงเที่ยง) หลังจากน้ันไปก็ใช้คําว่า
Good Evening หรือ How are you ? ซึ่งคําว่า How are you ? ท่ีอาจแปลได้ว่า
“ท่านสบายดีหรอื ” น้นั ผพู้ ูดไมไ่ ดป้ ระสงคต์ อ้ งการจะทราบคําตอบเกี่ยวกับสุขภาพ
ของผู้ฟัง แต่เป็นเพียงคําทักทาย และคําตอบกลับส่วนมาก คือ Al right , thank you
ส่วนคาํ วา่ Good Afternoon น้นั ไมน่ ิยมใชเ้ ป็นคําทักทายกันในเวลาบ่าย แต่จะใช้
ทกั ทายกนั อย่างเป็นทางการ เช่น องค์ปาฐกกล่าวทักทายนํา หรือโฆษกกล่าวนํา
ในรายการโทรทัศน์ เป็นต้น ส่วนคําว่า Goodbye หรือGood-byeน้ัน เป็นการกล่าวอําลา
โดยท่ัวไปไม่จํากัดเวลา ซ่ึงผิดกับคําว่า Good Night ท่ีกล่าวอําลาเม่ือลาจากกัน
ในตอนเยน็ หรอื อําลาไปเพอื่ จะเข้านอน
๔.๑.๒ การแนะนาตวั
งานเล้ียงรับรอง (Reception) ถ้าท่านยืนสนทนาและมีคนรู้จักอีกคนหน่ึง
เดินเข้ามาทักทายจะสนทนากับท่าน สิ่งแรกท่ีจะต้องปฏิบัติ คือ แนะนําผู้มาใหม่
ให้รู้จักกับผู้ท่ียืนสนทนาอยู่เดิมแล้ว ซึ่งถือเป็นมารยาทท่ีควรปฏิบัติ สําหรับชาว
ต่างประเทศยงั มีระเบียบปฏิบตั มิ ากยิ่งขนึ้ ไปอีก นบั แต่การใช้ภาษาให้ถูกต้องและ
ยังมีข้อควรปฏิบัติและไม่ควรปฏิบัติที่เกี่ยวข้องอีกมากมาย สําหรับการแนะนําท่ัวๆ ไป
ในเบื้องต้นจะมลี กั ษณะ ดงั น้ี
- ๒๕๑ -
๑) การแนะนาํ บคุ คลทว่ั ไปโดยใชภ้ าษาองั กฤษ เช่น Mrs. Corning, may I
present Colonel Robert? ประโยคดังกล่าวจะสังเกตเห็นได้ว่า จะกล่าวช่ือสกุล
เพยี งชอื่ เดียว เพราะถือว่ายังไม่คุ้นเคยกันที่จะเรียกชื่อตัวได้ ชาวตะวันตกยังถือปฏิบัติ
เคร่งครัดด้วยว่า ควรแนะนําผู้อ่อนวัยต่อผู้มีอาวุโส ควรแนะนําสุภาพบุรุษต่อ
สุภาพสตรี ไม่ว่าสุภาพบุรุษน้ันจะมีอาวุโสสูงสุดเพียงใดก็ตาม จะยกเว้นให้แต่เพียง
ประมุขของประเทศ พระบรมวงศานุวงศ์ และพระภิกษุหรือนักบวชอาวุโสเทา่ น้ัน
๒) การแนะนําบุคคลต่อเอกอัครราชทูตอาจกล่าวได้สองลักษณะ เช่น
Mrs. Corning, may I present His Excellency, the British Ambassador?
หรือจะกล่าวว่า Your Excellency, may I present you to Mrs. Corning? ก็ได้
ทั้งน้ี สังเกตจากประโยคดังกล่าวได้ว่าจะไม่มีการกล่าวช่ือของเอกอัครราชทูต
แต่จะแนะนําดว้ ยการกลา่ วเพยี งช่ือตําแหน่งเท่านนั้
๓) การแนะนําบุคคลในโอกาสท่ีไม่เป็นทางการ ระดับการแนะนํา
อาจลดน้อยลงจนเหลือเพียงคํากล่าวส้ันๆ เช่น เม่ือจะแนะนํา พันเอก โรเบิร์ด
ให้รู้จักกับนางคอร์นิงอาจจะกล่าวแต่เพียงว่า Mrs. Corning Colonel Robert.
๔) การแนะนําภริยาของตนเอง สามารถกระทําได้ในลักษณะเดียวกัน
คือ กล่าวว่า Colonel Robert, may I present you to my wife?
ถ้าหากเปน็ เพือ่ นสนทิ สนมกนั กอ็ าจกลา่ ววา่ Bob, I want you to meet my wife.
๕) การแนะนําบุคคลในงาน Reception ท่ีมีผู้ร่วมงานจํานวนมาก
และท่านอาจไม่แน่ใจว่าแขกของท่านจะเคยรู้จักกันมาแต่ก่อนแล้วหรือไม่ อาจแนะนํา
ดว้ ยประโยคคําถามไปในตวั ดังน้ี
Colonel Robert, do you know Mr. Smith? หรอื
Mrs. Corning, you know Mrs. Miles, don’t you? หรือ
Mrs. Jones, have you met Mrs. Robert?
- ๒๕๒ -
๖) การแนะนําบุคคลในงานเลี้ยงอาหารค่ํา Dinner เจ้าภาพจะต้อง
แนะนําแขกให้รู้จักกันทั้งหมด แต่ถ้ามีแขกจํานวนมากก็อาจจะแนะนําเพียงคู่ท่ีจะต้อง
เดินเข้าสู่โต๊ะอาหารด้วยกันเท่านั้น หรือหากท่านอยากรู้จักกับบุคคลผู้หนึ่ง
ก็อาจจะเข้าไปขอแนะนําตนเองได้ โดยอาจกล่าวว่า Mrs. Grey, aren’t you a
friend of my mother? I am Mrs. John Smith’s daughter. ซ่ึงนางเกรย์ควรจะ
กลา่ วตอบว่า Yes, indeed, I am. I am so glad you spoke to me. เมือ่ มีผทู้ ี่ไม่
รู้จักเข้ามาถามว่า Aren’t you Muriel Manners? ผู้ถูกถามควรจะตอบรับเพียง
คําเดียวว่า Yes แล้วรอฟังคําอธิบายต่อไป ผู้ถามก็จะกล่าวต่อไปว่า I think my
sister Milicent Brown is a friend of yours. เม่ือทราบดังน้ีแล้วผู้ถูกถามจะย่ืน
มอื ให้สมั ผสั ยม้ิ ให้ และอาจจะถามวา่ Are you George or Alec? แลว้ เม่ือผู้ถาม
แจ้งว่าตนช่ือ “แอเล็ค” ผู้ถูกถามก็ควรจะกล่าวต่อไปด้วยว่า Well, Alec, I am glad to
meet you at last. (จาก ETIQUETTE โดย Emily Post หน้า ๑๔ และ ๑๕)
ก่อนที่จะจบหัวข้อนี้ยังมีข้อแนะนําอื่นๆ ที่เก่ียวข้องควรทราบไว้
เป็นความรู้ คือ มารยาทของการลุกขึ้นและการนั่ง ซ่ึงมีกฎท่ัวไปกล่าวไว้ว่า
สุภาพบุรุษจะต้องลุกข้ึนยืนเสมอ เมื่อสุภาพสตรีเดินทางเข้ามาในห้องนั้น
(ใช้เฉพาะในห้องโถงภายในอาคารบ้านพัก) ไม่ใช่หมายความรวมไปถึงห้องอ่ืน
ท่ัวไป เช่น ภัตตาคาร หรือห้องพักรอผู้โดยสารขาออกที่ท่าอากาศยาน เป็นต้น
นอกเสียจากว่ าสุภาพสตรีผู้น้ั น ได้เดินเข้าม าทักทายก็ควรท่ีจะรีบลุกข้ึนยื น
เสียก่อนเริ่มการสนทนา และข้อแนะนําอีกเร่ือง คือ การใช้ภาษาคําที่เหมาะสม
ทส่ี ุดสาํ หรบั กล่าวขอโทษ ควรใชค้ าํ วา่ I’m sorry! หรอื Excuse me
๔.๒ การพฒั นาบุคลกิ ภาพและการแต่งกาย
บุคลกิ ภาพในทางสังคม หมายถงึ ภาพของแต่ละบคุ คลท่ีปรากฏใน
ด้านการแต่งกาย ท่วงทีกริยาและการแสดงออกท่ีจะทําให้ผู้พบเห็นเกิดความประทับใจ
ทั้งในด้านบวกหรือด้านลบ ผู้ที่ปรากฏกายอย่างดีทั้งด้านการแต่งกายและมารยาท
- ๒๕๓ -
สังคมอันดีจะเป็นท่ีประทับใจ บุคลิกภาพเป็นส่ิงที่สามารถพัฒนาได้ด้วยการฝึกฝน
เช่น การฝึกท่วงทีกริยา การแต่งกายให้เหมาะสมกับกาลเทศะ การมีมารยาทสังคมที่ดีฯลฯ
สําหรบั การแตง่ กายเปน็ ส่งิ ท่ีแสดงออกถงึ บคุ ลกิ ภาพของบุคคลที่จะทําให้พิจารณาได้
ว่าบุคคลน้ันมีอุปนิสัย รสนยิ ม ฐานะความเป็นอยู่ อาชพี ตําแหน่งหน้าท่ีการงาน
เป็นอย่างไร และยังสามารถบ่งบอกถึงเชื้อชาติและวัฒนธรรมของบุคคลน้ันได้ด้วย
แม้ว่าบุคคลน้ันจะยังไม่ได้แสดงกิริยาวาจาใดออกมาก็ตาม ซึ่งการพัฒนาบุคลิกภาพ
และการแตง่ กายมรี ายละเอยี ดพอสงั เขปตามลาํ ดบั ดังนี้
๔.๒.๑ การเสรมิ สรา้ งบุคลกิ ภาพ
การเสริมสร้างบุคลิกภาพสามารถพัฒนาได้ ต้ังแต่การเคลื่อนไหว
การทรงตัว การพูด ความสะอาด ความนึกคิดที่ดี ซึ่งสามารถฝึกฝนได้เบ้ืองต้น
ดงั นี้
- การนงั่ ควรนัง่ ไหลต่ รง หลังตรง วางมือในทอ่ี ันควร
- การยนื ควรยนื ตัวตรงอกผายไหลผ่ ึง่ ขาตรงเท้าชิดหรอื เบยี่ งเลก็ นอ้ ย
- การเดนิ และการเคลอื่ นไหว ควรเดินตัวตรง ศีรษะต้ังตรง แกว่งแขนเพียง
เลก็ น้อยพองาม
- การหยิบของทีพ่ น้ื ควรย่อตวั ลงหยิบ ไม่ใชก่ ม้ ทัง้ ตัวลงหยิบ
- การพูด ควรพูดด้วยจังหวะที่ดี ใช้น้ําเสียงที่จริงใจ ให้ความรู้สึก
ที่เป็นมิตร
- ๒๕๔ -
- การแสดงสีหน้าควรแสดงสีหน้าปกติไม่แสดงความยินดี โกรธ
หรอื เยน็ ชาจนเกินไป
- การคิด ควรคดิ แตส่ ่ิงท่ีดี ไมห่ มกมนุ่ อย่กู ับความทกุ ข์
- การรักษาสุขภาพและความสะอาด ควรรักษาน้ําหนักตัวให้เหมาะสม
กับความสูง รักษาสุขภาพกายและจิตให้ดีอยู่เสมอ รักษาความสะอาดของร่างกาย
สุขภาพที่ดีจะสง่ ผลให้บุคลิกภาพดดี ว้ ยเชน่ กัน
๔.๒.๒ การแตง่ กาย
การแต่งกายให้เหมาะสมกับกาละและเทศะ หมายถึง การใช้เส้ือผ้า
รวมถึงเครื่องประดับตกแต่งร่างกายต้ังแต่ศีรษะจรดเท้าโดยให้เหมาะสมกับ
กาละ คือ เหมาะสมกับเวลากลางวัน กลางคืน งานเลี้ยงต่างๆ และเหมาะสมกับ
เทศะ คือ เหมาะสมกับสถานท่ี เช่น สถานทีร่ าชการ โรงเรียน โรงภาพยนตร์ เป็นต้น
๑) ความสาคญั ของการแตง่ กาย มีอยดู่ ว้ ยกนั หลายประการ เช่น
เพอ่ื ป้องกันอนั ตราย เหน็ ได้จากการใส่เสอื้ ผ้าเพ่ือป้องกันความหนาว การใส่เส้ือ
แขนยาวเพื่อป้องกันแสงแดด หรือการแต่งกายเพื่อดึงดูดความสนใจ และความสวยงาม
การแต่งกายเพื่อแสดงฐานะทางสังคม เช่น เคร่ืองแบบนักศึกษา เจ้าหน้าท่ีตํารวจ
หรือการแต่งกายด้วยเส้ือผ้าและเคร่ืองประดับราคาแพงก็สามารถบ่งบอกถึง
ฐานะทางสังคมได้เช่นกัน นอกจากน้ี การแต่งกายยังบ่งบอกถึงขนบธรรมเนียม
และความสภุ าพ ซึ่งแต่ละท้องถิ่นจะมีลักษณะแบบแผนของตนเอง เช่น ธรรมเนียม
ตะวนั ตก ถ้าเป็นงานพธิ กี ารจะตอ้ งแตง่ กายครบชดุ สวมถุงน่อง รองเทา้ หมวก ถงุ มือ
เป็นต้น
๒) หลักเกณฑ์โดยยอ่ สาหรบั การแต่งกาย
๒.๑) เคร่ืองแต่งกายสําหรับโอกาสต่างๆ มีอยู่อย่างไรบ้าง การรู้จัก
และเข้าใจว่าเคร่ืองแต่งกายประเภทใดเหมาะสมกับโอกาสใด จะทําให้การแต่งกาย
ดูเรียบร้อย งดงามและเข้ากับบรรยากาศได้ดี ดังนั้น เพ่ือให้มองเห็นภาพอย่างชัดเจน
- ๒๕๕ -
ท่านลองนึกถึงการแต่งกายชุดสําหรับไว้ทุกข์ไปในงานฉลองการสมรส เมื่อท่าน
สบสายตากับคนอื่นๆ จะให้ความรู้สึกอย่างไร ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าการแต่งกาย
ถูกตอ้ งเหมาะสมมีความจาํ เปน็ เพียงใดสาํ หรบั การเขา้ สงั คม
๒.๒) เครอ่ื งแตง่ กายสําหรับโอกาสต่างๆมลี กั ษณะอย่างไรเครอ่ื งแต่งกาย
สําหรับโอกาสต่างๆ จะมีลักษณะเฉพาะในแต่ละโอกาส เคร่ืองแต่งกายชุดใดมีลักษณะ
อย่างไร เป็นเรื่องที่เราจะต้องรู้จักและเข้าใจเพื่อจะได้แต่งกายถูกต้อง เช่น การแต่งกาย
ชุด Black Tie มีองค์ประกอบอย่างไรบ้าง ถ้าไม่รู้จักลักษณะการแต่งกายหรือ
แต่งกายผิดจะกลายเป็นตัวตลกทันที หรือแม้แต่การแต่งกายชุดสากลสีนํ้าตาลเข้ม
ไปในงานท่ีกําหนดใหแ้ ตง่ ชุดสากลสเี ข้ม (Dark Suit) บุคคลท่ีไมร่ ้กู ็คิดว่าแตง่ กาย
ถูกต้อง แต่บุคคลที่รู้จักลักษณะการแต่งกายจะรู้ทันทีว่าบุคคลที่แต่งกายเช่นนั้น
ผดิ และไม่ร้จู กั การแตง่ กายทถ่ี กู ต้อง
๒.๓) คุณค่าและความสําคัญของเครื่องแต่งกายสําหรับโอกาส
ต่างๆ ผู้แต่งกายจะต้องรู้ว่าเครื่องแต่งกายที่แต่งนั้น มีวัตถุประสงค์และคุณค่า
อย่างไร และผู้แต่งกายจะต้องปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับคุณค่าและศักดิ์ศรีของเครื่อง
แต่งกายนั้นอย่างไร จึงจะสมควรแก่เคร่ืองแต่งกายน้ันๆ การแต่งกายที่เหมาะสมน้ัน
จะต้องพิจารณาถึงจุดแห่งความพอดีในการแต่งกาย โดยเรื่องที่สําคัญอย่างย่ิง
คือ การรูจ้ ักแต่งกายให้งามตามธรรมชาติจะทําให้ความงามย่งั ยืนอยไู่ ดน้ าน
๓) ประเภทโอกาสและลกั ษณะของการแต่งกาย
๓.๑) โอกาสปกติ การแต่งกายในโอกาสปกติ ได้แก่ การไปทํางาน
การประชุม การสอบสัมภาษณ์ ควรแต่งกายสุภาพเรียบร้อยตามสมัยนิยมเหมาะสม
กบั สถานที่และสภาพอากาศ
๓.๒) โอกาสพเิ ศษ
- งานทั่วไป ถ้าในบัตรเชิญกําหนดว่าแต่งกายตามสบาย
Casual Dress หรือ Casual Clothes สุภาพบุรุษสามารถสวมเสื้อเชิ้ตผูกเนคไท
- ๒๕๖ -
ชดุ พระราชทาน หรือใส่เสื้อเชิ้ตสวมสูททับโดยไม่ต้องผูกเนคไท ส่วนสุภาพสตรี
แตง่ กายเรียบร้อยมเี ครอ่ื งประดับบ้างเล็กน้อย
- งานเลย้ี งตอนค่ํา จะเขียนไว้ในบัตรเชิญว่า Dinner การแต่งกาย
ควรหรูหรา สุภาพบุรุษใส่เสื้อเชิ้ตผูกเนคไทสวมสูททับ สุภาพสตรีสวมกระโปรง
ตามสมัยนิยมหรือสวมกระโปรงยาวท่ีดูหรูหรา ถ้าเป็นงานเล้ียงรับรองหรือ
Cocktail สามารถสวมกระโปรงฟไู ด้เพราะเป็นการยืนรบั ประทาน
- งานราตรีสโมสรจะกําหนดว่าเป็นFormal even wear สุภาพบุรุษ
จะแต่งกายครบเคร่ืองเต็มยศ ประกอบด้วย สูท กางเกง เสื้อเชิ้ต เส้ือแค่เอว
ผ้าคาดเอว โบว์ไท รองเท้าสีดํา ส่วนสุภาพสตรีสวมชุดยาวเปิดไหล่ หรือเสื้อแขนยาว
มกี ารตกแต่งหรหู รา หรืออาจใช้ชดุ ไทยจกั รี ชุดไทยบรมพมิ าน
- งานพิธกี าร เชน่ งานพระราชทานปริญญาบัตร งานพระราชพิธี
งานที่เป็นทางการ การแต่งกายต้องเปน็ ไปตามที่กาํ หนดในหนังสือเชญิ เช่น ชุดปกติขาว
ชุดสากล ชุดไทยต่างๆ สภุ าพสตรีไม่ควรสวมกระโปรงสน้ั หรอื ยาวเกนิ ไป
๔) องค์ประกอบของเคร่อื งแตง่ กาย
๔.๑) สภุ าพบรุ ษุ ต้องแต่งกายให้ดูทบึ เขม้ หนกั แน่น เรียบ แต่สง่างาม
ซึ่งไม่มีสีใดเหมาะสมสําหรับการแต่งกายของสุภาพบุรุษนอกจากสีดําและสีขาว
ท่ีตัดกันได้อย่างดีเยี่ยม ส่วนการนําสีอ่ืนมาใช้ในการแต่งกายของสุภาพบุรุษ
ควรต้องเลือกสรรอย่างระมัดระวัง สีที่นิยมกันในโทนสีเข้ม คือ สีท่ีอยู่ในกลุ่มสีเย็น
ได้แก่ สีดํา สีกรมท่า สีนํ้าเงินเข้ม หรือสีเทา เท่านั้น ส่วนเส้ือผ้าสีเข้มในกลุ่ม
สีร้อน คือ สีที่มีสีแดงหรือสีเหลืองเป็นส่วนผสม เช่น สีนํ้าตาล สีม่วง สีเขียว
แต่ไม่ว่าจะสีเข้มเพียงใดก็ยังไม่ถือว่าเป็นชุดสากลสีเข้ม สําหรับเคร่ืองประดับ
ประเภทอญั มณที ่รี ะยบิ ระยบั จะไม่สร้างความสง่างามให้แก่สุภาพบุรุษดังที่เข้าใจกัน
เครอ่ื งแตง่ กายมาตรฐานสุภาพบรุ ษุ ประกอบด้วย
- สูท ประกอบด้วย เสื้อนอกและกางเกงสีเดียวกัน บางคร้ังมี
เส้ือก๊ักประกอบด้วย สูทจะเปลี่ยนไปตามแฟช่ัน บางครั้งปกใหญ่หรือปกเล็ก
- ๒๕๗ -
ตวั ส้ันหรอื ตัวยาว กระเปา๋ ตรงหรอื เฉียง กระดมุ แถวเดยี วหรือสองแถว ควรเลือก
ตามสมัยนิยม สูทในงานพิธีการ (Formal Evening Wear) บางครั้งเรียกว่า
Black Tie ประกอบด้วย เส้ือสีดําปกแบะทําจากผ้าต่วน หรือทักซิโด และเสื้อเชิ้ต
แขนยาว ผกู โบวไ์ ทสีดํา ซ่งึ ถา้ เปน็ งานพธิ กี ารจะสวมเสื้อนอกท่มี ดี า้ นหลงั ยาว
- กางเกง มีด้วยกันหลายแบบ เช่น ขาตรง ขาบาน ขาแคบ
เป้าตงึ หรอื เป้าหยอ่ น ควรเลอื กใชต้ ามสมยั เช่นกัน
- เบลเซอร์ (Blazer) เป็นเสื้อนอกท่ีใช้สวมทับเสื้อเช้ิต
แต่ไมจ่ ําเป็นตอ้ งใชร้ ่วมกับกางเกงสเี ดียวกนั หรอื ผา้ ชนิดเดียวกนั
- เสื้อเชิ้ต มีด้วยกันหลายแบบ Dress shirt เป็นเสื้อเชิ้ต
ทั่วไปแต่ค่อนข้างเป็นทางการและผูกเนคไทประกอบ Work shirt เป็นเส้ือเช้ิต
สําหรับใส่ทางการไม่ต้องผูกเนคไท สําหรับใส่ทํางานท่ีต้องใช้แรงงาน Sport shirt เป็น
เส้ือเช้ิตผ้ายืดหรือผ้าทอสีพ้ืนและลายทาง รวมถึงเสื้อโปโลที่สวมทางศีรษะ
Formal shirt เปน็ เสอื้ เชิ้ตใชก้ ับงานพธิ กี ารและใช้ผา้ สพี น้ื และจบั พลีทท่อี ก
- รองเท้า ควรมีอย่างน้อยสองคู่สําหรับใส่ไปทํางาน
ควรเป็นสีดําหรือสีน้ําตาลแบบเรียบร้อย เลือกใส่ให้เหมาะสมกับเส้ือผ้า จะเป็น
แบบสวมหรือผูกเชือกก็ได้ แต่ถ้าเป็นการแต่งเครื่องแบบเต็มยศควรเลือกใช้
รองเทา้ ผูกเชือกสดี ํา ในยามพักผ่อนควรใชร้ องเท้าสาน ส่วนในการเล่นกีฬาควร
ใช้รองเท้าผ้าใบ
- ถุงเท้า ควรเป็นสีเดียวกับรองเท้า หรือใช้ถุงเท้าสีเข้ม
กับรองเท้าสีดํา ส่วนรองเท้าสีนํ้าตาลสามารถใช้สีเนื้อได้ ไม่ควรใช้ถุงเท้าสีสด
จนเกินไป ในงานศพควรใช้รองเท้าสีดําและถุงเทา้ สีดําเทา่ นัน้
- ผ้าเชด็ หนา้ ควรเลอื กสีกลางๆ เชน่ สีดํา สีเทา สีนํ้าเงิน
สีนาํ้ ตาล สีครีม เพราะเขา้ กบั เส้ือผา้ ได้ทุกสี
- ๒๕๘ -
๔.๒) สุภาพสตรี แม้จะแต่งกายได้อย่างเสรีแต่ก็ต้องคํานึงถึง
ความสวยสงา่ เปน็ หลกั จะแตง่ กายอยา่ งเฉดิ ฉายได้ แต่อย่าให้ฉูดฉาด แต่งกายให้ชัดเจน
ว่าเปน็ สภุ าพสตรี การใชเ้ ครื่องประดบั ประเภทอัญมณสี ําหรบั สุภาพสตรีมีวิธใี ช้มากมาย
แต่ก็มีข้อจํากัดว่า อย่าประดับมากเกินไปจะกลายเป็นตัวตลกให้วิจารณ์ทันที
สังคมของชาวตะวันตกได้กําหนดเครื่องแต่งกายแบบมาตรฐานสําหรับสุภาพบุรุษ
ไว้อย่างค่อนข้างชัดเจน ท้ังท่ีเป็นเคร่ืองแต่งกายตามแบบพิธีและที่เป็นเครื่อง
แตง่ กายทั่วไป ดงั นนั้ ในการกาํ หนดเครื่องแตง่ กายในบัตรเชิญสําหรบั งานสังคม
ต่างๆ ที่จัดเป็นแบบพิธี จึงนิยมกําหนดเฉพาะแบบการแต่งกายของสุภาพบุรุษ
โดยถือว่าสุภาพสตรีทราบโดยปริยายแล้วว่าจะต้องแต่งกายเช่นไร จึงถูกต้องเหมาะสม
แก่สถานะของตน สภาวะของงาน ตลอดจนเวลาและสถานที่ซึ่งอาจแตกต่างกัน
เครอื่ งแต่งกายมาตรฐานสภุ าพสตรี ประกอบด้วย
- เส้ือผ้า (Garment) เสื้อผ้าสุภาพสตรีท่ีเป็นมาตรฐาน ได้แก่
Basic suit เป็นชุดคนละช้ิน แบบเรียบ ตัดเย็บดี สวมใส่ได้รูป สีเบสิค ใช้ผ้าทํา
กระดุม ใช้อุปกรณ์ประกอบการแต่งกายได้หลายแบบ Basic dress เป็นชุด
ติดกันแบบเรียบๆ มีรายละเอียดหรูกว่า Basic suit ใช้ได้หลายโอกาส ใช้ได้กับ
เคร่ืองประดับหลากหลาย Suit dress เป็นเสื้อสองชั้น ข้างในเป็นชุดติดกัน
(Dress) และมีเส้ือนอก (Jacket) สวมทับ กลางวันใช้เป็นสูท กลางคืนถอดสูทออกไป
งานเลี้ยงได้
- กระเป๋าถือ อาจทําจากผ้าหรือหนัง ควรเลือกสีกลางๆ เพราะ
สามารถใชเ้ ขา้ กบั ชดุ และรองเทา้ ไดห้ ลากหลาย
- รองเท้า ควรมีอย่างน้อยสองคู่ เช่นสีดํากับสีนํ้าตาลหรือ
สีครีมเพือ่ เลือกใส่ให้เข้ากับชดุ ถ้าเปน็ ไปได้ควรมีรองเท้าห้าคู่ข้ึนไป คือ รองเท้า
ส้นแบน เช่น รองเท้าผ้าใบ รองเท้าแตะ รองเท้ามีส้นปานกลางสองคู่สําหรับใส่
ทํางาน และรองเท้าแบบเรียบแต่หรูสําหรับใส่ไปงาน ควรเลือกใช้รองเท้าให้
เหมาะสมกับกาลเทศะ เช่น เวลาไปทํางานหรือประชุมควรใส่รองเท้าหุ้มส้น
- ๒๕๙ -
ปานกลาง เวลาเล่นกีฬาควรใส่รองเท้ากีฬา ควรใส่รองเท้าหุ้มส้นที่มีพ้ืนยาง
เพื่อป้องกันการลื่น ในโอกาสพิเศษหรืองานเลี้ยงควรสวมรองเท้าส้นสูงแบบ
เรียบหรู เวลาเลือกซ้ือรองเท้านอกจากความสวยงามแล้ว ควรคํานึงถึงความ
สบายในการสวมใสด่ ว้ ย
- หมวก การสวมหมวกในประเทศไทยส่วนใหญ่จะสวม
เพื่อป้องกันแดดและลม ดังนั้น การมีหมวกหน่ึงหรือสองใบก็เป็นการเพียงพอ
ควรเลือกสกี ลางๆ เชน่ สีเทาหรอื สเี นื้อเพราะสามารถใส่ไดท้ ุกโอกาส
- ถุงเท้า ควรสวมใส่ไปในงานที่เป็นทางการหรืองานพิธีการ
หรือขณะเลน่ กฬี า ควรเลอื กสีกลางๆ ทาํ จากวัสดทุ นี่ ุ่มใสส่ บาย
- เข็มขดั ควรเลอื กสใี หเ้ หมาะกับเส้อื ผ้าและรองเทา้
- เครือ่ งประดบั (Jewelry) จะมีสองลักษณะ คือ Costume
jewelry คือ เครือ่ งประดับที่ออกแบบเพื่อให้สวมเข้าชุดกับเส้ือผ้าทําจากวัสดุที่มี
ราคาไม่แพงมาก และ Fine jewelry ทําจากวสั ดทุ ่มี รี าคาแพงจําพวกทองและอญั มณี
๕) หลกั การแตง่ กายให้เหมาะสมกบั รปู รา่ ง
๕.๑) รปู ร่างแบบสามเหลีย่ ม หมายถึง คนทมี่ หี น้าอกใหญ่ ไหล่กว้าง
แตส่ ะโพกและท่อนลา่ งเล็ก การแต่งกายทเ่ี หมาะสมกับรูปร่างแบบสามเหลี่ยม คือ
- เสอ้ื คอวเี พ่อื ลดความตนั ของลาํ ตวั
- เสื้อเชิ้ตผา่ หนา้ ติดกระดุมเป็นแถว
- เส้อื ทีค่ อดตรงเอวเล็กนอ้ ยหรือมีสายรดู ตรงเอว (สําหรบั
ผหู้ ญิง)
- ๒๖๐ -
- เส้ือเสวตเตอร์ (Sweater) ทไ่ี ม่รดั รูปเกินไป
- ควรเลอื กผ้าท่ีคอ่ นขา้ งหนา อยทู่ รง
- ผู้หญิงควรเลือกใส่กระโปรงทรงเอเพ่ือทําให้ท่อนล่าง
ดูใหญ่ข้ึนและสมสว่ นกับร่างกายทอ่ นบน
- ควรเลอื กชุดทเ่ี ปน็ ลายทางลงเพอ่ื พรางร่างกายให้ดูเล็กลง
- ผู้หญิงควรใส่กระโปรงยาวเลยเขา่
๕.๒) รูปร่างแบบอ้วนใหญ่ หมายถึงคนที่มีโครงสร้างขนาดใหญ่ เจ้าเนื้อ
หนา้ อกใหญ่ สะโพกใหญ่ จดั ได้ว่าเปน็ คนอว้ นการแต่งกายทเี่ หมาะสมกับรูปร่างแบบอ้วนใหญ่
คือ
- เสอื้ คอวหี รือเสอื้ คอกว้างเพอื่ ลดความตันของลําตัว
- เส้ือทค่ี อดตรงเอวเพ่อื ทําใหร้ า่ งกายดูมีทรวดทรง
- เส้อื ผา่ หนา้ กระดมุ แถวเดยี วเพ่ือทําใหต้ วั ดเู พรยี วลง
- กระโปรงทรงตรงหรือปลายสอบและกระโปรงชายไม่เท่ากัน
จะชว่ ยพรางใหต้ ัวดมู สี ่วนโคง้ เวา้
- ควรใสก่ างเกงทไ่ี ม่มจี บี และไมม่ ีกระเป๋าเพ่ือทาํ ให้ตัวดูเพรียวลง
- สําหรับชุดเป็นทางการควรเลือกใส่ชุดติดกันและคาดเข็มขัด
หรือชุดติดกันแบบผูกเอว โดยเข็มขัดหรือผ้าผูกเอวควรเป็นสีเดียวหรือสีกลมกลืน
กบั ชุดที่ใส่
- ควรเลือกผ้าท่ีค่อนข้างหนา ไม่ทิ้งตัวเพราะถ้าผ้าแนบตัวมาก
จะทําให้ดอู ้วนและเหน็ รปู รา่ งท่แี ทจ้ รงิ ชัดเจนขึน้
- ควรเลือกผ้าสีพน้ื หรือลายเลก็ ๆ
- ๒๖๑ -
๕.๓) รูปร่างแบบลูกแพร์ หมายถึง คนที่มีท่อนบนเล็ก กล่าวคือ
ไหล่และหน้าอกเล็ก เอวคอด แต่สะโพกใหญ่เมื่อเทียบกับร่างกายส่วนบนการ
แตง่ กายท่ีเหมาะสมกบั รปู ร่างแบบลกู แพร์ คอื
- เสอ้ื คอปาดหรือเสื้อคอกว้างจะทําใหไ้ หลด่ กู ว้างขึน้
- เส้อื ทีม่ รี ะบายหรอื มีลวดลายจะทําให้ร่างกายท่อนบนดูใหญ่
และสมส่วนกับทอ่ นลา่ งมากขึ้น
- ควรใสเ่ ส้อื ตัวยาวเพ่อื ใหร้ ่างกายทอ่ นบนดูกลมกลืนกบั ท่อนล่าง
- ควรใสก่ ระโปรงทรงเอยาวประมาณเขา่ เพื่อให้สะโพกดเู ลก็ ลง
๕.๔) รูปร่างแบบสูงเพรียว หมายถึง คนท่ีมีรูปร่างผอม สูง ต้ังแต่
ไหล่ถงึ สะโพกเปน็ แนวตรงดิง่ ลงมา ไมม่ สี ่วนโค้งเวา้ เอวเป็นแนวตรงไมค่ อด แขนขา
ยาวการแตง่ กายท่เี หมาะสมกบั รูปร่างแบบสงู เพรยี ว คือ
- เส้ือทมี่ ีลวดลายหรอื มรี ะบายเพอื่ ทาํ ให้ตัวดใู หญ่และมนี าํ้ มนี วล
- ควรใส่เสื้อหรือสูทตัวส้ันที่คอดเอวเพื่อลดความยาวตรงของ
ลําตวั
- ๒๖๒ -
- ใส่เข็มขัดคนละสีกบั เส้ือเพ่อื ลดความยาวและผอมของลาํ ตวั
- ควรใสก่ ระโปรงจบี รอบตัวหรือกระโปรงบาน
- ใสก่ างเกงขาลีบหรอื กระโปรงแคบกบั เสื้อทม่ี รี ะบายหรอื มลี ายใหญๆ่
๕.๕) รูปร่างแบบเล็กหมายถึง คนตัวเล็กความสูงต่ํากว่า๑๕๕ เซนติเมตร
แตม่ ีรา่ งกายสมสว่ น ไม่ผอมหรอื อ้วนเกินไป การแต่งกายทเี่ หมาะสมกบั รูปร่าง
- ควรใส่เส้อื คอวเี พือ่ ให้ดูตวั สูงขึน้
- ควรใสเ่ ส้อื เขา้ รปู เพ่ือให้ดูเป็นผใู้ หญ่
- ควรใสก่ ระโปรงสน้ั เหนอื เข่ามาเล็กนอ้ ยเพอื่ ใหช้ ว่ งขาดูยาวขนึ้
- ควรใส่เสอื้ เชิต้ ท่ียาวเลยเอวลงมาเล็กนอ้ ยแต่ไมย่ าวมาถงึ สะโพก
๕.๖) รูปร่างแบบเตยี้ แต่มที รวดทรง หมายถงึ คนท่ีมีความสูงตํ่ากว่า
๑๕๕ เซนติเมตร แต่มีทรวดทรง กล่าวคือ อกใหญ่ เอวคอด สะโพกผาย การแต่งกาย
ท่ีเหมาะสมกบั รูปรา่ งแบบเตีย้ แตม่ ที รวดทรง คอื
- ควรใส่เสอื้ คอวี คอกวา้ ง ท่ที าํ ใหร้ ่างดโู ปร่งข้นึ
- ควรใส่เส้ือสีพ้ืนเรียบและเข็มขัดท่ีเข้ากับสีเสื้อเพื่ออําพราง
สัดสว่ น
- ๒๖๓ -
- ควรใส่กระโปรงทรงตรงหรอื ทรงสอบเพ่อื ใหด้ ูตวั สูงเพรียว
- ควรใส่ชดุ ตดิ กนั ทีม่ ีเขม็ ขดั สกี ลมกลืนกบั ชดุ คาดหรือมผี า้ ผูกเอว
- ควรเลอื กเน้ือผา้ ค่อนขา้ งแขง็ เพอ่ื พรางสดั ส่วน
๖) การแตง่ กายแบบสากลลักษณะต่างๆ กล่าวคือ การออกงาน
สังคมโดยไปร่วมงานเล้ียงประเภทต่างๆ ทั้งท่ีเป็นทางการและไม่เป็นทางการ
ไม่ใช่เปน็ เพียงแค่การสร้างความสัมพันธ์หรือเพ่ือความสนุกสนานเท่าน้ัน แต่ใน
ฐานะผู้ร่วมงานควรให้เกียรติเจ้าภาพด้วย วิธีหนึ่งในการให้เกียรติเจ้าภาพที่
แสดงออกได้ชดั คือ การแตง่ กาย สาํ หรบั งานเลีย้ งทเ่ี ปน็ แบบสากลหรืองานเล้ยี ง
ท่ัวไปในปัจจุบันนั้น เจ้าภาพจะมีการกําหนด Dress Code หรือลักษณะการแต่งกาย(Style)
ระบุไว้ในบัตรเชิญ ข้อกําหนดการแต่งกายเป็นส่ิงท่ียอมรับกันในโลกตะวันตก
ซ่ึงเป็นต้นแบบความเป็นสากล (International) โดยในอดีต Dress Code จะ
ปรากฏชัดท่ีมุมล่างของบัตรเชิญ แต่ปัจจุบันอาจไม่ค่อยให้ความสําคัญเท่าใด
แต่อย่างไรก็ตามเมื่อได้รับบัตรเชิญควรสังเกตว่าเจ้าภาพได้กําหนด Dress Codeไว้หรือไม่
หากมีกใ็ ห้แต่งกายตามDressCodeทร่ี ะบุไว้ ตวั อยา่ งDressCodeทพ่ี บเหน็ เสมอ คือ
๖.๑) การแต่งกายในงานเล้ียงท่ีเป็นทางการ Dress Code จะระบุ
ว่า Formal Attire หรือ Black Tie เช่น งานเล้ียงของเอกอคั รราชทูต งานพบปะระหว่าง
ผู้นําระดับสูง สําหรับงานประเภทน้ี ผู้ชายควรใส่ Tuxedo สีดํา ผูกหูกระต่าย
สีดํา (สีเงิน นํ้าเงินเข้ม แดงเลือดหมู ก็ใช้ได้เช่นกัน) ส่วนผู้หญิงควรใส่ชุดราตรียาว
(Long Dress) หรือชดุ ราตรีสาํ หรับงานกลางคนื (Evening Gown)
ถ้าการ์ดเชิญระบุว่า “Warm Weather Back Tie” หมายถึง
งานเล้ียงท่ีเป็นทางการท่ีจัดในพ้ืนที่อากาศค่อนข้างร้อน โดยจัดนอกอาคาร
(Outdoor) ในกรณนี ีจ้ ะใช้ Tuxedo สีขาวแทน
ถ้าการ์ดเชิญเขียนว่า “Black Tie Optional” หมายถึง
ผูม้ ารว่ มงานเลอื กทีจ่ ะใส่ Tuxedo หรอื ไม่กไ็ ด้ โดยมารยาทที่ดีแลว้ ผมู้ าร่วมงาน
- ๒๖๔ -
ควรใส่ Tuxedo เพ่ือเปน็ การใหเ้ กียรตแิ ก่เจ้าภาพและผรู้ ่วมงานคนอื่นๆ อย่างไร
ก็ตาม ถ้าไม่สามารถหาได้จริงๆ สําหรับผู้ชายให้ใส่สูทสีดําหรือสีเทาเข้ม
รองเท้าสีดาํ ขดั มัน และเนคไทแบบเป็นทางการ ส่วนผู้หญงิ ใหส้ วมชดุ ราตรี
๖.๒) การแตง่ กายในงานเลย้ี งที่เป็นทางการอยา่ งมาก Dress Code จะระบุ
ว่า White Tie ถือเป็นงานที่เป็นทางการอย่างมาก ส่วนใหญ่จะเป็นงานพิธีการ
สําคัญระดับประเทศ เช่น งานสโมสรสันนิบาต งานราตรีสโมสร งานลีลาศ หรือการไป
ชมการแสดงอย่างโอเปราหรือบัลเล่ต์ ผู้ชายสวมสูทเต็มยศ ซ่ึงควรมีเส้ือก๊ักไว้ด้านใน
และผูกเนคไทสีขาว ผู้หญิงสวมชุดราตรียาวหรู (Bal Gown/Long Gown) หรืออาจมี
ผา้ คลมุ ไหล่และสวมถุงมือ
- ๒๖๕ -
๖.๓) การแต่งกายในงานเล้ียงก่ึงทางการ Dress Code จะระบุว่า
Lounge Suit/National Dress เป็นงานที่จัดกลางแจ้งในช่วงเวลากลางวัน
สามารถแต่งกายท่ีไม่เป็นทางการได้ เช่น ผู้ชายสวมสูทสีอ่อนและไม่ผูกไท ผู้หญิงสวม
ชุดราตรีสั้น (Cocktail Dress/Cocktail Gown) หรือใส่ชุดประจําชาติของตน
แต่หากเป็นการจัดงานเวลากลางคืน Dress Code จะระบุว่า Dark Suit ผู้ชาย
ควรสวมสทู สีเขม้ กับเชิ้ตขาวและผกู เนคไท สว่ นผู้หญงิ ควรสวมชดุ ราตรี
๖.๔) การแต่งกายในงานเลี้ยงอย่างไม่เป็นทางการ Dress Code
จะระบวุ ่า Cocktail Attire ผ้ชู ายอาจเปล่ียนสูทเป็นเส้ือแจ็คเก็ตสีเข้ม กับกางเกง
สีอะไรกไ็ ด้ ไม่จาํ เป็นต้องผกู เนคไท ในขณะที่ผู้หญิงควรใส่ชุดค็อกเทลหรือเดรส
สั้นเท่านัน้ ไมค่ วรใสก่ างเกงเป็นอันขาด
- ๒๖๖ -
๖.๕) คําศพั ทส์ าํ หรับการแตง่ กายในลักษณะตา่ งๆ ทค่ี วรทราบ
- ชุดลาลอง (Casual) : แต่งตัวแบบตามสบายสําหรับงานที่
เป็นกันเองในกลมุ่ คนสนิทหรือเจ้าภาพตอ้ งการใหง้ านเปน็ แบบกันเอง
- ชดุ สภุ าพ (Smart Casual) : งานที่ไม่เปน็ ทางการ
- ชุดสากล (Suit)
- ชุดสากลกลางวนั (Lounge Suit) : ชดุ สากลสีออ่ น
- ชดุ สากลกลางคนื (Dark Suit) : ชุดสากลสีเขม้
- ชุดกึ่งพธิ กี าร (Black Tie) : งานทเ่ี ปน็ ทางการแตไ่ ม่มีพธิ ีการ
- ชดุ พธิ กี าร
- พิธกี ารกลางวนั (Morning Coat)
- พธิ กี ารกลางคนื (Evening Dress / White Tie)
ผู้ท่ีมีมารยาทดีนอกจากจะต้องมีบุคลิกภาพที่ดี ต้องแต่งกายสะอาด
เรียบร้อย ถูกต้องตามกาลเทศะ โดยคํานึงถึงการแต่งกายให้เหมาะสมกับลักษณะ
งานท่ีจะไปเข้าร่วม การแต่งกายจะต้องมีปรัชญา คือ ต้องรู้ว่าเคร่ืองแต่งกายนั้น
จะประดับเพื่อไปงานใด หรือใช้ในโอกาสใด ต้องรู้และเข้าใจว่าลักษณะของเคร่ือง
แต่งกายสําหรับโอกาสน้ันมีอย่างไร และจะต้องรู้ว่าวัตถุประสงค์และคุณค่าของ
เคร่ืองแต่งกายนั้นมีอย่างไร แล้วเลือกใช้โดยมีเจตนาเพื่อให้เครื่องแต่งกายนั้น
เหมาะสมแก่โอกาสทุกคร้ัง
๔.๓ ขอ้ ควรคานงึ ในการรว่ มงานเล้ยี ง
การเชิญผู้มีเกียรติมารับประทานอาหารเป็นประเพณีท่ีมีอยู่ใน
เกือบทุกประเทศ นอกจากจะเป็นการแสดงออกถึงความมีอัธยาศัยไมตรีแล้ว
ยังถอื วา่ เป็นการใหเ้ กียรติแก่ผู้ได้รับเชิญด้วย มารยาทในการรับประทานอาหาร
ที่ถือเป็นมาตรฐานสากลมีท่ีมาจากชาวยุโรป และเป็นที่ยอมรับมาปฏิบัติกัน
- ๒๖๗ -
ทั่วไปในอารยประเทศ และถือว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนซึ่งทุกคนต้องเรียนรู้
เพอ่ื ท่ีจะได้ปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง จะได้ไม่ต้องระมัดระวังจนเกิดอาการประหม่า
ไม่ร้วู ่าอาหารท่ีรับประทานมรี สชาติอย่างไร หรอื มีความรู้สึกว่าต้องไปนั่งทรมาน
ภาวนาว่าเม่ือไรงานเลี้ยงจะเลิกเสียที มารยาทท้ังปวงน้ันต้องอาศัย การเรียนรู้
และฝึกฝนอยบู่ อ่ ยๆ จะเกิดความเคยชินและไม่รสู้ กึ เคอะเขิน แมว้ า่ ในปจั จุบันกฎ
ระเบียบและหรือมารยาทโบราณได้ถูกละท้ิงลงไปมากแล้ว แต่ยังคงมีมารยาทที่
จําเป็นต้องปฏิบัติตามอีกมากมาย การไปร่วมงานเล้ียงต่างๆ ต้องสังเกตคนอื่น
รอบๆ ข้าง และสังเกตตนเองอยู่เสมอว่าทําอะไรผิดแผกแตกต่างจากคนอื่น
หรือไม่ ทั้งนี้ เพ่ือท่านจะได้ไม่กลายเป็นตัวตลกไปโดยไม่รู้ตัว การเล้ียงรับรอง
มีอยู่หลายประเภทหลายรูปแบบ แต่ทุกงานมีจุดมุ่งหมายเหมือนกัน คือ ให้ความ
สขุ สาํ ราญแก่ผรู้ ว่ มงาน ในบรรดางานเลย้ี งรบั รองทง้ั หลายนัน้ งานเลีย้ งอาหารคา่ํ เปน็ งาน
ทมี่ คี วามสําคัญและถือเป็นเกียรติสูงสุดสําหรับผู้ที่ได้รับเชิญ การเลี้ยงอาหารคํ่า
อาจแบ่งได้ ๒ ลักษณะ คือ การเลี้ยงแบบน่ังโต๊ะ และการเล้ียงแบบบุฟเฟ่ต์
การเล้ียงอาหารคํ่าแบบนั่งโต๊ะ (Seating Dinner) ถือว่าให้เกียรติและแสดง
อัธยาศัยที่น่าพึงพอใจมากที่สุด เพราะเจ้าภาพมีโอกาสให้ความสุขแก่แขกของ
ตนภายในระยะเวลาท่ียาวนานกว่างานเล้ียงด้วยวิธีอ่ืนๆ ผู้เข้าร่วมงานสามารถ
สนทนาปราศรยั ไดอ้ ย่างเต็มท่ไี มต่ อ้ งรบี ร้อน ไมต่ ้องกงั วลวา่ จะต้องรีบไปงานอื่น
อีก นอกจากน้ีงานเล้ยี งอาหารคํ่าอาจแบ่งได้เป็นงานเล้ียงแบบพิธี (formal) และ
ไม่เป็นแบบพิธี (informal) เจ้าภาพอาจมีคนเดียวหรือเป็นคู่ อาหารและการบริการอาจ
แตกต่างกันไปสําหรับงานแต่ละงาน โดยจะมีมาตรฐานที่ต้องปฏิบัติแตกต่างกัน
สิ่งสําคัญทเ่ี ป็นข้อควรคํานึงสําหรับการจัดเล้ียงและการไปในงานเล้ียงอาหารค่ํา
อยา่ งพอสงั เขปมี ดังน้ี
๑) เวลา (Timing) ปกติอาหารค่ําจะเร่ิมเข้านั่งโต๊ะระหว่างเวลา
๒๐.๐๐ - ๒๑.๐๐ น. บัตรเชิญจะระบุเวลาที่จะต้องมาถึงงานราวคร่ึงชั่วโมงล่วงหน้า
เช่น ระบุวา่ เวลา ๒๐.๐๐ น. สําหรับการเลย้ี งจะเรมิ่ เข้านัง่ โตะ๊ เวลา ๒๐.๓๐ น. แตบ่ างงาน
- ๒๖๘ -
อาจระบุว่า ๒๐.๐๐ for ๒๑.๐๐ hrs. ซ่ึงมีความหมายเหมือนกัน คือ ให้ผู้ท่ีได้รับ
เชิญไปถึงงานเวลา ๒๐.๐๐ น. เพ่ือการเข้าน่ังโต๊ะ เวลา ๒๐.๓๐ น. ผู้ได้รับเชิญ
อาจมาช้ากว่าเวลานั้นได้ราว ๑๕ - ๒๐ นาที แต่ถ้าระบุเวลาเร่ิมเข้านั่งโต๊ะไว้
ชัดเจนแล้วผู้ได้รับเชิญควรมาถึงงานอย่างช้าท่ีสุด ๑๐ นาที ก่อนเวลาน่ังโต๊ะ
แตห่ ากมาถึงงานก่อนเวลาท่ีระบุไว้ (ตามตัวอย่างคือ ๒๐.๐๐ น.) ถือเป็นการไม่
ถกู ตอ้ ง แต่ถา้ มาถึงงานช้ากวา่ เวลาที่เข้านง่ั โต๊ะถอื ว่าเปน็ การทําผดิ เพราะจะก่อ
ความยุ่งยากมากมายให้แก่ทุกฝ่ายในงาน ดังน้ัน หากมาช้ามากจนเขาเริ่ม
รับประทานอาหารจานแรกแล้ว โดยไม่ได้บอกกล่าวถึงเหตุของความล่าช้านั้นก็
ไม่ควรเข้ามาในงานเสียเลย สําหรับเวลาการเข้าร่วมการเลี้ยงแบบบุฟเฟต์มี
แนวทางปฏบิ ตั ิเรื่องเวลาเช่นเดยี วกันกับการเลีย้ งแบบนง่ั โต๊ะ แตจ่ ะไม่เคร่งครัดเท่าไร
๒) จานวนผู้ได้รับเชิญ (Numbers of guest) จํานวนผู้ได้รับเชิญ
ข้ึนอยู่กับความประสงค์ของเจ้าภาพและขนาดของสถานที่ท่ีจัดงาน การเลือก
ผทู้ ่ีมารว่ มงานเป็นเรื่องสําคัญ จาํ นวนผไู้ ด้รับเชิญและลกั ษณะของผทู้ ีม่ าร่วมงาน
ที่เลือกสรรมาอย่างดีจะทําให้ผู้เข้าร่วมงานเกิดความสุข ถ้ามีผู้ร่วมโต๊ะไม่เกิน
๖ คน เจ้าภาพควรน่ังหัวโต๊ะ หากเกินกว่า ๖ คน เจ้าภาพควรนั่งตรงกลางโต๊ะ
สําหรับงานเลี้ยงที่เป็นแบบพิธีต้องมีผู้ร่วมโต๊ะไม่น้อยกว่า ๑๖ คน ซึ่งเป็นมาตรฐาน
น้อยท่ีสดุ สําหรบั การจดั งาน
๓) การเชิญ (Invitations) การเชิญสําหรับงานเลี้ยงอาหารคํ่าอาจ
ทําเป็นหนังสือเชิญ ส่งบัตรเชิญหรือโทรศัพท์ ถ้าเชิญทางโทรศัพท์ต้องส่งบัตร
“To Remind” ตามไปทนั ที บัตรเชิญที่เป็นแบบพิมพ์จะต้องเขียนชื่อผู้ได้รับเชิญ
ด้วยลายมือเสมอ และถือว่างานเลี้ยงท่ีออกบัตรเชิญเป็นงานที่เป็นแบบพิธี
อยู่แล้ว แต่ถ้าประสงค์จะให้แขกแต่งกาย “Black tie” ก็จะต้องระบุลงไปให้
ชัดเจน มิฉะนั้นแขกอาจจะแต่งกาย “Dark Suit” มาร่วมงานได้ ควรส่งบัตรเชิญ
ล่วงหน้าประมาณ ๓ สัปดาห์ และอย่างช้าไม่น้อยกว่า ๑๐ วัน เพื่อจะได้มีเวลา
- ๒๖๙ -
ให้ผู้ได้รับเชิญตอบรับและเชิญผู้เข้าร่วมงานเพ่ิมหากจําเป็น เมื่อได้รับเชิญ
ไปร่วมงานเล้ียงอาหารค่ําต้องตอบทันทีไม่ว่าจะรับหรือปฏิเสธ และเมื่อตอบรับ
แลว้ จะบอกเลิกได้ต่อเม่ือมีเหตุขัดข้องท่ีสําคัญเกิดข้ึนเท่าน้ัน ในบัตรเชิญอาจจะ
เขียนไว้ท่ีมุมด้านซ้ายว่าให้แต่งกายอย่างไร มุมด้านขวาอาจจะเขียนว่าจะให้
ตอบอย่างไรหรือไม่ เชน่ เขยี นว่า R.S.V.P. เป็นตน้ ซ่งึ ผรู้ บั เชญิ ต้องตอบในเวลา
อันสมควรว่าจะไปร่วมงานได้หรือไม่ หรือเขียนว่า "Regret only" ซึ่งหมายความว่า
ถ้าขัดข้องตอบให้เจ้าภาพทราบ ถัดลงไปจาก R.S.V.P. หรือ Regrets only ให้
แจ้งสถานที่รับคําตอบและหมายเลขโทรศัพท์ท่ีผู้รับเชิญจะต้องตอบให้ทราบ
อักษรย่อท่ีใช้ในการเขยี นนามบตั รหรอื บตั รเชิญ
- เพอ่ื ขอบคณุ p.r. = pour remercier
- เพอื่ อวยพรหรอื แสดงความยนิ ดี p.f. = pour fete (feliciter)
- ๒๗๐ -
- เพอ่ื แสดงความร้จู ัก p.f.c. = pour faire connaissence
- เพอ่ื อวยพรปีใหม่ p.f.n.a. = pour fete du nouvel an
- เพอื่ ลา p.p.c. = pour prendre conge
- เพอื่ แสดงความเสยี ใจ p.c. = pour condoleance
- เพอ่ื แนะนําตนเอง p.p. = pour presentation
๔) ทา้ ยบตั รเชิญ ใชค้ าวา่
- กรณุ าตอบด้วย R.S.V.P. = Repondez s'il vous plait
- ขัดข้องโปรดตอบ = Regret only
อักษรย่อเหล่านี้ให้เขียนด้วยดินสอดําท่ีมุมล่างด้านซ้ายของบัตร
แตน่ ยิ มเขยี นดว้ ยปากกาลูกลื่นด้วยเหมือนกนั ถอื เป็นการอนุโลม
๕) การเข้าห้องรับประทานอาหาร (In the dining room) ในงานเลี้ยง
แบบน่ังโต๊ะ เจ้าภาพสุภาพสตรีจะเป็นผู้เดินนําเข้าไปในห้องรับประทานอาหาร
เจ้าภาพสุภาพบุรุษจะเข้าห้องรับประทานอาหารเป็นคนสุดท้าย หรือในบางคร้ัง
เจ้าภาพสุภาพสตรีอาจยืนอยู่ในหอ้ งรับประทานอาหารเลยประตทู างเขา้ เลก็ น้อย
- ๒๗๑ -
และเชิญให้ผู้มาร่วมงานทราบถึงที่น่ังของตน แต่ตามปกติเจ้าภาพสุภาพสตรี
จะเข้าไปยืนอยู่หลังที่นั่งของตน แล้วบอกให้ไปทางซ้ายมือหรือทางขวามือของ
โต๊ะและตําแหน่งที่นั่งของผู้มาร่วมงานแต่ละคน โดยผู้มาร่วมงานท่ีเป็นสุภาพบุรุษ
มหี น้าทเ่ี ลอ่ื นเก้าอใ้ี ห้แกส่ ุภาพสตรีทอ่ี ยู่ทางขวามือของตน ส่วนงานเลี้ยงแบบบุฟเฟ่ต์
เจ้าภาพจะยืนต้อนรับผู้มาร่วมงานอยู่ประตูทางเข้าเพ่ือทักทายผู้มาร่วมงาน
ซ่ึงก่อนเข้าห้องจัดงานจะมีจุดให้ผู้มาร่วมงานลงนามแสดงความยินดี กล่องใส่
นามบัตร (ใช้เป็นข้อมูลสําหรับการออกบัตรเชิญในปีต่อๆ ไป) และจุดรับมอบของ
ท่รี ะลึกทีผ่ ู้เข้าร่วมงานนํามาแสดงความยินดี
๖) การถ่ายภาพในการเข้าร่วมงานในการเข้าร่วมงานเล้ียงรับประทาน
อาหารนั้น การถ่ายภาพเป็นอีกเรื่องหน่ึงที่สําคัญ โดยเฉพาะการเข้าร่วมงาน
เล้ียงท่ีจัดโดยสถานเอกอัครราชทูต กล่าวคือ การร่วมงานเล้ียงรับประทาน
อาหารทจี่ ดั ข้ึนเฉพาะหรือเป็นส่วนตวั อยา่ งมาก เช่น การเชิญรับประทานอาหาร
กลางวันหรืออาหารคํ่า ณ ทําเนียบเอกอัครราชทูต เป็นต้น ผู้เข้าร่วมงาน
ไม่สมควรนําช่างภาพติดตามไปเพ่ือถ่ายภาพการร่วมงานดังกล่าว ส่วนการจัด
เล้ียงตามโรงแรมหรือสถานท่ีอื่นๆ ก็ต้องคํานึงถึงความเหมาะสมและโอกาส
ประกอบกัน ซ่ึงในการถ่ายภาพตามโรงแรมหรือสถานท่ีอ่ืนจะมีจุดสําหรับ
ถา่ ยภาพ ๒ จุด ทเ่ี หมาะสม คอื จุดแรก : หนา้ งานขณะผู้เข้าร่วมงานทักทายกับ
เจา้ ภาพ และจุดสอง : หนา้ เวทีร่วมกับเจ้าภาพและผเู้ ขา้ รว่ มงานท่านอ่นื ๆ
เลขาธิการสานักงานศาลปกครองเข้าร่วมงานวนั ชาติราชรฐั ลักเซมเบริ ์ก
ณ โรงแรม สโุ ขทยั กรุงเทพมหานคร
(ภาพหน้างาน)
- ๒๗๒ -
งานเฉลิมฉลองวนั ชาตริ าชอาณาจกั รสเปน
ณ โรงแรม แมนดาริน โอเรียนเตล็ กรงุ เทพมหานคร
(ภาพหนา้ เวที)
๔.๔ มารยาทในการรับประทานอาหาร
มารยาทในการรบั ประทานอาหารเปน็ สง่ิ ท่ที กุ คนพงึ มแี ละพงึ ปฏบิ ตั ิ
ในขณะที่ท่านไปร่วมงานเลี้ยงและรับประทานอาหาร ท่านต้องรับประทาน
อาหารและเครือ่ งด่ืมอย่างสํารวมด้วยอาการสงบและเรียบร้อย อย่าพูดในขณะที่
มีอาหารอยู่เต็มปาก อย่าทําให้คนอื่นเห็นว่าท่านเป็นคนไม่มีมารยาท ถ้าพบ
อาหารทไ่ี มร่ จู้ ักและไมร่ ูว้ ธิ ีรับประทานมที างออกอยู่ ๒ วธิ ี คือ ดูวา่ คนอน่ื ๆ รับประทาน
กันอย่างไร หรือบอกไปตรงๆ ว่า ท่านไม่ทราบวิธีรับประทาน อย่าไปกลัวว่าจะมี
คนตําหนิส่ิงที่ท่านไม่รู้ แต่เขากลับจะยินดีแนะนําให้ท่านทราบวิธีรับประทาน
ท่ีถกู ตอ้ ง มารยาทในการรับประทานอาหารสามารถแบ่งได้ ๒ ช่วง ดังน้ี
๔.๔.๑ มารยาทในขณะรับประทานอาหาร
๑) การรับประทานอาหารแบบน่ังโต๊ะ โดยการเสิร์ฟอาหาร
แบบฝรั่งเศส (French Service) พนกั งานจะนาํ อาหารใสถ่ าดเปลรูปไข่มาบริการ
ทางด้านซ้ายมือ ผู้รับประทานจะต้องช่วยตัวเองด้วยการหยิบช้อนและส้อมท่ี
วางมาในถาดอาหารตกั อาหารจากถาดลงใส่ในจานตวั เอง โดยมีวธิ กี ารปฏิบตั ิ คือ
- ๒๗๓ -
- อาหารท่ีตัดเป็นชิ้นใหญ่มีขนาดประมาณสําหรับคนละ๑ ชิ้น
ควรตักเพียงช้ินเดียว ตักผักต่างๆ และมันฝรั่งท่ีอยู่ในถาดใส่จานแต่พอสมควร
และควรวางใหเ้ ป็นสดั สว่ นสวยงาม
- หากมีน้ําซอสหรือเกรวีมาด้วย ควรราดซอสหรือน้ําเกรวี
ลงบนชิ้นเนอื้ เทา่ นั้น อยา่ ราดลงบนผักหรือมันฝร่งั เพราะจะทาํ ให้มองดูเลอะเทอะ
- เมื่อตักอาหารลงจานเรียบร้อยแล้วควรวางช้อนและส้อม
ลงในถาดอาหารทบี่ รกิ ารถืออยู่ตามเดมิ
- ถ้าอาหารที่นํามาบริการไม่แบ่งเป็นสัดส่วนหรือมีขนาด
เปน็ ชน้ิ เลก็ ๆ ก็ตกั ไดต้ ามความพอใจแต่อย่ามากเกินไปจนรบั ประทานไม่หมด
- ถ้ามีการส่งอาหารจานกลางผ่านไปให้ผู้ร่วมโต๊ะ ตามปกติ
สุ ภาพบุ รุ ษจะเป็ นฝ่ ายถื อจานอาหารให้ สุ ภาพสตรี ที่ นั่ งทางขวามื อของตนเป็ น
ผู้ตักอาหารก่อนแล้วจึงตักให้ตนเอง จากน้ันจึงส่งจานอาหารให้สุภาพสตรีส่งผ่านไปให้
สุภาพบุรุษทางขวามือของสุภาพสตรี ถ้าจานกลางใหญ่มากสุภาพสตรีอาจช่วย
สุภาพบรุ ษุ ถือจานกลางได้เหมอื นกัน
- ควรเร่ิมรับประทานอาหารหลังจากท่ีได้รับการเสิร์ฟอาหาร
แต่ควรสังเกตผู้ร่วมโต๊ะท่านอื่นด้วยว่า ได้รับการเสิร์ฟอาหารกันท่ัวถึงหรือยัง
มิใช่ว่าเมื่อเราได้รับการเสิร์ฟอาหารแล้วก็รีบลงมือรับประทานทันทีจะเป็นการ
- ๒๗๔ -
เสียมารยาท โดยปกติเจ้าภาพฝ่ายสุภาพสตรีจะเป็นผู้กล่าวเชิญให้ผู้ร่วมโต๊ะ
ทุกท่านลงมือรับประทานอาหาร และผู้ท่ีจะเริ่มลงมือรับประทานเป็นคนแรกควร
เป็นผู้รว่ มโตะ๊ ท่ีมเี กยี รตยิ ศทีส่ ุด ผู้รว่ มโตะ๊ ทา่ นอนื่ จงึ ลงมอื รบั ประทานตาม
๒) การรับประทานอาหารแบบบุฟเฟต์ เปน็ การรบั ประทาน
อาหารโดยให้ผู้เข้าร่วมงานช่วยเหลือตนเอง โดยจะมีการนําอาหารหลากหลาย
ชนิดมาจัดวางเป็นจุดๆ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานเลือกตักอาหารตามความพอใจ
ขณะที่รบั ประทานอาหารอาจมีการทักทายและสังสรรค์กันระหว่างผู้เข้าร่วมงาน
ในการรับประทานอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ มีขอ้ ควรปฏิบัติ ดงั น้ี
- ควรตักอาหารด้วยตนเอง โดยยืนต่อแถวตามลําดับ
และอย่าให้เป็นภาระของผู้อื่นในการตักอาหาร หยิบจานชาม หยิบช้อนส้อม
หรือหยบิ แก้วนํา้
- ไมพ่ ูดคุยขณะที่ตักอาหาร รบี ตักอาหารเพื่อใหผ้ อู้ ืน่ ได้
ตกั อาหารบา้ ง และไม่ควรตักอาหารแจกผู้อน่ื
- ไม่เบียดหรือแซงผู้อื่น ไม่ยื่นมือไปตักอาหารข้ามมือ
หรือแขนผอู้ ่นื ควรรอจังหวะใหผ้ อู้ ืน่ ตักอาหารเสร็จเสียก่อน
- ตักอาหารเป็นอย่างๆ และอย่าวางอาหารสุมทับกัน
อาหารเป็นช้ินควรตักเพียงหน่ึงชิ้น ถ้าจะตักเกินกว่าหน่ึงก็ต่อเม่ือผู้อื่นได้ครบแล้ว
- ๒๗๕ -
- อาหารที่ตักมาควรรับประทานให้หมด อย่าตักอาหาร
จนลน้ จาน ถ้าไม่พอกส็ ามารถเตมิ อาหารได้
- อาหารหวาน ควรตกั เมอื่ รับประทานอาหารคาวเสร็จแล้ว
- กระดาษเช็ดมือไมค่ วรใส่ในจานอาหารเพราะอาจปลิว
และเกบ็ ลําบาก
- ถ้ามีการกําหนดจุดให้วางภาชนะที่ใช้แล้วไว้ท่ีใด
เมอ่ื รับประทานเสร็จแลว้ ควรวางภาชนะไวท้ ี่จุดนน้ั
- ควรเตรียมเคร่ืองด่ืมไว้สําหรับการกล่าวอวยพร
โดยนํากระดาษเช็ดมอื พันรอบแก้วเพอื่ ความสะอาดและเรียบรอ้ ย
๔.๔.๒ มารยาทในการรบั ประทานอาหาร
- อย่าเค้ียวอาหารเร็วจนเกินไป อย่าเค้ียวอาหารคําใหญ่เกินไป
จนเกิดเสยี งดังเวลารบั ประทาน
- ไม่ควรต้ังหน้าต้ังตารับประทานอย่างเดียว หรือรีบรับประทาน
อาหาร ควรเว้นระยะฟังและสนทนาโตต้ อบคนขา้ งเคียงบา้ ง
- เม่ือต้องพูดหรือโต้ตอบกับคู่สนทนา ควรเค้ียวอาหารและกลืน
อาหารใหเ้ รียบรอ้ ยเสียก่อน ไมค่ วรพดู ในขณะที่มีอาหารเต็มปาก
- ไม่ควรดื่มเคร่ืองด่ืมในขณะที่มีอาหารอยู่เต็มปาก การดื่มไวน์
ควรจิบเพียงเล็กนอ้ ยกอ่ นแลว้ จึงรับประทานอาหารตาม
- อย่าอ้าปากในขณะท่ีมีอาหารอยู่เต็มปาก ถึงแม้ผู้ที่น่ังอยู่
ขา้ งเคยี งจะสนทนาดว้ ย ควรเคีย้ วและกลนื อาหารเสียกอ่ นทจี่ ะหันไปสนทนา
- ในระหว่างรับประทานอาหาร ห้ามใช้มือเข่ียอาหารใส่ช้อน
ควรใชส้ อ้ มหรอื มีดชว่ ยเทา่ น้ัน
- อยา่ ใช้ขนมปังจมุ่ ลงในถว้ ยซุป ใหแ้ ช่ลงไปทั้งแผ่น แลว้ ใช้
ส้อมจ้มิ ขน้ึ มาใสจ่ าน ไมจ่ ิ้มรบั ประทานแบบเดยี วกับจม้ิ นํ้าพริก
- ๒๗๖ -
- อย่าน่ังเอาหัวไหล่ค่อมจานอาหารหรือน่ังยื่นศีรษะไปบนโต๊ะ
อาหารมากเกนิ ไป ใหน้ ําอาหารเขา้ หาปากมใิ ชก่ ้มปากลงไปหาอาหาร
- ขนมปงั ทน่ี าํ มาเสิรฟ์ ในอาหารมื้อคํา่ จะเป็นลักษณะก้อนกลม
เปลือกแข็ง ดังนั้น จึงควรใช้มือบิออกเพียงพอดีคํา แล้วใช้มีดเนยป้ายเนยจาก
จานใส่เนยทาลงบนขนมปัง วางมีดป้ายเนยลง ส่งขนมปังคําเล็กๆ เข้าปากและ
ต้องรับประทานทีละคํา โดยไม่ฉีกขนมปังเตรียมไว้เป็นคําๆ ในจานเป็นอันขาด
ข้อสําคัญท่ีพึงระวัง คือ ไม่ใช้มีดตัดหรือหั่นขนมปังแบ่งออกเป็นช้ินๆ โดยเด็ดขาด
มีข้อยกเว้นเพียงประการเดียว คือ การรับประทานขนมปังแบบอังกฤษ หรือขนมปัง
แซนดว์ ิช (English หรอื Sandwich Bread) ใชม้ ีดตัดแบง่ ได้
- การใช้มดี และสอ้ มควรใช้คู่กันโดยใช้มีดห่ัน ส่วนส้อมช่วย
ตะล่อมอาหารและจ้ิมอาหารเข้าปาก วิธีใช้มีอยู่ ๒ วิธี คือ แบบยุโรป ผู้รับประทาน
อาหารจะไม่วางมีด โดยมือขวาจะเป็นมือถือมีด ส่วนมือซ้ายจะถือส้อม เม่ือใช้
มีดห่ันอาหารแล้วให้ใช้ใบมีดกันอาหาร แล้วจึงใช้ส้อมจ้ิมลงไปที่ชิ้นเน้ือท่ีหั่น
นําช้ินเน้ือเข้าปากด้วยมือซ้าย โดยส้อมจะต้องคว่ําลงในขณะส่งอาหารเข้าปาก
การรับประทานอาหารแบบยุโรปน้ีจะไม่มีการเปล่ียนมือในการจับมีดหรือส้อม
หากมีผู้สนทนาด้วย จึงจะวางมดี และส้อมไวบ้ นจานในลกั ษณะคว่ําส้อมลงคมมีด
หันเข้าในจาน เม่ือรับประทานเสร็จแล้วให้รวบมีดและส้อมคู่กันโดยวางส้อมหงาย
แบบอเมริกัน ผู้รับประทานจะถือมีดด้วยมือขวา ส้อมในมือซ้าย มีดจะช่วยใน
การห่ัน เมื่อหั่นเนื้อออกเป็นช้ินเรียบร้อยแล้ววางมีดท่ีถือในมือขวาลงบนจาน
เปลีย่ นมือขวาไปหยิบส้อม แลว้ ใช้มือขวานี้จิม้ ชิ้นเนื้อเข้าปาก ไม่ควรหั่นแบ่งช้ิน
เนื้อออกเปน็ หลายๆ ช้นิ
- การใช้ช้อนซุป ท่ีเป็นลักษณะกลมให้ตักออกนอกตัวและ
จิบซุปจากข้างๆ ช้อน ส่วนช้อนรูปทรงอ่ืน ใช้ตักเข้าหาตัวได้ตามปกติ ปัจจุบัน
สว่ นใหญน่ ยิ มใชช้ ้อนรูปทรงกลมมากกวา่ รูปทรงอืน่
- ๒๗๗ -
นอกจากมารยาทในการรับประทานอาหารแล้ว มารยาทในการ
สนทนาเป็นเรื่องท่ีสําคัญอีกประการหน่ึง การสนทนาในโต๊ะอาหารไม่ว่าจะเป็น
งานเลี้ยงอาหารคํ่าแบบนั่งโต๊ะ หรือแบบบุฟเฟ่ต์ หรือเป็นพิธีการหรือไม่เป็น
พิธีการก็ตาม ผู้เข้าร่วมงานควรต้องสนทนากับบุคคลท่ีอยู่รอบตัวให้มากที่สุด
เท่าที่จะทําได้ การน่ังรับประทานอาหารเงียบๆ โดยไม่สนทนากับผู้ใดถือเป็น
การไม่สุภาพ ในสมัยก่อนหัวข้อที่ไม่ควรนํามาสนทนาในงานสังคมมีอยู่ ๔ เร่ือง
คือ เรื่องเกี่ยวกับคนรบั ใช้ อาการป่วยไข้ ศาสนา และการเมือง เพราะถือเป็นเรื่อง
ท่ีไม่สุภาพและเรื่องต้องห้ามในการสนทนาอีกเรื่องหนึ่ง คือ เรื่องเพศ แต่ในปัจจุบัน
ข้อห้ามเหล่าน้ีผ่อนคลายลงไปมาก แต่สมควรยึดถือว่าการสนทนาจะต้องระมัดระวัง
ไม่ให้กระทบกระเทือนกับคู่สนทนาเป็นอันดีที่สุด และเมื่องานเล้ียงอาหารเลิกแล้ว
เวลาอันสมควรที่จะลาเจ้าภาพเมื่อไร ขอให้สังเกตจากบรรยากาศรอบๆ ของงาน
อย่ารีบลาเจ้าภาพในขณะที่งานกําลังดําเนินอยู่ แต่ก็อย่าอยู่ดึกจนเกินไป สมควรใช้
วิจารณญาณอย่างเหมาะสมตามควรแก่กาลเทศะ
๔.๕ มารยาทในการนัง่ รถยนต์
หลกั การในการนั่งรถยนตท์ ่เี ปน็ รถยนต์รบั รองนั้น ท่ีนั่งเบาะหลังจะ
เป็นท่ีน่ังสําหรับแขกท่ีเกียรติยศหรือผู้อาวุโส ส่วนที่น่ังเบาะหน้าคู่กับพนักงาน
ขับรถยนต์น้ัน จะเป็นท่ีนั่งสําหรับผู้โดยสารท่ีมีอาวุโสรองลงมา หรือเป็นท่ีน่ัง
สําหรับองครักษ์ หรือผู้ติดตาม แต่ถ้าเป็นรถยนต์ส่วนตัวท่ีผู้ขับไม่ใช่พนักงาน
ขับรถยนต์จะมีมารยาทในการใหเ้ กียรติกันโดยกําหนดทน่ี ั่งแตกตา่ งออกไป
๔.๕.๑ การน่ังรถยนต์ตามหลักสากลท่ีมีระบบการจราจรเดินรถ
ทางด้านขวาของถนน รถยนต์ต้องเทียบทางเท้าทางด้านขวาของตัวรถ การกําหนด
ที่นง่ั ในรถยนต์ถือหลกั ปฏิบัติ ดังน้ี
๑) ทน่ี ัง่ เกียรติยศอย่ทู เ่ี บาะหลังด้านขวา
๒) ทน่ี งั่ เบาะหลังดา้ นซ้ายเปน็ ทน่ี ง่ั รอง
- ๒๗๘ -
๓) ทน่ี ง่ั เบาะหนา้ คู่กับพนักงานขบั รถยนตเ์ ป็นทนี่ ่งั สาํ หรบั เจ้าหนา้ ท่ี
๔.๕.๒ การจัดที่น่ังในรถยนตต์ ามแบบสากล มีหลกั ปฏบิ ัติ ดังน้ี
๑) ผู้มีอาวุโสระดับใกล้เคียงกัน ๒ คน และมีเจ้าหน้าท่ีติดตาม
๑ คน ให้จัดท่นี ่ัง ดงั นี้
- ที่นง่ั เกียรติยศ อย่ทู ีเ่ บาะหลงั ด้านขวา (๑)
- ที่นง่ั อาวุโสรอง อยทู่ เี่ บาะหลงั ด้านซา้ ย (๒)
- ท่นี ่ังของเจา้ หนา้ ที่ อยู่ทเ่ี บาะหน้าคูก่ บั คนขบั (๓)
๒) กรณีมีผู้โดยสารอาวุโสทัดเทียมกัน ๓ คน จะมีเจ้าหน้าที่
ตดิ ตามหรอื ไม่กต็ ามใหจ้ ัดท่นี ่ัง ดังนี้
- ทน่ี ง่ั เกียรตยิ ศ อยู่ที่เบาะหลงั ด้านขวา (๑)
- ที่น่ังอาวุโสรอง อยู่ที่เบาะหลังดา้ นซา้ ย (๒)
- ท่ีนั่งสําหรับคนท่ี ๓ ท่ีมีอาวุโสในระดับใกล้เคียงกับ
แขกเกียรติยศอยูท่ ี่เบาะหลัง ตรงกลางระหว่าง (๑) กบั (๒)
- ที่นงั่ ของเจ้าหนา้ ท่ี อย่ทู ี่เบาะหนา้ คกู่ บั คนขบั (๔)
๔.๕.๓ ตามระบบการจราจรของประเทศไทยมีการเดนิ รถทางดา้ นซา้ ย
ของถนน ดังนั้น ท่ีนั่งตําแหน่ง (๑) และ (๒) จะสลับด้านซ้าย-ขวา จากท่ีระบุไว้
สําหรับระบบสากล
๔.๕.๔ การจัดลาดับอาวุโสในท่ีน่ังรถยนต์ (ส่วนตัว) ถ้าเจ้าของขับเอง
หรือผู้อ่ืนที่มิใช่พนักงานขับรถเป็นผู้ขับถือว่าเป็นรถยนต์ส่วนตัว ไม่ถือหลักการ
จัดลําดับอาวุโสของท่ีนั่งเหมือนกับรถยนต์ที่ใช้รับรองแขกตามหลักการข้อที่
ผ่านมา ลําดับอาวุโสของท่ีน่ังในรถยนต์ส่วนตัวใช้หลักการของมารยาททั่วไป
ผู้นง่ั ไปในรถยนต์จะต้องคํานึงถงึ การใหเ้ กียรติแก่ผขู้ บั รถยนต์ โดยจะต้องปฏบิ ัติ ดังนี้
- ถ้ามีผู้โดยสารเพียงคนเดียว การจัดให้ผู้โดยสารนั่งในเบาะหลัง
จะเป็นการแสดงว่าผู้น่ังรถเป็นเจ้านายและผู้ขับรถเป็นพนักงานขับรถยนต์ จึงควรท่ี
- ๒๗๙ -
ผู้โดยสารจะน่ังในท่ีน่ังข้างหน้าคู่กับผู้ขับรถเสมอ ยกเว้นเฉพาะกรณีที่โดยสาร
น้ันเป็นผู้อาวโุ สสงู มากๆ และผ้ขู ับรถเตม็ ใจให้เกียรตอิ ย่างแท้จรงิ
- ถ้ามีผู้โดยสารเกินหนึ่งคน ผู้โดยสารท่ีมีอาวุโสสูงควรนั่งท่ี
เบาะหนา้ คู่กบั ผขู้ บั รถถือว่าเปน็ การใหเ้ กียรติต่อผขู้ ับรถ
- ถ้ามีผู้โดยสารท้ังบุรุษและสตรี สตรีจะต้องข้ึนไปนั่งหน้าคู่
กับผู้ขับรถ ถือเป็นการให้เกียรติต่อผู้ขับรถ แต่ตามความเป็นจริงแล้ว เป็นการ
รักษาเกียรติของสตรีด้วย เพราะถ้าบุรุษข้ึนไปน่ังคู่กับผู้ขับรถ โดยให้สตรีนั่งอยู่
ท่ีเบาะหลังเพยี งคนเดยี วเมอ่ื ไร จะสันนิษฐานกันวา่ สตรคี นนั้นเปน็ คนรับใช้
๔.๖ มารยาทในการจดั ทีน่ ง่ั ในโอกาสต่างๆ
มารยาทในการจดั ท่ีน่ังเปน็ เร่ืองสาํ คัญย่ิงในการรับรองผู้มีเกียรติใน
โอกาสตา่ งๆ เช่น งานเลย้ี งรบั รอง การเข้าเยี่ยมคารวะ การจัดประชุม ฯลฯ โดยหลักในการ
จัดที่นั่งจะเริ่มจากการพิจารณาว่าเป็นการจัดที่นั่งในโต๊ะรูปแบบใด ซึ่งโต๊ะแต่ละแบบ
จะมีหลักการจัดท่ีแตกต่างกันไป และข้อคํานึงที่สําคัญท่ีสุดในการจัดที่นั่ง คือ ลําดับ
อาวุโสและการให้เกียรติแก่เจ้าภาพและแขกเกียรติยศ เช่น ในกรณีการเล้ียงทางการทูต
จะถือว่าเอกอัครราชทูตในฐานะผู้แทนประเทศต่างๆ มีเกียรติและศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน
แต่ยังมีหลักสากลของการจัดลําดับอาวุโสเอกอัครราชทูต/อุปทูตต่างๆ โดยข้ึนอยู่กับ
เวลาเขา้ รับตาํ แหนง่ หน้าที่ นอกจากนี้ ยงั มีหลกั การอน่ื ๆ ท่ีนยิ มใช้ เชน่ การจัดลําดับ
ทน่ี ั่งโดยพิจารณาจากลําดับตัวอักษรชื่อรัฐ และการจัดให้ชายน่ังสลับหญิง แต่ไม่ควร
จัดให้สามีภริยาน่ังใกล้กัน ทั้งนี้ อาวุโสของภริยาย่อมเป็นไปตามอาวุโสของสามี
สําหรับงานเล้ียงท่ีไม่เป็นทางการโดยปกติจะไม่มีการกําหนดท่ีนั่ง (free seating)
แต่หากจําเป็นต้องกําหนดท่ีน่ังจะนิยมกําหนดที่น่ังให้เฉพาะเจ้าภาพและแขกเกียรติยศ
การจดั ท่นี ั่งในโอกาสต่างๆ พอสังเขปมี ดงั นี้
- ๒๘๐ -
๔.๖.๑ การจดั โต๊ะอาหารในงานเล้ยี งรับรองแขกผู้มเี กยี รติจะตอ้ งจัดทนี่ ่ัง
อย่างพิถีพิถันและประณีต งานเล้ียงรับรองถือเป็นกิจกรรมทางสังคมที่สําคัญ
ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพียงเพ่ือให้ผู้ได้รับเชิญมาร่วมงานได้มีโอกาสรับประทาน
อาหารเท่าน้ัน หากแต่เป็นการแสดงออกถึงความมีอัธยาศัยไมตรีที่มุ่งหวังให้
ทุกคนที่มารว่ มงานเล้ยี งไดม้ คี วามสุขสดชื่นและร่ืนเริงกับบรรยากาศในงานเล้ียง
นั้นๆ เปน็ การสร้างบรรยากาศแหง่ มติ รภาพไปดว้ ยศกั ดิ์ศรแี ละเกียรติภมู ิ
ประเภทของงานเลี้ยง
๑) งานเลี้ยงรับรองทั่วไป (Reception) เป็นงานเลี้ยงท่ีเรียกชื่อตาม
วัตถปุ ระสงคข์ องงานเปน็ งานเลย้ี งอยา่ งเดยี วกับงานเล้ยี ง Cocktail ซึ่งเรียกตาม
ชื่อเคร่ืองด่ืมที่เสิร์ฟ งานเลี้ยงประเภทน้ีเจ้าภาพสามารถเชิญผู้ร่วมงานได้เป็น
จํานวนมากและไม่ยุ่งยากในเร่ืองอาหารและเคร่ืองดื่ม ไม่ต้องจัดที่น่ังสําหรับผู้ร่วมงาน
(เว้นแต่ผู้ร่วมงานระดับ VIP) อาหารท่ีเสิร์ฟจะจัดใส่ถาดวางไว้ให้บริการตนเอง
อาหารสามารถหยิบจับได้สะดวก (finger food) เป็นช้ินขนาดพอดีคํา ผู้ร่วมงาน
สามารถยืนสนทนาไปรับประทานไปได้ถือว่าถูกต้องตามมารยาท ส่วนใหญ่จะ
จดั งานข้ึนในช่วงระหว่างเวลา ๑๘.๐๐ - ๒๐.๐๐ น. หากเจ้าภาพมีเวลาน้อยและ
เชิญผู้ร่วมงานไม่มาก (ไม่เชิญคู่สมรส) จะนิยมจัดงานในช่วงเท่ียงวันซึ่งเรียกว่า
งาน Vin d’honneur
๒) งานเลยี้ งอาหารกลางวนั และอาหารคาํ่ (Luncheon and Dinner)
- งานเล้ียงอาหารกลางวัน ถือเป็นงานเล้ียงที่เป็นทางการ
หรือมีพิธีรีตองมากกว่างาน Reception แต่น้อยกว่างาน Dinner ผู้ร่วมงานจะ
แต่งกายด้วยชดุ สากลสอี ่อน (Lounge suit)
- งานเลี้ยงอาหารค่ํา ถือเป็นงานเลี้ยงท่ีมีรูปแบบและพิธีการ
ละเอียดอ่อน เคร่งครัดและมีพิธีรีตองจึงจําเป็นต้องใส่ใจให้มากในการเชิญแขก
การจัดเตรียมอาหาร การจัดโต๊ะอาหาร และด้านพิธีการอ่ืน ๆ การแต่งกายสําหรับงานน้ี
โดยมากจะแต่งกายด้วยชุดสากลสีเข้ม (Dark suit) หรือหากเป็นงานท่ีมีพิธีการ
- ๒๘๑ -
มากจะใส่ชดุ ราตรีสโมสรที่เรียกว่า “Black tie หรือ White tie” แล้วแต่ความสําคัญและ
ลักษณะของงาน
รูปแบบการจัดโตะ๊ อาหาร
การเลือกรูปแบบโต๊ะสําหรับงานเลี้ยงรับรองจะขึ้นอยู่กับ
ขนาดของสถานท่ี จํานวนคน และประเภทของงานเล้ียง ซ่ึงมีหลายรูปแบบ
ทั้งโต๊ะรูปตัว I รูปตัว U รูปตัว T รูปตัว E รูปหวี รูปเกือกม้าและโต๊ะกลม
ดังภาพข้างลา่ งน้ี
โตะ๊ กลม โตะ๊ รูปตวั ยู
โ
โตะ๊ รปู ตวั อี โต๊ะรูปหวี
โตะ๊ รปู ตวั ที โตะ๊ รปู เกอื กมา้
โตะ๊ ยาว โตะ๊ รปู ตวั ไอ
- ๒๘๒ -
๔.๖.๒ การจัดท่ีนั่งลงนามความตกลง ในการจัดที่นั่งลงนามความ
ตกลงเป็นเร่ืองท่ีมีความสําคัญ เพราะถือเป็นการให้เกียรติระหว่างผู้ทําความ
ตกลงทง้ั สองฝา่ ย โดยการจัดท่ีนัง่ ลงนามความตกลงมีขน้ั ตอน ดงั น้ี
๑) การจดั เตรยี มสถานท่ี ได้แก่
- ห้องสาํ หรบั ใชป้ ระกอบพธิ ีลงนาม
- โตะ๊ ลงนาม พร้อมอุปกรณ์
- เก้าอ้ีสาํ หรับผ้ลู งนามและสกั ขีพยาน
- ธงเล็กตั้งโต๊ะหรือสัญลักษณ์ของหน่วยงานท้ังสองฝ่าย
(ต้งั ตามที่นั่งของผู้ลงนาม)
๒) หน่วยงานที่เก่ียวข้อง จัดเตรียมความตกลงหรือบันทึกความเข้าใจ
พิธลี งนามบันทึกขอ้ ตกลงความรว่ มมือทางวชิ าการ (MOU)
ระหว่างสานกั งานศาลปกครองกบั มหาวทิ ยาลัยศรีปทมุ
ณ มหาวิทยาลยั ศรปี ทมุ กรงุ เทพมหานคร
๓) ลาดับพิธีลงนาม
- พิธีกรเชิญสักขีพยาน พร้อมด้วยผู้เข้าร่วมพิธีเข้าน่ัง
ประจําท่ี ณ ห้องลงนาม
- เจ้าหนา้ ท่ีพิธกี ารเชญิ ผู้ลงนามทงั้ สองฝา่ ยไปยงั ห้องลงนาม
และนงั่ ในทนี่ งั่ ณ โตะ๊ ลงนามทจี่ ดั ไว้
- ๒๘๓ -
- พธิ ีกรประกาศเรมิ่ พิธลี งนาม
- ผูล้ งนามทง้ั สองฝา่ ยลงนาม และแลกเปล่ียนความ
ตกลงหรือบันทึกความเข้าใจ
- ผลู้ งนามทง้ั สองฝา่ ยสมั ผสั มอื แสดงความยนิ ดี
- ผลู้ งนามและสกั ขีพยานถา่ ยภาพร่วมกัน เสร็จพธิ ี
๔.๖.๓ การจัดท่ีนั่งการเข้าเยี่ยมคารวะ ในการจัดที่น่ังการเข้า
เย่ียมคารวะ ส่วนใหญ่จะใช้เก้าอี้แบบแยกเด่ียวหรือแบบโซฟา (ต้องสมเกียรติ
และสง่า) และจดั ทน่ี ่ังในลักษณะรปู ตวั U ผมู้ าเข้าเย่ียมคารวะจะนั่งด้านขวามือของ
เจ้าภาพ โดยจะตั้งธงชาติหรือตราสัญลักษณ์ของเจ้าภาพไว้ด้านหลังผู้เข้าเย่ียม
คารวะ ส่วนธงประจําชาติหรือตราสัญลักษณ์ของผู้เข้าเยี่ยมคารวะจะต้ังไว้
ดา้ นหลังของเจ้าภาพ
การจัดเก้าอแี้ บบแยกเดย่ี ว การจดั เก้าอ้แี บบโซฟา
การจัดทน่ี งั่ ในลกั ษณะรปู ตวั U
- ๒๘๔ -
มารยาทต่างๆ ตามท่ีกล่าวมาแล้วดังกล่าวข้างต้นเป็นเพียงมารยาท
สว่ นหน่งึ โดยยอ่ ซ่งึ สามารถนาํ ไปพจิ ารณาปรับใช้ในการเขา้ รว่ มงานสงั คมต่างๆ
โดยเฉพาะอย่างย่ิงงานของสถานเอกอัครราชทูต นอกจากนี้ยังมีวิธีและข้ันตอน
อย่างพอสังเขปในการนั่งรถยนต์และการจัดที่น่ังในโอกาสต่างๆ ตามความเหมาะสม
และควรแก่กรณี
**************************************
บทที่ ๕
ขน้ั ตอนและแนวทางปฏบิ ตั ิในการอานวยความสะดวก
----------------------------------
บทน้ีจะกล่าวถึงขั้นตอนและแนวทางปฏิบัติในการอํานวยความสะดวก
เกี่ยวกับการเข้าร่วมงานของสถานเอกอัครราชทูต โดยแบ่งออกเป็น ๒ หัวข้อ
คือ หัวข้อแรกจะเป็นกรณีเม่ือมีการส่งหนังสือเชิญเข้าร่วมงานจะมีข้ันตอนการเสนอ
เร่ืองเพื่อโปรดพิจารณาส่ังการอย่างไร ส่วนอีกหัวข้อจะเป็นเรื่องการอํานวยความสะดวก
ในการเข้าร่วมงาน โดยมีรายละเอียดตามลําดบั ดังน้ี
๕.๑ ข้ันตอนการเสนอเรือ่ ง
สถานเอกอัครราชทูตต่างๆ ที่อยู่ในประเทศไทยจะจัดงานวันชาติ
หรือวันสถาปนาวาระสําคัญต่างๆ ของประเทศตนเอง ซึ่งอาจจะจัดงาน ณ ทําเนียบ
เอกอคั รราชทูต หรือโรงแรม ระดับ ๕ ดาว แล้วแต่กรณี โดยจะออกหนังสือเชิญ
ไปยังผู้มีเกียรติ นักการทูต ทูตานุทูตประเทศต่างๆ ที่มีสถานเอกอัครราชทูต
ตง้ั อยู่ในประเทศไทย ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลาการ ข้าราชการระดับสูง หรือ
ผู้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประเทศของตน โดยในบัตรเชิญจะมีแบบตอบรับ
การเขา้ รว่ มงานแนบมาดว้ ย ซ่ึงจะเป็นหนา้ ท่ขี องเลขานุการท่ีจะเป็นผู้เสนอเรื่องดังกล่าว
ให้ผู้บังคับบัญชาของตนเป็นผู้พิจารณา ในส่วนน้ีจะขอกล่าวถึงการเสนอเรื่อง
เฉพาะกรณีศาลปกครองสูงสุด โดยแบ่งเป็นการเชิญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด
และการกราบเรียนเชิญประธานศาลปกครองสูงสุด ซ่ึงจะมีข้ันตอนการเสนอเรื่องท่ี
แตกต่างกนั ดงั นี้
๕.๑.๑ การเชิญตุลาการในศาลปกครองสูงสุดกล่าวคือสถานเอกอัครราชทูต
จะสง่ หนงั สอื เชิญตุลาการในศาลปกครองสูงสุดท่านใดเข้าร่วมงานเป็นเร่ืองท่ีอยู่
ในดุลยพินิจของสถานเอกอัครราชทูตน้ัน การที่จะได้รับเชิญอาจจะต้องมีความสัมพันธ์
กบั ประเทศของสถานเอกอคั รราชทูตนั้นมาก่อน เช่น เคยไปศึกษาที่ประเทศนั้น
- ๒๘๖ -
หรือเคยรู้จกั กับเอกอคั รราชทตู หรอื นกั การทตู ของสถานเอกอัครราชทูตแห่งนั้น เป็นต้น
สถานเอกอัครราชทูตจะส่งหนังสือเชิญ พร้อมท้ังแนบใบตอบรับการเข้าร่วมงาน
โดยจะระบุในหนังสือเชิญมุมล่างด้านขวาว่าจะให้ตอบอย่างไร เช่น เขียนว่า R.S.V.P.
ซึ่งผู้รับเชิญต้องตอบในเวลาอันสมควรว่าจะไปร่วมงานได้หรือไม่ หรือเขียนว่า
“Regret only” ซ่ึงหมายความว่า ถ้าขัดข้องตอบให้เจ้าภาพทราบ ดังตัวอย่างตามภาพ
ต่อไปนี้
ตัวอยา่ งหนงั สือเชญิ และแบบตอบรบั (R.S.V.P.)
- ๒๘๗ -
ตวั อยา่ งหนังสอื เชญิ และแบบตอบรบั (Regret only)
ขั้นตอนการเสนอเรื่อง กล่าวคือ การเสนอเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
ยังไม่มีแนวทางปฏิบัติท่ีแน่นอน สามารถยืดหยุ่นได้ ท้ังนี้ ข้ึนอยู่กับความพอใจ
ของผูบ้ ังคบั บญั ชาเป็นหลกั เนอื่ งจากผู้บงั คบั บญั ชาบางทา่ นจะไม่อนุญาตให้เลขานุการ
- ๒๘๘ -
เปิดซองเอกสารที่ส่งถึงท่าน ดังน้ัน ขั้นตอนเสนอเรื่องในข้อนี้จะใช้ได้กับกรณีที่
ผู้บังคับบญั ชาใหเ้ ปดิ ซองเอกสารทีส่ ่งถงึ ทา่ น โดยมีขั้นตอนสรุป ดังนี้
๑) เปิดซองหนังสือเชิญท่ีส่งมา และตรวจสอบวัน เวลา สถานที่
ลกั ษณะการแต่งกาย และเอกสารอ่นื ๆ ทีแ่ นบมา
๒) ตรวจสอบกาํ หนดนัดหมายงานของผู้บังคับบัญชาว่า ในวัน
และเวลาตามที่ไดร้ บั เชญิ มกี ําหนดนดั หมายงานอนื่ หรือไม่
๓) ถ่ายสําเนาหนังสือเชิญและแบบตอบรับให้อยู่ในเอกสาร
แผน่ เดียวกนั เพอ่ื ใชเ้ ปน็ หลกั ฐานอา้ งองิ ในกรณีท่ที าํ บตั รเชิญหาย
๔) นําหนังสือเชิญเสนอผู้บังคับบัญชา พร้อมท้ังแจ้งภารกิจ (ถ้ามี)
ในวันและเวลาตามท่ีได้รับเชิญเพ่ือให้ผู้บังคับบัญชาใช้ประกอบการตัดสินใจหรืออาจ
เขียนภารกิจในกระดาษโนต้ แนบไปพร้อมกับหนงั สือเชิญกไ็ ดแ้ ล้วแตก่ รณี
๕) เมือ่ ผู้บงั คับบัญชาพิจารณาและสง่ั การประการใดให้รีบดําเนินการ
ทันที เช่น
- ตอบรับเชิญ กรอกรายละเอียดในแบบตอบรับให้ครบถ้วน
ส่งแบบตอบรับทางโทรสารหรอื โทรศัพทแ์ ล้วแตว่ ิธที ี่ผู้เชิญกําหนด บันทึกวันและ
เวลาการส่งแบบตอบรับ สอบถามชื่อผู้รับโทรสารหรือโทรศัพท์ (ถ้ามี) และบันทึกงาน
ดังกลา่ วในกาํ หนดนัดหมายงานของผู้บงั คับบัญชา รายงานผลการดาํ เนินการให้
ผู้บังคับบัญชาทราบ
- จดั เตรียมสิ่งของ (ถ้ามีข้อส่ังการ) เช่น ของท่ีระลึก หรือ
แจกันดอกไม้ ฯลฯ โดยจดั เตรยี มเองหรอื แจง้ หน่วยงานท่เี กย่ี วข้องดาํ เนินการ
- ตอบขัดข้อง กรอกรายละเอียดในแบบตอบรับให้ครบถ้วน
ส่งแบบตอบรับทางโทรสารหรอื โทรศัพท์แลว้ แต่วิธที ี่ผเู้ ชิญกําหนด
๖) กรณผี บู้ งั คับบญั ชาให้เลขานกุ ารเป็นผเู้ ก็บหนงั สือเชิญ จะต้อง
เก็บหนังสือเชิญในสถานที่เห็นได้ง่ายหรือให้ผู้อื่นค้นหาได้ในกรณีท่ีตนเองไม่
- ๒๘๙ -
สามารถมาปฏิบัติงาน แต่ถ้าผู้บังคับบัญชาเป็นผู้เก็บหนังสือเชิญด้วยตนเองจะต้อง
เตอื นให้ท่านนําหนังสือเชญิ ไปในวนั งาน พร้อมทงั้ แจง้ ลักษณะการแต่งกายใหท้ ราบดว้ ย
ขอ้ ควรรู้ในการกรอกขอ้ มลู
(๑)
(๒)
(๓)
(๔)
(๕)
(๖)
(๗)
(๘)
(๙)
(๑๐)
๑) Name of Invitee คอื ชือ่ ตวั และชือ่ สกุลของผไู้ ดร้ ับเชิญ
๒) Position คือ ตาํ แหนง่ ของผไู้ ด้รบั เชิญ
๓) Card No. คือ หมายเลขบัตรเชิญ
๔) Organization/Embassy คอื หนว่ ยงาน/สถานเอกอัครราชทูต
๕) ๕)I will attend the ReceptionwithSpouseคือเขา้ รว่ มงานพรอ้ มคูส่ มรส
๖) I wil attend the Reception aloneคอื เข้ารว่ มงานเฉพาะบุคคล
๗) I will not attend the Reception คือ ไม่เข้าร่วมงาน
๘) I will send a representative คือ ส่งผู้แทนเข้ารว่ มงาน
๙) Name of Representative คือ ช่อื ตัวและชอ่ื สกลุ ของผู้แทน
๑๐) Position คือ ตาํ แหนง่ ของผ้แู ทน
- ๒๙๐ -
ทั้งนี้ บางกรณีแบบตอบรับอาจจะไม่ระบุช่องให้ส่งผู้แทน แต่เราอาจ
เขียนเพิ่มเติมในแบบตอบรับดังกล่าวได้ โดยใช้ประโยคว่า “I wil send a representative”
และตามดว้ ยชือ่ ตัว ช่อื สกลุ และตาํ แหน่งของผูแ้ ทน (เขียนเปน็ ภาษาองั กฤษ)
๕.๑.๒ การเชิญประธานศาลปกครองสูงสุดกล่าวคือสถานเอกอัครราชทูต
จะส่งหนังสือกราบเรียนเชิญประธานศาลปกครองสูงสุดเพ่ือเข้าร่วมงานวันชาติ
หรือวันสถาปนาวาระสําคัญต่างๆ เนื่องจากประธานศาลปกครองสูงสุดเป็นประมุข
ขององค์กรตุลาการเช่นเดียวกันกับประธานศาลรัฐธรรมนูญและประธานศาลฎีกา
ซึ่งใช้อํานาจตุลาการในการพิจารณาอรรถคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ องค์กร
ตุลาการเป็นหน่ึงในสามฝ่าย (ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายตุลาการ)
ที่ใช้อํานาจอธิปไตยซ่ึงเป็นอํานาจสูงสุดของรัฐ การเชิญประมุของค์กรของศาล
เขา้ ร่วมงาน จึงถือวา่ เปน็ เกยี รติแด่เจ้าภาพและเป็นเกียรติแก่ผู้ได้รับเชิญ ดังน้ัน
ในการเสนอเร่อื งกราบเรยี นประธานศาลปกครองสูงสดุ เพื่อโปรดพจิ ารณาจะต้อง
มีความประณีตและรัดกุมมากย่ิงข้ึน ซึ่งท่ีผ่านมาการเสนอเร่ืองกราบเรียนประธาน
ศาลปกครองสงู สุดมขี น้ั ตอนสรปุ ได้ ดงั น้ี
๑) เม่ือสถานเอกอัครราชทูตส่งบัตรเชิญเข้าร่วมงานวันชาติหรือ
วนั สถาปนาวาระสําคญั ต่างๆมาถงึ ประธานศาลปกครองสงู สุด หนว่ ยงานทเ่ี ก่ียวขอ้ งได้แก่
๑.๑) กลุ่มสารบรรณกลาง สํานักบริหารกลาง จะทําหน้าที่
รับจดหมายและเอกสารต่างๆ รวมถึงหนังสือเชิญการเข้าร่วมงาน แล้วจะส่งเอกสารให้
กับหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง ยกเว้นเป็นกรณีผู้เชิญส่งเอกสารด้วยตนเอง (By Hand) ให้กับ
ผู้รับเชญิ หรอื สง่ เอกสารทางโทรสารจะไมผ่ ่านระบบสารบบรรณกลางแต่อยา่ งใด
๑.๒) กลุ่มบริหารท่ัวไป สํานักประธานศาลปกครองสูงสุด จะรับ
เอกสาร (หนังสือเชิญ) ที่ส่งมาจากสํานักบริหารกลาง และจะส่งเอกสาร (หนังสือเชิญ)
ให้กล่มุ เลขานุการตลุ าการศาลปกครองสงู สุด
๑.๓) กลุ่มเลขานุการตุลาการศาลปกครองสูงสุดจะเป็นเจ้าของเร่ือง
ในการนํากราบเรียนประธานศาลปกครองสูงสุดเพ่ือโปรดพิจารณาส่ังการ โดยมีข้ันตอน
ทีเ่ ก่ยี วขอ้ งดังนี้
- ๒๙๑ -
๑) จัดทําบันทึกข้อความเสนอผู้อํานวยการสํานักประธาน
ศาลปกครองสูงสุด เพื่อนําเร่ืองกราบเรียนประธานศาลปกครองสูงสุดพิจารณา รายละเอียด
ปรากฏตามภาพดา้ นล่างน้ี
- ๒๙๒ -
คาอธบิ าย : องค์ประกอบตา่ งๆ ของบันทกึ ขอ้ ความมดี งั ตอ่ ไปนี้
๑. เร่ือง คือ การระบุประเภทของงาน เช่น งานวันชาติ งานเอกราช
งานวันสาธารณรัฐ วนั พระราชสมภพ ฯลฯ
๒. กราบเรียน คอื ให้ระบชุ ื่อบคุ คลที่ต้องการนาเร่ืองดังกล่าวกราบเรียน
คือ ประธานศาลปกครองสูงสุด
๓. บุคคลท่ีแจ้ง คือ ให้ระบุช่ือบุคคลที่เรียนเชิญ เช่น เอกอัครราชทูต
สาธารณรัฐออสเตรีย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฝร่ังเศส หรืออาจจะเปล่ียนหัวข้อ
เป็นหน่วยงานท่ีแจง้ กไ็ ด้ แล้วแต่กรณี
๔. สรุปเร่ือง คือ การสรุปเรื่องที่แจ้งมาโดยย่อ แต่ต้องได้สาระสาคัญ
เช่น ขอกราบเรียนเชิญประธานศาลปกครองสูงสุดและภริยาเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรอง
เนอื่ งในวันชาตสิ าธารณรัฐออสเตรีย เปน็ ตน้
๕. วนั เวลา สถานที่ คอื ใหร้ ะบวุ ัน เวลา สถานทส่ี าหรับการเข้าร่วมงาน
เช่น วันพุธท่ี ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๔ เวลา ๑๘.๓๐ - ๒๐.๓๐ น. ณ โรงแรม อินเตอร์
คอนติเนนตลั กรุงเทพมหานคร
๖. การแตง่ กาย คอื ชุดแต่งกายทใ่ี ช้สาหรับการเข้ารว่ มงาน เช่น
Lounge suit, National dress, Dark suit, Black tie, White tie
๗. กาหนดนัดงาน/ข้อมูลเดิม คือ ให้ระบุว่าในวันที่เชิญร่วมงาน
มีภารกิจอื่นๆ หรือไม่ เพื่อป้องกันปัญหาการนัดหมายงานซ้าซ้อน และให้ระบุ
ข้อมูลเดิมวา่ งานทไี่ ดร้ บั เชิญนั้นผไู้ ด้รับเชิญเคยไปรว่ มงานหรอื ไม่
๘. ข้อเสนอของ สปส. คือ เพื่อโปรดพิจารณา (กรณีต้องวินิจฉัย
สั่งการ) เพื่อโปรดทราบ (กรณีไม่ต้องวินิจฉัยสั่งการ) หรืออาจเสนอความเห็น
ประกอบการพจิ ารณาเพิม่ เตมิ เชน่ เห็นควรมอบหมายให้........เป็นผ้แู ทน แล้วแตก่ รณี
๙. ทราบ คือ ไม่เข้าร่วมงาน ที่ใช้คาว่าทราบแทนคาว่าไม่เข้าร่วมงาน
กเ็ พื่อขจัดปัญหาเกี่ยวกับความเหมาะสมของข้อส่ังการ ซึ่งบางกรณีคาว่าไม่เข้าร่วมงาน
อาจจะไมเ่ หมาะสมและไม่ให้เกียรตแิ ก่ผูเ้ ชิญ เชน่ งานวนั พระราชสมภพตา่ งๆ
- ๒๙๓ -
๑๐. เข้าร่วมงาน คือ เขา้ รว่ มงานตามที่ได้รบั เชญิ
๑๑. มอบหมาย คือ กรณผี ู้ไดร้ บั เชญิ ติดภารกิจอาจมอบหมายให้
บุคคลท่ีเห็นสมควรเป็นผู้แทนไปร่วมงาน ท้ังน้ี ผู้แทนจะต้องมีตาแหน่งและมี
ความเหมาะสมเพราะถือว่าเปน็ ผู้แทนของผูท้ ่ีมอบหมาย
๑๒. จัดเตรียมแจกันดอกไม้ คือ ในการเข้าร่วมงานวันชาติหรือ
วันสถาปนาต่างๆ การนาแจกันดอกไม้ไปมอบให้ถือว่าเป็นการให้เกียรติกับเจ้าภาพ
ซ่ึงในบางกรณีอาจจะเป็นการมอบของท่ีระลึกแทนแจกันดอกไม้ เช่น งานเลี้ยง
อาลาตาแหนง่ เป็นตน้
๑๓. ล่าม คือ ผู้แปลคาพูดจากภาษาหนึ่งไปอีกภาษาหนึ่งโดยทันที
ซึ่งบางกรณีผู้เข้าร่วมงานอาจไม่สันทัดภาษาของประเทศเจ้าภาพท่ีเชิญ จึงต้อง
ใช้ล่ามช่วยในการแปลภาษาสาหรบั การสนทนา
ข้อดี การกาหนดใหเ้ สนอเรื่องโดยใชบ้ ันทึกข้อความดังกลา่ ว คือ
- มกี ารกล่ันกรองเรือ่ งจากผู้บงั คบั บัญชาตามลาดบั ชนั้
- มีขอ้ มูลสาคญั ตา่ งๆ ใหผ้ ู้ไดร้ บั เชิญใชป้ ระกอบการตดั สินใจ
- มหี ลกั ฐานชดั เจนสาหรับการประสานงานกับหนว่ ยงานอ่ืนๆ เช่น สานกั
การต่างประเทศ (สาหรับจัดเตรียมข้อมูล ของท่ีระลึกและหรือล่าม) กลุ่มพิธีการและ
กิจการพิเศษ สานักประธานศาลปกครองสูงสุด (จัดเตรียมเจ้าหน้าที่สาหรับอานวย
ความสะดวก)
- มหี ลักฐานชดั เจนสาหรับผู้ที่ได้รบั มอบหมาย
- มหี ลักฐานชัดเจนสาหรับการดาเนนิ งานธรุ การทางการเงิน
- มหี ลกั ฐานชดั เจนสาหรับใช้เป็นขอ้ มลู อา้ งอิงในปตี อ่ ไป
๒) เมื่อประธานศาลปกครองสูงสุดพิจารณาและส่ังการ
เช่น ทราบ เข้าร่วมงาน หรือมอบหมายรองประธานศาลปกครองสูงสุดฯลฯกลุ่มเลขานุการ
ตลุ าการศาลปกครองสงู สุดมหี น้าทด่ี าเนินการต่อไปน้ี
- ๒๙๔ -
- กรณีทราบ ให้เก็บรวบรวมเรื่องและตอบเหตุขัดข้อง
ไปยงั สถานเอกอคั รราชทูตท่ีเชิญตามแบบตอบรับ
- กรณีเข้าร่วมงาน ให้จัดทาหนังสือภายในแจ้งสานัก
การต่างประเทศเพ่ือดาเนินการตามท่ีประธานศาลปกครองสูงสุดมีบัญชาและลงภารกิจ
ดงั กลา่ วในกาหนดนัดหมายงาน
- กรณีมอบหมาย ให้นาเรียนผู้ที่ได้รับมอบหมาย
เพ่ือสอบถามว่าขัดข้องหรือไม่ (ประสานงานภายใน) และแจ้งสานักการต่างประเทศ
เพ่ือดาเนนิ การตอ่ ไป รายละเอยี ดปรากฏตามภาพดา้ นลา่ งนี้