แผนการจดั การเรียนรู้
รายวิชาลูกเสือวิสามญั 1
รหัสวชิ า 20000-2001
ระดบั ชัน้ ประกาศนียบัตรวชิ าชีพปที ี่ 1
นนาางงสสาาววททัศัศววรรรณณ พพันนั ธธววาาววงงษษ์ ์
กลมุ่ สาระกลารมุ่ เสราียรนะรกู้สาารรเะรกียานรรเู้สราียรนะรกกู้ าารรเงราียนนรู้
อาชีพแลกะเาทรคงาโนโอลายชี พ(พ(าพณาณิชยิชกยรกรรมร)ม)
โรงเรียนธรรมโชติศึกษาลัย
สงั กัดสำนกั งานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษามธั ยมศึกษา สพุ รรณบุรี
โครงการสอน กจิ กรรมลกู เสือวิสามญั 1
ชัน้ ประกาศนยี บตั รวิชาชีพช้ันปีท่ี 1
โรงเรยี นธรรมโชตศิ กึ ษาลยั สำนักงานเขตพื้นทก่ี ารศึกษามัธยมศกึ ษา เขต 9
หนว่ ย ช่ือหนว่ ย/สาระสำคัญ สัปดาห์ ชวั่ โมง จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม
ที่ ที่ ท่ี และคณุ ลักษณะ
อันพึงประสงค์
1 การปฐมนเิ ทศ 1 1 1. ชี้แจงจดุ ประสงค์ของการฝกึ อบรมลกู เสอื
1.จดุ ประสงคข์ องการฝึกอบรมวิชา วสิ ามญั ได้
ลกู เสือวิสามญั 2. อธบิ ายสว่ นประกอบของเครือ่ งแบบลูกเสอื
2.เครื่องแบบลกู เสือวสิ ามญั วิสามญั ได้ถกู ตอ้ ง
3.การจดั แบง่ ลกู เสอื เปน็ หมู่ กอง 3. จดั การแบ่งหมู่ กอง และกลุ่มได้
และกลุม่ 4. บอกข้นั ตอนของการเปิด-ปิดประชมุ กองได้
4.การเปิด-ปิดประชุมกอง
2 ประวัติการลูกเสือโลกและการ 2 1.บอกประวัตกิ ารลกู เสือโลก และการดำเนนิ งาน
ลกู เสือไทย ของคณะกรรมการบริหารลกู เสอื โลกได้
1.ประวตั กิ ารลกู เสือโลก 2.บอกประวัตกิ ารลูกเสอื ไทยได้ 25
-กิจการลูกเสือโลก
-การดำเนนิ งานขอคณะ
กรรมการบริหารลกู เสอื โลก
-ความสมั พันธร์ ะหวา่ งลกู เสนื านา
ชาติ
-หลกั การพฒั นาลูกเสือ
2.ประวตั กิ ารลูกเสือไทย ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
ความมวี ินยั
3 กจิ การของคณะลกู เสอื แหง่ ชาติ 2 3-4 1.บอกความเป็นมาของคณะลกู เสือแหง่ ชาตไิ ด้ ความรบั ผิดชอบ
1.ความเป็นมาของคณะลูกเสอื 3 2.สรปุ กจิ การของคณะลกู เสอื แห่งชาติได้ ความเชอ่ื มั่นในตนเอง
แห่งชาติ 3.สรปุ ลักษณะการบริหารกจิ การลูกเสอื ของคณะ ความสนใจใฝร่ ู้
2.กิจการของคณะลูกเสือแห่งชาติ ลกู เสือแห่งชาติได้
3.การบรหิ ารกจิ การลูกเสือของ
คณะลูกเสือแหง่ ชาติ ความรักสามัคคี
ความกตญั ญกู ตเวที
4 ประวัติการลูกเสือวสิ ามญั 5-6 1.บอกประวตั กิ ารกำเนดิ ลกู เสือวสิ ามญั โลกได้
1.กำเนดิ ลูกเสอื วิสามญั โลก 2.บอกประวตั กิ ารกำเนิดลูกเสอื วิสามญั ใน
2.กำเนดิ ลกู เสือวิสามญั ในประเทศ ประเทศไทยได้
ไทย
5 บทบาทของนายหมู่ลกู เสอื 4 7-8 1.บอกความหมายและวตั ถปุ ระสงค์ของระบบหมู่
วิสามัญ ได้
1.ความหมายและวตั ถปุ ระสงคข์ อง 2.บอกบทบาทของนายหม่ลู ูกเสือวสิ ามญั ได้
ระบบหมู่ 3.แบ่งหนา้ ทภ่ี ายในหมู่ของตนเองได้
2.บทบาทของนายหม่ลู กู เสือ 4.ดำเนนิ การประชมุ คณะกรรมการกองและหมู่
วสิ ามญั ลกู เสอื วิสามัญได้
3.การแบ่งหนา้ ท่ภี ายในหมู่ 5.บอกขัน้ ตอนของการวางแผนกำหนดการได้
4.การประชุมคณะกรรมการกอง
ลกู เสอื วสิ ามัญ
5.การวางแผนกำหนดการ
หน่วย ช่ือหนว่ ย/สาระสำคญั สัปดาห์ ช่วั โมง จุดประสงค์การเรยี นรู้ คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
ที่ ท่ี ที่ และคณุ ลกั ษณะ
อนั พงึ ประสงค์
6 ระเบยี บแถว 1 5 9-10 1.บอกวัตถุประสงค์ของการฝกึ ระเบียบ
1.วัตถุประสงค์ของการฝกึ ระเบยี บแถว แถวได้
2.การเตรยี มการฝึกและขั้นตอนท่าทจ่ี ะฝกึ
3.สัญญาณมอื ในการเรยี กแถว 2.บอกการเตรียมการเพือ่ ฝกึ ระเบยี บแถว
4.การฝกึ ระเบยี บแถวเปน็ รายบุคคล ได้
3.ปฏิบตั ิตามการใหส้ ญั ญาณมอื ในการ
เรียกแถวได้
4.ปฏิบตั ิตามระเบียบแถวในทา่ ตา่ งๆ ได้
7 คำปฏญิ าณและกฎของลกู เสอื 6 11-12 1.กลา่ วคำปฏิญาณของลกู เสอื ได้
1.คำปฏิญาณของลกู เสอื
2.กฎของลูกเสอื 2.บอกกฎของลูกเสอื ได้ ความมมี นุษยสัมพันธ์
3.คติพจนข์ องลูกเสอื 3.บอกคตพิ จนข์ องลูกเสือได้ ความมีวนิ ยั
8 พิธกี ารลูกเสือวสิ ามญั ความรับผิดชอบ
1.พธิ ีรับเปน็ เตรยี มลูกเสอื -เนตรนารี
วสิ ามญั 7 13-14 1.บอกประโยชนข์ องพิธกี ารตา่ งๆ ของ ความเชอื่ ม่นั ในตนเอง
2.พธิ ีสำรวจตนเอง ลกู เสอื -เนตรนารวี ิสามญั ความสนใจใฝร่ ู้
3.พธิ เี ขา้ ประจำกองลูกเสอื -เนตรนารี
วสิ ามัญ 2.สาธิตพิธกี ารต่างๆ ของลกู เสอื -เนตรนารี ความรกั สามคั คี
วิสามัญไดถ้ ูกตอ้ ง
9 ระเบียบแถว 2
1.การฝกึ เป็นบคุ คลทา่ ถือไมง้ า่ ม ความกตัญญูกตเวที
2.การใชไ้ ม้พลองหรือไมง้ า่ มป้องกนั ตัว 3.ดำเนนิ การจัดพิธกี ารใดพธิ กี ารหน่ึงของ
3.การฝึกระเบียบแถวเปน็ หมู่
4.การศกึ ษาระเบยี บแถวของกอง 8 15-16 ลูกเสอื -เนตรนารีวิสามัญได้
5.การสวนสนาม
9 17-18 1.สามารถจัดระเบยี บแถวในท่าต่างๆ ตาม
- ทบทวน/สอบกลางภาคเรยี น หลกั สูตรได้
2.สามารถสาธิตการสวนสนามได้
10 19-20 สอบภาคปฏิบตั ิและภาคทฤษฎี
หนว่ ย สปั ดาห์ ชวั่ โมง จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม
ชอ่ื หนว่ ย/สาระสำคญั ที่ ที่ และคณุ ลักษณะ
ท่ี อนั พึงประสงค์
10 เงื่อนเชอื ก 11 21-22 1.บอกประโยชน์ของเชอื กทม่ี ีตอ่ กิจกรรม
1.คุณสมบตั ิของเชอื กทจี่ ะนำมาใชใ้ นการ ลูกเสอื ได้
ทำเงอ่ื นเชอื ก
2.ผกู เงอ่ื นประเภทตา่ งๆ ได้
2.ประโยชนข์ องเงือ่ นเชือก
3.เงอ่ื นชนดิ ต่างๆ
10 3.เงอ่ื นชนิดตา่ งๆ (ต่อ) 12 23-24
11 แผนที่ 13 25-26 1.บอกความหมาย และความสำคญั ของ
1.ความหมายและความสำคญั ของแผนท่ี แผนทไี่ ด้
2.ชนดิ ของแผนท่ี 2.บอกชนิดของแผนทไ่ี ด้ ความมีมนุษยสัมพนั ธ์
3.องค์ประกอบของแผนที่ 3.อา่ นแผนที่ และหาจดุ ท่ีต้ังได้ ความมวี ินยั
4.การอา่ นแผนที่ 4.บอกประโยชน์ของแผนทไี่ ด้ ความรบั ผดิ ชอบ
12 เขม็ ทิศและการหาทศิ 14 27-28 1.บอกความหมายและสว่ นประกอบของ ความเชอื่ มัน่ ในตนเอง
1.ความหมายและสว่ นประกอบของเข็มทศิ เข็มทิศได้ ความสนใจใฝ่รู้
2.เขม็ ทิศแบบซลิ วา 2.ใชเ้ ขม็ ทศิ แบบซลิ วาได้ ความรกั สามัคคี
ความกตญั ญกู ตเวที
3.ทำแผนท่ีโดยสงั เขปจากเข็มทิศได้
3.การทำแผนที่สังเขปโดยใช้เข็มทิศ
4.วิธกี ารสังเกตทิศจากสิ่งแวดลอ้ ม 4.สังเกตทศิ จากสิง่ แวดล้อมได้
13 กิจกรรมและอุปกรณ์การอยูค่ า่ ยพักแรม 15 29-30 1.ยกตัวอยา่ งเคร่อื งใช้สว่ นตวั และเครอื่ งใช้
1.เครอ่ื งใชส้ ว่ นตัวและเคร่ืองใชส้ ว่ นรวม สว่ นรวมได้
2.อุปกรณส์ ำหรบั ใช้ทำกิจกรรมต่างๆ
3.การก่อไฟ สูทกรรม และสขุ าภบิ าล 2.บอกอุปกรณส์ ำหรบั ใช้ทำกจิ กรรมตา่ งๆ
4.การชมุ นุมรอบกองไฟ ได้
3.บอกวธิ ีการกอ่ ไฟ สูทกรรมและ
สุขาภบิ าลได้
4.อธิบายการชุมนมุ รอบกองไฟได้
หนว่ ย ชอ่ื หน่วย/สาระสำคัญ สปั ดาห์ ชั่วโมง จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ คุณธรรม จรยิ ธรรม
ที่ ท่ี ที่ คา่ นยิ ม และคณุ ลักษณะ
อันพึงประสงค์
14 การเดนิ ทางไกล 16-17 31-34
1.ความสำคัญและวตั ถุประสงคข์ อง 1.บอกความสำคญั และวตั ถุประสงค์ของการเดิน
การเดนิ ทางไกลและอย่คู า่ ยพกั แรม ทางไกลและการอยู่คา่ ยพักแรมได้
2.หลักของการเดินทางไกลและอยู่ 2.สรปุ หลกั การเดนิ ทางไกลและการอยคู่ ่ายพัก
ค่ายพักแรม แรมได้
3.ขัน้ ตอนของการเดนิ ทางไกล 3.บอกข้ันตอนของการเดินทางไกลได้
4.การจัดต้ังคา่ ยพกั แรมและการอยู่ 4.บอกลกั ษณะของการจัดตงั้ คา่ ยพกั แรมและการ
คา่ ยพกั แรม อยู่คา่ ยพักแรมได้
5.ความปลอดภยั ในการเดิน 5.อธบิ ายถึงการรักษาความปลอดภยั ในการเดนิ ความมีมนุษยสัมพนั ธ์
ทางไกลและอยูค่ า่ ยพักแรม ทางไกลและการอย่คู า่ ยพักแรมได้ ความมวี นิ ยั
15 การปฏบิ ัติกจิ กรรมบุกเบิกและ 18-19 35-38 ความรบั ผดิ ชอบ
ผจญภัย
ความเชอ่ื ม่นั ในตนเอง
1.ความหมายและความสำคญั ของ 1.บอกความหมายและความสำคัญของการ ความสนใจใฝร่ ู้
การบุกเบกิ และการผจญภยั บุกเบกิ และการผจญภยั ได้
2.ลักษณะของกจิ กรรมการบกุ เบกิ 2.บอกลักษณะของกจิ กรรมการบกุ เบกิ และการ ความรักสามัคคี
และการผจญภยั ผจญภยั ได้ ความกตัญญกู ตเวที
3.อุปกรณ์ทใ่ี ช้ในการบุกเบิกและ 3.ใช้อปุ กรณใ์ นการบุกเบิกและการผจญภัยได้
การผจญภยั 4.สรปุ สาเหตขุ องความไม่ปลอดภยั ท่อี าจเกิดจาก
4.สาเหตุของความไมป่ ลอดภยั ใน การบุกเบิกและการผจญภยั ได้
กจิ กรรมการบกุ เบิกและการผจญ 5.บอกแนวทางการรักษาความปลอดภยั ในการ
ภยั บุกเบิกและการผจญภัยได้
5.แนวทางการรักษาความปลอดภัย
- -ทบทวน/สอบปลายภาคเรียน 20 39-40 สอบภาคปฏิบตั แิ ละภาคทฤษฎี
ครูผ้รู ับผดิ ชอบ
นางสาวทศั วรรณ พันธวาวงษ์
นางสาวอารมย์ ปานทอง
นางสาวชมพนู ทุ อุยานนั ท์
นางเสมอใจ จันละคล
1
แผนการจดั การเรยี นรูแ้ บบบูรณาการท่ี 1 หน่วยที่ 1
จานวนชวั ่ โมง 1 ช.ม.
รหสั วิชา 20000-2001 กจิ กรรมลกู เสอื วิสามญั 1
ชือ่ หน่วย/เรือ่ ง การปฐมนิเทศ
แนวคิด
การปฐมนิเทศ คอื การเตรยี มความพรอ้ มใหเ้ กดิ กบั ลูกเสอื วสิ ามญั เพ่อื ใหว้ ธิ กี ารปฏบิ ตั ติ นในการเรยี น
เน้ือหาวชิ า วธิ กี ารวดั ผลประเมนิ ผลการเรยี น การแบ่งหมู่ วดั พน้ื ฐานความรทู้ างลูกเสอื และใหร้ เู้ กย่ี วกบั กจิ กรรม
ของลูกเสอื วสิ ามญั เบอ้ื งตน้ กอ่ นเขา้ หมู่ กระบวนการเรยี นการสอนในเน้อื หาวชิ า เพราะจะทาใหก้ ารเรยี นการสอน
ดาเนนิ ไปบรรลผุ ลสมั ฤทธติ์ ามจุดประสงคข์ องหลกั สตู ร และช่วยใหผ้ เู้ รยี นมกี ารเตรยี มตนไดล้ ว่ งหน้า
ผลการเรยี นร้ทู ี่คาดหวงั
1. ชแ้ี จงจุดประสงคข์ องการฝึกอบรมลูกเสอื วสิ ามญั ได้
2. อธบิ ายส่วนประกอบของเครอ่ื งแบบลกู เสอื วสิ ามญั ไดถ้ ูกตอ้ ง
3. จดั การแบง่ ลูกเสอื เป็น หมู่ กอง และกลุ่มได้
4. บอกขนั้ ตอนของการเปิด-ปิดประชมุ กองได้
5. มกี ารพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา
สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเร่อื ง
5.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์ 5.6 การประหยดั
5.2 ความมวี นิ ยั 5.7 ความสนใจใฝ่รู้
5.3 ความรบั ผดิ ชอบ 5.8 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนนั
5.4 ความซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ 5.9 ความรกั สามคั คี
5.5 ความเชอ่ื มนั ่ ในตนเอง 5.10 ความกตญั ญกู ตเวที
สมรรถนะรายวิชา
1. ปฏบิ ตั ติ นตามระเบยี บวนิ ัย คาปฏญิ าณและกฎของลกู เสอื วสิ ามญั
2. วางแผนและปฏบิ ตั กิ จิ กรรมทกั ษะทางลกู เสอื และกจิ กรรมพเิ ศษของลกู เสอื
3. บาเพญ็ ประโยชน์ต่อชมุ ชนและทอ้ งถนิ่ ในสถานการณ์ต่างๆ
4. ใชร้ ะบบหมู่ การเป็นผนู้ าผตู้ ามและกระบวนการกลมุ่ ในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั
สาระการเรียนรู้
1. จุดประสงคข์ องการฝึกอบรมวชิ าลกู เสอื วสิ ามญั
2. เครอ่ื งแบบลกู เสอื วสิ ามญั
3. การจดั แบง่ ลูกเสอื เป็นหมู่ กอง และกลุ่ม
4. การเปิด-ปิดประชมุ กอง
2
กิจกรรมการเรยี นรู้
ขนั้ นาเข้าสู่บทเรยี น
1. ครกู ล่าวถงึ อดุ มการณ์ของลูกเสอื วสิ ามญั “บรกิ าร” ลูกเสอื วสิ ามญั จงึ ต้องพฒั นาตนเองใหไ้ ปส่อู ดุ มการณ์
เพ่อื จะไดเ้ ป็นพลเมอื งดี มคี ุณภาพและบรรลุวตั ถปุ ระสงคข์ องคณะลูกเสอื แห่งชาติ ท่ีไดต้ ราไวใ้ นพระราชบญั ญตั ิ
ลกู เสอื (ฉบบั ท่ี 3) พ.ศ. 2528 มาตรา 7 ซง่ึ ระบวุ ่า “คณะลกู เสอื แห่งชาตมิ วี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอ่ื พฒั นาลูกเสอื ทงั้ ทาง
กาย สติปัญญา จิตใจและศีลธรรมให้เป็ นพลเมืองดี มีความรบั ผิดชอบ ช่วยสร้างสรรค์สังคมให้มีความ
เจรญิ กา้ วหน้า เพ่อื ความสงบสขุ และมนั ่ คงของประเทศชาติ
2. ผเู้ รยี นยกตวั อย่างอดุ มการณ์ของลูกเสอื วสิ ามญั เชน่
- ใหม้ นี สิ ยั ในการสงั เกต จดจา เชอ่ื ฟัง และพง่ึ ตนเอง
- ใหซ้ ่อื สตั ยส์ จุ รติ มรี ะเบยี บวนิ ัยและเหน็ อกเหน็ ใจผอู้ ่นื
- ใหร้ จู้ กั บาเพญ็ ตนเพ่อื สาธารณประโยชน์
- ใหร้ จู้ กั ทาการฝีมอื และฝึกฝนใหท้ ากจิ กรรมต่างๆ ตามความเหมาะสม
- ใหร้ จู้ กั รกั ษา และส่งเสรมิ จารตี ประเพณี วฒั นธรรม และความมนั ่ คงของประเทศชาติ
ขนั้ สอน
3. ครูผู้สอนอธบิ ายจุดประสงค์ของการฝึกอบรมวชิ าลูกเสือวิสามญั และนารูปภาพของเคร่อื งแบบ
ลูกเสอื วสิ ามญั มาแสดงใหผ้ เู้ รยี นไดเ้ รยี นรแู้ ละร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็
4. ครผู สู้ อนอธบิ ายและสาธติ การจดั แบ่งลกู เสอื เป็นหมู่ กองและกลมุ่ รวมทงั้ การเปิด-ปิดประชมุ กอง
4.1. การแบ่งหมู่ ใหแ้ บ่งลูกเสอื วสิ ามญั ออกเป็นหมู่ หมู่ละ 4-6 คน รวมทงั้ นายหมู่ (หวั หน้าหมู่)
และรองนายหมู่ (รองหวั หน้าหม่)ู ในกรณีทม่ี กี จิ กรรมพเิ ศษอาจจดั ลูกเสอื วสิ ามญั ขน้ึ เป็นหม่เู ฉพาะกจิ มจี านวน
ตา่ งจากทก่ี าหนดไวน้ นั้ กไ็ ด้
4.2. การจดั กอง กาหนดใหก้ องลูกเสอื วสิ ามญั ประกอบดว้ ยลกู เสอื 4 หมู่ จดั เป็น 1 กองได้
3
4.3. การจดั กลมุ่ ในกรณที ม่ี ลี ูกเสอื ตงั้ แต่ 4 กองขน้ึ ไป กจ็ ดั ตงั้ เป็นกล่มุ ลกู เสอื หรอื ลูกเสอื 4
ประเภท และประเภทละ 1 กอง รวมเป็น 1 กลมุ่ เรยี กวา่ “กองสมบูรณ์” หรอื ลกู เสอื 2-3 ประเภทรวมกนั
จะตอ้ งมปี ระเภทละ 2 กองขน้ึ ไปรวมกนั เป็น 4 กองขน้ึ ไป แต่ไม่เกนิ 8 กอง จดั เป็น 1 กลุ่มได้
ถา้ ลูกเสอื -เนตรนารแี ต่ละอย่างมไี มถ่ งึ 4 กอง แตม่ ลี ูกเสอื ตงั้ แต่ 2 กองขน้ึ ไป และเนตรนารี 2 กอง
ขน้ึ ไป รวมกนั มจี านวน 4 กองขน้ึ ไป (ไม่ถงึ 8 กอง) จดั เป็นกลุ่มได้ 1 กลมุ่ ถอื ปฏบิ ตั ติ ามพระราชบญั ญตั ิ มาตรา
35 และการจดั กาลงั ตามคมู่ อื การฝึกระเบยี บแถวลกู เสอื เรยี กวา่ “กลุ่มลกู เสือไมส่ มบรู ณ์”
หมขู่ องลกู เสอื -เนตรนารวี สิ ามญั จดั แบง่ หน้าทต่ี ามจานวนคน คอื
1. หมขู่ องลกู เสอื วสิ ามญั มจี านวน 4-6 คน ถา้ มจี านวน 6 คน แบง่ หน้าทด่ี งั น้ี
1.1 นายหมู่ (หวั หน้าหม่)ู
1.2 พลาธกิ าร
1.3 คนครวั
1.4 คนหาน้า
1.5 คนหาฟืน
1.6 รองนายหมู่ (รองหวั หน้าหม)ู่
2. มจี านวน 4 คน แบง่ หน้าทด่ี งั น้ี
2.1 นายหมู่ (หวั หน้าหม)ู่
2.2 พลาธกิ าร
2.3 คนครวั (หาน้า หาฟืนดว้ ย)
2.4 รองนายหมู่ (รองหวั หน้าหม่)ู
3. ถา้ เป็นหม่เู ฉพาะกจิ มจี านวน 8 คน แบง่ หน้าทด่ี งั น้ี
3.1 นายหมู่ (หวั หน้าหม)ู่
3.2 พลาธกิ าร
3.3 หวั หน้าคนครวั
3.4 ผชู้ ่วยคนครวั
3.5 คนหาน้า
3.6 คนหาฟืน
3.7 คนงานเบต็ เตลด็
3.8 รองนายหม่(ู รองหวั หน้าหม่)ู
การสบั เปลย่ี นตาแหน่งหน้าทภ่ี ายในหมลู่ กู เสอื โดยปกตแิ ลว้ จะมกี ารสบั เปลย่ี นตาแหน่งหน้าทภ่ี ายในหมู่
เพ่อื เป็นการพฒั นาบุคคลตามขบวนการลูกเสอื วธิ กี ารสบั เปลย่ี นหน้าทภ่ี ายในหมจู่ ะเรม่ิ จากนายหมเู่ ปลย่ี นไปเป็น
ตาแหน่งสุดทา้ ย คอื คนหาฟืน สาหรบั หมู่ 6 คน หรอื เป็นคนครวั สาหรบั หมู่ 4 คน หรอื เป็นคนงานเบด็ เตลด็ สาหรบั
หมู่ 8 คน ตาแหน่งอ่นื จะขยบั ขน้ึ ไปจากงานเบด็ เตลด็ เป็นคนหาฟืน คนหาฟืนเป็นคนหาน้า คนหาน้าเป็นผชู้ ่วย
คนครวั ผชู้ ว่ ยคนครวั เป็นหวั หน้าคนครวั หวั หน้าคนครวั เป็นพลาธกิ าร พลาธกิ ารกลบั ไปเป็นรองนายหมู่ สว่ น
รองนายหม่ขู น้ึ เป็นนายหมู่ การสบั เปล่ยี นตาแหน่งหน้าทภ่ี ายในหมจู่ ะเป็นเช่นนท้ี กุ ครงั้ เม่อื เปลย่ี น 4 ครงั้ 6 ครงั้
4
หรอื 8 ครงั้ ตามจานวนสมาชกิ ภายในหมู่ คนหน่งึ จะทางานครบหน้าท่ี ถา้ หากไมม่ กี ารเปลย่ี นตาแหน่งหน้าทก่ี นั
การพฒั นาบคุ คลจะไม่ครบขบวนการ
5. แบ่งลกู เสอื ออก 5 กลุ่ม แต่ละกลุ่มศกึ ษาหวั ขอ้ หมุนเวยี นกนั ไปตามฐานแลว้ นาเสนองานดงั น้ี
ฐานท่ี 1 จุดประสงคข์ องการฝึกอบรมลกู เสอื วสิ ามญั
ฐานท่ี 2 จดั นทิ รรศการเคร่อื งแบบลูกเสอื วสิ ามญั ทงั้ ชายและหญงิ
ฐานท่ี 3 การจดั แบง่ หม่ลู ูกเสอื พรอ้ มตาแหน่งตา่ งๆ ภายในหมู่
ฐานท่ี 4 สาธติ การเปิด-ปิดประชมุ กอง
ฐานท่ี 5 สาธติ การรายงานการตรวจ
ขนั้ สรปุ และการประยุกต์
6. ผเู้ รยี นลาดงั ขนั้ ตอนการเปิด-ปิดประชมุ กองตามทไ่ี ดศ้ กึ ษามาแลว้ ขา้ งตน้ แลว้ สมุ่ กล่มุ ตวั อยา่ งเพอ่ื
ทาการสาธติ การเปิด-ปิดกองลกู สอื วสิ ามญั เพ่อื ประยกุ ตใ์ ชต้ ่อไป
สื่อและแหลง่ การเรียนรู้
1. หนงั สอื เรยี น วชิ า 2000-2001 กจิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั 1 ของสานกั พมิ พเ์ อมพนั ธ์
2. ส่อื แผ่นใส
3. อนิ เทอรเ์ น็ต
4. กจิ กรรมและใบงาน
หลกั ฐาน
1. บนั ทกึ การสอน
2. ใบเชค็ ชอ่ื
3. แผนจดั การเรยี นรู้
การวดั ผลและการประเมินผล
วิธีวดั ผล
1. ใบงาน
2. กจิ กรรมลูกเสอื
3. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
4. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
5. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
6. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่
7. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครอ่ื งมือวดั ผล
1. ใบงาน
5
2. กจิ กรรมลกู เสอื
3. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
4. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
5. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
6. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยรว่ มกนั ประเมนิ
เกณฑก์ ารประเมินผล
1. ใบงาน เกณฑผ์ า่ นการ 50 % ขน้ึ ไป
2. กจิ กรรมลกู เสอื เกณฑผ์ า่ นการ 50 % ขน้ึ ไป
3. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ เกณฑผ์ า่ นการ 50 % ขน้ึ ไป
4. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี ่องปรบั ปรงุ
5. เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
6. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
7. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยกู่ บั การ
ประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
1. เล่นเกม การเปลย่ี นตาแหน่ง
1.1. วตั ถุประสงคข์ องเกม
เพ่อื ใหล้ กู เสอื วสิ ามญั มที กั ษะปฏบิ ตั กิ ารเปลย่ี นตาแหน่งหน้าท่ขี องตนเองภายในหมไู่ ดถ้ ูกตอ้ ง
1.2. จานวนผเู้ ล่น
ตงั้ แต่ 8 คนขน้ึ ไป
1.3. การจดั กล่มุ การเล่น
จดั เป็นหมลู่ ะ 8 คน
1.4. กตกิ า
ให้ลูกเสอื วสิ ามัญสลบั หน้าท่ภี ายในหมู่ของตนเองให้เสร็จเร็วท่สี ุด หมู่ใดเสร็จก่อน เป็นหมู่ท่ี
เป็นหม่ทู ป่ี ระสบผลสาเรจ็
1.5 วธิ เี ล่น
- จดั ลูกเสอื ออกเป็นหมๆู่ ละ 8 คน เขา้ แถวตอนลกึ
- ใหล้ กู เสอื วสิ ามญั ทุกคนนงั่ ลง
- ผนู้ าเกมจดั หากรรมการรว่ ม พรอ้ มแลว้ ใหส้ ญั ญาณเรม่ิ เลน่
- ลกู เสอื วสิ ามญั แตล่ ะคนแต่ละหมยู่ นื บอกตาแหน่งของตนเอง ตงั้ แต่นายหม่ตู ามลาดบั จนถงึ ตาแหน่ง
สุดทา้ ยรองนายหมู่ ใหร้ บี วง่ิ เปลย่ี นตาแหน่งแลว้ นงั ่ ลง
6
- ใหล้ ูกเสอื วสิ ามญั แต่ละหมปู่ ฏบิ ตั เิ ช่นเดยี วกนั จนถงึ เสน้ ชยั ทก่ี าหนด หม่ใู ดบอกตาแหน่งถกู ตอ้ ง
และถงึ เสน้ ชยั ก่อนเป็นหมทู่ ป่ี ระสบผลสาเรจ็
2. เลา่ นิทานเรอ่ื งตา่ งๆ ดงั ตอ่ ไปน้ี
นิทานเรือ่ ง มดกบั ตกั ๊ แตน
ตกั ๊ แตนเจา้ สาราญตวั หนง่ึ นิสยั เกยี จครา้ นชอบความสะดวกสบาย ตลอดชว่ งฤดรู อ้ นทส่ี ตั วอ์ น่ื ๆ พา
กนั หาอาหารไปเกบ็ สะสมไวใ้ นรงั มนั มวั แตร่ อ้ งราทาเพลงสนุกสนานไปวนั ๆ ครนั้ ถงึ ฤดหู นาวหมิ ะตกหนกั
ตกั ๊ แตนไม่สามารถหาอาหารกนิ ได้ อดอยหู่ ลายวนั จนในทส่ี ดุ ตอ้ งซมซานมาเคาะประตูรงั ของมดทเ่ี คยรจู้ กั
“ได้โปรดเถิดเพ่อื น ขออาหารให้ฉันประทงั ชวี ติ สกั หน่อยเม่อื พ้นฤดูหนาวอนั แสนทารุณน้ีแล้ว ฉัน
สญั ญาวา่ จะหามาใชค้ นื เป็นเทา่ ตวั ” ตกั ๊ แตนพยายามวงิ วอน
“อา้ ว... กเ็ ม่อื ตอนฤดรู อ้ นทใ่ี ครๆ เขาพากนั ทามาหากนิ ตวั เป็นเกลยี ว เจา้ มวั ทาอะไรอย่”ู มดยอ้ น
ถาม
“ฉนั ไมไ่ ดอ้ ย่เู ปลา่ ๆ หรอกนะ แตไ่ ดร้ อ้ งราทาเพลงตลอดเวลา เมอ่ื ตอนทเ่ี ธอและเพ่อื นๆ ขนอาหาร
ผ่านมากไ็ ดย้ นิ มใิ ชห่ รอื ”
“ไดย้ นิ ซ.ิ .. ในเม่อื เจา้ มวั แตร่ อ้ งเพลงตลอดฤดรู อ้ น เมอ่ื ถงึ ฤดหู นาวกจ็ งเตน้ ราใหส้ นุกเถดิ กลา่ วจบ
มดกป็ ิดประตทู นั ท”ี
นิทานเรอ่ื งนี้สอนให้ร้วู า่
“ผทู้ ่ีปลอ่ ยวนั เวลาให้ผา่ นเลยไปอยา่ งไรค้ า่ ชีวิตยอ่ มพบเพียงความวา่ งเปลา่ ”
เพลง ในหมู่ลกู เสอื
ในหมลู่ ูกเสอื เมอ่ื มารว่ มอยู่
ตา่ งคนต่างรกู้ นั ดี ในหน้าทท่ี กุ อย่าง
ตอ้ งชว่ ยกนั ทา ทาไม่เวน้ ว่าง
งานทกุ อย่าง งานทกุ อย่าง จะเสรจ็ โดยงา่ ยดาย
7
ใบงานท่ี 1.1
เรอื่ ง การปฐมนิเทศ
ชอ่ื ...............................................นามสกลุ .......................................เลขท.่ี .............ชนั้ ................
ผลการเรียนรทู้ ่ีคาดหวงั : เพ่อื ใหล้ ูกเสอื ทราบจุดประสงคข์ องการฝึกอบรม วธิ กี ารแตง่ เคร่อื งแบบ
การจดั หมแู่ ละปฏบิ ตั ติ ามขนั้ ตอนการเปิด–ปิดประชมุ กองได้
คาสงั่ :แบ่งลูกเสอื ออกเป็น 5 กลุม่ ใหแ้ ต่ละกลมุ่ ศกึ ษาหวั ขอ้ หมนุ เวยี นกนั ไปตามฐานแลว้ นาเสนองานทไ่ี ดศ้ กึ ษา
ดงั ตอ่ ไปน้ี
ฐานท่ี 1 จุดประสงคข์ องการฝึกอบรมลูกเสอื วสิ ามญั
ฐานท่ี 2 จดั นทิ รรศการเคร่อื งแบบลกู เสอื วสิ ามญั ทงั้ ชายและหญงิ
ฐานท่ี 3 การจดั แบง่ หม่ลู กู เสอื พรอ้ มตาแหน่งตา่ งๆ ภายในหมู่
ฐานท่ี 4 สาธติ การเปิด-ปิดประชมุ กอง
ฐานท่ี 5 สาธติ การรายงานการตรวจ
8
แผนการจดั การเรียนรูแ้ บบบรู ณาการที่ 1(ต่อ) หน่วยท่ี 2
จานวนชวั่ โมง 1 ช.ม.
รหสั วิชา 20000-2001 กจิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั 1
ช่อื หน่วย/เร่ือง ประวตั ิการลูกเสือโลกและการลูกเสือไทย
แนวคิด
การลูกเสอื ของโลกเรม่ิ มาเกอื บหน่ึงศตวรรษ โดยเรมิ่ ทป่ี ระเทศองั กฤษ มจี ุดหมายทจ่ี ะอบรมเยาวชนให้
เป็นผมู้ รี ะเบยี บวนิ ัย เป็นพลเมอื งดขี องสงั คม การลกู เสอื โลกเจรญิ กา้ วหน้าไปทกุ ภูมภิ าคของโลก รวมทงั้ ประเทศ
ไทยกน็ าเอาการลูกเสอื มาใชใ้ นประเทศไทยตงั้ แต่ พ.ศ. 2454 โดยพระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกล้าเจา้ อย่หู วั ซ่งึ
กจิ การลกู เสอื ไทยกเ็ จรญิ กา้ วหน้ามาจนถงึ ปัจจุบนั
ผลการเรียนรูท้ ีค่ าดหวงั
1. บอกประวตั กิ ารลกู เสอื โลก และการดาเนนิ งานของคณะกรรมการบรหิ ารลูกเสอื โลกได้
2. บอกประวตั กิ ารลกู เสอื ไทยได้
3. มกี ารพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา
สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเร่อื ง
3.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
3.2 ความมวี นิ ยั
3.3 ความรบั ผดิ ชอบ
3.4 ความซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ
3.5 ความเช่อื มนั ่ ในตนเอง
3.6 การประหยดั
3.7 ความสนใจใฝ่รู้
3.8 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนนั
3.9 ความรกั สามคั คี
3.10 ความกตญั ญกู ตเวที
สมรรถนะรายวิชา
1. ปฏบิ ตั ติ นตามระเบยี บวนิ ัย คาปฏญิ าณและกฎของลกู เสอื วสิ ามญั
2. วางแผนและปฏบิ ตั กิ จิ กรรมทกั ษะทางลูกเสอื และกจิ กรรมพเิ ศษของลูกเสอื
3. บาเพญ็ ประโยชน์ตอ่ ชมุ ชนและทอ้ งถนิ่ ในสถานการณต์ ่างๆ
4. ใชร้ ะบบหมู่ การเป็นผนู้ าผตู้ ามและกระบวนการกลุ่มในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั
9
สาระการเรียนรู้
1. ประวตั กิ ารลูกเสอื โลก
- กจิ การลูกเสอื โลก
- การดาเนินงานของคณะกรรมการบรหิ ารลูกเสอื โลก
- ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งลกู เสอื นานาชาติ
- หลกั การพฒั นาลูกเสอื
2. ประวตั กิ ารลกู เสอื ไทย
กจิ กรรมการเรียนรู้
ขนั้ นาเข้าสู่บทเรียน
1. ครูผสู้ อนกล่าวถึงผูใ้ หก้ าเนิดลูกเสอื โลก คอื ลอรด์ เบเดน โพว์เวล (Loard Baden Powell) ซ่งึ ทุก
คนรจู้ กั ดใี นชอ่ื ย่อคอื บ.ี พ.ี ท่านเกดิ ทก่ี รงุ ลอนดอน ประเทศองั กฤษ เมอ่ื 22 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. 2400 นามเตม็ ของ
ทา่ นคอื โรเบริ ต์ สตเี ฟนสนั สมธิ เบเดน โพวเ์ วล
2. ครูเลา่ ถงึ กจิ การลูกเสอื เป็นขบวนการอบรมเยาวชนทก่ี วา้ งขวางไปทวั่ โลก มปี ระเทศทอ่ี ยใู่ นทวปี ต่างๆ
เป็นสมาชกิ มากกว่า 160 ประเทศ การลูกเสอื เป็นขบวนการอาสาสมคั รท่ที ุกคนเขา้ มาร่วมด้วยความเตม็ ใจ ไม่
เก่ยี วขอ้ งกบั การเมอื ง แต่มวี ตั ถุประสงค์เพ่อื ช่วยบุคคลในการพฒั นาตนเองทางดา้ นร่างกาย สติปัญญา อารมณ์
สงั คม และคณุ ธรรม ปัจจุบนั จงึ ถูกจดั เขา้ เป็นหลกั สตู รการศกึ ษาในระดบั ประถมศกึ ษาถงึ มธั ยมศกึ ษา และยงั เป็น
การจดั การศกึ ษานอกระบบทเ่ี ปิดบรกิ ารเพ่อื คนตา่ งวยั ไดเ้ รยี นรอู้ กี ดว้ ย
3. ผเู้ รยี นยกตวั อยา่ งการเขา้ ค่ายกจิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั ทจ่ี งั หวดั ชลบุรี
10
ขนั้ สอน
3. ครผู ู้สอนใช้เทคนิคการบรรยาย (Lecture) โดยใช้แผ่นใสประกอบเพ่อื ส่อื ความหมายสาระสาคญั
ของเน้อื หาใหเ้ ขา้ ใจยงิ่ ขน้ึ ซง่ึ เน้อื หาทศ่ี กึ ษาไดแ้ ก่
(1) ประวตั กิ ารลกู เสอื โลก
- กจิ การลูกเสอื โลก
- การดาเนนิ งานของคณะกรรมการบรหิ ารลกู เสอื โลก
- ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งลกู เสอื นานาชาติ
- หลกั การพฒั นาลูกเสอื
(2) ประวตั กิ ารลกู เสอื ไทย
โดยในการดาเนินกิจการลูกเสอื ในระยะเรมิ่ ต้นนัน้ บี.พี.ไดต้ งั้ สานักงานข้นึ เพ่อื ใหค้ าแนะนา
เกย่ี วกบั กจิ การลกู เสอื ขน้ึ ในกรงุ ลอนดอน ต่อมา พ.ศ. 2452 กไ็ ดจ้ ดั ตงั้ คณะกรรมการบรหิ ารงานลกู เสอื ชุดแรกขน้ึ
โดยท่านรบั หน้าทเ่ี ป็นประธานกรรมการและไดเ้ ดนิ ทางไปบรรยายเรอ่ื งการ ลูกเสอื ตามเมอื งตา่ งๆ ทวั่ องั กฤษ ทา
ให้มสี มาชกิ เพม่ิ มากขน้ึ ทงั้ ในองั กฤษและต่างประเทศ ทาให้มกี ารจดั ตงั้ กจิ การลูกเสอื ในประเทศอ่นื ๆ ในระยะ
ตอ่ มา โดยเรมิ่ ขยายไปยงั แคนาดา ออสเตรเลยี นิวซแี ลนด์ ตอ่ มาในปี พ.ศ. 2452 กไ็ ดต้ งั้ กจิ การลกู เสอื ทป่ี ระเทศ
อนิ เดยี ซง่ึ ประเทศเหลา่ น้ลี ว้ นอย่ใู นเครอื จกั รภพทงั้ สน้ิ
4. ครผู สู้ อนบอกชอื องคก์ ารลูกเสอื โลกทก่ี ่อตงั้ ขน้ึ น้ี มหี น่วยงานหลกั อยู่ 3 หน่วยงาน คอื
(1) สานกั งานลูกเสอื โลก (World Scout Burlau)
(2) คณะกรรมการลกู เสอื โลก (World Scout Committee)
(3) สมชั ชาลูกเสอื โลก (World Scout Conference)
5. ครนู าสญั ลกั ษณ์การจดั งานชมุ นุมลูกเสอื โลกแตล่ ะแหง่ มาแสดงใหผ้ เู้ รยี นดดู งั น้ดี งั น้ี
11
6. ผเู้ รยี นแบง่ ลูกเสอื ออก 5 กลุ่ม ใหล้ กู เสอื แต่ละกลุ่มศกึ ษาหวั ขอ้ ตามฐานต่อไปน้หี มุนเวยี นกนั ไป
ฐานท่ี 1 ศกึ ษาเรอ่ื งเกย่ี วกบั ประวตั ขิ องลกู เสอื โลก
ฐานท่ี 2 ศกึ ษาเร่อื งเกย่ี วกบั ประวตั ขิ องลูกเสอื ไทย
ฐานท่ี 3 ศกึ ษาเกย่ี วกบั ตราสญั ลกั ษณ์และสถานทจ่ี ดั งานชมุ นุมลกู เสอื โลก
ฐานท่ี 4 ศกึ ษาเกย่ี วกบั ตราสญั ลกั ษณ์และสถานทจ่ี ดั งานชุมนุมลูกเสอื แหง่ ชาติ
ฐานท่ี 5 ศกึ ษาเกย่ี วกบั ตราสญั ลกั ษณ์และสถานทจ่ี ดั งานชมุ นุมลูกเสอื วสิ ามญั แหง่ ชาติ
ขนั้ สรปุ และการประยุกต์
7. ผเู้ รยี นทาแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ และสรปุ ความรเู้ กย่ี วกบั วชิ าการลกู เสอื โดยการถาม-ตอบ เพ่อื
ประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาวนั และประเมนิ ผเู้ รยี นตามแบบฟอรม์ ตอ่ ไปน้ี
ชอ่ื ผเู้ รยี น ธรรมชาตขิ องผเู้ รยี น วธิ กี ารเรยี นรู้
ความสนใจ สตปิ ัญญา วุฒภิ าวะ
1.
2.
3.
4.
5.
ส่ือและแหล่งการเรยี นรู้
1. หนังสอื เรยี น วชิ า 2000-2001 กจิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั 1 ของสานักพมิ พเ์ อมพนั ธ์
2. ส่อื แผ่นใส
3. อนิ เทอรเ์ น็ต
4. กจิ กรรมและใบงาน
หลกั ฐาน
1. บนั ทกึ การสอน
2. ใบเชค็ ช่อื
3. แผนจดั การเรยี นรู้
การวดั ผลและการประเมินผล
วิธีวดั ผล
1. ใบงาน
2. กจิ กรรมลูกเสอื
3. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
4. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
5. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
12
6. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่
7. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครื่องมือวดั ผล
1. ใบงาน
2. กจิ กรรมลกู เสอื
3. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
4. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
5. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
6. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยรว่ มกนั ประเมนิ
เกณฑ์การประเมินผล
1. ใบงาน เกณฑผ์ ่านการ 50 % ขน้ึ ไป
2. กจิ กรรมลูกเสอื เกณฑผ์ ่านการ 50 % ขน้ึ ไป
3. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ เกณฑผ์ า่ นการ 50 % ขน้ึ ไป
4. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ
5. เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
6. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
7. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อย่กู บั การ
ประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
**ให้ลกู เสือวิสามญั เกม เครือ่ งหมายอะไร**
1. วตั ถปุ ระสงคข์ องเกม
เพอ่ื ทดสอบความจา
เพอ่ื ฝึกความวอ่ งไว ตน่ื ตวั กระตอื รอื รน้
2. จานวนผเู้ ล่น
ไมจ่ ากดั จานวน
3. การจดั กลมุ่ การเล่น
จดั เป็นหม่ๆู ละ 6-8 คน
4. กติกา
4.1 ผเู้ ลน่ ทายเครอ่ื งหมายทผ่ี นู้ าเกมนามาแสดง หมใู่ ดมสี มาชกิ ภายในหม่ทู ายถกู มากทส่ี ุดเป็นหมู่
ทป่ี ระสบความสาเรจ็
4.2 จดั ลกู เสอื เป็นหมๆู่ ละ 6-8 คน
4.3 คาตอบจะตอ้ งประกอบดว้ ย เครอ่ื งหมายงานชมุ นุมอะไร เป็นงานชมุ นุมครงั้ ทเ่ี ทา่ ใด
13
5. วิธีเล่น
5.1 ผนู้ าเกมนาเคร่อื งหมายสญั ลกั ษณ์งานชุมนุมลูกเสอื โลก ลกู เสอื แห่งชาติ และลูกเสอื วิสามัญ
แหง่ ชาตมิ ารวมกนั
5.2 เรมิ่ เลน่ ผนู้ าเกมหยบิ เคร่อื งหมายในภาชนะทเ่ี ตรยี มไวแ้ สดงใหผ้ เู้ ลน่ ดู
5.3 ผเู้ ล่นเกมว่ิงไปเขยี นคาทายบนกระดาน ผูเ้ ล่นหมู่ใดเขยี นคาทายไดร้ วดเรว็ ถูกต้องมากทส่ี ุด
เป็นหม่ทู ป่ี ระสบความสาเรจ็
คาทายประกอบดว้ ยขอ้ ความ “เครอ่ื งหมายงานชมุ นุม......................................
ครงั้ ท่ี ...............”
**เล่านิทานดงั นี้***
นิทานเรอื่ ง กระต่ายกบั เพือ่ น
กระตา่ ยตวั หน่งึ ภาคภูมใิ จนักหนาทส่ี ตั วท์ ุกตวั ในป่าต่างกเ็ ป็นเพ่อื นรกั ของมนั ทงั้ สน้ิ วนั หน่งึ เม่อื
ไดย้ นิ เสยี งหมาป่าดงั มาจากชายทุ่ง กระต่ายจงึ ไปหามา้ เพอ่ื ขอใหม้ า้ พามนั ขห่ี ลงั หนีจากอนั ตราย “วนั น้ีขา้
ไมว่ ่างจรงิ ๆ เพ่อื นเอย๋ ” มา้ ปฏเิ สธ “เจา้ ลองไปขอความชว่ ยเหลอื จากเจา้ ววั ดเู ถอะ” กระตา่ ยขอใหว้ วั ชว่ ยไล่
ขวดิ ขบั ไล่พวกหมาป่า แต่ววั กอ็ า้ งว่าตดิ ธรุ ะสาคญั เพราะนางววั สาวนัดใหม้ นั ไปพบ “ลองไปหาเจา้ แพะดซู ิ
มนั คงช่วยพาเจา้ หนีไดแ้ น่” ววั แนะนา “แต่ขนของขา้ แขง็ และหยาบ อาจจะตาก้นของเจา้ ใหไ้ ดร้ บั บาดเจบ็ ”
แพะบ่ายเบ่ียง “ไปขอให้เจ้าแกะช่วยดีกว่า เพราะขนของมันทัง้ ยาวและน่ิม ” “ข้าก็อยากจะช่วยเจ้า
เหมอื นกนั ” แกะพดู เอาใจ “แต่เจา้ กร็ นู้ ่ีว่าหมาป่ามนั กช็ อบกนิ แกะเช่นเดยี วกบั กระต่ายนัน่ แหละ เอาไว้ขอ
ความช่วยเหลอื อย่างอ่นื ดกี ว่านะ” ขณะนัน้ หมาป่าฝูงใหญ่ไดว้ งิ่ พ้นชายป่าเขา้ ใกลม้ ามากแล้ว กระต่ายจงึ
ตดั สนิ ใจเผน่ หนดี ว้ ยขาของตนและโชคดที ห่ี นพี น้ อนั ตรายไปไดอ้ ยา่ งหวุดหวดิ
นิทานเรอ่ื งนี้สอนให้ร้วู า่
ถงึ แม้จะมเี พอ่ื นมาก แต่การทาสิ่งใดกต็ ามควรหวงั พ่ึงตนเองดีที่สุด
**ร้องเพลง*** เพลง B.P. Spirit
I’ve got that B.P. Spirit Right in my Head (3 ครงั้ )
I’ve got that B.P. Spirit Right in my Head (2 ครงั้ ) tostay
I’ve got that B.P. Spirit Deep in my Heart (3 ครงั้ )
I’ve got that B.P. Spirit Deep in my Heart (2 ครงั้ ) to stay
I’ve got that B.P. Spirit All round my feet (3 ครงั้ )
I’ve got that B.P. Spirit All round my feet (2 ครงั้ ) to stay
I’ve got that B.P. Spirit All over me (3 ครงั้ )
I’ve got that B.P. Spirit All over me (2 ครงั้ ) to stay
14
ใบงาน 2.1
เร่ือง ประวตั ิการลกู เสือโลก และการลกู เสือไทย
ช่อื ...............................................นามสกุล.......................................เลขท.่ี .............ชนั้ ................
ผลการเรียนร้ทู ี่คาดหวงั : เพ่อื ใหล้ กู เสอื ทราบความเป็นมาของลกู เสอื โลก และลูกเสอื ไทย
คาสงั่ : แบ่งลูกเสอื ออกเป็น 5 กลมุ่ ใหล้ ูกเสอื แต่ละกลุม่ ศกึ ษาหวั ขอ้ ตามฐานต่อไปน้หี มนุ เวยี นกนั ไป
ฐานท่ี 1 ศกึ ษาเรอ่ื งเกย่ี วกบั ประวตั ขิ องลกู เสอื โลก
ฐานท่ี 2 ศกึ ษาเรอ่ื งเกย่ี วกบั ประวตั ขิ องลกู เสอื ไทย
ฐานท่ี 3 ศกึ ษาเกย่ี วกบั ตราสญั ลกั ษณ์และสถานทจ่ี ดั งานชมุ นุมลูกเสอื โลก
ฐานท่ี 4 ศกึ ษาเกย่ี วกบั ตราสญั ลกั ษณ์และสถานทจ่ี ดั งานชุมนุมลกู เสอื แหง่ ชาติ
ฐานท่ี 5 ศกึ ษาเกย่ี วกบั ตราสญั ลกั ษณแ์ ละสถานทจ่ี ดั งานชุมนุมลูกเสอื วสิ ามญั แหง่ ชาติ
15
แผนการจดั การเรยี นรแู้ บบบรู ณาการที่ 2 หน่วยที่ 3
จานวนชวั่ โมง 2 ช.ม.
รหสั วิชา 20000-2001 กจิ กรรมลูกเสอื วสิ ามญั 2
ชื่อหน่วย/เรือ่ ง กิจการของคณะลูกเสือแหง่ ชาติ
แนวคิด
เม่อื มกี ารจดั ตงั้ กองลูกเสอื ขน้ึ ในประเทศ และกจิ การลูกเสอื ก็ได้ขยายตวั เพมิ่ ขน้ึ ย่อมเกิดปัญหาดา้ นการ
จดั การ และการประสานงานในเร่อื งต่างๆ ดงั นัน้ จงึ ไดม้ กี ารจดั ตงั้ หน่วยงานคณะลูกเสอื แห่งชาติขน้ึ รบั ผดิ ชอบ
กจิ การลกู เสอื ในประเทศ เพ่อื ความเป็นระเบยี บ และใหม้ กี ารดาเนนิ กจิ กรรมไปในทางเดยี วกนั รวมทงั้ ชว่ ยในการ
ควบคุมดแู ลเป็นไปดว้ ยความสะดวกเรยี บรอ้ ยมากขน้ึ
ผลการเรียนรูท้ ีค่ าดหวงั
1. บอกความเป็นมาของคณะลูกเสอื แหง่ ชาตไิ ด้
2. สรุปกจิ การของคณะลกู เสอื แหง่ ชาตไิ ด้
3. สรุปลกั ษณะการบรหิ ารกจิ การลกู เสอื ของคณะลกู เสอื แห่งชาตไิ ด้
4. มกี ารพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา
สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเร่อื ง
4.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
4.2 ความมวี นิ ยั
4.3 ความรบั ผดิ ชอบ
4.4 ความซ่อื สตั ยส์ ุจรติ
4.5 ความเชอ่ื มนั ่ ในตนเอง
4.6 การประหยดั
4.7 ความสนใจใฝ่รู้
4.8 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนนั
4.9 ความรกั สามคั คี
4.10 ความกตญั ญกู ตเวที
สมรรถนะรายวิชา
1. ปฏบิ ตั ติ นตามระเบยี บวนิ ัย คาปฏญิ าณและกฎของลูกเสอื วสิ ามญั
2. วางแผนและปฏบิ ตั กิ จิ กรรมทกั ษะทางลูกเสอื และกจิ กรรมพเิ ศษของลกู เสอื
3. บาเพญ็ ประโยชน์ต่อชมุ ชนและทอ้ งถนิ่ ในสถานการณ์ตา่ งๆ
4. ใชร้ ะบบหมู่ การเป็นผนู้ าผตู้ ามและกระบวนการกลุ่มในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมลูกเสอื วสิ ามญั
16
สาระการเรียนรู้
1.ความเป็นมาของคณะลกู เสอื แห่งชาติ
2.กจิ การของคณะลกู เสอื แห่งชาติ
3.การบรหิ ารกจิ การลกู เสอื ของคณะลูกเสอื แหง่ ชาติ
กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ นาเข้าสู่บทเรียน
1. ครผู สู้ อนเล่าถงึ ประวตั คิ วามเป็นมาของคณะลูกเสอื แหง่ ชาติ โดยเรมิ่ ตงั้ แต่พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎ
เกลา้ เจา้ อย่หู วั ทรงมพี ระราชประสงค์ทจ่ี ะใหข้ า้ ราชการและพลเรอื นทไ่ี ม่ไดเ้ ป็นทหารไดม้ คี วามรู้ ความสามารถดา้ น
การทหารเพ่อื ชว่ ยชาตบิ า้ นเมอื งยามมสี งคราม แมใ้ นยามบา้ นเมอื งสงบกย็ งั ช่วยราชการปราบปรามโจรผรู้ า้ ยและ
การจลาจลได้ด้วย จงึ ทรงประกาศจดั ตงั้ กองเสอื ป่ าข้นึ เม่อื วนั ท่ี 1 พฤษภาคม 2454 ซ่ึงไดร้ บั ความสนใจจาก
ขา้ ราชการและประชาชน ทาให้พระองค์ทรงจดั ตงั้ กองลูกเสือข้ึนอกี เพ่อื ใช้ฝึกหดั เยาวชนให้เป็นผู้ท่มี ีสุขภาพ
พลานามัยดี มีจิตใจกล้าหาญ ซ่ือสัตย์สุจรติ จงรกั ภักดีต่อชาติ ศาสนาและพระมหากษัตรยิ ์ ฝึกหัดให้เป็นมี
ระเบยี บวนิ ยั รจู้ กั หน้าทข่ี องตนเองในการทานุบารงุ ชาติ ศาสนาและสถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามศกั ยภาพ
2. ผเู้ รยี นนารปู ภาพพระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกล้าเจา้ อย่หู วั ผทู้ รงใหก้ าเนิดกองลูกเสือไทย ไดท้ รง
ประกาศใช้กฎข้อบงั คับ ซ่ึงถือเป็นกฎหมายฉบับแรกท่กี าหนดลกั ษณะการปกครองลูกเสอื ในวนั ท่จี ดั ตงั้ กอง
ลกู เสอื คอื 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2454 ซง่ึ ในขอ้ บงั คบั ดงั น้ี
(1) ลกู เสอื เป็นสาขาของกองเสอื ป่า
(2) พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อย่หู วั ทรงเป็นองคอ์ ุปถมั ภ์ลูกเสอื ทวั่ ไป ผูต้ รวจการ ผกู้ ากบั นายหมู่
และลูกเสอื ทุกๆ คน ตอ้ งถอื วา่ เป็นขา้ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อย่หู วั โดยตรงทุกคน
(3) พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อย่หู วั จะไดท้ รงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ตงั้ ผไู้ วว้ างพระราชหฤทยั เป็น
ผตู้ รวจการใหญ่ สาหรบั เป็นผตู้ รวจการปกครอง และการฝึกหดั สงั ่ สอนลูกเสอื ใหเ้ ป็นไปตามพระราชประสงค์
(4) ให้มีสภากรรมการกลางตัง้ อยู่ในกรุงเทพฯ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็ น
สภานายกหรือจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตัง้ ผู้ท่ีทรงไว้วางพระราชหฤทัยเป็นสภานายกแทนก็ได้ ให้
ผตู้ รวจการใหญเ่ ป็นอปุ นายก ใหม้ สี ภาเลขานุการ 1 คน พรอ้ มกบั กรรมการอกี ตามสมควร ทงั้ น้ีแลว้ แต่จะทรงพระ
กรุณาโปรดเกลา้ ฯ ตงั้ ขน้ึ สภากรรมการกลางน้ีมหี น้าท่บี งั คบั บญั ชา วนิ ิจฉัยและดารกิ ารทงั้ ปวงทเ่ี ก่ยี วขอ้ งดว้ ย
ของลกู เสอื เพ่อื ใหด้ าเนินการไปอยา่ งเป็นระเบยี บรอ้ ยเรยี บตามพระราชประสงค์
ขนั้ สอน
4. ครูผู้สอนใช้เทคนิคการอธิบายเก่ียวกับความเป็นมาของคณะลูกเสือแห่งชาติ กิจการของคณะ
ลูกเสอื แห่งชาติ และการบรหิ ารกิจการลูกเสอื ของคณะลูกเสอื แห่งชาติ โดยการใชส้ ่อื ประกอบเช่นแผ่นใส ภาพ
สไลด์ เทปเสยี ง วดี ทิ ศั น์ ภาพยนตร์ คอมพวิ เตอร์
5. ครผู สู้ อนใชก้ ารซกั ถามประกอบกบั การอธบิ าย และใชก้ จิ กรรมประกอบ เชน่ การอภปิ รายกลุ่มย่อย
การสาธติ การแสดงบทบาทสมมติ การเลน่ เกม การทดลองปฏบิ ตั ิ เป็นตน้ พรอ้ มกบั การยกตวั อยา่ งประกอบการ
อธบิ าย โดยผู้เรยี นทุกคนมสี ่วนร่วมในการเรยี นโดยการใชอ้ ารมณ์ขนั อย่างสนุกสนาน นอกจากน้ียงั มกี ารเปิด
17
โอกาสใหผ้ ฟู้ ังซกั ถาม และแสดงความคดิ เหน็ โดยการนารปู ภาพสญั ลกั ษณ์ลูกเสอื แห่งชาตแิ ละแผนภูมมิ าแสดง
ใหผ้ เู้ รยี นดู
6. ผู้เรยี นใชว้ ธิ กี ารเรยี นรู้แบบอสิ ระ (Independence) คอื ให้ผู้เรยี นคดิ และทางานต่างๆ ดว้ ยตนเอง
ยอมรบั ฟังความคดิ เหน็ ของผอู้ น่ื มคี วามตงั้ ใจทจ่ี ะศกึ ษาในสง่ิ ทต่ี นเองเหน็ ว่ามคี วามสาคญั และมคี วามเช่อื มนั ่ ว่า
ตนเองสามารถเรยี นรไู้ ด้ ผูเ้ รยี นสารวจหาความจาเป็นในการคณะกรรมการลูกเสอื จงั หวดั และลูกเสอื เขตพน้ื ท่ี
การศกึ ษา ดงั แผนภูมิ
18
7. ผเู้ รยี นปฏบิ ตั กิ จิ กรรมดงั น้ี
7.1. แบ่งลูกเสอื เป็นกลุม่ 4 กลมุ่
7.2. แบง่ ฐานความรู้ 4 ฐาน คอื
ฐานท่ี 1 เรอ่ื งคณะลกู เสอื แห่งชาติ วตั ถุประสงค์ และสภาลูกเสอื ไทย
ฐานท่ี 2 เร่อื งคณะกรรมการบรหิ ารลูกเสอื แห่งชาติ
ฐานท่ี 3 เรอ่ื งคณะกรรมการบรหิ ารลูกเสอื จงั หวดั และเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษา
ฐานท่ี 4 เร่อื งผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสอื และผตู้ รวจการลกู เสอื
8. ใหผ้ เู้ รยี นสรุปความรจู้ ากฐานต่างๆ ดงั น้ี
หม่ทู ี่
ฐานท่ี 1 เรอ่ื งคณะลูกเสอื แห่งชาติ วตั ถปุ ระสงค์ และสภาลกู เสอื แหง่ ชาติ
…………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………..
ฐานท่ี 2 เร่อื งคณะกรรมการบรหิ ารลูกเสอื แหง่ ชาติ
…………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………..
ฐานท่ี 3 เรอ่ื งคณะกรรมการบรหิ ารลกู เสอื จงั หวดั และคณะกรรมการลกู เสอื เขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษา
…………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………..
ฐานท่ี 4 เร่อื งผบู้ งั คบั บญั ชาลกู เสอื และผตู้ รวจการลกู เสอื
…………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………..
ข้อคิดที่ได้จากการศึกษา
…………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………..
19
สรปุ และการประยกุ ต์
8. ผู้เรียนทุกคนสรุปเน้ือหาการเรียนการสอนและหาข้อสรุปเป็ นความคิดรวบยอดเพ่ือนาไป
ประยุกตใ์ ชต้ ่อไป พรอ้ มขอ้ เสนอแนะตนเอง
9. ครผู สู้ อนประเมนิ พฤตกิ รรมของลูกเสอื ตามแบบฟรอ์ มทก่ี าหนด และประเมนิ ธรรมชาตขิ องผเู้ รยี น
ชอ่ื ผเู้ รยี น ธรรมชาตขิ องผเู้ รยี น วธิ กี ารเรยี นรู้
ความสนใจ สตปิ ัญญา วฒุ ภิ าวะ
1.
2.
3.
4.
5.
สื่อและแหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สอื เรยี น วชิ า 2000-2001 กจิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั 1 ของสานักพมิ พเ์ อมพนั ธ์
2. ส่อื แผ่นใส
3. อนิ เทอรเ์ น็ต
4. กจิ กรรมและใบงาน
หลกั ฐาน
1. บนั ทกึ การสอน
2. ใบเชค็ ชอ่ื
3. แผนจดั การเรยี นรู้
การวดั ผลและการประเมินผล
วิธีวดั ผล
1. ใบงาน
2. กจิ กรรมลูกเสอื
3. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
4. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
5. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
6. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
7. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครือ่ งมอื วดั ผล
1. ใบงาน
2. กจิ กรรมลูกเสอื
20
3. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
4. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
5. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่
6. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยรว่ มกนั ประเมนิ
เกณฑ์การประเมินผล
1. ใบงาน เกณฑผ์ า่ นการ 50 % ขน้ึ ไป
2. กจิ กรรมลูกเสอื เกณฑผ์ า่ นการ 50 % ขน้ึ ไป
3. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ เกณฑผ์ ่านการ 50 % ขน้ึ ไป
4. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรุง
5. เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกล่มุ คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
6. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
7. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อย่กู บั การ
ประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
***ผเู้ รียนเล่นเกมทาตามคาสงั่ ***
1. วตั ถปุ ระสงคข์ องเกม
เพ่อื ฝึกทกั ษะการฟัง การรบั รู้ การเคลอ่ื นไหวทางร่างกายและความพรอ้ มเพรยี ง
2. จานวนผ้เู ล่น
ไมจ่ ากดั จานวน
3. การจดั กลุ่มการเลน่
จดั เป็นหมๆู่ ละ 8–10 คน
4. กติกา
กล่มุ ใดทาตามคาสงั ่ ไดถ้ ูกตอ้ งพรอ้ มเพรยี งเป็นทมี ทป่ี ระสบความสาเรจ็
5. วิธีเลน่
5.1 แบง่ ผเู้ ลน่ ออกเป็นหมๆู่ ละ 8-10 คน
5.2 ผเู้ ล่นจดั แถวเป็นวงกลม แต่ละกลุ่มหนั หน้าออก ใชว้ งแขนเก่ยี วขอ้ ศอกของผเู้ ล่นในหม่ขู อง
ตนไวใ้ หแ้ น่น นงั่ ลงบนสน้ เทา้ รอคาสงั ่ ของผนู้ าเกม
5.3 ผูน้ าเกมสงั ่ อย่างไร ให้ผู้เล่นเกมทุกคนปฏิบตั ติ าม เช่น สงั ่ ว่า “ซ้าย” ผู้เล่นเดินบนสน้ เท้าไป
ทางซา้ ย โดยมใิ หแ้ ขนทเ่ี กย่ี วกนั หลุด หรอื ใชม้ อื เทา้ พน้ื
5.4 หม่ใู ดปฏบิ ตั ไิ ดพ้ รอ้ มเพรยี งและถูกตอ้ ง หมนู่ นั้ เป็นหมทู่ ป่ี ระสบผลสาเรจ็
21
***ให้ผเู้ รียนรอ้ งเพลง 5 ยอ****
เพลง 5 ยอ
ลกู เสอื ไทยยดึ มนั ่ ในคา หา้ ยอ
เพ่อื เกดิ กอ่ สามคั คไี มร่ า้ วฉาน
ยม้ิ แยม้ เยอื กเยน็ ตลอดกาล
เยนิ ยอ หมนั ่ เยย่ี มเยยี นและยนิ ยอม
22
ใบงาน 3.1
เรอ่ื ง กิจการของคณะลกู เสือแห่งชาติ
ช่อื ...............................................นามสกลุ .......................................เลขท.่ี .............ชนั้ ................
ผลการเรยี นร้ทู ี่คาดหวงั : เพอ่ื ใหล้ กู เสอื มคี วามรเู้ กย่ี วกบั กจิ กรรมคณะลกู เสอื แห่งชาติ
คาสงั่ : ใหล้ ูกเสอื หมุนเวยี นเขา้ ฐานต่างๆ พรอ้ มสรุปเน้ือหาตามแบบสรุปผลการศึกษาตามฐาน
ความรู้
คาชี้แจง 1. แบง่ ลูกเสอื เป็นกลุ่ม 4 กลมุ่
2. แบ่งฐานความรู้ 4 ฐาน คอื
ฐานที่ 1 เร่อื งคณะลูกเสอื แหง่ ชาติ วตั ถปุ ระสงค์ และสภาลูกเสอื ไทย
ฐานที่ 2 เร่อื งคณะกรรมการบรหิ ารลูกเสอื แหง่ ชาติ
ฐานท่ี 3 เรอ่ื งคณะกรรมการบรหิ ารลูกเสอื จงั หวดั และเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษา
ฐานท่ี 4 เรอ่ื งผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสอื และผตู้ รวจการลูกเสอื
23
ใบงาน 3.2
เร่อื ง กิจการของคณะลกู เสือแห่งชาติ
ชอ่ื ...............................................นามสกุล.......................................เลขท.่ี .............ชนั้ ................
ผลการเรยี นร้ทู ี่คาดหวงั : เพอ่ื ใหล้ ูกเสอื มคี วามรเู้ กย่ี วกบั กจิ กรรมคณะลกู เสอื แห่งชาติ
คาชี้แจง ให้ผู้เรียนนาโครงสร้างของคณะลูกเสือแห่งชาติตามรูปภาพข้างล่างน้ี แล้วศกึ ษาค้นคว้าดูว่าใน
ปัจจบุ นั ประเทศไทยมใี ครบา้ งดารงตาแหน่งตามแผนภมู ขิ า้ งล่างน้ี
24
แผนการจดั การเรียนรูแ้ บบบรู ณาการท่ี 3 หน่วยที่ 4
จานวนชวั่ โมง 2 ช.ม.
รหสั วิชา 20000-2001 กจิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั 1
ชื่อหนว่ ย/เรือ่ ง ประวตั ิการลูกเสือวิสามญั
แนวคิด
การลกู เสอื วสิ ามญั เป็นการจดั กจิ กรรมเพ่อื เยาวชน คนรุ่นหนุ่มสาว ใหม้ คี วามรู้ ความสามารถสงู ขน้ึ กว่า
ลูกเสอื ในวยั ตา่ งๆ ทผ่ี า่ นมา จงึ จาเป็นทจ่ี ะตอ้ งมคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกย่ี วกบั ประวตั กิ ารลกู เสอื วสิ ามญั โลก และ
ประวตั กิ ารลกู เสอื วสิ ามญั ในประเทศไทย
ผลการเรียนรูท้ ีค่ าดหวงั
1. บอกประวตั กิ ารกาเนดิ ลูกเสอื วสิ ามญั โลกได้
2. บอกประวตั กิ ารกาเนิดลูกเสอื วสิ ามญั ในประเทศไทยได้
4. มกี ารพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา
3. สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเร่อื ง
3.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
3.2 ความมวี นิ ยั
3.3 ความรบั ผดิ ชอบ
3.4 ความซ่อื สตั ยส์ จุ รติ
3.5 ความเชอ่ื มนั ่ ในตนเอง
3.6 การประหยดั
3.7 ความสนใจใฝ่รู้
3.8 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนนั
3.9 ความรกั สามคั คี
3.10 ความกตญั ญกู ตเวที
สมรรถนะรายวิชา
1. ปฏบิ ตั ติ นตามระเบยี บวนิ ยั คาปฏญิ าณและกฎของลกู เสอื วสิ ามญั
2. วางแผนและปฏบิ ตั กิ จิ กรรมทกั ษะทางลกู เสอื และกจิ กรรมพเิ ศษของลูกเสอื
3. บาเพญ็ ประโยชน์ต่อชมุ ชนและทอ้ งถน่ิ ในสถานการณต์ า่ งๆ
4. ใชร้ ะบบหมู่ การเป็นผนู้ าผตู้ ามและกระบวนการกล่มุ ในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั
สาระการเรียนรู้
1. กาเนิดลกู เสอื วสิ ามญั โลก
2. กาเนดิ ลูกเสอื วสิ ามญั ในประเทศไทย
25
กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ นาเข้าสู่บทเรยี น
1. ครผู สู้ อนเล่าถงึ การดาเนินการของลูกเสอื วสิ ามญั เป็นการจดั กจิ กรรมเพ่อื เยาวชนคนรุ่นหนุ่มสาว
ทม่ี คี วามรูค้ วามสามารถในการทากจิ กรรมท่สี ูงขน้ึ กว่าลูกเสอื ในวยั ท่ีผ่านมา ลูกเสอื วสิ ามญั เป็นลูกเสอื ประเภท
หน่ึงทอ่ี ย่ใู นขบวนการลูกเสอื ซ่งึ นับว่าเป็นระยะสุดทา้ ยของการเป็นลูกเสอื เพราะเยาวชนทเ่ี ขา้ สมคั รเป็นลูกเสอื
วสิ ามญั เป็นเยาวชนทอ่ี ย่ใู นวยั หนุ่มสาว ซง่ึ มอี ายุตงั้ แต่ 16-25 ปี หรอื กาลงั ศกึ ษาเล่าเรยี นในชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอน
ปลาย หรอื ระดบั อาชวี ศกึ ษา เม่อื เขาเหล่านนั้ พน้ เกณฑก์ าหนดตามวยั และการศกึ ษาแลว้ เขาเหล่านนั้ กจ็ ะออกไป
เป็นพลเมอื งทด่ี ขี องประเทศชาตติ อ่ ไปในอนาคต
2. ผเู้ รยี นบอกจุดมงุ่ หมายของการฝึกอบรมลูกเสอื วสิ ามญั ดงั น้ี
2.1 การฝึกอบรมเยาวชนใหม้ คี วามรู้ ความสามารถ มคี วามประพฤติดี เป็นพลเมอื งดขี องชาตใิ น
อนาคต สบื ต่อเน่ืองมาจากการเป็นลูกเสือสารอง ลูกเสอื สามญั และลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่ ตามลาดบั แต่ ให้มี
ขอบขา่ ยกวา้ งยง่ิ ขน้ึ ใหเ้ หมาะสมกบั วยั ของลกู เสอื วสิ ามญั
2.2 ส่งเสรมิ ให้มีอาชีพ และบรกิ ารแก่ชุมชน การฝึกอบรมลูกเสอื วสิ ามญั เป็นการฝึกอบรมเด็ก
วยั รนุ่ โดยพยายามชว่ ยใหเ้ ดก็ ไดน้ าเอาอุดมการณ์ของคาปฏญิ าณมาใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั
ขนั้ สอน
3. ครผู สู้ อนอธบิ ายกาเนดิ ลูกเสอื วสิ ามญั โลกและกาเนดิ ลกู เสอื วสิ ามญั ในประเทศไทย โดยเปิดวดี ที ศั น์
ใหผ้ เู้ รยี นดู โดยสรุปไดว้ ่าท่านลอรด์ เบเดน เพาเวลล์ (บ.ี พ.ี ) ไดน้ าลูกเสือรุ่นแรก จานวน 20 คน จากเดก็ หลาย
อาชีพไปอยู่ค่ายพักแรม ท่เี กาะบราวน์ซี เม่อื ปี ค.ศ.1970 เป็นครงั้ แรก และถือว่าเป็นการกาเนิดลูกเสอื โลก
ต่อมา บ.ี พ.ี จงึ ไดเ้ ขยี นหนังสอื “การลกู เสือสาหรบั เดก็ ชาย” (Scouting for Boys) ขน้ึ ทาใหก้ ารลูกเสอื เจรญิ ขน้ึ
อย่างรวดเรว็ และไดพ้ ฒั นาขน้ึ อยา่ งกา้ วหน้าตามลาดบั
4. ผเู้ รยี นสรุปเน้ือหาจากการดวู ดี ที ศั น์วา่ กจิ การลูกเสอื วสิ ามญั กาเนิดขน้ึ ในประเทศไทยเป็นครงั้ แรก
เม่ือวันท่ี 5 กุมภาพันธ์ 2506 โดยการเริ่มของ อาจารย์อภัย จันทวิมล ซ่ึงในขณะนั้นดารงตาแหน่ง
ปลดั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร และเป็นรองประธานคณะกรรมการบรหิ ารลูกเสอื แห่งชาติ ได้เชญิ อธบิ ดี รองอธบิ ดี
อาจารยใ์ หญ่ ครใู หญ่ และขา้ ราชการในกรมอาชวี ศกึ ษามาปรึกษาหารอื เกย่ี วกบั การจดั ตงั้ กองลูกเสอื วสิ ามญั ใน
วทิ ยาลยั และในโรงเรยี นสงั กดั กรมอาชวี ศกึ ษา และไดจ้ ดั ตงั้ กองลูกเสอื วสิ ามญั ขน้ึ ในวนั ท่ี 18 มนี าคม 2506 เป็น
กองลูกเสอื ส่วนกลาง จานวน 2 กองๆ ละ 32 คน จงึ ถือได้ว่า วนั ท่ี 18 มนี าคม 2506 เป็นวนั กาเนิดลูกเสอื
วสิ ามญั ในประเทศไทย และมกี ารเปิดการฝึกอบรมวชิ า ผกู้ ากบั ลูกเสอื วสิ ามญั ขนั้ ความรเู้ บอ้ื งต้น (B.T.C.) ขน้ึ
ณ บรเิ วณเกาะลอย สวนลุมพนิ ีเป็นเวลา 3 วนั โดยมอี าจาย์ใหญ่ ครใู หญ่ และอาจารย์ทไ่ี ดร้ บั การคดั เลือกจาก
โรงเรยี นประเภทอาชวี ศกึ ษาจานวน 22 โรงเรยี นๆ ละ 3 คน รวม 66 คน เขา้ รบั การฝึกอบรม ไดท้ าพธิ สี ารวจ
ตนเองทว่ี ดั สระเกศราชวรวหิ าร และกลบั ไปทาพธิ ปี ระจากองทเ่ี กาะลอย สวนลุมพนิ ี
26
5. ครูผู้สอนสาธิต (Demonstration) การเขียนโครงการ ซ่ึงเป็ นวิธีสอนท่ีช่วยให้ผู้เรียนได้รับ
ประสบการณ์ตรง เหน็ สง่ิ ท่เี รยี นรอู้ ย่างเป็นรูปธรรม ทาให้เกดิ ความเขา้ ใจและจดจาในเร่อื งทส่ี าธติ ไดด้ แี ละนาน
โดยก่อนเขยี นควรคานงึ ถงึ ความสาคญั และความเป็นไปไดข้ องโครงการดว้ ย
6. ผเู้ รยี นเรยี นรูแ้ บบมสี ่วนร่วม (Participation) มคี วามรบั ผดิ ชอบในการเรยี น มสี ว่ นรว่ มกบั คนอ่นื ๆ
มคี วามรู้สึกกว่าตนเองมีส่วนร่วมในกิจกรรมในห้องเรียนให้มากท่ีสุดเท่าท่ีจะทาได้ แต่จะมีส่วนร่วมน้อยใน
กจิ กรรมทไ่ี ม่ไดอ้ ยใู่ นแนวทางของวชิ าทเ่ี รยี น
7. ใหล้ กู เสอื แบง่ กลุม่ ศกึ ษาหวั ขอ้ ดงั ตอ่ ไปน้ี
กลุ่มท่ี 1 ประวตั กิ ารกาเนิดลูกเสอื โลก เม่อื ทาการศกึ ษาแลว้ คดั เลอื กผแู้ ทน นาเสนอใหเ้ พอ่ื นไดฟ้ ัง
กลมุ่ ท่ี 2 ประวตั กิ ารกาเนดิ ลกู เสอื ไทย เมอ่ื ทาการศกึ ษาแลว้ คดั เลอื กผแู้ ทน นาเสนอใหเ้ พอ่ื นไดฟ้ ัง
กลมุ่ ท่ี 3 สญั ลกั ษณ์งานชุมนุมลกู เสอื วสิ ามญั ของไทยตงั้ แตค่ รงั้ ท่ี 1- ปัจจุบนั แลว้ จดั แสดงนทิ รรศการ
ใหเ้ พ่อื นไดช้ ม
กลมุ่ ท่ี 4 สญั ลกั ษณ์งานชุมนุมลกู เสอื แห่งชาตขิ องไทยตงั้ แต่ครงั้ ท่ี 1- ปัจจุบนั แลว้ จดั แสดงนทิ รรศการ
ใหเ้ พ่อื นไดช้ ม
ขนั้ สรปุ และการประยุกต์
8. ใหส้ รปุ ประวตั ลิ กู เสอื วสิ ามญั ทเ่ี ป็นประโยชน์ต่อสงั คม แลว้ นาไปกาหนดขนั้ ตอนการวเิ คราะห์ และ
ประเมนิ ผลแลว้ บนั ทกึ การสารวจดงั น้ี -ปัญหาทพ่ี บ
- การปรบั ปรงุ /แกไ้ ขปัญหา
- ผลการปรบั ปรงุ /แกไ้ ข
ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
1. หนังสอื เรยี น วชิ า 2000-2001 กจิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั 1 ของสานักพมิ พเ์ อมพนั ธ์
2. ส่อื แผ่นใส
3. อนิ เทอรเ์ น็ต
4. กจิ กรรมและใบงาน
หลกั ฐาน
1. บนั ทกึ การสอน
2. ใบเชค็ ชอ่ื
3. แผนจดั การเรยี นรู้
การวดั ผลและการประเมินผล
วิธีวดั ผล
1. ใบงาน
2. กจิ กรรมลูกเสอื
3. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
4. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
27
5. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่
6. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกล่มุ
7. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เคร่อื งมือวดั ผล
1. ใบงาน
2. กจิ กรรมลูกเสอื
3. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
4. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
5. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกล่มุ
6. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยร่วมกนั ประเมนิ
เกณฑก์ ารประเมินผล
1. ใบงาน เกณฑผ์ า่ นการ 50 % ขน้ึ ไป
2. กจิ กรรมลกู เสอื เกณฑผ์ า่ นการ 50 % ขน้ึ ไป
3. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ เกณฑผ์ ่านการ 50 % ขน้ึ ไป
4. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ
5. เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุม่ คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
6. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
7. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อย่กู บั การ
ประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
***ลูกเสือวิสามญั เลน่ เกม แต่งนิทาน ดงั นี้****
1. วตั ถปุ ระสงคข์ องเกม
เพ่อื ฝึกใหผ้ เู้ ลน่ รจู้ กั การแบง่ หน้าทก่ี นั
เพอ่ื ฝึกใหผ้ เู้ ล่นใชค้ วามคดิ และแสดงออกเร่อื งของความคดิ เหน็ ฝึกความว่องไวและไหวพรบิ
2. จานวนผเู้ ล่น
ตงั้ แต่ 10 คนขน้ึ ไป
3. การจดั กลมุ่ การเลน่
จดั เป็นหมๆู่ ละ 8–10 คน
4. กติกา
ผเู้ ลน่ เขยี นประโยคคนละ 1 ประโยคโดยไมค่ ุยกนั ในเวลาทผ่ี นู้ าเกมกาหนด กลุ่มใดแตง่
นิทานไดด้ ี โดยแตล่ ะประโยคมคี วามสมั พนั ธเ์ ป็นเรอ่ื งเดยี วกนั อยา่ งเหมาะสม กล่มุ นนั้ เป็นกลุ่มทป่ี ระสบผลสาเรจ็
5. วิธีเลน่
28
5.1 ผนู้ าเกมใหผ้ เู้ ล่นเขา้ แถวเรยี งหน่งึ โดยหวั แถวอยทู่ เ่ี สน้ เรมิ่ โดยหา้ มไมใ่ หค้ ุยกนั
5.2 ผนู้ าเกมนากระดาษและปากกา วางไวบ้ นเก้าอ้ีใหต้ รงกบั แถวโดยห่างจากผเู้ ล่นประมาณ
5-6 เมตร หรอื พอเหมาะกบั พน้ื ท่ี
5.3 ผนู้ าเกมกาหนดเวลาเลน่ 3 นาที
5.4 ผนู้ าเกมใหส้ ญั ญาณเรมิ่ เลน่ ผเู้ ลน่ คนแรกของแตล่ ะแถววง่ิ ไปทเ่ี กา้ อ้ี เขยี นประโยคคนละ
1 ประโยค โดยใชป้ ากกา และกระดาษทเ่ี ตรยี มไว้ เสรจ็ แลว้ ใหว้ งิ่ กลบั ไปทแ่ี ถว แตะมอื คนท่ี 2 แลว้ วงิ่ ไปตอ่ ทา้ ย
แถว คนต่อไปกว็ ง่ิ มาเขยี นตอ่ ประโยค ทาเช่นน้จี นถงึ คนสุดทา้ ย ซง่ึ คนสุดทา้ ยไมต่ อ้ งแตง่ ประโยคแต่จะตอ้ งเป็น
คนตงั้ ชอ่ื เร่อื งวา่ เป็นชอ่ื เรอ่ื งอะไร
5.5 เสร็จสน้ิ เวลาท่กี าหนด 3 นาที ผู้นาเกมใหผ้ เู้ ล่นอ่านนิทานของแต่ละกลุ่มให้เพ่อื นๆ ฟัง
กลมุ่ ใดแตง่ ไดด้ เี ป็นกล่มุ ทป่ี ระสบผลสาเรจ็
****ลกู เสือวิสามญั เลา่ นิทานดงั นี้***
นิทานเร่ือง หญิงชรากบั โถหล้าองนุ่
หญงิ ชราคนหน่งึ เดนิ มาพบโถเหลา้ องุน่ ทว่ี ่างเปล่าโถหน่งึ ถูกท้งิ วางอยขู่ า้ งถนน กลนิ่ เหลา้
องนุ่ ทย่ี งั หลงเหลอื ตดิ อย่เู ลก็ น้อยโชยกระทบเขา้ จมกู หญงิ ชราจงึ เดนิ เขา้ ไปหยบิ โถเหลา้ องนุ่ ขน้ึ สดู ดมอยา่ ง
เตม็ กาลงั พรอ้ มหายใจเขา้ ปอด ดว้ ยความสดช่นื “เออเหนอ...” หญงิ ชราราพงึ กบั ตนเอง แมแ้ ตโ่ ถเปล่ายงั ให้
ความหอมถงึ เพยี งน้ี ถา้ มเี หลา้ องนุ่ บรรจุอยจู่ ะหอมหวานสกั เพยี งใด
นทิ านเรอ่ื งน้สี อนใหร้ วู้ ่า ผทู้ ส่ี รา้ งคณุ งามความดเี อาไวแ้ มจ้ ากโลกน้ไี ปแลว้ กย็ งั มคี ณุ คา่ ทใ่ี ครๆ ตา่ ง
ระลกึ ถงึ เหมอื นดงั เหลา้ องนุ่ ทท่ี ง้ิ กลน่ิ อนั หอมหวานไวใ้ นโถ
.
เพลง ดวงใจ (บุรงกากา)
ดวงใจใฝ่ฝันถงึ คณุ
ดวงใจหมายปองครองคุณ
ดวงใจ ไมเ่ คยคดิ ลมื คณุ
เพราะรกั คณุ รกั คุณ จรงิ ใจ
รกั คณุ รกั คุณ รกั คุณรกั สดุ ใจ
รกั คณุ รกั คณุ รกั คุณรกั สุดใจ
รกั คณุ รกั คณุ รกั คุณรกั สดุ ใจ
ไมเ่ คยรกั ใครเท่าคณุ
29
ใบงานที่ 4.1
เรอ่ื ง ประวตั ิลูกเสือวิสามญั
ช่อื ...............................................นามสกลุ .......................................เลขท.่ี .............ชนั้ ................
ผลการเรยี นร้ทู ่ีคาดหวงั : เพ่ือให้ลูกเสือวสิ ามญั ได้ทราบประวตั ิความเป็นมาของลูกเสือวิสามญั โลกและ
ประวตั คิ วามเป็นมาของลกู เสอื วสิ ามญั ของไทย
คาสงั่ ใหล้ กู เสอื แบง่ กลุ่มศกึ ษาหวั ขอ้ ดงั ตอ่ ไปน้ี
กลมุ่ ท่ี 1 ประวตั กิ ารกาเนิดลูกเสอื โลก เม่อื ทาการศกึ ษาแลว้ คดั เลอื กผแู้ ทน นาเสนอใหเ้ พอ่ื นไดฟ้ ัง
กลุม่ ท่ี 2 ประวตั กิ ารกาเนดิ ลูกเสอื ไทย เม่อื ทาการศกึ ษาแลว้ คดั เลอื กผแู้ ทน นาเสนอใหเ้ พ่อื นไดฟ้ ัง
กลุ่มท่ี 3 สญั ลกั ษณ์งานชุมนุมลูกเสอื วสิ ามญั ของไทยตงั้ แตค่ รงั้ ท่ี 1- ปัจจบุ นั แลว้ จดั แสดงนทิ รรศการ
ใหเ้ พอ่ื นไดช้ ม
กลุ่มท่ี 4 สัญลักษณ์งานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติของไทยตัง้ แต่ครัง้ ท่ี 1- ปัจจุบัน แล้วจัดแสดง
นทิ รรศการใหเ้ พ่อื นไดช้ ม
30
แผนการจดั การเรยี นรูแ้ บบบรู ณาการท่ี 4 หน่วยท่ี 5
จานวนชวั่ โมง 2 ช.ม.
รหสั วิชา 20000-2001 กจิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั 1
ชือ่ หนว่ ย/เรื่อง บทบาทของนายหมูล่ ูกเสือวิสามญั
แนวคิด
ในกล่มุ สงั คมไมว่ า่ จะมขี นาดเลก็ หรอื ขนาดใหญ่เพยี งใดกต็ าม จะตอ้ งมผี นู้ ากลมุ่ เพ่ือเป็นผปู้ ระสานงาน
และตดั สนิ ใจดาเนนิ การอย่างใดอย่างหน่งึ กจิ กรรมลูกเสอื กเ็ ชน่ กนั ในหม่หู นง่ึ ๆ ของลกู เสอื จะตอ้ งมนี ายหม่เู ป็น
ผนู้ า และมบี ทบาทเป็นผูน้ ากลมุ่ ในการทากจิ กรรมตา่ งๆ เพ่อื ใหป้ ระสบผลสาเรจ็ ตามทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ใหเ้ ขา้ ใจ
ระบบหมู่ การแบง่ หน้าทภ่ี ายในหมู่ ภารกจิ ของนายหมู่ การประชมุ คณะกรรมการประจากอง
ผลการเรียนรูท้ ี่คาดหวงั
1. บอกความหมายและวตั ถปุ ระสงคข์ องระบบหม่ไู ด้
2. บอกบทบาทของนายหม่ลู กู เสอื วสิ ามญั ได้
3. แบง่ หน้าทภ่ี ายในหมขู่ องตนเองได้
4. ดาเนินการประชุมคณะกรรมการกองและหมลู่ ูกเสอื วสิ ามญั ได้
5. บอกขนั้ ตอนของการวางแผนกาหนดการได้
6. มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา
สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเรอ่ื ง
6.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
6.2 ความมวี นิ ยั
6.3 ความรบั ผดิ ชอบ
6.4 ความซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ
6.5 ความเชอ่ื มนั ่ ในตนเอง
6.6 การประหยดั
6.7 ความสนใจใฝ่รู้
6.8 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนนั
6.9 ความรกั สามคั คี
6.10 ความกตญั ญกู ตเวที
สมรรถนะรายวิชา
1. ปฏบิ ตั ติ นตามระเบยี บวนิ ยั คาปฏญิ าณและกฎของลูกเสอื วสิ ามญั
2. วางแผนและปฏบิ ตั กิ จิ กรรมทกั ษะทางลกู เสอื และกจิ กรรมพเิ ศษของลกู เสอื
3. บาเพญ็ ประโยชน์ต่อชมุ ชนและทอ้ งถนิ่ ในสถานการณ์ตา่ งๆ
4. ใชร้ ะบบหมู่ การเป็นผนู้ าผตู้ ามและกระบวนการกล่มุ ในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั
31
สาระการเรยี นรู้
1. ความหมายและวตั ถุประสงคข์ องระบบหมู่
2. บทบาทของนายหม่ลู ูกเสอื วสิ ามญั
3. การแบง่ หน้าทภ่ี ายในหมู่
4. การประชุมคณะกรรมการกองลกู เสอื วสิ ามญั
5. การวางแผนกาหนดการ
กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ นาเข้าสู่บทเรยี น
1. ครูผสู้ อนทบทวนการเรยี นวชิ าลกู เสอื วชิ ามญั และกล่าวถงึ ระบบหมู่ เป็นวธิ กี ารทใ่ี ชเ้ พ่อื การฝึกให้
ลูกเสอื ไดม้ โี อกาสพฒั นาตนเองในดา้ นต่างๆ โดยให้มกี ารเลอื กลูกเสอื คนใดคนหน่ึงในหม่ขู น้ึ มาเป็นนายหมู่ ทา
หน้าทใ่ี นการวางแผนการปฏบิ ตั งิ านรวมทงั้ ประสานงานระหว่างบุคคลภายในหมู่ ในหม่หู น่ึงๆ จะประกอบดว้ ย
ลูกเสอื จานวนอย่างน้อย 4-6 คน รวมทงั้ นายหม่แู ละรองนายหมดู่ ว้ ย
2. ครผู สู้ อนกลา่ วใหค้ วามรเู้ พมิ่ เตมิ วา่ เม่อื มคี นเขา้ มาอย่รู ว่ มกนั เป็นกลมุ่ เป็นคณะเพ่อื ดาเนินกจิ กรรม
ใดๆ กต็ าม สงิ่ ทจ่ี ะตอ้ งเกดิ ขน้ึ ในกล่มุ คอื การมผี นู้ าและเกดิ ผตู้ ามขน้ึ ทงั้ น้ีเพราะจะตอ้ งมผี พู้ ากล่มุ ดาเนนิ กจิ กรรม
ไดต้ รงตามวตั ถุประสงค์ นอกจากน้ใี นกลมุ่ กจ็ ะตอ้ งมกี ารกาหนดกฎระเบยี บขน้ึ มาควบคุมใหผ้ ทู้ เ่ี ป็นสมาชกิ ได้
ยดึ ถอื ปฏบิ ตั เิ พ่อื ความเรยี บรอ้ ย กจิ กรรมลูกเสอื เป็นขบวนการทม่ี กี ารจดั ใหป้ กครองกนั ในระบบหมู่ ซง่ึ เป็นการ
ปลูกฝังใหเ้ ยาวชนรจู้ กั การอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ น่ื ได้ รจู้ กั บทบาทหน้าทข่ี องตนรวมทงั้ รจู้ กั พฒั นาตนเองและสงั คมให้
เจรญิ กา้ วหน้า
3. ผเู้ รยี นยกตวั อย่างวตั ถปุ ระสงคข์ องการจดั ระบบหมู่ ดงั น้ี
3.1 เพอ่ื ฝึกอบรมลกู เสอื ใหร้ จู้ กั รบั ผดิ ชอบในการปฏบิ ตั งิ านทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
3..2 เพ่อื ใหล้ กู เสอื ไดบ้ าเพญ็ ตนเพอ่ื ประโยชน์สว่ นรวม โดยใหร้ จู้ กั เสยี สละประโยชน์ส่วนตน
3.3 เพอ่ื ใหล้ ูกเสอื เกดิ ความรกั และมคี วามสามคั คภี ายในหม่คู ณะ
3.4 เพอ่ื ใหล้ ูกเสอื รวู้ ่า ตนเองเป็นส่วนหน่งึ ของหม่คู ณะ และมคี วามผกู พนั กบั หม่คู ณะของตน
3.5 เพ่อื ฝึกใหล้ กู เสอื รจู้ กั ปรบั ปรุงตนเองใหเ้ ขา้ กบั สงั คม
3.6 เพ่ือฝึกให้ลูกเสือมีความเช่ือมนั ่ ในตนเอง กล้าพูดกล้าแสดงความคิดเห็น รู้จกั รบั ฟังและ
เคารพความคดิ เหน็ ของผอู้ น่ื
3.7 เพ่อื ฝึกอบรมใหล้ กู เสอื เรยี นรวู้ ถิ ชี วี ติ แบบประชาธปิ ไตย
ขนั้ สอน
4. ครผู สู้ อนอธบิ ายความหมายและวตั ถุประสงคข์ องระบบหมู่ รวมทงั้ บทบาทของนายหม่ลู กู เสอื วสิ ามญั
5. ครูผู้สอนอธบิ ายและสาธติ (Demonstration) การแบ่งหน้าทภ่ี ายในหมู่และการประชุมคณะกรรมการ
กองลูกเสอื วสิ ามญั โดยใช้รูปภาพแผนภูมแิ สดงให้ผูเ้ รยี นดู ซ่ึงช่วยให้ผู้เรยี นได้รบั ประสบการณ์ตรง เหน็ สง่ิ ท่ี
เรยี นรอู้ ย่างเป็นรปู ธรรม ทาให้เกดิ ความเขา้ ใจและจดจาในเร่อื งทส่ี าธติ ไดด้ แี ละนาน และครูผสู้ อนเป็นทป่ี รกึ ษา
คอยใหค้ าแนะนา
32
6. หลงั จากการสาธิตแล้ว ผูส้ อนให้ผู้เรยี นรายงานสง่ิ ท่ไี ด้สงั เกตเห็นแลกเปล่ยี นกนั เปิดโอกาสให้
ผเู้ รยี นซกั ถาม ผสู้ อนเตรยี มคาถามไวก้ ระตุน้ ใหผ้ เู้ รยี นคดิ ดว้ ยผเู้ รยี นอภปิ รายแลกเปลย่ี นความรคู้ วามคดิ ทแ่ี ต่ละ
คนไดร้ บั จากการสาธติ ของผสู้ อนและรว่ มกนั สรปุ การเรยี นรทู้ ไ่ี ดร้ บั
7. ผเู้ รยี นเรยี นรู้แบบมสี ่วนร่วม (Participation) ซ่งึ ทาให้ผเู้ รยี นชอบเขา้ ห้องเรยี น มคี วามรบั ผดิ ชอบ
ในการเรยี น มสี ่วนร่วมกบั คนอ่นื ๆ มคี วามรสู้ กึ กว่าตนเองมสี ่วนร่วมในกจิ กรรมในหอ้ งเรยี นใหม้ ากทส่ี ุดเท่าท่จี ะ
ทาได้ แตจ่ ะมสี ว่ นร่วมน้อยในกจิ กรรมทไ่ี มไ่ ดอ้ ย่ใู นแนวทางของวชิ าทเ่ี รยี น
8. ผเู้ รยี นปฏบิ ตั กิ จิ กรรมดงั น้ี
กิจกรรมที่ 1 ให้ลกู เสือวิสามญั เขียนสรปุ บญั ชีรายช่ือผ้เู ขา้ รว่ มประชุม
รายชอ่ื ผเู้ ขา้ รว่ มประชมุ นายหมลู่ ูกเสอื วสิ ามญั ครงั้ ท่ี ........../............
วนั ท่ี ....... เดอื น ..................... พ.ศ. ................. ณ .............................................
ลาดบั ชื่อ-นามสกลุ ลายเซน็ ตาแหน่ง หมายเหตุ
33
กิจกรรมท่ี 2 ให้ลกู เสือวิสามญั เขียนระเบยี บวาระการประชมุ
ระเบยี บวาระการประชมุ ครงั้ ท่ี ………./…………..
วนั ท่ี ......... เดอื น ...................... พ.ศ. ................... ณ .......................................
วาระท่ี 1 เร่อื งทป่ี ระธานจะแจง้ ใหท้ ราบ (ถา้ ม)ี
วาระท่ี 2 เรอ่ื งรบั รองรายงานการประชมุ ครงั้ ท่ี ............/..............
วาระท่ี 3 เร่อื งทส่ี บื เน่อื งจากการประชมุ ครงั้ กอ่ น (ถา้ ม)ี
วาระท่ี 4 เรอ่ื งจะประชมุ พจิ ารณา
วาระท่ี 5 เร่อื งอ่นื ๆ (ถา้ ม)ี
วาระท่ี 6 นัดหมายการประชุมครงั้ ตอ่ ไป ปิดประชมุ
กิจกรรมที่ 3 ให้ลูกเสือวิสามญั เขียนบนั ทึกรายงานการประชุม
บนั ทกึ รายงานการประชมุ ของ ......................
ครงั้ ท่ี ...............วนั ท่ี ......... เดอื น ............................... พ.ศ. ...............
รายช่อื ผมู้ าประชมุ
1. …………………………………………………………………………………………
2. …………………………………………………………………………………………
3. …………………………………………………………………………………………
รายชอ่ื ผไู้ ม่ไดม้ าประชมุ (ถา้ ม)ี
………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………….
รายช่อื ผเู้ ขา้ รว่ มประชมุ (หมายถงึ ผเู้ ขา้ ประชมุ ทไ่ี มไ่ ดเ้ ป็นกรรมการ)
………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………….
เปิดประชมุ เวลา ............................. น.
วาระท่ี 1. ...................................................................................................................
วาระท่ี 2. ...................................................................................................................
ปิดประชมุ เวลา ............................. น.
(ลงช่อื )............................................... ผจู้ ดบนั ทกึ รายงานการประชมุ
34
ขนั้ สรปุ และการประยุกต์
9. ใหส้ รปุ บทบาทของนายหมแู่ ละลูกเสอื วสิ ามญั ตามขนั้ ตอน และสารวจบทบาทของนายหมแู่ ละ
ลูกเสอื วสิ ามญั ทส่ี าคญั ของสถานศกึ ษา แลว้ บนั ทกึ การสารวจดงั น้ี
- ปัญหาทพ่ี บ
- การปรบั ปรุง/แกไ้ ขปัญหา
- ผลการปรบั ปรงุ /แกไ้ ข
10. ประเมนิ ผเู้ รยี นตามแบบฟอรม์ ตอ่ ไปน้ี
ชอ่ื ผเู้ รยี น ธรรมชาตขิ องผเู้ รยี น วธิ กี ารเรยี นรู้
ความสนใจ สตปิ ัญญา วฒุ ภิ าวะ
1.
2.
3.
ชอ่ื ผเู้ รยี น ประสบการณ์พน้ื ฐานการเรยี นรู้ วธิ กี ารเรยี นรู้
ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน
1.
2.
3.
สื่อและแหล่งการเรยี นรู้
1. หนังสอื เรยี น วชิ า 2000-2001 กจิ กรรมลูกเสอื วสิ ามญั 1 ของสานกั พมิ พเ์ อมพนั ธ์
2. สอ่ื แผ่นใส
3. อนิ เทอรเ์ น็ต
4. กจิ กรรมและใบงาน
หลกั ฐาน
1. บนั ทกึ การสอน
2. ใบเชค็ ชอ่ื
3. แผนจดั การเรยี นรู้
การวดั ผลและการประเมินผล
วิธีวดั ผล
1. ใบงาน
2. กจิ กรรมลูกเสอื
3. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
4. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
35
5. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
6. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
7. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครื่องมือวดั ผล
1. ใบงาน
2. กจิ กรรมลูกเสอื
3. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
4. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
5. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกล่มุ
6. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยรว่ มกนั ประเมนิ
เกณฑก์ ารประเมินผล
1. ใบงาน เกณฑผ์ ่านการ 50 % ขน้ึ ไป
2. กจิ กรรมลกู เสอื เกณฑผ์ ่านการ 50 % ขน้ึ ไป
3. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ เกณฑผ์ า่ นการ 50 % ขน้ึ ไป
4. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ชี ่องปรบั ปรุง
5. เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
6. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
7. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อย่กู บั การ
ประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
ให้ลูกเสือวิสามญั วิสามญั เลน่ เกมสแ์ ละเลา่ นิทานดงั ต่อไปนี้
*****เกม เปลี่ยนของ
1. วตั ถปุ ระสงคข์ องเกม
เพ่อื ใหล้ กู เสอื วสิ ามญั ไดอ้ อกกาลงั กาย
เพอ่ื ฝึกความว่องไว
เพ่อื ฝึกการวางแผน
2. จานวนผ้เู ลน่
ไม่จากดั จานวน
3. การจดั กลุ่มการเล่น
จดั เป็นกลุม่ ละ 6-8 คน
4. กติกา
ผเู้ ลน่ หม่ใู ด สามารถวงิ่ สลบั เปลย่ี นของเสรจ็ กอ่ นถอื วา่ ประสบความสาเรจ็
36
5. วิธีเลน่
5.1 ผนู้ าเกมจดั เตรยี มสงิ่ ของ และกาหนดระยะทางการวงิ่
5.2 จดั ลูกเสอื เป็นแถวตอนลกึ หมลู่ ะ 6-8 คน เท่าๆ กนั
5.3 ลกู เสอื แต่ละหม่อู ยตู่ รงขา้ มกบั สงิ่ ของทผ่ี นู้ าเกมจดั เตรยี มไว้
5.4 ผนู้ าเกมใหส้ ญั ญาณเรม่ิ เลน่ นายหม่เู รมิ่ วงิ่ ไปหยบิ สงิ่ ของชน้ิ ท่ี 1 มาส่งใหค้ นท่ี 2 คนท่ี
2 รบั สง่ิ ของชน้ิ ท่ี 1 วงิ่ ไปวางไวจ้ ุดเดมิ และหยบิ ของชน้ิ ท่ี 2 มาส่งใหค้ นท่ี 3 คนท่ี 3 รบั สง่ิ ของชน้ิ ท่ี 2 วงิ่ ไปวางไว้
จุดเดมิ และหยบิ ของชน้ิ ต่อไปโดยไมซ่ า้ กนั ปฏบิ ตั เิ ช่นน้จี นครบ หมใู่ ดทาเสรจ็ กอ่ นถอื วา่ ประสบความสาเรจ็
นิทานเร่ือง ท้องกบั อวยั วะอ่ืนๆ
วนั หน่งึ บรรดาอวยั วะต่างๆ ของร่างกายอนั ไดแ้ ก่ มอื ขา ปาก และฟัน เป็นตน้ เหน็ วา่ พวกตน
ทางานกนั ดว้ ยความเหนด็ เหน่ือยแต่ทอ้ งนนั้ อยเู่ ฉยๆ กไ็ ดร้ บั อาหารโดยไม่ตอ้ งออกแรงอะไรเป็นการเอาเปรยี บ
ผอู้ น่ื อวยั วะทงั้ หลายจงึ พากนั ประทว้ ง โดยขาไม่ยอมเดนิ ไปหาอาหาร มอื ไมย่ อมหยบิ อาหาร ปากไม่
ยอมอา้ และฟันไม่ยอมเคย้ี วอาหาร ดว้ ยเหตุน้ใี นเวลาไมน่ านนกั ทอ้ งจงึ รสู้ กึ หวิ โหย แต่เม่อื ไมม่ อี าหารจงึ ไม่
อาจยอ่ ยและสง่ ไปเลย้ี งอวยั วะอน่ื ๆ ได้ มอื ขา ปากและฟัน ต่างกร็ สู้ กึ ออ่ นเพลยี ไม่มเี รย่ี วแรง และเรม่ิ เขา้ ใจ
วา่ แทท้ จ่ี รงิ ทอ้ งนนั้ กท็ าหน้าทข่ี องตนเช่นกนั ไมไ่ ดอ้ ยเู่ ฉยๆ อย่างทพ่ี วกตนคดิ แตแ่ รก หลงั จากทอ่ี วยั วะ
ทุกสว่ นของร่างกายร่วมแรงรว่ มใจกนั ทางานอกี ครงั้ รา่ งกายกก็ ลบั แขง็ แรงสมบูรณ์เหมอื นเดมิ
นิทานเรอื่ งนี้สอนให้ร้วู า่
ทกุ คนต้องทางานไปตามหน้าท่ีของตนเพอื่ ประโยชน์สุขของส่วนรวม
ซ่ึงต่างกม็ บี ทบาทและความสาคญั เช่นเดียวกนั
เพลง ไม่มีเหา / ไม่มีเรอ่ื ง
ไมม่ เี หา หาเหาใสห่ วั ไม่มเี ร่อื ง หาเรอ่ื งใสต่ วั
(สรอ้ ย) อ่ี อี อี ........................................................................
อ่อ ออ อ่อ ออ ออ๊ อ่อ ออ .........................................
เรายน่ื แขน แลว้ กส็ า่ ยตวั เรายนื ขน้ึ แลว้ กส็ ่ายตวั
(สรอ้ ย) อ่ี อี อี ........................................................................
อ่อ ออ ออ่ ออ ออ๊ อ่อ ออ .........................................
37
ใบงานที่ 5.1
เรอ่ื ง บทบาทของนายหมู่ลกู เสือวิสามญั
ชอ่ื ...............................................นามสกุล.......................................เลขท.่ี .............ชนั้ ................
ผลการเรยี นร้ทู ี่คาดหวงั : เพ่อื ฝึกภาวะผนู้ าของนายหม่ลู ูกเสอื วสิ ามญั
คาสงั่ ใหน้ ายหมแู่ ต่ละหมอู่ อกมาทากจิ กรรมต่อไปน้ี
1. ฝึกระเบยี บแถว/ใชส้ ญั ญาณมอื
2. ใหน้ ายหมสู่ าธติ การประชุมนายหมู่ โดยมนี ายหมเู่ ขา้ ร่วมประชมุ อย่างน้อย 5 หมพู่ รอ้ มทป่ี รกึ ษา 1 คน
ประเมินผลการปฏิบตั ิงานของนายหมู่
นายหม่ทู …่ี ………………. ผล
ผา่ น ไม่ผา่ น
1. ฝึกระเบยี บแถว หรอื ใชส้ ญั ญาณมอื
1)
2)
3)
4)
5)
6)
2. การดาเนินการประชมุ ….…………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………..
ลงช่อื …………………………………
ผปู้ ระเมนิ
38
แผนการจดั การเรียนรูแ้ บบบูรณาการที่ 5 หน่วยที่ 6
จานวนชวั ่ โมง 2 ช.ม.
รหสั วิชา 20000-2001 กจิ กรรมลูกเสอื วสิ ามญั 1
ชือ่ หนว่ ย/ชื่อเรื่อง ระเบียบแถว 1
แนวคิด
การฝึกระเบยี บแถว เป็นการฝึกความมรี ะเบยี บวนิ ัยและความอดทนของลกู เสอื ใหเ้ ป็นผมู้ คี วามคล่องแคล่ว
ว่องไว มไี หวพรบิ และรหู้ น้าทข่ี องตนเอง การฝึกระเบยี บแถวจะตอ้ งรจู้ กั สญั ญาณมอื กอ่ น และระเบยี บแถวมที งั้ แบบ
เป็นรายบุคคลและเป็นกล่มุ
ผลการเรียนรูท้ ีค่ าดหวงั
1. บอกวตั ถปุ ระสงคข์ องการฝึกระเบยี บแถวได้
2. บอกการเตรยี มการเพอ่ื ฝึกระเบยี บแถวได้
3. ปฏบิ ตั ติ ามการใหส้ ญั ญาณมอื ในการเรยี กแถวไดถ้ ูกตอ้ ง
4. ปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บแถวในท่าต่างๆ ไดถ้ ูกตอ้ ง
5. มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา
สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเร่อื ง
5.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
5.2 ความมวี นิ ยั
5.3 ความรบั ผดิ ชอบ
5.4 ความซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ
5.5 ความเชอ่ื มนั ่ ในตนเอง
5.6 การประหยดั
5.7 ความสนใจใฝ่รู้
5.8 การละเวน้ สงิ่ เสพตดิ และการพนนั
5.9 ความรกั สามคั คี
5.10 ความกตญั ญกู ตเวที
สมรรถนะรายวิชา
1. ปฏบิ ตั ติ นตามระเบยี บวนิ ัย คาปฏญิ าณและกฎของลกู เสอื วสิ ามญั
2. วางแผนและปฏบิ ตั กิ จิ กรรมทกั ษะทางลูกเสอื และกจิ กรรมพเิ ศษของลูกเสอื
3. บาเพญ็ ประโยชน์ต่อชมุ ชนและทอ้ งถนิ่ ในสถานการณต์ ่างๆ
4. ใชร้ ะบบหมู่ การเป็นผนู้ าผตู้ ามและกระบวนการกลมุ่ ในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั
39
สาระการเรียนรู้
1. วตั ถปุ ระสงคข์ องการฝึกระเบยี บแถว
2. การเตรยี มการฝึกและขนั้ ตอนทา่ ทจ่ี ะฝึก
3. สญั ญาณมอื ในการเรยี กแถว
4. การฝึกระเบยี บแถวเป็นรายบคุ คล
กิจกรรมการเรยี นรู้
ขนั้ นาเข้าสู่บทเรียน
1. ครูผู้สอนอภิปรายถึงระเบียบแถว ซ่ึงเป็นเคร่อื งบ่งช้ใี ห้ทราบถึงความมีระเบยี บวนิ ัยของลูกเสอื ท่ี
แสดงใหป้ ระชาชนไดเ้ หน็ ดงั นัน้ การฝึกระเบยี บแถวของลูกเสอื กเ็ ท่ากบั การปลูกฝังความเป็นผมู้ เี กยี รติ ศกั ดศิ ์ รี
และเป็นผมู้ วี นิ ยั นนั ่ เอง
2. ครผู สู้ อนกล่าวถงึ การฝึกระเบยี บแถวมคี วามมงุ่ หมายดงั น้ี
(1) เพอ่ื ฝึกใหล้ กู เสอื มรี ะเบยี บวนิ ยั อนั ดงี าม
(2) เพอ่ื ฝึกใหล้ กู เสอื รจู้ กั ฟังคาสงั ่ และปฏบิ ตั ติ ามไดโ้ ดยถกู ตอ้ ง
(3) เพ่อื ฝึกใหล้ กู เสอื มคี วามอดทน สามารถบาเพญ็ ตนใหเ้ ป็นประโยชน์ของลกู เสอื ได้
(4) เพอ่ื ใหล้ ูกเสอื มคี วามสมบรู ณ์แขง็ แรงทางรา่ งกายและจติ ใจ
(5) เพ่อื ก่อใหเ้ กดิ ความสามคั คพี รอ้ มเพรยี งกนั ในหม่ลู ูกเสอื
(6) เพ่อื ฝึกความสามารถในการเป็นผนู้ าและผตู้ ามไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
3. ผเู้ รยี นเล่าประสบการณ์ของตนเองในการฝึกระเบยี บแถวตอนเขา้ ค่ายลูกเสอื ท่ผี ่านมา ทาให้เกิด
ความรสู้ กึ ทด่ี แี ละจรงิ ใจโดยไม่หวงั สงิ่ ตอบแทน
ขนั้ สอน
4. ครผู สู้ อนใชเ้ ทคนิคการสอนโดยใชก้ ารนริ นยั (Deduction) ซง่ึ เป็นการสอนจากหลกั การไปสตู่ วั อยา่ ง
ย่อยๆ ผเู้ รยี นมโี อกาสไดฝ้ ึกฝนการนาหลกั การไปใชใ้ นสถานการณ์ใหมใ่ นเรอ่ื งดงั ต่อไปน้ี
(1). วตั ถปุ ระสงคข์ องการฝึกระเบยี บแถว
(2). การเตรยี มการฝึกและขนั้ ตอนทา่ ทจ่ี ะฝึก
(3). สญั ญาณมอื ในการเรยี กแถว
(4). การฝึกระเบยี บแถวเป็นรายบคุ คล
5. ครูผู้สอนอธบิ ายและสาธติ สญั ญาณมือในการเรยี กแถวแต่ละประเภท เพ่ือให้ผู้เรียนได้เกิดการ
เรยี นรู้โดยครูเป็นผู้แสดงการสาธติ ให้ดูด้วยตนเอง และให้ผู้เรยี นปฏิบตั ิตามท่าต่างๆ ในการเรยี กแถวแต่ละ
ประเภทดงั รปู ภาพตอ่ ไปน้ี
40
6. ผเู้ รยี นปฏบิ ตั กิ จิ กรรมดงั น้ี
ขนั้ สรปุ และการประยุกต์
7. ผเู้ รยี นสรปุ ระเบยี บแถวโดยการสุ่มผเู้ รยี นใหท้ าวนั ทยหตั ถ์ตามแบบทถ่ี ูกต้อง เพ่อื นาไปประยุกตใ์ ช้
ในชวี ติ ประจาวนั ได้ และผเู้ รยี นร่วมกนั ประเมนิ โดยพจิ ารณาจากขอ้ มลู ความรู้ การใหเ้ หตุผล และความพรอ้ มใน
การอภปิ ราย
41
8. ประเมนิ ผเู้ รยี นตามแบบฟอรม์ ตอ่ ไปน้ี
ช่อื ผเู้ รยี น ธรรมชาตขิ องผเู้ รยี น วธิ กี ารเรยี นรู้
ความสนใจ สตปิ ัญญา วฒุ ภิ าวะ
1.
2.
3.
4.
5.
ชอ่ื ผเู้ รยี น ประสบการณ์พน้ื ฐานการเรยี นรู้ วธิ กี ารเรยี นรู้
ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน
1.
2.
3.
4.
5.
ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
1. หนังสอื เรยี น วชิ า 2000-2001 กจิ กรรมลูกเสอื วสิ ามญั 1 ของสานกั พมิ พเ์ อมพนั ธ์
2. สอ่ื แผ่นใส
3. อนิ เทอรเ์ น็ต
4. กจิ กรรมและใบงาน
หลกั ฐาน
1. บนั ทกึ การสอน
2. ใบเชค็ ชอ่ื
3. แผนจดั การเรยี นรู้
การวดั ผลและการประเมินผล
วิธีวดั ผล
1. ใบงาน
2. กจิ กรรมลูกเสอื
3. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
4. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
5. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุม่
42
6. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่
7. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เคร่อื งมือวดั ผล
1. ใบงาน
2. กจิ กรรมลกู เสอื
3. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
4. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
5. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
6. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยรว่ มกนั ประเมนิ
เกณฑก์ ารประเมินผล
1. ใบงาน เกณฑผ์ า่ นการ 50 % ขน้ึ ไป
2. กจิ กรรมลกู เสอื เกณฑผ์ ่านการ 50 % ขน้ึ ไป
3. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ เกณฑผ์ า่ นการ 50 % ขน้ึ ไป
4. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรุง
5. เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
6. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
7. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยกู่ บั การ
ประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
ให้ลกู เสือวิสามญั เลน่ เกม และเล่านิทาน ดงั ต่อไปนี้
****เกม พามา้ เข้าคอก***
1. วตั ถปุ ระสงคข์ องเกม
เพ่อื ฝึกขอ้ เทา้ การสปรงิ ตวั ไหวพรบิ ความว่องไว
2. จานวนผ้เู ล่น
ไม่จากดั จานวน
3. การจดั กลมุ่ การเลน่
จดั เป็นกล่มุ ๆ ละ 6-8 คน
4. กติกา
ผเู้ ป็นผเู้ ลย้ี งมา้ สามารถต้อนมา้ ใหม้ า้ วง่ิ เขา้ คอกเสรจ็ กอ่ นโดยไมล่ ม้ มา้ ตวั ใดของแต่ละ ก ลุ่ ม
ลม้ จะถูกหกั คะแนนและตอ้ งออกจากการเล่น
5. วิธีเล่น
5.1 ผนู้ าเกมแบง่ กล่มุ ผเู้ ล่นออกเป็นกลุ่มๆ ละเท่าๆ กนั
5.2 ใหผ้ เู้ ล่น 1 คน เป็นผเู้ ลย้ี งมา้ สว่ นทเ่ี หลอื เป็นมา้
43
5.3 ผเู้ ลน่ ทเ่ี ป็นม้าของแต่ละกลุม่ จะตอ้ งนัง่ ยองๆ กอดเขา่ ทาตวั เป็นมา้ และเขา้ แถวตอนเรยี ง 1
คน โดยผเู้ ลย้ี งมา้ ยนื อยหู่ วั แถวของมา้ ของตนเอง
5.4 ผูน้ าเกมหรอื ผู้ช่วย เขยี นวงกลม 1 วง (เสน้ ผ่าศูนย์กลางประมาณ 50 ซม.) ห่างผูเ้ ล่นทุก
กลมุ่ ประมาณ 6 เมตร ซง่ึ เป็นคอกมา้
5.5 ผู้นาเกมให้สญั ญาณเรม่ิ เล่น ผู้เล้ยี งม้าทุกคนใช้มือแตะม้าตัวแรกๆ จะต้องวิ่งโดยท่านัง่
ยองๆ เขา้ ไปในวงกลมรอคนเล้ยี งมา้ แตะ มา้ ตวั ท่ี 2 วงิ่ มาในวงกลมหรอื คอกมา้ ตวั แรกทอ่ี ย่ใู นวงกลม หรอื คอก
จะตอ้ งวงิ่ ทา่ นงั่ ยองๆ กลบั มาทผ่ี ทู้ เ่ี ล้ยี งมา้ ทาไปเรอ่ื ยๆ จนมา้ เขา้ วงกลม หรือคอกครบ และกลับมาถึงผู้เล้ียง
เสรจ็ ก่อนโดยมา้ ไมล่ ม้ ลง กลุ่มนนั้ ๆ เป็นกล่มุ ทป่ี ระสบผลสาเรจ็
นิทานเรอื่ ง แม่ปกู บั ลกู ปู
วนั หน่ึงเม่อื ถงึ เวลาน้าลงงวด ปสู องตวั แม่ลูกพากนั ขน้ึ จากรไู ต่ลงไปหาอาหารตามชายเลน ลูกปเู ดิน
นาหน้าแม่ปเู ดนิ ตามหลงั ครนั้ สงั เกตว่า ลกู ของตนเดนิ คดเค้ยี วไมต่ รงทาง แม่ปจู งึ เอย่ ขน้ึ ว่า “ลูกเอ๋ย ทาไม
เจา้ ถงึ เดนิ คดไปคดมา ไม่เป็นระเบยี บอย่างนัน้ เล่า เดนิ ใหต้ รงๆ ซิ จะไดไ้ ปหากนิ เรว็ ๆ มวั แต่เดนิ ซดั เซมา
อย่อู ย่างน้ีเดยี๋ วน้าขน้ึ กจ็ ะไม่ทนั การณ์” ลูกปูได้ยนิ ดงั นัน้ จงึ ตอบกลบั มาว่า “แม่จ๋า แม่ช่วยเดนิ ใหห้ นูดเู ป็น
ตวั อย่างกอ่ นซิ หนูจะไดเ้ ดนิ ตาม” แม่ปไู ม่สามารถเดนิ ตรงอย่างทพ่ี ูดได้ ดว้ ยวสิ ยั ปยู ่อมเดนิ คดไปคดมาเป็น
ธรรมชาติ แต่แมป่ นู นั้ มไิ ดร้ สู้ กึ ตวั เอง
นิทานเร่ืองนี้สอนให้รวู้ า่
“ตวั อยา่ งยอ่ มเป็นครทู ่ีดี การจะสงั่ สอนผ้อู ่ืนในเร่ืองใดเราต้องมคี วามรใู้ นเรื่องนัน้
อย่างแท้จริง”
เพลง เกียรติศกั ด์ิลกู เสือไทย
ลกู เสอื ลูกเสอื ไวศ้ กั ดซิ ์ ลิ ูกผชู้ าย
ลูกเสอื ลูกเสอื ไวล้ ายซลิ กู เสอื ไทย
รกั เกยี รตริ กั วนิ ัย แขง็ แรงและอดทน
เราจะบาเพญ็ ตน เป็นประโยชน์ตอ่ ผอู้ ่นื
กต็ อ้ งทาใหส้ าเรจ็
แมล้ าบากตรากตรา ขา้ สญั ญาว่าจะทา
ทา ทา ทา รกั ชาตใิ หม้ นั ่ ไว้
เสยี ชพี อย่าเสยี สตั ย์ พระมงกฎุ ทรงประทาน
ดงั นามอนั เกรยี งไกร
44
ใบงานที่ 6.1
เรอ่ื ง ระเบยี บแถว
ช่อื ...............................................นามสกลุ .......................................เลขท.่ี .............ชนั้ ................
ผลการเรียนร้ทู ี่คาดหวงั : เพอ่ื ใหล้ ูกเสอื ปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บแถว
คาชี้แจง : ใหอ้ าจารย์ผูส้ อนกาหนดให้ลูกเสอื แต่ละหมู่ไปฝึกระเบยี บแถวตามเน้ือหาในบทเรยี น อย่างน้อย
หม่ลู ะ 2 ท่า แลว้ มาสาธติ ใหอ้ าจารยผ์ สู้ อนดู และประเมนิ ผลการฝึกดงั น้ี
แบบประเมินผลการฝึ ก
ช่ือหมู่ พฤติกรรมที่ประเมิน ท่าท่ี 1 ท่าท่ี 2
1. การใหส้ ญั ญาณของนายหมถู่ กู ตอ้ ง ชดั เจน ไม่ชดั ชดั เจน ไมช่ ดั
2. ความพรอ้ มเพรยี งของลกู หมู่ มาก น้อย มาก น้อย
3. การปฏบิ ตั ติ ามสญั ญาณของลูกหมู่ ถกู ตอ้ ง ไม่ถกู ตอ้ ง ถกู ตอ้ ง ไม่ถูกตอ้ ง
4. ความตงั้ ใจของหมู่ มาก น้อย มาก น้อย
5. ความเขม้ แขง็ สงา่ งามของนายหมู่ มาก น้อย มาก น้อย
6. ความเป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ย ชดั เจน ไม่ชดั ชดั เจน ไมช่ ดั
7. ความรวดเรว็ ในการปฏบิ ตั ิ มาก น้อย มาก น้อย
ลงช่อื
ผปู้ ระเมนิ
45
แผนการจดั การเรียนรูแ้ บบบรู ณาการท่ี 6 หน่วยที่ 7
จานวนชวั ่ โมง 2 ช.ม.
รหสั วิชา 20000-2001 กจิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั 1
ชื่อหน่วย/เรอ่ื ง คาปฏิญาณและกฎของลกู เสือ
สาระสาคญั
เม่ือเข้ามาสู่การเป็นลูกเสือ ทัง้ ผู้บังคับบัญชาและลูกเสือทุกคนจะต้องยอมรับและปฏิบัติตาม
คาปฏญิ าณ และกฎของลูกเสอื อย่างเคร่งครดั ฉะนัน้ ในโอกาสแรกท่จี ะเขา้ มาเป็นลูกเสอื จงึ ต้องทาความเขา้ ใจ
คาปฏญิ าณและกฎของลูกเสอื อยา่ งแจม่ ชดั เพ่อื นาไปยดึ ถอื เป็นแนวปฏบิ ตั ิ
ผลการเรียนรูท้ ี่คาดหวงั
1. กลา่ วคาปฏญิ าณของลูกเสอื ได้
2. บอกกฎของลูกเสอื ได้
3. บอกคตพิ จน์ของลูกเสอื ได้
4. มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา
สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเร่อื ง
4.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
4.2 ความมวี นิ ยั
4.3 ความรบั ผดิ ชอบ
4.4 ความซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ
4.5 ความเชอ่ื มนั ่ ในตนเอง
4.6 การประหยดั
4.7 ความสนใจใฝ่รู้
4.8 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนนั
4.9 ความรกั สามคั คี
4.10 ความกตญั ญกู ตเวที
สมรรถนะรายวิชา
1. ปฏบิ ตั ติ นตามระเบยี บวนิ ยั คาปฏญิ าณและกฎของลกู เสอื วสิ ามญั
2. วางแผนและปฏบิ ตั กิ จิ กรรมทกั ษะทางลกู เสอื และกจิ กรรมพเิ ศษของลูกเสอื
3. บาเพญ็ ประโยชน์ตอ่ ชมุ ชนและทอ้ งถนิ่ ในสถานการณ์ตา่ งๆ
4. ใชร้ ะบบหมู่ การเป็นผนู้ าผตู้ ามและกระบวนการกลุ่มในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมลกู เสอื วสิ ามญั