โดย ครมู าลนิ ี กาญจนวงษ์
กลุม่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โรงเรยี นหาดใหญว่ ทิ ยาลยั ๒
1
หนว่ ยท่ี 2 โครงสรา้ งและการเจริญเติบโตของพชื ดอก EP1
3
4
?
5
?
6
7
8
เนือ้ เยื่อพืช
Plant Tissue
10
เนื้อเยื่อพืช (Plant Tissues)
ประเภทของเนื้อเย่ือ
I. จำแนกตำมหน้ำที่ ได้ 3 ระบบ
1. Dermal system : epidermis, cork
2. Fundamental system : parenchyma, collenchyma, sclerenchyma
3. Vascular system : xylem, phloem
II. จำแนกตำมกำรเจริญเตบิ โต ได้ 2 ชนิด
1. Primary tissue : เนื้อเยื่อที่อย่ใู นกำรเจริญปฐมภูมิ (primary growth)
2. Secondary tissue : เนื้อเยื่อทอี่ ยู่ในกำรเจริญทุตยิ ภูมิ (secondary growth)
III. จำแนกตำมควำมสำมำรถในกำรแบ่งตวั ได้ 2 ชนิด
1. Meristematic tissue (เนื้อเย่ือเจริญ)
2. Permanent tissue (เนื้อเย่ือถำวร)
11
เนื้อเยื่อเจริญ (Meristematic Tissue)
ชนิดของเน้อื เยือ่ เจริญ แบง่ ตามระยะการเจริญ
1. Apical meristem
1.1 เนอ้ื เยือ่ เจริญทีพ่ บที่ปลายยอด
(Shoot apical meristem; SAM)
1.2 เน้อื เยื่อเจรญิ ที่พบที่ปลายราก
(root apical meristem; RAM)
2. Primary meristem :- ไดแ้ ก่
2.1 Protoderm เจริญต่อไปเป็นชั้น epidermis
2.2 Ground meristem เจริญต่อไปเป็นชนั้
cortex & pith
2.3 Procambium เจริญต่อไปเปน็ ช้ัน vascular
bundle
13
Protoderm เป็นสว่ นของเน้อื เยอ่ื ทอ่ี ยู่นอกสุด กลมุ่ เซลลเ์ หลา่ น้ีอยู่
บรเิ วณทเ่ี รยี กวา่ เซลลย์ ืดตวั และขยายขนาดแลว้ ค่อย ๆ เปล่ยี นแปลงต่อไป
จนกระทงั่ เป็นเน้ือเยอ่ื ถาวรทเ่ี รยี กวา่ เอพเิ ดอรม์ สิ (Epidermis) เป็น
เซลลเ์ รยี งตวั ชน้ั เดยี วอยู่นอกสดุ
Ground meristem เน้ือเยอ่ื พ้นื ทวั่ ไป ทจ่ี ะเจรญิ
ไปเป็นเซลล์ ในชนั้ cortex และ endodermis
14
3. Secondary meristem :- ไดแ้ ก่
3.1 Vascular cambium แบ่งตวั ไดเ้ ป็น xylem &
phloem ระยะที่ 2
3.2 Cork cambium แบง่ ตวั ไดเ้ ปน็ cork
15
ชนิดของเน้อื เยือ่ เจริญ
1. เนอ้ื เยือ่ เจรญิ ปลาย (Apical meristem หรือ terminal
meristem)
2. เนอ้ื เยือ่ เจริญเหนือข้อ (Intercalary meristem)
3. เน้อื เยือ่ เจรญิ ด้านขา้ ง (Lateral meristem หรือ axillary
meristem)
16
Apical Meristem : เนือ้ เยือ่ เจรญิ ปลายยอดและปลายราก
Apical meristem
17
Intercalary Meristem
19
periderm เปน็ เนื้อเยื่อที่ทำหน้ำทีป่ ้องกนั เนื้อเยือ่
ภำยใน โดยเกิดข้นึ แทน epidermis กำรเกิดของ
periderm เริม่ จำก cork cambium ซึง่ จดั เป็น
secondary meristem เปลี่ยนแปลงมำจำกเนื้อเยื่อถำวร
ที่อยู่ใตช้ ้ัน epidermis ได้กลุ่มเซลล์รูปร่ำงแบน ๆ ผนงั
เซลล์มสี ำรซูเบอรินฉำบ ทำให้เซลล์มี สีนำ้ ตำล
ทนทำน ไมผ่ ุง่ำย กลุ่มเซลล์ช้ันน้ี เรียกวำ่ cork
20
สารเคลือบเซลล์ ( cell coat)
โดยท่ัวไป เซลล์จะมสี ำรเคลือบนพืชมีสำรเคลือบตำ่ งๆ เช่น
ลิกนิน ( lignin) เซลลูโลส คิวติน ( cutin) ซเู บอริน (suberin)
เพคติน ทำให้เกิดเป็นผนังเซลล์ทไี่ ร้ชวี ิต อยู่ชั้นนอกของเยื่อหุ้ม
เซลล์ โดยมีเซลลโู ลส เป็นแกนนำสำคัญ ของผนังเซลล์พืชทกุ
ชนิด และมีสำรอื่นๆ ปะปนอยู่
21
เกณฑท์ ่ใี ชใ้ นการจดั แบง่ ประเภทของเน้ือเย่อื พชื ?
22
หนว่ ยที่ 2 โครงสรา้ งและการเจริญเติบโตของพชื ดอก EP2
ชนิดของเน้อื เยื่อเจริญ
1. เนอ้ื เยื่อเจรญิ ปลาย (Apical meristem หรือ terminal
meristem)
2. เนอ้ื เยือ่ เจริญเหนือข้อ (Intercalary meristem)
3. เน้อื เยือ่ เจรญิ ด้านขา้ ง (Lateral meristem หรือ axillary
meristem)
2
3
แบ่งตามหน้าที่
4
เนือ้ เยือ่ พืชแบ่งออกได้เปน็ 3 ระบบ ไดแ้ ก่
1. Dermal tissue (เนื้อเยื่อบุผวิ )
2. Vascular tissue (เนื้อเยื่อลำเลียง)
3. Ground tissue (เนื้อเย่ือพืน้ ฐำน)
Dermal tissue (เน้ือเย่อื ผิว)
เปน็ เนื้อเยือ่ ที่ทำหน้ำที่ป้องกัน (protective tissue) เปน็ เนื้อเยื่อที่
อยู่ผวิ นอกสดุ ของพืช ทำหน้ำที่ปกคลุมส่วน อื่นๆป้องกนั เนื้อเยื่อ
ภำยในจำกกำรสูญเสียน้ำ จำกกำรสัมผสั ของจุลินทรีย์ และศตั รพู ืช
และกำรกระทบกระเทือนทำงกำยภำพ จำกกำรกระแทก ทำให้เกิด
รอยชำ้ บำดแผล
บริเวณเนื้อเยือ่ ชนั้ นมี้ ีปำกใบ (stomata) แทรกอยู่ เพือ่ ควบคมุ
กำรผำ่ นเข้ำออกของน้ำและก๊ำซตำ่ งๆ บนผวิ ของเซลล์เนื้อเยื่อผกั
ผลไม้ อำจมีไข (wax) หรือ ควิ ทิน (cutin) ซ่งึ เปน็ สำรกลุ่มลิพิด (lipid)
เคลือบอยู่เป็นชน้ั บำงๆ มีหนำ้ ที่ป้องกันกำรคำยน้ำ และกำรเกิด
บำดแผล 6
เน้ือเย่อื พชื ประกอบดว้ ยเน้ือเย่อื 2 ชนิด คอื
• เอพเิ ดอรม์ ิส (epidermis)
• เพรเิ ดิรม์ (periderm)
7
Epidermis
- ประกอบด้วยกลุ่มเซลล์ทีเ่ รียงตวั เพียงช้ันเดียว พบท่วั ไปตาม
ส่วนต่างๆ ของพืชทีม่ ีอายนุ ้อย
- เซลล์มกี ารเปลีย่ นแปลงโดยขนึ้ อยู่กับหน้าที่ เช่น มสี ารพวก
Cutin มาเคลือบ เพือ่ ป้องกนั การระเหยของน้า เปลี่ยนแปลง
เปน็ ปากใบ ประกอบด้วย เซลล์คมุ (Guard Cell) และช่อง
ปากใบ (Stoma) หรือเพิ่มพื้นทีผ่ ิวในการดดู สารอาหารใน
รากขนอ่อน (Root Hair)
8
Periderm
❑ พบในพชื ทม่ี อี ายุมากข้นึ
❑ เกดิ จากการแบง่ ตวั ของเน้อื เยอ่ื CorkCambium(Phellogen)
❑ ทาให้ Epidermis แตกออก เน้อื เยอ่ื ทม่ี าแทนทเ่ี รยี กวา่ Periderm
ทาใหล้ าตน้ และรากขยายขนาดข้นึ ประกอบดว้ ยกลมุ่ เซลลช์ นั้ นอกสุด คอื
Cork (Phellem) ทาหนา้ ทส่ี รา้ ง Suberin มาสะสมเหนอื ผนงั
เซลล์ เพอ่ื ป้องกนั การระเหยของนา้ เมอ่ื เซลลแ์ ก่จะตาย และมอี ากาศเขา้ มา
แทนท่ี Protoplasm
Protoplasm คอื ส่วนทอ่ี ยู่ภายในเยอ่ื หมุ้ เซลลท์ งั้ หมด ประกอบดว้ ยไซโทพลาสซมึ
และนวิ เคลยี ส
9
10
กลุ่มเซลล์ Cork Cambium
❑ ทีท่ ้าหน้าทีส่ ร้าง Peridermและชั้นถดั เข้ามาอกี คือ
Phelloderm ประกอบด้วยเซลล์ Parenchyma เกิดจาก
การแบ่งตัวของ Phellogen เข้ามาด้านใน
11
Dermal tissue (เนื้อเย่ือผวิ ) : Epidermis
12
13
Dermal tissue (เนื้อเยื่อผวิ ) : Stoma
Guard cell
Subsidiary cell
14
15
16
17
18
19
20
21
22
Dermal tissue (เนื้อเย่ือผวิ ) : Cork
ต้น cork oak
23
Vascular tissue
เนื้อเยือ่ ท่อลำเลียง ทำหนำ้ ที่ลำเลียงน้ำ แร่ธำตุ นำ้
และอำหำร ประกอบด้วยเนื้อเยือ่ 2 ชนิด คือ
• xylem ทำหน้ำทีล่ ำเลยี งน้ำ และแร่ธำตุ จำกรำกไปยงั
ส่วนต่ำงๆ
• phloem ทำหน้ำที่ลำเลยี งอำหำร ทีไ่ ด้จำกกำร
สงั เครำะห์แสงจำกใบไปยังส่วนต่ำงๆ 24
25
ground tissue (เน้อื เยอ่ื พ้นื ฐาน) )
. เน้อื เยอ่ื พ้นื ฐาน (ground tissue) หรอื เน้อื เยอ่ื ทเ่ี ป็นแหลง่ สะสม
อาหาร เป็นเน้อื เยอ่ื พบมากทส่ี ดุ ในสว่ นของพชื ทบ่ี รโิ ภคได้ เป็นเน้อื เยอ่ื ประเภท
parenchyma ผนงั เซลลร์ ูปทรงหลายดา้ น(polyhedral)
26
27
28