ในผกั ผลไมม้ นี า้ เป็นสว่ นประกอบหลกั มชี ่องวา่ งระหว่างเซลลม์ าก
เซลลม์ ลี กั ษณะเต่งนา้ มผี นงั เซลลบ์ างเป็นส่วนประกอบหลกั ของเน้ือ
ผกั หรอื ผลไม้ ทใ่ี ชร้ บั ประทานเป็นอาหาร ทาใหผ้ กั ผลไมม้ เี น้ือสมั ผสั
กรอบ ฉา่ นา้ นุ่ม รอยต่อระหวา่ งผนงั เซลลท์ อ่ี ยุ่ชดิ กนั เรยี กวา่
middle lamella มสี ารประกอบประเภทเพกทนิ (pectin)
ซง่ึ มบี ทบาทสาคญั ทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั การเปลย่ี นแปลงเน้ือสมั ผสั ระหวา่ งการ
สกุ ของผลไม้
29
เน้อื เยอ่ื สะสมอาหารในพชื หวั ถวั่ เมลด็ แหง้ เมลด็ ธญั พชื เป็นแหลง่
สะสม คารโ์ บไฮเดรตในรูปของสตารซ์ (starch) ซง่ึ อดั แน่น ดว้ ย
เมด็ สตารช์ (starch granule) และยงั เป็นแหลง่ สะสม โปรตนี
นา้ มนั วติ ามนิ แร่ธาตุ รงควตั ถุ
30
31
supporting tissue
เน้อื เยอ่ื พยุง (supporting tissue) ประกอบดว้ ยเน้อื เยอ่ื สอง
ชนิด คอื
• collenchyma
• scherenchyma
32
33
34
35
ซง่ึ ทาหนา้ ทพ่ี ยุงใหพ้ ชื คงรูปร่างอยู่ได้ เป็นเซลลท์ ม่ี ผี นงั เซลลห์ นามี
ทง้ั ทม่ี รี ูปทรงเป็นแบบหลายดา้ น (polyhehral) และเป็น
เสน้ ยาว แบบเสน้ ใย (fiber) อยู่รวมกนั เป็นกลมุ่ หรอื กระจาย
อยู่กบั เซลลอ์ น่ื ทาใหผ้ กั ผลไม้ มลี กั ษณะเน้อื สมั ผสั เป็นเส้ยี น
เป็นเสน้ ใย หรอื ผลไมม้ ลี กั ษณะเน้อื หยาบ หรอื เน้อื เป็นทราย เช่น
ในเน้อื ของ ฝรงั่ สาล่ี ละมดุ
36
37
38
จาแนกชนิดตามลักษณะของเซลลท์ ี่มาประกอบ
39
เนือ้ เยื่อถาวร (Permanent Tissue)
จาแนกชนิดตามลกั ษณะของเซลลท์ ี่มาประกอบ
1. เนอ้ื เยือ่ ถาวรเชงิ เดีย่ ว (Simple permanent tissue)
ได้แก่
– epidermis
– parenchyma
– collenchyma
– sclerenchyma (sclereid & fiber)
– cork
41
Sclereid Sclerenchyma
(Stone cell)
Fiber
42
43
เนือ้ เยือ่ ถาวร (Permanent Tissue)
2. เนอ้ื เยื่อถาวรเชิงซ้อน (Complex permanent
tissue) ได้แก่
• xylem
• phloem
44
1.Xylem 45
Tracheid
Vessel member (vessel element)
Xylem parenchyma
Xylem fiber
2. Phloem
sieve element (sieve tube member)
companion cell
phloem parenchyma
phloem fiber
46
47
Vessel members
พบมำกในพืชช้ันสูงหรือพืชมีดอก ทำ
หน้ำที่เป็นท่อลำเลยี งน้ำและแร่ธำตุ
ต่ำงๆ จำกรำกขนึ้ ไปยังลำต้นและใบมี
สำรลิกนินมำเกำะที่ผนังเซลล์เป็น
จดุ ๆ โดยมีควำมหนำต่ำงกนั ทำให้
เซลล์มลี วดลำยแตกต่ำง
48
. Tracheid
• เปน็ เซลลเ์ ดีย่ ว มีรูปร่ำงเปน็ ทรงกระบอกยำว บริเวณปลำยเซลล์
แหลม
• ทำหน้ำทีเ่ ปน็ ท่อลำเลยี งน้ำและแร่ธำตุต่ำงๆ
• เทรคีดมีผนังเซลล์ที่แขง็ แรงจึงทำหน้ำที่เป็นโครงสร้ำงค้ำจุนลำต้นพืช
และผนงั เซลล์มลี ิกนิน (lignin) สะสมอยู่และมีรเู ลก็ ๆ (pit) เพือ่ ทำให้
ติดต่อกบั เซลลข์ ้ำงเคียงได้
• เม่อื เซลล์เจริญเตม็ ทีจ่ นกระทงั่ ตำยไป ส่วนของไซโทพลำซึมและ
นิวเคลียสจะสลำยไปด้วย ทำให้ส่วนตรงกลำงของเซลลเ์ ปน็
49
50
sieve tube member
• เป็นเซลลท์ ีม่ ีรปู ร่ำงเปน็ ทรงกระบอกยำว เปน็ เซลลท์ ี่มีชวี ิต
ประกอบด้วย ชอ่ งวำ่ งภำยในเซลล์ (vacuole) ขนำดใหญ่
มำก
• เมื่อเซลล์เจริญเตบิ โตเตม็ ทีแ่ ลว้ ส่วนของนวิ เคลยี สจะสลำย
ไปโดยที่เซลลย์ ังมี ชวี ิตอยู่ ผนังเซลลข์ องซฟี ทิวบเ์ มมเบอร์มี
เซลลโู ลส (cellulose) สะสมอยู่เลก็ น้อย
• ซฟี ทิวบเ์ มมเบอร์ทำหน้ำที่เปน็ ทำงสง่ ผ่ำนของอำหำรทีไ่ ด้
จำกกระบวนกำร สังเครำะห์ด้วยแสงของพืช โดยส่งผำ่ น
อำหำรไปยงั สว่ นตำ่ งๆ ของลำต้นพืช
51
companion cell
• เปน็ เซลล์พเิ ศษทีม่ ีตน้ กำเนดิ มำจำกเซลล์แมเ่ ซลล์เดยี วกนั กับซีฟทิวบเ์ มมเบอร์ โดย
เซลล์ตน้ กำเนิด 1 เซลล์จะแบ่งตัวตำมยำวได้ 2 เซลล์ โดยเซลล์หนึ่งมขี นำดใหญ่
อีกเซลล์หนึง่ มขี นำดเลก็ เซลล์ขนำดใหญจ่ ะเจริญเตบิ โตไปเป็นซีฟทิวบเ์ มมเบอร์
ส่วนเซลล์ขนำดเลก็ จะเจริญเติบโตไปเปน็ คอมพำเนียนเซลล์
• คอมพำเนยี นเซลล์เปน็ เซลล์ขนำดเล็กทีม่ รี ปู ร่ำงผอมยำว มลี ักษณะเปน็ เหลีย่ ม
ส่วนปลำยแหลม เป็นเซลล์ทีม่ ชี ีวิต มไี ซโทพลำซึมทีม่ อี งค์ประกอบของสำรเข้มข้น
มำก มเี ซลลูโลสสะสมอยู่ที่ผนังเซลล์เล็กน้อย และมีรูเลก็ ๆ เพือ่ ใช้เชอื่ มตอ่ กับซีฟ
ทิวบ์เมมเบอร์
• ทำหนำ้ ที่ช่วยเหลอื ซีฟทิวบ์เมมเบอร์ใหท้ ำงำนได้ดขี ึ้นเม่อื เซลล์มีอำยุมำกขนึ้
เน่อื งจำกเมื่อซีฟทิวบ์เมมเบอร์มีอำยมุ ำกขึ้นนวิ เคลียสจะสลำยตัวไปทำให้ทำ งำน
ได้นอ้ ยลง
52
53
54
55
หนว่ ยท่ี 2 โครงสรา้ งและการเจริญเติบโตของพชื ดอก EP3
เนือ้ เยือ่ พืชแบ่งออกได้เปน็ 3 ระบบ ไดแ้ ก่
1. Dermal tissue (เนื้อเยื่อบุผวิ )
2. Vascular tissue (เนื้อเยื่อลำเลียง)
3. Ground tissue (เนื้อเย่ือพืน้ ฐำน)
root
3
4
5
6
รากแขนง (Laterarlorooto)t หรอื Secondary
7
รากแกว้ (Primary root หรอื Tap root)
เปน็ รากทเ่ี จรญิ มาจาก แรดเิ คลิ (Radicle) ของเอ็มบรโิ อ แล้วพุ่งลงส่ดู นิ
8
9
10
11
รากพืชใบเลยี้ งเดยี่ วและใบเลยี้ งคู่
12
รากพชื ใบเล้ยี งคู่
13
14
15
16
17
รากพชื ใบเลยี้ งเดยี๋ ว
18
รากพชื ใบเลยี้ งเดยี๋ ว
19
20
21
22
Dermal tissue (เน้ือเย่อื ผวิ )
เป็นเนื้อเยือ่ ที่ทำหน้ำที่ป้องกัน (protective tissue) เป็นเนื้อเยือ่ ที่
อยู่ผวิ นอกสุดของพืช ทำหน้ำทีป่ กคลมุ ส่วน อื่นๆป้องกันเนื้อเยื่อ
ภำยในจำกกำรสญู เสียน้ำ จำกกำรสมั ผสั ของจลุ ินทรีย์ และศตั รูพืช
และกำรกระทบกระเทือนทำงกำยภำพ จำกกำรกระแทก ทำให้เกิด
รอยชำ้ บำดแผล
บริเวณเนื้อเยือ่ ชนั้ นีม้ ีปำกใบ (stomata) แทรกอยู่ เพื่อควบคุม
กำรผำ่ นเข้ำออกของน้ำและก๊ำซตำ่ งๆ บนผวิ ของเซลล์เนื้อเยื่อผัก
ผลไม้ อำจมีไข (wax) หรือ ควิ ทิน (cutin) ซ่งึ เป็นสำรกลุ่มลิพิด (lipid)
เคลือบอยู่เปน็ ชน้ั บำงๆ มีหนำ้ ทีป่ ้องกันกำรคำยน้ำ และกำรเกิด
บำดแผล 23