เน้ือเย่อื พชื ประกอบดว้ ยเน้ือเย่อื 2 ชนิด คอื
• เอพเิ ดอรม์ ิส (epidermis)
• เพรเิ ดิรม์ (periderm)
24
Epidermis
- ประกอบด้วยกลุ่มเซลล์ทีเ่ รียงตวั เพียงช้ันเดียว พบทั่วไปตาม
ส่วนต่างๆ ของพืชทีม่ ีอายุน้อย
- เซลล์มกี ารเปลี่ยนแปลงโดยขนึ้ อยู่กบั หน้าที่ เช่น มสี ารพวก
Cutin มาเคลือบ เพื่อป้องกันการระเหยของน้า เปลีย่ นแปลง
เป็นปากใบ ประกอบด้วย เซลล์คุม (Guard Cell) และช่อง
ปากใบ (Stoma) หรือเพิ่มพื้นทีผ่ ิวในการดดู สารอาหารใน
รากขนอ่อน (Root Hair)
25
Periderm
❑ พบในพชื ทม่ี อี ายุมากข้นึ
❑ เกดิ จากการแบง่ ตวั ของเน้อื เยอ่ื CorkCambium(Phellogen)
❑ ทาให้ Epidermis แตกออก เน้อื เยอ่ื ทม่ี าแทนทเ่ี รยี กวา่ Periderm
ทาใหล้ าตน้ และรากขยายขนาดข้นึ ประกอบดว้ ยกลมุ่ เซลลช์ นั้ นอกสุด คอื
Cork (Phellem) ทาหนา้ ทส่ี รา้ ง Suberin มาสะสมเหนอื ผนงั
เซลล์ เพอ่ื ป้องกนั การระเหยของนา้ เมอ่ื เซลลแ์ ก่จะตาย และมอี ากาศเขา้ มา
แทนท่ี Protoplasm
Protoplasm คอื ส่วนทอ่ี ยู่ภายในเยอ่ื หมุ้ เซลลท์ ง้ั หมด ประกอบดว้ ยไซโทพลาสซมึ
และนวิ เคลยี ส
26
กลุ่มเซลล์ Cork Cambium
❑ ทีท่ ้าหน้าทีส่ ร้าง Peridermและชั้นถดั เข้ามาอกี คือ
Phelloderm ประกอบด้วยเซลล์ Parenchyma เกิดจาก
การแบ่งตัวของ Phellogen เข้ามาด้านใน
27
Dermal tissue (เนื้อเย่ือผวิ ) : Epidermis
28
Dermal tissue (เนื้อเยื่อผวิ ) : Stoma
Guard cell
Subsidiary cell
29
30
31
32
33
34
35
Dermal tissue (เนื้อเย่ือผวิ ) : Cork
ต้น cork oak
36
Vascular tissue
เนื้อเยือ่ ท่อลำเลียง ทำหนำ้ ที่ลำเลียงน้ำ แร่ธำตุ นำ้
และอำหำร ประกอบด้วยเนื้อเยือ่ 2 ชนิด คือ
• xylem ทำหน้ำทีล่ ำเลยี งน้ำ และแร่ธำตุ จำกรำกไปยงั
ส่วนต่ำงๆ
• phloem ทำหน้ำที่ลำเลยี งอำหำร ทีไ่ ด้จำกกำร
สงั เครำะห์แสงจำกใบไปยังส่วนต่ำงๆ 37
38
ground tissue (เน้อื เยอ่ื พ้นื ฐาน) )
. เน้อื เยอ่ื พ้นื ฐาน (ground tissue) หรอื เน้อื เยอ่ื ทเ่ี ป็นแหลง่ สะสม
อาหาร เป็นเน้อื เยอ่ื พบมากทส่ี ดุ ในสว่ นของพชื ทบ่ี รโิ ภคได้ เป็นเน้อื เยอ่ื ประเภท
parenchyma ผนงั เซลลร์ ูปทรงหลายดา้ น(polyhedral)
39
40
41
ในผกั ผลไมม้ นี า้ เป็นสว่ นประกอบหลกั มชี ่องวา่ งระหว่างเซลลม์ าก
เซลลม์ ลี กั ษณะเต่งนา้ มผี นงั เซลลบ์ างเป็นส่วนประกอบหลกั ของเน้ือ
ผกั หรอื ผลไม้ ทใ่ี ชร้ บั ประทานเป็นอาหาร ทาใหผ้ กั ผลไมม้ เี น้ือสมั ผสั
กรอบ ฉา่ นา้ นุ่ม รอยต่อระหวา่ งผนงั เซลลท์ อ่ี ยุ่ชดิ กนั เรยี กวา่
middle lamella มสี ารประกอบประเภทเพกทนิ (pectin)
ซง่ึ มบี ทบาทสาคญั ทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั การเปลย่ี นแปลงเน้ือสมั ผสั ระหวา่ งการ
สกุ ของผลไม้
42
เน้อื เยอ่ื สะสมอาหารในพชื หวั ถวั่ เมลด็ แหง้ เมลด็ ธญั พชื เป็นแหลง่
สะสม คารโ์ บไฮเดรตในรูปของสตารซ์ (starch) ซง่ึ อดั แน่น ดว้ ย
เมด็ สตารช์ (starch granule) และยงั เป็นแหลง่ สะสม โปรตนี
นา้ มนั วติ ามนิ แร่ธาตุ รงควตั ถุ
43
44
supporting tissue
เน้อื เยอ่ื พยุง (supporting tissue) ประกอบดว้ ยเน้อื เยอ่ื สอง
ชนิด คอื
• collenchyma
• scherenchyma
45
46
47
48
ซง่ึ ทาหนา้ ทพ่ี ยุงใหพ้ ชื คงรูปร่างอยู่ได้ เป็นเซลลท์ ม่ี ผี นงั เซลลห์ นามี
ทง้ั ทม่ี รี ูปทรงเป็นแบบหลายดา้ น (polyhehral) และเป็น
เสน้ ยาว แบบเสน้ ใย (fiber) อยู่รวมกนั เป็นกลมุ่ หรอื กระจาย
อยู่กบั เซลลอ์ น่ื ทาใหผ้ กั ผลไม้ มลี กั ษณะเน้อื สมั ผสั เป็นเส้ยี น
เป็นเสน้ ใย หรอื ผลไมม้ ลี กั ษณะเน้อื หยาบ หรอื เน้อื เป็นทราย เช่น
ในเน้อื ของ ฝรงั่ สาล่ี ละมดุ
49
50
51
จาแนกชนิดตามลักษณะของเซลลท์ ี่มาประกอบ
52
เนือ้ เยื่อถาวร (Permanent Tissue)
จาแนกชนิดตามลกั ษณะของเซลลท์ ี่มาประกอบ
1. เนอ้ื เยือ่ ถาวรเชงิ เดีย่ ว (Simple permanent tissue)
ได้แก่
– epidermis
– parenchyma
– collenchyma
– sclerenchyma (sclereid & fiber)
– cork
54
Sclereid Sclerenchyma
(Stone cell)
Fiber
55
56
เนือ้ เยือ่ ถาวร (Permanent Tissue)
2. เนอ้ื เยื่อถาวรเชิงซ้อน (Complex permanent
tissue) ได้แก่
• xylem
• phloem
57
1.Xylem 58
Tracheid
Vessel member (vessel element)
Xylem parenchyma
Xylem fiber
2. Phloem
sieve element (sieve tube member)
companion cell
phloem parenchyma
phloem fiber
59
60
Vessel members
พบมำกในพืชช้ันสูงหรือพืชมีดอก ทำ
หน้ำที่เป็นท่อลำเลยี งน้ำและแร่ธำตุ
ต่ำงๆ จำกรำกขนึ้ ไปยังลำต้นและใบมี
สำรลิกนินมำเกำะที่ผนังเซลล์เป็น
จดุ ๆ โดยมีควำมหนำต่ำงกนั ทำให้
เซลล์มลี วดลำยแตกต่ำง
61
. Tracheid
• เปน็ เซลลเ์ ดีย่ ว มีรูปร่ำงเปน็ ทรงกระบอกยำว บริเวณปลำยเซลล์
แหลม
• ทำหน้ำทีเ่ ปน็ ท่อลำเลยี งน้ำและแร่ธำตุต่ำงๆ
• เทรคีดมีผนังเซลล์ที่แขง็ แรงจึงทำหน้ำที่เป็นโครงสร้ำงค้ำจุนลำต้นพืช
และผนงั เซลล์มลี ิกนิน (lignin) สะสมอยู่และมีรเู ลก็ ๆ (pit) เพือ่ ทำให้
ติดต่อกบั เซลลข์ ้ำงเคียงได้
• เม่อื เซลล์เจริญเตม็ ทีจ่ นกระทงั่ ตำยไป ส่วนของไซโทพลำซึมและ
นิวเคลียสจะสลำยไปด้วย ทำให้ส่วนตรงกลำงของเซลลเ์ ปน็
62
63
sieve tube member
• เป็นเซลลท์ ีม่ ีรปู ร่ำงเปน็ ทรงกระบอกยำว เปน็ เซลลท์ ี่มีชวี ิต
ประกอบด้วย ชอ่ งวำ่ งภำยในเซลล์ (vacuole) ขนำดใหญ่
มำก
• เมื่อเซลล์เจริญเตบิ โตเตม็ ทีแ่ ลว้ ส่วนของนวิ เคลยี สจะสลำย
ไปโดยที่เซลลย์ ังมี ชวี ิตอยู่ ผนังเซลลข์ องซฟี ทิวบเ์ มมเบอร์มี
เซลลโู ลส (cellulose) สะสมอยู่เลก็ น้อย
• ซฟี ทิวบเ์ มมเบอร์ทำหน้ำที่เปน็ ทำงสง่ ผ่ำนของอำหำรทีไ่ ด้
จำกกระบวนกำร สังเครำะห์ด้วยแสงของพืช โดยส่งผำ่ น
อำหำรไปยงั สว่ นตำ่ งๆ ของลำต้นพืช
64
companion cell
• เปน็ เซลล์พเิ ศษทีม่ ีตน้ กำเนดิ มำจำกเซลล์แมเ่ ซลล์เดยี วกนั กับซีฟทิวบเ์ มมเบอร์ โดย
เซลล์ตน้ กำเนิด 1 เซลล์จะแบ่งตัวตำมยำวได้ 2 เซลล์ โดยเซลล์หนึ่งมขี นำดใหญ่
อีกเซลล์หนึง่ มขี นำดเลก็ เซลล์ขนำดใหญจ่ ะเจริญเตบิ โตไปเป็นซีฟทิวบเ์ มมเบอร์
ส่วนเซลล์ขนำดเลก็ จะเจริญเติบโตไปเปน็ คอมพำเนียนเซลล์
• คอมพำเนยี นเซลล์เปน็ เซลล์ขนำดเล็กทีม่ รี ปู ร่ำงผอมยำว มลี ักษณะเปน็ เหลีย่ ม
ส่วนปลำยแหลม เป็นเซลล์ทีม่ ชี ีวิต มไี ซโทพลำซึมทีม่ อี งค์ประกอบของสำรเข้มข้น
มำก มเี ซลลูโลสสะสมอยู่ที่ผนังเซลล์เล็กน้อย และมีรูเลก็ ๆ เพือ่ ใช้เชอื่ มตอ่ กับซีฟ
ทิวบ์เมมเบอร์
• ทำหนำ้ ที่ช่วยเหลอื ซีฟทิวบ์เมมเบอร์ใหท้ ำงำนได้ดขี ึ้นเม่อื เซลล์มีอำยุมำกขนึ้
เน่อื งจำกเมื่อซีฟทิวบ์เมมเบอร์มีอำยมุ ำกขึ้นนวิ เคลียสจะสลำยตัวไปทำให้ทำ งำน
ได้นอ้ ยลง
65
66
67
68