ล่ือยท่ีมีคมเล็กๆ หลายๆ คม คล้ายคมส่ิวหรือคมสกัด
านพร้อมๆ กันทีละหลายฟันให้เป็นร่อง จนชิ้นงานขาด
อ และการเล่ือยด้วยเล่ือยไฟฟ้า หรือเรียกว่าเลื่อยด้วย
ช้ินงานอุตสาหกรรมมาก เพราะสามารถเล่ือยช้ินงาน
นาดใหญ่
สาระการเรยี นรู้
1. ชนิดของเคร่ืองเลื่อยกล
2. สว่ นประกอบทส่ี าคญั ของเครอ่ื งเลอื่ ยชัก
3. ส่วนประกอบที่สาคัญของเคร่ืองเลอ่ื ยสาย
4. สว่ นประกอบทส่ี าคัญของเครอ่ื งเลื่อยสาย
5. ส่วนประกอบทส่ี าคัญของเครื่องเล่ือยวงเด
สมรรถนะประจาหนว่ ย
1. แสดงความรู้เกีย่ วกบั ชนดิ และความสาคัญ
2. แสดงความร้เู กี่ยวกับส่วนประกอบทสี่ าคญั
ยพานแนวนอน
ยพานแนวตง้ั
ดอื น
ญของเครือ่ งเล่ือย
ญของเครือ่ งเลอื่ ย
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายความหมายและความสาคัญของเ
2. บอกสว่ นประกอบท่ีสาคญั ของเครอ่ื งเล่ือ
3. บอกส่วนประกอบที่สาคญั ของเครื่องเลื่อ
4. บอกส่วนประกอบท่สี าคัญของเครอ่ื งเลอื่
5. บอกสว่ นประกอบที่สาคญั ของเครื่องเลือ่
เครอ่ื งเลื่อยได้
อยชกั ได้
อยสายพานแนวนอนได้
อยสายพานแนวตั้งได้
อยวงเดือนได้
1. ชนิดของเคร่อื งเล่อื ยกล
แบง่ ออกเปน็ 4 ชนิด ดงั น้ี
1.1 เคร่อื งเลอ่ื ยชัก (Power Hack Saw)
1.2 เครอ่ื งเลอื่ ยสายพานแนวนอน
(Horizontal Band Saw)
1 .3 เคร่อื งเล่อื ยสายพานแนวต้งั (Vertical Band Saw)
1.4 เคร่อื งเล่อื ยวงเดอื น (Circular Saw or Radius Saw)
2. สว่ นประกอบที่สาคญั ของเคร่อื งเลื่อยชกั
ประแจ (Wrench) คือเครื่องมือสาหรับขันเกลียวนอตห
อปุ กรณ์ เพื่อใช้สาหรับล็อกอปุ กรณ์ เช่น นอต ประแจผ
เหล็กทวั่ ไป ประแจมีรูปรา่ งและขนาดแตกตา่ งกนั ออกไป
2.1 ส่วนประกอบทสี่ าคัญของเคร่อื งเลื่อยชกั
หรือยึดอุปกรณ์ต่างๆ มีลักษณะเป็นด้ามยาวส่วนหัวมีรูปทรงพอดีกับ
ผลิตจากเหล็กกล้าโดยส่วนใหญ่ ซ่ึงเหล็กกล้าจะมีความแข็งแรงมากกว่า
ป ตามลักษณะการใช้งาน
2.2 วธิ กี ารใชง้ านเคร่อื งเล่อื ยชกั
2.3 การบารุงรักษาเครอ่ื งเลอื่ ยชัก
เครื่องเลื่อยชักเป็นเคร่ืองจักรกลพื้นฐานที่มีความจาเป็นม
การบารุงรักษาดงั นี้
มาก ดังน้ันเพื่อยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานจาเป็นจะต้องมี
2.4 ความปลอดภัยในการใชเ้ ครอ่ื งเลอื่ ยชัก
ก่อนใชง้ านทุกครัง้ ตอ้ งคานงึ ถึงความปลอดภยั เสมอ เพื่อควา
ามปลอดภยั จงึ ตอ้ งรู้วธิ ใี ชเ้ ครื่องเลื่อยชกั ดังน้ี
3. สว่ นประกอบท่สี าคญั ของเครื่องเลื่อยสายพานแน
นวนอน
3.1 สว่ นประกอบต่างๆ ของเคร่อื งเล่อื ยสายพานแนวนอน
3.1 ส่วนประกอบตา่ งๆ ของเคร่อื งเล่อื ยสายพานแนวนอน (
(ตอ่ )
3.2 วิธกี ารใชง้ านเครอ่ื งเลอ่ื ยสายพานแนวนอน
1) ตรวจสอบความตึงของใบเล่ือยและเลือกใช้ใบ
เล่ือยให้เหมาะสมกับขนาดช้ินงาน
2) ตรวจสอบสายพานความเร็วในการตัดให้
เหมาะสมกบั ช้ินงาน
3) ตรวจสอบลูกกลิ้งประคองใบเลื่อยให้อยู่ชิดกับ
ชนิ้ งาน
4) วัดชิ้นงานให้ได้ตามขนาดท่ีต้องการและปรับตัว
ปรับระยะตัดชน้ิ งานให้ชนชิ้นงานเพื่อกาหนด
ระยะตัดช้ินงานช้ินต่อไปโดยไม่ต้องวัดช้ินงาน
ใหม่
5) ยกฝาครอบขน้ึ และทาการตรวจสอบไฮดรอลิกส์
เพือ่ ปรับความเรว็ ในการตดั ชิน้ งาน
6) กดเปดิ สวิตช์เคร่ืองและเปดิ วาล์วน้ามนั หล่อเย็น
7) กดสวิตช์ปิดเพื่อทดสอบว่าเครื่องหยุดทางาน
หรอื ไม่ ถา้ หยุดให้ทาการเปิดเคร่ืองอีกครงั้
8 ) ห มุ น ส วิ ต ช์ Emergency ต า ม ทิ ศ ท า ง ลู ก ศ ร
เ ล็ ก น้ อ ย เ พ่ื อ ส า ม า ร ถ เ ปิ ด เ ค รื่ อ ง ไ ด้ ต า ม ป ก ติ
9) ทาาการปรับไฮดรอลิกส์เพื่อกาาหนดอัตราการ
ปอ้ น (Feed)
10) การตัดช้ินงานโดยการปรับวาล์วปรับละเอียด11)
เมื่อทดลองตัดชิ้นงานแล้วให้ล็อกวาล์วปรับละเอียด
และมาเปิด Ball Valve แทนในการตัดช้ินงานช้ิน
ตอ่ ไป
12) เมื่อตัดช้ินงานขาดแล้วฝาครอบ (Cover) กดLimit
สวิตช์เครือ่ งเล่ือยจะหยดุ ทาางาน
13) หลังจากใช้งานเสร็จแล้วควรลดความตึงใบเล่ือยโดย
ปรับตัวปรับความตึงใบเล่อื ย ให้ลดลงเพือ่ เพ่ิมอายกุ าร
ใช้งาน
3.3 การบารงุ รักษาเครอ่ื งเลอื่ ยสายพานแนวนอน
1) ตรวจเช็คระดับน้ามนั เกียร์ ชุดเฟอื งทดให้อยใู่
2) ตรวจสภาพความตงึ และรอยแตกสายพานอย
3) ตรวจสภาพแบรงิ่ ประคองใบเลอ่ื ยใหอ้ ย่ใู นตา
เกนิ ไปทุกครัง้ ก่อนใช้งาน
4) ตรวจสภาพแบริ่ง ประคองใบเลือ่ ย ถ้าแตกหร
5) ตรวจสอบการรว่ั ซมึ ของนา้ มันไฮดรอลิกสท์ ีช่
6) ตรวจสอบคุณภาพนา้ มันหล่อเยน็ สัปดาหล์ ะ
ในระดับประมาณก่งึ กลาง เฟืองหนอน
ยเู่ สมอหรือทุกๆ 6 เดอื น
าแหนง่ ประคองใบเล่อื ยไมแ่ นน่ หรือหลวม
รือติด ใหเ้ ปลย่ี นใหม่ ทุกคร้ังกอ่ นใชง้ าน
ชุดกระบอกไฮดรอลกิ สท์ กุ ครั้งก่อนใช้งาน
1 ครงั้ ถ้ามีกลิ่นเหม็นให้เปล่ยี นใหม
3.4 การบารงุ รักษาเครือ่ งเลอื่ ยสายพานแนวน
ความปลอดภยั ในการใชเ้ ครอื่ งเล่ือยสายพ
1) กอ่ นใชเ้ ครื่องเลอ่ื ยสายพานแนวนอนทุกคร้งั ต
2) บีบปากกาจับช้นิ งานใหแ้ นน่ กอ่ นเปดิ สวิตชเ์ คร
3) หา้ มตัดช้ินงานทมี่ คี วามยาวน้อยกวา่ ปากของป
4) เมือ่ ต้องการตดั ชิน้ งานยาวๆ ควรมฐี านรองรบั
5) ตดิ ตง้ั สายดนิ ใหเ้ ครอ่ื งเล่ือย เพือ่ ปอ้ งกนั อันตร
6) ปิดฝาครอบใบเล่ือยและพูลเลย์ ทกุ คร้งั เมื่อตดั
7) เหล็กหล่อ ทองเหลือง ทองแดง และอะลมู เิ นยี
8) การประกอบใบเล่ือยกอ่ นปรับให้ตงึ ต้องปรบั แ
ความหนาใบ เล่ือยบวก 0.1~0.2 มม.(ความห
ทดลองเลอื่ นใบเล่อื ยผา่ นแบริง่ ได้ไม่ฝดื แล้วป
9) ขณะเครือ่ งเลือ่ ยสายพานกาลังตดั ชิน้ งานห้าม
นอน
พานแนวนอน
ตอ้ งตรวจสอบความพร้อมของเครอ่ื งเสมอ
รอื่ งทางาน
ปากกาจบั งานเพราะจะทาใหใ้ บเล่อื ยหกั
บงานมารองรับปลายชิ้นงานทกุ ครัง้
รายจากไฟฟ้าดูด
ดงาน
ยมควรหล่อเย็นใหถ้ ูกประเภท
แบริง่ ประคองใหเ้ ลื่อยหา่ งกันประมาณ
หนาของใบเลอื่ ย 0.6, 0.9, 1.3, 1.6 มม.) ให้
ปรับต้งั ใบเล่ือยใหต้ งึ พอประมาณ
มหมุนถอยปากกาจบั งานออกเปน็ อนั ขาด
4. ส่วนประกอบท่สี าคัญของเครื่องเลอ่ื ยสายพาน
4.1 สว่ นประกอบต่างๆ ของเครอ่ื งเล่อื ยสายพา
1) หอ้ งสายพานสง่ กาลงั และลอ้ สายพานตัวลา่ ง
2) ลอ้ ควบคุมความเร็ว ทาหนา้ ที่ปรบั ความเร็วรอบในการตัดช้ิน
3) ล้อหนิ เจียระไน ทาหน้าท่ีเจียระไนใบเลือ่ ยหลงั จากเชื่อมตอ่ ใบ
4) ชุดเช่ือมต่อใบเลอื่ ย ทาหนา้ ทีเ่ ช่ือมต่อใบเลอ่ื ยให้ตดิ กนั ในกรณ
มีรอยแตก
5) คันโยกตดั ใบเลอ่ื ย ทาหนา้ ทใ่ี นการตดั ใบเล่อื ยท่มี รี อยตดั โค้งห
ทาใบเลอื่ ยสามารถเชอ่ื มตอ่ กนั ได้
6) สวติ ชป์ ดิ เครอื่ ง Emergency ปิดใหเ้ ครือ่ งเลอื่ ยหยุดทางาน
7) สวิตชเ์ ปิดเคร่อื งเปดิ ให้เคร่อื งเลื่อยทางาน
นแนวต้งั
านแนวตงั้ มีดงั น้ี
นงาน
บเลอื่ ยเสร็จแล้ว
ณที ีใ่ บหกั หรือ
หรือไมเ่ รียบ
4.1 สว่ นประกอบต่างๆ ของเครอื่ งเลอ่ื ยสายพานแนว
8) ไฟแสดงสถานะว่าเคร่ืองเลือ่ ยกาลังทางานหรือไม่ทา
9) ล้อสายพานตวั บน
10) ตวั ปรบั ความตึงใบเลื่อยเพือ่ หมนุ ปรับใหใ้ บเลือ่ ยตึงหรือหยอ่ น
11) ชดุ ประคองใบเลอ่ื ยทาหน้าที่ประคองใบเลอ่ื ยให้อยู่ในแนวตัด
12) ไฟแสงสว่างเพ่ือสอ่ งสวา่ งในการทางาน
13) สายน้ามันหลอ่ เย็นทาหนา้ ทีส่ ง่ นา้ มนั หลอ่ เย็นไปหล่อเยน็ ใบเ
ช้นิ งาน
14) ใบเล่ือยควรเลือกใชใ้ บเลื่อยให้เหมาะสมกับวัสดทุ จ่ี ะทาการต
15) โตะ๊ งานทาหน้าท่ีรองรบั ชิ้นงาน ขณะกาลังตัด
16) คนั โยกปลดลอ็ กโตะ๊ งาน ในกรณีที่ต้องการเลือ่ ยแบบเอียงหร
วตงั้ (ต่อ)
น
ดและขนานชิ้นงาน
เลอ่ื ยกบั ชน้ิ งานขณะตดั
ตัด
รอื ปรับองศาในการเล่อื ย
4.2 วธิ กี ารใช้งานเครอ่ื งเลอ่ื ยสายพานแนวตง้ั
1) ตรวจสอบความตงึ ของใบเลอ่ื ยและเลอื กใชใ้ บเล่อื ยให
2) ตรวจสอบสายพานความเรว็ ในการตดั ใหเ้ หมาะสมกบั
3) กดเปิดสวิตช์เครอ่ื งและเปดิ วาลว์ นา้ มันหลอ่ เยน็
4) กดสวติ ชป์ ิดเพอ่ื ทดสอบวา่ เคร่อื งหยดุ ทางานหรอื ไม่
5) หมนุ สวติ ชฉ์ ุกเฉิน (Emergency) ตามทศิ ทางลกู ศรเล
6) เมื่อตดั ชิ้นงานขาดแล้วกดสวติ ช์ (Emergency) ปิดเพ
7) หลังจากใชง้ านเสรจ็ แล้วควรลดความตึงใบเลือ่ ยโดยป
ห้เหมาะสมกบั ขนาดชน้ิ งาน
บชน้ิ งาน
ถ้าหยดุ ให้ทาการเปิดเครอื่ งอกี ครัง้
ล็กนอ้ ยเพอื่ สามารถเปดิ เคร่อื งไดต้ ามปกติ
พื่อใหเ้ ครอื่ งเล่อื ยหยุดทางาน
ปรบั ตวั ปรบั ความตึงใบเลอ่ื ย ให้ลดลงเพอื่ เพ่มิ อายุการใชง้ าน
4.3 การบารงรักษาเคร่อื งเล่ือยสายพานแนวตงั้
1) ตรวจสภาพความตงึ และรอยแตกสายพาน
2) ตรวจสภาพแบร่ิง ประคองใบเลอ่ื ย ใหอ้ ยู่ในตาแหนง่ ป
3) ตรวจสภาพแบรง่ิ ประคองใบเลื่อย ถา้ แตกหรือติดให
4) ตรวจสอบใบเลื่อยทกุ คร้ังกอ่ นใชง้ าน
5) ตรวจสอบคนั โยกตัดใบเลือ่ ยและชดุ เชื่อมใบเลอื่ ยให้อ
6) ตรวจสอบคณุ ภาพนา้ มนั หลอ่ เยน็ สปั ดาห์ละ 1 คร้งั ถ
ประคองใบเลอ่ื ยไมแ่ นน่ หรอื หลวมเกนิ ไปทกุ ครง้ั ก่อนใชง้ าน
ห้เปลีย่ นใหมท่ กุ ครงั้ ก่อนใชง้ าน
อยใู่ นสภาพพร้อมใชง้ านอยเู่ สมอ
ถา้ มกี ลิน่ เหม็นใหเ้ ปลยี่ นใหม
4.4 ความปลอดภยั ในการใช้เคร่ืองเล่ือยสายพานแ
1) กอ่ นใชเ้ ครอ่ื งเลอ่ื ยสายพานแนวตงั้ ทุกครั้งตอ้ งตรวจส
2) ใชอ้ ปุ กรณ์จับช้ินงานใหแ้ น่นก่อนเปดิ สวติ ช์เคร่อื งทาง
3) จบั ชิ้นงานใหแ้ นบกบั โต๊ะงานเพราะถา้ ไม่แนบกบั โต๊ะ
4) ติดตั้งสายดินให้เครอื่ งเลือ่ ย เพอ่ื ปอ้ งกันอันตรายจาก
5) ปิดฝาครอบใบเลอ่ื ยและพูลเลย่ ์ ทกุ คร้ังเม่อื ตัดงาน
6) เหล็กหล่อ ทองเหลือง ทองแดง และอะลมู เิ นยี มควร
7) การประกอบใบเล่อื ยก่อนปรบั ใหต้ งึ ต้องปรับแบร่งิ ปร
ความหนาใบ เล่ือยบวก 0.1-0.2 มม.(ความหนาของ
แบริง่ ไดไ้ มฝ่ ืด แล้วปรบั ต้ังใบเลือ่ ยใหต้ งึ พอประมาณ
แนวตั้ง
สอบความพรอ้ มของเครือ่ งเสมอ
งาน
ะงานอาจจะทาใหใ้ บเล่อื ยหัก
กไฟฟา้ ดูด
รหล่อเย็นใหถ้ กู ประเภท
ระคองใหเ้ ล่ือยห่างกันประมาณ
งใบเลื่อย 0.6, 0.9, 1.3, 1.6 มม.) ให้ทดลองเล่ือนใบเล่ือยผา่ น
ณ
4.5 ใบเลื่อยสายพาน
4.5 ใบเล่อื ยสายพาน (ตอ่ )
5. สว่ นประกอบทส่ี าคญั ของเครื่องเลอ่ื ยวงเดือน
5.1 ส่วนประกอบตา่ งๆ ของเครือ่ งเล่อื ยวงเดือน มดี งั น
น้ี
5.1 ส่วนประกอบตา่ งๆ ของเคร่อื งเล่อื ยวงเดอื น (ตอ่ )
5.2 วิธกี ารใชง้ านเคร่อื งเลื่อยวงเดอื น