วทิ ยาการสงิ่ แวดลอ้ ม
บทที่ 6 มลพษิ สง่ิ แวดล้อม:
มลสารปนเปื้อนเกนิ ท่ีธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อมจะรับได้
บทนา
มวลสรรพส่ิงท้งั หลายต้ังแตม่ นษุ ย์ พืช และสัตว์ อาศยั อยทู่ ่ามกลางส่ิงแวดล้อม ถา้
สิง่ แวดลอ้ มดี ความเปน็ อยู่ของสรรพสิ่งโดยเฉพาะมนษุ ยก์ จ็ ะดี ถ้าสิ่งแวดล้อมเป็นพิษมนษุ ย์
กจ็ ะไดร้ บั ความเดือดร้อนเชน่ กัน
ในโลกมนุษย์ของเรามีปญั หาต่างๆ มากมายแตป่ ญั หาหนง่ึ ทีน่ บั วันจะทวีความรนุ แรงขนึ้
คอื ปัญหามลภาวะเปน็ พิษ ปญั หานเ้ี กดิ จากการกระทาของมนษุ ย์
ในปจั จุบันพบว่ามลพษิ แวดลอ้ มในขอบขา่ ยกวา้ งขวางยิง่ ขึ้นและมผี ลกระทบตอ่ คุณภาพ
สิง่ แวดล้อม และคณุ ภาพชีวิตของมนษุ ย์ พชื และสัตว์ มากข้นึ สาเหตเุ กดิ จาก
การขาดความรูข้ องประชาชน การละเลยไมป่ ฏิบัติตามกฎระเบียบ และกฎหมาย
ตลอดถงึ กฎหมายเองกไ็ มม่ ปี ระสิทธิภาพ
บทนา
จะเหน็ ได้วา่ การพัฒนาตนเอง และสังคมมนษุ ยก์ อ่ ใหเ้ กดิ สิ่งแวดลอ้ มทีไ่ มเ่ หมาะสม
หลายประการ ซ่งึ มนุษย์จะตอ้ งแก้ไขปัญหาท่เี กิดขึ้น เพ่ือความคงอยขู่ องมวลสรรพสิ่งทั้งหลาย
จึงจาเปน็ ต้องมีการศึกษา ทาใหม้ ลพษิ สิ่งแวดลอ้ มนอ้ ยลง สร้างจติ รสานึกการใช้ประโยชน์และ
อนุรกั ษ์ธรรมชาติใหบ้ ังเกดิ ผลดเี พอ่ื ใหม้ นษุ ยอ์ ยรู่ ว่ มกับธรรมชาตไิ ดอ้ ย่างยังยนื ตลอดไป
หวั ขอ้ 1. ความหมายของมลพิษสงิ่ แวดล้อม
ทศ่ี กึ ษา 2. ประเภทของมลพษิ สงิ่ แวดล้อม
3. สาเหตุของของมลพิษสงิ่ แวดลอ้ ม 4. รูปลักษณะของมลพษิ สิ่งแวดล้อม
5. แหลง่ กาเนดิ มลพิษสง่ิ แวดล้อม 6. มลพิษส่งิ แวดล้อมตา่ งๆ
7. แนวทางป้องกนั และแกไ้ ขปญั หามลพิษสิ่งแวดล้อม
หวั ขอ้ 1. ความหมายของมลพิษสงิ่ แวดล้อม
ทศ่ี กึ ษา 2. ประเภทของมลพษิ สงิ่ แวดล้อม
3. สาเหตุของของมลพิษสงิ่ แวดลอ้ ม 4. รูปลักษณะของมลพษิ สิ่งแวดล้อม
5. แหลง่ กาเนดิ มลพิษสง่ิ แวดล้อม 6. มลพิษส่งิ แวดล้อมตา่ งๆ
7. แนวทางป้องกนั และแกไ้ ขปญั หามลพิษสิ่งแวดล้อม
ความหมายของมลพษิ สง่ิ แวดล้อม (Environmental Pollution)
มลพษิ สิ่งแวดล้อม หมายถึง สง่ิ แวดลอ้ มท่มี ีมวลสารที่เปน็ พษิ จะมีผลตอ่ สุขภาพและ
สง่ิ มชี วี ติ ทั้งพืช และสตั ว์ ซงึ่ เกดิ จากการท่ีวัตถุเป็นพิษปนเปอ้ื นในส่งิ แวดล้อมนั้นๆ แม้เพยี ง
เล็กนอ้ ยก็จะทาใหส้ งิ่ แวดล้อมนนั้ เสยี ไป ถ้าปราศจากมลพษิ น้กี จ็ ะทาใหส้ ่งิ แวดลอ้ มปกติ
มลพิษสงิ่ แวดล้อม หมายถึง ภาวะสิง่ แวดล้อมท่มี มี ลพิษบางอย่างทีเ่ กดิ ขึ้นเอง
โดยธรรมชาติ แตม่ มี ากเกินขีดจากดั จนมีพิษตอ่ มนษุ ยพ์ ืชและสตั ว์
ความหมายของมลพิษส่ิงแวดลอ้ ม (Environmental Pollution)
มลพษิ สิง่ แวดล้อม หมายถึงสิ่ง แวดล้อมทีท่ าใหส้ ุขภาพท้ังรา่ งกายจิตใจ และสงั คม
เลวลงเกดิ การเจ็บปว่ ยไม่มีเรี่ยวแรงเกดิ ความไม่พอใจ สัน่ หลงและความหวัดกลัววติ กกังวล
หรือไมม่ คี วามปลอดภยั ซง่ึ ส่งิ ทท่ี าให้เกดิ ผลกระทบเหล่านอี้ าจเกดิ ขน้ึ โดยตรงตอ่ มนุษยท์ ีห่ รอื
โดยทางออ้ มกไ็ ด้
จากความหมายดงั กล่าว พอสรุปได้วา่ มลพษิ ส่ิงแวดลอ้ ม คือ การที่ส่งิ แวดลอ้ ม
มมี ลสารทเี่ ป็นพิษปนเป้ือนอยู่มากเกินขีดจากดั ทธ่ี รรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อมจะรบั ได้ จนมี
ผลกระทบต่อคณุ ภาพชวี ิตของมนษุ ย์ พชื สตั ว์ และคุณภาพสิง่ แวดล้อม
หวั ขอ้ 1. ความหมายของมลพิษสงิ่ แวดล้อม
ทศ่ี กึ ษา 2. ประเภทของมลพษิ สงิ่ แวดล้อม
3. สาเหตุของของมลพิษสงิ่ แวดลอ้ ม 4. รูปลักษณะของมลพษิ สิ่งแวดล้อม
5. แหลง่ กาเนดิ มลพิษสง่ิ แวดล้อม 6. มลพิษส่งิ แวดล้อมตา่ งๆ
7. แนวทางป้องกนั และแกไ้ ขปญั หามลพิษสิ่งแวดล้อม
ประเภทของมลพิษสง่ิ แวดลอ้ ม มลพษิ ส่งิ แวดลอ้ มทางธรรมชาติ
1. มลพิษสิง่ แวดล้อมทางธรรมชาติ
มลพษิ ส่งิ แวดล้อมทางวทิ ยาศาสตร์ หมายถึง ระบบนิเวศหรือสิง่ แวดลอ้ มท่มี ีมวลสาร
สารพษิ สารปนเปอ้ื นต่างๆ เชน่ สารเคมี ก๊าซพษิ และสิง่ ปฏกิ ลู ปนเปอื้ นในทรพั ยากรธรรมชาติ
ทาให้ทรพั ยากรธรรมชาติ มคี ณุ สมบตั ิเปล่ยี นแปลงไปจากเดิมเดือนมนษุ ยไ์ มส่ ามารถไปใช้เปน็
ปจั จัยส่ใี นการดารงชีวิตได้
มลพษิ ส่งิ แวดลอ้ มทางธรรมชาติ หมายถึง ภาวะท่ีมคี วามไมส่ มดุลเกดิ ขึน้ ใน
ธรรมชาติ เน่ืองจากปรมิ าณการใช้มากเกินไป จนทาให้ไมส่ ามารถฟ้ืนฟคู ืนสภาพของ
ระบบส่งิ แวดล้อมได้
ประเภทของมลพิษสง่ิ แวดลอ้ ม มลพษิ สง่ิ แวดลอ้ มทางสังคม
2. มลพษิ สงิ่ แวดล้อมทางสงั คม
มลพิษส่งิ แวดล้อมทางสังคม หมายถึง ระบบนิเวศที่เกดิ จากตวั ควบคุมทางสงั คม เช่น
กฎหมาย ประเพณี หรือวัฒนธรรม ขาดประสิทธภิ าพจนทาให้สังคมเกดิ ปัญหาหลายดา้ น
ซงึ่ ปัญหาท่ีพบบ่อย ได้แก่ ปญั หาโจรผรู้ า้ ยชกุ ชุม ปญั หาแฟช่นั การแตง่ กาย ยานพาหนะ
ความฟุ่มเฟือย และสงคราม
ประเภทของมลพิษสิ่งแวดลอ้ ม มลพษิ สง่ิ แวดลอ้ มทางสงั คม
มลพษิ สงิ่ แวดลอ้ มทางสงั คม หมายถึง การเกดิ ความผดิ ปกตใิ นบคุ คล หรอื กลมุ่ คน
ในสังคมนน้ั เช่น ความวิปริตทางประสาท โจรผ้รู ้าย บคุ คลไรอ้ าชีพ การเอาเปรยี บการ
ทะเลาะวิวาท การเดินขบวน จนทาให้สภาพสงั คมเสือ่ มสภาพไปจากด้งั เดิม อาจกลา่ วไดว้ ่า
เป็นภาวะแวดล้อมทางสงั คมที่ตวั ควบคุมทางสังคมขาดประสทิ ธภิ าพ หรือไมศ่ กั ด์ิสทิ ธิ์
ทาให้สภาพสังคมมีแตป่ ัญหา และย่งุ เหยิงไม่เปน็ ที่นา่ อยขู่ องคนในสงั คมได้อยา่ งปกติสุข
หวั ขอ้ 1. ความหมายของมลพิษสงิ่ แวดล้อม
ทศ่ี กึ ษา 2. ประเภทของมลพษิ สงิ่ แวดล้อม
3. สาเหตุของของมลพิษสงิ่ แวดลอ้ ม 4. รูปลักษณะของมลพษิ สิ่งแวดล้อม
5. แหลง่ กาเนดิ มลพิษสง่ิ แวดล้อม 6. มลพิษส่งิ แวดล้อมตา่ งๆ
7. แนวทางป้องกนั และแกไ้ ขปญั หามลพิษสิ่งแวดล้อม
สาเหตุของมลพิษสิง่ แวดลอ้ ม
มลพษิ สงิ่ แวดลอ้ มเปน็ ผลมาจากความเฉลยี วฉลาดของมนุษย์ ที่มีการพฒั นาในทุกๆ ดา้ น
โดยไมไ่ ดห้ าทางป้องกันปัญหาส่ิงแวดลอ้ มท่ีอาจเกดิ ขึน้ ทาใหม้ นุษย์เองต้องได้รับผลกระทบต่อ
สุขภาพท้ังด้านรา่ งกายและจติ ใจ ซึง่ มีสาเหตหุ ลกั ท่ที าให้เกิดมลพิษส่ิงแวดล้อม คือ
1. การเพ่ิมจานวนของประชากร 5. มาตรการควบคมุ ไมม่ ปี ระสทิ ธภิ าพ
2. การขยายตวั ของเมอื ง 6. ความกดดันทางเศรษฐกจิ สงั คมและการเมือง
3. การใช้เทคโนโลยีทด่ี ้อยประสทิ ธิภาพ 7. ภัยธรรมชาติ
4. การใช้ทรัพยากรไม่ถกู หลักวิชาการ 8. ค่านยิ มที่ไมเ่ หมาะสม
สาเหตุของมลพิษสง่ิ แวดล้อม
1. การเพิม่ จานวนของประชากร
สง่ ผลใหค้ วามต้องการในการใชท้ รัพยากรธรรมชาติ เพือ่ การดารงชพี ข้ันพน้ื ฐาน ได้แก่
พ้ืนทีท่ าการเกษตร น้า อากาศ แรธ่ าตพุ ลังงานและอืน่ ๆ มากข้นึ ประกอบกบั ปัจจุบนั ขาด
การวางแผนการจัดการอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ จึงทาใหท้ รพั ยากรธรรมชาตมิ ีมลพษิ มลสารและ
สารปนเปื้อนสงู สง่ ผลให้ทรพั ยากรธรรมชาติมีคุณสมบตั ิเปลีย่ นแปลงไปและกอ่ ให้เกดิ ปญั หา
มลพิษสง่ิ แวดลอ้ มต่าง ๆ ตามมา
สาเหตุของมลพษิ สงิ่ แวดล้อม
2. การขยายตัวของเมือง
เป็นการขยายเพ่ือการเกษตร และอุตสาหกรรม ทาใหเ้ กิดการเปล่ยี นแปลงของ
ระบบนิเวศตามธรรมชาติ ประกอบกบั การขาดการวางแผนผังเมืองไวล้ ว่ งหนา้ ทาใหเ้ กิด
ปญั หาสิ่งแวดล้อมตามมามากมายและส่งผลกระทบต่อชวี ิตมนษุ ย์และส่งิ แวดล้อม
สาเหตขุ องมลพิษสิ่งแวดลอ้ ม
3. การใช้เทคโนโลยที ไ่ี ดป้ ระสทิ ธภิ าพ
เทคโนโลยที ีส่ ามารถหลอ่ แบบตวั ได้ และกระบวนการผลิตเทคโนโลยีที่แสดงข้ันตอน
ทีม่ ีรายละเอียดในการผลิตผลผลิตหน่งึ ๆ รูปแบบของเทคโนโลยีเหลา่ น้กี ่อใหเ้ กดิ มลพิษสาคญั
4 ประการคือ
1. การใชเ้ ทคโนโลยีไมเ่ หมาะสม คือ การนาเทคโนโลยีประเภทใดก็ตาม มาใชไ้ ม่
เหมาะสมกบั การใช้ทรัพยากรหรอื เกินค่ามาตรฐานกอ่ ให้เกดิ มลพิษตามมา
สาเหตุของมลพษิ สงิ่ แวดล้อม
2. การเสอื่ มสภาพของเทคโนโลยี มกั เกดิ ขึน้ เสมอสาหรบั เทคโนโลยีทน่ี ามาใช้
เส่ือมสภาพงา่ ย เปน็ เพราะมอี ายกุ ารใช้งานนานเกินไปใชง้ านมากเกินกาลงั ผลิตหรอื ใช้กับ
ทรัพยากรผิดประเภท
3. การค้อยศกั ยภาพของบุคลากรผใู้ ช้เทคโนโลยี ถา้ บุคลากรไม่มีความรู้ความ
สามารถและทักษะในการใช้เครือ่ งมอื และอุปกรณ์อาจเกดิ ความผดิ พลาดทาให้เกิดอันตราย
4. ของเสยี หรอื มลพิษ อาจเกิดจากตัวเทคโนโลยีเองเพราะอาจเป็นผลเสยี ตอ่
สิ่งแวดลอ้ มได้การใช้มากเกินไปหรือเทคโนโลยเี สอื่ มประสิทธิภาพทาใหเ้ กดิ มลพิษที่ตกค้างได้
สาเหตุของมลพษิ สิ่งแวดลอ้ ม
4. การใชท้ รัพยากรไม่ถกู หลกั วิชาการ
การใช้ทรพั ยากรธรรมชาติ และส่งิ แวดล้อม ได้กาหนดหลกั การและวธิ กี ารอนุรักษเ์ ป็น
พ้ืนฐาน อีกท้งั ตอ้ งพิจารณาเทคโนโลยที ีจ่ ะนามาประยกุ ตใ์ ชใ้ หเ้ หมาะสมกับชนดิ และประเภท
ของทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อม เพื่อใหฟ้ น้ื คนื สภาพได้ตามธรรมชาติ
5. มาตรการควบคมุ ไมม่ ีประสทิ ธภิ าพ
หมายถึง กฎหมาย ระเบยี บข้อตกลง เก่ยี วกบั ส่งิ แวดล้อม ไม่สามารถบงั คับใช้กับ
ประชาชนทาใหเ้ กิดมลพิษจากการก่อสรา้ งเกษตรกรรมอตุ สาหกรรม ฯลฯ ตลอด ถงึ ขาด
ระบบตดิ ตามและตรวจสอบผลกระทบจากการดาเนนิ โครงการและไมเ่ หน็ ความสาคัญ
สาเหตุของมลพิษสงิ่ แวดล้อม
6. ความกดดนั ทางเศรษฐกิจสงั คมและการเมือง
หมายถึง ความต้องการในการพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คม มกั เปน็ ตน้ เหตุของการพัฒนา
แบบไมย่ ัง่ ยนื ทาใหเ้ กิดปัญหาสง่ิ แวดล้อม เพราะการเมืองมักใช้ทรัพยากรธรรมชาติมาเป็น
ฐานในการได้มา ซ่ึงขาดการเอาใจใส่ในการอนุรักษ์ส่ิงแวดล้อมเท่าทคี่ วร
7. ภยั ธรรมชาติ
เช่น ภูเขาไฟระเบิด นา้ ท่วม ความแหง้ แลง้ พายุ แผน่ ดนิ ไหว ดนิ ถลม่ ฯลฯ ล้วน แต่
เป็นตน้ เหตุใหเ้ กดิ มลพษิ ทั้งส้นิ ไมว่ า่ จะเปน็ คณุ ภาพอากาศนา้ ดินและอน่ื ๆ
สาเหตขุ องมลพิษสิง่ แวดลอ้ ม
8. ค่านิยมท่ีไม่เหมาะสม
สังคมใดมคี ่านิยมถกู ตอ้ งก็จะทาให้สงั คมนั้นพฒั นา ในทางตรงกันข้ามถา้ มีคา่ นิยม
ทไี่ มเ่ หมาะสมก็ย่อมทาใหส้ ังคมเกิดปญั หาได้ คา่ นยิ มไม่เหมาะสมทก่ี ่อใหเ้ กิดปญั หามลพษิ
สิง่ แวดล้อม ไดแ้ ก่ ความฟมุ่ เฟอื ยหรูหรา ความมกั ง่าย ความประมาท ความเปน็ เอกเทศ
ความเป็นผ้ชู อบมีอานาจเหนือธรรมชาติ ชื่นชอบส่งิ ประดษิ ฐ์ทท่ี าลายทรัพยากรธรรมชาติ
ชอบเอารดั เอาเปรียบผูอ้ ่ืน
หวั ขอ้ 1. ความหมายของมลพิษสงิ่ แวดล้อม
ทศ่ี กึ ษา 2. ประเภทของมลพษิ สงิ่ แวดล้อม
3. สาเหตุของของมลพิษสงิ่ แวดลอ้ ม 4. รูปลักษณะของมลพษิ สิ่งแวดล้อม
5. แหลง่ กาเนดิ มลพิษสง่ิ แวดล้อม 6. มลพิษส่งิ แวดล้อมตา่ งๆ
7. แนวทางป้องกนั และแกไ้ ขปญั หามลพิษสิ่งแวดล้อม
รูปลกั ษณะของมลพษิ ส่ิงแวดล้อม
มลพษิ สง่ิ แวดล้อมท่เี กดิ ข้ึนจากกจิ กรรมของมนุษย์มรี ปู ลักษณะที่สาคญั 5 กลุ่ม คือ
1. มลพิษสงิ่ แวดล้อมทเี่ ปน็ ของแขง็
2. มลพิษสง่ิ แวดลอ้ มที่เป็นของเหลว
3. มลพิษส่ิงแวดลอ้ มท่เี ปน็ กา๊ ช
4. มลพษิ สงิ่ แวดล้อมที่มีสมบัติทางฟิสกิ ส์
5. มลพิษสง่ิ แวดล้อมทางสังคม
รูปลกั ษณะของมลพษิ สิง่ แวดล้อม มลพิษส่งิ แวดลอ้ มท่เี ปน็ ของแข็ง
1. มลพษิ สิง่ แวดลอ้ มทเี่ ป็นของแขง็
มกั จะเกิดจากเศษเหลอื ใชห้ รอื กากของเสยี ประกอบดว้ ย สารอนินทรีย์และอินทรยี ์
เช่น ขยะมูลฝอย กากสารพษิ ตะกอนจากบ่อบาบดั นา้ เสยี ฝุน่ วสั ดุเหลอื ใช้ทางการเกษตร
รปู ลักษณะของมลพษิ สงิ่ แวดลอ้ ม มลพษิ สง่ิ แวดล้อมทเี่ ป็นของเหลว
2. มลพษิ ส่งิ แวดลอ้ มทเ่ี ป็นของเหลว
มลพษิ สิง่ แวดลอ้ มจาพวกนี้ ได้แก่ ของเหลวจาพวกน้า ซ่ึงไมม่ ีพษิ ในตวั เอง แตเ่ พราะมี
การปนเป้อื นของสารพิษอ่นื จงึ ทาให้เกดิ พิษและมีพิษในตวั เอง เชน่ นา้ มัน และไขมนั
รูปลกั ษณะของมลพิษสิง่ แวดลอ้ ม มลพิษสิง่ แวดล้อมทเ่ี ป็นก๊าช
3. มลพิษสง่ิ แวดล้อมทีเ่ ป็นของก๊าซ
มลพษิ ส่งิ แวดลอ้ มจาพวกน้ี ไดแ้ ก่ กา๊ ซคาร์บอนมอนอกไซด์ ไนโตรเจนออกไซด์
ซลั เฟอร์ไดออกไซด์ มเี ทน คาร์บอนไดออกไซด์ รวมไปถึงก๊าซท่ีมโี ลหะหนัก และสารฆา่ แมลง
ปนเปอื้ น ตลอดจนฝุ่นละออง ควนั และไอ หรือละอองท่เี ป็นพิษ
รปู ลักษณะของมลพิษสงิ่ แวดล้อม มลพิษสิ่งแวดล้อมท่มี ีสมบตั ิทางฟิสกิ ส์
4. มลพษิ สิ่งแวดลอ้ มทีม่ สี มบัตทิ างฟสิ ิกส์
มลพิษสงิ่ แวดลอ้ มจาพวกน้ี ไดแ้ ก่ เสียงรบกวน ความรอ้ น ความสน่ั สะเทอื น
สารกมั มันตรงั สี คลื่นแม่เหลก็ ไฟฟา้ แสงสวา่ ง และคณุ ภาพของรังสี
รูปลกั ษณะของมลพษิ ส่ิงแวดล้อม มลพษิ ส่ิงแวดลอ้ มทางสังคม
5. มลพิษสง่ิ แวดล้อมทางสงั คม
มลพษิ สิง่ แวดล้อมจาพวกนี้ เป็นมลพิษที่กอ่ ใหเ้ กิดปญั หาท่รี ุนแรงข้นึ เร่อื ย ๆ
โดยเฉพาะในเมือง หรือชมุ ชน มลพิษลักษณะนี้เกิดจากการพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคม จงึ มกั
มีการก่อสรา้ งอาคาร ถนน ไฟฟ้า แหลง่ น้า การวางผังเมอื ง แลว้ ทิ้งของเสีย
หวั ขอ้ 1. ความหมายของมลพิษสงิ่ แวดล้อม
ทศ่ี กึ ษา 2. ประเภทของมลพษิ สงิ่ แวดล้อม
3. สาเหตุของของมลพิษสงิ่ แวดลอ้ ม 4. รูปลักษณะของมลพษิ สิ่งแวดล้อม
5. แหลง่ กาเนดิ มลพิษสง่ิ แวดล้อม 6. มลพิษส่งิ แวดล้อมตา่ งๆ
7. แนวทางป้องกนั และแกไ้ ขปญั หามลพิษสิ่งแวดล้อม
แหลง่ กาเนิดมลพิษส่งิ แวดล้อม มลพษิ ส่งิ แวดล้อมจากเมอื งและชมุ ชน
มลพิษสงิ่ แวดล้อมทีเ่ กดิ ขึ้นมีแหลง่ ทมี่ าสาคัญสรปุ ได้ดงั นี้
1. มลพิษส่ิงแวดล้อมจากเมืองและชมุ ชน
แหล่งกาเนิดมลพษิ น้จี ดั ได้ว่าเปน็ ระบบสิง่ แวดล้อมที่มีประชากรหนาแน่นกวา่ ระบบ
ส่งิ แวดลอ้ มอนื่ ๆ โดยเฉพาะเมืองหลวง มลพษิ จากเมืองหลวงและชมุ ชน ไดแ้ ก่ ขยะมลู ฝอย
มลพิษทางนา้ มลพิษทางเสยี ง มลพษิ ทางอากาศ ยากต่อการป้องกันและแก้ไข
แหล่งกาเนดิ มลพิษสงิ่ แวดลอ้ ม มลพษิ สิง่ แวดล้อมจากเกษตรกรรม
2. มลพษิ สิง่ แวดล้อมจากเกษตรกรรม
แหลง่ กาเนดิ มลพษิ นี้ มตี ัง้ แตก่ ารปรับพนื้ ที่ การเตรยี มพ้นื ที่เพาะปลูก และการเลีย้ ง
สตั ว์ การใช้เทคโนโลยีการเพาะปลกู และการเลีย้ งสตั ว์ การจัดการของเสยี และการใช้
เทคโนโลยีทางการอนรุ ักษ์ดนิ และนา้ จะมีบทบาทสาคัญตอ่ พื้นท่เี กษตรกรรมทีเ่ ป็น
แหลง่ กาเนิดมลพษิ ส่ิงแวดล้อม ได้แก่ การพงั ทลายของดนิ สารฆ่าแมลง มูลสตั ว์ และน้าเสีย
แหลง่ กาเนิดมลพิษสง่ิ แวดล้อม มลพิษส่ิงแวดลอ้ มจากอุตสาหกรรม
3. มลพษิ สง่ิ แวดล้อมจากอุตสาหกรรม
แหลง่ กาเนิดมลพิษนเ้ี กดิ จากการแปรรูปวัตถุดิบ ให้เปน็ ผลผลิตท่สี ามารถใช้ประโยชน์
ได้ ซง่ึ กระบวนการแปรรปู วตั ถุดบิ ดว้ ยเทคโนโลยรี ะดับต่างๆ ตั้งแตก่ ารผลิตวตั ถุดบิ จนถงึ ขั้น
สดุ ท้าย จะกอ่ ใหเ้ กิดมลพษิ ทง้ั ท่เี ปน็ สารเคมีทเ่ี ป็นพิษ เชื้อโรคในรูปของนา้ เสีย อากาศเสีย
เสียงรบกวน ความส่ันสะเทอื น ความรอ้ น
แหล่งกาเนดิ มลพิษสงิ่ แวดล้อม มลพิษส่งิ แวดลอ้ มจากการพัฒนาพลงั งาน
4. มลพษิ ส่ิงแวดลอ้ มจากการพัฒนาพลังงาน
แหล่งกาเนดิ มลพิษนไี้ ม่วา่ จะเปน็ ฟนื ถา่ นลิกไนต์ กา๊ ซธรรมชาติ นา้ มัน
และพลังงานนวิ เคลยี ร์ จะสรา้ งมลพษิ ทมี่ ีความรนุ แรงและอันตราย ตัวพลังงานทไ่ี ด้รับจาก
กระบวนการผลติ นนั้ ไมก่ อ่ ให้เกดิ ปัญหามลพิษแตอ่ ย่างใด แตข่ องเหลอื หรอื กากของเสีย ฝนุ่
ควัน ความร้อน ความส่ันสะเทอื น และการสญู เสยี ทีด่ นิ ต่างหาก ท่ีทาใหเ้ กดิ ปญั หามลพษิ
หวั ขอ้ 1. ความหมายของมลพิษสงิ่ แวดล้อม
ทศ่ี กึ ษา 2. ประเภทของมลพษิ สงิ่ แวดล้อม
3. สาเหตุของของมลพิษสงิ่ แวดลอ้ ม 4. รูปลักษณะของมลพษิ สิ่งแวดล้อม
5. แหลง่ กาเนดิ มลพิษสง่ิ แวดล้อม 6. มลพิษส่งิ แวดล้อมตา่ งๆ
7. แนวทางป้องกนั และแกไ้ ขปญั หามลพิษสิ่งแวดล้อม
มลพิษสง่ิ แวดลอ้ มตา่ งๆ 7. มลพิษทางเสียง 6. มลพษิ ความรอ้ น
1. มลพิษทางนา้ 5. มลพษิ ทางอาหาร
มลพษิ
2. มลพษิ ทางอากาศ สงิ่ แวดลอ้ มต่างๆ
3. มลพษิ ทางดนิ 4. มลพิษทางขยะ
มลพิษสง่ิ แวดลอ้ มตา่ งๆ 7. มลพิษทางเสียง 6. มลพษิ ความรอ้ น
1. มลพิษทางนา้ 5. มลพษิ ทางอาหาร
มลพษิ
2. มลพษิ ทางอากาศ สงิ่ แวดลอ้ มต่างๆ
3. มลพษิ ทางดนิ 4. มลพิษทางขยะ
มลพษิ สง่ิ แวดล้อมต่างๆ มลพิษทางน้า ความหมายของมลพษิ ทางน้า
ความหมายของมลพษิ ทางน้า
ความหมายของมลพิษทางนา้ หมายถึง ภาวะทีน่ า้ มคี ณุ ภาพเปลีย่ นไปจากธรรมชาติเดิม
จนมีสภาพทีเ่ ลวลง และส่งผลต่อการดารงชวี ติ ของมนุษยแ์ ละส่งิ มีชีวติ ในนา้ หรือนา้ เสื่อมคุณภาพ
ซ่งึ อาจเปล่ียนแปลงได้หลายลกั ษณะทง้ั ทางกายภาพสรรี ะภาพชีวภาพและทางเคมี
มลพิษสง่ิ แวดล้อมต่างๆ มลพิษทางนา้ ลกั ษณะของมลพษิ ทางน้า
ลักษณะของมลพษิ ทางนา้
1. น้ามีสารอินทรยี ์ปนอยูม่ าก จลุ ินทรียจ์ ะมีการเพ่ิมปรมิ าณอย่างรวดเร็ว โดยการใช้
ออกซิเจน จงึ ทาให้ปรมิ าณออกซเิ จนในน้าเหลือน้อย จะเหน็ มสี ีดาคา และส่งกลนิ่ เหมน็
2. น้าทมี่ เี ช้ือโรคหรือจุลินทรยี ์ ได้แก่ เชอื้ แบคทีเรีย ไวรัส พยาธิ โปรโตซวั เช้อื รา
ซ่งึ เป็นสาเหตุทาใหเ้ กิดโรคตา่ งๆ เชน่ โรคทางเดนิ อาหาร โรคพยาธิ โรคผิวหนงั เปน็ ต้น
3. น้าทมี่ ีคราบมันหรอื ไขมนั เจือปนในปรมิ าณมาก จะเป็นอปุ สรรคต่อการถา่ ยเท
ออกซเิ จนลงสู่แหล่งนา้ หรือการดารงชีวติ ของสัตวแ์ ละพืชน้า
มลพิษส่งิ แวดลอ้ มตา่ งๆ มลพิษทางนา้ ลกั ษณะของมลพิษทางนา้
4. นา้ ทีม่ ีเกลือละลาย ซึง่ อาจเกิดจากดินลงมาหรอื นา้ ทะเลไหลซึมเข้ามา จนนา้ เส่ือม
คุณภาพไม่เหมาะกับการใชอ้ ปุ โภคบรโิ ภคหรอื การเกษตรกรรม
5. น้าท่ีมีสารพิษเจือปน เช่น สารปรอท ตะกัว่ แคดเมียม สารหนู ถา้ อยู่ในระดบั
อันตรายจะส่งผลตอ่ สตั วน์ า้ และคนได้ ทัง้ ทางตรงและทางอ้อม เช่น บรโิ ภคพชื ผกั สตั วน์ า้
6. นา้ ที่มสี ารกัมมนั ตภาพรงั สเี จือปน อาจเกิดข้ึนได้จากธรรมชาตจิ ากการสลายตัว
ของแรห่ รือเกดิ จากโรงงานนิวเคลียร์ปล่อยนา้ เสียลงสแู่ หล่งน้า
มลพษิ สงิ่ แวดลอ้ มตา่ งๆ มลพษิ ทางน้า แหล่งกาเนดิ ของมลพษิ ทางนา้
แหลง่ กาเนดิ ของมลพิษทางนา้
1. แหลง่ ชมุ ชน แหล่งน้าเสยี ประเภทนี้ ไดแ้ ก่ แหลง่ พกั อาศยั โรงพยาบาล
ร้านอาหาร โรงฆ่าสตั ว์ เปน็ ต้น
2. แหล่งอุตสาหกรรม เกดิ จากกระบวนการในการผลติ ทางอตุ สาหกรรม เชน่ น้า
หล่อเย็น นา้ ทง้ิ จากกระบวนการผลติ การทง้ิ ของเสียจากการผลติ สู่แหลง่ นา้ รวมถึงการทา
เหมอื งแร่
มลพษิ สิ่งแวดลอ้ มต่างๆ มมลลพพษิ ิษททาางนงนา้ ้า แหล่งกาเนดิ ของมลพษิ ทางน้า
3. แหลง่ เกษตรกรรม นา้ เสียมาจากการล้างภาชนะทบี่ รรจหุ รืออุปกรณฉ์ ดี พน่ ในการ
ระบายของเสียจากมลู สตั ว์ลงสู่แหลง่ นา้ บอ่ เลี้ยงปลา การฉดี พ่นสารเคมี การชะลา้ งหนา้ ดนิ
เป็นต้น
4. แหลง่ อนื่ ๆ เช่น มลพษิ จากน้ามันท่ีใชก้ บั เคร่อื งจกั รกลของเรอื การเกดิ อบุ ตั ิเหตุ
ของเรือขนส่งน้ามัน และการขับถ่ายส่ิงปฏกิ ลู ของผโู้ ดยสารบนเรอื การกอ่ สรา้ ง การล้างถนน
น้าเสยี จากแพปลา ทา่ เทยี บเรือประมง เปน็ ต้น
มลพิษส่งิ แวดลอ้ มตา่ งๆ มลพษิ ทางน้า สาเหตขุ องมลพิษทางน้า
สาเหตขุ องมลพษิ ทางนา้
1. ธรรมชาติแหล่งนา้ ต่างๆ อาจเกิดจากการเนา่ เสียได้เอง เม่อื อยู่ในภาวะทีข่ าด
ออกซเิ จน ส่วนใหญม่ ีสาเหตุเกดิ จากการเพม่ิ จานวนอยา่ งรวดเร็วของแพลงก์ตอน แลว้ ตายลง
พร้อมๆ กัน เมอื่ จลุ ินทรียท์ าการยอ่ ยสลายซากแพลงกต์ อน ทาให้ออกซิเจนในน้าถกู นาไปใช้
มาก จนเกิดการขาดแคนได้ นอกจากนีก้ ารเน่าเสียอาจเกิด เมอ่ื นา้ อยใู่ นสภาพนงิ่ ไม่มกี าร
หมนุ เวยี นถ่ายเท
มลพิษสงิ่ แวดล้อมต่างๆ มลพิษทางน้า สาเหตุของมลพิษทางน้า
2. น้าทิง้ และสิง่ ปฏกิ ลู จากแหล่งชุมชน ได้แก่ อาคารบ้านเรือน สานักงาน อาคาร
พาณชิ ย์ โรงแรม เป็นต้น สิ่งปะปนมากับนา้ ทงิ้ ประกอบดว้ ยสารอินทรยี ์ ซึ่งจะถกู ย่อยสลาย
โดยผ้ยู อ่ ยสลายสารอินทรยี ท์ ส่ี าคัญคือ แบคทีเรยี ซ่งึ มีท้งั แบคทเี รียแอโรบิก (Aerobic
bacteria) เปน็ แบคทีเรียทต่ี ้องใชอ้ อกซิเจนอิสระ ในการย่อยสลายสารอินทรยี ์กบั แบคทีเรยี
แอนาโรบิก (Anaerobic bacteria) เป็นแบคทเี รียท่ียอ่ ยสลายสารอนิ ทรีย์ได้โดยไม่ต้องอาศยั
ออกซิเจนอิสระ อกี ชนดิ หนึ่งคอื แบคทเี รยี แฟคัลเคทฟี (Facultativebacteria) เป็นแบคทเี รีย
ที่สามารถดารงชวี ิตอยูไ่ ด้ท้งั อาศยั และไมต่ ้องอาศยั ออกซิเจนอิสระ
มลพษิ ส่ิงแวดลอ้ มต่างๆ มลพิษทางนา้ สาเหตุของมลพษิ ทางนา้
3. การเกษตร เป็นสาเหตุหนึง่ ทที่ าใหน้ า้ เสีย เชน่ การเลีย้ งสตั ว์ เศษอาหาร และน้า
ท้ิงจากการชาระคอกสัตว์ ทิง้ ลงสู่แมน่ า้ ลาคลอง ซึง่ ก่อใหเ้ กิดโรคระบาด การใชป้ ุ๋ยในเตรต
ของเกษตรกร เม่ือปยุ๋ ลงสแู่ หลง่ น้าจะทาให้น้ามปี ริมาณเกลอื ในเตรตสูง ถ้าดมื่ เข้าไปจะทาให้
เปน็ โรคพษิ ไนเตรตจะเปล่ียนเป็นไนไตรทแ์ ล้วรวมตวั กับฮโี มโกลบนิ อาจทาใหเ้ กดิ อนั ตราย
สารกาจดั ศตั รพู ชื ทต่ี กคา้ งตามต้นพืช และตามผวิ ดนิ จะถูกชะลา้ งไปกบั น้าฝนและไหลลงสู่
แหล่งน้า สารที่สลายตวั ช้าจะสะสมในแหลง่ นา้ นั้นมากขน้ึ จนเปน็ อันตรายได้
มลพษิ ส่งิ แวดล้อมต่างๆ มลพิษทางน้า สาเหตขุ องมลพิษทางนา้
4. โรงงานอตุ สาหกรรม ของเสียจากโรงงานอตุ สาหกรรม เช่น โรงงานปลาป่น
โรงงานผลิตภณั ฑน์ ม โรงงานแป้ง โรงงานทาอาหารกระป๋อง สารอนิ ทรียท์ ่ถี กู ปลอ่ ยออกมา
กับน้าทิง้ นีก้ จ็ ะถกู ย่อยสลายทาให้เกดิ ผลเช่นเกย่ี วกบั น้าทง้ิ ที่ถกู ปลอ่ ยจากชมุ ชน
นอกจากน้ีอาจมสี ารพิษชนดิ อนื่ ปะปนอยดู่ ้วยขึ้นอยู่กับประเภทของโรงงาน เชน่
ปรอทจากโรงงานผลติ โซเดียมไฮดรอกไซด์ ซง่ึ เป็นสารพิษตอ่ สัตวน์ า้ และผ้นู าสตั วน์ ้าไปบริโภค
โรงงานบางประเภททาให้สภาพกรดเบสของแหล่งนา้ น้นั เปล่ยี นไป เช่น น้าทิ้งจาก
โรงงานกระดาษมคี า่ pH สูงมาก
นา้ ทิง้ จากโรงงานบางประเภท เช่น จากโรงไฟฟา้ อาจทาใหอ้ ณุ หภูมขิ องน้า
เปล่ียนแปลงไปสภาพเช่นนไี้ ม่เหมาะกับการดารงชพี ของส่ิงมชี วี ติ ในนา้
มลพิษส่ิงแวดลอ้ มต่างๆ มลพิษทางน้า สาเหตขุ องมลพิษทางนา้
5. การคมนาคมทางน้า ในการเดนิ เรอื ตามแหลง่ นา้ ลาคลอง ทะเล มหาสมุทร มีการ
ทง้ิ ของเสียทีป่ ระกอบด้วยสารอินทรีย์ และนา้ มันเชื้อเพลิง ถ้ามีโอกาสรว่ั ไหลลงน้าไดแ้ ละมี
จานวนมากก็จะทาใหส้ ตั วน์ ้าขาดออกซิเจนและเปน็ ผลเสยี ต่อระบบนเิ วศ
มลพษิ สิ่งแวดล้อมตา่ งๆ มลพิษทางนา้ ผลกระทบของมลพษิ ทางน้า
ผลกระทบของมลพิษทางน้า
1. การประมงนา้ เสีย ทาให้สัตว์น้าลดปริมาณลง น้าเสียทีเ่ กิดจากสารพษิ อาจทาให้
ปลาตายทันที สว่ นนา้ เสยี ทีเ่ กิดจากการลดต่าของออกซเิ จนละลายในนา้ ถงึ แม้จะไมท่ าให้
ปลาตายทันที แต่อาจทาลายพชื และสตั ว์นา้ เลก็ ๆ ที่เป็นอาหารของปลา ก่อให้เกดิ ผลเสยี หาย
ต่อการประมงและเศรษฐกิจ นอกจากนี้น้าเสียยงั ทาลายแหลง่ เพาะวางไข่ของปลา เน่อื งจาก
การตกตะกอนของสารแขวนลอยในนา้ เสียปกคลุมพ้ืนที่วางไขข่ องปลา
มลพิษสงิ่ แวดลอ้ มตา่ งๆ มลพษิ ทางน้า ผลกระทบของมลพิษทางนา้
2. การสาธารณสุขนา้ เสียเป็นแหลง่ แพรเ่ ช้อื โรค ทาใหเ้ กดิ โรคระบาด เช่น
โรคอหวิ าตกโรค ไทฟอยด์ บิด เปน็ แหล่งเพาะยงุ ซ่ึงเป็นพาหะของโรคบางชนิด เช่น มาลาเรีย
ไข้เลือดออก และสารมลพษิ ที่ปะปนในแหล่งน้าถา้ เราบริโภคทาให้เกิดโรคต่างๆ เชน่
โรคมนามาตะ จากการรับประทานปลาทมี่ สี ารปรอทสูง โรคอไิ ต-อิไต เกิดจากการไดร้ บั สาร
แคดเมียม
3. การผลิตนา้ เพ่อื บริโภคและอุปโภค นา้ เสยี กระทบกระเทอื นตอ่ การผลติ น้าดื่ม
นา้ ใช้อยา่ งย่ิง แหล่งน้าสาหรบั ผลติ ประปาไดจ้ ากแม่นา้ ลาคลอง เม่อื แหล่งน้าเนา่ เสยี เปน็ ผลให้
คณุ ภาพนา้ ลดลง ค่าใชจ้ ่ายในกระบวนการผลติ เพ่ือใหน้ า้ มีคุณภาพเขา้ เกณฑ์มาตรฐานนา้ ด่มื
จะเพ่ิมข้ึน
มลพิษสง่ิ แวดล้อมตา่ งๆ มลพิษทางนา้ ผลกระทบของมลพษิ ทางน้า
4. การเกษตร น้าเสยี มีผลต่อการเพาะปลกู และสัตวน์ ้า นา้ เสยี ทก่ี ่อให้เกดิ
ความเสียหายต่อการเกษตรสว่ นใหญเ่ ปน็ นา้ เสียท่ีมคี วามเป็นกรดเปน็ ดา่ งสงู นา้ ท่มี ีปริมาณ
เกลืออนนิ ทรีย์หรือสารพิษสูง ฯลฯ ซึ่งเกิดจากโรงงานอตุ สาหกรรมปลอ่ ยนา้ เสยี และเกดิ จาก
ผลของการทาเกษตรกรรม เชน่ การชลประทานสร้างเข่อื นกกั เก็บน้าไว้ใชเ้ พ่ือการเกษตร
5. ความสวยงามและการพักผอ่ นหยอ่ นใจ แม่นา้ ลาธารแหลง่ น้าอนื่ ๆ ทสี่ ะอาดเปน็
ความสวยงามตามธรรมชาติใชพ้ กั ผ่อนหย่อนใจเชน่ ใชเ้ ล่นเรอื ตกปลาวา่ ยนา้ เป็นต้น
มลพิษส่ิงแวดลอ้ มตา่ งๆ มลพษิ ทางนา้ การป้องกันและบาบดั มลพษิ ทาง
การปอ้ งกันและบาบัดมลพิษทาง
1) ดาเนินการป้องกันและแกไ้ ขอยา่ งเป็นระบบ ทงั้ พนื้ ทลี่ มุ่ น้าจากต้นน้าถงึ ปากแม่นา้
โดยจัดลาดับความสาคญั ของปัญหา และการจัดทาแผนปฏิบัตกิ ารป้องกันและแก้ไขปัญหา
2) ควบคมุ มลพิษจากแหล่งกาเนดิ ประเภทตา่ งๆ ไดแ้ ก่ ชมุ ชน และอตุ สาหกรรม
โดยการควบคมุ นา้ ทง้ิ ให้เปน็ ไปตามมาตรฐาน
3) การลดมลพษิ จากแหลง่ กาเนิด ได้แก่ การส่งเสรมิ การใชเ้ ทคโนโลยีหรือการผลิตท่ี
สะอาดและนาของเสียไปใช้ให้เกดิ ประโยชน์
มลพษิ ส่งิ แวดลอ้ มต่างๆ มลพษิ ทางน้า การป้องกันและบาบดั มลพิษทาง
4) ควบคุมการใชท้ ดี่ ินท่ีใกลแ้ หลง่ นา้ ไดแ้ ก่ กาหนดแหลง่ น้าดบิ เพ่อื ควบคมุ ฟื้นฟู และ
จดั เขตท่ดี นิ สาหรับกลมุ่ อตุ สาหกรรมท่กี อ่ มลพิษ
5) ใชม้ าตรการใหผ้ กู้ ่อมลพิษตอ้ งเปน็ ผู้จา่ ยคา่ บาบดั โดยการส่งเสริมให้มกี ารจดั เกบ็
คา่ ธรรมเนียมบาบัดนา้ เสยี จากชมุ ชน
6) ส่งเสรมิ ให้ภาคเอกชนเขา้ มามสี ่วนร่วมและสนับสนนุ ในการก่อสรา้ งระบบบาบดั นา้ เสยี
7) ปรับปรงุ กฎหมาย และเข้มงวดกบั มาตรการทใี่ ห้ภาคอุตสาหกรรม และกจิ กรรม
พาณชิ ยการ นานา้ เสียเขา้ สรู่ ะบบบาบดั น้าเสยี รวมก่อนปลอ่ ยนา้ เสยี ลงสแู่ หลง่ น้า