The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บทที่ 6 มลพิษสื่งแวดล้อม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kwangwtd, 2022-03-13 01:51:21

บทที่ 6 มลพิษสื่งแวดล้อม

บทที่ 6 มลพิษสื่งแวดล้อม

มลพิษสงิ่ แวดล้อมตา่ งๆ มลพิษความร้อน แหล่งท่ีมาของมลสาร

แหลง่ ท่มี าของมลสาร

สามารถแบ่งได้ 2 ประเภทคือ
1) แหล่งทม่ี าจากธรรมชาติ ได้แก่ พลงั งานความร้อนจากดวงอาทิตย์ พลังงานความ

รอ้ นใต้พิภพ การเกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติ และไฟปา่ ท่ีเกิดขน้ึ เองตามธรรมชาติ
2) แหลง่ ที่มาจากการกระทาของมนุษย์ ไดแ้ ก่ การทาลายป่า และการเผาปา่ การทา

นาในสภาพน้าขงั หรือทานาในท่ีลมุ่ น้าทว่ มขัง การผลติ ไฟฟา้ การคมนาคม การปศุสัตว์
การระบายความร้อนของโรงงานต่างๆ กระบวนการผลิตพลาสติกโฟม โรงงานอุตสาหกรรม
การบาบดั น้าเสีย การฝงั กลบขยะ

มลพษิ ส่งิ แวดล้อมต่างๆ มลพษิ ความร้อน สาเหตขุ องมลพษิ ทางความร้อน

สาเหตขุ องมลพิษทางความร้อน

1) ชนิดของก๊าซทีป่ กคลมุ กา๊ ซคาร์บอนไดออกไซดแ์ ละคารบ์ อนมอนอกไซดร์ วมตวั
เปน็ กลมุ่ อยา่ งหนาแน่นเปน็ ชัน้ อย่ใู นบรรยากาศ สกัดความร้อนทส่ี ะท้อนจากวัตถบุ นผิวโลก
ทาใหผ้ ิวโลกร้อนระอุ ชน้ั ของก๊าชสามารถสกดั ก้ันความรอ้ นไว้ได้ เน่ืองจากแสงท่ีสอ่ งจาก
ดวงอาทติ ยเ์ ป็นรงั สีคลนื่ สั้น สามารถผา่ นกลุ่มหรือชั้นของกา๊ ซลงมาได้ เมื่อรังสีคล่ืนสั้นกระทบ
ผิววตั ถุบนผวิ โลกก็จะเปล่ียนเปน็ รงั สคี ลน่ื ยาวสะทอ้ นกลับข้นึ ไป แตไ่ ม่สามารถชนั้ ของก๊าซไป
ได้ จงึ เกิดสะสมภายใต้ก๊าซท่ปี กคลมุ อยู่ ปรากฏการณ์เชน่ นเ้ี รียกวา่ อทิ ธิพลเรอื นกระจก
(Green house offect) นับวนั ปรากฏการณ์นม้ี แี นวโนม้ รนุ แรงขน้ึ เนอื่ งจากมีการปลอ่ ยกา๊ ซ
คาร์บอนไดอออกไซดส์ ู่บรรยากาศเพ่ิมขนึ้ ปีละ 20 - 25%

มลพษิ สง่ิ แวดล้อมตา่ งๆ มลพิษความร้อน สาเหตุของมลพิษทางความรอ้ น

2) การใชส้ ารคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (Chlorofluoro carbon หรือ CFC) ซึ่ง
มนษุ ย์นามาใช้ในกระป๋องสเปรย์ อตุ สาหกรรมหลอ่ เย็น โฟมและอนื่ ๆ รวมทง้ั ใชใ้ น
การทาความสะอาดช้นิ สว่ นเลก็ ๆ ของเคร่อื งอิเลก็ ทรอนกิ ส์ และคอมพวิ เตอร์

สารตวั นเี้ ปน็ กา๊ ซเฉอ่ื ย (Inert gas) มีความคงตัวสงู มากสามารถลอ่ งลอยอยูใ่ น
บรรยากาศจนถงึ ชนั้ โอโซนซ่ึงอยู่เหนอื พน้ื โลก ทาใหโ้ มเลกลุ ของโอโซนกลายเปน็ ออกซิเจน
และสารประกอบอนื่ ๆ ซึง่ จะทาใหช้ นั้ ของโอโซนบาง เป็นเหตุใหป้ ริมาณรังสจี ากควงอาทิตย์
รวมทงั้ รังสอี ินฟราเรดทเี่ ปน็ รังสคี วามร้อนสามารถผา่ นมายังโลกได้มากขึ้น ทาใหโ้ ลกร้อนขนึ้

มลพิษสิ่งแวดลอ้ มต่างๆ มลพษิ ความรอ้ น สาเหตุของมลพิษทางความรอ้ น

3) ความรอ้ นจากดนิ และสงิ่ ก่อสรา้ ง ได้จากแสงดวงอาทิตย์ในตอนกลางวัน
ความรอ้ นจากดินและสิ่งกอ่ สร้างจงึ คายออกมาในอตั ราทสี่ ูง แต่จะคายได้ดีแคไ่ หนข้ึนกับ
สัมประสิทธข์ิ องการนาความรอ้ นของดินและสิง่ ก่อสร้างนน้ั ๆ (ดินเปียกคายความร้อนไดเ้ รว็
กว่ากนิ แห้งไมค่ ายความร้อนได้เร็วกว่าทรายและซีเมนต์)

4) ความรอ้ นจากเคร่อื งทาความเย็น ตูเ้ ย็นเครอ่ื งทานา้ แขง็ เครอ่ื งปรับอากาศและ
โรงงานอุตสาหกรรม อาศัยหลกั การทางานเดยี วกนั คอื ดดู ความรอ้ นจากภายใน แล้วคาย
ความรอ้ นออกสู่สงิ่ แวดล้อมภายนอก ทาใหอ้ ุณหภูมขิ องบรรยากาศภายนอกสูงขึ้นความรอ้ น

มลพิษสิง่ แวดลอ้ มตา่ งๆ มลพษิ ความร้อน สาเหตุของมลพิษทางความร้อน

5) ความรอ้ นจากความร้อนแฝง ในบรเิ วณเขตร้อนมักมีเมฆมาก และก่อตวั เป็น
เวลานาน ๆ ทาให้บรรยากาศร้อนอบอ้าว ความรอ้ นนี้เรียกว่า ความร้อนแฝง เกดิ เนื่องจาก
ความร้อนที่คายออกมาขณะทไ่ี อนา้ กลน่ั ตัวเปน็ ของเหลว กอ่ นท่จี ะรวมตวั เป็นหยดน้าตกลง
เปน็ ฝน

มลพิษสงิ่ แวดล้อมตา่ งๆ มลพิษความร้อน ผลกระทบของมลพษิ ทางความร้อน

ผลกระทบของมลพิษทางความร้อน

1) ผลกระทบตอ่ สุขภาพและการทางานของมนุษย์
(1) ทางด้านสรีระ ทาให้ระบบขับถ่ายน้าจากรา่ งกายทางานหนกั ผิดปกติ ปวดศรี ษะ

เบื่ออาหาร ออ่ นเพลยี กระเพาะอาหารทาหน้าที่ไม่ปกติ
(2) ทางด้านจติ ใจ ความร้อนทาใหอ้ ารมณห์ งุดหงดิ โกรธง่ายคลุม้ คลง่ั
(3) การทางานทาใหป้ ระสิทธิภาพในการทางานลดตา่ ลง

มลพษิ สงิ่ แวดลอ้ มต่างๆ มลพิษความรอ้ น ผลกระทบของมลพิษทางความร้อน

2) ผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกจิ และสังคม
ในปัจจุบนั ช่วงฤดรู ้อนของประเทศไทย และหลายๆ ประเทศในแถบศนู ยส์ ูตร จะมี

อุณหภูมสิ งู เกนิ กวา่ 40 องศาเซลเซียส ทาให้ต้องหันมาอาศยั อุปกรณร์ ะบายความร้อน ทงั้ ใน
บา้ นเรือนและทที่ างาน เชน่ พัดลม และเคร่อื งปรบั อากาศ ทาใหต้ อ้ งสญู เสียทรัพยากรซึง่ เป็น
แหล่งพลังงานมากขึน้ นอกจากนั้นในภูมปิ ระเทศทมี่ ีอุณหภูมิรอ้ นจัดหรอื หนาวเย็นจัดอาจทา
ให้มนษุ ยส์ ตั วแ์ ละพชื ตายได้

มลพษิ ส่ิงแวดลอ้ มต่างๆ มลพษิ ความรอ้ น ผลกระทบของมลพษิ ทางความรอ้ น

3) ผลกระทบต่อสง่ิ แวดล้อมทางกายภาพ ไดแ้ ก่
(1) ระดบั นา้ ทะเลสูงขน้ึ เนอื่ งจากความรอ้ นทาใหน้ า้ ทะเลขยายตัว และน้าแข็ง

แถบข้ัวโลกละลาย นักวิทยาศาสตร์คาดวา่ หากนา้ แขง็ ในทะเลขยายตัว และน้าแข็งแถบ
ขั้วโลกใตล้ ะลายหมด ระดบั น้าทะเลอาจเพิ่มสูงข้นึ ถึง 3 เมตรหรือมากกวา่ นี้

(2) การแปรปรวนของอากาศและเอลนโิ น (El Nino-oscillation) ซึง่ เปน็ ระบบ
การเปล่ยี นแปลงอุณหภมู ิในคาบสมุทรแปซิฟิก จากการเฝา้ สังเกตของนกั วทิ ยาศาสตร์ พบว่า
ความแปรปรวนของอุณหภูมสิ ูงขนึ้ เนอ่ื งจากบรรยากาศของโลกร้อนขึ้น

มลพิษสง่ิ แวดล้อมต่างๆ มลพษิ ความรอ้ น แนวทางการปอ้ งกนั และแก้ไขมลพิษความร้อน

แนวทางการป้องกันและแก้ไขมลพิษความร้อน

1) ออกกฎหมายควบคมุ ปรมิ าณความรอ้ นทป่ี ล่อยมาจากแหล่งกาเนดิ ให้อยใู่ น
ค่ามาตรฐานของโรงงานอตุ สาหกรรม

2) ศกึ ษาค้นคว้าเทคโนโลยีทด่ี ีและเหมาะสมในการกาจัดความร้อนทเี่ กิดขนึ้ อยา่ งมี
ประสทิ ธิภาพ

3) ใชเ้ ครอื่ งใช้สอยท่ปี ระหยัดพลังงาน ทาบา้ นใหป้ ลอดโปร่ง และเลือกใชพ้ ลังงาน
ธรรมชาติ ใชเ้ ครอ่ื งปรบั อากาศเทา่ ท่จี าเปน็

มลพิษส่ิงแวดลอ้ มต่างๆ มลพษิ ความรอ้ น แนวทางการปอ้ งกนั และแก้ไขมลพษิ ความร้อน

4) ใชร้ ว่ มกนั คร้งั ละหลายๆ คน เมอื่ ต้องการเดนิ ทางไปในทเ่ี ดยี วกัน หรอื ใกล้เคียงกนั
ใช้รถท่เี ปน็ กา๊ ซธรรมชาติมากกวา่ กา๊ ซมีเทนสงู

5) ปลูกฝังจิตสานึกท่ดี แี ละสรา้ งคา่ นยิ มท่ดี ีให้แกป่ ระชาชน และผปู้ ระกอบการต่างๆ
ในการกาจดั ความรอ้ นกอ่ นปล่อยสธู่ รรมชาติ

มลพิษสง่ิ แวดลอ้ มตา่ งๆ 7. มลพิษทางเสียง 6. มลพษิ ความรอ้ น
1. มลพิษทางนา้ 5. มลพษิ ทางอาหาร
มลพษิ
2. มลพษิ ทางอากาศ สงิ่ แวดลอ้ มต่างๆ

3. มลพษิ ทางดนิ 4. มลพิษทางขยะ

มลพิษส่งิ แวดลอ้ มต่างๆ มลพษิ ทางเสยี ง ความหมายของมลพษิ ทางเสียง

ความหมายของมลพิษทางเสียง (Noise Reduction)

มลพิษทางเสียง (Noise Pollution) หมายถงึ เสยี งดัง (loud noise) หรือเสียงรบกวน
(Noise) หมายถงึ สภาวะทม่ี เี สียงดงั เกินปกติหรือเสียงดังตอ่ เนื่องยาวนาน จนกอ่ ใหเ้ กิด
ความราคาญหรอื เกดิ อันตรายตอ่ ระบบการไดย้ นิ ของมนุษย์ และหมายรวมถึงสภาพแวดล้อม
ที่มเี สียงสรา้ งความรบกวนทาให้เกดิ ความเครียดทงั้ ทางรา่ งกาย และจิตใจทาใหต้ กใจ
หรอื บาดหไู ด้

มลพษิ สิ่งแวดล้อมตา่ งๆ มลพิษทางเสยี ง ความหมายของมลพิษทางเสยี ง

ความถีข่ องเสยี ง (Frequency of sound) วดั เปน็ รอบ / วินาทีหรอื Hertz (H)
เสียงท่ีมคี วามถมี่ ากจะมคี วามถ่สี งู ปกติคนสามารถไดย้ นิ เสียงทมี่ ีขนาดความถี่ 20-20,000 H

ความดงั ของเสยี ง (Intensity) มหี น่วยวัดเปน็ (Decibel, dB) องคก์ ารอนามยั โลก
กาหนดไวว้ า่ “ เสียงทีเ่ ป็นอนั ตรายหมายถึงเสียงที่ดังเกิน 85 dB ทท่ี ุกๆความถี่ถ้าสัมผสั นาน
เกินไป "ถา้ เสียงดงั ขนาด 160 dB จะทาใหแ้ กว้ หูทะลุ

มลพษิ ส่ิงแวดลอ้ มตา่ งๆ มลพษิ ทางเสียง ประเภทของแหลง่ กาเนดิ มลพษิ ทางเสยี ง

ประเภทของแหล่งกาเนดิ มลพิษทางเสยี ง

แหลง่ กาเนดิ ของมลพษิ ทางเสียงแบง่ ไดเ้ ปน็ 2 ประเภทคือ
1) ประเภทเคลอ่ื นที่ ได้แก่ เสยี งจากยานพาหนะทางบก เสียงจากยานพาหนะทางน้า

เสยี งจากยานพาหนะทางอากาศ เสยี งจากเครอ่ื งกลหนักทีใ่ ชใ้ นการก่อสรา้ ง และเสียงจาก
เครอ่ื งขยายเสียงบนรถโฆษณาเคล่ือนที่

2) ประเภทอยู่กบั ท่ี ได้แก่ สถานประกอบการต่างๆ เสียงจากเครื่องมือกลท่ใี ชใ้ นการ
กอ่ สร้าง เครอ่ื งขยายเสียงตามสถานที่ต่างๆ และเสยี งจากปรากฏการณธ์ รรมชาติ เช่น ฟ้าผา่
ฟ้ารอ้ ง ภูเขาไฟระเบดิ เปน็ ตน้

มลพษิ สิ่งแวดล้อมต่างๆ มลพษิ ทางเสยี ง หนว่ ยวัดความดังของเสยี ง

หน่วยวัดความดังของเสียง

การวัดความดัง หรอื ขนาดของเสียง เปน็ การวัดในลกั ษณะเปรยี บเทียบกบั การไดย้ นิ
ของคน โดยมหี น่วยเปน็ เดซเิ บล (Decibel, db) ระดบั เสยี งท่ีปลอดภยั ในการไดย้ นิ คือเสียงท่มี ี
ความดงั ไมเ่ กิน 85 เดซเิ บล แตเ่ มื่อสมั ผสั วนั ละ 8 ชั่วโมงจะไดร้ ับอนั ตราย

สรุปวา่ ผู้ทไี่ ด้ยินเสียงตลอด 24 ชวั่ โมงเฉล่ยี เกิน 70 เดซิเบลจะกลายเปน็ คนหูตงึ
ภายในเวลา 40 ปี องคก์ ารอนามยั โลกไดก้ าหนดวา่ เสยี งทีเ่ ปน็ อนั ตราย ไดแ้ ก่ เสียงที่ดงั เกิน
85 เดซเิ บล ที่ทุกความถี่ ถา้ สมั ผสั นานเกินไปหรอื ได้ยินตดิ ต่อกนั เป็นเวลานานกวา่ วันละ 2
ชั่วโมงคร่ึง จะทาให้ประสาทหูเส่ือมได้

มลพิษส่งิ แวดลอ้ มตา่ งๆ มลพษิ ทางเสียง หน่วยวัดความดงั ของเสยี ง

เสยี งมีคุณสมบัติเฉพาะตัว 2 ประการคือ
1) ความถีข่ องเสยี ง เสียงที่มคี วามถ่มี ากจะเป็นเสียงสงู และเสียงทมี่ ีความถี่น้อยจะ

เป็นเสียงต่า มนุษย์ไดป้ ระดษิ ฐค์ ิดค้นเครื่องมือสาหรับวดั ความถข่ี องเสียงข้ึน เรียกวา่ เฮริ ตซ์
ใชว้ ัดความถี่ของเสียงเปน็ ครง้ั ตอ่ วนิ าที เสยี งทีอ่ ยู่ในระดับปกติท่ีคนเราจะไดย้ นิ มีความถี่
ระหว่าง 20-20,000 ครั้งตอ่ วินาที

2) ความดงั ของเสยี ง ซง่ึ มีหน่วยวดั เรยี กวา่ เดซเิ บล เสยี งในระดบั ปกติทม่ี นษุ ย์เราได้
ยินอยู่ในระดับความดัง 0-27 เดซิเบล และจะตอ้ งไมเ่ กิน 85 เดซิเบล

มลพิษส่งิ แวดล้อมต่างๆ มลพิษทางเสียง แหลง่ ที่กอ่ ให้เกดิ มลพษิ ทางเสยี ง

แหลง่ ที่กอ่ ใหเ้ กิดมลพษิ ทางเสียง

1) จากการคมนาคม สานักงานคณะกรรมการสิ่งแวดลอ้ มแหง่ ชาติไดก้ าหนดค่าระดบั
เสยี ง ในยา่ นทอี่ ยอู่ าศัยในเวลากลางวนั และกลางคนื ไว้วา่ ไมค่ วรเกนิ 60 เดซิเบล
และ 55 เดซเิ บล ตามลาดบั สาหรับคา่ ระดับเสยี งทีป่ ระกาศโดยพนกั งานจราจรท่ัว
ราชอาณาจกั รอันเกิดจากเครื่องยนต์หรอื ส่วนหน่ึงส่วนใดของเครอื่ งยนตใ์ นสภาพปกตคิ ือไม่
เกิน 75 เดซเิ บล เมอ่ื วัดระดบั เสียงด้วยเครือ่ งวดั เสียงในระยะห่าง 7.5 เมตร โดยรอบรถ

มลพษิ สิง่ แวดลอ้ มต่างๆ มลพษิ ทางเสยี ง แหล่งท่ีกอ่ ใหเ้ กิดมลพษิ ทางเสียง

ความดงั ของเสียงทีเ่ กิดข้นึ จะมากหรือนอ้ ยข้ึนอย่กู บั ชนดิ ของยานพาหนะ เสียงจาก
ยานพาหนะทก่ี อ่ ให้เกดิ มลพิษทางเสียงสว่ นใหญ่มาจากบริเวณท่ีมีการจราจรหนาแนน่
ถ้าจานวนยานพาหนะในทอ้ งถนนมาก จะทาให้ความดังของเสียงเพม่ิ ขนึ้ ผ้ทู ม่ี โี อกาสไดร้ ับ
อนั ตรายจากมลพษิ ทางเสียง ได้แก่ ผทู้ ี่อาศยั ในบรเิ วณทีม่ ีการจราจรหนาแน่นหรือบริเวณใกล้
สนามบนิ และผู้ท่ีต้องเดินทางหรอื อยู่บนท้องถนนเป็นเวลานานทุกวัน

มลพษิ ส่งิ แวดล้อมต่างๆ มลพิษทางเสียง แหล่งท่ีก่อใหเ้ กดิ มลพษิ ทางเสียง

2) เสียงในสถานประกอบการตา่ งๆ อาทิ โรงงานปาร์เก้ โรงงานเฟอรน์ ิเจอร์ โรงไม้
โรงงานผลิตเครื่องเหลก็ โรงกลึง โรงงานผลติ อปุ กรณ์ไฟฟ้า โรงงานชบุ และขัดโลหะ เปน็ ต้น
เสยี งท่ีเกดิ ในโรงงานอตุ สาหกรรมโดยท่วั ไปมีความตั้งอยใู่ นระดับ 60 -120 เดซเิ บล เสียงท่ี
เกดิ ขน้ึ ส่วนใหญม่ าจากเครอื่ งจกั รกลในโรงงาน โรงงานที่มเี สียงดงั มาก เช่น โรงงานแกว้
โรงงานผลติ และแปรรปู โลหะ และโรงงานทอผ้า เป็นตน้ ผู้ท่มี โี อกาสได้รับอนั ตรายจากมลพิษ
ทางเสียงในโรงงานคือ คนงานในโรงงานและผู้ทอ่ี าศัยอยบู่ รเิ วณใกลเ้ คยี งซึ่งระดับเสียงจะ
ขน้ึ อย่กู บั ระดบั แรงมา้ ของเครอื่ งยนต์ฝ้าเพดานและสงิ่ แวดล้อม

มลพิษสิ่งแวดลอ้ มตา่ งๆ มลพษิ ทางเสยี ง แหลง่ ทกี่ อ่ ใหเ้ กดิ มลพษิ ทางเสียง

3) เสยี งในชมุ ชนทอี่ ยอู่ าศัยหรือยา่ นธรุ กิจการค้า เช่น แหล่งบนั เทิง และสถาน
เรงิ รมยต์ ่างๆ อาทิ โรงแรม สถานอาบอบนวด ไนต์คลบั เป็นต้น เสยี งดนตรแี ละความบันเทงิ
ต่างๆ ถา้ เสยี งเหลา่ นม้ี ีความดงั มากเกินไปกท็ าใหเ้ กิดอันตรายได้ ซึ่งสถานท่ีเหล่านี้มรี ะดับ
ความดังท่ีสามารถทาให้เกิดอนั ตรายต่อร่างกายได้โดยไมร่ ้ตู ัว

มลพษิ สิ่งแวดลอ้ มต่างๆ มลพษิ ทางเสียง แหล่งที่กอ่ ให้เกดิ มลพิษทางเสียง

4) เสียงจากการก่อสรา้ ง การกอ่ สรา้ งบ้านเรอื นสร้างถนนกอ่ ให้เกดิ มลพิษทางเสียง
จากการทางานของเครือ่ งจกั ร ซง่ึ สว่ นใหญเ่ ปน็ เสียงท่ีมีความดงั มาก เชน่ เสียงจากการขุด
เจาะถนน เสียงจากการตอกเสาเขม็ เครอื่ งเจาะคอนกรีต และเสยี งจากเครื่องสูบนา้

5) เสียงจากครวั เรอื น เป็นเสียงทเ่ี กิดจากเครอื่ งมือเครอ่ื งใชภ้ ายในบา้ น เชน่ เครื่อง
ตดั หญา้ เครือ่ งดูดฝนุ่ ทาให้เกดิ ระดับเสียงประมาณ 60-70 เดซิเบล

6) เสียงรบกวนท่เี กิดจากสาเหตุอ่ืน ได้แก่ การจุดประทัด การโฆษณา เสียงทะเลาะ
ววิ าท เคร่อื งขยายเสยี งจากงานขา้ งบา้ น ฟ้ารอ้ ง ฟา้ ผ่า

มลพิษส่ิงแวดล้อมตา่ งๆ มลพิษทางเสยี ง แหล่งท่ีก่อใหเ้ กิดมลพษิ ทางเสียง

ระดับความดังของเสยี งและแรงส่นั สะเทอื นทเ่ี กดิ จากโรงงานอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่
มาจากการทางานของเคร่ืองจักรกลในโรงงาน ทม่ี แี รงกระแทก

เสยี งท่กี อ่ ให้เกิดปัญหาในเมอื งมากทสี่ ดุ คือเสยี งจากการจราจร โดยเฉพาะในเมือง
ใหญ่ ๆ ทม่ี กี ารจราจรหนาแนน่ เช่น กรุงเทพมหานคร เชยี งใหม่ ภเู กต็ หาดใหญ่ และพัทยา
จะมีระดับเสียงค่อนข้างสงู และเกนิ คา่ มาตรฐานเกือบทกุ แหง่ มลพิษทางเสียงท่เี กดิ ขึ้น
สบื เนอื่ งมาจากปญั หาการเจริญเติบโตของเมือง การจราจรแออัด และการใชเ้ คร่ืองจกั รกล
เปน็ หลัก

มลพิษสงิ่ แวดลอ้ มต่างๆ มลพษิ ทางเสยี ง ผลกระทบจากมลพษิ ทางเสยี ง

ผลกระทบจากมลพิษทางเสยี ง

มลพษิ ทางเสยี งทีม่ ตี อ่ สขุ ภาพของมนษุ ยอ์ าจแบง่ ออกไดเ้ ป็น 4 ประเภทคอื
1) เกดิ ผลเสียตอ่ สมรรถภาพของการได้ยินเสียง ท่ีดังเกนิ ไปหรอื มีความถส่ี ูงเกินไป

จะทาให้หูหนวกได้ เช่นถ้าฟังเสียงที่ตา่ กวา่ 85 เดซิเบล ติดตอ่ กันเปน็ เวลานานอาจทาให้หู
หนวกได้ ผู้ทอ่ี ยใู่ นภาวะเชน่ น้ี ได้แก่ คนที่ทางานอยูใ่ นโรงงานเป็นประจาพนกั งานท่ีทางานใน
ลานจอดเคร่อื งบนิ สมรรถภาพการไดย้ ินอาจจะเสยี ไป แต่อาจกลบั คนื ได้บา้ งภายหลงั ถา้ แกว้
หูไมฉ่ ีกขาคมากเกินไป นอกจากนเี้ สยี งที่ดังเกินไปยงั เปน็ อนั ตรายต่อระบบการได้ยินคอื เปน็
อันตรายทเ่ี กดิ ขน้ึ กับหโู ดยตรง

มลพิษส่งิ แวดลอ้ มตา่ งๆ มลพิษทางเสยี ง ผลกระทบจากมลพิษทางเสยี ง

ไมว่ ่าเสียงน้ันจะดงั มากน้อยเพยี งใด ก็จะส่งผลให้การทางานของหูช้ันในค่อยๆ
เสื่อมสภาพลงได้ จนเกดิ อาการทเ่ี รียกวา่ หูอ้ือและถา้ ปล่อยให้เปน็ แบบนตี้ อ่ ไปเรอื่ ย ๆ จะทา
ใหเ้ กิดอาการหูตึง ประสาทหูเส่ือม หูพิการ จนกระทง่ั ถึงขนั้ ท่ีไม่สามารถได้ยนิ เสียง ทีเ่ รยี กวา่
หหู นวก การได้ยนิ เสียงที่ดังมากเช่นเสียงดังต้งั แต่ 130 เดซเิ บลขน้ึ ไป คล่นื เสียงจะทาอันตราย
แก้วหทู าให้เกิดอาการเจบ็ ปวด เกดิ อันตรายเฉียบพลัน จนถงึ ขนั้ แก้วหฉู กี ขาดหรือหหู นวก
ทันที การสน่ั สะเทือนอาจเกิดขนึ้ นับพนั คร้ังตอ่ วนิ าที

มลพิษสิ่งแวดลอ้ มตา่ งๆ มลพิษทางเสียง ผลกระทบจากมลพิษทางเสยี ง

จะเหน็ วา่ ภายในหูชน้ั กลางจะมีกล้ามเนอ้ื เลก็ ๆ ไวค้ อยกันความสะเทอื นของเสียงท่ดี ัง
มากเกินไป แต่เสยี งท่ดี งั มากเกนิ ไปและดังอยนู่ านกอ็ าจทาให้กล้ามเน้ือฉกี ขาดทาลาย
เซลลป์ ระสาทและปลายประสาทซ่งึ กอ่ ให้เกดิ อาการดังน้ี

(1) หถู งึ หรือผ้ซู ้อื ชวั่ คราว อาการนเ้ี กดิ ข้นึ เนอ่ื งจากเสยี งที่ดงั นน้ั ยังไมด่ งั
(2) หูตึงและหูหนวกอยา่ งถาวร เนือ่ งจากเสียงที่ไดร้ บั น้ันดังมาก
(3) อนั ตรายอย่างเฉียบพลัน ทาใหเ้ กดิ อาการหหู นวกทนั ที

มลพิษส่งิ แวดล้อมต่างๆ มลพษิ ทางเสยี ง ผลกระทบจากมลพษิ ทางเสยี ง

2) อนั ตรายของเสยี งต่อสุขภาพทั่วไปและจติ ใจ นอกจากมลพษิ ของเสยี งจะมผี ลต่อ
หโู ดยตรงแล้วยังมผี ลต่ออารมณแ์ ละสขุ ภาพสว่ นอ่นื ของร่างกายคือ

(2.1) รบกวนการนอนหลบั และการพักผอ่ น เสียงทีร่ บกวนด้วยเสียงในระดบั สูง
กว่า 48 dBA สามารถรบกวนการนอนหลบั ของคนส่วนใหญ่ได้ เสยี งท่มี ีความคงประมาณ 70
เดซิเบล สามารถปลกุ ใหค้ นตื่นจากการนอนหลับได้ แต่ถึงแม้วา่ เสยี งท่ปี ลกุ คนให้ตืน่ ไดจ้ ะมี
ความดังไมม่ าก แต่ก็สามารถรบกวนการนอนหลบั ทาให้หัวใจเต้นเรว็ ขน้ึ ขณะนอนหลับได้
ประสาทเครียดและอาจทาให้เกิดโรคหัวใจได้

มลพิษส่ิงแวดล้อมต่างๆ มลพิษทางเสียง ผลกระทบจากมลพษิ ทางเสยี ง

3) เสยี งรบกวนการทางาน ทาให้ประสทิ ธิภาพของการทางานของคนลดลง จาก
การศึกษาพบว่าเสียงทีด่ ังมากๆ และดงั เปน็ ครั้งคราวทาลายประสทิ ธภิ าพในการทางานได้
มากกวา่ เสียงที่ไมด่ งั มากและเกิดตดิ ต่อกันตลอดเวลา และเสยี งสูงจะรบวนการทางาน
มากกวา่ เสียงตา่

4) เสยี งรบกวนการตดิ ตอ่ สื่อสาร เสยี งทีด่ งั จะรบกวนและขดั ขวางการไดย้ นิ
สัญญาณเตอื นภยั อนั ตรายตา่ งๆ อาจทาให้เกิดอุบตั ิเหตุ และอนั ตรายนอกจากนย้ี งั ทาใหเ้ กดิ
ความไมช่ ัดเจนในการตดิ ตอ่ ส่ือสารและเกดิ ความไม่สะดวกในการปฏบิ ตั งิ าน

มลพษิ สิ่งแวดล้อมต่างๆ มลพิษทางเสียง ผลกระทบจากมลพษิ ทางเสยี ง

5) อ่ืน ๆ พบวา่ ครอบครัวที่มีเสยี งดังอึกทกึ อยเู่ ปน็ ประจา มโี อกาสทจี่ ะเกิดการ
ทะเลาะไดบ้ อ่ ย และเด็กที่อย่ใู นสถานทท่ี มี่ ีเสียงดงั อาจมีพฒั นาการล่าช้ากว่าปกตไิ ด้ เสยี งจาก
เครอื่ งบนิ ทีบ่ ินเรว็ จะทาให้กระจกอาคารแตก และโบราณวตั ถุพงั ทลายได้ มกี ารศกึ ษาถึง
อิทธิพลของเสยี งจากเคร่ืองบินไอพ่นต่อคน และสตั ว์ พบวา่ มผี ลถึงกับทาใหป้ ระสาทหขู องคน
และสัตวพ์ กิ ารได้ เพราะเครื่องบินชนดิ นีท้ าใหเ้ กิดเสยี งอัลตราโซนิกส์ และยงั มีผลเสียตอ่ การ
เจรญิ พันธขุ์ องสตั วเ์ ลี้ยงดว้ ย

มลพษิ สงิ่ แวดล้อมตา่ งๆ มลพิษทางเสียง วธิ ีตรวจการได้ยนิ

วธิ ีตรวจการไดย้ นิ

วิธีการตรวจการไดย้ ินวา่ หขู องเราปกติหรอื ไมส่ ามารถทาได้อย่างง่ายๆ 2 วิธดี งั นี้
1) วธิ เี พอ่ื นชว่ ยเพื่อน ให้ยนื หลังหา่ งจากเพ่ือนของทา่ น 5 ฟตุ แลว้ ใหเ้ พอื่ นเรียกชอ่ื

ทา่ นดว้ ยเสียงปกติ ถา้ ท่านไดย้ ินเสยี งเรียกใหข้ านตอบ ทาซ้า 5 คร้ัง ถา้ ไมไ่ ดย้ ินเสยี งเรียก
แสดงว่าทา่ นอาจจะหตู งึ

2) วิธีตรวจดว้ ยตนเอง ให้ท่านกามือขน้ึ ใชน้ ิ้วชถ้ี ูกับน้วิ หวั แมม่ อื หา่ งจากหูประมาณ
1 เซนตเิ มตร ฟงั เสียงนิ้วทดลองตรวจดทู ีละข้าง ถ้าไม่ไดย้ นิ เสียงต้องรีบปรกึ ษาแพทย์

มลพษิ สงิ่ แวดล้อมต่างๆ มลพิษทางเสยี ง แนวทางการควบคมุ ปอ้ งกันและแกไ้ ขมลพษิ ทางเสยี งและมาตรการของรัฐ

แนวทางการควบคมุ ป้องกนั และแกไ้ ขมลพิษทางเสยี งและมาตรการของรฐั

วธิ กี ารควบคุมป้องกันและแก้ไขเปน็ หนา้ ที่ของรัฐบาล ที่จะตอ้ งกาจัดเสยี งทกี่ อ่ ใหเ้ กดิ
อนั ตรายแก่ประชาชน

1) การควบคมุ เสียงทแี่ หลง่ กาเนิด การควบคมุ เสียงท่แี หล่งกาเนดิ เปน็ การปอ้ งกัน
ไมใ่ หเ้ สียงที่ออกมาดงั เกินขนาด เช่น ควบคมุ เสียงจากยานพาหนะ โดยการตรวจจับรถยนต์ท่ี
กอ่ ให้เกิดเสียงดังเกนิ มาตรฐาน ออกกฎหมาย และควบคุมอยา่ งเขม้ งวดเกีย่ วกับการปรบั แตง่
เครอ่ื งยนต์หรอื ท่อไอเสีย สาหรบั ในโรงงานอุตสาหกรรมควรใช้เครื่องจักรทม่ี ีประสทิ ธภิ าพ ไม่
ก่อให้เกดิ เสยี งดังหรอื ออกกฎหมายควบคุมแหล่งกาเนิดเสยี งทกุ แหง่ ใหม้ ีเสียงดังไมเ่ กนิ ขดี
และไมใ่ ชแ้ ตรโดยไมจ่ าเปน็ โดยเฉพาะในเขตท่พี กั อาศยั โรงพยาบาลและโรงเรียน

มลพิษส่ิงแวดล้อมตา่ งๆ มลพิษทางเสียง แนวทางการควบคุมปอ้ งกันและแก้ไขมลพษิ ทางเสียงและมาตรการของรฐั

2) การปอ้ งกันโดยการปดิ กน้ั หรอื หลกี เลยี่ งเสียงที่เกิดขน้ึ เราสามารถหลกี เลี่ยง
เสยี งดังทสี่ ามารถทาให้เกดิ อันตรายได้ เชน่

(2.1) การไม่เข้าไปในสถานท่ีมเี สยี ง หรอื ถา้ ไม่สามารถหลกี เลีย่ งได้ ก็ควรอยูใ่ น
สถานท่นี น้ั ในชว่ งระยะเวลาไม่นานเกินไป

(2.2) ปิดกั้นเสียงที่ดังเกินไป เช่น การสร้างผนังเก็บเสยี งในโรงงาน การปลูกตน้ ไม้
เปน็ แนวกวา้ งล้อมรอบเพ่อื ป้องกนั เสียงดัง หรือการทาผนงั ปนู ปดิ กน้ั รมิ ทางด่วนเพอ่ื ปอ้ งกัน
เสยี งที่เกิดจากรถยนต์รบกวนทอ่ี ยู่อาศยั ริมทางดว่ น

มลพิษสิง่ แวดล้อมต่างๆ มลพิษทางเสยี ง แนวทางการควบคมุ ป้องกนั และแกไ้ ขมลพษิ ทางเสยี งและมาตรการของรฐั

(2.3) ปอ้ งกันตนเองจากเสียงการทางานในสถานท่ที ม่ี เี สยี งดังมากๆ เป็นระยะเวลา
นาน ควรมอี ุปกรณท์ ส่ี ามารถปอ้ งกนั อนั ตรายจากเสยี งอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพที่นิยมใชก้ นั ไดแ้ ก่
เครอ่ื งอุคหู (Ear Plugs) เป็นพลาสตกิ อ่อนใช้ใส่เข้าไปในชอ่ งหเู พ่ืออดุ หูใชป้ อ้ งกนั เสยี งทมี่ ี
ความถตี่ ่าไดด้ ี เครอื่ งครอบหู (Ear Muffs) มีลกั ษณะเปน็ นวมสวมครอบหูท้ังสองข้างใช้
ปอ้ งกันเสียงที่มีความถส่ี งู ไดด้ ี สาหรบั การอดุ หูดว้ ยสาลีท่สี ามารถปอ้ งกันเสียงดงั ได้ต้องเป็น
สาลีที่ชุบข้ีผึง้ เท่าน้นั หรืออาจใช้ Ear Plugs อดุ หพู รอ้ มกบั ใช้ Ear Muffs ครอบหใู นเวลา
เดียวกนั กจ็ ะป้องกันเสียงได้ดีข้ึน

มลพษิ สง่ิ แวดลอ้ มตา่ งๆ มลพิษทางเสียง แนวทางการควบคมุ ป้องกนั และแกไ้ ขมลพษิ ทางเสียงและมาตรการของรัฐ

(2.4) ปลูกอาคารบา้ นเรอื นให้ไกลจากแหล่งกาเนดิ เสยี ง ถา้ จาเป็นต้องอยใู่ กล้
จะต้องใชว้ สั ดุกนั เสียงในการปลกู บ้าน และปลกู ตน้ ไม้รอบๆ เพอื่ ป้องกันเสยี งรบกวน

(2.5) รฐั บาลต้องวางผงั เมอื ง แบง่ เป็นเขตทอ่ี ยอู่ าศัย เขตอุตสาหกรรม และเขต
เกษตรกรรม ปัจจุบันมกี ฎหมายเกีย่ วกบั การสร้างอาคาร แต่เจา้ หนา้ ทก่ี ็ยงั ไมเ่ ขม้ งวดเท่าทค่ี วร

(2.6) ผู้ปฏบิ ัติงานในสถานท่ที ีม่ เี สยี งดงั ควรมกี ารตรวจการได้ยิน กอ่ นเข้าปฏบิ ตั งิ าน
ครั้งแรก และควรตรวจวดั การได้ยินเปน็ ระยะๆ เพอ่ื ปอ้ งกนั อนั ตรายจากเสียง

(2.7) ถา้ ไม่อาจจะลดระดบั เสยี งลงได้และไม่มีการใช้อปุ กรณป์ ้องกันเสียง ควรจัด
ระยะเวลาทางานใหเ้ หมาะสมตามมาตรฐานท่ีไมท่ าให้เกิดอนั ตรายจากเสียง

มลพษิ สง่ิ แวดล้อมตา่ งๆ มลพิษทางเสียง แนวทางการควบคมุ ป้องกันและแก้ไขมลพิษทางเสียงและมาตรการของรฐั

3) การปอ้ งกนั มลพษิ ทางเสียงทัว่ ไป
(3.1) หมน่ั สงั เกตเสียงรอบตัวเปน็ ประจาหากไม่สามารถพูดคุยด้วยระดับเสียงปกติ

ในระยะหา่ ง 1 ช่วงแขนไดแ้ สดงวา่ เสียงในสถานท่ีนน้ั ดังเกินไป
(3.2) ควบคมุ ระดบั เสียงโทรทัศน์ เคร่อื งเสยี ง และโทรศัพท์ไมใ่ ห้ดงั เกนิ ไป
(3.3) ไม่พดู โทรศพั ท์ หรือส่งเสยี งดงั รบกวนความสงบของผู้อน่ื
(3.4) ตรวจสภาพเครื่องยนต์ของยานพาหนะให้อยใู่ นสภาพดีอยเู่ สมอ ไม่ปรับแต่ง

ท่อไอเสยี ใหเ้ กิดเสยี งดัง กดแตรเมอ่ื ฉุกเฉินและจาเปน็ เทา่ นน้ั และลดความเรว็ เมือ่ ขับข่ี
ยานพาหนะผ่านย่านทีพ่ กั อาศยั โรงเรียน ศาสนสถาน โรงพยาบาล สวนสาธารณะหรือชุมชน

มลพิษสิง่ แวดล้อมต่างๆ มลพิษทางเสยี ง แนวทางการควบคุมป้องกันและแกไ้ ขมลพิษทางเสียงและมาตรการของรฐั

(3.5) แจ้งเพอ่ื นบ้านลว่ งหนา้ หากตอ้ งทากิจกรรมท่มี เี สยี งดังรบกวน
(3.6) หลกี เลย่ี งสถานทท่ี ่ีมเี สยี งดัง
(3.7) ชว่ ยกันดแู ลสถานท่ีทางานและสถานที่สาธารณะ ได้แก่ โรงเรยี น ศาสนสถาน
โรงพยาบาล และสวนสาธารณะ รวมถงึ ผู้ประกอบการศนู ยก์ ารค้าโรงภาพยนตรร์ า้ นอาหาร
และสถานบนั เทงิ ใหค้ วบคุมระดบั เสียงไมใ่ ห้ดังเกินควร
(3.8) ตรวจความสามารถการไดย้ ินเปน็ ประจาทุกปี
(3.9) เผยแพรค่ วามรูเ้ กย่ี วกบั การคา้ นภยั เสยี งแกเ่ พื่อนและญาติ
(3.10) รอ้ งเรยี นเหตุเสยี งดัง โทร. 1555 (กทม.) หรือโทร. 1650 (คพ.)

หวั ขอ้ 1. ความหมายของมลพิษสงิ่ แวดล้อม
ทศ่ี กึ ษา 2. ประเภทของมลพษิ สงิ่ แวดล้อม

3. สาเหตุของของมลพิษสงิ่ แวดลอ้ ม 4. รูปลักษณะของมลพษิ สิ่งแวดล้อม

5. แหลง่ กาเนดิ มลพิษสง่ิ แวดล้อม 6. มลพิษส่งิ แวดล้อมตา่ งๆ

7. แนวทางป้องกนั และแกไ้ ขปญั หามลพิษสิ่งแวดล้อม

แนวทางป้องกันและแก้ไขปญั หามลพิษส่ิงแวดล้อม

1. ควบคุมเทคโนโลยกี ารใชแ้ ละการแปรรปู ใหม้ ีประสทิ ธิภาพสงู สุด
2. ไมใ่ สมลสารเขา้ สขู่ บวนการใช้และการแปรรปู
3. ควบคมุ ปริมาณการใชท้ รพั ยากรใหพ้ อเหมาะพอดี
4. เมื่อใดก็ตามท่จี ะมีการใชท้ รพั ยากรอยา่ งนึงแล้วส่งผลกระทบกับอกี ทรพั ยากรหนึ่งตอ้ งไม่
ทาใหข้ องเสียหรือมลสารมพี ษิ ต่อทรัพยากรนน้ั น้นั

แนวทางปอ้ งกันและแก้ไขปัญหามลพิษส่ิงแวดล้อม

5. ใช้มาตรการทางกฎหมายเพอ่ื ปอ้ งกนั พรอ้ มทง้ั ระบโุ ทษให้ประจักษ์ชดั ตามความรุนแรงของ
การกระทา ดังน้ี

- ไมใ่ ห้เกดิ การสัมผัสท้ัง 5
- การกาจดั ของเสียท่เี ปน็ ของแขง็
- การบาบดั ของเสยี ท่เี ปน็ ของเหลว
- การกาจดั ของเสียที่เป็นฝุ่นละอองหรอื กา๊ ซพิษ
- กรณที ี่หลีกเล่ียงไมไ่ ดแ้ ละมกี ารปนเปือ้ นของสารพิษ ตอ้ งมีการวางแผนการใชเ้ ข้มงวด
6. การติดตาม ตรวจสอบผลกระทบส่งิ แวดลอ้ ม เพือ่ เป็นการป้องกันผลเสยี ท่อี าจจะเกิดขึ้นท้ัง
ระยะสนั้ และระยะยาว


Click to View FlipBook Version