แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 2
กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 2
รหสั วิชา ว22101 ภาคเรียนท่ี 1
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 2 สารละลาย เรือ่ ง องคป์ ระกอบของสารละลาย
รวม 2 ชั่วโมง
สอนวนั ท.ี่ .............................เดอื น..............................พ.ศ.............
1. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
สารละลายประกอบด้วยตวั ละลายและตัวทำละลาย สารละลายมีสถานะเปน็ ไดท้ ั้งของแขง็ ของเหลว
และแกส๊ สารละลายท่ปี ระกอบด้วยสารที่มีสถานะต่างกนั ตัวทำละลายคือ สารมสี ถานะเหมอื นกบั สารละลาย
ซึง่ สว่ นใหญ่จะเป็นสารที่มีปริมาณมากทส่ี ดุ สารละลายที่ประกอบดว้ ยสารท่มี ีสถานะเหมือนกัน สารท่ีมีปรมิ าณ
มากท่สี ุดจัดเปน็ ตัวทำละลาย สว่ นองค์ประกอบน้อยกวา่ จดั เป็นตวั ละลาย
2. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวช้ีวัด
ว 2.1 ม.2/4 ออกแบบการทดลองและทดลองในการอธิบายผลของชนิดตวั ละลาย ชนิดตัวทำละลาย
อุณหภมู ิท่ีมีตอ่ สภาพละลายไดข้ องสาร รวมท้งั อธิบายผลของความดนั ทมี่ ตี ่อสภาพละลายได้ของสาร โดยใช้
สารสนเทศ
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ นกั เรยี นสามารถอธิบายเกณฑ์ทใี่ ชใ้ นการระบตุ วั ละลายและตวั ทำละลายได้
3.1 ด้านความรู้ (K) นกั เรียนสามารถจำแนกตวั ทำละลายและตวั ละลายในสารละลายได้
3.2 ด้านทักษะ (P) นกั เรยี นให้ความร่วมมอื ในการทำกิจกรรมร่วมกับผอู้ ื่นได้
3.3 ดา้ นเจตคติ (A)
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
4.1 ความรู้
สารละลายประกอบด้วยตัวทำละลายและตัวละลาย สารละลายมีทั้งสถานะของแข็ง ของเหลว และ
แก๊ส สารละลายทีเ่ กิดจากสารทีม่ ีสถานะเดียวกัน สารที่มีปริมาณมากที่สุดจัดเป็นตัวทำละลาย กรณีสารละลาย
เกิดจากสารท่ีมี สถานะต่างกัน สารที่มีสถานะเดียวกันกับสารละลายและมีปริมาณมากที่สุดจัดเป็นตัวทำละลาย
สารละลายที่ตัวละลาย ไม่สามารถละลายในตัวทำละลายปริมาณหนึ่ง ๆ ได้อีกที่อุณหภูมิและความดันหนึ่ง ๆ
เรียกว่า สารละลายอิ่มตัว สภาพละลายได้ของสารในตัวทำละลายเป็นค่าที่บอกปริมาณของสารเป็นกรัมที่
ละลายได้ในตัวทำละลาย 100 กรัม จนได้ สารละลายอิ่มตัว ณ อุณหภูมิและความดันหนึ่ง ๆ สภาพละลายได้
ของสารบ่งบอกความสามารถในการละลายของ ตัวละลายในตัวทำละลาย ขึ้นอยู่กับชนิดของตัวทำละลายและ
ตัวละลาย อุณหภูมิ และความดัน สารชนิดหนึ่ง ๆ มี สภาพละลายได้แตกต่างกันในตัวทำละลายที่แตกต่างกัน
ส่วนสารต่างชนิดกันมีสภาพละลายได้ในตัวทำละลายหนึ่ง ๆ ไม่เท่ากันเมื่ออุณหภูมิคงที่ แต่เมื่ออุณหภูมิสูงข้ึน
สภาพละลายได้ของสารส่วนมากจะเพิ่มขึ้น ยกเว้นแก๊สเมื่ออุณหภูมิ สูงขึ้นสภาพการละลายได้จะลดลง ส่วน
ความดันมีผลต่อสภาพละลายได้ของแก๊ส โดยเมื่อความดันเพิ่มขึ้น สภาพละลาย ได้ของแก๊สจะเพิ่มขึ้น ความรู้
เกี่ยวกับสภาพละลายได้ของสารเมื่อเปลี่ยนแปลงชนิดตัวละลายและตัวทำละลาย อุณหภูมิ และความดัน
สามารถนำไปใชป้ ระโยชน์ในชวี ิตประจำวนั
4.2 ทักษะ/กระบวนการ
- การสงั เกต
- การสำรวจ
- การเปรยี บเทยี บ
- การอธบิ าย
- การสบื คน้ ข้อมลู และการอภิปราย
- กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
4.3 เจตคติ
- ความอยากรู้อยากเห็น
- ความมีเหตุผล
- ความพยายามมมุ่ มัน่
- ความรับผดิ ชอบ
- ความรว่ มมอื ช่วยเหลอื
- ความสรา้ งสรรค์
สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถ่ิน
-
5. ทักษะผู้เรยี นในศตวรรษท่ี 21 (3Rs 8Cs 2Ls)
5.1 ทกั ษะในสาระวิชาหลัก (3Rs)
5.1.1 (R) Reading (อ่าน)
5.1.2 (W) Riting (เขียน)
5.1.2 (A) Rithemetics (คณิตฯ)
5.2 ทกั ษะการเรียนรู้และนวัตกรรม (8Cs)
5.2.1 Critical Thinking and Problem Solving
(การคิดวจิ ารณญาณ และแก้ปัญหา)
5.2.2 Creativity and Innovation (การสร้างสรรค์ และนวตั กรรม)
5.2.3 Cross-cultural Understanding (ความเขา้ ใจความต่างวัฒนธรรม)
5.2.4 Collaboration, Teamwork and Leadership
(การทางานเปน็ ทีม ภาวะผนู้ า)
5.2.5 Communications, Information, and Media Literacy
(การสื่อสารสารสนเทศ)
5.2.6 Computing and ICT Literacy (ทกั ษะดา้ นคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลย)ี
5.2.7 Career and Learning Skills (ทักษะอาชพี และการเรียนร)ู้
5.2.8 Compassion (คุณธรรม เมตตา กรุณา ระเบยี บวนิ ัย)
6. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น 2) ทกั ษะการสำรวจคน้ หา
6.1 ความสามารถในการส่ือสาร 4) ทกั ษะการเชื่อมโยง
6.2 ความสามารถในการคิด
1) ทักษะการสังเกต
3) ทักษะการวเิ คราะห์
6.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา
6.4 ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
7. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
7.1 รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์
7.2 ซือ่ สัตย์สุจรติ
7.3 มีวนิ ยั
7.4 ใฝ่เรยี นรู้
7.5 อยอู่ ย่างพอเพียง
7.6 ม่งุ มัน่ ในการทำงาน
7.7 รกั ความเป็นไทย
7.8 มจี ติ สาธารณะ
8. ช้ินงาน/ภาระงาน
8.1 กจิ กรรมท่ี 2.1 ระบตุ ัวละลายและตวั ทำละลายได้อยา่ งไร
9. สอดคลอ้ งมาตรฐานเพือ่ การประกันคุณภาพภายใน
มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรยี น
มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผเู้ รียน
1.1 ผลสมั ฤทธ์ิทางวิชาการของผเู้ รยี น
1) มีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสาร และการคดิ คำนวณ
2) มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คดิ อยา่ งมีวจิ ารณญาณ อภิปรายแลกเปลยี่ นความ
คิดเห็นและแกป้ ัญหา
3) มีความสามารถในการสรา้ งนวตั กรรม
4) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร
5) มผี ลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนตามหลกั สูตรสถานศึกษา
6) มีความรู้ ทักษะพนื้ ฐาน และเจตคติท่ีดีต่องานอาชีพ
1.2 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผูเ้ รยี น
1) การมีคุณลักษณะและคา่ นิยมทดี่ ตี ามทีส่ ถานศกึ ษากำหนด
2) ความภูมใิ จในทอ้ งถิน่ และความเปน็ ไทย
3) การยอมรบั ทีจ่ ะอยูร่ วมกนั บนความแตกต่างและหลากหลาย
4) สุขภาวะ ทางรา่ งกาย และจิตสงั คม
มาตรฐานท่ี 3 กระบวนการจัดการเรยี นการสอนท่ีเน้นผเู้ รยี นเป็นสำคญั
3.1 จัดการเรยี นรู้ผ่านกระบวนการคิดและปฏิบตั จิ ริง และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชวี ิตได้
3.2 ใชส้ อ่ื เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหลง่ เรียนรู้ท่เี อื้อตอ่ การเรียนรู้
3.3 มกี ารบรหิ ารจัดการชัน้ เรียนเชงิ บวก
3.4 ตรวจสอบและประเมินผเู้ รยี นอย่างเปน็ ระบบ และนำผลมาพัฒนาผูเ้ รียน
3.5 มีการแลกเปลยี่ นเรยี นรู้และใหข้ ้อมูลสะท้อนกลบั เพื่อพฒั นาและปรับปรงุ การจดั การเรยี นรู้
10. กิจกรรมการเรยี นรู้
ใช้รูปแบบการจัดการเรยี นการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Cycles: 5Es) (2 ชวั่ โมง; 120นาท)ี
ข้นั ที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engagement) (20 นาที)
1) ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียน เพื่อนำเข้าสู่หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง สารละลาย
โดยเชิญชวนให้นักเรียนสังเกตยาแก้ไอแบบน้ำเชื่อม น้ำหวาน น้ำยาบ้วนปาก หรือสังเกตภาพนำหน่วย และ
ร่วมกนั อภปิ รายโดยใชป้ ระเดน็ คำถามตอ่ ไปน้ี
- นักเรียนเคยรับประทานยาแก้ไอแบบ น้ำเชื่อมหรือไม่ ยาแก้ไอมีลักษณะและ รสชาติอย่างไร
(นกั เรียนตอบไดโ้ ดยอสิ ระ เชน่ ยาแกไ้ อแบบน้ำเชื่อม เปน็ ของเหลว สีแดงเขม้ รสหวาน)
2) ครยู กตวั อยา่ งประเดน็ คำถามโดยใชส้ ารต่าง ๆ ทมี่ ีลกั ษณะเหมือนกบั ยาแก้ไอ เช่น น้ำเชื่อม
น้ำหวาน น้ำยาบ้วนปาก มีลักษณะ เป็นเนื้อเดียว ใส ไม่มีตะกอน สารดังกล่าว เป็นสารประเภทใด และการใช้
ประโยชน์ ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง (นักเรียนตอบตามความเข้าใจ เช่น สารดังกล่าวเป็นสารละลาย การใช้
ประโยชน์ตอ้ ง คำนงึ ถงึ ขอ้ แนะนำการใช้ ปริมาณสารที่แนะนำให้ใช)้ คำตอบของนักเรียนอาจจะถูกตอ้ งหรือยังไม่
ถูกต้องทั้งหมด ให้ครูบันทึกคำตอบไว้ก่อน และอธิบายว่า นักเรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับองค์ประกอบของ
สารละลาย ปัจจัยที่มีผลต่อสภาพละลายได้ และความเข้มขน้ ของ สารละลายในหน่วยการเรียนรนู้ ี้
ข้นั ท่ี 2 ข้ันสำรวจและค้นหา (Exploration) (30 นาที)
3) นักเรียนอ่านเนื้อหานำหน่วย (หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษา
ปีที่ 2 เล่ม 1 หน้า 10 - 11) และร่วมกันอภิปรายเพื่อให้ได้แนวคิดว่า ยาแก้ไอแบบน้ำเชื่อม น้ำหวาน
น้ำยาบ้วนปาก เป็นสารผสมที่ประกอบด้วยสารหลายชนิดผสมกันเป็นเนื้อเดียว จัดเป็นสารละลาย การนำ
สารละลายไปใช้ประโยชน์ ต้องคำนึงถงึ ชนดิ ของสารท่ีนำมาผสมกัน และความเขม้ ขน้ ของสารละลาย
4) ครูตง้ั ประเดน็ คำถามโดยเขียนคำถามไวบ้ นกระดานและบนั ทึกคำตอบของนักเรยี นไว้
- นักเรียนคิดว่าน้ำหวานที่เห็นในบัตรภาพ (แนบท้ายแผนการจัดการเรียนรู้) ด้วยอะไรบ้าง
(นักเรยี นตอบตามความเขา้ ใจ ของตนเอง เช่น มีน้ำ น้ำตาล สารแต่งสแี ละกล่ิน และอาจมีสารอนื่ ทล่ี ะลายน้ำได)้
- นักเรียนคิดว่าน้ำหวานเป็นสารละลายหรือไม่ เพราะเหตุใด (นักเรียนตอบตามความเข้าใจ
ของตนเอง เชน่ น้ำหวานเป็นสารละลายเพราะมีนำ้ ตาลละลายอยูใ่ นนำ้ หวาน)
- นอกจากน้ำหวานแล้ว รอบ ๆ ตัวเรามีอะไรอีกบ้างที่เป็นสารละลาย ยกตัวอย่าง (นักเรียน
ตอบตามความเข้าใจ ของตนเอง เชน่ นำ้ เกลอื น้ำชา)
- สารแต่ละชนิดละลายในสารอีกชนิดหนึ่งได้เท่ากันหรือไม่ ขึ้นอยู่กับอะไร (นักเรียนตอบตาม
ความเข้าใจของตนเอง เชน่ ไมเ่ ทา่ กนั ข้ึนอยกู่ บั ชนดิ ของสารท่นี ำมาละลายกัน อณุ หภูม)ิ
- สารละลายชนดิ เดยี วกนั เชน่ น้ำหวานท่จี ำหน่ายในท้องตลาดมรี สหวานเทา่ กันหรือไม่ เพราะ
เหตใุ ด (นักเรียนตอบตามความเข้าใจของตนเอง เช่น มรี สหวานไมเ่ ท่ากัน เพราะมีปริมาณน้ำตาลไมเ่ ท่ากนั )
5) นักเรียนอ่านเนื้อหานำบท (หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษา
ปีที่ 2 เล่ม 1 หน้า 11) เพื่อหาคำตอบของคำถามที่ครูถาม โดยเขียนตอบบนกระดาน และอภิปรายเพื่อให้ได้
คำตอบท่ถี กู ต้อง ดงั นี้
- นักเรียนคิดว่านำ้ หวานทเี่ ห็นในภาพประกอบดว้ ยอะไรบ้าง (นำ้ หวานในภาพประกอบด้วยน้ำ
น้ำตาล สารแตง่ สี และกลนิ่ )
- นักเรียนคิดว่าน้ำหวานเป็นสารละลายหรือไม่ เพราะเหตุใด (น้ำหวานเป็นสารละลาย เพราะ
เปน็ สารผสมที่ ประกอบดว้ ยสารหลายชนดิ ผสมกนั เปน็ เนอ้ื เดียว)
- นอกจากน้ำหวานแล้ว รอบ ๆ ตัวเรามีอะไรอีกบ้างที่เป็นสารละลาย ยกตัวอย่าง (น้ำอัดลม
นำ้ ยาล้างห้องนำ้ นำ้ สม้ สายชู น้ำยาลา้ งจาน อากาศ เหล็กกล้าไรส้ นิม)
- สารแต่ละชนิดละลายในสารอีกชนิดหนึ่งได้เท่ากันหรือไม่ ขึ้นอยู่กับปัจจัยใด (สารแต่ละชนิด
ละลายในสารอกี ชนดิ หน่ึงไดไ้ ม่เท่ากนั ข้นึ อยู่กับปัจจัยท่ีเก่ียวข้อง เช่น ชนดิ ของสาร อุณหภูมิ และความดนั )
- สารละลายชนิดเดียวกัน เช่น น้ำหวาน ที่จำหน่ายในท้องตลาดมีรสหวานเท่ากัน หรือไม่
เพราะเหตใุ ด (นำ้ หวานท่จี ำหนา่ ยในท้องตลาดมีรสหวานไม่เท่ากัน เพราะมี อตั ราสว่ นผสมระหว่างน้ำตาลกับน้ำ
ไม่เท่ากัน)
6) จากนั้นนักเรียนอ่านคำถามนำบทจุดประสงค์ของบทเรียน และอภิปรายร่วมกัน เพื่อให้
นกั เรียนทราบขอบเขตเนอ้ื หาที่นักเรียนจะได้เรยี นรู้ในบทเรียน รวมท้ังเป้าหมายการเรียนรู้ (นักเรยี นจะได้เรียนรู้
เกี่ยวกับองค์ประกอบของ สารละลาย และบอกได้ว่าองค์ประกอบใดจัดเป็นตัวละลายหรือตัวทำละลายใน
สารละลาย สภาพละลายได้ อธิบาย ผลของชนิดตัวละลาย ชนิดตัวทำละลาย อุณหภูมิ และความดันที่มีผลต่อ
สภาพละลายไดข้ องสาร)
ขน้ั ท่ี 3 ขั้นอธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation) (20 นาที)
7) ครูให้นักเรียนดูภาพ แล้วตั้งประเด็นสนทนาว่า เครื่องครัวที่เห็นในภาพนำทำมาจากวัสดุ
อะไร เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า ทำมาจากเหล็กกล้าไร้สนิม หรือ stainless steel เป็นสารละลายที่มี สถานะเป็น
ของแขง็ ประกอบด้วยเหล็กละลายกับธาตุหลายชนิด เพอื่ ให้มีสมบตั ิเหมาะสมกบั การใช้งาน
8) นักเรียนทำกิจกรรมทบทวนความรู้ก่อนเรียน จำนวน 3 ข้อ แล้วนำเสนอผลการทำกิจกรรม
หากครพู บว่า นกั เรียนยงั ทำกจิ กรรมทบทวนความรู้ก่อนเรียน ไม่ถกู ต้อง ครูควรทบทวนหรอื แกไ้ ขความเข้าใจผิด
ของนักเรียน เพื่อให้นักเรียนมีความรู้พื้นฐานที่ถูกต้องและเพียงพอที่จะเรียนในการทำกิจกรรมขยายความรู้
(เฉลยแนบท้ายแผนการจดั การเรียนรู้)
ข้นั ท่ี 4 ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration) (30 นาที)
9) ครูนำเข้าสู่กิจกรรมที่ 2.1 ระบุตัวละลายและตัวทำละลายได้อย่างไร โดยครูตั้งประเด็น
คำถามสร้างความสนใจว่านักเรียนทราบหรือไม่ว่า จะระบุตัวละลายและตัวทำละลายได้อย่างไร ใช้เกณฑ์ใดใน
การระบุ ถา้ ใชเ้ กณฑต์ ่างกันจะได้ผลต่างกันหรอื ไม่
10) นักเรียนแต่ละกลุ่มทำกิจกรรมที่ 2.1 ระบุตัวละลายและตัวทำละลายได้อย่างไร โดยเร่ิม
จากอ่านชื่อกิจกรรม จุดประสงค์ และวิธีดำเนินกิจกรรม และตรวจสอบความเข้าใจการอ่านโดยใช้คำถาม
ดงั ตอ่ ไปนี้
- กิจกรรมนเี้ กี่ยวกบั เรอ่ื งอะไร (ตวั ละลายและตวั ทำละลาย)
- กิจกรรมนี้มีจุดประสงค์อะไร (วิเคราะห์ข้อมูลและอธิบายเกณฑ์ที่ใช้ระบุตัวละลายและตัวทำ
ละลายในสารละลาย)
- วิธีดำเนินกิจกรรมมีขั้นตอนโดยสรุปอย่างไร (วิเคราะห์สถานะและปริมาณเป็นร้อยละของ
องค์ประกอบแต่ละชนิด ของสารละลายในตาราง เพื่ออธิบายเกณฑ์ที่ใช้ในการระบุว่าองค์ประกอบใดเป็น
ตัวละลายและตวั ทำละลาย)
- นักเรียนต้องสังเกตหรือรวบรวมอะไรบ้าง (สถานะและปริมาณเป็นร้อยละขององค์ประกอบ
แต่ละชนิดของสารละลายในตาราง)
12) ใหน้ กั เรยี นแต่ละกลุม่ ลงมือทำกิจกรรม ครูเดินสงั เกตการณ์ทำกิจกรรมของนักเรียน พร้อม
ให้คำแนะนำกรณนี ักเรยี นมีขอ้ สงสัยในประเดน็ ตา่ ง ๆ เชน่ วิธีการวเิ คราะห์ขอ้ มูลในตารางหลงั การทำกิจกรรม
13) ครูสุ่มนักเรียนบางกลุ่ม นำเสนอผลการทำกิจกรรม ครูควรบันทึกผลการทำกิจกรรมของ
นกั เรียนบนกระดานเพ่ือใช้ประกอบการอภปิ ราย จากนั้นครนู ำอภปิ ราย เพ่ือวเิ คราะห์ตารางข้อมูลองค์ประกอบ
ของสารแต่ละชนิด โดยใชแ้ นวคำถามดงั ต่อไปน้ี
- นำ้ หวาน น้ำเชอื่ มเมเปิล และนำ้ โซดา มีสารใดเปน็ ตัวทำละลายตามลำดบั (นำ้ หวาน นำ้ เชื่อม
เมเปิล และ นำ้ โซดา มนี ำ้ เป็นตัวทำละลาย)
- ตัวทำละลายของน้ำหวาน น้ำเชื่อมเมเปิล และน้ำโซดา มีสถานะเหมือนหรือแตกต่างจาก
สถานะของสารละลาย อย่างไร (ตัวทำละลายของน้ำหวาน น้ำเชื่อมเมเปิล และน้ำโซดา มีสถานะเหมือนกับ
สารละลายคือสถานะของเหลว)
- ตัวละลายของน้ำหวาน น้ำเชือ่ มเมเปลิ และนำ้ โซดา มีสถานะเหมือนหรือแตกต่างจากสถานะ
ของสารละลาย อย่างไร (ตัวละลายของสารละลายทั้ง 3 ชนิด มีสถานะแตกต่างจากสถานะของสารละลาย คือ
ของนำ้ หวานเปน็ ของแขง็ ตวั ละลายของน้ำเชือ่ มเมเปิลเปน็ ของแข็ง ตวั ละลายของน้ำโซดาเปน็ แกส๊ )
- ถ้าสารละลายประกอบด้วยสารต่างสถานะกัน มีเกณฑ์อย่างไรในการระบุตัวทำละลาย
(ถา้ สารละลาย ประกอบดว้ ยสารต่างสถานะกัน ตวั ทำละลายมสี ถานะเดยี วกันกบั สารละลาย)
- ทอง 18 K น้ำสม้ สายชู อากาศ มีสารใดเปน็ ตวั ทำละลายตามลำดับ และมีสถานะเหมือนหรือ
ต่างจากสารละลาย อย่างไร (ทอง 18 K ประกอบด้วยทองคำร้อยละ 75 ทองแดงร้อยละ 16 และเงินร้อยละ 9
เป็นตัวละลาย ทั้งทองคำ ทองแดง และเงิน ต่างมีสถานะของแข็ง ทอง 18 K มีทองคำเป็นตัวทำละลาย ซึ่งมี
สถานะของแข็งเหมือนกบั ทอง 18 K นำ้ ส้มสายชูประกอบดว้ ยน้ำร้อยละ 95 กรดน้ำส้มรอ้ ยละ 5 ทั้งน้ำและกรด
น้ำส้มเป็นของเหลว น้ำส้มสายชูมีน้ำ เป็นตัวทำละลาย ซึ่งมีสถานะเดียวกนั กับน้ำส้มสายชู อากาศประกอบด้วย
ไนโตรเจนรอ้ ยละ 78 และออกซิเจน อารก์ อน คาร์บอนไดออกไซด์ และแก๊สอ่นื ๆ รวม ประมาณร้อยละ 22 ซึ่ง
ทัง้ หมดลว้ นมีสถานะแกส๊ อากาศมีไนโตรเจนเป็นตัวทำละลายและมีสถานะเดยี วกนั กบั อากาศ)
- ตัวทำละลายของทอง 18 K น้ำส้มสายชู และอากาศ มีปริมาณเป็นอย่างไรเมื่อเปรียบเทียบ
กบั ตัวละลายใน สารละลาย (ตวั ทำละลายมปี รมิ าณมากกวา่ เม่อื เปรยี บเทยี บกบั ตัวละลาย)
- ถ้าสารละลายประกอบดว้ ยสารที่มสี ถานะเหมือนกนั มีเกณฑ์อย่างไรในการระบุตัวทำละลาย
(ถ้าสารละลาย ประกอบด้วยสารที่มีสถานะเหมือนกัน สารที่มีปริมาณมากกว่าจัดเป็นตัวทำละลาย
ส่วนองคป์ ระกอบที่เหลอื จดั เป็นตวั ละลาย)
14) ให้นักเรียนตอบคำถามท้ายกิจกรรมและอภิปรายคำตอบร่วมกัน เพื่อให้ได้ข้อสรุปจาก
กิจกรรมว่า ในการระบุตัวละลายหรือตัวทำละลายในสารละลาย พิจารณาจากสถานะและปริมาณของสาร
องคป์ ระกอบในสารละลาย สารละลายท่ปี ระกอบดว้ ยสารทีม่ สี ถานะต่างกนั สารทม่ี สี ถานะเหมือนกับสารละลาย
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสารทีม่ ีปรมิ าณ มากที่สุดจัดเป็นตัวทำละลาย (solvent) ส่วนสารละลายที่ประกอบด้วยสารที่มี
สถานะเดียวกัน สารท่มี ีปรมิ าณมาก ที่สดุ จดั เปน็ ตัวทำละลาย สารอืน่ ๆ ทเ่ี หลือจดั เปน็ ตวั ละลาย (solute)
15) ให้นักเรียนเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเกณฑ์การระบุตัวละลายและตัวทำละลาย โดยอ่าน
เนื้อหาที่ต่อจากกิจกรรมที่ 2.1 ประกอบการอภิปราย จากนั้นให้นักเรียนตอบคำถามระหว่างเรียน ถ้าพบว่า
นักเรยี นยังไม่เข้าใจ ควรอธบิ ายและ ยกตัวอยา่ งเพ่ิมเติม
ขนั้ ท่ี 5 ขัน้ ประเมนิ (Evaluation) (20 นาที)
16) ครูประเมินการตอบคำถามหลังเรียน โดยใชโ้ จทย์ ปริมาณองค์ประกอบในอะมัลกัมในสาร
อุดฟนั ดังนี้
- สารใดเป็นตวั ละลาย สารใดเปน็ ตวั ทำละลาย ทราบไดอ้ ยา่ งไร
- สารละลายอื่น ๆ ในชีวิตประจำวันที่มีสถานะเป็นของแข็ง ของเหลว และแก๊ส มีอะไรบ้าง
ยกตัวอย่างและระบุว่ามีสารใดเป็นตวั ละลายและตัวทำละลาย (เฉลยแนบทา้ ยแผนการจัดการเรยี นรู้)
17. ครูอภิปรายร่วมกับนักเรียนเกี่ยวกับสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำกิจกรรม 2.1 และการตอบ
คำถามหลังเรียน เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า สารละลายเป็นสารผสมเนื้อเดียวที่ประกอบด้วยสารบรสิ ุทธิ์ตั้งแต่ 2 ชนิด
ขึ้นไป มีทั้งที่ เป็นของแข็ง ของเหลว และแก๊ส องค์ประกอบของสารละลายจำแนกเป็นตัวละลายและตัวทำ
ละลาย โดยอนุภาคของ ตัวละลายกระจายตัวอยู่ในตัวทำละลายทั้งหมดอย่างสม่ำเสมอ สารละลายจึงเป็นสาร
เนื้อเดียว สารละลายที่เกิดจาก สารที่มีสถานะต่างกัน ตัวทำละลายคือสารที่มีสถานะเหมือนกับสารละลาย
สารละลายทเ่ี กิดจากสารที่มีสถานะ เหมอื นกัน สารท่ีมีปริมาณมากทส่ี ดุ จัดเปน็ ตวั ทำละลาย ส่วนองคป์ ระกอบที่
เหลือจัดเปน็ ตัวละลาย
11. ส่ือ / แหลง่ การเรยี นรู้
11.1 สอ่ื การเรียนรู้
1) หนังสือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1
2) บัตรภาพ : ยาแก้ไอแบบน้ำเชอื่ ม น้ำหวาน และน้ำยาบ้วนปาก
3) ใบกจิ กรรม : ระบุตวั ละลายและตวั ทำละลายได้อยา่ งไร
11.2 แหล่งการเรียนรู้
1) หอ้ งปฏิบัติการวิทยาศาสตร์
12. การวัดและประเมนิ ผล
ตวั ช้ีวดั /ผลการเรียนรู้ วธิ กี ารวัด เครือ่ งมือวดั เกณฑ์ที่ใชใ้ นการประเมนิ
- คำถามหลังทำกจิ กรรม ไดไ้ มน่ ้อยกวา่ 2 คะแนน
1. อธิบายเกณฑ์ทใ่ี ช้ใน - ตรวจการตอบคำถาม จำนวน 2 ขอ้ ระดบั คุณภาพดี ถือวา่ ผ่าน
การประเมนิ ด้านความรู้
การระบุตัวละลายและ หลงั ทำกิจกรรม
ตัวทำละลายได้
(ด้านความรู้: K)
2. จำแนกตัวทำละลาย - ตรวจการตอบคำถาม - คำถามท้ายกิจกรรมท่ี 2.1 ไดไ้ ม่นอ้ ยกวา่ 2 คะแนน
และตวั ละลายใน ทา้ ยกิจกรรมที่ 2.1 ระบตุ ัวละลายและตวั ทำ ระดบั คุณภาพดี ถือว่าผา่ น
สารละลายได้ ละลายได้อย่างไร การประเมินด้านกระบวนการ
(ด้านกระบวนการ: P)
ตวั ชีว้ ดั /ผลการเรยี นรู้ วธิ ีการวัด เครือ่ งมือวัด เกณฑ์ทใ่ี ช้ในการประเมนิ
3. ใหค้ วามร่วมมือในการ - สงั เกตความร่วมมือใน - แบบสังเกตความรว่ มมือใน ไดไ้ ม่น้อยกว่า2 คะแนน
ทำกจิ กรรมร่วมกับผู้อน่ื ได้ การทำกิจกรรมของ การทำกจิ กรรมร่วมกบั ผอู้ น่ื ระดับคุณภาพดี ถือว่าผ่าน
(ดา้ นเจตคต:ิ A) นกั เรียน การประเมนิ ด้านเจตคติ
12.1 เกณฑก์ ารประเมนิ ผลงานนกั เรียน
เกณฑ์การประเมิน (Rubrics Score)
ประเด็นการประเมนิ คา่ นำ้ หนกั แนวทางการใหค้ ะแนน
คะแนน
การให้คะแนนตอบ 3 ตอบคำถามหลังทำกิจกรรมท่ี 2.1 ถูกต้อง จำนวน 2 ขอ้
คำตอบหลงั ทำกจิ กรรม 2 ตอบคำถามหลงั ทำกิจกรรมท่ี 2.1 ถูกตอ้ ง จำนวน 1 ข้อ
1 ตอบคำถามหลงั ทำกจิ กรรมท่ี 2.1 ไมถ่ ูกตอ้ ง
การให้คะแนนตอบ 3 ตอบคำถามทา้ ยกิจกรรมท่ี 2.1 ถกู ต้อง จำนวน 5-4 ข้อ
คำตอบทา้ ยกจิ กรรม 2 ตอบคำถามทา้ ยกจิ กรรมท่ี 2.1 ถกู ต้อง จำนวน 3-2 ข้อ
1 ตอบคำถามทา้ ยกจิ กรรมท่ี 2.1 ถูกต้อง จำนวน 1-0 ข้อ
ให้ความรว่ มมือในทำกิจกรรมรว่ มกบั ผู้อ่ืนตลอดทง้ั คาบเรยี น ไม่ก่อความ
3 วนุ่ วายหรือปญั หาที่รบกวนการเรียนของผู้อื่น เชน่ พดู เสยี งดังโวยวาย
ลกุ เดินไปมา หรอื ชวนผู้อนื่ คุยเล่น ขณะครูทำการสอน
ใหค้ วามรว่ มมือในทำกจิ กรรมรว่ มกบั ผ้อู ืน่ เป็นบางครัง้ ในคาบเรยี น และ
การใหค้ ะแนนความ 2 กอ่ ความวุ่นวายหรอื ปญั หาทีร่ บกวนการเรียนของผู้อืน่ เช่น พูดเสียงดงั
รว่ มมอื ในการทำกิจกรรม 1 โวยวาย ลุกเดินไปมา หรือชวนผ้อู ืน่ คยุ เลน่ ขณะครูสอน
ไมใ่ ห้ความรว่ มมือในทำกจิ กรรมรว่ มกับผอู้ น่ื ทำใหเ้ กดิ ความวุน่ วายหรอื
รว่ มกบั ผู้อื่น ปัญหาทีร่ บกวนการเรียนของผ้อู ื่น เช่น พดู เสยี งดงั โวยวาย ลกุ เดินไปมา
หรือ ชวนผู้อ่ืนคยุ เล่น ขณะครูทำการสอน
12.2 ระดับคุณภาพ (โดยนำคะแนนรวมทุกดา้ น K P A แล้วหาค่าเฉลย่ี )
คะแนนรวมเฉลี่ย 3.00 หมายถงึ ดีมาก
คะแนนรวมเฉล่ีย 2.00 - 2.99 หมายถงึ ดี
คะแนนรวมเฉล่ีย 0.01 - 1.99 หมายถงึ พอใช้
ดงั นน้ั นกั เรยี นตอ้ งได้คะแนนเฉลีย่ ทกุ ประเด็นการประเมนิ ไมต่ ำ่ กว่า 2.00 คะแนน แสดง
ระดับคุณภาพดี ถือวา่ ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ในแผนการจัดการเรียนที่ 2
ความคิดเหน็ ของผู้บังคับบญั ชา หรอื ผู้ท่ไี ด้รับมอบหมายก่อนสอน
1. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี
ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรบั ปรงุ
2. การจดั กิจกรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
เน้นผู้เรยี นเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
มคี วามสอดคล้องของมาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชี้วัด
เนน้ กระบวนการเรียนรู้แบบ Active learning
ลงช่ือ..................................................................
(นางสาวพัชรนิ ทรด์ า นาคพล)
ตำแหนง่ ผอู้ ำนวยการโรงเรียนวดั ชอ่ งเป่ยี มราษฎร์
บนั ทึกผลหลังการจดั การเรียนรู้
1) ผลการเรียนรู้ จำนวนนักเรยี นทัง้ หมด.......................................คน
1.1) ผ้เู รยี นทีผ่ ่านตัวช้วี ัด มจี ำนวน ........................ คน คิดเป็นรอ้ ยละ ............................
1.2) ผ้เู รยี นที่ไมผ่ า่ นตวั ชว้ี ัด มจี ำนวน ....................... คน คดิ เป็นรอ้ ยละ ............................
สาเหตุ
........................................................................ .................................................................................................. .......
............................................................................................................................. ....................................................
แนวทางแกป้ ญั หา
................................................................................................................................................................ .................
............................................................................................ .....................................................................................
1.3) ผู้เรียนไดร้ ับความรู้ (K)
.............................................................................................. ...................................................... .............................
............................................................................................................................. ....................................................
....................................................................................................................................................................... ..........
1.4) ผูเ้ รียนเกดิ ทกั ษะกระบวนการ (P)
.................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
............................................................................................................................. ....................................................
1.5) ผู้เรียนมคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม (A)
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
2) ปัญหา อปุ สรรค (ถา้ มี)
.............................................................................................. ...................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
3) ข้อเสนอแนะ (ถ้าม)ี
.............................................................................................. ...................................................................................
.......................................................................................................................................................................... .......
ลงช่ือ ....................................... ผสู้ อน
(นางสาวรชั นก มชี ขู นั ธ์)
ตำแหนง่ ครูโรงเรียนวดั ช่องเป่ียมราษฎร์
ความคดิ เหน็ /ขอ้ เสนอแนะของผบู้ ริหารหลังสอน
..................................................................................................................... ........................................................
........................................................................................................................... ..................................................
.................................................................................. ...........................................................................................
ลงชื่อ................................................................
(นางสาวพัชรนิ ทรด์ า นาคพล)
ตำแหนง่ ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนวดั ช่องเปี่ยมราษฎร์
บตั รภาพ
บตั รภาพแสดง ยาแก้ไอแบบนำ้ เช่ือม นำ้ หวาน และน้ำยาบว้ นปาก
ยาแก้ไอแบบนำ้ เชื่อม
(อา้ งองิ จาก:
http://www.insacompany
.com/ilac/)
นำ้ หวาน
(อ้างอิงจาก:
https://kinkhaokinplakan.blogsp
ot.com/2016/02/)
น้ำยาบว้ นปาก
(อา้ งองิ จาก:
https://www.sanook.com/health
/7493/)
กจิ กรรมท่ี 2.1 ใบกิจกรรมท่ี 2.1 ระบตุ ัวละลายและตัวทำละลายได้อย่างไร
จดุ ประสงค์
วสั ดอุ ุปกรณ์ ระบตุ ัวละลายและตัวทำละลายได้อยา่ งไร?
วเิ คราะห์ข้อมูลและอภปิ รายเกณฑ์ทใ่ี ช้ในการระบุตวั ละลายและตัวทำละลาย
วิธดี ำเนนิ กจิ กรรม หนังสือเรยี นรายวิชาพืน้ ฐานวิทยาศาสตร์ ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 2 เลม่ 1 ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560) สสวท.
กระทรวงศึกษาธกิ าร หน้า 14 - 15
1. วิเคราะห์สถานะและปรมิ าณเป็นรอ้ ยละขององค์ประกอบแตล่ ะชนดิ ของ
สารละลายในตารางต่อไปน้ี เพ่อื อธิบายเกณฑท์ ี่ใช้ในการระบุวา่ องค์ประกอบใด
เป็นตวั ละลายหรือตัวทำละลาย
ตาราง ขอ้ มูลองคป์ ระกอบของสารละลายแต่ละชนดิ
สารละลาย องคป์ ระกอบของสารละลาย
ตัวทำละลาย ตวั ละลาย
นำ้ หวาน (ของเหลว) นำ้ (ของเหลว) รอ้ ยละ 86 นำ้ ตาลทราย (ของแขง็ ) ร้อยละ 12
สารปรงุ แตง่ (ของแขง็ ) ร้อยละ 2
นำ้ เชอื่ มเมเปล้ิ * (ของเหลว) นำ้ (ของเหลว) ร้อยละ 33 นำ้ ตาลทราย (ของแขง็ ) ร้อยละ 60
น้ำตาลอื่น ๆ (ของแขง็ ) ร้อยละ 7
น้ำโซดา (ของเหลว) นำ้ (ของเหลว) ร้อยละ 99.5 แกส็ คาร์บอนไดออกไซด์ (แก็ส)
ร้อยละ 0.5
ทอง 18 เค หรอื ทองชมพู ทองคำ (ของแขง็ ) ร้อยละ 75 ทองแดง (ของแขง็ ) ร้อยละ 16
(pink gold) (ของแข็ง) เงนิ (ของแข็ง) ร้อยละ 9
น้ำสม้ สายชู (ของเหลว) น้ำ (ของเหลว) ร้อยละ 95 กรดน้ำสม้ (ของเหลว) ร้อยละ 5
อากาศ (แก็ส) ไนโตรเจน (แก็ส) ร้อยละ 78 ออกซิเจน (แก็ส) ร้อยละ 21
อาร์กอน (แก็ส) รอ้ ยละ 0.93
คารบ์ อนไดออกไซด์ (แกส็ )
รอ้ ยละ 0.03
แกส็ อน่ื ๆ (แกส็ ) ร้อยละ 0.04
* นำ้ เชื่อมจากต้นเมเบล้ิ ไดจ้ ากการนำของเหลวที่อยใู่ นท่อไซเลมจากลำตน้ ของตน้ เมเบ้ิล มาเค่ยี วจนไดเ้ ปน็
นำ้ เช่อื มน้ำตาลที่อยู่ในนำ้ เช่ือมเมเปิล้ ส่วนใหญเ่ ป็นน้ำตาลทราย
คำถามท้ายกจิ กรรม
1. การระบตุ ัวละลายและตวั ทำละลายในสารละลายน้ำหวาน น้ำเชือ่ มเมเป้ิล นำ้ โซดา มีเกณฑ์อยา่ งไร
............................................................................................................................. ..................................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. การระบตุ วั ละลายและตวั ทำละลายในสารละลายทอง 18 เค น้ำสม้ สายชู และอากาศ มีเกณฑอ์ ย่างไร
............................................................................................................................. ..................................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ถ้าองคป์ ระกอบในสารละลายมสี ถานะต่างกนั จะมีเกณฑ์อยา่ งไรในการระบุวา่ สารใดเป็นตวั ละลายหรือ
ตวั ทำละลาย
............................................................................................................................. ..................................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. ถ้าองคป์ ระกอบในสารละลายมสี ถานะเหมือนกนั จะมีเกณฑ์อย่างไรในการระบุวา่ สารใดเปน็ ตัวละลาย
หรือตวั ทำละลาย
.................................................................... .......................................................................................... .
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5. จากกิจกรรม สรุปไดว้ า่ อยา่ งไร
....................................................................................................................................... ........................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
เฉลยใบกิจกรรมที่ 2.1 ระบุตัวละลายและตัวทำละลายได้อย่างไร
คำถามทา้ ยกิจกรรม
1. การระบุตวั ละลายและตัวทำละลายในสารละลายนำ้ หวาน น้ำเชือ่ มเมเป้ิล น้ำโซดา มเี กณฑ์อย่างไร
สถานะของสาร
2. การระบุตวั ละลายและตวั ทำละลายในสารละลายทอง 18 เค น้ำสม้ สายชู และอากาศ มีเกณฑ์อยา่ งไร
ปรมิ าณของสาร
3. ถ้าองค์ประกอบในสารละลายมสี ถานะต่างกนั จะมเี กณฑ์อยา่ งไรในการระบุว่าสารใดเปน็ ตัวละลายหรือ
ตัวทำละลาย
ถา้ สารละลาย ประกอบดว้ ยสารต่างสถานะกัน ใหใ้ ชต้ ัวทำละลายมสี ถานะเดียวกันกบั สารละลาย
4. ถ้าองคป์ ระกอบในสารละลายมีสถานะเหมือนกัน จะมีเกณฑ์อย่างไรในการระบวุ า่ สารใดเป็นตวั ละลาย
หรอื ตัวทำละลาย
ถ้าสารละลาย ประกอบดว้ ยสารทม่ี สี ถานะเหมือนกัน สารที่มีปริมาณมากกว่าจดั เปน็ ตวั ทำละลาย
สว่ นองคป์ ระกอบท่เี หลือ จดั เป็นตัวละลาย
5. จากกิจกรรม สรุปไดว้ า่ อยา่ งไร
ในการระบุตัวละลายหรือตัวทำละลายในสารละลาย พิจารณาจากสถานะและปริมาณของสาร
องค์ประกอบในสารละลาย สารละลายที่ประกอบด้วยสารที่มีสถานะต่างกัน สารที่มีสถานะเหมือนกับ
สารละลาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสารที่มีปริมาณ มากที่สุดจัดเป็นตัวทำละลาย (solvent) ส่วนสารละลายท่ี
ประกอบด้วยสารที่มีสถานะเดียวกัน สารที่มีปริมาณมาก ที่สุดจัดเป็นตัวทำละลาย สารอื่น ๆ ที่เหลือจัดเป็น
ตัวละลาย (solute)
เฉลยกิจกรรมทบทวนความรู้กอ่ นเรยี น
เขยี นเครื่องหมาย ✓ หนา้ ขอ้ ความทถ่ี กู ตอ้ ง และเขยี นเครื่องหมาย ✕ หนา้ ข้อความที่ไมถ่ ูกต้อง
สารละลายมที งั้ ท่ีเป็นสารเน้ือเดยี วและสารเน้ือผสม
ไมถ่ กู ต้อง เพราะสารละลายเป็นสารเนอื้ เดียวเสมอ
สาร 2 ชนิดเม่ือผสมเป็นเน้อื เดียวกันแสดงวา่ เกิดการละลายกนั
ไม่ถกู ต้อง เพราะสาร 2 ชนิดเม่อื ผสมเป็นเนอ้ื เดียวกันอาจไมเ่ กดิ การละลาย แตเ่ กดิ
ปฏกิ ิรยิ าเคมีได้
น้ำแขง็ เม่ือเปลย่ี นเปน็ นำ้ แสดงว่ามกี ารละลายเกิดข้นึ
ไม่ถูกต้อง เพราะน้ำแข็งเปลี่ยนเป็นน้ำ เป็นการเปลี่ยนสถานะจากของแข็งเป็นของเหลว
เรยี กวา่ การหลอมเหลว
เฉลยคำถามหลังเรียน
โจทย์ ปรมิ าณองค์ประกอบในอะมลั กัมในสารอุดฟัน ดังนี้
1. สารใดเปน็ ตวั ละลาย สารใดเปน็ ตัวทำละลาย ทราบได้อย่างไร
แนวคำตอบ อะมัลกัมอุดฟัน (ของแข็ง) มีเงิน (ของแข็ง) เป็นตัวทำละลาย มีปรอท (ของเหลว) ดีบุก
(ของแข็ง) ทองแดง (ของแข็ง) และของแข็งอื่น ๆ เป็นตัวละลาย โดยพิจารณาจากสถานะของอะมัลกัมอุดฟัน
ซึ่งเป็นสารละลายที่มีสถานะเป็นของแข็ง เงินซึ่งมีสถานะเดียวกับอะมัลกัมอุดฟันและเป็นของแข็งที่มีปริมาณ
มากทสี่ ดุ จัดเปน็ ตัวทำละลาย ส่วนสารอื่น ๆ จดั เปน็ ตวั ละลาย
2. สารละลายอื่น ๆ ในชีวิตประจำวันที่มีสถานะเป็นของแข็ง ของเหลว และแก๊ส มีอะไรบ้าง ยกตัวอย่าง
และระบุว่ามสี ารใดเปน็ ตัวละลายและตัวทำละลาย
แนวคำตอบ ตัวอย่างสารละลายอ่ืน ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น
สารละลายที่มีสถานะเป็นของแข็ง เช่น ทองเหลืองชนิดหนึ่ง ประกอบด้วยทองแดงกับสังกะสี
ในอัตราส่วนโดยมวลของทองแดง : สังกะสี เท่ากับ 5 : 95 โดยสังกะสีเป็นตัวทำละลาย ทองแดงเป็นตัวละลาย
(ทองเหลืองชนิดอื่นอาจมีอัตราส่วนโดยมวลของทองแดง : สังกะสีต่างจากนี้ ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งาน)
สารละลายที่มีสถานะเป็นของเหลว เช่น แอลกอฮอล์ล้างแผล ประกอบด้วยไอโซโพรพิล
แอลกอฮอล์และนำ้ ในอัตราสว่ นโดยปริมาตรของไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ : น้ำ เท่ากับ 70 : 30 โดยไอโซโพรพิล
แอลกอฮอลเ์ ปน็ ตวั ทำละลาย และน้ำเป็นตวั ละลาย
สารละลายที่มีสถานะเป็นแก๊ส เช่น แก๊สหุงต้ม ประกอบด้วยแก๊สโพรเพนและบิวเทนใน
อัตราส่วนโดยปริมาตรของโพรเพน : บิวเทน เท่ากับ 70 : 30 โดยโพรเพนเป็นตัวทำละลายและบิวเทนเป็น
ตวั ละลาย
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 3
กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2
รหสั วิชา ว22101 ภาคเรยี นท่ี 1
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 2 สารละลาย เรื่อง สารละลายอ่ิมตัว
รวม 2 ช่ัวโมง
สอนวนั ท่ี..............................เดอื น..............................พ.ศ.............
1. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
สารละลายที่ตัวละลายไม่สามารถละลายในตัวทำละลายได้อีก ที่อุณหภูมิหนึ่ง ๆ เรียกว่า สารละลาย
อ่มิ ตวั สภาพละลายไดข้ องสารในตวั ทำละลาย เป็นคา่ ทีบ่ อกปริมาณของสารทลี่ ะลายไดใ้ นตัวทำละลาย100กรัม
จนได้สารละลายอิ่มตัว ณ อุณหภูมิและความดันหนึ่ง ๆ สารชนิดหนึ่ง ๆ มีสภาพละลายได้แตกต่างกันในตัวทำ
ละลายทแ่ี ตกตา่ งกนั และสารตา่ งชนิดกันมสี ภาพละลายไดใ้ นตัวทำละลายหนึ่ง ๆ ไม่เท่ากัน
2. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชี้วัด
ว 2.1 ม.2/4 ออกแบบการทดลองและทดลองในการอธิบายผลของชนดิ ตัวละลาย ชนดิ ตัวทำละลาย
อุณหภมู ทิ ี่มตี ่อสภาพละลายได้ของสาร รวมท้งั อธบิ ายผลของความดันทม่ี ตี ่อสภาพละลายได้ของสาร โดยใช้
สารสนเทศ
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ นกั เรียนสามารถอธบิ ายลกั ษณะการละลายของสารได้
3.1 ดา้ นความรู้ (K) นกั เรยี นมีทักษะการจดั กระทำและสอ่ื ความหมายข้อมูลตารางบันทกึ การทดลอง
3.2 ดา้ นทกั ษะ (P) เรอื่ ง สารละลายอิ่มตวั คืออะไรได้
นักเรียนให้ความร่วมมอื ในการทำกจิ กรรมรว่ มกับผอู้ นื่ ได้
3.3 ด้านเจตคติ (A)
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
4.1 ความรู้
สภาพการละลายได้ (solubility) หมายถึง ความสามารถในการละลายได้ของตัวทำละลายจนอิ่มตัว
ซึ่งนอกจากจะขึ้นอยู่กับชนิดของตัวละลายและตัวทำละลายแล้วยังขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมอื่นๆ อีก ได้แก่
อณุ หภูมิ และความดัน เชน่ สภาพการละลายของโซเดยี มคลอไรดใ์ นน้ำ 100 กรัม ณ อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส
เท่ากับ 36.0 กรัม แตถ่ า้ เพ่ิมอุณหภมู ิเปน็ 60 องศาเซลเซียส สภาพการละลายจะเปล่ียนไปคือ ละลายได้เพ่ิมข้ึน
เป็น 37.3 กรัม ส่วนการละลายของแกส๊ จะละลายได้มากขึ้นถ้าอุณหภูมิลดลงและความดนั เพิ่มมากขน้ึ เช่น การ
ละลายของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในน้ำอัดลม
ความสามารถในการละลายของสาร ณ อุณหภูมิเดียวกัน สารแต่ละชนิดละลายไม่เท่ากัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่
กบั ปัจจัยดงั นค้ี ือ 1) ชนดิ ของตวั ทำละลาย 2) ชนดิ ของตัวถูกละลาย 3) ความดัน ในกรณีทต่ี ัวถกู ละลายมีสถานะ
เป็นก๊าซ ถ้าความดันเพิ่มจะละลายได้มากขึ้น และ 4) อุณหภูมิความสามารถในการละลายของสารบางชนิด
เพิ่มขึ้น เมื่ออุณหภูมิเพิ่ม แต่บางชนิดละลายได้น้อยลง (ตกตะกอนผลึกออกมา) เมื่ออุณหภูมิเพิ่ม ดังกราฟ
ปรมิ าณตัวถกู ละลายกบั อณุ หภูมิ
การละลายได้ (solubility) ในสารละลายของเหลว ที่อุณหภูมิหนึ่งๆ ปริมาณของตัวถูกละลายที่สามารถละลาย
ในตัวทำละลายได้ จะมีปริมาณจำกัด โดยเรียกสารละลายที่ตัวถูกละลายไม่สามารถละลายเพิ่มได้อีกว่ า
สารละลายอิ่มตวั (saturated solution)
โดยปริมาณของตัวถูกละลายที่ละลายได้ในสารละลายอิ่มตัว ณ ที่อุณหภูมิหนึ่ง ๆ เรียกว่า การละลายได้
(solubility) เช่น เกลือแกง (NaCl) ละลายในน้ำ 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร ที่อุณหภูมิ 100 oC สามารถละลาย
ได้ 39.1 กรัม แต่ถา้ ใสเ่ กลอื ไปมากกว่านี้ สว่ นที่เหลอื ก็จะไม่ละลายในสารละลายที่อิ่มตัว ตวั ถูกละลายจะมีอัตรา
การละลายจะเท่ากับอตั ราการกลับคนื มาเปน็ ของแข็ง เพราะฉะนนั้ ความเขม้ ขน้ ของสารละลายของสารละลายท่ี
อิม่ ตัวจะคงที่ ตวั ถูกละลายทีไ่ มส่ ามารถละลายจะไมท่ ำให้ความเขม้ ข้นของสารละลายเปลย่ี นแปลงแต่อย่างใด ถา้
ตัวทำละลายเป็นน้ำ โดยทั่วไปนิยมบอกหน่วย หรือปริมาณของการละลายได้ของตัวถูกละลายเป็นกรัม (g) ใน
ตัวทำละลายน้ำ 100 กรัม นอกจากนั้น การละลายได้ของตัวถูกละลายจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น
ธรรมชาติของตวั ทำละลายและตัวถูกละลาย อุณหภมู ิ และความดัน เป็นตน้
(อา้ งองิ ข้อมูลจาก: เวบ็ ไซด์คลงั ความรู้ SciMath สถาบันสง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร https://www.scimath.org/lesson-chemistry/item/7178-solubility)
4.2 ทกั ษะ/กระบวนการ
- การสงั เกต
- การสำรวจ
- การเปรียบเทยี บ
- การอธิบาย
- การสบื คน้ ขอ้ มูลและการอภิปราย
- กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
4.3 เจตคติ
- ความอยากรู้อยากเห็น
- ความมีเหตุผล
- ความพยายามมุม่ มน่ั
- ความรับผิดชอบ
- ความรว่ มมือชว่ ยเหลือ
- ความสรา้ งสรรค์
สาระการเรียนร้ทู อ้ งถ่นิ
-
5. ทักษะผูเ้ รยี นในศตวรรษที่ 21 (3Rs 8Cs 2Ls)
5.1 ทกั ษะในสาระวิชาหลกั (3Rs)
5.1.1 (R) Reading (อา่ น)
5.1.2 (W) Riting (เขียน)
5.1.2 (A) Rithemetics (คณิตฯ)
5.2 ทกั ษะการเรียนรู้และนวัตกรรม (8Cs)
5.2.1 Critical Thinking and Problem Solving
(การคดิ วจิ ารณญาณ และแก้ปญั หา)
5.2.2 Creativity and Innovation (การสรา้ งสรรค์ และนวตั กรรม)
5.2.3 Cross-cultural Understanding (ความเขา้ ใจความต่างวัฒนธรรม)
5.2.4 Collaboration, Teamwork and Leadership
(การทางานเปน็ ทมี ภาวะผู้นา)
5.2.5 Communications, Information, and Media Literacy
(การสื่อสารสารสนเทศ)
5.2.6 Computing and ICT Literacy (ทักษะดา้ นคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลย)ี
5.2.7 Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชีพ และการเรียนร้)ู
5.2.8 Compassion (คณุ ธรรม เมตตา กรุณา ระเบยี บวินยั )
6. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น 2) ทักษะการสำรวจค้นหา
6.1 ความสามารถในการส่ือสาร 4) ทกั ษะการเช่ือมโยง
6.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการสงั เกต
3) ทักษะการวเิ คราะห์
6.3 ความสามารถในการแกป้ ัญหา
6.4 ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
7. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
7.1 รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
7.2 ซือ่ สัตย์สจุ รติ
7.3 มีวินยั
7.4 ใฝเ่ รียนรู้
7.5 อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
7.6 มงุ่ มั่นในการทำงาน
7.7 รักความเป็นไทย
7.8 มจี ิตสาธารณะ
8. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
8.1 กจิ กรรม 2.2 สารละลายอ่มิ ตัวคืออะไร
9. สอดคล้องมาตรฐานเพื่อการประกนั คุณภาพภายใน
มาตรฐานท่ี 1 คณุ ภาพของผู้เรียน
มาตรฐานท่ี 1 คุณภาพของผู้เรยี น
1.1 ผลสมั ฤทธ์ทิ างวิชาการของผู้เรียน
1) มีความสามารถในการอ่าน การเขยี น การส่ือสาร และการคิดคำนวณ
2) มคี วามสามารถในการคดิ วิเคราะห์ คดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ อภิปรายแลกเปลย่ี นความ
คิดเหน็ และแกป้ ญั หา
3) มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม
4) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร
5) มีผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนตามหลกั สตู รสถานศึกษา
6) มีความรู้ ทักษะพน้ื ฐาน และเจตคติท่ีดีตอ่ งานอาชีพ
1.2 คณุ ลักษณะทพี่ ึงประสงค์ของผเู้ รียน
1) การมีคุณลักษณะและค่านิยมทีด่ ตี ามท่ีสถานศกึ ษากำหนด
2) ความภมู ิใจในท้องถ่ินและความเป็นไทย
3) การยอมรับที่จะอยรู่ วมกันบนความแตกตา่ งและหลากหลาย
4) สุขภาวะ ทางร่างกาย และจิตสงั คม
มาตรฐานท่ี 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เนน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคัญ
3.1 จดั การเรยี นรู้ผ่านกระบวนการคิดและปฏบิ ตั จิ รงิ และสามารถนำไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตได้
3.2 ใชส้ อื่ เทคโนโลยสี ารสนเทศ และแหลง่ เรยี นรู้ที่เอ้ือต่อการเรียนรู้
3.3 มกี ารบรหิ ารจดั การชน้ั เรยี นเชิงบวก
3.4 ตรวจสอบและประเมินผเู้ รียนอยา่ งเปน็ ระบบ และนำผลมาพฒั นาผ้เู รียน
3.5 มีการแลกเปลยี่ นเรยี นรแู้ ละให้ข้อมลู สะท้อนกลับเพื่อพัฒนาและปรบั ปรงุ การจดั การเรียนรู้
10. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ใช้รปู แบบการจดั การเรยี นการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Cycles: 5Es) (2 ชว่ั โมง; 120นาท)ี
ขน้ั ท่ี 1 กระตุ้นความสนใจ (Engagement) (20 นาที)
1) ครูสร้างความสนใจแก่นักเรียนโดยแสดงบัตรภาพ หรือเล่าเหตุการณ์เกี่ยวกับสารละลาย
อิ่มตัว เพื่อให้นักเรียนพิจารณา เช่น การเตรียมน้ำเชื่อม การทำผลไม้เชื่อม ผลไม้แช่อิ่มในท้องถิ่นของนักเรียน
การนำผลไม้เชือ่ มไปแช่เย็นแลว้ พบวา่ มีเกลด็ น้ำตาลเกดิ ข้นึ ครูอาจใช้ คำถามวา่ ปรากฏการณน์ เี้ กดิ ขึ้นได้อย่างไร
มีปัจจัยอะไรบา้ งที่เกีย่ วข้อง หรอื ถ้าตอ้ งการทำน้ำเช่ือมให้เข้มข้นมาก ๆ จะทำไดอ้ ยา่ งไร
2) ให้นักเรียนดูภาพนำเรื่อง (หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
เล่ม 1 หน้า 17) ซ่ึงเปน็ ภาพนำ้ เช่ือม อา่ นเน้ือหานำเรือ่ งทเี่ กีย่ วกับการเตรียมนำ้ เชอ่ื ม และอา่ นคำสำคญั
3) นักเรียนตอบคำถามกิจกรรมทบทวนความรกู้ ่อนเรยี น จำนวน 3 ข้อ
- สารละลายเกดิ จากสาร 2 ชนิดขึ้นไปละลายเข้าดว้ ยกนั ในอัตราส่วนผสมตา่ ง ๆ
- สารละลายทม่ี สี ถานะเปน็ ของเหลวจะมีนำ้ เป็นตวั ทำละลาย
- สารละลายทม่ี ีสถานะเป็นแก๊ส แกส๊ ทมี่ ปี รมิ าณมากทีส่ ดุ เป็นตวั ทำละลาย
(เฉลยแนบท้ายแผนการจัดการเรยี นรู้)
4) ครูตรวจสอบความรู้เดิมของนักเรียนเกี่ยวกับสภาพละลายได้และปัจจัยที่มีผลต่อสภาพ
ละลายได้ โดยตั้งประเด็นคำถามว่า นักเรียนคนหนึ่งละลายเกลือแกงในน้ำ พบว่ามีเกลือแกงบางส่วนไม่ละลาย
ถ้าต้องการให้เกลือแกงละลายหมดควรทำอย่างไร (นักเรียนตอบคำถามตามความเข้าใจ) โดยครูจะไม่เฉลย
คำตอบ โดยครูนำข้อมูลจากความรเู้ ดิมของนกั เรียนนไ้ี ปใช้ในการวางการทำกจิ กรรมเพ่ือทดสอบความเข้าใจ
ขนั้ ท่ี 2 ขนั้ สำรวจและคน้ หา (Exploration) (40 นาที)
5) ครูนำเขา้ สู่กิจกรรม 2.2 สารละลายอม่ิ ตวั คืออะไร โดยใชป้ ระเด็นคำถามสร้างความสนใจว่า
ถ้าละลายตัวละลายจำนวนมากในน้ำ แล้วตัวละลายจะละลายหมดหรือไม่ เพราะเหตุใด (นักเรียนตอบคำถาม
ตามความเขา้ ใจ)
6) นกั เรยี นอา่ นช่ือกจิ กรรม จดุ ประสงค์ และวิธดี ำเนนิ กิจกรรม และตรวจสอบความเข้าใจการ
อา่ นโดยใช้ประเดน็ คำถาม ดังต่อไปนี้
- กิจกรรมนีเ้ ก่ียวกับเร่อื งอะไร (สารละลายอมิ่ ตวั )
- กจิ กรรมน้ีมีจดุ ประสงค์อะไร (สงั เกตและบรรยายการละลายของสาร)
- วิธีดำเนินกจิ กรรมมีขน้ั ตอนโดยสรุปอย่างไร (เติมโซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนตคร้ังละ 1 ช้อน
เบอรห์ นึง่ ลงใน น้ำ 20 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร ใชแ้ ท่งแก้วคนจนละลายหมด และเตมิ เพ่มิ ลงไปทีละช้อนจนโซเดียม
ไฮโดรเจน คาร์บอเนตเริ่มละลายไม่หมด สังเกตและบันทึกจำนวนช้อนของโซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนตที่ใช้
ทั้งหมด)
- ครูแนะนำการตวงสารด้วยช้อนตักสารที่ถูกต้อง โดยใช้ช้อนตักสารขึ้นมา จากนั้นปาดสารให้
เสมอกับ ขอบชอ้ นโดยไม่ออกแรงกดดว้ ยด้ามชอ้ นตักสารอีกคนั หน่งึ
- ครูเน้นให้นักเรียนใช้แท่งแก้วคนของเหลวในบีกเกอร์จนโซเดียมไฮโดรเจนคารบ์ อเนตละลาย
สังเกตการเปลี่ยนแปลงแล้วจึงเติมลงไปอีกทีละช้อน เมื่อสังเกตเห็นสารละลายเหลืออยู่จึงหยุดเติม (ครูควรแจ้ง
นักเรียนให้ทราบว่าปริมาณสารที่จัดให้เพียงพอต่อการทำกิจกรรมแล้ว ไม่สามารถขอเพิ่มได้อีก เพื่อให้นักเรียน
ตระหนกั ถึงความรับผดิ ชอบตอ่ สิง่ แวดลอ้ ม)
- ข้อควรระวังในการทำกิจกรรมมีอะไรบ้าง (ละลายโซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนตจนหมดก่อน
แล้วจึงเติมตัวละลายเพิ่มลงไปอีกทีละช้อนจนเริ่มละลายไม่หมด จึงหยุดเติมตัวละลาย และหากมีสารเหลือ
ห้ามเทสารกลบั ลงในขวดสารเคมี)
- นักเรียนต้องสังเกตหรือรวบรวมอะไรบ้าง (สังเกตการละลายของโซเดียมไฮโดรเจน
คารบ์ อเนตในนำ้ และบนั ทกึ จำนวนชอ้ นของโซเดยี มไฮโดรเจนคารบ์ อเนตทีใ่ ช้ทงั้ หมด)
7) นักเรียนแตล่ ะกลุ่มลงมือทำกิจกรรม โดยครเู ดนิ สังเกตการณ์ทำกจิ กรรมของนักเรียน พร้อม
ให้คำแนะนำกรณีนกั เรียนมีข้อสงสัยในประเด็นต่าง ๆ เช่น วิธีการสังเกตว่าโซเดยี มไฮโดรเจนคารบ์ อเนตละลาย
หมดหรือยัง วิธีนับจำนวนช้อนที่ตวงโซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนตทั้งหมด โดยเริ่มนับตั้งแต่ช้อนแรกที่เติมลงไป
ใช้แท่งแก้วคนจนละลายหมดแล้ว จึงเติมช้อนที่สอง ทำซ้ำจนกระทั่งสารไม่ละลาย นับจำนวนช้อนเฉพาะที่
สารละลายจนหมดโดยไมต่ ้องนบั ช้อนสดุ ท้ายที่ละลายไม่หมด
ขน้ั ที่ 3 ขัน้ อธบิ ายและลงข้อสรปุ (Explanation) (30 นาที)
8) นักเรียนนำเสนอข้อมูลผลการทำกิจกรรม โดยออกแบบตารางบันทึกผลการทดลอง และ
บันทึกข้อมูลที่ได้จากการทดลองลงในตารางที่ออกแบบ และร่วมกันภายในกลุ่มตรวจสอบผล อภิปราย ผลการ
ทดลอง และหาสาเหตุที่ทำให้ผลการทำกิจกรรมคลาดเคลื่อน เช่น การตักสาร การเติมสารในขณะที่ยังละลาย
ไมห่ มด และตอบคำถามท้ายกิจกรรม (เฉลยแนบท้ายแผนการจดั การเรียนรู้)
9) ครูใช้คำถามท้ายกิจกรรม เป็นแนวทางเพื่อให้ได้ข้อสรุปจากกิจกรรมว่า เมื่อเติมโซเดียม
ไฮโดรเจนคาร์บอเนตซึ่งเป็นของแข็งสีขาวลงในน้ำ ใช้แท่งแก้วคน สารจะละลายจนหมด แสดงว่า โซเดียม
ไฮโดรเจนคาร์บอเนตละลายน้ำได้ เมื่อเติมโซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนตลงไปเรื่อย ๆ จะพบว่าสารละลายได้ช้า
ลง จนกระทั่งมีโซเดียมไฮโดรเจนคารบ์ อเนตเหลืออยู่ทีก่ ้นบีกเกอร์ แสดงว่าโซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนตละลาย
ไม่หมด เรียกสารละลายท่ีตัวละลายไม่สามารถละลายได้หมดในตัวทำละลายปรมิ าณหน่ึง ๆ ว่า สารละลายอ่ิมตวั
ขัน้ ที่ 4 ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) (40 นาที)
10) 4. ใหน้ กั เรยี นเรยี นรเู้ พ่มิ เติม จากน้นั ร่วมกันอภิปราย เพื่อให้ได้ข้อสรปุ วา่ สารละลายอ่ิมตัว
(saturated solution) เป็นสารละลายที่ตัวละลายไม่สามารถละลายได้หมด โดยปริมาณมากที่สุดของ
ตัวละลายที่สามารถละลายได้ในตัวทำละลายจำนวนหนึ่ง เรียกว่า สภาพละลายได้ของสาร ( solubility)
โดยทั่วไป สภาพละลายได้ของสารในน้ำมีหน่วยเป็น กรัมของ สารต่อน้ำ 100 กรัม (g/100 g water) นอกจากน้ี
อาจพบเหน็ ในหนว่ ยอน่ื ได้ เชน่ กรัมตอ่ ลติ ร
12) ให้นักเรียนเรียนร้เู พม่ิ เติม โดยอภิปรายร่วมกันเกี่ยวกบั สารละลายอม่ิ ตวั โดยใชต้ าราง 2.1
สภาพละลายได้ของสารบางชนิดในนำ้ 100 กรัมที่อณุ หภูมิ 20 องศาเซลเซียส
ขั้นที่ 5 ข้ันประเมนิ (Evaluation) (50 นาที)
13) ครูประเมินการเรียนรู้ของนักเรียนเรื่องสภาพละลายได้ โดยให้นักเรียนตอบคำถามหลัง
เรียนในหนังสือเรียน จำนวน 2 ข้อ (เฉลยแนบท้ายแผนการจัดการเรียนรู้) จากนั้นร่วมกันอภิปรายเพื่อให้ได้
ข้อสรุปว่า สภาพละลายได้ของสารแต่ละชนิดในน้ำ 100 กรัมที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส มีค่าไม่เท่ากัน และ
ถ้านำสารปริมาณมากกว่าสภาพละลายได้มาละลายในน้ำ 100 กรัมที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส จะมีสารส่วน
หนึ่งไม่ละลาย โดยสังเกตว่า ตาราง 2.1 ระบุอุณหภูมิกบั สภาพละลายได้ของสารในนำ้ ไว้ แสดงว่า อุณหภูมิมีผล
ตอ่ สภาพละลายได้ของสาร
11. ส่ือ / แหลง่ การเรยี นรู้
11.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรียนวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1
2) บตั รภาพ : การเตรยี มนำ้ เชอื่ ม การทำผลไม้เช่ือม ผลไม้แชอ่ ิม่
3) ใบกิจกรรม : สารละลายอ่ิมตวั คอื อะไร
4) วัสดอุ ปุ กรณ์การทดลอง : โซเดยี มไฮโดรเจนคาร์บอเนต, นำ้ กลัน่ ,
บีกเกอรข์ นาด 50 cm3, ชอ้ นตักสารเบอรห์ นงึ่ , แท่งแก้วคนสาร
11.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) ห้องปฏบิ ัติการวิทยาศาสตร์
12. การวัดและประเมินผล
ตวั ช้ีวดั /ผลการเรียนรู้ วธิ ีการวดั เครอ่ื งมอื วัด เกณฑ์ทใ่ี ช้ในการประเมิน
- คำถามท้ายกจิ กรรมท่ี 2.2 ไดไ้ มน่ ้อยกวา่ 2 คะแนน
1. อธิบายลกั ษณะการ - ตรวจการตอบคำถาม จำนวน 4 ข้อ และ คำถาม ระดบั คุณภาพดี ถือว่าผ่าน
หลังเรียน จำนวน 2 ข้อ การประเมินดา้ นความรู้
ละลายของสารได้ ท้ายกจิ กรรมท่ี 2.2 และ รวมท้งั หมด 6 ข้อ
- แบบประเมินการจัด ได้ไมน่ ้อยกวา่ 2 คะแนน
(ดา้ นความรู้: K) คำถามหลงั เรยี น กระทำและสื่อความหมาย ระดบั คุณภาพดี ถือว่าผ่าน
ตารางบนั ทกึ ผลการทดลอง การประเมินดา้ นกระบวนการ
2. ทกั ษะการจัดกระทำ - ตรวจการออกแบบ
และสื่อความหมายข้อมูล ตารางบันทกึ ผลการ
(ด้านกระบวนการ: P) ทดลอง เร่อื ง สารละลาย
อิ่มตัวคืออะไรได้
3. ให้ความร่วมมอื ในการ - สังเกตความรว่ มมือใน - แบบสังเกตความร่วมมือใน ไดไ้ มน่ ้อยกว่า2 คะแนน
การทำกจิ กรรมร่วมกับผอู้ ืน่ ระดับคุณภาพดี ถือว่าผ่าน
ทำกิจกรรมรว่ มกับผู้อืน่ ได้ การทำกิจกรรมของ
การประเมินด้านเจตคติ
(ดา้ นเจตคต:ิ A) นกั เรยี น
12.1 เกณฑ์การประเมนิ ผลงานนักเรยี น
เกณฑก์ ารประเมิน (Rubrics Score)
ประเดน็ การประเมนิ ค่าน้ำหนัก แนวทางการให้คะแนน
คะแนน
การใหค้ ะแนนตอบ 3 ตอบคำถามทา้ ยกจิ กรรมและคำถามระหวา่ งเรียน ถูกตอ้ ง จำนวน 6-5 ข้อ
คำตอบหลงั ทำกจิ กรรม 2 ตอบคำถามท้ายกิจกรรมและคำถามระหวา่ งเรยี น ถูกตอ้ ง จำนวน 4-3 ข้อ
1 ตอบคำถามท้ายกิจกรรมและคำถามระหว่างเรยี น ถูกต้อง จำนวน 2-1 ข้อ
3 ออกแบบตารางบันทึกผลการทดลองได้ดี มกี ารนำเสนอข้อมูลเข้าใจง่าย
มีลำดบั ขั้นตอน ระบุชื่อตารางบันทกึ ผลการทดลอง หัวเร่อื งตารางบนั ทกึ ผล
การให้คะแนนการจัด 2 และบนั ทึกผลการทดลองได้ถูกตอ้ ง ครบถ้วน
กระทำและสื่อความหมาย 1 ออกแบบตารางบันทึกผลการทดลองได้ มกี ารนำเสนอข้อมูลเขา้ ใจง่าย
มลี ำดับขั้นตอน ระบชุ ่อื ตารางบันทึกผลการทดลอง หัวเรือ่ งตารางบันทึกผล
ตารางบนั ทึกผล แต่บันทกึ ผลการทดลองไม่ถกู ตอ้ ง
การทดลอง ออกแบบตารางบนั ทึกผลการทดลองได้ แต่การนำเสนอขอ้ มูลเข้าใจยาก
ไม่มลี ำดบั ข้นั ตอน ไม่ระบุชื่อตารางบนั ทกึ ผลการทดลอง ไมม่ หี วั เร่ืองตาราง
บนั ทกึ ผล และบนั ทึกผลการทดลองไม่ถูกตอ้ ง
ใหค้ วามร่วมมือในทำกิจกรรมร่วมกับผูอ้ ื่นตลอดท้ังคาบเรียน ไม่ก่อความ
3 วุ่นวายหรือปัญหาท่ีรบกวนการเรยี นของผู้อื่น เช่น พดู เสียงดังโวยวาย
ลุกเดินไปมา หรอื ชวนผู้อน่ื คยุ เล่น ขณะครูทำการสอน
การใหค้ ะแนนความ ใหค้ วามร่วมมือในทำกิจกรรมร่วมกบั ผ้อู ื่นเปน็ บางครัง้ ในคาบเรียน และ
รว่ มมอื ในการทำกิจกรรม 2 กอ่ ความวนุ่ วายหรือปัญหาทร่ี บกวนการเรยี นของผู้อื่น เช่น พดู เสยี งดงั
รว่ มกบั ผ้อู ่นื โวยวาย ลุกเดินไปมา หรือชวนผู้อนื่ คยุ เล่น ขณะครูสอน
ไมใ่ ห้ความรว่ มมือในทำกจิ กรรมร่วมกับผ้อู นื่ ทำให้เกดิ ความวนุ่ วายหรอื
1 ปญั หาท่ีรบกวนการเรยี นของผอู้ ่ืน เช่น พดู เสียงดังโวยวาย ลุกเดินไปมา
หรอื ชวนผ้อู นื่ คุยเลน่ ขณะครูทำการสอน
12.2 ระดับคุณภาพ (โดยนำคะแนนรวมทุกด้าน K P A แล้วหาค่าเฉล่ยี )
คะแนนรวมเฉลย่ี 3.00 หมายถึง ดมี าก
คะแนนรวมเฉลี่ย 2.00 - 2.99 หมายถงึ ดี
คะแนนรวมเฉล่ยี 0.01 - 1.99 หมายถึง พอใช้
ดังนน้ั นักเรียนตอ้ งได้คะแนนเฉลี่ยทุกประเด็นการประเมนิ ไมต่ ่ำกวา่ 2.00 คะแนน แสดง
ระดบั คุณภาพดี ถือว่าผ่านเกณฑก์ ารประเมินในแผนการจัดการเรยี นท่ี 3
ความคิดเห็นของผูบ้ ังคบั บญั ชา หรอื ผู้ท่ีไดร้ บั มอบหมายก่อนสอน
1. เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ที่
ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรบั ปรุง
2. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้
เนน้ ผู้เรยี นเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม
มคี วามสอดคล้องของมาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวช้ีวัด
เนน้ กระบวนการเรียนรู้แบบ Active learning
ลงช่อื ..................................................................
(นางสาวพัชรินทร์ดา นาคพล)
ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรยี นวัดชอ่ งเป่ียมราษฎร์
บันทกึ ผลหลังการจัดการเรยี นรู้
1) ผลการเรียนรู้ จำนวนนกั เรียนทง้ั หมด.......................................คน
1.1) ผเู้ รยี นทผ่ี ่านตัวชี้วัด มีจำนวน ........................ คน คดิ เปน็ ร้อยละ ............................
1.2) ผู้เรียนทีไ่ มผ่ า่ นตวั ชวี้ ดั มจี ำนวน ....................... คน คิดเป็นร้อยละ ............................
สาเหตุ
........................................................................ .................................................................................................. .......
............................................................................................................................. ....................................................
แนวทางแก้ปัญหา
................................................................................................................................................................ .................
.................................................................................................................. ...............................................................
1.3) ผู้เรยี นได้รบั ความรู้ (K)
............................................................................................................................. ....................................................
............................................................................................................................. ....................................................
............................................................................................................................................................................... ..
1.4) ผ้เู รียนเกดิ ทกั ษะกระบวนการ (P)
.................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
............................................................................................................................. ....................................................
1.5) ผ้เู รยี นมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม (A)
............................................................................................................................... ..................................................
.................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
2) ปัญหา อปุ สรรค (ถ้าม)ี
............................................................................................................................. ....................................................
........................................................................................................................................................ .........................
3) ข้อเสนอแนะ (ถ้าม)ี
.................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
ลงชือ่ ....................................... ผสู้ อน
(นางสาวรชั นก มชี ขู ันธ์)
ตำแหนง่ ครูโรงเรยี นวัดช่องเป่ียมราษฎร์
ความคิดเหน็ /ขอ้ เสนอแนะของผู้บริหารหลังสอน
............................................................................................................................ .................................................
............................................................................................................................. ................................................
............................................................................................................................................................. ................
ลงชื่อ................................................................
(นางสาวพัชรินทร์ดา นาคพล)
ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรยี นวัดชอ่ งเป่ยี มราษฎร์
บตั รภาพ
บัตรภาพแสดง การเตรียมน้ำเชอ่ื ม การทำผลไมเ้ ชื่อม ผลไมแ้ ช่อิ่ม
นำ้ เช่ือม
(อ้างอิงจาก:
https://www.bloggang.com/main
blog.php?id=toytokyo&month=0
5-03-2008&group=3&gblog=38)
ผลไมเ้ ชือ่ ม (กลว้ ยเช่อื ม)
(อา้ งอิงจาก:
https://food.mthai.com/dessert/
121212.html)
ผลไม้แชอ่ ิ่ม (มะม่วงแช่อ่ิม)
(อา้ งองิ จาก:
https://1th.me/79bs)
กิจกรรมท่ี 2.2 ใบกิจกรรมที่ 2.2 ระบุตัวละลายและตวั ทำละลายได้อย่างไร
จดุ ประสงค์
วัสดุอุปกรณ์ ระบตุ วั ละลายและตัวทำละลายไดอ้ ย่างไร?
สังเกตลกั ษณะและบรรยายการละลายของสาร
วิธดี ำเนนิ กจิ กรรม 1. โซเดียมไฮโดรเจนคารบ์ อเนต (ผงฟ)ู
2. น้ำกล่นั
3. บกี เกอร์ขนาด 50 cm3,
4. ชอ้ นตักสารเบอรห์ นงึ่
5. แทง่ แก้วคนสาร
1. สงั เกตลกั ษณะของโซเดียมไฮโดรเจนคารบ์ อเนต
2. ใส่นำ้ 20 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร ลงในบกี เกอร์ขนาด 50 ลูกบาศก์เซนติเมตร
จากน้นั เตมิ โซเดียมไฮโดรเจนคารบ์ อเนต ใชแ้ ท่งแกว้ คนจนโซเดียมไฮโดรเจน
คาร์บอเนตละลายหมด
3. เติมโซเดยี มไฮโดรเจนคาร์บอเนต เพ่ิมลงไปทีละ 1 ช้อน คนสารทุกคร้งั ทเ่ี ตมิ
หยุดเตมิ เมื่อสงั เกตเหน็ โซเดยี มไฮโดรเจนคาร์บอเนตเหลืออยู่ นับจำนวนช้อนของ
โซเดยี มไฮโดรเจนคาร์บอเนตที่ใช้ตง้ั แตเ่ ร่ิมต้น จนเริ่มละลายไมห่ มด
4. ออกแบบตารางบันทึกผลการทดลอง และบนั ทึกผล
คำถามท้ายกจิ กรรม
1. เมือ่ เตมิ โซเดยี มไฮโดรเจนคารบ์ อเนตลงในน้ำ เกิดการเปลยี่ นแปลงอย่างไร
2. ใช้โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนตท้ังหมดกชี่ ้อน ต้งั แตเ่ ร่มิ ต้นจนเรมิ่ เห็นโซเดียมไฮโดรเจนคารบ์ อเนตเหลืออยู่
3. สารละลายโซเดยี มไฮโดรเจนคาร์บอเนตเริ่มอิ่มตวั เม่ือใช้โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนตก่ีชอ้ น ทราบได้อย่างไร
4. จากกจิ กรรม สรุปไดว้ า่ อย่างไร
เฉลยใบกิจกรรมท่ี 2.2 ระบุตวั ละลายและตัวทำละลายไดอ้ ยา่ งไร
คำถามทา้ ยกจิ กรรม
1. เม่อื เติมโซเดยี มไฮโดรเจนคารบ์ อเนตลงในนำ้ เกดิ การเปลีย่ นแปลงอย่างไร
แนวคำตอบ เมื่อเติมโซเดยี มไฮโดรเจนคารบ์ อเนตลงในน้ำ เกดิ การเปลี่ยนแปลงคอื โซเดียมไฮโดรเจน
คาร์บอเนตจะละลายหายไปในน้ำ และเม่ือเติมต่อไปเร่ือย ๆ โซเดยี มไฮโดรเจนคาร์บอเนตจะค่อย ๆ ละลาย
หายไปอย่างช้า ๆ และเมื่อถึงปรมิ าณหนึ่งโซเดยี มไฮโดรเจนคารบ์ อเนตบางส่วนไมล่ ะลาย ยงั คงปรากฏเปน็
ของแข็งอย่ทู ีก่ ้นบกี เกอร์
2. ใชโ้ ซเดียมไฮโดรเจนคารบ์ อเนตท้งั หมดก่ชี อ้ น ตัง้ แตเ่ รมิ่ ต้นจนเรม่ิ เหน็ โซเดียมไฮโดรเจนคารบ์ อเนตเหลืออยู่
แนวคำตอบ เมื่อเติมโซเดียมไฮโดรเจนคารบ์ อเนตลงในน้ำประมาณ 5 ช้อนเบอรห์ นึง่ จะเรม่ิ เห็นโซเดยี ม
ไฮโดรเจนคาร์บอเนตเหลืออยู่ท่ีกน้ บีกเกอร์
3. สารละลายโซเดยี มไฮโดรเจนคารบ์ อเนตเร่ิมอิ่มตวั เม่อื ใชโ้ ซเดียมไฮโดรเจนคารบ์ อเนตกีช่ อ้ น ทราบได้อย่างไร
แนวคำตอบ สารละลายโซเดียมไฮโดรเจนคารบ์ อเนตเร่ิมอ่ิมตวั เมือ่ เติมโซเดยี มไฮโดรเจนคารบ์ อเนต
จำนวน5 ชอ้ น เหน็ ไดจ้ ากมีโซเดยี มไฮโดรเจนคาร์บอเนตบางส่วนเหลืออยู่ท่ีก้นบกี เกอรเ์ ม่ือเติมลงไป 5 ช้อน
4. จากกิจกรรม สรปุ ได้ว่าอย่างไร
แนวคำตอบ จากกจิ กรรม สรุปไดว้ ่า เมอื่ เตมิ โซเดยี มไฮโดรเจนคาร์บอเนตลงในสารละลายไปเรอ่ื ย ๆ
ในทีส่ ดุ โซเดยี มไฮโดรเจนคาร์บอเนตจะไม่สามารถละลายได้อีก สารละลายท่ไี มส่ ามารถละลายตัวละลายไดห้ มด
เรยี กวา่ สารละลายอิม่ ตัว
ตวั อยา่ งการออกแบบตารางบันทกึ ผลการทดลอง
ช่อื ตาราง: ตารางแสดงสภาพละลายได้ของสารโซเดยี มไฮโดรเจนคาร์บอเนตในน้ำ 20 ลกู บาศก์เซนตเิ มตร
จำนวนชอ้ น ผลการสังเกต
ของโซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต
1 ของแข็งสีขาวหายไปหมดอย่างรวดเร็ว ไดข้ องเหลวใส ไม่มีสี
2 ของแขง็ สีขาวหายไปหมดอยา่ งรวดเร็ว ไดข้ องเหลวใส ไม่มีสี
3 ของแข็งสีขาวค่อย ๆ หายไปหมด เนอ่ื งจากการละลายของสารชา้ ลง
ไดข้ องเหลวใส ไมม่ สี ี
4 ของแข็งสีขาวหายไปหมดอยา่ งชา้ ๆ ได้ของเหลวใส ไมม่ สี ี
5 ของแข็งสีขาวหายไปบางสว่ น มีบางส่วนเหลอื อยใู่ นของเหลวใส ไม่มสี ี
เฉลยคำถามทบทวนความรกู้ ่อนเรียนในขั้นกระตนุ้ ความสนใจ
เขียนเครื่องหมาย ✓ หนา้ ขอ้ ความทถี่ กู ตอ้ ง และเขียนเครื่องหมาย ✕ หนา้ ข้อความท่ไี มถ่ กู ต้อง
☑ สารละลายเกดิ จากสาร 2 ชนิดขึ้นไปละลายเขา้ ดว้ ยกันในอตั ราส่วนผสมตา่ ง ๆ
สารละลายทม่ี สี ถานะเปน็ ของเหลวจะมนี ำ้ เป็นตัวทำละลาย
ไม่ถกู ต้อง เพราะสารละลายท่มี สี ถานะเปน็ ของเหลวอาจมีของเหลวอื่น ๆ เชน่ เอทานอล
เปน็ ตวั ทำละลาย
☑ สารละลายท่มี สี ถานะเป็นแก๊ส แกส๊ ทีม่ ปี รมิ าณมากท่ีสุดเป็นตวั ทำละลาย
เฉลยคำถามหลังเรยี นในข้นั ประเมนิ ความรู้
ตาราง 2.1 สภาพละลายได้ของสารบางชนดิ ในนำ้ 100 กรมั ท่ีอุณหภมู ิ 20 องศาเซลเซยี ส
สาร สภาพละลายได้ของสาร (กรัมต่อน้ำ 100 กรัม)
ทีอ่ ณุ หภูมิ 20 องศาเซลเซยี ส
น้ำตาลทราย 202
กลโู คส 90
เกลอื แกง (โซเดยี มคลอไรด์) 36
ดินประสวิ (โพแทสเซยี มไนเตรด) 32
จุนสี (คอปปเปอร์ (II) ซัลเฟต) 32
ผงฟู (โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต) 10
จากตารางที่ 2.1 พบว่าสภาพละลายได้ของกลูโคสมีค่าเท่ากับ 90 กรัมต่อน้ำ 100 กรัมที่อุณหภูมิ 20
องศาเซลเซียส หมายความวา่ ทอี่ ณุ หภูมิ 20 องศาเซลเซยี ส นำ้ 100 กรมั สามารถละลายกลูโคสได้มากทีส่ ุด 90
กรัม ซึ่งทำให้สารละลายอิ่มตัวพอดี ถ้านำกลูโคสมากกว่า 90 กรัม เช่น 110 กรัมมาละลายในน้ำ 100 กรัมท่ี
อุณหภูมินี้ กลูโคสจะละลายได้เพียง 90 กรัม และเหลือ 20 กรัม ที่ไม่สามารถละลายได้ และตกตะกอนอยู่ใน
สารละลาย
เฉลยคำถามระหวา่ งเรยี น
1. จากตาราง 2.1 สารใดละลายไดม้ ากทส่ี ดุ ในนำ้ ทีอ่ ุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส
แนวคำตอบ จากตาราง 2.1 น้ำตาลทรายละลายได้มากทสี่ ดุ ทอ่ี ุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส คือ 202 กรัม
ในน้ำ 100 กรัม
2. ถา้ ใชน้ ำ้ 300 กรมั จะสามารถละลายจุนสีได้สงู สุดกี่กรัม จึงจะไดส้ ารละลายอิม่ ตัวพอดที ่ีอุณหภมู ิ 20
องศาเซลเซยี ส
แนวคำตอบ ถ้าใช้น้ำ 300 กรัมจะสามารถละลายจุนสีได้สูงสุด 96 กรัม จะได้สารละลายอิ่มตัวพอดีท่ี
อณุ หภูมิ 20 องศาเซลเซยี ส
VDO ปฏิบตั ิการทางวทิ ยาศาสตร์สำหรับครผู ู้สอน
อา้ งองิ จาก
เวบ็ ไซต์คลังความรู้ SciMath สถาบนั ส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธิการ เผยแพร่เมอ่ื : วันพฤหัสบดี 28 กุมภาพนั ธ์ 2562
สาธิตการทดลองเรอ่ื ง สารละลายอ่ิมตัว
ตัวอย่างการจดั กิจกรรมการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ เพื่อให้นกั เรียนหาคำตอบว่าสารละลายอ่ิมตวั คืออะไร
โดยให้ทำกจิ กรรมเพ่ือสงั เกตการเปลยี่ นแปลงของสารเมื่อสารเกิดการอิ่มตัว เหมาะสำหรับนักเรยี นระดับ
มธั ยมศกึ ษาตอนต้น
ลขิ สทิ ธิ์ สถาบันสง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
ผูแ้ ต่ง หรือ เจ้าของผลงาน สาขาวทิ ยาศาสตรภ์ าคบังคับ
สาขาวิชา/กลุ่มสาระวิชา วทิ ยาศาสตรท์ ่ัวไป
ระดบั ช้นั ม.2
กลุ่มเปา้ หมาย ครู
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 4
กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 2
รหัสวชิ า ว22101 ภาคเรียนที่ 1
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 สารละลาย เรอื่ ง สภาพละลายไดข้ องสาร
รวม 2 ชั่วโมง
สอนวนั ท่.ี .............................เดอื น..............................พ.ศ.............
1. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
สารชนิดหนงึ่ ๆ มีสภาพละลายไดแ้ ตกต่างกันในตวั ทำละลายท่แี ตกต่างกัน และสารตา่ งชนิดกนั
มสี ภาพละลายได้ในตวั ทำละลายหนงึ่ ๆ ไม่เท่ากัน เม่ืออุณหภูมสิ ูงขึน้ สารสว่ นมาก สภาพละลายไดข้ องสารจะ
เพม่ิ ขึน้ ยกเว้นแกส๊ เมื่ออุณหภูมิสูงข้ึน สภาพละลายไดจ้ ะลดลง สว่ นความดนั มผี ลต่อแก๊ส โดยเมอ่ื ความดัน
เพม่ิ ข้นึ สภาพละลายได้จะสงู ขนึ้
2. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวชี้วัด
ว 2.1 ม.2/4 ออกแบบการทดลองและทดลองในการอธิบายผลของชนดิ ตวั ละลาย ชนิดตัวทำละลาย
อณุ หภูมิท่ีมีต่อสภาพละลายได้ของสาร รวมท้ังอธบิ ายผลของความดันทม่ี ีต่อสภาพละลายไดข้ องสาร โดยใช้
สารสนเทศ
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ นักเรยี นสามารถอธบิ ายผลของชนิดตัวละลายและตวั ทำละลายทม่ี ีผลต่อ
3.1 ด้านความรู้ (K) สภาพละลายของสารได้
นักเรยี นมที ักษะการจดั กระทำและสอื่ ความหมายขอ้ มลู ตารางบนั ทึกการทดลอง
3.2 ด้านทักษะ (P) เรือ่ ง ผลของชนดิ ตัวละลายและตวั ทำละลายที่มีผลตอ่ สภาพละลายไดข้ องสาร
นักเรียนให้ความร่วมมือในการทำกจิ กรรมร่วมกบั ผอู้ ่ืนได้
3.3 ด้านเจตคติ (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
4.1 ความรู้
ความสามารถในการละลายของสาร ณ อุณหภูมิเดียวกัน สารแต่ละชนิดละลายไมเ่ ท่ากัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่
กับปจั จัยดงั น้คี ือ 1) ชนดิ ของตัวทำละลาย 2) ชนดิ ของตวั ถูกละลาย 3) ความดัน ในกรณีท่ตี วั ถูกละลายมีสถานะ
เป็นก๊าซ ถ้าความดันเพิ่มจะละลายได้มากขึ้น และ 4) อุณหภูมิความสามารถในการละลายของสารบางชนิด
เพิ่มขึ้น เมื่ออุณหภูมิเพิ่ม แต่บางชนิดละลายได้น้อยลง (ตกตะกอนผลึกออกมา) เมื่ออุณหภูมิเพิ่ม ดังกราฟ
ปรมิ าณตวั ถูกละลายกับอุณหภูมิ
การละลายได้ (solubility) ในสารละลายของเหลว ที่อุณหภูมิหนึ่งๆ ปริมาณของตัวถูกละลายท่ี
สามารถละลายในตัวทำละลายได้ จะมปี รมิ าณจำกดั โดยเรยี กสารละลายที่ตัวถูกละลายไม่สามารถละลายเพิ่มได้
อีกว่า สารละลายอิม่ ตวั (saturated solution)
โดยปรมิ าณของตัวถูกละลายทีล่ ะลายได้ในสารละลายอ่มิ ตัว ณ ทอี่ ณุ หภมู หิ นงึ่ ๆ เรยี กวา่ การละลาย
ได้ (solubility) เช่น เกลือแกง (NaCl) ละลายในน้ำ 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร ที่อุณหภูมิ 100 oC สามารถ
ละลายได้ 39.1 กรัม แต่ถา้ ใสเ่ กลอื ไปมากกว่าน้ี สว่ นท่ีเหลือก็จะไม่ละลายในสารละลายที่อิ่มตวั ตัวถูกละลายจะ
มีอัตราการละลายจะเท่ากับอัตราการกลับคืนมาเป็นของแข็ง เพราะฉะนั้น ความเข้มข้นของสารละลายของ
สารละลายท่ีอิม่ ตัวจะคงที่ ตัวถูกละลายทีไ่ ม่สามารถละลายจะไมท่ ำให้ความเขม้ ข้นของสารละลายเปล่ียนแปลง
แตอ่ ยา่ งใด ถา้ ตวั ทำละลายเปน็ น้ำ โดยทวั่ ไปนยิ มบอกหน่วย หรอื ปรมิ าณของการละลายได้ของตัวถูกละลายเป็น
กรัม (g) ในตัวทำละลายน้ำ 100 กรัม นอกจากนั้น การละลายได้ของตัวถูกละลายจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย
ประการ เชน่ ธรรมชาติของตวั ทำละลายและตวั ถกู ละลาย อณุ หภมู ิ และความดนั เปน็ ตน้
ความสามารถในการละลายของน้ำ น้ำเป็นตัวทำละลายที่ดีมาก น้ำสามารถละลายสารเกือบทุกชนดิ
ได้ จงึ ไม่น่าแปลกใจว่านำ้ ทะเลหรือของเหลวอ่นื ๆ ในธรรมชาติ แม้กระท่ังสิ่งมีชวี ิตจะมีนำ้ เปน็ องค์ประกอบหลัก
คำว่าสารละลายจะประกอบด้วยองค์ประกอบสองส่วนด้วยกัน คือตัวทำละลาย(solvent)ซึ่งเป็นของเหลวและ
มีสัดส่วนในปริมาณมากกว่า องค์ประกอบอีกตัวหนึ่ง คือตัวถูกละลาย(solute) ซึ่งมักจะเป็นของเหลวหรือก๊าซ
ในสารละลายใด ๆ ที่มีการผสมเป็นเนื้อเดียวกัน หมายถึงตัวถูกละลายแพร่กระจายไปใน ตัวทำละลายได้อย่าง
ท่ัวถงึ มคี ุณสมบตั เิ ดียวกันทุกสว่ น ตา่ งจากของผสม (mixture) ซ่งึ ตัวทำละลายและตวั ถูกละลาย จะไม่ผสมเป็น
เนื้อเดยี วกัน คณุ สมบตั ใิ นแตล่ ะส่วนอาจไมเ่ หมอื นกัน
ดังนั้น สารต่าง ๆ เช่น น้ำตาล จุนสี ไอโอดีน ละลายได้แตกต่างกัน ในตัวทำละลายที่ต่างกัน น้ำตาล
ทรายและจนุ สีละลายได้มากในน้ำ ขณะทไ่ี อโอดีนละลายไดน้ ้อยมากในนำ้ แตล่ ะลายได้มากในเอทานอลชนิดตัว
ละลาย และตัวทำละลายจึงเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อสภาพละลายได้ของสาร การเตรียมสารละลายจึงต้องคำนึงถึง
ความเหมาะสมระหว่างตัวละลายและตวั ทำละลายสารหลายชนิด ละลายไดด้ ีในน้ำ การนำสารมาใชป้ ระโยชน์ใน
รูปสารละลาย จึงใช้น้ำเป็นตัวทำละลายรวมทั้งการทำความสะอาดก็มีการนำน้ำมาละลายสิ่งปนเปื้อนออกจาก
พ้นื ผิววัตถตุ า่ ง ๆ ดว้ ย แต่สารบางชนดิ เชน่ สีทาเล็บละลายน้ำไดน้ ้อยมาก แตล่ ะลายได้ดี ในนำ้ ยาล้างเล็บ ดงั นน้ั
การทำความสะอาดสที าเลบ็ จงึ ใชน้ ้ำยาล้างเล็บแทนน้ำ
(อ้างองิ ขอ้ มลู จาก: เว็บไซด์คลังความรู้ SciMath สถาบันสง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร https://www.scimath.org/lesson-chemistry/item/7178-solubility)
4.2 ทักษะ/กระบวนการ - การสำรวจ
- การสงั เกต - การอธิบาย
- การเปรียบเทียบ - กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
- การสบื คน้ ขอ้ มลู และการอภิปราย
- ความมเี หตผุ ล
4.3 เจตคติ - ความรบั ผิดชอบ
- ความอยากรู้อยากเห็น - ความสรา้ งสรรค์
- ความพยายามมุม่ ม่นั
- ความรว่ มมอื ชว่ ยเหลือ
สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถิ่น
-
5. ทกั ษะผู้เรยี นในศตวรรษท่ี 21 (3Rs 8Cs 2Ls)
5.1 ทักษะในสาระวิชาหลัก (3Rs)
5.1.1 (R) Reading (อา่ น)
5.1.2 (W) Riting (เขียน)
5.1.2 (A) Rithemetics (คณิตฯ)
5.2 ทกั ษะการเรยี นรู้และนวัตกรรม (8Cs)
5.2.1 Critical Thinking and Problem Solving
(การคดิ วิจารณญาณ และแก้ปัญหา)
5.2.2 Creativity and Innovation (การสรา้ งสรรค์ และนวัตกรรม)
5.2.3 Cross-cultural Understanding (ความเข้าใจความตา่ งวัฒนธรรม)
5.2.4 Collaboration, Teamwork and Leadership
(การทางานเป็นทีม ภาวะผู้นา)
5.2.5 Communications, Information, and Media Literacy
(การสอ่ื สารสารสนเทศ)
5.2.6 Computing and ICT Literacy (ทกั ษะด้านคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยี)
5.2.7 Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพ และการเรียนรู้)
5.2.8 Compassion (คณุ ธรรม เมตตา กรุณา ระเบยี บวนิ ยั )
6. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 2) ทักษะการสำรวจค้นหา
6.1 ความสามารถในการส่อื สาร 4) ทกั ษะการเชื่อมโยง
6.2 ความสามารถในการคิด
1) ทักษะการสงั เกต
3) ทกั ษะการวเิ คราะห์
6.3 ความสามารถในการแกป้ ัญหา
6.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
7. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
7.1 รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
7.2 ซือ่ สตั ยส์ ุจรติ
7.3 มีวนิ ัย
7.4 ใฝ่เรยี นรู้
7.5 อยู่อย่างพอเพยี ง
7.6 ม่งุ ม่นั ในการทำงาน
7.7 รกั ความเปน็ ไทย
7.8 มีจิตสาธารณะ
8. ช้นิ งาน/ภาระงาน
8.1 กจิ กรรมท่ี 2.3 ผลของชนิดตวั ละลายและตวั ทำละลายท่ีมีผลตอ่ สภาพละลายได้ของสาร
9. สอดคลอ้ งมาตรฐานเพื่อการประกนั คณุ ภาพภายใน
มาตรฐานที่ 1 คณุ ภาพของผู้เรยี น
มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผเู้ รยี น
1.1 ผลสมั ฤทธ์ทิ างวชิ าการของผ้เู รยี น
1) มีความสามารถในการอ่าน การเขยี น การสื่อสาร และการคดิ คำนวณ
2) มีความสามารถในการคดิ วิเคราะห์ คิดอยา่ งมวี ิจารณญาณ อภปิ รายแลกเปล่ียนความ
คดิ เห็นและแกป้ ัญหา
3) มคี วามสามารถในการสร้างนวตั กรรม
4) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร
5) มผี ลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา
6) มคี วามรู้ ทักษะพ้ืนฐาน และเจตคตทิ ่ีดีตอ่ งานอาชีพ
1.2 คณุ ลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์ของผ้เู รียน
1) การมีคุณลักษณะและคา่ นิยมทีด่ ตี ามทส่ี ถานศึกษากำหนด
2) ความภูมใิ จในท้องถิ่นและความเปน็ ไทย
3) การยอมรับท่ีจะอยู่รวมกนั บนความแตกต่างและหลากหลาย
4) สขุ ภาวะ ทางรา่ งกาย และจติ สังคม
มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนทเ่ี นน้ ผู้เรยี นเป็นสำคัญ
3.1 จดั การเรยี นรูผ้ า่ นกระบวนการคิดและปฏบิ ตั ิจริง และสามารถนำไปประยุกตใ์ ชใ้ นชีวติ ได้
3.2 ใช้สอ่ื เทคโนโลยสี ารสนเทศ และแหล่งเรยี นร้ทู ่เี อ้ือตอ่ การเรยี นรู้
3.3 มกี ารบรหิ ารจัดการชัน้ เรียนเชิงบวก
3.4 ตรวจสอบและประเมินผเู้ รยี นอยา่ งเป็นระบบ และนำผลมาพัฒนาผู้เรยี น
3.5 มีการแลกเปล่ียนเรียนรแู้ ละให้ข้อมลู สะทอ้ นกลบั เพ่ือพฒั นาและปรบั ปรงุ การจัดการเรยี นรู้
10. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ใช้รปู แบบการจดั การเรียนการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Cycles: 5Es) (2 ชว่ั โมง; 120นาท)ี
ข้นั ท่ี 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engagement) (10 นาที)
1) ครูกระตุ้นความสนใจ โดยใช้ประเด็นคำถามว่า ถ้าเปลี่ยนตัวทำละลายจากน้ำเป็นสารอ่ืน
เช่น เอทานอล สภาพละลายได้ของสารแต่ละชนิดในสารนั้นจะเท่ากับสภาพละลายได้ของสารในน้ำหรือไม่
อย่างไร (ไม่เหมอื น เพราะคณุ สมบตั ิของน้ำและเอทานอลต่างกนั )
2) ครูแสดงบตั รภาพ การล้างสที าเลบ็ ด้วยนำ้ ยาลา้ งเล็บ และชวนถามดว้ ยข้อสนทนาวา่
- สที าเล็บละลายไดด้ ใี นสารชนิดใด (ละลายไดด้ ีในน้ำยาลา้ งเลบ็ )
- ทำไมจึงไม่ใชน้ ้ำ ทำละลายสีทาเล็บ (สีทาเล็บละลายไดน้ ้อยมากในนำ้ )
ขั้นที่ 2 ข้ันสำรวจและคน้ หา (Exploration) (20 นาที)
3) ให้นักเรียนอ่านชื่อกิจกรรม จุดประสงค์ และวิธีดำเนินกิจกรรม และตรวจสอบความเข้าใจ
การอา่ นโดยใชค้ ำถาม ดังต่อไปน้ี
- กิจกรรมนี้เกี่ยวกับเรื่องอะไร (ชนิดของตัวละลายและตวั ทำละลายท่ีส่งผลต่อสภาพละลายได้
ของสาร)
- ตัวละลายทใี่ ช้ในกจิ กรรมน้คี อื อะไร (ดีเกลือและพิมเสน)
- ตัวทำละลายท่ใี ชใ้ นกิจกรรมนีค้ อื อะไร (น้ำและเอทานอล)
- กิจกรรมนี้มีจุดประสงค์อะไร (ทดลองและอธิบายผลของชนิดตัวละลายและตัวทำละลายที่มี
ตอ่ สภาพละลายได้ ของสาร)
- วิธีดำเนินกิจกรรมมีขั้นตอนโดยสรุปอย่างไร (ละลายดีเกลือในน้ำ เขย่าและสังเกตการ
เปล่ียนแปลงของดเี กลือ เติมดเี กลือลงไปอีกทลี ะช้อนจนเรมิ่ ไม่ละลาย นบั จำนวนช้อนของสารที่ใช้ทงั้ หมด บันทกึ
ผล จากนั้นตรวจสอบ สภาพละลายได้ของดีเกลือในเอทานอล และสภาพการละลายได้ของพิมเสนในน้ำและเอ
ทานอลด้วยวิธีการ เดียวกัน)
- ตารางบันทึกผลการทำกิจกรรมควรเป็นอย่างไร (ตารางบันทึกผลการทำกิจกรรม ควรแสดง
ความสมั พนั ธร์ ะหว่าง ปริมาณของตวั ละลายในตัวทำละลายแตล่ ะชนดิ )
- ขอ้ ควรระวงั ในการทำกิจกรรมมีอะไรบ้าง (เอทานอลติดไฟง่าย ไมใ่ หน้ ำเขา้ ใกลไ้ ฟ เพราะอาจ
เปน็ อนั ตรายได้)
- นักเรียนต้องสังเกตหรือรวบรวมอะไรบ้าง (สังเกตการเปลี่ยนแปลงของตัวละลายใน
ตวั ทำละลาย และปรมิ าณตัวละลายที่เติมลงในตัวทำละลายแต่ละชนิด)
4) ครูเน้นให้นักเรียนละลายตัวละลายจนหมดก่อน แล้วจึงเติมตัวละลายลงไปอีกทีละช้อน
จนสารเร่มิ ไม่ละลาย จึงหยุดเตมิ บันทึกจำนวนชอ้ นทต่ี วงสารทั้งหมด ลงในตารางบนั ทกึ ผล
ขั้นที่ 3 ข้ันอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) (40 นาที)
5) นักเรียนเตรียมนำเสนอข้อมูลผลการทำกิจกรรม โดยออกแบบตารางบันทึกผลการทดลอง
และบันทึกข้อมูลที่ได้จากการทดลองลงในตารางที่ออกแบบ และร่วมกันภายในกลุ่มตรวจสอบผล อภิปรายผล
การทดลอง และหาสาเหตทุ ี่ทำให้ผลการทำกิจกรรมคลาดเคล่ือน เช่น วิธีการสังเกตการละลายของสาร การนับ
จำนวนชอ้ นทีต่ วงสารแตล่ ะชนดิ การบันทึกผลการทำกิจกรรม และตอบคำถามท้าย
6) นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการทำกิจกรรม โดยครูควรเขียนผลการทำกิจกรรมของกลุ่ม
ไว้บนกระดานเพื่อใช้ประกอบการอภิปรายและตอบคำถามท้ายกิจกรรม ให้นักเรียนตอบคำถามท้ายกิจกรรม
และรว่ มกนั สรุปผลของกิจกรรม โดยใช้คำถามท้ายกจิ กรรมเปน็ แนวทาง เพอื่ ให้ไดข้ อ้ สรปุ จากกจิ กรรมว่า ดีเกลือ
มีสภาพละลายได้ในนำ้ มากกว่าในเอทานอล ส่วนพิมเสน มีสภาพละลายได้ในเอทานอลมากกว่าในน้ำ ชนิดของ
ตัวละลาย และตวั ทำละลายมผี ลตอ่ สภาพละลายไดข้ องสาร
ขน้ั ท่ี 4 ข้ันขยายความรู้ (Elaboration) (30 นาที)
7) ครูให้นักเรียนเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลของตัวละลายและตัวทำละลายที่มีผลต่อสภาพ
ละลายได้ของสาร โดยอา่ นเนอื้ หาและดูภาพ 2.4 ประกอบการอภปิ ราย เพื่อใหไ้ ด้ข้อสรปุ ว่า สารบางชนิดละลาย
ได้ดีใน ตัวทำละลายหนึ่งแต่ไม่ละลายในตัวทำละลายอื่น ชนิดของตัวละลายและตัวทำละลายมีผลต่อสภาพ
ละลายไดข้ องสาร การเตรียมสารละลายจงึ ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมระหว่างตัวละลายและตวั ทำละลาย สาร
หลายชนิดละลายได้ดีใน น้ำ จึงใช้น้ำเป็นตัวทำละลาย แต่สารบางชนิด เช่น สีทาเล็บ ละลายในน้ำได้น้อยมาก
แตล่ ะลายได้ดใี นนำ้ ยาลา้ งเล็บ ซงึ่ มีสว่ นผสมหลกั เป็นแอซโี ตน การล้างสที าเล็บจงึ ใชน้ ้ำยาลา้ งเลบ็ แทนน้ำ
ขน้ั ท่ี 5 ข้ันประเมนิ (Evaluation) (20 นาที)
8) ครูประเมินการเรียนรู้ของนักเรียนเรื่อง ผลของตัวละลายและตัวทำละลายที่มีผลต่อสภาพ
ละลายได้ของสาร โดยใหน้ ักเรียนตอบคำถามท้ายกจิ กรรม จำนวน 5 ข้อ (เฉลยแนบท้ายแผนการจัดการเรียนรู้)
11. ส่ือ / แหลง่ การเรียนรู้
11.1 ส่อื การเรียนรู้
1) หนงั สือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1
2) บตั รภาพ : การลา้ งสีทาเล็บดว้ ยน้ำยาล้างเลบ็
3) ใบกจิ กรรม: ผลของชนดิ ตัวละลายและตัวทำละลายทมี่ ีผลต่อสภาพละลายได้
ของสาร
4) วสั ดอุ ปุ กรณ์การทดลอง : ดีเกลือ (แมกนีเซยี มซลั เฟต), พิมเสน, น้ำกล่นั , เอทานอล
, ชอ้ นตกั สารเบอร์สอง, หลอดทดลองขนาดใหญ่, กระบอกตวงขนาด 10 cm3
11.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1) หอ้ งปฏิบัติการวิทยาศาสตร์
12. การวดั และประเมินผล
ตวั ชวี้ ัด/ผลการเรยี นรู้ วธิ กี ารวัด เครอ่ื งมือวัด เกณฑท์ ่ใี ชใ้ นการประเมิน
- คำถามทา้ ยกจิ กรรมท่ี 2.3 ได้ไม่นอ้ ยกวา่ 2 คะแนน
1. อธบิ ายผลของชนิดตัว - ตรวจการตอบคำถาม จำนวน 5 ข้อ ระดับคุณภาพดี ถือวา่ ผ่าน
การประเมนิ ด้านความรู้
ละลายและตวั ทำละลายที่ ทา้ ยกจิ กรรมที่ 2.3
มีผลต่อ สภาพละลายของ
สารได้ (ด้านความรู้: K)
2. ทักษะการจดั กระทำ - ตรวจการออกแบบ - แบบประเมนิ การจดั ไดไ้ ม่น้อยกว่า2 คะแนน
กระทำและสื่อความหมาย ระดบั คุณภาพดี ถือว่าผา่ น
และส่อื ความหมายข้อมลู ตารางบันทกึ ผลการ ตารางบนั ทึกผลการทดลอง การประเมินด้านกระบวนการ
(ดา้ นกระบวนการ: P) ทดลอง เรือ่ ง ผลของชนิด
ตวั ละลายและตวั ทำ
ละลายทม่ี ผี ลตอ่ สภาพ
ละลายของสาร
3. ใหค้ วามรว่ มมอื ในการ - สงั เกตความรว่ มมือใน - แบบสังเกตความร่วมมือใน ได้ไมน่ อ้ ยกว่า2 คะแนน
การทำกิจกรรมร่วมกบั ผอู้ ่ืน ระดบั คุณภาพดี ถือว่าผา่ น
ทำกิจกรรมรว่ มกบั ผูอ้ ่นื ได้ การทำกิจกรรมของ
การประเมนิ ด้านเจตคติ
(ด้านเจตคต:ิ A) นกั เรยี น
12.1 เกณฑก์ ารประเมินผลงานนักเรยี น
เกณฑ์การประเมิน (Rubrics Score)
ประเดน็ การประเมนิ คา่ นำ้ หนกั แนวทางการใหค้ ะแนน
คะแนน
การให้คะแนนตอบ 3 ตอบคำถามท้ายกจิ กรรมและคำถามระหว่างเรยี น ถูกตอ้ ง จำนวน 5-4 ข้อ
คำตอบหลังทำกิจกรรม 2 ตอบคำถามท้ายกิจกรรมและคำถามระหว่างเรยี น ถูกต้อง จำนวน 3-2 ขอ้
1 ตอบคำถามท้ายกจิ กรรมและคำถามระหว่างเรียน ถูกตอ้ ง จำนวน 1-0 ขอ้
3 ออกแบบตารางบันทึกผลการทดลองไดด้ ี มกี ารนำเสนอข้อมูลเขา้ ใจง่าย
การให้คะแนนการจดั 2 มลี ำดบั ขน้ั ตอน ระบุชือ่ ตารางบนั ทกึ ผลการทดลอง หวั เรอื่ งตารางบันทึกผล
กระทำและส่ือความหมาย และบนั ทึกผลการทดลองได้ถูกต้อง ครบถว้ น
ออกแบบตารางบันทึกผลการทดลองได้ มกี ารนำเสนอข้อมูลเข้าใจง่าย
ตารางบนั ทึกผล มลี ำดบั ข้นั ตอน ระบชุ ือ่ ตารางบนั ทกึ ผลการทดลอง หวั เรือ่ งตารางบนั ทึกผล
การทดลอง แตบ่ ันทกึ ผลการทดลองไม่ถูกต้อง
1 ออกแบบตารางบนั ทึกผลการทดลองได้ แตก่ ารนำเสนอขอ้ มูลเขา้ ใจยาก
ประเดน็ การประเมนิ ค่าน้ำหนัก แนวทางการใหค้ ะแนน
คะแนน
การให้คะแนนความ ไมม่ ีลำดบั ขั้นตอน ไมร่ ะบุช่ือตารางบนั ทึกผลการทดลอง ไม่มหี วั เร่ืองตาราง
ร่วมมอื ในการทำกจิ กรรม 3 บนั ทึกผล และบนั ทึกผลการทดลองไมถ่ กู ต้อง
2 ใหค้ วามรว่ มมือในทำกจิ กรรมรว่ มกับผ้อู ่นื ตลอดทงั้ คาบเรยี น ไมก่ ่อความ
รว่ มกบั ผอู้ ื่น 1 วุน่ วายหรือปัญหาท่รี บกวนการเรยี นของผู้อ่นื เช่น พดู เสียงดังโวยวาย
ลกุ เดินไปมา หรอื ชวนผู้อื่นคุยเลน่ ขณะครูทำการสอน
ให้ความร่วมมือในทำกจิ กรรมร่วมกับผูอ้ ื่นเปน็ บางครั้งในคาบเรียน และ
ก่อความวนุ่ วายหรือปัญหาทร่ี บกวนการเรียนของผอู้ นื่ เชน่ พูดเสยี งดัง
โวยวาย ลุกเดินไปมา หรอื ชวนผูอ้ ื่นคยุ เล่น ขณะครสู อน
ไมใ่ ห้ความร่วมมือในทำกจิ กรรมร่วมกับผ้อู ่ืน ทำให้เกดิ ความวนุ่ วายหรอื
ปัญหาท่ีรบกวนการเรียนของผูอ้ ่ืน เชน่ พูดเสยี งดงั โวยวาย ลุกเดินไปมา
หรือ ชวนผู้อนื่ คยุ เลน่ ขณะครูทำการสอน
12.2 ระดับคุณภาพ (โดยนำคะแนนรวมทุกดา้ น K P A แล้วหาค่าเฉลีย่ )
คะแนนรวมเฉลี่ย 3.00 หมายถงึ ดีมาก
คะแนนรวมเฉลยี่ 2.00 - 2.99 หมายถงึ ดี
คะแนนรวมเฉลี่ย 0.01 - 1.99 หมายถึง พอใช้
ดงั น้ัน นกั เรียนต้องได้คะแนนเฉลีย่ ทุกประเด็นการประเมิน ไม่ต่ำกว่า 2.00 คะแนน แสดง
ระดบั คุณภาพดี ถือว่าผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ในแผนการจัดการเรยี นท่ี 4
ความคิดเห็นของผูบ้ ังคบั บญั ชา หรอื ผู้ท่ีไดร้ บั มอบหมายก่อนสอน
1. เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ที่
ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรบั ปรุง
2. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้
เนน้ ผู้เรยี นเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม
มคี วามสอดคล้องของมาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวช้ีวัด
เนน้ กระบวนการเรียนรู้แบบ Active learning
ลงช่อื ..................................................................
(นางสาวพัชรินทร์ดา นาคพล)
ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรยี นวัดชอ่ งเป่ียมราษฎร์
บันทกึ ผลหลังการจัดการเรยี นรู้
1) ผลการเรียนรู้ จำนวนนกั เรียนทง้ั หมด.......................................คน
1.1) ผเู้ รยี นทผ่ี ่านตัวชี้วัด มีจำนวน ........................ คน คดิ เปน็ ร้อยละ ............................
1.2) ผู้เรียนทีไ่ มผ่ า่ นตวั ชวี้ ดั มจี ำนวน ....................... คน คิดเป็นร้อยละ ............................
สาเหตุ
........................................................................ .................................................................................................. .......
............................................................................................................................. ....................................................
แนวทางแก้ปัญหา
................................................................................................................................................................ .................
.................................................................................................................. ...............................................................
1.3) ผู้เรยี นได้รบั ความรู้ (K)
............................................................................................................................. ....................................................
............................................................................................................................. ....................................................
............................................................................................................................................................................... ..
1.4) ผ้เู รียนเกดิ ทกั ษะกระบวนการ (P)
.................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
............................................................................................................................. ....................................................
1.5) ผ้เู รยี นมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม (A)
............................................................................................................................... ..................................................
.................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
2) ปัญหา อปุ สรรค (ถา้ ม)ี
............................................................................................................................. ....................................................
........................................................................................................................................................ .........................
3) ขอ้ เสนอแนะ (ถ้ามี)
.................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
ลงชื่อ ....................................... ผสู้ อน
(นางสาวรชั นก มีชขู นั ธ์)
ตำแหนง่ ครูโรงเรยี นวัดช่องเปี่ยมราษฎร์
ความคดิ เห็น/ข้อเสนอแนะของผ้บู ริหารหลงั สอน
.................................................................................................... .........................................................................
............................................................................................................................. ................................................
..................................................................................................................................... ........................................
ลงชื่อ................................................................
(นางสาวพชั รนิ ทรด์ า นาคพล)
ตำแหนง่ ผอู้ ำนวยการโรงเรียนวดั ช่องเปี่ยมราษฎร์
บตั รภาพ
บตั รภาพแสดง การลา้ งสีทาเล็บด้วยนำ้ ยาลา้ งเลบ็
การล้างสที าเล็บดว้ ยนำ้ ยาล้างเล็บ
(อา้ งอิงจาก:
https://www.jeab.com/style-
beauty/nail/7-item-for-
emergency-nail-polish-removers)
ใบกจิ กรรมท่ี 2.3 ผลของชนิดตวั ละลายและตัวทำละลายทมี่ ผี ลต่อสภาพละลายได้ของสาร
กิจกรรมที่ 2.3 ผลของชนิดตัวละลายและตัวทำละลายที่มผี ลต่อสภาพละลายไดข้ องสาร?
จุดประสงค์ ทดลองและอธิบายผลของชนิดตัวละลายและตัวทำละลาย ท่มี ตี ่อสภาพละลายได้
ของดเี กลือและพิมเสนในตวั ทำละลาย ท่ีเปน็ นำ้ และเอทานอล
วสั ดุอุปกรณ์ ปริมาณ/กลุ่ม
1. ดีเกลือ (แมกนเี ซยี มซัลเฟต) 12 กรมั (ประมาณ 20 ชอ้ นชาเบอร์สอง)
2. พมิ เสน 7 กรมั (ประมาณ 20 ช้อนชาเบอร์สอง)
3. นำ้ กลนั่ 10 ลกู บาศก์เซนตเิ มตร
4. เอทานอล 10 ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร
5. ชอ้ นตักสารเบอร์สอง 2 คนั
6. หลอดทดลองขนาดใหญ่ 4 หลอด
7. กระบอกตวงขนาด 10 cm3 1 ใบ
8. แท่งแกว้ คนสาร 4 อัน
วิธดี ำเนินกิจกรรม 1. สงั เกตลักษณะของดเี กลือ บันทึกผล
2. ใส่นำ้ กล่ัน 5 ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร ลงในหลอดทดลองขนาดใหญ่
3. เติมดเี กลอื คร้งั ละ 1 ชอ้ นเบอร์สอง เขย่า สงั เกต และบันทึกผล
เตมิ ดีเกลือจนกระทง่ั สารเริ่มไม่ละลายนับจำนวนช้อนของสารที่ใช้ท้งั หมด บนั ทึกผล
4. ทำเชน่ เดยี วกับขอ้ 1-3 แต่ใช้พมิ เสนแทนดีเกลอื
5. ทำเชน่ เดยี วกบั ข้อ 1-3 แต่ใชเ้ อทานอลแทนน้ำกลน่ั
6. ทำเชน่ เดียวกบั ข้อ 1-3 แต่ใชพ้ มิ เสนแทนดีเกลือ และเอทานอลแทนน้ำกล่นั
หมายเหตุ การเตรียมตัวล่วงหนา้ สำหรับครู
- ดีเกลือที่ใช้ในกิจกรรมคือแมกนีเซียมซัลเฟตหรือดีเกลือฝรั่ง ส่วนเอทานอลที่ใช้มี
ความเข้มข้น 95% สารทั้งสองชนิดหาซื้อได้จากร้านจำหน่ายสารเคมีและอุปกรณ์
วทิ ยาศาสตร์
- พิมเสนทใี่ ช้เป็นของแขง็ หาซ้ือไดจ้ ากรา้ นขายยาแผนโบราณหรอื ร้านสมุนไพร
- ถ้าไม่มีหลอดทดลองขนาดใหญ่ อาจใช้ถ้วยพลาสติกใสขนาดเลก็ แทนได้
- ถา้ ไมม่ กี ระบอกตวง อาจใชก้ ระบอกฉดี ยาแทนได้
ข้อเสนอแนะในการทำกิจกรรม
- เอทานอลติดไฟง่าย ครูควรเตือนนักเรียนให้ระมัดระวังไม่ให้นำเข้าใกล้ไฟ เพราะ
อาจเป็นอันตรายได้
- ครคู วรแนะนำให้นักเรียนละลายตัวละลายจนหมดก่อนแลว้ จึงเติมตวั ละลายลงไปอีก
ทลี ะช้อนจนเร่มิ ละลายไมห่ มดจึงหยุดเติม
- การนบั จำนวนชอ้ นตวั ละลายที่ใช้ในแตล่ ะครั้ง ใช้วธิ ีการเดียวกบั กิจกรรม 2.2
คำถามท้ายกจิ กรรม
เฉลยคำถามทา้ ยกจิ กรรม
1. สภาพละลายได้ของดเี กลือ มคี ่าประมาณกี่กรัม ในน้ำ 100 กรมั (ดเี กลอื 1 ช้อนเบอร์สองมีมวล
0.61 กรมั และนำ้ 1 ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร มมี วล 1 กรมั )
2. สภาพละลายได้ของพมิ เสน มคี า่ ประมาณกก่ี รัม ในน้ำ 100 กรมั (พมิ เสน 1 ชอ้ นเบอร์สองมมี วล
0.34 กรมั และน้ำ 1 ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร มมี วล 1 กรัม)
3. ชนดิ ของตวั ละลายมผี ลต่อสภาพละลายได้ของสารในตวั ทำละลายหนึง่ ๆ หรอื ไม่ ทราบไดอ้ ย่างไร
4. เมื่อเปลี่ยนตัวทำละลายจากน้ำกลั่นเป็นเอทานอล สภาพละลายได้ของดีเกลือและพิมเสน
เปลย่ี นแปลง หรอื ไม่อย่างไร
5. จากกจิ กรรมสรุปได้อย่างไร
เฉลยใบกจิ กรรมที่ 2.3 ผลของชนิดตัวละลายและตัวทำละลายที่มผี ลต่อสภาพละลายได้ของสาร
คำถามทา้ ยกิจกรรม
เฉลยคำถามทา้ ยกิจกรรม
1. สภาพละลายได้ของดีเกลือมีค่าประมาณกี่กรัมในน้ำ 100 กรัม (ดีเกลือ 1 ช้อนเบอร์สองมีมวล
0.61 กรัม และนำ้ 1 ลกู บาศกเ์ ซนติเมตรมมี วล 1 กรมั )
แนวคำตอบ สภาพละลายได้ของดีเกลือจากกิจกรรม คำนวณได้ดังนี้ มวลของดีเกลือ 6 ช้อนเบอร์สอง
เท่ากับ 6 ช้อน x 0.61 กรัม เท่ากับ 3.66 กรัม ในน้ำ 5 กรัม (กำหนดให้น้ำ 1 ลูกบาศก์เซนติเมตรหนัก 1 กรัม)
ดังนัน้ สภาพละลายได้ของดีเกลือ เทา่ กบั (3.66 กรัม x 100 กรมั )/5 กรัม เท่ากับ 73.2 กรมั ในน้ำ 100 กรัม
2. สภาพละลายได้ของพิมเสนมีค่าประมาณกี่กรัมในน้ำ 100 กรัม (พิมเสน 1 ช้อนเบอร์สองมีมวล
0.34 กรัม และน้ำ 1 ลกู บาศก์เซนติเมตรมมี วล 1 กรัม)
แนวคำตอบ สภาพละลายได้ของพิมเสนจากกิจกรรม คำนวณได้ดังน้ี มวลของพิมเสน 1 ช้อนเบอร์สอง
เท่ากับ 1 ช้อน x 0.34 กรัม เท่ากับ 0.34 กรัม ในน้ำ 5 กรัม (กำหนดให้น้ำ 1 ลูกบาศก์เซนติเมตรหนัก 1 กรัม)
ดังนั้น สภาพละลายได้ของพิมเสน เท่ากับ (0.34 กรัม x 100 กรัม)/5 กรัม เท่ากับ 6.8 กรัม ในน้ำ 100 กรัม
จากผลการทำกิจกรรม พิมเสนละลายได้น้อยกว่า 1 ช้อนเบอร์สอง ดังนั้นสภาพละลายได้ของพิมเสนมีค่าน้อย
กว่า 6.8 กรัมในนำ้ 100 กรัม
3. ชนิดของตัวละลายมีผลต่อสภาพละลายได้ของสารในตัวทำละลายหนึ่ง ๆ หรือไม่ ทราบได้
อย่างไร
แนวคำตอบ ชนิดของตัวละลายมผี ลตอ่ สภาพละลายได้ของสาร เพราะดเี กลือมสี ภาพละลายได้ในน้ำ
มากกวา่ พิมเสน เนื่องจากใช้ดเี กลือปรมิ าณมากกว่า ในการทำให้สารละลายกลายเปน็ สารละลายอิ่มตัว
4. เมื่อเปลี่ยนตัวทำละลายจากน้ำกลั่นเป็นเอทานอล สภาพละลายได้ของดีเกลือและพิมเสน
เปลี่ยนแปลง หรือไม่ อยา่ งไร
แนวคำตอบ เม่ือเปล่ียนตัวทำละลายจากน้ำกลั่นเปน็ เอทานอล สภาพละลายได้ของดเี กลือและพมิ เสน
เปลย่ี นแปลง โดยสภาพละลายได้ของดเี กลือในเอทานอลมีค่าลดลงจากสภาพละลายได้ในนำ้ ส่วนสภาพละลาย
ได้ของพิมเสนในเอทานอลมคี ่าเพิม่ ขึน้ จากสภาพละลายได้ในน้ำ
5. จากกจิ กรรม สรุปไดอ้ ย่างไร
แนวคำตอบ จากกิจกรรม สรุปไดว้ ่า ดเี กลอื มีสภาพละลายได้ในนำ้ มากกว่าในเอทานอล สว่ นพมิ เสน
มีสภาพละลายได้ในเอทานอลมากกว่าในนำ้
ช่อื ตาราง: ตัวอย่างการออกแบบตารางบันทึกผลการทดลอง
ตารางแสดงผลของชนดิ ตวั ละลายและตวั ทำละลายที่มผี ลต่อสภาพละลายไดข้ องสาร