The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jubuk.jubuk, 2022-09-19 11:02:00

แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ 2

แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ 2

VDO ปฏิบตั ิการทางวทิ ยาศาสตรส์ ำหรบั ครูผู้สอน

อ้างองิ จาก
เวบ็ ไซต์คลงั ความรู้ SciMath สถาบนั ส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร เผยแพร่เมือ่ : วนั พฤหสั บดี 28 กุมภาพันธ์ 2562
สาธิตการทดลองเรอื่ ง ชนิดของตวั ละลายและตวั ทำละลายส่งผลต่อสภาพละลายไดข้ องสสารอย่างไร

ตัวอยา่ งการจัดกิจกรรมการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เพื่อให้นกั เรียนหาคำตอบว่าชนิดของตวั ละลายและตัว
ทำละลายสง่ ผลตอ่ การละลายของสารไดอ้ ยา่ งไร โดยใหท้ ำกิจกรรมละลายสารแต่ละชนิดในตวั ทำละลายท่ี
แตกต่างกนั แลว้ สังเกตการละลายของสาร กจิ กรรมนเี้ หมาะสำหรับนักเรียนระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น
ลขิ สทิ ธิ์ สถาบนั ส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
ผู้แตง่ หรือ เจา้ ของผลงาน สาขาวิทยาศาสตร์ภาคบังคบั
สาขาวชิ า/กลุ่มสาระวิชา วิทยาศาสตร์ท่ัวไป
ระดบั ชั้น ม.2
กลมุ่ เป้าหมาย ครู

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5

กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 2

รหสั วชิ า ว22101 ภาคเรียนท่ี 1

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 สารละลาย

เรอ่ื ง อณุ หภูมิที่มีผลต่อสภาพละลายได้ของสาร

รวม 2 ช่ัวโมง

สอนวันท.ี่ .............................เดือน..............................พ.ศ.............

1. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
เมอ่ื อุณหภูมสิ ูงขนึ้ สารส่วนมาก สภาพละลายได้ของสารจะเพ่ิมขึ้น ยกเวน้ แก๊ส เม่ืออุณหภูมิสงู ขน้ึ

สภาพละลายไดจ้ ะลดลง สว่ นความดนั มีผลตอ่ แก๊ส โดยเม่อื ความดันเพ่ิมข้ึน สภาพละลายไดจ้ ะสงู ข้ึน
ความรู้เก่ยี วกับสภาพละลายได้ของสาร เม่ือเปล่ยี นแปลงชนดิ ตวั ละลาย ตวั ทำละลาย และอุณหภูมิ

สามารถนำไปใช้ประโยชนใ์ นชีวติ ประจำวันเช่น การทำน้ำเช่ือมเขม้ ข้น การสกัดสารออกจากสมนุ ไพรให้ได้
ปรมิ าณมากทีส่ ดุ

2. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตวั ช้ีวดั
ว 2.1 ม.2/4 ออกแบบการทดลองและทดลองในการอธบิ ายผลของชนดิ ตัวละลาย ชนดิ ตัวทำละลาย

อณุ หภมู ทิ ี่มีตอ่ สภาพละลายไดข้ องสาร รวมทัง้ อธบิ ายผลของความดันทีม่ ีต่อสภาพละลายได้ของสาร โดยใช้
สารสนเทศ

3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ นักเรียนสามารถอธิบายผลของอุณหภมู ทิ ่ีมีผลตอ่ สภาพละลายได้ของสาร
3.1 ดา้ นความรู้ (K) นักเรียนมีทักษะการจัดกระทำและส่ือความหมายข้อมูลตารางบนั ทกึ การทดลอง
3.2 ด้านทักษะ (P) เรอื่ ง ผลของอณุ หภมู ิทีม่ ผี ลต่อสภาพละลายไดข้ องสาร
นักเรียนให้ความรว่ มมอื ในการทำกจิ กรรมร่วมกบั ผอู้ น่ื ได้
3.3 ด้านเจตคติ (A)

4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
4.1 ความรู้
ความสามารถในการละลายของสาร ณ อุณหภูมิเดียวกัน สารแต่ละชนิดละลายไม่เท่ากัน

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยดังนี้คือ 1) ชนิดของตัวทำละลาย 2) ชนิดของตัวถูกละลาย 3) ความดัน ในกรณีที่ตัวถูก
ละลายมีสถานะเป็นก๊าซ ถ้าความดันเพิ่มจะละลายได้มากขึ้น 4) อุณหภูมิความสามารถในการละลายของสาร

บางชนิดเพิ่มขึ้น เมื่ออุณหภูมิเพิ่ม แต่บางชนิดละลายได้น้อยลง (ตกตะกอนผลึกออกมา) เมื่ออุณหภูมิเพิ่ม ดัง
กราฟปริมาณตัวถูกละลายกับอณุ หภูมิ

อทิ ธพิ ลของอณุ หภูมิทม่ี ตี ่อการละลายได้ ถ้าการละลายของสารเป็นการ ดดู ความร้อน ดงั ปฏิกิรยิ า
ตัวถูกละลาย (s) + ตัวทำละลาย (l) + ความร้อน <-------> สารละลาย (l) เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น โดยทั่วไป การ
ละลายไดข้ องสารจะเพ่ิมขึน้

ภาพแสดง กราฟแสดงความสัมพนั ธ์ระหว่างสภาพละลายได้ของสารในน้ำ 100 กรัม ท่ีอณุ หภูมติ า่ งๆ
(อ้างอิงจาก: ภาพที่ 2.5 หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เล่ม 1 ตามหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศกึ ษาธกิ าร หน้า
23)

จากภาพแสดงสภาพละลายได้ของสารบางชนิดในน้ำ 100 กรัม ที่อุณหภูมิต่าง ๆ จะพบว่า
เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้นสารละลายได้ ของสารส่วนใหญ่เพิ่มขึ้น เช่น ที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียสโซเดียมคลอไรด์
มีสภาพละลายได้ 36 กรัมต่อน้ำ 100 กรัมเมื่อเพิ่มอุณหภูมิเป็น 90 องศาเซลเซียสโซเดียมคลอไรด์มีสภาพ
ละลายได้ 40 กรัมตอ่ นำ้ 100 กรัม แตส่ ารบางชนิดมีสภาพละลายได้ลดลง เช่น ซเี รียมซลั เฟต

อิทธิพลของความดนั ทีม่ ีต่อการละลายได้

ภาพแสดง กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหวา่ งสภาพละลายไดข้ องสารในน้ำ 100 กรมั ที่อุณหภมู ิต่างๆ

ส่วนสารทม่ี ีสถานะแก๊สอุณหภูมิมีผลต่อสภาพละลายได้ ดงั ภาพ 2.6 สภาพละลายได้ของแกส๊ ในนำ้ 100

กรัม ที่อุณหภูมติ ่าง ๆ พบว่าเมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึน้ สภาพละลายไดข้ องแก๊สจะลดลง เช่น แก๊ส

ออกซิเจน มคี วามสำคัญตอ่ การดำรงชีวติ ของสง่ิ มชี วี ติ เมอื่ โลกประสบปญั หาภาวะโลกร้อนซง่ึ เป็นภาวะที่อุณหภูมิ

เฉลี่ยของโลกสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากจะส่งผลกระทบต่าง ๆ ต่อโลกแล้ว ยังพบว่า ปริมาณแก๊สออกซิเจนท่ี

ละลายในทะเลและมหาสมุทรลดลงด้วย ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้พืชและสัตว์ทะเลบางชนิด ไม่สามารถ

ดำรงชวี ิตได้

นอกจากอุณหภูมิที่มีผลต่อสภาพละลายได้ของสารแล้ว ความดันยังมีผลต่อสภาพละลายได้

ของสาร โดยเฉพาะสารในสถานะแก๊ส น้ำอัดลมเป็นเครื่องดื่มที่หลายคนนิยมดื่ม เพื่อดับกระหายและมีหลาย

ย่ีห้อให้เลือกดื่ม นักเรียนรู้หรือไม่ว่าน้ำอัดลมแต่ละยี่ห้อประกอบด้วยอะไรบ้าง ส่วนประกอบหลักของน้ำอัดลม

คือ น้ำ น้ำตาล หรือสารให้ความหวานอื่น ๆ สารปรุงแต่งรส สี และกลิ่น ซึ่งสารนี้ จะทำให้น้ำอัดลมแต่ละยี่ห้อ

มีรสชาติแตกต่างกัน ส่วนประกอบสำคัญท่ีช่วยให้น้ำอัดลมมีความซ่า คือ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ในภาวะ

ความดันปกติ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ละลายในน้ำได้น้อยมาก การผลิตน้ำอัดลมจึงต้องใช้ความดันสูง

โดยเฉพาะความดันในการอัดแก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ให้ละลายในน้ำได้มากขึ้น เมื่อเปิดขวดน้ำอัดลมเราจะเหน็

ฟองแก๊สฟู่ เพราะความดันภายในขวดลดลงเท่ากับความดันภายนอกขวด ทำให้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ละลาย

น้ำได้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์บางส่วน จึงแยกตัวออกจากน้ำ ดังนั้นความดัน จึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อสภาพ

ละลายได้ของสารที่สถานะแก๊ส โดยเมื่อความดันสูงขึ้น สภาพละลายได้ของแก๊สจะเพิ่มขึ้น ซึ่งตรงข้ามกับ

อุณหภูมิ ถ้าอุณหภูมิสูงขึ้น สภาพละลายได้ของแก๊สจะลดลง แต่ความดันมีผลต่อสภาพละลายได้ของสารที่มี

สถานะของเหลวและของแขง็ น้อยมาก (อ้างอิงขอ้ มูลจาก: เว็บไซด์คลังความรู้ SciMath สถาบนั ส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ https://www.scimath.org/lesson-

chemistry/item/7178-solubility)

4.2 ทกั ษะ/กระบวนการ

- การสังเกต - การสำรวจ

- การเปรยี บเทียบ - การอธิบาย

- การสบื คน้ ขอ้ มูลและการอภิปราย - กระบวนการทางวิทยาศาสตร์

4.3 เจตคติ

- ความอยากรู้อยากเหน็ - ความมเี หตผุ ล

- ความพยายามมมุ่ มน่ั - ความรบั ผิดชอบ

- ความร่วมมือช่วยเหลอื - ความสรา้ งสรรค์

สาระการเรยี นร้ทู ้องถิ่น

-

5. ทกั ษะผู้เรียนในศตวรรษท่ี 21 (3Rs 8Cs 2Ls)
5.1 ทักษะในสาระวชิ าหลัก (3Rs)
5.1.1  (R) Reading (อ่าน)
5.1.2  (W) Riting (เขยี น)
5.1.2  (A) Rithemetics (คณติ ฯ)
5.2 ทักษะการเรยี นรู้และนวัตกรรม (8Cs)
5.2.1  Critical Thinking and Problem Solving

(การคดิ วจิ ารณญาณ และแก้ปญั หา)
5.2.2  Creativity and Innovation (การสร้างสรรค์ และนวตั กรรม)
5.2.3  Cross-cultural Understanding (ความเขา้ ใจความตา่ งวัฒนธรรม)
5.2.4  Collaboration, Teamwork and Leadership

(การทางานเปน็ ทีม ภาวะผู้นา)
5.2.5  Communications, Information, and Media Literacy

(การสื่อสารสารสนเทศ)
5.2.6  Computing and ICT Literacy (ทักษะดา้ นคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยี)
5.2.7  Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพ และการเรยี นรู้)
5.2.8  Compassion (คณุ ธรรม เมตตา กรุณา ระเบียบวนิ ยั )

6. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 2) ทกั ษะการสำรวจค้นหา
6.1 ความสามารถในการสอื่ สาร 4) ทกั ษะการเชื่อมโยง
6.2 ความสามารถในการคิด
1) ทักษะการสังเกต
3) ทักษะการวเิ คราะห์
6.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา
6.4 ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ

7. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

7.1 รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
7.2 ซ่ือสัตย์สุจริต
7.3 มวี นิ ยั
7.4 ใฝ่เรียนรู้
7.5 อย่อู ย่างพอเพียง
7.6 มุ่งม่นั ในการทำงาน
7.7 รกั ความเป็นไทย

7.8 มีจิตสาธารณะ

8. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
8.1 กิจกรรมที่ 2.4 อุณหภมู ทิ ่ีมผี ลต่อสภาพการละลายได้ของสาร

9. สอดคลอ้ งมาตรฐานเพ่ือการประกนั คุณภาพภายใน

มาตรฐานที่ 1 คณุ ภาพของผู้เรียน
มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผเู้ รียน
1.1 ผลสัมฤทธ์ิทางวชิ าการของผูเ้ รยี น
1) มคี วามสามารถในการอ่าน การเขยี น การสื่อสาร และการคิดคำนวณ
2) มคี วามสามารถในการคดิ วิเคราะห์ คดิ อยา่ งมวี ิจารณญาณ อภิปรายแลกเปลยี่ นความ

คดิ เห็นและแก้ปญั หา
3) มคี วามสามารถในการสร้างนวัตกรรม
4) มคี วามสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
5) มีผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นตามหลกั สตู รสถานศึกษา
6) มีความรู้ ทักษะพ้ืนฐาน และเจตคติท่ีดีต่องานอาชีพ

1.2 คณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์ของผ้เู รยี น
1) การมีคุณลกั ษณะและคา่ นิยมทดี่ ีตามท่ีสถานศึกษากำหนด
2) ความภมู ิใจในท้องถิ่นและความเปน็ ไทย
3) การยอมรับทีจ่ ะอยรู่ วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย
4) สขุ ภาวะ ทางรา่ งกาย และจิตสังคม

มาตรฐานท่ี 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนท่ีเน้นผูเ้ รยี นเปน็ สำคญั
3.1 จัดการเรยี นรู้ผ่านกระบวนการคดิ และปฏิบตั จิ ริง และสามารถนำไปประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ ได้
3.2 ใชส้ อ่ื เทคโนโลยสี ารสนเทศ และแหลง่ เรียนรทู้ เี่ อ้ือต่อการเรียนรู้
3.3 มกี ารบรหิ ารจดั การชั้นเรียนเชงิ บวก
3.4 ตรวจสอบและประเมินผ้เู รยี นอย่างเปน็ ระบบ และนำผลมาพฒั นาผูเ้ รียน
3.5 มีการแลกเปล่ยี นเรียนรูแ้ ละให้ข้อมูลสะทอ้ นกลบั เพ่ือพัฒนาและปรบั ปรุงการจัดการเรียนรู้

10. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Cycles: 5Es) (2 ชว่ั โมง; 120นาท)ี
ขนั้ ที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engagement) (10 นาที)
1) ครกู ระตุน้ โดยใช้ประเดน็ คำถาม เพื่อนำเข้าสกู่ จิ กรรมว่า
- นอกจากชนิดตัวละลายและตัวทำละลายแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นอีกหรือไม่ ที่ส่งผลต่อสภาพ

ละลายได้ของสาร (มปี จั จัยอนื่ อกี เชน่ อุณหภูมิ ปริมาณสาร เป็นต้น)

- บางครั้งถ้าเราเปลี่ยนตัวทำละลายไม่ได้ เราจะทำอย่างไรให้ตัวทำละลายเดิมสามารถละลาย
ตัวละลายได้มากขึ้น เช่น ในการชงเครื่องดื่ม ถ้าต้องการให้ตัวละลายละลายในน้ำมากขึ้น จะเลือกใช้น้ำ
อณุ หภูมหิ ้องหรอื น้ำรอ้ น (ใชน้ ำ้ ร้อน เพราะ มอี ณุ หภมู ิมากกวา่ )

ขัน้ ท่ี 2 ขน้ั สำรวจและค้นหา (Exploration) (20 นาที)
2) ครใู หน้ ักเรยี นอ่านช่อื กิจกรรมที่ 2.4 อณุ หภมู ทิ ีม่ ีผลต่อสภาพการละลายได้ของสาร (หนังสือ

เรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เล่ม 1 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศกึ ษาธิการ หน้า 22) จดุ ประสงค์ และวิธีดำเนิน
กจิ กรรม และตรวจสอบความเข้าใจการอา่ นโดยใช้คำถาม ดังตอ่ ไปน้ี

- กิจกรรมน้เี กี่ยวกบั เรือ่ งอะไร (ผลของอณุ หภมู ติ ่อสภาพละลายไดข้ องสาร)
- กิจกรรมนี้มีจุดประสงค์อะไร (ออกแบบการทดลอง ทดลอง และอธิบายผลของอุณหภูมิที่มี
ต่อสภาพละลายได้ของ จนุ สีในน้ำ)
- วธิ ีดำเนินกิจกรรมมีข้นั ตอนโดยสรปุ อย่างไร (ออกแบบการทดลองเพ่ือศึกษาผลของอุณหภูมิท่ี
มีต่อสภาพละลายได้ ของจุนสี โดยระบุปัญหา ตั้งสมมติฐาน กำหนดตัวแปรต้น ตัวแปรตาม ตัวแปรควบคุม
ออกแบบตารางบันทึก ผล จากนั้นให้ลงมือทดลอง บนั ทึกผล อภิปราย สรุปผลการทดลอง และนำเสนอผล)
- นักเรียนต้องสังเกตหรือรวบรวมอะไรบ้าง (สังเกตการละลายของตัวละลายในน้ำที่อุณหภูมิ
ต่าง ๆ และบนั ทกึ ปริมาณของตวั ละลายท่ีใช)้
3) ครูควรให้เวลานักเรียนแต่ละกลุม่ ออกแบบการทดลองตามความคิดของกลุม่ โดยแนะนำให้
นักเรียนระบุปัญหาที่สนใจจะศึกษา เกี่ยวกับผลของอุณหภูมิต่อสภาพละลายได้ของสาร และตั้งสมมติฐานหรือ
คาดคะเนคำตอบที่น่าจะเป็นไปได้ก่อน แล้วจึงหาวิธีการตรวจสอบสมมติฐานโดยกำหนดและควบคุมตัวแปรที่
เกี่ยวข้องนำเสนอ การออกแบบการทดลองของกลุ่ม ครูอภิปรายร่วมกับนักเรียนเพื่อปรับปรุงวิธีการทดล องให้
ถูกต้อง สามารถ ตรวจสอบสมมติฐานที่ตั้งไว้ได้จริง โดยแต่ละกลุ่มไม่จำเป็นต้องออกแบบการทดลองเหมือนกนั
จากนน้ั จงึ ใหน้ ักเรียน เร่มิ ดำเนินการทดลองได้
4) ครูให้ความรู้และแนะนำความปลอดภัยในการใช้สารเคมี ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย
เช่น จนุ สีที่ใชใ้ นกจิ กรรมนี้ ถา้ สมั ผัสทางผิวหนังอาจเกิดการระคายเคือง ถ้ารบั ประทานอาจทำให้เกิดอาการปวด
ท้องรุนแรง อาเจียน นอกจากนี้ จุนสีเป็นสารประกอบที่มีทองแดง (คอปเปอร์) ซึ่งเป็นโลหะหนักเป็น
องค์ประกอบ การทง้ิ สารเคมีไมถ่ ูกวิธี อาจทำใหเ้ กิดการปนเปือ้ นในดนิ นำ้ และเป็นอันตรายตอ่ สง่ิ มีชีวติ ได้
5) ขณะที่นักเรียนแต่ละกลุ่มลงมือทำกิจกรรม ครูควรเดินสังเกตการทำกิจกรรมของนักเรียน
และให้คำแนะนำกรณี นักเรียนมีข้อสงสัยในประเด็นต่าง ๆ เช่น การควบคุมตัวแปรที่ต้องควบคุมให้คงที่
การแกไ้ ขปัญหาท่พี บจากการทดลอง
ขัน้ ท่ี 3 ขัน้ อธิบายและลงข้อสรปุ (Explanation) (40 นาที)
6) ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการทำกิจกรรม ตอบคำถามท้ายกิจกรรม และร่วมกัน
สรปุ ผลของกิจกรรมโดยใชค้ ำถามทา้ ยกิจกรรมเป็นแนวทาง (เฉลยแนบท้ายแผนการจดั การเรยี นรู้) จำนวน 4 ข้อ
เพอ่ื ใหไ้ ด้ข้อสรปุ จากกิจกรรมว่า จนุ สลี ะลายในน้ำท่ีอณุ หภมู สิ งู ไดด้ กี วา่ ละลายในนำ้ ทอ่ี ุณหภมู ิตำ่

7) ให้นักเรียนเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ ผลของอุณหภูมิที่มีต่อสภาพละลายได้ของสาร โดยใช้
กราฟในภาพ 2.5 (หนังสอื เรยี นรายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2 เลม่ 1 ตามหลักสตู รแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ หน้า 23)
ประกอบการอภิปราย และอ่านข้อมูลเพิ่มเติมในหนังสือเรียน เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่าเมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น สภาพ
ละลายได้ของสารสว่ นใหญ่เพม่ิ ขึ้น แตส่ ารบางชนดิ มสี ภาพละลายไดล้ ดลง

ข้นั ท่ี 4 ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration) (30 นาที)
8) ให้นักเรียนเรียนรู้เพิ่มเติม เกี่ยวกับผลของอุณหภูมิที่มีต่อสภาพละลายได้ของแก๊ส โดยใช้

กราฟในภาพ 2.6 (หนงั สือเรยี นรายวชิ าพื้นฐานวทิ ยาศาสตร์ ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 เล่ม 1 ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ หน้า 24)
ประกอบการอภิปราย และอ่านข้อมูลเพิ่มเติมในหนังสือเรียน เพื่อให้ได้ข้อสรุปร่วมกัน (แก๊สมีสภาพละลาย ได้
ลดลง เมอื่ อุณหภูมิเพิ่มขึน้ )

9) ครเู ชอ่ื มโยงความรู้เร่ืองสภาพละลายได้ของแก๊สกับภาวะโลกร้อนตามหนังสือเรียน เพื่อชวน
ให้นักเรียนคิดตอ่ ไปว่า

- ถ้าโลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น น้ำในแหล่งน้ำมีอุณหภูมิสูงขึ้น แก๊สออกซิเจนซึ่งเป็นปัจจัยจำเป็น
ต่อการดำรงชีวิตของ สิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่จะละลายในน้ำได้มากขึ้นหรือน้อยลง และส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตอย่างไร
ซึ่งจะกระตุ้นให้นักเรียนเกิด ความตระหนักในการร่วมมือกันลดความรุนแรงของภาวะโลกร้อน (เมื่ออุณหภูมิ
ภายในโลกสูงขึ้น น้ำในแหล่งน้ำมีอุณหภูมิสูงขึ้น แก็สออกซิเจนจะละลายในทะเลและมหาสมุทรลดลงด้วย
ซ่งึ เป็นสาเหตหุ น่ึงที่ทำให้พชื และสัตวท์ ะเลบางชนดิ ไมส่ ามารถดำรงชวี ิตอยู่ได้)

10) ครูอภิปรายร่วมกับนักเรียนเกี่ยวกับองค์ประกอบที่ละลายในน้ำอัดลม ตามเนื้อหาใน
หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เล่ม 1 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ หน้า 24 แล้วร่วมกัน
อภิปราย เพือ่ ให้ได้ข้อสรุป (แกส๊ ท่อี ยใู่ นนำ้ อัดลม คือ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ เมอ่ื เปิดขวด ความดันภายในขวด
ลดลงจนเท่ากับความดันบรรยากาศ ทำให้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ละลายในน้ำอัดลมได้น้อยลง จึงมีบางส่วน
แยกตวั ออกจากสารละลาย ทำให้เห็นฟองแกส๊ ท่ไี ม่สามารถละลายในน้ำอดั ลม เคลือ่ นท่ีข้ึนสู่ผวิ หน้านำ้ อัดลม)
ดงั นัน้ ความดันเป็นปัจจยั หนึง่ ที่มีผลตอ่ สภาพละลายไดข้ องสารที่มีสถานะแก๊ส ถ้าความดนั สูงข้ึน สภาพละลาย
ได้ของแก๊สจะเพิ่มขึ้น ซึ่งตรงกันข้ามกับอุณหภูมิ ถ้าอุณหภูมิสูงขึ้น สภาพละลายได้ของแก๊สจะลดลง จากนั้นให้
นกั เรยี นตอบคำถามระหวา่ งเรียน

ขน้ั ท่ี 5 ขัน้ ประเมนิ (Evaluation) (20 นาที)
8) ครูประเมินการเรยี นรู้ของนักเรยี นเร่ือง ผลของอณุ หภูมิที่มีต่อสภาพละลายได้ของสาร โดย

ให้นักเรยี นตอบคำถามหลังเรยี นในหนังสือเรียน (หนงั สอื เรียนรายวชิ าพ้นื ฐานวิทยาศาสตร์ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 2
เล่ม 1 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) สสวท.
กระทรวงศึกษาธกิ าร หน้า 23) จำนวน 3 ขอ้ (เฉลยแนบท้ายแผนการจดั การเรียนรู้)

- อุณหภมู ิมผี ลอย่างไรต่อสภาพละลายได้ของสารแตล่ ะชนิด

- ถา้ ละลายโซเดยี มคลอไรด์ 20 กรัม ในน้ำ 100 กรมั ท่อี ุณหภูมิ 40 องศาเซลเซยี ส โซเดยี ม
คลอไรด์จะละลายหมดหรอื ไม่

-ถา้ ละลายโพแทสเซียมไนเทรต 20 กรัม ในน้ำ 50 กรมั ท่ีอุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส แล้วลด
อณุ หภูมลิ งเหลอื 20 องศาเซลเซียส จะเกิดการเปลย่ี นแปลงอยา่ งไร

11. ส่ือ / แหลง่ การเรยี นรู้
11.1 สอ่ื การเรียนรู้
1) หนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1
2) ใบกจิ กรรม : อณุ หภูมทิ ่ีมผี ลต่อสภาพการละลายได้ของสาร
3) วสั ดุอุปกรณ์การทดลอง : ดเี กลอื (แมกนีเซยี มซัลเฟต), , นำ้ กลนั่ , นำ้ แข็ง,
ชอ้ นตกั สารเบอรส์ อง, บกี เกอร์ขนาด 50 cm3,
บกี เกอร์ขนาด 250 cm3, กระบอกตวงขนาด 10 cm3,
เทอร์มอมิเตอร์, แท่งแก้วคนสาร, ชดุ ตะเกียงแอลกอฮอร์
11.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1) ห้องปฏบิ ัติการวทิ ยาศาสตร์

12. การวดั และประเมนิ ผล

ตัวชีว้ ดั /ผลการเรยี นรู้ วิธกี ารวัด เคร่อื งมอื วัด เกณฑ์ที่ใช้ในการประเมิน
- คำถามทา้ ยกจิ กรรมที่ 2.4 ได้ไมน่ ้อยกว่า2 คะแนน
1. อธบิ ายผลของชนดิ ตัว - ตรวจการตอบคำถาม จำนวน 4 ขอ้ และคำถาม ระดับคุณภาพดี ถือวา่ ผ่าน
หลงั เรียน จำนวน 3 ข้อ การประเมินด้านความรู้
ละลายและตัวทำละลายท่ี ทา้ ยกิจกรรมท่ี 2.4 และ

มีผลตอ่ สภาพละลายของ คำถามหลงั เรียน

สารได้ (ดา้ นความรู้: K)

2. ทกั ษะการจัดกระทำ - ตรวจการออกแบบ - แบบประเมินการจดั ได้ไม่นอ้ ยกว่า2 คะแนน
กระทำและสื่อความหมาย ระดบั คุณภาพดี ถือวา่ ผ่าน
และส่อื ความหมายข้อมูล ตารางบนั ทกึ ผลการ ตารางบนั ทกึ ผลการทดลอง การประเมนิ ด้านกระบวนการ

(ด้านกระบวนการ: P) ทดลอง เรอื่ ง ผลของ

อุณหภมู ิที่มผี ลต่อสภาพ

ละลายได้ของสาร

3. ใหค้ วามร่วมมอื ในการ - สังเกตความรว่ มมือใน - แบบสงั เกตความร่วมมือใน ไดไ้ ม่น้อยกว่า2 คะแนน
การทำกิจกรรมร่วมกับผูอ้ ่นื ระดบั คุณภาพดี ถือว่าผ่าน
ทำกิจกรรมรว่ มกับผู้อ่นื ได้ การทำกจิ กรรมของ
การประเมินดา้ นเจตคติ
(ด้านเจตคต:ิ A) นกั เรยี น

12.1 เกณฑ์การประเมนิ ผลงานนักเรยี น

เกณฑก์ ารประเมิน (Rubrics Score)

ประเดน็ การประเมนิ ค่าน้ำหนัก แนวทางการให้คะแนน
คะแนน

การใหค้ ะแนนตอบ 3 ตอบคำถามทา้ ยกจิ กรรมและคำถามระหวา่ งเรียน ถูกต้อง จำนวน 7-6 ข้อ
คำตอบหลงั ทำกจิ กรรม 2 ตอบคำถามท้ายกิจกรรมและคำถามระหวา่ งเรยี น ถูกตอ้ ง จำนวน 5-4 ข้อ
1 ตอบคำถามท้ายกิจกรรมและคำถามระหว่างเรยี น ถูกต้อง จำนวน 3-0 ข้อ

ออกแบบตารางบันทึกผลการทดลองได้ดี มกี ารนำเสนอข้อมูลเข้าใจง่าย

3 มีลำดบั ขั้นตอน ระบุชื่อตารางบันทกึ ผลการทดลอง หวั เรือ่ งตารางบนั ทกึ ผล

การให้คะแนนการจัด 2 และบนั ทึกผลการทดลองได้ถูกตอ้ ง ครบถ้วน
กระทำและสื่อความหมาย ออกแบบตารางบันทึกผลการทดลองได้ มกี ารนำเสนอข้อมูลเขา้ ใจง่าย
มลี ำดับขั้นตอน ระบชุ ่อื ตารางบันทึกผลการทดลอง หัวเรือ่ งตารางบนั ทึกผล
ตารางบนั ทึกผล แต่บันทกึ ผลการทดลองไม่ถกู ตอ้ ง
การทดลอง ออกแบบตารางบนั ทึกผลการทดลองได้ แต่การนำเสนอขอ้ มูลเข้าใจยาก

1 ไม่มลี ำดบั ข้นั ตอน ไม่ระบุชื่อตารางบนั ทกึ ผลการทดลอง ไมม่ หี วั เร่ืองตาราง

บนั ทกึ ผล และบนั ทึกผลการทดลองไม่ถูกตอ้ ง

ใหค้ วามร่วมมือในทำกิจกรรมร่วมกับผูอ้ ื่นตลอดท้ังคาบเรียน ไม่ก่อความ

3 วุ่นวายหรือปัญหาท่ีรบกวนการเรยี นของผู้อื่น เช่น พดู เสียงดงั โวยวาย

ลุกเดินไปมา หรอื ชวนผู้อน่ื คยุ เล่น ขณะครูทำการสอน

การใหค้ ะแนนความ ใหค้ วามร่วมมือในทำกิจกรรมร่วมกบั ผ้อู ื่นเปน็ บางครัง้ ในคาบเรียน และ

รว่ มมอื ในการทำกิจกรรม 2 กอ่ ความวนุ่ วายหรือปัญหาทร่ี บกวนการเรยี นของผู้อื่น เช่น พูดเสยี งดงั

รว่ มกบั ผ้อู ่นื โวยวาย ลุกเดินไปมา หรือชวนผู้อนื่ คยุ เล่น ขณะครูสอน

ไมใ่ ห้ความรว่ มมือในทำกจิ กรรมร่วมกับผ้อู นื่ ทำให้เกดิ ความวุ่นวายหรอื

1 ปญั หาท่ีรบกวนการเรยี นของผอู้ ่ืน เช่น พดู เสียงดังโวยวาย ลกุ เดินไปมา

หรอื ชวนผ้อู นื่ คุยเลน่ ขณะครูทำการสอน

11.2 ระดับคุณภาพ (โดยนำคะแนนรวมทุกด้าน K P A แล้วหาค่าเฉล่ยี )

คะแนนรวมเฉลย่ี 3.00 หมายถึง ดมี าก

คะแนนรวมเฉลี่ย 2.00 - 2.99 หมายถงึ ดี

คะแนนรวมเฉล่ยี 0.01 - 1.99 หมายถึง พอใช้

ดังนน้ั นักเรียนตอ้ งได้คะแนนเฉลี่ยทุกประเด็นการประเมนิ ไมต่ ่ำกวา่ 2.00 คะแนน แสดง
ระดบั คุณภาพดี ถือว่าผ่านเกณฑก์ ารประเมินในแผนการจัดการเรยี นท่ี 5

ความคิดเห็นของผ้บู ังคับบญั ชา หรอื ผู้ทไี่ ด้รบั มอบหมายก่อนสอน
1. เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี
 ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรงุ

2. การจดั กจิ กรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
 เน้นผเู้ รยี นเป็นสำคญั มาใช้ในการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

 มีความสอดคล้องของมาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ช้ีวัด
 เน้นกระบวนการเรียนรู้แบบ Active learning

ลงชอื่ ..................................................................
(นางสาวพัชรินทรด์ า นาคพล)

ตำแหนง่ ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นวดั ช่องเปยี่ มราษฎร์
บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้

1) ผลการเรยี นรู้ จำนวนนกั เรียนท้งั หมด.......................................คน
1.1) ผู้เรียนท่ผี ่านตวั ช้วี ัด มจี ำนวน ........................ คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ............................
1.2) ผเู้ รยี นทีไ่ มผ่ า่ นตัวช้ีวดั มจี ำนวน ....................... คน คิดเปน็ ร้อยละ ............................

สาเหตุ
.................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................

แนวทางแกป้ ญั หา
......................................................................................................................................... ........................................
........................................................................................... ......................................................................................

1.3) ผู้เรยี นได้รับความรู้ (K)
............................................................................................................................. ....................................................
............................................................................................................................. ....................................................
........................................................................................................................................................ .........................

1.4) ผู้เรยี นเกดิ ทกั ษะกระบวนการ (P)
.................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
............................................................................................................................. ....................................................

1.5) ผู้เรียนมคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม (A)
............................................................................................................................. ....................................................
.................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................

2) ปัญหา อปุ สรรค (ถ้าม)ี
............................................................................................................................. ....................................................
................................................................................................................................. ................................................

3) ขอ้ เสนอแนะ (ถา้ มี)
............................................................................................................................. ....................................................
.................................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ....................................... ผสู้ อน
(นางสาวรชั นก มชี ขู ันธ์)

ตำแหน่ง ครูโรงเรียนวดั ช่องเป่ียมราษฎร์
ความคดิ เหน็ /ขอ้ เสนอแนะของผบู้ ริหารหลงั สอน
..................................................................................................................................................... ........................
.......................................................................................................... ...................................................................
............................................................................................................................. ................................................

ลงช่ือ................................................................
(นางสาวพชั รินทรด์ า นาคพล)

ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนวดั ชอ่ งเปยี่ มราษฎร์

ใบกจิ กรรมท่ี 2.4 ผลของอุณหภมู ิทม่ี ีผลตอ่ สภาพละลายได้ของสาร

กิจกรรมท่ี 2.4 ผลของอุณหภูมทิ ่ีมผี ลต่อสภาพละลายได้ของสาร?

จุดประสงค์ ออกแบบการทดลอง ทดลอง และอธิบายผลของอุณหภมู ิท่ีมีต่อสภาพละลายได้
ของจุนสีในนำ้

วสั ดอุ ุปกรณ์ ปริมาณ/กลุ่ม

1. ดีเกลือ (แมกนเี ซยี มซัลเฟต) 30 กรมั

2. นำ้ กลนั่ 100 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร

3. น้ำแขง็ 100 กรัม

4. ชอ้ นตักสารเบอร์สอง 1 คนั
5. บีกเกอร์ขนาด 50 cm3 3 ใบ
6. บกี เกอร์ขนาด 250 cm3 1 ใบ

7. กระบอกตวงขนาด 25 cm3 1 ใบ
8. เทอรม์ อมิเตอร์ 1 อัน
9. แท่งแก้วคนสาร 1 อัน
10 ขาตง้ั พรอ้ มทจ่ี ับ 1 ชุด
11. ชดุ ตะเกียงแอลกอฮอร์ 1 ชุด

วธิ ดี ำเนนิ กิจกรรม 1. ร่วมการตัง้ สมมตฐิ านเกี่ยวกับผลของอุณหภมู ิท่มี ีต่อสภาพละลายได้ของจนุ ศรใี นน้ำ
2. ระบตุ ัวแปรตน้ ตัวแปรตาม และตวั แปรควบคุม

3. ออกแบบการทดลอง เพอ่ื ตรวจสอบสมมตฐิ าน โดยใชอ้ ุปกรณท์ ่ีกำหนด
4. ทำการทดลอง บนั ทึกผล อภิปราย และสรุปผลการทดลอง
5. นำเสนอรายงานผลการทดลอง

กิจกรรมท่ี 2.4 ผลของอณุ หภูมทิ ี่มีผลต่อสภาพละลายได้ของสาร?
หมายเหตุ ข้อเสนอแนะในการทำกิจกรรม
- กำหนดอณุ หภูมิทจ่ี ะทำการทดลองรว่ มกับนกั เรียน ซงึ่ ควรมี 2-3 คา่ คือ อุณหภมู ิ
ต่ำกว่าอุณหภมู หิ ้อง อุณหภมู ิหอ้ ง อุณหภูมิสงู กว่าอุณหภูมิหอ้ ง
- อ่านอณุ หภมู ิแตล่ ะการทดลอง บันทกึ ในตารางบนั ทึกผล
- พยายามควบคุมอุณหภูมิที่ทดลองใหค้ งที่ (ยกเวน้ ท่อี ุณหภูมหิ ้อง ไม่ตอ้ งควบคุม)
โดยให้นักเรยี นแช่หลอดทดลองในบีกเกอรท์ บ่ี รรจุน้ำ และจุม่ เทอร์มอมิเตอร์ให้
กระเปาะของเทอรม์ อมเิ ตอร์อยใู่ นของเหลวในหลอดทดลอง ยดึ เทอรม์ อมิเตอร์ดว้ ย
ชดุ ขาตั้งพร้อมทีจ่ ับถา้ ต้องการเพ่ิมอณุ หภมู ิ อาจนำบีกเกอรไ์ ปใหค้ วามร้อน
ถ้าตอ้ งการลดอณุ หภมู ิ อาจเติมน้ำแขง็ ลงในบีกเกอร์
- นกั เรยี นอาจออกแบบการทดลองไดห้ ลายแบบ ครตู ้องชว่ ยเหลอื นกั เรยี นในการ
พิจารณาความถูกตอ้ งและความเหมาะสมของการทดลองแต่ละแบบ ก่อนท่ีจะให้
นกั เรียนลงมอื ทดลอง ซง่ึ จะช่วยใหป้ ระหยัดเวลา และไดผ้ ลการทดลองที่สามารถ
นำมาสรปุ องคค์ วามร้ทู ี่ถูกต้อง

คำถามทา้ ยกจิ กรรม

เฉลยคำถามท้ายกจิ กรรม
1. ตัวแปรตน้ ตวั แปรตาม และตวั แปรควบคุม ของการทดลองนี้คืออะไร
2. วิธีการทดลอง เพอื่ ตรวจสอบสมมตฐิ านทำอย่างไร
3. ผลการทดลองเปน็ ไปตามสมมตฐิ านที่ตัง้ ไว้หรอื ไม่ อยา่ งไร
4. จากกจิ กรรม สรปุ ไดว้ ่าอยา่ งไร

เฉลยใบกิจกรรมท่ี 2.4 ผลของอุณหภมู ทิ ่ีมีผลต่อสภาพละลายได้ของสาร

คำถามทา้ ยกจิ กรรม

เฉลยคำถามทา้ ยกิจกรรม
1. ตัวแปรตน้ ตวั แปรตาม และตัวแปรควบคมุ ของการทดลองน้ีคืออะไร
แนวคำตอบ ตวั แปรต้น คอื อณุ หภมู ิ ตัวแปรตาม คอื จำนวนช้อนของจนุ สีทล่ี ะลายได้ ตวั แปรควบคมุ คอื

ปริมาณนำ้ ช้อนที่ใชต้ กั จุนสี แทง่ แก้วคนทใี่ ช้
2. วธิ กี ารทดลองเพือ่ ตรวจสอบสมมติฐานทำอย่างไร

แนวคำตอบ วิธกี ารทดลองเพ่อื ตรวจสอบสมมติฐานขน้ึ อยู่กับสมมติฐาน เช่น ถ้านกั เรยี นตง้ั สมมติฐานว่า
จุนสีละลายได้ในน้ำที่มีอุณหภูมิสูงมากกว่าในน้ำที่อุณหภูมิต่ำ อาจตรวจสอบสมมติฐานโดยละลายจุนสีในน้ำท่ี
อณุ หภูมหิ อ้ ง คนจนสารละลายหมดแลว้ เติมจุนสีเพิ่มคร้ังละช้อน คนจนสารละลายหมดทุกคร้งั จนกว่าจุนสีจะไม่
ละลายน้ำได้อีก จากนั้นนำสารละลายไปให้ความร้อนแล้วเติมจุนสีครั้งละช้อน คนจนสารละลายหมดทุกครั้ง
จนกว่าจุนสีจะไม่ละลายน้ำได้อีก เปรียบเทียบปริมาณจุนสีที่ใช้ขณะที่สารละลายมีอุณหภูมิห้องกับขณะท่ี
สารละลายมีอุณหภูมสิ ูงกว่าอณุ หภมู ิหอ้ ง
3. ผลการทดลองเปน็ ไปตามสมมตฐิ านท่ีตั้งไวห้ รือไม่ อย่างไร

แนวคำตอบ คำตอบเกี่ยวกับความสอดคล้องของผลการทดลองกับสมมติฐาน ขึ้นอยู่กับผลการทำ
กิจกรรมของนกั เรียน เชน่ ถา้ นักเรยี นตง้ั สมมติฐานว่าจนุ สลี ะลายได้ในน้ำท่ีมีอุณหภูมิสูงมากกว่าในน้ำที่อุณหภูมิ
ตำ่ และนักเรยี นออกแบบการทดลองโดยควบคุมตวั แปรอยา่ งรดั กมุ จะพบว่าผลการทดลองเปน็ ไปตามสมมติฐาน
ท่ีตัง้ ไว้
4. จากกจิ กรรม สรุปไดว้ ่าอย่างไร

แนวคำตอบ จากกจิ กรรมสรปุ ไดว้ า่ จุนสมี สี ภาพละลายไดใ้ นนำ้ ทีอ่ ุณหภมู สิ งู มากกวา่ ในน้ำทีอ่ ุณหภมู ิตำ่

ตวั อยา่ งการออกแบบตารางบันทกึ ผลการทดลอง

ชอื่ ตาราง: ตารางแสดงผลของอุณหภูมทิ ี่มผี ลต่อสภาพละลายได้ของสาร
ตัวอย่างการออกแบบการทดลองท่ี 1

ละลายจุนสี 1 ช้อนเบอร์หนึ่งในน้ำ 10 ลูกบาศก์เซนติเมตรที่อุณหภูมิห้อง คนจนละลายหมด เติมจุนสี
เพิ่มลงไปทีละช้อน คนสารละลายทุกครั้งที่เติมจุนสี เมื่อจุนสีเริ่มละลายไม่หมด หยุดเติมจุนสี นับจำนวนช้อนที่
ตวงจุนสที ี่ใชท้ ั้งหมด บันทึกผล จากนน้ั ทำกิจกรรมซำ้ ในภาชนะใหม่ โดยเปลย่ี นอุณหภมู ขิ องน้ำเป็นอุณหภูมิท่ีสูง
กวา่ อุณหภูมิห้อง และอุณหภูมิทตี่ ่ำกว่าอุณหภูมหิ อ้ ง

ตวั อย่างตารางบนั ทกึ ผลที่ 1

*อุณหภมู ติ ำ่ กวา่ อุณหภมู ิหอ้ งท่วี ัดได้
**อุณหภมู ิหอ้ งที่วดั ได้
***อณุ หภูมิสูงกว่าอณุ หภมู หิ ้องทวี่ ัดได้

ตวั อย่างการออกแบบการทดลอง แบบท่ี 2
เริ่มการทดลองที่อุณหภมู ิหอ้ ง โดยละลายจุนสี ทีละช้อนในน้ำ 10 ลูกบาศก์เซนติเมตร จนกว่าจุนสีเริ่ม

ไม่ละลายน้ำ นับจำนวนช้อนที่ตวงจนุ สีท่ีใช้ท้ังหมด จากน้ันนำสารละลายไปเพ่ิมอุณหภูมิ โดยควบคุมอุณหภูมิให้
คงที่และเติมจุนสีเพิ่มลงในสารละลายจนจุนสีเริ่มไม่ละลายน้ำ นับจำนวนช้อนตวงจุนสีที่ใช้ทั้งหมดตั้งแต่เร่ิมต้น
จนเพิม่ อณุ หภมู ิ

ตัวอย่างตารางบันทึกผล

*อณุ หภมู ิหอ้ งทวี่ ัดได้
**อณุ หภูมิสงู กว่าอุณหภมู หิ ้องทว่ี ดั ได้

ตัวอย่างการออกแบบการทดลอง แบบท่ี 3
เริม่ การทดลองที่อุณหภูมิห้อง โดยละลายจุนสใี นนำ้ 10 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตรใหเ้ กินจดุ อิ่มตัว สังเกตและ

บันทกึ ผล เพิ่มอณุ หภูมสิ ารละลายเป็น 60 องศาเซลเซียส คนสาร สังเกตการเปลี่ยนแปลง บนั ทกึ ผล จากน้นั
ตัง้ สารละลายไวจ้ นอณุ หภมู ลิ ดลงถงึ อุณหภมู ิห้อง สังเกตการเปลีย่ นแปลง บันทกึ ผล

ตัวอยา่ งตารางบันทกึ ผล

เฉลยคำถามหลังเรียนในขั้นประเมิน

จากภาพแสดงสภาพละลายได้ของสารบางชนิดในน้ำ 100 กรัม ที่อุณหภูมิต่าง ๆ จะพบว่า
เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้นสารละลายได้ ของสารส่วนใหญ่เพิ่มขึ้น เช่น ที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียสโซเดียมคลอไรด์
มีสภาพละลายได้ 36 กรัมต่อน้ำ 100 กรัมเมื่อเพิ่มอุณหภูมิเป็น 90 องศาเซลเซียสโซเดียมคลอไรด์มีสภาพ
ละลายได้ 40 กรมั ต่อน้ำ 100 กรัม แต่สารบางชนิดมีสภาพละลายไดล้ ดลง เช่น ซีเรียมซลั เฟต

จากภาพ 2.4 ตอบคำถามตอ่ ไปนี้
• อุณหภมู ิมผี ลอย่างไรต่อสภาพละลายไดข้ องสารแต่ละชนิด

แนวคำตอบ เมื่ออณุ หภูมิสูงขึ้น สารสว่ นใหญ่มีสภาพละลายไดเ้ พิ่มขึ้น แตม่ สี ารบางชนิดมีสภาพละลาย
ได้น้อยลง เชน่ ซเี ซียมซลั เฟต
• ถา้ ละลายโซเดียมคลอไรด์ 20 กรัม ในนำ้ 100 กรมั ทอี่ ณุ หภมู ิ 40 องศาเซลเซียส โซเดียมคลอไรดจ์ ะ
ละลายหมดหรอื ไม่

แนวคำตอบ โซเดยี มคลอไรด์ 20 กรัม ละลายได้หมดในนำ้ 100 กรัม ทีอ่ ุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส
• ถา้ ละลายโพแทสเซียมไนเทรต 20 กรมั ในน้ำ 50 กรัมที่อณุ หภมู ิ 50 องศาเซลเซียส แล้วลดอุณหภูมิลง
เหลือ 20 องศาเซลเซียส จะเกิดการเปล่ยี นแปลงอย่างไร

แนวคำตอบ โพแทสเซยี มไนเทรต 20 กรมั ละลายไดห้ มดในนำ้ 50 กรัม ท่ีอุณหภมู ิ 50 องศาเซลเซียส
ไดส้ ารละลายใส ไม่มสี ี ไม่มตี ะกอน แต่เม่ือนำไปลดอุณหภูมลิ งเหลอื 20 องศาเซลเซียส โพแทสเซียมไนเทรต
ละลายได้เพยี ง 15 กรมั ในน้ำ 50 กรัม เนอื่ งจากสภาพละลายได้ของโพแทสเซียมไนเทรตลดลงเมอื่ อณุ หภมู ิ
ลดลง จะมีโพแทสเซียมไนเทร

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 6

กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 2

รหัสวชิ า ว22101 ภาคเรยี นที่ 1

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 สารละลาย

เร่อื ง การใช้ตัวทำละลายอย่างถูกตอ้ งและปลอดภยั

รวม 2 ชั่วโมง

สอนวนั ท.่ี .............................เดือน..............................พ.ศ.............

1. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การใช้สารละลายชีวิตประจำวนั ควรพจิ ารณาจากความเข้มขน้ ของสารละลาย ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของ

การใช้งานและผลกระทบต่อส่ิงมชี วี ิตและส่ิงแวดล้อม

2. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตัวช้ีวดั
ว 2.1 ม.2/6 ตระหนกั ถงึ ความสำคญั ของการนำความรเู้ รื่อง ความเขม้ ขน้ ของสารไปใช้ โดยยกตวั อยา่ งการ

ใช้สารละลายในชีวติ ประจำวนั อยา่ งถูกต้องและปลอดภยั

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ นกั เรียนสามารถระบุแนวทางการใช้ตวั ทำละลายตา่ ง ๆ อย่างถกู ต้องและ
3.1 ดา้ นความรู้ (K) ปลอดภัย
นักเรยี นมีทักษะการจดั กระทำและส่ือความหมายขอ้ มูลแนวทางการใช้
3.2 ดา้ นทักษะ (P) สารละลายในชวี ิตประจำวนั อยา่ งถกู ต้องและปลอดภยั
นกั เรียนให้ความรว่ มมือในการทำกิจกรรมร่วมกบั ผอู้ ่นื ได้
3.3 ดา้ นเจตคติ (A)

4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
4.1 ความรู้
สารทำละลาย (Solvents) คือสารทม่ี ีคุณสมบัตใิ นการละลายสารอ่นื ได้ดี ระเหยไดง้ ่าย มีความ

ไวไฟสูง มักมีใช้กันในอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ หรือ มีผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่ใช้กันโดยทั่วไป เช่น การผสมสี
การพ่นสี แลคเกอร์ กาวยาง น้ำยาทำความสะอาดชิ้นงาน และเครื่องจักร น้ำยาขจัดคราบรอยเปื้อน น้ำยาลบ
คำผดิ ฯลฯ ตัวอย่างของสารทใี่ ชก้ นั เช่น ทินเนอร์ นำ้ มนั เบนซนิ โทลูอนี ไซลีน ไตรคลอ โรอีเธน เป็นต้น

การระเหยของสาร คือ การที่สารนั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งของอากาศ เราหายใจเข้าไปแล้วสารจะถูกซึม
เขา้ สูก่ ระแสเลือด ผา่ น หัวใจแลว้ ถกู สูบฉดี เข้าไปสู่อวยั วะต่าง ๆ ภายในรา่ งกาย และทำอนั ตรายต่ออวัยวะนั้น ๆ
เช่น ตบั ไต สมองและเป็นอนั ตรายตอ่ สขุ ภาพร่างกาย

อันตรายของสารทำละลายต่อสุขภาพ
อันตรายตอ่ ระบบทางเดนิ หายใจ
- เฉียบพลัน หากหายใจเอาไอระเหยของสารเข้าไปมาก ๆ จะร้สู ึกวา่ หายใจขัด มอี าการระคาย

เคืองในคอ มึนศีรษะ คลืน่ เหยี น ระบบทางเดนิ อาหารอาจหยุดทำงานได้
- เรื้อรัง สารเคมีจะเข้าสู่ถุงลมปอด ซึมเข้าสู่กระแสเลือด และนำไปสู่อวัยวะภายในต่าง ๆ ทำ

ให้เกิดโรคตับ โรคไต หรือ ทำลายระบบประสาทส่วนกลาง ทำลายเนื้อเยื่อของระบบทางเดินหายใจ เมื่อได้รับ
สารทำละลายบ่อย ๆ อาจทำให้ตดิ สารนน้ั ได้ เชน่ การตดิ ทินเนอร์

อนั ตรายต่อผิวหนงั
- เฉียบพลัน สารทำละลายมีคุณสมบัติในการละลายไขมันได้ดี หากสัมผัสที่ผิวหนังจะละลาย
ไขมันที่ผิวหนัง ทำให้ผิวหนัง แห้ง แตก ระคายเคือง และไหม้ได้ อีกทั้งยังสามารถซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่กระแส
เลอื ด และทำอนั ตรายเชน่ เดยี วกับสารทเ่ี ข้าทางระบบ ทางเดินหายใจ
- เรื้อรัง หากสัมผัสกับสารทำละลายเป็นเวลานาน ๆ ทำให้เป็นโรคผิวหนังอักเสบ (Contact
Dermatitis) โดยมีอาการเป็นตุ่ม พุพอง รู้สึกเจ็บง่ายต่อการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งจะทำให้เกิดอาการอักเสบ
รุนแรงขน้ึ
อนั ตรายต่อดวงตา
- เฉียบพลัน ถ้าสารทำละลายกระเซ็นเข้าตาจะทำให้เกิดอาการแสบตา ตาแดง น้ำตาไหล
เกิดอาการระคายเคอื ง
- เรื้อรัง เกิดจากการทำงานในบริเวณที่มีละออง ไอระเหยของสารทำลายเป็นเวลานาน ๆ
มีอาการคือ ตาพรา่ มวั เยื่อบุตาระคายเคือง สมรรถภาพการมองเหน็ เส่ือมแบบถาวร
การปฐมพยาบาลผไู้ ด้รบั สารทำละลาย
- การหายใจ ให้นำผู้นัน้ ออกมารับอากาศบริสุทธิ์ บางครั้งอาจต้องทำการผายปอด หากผู้ไดร้ บั
สารหยุดหายใจ
- การกิน ห้ามให้ดื่มกินอะไรตามไป นอกจากมีระบุไว้ในเอกสารความปลอดภัยของสารเคมี
ตัวนน้ั ๆ (MSDS : Material Safety Data Sheet) แลว้ นำสง่ แพทยท์ นั ที
- ผิวหนัง เปิดน้ำให้ชะผ่านบริเวณที่โดนสารละลาย 15-20 นาที โดยห้ามทำการขัดถูบาดแผล
ขณะเดียวกันกถ็ อดเสื้อผ้าทเ่ี ปอ้ื นสารเคมีออกในขณะท่นี ำ้ ยงั ชะอยู่ ปิดแผลดว้ ยผ้าหรือวัสดุทผ่ี ่านการฆ่าเช้อื แล้ว
หา้ มใสค่ รมี ลงบนแผล ดอู าการหากไมด่ ีขึน้ ใหพ้ าไปพบแพทย์
- ตา ให้ไปที่ที่ล้างตาที่ใกล้ที่สุดทันที หากไม่มีให้ไปที่ก๊อกน้ำ สำหรับผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ให้
ถอดออกเพราะ จะเป็นตัวจับสารทำละลายไว้ ให้น้ำชะล้างตา 15-20 นาที โดยล้างจากหัวตาไปหางตา โดยใหต้ า
ทโ่ี ดนสารนั้นอยู่ขา้ งล่างเพอื่ ไม่ไห้ตาอีกข้างรบั สารไปด้วย หา้ มใสค่ รีม ดูอาการหากยงั ไม่ดขี นึ้ ให้พาไปพบแพทย์

คำแนะนำสำหรับผทู้ ำงานกับสารทำละลาย

- ผู้ใช้ควรศึกษาคุณสมบัติและอันตรายของสารทำละลายชนิดที่ใช้อยู่ ซึ่งหาดูได้จากเอกสาร

ความปลอดภัยของสารเคมี (MSDS : Material Safety Data Sheet) หรือฉลากที่ติดมากับผลิตภัณฑ์

- ใช้สารทำละลายด้วยความระมดั ระวงั และถกู ต้องตามคำแนะนำ

- ในส่วนของงานที่ใช้สารทำละลายควรทำในระบบปิด หรือมีการระบายอากาศที่ดี ควรแยก

การทำงานนีอ้ อกจากส่วนอนื่ เพือ่ ปอ้ งกันผู้อืน่ ไมใ่ หร้ บั สารเข้าไป

- ป้องกันไมใ่ ห้สารทำละลายเข้าสูร่ า่ งกาย โดยสวมอุปกรณ์ป้องกนั ที่ถกู ตอ้ ง และเหมาะสมขณะ

ทำงาน รวมทงั้ ทราบถงึ วธิ ีการใช้และการบำรงุ รกั ษาอย่างถกู วธิ ี

- หา้ มใช้สารทำละลายล้างทำความสะอาดมอื หรืออวัยวะอ่นื ๆ

- ห้ามสูบบุหรี่ขณะทำงาน เพราะทำให้สารทำละลายเข้าสู่ร่างกาย และอาจเกิดอัคคีภัยได้

เพราะมีความไวไฟสงู

- หลังทำงานควรล้างมอื หรืออาบน้ำให้สะอาดด้วยสบู่

(อ้างอิงข้อมูลจาก: รวบรวมจาก ฝ่ายชีวอนามัย กองอนามัยสิ่งแวดล้อม สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร

https://web.ku.ac.th/schoolnet/snet6/envi3/solven/solvent.htm)

4.2 ทักษะ/กระบวนการ

- การสังเกต - การสำรวจ

- การเปรียบเทยี บ - การอธบิ าย

- การสืบคน้ ข้อมูลและการอภิปราย - กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์

4.3 เจตคติ

- ความอยากรู้อยากเหน็ - ความมีเหตุผล

- ความพยายามมุ่มม่ัน - ความรบั ผดิ ชอบ

- ความร่วมมือช่วยเหลอื - ความสร้างสรรค์

สาระการเรยี นร้ทู ้องถนิ่

-

5. ทักษะผเู้ รียนในศตวรรษที่ 21 (3Rs 8Cs 2Ls)
5.1 ทกั ษะในสาระวชิ าหลัก (3Rs)
5.1.1  (R) Reading (อา่ น)
5.1.2  (W) Riting (เขียน)
5.1.2  (A) Rithemetics (คณติ ฯ)
5.2 ทกั ษะการเรียนรู้และนวัตกรรม (8Cs)
5.2.1  Critical Thinking and Problem Solving

(การคดิ วจิ ารณญาณ และแก้ปัญหา)

5.2.2  Creativity and Innovation (การสร้างสรรค์ และนวตั กรรม)
5.2.3  Cross-cultural Understanding (ความเข้าใจความต่างวัฒนธรรม)
5.2.4  Collaboration, Teamwork and Leadership
(การทางานเป็นทีม ภาวะผนู้ า)
5.2.5  Communications, Information, and Media Literacy
(การสอ่ื สารสารสนเทศ)
5.2.6  Computing and ICT Literacy (ทกั ษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลย)ี
5.2.7  Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชพี และการเรียนรู้)
5.2.8  Compassion (คณุ ธรรม เมตตา กรุณา ระเบยี บวนิ ยั )

6. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น 2) ทักษะการสำรวจคน้ หา
6.1 ความสามารถในการส่ือสาร 4) ทักษะการเช่ือมโยง
6.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการสงั เกต
3) ทักษะการวเิ คราะห์
6.3 ความสามารถในการแกป้ ัญหา
6.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ

7. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

7.1 รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
7.2 ซือ่ สัตย์สุจริต
7.3 มวี นิ ัย
7.4 ใฝ่เรยี นรู้
7.5 อยู่อย่างพอเพยี ง
7.6 มุ่งม่ันในการทำงาน
7.7 รกั ความเปน็ ไทย
7.8 มจี ิตสาธารณะ

8. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
8.1 กจิ กรรม การใช้ตวั ทำละลายอย่างถูกต้องและปลอดภัยทำได้อยา่ งไร

9. สอดคล้องมาตรฐานเพ่อื การประกนั คณุ ภาพภายใน
มาตรฐานที่ 1 คณุ ภาพของผู้เรียน

มาตรฐานท่ี 1 คณุ ภาพของผเู้ รยี น
1.1 ผลสมั ฤทธิท์ างวชิ าการของผเู้ รียน
1) มีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสาร และการคิดคำนวณ
2) มคี วามสามารถในการคิดวิเคราะห์ คดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ อภปิ รายแลกเปลีย่ นความ

คิดเหน็ และแกป้ ัญหา
3) มคี วามสามารถในการสร้างนวตั กรรม
4) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
5) มีผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี นตามหลักสูตรสถานศึกษา
6) มีความรู้ ทักษะพืน้ ฐาน และเจตคตทิ ี่ดีต่องานอาชีพ

1.2 คุณลกั ษณะท่พี ึงประสงคข์ องผเู้ รียน
1) การมีคณุ ลักษณะและค่านิยมท่ดี ีตามทส่ี ถานศึกษากำหนด
2) ความภูมใิ จในท้องถนิ่ และความเป็นไทย
3) การยอมรบั ท่ีจะอยรู่ วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย
4) สุขภาวะ ทางรา่ งกาย และจติ สงั คม

มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนทีเ่ นน้ ผ้เู รยี นเปน็ สำคญั
3.1 จดั การเรยี นรู้ผา่ นกระบวนการคดิ และปฏบิ ตั ิจริง และสามารถนำไปประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิตได้
3.2 ใชส้ ่อื เทคโนโลยสี ารสนเทศ และแหล่งเรยี นรู้ท่ีเอ้ือตอ่ การเรียนรู้
3.3 มีการบรหิ ารจัดการชั้นเรียนเชงิ บวก
3.4 ตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบ และนำผลมาพฒั นาผู้เรียน
3.5 มีการแลกเปลย่ี นเรียนรู้และให้ข้อมูลสะทอ้ นกลับเพ่ือพัฒนาและปรบั ปรุงการจดั การเรยี นรู้

10. กจิ กรรมการเรียนรู้
ใชร้ ปู แบบการจดั การเรียนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Cycles: 5Es) (2 ชว่ั โมง; 120นาท)ี
ขน้ั ท่ี 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engagement) (10 นาที)
1) ครูนำเสนอคลิปวีดีทัศน์ เรื่อง อันตรายจากสารเคมี สารทำละลาย ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ใน

ชวี ติ ประจำวัน และสนทนาถึงความอันตรายของสารร่วมกบั นักเรียน
2) ครูแสดงบัตรภาพ การระเบิดของโรงงานที่มีการเก็บสารทำละลาย โดยให้นักเรียนช่วยกัน

วิเคราะห์ว่า จะเกิดผลกระทบต่อร่างกายของมนุษย์ด้านใดบ้าง (อันตรายต่อระบบหายใจ ระบบหมุนเวียนเลือด
ผิวหนงั ดวงตา จมกู เป็นตน้ )

ขนั้ ท่ี 2 ขน้ั สำรวจและค้นหา (Exploration) (20 นาที)
3) ให้นักเรียนอ่านชื่อกิจกรรมท้ายบท จุดประสงค์ และวิธีดำเนินกิจกรรม และตรวจสอบ

ความเขา้ ใจการอา่ นโดยใช้คำถาม ดงั ตอ่ ไปน้ี
- กจิ กรรมน้เี กย่ี วกับเร่ืองอะไร (การใช้ตัวทำละลายต่าง ๆ อย่างถูกตอ้ งและปลอดภัย)
- กิจกรรมนี้มีจุดประสงค์อะไร (วิเคราะห์ข้อมูลและระบุแนวทางการใช้ตัวทำละลายต่าง ๆ

อยา่ งถกู ต้องและปลอดภัย)
4) นักเรยี นเตรยี มนำเสนอข้อมูลผลการทำกจิ กรรม โดยตอบคำถามทา้ ยกจิ กรรม จำนวน 3 ข้อ
- เพราะเหตใุ ดจึงต้องใชต้ วั ทำละลายอินทรียแ์ ทนน้ำ
- ประโยชน์และอนั ตรายจากการใช้ตวั ทำละลายอินทรียม์ อี ะไรบ้าง
- ถา้ นกั เรยี นต้องใช้ตัวทำละลายอนิ ทรยี ์ นักเรยี นจะมีแนวทางการใช้ตวั ทำละลายต่าง ๆ อย่าง

ถกู ต้องและ ปลอดภัยได้อยา่ งไร (เฉลยแนบท้ายแผนการจดั การความรู้)
ขั้นท่ี 3 ข้ันอธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation) (40 นาที)
5) นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการทำกิจกรรม โดยครูควรเขียนผลการทำกิจกรรมของกลุ่ม

ไว้บนกระดานเพื่อใช้ประกอบการอภิปรายและตอบคำถามท้ายกิจกรรม ให้นักเรียนตอบคำถามท้ายกิจกรรม
และร่วมกันสรุปผลของกิจกรรม โดยใช้คำถามท้ายกิจกรรมเป็นแนวทาง เพื่อให้ได้ข้อสรุปจากกิจกรรม
(ตัวทำละลายอินทรีย์บางชนิดใช้ประโยชน์อย่างแพร่หลาย อาจใช้สกัดสารที่ต้องการออกจากสารผสม เช่น เอ
ทานอลนิยมใช้สกัดสารจากสมุนไพร แต่ตัวทำละลายบางชนิด ใช้เป็นตัวทำละลายของสี กาว สารเคลือบผิว
น้ำยาทำความสะอาด อันตรายจากการใช้ตวั ทำละลายอินทรีย์ เช่น ทำให้เกิดไฟไหม้หรอื ระเบดิ แม้มีประกายไฟ
เพยี งเล็กนอ้ ย เปน็ พษิ ตอ่ รา่ งกาย ดังนัน้ ตอ้ งปฏบิ ัติเพื่อป้องกันอันตรายทเ่ี กิดจากการใช้ตวั ทำละลายอนิ ทรยี ์ เช่น
ไม่สูดดม ไม่สัมผัสตัวทำละลายอินทรีย์โดยตรง ใช้หน้ากากปิดปากและจมูก สวมแว่นตานิรภัย การกำจัดตัวทำ
ละลายอินทรีย์อย่างถูกวิธี หากไม่มีความรู้เพียงพอควรส่งให้หน่วยงานที่สามารถกำจัด อย่างถูกวิธีรับไป
ดำเนินการ)

ขั้นท่ี 4 ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) (30 นาที)
6) นักเรียนขยายความรู้เพิ่มเติม โดยการทำแผนผังมโนทัศน์ เพื่อแสดงแนวทางการใช้

สารละลายในชีวติ ประจำวนั อย่างถูกต้องและปลอดภยั
ขนั้ ท่ี 5 ขัน้ ประเมนิ (Evaluation) (20 นาที)
7) ครูประเมินและตรวจสอบความถูกต้องของแผนผังมโนทัศน์ เรื่อง แนวทางการใช้

สารละลายในชีวิตประจำวนั อย่างถูกตอ้ งและปลอดภยั รว่ มกบั นกั เรียน

11. สื่อ / แหล่งการเรียนรู้
11.1 ส่ือการเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1
2) ใบกิจกรรม : การใชต้ วั ทำละลายอยา่ งถกู ต้องและปลอดภยั ทำได้อย่างไร
3) คลปิ วดี ที ัศน์ : อนั ตรายของสารเคมจี ากแหลง่ อุตสาหกรรม
4) บัตรภาพ : แสดงการระเบิดของโรงงานทีม่ ีการเก็บสารทำละลาย
11.2 แหล่งการเรียนรู้
1) หอ้ งปฏิบัติการวิทยาศาสตร์

12. การวัดและประเมนิ ผล

ตัวชวี้ ดั /ผลการเรียนรู้ วิธกี ารวัด เครื่องมือวดั เกณฑท์ ใี่ ชใ้ นการประเมิน
- คำถามท้ายกิจกรรม ไดไ้ มน่ ้อยกวา่ 2 คะแนน
1. ระบแุ นวทางการใช้ - ตรวจการตอบคำถาม จำนวน 3 ขอ้ ระดบั คุณภาพดี ถือวา่ ผ่าน
การประเมินดา้ นความรู้
ตัวทำละลายต่าง ๆ อย่าง ท้ายกิจกรรม

ถกู ต้องและปลอดภัย

(ดา้ นความรู้: K)

2. ทกั ษะการจัดกระทำ - ตรวจการออกแบบ - แบบประเมนิ การจดั ไดไ้ ม่น้อยกว่า2 คะแนน
กระทำและสื่อความหมาย ระดบั คุณภาพดี ถือวา่ ผา่ น
และสอ่ื ความหมายข้อมลู แผนผังมโนทัศน์ เร่อื ง แผนผังมโนทัศน์ การประเมินด้านกระบวนการ

(ดา้ นกระบวนการ: P) แนวทางการใชต้ ัวทำ

ละลายต่าง ๆ อยา่ ง

ถกู ต้องและปลอดภยั

3. ให้ความร่วมมอื ในการ - สงั เกตความร่วมมือใน - แบบสงั เกตความร่วมมอื ใน ไดไ้ มน่ ้อยกว่า2 คะแนน
การทำกจิ กรรมรว่ มกบั ผู้อืน่ ระดับคุณภาพดี ถือว่าผ่าน
ทำกิจกรรมรว่ มกบั ผอู้ ่นื ได้ การทำกิจกรรมของ
การประเมนิ ดา้ นเจตคติ
(ดา้ นเจตคต:ิ A) นักเรียน

12.1 เกณฑ์การประเมนิ ผลงานนกั เรียน

เกณฑก์ ารประเมิน (Rubrics Score)

ประเด็นการประเมิน คา่ น้ำหนกั แนวทางการให้คะแนน
คะแนน

การใหค้ ะแนนตอบ 3 ตอบคำถามทา้ ยกิจกรรมและคำถามระหวา่ งเรียน ถูกต้อง จำนวน 3 ข้อ
คำตอบหลงั ทำกิจกรรม 2 ตอบคำถามทา้ ยกิจกรรมและคำถามระหวา่ งเรียน ถูกต้อง จำนวน 2 ข้อ
1 ตอบคำถามท้ายกจิ กรรมและคำถามระหวา่ งเรยี น ถูกตอ้ ง จำนวน 1 ข้อ

การใหค้ ะแนนการจัด 3 ออกแบบแผนผังมโนทศั นไ์ ดด้ ี มีการนำเสนอข้อมลู เขา้ ใจง่าย

กระทำและสื่อความหมาย มีลำดบั ขั้นตอน ระบแุ นวทางการใชต้ วั ทำละลายอย่างถูกต้องและปลอดภัย

แผนผังมโนทัศน์ ตกแต่งสวยงาม เปน็ ระเบยี บเรยี บร้อย

ประเดน็ การประเมนิ ค่าน้ำหนัก แนวทางการใหค้ ะแนน
คะแนน
การใหค้ ะแนนความ ออกแบบแผนผังมโนทศั น์ได้ มีการนำเสนอข้อมลู เขา้ ใจงา่ ย
ร่วมมือในการทำกิจกรรม 2 มลี ำดบั ขน้ั ตอน ระบแุ นวทางการใชต้ วั ทำละลายอย่างถูกต้องและปลอดภัย
1 ออกแบบแผนผงั มโนทศั น์ได้ มกี ารนำเสนอข้อมลู แนวทางการใชต้ ัวทำ
รว่ มกับผู้อน่ื 3 ละลายอย่างถกู ต้องและปลอดภยั แต่ไมม่ ลี ำดับช้นั ตอน
ให้ความร่วมมือในทำกิจกรรมร่วมกบั ผ้อู น่ื ตลอดท้งั คาบเรียน ไมก่ ่อความ
2 วนุ่ วายหรอื ปญั หาทร่ี บกวนการเรียนของผู้อื่น เชน่ พดู เสยี งดงั โวยวาย
ลุกเดนิ ไปมา หรือชวนผู้อื่นคุยเลน่ ขณะครูทำการสอน
1 ให้ความร่วมมือในทำกิจกรรมรว่ มกบั ผอู้ ่ืนเปน็ บางครง้ั ในคาบเรยี น และ
ก่อความวุ่นวายหรอื ปัญหาทรี่ บกวนการเรยี นของผูอ้ นื่ เชน่ พูดเสียงดงั
โวยวาย ลกุ เดนิ ไปมา หรอื ชวนผู้อน่ื คยุ เล่น ขณะครูสอน
ไมใ่ หค้ วามร่วมมือในทำกจิ กรรมรว่ มกับผอู้ ่ืน ทำให้เกดิ ความวนุ่ วายหรอื
ปัญหาที่รบกวนการเรียนของผอู้ ่ืน เช่น พดู เสยี งดังโวยวาย ลกุ เดนิ ไปมา
หรอื ชวนผู้อืน่ คุยเลน่ ขณะครูทำการสอน

12.2 ระดับคุณภาพ (โดยนำคะแนนรวมทุกด้าน K P A แล้วหาคา่ เฉล่ีย)

คะแนนรวมเฉลี่ย 3.00 หมายถึง ดมี าก

คะแนนรวมเฉล่ยี 2.00 - 2.99 หมายถึง ดี

คะแนนรวมเฉลย่ี 0.01 - 1.99 หมายถึง พอใช้

ดังนน้ั นกั เรียนต้องได้คะแนนเฉลี่ยทกุ ประเด็นการประเมนิ ไม่ต่ำกว่า 2.00 คะแนน แสดง
ระดบั คุณภาพดี ถือวา่ ผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ในแผนการจัดการเรียนท่ี 6

ความคิดเห็นของผ้บู ังคับบัญชา หรือผู้ท่ีไดร้ บั มอบหมายก่อนสอน
1. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี
 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรงุ

2. การจัดกจิ กรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรียนรู้
 เนน้ ผเู้ รยี นเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

 มคี วามสอดคล้องของมาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้วี ดั
 เน้นกระบวนการเรยี นรู้แบบ Active learning

ลงชือ่ ..................................................................
(นางสาวพัชรนิ ทรด์ า นาคพล)

ตำแหน่ง ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นวดั ชอ่ งเป่ยี มราษฎร์
บนั ทึกผลหลังการจัดการเรยี นรู้

1) ผลการเรยี นรู้ จำนวนนกั เรียนทัง้ หมด.......................................คน
1.1) ผู้เรียนที่ผา่ นตวั ชว้ี ัด มีจำนวน ........................ คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ............................
1.2) ผู้เรียนทไี่ ม่ผา่ นตวั ช้วี ัด มจี ำนวน ....................... คน คดิ เปน็ ร้อยละ ............................

สาเหตุ
.................................................................................................................................................................................
................................................................................................. ................................................................................

แนวทางแก้ปัญหา
............................................................................................................................. ....................................................
............................................................................................................................. ....................................................

1.3) ผเู้ รยี นได้รับความรู้ (K)
............................................................................................................................. ....................................................
.................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................

1.4) ผ้เู รียนเกดิ ทักษะกระบวนการ (P)
............................................................................................................................. ....................................................
................................................................................................................................... ..............................................
.................................................................................................................................................................................

1.5) ผู้เรียนมีคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม (A)
.......................................................................................................... .......................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
..................................................................................................................................... ............................................

2) ปญั หา อุปสรรค (ถา้ มี)
.................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................

3) ขอ้ เสนอแนะ (ถ้าม)ี
............................................................................................................................. ....................................................
................................................................................................................................ .................................................

ลงชอ่ื ....................................... ผสู้ อน
(นางสาวรชั นก มชี ขู ันธ์)

ตำแหนง่ ครโู รงเรยี นวดั ชอ่ งเป่ียมราษฎร์
ความคดิ เหน็ /ข้อเสนอแนะของผบู้ ริหารหลังสอน
............................................................................................................................. ................................................
........................................................................................................................................................... ..................
................................................................................................................ .............................................................

ลงชอ่ื ................................................................
(นางสาวพัชรนิ ทร์ดา นาคพล)

ตำแหน่ง ผอู้ ำนวยการโรงเรียนวัดชอ่ งเปยี่ มราษฎร์

คลิปวีดีทศั น์
คลิปวดี ีทศั น์: โรคพิษสารละลายอนิ ทรียป์ ระเภทแอลกอฮอล์

แหล่งที่มา: เวบ็ ไซตอ์ ้างองิ
https://www.youtube.com/watch?v=BaVfqMtwpKI
เผยแพร่เมื่อ 18 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2561 (ชอ่ งYouTube: wassana jitmun)

บตั รภาพ : แสดงการระเบิดของโรงงานที่มีการเกบ็ สารทำละลาย
บัตรภาพแสดง การระเบิดของโรงงานทม่ี กี ารเก็บสารทำละลาย

การระเบิดของโรงงานท่มี ีการเกบ็
สารทำละลาย
(อา้ งองิ จาก:

https://voicelabour.org)

ใบกจิ กรรมทา้ ยบท การใชต้ ัวทำละลายอย่างถูกต้องและปลอดภัยทำได้อยา่ งไร

กจิ กรรมทา้ ยบท การใช้ตวั ทำละลายอยา่ งถูกตอ้ งและปลอดภัยทำได้อย่างไร?
จุดประสงค์ วิเคราะหข์ อ้ มูลและระบุแนวทางการใชต้ วั ทำละลายตา่ ง ๆ อยา่ งถกู ตอ้ งและปลอดภัย
วัสดอุ ุปกรณ์ -
วิธีดำเนนิ กจิ กรรม อ่านบทความเก่ยี วกับตวั ทำละลายต่อไปน้ีแลว้ ตอบคำถาม

สือ่ การเรียนรู้/ น้ำเป็นตวั ทำละลายของสารหลายชนดิ แต่สารบางชนิดละลายน้ำได้
แหล่งการเรียนรู้ นอ้ ยมาก จงึ มีการนำตัวทำละลายชนดิ อนื่ มาใช้แทนน้ำ ซงึ่ ส่วนใหญ่เป็นตัวทำละลาย
ทไ่ี ดจ้ ากการแยกนำ้ มันดิบ หรือจากการสังเคราะห์ขึน้ ตัวทำละลายเหล่าน้ี เรียกวา่
ตัวทำละลายอินทรยี ์ เช่น hexane เมทานอล เอทานอล นำมาใช้ในการสกัด
สังเคราะห์ และแยกสารเคมี ใช้เป็นตวั ทำละลายของสี กาว สารเคลอื บผวิ
นำ้ ยาทำความสะอาด แตต่ ัวทำละลายอินทรียส์ ว่ นใหญ่ ตดิ ไฟงา่ ย บางครง้ั อาจทำให้
เกดิ การระเบดิ แม้มปี ระกายไฟไฟเพยี งเล็กน้อย บางชนดิ เปน็ พษิ หรือก่อให้เกิดมะเร็ง
บางชนดิ ถา้ ใช้เปน็ ประจำ อาจทำใหเ้ สพตดิ และทำลายสมอง ดงั นนั้ การใช้และ
การกำจัดตวั ทำละลายอนิ ทรีย์ จึงต้องมีการป้องกนั และควบคุมอย่างเคร่งครัด
เพ่อื ป้องกนั อนั ตรายที่จะเกิดข้ึน
- ตัวอยา่ งแหลง่ สืบคน้ ขอ้ มลู เช่น

▪ อันตรายจากการใช้สารทำละลาย. สืบคน้ จาก
https://web.ku.ac.th/schoolnet/snet6/envi3/solven/solvent.htm,
30กันยายน 2561.

▪ พิษจากสารตัวทำละลาย. สืบคน้ จาก https://med.mahidol.ac.th
/poisoncenter/th/pois-cov/Solvent, 30กนั ยายน 2561.

▪ ภทั รภร จมุ พล และ นันทพร ภทั รพทุ ธ.อนั ตรายของสารตัวทำละลาย.
สบื คน้ จาก
http://www.uniserv.buu.ac.th/forum2/topic.asp?TOPIC_ID=5204,
30 กนั ยายน 2561.

▪ สำนกั โรคจากการประกอบอาชีพและสงิ่ แวดล้อม กรมควบคมุ โรค.
โรคจากสารทำละลาย. สบื คน้ จาก http://envocc.ddc.moph.go.th/
uploads/situation/4_9_situation.pdf, 30 กนั ยายน 2561.

คำถามท้ายกจิ กรรม

เฉลยคำถามท้ายกิจกรรม
1. เพราะเหตใุ ดจงึ ตอ้ งใชต้ วั ทำละลายอนิ ทรียแ์ ทนนำ้
2. ประโยชนแ์ ละอนั ตรายจากการใชต้ ัวทำละลายอินทรียม์ อี ะไรบ้าง
3. ถ้านักเรียนต้องใช้ตัวทำละลายอินทรีย์ นักเรียนจะมแี นวทางการใช้ตัวทำละลายต่าง ๆ อย่างถูกต้อง

และ ปลอดภัยอยา่ งไร

เฉลยใบกจิ กรรมท้ายบท การใชต้ ัวทำละลายอยา่ งถูกต้องและปลอดภัยทำได้อย่างไร

คำถามท้ายกจิ กรรม

เฉลยคำถามทา้ ยกจิ กรรม
1. เพราะเหตใุ ดจงึ ตอ้ งใชต้ ัวทำละลายอนิ ทรยี ์แทนน้ำ
แนวคำตอบ สารบางชนิดละลายนำ้ ไดน้ ้อยมาก แต่ละลายได้มากในตัวทำละลายอินทรีย์ จึงต้องใช้ ตัว

ทำละลายอนิ ทรียแ์ ทนน้ำ
2. ประโยชนแ์ ละอนั ตรายจากการใชต้ ัวทำละลายอินทรีย์มอี ะไรบา้ ง
แนวคำตอบ ตัวทำละลายอินทรีย์บางชนิดใช้ประโยชน์อย่างแพร่หลาย อาจใช้สกัดสารที่ต้องการออก

จาก สารผสม เช่น เอทานอลนิยมใช้สกดั สารจากสมุนไพร เฮกเซนใช้สกัดน้ำมันรำจากรำขา้ ว ตัวทำละลาย บาง
ชนิดใช้เป็นตัวทำละลายของสี กาว สารเคลือบผิว น้ำยาทำความสะอาด อันตรายจากการใช้ตัวทำละลาย
อินทรีย์ เช่น ทำให้เกิดไฟไหม้หรือระเบิดแม้มีประกายไฟเพียงเล็กน้อย เป็นพิษต่อร่างกาย ทำให้เกิดโรคระบบ
ทางเดินหายใจ และเป็นมะเร็ง

3. ถ้านักเรียนต้องใช้ตัวทำละลายอินทรีย์ นักเรียนจะมีแนวทางการใช้ตัวทำละลายต่าง ๆ อย่าง
ถูกตอ้ งและ ปลอดภยั อยา่ งไร

แนวคำตอบ ตัวอย่างวิธีปฏิบัติเพื่อป้องกันอันตรายที่เกิดจากการใช้ตัวทำละลายอินทรีย์ เช่น ไม่สูดดม
ไม่สัมผัสตัวทำละลายอินทรียโ์ ดยตรง ใช้หน้ากากปิดปากและจมกู สวมแว่นตานิรภัยเมื่อใช้ตวั ทำละลายอินทรยี ์
ใช้ตัวทำละลายอินทรีย์ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ป้องกันไม่ให้เกิดประกายไฟขณะที่ใช้ตัวทำละลายอินทรีย์
กำจดั ตวั ทำละลายอินทรีย์อย่างถูกวิธี หากไมม่ คี วามรเู้ พียงพอควรส่งให้หน่วยงานทส่ี ามารถกำจดั อย่างถูกวิธีรับ
ไปดำเนินการ

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 7

กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2

รหัสวิชา ว22101 ภาคเรยี นท่ี 1

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 สารละลาย

เรอ่ื ง ความเข้มข้นของสารละลายในหน่วยร้อยละ

รวม 2 ช่ัวโมง

สอนวนั ท่.ี .............................เดอื น..............................พ.ศ.............

1. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
ความเข้มข้นของสารละลาย เปน็ การระบุปริมาณตัวละลายในสารละลาย หน่วยความเข้มข้น

มหี ลายหนว่ ย ทนี่ ยิ มระบหุ น่วยเป็นรอ้ ยละ ปรมิ าตรต่อปริมาตร มวลต่อมวล และมวลตอ่ ปรมิ าตร
รอ้ ยละโดยปริมาตรต่อปรมิ าตร เปน็ การระบปุ รมิ าตรตัวละลายในสารละลาย 100 หนว่ ยปรมิ าตร

เดียวกัน นยิ มใชก้ บั สารละลายทเ่ี ปน็ ของเหลวหรือแกส๊
รอ้ ยละโดยมวลตอ่ มวล เป็นการระบมุ วลตัวละลายในสารละลาย 100 หน่วยมวลเดียวกัน นยิ มใช้กับ

สารละลาย ที่มสี ถานะเป็นของแขง็
ร้อยละโดยมวลต่อปริมาตร เป็นการระบุมวลตวั ละลายในสารละลาย 100 หนว่ ยปริมาตร นยิ มใชก้ ับ

สารละลายทีม่ ีตัวละลายเปน็ ของแข็ง ในตัวทำละลายท่เี ปน็ ของเหลว

2. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวัด
ว 2.1 ม.2/5 ระบุปริมาณตวั ละลายในสารละลาย ในหนว่ ยความเข้มข้นเปน็ ร้อยละ ปรมิ าตรต่อปรมิ าตร

มวลตอ่ มวล และมวลตอ่ ปริมาตร

3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ นักเรียนสามารถระบรุ ะบุปริมาณตัวละลายในสารละลายในหน่วย
3.1 ดา้ นความรู้ (K) ความเขม้ ข้นเป็น รอ้ ยละโดยปริมาตรต่อปริมาตร โดยมวลต่อมวล และ
โดยมวลตอ่ ปริมาตร
3.2 ดา้ นทกั ษะ (P) นักเรยี นมที ักษะการใชจ้ ำนวน โดยคำนวณเกี่ยวกบั ความเข้มขน้ ของ
สารละลายในหนว่ ยร้อยละโดยปรมิ าตรตอ่ ปริมาตร โดยมวลต่อมวล และ
3.3 ด้านเจตคติ (A) โดยมวลต่อปรมิ าตรได้
นักเรยี นใหค้ วามรว่ มมือในการทำกิจกรรมรว่ มกับผู้อน่ื ได้

4. สาระการเรียนรู้

สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

4.1 ความรู้

ความเขม้ ข้นของสารละลาย เป็นปริมาณตวั ละลายในสารละลายหรอื ในตวั ทำละลาย หนว่ ยความเข้มข้น

มีหลายหน่วย หน่วยที่นิยมใช้ในชีวิตประจำวันคือ หน่วยเป็นร้อยละโดยปริมาตรต่อปริมาตร โดยมวลต่อมวล

และโดยมวลต่อปริมาตร ร้อยละโดยปริมาตรต่อปริมาตรเป็นการระบุปริมาตรตัวละลายในสารละลาย

100 หน่วยปริมาตรเดียวกัน ร้อยละโดยมวลต่อมวลเป็นการระบุมวลตัวละลายในสารละลาย 100 หน่วยมวล

เดยี วกนั รอ้ ยละโดยมวลต่อปริมาตรเป็นการระบุมวลตัวละลายในสารละลาย 100 หนว่ ยปรมิ าตร

การเตรียมสารละลายแต่ละครั้ง จำเป็นต้องทราบอัตราส่วนระหว่าง ปริมาตรตัวละลายกับปริมาตร

สารละลาย หรอื ทราบความเข้มขน้ ของสารละลาย (concentration) เพ่อื ใหไ้ ด้สารละลายที่มีสมบัตติ รงกับความ

ต้องการ การเตรยี มสารละลายโดยละลายตัวละลายที่เป็นของแข็งในตัวทำละลายท่ีเป็นของเหลว นยิ มระบุความ

เข้มข้นของสารละลายโดยบอกมวลตัวละลายที่อยู่ในสารละลาย 100 หน่วยปริมาตร เรียกหน่วยความเข้มข้นน้ี

ว่า รอ้ ยละโดยมวลต่อปรมิ าตร (%w/v) เช่น ละลายเกลือแกง 10 กรมั ในน้ำ แลว้ เติมน้ำจนละลาย มี

ปริมาตร 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร กล่าวได้ว่า สารละลายเกลือแกงนี้ เข้มข้นร้อยละ 10 โดยมวลต่อปริมาตร

หรือละลายเกลือแกง 20 กรัมในน้ำ แล้วเติมน้ำจนสารละลายมีปริมาตร 200 ลูกบาศก์เซนติเมตร สารละลาย

เกลอื แกงนี้ จะมีความเข้มขน้ ร้อยละ 10 โดยมวลตอ่ ปริมาตร เช่นเดยี วกัน เนื่องจากสารละลายเกลือแกงจากการ

เตรยี มท้ัง 2 ครัง้ มีความเข้มขน้ เทา่ กัน

สารละลายของสารชนิดเดียวกัน เมื่อมีความเข้มข้นต่างกันจะมีสมบัติต่างกัน เช่น ความเข้มของสี

สารละลายจนุ สที ่ีมีความเขม้ ของสีมาก จะมคี วามเข้มขน้ มากกว่าสารละลายจุนสี ทีม่ ีความเข้มข้นของสีน้อยกว่า

อย่างไรก็ตาม ความเข้มสีของสารละลาย ไม่สามารถใช้เปรียบเทียบความเข้มข้นของสารละลายได้เสมอไป เช่น

สารละลายจุนสีที่สังเกตเห็นว่า มีความเข้มของสีฟ้าเท่ากัน อาจมีความเข้มข้นต่างกันเล็กน้อยจนทำให้เห็นสี

ของสารละลายมีความเข้มเท่ากนั

ความเข้มข้นของสารละลายในหน่วยร้อยละโดยมวลต่อปริมาตร ต้องใช้หน่วยของมวลให้สอดคล้องกับ

หนว่ ยของปรมิ าตร ซ่ึงพิจารณาจากความสัมพนั ธ์ดงั นี้

ร้อยละโดยมวลตอ่ ปริมาตร = มวลของตวั ละลาย (g) X 100
ปริมาตรของสารละลาย (cm3)

หรอื ร้อยละโดยมวลตอ่ ปริมาตร = มวลของตัวละลาย (kg) X 100
ปรมิ าตรของสารละลาย (L)

สารละลายที่เกิดจากตัวละลายสถานะของเหลวหรือแก๊สในตัวทำละลายสถานะของเหลวหรือแก๊ส เช่น

สารละลายเอทานอลในน้ำ แก๊สออกซิเจนในน้ำ นิยมระบุความเข้มข้นของสารละลาย โดยบอกปริมาตร

ตัวละลายที่อยู่ในสารละลาย 100 หน่วยปริมาตรเดียวกัน เรียกหน่วยความเข้มข้นนี้ว่า ร้อยละโดยปริมาตรต่อ

ปริมาตร (%v/v) หรือร้อยละโดยปริมาตร เช่นสารละลายของกรดน้ำส้มปริมาตร 5 ลูกบาศก์เซนติเมตร

ในสารละลาย 100 ลกู บาศก์เซนตเิ มตร กล่าวได้ว่า สารละลายกรดน้ำส้ม มคี วามเขม้ ขน้ รอ้ ยละ 50 โดยปรมิ าตร

ต่อปริมาตร หรือมีความเข้มข้นร้อยละ 50 โดยปริมาตร แก๊สบิวเทนปริมาตร 30 ลิตรในแก๊สหุงต้ม 100 ลิตร

กล่าวได้ว่า บิวเทนในแก๊สหงุ ตม้ มีความเข้มข้นร้อยละ 30 โดยปริมาตรต่อปริมาตร หรือความเขม้ ขน้ ร้อยละ 30

โดยปริมาตร

ความเขม้ ขน้ ของสารละลายในหนว่ ยร้อยละโดยปริมาตรต่อปริมาตร ตอ้ งใชห้ นว่ ยของมวลให้สอดคล้อง

กบั หน่วยของปรมิ าตร ซงึ่ พิจารณาจากความสมั พันธด์ งั นี้

รอ้ ยละโดยปรมิ าตรต่อปรมิ าตร = ปริมาตรของตัวละลาย (cm3) X 100
ปรมิ าตรของสารละลาย (cm3)

หรอื รอ้ ยละโดยปริมาตรต่อปรมิ าตร = ปรมิ าตรของตวั ละลาย (L) X 100
ปริมาตรของสารละลาย (L)

การระบุความเข้มข้นของสารละลาย นอกจากหน่วยร้อยละโดยมวลต่อปริมาตร และร้อยละโดย
ปริมาตรต่อปริมาตรแล้ว ยังมีหน่วย ร้อยละโดยมวลต่อมวล (%w/w) หรือร้อยละโดยมวลอีกด้วย ความเข้มข้น
หน่วยนี้บอกมวลตัวละลายที่อยู่ในสารละลาย 100 หน่วยมวลเดียวกัน นิยมใช้กับสารละลายที่มีตัวละลายเป็น
ของแข็ง ในสารละลายท่ีเป็นของแข็ง เช่น ละลายสงั กะสี 30 กรัม ในทองเหลือง 100 กรัม กล่าวได้ว่าสังกะสีใน
ทองเหลอื งมคี วามเข้มขน้ ร้อยละ 30 โดยมวลตอ่ มวล หรอื มคี วามเขม้ ข้นร้อยละ 30 โดยมวล เหรียญชนิดหนึ่งทำ
ด้วยโลหะผสม ประกอบด้วยทองแดงร้อยละ 92 นิกเกิลร้อยละ 2 อลูมิเนียมร้อยละ 6 โดยมวล หมายความว่า
เหรียญมวล 100 กรัม มีทองแดง 92 กรัมละลายกับนิกเกิลร้อยละ 2 กรัมและอลูมิเนียม 6 กรัม นอกจากน้ี
ความเข้มข้นในหน่วยร้อยละโดยมวลต่อมวล บางครั้งอาจใช้กับสารละลายในสถานะอื่น ๆ เช่นสารละลายกรด
ซลั ฟิวรกิ รอ้ ยละ 35 โดยมวลต่อมวล หมายความวา่ รอ้ ยละ 100 กรมั มีกรดซลั ฟิวริกละลายอยู่ 35 กรมั

ความเขม้ ขน้ ของสารละลายในหน่วยรอ้ ยละโดยมวลต่อมวล ต้องใช้หน่วยของมวลใหส้ อดคล้องกบั หนว่ ย
ของมวล ซงึ่ พจิ ารณาจากความสัมพันธ์ดงั น้ี

ร้อยละโดยมวลต่อมวล = มวลของตัวละลาย (g) X 100
มวลของสารละลาย (g)

หรือ ร้อยละโดยมวลต่อมวล = มวลของตวั ละลาย (kg) X 100
มวลของสารละลาย (kg)

4.2 ทกั ษะ/กระบวนการ - การสำรวจ
- การสงั เกต - การอธิบาย
- การเปรยี บเทียบ - กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
- การสบื ค้นข้อมูลและการอภิปราย
- ความมเี หตผุ ล
4.3 เจตคติ - ความรบั ผิดชอบ
- ความอยากรู้อยากเหน็ - ความสรา้ งสรรค์
- ความพยายามมุ่มม่นั
- ความรว่ มมอื ชว่ ยเหลอื

สาระการเรียนรู้ท้องถิน่

-

5. ทักษะผเู้ รียนในศตวรรษท่ี 21 (3Rs 8Cs 2Ls)
5.1 ทกั ษะในสาระวชิ าหลกั (3Rs)
5.1.1  (R) Reading (อ่าน)
5.1.2  (W) Riting (เขยี น)
5.1.2  (A) Rithemetics (คณติ ฯ)
5.2 ทกั ษะการเรียนรู้และนวตั กรรม (8Cs)
5.2.1  Critical Thinking and Problem Solving

(การคิดวจิ ารณญาณ และแก้ปัญหา)
5.2.2  Creativity and Innovation (การสรา้ งสรรค์ และนวัตกรรม)
5.2.3  Cross-cultural Understanding (ความเข้าใจความตา่ งวัฒนธรรม)
5.2.4  Collaboration, Teamwork and Leadership

(การทางานเป็นทีม ภาวะผนู้ า)
5.2.5  Communications, Information, and Media Literacy

(การสือ่ สารสารสนเทศ)
5.2.6  Computing and ICT Literacy (ทักษะด้านคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยี)
5.2.7  Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชีพ และการเรียนรู้)
5.2.8  Compassion (คุณธรรม เมตตา กรุณา ระเบยี บวนิ ยั )

6. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น 2) ทักษะการสำรวจค้นหา
6.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4) ทกั ษะการเชื่อมโยง
6.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการสงั เกต
3) ทกั ษะการวเิ คราะห์

6.3 ความสามารถในการแกป้ ัญหา
6.4 ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ

7. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

7.1 รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
7.2 ซื่อสตั ยส์ ุจรติ
7.3 มีวินยั
7.4 ใฝ่เรียนรู้
7.5 อยอู่ ยา่ งพอเพียง
7.6 มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
7.7 รักความเปน็ ไทย
7.8 มจี ติ สาธารณะ

8. ชิ้นงาน/ภาระงาน
8.1 กจิ กรรม 2.5 ระบุความเข้มขน้ ของสารละลายในหนว่ ยรอ้ ยละได้อยา่ งไร

9. สอดคล้องมาตรฐานเพื่อการประกันคุณภาพภายใน
มาตรฐานท่ี 1 คุณภาพของผู้เรียน

มาตรฐานท่ี 1 คุณภาพของผเู้ รยี น
1.1 ผลสมั ฤทธ์ทิ างวิชาการของผูเ้ รยี น
1) มีความสามารถในการอ่าน การเขียน การส่ือสาร และการคดิ คำนวณ
2) มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ อภปิ รายแลกเปลี่ยนความ

คดิ เหน็ และแกป้ ญั หา
3) มคี วามสามารถในการสร้างนวตั กรรม
4) มคี วามสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร
5) มีผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี นตามหลักสูตรสถานศึกษา
6) มีความรู้ ทักษะพน้ื ฐาน และเจตคติท่ีดีตอ่ งานอาชีพ

1.2 คณุ ลกั ษณะทีพ่ ึงประสงคข์ องผู้เรียน
1) การมีคุณลกั ษณะและค่านิยมทด่ี ีตามทสี่ ถานศึกษากำหนด
2) ความภูมิใจในท้องถ่ินและความเปน็ ไทย
3) การยอมรับที่จะอยูร่ วมกนั บนความแตกต่างและหลากหลาย
4) สขุ ภาวะ ทางรา่ งกาย และจิตสงั คม

มาตรฐานท่ี 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนทเี่ น้นผู้เรยี นเปน็ สำคญั
3.1 จดั การเรยี นร้ผู ่านกระบวนการคิดและปฏิบตั ิจริง และสามารถนำไปประยุกตใ์ ช้ในชีวิตได้

3.2 ใชส้ อ่ื เทคโนโลยสี ารสนเทศ และแหลง่ เรียนรู้ทเี่ อื้อต่อการเรยี นรู้
3.3 มีการบรหิ ารจัดการช้นั เรียนเชิงบวก
3.4 ตรวจสอบและประเมินผ้เู รยี นอย่างเป็นระบบ และนำผลมาพัฒนาผเู้ รียน
3.5 มีการแลกเปล่ียนเรียนร้แู ละใหข้ ้อมลู สะท้อนกลับเพ่ือพัฒนาและปรบั ปรงุ การจดั การเรียนรู้

10. กิจกรรมการเรยี นรู้
ใชร้ ปู แบบการจดั การเรยี นการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Cycles: 5Es) (2 ชว่ั โมง; 120นาท)ี
ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engagement) (20 นาที)
1) ครูเชื่อมโยงเข้าสู่บทที่ 2 ความเข้มข้นของสารละลาย โดยให้นักเรียนดูภาพนำบท และ

รว่ มกนั อภปิ ราย โดยใชค้ ำถามต่อไปน้ี
- การทำนำ้ หวานจำนวนมากจากนำ้ หวานเข้มข้น มีวิธีการอย่างไร (นกั เรียนตอบตามความ

เข้าใจของตนเอง เชน่ เติมนำ้ ลงในน้ำหวานเขม้ ข้น)
- ทำอยา่ งไรจงึ จะทำนำ้ หวานที่มีรสหวานและความเขม้ ของสเี ทา่ กันทุกครง้ั (นักเรียนตอบ

ตามความเขา้ ใจของตนเอง เช่น ใชน้ ำ้ หวานเข้มข้นและนำ้ ปรมิ าณเทา่ เดมิ ทุกคร้ัง เพื่อใหไ้ ดน้ ำ้ หวานที่มคี วามเขม้
ของสแี ละรสหวานเทา่ เดิม)

2) ให้นักเรยี นอ่านคำถามนำบท จุดประสงค์ของบทเรยี น และอภปิ รายร่วมกัน เพื่อให้นักเรียน
ทราบขอบเขตเนอื้ หาทน่ี ักเรียนจะได้เรยี นรู้ในบทเรยี น รวมท้ังเป้าหมายการเรียนรู้ (นกั เรยี นจะไดเ้ รยี นรู้เกี่ยวกับ
การระบุปริมาณตัวละลายในสารละลายในหน่วยความเข้มข้นเป็นร้อยละ โดยปริมาตรต่อปริมาตร โดยมวล
ต่อมวล และโดยมวลต่อปริมาตร และความสำคัญของการนำความรู้ เรื่องความเข้มข้นของสารละลายไปใช้
ประโยชน์)

ขน้ั ที่ 2 ขนั้ สำรวจและคน้ หา (Exploration) (30 นาที)
3) ให้นักเรียนดูภาพนำเรื่อง อ่านเนื้อหานำเรื่องที่เกี่ยวกับปริมาณกรดไฮโดรคลอริกใน

น้ำยาล้างห้องน้ำ และร่วมกันอภิปรายโดยใช้คำถามเพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า (น้ำยาล้างห้องน้ำที่มีปริมาณกรด
มากกว่าจะกำจัดคราบสกปรกได้ดีกว่า ดังนั้นจึงต้องรู้จักความเข้มข้นของสารละลายและเลือกใช้ให้เหมาะสม)
และอ่านคำสำคัญ ทำกิจกรรมทบทวนความรู้ก่อนเรียน จำนวน 3 ข้อ (เฉลยท้ายแผนการจัดการความรู้) แล้ว
ร่วมกันอภิปรายเพื่อใหไ้ ด้คำตอบที่ถูกต้อง ถ้าครูพบวา่ นกั เรียนยังทำกิจกรรมทบทวนความรู้ก่อนเรียนไม่ถกู ต้อง
ครูควรทบทวนและแก้ไขความเข้าใจผิดของนักเรียน เพื่อให้นักเรียนมีความรู้พื้นฐานที่ถูกต้องและเพียงพอที่จะ
เรียนเรื่องความเข้มข้นของสารละลายต่อไป

4) นำเข้าสู่กิจกรรม 2.5 ระบุความเข้มข้นของสารละลายในหน่วยร้อยละได้อย่างไร โดยใช้
ประเด็นคำถามสร้างความสนใจว่า จากฉลากเครื่องดื่ม ในรู้อะไรบ้างก่อนเรียน ที่ระบุว่า เครื่องดื่มชนิดนี้มีสาร
แต่งสีและกลิ่นเลยี นแบบธรรมชาติอยู่ร้อยละ 2 โดยมวลต่อปริมาตร มีความหมายว่าอย่างไร จากนั้นเชื่อมโยงสู่
กิจกรรม 2.5 โดยตั้งคำถามว่าการระบุความเข้มข้นของสารละลายในหน่วยร้อยละทำได้อย่างไร นักเรียนทราบ
หรือไม่

ขัน้ ท่ี 3 ข้ันอธิบายและลงข้อสรปุ (Explanation) (30 นาที)
5) นักเรียนอา่ นชื่อกิจกรรม จุดประสงค์ และวิธีดาเนนิ กิจกรรม และตรวจสอบความเข้าใจการ

อ่านโดยใชค้ ำถามดังตอ่ ไปน้ี
- กิจกรรมน้เี กย่ี วกบั เร่อื งอะไร (การระบุความเข้มข้นของสารละลายในหน่วยรอ้ ยละ)
- กิจกรรมนี้มีจุดประสงค์อะไร (ระบุปริมาณตัวละลายในสารละลายในหน่วยความเข้มข้นเป็น

รอ้ ยละโดยมวลต่อปริมาตร และโดยปรมิ าตรต่อปริมาตร)
- วิธีดำเนินกิจกรรมมีขั้นตอนโดยสรุปอย่างไร (ตอนท่ี 1 ละลายจุนสี 2 กรัมในน้ำกลั่น

10 ลูกบาศก์เซนติเมตร เติมน้ำกลั่นเพื่อทาให้ปริมาตรสุดท้ายของสารละลายเป็น 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร
คนให้เข้ากนั ด้วยแท่งแก้วคน ทำซ้ำ แต่เปลี่ยนเปน็ ใชจ้ นุ สีเพิม่ เป็น 4 กรัม ละลายด้วยน้ากลัน่ และทำใหป้ ริมาตร
สุดท้ายของสารละลายเป็น 200 ลูกบาศก์เซนติเมตร เปรียบเทียบความเข้มของสีและปรมิ าณของสารละลายใน
บีกเกอร์ทั้ง 2 ใบ ตอนท่ี 2 ผสมเอทานอลผสมสี 20 ลูกบาศก์เซนติเมตรกับน้ำกลั่นประมาณ 10 ลูกบาศก์
เซนติเมตร แล้วเติมน้ำ กลั่นเพิม่ จนสารละลายมีปรมิ าตรสดุ ทา้ ยเป็น 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร คนให้เข้ากนั ด้วย
แท่งแก้วคน ทาซ้ำ แต่ใช้เอทานอลผสมสปี รมิ าตร 10 ลูกบาศก์เซนติเมตรแทน เปรียบเทียบความเข้มของสีและ
ปรมิ าณของสารละลายในบกี เกอรท์ ง้ั 2 ใบ บนั ทึกผล)

6) ครคู วรทบทวนวธิ ีตวงและวธิ อี า่ นปริมาตรของของเหลว รวมทงั้ วิธเี ทของเหลวลงในภาชนะ
ก่อนใหน้ ักเรียนลงมือปฏิบัติ โดย

- ครูเนน้ ใหน้ กั เรียนละลายจนุ สีและใช้แท่งแกว้ คนจนจุนสีละลายหมด ไม่เหลอื จุนสีท่ีเปน็
ของแขง็ ในภาชนะ

- ครแู นะนำใหน้ ักเรยี นใชก้ ระดาษสีขาว เป็นฉากหลงั ขณะสังเกต และเปรยี บเทยี บความเขม้
ของสีของสารละลาย

- ข้อควรระวังในการทากจิ กรรมมอี ะไรบ้าง (เอทานอลตดิ ไฟง่าย ไม่ใหน้ าเข้าใกล้ไฟ เพราะ
อาจเป็นอนั ตรายได้)

- นกั เรียนต้องสงั เกตหรือรวบรวมอะไรบ้าง (สงั เกตความเข้มของสี และปรมิ าณของสารละลาย
ในบีกเกอร์)

ขน้ั ที่ 4 ขนั้ ขยายความรู้ (Elaboration) (20 นาที)
7) นักเรยี นแตล่ ะกลุม่ เรมิ่ ทำกจิ กรรม ครสู งั เกตการทำกิจกรรมของนักเรียน พร้อมใหค้ ำแนะนำ

หากนกั เรียนมีข้อสงสัยในประเดน็ ตา่ ง ๆ เช่น วิธีอ่านปรมิ าตรสารละลาย
8) สุ่มนักเรียนนำเสนอผลการทำกิจกรรม ตอบคำถามท้ายกิจกรรม (เฉลยแนบท้ายแผนการ

จดั การเรียนรู้) สำหรบั การคำนวณหาความเขม้ ขน้ ของสารละลาย
9) ครูควรแสดงวิธีคำนวณความเข้มข้นของสารละลาย เป็นร้อยละโดยมวลต่อปริมาตร และ

ร้อยละโดยปริมาตรต่อปริมาตรในกิจกรรม จากนั้นร่วมกันสรุปผลของกิจกรรมโดยใช้คำถามท้ายกิจกรรมเป็น
แนวทาง เพื่อให้ได้ข้อสรุปจากกิจกรรม (ตอนท่ี 1 สารละลายจุนสีที่เตรียมได้ทั้งสองครั้งมีความเข้มข้นเป็น
ร้อยละ 2 โดยมวลต่อปริมาตรเท่ากัน สีของสารละลายจึงเข้มเท่ากัน ตอนที่ 2 สารละลายเอทานอลผสมสี

ทเ่ี ตรยี มไดท้ ั้ง 2 ครงั้ มคี วามเขม้ ข้นไม่เท่ากัน สารละลายในบกี เกอร์ 1 และ 2 มีความเข้มข้นเป็นร้อยละ 20 และ
10 โดยปรมิ าตรตอ่ ปรมิ าตร ตามลำดับสีของสารละลายจงึ เขม้ ตา่ งกัน)

10) ให้นักเรียนเรียนรู้เพิ่มเติม โดยอ่านเนื้อหาและตอบคำถามระหว่างเรียนเกี่ยวกับการระบุ
ความเข้มข้นของสารละลายดงั นี้

- การระบุความเขม้ ข้นของสารละลายที่ตัวละลายเป็นของแขง็ ในของเหลว เพอ่ื ให้ได้ข้อสรุปว่า
การเตรียมสารละลายโดยละลายตัวละลายทีเ่ ป็นของแข็งในของเหลว นิยมระบุความเข้มข้นของสารละลายโดย
บอกมวลตัวละลายที่อยู่ในสารละลาย 100 หน่วยปริมาตร เรียกหน่วยความเข้มข้นนี้ว่า ร้อยละโดยมวลต่อ
ปรมิ าตร การใชห้ น่วยของมวลตอ้ งสอดคลอ้ งกบั หนว่ ยของปรมิ าตร โดยพจิ ารณาจากความสัมพันธด์ งั น้ี

รอ้ ยละโดยมวลต่อปริมาตร = [มวลของตัวละลาย (g)/ปริมาตรของสารละลาย (cm3)] X 100
หรือ ร้อยละโดยมวลต่อปริมาตร = [มวลของตัวละลาย (kg)/ปริมาตรของสารละลาย (L)] X 100

- การระบุความเขม้ ขน้ ของสารละลายทต่ี วั ละลายเป็นของเหลวและแก๊ส เพอื่ ใหไ้ ดข้ อ้ สรปุ ว่า
สารละลายที่ตวั ละลายมีสถานะของเหลวและแกส๊ ตวั ทำละลายมสี ถานะของเหลวหรอื แกส๊ นิยมระบุความ
เข้มข้นของสารละลายโดยบอกปริมาตรตัวละลายที่อยู่ในสารละลาย 100 หน่วยปริมาตรเดียวกัน เรียกหน่วย
ความเขม้ ขน้ นี้วา่ รอ้ ยละโดยปรมิ าตรต่อปริมาตร หรอื รอ้ ยละโดยปริมาตร ความเข้มขน้ ของสารละลายในหน่วย
ร้อยละโดยปริมาตรต่อปรมิ าตร เขียนความสัมพันธ์ได้ดงั น้ี

รอ้ ยละโดยปริมาตรต่อปรมิ าตร = [ปริมาตรของตวั ละลาย (cm3)/ปริมาตรของสารละลาย (cm3)] X 100
รอ้ ยละโดยปรมิ าตรต่อปรมิ าตร = [ปริมาตรของตวั ละลาย (L)/ปรมิ าตรของสารละลาย (L)] X 100

- การระบคุ วามเข้มข้น หรือปรมิ าณตวั ละลายในตัวทาละลายโดยใช้หนว่ ยร้อยละโดยมวลตอ่
มวลหรือร้อยละโดยมวล เพื่อให้ได้ข้อสรปุ วา่ สารละลายท่ีทง้ั ตวั ละลายและตัวทาละลายมสี ถานะเป็นของแข็ง
นิยมระบคุ วามเขม้ ขน้ ของสารละลายโดยบอกมวลของตวั ละลายท่ีอยใู่ นสารละลาย 100 หนว่ ยมวลเดยี วกัน
เรยี กหนว่ ยความเข้มขน้ นีว้ า่ รอ้ ยละโดยมวลต่อมวล หรือร้อยละโดยมวล ความเข้มขน้ ของสารละลายในหนว่ ย
รอ้ ยละโดยมวลตอ่ มวล หรอื รอ้ ยละโดยมวล เขียนความสัมพันธไ์ ดด้ ังน้ี

ร้อยละโดยมวลตอ่ มวล = [มวลของตวั ละลาย (g)/มวลของสารละลาย (g)] X 100
หรือ รอ้ ยละโดยมวลต่อมวล = [มวลของตวั ละลาย (kg)/มวลของสารละลาย (kg)] X 100
ขนั้ ที่ 5 ข้ันประเมนิ (Evaluation) (20 นาที)
11) ใหน้ ักเรียนฝึกคำนวณเกย่ี วกบั ความเข้มข้นของสารละลายในหน่วยรอ้ ยละโดยมวลต่อ
ปรมิ าตร ในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ตามตัวอยา่ งโจทย์ในหนงั สอื เรียน ถ้านักเรยี นยังไมเ่ ข้าใจ ครูควรเพิม่ โจทยใ์ ห้
นักเรียนไดฝ้ ึกจากโจทยท์ ี่ไม่ซับซ้อน จนถงึ โจทย์ที่มคี วามซับซอ้ นมากขน้ึ ตามลำดับ
12) ประเมนิ การเรียนรรู้ ะหวา่ งเรียน โดยใชโ้ จทยช์ วนคดิ ดังนี้
- โจทยช์ วนคิดเกี่ยวกบั ความเขม้ ข้นของสารละลายท่ีมีหนว่ ยเปน็ รอ้ ยละโดยมวลตอ่ ปริมาตร
จำนวน 2 ข้อ (เฉลยแนบท้ายแผนการจัดการเรยี นรู้)
- โจทย์ชวนคิดเก่ยี วกบั ความเข้มข้นของสารละลายทม่ี ีหน่วยเปน็ ร้อยละโดยปริมาตรต่อ
ปริมาตร จำนวน 2 ข้อ (เฉลยแนบทา้ ยแผนการจดั การเรยี นรู้)

- โจทย์ชวนคิดเก่ยี วกบั ความเข้มขน้ ของสารละลายที่มีหนว่ ยเป็นรอ้ ยละโดยมวลต่อมวล
จำนวน 1 ขอ้ (เฉลยแนบท้ายแผนการจัดการเรียนรู้)

11. ส่ือ / แหลง่ การเรียนรู้
11.1 ส่ือการเรยี นรู้
1) หนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1
2) ใบกจิ กรรม : ระบุความเข้มข้นของสารละลายในหนว่ ยร้อยละไดอ้ ย่างไร
3) บัตรภาพ : ฉลากเครื่องด่ืม
11.2 แหล่งการเรียนรู้
1) หอ้ งปฏิบัติการวทิ ยาศาสตร์

12. การวัดและประเมินผล

ตัวช้วี ัด/ผลการเรียนรู้ วิธกี ารวัด เคร่ืองมอื วดั เกณฑท์ ่ีใชใ้ นการประเมิน
- คำถามหลังทำกจิ กรรมท่ี ได้ไมน่ อ้ ยกว่า2 คะแนน
1. ระบรุ ะบุปรมิ าณตวั - ตรวจการตอบคำถาม 2.5 ระบุความเข้มขน้ ของ ระดับคุณภาพดี ถือวา่ ผา่ น
สารละลายในหนว่ ย การประเมินด้านความรู้
ละลายในสารละลายใน หลังทำกิจกรรมที่ 2.5 รอ้ ยละไดอ้ ยา่ งไร
จำนวน 10 ข้อ
หน่วยความเขม้ ข้นเป็น ระบคุ วามเขม้ ข้นของ

รอ้ ยละโดยปริมาตรต่อ สารละลายในหนว่ ย

ปริมาตร โดยมวลตอ่ มวล รอ้ ยละได้อย่างไร

และโดยมวลต่อปริมาตร

(ด้านความรู้: K)

2. ทักษะการใชจ้ ำนวน - ตรวจการตอบคำถาม - โจทย์ชวนคิดเก่ียวกบั ไดไ้ มน่ อ้ ยกวา่ 2 คะแนน
ความเขม้ ข้นของสารละลาย ระดับคุณภาพดี ถือวา่ ผา่ น
โดยคำนวณเก่ยี วกบั ความ แสดงวิธีคิดโจทย์ชวนคดิ ทม่ี ีหน่วยเป็นรอ้ ยละโดย การประเมินดา้ นกระบวนการ
มวลต่อมวล โดยปรมิ าตร
เข้มข้นของสารละลายใน ตอ่ ปรมิ าตร และโดยมวล
ต่อปรมิ าตร จำนวน 5 ข้อ
หนว่ ยรอ้ ยละโดยปริมาตร

ต่อปรมิ าตร โดยมวลตอ่

มวล และโดยมวลตอ่

ปริมาตร

(ด้านกระบวนการ: P)

3. ให้ความร่วมมอื ในการ - สังเกตความร่วมมือใน - แบบสงั เกตความรว่ มมอื ใน ได้ไมน่ อ้ ยกวา่ 2 คะแนน
การทำกจิ กรรมร่วมกับผูอ้ น่ื ระดับคุณภาพดี ถือว่าผ่าน
ทำกิจกรรมร่วมกับผู้อ่ืนได้ การทำกิจกรรมของ
การประเมินด้านเจตคติ
(ด้านเจตคต:ิ A) นกั เรยี น

12.1 เกณฑ์การประเมนิ ผลงานนกั เรยี น

เกณฑก์ ารประเมิน (Rubrics Score)

ประเดน็ การประเมนิ ค่านำ้ หนัก แนวทางการให้คะแนน
คะแนน

การให้คะแนนตอบ 3 ตอบคำถามหลังทำกิจกรรมที่ 2.5 ถกู ต้อง จำนวน 10-7 ข้อ
คำตอบหลงั ทำกจิ กรรม 2 ตอบคำถามหลังทำกจิ กรรมท่ี 2.5 ถกู ตอ้ ง จำนวน 6-4 ขอ้
1 ตอบคำถามหลังทำกิจกรรมที่ 2.5 ถูกตอ้ ง จำนวน 3-0 ข้อ

3 แสดงวิธีคดิ โจทยช์ วนคดิ เกยี่ วกับความเขม้ ขน้ ของสารละลายทม่ี หี น่วยเป็น

ร้อยละโดยมวลต่อมวล โดยปริมาตรต่อปริมาตร และโดยมวลตอ่ ปรมิ าตร

ถูกต้อง จำนวน 5-4 ข้อ

การใหค้ ะแนนตอบ 2 แสดงวธิ คี ิดโจทยช์ วนคดิ เก่ียวกบั ความเข้มข้นของสารละลายทีม่ หี น่วยเปน็

คำตอบท้ายกิจกรรม รอ้ ยละโดยมวลต่อมวล โดยปริมาตรตอ่ ปริมาตร และโดยมวลตอ่ ปริมาตร

ถูกต้อง จำนวน 3-2 ข้อ

1 แสดงวิธีคิดโจทยช์ วนคิดเก่ียวกับความเขม้ ข้นของสารละลายทม่ี หี น่วยเปน็

รอ้ ยละโดยมวลตอ่ มวล โดยปรมิ าตรตอ่ ปริมาตร และโดยมวลตอ่ ปรมิ าตร

ถกู ต้อง จำนวน 1-0 ขอ้

ให้ความรว่ มมือในทำกิจกรรมรว่ มกับผูอ้ ืน่ ตลอดทัง้ คาบเรยี น ไม่ก่อความ

3 วนุ่ วายหรอื ปญั หาทรี่ บกวนการเรียนของผู้อื่น เช่น พดู เสียงดงั โวยวาย

ลุกเดินไปมา หรอื ชวนผ้อู นื่ คุยเลน่ ขณะครูทำการสอน

ให้ความรว่ มมือในทำกิจกรรมรว่ มกบั ผ้อู ่นื เปน็ บางคร้ังในคาบเรียน และ

การให้คะแนนความ 2 กอ่ ความวุ่นวายหรอื ปัญหาท่รี บกวนการเรียนของผ้อู น่ื เช่น พูดเสยี งดัง

รว่ มมือ โวยวาย ลกุ เดนิ ไปมา หรือชวนผ้อู ืน่ คุยเลน่ ขณะครูสอน

ในการทำกิจกรรม ไม่ใหค้ วามรว่ มมือในทำกิจกรรมรว่ มกับผู้อ่ืน ทำให้เกดิ ความวนุ่ วายหรือ

ร่วมกบั ผู้อืน่ 1 ปัญหาที่รบกวนการเรียนของผอู้ ื่น เช่น พดู เสยี งดงั โวยวาย ลุกเดนิ ไปมา

หรอื ชวนผู้อืน่ คยุ เลน่ ขณะครูทำการสอน

12.2 ระดบั คุณภาพ (โดยนำคะแนนรวมทุกดา้ น K P A แล้วหาค่าเฉลี่ย)

คะแนนรวมเฉลยี่ 3.00 หมายถึง ดมี าก

คะแนนรวมเฉลี่ย 2.00 - 2.99 หมายถึง ดี

คะแนนรวมเฉล่ีย 0.01 - 1.99 หมายถงึ พอใช้

ดังน้นั นักเรยี นตอ้ งได้คะแนนเฉล่ียทุกประเด็นการประเมิน ไมต่ ำ่ กวา่ 2.00 คะแนน แสดง
ระดบั คุณภาพดี ถือวา่ ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ในแผนการจัดการเรยี นท่ี 7

ความคิดเห็นของผ้บู ังคับบัญชา หรือผู้ท่ีไดร้ บั มอบหมายก่อนสอน
1. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี
 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรงุ

2. การจัดกจิ กรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรียนรู้
 เนน้ ผเู้ รยี นเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

 มคี วามสอดคล้องของมาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้วี ดั
 เน้นกระบวนการเรยี นรู้แบบ Active learning

ลงชือ่ ..................................................................
(นางสาวพัชรนิ ทรด์ า นาคพล)

ตำแหน่ง ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นวดั ชอ่ งเป่ยี มราษฎร์
บนั ทึกผลหลังการจัดการเรยี นรู้

1) ผลการเรยี นรู้ จำนวนนกั เรียนทัง้ หมด.......................................คน
1.1) ผู้เรียนที่ผา่ นตวั ชว้ี ัด มีจำนวน ........................ คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ............................
1.2) ผู้เรียนทไี่ ม่ผา่ นตวั ช้วี ัด มจี ำนวน ....................... คน คดิ เปน็ ร้อยละ ............................

สาเหตุ
.................................................................................................................................................................................
................................................................................................. ................................................................................

แนวทางแก้ปัญหา
............................................................................................................................. ....................................................
............................................................................................................................. ....................................................

1.3) ผเู้ รยี นได้รับความรู้ (K)
............................................................................................................................. ....................................................
.................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................

1.4) ผ้เู รียนเกดิ ทักษะกระบวนการ (P)
............................................................................................................................. ....................................................
................................................................................................................................... ..............................................
.................................................................................................................................................................................

1.5) ผู้เรียนมีคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม (A)
.......................................................................................................... .......................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
..................................................................................................................................... ............................................

2) ปญั หา อุปสรรค (ถา้ มี)
.................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................

3) ขอ้ เสนอแนะ (ถ้าม)ี
............................................................................................................................. ....................................................
................................................................................................................................ .................................................

ลงชอ่ื ....................................... ผสู้ อน
(นางสาวรชั นก มชี ขู ันธ์)

ตำแหนง่ ครโู รงเรยี นวดั ชอ่ งเป่ียมราษฎร์
ความคดิ เหน็ /ข้อเสนอแนะของผบู้ ริหารหลังสอน
............................................................................................................................. ................................................
........................................................................................................................................................... ..................
................................................................................................................ .............................................................

ลงชอ่ื ................................................................
(นางสาวพัชรนิ ทร์ดา นาคพล)

ตำแหน่ง ผอู้ ำนวยการโรงเรียนวัดชอ่ งเปยี่ มราษฎร์

บัตรภาพ

บตั รภาพแสดง ฉลากเครื่องดื่ม ในรอู้ ะไรบ้างก่อนเรยี น

รอู้ ะไรบา้ งก่อนเรยี น เครือ่ งด่มื ชนดิ หนึ่งมปี รมิ าตร 250 ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร และมีฉลากกำกบั ดังน้ี

องคป์ ระกอบ ร้อยละโดยมวลตอ่ ปริมาตร

น้ำ 70

น้ำตาล 25

เกลอื 3

สารแต่งสีและกลิน่ เลียนแบบธรรมชาติ 2

ใบกจิ กรรมท่ี 2.5 ระบุความเข้มขน้ ของสารละลายในหน่วยร้อยละได้อยา่ งไร

กิจกรรมที่ 2.5 ระบคุ วามเข้มข้นของสารละลายในหนว่ ยร้อยละไดอ้ ย่างไร?

จุดประสงค์ สงั เกตและระบปุ รมิ าณตวั ละลายในสารละลายในหน่วยความเข้มข้นเป็นร้อยละ

โดยมวลตอ่ ปริมาตร และโดยปรมิ าตรต่อปริมาตร

วัสดุอุปกรณ์ วัสดทุ ่ใี ช้ต่อห้อง

1. เครือ่ งชั่ง 2-3 เคร่ือง

วัสดุที่ใชต้ ่อกลุ่ม

1. จุนสี 6 g

2. เอทานอลผสมสี 30 cm3

3. น้ากลัน่ 500 cm3

4. หลอดหยด 2 หลอด

5. บกี เกอร์ ขนาด 50 cm3 2 ใบ

6. บกี เกอร์ ขนาด 250 cm3 2 ใบ

7. แท่งแก้วคน 2 อนั

8. ชอ้ นตกั เบอร์ 2 1 คัน

วิธดี ำเนินกิจกรรม 1. ชงั่ จุนสี 2 กรัม ใส่ลงในบกี เกอร์ขนาด 250 ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร

ตอนท่ี 1 2. เติมนำ้ กลน่ั ประมาณ 10 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร ลงในบกี เกอรท์ ีม่ จี ุนสี ใชแ้ ท่งแกว้ คนให้

สารละลายท่เี กดิ จนุ สีละลายจนหมด เตมิ นำ้ กล่นั เพิม่ จนปรมิ าตรสุดทา้ ยของสารละลายเปน็ 100ลูกบาศก์

จากของแข็งละลาย เซนติเมตร คนให้เขา้ กันด้วยแทง่ แก้วคน

ในของเหลว 3. ทำซ้ำ 1-2 ซ้ำ แตใ่ ชจ้ นุ สี 4 กรมั ละลายด้วยน้ำกลนั่ จนปริมาตรสดุ ทา้ ยของสารละลาย

เป็น 200 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร

4. สังเกต เปรยี บเทยี บความเข้มของสีและปริมาตรของสารละลายในบีกเกอร์ทั้ง 2 ใบ

บนั ทึกผล

วิธดี ำเนินกจิ กรรม 1. ตวงเอทานอลผสมสี 20 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร ลงในบกี เกอร์ 250 ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร

ตอนท่ี 2 2 เติมน้ำกลนั่ ประมาณ 10 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร ลงในเอทานอลผสมสี คนใหเ้ ข้ากนั แลว้

สารละลายทเ่ี กิด เตมิ น้ำกลน่ั เพิม่ จนปรมิ าตรสดุ ท้ายของสารละลายเป็น 100 ลกู บาศก์เซนติเมตรคนให้เข้า

จากของเหลว กันด้วยแทง่ แก้วคน

ละลายในของเหลว 3. ทำซ้ำ 1-2 ซำ้ โดยใช้เอทานอลผสมสีปริมาตร 10 ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร แทน 20

ลกู บาศก์เซนติเมตร

4 สังเกต เปรียบเทยี บความเข้มของสแี ละปริมาตรของสารละลายในบีกเกอร์ทง้ั 2 ใบ

บนั ทกึ ผล

คำถามทา้ ยกจิ กรรม

ตอนที่ 1 สารละลายที่เกิดจากของแข็งละลายในของเหลว
1. สารละลายในบีกเกอรท์ ัง้ 2 ใบมีความเข้มของสีเหมือนหรือต่างกัน อยา่ งไร
2. การเตรยี มสารละลายบกี เกอร์ทั้ง 2 ใบใช้ปริมาณจนุ สเี ทา่ กันหรือไม่ และปริมาตรสุดท้ายของ

สารละลายเทา่ กันหรือไม่ อย่างไร
3. สารละลายจนุ สใี นบกี เกอร์ท้งั 2 ใบมีความเข้มข้นในหนว่ ยรอ้ ยละโดยมวลตอ่ ปริมาตรเท่ากันหรือไม่

อยา่ งไร
4. จากกจิ กรรมตอนท่ี 1 สรุปไดว้ ่าอย่างไร

ตอนท่ี 2 สารละลายทเ่ี กิดจากของเหลวละลายในของเหลว
5. สารละลายในบกี เกอรท์ ้ัง 2 ใบ มีความเข้มของสเี หมือนหรอื ต่างกนั อยา่ งไร
6. การเตรียมสารละลายในบีกเกอร์ทัง้ 2 ใบใช้ปรมิ าตรเอทานอลผสมสี และปรมิ าตรสดุ ทา้ ยของ

สารละลายเท่ากันหรือไม่
7. สารละลายเอทานอลผสมสีในบกี เกอรท์ งั้ 2 ใบ มคี วามเข้มขน้ ในหนว่ ยร้อยละโดยปรมิ าตรตอ่

ปริมาตรเทา่ กนั หรอื ไม่ อยา่ งไร
8. ความเขม้ ขน้ ของสารละลายมผี ลตอ่ ความเขม้ ของสสี ารละลายหรือไม่ อย่างไร
9. จากกจิ กรรมตอนท่ี 2 สรปุ ไดว้ ่าอยา่ งไร
10. จากกิจกรรมทง้ั 2 ตอน สรุปไดว้ ่าอย่างไร

เฉลยใบกิจกรรมท่ี 2.5 ระบุความเข้มข้นของสารละลายในหนว่ ยร้อยละได้อยา่ งไร

กจิ กรรมที่ 2.5 ระบคุ วามเข้มขน้ ของสารละลายในหนว่ ยร้อยละได้อยา่ งไร?

ตอนท่ี 1 สารละลายทเ่ี กดิ จากของแข็งละลายในของเหลว

บกี เกอร์ใบท่ี มวลจนุ สี ปริมาตรของสารละลาย สขี องสารละลาย
(กรมั ) (cm3)
1 100 ฟ้า
2 2 200 ฟา้
4

ตวั อย่างผล
การทำกิจกรรม

ตอนที่ 2 สารละลายทเ่ี กิดจากของเหลวละลายในของเหลว

บีกเกอร์ใบที่ มวลจุนสี ปรมิ าตรของสารละลาย สีของสารละลาย
(กรมั ) (cm3)
1 100 ฟ้า
2 2 200 ฟ้า
4

เฉลยใบกิจกรรมที่ 2.5 ระบุความเขม้ ข้นของสารละลายในหน่วยรอ้ ยละได้อยา่ งไร

คำถามท้ายกจิ กรรม

ตอนท่ี 1 สารละลายท่ีเกดิ จากของแข็งละลายในของเหลว
1. สารละลายในบกี เกอร์ทั้ง 2 ใบมคี วามเข้มของสเี หมอื นหรอื ต่างกนั อย่างไร

แนวคำตอบ สารละลายในบกี เกอร์ทั้ง 2 ใบมีความเข้มของสีเหมอื นกัน
2. การเตรยี มสารละลายบกี เกอรท์ ัง้ 2 ใบใช้ปริมาณจนุ สเี ท่ากันหรือไม่ และปรมิ าตรสุดทา้ ยของสารละลาย
เท่ากนั หรอื ไม่ อย่างไร

แนวคำตอบ การเตรยี มสารละลายท้งั 2 บีกเกอร์ ใชป้ ริมาณจนุ สีและปรมิ าตรสดุ ท้ายของสารละลายไม่
เทา่ กนั ในการเตรยี มสารละลายคร้งั แรกใช้จุนสี 2 กรมั ครั้งท่ี 2 ใช้ 4 กรัม สว่ นปรมิ าตรสุดทา้ ยของสารละลายที่
เตรยี มได้ครงั้ แรกเป็น 100 ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร ครัง้ ที่ 2 เป็น 200 ลกู บาศก์เซนตเิ มตร
3. สารละลายจุนสใี นบกี เกอร์ทง้ั 2 ใบมีความเข้มข้นในหน่วยรอ้ ยละโดยมวลต่อปริมาตรเท่ากันหรอื ไม่
อยา่ งไร

แนวคำตอบ สารละลายจุนสีในบีกเกอรท์ ้งั 2 ใบมคี วามเขม้ ขน้ เทา่ กัน ซ่ึงมีความเขม้ ขน้ เทา่ กบั ร้อยละ 2
โดยมวลตอ่ ปริมาตร
4. จากกจิ กรรมตอนท่ี 1 สรปุ ไดว้ ่าอยา่ งไร

แนวคำตอบ สารละลายจนุ สีท่ีเตรียมได้ทงั้ สองคร้ังมีความเขม้ ข้นเปน็ ร้อยละ 2 โดยมวลต่อปรมิ าตร
เท่ากัน สีของสารละลายจึงเข้มเทา่ กัน

ตอนที่ 2 สารละลายทเ่ี กิดจากของเหลวละลายในของเหลว
5. สารละลายในบีกเกอร์ทั้ง 2 ใบมคี วามเข้มของสีเหมือนหรือตา่ งกนั อย่างไร

แนวคำตอบ สารละลายในบีกเกอร์ท้ัง 2 ใบมีความเข้มของสีตา่ งกัน โดยบกี เกอรใ์ บท่ี 1 มคี วามเข้ม
ของสมี ากกว่าสารละลายในบีกเกอรใ์ บท่ี 2
6. การเตรยี มสารละลายในบีกเกอร์ท้งั 2 ใบ ใช้ปรมิ าตรเอทานอลผสมสี และปริมาตรสดุ ทา้ ยของสารละลาย
เท่ากนั หรือไม่

แนวคำตอบ การเตรียมสารละลายทั้ง 2 บกี เกอรใ์ ชป้ รมิ าตรของเอทานอลผสมสไี ม่เทา่ กัน แต่ปริมาตร
สุดท้ายของสารละลายเท่ากนั
7. สารละลายเอทานอลผสมสี ในบกี เกอร์ทั้ง 2 ใบ มคี วามเข้มขน้ ในหนว่ ยร้อยละโดยปริมาตรตอ่ ปริมาตร
เทา่ กันหรือไม่ อยา่ งไร

แนวคำตอบ สารละลายเอทานอลผสมสใี นบีกเกอรท์ ั้ง 2 ใบมคี วามเข้มข้นไมเ่ ท่ากัน โดยใบแรกมีความ
เข้มข้นร้อยละ 20 โดยปรมิ าตรต่อปรมิ าตร และใบทีส่ องมีความเข้มข้นร้อยละ 10 โดยปรมิ าตรตอ่ ปริมาตร


Click to View FlipBook Version