8. ความเข้มขน้ ของสารละลายมผี ลต่อความเขม้ ของสีสารละลายหรือไม่ อยา่ งไร
แนวคำตอบ ความเขม้ ข้นของสารละลายมีผลต่อความเข้มของสสี ารละลาย โดยในบกี เกอรท์ ม่ี คี วาม
เข้มขน้ ของสารละลายมากกว่าจะมสี ีทเ่ี ขม้ กว่า
9. จากกิจกรรมตอนที่ 2 สรุปไดว้ ่าอย่างไร
แนวคำตอบ สารละลายเอทานอลผสมสใี นบกี เกอร์ใบที่ 1 และ 2 มีความเข้มของสตี ่างกัน เนื่องจากมี
ความเขม้ ขน้ ต่างกนั คือ ร้อยละ 20 และ 10 โดยปรมิ าตรตอ่ ปริมาตรตามลาดับ
10. จากกิจกรรมทัง้ 2 ตอน สรุปได้ว่าอยา่ งไร
แนวคำตอบ สารละลายจนุ สีที่มีตวั ละลายมวลเทา่ กนั ในตวั ทาละลายทมี่ ีปริมาตรเท่ากัน จะมคี วาม
เข้มข้นเทา่ กัน และมีความเข้มของสเี ทา่ กัน สามารถระบุความเข้มข้นของสารละลายโดยบอกมวลของตัวละลาย
ในตัวทาละลายปริมาตร 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร ส่วนสารละลายเอทานอลผสมสีที่มีตวั ละลายปรมิ าตรต่างกนั
ในตวั ทาละลายท่ีมปี รมิ าตรเท่ากนั จะมีความเข้มขน้ ต่างกนั สามารถระบุความเข้มข้นของสารละลายโดยบอก
ปรมิ าตรของตวั ละลายในตวั ทาละลายปริมาตร 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร
เฉลยกจิ กรรมทบทวนความรู้กอ่ นเรยี น
เขียนเครื่องหมาย ✓ หนา้ ขอ้ ความท่ีถูกตอ้ ง และเขียนเครอื่ งหมาย ✕ หนา้ ข้อความทไ่ี มถ่ กู ต้อง
ทองรปู พรรณมีทองคำเป็นองค์ประกอบมากทสี่ ดุ ดังน้ันทองรปู พรรณจึงมที องคำเป็นตวั ทำละลาย
ถกู ต้อง เพราะทองรปู พรรณเปน็ สารละลายในสถานะของแข็ง มที องคำเปน็ องค์ประกอบมาก
ทีส่ ดุ ทองคำจึงจัดเป็นตวั ทำละลาย
สารละลายอ่ิมตวั เป็นสารละลายท่ีมีอตั ราสว่ นปริมาณของตัวละลายกบั ปรมิ าณสารละลายสงู สุดท่ี
อณุ หภมู หิ น่ึง ๆ
ถูกต้อง เพราะสารละลายอม่ิ ตัวเปน็ สารละลายทมี่ ีตัวละลายมากทส่ี ุดท่ีอุณหภมู ิหน่งึ ๆ จงึ มี
อตั ราส่วนปรมิ าณของตัวละลายกับปรมิ าณสารละลายสงู สุด
สารทม่ี มี วล 100 กรัมจะมปี ริมาตร 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร
ไมถ่ ูกตอ้ ง เพราะสารท่มี ีมวล 100 กรัม อาจจะมีปริมาตรมากหรอื น้อยกว่า 100 ลูกบาศก์
เซนติเมตรก็ได้ ขน้ึ อยกู่ ับความหนาแนน่ ของสารละลาย
เฉลยโจทย์ชวนคดิ หลังเรียน ข้ันประเมนิ ผล
โจทย์ชวนคดิ เกี่ยวกบั ความเข้มข้นของสารละลายทม่ี ีหน่วยเป็นรอ้ ยละโดยมวลต่อปริมาตร
จำนวน 2 ขอ้
1. ถา้ มีด่างทบั ทิม 2 กรัมในสารละลาย 250 ลูกบาศก์เซนติเมตร สารละลายน้ีมคี วามเข้มข้นรอ้ ยละ
เทา่ ใด
โดยมวลต่อปริมาตร
แนวคำตอบ
ในสารละลาย 250 ลกู บาศก์เซนติเมตร มีด่างทับทมิ ละลายอยู่ 2 กรัม
ดงั น้นั ในสารละลาย 100 ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร มดี า่ งทบั ทิม
= (2 กรัม X 100 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร)/250 ลกู บาศก์
เซนติเมตร
= 0.8 กรัม
หมายความวา่ ในสารละลาย 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร มีตัวละลายมวล 0.8 กรัม หรือ
ร้อยละ 0.8 โดยมวลตอ่ ปรมิ าตร
ดังนั้น เม่อื ละลายด่างทับทิม 2 กรัม ในนำ้ ได้สารละลายท่ีมีปริมาตร 250 ลกู บาศก์เซนตเิ มตร
สารละลายนี้มีความเข้มข้นร้อยละ 0.8 โดยมวลต่อปรมิ าตร
2. ต้องการเตรียมสารละลายเกลอื แกงเข้มข้นรอ้ ยละ 0.9 โดยมวลต่อปริมาตร ปรมิ าตร 50 ลูกบาศก์
เซนติเมตร จะต้องใชเ้ กลือแกงกี่กรัม
แนวคำตอบ
สารละลายเกลอื แกงเข้มข้นร้อยละ 0.9 โดยมวลตอ่ ปรมิ าตร หมายความว่า
ในสารละลาย 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร มีเกลอื แกงละลายอยู่ 0.9 กรัม
ในสารละลาย 50 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร มีเกลอื แกง
= (0.9 กรมั X 50 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร)/100 ลูกบาศก์เซนติเมตร
= 0.45 กรมั
ดังน้ัน ในการเตรยี มสารละลายเกลือแกงเข้มร้อยละ 0.9 โดยมวลตอ่ ปรมิ าตร ปริมาตร 50
ลกู บาศก์เซนติเมตร จะต้องใชเ้ กลือแกง 0.45 กรมั
โจทย์ชวนคดิ เกีย่ วกบั ความเข้มข้นของสารละลายทมี่ ีหน่วยเป็นรอ้ ยละโดยปริมาตรต่อปรมิ าตร
จำนวน 2 ข้อ
1. นำ้ ส้มสายชู ท่ีมคี วามเข้มข้นของกรดน้ำส้ม ร้อยละ 5 โดยปรมิ าตรต่อปรมิ าตรจานวน 3 ลติ ร
จะมกี รดนำ้ สม้ เป็นองคป์ ระกอบก่ีลูกบาศกเ์ ซนติเมตร
แนวคำตอบ
น้ำส้มสายชูมีความเขม้ ขน้ ของกรดน้ำส้มรอ้ ยละ 5 โดยปริมาตรต่อปริมาตร
หมายความว่าในนำ้ สม้ สายชู 100 ลกู บาศก์เซนตเิ มตร มกี รดนำ้ สม้ 5 ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร
ดังนนั้ น้ำส้มสายชู 3 ลิตร หรือ 3,000 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร
มีกรดน้ำสม้ = (5 ลูกบาศก์เซนติเมตร X 3,000 ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร)/100 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร
= 150 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร
ดังน้นั ถา้ ต้องการนา้ สม้ สายชูที่มกี รดนา้ สม้ ร้อยละ 5 โดยปริมาตรตอ่ ปริมาตร 3,000
ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร หรอื 3 ลิตร ต้องใชก้ รดนำ้ ส้ม 150 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร
2. อากาศมีแกส๊ ออกซเิ จนอยู่ร้อยละ 21 โดยปริมาตรต่อปรมิ าตร ถา้ ต้องการแยกแก๊สออกซเิ จนจำนวน
63,000 ลติ ร ออกจากอากาศ จะตอ้ งใช้อากาศก่ีลิตร
แนวคำตอบ
อากาศมแี ก๊สออกซเิ จนอย่รู ้อยละ 21 โดยปริมาตรต่อปริมาตร หมายความว่า ในอากาศ 100 ลิตร
มีแก๊สออกซิเจน 21 ลิตร
แก๊สออกซิเจน 21 ลิตร ได้จากอากาศ 100 ลติ ร
แก๊สออกซเิ จน 63,000 ลติ ร ไดจ้ ากอากาศ (100 ลิตร x 63,000 ลิตร)/21 ลติ ร = 300,000 ลิตร
ดงั น้นั ถา้ ตอ้ งการแยกแก๊สออกซิเจนจานวน 63,000 ลติ ร ออกจากอากาศ จะต้องใช้อากาศ 300,000 ลิตร
โจทย์ชวนคิดเกยี่ วกบั ความเขม้ ขน้ ของสารละลายทม่ี ีหน่วยเป็นรอ้ ยละโดยมวลตอ่ มวล
จำนวน 1 ข้อ
1. ถ้านาทองเหลอื ง 5 กรัม มาแยกองค์ประกอบ พบวา่ ทองเหลอื งชนิ้ นี้ มสี ังกะสีเป็นองคป์ ระกอบ 1.2 กรัม
ทองเหลอื งช้ินน้มี ีความเขม้ ข้นของสังกะสเี ปน็ เทา่ ใดในหนว่ ยรอ้ ยละโดยมวลเปน็ เทา่ ใด
แนวคำตอบ
ทองเหลอื ง 5 กรัม มีสังกะสเี ป็นองค์ประกอบ 1.2 กรมั
ทองเหลอื ง 100 กรมั มสี ังกะสีเปน็ องค์ประกอบ (1.2 กรัม x 100 กรมั )/5 กรัม = 24 กรมั
ดังนนั้ ทองเหลืองช้ินนมี้ ีความเขม้ ขน้ ของสังกะสอี ยูร่ ้อยละ 24 โดยมวลต่อมวล
VDO ปฏบิ ตั ิการทางวทิ ยาศาสตรส์ ำหรับครูผสู้ อน
อ้างองิ จาก
เว็บไซต์คลงั ความรู้ SciMath สถาบนั สง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (สสวท.)
กระทรวงศึกษาธกิ าร เผยแพร่เมอื่ : วันพฤหสั บดี 28 กุมภาพันธ์ 2562
สาธติ การทดลองเรื่อง ระบคุ วามเข้มข้นของสารละลายในหนว่ ยรอ้ ยละไดอ้ ยา่ งไร
ตัวอย่างการจัดกิจกรรมการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์ เพ่ือให้นกั เรียนหาคำตอบว่าระบคุ วามเข้มข้นของ
สารละลายในหนว่ ยร้อยละได้อย่างไร โดยใหท้ ำกิจกรรมเตรียมสารละลายจากตวั ละลายที่มีสถานะของแขง็ และ
ของเหลว จากนั้นระบุปรมิ าณตวั ละลายในหน่วยความเขม้ ข้นเปน็ ร้อยละโดยมวลต่อปริมาตรและรอ้ ยละโดย
ปรมิ าตรต่อปริมาตร กจิ กรรมน้ีเหมาะสำหรับนักเรียนระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น
ลิขสทิ ธ์ิ สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
ผ้แู ต่ง หรือ เจา้ ของผลงาน สาขาวิทยาศาสตรภ์ าคบังคบั
สาขาวชิ า/กลุ่มสาระวิชา วิทยาศาสตรท์ ัว่ ไป
ระดับชัน้ ม.2
กลุ่มเป้าหมาย ครู
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 8
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 2
รหสั วิชา ว22101 ภาคเรยี นท่ี 1
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 สารละลาย
เร่ือง ความเข้มข้นของสารละลายไปใชป้ ระโยชน์
รวม 2 ชั่วโมง
สอนวันท.่ี .............................เดอื น..............................พ.ศ.............
1. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
ความเข้มข้นของสารละลาย เปน็ การระบปุ ริมาณตัวละลายในสารละลาย หนว่ ยความเข้มข้นมหี ลาย
หน่วย ทนี่ ิยมระบหุ น่วยเป็นร้อยละ ปริมาตรตอ่ ปริมาตร มวลต่อมวล และมวลต่อปริมาตร
การใช้สารละลายชวี ติ ประจำวัน ควรพจิ ารณาจากความเข้มขน้ ของสารละลาย ขน้ึ อย่กู ับจุดประสงค์ของ
การใช้งานและผลกระทบตอ่ ส่ิงมีชีวิตและสิ่งแวดลอ้ ม
2. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ช้ีวัด
ว 2.1 ม.2/5 ระบุปรมิ าณตัวละลายในสารละลาย ในหน่วยความเข้มขน้ เปน็ ร้อยละ ปริมาตรตอ่ ปริมาตร
มวลต่อมวล และมวลต่อปริมาตร
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ นกั เรยี นสามารถตระหนกั ถงึ ความสำคญั ของการนำความรู้เร่ืองความเขม้ ข้น
3.1 ดา้ นความรู้ (K) ของสารละลายไปใช้ โดยยกตัวอย่างการใช้สารละลายในชวี ติ ประจำวันอย่าง
ถกู ต้องปลอดภยั
3.2 ด้านทักษะ (P) นกั เรียนมที ักษะการจดั กระทำและส่อื ความหมายขอ้ มูลเรอ่ื งความเข้มขน้
3.3 ด้านเจตคติ (A) ของสารละลายได้
นกั เรยี นใหค้ วามรว่ มมอื ในการทำกจิ กรรมรว่ มกับผู้อ่ืนได้
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
4.1 ความรู้
การใชส้ ารละลายในชีวติ ประจำวนั ควรพิจารณาจากความเขม้ ขน้ ของสารละลาย จดุ ประสงคข์ องการ
ใช้งาน และผลกระทบต่อสง่ิ มีชวี ติ และส่งิ แวดล้อม โดยการนำความรเู้ กีย่ วกับสารละลายไปใชป้ ระโยชน์
ดา้ นการเกษตร
การปลกู พชื โดยไม่ใชด้ ิน จะผสมสารอาหารที่พืชต้องการอยู่ในรูปของสารละลาย
การนำสารเคมีกำจดั ศัตรูพชื ไปใชต้ ้องนำมาเจอื จางด้วยนำ้ ซ่ึงเปน็ ตวั ทำละลายให้ไดค้ วามเขม้ ข้นตาม
ต้องการก่อนนำไปฉีดพ่น
ด้านอตุ สาหกรรม
ใชแ้ อลกอฮอล์และทินเนอรเ์ ป็นตวั ทำละลายในการผลติ สี หมึก สียอ้ ม และสีน้ำมนั
ดา้ นอาหาร
การปรงุ อาหาร
การทำเครื่องดื่ม
ด้านการแพทย์
ยาท่มี ีรสขมไม่ชวนรบั ประทาน จงึ ต้องเติมนำ้ ตาลหรือนำ้ เชือ่ มเพม่ิ ลงไปเพือ่ ปรับรสชาติ
ใหน้ ่ารับประทานข้ึน
การใหเ้ กลือแรห่ รือธาตุแคลเซียมแก่คนไข้ตอ้ งทำใหเ้ ปน็ สารละลาย
การผลติ ยาเพ่ือรักษาคนไข้ตอ้ งทำให้อยูใ่ นรปู ของสารละลาย
ดา้ นการดำรงชวี ติ
การลา้ งจาน การชำระร่างกาย การซกั เสื้อผ้า การทำความสะอาดเครื่องอปุ โภคบรโิ ภค
การลบรอยเปอ้ื นเปรอะของสนี ้ำมันท่ีเสือ้ ผ้าหรือพู่กัน ต้องใชน้ ้ำมันสนล้างออกแตจ่ ะใชน้ ้ำ ไม่ได้
เน่อื งจากสนี ้ำมันไม่ละลายในนำ้ แตล่ ะลายในนำ้ มนั สน
4.2 ทักษะ/กระบวนการ
- การสงั เกต - การสำรวจ
- การเปรยี บเทยี บ - การอธบิ าย
- การสบื ค้นขอ้ มูลและการอภิปราย - กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
4.3 เจตคติ
- ความอยากรู้อยากเห็น - ความมีเหตุผล
- ความพยายามมมุ่ มน่ั - ความรบั ผดิ ชอบ
- ความรว่ มมือชว่ ยเหลือ - ความสรา้ งสรรค์
สาระการเรยี นรูท้ ้องถิ่น
-
5. ทักษะผู้เรยี นในศตวรรษที่ 21 (3Rs 8Cs 2Ls)
5.1 ทักษะในสาระวชิ าหลกั (3Rs)
5.1.1 (R) Reading (อา่ น)
5.1.2 (W) Riting (เขยี น)
5.1.2 (A) Rithemetics (คณิตฯ)
5.2 ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม (8Cs)
5.2.1 Critical Thinking and Problem Solving
(การคดิ วิจารณญาณ และแก้ปัญหา)
5.2.2 Creativity and Innovation (การสร้างสรรค์ และนวตั กรรม)
5.2.3 Cross-cultural Understanding (ความเข้าใจความตา่ งวฒั นธรรม)
5.2.4 Collaboration, Teamwork and Leadership
(การทางานเป็นทีม ภาวะผู้นา)
5.2.5 Communications, Information, and Media Literacy
(การสือ่ สารสารสนเทศ)
5.2.6 Computing and ICT Literacy (ทกั ษะดา้ นคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลย)ี
5.2.7 Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพ และการเรียนร้)ู
5.2.8 Compassion (คณุ ธรรม เมตตา กรุณา ระเบียบวนิ ยั )
6. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน 2) ทักษะการสำรวจค้นหา
6.1 ความสามารถในการสือ่ สาร 4) ทกั ษะการเช่ือมโยง
6.2 ความสามารถในการคิด
1) ทักษะการสงั เกต
3) ทักษะการวิเคราะห์
6.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา
6.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
7. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
7.1 รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
7.2 ซื่อสตั ย์สจุ รติ
7.3 มวี นิ ัย
7.4 ใฝเ่ รยี นรู้
7.5 อยู่อยา่ งพอเพียง
7.6 มงุ่ มั่นในการทำงาน
7.7 รักความเปน็ ไทย
7.8 มีจติ สาธารณะ
8. ช้นิ งาน/ภาระงาน
8.1 กิจกรรม การนำสารละลายทมี่ คี วามเขม้ ข้นตา่ ง ๆ มาใชป้ ระโยชนไ์ ด้อย่างไร
9. สอดคล้องมาตรฐานเพ่อื การประกนั คณุ ภาพภายใน
มาตรฐานท่ี 1 คณุ ภาพของผู้เรยี น
มาตรฐานท่ี 1 คุณภาพของผูเ้ รียน
1.1 ผลสมั ฤทธ์ทิ างวชิ าการของผเู้ รยี น
1) มีความสามารถในการอ่าน การเขียน การส่ือสาร และการคดิ คำนวณ
2) มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมวี ิจารณญาณ อภปิ รายแลกเปล่ยี นความ
คดิ เห็นและแกป้ ัญหา
3) มคี วามสามารถในการสรา้ งนวตั กรรม
4) มคี วามสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
5) มผี ลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี นตามหลกั สตู รสถานศึกษา
6) มคี วามรู้ ทักษะพน้ื ฐาน และเจตคติที่ดตี ่องานอาชีพ
1.2 คณุ ลักษณะทพี่ ึงประสงคข์ องผู้เรยี น
1) การมีคณุ ลักษณะและคา่ นิยมท่ดี ตี ามทส่ี ถานศึกษากำหนด
2) ความภมู ใิ จในทอ้ งถ่ินและความเป็นไทย
3) การยอมรบั ท่ีจะอยรู่ วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย
4) สุขภาวะ ทางรา่ งกาย และจติ สังคม
มาตรฐานท่ี 3 กระบวนการจัดการเรยี นการสอนทเี่ นน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคัญ
3.1 จัดการเรยี นรผู้ ่านกระบวนการคิดและปฏิบตั จิ รงิ และสามารถนำไปประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิตได้
3.2 ใช้สอ่ื เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรูท้ ีเ่ อื้อต่อการเรียนรู้
3.3 มกี ารบริหารจดั การชน้ั เรยี นเชิงบวก
3.4 ตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบ และนำผลมาพฒั นาผ้เู รียน
3.5 มกี ารแลกเปล่ยี นเรียนรูแ้ ละให้ข้อมลู สะทอ้ นกลบั เพ่ือพฒั นาและปรับปรงุ การจัดการเรียนรู้
10. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ใช้รปู แบบการจดั การเรียนการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Cycles: 5Es) (2 ชว่ั โมง; 120นาท)ี
ข้นั ท่ี 1 กระต้นุ ความสนใจ (Engagement) (10 นาที)
1) ครูนำเสนอคลิปวดี ีทัศน์ เรื่อง สารในชีวิตประจำวัน เพื่อให้นักเรียนเชื่อมโยงถึงสารละลาย
ท่ีเรยี นมาใหส้ อดคล้อง ถึงการเลอื กใชป้ ระโยชน์จากสารละลายท่มี คี วามเข้มข้นต่าง ๆ กนั
2) ครสู นทนาร่วมกบั นักเรยี น โดยใช้ประเด็นคำถามวา่ ในชวี ิตประจำวันของนกั เรยี น จะใช้งาน
สารละลายในรูปแบบใดบ้าง (ส่วนใหญ่ใช้ในการอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน เช่น น้ำ น้ำอัดลม น้ำหวาน
แชมพู สบเู่ หลว เปน็ ต้น)
ขนั้ ท่ี 2 ขนั้ สำรวจและค้นหา (Exploration) (20 นาที)
3) ใหน้ กั เรยี นอา่ นช่อื กิจกรรมท้ายบท จดุ ประสงค์ และวธิ ดี ำเนนิ กจิ กรรม และตรวจสอบความ
เขา้ ใจการอ่านโดยใชค้ ำถาม ดังต่อไปนี้
- กจิ กรรมนีเ้ กย่ี วกับเรอ่ื งอะไร (การนำสารละลายทม่ี คี วามเข้มข้นต่าง ๆ มาใชป้ ระโยชน์)
- กิจกรรมนมี้ ีจุดประสงค์อะไร (สืบค้นข้อมลู และยกตวั อย่างการนำความรู้เร่ืองความเข้มข้น
ของสารละลายมาใช้ประโยชน์อยา่ งถูกต้องและปลอดภยั )
4) นักเรยี นเตรียมนำเสนอขอ้ มูลผลการทำกจิ กรรม โดยตอบคำถามทา้ ยกจิ กรรม จำนวน 2 ข้อ
- การใช้ประโยชนข์ องสารละลายเกย่ี วข้องกับความเข้มข้นของสารละลายอย่างไร
- สารละลายดังกล่าวมีวิธใี ชท้ ีถ่ ูกตอ้ งและปลอดภัยอย่างไร
(เฉลยแนบท้ายแผนการจัดการความรู้)
ข้นั ที่ 3 ขนั้ อธิบายและลงข้อสรปุ (Explanation) (40 นาที)
5) นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการทำกิจกรรม โดยครูควรเขียนผลการทำกิจกรรมของกลุ่ม
ไว้บนกระดาน เพื่อใช้ประกอบการอภิปรายและตอบคำถามท้ายกิจกรรม ให้นักเรียนตอบคำถามท้ายกิจกรรม
และร่วมกันสรุปผลของกิจกรรม โดยใช้คำถามท้ายกิจกรรมเป็นแนวทาง เพื่อให้ได้ข้อสรุปจากกิจกรรม
ความเข้มข้น (concentration) คือ อัตราส่วนระหว่างปริมาณของตัวละลายกับปริมาณของสารละลายหรือ
ปริมาณตวั ทำละลาย โดยหน่วยของความเขม้ ขน้ ของสารละลาย ท่ีพบในชวี ติ ประจำวัน ส่วนใหญ่อย่ใู นรูปร้อยละ
ซึ่งเป็นการบอกปริมาณของตัวละลาย เทียบกับปริมาณสารละลาย 100 ส่วน อาจเป็นหน่วยร้อยละโดยมวลต่อ
ปริมาตร ร้อยละโดยปริมาตรต่อปริมาตร หรือร้อยละโดยมวลต่อมวล การนำสารละลายไปใช้ประโยชน์อย่าง
ถูกต้องและปลอดภัย นอกจากจะต้องคำนึงถึงชนิดของตัวละลายและตัวทำละลายแล้ว ยังต้องคำนึงถึงความ
เข้มข้นของสารละลายอีกด้วย เช่น เลือกใช้ปริมาณสารอย่างเหมาะสม เพื่อให้ได้รับประโยชน์เต็มประสิทธิภาพ
โดยไมเ่ ปน็ การส้นิ เปลอื ง และไมก่ ่อให้เกดิ ผลกระทบจากสารทเ่ี หลือจากการใช้
ข้ันที่ 4 ข้ันขยายความรู้ (Elaboration) (30 นาที)
6) นกั เรียนขยายความรู้เพ่ิมเตมิ โดยการทำแผนผงั มโนทัศน์ เพอ่ื แสดงการใชป้ ระโยชนข์ อง
สารละลายทมี่ ีความเข้มขน้ ตา่ ง ๆ อยา่ งถูกต้องและปลอดภัย
ข้ันท่ี 5 ขนั้ ประเมิน (Evaluation) (20 นาที)
7) ครูประเมินและตรวจสอบความถูกต้องของแผนผังมโนทัศน์ เรื่อง การใช้ประโยชน์ของ
สารละลายท่มี ีความเขม้ ข้นต่าง ๆ อย่างถกู ตอ้ งและปลอดภัย ร่วมกบั นักเรยี น
11. สื่อ / แหล่งการเรยี นรู้
11.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ ม.2 เล่ม 1
2) ใบกจิ กรรม : การนำสารละลายทีม่ ีความเข้มข้นตา่ ง ๆ มาใชป้ ระโยชนไ์ ด้อย่างไร
3) คลปิ วดี ที ัศน์ : สารในชวี ติ ประจำวนั
11.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) ห้องปฏบิ ัติการวิทยาศาสตร์
12. การวัดและประเมินผล
ตวั ชว้ี ัด/ผลการเรยี นรู้ วธิ กี ารวดั เครอ่ื งมือวัด เกณฑท์ ใ่ี ช้ในการประเมนิ
- คำถามทา้ ยกจิ กรรม ได้ไม่น้อยกว่า2 คะแนน
1. ตระหนกั ถึงความ - ตรวจการตอบคำถาม จำนวน 2 ขอ้ ระดบั คุณภาพดี ถือว่าผา่ น
การประเมินดา้ นความรู้
สำคัญของการนำความรู้ ท้ายกิจกรรม
เรือ่ งความเขม้ ขน้
ของสารละลายไปใช้
(ด้านความรู้: K)
2. ทกั ษะการจัดกระทำ - ตรวจการออกแบบ - แบบประเมนิ การจดั ไดไ้ มน่ ้อยกว่า2 คะแนน
กระทำและสื่อความหมาย ระดบั คุณภาพดี ถือวา่ ผ่าน
และสอ่ื ความหมายข้อมลู แผนผังมโนทัศน์ เรอื่ ง แผนผังมโนทศั น์ การประเมนิ ด้านกระบวนการ
(ด้านกระบวนการ: P) การใช้ประโยชนข์ อง
สารละลายทม่ี ีความ
เขม้ ข้นต่าง ๆ อยา่ ง
ถกู ต้องและปลอดภยั
3. ให้ความรว่ มมือในการ - สังเกตความร่วมมือใน - แบบสังเกตความร่วมมอื ใน ได้ไม่น้อยกวา่ 2 คะแนน
การทำกจิ กรรมรว่ มกับผอู้ ่นื ระดบั คุณภาพดี ถือวา่ ผา่ น
ทำกจิ กรรมร่วมกบั ผู้อ่ืนได้ การทำกจิ กรรมของ
การประเมินดา้ นเจตคติ
(ด้านเจตคต:ิ A) นักเรยี น
12.1 เกณฑ์การประเมินผลงานนักเรียน
เกณฑก์ ารประเมิน (Rubrics Score)
ประเดน็ การประเมนิ ค่านำ้ หนัก แนวทางการให้คะแนน
คะแนน
การให้คะแนนตอบ 3 ตอบคำถามหลงั ทำกจิ กรรมท้ายบท ถูกต้อง จำนวน 2 ข้อ
คำตอบหลงั ทำกจิ กรรม 2 ตอบคำถามหลงั ทำกจิ กรรมท่ีทา้ ยบท ถูกต้อง จำนวน 1 ข้อ
1 ตอบคำถามหลงั ทำกิจกรรมท้ายบท ไม่ถกู ต้อง
ออกแบบแผนผงั มโนทศั นไ์ ด้ดี มีการนำเสนอขอ้ มูลเขา้ ใจง่าย
3 มีลำดบั ขั้นตอน ระบุแนวทางการใชต้ วั ทำละลายอย่างถูกต้องและปลอดภัย
การใหค้ ะแนนการจัด ตกแต่งสวยงาม เป็นระเบยี บเรยี บร้อย
กระทำและสื่อความหมาย 2 ออกแบบแผนผงั มโนทัศนไ์ ด้ มกี ารนำเสนอข้อมลู เข้าใจงา่ ย
แผนผงั มโนทัศน์ มลี ำดบั ขัน้ ตอน ระบแุ นวทางการใชต้ ัวทำละลายอยา่ งถูกต้องและปลอดภัย
1 ออกแบบแผนผังมโนทัศนไ์ ด้ มกี ารนำเสนอข้อมูลแนวทางการใช้ตวั ทำ
ละลายอยา่ งถกู ต้องและปลอดภัย แตไ่ ม่มลี ำดับชนั้ ตอน
ประเด็นการประเมิน ค่านำ้ หนัก แนวทางการใหค้ ะแนน
คะแนน
การให้คะแนนความ ใหค้ วามรว่ มมือในทำกิจกรรมร่วมกบั ผอู้ ื่นตลอดทั้งคาบเรยี น ไมก่ ่อความ
ร่วมมือในการทำกิจกรรม 3 วุน่ วายหรือปัญหาทีร่ บกวนการเรียนของผู้อ่ืน เช่น พูดเสียงดงั โวยวาย
ลกุ เดนิ ไปมา หรอื ชวนผอู้ ่นื คุยเลน่ ขณะครูทำการสอน
ร่วมกับผอู้ ื่น 2 ใหค้ วามรว่ มมือในทำกจิ กรรมรว่ มกับผู้อื่นเป็นบางครั้งในคาบเรยี น และ
ก่อความวุ่นวายหรือปญั หาที่รบกวนการเรียนของผู้อน่ื เชน่ พดู เสียงดงั
1 โวยวาย ลกุ เดนิ ไปมา หรอื ชวนผ้อู ่นื คยุ เล่น ขณะครูสอน
ไมใ่ ห้ความร่วมมือในทำกจิ กรรมรว่ มกบั ผู้อน่ื ทำให้เกดิ ความวนุ่ วายหรอื
ปญั หาทร่ี บกวนการเรยี นของผอู้ ื่น เช่น พูดเสยี งดงั โวยวาย ลกุ เดินไปมา
หรอื ชวนผู้อ่ืนคุยเลน่ ขณะครูทำการสอน
12.2 ระดับคุณภาพ (โดยนำคะแนนรวมทุกด้าน K P A แล้วหาคา่ เฉล่ีย)
คะแนนรวมเฉลยี่ 3.00 หมายถงึ ดีมาก
คะแนนรวมเฉลย่ี 2.00 - 2.99 หมายถงึ ดี
คะแนนรวมเฉลยี่ 0.01 - 1.99 หมายถึง พอใช้
ดังน้ัน นกั เรยี นตอ้ งได้คะแนนเฉลย่ี ทุกประเด็นการประเมนิ ไม่ตำ่ กว่า 2.00 คะแนน แสดง
ระดบั คุณภาพดี ถือว่าผ่านเกณฑ์การประเมนิ ในแผนการจัดการเรียนที่ 8
ความคดิ เหน็ ของผู้บังคับบญั ชา หรือผู้ท่ไี ด้รบั มอบหมายก่อนสอน
1. เปน็ แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี
ดมี าก ดี พอใช้ ควรปรบั ปรงุ
2. การจดั กจิ กรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้
เน้นผูเ้ รยี นเปน็ สำคญั มาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม
มีความสอดคลอ้ งของมาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวช้ีวัด
เน้นกระบวนการเรยี นรู้แบบ Active learning
ลงช่อื ..................................................................
(นางสาวพัชรนิ ทร์ดา นาคพล)
ตำแหนง่ ผอู้ ำนวยการโรงเรียนวัดช่องเปยี่ มราษฎร์
บนั ทึกผลหลังการจัดการเรยี นรู้
1) ผลการเรียนรู้ จำนวนนักเรยี นท้ังหมด.......................................คน
1.1) ผเู้ รียนที่ผา่ นตวั ชี้วัด มีจำนวน ........................ คน คดิ เป็นร้อยละ ............................
1.2) ผเู้ รยี นที่ไม่ผ่านตัวชว้ี ัด มจี ำนวน ....................... คน คดิ เปน็ ร้อยละ ............................
สาเหตุ
.................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
แนวทางแก้ปัญหา
........................................................................................................................................................ .........................
............................................................................................ .....................................................................................
1.3) ผู้เรียนได้รับความรู้ (K)
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................... .............................................................
............................................................................................................................. ....................................................
1.4) ผู้เรียนเกิดทักษะกระบวนการ (P)
.............................................................................................. ...................................................................................
............................................................................................................................................................................ .....
............................................................................................................................. ....................................................
1.5) ผู้เรยี นมคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม (A)
.............................................................................................. ..................................................... ..............................
............................................................................................................................. ....................................................
....................................................................................................................................................................... ..........
2) ปัญหา อปุ สรรค (ถา้ มี)
............................................................................................. ....................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
3) ข้อเสนอแนะ (ถ้าม)ี
.............................................................................................. ...................................................................................
......................................................................................................................................................................... ........
ลงชอ่ื ....................................... ผสู้ อน
(นางสาวรชั นก มชี ขู นั ธ์)
ตำแหนง่ ครูโรงเรียนวดั ช่องเป่ียมราษฎร์
ความคดิ เหน็ /ขอ้ เสนอแนะของผบู้ ริหารหลังสอน
..................................................................................................................... ........................................................
........................................................................................................................... ..................................................
.................................................................................. ...........................................................................................
ลงชื่อ................................................................
(นางสาวพัชรนิ ทรด์ า นาคพล)
ตำแหนง่ ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนวดั ช่องเปี่ยมราษฎร์
คลิปวีดีทศั น์
คลปิ วดี ีทศั น์: สอื่ อินโฟกราฟิก เรอื่ ง สารในชวี ติ ประจำวัน
แหล่งที่มา: เว็บไซตอ์ ้างองิ
https://www.youtube.com/watch?v=yt4bbzzUMxc
เผยแพรเ่ มอ่ื 9 ตลุ าคม พ.ศ. 2556 (ชอ่ งYouTube: Nantikran tantilohakul)
ใบกิจกรรมทา้ ยบท การนำสารละลายที่มีความเข้มข้นต่าง ๆ มาใชป้ ระโยชน์ไดอ้ ย่างไร?
กิจกรรมทา้ ยบท นำสารละลายท่ีมีความเข้มข้นตา่ ง ๆ มาใชป้ ระโยชนไ์ ดอ้ ย่างไร?
จดุ ประสงค์ สบื ค้นข้อมลู และยกตวั อย่างการนาความรเู้ ร่ืองความเขม้ ข้นของสารละลายมาใช้
วัสดุอุปกรณ์ ประโยชนอ์ ยา่ งถูกตอ้ งและปลอดภัย
วธิ ดี ำเนินกิจกรรม -
1. เลือกสารละลายในชวี ติ ประจำวันมา 1 ชนดิ จากนน้ั สบื คน้ ขอ้ มลู เก่ยี วกบั การใช้
ข้อแนะนำ ประโยชน์ของสารละลายนี้ในชวี ติ ประจำวนั ท่ตี อ้ งคำนงึ ถึงความเขม้ ข้นของสารละลาย
รวมถงึ วธิ กี ารใชป้ ระโยชน์อยา่ งถกู ต้องและปลอดภยั
2.นำขอ้ มลู จากการสืบค้นมาอภปิ รายร่วมกนั ในกลุ่ม และนำเสนอในรูปแบบท่นี ่าสนใจ
ครคู วรมอบหมายให้นกั เรียนแตล่ ะคนสืบคน้ ข้อมูลเกี่ยวกับการใชป้ ระโยชน์ของ
สารละลายทมี่ คี วามเขม้ ข้นต่าง ๆ มาล่วงหน้า เพอื่ นาขอ้ มลู มาอภิปรายในชั้นเรยี น
คำถามท้ายกจิ กรรม
เฉลยคำถามท้ายกจิ กรรม
1. การใชป้ ระโยชนข์ องสารละลายเก่ยี วขอ้ งกับความเข้มข้นของสารละลายอยา่ งไร
2. สารละลายดังกลา่ วมวี ธิ ใี ช้ทถี่ กู ต้องและปลอดภัยอยา่ งไร
เฉลยใบกจิ กรรมทา้ ยบท การนำสารละลายที่มีความเข้มขน้ ต่าง ๆ มาใช้ประโยชน์ได้อย่างไร
คำถามท้ายกจิ กรรม
เฉลยคำถามทา้ ยกิจกรรม
1. การใช้ประโยชน์ของสารละลายเก่ียวข้องกับความเข้มขน้ ของสารละลายอย่างไร
แนวคำตอบ การใชป้ ระโยชน์ของสารละลายเกยี่ วข้องกบั ความเขม้ ขน้ ของสารละลาย ตวั อยา่ งเชน่
การใช้สารควบคมุ ศตั รพู ชื ชนิดสารละลายในแปลงเกษตรกรรม ถ้าใชค้ วามเข้มขน้ ท่ีเหมาะสมตามคำแนะนา
จะไดร้ ับประโยชน์จากการใช้สารเตม็ ประสิทธภิ าพ สามารถควบคุมไมใ่ ห้ศตั รูพืชมากดั กินผลิตผลทางการเกษตร
แตถ่ า้ ใช้ความเขม้ ขน้ มากเกินไป นอกจากจะเปน็ การสิน้ เปลอื งแลว้ สารดงั กล่าวอาจตกคา้ งในผลิตผลทาง
การเกษตรและเป็นอันตรายต่อสขุ ภาพผูบ้ ริโภค หากใช้ความเข้มข้นน้อยไปอาจไมส่ ามารถกาจดั ศัตรูพชื ได้
2. สารละลายดังกล่าวมีวธิ ีใช้ทถ่ี กู ต้องและปลอดภัยอยา่ งไร
แนวคำตอบ การใชส้ ารละลายควบคุมศตั รูพืชใหถ้ ูกต้องปลอดภัย ผ้ใู ช้ควรอา่ นเอกสารกากับใหเ้ ข้าใจ
ก่อนใช้ใช้สารในปริมาณท่ีแนะนา โดยใชเ้ ครอ่ื งมอื วัดปริมาตรสารละลายอยา่ งถูกต้อง ใช้หนา้ กากและถุงมอื
เพอ่ื ไม่ใหส้ มั ผัสสารควบคุมศัตรูพชื โดยตรง เวลาฉดี พ่นสารละลายควบคุมศัตรูพืช ควรอยู่ด้านเหนอื ลม และ
เมอื่ ใชส้ ารควบคุมศัตรูพชื ในแปลงเกษตรกรรมแล้ว ควรเวน้ ระยะเวลาเกบ็ เกย่ี วใหส้ ารควบคุมศัตรูพืชสลายหมด
กอ่ นจึงเกบ็ เกี่ยวผลติ ผลทางการเกษตรได้