The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิชาผู้นำทางทหาร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by armynco2665, 2022-07-14 08:21:20

วิชาผู้นำทางทหาร

วิชาผู้นำทางทหาร

จ่ายยืม

คูม่ อื การฝึก – สอน
หลกั สตู ร นนส.ทบ. (ชกท.111)

วิชา ผูน้ าทางทหาร
กองการศกึ ษาโรเรยี นนายสบิ ทหารบก

พ.ศ.2562

ปรัชญา

พัฒนาขีดความสามารถในการจัดการฝึกศึกษาให้กับนักเรียนนายสิบทหารบก โดยมุ่งเน้นให้
เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานการศึกษาแบะสนองตอบนโยบายทางการศึกษาของกองทัพบก เพ่ือ
ผลิตนายทหารประทวนหลัก ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างมีคุณภาพและ
ประสิทธิภาพและมีคุณสมบัติตามท่ีกองทัพบกต้องการตลอดจนเป็นผู้มีความลงรักภักดีต่อสถาบัน
ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ โดยยึดหลักปรัชญา 5 ประการ ของโรงเรียนนายสิบ
ทหารบกวา่ “จงรักภกั ดี มีความรู้ อยู่ในระเบียบวนิ ัย ใจคุณธรรมลักษณะผนู้ าเดน่ ”

วสิ ัยทศั น์

โรงเรียนนายสิบทหารบก เป็นองค์กรที่มั่นคงในการผลิตนายทหารประทวนให้กับกองทัพบกได้
อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล โดยมุ่งเน้นมาตรฐานความรู้ คู่วินัย อีกท้ังมีเกียรติ ศักด์ิศรี
เป็นที่ยอมรบั ของหน่วยงานในกองทัพ บคุ คลและหน่วยงานภายนอก

คานา

โรงเรียนนายสิบทหารบก มีหน้าที่ในการให้การฝึกศึกษาแก่นักเรียนทหารบก โดยมีกองการศึกษา โรงเรียน
นายสิบทหารบก ดาเนินการฝึกศึกษาให้เป็นไปตามหลักสูตรท่ีกองทัพบกกาหนด เพ่ือผลิตกาลังพลนายทหาร
ชน้ั ประทวนทม่ี ีสมรรถนะและขดี ความสามารถตามความต้องการของกองทพั บก
กองการศึกษา โรงเรียนนายสิบทหารบก จึงได้จัดคู่มือการฝึก - สอน หลักสูตรนักเรียนนายสิบทหารบก
(ชกท.111) จานวน 16 รายวิชา ให้เหมาะสมและตรงตามความมุ่งหมายของหลักสูตร ซ่ึงจะช่วยให้การ
จดั การเรียนการสอนของโรงเรยี นนายสบิ ทหารบก มีคุณภาพมาตรฐานและเปน็ แนวทางเดยี วกัน
กองการศึกษา โรงเรียนนายสิบทหารบก หวังเป็นอย่างย่ิงว่า คู่มือการฝึก - สอน ฯ ดังกล่าว จะเป็น
ประโยชน์สาหรบั ใช้เป็นเอกสารประกอบการเรียนการสอนของครูอาจารย์ และนักเรียนนายสิบทหารบก หาก
มีข้อบกพร่อง ผิดพลาดประการใดในคู่มือการฝึก - สอน ฯ กรุณาแจ้งให้กองการศึกษา โรงเรียนนายสิบ
ทหารบกทราบ เพอื่ เปน็ แนวทางในการปรบั ปรุงคู่มือการฝกึ - สอน ฯ ใหม้ คี วามถูกต้องสมบรู ณ์ย่งิ ข้ึนตอ่ ไป



สารบญั

บทท่ี หน้า
คานา
สารบญั 1
บทท่ี 1 กล่าวนา................................................................................................................................ 1
2
1. ความมงุ่ หมายและขอบเขต............................................................................................. 2
2. แนวความคิดความเป็นผุ้นาทางทหาร……………………………………………………..….…….…… 2
3. วตั ถปุ ระสงค์ของความเป็นผูน้ าทางทหาร....................................................................... 2
4. ความเป็นผูน้ าทางทหาร.................................................................................................. 2
5. ลักษณะความเปน็ ผ้นู า.................................................................................................... 2
6. หลกั การของความเปน็ ผนู้ า............................................................................................. 3
7. เครือ่ งช้ีความเป็นผู้นา..................................................................................................... 3
8. หนว่ ยท่มี ีประสทิ ธภิ าพ…………………………………………………………………………….…...…… 3
9. ความเป็นผ้นู าทเ่ี กย่ี วข้องกับการปฏิบัตแิ ละส่งั การ………………………………………......…… 3
10. การกากบั ดแู ลบคุ ลิกลกั ษณะ……………………………………………………………………....…… 3
11. ผู้นา………………………………………………………………………………………………………....…... 3
12. ผู้บงั คับบญั ชา………………………………………………………………………………………..….....… 4
13. การบังคับบัญชา……………………………………………………………………………………….....…. 4
14. การจัดการ………………………………………………………………………………………………..…… 5
15. นยิ ามภาวะผู้นา………………………………………………………………………………………...…… 5
16. ภาวะผู้นาทางทหาร……………………………………………………………………………….….....… 5
17. วตั ถุประสงค์และวสิ ยั ทัศน์……………………………………………………………………….....…… 6
18. การสัง่ การ………………………………………………………………………………………….……..…… 7
19. การจงู ใจ…………………………………………………………………………………………………...…… 8
20. การปฏิบตั กิ าร…………………………………………………………………………………………......… 9
21. การปรับปรุง……………………………………………………………………………………………....….. 9
22. พ้ืนฐานภาวะผูน้ าทางทหารของกองทัพบก………………………………………………………… 10
23. เอกสารท่เี ปน็ พ้นื ฐานของผนู้ าทางทหาร…………………………………………………….....…… 10
24. การเชือ่ มโยงระหว่าง พลเรอื น – ทหาร…………………………………………………............… 11
25. จดุ ยืนของทหาร………………………………………………………………………………….……..……
26. ภาวะผูน้ า และอานาจการบังคบั บัญชา………………....................................................…

สารบญั (ตอ่ ) หน้า
12
บทที่ 13
27. ตัวแบบความตอ้ งการในภาวะผนู้ าของกองทพั บก………………………………….…………… 14
28. ลกั ษณะทา่ ทางของผูน้ า…………………………………………………………………………………… 16
29. คณุ ลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์ของผนู้ า…………………………………………………………..………… 16
30. บทบาทผนู้ า ระดับของผูน้ า และผู้นาทางทหาร………………………………………….……… 17
31. เม่ือกลา่ วถึงทหารในกองทัพบก………………………………………………………………..……… 18
32. การปฏิบัติหนา้ ทนี่ ายทหารสัญญาบตั ร……………………………………………………………… 19
33. นายทหารประทวน……………………………………………………………………………….………… 20
34. กองทพั บก…………………………………………………………………………………………..………… 20
35. นายทหารประทวนยงั มีบทบาทในการเป็นผ้ฝู กึ …………………………………………..……… 21
36. บทบาทท่ีมรี ว่ มกัน…………………………………………………………………………………..……… 21
37. ระดับของภาวะผนู้ า………………………………………………………………………………………… 22
38. พื้นฐานภาวะผู้นา…………………………………………………………………………………..………. 23
คาถามท้ายบท……………………………………………………………………………………………………… 23
23
บทที่ 2 ลกั ษณะของความเป็นผูน้ า……………………………………………………………………………………… 24
1. คณุ ลักษณะของความเปน็ ผู้นาโดยทั่วไป………………………………………………………………. 25
2. องค์ประกอบของความเป็นผนู้ า………………………………………………………………….……… 25
3. ความเปน็ ผูน้ าทม่ี ีอานาจเต็ม กบั ความเป็นผู้นาทต่ี ้องเกลี้ยกล่อมเอาใจผ้ใู ต้บงั คับบญั ชา 26
4. ความสัมพนั ธ์ระหว่างความเปน็ ผู้นา, การบงั คบั บัญชา, และการจดั การ……..…………… 26
5. แนวความคิดของความเปน็ ผู้นาทางทหาร………………………………………………….………… 26
6. บรรยากาศของความเป็นผนู้ า…………………………………………………………………..………… 26
7. ความเปน็ ผู้นาเปน็ ศลิ ปะอย่างหน่ึง……………………………………………………………………… 27
8. ความรับผดิ ชอบขน้ั มูลฐานของผนู้ าและ/หรอื ผูบ้ ังคบั บญั ชา………………………..………… 27
9. ผนู้ าจะตอ้ งใช้คุณลักษณะอนั เข้มแข็งของตนใหเ้ กิดประโยชน์………………………………… 27
10. ผนู้ าตอ้ งใช้หลักการของผู้นาเปน็ เคร่อื งนาทางตนเอง………………………………..………… 28
11. การปฏบิ ตั แิ ละการสง่ั การของผนู้ า…………………………………………………………….……… 29
12. การกากับดแู ล…………………………………………………………………………………………………
13. ผ้นู าต้องประเมินค่าหนว่ ยของตนอย่างต่อเน่ือง………………………………………..…………
คาถามทา้ ยบท…………………………………………………………………………………………...…………

สารบัญ(ต่อ) หน้า
30
บทที่ 30
บทที่ 3 พฤตกิ รรมของมนุษย์……………………………………………………………………............................… 31
32
1. กล่าวนา………………………………………………………………………………………..………………… 33
2. ความแตกตา่ งระหว่างทหารแตล่ ะบคุ คล……………………………………………………………… 34
3. รากฐานของพฤติกรรม.................................................................................................... 35
4. คุณค่าทางคุณธรรมและจติ ใจ……………………………………………………………..……………… 35
5. คณุ มุ่งหวงั และความไม่สมหวัง…………………………………………………………………………… 36
6. การปรบั ตวั ใหเ้ ขา้ กบั สิ่งแวดลอ้ ม………………………………………………………………………… 36
7. การชว่ ยใหท้ หารปรับตวั เข้ากับชวี ิตในกองทัพบก........................................................... 38
8. พลังสนับสนุนและพลงั ต่อต้านพฤติกรรมของมนษุ ย์……………………………………....……… 39
9. บทบาทของผู้นา.............................................................................................................. 39
คาถามทา้ ยบท………………………………………………………………………………………………...…… 39
บทที่ 4 คณุ ลักษณะของผู้นา………………………………………………………………………………………...….… 40
1. กลา่ วนา………………………………………………………………………………………………..………… 42
2. คณุ ลกั ษณะอนื่ พึงประสงค์…………………………………………………………………………………. 43
3. การวางท่าทาง………………………………………………………………………………….……………… 44
4. ความกล้าหาญ (ทางกายและทางใจ) ………………………………………………………....……… 44
5. ความเดด็ ขาด…………………………………………………………………………………………………… 45
6. ความเปน็ ผเู้ ช่ือถือได้………………………………………………………………………………….……… 45
7. ความอดทน………………………………………………………………………………………………..…… 46
8. ความกระตือรือร้น…………………………………………………………………………………..……….. 47
9. ความรเิ รม่ิ ………………………………………………………………………………………………..……… 47
10. ความซ่อื สัตย์ INTEGRITY…………………………………………………………………….………… 48
11. วิจารณญาณ JUDGEMENT…………………………………………………………………..………… 49
12. ความยุติธรรม JUSTICE………………………………………………………………………..………… 49
13. ความรู้ KNOWLEDGE………………………………………………………………………….………… 51
14. ความจงรกั ภักดี ROYALTY……………………………………………………………………………… 52
15. กาลเทศะ TACT…………………………………………………………………………………….……….
16. ความไมเ่ หน็ แก่ตวั TNSELFISHNESS……………………………………………………..…………
คาถามทา้ ยบท…………………………………………………………………………………………..………….

สารบัญ(ต่อ) หน้า
53
บทท่ี 53
บทที่ 5 หลักการของผ้นู า…………………………………………………………………………………………………… 53
54
1. กล่าวนา………………………………………………………………………………………………….………. 55
2. หลักการข้อท่ี 1 เป็นผมู้ ีสมรรถภาพทงั้ ในทางเทคนิคและทางยทุ ธวธิ ี............................. 56
3. หลกั การขอ้ ท่ี 2 รจู้ กั ตนและพยายามปรบั ปรุงตน………………………………………….……… 57
4. หลกั การข้อที่ 3 รู้จกั ผใู้ ต้บงั คับบญั ชาและคอยเอาใจใสด่ ูแลสวสั ดิภาพของเขา…….……
5. หลกั การข้อท่ี 4 แจ้งเรื่องใหผ้ ใู้ ตบ้ ังคบั บญั ชาทราบ……………………………………..………… 59
6. หลกั การข้อที่ 5 แสดงตนเป็นตวั อยา่ ง……………………………………………………….…...…… 60
7. หลกั การขอ้ ท่ี 6 มคี วามมนั่ ใจวา่ ผู้ใต้บงั คับบญั ชาเข้าใจงาน, มีการกากบั ดูแล และมี 61
62
ความพยายามให้บรรลผุ ลสาเร็จ…………………………………………………………………........... 63
8. หลักการข้อท่ี 7 ฝึกผู้ใตบ้ งั คับบญั ชาให้ทางานเปน็ ชดุ .....................................................
9. หลักการข้อที่ 8 การตกลงใจอยา่ งถูกต้องและทันเวลา……………………………………..…… 63
10. หลกั การขอ้ ที่ 9 สรา้ งสรรคใ์ ห้ผบู้ งั คบั บญั ชารจู้ ักสานึกในความรบั ผดิ ชอบ…...………… 65
11. หลักการข้อที่ 10 ใชห้ น่วยของท่านใหเ้ หมาะสมกบั ขีดความสามารถ……….…………… 66
12. หลกั การข้อที่ 11 แสวงหาความรับผิดชอบ และกลา้ รับผดิ ชอบต่อการปฏิบตั กิ ารต่าง ๆ 66
66
ของตน…………………………………………………………………………………………………………. 67
คาถามทา้ ยบท………………………………………………………………………………………………..……. 68
บทท่ี 6 เครื่องชีค้ วามเป็นผ้นู า………………………………………………………………………….………..………. 69
1. กล่าวนา……………………………………………………………………………………………….……...…. 70
2. ความสัมพันธ์ซ่งึ กนั และกนั ระหวา่ งเคร่ืองช้ีความเปน็ ผู้นา…………………………..…………. 70
3. ขวญั ……………………………………………………………………………………………………….………. 72
4. ความรักหมู่คณะ………………………………………………………………………………….……..……. 74
5. วินัย……………………………………………………………………………………………………..…………. 75
6. สมรรถภาพ…………………………………………………………………………………………….….……. 75
7. การพฒั นาเครื่องชี้ความเปน็ ผู้นา……………………………………………………………….………. 75
8. การวเิ คราะห์ การวิพากษ์ การวจิ ารณ์ การสังเคราะห์……………………………….………….
คาถามทา้ ยบท…………………………………………………………………………………………..………….
บทท่ี 7 เร่ืองที่ก่อใหเ้ กิดปัญหาความเป็นผนู้ า…………………………………………………………….………….
1. กล่าวนา………………………………………………………………………………………….……………….
2. กรรมวธิ ใี นการแก้ปัญหาความเป็นผ้นู า………………………………………………….…….………

สารบัญ(ต่อ) หน้า
76
บทที่ 77
3. การรบั มอบการบังคับบัญชา………………………………………………………………..………….…. 79
4. การเลือกผู้บงั คบั หน่วยรอง……………………………………………………………………..…………. 80
5. การพัฒนาผู้บังคบั หนว่ ยรอง………………………………………………………………..……….……. 80
6. ความสมั พันธ์ระหวา่ งผ้บู งั คบั บญั ชากบั ผู้ใตบ้ ังคบั บัญชา................................................. 82
7. การให้คาแนะนาปรกึ ษาในเร่ืองปัญหาสว่ นตวั ……………………………………............……… 85
8. การต้อนรับและการจัดเขา้ ประจาหน่วย………………………………………………….…….…..… 85
85
บทที่ 8 เอกสารเพิม่ เตมิ ประกอบการบรรยายวชิ า ผนู้ าทางทหาร.................................................... 85
1. การพฒั นาทรพั ยากรมนุษย์ระดบั ผ้นู า…………………………………………………….…………… 87
2. แนวความคดิ เก่ยี วกบั ผู้นา ………………………………………………………………………………… 88
3. ประเภทของผ้นู า………………………………………………………………………...……………………. 92
4. บทบาทและหนา้ ท่ีของผ้นู า………………………………………………………….……….……………. 93
5. ขอบเขตของพฤติกรรมศาสตร์…………………………………………………….……….…….………. 93
6. นานาความคิดเกีย่ วกบั “พฤติกรรมศาสตร์” ……………………………….………….……..…… 93
7. พฤติกรรมปจั เจกบคุ คลแยกเป็น………………………………………………..……………….………. 93
8. พฤติกรรมสง่ ผลตอ่ องคก์ ารในแงค่ วามสาเร็จ/ไมส่ าเร็จ โดยใช้…………..………………….. 93
9. องค์การ……………………………………………………………………………………..……………………. 94
10. การศึกษาพฤติกรรมมนุษยต์ ง้ั อยูบ่ นพืน้ ฐาน 3 ข้อดว้ ยกัน………………….………………… 95
11. การศึกษาพฤติกรรมมนุษย์……………………………………………………………..………….……. 95
12. การศึกษาพฤตกิ รรมปจั เจกบุคคล…………………………………………………….….…………… 95
13. ภายในองค์การจะมีคนแยกออกเป็น 2 บุคลกิ ดว้ ยกัน................................................... 95
14. ความต้องการแบ่งออกได้เปน็ 2 ประเภท คอื ………………………………………..……………. 96
15. ความต้องการสมั ฤทธผ์ิ ล……………………………………………………………………….............. 96
16. คนท่ีมีความต้องการแทบไม่ต้องให้แรงจูงใจ…………………………………………..…………… 96
17. แคท และสต๊อคแลนด์ ค้นพบว่าทัศนคตแิ บง่ ไดเ้ ป็น 3 ระดบั ........................................ 96
18. ประโยชน์ท่ีได้จากการศกึ ษาพฤตกิ รรม………………………………………………….……..…… 96
19. พฤตกิ รรมกลมุ่ บุคคล……………………………………………………………………….....……….…. 96
20. การรวมกลุ่ม มี 2 แบบ……………………………………………………………………..………..…….
21. ทฤษฎีตามกระบวนการนาเขา้ และนาออก………………………………………………..………..
22. ขบวนการ (PROCESS) …………………………………………………………………………….………..

สารบญั (ต่อ) หนา้
97
บทที่ 97
23. พฤตกิ รรมของกลมุ่ ดูไดจ้ าก…………………………………………………………….……….………. 97
24. ปจั จัยทก่ี ่อให้เกดิ พฤติกรรมจากการกาหนดบทบาท………………………………..…..……… 98
25. พฤติกรรมของผนู้ าหนว่ ย……………………………………………………………..…………….……. 98
26. ผู้นาท่ีมีพฤติกรรมไมด่ ี 17 ประการ…………………………………………………….………..……
27. ผูน้ าทด่ี ีต้องไมม่ ีพฤติกรรมแห่งความลาเอียง คือ อคติ 4 ประการ………………….………

เอกสารอ้างอิง
คณะผจู้ ัดทา

1

บทที่ 1

กลา่ วนา

1. ความมงุ่ หมายและขอบเขต
1.1 คู่มือเล่มนี้ใช้เป็นแนวทางสาหรับผู้นาทางทหารโดยท่ัวไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้นาทางทหารใน

หน่วยระดบั ต่ากว่ากองพลลงมา จะได้
1) ทราบและมีความเข้าใจในศลิ ปะแหง่ ความเปน็ ผู้นาดยี ิง่ ขน้ึ
2) ให้เป็นแนวทางปฏิบัติตนเพ่ือใหเ้ กิดประสิทธภิ าพในการใช้หลัก และเทคนคิ ของความเป็นผูน้ า

1.2 ข้อความทไ่ี ด้นามากลา่ วไว้ในคู่มอื เลม่ น้ี โดยอาศัยการวิเคราะห์จากการปฏิบัติในลักษณะผู้นาท่ี
เด่น ๆ ของผู้นาทางทหารและพลเรือน บรรดาผู้นาเหล่าน้ีต่างก็มีแบบอย่างของตนเองซ่ึงไม่เหมือนกัน และ
ไม่ใช่วิธีการเพื่อบรรลุถึงความสาเร็จที่เหมือน ๆ กัน อย่างไรก็ตามผลสาเร็จของบรรดาผู้นาต่าง ๆ นั้น ย่อม
จะต้องสบื เน่ืองมาจากการประยุกต์ใช้หลักและเทคนิคแห่งความเป็นผู้นาตามท่ีกล่าวไว้ในคู่มือน้ีในระดับต่าง ๆ
กัน และผสมผสานกันโดยท่ีผู้ใช้น้ันจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจก็ตาม การศึกษาหลักการและเทคนิคแห่งความเป็น
ผูน้ าอย่างละเอียดลออประกอบกบั การนาไปใช้กับหน่วยทหารอย่างจริงจัง จะช่วยให้ผู้นาแต่ละบุคคลได้พัฒนา
ตนเองให้อยใู่ นมาตรฐานความเป็นผู้นาสงู ตามความต้องการของหน่วยทหารท่ีมีการจัดอัตราอย่างสลับซับซ้อน
และการสงครามยุคใหม่ ในประการสดุ ทา้ ย กค็ อื ถงึ แม้ว่าในปจั จบุ นั นีค้ วามเจริญทางด้านเทคนิคจะก้าวหน้าไป
ไกลมากเพียงใดก็ตาม แตม่ นุษยก์ ย็ งั เป็นผู้ทาสงครามอยนู่ ั่นเอง

1.3 ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดกาลังทหาร ย่อมใช้เป็นพื้นฐานในการปฏิบัติการเป็นผู้นาได้ถูกต้อง
การจัดกาลังทางทหารก็คือการจัดกาลังคนหรือหน่วยต่าง ๆ ไว้เป็นหมู่เป็นพวกเพ่ือปฏิบัติ พันธกิจทางทหาร
ตามหน้าที่และความรับผิดชอบท่ีกาหนด ซึ่งมอบหมายให้แต่ละคนการจัดกาลังของแต่ละหน่วยนั้นจะต้อง
ประกอบกาลังข้ึนเป็นพวก โดยมีผู้นาหน่วยหนึ่งคนและทหารจานวนหนึ่ง และนอกจากน้ีจะมีจุดมุ่งหมายที่มี
เหตุผลเก่ียวกับการจัดกาลังที่กระทาน้ัน ๆ ด้วย ผู้นาทางทหารจะต้องมีความเข้าใจความมุ่งหมายในการจัด
กาลังระดับตา่ ง ๆ ท่ีเป็นอยู่ เพราะจุดมุ่งหมายหรือวัตถุประสงค์แห่งการจัดกาลัง เป็นเหตุผลให้ผู้นาและทหาร
ภายในหน่วยตา่ ง ๆ เหลา่ น้ันเข้าใจความเป็นอยู,่ ภารกิจ, และความรบั ผดิ ชอบของตน

1.4 หลักการต่าง ๆ ท่ีกล่าวไว้ในคู่มือเล่มน้ี สามารถนาไปใช้โดยไม่ต้องดัดแปลงแก้ไขใด ๆ ท้ังส้ิน
ท้ังในสงครามนิวเคลยี ร์และไม่ใช่นิวเคลียร์, การปฏิบัติการปราบปรามการก่อความไม่สงบ, ผู้นาท่ีเป็นชายหรือ
หญิงท้ังมวล ซ่ึงมีหน้าทีป่ กครองทั้งชายและหญิง, และใชไ้ ดก้ ับทง้ั ฝุายทหารและพลเรือน

1.6 ถ้าหากผู้ใช้คู่มือเล่มนี้ ประสงค์ที่จะให้ข้อเสนอแนะในการเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือให้ข้อคิดเห็น
ต่าง ๆ เพื่อปรบั ปรุงคู่มือเล่มนี้ให้ดีขึ้นย่อมกระทาได้ ข้อคิดเห็นต่าง ๆ ท่ีจะเสนอให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขน้ัน ควร
ระบหุ น้า, ขอ้ , และบรรทัดที่ปรากฏในคู่มือเล่มน้ีด้วย ซึ่งแต่ละข้อคิดเห็นนั้นควรจะให้เหตุผลประกอบ เพื่อให้
เกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ และสามารถนาไปประเมินค่าได้โดยสมบูรณ์ ข้อคิดเห็นเหล่านี้ขอให้ส่งตรงไปยัง
กรมยทุ ธศึกษาทหารบก

2

2. แนวความคิดความเปน็ ผูน้ าทางทหาร
ความเป็นผนู้ าทางทหาร เปน็ ศลิ ปะอย่างหน่ึงซ่ึงสามารถจะเรียนรู้ได้เช่นเดียวกับศิลปะอย่าง อ่ืน ๆ

โดยเหตผุ ลแล้วจะเห็นว่าความเป็นผู้นาทางทหารนั้นมิได้เป็นกรรมพันธ์ุ ท่ีติดตัวมาแต่กาเนิด แต่จะเกิดมีข้ึนได้
นั้นก็โดยการอาศยั การพฒั นาลักษณะเกี่ยวกับบุคลิกภาพ ตลอดจนพยายามทาความเข้าใจและรู้จักดัดแปลงใช้
หลักการและเทคนิค ของความเป็นผู้นาอย่างรอบคอบของแต่ละบุคคลเป็นหลัก ศิลปแห่งการเป็นผู้นาทาง
ทหารน้ัน ใคร ๆ กส็ ามารถจะเรยี นรูพ้ ัฒนา, และฝึกฝนได้ ในระดับท่ีแตกต่างกันออกไปตามลักษณะของส่ิงเร้า,
ขดี ความสามารถทางทางร่างกายและจติ ใจของแต่ละบคุ คล, ความสานึกในหน้าท่ีรับผิดชอบของนายทหารหรือ
นายสิบสาหรบั การพฒั นาศลิ ปแหง่ ความเป็นผูน้ าโดยละเอียดจะไดก้ ลา่ วต่อไป

3. วตั ถุประสงค์ของความเป็นผนู้ าทางทหาร
วัตถุประสงค์สุดท้ายของความเป็นผู้นาทางทหาร ก็คือ การปฏิบัติภารกิจให้สาเร็จลุล่วงไปด้วยดี

การใช้ความเป็นผู้นาอย่างถูกต้องน้ัน จะทาให้การปฏิบัติภารกิจสาเร็จลง โดยสิ้นเปลืองเครื่องมือและเวลาแต่
น้อยทส่ี ดุ และก่อใหเ้ กิดความสอดคลอ้ งกับเปูาหมายของกลุม่ หรือหน่วยอย่างสูงสุด โดยไม่ขัดกับความต้องการ
และจุดประสงค์ของแต่ละบุคคล ดังน้ัน วัตถุประสงค์ของความเป็นผู้นาทางทหารก็คือ เพ่ือต้องการให้หน่วยมี
และคงไว้ซึง่ ประสิทธิภาพ, ความชานาญ และวินัยอันดซี ึง่ จะเปน็ หนทางสร้างสรรคใ์ หห้ น่วยมีขวญั และความรัก
หมูค่ ณะในระดับสงู

4. ความเปน็ ผู้นาทางทหาร

ความเปน็ ผู้นาทางทหาร คือ ศิลปในการจูงใจ และอานวยการให้ทหารปฏิบัติภารกิจได้สาเร็จ โดย
มคี วามเช่ือฟงั อย่างเตม็ ใจ ความม่ันใจ ความนับถือ และความร่วมมือด้วยอย่างจริงใจ

5. ลักษณะความเป็นผูน้ า
ลกั ษณะความเปน็ ผ้นู าคือ คุณลักษณะของบุคคลซึ่งจะส่งเสริมให้ปฏิบัติงานเก่ียวกับความเป็นผู้นา

ทางทหารได้
6. หลักการของความเป็นผูน้ า
หลักการของความเป็นผู้นา คือ แนวทางหลัก ๆ ท่ีผู้นาจะเลือกใช้ในการปฏิบัติและส่ังการตาม

ความเหมาะสม
7. เครอื่ งช้ีความเป็นผนู้ า
7.1 ขวัญ คอื สภาพทางจิตใจของแต่ละบุคคล ซ่ึงขึ้นอยู่กับทัศนคติของบุคคลที่มีต่อสิ่งแวดล้อมทั้ง

ปวงทเ่ี กิดขน้ึ กบั ตน
7.2 วินัย คือ ทัศนคติของบุคคลหรือกลุ่มของบุคคลที่ประกันได้ว่า พร้อมท่ีจะเชื่อฟังคาส่ังในทันที

และมีความริเริม่ ท่จี ะปฏิบตั ิการได้อยา่ งเหมาะสมในกรณที ี่ไม่ไดร้ ับคาสงั่
7.3 ความรกั หมู่คณะ คอื ความจงรักภกั ดี, ความภาคภมู ใิ จ, ความศรัทธา, ต่อหน่วยใดหน่วยหนึ่งท่ี

สมาชิกแตล่ ะบคุ คลของหนว่ ยนนั้ ๆ ไดแ้ สดงออกใหเ้ หน็

3

7.4 สมรรถภาพ คอื ขดี ความสามารถของบคุ คลและของหน่วยทั้งในทางเทคนิค, ทางยุทธวิธี, และ
ทางรา่ งกาย

8. หนว่ ยที่มปี ระสทิ ธิภาพ
คือ หน่วยทหารที่มีการจัดกาลังพล, ยุทโธปกรณ์ และได้เคยผ่านการฝึกมาแล้ว ซึ่งสามารถจะ

ปฏบิ ัติทง้ั ภารกิจที่ได้รับมอบและภารกิจแฝงต่าง ๆ ให้สาเร็จลุล่วงไปได้ โดยใช้เคร่ืองมือและเวลาแต่เพียงน้อย
ทส่ี ุด

9. ความเป็นผนู้ าท่ีเกี่ยวข้องกบั การปฏบิ ัตแิ ละสงั่ การ
คอื สิง่ ใดส่ิงหนง่ึ ทผ่ี ูน้ าทางทหารพดู เพ่ือให้ตนสามารถบังคับบัญชาและอานวยการปฏิบัติในหน่วย

ของตนได้
10. การกากบั ดแู ลบุคลกิ ลักษณะ
คือ ศิลปะของการใช้บุคลิกลักษณะให้สอดคล้องกับการปฏิบัติการ และการส่ังการโดยไม่

กอ่ ให้เกดิ ความราคาญใจ ซงึ่ อาจบ่ันทอนความริเริ่มของผู้ใต้บงั คับบัญชาลงได้
11. ผู้นา
11.1 ถ้าจะพิจารณากันในแง่ของลักษณะการใช้ถ้อยคา ตามเทคนิคของทางการทหารแล้วผู้นาก็

คือบคุ คลซึง่ มีหนา้ ทป่ี กครองบงั คับบญั ชาหนว่ ยทหารในระดบั ที่ตา่ กว่ากองร้อย
11.2 ถ้าจะพิจารณากนั ตามความหมายโดยทว่ั ไปแลว้ ผูน้ าก็คือบุคคลที่มีตาแหน่งหน้าท่ีและความ

รับผิดชอบจะตอ้ งทาการบงั คบั บัญชา และอานวยการปฏบิ ตั ิงานของผูอ้ ่นื
12. ผู้บังคับบญั ชา
คือ บคุ คลซึ่งมอี านาจสงู ในสานักงานของตน และได้รบั การแต่งตั้งเป็นทางการ หรือเป็นบุคคลซึ่งมี

อานาจหน้าท่ีบังคับบัญชาตามที่กฎหมาย หรือระเบียบกาหนดไว้ให้มีหน้าที่รับผิดชอบในการอานวยการ
ปฏิบัติงานของหน่วยระดับกองรอ้ ย หรือหน่วยระดบั ที่สงู กว่าข้นึ ไป

หมายเหตุ ในความหมายทางเทคนิค คาว่าผู้บังคับบัญชากับผู้นา ย่อมจะมีความหมายต่างกัน แต่
ตามความหมายโดยท่ัวไปแล้วท้ังคาว่าผู้บังคับบัญชาและผู้นาย่อมจะเหมือนกัน เพราะว่าทั้งผู้ที่เป็น
ผูบ้ ังคบั บัญชาหรือผนู้ ากต็ าม จะต้องแสดงออกถึงคุณลักษณะของความเป็นผู้นา และใช้หลักการแห่งความเป็น
ผนู้ าตามท่ีไดก้ ลา่ วไว้ ในค่มู อื เลม่ นเี้ หมือน ๆ กนั

13. การบังคบั บัญชา
การบังคับบัญชา คือ อานาจหน้าที่โดยสมบูรณ์ตามกฎหมายของแต่ละบุคคลในหน่วยทหารที่มี

ต่อผู้ใต้บังคับบัญชาตามช้ันยศและอานาจที่ได้รับมอบ การบังคับบัญชานี้จะต้องดาเนินไปพร้อมกับความ
รับผิดชอบในเรื่อง การวางแผน, การจัด, การฝึก, การอานวยการ, การประสานงาน, การควบคุมและการนา
หน่วยทหารปฏิบัติการ เพ่ือให้สาเร็จตามภารกิจที่ไดรับมอบ, ภารกิจแฝงหรือภารกิจประจาของหน่วย
ตลอดจนมีหนา้ ที่รับผดิ ชอบในเร่อื งทางธุรการเกี่ยวกบั การสง่ กาลัง, ความสุขสบาย, การสวัสดิการ, ขวัญ, วินัย,
การมอบหมายหน้าท่ีและการสงเคราะห์ พร้อม ๆ กันไปดว้ ย

4

14. การจดั การ
14.1 หมายถงึ การดาเนนิ กรรมวิธีเพื่อให้กาลัง คน, เงิน, ยุทโธปกรณ์, เวลา, และส่ิงอานวยความ

สะดวกต่าง ๆ ได้ใช้งานไปเพื่อให้การปฏิบัติภารกิจและงานต่าง ๆ ของหน่วยได้สาเร็จลุล่วงไปอย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ

14.2 พันธกิจเก่ียวกับการจัดการได้แก่ การวางแผน, การจัดกาลัง, การอานวยการ, การ
ประสานงาน และการควบคมุ

14.3 พันธกิจของผู้จัดการก็คือ การกาหนดเปูาหมาย, การกระตุ้นไปสู่เปูาหมาย, การติดต่อส่ือสาร,
การเปล่ียนแปลงแกไ้ ข, การดารงรกั ษาไว้ซ่ึงการปฏิบตั งิ านรว่ มกนั , การพัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชา และการทาการ
ตกลงใจ

14.4 ถึงแมว้ ่าจะได้พยายามช้ีให้เห็นถงึ ความแตกต่างระหวา่ ง คาว่า การจดั การก็ดีและความเป็น
ผนู้ าท่ีดไี วก้ ็ตาม แตเ่ ปูาหมายของคาทัง้ สองนี้กย็ ังคงเหมือนกันอยู่ เพราะส่วนใหญ่แล้วบทบาทของผู้จัดการและ
ผู้นานัน้ ไม่สามารถจะแยกออกจากกันได้

15. นยิ ามภาวะผนู้ า
สิ่งทแี่ สดงถงึ นยิ ามภาวะผู้นาทางทหาร คือ มี - รู้ - ทา (Be - Know - Do) การเปน็ ผู้นาเริม่ จาก

สิ่งทีผ่ นู้ าตอ้ ง “มี” (Be) โดยกลา่ วถึงค่านิยมและคุณลักษณะต่าง ๆ ท่ผี ู้นาต้องมีสิ่งทผ่ี นู้ าตอ้ ง “รู้” (Know)
และส่ิงทผ่ี ้นู าต้อง “ทา” (Do) ทั้งนี้ การตระหนักถึงส่งิ เหล่าน้อี ยตู่ ลอดเวลาชว่ ยใหเ้ กิดการหลอ่ หลอมเป็นภาวะ
ผู้นาได้ ซ่งึ ในการนิยามคาว่า“ภาวะผู้นา”มาจากบุคลิกลักษณะของผู้นาท่ีผ่านการหล่อหลอมจนเป็นทปี่ ระจักษ์
ต่อสายตาของผู้พบเห็นนน่ั เอง

ใครคือผู้นาทางทหาร? ผู้นาทางทหาร คือ ใครก็ได้ท่ีมีคุณสมบัติท่ีดีในบทบาทภาวะผู้นา หรือผู้ท่ี
เป็นแรงบันดาลใจในความรับผิดชอบที่ได้รับและมีอานาจต่อผู้อื่นในการบรรลุจุดมุ่งหมายแห่งองค์กรผู้นาทาง
ทหารจะจูงใจบุคคลท้ังภายในและภายนอกสายการบังคับบัญชาให้ปฏิบัติภารกิจสาเร็จลุล่วง เน้นเร่ืองการคิด
และปรับการตัดสนิ ใจเพ่ือให้องคก์ รดีขนึ้

ผู้นา ทุกคนมีค่านิยมและคุณลักษณะที่เหมือนกันโดยไม่คานึงถึงตาแหน่ง ถึงแม้ว่าจะมีการหล่อ
หลอมจากประสบการณ์และสมมตฐิ านของตาแหน่งที่ต้องมีความรับผิดชอบอันย่ิงใหญ่ ตัวอย่าง เช่น จ่าสิบเอก
ที่มปี ระสบการณ์ในสนามรบจะมคี วามเข้าใจอย่างลึกซ้ึงในการปฏิบัติหน้าท่ีแบบไม่เห็นแก่ตนเองมากกว่าทหาร
ใหม่

ความรู้ ท่ีผู้นาควรใชส้ าหรบั ภาวะผู้นาก็คือสิง่ ที่ทหารและข้าราชการพลเรอื นกลาโหมท่ีทางานใน
กองทัพบก “รู้” (Know) ได้แก่ความรทู้ างยุทธวธิ ี ร้รู ะบบเทคนิค รู้หน่วยทหาร รู้การจดั การทรัพยากรร้จู ดุ ประสงคเ์ ฉพาะ
และรู้ความต้องการของคน โดยปรบั แต่งลกั ษณะเฉพาะของผู้นา และเพ่ิมภาวะความเป็นผูน้ าใหม้ ากข้ึนจาก
การปฏิบัติของผนู้ า

บุคลิกลักษณะและความรู้ เป็นสิ่งที่จาเป็นแต่ก็ยังไม่เพียงพอ ซ่ึงจะยังไม่เป็นผลดีจวบจนผู้นาได้มี
การประยุกตใ์ ช้ความร้ทู ่มี อี ยไู่ ปสกู่ ารลงมือ “ทา” (Do) หรอื การปฏบิ ัตซิ ึ่งมีความสัมพันธ์โดยตรงกับอานาจและ

5

ความรับผิดชอบที่มีต่อผู้อื่นรวมท้ังส่ิงที่ได้ทา จากความรู้เหล่านี้ผู้นาจะเรียนรู้เกี่ยวกับภาวะผู้นาเม่ือเข้ารับ
ตาแหนง่ ที่แตกต่างกนั

ส่ิงที่ท้าทายต่อผู้นากองทัพบกและพันธะทางกฎหมาย ซึ่งได้วางแนวทางไว้ในการศึกษาการฝึก
และการพัฒนาภาวะผู้นาทางทหารและข้าราชการพลเรือนกลาโหม ต่อหน้าที่ของกองทัพบกกล่าวคือ การ
เตรียมกาลังกองทัพบก การปูองกันราชอาณาจักรและการดาเนินการเก่ียวกับการใช้กาลังกองทัพบกตาม
อานาจหน้าท่ีของกระทรวงกลาโหมมีผู้บัญชาการทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบจะเห็นได้ว่าผู้นาต้อง
เป็นนักรบปฏิบัติหน้าท่ีอย่างไม่เห็นแก่ตัว เหล่า สถานภาพ ทั้งหมดน้ีก็เพ่ือปกปูองประเทศชาติและบรรลุซ่ึง
ภารกิจของหน่วย อันกระทาโดยผ่านอานาจที่มีต่อบุคคล ด้วยการมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน การสั่งการ และการ
จูงใจ

16. ภาวะผนู้ าทางทหาร
คือ กระบวนการของการมีอิทธิพลต่อบุคคลโดยมีวัตถุประสงค์ท่ีชัดเจน มีการอานวยการ และมี

การจงู ใจในการปฏบิ ัตทิ เี่ ป็นไปเพ่อื ใหบ้ รรลภุ ารกิจและการปรับปรุงหน่วย
การมีอิทธิพลต่อผู้อ่ืน คือ การทาให้ทหารข้าราชการพลเรือนกลาโหม ทาในสิ่งท่ีจาเป็นการมี

อิทธิพลส่งผลท่ีไม่อาจหลีกเล่ียงได้มากกว่าการใช้คาสั่ง ส่วนการเป็นแบบอย่างนั้นมีความสาคัญเช่นเดียวกับ
คาพูดท่ีกล่าวออกมา ผู้นาเป็นแบบอย่างท้ังดีและไม่ดี ด้วยการกระทาคาพูดท้ังในและนอกหน้าท่ี คาพูดและ
การเปน็ แบบอยา่ งน้เี ปน็ สง่ิ ท่ีผ้นู าใช้ในการส่ือสารวตั ถุประสงค์ การอานวยการ และการจงู ใจ

17. วัตถปุ ระสงค์และวิสัยทัศน์
วัตถุประสงค์ เป็นสิ่งที่ผู้ใต้บังคับบัญชาได้รับรู้เหตุผลท่ีจะปฏิบัติตามคาส่ังเพื่อให้บรรลุผลลัพธ์ท่ี

ต้องการ ผู้นาควรกาหนดวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนโดยใช้วิธีการที่หลากหลาย ผู้นาสามารถใช้เครื่องมือโดยตรงใน
การสารวจวัตถปุ ระสงคผ์ า่ นการร้องขอ หรือการสัง่ ให้ทา

วสิ ยั ทศั น์ คือ อีกวิธีการหน่ึงในการกาหนดวัตถุประสงค์ เป็นสิ่งที่อ้างถึงวัตถุประสงค์ขอหน่วยซ่ึง
อาจจะมีผลลัพธ์ที่กว้างกว่า หรือการแถลงวัตถุประสงค์อื่น ๆ ผู้นาในระดับสูงข้ึนไปจะเป็นผู้พิจารณาอย่าง
ระมัดระวังในการสือ่ ถึงวสิ ยั ทัศน์

18. การสง่ั การ
การสง่ั การท่ีชดั เจน เป็นการสื่อถึงวิธีการอันนาไปสู่การบรรลุภารกิจ ประกอบด้วย การจัดลาดับ

กิจต่าง ๆ ท่ีได้รับการมอบหมายความรับผิดชอบ และการทาให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเข้าใจมาตรฐาน แม้ว่า
ผู้ใต้บังคับบัญชาต้องการและจาเป็นต้องได้รับการส่ังการ ผู้สั่งการยังคาดหวังถึงกิจท่ีมีความท้าทาย การฝึกท่ีมี
คุณภาพ และทรัพยากรท่ีเพียงพอ ผู้ส่ังการจึงควรมีเสรีในการปฏิบัติที่เหมาะสม การสั่งการท่ีชัดเจนทาให้ผู้
ปฏิบัติตาม มีอิสระในการปรับแผนและคาส่ังตามสถานการณ์ที่เปล่ียนแปลงไป การส่ังการในขณะที่มีการปรับ
ให้เข้ากบั การเปลี่ยนแปลงเปน็ กระบวนการทม่ี คี วามตอ่ เนื่อง

ตวั อย่าง : การรบที่เขาพนมปะ อ.ตาพระยา จว.สระแกว้ (ปราจนี บุร)ี เมอ่ื 310500 มี.ค.26 เขมร
สามฝุายได้ร่นถอยจากการเข้าตีของทหารเวียดนาม กรม 751 ซ่ึงไล่ติดตามเข้ามาในเขตไทยและได้ปะทะกับ

6

กองรักษาด่านรบของ ร. 21 พัน.2 รอ. ขณะนั้น จ.ส.อ.อนันต์ แต้มทอง ซ่ึงเป็น ผบ.กองรักษาด่านรบได้สั่งให้
กาลังพลทาการต่อสู้จนถึงขั้นรบประชิด โดยได้รับการสนับสนุนการยิงจากอาวุธหนักของกองพัน แม้ว่าจะมี
กาลังน้อยกว่าแต่การต่อสู้อย่างกล้าหาญ ทาให้ทหารเวียดนามไม่สามารถรุกล้าเข้ามาได้ และสูญเสียจานวน
มากและต้องถอนตัว ฝุายเรายึดศพทหารเวียดนามซ่ึงถูกยิงชิดขอบลวดหนามกองรักษาด่านรบได้ 1 ศพ ต่อมา
เม่ือ 010900 เม.ย.26 ชุด ลว. ของ ร้อย.อวบ.1 เขาพนมปะ นาโดย ส.อ.สาเภา เสริฐเลิศ ได้ปะทะกับกาลัง
ทหารเวยี ดนามจานวนมากจน ชดุ ลว. ฝุายเราไม่สามารถถอนตวั กลับได้ และยงั คงตรึงกาลังต่อส้อู ย่างกล้าหาญ
ร.อ.ประยทุ ธ์ จันทร์โอชา ผบ.ร้อย.อวบ.ที่ 1 ส่ังการให้ จ.ส.อ.บัญญัติ จันทร์ศรีระมีนากาลังข้ึนไปสมทบโดยให้
จ.ส.อ.กุหลาบ ทองเขียว เป็นผู้นา มว.ค.60 ไปเข้าท่ีตั้งยิงบริเวณด้านหลังเขาพนมปะทาให้ชุด ลว. ถอนกาลัง
กลับเข้าจุดเฝูาตรวจได้ แต่ทหารเวียดนามยังคงรุกไล่ติดตามเข้ามาและวางกาลังห่างจากแนวลวดหนามของ
ฐานจดุ เฝูาตรวจประมาณ 50 เมตร ร.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ขอ ป. ยิงสกัดกั้นตามแนวชายแดนกับส่ังการ
ต่อชดุ ลว. ให้ยิงตอบโต้เฉพาะเทา่ ท่ีตรวจการณ์เหน็ และพยายามยึดพ้ืนที่ไว้ไม่ให้ฝุายทหารเวียดนามรุกคืบหน้า
เข้ามาได้ ระหว่างน้ันมีรายงานจากหน่วยข่าวว่า ทหารเวียดนามต้องการยึดเขาพนมปะไว้ให้ได้ พ.ท.ณรงค์เดช
นันทโพธิเดช ผบ.ร.21 พัน.2 รอ. จึงตัดสินใจนากาลังเข้าตีอย่างจากัดตามสันเขาพนมปะ เพ่ือผลักดันทหาร
เวียดนามออกจากชายแดนไทย ทหารเวียดนามได้ ใช้จรวดอาร์พีจี,เอ็ม.79 อาวุธปืนเล็ก และปืนใหญ่รถถัง
ระดมยงิ อย่างหนัก และเพม่ิ กาลงั เปน็ จานวนมาก แต่ฝุายเราอาศัยภูมิประเทศ และความกล้าหาญอย่างยิ่งยวด
ผลักดันจนถึงหลักเขตท่ี 38 ครั้นเม่ือ 020450 เม.ย.26 ทหารเวียดนามได้ใช้อาวุธหนักระดมยิงข้ึนมาบนเขา
พนมปะ ผบ.ร้อย.อวบ.ที่ 1 ขึ้นไปควบคุมส่ังการด้วยตนเอง พบทหารเวียดนามเข้าตีโอบทางด้านหลังเขาพนม
ปะ เพือ่ จะยึดชายเนนิ ให้ได้ ผบ.ร.21 พนั .2 รอ. สง่ั การให้ ผตน.ป. ปรับปืนใหญ่ลงบริเวณที่ ขศ. อยู่ตลอดเวลา
จนกระท่ัง เวลา 1530 ฝุาย ขศ. ถอนตัวออกนอกพ้ืนที่แต่ยังคงยิง ป., ค. เข้ามาตกในพ้ืนที่เป็นระยะๆ ผลจาก
การสู้รบครั้งนี้ คาดว่าฝุาย ขศ. บาดเจ็บล้มตายเป็นจานวนมาก (จากการข่าว ประมาณ 200 คน) ยึดศพได้
จานวน 10 ศพ และจับเป็นเชลยได้ 1 คน ฝุายเราเสียชีวิต5 นาย บาดเจ็บ 15 นาย สูญหาย 1 นาย การที่
ผบ.ร.21 พัน.2 รอ.,ผบ.ร้อย.อวบ.ที่ 1 และ หวั หนา้ ชดุ ลว. มีความเปน็ ผู้นาสูง ทาให้กาลังพลทุกนายมีขวัญดี มี
จิตใจกล้าหาญอย่างย่ิงยวด มีจิตใจมุ่งมั่นจะรักษาอธิปไตยของประเทศ สามารถทาการรบจนถึงระยะประชิด
สามารถผลักดนั ขศ. จานวน 3 กองพันเพ่ิมเตมิ กาลัง ให้ถอยรน่ กลับไปได้

19. การจูงใจ
การจูงใจ ทาใหเ้ กดิ ความต้งั ใจซึ่งเป็นสิ่งจาเป็นในการทาให้บรรลุภารกิจ การสร้างแรงจูงใจแม้มา

จากภายในตนเองแต่เป็นผลมาจากการกระทาและคาพูดของผู้อ่ืน บทบาทของผู้นาในการจูงใจคือการเข้าใจ
ความจาเป็นและความปรารถนาของกาลังพล ปรับและยกระดับแรงขับเคลื่อนของกาลังพลให้ไปสู่จุดมุ่งหมาย
ของหน่วย และทาให้เกิดอิทธิพลต่อผู้อื่นอันจะนาไปสู่จุดมุ่งหมายท่ีใหญ่กว่า บางคนมีแรงจูงใจในระดับสูงอยู่
ภายในเพื่อให้งานเสร็จลุล่วง ในขณะท่ีคนอื่นต้องการความม่ันใจและคาติชม นอกจากน้ีแรงจูงใจยังกระตุ้น
ความรเิ ร่ิมหากมุ่งหวังความสาเร็จ

7

ทหารและขา้ ราชการพลเรือนกลาโหม รวมกนั เข้าเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพบกเพื่อเผชิญกับความ
ท้าทาย แสดงให้เห็นว่าทาไมการจูงใจด้วยการมอบหมายงานและภารกิจจึงเป็นสิ่งสาคัญ ดังน้ัน ผู้นาจึงต้อง
เรียนรู้เกี่ยวกับคุณลักษณะที่พึงประสงค์ และข้อจากัดของกาลังพลให้มากที่สุดเท่าท่ีจะทาได้จากน้ันจึงมอบ
ความรบั ผดิ ชอบใหเ้ ท่าที่เขาสามารถรับได้

เม่ือผู้ใต้บังคับบัญชาทาสาเร็จ ให้ยกย่อง เม่ือเขาบกพร่องให้ความดีเขา ในส่วนท่ีทาถูกต้อง แต่
ต้องให้คาแนะนาว่าทาอยา่ งไรจึงจะทาใหด้ ีข้ึนในส่วนท่ีบกพร่อง เม่ือใช้การจูงใจด้วยคาพูด ผู้นาควรใช้มากกว่า
วลีทีว่ ่างเปล่า ด้วยการสื่อขอ้ ความทแ่ี สดงให้เหน็ วา่ เปน็ ตวั ของผู้นาเอง

การใช้วิธีอ้อมได้ผลเช่นเดียวกับการพูด การเป็นแบบอย่างสามารถดารงความต่อเนื่องในการ
ขับเคล่ือนผู้อ่ืนได้ ซ่ึงจะเห็นได้ชัดเมื่อผู้นาแสดงให้เห็นว่าพร้อมท่ีจะยากลาบากด้วยกัน เมื่อหน่วยต้อง
เตรียมการเคลื่อนย้ายเข้าวางกาลัง ผู้นาหลักทั้งหมดควรเข้าไปมีส่วนร่วมในงานหนักเพื่อให้พร้อมที่จะส่ง
ยุทโธปกรณ์ รวมถึงการแสดงออกถึงภาวะผู้นาโดยการไปร่วมทางานในเวลาค่าคืน วันหยุด ในทุกสภาวะและ
ทุกหนแหง่ ที่ทหารตอ้ งไปปฏบิ ัติหนา้ ที

20. การปฏบิ ตั กิ าร
การปฏิบตั กิ าร กลา่ วรวมถึง การกระทาท่ีมีอิทธิพลต่อผอู้ ื่นเพอ่ื ใหบ้ รรลภุ ารกจิ และการวางข้นั

การปฏิบตั ิในอนาคต ตัวอยา่ ง การรบท่ี อ.ปัว อ.ทงุ่ ชา้ ง จว.นา่ น ของ ร.ต.ณรงคเ์ ดช นนั ทโพธิเดช ขึน้ ปฏิบัติ
ภารกจิ ท่ี จว.นา่ น เมอื่ ต.ค.15 และได้ใช้เวลาในการต่อสู้ ณ พน้ื ท่ีแห่งนน้ั ถึง 4 ปี ผลการปฏบิ ัติงานไดร้ บั
ความสาเรจ็ เปน็ อยา่ งดี ดงั นี้

เม่ือวันท่ี 14 ก.พ.16 จัดกาลังชุดปฏิบัติการ ซุ่มโจมตีตามเส้นทางเข้าสู่หมู่บ้าน ผกค. ชุดแรก ได้
เคล่ือนท่ีมายังพื้นท่ีซุ่มโจมตี ชุดปฏิบัติการจึงได้ระดมยิงทาให้ ผกค. เสียชีวิตทันที 5 คน ฝุาย ผกค. ท่ีติดตาม
มาได้ส่งกาลังสนับสนุนเพ่ิมเติมอีก ร.ต.ณรงค์เดชฯ ดาเนินกลยุทธ์หลอกล่อ ด้วยการถอนกาลังส่วนใหญ่ไป
วางตัว ณ ภูมิประเทศแห่งใหม่ท่ีได้เปรียบ แล้วให้กาลังท่ีปะทะอยู่ส่วนน้อยน้ันหลอกล่อให้ ผกค. ไล่ติดตามมา
อยู่ในพ้ืนท่ีสังหาร ชุดปฏิบัติการทั้งสองส่วนของฝุายเราระดมยิงอย่างรุนแรง ทาให้มีผู้เสียชีวิตทันทีอีก 7 คน
จากการปะทะ 2 ครัง้ ในวันเดียวกันทาให้ ผกค. เสียชีวติ 12 คน ฝาุ ยเราปลอดภัย

เมื่อวันที่ 29 พ.ค.16 ชุดซุ่ม ร.ต.ณรงค์เดชฯผบ.ชุด พร้อมทั้งกาลังพลทุกนายได้ปฏิบัติหน้าที่
ได้ผลงานดีเด่น แสดงออกถึงความ กล้าหาญ เสียสละ มีปฏิภาณไหวพริบ มีจิตใจในการต่อสู้เป็นอย่างดียิ่ง ผล
การตอ่ สู้ ผกค. เสียชวี ิต 2 คน

เมอ่ื วนั ท่ี 10 ธ.ค.17 ร้อย.อวบ.ที่ 2 พัน.ร.212 พล.ม.สน. ไดร้ บั รายงานวา่ ผกค. ได้ใชพ้ ืน้ ที่
บรเิ วณบา้ นน้าสอด อ.ทุ่งชา้ ง จว.น.น. ซง่ึ อย่หู า่ งจากชายแดนประเทศลาวประมาณ 6 กม. เปน็ ทร่ี บั สง่ เสบียง
และเป็นขุมกาลังใหญ่ หน่วยจึงจดั ชดุ ปฏิบตั ิการ ให้ ร.ต.ณรงคเ์ ดช นนั ทโพธิเดช เป็น ผบ.ชุด ออกเดินทางไป
ต้งั แตว่ นั ที่ 12 ธ.ค.17 ถึงที่หมายในคนื วันท่ี 14 ธ.ค. 17 ปะทะกับ ผกค. กาลังประมาณ 30 - 40 คน ฝาุ ยเรา
ไดร้ บั บาดเจ็บ 1 นาย เนื่องจากถกู สะเก็ดอาร์พจี ี คอื ร.ท.ณรงค์เดชฯ ฝุาย ผกค.เสยี ชีวิต 4 คน กาลงั ของฝาุ ย
เราซึ่งมี นายทหาร นายทหารประทวน และพลทหาร ได้แสดงออกถึงพฤติกรรมอันกลา้ หาญ มปี ฏภิ าณ ไหว

8

พรบิ ในการต่อสู้ มีความสมัครสมานสามัคคีรว่ มมือของฝุายเราดว้ ยกนั เป็นผลให้ ผกค. ตอ้ งเสยี ขวัญ และล่า
ถอยถอนตัวไป ร.ต.ณรงคเ์ ดช นนั ทโพธิเดช ได้ทาการฝึกสอนทหารใหม่ ให้มีความรู้ความชานาญในการรบแบบ
กองโจร สามารถทาการรบได้ทัง้ กลางวนั และกลางคนื และเมื่อขนึ้ ปฏิบตั ิการ ณ พื้นท่จี รงิ ยงั ได้ทาการฝกึ
เพิ่มเติมโดยตอ่ เน่ืองเพื่อความมนั่ ใจ อาทิ การยิงปนื ฉบั พลัน การวิ่งขน้ึ เขา การกลงิ้ ลงจากเขา การวิง่ แบกซงุ
อนั เปน็ ส่วนหนงึ่ ท่ีทาให้เกิดความคล่องตวั ในการรบบนภูเขา ฝกึ กาลงั พล และพฒั นารปู แบบการรบโดยมิหยดุ
นิง่ อันเปน็ หวั ใจของความสาเร็จทง้ั หมดท่ีเกิดข้ึน ทั้งนีบ้ รรดาผู้นากเ็ ช่นเดียวกนั โดยจะซบั ซอ้ นข้นึ ตามตาแหน่ง
ความรบั ผิดชอบท่สี ูงขึน้

21. การปรบั ปรุง
การปรับปรุงเพื่ออนาคต หมายความถึง ความเข้าใจและการปฏิบัติตามบทเรียนท่ีสาคัญซ่ึงทาให้

โครงการหรือภารกิจสาเร็จลุล่วงจากตัวอย่างที่ผ่านมา ร.ต.ณรงค์เดชฯ ก็จะมีการทบทวนภายหลังการปฏิบัติ :
ตัวอย่างของการ ทลป. หลังจากปฏิบัติการ ณ พื้นที่จริง ทาให้ ร.ต.ณรงค์เดชฯ ได้ทราบข้อแก้ไขมาทาการฝึก
เพ่มิ เติมโดยตอ่ เนอ่ื งเพ่อื สร้างความมนั่ ใจ (ทลป. คอื การถกแถลงหลังการปฏบิ ตั ติ ่างๆ) โดยเน้นการใช้ยุทธวิธีทุก
รูปแบบ ท้ังการซุ่มโจมตี การเข้าตีลวง หรือการหลอกล่อให้ ข้าศึก มาอยู่ในพ้ืนที่สังหาร รวมถึงการถอนตัวท่ีมี
ประสทิ ธิภาพ ซ่งึ จะให้กาลังพลได้สารวจตนเองว่า มีเหตุอะไรเกิดขึ้นบ้าง ทาไมจึงเกิดขึ้น จะดารงจุดแข็งน้ันไว้
ได้อย่างไร และจะปรับปรุงจุดอ่อนได้อย่างไร ประโยชน์ท่ีได้ก็คือ สามารถครองความได้เปรียบในทุก
สถานการณ์ เป็นสง่ิ ยืนยนั วา่ ถ้าทา ทลป. แล้วสามารถสงั หาร และยึดยุทโธปกรณจ์ าก ผกค. ได้เป็นจานวนมาก
ทกุ ครงั้

การใหค้ าปรึกษาท่ีได้รับการพัฒนาแล้วเป็นสิ่งสาคัญสาหรับให้ความช่วยเหลือผู้ใต้บังคับบัญชาใน
การปรับปรุงผลการปฏิบัติงาน และการเตรียมการสาหรับความรับผิดชอบในอนาคต ผู้ให้คาปรึกษาควรจัดการ
ต่อจุดแข็งและจุดอ่อนได้ดีพอกัน หาก ตัวอย่างเช่น ร.ต.ณรงค์เดชฯ พบความบกพร่องจากการปฏิบัติงานของ
กาลังพลหรือหน่วย ร.ต.ณรงค์เดชฯ จะวางแผนและทาการสอนประกอบการฝึกตลอดจนอยู่ในการฝึก
ตลอดเวลาเพอื่ ให้คาปรึกษาต่อกาลังพลที่ยังไม่เข้าใจ ปฏิบัติไม่ได้ให้เข้าใจและปฏิบัติได้ ซึ่งช่วยในการปรับปรุง
ผลการปฏิบตั ิงานในส่วนทบ่ี กพรอ่ งมาแกไ้ ขใหเ้ ปน็ ประโยชน์ตอ่ กาลังพลและการปฏิบตั ิของหนว่ ย

นอกจากน้ี ร.ต.ณรงค์เดชฯ ยังปรับปรุงหน่วยอย่างช้า ๆ และต่อเน่ือง โดยให้หน่วยมีความ
พยายามและเน้นการเรียนรู้อย่างเข้มงวด การทาตนเป็นแบบอย่างได้ส่งสัญญาณสาคัญไปยังกาลังพลในหน่วย
น่ันคอื การปรบั ปรงุ หน่วยเปน็ ความรับผิดชอบของทกุ คน ความพยายามในการทาสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้กับหน่วยนั้นมี
พลงั มากกวา่ การบรรยายใด ๆ

9

ผู้นา
คือ
ผูส้ ร้างแรงบนั ดาลใจ
ใหผ้ ตู้ าม
ปฏบิ ตั ิภารกิจทไ่ี ด้รบั มอบหมาย
ใหส้ าเรจ็

รปู ท่ี 1 – 1 ผู้นาคือผสู้ ร้างแรงบนั ดาลใจ

22. พ้ืนฐานภาวะผูน้ าทางทหารของกองทัพบก
ตามประวัติศาสตร์ของชาติไทย เราได้วางรากฐานภาวะผู้นาทางทหารไว้อย่างมั่ นคง จาก

ขนบธรรมเนียม จารีตประเพณี ตาราพิชัยสงครามและกฎมณเฑียรบาลท่ีใช้ยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมายาวนาน
ให้รักหวงแหน ปกปูอง รักษา จงรักภักดี และแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ สืบทอด
มาจนพัฒนาเป็นกฎหมายรัฐธรรมนูญในปัจจุบัน ผลสืบเน่ืองต่อมาทาให้เกิดการพัฒนาหลักนิยมกองทัพบก
อย่างค่อยเป็นค่อยไปตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและงบประมาณท่ีมีอยู่อย่างจากัด ผู้นาประยุกต์ใช้
ความรู้เหล่านี้ด้วยความมั่นใจและการอุทิศตนซ่ึงพัฒนาไปสู่การเป็นกองทัพบกท่ีมีวุฒิภาวะ คุณลักษณะท่ีพึง
ประสงค์และทาให้กาลังพลในกองทัพบกมีทักษะหลายด้าน ผู้นาต้องมีความรับผิดชอบในการทาตนเป็น
แบบอย่างและการมีคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ระดับผู้เชี่ยวชาญ ในเวลาเดียวกันก็ต้องพัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชา
ด้วย กองทัพบก จึงได้แบ่งคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์หลักของผู้นาหรือพ้ืนฐานภาวะผู้นาทางทหารของ
กองทัพบกเพ่ือช่วยทาให้ผู้นามีความสามารถในทุกระดับของภาวะผู้นาไว้ 3 ประการ คือ การเป็นผู้นา
นักพัฒนา และผู้ซ่ึงดารงความมุ่งหมายไปสู่ความสาเร็จคุณลักษณะที่พึงประสงค์และส่วน ประกอบย่อย ๆ
เหล่านแ้ี สดงถึงบทบาทและหน้าทขี่ องผู้นา

23. เอกสารทเ่ี ป็นพืน้ ฐานของผนู้ าทางทหาร
กองทัพบกและภาวะผู้นาทางทหารต้ังอยู่บนพื้นฐานของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขการกาหนดค่านิยม และมาตรฐานของความเป็นเลิศ ได้มีการตระหนักถึง
ความสาคัญของมาตรฐานคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ซึ่งได้ทดสอบแล้วด้วยกาลเวลาว่ามีผู้นาท่ี ยอดเย่ียมตลอด
ระยะเวลาที่ผ่านมา ท้ังนี้ความรู้เกี่ยวกับหลักนิยมเร่ืองภาวะผู้นาจะมีการเปลี่ยนแปลงตามสังคม ภัยคุกคาม
ความทา้ ทายซึง่ เก่ยี วกับความมน่ั คงปลอดภยั และความก้าวหนา้ ทางเทคโนโลยี จงึ ต้องมีการปรับเปล่ียนไปตาม
สภาวะแวดลอ้ มที่เปลีย่ นแปลง

ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทยได้รับอิทธิพลมาจากอารยธรรมวรรณกรรมและศาสนา แล้ว
วิวัฒนาการกลายเป็นคา่ นิยมพ้นื ฐานวัฒนธรรม จารตี ประเพณี ความเช่ือ หลักศรัทธา และจุดมุ่งหมาย อันเป็น

10

บ่อเกิดของรัฐธรรมนูญกฎระเบียบ แบบธรรมเนียมทหาร ข้อบังคับ และคาสั่งต่าง ๆ แสดงให้เห็นถึงบทบาท
หน้าที่ และความรับผิดชอบ ดังนั้นทหารและผู้นาทางทหารทุกนาย ซ่ึงมีอานาจหน้าที่ตามกฎหมาย จึงต้อง
ศึกษาทาความเข้าใจ และยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติ เพ่ือให้บรรลุความมุ่งประสงค์ โดยคานึงถึง
ผลประโยชนข์ องชาตเิ ป็นสาคญั

สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงประกาศอิสรภาพให้ไทยมีเอกรา ชและจากพัฒนาการอย่าง
ต่อเน่ืองตลอดมาของกองทัพบกในอดีต ตราบจนประกาศความเป็นไทยไม่อยู่ภายใต้การปกครองของชาติ
รุกรานโดยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และการปกปูองภัยคุกคามจากภายนอกประเทศ ตลอดจนสถาปนา
ความมั่นคงของชาติขององค์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟูาจุฬาโลกมหาราช ตราบจนถึงปัจจุบันภายใต้การ
ปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นารัฐบาลท่ีมา
จากพลเรือน เป็นผลสืบเนอื่ งมาจากสถาบนั ทหารได้ก่อตง้ั รากฐาน หน้าท่ี ความรับผิดชอบพื้นฐาน และตัวแบบ
ของภาวะผู้นาท่ีแข็งแกร่งให้ดารงอยู่คู่แผ่นดินไทยจึงเป็นส่ิงที่ประจักษ์ชัดว่า “กองทัพบก เป็นเสาหลักท่ีม่ันคง
ในการปกปอู งผืนแผน่ ดินไทย”

24. การเชือ่ มโยงระหวา่ ง พลเรือน – ทหาร
กฎหมายรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย ปี 2550 มาตรา 77 กล่าวว่า “รัฐต้องพิทักษ์รักษาไว้

ซ่งึ สถาบนั พระมหากษัตรยิ ์ เอกราช อธปิ ตย และบูรณภาพแห่งเขตอานาจรัฐ และต้องจัดให้มีกาลังทหาร อาวุธ
ยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีท่ีทันสมัย จาเป็น และเพียงพอเพ่ือพิทักษ์รักษาเอกราชอธิปไตยความมั่นคงของรัฐ
สถาบนั พระมหากษัตรยิ ผ์ ลประโยชน์ของชาติ การปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น
ประมุข และเพ่ือการพัฒนาประเทศ” อันนามาซ่ึงการให้ความสาคัญในการสนับสนุนกองทัพบกให้ดารงสิ่งท่ี
มัน่ คงและย่งั ยืนเสมอมา คือกองทพั บกได้รบั ภารกจิ ในการปกปูองผืนแผ่นดินไทย กาลังพลในกองทัพบกรวมถึง
เหล่าทัพอื่น ๆได้รับสถานภาพพิเศษภายใต้กฎหมายได้แก่ การมีเคร่ืองแบบเคร่ืองหมาย และอานาจหน้าท่ีซึ่ง
นับเป็นเกียรติยศพิเศษ ให้สามารถปฏิบัติหน้าท่ีในสนามรบ มีการจัดโครงสร้างการปกครองตามลาดับชั้นของ
อานาจหนา้ ท่ี เร่ิมต้งั แต่ทหารเป็นรายบคุ คลสงู ขึ้นไปตามชน้ั ยศ รวมถงึ ผนู้ าที่เป็นพลเรือน

เพ่ือใหเ้ ป็นระเบียบแบบแผน อันเป็นคามั่นสัญญาต่อชาติ และเป็นการยืนยันว่า คามั่นสัญญาของ
ทหารศักด์ิสิทธิ์และมีความมั่นคง เช่ือถือได้ มากกว่าหนังสือสัญญาใด ๆ “กาลังพลทุกนายของกองทัพบกต้อง
กระทาสัตย์ปฏิญาณตน” ท่ีจะสนับสนุนและปกปูองชาติ ศาสน์ กษัตริย์ รัฐธรรมนูญ จากข้าศึกศัตรูทั้งภายใน
และภายนอกประเทศ ในขณะเดียวกันทหารทุกนายยึดม่ันในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์จอมทัพ
ไทยในฐานะผบู้ ังคบั บัญชาสงู สดุ ค่านิยมกองทัพบกในรูปท่ี 1 - 2 แสดงความเช่ือมโยงข้อความของคาปฏิญาณ
ตน จดุ ยืน และคาปฏิญาณตนของทหารที่ผ้นู าทหารและข้าราชการพลเรือนกลาโหม ของกองทัพบกยดึ มนั่

25. จุดยนื ของทหาร
“เหล่าทหารดารงตนอย่างมั่นคง อยู่ใต้ฝุาละอองธุลีพระบาท แห่งองค์พระบาทสมเด็จพระ

เจ้าอยู่หัวฯองค์จอมทัพไทย ปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความสุจริต เสียสละ กล้าหาญ สามัคคี รู้หน้าท่ี มีวินัย พร้อม
ถวายความจงรักภกั ดี แด่องคจ์ อมทัพไทยดว้ ยชวี ติ เพราะเหล่าทหาร ตา่ งสานึกใน พระมหาธิคณุ เปน็ ล้นพน้ ”

11

คาปฏญิ าณตนของทหารต่อธงชัยเฉลิมพล
ข้าพเจ้า จกั ยอมตาย เพ่อื อิสรภาพและความสงบแหง่ ประเทศชาติ
ข้าพเจา้ จกั อยใู่ นศีลธรรมของศาสนา
ข้าพเจ้า จกั เทิดทนู และรักษาไว้ ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษตั รยิ เ์ จา้
ขา้ พเจ้า จกั รกั ษาไว้ ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตย อนั มีพระมหากษัตริย์เป็นประมขุ
ขา้ พเจา้ จักเชอื่ ถือผ้บู ังคบั บัญชาและปฏบิ ตั ติ ามคาสั่งอยา่ งเคร่งครัด

ความจงรักภกั ดี จงรักภกั ดีต่อชาติศาสน์กษัตริย์และมงุ่ ม่นั ศรัทธาอย่างแทจ้ ริงตอ่ รฐั ธรรมนูญ
กองทัพบก หนว่ ยทส่ี ังกัดและทหาร
หนา้ ที่ ปฏิบัติตามคาปฏิญาณตน
ความเคารพ ปฏิบัติตอ่ ประชาชนตามทส่ี มควรได้รบั
การปฏิบัติหนา้ ที่ คานงึ ถงึ ความผาสุกของชาติ ประชาชนกองทพั บก และผ้ใู ต้บังคบั บญั ชาก่อนตนเอง
โดยไมเ่ ห็นแก่ตน
เกียรตยิ ศ ยึดถอื ตามคา่ นิยมกองทัพบก
ศักดิ์ศรี ทาในสง่ิ ทถี่ ูกต้องตามกฎหมายศลี ธรรมและแบบธรรมเนียมทหาร
กล้าหาญ เผชญิ หนา้ กับความกลัว อนั ตราย หรอื ความยากลาบาก (ทั้งกายและใจ)

รูปท่ี 1 – 2 ค่านิยมกองทัพบก

การเปน็ ทหารมไิ ด้หมายความวา่ บุคคลน้ันได้หมดส้ินจากการเป็นพลเมืองไทย แตย่ งั คงมคี วาม
รบั ผิดชอบและมีสทิ ธ์ิท่ีตดิ ตัวอยู่ ทหารและประชาชนพงึ ตระหนักวา่ เมื่อใดทสี่ วมใสเ่ ครื่องแบบ เขาเปน็ ตัวแทน
ของหนว่ ย กองทัพบก และประเทศชาติ ดังน้ันทหารทุกนายต้องสรา้ งความสมดุลของหน้าท่ใี นการเป็นนักรบที่
อทุ ิศตนดว้ ยการปฏิบตั ิตามกฎหมายของชาติ ทาหนา้ ท่เี สมือนเปน็ ทตู ของประเทศท้งั ในยามสงบและในยาม
สงคราม ทง้ั น้ีข้าราชการพลเรอื นกลาโหม ก็ควรมรี ะเบียบวินัยในตนเองเช่นเดยี วกัน

26. ภาวะผู้นา และอานาจการบงั คับบัญชา
การบังคบั บัญชา คือ เอกลักษณ์ของความรับผิดชอบในภาวะผู้นาซ่งึ เป็นไปตามกฎหมาย และเปน็

เรอ่ื งเฉพาะทางทหาร
การบังคับบัญชา หมายถึง อานาจหน้าที่ตามกฎหมายซ่ึงผู้บังคับบัญชาในทางทหารปฏิบัติต่อ

ผู้ใต้บังคับบัญชาโดยเหตุแห่งยศหรือการมอบหมายหน้าท่ี การบังคับบัญชารวมไปถึงความรับผิดชอบ อานาจ
หน้าท่ี และภาวะผู้นา ท้ังนี้ต้องรับผิดชอบและวางแผนการใช้ทรัพยากรท่ีมีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ การรวม
กาลัง การอานวยการ การประสานความร่วมมือ และการควบคุมกาลังทางทหารเพื่อให้สาเร็จลุล่วงภารกิจท่ี

12

ได้รับมอบหมาย นอกจากน้ียังรวมถึงความรับผิดชอบต่อความพร้อมของหน่วย สุขภาพ สวัสดิการ ขวัญ และ
วนิ ยั ของกาลังพล

การบงั คับบญั ชา คือ การได้รับมอบความไว้วางใจอันศักด์ิสิทธิ์ผู้บังคับบัญชาต้องตอบคาถามได้ว่า
ผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่อย่างไรและทาอย่างไรนอกเหนือไปจากขณะปฏิบัติหน้าที่ สังคมและกองทัพบกเฝูามอง
ผู้บังคับบัญชาเพื่อให้ม่ันใจได้ว่าทหารและข้าราชการพลเรือนกลาโหมท่ีเข้ามาปฏิบัติหน้าท่ีในกองทัพบก
เหล่าน้ันได้รับการเอาใจใส่และการฝึกศึกษาที่เหมาะสม โดยยึดถือค่านิยมท่ีคาดหวังและสาเร็จลุล่วงภารกิจที่
ได้รับมอบหมาย

ในโครงสร้างการจัดของกองทัพบกผู้บังคับบัญชาเป็นผู้กาหนดมาตรฐานและนโยบายเพื่อ
ความสาเรจ็ และการให้รางวลั แก่ผลการปฏิบัติงานท่ีทาได้ดี และลงโทษหากมีการกระทาผิด ซ่ึงโดยข้อเท็จจริง
แล้วผู้บังคับบัญชาสามารถใช้คาสั่งตามกฎหมาย ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจท่ีผู้บังคับบัญชามักใช้วิธีการบังคับ
บัญชาโดยส่วนตน แตผ่ ู้นาทางทหารเลือกทจี่ ะบงั คบั บัญชาดว้ ยการใชอ้ านาจหน้าที่อย่างเป็นแบบแผนนาหน่วย
ด้วยการประพฤติตนเป็นแบบอย่างในฐานะเป็นต้นแบบโดยที่การทาตนเป็นแบบอย่างและเป็นการกระทาท่ี
เปิดเผยก่อให้เกิดการผลบังคับทางใจเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุผลดังกล่าวทั้งคนท่ีอยู่ในและนอกกองทัพบกจึง
ตระหนกั ดวี า่ ผู้บังคับบญั ชาเป็นเสมอื นหน้าตาของระบบเปน็ ผทู้ ่ที าให้หนา้ ที่ท่ีได้รับมอบหมายเป็นรูปเป็นร่างข้ึน
ให้มีความพร้อมและเป็นท่ีเอาใจใส่ของผู้คน ด้วยบทบาทน้ีเองผู้นาทางทหารต้องนาการเปล่ี ยนแปลงด้วย
วิสัยทัศน์ท่ีชัดเจน รวมทั้งมรดกท่ีได้รับสืบทอดจากวันวาน ภารกิจท่ีปฏิบัติในวันนี้ และที่กาลังจะต้องปฏิบัติ
ต่อไปของวันพรุ่งน้ีไว้ด้วยกัน ดังคากล่าวของ ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และ
รัฐบรุ ุษ “ผบู้ งั คับบญั ชา ตอ้ งประพฤตปิ ฏบิ ตั ติ นใหเ้ ป็นตัวอย่างที่ดแี กผ่ ้ใู ต้บังคบั บัญชา”

27. ตวั แบบความต้องการในภาวะผู้นาของกองทัพบก
หลักนิยม รส.1 ว่าด้วย กองทัพบก เป็นหนังสือคู่มือหน่ึงในสามเล่มของหลักนิยมหลักของ

กองทัพบก ที่แสดงให้เห็นถึงการที่กองทัพบกรับใช้ และปกปูองผลประโยชน์ของชาติ และเป็นการปฏิบัติตาม
ความรับผิดชอบทางทหารของชาติ การทาให้บรรลุความต้องการในภาวะผู้นาที่อยู่บนพื้นฐานของค่านิยม มี
ลักษณะผู้นาซึ่งไร้ท่ีติ และมีคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ในระดับผู้เชี่ยวชาญ ในรูปที่ 1 - 3 จะแสดงให้เห็น
แบบจาลองความตอ้ งการในภาวะผู้นาทางทหาร

องค์ประกอบพ้ืนฐานของตัวแบบมีศูนย์กลางอยู่ท่ีผู้นาคืออะไรและผู้นาทาอะไร ลักษณะของผู้นา
กิริยาท่าทาง และความสามารถทางปัญญาทาให้เกิดการเรียนรู้ ตลอดจนความรู้ ความสามารถหลักของผู้นา
โดยผ่านการเรยี นรู้ทั้งชีวิต การประยุกต์อย่างสมดุลของภาวะผู้นาท่ีต้องการ ประการสาคัญ คือ ให้อานาจผู้นา
ทางทหารที่จะสร้างองค์กรท่ีมีผลการปฏิบัติงานสูง และมีความสามัคคี สามารถวางแผนและสนับสนุนพลัง
อานาจภาคพ้ืนดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังสร้างบรรยากาศเชิงบวกในองค์กร ทาให้เกิดการเรียนรู้ของ
หน่วยและเป็นรายบุคคล มีความสามารถในการเข้าใจทุกคนในหน่วย ทหาร ข้าราชการพลเรือนกลาโหมและ
ครอบครัวของเขา

13

ปัจจัยหลักของลักษณะผู้นา 3 ประการคือ ค่านิยม ความสามารถในการเข้าใจผู้อ่ืน และหัวใจ
นักรบ ลักษณะบางประการจะแสดงออกต้ังแต่การเร่ิมต้นของการเป็นผู้นา ส่วนคุณลักษณะอ่ืนๆจะพัฒนาโดย
การมีการศกึ ษาเพิ่มเติม การฝึก และประสบการณ์

28. ลกั ษณะท่าทางของผูน้ า
ลกั ษณะท่าทางของผู้นาเป็นการพจิ ารณาวา่ ผอู้ น่ื มีความเข้าใจในตัวผู้นาอยา่ งไร ซง่ึ ไดแ้ ก่ ท่าทาง

ความเปน็ ทหาร ความสมบรู ณ์ทางร่างกาย ความมั่นใจตนเอง และความยืดหยนุ่ คุณลกั ษณะที่พึงประสงค์ทาง
ปัญญาของผู้นาชว่ ยใหไ้ ด้มาซ่ึงความรู้และมองเห็นทางออกของปญั หาในการทางาน ความสามารถที่พฒั นาขึ้น
มาของผนู้ าทาใหเ้ กดิ ความว่องไว ความยุติธรรม นวัตกรรม ความแยบยล และความรู้ความสามารถทางทหาร

คุณลักษณะผนู้ า คณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงค์หลัก
ผู้นาทางทหารคืออะไร ของผ้นู า
ลักษณะของผู้นา ผ้นู าทางทหารนาอะไร
· คา่ นิยมกองทัพบก นา
· ความสามารถในการเข้าใจผู้อ่ืน · นาผู้อืน่
· หวั ใจนักรบ · เพมิ่ อทิ ธพิ ลนอกเหนือจากสายการบังคบั บัญชา
กริ ยิ าท่าทางของผู้นา · นาโดยการเปน็ แบบอย่าง
· ท่าทางทางทหาร · การสอ่ื สาร
· ความสมบรู ณ์ทางรา่ งกาย พฒั นา
· สว่ นประกอบ, ความม่ันใจ ตนเอง · สรา้ งสภาพแวดล้อมท่ีดี
· ความยืดหย่นุ · เตรียมตนเอง
คณุ ลกั ษณะท่พี ึงประสงคท์ างปญั ญา · พฒั นาผอู้ ื่น
· ความยืดหย่นุ บรรลผุ ลสาเร็จ
· ไหวพริบปฏิภาณ · ไดม้ าซงึ่ ผลการปฏบิ ตั ิ
· การพจิ ารณา
· นวัตกรรม
· ความแนบเนียน
· ความรทู้ างทหาร

ซ่ึงรวมถงึ ความรู้ทางเทคนิคและยุทธวิธี วฒั นธรรม และความระแวดระวงั เก่ยี วกับภูมิรัฐศาสตร์

รูปที่ 1 – 3 ตวั แบบภาวะผู้นาของกองทัพบกที่ตอ้ งการ

14

ในการปฏิบัติการรบนับคร้ังไม่ถ้วนในแต่ละสมรภูมิ ผู้นาในกองทัพบกหลายระดับได้แสดง
องค์ประกอบท่ีมีอยู่หลายประการของตัวแบบความต้องการของภาวะผู้นาของกองทัพบก ณ จุดท่ีเป็นหัวใจ
สาคญั ทสี่ ามารถเปลยี่ นจากความพ่ายแพ้สน้ิ หวังมาเป็นชัยชนะได้อย่างงดงาม

ผู้นาสร้างความม่ันใจว่าผู้ใต้บังคับบัญชาทุกนายรู้ว่าอะไรคือเสาหลัก เมื่อหน่วยเตรียมการเพ่ือ
ออกสนามรบ กอ่ นทาการรบ ทาการพฒั นาบรรดาผู้นาหน่วยและสร้างหน่วยให้รู้จักการทางานเป็นทีมด้วยการ
สร้างความไว้วางใจซ่ึงกันและกันระหว่างผู้นากับผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความเอาใจใส่เป็นอย่างยิ่งในขณะทาการ
สอนและฝึกทหารแสดงถึงความเคารพและความรักที่ผู้ บังคับบัญชามีต่อเพื่อนร่วมชีวิต อันได้แก่
ผู้ใต้บังคับบัญชาซึ่งรวมไปถึงที่มาของคนเหล่าน้ันด้วย ทาให้เกิดความผูกพันกันระหว่างผู้บังคับบัญชากับ
ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างลึกซ้ึง ในระหว่างการรบผู้นาสื่อเจตนารมณ์อย่างมีประสิทธิภาพ และนาโดยการทาตน
เป็นแบบอย่างด้วยความกล้าหาญ และความมุ่งม่ัน ท้ังนี้ด้วยความสามารถทางยุทธวิธี สติปัญญา และความ
ริเริ่มของผู้นา ทาให้มีโอกาสเปลี่ยนการดาเนินกลยุทธ์จากฝุายตั้งรับไปเป็นฝุายรุก และประสบชัยชนะ
คณุ ลักษณะหลกั ท่ีพึงประสงคข์ องผนู้ าสู่ความเปน็ เลิศ

คณุ ลกั ษณะท่พี งึ ประสงค์ของผู้นาพัฒนามาจากการผสมผสานท่ีสมดุลของสถาบันการศึกษา การ
พัฒนาตนเอง การฝึกท่ีสมจริงและประสบการณ์ของความเป็นมืออาชีพ การสร้างคุณลักษณะที่พึงประสงค์เป็น
ผลมาจากวิธีการทาให้บรรลุถึงจุดหมายซ่ึงเกิดข้ึนอย่างช้า ๆ และเป็นระบบ จากการเข้าใจอย่างถ่องแท้ใน
คณุ ลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงคข์ องบคุ คล ไปส่กู ารประยุกตใ์ นการระดมความคิดและปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์
อนั ใกล้ การนาโดยการมอบหมายกิจท่ีมีความซับซ้อนจะช่วยให้เขาพัฒนาความมั่นใจตนเองซึ่งนาไปสู่ความท้า
ทายทม่ี ากยิ่งขึ้น

ทาไมต้องมีคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ การมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ทาให้ผู้นาทางทหารมีวิธีการ
ทสี่ อดคลอ้ งและชัดเจนของความคาดหมายตามท่ีมีการระดมความคิดกัน ผู้นาในปัจจุบันและอนาคตต้องการรู้
ว่าทาอะไรจึงประสบความสาเร็จในส่ิงท่ีรับผิดชอบเม่ือเป็นผู้นา คุณลักษณะที่พึงประสงค์หลักของผู้นาคือ
ความสามารถในการประยุกต์ใช้ได้ในทุกระดับขององค์กร ทุกตาแหน่ง และตลอดอาชีพการเป็นทหาร การ
แสดงถึงคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ทาได้โดยผ่านการประเมินความประพฤติ จากทั้งผู้นาและผู้ตาม ได้แก่
นายทหารอาวุโส ผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้ร่วมงาน และพี่เลี้ยงที่ปรึกษา ซึ่งเป็นพ้ืนฐานท่ีดีสาหรับผู้นาในการนาไป
พัฒนาและการประเมินผลโดยเน้นผู้ประเมนิ และปฏิกริ ิยาตอบกลบั ทีห่ ลากหลาย

29. คุณลักษณะท่ีพงึ ประสงคข์ องผ้นู า
คุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ของผู้นามีการปรับปรุงไปตามระยะเวลาที่เพ่ิมข้ึน ผู้นาได้รับคุณลักษณะ

ท่ีพึงประสงค์พ้ืนฐานได้โดยตรง ณ แต่ละระดับของภาวะผู้นา เมื่อรับตาแหน่งผู้นาระดับองค์กรและระดับ
ยุทธศาสตร์ก็จะมีคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์พื้นฐานของการนาท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง ผู้นาต้องขยาย
คุณลักษณะที่พึงประสงค์และทาให้ดีข้ึนเพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเช่ียวชาญ และเรียนรู้ท่ีจะประยุกต์ใช้ใน
สถานการณท์ ซ่ี ับซ้อนมากข้ึน

15

โดยการปฏบิ ตั งิ านและภารกจิ ทไี่ ด้รบั มอบหมาย ผู้นาไม่ควรรอจนกระท่ัง มีการวางกาลังจึงจะหัน
มาพัฒนาด้านคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ แต่ควรใช้โอกาสจากการฝึกในยามปกติเพื่อประเมินและปรับปรุง
คณุ ลักษณะที่พึงประสงค์ในการนาเหลา่ ทหาร ผู้นาทางพลเรอื นก็ใช้ทุกโอกาสทมี่ ีเช่นกนั

ในการปรับปรุงเพื่อให้มีความเชี่ยวชาญ ผู้นาทางทหารสามารถใช้ข้อได้เปรียบท่ีมี โอกาสในการ
เรียนรู้และได้รับประสบการณ์จากคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ของการเป็นผู้นา แสวงหาโอกาสในการเรียนรู้ใหม่ ๆ
การถามคาถาม ใฝุหาโอกาสในการฝึกฝน และร้องขอให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ ซ่ึงวิธีการค้นคว้าหาความรู้ หรือ
การเรยี นรู้ตลอดชีวติ น้จี ะทาใหผ้ นู้ าทางทหารท่มี คี วามเชี่ยวชาญ

เพ่มิ อิทธพิ ลนอกเหนือไป นาโดยการทาตน

นาผอู้ น่ื จากสายการบังคับบัญชา เปน็ แบบอย่าง การสือ่ สาร
- มอบ - ฟงั อยา่ งเขา้ ใจ
วตั ถปุ ระสงค์ - สร้างความไว้วางใจ - แสดงลักษณะผนู้ า - ชีแ้ จงจุดหมายท่ี
- มีมาตรฐาน ตอ้ งการ
นา - มีความสมดลุ ที่นอกเหนืออานาจ - นาโดยความมั่นใจ - มั่นใจวา่ ความ
ระหวา่ งภารกจิ และ เข้าใจตรงกนั
สวสั ดิการของทหาร หนา้ ที่ ในเง่ือนไขท่ีแตกต่าง

- เขา้ ใจขอบเขต, - แสดงใหเ้ ห็นถึง

ความหมายและข้อ คุณลักษณะท่ีพึง

จากดั ของอานาจ ประสงค์

สรา้ งบรรยากาศที่ดี การเตรียมตนเอง การพฒั นาผ้นู า

- กาหนดเง่อื นไขของ - พรอ้ มสาหรับความ - ประเมินความจาเป็นที่ได้พัฒนา,

พฒั นา บรรยากาศท่ีดี ทา้ ทายท้ังทไ่ี ด้คาด พฒั นาการปฏบิ ัตหิ น้าที่

- กระตุ้นให้เกิดการ คิดและไม่ได้คาดคิด - สนับสนุนความเจรญิ กา้ วหน้าทงั้ ดา้ น

ริเร่มิ - รกั ษาความรบั รู้ สว่ นตัวและอาชพี

- แสดงการเอาใจใส สว่ นตวั - ชว่ ยเหลือเรอื่ งการเรียนรู้

- ให้คาปรกึ ษา, และเป็นพ่ีเลยี้ ง

- สรา้ งทักษะและการทางานเป็นทมี

ทาให้ได้ผลทตี่ ้องการ

- จัดให้มีทศิ ทาง, การแนะแนว, และลาดบั ความสาคญั

สาเร็จ - พัฒนาแผนและนาไปสู่การปฏบิ ตั ิ

- ทาใหก้ จิ ที่ไดร้ ับสาเรจ็ ลุลว่ งด้วยความสอดคล้องกัน

รูปท่ี 1 – 4 คุณลกั ษณะท่ีพึงประสงคข์ องผนู้ า
30. บทบาทผู้นา ระดับของผูน้ า และผ้นู าทางทหาร

16

ผู้นาทางทหาร นาผอู้ ่นื โดยการเป็นแบบอยา่ งและปฏบิ ตั อิ ยา่ งสอดคล้องกันกับการเป็นตัวแบบท่ีดี
ตลอดจนความพยายามในการอุทิศตนในการเรียนรู้และการพัฒนา ผู้นาทางทหารนาผลสาเร็จอันเป็นเลิศสู่
องคก์ ร เม่ือผปู้ ฏิบตั ติ ามมวี ินัยต่อหน้าที่ นาค่านิยมกองทัพบกไปปฏิบัติและรู้ว่ามีอานาจท่ีจะให้บรรลุภารกิจใด ๆ
ในขณะเดยี วกนั ก็ปรบั ปรงุ องค์กรเพ่ืออนาคต ผ้นู าทางทหาร ในกองทัพบก คือผู้นาตามสายการบงั คับบัญชา

เมอ่ื ผู้นาทางทหาร มองเหน็ เสน้ ทางในอนาคตของอาชีพเขาจงึ ตระหนักว่าความเป็นเลิศจะปรากฏ
ออกมาไดใ้ นหลายรูปแบบ ทั้งน้ีหากบรรดาผู้นาทางทหารเหล่าน้ันไม่ประสบผลสาเร็จ กองทัพบกก็มิอาจบรรลุ
ภารกิจได้เช่นกัน น่ันหมายถึงความการมีงานเพิ่มมากข้ึน ได้แก่ รายงานสถานภาพ การซ่อมแซมยานพาหนะ
การวางแผนงบประมาณการจัดเก็บยุทโธปกรณ์หรือ หน้าท่ีเวรรักษาการณ์เป็นต้น กองทัพบกประกอบไปด้วย
ทหารที่ดเี ยี่ยมวรี บรุ ุษนกั รบเนื่องมาจากบรรดาทหารทกุ ระดับ และขา้ ราชการพลเรือนกลาโหมในกองทัพบกซ่ึง
เป็นทั้งแรงงานและผู้นาจานวนนับแสนร่วมแรงร่วมใจกันทาให้หน่วยท่ีกระจายอยู่ท่ัวประเทศบรรลุผลสาเร็จ
ตามภารกจิ ทีไ่ ด้รับมอบหมายอยา่ งดเี ย่ียมโดยต่อเนื่องตลอดมา

แตล่ ะบทบาทและความรบั ผดิ ชอบของผนู้ าทางทหาร ซ่ึงมีหลายระดับตามสายการบังคับบัญชามี
ผลกระทบตอ่ กันและกันผนู้ าทกุ คนในกองทพั บกต้องเป็นกาลังพลของหน่วยหน่ึงหน่วยใด เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา
และบางครั้งก็เป็นผู้นาอย่างไรก็ตามแต่ละบทบาทและความรับผิดชอบของผู้นาทางทหารมีลักษณะเป็นหน่ึง
เดียวร่วมกับบทบาทและความสัมพนั ธ์

31. เมอื่ กลา่ วถงึ ทหารในกองทัพบก
นั่นหมายถึง “ข้าราชการทหาร (ทหารประจาการและข้าราชการพลเรือนกลาโหมที่บรรจุใน

ตาแหนง่ อตั ราทหาร) ทหารกองประจาการ และนักเรียนในสงั กดั กระทรวงกลาโหม” หรือ บุคคลที่อยู่ในอานาจ
ฝุายทหารซึ่งได้แก่นายทหารสัญญาบัตร นายทหารประทวน พลทหารประจาการ (พลอาสาสมัคร) พลทหาร
กองประจาการ และนกั เรียนในสงั กัดกระทรวงกลาโหม

คาว่านายทหารสญั ญาบัตรหมายถงึ ผซู้ ึ่งไดร้ บั ยศทหารต้งั แต่นายร้อยตรี หรือนายเรือตรี หรือนาย
เรอื อากาศตรขี ้นึ ไป ตลอดจนผู้ซ่ึงได้ว่าท่ีได้ว่าที่ในยศชั้นน้ัน ๆ ได้แก่ นายทหารประจาการ นายทหารนอกกอง
นายทหารพิเศษและผู้บังคับการพิเศษ นายทหารกองหนุน นายทหารนอกราชการพลเรือนประจาการ ได้แก่
ลกู จา้ ง และพนักงานราชการจัดเป็นกาลังพลท่ีมีน้าหน่ึงใจเดียวกันทั้งส้ินของกองทัพยก ซึ่งกาลังพลท้ังหมดนี้มี
จุดหมายเดียวกนั คอื สนบั สนนุ และปกปอู งอธิปไตยจากขา้ ศึกศตั รูทง้ั ภายในและภายนอกประเทศ โดยจัดให้มี
กาลัง ทางบกให้กับผู้บญั ชาการทหารบกเพอื่ ให้บรรลุภารกจิ ของหนว่ ยท้งั ในยามปกติในสภาวะฉุกเฉิน และยาม
สงคราม

กองทัพบกประกอบด้วยกาลังพลหลายประเภทซึ่งได้รับอานาจหน้าท่ีตามกฎหมายและระเบียบ
ต่าง ๆ ซ่ึงกาหนดบทบาทและความรับผิดชอบให้กับผู้นาทางทหารทุกหน่วยซ่ึงมีส่วนที่คาบเกี่ยวกับและเป็น
องค์ประกอบท่ีทาให้แต่ละส่วนมีความสมบูรณ์ ทั้งนี้ผู้นาที่เป็นทางการในกองทัพบกมี 3 ประเภท คือ
นายทหารสญั ญาบัตร นายทหารประทวนและข้าราชการพลเรอื นกลาโหม

17

กาลังพลแต่ละประเภทมีบทบาทที่แตกต่างกันไปถึงแม้ว่าบางครั้งอาจจะมีการคาบเก่ียวกัน โดย
ส่วนรวมแล้วบรรดาผู้นาทางทหารเหล่านี้จะทางานเพื่อมุ่งสู่จุดหมายเดียวกันและเป็นไปตามระบบค่านิยมทาง
สถาบันที่มีร่วมกัน ผู้นาทางทหารจะพบว่าต้องรับผิดชอบหน่วยหรือองค์กรที่ประกอบด้วยบุคคลเหล่าน้ี
นายทหารสญั ญาบตั ร

นายทหารสัญญาบัตรครองชั้นยศและหน้าที่ความรับผิดชอบภายใต้กฎหมาย โดยหน้าที่ความ
รับผิดชอบเหล่านี้ได้รับการยอมรับบนพ้ืนฐานของความไว้วางใจและความมั่นใจในความเป็นคนรักชาติ ความ
กล้าหาญความจงรกั ภักดี และคุณลกั ษณะทพี่ งึ ประสงคท์ มี่ ใี นตัวนายทหาร หน้าท่ีความรับผิดชอบในการส่ังการ
โดยตรงต่อผู้ใต้บังคับบัญชา และต้องเชื่อฟังผู้มีอาวุโสสูงกว่าตามลาดับ ในกองทัพบกนายทหารสัญญาบัตร
หมายถงึ ผทู้ ีไ่ ด้รบั แตง่ ตัง้ ยศแต่ร้อยตรีข้ึนไป

นายทหารสัญญาบัตรเป็นผู้ท่ีมีความสาคัญต่อกองทัพบกในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชาหน่วยกาหนด
นโยบาย และการบริหารจัดการทรัพยากร ในขณะเดียวกันต้องบริหารความเส่ียงและให้ความเอาใจใส่ต่อผู้ท่ี
อย่ภู ายใต้บังคับบัญชา ผู้นาทางทหารผสมผสานการฝึกของกลุ่มผู้นา และทหารให้บรรลุภารกิจของกองทัพบก
โดยปฏิบตั ิหน้าท่อี ยูใ่ นทุกระดับเพ่ือจะนาการเปล่ียนแปลงในระดับยุทธศาสตร์ เน้นท่ีการปฏิบัติการของหน่วย
และผลลัพธ์ที่ได้ ผู้นาทางทหารจะได้รับการบรรจุตาแหน่งที่มีการบังคับบัญชาซ่ึงนายทหารมีหน้าท่ีรับผิดชอบ
และต้องสามารถอธบิ ายได้ในเร่ืองทีท่ าสาเรจ็ และล้มเหลว การบังคับบัญชาเป็นสถานภาพทางกฎหมายที่ยึดถือ
ตามชั้นยศ และตามท่ีได้รับการแต่งต้ังท่ีขยายออกไปตามโครงสร้างการจัดระบบตามลาดับข้ันของชั้นยศด้วย
การมอบหมายอานาจหน้าท่ใี ห้เพียงพอ หรอื มอบหมายกระทาแทนในแตล่ ะระดบั เพือ่ ให้บรรลุหน้าที่ตอ้ งการ

32. การปฏบิ ตั ิหน้าทนี่ ายทหารสัญญาบตั ร
แตกตา่ งจากภาวะผนู้ าในรูปแบบอน่ื ๆ ของกองทัพบก คือตอ้ งมีคุณภาพและมีความรู้ท่ีเชียวชาญ

อย่างกว้างขวาง ในการวัดความรับผิดชอบท่ีเพ่ิมข้ึน ในผลของความเฉ่ือยชา และความไม่มีประสิทธิภาพ
นายทหารจึงควรจะไดร้ บั การขับเคล่ือนที่จะคงแรงผลักดนั ของการปฏิบัติการ มีความกล้าหาญที่จะปรับเปลี่ยน
การปฏิบัติ เม่ือมีความจาเป็นตามสถานการณ์ ตามกรอบของกฎหมายและกฎการใช้กาลัง โดยพร้อมที่จะ
รับผิดชอบ และอธิบายส่ิงท่ีทาได้ น่ันคือนายทหารที่ปฏิบัติหน้าท่ีอยู่น้ันเป็นผู้รับผิดชอบคนสุดท้ายต่อ
ความสาเร็จหรือความล้มเหลวของภารกิจ นอกจากน้ียังขึ้นอยู่กับข้อเสนอแนะ ทักษะทางเทคนิค วุฒิภาวะ
และประสบการณข์ องผูใ้ ต้บงั คับบญั ชาทีจ่ ะนาคาสั่งไปสู่การปฏิบตั ิ

ผู้ร่วมงานมีความแตกต่างกันในแง่ของความสาคัญของความรับผิดชอบที่มอบให้ การตัดสินใจ
เก่ยี วกบั ความเปน็ และความตายจะเรมิ่ ตน้ ทน่ี ายทหาร ถ่ายทอดโดยนายทหารประทวน และทหารเป็นผู้ปฏิบัติ
ท้งั นี้มกี ารลงโทษตามกฎหมายทก่ี าหนดสาหรับการกระทาผิดโดยฝุาฝืนอานาจหน้าที่ของนายทหารสัญญาบัตร
และนายทหารประทวน และยังมีการกระทาผิดท่ีเป็นเรื่องเฉพาะของนายทหารซ่ึงเป็นผู้ท่ีต้องช้ีแจงการกระทา
อย่างเคร่งครัด ผู้นาทางทหารทาหน้าที่ส่งผ่านความรับผิดชอบเฉพาะสาหรับผลซึ่งมาจากการตัดสินใจ และ
คณุ ภาพของการรับขอ้ มลู ทเ่ี ปน็ ทางการไปยังผู้นาทางทหารทีม่ ีอาวุโสสูงกวา่

18

บรรดานายทหารได้รับแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ประจาวันจากค่านิยมของกองทัพบกซ่ึงเป็นสิ่งท่ี
พวกเข้าปฏิบัติต่อผู้นาทางทหารของกองทัพบกทุกนาย ส่ิงสาคัญของความเป็นนายทหารก็คือการแบ่งปัน
คุณลักษณะความเป็นทหารอาชีพ แนวคิดเก่ียวกับตนเองน้ีประกอบด้วยคุณลักษณะซึ่งมีความสัมพันธ์ซ่ึงกัน
และกนั 4 ประการ ซ่ึงเป็นเหมือนแรงบันดาลใจและปรับพฤติกรรมของนายทหาร ได้แก่ ความเป็นนักรบ การ
รับใช้ชาติ ความเป็นทหารอาชีพ และลักษณะผู้นา ในฐานะนักรบและผู้นาของบรรดานักรบน้ันนายทหาร
ยึดถือหลักนิยมของทหาร และลักษณะความเป็นนักรบ ความรับผิดชอบของนายทหารในฐานะผู้รับใช้
สาธารณชน ได้แก่ชาติเป็นส่ิงแรก ต่อไป คือ กองทัพบก และต่อไป คือ หน่วยและทหารภายใต้การบังคับ ใน
ฐานะทหารอาชพี นายทหารมพี ันธะในการพฒั นาตนเองใหเ้ ป็นผ้มู คี ุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ทันความต้องการที่มี
การเปลี่ยนแปลงเสมอ สดุ ท้ายในเร่อื งลักษณะผู้นานายทหารเป็นผู้ท่ีได้รับการคาดหวังว่าเป็นผู้ท่ีดาเนินชีวิตอยู่
ภายใตก้ ฎหมายรฐั ธรรมนญู ด้วยความเป็นทหารมืออาชีพ

33. นายทหารประทวน
นายทหารประทวนปฏบิ ัติงานประจาวนั ในกองทัพ ซง่ึ จะรับวิสัยทศั น์ท่ีกาหนดบทบาทของ

นายทหารประทวนภายในโครงสรา้ งของกองทัพบก (ดรู ูปที่ 1 – 5)

เหล่านายทหารประทวน สร้างมรดก, คา่ นยิ ม, ประเพณี,
ทาให้การมหี วั ใจนักรบเปน็ รูปธรรมข้นึ มีการเรยี นรู้
เก่ียวกับคา่ นิยมอย่างตอ่ เน่ือง; และมคี ุณลักษณะที่พึง
ประสงคใ์ นการนา การฝกึ และการจงู ใจทหาร เราต้อง
เปน็ นายทหารประทวนผู้ซ่ึง

 นาโดยการเป็นแบบอยา่ ง
 ฝึกจากประสบการณ์
 คงไว้ซง่ึ การปฏบิ ัติตามมาตรฐาน
 ดูแลทหาร

รปู ที่ 1 – 5 วสิ ยั ทศั น์นายทหารประทวน

19

34. กองทัพบก
ขึ้นอยู่กับนายทหารประทวนซึ่งมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ในการปฏิบัติการในระดับยุทธวิธีท่ี

ซับซอ้ น มกี ารสร้างความสามารถในการตัดสินในท่ีถา่ ยทอดมาจากเจตนารมณ์ และเป็นผู้นาที่ปฏิบัติการในการ
รบ การปฏบิ ัติการร่วมกันระหว่างองค์กรต่าง ๆ และระหว่างชาติต่าง ๆ ได้นายทหารประทวนต้องสามารถนา
ข้อมูลข่าวสารที่ได้รับจากผู้บังคับบัญชาไปยังผู้ใต้บังคับบัญชา ทาให้ทหารมองว่านายทหารประทวนคือผู้ให้
คาตอบ แนะแนวทาง และเป็นแรงบันดาลใจ ให้กาลังพลภายในการปกครองบังคับบัญชา พลทหารจะมี
ความสมั พันธ์กบั นายทหารประทวนก็ต่อเม่ือเขาได้เข้ามาเป็นพลทหาร ซึ่งเขาคาดหวังว่านายทหารประทวนจะ
เป็นเสมือนตัวกลาง เป็นผู้กรองข้อมูลข่าวสารท่ีมาจากนายทหารสัญญาบัตรไปสู่พลทหาร และจัดให้มี
คาแนะนาวันต่อวันเพื่อให้งานเสร็จ ในการตอบคาถามเกี่ยวกับความท้าทายของการปฏิบัติการใน
สภาพแวดล้อมในปัจจุบัน นายทหารประทวนต้องฝึกพลทหารให้พร้อมรับมือ เตรียมการ และปฏิบัติงานได้ใน
ทกุ สถานการณ์ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ดว้ ยความเปน็ ทหารมืออาชีพ

ผู้นาระดับนายทหารประทวนเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดเตรียมและการรักษาไว้ซ่ึงมาตรฐานและ
วินัยให้มีคุณภาพสูงสุด กล่าวได้ว่านายทหารประทวนคือ ผู้ที่มีมาตรฐาน นั่นเอง ในประวัติศาสตร์น้ัน ธงคือ
“หลักชัย” ของทหาร เนื่องจากเป็นสัญลักษณ์สาคัญซึ่งผู้ที่ได้รับมอบความรับผิดชอบก็คือนายทหารประทวน
และยังทาหนา้ ทใี่ นการดูแลและทาตนใหเ้ ปน็ แบบอย่างใหก้ ับพลทหาร

นายทหารประทวนทางานอยู่กับพลทหารเป็นประจาทุกวันบุคคลท่ีได้รับการบรรจุเข้ารับราชการ
ในกองทพั บกต้องเผชญิ หน้าเปน็ คนแรกก็คือ นายทหารประทวน มีหน้าที่ทาให้พลทหารที่ได้รับการคัดเลือกเข้า
ประจาการในกองทพั บกเป็นพลทหาร สอนทักษะพ้ืนฐานให้เป็นผู้สาธิตวิธีการทาความเคารพต่อผู้ท่ีมีอาวุโสสูง
กวา่ แมก้ ระท่งั หลงั จากทกี่ ระบวนการเปลีย่ นผา่ นจากพลเรือนเปน็ ทหารเสร็จสมบูรณ์

ในขณะท่ีมีการเตรียมการล่วงหน้าให้ทหารปฏิบัติภารกิจผู้ฝึกท่ีเป็นนายทหารประทวนเป็นผู้ทา
หนา้ ที่สรา้ งความกดดันในการฝกึ ภาคสนาม และการฝึกร่างกายให้แข็งแกร่ง นายทหารประทวนรู้ดีว่าเคร่ืองมือ
ทางเทคโนโลยีสมยั ใหม่ท่ีจัดให้นน้ั จะไมล่ ดความจาเป็นของความสมบูรณแ์ ข็งแกร่งทั้งทางร่างกายและจิตใจของ
พลทหาร ทั้งนี้ทหารยังคงต้องแบกสัมภาระประจาตัวหนัก ๆ นั่งอยู่บนขบวนยานพาหนะเป็นเวลาหลาย ๆ
ชั่วโมง หรือหลาย ๆ วัน ต้องเข้าไปกวาดล้างผู้ก่อการร้ายหรือขาศึกในปุารกทึบ เขาสูงชัน ถ้าอุโมงค์ และจุด
ต้านทานแขง็ แรงในเมอื ง ต้องอดหลบั อดนอนในการปฏิบตั ิการยุทธ์ แบบเร่งด่วนต่อเนื่องความสาเร็จและความ
ล้มเหลวทางยุทธวิธมี คี วามสมั พันธ์โดยตรงกับระดับสมรรถภาพร่างกายและจิตใจที่มีความทรหด อดทน ดังนั้น
การดูแลทหารจึงหมายถึงการทาให้ม่ันใจว่ามีการเตรียมพร้อมต่อสถานการณ์ใด ๆ ไว้ล่วงหน้าให้มี “ความ
ทรหดอดทน” ท้ังพลทหาร นายทหารประทวนและนายทหารสัญญาบัตร จนกระทั่งเป็นหน่วยทหารทรหด
อดทน “เหล็กกล้าชั้นดีได้จากการถลุงเหล็กธรรมดา ภายใต้ส่วนผสม สภาวะความกดดัน และหล่อหลอมที่
สงู สดุ ”

20

35. นายทหารประทวนยังมีบทบาทในการเป็นผูฝ้ ึก
นายทหารพ่เี ลย้ี งนายทหารติดต่อส่ือสาร และท่ีปรึกษา เม่ือมีนายทหารอาวุโสน้อยเข้ารับราชการ

ใหม่ๆ นายทหารประทวนจะชว่ ยฝกึ และเป็นเบ้าหลอ่ หลอมให้เมื่อผู้หมวดใหม่ทาผิดพลาด นายทหารประทวน
ผู้มีประสบการณ์มากกว่าก็ให้ข้อเสนอแนะ และทาให้ผู้หมวดใหม่เหล่านั้นได้รับข้อเสนอแนะในการนาไป
พจิ ารณา เพ่ือพัฒนาตนเองและใช้ประโยชน์ ภายใต้ความมุ่งหมายเดียวกันคือ “ทาให้มั่นใจได้ว่าภารกิจสาเร็จ
และทหารปลอดภัย” ในขณะที่กาลังก่อร่างความเป็นทหารมืออาชีพ และสร้างข้อผูกมัดกับนายทหารบน
พ้ืนฐานของความไว้วางใจซึ่งกันและกันและการมีจุดหมายร่วมกัน การเฝูาระวังข้างหลังให้กันและกัน คือ
พื้นฐานแรกของการสร้างความเป็นหน่วยและความสามัคคี สาหรับผู้บังคับกองพัน จ่ากองพัน คือ แหล่งศูนย์
รวมสาคญั ของความรแู้ ละวินัยในทุกสาระสาคญั ของพลทหารในกองพัน

แนวโน้มของการทางานร่วมกันระหว่างทหาร และข้าราชการพลเรือนกลาโหมในสภาวะแวดล้อม
ปัจจุบัน และอนาคตน้ันมีมากขึ้นจะเห็นได้จากเหตุการณ์ท่ีเกิดขึ้นในประเทศต่าง ๆ ทั่วทุกภูมิภาคโลกเป็ น
สถานการณ์ที่ทุกภาคส่วนของรัฐ รวมทั้งภาคเอกชนต้องร่วมมือด้วยความสามัคคี สอดคล้องกันจึงจะคล่ีคลาย
ปัญหาได้ ดังน้ันกองทัพบกจึงต้องมีความพร้อมที่จะเผชิญกับทุก ๆ สถานการณ์ ส่วนหน่ึงก็คือสามารถรองรับ
กาลงั พลจากข้าราชการพลเรือนกลาโหมที่มีประสบการณ์และความสามารถเข้ารับหน้าที่สังกัดในกองทัพบกได้
หรือบางครั้งอาจเป็นการขอความร่วมมือและการสนับสนุนจากภาคส่วนต่าง ๆ ของรัฐมาทางานร่วมกันกับ
ทหารในภาวะการณ์ท่ีมีความจาเป็น ข้าราชการพลเรือนกลาโหมเหล่านี้ คือ ส่วนที่จะแยกออกมิได้จาก
กองทัพบก เน่ืองจากข้าราชการพลเรือนกลาโหมเหล่านี้ มีคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ที่สาคัญยิ่งมีภารกิจ
เสถียรภาพ และความต่อเน่ืองในระหว่างสงคราม และยามสงบในการสนับสนุนทหาร ข้าราชการพลเรือน
กลาโหมที่เข้าสังกัดกองทัพบกจะต้องทาหน้าที่ให้การสนับสนุนในแต่ละภารกิจด้วยความเป็นมืออาชีพ โดย
ปฏิบัตหิ น้าที่อย่างไม่เหน็ แกป่ ระโยชนส์ ่วนตน ดงั ทแ่ี สดงตนไวใ้ นหลกั ศรทั ธาของข้าราชการพลเรือนหลาโหม

36. บทบาทที่มรี ่วมกนั
ผู้นาท่ีดีนั้นเป็นได้ทั้งผู้ท่ีสวมเคร่ืองแบบ หรือแต่งกายชุดสากล ผู้นาทุกคนต้องกล่าวคาปฏิญาณ

เดียวกันเมื่อเข้ามารับราชการในกองทัพบก ผู้นาทางทหารเหล่าน้ีร่วมงานกันภายใต้แนวความคิดการอยู่เหนือ
ผู้ใต้บังคับบัญชาในตาแหน่งผู้บังคับบัญชาและเป็นผู้นาอย่างเป็นทางการ โดยใช้ภาวะผู้นาซ่ึงนาทุกแง่มุมของ
หลกั ความประพฤติด้วยคุณลกั ษณะทพี่ งึ ประสงคเ์ ดยี วกนั มาใช้โดยไม่คานงึ ถงึ ประเภทของกาลังพล พันธกิจทาง
ทหาร เป็นองค์ประกอบที่ทาให้เกิดความสมบูรณ์และมีการบูรณาการอย่างสูงในขณะท่ีทหารเน้นด้านการต่อสู้
และการเอาชนะสงคราม กาลังพลข้าราชการพลเร่ือนกลาโหมจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยการสนับสนุนนักรบเหล่าน้ี
โดยการดารงการปฏบิ ัติการ และชว่ ยในการปรับสภาพต่างๆ ให้เอ้ืออานวยตอ่ การบรรลภุ ารกิจ การพ่ึงพาอาศัย
กนั และการประสานงานกันระหว่างบรรดาผู้นาภายในกองทัพบกทาให้พันธกิจที่เพิ่มมากขึ้นได้รับการปฏิบัติให้
ประสบความสาเรจ็ ทาให้กองทัพบกเป็นกาลังที่มีขีดความสามารถสูงสุดเป็นหลักสาคัญของประเทศชาติเป็นท่ี
ในใจของประชาชน และเครื่องมือสาคัญท่ีรัฐบาลต้องพ่ึงพาอาศัยในการสร้างความเกรงใจสาหรับมิตรประเทศ
สร้างความเกรงกลวั สาหรับคู่ขดั แย้ง ในพลงั อานาจของกองทัพบกไทย

21

37. ระดบั ของภาวะผูน้ า
กรณีศกึ ษาของกองทัพบกสหรฐั ฯ : ระดับภาวะผูน้ า 3 ระดับ ไดแ้ ก่ ระดบั ยุทธศาสตร์ ระดบั

องค์กร และระดบั ส่ังการตรง ปจั จัยทีใ่ ชพ้ จิ ารณาตาแหน่งของระดับภาวะผู้นารวมถึงชว่ งหา่ งของตาแหนง่ ท่ี
ควบคมุ ระดบั ของหนว่ ยเหนือ ขอบเขตของอานาจของผู้นาในการควบคุมอานาจที่มีตามตาแหนง่ ปจั จัยอ่นื ๆ
ได้แก่ ขนาดของหนว่ ยหรอื องค์กรประเภทของการปฏิบัติการ จานวนคนทไี่ ดร้ ับมอบ และขอบเขตความรใู้ น
การวางแผน

38. พน้ื ฐานภาวะผู้นา
“...ขอให้ทกุ คนเขา้ ใจให้ชัดว่าการทาหน้าท่ีของทหารให้บรรลุประสิทธิผลท้ังด้านยุทธการ ทั้งด้าน

การปฏิบตั ิพัฒนาให้เกิดความม่งั คงในชาติน้ัน
ข้อแรก จะต้องมีความจงรักและยึดม่ันในชาติบ้านเมือง ต้องมงุ่ ม่นั ที่จะปกปูองรักษาธารงอิสรภาพ

อธปิ ไตยไว้ทุกเม่ือด้วยสตปิ ญั ญาอนั ตรายจากความช่วั ความทุจริตท้ังหมด และจะเป็นพลังแรงส่งเสริมให้
กา้ วหนา้ ไปในหนา้ ทร่ี าชการ

ข้อสอง เมอื่ จะทาการใด ต้องต้ังใจทาใหจ้ ริง ดว้ ยความรบั ผิดชอบด้วยความบริสุทธิใ์ จ มุ่งถึงผลอนั
เปน็ ประโยชนพ์ ึงประสงค์ของการนัน้ เปน็ สาคญั

ข้อสาม ต้องใช้หลกั วิชา ใช้เหตผุ ล ความถกู ต้อง และความคิดไตร่ตรองทีบ่ ริสทุ ธดิ์ ้วยสติปญั ญา
เป็นเครื่องวนิ จิ ฉยั ตัดสินปัญหา และชน้ี าแนวทางปฏิบตั ิอยูเ่ สมอ

ข้อส่ี ตอ้ งถือว่างานทุกด้าน ทกุ สิ่งสมั พันธ์พึง่ พิงกนั และกันอยจู่ ึงจาเป็นตอ้ งร่วมมอื ประสาน
ประโยชนก์ ับทุกฝาุ ย ทุกคน ด้วยความเฉลยี วฉลาดและเมตตา ปรองดองกนั
ทง้ั ส่ีขอ้ นีเ้ ป็นสง่ิ ทจี่ ะขอนาไปพจิ ารณาให้ประจักษ์แก่ใจ แลว้ ถอื เปน็ วินยั ประจาตวั ควบคกู่ ับวินัยทหาร...”

กาลังพลทกุ นายในกองทัพตอ้ งมคี วามเข้าใจพ้นื ฐานเก่ียวกับภาวะผู้นาวา่ คอื อะไร และทาอะไร
บทนยิ ามของภาวะผ้นู าและผู้นา เปน็ การจดั การเรื่องท่ีมาของความแขง็ แกรง่ ของค่านยิ มในระดับรากแก้ว
ความเป็นนักรบและความเป็นทหารอาชีพ ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ และค่านิยมกองทพั บกมอี านาจตอ่ บุคลกิ ลกั ษณะของ
ผู้นา และการพัฒนาความเป็นทหารอาชีพ การปลูกฝงั ความปรารถนาทีจ่ ะได้ซง่ึ ความรู้เร่ืองการนา ผนู้ าประยุกต์
ความรเู้ หล่าน้ีภายในกรอบความสามารถที่แสดงให้เห็นถงึ การบรรลภุ ารกจิ บทบาทและหนา้ ท่ขี องผ้นู าทาง
ทหาร ประยกุ ต์ใชก้ บั ภาวะผู้นาซึง่ คาบเกยี่ วกนั 3 ระดับ ได้แก่ ระดับการสง่ั การโดยตรง ระดบั องคก์ ารและ
ระดับยทุ ธศาสตร์ ภาวะผ้นู าท้ัง 3 ระดับนี้ จะทาใหห้ น่วยบรรลุความเปน็ เลศิ ได้กต็ ่อเม่ือภาวะผู้นาในแตล่ ะ
ระดบั มีปฏสิ มั พนั ธก์ ันอยา่ มปี ระสทิ ธผิ ล

22

คาถามท้ายบท

1. ศิลปะความเป็นผนู้ า เกี่ยวข้องกับหนว่ ยทหารอย่างไรบ้าง
2. ความมุ่งหมายและขอบเขตของผูน้ าทางทหารเปน็ แนวทางสาหรบั หน่วยทหารระดบั ใดได้บา้ ง
3. ลักษณะความเปน็ ผนู้ าจะสง่ เสรมิ การปฏิบัติงานได้อย่างไรบ้าง
4. ในหลกั การผู้นา เราควรเลอื กใช้ในด้านใดไดบ้ า้ ง
5. เคร่อื งชผ้ี ู้นา เกี่ยวขอ้ งกบั ขวญั อยา่ งไร
6. เครื่องชี้ผนู้ า เกี่ยวข้องกบั วนิ ยั อยา่ งไร
7. เครอื่ งชี้ผนู้ าเกี่ยวข้องกับ สมรรถภาพอย่างไร
8. อยา่ งไรเรียกวา่ หน่วยทม่ี ปี ระสิทธภิ าพ
9. อย่างไรเรยี กว่าการบังคับบัญชา
10. ความเปน็ ผูน้ าเก่ยี วข้องกบั การปฏิบตั ิและสงั่ การอยา่ งไร

บทที่ 2

23

ลักษณะของความเป็นผนู้ า

1. คุณลักษณะของความเปน็ ผนู้ าโดยท่วั ไป
ความเปน็ ผู้นานน้ั มิได้จะมอี ยเู่ ฉพาะแตใ่ นวงการทหารเท่าน้ัน ในวงการอุตสาหกรรม, วงการรัฐบาล,

และวงการท่ตี อ้ งใช้คนทางานอื่น ๆ ทุกแห่งก็ต้องมีผู้นาด้วยเหมือนกัน ความเจริญก้าวหน้าและความสาเร็จผล
ในการปฏบิ ตั งิ านของหน่วยต่าง ๆ ย่อมจะข้ึนอย่กู บั คุณภาพ และประสิทธภิ าพของความเปน็ ผู้นาเสมอ

2. องค์ประกอบของความเปน็ ผู้นา
ความเปน็ ผู้นามีองคป์ ระกอบทีส่ าคัญอยู่สามประการ คือ ตัวผู้นา, หน่วยทหารหรือกลุ่มคนท่ีถูกนา

อยู่, สถานการณ์ซ่ึงผู้นาและหน่วยของตนเผชิญอยู่ ไม่มีวิธีการอันใดท่ีแน่นอนท่ีจะใช้ยึดเพื่อสร้างสรรค์คนให้
เป็นผู้นาได้ และกไ็ ม่เคยมผี ้นู าสองคน ท่ีใช้วธิ กี ารนาหนว่ ยเหมือนกันและได้รับผลเหมือนกันจนทุกประการ ใน
การวิเคราะห์ส่วนประกอบต่าง ๆ ของปัญหาความเป็นผู้นา ปัญหาหน่ึงน้ัน ผู้นาแต่ละคนอาจมีผล
กระทบกระเทือนตอ่ ปญั หาน้ันแตกต่างกันออกไปตามบุคลิกลักษณะของตัวผู้นาเอง, บุคลิกลักษณะของสมาชิก
ภายในหนว่ ยทีน่ าอย,ู่ และส่วนประกอบของสถานการณท์ ี่เผชญิ หน้าอยู่ เน่ืองจากความแตกต่างดังกล่าวนี้จึงไม่
สามารถทจ่ี ะใช้คาเฉลยทีเ่ ปน็ แบบหรอื มาตรฐานสาหรับแก้ปัญหาผู้นาได้ บุคคลท่ีมีความเฉลียวฉลาดปานกลาง
นั้น ถึงแม้จะมีประสบการณ์มากน้อยเพียงไรก็ตาม ก็สามารถท่ีจะศึกษา, ฝึกปฏิบัติ, ฝึกฝน และประยุกต์ใช้
เทคนิคของความเป็นผู้นาได้ ผู้นาแต่ละคนจะต้องหาวิธีการแก้ปัญหาสาหรับแต่ละปัญหาท่ีเกิดข้ึนด้วยตนเอง
โดยอาศยั การวเิ คราะหจ์ ากองคป์ ระกอบมลู ฐานทัง้ สามประการ คอื

2.1 ตัวผู้นา การศึกษาความเป็นผู้นาน้ัน ในชั้นแรกจะต้องเพ่งเล็งถึงตัวบุคคลท่ีเป็นผู้นาก่อน
นับเป็นเวลาหลายศตวรรษมาแล้ว ที่มนุษย์ได้รับตาแหน่งความเป็นหัวหน้าคนด้วยการรับมรดกตกทอด หรือ
ได้มาดว้ ยการทมี่ กี าลังกายเหนอื บุคคลอืน่ ๆ หรือโดยการใช้บุคลิกลักษณะท่ีดีเด่นบังคับ ความเช่ือถือได้ค่อย ๆ
พัฒนาข้ึนมาตามลาดับว่าความเป็นผู้นานั้นสามารถเรียนรู้ได้แต่คุณลักษณะหรือบุคลิกลักษณะบางอย่างได้
เกีย่ วขอ้ งกับความเปน็ ผู้นาตลอดเวลา ได้มีการศึกษาพิจารณากันอย่างมากท่ีจะค้นหา เพื่อให้ทราบถึงลักษณะ
ผู้นาแต่ละข้อ ซึ่งได้เคยเป็นบุคลิกลักษณะของบรรดาผู้นาทั้งหลาย หรือเพื่อทราบส่วนผสมผสานของ
คุณลักษณะต่าง ๆ ที่แสดงขีดความสามารถของความเป็นผู้นา รายการต่าง ๆ เป็นจานวนมากท่ีเจ้าหน้าที่ได้
เสนอให้ทราบน้ันได้เปิดเผยให้เห็นได้ว่า ความคิดเห็นเก่ียวกับคุณลักษณะท่ีเกี่ยวข้องกับแต่ละบุคคลที่ยอมรับ
กนั วา่ เป็นผู้นาท่ีมีความสามารถนั้นยังมีความแตกต่างกันอยู่มาก ผู้นาที่ดีย่อมจะมีคุณลักษณะผู้นาอยู่ในตนเอง
เป็นบางข้อ แต่จะไม่มีผู้นาคนใดท่ีมีคุณลักษณะอยู่ในตัวได้ครบทุกข้อ และจะมีผู้นาเป็นจานวนน้อยที่มี
คุณลักษณะผู้นาอยู่ในตัวเหมือน ๆ กัน แต่อย่างไรก็ตาม ย่อมจะปรากฏข้อเท็จจริงให้เห็นได้แล้วว่า ถึงแม้
กรรมพันธ์ุซ่ึงมีส่วนเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของมนุษย์ย่อมจะมีส่วนในบทบาทความเป็นผู้นาอยู่บ้างก็ตาม แต่ก็
มิได้หมายความว่ากรรมพันธ์ุน้ีจะต้องเป็นปัจจัยที่สาคัญที่สุดเกี่ยวกับความเป็นผู้นาเสมอไป ในการพัฒนา
ลักษณะความเป็นผนู้ าน้นั ปัจจัยท่จี ะพจิ ารณาว่ามีความสาคัญย่งิ กว่ากรรมพนั ธกุ์ ็คือ ประสบการณ์, การเรียนรู้,
และสิ่งแวดล้อม

24

2.2 หน่วยทหาร หน่วยทหารย่อมมสี ่วนเก่ยี วข้องต่อการตัดสนิ ใจใช้ลกั ษณะความเป็นผู้นาสองสถาน
คอื ในฐานะท่เี ปน็ กลุ่มคนและในฐานะท่ีเปน็ ทรี่ วมของทหารแต่ละบุคคล ปัจจัยต่าง ๆ ที่จะต้องนามาพิจารณา
ก็คือโครงร่างการจัดหน่วย ซึ่งได้แก่การได้รับการบรรจุและประสิทธิภาพของผู้บังคับบัญชาช้ันรอง ๆ และ
คณุ ลักษณะทางใจของคนกลุ่มนั้น ซ่ึงได้แก่ภูมิหลังและการศึกษาบุคลิกลักษณะของทหารแต่ละบุคคลในหน่วย
ระดับการฝกึ ทางการทหารและสภาพของวนิ ัย ความรักหม่คู ณะและขวัญ ในขณะท่ีศึกษากันถึงลักษณะโดยท่ัว
ๆ ไปของผู้นาเป็นจานวนมากเมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้ข้อยุติว่าผู้นาที่ดีน้ันจะต้องเป็นผู้ที่ตกลงใจได้สอดคล้องกับความ
จาเป็น และความต้องการของกลุ่มคนนั้น ๆ ซ่ึงหลักการอันนี้จะต้องนาไปใช้ในวงการทหารด้วยความ
ระมดั ระวัง ทั้งนเี้ พราะว่าผนู้ าทางทหารจาเปน็ จะตอ้ งพจิ ารณาถงึ การปฏิบตั ภิ ารกิจของหน่วย ให้สาเร็จลุล่วงไป
เป็นประการสาคัญเหนือส่ิงอ่ืนใด เพราะฉะน้ัน จึงอาจเป็นเหตุให้ไม่สามารถจะใช้หลักการดังกล่าวน้ีได้ แต่
อย่างไรก็ตาม ผู้นาท่ีดีจะต้องใช้ความพยายามทุกวิถีทาง เพื่อให้เข้าใจความจาเป็นและความต้องการของกลุ่ม
คน พยายามสนองความจาเป็นและความต้องการนั้นให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะกระทาได้ ซ่ึงการน้ีจะทาให้ผู้นาได้
นาเอาไปพิจารณา ในการกาหนดเปูาหมายหรือวัตถุประสงค์ขึ้น สามารถเลือกใช้วิธีการต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุ
เปูาหมายและวตั ถปุ ระสงคน์ ้ัน ๆ ได้

2.3 สถานการณ์ สถานการณ์ย่อมเกดิ ขน้ึ จากภารกิจที่ได้รับมอบรวมกับสิ่งแสดล้อมและปัจจัยอ่ืน ๆ
ท่ีนอกเหนือไปจากท่ีได้กล่าวมาแล้วในข้อ ก. และ ข. ข้างต้น ซึ่งจะมีผลกระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติภารกิจ
ให้สาเร็จลุล่วงไป ไม่เคยมีสถานการณ์ใดสองสถานการณ์ที่จะมีลักษณะเหมือนกันจนทุกประการ ส่ิงแวดล้อม
และภารกจิ ต่าง ๆ ยอ่ มมีขอบเขตครอบคลุมต้ังแต่มีความยุ่งยากซับซ้อน, ความเร่งด่วน, และการปฏิบัติการรบ
ที่จะต้องทาอย่างรวดเร็วไปจนถึงงานท่ีจะต้องปฏิบัติเป็นประจา, งานท่ีจะต้องกระทาบ่อย ๆ และรวมถึง
สถานการณ์ที่มิใช่การรบด้วย สถานการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ละครั้งน้ันมักจะมีรูปการที่ใหม่ ๆ และมีปัญหาแยกแยะ
ออกไปต่าง ๆ นานาพร้อมด้วยมีหนทางแก้ปัญหาเป็นของแต่ละปัญหา โดยเฉพาะผู้นาทั้งหลายจะต้องมีการ
ประมาณสถานการณ์ อย่างต่อเน่ืองตลอดเวลาท่ีมีสถานการณ์เปล่ียนแปลงไปบรรดาสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ผู้นา
เผชญิ น้ันจาเป็นจะตอ้ งดดั แปลงใช้ความเป็นผนู้ าใหถ้ กู ตอ้ ง

3. ความเปน็ ผ้นู าทม่ี อี านาจเต็ม กบั ความเป็นผ้นู าที่ต้องเกลี้ยกลอ่ มเอาใจผู้ใต้บงั คับบญั ชา
ถึงแม้ว่าพวกเราจะได้อาศัยอยู่ในประเทศที่มีระบอบการปกครอง ตามแบบประชาธิปไตยและมี

ความนิยมในวิถีทางแห่งประชาธิปไตย ซึ่งมีผู้นาทางรัฐบาลเป็นผู้ปกครองอย่างสูงส่งเพียงไรก็ตาม แต่ผู้นาทาง
ทหารจะต้องสานึกไว้อยูเ่ สมอวา่ กาลังทางทหารนน้ั ยอ่ มมไี วเ้ พอื่ สาหรบั ทาการปอู งกันประเทศชาติ ซึ่งตามปกติ
แล้ว ตามลักษณะของภารกิจและการจัดกาลังทหารย่อมไม่อานวยให้สามารถ ใช้ระบบการปกครองตามแบบ
ประชาธปิ ไตย ตามลกั ษณะที่กลา่ วมานไ้ี ด้กองทพั บกจึงมคี วามจาเปน็ ต้องจัดใหม้ กี ารปกครองในวิถีทางท่ีไม่เป็น
ประชาธิปไตยโดยแท้ โดยมผี นู้ าในระดับตา่ ง ๆ ปกครองกันลงไปตามลาดบั ช้ัน ซึ่งผู้นาแต่ละคนย่อมสามารถจะ
ตกลงใจและบริหารงานภายในหน่วยของตนได้ตามขอบเขตแห่งอานาจหน้าที่ท่ีได้รับมอบหมาย เพราะฉะนั้น
สาระสาคัญของการเป็นผู้นาทางการทหารจึงอยู่ท่ีการทรงไว้ซึ่งอานาจมาก กว่าการจะต้องเกล้ียกล่อมเอาใจ
ผู้ใต้บังคับบัญชา ถึงแม้ว่าในบางโอกาสผู้นาทางทหารจะเห็นว่าอาจใช้วิธีการเกลี้ยกล่อมและอาจใช้

25

ผใู้ ตบ้ ังคบั บญั ชาได้ก็ตาม แตอ่ ย่างไรก็ตามกไ็ มไ่ ด้หมายความว่าใหผ้ นู้ าทางทหารต้องตกลงใจตามความเห็นชอบ
ของตนโดยปราศจากเหตุผลหรืออย่างดันทุรัง เน่ืองจากความรับผิดชอบของผู้นาทางทหารน้ันใหญ่หลวงนัก
และการตกลงใจใด ๆ ก็จะต้องกระทาด้วยความเห็นชอบของตนเอง และเพราะว่าการตกลงใจของผู้นาทาง
ทหาร ตามปกติแล้วจะไม่สามารถอาศัยวิธีการจัดให้มีการถกแถลง, การอภิปราย, และการลงมติตามแบบ
ประชาธิปไตยได้ ผู้นาทางทหารจึงต้องพัฒนาการบังคับตนเองให้อยู่ในระดับสูง หลีกเลียงการตกลงใจแบบใจ
เร็วด่วนได้ และปราศจากการพิจารณาไตร่ตรองอย่างลึกซึ้ง ท้ังจะต้องคานึงถึงความเป็นอยู่ของ
ผู้ใต้บังคบั บัญชาของตนอยเู่ สมอ และทาการตกลงใจอย่างมสี ติชอบด้วยเหตุผลโดยอาศยั การพิจารณาปัจจัยต่าง
ๆ ทง้ั มวลท่เี กย่ี วข้องอย่างละเอียด ถ่ีถ้วน ดังน้ัน ผู้นาทางทหารท่ีดีจะต้องพยายามฝึกฝนอบรมลักษณะของตน
ให้สง่าผ่าเผยด้วยการใช้ความเด็ดขาดผสมผสานเข้าไปอย่างเหมาะสม โดยปราศจากการเย่อหยิ่งจองหองผู้นา
ทางทหารที่ดีจะต้องยอมรับนับถือในความสามารถพิเศษเฉพาะอย่าง ของผู้ใต้บังคับบัญชาของตนเสมอ แล้ว
พยายามใช้ความสามารถท่ีผู้ใต้บังคับบัญชามีอยู่น้ันให้เกิดประโยชน์ โดยการขอความเห็นในเม่ือมีโอกาสจะ
กระทาได้ และนาเอาข้อคิดเห็นเหล่านั้นมาพิจารณาประกอบในการตกลงใจของตน ถ้าผู้นาทางทหารปฏิบัติ
ตามหลักการตา่ ง ๆ ตามท่ีกล่าวมานี้ ย่อมจะทาให้ผู้ใต้บังคับบัญชายอมรับนับถือข้อตกลงใจของตนโดยไม่มีข้อ
กังขาใด ๆ ทั้งสิน้ และจะปฏบิ ัติตามคาสง่ั ของตนดว้ ยความตงั้ ใจและยนิ ดีดว้ ย

4. ความสมั พนั ธ์ระหว่างความเปน็ ผนู้ า, การบังคบั บญั ชา, และการจัดการ
องค์ประกอบของการเป็นผนู้ าท่มี ีประสทิ ธิภาพนัน้ จะต้องประกอบไปด้วยการบังคับบัญชา (แบบมี

อานาจเตม็ ) และการจัดการ (ประกอบด้วย การวางแผน, การอานวยการ, และการประสานงาน) เพ่ือให้บรรลุ
ถึงซ่ึงขีดความสามารถอย่างสูงสุด การดัดแปลงใช้เทคนิค และหลักการของความเป็นผู้นาให้สอดคล้องกันกับ
การบังคับบัญชาและการจัดการอย่างเหมาะสม ย่อมจะทาให้เกิดได้ทั้งพระเดชและพระคุณ ซึ่งจะเป็นเหตุให้
หนว่ ยใช้ความพยายามอย่างสูงสุดในการปฏบิ ตั งิ านเพ่อื มุ่งใหบ้ รรลุถึงเปูาหมายโดยท่ัวไปของหนว่ ย

5. แนวความคิดของความเปน็ ผ้นู าทางทหาร
แนวความคิดของความเป็นผู้นาทางทหาร เป็นจินตนาการท่ีจะทาให้ผู้นารู้จักความรับผิดชอบของ

ตน, รู้จักใช้คุณลักษณะอันเข้มแข็งต่าง ๆ ของตนให้เกิดประโยชน์, รู้จักการแก้ไขความอ่อนแอของตน, และ
รู้จกั ใช้หลกั การของความเป็นผนู้ าต่าง ๆ เป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน ในระหว่างที่ผู้นาทาการปกครองบังคับ
บัญชาหน่วยของตนอยู่นนั้ ผนู้ าจะใช้เทคนิคของความเป็นผู้นาบางประการ โดยวิธีเลือกปฏิบัติการ และสั่งการ
เพื่อชักจูงและแนะนาผู้ใต้บังคับบัญชาของตน ผู้นาจะต้องคอยกากับดูแลการปฏิบัติงานภายในหน่วยของตน
โดยวธิ ีการท่ไี มก่ ่อให้เกิดความกังวลใจแก่หน่วยด้วยการตรวจสอบว่าการปฏิบัติการและสั่งการได้กระทาสาเร็จ
คืบหน้าไปเพียงไร และจะต้องทาการประเมินค่าหน่วยของตนว่ามีเคร่ืองช้ีความเป็นผู้นาเพียงไรด้วย ท้ังนี้
เพื่อให้ความสามารถฝกึ ฝนขัดเกลาทหารทุกคนภายในหนว่ ยของตนใหเ้ ปน็ หนว่ ยท่ีมปี ระสิทธิภาพในการรบได้

6. บรรยากาศของความเป็นผู้นา

26

ผู้บงั คับบัญชาจะตอ้ งใชค้ วามพยายามอย่างสูงท่ีสุด เพ่อื ให้เกิดบรรยากาศแห่งความเป็นผู้นาภายใน
หน่วยของตน แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าให้ผู้บังคับบัญชาเป็นผู้สร้างบรรยากาศแห่งความเป็นผู้นาข้ึนด้วย
ตนเองโดยตรง บารมขี องผูบ้ งั คับบัญชาจะมีมากนอ้ ยเพยี งไรน้ันก็ยอ่ มจะร้สู ึกได้จากกริยาท่าทาง และระดับการ
ปฏิบัติความเป็นผู้นาที่ได้แสดงออกมา บรรยากาศแห่งความเป็นผู้นาซึ่งในบางคร้ังอาจเรียกว่าภาวะแวดล้อม
แห่งความเป็นผู้นานี้ ก็คือ สรุปสรุปของบารมี และการปฏิบัติโดยใช้ความเป็นผู้นาของบรรดาผู้นาทั้งมวล
ภายในหน่วยนน้ั ซ่ึงหมายถึงผลรวมของความเป็นผ้นู าทม่ี ีอยูภ่ ายในหนว่ ยนน่ั เอง

7. ความเปน็ ผู้นาเปน็ ศิลปอยา่ งหนึ่ง
ศิลปหมายถึงความชานาญในการปฏบิ ตั ิงานท่ีจะต้องอาศัยจากประสบการณ์, การศึกษาหาความรู้,

หรือจากการสังเกตจดจามา ลักษณะความเป็นผู้นาน้ีทุกคนท่ีมีความกระตือรือร้น และมีความสามารถทั้งทาง
ร่างกายและจิตใจอย่างสมบรู ณ์ จะสามารถเรียนรแู้ ละพฒั นาความเป็นผนู้ าไดใ้ นระดบั ต่าง ๆ กัน ความสามารถ
ในการเป็นผู้นาของบุคคลน้ันจะเกิดขึ้นได้จากความตั้งใจจริงของบุคคล ผู้น้ัน ในอันที่จะศึกษา, ฝึกหัด, และใช้
เทคนิคของความเปน็ ผนู้ าอย่างถูกต้อง

8. ความรบั ผิดชอบขั้นมูลฐานของผ้นู าและ/หรือผู้บงั คับบัญชา
ผู้บังคับบัญชาทางทหารจะต้องรับผิดชอบต่อการปฏิบัติการต่าง ๆ ท้ังปวงภายในหน่วยของตน

ผู้บังคับบัญชาแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้นที่จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อทุกส่ิงทุกอย่างที่หน่วยของตนได้กระทา ลงไป
หรอื ไม่กระทาขอบเขตแห่งความรับผิดชอบของผู้บังคับบัญชาอันกว้างขวางนี้สามารถจะทาให้แคบลงได้ โดยท่ี
ผู้บงั คบั บญั ชาจะตอ้ งสานึกอย่เู สมอวา่ ความรบั ผดิ ชอบตา่ ง ๆ ของตนแต่ละอย่างนั้น จะต้องพยายามกระทาให้
สาเร็จลุล่วงไป ภายในขอบเขตแห่งความรับผิดชอบขั้นมูลฐานของผู้บังคับบัญชาสองประการ กล่าวคือ การ
ปฏิบัติให้ภารกิจสาเร็จลุล่วงไปและการดูแลสวัสดิภาพของผู้ใต้บังคับบัญชา เพ่ือให้ความรับผิดชอบทั้งสอง
ประการนี้สาเร็จลงด้วยดี ผู้บังคับบัญชาท่ีดีจะต้องพยายามใช้ศิลปของความเป็นผู้นา คือ ใช้ความสัมพันธ์
ระหว่างบุคคลต่อบุคคล ซึ่งเนน้ ถึงความเก่ียวข้องระหว่างผู้นากับทหาร ในสถานการณ์ทั่ว ๆ ไปแล้วถือว่าความ
รบั ผดิ ชอบท้งั สองประการตามทกี่ ล่าวนี้ ตา่ งก็มีความสาคัญอย่างสาคัญอย่างเท่าเทียมกัน แต่ถ้าหากว่ามีความ
จาเป็นขัดแย้งกันเกิดขึ้น จะต้องถือว่าการปฏิบัติให้ภารกิจสาเร็จลุล่วงไปมีความสาคัญเหนือกว่าความเป็นอยู่
ของผู้ใต้บังคับบัญชา แต่อย่างไรก็ตามเม่ือเกิดกรณีเช่นน้ีขึ้น ผู้นาจาต้องพิจารณาการปฏิบัติภารกิจของตน ใน
ลกั ษณะทจ่ี ะต้องกระทาใหส้ าเรจ็ ลงพร้อม ๆ กับทผ่ี ูใ้ ต้บงั คบั บญั ชาของตนมีสวสั ดภิ าพอย่างดที ่สี ุด

9. ผนู้ าจะตอ้ งใชค้ ณุ ลักษณะอันเข้มแขง็ ของตนใหเ้ กดิ ประโยชน์
ผู้นาจะต้องเข้าใจผู้ใตบ้ ังคับบญั ชาของตนตามหน้าทขี่ องเขาเหล่าน้นั ท้งั เป็นรายบุคคลและเปน็

กลุ่มเล็ก ๆ และจะต้องเข้าใจตวั ของตัวเองดว้ ย ทั้งน้เี พราะว่าผลของความเป็นผู้นานนั้ จะเกิดข้นึ ได้ก็ต่อเม่ือมี
บุคคลตงั้ แต่สองคนข้นึ ไปมกี ารปฏบิ ัตติ ่อกนั ผู้นาจาเป็นจะตอ้ งประเมินค่าตนเองและพจิ ารณาคุณลักษณะของ
ตนที่มอี ยู่ ซึ่งจะชว่ ยทาใหผ้ ใู้ ต้บังคบั บญั ชาของตนมีความเชื่อฟัง, มีความมน่ั ใจ, มคี วามเคารพนับถือตอ่ ตนอยา่ ง
จริงใจและให้ความรว่ มมืออย่างจงรักภกั ดีแต่ขอ้ สาคญั อยู่ทวี่ า่ ผ้นู าต้องทาการประเมนิ ค่าตัวเองด้วยความซ่อื สัตยส์ ุจริต
เพอ่ื ตรวจดวู ่าตนมีคุณลักษณะของผู้นามากน้อยเพียงไร หลังจากท่ผี ้นู าได้ทาการพจิ ารณาหาคณุ ลักษณะอัน

27

ดเี ด่นของตนแล้ว ผนู้ าควรจะไดน้ าคุณลกั ษณะอนั ดเี ด่นของตนนน้ั ไปใชใ้ ห้บังเกดิ ประโยชน์ และใน
ขณะเดยี วกนั ก็ควรจะได้ปรับปรุงแกไ้ ขคุณลักษณะอันเปน็ จุดอ่อนของตนไปพรอ้ ม ๆ กันด้วย

10. ผนู้ าต้องใช้หลักการของผู้นาเป็นเคร่ืองนาทางตนเอง
หลักการของผู้นา จะเป็นเคร่ืองช่วยทาให้ปกครองบังคับบัญชาหน่วยได้อย่างเหมาะสมหลักการ

ของผ้นู าเหลา่ น้จี ะเป็นเคร่อื งช้ีใหเ้ หน็ ถึงหลกั การที่ดที ีส่ ุดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความเป็นผู้นาท่ีผู้บังคับบัญชาผู้มี
ช่ือเสียงในอดีตได้แสดงไวใ้ หเ้ ห็น ในการพิจารณาถึงแนวความคิดเกี่ยวกับการสงครามท้ังในปัจจุบันและอนาคต
แสดงให้เหน็ ได้ว่าหลกั การของผูน้ าเหล่านย้ี ่อมจะนาไปใช้ในอนาคตได้เช่นเดียวกนั

11. การปฏบิ ตั แิ ละการสง่ั การของผนู้ า
11.1 การปฏบิ ตั แิ ละการสงั่ การของผู้นา คือ วิธีการต่าง ๆ ที่ผู้ใช้เพื่อส่งเสริมให้หนทางปฏิบัติท่ีได้

พิจารณามาแล้ว บังเกิดผลดีตามความเหมาะสมท่ีจะให้ความรับผิดชอบของตนสาเร็จลุล่วงไปตั้งแต่หน่ึงอย่าง
ข้ึนไป ผู้นาไม่ควรจะม่ันใจว่าการปฏิบัติหรือการส่ังการอย่างใดอย่างหน่ึงของตนจะต้องประสบผลสาเร็จโดย
สมบูรณ์เสมอไป ทง้ั นเ้ี พราะมีปัจจัยต่าง ๆ ทีเ่ ก่ียวข้องอยู่หลายประการ แต่อย่างไรก็ตามผู้นาก็อาจจะมั่นใจใน
ประสิทธิผลของการปฏบิ ตั ิและการส่ังการของตนได้ ถ้าได้มีการพิจารณาถึงข่าวสารท้ังมวลท่ีมีอยู่อย่างละเอียด
ถี่ถ้วน ซึ่งได้แก่ความรู้เก่ียวกับบุคลิกลักษณะของตนเอง, บุคลิกลักษณะของผู้บังคับบัญชาช้ันเหนือและ
ผู้ใต้บังคับบัญชา, และการประเมินค่าเกี่ยวกับสถานการณ์และสิ่งแวดล้อมที่หน่วยของตนกาลังเผชิญอยู่อย่าง
ถูกต้อง หลังจากที่เร่ิมปฏิบัติการหรือออกคาสั่งการไปแล้ว ผู้นาจะต้องต่ืนตัวอยู่เสมอ และจะต้องพร้อมท่ีจะ
ปรับปรุงแก้ไขได้อยา่ งทนั เวลาตามความจาเป็นเทา่ ทส่ี ถานการณเ์ ปล่ียนแปลงไป

11.2 ผู้นาจะตอ้ งส่งั การต่อผู้ใต้บงั คับบญั ชาของตนอย่างมปี ระสิทธิภาพ ผู้นาไม่เพียงแต่จะต้อง สั่ง
การเรื่องต่าง ๆ ที่ตนคิดว่าจะส่ังการเท่าน้ัน แต่ผู้นาจะต้องมีความมั่นใจว่าเรื่องท่ีตนส่ังการนั้นผู้รับคาสั่งต้อง
สามารถเข้าใจอย่างถ่องแท้ด้วย คาสั่งการต่าง ๆ น้ันถึงแม้ว่าจะมีความเหมาะสมดีสักเพียงไรก็ตาม แต่ถ้าไม่มี
การสง่ั การตอ่ ผใู้ ตบ้ งั คับบญั ชาอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพแลว้ คาสงั่ นนั่ กอ็ าจจะไร้คา่

11.3 นอกจากน้ีผู้นาอาจพิจารณาถึงความเหมาะสมของการปฏิบัติการ หรือคาสั่งการล่วงหน้าได้
โดยการตรวจวิธีการปฏิบัติการต่าง ๆ ของตนตามที่ตั้งใจไว้ว่าจะใช้ ทั้งน้ีเพ่ือให้ทราบว่าการปฏิบัติและการส่ัง
การนน้ั

1) จะทาให้ หรือช่วยทาให้ความรับผิดชอบขั้นมูลฐานของผู้บังคับบัญชาสาเร็จลุล่วงไปได้
หน่ึง หรือท้งั สองประการหรอื ไม่

2) ได้กระทาลงไปโดยใช้หลักการของผูน้ าเป็นแนวทางหรือไม่
3) ไดใ้ ชค้ ณุ ลกั ษณะของความเปน็ ผู้นาอนั ดีเดน่ ของตน ใหบ้ งั เกิดประโยชนห์ รอื ไม่
12. การกากบั ดูแล
ผู้นาที่ดีน้นั ย่อมจะตระหนักดีวา่ ตนเองจะตอ้ งใชเ้ วลาไป เพื่อการกากับดูแลและปฏิบัติงานที่กาลัง
ดาเนินการอยู่มากกว่าการใช้เวลา เพื่อทาและออกคาสั่งการให้ปฏิบัติงานในการกากับดูแลท่ีถูกต้องนั้น ผู้นา
จะต้องพยายามเสริมสร้างสมรรถภาพในการทางานของตนเองในเรื่องท่ีตรวจน้ัน ๆ ให้มีความรู้อย่างเพียงพอ

28
เพ่ือให้ตนสามารถทราบได้ว่างานน้ันได้ดาเนินไปอย่างเป็นที่น่าพอใจหรือไม่ ผู้นาจะต้องทาการกากับดูแลใน
ลักษณะของการตรวจความคืบหน้าของการปฏิบัติงานตามคาสั่ง และการน้ีจะต้องกระทาในลักษณะที่ไม่เป็น
การรบกวนผใู้ ต้บงั คบั บญั ชาใหไ้ ดร้ ับความลาบากใจจนเกนิ ไป

13. ผนู้ าตอ้ งประเมินค่าหนว่ ยของตนอย่างต่อเน่อื ง
ผ้นู าจะต้องหดั ประเมินค่าหน่วยของตนอย่างต่อเน่ือง โดยใช้เครื่องช้ีความเป็นผู้นาส่ีประการเป็น

เครื่องวัด ซ่งึ ไดแ้ ก่ ขวญั , ความรกั หมคู่ ณะ, วนิ ัย, และสมรรถภาพ การประเมิน คา่ นี้จะเป็นเครื่องช่วยให้ผู้นาได้
มีการพิจารณาถึงปัญหาความเป็นผู้นาต่าง ๆ ท่ีเกิดขึ้นในหน่วย, ประสิทธิภาพของผู้นา, และประสิทธิภาพใน
การรบของหน่วย

คาถามทา้ ยบท

29

1. ความเปน็ ผู้นาสามารถนาไปใช้ในวงการใดไดบ้ า้ ง
2. องค์ประกอบของผนู้ ามีความสาคัญในส่วนใดบา้ ง
3. การพฒั นาความเป็นผ้นู าสามารถพัฒนาด้วยวิธีใดบ้าง
4. ตวั ผู้นา หนว่ ยทหาร สถานการณ์ มที ่ีมาอย่างไร
5. ความเป็นผู้นาท่มี ีอานาจเต็ม แตกต่างจาก ผู้นาท่ีต้องเกลีย้ กล่อมอย่างไร
6. บอกถงึ ความสมั พนั ธร์ ะหว่างความเป็นผนู้ า การบังคับบัญชาและการจดั การ
7. องค์ประกอบของความเป็นผ้นู าทมี่ ีประสิทธิภาพ กระทาไดอ้ ย่างไร
8. การสร้าง บรรยากาศใหเ้ ข้ากับภาวะแวดลอ้ มแห่งผูน้ า หมายถงึ อยา่ งไร
9. ความเปน็ ผู้นาเป็นศลิ ปะอยา่ งหน่งึ ในความหมายอธบิ ายไดอ้ ยา่ งไร
10. ผนู้ า ใชค้ ณุ ลักษณะอันเข้มแขง็ ของตนให้เกิดประโยชน์ไดอ้ ย่างไร

บทที่ 3

พฤตกิ รรมของมนษุ ย์

30

1. กลา่ วนา
1.1 ความสามารถในการปกครองบังคับบัญชาบุคคลอ่ืน ๆ ก็คือ ศิลปะของความเป็นผู้นาศิลปะของ

ความเป็นผู้นาน้ีย่อมประกอบด้วย การทาความเข้าใจ, การคาดหมาย, และการควบคุมพฤติกรรมของบุคคล
เหลา่ นั้น ผบู้ งั คบั บญั ชาจะสามารถทางานของตนได้อย่างถูกต้อง ถ้ามีความพยายามอย่างแน่วแน่ท่ีจะทาความ
เข้าใจตัวของตัวเอง และทหารท่ีอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของตนทุก ๆ คนโดยตลอด ผู้บังคับบัญชาไม่
จาเป็นต้องเป็นนักจิตวิทยา แต่จาเป็นจะต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับหลักพ้ืนฐานของพฤติกรรมของมนุษย์
เพ่อื ให้การปกครองบงั คบั บญั ชาทหารในหนว่ ยของตนบังเกิดผลอย่างสงู สดุ

1.2 ผู้นาจะต้องสานึกอยเู่ สมอวา่ การปฏิบัติการและการส่ังการต่าง ๆ ของตนนั้น ย่อมจะบังเกิดผล
ตอ่ ทหารภายใต้บงั คับบัญชาของตนแตกต่างกันออกไปเป็นรายบุคคล และทหารแต่ละบุคคลเหล่าน้ัน ก็ย่อมจะ
มีความรู้สึกตอบสนองแตกต่างกันออกไปด้วย ความสัมพันธ์ของปฏิกิริยาตอบโต้ต่าง ๆ ท่ีเกิดข้ึนในระหว่าง
ทหารเป็นบุคคลของกลุ่มน้ี จะเป็นผลทาให้ผู้นาได้ทราบถึงทัศนคติของกลุ่มทหารเหล่านั้นที่มีต่อตน และต่อ
ภารกจิ ท่ีตนได้มอบหมายใหไ้ ด้ ดังนนั้ ผนู้ าท่สี ามารถทาให้ตนได้รับปฏิกิริยาตอบโต้จากผู้ใต้บังคับบัญชาภายใน
หน่วยเป็นรายบคุ คล ตามความตอ้ งการของตนได้ ยอ่ มจะคาดหมายได้ว่าจะได้รับปฏิกริ ิยาตอบโต้ของกลุ่มตาม
ความต้องการได้ด้วยและการนี้ย่อมจะช่วยทาให้ผู้นาสามารถป้ันกลุ่มทหารให้เป็นชุดปฏิบัติการที่มี
ประสทิ ธภิ าพได้

1.3 อันที่จรงิ แล้ว ผนู้ าย่อมมีหน้าท่ีจะต้องรักษาการติดต่ออย่าใกล้ชิดกับกลุ่มทหารเพียงกลุ่มเล็ก ๆ
ด้วยตัวเองเท่านั้น โดยไม่ต้องคานึงถึงว่าบุคคลท่ีอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของตนท้ังหมดนั้นจะมีเป็นจานวน
เท่าใด ผนู้ าจะตอ้ งยดึ ถอื เอากลุ่มทหารเลก็ ๆ น้นั มาเปน็ เครอื่ งกาหนดความมุ่งหมายของตน และปฏิบัติการไป
ตามความมุ่งหมายนั้น ความสาเร็จของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งนั้นย่อมขึ้นอยู่กับขีดความสามารถของผู้นาในอันท่ีจะ
เสริมสร้างสัมพันธภาพระหว่างตนเอง, กลุ่ม, และทหารแต่ละบุคคลภายในกลุ่มได้เพียงใด เง่ือนไขต่าง ๆ
ดังกล่าวน้ีจะเป็นเคร่ืองพัฒนาบรรยากาศซึ่งจะเป็นผลทาให้กลุ่มทหารต่าง ๆ และทหารแต่ละบุคคลมีความ
ตื่นตัว, มีการทางานรวมกันเป็นชุด, และมีความเชื่อมั่นและนับถือซึ่งกันและกันเป็นอย่างดี เพราะฉะน้ันผู้นา
จะต้องมีความเข้าใจถึงความสาคัญของการปฏิบัติต่อกันและกันตามที่กล่าวมานี้ว่ามีอิทธิพลเพียงใด และใน
ทานองเดียวกันจะต้องมีความเข้าใจว่าสถานการณ์น้ันมีความสาคัญและอิทธิพลเพียงใดด้วย ผู้นาจะต้องใช้
ความพยายามท้ังมวลเพ่ือนาไปสู่สภาพการณ์ที่เกิดข้ึนต่าง ๆ ที่จะทาให้การปฏิบัติภารกิจสาเร็จลุล่วงไปได้
ด้วยดี

2. ความแตกตา่ งระหวา่ งทหารแต่ละบคุ คล
2.1 บุคคลแต่ละคนน้ันย่อมจะไม่เหมือนกัน ในระดับท่ีแตกต่างกันออกไปเพราะบุคลิกลักษณะของ

ทหารแต่ละคน ก็คือ อากัปกิริยาของทหารท่ีเกิดข้ึนจากพื้นฐานดังเดิม, สิ่งแวดล้อม, และประสบการณ์ หรือ

31

เกดิ ขนึ้ จากปฏกิ ริ ยิ าระหว่างบุคลกิ ลักษณะทางรา่ งกาย, ทางจติ ใจ, และทางอารมณ์ท้ังมวลของทหารแต่ละคนก็
ได้ บคุ ลกิ ลักษณะตา่ ง ๆ ดังกลา่ วนี้แต่ละบคุ คลยอ่ มจะมแี ตกตา่ งกันออกไป

1) คุณลักษณะทางร่างกายและจิตใจ จะเป็นเครื่องช่วยให้สามารถพิจารณาชนิดของงานท่ีจะ
มอบให้กับทหารได้อย่างเหมาะสมท่ีสุดเป็นคน ๆ ไป ทั้งยังจะเป็นเคร่ืองบ่งถึงชนิดและความหนักเบาของงาน
ซงึ่ ตอ้ งใช้กาลงั ร่างกายท่ีควรจะมอบใหท้ หารปฏิบัติตามขีดความสามารถของเขาด้วย ทหารบางคนอาจทางานที่
ต้องใช้ความสามารถทางเครื่องจักรกลได้ดีกว่าคนอ่ืน ๆ แต่บางคนอาจมีความสามารถในการปฏิบัติงานที่
ยุ่งยากใจซ่ึงจาเป็นต้องใช้ทั้งเหตุผล, การสรุปความเห็นโดยอาศัยการพิจารณาเหตุผล, และนาผลสรุปจาก
เหตุผลน้ันมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ถ้ามอบงานชั้นเลวให้กับทหารท่ีเฉลียวฉลาดปฏิบัติ เขาอาจเกิดความเบื่ อ
หน่ายและไม่พอใจ ถ้ามอบงานใหก้ บั ทหารเกินกว่าขีดความสามารถที่จะเข้าปฏิบัติงานนั้นได้ เขาอาจเกิดความ
ท้อใจ, ส้ินความพยายาม, หรือไม่พอใจก็ได้ ทหารที่ได้รับมอบหมายงานไม่ตรงตามคุณลักษณะของตนน้ันย่อม
ไมส่ ามารถทจี่ ะหวงั ได้วา่ เขาจะทาให้การทางานรว่ มกนั เป็นชุดบงั เกิดผลดีอย่างสูงสดุ ได้เลย

2) คุณลักษณะทางอารมณ์ นับว่าเป็นส่วนประกอบอันสาคัญย่ิงของบุคลิกลักษณะของทหาร
ผบู้ ังคับบญั ชาจะต้องเขา้ ใจตอ่ หนทางท่ที หารจะแสดงปฏกิ ริ ิยาโตต้ อบตอ่ ปญั หาทีย่ งุ่ ยากอนั ตราย, และงานหนัก
ภายใตค้ วามกดดันอย่างเดยี วกัน ทหารคนหนงึ่ อาจมีอารมณ์ขุ่นมัว ทหารอีกคนหน่ึงอาจเลิกล้มหรือผละงานไป
เลย แตใ่ นขณะเดียวกนั ทหารอีกคนหนึ่งอาจจะมปี ฏิกริ ิยาตอบโต้อยา่ งสงบกไ็ ด้

2.2 บุคลิกลักษณะของบุคคลแต่ละคนน้ัน ย่อมจะไม่เหมือนกันและจะเปล่ียนแปลงไปได้ทุกเวลา
คนเราย่อมมกี ารเปลย่ี นแปลงคณุ ลกั ษณะทางรา่ งกาย, ทางจติ ใจ, และทางอารมณ์เมื่อได้เจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่
ขนึ้ และมปี ระสบการณ์มากขึน้ ปจั จยั ตา่ ง ๆ ท่ีจะกอ่ ให้เกดิ บคุ ลกิ ลกั ษณะนัน้ ไดแ้ ก่

1) กรรมพันธ์ุ บุคคลแต่ละคนย่อมรับช่วงคุณลักษณะต่าง ๆ หลายอย่างด้วยกันมาจากบิดา
มารดา ของตน ตัวอย่างเช่น คนคนหนึ่งอาจได้รับมรดก ความเฉลียวฉลาดมาจากบิดามารดาจนได้เป็น
นักวิทยาศาสตร์ช้ันยอดเย่ียม เป็นต้น บุคคลอาจได้รับมรดกในการเจริญเติบโตของร่างกายมาจากบิดามารดา
จนมีความสูงได้ถึง 6 ฟุต ไม่ว่าเขาจะได้รับขีดความสามารถ อันเป็นมรดกตกทอดมาจากบิดามารดามากน้อย
เพียงใดก็ตาม คุณลักษณะของเขาย่อมจะต้องขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อม และประสบการณ์ในชีวิตของเขาเองเป็น
สาคญั

2) สิ่งแวดล้อม หมายถึงเร่ืองต่าง ๆ ในโลกเท่าท่ีทหารได้ทราบมา สิ่งแวดล้อมของทหารย่อม
ประกอบด้วยครอบครัวท่ีตนอาศัยอยู่, วัดและโรงเรียนที่ไป, และขนบธรรมเนียมประเพณีของชนกลุ่มเขา
สิ่งแวดล้อมย่อมมีผลกระทบกระเทือนถึงบุคลิกลักษณะของทหารได้อย่างแท้จริง ยกตัวอย่างเช่น เด็กผู้ชายท่ี
สืบพันธุ์มาจากคนท่ีทีความสูง 6 ฟุต ส่วนหน่ึงของสิ่งแวดล้อมของเขา ซ่ึงได้แก่ ชนิดของอาหาร, ปริมาณของ
การออกกาลังกาย, และภาวะการณทางสุขภาพอาจเป็นเครื่องช่วย หรือเป็นเคร่ือง บ่ันทอนในความ
เจริญเติบโตของเขาให้มคี วามสูงถึงหรือไม่ถงึ 6 ฟุตก็ได้ สิ่งแวดล้อมของทหารแต่ละคนนั้นอาจจะเป็นเครื่องเร่ง
หรือหน่วงเหนยี่ ว การพัฒนาฐานะทางจติ ใจที่มอี ยตู่ ามกรรมพนั ธ์ุ ให้เรว็ ขึ้นหรือช้าก็ได้

32

3) ประสบการณ์ คนฝาแฝดที่ได้รับการเล้ียงดูมาในส่ิงแวดล้อมเหมือนกัน แต่ก็อาจจะมี
บุคลิกลักษณะแตกต่างกันออกไปได้ ซ่ึงคนหนึ่งอาจได้ประสบการณ์แตกต่างไปจากอีกคนหนึ่งก็ได้
ประสบการณ์ต่าง ๆ ท่ีแต่ละบุคคลมีอยู่นั้น จะเป็นผลกระทบกระเทือนต่อบุคคลน้ันได้ท้ังในทางร่างกายและ
จติ ใจ นอกจากนีป้ ระสบการณ์ต่าง ๆ ท่ีแตกต่างกันนี้ยังมีบทบาทในการปลูกฝังอารมณ์ และเสริมสร้างทัศนคติ
ใหก้ บั แตล่ ะบุคคลไดอ้ ย่างแทจ้ รงิ ดว้ ย เนอ่ื งจากทหารแต่ละคนยอ่ มมีความแตกต่างกันในเรื่องรูปพรรณสัณฐาน,
สงิ่ แวดลอ้ ม, และประสบการณ์ เพราะฉะนั้นจะตอ้ งมกี ารประเมินค่าทหารแต่ละคนเปน็ รายบุคคลไป

3. รากฐานของพฤติกรรม
3.1 ความตอ้ งการพ้ืนฐานของมนุษย์ ถ้าแบบอย่างของพฤติกรรมของบุคคลแต่ละคนเป็นที่ยอมรับ

กนั ในวงสังคมแล้ว จะต้องยอมใหเ้ ขาได้พบสภาพการณ์บางอย่างอันเป็นท่ีหน้าพึงพอใจของเขาสภาพการณ์ต่าง
ๆ เหล่านี้หรือหรือรากฐานของพฤติกรรมอาจกล่าวได้ว่า คือ ความต้องการข้ันมูลฐานของมนุษย์น่ันเอง ความ
ต้องการข้นั มลู ฐานน้ีสว่ นหนึง่ จะได้แก่ความตอ้ งการทางกาย และความต้องการส่วนอื่น ๆ น้ัน จะเกิดข้ึนได้จาก
การเรียนรใู้ นการดาเนินชีวติ ของบุคคลนน้ั ๆ

1) ความต้องการทางกาย ความพงึ พอใจเก่ยี วกับความต้องการทางกาย อาจกลายเป็นจุดหมาย
ที่จะกระตุ้นให้แต่ละบุคคลปฏิบัติตนในลักษณะการอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะก็ได้ความต้องการทางกาย
ได้แก่ความต้องการเกี่ยวกับอาหาร, เคร่ืองด่ืม, เครื่องแต่งกาย, ที่อยู่อาศัย และการทางานตามหน้าท่ีของ
ร่างกายตามปกติ

2) ความตอ้ งการอนั เกิดจากการเรยี นรู้ ความต้องการอนั เกิดจากการไดเ้ รยี นรู้เป็นความต้องการ
ที่เก่ียวข้องกับความสัมพันธ์ของบุคคลคนหนึ่งกับบุคคลคนอ่ืน ๆ ความต้องการอันน้ีย่อมจะเกิดขึ้นกับแต่ละ
บุคคลตลอดชวี ติ ในขณะท่เี ขาเรียนร้วู ่า ตามประเพณขี องเขาน้นั อะไรเป็นสงิ่ ทคี่ นท่ัว ๆ ไปยกย่อง และได้ทราบ
ถึงความสาคัญของคนอ่ืน ๆ เปรียบเทียบกับความเป็นอยู่ของตนเอง ความต้องการอันนี้อาจมีความรุนแรง
เทา่ กับความต้องการทางกาย ซ่งึ มคี วามจาเป็นมากกว่าก็ได้ และมนุษย์มักจะมีปฏิกิริยาต่าง ๆ เพ่ือให้บรรลุถึง
ความพึงพอใจของตนเอง ถึงแม้ว่าความต้องการอันเกิดจากการได้เรียนรู้นี้ อาจจะแบ่งแยกประเภทออกไปได้
หลายประเภทด้วยกันก็ตาม แต่ที่สาคัญ ๆ มีอยู่สามประเภทด้วยกัน คือ ความปลอดภัย, ความยินยอมของ
สงั คม, และการยอมรับนบั ถอื

2.1) ความปลอดภัย คนเราย่อมจะสามารถทานายผลท่ีจะเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้
ล่วงหน้าว่าการปฏิบัติงานบางอย่างของตนน้ัน อาจมีผลทาให้เกิดอันตรายทางอารมณ์, ทางวัตถุ, หรือทางราง
กายได้ และมักจะมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตนเองให้เป็นไปตามท่ีตนทานายน้ัน อาจมีบุคคล
อยูเ่ ปน็ จานวนมากที่กลา้ ยอมเส่ียงอันตรายอนั นา่ สะพรึงกลัวต่าง ๆ เพือ่ หวังจะให้ตนเองได้รับความปลอดภัยใน
อนาคตมากข้ึน ย่อมไม่มีใครต้องการท่ีจะได้รับบาดเจ็บมีแต่อยากจะให้ตนเองได้รับความปลอดภัยทางร่างกาย
ดว้ ยกัน ท้ังนน้ั ไมว่ ่าจะเปน็ ฝาุ ยตามทาลายหรอื ถกู ตามทาลายก็ตาม

2.2) ความยินยอมของสังคม ความต้องการในเรือ่ งความยินยอมจากกลมุ่ ชนนี้เป็นความ
ต้องการทค่ี นเรามีความปรารถนามากทส่ี ดุ ทกุ คนจะพยายามอย่างสดุ ซึ้งทจี่ ะให้ตนเองไดร้ ับความยินยอมจาก

33

ผู้อนื่ จะมีอยูบ่ ้างกเ็ พียงบคุ คลเป็นบางคนเท่าน้ันทชี่ อบกระทาตนให้เปน็ ท่ีเกลยี ดชังของผู้อื่น ทกุ คนย่อมจะ
ทราบดีแลว้ ว่าถ้าเป็นผูใ้ ห้ความรว่ มมือกับบคุ คลอน่ื ๆ ในสงั คมแล้วยอ่ มจะไดร้ บั ความรุ่งเรอื งมาก ถ้าคนเราได้
ปฏบิ ัตขิ ดั ต่ออดุ มคติและความเชอื่ ถือของกลุ่มชนอย่างแท้จรงิ แล้ว บคุ คลนัน้ ย่อมจะมีโอกาสเส่ียงตอ่ อนั ตราย
ต่าง ๆ ได้ ทงั้ ในทางวัตถุและทางรา่ งกาย

2.3) การยอมรบั นบั ถอื ย่อมเป็นท่ที ราบกันดีอยแู่ ลว้ ว่าคนเรานัน้ มักจะมคี วามต้องการทจี่ ะ
เป็นทยี่ อมรับนับถือของบุคคลอืน่ ทกุ คนพยายามทางานหนักเพ่ือหวงั จะใหต้ นประสบผลสาเร็จบางอย่างตามท่ี
ตนมุ่งหมายไว้ แต่ถา้ ผลงานท่ีทานนั้ ไมเ่ ปน็ ท่ยี อมรับนับถือของผู้อ่นื จะทาใหเ้ ขาต้องคิดเลกิ ล้มไป และพยายาม
เปล่ียนไปใช้แบบอย่างพฤติกรรมแบบอน่ื แทน แม้แตเ่ พียงผบู้ งั คับบัญชาใช้มือตบหลัง ผู้ใต้บงั คบั บัญชาของตน
เพียงครั้งเดียวเทา่ นัน้ ก็มักจะทาให้ผ้ใู ตบ้ ังคบั บญั ชาเกิดความรู้สึกวา่ การปฏบิ ัติงานของตนน้นั เปน็ ทย่ี อมรับนับ
ถอื ของผู้บงั คบั บญั ชาของตนแล้ว

3.2 ความต้องการท่ที ุกคนมคี ล้ายคลงึ กัน บคุ คลทุกคนย่อมมีความต้องการทางกายคล้ายคลงึ กนั
แต่สาหรับความต้องการอนั เกิดจากการได้เรียนรนู้ ้นั มักจะมีเหมอื นกนั กเ็ ฉพาะแต่ในกลมุ่ บุคคลที่มีวัฒนธรรม
เหมือนกนั เท่านน้ั ตัวอย่างเชน่ ถงึ แม้วา่ คนอเมริกันจะมคี วามแตกต่างกันอยู่ก็ตาม แต่อาจมคี วามรสู้ กึ ในเรื่อง
ความตอ้ งการความปลอดภัย, ความยินยอมของสังคม, หรือการยอมรบั นับถือในขอบเขตท่ีแตกตา่ งกนั ออกไป
แตว่ า่ บุคคลเหลา่ นั้นเกือบทุกคนจะต้องมีความต้องการในทั้งสามเรื่องน้ีเหมือน ๆ กนั หมด ผู้นาจะต้องร้จู ัก
ลักษณะของความตอ้ งการท่ีคล้ายคลงึ กันทั้งหมดตามที่กล่าวมาน้ี และนาไปใชเ้ พื่อใหก้ ารปฏิบัตงิ านมี
ประสทิ ธภิ าพมากย่งิ ข้นึ และเพ่ือใหผ้ ูใ้ ตบ้ ังคบั บัญชาของตนมีปฏกิ ิริยาตามท่ปี ระสงค์ไปในทางเดียวกนั มากขึน้
แต่อย่างไรกต็ าม ควรจะพึงระมัดระวังอยู่อย่างหน่ึงวา่ ผ้นู าจะต้องพงึ ระลกึ อยเู่ สมอว่า ความต้องการอนั เกดิ จาก
การเรียนร้นู ้ีย่อมจะแตกต่างกันออกไปตามวัฒนธรรมนัน้ ๆ ด้วย และยิ่งถา้ จะตอ้ งปฏิบตั ิงานร่วมกบั หน่วย
ทหารตา่ งชาติดว้ ยแล้ว ผนู้ าจะตอ้ งพยายามทราบถงึ ความสาคัญของความตอ้ งการอนั เกดิ จากการเรยี นรขู้ อง
วฒั นธรรมน้ัน ๆ แล้วใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์ เมอ่ื ปฏิบตั ิการเก่ียวขอ้ งกับหนว่ ยทหารต่างชาตนิ ั้น ๆ

4. คุณค่าทางคณุ ธรรมและจติ ใจ
ตามปกติแล้ว บุคคลท่ีมีความเป็นผู้ใหญ่อยู่ในวงสังคม ย่อมจะเป็นคนที่มีคุณค่าทางคุณธรรมและ

จิตใจสูงพอสมควร คุณค่าทางคุณธรรมและจิตใจนี้ ไม่เพียงแต่จะเป็นเครื่องส่งเสริมคุณลักษณะของบุคคล
เทา่ นั้น แตย่ ังจะทาให้แต่ละบุคคลมคี วามเข้มแขง็ และมคี วามมั่นคงอยใู่ นตวั พอทีจ่ ะปฏบิ ัติงานในห้วงเวลาวิกฤต
ได้อีกด้วย บุคคลผู้ท่ีต้องการยกระดับคุณธรรมและจิตใจของตนให้บรรลุถึงหลักเกณฑ์ท่ียอมรับกันในวงสังคม
ของตนน้ัน ย่อมจะช่วยให้เขาเอาชนะความเกรงกลัวใด ๆ ได้ ซ่ึงจะเป็นหนทางทาให้เกิดกาลังใจท่ีจะเผชิญกับ
ปัญหาที่ยากลาบากในการดาเนินชีวิตประจาวันของตน หรือมีกาลังใจที่จะทาการต่อสู้อย่างมีประสิทธิภาพใน
การรบ ส่วนแหล่งพลังอื่น ๆ ท่ีจะทาให้เกิดเสถียรภาพอันม่ันคงนั้น ย่อมได้แก่วินัย, การเร้าความสนใจ, ขวัญ,
และความรักหมู่คณะผู้นาท่ีมีประสิทธิภาพจะต้องพยายามรู้จักความเข้มแข็งทางใจ ซ่ึงสามารถได้จากส่ิง
ศักดสิ์ ิทธิ์ท้งั หลาย และจะต้องทราบถงึ ความสาคญั ของความต้องการทางใจต่อส่ิงศักดิ์สิทธิ์ของแต่ละบุคคลด้วย
แลว้ พยายามให้เขาได้มีโอกาสทาการสักการะบวงสรวงเท่าที่โอกาสจะอานวยให้นอกเหนือส่ิงอื่นใดทั้งส้ิน ผู้นา

34

ต้องเข้าใจถึงคุณลักษณะของตนเอง ซึ่งมีอิทธิพลสาคัญต่อการ จูงใจผู้ใต้บังคับบัญชาของตน ถ้าผู้นาแสดงออก
ให้เห็นว่าตนมีคุณธรรมอันสูงส่ง และมีความมั่นคงในคุณธรรมแล้ว คุณลักษณะนี้จะมีอานาจชักนาต่อ
ผู้ใต้บังคับบัญชาของเขา จากแง่คิดอันนี้จะเห็นได้ว่าผู้นาท่ีดาเนินชีวิตอยู่ในกรอบของคุณธรรมนั้น มี
ความสาคัญอย่างย่ิง เพราะจะเป็นปัจจัยท่ีก่อให้เกิดคุณลักษณะที่มั่นคงต่อคุณธรรมให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาได้
ปัจจัยดังกล่าวน้ีย่อมจะเป็นเสมือนเครื่องยึดเหนี่ยวในการดาเนินชีวิตของตนเอง เมื่อต้องเผชิญกับความ
ยากลาบาก ผนู้ าซงึ่ มีความเข้าใจโดยถ่องแท้ และแสดงใหเ้ หน็ ถึงคุณธรรมและคุณค่าทางจิตใจน้ัน ย่อมเป็นผู้นา
ท่ีพรอ้ มแลว้ ที่จะนาผใู้ ต้บังคับบัญชาของตนในยุคนิวเคลียร์ ซ่ึงทหารอาจต้องเผชิญกับอันตรายจากกาลังรบที่มี
อานาจทาลายลา้ งอย่างมหาศาลได้

5. คณุ มงุ่ หวงั และความไมส่ มหวัง
5.1 การดิ้นรนเพื่อให้บรรลุถึงความต้องการทางกาย และความต้องการอันเกิดจากการได้เรียนรู้

ประกอบกับความพึงพอใจต่อสิ่งต่าง ๆ ที่ได้จากประสบการณ์ในอดีต ย่อมจะทาให้แต่ละบุคคลกาหนดค่าของ
ส่ิงต่าง ๆ ในชีวิตของตนได้ ส่ิงซ่ึงมีค่าสูงของแต่ละบุคคล จะกลายเป็น “ความมุ่งหวัง” ของบุคคล นั้น ๆ เช่น
สเต๊กอาจเป็นความมุ่งหวังของบุคคลท่ีหิวโหย และการได้เล่ือนยศตาแหน่งอาจเป็นความมุ่งหวังของบุคคลที่
แสวงหาเกยี รติยศชอื่ เสยี งก็ได้ เป็นตน้

5.2 เม่ือความพยายามของบุคคลหน่ึงถูกสกัดก้ันไว้ไม่ให้บรรลุถึง ซึ่งความมุ่งหวังตามท่ีปรารถนา
บุคคลผู้นั้นอาจจะเป็นบุคคลที่ไม่สมหวังได้ พลังงานของบุคคลน้ีจะถูกกั้นเปรียบเสมือนน้าที่ถูกกั้นไว้อยู่หลัง
เข่ือนนั่นเอง คนเราทุกคนย่อมจะเคยประสบความไม่สมหวังมาแล้วตามระดับท่ีแตกต่างกันออกไป ต้ังแต่มี
ความหงุดหงิดใจเพียงเล็กน้อยไปจนถึงมีความเร่าร้อนใจอย่างมหาศาลก็ได้ ความไม่สมหวังที่เกิดข้ึนจะมีมาก
น้อยเพียงไรนั้น ยอ่ มข้ึนอยกู่ ับความมากนอ้ ยของความม่งุ หวงั ทไี่ ด้ต้ังใจไว้

5.3 การแสดงออกเก่ียวกับความไม่สมหวังนั้น อาจจะแสดงให้เห็นได้ในรูปการต่าง ๆ กันคือ การ
แสดงความโกรธ, การกล่าวผรุสวาท, การร้องให้คร่าครวญ, หรือการแสดงความคิดความหงุดหงิดใจ เป็นต้น
ความไม่สมหวังที่แสนสาหสั อนั เกิดจากการไมส่ มปรารถนา ในความตอ้ งการเป็นเวลานาน ๆ ย่อมมีอิทธิพลท่ีจะ
ทาให้พฤติกรรมบุคคลเปล่ียนแปลงไปอย่างตรงกันข้ามได้ เมื่อทหารเช่ือว่าบุคคลอื่นภายในหน่วยของตนไม่
ยอมรบั นบั ถือตนอาจเปน็ ผลใหเ้ ขาหนอี อกไปจากหน่วยได้ ทหารท่ีทางานหนักแต่ไม่เคยได้รับความดีความชอบ
หรือแม้แต่เพียงคาว่าขอบใจจากผู้บังคับบัญชาของตนเลย อาจเกิดความขมข่ืนใจ ซ่ึงผลท่ีเกิดขึ้นเช่นนี้ ไม่
เพยี งแตจ่ ะกระทบกระเทือนเฉพาะกบั ทหารเท่านั้น แตจ่ ะยังผลให้ทหารคนอนื่ ๆ มีความร้สู กึ เช่นเดยี วกันดว้ ย

5.4 ไม่มีบุคคลใดท่ีจะสามารถหลีกเลี่ยงความไม่สมหวังได้สมบูรณ์จริง ๆ บุคคลทั่ว ๆ ไปนั้น จะ
วางแผนเพ่ือหลีกเลี่ยงความไม่สมหวังไว้ล่วงหน้าแล้วปรับแผนนั้น ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของตนเป็น
ข้ัน ๆ ไปตลอดเวลา นอกจากนเ้ี ขาอาจแก้ไขวิธีดาเนินการให้บรรลุถึงความมุ่งหวังต่าง ๆ ของเขา ถ้าเขาเห็นว่า
วิธีที่เขาได้มาแล้วน้ัน ไม่มีหนทางที่จะสาเร็จได้ หรือเขาอาจจะเปลี่ยนความมุ่งหวังที่ต้องการน้ันเสียใหม่ เม่ือ
เหน็ ว่า ความมงุ่ หวงั ใหมน่ ั้นน่าจะประสบผลสาเร็จไดม้ ากกวา่ กไ็ ด้

6. การปรับตวั ให้เขา้ กับสิ่งแวดลอ้ ม

35

6.1 เม่ือบคุ คลได้เข้ามารบั ราชการอยู่ในกองทัพบก เขาย่อมจะจากส่ิงแวดล้อม ซึ่งเขาได้ปรับตัวเอง
จนเปน็ ที่เคยชินมาแลว้ เข้ามาอยู่ในส่ิงแวดล้อมอีกอย่างหนึ่ง ซ่ึงบางคนอาจมีความรู้สึกไม่สมหวังในสิ่งแวดล้อม
ใหม่น้ี แต่บางคนอาจไม่มีความรู้สึกใด ๆ มากนักเกี่ยวกับครอบครัว และข้อจากัดต่าง ๆ เกี่ยวกับสังคม เมื่อได้
จากชุมชนอันเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของตนมาก็ได้ แต่ละคนจะต้องพยายามปรับตัวทั้งในร่างกาย, จิตใจ และ
อารมณ์ เพื่อให้สอดคล้องกับวิธีการต่าง ๆ ที่ได้แก้ไขไป เพ่ือให้บรรลุถึงความมุ่งหวังของตน และเพ่ือให้
สอดคลอ้ งกบั ความมุง่ หวังใหม่ที่จะเลือกไว้ ถ้าเขาสามารถกระทาได้ดังกล่าวน้ีเป็นผลสาเร็จ ก็สามารถจะกล่าว
ได้ว่าทหารคนน้ันได้ปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมได้แล้ว แต่ถ้าปรากฏว่าเขายังมีความไม่สมหวังอยู่เป็นอันมาก
กห็ มายความวา่ ทหารคนนัน้ ยังปรับตัวให้เขา้ กับส่ิงแวดลอ้ มไดไ้ มเ่ ป็นผลสาเร็จ

6.2 ปัญหาเก่ียวกับการปรับตัวให้เข้ากับส่ิงแวดล้อมน้ี นับว่า เป็นปัญหาท่ีสาคัญของกองทัพบก
เช่นเดียวกับของตัวทหารเอง มีทหารจานวนมากที่ต้องถูกปลดออกจากประจาการไปในระหว่างสงครามโลก
ครั้งท่ีสอง เพราะเป็นโรคประสาทพิการ และก็มีอยู่อีกเป็นจานวนมากที่จาเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาล
เสียกอ่ นจึงจะสามารถใหร้ บั ราชการตอ่ ไปได้ ประมาณ 50 เปอร์เซน็ ตข์ องผู้ท่ีปุวยเป็นโรคประสาทพิการท้ังหมด
มักจะแสดงอาการว่าเป็นโรคนี้ภายหลังที่ถูกเกณฑ์เข้ามารับราชการทหารเพียงไม่ถึง 30 วัน ในเขตการรบน้ัน
จะมีทหารที่ปุวยเป็นโรคน้ีเกิดข้ึนถึง 15 เปอร์เซ็นต์ และผู้ปุวยส่วนใหญ่จะสามารถกลับเข้าไปทาการรบได้อีก
ภายหลังจากได้รับการรกั ษาพยาบาลเพยี งเล็กน้อย

6.3 จากการวเิ คราะหถ์ งึ สาเหตขุ องการสญู เสยี กาลังคน จนทาใหห้ น่วยขาดประสิทธิภาพไปดังกล่าว
น้ี ทาให้ทราบว่ายังมีผู้นาของเราจานวนหน่ึงท่ีไม่สนใจต่อความต้องการของผู้ใต้บังคับบัญชาของตน จึงไม่
สามารถช่วยเหลือให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของตน บรรลุความต้องการของเขาได้ย่ิงกว่านั้น ยังได้พบว่าในบางกรณี
ยงั มีผ้นู าชนั้ เลวทเี่ ป็นผู้ทาให้ผู้ใต้บังคบั บญั ชาของตน ปรบั ตวั ใหเ้ ข้ากับส่งิ แวดล้อมไมไ่ ด้

7. การชว่ ยใหท้ หารปรับตวั เขา้ กบั ชีวิตในกองทัพบก
ถ้าทหารมีความรู้สึกโดยมีสติสัมปชัญญะ หรือความรู้สึกท่ีเกิดจากจิตใต้สานึกก็ตาม ว่าตนเอง

สามารถจะบรรลุความต้องการทางกาย และความต้องการอันเกิดจากเรียนรู้ได้เม่ืออยู่ในกองทัพบก จะทาให้
การปรบั ตวั ของทหารเพื่อให้เข้ากับชีวิตในกองทัพบก เป็นไปได้อย่างรวดเร็วในการปรับตัวของทหารเพ่ือให้เข้า
กับชีวิตในกองทัพบกนี้ ผู้นาที่ดีจะต้องพยายามใช้วิธีการต่าง ๆ เข้ามาช่วย วิธีการต่าง ๆ บางอย่างน้ันจะช่วย
ให้ทหารเห็นหนทางใหม่ ๆ ทจี่ ะบรรลถุ ึงความม่งุ หวังของตนบางประการได้ มีวิธีการของผู้นาอีกมากมายหลาย
อยา่ งท่ผี ูน้ าจะนามาใช้ เพื่อแสดงให้ทหารใหม่ได้เห็นถึงวิธีการท่ีจะบรรลุถึงความมุ่งหวังใหม่ ๆ ซึ่งจะบังเกิดผล
ในการสนองความต้องการของทหารพร้อม ๆ กันไปด้วย เม่ือทหารยอมรับว่าความมุ่งหวังต่างเหล่าน้ีเป็นของ
ตน ซ่งึ ความจรงิ แลว้ ความมุ่งหวังตา่ ง ๆ เหล่าน้ัน ย่อมเป็นความมุ่งหวังของกองทัพบกด้วย และจะพยายามด้ิน
รนเพื่อให้ตนเองบรรลุถึงจุดหมายน้ันแล้ว ย่อมจะถือได้ว่าทหารได้เริ่มเข้าอยู่ในแนวทางท่ีจะเป็นทหารท่ีมี
ประสทิ ธภิ าพแล้ว

8. พลังสนบั สนุนและพลังตอ่ ตา้ นพฤตกิ รรมของมนุษย์

36

8.1 พลังต่าง ๆ ท่ีมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของมนุษย์ ได้แสดงไว้ด้วยภาพแล้ว (ตามรูปที่ 2) พลัง
ต่อต้านตา่ ง ๆ ทง้ั ท่ีอยู่ภายในและภายนอกร่างกาย มักจะเป็นสาเหตุให้คนเราทางานได้อย่างขาดประสิทธิภาพ
แต่ในขณะเดียวกันพลังงานสนับสนุนจะช่วยให้คนเราทางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งพลังต่อต้านและพลัง
สนับสนุนต่าง ๆ ที่จะมามีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของมนุษย์โดยเฉพาะเป็นคราว ๆ ไปน้ัน ย่อมจะเปลี่ยนแปลง
ตามสถานการณ์ต่าง ๆ และพลังงานต่าง ๆ ที่มิได้นามาแสดงไว้ในภาพ อาจเป็นพลังงานอันสาคัญที่มีอิทธิพล
ต่อพฤติกรรมของมนุษย์ได้ พลังต่อต้านและพลังสนับสนุนอาจมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน และต้องพึ่งพา
อาศยั กนั ก็ได้ ตัวอย่าง เช่น ความสาเร็จย่อมเปน็ เคร่ืองสนบั สนุนใหเ้ กิดความรักหมู่คณะ และความรักหมู่คณะก็
เปน็ เคร่ืองชว่ ยให้เกิดความสาเร็จเป็นต้น หรือพลังสนับสนุนอาจกลายเป็นพลังต่อต้านไปก็ได้ ถ้าพลังสนับสนุน
ต่าง ๆ เหลา่ นั้นไมเ่ พยี งพอ

8.2 เป็นหน้าที่ของผู้นาที่จะต้องคอยสนใจต่อสภาพการณ์ต่าง ๆ ท่ีเกิดข้ึนเพ่ือให้ตนสามารถ
เสรมิ สร้างพลงั สนับสนุนให้เขม้ แขง็ ขนึ้ และผอ่ นคลายพลังต่อต้านให้น้อยลงได้ถูกต้อง ในขณะเดียวกันน้ีจะช่วย
ให้ผูป้ ฏิบตั ิงานไปไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพด้วย

9. บทบาทของผนู้ า
ก่อนอ่ืนผู้นาจะต้องรู้จักตัวเองเสียก่อน การท่ีผู้นาจะรู้จักตัวเองได้น้ัน ตนจะต้องมีใจกล้าพอท่ีจะ

ประเมินคา่ ความเข้มแข็งและความอ่อนแอของตนในเร่ืองเกี่ยวกับคุณลักษณะทางคุณธรรม, ทางกาย, และทาง
ใจอยา่ งเท่ยี งธรรมทีส่ ดุ ผนู้ าจะตอ้ งพยายามล่วงรู้ให้ได้ว่าผู้ใต้บังคับบัญชาของตนมองตนในแง่ใด ข้ันต่อไปผู้นา
จะต้องทาความเข้าใจและสามารถจดจาความแตกต่างของบุคคล ที่อยู่ภายใต้การปกครองบังคับบัญชาของตน
ได้ทุกคน บุคคลแต่ละคนน้ันต่างก็มีบุคลิกลักษณะประจาตัวเป็นของตนเอง และแต่ละคนต่างก็มีความรู้สึกต่อ
ส่ิงแวดล้อมของตนในลักษณะที่แตกต่างกัน ผู้นาจะต้องสามารถจดจาลักษณะต่าง ๆ ของแต่ละบุคคล และ
วเิ คราะหไ์ ด้เป็นคน ๆ ไป จึงจะทาให้ตนสามารถเลือกวิธีการชักจูงใจ และการเข้าถึงผู้ใต้บังคับบัญชาของตนได้
อย่างเหมาะสมซ่ึงจะทาให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของตนแต่ละคนตอบสนองความต้องการของตนด้วยความจริงใจ
การที่ผูน้ ามคี วามเข้าใจในเรื่องแบบอย่างของพฤติกรรมของมนุษย์, ความแตกต่างของแต่ละบุคคล, และวิธีการ
กระตุ้นให้ความต้องการพื้นฐานของมนุษย์บรรลุผลสาเร็จนั้น จะทาให้หน่วยมีพื้นฐานดีในอันท่ีจะทาให้เกิด
ความสัมพันธ์ในการทางานท่ีดี และทาให้ทุกคนภายในหน่วยมีการปฏิบัติต่อกันดีตามที่ต้องการด้วย ผู้นาเป็น
บุคคลซึง่ อยูใ่ นฐานะที่จะตอ้ งเป็นผู้หาวิธีการตา่ ง ๆ มาเพอ่ื ชว่ ยใหผ้ ้ใู ต้บงั คับบญั ชาภายในหน่วยของตนแต่ละคน
ได้บรรลุถึงซึ่งความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ในการกระทาดังกล่าวนี้ ผู้นาจะต้องพยายามเสริมสร้างให้
ผใู้ ตบ้ ังคับบัญชาของตนเกิดทัศนคติเก่ียวกับความเชื่อม่ัน และความเคารพนับถือต่อความสามารถในความเป็น
ผู้นาของตน ผใู้ ตบ้ ังคับบญั ชาทุกคนมักจะมีความรู้สกึ ว่าผู้บังคับบัญชาของตนน้ันย่อมเป็นที่พึ่งของตนได้ เพราะ
ผู้บังคับบัญชาเท่าน้ันเป็นผู้ดูแลทุกข์สุขของตน ผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคนจะพร้อมที่จะปรับตัวให้เข้ากับ
ส่ิงแวดล้อมในชีวิตทหารได้ดียิ่งขึ้น และผลประการสุดท้าย ก็คือ หน่วยนั้นจะเป็นหน่วยทหารที่มีสมรรถภาพ
และเป็นหน่วยที่ได้รับการปลกู ฝังอบรมมาเป็นอยา่ งดีแล้ว

37

คาถามทา้ ยบท

1. ผู้บังคบั บญั ชาไม่จาเปน็ ต้องเปน็ นักจิตวิทยา แต่จาเปน็ ต้องศึกษาพฤติกรรม มนุษย์ในเร่อื งใดบา้ ง
2. จงอธิบายความแตกต่างระหว่างทหารแต่ละบุคคล มาพอสังเขป

38

3. คุณลักษณะทางรา่ งกายและจติ ใจ ทแี่ ตกต่างกันจะชว่ ยใหพ้ ิจารณาความเหมาะสมได้อย่างไรบ้าง
4. คณุ ลกั ษณะทางอารมณ์ เป็นส่วนสาคัญของบุคลิกลักษณะทางทหารได้อยา่ งไร
5. กรรมพันธุ์ สิ่งแวดล้อม ประสบการณ์ มีอทิ ธิพลตอ่ การเปลย่ี นแปลงพฤติกรรมไดอ้ ยา่ งไร
6. ความต้องการพน้ื ฐานของมนษุ ย์ จาเป็นต้องศึกษาใหร้ ู้เพราะเหตุใด
7. ความตอ้ งการทีค่ ล้ายคลึงกันสามารถทาให้ผนู้ าตดั สนิ ใจเร่ืองใดไดบ้ า้ ง
8. ความต้องการอันเกิดจากการเรยี นรูม้ คี วามสาคญั อย่างไรตอ่ มนุษย์
9. การอยูร่ ว่ มกันของมนษุ ย์ ถ้าไม่เคยศกึ ษา พฤติกรรมซึง่ กันและกนั จะเกดิ ผลตามมาอย่างไรบ้าง
10. ผู้บงั คับบญั ชาทีเ่ ข้าใจหลักการผนู้ าจะสั่งใหท้ หารปรับตัวเขา้ กับกองทัพบกได้อยา่ งไร

บทที่ 4

คณุ ลกั ษณะของผู้นา

1. กล่าวนา

39

คุณลักษณะของผู้นาเป็นสมบัติส่วนบุคคลท่ีเห็นได้อย่างเด่นชัด ซ่ึงถ้าผู้บังคับบัญชาได้นาไปใช้ใน
การปฏิบัติงานประจาวันแล้ว จะช่วยทาให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของตนเกิดความเคารพนับถือ ความเชื่อมั่น ความ
เชื่อฟังอย่างจริงใจ และให้ความร่วมมืออย่างจงรักภักดี คุณลักษณะของผู้นาแต่ละอย่างซึ่งเป็นส่วนประกอบ
ของบุคลกิ ลักษณะของแตล่ ะคนนนั้ แตล่ ะบุคคลยอ่ มจะแสดงออกมามากน้อยไม่เท่ากัน ปฏิกิริยาของคนเราที่มี
ตอ่ บุคคลอน่ื ก็ยอ่ มขึ้นอยู่กับบุคลิกลักษณะ ซ่ึงเป็นองค์ประกอบของคุณลักษณะผู้นาหรือคุณลักษณะประจาตัว
ของบุคคลผู้นั้นเป็นส่วนใหญ่ ทหารก็ย่อมจะมีปฏิกิริยาต่อผู้บังคับบัญชาของตนตามบุคลิกลักษณะของ
ผู้บงั คับบัญชาท่ีแสดงออกมา และปฏิบัติต่อผู้ใต้บังคับบัญชาของตนอยู่เป็นประจานั่นเอง คุณลักษณะของผู้นา
ทีผ่ บู้ งั คบั บญั ชาแสดงออกมานน้ั ย่อมมีอิทธิพลต่อการสร้างทัศนคติท่ีทหารจะมีต่อผู้บังคับบัญชาของตนได้มาก
ท่ีสุด เนื่องจากผลของความเป็นผนู้ าหนว่ ยทหารหรือแมแ้ ต่ในหน่วยอ่ืน ๆ ก็ตาม จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีการปฏิบัติ
ต่อกันของบุคคลต้ังแต่สองฝุายขึ้นไป คุณลักษณะของผู้นาที่ผู้บังคับบัญชาแสดงออกมาน้ันจึงมีผลกระทบ
กระเทือนถึงพฤติกรรมของผู้ใต้บังคับบัญชาของตน และความตั้งใจจริงของผู้ใต้บังคับบัญชา ในอันท่ีจะปฏิบัติ
ภารกิจให้สาเร็จลุล่วงไปโดยตรง เพราะฉะนั้นข้อสาคัญท่ีสุดจึงอยู่ท่ีผู้บังคับบัญชาจะต้องมีความเข้าใจอย่าง
ถูกต้อง ว่าตนเองน้ันมีคุณลักษณะของผู้นาต่าง ๆ อยู่ในบุคลิกลักษณะของตนมากน้อยเพียงไร ท้ังน้ีเพื่อให้ตน
สามารถคาดถงึ ผลอนั จะเกิดจากบุคลิกลกั ษณะของตนตอ่ ผอู้ ่ืนได้ ผู้มอี านาจจะขอร้องให้คนอ่ืนเป็นผู้ประเมินค่า
บคุ ลิกลกั ษณะของตนให้กับตนตามความเป็นจริงก็ได้ แต่อย่างไรก็ตามการใช้วิธีการนี้นั้น ย่อมจะใช้ได้กับบาง
คนเทา่ นัน้ ผนู้ า บางคนอาจยอมรับและพรอ้ มที่จะแกไ้ ขตนเองตามคาติชมของผู้อื่น แต่อาจมีผู้นาอีกบางคนที่ไม่
สามารถ รับฟังและแก้ไขตนเองได้ สาระสาคัญของผู้นาที่ดีนั้นก็คือต้องรู้จักตัวของตัวเองในการที่ผู้นาจะรู้จัก
ตวั เองเปน็ อยา่ งดไี ดน้ ั้น ขอ้ สาคัญทผี่ ู้นาจะต้องทาการประเมินค่าตัวของตัวเองตามความเป็นจริงและด้วยความ
ซอ่ื สัตย์ จงึ จะทาใหต้ นเองมโี อกาสใช้คณุ ลกั ษณะอนั เขม้ แข็งของตนใหเ้ กิดประโยชน์ และทาคุณลักษณะอันเป็น
จดุ ออ่ นของตนให้เขม้ แข็งขึน้ ได้ดว้ ย

2. คุณลกั ษณะอื่นพึงประสงค์
2.1 เมื่อส้ินสดุ สงครามโลกครั้งท่ีสอง ไดม้ กี ารสารวจเก่ยี วกบั เรอื่ งการดาเนินชวี ิตและงานอาชีพของ

บรรดาผู้บังคับบัญชา ผซู้ ่งึ ได้ประสบความสาเร็จในการรบมาแลว้ ในระหว่างการสารวจน้ีได้มีการขอร้องผู้ท่ีเป็น
ทหารช้ันยศต่าง ๆ กัน นับตั้งแต่พลทหารจนถึงนายพล ให้จัดส่งหัวข้อคุณลักษณะของผู้นาต่าง ๆ ท่ีเขาเห็นว่า
เปน็ ตัวอยา่ งที่ดที ่สี ดุ ทผี่ บู้ งั คบั บญั ชาซ่ึงเขาเห็นว่าเป็นผู้มีช่ือเสียงได้เคยแสดงให้เห็น เม่ือได้พิจารณาแล้วเห็นว่า
ถึงแม้ในบรรดาผู้ท่ีได้ประสบความสาเร็จเหล่าน้ัน จะมีคุณลักษณะของบุคคลหรือคุณลักษณะของผู้นาที่มี
ลักษณะคล้ายคลึงกันอยู่อย่างมากมายก็ตาม แต่ก็ยังไม่มีคุณลักษณะของผู้นาจาพวกใดท่ีพอจะถือได้ว่า เป็น
เครื่องทาให้ผู้นาที่มีช่ือเสียงได้อย่างแท้จริงเลย ผลของการสารวจครั้งนั้นได้จาแนกคุณลักษณะของผู้นา ซึ่ง
บรรดาผ้นู าท่ถี ูกสารวจในครั้งนน้ั มีอยู่ในตัวเองแล้ว หากแต่มีอยู่ในระดับต่าง ๆ กันออกไปเป็นสิบสี่ประการจึง
เป็นที่สงสัยว่า การท่ีผู้นามีคุณลักษณะเพียงสิบส่ีประการดังกล่าวน้ีแล้ว จะเป็นการพอเพียงที่จะทาให้ผู้นามี
ชื่อเสียงได้หรือไม่ นอกจากนี้ในขณะเดียวกันยังเกิดความสงสัยต่อไปอีกว่าถ้าบุคคลไม่มีคุณลักษณะทั้งสิบสี่
ประการนีแ้ ล้ว จะเปน็ อปุ สรรคขดั ขวางไม่ให้เป็นผู้ทางทหารท่ีมีช่ือเสียงเช่นน้ันหรือ คุณลักษณะของผู้นาทั้งสิบ

40

ส่ีประการน้ีทหารที่ดที กุ คนไมว่ ่าจะมยี ศชั้นไหนก็ตาม จาเปน็ จะต้องมดี ้วยกันทั้งน้ัน เพราะถือว่าเป็นว่าเป็นส่วน
ทส่ี าคัญส่วนหนึ่งของชีวิตทหารคณุ ลักษณะของผู้นาตามรายการที่แสดงไว้ในแผนภูมิที่ 1 นั้น ย่อมเป็นแนวทาง
ที่ดีในการพัฒนาบุคลิกลักษณะของบุคคลท่ีเป็นผู้นาทางทหาร แต่อย่างไรก็ตาม ก็ควรจะได้ระลึกไว้เสมอว่า
ความมุ่งหวังของความเป็นผู้นา บุคลิกลักษณะของประชาชนท่ีตนทางานร่วมอยู่ด้วย และสภาพแวดล้อมของ
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะ อาจมีผลอย่างมากต่อความสาคัญของคุณลักษณะของผู้นาข้อใดข้อหน่ึงเป็น
พิเศษ หรือ หลาย ๆ ข้อกไ็ ด้

2.2 คุณลักษณะของผูน้ าตามรายการท่แี สดงไวใ้ นแผนภูมทิ ่ี 1 น้ัน ไม่ได้รวมเอาคุณลักษณะของผู้นา
ที่ครบถว้ นทุกประการไว้ แต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงคุณลักษณะของผู้นาที่ต้องการท่ีสุดท่ีผู้นาทางทหารน่าจะมี
เท่านั้น ในข้อ 38 - 51 จะได้กล่าวถึงคุณลักษณะของผู้นาเป็นข้อ ๆ ไปท้ังสิบสี่ข้อ ซึ่งแต่ละข้อจะได้กล่าวถึง
ข้อแนะนาในการพัฒนาคณุ ลกั ษณะนั้น ๆ เอาไวด้ ว้ ย

แผนภมู ทิ ี่ 1

คณุ ลกั ษณะผนู้ า

การวางท่าทาง ทางกาย ความซ่อื สตั ย์
ทางใจ
ความกลา้ หาญ วจิ ารณญาณ

ความเดด็ ขาด ความยตุ ธิ รรม
ความเป็นผเู้ ช่ือถือได้ ความรู ้
ความอดทน ความจงรกั ภกั ดี
ความกระตือรอื รน้ กาลเทศะ
ความรเิ รม่ิ
ความไมเ่ หน็ แก่ตวั

รูปท่ี 4 – 1 แผนภมู ิท่ี 1 คณุ ลกั ษณะผนู้ า
3. การวางท่าทาง

3.1 การวางท่าทาง หมายถึงการสร้างความประทับใจ ให้เป็นท่ีนิยมของผู้อื่นอยู่ตลอดเวลาในเรื่อง
ท่าทาง การวางตัวและความประพฤติ การวางท่าทางน้ีเป็นคุณลักษณะอย่างหนึ่งที่ผู้นาจะต้องมี การวางท่า
ทางของผู้นานี้ไม่ว่าจะดีหรือเลวก็ตาม ย่อมจะเป็นแบบอย่างให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเอาอย่าง ท่าทางของท่านควร
จะมีลาตัวท่ีตั้งตรง การวางตัวโดยทั่วไปและสภาพของเครื่องแต่งกายและยุทโธปกรณ์ของท่านควรจะเป็น
ตัวอย่างแก่คนในหน่วยของท่าน ในการปฏิบัติการต่าง ๆ ตลอดจนความเคลื่อนไหวของท่าน ท่านก็ควรจะ
กระทาดว้ ยความว่องไวและกระฉบั กระเฉง


Click to View FlipBook Version