แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๓
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย รหัส ท ๑๕๑๐๑
ระดบั ช้ัน ประถมศึกษาปีที่ ๕ ภาคเรยี นท่ี ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕
ชอื่ หน่วยการเรียนรู้ จนิ ตนาการ สร้างสรรคไ์ ด้ เวลาเรียน ๑ ชวั่ โมง
............................................................................................................................. .............................
๑. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การอ่านเสริมบทเรียนเปน็ การเพมิ่ ประสบการณด์ ้านการอา่ น ปลกู ฝังให้ผเู้ รียนรักการอ่านและศึกษาหา
ความรู้เพ่ิมเตมิ ขยายขอบเขตการเรยี นร้ใู ห้ผเู้ รียนได้เปิดโลกทัศน์ที่กว้างไกล ร้จู กั คดิ วิเคราะห์เรอื่ งทอ่ี ่านและนำมา
ปรบั ใชใ้ นชีวติ ประจำวันได้
๒. ตวั ช้วี ัด/จุดประสงค์การเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๕/๗ อ่านหนังสือที่มีคุณค่าตามความสนใจอย่างสม่ำเสมอ และแสดงความคิดเห็น
เก่ียวกับเรอ่ื งที่อ่าน
จุดประสงค์การเรยี นรู้
๑. นักเรียนอ่านและเก็บใจความสำคัญของเร่ืองได้
๒. นกั เรยี นคดิ วิเคราะห์สรุปเรือ่ งราวทอ่ี ่าน
๓. นักเรยี นตงั้ คำถาม – ตอบคำถามเรอื่ งทอ่ี า่ นได้
๓. สาระการเรียนรู้
๓.๑ สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
การอา่ นหนงั สือตามความสนใจ เชน่
- หนังสือท่ีนักเรียนสนใจและเหมาะสมกบั วัย
๔. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
๑. ความสามารถในการส่อื สาร
๕. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. มวี นิ ยั
๒. ใฝเ่ รียนรู้
๓. มจี ิตสาธารณะ
๖. ช้นิ งาน/ภาระงาน
- การทำใบงาน
๗. การวัดผลประเมินผล วิธกี ารวดั และประเมินผล เครือ่ งมอื วดั ผลและประเมินผล
รายการประเมิน - สังเกต - แบบบนั ทกึ การสงั เกต
• ด้านความรูค้ วามเขา้ ใจ - ซกั ถาม - ใบงาน ชุดท่ี ๔ – ๕
- การรว่ มสนทนา - ตรวจใบงาน - แบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล
- การตอบคำถาม
- การทำใบงาน - สังเกตพฤตกิ รรมขณะร่วม - แบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล
• ด้านคณุ ลกั ษณะอันพงึ กิจกรรม
ประสงค์
• ด้านทักษะกระบวนการคดิ - การพดู รายงาน แบบประเมินผลงานรายบุคคล
การร่วมสนทนา
๘. กิจกรรมการเรยี นรู้
ครูจัดการเรยี นการสอนรูปแบบเชงิ รุก (Active Learning)
ขนั้ นำ
๑. ทบทวนเนื้อหาที่เรียนในชั่วโมงที่แล้วด้วยการใหน้ ักเรียนนำใบงานชุดที่ ๒ – ๓ มาร่วมกันตรวจสอบ
และเฉลยอกี ครั้ง
๒. แบง่ นกั เรยี นออกเปน็ กลมุ่ กลุม่ ละ ๔ – ๕ คน ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มเลือกประธานกล่มุ รองประธานกลมุ่ และ
เลขานกุ ารกลุ่ม ครอู ธิบายบทบาทและหนา้ ท่ีของสมาชิกทกุ คนในกล่มุ ใหน้ กั เรียนทราบ
ขน้ั สอน
๓. นักเรยี นแต่ละกลุ่มอ่าน บทอา่ นเสริม “การดแู ลบำรุงรักษาคอมพิวเตอร์” โดยอา่ นในใจ จากนน้ั ให้แต่
ละกลุม่ ชว่ ยกันเขยี นบอกวธิ ีดูและรักษาคอมพวิ เตอร์ แล้วส่งตัวแทนพูดรายงานการสรุปที่หนา้ ชนั้ เรียน
ขนั้ สรปุ
๔. นักเรียนอ่านใบความรู้เรื่อง “จิตสำนึกในการใช้อินเตอร์เน็ต” (ท้ายแผน) จากนั้นร่วมกันสนทนาถึง
เน้ือหาสาระ ครอู ธบิ ายสรุป
๕. นักเรียนทำใบงานที่ ๔ (ทา้ ยแผน) ชดุ เลือกตอบ ถูก ผิด จากนนั้ นำส่งครู ครเู ฉลยและตรวจสอบความ
ถูกตอ้ ง
๖. นกั เรียนทำใบงานที่ ๕ (ทา้ ยแผน) ชุด บอกวิธีการดูแลรักษาคอมพิวเตอร์ เสร็จแลว้ นำส่งครูตรวจสอบ
ความถกู ต้อง
๙. สอ่ื / แหลง่ การเรียนรู้
๑. หนังสอื เรียนชดุ ภาษาพาที
๒. คอมพวิ เตอร์
๓. ใบงาน ชดุ ท่ี ๔ – ๕
แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี ๔
กลุม่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย รายวิชา ภาษาไทย รหัส ท ๑๕๑๐๑
ระดบั ช้ัน ประถมศึกษาปที ี่ ๕ ภาคเรียนท่ี ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕
ชื่อหน่วยการเรียนรู้ จินตนาการ สรา้ งสรรค์ได้ เวลาเรียน ๑ ช่วั โมง
............................................................................................................................. .............................
๑. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การเรียนร้คู ำ นอกจากเรียนรู้เพ่ือส่ือความหมายแล้วยังต้องเรียนรู้ในดา้ นประเภทและชนิดของคำ หน้าที่
ของคำ และนำคำน้นั ไปใชใ้ หถ้ ูกต้องตามบรบิ ท
๒. ตัวช้วี ัด/จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๕ / ๒ อธิบายความหมายของคำ ประโยคและข้อความที่เปน็ การบรรยายและการ
พรรณนา
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. นักเรยี นอ่าน เขียนสะกดคำในบทเรยี นได้
๒. นกั เรียนบอกความหมายของคำได้
๓. นักเรียนนำคำไปใชไ้ ดถ้ ูกต้องตามสถานการณ์
๓. สาระการเรียนรู้
๓.๑ สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
- การอา่ นออกเสียงและการบอกความหมายของบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง
๔. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๕. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
๑. มีวินยั
๒. ใฝเ่ รยี นรู้
๓. มจี ติ สาธารณะ
๖. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- การทำใบงาน
๗. การวดั ผลประเมนิ ผล วิธกี ารวัดและประเมินผล เคร่ืองมอื วดั ผลและประเมินผล
รายการประเมิน - สังเกต - แบบบันทกึ การสงั เกต
• ด้านความรู้ความเข้าใจ - ซกั ถาม - ใบงาน ชุดที่ ๖ – ๗
- การรว่ มสนทนา - ตรวจใบงาน - แบบประเมินผลงานรายบุคคล
- การตอบคำถาม
- การทำใบงาน - สังเกตพฤติกรรมขณะร่วม - แบบประเมินผลงานรายบคุ คล
• ดา้ นคุณลกั ษณะอันพึง กิจกรรม
ประสงค์ แบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล
• ด้านทกั ษะกระบวนการคดิ - การคดิ เรอ่ื งและแสดง
การรว่ มสนทนา บทบาทสมมตุ ิ
๘. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ครูจดั การเรียนการสอนรปู แบบเชงิ รกุ (Active Learning)
ขนั้ นำ
๑. ทบทวนเนื้อหาที่เรียนในชั่วโมงที่แล้วด้วยการใหน้ ักเรียนนำใบงานชุดที่ ๔ – ๕ มาร่วมกันตรวจสอบ
และเฉลยอีกครัง้
๒. แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลมุ่ ละ ๔ – ๕ คน ให้แตล่ ะกลมุ่ เลอื กประธานกลุ่ม รองประธานกลุ่ม และ
เลขานุการกลุ่ม จากนั้นให้แต่ละกลุ่มอ่านคำในหนังสือเรียนรายวชิ าพื้นฐานภาษาไทย ชุดภาษาพาที หน้า ๖๕ –
๖๖
ขั้นสอน
๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันคิดแสดงบทบาทสมมุติจากบทเรียนเรื่อง “ภัยเงียบ” ตอนใดตอนหนึ่ง ใช้
เวลาฝึกเตรียมและแสดงบทบาทสมมตุ นิ ้ัน โดยใช้เวลาแสดงกลุ่มละ ๓ นาที
๔. ให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมาวิจารณ์การแสดงของกลุ่มอื่น ๆ กลุ่มละ ๑ กลุ่ม พร้อมทั้งแนะแนว
ทางแก้ไขข้อบกพรอ่ ง
ขน้ั สรุป
๕. นักเรียนทำใบงานที่ ๖ (ทา้ ยแผน) ชดุ บอกความหมายของคำที่กำหนดให้ ครเู ฉลยและตรวจสอบความ
ถกู ตอ้ ง
๖. นกั เรียนทำใบงานที่ ๗ (ทา้ ยแผน) ชุด บอกวธิ ปี ฏบิ ตั ิในขณะใช้คอมพวิ เตอรท์ ่ีถูกตอ้ งและไมถ่ กู ต้องจาก
รูปภาพ เสร็จแลว้ นำสง่ ครตู รวจสอบความถกู ต้อง
๙. สื่อ / แหลง่ การเรียนรู้
๑. หนงั สอื เรียนชดุ ภาษาพาที
๒. รูปภาพ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย รายวิชา ภาษาไทย รหัส ท ๑๕๑๐๑
ระดับชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๕ ภาคเรียนท่ี ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕
ชอื่ หน่วยการเรียนรู้ จินตนาการ สร้างสรรคไ์ ด้ เวลาเรยี น ๑ ชัว่ โมง
............................................................................................................................. .............................
๑. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
ประโยค หมายถึงถอ้ ยคำหลายคำท่นี ำมาเรียงกันแล้วเกิดใจความสมบูรณ์ ซงึ่ ประกอบดว้ ยภาคประธาน
และภาคแสดง ใชส้ อ่ื สารกันไดท้ งั้ ภาษาเขยี นและภาษาพดู แตก่ ารใชภ้ าษาพูดในสถานการณต์ ่าง ๆ กนั อาจละเว้น
ส่วนหน่งึ สว่ นใดได้ ในฐานที่เขา้ ใจกันระหวา่ งผพู้ ูดและผ้ฟู ัง
๒. ตวั ช้วี ัด/จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๕ / ๒ จำแนกสว่ นประกอบของประโยค
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๑. บอกส่วนประกอบของประโยคได้
๒. แตง่ ประโยคได้
๓. เหน็ ความสำคัญของการแตง่ ประโยค
๓. สาระการเรียนรู้
๓.๑ สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
ประโยคและสว่ นประกอบของประโยค
๔. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๕. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
๑. มีวนิ ัย
๒. ใฝเ่ รยี นรู้
๓. มีจติ สาธารณะ
๖. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- การทำใบงาน
๗. การวดั ผลประเมินผล วิธีการวัดและประเมนิ ผล เคร่ืองมอื วดั ผลและประเมินผล
รายการประเมนิ - สงั เกต - แบบบนั ทึกการสังเกต
• ด้านความรคู้ วามเข้าใจ - ซักถาม - ใบงาน ชดุ ท่ี ๘ – ๙
- การรว่ มสนทนา - ตรวจใบงาน - แบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล
- การตอบคำถาม
- การทำใบงาน - สังเกตพฤตกิ รรมขณะร่วม - แบบประเมนิ ผลงานรายบคุ คล
• ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพงึ กิจกรรม
ประสงค์ แบบประเมนิ ผลงานรายบคุ คล
• ด้านทักษะกระบวนการคิด - สังเกตการแต่งประโยค
การแต่งประโยค
๘. กิจกรรมการเรยี นรู้
ครูจัดการเรียนการสอนรปู แบบเชงิ รุก (Active Learning)
ขน้ั นำ
๑. ทบทวนเนื้อหาที่เรียนในชั่วโมงที่แล้วด้วยการใหน้ ักเรียนนำใบงานชุดที่ ๖ – ๗ มาร่วมกันตรวจสอบ
และเฉลยอกี ครั้ง
๒. แบ่งนกั เรียนออกเปน็ กล่มุ กลมุ่ ละ ๔ – ๕ คน ให้แตล่ ะกลมุ่ เลือกประธานกลุ่ม รองประธานกลุ่ม และ
เลขานุการกล่มุ ควรใช้กลุ่มเดิมตลอดบทเรียน
๓. นักเรียนเล่นเกม การใบ้คำโดยให้เพื่อนออกมาแสดงท่าทางแล้วบอกว่า กำลังทำอะไร แล้วสนทนา
แลกเปลย่ี นเรยี นร้รู ว่ มกัน ครูใหค้ วามรู้เพิม่ เติมแล้วพดู โยงเข้าสู่สาระเรยี นรจู้ ากนัน้ นักเรยี นศกึ ษาหาความรูเ้ ก่ียวกับ
การแต่งประโยค ประโยคบอกชนิดต่าง ๆ จากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ใกล้ห้องเรียน เช่น หนังสือเกี่ยวกับหลัก
ภาษาไทยในห้องสมุด มุมภาษาไทย สอบถามผู้รู้ เป็นต้น ทำความเข้าใจให้ชัดเจน จากนั้นมารับใบความรู้ เรื่อง
ประโยคชนิดต่าง ๆ จากครู เพื่อประกอบการศึกษา ทำความเข้าใจ สร้างองค์ความรู้แล้วสรุปความหมายของ
ประโยคการเรียงคำในประโยคชนิดต่าง ๆ เป็นตน้
ข้ันสอน
๔. นกั เรียนฝกึ แต่งประโยคปากเปลา่ ตามท่ีไดเ้ รียนมา ซ่ึงมกี ารเรยี งลำดับน้ี
ประธาน + กริยา หรือ ประธาน + กริยา + กรรม คนละ ๑ ประโยค จากนั้นครูอธิบายเพิ่มเติมความรู้ เรื่อง
องคป์ ระกอบของประโยค
๕. เล่นเกม “ เรียงคำทำความ” ซง่ึ มวี ธิ ีการเล่นดงั นี้
เกม เรยี งคำทำ
ความ
จดุ ประสงค์ เพื่อใหน้ ักเรียนสามารถหรือรจู้ ักนำคำ หรือขอ้ ความเรียบเรยี ง
ต่อกันเปน็ ประโยค เป็นเร่ืองราว ซ่ึงเปน็ ทีม่ าของการเขยี น
ประโยค เขยี นเรยี งความ เขยี นนทิ าน
อุปกรณ์
- บัตรคำเขียนคำหรือกลุ่มคำ จัดไว้เป็นชดุ เทา่ กับจำนวนกล่มุ ผู้เลน่
- กระดาษ
- ดินสอ เทา่ กบั จำนวนกลมุ่ ผเู้ ล่นเชน่ กัน
- นกหวีด
- นาฬกิ าจับเวลา
วิธเี ล่น
๑. แบง่ ผ้เู ลน่ ออกเป็นกลมุ่ กลุม่ ละประมาณ ๑๐ คน
๒. ครอู ธบิ ายการเล่นใหน้ กั เรียนฟงั ดังน้ี
- ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ รบั แผนภูมบิ ัตรคำกลุ่มละ ๑ ชดุ อยา่ เพง่ิ เปดิ อ่านดูว่าเป็นคำหรือกลมุ่ คำอะไรจนกว่าจะให้สัญญาณ
เพราะจะเป็นการเอาเปรียบกล่มุ อน่ื
- เมื่อใหส้ ัญญาณนกหวีด แต่ละกลุ่มจะต้องช่วยกนั เรียบเรียงคำหรือกลุ่มคำ ในกระดาษนำมาเขียนให้ถูกตอ้ งเปน็
ประโยค
- ครจู ะใหเ้ วลาเพยี ง ๑ นาที เมอื่ ไดย้ นิ เสยี งนกหวีดให้รบี หยดุ ทันที
- ใหแ้ ต่ละกลมุ่ นำผลงานออกมาอ่านประโยคท่ชี ่วยกันเรียบเรียงได้ใหเ้ พื่อน ๆ ฟงั
๓. เมือ่ เข้าใจกตกิ าการเล่นแล้วครูให้สญั ญาณนกหวีดเริ่มเล่น นักเรยี นเล่นเกมหรือเริ่มกิจกรรมคือลงมือทันที เม่ือได้
ยนิ เสียงนกหวีดอีกครง้ั ใหห้ ยุดทนั ที
๔. ครูเฉลยใหน้ ักเรยี นฟัง
๕. ในการตัดสินให้คะแนนควรดูที่การลำดับเรียบเรียงคำหรือกลุ่มคำ เป็นประโยค มีความถูกต้อง
เหมาะสมแค่ไหน เพียงใด
ตัวอย่างคำหรอื กลุ่มคำท่ีใช้เลน่ เป็นที่ตั้ง ใจต้องสู้
สามัคคี เกดิ เป็น
กตัญญู เหมือนพี่ คนไทย รวมพลัง
นอ้ ง
ขัน้ สรุป
๕. นักเรยี นทำใบงานท่ี ๘ (ท้ายแผน) ชดุ บอกหน้าทีข่ องคำหรอื กลุ่มคำในประโยคทก่ี ำหนดให้ เสร็จแล้ว
นำสง่ ครูตรวจสอบความสมบรู ณ์
๖. นกั เรียนทำใบงานท่ี ๙ (ท้ายแผน) ชดุ เรยี งคำให้เป็นประโยค เสร็จแลว้ นำส่งครตู รวจสอบความถกู ตอ้ ง
๙. สื่อ / แหลง่ การเรยี นรู้
๑. หนังสือเรียนชุด ภาษาพาที
๒. ใบความรู้ เรอ่ื งประโยค
๓. เกม เรยี งคำทำความ
๓. ใบงาน ชดุ ที่ ๘ – ๙
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๖
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย รายวิชา ภาษาไทย รหัส ท ๑๕๑๐๑
ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ ๕ ภาคเรยี นที่ ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕
ชอ่ื หนว่ ยการเรียนรู้ จินตนาการ สร้างสรรค์ได้ เวลาเรยี น ๑ ชว่ั โมง
............................................................................................................................. .............................
๑. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
การร้หู ลกั เกณฑท์ างภาษาเรอ่ื งคำและสำนวน ชว่ ยทำให้การใช้ภาษาในการสอื่ สารไดอ้ ย่างถูกต้องและ
มปี ระสิทธิภาพ และให้อารมณ์ ความรูส้ กึ เป็นพื้นฐานทส่ี ำคญั ในการใชภ้ าษาไทยท้ังในการพดู และการเขียน
๒. ตวั ช้วี ดั /จดุ ประสงค์การเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๕ / ๗ ใชส้ ำนวนได้ถกู ต้อง
จุดประสงค์การเรยี นรู้
๑. นกั เรียนบอกความหมายของสำนวนในภาษาไทย
๒. นักเรยี นใชส้ ำนวนไดถ้ กู ต้องตามสถานการณ์
๓. เห็นความสำคัญของการใช้สำนวน
๓. สาระการเรียนรู้
๓.๑ สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
สำนวนท่ีเปน็ คำพงั เพยและสุภาษิต
๔. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น
๑. ความสามารถในการส่อื สาร
๕. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
๑. มวี นิ ยั
๒. ใฝเ่ รียนรู้
๓. มีจติ สาธารณะ
๖. ช้นิ งาน/ภาระงาน
- การทำใบงาน
๗. การวดั ผลประเมนิ ผล วิธกี ารวดั และประเมินผล เครอื่ งมอื วัดผลและประเมินผล
รายการประเมิน - สังเกต - แบบบันทกึ การสงั เกต
• ดา้ นความรคู้ วามเข้าใจ - ซกั ถาม - แบบประเมินผลงานรายบุคคล
- การรว่ มสนทนา
- การตอบคำถาม
• ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พึง - สงั เกตพฤตกิ รรมขณะรว่ ม - แบบประเมินผลงานรายบุคคล
ประสงค์ กิจกรรม
• ดา้ นทักษะกระบวนการคิด - การใช้สำนวน แบบประเมนิ ผลงานรายบคุ คล
การรว่ มสนทนา
๘. กิจกรรมการเรยี นรู้
ครูจดั การเรยี นการสอนรปู แบบเชิงรกุ (Active Learning)
ขน้ั นำ
๑. ทบทวนเนอ้ื หาทเ่ี รยี นในชว่ั โมงท่แี ลว้
ข้ันสอน
๒. ครูแจ้งให้นักเรียนทราบว่า นับแต่ชั่วโมงนี้เป็นต้นไป นักเรียนจะได้ทำพจนานุกรมความหมายของ
สำนวนภาษาเปน็ ของตนเองทุกคน ในคร้ังแรกจะเปน็ สำนวนภาษาจากบทเรียนเร่อื ง “ออมไวก้ ำไรชวี ติ ” จากน้ัน
ให้นักเรยี นแตล่ ะกลุ่ม ชว่ ยกันหาสำนวนภาษาท่ีปรากฏในบทเรียนเร่ืองนพ้ี รอ้ มท้ังใหน้ กั เรียนฝึกค้นหาความหมาย
จากพจนานกุ รม หรือสอ่ื แหล่งอนื่ ๆ ให้แต่ละกลมุ่ หาสำนวนออกมากลมุ่ ละ ๑๐ สำนวน พร้อมท้งั บอกความหมาย
ของสำนวนทีห่ ามาทงั้ หมด
ขั้นสรุป
๓. ให้แต่ละกลุ่ม ส่งตัวแทนอ่านสำนวนภาษาที่กลุ่มของตนเองหามาได้ที่หนา้ ชั้นเรยี น จากนั้นศึกษาใบ
ความรู้เรื่อง “สำนวนไทย ” (ท้ายแผน)
๙. สอื่ / แหลง่ การเรยี นรู้
๑. หนังสอื เรียนชุด ภาษาพาที
๒. ใบความรู้เรอื่ ง สำนวนไทย
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ ๗
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย รหสั ท ๑๕๑๐๑
ระดับชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๕ ภาคเรียนท่ี ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕
ชอื่ หนว่ ยการเรยี นรู้ จนิ ตนาการ สรา้ งสรรคไ์ ด้ เวลาเรยี น ๑ ช่วั โมง
............................................................................................................................. .............................
๑. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การรู้หลกั เกณฑ์ทางภาษาเร่ืองคำและสำนวน ชว่ ยทำให้การใช้ภาษาในการส่ือสารได้อย่างถูกต้องและ
มปี ระสทิ ธภิ าพ และใหอ้ ารมณ์ ความร้สู ึกเปน็ พนื้ ฐานทส่ี ำคัญในการใช้ภาษาไทยทงั้ ใน
๒. ตัวชว้ี ดั /จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๕ / ๗ ใชส้ ำนวนไดถ้ กู ตอ้ ง
จุดประสงค์การเรยี นรู้
๑. นกั เรยี นบอกความหมายของสำนวนในภาษาไทย
๒. นกั เรยี นใช้สำนวนได้ถกู ต้องตามสถานการณ์
๓. นกั เรียนเห็นความสำคญั ของการใชส้ ำนวน
๓. สาระการเรยี นรู้
๓.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง
- สำนวนทเ่ี ป็นคำพงั เพยและสุภาษติ
๔. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
๑. ความสามารถในการส่อื สาร
๕. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
๑. มีวินยั
๒. ใฝเ่ รยี นรู้
๓. มจี ิตสาธารณะ
๖. ช้ินงาน/ภาระงาน วิธกี ารวัดและประเมินผล เครื่องมือวัดผลและประเมนิ ผล
- - สงั เกต - แบบบนั ทกึ การสังเกต
- ซักถาม - แบบประเมินผลงานรายบุคคล
๗. การวดั ผลประเมินผล
รายการประเมนิ
• ดา้ นความรู้ความเข้าใจ
- การรว่ มสนทนา
- การตอบคำถาม
• ดา้ นคณุ ลักษณะอันพงึ - สังเกตพฤติกรรมขณะรว่ ม - แบบประเมินผลงานรายบคุ คล
ประสงค์ กิจกรรม แบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล
• ดา้ นทักษะกระบวนการคิด - การใชส้ ำนวน
การร่วมสนทนา
๘. กิจกรรมการเรยี นรู้
ครูจดั การเรียนการสอนรปู แบบเชิงรุก (Active Learning)
ขน้ั นำ
๑. ทบทวนเน้อื หาทีเ่ รียนในชว่ั โมงท่แี ล้ว
ขน้ั สอน
๒. ครแู จกกระดาษ A ๔ ใหส้ มาชิกในกลุ่มทุกคน คนละ ๑ แผน่ จากนน้ั ใหแ้ ต่ละคนพับครึ่งแบ่งกระดาษ
ออกเปน็ ๖ สว่ นเทา่ ๆ กนั แลว้ ออกแบบวาดลวดลายกรอบในกระดาษแต่ละแผ่น เขียนสำนวนภาษาพรอ้ มทัง้ บอก
ความหมายคนละ ๖ สำนวน นำไปติดลงในสมดุ วาดเขยี นเลม่ ใหญ่ (ควรใช้สมุดวาดเขยี นที่มขี นาดเทา่ กนั ทกุ คน) ให้
แตล่ ะคนออกแบบทำปกเขยี นชอ่ื เลขที่ ชนั้ ติดทับปกสมดุ วาดเขียนอกี ครั้ง นำสง่ ครตู รวจสอบและเก็บผลงานนัน้ ลง
ใน กล่องเก็บผลงาน (ครมู อบหมายให้ทำกลอ่ งเก็บผลงานเป็นการบา้ น)
ขนั้ สรุป
๓. ครูอธิบายถึงความหมายของสำนวน ลักษณะของสำนวน และชนิดของสำนวน พร้อมกับยกตัวอย่าง
สำนวนทม่ี ใี ช้มานาน เชน่ สอนจระเขใ้ ห้ว่ายน้ำ รำไม่ดีโทษป่โี ทษกลอง ปอกกลว้ ยเข้าปาก เป็นต้น และสำนวนท่ี
เกดิ ขึน้ ใหม่จากเหตุการณใ์ นปัจจุบัน เช่น หนอนหนังสอื ขำกล้งิ จอมพร้วิ เปน็ ต้น
๙. ส่ือ / แหลง่ การเรียนรู้
๑. หนงั สือเรียนชดุ ภาษาพาที
๒. ใบความรู้เร่ือง สำนวนไทย
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๘
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย รายวิชา ภาษาไทย รหัส ท ๑๕๑๐๑
ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๕ ภาคเรยี นท่ี ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๕
ช่ือหนว่ ยการเรียนรู้ จินตนาการ สรา้ งสรรคไ์ ด้ เวลาเรยี น ๑ ชั่วโมง
............................................................................................................................................... ...........
๑. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
ภาษาไทยเปน็ ภาษาที่ยดื หยุน่ มีวิธีการสรา้ งคำข้ึนมาใชอ้ ย่างหลากหลาย โดยวิธกี ารของตนเอง มีทั้งการ
ยืมคำภาษาต่างประเทศมาใช้ คำเหลา่ นสี้ ะทอ้ นใหเ้ ห็นความเจริญทางด้านภาษาที่เกิดขึ้นมาควบค่ไู ปกับความเจริญ
ด้านศลิ ปวฒั นธรรมและความเจริญทางดา้ นวิทยาการต่าง ๆ ของคนไทย
๒. ตัวชวี้ ดั /จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๕ / ๕ บอกคำภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. นกั เรียนบอกคำท่ีมาจากภาษาตา่ งประเทศได้
๒. นกั เรยี นบอกความหมายของคำท่มี าจากภาษาตา่ งประเทศได้
๓. นักเรยี นนำทีม่ าจากภาษาต่างประเทศไปใช้ไดถ้ กู ตอ้ ง
๓. สาระการเรยี นรู้
๓.๑ สาระการเรียนร้แู กนกลาง
- คำทีม่ าจากภาษาต่างประเทศ
๔. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๕. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
๑. มีวนิ ยั
๒. ใฝเ่ รยี นรู้
๓. มจี ติ สาธารณะ
๖. ชน้ิ งาน/ภาระงาน วธิ กี ารวดั และประเมนิ ผล เครอ่ื งมือวัดผลและประเมินผล
- การทำใบงาน - สังเกต - แบบบันทกึ การสังเกต
- ซักถาม - ใบงาน ชุดที่ ๑๐ – ๑๑
๗. การวัดผลประเมนิ ผล - ตรวจใบงาน - แบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล
รายการประเมนิ
• ดา้ นความรคู้ วามเข้าใจ
- การร่วมสนทนา
- การตอบคำถาม
- การทำใบงาน
• ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ - สังเกตพฤติกรรมขณะร่วม - แบบประเมินผลงานรายบคุ คล
ประสงค์ กิจกรรม แบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล
• ดา้ นทกั ษะกระบวนการคิด - การใชค้ ำท่มี าจาก
การเขียนบรรยาย ภาษาตา่ งประเทศ
๘. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ครูจัดการเรียนการสอนรปู แบบเชิงรกุ (Active Learning)
ขัน้ นำ
๑. ทบทวนเนอื้ หาที่เรยี นในชวั่ โมงทแ่ี ล้ว
ขัน้ สอน
๒. ร่วมกันสนทนาเกี่ยวกบั ที่มาจากภาษาต่างประเทศที่ไทยเรานำมาใช้ ให้แต่ละกลุ่มช่วยกันหาคำที่มา
จากภาษาตา่ งประเทศที่เราพบเห็นในชวี ิตประจำวันใหไ้ ด้มากที่สดุ พรอ้ มท้ังบอกที่มาและความหมาย เสร็จแล้วส่ง
ตัวแทนอา่ นคำเหลา่ น้นั พร้อมทั้งบอกความหมายท่ีหนา้ ชนั้ เรียน
๓. มอบหมายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มไปจัดทำแผนภูมิคำที่มาจากภาษาต่างประเทศเพิ่มเติมอีก ๔ – ๕
ภาษา เช่นคำทม่ี าจากภาษาจนี ภาษาเกาหลี ภาษามลายู เปน็ ตน้ โดยเขียนกระดาษชารต์ แผน่ ใหญ่ ภาษาละ ๘ –
๑๐ พรอ้ มทง้ั บอกความหมายนำมาส่งครูในชว่ั โมงต่อไป
ขน้ั สรุป
๔. นักเรียนทำใบงานที่ ๑๐ (ท้ายแผน) ชุด บอกที่มาและความหมายของคำ เสร็จแล้วร่วมกันเฉลยและ
ตรวจสอบความถกู ตอ้ งเหมาะสม
๕. นกั เรียนทำใบงานท่ี ๑๑ (ทา้ ยแผน) ชุด บอกคำในภาษาไทยทตี่ รงกับภาษาต่างประเทศท่ีกำหนดให้
เสร็จแลว้ นำส่งครูตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
๙. สอื่ / แหลง่ การเรยี นรู้
๑. หนังสอื เรียนชดุ ภาษาพาที
๒. ใบความร้เู ร่อื ง คำทม่ี าจากภาษาตา่ งประเทศ
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ ๙
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย รายวิชา ภาษาไทย รหสั ท ๑๕๑๐๑
ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๕ ภาคเรยี นท่ี ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕
ชือ่ หนว่ ยการเรียนรู้ จนิ ตนาการ สร้างสรรคไ์ ด้ เวลาเรยี น ๑ ช่วั โมง
............................................................................................................................. .............................
๑. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การเขียนโครงงานคือการวางแผนงานและบริหารจัดการการเรียนรู้ไปสู่การลงมอื ปฏิบัติจริง ทดลองจริง
จากสภาพความเป็นจริงเพื่อให้สามารถดำเนินงานทุกขั้นตอนให้ลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อย เกิดผลสำเร็จตาม
เปา้ หมายที่วางไว้วิธีใชส้ ิง่ ของตา่ ง ๆ การอ่านตอ้ งอ่านอยา่ งละเอยี ดทกุ ขั้นตอนเพื่อการปฏบิ ัตใิ หถ้ กู ตอ้ ง
๒. ตวั ชว้ี ดั /จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๒.๑ ป.๕/๓ เขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื งและแผนภาพความคดิ เพ่ือใช้พัฒนางานเขยี น
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๑. บอกขั้นตอนการเขียนรายงานโครงงานเพอ่ื นำเสนอได้
๒. เขยี นรายงานการจดั ทำโครงงานเพือ่ นำเสนอได้
๓. เห็นถึงความสำคัญของการเขยี นรายงานโครงการ
๓. สาระการเรยี นรู้
๓.๑ สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
- การนำแผนภาพโครงเรือ่ งและแผนภาพความคดิ ไปพัฒนางานเขียน
๔. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
๑. ความสามารถในการส่อื สาร
๕. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
๑. มีวนิ ัย
๒. ใฝ่เรียนรู้
๓. มีจติ สาธารณะ
๖. ช้ินงาน/ภาระงาน วธิ ีการวดั และประเมินผล เครอื่ งมือวดั ผลและประเมินผล
- - สังเกต - แบบบันทกึ การสงั เกต
- ซกั ถาม - แบบประเมินผลงานรายบุคคล
๗. การวดั ผลประเมนิ ผล
รายการประเมนิ
• ด้านความรู้ความเขา้ ใจ
- การร่วมสนทนา
- การตอบคำถาม
• ด้านคุณลักษณะอนั พงึ - สงั เกตพฤติกรรมขณะรว่ ม - แบบประเมินผลงานรายบคุ คล
ประสงค์ กจิ กรรม แบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล
• ดา้ นทักษะกระบวนการคดิ - การใช้คำทีม่ าจาก
การเขียนบรรยาย ภาษาต่างประเทศ
๘. กิจกรรมการเรียนรู้
ครูจดั การเรยี นการสอนรูปแบบเชิงรุก (Active Learning)
ขน้ั นำ
๑. ทบทวนเนอื้ หาที่เรียนในชัว่ โมงท่ีแลว้ ดว้ ยการใหน้ กั เรยี นนำใบงานชดุ ที่ ๑๒ – ๑๓ มาร่วมกนั ตรวจสอบ
และเฉลยอกี ครงั้
ขัน้ สอน
๒. นกั เรียนรับใบความรู้ (ทา้ ยแผน) ศึกษาเร่ือง การเขียนรายงานเพ่อื นำเสนอโครงงาน ทำความเข้าใจใบ
ความรู้ เพื่อจะได้ฝึกปฏิบัติได้ถูกต้องตามขั้นตอน แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันว่าการพัฒนาการเขียนโครงงานต้องมี
องคป์ ระกอบ ข้ันตอนและวิธีการอย่างไรบ้าง
ข้ันสรุป
๓. ให้นักเรียนแตล่ ะกลุ่มชว่ ยกนั สรปุ องค์ประกอบของการเขยี นรายงานโครงงานเพ่ือนำเสนอ โดยครรู ว่ ม
สรุปวา่ การเขียนรายงานเพ่ือนำเสนอโครงงานมีดังน้ี
- บทที่ ๑ บทนำ
- บทท่ี ๒ เอกสารที่เกยี่ วขอ้ ง
- บทท่ี ๓ วิธกี ารทดลอง
- บทที่ ๔ ผลการทดลอง ( ผลการศึกษาค้นคว้า )
- บทที่ ๕ สรปุ และอภปิ รายผลการทดลอง
๙. สือ่ / แหลง่ การเรยี นรู้
๑. หนงั สอื เรียนชดุ ภาษาพาที
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี ๑๐
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย รหสั ท ๑๕๑๐๑
ระดบั ช้ัน ประถมศึกษาปที ี่ ๕ ภาคเรยี นท่ี ๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕
ชือ่ หนว่ ยการเรียนรู้ จินตนาการ สร้างสรรค์ได้ เวลาเรยี น ๑ ชั่วโมง
..........................................................................................................................................................
๑. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การเขียนโครงงานคือการวางแผนงานและบริหารจัดการการเรียนรไู้ ปสู่การลงมือปฏิบัติจรงิ ทดลองจริง
จากสภาพความเป็นจริงเพื่อให้สามารถดำเนินงานทุกขั้นตอนให้ลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อย เกิดผลสำเร็จตาม
เป้าหมายที่วางไวว้ ธิ ีใชส้ ง่ิ ของต่าง ๆ การอ่านตอ้ งอ่านอยา่ งละเอยี ดทุกขน้ั ตอนเพอ่ื การปฏบิ ตั ิให้ถกู ต้อง
๒. ตัวชี้วดั /จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๒.๑ ป.๕/๓ เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคดิ เพ่ือใชพ้ ฒั นางานเขียน
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. บอกขน้ั ตอนการเขียนรายงานโครงงานเพอื่ นำเสนอได้
๒. เขียนรายงานการจัดทำโครงงานเพ่อื นำเสนอได้
๓. เห็นถึงความสำคญั ของการเขยี นรายงานโครงการ
๓. สาระการเรยี นรู้
๓.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง
- การนำแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคดิ ไปพฒั นางานเขยี น
๔. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น
๑. ความสามารถในการส่อื สาร
๕. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
๑. มีวนิ ยั
๒. ใฝ่เรียนรู้
๓. มจี ติ สาธารณะ
๖. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- การทำใบงาน
- การทำแบบทดสอบหลังเรียน
๗. การวัดผลประเมินผล วธิ ีการวดั และประเมินผล เครอ่ื งมอื วัดผลและประเมนิ ผล
รายการประเมิน - สังเกต - แบบบันทึกการสงั เกต
• ด้านความรคู้ วามเข้าใจ - ซักถาม - ใบงาน ชดุ ที่ ๑๔
- การร่วมสนทนา - ตรวจใบงาน - แบบประเมินผลงานรายบุคคล
- การตอบคำถาม
- การทำใบงาน - สังเกตพฤติกรรมขณะรว่ ม - แบบประเมนิ ผลงานรายบคุ คล
• ด้านคณุ ลักษณะอันพึง กิจกรรม
ประสงค์ แบบประเมนิ ผลงานรายบคุ คล
• ดา้ นทักษะกระบวนการคิด - การใชค้ ำที่มาจาก
การเขียนบรรยาย ภาษาต่างประเทศ
๘. กิจกรรมการเรยี นรู้
ครจู ดั การเรียนการสอนรปู แบบเชงิ รกุ (Active Learning)
ขั้นนำ
๑. ทบทวนเนอื้ หาท่ีเรยี นในชว่ั โมงที่แล้ว
ข้ันสอน
๒. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันเขียนบทคัดย่อของโครงงาน เรื่อง “คำทีเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์” เสรจ็
แลว้ นำส่งครตู รวจสอบและประเมินคุณภาพ แนะนำแก้ไขใหก้ ลุ่มทบี่ กพร่องและชมเชยกลมุ่ ทเ่ี ขียนไดด้ ี
ขน้ั สรปุ
๓. ให้นักเรียนแตล่ ะกลุ่มช่วยกันเขียนร่างบทที่ ๑ บทนำ ของการเขียนรายงานเพื่อนำเสนอโครงงานชอ่ื
“คำทีเก่ียวขอ้ งกบั คอมพิวเตอร์” กล่มุ ละ ประมาณ ๑ หน้ากระดาษ จากนัน้ สง่ ตัวแทนอา่ นรายงานทีห่ น้าชัน้ เรียน
๔. นักเรียนทำใบงานที่ ๑๔ (ท้ายแผน) ชุด เลือกตอบถูก – ผิด เกี่ยวกับการเขียนโครงงาน เสร็จแล้ว
ร่วมกนั เฉลยและตรวจสอบความถูกตอ้ งเหมาะสม
๕. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน บทที่ ๔ เรื่อง ภัยเงียบ (ท้ายแผน) จำนวน ๒๐ ข้อ เสร็จแล้วครู
เฉลย นกั เรียนแลกเปลี่ยนกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
๙. สอ่ื / แหลง่ การเรียนรู้
๑. หนังสอื เรียนชดุ ภาษาพาที
๒. ใบงาน ชุดท่ี ๑๔
๓. แบบทดสอบหลงั เรียน
๔. ใบความรู้เร่ือง การเขียนโครงงาน
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี ๑๑
กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย รายวิชา ภาษาไทย รหสั ท ๑๕๑๐๑
ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๕ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๕
ชื่อหนว่ ยการเรียนรู้ จนิ ตนาการ สร้างสรรคไ์ ด้ เวลาเรียน ๑ ช่ัวโมง
............................................................................................................................. .............................
๑. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
การอ่านในใจคือการกวาดสายตาไปยังข้อความจากหนังสือ พุ่งความสนใจไปยังสาระที่อ่าน แล้วเก็บ
ใจความสำคัญของเรื่องทีอ่ า่ น สามารถถ่ายโอนสาระท่ีอ่านไปยังผอู้ นื่ ได้ด้วยท้ังพูดและการเขียน
๒. ตัวชี้วัด/จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๕/๔ แยกข้อเท็จจริงและข้อคดิ เห็นจากเร่อื งทอี่ ่าน
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๑. อ่านในใจและเก็บใจความสำคัญของเรื่องได้
๒. ถา่ ยโอนสาระเร่ืองราวทีอ่ า่ นไปยงั ผอู้ ่ืนได้
๓. บอกความหมายคำใหมใ่ นบทเรยี นได้
๓. สาระการเรยี นรู้
๓.๑ สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
- การนำแผนภาพโครงเร่ืองและแผนภาพความคิดไปพัฒนางานเขยี น
๔. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น
๑. ความสามารถในการสือ่ สาร
๕. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
๑. มีวนิ ัย
๒. ใฝเ่ รยี นรู้
๓. มจี ติ สาธารณะ
๖. ชน้ิ งาน/ภาระงาน วธิ กี ารวัดและประเมนิ ผล เครอื่ งมือวดั ผลและประเมนิ ผล
- - สงั เกต - แบบบนั ทึกการสงั เกต
- ซักถาม - แบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล
๗. การวดั ผลประเมินผล - ตรวจใบงาน
รายการประเมนิ - แบบประเมินผลงานรายบคุ คล
• ดา้ นความรู้ความเข้าใจ - สงั เกตพฤตกิ รรมขณะร่วม
- การรว่ มสนทนา กจิ กรรม แบบประเมินผลงานรายบคุ คล
- การตอบคำถาม
- การทำใบงาน - การใชค้ ำที่มาจาก
• ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ ภาษาต่างประเทศ
ประสงค์
• ดา้ นทักษะกระบวนการคิด
การเขียนบรรยาย
๘. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ครจู ัดการเรยี นการสอนรูปแบบเชงิ รุก (Active Learning)
ข้ันนำ
๑. ครูช้แี จงความสำคัญของภาษาไทย ลำดับขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ จดุ ประสงค์ และสิ่งที่
นกั เรียนตอ้ งเตรยี ม ในชั่วโมงน้ใี หน้ กั เรยี นรับทราบ
ข้ันสอน
๒. ให้นักเรยี นอ่านเร่ือง จากคลองสหู่ ้องแอร์ ในใจ จากนน้ั ชว่ ยกันสรุปเรื่องโดยเขียนบทสรุปของเร่ือง
เพ่ือเลา่ เร่อื งทหี่ นา้ ช้ันเรียน
ข้ันสรปุ
๓. นกั เรยี นตั้งคำถามจากเรื่องให้คนอ่นื ตอบ คนละ ๓ คำถาม
๔. ให้นกั เรยี นศึกษาใบความร้เู รื่อง การอ่านในใจ จากน้ันรว่ มกนั สนทนาเกี่ยวกบั หลักการอา่ นในใจ
๘. ส่อื / แหลง่ การเรยี นรู้
๑. ใบความร้เู ร่ือง การอ่านในใจ
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๑๒
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย รหสั ท ๑๕๑๐๑
ระดับช้ัน ประถมศึกษาปีที่ ๕ ภาคเรยี นท่ี ๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕
ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ จินตนาการ สร้างสรรค์ได้ เวลาเรยี น ๑ ช่ัวโมง
..........................................................................................................................................................
๑. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การอา่ นออกเสียงเป็นการอ่านท่ีสามารถใหผ้ ้ฟู งั เข้าใจในเร่ืองทอ่ี า่ นควรอ่านออกเสียงใหถ้ ูกตอ้ งและชัดเจน
และปฏิบัตติ นในการอ่านใหถ้ ูกต้องตามหลักเกณฑ์จึงจะทำใหอ้ า่ นได้คล่องและมีความมน่ั ใจ
๒. ตัวช้ีวดั /จุดประสงค์การเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๕/๑ อ่านออกเสยี งบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๑. นกั เรียนอ่านออกเสยี งเนื้อหาในบทเรยี นได้
๒. นกั เรยี นสรุปเรอ่ื งราวท่ีอา่ นได้
๓. นักเรียนบอกความหมายของคำยากในบทอา่ นได้
๓. สาระการเรียนรู้
๓.๑ สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
- การอ่านออกเสียงและการบอกความหมายของบทรอ้ ยแกว้ และบทร้อยกรอง
๔. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๕. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
๑. มีวนิ ยั
๒. ใฝ่เรยี นรู้
๓. มจี ิตสาธารณะ
๖. ช้ินงาน/ภาระงาน วิธีการวัดและประเมนิ ผล เครอ่ื งมอื วดั ผลและประเมินผล
- - สังเกต - แบบบนั ทึกการสังเกต
- ซักถาม - แบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล
๗. การวัดผลประเมินผล - ตรวจใบงาน
รายการประเมิน - แบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล
• ด้านความรูค้ วามเข้าใจ - สังเกตพฤตกิ รรมขณะร่วม
- การร่วมสนทนา กิจกรรม แบบประเมนิ ผลงานรายบคุ คล
- การตอบคำถาม
- การทำใบงาน - การใช้คำทมี่ าจาก
• ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึง ภาษาตา่ งประเทศ
ประสงค์
• ด้านทกั ษะกระบวนการคดิ
การเขยี นบรรยาย
๘. กิจกรรมการเรียนรู้
ครจู ดั การเรยี นการสอนรปู แบบเชิงรุก (Active Learning)
ขน้ั นำ
๑. ทบทวนเนือ้ หาทเ่ี รียนในช่วั โมงท่แี ล้ว
ข้ันสอน
๒. ให้นักเรียนเล่นเกม “ ยอดนักสืบ” วิธีการเล่นคือ ครูกำหนดเวลาให้ ๒ นาที ให้ทุกคนเตรียม
กระดาษและปากกาคนละ ๑ ชุด แล้วไปสัมภาษณ์เพื่อนเกี่ยวกับความรู้สึก ชอบ ไม่ชอบ ในหัวข้อ อาหาร
สัตว์เล้ียง เพลง กีฬา รายการโทรทศั นท์ ่ดี ปู ระจำ แลว้ เขยี นบนั ทึกลงในกระดาษ ใหไ้ ดจ้ ำนวนคนท่ีไปสัมภาษณ์
มากทสี่ ดุ เทา่ ท่ีจะทำได้ เม่ือหมดเวลานำกระดาษแผน่ นัน้ มาสง่ ครู คนที่ได้จำนวนเพอ่ื นที่ไปสัมภาษณ์มากท่ีสุดคือ
ยอดนักสืบและรองยอดนักสืบอีก ๒ คน ครูตรวจสอบว่าใช่ยอดนักสืบตัวจริงหรือไม่ โดยสัมภาษณ์คนที่ยอด
นกั สบื ไปสัมภาษณม์ าว่าจะได้คำตอบตรงกันหรือไม่
ขัน้ สรุป
๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มอ่านเรื่องในบทเรียน “ จากคลองสู่ห้องแอร์” จากหนังสือเรียนชุดภาษาพาที
หนา้ ๑๑๓ – ๑๑๘ โดยอ่านตอ่ กนั กล่มุ ละ ๑ ยอ่ หนา้ ถ้าจบเรือ่ งแลว้ ให้กลุม่ ทยี่ งั ไมไ่ ดอ้ ่านเริ่มต้นอ่านเร่ืองใหม่
๘. สอ่ื / แหลง่ การเรียนรู้
๑. หนังสอื เรียนภาษาพาที ป. ๕
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี ๑๓
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย รายวิชา ภาษาไทย รหัส ท ๑๕๑๐๑
ระดับช้ัน ประถมศึกษาปีท่ี ๕ ภาคเรียนที่ ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕
ช่อื หน่วยการเรียนรู้ จนิ ตนาการ สรา้ งสรรคไ์ ด้ เวลาเรยี น ๑ ชั่วโมง
............................................................................................................................. .............................
๑. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การอ่านเสริมบทเรยี นเป็นการเพิม่ ประสบการณ์ด้านการอ่าน ปลูกฝังให้ผู้เรยี นรักการอา่ นและศึกษาหา
ความรู้เพิ่มเติม ขยายขอบเขตการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้เปิดโลกทัศน์ที่กว้างไกล รู้จักคิดวิเคราะห์เรื่องที่อ่านและ
นำมาปรับใชใ้ นชวี ติ ประจำวันได้
๒. ตวั ช้ีวดั /จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๕/๗ อา่ นหนงั สือทีม่ คี ุณคา่ ตามความสนใจอยา่ งสมำ่ เสมอ
และแสดงความคดิ เหน็ เก่ียวกบั เร่อื งทีอ่ า่ น
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
๑. นักเรียนอ่านและเก็บใจความสำคญั ของเร่อื งได้
๒. นกั เรียนคิด วเิ คราะห์สรปุ เรือ่ งราวท่ีอ่าน
๓. นักเรียนตัง้ คำถาม – ตอบคำถามเร่ืองทีอ่ า่ นได้
๓. สาระการเรียนรู้
๓.๑ สาระการเรียนร้แู กนกลาง
การอา่ นหนังสือตามความสนใจ เชน่
- หนังสือท่นี กั เรยี นสนใจและเหมาะสมกบั วยั
- หนงั สอื ทค่ี รแู ละนกั เรยี นกำหนดร่วมกัน
๔. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๕. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
๑. มีวินยั
๒. ใฝเ่ รยี นรู้
๓. มจี ติ สาธารณะ
๖. ช้ินงาน/ภาระงาน วธิ กี ารวัดและประเมินผล เคร่ืองมอื วดั ผลและประเมนิ ผล
- - สงั เกต - แบบบนั ทกึ การสงั เกต
- ซกั ถาม - แบบประเมินผลงานรายบคุ คล
๗. การวัดผลประเมินผล - ตรวจใบงาน
รายการประเมิน - แบบประเมินผลงานรายบคุ คล
• ด้านความรคู้ วามเข้าใจ - สงั เกตพฤติกรรมขณะร่วม
- การรว่ มสนทนา กจิ กรรม แบบประเมินผลงานรายบคุ คล
- การตอบคำถาม
- การทำใบงาน - การใช้คำทีม่ าจาก
• ด้านคุณลักษณะอันพงึ ภาษาต่างประเทศ
ประสงค์
• ดา้ นทักษะกระบวนการคดิ
การเขียนบรรยาย
๘. กจิ กรรมการเรียนรู้
ครจู ดั การเรียนการสอนรปู แบบเชงิ รกุ (Active Learning)
ขั้นนำ
๑. ทบทวนเนอ้ื หาท่ีเรยี นในช่วั โมงทแ่ี ล้ว
ขั้นสอน
๒. นกั เรยี นแตล่ ะคนอา่ น บทอ่านเสรมิ เจ้าชายแตงโม โดยการอ่านในใจ จากนนั้ สรปุ เรื่องทอ่ี ่าน ครูสุ่ม
นกั เรยี นออกมาตัวแทนพดู สรปุ ทห่ี น้าช้นั เรียน
ขน้ั สรปุ
๓. ครแู ละนกั เรียนสรปุ ความรู้ทไ่ี ดจ้ ากการอา่ น บทอา่ นเสรมิ เจ้าชายแตงโม
๘. สอื่ / แหล่งการเรียนรู้
๑. หนงั สอื เรยี นภาษาพาที ป. ๕
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๑๔
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย รายวิชา ภาษาไทย รหสั ท ๑๕๑๐๑
ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๕ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๕
ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ จนิ ตนาการ สร้างสรรคไ์ ด้ เวลาเรยี น ๑ ชว่ั โมง
............................................................................................................................. .............................
๑. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การเรยี นร้คู ำ นอกจากเรยี นรเู้ พอ่ื สือ่ ความหมายแลว้ ยังตอ้ งเรียนรูใ้ นด้านประเภทและชนดิ ของคำ หน้าท่ี
ของคำ และนำคำนน้ั ไปใช้ใหถ้ ูกต้องตามบรบิ ท
๒. ตวั ช้วี ดั /จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๕/๒ อธิบายความหมายของคำ ประโยคและข้อความ
จุดประสงค์การเรยี นรู้
๑. นกั เรยี นอ่าน เขียนสะกดคำในบทเรียนได้
๒. นกั เรยี นบอกความหมายของคำได้
๓. นักเรียนนำคำไปใช้ไดถ้ ูกต้องตามสถานการณ์
๓. สาระการเรียนรู้
๓.๑ สาระการเรียนร้แู กนกลาง
- การอ่านออกเสยี งและการบอกความหมายของบทรอ้ ยแกว้ และบทร้อยกรอง
๔. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๕. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
๑. มวี ินัย
๒. ใฝ่เรยี นรู้
๓. มีจติ สาธารณะ
๖. ช้ินงาน/ภาระงาน วิธกี ารวัดและประเมนิ ผล เครอ่ื งมือวดั ผลและประเมนิ ผล
- - สงั เกต - แบบบนั ทกึ การสังเกต
- ซกั ถาม - แบบประเมินผลงานรายบุคคล
๗. การวดั ผลประเมนิ ผล - ตรวจใบงาน
รายการประเมิน - แบบประเมนิ ผลงานรายบคุ คล
• ดา้ นความร้คู วามเข้าใจ - สังเกตพฤตกิ รรมขณะรว่ ม
- การรว่ มสนทนา กจิ กรรม แบบประเมินผลงานรายบุคคล
- การตอบคำถาม
- การทำใบงาน - การใช้คำทม่ี าจาก
• ด้านคุณลกั ษณะอันพึง ภาษาต่างประเทศ
ประสงค์
• ดา้ นทกั ษะกระบวนการคดิ
การเขยี นบรรยาย
๘. กจิ กรรมการเรียนรู้
ครจู ัดการเรยี นการสอนรปู แบบเชงิ รุก (Active Learning)
ขน้ั นำ
๑. ทบทวนเนือ้ หาท่ีเรียนในชั่วโมงท่แี ลว้
ข้ันสอน
๒. นักเรียนแต่ละคนอ่าน อา่ นคำในหนงั สือเรียนรายวิชาพน้ื ฐานภาษาไทย ชดุ ภาษาพาที หน้า ๑๒๑ –
๑๒๒
ขน้ั สรปุ
๓. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายคำศัพท์ และความหมายที่ได้จากการอ่าน บทอ่านเสริม เจ้าชาย
แตงโม
๘. สอ่ื / แหลง่ การเรียนรู้
๑. หนงั สือเรียนภาษาพาที ป. ๕
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี ๑๕
กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย รายวิชา ภาษาไทย รหสั ท ๑๕๑๐๑
ระดบั ชั้น ประถมศึกษาปีท่ี ๕ ภาคเรยี นท่ี ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๕
ช่อื หนว่ ยการเรียนรู้ จนิ ตนาการ สร้างสรรคไ์ ด้ เวลาเรยี น ๑ ช่ัวโมง
..........................................................................................................................................................
๑. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การเขยี นเรยี งความ เปน็ การเขียนเพอื่ ถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ หรอื แสดงความคิด ความรู้สึก โดย
ใชค้ ำสำนวนภาษาท่ีถูกตอ้ งเหมาะสมกับเรอ่ื งสว่ นประกอบของเรยี งความ เรียงความประกอบดว้ ยส่วนสำคญั ๓
สว่ น คือ คำนำ เน้อื เรอื่ ง และสรุป
๒. ตัวชี้วัด/จุดประสงค์การเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๒.๑ ป.๕/๖ เขียนแสดงความรสู้ กึ และความคดิ เหน็ ไดต้ รง
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. นกั เรียนบอกข้นั ตอนการเขียนเรียงความได้
๒. นักเรยี นรู้จักวิธีเขียนเรยี งความ
๓. นกั เรยี นเขยี นเรียงความไดถ้ ูกตอ้ งตามข้นั ตอน
๓. สาระการเรียนรู้
๓.๑ สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
- การเขยี นแสดงความรูส้ กึ และความคิดเหน็
๔. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
๑. ความสามารถในการส่อื สาร
๕. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
๑. มีวินัย
๒. ใฝ่เรียนรู้
๓. มจี ิตสาธารณะ
๖. ชิ้นงาน/ภาระงาน
ใบงานเรอื่ ง การเขียนเรยี งความ
๗. การวัดผลประเมินผล วธิ กี ารวัดและประเมินผล เคร่อื งมอื วดั ผลและประเมนิ ผล
รายการประเมนิ - สงั เกต - แบบบันทึกการสงั เกต
• ดา้ นความรคู้ วามเข้าใจ - ซกั ถาม - แบบประเมินผลงานรายบุคคล
- การรว่ มสนทนา - ตรวจใบงาน
- การตอบคำถาม - แบบประเมินผลงานรายบุคคล
- การทำใบงาน - สังเกตพฤติกรรมขณะรว่ ม
• ดา้ นคุณลักษณะอันพงึ กจิ กรรม แบบประเมินผลงานรายบคุ คล
ประสงค์
• ดา้ นทักษะกระบวนการคดิ - การใชค้ ำทีม่ าจาก
การเขยี นบรรยาย ภาษาตา่ งประเทศ
๘. กิจกรรมการเรยี นรู้
ครูจัดการเรยี นการสอนรูปแบบเชิงรุก (Active Learning)
ขน้ั นำ
๑. ทบทวนเนอื้ หาทีเ่ รียนในช่ัวโมงทแ่ี ล้ว
ขัน้ สอน
๒. ใหน้ กั เรยี นศกึ ษาใบความรู้เรือ่ งการเขียนเรียงความ จากหนังสอื เรยี นชดุ ภาษาพาทีหน้า๑๒๓ – ๑๒๕
ขั้นสรุป
๓. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันสรปุ ความรู้ทไี่ ด้จากใบความรเู้ รื่อง การเขียนเรียงความ
๔. นกั เรียนทำใบงานเรอ่ื ง การเขยี นเรียงความ
๘. ส่ือ / แหลง่ การเรียนรู้
๑. หนงั สือเรียนภาษาพาที ป. ๕
๒. ใบความรเู้ รือ่ ง การเขียนเรียงความ
๓. ใบงานเร่ือง การเขียนเรียงความ
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๕
ฟัง ดู รสู้ นทนา ภาษาสอ่ื สาร
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี ๕
กล่มุ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวิชา ท ๑๕๑๐๑
ปีการศึกษา ๒๕๖๕
ระดับชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๕ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลาเรียน ๑๕ ชั่วโมง
ชอ่ื หน่วยการเรียนรู้ ฟัง ดู รสู้ นทนา ภาษาส่อื สาร
๑. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวช้ีวัด
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสรา้ งความรแู้ ละความคิดเพื่อนำไปใชต้ ัดสนิ ใจ
แกป้ ญั หาในการดำเนนิ ชีวติ และมนี สิ ัยรกั การอ่าน
ตวั ช้วี ัด
ป.๕/๑ อ่านออกเสียงบทรอ้ ยแก้วและบทรอ้ ยกรองไดถ้ กู ต้อง
ป.๕/๒ อธิบายความหมายของคำ ประโยคและขอ้ ความทเี่ ปน็ การบรรยายและการพรรณนา
ป.๕/๕ วิเคราะหแ์ ละแสดงความคดิ เห็นเกยี่ วกับเร่อื งทอี่ า่ น เพ่ือนำไปใช้ ในการดำเนินชีวติ
ป.๕/๗ อา่ นหนงั สอื ที่มคี ุณค่าตามความสนใจอย่างสม่ำเสมอ และแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกับเร่อื งที่อ่าน
มาตรฐาน ท ๒.๑ : ใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความและเขียนเรื่องราวใน
รปู แบบตา่ ง ๆ เขยี นรายงานข้อมูลสารสนเทศ และรายงานการศึกษาคน้ คว้าอยา่ ง มีประสทิ ธิภาพ
ตวั ช้วี ัด
ป.๕/๔ เขียนย่อความจากเร่อื งท่ีอ่าน
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๓.๑ สามารถเลือกฟงั และดอู ย่างมวี ิจารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคิด
และความรู้สกึ ในโอกาสต่าง ๆ อย่างมวี จิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์
ตัวชว้ี ัด
ป.๕/๕ มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด
มาตรฐาน ท ๔.๑ : เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา
ภูมปิ ัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ขิ องชาติ
ตวั ชวี้ ัด
ป.๕ / ๒ จำแนกสว่ นประกอบของประโยค
๒. สาระสำคญั
บทรอ้ ยกรองของไทยได้แทรกซึมไปในเกอื บทกุ อาชีพ ดงั นั้นนกั เรยี นควรฝึกอ่านใหค้ ลอ่ งแคล่วเพือ่ สามารถ
นำความรู้ไปตอ่ ยอดไม่ว่าจะเปน็ การอา่ นเพื่อยอ่ ความ การมีมารยาทในการฟงั การดแู ละการพดู การ รูจ้ ักคำเช่ือม
ต่าง ๆ เพื่อไปไว้ใช้ในการแต่งประโยค ทั้งนี้ทุกหัวข้อที่กล่าวมาล้วนแต่เป็นสิ่งสำคัญที่นักเรียนต้องรู้เพื่อไปใช้ใน
ชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังเป็นการรักษาภาษาไทยที่เป็นเอกลักษณ์ประจำชาติเราให้อยู่สืบไป
๓. สาระการเรยี นรู้
๓.๑ สาระแกนกลาง
๑. การอา่ นออกเสียงและการบอกความหมายของบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรอง และการอา่ นบทร้อย
กรองเปน็ ทำนองเสนาะ
๒. การอา่ นหนังสือตามความสนใจ
๓. การอ่านจับใจความจากส่อื ต่าง ๆ เช่น วรรณคดใี นบทเรียน บทความ บทโฆษณา ฯลฯ
๔. มารยาทในการฟัง การดู และการพดู
๕. การเขียนย่อความจากสอื่ ต่าง ๆ เช่น นิทาน ความเรียงประเภทต่าง ๆ ประกาศ แจง้ ความ แถลงการณ์
จดหมาย คำสอน โอวาท คำปราศรัย
๖. ประโยคและส่วนประกอบของประโยค
๔. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
ความสามารถในการสอ่ื สาร
๕. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. อยู่อย่างพอเพียง
๒. มีวนิ ัย
๓. มีจิตสาธารณะ
๖. ช้ินงานหรือภาระงาน
๑. อ่านบทร้อยแก้วและบทรอ้ ยกรอง
๒. การเขียนย่อความ
๓. ใบงานท่ี ๑-๑๔
๗. การวัดและประเมนิ ผล
๗.๑ ก่อนเรยี น
ทำแบบทดสอบก่อนเรียนหนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๕ เรอ่ื งประชาธิปไตยใบกลาง
๗.๒ ระหว่างเรียน
ประเมนิ การอ่านบทร้อยแก้วและบทรอ้ ยกรอง
ประเมินชิน้ งานการเขียนยอ่ ความ
ประเมนิ ช้นิ ใบงานท่ี ๑-๑๔
๗.๓ หลงั การเรยี น
ทำแบบทดสอบหลังเรียนหนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี ๕ เร่อื งประชาธิปไตยใบกลาง
๘. การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
ครจู ัดการเรียนการสอนรูปแบบเชงิ รกุ (Active Learning)
ชว่ั โมงที่ ๑-๒ นกั เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรยี น บทที่ ๔ เรอื่ งภยั เงยี บ จำนวน ๒๐ ขอ้
๑. นกั เรยี นฝกึ อ่านบทร้อยกรองทัง้ แบบเสียงธรรมดาและทำนองเสนาะ พรอ้ มทำใบงาน
๒. นกั เรยี นเลน่ กิจกรรมยอดนักสบื และอ่านบทเรยี นพร้อมท้ังทำใบงาน
ชั่วโมงท่ี ๓
๑. นักเรียนแบ่งกลมุ่ เพอื่ อ่านบทอ่านเสริมและชว่ ยกนั สรุปเนอ้ื หาพร้อมนำเสนอหน้าช้นั เรียน
๒. นกั เรยี นอา่ นใบความรเู้ รอื่ ง “นักต่อสเู้ พ่อื ประชาธิปไตย” และร่วมกนั สนทนาถงึ เนอื้ หาสาระ
ช่ัวโมงท่ี ๔
๑. นกั เรียนอ่านเนื้อหาเรือ่ ง ประชาธิปไตยใบกลาง
๒. นักเรียนรว่ มกันคิดบทบาทสมมตจิ ากบทเรยี นเร่ือง ภยั เงียบ และให้เพอ่ื น ๆ รว่ มกันวจิ ารณ์
ชว่ั โมงที่ ๕-๖
๑. นกั เรยี นศกึ ษาเก่ยี วกบั คำสนั ธาน
๒. นกั เรยี นรว่ มกันตอบคำถามท่ีครถู ามห้าชัน้ เรียนและทำใบงานที่ ๘-๙
ชว่ั โมงที่ ๗
๑. นกั เรียนศกึ ษาเก่ียวกบั การยอ่ ความ
๒. นักเรียนฝึกการเขียนยอ่ ความและทำใบงานท่ี ๑๐-๑๑
ชว่ั โมงที่ ๘-๙
๑. นกั เรียนศึกษาการเขยี นโฆษณา
๒. นกั เรยี นรว่ มกนั ตอบคำถามเกยี่ วกับการเขยี นโฆษณาและใหท้ ำใบงานท่ี ๑๒-๑๓
ชว่ั โมงท่ี ๙-๑๐
๑. นักเรียนศกึ ษาใบความรแู้ ละศกึ ษาวธิ กี ารพูดแนะนำตัวและมารยาทในการพูด
๒. นักเรียนลองฝึกพูดแนะนำตวั ให้ทำใบงาน และสอบหลงั เรยี น
9. สอ่ื / แหล่งการเรยี นรู้
- หนังสอื เรียนรายวชิ าภาษาไทย ชดุ ภาษาพาที ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๕
- หนังสือเรียนรายวชิ าภาษาไทย ชุดวรรณคดีลำนำ ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๕
- หนังสอื แบบฝึกหัดทักษะภาษา ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๕
- คลิปวีดโี อ
- ห้องสมุด
10. เครอื่ งมือวดั ผลและประเมนิ ผล
๑. แบบทดสอบก่อนเรียน – หลังเรยี น หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๕ เรือ่ ง ประชาธิปไตยใบกลาง
๒. แบบประเมนิ การอา่ นบทรอ้ ยแก้วและบทรอ้ ยกรอง
๓. แบบประเมนิ ชน้ิ งานการย่อความ
๔. แบบประเมนิ ช้นิ ใบงานที่ ๑-๑๔
๕. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล
๖. แบบประเมินคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
บนั ทกึ หลังหน่วยการเรยี นรอู้ ิงมาตรฐาน
นกั เรยี นมคี วามรูค้ วามสามารถตามมาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตัวชว้ี ดั ของหน่วยการเรยี นรู้ ต่อไปนี้
มาตรฐาน ท ๑.๑ (ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๕, ป.๕/๗)
มาตรฐาน ท ๒.๑ (ป.๕/๔)
มาตรฐาน ท ๓.๑ (ป.๕/๕)
มาตรฐาน ท ๔.๑ (ป.๕/๒)
1. การจดั การเรยี นการสอน / ด้านความรู้
……….....................................................................................................................................................................
………………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………
………………….…………………………………………………………………………………………………………………………………(นร. มี
คะแนนผ่านเกณฑก์ ารประเมิน จำนวน ...............คน คดิ เป็นรอ้ ยละ .......................)
2. ด้านสมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
………………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………
………………….…………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
สรุปผลจากการประเมินช้นิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) ประจำหนว่ ยการเรียนรู้
ระดบั คุณภาพดมี าก จำนวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ
ระดบั คณุ ภาพดี จำนวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ
ระดบั คุณภาพพอใช้ จำนวน คน คิดเป็นรอ้ ยละ
ระดบั คุณภาพปรบั ปรุง จำนวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ
ปัญหา/อุปสรรค
แนวทางการแกไ้ ข
ลงชื่อ........................................................ครปู ระจำวิชา
(...........................................................)
วนั ท.ี่ .........เดอื น......................พ.ศ...............
ความคิดเหน็ ของหัวหน้าสถานศึกษา หรอื ผู้ทไ่ี ด้รบั มอบหมาย (ตรวจสอบนเิ ทศ/เสนอแนะ/รับรอง)
ลงช่อื
()
ตำแหนง่
วันท่ี..........เดอื น......................พ.ศ...............
ภาคผนวก
๑. แบบทดสอบกอ่ นเรียน – หลังเรียน หน่วยการเรียนร้ทู ี่ ๕ เรอ่ื ง ประชาธปิ ไตยใบกลาง
๒. แบบประเมินการอา่ นบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง
๓. แบบประเมินชนิ้ งานการย่อความ
๔. แบบประเมนิ ชิ้นใบงานที่ ๑-๑๔
๕. แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล
๖. แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
แบบทดสอบกอ่ นเรียน บทท่ี ๕
ชแ้ี จง ให้นักเรียนกาเคร่ืองหมาย ทับตวั อักษรหนา้ ข้อที่ถูกตอ้ ง
๑. ใครคือคู่แข่งในการสมคั รรบั เลือกตั้งเป็นประธานนกั เรียน
ก. มดี ี และภาณุ ข. พนาและมีดี
ค. จุ๊บแจง และภาณุ ง. พนา และภาณุ
๒. ขอ้ ใดคือลกั ษณะของมดี ี
ก. เป็นนักกฬี าฟุตบอลที่เกง่ กาจ ข. หนา้ ตาอปั ลักษณ์ พอ่ รวย
ค. รูปหลอ่ พอ่ รวย เรียนเกง่ ง. รูปหล่อ พ่อจน เรยี นเกง่
๓. จติ ร ภูมิศกั ดิ์ คือใคร
ก. ตวั แทนชาวนา ข. นักเรยี กรอ้ งประชาธปิ ไตย
ค. ประธานชมรมชาวนา ง. ชาวนาทยี่ ากจน
๔. บทเพลงใดทีแ่ ต่งโดย จติ ร ภมู ศิ ักด์ิ
ก. ดอกไมใ้ นปา่ ชา้ ข. เสอื ภพู าน
ค. ภพู านปฏิวตั ิ ง. ไอห้ นมุ่ ตังเก
๕. สำนวนใดที่หมายความว่า “มีทงั้ คุณและโทษ”
ก. ข่ีช้างจบั ตกั๊ แตน ข. หอกข้างแคร่
ค. ดาบสองคม ง. ใกลเ้ กลือกนิ ด่าง
๖. คำว่า “ยุตธิ รรม” อา่ นอย่างไร
ก. ยุ – ติ – ทำ ข. ยุด – ติ – ทำ
ค. ยกุ – ติ – ทำ ง. ยุด – ทำ
๗. คำวา่ “สุจรติ ” อา่ นอย่างไร
ก. สุ – จะ – ริด ข. สุ – จะ – หริด
ค. สดุ – จะ – รดิ ง. สุด – จะ – หริด
๘. “ฉนั สวดมนตรเ์ สร็จ..................... เข้านอน” ควรเตมิ คำใดลงในชอ่ งว่าง
ก. แลว้ ข. แลว้ ก็
ค. แล้วจึง ง. แลว้ จะ
๙. เขาอยากเรยี นเก่ง ...............ไม่เคยอ่านหนังสอื เลย” ควรเตมิ คำใดลงในช่องวา่ ง
ก. เพราะ ข. แต่
ค. แต่ก็ ง. ถึงแม้วา่
๑๐. ภูเขาบางลกู เกอื บเป็นภเู ขาหัวโลน้ ………….……….ถกู คนบุกรุกทำลาย
ก. เพราะ ข. เพราะว่า
ค. เน่อื งจาก ง. สาเหตุ
๑๑. ทักษะที่ไมใ่ ชใ้ นการย่อความคอื ข้อใด
ก. การพูด ข. การฟงั
ค. การอา่ น ง. การเขยี น
๑๒. ทกั ษะที่ใช้ก่อนลงมอื ยอ่ ความคอื ขอ้ ใด
ก. การพูด การฟงั ข. การฟงั การอ่าน
ค. การอ่าน การเขยี น ง. การพดู การอา่ น
๑๓. ย่อความคอื อะไร
ก. การนำประโยคสำคญั ๆ ของเรอ่ื งมาเรียงตดิ ต่อกนั
ข. การจับใจความสำคญั ของเรือ่ งด้วยสำนวนของผยู้ ่อเอง
ค. การจบั ใจความสำคญั ของเร่อื งดว้ ยสำนวนของเจา้ ของความเดิม
ง. คือรปู แบบการเขยี นที่มีคำนำเป็นสาระสำคญั ของขอ้ ความ
๑๔. การยอ่ ความเป็นการกระทำทต่ี รงข้ามกบั ขอ้ ใด
ก. ขยายความ ข. พรรณนาความ
ค. เก็บใจความสำคญั ง. เรียบเรยี งขอ้ ความ
๑๕. การยอ่ ความขอ้ ใดมขี ั้นตอนยากกว่าข้ออ่ืน
ก. ย่อบทความ ข. ย่อประกาศ
ค. ยอ่ คำประพันธ์ ง. ยอ่ นิทาน
๑๖. ถ้าขอ้ ความเดมิ ไมม่ ชี อ่ื เรือ่ งผู้ย่อควรทำอยา่ งไร
ก. ตอ้ งต้งั ช่ือเร่อื งใหส้ อดคลอ้ งกบั ชอ่ื เรอ่ื งน้นั ๆ
ข. ยอ่ เฉพาะขอ้ ความโดยไมต่ อ้ งมชี ือ่ เรื่อง
ค. จะตัง้ ชอื่ หรือไมเ่ ป็นสทิ ธขิ องผู้ยอ่
ง. ถา้ เปน็ ร้อยแก้วต้องตง้ั ชือ่ แต่ถ้าเป็นรอ้ ยกรองไมต่ อ้ งตั้งช่ือเรือ่ ง
๑๗. ข้อใดเปน็ ลักษณะสำคัญทสี่ ุดของย่อความ
ก. คำนำ ข. สำนวนภาษา
ค. พลความ ง. ใจความสำคญั
๑๘. ขอ้ ใดเปน็ วธิ กี ารโฆษณาดว้ ยการโนม้ นา้ วใจโดยใช้สถิติ
ก. เป็นรถจักรยานยนตส์ มรรถนะสูง บิดได้ทนั ใจ
ข. เปน็ รถจกั รยานยนตร์ ปู ลักษณ์ทนั สมยั บาดใจวยั รนุ่
ค. เป็นรถจกั รยานยนตใ์ ช้แบตเตอร่ไี ฟฟา้ ไมใ่ ช้น้ำมนั เชือ้ เพลิง
ง. เปน็ รถจักรยานยนต์ยอดประหยัด นำ้ มนั หนึง่ ลิตรว่งิ ไดร้ อ้ ยกิโลเมตร
๑๙. คำในข้อใดมีความหมายเปน็ การกระทำในทางท่ดี ี
ก. ยกั ยอก ข. ซื้อเสยี ง
ค. คดโกง ง. ให้อามิสสนิ จ้าง
๒๐. คำในข้อใดมีความหมายเป็นการกระทำในทางทไ่ี ม่ดี
ก. ยกั ยอก ข. มือสะอาด
ค. ยตุ ิธรรม ง. สุจริต
แบบประเมนิ การอา่ นออกเสียงบทรอ้ ยแกว้ บทร้องกรอง
หัวขอ้ และเกณฑก์ ารประเมิน ระดบั คะแนน หมายเหตุ
7. ความถูกต้องในการอ่าน 4 หมายความวา่ สามารถอา่ นได้ถกู ตอ้ งทั้งหมด ๙-๑๐ คะแนน
คะแนนมี 4 ระดบั 3 หมายความวา่ สามารถอ่านได้เกือบถกู ตอ้ งท้ังหมด ผิด ดมี าก
( 4 คะแนน ) ไม่เกนิ 3 คำ ๗-๘ คะแนน
2 หมายความว่า สามารถอา่ นได้ ผดิ ไมเ่ กิน 10 คำ ดี
1 หมายความว่า พยายามอา่ นไดบ้ ้าง ผิดมากว่า 10 คำ ๕-๖ คะแนน
ปานกลาง
8. นำ้ เสียงการเวน้ วรรตอน 4 หมายความวา่ สามารถอ่านได้ชัดเจน สอ่ื ความร้สู กึ ของ ๓-๔ คะแนน
พอใช้
คะแนนมี 4 ระดับ เรอื่ งทีอ่ า่ นได้ดี
3 หมายความว่า สามารถอา่ นไดช้ ัดเจน สอ่ื ความร้สู ึกของ ๐-๒ คะแนน
( 4 คะแนน ) ต้องปรับปรุง
เรอ่ื งทีอ่ ่านไดพ้ อใช้
2 หมายความวา่ สามารถอ่านไดค้ ่อนข้างชดั เจนแต่
ค่อนขา้ งช้า ยงั สื่อความรู้สึกของเร่ืองได้ไมช่ ัดเจน
1 หมายความวา่ พยายามอ่านได้บ้างนำ้ เสยี งเบาไม่
ชดั เจน ไม่สามารถส่อื ความรูส้ กึ ของเรือ่ งไดช้ ัดเจน
9. คุณลักษณะ 2 หมายความวา่ มีความม่ันใจในการอ่านดี มกี ารเตรียม
(มคี วามม่นั ใจในการใช้ภาษา ตวั มาอย่างดี มน่ั ใจตนเอง
1.5 หมายความวา่ มีความมน่ั ใจในการอา่ นพอใช้
เตรยี มตัวมาอย่างดี ยังประหม่า
1 หมายความวา่ ยงั ไม่คอ่ ยมคี วามม่นั ใจเทา่ ที่ควร มกี าร
เตรียมตวั มาพอใช้
0.5 หมายความวา่ ขาดความม่ันใจในตนเอง เตรียมตัว
มาบา้ งแต่ไมม่ ากนัก