แผนการจดั การเรยี นรู้
กลม่ ุ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย วิชาภาษาไทย
๓ชน้ั ประถมศึกษาปี ที่
นางสาวกสุ มุ าวดี ศรคี เณย์
โรงเรยี นบา้ นท่าลาด
สานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาอบุ ลราชธานีเขต ๑
คานา
แผนการจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยช้ันประถมศึกษาปีที่ ๓ เล่มนี้จัดทาตามมาตรฐานการ
เรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
แผนการจดั การเรียนร้มู ีเนือ้ หาสาระเกย่ี วกบั การวิเคราะหต์ ัวชว้ี ัดสาระการเรยี นรรู้ ายชน้ั ปี จดุ ประสงค์
การเรียนรู้ สาระสาคัญ แนวการจัดการเรียนรู้ ประกอบด้วยเนื้อหาสาระท่ีครอบคลุมทั้ง ๕ สาระ คือ ๑.การ
อ่าน ๒.การเขยี น ๓.การฟงั การดแู ละการพดู ๔.หลกั การใชภ้ าษา ๕. วรรณคดีและวรรณกรรม เพอ่ื ใหน้ กั เรียน
มีสว่ นรว่ มในกจิ กรรมและกระบวนการเรียนรู้ สามารถสรา้ งองค์ความรู้ได้ด้วยตนเองท้ังเป็นรายบุคคลและราย
กลุ่ม เนน้ กระบวนการคดิ วเิ คราะห์ สังเคราะห์ และสรปุ ความรู้ได้ด้วยตนเองทาให้นักเรียนได้รับการพัฒนาท้ัง
ด้านความรู้ ด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมท่ีดี ด้านทักษะกระบวนการ นาไปสู่การอยู่ร่วมกันในสังคม
อยา่ งสันติสุข
ผ้จู ัดทาขอขอบพระคุณ คุณครูฮิมทัย เต็งรัตนประเสริฐ เป็นอย่างย่ิงท่ีให้คาปรึกษาและให้คาแนะนา
ตลอดระยะเวลาการทาแผนการจดั การเรยี นรเู้ ล่มนี้ และหวงั เป็นอย่างยงิ่ วา่ แผนการจัดการเรียนรู้เล่มนี้จะเป็น
ประโยชน์ต่อการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๓ ทาให้นักเรียนมีพัฒนาการทาง
การศึกษาท่มี ปี ระสิทธิภาพข้ึนในอนาคต
กุสมุ าวดี ศรีคเณย์
ผู้จดั ทา
สารบัญ หนา้
๑
เรอ่ื ง ๗
แผนการจดั การเรียนรรู้ ายปี ๑๔
ตารางโครงสร้าง ๓๐
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๑ ปฏบิ ตั ิการสายลับจ๋วิ ๓๑
๓๒
ใบงานท่ี ๑ ๓๘
ใบงานท่ี ๒ ๕๑
ใบงานท่ี ๓ ๕๒
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี ๒ แม่ไก่อยู่ในตะกรา้ ๕๓
ใบงานที่ ๑ ๕๙
ใบงานที่ ๒ ๗๐
ใบงานที่ ๓ ๗๑
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี ๓ เด็กเอย๋ เด็กนอ้ ย ๗๘
ใบงานท่ี ๑ ๘๙
ใบงานที่ ๒ ๙๐
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๔ นอกเมอื ง...ในกรงุ ๙๑
ใบงานที่ ๑ ๙๘
ใบงานท่ี ๒ ๑๑๐
ใบงานท่ี ๓ ๑๑๑
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๕ ส่งขา่ ว เล่าเรื่อง ๑๑๒
ใบงานที่ ๑
ใบงานท่ี ๒
ใบงานที่ ๓
แผนการจดั การเรียนรู้
รายวิชาพนื้ ฐาน รหัสวิชา ท ๑๓๑๐๑ รายวิชาภาษาไทยกลุม่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย
เวลา ๒๐๐ ชั่วโมง จานวน ๕ หน่วยกติ
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ ปีการศึกษา ๒๕๖๔
ผู้สอน นางสาวกสุ ุมาวดี ศรคี เณย์
๑. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวช้ีวัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
สาระที่ ๑ การอา่ น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคดิ เพื่อนาไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการ
ดาเนนิ ชวี ติ และมีนสิ ัยรักการอ่าน
สาระท่ี ๒ การเขียน
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ การเขียนเร่ืองราวใน
รปู แบบต่างๆ เขยี นรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพดู
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และ
ความรู้สึกในโอกาสต่างๆ อย่างมีวิจารณญาณและสรา้ งสรรค์
สาระท่ี ๔ หลักการใชภ้ าษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลัง
ของภาษาภูมปิ ญั ญาทาวภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัตขิ องชาติ
สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคดิ เหน็ วิจารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่า
และนามาประยุกต์ใชใ้ นชวี ติ จริง
ตัวชว้ี ัด
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรู้และความคดิ เพอื่ นาไปใช้ตัดสนิ ใจ แก้ปัญหาในการ
ดาเนนิ ชวี ติ และมนี ิสัยรักการอา่ น
ป.๓/๑ อา่ นออกเสยี งคา ขอ้ ความเร่ืองสน้ั ๆ และบทร้อยกรองง่ายๆ ไดถ้ ูกต้องคลอ่ งแคล่ว
ป.๓/๒ อธิบายความหมายของคาและข้อความทอ่ี ่าน
ป.๓/๓ ตัง้ คาถามและตอบคาถามเชงิ เหตุผลเก่ียวกบั เร่ืองทอี่ า่ น
ป.๓/๔ ลาดบั เหตุการณ์และคาดคะเนเหตุการณ์จากเรือ่ งที่อ่านโดยระบุเหตุผลประกอบ
ป.๓/๕ สรุปความรู้และขอ้ คดิ จากเรอ่ื งทอี่ ่านเพื่อนาไปใชใ้ นชวี ิตประจาวนั
ป.๓/๖ อา่ นหนังสอื ตามความสนใจอย่างสม่าเสมอและนาเสนอเรอ่ื งทีอ่ ่าน
ป.๓/๗ อา่ นข้อเขยี นเชิงอธิบายและปฏบิ ัติตามคาส่งั หรอื ขอ้ แนะนา
ป.๓/๘ อธบิ ายความหมายของข้อมูลจากแผนภาพ แผนท่ี และแผนภมู ิ
ป.๓/๙ มมี ารยาทในการอา่ น
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ การเขียนเร่ืองราวใน
รปู แบบต่างๆ เขยี นรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นคว้าอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
ป.๓/๑ คดั ลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด
ป.๓/๒ เขียนบรรยายเกย่ี วกบั ส่ิงใดสง่ิ หน่งึ ไดอ้ ย่างชัดเจน
ป.๓/๓ เขียนบันทกึ ประจาวนั
ป.๓/๔ เขยี นจดหมายลาครู
ป.๓/๕ เขียนเรอ่ื งตามจนิ ตนาการ
ป.๓/๖ มมี ารยาทในการเขียน
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และ
ความรู้สึกในโอกาสตา่ งๆ อยา่ งมีวิจารณญาณและสรา้ งสรรค์
ป.๓/๑ เล่ารายละเอยี ดเก่ยี วกบั เรอ่ื งทฟี่ งั แลดูท้งั ท่ีเป็นความรู้และความบันเทิง
ป.๓/๒ บอกสาระสาคญั จากการฟงั และการดู
ป.๓/๓ ตั้งคาถามและคาตอบเกย่ี วกับเรื่องท่ีฟังและดู
ป.๓/๔ พดู แสดงความคิดเห็นและความรู้สกึ จากเรื่องทฟี่ งั และดู
ป.๓/๕ พดู สอ่ื สารไดช้ ดั เจนตามวัตถุประสงค์
ป.๓/๖ มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลัง
ของภาษาภูมปิ ญั ญาทาวภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ิของชาติ
ป.๓/๑ เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา
ป.๓/๒ ระบชุ นิดและหนา้ ท่ีของคาในประโยค
ป.๓/๓ ใช้พจนานกุ รมคน้ หาความหมายของคา
ป.๓/๔ แตง่ ประโยคงา่ ยๆ
ป.๓/๕ แตง่ คาคลอ้ งจองและคาขวัญ
ป.๓/๖ เลอื กใช้ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถน่ิ ไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะ
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเหน็ วิจารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่า
และนามาประยุกตใ์ ช้ในชีวิตจรงิ
ป.๓/๑ ระบุข้อคดิ ที่ได้จากการอ่านวรรณกรรมเพอื่ นาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั
ป.๓/๒ ร้จู ักเพลงพื้นบ้านและเพลงกล่อมเด็ก เพือ่ ปลูกฝังความชืน่ ชมวฒั นธรรมทอ้ งถนิ่
ป.๓/๓ แสดงความคิดเหน็ เกยี่ วกับวรรณคดีที่อ่าน
ป.๓/๔ ท่องจาบทอาขยานตามท่ีกาหนดและบทร้อยกรองทม่ี คี ุณคา่ ตามความสนใจ
๒.จุดประสงค์การเรยี นรู้
๒.๑ ความรู้ (K)
๑. นักเรียนอ่านคาศัพท์ยากได้ถกู ต้อง (K)
๒. นักเรียนอา่ นออกเสียงเนอ้ื หาในบทเรียนได้ (K)
๓. นักเรียนตง้ั คาถาม – ตอบคาถามเร่ืองท่ีอ่านได้ (K)
๔. นักเรยี นบอกรู้ปสระบอกเสยี งสระและใชส้ ระในภาษาไทยได้ (K)
๕. นักเรยี นบอกรู้ปวรรณยุกต์บอกเสยี งวรรณยุกตแ์ ละใช้วรรณยกุ ต์ในภาษาไทยได้ (K)
๖. นกั เรยี นอ่าน สะกดคาและบอกความหมายคาท่ีใช้พยัญชนะ ฑ ไดถ้ กู ต้อง (K)
๗. นกั เรียนบอกคาท่มี ตี ัวสะกดและไมมตี วั สะกดไดถ้ ูกต้อง (K)
๘. นกั เรยี นอา่ นคาสระเปล่ยี นรู้ปเขยี นคาสระเปล่ียนรู้ปและประสมคาสระเปลย่ี นรูปใน
ภาษาไทยได้ (K)
๙. นักเรียนอ่านคาสระลดรู้ปเขยี นคาสระลดรู้ปและประสมคาสระเปลี่ยนรู้ปใน
ภาษาไทยได้ (K)
๑๐.นักเรยี นเขา้ ใจและบอกความหมายของคาสานวนไทยได้ (K)
๑๑.นักเรยี นเขา้ ใจหลกั และวิธกี ารเขียนเร่ืองตามจนิ ตนาการ (K)
๑๒.นกั เรียนบอกตวั สะกดออกเสียงตวั สะกดและใช้ตวั สะกดในภาษาไทยได้ถกู ต้อง (K)
๑๓.อา่ นคาที่ประและไมประวิสรรชนยี ์ได้ (K)
๑๔.นกั เรียนเขา้ ใจหลักและวิธีของการสวดโอ้เอว้ หิ ารราย (K)
๑๕.นกั เรียนบอกความหมายของคาคลองจองได้ (K)
๑๖.นักเรียนอา่ นออกเสยี งคาควบกล้าและเขยี นคาควบกล้าไดถ้ ูกตอ้ ง (K)
๑๗.นักเรยี นอ่านเขยี นคาทม่ี ีอักษรนาได้ถกู ต้องและบอกหลักเกณฑ์ทางหลกั ภาษา
เกยี่ วกับอกั ษรนาได้ (K)
๑๘.นักเรยี นอ่านคาขวัญได้ถกู ตอ้ งและบอกกฎเกณฑท์ างหลักภาษาเกี่ยวกบั การแต่งคา
ขวัญและแต่งคาขวัญได้ (K)
๑๙.นกั เรียนอ่านคาทใ่ี ช้ “ฤ ฤา” ในภาษาไทยไดถ้ ูกตอ้ ง (K)
๒๐.นกั เรยี นอ่านและเขยี นสะกดคาทใี่ ชพ้ ยัญชนะ บันและ บรร ไดถ้ ูกต้อง (K)
๒๑.นักเรียนสามารถอา่ นและเขยี นคาที่ใช้ รร (ร หัน) เปน็ ตวั สะกดได้อยา่ งถกู ต้องตาม
หลกั ภาษาไทย (K)
๒๒.นักเรียนใช้คาพ้องไดถ้ กู ต้อง (K)
๒๓.นักเรยี นบอกรู้ปแบบของการเขยี นรอ้ ยกรองประเภทกลอนแปดแตง่ กลอนรอ้ ยกรอง
ประเภทกลอนแปดได้ (K)
๒๔.นกั เรียนฟงั พูด และบอกความหมายขงิ คา ภาษาเหนือ ภาษาอสี าน ภาษากลางและ
ภาษาใต้ ได้ (K)
๒๕.นักเรียนบอกคาที่มีเครอ่ื งหมายทณั ฑฆาตและเขียนคาท่มี ที ัณฑฆาตได้ (K)
๒๖.นกั เรยี นเขา้ ใจและบอกความหมายของเพลงกลอมเด็ก (K)
๒๗.อธบิ ายความหมายและบอกชนิดของคากริยาแต่ละชนิดได้ (K)
๒๘.นักเรยี นใชค้ า _ำ, _ใ_, ไ_, ไ_ย ไดถ้ กู ตอ้ ง (K)
๒๙.นักเรยี นถอดบทร้อยกรองเป็นรอ้ ยแกว้ ได้ (K)
๓๐.นกั เรียนจาแนกคาวเิ ศษณ์ได้ถกู ต้องตามหนา้ ที่ท่ีปรากฏอยูใ่ นประโยค (K)
๒.๒ ทักษะ (P)
๑. นักเรียนบอกความหมายของคาในบทเรียนได้ (P)
๒. นักเรียนจับใจความเรอื่ งท่ีอ่านได้ (P)
๓. นักเรยี นตอบคาถามเรื่องทอ่ี า่ นได้ (P)
๔. นกั เรียนสรปุ ขอ้ คดิ ท่ีได้จากการอา่ นได้ (P)
๕. นกั เรียนแยกข้อเท็จจรงิ และขอ้ คดิ เหน็ จากเรื่องทอี่ ่านได้ (P)
๖. นักเรียนบอกชือ่ พยญั ชนะไทยได้ถูกตอ้ ง(P)
๗. นกั เรยี นแยกพยญั ชนะท่ีเป็นอกั ษรสงู อกั ษรกลาง และอักษรตา่ ได้ (P)
๘. นกั เรียนใชค้ าที่มี ฑ ได้ถูกตอ้ ง (P)
๙. นกั เรียนเลอื กใช้ถ้อยคาทสี่ ภุ าพและพดู คาสุภาพได้อยา่ งเหมาะสม (P)
๑๐.นกั เรยี นแต่งประโยคใหไ้ ด้ใจความเพอ่ื สื่อสารได้ (P)
๑๑.นกั เรยี นเขยี นเร่ืองตามจนิ ตนาการได(้ P)
๑๒.นักเรียนบอกรู้ปแบบของการเขียนกลอนส่ีสภุ าพและแตง่ กลอนสสี่ ุภาพได้ (P)
๑๓.นักเรียนผันวรรณยุกต์ได้ถกู ตอ้ ง (P)
๑๔.เขียนคาทป่ี ระและไมประวสิ รรชนีย์ได้ (P)
๑๕.นกั เรียนเขยี นคาคลองจองได้ (P)
๑๖.นกั เรียนเขยี นบันทึกความดที ีต่ นเองทาได้ (P)
๑๗.นกั เรียนนาคาขวัญท่ีแต่งไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาวันได้ (P)
๑๘.นกั เรียนทอ่ งจาบทอาขยาน เด็กน้อยและวชิ าหนาเจา้ ได้ (P)
๑๙.นกั เรียนสามารถเขยี นเร่ืองตามจนิ ตนาการได้อยา่ งสรา้ งสรรค์ (P)
๒๐.นักเรียนสรปุ เรอ่ื งยอ่ จากเรอ่ื งที่อ่านได้ (P)
๒๑.นักเรยี นเขียนบรรยายได้ (P)
๒๒.นักเรยี นขบั ร้องเพลงกลอมเดก็ งา่ ยๆ ได้ (P)
๒๓.นักเรียนท่องจากาพย์ยานี ๑๑ ได้ (P)
๒๔.นกั เรยี นอ่านทานองเสนาะกลอนบทละครได้ (P)
๒๕.นักเรยี นบอกท่ตี ้งั ของจังหวัดตนเองได้ (P)
๒๖.นักเรียนสามารถเขยี นแผนภาพโครงเรอื่ งและเล่าเรอ่ื งจากภาพโครงได้ (P)
๒๗.นกั เรียนใช้พจนานุกรมค้นหาความหมายได้ (P)
๒๘.นกั เรยี นบอกชือ่ เครือ่ งหมายตา่ งๆ อา่ นประประโยคและเขียนประโยคโดยใช้
เครอ่ื งหมายต่างๆ ไดถ้ ูกต้อง (P)
๒.๓ ทศั นคติ (A)
๑. นักเรียนใชค้ าได้ถกู ตอ้ งตามบริบท (A)
๒. นักเรยี นมมี ารยาทในการอ่านและการเขยี น (A)
๓. นกั เรียนนาคาสานวนไทยไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาวนั ได้ (A)
๔. นักเรยี นนาข้อคิดท่ไี ด้ เพลงกลอมเดก็ ไปประยกุ ต์ใช้ในชวี ติ ประจาวันได้ (A)
๕. นักเรียนเขยี นความแสดงความยนิ ดหี รอื ความปรารถนาดี ต่อผู้อน่ื ในโอกาสต่างๆ ได้
ถูกต้อง (A)
๓. คาอธิบายรายวชิ า
ฝึกอ่านออกเสียงคา ข้อความ เร่ืองสั้นๆ และบทร้อยกรองง่ายๆ อธิบายความหมายของคาและ
ขอ้ ความทีอ่ า่ น ตั้งคาถาม ตอบคาถามเชงิ เหตุผล ลาดับเหตุการณ์ คาดคะเนเหตุการณ์ สรุปความรู้ ข้อคิดจาก
เร่ืองที่อา่ น เพ่อื นาไปใช้ในชวี ติ ประจาวัน เลือกอ่านหนังสือตามความสนใจอย่างสม่าเสมอและนาเสนอเรื่องท่ี
อา่ น อา่ นข้อเขียนเชิงอธิบาย และปฏบิ ัติตามคาสั่งหรือข้อแนะนา อธิบายความหมายของข้อมูลจากแผนภาพ
แผนท่ี และแผนภูมิ มีมารยาทในการอา่ น
ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนบรรยาย เขียนบันทึกประจาวันเขียน เรื่องตาม
จินตนาการ มมี ารยาทในการเขยี น
ฝึกทักษะการฟัง การดแู ละการพูด เล่ารายละเอียด บอกสาระสาคัญ ต้ังคาถาม ตอบคาถามพูดแสดง
ความคิดเหน็ ความรู้สึก พดู สอ่ื สารได้ชัดเจนตรงตามวัตถปุ ระสงค์ มมี ารยาทในการฟัง การดูและการพดู
ฝึกเขียนตามหลักการเขียน เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา ระบุชนิด หน้าที่ของคาใช้
พจนานุกรมค้นหาความหมายของคา แต่งประโยคง่ายๆ แต่งคาคล้องจองและคาขวัญ เลือกใช้ภาษาไทย
มาตรฐานและภาษาไทยถน่ิ ได้เหมาะสมกบั กาลเทศะ
ระบุขอ้ คิดที่ไดจ้ ากการอ่านวรรณกรรม เพื่อนาไปใช้ในชีวิตประจาวัน รู้จักเพลงพื้นบ้าน เพลงกล่อม
เด็ก เพอื่ ปลูกฝังความช่ืนชมวัฒนธรรมทอ้ งถ่ิน แสดงความคิดเห็นเก่ียวกับวรรณคดีท่ีอ่าน ท่องจาบทอาขยาน
ตามที่กาหนดและบทร้อยกรองท่ีมีคุณค่าตามความสนใจ โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน
กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกล่มุ กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการสื่อความ กระบวนการ
แก้ปัญหา การฝึกปฏิบัติ อธบิ าย บันทึก การตง้ั คาถาม ตอบคาถาม ใชท้ ักษะการฟงั การดูและการพูด พูดแสดง
ความคิดเห็น กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ ส่ือสารได้ถูกต้อง
รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการอนุรักษ์ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิด
ประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนาไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจาวันได้อย่าง
ถูกตอ้ งเหมาะสม
รหัสตวั ช้ีวัด
ท ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗ ป.๓/๘, ป.๓/๙
ท ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๔.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๕.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
รวมท้งั หมด ๓๑ ตัวชี้วดั
รายวิชาพน้ื ฐาน โครงสรา้ งรายวิชา กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๓
รหัสวิชา ท ๑๓๑๐๑ จานวน ๒๐๐ ชั่วโมง
หน่วยท่ี ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔
ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน เวลา (ชวั่ โมง)
การเรยี นรู้/ตัวชี้วัด
๑ ปฏบิ ตั ิการสายลบั จว๋ิ (ภาษาพาที) ๑๐
๑.๑ อา่ นเขยี นคาควรค่รู ้คู วามหมาย
ท ๑.๑ ป.๓/๑ ๒
ท ๑.๑ ป.๓/๒
๑.๒ การอา่ นออกเสียง ท ๑.๑ป.๓/๑ ๑
๑.๓ การอ่านคิดวเิ คราะห์
ท ๑.๑ ป.๓/๓ ๑
ท ๑.๑ ป.๓/๕
๑.๔ การอา่ นบทเสริม ท ๑.๑ ป.๓/๑ ๑
๑.๕ พยัญชนะไทย
๑.๖ อา่ นและสงั เกตสระ ท ๔.๑ ป.๓/๑ ๑
๑.๗ อ่านและสังเกตวรรณยุกต์
๑.๘ พยญั ชนะฑ ท ๔.๑ ป.๓/๑ ๑
๑.๙ การใชถ้ ้อยคาสุภาพ
๒ แตเ่ ดก็ ซื่อไว้ (ภาษาพาท)ี ท ๔.๑ ป.๓/๑ ๑
๒.๑ อา่ นเขยี นคาควรครู่ คู้ วามหมาย ท ๔.๑ ป.๓/๑ ๑
ท ๓.๑ ป.๓/๕ ๑
๑๐
๒.๓ การอ่านออกเสียง ท ๑.๑ ป.๓/๑ ๒
๒.๓ การอ่านคิดวิเคราะห์ ท ๑.๑ ป.๓/๒
ท ๑.๑ป.๓/๑ ๑
๒.๔ การอา่ นบทเสริม ท ๑.๑ ป.๓/๓ ๑
๒.๕ ทบทวนตัวสะกด ท ๑.๑ ป.๓/๕
๑.๖ อา่ นและสังเกตมาตราตัวสะกด ท ๑.๑ ป.๓/๑ ๑
๑.๗ สระเปลีย่ นรู้ป ๑
๑.๘ สระลดรู้ป(สระโอะ,สระอัว) ท ๔.๑ ป.๓/๑ ๑
๑.๙ ประโยคและการแตง่ ประโยค ๑
๓ กระต่ายไม่ตน่ื ตูม(วรรณคดีลานา) ท ๔.๑ ป.๓/๑ ๑
๑
๓.๑ การอ่านออกเสยี งบทเรยี น ท ๔.๑ ป.๓/๑ ๕
๓.๒ คาศัพท์ยากในบทเรยี น
๓.๓ คาสานวนไทย ท ๔.๑ ป.๓/๑
๓.๔ การแตง่ เรอื่ งตามจินตนาการ
๔ ปา่ นี้มคี ณุ (ภาษาพาท)ี ท ๔.๑ ป.๓/๔
ท ๑.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ๑
ท ๑.๑ ป.๓/๒ ๑
ท ๔.๑ ป.๓/๓ ป.๓/๖ ๒
ท ๒.๑ป.๓/๕ ป.๓/๖ ๑
๑๐
หนว่ ยท่ี ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน เวลา (ชวั่ โมง)
การเรียนร/ู้ ตวั ชี้วดั
๔.๑ อา่ นเขยี นคาควรรู้คคู่ วามหมาย
ท๑.๑ป.๓/๑ป.๓/๒ ๒
๔.๒ การอ่านบทเสริม
ท ๑.๑ ป.๓/๕ ๑
๔.๓ การอา่ นออกเสยี ง
ท ๑.๑ ป.๓/๑ ๑
๔.๔ การอา่ นในใจ
ท.๑.๑ ป.๔/๕ ๑
๔.๕ การวเิ คราะห์
ท๑.๑ป.๓/๓ป.๓/๕ ๑
๔.๖ มาตราตัวสะกด
ท ๔.๑ ป.๒/๑ ๒
๔.๗ กลอนส่สี ภุ าพ
ท ๕.๑ ป.๓/๕ ๒
๕ อาหารดี ชวี มี สี ขุ (ภาษาพาท)ี
๕.๑ อ่านเขียนคาควรรคู้ คู่ วามหมาย ท ๑.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ๑๐
๒
๕.๒ การอ่านออกสียง
๕.๓ การอา่ นคิดวิเคราะห์ ท ๒.๑ ป.๓/๑ ๑
๕.๔ การอ่านบทเรียนเสรมิ ท ๑.๑ ป.๓/๓ ป.๓/๕ ๒
๕.๕ การผันวรรณยุกต์ ท ๑.๑ ป.๓/๑ ๑
ท ๔.๑ ป.๓/๑ ๒
๕.๖ คาที่ประวสิ รรชนีย์และไม่ประวสิ รรชนยี ์
ท ๔.๑ ป.๓/๑ ๒
๖ แมไ่ ก่อย่ใู นตะกร้า (วรรณคดลี านา) ๖
๖.๑ การอ่านออกเสยี ง ท ๑.๑ ป.๓/๑ ๑
๖.๒ คาศัพทย์ ากในบทเรยี น ท ๑.๑ ป.๓/๒ ๑
๖.๓ มาตราตัวสะกด(แม่ กกาแม่กกแม่กง ) ท ๔.๑ ป.๓/๓ ๓
๖.๔ โอเ้ อว้ ิหารราย ท ๕.๑ ป.๓/๒
๗ ทาดี.....อยา่ หว่นั ไหว (ภาษาพาท)ี ๑
ท ๑.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ๑๐
๗.๑ อ่านเขยี นคาควรร้คู คู่ วามหมาย ท ๑.๑ ป.๓/๑ ป.๒/๒
๗.๒ การอ่านในใจ ท ๑.๑ ป.๓/๑ ๒
๗.๓ การอ่านออกเสียง ท ๑.๑ ป.๓/๓ ป.๓/๕ ๑
๗.๔ การอา่ นคิดวเิ คราะห์ ท ๑.๑ ป.๓/๑ ๑
๗.๕ การอา่ นบทเสริม ท ๔.๑ ป.๓/๖ ๑
๗.๖ คาคลอ้ งจอง ท ๕.๑ ป.๓/๑ ๑
๗.๗ กลอนส่ี ท ๒.๑ ป.๓/๓ ๒
๗.๘ การเขียนบนั ทกึ ๑
๘ พลังงานคือชีวิต (ภาษาพาท)ี ๑
๑๐
หนว่ ยท่ี ช่ือหนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐาน เวลา (ชัว่ โมง)
๘.๑ อา่ นเขียนคาควรร้คู คู่ วามหมาย การเรยี นร/ู้ ตัวช้ีวัด
๘.๒ การอ่านออกเสยี ง
๘.๓ การอ่านคดิ วเิ คราะห์ ท๑.๑ป.๓/๑ป.๓/๒ ๒
๘.๔ การอ่านบทเสริม
๘.๕ การอา่ นคาท่เี ปน็ อักษรควบกล้า ท ๑.๑ ป.๓/๑ ๑
๘.๖ การอ่านคาทีเ่ ปน็ อักษรนา
๘.๗ การแตง่ คาขวญั ท๑.๑ป.๓/๓ป.๓/๕ ๒
๙ เด็กเอย๋ เด็กน้อย(วรรณคดลี านา)
ท ๑.๑ ป.๓/๑ ๑
๙.๑ การอา่ นออกเสียงบทเรียน
๙.๒ คาศัพทย์ ากในบทเรยี น ท ๔.๑ ป.๓/๑ ๒
๙.๓ การแตง่ คาขวญั ท๔.๑ป.๓/๑ป.๓/๔ ๑
๙.๔ การท่องจาบทอาขยาน
๑๐ ความฝันเป็นจรงิ ได้ (ภาษาพาท)ี ท ๔.๑ ป.๓/๕ ๑
๑๐.๑ อ่านเขียนคาควรรคู้ คู่ วามหมาย ๕
๑๐.๒ การอา่ นออกเสยี ง
ท ๑.๑ ป.๓/๑ ๑
๑๐.๓ การอา่ นคิดวเิ คราะห์ ท ๑.๑ ป.๓/๒ ๑
๑๐.๔ การอา่ นบทเสริม
๑๐.๕ คาท่มี ี ฤฤา ท ๔.๑ ป ๓/๓ ๒
๑๐.๖ คาทใ่ี ช้ บัน บรร ท ๕.๑ ป.๓/๔ ๑
๑๐.๗ คาท่ใี ช้ รรรหัน ๑๐
๑๐.๘ การเขียนเรื่องตามจินตนาการ ท ๑.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ๒
๑๑ ภมู ใิ จภาษาไทยของเรา (ภาษาพาที) ท ๑.๑ ป.๓/๑ ๑
๑๑.๑ อ่านเขยี นคาควรรคู้ ู่ความหมาย ท ๑.๑ ป.๓/๓ ป.๓/๕ ๑
ท ๑.๑ ป.๓/๑ ๑
๑๑.๒ การอ่านออกเสียง ท ๔.๑ ป.๓/๑ ๑
๑
๑๑.๓ การอ่านคดิ วเิ คราะห์ ท.๔.๑ ป.๓/๑ ๑
๑๑.๔ การอา่ นบทเสริม
๑๑.๕ คาพอ้ ง ท ๑.๑ ป.๓/๑ ๒
๑๑.๖ ร้อยกรองประเภทกลอนแปด ท ๔.๑ ป.๓/๑ ๑๐
๑๑.๗ ภาษาไทยถ่นิ ท ๒.๑ ป.๓/๕ ป.๓/๖
๑๑.๘ การแตง่ ประโยคตามจินตนาการ
ท ๑.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ๒
สอบปลายภาคภาคเรยี นที่ ๑
ท ๑.๑ ป.๓/๑ ๑
ท ๑.๑ ป.๓/๓ ป.๓/๕ ๑
ท ๑.๑ ป.๓/๑ ๑
ท ๔.๑ ป.๓/๑ ๑
ท ๕.๑ ป.๓/๔ ๒
ท ๔.๑ ป.๓/๖ ๑
ท ๔.๑ ป.๒.๑ ป.๓/๔ ๑
หน่วยท่ี ชือ่ หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน เวลา (ชวั่ โมง)
การเรยี นร/ู้ ตวั ชี้วัด
๑๒ ลูกแกะของซาฟยี ะห์ (วรรณคดลี านา)
๕
๑๒.๑ การอา่ นออกเสียงบทเรยี น
ท ๑.๑ ป๓/๑ ๑
๑๒.๒ คาศัพทย์ ากในบทเรยี น
๑๒.๓ การแต่งนิทาน ท ๑.๑ ป.๓/๒ ๑
ท ๔.๑ ป.๓/๓ ๒
๑๒.๔ การอ่านบทรอ้ ยกรอง
๑๓ คิดไปรู้ไป (ภาษาพาท)ี ท ๔.๑ ป๓/๔ ๒
๑๐
๑๓.๑ อ่านเขียนคาควรรู้คู่ความหมาย
๑๓.๒ การอา่ นในใจ ท๑.๑ป.๓/๑ ป.๓/๒ ๒
๑๓.๓ การอ่านออกเสียง ท ๑.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ๑
๑๓.๔ การอา่ นวิเคราะห์ ท ๑.๑ ป.๓/๑ ๑
๑๓.๕ การอา่ นเสรมิ บทเรียน ท ๑.๑ ป.๓/๓ ป.๓/๕ ๑
๑๓.๖ เคร่อื งหมายทัณฑฆาต ท ๑.๑ ป.๓/๑ ๑
๑๔ นอกเมือง....ในกรงุ (ภาษาพาท)ี ท ๔.๑ ป.๓/๑ ๔
๑๐
๑๔.๑ อ่านเขียนคาควรรู้คูค่ วามหมาย
ท ๑.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ๒
๑๔.๒ การอ่านออกเสยี ง
๑๔.๓ การอา่ นคดิ วเิ คราะห์ ท ๑.๑ ป.๓/๑ ๑
๑๔.๔ การอ่านบทเสรมิ ท ๑.๑ ป.๓/๓ ป.๓/๕ ๒
๑๔.๕ คานาม
๑๔.๖ การพูดและการเขียนบรรยาย ท ๑.๑ ป.๓/๑ ๑
๑๕ กาเหว่าที่กลางกรุง (วรรณคดีลานา) ท ๔.๑ ป.๓/๒ ๒
ท ๒.๑ ป.๓/๒ ป.๖/๓ ๒
๑๕.๑ การอ่านออกเสียงบทเรียน ๔
๑๕.๒ คาศพั ท์ยากในบทเรียน ท ๑.๑ ป๓/๓ ๑
ท ๑.๑ ป.๓/๒
๑๕.๓ เพลงกลอ่ มเด็ก ท ๕.๒ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ๑
๑๖ สง่ ข่าวเลา่ เร่ือง(ภาษาพาท)ี
๒
๑๖.๑ อา่ นเขียนคาควรรู้คู่ความหมาย ๑๐
๑๖.๒ การอ่านออกเสียง ท ๑.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ๒
๑๖.๓ การอา่ นคิดวเิ คราะห์
๑๖.๔ การอ่านบทเสรมิ ท ๑.๑ ป.๓/๑ ๑
๑๖.๕ คาสรรรพนาม ท ๑.๑ ป.๓/๓ ป.๓/๕ ๑
๑๖.๖ การเขียนจดหมาย ท ๑.๑ ป.๓/๑ ๑
ท ๔.๑ ป.๓/๑ ๑
ท ๒.๑ ป.๓/๔ ๒
หน่วยท่ี ชอ่ื หนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐาน เวลา (ชัว่ โมง)
๑๖.๗ กาพย์ยานี ๑๑ การเรยี นร/ู้ ตวั ช้ีวัด
๑๗ ประชาธปิ ไตยใบเลก็ (ภาษาพาท)ี
ท ๕.๑ ป.๓/๔ ๒
๑๗.๑ อา่ นเขียนคาควรรู้คู่ความหมาย
๑๐
๑๗.๒ การอา่ นออกเสียง
๑๗.๓ การอ่านคดิ วิเคราะห์ ท ๑.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ๒
๑๗.๔ การอ่านบทเสริม
๑๗.๕ คากรยิ า ท ๑.๑ ป.๓/๑ ๑
๑๗.๖ คาทีใ่ ช้ _ำ _ใ_ไ _ไ_ย ท ๑.๑ ป.๓/๓ ป.๓/๕ ๒
๑๘ ธนดู อกไมก้ ับเจ้าชายน้อย(วรรณคดีลานา) ท ๑.๑ ป.๓/๑ ๑
ท ๔.๑ ป.๓/๒ ๒
๑๘.๑ การอา่ นออกเสยี งบทเรยี น ท ๔.๑ ป.๓/๑ ๒
๑๘.๒ คาศัพทย์ ากในบทเรียน ๕
๑๘.๓ การอ่านทานองเสนาะ
๑๘.๔ นทิ านพน้ื บา้ น ท๑.๑ป.๓/๑ ป.๓/๕ ๒
๑๙ ของดใี นตาบล (ภาษาพาที)
ท ๑.๑ ป.๓/๑ ป๓/๒ ๑
๑๙.๑ อ่านเขยี นคาควรรู้คูค่ วามหมาย ท ๕.๑ ป.๓/๑ป.๓/๔ ๑
ท ๓.๑ ป.๓/๑ ๑
๑๙.๒ การอ่านออกเสียง ๑๐
๑๙.๓ การอา่ นคดิ วิเคราะห์
๑๙.๔ การอา่ นบทเสริม ท ๑.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ๒
๑๙.๕ คาวเิ ศษณ์
๑๙.๖ การต้งั คาถามและตอบคาถาม ท ๑.๑ ป.๓/๑ ๑
ท ๑.๑ ป.๓/๓ ป.๓/๕ ๑
๑๙.๗ การเขียนอวยพร ท ๑.๑ ป.๓/๑ ๑
ท ๔.๑ ป.๓/๒ ๑
๑๙.๘ การอ่านข้อมลู จากแผนท่ี ท ๓.๑ ป.๓/๓ ป.๓/๕ ๑
๒๐ ธรรมชาตเิ จา้ เอย (ภาษาพาท)ี ป.๓/๕
ท ๓.๑ ป.๓/๕ ป.๓/๖ ๒
๒๐.๑ อ่านเขยี นคาควรรคู้ คู่ วามหมาย ท ๔.๑ ป.๓/๔ ป.๓/๖
ท ๑.๑ ป.๓/๖ ๑
๒๐.๒ การอ่านในใจ ๑๐
๒๐.๓ การอา่ นออกเสียง
๒๐.๔ การอา่ นวิเคราะห์ ท๑.๑ป.๓/๑ ป.๓/๒ ๒
๒๐.๕ การอา่ นเสริมบทเรยี น
๒๐.๖ ประโยคเพื่อการสอื่ สาร ท ๑.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ๑
ท ๑.๑ ป.๓/๑ ๑
ท ๑.๑ ป.๓/๓ ป.๓/๕ ๑
ท ๑.๑ ป.๓/๑ ๑
ท ๒.๑ ป.๓/๔ ๒
หน่วยท่ี ช่ือหนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐาน เวลา (ชวั่ โมง)
การเรยี นร/ู้ ตัวช้ีวดั
๒๐.๗ การเขียนความรู้สึกนึกคิด
๒๑ การเลน่ ทายคา(ภาษาพาท)ี ท๒.๑ป.๓/๕ป.๓/๖ ๒
๒๑.๑ อ่านเขียนคาควรรู้คูค่ วามหมาย ๑๐
๒๑.๒ การอา่ นออกเสยี ง ท ๑.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ๒
๒๑.๓ การอา่ นคดิ วเิ คราะห์
๒๑.๔ การอา่ นบทเสริม ท ๑.๑ ป.๓/๑ ๑
๒๑.๕ การเขยี นแผนภาพโครงเร่ือง ท ๑.๑ ป.๓/๓ ป.๓/๕ ๑
๒๑.๖ สานวนไทย ท ๑.๑ ป.๓/๑ ๑
๒๑.๗ การใช้พจนานุกรม ท ๒.๑ ป.๔/๒ ๒
๒๑.๘ ร้อยกรองประเภทกลอนแปด ท ๔.๑ ป.๔/๒ ๑
๒๒ บันทกึ ความหลงั (ภาษาพาท)ี ท ๔.๑ ป.๓//๓ ๑
ท ๕.๑ ป.๓/๔ ๑
๒๒.๑ อา่ นเขยี นคาควรร้คู คู่ วามหมาย ๑๐
๒๒.๒ การอา่ นในใจ ท๑.๑ป.๓/๑ ป.๓/๒ ๒
๒๒.๓ การอา่ นออกเสียง
๒๒.๔ การอา่ นวิเคราะห์ ท ๑.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ๑
๒๒.๕ การอา่ นเสริมบทเรยี น ท ๑.๑ ป.๓/๑ ๑
๒๒.๖ เคร่อื งหมายต่างๆ ท ๑.๑ ป.๓/๓ ป.๓/๕ ๑
๒๒.๗ การบันทึกเหตุการณป์ ระจาวัน ท ๑.๑ ป.๓/๑ ๑
๒๒.๘ การเขยี นบันทึก ท ๔.๑ ป.๓/๒ ๒
ท ๔.๑ ป.๓/๖ ๑
สอบปลายภาคภาคเรยี นท่ี ๒ ท ๒.๑ ป.๓/๓ ๑
รวม
๒๐๐
แผนการจัดการเรียนร้รู ายหนว่ ย
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๑
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี ๑ รายวิชาภาษาไทย
ปีการศึกษา ๒๕๖๔
สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย เวลา ๑๐ ช่ัวโมง
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๓
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๑ เรื่อง ปฏิบตั ิการสายลับจิ๋ว
๑. มาตรมาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชีว้ ัด
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนาไปตัดสินใจแก้ปัญหาในการ
ดาเนนิ ชีวิตและมีนิสยั รกั การอ่านฐานการเรียนร้/ู ตัวชี้วัด
ท ๑.๑ ป.๓/๑ อ่านออกเสียงคา ขอ้ ความ เรอื่ งสัน้ และบทร้อยกรองงา่ ยๆ ได้ถูกต้องคล่องแคลว่
ป.๓/๒ อธิบายความหมายของคาและขอ้ ความท่ีอ่าน
ป.๓/๓ ตงั้ คาถามและตอบคาถามเชิงเหตุผลเกย่ี วกบั เรอื่ งที่อ่าน
ป.๓/๕ สรุปความรู้และขอ้ คิดจากเร่อื งท่ีอ่านเพ่ือนาไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความรู้สึกใน
โอกาสตา่ งๆ อยา่ ง มวี ิจารณญาณและสร้างสรรค์
ท ๓.๑ ป.๓/๕ พูดส่ือสารได้ชัดเจนตรงตามวัตถุประสงค์
ป.๓/๖ มีมารยาทในการฟงั การดแู ละการพดู
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลัง
ของภาษา ภมู ิปญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ิของชาติ
ท ๔.๑ ป.๓/๑ เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา
๒. จุดประสงค์การเรยี นรู้
๑. นกั เรียนอ่านออกเสียงและรู้ความหมายของคา (K)
๒. นกั เรียนรจู้ ักสระ วรรณยกุ ต์ พยญั ชนะ ฑ (K)
๓.สาระสาคญั
การอ่านออกเสยี งและการบอกความหมายของคา คาคล้องจอง ข้อความ และบทร้อยกรองง่าย ๆ
ทีป่ ระกอบดว้ ยคาพ้นื ฐานจาก ป.๒ ไม่นอ้ ยกว่า ๑,๒๐๐ คา การจับใจความและการพูดแสดงความคิดเห็นและ
ความรู้สกึ จากเร่อื งท่ฟี ังและดู ทัง้ ที่เปน็ ความรู้และความบันเทิง เช่นเร่อื งเลา่ และสารคดีสาหรับเด็ก การสะกด
คา การแจกลูกและการอ่านเปน็ คา และการใช้ถอ้ ยคาสภุ าพ
๔.สาระการเรียนรู้
๔.๑ ด้านความรู้ (K)
- พยญั ชนะไทย
- สระ
-วรรณยุกต์
-พยญั ชนะ ฑ
๔.๒ ดา้ นทกั ษะ (P)
- รู้จักอา่ นและสังเกตคาในภาษาไทย
๔.๓ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
รกั ชาติ ศาสตร์ กษัตริย์
ซ่อื สตั ย์ สจุ ริต
√ มวี นิ ยั
√ ใฝเ่ รยี นรู้
อยู่อย่างพอเพียง
√ มุ่งม่นั ในการทางาน
รกั ความเปน็ ไทย
√ มีจิตสาธารณะ
๕. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
√ ความสามารถในการส่ือสาร
√ ความสามารถในการคดิ
√ ความสามารถในการแกป้ ญั หา
√ ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
๖. ชนิ้ งาน/ภาระ
๖.๑ ใบงานที่ ๑ เรอื่ ง การสร้างประสบการณท์ างเนือ้ หา
๖.๒ ใบงานที่ ๒ เร่ือง การอ่านออกเสียง
๖.๓ ใบงานที่ ๓ เร่ือง อกั ษรไตรยางค์
๖.๔ ผังมโนทศั นส์ รุปความรู้
๖.๕ แบบทดสอบเกบ็ คะแนนประจาหนว่ ยการเรยี นรู้
๗. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
รปู้ แบบการจดั การเรียนการสอน : แบบผงั มโนทัศน์
หน่วยย่อยท่ี ๑ เรอ่ื ง อ่านเขยี นคาควรคู่รคู้ วามหมาย
(ชั่วโมงที่ ๑)
ขน้ั ท่ี ๑ ตรวจสอบมโนทัศนพ์ ้ืนฐาน
๑. ครูให้นกั เรียนอา่ นคาจากบัตรคาตามครูคาละ ๒ คร้ัง
ขนั้ ที่ ๒ ระบแุ ละเสริมมโนทัศน์พ้นื ฐานท่ผี ู้เรยี นขาด
๑. เม่ือนักเรียนอ่านออกเสียงคาศัพท์ อ่านเพ่ิม เติมความหมายจากหนังสือเรียน ภาษาพาที
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๓หน้าท่ี ๘- ๙ แลว้ ครูตรวจสอบว่านักเรยี นอ่านถกู หรือไม่
ขั้นที่ ๓ เรยี นรู้
๑. นักเรียนและครูรว่ มกนั สนทนาถึงความหมายของคา พรอ้ มยกตัวอยา่ งประกอบ
๒. นักเรียนเล่นแขง่ ขันทายคาท่าทางจากคาท่ีครูกาหนดให้
ขั้นท่ี ๔ สรปุ ด้วยกรอบมโนทัศน์
๑. ครูทบทวนความรู้ และอธิบายการสรปุ ความรู้องคร์ วม
๒. ครูยกตัวอย่างประเภทของกรอบมโนทศั น์และใหน้ กั เรียนเลือกกรอบมโนทัศน์ที่สนใจ หรือกาหนด
วา่ จะใช้แบบใด
ขั้นที่ ๕ ประเมนิ ผล
๑. หลักจากเสร็จสิ้นการเรียนการสอนแล้วครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเรื่องท่ีได้เรียนรู้ไป ถาม-ตอบ
รายบุคคล นักเรียนเขียนคาและความหมายของคาลงในสมดุ แบบฝกึ หัด
ร้ปู แบบการจัดการเรียนการสอน : แบบผังมโนทศั น์
หนว่ ยยอ่ ยท่ี ๒ เร่อื ง อา่ นเขยี นคาควรค่รู คู้ วามหมาย
(ชวั่ โมงที่ ๒)
ขน้ั ท่ี ๑ ตรวจสอบมโนทศั นพ์ ้นื ฐาน
๑. นักเรียนแข่งขันอ่านคาจากบัตรคา (คาสาคัญในบทเรียน) รายบุคคล หรือเป็นกลุ่มตามความ
เหมาะสม
ขนั้ ท่ี ๒ ระบแุ ละเสริมมโนทศั นพ์ น้ื ฐานทผ่ี ู้เรยี นขาด
๑. นักเรยี นอา่ นออกเสียงคาศพั ท์ อ่านเพ่ิม เติมความหมาย จากหนงั สือเรยี นภาษาพาที
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๓ หนา้ ท่ี ๘- ๙
ขั้นที่ ๓ เรียนรู้
๓. นักเรยี นฝกึ แต่งประโยคปากเปลาจากบตั รคาที่อา่ น (คาสาคญั ในบทเรียน)
-ประโยคบอกเลา่
-ประโยคขอร้อง
-ประโยคปฏิเสธ
-ประโยคคาถาม
ขั้นที่ ๔ สรุปดว้ ยกรอบมโนทัศน์
๑. ครูทบทวนความรู้ และอธิบายการสรปุ ความรู้องค์รวม
๒. ครูยกตวั อยา่ งประเภทของกรอบมโนทัศนแ์ ละให้นกั เรยี นเลอื กกรอบมโนทัศน์ที่สนใจ หรือกาหนด
วา่ จะใช้แบบใด
ขน้ั ที่ ๕ ประเมินผล
๑. นักเรยี นทาแบบฝึกหัด ทักษะภาษา แบบฝกึ หัดท่ี ๑ ขอ้ ๒ ( ๑ – ๓ )
ร้ปู แบบการจดั การเรยี นการสอน : แบบผงั มโนทัศน์
หน่วยย่อยที่ ๒ เรื่อง การอ่านออกเสียง
(ชั่วโมงท่ี ๓)
ขน้ั ที่ ๑ ตรวจสอบมโนทศั นพ์ ื้นฐาน
๑. ครูให้นักเรียนช่วยกันบอกหลักเกณฑ์การอ่านออกเสียงที่ดี เช่น อ่านคล่องอ่านถูกต้อง ชัดเจน
เว้นวรรคตอนถูกต้อง ใชน้ ้าเสียงสอดคลองกบั อารมณ์ของตัวละคร เป็นตน้
ข้ันท่ี ๒ ระบแุ ละเสริมมโนทศั น์พ้นื ฐานท่ีนักเรยี นขาด
๑. ครูสาธิตการอา่ นทดี่ ีใหน้ ักเรียนฟังหรือใหน้ ักเรียนฟังจากเครื่องบันทึกเสียงก็ได้เพื่อเป็น แนวทาง
ในการอ่านของนกั เรียน
ข้นั ท่ี ๓ เรียนรู้
๑.นกั เรียนอ่านเนื้อหาในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาไทยชุดภาษาเพื่อชีวิตภาษาพาทีชั้น
ประถมศึกษาปีท่ี ๓หน้า ๒–๓ โดยอ่านต่อกันคนละ ๑ ย่อหน้า แล้วร่วมกันสนทนาถึงเน้ือหาว่า ใคร ทา
อะไร ทไ่ี หน ผลเปน็ อยา่ งไร แล้วชว่ ยกันเล่าเรอ่ื งตอ่ เน่อื งจนจบ โดยครูช่วยเพ่ิมเติมสว่ นทบี่ กพรอง
ขน้ั ท่ี ๔ สรุปดว้ ยกรอบมโนทศั น์
๑. ครูทบทวนความรู้ และอธบิ ายการสรปุ ความรู้องคร์ วม
๒. ครูยกตัวอย่างประเภทของกรอบมโนทัศน์และให้นักเรียนเลือกกรอบมโนทัศน์ท่ีสนใจ หรือ
กาหนดวา่ จะใชแ้ บบใด
ขน้ั ท่ี ๕ ประเมนิ ผล
๑.นักเรียนช่วยกันสรปุ ความรู้เรื่องการอ่านออกเสียงและการตอบคาถามและขอ้ คิดท่ีได้จากบทอ่าน
ร้ปู แบบการจัดการเรยี นการสอน : แบบผงั มโนทัศน์
หนว่ ยย่อยที่ ๓ เรือ่ ง การอ่านคดิ วเิ คราะห์
(ช่วั โมงท่ี ๔)
ขั้นท่ี ๑ ตรวจสอบมโนทศั น์พน้ื ฐาน
๑. ใหน้ กั เรียนทบทวนเน้ือหาบทเรยี น โดยการอ่านคาจากบตั รคา
๒. นักเรยี นอ่านออกเสียง เรื่อง ปฏบิ ตั กิ ารสายลบั จิว๋ จากหนังสอื เรยี นภาษาพาที ชนั้ ประถมศึกษาปีที่
๓ หน้า ๒-๖ พร้อมกนั
ขั้นท่ี ๒ ระบุและเสริมมโนทศั น์พน้ื ฐานที่นกั เรียนขาด
๑. นกั เรียนแบง่ กลมุ่ อ่านเสียงจากบทเรยี นกลุ่มละ ๑ ย่อหน้า
ขั้นท่ี ๓ เรยี นรู้
๑. นักเรียนชว่ ยกันตอบคาถามปากเปลา่ จากเรอ่ื งทอ่ี ่าน
-เหตกุ ารณ์นี้เกดิ ขึ้นทไ่ี หน
-เดก็ ๆ กาลังวางแผนทาอะไร
-เพราะเหตุใดเด็กๆ จงึ ทางานสาเรจ็
-นกั เรยี นไดข้ อ้ คดิ อย่างไรจากเรอ่ื งท่ีอ่าน
ขน้ั ที่ ๔ สรปุ ดว้ ยกรอบมโนทัศน์
๑. ครูทบทวนความรู้ และอธบิ ายการสรุปความรู้องค์รวม
๒. ครูยกตวั อยา่ งประเภทของกรอบมโนทัศน์และให้นักเรียนเลือกกรอบมโนทัศน์ที่สนใจ หรือกาหนด
ว่าจะใชแ้ บบใด
ขั้นที่ ๕ ประเมนิ ผล
๑. นักเรยี นและครูช่วยกนั สรปุ บทเรียนจากเรอ่ื งท่ีอา่ น
รูป้ แบบการจดั การเรียนการสอน : แบบผังมโนทัศน์
หนว่ ยยอ่ ยที่ ๔ เร่ือง การอ่านเสริมบทเรียน
(ชวั่ โมงท่ี ๕)
ขน้ั ที่ ๑ ตรวจสอบมโนทัศน์พืน้ ฐาน
๑. ทบทวนเน้ือหาท่ีเรียนในชั่วโมงที่แลว้ ดว้ ยการเลา่ เรือ่ งปฏบิ ตั กิ ารสายลบั จว๋ิ
ขน้ั ท่ี ๒ ระบุและเสริมมโนทศั น์พนื้ ฐานท่นี ักเรียนขาด
๑. นกั เรียนอา่ นออกเสียงเรอ่ื ง ปฏบิ ตั ิการสายลบั จวิ๋ จากหนงั สือเรียนภาษาพาทชี ัน้ ชั้นประถมศึกษาปี
ที่ ๓ หน้า ๒-๖ พรอ้ มกัน
ขน้ั ท่ี ๓ เรยี นรู้
๑. นักเรียนอ่านออกเสียง อ่านเสริม “เรื่องมดดามดแดง” จากหนังสือเรียนภาษาพาที
ชั้นประถมศึกษา ปที่ ๓ หน้า ๗ พร้อมกนั
๒. นกั เรียนพูดคุย สนทนา เกย่ี วกับ “เรอ่ื งมดดามดแดง” จากความรู้ท่ีได้อ่านโดยต้ังคาถามดังน้ี
-รู้ปรา่ งลกั ษณะของมดดากบั มดแดง
-ที่อยอู่ าศัยของมดดากับมดแดง
-มดดากับมดแดงมีลักษณะที่เหมอื นกันหรอื ต่างกนั อยา่ งไร
ขน้ั ที่ ๔ สรปุ ด้วยกรอบมโนทัศน์
๑. ครูทบทวนความรู้ และอธบิ ายการสรปุ ความรู้องคร์ วม
๒. ครูยกตัวอย่างประเภทของกรอบมโนทศั น์และใหน้ ักเรยี นเลือกกรอบมโนทัศน์ท่ีสนใจ หรือกาหนด
วา่ จะใช้แบบใด
ขน้ั ท่ี ๕ ประเมินผล
๑. นักเรียนรว่ มกันสรปุ ความรู้และข้อคิดท่ีได้จากการอ่าน “เรือ่ งมดดามดแดง”
๒. นกั เรียนทาแบบฝกึ หัดทกั ษะภาษา แบบฝึกหดั ที่ ๑ ขอ้ ๑
รู้ปแบบการจดั การเรียนการสอน : แบบผังมโนทศั น์
หน่วยยอ่ ยที่ ๕ เรอื่ ง พยัญชนะไทย
(ช่วั โมงท่ี ๖)
ขน้ั ท่ี ๑ ตรวจสอบมโนทัศนพ์ นื้ ฐาน
๑. นักเรียนทบทวนพยญั ชนะ อักษรสงู อักษรกลางและอกั ษรต่า
ขน้ั ท่ี ๒ ระบุและเสรมิ มโนทัศน์พ้ืนฐานท่ีนักเรยี นขาด
๑. นักเรียน พดู คุย สนทนาเกยี่ วกับพยัญชนะท่ีชอบโดยใหเ้ หตุผลประกอบ
ขั้นท่ี ๓ เรียนรู้
๑. ใหน้ ักเรียนอ่าน อธิบายเพิม่ เติมความรู้ จากหนงั สือภาษาพาที ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๓
หน้า ๑๐ –๑๑
๒. นักเรียนเลน่ เกมทายคาจากบตั รคาดังน้ี
ครูชูบตั รคา “อาการ”นกั เรยี นตอบ : อักษรกลาง
ครูชบู ตั รคา “ธงชาตินักเรียนตอบ : อักษรตา่
ครูชบู ตั รคา “ศกึ ษา”นักเรียนตอบ : อักษรสงู
ขนั้ ที่ ๔ สรปุ ด้วยกรอบมโนทัศน์
๑. ครูทบทวนความรู้ และอธิบายการสรุปความรู้องค์รวม
๒. ครูยกตัวอย่างประเภทของกรอบมโนทัศน์และให้นักเรยี นเลือกกรอบมโนทัศน์ที่สนใจ หรือกาหนด
วา่ จะใช้แบบใด
ขั้นท่ี ๕ ประเมินผล
๑. นกั เรียนทาแบบฝึกหัดทักษะภาษา ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี๓แบบฝึกหัดท่ี ๑ ข้อ ๓ (๑) จากนั้น
นาส่งครู ครูเฉลยและตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
รู้ปแบบการจดั การเรียนการสอน : แบบผังมโนทัศน์
หน่วยย่อยท่ี ๖ เร่ือง อ่านและสังเกตสระ
(ช่วั โมงที่ ๗)
ข้นั ที่ ๑ ตรวจสอบมโนทัศนพ์ นื้ ฐาน
๑. นกั เรียนทบทวนรู้ปและเสียงสระในภาษาไทย
ขั้นท่ี ๒ ระบุและเสรมิ มโนทศั นพ์ น้ื ฐานท่นี ักเรียนขาด
๑. นักเรียน พูดคุย สนทนาเกย่ี วกบั สระท่ีชอบโดยใหเ้ หตุผลประกอบ
ขน้ั ท่ี ๓ เรยี นรู้
๑. ให้นักเรียนอ่าน อธบิ ายเพ่ิม เตมิ ความรู้ จากหนังสอื ภาษาพาทีชนั้ ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๓
หน้า ๑๑-๑๒
๒. นักเรียนเล่นเกมทายคาจากบตั รคาโดยใหน้ ักเรียนตอบสระที่ใชใ้ นการประสมคาดังนี้
ครูชบู ตั รคา “โตะ”นกั เรียนตอบ : สระเด่ียว
ครูชบู ตั รคา “เกย๊ี ะ”นักเรียนตอบ : สระประสม
ขั้นท่ี ๔ สรุปดว้ ยกรอบมโนทัศน์
๑. ครูทบทวนความรู้ และอธบิ ายการสรปุ ความรู้องคร์ วม
๒. ครูยกตวั อยา่ งประเภทของกรอบมโนทศั นแ์ ละใหน้ ักเรียนเลอื กกรอบมโนทัศนท์ ่สี นใจหรือกาหนด
วา่ จะใช้แบบใด
ขน้ั ที่ ๕ ประเมนิ ผล
๑. นักเรียนทาแบบฝึกหัด ทักษะภาษา ช้ันช้ันประถมศึกษาปีที่ ๓ แบบฝึกหัดที่ ๑ ข้อ ๓ (๒) จากนั้น
นาส่งครู ครูเฉลยและตรวจสอบความถูกตอ้ ง
รูป้ แบบการจัดการเรียนการสอน : แบบผงั มโนทศั น์
หน่วยย่อยที่ ๗ เรอื่ ง อ่านและสังเกตวรรณยกุ ต์
(ชั่วโมงท่ี ๘)
ขน้ั ที่ ๑ ตรวจสอบมโนทศั น์พ้นื ฐาน
๑. นกั เรียนทบทวนรู้ปและเสียงวรรณยุกตใ์ นภาษาไทย
ข้ันที่ ๒ ระบแุ ละเสริมมโนทัศน์พ้ืนฐานทน่ี ักเรยี นขาด
๑. นกั เรียน พูดคยุ สนทนาเกยี่ วกับวรรณยกุ ต์ท่ีชอบโดยใหเ้ หตุผลประกอบ
ขั้นท่ี ๓ เรียนรู้
๑. ใหน้ กั เรียนอ่าน อธบิ ายเพิ่ม เติมความรู้จากหนงั สอื ภาษาพาทีชน้ั ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๓ หนา้ ๑๓
๒. นักเรียนเลน่ เกมทายคาจากบัตรคาโดยใหน้ ักเรียนตอบรู้ปและเสียงวรรณยุกต์ทใี่ ช้ในการประสมคาดงั นี้
ครูชบู ตั รคา “เสื้อ”นักเรียนตอบ : รู้ปวรรณยุกต์ (ไมโ้ ท)เสยี ง โท
ครูชูบตั รคา “จ๋ิว” นกั เรยี นตอบ : รู้ปวรรณยกุ ต์ ไมจัตวา) เสียง จตั วา
ขั้นที่ ๔ สรปุ ดว้ ยกรอบมโนทัศน์
๑. ครูทบทวนความรู้ และอธบิ ายการสรุปความรู้องค์รวม
๒. ครูยกตัวอย่างประเภทของกรอบมโนทัศน์และให้นักเรียนเลือกกรอบมโนทัศน์ท่ีสนใจ หรือ
กาหนดว่าจะใชแ้ บบใด
ขัน้ ท่ี ๕ ประเมนิ ผล
๑. นกั เรียนทาแบบฝกึ หดั ทกั ษะภาษา ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๓ แบบฝึกหัดที่ ๑ ข้อ ๓ (๓) จากน้ัน
นาส่งครู ครูเฉลยและตรวจสอบความถูกต้อง
ร้ปู แบบการจัดการเรียนการสอน : แบบผงั มโนทศั น์
หน่วยยอ่ ยท่ี ๘ เรื่อง พยญั ชนะ ฑ
(ช่วั โมงท่ี ๙)
ขน้ั ที่ ๑ ตรวจสอบมโนทัศนพ์ ้ืนฐาน
๑. นักเรียนทบทวน พยญั ชนะ สระและวรรณยุกต์
ขน้ั ที่ ๒ ระบแุ ละเสริมมโนทัศนพ์ ื้นฐานท่ีนักเรยี นขาด
๑. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับพยญั ชนะ สระและวรรณยกุ ต์ และชูบัตรคาท่ีกาหนดไว้ในช่วงแรกให้
นักเรียนอา่ น
ขัน้ ที่ ๓ เรยี นรู้
๑. นักเรียนอา่ นบทรอ้ ยกรองพร้อมกัน
บณั ฑิตขึน้ มณฑป เสยี งกระทบกลองบณั เฑาะว์
บัณฑเุ หลืองอ่อนเหมาะ เสียงไพเราะออกเสียง ดอ
๒. ครูเฉลยการอา่ นที่ถูกต้องใหน้ กั เรียนฟงั แลว้ ใหน้ ักเรียนอา่ นออกเสียงตามครู
๓. ครูอธิบายวา่ คาที่ใช้ ฑ นี้ ไม่ใช่คาไทยแท้และออกเสียงได้ ๒ แบบคือ ๑ ฑ ออกเสียง ด แบบท่ี
๒ ฑ ออกเสยี ง ท
๔. นักเรียนอา่ นความรู้ เรื่อง พยัญชนะ “ฑ” จากหนังสือเรียน ภาษาพาที
ช้นั ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ หนา้ ที่ ๑๔
ขน้ั ท่ี ๔ สรปุ ดว้ ยกรอบมโนทัศน์
๑. ครูทบทวนความรู้ และอธิบายการสรปุ ความรู้องค์รวม
๒. ครูยกตัวอย่างประเภทของกรอบมโนทัศน์และให้นักเรียนเลือกกรอบมโนทัศน์ท่ีสนใจ หรือ
กาหนดวา่ จะใชแ้ บบใด
ขน้ั ที่ ๕ ประเมนิ ผล
๑. นักเรียนทาแบบฝึกหดั ทกั ษะภาษา แบบฝึกหัดท่ี ๑ ข้อ ๓ (๔)
รู้ปแบบการจดั การเรยี นการสอน : แบบผังมโนทศั น์
หนว่ ยย่อยท่ี ๙ เรอ่ื ง การใชถ้ ้อยคาสภุ าพ
(ช่ัวโมงท่ี ๑๐)
ขนั้ ที่ ๑ ตรวจสอบมโนทศั นพ์ ืน้ ฐาน
๑. ครูและนักเรียนทบทวนเรื่องมารยาทในการพดู และการฟงั
ขน้ั ที่ ๒ ระบแุ ละเสรมิ มโนทัศนพ์ น้ื ฐานทีน่ ักเรียนขาด
๑. ครูนักเรียน พูดคุย สนทนาเกี่ยวกับการแสดงบทบาทสมมุติว่าเป็นอย่างไร นักเรียนเคยแสดง
บทบาทนน้ั หรอื ไม่ ถ้าเคย แสดงอะไรพรอ้ มให้เหตุผลประกอบ
ขน้ั ท่ี ๓ เรียนรู้
๑. นักเรียนแบง่ กลุ่มเลือกแสดงบทบาทสมมุติส้ันๆ ในกิจกรรมตอ่ ไปนี้
-การทักทาย
-การพดู ขอร้อง
-การปลอบใจ
-การพูดปฏิเสธ
-การพูดซกั ถาม
-การช่วยเหลอื ผู้ท่ีกาลงั เดอื ดรอ้ นลาบาก
๒. นกั เรียนแต่ละกลุม่ ออกมาแสดงบทบาทสมมุติตามกจิ กรรมของกลมุ่ ท่ีได้รบั มอบหมาย
๓. นกั เรียนและครูร่วมกันแสดงความคิดเห็นการแสดงบทบาทสมมุติตามกิจกรรมของแต่ละกลมุ่
ขั้นที่ ๔ สรปุ ด้วยกรอบมโนทศั น์
๑. ครูทบทวนความรู้ และอธบิ ายการสรุปความรู้องค์รวม
๒. ครูยกตัวอย่างประเภทของกรอบมโนทัศน์และให้นักเรียนเลือกกรอบมโนทัศน์ท่ีสนใจ หรือ
กาหนดว่าจะใชแ้ บบใด
ขั้นท่ี ๕ ประเมินผล
๑. ใหน้ ักเรียนเขียนขอ้ ความจากกจิ กรรมการแสดงบทบาทสมมุติกจิ กรรมละ ๑ ข้อ ลงในสมดุ
๘. สอ่ื การสอน
๘.๑ หนังสือเรียน รายวชิ าพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอื่ ชีวิต ภาษาพาทชี ั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๓
๘.๒ แบบฝึกหัด รายวชิ าพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอ่ื ชวี ติ ทกั ษะภาษาชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓
๘.๓ บัตรคา
๘.๔ เกมทายคา
๙. แหลง่ การเรียนรใู้ นหรอื นอกสถานท่ี
๙.๑ ห้องสมุด
๑๐. การวัดและประเมินผล
ชิ้นงาน/ภาระงาน วิธวี ัดผล เคร่อื งมือวดั ผล เกณฑก์ ารให้ เกณฑ์การประเมนิ
ใบงานท่ี ๑เรอื่ งการสรา้ ง ตรวจใบงาน คะแนน
ประสบการณ์ทางเนอื้ หา คะแนน๑๖-๒๐=ดมี าก
ตรวจใบงาน ใบงาน ตอบถกู ตอ้ งตามใบ คะแนน ๑๑-๑๕ = ดี
ใบงานที่ ๒เรอื่ งการอา่ น งานท่ีให้ทา คะแนน ๖-๑๐ = พอใช้
ออกเสียง คะแนน๐-๕=ปรบั ปรงุ
ใบงาน ตอบถกู ต้องตามใบ ผา่ นเกณฑใ์ นระดบี ดีขึ้นไป
งานที่ให้ทา คะแนน๑๖-๒๐=ดมี าก
คะแนน ๑๑-๑๕ = ดี
คะแนน ๖-๑๐ = พอใช้
คะแนน๐-๕=ปรบั ปรุง
ผ่านเกณฑใ์ นระดีบดขี ึน้ ไป
ชิ้นงาน/ภาระงาน วธิ วี ัดผล เครื่องมือ เกณฑ์การให้ เกณฑ์การประเมิน
วัดผล คะแนน
คะแนน ๑๖-๒๐ = ดมี าก
ใบงานท่ี ๓ เรอ่ื ง อักษร ตรวจใบงาน ใบงาน ตอบถกู ต้องตาม คะแนน ๑๑-๑๕ = ดี
ไตรยางค์ ใบงานทใี่ หท้ า คะแนน ๖-๑๐ = พอใช้
คะแนน ๐-๕ = ปรบั ปรุง
แบบทดสอบ ตรวจ แบบทดสอบ ตอบคาถาม ผา่ นเกณฑใ์ นระดีบดขี น้ึ ไป
แบบทดสอบ ถกู ต้องจงึ ได้ คะแนน ๑๖-๒๐ = ดมี าก
คะแนน คะแนน ๑๑-๑๕ = ดี
คะแนน ๖-๑๐ = พอใช้
คะแนน ๐-๕ = ปรบั ปรงุ
ผา่ นเกณฑ์ในระดีบดีข้นึ ไป
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ วิธวี ดั ผล เครอ่ื งมือวดั ผล เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑ์การประเมิน
๑.มีวนิ ัย สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกต ตารางการเกณฑใ์ หค้ ะแนนอนั ผ่านเกณฑ์ตั้งแต่ระดับ
พฤติกรรม พงึ ประสงค์ ปานกลางขึ้น
รายบุคคล
๒.ใฝ่เรียนรู้ สังเกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกต ตารางการเกณฑใ์ หค้ ะแนนอนั ผา่ นเกณฑต์ ้ังแตร่ ะดบั
พฤติกรรม พึงประสงค์ ปานกลางขน้ึ
รายบุคคล
๓.มงุ่ ม่นั ในการทางาน สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกต ตารางการเกณฑใ์ ห้คะแนนอัน ผา่ นเกณฑต์ ั้งแตร่ ะดับ
พฤตกิ รรม พึงประสงค์ ปานกลางขึ้น
รายบุคคล
๔.มีจติ สาธารณะ สังเกตพฤตกิ รรม แบบสังเกต ตารางการเกณฑใ์ หค้ ะแนนอัน ผา่ นเกณฑ์ตั้งแตร่ ะดบั
พฤตกิ รรม พงึ ประสงค์ ปานกลางขน้ึ
รายบคุ คล
สมรรถนะของผูเ้ รียน วธิ ีวัดผล เคร่อื งมือวัดผล เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การประเมนิ
ความสามารถในการส่อื สาร สงั เกต ผา่ นเกณฑต์ ั้งแต่ระดับ
แบบสงั เกต ตารางเกณฑก์ ารให้คะแนน ปานกลางข้นึ
ความสามารถในการคดิ สังเกต พฤติกรรมการ สมรรถนะของผู้เรยี น
ปฏิบัตงิ าน ผ่านเกณฑต์ ้งั แต่ระดับ
ความสามารถในการ สังเกต รายบคุ คล ปานกลางขน้ึ
แกป้ ญั หา
แบบสังเกต ตารางเกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ผา่ นเกณฑ์ตง้ั แตร่ ะดับ
ความสามารถในการใช้ทกั ษะ สงั เกต พฤติกรรมการ สมรรถนะของผู้เรยี น ปานกลางขน้ึ
ชีวิต ปฏบิ ัติงาน
รายบคุ คล ผ่านเกณฑ์ตง้ั แตร่ ะดับ
ปานกลางขนึ้
แบบสงั เกต ตารางเกณฑ์การให้คะแนน
พฤตกิ รรมการ สมรรถนะของผู้เรยี น
ปฏิบัตงิ าน
รายบคุ คล
แบบสงั เกต ตารางเกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
พฤติกรรมการ สมรรถนะของผ้เู รียน
ปฏิบัตงิ าน
รายบุคคล
๑๑.กจิ กรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
๑๒. บนั ทกึ ผลหลังสอน
สรุปผลการจัดการเรยี นการสอน
นกั เรยี นทง้ั หมด.................คน
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ จานวนนักเรยี นท่ผี ่าน จานวนนกั เรยี นทไี่ มผ่ า่ น
จานวน (คน) รอ้ ยละ
จานวน (คน) รอ้ ยละ
๑๓. ปญั หา/อปุ สรรค/์ การแกไ้ ข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
๑๔. ขอ้ เสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ..............................................................................
()
ตาแหนง่ ครูผ้สู อน
ลงชื่อ..............................................................................หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้
()
ลงช่ือ..............................................................................รองผู้อานวยการกลุ่มบริหารวิชาการ
()
ความเหน็ ของหัวหนา้ สถานศกึ ษา
ได้ทาการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู้ อง...........................................................................แลว้ มีความ
คดิ เห็นดงั น้ี
๑. เป็นแผนการเรยี นรูท้ ี่
ดมี าก ดี พอใช้ ควรปรับปรงุ
๒.การจดั กจิ กรมไดน้ าเอากระบวนการเรียนรู้
เน้นผ้เู รียนเป็นสาคญั มาใชใ้ นการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
ไมเ่ น้นผู้เรยี นเปน็ สาคัญ ควรปรับปรงุ
๓. ขอ้ เสนอแนะอืน่ ๆ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ..............................................................................
()
ผอู้ านวยการโรงเรียนบ้านท่าลาด
ช่ือ……………………………………………..………..เลขท…ี่ ……...ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๓
วนั ท่ี…………..เดือน…………………….พ.ศ………………
ใบงานท่ี ๑ เรอ่ื ง การสร้างประสบการณ์ทางเน้อื หา
คาช้แี จง นักเรยี นฟังครเู ล่าเรอื่ งและดูภาพประกอบ แล้วตอบคาถามให้ถูกตอ้ ง
๑. เร่ืองนี้ตัวละครมีใครบ้าง……………………………………………………………………...........................
……………………………………………………………………………………………………………………………….
๒.เหตุการณใ์ นเรอ่ื งเกดิ ข้นึ ทไี่ หน……………………………………………………………………..................
………………………………………………………………………………………………………………………………
๓.อะไรเป็นสาเหตุของเร่อื ง……………………………………………………………………..........................
………………………………………………………………………………………………………………………………
๔. ผลการปฏบิ ตั ิงานของกลุ่มปฏบิ ัตกิ ารสายลับจิว๋ เปน็ อยา่ งไร…………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………….
๕.นกั เรยี นได้ขอ้ คิดอะไรบา้ ง
๕.๑)………………………………………………………………………………
๕.๒)………………………………………………………………………………
๕.๓)………………………………………………………………………………
ช่ือ……………………………………………..………..เลขท…ี่ ……...ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓
วนั ท่ี…………..เดอื น…………………….พ.ศ………………
ใบงานท่ี ๒ การอ่านออกเสยี ง
คาชี้แจง ให้นกั เรียนเขยี นคาอา่ นจากคาที่กาหนดใหอ้ ยา่ งถูกต้อง
ตวั อยา่ ง สาราญ อ่านว่า สา – ราน
๑. กตกิ า อ่านว่า ....................................
๒. กระจ้อยรอ่ ย อ่านวา่ ....................................
๓. กระตือรอื ร้น อา่ นว่า ....................................
๔. ฉันเพล อา่ นว่า ....................................
๕. นักมายากล อา่ นว่า ....................................
๖. ปฏบิ ัตกิ าร อ่านว่า ....................................
๗. วธิ ีการ อ่านวา่ ....................................
๘. ปฏิเสธ อ่านว่า ....................................
๙. สมาชิก อา่ นวา่ ....................................
๑๐. สรปุ อา่ นว่า ....................................
ชือ่ ……………………………………………..………..เลขท…่ี ……...ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓
วนั ท่ี…………..เดอื น…………………….พ.ศ………………
ใบงานท่ี ๓ อกั ษรไตรยางค์
คาชี้แจง ให้นักเรยี นเขียนคาศัพทท์ อ่ี ย่ใู นกลมุ่ คาอักษรไตรยางค์ต่อไปน้ี
อกั ษรกลาง ตัวอยา่ ง กตกิ า
๑......................................... ๒.........................................
๓......................................... ๔.........................................
๕.........................................
อักษรสงู ตวั อยา่ ง แข่งขนั
๑......................................... ๒.........................................
๓......................................... ๔.........................................
๕.........................................
อักษรต่า ตวั อยา่ ง เครอื ญาติ
๑......................................... ๒.........................................
๓......................................... ๔.........................................
๕.........................................
ชอ่ื ……………………………………………..………..เลขท…่ี ……...ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓
วนั ที่…………..เดือน…………………….พ.ศ………………
แบบทดสอบหลังการเรียนรู้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๑ เรอื่ ง ปฏิบัติการสายลับจิ๋ว
คาชแ้ี จง ใหน้ ักเรยี นทาเครอื่ งหมายกากบาท ทับตวั อกั ษร ก, ข, ค, ง ที่ถูกท่สี ุด เพียงขอ้ เดียว
๑. กลมุ่ ปฏบิ ัติการสายลับจว๋ิ มีสมาชิกประมาณกี่คน
ก. ๑๐ คน ข. ๑๑ คน ค. ๑๒ คน ง. ๑๓ คน
ค. ๓ กลุม่ ง. ๔ กลมุ่
๒. กลุ่มปฏิบัตกิ ารสายลับจว๋ิ มีสมาชกิ ก่ีกลุ่ม
ก. ๑ กลมุ่ ข. ๒ กลุ่ม
๓. อะไรเป็นต้นเหตขุ องเร่ืองนี้ ข. สุนขั จุดผูกโบสแี ดง
ก. สนุ ขั
ค. สุนัขจุดผูกโบสีชมพู ง. สนุ ัขจดุ ผกู โบสีดา
๔. จากข้อ ๓ ใครเปน็ เจา้ ของสนุ ขั ดังกล่าว
ก. หนุย่ ข. น้าหวาน ค. ลุงใหญ่ ง. ตดิ๊ ต่ี
๕. บา้ นของต๊ิดตี่ อยู่ท่ไี หน ข. ท้ายซอย ค. กลางซอย ง. หลงั ซอย
ก. ปากซอย
๖. นกั เรยี นคดิ ว่ากลมุ่ ปฏบิ ัติการสายลับจว๋ิ กลุ่มใดปฏบิ ตั ิการโดยใช้วิถปี ระชาธปิ ไตย
ก. กลุ่มมดดา ข. กลมุ่ มดแดง
ค. กลมุ่ มดยักษ์ ง. กลุ่มมดตะนอย
๗. กอ่ นการปฏบิ ัติการของกลมุ่ ปฏิบัตกิ ารสายลบั จิ๋ว นักเรียนคิดว่าพวกเขาทาอยา่ งไร
ก. วางแผน ข. ประชุม
ค. ขอฟังความคดิ เห็นจากสมาชิก ง. ถกู ทุกข้อ
๘. น้าหวานทางานอะไร ข. พนกั งานต้อนรบั
ก. นักร้อง
ค. หางเคร่อื ง ง. แม่ครวั
๙. ลงุ ใหญท่ างานอะไร
ก. นักร้อง ข. นกั มายากล ค. พ่อคา้ ง. พอ่ ครัว
ง. กลมุ่ มดตะนอย
๑๐. นักเรียนคิดว่ากลมุ่ ปฏิบตั กิ ารสายลบั จิว๋ กลุ่มใดปฏิบัตงิ านไดส้ าเร็จ
ก. กล่มุ มดดา ข. กลุ่มมดแดง ค. กลุ่มมดยักษ์
แบบประเมินกิจกรรมรายบคุ คล
ชือ่ ......................................................นามสกุล......................................ชั้น......................เลขที่...........................
ลาดบั ประเดน็ การประเมิน ๔ (ดเี ยยี่ ม) คุณภาพการปฏิบตั กิ าร
๓ (ดี) ๒ (ปานกลาง) ๑ (ปรบั ปรุง)
๑ ตรงจดุ ประสงคท์ ก่ี าหนด
๒ ถกู ตอ้ งสมบูรณ์
๓ มีความสรา้ งสรรค์
๔ มคี วามเป็นระเบยี บเรยี บร้อย
๕ ตรงตอ่ เวลา
ลงช่ือ.......................................................ผู้ประเมิน
วันที่..................../......................./....................
เกณฑก์ ารให้คะแนน
ประเดน็ การประเมนิ ๔ (ดีเยยี่ ม) คะแนน ๑ (ปรับปรงุ )
๓ (ดี) ๒ (ปานกลาง)
๑.ผลงานตรงตาม ผลงานมีความ ผลงานมคี วาม ผลงานมีความ ผลงานไมส่ อดคลอ้ งกบั
จุดประสงค์ สอดคล้องกบั สอดคลอ้ งกบั สอดคลอ้ งกับ เนอื้ หาทเ่ี รียน
จดุ ประสงคข์ องเน้อื หา จุดประสงค์ของเน้อื หา จดุ ประสงค์ของเนื้อหา
ที่เรยี นทกุ ประเดน็ ทีเ่ รยี นเปน็ ส่วนใหญ่ ที่เรยี นบางประเดน็
๒.ผลงานมีวามถกู ตอ้ ง เนื้อหาสาระถูกต้อง เนือ้ หาสาระถกู ตอ้ ง เนอื้ หาสาระถูกตอ้ ง เนอื้ หาสาระไม่ถกู ตอ้ ง
สมบูรณ์ ครบถ้วน เป็นส่วนใหญ่ บางประเด็น
๓.ผลงานมคี วามเป็น ผลงานมีความเปน็ ผลงานมคี วามเป็น ผลงานคอ่ นขา้ งเป็น ผลงานไม่มคี วามเปน็
ระเบียบเรียบร้อย ระเบียบเรียบร้อยนา่ ระเบยี บเรียบรอ้ ยน้อย ระเบยี บเรยี บรอ้ ยแต่ ระเบียบเรยี บร้อย
อ่าน ยังมีขอ้ บกพรอ่ ง ขอ้ บกพร่องเล็กนอ้ ย
บางส่วน
๔.การสง่ งานตรงตอ่ สง่ งานตรงตามเวลาท่ี ส่งงานช้าเสยเวลาที่ ส่งงานช้าเสยเวลาท่ี ส่งงานชา้ เลยเวลาที่
เวลา กาหนด กาหนด๑-๒วนั กาหนด๓-๕ วัน กาหนดมากกวา่ ๕วัน
เกณฑก์ ารประเมิน
คะแนน ระดับคุณภาพ
๑๖-๒๐ ดีมาก
๑๑-๑๕ ดี
๖-๑๐ พอใช้
๐-๕ ปรับปรุง
แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล
คุณลักษณะอันพึงประสงค์
ลาดับ ช่ือ-นามสกลุ มีวนิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ มงุ่ ในการทางาน มจี ิตสาธารณะ
๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔ ๓ ๒๑
ลงชือ่ .......................................................ผ้ปู ระเมนิ
วนั ที่.................../....................../.................
เกณฑก์ ารให้คะแนนสมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน
พฤติกรรมบง่ ช้ี ๕ (ดมี าก) คะแนน
๔ (ดี) ๓(ปานกลาง) ๒(พอใช)้ ๑ (ปรบั ปรุง)
๑.ความสามารถใน มคี วามสามารถใน มคี วามสามารถใน มคี วามสามารถใน มคี วามสามารถใน ไมม่ คี วามสามารถ
การส่อื สาร การสื่อสารออกมา การสอ่ื สารออกมา การสือ่ สารออกมา การสอ่ื สารออกมา ในการสือ่ สาร
ได้ดี เย่ียมชัดเจน ได้ดี ชัดเจน ได้ระดับปานกลาง ไดร้ ะดบั ปานกลาง
ไมช่ ดั เจน ควรปรับปรงุ
๒.ความสามารถใน มีความสามารถใน มคี วามสามารถใน มคี วามสามารถใน มีความสามารถ ไมม่ ีความสามารถ
การคิด การคดิ อย่าง การคดิ ตดั สนิ ใจ การคิดตัดสนิ ใจ ตัดสินใจเก่ียวกับ ในการคิดการ
สร้างสรรค์ เกี่ยวกับปัญหา เกีย่ วกับปญั หา ปัญหาของตนเอง ตดั สินใจเก่ียวกับ
ตดั สินใจเกยี่ วกบั ของตนเองไดด้ ี ของตนเองได้ ไดไ้ ม่ดีเทา่ ที่ควร ปัญหาของตนเอง
ปญั หาของตนเอง ได้
ไดเ้ หมาะสม
๓.ความสามารถใน มีความสามารถ มีความสามารถ มีความสามารถ มคี วามสามารถ ไม่สามารถ
การแก้ปัญหา แก้ปญั หาเฉพาะ แก้ปญั หาเฉพาะ แก้ปญั หาเฉพาะ แก้ปญั หาเฉพาะ แก้ปญั หาเฉพาะ
ด้านได้ทกุ หน้าไดเ้ กือบทุก หน้าได้บาง หนา้ ไดย้ งั ไม่ดี ด้าน
สถานการณ์ สถานการณ์ สถานการณ์
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๒
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี ๒ รายวชิ าภาษาไทย
ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย เวลา ๖ ช่วั โมง
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๓
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี ๑ เร่อื ง แม่ไก่อยู่ในตะกรา้
๑. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวชว้ี ัด
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดไปใช้ตัดสินใจแก้ปัญหา และสร้าง
วิสัยทศั น์ใน การดาเนนิ ชวี ิต และมีนสิ ัยรักการอ่าน
ท ๑.๑ ป.๓/๑ อา่ นออกเสยี งบทร้อยแก้วและบทรอ้ ยกรองได้ถกู ตอ้ ง
ท. ๑.๑ ป.๓/๒ อธิบายความหมายของคาและข้อความท่ีอ่าน
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลัง
ของภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัติของชาติ
ท. ๔.๑ ป.๓/๓ เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณ
ค่าและนามา ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ จรงิ
ท. ๕.๑ ป.๓/๒ รู้จกั เพลงพน้ื บา้ นและเพลงกลอมเดก็ เพอ่ื ปลกู ฝงั ความชน่ื ชมวัฒนธรรมทองถิน่
๒. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๒.๑ นักเรียนอา่ นออกเสียงจากบทเรียน เร่ือง แม่ไกอ่ ยูใ่ นตะกรา้ ได้ถูกตอ้ งตามเกณฑ์ทีก่ าหนด (P)
๒.๒ นักเรยี นอ่านบทร้อยกรอง อ่านทานองเสนาะ ได้ถกู ต้อง (P)
๒.๓ นกั เรียนเขา้ ใจมาตราตัวสะกด แม่ ก กา แม่กก และแม่กง (K)
๓.สาระสาคัญ
การอา่ นเสียงเสียงตามตวั อักษร ถ้อยคา และเคร่ืองหมายต่างๆ ท่ีเขียนออกมาให้ ถูกต้องชัดถ้อยชัด
คา เพอ่ื ใหเ้ ข้าใจและสามารถสรุป ตอบคาถามจากเร่ืองท่ีอ่านได้ อ่านคาศัพท์ยากในบทเรียนได้ รู้และเข้าใจ
คาท่ีอยู่ในมาตราตวั สะกดแม่ ก กา แม่กก แมก่ ง
๔.สาระการเรียนรู้
๔.๑ ดา้ นความรู้ (K)
-แม่ กา
-แม่กก
-แมก่ ง
๔.๒ ดา้ นทกั ษะ (P)
-อา่ นคาศัพท์
-อ่านบทรอ้ ยกรอง
-อา่ นทานองเสนาะ
๔.๓ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
รกั ชาติ ศาสตร์ กษัตริย์
ซอ่ื สัตย์ สุจริต
√ มวี ินัย
√ ใฝเ่ รยี นรู้
อยู่อย่างพอเพียง
√ มงุ่ มั่นในการทางาน
รักความเปน็ ไทย
√ มีจิตสาธารณะ
๕. สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น
√ ความสามารถในการสือ่ สาร
√ ความสามารถในการคิด
√ ความสามารถในการแกป้ ญั หา
√ ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
๖. ชิ้นงาน/ภาระ
๖.๑ ใบงานท่ี ๑ แมไ่ ก่อยูใ่ นตะกรา้
๖.๒ ใบงานท่ี ๒ มาตราตัวสะกด ๑
๖.๓ ใบงานท่ี ๓ โอ้เอว้ หิ ารราย
๖.๔ ผงั มโนทศั น์สรปุ ความรู้
๖.๕ แบบทดสอบเกบ็ คะแนนประจาหน่วยการเรยี นรู้
๗. การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
รู้ปแบบการจัดการเรียนการสอน : แบบผังมโนทัศน์
หนว่ ยยอ่ ยท่ี ๑ เรอ่ื ง การอา่ นออกเสียงบทเรียน
(ชว่ั โมงท่ี ๑)
ขั้นที่ ๑ ตรวจสอบมโนทัศน์พ้ืนฐาน
๑. นกั เรยี นดภู าพประกอบจากหนังสือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพ่ือชีวิต วรรณคดี
ลานา ชน้ั ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ บทที่ ๒ เรื่อง “แม่ไกอ่ ยู่ในตะกร้า” โดยร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็น
จากภาพตามประเด็นดงั ตอ่ ไปนี้
-มีบุคคลใดบ้างที่อยู่ในภาพ และนักเรียนคิดว่าบุคคลในภาพมีความสัมพันธ์กันอย่างไร จง
อธบิ ายตามความเขา้ ใจ
-บุคคลในภาพกาลังทากจิ กรรมใด อย่างไรบา้ ง
-ใหน้ กั เรียนชว่ ยกนั คิดบทสนทนาของบุคคลในภาพว่ามีเร่ืองราวเกี่ยวกับอะไรอย่างไรบ้าง
ขัน้ ที่ ๒ ระบแุ ละเสรมิ มโนทัศนพ์ ื้นฐานทน่ี ักเรยี นขาด
๑. ครูสอบถามเบื้องต้นรายบุคคลว่ามีความรู้สกึ อยา่ งไรบ้าง
ขั้นท่ี ๓ เรยี นรู้
๑. ครูใหน้ ักเรยี นอา่ นออกเสยี งบทเรยี น เรือ่ ง แมไ่ กอ่ ย่ใู นตะกร้า จากหนังสือหนังสือเรียน รายวิชา
พื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชีวิต วรรณคดีลานา ช้ันช้ันประถมศึกษาปีที่ ๓ (หน้าที่ ๒๔-๓๒) พร้อมกัน
๑ รอบ
๒. นักเรียนอา่ นออกเสียงบทเรียน เรื่อง “แม่ไก่อยู่ในตะกร้า” จากหนังสือหนังสือเรียน สลับกันที
ละแถว โดยครูสังเกตลักษณะการอา่ นออกเสยี งของนักเรยี นอยา่ งครา่ วๆ ตามประเด็นพิจารณาดังตอ่ ไปนี้
-พจิ ารณาจากความถกู ต้องชดั เจน
-พิจารณาจากการเวน้ วรรคตอน
-พจิ ารณาจากความคลอ่ งแคล่วในการอา่ น
-พจิ ารณาจากการใชน้ ้าเสยี งและจังหวะในการอ่านได้ถูกต้องเหมาะสม-พิจารณาจากความถูกต้องใน
การอ่านออกเสียงคาควบกลา้ ร ล
๓. เม่อื อ่านจบแลว้ ครูนานักเรียนรว่ มกนั สนทนาเก่ยี วกับเนอื้ หาในบทเรยี น โดยตัง้ เป็นประเด็นคาถาม
เพอื่ กระตุ้นให้นักเรยี นแสดงความคิดเห็น
๔. นักเรียนตอบคาถามจากเร่ือง แม่ไก่อยู่ในตะกร้า ลงในสมุด โดยครูเป็นผู้ตั้งประเด็นคาถาม
ดงั ต่อไปนี้
-จากเร่ือง แม่ไก่อยู่ในตะกร้า ให้นักเรียนลองพิจารณาดูว่านักเรียนเคยประสบเหตุการณ์ ดังเช่นใน
เรอ่ื งหรอื ไม่อยา่ งไร
-เม่อื อา่ นเร่ือง แมไ่ กอ่ ยู่ในตะกรา้ แล้วนกั เรยี นได้ข้อคิดอะไรจากเรือ่ งนี้บา้ ง
๔. สรปุ ดว้ ยกรอบมโนทัศน์
๑. ครูส่มุ ตวั แทนนักเรียนออกมานาเสนอผลงานหน้าช้นั เรยี น
๒. ครูและนกั เรยี นชว่ ยกันเฉลยแนวคาตอบและตรวจใหค้ ะแนน
๕. ประเมนิ ผล
๑. ครูสงั เกตพฤตกิ รรมการรว่ มกิจกรรมในชนั้ เรยี นของนักเรยี น และบนั ทกึ ลงในแบบประเมิน
๒. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปบทเรียน เรื่อง แม่ไก่อยู่ในตะกร้า พร้อมกันอีกครั้งและช่วยกันแสดง
ความคิดเหน็ เก่ยี วกบั ข้อคดิ ท่ีได้จากเร่อื ง และแนวทางการนาไปประยุกต์ใชใ้ นชีวติ ประจาวนั
รู้ปแบบการจดั การเรียนการสอน : แบบผังมโนทศั น์
หนว่ ยย่อยที่ ๒ เรือ่ ง คาศัพทย์ ากในบทเรยี น
(ช่วั โมงที่ ๒)
ข้ันที่ ๑ ตรวจสอบมโนทัศน์พื้นฐาน
๑. ครูนานกั เรยี นสนทนาเกี่ยวกบั เน้ือเร่ืองในบทเรียนร่วมกัน เพือ่ ทบทวนความรู้จากชัว่ โมงที่ผ่านมา
ขั้นท่ี ๒ ระบุและเสริมมโนทัศนพ์ ้นื ฐานทผ่ี เู้ รยี นขาด
๑. ครูนาบัตรคาศพั ทย์ ากในบทเรียนมาติดไว้บนกระดาน แล้วให้นักเรียนอ่านออกเสียงคาศัพท์จาก
บัตร คาทีค่ รูตดิ ไว้พร้อมๆ กันทลี ะคา เช่น คาว่า ตะกรา้ ขยบั ตวั พระสงฆ์ เป็นต้น
ขนั้ ท่ี ๓ เรียนรู้
๑. นักเรียนแบง่ กลุ่ม ออกเปน็ ๒ กลุ่ม จากนกั เรยี นทัง้ หมดในห้องเรียน โดยในแต่ละกลมุ่ จะมี
นกั เรียนที่มรี ะดบั ผลการเรยี น ดี ปานกลาง และอ่อนอยรู่ ่วมกนั
๒. ครูใหน้ กั เรียนเขียนคาศพั ท์ โดยมกี ติกาในการแขง่ ขนั ดงั น้ี
- ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมาแข่งขันเขียนคาศัพท์กลุ่มละ ๑ คน ต่อคาศัพท์ ๑ คา จะ
หมนุ เวียนสลับกันไป โดยทที่ ุกคนในกลุม่ จะได้ออกมาเขียนคาศพั ทค์ รบทกุ คน
- นักเรยี นคอยฟงั สัญญาณจากครูโดยครูจะบอกคาศัพทน์ นั้ ๒ ครง้ั แล้วให้นักเรียนเขียน คาศัพท์ท่ีครู
บอกได้ทันที กลุ่มใดเขียนได้ถูกต้องและเสร็จก่อนนกลุ่มนั้นจะเป็นผู้ได้คะแนน ในกรณีที่เขียนเสร็จพร้อมกัน
และเขียนได้ถูกต้องจะได้คะแนนท้งั ๒ กลมุ่
๓.เม่ือแขง่ ขนั เกมจบแล้วครูสรปุ ผลคะแนนให้นักเรียนทราบ และช่วยกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ
ประโยชน์และข้อดขี อ้ เสียของกจิ กรรม
๔. นักเรียนแต่ละคนเลือกคาศัพท์ยากจากบทเรียน จานวน ๑๐ คา ไปแต่งประโยคลงในสมุดแล้ว
สง่ ครูเพื่อตรวจใหค้ ะแนน
ขน้ั ที่ ๔ สรุปดว้ ยกรอบมโนทัศน์
๑. ครูและนักเรียนร่วมกันสรปุ บทเรยี นและความหมายของคาศัพท์ในบทเรียนอีกครั้งในประเด็นการ
นาไปใชใ้ นชวี ิตประจาวนั
๕. ประเมินผล
๑. ครูสงั เกตพฤตกิ รรมการร่วมกิจกรรมในชนั้ เรียนของนกั เรยี น และบันทกึ ลงในแบบประเมิน
ร้ปู แบบการจดั การเรยี นการสอน : แบบผงั มโนทัศน์
หน่วยย่อยท่ี ๓ เร่ือง มาตราตวั สะกด แม่ ก กา แม่กก แม่กง
(ช่วั โมงท่ี ๓)
ข้ันที่ ๑ ตรวจสอบมโนทัศน์พนื้ ฐาน
๑. นักเรียนให้นักเรียนออกเสียงคาท่ีสะกดด้วยมาตราตัวสะกดแม่ ก กา ตามครูและครูร่วมกัน
สนทนาเกี่ยวกบั ประเด็นดงั ต่อไปนี้
-นักเรยี นเคยได้ยนิ หรอื พดู คาท่ีสะกดดว้ ยมาตราตัวสะกดแม่ ก กา หรือไม่
-นักเรียนคิดว่าคาที่สะกดดว้ ยมาตรตัวสะกดแม่ ก กา คอื อะไร ใหอ้ ธบิ ายมาพอเข้าใจ
ขนั้ ที่ ๒ ระบแุ ละเสรมิ มโนทัศนพ์ ้นื ฐานท่ผี ้เู รียนขาด
๑. ครูอธิบายความหมายของมาตราตัวสะกดและมาตราตัวสะกด แม่ ก กา ให้นักเรียนฟังเพื่อให้
นักเรียนเกดิ ความรู้ความเขา้ ใจเก่ยี วกบั เรื่อง มาตราตวั สะกดในเบอื้ งต้น
ขั้นท่ี ๓ เรยี นรู้
๑. ครูนาบตั รคาคาที่สะกดด้วยมาตราแม่ ก กา มาติดไว้บนกระดาน แล้วให้นักเรียนอ่านออกเสียง
คาที่สะกดด้วยมาตรา แม่ ก กา ไทยท่ีครูติดไว้พร้อมๆ กนั ทลี ะคา เชน่ คาวา่ ตะกร้าแม่ไก่ทะเล เปน็ ต้น
๒. ครูแจกบตั รคามาตราตัวสะกดใหน้ ักเรยี นทุกคน แล้วใหน้ ักเรยี นฝึกอ่านออกเสียงคาที่ตัวเองได้รับ
มอบหมายให้ถูกตอ้ ง
๓. ครูนักเรยี นแต่ละคนอา่ นออกเสียงคามาตราตัวสะกด แม่ ก กา จากบัตรคาที่ตนเองได้รับจากครู
โดย ครูเปน็ ผู้ตรวจสอบความถูกตอ้ งของการอ่านออกเสยี ง ของนกั เรียนหากมีขอ้ ผิดพลาดครูชีแ้ นะใหถ้ ูกต้อง
๔. นักเรียนบันทึกคามาตราตัวสะกด แม่ ก กา จากบัตรคาทุกคาท่ีครูแจกลงในสมุดและอ่านออก
เสียง พรอ้ มกันอกี ครงั้
๔. สรุปด้วยกรอบมโนทศั น์
๑. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปบทเรียนอีกครั้งและช้ีแจงเนื้อหาท่ีจะเรียนในรายชั่วโมงต่อไปคือคาท่ี
สะกดด้วยมาตรา แม่ กก และแม่ ก กง
๕. ประเมนิ ผล
๑. ครูสงั เกตพฤตกิ รรมการรว่ มกจิ กรรมในช้นั เรยี นของนักเรยี น และบันทึกลงในแบบประเมิน
รูป้ แบบการจดั การเรียนการสอน : แบบผังมโนทัศน์
หน่วยย่อยที่ ๓ เร่ือง มาตราตวั สะกด แม่ ก กาแม่กก แม่กง
(ชั่วโมงที่ ๔)
ขั้นที่ ๑ ตรวจสอบมโนทศั นพ์ ้นื ฐาน
๑. ครูติดบัตรคาท่ีสะกดด้วยมาตราแม่ กกนักเรียนอา่ นคาจากบัตรคาท่ีติดบนกระดานพร้อมกัน เช่น
คาวา่ นา้ หมาก ครก สาก หอหมก แตก หญา้ แพรก เปน็ ตน้
ขั้นที่ ๒ ระบแุ ละเสริมมโนทัศนพ์ ้นื ฐานทผี่ เู้ รยี นขาด
๑. นักเรียนช่วยกันบอกว่าคาจากบัตรคาแต่ละคาเป็นคาที่สะกดด้วยมาตราตัวสะกดแม่ใดแล้วครู
สนทนาโยงเข้าเรือ่ งมาตราตวั สะกดแมก่ ก
ขน้ั ที่ ๓ เรยี นรู้
๑. ครูอธิบายความหมายของคาท่ีสะกดดว้ ยมาตราตัวสะกด แมก่ ก ใหน้ กั เรียนเขา้ ใจ
๒. นกั เรียนยกตัวอย่างคาท่ีสะกดด้วยมาตราตัวสะกดแม่กก มาคนละ ๑ คา ครูเขียนบนกระดาน
แล้วช่วยกันพิจารณาว่าแต่ละคามพี ยญั ชนะตัวใดบา้ งเป็นตวั สะกด
๓. นกั เรียนแบ่งกลมุ่ กลุม่ ละ ๕ คน โดยครูแจกหนังสือพิมพ์ วารสาร นิตยสารหรือหนังสืออื่นๆ
ให้แต่ละกลุ่มค้นหาคาศัพท์ที่สะกดด้วยมาตราแม่กกแล้วส่งตัวแทนกลุ่มออกมาเขียนคาเหล่านั้นบน
กระดาน ครูและนกั เรียนชว่ ยกนั อ่านและตรวจสอบความถูกต้อง
๔. นกั เรียนบนั ทกึ คาท่ีคน้ คว้าได้ลงในสมุดและอ่านออกเสียงพร้อมกนั อีกครง้ั
๔. สรุปดว้ ยกรอบมโนทัศน์
๑. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปบทเรียนอกี ครงั้ และชี้แจงเน้อื หาทจี่ ะเรยี นในรายช่ัวโมงต่อไปคือคาท่ี
สะกดดว้ ยมาตรา และแม่ ก กง
๕. ประเมินผล
๑. ครูสังเกตพฤตกิ รรมการรว่ มกิจกรรมในชนั้ เรียนของนักเรียน และบนั ทึกลงในแบบประเมนิ
รปู้ แบบการจัดการเรียนการสอน : แบบผงั มโนทัศน์
หนว่ ยย่อยท่ี ๓ เรื่อง มาตราตวั สะกด แม่ ก กา แม่กก แม่กง
(ชว่ั โมงท่ี ๕)
ข้นั ที่ ๑ ตรวจสอบมโนทศั น์พน้ื ฐาน
๑. ครูตดิ บตั รคาที่สะกดดว้ ยมาตราแม่ กง นักเรยี นอ่านคาจากบัตรคาทต่ี ดิ บนกระดานพร้อมกัน เช่น
คาวา่ แมล่ ง กระบงุ กระทง เป็นต้น
ขั้นที่ ๒ ระบุและเสริมมโนทศั น์พ้นื ฐานทผ่ี เู้ รียนขาด
๑.นักเรียนช่วยกันบอกว่าคาจากบัตรคาแต่ละคา เป็นคาท่ีสะกดด้วยมาตราตัวสะกดแม่ใดแล้วครู
สนทนาโยงเขาเรื่องมาตราตัวสะกดแมก่ ง
ขนั้ ที่ ๓ เรียนรู้
๑. ครูอธิบายความหมายของคาทสี่ ะกดด้วยมาตราตัวสะกดแมก่ งใหน้ กั เรียนเขา้ ใจ
๒. นักเรียนยกตัวอย่างคาทสี่ ะกดด้วยมาตราแมก่ งมาคนละ ๑ คา ครูเขียนบนกระดาน
๓. นักเรียนแบง่ กลมุ่ กลุ่มละ ๕ คน ใหช้ ว่ ยกันสรา้ งคาทสี่ ะกดดว้ ยมาตราแม่ กง มาใหม้ ากทสี่ ุด
กลุ่มใดสามารถสรา้ งคาได้มากและถูกตอ้ งเป็นผู้ได้คะแนนสงู สุด
๔. นักเรียนบนั ทกึ คาท่ีสร้างได้ลงในสมุดและอา่ นออกเสียงพร้อมกนั อีกครั้ง
ขน้ั ที่ ๔ สรปุ ด้วยกรอบมโนทศั น์
๑. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปบทเรียนอีกครั้ง จากนั้นให้นักเรียนทาแบบฝึกหัด รายวิชาพ้ืนฐาน
ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอ่ื ชวี ติ ทกั ษะภาษา ช้ันช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ หน้าที่ ๑๑-๑๓
ขน้ั ท่ี ๕ ประเมินผล
๑. ครูสังเกตพฤตกิ รรมการร่วมกจิ กรรมในชั้นเรียนของนักเรียน และบนั ทึกลงในแบบประเมิน
รปู้ แบบการจัดการเรยี นการสอน : แบบผงั มโนทัศน์
หนว่ ยยอ่ ยที่ ๔ เรือ่ ง โอเ้ อ้วหิ ารราย
(ช่วั โมงท่ี ๖)
ขั้นที่ ๑ ตรวจสอบมโนทศั นพ์ ืน้ ฐาน
๑. นกั เรียนเละครูสนทนารว่ มกันเกย่ี วกับการสวดโอเ้ อว้ หิ ารรายในประเด็นดงั ตอ่ ไปนี้
-นักเรียนรู้จักการสวดโอ้เอว้ หิ ารรายหรอื ไม่
-นักเรียนคิดว่าการสวดโอ้เอ้วิหารรายเป็นอย่างไร เหตุใดจึงต้องมีการสวดโอ้เอ้
วิหารราย ลองอธบิ ายตามความเขา้ ใจของนักเรียนใหม้ ากทส่ี ดุ
ขัน้ ที่ ๒ ระบแุ ละเสริมมโนทศั น์พน้ื ฐานท่ีขาด
๑. ครูใหน้ ักเรียนศึกษาค้นคว้าเกย่ี วกับความหมาย หลักและวิธีการสวดโอ้เอ้วิหารราย จากหนังสือ
ในหอ้ งสมุด โดยครูเปน็ ผูช้ ้แี นะและอธบิ ายเพม่ิ เตมิ จากนั้นนกั เรียนบนั ทกึ ความรู้ลงในสมดุ
ขั้นท่ี ๓ เรยี นรู้
๑. ครูสาธิตการสวดทานองโอ้เอ้วิหารราย เรื่อง กาพย์พระไชยสุริยา จากรายวิชาพื้นฐานภาษาไทย
ชดุ ภาษาเพือ่ ชวี ิต วรรณคดีลานา ช้นั ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๓ ใหน้ กั เรยี นฟัง
๒. นักเรยี นฝึกสวดทานองโอเ้ อว้ หิ ารราย โดยมีครูคอยใหค้ าแนะนาให้นักเรยี นสามารถฝึกปฏิบตั ิได้
๓. นักเรียนแบ่งกลุ่มกลุ่มละ ๔-๕ คน และออกมาสวดทานองโอ้เอ้วหิ ารรายหน้าชั้นเรียนทีละ
กลุ่มครูตรวจสอบความถกู ต้องในการสวดทานองโอ้เอ้วิหารรายของนักเรียนพร้อมท้ังให้คาแนะนาติชมเพ่ือให้
นักเรียนสามารถนาความรู้ไปพฒั นาและปรบั ปรุงแก้ไขสืบไป
๔. สรปุ ด้วยกรอบมโนทศั น์
๑. ครูและนกั เรียนชว่ ยกันสรปุ ความรู้จากเรื่อง การสวดทานองโอเ้ อว้ ิหารรายในประเด็นเรื่องของการ
นาความรู้จากเร่อื งไปประยุกต์ใช้ในสังคมปจั จบุ ัน
๕. ประเมินผล
๑. ครูสงั เกตพฤติกรรมการรว่ มกิจกรรมในชั้นเรียนของนกั เรียน และบนั ทกึ ลงในแบบประเมิน
๘. สือ่ การสอน
๘.๑ หนังสือเรียนรายวชิ าพน้ื ฐานภาษาไทย ชุด ภาษาเพอ่ื ชวี ติ วรรณคดลี านาชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่๓
๘.๒ พจนานุกรมภาษาไทย
๘.๓ บตั รคาศพั ทย์ ากในบทเรยี น
๘.๔ หนังสอื พมิ พ์
๙. แหล่งการเรียนรู้ในหรอื นอกสถานท่ี
๙.๑ หอ้ งสมดุ
๑๐. การวัดและประเมนิ ผล
ชน้ิ งาน/ภาระงาน วิธีวดั ผล เคร่อื งมือวดั ผล เกณฑ์การให้ เกณฑ์การประเมิน
ตรวจใบงาน คะแนน
ใบงานที่ ๑เร่อื งแม่ไกอ่ ยู่ คะแนน๑๖-๒๐=ดมี าก
ในตะกรา้ ใบงาน ตอบถูกตอ้ งตามใบ คะแนน ๑๑-๑๕ = ดี
งานทใี่ ห้ทา คะแนน ๖-๑๐ = พอใช้
คะแนน๐-๕=ปรบั ปรงุ
ใบงานท่ี ๒เร่ืองมาตรา ตรวจใบงาน ใบงาน ตอบถูกตอ้ งตามใบ ผา่ นเกณฑใ์ นระดบี ดีขึน้ ไป
ตัวสะกด ๑ งานทใี่ ห้ทา คะแนน๑๖-๒๐=ดมี าก
คะแนน ๑๑-๑๕ = ดี
ใบงานท่ี ๓ เรอ่ื ง อักษร ตรวจใบงาน ใบงาน ตอบถกู ต้องตาม คะแนน ๖-๑๐ = พอใช้
ไตรยางค์ ใบงานทีใ่ หท้ า คะแนน ๐-๕ = ปรับปรุง
ผา่ นเกณฑ์ในระดีบดขี นึ้ ไป
แบบทดสอบ ตรวจ แบบทดสอบ ตอบคาถาม คะแนน ๑๖-๒๐ = ดีมาก
คะแนน ๑๑-๑๕ = ดี
แบบทดสอบ ถกู ตอ้ งจงึ ได้ คะแนน ๖-๑๐ = พอใช้
คะแนน ๐-๕ = ปรับปรุง
คะแนน ผา่ นเกณฑ์ในระดบี ดีขนึ้ ไป
คะแนน ๑๖-๒๐ = ดมี าก
คะแนน ๑๑-๑๕ = ดี
คะแนน ๖-๑๐ = พอใช้
คะแนน ๐-๕ = ปรบั ปรุง
ผ่านเกณฑใ์ นระดีบดีข้นึ ไป
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ วธิ ีวดั ผล เครอ่ื งมือวัดผล เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารประเมนิ
๑. มีวนิ ยั สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกต ตารางการเกณฑใ์ ห้คะแนนอนั ผ่านเกณฑ์ตั้งแตร่ ะดบั
พฤติกรรม พงึ ประสงค์ ปานกลางขน้ึ
รายบุคคล
๒. ใฝ่เรยี นรู้ สังเกตพฤตกิ รรม แบบสังเกต ตารางการเกณฑใ์ หค้ ะแนนอนั ผา่ นเกณฑต์ ง้ั แต่ระดบั
พฤติกรรม พงึ ประสงค์ ปานกลางขน้ึ
รายบุคคล
๓. ม่งุ มน่ั ในการทางาน สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสังเกต ตารางการเกณฑใ์ ห้คะแนนอัน ผา่ นเกณฑ์ต้งั แตร่ ะดับ
พฤติกรรม พงึ ประสงค์ ปานกลางขึ้น
รายบคุ คล
๔. มจี ิตสาธารณะ สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสังเกต ตารางการเกณฑ์ให้คะแนนอัน ผ่านเกณฑ์ตง้ั แต่ระดบั
พฤตกิ รรม พึงประสงค์ ปานกลางข้นึ
รายบุคคล
สมรรถนะของผเู้ รยี น วิธวี ัดผล เครอื่ งมือวัดผล เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารประเมนิ
ความสามารถในการส่ือสาร สังเกต แบบสังเกต ตารางเกณฑ์การให้คะแนน ผา่ นเกณฑ์ตงั้ แต่ระดบั
พฤติกรรมการ สมรรถนะของผู้เรียน ปานกลางขึ้น
ปฏบิ ัติงาน
รายบุคคล
ความสามารถในการคดิ สังเกต แบบสังเกต ตารางเกณฑ์การให้คะแนน ผา่ นเกณฑ์ต้ังแต่ระดับ
พฤติกรรมการ สมรรถนะของผู้เรยี น ปานกลางขึน้
ปฏิบตั ิงาน
รายบุคคล
ความสามารถในการ สงั เกต แบบสงั เกต ตารางเกณฑ์การให้คะแนน ผา่ นเกณฑ์ตั้งแต่ระดับ
แก้ปัญหา พฤติกรรมการ สมรรถนะของผ้เู รยี น ปานกลางขึ้น
ปฏบิ ัติงาน
รายบุคคล
ความสามารถในการใช้ทกั ษะ สงั เกต แบบสงั เกต ตารางเกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ผา่ นเกณฑ์ตง้ั แต่ระดบั
ชีวิต พฤตกิ รรมการ สมรรถนะของผเู้ รียน ปานกลางข้นึ
ปฏิบัตงิ าน
รายบคุ คล
๑๑.กิจกรรมเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
๑๒. บันทกึ ผลหลงั สอน
สรปุ ผลการจดั การเรยี นการสอน
นักเรียนทงั้ หมด.................คน
จุดประสงค์การเรียนรู้ จานวนนกั เรียนทีผ่ ่าน จานวนนักเรยี นทีไ่ มผ่ ่าน
จานวน (คน) ร้อยละ
จานวน (คน) รอ้ ยละ
๑๓. ปญั หา/อุปสรรค/์ การแก้ไข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
๑๔. ข้อเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ..............................................................................
()
ตาแหนง่ ครูผู้สอน
ลงชื่อ..............................................................................หวั หนา้ กลุม่ สาระการเรียนรู้
()
ลงชอื่ ..............................................................................รองผู้อานวยการกลุ่มบริหารวิชาการ
()
ความเห็นของหัวหนา้ สถานศกึ ษา
ไดท้ าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ...........................................................................แล้วมีความ
คิดเห็นดงั นี้
๑. เปน็ แผนการเรยี นรูท้ ่ี
ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง
๒.การจัดกจิ กรมไดน้ าเอากระบวนการเรยี นรู้
เน้นผเู้ รียนเปน็ สาคัญมาใชใ้ นการสอนได้อย่างเหมาะสม
ไมเ่ น้นผเู้ รียนเปน็ สาคญั ควรปรับปรุง
๓. ข้อเสนอแนะอ่นื ๆ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ..............................................................................
()
ผูอ้ านวยการโรงเรียนบา้ นท่าลาด
ช่ือ……………………………………………..………..เลขท…ี่ ……...ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๓
วนั ที่…………..เดอื น…………………….พ.ศ………………
ใบงานท่ี ๑ เรื่อง แม่ไกอ่ ยูใ่ นตะกรา้
คาสง่ั ใหน้ ักเรียนเขยี นแผนภาพโครงนิทานเรอ่ื งแมไ่ ก่อยู่ในตะกร้าใหถ้ กู ตอ้ ง พรอ้ มระบายสีใหส้ วยงาม
๑. ตวั ละคร ๒. สถานท่ี
………………………………………… …………………………………………
………………………………………… …………………………………………
………………………………………… …………………………………………
………………………………………… …………………………………………
………………………………………… …………………………………………
………………………………………... ………………………………………...
๓. เหตกุ ารณ์ ๔. ข้อคิดทีไ่ ด้
……………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………
…………….......................................................................... ……………..........................................................................
........................................................................................ ........................................................................................
....................................................................................... .......................................................................................
ช่อื ……………………………………………..………..เลขท…ี่ ……...ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๓
วันที่…………..เดือน…………………….พ.ศ………………
ใบงานท่ี ๒ มาตราตวั สะกด ๑
คาสง่ั ให้นกั เรียนเติมคาตามหัวขอ้ ทก่ี าหนด
แม่ ก แม่กก
กา
แม่กง
ชือ่ ……………………………………………..………..เลขท…่ี ……...ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๓
วันที่…………..เดือน…………………….พ.ศ………………
ใบงานที่ ๓ โอ้เอว้ ิหารราย
คาสงั่ ใหน้ ักเรยี นจับคู่แลว้ ตอบคาถามจากการอา่ นเสรมิ บทเรยี นเรอ่ื งโอ้เอ้วิหารรายและระบายสใี ห้
สวยงาม
๑. กาเนดิ ครงั้ แรกเมอ่ื ใด
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
๒. ผ้ใู ดสวดโอ้เอ้วิหารรายต้องทางาน
...................................................................................................................................................................
๓. ใครจดั โอเ้ อว้ หิ ารรายในหนงั สอื เรียน
...................................................................................................................................................................
๔. ประเพณโี อเอ้วหิ ารรายนยิ มใหเ้ ดก็ ไปฝึกซอ้ มที่ไหน
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
๕. โอ้เอ้วหิ ารราย มีความหมายตามสานวน คอื
...................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................