The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทย-กุสุมาวดี-ศรีคเณย์-6353102147

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kusuma1996miu, 2021-05-28 04:46:09

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทย-กุสุมาวดี-ศรีคเณย์-6353102147

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทย-กุสุมาวดี-ศรีคเณย์-6353102147

Keywords: แผนการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ป.3

ชอ่ื ……………………………………………..………..เลขท…ี่ ……...ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓

วันที่…………..เดือน…………………….พ.ศ………………

แบบทดสอบหลงั การเรยี นรู้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๒ เรอ่ื ง แม่ไกอ่ ยใู่ นตะกรา้
คาชแ้ี จง นักเรียนทาเครือ่ งหมายกากบาท ทับตวั อกั ษร ก, ข, ค, ง หนา้ คาตอบทถี่ ูกที่สุดเพยี งขอ้ เดยี ว

๑. ใครนัง่ ท่องหนงั สือมาจากแคร่ไม้ไผ่ใตร้ ม่ มะม่วง

ก. ปชู่ ม ข. ปยู่ ม ค. ตาชม ง. ตายม

๒. คณุ ปู่กาลังทาอะไรอยู่ ค. สานตะกรา้ พลาสติก
ก. สานตะกร้าหวาย ง. สานตะกรา้ ไม้ไผ่

ข. สานตะกร้า

๓. ปนู่ ่งั ทอ่ งท่องบทกลอน “แม่ไก่อย่ใู นตะกรา้ ” ซึ่งจามาจากหนงั สืออะไร

ก. หนังสือกอ ไก่ ค. หนงั สือประถม ก กา

ข. หนังสอื นิทานร้อยบรรทัด ง. หนังสอื จนิ ดามณี

๔. ป่ขู องมะยมมีอายุกี่ปี

ก. ๖๐ ปี ข. ๗๐ ปี ค. ๘๐ ปี ง. ๙๐ ปี

๕. หนังสือแบบหดั อ่าน เขียนของเดก็ ไทยสมัยกอ่ น มชี อ่ื วา่ อยา่ งไร

ก. หนังสอื ก ไก่ ข. หนังสอื ก กา

ค. หนงั สือ ประถม ก กา ง. หนงั สอื หัดอา่ นเรว็

๖. ในสมัยก่อน ๆ เด็กๆ จะเรยี นหนังสอื กันทไ่ี หน

ก. บ้าน ข. วดั ค. โรงเรียน ง. ทอ้ งนาท้องไร่

๗. คาใดเปน็ คาในแม่ ก กา ข. ไม้ไผ่ ปูแสม
ก. ตะกรา้ แม่กา

ค. ปูนา หมาใหญ่ ง. ถกู ทุกข้อ
๘. คาในแม่ ก กก ยกเว้นขอ้ ใด ข. น้าลึก ปแู สม

ก. นกแสก นกกระสา

ค. น้าหมึก น้าหมาก ง. จกั ตอก ตะกรา้
๙. คาในแม่ ก กง ยกเว้นขอ้ ใด

ก. โอง่ นมะแวง้ ข. แหง้ แล้ง ของแพง
ค. น้ามนั กะละมงั ง. กะละมงั ลงิ ค่าง

๑๐. ขอ้ ใดเขียนไม่ถกู ตอ้ ง

ก. แมล่ งปอ่ ง ข. แมล่ งผ้งึ

ค. ปลากะพง ง. ปลากระสง

แบบประเมนิ กิจกรรมรายบคุ คล

ช่ือ......................................................นามสกลุ ......................................ชนั้ ......................เลขที่...........................

ลาดับ ประเดน็ การประเมิน คณุ ภาพการปฏบิ ัตกิ าร ๒ (ปานกลาง) ๑ (ปรบั ปรุง)
๔ (ดเี ยยี่ ม) ๓ (ดี)
๑ ตรงจดุ ประสงคท์ ก่ี าหนด
๒ ถูกตอ้ งสมบูรณ์
๓ มคี วามสร้างสรรค์
๔ มีความเป็นระเบยี บเรียบร้อย
๕ ตรงต่อเวลา

ลงช่อื .......................................................ผ้ปู ระเมิน
วนั ท่.ี .................../......................./....................

เกณฑ์การให้คะแนน

ประเดน็ การประเมิน ๔ (ดเี ยีย่ ม) ๓ (ดี) คะแนน ๑ (ปรับปรงุ )
๒ (ปานกลาง)

๑.ผลงานตรงตาม ผลงานมคี วาม ผลงานมคี วาม ผลงานมีความ ผลงานไม่สอดคลอ้ งกับ

จุดประสงค์ สอดคล้องกบั สอดคล้องกบั สอดคลอ้ งกบั เน้อื หาท่เี รยี น

จดุ ประสงคข์ องเน้อื หา จดุ ประสงคข์ องเน้อื หา จุดประสงคข์ องเนอ้ื หา

ท่เี รยี นทุกประเด็น ทเี่ รยี นเปน็ สว่ นใหญ่ ทเ่ี รยี นบางประเด็น

๒.ผลงานมวี ามถูกตอ้ ง เน้ือหาสาระถกู ตอ้ ง เนอ้ื หาสาระถกู ตอ้ ง เนื้อหาสาระถกู ตอ้ ง เนอ้ื หาสาระไม่ถกู ตอ้ ง

สมบูรณ์ ครบถว้ น เป็นส่วนใหญ่ บางประเดน็

๓.ผลงานมคี วามเป็น ผลงานมีความเป็น ผลงานมคี วามเปน็ ผลงานค่อนข้างเป็น ผลงานไม่มีความเป็น

ระเบยี บเรยี บร้อย ระเบยี บเรียบรอ้ ยนา่ ระเบยี บเรยี บรอ้ ยน้อย ระเบยี บเรยี บรอ้ ยแต่ ระเบยี บเรียบร้อย

อ่าน ยังมีขอ้ บกพรอ่ ง ขอ้ บกพรอ่ งเลก็ น้อย

บางส่วน

๔.การส่งงานตรงต่อ สง่ งานตรงตามเวลาท่ี สง่ งานช้าเสยเวลาท่ี ส่งงานชา้ เสยเวลาที่ สง่ งานช้าเลยเวลาที่

เวลา กาหนด กาหนด๑-๒วนั กาหนด๓-๕ วัน กาหนดมากกวา่ ๕วัน

เกณฑ์การประเมิน

คะแนน ระดบั คณุ ภาพ
๑๖-๒๐ ดีมาก
๑๑-๑๕ ดี
๖-๑๐ พอใช้
๐-๕ ปรบั ปรุง

แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล

คุณลักษณะอันพึงประสงค์

ลาดับ ช่ือ-นามสกลุ มีวนิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ มงุ่ ในการทางาน มจี ิตสาธารณะ

๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔ ๓ ๒๑

ลงชือ่ .......................................................ผ้ปู ระเมนิ
วนั ที่.................../....................../.................

เกณฑก์ ารให้คะแนนสมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน

พฤติกรรมบง่ ช้ี ๕ (ดมี าก) คะแนน
๔ (ดี) ๓(ปานกลาง) ๒(พอใช)้ ๑ (ปรบั ปรุง)

๑.ความสามารถใน มคี วามสามารถใน มคี วามสามารถใน มคี วามสามารถใน มคี วามสามารถใน ไมม่ คี วามสามารถ

การส่อื สาร การสื่อสารออกมา การสอ่ื สารออกมา การสือ่ สารออกมา การสอ่ื สารออกมา ในการสือ่ สาร

ได้ดี เย่ียมชัดเจน ได้ดี ชัดเจน ได้ระดับปานกลาง ไดร้ ะดบั ปานกลาง

ไมช่ ดั เจน ควรปรับปรงุ

๒.ความสามารถใน มีความสามารถใน มคี วามสามารถใน มคี วามสามารถใน มีความสามารถ ไมม่ ีความสามารถ

การคิด การคดิ อย่าง การคดิ ตดั สนิ ใจ การคิดตัดสนิ ใจ ตัดสินใจเก่ียวกับ ในการคิดการ

สร้างสรรค์ เกี่ยวกับปัญหา เกีย่ วกับปญั หา ปัญหาของตนเอง ตดั สินใจเก่ียวกับ

ตดั สินใจเกยี่ วกบั ของตนเองไดด้ ี ของตนเองได้ ไดไ้ ม่ดีเทา่ ที่ควร ปัญหาของตนเอง

ปญั หาของตนเอง ได้

ไดเ้ หมาะสม

๓.ความสามารถใน มีความสามารถ มีความสามารถ มีความสามารถ มคี วามสามารถ ไม่สามารถ

การแก้ปัญหา แก้ปญั หาเฉพาะ แก้ปญั หาเฉพาะ แก้ปญั หาเฉพาะ แก้ปญั หาเฉพาะ แก้ปญั หาเฉพาะ

ด้านได้ทกุ หน้าไดเ้ กือบทุก หน้าได้บาง หนา้ ไดย้ งั ไม่ดี ด้าน

สถานการณ์ สถานการณ์ สถานการณ์

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๓

แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ ๓ รายวิชาภาษาไทย
ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย เวลา ๕ ชวั่ โมง
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๓
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๓ เร่ือง เด็กเอ๋ยเด็กน้อย

๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้วี ัด
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดไปใช้ตัดสินใจแก้ปัญหา และสร้าง

วสิ ัยทัศน์ใน การดาเนินชวี ิต และมนี สิ ัยรกั การอ่าน

ท. ๑.๑ ป.๓/๑ อ่านออกเสียงบทรอ้ ยแกว้ และบทรอ้ ยกรองได้ถูกต้อง
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษา และ
พลงั ของภาษา ภมู ปิ ัญญาทางภาษาและรกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ิของชาติ

ท. ๔.๑ ป.๓/๓ เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา
มาตรฐาน ท ๕.๑เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่า
และนามา ประยุกต์ใชใ้ นชีวิตจริง

ท. ๕.๑ ป.๓/๔ ทอ่ งจาบทอาขยานตามท่ีกาหนดและบทร้อยกรองท่มี คี ุณคา่ ตามความสนใจ
๒. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

๒.๑ ท่องบทอาขยานบทหลัก (P)
๓.สาระสาคัญ

เข้าใจความหมายของคาศัพท์ใหม่ๆ รู้จักบทร้อยกรอง และการท่องจาบทอาขยานนาข้อคิดไปใช้ใน
ชวี ติ ประจาวนั
๔.สาระการเรียนรู้

๔.๑ ด้านความรู้ (K)
-ตอบคาถามจากบทเรยี น
-รจู้ กั คาศพั ทแ์ ละความหมายใหม่ๆ

๔.๒ ด้านทกั ษะ (P)
- ท่องบทอาขยาน

๔.๓ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)

รักชาติ ศาสตร์ กษตั รยิ ์
ซอ่ื สัตย์ สุจรติ
มวี ินยั
√ ใฝ่เรียนรู้
√ อยู่อย่างพอเพียง

√ มุ่งมั่นในการทางาน
√ รกั ความเปน็ ไทย

มีจิตสาธารณะ
๕. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน

√ ความสามารถในการสอื่ สาร
√ ความสามารถในการคิด
√ ความสามารถในการแกป้ ัญหา
√ ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ

ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
๖. ชนิ้ งาน/ภาระ

๖.๑ ใบงานท่ี ๑. คาศัพทพ์ าเพลิน
๖.๒ ใบงานที่ ๒ จดและจาบทอาขยาน
๖.๔ ผังมโนทัศน์สรุปความรู้
๖.๕ แบบทดสอบเกบ็ คะแนนประจาหนว่ ยการเรยี นรู้
๗. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
รปู้ แบบการจัดการเรียนการสอน : การสอนแบบใช้ชดุ การสอน

หน่วยย่อยที่ ๑ เร่ือง การอ่านออกเสียงบทเรยี น
(ชว่ั โมงท่ี ๑)
ขั้นที่ ๑ ข้นั ทดสอบก่อนสอน

๑. ครูกล่าวทกั ทายนกั เรยี น
๒. นกั เรียนดูภาพประกอบจากหนังสือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพื่อชีวิต วรรณคดี
ลานา ชั้นชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๓ บทที่ ๒ เร่ือง “เด็กเอ๋ย เด็กน้อย” โดยร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็น
จากภาพตาม ประเด็น ดงั ต่อไปนี้
-มีบคุ คลใดบา้ งท่ีอยใู่ นภาพ และนกั เรียนคิดวา่ บุคคลในภาพมคี วามสัมพันธ์กันอย่างไร จงอธิบายตาม
ความเขา้ ใจ
-บคุ คลในภาพกาลงั ทากิจกรรมใด อยา่ งไรบ้าง
-ใหน้ กั เรียนลองชว่ ยกนั คิดบทสนทนาของบคุ คลในภาพ ว่ามเี รื่องราวเก่ียวกับอะไร อยา่ งไรบา้ ง
ข้นั ที่ ๒ ขั้นนาสูบ่ ทเรยี น
๑. ครูให้นักเรียนอ่านออกเสียงบทเรียน เร่ือง เด็กเอ๋ยเด็กน้อย จากหนังสือหนังสือเรียน รายวิชา
พ้นื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชีวิต วรรณคดีลานา ชั้นช้ันประถมศึกษาปีที่ ๓ (หน้าที่ ๕๐-๕๘ ) พร้อมกัน
๑ รอบ
ข้ันที่ ๓ ข้ันประกอบกิจกรรม

๑. นักเรียนอ่านออกเสียงบทเรียน เรือ่ ง “เดก็ เอย๋ เด็กน้อย” จากหนังสอื หนังสือเรียน สลับกันทีละ

แถว โดยครูสงั เกตลกั ษณะการอ่านออกเสียงของนักเรียนอย่างคร่าวๆ ตามประเด็นพจิ ารณาดังต่อไปน้ี
- พิจารณาจากความถูกตอ้ งชัดเจน
- พิจารณาจากการเวน้ วรรคตอน
- พจิ ารณาจากความคล่องแคลว่ ในการอา่ น

- พิจารณาจากการใชน้ ้าเสียงแลจังหวะในการอา่ นได้ถูกต้องเหมาะสม
- พจิ ารณาจากความถูกต้องในการอ่านออกเสียงคาควบกลา้ ร ล
๒.เมื่ออ่านจบแล้วครูนานักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับเน้ือหาในบทเรียน โดยตั้งเป็นประเด็น
คาถาม เพื่อกระตุ้นให้นกั เรียนแสดงความคิดเห็น
ขั้นที่ ๔ ข้ันสรุปและข้ันทดสอบหลังเรยี น

๑.นักเรียนตอบคาถามจากเร่อื ง เด็กเอย๋ เด็กนอ้ ย ลงในสมดุ โดยครูเปน็ ผตู้ ัง้ ประเด็นคาถามดงั ต่อไปน้ี
-จากเรือ่ ง เด็กเอย เดก็ น้อยให้นักเรียนลองพจิ ารณาดูว่านักเรยี นเคยประสบเหตุการณ์ ดังเช่นในเร่ือง
หรอื ไม่อยา่ งไร
-เมือ่ อ่านเรื่อง เดก็ เอย๋ เด็กนอ้ ย แลว้ นักเรียนได้ขอ้ คิดอะไรจากเรอื่ งน้บี า้ ง
๒. ครูสุ่มตัวแทนนกั เรียนออกมานาเสนอผลงานหนา้ ชน้ั เรยี น
ขน้ั ท่ี ๕ ข้นั ประเมนิ ผล
๑. ครูสังเกตพฤติกรรมการรว่ มกิจกรรมในชนั้ เรียนของนกั เรียน และบนั ทึกลงในแบบประเมิน
๒. ครูและนักเรียนร่วมกันสรปุ บทเรยี น เร่อื งเดก็ เอย๋ เด็กน้อย พร้อมกันอกี ครัง้ และช่วยกันแสดงความ
คดิ เห็นเกย่ี วกับขอ้ คดิ ท่ีได้จากเร่ือง และแนวทางการนาไปประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาวัน
รูป้ แบบการจัดการเรียนการสอน : การสอนแบบใช้ชุดการสอน

หนว่ ยยอ่ ยท่ี ๒ เรอื่ ง คาศัพทย์ ากในบทเรยี น
(ช่วั โมงที่ ๒)
ขั้นที่ ๑ ขน้ั ทดสอบก่อนสอน

๑. ครูกลา่ วทักทายนกั เรียน
๒.ครูนานกั เรยี นสนทนาเก่ยี วกับเน้อื เร่อื งในบทเรยี นร่วมกนั เพือ่ ทบทวนความรู้จากชว่ั โมงท่ีผา่ นมา
ขน้ั ที่ ๒ ข้นั นาสู่บทเรียน
๑. ครูนาบัตรคาศัพท์ยากในบทเรียนมาติดไว้บนกระดานแล้วให้นักเรียนอ่านออกเสียงคาศัพท์จาก
บตั รคาทคี่ รูติดไว้พร้อมๆ กันทีละคา เช่น คาว่า ความเพียร เรข่ ายเยาะเยย เป็นตน้
ขั้นที่ ๓ ขั้นประกอบกจิ กรรม
๑. นักเรียนแบ่งกลุ่ม ออกเป็น ๒ กลุ่ม จากนักเรียนทั้งหมดในห้องเรียน โดยในแต่ละกลุ่มจะมี
นักเรียนท่มี รี ะดบั ผลการเรียน ดี ปานกลาง และอ่อน อยรู่ ว่ มกนั
๒. ครูใหน้ กั เรยี นเขยี นคาศัพท์ โดยมีกตกิ าในการแข่งขนั ดงั นี้
- ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมาแข่งขันเขียนคาศัพท์กลุ่มละ ๑ คน ต่อคาศัพท์ ๑ คาจะ
หมุนเวียนสลบั กนั ไป โดยทท่ี ุกคนในกลมุ่ จะได้ออกมาเขียนคาศัพทค์ รบทกุ คน

-นักเรียนคอยฟงั สญั ญาณจากครูโดยครูจะบอกคาศัพท์นั้น ๒ คร้ัง แล้วให้นักเรียนเขียน คาศัพท์ที่ครู
บอกได้ทันทีกลุ่มใดเขียนได้ถกู ต้องและเสร็จก่อนกลุ่มน้ันจะเป็นผู้ได้คะแนนในกรณีท่ีเขียนเสร็จพร้อมกันและ
เขียนได้ถกู ต้องจะได้คะแนนทัง้ ๒ กล่มุ

๓. เมือ่ แขง่ ขันเกมจบแล้วครูสรุปผลคะแนนใหน้ กั เรยี นทราบ และช่วยกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ
ประโยชน์ และข้อดีขอ้ เสยี ของกจิ กรรม
ขั้นที่ ๔ ขั้นสรปุ และข้ันทดสอบหลงั เรยี น

๑. นักเรียนแต่ละคนเลือกคาศัพท์ยากจากบทเรียน จานวน ๑๐ คา ไปแต่งประโยคลงในสมุดแล้วส่ง
ครูเพ่ือตรวจใหค้ ะแนน

๒. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปบทเรียนและความหมายของคาศัพท์ในบทเรียนอีกครั้งในประเด็น
เก่ยี วกับการนาไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั
ขน้ั ที่ ๕ ขั้นประเมนิ ผล

๑. ครูสงั เกตพฤตกิ รรมการรว่ มกิจกรรมในช้ันเรียนของนกั เรยี น และบนั ทึกลงในแบบประเมิน
รปู้ แบบการจัดการเรียนการสอน : การสอนแบบใชช้ ดุ การสอน

หนว่ ยยอ่ ยท่ี ๓ เรือ่ ง การแต่งคาขวญั
(ชัว่ โมงท่ี ๓)
ขั้นที่ ๑ ขั้นทดสอบกอ่ นสอน

๑.ครูกล่าวทกั ทายนักเรยี น
๒. ครูสุ่มตัวแทนนักเรียน ๒–๓ คนท่องคาขวัญที่นักเรียนจาได้แล้วสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับ
ประเด็นดังตอ่ ไปนี้
-คาขวัญทน่ี ักเรียนยกตัวอย่างมาน้นั เป็นคาขวัญประเภทใหข้ อ้ คดิ หรือเตือนสตใิ นเรอ่ื งใด
-นักเรยี นสามารถฟังพบเห็น หรืออา่ นคาขวัญเหลา่ นี้ได้จากที่ใดบ้าง อย่างไร จงชว่ ยกันอธิบาย
ข้นั ที่ ๒ ขนั้ นาส่บู ทเรยี น
๑. ครูอธบิ ายความหมายของคาขวญั เพื่อใหน้ ักเรยี นเกิดความรู้ความเขา้ ใจและบันทึกความรู้ลงในสมดุ
ขน้ั ท่ี ๓ ขั้นประกอบกจิ กรรม
๑. นกั เรียนยกตัวอย่างคาขวัญ มาคนละ ๑ คาขวัญ ครูเขียนบนกระดานแล้ว ช่วยกันพิจารณาว่าคา
ขวญั แต่ละบทนน้ั ใหข้ อ้ คิดและคตเิ ตอื นใจในเร่ืองใดบ้าง
๒. นกั เรยี นแบ่งกล่มุ กล่มุ ละ ๕ คน ครูมอบหมายใหน้ ักเรียนไปคน้ คว้าคาขวญั จากสื่อและแหล่งต่างๆ
รอบตวั พรอ้ มทง้ั จดบนั ทึกมาให้มากท่ีสุด
๓. นกั เรียนออกมานาเสนอคาขวัญท่ีสามารถรวบรวมและค้นคว้ามาได้หน้าช้ันเรียน ครูและนักเรียน
ช่วยกันพิจารณาถึงความหมายและคุณค่าของคาขวัญในแต่คาขวัญว่าส่ังสอนหรือให้ข้อคิดคติเตือนใจอย่างไร
บา้ ง
๔. นกั เรียนบันทกึ คาขวญั ท่ีคน้ คว้าได้ลงในสมุดและอ่านออกเสยี งพร้อมกนั อีกครงั้
ขั้นท่ี ๔ ขนั้ สรปุ และขน้ั ทดสอบหลังเรยี น

๑. นักเรยี นช่วยกนั สรุปเรือ่ ง คาขวัญอกี ครั้ง แลว้ จดบนั ทึกลงสมดุ
ขน้ั ที่ ๕ ขั้นประเมินผล

๑. ครูสงั เกตพฤตกิ รรมการร่วมกิจกรรมในชั้นเรียนของนักเรียน และบนั ทึกลงในแบบประเมนิ
รูป้ แบบการจดการเรยี นการสอน : การสอนแบบใช้ชุดการสอน

หนว่ ยยอ่ ยที่ ๓ เรอ่ื ง การแต่งคาขวัญ
(ช่ัวโมงที่ ๔)
ขน้ั ท่ี ๑ ขน้ั ทดสอบกอ่ นสอน

๑. ครูกลา่ วทกั ทายนกั เรยี น
๒. ครูสนทนาร่วมกบั นักเรียนเกย่ี วกับความหมาย หลกั และวิธีการการแตง่ คาขวัญ
ข้ันที่ ๒ ขน้ั นาสู่บทเรียน
๑. ครูอธบิ ายความหมายหลักและวิธกี ารแตง่ คาขวญั ใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจและจดบันทกึ ลงในสมดุ
ขั้นที่ ๓ ข้ันประกอบกจิ กรรม
๑. ครูยกตวั อย่างคาขวญั และสาธิตการแตง่ คาขวัญใหเ้ พื่อเป็นตวั อยา่ งใหน้ กั เรียนสามารถแต่งคาขวัญ
ไดถ้ กู ตอ้ งตามหลกั และวิธีการ
๒. นักเรียนแบ่งกลุม่ กลุ่มละ ๓ คน และช่วยกันแตง่ คาขวญั เกี่ยวกบั การรณรงคใ์ หร้ ักและเชิญชวน
ใหอ้ ่านหนงั สือมากลุ่มละ ๑ คาขวัญ
๓. นกั เรียนนาเสนอผลงานหน้าช้ันเรียน
ขั้นที่ ๔ ขั้นสรุปและขน้ั ทดสอบหลงั เรียน
๑. ครูและนักเรียนรว่ มกันสรปุ บทเรียนอกี ครง้ั และชีแ้ จงเนือ้ หาทจี่ ะเรียนในรายช่วั โมงตอ่ ไป
ขัน้ ท่ี ๕ ขั้นประเมนิ ผล
๑. ครูสังเกตพฤตกิ รรมการร่วมกิจกรรมในชน้ั เรยี นของนกั เรียน และบันทึกลงในแบบประเมนิ
รู้ปแบบการจดการเรียนการสอน : การสอนแบบใช้ชุดการสอน

หน่วยยอ่ ยที่ ๔ เรอ่ื ง การท่องจาบทอาขยาน
ชั่วโมงที่ ๕
ขน้ั ท่ี ๑ ขน้ั ทดสอบกอ่ นสอน

๑. ครูกลา่ วทักทายนักเรยี น
๒. นักเรยี นเละครูสนทนาร่วมกันเก่ียวกับการท่องจาบทอาขยาน เดก็ นอ้ ยและวชิ าหนาเจา้
ข้ันที่ ๒ ขั้นนาสบู่ ทเรยี น
๑. ครูสาธติ การทอ่ งบทอาขยาน เดก็ นอ้ ยและวชิ าหนาเจา้ จากหนงั สือเรยี น ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อ
ชวี ิต วรรณคดีลานา ช้นั ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๓ (หน้า ๕๔ และ ๕๖) ให้นักเรยี นฟงั
ข้นั ที่ ๓ ขั้นประกอบกิจกรรม
๑. นักเรียนฝึกท่องบทอาขยาน บทอาขยานเด็กน้อยและวิชาหนาเจ้า จากหนังสือเรียน ภาษาไทย
ชดุ ภาษาเพือ่ ชวี ิต วรรณคดีลานา ชัน้ ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๓ (หน้า ๕๔ และ ๕๖)

โดยมีครูคอยใหค้ าแนะนาให้นักเรยี นสามารถฝกึ ปฏิบตั ิได้ถูกต้อง
๒. นกั เรียนแบง่ กลุ่มกล่มุ ละ ๔-๕ คน และออกมาทอ่ งบทอาขยานที่กาหนดให้หน้าชั้นเรยี นทีละกลุ่ม

ครูตรวจสอบความถกู ต้องพร้อมท้ังให้คาแนะนาติชมเพ่ือให้นักเรียนสามารถนาความรู้ไปพัฒนาและปรับปรุง
แกไ้ ขสืบไป
ข้ันที่ ๔ ขน้ั สรุปและขัน้ ทดสอบหลังเรยี น

๑. ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปความรู้จากเรื่อง บทอาขยาน เด็กเอ๋ยเด็กน้อยและวิชาหนาเจ้า
ประเด็น เรือ่ งของการนาความรู้จากเรอ่ื งไปประยุกต์ใชใ้ นสงั คมปจั จุบนั
ข้นั ที่ ๕ ขัน้ ประเมินผล

๑. ครูสงั เกตพฤตกิ รรมการรว่ มกิจกรรมในชน้ั เรียนของนกั เรียน และบันทกึ ลงในแบบประเมิน
๘. ส่อื การสอน

๘.๑ หนงั สอื เรียนรายวชิ าพืน้ ฐานภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอื่ ชวี ติ วรรณคดีลานา ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่๓
๘.๒ หนังสือพิมพ์
๘.๓ พจนานกุ รมภาษาไทย
๘.๔ บัตรคาศพั ท์ยากในบทเรยี น
๙. แหล่งการเรยี นรูใ้ นหรือนอกสถานท่ี
๙.๑ ห้องสมดุ
๑๐. การวัดและประเมินผล

ชนิ้ งาน/ภาระงาน วิธีวดั ผล เคร่อื งมือวดั ผล เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การประเมนิ
ใบงานท่ี ๑คาศพั ท์ พา ตรวจใบงาน
เพลนิ ใบงาน ตอบถูกต้องตามใบงาน คะแนน๑๖-๒๐=ดีมาก
ตรวจใบงาน ท่ใี ห้ทา คะแนน๑๑-๑๕=ดี
ใบงานท่ี ๒จดและจาบท คะแนน ๖-๑๐ = พอใช้
อาขยาน ตรวจ คะแนน๐-๕=ปรบั ปรุง
แบบทดสอบ ผ่านเกณฑ์ในระดบี ดีขึ้นไป
แบบทดสอบ
ใบงาน ตอบถูกต้องตามใบงาน คะแนน๑๖-๒๐=ดมี าก
ท่ีใหท้ า คะแนน๑๑-๑๕=ดี
คะแนน ๖-๑๐ = พอใช้
คะแนน ๐-๕ = ปรับปรงุ
ผา่ นเกณฑ์ในระดบี ดีข้ึนไป

แบบทดสอบ ตอบถกู ตอ้ งตามใบงาน คะแนน๑๖-๒๐=ดีมาก
ทใ่ี หท้ า คะแนน๑๑-๑๕=ดี
คะแนน ๖-๑๐ = พอใช้
คะแนน ๐-๕ = ปรับปรุง
ผา่ นเกณฑ์ในระดบี ดขี ้นึ ไป

คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ วธิ วี ัดผล เครือ่ งมอื วัดผล เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑ์การประเมิน

๑. ใฝ่เรียนรู้ สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสังเกต ตารางการเกณฑ์ให้คะแนนอัน ผา่ นเกณฑต์ ัง้ แตร่ ะดับ

พฤตกิ รรม พึงประสงค์ ปานกลางขึ้น

รายบคุ คล

๒.อยอู่ ยา่ งพอเพียง สงั เกตพฤติกรรม แบบสังเกต ตารางการเกณฑ์ให้คะแนนอัน ผ่านเกณฑ์ตง้ั แตร่ ะดับ

พฤตกิ รรม พึงประสงค์ ปานกลางขึ้น

รายบุคคล

๓.มุ่งมน่ั ในการทางาน สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกต ตารางการเกณฑ์ใหค้ ะแนนอนั ผ่านเกณฑ์ตง้ั แต่ระดบั

พฤตกิ รรม พงึ ประสงค์ ปานกลางข้นึ

รายบุคคล

๔. มีจิตสาธารณะ สังเกตพฤติกรรม แบบสงั เกต ตารางการเกณฑใ์ ห้คะแนนอัน ผา่ นเกณฑต์ ั้งแตร่ ะดบั

พฤตกิ รรม พงึ ประสงค์ ปานกลางขน้ึ

รายบคุ คล

สมรรถนะของผู้เรยี น วธิ ีวัดผล เคร่อื งมอื วดั ผล เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารประเมิน
ตารางเกณฑก์ ารให้คะแนน ผา่ นเกณฑ์ตงั้ แต่ระดับ
ความสามารถในการส่อื สาร สังเกต แบบสงั เกตพฤติกรรม สมรรถนะของผเู้ รียน ปานกลางขึน้

การปฏิบตั งิ าน ตารางเกณฑ์การให้คะแนน ผา่ นเกณฑต์ ้ังแต่ระดบั
สมรรถนะของผู้เรยี น ปานกลางขึ้น
รายบุคคล
ตารางเกณฑ์การให้คะแนน ผา่ นเกณฑ์ตั้งแต่ระดับ
ความสามารถในการคิด สังเกต แบบสงั เกตพฤติกรรม สมรรถนะของผเู้ รียน ปานกลางขึน้

การปฏบิ ตั งิ าน ตารางเกณฑ์การให้คะแนน ผา่ นเกณฑต์ ง้ั แต่ระดับ
สมรรถนะของผเู้ รยี น ปานกลางขึน้
รายบุคคล

ความสามารถในการ สังเกต แบบสังเกตพฤติกรรม

แกป้ ัญหา การปฏบิ ตั งิ าน

รายบุคคล

ความสามารถในการใช้ทกั ษะ สงั เกต แบบสังเกตพฤตกิ รรม

ชีวิต การปฏบิ ัตงิ าน

รายบคุ คล

๑๑.กจิ กรรมเสนอแนะ

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

๑๒. บนั ทกึ ผลหลังสอน

สรปุ ผลการจดั การเรียนการสอน

นักเรยี นทง้ั หมด.................คน

จุดประสงค์การเรยี นรู้ จานวนนกั เรยี นท่ีผ่าน จานวนนกั เรียนทไ่ี ม่ผ่าน
จานวน (คน) รอ้ ยละ
จานวน (คน) รอ้ ยละ

๑๓. ปญั หา/อปุ สรรค/์ การแกไ้ ข

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

๑๔. ขอ้ เสนอแนะ

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่ือ..............................................................................

()

ตาแหน่ง ครูผูส้ อน

ลงชอื่ ..............................................................................หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้

()

ลงชื่อ..............................................................................รองผ้อู านวยการกลมุ่ บริหารวิชาการ

()

ความเหน็ ของหัวหนา้ สถานศึกษา

ไดท้ าการตรวจแผนการจดั การเรยี นรู้ของ...........................................................................แล้วมคี วาม
คิดเหน็ ดังน้ี

๑. เป็นแผนการเรียนรูท้ ่ี

ดมี าก ดี พอใช้ ควรปรับปรงุ

๒.การจัดกจิ กรมได้นาเอากระบวนการเรยี นรู้
เนน้ ผ้เู รียนเป็นสาคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

ไม่เน้นผู้เรียนเปน็ สาคญั ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ่ ไป

๓. ขอ้ เสนอแนะอ่นื ๆ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ..............................................................................
()
ผู้อานวยการโรงเรยี นบา้ นทา่ ลาด

ชื่อ……………………………………………..………..เลขท…ี่ ……...ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๓
วันท่ี…………..เดอื น…………………….พ.ศ………………
ใบงานที่ ๑ คาศัพทพ์ าเพลนิ

คาสัง่ ใหน้ ักเรยี นเขยี นความหมายของคาศัพทต์ ่อไปนใ้ี ห้ถูกต้อง และเลอื กคามาแต่งประโยคให้สมบูรณ์

๑. คนโซ หมายถงึ .................................................................................
๒. ทยอย หมายถงึ .................................................................................
๓.ทศั นศกึ ษา หมายถึง .................................................................................
๔. ปราณี หมายถงึ .................................................................................
๕. พง หมายถงึ .................................................................................
๖. ราศี หมายถงึ .................................................................................
๗. ลางคน หมายถงึ .................................................................................
๘. สวัสดี หมายถึง .................................................................................
๙. อาภรณ์ หมายถงึ .................................................................................
๑๐. อดสู หมายถึง .................................................................................
แต่งประโยค
๑.......................................................................................................................
๒.......................................................................................................................

ชอื่ ……………………………………………..………..เลขท…ี่ ……...ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๓
วันท่ี…………..เดอื น…………………….พ.ศ………………
ใบงานท่ี ๒ จดและจาบทอาขยาน

คาสัง่ ให้นักเรยี นคดั ลายมอื บทอาขยาน “เดก็ นอ้ ย”ตวั บรรจงครึ่งบรรทัด (วรรคดีลานาหนา้ ๕๔)

“เดก็ น้อย”

……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………

สๆู้ นะคะคนเกง่

ช่อื ……………………………………………..………..เลขท…่ี ……...ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๓

วันท่ี…………..เดือน…………………….พ.ศ………………

แบบทดสอบหลังการเรยี นรู้ กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย

หน่วยการเรียนร้ทู ี่ ๓ เรอ่ื ง เด็กเอย๋ เดก็ นอ้ ย

คาช้แี จง นกั เรียนทาเครอ่ื งหมายกากบาท ทับตวั อกั ษร ก, ข, ค, ง หนา้ คาตอบทถี่ กู ที่สดุ เพยี งข้อเดียว
๑. เร่อื ง “เดก็ เอ๋ยเดก็ น้อย” เปน็ เร่ืองเกีย่ วกับอะไร

ก. คนขายหนังสือเร่ สอนอ่านหนังสือให้แก่เดก็ ชายที่อา่ นหนงั สือไมอ่ อก

ข. คนขายหนงั สือเร่ สอนให้เดก็ อา่ นและเขียนหนังสือเพ่อื จะไดม้ าซอ้ื หนังสอื กับตน

ค. คนขายหนังสือเร่ ให้หนังสอื อ่านแกเ่ ดก็ ในหม่บู ้านเพอ่ื ให้เด็กไปบอกผู้ปกครอง

ง. คนขายหนังสอื เร่ เร่รอ่ นขายหนงั สือไปทว่ั ประเทศ

๒. หนังสือในข้อใดทีค่ นขายหนังสือไมไ่ ดน้ ามาจาหนา่ ย

ก. หนงั สอื นทิ านตา่ งๆ ข. หนงั สอื ความรู้รอบตัว

ค. หนังสอื สารคดีและนวนยิ าย ง. หนังสอื สารนุกรมและพจนานุกรม

๓. เหตผุ ลทคี่ นขายหนงั สือหาบเร่ เลือกท่มี าเป็นคนขายหนงั สือคอื

ก. เขาตอ้ งการท่องเทยี่ วในโลกกวา้ ง

ข. เปน็ อาชีพทีเ่ ขาใฝ่ฝันมาตงั้ แต่เดก็

ค. เขาอยากให้เด็กทุกคนในโลกรกั หนงั สอื และรกั การอ่าน

ง. เปน็ อาชีพด้งั เดมิ ของตระกลู เขาจงึ สบื ทอดกิจการเร่ขายหนังสอื

๔. เร่อื งแรกทค่ี นขายหนงั สอื เร่อา่ นให้เด็กชายตัวเลก็ ฟงั คอื

ก. เด็กน้อย ข. วชิ าหนาเจา้ ค. ประถม ก กา ง. กระต่ายตนื่ ตูม

๕. เรอื่ งสองท่ีคนขายหนงั สอื เร่อา่ นใหเ้ ดก็ ชายตัวเล็กฟงั คือ

ก. เด็กนอ้ ย ข. วชิ าหนาเจา้ ค. ประถม ก กา ง. กระตา่ ยต่ืนตูม

๖. เร่อื งแรกใหข้ ้อคิดอย่างไร

ก. ให้รจู้ ักต้งั ใจและพยายามประกอบอาชพี ที่สุจรติ

ข. ให้รู้จกั ทดแทนบญุ คณุ บิดามารดา

ค. ใหเ้ ดก็ ทุกคนต้งั ใจละขยนั ศึกษาเล่าเรียน

ง. ใหเ้ หน็ ประโยชน์การเรยี น คนไม่ร้หู นงั สอื จะถูกหวั เราะเยาะ

๗. เรอื่ งสองใหข้ อ้ คิดวา่ อย่างไร

ก. ใหร้ จู้ กั ต้ังใจและพยายามประกอบอาชพี ทสี่ ุจรติ

ข. ให้ร้จู กั ทดแทนบญุ คุณบิดามารดา

ค. ใหเ้ ด็กทกุ คนต้ังใจละขยันศึกษาเลา่ เรียน

ง. ใหเ้ หน็ ประโยชน์การเรียน คนไม่รหู้ นงั สือจะถูกหวั เราะเยาะ

๘. เดก็ ชายตวั เลก็ เลอื กหนงั สือเล่มใดเมือ่ คนเร่ขายหนังสือใหห้ ยบิ หนงั สอื ไปโดยไม่ตอ้ งซือ้

ก. ประถม ก กา

ข. ดอกสรอ้ ยสุภาษติ

ค. นิทานจกั รๆ วงศๆ์

ง. นิทานเก่ียวกบั สัตว์

๙. คาในข้อใดไม่ถกู ต้อง

ก. ทยอย ข. ราสี

ค. ปราณี ง. ประเสริฐ

๑๐. คาในข้อใดมคี วามหมายว่า “ทอ่ งเทย่ี วเพอ่ื แสวงหาความรู้”

ก. จนิ ตนาการ ข. พกั ผอ่ น

ค. อาภรณ์ ง. ทศั นศกึ ษา

แบบประเมินกิจกรรมรายบุคคล

ชอ่ื ......................................................นามสกุล......................................ชั้น......................เลขที่...........................

ลาดับ ประเดน็ การประเมิน ๔ (ดเี ยยี่ ม) คณุ ภาพการปฏิบตั ิการ
๓ (ดี) ๒ (ปานกลาง) ๑ (ปรบั ปรงุ )
๑ ตรงจดุ ประสงคท์ ี่กาหนด
๒ ถูกต้องสมบรู ณ์
๓ มีความสรา้ งสรรค์
๔ มีความเปน็ ระเบยี บเรียบรอ้ ย
๕ ตรงต่อเวลา

ลงชือ่ .......................................................ผปู้ ระเมิน
วันที่.................../....................../.................

ประเด็นการประเมิน ๔ (ดีเยย่ี ม) คะแนน ๑ (ปรบั ปรุง)
๓ (ดี) ๒ (ปานกลาง)

๑.ผลงานตรงตาม ผลงานมีความ ผลงานมีความ ผลงานมีความ ผลงานไมส่ อดคล้องกบั

จดุ ประสงค์ สอดคลอ้ งกับ สอดคล้องกบั สอดคล้องกบั เนอื้ หาท่ีเรียน

จุดประสงค์ของเนือ้ หา จุดประสงค์ของเนอื้ หา จุดประสงค์ของเนอื้ หา

ทีเ่ รียนทกุ ประเดน็ ทเี่ รียนเป็นส่วนใหญ่ ทเ่ี รียนบางประเดน็

๒.ผลงานมวี ามถูกต้อง เนอื้ หาสาระถกู ตอ้ ง เน้ือหาสาระถูกต้อง เนือ้ หาสาระถูกต้อง เนือ้ หาสาระไมถ่ กู ต้อง

สมบูรณ์ ครบถ้วน เปน็ สว่ นใหญ่ บางประเดน็

๓.ผลงานมีความเปน็ ผลงานมีความเปน็ ผลงานมีความเปน็ ผลงานค่อนข้างเปน็ ผลงานไมม่ คี วามเปน็

ระเบียบเรยี บร้อย ระเบียบเรยี บร้อยนา่ ระเบียบเรยี บรอ้ ยนอ้ ย ระเบียบเรียบรอ้ ยแต่ ระเบียบเรยี บร้อย

อา่ น ยงั มีข้อบกพร่อง ขอ้ บกพรอ่ งเล็กน้อย

บางส่วน

๔.การสง่ งานตรงต่อ ส่งงานตรงตามเวลาท่ี สง่ งานชา้ เสยเวลาท่ี ส่งงานช้าเสยเวลาท่ี ส่งงานชา้ เลยเวลาที่

เวลา กาหนด กาหนด๑-๒วนั กาหนด๓-๕ วนั กาหนดมากกวา่ ๕วัน

เกณฑก์ ารประเมนิ

คะแนน ระดับคณุ ภาพ
๑๖-๒๐ ดีมาก
๑๑-๑๕ ดี
๖-๑๐ พอใช้
๐-๕ ปรบั ปรงุ

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล

คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

ลาดบั ชื่อ-นามสกลุ ใฝเ่ รียนรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพียง มุ่งในการทางาน รกั ความเปน็ ไทย

๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔ ๓ ๒๑

ลงชอื่ .......................................................ผู้ประเมิน
วนั ที.่ ................../....................../.................

เกณฑก์ ารให้คะแนนสมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน

พฤติกรรมบง่ ช้ี ๕ (ดมี าก) คะแนน
๔ (ดี) ๓(ปานกลาง) ๒(พอใช)้ ๑ (ปรบั ปรุง)

๑.ความสามารถใน มคี วามสามารถใน มคี วามสามารถใน มคี วามสามารถใน มคี วามสามารถใน ไมม่ คี วามสามารถ

การส่อื สาร การสื่อสารออกมา การสอ่ื สารออกมา การสือ่ สารออกมา การสอ่ื สารออกมา ในการสือ่ สาร

ได้ดี เย่ียมชัดเจน ได้ดี ชัดเจน ได้ระดับปานกลาง ไดร้ ะดบั ปานกลาง

ไมช่ ดั เจน ควรปรับปรงุ

๒.ความสามารถใน มีความสามารถใน มคี วามสามารถใน มคี วามสามารถใน มีความสามารถ ไมม่ ีความสามารถ

การคิด การคดิ อย่าง การคดิ ตดั สนิ ใจ การคิดตัดสนิ ใจ ตัดสินใจเก่ียวกับ ในการคิดการ

สร้างสรรค์ เกี่ยวกับปัญหา เกีย่ วกับปญั หา ปัญหาของตนเอง ตดั สินใจเก่ียวกับ

ตดั สินใจเกยี่ วกบั ของตนเองไดด้ ี ของตนเองได้ ไดไ้ ม่ดีเทา่ ที่ควร ปญั หาของตนเอง

ปัญหาของตนเอง ได้

ไดเ้ หมาะสม

๓.ความสามารถใน มีความสามารถ มีความสามารถ มีความสามารถ มคี วามสามารถ ไม่สามารถ

การแก้ปัญหา แกป้ ญั หาเฉพาะ แก้ปญั หาเฉพาะ แก้ปญั หาเฉพาะ แก้ปญั หาเฉพาะ แก้ปญั หาเฉพาะ

ดา้ นได้ทกุ หน้าไดเ้ กือบทุก หน้าได้บาง หนา้ ไดย้ งั ไม่ดี ด้าน

สถานการณ์ สถานการณ์ สถานการณ์

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๔

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๔ รายวิชาภาษาไทย
ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔
สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย เวลา ๑๐ ชว่ั โมง
ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๓
หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๑ เร่ือง นอกเมือง....ในกรงุ

๑. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชี้วัด
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้การบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพ่ือนาไปตัดสินใจแก้ปัญหาในการ

ดาเนนิ ชีวติ และมนี ิสัยรกั การอา่ น
ท ๑.๑ ป.๓/๑ อา่ นออกเสียงคา ข้อความ เรอื่ งสนั้ และบทรอ้ ยกรองง่ายๆ ได้ถูกต้องคล่องแคลว่
ท ๑.๑ ป.๓/๒ อธิบายความหมายของคาและข้อความทอ่ี า่ น

ท ๑.๑ ป.๓/๕ สรปุ ความรู้และขอ้ คิดจากเร่อื งทีอ่ า่ นเพ่ือนาไปใชใ้ นชวี ิตประจาวัน
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขยี นส่อื สาร เขยี นเรียงความ ยอ่ ความ แลเขียนเร่ืองราวในรู้ปแบบ
ตา่ งๆ เขยี นรางานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
ท ๒.๑ ป.๓/๒ เขียนบรรยายเกย่ี วกับสิ่งใดส่งิ หน่งึ อยา่ งชัดเจน
ท ๒.๑ ป.๓/๖ มมี ารยาทในการเขยี น
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลัง
ของภาษา ภมู ปิ ัญญาของภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ิของชาติ
ท ๔.๑ ป.๓/๒ ระบุชนิด และหนา้ ท่ขี องคาในประโยค
๒. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

๑. นกั เรยี นรจู้ ักชนิดของคาและหน้าท่ขี องคา (K)

๒. นักเรียนเขยี นเขยี นบรรยายได้ (P)

๓.สาระสาคัญ

อ่านออกเสยี งและวเิ คราะหเ์ นื้อหาในบทเรียนได้ รู้จักการแบ่งวรรคตอน เน้นเสียงหนักเบา และออก

เสียงถูกตอ้ งชัดเจน รู้จักชนิดของคานามและหน้าที่ของคานาม ทาให้สามารถนาคามาเรียบเรียงเป็นประโยค

ถกู ตอ้ งตามหลกั เกณฑ์ทางภาษา พดู และเขียนบรรยายลกั ษณะของคน สัตว์ สถานท่ี และส่ิงของ ช่วยให้เข้าใจ

และเหน็ ภาพย่ิงข้นึ

๔.สาระการเรยี นรู้

๔.๑ ดา้ นความรู้ (K)

-ชนิดของคานาม

-หน้าที่ของคานาม

๔.๒ ดา้ นทักษะ (P)

-การเรยี บเรยี งประโยค

-การเขียนบรรยายลักษณะส่งิ ตา่ งๆ

๔.๓ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)

รกั ชาติ ศาสตร์ กษตั ริย์
ซื่อสตั ย์ สจุ ริต
√ มีวนิ ัย
√ ใฝเ่ รียนรู้
√ อยู่อย่างพอเพียง
มุ่งมัน่ ในการทางาน
รักความเป็นไทย
√ มีจติ สาธารณะ
๕. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
√ ความสามารถในการสอื่ สาร
√ ความสามารถในการคิด
√ ความสามารถในการแกป้ ัญหา
√ ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
๖. ช้ินงาน/ภาระ
๖.๑ ใบงานท่ี ๑ คานาม ๑
๖.๒ ใบงานท่ี ๒ คานาม ๒
๖.๓ ใบงานท่ี ๓ การเขียนบรรยาย
๖.๔ ผงั มโนทัศน์สรปุ ความรู้
๖.๕ แบบทดสอบเกบ็ คะแนนประจาหน่วยการเรยี นรู้
๗. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
ร้ปู แบบการจัดการเรียนการสอน : การสอนแบบใช้ชุดการสอน
หน่วยยอ่ ยที่ ๑ เร่อื ง อา่ นเขยี นคาควรรู้คู่ความหมาย
(ชัว่ โมงท่ี ๑-๒)
ข้นั ท่ี ๑ ขั้นทดสอบกอ่ นสอน
๑. ครูกล่าวทักทายนกั เรียน
๒. นักเรยี นอา่ นคาจากบัตรคาตามครูคาละ ๒ ครง้ั
๓.นักเรียนอ่านออกเสียงคาศัพท์ อ่านเพิ่ม เติมความหมาย จากหนังสือเรียนภาษาพาที
ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๓ หน้าที่ ๑๒๓-๑๒๘
ขน้ั ที่ ๒ ขน้ั นาสบู่ ทเรยี น
๑. นกั เรียนและครูร่วมกนั สนทนาถงึ ความหมายของคา พรอ้ มยกตวั อย่างประกอบ
๒. นักเรยี นเล่นเกมแข่งขันทายคาจากท่าทางจากคาท่ีครูกาหนดให้

ขนั้ ที่ ๓ ข้นั ประกอบกิจกรรม
๑. นกั เรียนเขียนคาและความหมายของคาลงในสมุดแบบฝกึ หัด
๒. นักเรียนทบทวนคาศัพท์ อ่านเพิ่มเติม ความหมาย จากหนังสือเรียนภาษาพาที ชั้นประถมศึกษา

ปที ่ี ๓ หนา้ ที่ ๑๒๓-๑๒๘
๓. นักเรียนฝกึ แต่งประโยคปากเปลา่ จากบัตรคาท่ีอ่าน (คาสาคัญในบทเรียน)

ขนั้ ท่ี ๔ ข้ันสรปุ และขน้ั ทดสอบหลงั เรยี น
๑.นักเรยี นทาแบบฝกึ ทักษะแบบฝกึ หัดท่ี ๑๐ ข้อ ๒ (๑-๒)

ขั้นที่ ๕ ขน้ั ประเมนิ ผล
๑. ครูตรวจผลงานนักเรียนและชี้แจงข้อสงสยั

รปู้ แบบการจัดการเรียนการสอน : การสอนแบบใช้ชดุ การสอน
หน่วยยอ่ ยที่ ๒ เรื่อง การอา่ นออกเสียง

(ชั่วโมงท่ี ๓)
ขน้ั ที่ ๑ ขัน้ ทดสอบกอ่ นสอน

๑. ครูกล่าวทักทายนกั เรยี น
๒. ครูให้นักเรียนช่วยบอกหลักเกณฑ์การอ่านออเสียงที่ดี เช่น อ่านคล่อง อ่านถูกต้อง ชัดเจน เว้น
วรรคตอนถกู ตอ้ ง เปน็ ตน้
ขั้นที่ ๒ ขัน้ นาสู่บทเรยี น
๑. ครูสาธติ การอา่ นท่ีดใี ห้นกั เรยี นฟงั หรือให้นักเรียนฟังจากเครื่องบันทึกเสียงก็ได้ เพื่อเป็นแนวทาง
ในการอ่านของนักเรยี น
ขั้นที่ ๓ ขน้ั ประกอบกิจกรรม
๑. นกั เรยี นอา่ นบทเรียนเร่ือง นอกเมอื ง...ในกรงุ ในหนงั สือเรยี นรายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุดภาษา
เพ่ือชีวิต ภาษาพาที ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๓ หน้า ๑๒๓-๑๒๘ โดยอ่านต่อกันคนละ ๑ ย่อหน้า แล้วร่วมกัน
สนทนาถึงเน้ือหาว่า ใคร ทาอะไร ที่ไหน ผลเป็นอย่างไร แล้วช่วยกันเล่าเรื่องต่อเนื่องจนจบ โดย ครูช่วย
เพิม่ เติมสว่ นทบี่ กพรอ่ ง
ขน้ั ที่ ๔ ข้นั สรุปและขั้นทดสอบหลังเรียน
๑. นักเรยี นช่วยกันสรปุ ความรู้ เรื่องการอ่านออกเสยี งและตอบคาถาม และขอ้ คิดทไ่ี ด้จากบทอ่าน
ข้ันที่ ๕ ขั้นประเมินผล
๑. ครูประเมินนักเรียนในด้านการมสี ว่ นรว่ ม การตอบคาถาม
ร้ปู แบบการจัดการเรยี นการสอน : การสอนแบบใชช้ ดุ การสอน

หนว่ ยย่อยที่ ๓ เรอ่ื ง การอ่านคิด วิเคราะห์
(ชว่ั โมงที่ ๔-๕)
ขั้นท่ี ๑ ขั้นทดสอบกอ่ นสอน

๑. ครูกลา่ วทักทายนักเรียน

๒. ใหน้ กั เรยี นทบทวนเนือ้ หาบทเรยี น โดยการอา่ นคาจากบตั รคา
ขั้นท่ี ๒ ข้ันนาสู่บทเรียน

นักเรียนอา่ นบทเรยี นเรอื่ ง นอกเมอื ง...ในกรงุ ในหนงั สือเรียนรายวิชาพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพื่อ
ชวี ติ ภาษาพาที ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ หน้า ๑๒๓-๑๒๘ พร้อมกัน
ขั้นท่ี ๓ ขน้ั ประกอบกจิ กรรม

๑. ครูให้นักเรียนแบง่ กลุม่ อา่ นออกเสยี งจากบทเรียนกล่มุ ละ ๑ ย่อหนา้
๒. นกั เรียนชว่ ยกันตอบคาถามปากเปล่าจากเร่ืองทอี่ า่ น
ขั้นท่ี ๔ ข้ันสรุปและขั้นทดสอบหลังเรียน
๑. นกั เรยี นและครูช่วยกันสรปุ บทเรยี นจากเรอ่ื งที่อ่าน
ขั้นท่ี ๕ ขั้นประเมนิ ผล
๑. นกั เรียนทาแบบฝึกหดั ทักษะภาษา แบบฝึกหัดที่ ๑๐ ข้อ ๑ (๑-๗) จากนนั้ ครูตรวจแบบฝึกหัด
รปู้ แบบการจดั การเรยี นการสอน : การสอนแบบใชช้ ดุ การสอน

หน่วยยอ่ ยท่ี ๔ เรอ่ื ง การอ่านเริมบทเรยี น
(ชวั่ โมงที่ ๖)
ขนั้ ที่ ๑ ขนั้ ทดสอบก่อนสอน

๑. ครูกลา่ วทกั ทายนกั เรยี น
๒. ทบทวนเนือ้ หาท่เี รยี นในชว่ั โมงทแี่ ลว้ ด้วยการล่าเรอ่ งนอกเมอื ง...ในกรุง
ขั้นที่ ๒ ขน้ั นาสู่บทเรียน
๒. นักเรยี นอ่านออกเสยี งเรอื่ ง นอกเมือง...ในกรงุ จากหนงั สือเรียนภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓
หนา้ ๑๒๓-๑๒๘ พร้อมกนั
ขน้ั ที่ ๓ ขน้ั ประกอบกจิ กรรม
๑. นักเรียนอ่านออกเสียง “ความสุขอยู่ท่ีไหน” จากหนังสือเรียนภาษาพาที ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๓
หนา้ ๑๒๙ พรอ้ มกัน
๒. นักเรียนพูดคุย สนทนา เกี่ยวกับ “ความสุขอยู่ที่ไหน” จากความรู้ที่ได้อ่านโดยต้ังคาถามให้
นกั เรียนตอบ
ขนั้ ที่ ๔ ขั้นสรุปและขน้ั ทดสอบหลงั เรยี น
๑. นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ความรู้และขอ้ คิดที่ไดจ้ ากการอ่าน “ความสขุ อยทู่ ี่ไหน”
ขน้ั ท่ี ๕ ขน้ั ประเมินผล
๑. ครูสงั เกตพฤตกิ รรมการร่วมกิจกรรมในชั้นเรียนของนักเรยี น และบนั ทกึ ลงในแบบประเมนิ
ร้ปู แบบการจัดการเรียนการสอน : การสอนแบบใชช้ ุดการสอน

หนว่ ยย่อยท่ี ๕ เรือ่ ง คานาม
(ชว่ั โมงที่ ๗-๘ )
ข้ันที่ ๑ ขน้ั ทดสอบก่อนสอน

๑. ครูกล่าวทกั ทายนักเรียน
๒. นักเรยี นดูภาพที่ครูนามา แล้วบอกช่ือของภาพนั้นๆ เช่น ภาพคน ภาพสัตว์ ภาพพืช ภาพส่ิงของ
สถานท่ี ทบทวนความรู้เกี่ยวกับ เร่ือง คานาม โดยให้นักเรียนแต่ละแถวแข่งขันกันออกมาเขียนคานามบน
กระดาน แถวใดเขียนได้มากทส่ี ุดและถูกต้องทีส่ ดุ เปน็ ผู้ชนะ
ขั้นที่ ๒ ข้นั นาสูบ่ ทเรยี น
๑. นกั เรยี นอ่านคานามทเ่ี ขยี นบนกระดานและช่วยกันสรปุ ความหมายของคานาม
ขัน้ ท่ี ๓ ขน้ั ประกอบกจิ กรรม
๑. นกั เรยี นแบง่ กล่มุ อ่านเรือ่ งคานาม ในอธบิ ายเพิ่ม เติมความรู้ จากนกั เรยี น
๒. นกั เรียนค้นหาคานาม จากเรือ่ ง นอกเมือง...ในกรุง นามาชว่ ยกนั แต่งประโยค
ขน้ั ที่ ๔ ขนั้ สรปุ และขัน้ ทดสอบหลงั เรียน
๑. นักเรยี นช่วยกันสรุปความรู้และนาเสนอ เรอ่ื งคานาม
๒. ทาแบบฝกึ หัดทักษะภาษา แบบฝึกหัดท่ี ๑๐ ข้อ ๓ (๑-๓)
ขน้ั ที่ ๕ ขั้นประเมินผล
๑. ครูสงั เกตพฤติกรรมการรว่ มกจิ กรรมในชั้นเรียนของนักเรียน และบนั ทกึ ลงในแบบประเมิน
รปู้ แบบการจดั การเรยี นการสอน : การสอนแบบใชช้ ดุ การสอน

หนว่ ยย่อยที่ ๖ เรือ่ ง การพดู และการเขียนบรรยาย
(ชั่วโมงท่ี ๙-๑๐)
ขั้นที่ ๑ ขน้ั ทดสอบกอ่ นสอน

๑. ครูกลา่ วทักทายนักเรยี น
๒. นักเรียนเลน่ เกม แขง่ ขันตอ่ เร่ือง โดยให้นักเรยี นทุกคนช่วยกันตอ่ คาเป็นเรือ่ งราว ครูสนทนาถึงการ
แตง่ เรือ่ งว่าต้องมกี ารขยายจงึ จะเข้าใจเรอ่ื งไดม้ ากข้ึน
ขน้ั ที่ ๒ ขั้นนาส่บู ทเรยี น
๑. นักเรียนดตู ัวอย่างการเขยี นบรรยายท่ดี ีครูนามาให้ดู ใหต้ วั แทนนักเรียนอ่านให้เพอ่ื นฟงั ครูสนทนา
ถึงคาทีใ่ ชใ้ นการเขียน นกั เรยี นมองเห็นภาพชดั เจนหรือไม่
ขน้ั ที่ ๓ ขน้ั ประกอบกิจกรรม
๑. นักเรียนอ่านเรื่อง การพูดและการเขียนบรรยายในหนังสื่อเรียน ภาษาพาที หน้า ๑๓๓ แล้ว
สนทนากบั ครูถึงการเขียนบรรยาย
ขัน้ ที่ ๔ ขั้นสรปุ และขน้ั ทดสอบหลงั เรียน
๑. นักเรียนช่วยกันสรุปความรู้
๒. ทาแบบฝกึ หดั ทักษะภาษา แบบฝกึ หดั ที่ ๑๐ ข้อ ๓ (๔) และขอ้ ๔
ขน้ั ที่ ๕ ขั้นประเมินผล
๑. ครูสังเกตพฤติกรรมการร่วมกจิ กรรมในชน้ั เรยี นของนกั เรยี น และบันทกึ ลงในแบบประเมนิ
๘. สอ่ื การสอน

๘.๑ หนังสอื เรียน รายวิชาพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอ่ื ชีวติ ภาษาพาที ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓
๘.๒ แบบฝึกหัด รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชวี ิต ทักษะภาษา ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๓
๘.๓ บัตรคา
๙. แหลง่ การเรียนรู้ในหรอื นอกสถานที่
๙.๑ ห้องสมุด
๑๐. การวัดและประเมินผล

ช้ินงาน/ภาระงาน วธิ วี ดั ผล เคร่อื งมอื วัดผล เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑ์การประเมิน

ใบงานท่ี ๑คานาม๑ ตรวจใบงาน ใบงาน ตอบถูกต้องตามใบงาน คะแนน๑๖-๒๐=ดมี าก
ทใี่ หท้ า คะแนน๑๑-๑๕=ดี
ใบงานท่ี ๒คานาม๒ ตรวจใบงาน คะแนน ๖-๑๐ = พอใช้
คะแนน๐-๕=ปรบั ปรงุ
ใบงานที่ ๓การเขยี นบรรยาย ตรวจใบงาน ผ่านเกณฑ์ในระดีบดีข้ึนไป

แบบทดสอบ ตรวจ ใบงาน ตอบถกู ต้องตามใบงาน คะแนน๑๖-๒๐=ดีมาก
แบบทดสอบ ที่ใหท้ า คะแนน๑๑-๑๕=ดี
คะแนน ๖-๑๐ = พอใช้
คะแนน๐-๕=ปรบั ปรงุ
ผ่านเกณฑใ์ นระดบี ดีขึ้นไป

ใบงาน ตอบถูกต้องตามใบงาน คะแนน๑๖-๒๐=ดมี าก
ที่ให้ทา คะแนน๑๑-๑๕=ดี
คะแนน ๖-๑๐ = พอใช้
คะแนน ๐-๕ = ปรับปรุง
ผา่ นเกณฑใ์ นระดบี ดขี น้ึ ไป

แบบทดสอบ ตอบถกู ต้องตามที่ให้ คะแนน๑๖-๒๐=ดมี าก
ทา คะแนน๑๑-๑๕=ดี
คะแนน ๖-๑๐ = พอใช้
คะแนน๐-๕=ปรบั ปรงุ
ผา่ นเกณฑใ์ นระดีบดขี ึน้ ไป

คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ วิธีวดั ผล เครอื่ งมือวดั ผล เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑ์การประเมนิ

๑.มวี ินยั สงั เกตพฤติกรรม แบบสังเกต ตารางการเกณฑ์ใหค้ ะแนนอนั ผ่านเกณฑต์ ้งั แต่ระดบั

พฤติกรรม พงึ ประสงค์ ปานกลางขึน้

รายบคุ คล

๒.ใฝเ่ รียนรู้ สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกต ตารางการเกณฑ์ใหค้ ะแนนอนั ผา่ นเกณฑต์ ง้ั แตร่ ะดับ

พฤติกรรม พงึ ประสงค์ ปานกลางขึ้น

รายบุคคล

คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ วธิ วี ัดผล เครื่องมอื วดั ผล เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารประเมิน

๓.อย่อู ยา่ งพอเพยี ง สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสังเกต ตารางการเกณฑใ์ ห้คะแนนอัน ผ่านเกณฑ์ตัง้ แตร่ ะดับ

พฤติกรรม พึงประสงค์ ปานกลางขึ้น

รายบุคคล

๔.มจี ิตสาธารณะ สงั เกตพฤติกรรม แบบสังเกต ตารางการเกณฑใ์ ห้คะแนนอัน ผ่านเกณฑ์ต้ังแตร่ ะดบั

พฤตกิ รรม พงึ ประสงค์ ปานกลางขน้ึ

รายบคุ คล

สมรรถนะของผู้เรียน วิธีวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑ์การประเมนิ
ความสามารถในการสื่อสาร สังเกต ผ่านเกณฑต์ ง้ั แต่ระดับ
แบบสงั เกต ตารางเกณฑก์ ารให้คะแนน ปานกลางขน้ึ
ความสามารถในการคิด สังเกต พฤตกิ รรมการ สมรรถนะของผเู้ รยี น
ปฏบิ ตั ิงาน ผ่านเกณฑ์ตง้ั แตร่ ะดบั
ความสามารถในการ สงั เกต รายบคุ คล ปานกลางขึ้น
แก้ปญั หา
แบบสังเกต ตารางเกณฑ์การใหค้ ะแนน ผา่ นเกณฑ์ต้งั แตร่ ะดับ
ความสามารถในการใช้ทกั ษะ สงั เกต พฤติกรรมการ สมรรถนะของผู้เรียน ปานกลางข้ึน
ชวี ิต ปฏิบัตงิ าน
รายบคุ คล ผ่านเกณฑต์ ้ังแต่ระดบั
ปานกลางขึน้
แบบสงั เกต ตารางเกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
พฤตกิ รรมการ สมรรถนะของผู้เรยี น
ปฏิบัตงิ าน
รายบคุ คล

แบบสังเกต ตารางเกณฑ์การใหค้ ะแนน
พฤตกิ รรมการ สมรรถนะของผู้เรยี น
ปฏบิ ัตงิ าน
รายบุคคล

๑๑.กิจกรรมเสนอแนะ

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

๑๒. บนั ทกึ ผลหลังสอน

สรุปผลการจัดการเรียนการสอน

นกั เรียนทั้งหมด.................คน

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ จานวนนกั เรยี นทีผ่ ่าน จานวนนักเรียนท่ไี มผ่ ่าน
จานวน (คน) ร้อยละ
จานวน (คน) ร้อยละ

๑๓. ปัญหา/อปุ สรรค/การแก้ไข

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

๑๔. ข้อเสนอแนะ

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ..............................................................................

()

ตาแหนง่ ครูผสู้ อน

ลงชอ่ื ..............................................................................หวั หนา้ กลุม่ สาระการเรียนรู้

()

ลงชือ่ ..............................................................................รองผูอ้ านวยการกลมุ่ บริหารวชิ าการ

()

ความเห็นของหัวหน้าสถานศกึ ษา

ได้ทาการตรวจแผนการจัดการเรียนร้ขู อง...........................................................................แล้วมีความ
คิดเหน็ ดงั นี้

๑. เป็นแผนการเรยี นรูท้ ่ี

ดมี าก ดี พอใช้ ควรปรบั ปรงุ

๒.การจัดกจิ กรมไดน้ าเอากระบวนการเรยี นรู้

เน้นผู้เรยี นเปน็ สาคัญมาใช้ในการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม

ไม่เน้นผู้เรียนเปน็ สาคญั ควรปรบั ปรงุ พฒั นาต่อไป

๓. ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่ือ..............................................................................
()
ผ้อู านวยการโรงเรยี นบ้านท่าลาด

ช่อื ……………………………………………..………..เลขท…่ี ……...ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๓
วนั ท่ี…………..เดอื น…………………….พ.ศ………………
ใบงานที่ ๑ คานาม ๑

คาชีแ้ จง ให้นกั เรียนยกตัวอย่างคานามตามหัวข้อท่ีกาหนดให้

๑. ชื่อคน เช่น หวาน

๒. ชื่อสตั ว์ เช่น ปลา ๓. ชือ่ สง่ิ ของ เชน่ ปากกา
๑. ช่ือสถานท่ี เชน่ โรงเรียน

ชอ่ื ……………………………………………..………..เลขท…่ี ……...ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๓
วนั ท่ี…………..เดอื น…………………….พ.ศ………………
ใบงานท่ี ๒ คานาม ๒

คาสัง่ ใหน้ ักเรยี นแต่งประโยคจากคานามทกี่ าหนดใหต้ อ่ ไปนใี้ หถ้ กู ต้องสมบรู ณ์

๑. คณุ ครู
.................................................................................................

.
๒. สนุ ัข
.................................................................................................

๓. ยีราฟ
.................................................................................................

๔. หนังสอื
.................................................................................................

๕. โตะ๊
.................................................................................................

๖. โรงพยาบาล
.................................................................................................

๗. สวนสนุก
.................................................................................................

ช่อื ……………………………………………..………..เลขท…ี่ ……...ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๓
วันท่ี…………..เดอื น…………………….พ.ศ………………
ใบงานท่ี ๓ การเขยี นบรรยาย

คาสง่ั ให้นกั เรยี นเขยี นบรรยายจากภาพท่กี าหนดให้ ๕-๗ บรรทดั

เร่ือง………………………………………
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................

ชอ่ื ……………………………………………..………..เลขท…่ี ……...ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓

วนั ที่…………..เดือน…………………….พ.ศ………………

แบบทดสอบหลังการเรียนรู้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๔ เรอ่ื ง นอกเมือง...ในกรงุ

คาชีแ้ จง นักเรยี นทาเครอื่ งหมายกากบาท ทับตัวอกั ษร ก, ข, ค, ง หนา้ คาตอบท่ีถกู ที่สุดเพียงข้อเดยี ว
๑. นอกเมือง...ในกรงุ เปน็ เรอ่ื งเก่ยี วกบั อะไร

ก. การเปรยี บการใชภ้ าษาของคนกรงุ เทพฯ กบั คนชนบท

ข. การเปรียบเทียบการเดินทางของคนกรุงเทพฯ กบั คนชนบท

ค. การเปรยี บเทยี บอาหารการกนิ ของคนกรงุ เทพฯ กบั คนชนบท

ง. การเปรยี บเทียบชีวิตความเปน็ ยูข่ องคนกรุงเทพฯ กบั คนชนบท

๒. เพราะเหคใุ ดไก่แจง้ จงึ ไม่โกรธทีใ่ ครๆ ว่าไกแ่ จเ้ ปน็ เด็กบ้านนอก

ก. เพราะไก่แจไ้ ม่ทราบว่าบา้ นนอกหมายถึงอะไร

ข. เพราะไกแ่ จไ้ มส่ นใจคาพูดของคนเหล่านัน้

ค. เพราะบา้ นไกแ่ อยูต่ ่างจงั หวดั และไกลจากตวั เมืองมาก

ง. ถกู ทกุ ขอ้ ท่กี ล่าวมา

๓. นอกจากพอ่ แม่แลว้ ไกแ่ จย้ ังอาศัยอยู่กบั ใคร

ก. ปแู่ ละยาย ข. ตาและยาย ค. ลงุ และป้า ง. นา้ และอา

๔. “ตน้ ..................ของยาย ขนึ้ ชื่อว่าหวานอรอ่ ย” ควรเติมข้อใดลงในชอ่ งวา่ งเพื่อใหถ้ กู ตอ้ งตามเน้ือเรื่อง

ก. มะม่วงนา้ ดอกไม้ ข. กลว้ ยนา้ หวา้ ค. ต้นมงั คดุ ง. มะละกอ

๕. “หมบู่ ้านของไก่แจไ้ มม่ รี ว้ั เป็นกาแพง แต่จะเป็น ร้ัวกนิ ได้” รัง้ กนิ กินไดห้ มายถึงอะไร

ก. รั้วทีป่ ลูกผลไมไ้ วเ้ พื่อให้ผล

ข. ร้ัวทีป่ ลูกต้นกระถนิ หรอื พชื ผักสวนครัว

ค. รั้วทป่ี ลูกดอกไมไ้ ว้ขายเพ่อื เพม่ิ รายได้

ง. รว้ั ท่ปี ลกู พืชปรุงอาหารเพิ่มรายไดข้ องครอบครัว

๖. ไก่แจ้เรยี กพชื ทปี่ ลกู รมิ ร้ัวว่า

ก. อาหารเพ่ิมรายได้ ข. อาหารเพิม่ สุขภาพ

ค. อาหารมิตรภาพ ง. อาหารปลอดสารพษิ

๗. ไกแ่ จ้ตื่นเชา้ เพ่อื ทาสงิ่ ใด

ก. ช่วยพ่อให้อาหารไก่ ข. เกบ็ ไขไ่ ก่ไว้ขาย

ค. นาข้าวไปใหส้ นุ ขั ง .ทุกขอ้ ทกี่ ลา่ วมา

๘. ข้อใดไมม่ ีทห่ี มู่บา้ นของไกแ่ จ้

ก. รถยนต์ ข. รถจกั รยานยนต์ ค. รถจักรยาน ง. รถไฟใต้ดิน

๙. คาศัพท์ในข้อใดไมใ่ ช่คานาม ค. ไก่แจ้ ง. มะเขือ
ก. รอ้ งเพลง ข. อาหนอด
๑๐. ประโยคในข้อใดไมม่ ี คานาม ข. ร้องไหจ้ นตาบวม
ก. พ่อใหอ้ าหารไกท่ ุกวัน ง. ยายทาขา้ วเหนยี วมะมว่ ง
ค. สถานีรถไฟฟา้ มผี ู้คนเยอะมาก

แบบประเมนิ กิจกรรมรายบุคคล
ชอ่ื ......................................................นามสกุล......................................ชั้น......................เลขที่...........................

ลาดับ ประเดน็ การประเมิน ๔ (ดเี ยยี่ ม) คุณภาพการปฏิบตั ิการ
๓ (ดี) ๒ (ปานกลาง) ๑ (ปรบั ปรงุ )
๑ ตรงจุดประสงคท์ ี่กาหนด
๒ ถูกตอ้ งสมบรู ณ์
๓ มคี วามสรา้ งสรรค์
๔ มีความเปน็ ระเบยี บเรียบร้อย
๕ ตรงต่อเวลา

ลงชือ่ .......................................................ผปู้ ระเมิน
วันที่.................../....................../.................

ประเดน็ การประเมิน คะแนน
๑. ผลงานตรงตาม
จดุ ประสงค์ ๔ (ดเี ย่ยี ม) ๓ (ดี) ๒ (ปานกลาง) ๑ (ปรบั ปรุง)

๒. ผลงานมีความ ผลงานมีความ ผลงานมีความ ผลงานมคี วาม ผลงานไมส่ อดคล้องกบั
ถูกตอ้ ง
๓.ผลงานมคี วามเปน็ สอดคล้องกบั สอดคลอ้ งกบั สอดคล้องกบั เนอื้ หาท่ีเรียน
ระเบยี บเรียบร้อย
จุดประสงคข์ องเนือ้ หา จดุ ประสงค์ของเนอื้ หา จุดประสงค์ของเนอื้ หา
๔. การส่งงานตรงตอ่
เวลา ท่ีเรยี นทกุ ประเด็น ทเี่ รยี นเป็นส่วนใหญ่ ทเ่ี รียนบางประเดน็

เนือ้ หาสาระถกู ตอ้ ง เนือ้ หาสาระถูกต้อง เนือ้ หาสาระถูกต้อง เนือ้ หาสาระไมถ่ กู ตอ้ ง

สมบูรณ์ ครบถว้ น เป็นสว่ นใหญ่ บางประเดน็

ผลงานมีความเป็น ผลงานมีความเปน็ ผลงานค่อนข้างเปน็ ผลงานไมม่ คี วามเปน็

ระเบยี บเรยี บร้อยนา่ ระเบียบเรยี บรอ้ ยนอ้ ย ระเบียบเรียบรอ้ ยแต่ ระเบียบเรยี บร้อย

อา่ น ยงั มขี ้อบกพร่อง ขอ้ บกพรอ่ งเลก็ น้อย

บางส่วน

ส่งงานตรงตามเวลาที่ สง่ งานชา้ เสยเวลาท่ี ส่งงานชา้ เสยเวลาท่ี ส่งงานชา้ เลยเวลาที่

กาหนด กาหนด๑-๒วนั กาหนด๓-๕ วนั กาหนดมากกวา่ ๕วัน

เกณฑก์ ารประเมนิ

คะแนน ระดับคณุ ภาพ
๑๖-๒๐ ดีมาก
๑๑-๑๕ ดี
๖-๑๐ พอใช้
๐-๕ ปรบั ปรงุ

แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

ลาดับ ช่ือ-นามสกลุ มีวนิ ยั ใฝเรียนรู้ อยู่อยา่ งพอเพียง มจี ติ สาธารณะ

๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔ ๓ ๒๑

ลงชือ่ .......................................................ผู้ประเมนิ
วนั ที.่ ................../....................../.................

เกณฑก์ ารให้คะแนนสมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน

พฤติกรรมบง่ ช้ี ๕ (ดมี าก) คะแนน
๔ (ดี) ๓(ปานกลาง) ๒(พอใช)้ ๑ (ปรบั ปรุง)

๑.ความสามารถใน มคี วามสามารถใน มคี วามสามารถใน มคี วามสามารถใน มคี วามสามารถใน ไมม่ คี วามสามารถ

การส่อื สาร การสื่อสารออกมา การส่อื สารออกมา การสือ่ สารออกมา การสอ่ื สารออกมา ในการสือ่ สาร

ได้ดี เย่ียมชัดเจน ได้ดี ชัดเจน ได้ระดับปานกลาง ไดร้ ะดบั ปานกลาง

ไมช่ ดั เจน ควรปรับปรงุ

๒.ความสามารถใน มีความสามารถใน มคี วามสามารถใน มคี วามสามารถใน มีความสามารถ ไมม่ ีความสามารถ

การคิด การคิดอย่าง การคิดตดั สินใจ การคิดตัดสนิ ใจ ตัดสินใจเก่ียวกับ ในการคิดการ

สร้างสรรค์ เกี่ยวกับปัญหา เกีย่ วกับปญั หา ปัญหาของตนเอง ตดั สินใจเก่ียวกับ

ตดั สินใจเกยี่ วกบั ของตนเองไดด้ ี ของตนเองได้ ไดไ้ ม่ดีเทา่ ที่ควร ปัญหาของตนเอง

ปญั หาของตนเอง ได้

ไดเ้ หมาะสม

๓.ความสามารถใน มีความสามารถ มีความสามารถ มีความสามารถ มคี วามสามารถ ไม่สามารถ

การแก้ปัญหา แก้ปญั หาเฉพาะ แก้ปญั หาเฉพาะ แก้ปญั หาเฉพาะ แก้ปญั หาเฉพาะ แก้ปญั หาเฉพาะ

ด้านไดท้ กุ หน้าไดเ้ กือบทุก หน้าได้บาง หนา้ ไดย้ งั ไม่ดี ด้าน

สถานการณ์ สถานการณ์ สถานการณ์

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๕

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕ รายวชิ าภาษาไทย
ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔
สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย เวลา ๑๐ ชั่วโมง
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี ๑ เร่อื ง ส่งขา่ ว เลา่ เรอ่ื ง

๑. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวช้วี ัด

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้การบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพ่ือนาไปตัดสินใจแก้ปัญหาในการ
ดาเนินชวี ิตและมนี สิ ัยรักการอ่าน

ท ๑.๑ ป.๓/๑ อ่านออกเสียงคา ข้อความ เร่อื งสนั้ และบทรอ้ ยกรองง่ายๆ ไดถ้ ูกต้องคลอ่ งแคลว่
ท ๑.๑ ป.๓/๒ อธิบายความหมายของคาและขอ้ ความทอ่ี ่าน
ท ๑.๑ ป.๓/๓ ต้งั คาถามและตอบคาถามเชิงเหตุผลเกีย่ วกบั เรือ่ งท่ีอา่ น
ท ๑.๑ ป.๓/๕ สรปุ ความรู้และข้อคดิ จากเรอ่ื งทอ่ี ่านเพื่อนาไปใชใ้ นชวี ิตประจาวนั
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเร่ืองราวใน
รปู แบบต่างๆ เขียนรางานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ คว้าอย่างมีประสทิ ธภิ าพ
ท ๒.๑ ป.๓/๔ เขียนจดหมายลาครู
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลัง
ของภาษา ภูมปิ ญั ญาของภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ขิ องชาติ
ท ๔.๑ ป.๓/๑ เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็นคณุ ค่า
และนามาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตประจาวัน
ท ๕.๑ ป๓/๔ ท่องจาบทอาขยานตามทก่ี าหนดและบทร้อยกรองทีม่ ีคณุ ค่าตามความสนใจ

๒. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. นกั เรยี นใช้คาสรรพนามไดถ้ ูกต้อง

๒. นักเรียนเขียนจดหมายได้

๓. นักเรียนทอ่ งกาพยย์ านี ๑๑ ได้

๓.สาระสาคญั

การอา่ นและเขยี นคาควรควรค่รู ้คู วามหมายจะช่วยให้การอ่านเร่อื งราวในบทเรียนเข้าใจได้ง่าย เรียนรู้

คาสรรพนาม และใช้ได้อย่างถูกต้อง ใช้กระบวนการเขียนในการเขียนจดหมายเร่ืองใดเร่ืองหนึ่งท่ีต้องการ

สื่อสารไปยังผอู้ ่าน ทาให้เกดิ สมั พนั ธภาพท่ดี ี และฝกึ แต่งกาพยย์ านี ๑๑

๔.สาระการเรยี นรู้

๔.๑ ด้านความรู้ (K)

-นกั เรยี นแยกคาสรรพนามได้

-นกั เรียนบอกหลักการเขยี นจดหมายได้

-นกั เรียนบอกสว่ นประกอบของการเขียนจดหมายได้
๔.๒ ด้านทักษะ (P)

-นักเรยี นใชค้ าสรรพนามได้ถกู ตอ้ ง
-นกั เรยี นเขียนจดหมายได้
-นักเรียนท่องจากาพย์ยานี ๑๑ ได้
๔.๓ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A)

รักชาติ ศาสตร์ กษตั ริย์
ซ่ือสัตย์ สจุ รติ
√ มีวินัย
√ ใฝ่เรียนรู้
√ อยู่อย่างพอเพียง
มุ่งมัน่ ในการทางาน
รกั ความเป็นไทย
√ มีจิตสาธารณะ
๕. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
√ ความสามารถในการส่ือสาร
√ ความสามารถในการคิด
√ ความสามารถในการแกป้ ญั หา
√ ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
๖. ชิ้นงาน/ภาระ
๖.๑ ใบงานท่ี ๑ คาสรรพนาม
๖.๒ ใบงานที่ ๒ คาศัพทพ์ าเพลิน
๖.๓ ใบงานท่ี ๓ กาพย์ยานี ๑๑
๖.๔ แบบทดสอบเกบ็ คะแนนประจาหนว่ ยการเรยี นรู้
๗. การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
รปู้ แบบการจัดการเรยี นการสอน : แบบแฮรบ์ ารต์ (Herbart Method)
หน่วยย่อยท่ี ๑ เรอื่ ง อ่าน เขียน คาควรคู่รู้ความหมาย
(ช่วั โมงท่ี ๑-๒)
ขน้ั ท่ี ๑ ขนั้ เตรียม
ขน้ั เตรยี มเปน็ การเตรยี มความพร้อมของนกั เรยี นคอื ใหน้ กั เรียนอา่ นคาจากบัตรคาตามครูคาละ ๒ ครั้ง

ขัน้ ท่ี ๒ ขัน้ สอน
๑. นักเรียนอ่านออกเสียงคาศัพท์ อ่านเพิ่ม เติมความหมายจากหนังสือเรียนภาษาพาที

ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ หนา้ ท่ี ๑๔๑-๑๔๒
๒. นกั เรียนและครูร่วมกันสนทนาถึงความหมายของคา พร้อมยกตวั อยา่ งประกอบ
๓. นักเรียนเล่นเกมแข่งขันทายคาทา่ ทางจากคาท่ีครูกาหนดให้

ขัน้ ที่ ๓ ขน้ั สมั พนั ธ์หรือข้นั ทบทวนและเปรยี บเทียบ
๑. นักเรียนเขยี นคาและความหมายของคาลงในสมดุ บนั ทึก
๒. นักเรียนอ่านออกเสียงคาศัพท์ อ่านเพ่ิม เติมความหมายจากหนังสือเรียน ภาษาพาที

ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ หนา้ ที่ ๑๔๑-๑๔๒
ขั้นที่ ๔ ขั้นต้งั กฎหรือขอ้ สรปุ

๑. นักเรียนฝกึ แตง่ ประโยคปากเปลา่ จากบัตรคาท่ีอ่าน (คาสาคญั ในบทเรียน)
ขน้ั ที่ ๕ ขัน้ การนาไปใช้

๑. นักเรียนทาแบบฝึกทกั ษะภาษา แบบฝกึ หัดท่ี ๑
รู้ปแบบการจัดการเรยี นการสอน : แบบแฮร์บาร์ต (Herbart Method)

หน่วยยอ่ ยท่ี ๒ เรอื่ ง การอ่านออกเสยี ง
(ช่ัวโมงท่ี ๓)
ขัน้ ท่ี ๑ ขน้ั เตรยี ม

ขน้ั เตรยี มเปน็ การเตรยี มความพร้อมของนกั เรยี นคอื ครูให้นักเรียนช่วยกันบอกหลักเกณฑ์การอ่านท่ีดี
เช่น อ่านคล่อง อ่านถูกต้อง อ่านชัดเจน เว้นวรรคตอนถูกต้อง ใช้น้าเสียงสอดคล้องกับอารมณ์ของตัวละคร
เปน็ ตน้
ข้ันท่ี ๒ ขั้นสอน

๑. ครูสาธติ การอา่ นที่ดใี หน้ ักเรยี นฟงั หรอื ให้นักเรียนฟังจากเคร่ืองบันทึกเสียงก็ได้ เพื่อเป็นแนวทาง
ในการอ่านของนักเรยี น
ขน้ั ที่ ๓ ข้ันสัมพันธ์หรือข้ันทบทวนและเปรยี บเทยี บ

๑. นักเรียนอ่านบทเรียนเร่ือง ส่งข่าว เล่าเร่ือง ในหนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุดภาษา
เพื่อชีวิต ภาษาพาที ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๓ หน้า ๑๓๖-๑๓๘ โดยอ่านต่อกันคนละ ๑ ย่อหน้า แล้วร่วมกัน
สนทนาถึงเนื้อหาว่า ใคร ทาอะไร ที่ไหน ผลเป็นอย่างไร แล้วช่วยกันเล่าเรื่องต่อเนื่องจนจบ โดย ครูช่วย
เพ่ิมเติมสว่ นท่ีบกพร่อง
ข้นั ท่ี ๔ ขน้ั ตั้งกฎหรือขอ้ สรุป

๑. นกั เรยี นช่วยกันสรปุ ความรู้ เรือ่ งการอา่ นออกเสียงและตอบคาถาม และขอ้ คดิ ทีไ่ ดจ้ ากบทอ่าน
ขน้ั ที่ ๕ ขน้ั การนาไปใช้

๑ นกั เรยี นทาแบบฝกึ ทกั ษะภาษา แบบฝกึ ทกั ษะท่ี ๒
รปู้ แบบการจดั การเรยี นการสอน : แบบแฮรบ์ ารต์ (Herbart Method)

หน่วยย่อยท่ี ๓ เรอื่ ง การอา่ นคิด วิเคราะห์
(ช่ัวโมงที่ ๔)
ขัน้ ท่ี ๑ ขนั้ เตรียม

ขั้นเตรียมเป็นการเตรียมความพร้อมของนักเรียนคือครูให้นักเรียนทบทวนเนื้อหาบทเรียน โดยการ
อ่านคาจากบัตรคา
ขน้ั ที่ ๒ ขน้ั สอน

๑. ให้นกั เรยี นอา่ นออกเสยี งเรื่อง ส่งข่าว เล่าเร่ือง จากหนังสือเรียน ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีที่
๓ หน้า ๑๓๖-๑๓๙ พรอ้ มกนั

๒. นกั เรียนแบ่งกลุม่ อา่ นจากบทเรยี นกลุม่ ละ ๑ ยอ่ หน้า
ขน้ั ที่ ๓ ข้นั สัมพันธ์หรอื ขั้นทบทวนและเปรียบเทยี บ

๑. นกั เรียนช่วยกนั ตอบคาถามปากเปล่าจากเร่อื งท่ีอา่ น
-ใครเป็นคนเขียนจดหมาย
-จดหมายฉบบั น้ีถึงใคร
-เร่ืองยงุ่ ๆ ท่ใี นจดหมายมี ๒ เรื่อง คอื อะไร
-รับประทานอาหารแบบโต๊ะจีนในเรอื่ งต้องน่งั ก่ีคน
ขั้นท่ี ๔ ขั้นตง้ั กฎหรือข้อสรปุ
๑. นกั เรียนและครูช่วยกันสรปุ บทเรยี นจากเร่อื งทอี่ ่าน
ข้ันท่ี ๕ ขน้ั การนาไปใช้
๑. นักเรยี นสามารถนาเร่ืองท่ีเรียนรู้ไปปรบั ใช้ในชีวิตประจาวนั เชน่ เรือ่ งการรบั ประทานอาหาร
รปู้ แบบการจดั การเรยี นการสอน : แบบแฮรบ์ ารต์ (Herbart Method)

หน่วยยอ่ ยท่ี ๔ เร่ือง การอา่ นเสริมบทเรียน
(ชั่วโมงท่ี ๕)
ขัน้ ท่ี ๑ ขั้นเตรยี ม

ข้ันเตรียมเป็นการเตรียมความพร้อมของนักเรียนคือครูให้นักเรียนทบทวนเนื้อหาที่เรียนในช่ัวโมงที่
แล้ว
ข้ันที่ ๒ ขั้นสอน

๑. นักเรยี นอา่ นออกเสียงเรอื่ ง สง่ ข่าว เลา่ เรอ่ื ง จากหนงั สอื เรียนภาษาพาที ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๓
๒. นักเรียนอ่านออกเสียง อ่านเสริม “เร่ือง กิริยาวาจาดี” จากหนังสือเรียนภาษาพาที
ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๓ หน้า ๑๔๐ พร้อมกัน
ข้นั ที่ ๓ ขนั้ สมั พนั ธห์ รือข้ันทบทวนและเปรียบเทยี บ
๑. นักเรยี นพดู คยุ สนทนา เก่ยี วกบั “เรอ่ื ง กริ ิยาวาจาดี” จากความรู้ทไ่ี ดอ้ ่านโดยตง้ั คาถามดงั นี้
-ยามนัง่ ยามยืนและยามนอน ควรปฏิบตั ติ นอย่างไร
-การพดู ควรพูดอยา่ งไรให้เหมาะสม

ขน้ั ที่ ๔ ขนั้ ต้ังกฎหรือขอ้ สรุป
๑. นกั เรียนร่วมกนั สรุปความรู้และข้อคดิ ท่ีไดจ้ ากการอ่าน “เรื่อง กิรยิ าวาจาดี”

ขั้นท่ี ๕ ขน้ั การนาไปใช้
๑. นกั เรยี นทาแบบฝกึ หดั ทักษะภาษา แบบฝึกหัดที่ ๔

รู้ปแบบการจัดการเรียนการสอน : แบบแฮรบ์ าร์ต (Herbart Method)
หน่วยยอ่ ยท่ี ๕ เรือ่ ง คาสรรพนาม

(ช่วั โมงท่ี ๖)
ขนั้ ท่ี ๑ ขั้นเตรยี ม

ข้นั เตรยี มเปน็ การเตรยี มความพร้อมของนกั เรียนคือครูและนักเรยี นทบทวนการใช้คานาม

ขั้นท่ี ๒ ขั้นสอน
๑. นกั เรยี นและครูพดู คยุ สนทนาเกี่ยวกับคาสรรพนามที่ชอบ โดยให้เหตุผลประกอบ
๒. ให้นักเรียนอา่ น อธบิ ายเพ่ิม เตมิ ความรู้จากหนงั สอื ภาษาพาที ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๓ หนา้ ๑๔๓

ขั้นท่ี ๓ ข้นั สัมพันธห์ รอื ขั้นทบทวนและเปรยี บเทียบ
๑. นักเรียนเลน่ เกมทายคาจากบัตรคาดังน้ี
-ครูชบู ัตรคา “ฉนั ” นกั เรยี นตอบ : ผ้พู ูด
-ครูชูบัตรคา “ทา่ น” นักเรียนตอบ : ผู้ทกี่ ล่าวถึง
-ครูชูบัตรคา “มัน” นักเรียนตอบ : สัตว์และส่งิ ของที่กล่าวถงึ
ฯลฯ

ข้นั ที่ ๔ ขน้ั ตง้ั กฎหรอื ขอ้ สรปุ
๑. นักเรียนร่วมกนั สรปุ ความรู้เรอื่ งคาสรรพนาม

ขน้ั ท่ี ๕ ขัน้ การนาไปใช้
๑. นักเรียนทาแบบฝึกหัด ทักษะภาษา แบบฝึกหัดที่ ๓ ข้อ ๑-๒ จากน้ันนาส่งครูครูเฉลยและ

ตรวจสอบความถกู ต้อง
รปู้ แบบการจัดการเรยี นการสอน : แบบแฮร์บาร์ต (Herbart Method)

หน่วยยอ่ ยที่ ๖ เรอื่ ง การเขียนจดหมาย
(ช่ัวโมงท่ี ๗-๘)
ขั้นที่ ๑ ขั้นเตรียม

ข้ันเตรียมเป็นการเตรียมความพร้อมของนักเรียนคือให้นักเรียนเล่าประสบการณ์เก่ียวกับการเขียน
จดหมาย
ขนั้ ท่ี ๒ ขน้ั สอน

๑. ครูแบง่ กล่มุ นักเรยี นและให้นกั เรยี นดูตัวอย่างการเขียนจดหมายของร่นุ พ่ี ครูซักถามเพื่อสร้างความ
เข้าใจและให้ความรู้เพมิ่ เตมิ

ขน้ั ท่ี ๓ ขัน้ สัมพันธ์หรอื ขนั้ ทบทวนและเปรยี บเทยี บ
๑. ครูและนักเรียนอภิปรายถึงเรื่อง การเขียนจดหมาย โดยให้นักเรียนอาสาสมัครออกไปเขียน

ประโยชน์และขนั้ ตอนของการเขียนจดหมายตามความเข้าใจบนกระดาน แล้วช่วยกันวิเคราะห์ส่วนประกอบ
ของจดหมาย
ขน้ั ที่ ๔ ขน้ั ตง้ั กฎหรือข้อสรปุ

๑. นักเรียนอ่านอธิบายเพ่ิม เติมความรู้เรื่องการเขียนจดหมาย จากหนังสือเรียน หน้า ๑๔๔-๑๔๙
แลว้ สรุปใจความสาคัญ สร้างเป็นแผนภาพความคดิ
ขั้นท่ี ๕ ขน้ั การนาไปใช้

๑. นกั เรียนทาแบบฝึกหัดทักษะภาษา ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ แบบฝึกหัดท่ี ๓ หน้า ๑๑๘-๑๑๙
รูป้ แบบการจัดการเรยี นการสอน : แบบแฮรบ์ ารต์ (Herbart Method)

หน่วยยอ่ ยท่ี ๗ เรอื่ ง กาพยย์ านี ๑๑
(ช่ัวโมงที่ ๙-๑๐)
ขน้ั ที่ ๑ ขน้ั เตรยี ม

ขัน้ เตรยี มเปน็ การเตรียมความพร้อมของนกั เรยี นคือแบ่งกลุ่มเล่นเกมแขง่ ขันพูดต่อคาคล้องจอง
ขัน้ ท่ี ๒ ข้ันสอน

๑. นักเรยี นอ่านกาพยย์ านี ๑๑ ในหนงั สือเรยี นหน้า ๑๓๕ และ ๑๔๐ แล้วใหน้ กั เรียนทง้ั ห้องเรียนอา่ น
ท่ีละกลุ่ม จากน้ันครูอธิบาย ถึงการเขียนบทร้อยกรองประเภทกาพย์ยานี ๑๑ และการสัมผัสตามแผนภูมิ
ประมาณกับวยั นักเรยี น
ขั้นท่ี ๓ ขน้ั สมั พันธห์ รอื ข้ันทบทวนและเปรยี บเทยี บ

๑. นกั เรยี นอ่านกาพย์ยานี ๑๑ ตามครู ๑ คร้งั นกั เรียนช่วยกนั อา่ นกาพย์ยานี ๑๑ อีกครัง้ เพือ่ ทบทวน
จังหวะการอ่านทีถ่ ูกต้อง
ขั้นที่ ๔ ข้นั ตั้งกฎหรือข้อสรุป

๑. นักเรียนรว่ มกนั สรปุ การเขียนบทร้อยกรองประเภทกาพย์ยานี ๑๑
ขั้นที่ ๕ ข้ันการนาไปใช้

๑. นักเรียนทาแบบฝกึ หดั หนา้ ๑๒๐
๘. สอ่ื การสอน

๘.๑ หนงั สือเรียน รายวิชาพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอ่ื ชวี ิต ภาษาพาที ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๓
๘.๒ แบบฝกึ หัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอ่ื ชีวิต ทักษะภาษา ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๓
๘.๓ บัตรคา
๙. แหล่งการเรียนรใู้ นหรือนอกสถานที่
๙.๑ หอ้ งสมดุ

๑๐. การวดั และประเมินผล

ชิ้นงาน/ภาระงาน วธิ วี ัดผล เคร่ืองมือวัดผล เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารประเมิน

ใบงานที่ ๑ คาสรรพนาม ตรวจใบงาน ใบงาน ตอบถกู ต้องตามใบงาน คะแนน๑๖-๒๐=ดีมาก
ทใี่ ห้ทา คะแนน๑๑-๑๕=ดี
ใบงานที่ ๒ คาศพั ท์ พา ตรวจใบงาน คะแนน ๖-๑๐ = พอใช้
เพลนิ คะแนน ๐-๕ = ปรับปรงุ
ผา่ นเกณฑใ์ นระดบี ดีขึ้นไป
ใบงานท่ี ๓กาพยย์ านี ๑๑ ตรวจใบงาน
ใบงาน ตอบถกู ต้องตามใบงาน คะแนน๑๖-๒๐=ดีมาก
แบบทดสอบ ตรวจ ทใ่ี หท้ า คะแนน๑๑-๑๕=ดี
แบบทดสอบ คะแนน ๖-๑๐ = พอใช้
คะแนน ๐-๕ = ปรับปรุง
ผ่านเกณฑ์ในระดีบดีขึ้นไป

ใบงาน ตอบถกู ตอ้ งตามใบงาน คะแนน๑๖-๒๐=ดีมาก
ที่ใหท้ า คะแนน๑๑-๑๕=ดี
คะแนน ๖-๑๐ = พอใช้
คะแนน ๐-๕ = ปรับปรงุ
ผา่ นเกณฑใ์ นระดบี ดขี น้ึ ไป

แบบทดสอบ ตอบถกู ตอ้ งตามที่ให้ คะแนน๑๖-๒๐=ดมี าก
ทา คะแนน๑๑-๑๕=ดี
คะแนน ๖-๑๐ = พอใช้
คะแนน ๐-๕ = ปรับปรงุ
ผ่านเกณฑใ์ นระดีบดีข้นึ ไป

คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ วธิ วี ดั ผล เคร่ืองมอื วดั ผล เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารประเมิน

๑. มีวินัย สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสังเกต ตารางการเกณฑ์ใหค้ ะแนนอนั ผ่านเกณฑต์ งั้ แตร่ ะดับ

พฤตกิ รรม พงึ ประสงค์ ปานกลางขนึ้

รายบคุ คล

๒.ใฝ่เรยี นรู้ สังเกตพฤตกิ รรม แบบสังเกต ตารางการเกณฑใ์ ห้คะแนนอัน ผา่ นเกณฑ์ต้งั แต่ระดบั

พฤติกรรม พงึ ประสงค์ ปานกลางขึน้

รายบคุ คล


Click to View FlipBook Version