The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รูปเล่มแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญา อ.ยางสี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Wanthana 51, 2023-08-23 22:58:53

รูปเล่มแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญา อ.ยางสี

รูปเล่มแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญา อ.ยางสี

หน้า 48 ( ) ด้านภาษาและวรรณกรรม เช่น ความสามารถในการอนุรักษ์ และสร้างผลงานด้านภาษา วรรณกรรมท้องถิ่น การจัดทำสารานุกรมภาษา หนังสือโบราณ การฟื้นฟู การเรียนการสอนภาษาถิ่นของ ท้องถิ่นต่างๆ ( )ด้านปรัชญา ศาสนา และประเพณี ( )ด้านโภชนาการ เช่น ความสามารถในการเลือกสรร ประดิษฐ์ และปรุงแต่งอาหารและยา ( )ด้านองค์กรชุมชน ๔. องค์ความรู้ ประเพณีการสู่ขวัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาช้านาน เป็นเรื่อง เกี่ยวกับความเชื่อ เรื่องขวัญหรือจิตใจอันก่อให้เกิดกำลังใจที่ดีขึ้น ชาวอีสานเห็นความสำคัญทางด้านจิตใจมาก ใน การดำเนินชีวิตแต่ละช่วง มักมีการสู่ขวัญควบคู่กันเสมอ จึงพบเห็นการสู่ขวัญทุกท้องถิ่นในภาคอีสาน การสู่ขวัญ เรียกอีกอย่างว่า การสูดขวัญ หรือการสูดขวน เป็นจิตวิทยาอย่างหนึ่ง เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่ คน หรือเสริมสิริมงคลแก่บ้านเรือน ล้อเลื่อน เกวียน วัว รถ เป็นต้น การสู่ขวัญจึงเป็นพิธีกรรมหนึ่ง ที่ทำให้สามารถ ดำเนินชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ การบำรุงขวัญถือเป็นการรวมสิริแห่งโภคทรัพย์ ในพิธีสู่ขวัญ บางทีเรียกว่า พิธีบายศรี พิธีสูดขวัญ หรือบายศรีสู่ขวัญ ซึ่งเป็นประเพณีสำคัญอย่างหนึ่งของชาว อีสาน และนิยมทำกัน แทบทุกโอกาส จะมีการทำบายศรีประกอบในพิธี โดยเป็นบายศรีแบบดั้งเดิมหรือแบบ ประยุกต์ ซึ่งการทำบายศรีแบบประยุกต์นี้ จะทำตามจินตนาการของผู้ทำบายศรีให้เกิดความสวยงามวิจิตรพิสดาร และสอดคล้องกับความเชื่อของท้องถิ่นนั้นๆ โดยชาวอีสานยังคงยึดถือและปฏิบัติกันมาจนถึงปัจจุบัน สาระเด่น "บายศรี" เป็นงานประณีตศิลปโบราณของไทยที่รวมเอางานฝีมือและความเชื่อเข้าด้วยกัน ช่างไทย โบราณประดิดประดอยรูปแบบของบายศรีแต่ละแบบแต่ละชนิด เพื่อการใช้งานในพิธีมงคลต่าง ๆ บายศรีโบราณ ใช้ใบตองเป็นหลักออกแบบเป็นรูปร่างรูปทรงต่าง ๆ เพื่อให้เหมาะสมและถูกต้องกับพิธีการที่จะกระทำ นอกจาก การใช้ในพิธีต่าง ๆ แล้วบายศรีของไทยยังมีการประดับประดาตกแต่งไว้อย่างงดงาม จนถือเป็นเอกลักษณ์งานศิลป์ รูปแบบไทยโดยเฉพาะ 5. วิธีการทำบายศรี 1.เอาใบตองที่มีลักษณะแก่หรืออ่อนที่สุด เพราะจะทำให้เวลาขัดน้ำมันมะกอกมีสีที่เงางาม 2.ริเอาใบตองแล้วไปเช็ดทำความสะอาด แล้วนำตองไปแช่ในน้ำ 3.เอาใบตองมาฉีกให้เท่าๆกัน เพื่อจะทำเป็นรูปร่างต่างๆของบายศรี 4.หมุนนิ้วแล้วใช้ที่เย็บลวดกระดาษเย็บ และหมุนนิ้วตามขนาดที่ต้องการ 5.ใช้ลวดแนบกับใบตอง พับตามขนาดที่ต้องการ แล้วนำไปแช่น้ำ โดยใช้ยาทันใจผสมกับน้ำมันมะกอก ยาทันใจ 1-2 ซอง น้ำมัน 1 ขวดเล็กเทใส่รวมกัน


หน้า 49 6.ตัดโฟมตามขนาดของพานแล้วก็เอาใบตองที่ทำมาประกอบเข้าด้วยกัน 7.เริ่มประกอบจากกลางขึ้นบน แล้วนำพานอีกอันมาวางข้างบนนำโฟมที่ตัดมาใส่พาน จากนั้นเอาใบตอง มาประกอบเข้าด้วยกัน 8.พับใบตองไปในตัวเฉพาะ ไม่ต้องแยกทำ 9.พับใบตองในรูปลักษณะต่างๆก่อนแล้วค่อยมาประกอบเข้าด้วยกัน ลักษณะของบายศรีแต่ละงาน งาน บวช จะเป็นดอกไม้สีขาว ดอกพุด งานแต่ง ดอกรักเป็นหลัก และดอกดาวเรือง งานบวงสรวง ดอกไม้สีขาว และ ดอกดาวเรือง ใช้เวลาการทำ 2 วัน ๖. ความรู้ที่สามารถเรียนได้แห่งนี้ (เรียงตามลำดับความสำคัญและความโดดเด่น ๓ ลำดับ) 1)…การทำบายศรี…..2)...บายศรีชนิดต่างๆ …3)….วิธีการทำบายศรี…. ผู้บันทึกนางสาวจิระภาพร ผ่องลุนหิต ณ วันที่......27...เดือน...มิถุนายน....พ.ศ.....2566... หมายเหตุ 1. ไม่กำหนดจำนวนหน้า 2. สามารถใส่ภาพประกอบประกอบได้ทุกขั้นตอนหรือตามสมควร


หน้า 50 แหล่งเรียนรู้ชุมชนตำบลดงเมือง 1. ชื่อแหล่งเรียนรู้...วัดบ้านดงเมืองน้อย... 2.สถานที่ตั้ง เลขที่ – หมู่ที่ ๑ ชื่อหมู่บ้าน ดงเมืองน้อย ตำบลดงเมือง อำเภอยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม โทรศัพท์088-3176195 โทรสาร…………-………………………..เว็บไซต์……-…………………………….. 3. เจ้าของ/ผู้ครอบครอง/ผู้จัดการแหล่งเรียนรู้ ¨ ส่วนราชการ ¨ วัด ¨ ¨ องค์กรชุมชน ¨ อื่นๆ โปรดระบุ........................................................ 4. ชื่อบุคคลของแหล่งเรียนรู้สำหรับติดต่อ อายุ............-.........................ปี อาชีพ.............-.............................. สถานที่ติดต่อ วัดดงเมืองน้อย 5.ประเภทของแหล่งเรียนรู้ศาสนสถาน


หน้า 51 6.องค์ความรู้ในแหล่งเรียนรู้(มีอะไรบ้าง) ผู้ที่เข้าวัดในปัจจุบันจึงเปลี่ยนจากเด็กซึ่งอยู่ในวัยเรียนมาเป็นผู้ใหญ่วัยกลางคนที่ผ่านร้อนผ่านหนา และเข้าวัด เมื่อมีความทุกข์ใจ หรือไม่ก็เข้าวัดในวันเทศกาลสำคัญ เช่น ปีใหม่ สงกรานต์ เป็นต้น ทั้งหมดคือวัดที่ผู้คนใน สังคมไทยยังคงอาศัยในปัจจุบัน สาระเด่น วัดเป็นแหล่งเรียนรู้เชิงวัฒนธรรม และประเพณีสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วัดที่มี โบราณวัตถุและโบราณสถานอันงดงาม และมีคุณค่าทางศิลปะ ๗. วิธีการนำมาใช้ หรือวิธีการผลิต วัดยังคงมีความสำคัญทั้งต่อคนไทยในฐานะเป็นที่พึ่งทางใจ และต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติในฐานะเป็นแหล่ง ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม


หน้า 52 ๘. ความรู้ที่สามารถเรียนได้แห่งนี้ (เรียงตามลำดับความสำคัญและความโดดเด่น ๓ ลำดับ) 1)การฝึกจิตใจให้สงบ 2) เรียนรู้ภาษาบาลี 3) สร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจ ผู้บันทึกนางสาวพิชญา ศรีทน ณ วันที่ ๒๒ เดือนมิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๖ แหล่งเรียนรู้ชุมชนตำบลดงเมือง 1. ชื่อแหล่งเรียนรู้ศูนย์เศรษฐกิจพอเพียง 2.สถานที่ตั้ง เลขที่ ๕๖ หมู่ที่ ๔ ชื่อหมู่บ้าน บ้านหนองเหล็ก ตำบลดงเมือง อำเภอยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม โทรศัพท์0๙8-๑๒๗๐๖๓๔ โทรสาร…………-………………………..เว็บไซต์……-…………………………….. 3. เจ้าของ/ผู้ครอบครอง/ผู้จัดการแหล่งเรียนรู้ ¨ องค์กรชุมชน ¨ อื่นๆ โปรดระบุ........................................................


หน้า 53 4. ชื่อบุคคลของแหล่งเรียนรู้สำหรับติดต่อ นางหนูกี เม็งไธสง อายุ๔๖ ปี อาชีพ เกษตรกรรม สถานที่ติดต่อ เลขที่ ๕๖ หมู่ที่ ๔ ชื่อหมู่บ้าน บ้านหนองเหล็ก 5.ประเภทของแหล่งเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น 6.องค์ความรู้ในแหล่งเรียนรู้(มีอะไรบ้าง) ความพอเพียงในการดำรงชีวิต ซึ่งเป็นเงื่อนไขพื้นฐานที่ทำให้คนสามารถพึ่งตนเอง และดำเนินชีวิตไปได้ อย่างมีศักดิ์ศรีภายใต้อำนาจและความมีอิสระในการกำหนด ชะตาชีวิตของตนเอง สาระเด่น เป็นแนวทางการพัฒนาที่ตั้งบนพื้นฐานของทางสายกลาง และความไม่ประมาท คำนึงถึงความ พอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันในตัวเอง ตลอดจนใช้ความรู้และคุณธรรม เป็นพื้นฐานใน การดำรงชีวิต ที่สำคัญจะต้องมี “สติ ปัญญา และความเพียร” ซึ่งจะนำไปสู่ “ความสุข” ในการดำเนิน ชีวิต ๗. วิธีการนำมาใช้ หรือวิธีการผลิต “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานมานานกว่า ๓๐ ปี เป็น แนวคิดที่ตั้งอยู่บนรากฐานของวัฒนธรรมไทย เป็นแนวทางการพัฒนาที่ตั้งบนพื้นฐานของทางสายกลาง และความ ไม่ประมาท คำนึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันในตัวเอง ตลอดจนใช้ความรู้และ คุณธรรม เป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต ที่สำคัญจะต้องมี “สติ ปัญญา และความเพียร” ซึ่งจะนำไปสู่ “ความสุข” ในการดำเนินชีวิตอย่างแท้จริง


หน้า 54 ๘. ความรู้ที่สามารถเรียนได้แห่งนี้ (เรียงตามลำดับความสำคัญและความโดดเด่น ๓ ลำดับ) 1)พระราชดำริว่าด้วยเศรษฐกิจพอเพียง 2) การดำเนินชีวิตตามแนวพระราชดำริพอเพียง 3) ปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง ผู้บันทึกนางสาวพิชญา ศรีทน ณ วันที่ ๒๒ เดือนมิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๖ แหล่งเรียนรู้ชุมชนตำบลดงเมือง 1. ชื่อแหล่งเรียนรู้ศูนย์ปฏิบัติธรรมบ้านดงเมืองน้อย 2. สถานที่ตั้ง เลขที่ - หมู่ที่ ๑ ชื่อหมู่บ้าน บ้านดงเมืองน้อย ตำบลดงเมือง อำเภอยางสีสุราช จังหวัด มหาสารคาม โทรศัพท์088-3176195 โทรสาร…………-………………………..เว็บไซต์……-…………………………….. 3. เจ้าของ/ผู้ครอบครอง/ผู้จัดการแหล่งเรียนรู้ ส่วนราชการ ชุมชน


หน้า 55 4. ชื่อบุคคลของแหล่งเรียนรู้สำหรับติดต่อ อายุ- ปี อาชีพ - สถานที่ติดต่อ ศูนย์ปฏิบัติธรรมดงเมือง 5.ประเภทของแหล่งเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น 6.องค์ความรู้ในแหล่งเรียนรู้(มีอะไรบ้าง) “การปฏิบัติธรรมคือ การเอาธรรมมาปฏิบัติ เอาธรรมมาใช้ในการดำเนินชีวิต การทำงาน ทำหน้าที่ ทำทุกเรื่องทุกอย่างให้ดี ให้ถูกต้อง คือเอาธรรมมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิต ทำให้เป็นชีวิตที่ดี มีความสุขที่แท้จริง สาระเด่น การปฏิบัติธรรมช่วยให้เราเตรียมใจรับมือกับ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา และสิ่งต่างๆ รวมถึงความคิด ของตัวเราเอง


หน้า 56 ๗. วิธีการนำมาใช้ หรือวิธีการผลิต การถือศีลเพื่อฝึกตัวเองไม่ตามใจกิเลส กิเลสจะชอบชวนให้เราผิดศีลแต่เราไม่เอา เราตั้งใจรักษาศีล มีคุณค่า คือสามารถฝึกใจไม่ให้ยอมแพ้กิเลส ทำให้ใจเราเข้มแข็งขึ้น คนจะถือศีลได้ใจต้องเข้มแข็ง การที่เราฝึกสมาธิเป็น การเตรียมความพร้อมให้จิตใจ เพื่อจะเจริญปัญญา ฉะนั้นการทำสมาธิเราก็ทำจิตใจให้มันตั้งมั่นเป็นผู้รู้ผู้ดูขึ้นมา เราจะเห็นทุกสิ่งทุกอย่างในโลก ทุกสิ่งทุกอย่างคือร่างกาย ทุกสิ่งทุกอย่างในความรู้สึกนึกคิดของเรา มันเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไปโดยจิตเป็นแค่คนรู้คนดู ไม่หลงเข้าไปแทรกแซง ๘. ความรู้ที่สามารถเรียนได้แห่งนี้ (เรียงตามลำดับความสำคัญและความโดดเด่น ๓ ลำดับ) 1)การเจริญปัญญาถ้าทิ้งสมาธิ 2) การเรียนกรรมฐาน 3) การภาวนา ผู้บันทึกนางสาวพิชญา ศรีทน ณ วันที่ ๒๒ เดือนมิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๖ แหล่งเรียนรู้ชุมชนตำบลดงเมือง 1. ชื่อแหล่งเรียนรู้ศาลปู่ตา ศาลตายาย 2.สถานที่ตั้ง เลขที่ - หมู่ที่ ๑ ชื่อหมู่บ้าน บ้านดงเมืองน้อย ตำบลดงเมือง อำเภอยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม โทรศัพท์088-3176195 โทรสาร…………-………………………..เว็บไซต์……-…………………………….. 3. เจ้าของ/ผู้ครอบครอง/ผู้จัดการแหล่งเรียนรู้ ส่วนราชการ ชุมชน


หน้า 57 4. ชื่อบุคคลของแหล่งเรียนรู้สำหรับติดต่อ อายุ- ปี อาชีพ - สถานที่ติดต่อ ศาลปู่ตา ศาลตายาย 5.ประเภทของแหล่งเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น 6.องค์ความรู้ในแหล่งเรียนรู้(มีอะไรบ้าง) “ศาลปู่ตา ศาลตายาย” เป็นผีบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว แต่มีความเชื่อว่าดวงวิญญาณยังห่วงลูกหลาน จึงคอยดูแลลูกหลานในหมู่บ้านและชุมชนให้อยู่เย็นเป็นสุข และคอยปกปักรักษาดูแลทั้งผู้คน สัตว์ และพืช พรรณธัญญาหารในหมู่บ้าน เพื่อให้ชุมชนได้อยู่รอดแคล้วคลาดปลอดภัยภยันตราย และประสพแต่ ความสุข ความอุดมสมบูรณ์ สาระเด่น เพื่อให้ปู่ตาคุ้มครองบ้าน ให้มีความอุดมสมบูรณ์มีฝนตก ไม่ให้เกิดโรคภัย และทำไร่ทำนาให้ได้ผลดีทุกปี ตลอดไป


หน้า 58 ๗. วิธีการนำมาใช้ หรือวิธีการผลิต ดอนปู่ตานั้นจะเป็นบริเวณป่าสงวนหรือชายป่าที่ชาวบ้านเคารพเกรงกลัว ซึ่งใครจะไปทำลายต้นไม้หรือล่า สัตว์ในเขตบริเวณดอนปู่ตาไม่ได้ อาจทำให้ปู่ตาโกรธ และถือว่าล่วงเกิน ปู่ตาจะบันดาลให้ผู้ที่ล่วงเกินนั้นมีอัน เป็นไป อาทิ เจ็บไข้ได้ป่วย หรือพืชผลทางการเกษตรเสียหาย ดังนั้น การที่ชาวบ้านเคารพปู่ตา จึงเป็นการอนุรักษ์ ทรัพยากรป่าไม้หรือสัตว์ป่าในเขตดอนปู่ตาได้เป็นอย่างดี ๘. ความรู้ที่สามารถเรียนได้แห่งนี้ (เรียงตามลำดับความสำคัญและความโดดเด่น ๓ ลำดับ) 1)อนุรักษ์วัฒนธรรม 2) การสืบสานประเพณี 3) เป็นที่พึ่งทางจิตใจ ผู้บันทึกนางสาวพิชญา ศรีทน ณ วันที่ ๒๒ เดือนมิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๖


หน้า 59 แหล่งเรียนรู้ชุมชนตำบลดงเมือง 1. ชื่อแหล่งเรียนรู้...วัดบ้านโนนจาน... 2.สถานที่ตั้ง เลขที่ – หมู่ที่ ๕ ชื่อหมู่บ้าน โนนจาน ตำบลดงเมือง อำเภอยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม โทรศัพท์- โทรสาร…………-………………………..เว็บไซต์……-…………………………….. 3. เจ้าของ/ผู้ครอบครอง/ผู้จัดการแหล่งเรียนรู้ ¨ ส่วนราชการ ¨ วัด ¨ ¨ องค์กรชุมชน ¨ อื่นๆ โปรดระบุ........................................................ 4. ชื่อบุคคลของแหล่งเรียนรู้สำหรับติดต่อ อายุ............-.........................ปี อาชีพ.............-.............................. สถานที่ติดต่อ วัดบ้านโนนจาน


หน้า 60 5.ประเภทของแหล่งเรียนรู้ ศาสนสถาน 6.องค์ความรู้ในแหล่งเรียนรู้(มีอะไรบ้าง) ผู้ที่เข้าวัดในปัจจุบันจึงเปลี่ยนจากเด็กซึ่งอยู่ในวัยเรียนมาเป็นผู้ใหญ่วัยกลางคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาว และเข้า วัดเมื่อมีความทุกข์ใจ หรือไม่ก็เข้าวัดในวันเทศกาลสำคัญ เช่น ปีใหม่ สงกรานต์ เป็นต้น ทั้งหมดคือวัดที่ผู้คนใน สังคมไทยยังคงอาศัยในปัจจุบัน สาระเด่น วัดเป็นแหล่งเรียนรู้เชิงวัฒนธรรม และประเพณีสำหรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วัดที่มี โบราณวัตถุและโบราณสถานอันงดงาม และมีคุณค่าทางศิลปะ ๗. วิธีการนำมาใช้ หรือวิธีการผลิต วัดยังคงมีความสำคัญทั้งต่อคนไทยในฐานะเป็นที่พึ่งทางใจ และต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติในฐานะเป็นแหล่ง ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ๘. ความรู้ที่สามารถเรียนได้แห่งนี้ (เรียงตามลำดับความสำคัญและความโดดเด่น ๓ ลำดับ) 1)การฝึกจิตใจให้สงบ 2) เรียนรู้ภาษาบาลี 3) สร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจ ผู้บันทึกนางสาวพิชญา ศรีทน ณ วันที่ ๒๒ เดือนมิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๖


หน้า 61 ภูมิปัญญาท้องถิ่นตำบลดงเมือง ๑. ชื่อภูมิปัญญาท้องถิ่น เปลไม้ไผ่ ๒. เลขที่……67…..หมู่ที่……2…..ชื่อหมู่บ้าน………ดงเมืองใหม่……ตำบล…ดงเมือง อำเภอ…ยางสีสุราช. จังหวัด…มหาสารคาม……………… โทรศัพท์……0935251098………..โทรสาร………-………………..เว็บไซต์…………-…………….. ๓. ประเภทของภูมิปัญญาท้องถิ่น คงไว้เฉพาะที่ตรงกับความเป็นจริง ( ) ด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรม เช่น การจักสาน ทอ การช่าง การทอผ้า การแกะสลัก ๔. องค์ความรู้ ไผ่ เป็นไม้อเนกประสงค์ที่มีประโยชน์ต่อคนเรามากมาย ทั้งในด้านของการใช้สอยและการบริโภค เช่น ใช้จักสานเครื่องมือทางการเกษตร เครื่องมือทำมาหากิน เครื่องใช้ในครัวเรือน การก่อสร้างบ้านเรือน รั้ว โรงเรือน ปลูกบังลม ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน หน่อใช้ในการบริโภค ใบใช้ทำปุ๋ยและการใช้ไม้ ไผ่อีกมากมายสารพัดประโยชน์ตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ จากโบราณจวบจนปัจจุบันและในอนาคต ภาพภูมิปัญญาท้องถิ่น


หน้า 62 สาระเด่น แขวนให้เด็กนอนดูเล่นเพลิน ๆ แล้วหลับไป 5. วิธีการนำมาใช้ หรือวิธีการผลิต 1. เตรียมแม่เปล นำไม้ไผ่สีสุกมาตัดตามความยาว 3 เมตรต้องตัดไว้ข้อหัวปลาย แล้วเลื่อยข้อที่ 2 ใต้ข้อทั้งหัวปลาย ประมาณครึ่งหนึ่งแล้วผ่าออก ส่วนที่เหลือครึ่งหนึ่งจะแบ่งให้ได้ 9 ซี่ หลังจากนั้นเหลาด้านในทั้ง 9 ซี่ เมื่อ เหลาเสร็จ ใช้เชือกไนล่อนพันตรงข้อที่ 2 ทั้งหัว-ปลาย (เรียกว่า แม่เปล) 2. เตรียมตอกสาน ส่วนที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งก็จะเหลาเป็นตอก ตอกที่สานจะมีหลายขนาด ยาวที่สุดอยู่ที่ 95, 80, 70, 50 เซนติเมตร ตามลำดับ เปล 1 ตัว จะใช้ตอกประมาณ 200 เส้น 3. ขึ้นลูกสาน ๖. ความรู้ที่สามารถเรียนได้แห่งนี้ (เรียงตามลำดับความสำคัญและความโดดเด่น ๓ ลำดับ) 1)เกิดความเข้าใจและทักษะรวมทั้งความคิดสร้างสรรค์ในการประดิษฐ์การสานเปลจากไม้ไผ่ 2) มีส่วนร่วมในการช่วยอนุรักษ์ส่งเสริมสนับสนุนและสืบทอดศิลปวัฒนธรรมของชาติ 3) งานสานเปลเพื่อประกอบอาชีพ ผู้บันทึก.......นางสาวพิชญา ศรีทน........ณ วันที่.....23......เดือน......มิถุนายน .....พ.ศ...2566.......


หน้า 63 ภูมิปัญญาท้องถิ่นตำบลดงเมือง ๑. ชื่อภูมิปัญญาท้องถิ่น การทำไซดักปลา ๒. เลขที่……46…..หมู่ที่……3…..ชื่อหมู่บ้าน………ป่าขาม……ตำบล…ดงเมือง อำเภอ…ยางสีสุราช. จังหวัด…มหาสารคาม……………… โทรศัพท์……0895830259………..โทรสาร………-………………..เว็บไซต์…………-…………….. ๓. ประเภทของภูมิปัญญาท้องถิ่น คงไว้เฉพาะที่ตรงกับความเป็นจริง ( ) ด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรม เช่น การจักสาน ทอ การช่าง การทอผ้า การแกะสลัก ๔. องค์ความรู้ ไซ เป็นเครื่องมือดักสัตว์น้ำ โดยมากดักปลาในกลุ่มปลาเล็กปลาน้อย ใช้งานในแหล่งน้ำไม่ลึก มักเป็น แหล่งน้ำไหลและเป็นการเปิดช่องระบายน้ำเข้าออกตามบิ้งนาคันนา ไซมีหลายรูปทรง ตั้งชื่อตามรูปทรงนั้น เช่น ไซปากแตร สานเป็นรูปกรวยปากไซบานออกเป็นรูปปากแตร ไซท่อ สานคล้ายท่อดักปลา หรืออาจตั้งชื่อ ตามวัตถุประสงค์ เช่น ไซสองหน้า มีช่อง 2 ด้าน ไซลอย ใช้วางลอยในช่วงน้ำตื้น ๆ แหวกกอข้าวหรือกอหญ้า วางแช่น้ำไว้ ไซปลากระดี่ ใช้ดักปลากระดี่ ไซกบ สานเป็นลายขัดตาสี่เหลี่ยมรูปทรงกระบอก ใช้ดักกบ ไซโป้ง สานก้นโป่งเล็กน้อย แม้ว่าจะมีรูปลักษณ์ที่ต่างกัน แต่มีลักษณะร่วมกันคือ สานเป็นทรงกระบอกและทำปาก ทางเข้าเป็นงาแซง (ซี่ไม้เสี้ยมปลายแปลม รูปทรงคล้ายกรวยที่บีบแบน ๆ ทำให้ปลาเข้าได้ แต่ว่ายสวนความ คมของปลายไม้ออกมาไม่ได้


หน้า 64 สาระเด่น ไซดักปลา มีคุณค่าต่อวิถีชีวิตของคนในอดีตทุกบ้านจะทำไซไว้ใช้เองโดยจะนำไซไปดักไว้ตามคลองที่น้ำ ไหลผ่าน ซึ่งสถานที่ดักก็จะมีอยู่ทั่วไปตามไร่ตามนา ในฤดูฝนมีน้ำหลาก ชาวบ้านออกไปทำไร่ ทำนา ก็จะนำไซ ไปดักทิ้งไว้ด้วย ก็จะได้ปู ปลาต่าง ๆ มากมาย บางครั้งอาจยกไซไม่ได้เนื่องจากหนักเพราะดักปลาได้เกือบเต็ม ไซ ปลาที่ได้ก็จะนำไปประกอบอาหารสำหรับทุกคนในครอบครัว แบ่งปันให้เพื่อนบ้านบ้าง โดยไม่ต้องซื้อขายกัน ที่เหลือก็จะนำมาถนอมอาหารเช่น ทำปลาร้า ปลาเค็ม ปลาย่าง เก็บไว้กินยามฤดูแล้ง ความอุดมสมบูรณ์ของ ทรัพยากร ที่สามารถหาปลากินได้อย่างเหลือเฟือ เป็นที่มาของความเชื่อในเรื่องโชคราง ชาวบ้านตำบลเพชรชมภู มีความเชื่อว่าไซ เป็นเครื่องรางที่จะช่วยดักเงินทอง โชคลาภได้ จึงมักจะนำไซไปแขวนไว้ตามหน้าร้านค้า ประตู บ้าน หรือใช้ผูกเสาเอกในพิธีลงเสาเอกบ้านเรือน เพื่อความเป็นสิริมงคล 5. วิธีการนำมาใช้ หรือวิธีการผลิต วัสดุที่ใช้คือต้นไผ่ ปัจจุบันนี้หาง่ายมาก มีปลูกกันเต็มไปหมดทุกหัวระแหงต้นไผ่ที่นำมาทำไซ ต้องไม่แก่ หรืออ่อนจนเกินไป ขนาดกลางๆ อายุประมาณ 2-3 ปี เพราะถ้าแก่เกินไป มันก็จะหักง่าย ส่วนไผ่ที่เอามาทำส่วน ใหญ่จะเป็นไผ่สีสุก เพราะทนทานและมีความยืดหยุ่นสูง โดยไผ่ 1 ลำจะสามารถทำไซได้ 1ลูก ซึ่งแต่ละลูกจะใช้ เวลาทำประมาณ 3-5 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของไซด้วย” วิธีการสานไซ ผู้ทำมักเหลาเส้นตอกให้เล็กเป็นเส้นกลมยาวอย่างน้อย 2 ปล้องไผ่ เมื่อได้เส้นตอกตาม จำนวนที่ต้องการแล้วนำมามัดปลายด้านหนึ่งรวมกัน ก่อนจะพับให้กลับไปด้านหลัง แล้วใช้เส้นตอกอีกส่วนหนึ่ง สานขวางสลับกันไปตั้งแต่ด้านบนถึงด้านล่าง การสานนิยมสานเป็น “ลายขวางไพห้า” ระหว่างสานผู้ทำต้องบังคับ ให้รูปทรงป่องแคบตามลักษณะของงาน ส่วนบริเวณตรงกลางหรือกลางค่อนไปทางปลายจะมีการเจาะใส่งาอีกด้าน ละช่อง เพื่อให้เป็นส่วนที่ปลาวิ่งเข้าและนำออก ๖. ความรู้ที่สามารถเรียนได้แห่งนี้ (เรียงตามลำดับความสำคัญและความโดดเด่น ๓ ลำดับ) 1)เกิดความเข้าใจและทักษะรวมทั้งความคิดสร้างสรรค์ในการประดิษฐ์การสานเปลจากไม้ไผ่ 2) มีส่วนร่วมในการช่วยอนุรักษ์ส่งเสริมสนับสนุนและสืบทอดศิลปวัฒนธรรมของชาติ 3) งานสานเปลเพื่อประกอบอาชีพ ผู้บันทึก.......นางสาวพันธิภา นนท์ลือชา....ณ วันที่.....23......เดือน......มิถุนายน .....พ.ศ...2566.......


หน้า 65 ภูมิปัญญาท้องถิ่นตำบลดงเมือง ๑. ชื่อภูมิปัญญาท้องถิ่น ทอผ้าไหมบ้านโพธิ์งาม ๒. เลขที่……68…..หมู่ที่……9…..ชื่อหมู่บ้าน………โพธิ์งาม……ตำบล…ดงเมือง อำเภอ…ยางสีสุราช. จังหวัด…มหาสารคาม……………… โทรศัพท์……043-729194………..โทรสาร………084-8261129….เว็บไซต์…………-…………….. ๓. ประเภทของภูมิปัญญาท้องถิ่น คงไว้เฉพาะที่ตรงกับความเป็นจริง ( ) ด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรม เช่น การจักสาน ทอ การช่าง การทอผ้า การแกะสลัก ๔. องค์ความรู้ การทอผ้านั้นต้องอาศัยฝีมือและความรู้ความชำนาญของผู้ทอเป็นอย่างมาก เป็นงานศิลปะที่มีอยู่เพียงชิ้น เดียวในโลก เพราะแต่ละคนที่ทำแต่ละขั้นตอน จะมีความแตกต่างกัน เส้นไหมที่สาวได้แต่ละช่วงเวลาหรือแต่ละ ระยะของฝักไหมให้ความหนาของเส้นไม่เท่ากัน สีไม่เหมือนกัน นอกจากนั้นแล้วความสามารถในการทอ การสอด กระสวย ความแรงในการตีกระทบหรือการฟัดทำให้ได้สีเข้มอ่อนต่างกัน การเรียงเส้นไหมให้ตรงลายจะแสดงถึง ความคมชัดและความชำนาญของผู้ทอแต่ละคน อากาศ อุณหภูมิ หรือแม้แต่อารมณ์ความรู้สึกของผู้ทอ สิ่งเหล่านี้มี ผลกับความสวยงามของผ้าผืนนั้น ๆ จึงทำให้ผ้าทอมือแต่ละผืนที่ทอ มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองและมีเพียงผืน เดียวในโลกเท่านั้น


หน้า 66 สาระเด่น - ผ้าทอมือใช้ไหมแท้ - สีสวยงาม 5. วิธีการนำมาใช้ หรือวิธีการผลิต หลักการในการทอผ้า คือ การเอาเส้นไหมมากกว่า 2 เส้นขึ้นไปมาขัดสลับกัน ซึ่งมีวิธีการทอเป็นขั้น ๆ ดังนี้ 1.เมื่อเตรียมไหมเส้นพุ่งและไส้หูกเรียบร้อยแล้ว นำเอาเส้นหูกอันใหม่สืบต่อกับไส้หูกที่ค้างอยู่ในเขาหูกและ ร่องฟันฟืมเดิม กางกี่หรือหูกให้เรียบร้อย 2.เอาหลอดไหมเข้าร่องกระสวย ร้อยไหมจากหลอดผ่านรูเล็ก ๆ ข้างกระสวย หากเส้นไหมหมดจากหลอด แรก ต้องเอาหลอดที่ 2,3… ตามลำดับหลอดที่ร้อยไว้ บรรจุเข้ากระสวยและทอตามลำดับ 3.คล้องเชือกจากเขาหูกอันหนึ่งเข้ากับไม้คันเหยียบข้างใดข้างหนึ่งและคล้องเชือกเขาหูกที่เหลืออีกอันเข้ากับ ไม้คันเหยียบอีกอัน เมื่อเหยียบไม้คันเหยียบข้างหนึ่ง ไส้หูกกางออกเป็นช่องเนื่องจากการดึงของเขาหูก พุ่งกระสวย ผ่านช่องว่างนั้น แล้วดึงฟืมกระทบเส้นฝ้ายที่ออกมาจากกระสวยเข้าไปเก็บไว้ เหยียบไม้คันเหยียบอีกอัน พุ่ง กระสวยผ่านช่องว่าง กลับมาทางเดิม ดึงฟืมกระทบเส้นฝ้ายเข้าเก็บ เหยียบไม้คันเหยียบอีกอัน พุ่งกระสวย ดึงฟืม กระทบ เหยียบไม้คันเหยียบ ทำสลับกันไปเรื่อย ๆ จนได้ผืนผ้าเกิดขึ้นยากมากแล้ว จึงพันผืนผ้าไว้ด้วยไม้คำพัน


หน้า 67 ๖. ความรู้ที่สามารถเรียนได้แห่งนี้ (เรียงตามลำดับความสำคัญและความโดดเด่น ๓ ลำดับ) 1)เกิดความเข้าใจและทักษะรวมทั้งความคิดสร้างสรรค์ในการประดิษฐ์ 2) มีส่วนร่วมในการช่วยอนุรักษ์ส่งเสริมสนับสนุนและสืบทอดศิลปวัฒนธรรมของชาติ 3) งานทอผ้าเพื่อประกอบอาชีพ ผู้บันทึก.....นางสาวพันธิภา นนท์ลือชา........ณ วันที่.....23......เดือน......มิถุนายน .....พ.ศ...2566....... ภูมิปัญญาท้องถิ่นตำบลดงเมือง ๑. ชื่อภูมิปัญญาท้องถิ่น……การทอเสือ กก………………


หน้า 68 ๒. เลขที่…27……..หมู่ที่……6…..ชื่อหมู่บ้าน………สว่าง……ตำบล…ดงเมือง อำเภอ…ยางสีสุราช. จังหวัด…มหาสารคาม……………… โทรศัพท์……086-2377554………..โทรสาร………-………………..เว็บไซต์…………-…………….. ๓. ประเภทของภูมิปัญญาท้องถิ่น คงไว้เฉพาะที่ตรงกับความเป็นจริง ( ) ด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรม เช่น การจักสาน ทอ การช่าง การทอผ้า การแกะสลัก ๔. องค์ความรู้ เป็นภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่น ที่นำเอาต้นกกมาแปรสภาพให้เป็นเส้น ย้อมสี แล้วสานทอให้ เป็นแผ่นผืน เพื่อนำมาใช้ปูลาดรองนั่งหรือนอน หรือทำธุรกรรมต่างๆ ตลอดจนทำพิธีกรรมทางศาสนา และความเชื่อ สาระเด่น ผ้าทอมือแต่ละผืนที่ทอ มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองและมีเพียงผืนเดียวในโลกเท่านั้น


หน้า 69 5. วิธีการนำมาใช้ หรือวิธีการผลิต ๑. ตัดต้นกก ที่มีอายุประมาณ ๒ เดือน ๒. นำกกหรือไหลมาตัดยอดออก แล้วมาซอยออกเป็นเส้นน าไปตากแดดประมาณ ๒-๓ วัน ๓. เมื่อแห้งแล้วน ามาเก็บไว้ในร่มที่ไม่มีความชื้น เพื่อนำไปย้อมสีต่อไป ๖. ความรู้ที่สามารถเรียนได้แห่งนี้ (เรียงตามลำดับความสำคัญและความโดดเด่น ๓ ลำดับ) 1)เกิดความเข้าใจและทักษะรวมทั้งความคิดสร้างสรรค์ในการประดิษฐ์ 2) มีส่วนร่วมในการช่วยอนุรักษ์ส่งเสริมสนับสนุนและสืบทอดศิลปวัฒนธรรมของชาติ 3) งานทอเสือ กก เพื่อประกอบอาชีพ สร้างรายได้ ผู้บันทึก.....นางสาวพันธิภา นนท์ลือชา........ณ วันที่.....23......เดือน......มิถุนายน .....พ.ศ...2566.......


หน้า 70 แบบสำรวจภูมิปัญญาท้องถิ่น ๑. ชื่อภูมิปัญญาท้องถิ่น……หมอยาพื้นบ้าน……………… ๒. เลขที่……24…..หมู่ที่……2…..ชื่อหมู่บ้าน………ดงเมืองใหม่……ตำบล…ดงเมือง อำเภอ…ยางสีสุราช. จังหวัด…มหาสารคาม……………… โทรศัพท์……0830812357………..โทรสาร………-………………..เว็บไซต์…………-…………….. ๓. ประเภทของภูมิปัญญาท้องถิ่น คงไว้เฉพาะที่ตรงกับความเป็นจริง ( ) ด้านการแพทย์แผนไทย เช่น หมอสมุนไพร หมอยากลางบ้าน หมอนวดแผนโบราณ หมอยาหม้อ ๔. องค์ความรู้ การแพทย์ยังไม่เจริญก้าวหน้าเท่าปัจจุบันนี้ หากย้อนไปมองในยุคนั้นก็จะพบว่า แต่ละชุมชนมักจะมีผู้ที่มี ความรู้เรื่องวิธีรักษาโรค รู้เรื่องยาดีที่สุด หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “หมอยา“ ประจำอยู่ เมื่อเกิดอาการเจ็บไข้ได้ ป่วยก็จะได้หมอยานี่แหละที่บรรเทาเบาบางอาหารเจ็บไข้ให้ แต่ถึงเดี๋ยวนี้สภาพสังคมเปลี่ยนไปวิถีชีวิตของผู้คนก็ เปลี่ยนไปความเชื่อในการพึ่งหมอยาซึ่งรักษาด้วยวิธีตามแบบพื้นบ้านที่ได้รับมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษเริ่มจาง หายไป แต่กลับหันไปใช้วิธีที่รักษาได้รวดเร็วกว่านั้น คือ การพึ่งยาชุดยาซอง โดยไม่สนใจว่าผลข้างเคียงที่ตามมา จากยาเหล่านั้นจะเป็นอย่างไร หากความคิดเช่นนี้ หยั่งรากลึกลงไปในจิตสำนึกของทุกคนแล้ว ก็นับว่าน่าเป็นห่วง สำหรับ “หมอยาพื้นบ้าน“ ขึ้นมา เพื่อกระตุ้นให้ชาวบ้านหันมารักษาตนเองด้วยการใช้ยาพืชสมุนไพรแทนการใช้ ยาชุดยาซอง ไปฟังเธอเล่าถึงชมรมนี้กันเลยดีกว่า


หน้า 71 สาระเด่น เพื่อกระตุ้นให้ชาวบ้านหันมารักษาตนเองด้วยการใช้ยาพืชสมุนไพรแทนการใช้ยาชุดยาซอง 5. วิธีการนำมาใช้ หรือวิธีการผลิต 1. ผู้ที่โดนงูกัด จะมอาการชาบริเวณ ที่ถูกกดโดยถูกกัดเป็นมากจะชาทั้งตัว เมื่อคนไข้มาจะให้ดื่มน ้ามนต์ก่อนและท าการไล่พิษโดยนายสงดจะเอามื้อไล่ ไปตามรอยที่ถูกงูกัดพรอมกับ ร่ายคาถา และระหว่างทางไล่พิษจะคอยถามคนไข้ตลอดว่าหายปวดหรือยังง และจะท าจนกว่าจะหายปวด 2. เริ่ม จะมีตุ่มพองๆใสๆ ขึ้นโบราณว่าเกิดจากกระดูก โดยจะเริ่มจากการปวดเมื่อย ก่อนจะรักษา โดยการใช้แป้งเม็ด (แป้งร ่า) ผสมกับน ้ามะนาว ทาบริเวณที่เป็นร่วมกับการใช้น ้ามนต์พ่น ๖. ความรู้ที่สามารถเรียนได้แห่งนี้ (เรียงตามลำดับความสำคัญและความโดดเด่น ๓ ลำดับ) เป็นหมอที่ใช้วิธีการเป่ารักษาโรค โดยส่วนประกอบที่ใช้และพบบ่อย ได้แก่ ปูนกิน หมาก หมอเป่าบางรายใช้เคี้ยว กระเทียมหรือหมาก หรือใบไม้บางชนิด แล้วเป่ าลงไปที่ร่างกายของผู้ป่วย ส่วนมากใช้กับอาการปวดศีรษะ โรคผิวหนัง งูสวัด ถูกหมากัด ผู้บันทึก.....นางสาวพันธิภา นนท์ลือชา........ณ วันที่.....23......เดือน......มิถุนายน .....พ.ศ...2566.......


หน้า 72 แหล่งเรียนรู้ชุมชนตำบลหนองบัวสันตุ 1. ชื่อแหล่งเรียนรู้……วัดป่าศรีสุราษฎร์………………………….. 2.สถานที่ตั้ง เลขที่……-…..หมู่ที่……๖…..ชื่อหมู่บ้าน…หนองขุ่น…ตำบล…หนองบัวสันตุ อำเภอ ยางสีสุราช จังหวัด…มหาสารคาม… โทรศัพท์……087 855 5669………..โทรสาร…………………-………………..เว็บไซต์……………-…………………….. 3. เจ้าของ/ผู้ครอบครอง/ผู้จัดการแหล่งเรียนรู้คงไว้เฉพาะที่ตรงกับความเป็นจริง ¨ วัด ¨ สมุนไพรไทย ¨ 4. ชื่อบุคคลของแหล่งเรียนรู้สำหรับติดต่อ อายุ.............๕๐........................ปี อาชีพ.........พระอาจารย์.................................. ภาพเจ้าของ/ผู้ครอบครอง/ผู้จัดการแหล่งเรียนรู้ ภาพเจ้าของ/ผู้ครอบครอง/ผู้จัดการแหล่งเรียนรู้


หน้า 73 สถานที่ติดต่อ…วัดป่าศรีสุราษฎร์ ตำบลหนองบัวสันตุ อำเภอยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม 5.ประเภทของแหล่งเรียนรู้คงไว้เฉพาะที่ตรงกับความเป็นจริง ศาสนสถาน 6.องค์ความรู้ในแหล่งเรียนรู้(มีอะไรบ้าง) สถาปัตยกรรม หลักธรรม คำสอนของพระพุทธศาสนา...เรือเงิน เรือทอง เกศาพ่อแม่ ผลงานหนังสือธรรม และแหล่งสมุนไพร สาระเด่น ........สถาปัตยกรรม....สถานที่เป็นที่น่าเลื่อมใสศรัทธา 7. วิธีการนำมาใช้ หรือวิธีการผลิต สถาปัตยกรรม....ทางพุทธศาสนา


หน้า 74 8. ความรู้ที่สามารถเรียนได้จากแหล่งเรียนรู้แห่งนี้ (เรียงตามลำดับความสำคัญและความโดดเด่น 3 ลำดับ) 1)…สถาปัตยกรรม……………………..2)…คำสอน……………………3)……สมุนไพรไทย………………………. ผู้บันทึก…นายพงษ์สัณชัย…ปะวันนา…………………ณ วันที่…๒๗………เดือน…มิถุนายน………….พ.ศ…๒๕๖๖……….. หมายเหตุ 1. ไม่กำหนดจำนวนหน้า 2. สามารถใส่ภาพประกอบประกอบได้ทุกขั้นตอนหรือตามสมควร แหล่งเรียนรู้ชุมชนตำบลหนองบัวสันตุ 1. ชื่อแหล่งเรียนรู้……โรงเรียนบ้านหนองบัวสันตุ………………………….. 2.สถานที่ตั้ง เลขที่……-…..หมู่ที่……2…..ชื่อหมู่บ้าน…เจริญสุข…ตำบล…หนองบัวสันตุ.อำเภอ ยางสีสุราช จังหวัด…มหาสารคาม…โทรศัพท์…… 043729980 ………..โทรสาร…………-……….. เว็บไซต์……www.nongbuasantuschool.com……….. 3. เจ้าของ/ผู้ครอบครอง/ผู้จัดการแหล่งเรียนรู้คงไว้เฉพาะที่ตรงกับความเป็นจริง ส่วนราชการ ¨ สถานศึกษาในระบบ สังกัด สพฐ. ¨ ภาพแหล่งเรียนรู้ ภาพแหล่งเรียนรู้


หน้า 75 4. ชื่อบุคคลของแหล่งเรียนรู้สำหรับติดต่อ อายุ..............๕๒.......................ปี อาชีพ.........รับราชการฯ.ตำแหน่ง.ผอ.โรงเรียนบ้านหนองบัวสันตุ..... สถานที่ติดต่อ…โรงเรียนบ้านหนองบัวสันตุ ตำบลหนองบัวสันตุ อำเภอยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม 5.ประเภทของแหล่งเรียนรู้คงไว้เฉพาะที่ตรงกับความเป็นจริง สถานศึกษาในระบบ 6. องค์ความรู้ในแหล่งเรียนรู้(มีอะไรบ้าง) เป็นสถานศึกษาให้ความรู้.แก่นักเรียนในระบบ สาระเด่น สถานศึกษาให้ความรู้.ในระดับ.ประถม.-.ม.3 7. วิธีการนำมาใช้ หรือวิธีการผลิต ให้การศึกษาแก่เด็กนักเรียนตั้งแต่.ประถมศึกษา.จนถึง.ม.3 8.ความรู้ที่สามารถเรียนได้จากแหล่งเรียนรู้แห่งนี้ (เรียงตามลำดับความสำคัญและความโดดเด่น 3 ลำดับ) 1)…ความรู้ตามมาตรฐานการศึกษาในระบบ……..2)…พัฒนานักเรียน……………3)……สร้างคนให้มีความรู้...………. ผู้บันทึก…นายพงษ์สัณชัย…ปะวันนา…………………ณ วันที่…๒๗………เดือน…มิถุนายน………….พ.ศ…๒๕๖๖……… หมายเหตุ 1. ไม่กำหนดจำนวนหน้า 2. สามารถใส่ภาพประกอบประกอบได้ทุกขั้นตอนหรือตามสมควร


หน้า 76 แหล่งเรียนรู้ชุมชนตำบลหนองบัวสันตุ 1. ชื่อแหล่งเรียนรู้……สวนเกษตร 2. สถานที่ตั้ง เลขที่……-…..หมู่ที่……๕…..ชื่อหมู่บ้าน…หนองรู้แข้ใต้…ตำบล…หนองบัวสันตุ.อำเภอ ยางสีสุราช จังหวัด…มหาสารคาม… โทรศัพท์…… 0๙๘๑๓๖๓๒๕๖ ………..โทรสาร…………-………..เว็บไซต์……-……….. 3. เจ้าของ/ผู้ครอบครอง/ผู้จัดการแหล่งเรียนรู้คงไว้เฉพาะที่ตรงกับความเป็นจริง ¨ เกษตรทฤษฎีใหม่ หลักเศรษฐกิจพอเพียง ¨ 4. ชื่อบุคคลของแหล่งเรียนรู้สำหรับติดต่อ อายุ.........๕๕........ปี อาชีพ.........ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๕.....สถานที่ติดต่อ… ตำบลหนองบัวสันตุ อำเภอยาง สีสุราช จังหวัดมหาสารคาม 5.ประเภทของแหล่งเรียนรู้คงไว้เฉพาะที่ตรงกับความเป็นจริง แหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น ภาพแหล่งเรียนรู้ ภาพแหล่งเรียนรู้ ภาพเจ้าของ/ผู้ครอบครอง/ผู้จัดการแหล่งเรียนรู้ ภาพเจ้าของ/ผู้ครอบครอง/ผู้จัดการแหล่งเรียนรู้


หน้า 77 6.องค์ความรู้ในแหล่งเรียนรู้(มีอะไรบ้าง) การเกษตรกร..ปลูกผักปลอดสารพิษ. สาระเด่น ........ปลูกผักปลอดสารพิษ. 7.วิธีการนำมาใช้ หรือวิธีการผลิต ............ปลูกผักปลอดสารพิษ..เพื่อจำหน่าย.และเป็นแหล่งเรียนรู้.............................................. .............. 8.ความรู้ที่สามารถเรียนได้จากแหล่งเรียนรู้แห่งนี้ (เรียงตามลำดับความสำคัญและความโดดเด่น 3 ลำดับ) 1)…ผักปลอดสารพิษ……..2)…การเตรียมแปลงปลูก……………3)……การทำปุ๋ยหมัก...………. ผู้บันทึก…นายพงษ์สัณชัย…ปะวันนา…………………ณ วันที่…๒๗………เดือน…มิถุนายน………….พ.ศ…๒๕๖๖……….. หมายเหตุ 1. ไม่กำหนดจำนวนหน้า 2. สามารถใส่ภาพประกอบประกอบได้ทุกขั้นตอนหรือตามสมควร ใส่ภาพประกอบทุกขั้นตอน หรือตามสมควร


หน้า 78 แหล่งเรียนรู้ชุมชนตำบลหนองบัวสันตุ 1. ชื่อแหล่งเรียนรู้……โรงพยายาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเจริญสุข………………………….. 2.สถานที่ตั้ง เลขที่……-…..หมู่ที่……๒…..ชื่อหมู่บ้าน…เจริญสุข…ตำบล…หนองบัวสันตุ.อำเภอ ยางสีสุราช จังหวัด…มหาสารคาม… โทรศัพท์…… 043 072 453 ………..โทรสาร…………-………..เว็บไซต์……-……….. 3. เจ้าของ/ผู้ครอบครอง/ผู้จัดการแหล่งเรียนรู้คงไว้เฉพาะที่ตรงกับความเป็นจริง ¨ สถานพยาบาล ¨ 4. ชื่อบุคคลของแหล่งเรียนรู้สำหรับติดต่อ อายุ.........๔๓........ปี อาชีพ.........ผอ.รพ.สต. สถานที่ติดต่อ…รพ.สต.บ้านเจริญสุข ตำบลหนองบัวสันตุ อำเภอยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม 5.ประเภทของแหล่งเรียนรู้คงไว้เฉพาะที่ตรงกับความเป็นจริง ภาพแหล่งเรียนรู้ ภาพแหล่งเรียนรู้ ภาพเจ้าของ/ผู้ครอบครอง/ผู้จัดการแหล่งเรียนรู้ ภาพเจ้าของ/ผู้ครอบครอง/ผู้จัดการแหล่งเรียนรู้


หน้า 79 สถานพยาบาลชุมชน 6.องค์ความรู้ในแหล่งเรียนรู้(มีอะไรบ้าง) สถานพยาบาลชุมชน..ทันตกรรม..เบาหวาน..สมุนไพรไทย ตรวจโรคทั่วไป สาระเด่น ทันตกรรม..เบาหวาน..สมุนไพรไทย ตรวจโรคทั่วไป 7. วิธีการนำมาใช้ หรือวิธีการผลิต ให้ความรู้การป้องกันโรค..รักษาโรคทั่วไป 8.ความรู้ที่สามารถเรียนได้จากแหล่งเรียนรู้แห่งนี้ (เรียงตามลำดับความสำคัญและความโดดเด่น 3 ลำดับ) 1)…ทันตกรรม……..2)…โรคเบาหวาน……………3)……โรคทั่วไป...………. ผู้บันทึก…นายพงษ์สัณชัย…ปะวันนา…………………ณ วันที่…๒๗………เดือน…มิถุนายน………….พ.ศ…๒๕๖๖……….. หมายเหตุ 1. ไม่กำหนดจำนวนหน้า 2. สามารถใส่ภาพประกอบประกอบได้ทุกขั้นตอนหรือตามสมควร ใส่ภาพประกอบตามสมควร


หน้า 80 แหล่งเรียนรู้ชุมชนหนองบัวสันตุ 1. ชื่อแหล่งเรียนรู้ผักสวนครัวปลอดสารพิษ 2.สถานที่ตั้ง เลขที่……-…..หมู่ที่……๕…..ชื่อหมู่บ้าน…หนองรู้แข้ใต้…ตำบล…หนองบัวสันตุ.อำเภอ ยางสีสุราช จังหวัด…มหาสารคาม… โทรศัพท์…… 081-873-3639………..โทรสาร…………-………..เว็บไซต์……-……….. 3. เจ้าของ/ผู้ครอบครอง/ผู้จัดการแหล่งเรียนรู้คงไว้เฉพาะที่ตรงกับความเป็นจริง ¨ หลักเศรษฐกิจพอเพียง ¨ 4. ชื่อบุคคลของแหล่งเรียนรู้สำหรับติดต่อ ภาพแหล่งเรียนรู้ ภาพแหล่งเรียนรู้ ภาพเจ้าของ/ผู้ครอบครอง/ผู้จัดการแหล่งเรียนรู้ ภาพเจ้าของ/ผู้ครอบครอง/ผู้จัดการแหล่งเรียนรู้


หน้า 81 อายุ.........๕๖........ปี อาชีพ.........เกษตรกร.....สถานที่ติดต่อ… ตำบลหนองบัวสันตุ อำเภอยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม 5.ประเภทของแหล่งเรียนรู้คงไว้เฉพาะที่ตรงกับความเป็นจริง แหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น 6.องค์ความรู้ในแหล่งเรียนรู้(มีอะไรบ้าง) การเกษตรกร..ปลูกผักปลอดสารพิษ สาระเด่น ปลูกผักปลอดสารพิษ 7.วิธีการนำมาใช้ หรือวิธีการผลิต ............ปลูกผักปลอดสารพิษ..เพื่อจำหน่าย.และเป็นแหล่งเรียนรู้.............................................. .............. 8.ความรู้ที่สามารถเรียนได้จากแหล่งเรียนรู้แห่งนี้ (เรียงตามลำดับความสำคัญและความโดดเด่น 3 ลำดับ) 1)…ผักปลอดสารพิษ……..2)…การเตรียมแปลงปลูก……………3)……การทำปุ๋ยหมัก...………. ผู้บันทึก…นายพงษ์สัณชัย…ปะวันนา…………………ณ วันที่…๒๗………เดือน…มิถุนายน………….พ.ศ…๒๕๖๖……….. หมายเหตุ 1. ไม่กำหนดจำนวนหน้า 2. สามารถใส่ภาพประกอบประกอบได้ทุกขั้นตอนหรือตามสมควร


หน้า 82 ภูมิปัญญาท้องถิ่นตำบลหนองบัวสันตุ ๑. ชื่อภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้านสมุนไพรไทย ๒. เลขที่………..หมู่ที่……๖…..ชื่อหมู่บ้าน…หนองขุ่น……ตำบล…หนองบัวสันตุ…….อำเภอ..ยางสีสุราช……….. จังหวัด……มหาสารคาม……………………… โทรศัพท์………087 855 5669……………..โทรสาร……-………..เว็บไซต์…………-……………………….. ๓. ประเภทของภูมิปัญญาท้องถิ่น คงไว้เฉพาะที่ตรงกับความเป็นจริง ( ) ด้านเกษตรกรรม เช่น การเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ การทำไร่นาสวนผสม การปรับใช้ เทคโนโลยี ( ) ด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรม เช่น การจักสาน ทอ การช่าง การทอผ้า การแกะสลัก ( ) ด้านการแพทย์แผนไทย เช่น หมอสมุนไพร หมอยากลางบ้าน หมอนวดแผนโบราณ หมอยาหม้อ ( ) ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น การบวชป่า การสืบชะตาแม่น้ำ ( ) ด้านกองทุนและธุรกิจชุมชน เช่น ผู้นำในการจัดการกองทุนของชุมชน ผู้นำในการจัดตั้งกองทุน สวัสดิการรักษาพยาบาล ผู้นำในการจัดระบบสวัสดิการ บริการชุมชน เป็นต้น ( ) ด้านศิลปกรรม เช่น วาดภาพ(กิจกรรม) การปั้น(ประติมากรรม) นาฎศิลป์ ดนตรี การแสดง การละเล่น พื้นบ้าน นันทนาการ เป็นต้น ( ) ด้านภาษาและวรรณกรรม เช่น ความสามารถในการอนุรักษ์ และสร้างผลงานด้านภาษา วรรณกรรม ท้องถิ่น การจัดทำสารานุกรมภาษา หนังสือโบราณ การฟื้นฟู การเรียนการสอนภาษาถิ่นของท้องถิ่นต่างๆ ( )ด้านปรัชญา ศาสนา และประเพณี ( / )ด้านโภชนาการ เช่น ความสามารถในการเลือกสรร ประดิษฐ์ และปรุงแต่งอาหารและยา ( )ด้านองค์กรชุมชน ๔. องค์ความรู้ การพืชสมุนไพรมาใช้การรักษาอาการป่วย สาระเด่น ด้านการใช้สมุนไพรไทย 5. วิธีการนำมาใช้ หรือวิธีการผลิต รักษาอาการป่วย ๖. ความรู้ที่สามารถเรียนได้แห่งนี้ (เรียงตามลำดับความสำคัญและความโดดเด่น ๓ ลำดับ)


หน้า 83 1)…นำพืชมาเป็นยาสมุนไพร… ผู้บันทึก…นายพงษ์สัณชัย…ปะวันนา…………………ณ วันที่…๒๗………เดือน…มิถุนายน………….พ.ศ…๒๕๖๖……….. หมายเหตุ 1. ไม่กำหนดจำนวนหน้า 2. สามารถใส่ภาพประกอบประกอบได้ทุกขั้นตอนหรือตามสมควร ภูมิปัญญาท้องถิ่นตำบลหนองบัวสันตุ ๑. ชื่อภูมิปัญญาท้องถิ่น สวนเกษตรปลอดสารพิษ ๒. เลขที่หมู่ที่……๕…..ชื่อหมู่บ้าน…หนองรู้แข้ใต้…ตำบล…หนองบัวสันตุ.อำเภอ ยางสีสุราช จังหวัด…มหาสารคาม… โทรศัพท์……0๙๘๑๓๖๓๒๕๖ ……..โทรสาร…………-…………..เว็บไซต์……………-…………………….. ๓. ประเภทของภูมิปัญญาท้องถิ่น คงไว้เฉพาะที่ตรงกับความเป็นจริง ( / ) ด้านเกษตรกรรม เช่น การเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ การทำไร่นาสวนผสม การปรับใช้ เทคโนโลยี ( ) ด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรม เช่น การจักสาน ทอ การช่าง การทอผ้า การแกะสลัก ( ) ด้านการแพทย์แผนไทย เช่น หมอสมุนไพร หมอยากลางบ้าน หมอนวดแผนโบราณ หมอยาหม้อ ( ) ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น การบวชป่า การสืบชะตาแม่น้ำ ( ) ด้านกองทุนและธุรกิจชุมชน เช่น ผู้นำในการจัดการกองทุนของชุมชน ผู้นำในการจัดตั้งกองทุน สวัสดิการรักษาพยาบาล ผู้นำในการจัดระบบสวัสดิการ บริการชุมชน เป็นต้น ( ) ด้านศิลปกรรม เช่น วาดภาพ(กิจกรรม) การปั้น(ประติมากรรม) นาฎศิลป์ ดนตรี การแสดง การละเล่น พื้นบ้าน นันทนาการ เป็นต้น


หน้า 84 ( ) ด้านภาษาและวรรณกรรม เช่น ความสามารถในการอนุรักษ์ และสร้างผลงานด้านภาษา วรรณกรรม ท้องถิ่น การจัดทำสารานุกรมภาษา หนังสือโบราณ การฟื้นฟู การเรียนการสอนภาษาถิ่นของท้องถิ่นต่างๆ ( )ด้านปรัชญา ศาสนา และประเพณี ( )ด้านโภชนาการ เช่น ความสามารถในการเลือกสรร ประดิษฐ์ และปรุงแต่งอาหารและยา ( )ด้านองค์กรชุมชน ๔. องค์ความรู้ ปราชญ์ชาวบ้านดำรงวิถีชีวิตหลักของเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ.ร.๙ สาระเด่น ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 5. วิธีการนำมาใช้ หรือวิธีการผลิต สามารถนำผักที่เพราะปลูกเอง.มารับประทานภายในครัวเรือน.เหลือจำหน่ายแก่ผู้ที่สนใจตลอดปี.เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย


หน้า 85 ๖. ความรู้ที่สามารถเรียนได้แห่งนี้ (เรียงตามลำดับความสำคัญและความโดดเด่น ๓ ลำดับ) 1)……การเพาะปลูกพืชผักสวนครัวผักตามความต้องการตลาด..2) เทคนิกการเตรียมดิน แปลงปลูก3)การ ใช้ไม่ใช้สารเคมี…………. ผู้บันทึก…นายพงษ์สัณชัย…ปะวันนา…………………ณ วันที่…๒๗………เดือน…มิถุนายน………….พ.ศ…๒๕๖๖……….. หมายเหตุ 1. ไม่กำหนดจำนวนหน้า 2. สามารถใส่ภาพประกอบประกอบได้ทุกขั้นตอนหรือตามสมควร ภูมิปัญญาท้องถิ่นตำบลหนองบัวสันตุ ๑. ชื่อภูมิปัญญาท้องถิ่น ไม้กวาดทางมะพร้าว ๒. เลขที่…๑๑……..หมู่ที่…๙……..ชื่อหมู่บ้าน…หนองพุก……ตำบล…หนองบัวสันตุ.อำเภอ ยางสีสุราช จังหวัด…มหาสารคาม… โทรศัพท์…………-………………………..โทรสาร………………-…………………..เว็บไซต์………………-………………….. ๓. ประเภทของภูมิปัญญาท้องถิ่น คงไว้เฉพาะที่ตรงกับความเป็นจริง ( ) ด้านเกษตรกรรม เช่น การเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ การทำไร่นาสวนผสม การปรับใช้ เทคโนโลยี ( / ) ด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรม เช่น การจักสาน ทอ การช่าง การทอผ้า การแกะสลัก ( ) ด้านการแพทย์แผนไทย เช่น หมอสมุนไพร หมอยากลางบ้าน หมอนวดแผนโบราณ หมอยาหม้อ ( ) ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น การบวชป่า การสืบชะตาแม่น้ำ ( ) ด้านกองทุนและธุรกิจชุมชน เช่น ผู้นำในการจัดการกองทุนของชุมชน ผู้นำในการจัดตั้งกองทุน สวัสดิการรักษาพยาบาล ผู้นำในการจัดระบบสวัสดิการ บริการชุมชน เป็นต้น ภาพภูมิปัญญาท้องถิ่น ภาพภูมิปัญญาท้องถิ่น


หน้า 86 ( ) ด้านศิลปกรรม เช่น วาดภาพ(กิจกรรม) การปั้น(ประติมากรรม) นาฎศิลป์ ดนตรี การแสดง การละเล่น พื้นบ้าน นันทนาการ เป็นต้น ( ) ด้านภาษาและวรรณกรรม เช่น ความสามารถในการอนุรักษ์ และสร้างผลงานด้านภาษา วรรณกรรม ท้องถิ่น การจัดทำสารานุกรมภาษา หนังสือโบราณ การฟื้นฟู การเรียนการสอนภาษาถิ่นของท้องถิ่นต่างๆ ( )ด้านปรัชญา ศาสนา และประเพณี ( )ด้านโภชนาการ เช่น ความสามารถในการเลือกสรร ประดิษฐ์ และปรุงแต่งอาหารและยา ( )ด้านองค์กรชุมชน ๔. องค์ความรู้ ทำไม้กวาดทางมะพร้าว สาระเด่น ทำไม้กวาดทางมะพร้าว..โดยใช้ขวดพลาสติกเป็นตัวล็อคก้านมะพร้าว........................ 5. วิธีการนำมาใช้ หรือวิธีการผลิต ทำไม้กวาดทางมะพร้าว.โดยใช้ขวดพลาสติกทิ้งเป็นขยะมาประยุกต์แทนการนำเชือกมาเย็บ


หน้า 87 ๖. ความรู้ที่สามารถเรียนได้แห่งนี้ (เรียงตามลำดับความสำคัญและความโดดเด่น ๓ ลำดับ) 1)…ไม้กวาดทางมะพร้าว…..2)……วัสดุเหลือใช้…3)……ขวดพลาสติกแทนการใช้เชือก………. ผู้บันทึก…นายพงษ์สัณชัย…ปะวันนา…ณ วันที่…๒๗………เดือน…มิถุนายน………….พ.ศ…๒๕๖๖……….. หมายเหตุ 1. ไม่กำหนดจำนวนหน้า 2. สามารถใส่ภาพประกอบประกอบได้ทุกขั้นตอนหรือตามสมควร แบบสำรวจภูมิปัญญาท้องถิ่น ๑. ชื่อภูมิปัญญาท้องถิ่นการเลี้ยงหม่อนทอผ้าไหม ๒. เลขที่………..หมู่ที่……๗…..ชื่อหมู่บ้าน…หนองแวงเหนือ……ตำบล…หนองบัวสันตุ.อำเภอ ยางสีสุราช จังหวัด…มหาสารคาม… โทรศัพท์…… 06-5485-4790……..โทรสาร……-……………..เว็บไซต์…………-……………….. ๓. ประเภทของภูมิปัญญาท้องถิ่น คงไว้เฉพาะที่ตรงกับความเป็นจริง ( ) ด้านเกษตรกรรม เช่น การเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ การทำไร่นาสวนผสม การปรับใช้ เทคโนโลยี ( / ) ด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรม เช่น การจักสาน ทอ การช่าง การทอผ้า การแกะสลัก ( ) ด้านการแพทย์แผนไทย เช่น หมอสมุนไพร หมอยากลางบ้าน หมอนวดแผนโบราณ หมอยาหม้อ ( ) ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น การบวชป่า การสืบชะตาแม่น้ำ ( ) ด้านกองทุนและธุรกิจชุมชน เช่น ผู้นำในการจัดการกองทุนของชุมชน ผู้นำในการจัดตั้งกองทุน สวัสดิการรักษาพยาบาล ผู้นำในการจัดระบบสวัสดิการ บริการชุมชน เป็นต้น ( ) ด้านศิลปกรรม เช่น วาดภาพ(กิจกรรม) การปั้น(ประติมากรรม) นาฎศิลป์ ดนตรี การแสดง การละเล่น พื้นบ้าน นันทนาการ เป็นต้น ภาพภูมิปัญญาท้องถิ่น ภาพภูมิปัญญาท้องถิ่น


หน้า 88 ( ) ด้านภาษาและวรรณกรรม เช่น ความสามารถในการอนุรักษ์ และสร้างผลงานด้านภาษา วรรณกรรม ท้องถิ่น การจัดทำสารานุกรมภาษา หนังสือโบราณ การฟื้นฟู การเรียนการสอนภาษาถิ่นของท้องถิ่นต่างๆ ( )ด้านปรัชญา ศาสนา และประเพณี ( )ด้านโภชนาการ เช่น ความสามารถในการเลือกสรร ประดิษฐ์ และปรุงแต่งอาหารและยา ( )ด้านองค์กรชุมชน ๔. องค์ความรู้ ...............การเลี้ยงตัวไหม.ทอผ้าไหม.......................................... สาระเด่น ..................เลี้ยงตัวไหม.และทอผ้าไหม..ด้วยตนเอง............................................................... 5. วิธีการนำมาใช้ หรือวิธีการผลิต ...........เก็บไข่ตัวไหมฟักเป็นตัว .เลี้ยงตัวไหม..จนเริ่มกระบวนการทอผ้าไหม......................................... ๖. ความรู้ที่สามารถเรียนได้แห่งนี้ (เรียงตามลำดับความสำคัญและความโดดเด่น ๓ ลำดับ) 1)…การดูแลไข่ไหม..2)…เลี้ยงตัวไหม…3)…ทอผ้าไหม……. ผู้บันทึก…นายพงษ์สัณชัย…ปะวันนา…ณ วันที่…๒๗………เดือน…มิถุนายน………….พ.ศ…๒๕๖๖……….. หมายเหตุ 1. ไม่กำหนดจำนวนหน้า 2. สามารถใส่ภาพประกอบประกอบได้ทุกขั้นตอนหรือตามสมควร ใส่ภาพประกอบตามสมควร ใส่ภาพประกอบตามสมควร ใส่ภาพประกอบทุกขั้นตอน หรือตามสมควร


หน้า 89 แบบสำรวจภูมิปัญญาท้องถิ่น ๑. ชื่อภูมิปัญญาท้องถิ่น…………เพราะเห็ดนางฟ้า…………………..………………………………….. ๒. เลขที่………..หมู่ที่…๕…..ชื่อหมู่บ้าน…หนองรูแข้ใต้………ตำบล…หนองบัวสันตุ.อำเภอ ยางสีสุราช จังหวัด…มหาสารคาม… โทรศัพท์……… 098-121-3502………..โทรสาร………-………..เว็บไซต์………………-………………….. ๓. ประเภทของภูมิปัญญาท้องถิ่น คงไว้เฉพาะที่ตรงกับความเป็นจริง ( / ) ด้านเกษตรกรรม เช่น การเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ การทำไร่นาสวนผสม การปรับใช้ เทคโนโลยี ( ) ด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรม เช่น การจักสาน ทอ การช่าง การทอผ้า การแกะสลัก ( ) ด้านการแพทย์แผนไทย เช่น หมอสมุนไพร หมอยากลางบ้าน หมอนวดแผนโบราณ หมอยาหม้อ ( ) ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น การบวชป่า การสืบชะตาแม่น้ำ ( ) ด้านกองทุนและธุรกิจชุมชน เช่น ผู้นำในการจัดการกองทุนของชุมชน ผู้นำในการจัดตั้งกองทุน สวัสดิการรักษาพยาบาล ผู้นำในการจัดระบบสวัสดิการ บริการชุมชน เป็นต้น ( ) ด้านศิลปกรรม เช่น วาดภาพ(กิจกรรม) การปั้น(ประติมากรรม) นาฎศิลป์ ดนตรี การแสดง การละเล่น พื้นบ้าน นันทนาการ เป็นต้น ( ) ด้านภาษาและวรรณกรรม เช่น ความสามารถในการอนุรักษ์ และสร้างผลงานด้านภาษา วรรณกรรม ท้องถิ่น การจัดทำสารานุกรมภาษา หนังสือโบราณ การฟื้นฟู การเรียนการสอนภาษาถิ่นของท้องถิ่นต่างๆ ( )ด้านปรัชญา ศาสนา และประเพณี ( )ด้านโภชนาการ เช่น ความสามารถในการเลือกสรร ประดิษฐ์ และปรุงแต่งอาหารและยา ภาพภูมิปัญญาท้องถิ่น ภาพภูมิปัญญาท้องถิ่น


หน้า 90 ( )ด้านองค์กรชุมชน ๔. องค์ความรู้ ............การเพาะปลูกเห็ดนางฟ้า.ในโรงเรือน............................................................................................... สาระเด่น .............เพาะปลูกเห็ดนางฟ้า................................................. 5. วิธีการนำมาใช้ หรือวิธีการผลิต ..................การเตรียมโรงเรือน...รักษาอุณหภูมิ...การตัดใย และการเก็บเกี่ยวผลผลิต....................................... ๖. ความรู้ที่สามารถเรียนได้แห่งนี้ (เรียงตามลำดับความสำคัญและความโดดเด่น ๓ ลำดับ) 1)……โรงเรือนเห็ด………..2)……เพาะปลูกเห็ด…3)……รักษาอุณหภูมิ……. ผู้บันทึก…นายพงษ์สัณชัย…ปะวันนา…ณ วันที่…๒๗………เดือน…มิถุนายน………….พ.ศ…๒๕๖๖……….. หมายเหตุ 1. ไม่กำหนดจำนวนหน้า 2. สามารถใส่ภาพประกอบประกอบได้ทุกขั้นตอนหรือตามสมควร ใส่ภาพประกอบตามสมควร ใส่ภาพประกอบตามสมควร


หน้า 91 แหล่งเรียนรู้ชุมชนตำบลสร้างแซ่ง 1. ชื่อแหล่งเรียนรู้ วัดบ้านหูลิง 2.สถานที่ตั้ง เลขที่………..หมู่ที่…7…..ชื่อหมู่บ้าน……หูลิง……ตำบล…สร้างแซ่ง…………….อำเภอ…ยางสีสุราช.. จังหวัด…มหาสารคาม…………………………………………………………… โทรศัพท์…………………………………..โทรสาร…………………………………..เว็บไซต์………………………………….. 3. เจ้าของ/ผู้ครอบครอง/ผู้จัดการแหล่งเรียนรู้ ¨ ส่วนราชการ ¨ วัด ¨ 4. ชื่อบุคคลของแหล่งเรียนรู้สำหรับติดต่อ นายทวี ลายสุขัง อายุ.......59........ปี อาชีพ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านหูลิง สถานที่ติดต่อ วัดบ้านหูลิง ตำบลสร้างแซ่ง อำเภอยางสีสุราช โทร 064-4384484 5.ประเภทของแหล่งเรียนรู้


หน้า 92 - ศาสนสถาน 6.องค์ความรู้ในแหล่งเรียนรู้(มีอะไรบ้าง) องค์ความรู้ ด้านสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาตามพุทธประวัติ และหลักการสำคัญของพระพุทธศาสนา สาระเด่น วัดบ้านหูลิงเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน หมู่ที่ 7 และชาวบ้านในตำบลสร้างแซ่ง เป็นที่จัดกิจกรรมของ ชุมชนดังกล่าว ได้แก่ กิจกรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา กิจกรรมตักบาตร ทอดกฐิน ถือศีลในวันพระ เป็น สถานที่ทำวัตรปฏิบัติธรรมในช่วงวันพระ นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่จัดกิจกรรมของชุมชนร่วมกับองค์การบริหาร ส่วนตำบล ได้แก่ งานประเพณีประจำท้องถิ่นประจำทุกปี 7.วิธีการนำมาใช้ หรือวิธีการผลิต วัดบ้านหูลิงเป็นสถานที่ชุมชนของชาวบ้านตำบลสร้างแซ่ง เพื่อเป็นที่ชำระจิตใจของผู้คน นับได้ว่าวัดมี อิทธิพลมากต่อชาวบ้านแต่ก่อนจนมาถึงในยุคสมัยปัจจุบัน วัดก็ยังเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านมาช้านาน ซึ่งวัด จะเป็นที่รวบรวมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าต่าง ๆ ไว้มากมาย


หน้า 93 8.ความรู้ที่สามารถเรียนได้จากแหล่งเรียนรู้แห่งนี้ (เรียงตามลำดับความสำคัญและความโดดเด่น 3 ลำดับ) 1) หลักการสำคัญของพระพุทธศาสนา 2) ประเพณีวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 3) สถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา ผู้บันทึก รัชนี ละภักดี ณ วันที่ 23 เดือนมิถุนายน พ.ศ.2566 หมายเหตุ 1. ไม่กำหนดจำนวนหน้า 2. สามารถใส่ภาพประกอบประกอบได้ทุกขั้นตอนหรือตามสมควร


หน้า 94 แหล่งเรียนรู้ชุมชนตำบลสร้างแซ่ง 1. ชื่อแหล่งเรียนรู้วัดบ้านโนนสวรรค์ 2. สถานที่ตั้ง เลขที่………..หมู่ที่…10…..ชื่อหมู่บ้านโนนสวรรค์……ตำบล…สร้างแซ่ง…………….อำเภอ…ยางสีสุราช. จังหวัด…มหาสารคาม…………………………………………………………… โทรศัพท์…089 - 9489166……………..โทรสาร……………-……………………..เว็บไซต์………-………………………….. 3. เจ้าของ/ผู้ครอบครอง/ผู้จัดการแหล่งเรียนรู้ ¨ ส่วนราชการ ¨ วัด ¨ 4. ชื่อบุคคลของแหล่งเรียนรู้สำหรับติดต่อ นางสมพิศ ศรีฤาชา อายุ.......50..........ปี อาชีพ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านโนนสวรรค์ สถานที่ติดต่อ วัดบ้านโนนสวรรค์ ตำบลสร้างแซ่ง อำเภอยางสีสุราช โทร 089 - 9489166 5.ประเภทของแหล่งเรียนรู้ - ศาสนสถาน


หน้า 95 6.องค์ความรู้ในแหล่งเรียนรู้(มีอะไรบ้าง) องค์ความรู้ ด้านสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาตามพุทธประวัติ และหลักการสำคัญของพระพุทธศาสนา สาระเด่น วัดบ้านโนนสวรรค์เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน หมู่ที่ 10 และชาวบ้านในตำบลสร้างแซ่ง เป็นที่จัด กิจกรรมของชุมชนดังกล่าว ได้แก่ กิจกรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา กิจกรรมตักบาตร ทอดกฐิน ถือศีลใน วันพระ เป็นสถานที่ทำวัตรปฏิบัติธรรมในช่วงวันพระ นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่จัดกิจกรรมของชุมชนร่วมกับ องค์การบริหารส่วนตำบล ได้แก่ งานประเพณีประจำท้องถิ่นประจำทุกปี 7.วิธีการนำมาใช้ หรือวิธีการผลิต วัดบ้านโนนสวรรค์เป็นสถานที่ชุมชนของชาวบ้านตำบลสร้างแซ่ง เพื่อเป็นที่ชำระจิตใจของผู้คน นับได้ว่าวัดมี อิทธิพลมากต่อชาวบ้านแต่ก่อนจนมาถึงในยุคสมัยปัจจุบัน วัดก็ยังเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านมาช้านาน ซึ่งวัด จะเป็นที่รวบรวมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าต่าง ๆ ไว้มากมาย


หน้า 96 8.ความรู้ที่สามารถเรียนได้จากแหล่งเรียนรู้แห่งนี้ (เรียงตามลำดับความสำคัญและความโดดเด่น 3 ลำดับ) 1) หลักการสำคัญของพระพุทธศาสนา 2) ประเพณีวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 3) สถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา ผู้บันทึก รัชนี ละภักดี ณ วันที่ 23 เดือนมิถุนายน พ.ศ.2566 หมายเหตุ 1. ไม่กำหนดจำนวนหน้า 2. สามารถใส่ภาพประกอบประกอบได้ทุกขั้นตอนหรือตามสมควร แหล่งเรียนรู้ชุมชนตำบลสร้างแซ่ง 1. ชื่อแหล่งเรียนรู้……วัดบ้านสะตือ - สร้างแซ่ง…


หน้า 97 2.สถานที่ตั้ง เลขที่………..หมู่ที่…2…..ชื่อหมู่บ้านสะตือ - สร้างแซ่ง……ตำบล…สร้างแซ่ง….อำเภอ…ยางสีสุราช.. จังหวัด…มหาสารคาม…………………………………………………………… โทรศัพท์…082 - 8528319…………..โทรสาร……………-……………………..เว็บไซต์……………-…………………….. 3. เจ้าของ/ผู้ครอบครอง/ผู้จัดการแหล่งเรียนรู้ ¨ ส่วนราชการ ¨ วัด ¨ 4. ชื่อบุคคลของแหล่งเรียนรู้สำหรับติดต่อ นายบุญมี ต้นก่ำ อายุ........59.........ปี อาชีพ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านสะตือ สถานที่ติดต่อ วัดบ้านสะตือ - สร้างแซ่ง ตำบลสร้างแซ่ง อำเภอยางสีสุราช โทร 082 - 8528319 5.ประเภทของแหล่งเรียนรู้ - ศาสนสถาน 6.องค์ความรู้ในแหล่งเรียนรู้(มีอะไรบ้าง) องค์ความรู้ ด้านสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาตามพุทธประวัติ และหลักการสำคัญของพระพุทธศาสนา


Click to View FlipBook Version