The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รูปเล่มแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญา อ.ยางสี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Wanthana 51, 2023-08-23 22:58:53

รูปเล่มแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญา อ.ยางสี

รูปเล่มแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญา อ.ยางสี

หน้า 98 สาระเด่น วัดบ้านสะตือ - สร้างแซ่ง เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน หมู่ที่ 2 และชาวบ้านในตำบลสร้างแซ่ง เป็นที่ จัดกิจกรรมของชุมชนดังกล่าว ได้แก่ กิจกรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา กิจกรรมตักบาตร ทอดกฐิน ถือศีล ในวันพระ เป็นสถานที่ทำวัตรปฏิบัติธรรมในช่วงวันพระ นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่จัดกิจกรรมของชุมชนร่วมกับ องค์การบริหารส่วนตำบล ได้แก่ งานประเพณีประจำท้องถิ่นประจำทุกปี 7. วิธีการนำมาใช้ หรือวิธีการผลิต วัดบ้านสะตือ - สร้างแซ่ง เป็นสถานที่ชุมชนของชาวบ้านตำบลสร้างแซ่ง เพื่อเป็นที่ชำระจิตใจของผู้คน นับได้ ว่าวัดมีอิทธิพลมากต่อชาวบ้านแต่ก่อนจนมาถึงในยุคสมัยปัจจุบัน วัดก็ยังเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านมาช้านาน ซึ่งวัดจะเป็นที่รวบรวมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าต่าง ๆ ไว้มากมาย 8.ความรู้ที่สามารถเรียนได้จากแหล่งเรียนรู้แห่งนี้ (เรียงตามลำดับความสำคัญและความโดดเด่น 3 ลำดับ) 1)หลักการสำคัญของพระพุทธศาสนา 2)ประเพณีวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 3)สถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา ผู้บันทึก รัชนี ละภักดี ณ วันที่ 23 เดือนมิถุนายน พ.ศ.2566 หมายเหตุ 1. ไม่กำหนดจำนวนหน้า 2. สามารถใส่ภาพประกอบประกอบได้ทุกขั้นตอนหรือตามสมควร


หน้า 99 แหล่งเรียนรู้ชุมชนตำบลสร้างแซ่ง 1. ชื่อแหล่งเรียนรู้……วัดบ้านหนองบัวน้อย… 2.สถานที่ตั้ง เลขที่……65…..หมู่ที่…4…..ชื่อหมู่บ้านหนองบัวน้อย……ตำบล…สร้างแซ่ง….อำเภอ…ยางสีสุราช.. จังหวัด…มหาสารคาม…………………………………………………………… โทรศัพท์…095 - 3577634……………..โทรสาร……………-……………………..เว็บไซต์……………-…………………….. 3. เจ้าของ/ผู้ครอบครอง/ผู้จัดการแหล่งเรียนรู้ ¨ ส่วนราชการ ¨ วัด ¨ 4. ชื่อบุคคลของแหล่งเรียนรู้สำหรับติดต่อ นายวีระชาติ จีระออน อายุ.......46..........ปี อาชีพ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านหนองบัวน้อย สถานที่ติดต่อ วัดบ้านหนองบัวน้อย ตำบลสร้างแซ่ง อำเภอยางสีสุราช โทร 095 - 3577634 5.ประเภทของแหล่งเรียนรู้ - ศาสนสถาน 6.องค์ความรู้ในแหล่งเรียนรู้(มีอะไรบ้าง) องค์ความรู้ ด้านสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาตามพุทธประวัติ และหลักการสำคัญของพระพุทธศาสนา


หน้า 100 สาระเด่น วัดบ้านหนองบัวน้อย เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน หมู่ที่ 4 และ หมู่ที่ 11 และ ชาวบ้านในตำบลสร้างแซ่ง เป็นที่จัดกิจกรรมของชุมชน ได้แก่ กิจกรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา กิจกรรม ตักบาตร ทอดกฐิน ถือศีลในวันพระ เป็นสถานที่ทำวัตรปฏิบัติธรรมในช่วงวันพระ นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่จัด กิจกรรมของชุมชนร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบล ได้แก่ งานประเพณีประจำท้องถิ่นประจำทุกปี 7.วิธีการนำมาใช้ หรือวิธีการผลิต วัดบ้านหนองบัวน้อย เป็นสถานที่ชุมชนของชาวบ้านตำบลสร้างแซ่ง เพื่อเป็นที่ชำระจิตใจของผู้คน นับได้ว่า วัดมีอิทธิพลมากต่อชาวบ้านแต่ก่อนจนมาถึงในยุคสมัยปัจจุบัน วัดก็ยังเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านมาช้านาน ซึ่งวัดจะเป็นที่รวบรวมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าต่าง ๆ ไว้มากมาย


หน้า 101 .. 8.ความรู้ที่สามารถเรียนได้จากแหล่งเรียนรู้แห่งนี้ (เรียงตามลำดับความสำคัญและความโดดเด่น 3 ลำดับ) 1) หลักการสำคัญของพระพุทธศาสนา 2) ประเพณีวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 3) สถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา ผู้บันทึก รัชนี ละภักดี ณ วันที่ 23 เดือนมิถุนายน พ.ศ.2566 หมายเหตุ 1. ไม่กำหนดจำนวนหน้า 2. สามารถใส่ภาพประกอบประกอบได้ทุกขั้นตอนหรือตามสมควร แหล่งเรียนรู้ชุมชนตำบลสร้างแซ่ง 1. ชื่อแหล่งเรียนรู้………โคกหนองนาโมเดลบ้านพังคี………………………


หน้า 102 2.สถานที่ตั้ง หมู่ที่…9……..ชื่อหมู่บ้าน…บ้านพังคี……ตำบล…สร้างแซ่ง………อำเภอ…ยางสีสุราช… จังหวัด………มหาสารคาม…………… โทรศัพท์ 0807414419 โทรสาร - เว็บไซต์ - 3. เจ้าของ/ผู้ครอบครอง/ผู้จัดการแหล่งเรียนรู้ ¨ โคกหนองนา แปลงของ นางสาวิทตรี คาระโก ¨ 4. ชื่อบุคคลของแหล่งเรียนรู้สำหรับติดต่อ นางสาวิทตรี คาระโก อาชีพ เกษตรกร สถานที่ติดต่อ หมู่ 9 บ้านพังคี ตำบลสร้างแซ่ง อำเภอยางสีสุราช 5.ประเภทของแหล่งเรียนรู้ แปลงเกษตรชุมชน 6.องค์ความรู้ในแหล่งเรียนรู้(มีอะไรบ้าง) เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การปลูกผักปลอดสารพิษ การเลี้ยงปลา สาระเด่น ด้วยหมู่บ้านหรือชุมชนบ้านพังคีที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก จึงมีโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการ พัฒนาโคกหนองนาโมเดล โดยเป็นแปลงของนางสาวิทตรี คาระโก เพื่อการเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ได้ ดำเนินการจัดกิจกรรมการปลูกผักปลอดสารพิษ และเลี้ยงปลา โดยเน้นให้มีระบบรูปแบบและนำความรู้ที่ได้ไป พัฒนาตนเอง เพื่อให้เกิดความมั่นคง ยั่งยืน สามารถขยายผลได้อย่างต่อเนื่อง และเป็นแบบอย่างการเรียนรู้ได้


หน้า 103 7.วิธีการนำมาใช้ หรือวิธีการผลิต การเรียนรู้เกี่ยวกับการวิธี หลักการ ขั้นตอนการปลูกผักปลอดสารพิษ และการเลี้ยงปลา สามารถนำไปใช้ได้ จริงในการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับครัวเรือน 8.ความรู้ที่สามารถเรียนได้จากแหล่งเรียนรู้แห่งนี้ (เรียงตามลำดับความสำคัญและความโดดเด่น 3 ลำดับ) 1) การเลี้ยงปลา 2) การปลูกผักสวนครัว 3) การสร้างรายได้ให้ครอบครัว ผู้บันทึก นางสาวสุวรรณา ชารีวาล ณ วันที่ 23 เดือนมิถุนายน พ.ศ.2566 หมายเหตุ 1. ไม่กำหนดจำนวนหน้า 2. สามารถใส่ภาพประกอบประกอบได้ทุกขั้นตอนหรือตามสมควร ภูมิปัญญาท้องถิ่นตำบลสร้างแซ่ง ๑. ชื่อภูมิปัญญาท้องถิ่น……การเลี้ยงหมูขาว/หมูป่า.…………………………………..…………………………………..


หน้า 104 ๒. เลขที่…53……..หมู่ที่……8…..ชื่อหมู่บ้าน…หัวเสือ……ตำบล…สร้างแซ่ง….อำเภอ…ยางสีสุราช……….. จังหวัด…มหาสารคาม…………………………… โทรศัพท์…080 - 1736424…..โทรสาร…-………………………………..เว็บไซต์…ไร่มีชัย ฟาร์ม……….. ๓. ประเภทของภูมิปัญญาท้องถิ่น ( ✓ ) ด้านเกษตรกรรม เช่น การเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ การทำไร่นาสวนผสม การปรับใช้ เทคโนโลยี ( ) ด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรม เช่น การจักสาน ทอ การช่าง การทอผ้า การแกะสลัก ( ) ด้านการแพทย์แผนไทย เช่น หมอสมุนไพร หมอยากลางบ้าน หมอนวดแผนโบราณ หมอยาหม้อ ( ) ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น การบวชป่า การสืบชะตาแม่น้ำ ( ) ด้านกองทุนและธุรกิจชุมชน เช่น ผู้นำในการจัดการกองทุนของชุมชน ผู้นำในการจัดตั้งกองทุน สวัสดิการรักษาพยาบาล ผู้นำในการจัดระบบสวัสดิการ บริการชุมชน เป็นต้น ( ) ด้านศิลปกรรม เช่น วาดภาพ(กิจกรรม) การปั้น(ประติมากรรม) นาฎศิลป์ ดนตรี การแสดง การละเล่น พื้นบ้าน นันทนาการ เป็นต้น ( ) ด้านภาษาและวรรณกรรม เช่น ความสามารถในการอนุรักษ์ และสร้างผลงานด้านภาษา วรรณกรรม ท้องถิ่น การจัดทำสารานุกรมภาษา หนังสือโบราณ การฟื้นฟู การเรียนการสอนภาษาถิ่นของท้องถิ่นต่างๆ ( )ด้านปรัชญา ศาสนา และประเพณี ( )ด้านโภชนาการ เช่น ความสามารถในการเลือกสรร ประดิษฐ์ และปรุงแต่งอาหารและยา ( )ด้านองค์กรชุมชน ๔. องค์ความรู้ เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การปลูกผักปลอดสารพิษ การเลี้ยงสุกร การเลี้ยงหมูป่า


หน้า 105 สาระเด่น ด้วยหมู่บ้านหรือชุมชนบ้านหัวเสือที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก จึงมีโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ การพัฒนาสวนเกษตรคนรุ่นใหม่ โดยเป็นแปลงของนางรัศมี โคตรภูมีเพื่อการเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ได้ ดำเนินการจัดกิจกรรมการปลูกผักปลอดสารพิษ เลี้ยงสุกร และการเลี้ยงหมูป่า โดยเน้นให้มีระบบรูปแบบและนำ ความรู้ที่ได้ไปพัฒนาตนเอง เพื่อให้เกิดความมั่นคง ยั่งยืน สามารถขยายผลได้อย่างต่อเนื่อง และเป็นแบบอย่างการ เรียนรู้ได้ 5. วิธีการนำมาใช้ หรือวิธีการผลิต การเรียนรู้เกี่ยวกับการวิธี หลักการ ขั้นตอนการปลูกผักปลอดสารพิษ การเลี้ยงสุกร และการเลี้ยงหมูป่า สามารถนำไปใช้ได้จริงในการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับครัวเรือน ๖. ความรู้ที่สามารถเรียนได้แห่งนี้ (เรียงตามลำดับความสำคัญและความโดดเด่น ๓ ลำดับ) 1)การเลี้ยงสุกร 2)การเลี้ยงหมูป่า 3)การปลูกผักปลอดสารพิษ ผู้บันทึก....นางรัชนี ละภักดี........ณ วันที่.......23.........เดือน...มิถุนายน..........พ.ศ..2566........... หมายเหตุ 1. ไม่กำหนดจำนวนหน้า 2. สามารถใส่ภาพประกอบประกอบได้ทุกขั้นตอนหรือตามสมควร


หน้า 106 ภูมิปัญญาท้องถิ่นตำบลสร้างแซ่ง ๑. ชื่อภูมิปัญญาท้องถิ่น……การทำไร่นาสวนผสม. ๒. เลขที่…69……..หมู่ที่……12…..ชื่อหมู่บ้าน…หนองโสน……ตำบล…สร้างแซ่ง….อำเภอ…ยางสีสุราช……….. จังหวัด…มหาสารคาม…………………………… โทรศัพท์…084 - 3442669…..โทรสาร…-………………………………..เว็บไซต์…-…………………….. ๓. ประเภทของภูมิปัญญาท้องถิ่น ( ✓ ) ด้านเกษตรกรรม เช่น การเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ การทำไร่นาสวนผสม การปรับใช้ เทคโนโลยี ( ) ด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรม เช่น การจักสาน ทอ การช่าง การทอผ้า การแกะสลัก ( ) ด้านการแพทย์แผนไทย เช่น หมอสมุนไพร หมอยากลางบ้าน หมอนวดแผนโบราณ หมอยาหม้อ ( ) ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น การบวชป่า การสืบชะตาแม่น้ำ ( ) ด้านกองทุนและธุรกิจชุมชน เช่น ผู้นำในการจัดการกองทุนของชุมชน ผู้นำในการจัดตั้งกองทุน สวัสดิการรักษาพยาบาล ผู้นำในการจัดระบบสวัสดิการ บริการชุมชน เป็นต้น ( ) ด้านศิลปกรรม เช่น วาดภาพ(กิจกรรม) การปั้น(ประติมากรรม) นาฎศิลป์ ดนตรี การแสดง การละเล่น พื้นบ้าน นันทนาการ เป็นต้น ( ) ด้านภาษาและวรรณกรรม เช่น ความสามารถในการอนุรักษ์ และสร้างผลงานด้านภาษา วรรณกรรม ท้องถิ่น การจัดทำสารานุกรมภาษา หนังสือโบราณ การฟื้นฟู การเรียนการสอนภาษาถิ่นของท้องถิ่นต่างๆ ( )ด้านปรัชญา ศาสนา และประเพณี ( )ด้านโภชนาการ เช่น ความสามารถในการเลือกสรร ประดิษฐ์ และปรุงแต่งอาหารและยา ( )ด้านองค์กรชุมชน ๔. องค์ความรู้


หน้า 107 เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับ การทำเกษตรผสมผสานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การปลูกผักปลอด สารพิษ เช่น รู้จักใช้จ่ายแบบพอเพียง รู้จักวิธีปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ เป็นต้น สาระเด่น ด้วยหมู่บ้านหรือชุมชนบ้านหนองโสนที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก จึงมีโครงการพัฒนาพื้นที่ ต้นแบบการพัฒนาสวนเกษตรไร่นาสวนผสม โดยเป็นแปลงของนายปภังกร บัวทิพย์ เพื่อการเรียนรู้เศรษฐกิจ พอเพียง ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมการปลูกผักปลอดสารพิษ เลี้ยงกบ การเลี้ยงปลา การเลี้ยงโค-กระบือ การ เลี้ยงตั๊กแตน และการเลี้ยงหนูนา โดยเน้นให้มีระบบรูปแบบและนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาตนเอง เพื่อให้เกิดความ มั่นคง ยั่งยืน สามารถขยายผลได้อย่างต่อเนื่อง และเป็นแบบอย่างการเรียนรู้ได้


หน้า 108 5. วิธีการนำมาใช้ หรือวิธีการผลิต การเรียนรู้เกี่ยวกับการวิธี หลักการ ขั้นตอนการปลูกผักปลอดสารพิษ การเลี้ยงกบ และการเลี้ยงหนูนา การเลี้ยงโค-กระบือ การเลี้ยงตั๊กแตน การเลี้ยงปลา เป็นต้น สามารถนำไปใช้ได้จริงในการสร้างงาน สร้างรายได้ ให้กับครัวเรือน ๖. ความรู้ที่สามารถเรียนได้แห่งนี้ (เรียงตามลำดับความสำคัญและความโดดเด่น ๓ ลำดับ) 1)การเลี้ยงตั๊กแตน 2)การเลี้ยงหนูนา 3)การปลูกผักปลอดสารพิษ ผู้บันทึก....นางรัชนี ละภักดี........ณ วันที่.......23.........เดือน...มิถุนายน..........พ.ศ..2566........... หมายเหตุ 1. ไม่กำหนดจำนวนหน้า 2. สามารถใส่ภาพประกอบประกอบได้ทุกขั้นตอนหรือตามสมควร


หน้า 109 ภูมิปัญญาท้องถิ่นตำบลสร้างแซ่ง ๑. ชื่อภูมิปัญญาท้องถิ่น……การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม/การทอผ้าไหม……… ๒. เลขที่…32……..หมู่ที่……1…..ชื่อหมู่บ้าน…หนองบัวแปะ……ตำบล…สร้างแซ่ง….อำเภอ…ยางสีสุราช……….. จังหวัด…มหาสารคาม…………………………… โทรศัพท์…088 - 5184306…..โทรสาร…-………………………………..เว็บไซต์…บุญถม พลบุญ……….. ๓. ประเภทของภูมิปัญญาท้องถิ่น ( ) ด้านเกษตรกรรม เช่น การเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ การทำไร่นาสวนผสม การปรับใช้เทคโนโลยี ( ✓ ) ด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรม เช่น การจักสาน ทอ การช่าง การทอผ้า การแกะสลัก ( ) ด้านการแพทย์แผนไทย เช่น หมอสมุนไพร หมอยากลางบ้าน หมอนวดแผนโบราณ หมอยาหม้อ ( ) ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น การบวชป่า การสืบชะตาแม่น้ำ ( ) ด้านกองทุนและธุรกิจชุมชน เช่น ผู้นำในการจัดการกองทุนของชุมชน ผู้นำในการจัดตั้งกองทุน สวัสดิการรักษาพยาบาล ผู้นำในการจัดระบบสวัสดิการ บริการชุมชน เป็นต้น ( ) ด้านศิลปกรรม เช่น วาดภาพ(กิจกรรม) การปั้น(ประติมากรรม) นาฎศิลป์ ดนตรี การแสดง การละเล่น พื้นบ้าน นันทนาการ เป็นต้น ( ) ด้านภาษาและวรรณกรรม เช่น ความสามารถในการอนุรักษ์ และสร้างผลงานด้านภาษา วรรณกรรม ท้องถิ่น การจัดทำสารานุกรมภาษา หนังสือโบราณ การฟื้นฟู การเรียนการสอนภาษาถิ่นของท้องถิ่นต่างๆ ( )ด้านปรัชญา ศาสนา และประเพณี ( )ด้านโภชนาการ เช่น ความสามารถในการเลือกสรร ประดิษฐ์ และปรุงแต่งอาหารและยา ( )ด้านองค์กรชุมชน ๔. องค์ความรู้ การทอผ้านั้นต้องอาศัยฝีมือและความรู้ความชำนาญของผู้ทอเป็นอย่างมาก เป็นงานศิลปะที่มีอยู่เพียง ชิ้นเดียวในโลก เพราะแต่ละคนที่ทำแต่ละขั้นตอน จะมีความแตกต่างกัน เส้นไหมที่สาวได้แต่ละช่วงเวลาหรือ


หน้า 110 แต่ละระยะของฝักไหมให้ความหนาของเส้นไม่เท่ากัน สีไม่เหมือนกัน นอกจากนั้นแล้วความสามารถในการทอ การสอดกระสวย ความแรงในการตีกระทบหรือการฟัดทำให้ได้สีเข้มอ่อนต่างกัน การเรียงเส้นไหมให้ตรงลาย จะแสดงถึงความคมชัดและความชำนาญของผู้ทอแต่ละคน อากาศ อุณหภูมิ หรือแม้แต่อารมณ์ความรู้สึกของ ผู้ทอ สิ่งเหล่านี้มีผลกับความสวยงามของผ้าผืนนั้น ๆ จึงทำให้ผ้าทอมือแต่ละผืนที่ทอ มีเอกลักษณ์เป็นของ ตัวเอง สาระเด่น สีธรรมชาติสีที่ได้จากธรรมชาติ เป็นความรู้ดั่งเดิมที่สืบทอดกันมาจากปู่ย่าตายาย แหล่งวัตถุดิบสี ธรรมชาติยังสามารถหาได้จากต้นไม้ ใบไม้ ที่ให้สีสันสวยงามตามที่เราต้องการและหาได้ไม่ยาก ซึ่งปัจจุบันมีการ ส่งเสริมให้ใช้วัสดุจากธรรมชาติกันมากขึ้น เพราะผลิตภัณฑ์ที่ได้จากธรรมชาติจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย มาก และกรรมวิธีผลิตที่แตกต่างกัน ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มีความสวยงามและหลากหลาย ไม่ตกสีได้ง่ายและคงทน เส้นไหมได้รับการรับรองจาก มาตรฐาน มกษ.8000 และมาตรฐาน ผมธ. ผ้าไหม ได้รับมาตรฐาน ไอทอป 4 ดาว และ มาตรฐานผ้านกยุงทองพระราชทานจากกรมหม่อนไหม


หน้า 111 5. วิธีการนำมาใช้ หรือวิธีการผลิต 1. ขั้นตอนการฟอกไหม ครือ การนำไหมดิบฟอกให้สะอาด เพื่อที่จะได้นำมาย้อมสี 2. การย้อมเส้นไหม นำไหมที่ฟอกแล้วมาย้อมเป็นสีต่าง ๆ ตามต้องการ 3. ขั้นตอนการกรอเข้าหลอด นำไหมที่ย้อมเสร็จแล้วนำมาใส่ระวิง(ใช้กรอไหมเข้าหลอดด้าย) นำกรอใส หลอดด้าย หลอดใหญ่ด้วย” “เครื่องกรอไหมพุ่ง” จากนั้นก็นำไหมหลอดใหญ่ที่ได้ไปกรอใส่หลอดเล็กหรือลูก โดย ใช้”เครื่องกรอหลอดเล็ก” จากนั้นนำไหมหลอดเล็กไปใส่กระสอบเพื่อทอเป็นเส้นพุ่ง 4. ขั้นตอนการเตรียมเส้นไหมยืน - เมื่อย้อมสีไหมแล้วก็นำมากรอที่ “เครื่องกรอหลอดไหมยืน”ได้เส้นไหมยื่นใส่ในแถบหลอดใหญ่ - นำแถบหลอดใหญ่มาใส่ ”เครื่องสาวไหมหรือเครื่องดันไหม” เพื่อเตรียมสวาเข้าพัวม้วน - นำไหมจากรางมาผ่านช่องพับพันห่วงและนำไปผ่านพับฟันกี่อีกครั้ง - นำเส้นไหมที่ผ่านฟัน มาเกี่ยวกับ ”เครื่องสาวไหม” - สาวไปเรื่อย ๆ จนจำนวนเส้นครบตามต้องการ - เมื่อสาวไหมครบจำนวนที่กำหนดแล้ว ตัดเส้นไหมออกจากฟันกี่แล้วนำมาเกี่ยวกับหัวม้วนไม้ และต้อง ลากเส้นเหลือออก 5. การใส่ฟืม นำเส้นไหมยืนที่ได้จากเครื่องดัน มาสอดเข้าไปในฟันอีกครั้ง เสร็จแล้วนำไปติดตั้งในที่ทอผ้า เพื่อการทอต่อไป ๖. ความรู้ที่สามารถเรียนได้แห่งนี้ (เรียงตามลำดับความสำคัญและความโดดเด่น ๓ ลำดับ) 1) วิธีการย้อมผ้า 2) วิธีและขั้นตอนการทอผ้า 3) วิธีการสร้างรายได้จากการทอผ้า ผู้บันทึก....นางรัชนี ละภักดี........ณ วันที่.......23.........เดือน...มิถุนายน..........พ.ศ..2566...........


หน้า 112 ภูมิปัญญาท้องถิ่นตำบลสร้างแซ่ง ๑. ชื่อภูมิปัญญาท้องถิ่น……การทำขนมจีน........... ๒. เลขที่…16……..หมู่ที่……4…..ชื่อหมู่บ้าน…หนองบัวน้อย……ตำบล…สร้างแซ่ง….อำเภอ…ยางสีสุราช……….. จังหวัด…มหาสารคาม…………………………… โทรศัพท์…093 - 0952655…..โทรสาร…-………………………………..เว็บไซต์…-………………….……….. ๓. ประเภทของภูมิปัญญาท้องถิ่น ( ) ด้านเกษตรกรรม เช่น การเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ การทำไร่นาสวนผสม การปรับใช้เทคโนโลยี ( ) ด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรม เช่น การจักสาน ทอ การช่าง การทอผ้า การแกะสลัก ( ) ด้านการแพทย์แผนไทย เช่น หมอสมุนไพร หมอยากลางบ้าน หมอนวดแผนโบราณ หมอยาหม้อ ( ) ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น การบวชป่า การสืบชะตาแม่น้ำ ( ) ด้านกองทุนและธุรกิจชุมชน เช่น ผู้นำในการจัดการกองทุนของชุมชน ผู้นำในการจัดตั้งกองทุน สวัสดิการรักษาพยาบาล ผู้นำในการจัดระบบสวัสดิการ บริการชุมชน เป็นต้น ( ) ด้านศิลปกรรม เช่น วาดภาพ(กิจกรรม) การปั้น(ประติมากรรม) นาฎศิลป์ ดนตรี การแสดง การละเล่น พื้นบ้าน นันทนาการ เป็นต้น ( ) ด้านภาษาและวรรณกรรม เช่น ความสามารถในการอนุรักษ์ และสร้างผลงานด้านภาษา วรรณกรรมท้องถิ่น การจัดทำสารานุกรมภาษา หนังสือโบราณ การฟื้นฟู การเรียนการสอนภาษาถิ่นของ ท้องถิ่นต่างๆ ( )ด้านปรัชญา ศาสนา และประเพณี ( ✓)ด้านโภชนาการ เช่น ความสามารถในการเลือกสรร ประดิษฐ์ และปรุงแต่งอาหารและยา ( )ด้านองค์กรชุมชน


หน้า 113 ๔. องค์ความรู้ ขนมจีน เป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่แปรรูปมาจากแป้งธรรมชาติในรูปของเส้นแป้งสุก สีขาว ขนาดเล็ก มี ความนุ่ม ลื่น นิยมใช้รับประทานแทนข้าวคู่กับน้ำยาขนมจีนชนิดต่างๆหรือรับประทานคู่กับอาหารอื่นๆ เช่น ส้มตำ และเมนูยำต่างๆ สาระเด่น การแปรรูปขนมจีน ถือเป็นภูมิปัญญาในการแปรรูปแป้งของคนไทยมาตั้งแต่สมัยก่อน นิยมใช้เป็น อาหารต้อนรับแขกในงานบุญต่างๆ จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังใช้เป็นอาหารอย่างหนึ่งสำหรับทุกเทศกาลงานบุญต่างๆ รวมถึงกลายเป็นอาหารที่นิยมรับประทานแทนข้าวได้ทุกเมื่อ 5. วิธีการนำมาใช้ หรือวิธีการผลิต ขนมจีนแป้งหมัก ขนมจีนแป้งหมักเป็นขนมจีนที่มีการผลิต และนิยมรับประทานมากในปัจจุบัน เนื่องจาก ให้เส้นที่อ่อนนุ่ม ลื่น มีกลิ่นหอมจากการหมัก และกระบวนการผลิตง่าย ไม่ซับซ้อน โดยผลิตจากข้าวหรือแป้งที่มี การหมักไว้ 2 – 3 วัน ก่อนนำมาให้ความร้อน และรีดเป็นเส้น


หน้า 114 ๖. ความรู้ที่สามารถเรียนได้แห่งนี้ (เรียงตามลำดับความสำคัญและความโดดเด่น ๓ ลำดับ) 1) วิธีการต้มแป้งขนมจีน 2) การเลือกแป้งขนมจีน 3) วิธีการสร้างรายได้จากการทำขนมจีน ผู้บันทึก....นางรัชนี ละภักดี........ณ วันที่.......23.........เดือน...มิถุนายน..........พ.ศ..2566........... หมายเหตุ 1. ไม่กำหนดจำนวนหน้า 2. สามารถใส่ภาพประกอบประกอบได้ทุกขั้นตอนหรือตามสมควร


หน้า 115 ภูมิปัญญาท้องถิ่นตำบลสร้างแซ่ง ๑. ชื่อภูมิปัญญาท้องถิ่น……การจักสานตะกร้าไม้ไผ่...... ๒. เลขที่…83……..หมู่ที่……7…..ชื่อหมู่บ้าน…หูลิง……ตำบล…สร้างแซ่ง….อำเภอ…ยางสีสุราช……….. จังหวัด…มหาสารคาม…………………………… โทรศัพท์…061 - 5024310…..โทรสาร…-………………………………..เว็บไซต์…-………………….……….. ๓. ประเภทของภูมิปัญญาท้องถิ่น ( ) ด้านเกษตรกรรม เช่น การเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ การทำไร่นาสวนผสม การปรับใช้เทคโนโลยี (✓) ด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรม เช่น การจักสาน ทอ การช่าง การทอผ้า การแกะสลัก ( ) ด้านการแพทย์แผนไทย เช่น หมอสมุนไพร หมอยากลางบ้าน หมอนวดแผนโบราณ หมอยาหม้อ ( ) ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น การบวชป่า การสืบชะตาแม่น้ำ ( ) ด้านกองทุนและธุรกิจชุมชน เช่น ผู้นำในการจัดการกองทุนของชุมชน ผู้นำในการจัดตั้งกองทุน สวัสดิการรักษาพยาบาล ผู้นำในการจัดระบบสวัสดิการ บริการชุมชน เป็นต้น ( ) ด้านศิลปกรรม เช่น วาดภาพ(กิจกรรม) การปั้น(ประติมากรรม) นาฎศิลป์ ดนตรี การแสดง การละเล่น พื้นบ้าน นันทนาการ เป็นต้น ( ) ด้านภาษาและวรรณกรรม เช่น ความสามารถในการอนุรักษ์ และสร้างผลงานด้านภาษา วรรณกรรมท้องถิ่น การจัดทำสารานุกรมภาษา หนังสือโบราณ การฟื้นฟู การเรียนการสอนภาษาถิ่นของ ท้องถิ่นต่างๆ ( )ด้านปรัชญา ศาสนา และประเพณี ( )ด้านโภชนาการ เช่น ความสามารถในการเลือกสรร ประดิษฐ์ และปรุงแต่งอาหารและยา ( )ด้านองค์กรชุมชน ๔. องค์ความรู้


หน้า 116 การจักสานเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนที่สำคัญยิ่งต่อการดำรงชีวิตตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันการจัก สานเป็นตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นภูมิปัญญาอันเฉลียวฉลาดของคนในท้องถิ่นที่ใช้ภูมิปัญญาสามารถนำสิ่งที่มี อยู่ในชุมชนมาประยุกต์ทำเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งมีประโยชน์ในการดำรงชีวิต การจักสาน มีมานานแล้วและได้มีการพัฒนามาตลอดเวลาโดยอาศัยการถ่ายทอดความรู้จากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง การดำรงชีวิตประจำวันของชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ได้เอาการรู้หนังสือมาเกี่ยวข้อง การเรียนรู้ต่างๆ อาศัยวิธีการ ฝึกหัดและบอกเล่าซึ่งไม่เป็นระบบในการบันทึก สะท้อนให้เห็นการเรียนรู้ความรู้ที่สะสมที่สืบทอดกันมาจาก อดีตมาถึงปัจจุบันหรือที่เรียกกันว่า “ภูมิปัญญาท้องถิ่น” ดังนั้นกระบวนถ่ายทอดความรู้จึงมีความสำคัญอย่าง ยิ่งที่ทำภูมิปัญญาท้องถิ่นนั้นคงอยู่ต่อเนื่องและยั่งยืน การจักสานตะกร้าไม้ไผ่ ได้สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ ถ่ายทอดภูมิปัญญาจาก รุ่นสู่รุ่น เกิดจากความคิดในการนำเอาไม้ไผ่ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่มีอยู่ในหมู่บ้าน นำมาแปร รูปเป็นตะกร้า โดยมีนายเลิศ อัปมกา เป็นคนจักรสาน สาระเด่น ตะกร้าสิ่งประดิษฐ์ ที่กลายมาเครื่องมือเครื่องใช้มาตั้งแต่สมัยโบราณ ปัจจุบันนี้แทบจะไม่มีคนจักสาน ตะกร้าไม้ไผ่เลย เพราะคนสมัยนี้ไม่ค่อยสนใจในวัฒนธรรมเดิมๆ เลย ในแต่ละหมู่บ้านหาคนที่จักสานตะกร้าได้ น้อยมากบางหมู่บ้านไม่มีเลยด้วยซ้ำ ท่านได้เล่าว่าตะกร้าที่ท่านสานไม่ใช้แค่เพียงเอาไว้ใช้งานเท่านั้น แต่ตะกร้าที่ ท่านสานนั้นยังสร้างรายได้ให้กับคนแก่อย่างท่านอีกด้วย เพราะมีคนในหมู่บ้านและหมู่บ้านใกล้เคียงมาถามซื้อจาก ท่าน ท่านก็ขายในราคาไม่แพงแล้วแต่ขนาดของตะกร้า


หน้า 117 5. วิธีการนำมาใช้ หรือวิธีการผลิต ๑. ตัดไม้ไผ่แก่มาผ่าซีกและผ่าแบ่งเป็นเสี้ยวเล็ก ๆ ขนาดประมาณ ๑ ซม. และอีกส่วนหนึ่งผ่าประมาณ ๑ นิ้ว เพื่อใช้ทำขอบปากตะกร้าและมือจับ ๒. นำแต่ละชิ้นที่ผ่าไว้ ลอกใช้แต่ส่วนเปลือก โดยใช้มีดคม ๆ เหลาหรือขูดเนื้อไม้ออกและเหลือแต่ส่วน เปลือกบาง ๆ ๓. เริ่มต้นสานตะกร้า โดยเริ่มที่ก้นก่อน โดยใช้ส่วนที่แข็งกว่าและหนากว่าสานที่ก้น ความยาวของไม้ตาม ขนาดของตะกร้า เส้นที่แข็งกว่าสานขึ้นตามแนวตั้ง ความห่างเท่า ๆ กัน ส่วนเส้นไม้ไผ่ที่บาง นิ่ม สานตามขวางชั้น มาเรื่อย ๆ แน่นมีลักษณะเป็นวงกลมแต่ปากตะกร้าจะกว้างกว่าก้นตะกร้า พอได้ขนาดตามต้องการใช้ไม้ไผ่ขนาด ๑ นิ้ว ทำให้เป็นวงกลมและวางไว้ที่ขอบปากตะกร้า ใช้ไม่ไผ่ส่วนที่ตั้งขึ้นพัน หรือ บิดลงไปด้านล่าง สานลงไป ประมาณ ๑ นิ้ว จนแน่นไม่หลุด ตัดเศษที่เหลือทิ้ง ตกแต่ง ให้สวยงาม ๔. ใส่หูหรือที่หิ้ว ซึ่งทำจากไม้ไผ่และโค้งงอได้ใช้เชือกหรือหวายพันให้แน่น หรือใช้เชือกที่เป็นสีพันที่มือจับ จนมิดนำไปใช้งานหรือขายได้ ๖. ความรู้ที่สามารถเรียนได้แห่งนี้ (เรียงตามลำดับความสำคัญและความโดดเด่น ๓ ลำดับ) 1) เกิดความเข้าใจและทักษะรวมทั้งความคิดสร้างสรรค์ในการประดิษฐ์การจักสานจากไม้ไผ่ 2) มีส่วนร่วมในการช่วยอนุรักษ์ส่งเสริมสนับสนุนและสืบทอดศิลปวัฒนธรรมของชาติ 3) การจักสานตะกร้าเพื่อประกอบอาชีพ ผู้บันทึก....นางรัชนี ละภักดี........ณ วันที่.......23.........เดือน...มิถุนายน..........พ.ศ..2566...........


หน้า 118 แหล่งเรียนรู้ชุมชนตำบลแวงดง 1. ชื่อแหล่งเรียนรู้……วัดป่าสันติธรรม ( ดงส้มป่อย)…………………………………………………………………………………… 2.สถานที่ตั้ง เลขที่………..หมู่ที่…1…..ชื่อหมู่บ้านแวงดง……ตำบลแวงดง…….อำเภอ…ยางสีสุราช.. จังหวัด…มหาสารคาม…………………………………………………………… โทรศัพท์……………-……………………..โทรสาร…………………………………..เว็บไซต์………………………………….. 3. เจ้าของ/ผู้ครอบครอง/ผู้จัดการแหล่งเรียนรู้ ¨ ส่วนราชการ ¨ วัด ¨ 4. ชื่อบุคคลของแหล่งเรียนรู้สำหรับติดต่อ นายสมชชาย จันทรเทพ อายุ.......54........ปี อาชีพ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านแวงดง สถานที่ติดต่อ วัดบ้านแวงดง ตำบลแวงดง อำเภอยางสีสุราช โทร


หน้า 119 5.ประเภทของแหล่งเรียนรู้ - ศาสนสถาน 6.องค์ความรู้ในแหล่งเรียนรู้(มีอะไรบ้าง) องค์ความรู้ ด้านสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาตามพุทธประวัติ และความสำคัญของพระพุทธศาสนา สาระเด่น วัดป่าสันติธรรมเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน โดยมีสังขารของท่าน“หลวงปู่มี กันตสีโล” เป็น พระสงฆ์ที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ท่านเป็นพระวัดป่าสายวิปัสสนา กัมมัฏฐานเป็นพระเกจิอาจารยชื่อดัง แห่งเมือง มหาสารคาม มีเมตตาธรรมสูง มักน้อย ถือสันโดษ มีพลังจิตที่เข้มแข็งอาคมที่แก่กล้านามของท่านจึงขจรขจายไป ทั่ว หลวงปู่จึงเป็นที่เคารพนับถือชองชาวตำบลแวงดง ขณะนี้สรีระสังขารของท่านกลับกลายแข็งเป็นหิน ไม่เน่า ไม่ เปื่อย ยังบรรจุอยู่ในโลงแกว้ ตั้งอยู่ภายในมณฑปวัดป่าสันติธรรม และทุกปี เมื่อครบวันมรณภาพของท่านคณะ ศิษยานุศิษย์ จะร่วมกันทำพิธีสรงน้ำและเปลี่ยนผ้าจีวรสบงให้กับสรีระหลวงปู่ และวัดป่าสสันติธรรม ยังเป็น สถานที่จัดกิจกรรมของชุมชนดังกล่าว ได้แก่ กิจกรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา กิจกรรมตักบาตร ทอดกฐิน ถือศีลในวันพระ เป็นสถานที่ทำวัตรปฏิบัติธรรมในช่วงวันพระ นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่จัดกิจกรรมของชุมชน ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบล ได้แก่ งานประเพณีประจำท้องถิ่นประจำทุกปี


หน้า 120 7. วิธีการนำมาใช้ หรือวิธีการผลิต วัดป่าสันติธรรมเป็นสถานที่ชุมชนของชาวบ้านตำบลแวงดง เพื่อเป็นที่ชำระจิตใจของผู้คน และเป็นแหล่ง วัฒนธรรม ศิลปะ เป็นโบราณสถาน ที่สามารถศึกษาหาความรู้ของผู้ที่สนใจ นับได้ว่าวัดมีอิทธิพลมากต่อชาวบ้าน แต่ก่อนจนมาถึงในยุคสมัยปัจจุบัน วัดก็ยังเป็นสถานที่ปฎิบัติธรรม และรวบรวมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าต่าง ๆ ไว้มากมาย 8.ความรู้ที่สามารถเรียนได้จากแหล่งเรียนรู้แห่งนี้ (เรียงตามลำดับความสำคัญและความโดดเด่น 3 ลำดับ) 1) หลักการสำคัญของพระพุทธศาสนา 2) ประเพณีวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 3) สถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา ผู้บันทึก นวลฉวี ปุริเกษ ณ วันที่ 23 เดือนมิถุนายน พ.ศ.2566


หน้า 121 แบบสำรวจแหล่งเรียนรู้ชุมชนตำบลแวงดง 1. ชื่อแหล่งเรียนรู้……วัดบ้านดงแคน …………………………………………………………………………………… 2. สถานที่ตั้ง เลขที่………..หมู่ที่…5…..ชื่อหมู่บ้านแวงดง……ตำบลแวงดง…….อำเภอ…ยางสีสุราช.. จังหวัด…มหาสารคาม…………………………………………………………… โทรศัพท์……………-……………………..โทรสาร…………………………………..เว็บไซต์………………………………….. 3. เจ้าของ/ผู้ครอบครอง/ผู้จัดการแหล่งเรียนรู้ ¨ ส่วนราชการ ¨ วัด ¨ 4. ชื่อบุคคลของแหล่งเรียนรู้สำหรับติดต่อ นายวิเชียร กรมไธสง อายุ.......57.......ปี อาชีพ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านดงแคน สถานที่ติดต่อ วัดบ้านแวงดง ตำบลแวงดง อำเภอยางสีสุราช โทร 5.ประเภทของแหล่งเรียนรู้ - ศาสนสถาน 6.องค์ความรู้ในแหล่งเรียนรู้(มีอะไรบ้าง)


หน้า 122 องค์ความรู้ ด้านสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาตามพุทธประวัติ และความสำคัญของพระพุทธศาสนา สาระเด่น วัดบ้านดงแคน เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน สถานที่จัดกิจกรรมของชุมชนดังกล่าว ได้แก่ กิจกรรมในวัน สำคัญทางพระพุทธศาสนา กิจกรรมตักบาตร ทอดกฐิน ถือศีลในวันพระ และงานประเพณีที่สำคัญต่างๆ เป็น สถานที่ทำวัตรปฏิบัติธรรมในช่วงวันพระ นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่จัดกิจกรรมของชุมชนร่วมกับองค์การบริหาร ส่วนตำบล ได้แก่ งานประเพณีประจำท้องถิ่น 7.วิธีการนำมาใช้ หรือวิธีการผลิต วัดป่าสันติธรรมเป็นสถานที่ชุมชนของชาวบ้านตำบลแวงดง เพื่อเป็นที่ชำระจิตใจของผู้คน และเป็นแหล่ง วัฒนธรรม ศิลปะ เป็นโบราณสถาน ที่สามารถศึกษาหาความรู้ของผู้ที่สนใจ นับได้ว่าวัดมีอิทธิพลมากต่อชาวบ้าน


หน้า 123 แต่ก่อนจนมาถึงในยุคสมัยปัจจุบัน วัดก็ยังเป็นสถานที่ปฎิบัติธรรม และรวบรวมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าต่าง ๆ ไว้มากมาย 8.ความรู้ที่สามารถเรียนได้จากแหล่งเรียนรู้แห่งนี้ (เรียงตามลำดับความสำคัญและความโดดเด่น 3 ลำดับ) 1) หลักการสำคัญของพระพุทธศาสนา 2) ประเพณีวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 3) สถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา นวลฉวี ปุริเกษ ณ วันที่ 23 เดือนมิถุนายน พ.ศ.2566


หน้า 124 แหล่งเรียนรู้ชุมชนตำบลแวงดง 1. ชื่อแหล่งเรียนรู้……วัดชัยประดู่ โนนกระยอม …………………………………………………………………………………… 2.สถานที่ตั้ง เลขที่………..หมู่ที่…12…..ชื่อหมู่บ้านโนนกระยอม……ตำบลแวงดง…อำเภอ…ยางสีสุราช.. จังหวัด…มหาสารคาม…………………………………………………………… โทรศัพท์…………0937904303……………………..โทรสาร…………………………………..เว็บไซต์……… 3. เจ้าของ/ผู้ครอบครอง/ผู้จัดการแหล่งเรียนรู้ ¨ ส่วนราชการ ¨ วัด ¨ 4. ชื่อบุคคลของแหล่งเรียนรู้สำหรับติดต่อ นายประเสริฐ ทองปาน อายุ.......56........ปี อาชีพ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านโนนกระยอม สถานที่ติดต่อ วัดชัยประดู่ โนนกระยอม ตำบลแวงดง อำเภอยางสีสุราช โทร


หน้า 125 5.ประเภทของแหล่งเรียนรู้ - ศาสนสถาน 6.องค์ความรู้ในแหล่งเรียนรู้(มีอะไรบ้าง) องค์ความรู้ ด้านสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาตามพุทธประวัติ และความสำคัญของพระพุทธศาสนา สาระเด่น วัดชัยประดู่โนนกระยอมเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน สถานที่จัดกิจกรรมของชุมชนดังกล่าว ได้แก่ กิจกรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา กิจกรรมตักบาตร ทอดกฐิน ถือศีลในวันพระ เป็นสถานที่ทำวัตรปฏิบัติ ธรรมในช่วงวันพระ นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่จัดกิจกรรมของชุมชนร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบล ได้แก่ งาน ประเพณีประจำท้องถิ่นประจำทุกปี


หน้า 126 7.วิธีการนำมาใช้ หรือวิธีการผลิต วัดชัยประดู่โนนกระยอม เป็นสถานที่ชุมชนของชาวบ้านตำบลแวงดง เพื่อเป็นที่ชำระจิตใจของผู้คน และเป็น แหล่งวัฒนธรรม ศิลปะ เป็นโบราณสถาน ที่สามารถศึกษาหาความรู้ของผู้ที่สนใจ นับได้ว่าวัดมีอิทธิพลมากต่อ ชาวบ้านแต่ก่อนจนมาถึงในยุคสมัยปัจจุบัน วัดก็ยังเป็นสถานที่ปฎิบัติธรรม และรวบรวมคำสั่งสอนของ พระพุทธเจ้าต่าง ๆ ไว้มากมาย 8.ความรู้ที่สามารถเรียนได้จากแหล่งเรียนรู้แห่งนี้ (เรียงตามลำดับความสำคัญและความโดดเด่น 3 ลำดับ) 1) หลักการสำคัญของพระพุทธศาสนา 2) ประเพณีวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 3) สถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา ผู้บันทึก นวลฉวี ปุริเกษ ณ วันที่ 23 เดือนมิถุนายน พ.ศ.2566


หน้า 127 แหล่งเรียนรู้ชุมชนตำบลแวงดง 1. ชื่อแหล่งเรียนรู้ ศูนย์เรียนรู้พัฒนาที่ดินตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง 2.สถานที่ตั้ง เลขที่ 113 หมู่ที่ 12 บ้านโนนกระยอม ตำบลแวงดง อำเภอยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม โทรศัพท์…………………………………..โทรสาร…………-………………………..เว็บไซต์……………-…………………….. 3. เจ้าของ/ผู้ครอบครอง/ผู้จัดการแหล่งเรียนรู้ ชุมชน นายวิเชียร พันวิเศษ


หน้า 128 4. ชื่อบุคคลของแหล่งเรียนรู้สำหรับติดต่อ นายวิเชียร พันวิเศษ อายุ51 ปี อาชีพเกษตรกร สถานที่ติดต่อพัฒนาพื้นที่นา ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ในชุมชน และระดับตำบล ปลูกพืชผักสวนครัวตามฤดูกาล ไม้ผล ชนิดต่างๆ 5.ประเภทของแหล่งเรียนรู้ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน 6.องค์ความรู้ในแหล่งเรียนรู้(มีอะไรบ้าง) พัฒนาพื้นที่นา ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ในชุมชน และระดับตำบล ปลูกพืชผักสวนครัวตามฤดูกาล ไม้ผลชนิดต่างๆ สาระเด่น พัฒนาพื้นที่นา ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ในชุมชน


หน้า 129 7.วิธีการนำมาใช้ หรือวิธีการผลิต เป็นแหล่งเรียนรู้การปลูกหญ้า การทำปุ๋ยชีวภาพ น้ำชีวภาพ และอื่นๆ 8.ความรู้ที่สามารถเรียนได้จากแหล่งเรียนรู้แห่งนี้ (เรียงตามลำดับความสำคัญและความโดดเด่น 3 ลำดับ) 1) ปลูกหญ้า 2) เลี้ยงปลา 3) เลี้ยงเป็ด หมายเหตุ 1. ไม่กำหนดจำนวนหน้า 2. สามารถใส่ภาพประกอบประกอบได้ทุกขั้นตอนหรือตามสมควร


หน้า 130 แหล่งเรียนรู้ชุมชนตำบลแวงดง 1. ชื่อแหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านหนองแหน 2.สถานที่ตั้ง หมู่ที่ 2 บ้านหนองแหน ตำบลแวงดง อำเภอยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม โทรศัพท์…………………………………..โทรสาร…………………………………..เว็บไซต์………………………………….. 3. เจ้าของ/ผู้ครอบครอง/ผู้จัดการแหล่งเรียนรู้นายสมจิตร สุรินทะราช ผู้ใหญ่บ้านหนองแหน ร่วมกับพี่น้อง ประชาชน ร่วมกันพัฒนาหมู่บ้านให้เป็นแหล่งเรียนรู้ชุมชนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 4. ชื่อบุคคลของแหล่งเรียนรู้สำหรับติดต่อ นายสมจิตร สุรินทราช อายุ.............52........................ปี อาชีพเกษตรกร. สถานที่ติดต่อนายขันติ ติวไธสง ผู้ใหญ่บ้านหนองแหน ร่วมกับพี่น้องประชาชน ร่วมกันพัฒนาหมู่บ้านให้เป็นแหล่ง เรียนรู้ชุมชนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง


หน้า 131 5.ประเภทของแหล่งเรียนรู้ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน 6.องค์ความรู้ในแหล่งเรียนรู้(มีอะไรบ้าง) การเลี้ยงวัว หมู เป็ด ไก่พันธุ์ไข่ ไก่พื้นเมือง ปลา กบ และ นำมูลสัตว์มา ทำปุ๋ยชีวภาพ เป็นการลดรายจ่ายในการประกอบอาชีพ


หน้า 132 สาระเด่น นายสมจิตร สุรินทราช ร่วมกับพี่น้องประชาชน ร่วมกันพัฒนาหมู่บ้านให้เป็นแหล่งเรียนรู้ชุมชนตาม แนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 7.วิธีการนำมาใช้ หรือวิธีการผลิต การเลี้ยงวัว หมู เป็ด ไก่พันธุ์ไข่ ไก่พื้นเมือง ปลา กบ และ นำมูลสัตว์มาทำปุ๋ย ชีวภาพ เป็นการลดรายจ่ายในการประกอบอาชีพ 8.ความรู้ที่สามารถเรียนได้จากแหล่งเรียนรู้แห่งนี้ (เรียงตามลำดับความสำคัญและความโดดเด่น 3 ลำดับ) 1) การทำโรงเสีชุมชน 2) ไก่พันธุ์ไข่ ไก่พื้นเมือง 3) การทำเกษตรแบบพอเพียง


หน้า 133 ภูมิปัญญาท้องถิ่นตำบลแวงดง ๑. ชื่อภูมิปัญญาท้องถิ่น การทำเกษตรพอเพียงแบบทฤษฎีใหม่ ๒. เลขที่………..หมู่ที่…3……..ชื่อหมู่บ้านดงจาน ตำบล แวงดง อำเภอยางสีสุราช จังหวัด มหาสารคาม โทรศัพท์…………………………………..โทรสาร………………-…………………..เว็บไซต์………………-………………….. ๓. ประเภทของภูมิปัญญาท้องถิ่น คงไว้เฉพาะที่ตรงกับความเป็นจริง ( ) ด้านเกษตรกรรม เช่น การเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ การทำไร่นาสวนผสม การปรับใช้ เทคโนโลยี ( ) ด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรม เช่น การจักสาน ทอ การช่าง การทอผ้า การแกะสลัก ( ) ด้านการแพทย์แผนไทย เช่น หมอสมุนไพร หมอยากลางบ้าน หมอนวดแผนโบราณ หมอยาหม้อ ( ) ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น การบวชป่า การสืบชะตาแม่น้ำ ( ) ด้านกองทุนและธุรกิจชุมชน เช่น ผู้นำในการจัดการกองทุนของชุมชน ผู้นำในการจัดตั้งกองทุน สวัสดิการรักษาพยาบาล ผู้นำในการจัดระบบสวัสดิการ บริการชุมชน เป็นต้น ( ) ด้านศิลปกรรม เช่น วาดภาพ(กิจกรรม) การปั้น(ประติมากรรม) นาฎศิลป์ ดนตรี การแสดง การละเล่น พื้นบ้าน นันทนาการ เป็นต้น ( ) ด้านภาษาและวรรณกรรม เช่น ความสามารถในการอนุรักษ์ และสร้างผลงานด้านภาษา วรรณกรรม ท้องถิ่น การจัดทำสารานุกรมภาษา หนังสือโบราณ การฟื้นฟู การเรียนการสอนภาษาถิ่นของท้องถิ่นต่างๆ ( ) ด้านปรัชญา ศาสนา และประเพณี ( ) ด้านโภชนาการ เช่น ความสามารถในการเลือกสรร ประดิษฐ์ และปรุงแต่งอาหารและยา ( ) ด้านองค์กรชุมชน


หน้า 134 6.องค์ความรู้ในแหล่งเรียนรู้(มีอะไรบ้าง) ใช้พื้นที่ในบริเวณบ้านและสวนหลังบ้าน ปลูกพืชผักสวนครัวตามฤดูกาล เลี้ยงปลา ฯลฯ ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ บริเวณหน้าบ้าน และการทำเกษตรแบบผสมผสาน สาระเด่น การทำเกษตรแบบผสมผสาน


หน้า 135 7.วิธีการนำมาใช้ หรือวิธีการผลิต ใช้พื้นที่ในบริเวณบ้านและสวนหลังบ้าน ปลูกพืชผักสวนครัวตามฤดูกาล เลี้ยงไก่ ฯลฯ ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ บริเวณหน้าบ้าน 8.ความรู้ที่สามารถเรียนได้จากแหล่งเรียนรู้แห่งนี้ (เรียงตามลำดับความสำคัญและความโดดเด่น 3 ลำดับ) 1)ปลูกพืชผักสวนครัวตามฤดูกาล 2)การเลี้ยงปลา 3) ปลูกกล้วย


หน้า 136 ภูมิปัญญาท้องถิ่นตำบลแวงดง ๑. ชื่อภูมิปัญญาท้องถิ่นการทอผ้า ๒. เลขที่…-…..หมู่ที่……5…..ชื่อหมู่บ้าน…ดงแคน…ตำบล……แวงดง……….อำเภอ……ยางสีสุราช.. จังหวัด…มหาสารคาม…… โทรศัพท์…0981919887..โทรสาร…………………-………………..เว็บไซต์………………-………………….. ๓. ประเภทของภูมิปัญญาท้องถิ่น คงไว้เฉพาะที่ตรงกับความเป็นจริง ( ) ด้านเกษตรกรรม เช่น การเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ การทำไร่นาสวนผสม การปรับใช้ เทคโนโลยี ( ✓) ด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรม เช่น การจักสาน ทอ การช่าง การทอผ้า การแกะสลัก ( ) ด้านการแพทย์แผนไทย เช่น หมอสมุนไพร หมอยากลางบ้าน หมอนวดแผนโบราณ หมอยาหม้อ ( ) ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น การบวชป่า การสืบชะตาแม่น้ำ ( ) ด้านกองทุนและธุรกิจชุมชน เช่น ผู้นำในการจัดการกองทุนของชุมชน ผู้นำในการจัดตั้งกองทุน สวัสดิการรักษาพยาบาล ผู้นำในการจัดระบบสวัสดิการ บริการชุมชน เป็นต้น ( ) ด้านศิลปกรรม เช่น วาดภาพ(กิจกรรม) การปั้น(ประติมากรรม) นาฎศิลป์ ดนตรี การแสดง การละเล่น พื้นบ้าน นันทนาการ เป็นต้น ( ) ด้านภาษาและวรรณกรรม เช่น ความสามารถในการอนุรักษ์ และสร้างผลงานด้านภาษา วรรณกรรม ท้องถิ่น การจัดทำสารานุกรมภาษา หนังสือโบราณ การฟื้นฟู การเรียนการสอนภาษาถิ่นของท้องถิ่นต่างๆ ( )ด้านปรัชญา ศาสนา และประเพณี ( )ด้านโภชนาการ เช่น ความสามารถในการเลือกสรร ประดิษฐ์ และปรุงแต่งอาหารและยา


หน้า 137 ( )ด้านองค์กรชุมชน ๔. องค์ความรู้ การทอผ้านั้นต้องอาศัยฝีมือและความรู้ความชำนาญของผู้ทอเป็นอย่างมาก เป็นงานศิลปะที่มีอยู่เพียง ชิ้นเดียวในโลก เพราะแต่ละคนที่ทำแต่ละขั้นตอน จะมีความแตกต่างกัน เส้นไหมที่สาวได้แต่ละช่วงเวลา หรือแต่ละระยะของฝักไหมให้ความหนาของเส้นไม่เท่ากัน สีไม่เหมือนกัน นอกจากนั้นแล้วความสามารถ ในการทอ การสอดกระสวย ความแรงในการตีกระทบหรือการฟัดทำให้ได้สีเข้มอ่อนต่างกัน การเรียงเส้น ไหมให้ตรงลายจะแสดงถึงความคมชัดและความชำนาญของผู้ทอแต่ละคน อากาศ อุณหภูมิ หรือแม้แต่ อารมณ์ความรู้สึกของผู้ทอ สิ่งเหล่านี้มีผลกับความสวยงามของผ้าผืนนั้น ๆ จึงทำให้ผ้าทอมือแต่ละผืนที่ ทอ มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง สาระเด่น สีธรรมชาติสีที่ได้จากธรรมชาติ เป็นความรู้ดั่งเดิมที่สืบทอดกันมาจากปู่ย่าตายาย แหล่งวัตถุดิบสี ธรรมชาติยังสามารถหาได้จากต้นไม้ ใบไม้ ที่ให้สีสันสวยงามตามที่เราต้องการและหาได้ไม่ยาก ซึ่งปัจจุบัน มีการส่งเสริมให้ใช้วัสดุจากธรรมชาติกันมากขึ้น เพราะผลิตภัณฑ์ที่ได้จากธรรมชาติจะส่งผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อมน้อยมาก และกรรมวิธีผลิตที่แตกต่างกัน ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มีความสวยงามและหลากหลาย ไม่ตกสีได้ง่ายและคงทน 5. วิธีการนำมาใช้ หรือวิธีการผลิต 1. ขั้นตอนการฟอกไหม ครือ การนำไหมดิบฟอกให้สะอาด เพื่อที่จะได้นำมาย้อมสี 2. การย้อมเส้นไหม นำไหมที่ฟอกแล้วมาย้อมเป็นสีต่าง ๆ ตามต้องการ 3. ขั้นตอนการกรอเข้าหลอด นำไหมที่ย้อมเสร็จแล้วนำมาใส่ระวิง(ใช้กรอไหมเข้าหลอดด้าย) นำกรอใส หลอดด้าย หลอดใหญ่ด้วย” “เครื่องกรอไหมพุ่ง” จากนั้นก็นำไหมหลอดใหญ่ที่ได้ไปกรอใส่หลอดเล็กหรือลูก โดย ใช้”เครื่องกรอหลอดเล็ก” จากนั้นนำไหมหลอดเล็กไปใส่กระสอบเพื่อทอเป็นเส้นพุ่ง 4. ขั้นตอนการเตรียมเส้นไหมยืน - เมื่อย้อมสีไหมแล้วก็นำมากรอที่ “เครื่องกรอหลอดไหมยืน”ได้เส้นไหมยื่นใส่ในแถบหลอดใหญ่ - นำแถบหลอดใหญ่มาใส่ ”เครื่องสาวไหมหรือเครื่องดันไหม” เพื่อเตรียมสวาเข้าพัวม้วน - นำไหมจากรางมาผ่านช่องพับพันห่วงและนำไปผ่านพับฟันกี่อีกครั้ง - นำเส้นไหมที่ผ่านฟัน มาเกี่ยวกับ ”เครื่องสาวไหม” - สาวไปเรื่อย ๆ จนจำนวนเส้นครบตามต้องการ - เมื่อสาวไหมครบจำนวนที่กำหนดแล้ว ตัดเส้นไหมออกจากฟันกี่แล้วนำมาเกี่ยวกับหัวม้วนไม้ และต้อง ลากเส้นเหลือออก 5. การใส่ฟืม นำเส้นไหมยืนที่ได้จากเครื่องดัน มาสอดเข้าไปในฟันอีกครั้ง เสร็จแล้วนำไปติดตั้งในที่ทอผ้า เพื่อการทอต่อไป ๖. ความรู้ที่สามารถเรียนได้แห่งนี้ (เรียงตามลำดับความสำคัญและความโดดเด่น ๓ ลำดับ) 1)…วิธีและขั้นตอนการทอผ้า 2)…วิธีการย้อมผ้า …3)…วิธีการสร้างรายได้จากทอผ้า….


หน้า 138 ภูมิปัญญาท้องถิ่นตำบลแวงดง ๑. ชื่อภูมิปัญญาท้องถิ่นการทอพรมเช็ดเท้า ๒. เลขที่…115…..หมู่ที่……15…..ชื่อหมู่บ้าน…ดงแคน…ตำบล……แวงดง……….อำเภอ……ยางสีสุราช.. จังหวัด…มหาสารคาม…… โทรศัพท์…0981919887..โทรสาร…………………-………………..เว็บไซต์………………-………………….. ๓. ประเภทของภูมิปัญญาท้องถิ่น คงไว้เฉพาะที่ตรงกับความเป็นจริง ( ) ด้านเกษตรกรรม เช่น การเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ การทำไร่นาสวนผสม การปรับใช้ เทคโนโลยี ( ✓) ด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรม เช่น การจักสาน ทอ การช่าง การทอผ้า การแกะสลัก ( ) ด้านการแพทย์แผนไทย เช่น หมอสมุนไพร หมอยากลางบ้าน หมอนวดแผนโบราณ หมอยาหม้อ ( ) ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น การบวชป่า การสืบชะตาแม่น้ำ ( ) ด้านกองทุนและธุรกิจชุมชน เช่น ผู้นำในการจัดการกองทุนของชุมชน ผู้นำในการจัดตั้งกองทุน สวัสดิการรักษาพยาบาล ผู้นำในการจัดระบบสวัสดิการ บริการชุมชน เป็นต้น ( ) ด้านศิลปกรรม เช่น วาดภาพ(กิจกรรม) การปั้น(ประติมากรรม) นาฎศิลป์ ดนตรี การแสดง การละเล่น พื้นบ้าน นันทนาการ เป็นต้น ( ) ด้านภาษาและวรรณกรรม เช่น ความสามารถในการอนุรักษ์ และสร้างผลงานด้านภาษา วรรณกรรม ท้องถิ่น การจัดทำสารานุกรมภาษา หนังสือโบราณ การฟื้นฟู การเรียนการสอนภาษาถิ่นของท้องถิ่นต่างๆ ( )ด้านปรัชญา ศาสนา และประเพณี ( )ด้านโภชนาการ เช่น ความสามารถในการเลือกสรร ประดิษฐ์ และปรุงแต่งอาหารและยา ( )ด้านองค์กรชุมชน


หน้า 139 ๔. องค์ความรู้ - ผ้าที่ใช้ทำพรมเช็ดเท้า จะต้องเป็นผ้ายืดเพราะว่ามีความนิ่ม - พรมเช็ดเท้าไม่สามารถนำมาซักเครื่องได้ จะต้องซักด้วยมือ - การออกแบบพรมเช็ดเท้า ขึ้นอยู่กับความคิดสร้างสรรค์ - การเย็บพรมเช็ดเท้าจะต้องเย็บเป็นแถวเดียวกัน เพื่อความสวยงาม สาระเด่น - การได้ถ่ายทอดความรู้ให้คนในชุมชน นักเรียน นักศึกษา และบุคคลที่สนใจ - การสร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชน ได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น 5. วิธีการนำมาใช้ หรือวิธีการผลิต 1. นับห่วงถุงเท้าหรือวง จำนวน 24 ห่วง - วง 2. เริ่มต้นจุดศูนย์กลาง (ขึ้นตรงกลาง) 24 ห่วง - วง 3. ร้อยห่วง - วง จนครบ 24 ห่วง 4. ผูกให้แน่น (หรือดึง) 5. มัดซ้ำอีก 2 ครั้ง (เพื่อให้แน่น) 6. จับทีละ 4 เส้น แล้วสอดเข้าไป จนครบห่วง - วง 7. ขึ้นขาครั้งแรก 4 ห่วง แล้วสอดทีละ 2 ห่วง 2 ครั้ง 8. ทำไปให้ได้ 6 รอบ หรือ 14 นิ้ว 9. รอบที่ 7 (ใส่ขอบ) แต่ต้องเปลี่ยนสีให้ออกโทนสีเด่นชัด เพื่อที่จะเด่น 10. รอบที่ 7 เสร็จแล้วผูกให้แน่น ตรวจดูด้วย (เศษด้ายหรือที่ติดมากับห่วง - วง) จัดดึงให้ได้รูปทรงตาม ต้องการ ๖. ความรู้ที่สามารถเรียนได้แห่งนี้ (เรียงตามลำดับความสำคัญและความโดดเด่น ๓ ลำดับ) 1)…วิธีและขั้นตอนการทำพรมเช็ดเท้า …. 2)…วิธีการเย็บพรม … 3)…วิธีการสร้างรายได้จากทำพรมเช็ดเท้า….


หน้า 140 ภูมิปัญญาท้องถิ่นตำบลแวงดง ๑. ชื่อภูมิปัญญาท้องถิ่นการทำใส้กรอกหมู ๒. เลขที่……..หมู่ที่……11…..ชื่อหมู่บ้าน…หัวเรือ…ตำบล……แวงดง……….อำเภอ……ยางสีสุราช.. จังหวัด…มหาสารคาม…… โทรศัพท์…0981919887..โทรสาร…………………-………………..เว็บไซต์………………-………………….. ๓. ประเภทของภูมิปัญญาท้องถิ่น คงไว้เฉพาะที่ตรงกับความเป็นจริง ( ) ด้านเกษตรกรรม เช่น การเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ การทำไร่นาสวนผสม การปรับใช้ เทคโนโลยี ( ) ด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรม เช่น การจักสาน ทอ การช่าง การทอผ้า การแกะสลัก ( ) ด้านการแพทย์แผนไทย เช่น หมอสมุนไพร หมอยากลางบ้าน หมอนวดแผนโบราณ หมอยาหม้อ ( ) ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น การบวชป่า การสืบชะตาแม่น้ำ ( ) ด้านกองทุนและธุรกิจชุมชน เช่น ผู้นำในการจัดการกองทุนของชุมชน ผู้นำในการจัดตั้งกองทุน สวัสดิการรักษาพยาบาล ผู้นำในการจัดระบบสวัสดิการ บริการชุมชน เป็นต้น ( ) ด้านศิลปกรรม เช่น วาดภาพ(กิจกรรม) การปั้น(ประติมากรรม) นาฎศิลป์ ดนตรี การแสดง การละเล่น พื้นบ้าน นันทนาการ เป็นต้น ( ) ด้านภาษาและวรรณกรรม เช่น ความสามารถในการอนุรักษ์ และสร้างผลงานด้านภาษา วรรณกรรม ท้องถิ่น การจัดทำสารานุกรมภาษา หนังสือโบราณ การฟื้นฟู การเรียนการสอนภาษาถิ่นของท้องถิ่นต่างๆ ( )ด้านปรัชญา ศาสนา และประเพณี ( ✓ )ด้านโภชนาการ เช่น ความสามารถในการเลือกสรร ประดิษฐ์ และปรุงแต่งอาหารและยา ( )ด้านองค์กรชุมชน


หน้า 141 ๔. องค์ความรู้ ไส้กรอกอีสาน เป็นภูมิปัญญาในการถนอมอาหารประเภทเนื้อสัตว์ของคนโบราณ โดยมีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาว่า เมื่อครั้งอดีตในสมัยที่ ป่าภูเขียว ยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิด ชาวอีสานในแถบ จังหวัดชัยภูมิและขอนแก่นได้อาศัยพึ่งพิงป่าภูเขียวเป็นแหล่งอาหาร บ้างเป็นพรานเข้าป่าล่าสัตว์เพียงเพื่อ ประทังชีวิตให้กับตนเองและครอบครัว ผืนป่าภูเขียวนั้นกว้างใหญ่ไพศาล การจะเดินทางเข้าป่าล่าสัตว์แต่ ละครั้งจึงกินระยะเวลานานเป็นเดือน พรานป่าเมื่อนึกถึงหน้าลูกเมียที่อยู่ที่บ้านก็อดเป็นห่วงไม่ได้ เมื่อล่า สัตว์มาพอได้เป็นอาหารประทังชีวิต การจะเก็บรักษาเนื้อสัตว์เหล่านั้นไว้ให้อยู่ได้นาน เพื่อหวังจะนำ เนื้อสัตว์นี้ไปฝากลูกเมีย ไม่ให้เน่าเสียก่อนจะกลับถึงบ้านจะต้องทำอย่างไร สาระเด่น ไส้กรอกอีสาน ที่พบเห็นกันโดยทั่วไป จะนิยมรสชาติออกเปรี้ยว เนื่องด้วยไส้กรอกได้ผ่านการหมัก มาแล้วหลายวัน สำหรับคนอีสานเมื่อทำไส้กรอกเสร็จแล้วจะผึ่งแดดไว้ 1 วัน จึงจะกินได้ ซึ่งไส้กรอกยังไม่ ออกรสเปรี้ยวชัดเจน คนต่างถิ่นที่ซื้อไส้กรอกอีสานกลับไปเป็นของฝากต้องใช้เวลาในการเดินทางระยะ หนึ่งกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง กระบวนการหมักของไส้กรอกจึงเกิดขึ้น จนเกิดรสเปรี้ยว ทำให้ไส้กรอก อีสานเป็นที่นิยมทั่วไปในฐานะไส้กรอกเปรี้ยว 5. วิธีการนำมาใช้ หรือวิธีการผลิต 1.ทำไส้กรอกหมูโดยใส่เนื้อหมูบด ไข่ไก่ พริกไทยดำป่น ผงกระเทียม ผงพาสเลย์ เกลือสมุทร พริกจินดา แดง และหอมใหญ่ ลงในโถปั่นของแห้ง ปั่นส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากันจนละเอียด (หากชอบไส้กรอกที่มีเนื้อหยาบ หน่อย ให้ปั่นส่วนผสมไม่ต้องเนียนมากนัก) ตักใส่อ่างผสม แช่ตู้เย็นช่องธรรมดาไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง 2.ระหว่างนั้นเตรียมไส้ขม โดยตัดไส้ขมให้ยาวประมาณ 20 นิ้ว กลับไส้โดยใช้ปลายตะเกียบดันไส้จาก ด้านนอกเข้าด้านใน ใช้นิ้วมือช่วยดัน ให้ด้านในไส้กลับออกมา ใช้มือรูดไส้ให้กลับจนสุดปลายไส้ แล้วใช้มีดหรือช้อน ขูดเมือกแรงๆ ออกจนหมด จากนั้นกลับไส้อีกครั้งให้เหมือนเดิม นำไปขยำด้วยเกลือป่น ล้างน้ำโดยเปิดน้ำก๊อกไหล ผ่านไส้จนสะอาด นำไส้แช่น้ำส้มสายชูเจือจางเล็กน้อย ประมาณ 5 นาที ล้างน้ำให้สะอาดอีกครั้ง พักไว้ กรอกส่วนผสมที่หมักได้ที่แล้วลงในไส้ โดยมัดปลายไส้ด้านหนึ่งให้แน่น แล้วกรอกส่วนผสมลงในไส้ค่อยๆ บีบแล้ว 3.ใช้มือไล่ส่วนผสมลงไป เรื่อยๆ จนเต็ม เหลือปลายไส้ไว้เพื่อมัดประมาณ 2 นิ้ว จากนั้นบิดไส้ให้เป็นปล้องยาว ประมาณ 4 นิ้ว ทีละปล้องจนสุด แล้วมัดปลายไส้ให้แน่น พักไว้ 4.ตั้งกระทะย่างไส้กรอกบนไฟกลางค่อนข้างอ่อน ทาน้ำมันให้ทั่วไส้กรอก วางไส้กรอกลงในกระทะ หาฝา หม้อครอบไว้ (วิธีนี้เป็นการอบให้ไส้กรอกค่อยๆ สุก ระหว่างย่างหมั่นกลับด้านไส้กรอกเป็นระยะๆ) จนครบกำนด ประมาณ 30 นาที เปิดฝาดู หากไส้กรอกเปลี่ยนสีสุกทั่ว ใช้เข็มหรือไม้จิ้มฟันจิ้มลงบนไส้กรอก กันไม่ให้ไส้กรอกปริ แตก เปิดไฟแรง ย่างต่ออีกนิดหน่อยจนได้สีเหลืองสวยตามต้องการ ตัดเป็นชิ้น เสิร์ฟ


หน้า 142 ๖. ความรู้ที่สามารถเรียนได้แห่งนี้ (เรียงตามลำดับความสำคัญและความโดดเด่น ๓ ลำดับ) 1)…วิธีและขั้นตอนการทำไส้กรอก 2)…วิธีการและขั้นตอนการทำไส้กรอก 3)…วิธีการสร้างรายได้จากการทำไส้กรอก


หน้า 143 ภูมิปัญญาท้องถิ่นตำบลแวงดง ๑. ชื่อภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านศาสนาและภาษา ๒. เลขที่……..หมู่ที่……1…..ชื่อหมู่บ้าน…แวงดง…ตำบล……แวงดง……….อำเภอ……ยางสีสุราช.. จังหวัด…มหาสารคาม…… โทรศัพท์…093.-0544260..โทรสาร…………………-………………..เว็บไซต์………………-………………….. ๓. ประเภทของภูมิปัญญาท้องถิ่น คงไว้เฉพาะที่ตรงกับความเป็นจริง ( ) ด้านเกษตรกรรม เช่น การเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ การทำไร่นาสวนผสม การปรับใช้ เทคโนโลยี ( ) ด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรม เช่น การจักสาน ทอ การช่าง การทอผ้า การแกะสลัก ( ) ด้านการแพทย์แผนไทย เช่น หมอสมุนไพร หมอยากลางบ้าน หมอนวดแผนโบราณ หมอยาหม้อ ( ) ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น การบวชป่า การสืบชะตาแม่น้ำ ( ) ด้านกองทุนและธุรกิจชุมชน เช่น ผู้นำในการจัดการกองทุนของชุมชน ผู้นำในการจัดตั้งกองทุน สวัสดิการรักษาพยาบาล ผู้นำในการจัดระบบสวัสดิการ บริการชุมชน เป็นต้น ( ) ด้านศิลปกรรม เช่น วาดภาพ(กิจกรรม) การปั้น(ประติมากรรม) นาฎศิลป์ ดนตรี การแสดง การละเล่น พื้นบ้าน นันทนาการ เป็นต้น ( ) ด้านภาษาและวรรณกรรม เช่น ความสามารถในการอนุรักษ์ และสร้างผลงานด้านภาษา วรรณกรรม ท้องถิ่น การจัดทำสารานุกรมภาษา หนังสือโบราณ การฟื้นฟู การเรียนการสอนภาษาถิ่นของท้องถิ่นต่างๆ ( ✓)ด้านปรัชญา ศาสนา และประเพณี ( )ด้านโภชนาการ เช่น ความสามารถในการเลือกสรร ประดิษฐ์ และปรุงแต่งอาหารและยา ( )ด้านองค์กรชุมชน


หน้า 144 ๔. องค์ความรู้ ด้านสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาตามพุทธประวัติ และความสำคัญของพระพุทธศาสนา สาระเด่น วัดป่าสันติธรรมเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน โดยมี สังขารของท่าน“หลวงปู่มี กันตสีโล” เป็น พระสงฆ์ที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ท่านเป็นพระวัดป่าสายวิปัสสนา กัมมัฏฐานเป็นพระเกจิอาจารยชื่อดัง แห่งเมือง มหาสารคาม มีเมตตาธรรมสูง มักน้อย ถือสันโดษ มีพลังจิตที่เข้มแข็งอาคมที่แก่กล้านามของท่านจึงขจรขจายไป ทั่ว หลวงปู่จึงเป็นที่เคารพนับถือชองชาวตำบลแวงดง ขณะนี้สรีระสังขารของท่านกลับกลายแข็งเป็นหิน ไม่เน่า ไม่ เปื่อย ยังบรรจุอยู่ในโลงแกว้ ตั้งอยู่ภายในมณฑปวัดป่าสันติธรรม และทุกปี เมื่อครบวันมรณภาพของท่านคณะ ศิษยานุศิษย์ จะร่วมกันทำพิธีสรงน้ำและเปลี่ยนผ้าจีวรสบงให้กับสรีระหลวงปู่ และวัดป่าสสันติธรรม ยังเป็น สถานที่จัดกิจกรรมของชุมชนดังกล่าว ได้แก่ กิจกรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา กิจกรรมตักบาตร ทอดกฐิน ถือศีลในวันพระ เป็นสถานที่ทำวัตรปฏิบัติธรรมในช่วงวันพระ นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่จัดกิจกรรมของชุมชน ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบล ได้แก่ งานประเพณีประจำท้องถิ่นประจำทุกปี วิธีการนำมาใช้ หรือวิธีการผลิต วัดป่าสันติธรรมเป็นสถานที่ชุมชนของชาวบ้านตำบลแวงดง เพื่อเป็นที่ชำระจิตใจของผู้คน และเป็นแหล่ง วัฒนธรรม ศิลปะ เป็นโบราณสถาน ที่สามารถศึกษาหาความรู้ของผู้ที่สนใจ นับได้ว่าวัดมีอิทธิพลมากต่อชาวบ้าน แต่ก่อนจนมาถึงในยุคสมัยปัจจุบัน วัดก็ยังเป็นสถานที่ปฎิบัติธรรม และรวบรวมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าต่าง ๆ ไว้มากมาย


หน้า 145 8.ความรู้ที่สามารถเรียนได้จากแหล่งเรียนรู้แห่งนี้ (เรียงตามลำดับความสำคัญและความโดดเด่น 3 ลำดับ) 1) หลักการสำคัญของพระพุทธศาสนา 2) ประเพณีวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 3) สถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา


หน้า 146 แหล่งเรียนรู้ชุมชนตำบลนาภู 1. ชื่อแหล่งเรียนรู้………สวนคงแสง บุญโพธิ์คำฟาร์ม…………………………………….. 2. เลขที่………..หมู่ที่…10……..ชื่อหมู่บ้าน…ป่าโพธิ์………ตำบล…นาภู…….อำเภอ…ยางสีสุราช….. จังหวัด…มหาสารคาม………………… โทรศัพท์…0909232189…..โทรสาร…-เว็บไซต์https://web.facebook.com/boonphokham/photos 3. เจ้าของ/ผู้ครอบครอง/ผู้จัดการแหล่งเรียนรู้คงไว้เฉพาะที่ตรงกับความเป็นจริง ¨ ส่วนราชการ ¨ วัด ¨ โบสถ์ ¨ มัสยิด ¨ เอกชน ¨ ชุมชน ¨ องค์กรชุมชน ¨ อื่นๆ โปรดระบุ........................................................ 4. ชื่อบุคคลของแหล่งเรียนรู้สำหรับติดต่อ อาชีพ......นายกองค์การบริหารส่วนตำบล........ 5.ประเภทของแหล่งเรียนรู้คงไว้เฉพาะที่ตรงกับความเป็นจริง ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน


หน้า 147 6.องค์ความรู้ในแหล่งเรียนรู้(มีอะไรบ้าง) เป็นแหล่งเรียนรู้ที่จัดกิจกรรมเกี่ยวกับการเกษตรผสมผสานให้มีความหลากหลาย โดยวิธีการสร้างต้นทุนที่ ตัวเอง สาระเด่น ส่งเสริมการตลาดและการขาย สร้างรายได้ให้เกิดกับชุมชน


Click to View FlipBook Version