The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แนวข้อสอบครุทายาท-2021ล่าสุด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by orachawaw, 2023-12-04 01:08:51

แนวข้อสอบครุทายาท-2021ล่าสุด

แนวข้อสอบครุทายาท-2021ล่าสุด

201 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น ทุกข์จร ที่อาจเกิดขึ้นเพราะเหตุต่าง ๆ เช่น ความเศร้าโศก น้อยใจ ตรอมใจ เจ็บป่วยไม่สบายกาย การประสพ กับ สิ่งที่ไม่รัก การพลัดพรากจากสิ่งที่รัก และความไม่สมปรารถนา 2. สมุทัย สาเหตุที่ท าให้เกิดความทุกข์ ได้แก่ ตัณหา (ความอยาก) มี 3 ลักษณะคือ (1) กามตัณหา คือ ความอยากได้ อยากมี อยากเป็นในสิ่งที่ไม่เคยได้ ไม่เคยมี และ ไม่เคยเป็น (2) ภวตัณหา หมายถึง ความอยากให้คงอยู่ เช่น เกียรติยศ ชื่อเสียง อ านาจ ค าสรรเสริญ อยากให้ สิ่งเหล่านั้น ด ารงอยู่กับตนเองตลอดไป (3) วิภวตัณหา หมายถึง ความไม่อยากมี ไม่อยากเป็น เช่น ความไม่พอใจในสถานะ ที่ตนมีอยู่ เป็นอยู่ในปัจจุบัน 3. นิโรธ หมายถึง ความดับทุกข์คือ การละตัณหา 3 ประการดังกล่าว เมื่อละต้นเหตุของทุกข์ เสียได้ ความทุกข์ย่อมไม่มี 4. มรรค หมายถึง วิธีดับทุกข์ เป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อที่จะละตัณหาซึ่งเป็นต้นเหตุของทุกข์ มี 8 ประการดังนี้ มรรค 8 (แนวทางดับทุกข์ มี 8 ประการดังนี้) (1) สัมมาทิฐิ (ความเห็นชอบ) ได้แก่ การมีความเห็นที่ถูกต้อง เช่น ยอมรับเรื่องบาป บุญ กรรมดี กรรม ชั่ว ชาตินี้และชาติหน้า ในระดับที่ละเอียดอ่อนขึ้นไปอีกคือ ความเข้าใจในอริยสัจ 4 (2) สัมมาสังกัปปะ (ความด าริชอบ) ได้แก่ การคิดเพื่อที่จะให้จิตใจของตนเองเป็นอิสระคือ คิดปลีกตัว ออกจากกาม ไม่ตกเป็นทาศของรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส จนเกินไป ไม่คิดพยาบาท และ ประการสุดท้ายคือ ไม่คิดเบียดเบียนผู้อื่น (3) สัมมาวาจา (วาจาชอบ) การเว้นจากวจีทุจริต 4 คือ เว้นจากการพูดเท็จ (มุสาวาจา) เว้นจากการพูด ส่อเสียด (ปีสุณาวาจา) เว้นจากการพูดค าหยาบ (ผรุสวาจา) เว้นจากการพูด เพ้อเจ้อ ไร้สาระ (สัมผัปปลาป วาจา) (4) สัมมากัมมันตะ (การกระท าชอบ) ได้แก่ การงดเว้นจากกายทุจริต คือ การไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ และไม่ประพฤติ ผิดในกาม (5) สัมมาอาชีวะ (การเลี้ยงชีวิตชอบ) ได้แก่ การประกอบอาชีพที่ไม่ผิดศีลธรรมและ ไม่ เบียดเบียน ผู้อื่น รวมความไปถึง การไม่อยู่เฉย ๆ โดยไร้ประโยชน์ ต้องเป็นผู้ที่ท างานประกอบอาชีพ (6) สัมมาวายามะ (ความเพียรชอบ) ได้แก่ การเพียรระวังไม่ให้ความชั่วเกิดขึ้น หรือเพียร ขจัดความชั่ว ที่ได้เกิดขึ้นแล้ว เพียรสร้างความดีให้เกิดขึ้น และเพียรรักษาความดีที่มีอยู่แล้วให้คงอยู่ ตลอดไป มรรค 8


202 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น (7) สัมมาสติ (ความระลึกชอบ) คือ การก าหนดรู้พฤติกรรมของจิต ระลึกได้ตลอดเวลาว่า ตนเองก าลัง คิดอะไร ท าอะไร ไม่เป็นคนใจลอย ไม่ประสาท มีความรอบคอบ (8) สัมมาสมาธิ (ความตั้งใจชอบ) ได้แก่ การตั้งจิตให้มั่นคง สามารถควบคุมอารมณ์ได้ จนกระทั่ง สามารถบังคับจิตใจ ให้หยุดนิ่งอยู่กับอารมณ์อันเดียวทิศ 6 ทิศ 6 หรือการปฏิบัติชอบระหว่างบุคคลผู้มีอุปการะคุณต่อกัน 6 พวกคือ สัปปุริสธรรม 7 คือ หลักธรรมของคนดีหรือหลักธรรมของสัตตบุรุษ 7 ประการ ได้แก่ รู้จักเหตุ รู้จักผล รู้จัก ตน รู้จักประมาณ รู้จักกาล รู้จักปฏิบัติ และรู้จักบุคคล 1. รู้จักเหตุหรือธัมมัญญุตา หมายถึง ความเป็นผู้รู้จักเหตุ รู้จักวิเคราะห์หาสาเหตุ ของสิ่งต่าง ๆ 2. รู้จักผลหรืออัตถัญญุตา หมายถึง ความเป็นผู้รู้จักผลที่จะเกิดขึ้นจากการกระท า 3. รู้จักตนหรืออัตตัญญุตา หมายถึง ความเป็นผู้รู้จักตน ทั้งในด้านความรู้ คุณธรรม และความ สามารถ 4. รู้จักประมาณหรือมัตตัญญุตา หมายถึง ความเป็นผู้รู้จักประมาณ รู้จักหลักของความ พอดี การ ด าเนินชีวิต พอเหมาะพอควร 5. รู้จักกาลเวลาหรือกาลัญญุตา หมายถึง ความเป็นผู้รู้จักกาลเวลา รู้จักเวลาไหนควรท า อะไร แล้ว ปฏิบัติให้เหมาะสม กับเวลานั้น ๆ 6. รู้จักปฏิบัติหรือปริสัญญุตา หมายถึง ความเป็นผู้รู้จักปฏิบัติ การปรับตน และแก้ไขตน ให้เหมาะสม กับสภาพของ กลุ่มและชุมชน 7. รู้จักบุคคลหรือบุคคลัญญุตา หมายถึง ความเป็นผู้รู้จักปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับบุคคล ซึ่งมีความ แตกต่างกันการที่ บุคคลใดน าเอาหลักสัปปุริสธรรม 7 มาใช้ในการด าเนินชีวิต จะช่วยให้ ชีวิตพบกับความสุข ในชีวิตได้ อิทธิบาท 4 คือ หลักธรรมที่น าไปสู่ความส าเร็จแห่งกิจการ มี 4 ประการคือ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา 1. ฉันทะ คือ ความพอใจ ใฝ่รัก ใฝ่หาความรู้ และใฝ่สร้างสรรค์ 2. วิริยะ คือ ความเพียรพยายาม มีความอดทนไม่ท้อถอย สัปปุริสธรรม 7 อิทธิบาท 4


203 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น 3. จิตตะ คือ ความเอาใจใส่และตั้งใจแน่วแน่ในการท างาน 4. วิมังสา คือ ความหมั่นใช้ปัญญาและสติในการตรวจตราและคิดไตร่ตรอง กุศลกรรมบท 10 เป็นหนทางแห่งการท าความดีงาม ทางแห่งกุศลซึ่งเป็นหนทางน าไปสู่ความสุข ความเจริญ แบ่งออกเป็น 3 ทางคือ กายกรรม 3 วจีกรรม 4 และมโนกรรม 3 1. กายกรรม 3 หมายถึง ความประพฤติดีที่แสดงออกทางกาย 3 ประการ ได้แก่ (1) เว้นจากการฆ่าสัตว์ คือ การละเว้นจากการฆ่าสัตว์ การเบียดเบียนกัน เป็นผู้มีเมตตา กรุณา (2) เว้นจากการลักทรัพย์ คือ ละเว้นจากการลักขโมย เคารพในสิทธิของผู้อื่น ไม่หยิบฉวย เอาของคน อื่นมาเป็นของตน (3) เว้นจากการประพฤติผิดในกาม คือ การไม่ล่วงละเมิดสามีหรือภรรยาผู้อื่น ไม่ล่วง ละเมิด ประเวณีทางเพศ 2. วจีกรรม 3 หมายถึง การเป็นผู้มีความประพฤติดีซึ่งแสดงออกทางวาจา 4 ประการ ได้แก่ (1) เว้นจากการพูดเท็จ คือ พูดแต่ความจริง ไม่พูดโกหก หลอกลวง (2) เว้นจากการพูดส่อเสียด คือ พูดแต่ในสิ่งที่ท าให้เกิดความสามัคคี กลมเกลียว ไม่พูดจา ในสิ่งที่ ก่อให้เกิดความ แตกแยก แตกร้าว (3) เว้นจากการพูดค าหยาบ คือ พูดแต่ค าสุภาพ อ่อนหวาน อ่อนโยน กับบุคคลอื่นทั้ง ต่อหน้า และ ลับหลัง (4) เว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ คือพูดแต่ความจริง มีเหตุมีผลเน้นเนื้อหาสาระที่เป็น ประโยชน์ พูดแต่ สิ่งที่จ าเป็นและพูดถูกกาลเทศะ 3. มโนกรรม 3 หมายถึง ความประพฤติที่เกิดขึ้นในใจ 3 ประการ ได้แก่ (1) ไม่อยากได้ของของเขา คือ ไม่คิดจะโลภอยากได้ของผู้อื่นมาเป็นของตน (2) ไม่พยาบาทปองร้ายผู้อื่น คือ มีจิตใจดี มีความปรารถนาดี อยากให้ผู้อื่นมีความสุข ความเจริญ (3) มีความเห็นที่ถูกต้อง คือ มีความเชื่อในเรื่องการท าความดีได้ดี ท าชั่วได้ชั่ว และมี ความ เชื่อว่า ความพยายามเป็นหนทางแห่งความส าเร็จ กุศลกรรมบท 10


204 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น อกุศลกรรมบท 10 เป็นหนทางแห่งการท าความชั่ว ความไม่ดี 10 ประการ แบ่งออกเป็น 3 ทางคือ กายกรรม 3 วจีกรรม 4 และมโนกรรม 3 สังคหวัตถุ 4 เป็นหลักธรรมค าสอนทางพุทธศาสนาที่เป็นวิธีปฏิบัติเพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจคนอื่นที่ยัง ไม่เคยรักใคร่นับถือ ให้เกิดความรัก ความนับถือ สังคหวัตถุเป็นหลักธรรมที่ช่วยผูกไมตรีซึ่งกันและกันให้ แน่น แฟ้นยิ่งขึ้น ประกอบด้วย ทาน ปิยวาจา อัตถจริยา สมานัตตตา 1. ทาน คือ การให้ปันสิ่งของของตนให้แก่ผู้อื่นด้วยความเต็มใจ เพื่อให้ประโยชน์แก่ผู้รับ การให้เป็น การยึดเหนี่ยวน้ าใจกัน อย่างดียิ่ง เป็นการสงเคราะห์สมานน้ าใจกัน ผูกมิตรไมตรีกันให้ยั่งยืน 2. ปิยวาจา คือ การเจรจาด้วยถ้อยค าไพเราะอ่อนหวาน พูดชวนให้คนอื่นเกิดความรักและ นับถือ ค าพูดที่ดีนั้นย่อมผูกใจคน ให้แน่นแฟ้นตลอดไป หรือแสดงความเห็นอกเห็นใจ ให้ก าลังใจ รู้จักพูดให้เกิด ความ เข้าใจดี สมานสามัคคี ย่อมท าให้เกิดไมตรี ท าให้ รักใคร่นับถือและช่วยเหลือ เกื้อกูลกัน 3. อัตถจริยา คือ การประพฤติสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่กัน คือช่วยเหลือด้วยแรงกายและ ขวนขวาย ช่วยเหลือกิจการต่าง ๆ ให้ลุล่วงไป เป็นคนไม่ดูดาย ช่วยให้เกิดสติส านึกในความผิดชอบชั่วดี หรือช่วย แนะน า ให้เกิดความรู้ ความสามารถในการ ประกอบอาชีพ 4. สมานัตตตา คือ การวางตนเป็นปกติเสมอต้นเสมอปลาย ไม่ถือตัวการวางตนให้ เหมาะสม กับ ฐานะของตนตามสภาพ ได้แก่ เป็นผู้ใหญ่ ผู้น้อย หรือผู้เสมอกัน เอาใจใส่ปฏิบัติตามฐานะ ผู้น้อย คารวะนอบ น้อมย าเกรงผู้ใหญ่ ค าว่าอบายมุข คือ หนทางแห่งความเสื่อม หรือหนทางแห่งความหายนะ ความฉิบหาย มี 6 อย่าง ได้แก่ อกุศลกรรมบท 10 สังคหวัตถุ 4 อบายมุข 6


205 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น 1. การเป็นนักเลงผู้ใหญ่ หมายถึง การเป็นคนมีจิตใจใฝ่ในเรื่องเพศ เป็นคนเจ้าชู้ ท าให้เสีย ทรัพย์สิน เงินทอง สูญเสีย เวลาและเสียสุขภาพ 2. การเป็นนักเลงสุรา หมายถึง ผู้ที่ดื่มสุราจนติดเป็นนิสัย การดื่มสุรานอกจากจะท าให้เสียเงิน ทอง แล้ว ยังเสียสุขภาพ และบั่นทอนสติปัญญาอีกด้วย 3. การเป็นนักเลงการพนัน หมายถึง ผู้ที่ชอบเล่นการพนันทุกชนิด การเล่นการพนันท าให้ เสีย ทรัพย์สิน เสียสุขภาพ การพนันไม่เคยท าให้ใครร่ ารวย มั่งมีเงินทองได้เลย 4. การคบคนชั่วเป็นมิตร หมายถึง การคบคนไม่ดีหรือคนชั่ว คนชั่วมักชักชวนให้ท าในสิ่งที่ไม่ ถูกต้อง และอาจน าความเดือดร้อนมาสู่ตนเองและครอบครัว 5. การเที่ยวดูการละเล่น หมายถึง ผู้ที่ชอบเที่ยวการละเล่นกลางคืน ท าให้เสียทรัพย์และ อาจท าให้ เกิดการ ทะเลาะเบาะแว้งในครอบครัว 6. เกียจคร้านท าการงาน หมายถึง ผู้ไม่ชอบท างาน ขี้เกียจ ไม่ขยันขันแข็ง เบญจศีลเบญจธรรม คือ หลักธรรมที่ควรปฏิบัติควบคู่กัน มุ่งให้บุคคลท าความดี ละเว้นความชั่ว เบญจศีล (สิ่งที่ควรละเว้น) เบญจธรรม (สิ่งที่ควรปฏิบัติ) 1. เว้นจากการฆ่าสัตว์ 2. เว้นจากการลักทรัพย์ 3. เว้นจากการประพฤติผิดในกาม 4. เว้นจากการพูดเท็จ 5. เว้นจากการเสพของมึนเมา 1. มีความเมตตากรุณา 2. ประกอบอาชีพสุจริต 3. มีความส ารวจในกาม 4. พูดความจริง ไม่พูดโกหก 5. มีสติสัมปชัญญะ โลกบาลหรือธรรมคุ้มครองโลก เป็นหลักธรรมที่ช่วยให้มนุษย์ทุกคนในโลก อยู่กันอย่างมี ความสุข มีน้ าใจ เอื้อเฟื้อ มีคุณธรรมและท าแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ ประกอบด้วยหลักธรรม 2 ประการ ได้แก่ หิริโอตตัปปะ 1. หิริ คือ ความละอายในลักษณะ 3 ประการ แล้วไม่ท าความชั่ว (บาป) คือ (1) ละอายแก่ใจ หรือความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจตนเองแล้วไม่ท าความชั่ว (2) ละอายผู้อื่น หรือสภาพแวดล้อมต่าง ๆ แล้วไม่ท าความชั่ว (3) ละอายต่อความชั่วที่ตนจะท านั้นแล้วไม่ท าความชั่ว 2. โอตตัปปะ คือ ความเกรงกลัว หมายถึง (1) เกรงกลัวตนเอง ติเตียนตนเองได้ โลกบาลธรรมหรือธรรมคุ้มครองโลก


206 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น (2) เกรงกลัวผู้อื่นแล้วไม่กล้าท าความชั่ว (3) เกรงกลัวต่อผลของความชั่วที่ท าจะเกิดขึ้นแก่ตน (4) เกรงกลัวต่ออาญาของแผ่นดินแล้วไม่กล้าท าความชั่ว กตัญญูกตเวที เป็นเครื่องหมายของคนดี ค าว่า “กตัญญู” แปลว่า “การรู้คุณคน” ส่วนค าว่า “กตเวที” แปลว่า การตอบแทนผู้มีบุญคุณ กับเรา ดังนั้นค าว่า กตัญญูกตเวที จึงหมายถึง “การรู้คุณคนและตอบแทนผู้มีบุญคุณกับเรา”บุคคลผู้มี อุปการะคุณแก่คนเรานั้น มีมากมาย แบ่งกว้าง ๆ ได้ 5 กลุ่ม ประกอบด้วย 1. ทางสกุล ได้แก่ บิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา เป็นต้น 2. ทางการศึกษา ได้แก่ ครูบาอาจารย์ หรือบุคคลที่อบรมสั่งสอนเรา 3. ทางการปกครอง ได้แก่ พระมหา กษัตริย์และเชื้อพระวงศ์ทุกพระองค์ 4. ทางศาสนา ได้แก่ องค์พระศาสดาของทุกศาสนา 5. ทางอื่น ได้แก่ ผู้มีอุปการะคุณทางอ้อม เช่น เพื่อนฝูง เพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่ ปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เป็นต้น ขันธ์ 5 หรือ เบญจขันธ์ คือ องค์ประกอบของชีวิตมนุษย์ที่ประกอบด้วยรูปและนาม รูป คือ ส่วนที่เป็นร่างกาย ประกอบด้วยธาตุ 4 ได้แก่ - ธาตุดิน(ส่วนของร่างกายที่เป็นของแข็ง เช่น เนื้อ กระดูก ผม) - ธาตุน้ า (ส่วนที่เป็นของเหลวของร่างกาย) เช่น เลือด น้ าลาย น้ าเหลือง น้ าตา ) - ธาตุลม (ส่วนที่เป็นลมของร่างกาย ได้แก่ ลมหายใจเข้าออก ลมในกระเพาะอาหาร) - ธาตุไฟ ( ส่วนที่เป็นอุณหภูมิของร่างกาย ได้แก่ ความร้อนในร่างกายมนุษย์) นาม คือ ส่วนที่มองไม่เห็นหรือจิตใจ ได้แก่ - เวทนา คือ ความรู้สึกที่เกิดจากประสาทสัมผัส เช่น สุขเวทนา ทุกขเวทนาและอุเบกขาเวทนา ไม่ยินดียิน ร้าย กตัญญูกตเวที ขันธ์ 5


207 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น - สัญญา คือ ความจ าได้โดยอาศัยประสาทสัมผัส เมื่อสัมผัสอีกครั้งก็สามารถบอกได้ - สังขาร คือ สภาพที่ปรุงแต่งจิตใจให้คิดดี คิดชั่ว หรือเป็นกลาง สิ่งที่เข้ามาปรุงแต่งจิต ได้แก่ เจตนา ค่านิยม ความสนใจ ความโลภ และความหลง - วิญญาณ คือ ความรับรู้ที่ผ่านมาทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ (อายตนะ 6) พรหมวิหาร 4 ธรรมส าหรับผู้เป็นใหญ่ ผู้ปกครอง พ่อแม่ จ าเป็นต้องมีไว้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวส าหรับ ด าเนินชีวิต ได้แก่ 1. เมตตา ความรักใคร่ ปรารถนาจะให้เป็นสุข 2. กรุณา ความสงสาร ต้องการที่จะช่วยบุคคลอื่น สัตว์อื่นให้หลุดพ้นจากความทุกข์ 3. มุทิตา ความชื่นชมยินดีเมื่อเห็นบุคคลอื่นเขาได้ดี 4. อุเบกขา ความวางเฉยไม่ดีใจไม่เสียใจ เมื่อบุคคลอื่นประสบความวิบัติ ไตรลักษณ์คือ ลักษณะทั่วไปของสิ่งทั้งปวง 1. อนิจจตา หรือ อนิจจัง ความไม่คงที่ ไม่เที่ยง ไม่ถาวร ไม่แน่นอน 2. ทุกขตา หรือ ทุกขัง สภาพที่อยู่ในสภาวะเดิมไม่ได้ ต้องแปรปรวนไป 3. อนัตตา ความไม่ใช่ตัวตนแท้จริง ไม่อยู่ในอ านาจบังคับบัญชา ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ในเรื่องไตรลักษณ์ พระพุทธศาสนาถือว่าเป็นค าสอนสูงสุด ซึ่งทุกสิ่งในสากลจักรวาลล่วนเป็นอนัตตาทั้งสิ้น พรหมวิหาร 4 ไตรลักษณ์


208 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น ฆราวาสธรรม 4 หลักธรรมส าหรับผู้ครองเรือน ได้แก่ 1. สัจจะ การมีความซื่อตรงต่อกัน 2. ทมะ การรู้จักข่มจิตของตน ไม่หุนหันพลันแล่น 3. ขันติ ความอดทนและให้อภัย 4. จาคะ การเ สียสละแบ่งปันของตนแก่คนที่ควรแบ่งปัน บุญกิริยาวัตถุ 10 หลักธรรมแห่งการท าบุญ ทางแห่งการท าความดี 10 ประการ 1. ทานมัย บุญส าเร็จด้วยการบริจาคทาน 2. ศีลมัย บุญส าเร็จด้วยการรักษาศีล 3. ภาวนามัย บุญส าเร็จด้วยการเจริญภาวนา 4. อปจายนมัย บุญส าเร็จด้วยการประพฤติอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่ 5. เวยยาวัจจมัย บุญส าเร็จด้วยการช่วยเหลือขวนขวายในกิจการงานต่างๆ 6. ปัตติทานมัย บุญส าเร็จด้วยการให้ส่วนบุญ 7. ปัตตานุโมทนามัย บุญส าเร็จด้วยการอนุโมทนาส่วนบุญ 8. ธัมมัสสวนมัย บุญส าเร็จด้วยการฟังธรรม 9. ธัมมเทสนามัย บุญส าเร็จด้วยการแสดงธรรม 10. ทิฏฐุชุกัมม์ บุญส าเร็จด้วยการท าความคิดความเห็นของตนให้ตรง ฆราวาสธรรม 4 บุญกิริยาวัตถุ 10


209 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น ทิศ 6 คือ หน่วยของสังคมที่เล็กที่สุด ส าคัญที่สุด ทรงอานุภาพที่สุด หากบุคคลใน แต่ละทิศปฏิบัติตน ตามหน้าที่ ซึ่งมีอยู่ประจ าทิศได้สมบูรณ์จริงๆ แล้ว ย่อมสามารถที่จะฉุดสังคมส่วนใหญ่ ให้เจริญรุ่งเรืองทั้งทาง โลกและทางธรรม ได้อย่างชนิดฉับพลัน ทิศ 6 ของใครก็ประกอบด้วยตัวของคนนั้น เองเป็นแกนกลาง แล้วแวดล้อมด้วยบุคคล อีก 6 กลุ่ม ซึ่งแต่ ละกลุ่มล้วนมีความสัมพันธ์กับตัวของเขา ตามฐานะและหน้าที่ที่แตกต่างกันไป คือ ทิศ 6


210 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น ปุรัตถิมทิส ทิศเบื้องหน้า ได้แก่ บิดา มารดา ทักขิณทิส ทิศเบื้องขวา ได้แก่ ครูบาอาจารย์ ปัจฉิมทิส ทิศเบื้องหลัง ได้แก่ ภรรยาหรือสามี อุตตรทิส ทิศเบื้องซ้าย ได้แก่ มิตรสหาย เหฏฐิมทิส ทิศเบื้องล่าง ได้แก่ คนรับใช้ ลูกน้อง อคติ 4 หมายถึง วิถีในทางที่ผิดหรือการด าเนินไปในทางที่ผิด ทั้งนี้ อันเกิดจากทัศนะหรือความ คิดเห็นในทางที่ผิด ซึ่งต่อมาจึงใช้ค าให้เข้าใจง่ายเป็น ความล าเอียง หรือ ความไม่เที่ยงธรรม ประกอบด้วย 4 ประการ คือ 1. ฉันทาคติ คือ ความล าเอียงเพราะชอบพอ 2. โทสาคติ คือ ความล าเอียงเพราะโกรธหรือชิงชัง 3. โมหาคติ คือ ความล าเอียงเพราะหลง หรือ ความล าเอียงเพราะความเขลา 4. ภยาคติ คือ ความล าเอียงเพราะกลัว อคติ 4 เป็นธรรมส าหรับปุถุชนทั่วไป โดยเฉพาะผู้ที่เป็นผู้น า เป็นหัวหน้า ผู้ที่ท าหน้าที่ฝ่ายปกครอง หรือ เป็นข้าราชการ เพราะธรรมเหล่านี้ เป็นสัจจะความจริงที่มักเกิดขึ้นกับบุคคลเหล่านี้ และมีผลอย่างมากต่อการ บริหารงาน ต่อการปกครอง และความสงบสุขของสังคมผู้น า หัวหน้างานหรือฝ่ายปกครองที่ละเว้นจากอคติ 4 ประการนี้ได้ ย่อมท าให้ลูกน้อง ผู้ใต้บังคับบัญชาหรือประชาชนเกิดความสุข อันส่งผลต่อความเจริญของสังคม และความสงบสุขของสังคมตามมา อคติ มาจากภาษาบาลี ค าว่า อะ หมายถึง ผิด, ไม่, ไม่ถูกต้อง, ไม่ดีงาม, ไม่สมควร คติ หมายถึง วิถี, แนวทาง, สิ่งที่เป็นไป, การด าเนินไป, ความเป็นไป, การตอบสนอง, การแสดงออก อคติ 4


211 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น คติ มีความแตกต่างกับ ทัศนะ คือ ทัศนะ หมายถึง ความเห็น, ความคิดเห็น, มุมมอง ส่วน คติ หมายถึง ดังข้างต้น ดังนั้น ทัศนคติ จึง หมายถึง การแสดงออก หรือ วิถีที่ด าเนินไปอันเกิดจากความคิดหรือความเห็น ความหมายที่ครอบคลุมของอคติ – วิถีในทางที่ผิด – แนวทางที่ผิด – สิ่งที่เป็นไปในทางที่ไม่ดีงาม – การด าเนินไปในทางที่ผิด – ความล าเอียง – ความไม่เที่ยงธรรม – ความไม่เป็นกลาง ความหมายของอคติแต่ละประการ 1. ฉันทาคติ คือ ความล าเอียงเพราะชอบพอ ฉันทาคติ มาจากค าว่า ฉันทะ + อคติ ฉันทะ หมายถึง ความชอบใจ หรือ ความพอใจ 2. โทสาคติ คือ ความล าเอียงเพราะโกรธหรือชิงชัง โทสาคติ มาจากค าว่า โทสะ + อคติ โทสะ หมายถึง ความโกรธ ปัจจัยที่ก่อเกิดความโกรธหรือชิงชังในคัมภีร์ปริวาร – โกรธเพราะได้ท าแล้วซึ่งสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์หรือก่อโทษแก่ตนเอง – โกรธเพราะก าลังท าซึ่งสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์หรือก่อโทษแก่ตนเอง – โกรธเพราะคิดจะท าซึ่งสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์หรือก่อโทษแก่ตนเอง – โกรธเพราะได้ท าแล้วซึ่งสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์หรือก่อโทษแก่คนที่ตนรัก – โกรธเพราะก าลังท าซึ่งสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์หรือก่อโทษแก่คนที่ตนรัก – โกรธเพราะคิดจะท าซึ่งสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์หรือก่อโทษแก่คนที่ตนรัก – โกรธเพราะได้ท าแล้วซึ่งประโยชน์ต่อผู้ที่ตนชิงชัง – โกรธเพราะก าลังท าซึ่งประโยชน์ต่อผู้ที่ตนชิงชัง – โกรธเพราะคิดจะท าซึ่งประโยชน์ต่อผู้ที่ตนชิงชัง


212 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น 3. โมหาคติ คือ ความล าเอียงเพราะหลง หรือ ความล าเอียงเพราะความเขลา โมหาคติ มาจากค าว่า โมหะ + อคติ โมหะ หมายถึง ความหลง ความลุ่มหลง 4. ภยาคติ คือ ความล าเอียงเพราะกลัว ภยาคติ มาจากค าว่า ภยะ + อคติ ภยะ หมายถึง ความกลัว ความหวาดหวั่น หรือ มักเรียกกลายเป็นศัพท์ว่า ภัย แนวทางการละอคติ 4 1. ไม่คบคนพาล 2. จักกสูตร 4 ประการ – อยู่ในประเทศอันสมควร หมายถึง อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเป็นคนดี – การคบสัตบุรุษ – การตั้งตนไว้ชอบ คือ ยึดมั่นในการประพฤติตนให้เป็นคนดีอย่างสม่ าเสมอ – ความเป็นผู้มีบุญที่ท าไว้ในปางก่อน คือ เชื่อถือในความดีงามที่ท ามาว่าจะเกิดกุศลกรรมที่ดี งามต่อเราในภพนี้ และภพหน้า 3. สัมมาทิฏฐิ คือ ตั้งมั่นในความเห็นชอบ 4. จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน คือ พิจารณาสภาพจิตของตนเอง 5. กุศลวิตก 3 คือ การตรึกตรองถึงสิ่งที่เป็นกุศล 3 อย่าง คือ – การตรึกตรองที่เว้นจากกาม – การตรึกตรองที่เว้นจากพยาบาท – การตึกตรองที่เว้นจากการเบียดเบียน 6. สาราณียธรรม 6 7. พรหมวิหาร 4 ทศพิธราชธรรม หรือ ราชธรรม ๑๐ ธรรมของพระราชา, กิจวัตรที่พระเจ้าแผ่นดินควรประพฤติ, คุณธรรมของผู้ปกครองบ้านเมือง, ธรรมของนักปกครอง ได้แก่ ทศพิธราชธรรม


213 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น ทาน (ทาน ) การให้ คือ สละทรัพย์สิ่งของ บ ารุงเลี้ยง ช่วยเหลือประชาราษฎร์ และบ าเพ็ญสาธารณประโยชน์ ศีล (สีล ) ความประพฤติดีงาม คือ ส ารวมกายและวจีทวาร ประกอบแต่การสุจริต รักษากิตติคุณ ให้ควรเป็น ตัวอย่างและเป็นที่เคารพนับถือของประชาราษฎร์ มิให้มีข้อที่ใครจะดูแคลน ปริจจาคะ (ปริจฺจาค ) การบริจาค คือ เสียสละความสุขส าราญ เป็นต้น ตลอดจนชีวิตของตน เพื่อประโยชน์สุขของ ประชาชน และความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง อาชชวะ (อาชฺชว ) ความซื่อตรง คือ ซื่อตรงทรงสัตย์ไร้มารยา ปฏิบัติภารกิจโดยสุจริต มีความจริงใจ ไม่หลอกลวง ประชาชน มัททวะ (มทฺทว ) ความอ่อนโยน คือ มีอัธยาศัย ไม่เย่อหยิ่งหยาบคายกระด้างถือองค์ มีความงามสง่าเกิดแต่ท่วงทีกิริยา สุภาพนุ่มนวล ละมุนละไม ให้ได้ความรักภักดี แต่มิขาดย าเกรง ตปะ (ตปํ) ความทรงเดช คือ แผดเผากิเลสตัณหา มิให้เข้ามาครอบง าย่ ายีจิต ระงับยับยั้งข่มใจได้ ไม่ยอมให้ หลงใหลหมกมุ่นในความสุขส าราญและความปรนเปรอ มีความเป็นอยู่สม่ าเสมอ หรืออย่างสามัญ มุ่งมั่นแต่จะ บ าเพ็ญเพียร ท ากิจให้บริบูรณ์ อักโกธะ (อกฺโกธ ) ความไม่โกรธ คือ ไม่กริ้วกราด ลุอ านาจความโกรธ จนเป็นเหตุให้วินิจฉัยความและกระท ากรรมต่างๆ ผิดพลาดเสียธรรม มีเมตตาประจ าใจไว้ระงับความเคืองขุ่น วินิจฉัยความและกระท าการด้วยจิตอันราบเรียบ เป็นตัวของตนเอง อวิหิงสา (อวิหึสญฺจ)


214 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น ความไม่เบียดเบียน คือ ไม่บีบคั้นกดขี่ เช่น เก็บภาษีขูดรีด หรือเกณฑ์แรงงานเกินขนาด ไม่หลงระเริง อ านาจ ขาดความกรุณา หาเหตุเบียดเบียนลงโทษอาชญาแก่ประชาราษฎร์ผู้ใด เพราะอาศัยความอาฆาต เกลียดชัง ขันติ (ขนฺติญฺจ) ความอดทน คือ อดทนต่องานที่ตรากตร า ถึงจะล าบากกายน่าเหนื่อยหน่ายเพียงไร ก็ไม่ท้อถอย ถึงจะ ถูกยั่วถูกหยันด้วยค าเสียดสีถากถางอย่างใด ก็ไม่หมดก าลังใจ ไม่ยอมละทิ้งกรณีย์ที่บ าเพ็ญโดยชอบธรรม อวิโรธนะ (อวิโรธน ) ความไม่คลาดธรรม คือ วางองค์เป็นหลักหนักแน่นในธรรม คงที่ ไม่มีความเอนเอียงหวั่นไหวเพราะ ถ้อยค าที่ดีร้าย ลาภสักการะ หรืออิฏฐารมณ์ อนิฏฐารมณ์ใดๆ สติมั่นในธรรม ทั้งส่วนยุติธรรม คือ ความเที่ยง ธรรม ก็ดี นิติธรรม คือ ระเบียบแบบแผนหลักการปกครอง ตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม ก็ดี ไม่ ประพฤติให้เคลื่อนคลาดวิบัติไป “ธรรมะ 4 ประการนั้น ก็มีสัจจะ - ความจริงใจ มีทมะ - การบังคับตัวเอง ขันติ - ความ อดกลั้น อดทน จาคะ - บริจาคสิ่งที่ไม่ควรมีอยู่ในตน ก็เรียกว่า มีฆราวาสธรรมที่สมบูรณ์ จะเป็น เด็กก็ดี ผู้ใหญ่ก็ดี ผู้หญิงก็ดี ผู้ชายก็ ดี คนหนุ่ม คนสาว คนแก่ คนเฒ่าก็ดี เป็นฆราวาสก็ดี เป็นพระเจ้า พระสงฆ์ก็ดี ล้วนแต่อาศัยธรรมะทั้ง 4 อย่างนี้เป็นเครื่องก าจัดซึ่งสิ่งไม่พึงปรารถนา ; แล้วมาท าให้เกิดสิ่งที่ พึงปรารถนาขึ้นมาอย่างครบถ้วน ก็ เป็นอันว่าจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดเพิ่มขึ้น ๆ จน จะถึงสิ่งที่ดีที่สุด ที่สูงสุด ที่มนุษย์เราควรจะได้รับ” พุทธทาสภิกขุ


215 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ า เดือน ๖ ความหมาย ค าว่า "วิสาขบูชา" หมายถึงการบูชาในวันเพ็ญเดือน ๖ วิสาขบูชา ย่อมาจาก " วิสาขปุรณ มีบูชา " แปลว่า " การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ " ถ้าปีใดมีอธิกมาส คือ มีเดือน ๘ สองหน ก็เลื่อนไปเป็น กลางเดือน ๗ ความส าคัญ วันวิสาขบูชา เป็นวันส าคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา เพราะเป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ คือเกิด ได้ตรัสรู้ คือส าเร็จ ได้ปรินิพพาน คือ ดับ เกิดขึ้นตรงกันทั้ง ๓ คราวคือ ๑. เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะประสูติที่พระราชอุทยานลุมพินีวัน ระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์กับเทวทหะ เมื่อ เช้าวันศุกร์ ขึ้น ๑๕ ค่ า เดือน ๖ ปีจอ ก่อนพุทธศักราช ๘๐ ปี ๒. เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าเมื่อพระชนมายุ ๓๕ พรรษา ณ ใต้ร่มไม้ศรีมหาโพธิ์ ฝั่งแม่น้ าเนรัญชรา ต าบลอุรุเวลาเสนานิคม ในตอนเช้ามืดวันพุธ ขึ้น ๑๕ ค่ า เดือน ๖ ปีระกา ก่อนพุทธศักราช ๔๕ ปี หลังจากออกผนวชได้ ๖ ปี ปัจจุบันสถานที่ตรัสรู้แห่งนี้เรียกว่า พุทธคยา เป็นต าบลหนึ่งของเมืองคยา แห่งรัฐพิหารของอินเดีย วันส าคัญทางพระพุทธศาสนา วันวิสาขบูชา


216 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น ๓. หลังจากตรัสรู้แล้ว ได้ประกาศพระศาสนา และโปรดเวไนยสัตว์ ๔๕ ปี พระชนมายุได้ ๘๐ พรรษา ก็เสด็จดับขันธปรินิพพาน เมื่อวันอังคาร ขึ้น ๑๕ ค่ า เดือน ๖ ปีมะเส็ง ณ สาลวโนทยาน ของมัลลกษัตริย์ เมือง กุสินารา แคว้นมัลละ (ปัจจุบันอยู่ในเมืองกุสีนคระ แคว้นอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย) นับว่าเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง ที่เหตุการณ์ทั้ง ๓ เกี่ยวกับวิถีชีวิตของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งมีช่วง ระยะเวลาห่างกันนับเวลาหลายสิบปี บังเอิญเกิดขึ้นในวันเพ็ญเดือน ๖ ดังนั้นเมื่อถึงวันส าคัญ เช่นนี้ ชาวพุทธ ทั้งคฤหัสถ์ และบรรพชิตได้พร้อมใจกันประกอบพิธีบูชาพระพุทธองค์เป็นการพิเศษ เพื่อน้อมร าลึกถึงพระ กรุณาธิคุณ พระปัญญาธิคุณ และพระบริสุทธิคุณ ของพระองค์ท่านผู้เป็นดวงประทีปของโลก หลักธรรมส าคัญที่ควรน ามาปฏิบัติ ๑. ความกตัญญูคือความรู้อุปการคุณที่มีผู้ท าไว่ก่อน เป็นคุณธรรมคู่กับความกตเวที คือ การตอบ แทนอุปการคุณที่ผู้อื่นท าไว้นั้น • บิดามารดา มีอุปการคุณแก่ลูก ในฐานะผู้ให้ก าเนิดและเลี้ยงดูจนเติบโต ให้การศึกษาอบรมสั่งสอน ให้เว้นจากความชั่ว มั่นคงในการท าความดี เมื่อถึงคราวมีคู่ครองได้จัดหาคู่ครองที่เหมาะสมให้ และมอบทรัพย์ สมบัติให้ไว้เป็นมรดก • ลูกเมื่อรู้อุปการะคุณที่บิดามารดาท าไว้ ย่อมตอบแทนด้วยการประพฤติตัวดี สร้างชื่อเสียงให้ แก่วงศ์ ตระกูล เลี้ยงดูท่าน และช่วยท างานของ ท่าน และเมื่อท่านล่วงลับไปแล้ว ก็ท าบุญอุทิศส่วนกุศลให้ท่าน • ครูอาจารย์มีอุปการคุณแก่ศิษย์ ในฐานะเป็นผู้ประสาทความรู้ให้ ฝึกฝนแนะน าให้เป็นคนดี สอน ศิลปวิทยาให้อย่างไม่ปิดบังยกย่องให้ปรากฎแก่คนอื่น และช่วยคุ้มครองให้ศิษย์ทั้งหลาย • ศิษย์เมื่อรู้อุปการคุณที่ครูอาจารย์ท าไว้ ย่อมตอบแทนด้วยการตั้งใจเรียน ให้เกียรติ และให้ความ เคารไม่ล่วงละเมิดโอวาทของครู • ความกตัญญูและความกตเวทีนี้ ถือว่าเป็นเครื่องหมายของคนดี ส่งผลให้ครอบครัว และสังคมมี ความสุขได้เพราะ บิดามารดาจะรู้จักหน้าที่ของตนเอง ด้วยการท าอุปการคุณให้ก่อน และลูกก็จะรู้จักหน้าที่ ของตนเองด้วยการท าดีตอบแทน • นอกจากบิดากับลูก และครูอาจารย์กับศิษย์แล้ว คุณธรรมข้อนี้ก็สามารถน าไปใช้ได้แม้ระหว่าง นายจ้างกับลูกจ้าง อันจะส่งผลให้สังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข • ในทางพระพุทธศาสนาพระพุทธเจ้า ทรงเป็นบุพการรีในฐานะที่ทรงสถาปนาพระพุทธศาสนา และ ทรงสอนทางพ้นทุกข์ให้แก่เวไนยสัตว์


217 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น • พุทธศาสนิกชน รู้พระคุณอันนี้จึงตอบแทนด้วยอามิสบูชาและปฎิบัติบูชากล่าวคือการจัดกิจกรรม ใน วันวิสาขบูชา เป็นส่วนหนึ่งที่ชาวพุทธแสดงออก ซึ่งความกตัญญูกตเวที ต่อพระองค์ด้วยการท านุ บ ารุงส่งเสริม พระพุทธศาสนา และประพฤติปฎิบัติธรรม เพื่อด ารงอายุพระพุทธศาสนาสืบไป ๒. อริยสัจ ๔ อริยสัจ ๔ คือ ความจริงอันประเสริฐ หมายถึงความจริงของชีวิตที่ไม่ผันแปร เกิดมีได้แก่ทุกคน มี ๔ ประการ คือ • ทุกข์ได้แก่ปัญหาของชีวิตพระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ ก็เพื่อให้ทราบว่ามนุษย์ทุกคนมีทุกข์เหมือนกัน ทั้งทุกข์ขั้นพื้นฐาน และทุกข์เกี่ยวกับการด าเนินชีวิตประจ าวัน ทุกข์ขั้นพื้นฐานคือทุกข์ที่เกิดจาก การเกิด การ แก่ และการตาย ส่วนทุกข์ที่เกี่ยวกับการด าเนินชีวิตประจ าวัน คือทุกข์ที่เกิด จากการพลัดพรากจากสิ่งที่รัก ทุกข์ที่เกิดจากการประสบกันสิ่งที่ไม่เป็นที่รัก ทุกข์ที่เกิดจากไม่ได้ตั้งใจปรารถนา รวมทั้งทุกข์ที่เกี่ยวกับการ ด าเนินชีวิตด้านต่างๆ อาทิความ ยากจน • สมุทัย คือ เหตุแห่งปัญหาพระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ก็เพื่อให้ทราบว่า ทุกข์ทั้งหมดซึ่งเป็นปัญหา ของ ชีวิตล้วนมีเหตุให้เกิดเหตุนั้น คือ ตัญหา อันได้แก่ความอยากได้ต่างๆ ซึ่งประกอบไปด้วยความยึดมั่น • นิโรธ คือ การแก้ปัญหาได้ พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ก็เพื่อให้ทราบว่า ทุกข์คือปัญหาของชีวิต ทั้งหมดที่สามารถแก้ไข ได้นั้นต้องแก้ไขตามทางหรือวิธีแก้ ๘ ประการ ( ดูมัชฌิมาปฎิปทา ) • มรรค การปฏิบัติเพื่อจ ากัดทุกข์ เพื่อหลุดพ้นจากทุกข์ การปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหา เพื่อบรรลุเป้าหมาย การแก้ปัญหาที่ต้องการ ๓. ความไม่ประมาท ความไม่ประมาทคือ การมีสติเสมอทั้ง ขณะท าขณะพูด และขณะคิด สติคือการระลึกได้ ในภาคปฎิบัติ เพื่อน า มาใช้ในชีวิตประจ าวัน หมายถึง การระลึกรู้ทันการเคลื่อนไหว ของอริยาบท ๔ คือ เดิน ยืน นั่ง นอน การฝึกให้เกิดสติท าได้โดยตั้งสติก าหนดการเคลื่อนไหวของอริยาบท กล่าวคือ ระลึกทันทั้งในขณะ ยืน เดิน นั่ง และนอน รวมทั้ง ระลึกรู้ทัน ในขณะพูดคิด และขณะท างานต่างๆ เมื่อท าได้อย่างนี้ก็ชื่อว่า มีความไม่ประมาท การท างานต่างๆ ส าเร็จได้ก็ด้วยความไม่ประมาท กล่าวคือผู้ท าย่อมต้องมีสติระลึกรู้อยู่ว่า ตนเองเป็นใครมี หน้าที่อะไร และก าลังท าอย่างไร หากมีสติระลึกรู้ได้อย่างนั้น ก็ย่อมไม่ผิดพลาด กิจกรรมของวันวิสาขบูชา ทางราชการประกาศชักชวนให้ประชาชน และหน่วยงานต่างๆ ทั้งเอกชน และราชการประดับตกแต่ง


218 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น อาคารสถานที่ด้วยธงชาติ ธงเสมาธรรมจักร จุดประทีบโคมไฟ แต่โดยทางปฎิบัติแล้ว ใช้หลอดไฟประดับ หลากสี ในวันขึ้น ๑๔-๑๕ ค่ า เดือน ๖ พระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จประกอบพระราชกุศล ที่วัดพระศรี รัตนศาสดาราม ทรงบาตร ในตอนเช้า ในตอนเย็น ทรงน าเวียนเทียนรอบพระอุโบสถ และสดับพระธรรม เทศนาในพระอุโบสถ พร้อมทั้งถวายไทยธรรม • จัดงานส่งเสริมพระพุทธศาสนาที่บริเวณท้องสนามหลวงเป็นประจ าทุกปี แต่ละปีมีกิจกรรมทาง พระพุทธศาสนาหลากหลายหน่วยงาน ทั้งทางราชการ และเอกชนทั้งฝ่ายบรรพชิต และคฤหัสถ์ ร่วมกันจัดงาน อันยิ่งใหญ่สร้างความศรัทธาให้แก่พุทธศาสนิกชนบ าเพ็ญกุศล มีการท าบุญตักบาตร ให้ทานรักษาศีลฟังธรรม สนทนาธรรม เวียนเทียน เจริญภาวนาเป็นที่ประทับใจยิ่งนัก • สถานที่จัดกิจกรรมในวันวิสาขบูชาที่ยิ่งใหญ่อีกแห่งหนึ่งก็คือ ณ บริเวณพุทธมณฑล ซึ่งมี หน่วยงานกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธการร่วมกับประชาชนทั่วไป ได้จัดกิจกรรมปฎิบัติธรรมทั้งฝ่าย พระสงฆ์ และฆราวาส มีจ านวนหลายหมื่นได้ร่วมท าบุญตักบาตรให้ทานรักษาศีล ฟังธรรม สนทนาธรรม และ เจริญภาวนาแผ่เมตตาถวายเป๋นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบัน เนื่องในวโรกาสที่


219 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น พระองค์ทรงมีพระชนมายุครบ ๗๒ พรรษา และในวันวิสาขบูชา ณ บริเวณพุทธมณฑลนี้เอง สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธานทรงเวียนเทียนทุกปีด้วย • พระสงฆ์ผู้จัดรายการธรรม ทางสถานีวิทยุ เกือบทุกรายการทั่วประเทศเมื่อถึงส าคัญ คือวันวิ สาขบูชาเช่นนี้ ก็มี การประชาสัมพันธ์เชิญชวนพุทธศาสนิกชนบ าเพ็ญกุศล เป็นกรณีพิเศษ คือ บรรพชาอุปสมบทนาคหมู่ และบวช เนกขัมมะ เพื่อปฎิบัติธรรมถวายเป็นพุทธบูชะ ธรรมบูชา เป็นการช่วยสนับสนุน ส่งเสริม สร้างความ สงบสุขให้แก่บุคคลและสร้างความสามัคคีธรรมให้แก่สังคม ตลอดถึงประเทศชาติอีกด้วย สรุปแล้ววันวิสาขบูชาปีนี้ คงจะได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานทางราชการ และเอกชนตลอดทั้ง ผู้จัดรายการ ธรรมะ ทางสถานีวิทยุทั่วประเทศ ช่วยกันประชาสัมพันธ์ เชิญชวนสาธุชนผู้ศรัทธา จัดกิจกรรมปฎิบัติธรรม บ าเพ็ญมหากุศลอันยิ่งใหญ่เป็นกรณีพิเศษ เหมือนที่เคยปฎิบัติมาทุกๆ ปี วันวิสาขบูชาเป็นวันส าคัญสากลของสหประชาชาติคือ "วันส าคัญของโลก" ( Vesak Day ) ภูมิหลัง ๑. ในการประชุม International Buddhist Conference ณ กรุงโคลัมโบ ระหว่างวันที่ ๙ - ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๑ ซึ่งมีผู้แทนจากประเทศที่นับถือศาสนาพุทธจ านวนมากเข้าร่วม อาทิ บังคลาเทศ จีน ลาว เกาหลีใต้ เวียดนาม ภูฐาน อินโดนีเซีย เนปาล กัมพูชา อินเดีย ปากีสถาน และไทย ได้ตกลงกันที่จะเสนอให้ สมัชชาสหประชาชาติรับรองข้อมติประกาศวัน วิสาขบูชาให้เป็นวันหยุดของสหประชาชาติ ๒. ในการเยือนของประเทศต่างๆ ในอินโดจีนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศศรีลังกา ในปี ๒๕๔๒ ก็ได้มีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นหารือ และได้รับการสนับสนุนจากประเทศต่างๆ ได้ด้วยดี ๓. คณะทูตถาวรศรีลังกาประจ าสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์กได้จัดเตรียมร่างข้อมติ และได้ขอเสียง สนับสนุนจากประเทศต่าง ๆ เพื่อให้มีการรับรองข้อมติเรื่องการประกาศให้วันวิสาขบูชาเป็นวันหยุดของ สหประชาชาติในที่ประชุมสมัชชา สหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ ๕๔ ๔. โดยที่สหประชาชาติประกาศวันหยุดเป็นจ านวนมากอยู่แล้ว และจะเป็นปัญหาในเรื่องงบประมาณ และการบริหารแก่ สหประชาชาติ หากประกาศให้วันวิสาขบูชาเป็นวันหยุด ศรีลังกาจึงได้ตัดสินใจที่จะเสนอ ร่างข้อมติ ขอให้วันวิสาขบูชาเป็นวันส าคัญสากลที่สหประชาชาติ ทั้งที่ส านักงานใหญ่ และส านักงานต่าง ๆ แทนการเสนอให้เป็นวันหยุดซึ่ง ออท. ผู้แทนถาวรประเทศต่าง ๆ รวม ๑๖ ประเทศ ได้แก่ ศรีลังกา บังคลาเทศ ภูฐาน กัมพูชา ลาว มัลดีฟส์ มองโกเลีย พม่า เนปาล ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ สเปน อินเดีย ไทย และ


220 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น ยูเครน ได้ร่วมลงนามในหนังสือถึงประธานสมัชชาฯ เพื่อให้น าเรื่องวันวิสาขบูชาเข้าเป็นระเบียบวาระการ ประชุมของสมัชชาฯ ๕. ต่อมาเมื่อ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๒ General Committee ของสมัชชาฯ ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าว โดย ออท.ผู้แทน ถาวรศรีลังกาได้กล่าวถ้อยแถลงสนับสนุนหนังสือร้องขอให้ที่ประชุมบรรจุระเบียบวาระ ดังกล่าว เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสมัชชาเต็มคณะ ออท.ผู้แทนถาวรไทย อินเดีย สเปน บังคลาเทศ ปากีสถาน ไซปรัส ลาว และภูฐาน ได้กล่าวถ้อย แถลงสนับสนุน ซึ่งที่ประชุม General Committee ได้มีมติให้ บรรจุเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของสมัชชาเต็มคณะ ปัจจุบัน ๑. เมื่อ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๔๒ ที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ ๕๔ ได้พิจารณา ระเบียบวาระที่ ๑๗๔ International recognition of the Day of Visak โดยการเสนอของศรีลังกา ๒. ในการพิจารณา ประธานสมัชชาฯ ได้เชิญผู้แทนศรีลังกาขึ้นกล่าวน าเสนอร่างข้อมติและเชิญผู้แทน ไทย สิงคโปร์ บังคลาเทศ ภูฐาน สเปน พม่า เนปาล ปากีสถาน อินเดียขึ้นกล่าวถ้อยแถลง สรุปความว่า วันวิ สาขบูชาเป็นวันส าคัญของพุทธศาสนิกชนทั่วโลก เพราะเป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ ทรงตรัสรู้ เสด็จดับขันธป รินิพพาน พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนให้มวลมนุษย์มีเมตตาธรรมและขันติธรรม ต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เพื่อให้เกิด สันติสุขในสังคม อันเป็นแนวทางของ สหประชาชาติ จึงขอให้ที่ประชุมรับรองข้อมตินี้ ซึ่งเท่ากับเป็นการรับรอง ความส าคัญของพุทธศาสนาในองค์การสหประชาชาติ โดยถือว่าวันดังกล่าวเป็นที่ส านักงานใหญ่องค์การ สหประชาชาติและที่ท าการสมัชชาจะจัดให้มีการระลึกถึง (observance) ตามความเหมาะสม ๓. ที่ประชุมฯ ได้รับรองร่างข้อมติโดยฉันทามติ เหตุผลที่ องค์การสหประชาชาติหนดให้ วันวิสาขบูชา เป็นวันส าคัญของโลก เนื่องจากคณะกรรมมาธิการองค์การสหประชาชาติ ได้ร่วมพิจารณาและมีมติเห็นพ้องต้องกันประกาศ ให้วันวิสาขบูชา ถือเป็นวันส าคัญวันหนึ่งของโลกทั้งนี้ ด้วยส านึกในพระมหากรุณาธิคุณ ขององค์สมเด็จพระ สัมมาสัมพุทธเจ้าว่า ทรงเป็นมหาบุรุษผู้ให้ความเมตตาต่อหมู่มวล มนุษย์ทั้งหลายในโลก จะเห็นได้จากการ ยกเลิกแบ่งชนชั้นวรรณะ ซึ่งเท่ากับเป็นการเลิกทาสโดยไม่มีการเสียเลือดเสียเนื้อ นอกจากนี้พระองค์ยังทรง เป็นนักอนุรักษ์สัตว์ป่าอีกด้วย กล่าวคือ ทรงสอนให้ไม่ฆ่าสัตว์ ให้รู้จักช่วยเหลือสัตว์ เหตุผลส าคัญ อีกประการ หนึ่งคือ พระองค์ทรงเปิดโอกาสให้ทุกศาสนาสามารถเข้ามาศึกษาพุทธศาสนาเพื่อพิสูจน์หาข้อเท็จจริงได้ โดย ไม่จ าเป็นต้องเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธและทรงสั่งสอนทุกคนโดยใช้ปัญญาธิคุณสอนโดยไม่คิดค่าตอบแทน


221 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ า เดือน ๓ "มาฆะ" เป็นชื่อของเดือน ๓ มาฆบูชานั้น ย่อมาจากค าว่า"มาฆบุรณมี" แปลว่าการบูชาพระในวันเพ็ญ เดือน ๓ วันมาฆบูชาจึงตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ า เดือน ๓ แต่ถ้าปีใดมีเดือน อธิกมาส คือมีเดือน ๘ สองครั้ง วัน มาฆบูชาก็จะเลื่อนไปเป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ า เดือน ๔ เป็นวันส าคัญวันหนึ่ง ในวันพุทธศาสนา คือวันที่มีการประชุม สังฆสันนิบาตครั้งใหญ่ในพุทธศาสนา ที่เรียกว่า "จาตุรงคสันนิบาต" และเป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรง แสดงโอวาทปฎิโมกข์แก่พระสงฆ์สาวกเป็นครั้งแรก ณ เวฬุวันวิหาร กรุงราชคฤห์ เพื่อให้พระสงฆ์น าไป ประพฤติปฏิบัติ เพื่อจะยังพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป วันมาฆบูชา


222 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น โอวาทปาฏิโมกข์ โอวาทปาฏิโมกข์ - หลักค าสอนส าคัญของพระพุทธศาสนา หรือค าสอนอันเป็นหัวใจของ พระพุทธศาสนา ได้แก่ พระพุทธพจน์ ๓ คาถากึ่ง ที่พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระอรหันต์ ๑,๒๕๐ รูป ผู้ไปประชุม กันโดยมิได้นัดหมาย ณ พระเวฬุ วนาราม ในวันเพ็ญเดือน ๓ ที่เราเรียกกันว่าวันมาฆบูชา (ถรรถกถากล่าวว่า พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ นี้ แก่ที่ประชุมสงฆ์ตลอดมา เป็นเวลา ๒๐ พรรษา ก่อนที่จะโปรดให้ สวดปาฏิโมกข์อย่างปัจจุบันนี้แทนต่อมา), คาถา โอวาทปาฏิโมกข์ มีดังนี้(โอวาทปาติโมกข์ ก็เขียน) สพฺพปาปสฺส อกรณ กุสลสฺสูปสมฺปทา สจิตฺตปริโยทปน เอต พุทธาน สาสน ฯ ขนฺตี ปรม ตโป ตีติกฺขา นิพฺพาน ปรม วทนฺติ พุทฺธา น หิ ปพฺพชิโต ปรูปฆาตี สมโณ โหติ ปร วิเหฐยนฺโตฯ อนูปวาโท อนูปฆาโต ปาติโมกฺเข จ ส วโร มตฺตญฺญุตา จ ภตฺตสฺมึ ปนฺตญฺจ สยนาสน อธิจิตฺเต จ อาโยโค เอต พุทฺธาน สาสน ฯ แปล : การไม่ท าความชั่วทั้งปวง, การบ าเพ็ญแต่ความดี, การท าจิตของตนให้ผ่องใส นี้เป็นค าสอนของพระพุทธเจ้า ทั้งหลาย ขันติ คือความอดกลั้น เป็นตบะอย่างยิ่ง, พระพุทธเจ้าทั้งหลายกล่าวว่านิพพาน เป็นบรมธรรม, ผู้ท าร้ายคนอื่นไม่ชื่อว่าเป็นบรรพชิต, ผู้เบียดเบียนคนอื่น ไม่ชื่อว่าเป็นสมณะ การไม่กล่าวร้าย, การไม่ท าร้าย, ความส ารวมในปาฏิโมกข์, ความเป็นผู้รู้จักประมาณในอาหาร, ที่นั่งนอนอันสงัด, ความเพียรในอธิจิต นี้เป็นค าสอนของพระพุทธเจ้า ทั้งหลาย


223 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น ที่เข้าใจกันโดยทั่วไป และจ ากันได้มาก ก็คือ ความในคาถาแรกที่ว่า "ไม่ท าชั่ว ท าแต่ความดี ท าจิตใจให้ผ่องใส" ค าว่า "จาตุรงคสันนิบาต" แยกศัพท์ได้ดังนี้ คือ "จาตุร" แปลว่า ๔ "องค์" แปลว่า ส่วน "สันนิบาต" แปลว่า ประชุม ฉะนั้นจาตุรงคสันนิบาตจึงหมายความว่า "การประชุมด้วยองค์ ๔" กล่าวคือมีเหตุการณ์พิเศษที่เกิดขึ้น พร้อมกันในวันนี้ คือ ๑. เป็นวันที่ พระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้า จ านวน ๑,๒๕๐ รูป มาประชุมพร้อมกันที่เวฬุวันวิหารในกรุงรา ชคฤห์ โดยมิได้นัดหมาย ๒. พระภิกษุสงฆ์เหล่านี้ล้วนเป็น "เอหิภิกขุอุปสัมปทา" คือเป็นผู้ที่ได้รับการอุปสมบทโดยตรงจาก พระพุทธเจ้า ทั้งสิ้น ๓. พระภิกษุสงฆ์ทุกองค์ที่ได้มาประชุมในครั้งนี้ ล้วนแต่เป็นผุ้ได้บรรลุพระอรหันต์แล้วทุก ๆองค์ ๔. เป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวงก าลังเสวยมาฆฤกษ การปฎิบัติตนส าหรับพุทธศาสนาในวันนี้ก็คือ การท าบุญตักบาตรในตอนเช้า หรือไม่ก็จัดหาอาหาร คาวหวานไปท าบุญฟังเทศน์ที่วัด ตอนบ่ายฟังพระแสดงพระธรรมเทศนา ในตอนกลางคืน จะพากันน าดอกไม้ ธูปเทียน ไปที่วัดเพื่อชุมนุมกันท าพิธีเวียนเทียนรอบพระอุโบสถพร้อมกับพระภิกษุสงฆ์ โดยเจ้าอาวาสจะน าว่า นะโม ๓ จบ จากนั้นกล่าวค าถวายดอกไม้ธูปเทียน ทุกคนว่าตาม จบแล้วเดินเวียนขวา ตลอดเวลาให้ระลึกถึง พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ จนครบ ๓ รอบ แล้วน าดอกไม้ ธูปเทียนไปปักบูชาตามที่ทางวัด เตรียมไว้เป็นอันเสร็จพิธี กิจกรรมต่างๆ ที่ควรปฏิบัติในวันมาฆบูชา ๑. ท าบุญใส่บาตร ๒. ไปวัดเพื่อปฏิบัติธรรม และฟังพระธรรมเทศนา ๓. ไปเวียนเทียนที่วัด ๔. ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือนและสถานที่ราชกา


224 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น วันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ ตรงกับวันแรม ๘ ค่ าแห่งเดือนวิสาขะ (เดือน ๖) เนื่องด้วยอัฏฐมีคือวันแรม ๘ ค่ า แห่งเดือนวิสาขะ (เดือน ๖) เป็นวันที่ถือกันว่าตรงกับวันถวายพระ เพลิงพระพุทธสรีระ เมื่อถึงวันนี้แล้ว พุทธศาสนิกชนบางส่วน ผู้มีความเคารพในพระพุทธองค์ มักนิยมประกอบ พิธีบูชา ณ ปูชนียสถานนั้น ๆ วันนี้จึงเรียกว่า "วันอัฏฐมีบูชา" ประวัติความเป็นมา เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานแล้ว ๘ วัน มัลลกษัตริย์แห่งนครกุสินารา พร้อมด้วยประชาชน และ พระสงฆ์อันมีพระมหากัสสปเถระเป็นประธาน ได้พร้อมกันกระท าการถวายพระเพลิงพุทธสรีระ ณ มกุฏพันธน เจดีแห่งกรุงกุสินารา วันนั้นเป็นวันหนึ่งที่ชาวพุทธต้องมีความสังเวชสลดใจ และวิปโยคโศกเศร้าเป็นอย่างยิ่ง เพราะการสูญเสียแห่งพระพุทธสรีระ เมื่อวันแรม ๘ ค่ า เดือน ๖ ซึ่งนิยมเรียกกันว่าวันอัฏฐมีนั้นเวียนมาบรรจบ แต่ละปี พุทธศาสนิกชนบางส่วน โดยเฉพาะพระสงฆ์และอุบาสกอุบาสิกาแห่งวัดนั้น ๆ ได้พร้อมกันประกอบพิธี บูชาขึ้น เป็นการเฉพาะภายในวัด เช่นที่ปฏิบัติกันอยู่ในวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ เป็นต้น แต่จะปฏิบัติกันมา แต่เมื่อใด ไม่พบหลักฐาน ปัจจุบันนี้ก็ยังถือปฏิบัติกันอยู่ วันอัฏฐมีบูชา


225 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น ความส าคัญ โดยที่วันอัฏฐมีคือวันแรม ๘ ค่ า เดือน ๖ เป็นวันที่มีเหตุการณ์ส าคัญทางพระพุทธศาสนา ถือเป็นวันที่ ตรงกับวันที่ตรงกับวันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระเป็นวันที่ชาวพุทธต้องวิปโยค และสูญเสียพระบรมสรีระ แห่งองค์พระบรมศาสดา ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะอย่างสูงยิ่ง และเป็นวันควรแสดงธรรมสังเวชและระลึกถึงพระ พุทธคุณให้ส าเร็จเป็นพุทธานุสสติภาวนามัยกุศล พิธีอัฏฐมีบูชา การประกอบพิธีอัฏฐมีบูชานั้น นิยมท ากันในตอนค่ าและปฏิบัติอย่างเดียวกันกับประกอบพิธีวิสาขบูชา ต่างแต่ค าบูชาเท่านั้น ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ า เดือน ๘ วันขึ้น ๑๕ ค่ า เดือน ๘ นับเป็นวันที่ส าคัญในประวัติศาสตร์แห่งพระพุทธศาสนา คือวันที่พระพุทธองค์ทรง แสดงธรรมเทศนาหรือหลักธรรมที่ทรงตรัสรู้เป็นครั้งแรกแก่เบญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ณ มฤคทายวัน ต าบลอิสิปตนะ เมืองพาราณสี ในชมพูทวีปสมัยโบราณ ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ในประเทศอินเดีย ด้วยพระพุทธองค์ทรงเปรียบดังผู้ วันอาสาฬหบูชา


226 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น ทรงเป็นธรรมราชา ก็ทรงบันลือธรรมเภรียังล้อแห่งธรรมให้หมุนรุดหน้า เริ่มต้นแผ่ขยายอาณาจักรแห่งธรรม น าความร่มเย็นและความสงบสุขมาให้แก่หมู่ประชา ดังนั้นธรรมเทศนาที่ทรงแสดงครั้งแรกจึงได้ชื่อว่า "ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร" แปลว่า พระสูตรแห่งการหมุนวง ล้อธรรม หรือพระสูตรแห่งการแผ่ขยายธรรมจักร กล่าวคือดินแดนแห่งธรรม เมื่อ ๒๕๐๐ กว่าปีมาแล้วนั้น ชมพูทวีปในสมัยโบราณก าลังย่างเข้าสู่ยุคใหม่แห่งความเจริญก้าวหน้ารุ่งเรืองเฟื่องฟูทุกด้านและมีคนหลาย ประเภท ทั้งชนผู้มั่งคั่งร่ ารวย นักบวชที่พัฒนาความเชื่อและข้อปฏิบัติทางศาสนา เพื่อให้ผู้ร่ ารวยได้ประกอบพิธ กรรมแก่ตนเต็มที่ ผู้เบื่อหน่ายชีวิตที่วนเวียนในอ านาจและโภคสมบัติที่ออกบวช หรือบางพวกก็ แสวงหาค าตอบที่เป็นทางรอกพ้นด้วยการคิดปรัชญาต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องที่เหลือวิสัยและไม่อาจพิสูจน์ได้บ้าง พระพุทธเจ้าจึงทรงอุบัติในสภาพเช่นนี้ และด าเนินชีพเช่นนี้ด้วยแต่เมื่อทรงพบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้นขาด แก่นสาน ไม่เป็นประโยชน์อย่างแท้จริง แก่ตนเองและผู้อื่น จึงทรงคิดหาวิธีแก้ไขด้วยการทดลองต่าง ๆ โดยละ ทิ้งราชสมบัติ และอิสริยศแล้วออกผนวช บ าเพ็ญตนนานถึง ๖ ปี ก็ไม่อาจพบทางแก้ได้ ต่อมาจึงได้ทางค้นพบ มัชฌิมาปฏิปทา หรือทางสายกลาง เมื่อทรงปฏิบัติตามมรรคานี้ก็ได้ค้นพบสัจธรรมที่น าคุณค่า แท้จริงมาสู่ชีวิต อันเรียกว่า อริยสัจ ๔ ประการ ในวันเพ็ญเดือน ๖ ก่อนพุทธศก ๔๔ ปี ที่เรียกว่า การตรัสรู้เป็น พระพุทธเจ้า จากนั้นทรงงานประกาศศาสนาโดยทรงด าริหาทางที่ได้ผลดีและรวดเร็ว คือ เริ่มสอนแก่ผู้มี พื้นฐานภูมิปัญญาดีที่รู้แจ้งค าสอนได้อย่างรวดเร็วและสามารถน าไปชี้แจงอธิบาย ให้ผู้อื่นเข้ามาได้อย่าง กว้างขวาง จึงมุ่งไปพบนักบวช ๕ รูป หรือเบญจวัคคีย์ และได้แสดงธรรม เทศนาเป็นครั้งแรกในวันเพ็ญ เดือน ๘ ใจความส าคัญของปฐมเทศนา ในการแสดงแสดงปฐมเทศนาครั้งแรกของพระพุทธเจ้าทรงแสดงหลักธรรมส าคัญ ๒ ประการคือ ก. มัชฌิมาปฏิปทาหรือทางสายกลาง เป็นข้อปฏิบัติที่เป็นกลาง ๆ ถูกต้องและเหมาะสมที่จะให้บรรลุถึง จุดหมายได้ มิใช่การด าเนินชีวิตที่เอียงสุด ๒ อย่าง หรืออย่างหนึ่งอย่างใด คือ ๑. การหมกหมุ่นในความสุขทางกาย มัวเมาในรูป รส กลิ่น เสียง รวมความเรียกว่า เป็นการหลงเพลิดเพลิน หมกหมุ่นในกามสุข หรือ กามสุขัลลิกานุโยค ๒. การสร้างความล าบากแก่ตนด าเนินชีวิตอย่างเลื่อนลอย เช่น บ าเพ็ญตบะการทรมานตน คอยพึ่งอ านาจ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นต้น การด าเนินชีวิตแบบที่ก่อความทุกข์ให้ตนเหนื่อยแรงกาย แรงสมอง แรงความคิด รวมเรียกว่า อัตตกิ ลมถานุโยค ดังนั้นเพื่อละเว้นห่างจากการปฏิบัติทางสุดเหล่านี้ ต้องใช้ทางสายกลาง ซึ่งเป็นการด าเนินชีวิตด้วย ปัญญา โดยมีหลักปฏิบัติเป็นองค์ประกอบ ๘ ประการ เรียกว่า อริยอัฏฐังคิกมัคค์ หรือ มรรคมีองค์ ๘ ได้แก่


227 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น ๑. สัมมาทิฏฐิ เห็นชอบ คือ รู้เข้าใจถูกต้อง เห็นตามที่เป็นจริง ๒. สัมมาสังกัปปะ ด าริชอบ คือ คิดสุจริตตั้งใจท าสิ่งที่ดีงาม ๓. สัมมาวาจา เจรจาชอบ คือ กล่าวค าสุจริต ๔. สัมมากัมมันตะ กระท าชอบ คือ ท าการที่สุจริต ๕. สัมมาอาชีวะ อาชีพชอบ คือ ประกอบสัมมาชีพหรืออาชีพที่สุจริต ๖. สัมมาวายามะ พยายามชอบ คือ เพียรละชั่วบ าเพ็ญดี ๗. สัมมาสติ ระลึกชอบ คือ ท าการด้วยจิตส านึกเสมอ ไม่เผลอพลาด ๘. สัมมาสมาธิ ตั้งจิตมั่นชอบ คือ คุมจิตให้แน่วแน่มั่นคงไม่ฟุ้งซ่าน ข. อริยสัจ ๔ แปลว่า ความจริงอันประเสริฐของอริยะ ซึ่งคือ บุคคลที่ห่างไกลจากกิเลส ได้แก่ ๑. ทุกข์ ได้แก่ ปัญหาทั้งหลายที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ บุคคลต้องก าหนดรู้ให้เท่าทันตามความเป็นจริงว่ามันคือ อะไร ต้องยอมรับรู้กล้าสู้หน้าปัญหา กล้าเผชิญความจริง ต้องเข้าใจในสภาวะโลกว่าทุกสิ่งไม่เที่ยง มีการ เปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างอื่น ไม่ยึดติด ๒. สมุทัย ได้แก่ เหตุเกิดแห่งทุกข์ หรือสาเหตุของปัญหา ตัวการส าคัญของทุกข์ คือ ตัณหาหรือเส้นเชือก แห่งความอยากซึ่งสัมพันธ์กับปัจจัยอื่น ๆ ๓. นิโรธ ได้แก่ ความดับทุกข์ เริ่มด้วยชีวิตที่อิสระ อยู่อย่างรู้เท่าทันโลกและชีวิต ด าเนินชีวิตด้วยการใช้ ปัญญา ๔. มรรค ได้แก่ กระบวนวิธีแห้งการแก้ปัญหา อันได้แก่ มรรคมีองค์ ๘ ประการดังกล่าวข้างต้น ผลจากการแสดงปฐมเทศนา เมื่อพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแล้ว ปรากฏว่าโกณฑัญญะผู้เป็นหัวหน้าเบญจวัคคีย์ได้เกิดเข้าใจธรรม เรียกว่า เกิดดวงตาแห่งธรรมหรือธรรมจักษุ บรรลุเป็นโสดาบัน จึงทูลขอบรรพชาและถือเป็นพระภิกษุสาวก รูปแรกในพระพุทธศาสนา มีชื่อว่า อัญญาโกณฑัญญะ ความหมายของอาสาฬหบูชา “อาสาฬหบูชา” (อา-สาน-หะ-บู-ชา/อา-สาน-ละ-หะ-บู-ชา) ประกอบด้วยค า ๒ ค า คือ อาสาฬห (เดือน ๘ ทางจันทรคติ) กับบูชา (การบูชา) เมื่อรวมกันจึงแปลว่า การบูชาในเดือน ๘ หรือการบูชาเพื่อระลึก


228 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น ถึงเหตุการณ์ส าคัญในเดือน ๘ หรือเรียกให้เต็มว่า อาสาฬหบูรณมีบูชา โดยสรุป วันอาสาฬหบูชา แปลว่า การ บูชาในวันเพ็ญ เดือน ๘ หรือการบูชาเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ส าคัญในวันเพ็ญ เดือน ๘ คือ ๑. เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา ๒. เป็นวันที่พระพุทธเจ้าเริ่มประกาศพระศาสนา ๓. เป็นวันที่เกิดอริยสงฆ์ครั้งแรกคือการที่ท่านโกณฑัญญะรู้แจ้งเห็นธรรม เป็นพระโสดาบัน จัดเป็น อริยบุคคลท่านแรกในอริยสงฆ์ ๔. เป็นวันที่เกิดพระภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา คือ การที่ท่านโกณฑัญญะขอบรรพชาและ ได้บวช เป็นพระภิกษุ หลังจากฟังปฐมเทศนาและบรรลุธรรมแล้ว ๕. เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงได้ปฐมสาวกคือ การที่ท่านโกณฑัญญะนั้น ได้บรรลุธรรม และบวช เป็นพระภิกษุ จึงเป็นสาวกรูปแรกของพระพุทธเจ้า เมื่อเปรียบกับวันส าคัญอื่น ๆ ในพระพุทธศาสนา บางที เรียกวันอาสาฬหบูชา นี้ว่า วันพระสงฆ์ (คือวันที่เริ่มเกิดมีพระสงฆ์) พิธีกรรมที่กระท าในวันนี้ โดยทั่วไป คือ ท าบุญ ตักบาตร รักษาศีล เวียนเทียน ฟังพระธรรมเทศนา (ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร) และสวดมนต์ ดังนั้นในวันนี้จึงถือว่า พุทธศาสนิกชนควรได้รับประโยชน์ ที่เป็นสาระส าคัญจากอาสาฬหบูชา กล่าวคือ ควร ทบทวนระลึกเตือนใจส ารวจตนว่า ชีวิตเราได้เจริญงอกงามขึ้นด้วยความเป็นอยู่อย่างผู้รู้เท่าทันโลกและชีวิตนี้ บ้างแล้วเพียงใด เรายังด าเนินชีวิตอยู่อย่างลุ่มหลงมัวเมา หรือมีจิตใจอิสระปลอดโปร่งผ่องใสบ้างแล้วเพียงใด


229 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น ตรงกับวันแรม ๑ ค่ า เดือน ๘ "เข้าพรรษา" แปลว่า "พักฝน" หมายถึง พระภิกษุสงฆ์ต้องอยู่ประจ า ณ วัดใดวัดหนึ่งระหว่างฤดูฝน โดยเหตุที่พระภิกษุในสมัยพุทธกาลมีหน้าที่จะต้องจาริกโปรดสัตว์ และเผยแผ่พระธรรมค าสั่งสอนแก่ประชาชน ไปในที่ต่าง ๆ ไม่จ าเป็นต้องมีที่อยู่ประจ า แม้ในฤดูฝน ชาวบ้านจึงต าหนิว่าไปเหยียบข้าวกล้าและพืชอื่นๆ จน เสียหาย พระพุทธเจ้าจึงทรงวางระเบียบการจ าพรรษาให้พระภิกษุอยู่ประจ าที่ตลอด 3 เดือน ในฤดูฝน คือ เริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ า เดือน 8 ของทุกปี ถ้าปีใดมีเดือน 8 สองครั้ง ก็เลื่อนมาเป็นวันแรม 1 ค่ า เดือนแปด หลัง และออกพรรษาในวันขึ้น 15 ค่ า เดือน 11 เว้นแต่มีกิจธุระเจ้าเป็นซึ่งเมื่อเดินทางไปแล้วไม่สามารถจะ กลับได้ในเดียวนั้น ก็ทรงอนุญาตให้ไปแรมคืนได้ คราวหนึ่งไม่เกิน 7 คืนเรียกว่า สัตตาหะ หากเกินก าหนดนี้ถือ ว่าไม่ได้รับประโยชน์ แห่งการจ าพรรษา จัดว่าพรรษาขาด ระหว่างเดินทางก่อนหยุดเข้าพรรษา หากพระภิกษุสงฆ์เข้ามาทันในหมู่บ้านหรือในเมืองก็พอจะหาที่ พักพิงได้ตามสมควร แต่ถ้ามาไม่ทันก็ต้องพึ่งโคนไม้ใหญ่เป็นที่พักแรม ชาวบ้านเห็นพระได้รับความล าบากเช่นนี้ จึงช่วยกันปลูกเพิง เพื่อให้ท่านได้อาศัยพักฝน รวมกันหลาย ๆ องค์ ที่พักดังกล่าวนี้เรียกว่า "วิหาร" แปลว่าที่ อยู่สงฆ์ เมื่อหมดแล้ว พระสงฆ์ท่านออกจาริกตามกิจของท่านครั้งถึงหน้าฝนใหม่ท่านก็กลับมาพักอีกเพราะ สะดวกดี แต่บางท่านอยู่ประจ าเลย บางทีเศรษฐีมีจิตศัรทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ก็เลือกหาสถานที่สงบ เงียบไม่ห่างไกลจากชุมชนนัก สร้างที่พัก เรียกว่า "อาราม" ให้เป็นที่อยู่ของสงฆ์ดังเช่นปัจจุบันนี้ วันเข้าพรรษา


230 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น โดยปรกติเครื่องใช้สอยของพระตามพุทธานุญาตให้มีประจ าตัวนั้น มีเพียงอัฏฐบริขารอันได้แก่ สบง จีวร สังฆาฏิ เข็ม บาตร รัดประคด หม้อกรองน้ า และมีดโกน และกว่าพระท่านจะหาที่พักแรมได้ บางทีก็ถูก ฝนต้นฤดูเปียกปอนมา ชาวบ้านที่ใจบุญจึงถวายผ้าอาบน้ าฝนส าหรับให้ท่านได้ผลัดเปลี่ยน และถวายของ จ าเป็นแก่กิจประจ าวันของท่านเป็นพิเศษในเข้าพรรษานับเป็นเหตุให้มีประเพณีท าบุญเนื่องในวันนี้สืบมา *** เพิ่มเติม *** "ผ้าจ าน าพรรษา" คือผ้าที่ทายกถวายแก่พระสงฆ์ผู้อยู่จ าพรรษาครบแล้วในวัดนั้น ภายในเขตจีวรกาล เรียกอีกอย่างว่า "ผ้าวัสสาวาสิกสาฎิกา" "ผ้าอาบน้ าฝน" คือผ้าส าหรับอธิษฐานไว้ใช้นุ่งอาบน้ าฝนตลอด ๔ เดือนแห่งฤดูฝน เรียกอีกอย่าง ว่า "ผ้าวัสสิกสาฏิกา" การที่พระภิกษุสงฆ์ท่านโปรดสัตว์อยู่ประจ าเป็นที่เช่นนี้ เป็นการดีส าหรับสาธุชนหลายประการ กล่าวคือ ผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามพระพุทธบัญญัติก็นิยมบวชพระ ส่วนผู้ที่อายุยังไม่ครบบวชผู้ปกครองก็ น าไปฝากพระ โดยบวชเป็นเณรบ้าง ถวายเป็นลูกศิษย์รับใช้ท่านบ้าง ท่านก็สั่งสอนธรรม และความรู้ให้ และ โดยทั่วไป พุทธศาสนิกชนนิยมตักบาตรหรือไปท าบุญที่วัด นับว่าเป็นประโยชน์ การปฏิบัติตนในวันนี้หรือก่อนวันนี้หนึ่งวัน พุทธศาสนิกชนมักจะจัดเครื่องสักการะเช่น ดอกไม้ ธูปเทียน เครื่องใช้ เช่น สบู่ ยาสีฟัน เป็นต้น มาถวายพระภิกษุ สามเณร ที่ตนเคารพนับถือ ที่ส าคัญคือ มีประเพณีหล่อ เทียนขนาดใหญ่เพื่อให้จุดบูชาพระประธานในโบสถ์อยู่ได้ตลอด 3 เดือน มีการประกวดเทียนพรรษา โดย จัดเป็นขบวนแห่ทั้งทางบกและทางน้ า แม้การเข้าพรรษาจะเป็นเรื่องของภิกษุ แต่พุทธศาสนิกชนก็ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ ท าบุญรักษาศีล และช าระจิตใจให้ผ่องใส ก่อนวันเข้าพรรษาชาวบ้านก็จะไปช่วยพระท าความสะอาดเสนาสนะ ซ่อมแซมกุฏิ วิหารและอื่นๆ พอถึง วันเข้าพรรษาก็จะไปร่วมท าบุญตักบาตร ฟังเทศน์ ฟังธรรมและรักษาอุโบสถศีลกันที่วัด บางคนอาจตั้งใจงดเว้น อบายมุขต่างๆ เป็นกรณีพิเศษ เช่น งดเสพสุรา งดฆ่าสัตว์ เป็นต้น อนึ่ง บิดามารดา มักจะจัดพิธีอุปสมบทให้บุตรหลาน ของตนโดยถือกันว่าการเข้าบวชเรียนและอยู่จ าพรรษาในระหว่างนี้จะได้รับ อานิสงส์อย่างสูง


231 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น ประเพณีหล่อเทียนเข้าพรรษา เป็นประเพณีที่กระท ากันเมื่อใกล้ถึงฤดูเข้าพรรษาซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ พระภิกษุจะต้องอยู่ประจ าวัดตลอด ๓ เดือนมาตั้งแต่โบราณกาล การหล่อเทียนเข้าพรรษานี้มีอยู่เป็นประจ า ทุกปี เพราะในระยะเข้าพรรษานี้ พระภิกษุจะต้องมีการสวดมนต์ท าวัตรทุกเช้าเย็นและในการนี้จะต้องมีธูป เทียนจุดบูชาด้วย พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย จึงพร้อมใจกันหล่อเทียนเข้าพรรษาส าหรับให้พระภิกษุจุดเป็น การ กุศลทานอย่างหนึ่งเพราะเชื่อกันว่าในการให้ทานด้วยแสงสว่าง จะมีอานิสงฆ์เพิ่มพูนปัญญาหูตาสว่างไสว ตามชนบท การหล่อเทียนเข้าพรรษาท ากันอย่างเอิกเกริกสนุกสนานมาก เมื่อหล่อเสร็จแล้ว ก็จะมีการแห่แหน รอบพระอุโบสถ ๓ รอบ แล้วน าไปบูชาพระตลอดระยะเวลา ๓ เดือน บางแห่งก็มีการประกวดการตกแต่งมี การแห่แหนรอบเมืองด้วยริ้วขบวนที่สวยงามและถือว่าเป็นงานประจ าปีทีเดียว ในวันนั้นจะมีการร่วมกันท าบุญ ตักบาตรถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ เป็นการร่วมกุศลกันในหมู่บ้านนั้น


232 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ า เดือน ๑๑ วัน ออกพรรษา คือวันสิ้นสุดระยะการจ าพรรษา หรือออกจากการอยู่ประจ าที่ในฤดูฝนซึ่งตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ า เดือน ๑๑ วันออกพรรษานี้ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "วันมหาปวารณา" ค าว่า "ปวารณา" แปลว่า "อนุญาต" หรือ "ยอมให้" คือ เป็นวันที่เปิดโอกาสให้พระภิกษุสงฆ์ด้วยกันว่ากล่าวตักเตือนกันได้ ในข้อที่ผิดพลั้งล่วงเกินระหว่าง ที่จ าพรรษาอยู่ด้วยกัน ในวันออกพรรษานี้กิจที่ชาวบ้านมักจะกระท าก็คือ การบ าเพ็ญกุศล เช่น ท าบุญตักบาตร จัดดอกไม้ ธูป เทียน ไปบูชาพระที่วัด และฟังพระธรรมเทศนา ของที่ชาวพุทธนิยมน าไปใส่บาตรในวันนี้ก็คือ ข้าวต้ม มัดไต้ และ ข้าวต้มลูกโยน และการร่วมกุศลกรรมการ "ตักบาตรเทโว" ค าว่า "เทโว" ย่อมาจาก"เทโวโรหน" แปลว่าการ เสด็จจากเทวโลกการตักบาตรเทโว จึงเป็นการระลึกถึงวันที่ พระพุทธองค์เสด็จกลับจากการโปรด พระพุทธ มารดาในเทวโลก วันออกพรรษา


233 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น ประเพณีการท าบุญกุศลเนื่องในวันออกพรรษานี้ ทุกวัดในประเทศไทยก็มีพิธีเหมือนกันหมด จะผิดกัน ก็เพียงแต่สถานที่ที่สมมติว่าเป็นสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เท่านั้น กิจกรรมต่างๆ ที่ควรปฏิบัติในวันออกพรรษา ๑. ท าบุญตักบาตรอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติผู้ล่วงลับ ๒. ไปวัดเพื่อปฏิบัติธรรม ฟังพระธรรมเทศนา ๓. ร่วมกุศลธรรม "ตักบาตรเทโว" ๔. ปัดกวาดบ้านเรือนให้สะอาด ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือนและสถานที่ราชการและ ประดับธงชาติ และธงธรรมจักรตามวัดและสถานที่ส าคัญทางพระพุทธศาสนา ๕. ตามสถานที่ราชการ สถานที่ศึกษาและที่วัด ควรจัดให้มีนิทรรศการ การบรรยาย หรือ บรรยายธรรม เกี่ยวกับวันออกพรรษาฯลฯ เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนและผู้สนใจทั่วไป วันพระ หรือ วันธรรมสวนะ หมายถึง วันประชุมถือศีลฟังธรรมในพุทธศาสนา (ธรรมสวนะ หมายถึง การฟังธรรม) ก าหนดเดือนทางจันทรคติละ 4 วัน ได้แก่ วันขึ้น 8 ค่ า วันขึ้น 15 ค่ า (วันเพ็ญ) วันธรรมสวนะ


234 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น วันแรม 8 ค่ า วันแรม 15 ค่ า (หากเดือนใดเป็นเดือนขาด ถือเอาวันแรม 14 ค่ า) ในวันพระ พุทธศาสนิกชนถือเป็นวันส าคัญ ควรไปวัดเพื่อท าบุญ ถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ และฟัง ธรรม ส าหรับผู้ที่เคร่งครัดในศาสนาอาจถือศีลแปดในวันพระด้วย นอกจากนี้ชาวพุทธยังถือว่าวันพระไม่ควรท า บาปใดๆ การท าบาปหรือไม่ถือศีลห้าในวันพระถือว่าเป็นบาปยิ่งในวันอื่น วันโกน เป็นภาษาพูด หมายถึง วันก่อนวันพระ ๑ วัน


235 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น 1. ถึงแม้ว่ากานดาจะไม่ชอบสายธาร และชอบพูดจาดูถูกสายธารอยู่เสมอ แต่สายธารก็ไม่โต้ตอบ การ กระท าของสายธาร สอดคล้องกับค าสอนของพระพุทธศาสนาในข้อใด 1. ความรักและความเมตตา 2. บุคคลพึงไม่โกรธตอบผู้อื่น 3. พึงเอาชนะความชั่วด้วยความดี 4. การไม่เบียดเบียนผู้อื่นทางวาจา 2. พระพุทธศาสนามีหลักค าสอนให้คนในสังคมมีความรัก ความสามัคคีกัน เพราะปฏิบัติตามหลักธรรม ในข้อใด 1. เบญจศีล 2. เบญจธรรม 3. สัมมาอาชีวะ 4. สาราณียธรรม 3. หลักแห่งการแก้ปัญหาชีวิตตามแนวทางพระพุทธศาสนาคือข้อใด 1. อริยสัจ 4 2. ปฏิจจสมุปบาท 3. ความรัก ความเมตตา 4. ความสัมพันธ์แห่งเหตุปัจจัย 4. ดนัยเป็นชาวพุทธที่ชอบเรียนรู้ในเรื่องสิ่งต่างๆ อยู่เสมอ และเมื่อมีเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งเป็นปัญหาเขา จะใช้วิธีคิดตามแนวพุทธมาใช้ในการแก้ปัญหา ข้อความดังกล่าว สอดคล้องกับข้อใด 1. การพัฒนาศีล 2. การพัฒนากาย 3. การพัฒนาจิตใจ 4. การพัฒนาปัญญา 5. เชิดชัยมีความละอายในการยักยอกเอาของใช้ของ ส านักงานไปใช้ที่บ้าน ดังนั้นเขาจึงไม่เคยน าของ ใช้ในส านักงานหรือของส่วนรวมไปใช้เป็นทรัพย์สินของตน เชิดชัยมีคุณลักษณะส าคัญในข้อใด 1. ปกิณณกเจตสิก 2. อกุศลสาธารณเจตสิก 3. โสภณสาธารณเจตสิก 4. ปกิณณกโสภณเจตสิก แนวข้อสอบวิชาคุณธรรม จริยธรรม


236 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น 6. การกระท าในข้อใดของนางจูฬสุภัททาที่แสดงว่า เป็นพุทธสาวิกาตัวอย่าง 1. ยอมรับโอวาท 10 ข้อ จากบิดามาปฏิบัติ 2. ชักชวนพ่อสามีและผู้อื่นมานับถือพระพุทธศาสนา 3. ไม่ยอมรับนับถือพวกชีเปลือย ซึ่งตระกูลของสามีนับถือ 4. ปฏิบัติตนตามอนาถบิณฑิกเศรษฐีในการนับถือพระพุทธศาสนา 7. “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงบริจาคสิ่งของแก่ผู้ที่ได้รับความยากล าบาก อย่างสม่ าเสมอ และไม่ถือพระองค์ ทรงมีพระด ารัสกับประชาชนด้วยปิยวาจา” ข้อความนี้สอดคล้อง กับหลักธรรมใด 1. อริยสัจ 4 2. กุศลมูล 3 3. สังคหวัตถุ 4 4. ธรรมาธิปไตย 8. ศาสนาทุกศาสนามีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือสอนศาสนิกชนให้เป็นคนดี แต่มีความแตกต่างกันในเรื่อง ใด 1. ค่านิยม คุณธรรม 2. ความเชื่อ พิธีกรรม 3. คุณธรรม ความเป็นอยู่ 4. การปฏิบัติต่อกัน เป้าหมายของศาสนา 9. ศาสนาใดที่ไม่เชื่อพระเจ้า 1. ศาสนาสิข 2. ศาสนาคริสต์ 3. ศาสนาอิสลาม 4. พระพุทธศาสนา 9. ศาสนาใดที่ไม่เชื่อพระเจ้า 1. ศาสนาสิข 2. ศาสนาคริสต์ 3. ศาสนาอิสลาม 4. พระพุทธศาสนา


237 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น 10. พิธีกรรมของศาสนามีความส าคัญมากที่สุดในข้อใด 1. สร้างความสามัคคีและความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของศาสนิกชน 2. สอนให้คนท าความดีละเว้นความชั่วได้ในระดับหนึ่ง 3. แสดงถึงการเคารพในศาสดาของศาสนาอย่างแท้จริง 4. สร้างแนวการปฏิบัติตนที่จะบรรลุหลักธรรมของศาสนา 11. การปฏิบัติตามหลักสติปัฏฐาน 4 ส่งผลส าคัญต่อผู้ปฏิบัติอย่างไร 1. มีสติเห็นความเป็นจริงของการด าเนินชีวิต 2. ทางสายเอกที่ท าให้ชีวิตเป็นไปตามแนวทางที่ก าหนด 3. ทางสายเอกที่ท าให้ชีวิตสามารถยับยั้งการกระท าที่น าไปสู่ความหลงผิด 4. ทางสายเอกที่พาชีวิตไปสู่ความสงบสุขตั้งแต่ระดับต้นๆ จนถึงระดับสูงสุด 12. วิธีปฏิบัติตามหลักสติปัฏฐาน มีลักษณะส าคัญอย่างไร 1. ท าจิตใจให้สงบด้วยการก าหนดลมหายใจเข้าออกเป็นช่วงๆ 2. ฝึกจิตให้สงบตามลมหายใจ จนเกิดสติอย่างมั่นคง 3. เน้นการใช้สติเพ่งไปยังจุดใดจุดหนึ่งเพื่อให้จิตแน่วแน่เป็นหนทางไปสู่ความสงบสุข 4. เน้นให้ใช้สติพิจารณาให้รู้เท่าทันปรากฏการณ์ทั้งหลายให้มีสติสัมปชัญญะ รู้ตัวทั่วพร้อมทุก อิริยาบถการเคลื่อนไหว 13. ข้อใดจัดเป็นการคิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัย 1. นักร้องหลายคนเมื่อมีอายุมากแล้วจะมีเสียงเปลี่ยนแปลงไป 2. ชาวนาหลายคนยังพอใจใช้ปุ๋ยเคมีแทนปุ๋ยคอกเพราะสะดวกดี 3. ครูผู้สอนระดับชั้นมัธยมศึกษาจะต้องดูแลนักเรียนทั้งด้านการเรียน และด้านความประพฤติ 4. นักกีฬาทะเลาะวิวาทกันในสนามดังนั้นครูผู้ฝึกซ้อม จึงต้องหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนแก้ปัญหาให้ ตรงประเด็น 14. เมื่อเกิดปัญหาอากาศเป็นพิษรอบชุมชนท าให้ชาวบ้าน ต้องช่วยกันแก้ปัญหา ดังนั้นชาวบ้านทุกคน ต้องช่วยกัน คิดแบบใด 1. คิดแบบอริยสัจ 2. คิดแบบปลุกเร้าคุณธรรม 3. คิดแบบคุณ-โทษและทางออก 4. คิดแบบแยกแยะส่วนประกอบ


238 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น 15. ข้อความใดสอดคล้องกับวิธีคิดตามหลักโยนิโสมนสิการ 1. คิดกว้าง คิดต่อเนื่อง คิดเป็นระบบ 2. คิดอย่างมีขั้นตอน คิดอย่างมีเหตุผล คิดกว้าง 3. คิดอย่างเป็นระบบตามขั้นตอนจนสามารถตัดสินใจได้ 4. คิดอย่างถูกวิธี คิดอย่างมีระเบียบ คิดวิเคราะห์อย่างลึกซึ้ง 16. นงลักษณ์จะท าสมาธิเป็นประจ าทุกวันในตอนเช้าก่อนไปโรงเรียนและตอนกลางคืนก่อนนอน นง ลักษณ์จะได้รับประโยชน์ในข้อใดมากที่สุด 1. เป็นที่รักของเพื่อนทุกคน 2. หน้าตาสดชื่นจิตใจสบาย 3. สุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัย 4. นอนหลับง่าย สมองปลอดโปร่งในการเรียน 17. ข้อใดจัดเป็นสติปัฏฐาน 4 เกี่ยวกับการพิจารณา เห็นเวทนาในเวทนา 1. การตั้งสติก าหนดพิจารณาเวทนา 2. การพิจารณาจิตเพื่อให้เกิดสติ 3. การพิจารณาสติตามที่เป็นจริง 4. การก าหนดเวทนาในกาย 18.“เด็กวัยรุ่นจ านวนหนึ่งมีปัญหาขัดแย้งกัน แล้วยกพวกตีกันอยู่เสมอ” นักเรียนคิดว่า ควรปลูกฝัง หลักธรรมใดให้เด็กวัยรุ่นกลุ่มนี้ 1. มงคล 38 2. อธิปไตย 3 3. สาราณียธรรม 6 4. ทศพิธราชธรรม 10 19. ข้อใดสอดคล้องกับข้อความ “การพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน” 1. เศรษฐกิจดีแต่สังคมมีปัญหา 2. การศึกษาดี สังคมเป็นระเบียบ 3. การเมืองเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย 4. เศรษฐกิจ สังคม การเมืองและวัฒนธรรม พัฒนาไปพร้อมกับการศึกษา


239 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น 20. การประกอบอาชีพในข้อใดเป็นการพัฒนาที่ไม่ ยั่งยืน 1. การประกอบอาชีพประมงชายฝั่งทะเล 2. การเลี้ยงกุ้งกุลาด าในเขตพื้นที่ป่าชายเลน 3. การประกอบอาชีพอุตสาหกรรมด้านการเกษตร 4. การปลูกพืชหลายชนิดในบริเวณที่ดินผืนเดียวกัน 21. ชีวินเป็นผู้ที่มีระเบียบวินัย มีความเมตตากรุณาต่อผู้อื่นสามารถยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข ข้อความดังกล่าวสอดคล้องกับการพัฒนาตนในข้อใด 1. พัฒนากาย 2. พัฒนาศีล 3. พัฒนาจิต 4. พัฒนาปัญญา 22. เมื่อกระแสน้ าก าลังไหลบ่ามาใกล้ท่วมหมู่บ้านของ ชานนท์ เขาจึงชวนชาวบ้านไปท าเขื่อนกั้นน้ า ให้ไหลไปตามแนวคลอง การกระท าของพวกเขาสอดคล้องกับ ข้อใด 1. พัฒนากาย 2. พัฒนาศีล 3. พัฒนาจิต 4. พัฒนาปัญญา 23. ชาวบ้านร่วมมือกันปลูกป่ารอบหมู่บ้าน คืนความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ธรรมชาติ เป็นการพัฒนาชุมชน ให้มีผลอย่างยั่งยืน ข้อความดังกล่าวสอดคล้องกับข้อธรรมใด 1. ทุกข์ 2. สมุทัย 3. นิโรธ 4. มรรค 24. นิธิต้องการสอบเข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาของรัฐ ดังนั้นเขาจะต้องด าเนินชีวิตตามหลักธรรม ใด 1. อริยสัจ 4 2. อิทธิบาท 4 3. สังคหวัตถุ 4 4. สัปปุริสธรรม 7 25. ชาญชัยมีความหวังว่าในอนาคตเขาจะต้องเป็นผู้ที่มีฐานะมั่นคง เป็นที่ยอมรับของสังคม ดังนั้นเขา ควรปฏิบัติตนตามหลักธรรมใด 1. อริยสัจ 4 2. สังคหวัตถุ 4 3. มรรคมีองค์ 8 4. ทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์


240 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น 26. ชาวบ้านธารน้ าไหลมีโครงการพัฒนาหมู่บ้านให้เป็น แหล่งการเรียนรู้ของประชาชน ดังนั้นพวกเขา จะต้องปฏิบัติการตามข้อใด 1. อัตถะ 3 2. อารักขสัมปทา 3. กัลยาณมิตตตา 4. สัปปุริสธรรม 7 27. การพัฒนาตามแนวทางของพระพุทธศาสนาเน้นให้ความส าคัญในการพัฒนาข้อใดเป็นหลัก 1. พัฒนาตน 2. พัฒนาสังคม 3. พัฒนาประเทศ 4. พัฒนาการท างานของรัฐ 28. ปัจจัยใดที่ส่งผลต่อการไม่เกิดสันติภาพในโลกปัจจุบัน 1. ความต้องการด้านเงินทอง 2. การสะสมอาวุธยุทโธปกรณ์ 3. การเพิ่มขึ้นของประชากรโลก 4. การแสวงหาอ านาจ และผลประโยชน์ 29. หลักทศพิธราชธรรมข้อหนึ่ง กล่าวว่า “อวิโรธนะ หมายถึง ความไม่คลาดธรรม” ค าว่า ความไม่คลาด ธรรม หมายถึงข้อใด 1. การไม่คลาดการฟังธรรม 2. การไม่คลาดการสนทนาธรรม 3. การประพฤติตนอยู่ในธรรม 4. การบ าเพ็ญกรณียกิจ 30. ผู้ปกครองบ้านเมืองควรถือหลักธรรมในข้อใด เพื่อให้ บุคคลในรัฐอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขได้ 1. ราชสังคหวัตถุ 2. หลักอธิปไตย 3. ทศพิธราชธรรม 4. พรหมวิหาร 4 31. ประชาชนควรได้รับการสงเคราะห์จากผู้ปกครอง เพื่อความอยู่ดีกินดีตามหลักธรรมในข้อใด 1. ราชสังคหวัตถุ 2. หลักอธิปไตย 3. ทศพิธราชธรรม 4. พรหมวิหาร 4


241 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น 32. หลักการทางพระพุทธศาสนาที่มีต่อการเมืองและสันติภาพคืออะไร 1. การอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข 2. ความสามัคคี 3. ความรู้จักความพอดี 4. ความรู้จักใช้ปัญญา 38. ข้อใดจัดเป็นปาฏิบุคลิกทาน 1. การถวายสิ่งของแด่พระภิกษุโดยเจาะจง 2. การให้ทานแก่ผู้คนทั่วไปโดยไม่เจาะจง 3. การจัดสิ่งของถวายแด่พระภิกษุหลังพิธีกรรม 4. การกล่าวอนุโมทนาบุญหลังถวายสิ่งของแด่พระสงฆ์ 39. การถวายสังฆทาน มีลักษณะส าคัญในข้อใด 1. การถวายเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสงฆ์ 2. การถวายสิ่งของที่เป็นส่วนหนึ่งของปัจจัยสี่ 3. การถวายโดยไม่เจาะจงพระภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง 4. การถวายทรัพย์สินสิ่งของที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม 40. ในขณะที่แดงและเพื่อนๆ เข้าร่วมพิธีแสดงตนเป็นพุทธมามกะ ทุกคนจะแสดงกิริยาอาการส ารวม การกระท าดังกล่าวสอดคล้องกับคุณค่าและประโยชน์ของศาสนพิธีในข้อใด 1. ท าให้เกิดความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา 2. ท าให้ชาวพุทธมีหลักปฏิบัติในการด าเนินชีวิต 3. ท าให้สิ่งที่เป็นนามธรรมกลายเป็นรูปธรรม 4. ท าให้บุคคลมีจุดมุ่งหมายร่วมกันในทางที่ดี 41. การกระท าของบุคคลในข้อใด ถือว่า ไม่เหมาะสมในพิธีท าบุญเลี้ยงพระ 1. ธิดา จัดน้ าเย็นมารับรองพระที่เพิ่งมาถึงสถานที่ประกอบพิธี 2. ขวัญใจ จัดเตรียมเครื่องไทยธรรมส าหรับถวายพระสงฆ์ครบตามจ านวนพอดี 3. คุณรุจน์ เป็นเจ้าภาพจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย แล้วก้มลงกราบเบญจางคประดิษฐ์ 4. ต้นข้าว ลืมจัดภัตตาหารส าหรับถวายแด่พระพุทธรูปที่หน้าโต๊ะหมู่บูชาในวันเลี้ยงพระ


242 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น 42. การถวายผ้ากฐิน มีข้อก าหนดให้กระท าได้ในช่วงใด 1. ระหว่าง 3 เดือนในช่วงเข้าพรรษา 2. หลังออกพรรษาประมาณ 1 เดือน 3. กระท าได้ทุกวันส าคัญทางพระพุทธศาสนา 4. สามารถท าได้ตลอดทั้งปีไม่มีก าหนดวันไว้แน่นอน 43. ข้อใด เป็นสิ่งที่ ไม่นิยมกระท าในการท าบุญเลี้ยงพระในงานมงคล 1. วงด้ายสายสิญจน์รอบอาคาร 2. เตรียมภูษาโยงส าหรับบังสุกุล 3. ตั้งภาชนะส าหรับท าน้ าพระพุทธมนต์ 4. นิมนต์พระสงฆ์ประพรมน้ าพระพุทธมนต์ 44. ข้อใดคือค ากล่าวปฏิญาณตนเป็นพุทธมามกะ 1. นโม ตสฺส ภควโต... 2. มย ภนฺเต วิสุ รกฺขณตฺถาย... 3. อิมินา สกฺกาเรน พุทธ ปูเชมิ... 4. เอเต มย ภนฺเต สุจิรปรินิพฺพุตมฺปิ... 45. การเข้าร่วมพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนานั้น ชาวพุทธต้องค านึงถึงหลักการในข้อใดมากที่สุด 1. ประเพณีไทยและค่านิยม 2. ความถูกต้อง ประหยัด ประโยชน์ 3. ความสอดคล้องกับสภาพสังคมปัจจุบัน 4. ความตรงต่อเวลา ความเหมาะสมของสถานที่ 46. หลักธรรมที่เกี่ยวเนื่องในวันวิสาขบูชา คือข้อใด 1. ทศพิธราชธรรม 10 2. อุปาทาน 4 นิวรณ์ 5 นิพพาน 3. จิต-เจตสิก กุศลมูล สังคหวัตถุ 4 4. ความกตัญญู อริยสัจ 4 ความไม่ประมาท


243 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น 47. ข้อใดเป็นหลักธรรมที่เกี่ยวเนื่องในวันมาฆบูชา 1. กตัญญูกตเวที นิพพาน 2. สาราณียธรรม 6 สัจญาณ 3. อุปาทาน 4 ธรรมาธิปไตย 4. การละความชั่ว การท าความดี การท าจิตให้ผ่องใส 48. หลักธรรมใดเกี่ยวเนื่องในวันอัฏฐมีบูชา 1. กุศลมูล อกุศลมูล 2. ขันธ์ 5 ไตรลักษณ์ 3. นิวรณ์ 5 อุปาทาน 4 4. กตัญญู เมตตา กรุณา 49. “โอวาทปาฏิโมกข์” เป็นหลักธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงในวันใด 1. วันมาฆบูชา 2. วันวิสาขบูชา 3. วันเข้าพรรษา 4. วันออกพรรษา 50. วันอาสาฬหบูชา มีความส าคัญตรงกับข้อใด 1. เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ 2. เป็นวันที่มีพระรัตนตรัยครบบริบูรณ์ 3. เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงเสด็จโปรดพุทธมารดา 4. เป็นวันที่พระสงฆ์มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย 51. การเวียนเทียนในวันส าคัญทางพระพุทธศาสนา พุทธศาสนิกชนควรตั้งจิตร าลึกถึงสิ่งใดในรอบที่ 1 1. พระพุทธคุณ 2. พระธรรมคุณ 3. พระสังฆคุณ 4. พระบริสุทธิคุณ 52. หลักธรรมในวันธรรมสวนะ ได้แก่ข้อใด 1. การห่างไกลจากกิเลส 2. การช าระจิตใจให้ผ่องใส 3. การสนทนาธรรมตามกาล 4. การหมั่นสร้างคุณงามความดี


244 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น 53. วันใดที่พุทธศาสนิกชนนิยมน าเทียนพรรษาไปถวายวัด 1. วันวิสาขบูชา 2. วันธรรมสวนะ 3. วันเข้าพรรษา 4. วันออกพรรษา 54. ประเพณีที่พุทธศาสนิกชนนิยมท ากันในวันเข้าพรรษามีหลายประการ ยกเว้นข้อใด 1. ท าบุญตักบาตร 2. ถวายผ้าอาบน้ าฝน 3. ฟังพระธรรมเทศนา 4. ประกอบพิธีปวารณา 55. ค าว่า “ศาสนพิธี” มีความหมายตรงกับข้อใดมากที่สุด 1. พิธีกรรมที่จัดขึ้นในพระพุทธศาสนา 2. เอกลักษณ์ในทางวัฒนธรรมของชาวพุทธ 3. ขั้นตอนพิธีกรรมในการปฏิบัติของวันส าคัญทางพระพุทธศาสนา 4. ระเบียบแบบแผนของพิธีกรรมทางศาสนาที่ศาสนิกชนปฏิบัติตามเป็นแนวทางเดียวกัน 56. ข้อใด ไม่ใช่ประเภทของพุทธศาสนพิธี 1. กุศลพิธี 2. มงคลพิธี 3. ทานพิธี 4. ปกิณกพิธ 57. พิธีเวียนเทียนในวันส าคัญทางพระพุทธศาสนา จัดเป็นศาสนพิธีในข้อใด 1. กุศลพิธี 2. บุญพิธี 3. ทานพิธี 4. ปกิณกพิธี 58. ข้อใด คือ คุณค่าและประโยชน์ของศาสนพิธี 1. ท าให้เกิดความสุขกายสบายใจ 2. ผู้ร่วมพิธีได้รับการยอมรับจากสังคม 3. ได้รับความสนุกสนานและความบันเทิง 4. ก่อให้เกิดความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา 59. การถวายสังฆทาน มีความหมายว่าอย่างไร 1. ทานที่ถวายแด่พระสงฆ์รูปเดียว 2. สิ่งของเครื่องใช้ที่ถวายพระสงฆ์ 3. ทานที่ถวายแด่พระสงฆ์ทั่วไป โดยไม่ก าหนดว่าจะถวายรูปใด 4. ทานที่ถวายเพื่อมุ่งหวังให้พระสงฆ์ที่รับได้น าไปใช้ประโยชน์


245 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น 60. พิธีถวายผ้าอาบน้ าฝน นิยมถวายในวันใด 1. วันขึ้น 15 ค่ า เดือน 3 2. วันขึ้น 15 ค่ า เดือน 6 3. วันขึ้น 15 ค่ า เดือน 8 4. วันขึ้น 15 ค่ า เดือน 11


246 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น 1. พระพุทธเจ้าตรัสรู้หลักธรรมตามข้อใด ก. หลักธรรม ข. อริยสัจ 4 ค. ไตรสิกขา ง. ทางดับทุกข์ 2. วัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนาคือวัดใด ก. วัดเวฬุวันมหาวิหาร ข. วัดบุพพาราม ค. วัดพระเชตวัน ง. วัดมหาวิหาร 3. การประสบความส าเร็จในการท างานนั้น จะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนในข้อใด ก. วิริยะ จิตตะ วิมังสา จิตตะ ข. ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา ค. ฉันทะ จิตตะ วิริยะ วิมังสา ง. จิตตะ วิริยะ ฉันทะ วิมังสา 4. อานนท์ไม่ต้องการเป็นหนี้สินผู้อื่น เขาจะต้องปฏิบัติตน ตามข้อใด ก. คิหิสุข ข. กรรม ค. ปธาน 4 ง. อายโกศล 5. ข้อใดไม่ใช่ค าแปลของค าว่า “โยนิโส” ก. โดยแยบคาย ข. โดยภาพรวม ค. โดยถ่องแท้ ง. โดยวิธีถูกต้อง แนวข้อสอบวิชาคุณธรรม จริยธรรม ชุดที่ 2


247 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น 6. ค าว่า โยนิโสมนสิการ มีความหมายตรงกับข้อใด ก. การเจริญปัญญา ข. การประเมินคุณค่า ค. การคิดและมองปัญหาตามจริง ง. การคิดที่ผ่านกระบวนการฝึกจิตอย่างดี ง. นอนหลับง่าย สมองปลอดโปร่งในการเรียน 7. ข้อใดคือเงื่อนไขส าคัญของความพอเพียง ก. ความรู้ คุณธรรม ข. ความดี ความเลว ค. ศีลธรรม คุณธรรม ง. เบญจศีล เบญจธรรม 8. ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบหลักของความพอเพียง ก. ความมีเหตุผล ข. ความจ าเป็นพื้นฐาน ค. ความพอประมาณ ง. การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี 9. ค าสอนของศาสนาคริสต์เรื่องห้ามฆ่าคนและสัตว์ สอดคล้องกับหลักเบญจศีลของพระพุทธศาสนาข้อใด ก. มุสาวาทา เวรมณี ข. ปาณาติปาตา เวรมณี ค. อทินนาทานา เวรมณี ง. กาเมสุมิจฉาจารา เวรมณี 10. จากค ากล่าวที่ว่า “ประเทศไทยเป็นดินแดนเสรีในการ นับถือศาสนา” หมายความว่าอย่างไร ก. ประเทศไทยให้เสรีภาพในการนับถือศาสนา ข. คนไทยสามารถนับถือศาสนาได้หลายศาสนา ค. ศาสนาหลายศาสนาเข้ามาเผยแผ่ในประเทศไทย ง. คนไทยส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจ าชาติ


248 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น แนวข้อสอบวิชาคุณธรรม จริยธรรม ชุด 3


249 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น


250 คู่มือการสอบครุทายาท เพจ: แนวข้อสอบครุทายาท หมายเหตุ : เป็นเพียงแนวข้อสอบเท่านั้น


Click to View FlipBook Version