บนั ทกึ ขอ้ ความ
สว่ นราชการ โรงเรยี นบ้านหินดาด อ.แมว่ งก์ จ.นครสวรรค์
ท.ี่ .......................วันท่ี ............................................................
เรอื่ ง ขออนุมัติใช้แผนการจัดการเรยี นรู้
เรียน ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนบา้ นหนิ ดาด
ตามท่ขี า้ พเจ้าวา่ ทร่ี ้อยตรเี อกภพ สุดสะอาด ตำแหน่ง ครู กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ได้รับมอบหมายใหป้ ฏบิ ัตงิ านสอนในระดับชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 1 รายวชิ าหน้าทีพ่ ลเมือง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ ในภาค
เรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564 นน้ั
ขา้ พเจา้ ไดว้ เิ คราะห์ตวั ชวี้ ัด/ผลการเรยี นรู้ คำอธบิ ายรายวิชา โครงสรา้ งรายวิชา เพื่อจัดทำแผนการจัดการ
เรยี นรู้ ซ่ึงสอดคล้องกับหลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านหินดาด ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน
พทุ ธศักราช 2551 โดยจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เนน้ ผูเ้ รยี นเป็นสำคัญ เพ่ือทจ่ี ะได้นำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้
และพฒั นาคณุ ภาพผ้เู รยี นให้บรรลเุ ปา้ หมายของหลักสูตรฯ ต่อไป
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพจิ ารณา
ความเหน็ ของหัวหน้ากลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี .................................................
( เอกภพ สดุ สะอาด )
......................................................................................... ตำแหน่ง ครู
.........................................................................................
ความเห็นของหัวหนา้ ฝา่ ยบริหารงานวชิ าการ
.........................................................................................
.........................................................................................
ลงช่อื ............................................................ ลงชอ่ื ............................................................
( ......................................................) ( ......................................................)
ความเห็นของผู้อำนวยการโรงเรียน
.........................................................................................
.........................................................................................
ลงช่ือ ............................................................
(นางปณุ ยวรี ์ โพธิ)
คำอธิบายรายวิชา
รายวชิ า หน้าท่ีพลเมือง
กล่มุ สาระการเรยี นร้สู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 เวลา 40 ช่วั โมง/ปี
มีส่วนร่วมอนุรักษ์มารยาทไทยในการแสดงความเคารพ การสนทนา การแต่งกาย การมีสัมมาคารวะ แสดงออกถึง
ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และเสียสละต่อสังคม เห็นคุณค่าและอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย
ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเร่ืองความซื่อสัตย์สุจริต ขยันหม่ันเพียร อดทน ใฝ่หาความรู้ ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ และ
ยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง
ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างของความรักชาติ ยึดม่ันในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ประยุกต์
และเผยแพร่พระบรมราโชวาท ในเร่ืองมีเหตุผล รอบคอบ หลักการทรงงาน ในเรื่องการใช้ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ
การปลูกป่าในใจคน และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต
ขยนั หมั่นเพียร อดทน ใฝห่ าความรู้ และตัง้ ใจปฏิบตั หิ นา้ ที่
ปฏบิ ตั ิตนเปน็ พลเมืองดีตามวถิ ปี ระชาธิปไตย ในการมสี ่วนรว่ มในกิจกรรมต่างๆ ของสงั คม การตัดสนิ ใจ โดยใช้เหตผุ ล มี
ส่วนรว่ มและรบั ผิดชอบในการตดั สนิ ใจในกจิ กรรมของห้องเรียนและโรงเรียน ตรวจสอบข้อมูล เพื่อใช้ประกอบประกอบการ
ตัดสนิ ใจในกิจกรรมตา่ งๆ ปฏิบตั ิตนเป็นผมู้ ีวินัยในตนเองในเรอ่ื งความซื่อสัตย์สุจริต อดทน ขยนั หมั่นเพียร ใฝ่หาความรู้ ตง้ั ใจ
ปฏบิ ตั ิหน้าท่ี และยอมรบั ผลท่ีเกดิ จากการกระทำของตนเอง
ยอมรับความหลากหลายทางสังคมวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในเร่ืองวิถีชีวิต วัฒนธรรม ศาสนา
สิ่งแวดล้อม อยู่ร่วมกันอย่างสันติและพ่ึงพาซึ่งกันและกันในสังคมพหุวัฒนธรรม ด้วยการเคารพซึ่งกันและกัน ไม่แสดงกิริยา
และวาจาดูหมน่ิ ผู้อืน่ ช่วยเหลือซ่ึงกันและกัน แบง่ ปัน มีส่วนร่วมในการแก้ปญั หาความขัดแย้งโดยสันติวธิ ี ในเรื่องการทะเลาะ
วิวาท ความคิดเห็นไม่ตรงกัน ด้วยการเจรจาไกล่เกลี่ย การเจรจาต่อรอง การระงับความขัดแย้ง ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยใน
ตนเอง ในเรือ่ งความซื่อสัตยส์ ุจรติ อดทน ใฝห่ าความรู้ ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ ยอมรบั ผลทเี่ กิดจากการกระทำของตนเอง
โดยใช้กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ กระบวนการแก้ปัญหา
กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ กระบวนการสรา้ งความตระหนัก กระบวนการสร้างค่านยิ ม และกระบวนการสร้างเจตคติ
เพ่ือให้ผู้เรียนมีลักษณะท่ีดีของคนไทย ภาคภูมิใจในความเป็นไทย แสดงออกถึงความรักชาติ ยึดม่ันในศาสนา และ
เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นพลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
มสี ว่ นรว่ มทางการเมืองการปกครอง อยรู่ ว่ มกบั ผอู้ นื่ อย่างสนั ติ จัดการความขัดแย้งโดยสันติวิธี และมวี นิ ยั ในตนเอง
ผลการเรียนรู้
1. มีสว่ นร่วมในการอนรุ ักษ์มารยาทไทย
2. แสดงออกถึงความเอ้ือเฟ้ือเผื่อแผ่ และเสียสละต่อสงั คม
3. เหน็ คณุ ค่าและอนรุ ักษ์ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี ศลิ ปวัฒนธรรม และภมู ิปัญญาไทย
4. เป็นแบบอย่างของความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทดิ ทูนสถาบนั พระมหากษตั ริย์
5. ประยุกต์และเผยแพรพ่ ระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
6. ปฏิบตั ิตนเป็นพลเมืองดีตามวิถปี ระชาธปิ ไตย
7. มสี ว่ นร่วมและรบั ผิดชอบในการตดั สนิ ใจ ตรวจสอบข้อมลู เพือ่ ใชป้ ระกอบการตัดสินใจในกิจกรรมต่างๆ
8. ยอมรับความหลากหลายทางสังคมวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้ และอยู่รว่ มกัน อยา่ งสันติ
และพ่ึงพาซึ่งกันและกัน
9. มสี ่วนร่วมในการแกป้ ัญหาความขดั แยง้ โดยสันติวิธี
10. ปฏบิ ัติตนเป็นผูม้ วี ินัยในตนเอง
รวมท้ังหมด 10 ผลการเรียนรู้
โครงสร้างรายวิชา หน้าท่ีพลเมอื ง ม.1
ลำดับ ชอื่ หน่วยการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั
ท่ี (ชัว่ โมง) คะแนน
1 ความเปน็ ไทย ข้อ 1 การปฏิบตั ติ นเป็นผูม้ ีมารยาทไทย 10 30
ข้อ 2 มีความเออื้ เฟ้อื เผื่อแผ่และเสียสละ
ขอ้ 3 ต่อสังคม มสี ่วนรว่ มในการอนุรกั ษ์
ข้อ 10 ขนบธรรมเนียม ประเพณี
ศลิ ปวฒั นธรรม และภมู ปิ ญั ญาไทย
ถอื เปน็ คุณลักษณะที่ดีของคนไทย
และแสดงถึงลักษณะสำคญั ของ
ความเป็นไทย
2 รกั ชาติ ยึดม่ัน ขอ้ 4 การเป็นแบบอย่างในการแสดงออกถงึ ความ 10 30
ในศาสนา และ ขอ้ 5
เทดิ ทนู สถาบนั ขอ้ 10 รกั ชาติ การยึดม่นั ในศาสนา
พระมหากษัตรยิ ์
และการเทิดทนู สถาบนั พระมหา-
กษัตริย์ ประยุกต์และเผยแพร่พระ
บรมราโชวาทในเรอ่ื ง ความมเี หตผุ ล
และความรอบคอบ หลกั การทรงงาน
ในเรอ่ื ง การใช้ธรรมชาตชิ ่วยธรรมชาติ และ
การปลกู ปา่ ในใจคน รวมถงึ หลกั ปรชั ญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียง และปฏบิ ัตติ นเป็นผู้มี
วนิ ยั ในตนเอง ถือ
เป็นคุณลกั ษณะท่ีดีของคนไทย
3 ความเปน็ พลเมืองดี ใน ข้อ 6 การเป็นพลเมืองดีตามวิถปี ระชาธิปไตย 8 15
ระบอบประชาธปิ ไตย ข้อ 7
อันมีพระมหากษตั รยิ ์ ข้อ 10 จะตอ้ งมสี ่วนรว่ ม ใน
ทรงเปน็ ประมุข
กจิ กรรมตา่ งๆ ของสงั คม ตดั สนิ ใจโดยใช้
เหตุผล มีสว่ นร่วมและรบั ผิดชอบในการ
ตัดสินใจ ตรวจสอบข้อมูล เพ่ือใช้
ประกอบการตัดสนิ ใจ ใน
กจิ กรรมต่างๆ และมวี นิ ัยในตนเอง
ลำดับ ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ ผลการเรยี นรู้ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั
ท่ี (ช่วั โมง) คะแนน
4 ความปรองดอง ขอ้ 8 การอยรู่ ว่ มกนั ในสงั คมพหุวัฒนธรรม เรา 8 15
สมานฉนั ท์ ขอ้ 9 ควรยอมรบั ความแตกต่างในแตล่ ะดา้ น
ขอ้ 10 และรู้จกั แกไ้ ขปัญหาความขัดแยง้ ที่
เกดิ ขึ้นระหวา่ งกันโดยสนั ติวธิ ี เพื่อให้
จัดการแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกตอ้ ง
เหมาะสม สรา้ งความเข้าใจ อนั ดี
ระหว่างกัน และอยรู่ ่วมกัน
อยา่ งมีความสุข
5 ความมีวนิ ัยในตนเอง ข้อ 10 การปฏิบัติตนเป็นผู้มีวนิ ัยในตนเองเก่ียวกับ 4 10
การมีความซ่ือสตั ยส์ จุ ริต
ความขยนั หมัน่ เพียร อดทน การใฝ่หา
ความรู้ การต้ังใจปฏบิ ตั หิ น้าที่ และ
การยอมรบั ผลที่เกิดจากการกระทำ
ของตนเอง ถือเปน็ คุณลักษณะสำคญั
ท่ีดที ี่คนไทยทุกคนควรมี
โครงสร้างแผนฯ วิชาหน้าท่ีพลเมอื ง ม.1
หนว่ ยการเรียนรู้ แผนการจัด วธิ สี อน/กระบวนการ ทักษะการคิด เวลา
การเรียนรู้ จัดการเรยี นรู้ (ชั่วโมง)
1. ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 1. มารยาทไทยในการ - วิธสี อนโดยเน้นกระบวนการ : 2. ทักษะการนำความรู้ไปใช้ 1
ความเป็นไทย แสดงความเคารพ กระบวนการปฏบิ ัติ 1. ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์ 1
2. ทกั ษะการนำความรไู้ ปใช้ 1
2. มารยาทในการสนทนา - วธิ สี อนโดยเน้นกระบวนการ : 1. ทกั ษะการคิดวิเคราะห์ 1
กระบวนการปฏิบัติ 2. ทักษะการนำความรู้ไปใช้ 1
1. ทกั ษะการคิดวิเคราะห์ 1
3. มารยาทในการ - วธิ ีสอนโดยเน้นกระบวนการ : 2. ทักษะการนำความรไู้ ปใช้ 1
แต่งกาย กระบวนการปฏบิ ัติ 1. ทักษะการคดิ วิเคราะห์
2. ทักษะการนำความรู้ไปใช้ 1
4. การมสี ัมมาคารวะ - วิธสี อนโดยเน้นกระบวนการ : 1. ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์
กระบวนการปฏบิ ัติ 2. ทักษะการนำความรู้ไปใช้ 1
1. ทกั ษะการคิดวิเคราะห์
5. ความเอื้อเฟอื้ เผือ่ แผ่ - วธิ สี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ 2. ทกั ษะการนำความรไู้ ปใช้ 1
(Inquiry Method : 5E)
1. ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์ 1
6. ความเสียสละตอ่ สังคม - วิธสี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ 2. ทักษะการนำความรไู้ ปใช้
(Inquiry Method : 5E)
1. ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์
7. ขนบธรรมเนยี ม - วธิ สี อนโดยเน้นกระบวนการ : 2. ทักษะการนำความรู้ไปใช้
ประเพณไี ทย กระบวนการเรยี นความรู้
ความเข้าใจ 1. ทักษะการคิดวิเคราะห์
2. ทักษะการนำความรู้ไปใช้
8. ศิลปวัฒนธรรมไทย - วิธสี อนโดยเน้นกระบวนการ :
กระบวนการเรยี นความรู้ 1. ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์
ความเข้าใจ 2. ทักษะการคิดสงั เคราะห์
3. ทักษะการนำความรูไ้ ปใช้
9. ภูมิปญั ญาไทย - วิธสี อนโดยเน้นกระบวนการ :
กระบวนการเรียนความรู้
ความเข้าใจ
10. การปฏิบตั ติ นในการ - วธิ ีสอนโดยเน้นกระบวนการ :
เข้าร่วมกิจกรรมท่ีส่งเสริม กระบวนการกลมุ่
ความเป็นไทย
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 2 1. ความรกั ชาติ - วิธสี อนโดยใช้ทกั ษะกระบวนการ
รกั ชาติ ยดึ ม่นั เผชิญสถานการณ์
ในศาสนา และเทิดทูน
สถาบันพระมหา-กษตั ริย์
หนว่ ยการเรยี นรู้ แผนการจัด วธิ สี อน/กระบวนการ ทกั ษะการคดิ เวลา
การเรียนรู้ จดั การเรียนรู้ (ช่วั โมง)
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 2. การปฏิบตั ติ นเปน็ - วธิ สี อนโดยใชท้ ักษะ 1. ทักษะการคิดวิเคราะห์ 1
กระบวนการเผชญิ สถานการณ์ 2. ทกั ษะการคดิ สงั เคราะห์
รกั ชาติ ยึดมั่น แบบอย่างทีด่ ีในการ 3. ทักษะการนำความรู้ไปใช้
- วิธสี อนโดยเนน้ กระบวนการ :
ในศาสนา และเทดิ ทูน แสดงความรักชาติ กระบวนการกลุ่ม
สถาบนั พระมหา-กษัตริย์
3. การยึดมั่นในศาสนา - วิธีสอนโดยเนน้ กระบวนการ : 1. ทกั ษะการคิดวิเคราะห์ 1
(ตอ่ ) กระบวนการกลุ่ม 2. ทกั ษะการคดิ สังเคราะห์
3. ทกั ษะการนำความรไู้ ปใช้
- วิธีสอนโดยใชท้ กั ษะ
4. การปฏิบตั ติ นเปน็ กระบวนการเผชญิ สถานการณ์ 1. ทักษะการคดิ วเิ คราะห์ 1
แบบอยา่ งทด่ี ีในการ 2. ทกั ษะการคดิ สังเคราะห์
ยึดมัน่ ในศาสนา - วิธสี อนโดยใชท้ ักษะ 3. ทักษะการนำความรู้ไปใช้
กระบวนการเผชญิ สถานการณ์
5. การเทดิ ทนู สถาบัน 1. ทักษะการคดิ วเิ คราะห์ 1
พระมหากษตั ริย์ - วิธสี อนโดยเนน้ กระบวนการ : 2. ทกั ษะการคดิ สังเคราะห์
กระบวนการเรยี นความรู้ 3. ทักษะการนำความรู้ไปใช้
6. การปฏิบัตติ นเปน็ ความเขา้ ใจ
แบบอยา่ งทีด่ ใี นการ 1. ทกั ษะการคิดวิเคราะห์ 1
เทดิ ทูนสถาบนั - วธิ สี อนโดยเน้นกระบวนการ : 2. ทกั ษะการคดิ สงั เคราะห์
กระบวนการเรยี นความรู้ 3. ทักษะการนำความรไู้ ปใช้
7. พระบรมราโชวาท ความเข้าใจ
1. ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์ 1
- วธิ ีสอนโดยเนน้ กระบวนการ : 2. ทกั ษะการคิดสงั เคราะห์
กระบวนการเรียนความรู้ 3. ทกั ษะการนำความรูไ้ ปใช้
ความเข้าใจ
8. การปฏบิ ัตติ นตาม 1. ทักษะการคดิ วิเคราะห์ 1
พระบรมราโชวาท - วธิ สี อนโดยเนน้ กระบวนการ : 2. ทกั ษะการคดิ สังเคราะห์
กระบวนการเรียนความรู้ 3. ทกั ษะการนำความร้ไู ปใช้
9. หลกั การทรงงาน ความเขา้ ใจ
1. ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์ 1
- วธิ ีสอนโดยใชท้ ักษะ 2. ทักษะการคดิ สังเคราะห์
กระบวนการเผชญิ สถานการณ์ 3. ทกั ษะการนำความรไู้ ปใช้
10. การปฏบิ ตั ติ นตาม 1. ทักษะการคดิ วิเคราะห์ 1
หลักการทรงงาน 2. ทักษะการคดิ สังเคราะห์
3. ทักษะการนำความรู้ไปใช้
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 1. ความเป็นพลเมอื งดี 1. ทักษะการคดิ วิเคราะห์ 1
ความเป็นพลเมอื งดี 2. ทกั ษะการคิดสังเคราะห์
ในระบอบ 3. ทกั ษะการประยุกตใ์ ช้ความรู้
ประชาธปิ ไตย
อันมีพระมหากษตั รยิ ์
ทรงเปน็ ประมขุ
หน่วยการเรียนรู้ แผนการจดั วิธสี อน/กระบวนการ ทกั ษะการคิด เวลา
การเรียนรู้ จดั การเรยี นรู้ (ชั่วโมง)
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3
ความเป็นพลเมอื งดี 2. ความสำคญั ของการ - วธิ ีสอนโดยใชท้ กั ษะ 1. ทักษะการคดิ วเิ คราะห์ 1
ในระบอบ เป็นพลเมอื งดี
ประชาธปิ ไตย กระบวนการเผชญิ สถานการณ์ 2. ทักษะการคดิ สังเคราะห์
อนั มพี ระมหากษัตริย์ 3. การปฏบิ ตั ติ นเปน็
ทรงเป็นประมขุ (ตอ่ ) พลเมอื งดี 3. ทกั ษะการประยกุ ต์ใชค้ วามรู้
4. ความสำคญั ของ - วิธีสอนโดยใช้ทกั ษะ 1. ทักษะการคิดวเิ คราะห์ 1
การมสี ว่ นรว่ มและ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ 2. ทักษะการคดิ สังเคราะห์
รบั ผดิ ชอบในการ 3. ทกั ษะการประยุกตใ์ ช้ความรู้
ตดั สนิ ใจต่อกิจกรรม 5. ทักษะกระบวนการคดิ อย่าง
ของหอ้ งเรียน
มวี ิจารณญาณ
5. การมสี ว่ นรว่ มและ 6. ทักษะกระบวนการคดิ
รบั ผิดชอบในการ
ตดั สินใจต่อกิจกรรม ตัดสินใจ
ของหอ้ งเรยี น
- วธิ ีสอนโดยเน้นกระบวนการ : 1. ทักษะการคิดวเิ คราะห์ 1
6. ความสำคญั ของการ กระบวนการสร้างความตระหนัก 2. ทักษะการคดิ สงั เคราะห์
มสี ่วนรว่ มและ 3. ทกั ษะการประยุกต์ใช้ความรู้
รับผิดชอบในการ 4. ทกั ษะการนำความรู้ไปใช้
ตดั สินใจตอ่ กจิ กรรม 5. ทกั ษะกระบวนการคดิ
ของโรงเรียน อย่างมีวจิ ารณญาณ
6. ทกั ษะกระบวนการคดิ
ตดั สนิ ใจ
- วธิ สี อนโดยเนน้ กระบวนการ : 1. ทักษะการคดิ วเิ คราะห์ 1
กระบวนการสร้างความตระหนัก 2. ทักษะการคิดสงั เคราะห์
3. ทกั ษะการประยุกตใ์ ช้ความรู้
4. ทกั ษะการนำความรไู้ ปใช้
5. ทกั ษะกระบวนการคดิ
อยา่ งมีวิจารณญาณ
6. ทักษะกระบวนการคดิ
ตัดสนิ ใจ
- วธิ สี อนโดยเนน้ กระบวนการ : 1. ทักษะการคิดวเิ คราะห์ 1
กระบวนการสรา้ งความตระหนกั 2. ทักษะการคิดสังเคราะห์
3. ทักษะการประยุกตใ์ ชค้ วามรู้
หนว่ ยการเรียนรู้ แผนการจัด วิธสี อน/กระบวนการ ทกั ษะการคิด เวลา
การเรียนรู้ จดั การเรยี นรู้ (ชั่วโมง)
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 3 5. ทกั ษะกระบวนการคิดอย่างมี
ความเปน็ พลเมอื งดี 7. การมสี ่วนร่วมและ - วธิ ีสอนโดยเน้นกระบวนการ : วจิ ารณญาณ 1
ในระบอบ รบั ผดิ ชอบในการ กระบวนการสรา้ งความตระหนัก
ประชาธิปไตย ตัดสนิ ใจต่อกจิ กรรม 6. ทกั ษะกระบวนการคดิ 1
อนั มพี ระมหากษตั รยิ ์ ของโรงเรียน - วธิ สี อนโดยเน้นกระบวนการ : ตัดสนิ ใจ
ทรงเปน็ ประมุข (ต่อ) กระบวนการสร้างความตระหนกั 1
8. การตรวจสอบขอ้ มลู 1. ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์ 1
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4 - วธิ ีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 2. ทักษะการคดิ สังเคราะห์ 1
ความปรองดอง 1. ความหลากหลาย (Inquiry Method : 5E) 3. ทกั ษะการประยกุ ต์ใชค้ วามรู้ 1
สมานฉนั ท์ ของวิถีชีวติ 4. ทักษะการนำความรู้ไปใช้ 1
- วธิ สี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5. ทกั ษะกระบวนการคดิ อยา่ งมี 1
2. ความหลากหลาย (Inquiry Method : 5E) 1
ทางดา้ นวัฒนธรรม วจิ ารณญาณ 1
- วิธสี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ 6. ทกั ษะกระบวนการคิด
3. ความหลากหลาย (Inquiry Method : 5E)
ด้านศาสนา ตดั สินใจ
- วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 1. ทกั ษะการคิดวิเคราะห์
4. ความหลากหลาย (Inquiry Method : 5E) 2. ทกั ษะการคดิ สังเคราะห์
ด้านส่งิ แวดล้อม 3. ทักษะการประยุกตใ์ ช้ความรู้
- วธิ ีสอนโดยเน้นกระบวนการ : 4. ทักษะการนำความรู้ไปใช้
5. หลกั การอยรู่ ว่ มกัน กระบวนการกลมุ่ 5. ทักษะกระบวนการคิดอยา่ งมี
ในสังคมพหุวฒั นธรรม 6. ทักษะกระบวนการคิด
- วิธสี อนโดยเน้นกระบวนการ : 1. ทกั ษะการคิดวิเคราะห์
6. การปฏบิ ตั ิตนในการ กระบวนการกล่มุ 2. ทกั ษะการนำความรไู้ ปใช้
อยู่รว่ มกันในสังคม 1. ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์
พหวุ ัฒนธรรม - วธิ ีสอนโดยใช้ทักษะ 2. ทกั ษะการนำความรไู้ ปใช้
กระบวนการเผชิญสถานการณ์ 1. ทักษะการคิดวิเคราะห์
7. สาเหตุ และแนวทาง 2. ทักษะการนำความรู้ไปใช้
การแกป้ ญั หาความ - วิธีสอนโดยใช้ทักษะ กระบวนการ 1. ทักษะการคิดวเิ คราะห์
ขัดแย้ง เผชญิ สถานการณ์ 2. ทกั ษะการนำความรไู้ ปใช้
1. ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์
8. การปฏบิ ตั ติ นในการ 2. ทักษะการนำความรู้ไปใช้
แกป้ ัญหาความขัดแย้ง 1. ทักษะการคดิ วเิ คราะห์
2. ทกั ษะการนำความร้ไู ปใช้
1. ทกั ษะการคิดวิเคราะห์
2. ทกั ษะการนำความรไู้ ปใช้
1. ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์
2. ทักษะการนำความรไู้ ปใช้
หน่วยการเรียนรู้ แผนการจดั วธิ สี อน/กระบวนการ ทกั ษะการคิด เวลา
การเรยี นรู้ จัดการเรยี นรู้ (ชว่ั โมง)
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 5 1. ความมวี ินยั ในตนเอง 1. ทักษะการคิดวิเคราะห์
ความมีวินัยในตนเอง - วิธสี อนโดยใช้ทกั ษะ 2. ทักษะการคิดสงั เคราะห์ 1
2. การปฏิบตั ติ นเป็นผู้มี กระบวนการเผชญิ สถานการณ์ 3. ทักษะการนำความร้ไู ปใช้
วนิ ัยในตนเอง 4. ทกั ษะกระบวนการคิด 1
- วิธีสอนโดยใช้ทกั ษะ กระบวนการ
3. ความมวี ินัยในหน้าที่ เผชิญสถานการณ์ ตัดสินใจ 1
4. การปฏิบัติตนเป็นผู้ - วิธสี อนโดยเนน้ กระบวนการ : 1. ทักษะการคิดวเิ คราะห์ 1
มวี ินยั ในหนา้ ที่ กระบวนการเรียนความรู้ 2. ทักษะการคิดสงั เคราะห์
ความเขา้ ใจ 3. ทกั ษะการนำความรไู้ ปใช้
4. ทกั ษะกระบวนการคิด
- วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ :
กระบวนการเรยี นความรู้ ตดั สินใจ
ความเข้าใจ
1. ทักษะการคดิ วเิ คราะห์
2. ทักษะการคิดสงั เคราะห์
3. ทักษะการนำความรไู้ ปใช้
4. ทกั ษะกระบวนการคดิ
ตดั สินใจ
1. ทักษะการคิดวเิ คราะห์
2. ทกั ษะการคดิ สงั เคราะห์
3. ทักษะการนำความรู้ไปใช้
4. ทกั ษะกระบวนการคิด
ตัดสินใจ
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 1 มารยาทไทยในการแสดง 1 ชวั่ โมง
ความเคารพ
1 ผลการเรยี นร้/ู จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.1 ผลการเรยี นรู้
ขอ้ 1 มสี ่วนร่วมในการอนุรกั ษม์ ารยาทไทย
1.2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) ปฏบิ ตั ติ นตามมารยาทไทยในการแสดงความเคารพดว้ ยการไหวไ้ ด้
2) วเิ คราะหค์ ณุ ค่าของการปฏบิ ตั ติ นตามมารยาทไทยในการแสดงความเคารพดว้ ยการไหวไ้ ด้
3) มสี ว่ นร่วมในการอนุรกั ษ์การแสดงความเคารพดว้ ยการไหว้
2 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ มี ารยาทไทยในการแสดงความเคารพดว้ ยการไหว้ การเหน็ คุณคา่ ของการปฏบิ ตั ิ
และมสี ว่ นร่วมในการอนุรกั ษก์ ารแสดงความเคารพดว้ ยการไหว้ถอื เป็นคณุ ลกั ษณะทด่ี ขี องคนไทย
3 สาระการเรยี นรู้
• มารยาทไทย
- การแสดงความเคารพ
4 สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
4.1 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์
2) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้
4.2 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
5 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค/์ ค่านิยม 4) รกั ความเป็นไทย
5.1 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1) มวี นิ ยั รบั ผดิ ชอบ 2) ใฝ่เรยี นรู้ 3) มุ่งมนั่ ในการทางาน
5.2 ค่านิยม
- มรี ะเบยี บวนิ ยั เคารพกฎหมาย เคารพผใู้ หญ่
6 กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. ครนู าภาพการแสดงความเคารพของคนไทย และชาตอิ ่นื ๆ มาใหน้ กั เรยี นดู แลว้ ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั
แสดงความคดิ เหน็ ในประเดน็ ตอ่ ไปน้ี
1) ภาพดงั กล่าว เป็นการแสดงความเคารพของชาตใิ ดบา้ ง นกั เรยี นทราบไดจ้ ากอะไร
2) ถา้ นกั เรยี นเป็นคนไทยในภาพ นกั เรยี นจะแสดงความเคารพดว้ ยวธิ กี ารเดยี วกนั หรอื ไม่
อธบิ ายเหตผุ ล
3) นกั เรยี นคดิ ว่า นอกเหนอื จากการไหวแ้ ลว้ คนไทยสามารถแสดงออกถงึ มารยาทไทยไดด้ ว้ ย
วธิ กี ารใดอกี บา้ ง อธบิ ายพรอ้ มยกตวั อยา่ งประกอบ
4) ถา้ มชี าวตา่ งชาตยิ น่ื มอื มาขอสมั ผสั (check hand) นกั เรยี นจะปฏบิ ตั อิ ย่างไร อธบิ ายเหตุผล
โดยครกู ระตนุ้ ใหน้ กั เรยี นทุกคนมสี ว่ นรว่ มในการแสดงความคดิ เหน็
2. ครแู บง่ นกั เรยี นเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน คละกนั ตามความสามารถ คอื เก่ง ปานกลางคอ่ นขา้ งเกง่
ปานกลางค่อนขา้ งออ่ น และออ่ น โดยครเู น้นยา้ ใหน้ กั เรยี นทุกคนรว่ มมอื และช่วยเหลอื กนั ตลอดการ
ปฏบิ ตั กิ จิ กรรม
3. ครใู หน้ กั เรยี นดคู ลปิ วดิ โี อสาธติ การแสดงความเคารพดว้ ยการไหวใ้ นระดบั ตา่ งๆ ดงั น้ี
1) การไหวพ้ ระสงฆ์ 2) การไหวผ้ มู้ พี ระคณุ และผอู้ าวุโส
3) การไหวบ้ คุ คลทวั่ ไป 4) การไหวบ้ คุ คลเสมอกนั
4. นกั เรยี นแต่ละกลุม่ ร่วมกนั วเิ คราะหข์ นั้ ตอนในการแสดงความเคารพดว้ ยการไหวใ้ นแตล่ ะระดบั
แลว้ ฝึกปฏบิ ตั ติ ามขนั้ ตอนทไ่ี ดด้ จู ากคลปิ วดิ โี อ
5. นกั เรยี นแต่ละกลุม่ จบั ค่กู นั เป็น 2 คู่ ใหแ้ ต่ละค่รู ่วมกนั ฝึกการไหวใ้ นแตล่ ะระดบั โดยไมต่ อ้ งดแู บบ
แลว้ ผลดั กนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
6. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั อภปิ รายเกย่ี วกบั คุณค่าของการแสดงความเคารพดว้ ยการไหว้ และแนวทาง
การมสี ว่ นรว่ มในการอนุรกั ษ์การแสดงความเคารพดว้ ยการไหว้ แลว้ เขยี นสรุปเป็นแผนผงั ความคดิ
7. สมาชกิ แตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั กาหนดสถานการณ์สนั้ ๆ เกย่ี วกบั การแสดงความเคารพดว้ ยการไหว้ แลว้ ฝึก
ปฏบิ ตั ติ ามสถานการณ์ดงั กล่าว
8. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ สาธติ การแสดงความเคารพดว้ ยการไหวต้ ามสถานการณ์สนั้ ๆ ทก่ี ล่มุ ของตนเอง
กาหนดหน้าชนั้ เรยี น ครแู ละเพอ่ื นกลุ่มอน่ื ร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ งและใหข้ อ้ เสนอแนะ
9. ครแู นะนาใหน้ กั เรยี นนาความรทู้ ไ่ี ดจ้ ากการศกึ ษาไปปฏบิ ตั จิ รงิ ในชวี ติ ประจาวนั แลว้ นาผลทไ่ี ดม้ าเลา่
สกู่ นั ฟัง (นอกเวลาเรยี น)
10. นกั เรยี นอา่ นสถานการณ์ทก่ี าหนดในกจิ กรรมฝึกคดิ ฝึกทา จากหนงั สอื กจิ กรรม แลว้ พจิ ารณาบคุ คล
และจงั หวะมอื ในการแสดงความเคารพใหถ้ ูกตอ้ งสมั พนั ธก์ นั และฝึกปฏบิ ตั ติ าม ครูตรวจสอบ
ความถกู ตอ้ ง
7 การวดั และประเมินผล
วิธีการ เคร่ืองมอื เกณฑ์
ประเมนิ การสาธติ การปฏบิ ตั ติ นตามมารยาทไทย แบบประเมนิ การสาธติ การปฏบิ ตั ติ น ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ในการแสดงความเคารพ ตามมารยาทไทยในการแสดงความเคารพ
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ ความสามารถในการคดิ และ แบบประเมนิ สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ
สงั เกตความมวี นิ ยั รบั ผดิ ชอบ ใฝ่เรยี นรู้ แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
มุ่งมนั ่ ในการทางาน และรกั ความเป็นไทย
สงั เกตความมรี ะเบยี บวนิ ยั เคารพกฎหมาย แบบประเมนิ คา่ นยิ มหลกั ของคนไทย ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
เคารพผใู้ หญ่ 12 ประการ
8 ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
8.1 สือ่ การเรยี นรู้
1) หนงั สอื กจิ กรรม หน้าทพ่ี ลเมอื ง 1-2 ม.1
2) หนงั สอื เรยี น หน้าทพ่ี ลเมอื ง วฒั นธรรม และการดาเนินชวี ติ ในสงั คม ม.1
3) คลปิ วดิ โี อสาธติ การแสดงความเคารพดว้ ยการไหว้
4) บตั รภาพ
8.2 แหล่งการเรียนรู้
—
เอกสารประกอบการสอน
แบบประเมินการสาธิตการปฏิบตั ิตนตามมารยาทไทยในการแสดงความเคารพ
รายการประเมิน คาอธิบายระดบั คณุ ภาพ / ระดบั คะแนน
1. การแสดง
ดมี าก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรุง (1)
ความเคารพ
ดว้ ยการไหว้ แสดงความเคารพ แสดงความเคารพ แสดงความเคารพ แสดงความเคารพ
ดว้ ยการไหวต้ ามระดบั ดว้ ยการไหวต้ ามระดบั ดว้ ยการไหวต้ ามระดบั ดว้ ยการไหวต้ ามระดบั
2. การรบั ไหว้ ของบคุ คล ไดแ้ ก่ ของบุคคลไดถ้ กู ตอ้ ง ของบคุ คลไดถ้ กู ตอ้ ง ของบคุ คลไดถ้ ูกตอ้ ง
1) การไหวพ้ ระสงฆ์ สวยงาม 2 ระดบั สวยงาม 1 ระดบั 1 ระดบั แต่ไมส่ วยงาม
2) การไหวผ้ มู้ พี ระคุณ
ผอู้ าวโุ ส
3) การไหวบ้ คุ คลทวั่ ไป
โดยไวไ้ ดถ้ กู ตอ้ ง
สวยงาม ทงั้ 3 ระดบั
แสดงการรบั ไหวผ้ นู้ ้อย แสดงการรบั ไหวผ้ นู้ ้อย แสดงการรบั ไหวผ้ นู้ ้อย แสดงการรบั ไหวผ้ นู้ ้อย
ไดถ้ ูกตอ้ ง สวยงาม ไดถ้ ูกตอ้ ง คอ่ นขา้ ง ไดถ้ กู ตอ้ ง สวยงาม ไดถ้ กู ตอ้ ง คอ่ นขา้ ง
ทงั้ 2 แบบ และกระทา สวยงามทงั้ 2 แบบ และ 1 แบบ และกระทาดว้ ย สวยงาม 1 แบบ
ดว้ ยความสภุ าพ กระทาดว้ ยความสุภาพ ความสุภาพ
ช่วงคะแนน เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ ต่ากว่า 4
ระดบั คณุ ภาพ ปรบั ปรุง
8 6-7 4-5
ดมี าก ดี พอใช้
บตั รภาพ
ภาพแสดงความเคารพดว้ ยการไหว้ ภาพแสดงความเคารพดว้ ยการจบั มอื
ภาพแสดงความเคารพดว้ ยการโคง้ คานับ
ที่มา : ภาพท่ี 1 http://www.samutsakhonculture.com/detail_page.php?sub_id=697
ภาพท่ี 2 http://www.savingadvice.com/articles/2008/08/27/102254_31-ways-to-improve-your-career-
12 ภาพท่ี 3 today.html
3 http://www.thairath.co.th/gallery/8276
แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศกึ ษาหรอื ผ้ทู ่ีได้รบั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ
ลงชอ่ื )
(
ตาแหน่ง
ดา้ นความรู้
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค/์ ค่านิยม
ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี )
ปัญหา/อุปสรรค
แนวทางการแกไ้ ข
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 2 มารยาทในการสนทนา 1 ชวั่ โมง
1 ผลการเรยี นร้/ู จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1.1 ผลการเรียนรู้
ขอ้ 1 มสี ่วนร่วมในการอนุรกั ษม์ ารยาทไทย
1.2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ มี ารยาทในการสนทนาได้
2) วเิ คราะหค์ ณุ คา่ ของการปฏบิ ตั ติ นตามมารยาทในการสนทนาได้
3) มสี ว่ นรว่ มในการอนุรกั ษ์มารยาทในการสนทนา
2 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ มี ารยาทในการสนทนา การเหน็ คุณค่าของการปฏบิ ตั ิ และมสี ว่ นร่วมในการอนุรกั ษ์
ถอื เป็นคุณลกั ษณะทด่ี ขี องคนไทย
3 สาระการเรยี นรู้
• มารยาทไทย
- การสนทนา
4 สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น 2) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้
4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร
4.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์
4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
5 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค/์ ค่านิยม
5.1 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1) ใฝ่เรยี นรู้ 2) มงุ่ มนั่ ในการทางาน 3) รกั ความเป็นไทย
5.2 ค่านิยม
- ใฝ่หาความรู้ หมนั่ ศกึ ษาเลา่ เรยี นทงั้ ทางตรงและทางออ้ ม
6 กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. ครขู ออาสาสมคั รหรอื สุ่มนกั เรยี น 1 กลุ่ม (กลุ่มเดมิ จากแผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1) ออกมาแสดง
บทบาทสมมตเิ กย่ี วกบั การสนทนาแนะนาใหร้ จู้ กั กนั ตามสถานการณ์ดงั ตอ่ ไปน้ี
ขนมปังยา้ ยตามคณุ พอ่ ซงึ่ เป็นขา้ ราชการตารวจมาเรยี นทจี่ งั หวดั ราชบุรี เธอรสู้ กึ ตนื่ เตน้
และดใี จมากทจี่ ะไดเ้ ขา้ เรยี นทโี่ รงเรยี นใหม่ และไดเ้ จอกบั เพอื่ นใหมๆ่ เมอื่ เธอมาถงึ หอ้ งเรยี น
กไ็ ดเ้ จอกบั ขวญั ซงึ่ เป็นหวั หน้าหอ้ งชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่1/1 ขวญั จงึ พาขนมปังไปแนะนาใหร้ จู้ กั
กบั เตย้ และวนิ เพอื่ นร่วมชนั้ เรยี น
2. นกั เรยี นช่วยกนั สงั เกตการแสดงบทบาทสมมตขิ องเพอ่ื น แลว้ ร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ ในประเดน็
ตอ่ ไปน้ี
1) การแสดงบทบาทสมมตขิ องเพอ่ื นแสดงออกถงึ มารยาทในการสนทนาอย่างไรบา้ ง
2) ถา้ นกั เรยี นรบั บทเป็นขวญั นกั เรยี นจะมวี ธิ กี ารแนะนาใหข้ นมปังรจู้ กั กบั เตย้ และวนิ อยา่ งไรบา้ ง
3) นกั เรยี นคดิ วา่ การมมี ารยาทในการสนทนามคี วามสาคญั อย่างไรบา้ ง
โดยครกู ระตนุ้ ใหน้ กั เรยี นทุกคนมสี ว่ นร่วมในการแสดงความคดิ เหน็
3. ครใู หน้ กั เรยี นดคู ลปิ วดิ โี อการแสดงมารยาทในการสนทนา ในประเดน็ ต่อไปน้ี
1) มารยาทในการแนะนาใหร้ จู้ กั กนั
2) มารยาทในการสนทนาผ่านโทรศพั ท์
3) มารยาทในการสนทนาผ่านเครอื ขา่ ยอนิ เทอรเ์ นต็
4. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั วเิ คราะหก์ ารแสดงมารยาทในการสนทนา แลว้ ฝึกปฏบิ ตั ติ ามขนั้ ตอน
ทไ่ี ดด้ จู ากคลปิ วดิ โี อ
5. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มจบั ค่กู นั เป็น 2 คู่ ใหแ้ ต่ละค่เู ลอื กแสดงมารยาทในการสนทนาในประเดน็ ต่างๆ
โดยไม่ซ้ากนั แลว้ ผลดั กนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง ครสู งั เกตการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมของนกั เรยี นและคอยให้
คาแนะนา
6. นกั เรยี นแต่ละกลุม่ ร่วมกนั อภปิ รายเกย่ี วกบั คุณค่าของการแสดงมารยาทในการสนทนา และแนวทาง
การมสี ว่ นร่วมในการอนุรกั ษก์ ารแสดงมารยาทในการสนทนา
7. ครแู นะนาใหน้ กั เรยี นนาความรทู้ ไ่ี ดจ้ ากการศกึ ษาเกย่ี วกบั การแสดงมารยาทในการสนทนา
ไปปฏบิ ตั จิ รงิ ในชวี ติ ประจาวนั แลว้ นาผลทไ่ี ดม้ าเล่าสกู่ นั ฟัง (นอกเวลาเรยี น)
8. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ ขอ้ 1-2
1) นกั เรยี นคดิ วา่ การโพสตข์ อ้ ความลงบน facebook ของตวั เองจะตอ้ งคานึงถงึ อะไรบา้ ง
(พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
2) การสนทนาโดยใชว้ าจาทส่ี ุภาพ จะชว่ ยเสรมิ บุคลกิ ภาพไดอ้ ย่างไรบา้ ง
(พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
7 การวดั และประเมินผล
วิธีการ เครื่องมอื เกณฑ์
ประเมนิ การสาธติ การปฏบิ ตั ติ นตามมารยาทไทย แบบประเมนิ การสาธติ การปฏบิ ตั ติ น ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ในการสนทนา ตามมารยาทไทยในการสนทนา
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ ความสามารถในการส่อื สาร แบบประเมนิ สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ความสามารถในการคดิ และความสามารถ
ในการใชท้ กั ษะชวี ติ
สงั เกตการใฝ่เรยี นรู้ มุ่งมนั ่ ในการทางาน แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
และรกั ความเป็นไทย
สงั เกตการใฝ่หาความรู้ หมนั ่ ศกึ ษาเลา่ เรยี น แบบประเมนิ ค่านิยมหลกั ของคนไทย ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ทงั้ ทางตรงและทางออ้ ม 12 ประการ
8 ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้
8.1 สือ่ การเรียนรู้
1) หนงั สอื กจิ กรรม หน้าทพ่ี ลเมอื ง 1-2 ม.1
2) หนงั สอื เรยี น หน้าทพ่ี ลเมอื ง วฒั นธรรม และการดาเนนิ ชวี ติ ในสงั คม ม.1
3) คลปิ วดิ โี อสาธติ การแสดงมารยาทไทยในการสนทนา
8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
—
เอกสารประกอบการสอน
แบบประเมินการสาธิตการปฏิบตั ิตนตามมารยาทไทยในการสนทนา
รายการประเมิน คาอธิบายระดบั คณุ ภาพ / ระดบั คะแนน
ดมี าก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรุง (1)
1. การแสดงมารยาท แสดงมารยาทในการ แสดงมารยาทในการ แสดงมารยาทในการ แสดงมารยาทในการ
แนะนาใหร้ จู้ กั กนั แนะนาใหร้ จู้ กั กนั แนะนาใหร้ จู้ กั กนั ได้
ในการแนะนาให้ แนะนาใหร้ จู้ กั กนั ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง แต่ไมส่ ุภาพ
เหมาะสมเป็นสว่ นใหญ่ เหมาะสมเป็นบางส่วน
ร้จู กั กนั ไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง และกระทาดว้ ยความ และกระทาดว้ ยความ
สุภาพ สุภาพ
เหมาะสม และกระทา
ดว้ ยความสภุ าพ
2. การแสดงมารยาท แสดงมารยาทในการ แสดงมารยาทในการ แสดงมารยาทในการ แสดงมารยาทในการ
สนทนาผ่านโทรศพั ท์ สนทนาผา่ นโทรศพั ท์ สนทนาผา่ นโทรศพั ทไ์ ด้
ในการสนทนา สนทนาผ่านโทรศพั ท์ ไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง แตไ่ ม่สภุ าพ
ผ่านโทรศพั ท์ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง เหมาะสมเป็นส่วนใหญ่ เหมาะสมเป็นบางส่วน
และกระทาดว้ ยความ และกระทาดว้ ยความ
เหมาะสม และกระทา สภุ าพ สุภาพ
ดว้ ยความสุภาพ
3. การแสดงมารยาท แสดงมารยาทในการ แสดงมารยาทในการ แสดงมารยาทในการ แสดงมารยาทในการ
สนทนาผา่ นเครอื ขา่ ย สนทนาผ่านเครอื ขา่ ย สนทนาผ่านเครอื ขา่ ย
ในการสนทนา สนทนาผ่านเครอื ขา่ ย อนิ เทอรเ์ น็ตไดอ้ ย่าง อนิ เทอรเ์ น็ตไดอ้ ย่าง อนิ เทอรเ์ นต็ ได้
ผา่ นเครอื ขา่ ย อนิ เทอรเ์ น็ตไดอ้ ย่าง เหมาะสมเป็นส่วนใหญ่ เหมาะสมเป็นบางสว่ น แตไ่ ม่สภุ าพ
อินเทอรเ์ น็ต เหมาะสม และกระทา และกระทาดว้ ยความ และกระทาดว้ ยความ
สุภาพ สุภาพ
ดว้ ยความสุภาพ
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน 11 - 12 9 - 10 6-8 ต่ากว่า 6
ระดบั คณุ ภาพ ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ
แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศกึ ษาหรอื ผ้ทู ่ีได้รบั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ
ลงชอ่ื )
(
ตาแหน่ง
ดา้ นความรู้
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค/์ ค่านิยม
ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี )
ปัญหา/อุปสรรค
แนวทางการแกไ้ ข
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 3 มารยาทในการแต่งกาย 1 ชวั่ โมง
1 ผลการเรียนร/ู้ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1.1 ผลการเรียนรู้
ขอ้ 1 มสี ว่ นรว่ มในการอนุรกั ษม์ ารยาทไทย
1.2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ มี ารยาทในการแตง่ กายได้
2) วเิ คราะหค์ ุณค่าของการปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ มี ารยาทในการแต่งกายได้
3) มสี ว่ นร่วมในการอนุรกั ษ์การแต่งกายอย่างมมี ารยาท
2 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ มี ารยาทในการแตง่ กาย การเหน็ คุณคา่ ของการปฏบิ ตั ิ และมสี ่วนร่วมในการอนุรกั ษ์
ถอื เป็นคณุ ลกั ษณะทด่ี ขี องคนไทย
3 สาระการเรยี นรู้
• มารยาทไทย
- การแต่งกาย
4 สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น
4.1 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์
2) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้
4.2 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
5 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค/์ ค่านิยม
5.1 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1) มวี นิ ยั รบั ผดิ ชอบ 2) มงุ่ มนั่ ในการทางาน 3) รกั ความเป็นไทย
5.2 ค่านิยม
- มรี ะเบยี บวนิ ยั เคารพกฎหมาย เคารพผใู้ หญ่
6 กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. ครนู าภาพการแตง่ กายในโอกาสต่างๆ มาใหน้ กั เรยี นดู แลว้ ใหน้ กั เรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็
ในประเดน็ ต่อไปน้ี
- การแตง่ กายทเ่ี หมาะสมในโอกาสตา่ งๆ ชว่ ยเสรมิ สรา้ งบุคลกิ ทด่ี ใี หก้ บั นกั เรยี นอย่างไรบา้ ง
- ถา้ เพอ่ื นของนกั เรยี นใสก่ างเกงขาสนั้ ไปทาบญุ วนั เกดิ ทว่ี ดั นกั เรยี นคดิ วา่ การแตง่ กายดงั กล่าว
มคี วามเหมาะสมหรอื ไม่ ถา้ ไมเ่ หมาะสม นกั เรยี นจะแนะนาเพอ่ื นอย่างไร
โดยครกู ระตนุ้ ใหน้ กั เรยี นทกุ คนมสี ว่ นรว่ มในการแสดงความคดิ เหน็
2. นกั เรยี นดคู ลปิ วดิ โี อเกย่ี วกบั มารยาทในการแต่งกาย ในประเดน็ ตอ่ ไปน้ี
1) การปฏบิ ตั ติ นเป็นแบบอย่างทด่ี ขี องการแต่งกาย
2) การมสี ว่ นรว่ มในการอนุรกั ษ์การแตง่ กายอย่างมมี ารยาท
3. นกั เรยี นกลุ่มเดมิ (จากแผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1) รว่ มกนั วเิ คราะห์การแสดงการแต่งกายอย่างมมี ารยาท
4. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มร่วมกนั ฝึกปฏบิ ตั ติ ามขนั้ ตอนทไ่ี ดด้ ูจากคลปิ วดิ โี อ โดยเลอื กแตง่ กายใหเ้ หมาะสมกบั
สถานท่ี และโอกาสตามทค่ี รกู าหนด (ครมู อบหมายใหน้ กั เรยี นเตรยี มเส้อื ผา้ และอปุ กรณ์ในการแต่งกาย
มาล่วงหน้า)
5. ครสู มุ่ นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ออกมานาเสนอการแตง่ กายใหเ้ หมาะสมกบั สถานทแ่ี ละโอกาสตามทค่ี รู
กาหนด ครแู ละเพอ่ื นกลุ่มอ่นื รว่ มกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ งและใหข้ อ้ เสนอแนะ
6. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มร่วมกนั อภปิ รายเก่ยี วกบั คุณคา่ ของการแตง่ กายอย่างมมี ารยาท และแนวทางการมี
สว่ นรว่ มในการอนุรกั ษ์การแสดงการแต่งกายอย่างมมี ารยาท
7. ครแู นะนาใหน้ กั เรยี นนาความรทู้ ไ่ี ดจ้ ากการศกึ ษาเกย่ี วกบั การแต่งกายอย่างมมี ารยาทไปปฏบิ ตั จิ รงิ
ในชวี ติ ประจาวนั แลว้ นาผลทไ่ี ดม้ าเลา่ สกู่ นั ฟัง (นอกเวลาเรยี น)
8. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุน้ ความคดิ ขอ้ 1-2
1) นกั เรยี นคดิ ว่า การใสช่ ุดนกั เรยี นมาโรงเรยี น มผี ลดตี ่อตวั ของนกั เรยี นอย่างไรบา้ ง
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
2) นกั เรยี นจะมสี ว่ นร่วมในการอนุรกั ษก์ ารแตง่ กายอย่างมมี ารยาทไดอ้ ย่างไรบา้ ง อธบิ ายพรอ้ ม
ยกตวั อย่างประกอบ
(พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
7 การวดั และประเมินผล
วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์
ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การสาธติ การปฏบิ ตั ติ นตามมารยาทไทย แบบประเมนิ การสาธติ การปฏบิ ตั ติ น
ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ในการแตง่ กาย ตามมารยาทไทยในการแตง่ กาย ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ ความสามารถในการคดิ และ แบบประเมนิ สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ
สงั เกตความมวี นิ ยั รบั ผดิ ชอบ มงุ่ มนั ่ ในการ แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ทางาน และรกั ความเป็นไทย
สงั เกตความมรี ะเบยี บวนิ ยั เคารพกฎหมาย แบบประเมนิ ค่านยิ มหลกั ของคนไทย
เคารพผใู้ หญ่ 12 ประการ
8 ส่ือ/แหลง่ การเรยี นรู้
8.1 สือ่ การเรียนรู้
1) หนงั สอื กจิ กรรม หน้าทพ่ี ลเมอื ง 1-2 ม.1
2) หนงั สอื เรยี น หน้าทพ่ี ลเมอื ง วฒั นธรรม และการดาเนนิ ชวี ติ ในสงั คม ม.1
3) คลปิ วดิ โี อเกย่ี วกบั มารยาทในการแต่งกาย
4) บตั รภาพ
8.2 แหล่งการเรยี นรู้
—
เอกสารประกอบการสอน
แบบประเมินการสาธิตการปฏิบตั ิตนตามมารยาทไทยในการแต่งกาย
รายการประเมิน คาอธิบายระดบั คณุ ภาพ / ระดบั คะแนน
ดมี าก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรุง (1)
1. การแต่งกาย แตง่ กายไดถ้ ูกตอ้ ง แตง่ กายไดถ้ ูกตอ้ ง แตง่ กายไดถ้ กู ตอ้ ง แต่งกายไมเ่ หมาะสม
ให้เหมาะสมกบั วยั เหมาะสมกบั วยั ของ เหมาะสมกบั วยั ของ เหมาะสมกบั วยั ของ กบั วยั ของตนเอง
ตนเองทกุ ชดุ ตนเองเป็นส่วนใหญ่ ตนเองเป็นบางส่วน
2. การแต่งกาย แต่งกายไดถ้ ูกตอ้ ง แตง่ กายไดถ้ กู ตอ้ ง แต่งกายไดถ้ กู ตอ้ ง แต่งกายไม่เหมาะสม
ให้เหมาะสมกบั เหมาะสมกบั โอกาส เหมาะสมกบั โอกาส เหมาะสมกบั โอกาส กบั โอกาสและสถานท่ี
กาลเทศะ และสถานทท่ี ุกชุด และสถานท่ี และสถานทเ่ี ป็นบางสว่ น
เป็นสว่ นใหญ่
ช่วงคะแนน เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ ต่ากว่า 4
ระดบั คณุ ภาพ ปรบั ปรงุ
8 6-7 4-5
ดมี าก ดี พอใช้
บตั รภาพ
ภาพท่ี 1 ภาพท่ี 2
ภาพท่ี 3 ภาพที่ 4
ที่มา : ภาพท่ี 1 https://sites.google.com/site/pianogracezi/khaw-seuxpha/khxllekhchanhnarxnPheimsisanhaengluk
hspxrtbaerndmarnispringsummer2012
1 2 ภาพท่ี 2 http://www.indy-man.com
3 4 ภาพท่ี 3 http://www.hadyshop.com
ภาพท่ี 4 http://www.weloveshopping.com
แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศกึ ษาหรอื ผ้ทู ่ีได้รบั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ
ลงชอ่ื )
(
ตาแหน่ง
ดา้ นความรู้
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค/์ ค่านิยม
ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี )
ปัญหา/อุปสรรค
แนวทางการแกไ้ ข
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 4 การมีสมั มาคารวะ 1 ชวั่ โมง
1 ผลการเรยี นร้/ู จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1.1 ผลการเรียนรู้
ข้อ 1 มสี ่วนร่วมในการอนุรกั ษม์ ารยาทไทย
1.2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ สี มั มาคารวะได้
2) วเิ คราะหค์ ุณคา่ ของการปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ สี มั มาคารวะได้
3) มสี ว่ นร่วมในการปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ สี มั มาคารวะ
2 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ สี มั มาคารวะทงั้ ทางกาย ทางวาจา และทางใจ การเหน็ คณุ ค่าของการปฏบิ ตั ิ และมี
สว่ นรว่ มในการอนุรกั ษ์มารยาท ถอื เป็นคุณลกั ษณะทด่ี ขี องคนไทย
3 สาระการเรียนรู้
• มารยาทไทย
- การมสี มั มาคารวะ
4 สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น
4.1 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์
2) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้
4.2 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
5 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค/์ ค่านิยม
5.1 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1) มวี นิ ยั รบั ผดิ ชอบ 2) มงุ่ มนั่ ในการทางาน 3) รกั ความเป็นไทย
5.2 ค่านิยม
- มรี ะเบยี บวนิ ยั เคารพกฎหมาย เคารพผใู้ หญ่
6 กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. ครใู หน้ กั เรยี นรวมกลุม่ เดมิ (จากแผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 1) แลว้ แจกกรณศี กึ ษาใหน้ ักเรยี น กลมุ่ ละ
1 เรอ่ื ง (อาจมบี างกลุ่มไดก้ รณศี กึ ษาซ้ากนั )
2. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั สงั เกตและวเิ คราะหก์ ารกระทาของบคุ คลทป่ี รากฏในกรณีศกึ ษาทก่ี ลุ่มของ
ตนเองไดร้ บั วา่ มคี วามถูกต้องเหมาะสมหรอื ไม่ ถา้ ไมถ่ ูกตอ้ งเหมาะสมควรปฏบิ ตั อิ ย่างไรจงึ จะเหมาะสม
3. ครสู ุม่ นกั เรยี น 2-3 กล่มุ นาเสนอผลการวเิ คราะห์ แลว้ ใหเ้ พอ่ื นกล่มุ อน่ื ช่วยกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
และใหข้ อ้ เสนอแนะ ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ เพอ่ื เสรมิ ความเขา้ ใจ
4. ครใู หน้ กั เรยี นดคู ลปิ วดิ โี อเก่ยี วกบั การมสี มั มาคารวะ ในประเดน็ ตอ่ ไปน้ี
1) การปฏบิ ตั ติ นของผมู้ สี มั มาคารวะ
2) การมสี ว่ นร่วมในการปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ สี มั มาคารวะ
5. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั วเิ คราะหห์ ลกั การปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ สี มั มาคารวะตามทไ่ี ดด้ ูจากคลปิ วดิ โี อ
แลว้ ฝึกปฏบิ ตั ติ าม
6. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มฝึกปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ สี มั มาคารวะทางกาย ทางวาจา และทางใจ โดยผลดั กนั กาหนด
สถานการณ์แลว้ ร่วมกนั ฝึกปฏบิ ตั โิ ดยไม่ตอ้ งมแี บบอย่าง จากนนั้ มาสาธติ หน้าชนั้ เรยี น ครคู อยสงั เกต
และใหค้ าแนะนา
7. นกั เรยี นดภู าพทก่ี าหนดให้ และบอกวธิ กี ารปฏบิ ตั ติ นทแ่ี สดงถงึ การมสี มั มาคารวะทงั้ ทางกาย ทาง
วาจา และทางใจ แลว้ บนั ทกึ ลงในกจิ กรรมฝึกคดิ ฝึกทา จากหนงั สอื กจิ กรรม เม่อื ทาเสรจ็ แลว้ นาสง่
ครตู รวจ
8. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายเก่ยี วกบั คุณค่าของการปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ สี มั มาคารวะ และแนวทางการ
มสี ว่ นร่วมในการปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ สี มั มาคารวะ
9. นกั เรยี นร่วมกนั สรปุ ความรเู้ กย่ี วกบั หลกั การปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ สี มั มาคารวะ คณุ คา่ และแนวทางการมี
สว่ นร่วมในการปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ สี มั มาคารวะ
10. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ
• นกั เรยี นสามารถมสี ว่ นรว่ มในการชกั ชวนใหผ้ อู้ น่ื ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ สี มั มาคารวะไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง
(พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ย่ใู นดลุ ยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
7 การวดั และประเมินผล
วิธีการ เคร่ืองมอื เกณฑ์
ประเมนิ การสาธติ การปฏบิ ตั ติ นตามมารยาทไทย แบบประเมนิ การสาธติ การปฏบิ ตั ติ น ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ในการมสี มั มาคารวะ ตามมารยาทไทยในการมสี มั มาคารวะ
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ ความสามารถในการคดิ และ แบบประเมนิ สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ
สงั เกตความมวี นิ ยั รบั ผดิ ชอบ มงุ่ มนั ่ ในการ แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ทางาน และรกั ความเป็นไทย
สงั เกตความมรี ะเบยี บวนิ ัย เคารพกฎหมาย แบบประเมนิ คา่ นยิ มหลกั ของคนไทย ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
เคารพผใู้ หญ่ 12 ประการ
8 ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
8.1 สือ่ การเรยี นรู้
1) หนงั สอื กจิ กรรม หน้าทพ่ี ลเมอื ง 1-2 ม.1
2) ตวั อย่างกรณศี กึ ษา
8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
—
เอกสารประกอบการสอน
กรณีศึกษาที่ 1
วนั น้ีฟ้าจะไปทาบญุ ทว่ี ดั เป็นเพอ่ื นคณุ ยาย ฟ้าตน่ื นอนเชา้ กว่าทกุ ๆ วนั ใส่เสอ้ื แขนกดุ ปักเล่อื มสชี มพู กางเกงขาสนั้
สฟี ้าทเ่ี พง่ิ ซ้อื มาใหม่ สวมรองเทา้ แตะยห่ี อ้ ดงั ทก่ี าลงั เป็นทน่ี ิยมในหม่วู ยั รุน่ เม่อื คุณยายพบเขา้ กต็ กั เตอื น แตฟ่ ้ากก็ ลบั ไม่
พอใจ ตะคอกเสยี งดงั ใส่คุณยาย
กรณีศึกษาท่ี 2
คณุ ป่มู าจากบา้ นสวนเพอ่ื มาเยย่ี มคุณพ่อ คุณแม่ และหนูนา ทก่ี รุงเทพฯ เม่อื หนูนากลบั มาจากโรงเรยี นไดพ้ บกบั
คณุ ป่กู ด็ ใี จมาก กล่าวสวสั ดคี ุณปู่ และนงั่ พบั เพยี บขา้ งเกา้ อท้ี ค่ี ณุ ป่นู งั่ ถามไถส่ ขุ ภาพของคณุ ปู่ และเลา่ เร่อื งเพอ่ื นๆ
ของเธอทโ่ี รงเรยี นใหค้ ุณป่ฟู ัง
กรณีศกึ ษาที่ 3
โอมกบั ป๋ องแขง่ กนั วง่ิ ลงบนั ไดเพอ่ื ไปกนิ ขา้ วทโ่ี รงอาหาร ระหวา่ งทท่ี งั้ สองกาลงั วง่ิ ลงบนั ไดไดส้ วนทางกบั อาจารย์
กรกนกทก่ี าลงั ถอื สมุดการบา้ นของนกั เรยี นขน้ึ ไปเกบ็ ทห่ี อ้ งพกั ครู แต่ทงั้ สองกลบั รบี วง่ิ สวนลงบนั ไดไปทนั ที โดยไมค่ ดิ
ทจ่ี ะช่วยเหลอื คณุ ครู
กรณีศกึ ษาที่ 4
พลอย เก่ง และเพ่อื นๆ อกี 4 คน อยกู่ ลมุ่ เดยี วกนั ในการทารายงานวชิ าภาษาองั กฤษ แตพ่ ลอยกบั เกง่ มคี วามคดิ เหน็
ทแ่ี ตกตา่ งกนั เกย่ี วกบั หวั ขอ้ ในการทารายงาน แต่ทงั้ สองคนกลบั ไม่รบั ฟังเหตผุ ลของอกี ฝ่าย ต่างพดู จาตะคอกเสยี งดงั
ใส่กนั เพ่อื ใหอ้ กี ฝ่ายยอมรบั ในความคดิ ของตนเอง
กรณีศึกษาที่ 5
อฐิ ไปซ้อื หนงั สอื พมิ พท์ ร่ี า้ นหนังสอื ใหค้ ุณพ่อ ระหวา่ งทางเขาไดพ้ บกบั คณุ ป้าสมศรกี าลงั ถอื ขา้ วของเตม็ ไมเ้ ตม็ มอื
อฐิ จงึ กล่าวทกั ทายคณุ ป้า และอาสาชว่ ยถอื ของให้ เมอ่ื ถงึ บา้ นคณุ ป้าสมศรี คุณป้าไดแ้ บง่ ขนมใหอ้ ฐิ 1 ถงุ อฐิ ยกมอื ไหว้
ขอบคณุ คุณป้า และรบั ขนมมาอย่างนอบน้อม
แบบประเมินการสาธิตการปฏิบตั ิตนตามมารยาทไทยในการมสี มั มาคารวะ
รายการประเมิน คาอธิบายระดบั คณุ ภาพ / ระดบั คะแนน
1. การปฏิบตั ิตน ดมี าก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรุง (1)
เป็นผมู้ ีสมั มา
คารวะทางกาย ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ ี ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ ี ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ ี ขาดสตริ ตู้ วั ในการอยู่
และทางใจ
สมั มาคารวะทางกาย สมั มาคารวะทางกาย สมั มาคารวะทางกาย ร่วมกนั กบั ผอู้ น่ื โดย
2. การปฏิบตั ิตน
เป็นผมู้ ีสมั มา โดยมสี ตริ ตู้ วั อย่เู สมอ โดยมสี ตริ ตู้ วั อยเู่ สมอ โดยมสี ตริ ตู้ วั อย่เู สมอ แสดงพฤตกิ รรม
คารวะทางวาจา
และทางใจ ในการอย่รู ว่ มกบั ผอู้ ่นื ในการอย่รู ว่ มกบั ผอู้ ่นื ในการอย่รู ่วมกบั ผอู้ ่นื ทไ่ี มพ่ งึ ประสงคใ์ นดา้ น
แสดงพฤตกิ รรม แสดงพฤตกิ รรม แสดงพฤตกิ รรม ต่างๆ
ทพ่ี งึ ประสงคใ์ นดา้ น ทพ่ี งึ ประสงคใ์ นดา้ น ทพ่ี งึ ประสงคใ์ นดา้ น
ตา่ งๆ อยา่ งเหมาะสม ต่างๆ อย่างเหมาะสม ตา่ งๆ อยา่ งเหมาะสม
ทุกพฤตกิ รรม และ เป็นส่วนใหญ่ และ เป็นบางสว่ น และ
กระทาดว้ ยความสภุ าพ กระทาดว้ ยความสุภาพ กระทาดว้ ยความสุภาพ
ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ ี ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ ี ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ ี ไมพ่ ดู ความจรงิ ใชว้ าจา
สมั มาคารวะทางวาจา สมั มาคารวะทางวาจา สมั มาคารวะทางวาจา ทไ่ี มส่ ภุ าพ กระโชก
โดยการใชพ้ ดู ความจรงิ โดยการใชพ้ ดู ความจรงิ โดยการใชพ้ ดู ความจรงิ โฮกฮาก และไม่
ไม่โกหก ใชว้ าจาท่ี ไม่โกหก ใชว้ าจาท่ี ไม่โกหก ใชว้ าจาท่ี เหมาะสมกบั บุคคล
สภุ าพ ออ่ นโยน สภุ าพ อ่อนโยน สุภาพ ออ่ นโยน
เหมาะสมกบั บุคคล เหมาะสมกบั บุคคล เหมาะสมกบั บุคคล
เป็นส่วนใหญ่ เป็นบางสว่ น
ช่วงคะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ต่ากว่า 4
ระดบั คณุ ภาพ ปรบั ปรุง
8 6-7 4-5
ดมี าก ดี พอใช้
แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศกึ ษาหรอื ผ้ทู ่ีได้รบั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ
ลงชอ่ื )
(
ตาแหน่ง
ดา้ นความรู้
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค/์ ค่านิยม
ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี )
ปัญหา/อุปสรรค
แนวทางการแกไ้ ข
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 5 ความเอือ้ เฟื้ อเผอื่ แผ่ 1 ชวั่ โมง
1 ผลการเรียนร้/ู จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1.1 ตวั ช้ีวดั
ข้อ 2 แสดงออกถงึ ความเออ้ื เฟ้ือเผอ่ื แผ่ และเสยี สละต่อสงั คม
ข้อ 10 ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง
1.2 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1) ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ คี วามเออ้ื เฟ้ือเผ่อื แผ่ตอ่ ผอู้ ่นื ได้
2) ตระหนกั และเหน็ คณุ ค่าของการปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ คี วามเออ้ื เฟ้ือเผอ่ื แผ่ต่อผอู้ ่นื
3) ปฏบิ ตั ติ นเป็นผูม้ วี นิ ยั ในตนเองเกย่ี วกบั ความตงั้ ใจปฏบิ ตั หิ น้าทไ่ี ด้
2 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ คี วามเออ้ื เฟ้ือเผอ่ื แผ่ จะช่วยทาใหส้ งั คมมคี วามร่มเยน็ สงบสุขน่าอยอู่ าศยั จงึ ตอ้ ง
ปลกู ฝังใหเ้ ยาวชนมคี วามตระหนกั และแสดงออกไดอ้ ย่างเหมาะสม
3 สาระการเรียนรู้
1. ความเออ้ื เฟ้ือเผอ่ื แผต่ อ่ สงั คม
2. คณุ ลกั ษณะของผมู้ วี นิ ัยในตนเอง
- ตงั้ ใจปฏบิ ตั หิ น้าท่ี
4 สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร
4.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์
2) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้
4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
5 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค/์ ค่านิยม
5.1 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1) มวี นิ ยั รบั ผดิ ชอบ 2) ใฝ่เรยี นรู้ 3) มงุ่ มนั่ ในการทางาน
5.2 ค่านิยม
- คานึงถงึ ผลประโยชน์ของสว่ นรวมและของชาตมิ ากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง
6 กิจกรรมการเรยี นรู้
1. ครเู ปิดคลปิ วดิ โี อแสดงเหตกุ ารณ์มหาอุทกภยั พ.ศ. 2554 ใหน้ กั เรยี นดู แลว้ ใหน้ กั เรยี นร่วมกนั
แสดงความคดิ เหน็ ในประเดน็ ตอ่ ไปน้ี
1) เหตกุ ารณ์ดงั กลา่ ว แสดงใหเ้ หน็ ถงึ ความรกั ความเออ้ื เฟ้ือเผ่อื แผ่ตอ่ ผอู้ ่นื ของคนไทยอยา่ งไรบา้ ง
2) นกั เรยี นเคยปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ คี วามเออ้ื เฟ้ือเผอ่ื แผต่ อ่ ผอู้ น่ื อยา่ งไรบา้ ง และผลของการปฏบิ ตั ิ
เป็นอย่างไร
โดยครกู ระตนุ้ ใหน้ กั เรยี นทกุ คนมสี ว่ นร่วมในการแสดงความคดิ เหน็
2. นกั เรยี นจบั ค่กู บั เพอ่ื นในกลุ่มเดมิ (จากแผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1) ใหแ้ ตล่ ะค่ชู ว่ ยกนั หาภาพ
หรอื ภาพขา่ วทแ่ี สดงถงึ ความเออ้ื เฟ้ือเผอ่ื แผ่ มาคลู่ ะ 1 ภาพ (ครมู อบหมายใหน้ กั เรยี นเตรยี มมา
ลว่ งหน้า) แลว้ ร่วมกนั วเิ คราะหก์ ารกระทาของบคุ คลในภาพ ในประเดน็ ต่อไปน้ี
1) การกระทาของบคุ คลในภาพ แสดงออกถงึ ความเออ้ื เฟ้ือเผ่อื แผต่ ่อผอู้ ่นื อย่างไรบา้ ง
2) การแสดงความเออ้ื เฟ้ือเผ่อื แผต่ ่อผอู้ ่นื นนั้ มสี ว่ นช่วยใหส้ งั คมน่าอย่ขู น้ึ หรอื ไม่ อธบิ ายเหตผุ ล
3) การปลกู ฝังความเออ้ื เฟ้ือเผอ่ื แผแ่ กเ่ ดก็ และเยาวชน สามารถปฏบิ ตั ไิ ดด้ ว้ ยวธิ กี ารใดบา้ ง
3. สมาชกิ แตล่ ะค่รู ่วมกนั วเิ คราะหภ์ าพและเขยี นสรุปเป็นผลงานของค่ตู นเอง เสรจ็ แลว้ รวมกลุม่ เดมิ
(4 คน) ผลดั กนั อธบิ ายคาตอบของคตู่ นเองใหเ้ พอ่ื นอกี ค่หู น่งึ ฟัง ซกั ถามขอ้ สงสยั และอธบิ าย
จนสมาชกิ ทุกคนมคี วามเขา้ ใจชดั เจน ตรงกนั
4. ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นตระหนกั และเหน็ ความสาคญั ของการปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ คี วาม
เออ้ื เฟ้ือเผอ่ื แผต่ อ่ ผอู้ น่ื
5. นกั เรยี นแต่ละกล่มุ ร่วมกนั คดิ สถานการณ์และแสดงบทบาทสมมตสิ นั้ ๆ เกย่ี วกบั การมคี วามเออ้ื เฟ้ือ
เผอ่ื แผต่ ่อผอู้ น่ื กลุม่ ละ 1 เรอ่ื ง หน้าชนั้ เรยี น พรอ้ มอธบิ ายว่า การกระทาดงั กล่าวแสดงถงึ การมคี วาม
เออ้ื เฟ้ือเผอ่ื แผ่ตอ่ ผอู้ น่ื อยา่ งไร และผลจากการกระทาดงั กล่าวเป็นอยา่ งไร
6. ครแู ละเพอ่ื นนกั เรยี นกลุ่มทช่ี มการแสดงร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ และใหข้ อ้ เสนอแนะ
7. ครแู นะนาใหน้ กั เรยี นทกุ คนปฏบิ ตั ติ นทแ่ี สดงถงึ ความเออ้ื เฟ้ือเผอ่ื แผ่ในชวี ติ ประจาวนั แลว้ เขยี นเลา่
ประสบการณ์การปฏบิ ตั ดิ งั กล่าวสง่ ครู
8. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มร่วมกนั เขยี นแผนผงั ความคดิ สรปุ ความรเู้ กย่ี วกบั การแสดงออกถงึ ความ
เออ้ื เฟ้ือเผอ่ื แผต่ อ่ สงั คม ครตู รวจสอบความถูกตอ้ ง
7 การวดั และประเมินผล เครอ่ื งมือ เกณฑ์
วิธีการ แบบประเมนิ การแสดงบทบาทสมมติ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
เกย่ี วกบั ความเออ้ื เฟ้ือเผ่อื แผ่
ประเมนิ การแสดงบทบาทสมมตเิ กย่ี วกบั
ความเออ้ื เฟ้ือเผ่อื แผ่ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ ความสามารถในการส่อื สาร
ความสามารถในการคดิ และความสามารถ แบบประเมนิ สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ในการใชท้ กั ษะชวี ติ
สงั เกตความมวี นิ ยั รบั ผดิ ชอบ ใฝ่เรยี นรู้ แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
และม่งุ มนั ่ ในการทางาน
สงั เกตการคานึงถงึ ผลประโยชน์ของส่วนรวม แบบประเมนิ ค่านยิ มหลกั ของคนไทย ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
และของชาตมิ ากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง 12 ประการ
8 ส่ือ/แหลง่ การเรยี นรู้
8.1 สือ่ การเรยี นรู้
1) หนงั สอื กจิ กรรม หน้าทพ่ี ลเมอื ง 1-2 ม.1
2) คลปิ วดิ โี อแสดงเหตุการณ์มหาอทุ กภยั พ.ศ. 2554
3) วสั ดุ อปุ กรณ์ทใ่ี ชใ้ นการแสดงบทบาทสมมติ
4) ภาพ หรอื ภาพข่าว
8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
—
เอกสารประกอบการสอน
แบบประเมินการแสดงบทบาทสมมติเกี่ยวกบั ความเอื้อเฟื้ อเผ่ือแผ่
รายการประเมิน ดมี าก (4) คาอธิบายระดบั คณุ ภาพ / ระดบั คะแนน ปรบั ปรุง (1)
ดี (3) พอใช้ (2)
1. บทบาทการแสดง สมาชกิ ทุกคนในกลมุ่ สมาชกิ สว่ นใหญใ่ นกลุ่ม สมาชกิ บางสว่ นในกลมุ่ สมาชกิ ส่วนใหญใ่ นกลมุ่
แสดงบทบาทเกย่ี วกบั แสดงบทบาทเกย่ี วกบั แสดงบทบาทเกย่ี วกบั แสดงบทบาทเกย่ี วกบั
ความเออ้ื เฟ้ือเผอ่ื แผ่ได้ ความเออ้ื เฟ้ือเผ่อื แผ่ได้ ความเออ้ื เฟ้ือเผอ่ื แผไ่ ด้ ความเออ้ื เฟ้ือเผ่อื แผไ่ ด้
เหมาะสมตามบทบาท เหมาะสมตามบทบาท เหมาะสมตามบทบาท ไม่เหมาะสมตาม
ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย บทบาททไ่ี ดร้ บั
มอบหมาย
2. ความสมั พนั ธ์ การแสดงบทบาทของ การแสดงบทบาทของ การแสดงบทบาทของ การแสดงบทบาทของ
ของผ้แู สดง สมาชกิ ทุกคนในกลุ่ม สมาชกิ ส่วนใหญใ่ นกลุ่ม สมาชกิ บางคนมกี าร สมาชกิ ส่วนใหญ่
มคี วามสมั พนั ธก์ นั มคี วามสมั พนั ธก์ นั สะดดุ เป็นบางครงั้ ไมส่ มั พนั ธก์ นั
อย่างต่อเน่อื ง อยา่ งตอ่ เน่อื ง
3. การบรรยาย บรรยายเกย่ี วกบั บรรยายเกย่ี วกบั บรรยายเกย่ี วกบั พดู บรรยายไม่ชดั เจน
เนื้อเร่อื ง ความเออ้ื เฟ้ือเผอ่ื แผ่ ความเออ้ื เฟ้ือเผอ่ื แผ่ ความเออ้ื เฟ้ือเผอ่ื แผ่ พดู คาควบกล้า
ไดถ้ ูกตอ้ ง ชดั เจน ไดถ้ ูกตอ้ ง ชดั เจน ไดถ้ กู ตอ้ ง ชดั เจน ไมถ่ กู ตอ้ ง
การแสดงสมั พนั ธก์ บั การแสดงสมั พนั ธก์ บั การแสดงสมั พนั ธก์ บั
บทบาททุกตอน พดู คา บทบาทเกอื บทุกตอน บทบาทเกอื บทุกตอน
ควบกล้าถกู ตอ้ งทกุ คา พดู คาควบกล้าถูกตอ้ ง พดู คาควบกล้า
ทกุ คา ไมถ่ ูกตอ้ งเป็นสว่ นใหญ่
4. ความคิด มรี ปู แบบการแสดง มรี ปู แบบการแสดง มรี ปู แบบการแสดง รปู แบบการแสดง
สร้างสรรค์ แปลกใหมไ่ มซ่ า้ ไมแ่ ปลกใหมแ่ ต่เรา้ ใจ คลา้ ยคลงึ กบั แบบทวั่ ไป ไมน่ ่าสนใจ
แบบใคร เรา้ ใจให้ ใหต้ ดิ ตาม ไม่เรา้ ใจ
ตดิ ตาม
5. การตรงต่อเวลา ใชเ้ วลาในการแสดง ใชเ้ วลาในการแสดง ใชเ้ วลาในการแสดง ใชเ้ วลาในการแสดง
ในการแสดง ตามกาหนดเวลา เกนิ กาหนดเวลา 1 นาที เกนิ กาหนดเวลา 2 นาที เกนิ กาหนดเวลา
มากกว่า 2 นาที
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน 18 - 20 14 - 17 10 - 13 ต่ากว่า 10
ระดบั คณุ ภาพ ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง
แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศกึ ษาหรอื ผ้ทู ่ีได้รบั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ
ลงชอ่ื )
(
ตาแหน่ง
ดา้ นความรู้
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค/์ ค่านิยม
ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี )
ปัญหา/อุปสรรค
แนวทางการแกไ้ ข
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 6 ความเสียสละต่อสงั คม 1 ชวั่ โมง
1 ผลการเรยี นร/ู้ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1.1 ผลการเรียนรู้
ขอ้ 2 แสดงออกถงึ ความเออ้ื เฟ้ือเผอ่ื แผ่ และเสยี สละตอ่ สงั คม
1.2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) ปฏบิ ตั ติ นเป็นผูม้ คี วามเสยี สละตอ่ สว่ นรวมได้
2) ตระหนกั และเหน็ คณุ ค่าของการปฏบิ ตั ติ นเป็นผูม้ คี วามเสยี สละต่อสว่ นรวม
2 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การยอมเสยี สละผลประโยชน์สว่ นตนใหแ้ กผ่ อู้ ่นื หรอื แก่สงั คมดว้ ยความปรารถนาดเี พอ่ื ใหผ้ อู้ ่นื ไดร้ บั
ผลประโยชน์ เป็นสงิ่ ทต่ี อ้ งปลกู ฝังใหเ้ ยาวชนของเราเกดิ ความตระหนกั และแสดงออกไดอ้ ย่างเหมาะสม
3 สาระการเรียนรู้
- ความเสยี สละตอ่ สงั คม
4 สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น
4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร
4.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์
2) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้
4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
5 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค/์ ค่านิยม
5.1 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1) มวี นิ ยั รบั ผดิ ชอบ 2) ใฝ่เรยี นรู้ 3) ม่งุ มนั่ ในการทางาน
5.2 ค่านิยม
- คานึงถงึ ผลประโยชน์ของสว่ นรวมและของชาตมิ ากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง
6 กิจกรรมการเรียนรู้
1. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุน้ ความคดิ
• นกั เรยี นคดิ ว่า การกระทาใดบา้ งทถ่ี อื ว่าเป็นการเสยี สละตอ่ สว่ นรวม และการกระทาดงั กล่าวสง่ ผล
ต่อสงั คมอยา่ งไรบา้ ง
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ย่ใู นดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
2. ครใู หน้ กั เรยี นดภู าพการกระทาทแ่ี สดงถงึ ความเสยี สละต่อสงั คม แลว้ ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั แสดง
ความคดิ เหน็ ในประเดน็ ต่อไปน้ี
1) การกระทาดงั กล่าว แสดงใหเ้ หน็ ถงึ ความเสยี สละต่อสว่ นรวมอยา่ งไรบา้ ง
2) นกั เรยี นเคยปฏบิ ตั ติ นทแ่ี สดงถงึ ความเสยี สละเพอ่ื สว่ นรวมอยา่ งไรบา้ ง และผลทน่ี กั เรยี นไดร้ บั
เป็นอยา่ งไร
โดยครกู ระตนุ้ ใหน้ กั เรยี นทกุ คนมสี ว่ นรว่ มในการแสดงความคดิ เหน็
3. นกั เรยี นกลุม่ เดมิ (จากแผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1) ช่วยกนั หาขา่ วทเ่ี กย่ี วกบั การปฏบิ ตั ติ นเป็น
ผเู้ สยี สละตอ่ สว่ นรวม มากลุ่มละ 1 ขา่ ว แลว้ รว่ มกนั วเิ คราะหก์ ารกระทาของบุคคลในขา่ วว่า
แสดงใหเ้ หน็ ถงึ ความเสยี สละตอ่ สว่ นรวมอยา่ งไรบา้ ง และผลทเ่ี กดิ ขน้ึ ตอ่ สงั คมเป็นอยา่ งไร
ครสู งั เกตการณ์และกระตนุ้ ใหน้ กั เรยี นทุกคนมสี ว่ นรว่ มในการแสดงความคดิ เหน็
4. นกั เรยี นแตล่ ะกล่มุ ร่วมกนั อภปิ รายว่า นกั เรยี นจะมสี ว่ นร่วมในการเสยี สละตอ่ สว่ นรวมไดอ้ ย่างไรบา้ ง
แลว้ กาหนดกจิ กรรมการปฏบิ ตั ติ นทแ่ี สดงถงึ ความเสยี สละตอ่ สว่ นรวม 1 กจิ กรรม ใหส้ มาชกิ ทกุ คน
ในกลมุ่ นาไปปฏบิ ตั เิ ป็นรายบุคคล หรอื ปฏบิ ตั ริ ว่ มกนั จากนนั้ สง่ ตวั แทนกลุม่ นาเสนอผลการปฏบิ ตั ิ
หน้าชนั้ เรยี น
5. นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ ช่วยกนั เขยี นคาขวญั เพอ่ื รณรงคแ์ ละปลูกฝังใหท้ กุ คนเหน็ คณุ ค่าและความสาคญั
ของการเสยี สละต่อสว่ นรวมลงในกระดาษแขง็ พรอ้ มวาดภาพประกอบ ตกแตง่ ใหส้ วยงาม แลว้ นาไป
ตดิ บรเิ วณต่างๆ ของโรงเรยี น
6. นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ความรูเ้ กย่ี วกบั การแสดงออกถงึ ความเสยี สละต่อสว่ นรวม ครตู รวจสอบความ
ถูกตอ้ ง
7 การวดั และประเมินผล เครือ่ งมอื เกณฑ์
วิธีการ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่
ประเมนิ ความสามารถในการสอ่ื สาร แบบประเมนิ สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ความสามารถในการคดิ และความสามารถ
ในการใชท้ กั ษะชวี ติ แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตความมวี นิ ยั รบั ผดิ ชอบ ใฝ่เรยี นรู้
และมุง่ มนั ่ ในการทางาน แบบประเมนิ คา่ นยิ มหลกั ของคนไทย ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตการคานึงถงึ ผลประโยชน์ของส่วนรวม 12 ประการ
และของชาตมิ ากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง
8 ส่ือ/แหลง่ การเรยี นรู้
8.1 สือ่ การเรียนรู้
1) หนงั สอื กจิ กรรม หน้าทพ่ี ลเมอื ง 1-2 ม.1
2) กระดาษแขง็
3) บตั รภาพ
8.2 แหล่งการเรยี นรู้
—
บตั รภาพ
ภาพการบริจาคส่ิงของเพอื่ ช่วยเหลอื ผ้ปู ระสบภยั พิบตั ิ ภาพการเสียสละแรงกายในการสรา้ งฝาย
ภาพการให้คาปรกึ ษาเพ่ือคลี่คลายปัญหาต่างๆ ภาพการนัง่ สมาธิ
ท่ีมา : ภาพท่ี 1 http://www.agr.rmutt.ac.th
ภาพท่ี 2 http://www.trueplookpanya.com
1 2 ภาพท่ี 3 http://www.jetanin.com
3 4 ภาพท่ี 4 วทิ ย์ วศิ ทเวทย์ และเสฐยี รพงศ์ วรรณปก. 2552. หนังสือเรยี น รายวิชาพนื้ ฐาน พระพทุ ธศาสนา ม.1.
พมิ พค์ รงั้ ท่ี 10. กรุงเทพมหานคร : อกั ษรเจรญิ ทศั น์.
แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศกึ ษาหรอื ผ้ทู ่ีได้รบั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ
ลงชอ่ื )
(
ตาแหน่ง
ดา้ นความรู้
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค/์ ค่านิยม
ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี )
ปัญหา/อุปสรรค
แนวทางการแกไ้ ข
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 7 ขนบธรรมเนียม 1 ชวั่ โมง
ประเพณีไทย
1 ผลการเรียนร้/ู จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1.1 ผลการเรยี นรู้
ข้อ 3 เหน็ คณุ คา่ และอนุรกั ษ์ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี ศลิ ปวฒั นธรรม และภมู ปิ ัญญาไทย
1.2 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1) วเิ คราะหค์ ณุ ค่าและความสาคญั ของขนบธรรมเนยี ม ประเพณีไทยได้
2) มสี ว่ นรว่ มในการอนุรกั ษข์ นบธรรมเนยี ม ประเพณีไทยได้
2 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
ขนบธรรมเนียม ประเพณีไทยมคี วามสาคญั ต่อสงั คมไทย ดงั นนั้ คนไทยทกุ คนจงึ ต้องมสี ว่ นรว่ มในการ
อนุรกั ษ์ขนบธรรมเนียม ประเพณไี ทยใหค้ งอย่คู ชู่ าตไิ ทยสบื ไป
3 สาระการเรียนรู้
- ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี
4 สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร
4.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์
2) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้
4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
5 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค/์ ค่านิยม
5.1 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 2) ใฝ่เรยี นรู้
4) รกั ความเป็นไทย
1) มวี นิ ยั รบั ผดิ ชอบ
3) มุ่งมนั่ ในการทางาน
5.2 คา่ นิยม
- รกั ษาวฒั นธรรม ประเพณไี ทยอนั งดงาม
6 กิจกรรมการเรียนรู้
1. ครแู จกภาพต่อจกิ๊ ซอวแ์ บบลูกเตา๋ แสดงขนบธรรมเนียม ประเพณไี ทย ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ (กลุ่มเดมิ
จากแผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 1) กล่มุ ละ 1 ชุด (แต่ละกลมุ่ ไดภ้ าพต่อจก๊ิ ซอวแ์ บบลกู เตา๋ คละชุดกนั )
แลว้ ชว่ ยกนั ต่อใหเ้ ป็นภาพทส่ี มบูรณ์ จากนนั้ ตอบคาถามต่อไปน้ี
1) ภาพดงั กล่าว คอื ขนบธรรมเนียม ประเพณใี ด และจดั ขน้ึ ในจงั หวดั หรอื ภมู ภิ าคใด
2) ขนบธรรมเนียม ประเพณีดงั กลา่ ว มคี วามสาคญั ตอ่ สงั คมไทยอย่างไร
2. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ สลบั จกิ๊ ซอวแ์ บบลกู เต๋าไปเร่อื ยๆ จนครบทงั้ 6 ดา้ น แลว้ บนั ทกึ ช่อื ขนบธรรมเนียม
ประเพณี และความสาคญั ของขนบธรรมเนียม ประเพณีดงั กลา่ ว จากนนั้ สง่ ตวั แทนนาเสนอผลงาน
หน้าชนั้ เรยี น ครแู ละเพอ่ื นกล่มุ อ่นื ร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ งและอธบิ ายเพม่ิ เตมิ ในสว่ นทแ่ี ตกต่าง
กนั ออกไป
3. นกั เรยี นแต่ละคนนาภาพขนบธรรมเนยี ม ประเพณไี ทย มาคนละ 2 ภาพ (ครมู อบหมายใหน้ กั เรยี น
หาภาพมาลว่ งหน้า โดยสมาชกิ แต่ละคนในกลุ่มหา้ มเลอื กภาพซ้ากนั ) แลว้ รวมกลมุ่ กบั เพอ่ื นชว่ ยกนั
วเิ คราะหภ์ าพทเ่ี ตรยี มมาและตอบคาถามตอ่ ไปน้ี
1) ขนบธรรมเนยี ม ประเพณีดงั กลา่ ว คอื อะไร จดั ขน้ึ ในจงั หวดั หรอื ภมู ภิ าคใด
2) ขนบธรรมเนียม ประเพณีดงั กล่าว มคี ณุ ค่าและความสาคญั ต่อสงั คมไทยอยา่ งไรบา้ ง
3) นกั เรยี นจะมสี ว่ นรว่ มในการอนุรกั ษ์ขนบธรรมเนียม ประเพณีดงั กล่าวไดอ้ ย่างไรบา้ ง
โดยครกู ระตนุ้ ใหน้ กั เรยี นทกุ คนมสี ว่ นร่วมในการแสดงความคดิ เหน็
4. ตวั แทนแตล่ ะกลุ่มออกมานาเสนอผลงานหน้าชนั้ เรยี น ครแู ละเพอ่ื นกลุ่มอ่นื ร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็
และใหข้ อ้ เสนอแนะ
5. นกั เรยี นแต่ละกลุม่ รว่ มกนั สารวจประเพณีทอ้ งถนิ่ ในชุมชนทต่ี นเองอาศยั อยู่ แลว้ ร่วมกนั วเิ คราะห์
ในประเดน็ ตอ่ ไปน้ี
1) ในชุมชนของนกั เรยี นมขี นบธรรมเนียม ประเพณีทอ้ งถนิ่ อะไรบา้ ง
2) ขนบธรรมเนยี ม ประเพณดี งั กลา่ ว มคี ุณค่าและความสาคญั ตอ่ ชมุ ชนของนกั เรยี นอย่างไรบา้ ง
3) นกั เรยี นจะมสี ว่ นร่วมในการอนุรกั ษข์ นบธรรมเนียม ประเพณีดงั กลา่ วไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง
6. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั เขยี นสรุปผลการวเิ คราะหท์ ไ่ี ดจ้ ากการสารวจประเพณที อ้ งถนิ่ ในชุมชน
ทต่ี นเองอาศยั อยู่ แลว้ นามาจดั ทาเป็นแผ่นพบั เพอ่ื เผยแพรข่ อ้ มลู ความรใู้ หแ้ ก่คนในโรงเรยี น
และคนในชุมชน
7. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มรว่ มกนั วางแผนและปฏบิ ตั ติ นทแ่ี สดงถงึ การมสี ว่ นรว่ มในการอนุรกั ษ์ขนบธรรมเนยี ม
ประเพณใี นทอ้ งถน่ิ 1 ประเพณี แลว้ รายงานผลการปฏบิ ตั ติ ามกาหนดเวลาทต่ี กลงกนั
8. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั สรุปความรเู้ กย่ี วกบั คณุ ค่าและความสาคญั รวมถงึ การอนุรกั ษ์
ขนบธรรมเนยี ม ประเพณไี ทย ครตู รวจสอบความถกู ตอ้ ง
7 การวดั และประเมินผล เคร่อื งมือ เกณฑ์
วิธีการ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่
ประเมนิ ความสามารถในการสอ่ื สาร แบบประเมนิ สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ความสามารถในการคดิ และความสามารถ
ในการใชท้ กั ษะชวี ติ แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตความมวี นิ ยั รบั ผดิ ชอบ ใฝ่เรยี นรู้
มงุ่ มนั ่ ในการทางาน และรกั ความเป็นไทย แบบประเมนิ ค่านยิ มหลกั ของคนไทย ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตการรกั ษาวฒั นธรรม ประเพณีไทย 12 ประการ
อนั งดงาม
8 ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
8.1 สือ่ การเรียนรู้
1) หนงั สอื กจิ กรรม หน้าทพ่ี ลเมอื ง 1-2 ม.1
2) ภาพต่อจกิ๊ ซอวแ์ บบลูกเตา๋ แสดงขนบธรรมเนียม ประเพณีไทย
8.2 แหล่งการเรียนรู้
- ชมุ ชนทน่ี กั เรยี นอาศยั อยู่
แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศกึ ษาหรอื ผ้ทู ่ีได้รบั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ
ลงชอ่ื )
(
ตาแหน่ง
ดา้ นความรู้
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค/์ ค่านิยม
ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี )
ปัญหา/อุปสรรค
แนวทางการแกไ้ ข
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 8 ศิลปวฒั นธรรมไทย 1 ชวั่ โมง
1 ผลการเรยี นร้/ู จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.1 ผลการเรยี นรู้
ขอ้ 3 เหน็ คณุ คา่ และอนุรกั ษข์ นบธรรมเนยี ม ประเพณี ศลิ ปวฒั นธรรม และภมู ปิ ัญญาไทย
1.2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) วเิ คราะหค์ ุณคา่ และความสาคญั ของศลิ ปวฒั นธรรมไทยได้
2) มสี ว่ นร่วมในการอนุรกั ษศ์ ลิ ปวฒั นธรรมไทย
2 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
ศลิ ปวฒั นธรรมไทยเป็นสง่ิ ทแ่ี สดงถงึ วถิ กี ารดาเนนิ ชวี ติ แบบแผนการประพฤตปิ ฏบิ ตั ทิ ส่ี มาชกิ ในสงั คม
เดยี วกนั เขา้ ใจ ดงั นนั้ จงึ มคี ุณคา่ และความสาคญั ทค่ี นในสงั คมตอ้ งชว่ ยกนั อนุรกั ษ์ใหค้ งอย่สู บื ไป
3 สาระการเรียนรู้
- ศลิ ปวฒั นธรรม
4 สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร
4.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์
2) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้
4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
5 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค/์ ค่านิยม
5.1 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 2) ใฝ่เรยี นรู้
4) รกั ความเป็นไทย
1) มวี นิ ยั รบั ผดิ ชอบ
3) มุ่งมนั่ ในการทางาน
5.2 คา่ นิยม
- รกั ษาวฒั นธรรม ประเพณีไทยอนั งดงาม
6 กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. ครเู ปิดคลปิ วดิ โี อการแสดงโขนเฉลมิ พระเกยี รตเิ น่อื งในโอกาสมหามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา
สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ ีนาถ 12 สงิ หาคม 2557 เร่อื ง รามเกยี รติ์ ตอน จองถนน
โดยศนู ยศ์ ลิ ปการแสดง สถาบนั คกึ ฤทธิ์ ใหน้ กั เรยี นดู แลว้ ใหน้ กั เรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็
ในประเดน็ ตอ่ ไปน้ี
1) การแสดงดงั กล่าว สะทอ้ นใหเ้ หน็ ถงึ เอกลกั ษณ์ของศลิ ปวฒั นธรรมไทยอย่างไรบา้ ง
2) การแสดงดงั กล่าว มคี ุณคา่ และความสาคญั อย่างไรบา้ ง
3) นกั เรยี นจะมสี ว่ นร่วมในการอนุรกั ษ์ศลิ ปวฒั นธรรมไทยไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง
โดยครกู ระตนุ้ ใหน้ กั เรยี นทุกคนมสี ว่ นรว่ มในการแสดงความคดิ เหน็
2. นกั เรยี นแต่ละกล่มุ ช่วยกนั หาภาพศลิ ปวฒั นธรรมไทย มากลุ่มละ 5 ภาพ (ครมู อบหมายใหน้ กั เรยี น
หาภาพมาลว่ งหน้า โดยแต่ละกลุม่ หา้ มเลอื กภาพซ้ากนั ) แลว้ รว่ มกนั วเิ คราะหภ์ าพทเ่ี ตรยี มมา
และตอบคาถามต่อไปน้ี
1) ภาพดงั กล่าว สะทอ้ นใหเ้ หน็ ถงึ เอกลกั ษณ์ของศลิ ปวฒั นธรรมไทยอย่างไรบา้ ง
2) ศลิ ปวฒั นธรรมไทยดงั กล่าว มคี ุณค่าและความสาคญั ต่อสงั คมไทยอย่างไรบา้ ง
3) นกั เรยี นจะมสี ว่ นร่วมในการอนุรกั ษ์ศลิ ปวฒั นธรรมไทยดงั กลา่ วไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง
3. ครสู มุ่ นกั เรยี น 1-2 กลุ่ม นาเสนอผลงาน แลว้ ใหก้ ลุ่มอน่ื ไดน้ าเสนอเพม่ิ เตมิ ในสว่ นทแ่ี ตกต่างกนั
ออกไป ครตู รวจสอบความถูกตอ้ งและใหข้ อ้ เสนอแนะ
4. นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ ร่วมกนั สารวจศลิ ปวฒั นธรรมไทยในชมุ ชนทต่ี นเองอาศยั อยู่ แลว้ ร่วมกนั วเิ คราะห์
ในประเดน็ ตอ่ ไปน้ี
1) ในชุมชนของนกั เรยี นมศี ลิ ปวฒั นธรรมอะไรบา้ ง
2) ศลิ ปวฒั นธรรมดงั กล่าว มคี ณุ ค่าและความสาคญั ตอ่ ชมุ ชนของนกั เรยี นอย่างไรบา้ ง
3) นกั เรยี นจะมสี ว่ นรว่ มในการอนุรกั ษ์ศลิ ปวฒั นธรรมดงั กลา่ วไดอ้ ย่างไรบา้ ง
5. นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ ร่วมกนั เขยี นสรุปผลการวเิ คราะหท์ ไ่ี ดจ้ ากการสารวจศลิ ปวฒั นธรรมในชุมชน
ทต่ี นเองอาศยั อยู่ แลว้ นามาจดั ป้ายนเิ ทศ เพอ่ื เผยแพรข่ อ้ มลู ความรใู้ หแ้ กค่ นในโรงเรยี น และคนใน
ชุมชน
6. ครแู บ่งนกั เรยี นในหอ้ งออกเป็น 2 กลุม่ ใหญ่ๆ ใหแ้ ต่ละกลุ่มโตว้ าทใี นหวั ขอ้ “วฒั นธรรมเกาหลนี นั้
มดี ที ไ่ี หน วฒั นธรรมไทยเรามดี กี ว่าเหน็ ๆ” โดยปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี
1) สง่ ตวั แทนออกมาจบั สลากเลอื กฝ่ายในการโตว้ าที
2) คดั เลอื กตวั แทนในการโตว้ าทฝี ่ายละ 5 คน โดยเลอื ก 1 คน เป็นหวั หน้าฝ่าย
3) สมาชกิ แต่ละกลุ่มชว่ ยกนั สบื คน้ ขอ้ มลู ตามประเดน็ ทก่ี ลุ่มของตนไดร้ บั เพอ่ื ใชเ้ ป็นขอ้ มูลในการ
โตว้ าที