หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 ความปรองดอง สมานฉันท์
แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศกึ ษาหรือผทู้ ่ีได้รบั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ
ลงช่อื )
(
ตาแหน่ง
ดา้ นความรู้
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค/์ คา่ นยิ ม
ดา้ นอ่นื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนกั เรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี )
ปัญหา/อปุ สรรค
แนวทางการแกไ้ ข
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ความปรองดอง สมานฉันท์
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 6 การปฏิบตั ิตนในการอยู่ 1 ชวั่ โมง
รว่ มกนั ในสงั คม
พหวุ ฒั นธรรม
1 ผลการเรยี นร้/ู จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.1 ผลการเรยี นรู้
ขอ้ 8 ยอมรบั ความหลากหลายทางสงั คม วฒั นธรรมในภมู ภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้ และอย่รู ่วมกนั อยา่ งสนั ติ
และพง่ึ พาซง่ึ กนั และกนั
ข้อ 10 ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง
1.2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) ปฏบิ ตั ติ นในการอย่รู ว่ มกนั ในสงั คมพหุวฒั นธรรมอย่างเหมาะสมได้
2) ปฏบิ ตั ติ นเป็นผูม้ วี นิ ยั ในตนเองเกย่ี วกบั การใฝ่หาความรูไ้ ด้
2 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การปฏบิ ตั ติ นอย่างถูกตอ้ งในการอย่รู ่วมกนั ในสงั คมพหุวฒั นธรรมนนั้ เป็นการสรา้ งความเขา้ ใจอนั ดี
ระหว่างกนั และอย่รู ่วมกนั ไดอ้ ย่างมคี วามสุข
3 สาระการเรียนรู้
1. การอย่รู ว่ มกนั ในสงั คมพหวุ ฒั นธรรม และการพง่ึ พาซง่ึ กนั และกนั
- เคารพซง่ึ กนั และกนั
- ไม่แสดงกริ ยิ าและวาจาดหู มน่ิ ผอู้ น่ื
- ช่วยเหลอื ซง่ึ กนั และกนั แบง่ ปัน
2. คุณลกั ษณะของผมู้ วี นิ ัยในตนเอง
- ใฝ่หาความรู้
4 สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น
4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร
4.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์
2) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้
4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 ความปรองดอง สมานฉันท์
5 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค/์ ค่านิยม
5.1 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1) มวี นิ ยั รบั ผดิ ชอบ 2) ใฝ่เรยี นรู้ 3) มุ่งมนั่ ในการทางาน
5.2 ค่านิยม
- ใฝ่หาความรู้ หมนั่ ศกึ ษาเลา่ เรยี นทงั้ ทางตรงทางออ้ ม
6 กิจกรรมการเรียนรู้
1. ครขู ออาสาสมคั รนกั เรยี นทอ่ี าศยั อยใู่ นชุมชนทม่ี คี วามหลากหลายทางเชอ้ื ชาติ ศาสนา หรอื วฒั นธรรม
เป็นตน้ ออกมาเลา่ ประสบการณ์ในการอย่รู ่วมกนั ในชุมชนใหเ้ พอ่ื นฟังหน้าชนั้ เรยี น
2. ครใู หน้ กั เรยี นดภู าพเก่ยี วกบั การอาศยั อยรู่ ว่ มกนั ในสงั คมทม่ี คี วามหลากหลายทางเชอ้ื ชาติ ศาสนา
หรอื วฒั นธรรม แลว้ ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั หลกั การอย่รู ่วมกนั ในสงั คม
พหุวฒั นธรรม เพอ่ื ทบทวนความรเู้ ดมิ ของนกั เรยี น
3. ตวั แทนแต่ละกล่มุ ออกมาจบั สลากสถานการณ์ในการแสดงบทบาทสมมตเิ กย่ี วกบั การปฏบิ ตั ติ นในการ
อย่รู ่วมกนั ในสงั คมพหุวฒั นธรรม กลุ่มละ 1 เร่อื ง
4. นกั เรยี นแต่ละกลุม่ รว่ มกนั วางแผนและฝึกซอ้ มการแสดงบทบาทสมมตเิ กย่ี วกบั การปฏบิ ตั ติ นในการ
อย่รู ว่ มกนั ในสงั คมพหุวฒั นธรรม
5. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มแสดงบทบาทสมมตเิ กย่ี วกบั การปฏบิ ตั ติ นในการอย่รู ่วมกนั ในสงั คมพหวุ ฒั นธรรม
โดยครกู าหนดระยะเวลาในการแสดงของแต่ละกลุ่มประมาณ 3-5 นาที หรอื ตามความเหมาะสม
6. นกั เรยี นกลมุ่ ผชู้ มร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ ในประเดน็ ตอ่ ไปน้ี
1) จากการแสดงบทบาทสมมติ การกระทาดงั กลา่ วถอื เป็นการกระทาทเ่ี หมาะสมในการอย่รู ว่ มกนั
ในสงั คมพหุวฒั นธรรมอย่างไรบา้ ง อธบิ ายเหตผุ ล
2) จากการแสดงบทบาทสมมติ ถา้ นกั เรยี นอย่ใู นสถานการณ์เดยี วกนั นกั เรยี นจะปฏบิ ตั อิ ยา่ งไร
อธบิ ายเหตผุ ล
3) การปฏบิ ตั ติ นอย่างเหมาะสมในการอย่รู ่วมกนั ในสงั คมพหุวฒั นธรรม สง่ ผลดตี อ่ ตวั ของนกั เรยี น
และสงั คมอยา่ งไรบา้ ง อธบิ ายพรอ้ มยกตวั อยา่ งประกอบ
7. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ประโยชน์ทไ่ี ดจ้ ากการแสดงบทบาทสมมตแิ ละแนวทางการนาไปประยกุ ต์
ใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั
8. นกั เรยี นทากจิ กรรมนาสปู่ ฏบิ ตั ิ จากหนงั สอื กจิ กรรม เสรจ็ แลว้ นาสง่ ครตู รวจ
9. นกั เรยี นร่วมกนั สรุปความรูเ้ กย่ี วกบั การปฏบิ ตั ติ นในการอยรู่ ่วมกนั ในสงั คมพหุวฒั นธรรมอย่าง
เหมาะสม
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ความปรองดอง สมานฉันท์
10. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ ขอ้ 1-2
1) นกั เรยี นคดิ ว่า การปฏบิ ตั ติ นอย่างเหมาะสมในการอยรู่ ่วมกนั ในสงั คมพหุวฒั นธรรมช่วยก่อใหเ้ กดิ
ความสามคั คี และลดความขดั แยง้ ทเ่ี กดิ ขน้ึ ในสงั คมไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง อธบิ ายพรอ้ มยกตวั อยา่ ง
ประกอบ
(พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ย่ใู นดลุ ยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
2) ถา้ นกั เรยี นมเี พอ่ื นชาวต่างชาตเิ ขา้ มาท่องเทย่ี วในประเทศไทย นกั เรยี นจะมวี ธิ กี ารแนะนาใหเ้ พอ่ื น
ปฏบิ ตั ติ นอย่างเหมาะสมไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ย่ใู นดลุ ยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
7 การวดั และประเมินผล
วิธีการ เครอ่ื งมือ เกณฑ์
ประเมนิ การแสดงบทบาทสมมตเิ กย่ี วกบั การ แบบประเมนิ การแสดงบทบาทสมมติ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ปฏบิ ตั ติ นในการอยรู่ ว่ มกนั ในสงั คมพหวุ ฒั นธรรม เกย่ี วกบั การปฏบิ ตั ติ นในการอยรู่ ว่ มกนั
ในสงั คมพหุวฒั นธรรม
ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ ความสามารถในการส่อื สาร แบบประเมนิ สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ความสามารถในการคดิ และความสามารถ
ในการใชท้ กั ษะชวี ติ
สงั เกตความมวี นิ ยั รบั ผดิ ชอบ ใฝ่เรยี นรู้ แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
และมุง่ มนั ่ ในการทางาน
สงั เกตการใฝ่หาความรู้ หมนั ่ ศกึ ษาเล่าเรยี น แบบประเมนิ คา่ นยิ มหลกั ของคนไทย ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ทงั้ ทางตรงและทางออ้ ม 12 ประการ
8 สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
8.1 สือ่ การเรียนรู้
1) หนงั สอื กจิ กรรม หน้าทพ่ี ลเมอื ง 1-2 ม.1
2) หนงั สอื เรยี น หน้าทพ่ี ลเมอื ง วฒั นธรรม และการดาเนินชวี ติ ในสงั คม ม.1
3) ตวั อยา่ งสถานการณ์เกย่ี วกบั การปฏบิ ตั ติ นในการอย่รู ่วมกนั ในสงั คมพหุวฒั นธรรม
4) บตั รภาพ
8.2 แหลง่ การเรียนรู้
—
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 ความปรองดอง สมานฉันท์
เอกสารประกอบการสอน
สถานการณ์ที่ 1
มะขนิ่ นักเรยี นแลกเปลย่ี นชาวเมยี นมา เขา้ มาเรยี นร่วมชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 ของนักเรยี น แลว้ ขอรอ้ งใหน้ กั เรยี นพา
ไปไหวพ้ ระทว่ี ดั พระศรรี ตั นศาสดาราม
สถานการณ์ท่ี 2
ฟาอซี ะหเ์ พอ่ื นชาวมสุ ลมิ ไดช้ กั ชวนนกั เรยี นและครอบครวั ใหเ้ ขา้ รว่ มประเพณีการกวนขา้ วอาซรู อทบ่ี า้ นของเธอ
สถานการณ์ที่ 3
คุณลุงพอลเพอ่ื นชาวเยอรมนั ของคณุ พ่อทม่ี าท่องเทย่ี วในประเทศไทย ตอ้ งการใหน้ ักเรยี นเล่าวธิ กี ารดแู ล
และการปฏบิ ตั ติ อ่ แรงงานต่างชาตใิ นประเทศไทยใหฟ้ ัง
สถานการณ์ที่ 4
คณุ น้าอุษาวดพี าคุณน้าโนบฮิ าระสามชี าวญป่ี ่นุ มาพกั ผ่อนทป่ี ระเทศไทย และใหน้ ักเรยี นเป็นผนู้ าเทย่ี วสถานทต่ี ่างๆ
นักเรยี นจะปฏบิ ตั อิ ยา่ งไรใหค้ ณุ น้าโนบฮิ าระประทบั ใจ และอยากกลบั มาเทย่ี วประเทศไทยอกี
สถานการณ์ที่ 5
นกั เรยี นและครอบครวั ไดม้ โี อกาสไปเทย่ี วประเทศกมั พชู า และไดไ้ ปเทย่ี วปราสาทนครธม และรบั ประทาน อาหาร
พน้ื เมอื งของประเทศกมั พชู า
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ความปรองดอง สมานฉันท์
แบบประเมินการแสดงบทบาทสมมติเก่ียวกบั การปฏิบตั ิตน
ในการอย่รู ว่ มกนั ในสงั คมพหวุ ฒั นธรรม
รายการประเมิน ดมี าก (4) คาอธิบายระดบั คณุ ภาพ / ระดบั คะแนน ปรบั ปรงุ (1)
ดี (3) พอใช้ (2)
1. บทบาทการแสดง สมาชกิ ทุกคนในกล่มุ สมาชกิ ส่วนใหญใ่ นกลมุ่ สมาชกิ บางคนในกลมุ่ สมาชกิ สว่ นใหญใ่ นกลุ่ม
แสดงไดส้ มบทบาท แสดงไดส้ มบทบาท แสดงไดส้ มบทบาท แสดงไมส่ มบทบาท
ตามทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ตามทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ตามทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ตามทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
2. ความสมั พนั ธ์ การแสดงบทบาทของ การแสดงบทบาทของ การแสดงบทบาทของ การแสดงบทบาทของ
ของผ้แู สดง สมาชกิ ทกุ คนในกลมุ่ สมาชกิ ส่วนใหญใ่ นกล่มุ สมาชกิ บางคนมกี าร สมาชกิ ส่วนใหญ่
มคี วามสมั พนั ธก์ นั มคี วามสมั พนั ธก์ นั สะดดุ เป็นบางครงั้ ไม่สมั พนั ธก์ นั
อยา่ งต่อเน่อื ง อยา่ งต่อเน่อื ง
3. การบรรยาย บรรยายไดช้ ดั เจน บรรยายไดช้ ดั เจน บรรยายไดช้ ดั เจน บรรยายไม่ชดั เจน
เนื้อเรอ่ื ง ถูกตอ้ งตลอดเวลา ถกู ตอ้ งตลอดเวลา ถกู ตอ้ งเกอื บตลอดเวลา พดู คาควบกล้า
การแสดงสมั พนั ธก์ บั การแสดงสมั พนั ธก์ บั การแสดงสมั พนั ธก์ บั ไม่ถกู ตอ้ ง
บทบาททุกตอน พดู คา บทบาทเกอื บทุกตอน บทบาทเกอื บทกุ ตอน
ควบกลา้ ถกู ตอ้ งทกุ คา พดู คาควบกล้าถูกตอ้ ง พดู คาควบกล้า
เป็นสว่ นใหญ่ ไม่ถกู ตอ้ งเป็นส่วนใหญ่
4. ความคิด มรี ปู แบบการแสดง มรี ปู แบบการแสดง มรี ปู แบบการแสดง รปู แบบการแสดง
สรา้ งสรรค์ แปลกใหมไ่ ม่ซา้
แบบใคร เรา้ ใจให้ ไม่แปลกใหม่แตเ่ รา้ ใจ คลา้ ยคลงึ กบั แบบทวั่ ไป ไม่น่าสนใจ
ตดิ ตาม
ใหต้ ดิ ตาม ไมเ่ รา้ ใจ
5. การตรงต่อเวลา ใชเ้ วลาในการแสดง ใชเ้ วลาในการแสดง ใชเ้ วลาในการแสดง ใชเ้ วลาในการแสดง
ในการแสดง ตามกาหนดเวลา เกนิ กาหนดเวลา 1 นาที เกนิ กาหนดเวลา 2 นาที เกนิ กาหนดเวลา
มากกว่า 2 นาที
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน 18 - 20 14 - 17 10 - 13 ต่ากวา่ 10
ระดบั คณุ ภาพ ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ความปรองดอง สมานฉันท์
บตั รภาพ
ภาพประเพณีทาบญุ สองศาสนา จงั หวดั พทั ลงุ ภาพการตรวจสขุ ภาพเพอ่ื ขึ้นทะเบยี นแรงงานต่างชาติ
ภาพประเพณีแห่ดาวของชาวคริสตใ์ นจงั หวดั สกลนคร
ที่มา : ภาพท่ี 1 http://www.m-culture.go.th/...06.../ประเพณีทอ้ งถนิ่ .../งานบญุ สองศาสนา
1 2 ภาพท่ี 2 http://www.thanaiphorn.com/content.php?type=4&id=135
3 ภาพท่ี 3 http://www.tlcthai.com/travel/19958/เทศกาลแห่ดาวครสิ ตม์ าส-จ.html
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 ความปรองดอง สมานฉันท์
แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศกึ ษาหรือผทู้ ่ีได้รบั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ
ลงช่อื )
(
ตาแหน่ง
ดา้ นความรู้
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค/์ คา่ นยิ ม
ดา้ นอ่นื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนกั เรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี )
ปัญหา/อปุ สรรค
แนวทางการแกไ้ ข
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 ความปรองดอง สมานฉันท์
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 7 สาเหตุ และแนวทาง 1 ชวั่ โมง
การแก้ปัญหาความขดั แยง้
1 ผลการเรยี นร้/ู จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.1 ผลการเรยี นรู้
ข้อ 9 มสี ่วนรว่ มในการแกป้ ัญหาความขดั แยง้ โดยสนั ตวิ ธิ ี
ขอ้ 10 ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง
1.2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) วเิ คราะหส์ าเหตขุ องการเกดิ ปัญหาความขดั แยง้ ตา่ งๆ ได้
2) วเิ คราะหห์ ลกั การแกป้ ัญหาความขดั แยง้ ต่างๆ ได้
3) ปฏบิ ตั ติ นเป็นผูม้ วี นิ ยั ในตนเองเกย่ี วกบั การใฝ่หาความรูไ้ ด้
2 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การอย่รู ว่ มกนั ในสงั คมอาจเกดิ ปัญหาความขดั แยง้ ต่างๆ ได้ เราจงึ ควรรูจ้ กั สาเหตุของปัญหา และหลกั การ
แกป้ ัญหา เพอ่ื ใหส้ ามารถจดั การแกไ้ ขปัญหาไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง เหมาะสม
3 สาระการเรียนรู้
1. ความขดั แยง้
- การทะเลาะววิ าท - ความคดิ เหน็ ไม่ตรงกนั
2. การแกป้ ัญหาความขดั แยง้ โดยสนั ตวิ ธิ ี
- การเจรจาไกลเ่ กลย่ี - การเจรจาตอ่ รอง - การระงบั ความขดั แยง้
3. คณุ ลกั ษณะของผมู้ วี นิ ัยในตนเอง
- ใฝ่หาความรู้
4 สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น 2) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้
4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร
4.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์
4.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา
4.4 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 ความปรองดอง สมานฉันท์
5 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค/์ ค่านิยม
5.1 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1) มวี นิ ยั รบั ผดิ ชอบ 2) ใฝ่เรยี นรู้ 3) มงุ่ มนั่ ในการทางาน
5.2 ค่านิยม
- ใฝ่หาความรู้ หมนั่ ศกึ ษาเลา่ เรยี นทงั้ ทางตรงทางออ้ ม
6 กิจกรรมการเรยี นรู้
1. ครใู หน้ กั เรยี นดคู ลปิ วดิ โี อหรอื ภาพการทะเลาะววิ าทของวยั รนุ่ ไทยในปัจจบุ นั แลว้ ใหน้ กั เรยี นร่วมกนั
แสดงความคดิ เหน็ ในประเดน็ ตอ่ ไปน้ี
1) การทะเลาะววิ าทของวยั รุ่นไทยในปัจจุบนั มกั มสี าเหตุมาจากปัจจยั ใดบา้ ง
2) การทะเลาะววิ าทของวยั รุ่นสะทอ้ นใหเ้ หน็ ปัญหาสงั คมไทยในปัจจบุ นั อย่างไรบา้ ง
3) การทะเลาะววิ าทสง่ ผลตอ่ ตวั ผกู้ ่อเหตุและผอู้ ่นื อย่างไรบา้ ง
โดยครกู ระตนุ้ ใหน้ กั เรยี นทุกคนมสี ว่ นรว่ มในการแสดงความคดิ เหน็
2. ครอู ธบิ ายเชอ่ื มโยงใหน้ กั เรยี นตระหนกั ถงึ ความสาคญั ของปัญหาทเ่ี กดิ จากการทะเลาะววิ าท และการมี
ความคดิ เหน็ ไม่ตรงกนั
3. นกั เรยี นกลมุ่ เดมิ (จากแผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1) จบั ค่กู นั เป็น 2 คู่ แลว้ ใหแ้ ต่ละคชู่ ่วยกนั สบื คน้ ขอ้ มลู
เกย่ี วกบั การแกป้ ัญหาความขดั แยง้ จากแหลง่ ขอ้ มลู ทห่ี ลากหลาย ตามหวั ขอ้ ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ดงั น้ี
- ค่ทู ่ี 1 สบื คน้ ขอ้ มลู เกย่ี วกบั การทะเลาะววิ าท
- ค่ทู ่ี 2 สบื คน้ ขอ้ มลู เกย่ี วกบั การมคี วามคดิ เหน็ ไม่ตรงกนั
4. นกั เรยี นแตล่ ะค่รู ว่ มกนั วเิ คราะหข์ อ้ มลู ทไ่ี ดจ้ ากการสบื คน้ ในประเดน็ ต่อไปน้ี
1) สาเหตหุ รอื ปัจจยั ทน่ี าไปสกู่ ารเกดิ ปัญหาความขดั แยง้
2) แนวทางการแกไ้ ขปัญหา
5. นกั เรยี นแต่ละคนู่ าขอ้ มลู ทไ่ี ดจ้ ากการวเิ คราะหม์ าอธบิ ายใหส้ มาชกิ อกี คหู่ น่งึ ภายในกล่มุ ฟัง ผลดั กนั
ซกั ถามขอ้ สงสยั และอธบิ ายจนทกุ คนมคี วามเขา้ ใจชดั เจน ตรงกนั
6. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มชว่ ยกนั หาขา่ วหรอื บทความเกย่ี วกบั การทะเลาะววิ าท และการมคี วามคดิ เหน็
ไมต่ รงกนั กลุ่มละ 1 เร่อื ง แลว้ ร่วมกนั วเิ คราะหข์ ่าวหรอื บทความดงั กล่าวและตอบคาถามในประเดน็
ตอ่ ไปน้ี
1) ปัญหาความขดั แยง้ ดงั กลา่ วมสี าเหตุมาจากอะไรบา้ ง
2) ปัญหาความขดั แยง้ ดงั กลา่ วกอ่ ใหเ้ กดิ ผลกระทบตอ่ ตวั ผกู้ อ่ เหตแุ ละผอู้ ่นื อย่างไรบา้ ง
3) ปัญหาความขดั แยง้ ดงั กลา่ วสามารถแกไ้ ขไดด้ ว้ ยวธิ กี ารใดบา้ ง
4) ถา้ นกั เรยี นตอ้ งเผชญิ กบั ปัญหาความขดั แยง้ ดงั กล่าว นกั เรยี นจะแกไ้ ขดว้ ยวธิ กี ารใด อธบิ ายเหตุผล
5) นกั เรยี นจะมสี ว่ นช่วยในการลดปัญหาความขดั แยง้ ทเ่ี กดิ ขน้ึ ในสงั คมไทยไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 ความปรองดอง สมานฉันท์
7. นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ นาเสนอผลการวเิ คราะหแ์ ละตอบคาถามในประเดน็ ทก่ี าหนดหน้าชนั้ เรยี น แลว้ ให้
กลุม่ อ่นื ไดน้ าเสนอเพม่ิ เตมิ ในสว่ นทแ่ี ตกต่างกนั ออกไป ครใู หข้ อ้ เสนอแนะเพม่ิ เตมิ
8. นกั เรยี นรว่ มกนั สรุปความรเู้ กย่ี วกบั สาเหตุของการเกดิ ปัญหาความขดั แยง้ และหลกั การแกไ้ ขปัญหา
ความขดั แยง้ ครตู รวจสอบความถกู ตอ้ ง
7 การวดั และประเมินผล
วิธีการ เคร่อื งมอื เกณฑ์
ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม
ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ ความสามารถในการสอ่ื สาร แบบประเมนิ สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการ
แกป้ ัญหา และความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ
สงั เกตความมวี นิ ยั รบั ผดิ ชอบ ใฝ่เรยี นรู้ แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
และมุง่ มนั ่ ในการทางาน
สงั เกตการใฝ่หาความรู้ หมนั ่ ศกึ ษาเลา่ เรยี น แบบประเมนิ ค่านิยมหลกั ของคนไทย
ทงั้ ทางตรงและทางออ้ ม 12 ประการ
8 ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
8.1 สือ่ การเรยี นรู้
1) หนงั สอื กจิ กรรม หน้าทพ่ี ลเมอื ง 1-2 ม.1
2) หนงั สอื เรยี น หน้าทพ่ี ลเมอื ง วฒั นธรรม และการดาเนนิ ชวี ติ ในสงั คม ม.1
3) คลปิ วดิ โี อแสดงการทะเลาะววิ าทกนั ของวยั รุ่นไทยในปัจจุบนั
4) หนงั สอื พมิ พ์ วารสาร หรอื นิตยสารต่างๆ
5) บตั รภาพ
8.2 แหล่งการเรียนรู้
1) หอ้ งสมุด
2) แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ
- http://www.youtube.com/watch?v=E1V_aVYcOrM
- https://www.l3nr.org/posts/336350
- http://www.senate.go.th/senate/report_detail.php?report_id=45
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ความปรองดอง สมานฉันท์
บตั รภาพ
ภาพวยั รนุ่ ทะเลาะวิวาท ตบตีทารา้ ยรา่ งกายกนั
ที่มา : http://www.yenta4.com/webboard/2/1198089.html
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 ความปรองดอง สมานฉันท์
แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศกึ ษาหรือผทู้ ่ีได้รบั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ
ลงช่อื )
(
ตาแหน่ง
ดา้ นความรู้
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค/์ คา่ นยิ ม
ดา้ นอ่นื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนกั เรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี )
ปัญหา/อปุ สรรค
แนวทางการแกไ้ ข
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 ความปรองดอง สมานฉันท์
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 8 การปฏิบตั ิตนในการ 1 ชวั่ โมง
แก้ปัญหาความขดั แย้ง
1 ผลการเรียนร/ู้ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.1 ผลการเรยี นรู้
ขอ้ 9 มสี ว่ นร่วมในการแกป้ ัญหาความขดั แยง้ โดยสนั ตวิ ธิ ี
ขอ้ 10 ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง
1.2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) มสี ว่ นรว่ มในการแกป้ ัญหาความขดั แยง้ โดยสนั ตวิ ธิ ี และเหมาะสม
2) ปฏบิ ตั ติ นเป็นผูม้ วี นิ ยั ในตนเองเกย่ี วกบั การใฝ่หาความรูไ้ ด้
2 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การแกป้ ัญหาโดยสนั ตวิ ธิ ี สามารถทาไดโ้ ดยการเจรจาไกลเ่ กลย่ี การเจรจาตอ่ รอง และการระงบั ความขดั แยง้
3 สาระการเรียนรู้
1. ความขดั แยง้
- การทะเลาะววิ าท - ความคดิ เหน็ ไมต่ รงกนั
2. การแกป้ ัญหาความขดั แยง้ โดยสนั ตวิ ธิ ี
- การเจรจาไกล่เกลย่ี - การเจรจาต่อรอง - การระงบั ความขดั แยง้
3. คุณลกั ษณะของผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง
- ใฝ่หาความรู้
4 สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร
4.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์
2) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้
4.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา
4.4 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ความปรองดอง สมานฉันท์
5 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค/์ ค่านิยม
5.1 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1) มวี นิ ยั รบั ผดิ ชอบ 2) ใฝ่เรยี นรู้ 3) มงุ่ มนั่ ในการทางาน
5.2 ค่านิยม
- ใฝ่หาความรู้ หมนั่ ศกึ ษาเลา่ เรยี นทงั้ ทางตรงทางออ้ ม
6 กิจกรรมการเรียนรู้
1. ครใู หน้ กั เรยี นทากจิ กรรมนาสปู่ ฏบิ ตั ิ กจิ กรรมท่ี 1 จากหนงั สอื กจิ กรรม เมอ่ื ทาเสรจ็ แลว้ ครสู มุ่ นกั เรยี น
4-5 คน ออกมานาเสนอผลงาน
2. ครกู าหนดสถานการณ์ปัญหาความขดั แยง้ ต่างๆ แลว้ ขออาสาสมคั รหรอื สุม่ นกั เรยี นใหบ้ อกสาเหตขุ อง
ปัญหา และแนวทางการแกไ้ ขปัญหาอย่างสนั ตวิ ธิ ี เช่น
- นกั เรยี นและเพอ่ื นชว่ ยกนั ทาโครงงานวชิ าวทิ ยาศาสตร์ แต่นกั เรยี นแตล่ ะคนมคี วามคดิ เหน็
เกย่ี วกบั ประเดน็ ทจ่ี ะทาโครงงานไมต่ รงกนั
- เพอ่ื นของนกั เรยี นมปี ัญหาทะเลาะววิ าท และถกู เพอ่ื นตา่ งโรงเรยี นทารา้ ย จงึ ชกั ชวนใหน้ กั เรยี น
ไปดกั พบเพอ่ื นคนดงั กล่าวทห่ี น้าโรงเรยี นของเขา โดยหวงั เจรจาและทารา้ ยร่างกายเพอ่ื แกแ้ คน้
- วนั หยดุ สดุ สปั ดาหน์ ้คี ณุ พอ่ และคณุ แมจ่ ะพานกั เรยี นและน้องไปเทย่ี ว โดยใหเ้ ลอื กสถานทเ่ี อง
ซง่ึ น้องอยากไปเทย่ี วสวนสนุกเพราะจะไดเ้ ลน่ เครอ่ื งเล่นตา่ งๆ แต่นกั เรยี นอยากไปเทย่ี วทะเล
เพราะอยากใกลช้ ดิ กบั ธรรมชาติ เป็นตน้
3. ครใู หน้ กั เรยี นทเ่ี ป็นอาสาสมคั รหรอื ถกู สุ่มเรยี กแสดงความคดิ เหน็ ไดอ้ ย่างอสิ ระ แลว้ ใหน้ กั เรยี นคนอ่นื ๆ
ไดน้ าเสนอเพมิ่ เตมิ ในสว่ นทแ่ี ตกต่างกนั ออกไป
4. นกั เรยี นแต่ละกล่มุ ร่วมกนั อภปิ รายเกย่ี วกบั แนวทางการปฏบิ ตั ติ นในการแกป้ ัญหาความขดั แยง้
โดยสนั ตวิ ธิ แี ละเหมาะสม ครคู อยเสนอแนะเพม่ิ เตมิ
5. สมาชกิ แตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั ตดั สนิ ใจเลอื กแนวทางการปฏบิ ตั ติ นในการแก้ปัญหาความขดั แยง้ โดยสนั ตวิ ธิ ี
และเหมาะสมร่วมกนั
6. นกั เรยี นแต่ละคนนาแนวทางทไ่ี ดร้ ว่ มกนั ตดั สนิ ใจเลอื กมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นกรณที เ่ี กดิ ปัญหาความขดั แยง้
ในชวี ติ ประจาวนั แลว้ บนั ทกึ ผลการปฏบิ ตั นิ าสง่ ครผู สู้ อน
7. นกั เรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั ผลของการปฏบิ ตั ติ นในการแก้ปัญหาความขดั แยง้ โดย
สนั ตวิ ธิ แี ละเหมาะสมในชวี ติ ประจาวนั
8. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มร่วมกนั สรุปวธิ กี ารแก้ปัญหาโดยใชห้ ลกั สนั ตวิ ธิ ี
9. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุน้ ความคดิ
• ถา้ ทกุ คนใชแ้ นวทางสนั ตวิ ธิ ใี นการแกป้ ัญหาความขดั แยง้ ตา่ งๆ จะเกดิ ผลดตี ่อสงั คมอย่างไรบา้ ง
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ย่ใู นดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
10. นกั เรยี นทาแบบทดสอบ หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 4
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 ความปรองดอง สมานฉันท์
• ครมู อบหมายให้นักเรียนแต่ละคนเข้าร่วมกิจกรรมที่แสดงออกถึงความปรองดอง สมานฉันท์
แลว้ เขียนบนั ทึกผลการปฏิบตั ิตน เสรจ็ แล้วนาส่งครตู ามกาหนดเวลาที่ตกลงกนั เพื่อประเมินผล
โดยใหค้ รอบคลมุ ประเดน็ ตามทกี่ าหนด ดงั น้ี
1) การยอมรบั ความหลากหลายทางสงั คม วฒั นธรรมในภูมภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้
และอยรู่ ่วมกนั อยา่ งสนั ติ และพงึ่ พาซงึ่ กนั และกนั
2) การมสี ว่ นร่วมในการแกป้ ัญหาความขดั แยง้ โดยสนั ตวิ ธิ ี
3) ความมวี นิ ยั ในตนเองเกยี่ วกบั การใฝ่หาความรู้
7 การวดั และประเมินผล
วิธีการ เครือ่ งมือ เกณฑ์
ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม
ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ ความสามารถในการสอ่ื สาร แบบประเมนิ สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการ
รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
แกป้ ัญหา และความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตความมวี นิ ยั รบั ผดิ ชอบ ใฝ่เรยี นรู้ และ แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
มุ่งมนั ่ ในการทางาน
สงั เกตการใฝ่หาความรู้ หมนั ่ ศกึ ษาเล่าเรยี น แบบประเมนิ คา่ นยิ มหลกั ของคนไทย
ทงั้ ทางตรงและทางออ้ ม 12 ประการ
ตรวจแบบทดสอบ หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 4 แบบทดสอบ หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 4
ตรวจแบบบนั ทกึ ผลการปฏบิ ตั ติ นทแ่ี สดงออกถงึ แบบประเมนิ แบบบนั ทกึ ผลการปฏบิ ตั ติ น
ความปรองดอง สมานฉนั ท์ ทแ่ี สดงออกถงึ ความปรองดอง สมานฉนั ท์
8 ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้
8.1 สือ่ การเรียนรู้
1) หนงั สอื กจิ กรรม หน้าทพ่ี ลเมอื ง 1-2 ม.1
2) หนงั สอื เรยี น หน้าทพ่ี ลเมอื ง วฒั นธรรม และการดาเนินชวี ติ ในสงั คม ม.1
8.2 แหล่งการเรยี นรู้
—
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ความปรองดอง สมานฉันท์
การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
แบบประเมินแบบบนั ทึกผลการปฏิบตั ิตนท่ีแสดงออกถึงความปรองดอง สมานฉันท์
ลาดบั ที่ รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1
32
การยอมรบั ความหลากหลายทางสงั คม วฒั นธรรม
1 ในภูมภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้ และอยรู่ ว่ มกนั
อย่างสนั ติ และพง่ึ พาซง่ึ กนั และกนั
2 การมสี ว่ นร่วมในการแกป้ ัญหาความขดั แยง้
โดยสนั ตวิ ธิ ี
3 ความมวี นิ ยั ในตนเองเกย่ี วกบั การใฝ่หาความรู้
รวม
ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 ความปรองดอง สมานฉันท์
แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศกึ ษาหรือผทู้ ่ีได้รบั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ
ลงช่อื )
(
ตาแหน่ง
ดา้ นความรู้
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค/์ คา่ นยิ ม
ดา้ นอ่นื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนกั เรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี )
ปัญหา/อปุ สรรค
แนวทางการแกไ้ ข
แบบประเมิน การนาเสนอผลงาน
คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน ประเมนิ การนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทก่ี าหนด แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ท่ี รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1
32
1 นาเสนอเน้อื หาในผลงานไดถ้ กู ตอ้ ง
2 การลาดบั ขนั้ ตอนของเน้อื เร่อื ง
3 การนาเสนอมคี วามน่าสนใจ
4 การมสี ว่ นร่วมของสมาชกิ ในกลมุ่
5 การตรงต่อเวลา
รวม
ลงช่อื .................................................... ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี ้อบกพรอ่ งบางส่วน ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี าก
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี อ้ บกพรอ่ งเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดี
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี อ้ บกพร่องมาก ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้
ต่ากว่า 10 ปรบั ปรุง
แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบุคคล
ชอ่ื ชนั้
คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ท่ี รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1
32
1 การแสดงความคดิ เหน็
2 การยอมรบั ฟังความคดิ เหน็ ของผอู้ น่ื
3 การทางานตามหน้าทท่ี ไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
4 ความมนี ้าใจ
5 การตรงตอ่ เวลา
รวม
ลงช่อื .................................................... ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี าก
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดี
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้
ต่ากว่า 10 ปรบั ปรุง
แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลุม่
คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ช่ือ-สกลุ การแสดง การยอมรบั การทางาน ความมนี ้าใจ การมี รวม
ท่ี ของผ้รู บั การประเมิน ความคิดเหน็ ฟังคนอื่น ตามท่ีได้รบั ส่วนรว่ มใน 20
มอบหมาย การปรบั ปรงุ คะแนน
ผลงานกลุ่ม
43214321432143214321
ลงช่อื .................................................... ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี าก
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดี
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้
ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรุง
แบบประเมิน สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
สมรรถนะสาคญั รายการประเมิน ระดบั คะแนน
ของผเู้ รยี น 4321
1.1 ใชภ้ าษาถา่ ยทอดความรู้ ความเขา้ ใจ ความคดิ ความรสู้ กึ
1. ความสามารถ และทศั นะของตนเองดว้ ยการพดู และการเขยี น
ในการสื่อสาร
1.2 พดู เจรจาต่อรอง
1.3 เลอื กรบั หรอื ไม่รบั ขอ้ มลู ขา่ วสาร
1.4 เลอื กใชว้ ธิ กี ารส่อื สาร
2. ความสามารถ 2.1 คดิ พน้ื ฐาน (การคดิ วเิ คราะห)์
ในการคิด 2.2 คดิ ขนั้ สงู (การคดิ สงั เคราะห์ คดิ สรา้ งสรรค์ คดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ)
3. ความสามารถ 3.1 ใชก้ ระบวนการแกป้ ัญหาโดยวเิ คราะหป์ ัญหา วางแผนในการแกป้ ัญหา
ในการแก้ปัญหา ดาเนนิ การแกป้ ัญหา ตรวจสอบ และสรุปผล
3.2 ผลลพั ธข์ องการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถ 4.1 นากระบวนการเรยี นรทู้ ห่ี ลากหลายไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั
ในการใช้ 4.2 เรยี นรดู้ ว้ ยตนเองและเรยี นรอู้ ย่างตอ่ เน่อื ง
ทกั ษะชีวิต 4.3 ทางานและอยรู่ ่วมกนั ในสงั คมอยา่ งมคี วามสขุ
4.4 จดั การกบั ปัญหาและความขดั แยง้ ในสถานการณ์ต่างๆ ไดอ้ ยา่ ง
เหมาะสม
4.5 ปรบั ตวั ต่อการเปลย่ี นแปลงทางสงั คมและสภาพแวดลอ้ ม
4.6 หลกี เลย่ี งพฤตกิ รรมไมพ่ งึ ประสงคท์ ส่ี ่งผลกระทบต่อตนเองและผอู้ น่ื
5. ความสามารถ 5.1 เลอื กและใชเ้ ทคโนโลยเี พอ่ื พฒั นาตนเองและสงั คม
ในการใช้เทคโนโลยี 5.2 มที กั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี
ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
เกณฑก์ ารให้คะแนน
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน
54 - 64 ดมี าก
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 3 คะแนน
43 - 53 ดี
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน
32 - 42 พอใช้
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
ให้ 1 คะแนน ต่ากวา่ 32 ปรบั ปรุง
แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 4321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเม่อื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และอธบิ ายความหมาย
กษตั ริย์ ของเพลงชาติ
1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องพลเมอื งดี
1.3 ใหค้ วามรว่ มมอื ร่วมใจ ในการทากจิ กรรมกบั สมาชกิ ในโรงเรยี นและ
ชุมชน
1.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมและมสี ว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี
ปรองดอง และเป็นประโยชน์ตอ่ โรงเรยี น ชุมชน และสงั คม ช่นื ชมความ
เป็นชาตไิ ทย
1.5 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนับถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา
อย่างสม่าเสมอ เป็นแบบอย่างทด่ี ขี องศาสนิกชน
1.6 เขา้ รว่ มกจิ กรรมและมสี ว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั สถาบนั
พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี นและชุมชนจดั ขน้ึ ชน่ื ชมในพระราชกรณียกจิ
พระปรชี าสามารถของพระมหากษตั รยิ แ์ ละพระราชวงศ์
2. ซ่ือสตั ย์ สุจริต 2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี ูกตอ้ ง และเป็นจรงิ
2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสงิ่ ทถ่ี กู ตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะกระทาความผดิ ทาตาม
สญั ญาทต่ี นใหไ้ วก้ บั เพอ่ื น พอ่ แม่ หรอื ผปู้ กครอง และครู เป็นแบบอย่าง
ทด่ี ดี า้ นความซ่อื สตั ย์
2.3 ปฏบิ ตั ติ นตอ่ ผอู้ น่ื ดว้ ยความซอ่ื ตรง ไมห่ าประโยชนใ์ นทางทไ่ี มถ่ กู ตอ้ ง
และเป็นแบบอยา่ งทด่ี แี กเ่ พอ่ื นดา้ นความซ่อื สตั ย์
3. มีวินัย 3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั
รบั ผิดชอบ และโรงเรยี น ไมล่ ะเมดิ สทิ ธขิ องผอู้ ่นื ตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม
ตา่ งๆ ในชวี ติ ประจาวนั และรบั ผดิ ชอบในการทางาน
4. ใฝ่ เรยี นรู้ 4.1 แสวงหาขอ้ มลู จากแหลง่ การเรยี นรตู้ ่างๆ
4.2 มกี ารจดบนั ทกึ ความรอู้ ยา่ งเป็นระบบ
4.3 สรุปความรไู้ ดอ้ ย่างมเี หตผุ ล
5. อยูอ่ ยา่ งพอเพียง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ ของตนเอง เช่น สง่ิ ของ เคร่อื งใช้ ฯลฯ อย่างประหยดั
คมุ้ คา่ และเกบ็ รกั ษาดแู ลอยา่ งดี และใชเ้ วลาอยา่ งเหมาะสม
5.2 ใชท้ รพั ยากรของสว่ นรวมอย่างประหยดั คมุ้ ค่า และเกบ็ รกั ษาดแู ล
อย่างดี
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 4321
5.3 ปฏบิ ตั ติ นและตดั สนิ ใจดว้ ยความรอบคอบ มเี หตผุ ล
6. มงุ่ มนั ่ ในการ 5.4 ไมเ่ อาเปรยี บผอู้ ่นื และไมท่ าใหผ้ อู้ ่นื เดอื ดรอ้ น พรอ้ มใหอ้ ภยั เมอ่ื ผอู้ น่ื
ทางาน
กระทาผดิ พลาด
7. รกั ความเป็นไทย 5.5 วางแผนการเรยี น การทางานและการใชช้ วี ติ ประจาวนั บนพน้ื ฐาน
8. มจี ิตสาธารณะ
ของความรู้ ขอ้ มลู ขา่ วสาร
5.6 รเู้ ทา่ ทนั การเปลย่ี นแปลง ทางสงั คม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรบั
และปรบั ตวั อยรู่ ่วมกบั ผอู้ ่นื ไดอ้ ยา่ งมคี วามสขุ
6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพ่อื ใหง้ านสาเรจ็
7.1 มจี ติ สานึกในการอนุรกั ษว์ ฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
8.1 รจู้ กั ชว่ ยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน
8.2 อาสาทางาน ชว่ ยคดิ ชว่ ยทา และแบ่งปันสง่ิ ของ และชว่ ยแกป้ ัญหา
ใหผ้ อู้ ่นื
8.3 ดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ นิ ของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชมุ ชน
8.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี นและชมุ ชน
ลงช่อื .................................................... ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน 91 - 108 ดมี าก
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 73 - 90 ดี
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 54 - 72 พอใช้
ต่ากว่า 54 ปรบั ปรุง
แบบประเมิน ค่านิ ยมหลกั ของคนไทย 12 ประการ
คาชี้แจง : ให้ นักเรียน ประเมนิ ตนเองในระหว่างเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องค่านยิ มทน่ี าไปใช้ และบอกเหตุผล
วา่ นาไปใชอ้ ยา่ งไร
ช่อื ชนั้ เลขท่ี
ข้อที่ ค่านิยมหลกั ของคนไทย ค่านิ ยมท่ีนาไปใช้ นาไปใช้อย่างไร
1 มคี วามรกั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์
2 ซอ่ื สตั ย์ เสยี สละ อดทน มอี ุดมการณ์ในสงิ่ ทด่ี งี ามเพอ่ื ส่วนรวม
3 กตญั ญตู ่อพ่อแม่ ผปู้ กครอง ครอู าจารย์
4 ใฝ่หาความรู้ หมนั ่ ศกึ ษาเล่าเรยี นทงั้ ทางตรงและทางออ้ ม
5 รกั ษาวฒั นธรรม ประเพณีไทยอนั งดงาม
6 มศี ลี ธรรม รกั ษาความสตั ย์ หวงั ดตี อ่ ผอู้ น่ื เผ่อื แผแ่ ละแบง่ ปัน
7 เขา้ ใจเรยี นรกู้ ารเป็นประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ์
ทรงเป็นประมขุ ทถ่ี ูกตอ้ ง
8 มรี ะเบยี บวนิ ยั เคารพกฎหมาย เคารพผใู้ หญ่
9 มสี ติ รตู้ วั รคู้ ดิ รทู้ า รปู้ ฏบิ ตั ติ ามพระราชดารสั
ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั
10 รจู้ กั ดารงตนอยโู่ ดยใชห้ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ตามพระราชดารสั ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อย่หู วั
11 มคี วามเขม้ แขง็ ทงั้ รา่ งกายและจติ ใจ ไมย่ อมแพต้ อ่ อานาจ
ฝ่ายต่าหรอื กเิ ลส มคี วามละอาย เกรงกลวั ต่อบาปตามหลกั
ศาสนา
12 คานงึ ถงึ ผลประโยชน์ของสว่ นรวมและของชาตมิ ากกว่า
ผลประโยชน์ของตนเอง
แบบบนั ทึกหลงั หน่วยการเรยี นรู้
ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศึกษาหรือผทู้ ี่ได้รบั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ
ลงชอ่ื )
(
ตาแหน่ง
นักเรยี นมคี วามรคู้ วามสามารถตามผลการเรยี นรขู้ องหน่วยการเรยี นรตู้ อ่ ไปน้ี ขอ้ 8-10
ดา้ นความรู้
(จานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ )
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค/์ ค่านยิ ม
ดา้ นอ่นื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนกั เรยี นเป็นรายบคุ คล (ถา้ ม)ี )
สรปุ ผลจากการประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) ประจาหน่วยการเรยี นรู้
ระดบั คุณภาพดีมาก จานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ
ระดบั คุณภาพดี จานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ
ระดบั คณุ ภาพพอใช้ จานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ
ระดบั คุณภาพปรบั ปรงุ จานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ
ปัญหา/อปุ สรรค
แนวทางการแกไ้ ข
แบบทดสอบ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเลอื กคาตอบท่ถี ูกต้องท่สี ุดเพยี งข้อเดียว
1. ใครเตรยี มความพรอ้ มในการเขา้ ส่ปู ระชาคมอาเซยี น 5. ในสงั คมทม่ี กี ารดาเนินชวี ติ และวฒั นธรรมแตกตา่ งกนั
ไดถ้ ูกตอ้ ง เหมาะสมทส่ี ดุ
ก. ลูกแกว้ เรมิ่ หาเพ่อื นออนไลน์จากตา่ งประเทศ ควรปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ใดบา้ ง เพ่อื ใหอ้ ย่รู ่วมกนั ไดอ้ ยา่ ง
ข. ลกู ปัดฝึกพดู ภาษาของสมาชกิ อาเซยี นทกุ ประเทศ
ค. ลกู ขวญั ฝึกฝนทกั ษะการสอ่ื สารภาษาองั กฤษ สนั ตสิ ุข
อยา่ งสม่าเสมอ
ง. ลกู หยเี ดนิ ทางไปทอ่ งเทย่ี วประเทศในอาเซยี น 1) ไมก่ ล่าวลบหลู่สงิ่ ทเ่ี ขาศรทั ธา
เพ่อื เรยี นรวู้ ฒั นธรรม
2) เคารพในความคดิ เหน็ ของผอู้ น่ื
2. ถา้ นักเรยี นไดเ้ ป็นตวั แทนของโรงเรยี น ในการตอ้ นรบั
นกั ทอ่ งเทย่ี วชาวตา่ งชาติ นักเรยี นควรใหก้ ารตอ้ นรบั 3) ลอ้ เลยี นวฒั นธรรมทต่ี า่ งจากตน
ตามขอ้ ใด
ก. ปฏบิ ตั ติ ามคาขอรอ้ งทุกอยา่ ง 4) ไม่ขม่ เหงรงั แกคนต่างวฒั นธรรม
ข. แนะนารา้ นขายสนิ คา้ ทร่ี ะลกึ ราคาแพง
ค. ชกั ชวนไปเทย่ี วสถานบนั เทงิ ทเ่ี ป็นทน่ี ยิ ม 5) ปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายและขอ้ บงั คบั ของสถานท่ี
ง. ยม้ิ ทกั ทายอยา่ งเป็นมติ ร และปฏบิ ตั ติ ่อนักทอ่ งเทย่ี ว
ดว้ ยไมตรจี ติ ก. 1), 2), 3), 4) ข. 2), 3), 4), 5)
3. หยกตอ้ งการเดนิ ทางไปท่องเทย่ี วประเทศบรไู น มาเลเซยี ค. 1), 2), 4), 5) ง. 1), 3), 4), 5)
และอนิ โดนเี ซยี หยกควรปฏบิ ตั ติ นอย่างไรเป็นอนั ดบั แรก
ก. ศกึ ษาวถิ ชี วี ติ การปฏบิ ตั ติ นตามแบบวฒั นธรรม 6. หากเกดิ ขอ้ พพิ าทระหวา่ งประเทศขน้ึ ประชาคมอาเซยี น
ของศาสนาอสิ ลาม
ข. ศกึ ษาภาษาจนี และภาษาองั กฤษในการสนทนา จะระงบั ขอ้ พพิ าทอยา่ งสนั ตวิ ธิ ตี ามขอ้ ใดเป็นดบั แรก
เพม่ิ เตมิ
ค. จดั เตรยี มเสอ้ื กนั หนาว และรองเทา้ บ๊ทู ก. ใชห้ ลกั การเจรจาไกล่เกลย่ี
ง. ฝึกปีนเขา และดาน้า
ข. ใหค้ ่กู รณเี จรจากนั โดยตรงก่อน
4. หากชมุ ชนทน่ี กั เรยี นอาศยั อยมู่ ผี นู้ ับถอื ศาสนาแตกตา่ งกนั
นกั เรยี นควรปฏบิ ตั อิ ยา่ งไร เพอ่ื ใหอ้ ยรู่ ว่ มกนั ไดอ้ ย่าง ค. ทกุ ประเทศชว่ ยกนั ระงบั ขอ้ พพิ าท
สนั ตสิ ุข
ก. ต่างคนต่างอยู่ ง. ลงมตใิ หเ้ ลขาธกิ ารอาเซยี นไประงบั ขอ้ พพิ าท
ข. ไมข่ มเหงรงั แกผอู้ น่ื
ค. ไม่กลา่ วลบหลูส่ ง่ิ ทค่ี นต่างศาสนาเคารพ หรอื ปฏบิ ตั ิ 7. การกระทาของใครนาไปส่จู ุดเรมิ่ ตน้ ของความขดั แยง้
ง. ใหค้ วามรเู้ กย่ี วกบั ศาสนาทต่ี นนับถอื ใหค้ นต่างศาสนา
เขา้ ใจ ก. ไกต่ ะโกนใสห่ น้าก๊กุ ใหย้ อมรบั ความคดิ ของตนเอง
ในการทางานกลมุ่
ข. คมิ รบั ฟังความคดิ เหน็ ของเพอ่ื นในการทารายงานเสมอ
ค. พงษค์ อยชว่ ยเหลอื เพอ่ื นทอ่ี อ่ นแอกว่าอย่เู สมอ
ง. พายไม่ดม่ื สุรา และไม่สบู บุหร่ี
8. หากนกั เรยี นพบเพ่อื น 2 กล่มุ กาลงั เตรยี มการทะเลาะ
ววิ าทกนั หลงั โรงเรยี น นกั เรยี นควรปฏบิ ตั อิ ยา่ งไร
ก. แจง้ ตารวจทนั ที
ข. เลอื กเชยี รข์ า้ งใดขา้ งหน่งึ
ค. หลกี เลย่ี งใหพ้ น้ จากทงั้ 2 กลุ่ม
ง. รอถา่ ยรปู เพอ่ื เผยแพรใ่ นส่อื สงั คมออนไลน์
9. การปฏบิ ตั ติ นในขอ้ ใด ชว่ ยคลค่ี ลายความขดั แยง้ 10. “ตารวจจบั นักเรยี นเตรยี มการกอ่ เหตุทะเลาะววิ าท
ของกลุม่ เพอ่ื นได้ และยดึ อาวุธไดเ้ ป็นจานวนมาก” จากพาดหวั ขา่ วดงั กลา่ ว
ก. กฟิ ทอ์ อ้ นวอนใหเ้ พ่อื นทางานให้ นกั เรยี นทเ่ี ตรยี มการกอ่ เหตจุ ะไดร้ บั ผลการกระทาตาม
ข. เมฆไมพ่ อใจทเ่ี พ่อื นไม่ทาตามใจจงึ ไมค่ ยุ ดว้ ย ขอ้ ใดเป็นอนั ดบั แรก
ค. โอมไมย่ อมทางานรว่ มกบั เพ่อื น เพราะความคดิ เหน็ ก. ถูกถา่ ยรปู ทาประวตั อิ าชญากรรม
ไม่ตรงกนั ข. ถูกเชญิ ผปู้ กครองใหม้ ารบั ทราบพฤตกิ รรม
ง. พณิ พยายามเลา่ เรอ่ื งราวดๆี เพอ่ื ใหเ้ พอ่ื นรกั ทงั้ สองคน ค ถูกสง่ ตวั เขา้ สถานพนิ ิจ
กลบั มาคยุ กนั เหมอื นเดมิ ง. ถูกประกนั ตวั
ผลการเรียนรู้ ขอ้ 8-10
ได้คะแนน คะแนนเตม็
10
เฉลย
1. ข 2. ง 3. ก 4. ค 5. ค 6. ข 7. ก 8. ค 9. ง 10. ข
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 ความมวี ินัยในตนเอง
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 1 ความมีวินัยในตนเอง 1 ชวั่ โมง
1 ผลการเรยี นร/ู้ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1.1 ตวั ช้ีวดั
ข้อ 10 ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง
1.2 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1) วเิ คราะหก์ ารกระทาทแ่ี สดงออกถงึ ความมวี นิ ยั ในตนเองเกย่ี วกบั ความซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ
ความขยนั หมนั่ เพยี ร อดทน และการใฝ่หาความรไู้ ด้
2) วเิ คราะหผ์ ลของการกระทาทแ่ี สดงออกถงึ ความมวี นิ ัยในตนเองเกย่ี วกบั ความซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ
ความขยนั หมนั่ เพยี ร อดทน และการใฝ่หาความรูไ้ ด้
2 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเองเกย่ี วกบั ความซ่อื สตั ยส์ ุจรติ ความขยนั หมนั่ เพยี ร อดทน และการใฝ่หา
ความรู้ ยอ่ มสง่ ผลดตี ่อการพฒั นาตนเองในดา้ นตา่ งๆ
3 สาระการเรยี นรู้
• คุณลกั ษณะของผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง
- ความซ่อื สตั ยส์ ุจรติ
- ขยนั หมนั่ เพยี ร อดทน
- ใฝ่หาความรู้
4 สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร
4.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์
2) ทกั ษะการคดิ สงั เคราะห์
3) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้
4) ทกั ษะกระบวนการคดิ ตดั สนิ ใจ
4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 ความมวี นิ ยั ในตนเอง
5 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค/์ ค่านิยม
5.1 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1) ซอ่ื สตั ย์ สจุ รติ 2) มวี นิ ยั รบั ผดิ ชอบ
3) ใฝ่เรยี นรู้ 4) มุง่ มนั่ ในการทางาน
5.2 คา่ นิยม
1) มศี ลี ธรรม รกั ษาความสตั ย์ หวงั ดตี ่อผอู้ น่ื เผอ่ื แผแ่ ละแบง่ ปัน
2) มรี ะเบยี บวนิ ยั เคารพกฎหมาย เคารพผใู้ หญ่
6 กิจกรรมการเรยี นรู้
1. ครใู หน้ กั เรยี นดภู าพเกย่ี วกบั การปฏบิ ตั ติ นทแ่ี สดงออกถงึ ความมวี นิ ัยในตนเองเกย่ี วกบั ความซอ่ื สตั ย์
สุจรติ ความขยนั หมนั่ เพยี ร อดทน และการใฝ่หาความรู้ แลว้ ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็
ในประเดน็ ต่อไปน้ี
1) การกระทาดงั กลา่ วแสดงใหเ้ หน็ ถงึ ความมวี นิ ัยในดา้ นใดบา้ ง
2) การปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในดา้ นต่างๆ สง่ ผลดตี ่อผปู้ ฏบิ ตั ิ และผอู้ ่นื อย่างไรบา้ ง
โดยครกู ระตนุ้ ใหน้ กั เรยี นทุกคนมสี ว่ นรว่ มในการแสดงความคดิ เหน็
2. ครอู ธบิ ายเช่อื มโยงใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจเกย่ี วกบั ความสาคญั ของความมวี นิ ยั ในตนเอง
3. นกั เรยี นแบ่งกลุ่ม กล่มุ ละ 4 คน ตามความสมคั รใจ ใหแ้ ต่ละกล่มุ แบ่งหน้าทก่ี นั สบื คน้ ขอ้ มลู เกย่ี วกบั
บคุ คล หรอื กล่มุ บุคคลทป่ี ฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเองในดา้ นต่างๆ ดงั น้ี
1) ความซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ
2) ความขยนั หมนั่ เพยี รและอดทน
3) การใฝ่หาความรู้
โดยครเู น้นย้าใหน้ กั เรยี นแต่ละกล่มุ สบื คน้ ขอ้ มลู จากแหลง่ ขอ้ มลู ทห่ี ลากหลาย เช่น หนงั สอื พมิ พ์
นติ ยสาร วารสาร โทรทศั น์ หอ้ งสมุด หรอื แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ เป็นตน้ (ครูมอบหมายใหน้ กั เรยี น
สบื คน้ ขอ้ มลู มาล่วงหน้า) และตรวจสอบความถกู ตอ้ งน่าเช่อื ถอื ของขอ้ มลู ดว้ ย
4. สมาชกิ แต่ละคนในกล่มุ ผลดั กนั นาเสนอขอ้ มลู เกย่ี วกบั บุคคล หรอื กลมุ่ บคุ คลทป่ี ฏบิ ตั ติ นเป็นผู้มวี นิ ยั
ในตนเองเกย่ี วกบั ความซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ ความขยนั หมนั่ เพยี ร อดทน และการใฝ่หาความรตู้ ามทไ่ี ดจ้ าก
การสบื คน้ พรอ้ มยกตวั อย่างประกอบ แลว้ รว่ มกนั วเิ คราะหใ์ นประเดน็ ต่อไปน้ี
1) การกระทาของบคุ คล หรอื กลมุ่ บุคคลดงั กลา่ วแสดงใหเ้ หน็ ถงึ ความมวี นิ ัยในตนเองในดา้ นใดบา้ ง
2) การกระทาของบคุ คล หรอื กล่มุ บคุ คลดงั กล่าวก่อใหเ้ กดิ ผลดตี อ่ ตวั ผปู้ ฏบิ ตั แิ ละผอู้ ่นื อยา่ งไรบา้ ง
3) นกั เรยี นจะสามารถนาแบบอย่างการปฏบิ ตั ติ นของบุคคล หรอื กล่มุ บคุ คลดงั กล่าวไปประยกุ ตใ์ ช้
ในการดาเนินชวี ติ ประจาวนั ของตนเองไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง อธบิ ายพรอ้ มยกตวั อย่างประกอบ
5. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั วเิ คราะหแ์ ละตอบคาถามตามประเดน็ ทก่ี าหนด แลว้ เขยี นสรุปผลการ
วเิ คราะหใ์ นรปู แบบแผนผงั ความคดิ จากนนั้ นาสง่ ครตู รวจ
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 5 ความมีวินยั ในตนเอง
6. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มร่วมกนั สรุปการกระทาทแ่ี สดงออกถงึ ความมวี นิ ยั ในตนเองเกย่ี วกบั ความซ่อื สตั ย์
สจุ รติ ความขยนั หมนั่ เพยี ร อดทน และการใฝ่หาความรู้ และผลทไ่ี ดจ้ ากการปฏบิ ตั ิ
7. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุน้ ความคดิ
• ถา้ ทกุ คนในสงั คมปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ คี วามซ่อื สตั ย์ สุจรติ มคี วามขยนั หมนั่ เพยี ร อดทน และรจู้ กั
ใฝ่หาความรอู้ ยเู่ สมอ จะเกดิ ผลดตี ่อสงั คมอยา่ งไรบา้ ง
(พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
7 การวดั และประเมินผล
วิธีการ เครือ่ งมอื เกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุม่ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ ความสามารถในการสอ่ื สาร แบบประเมนิ สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ความสามารถในการคดิ และความสามารถ
ในการใชท้ กั ษะชวี ติ แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตความซอ่ื สตั ย์ สจุ รติ มวี นิ ยั รบั ผดิ ชอบ แบบประเมนิ ค่านยิ มหลกั ของคนไทย ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มนั ่ ในการทางาน 12 ประการ
สงั เกตการมศี ลี ธรรม รกั ษาความสตั ย์ หวงั ดตี ่อ
ผอู้ น่ื เผ่อื แผ่และแบ่งปัน และมรี ะเบยี บวนิ ัย
เคารพกฎหมาย เคารพผใู้ หญ่
8 ส่ือ/แหลง่ การเรยี นรู้
8.1 สือ่ การเรียนรู้
1) หนงั สอื กจิ กรรม หน้าทพ่ี ลเมอื ง 1-2 ม.1
2) หนงั สอื เรยี น หน้าทพ่ี ลเมอื ง วฒั นธรรม และการดาเนินชวี ติ ในสงั คม ม.1
3) หนงั สอื พมิ พ์ นิตยสาร วารสาร โทรทศั น์
4) บตั รภาพ
8.2 แหลง่ การเรียนรู้
- หอ้ งสมุด
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 5 ความมีวนิ ัยในตนเอง
บตั รภาพ
ภาพนักเรยี นเกบ็ เงินได้แลว้ ส่งคนื เจ้าของ ภาพนักเรยี นเข้ารว่ มสงั เกตการทาขนมของชาวบา้ น
ภาพนักเรียนร่วมกนั อ่านหนังสือในห้องสมุด
ที่มา : ภาพท่ี 1 http://www.obec.go.th/news/16104
1 2 ภาพท่ี 2 http://www.caramelthongn-yardrung.blogspot.com
3 ภาพท่ี 3 http://www.thebookwave.com/news_detail.php?id=75
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 ความมีวนิ ัยในตนเอง
แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศกึ ษาหรอื ผทู้ ่ีได้รบั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ
ลงช่อื )
(
ตาแหน่ง
ดา้ นความรู้
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค/์ ค่านิยม
ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนกั เรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี )
ปัญหา/อุปสรรค
แนวทางการแกไ้ ข
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 5 ความมีวนิ ัยในตนเอง
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 2 การปฏิบตั ิตนเป็นผมู้ ีวินัย 1 ชวั่ โมง
ในตนเอง
1 ผลการเรยี นร้/ู จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.1 ตวั ช้ีวดั
ข้อ 10 ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง
1.2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
- ปฏบิ ตั ติ นทแ่ี สดงออกถงึ ความมวี นิ ยั ในตนเองเกย่ี วกบั ความซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ ความขยนั หมนั่ เพยี ร
อดทน และการใฝ่หาความรไู้ ด้
2 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ คี วามซ่อื สตั ยส์ จุ รติ ความขยนั หมนั่ เพยี ร อดทน และการใฝ่หาความรู้ ย่อมแสดงถงึ
การเป็นผมู้ วี นิ ยั สง่ ผลดตี ่อการพฒั นาตนเอง สงั คม และประเทศชาติ
3 สาระการเรียนรู้
• คุณลกั ษณะของผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง
- ความซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ
- ขยนั หมนั่ เพยี ร อดทน
- ใฝ่หาความรู้
4 สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร
4.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์
2) ทกั ษะการคดิ สงั เคราะห์
3) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้
4) ทกั ษะกระบวนการคดิ ตดั สนิ ใจ
4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 5 ความมีวนิ ัยในตนเอง
5 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค/์ ค่านิยม
5.1 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1) ซอ่ื สตั ย์ สุจรติ 2) มวี นิ ยั รบั ผดิ ชอบ
3) ใฝ่เรยี นรู้ 4) มุ่งมนั่ ในการทางาน
5.2 คา่ นิยม
1) มศี ลี ธรรม รกั ษาความสตั ย์ หวงั ดตี ่อผอู้ น่ื เผ่อื แผ่และแบ่งปัน
2) มรี ะเบยี บวนิ ยั เคารพกฎหมาย เคารพผใู้ หญ่
6 กิจกรรมการเรียนรู้
1. ครขู ออาสาสมคั รหรอื สุม่ นกั เรยี น 1-2 คน ออกมาเลา่ ประสบการณ์การปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ัยในตนเอง
เกย่ี วกบั ความซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ ความขยนั หมนั่ เพยี ร อดทน และการใฝ่หาความรู้ หน้าชนั้ เรยี น
พรอ้ มอธบิ ายความรสู้ กึ และผลทไ่ี ดร้ บั จากการปฏบิ ตั ดิ งั กล่าว
2. ครใู หน้ กั เรยี นคนอ่นื ๆ รว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ เพม่ิ เตมิ ในสว่ นทแ่ี ตกต่างกนั ออกไป แลว้ ครอู ธบิ าย
เช่อื มโยงใหน้ กั เรยี นตระหนกั และเหน็ ความสาคญั ของการปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง
3. สมาชกิ แตล่ ะกลุ่ม (กลุ่มเดมิ จากแผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 1) ผลดั กนั นาเสนอแนวทางการปฏบิ ตั ติ น
ทส่ี ง่ เสรมิ ใหเ้ กดิ ความมวี นิ ยั ในตนเองเกย่ี วกบั ความซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ ความขยนั หมนั่ เพยี ร อดทน
และการใฝ่หาความรู้ เชน่
- ประพฤตติ รงตามความเป็นจรงิ ตอ่ ตนเองและผอู้ ่นื ทงั้ ทางกาย วาจา และใจ
- ไมค่ ดิ คดโกง หลอกลวงผอู้ น่ื
- มกี ารตงั้ เป้าหมายในการเรยี นไวอ้ ย่างชดั เจน และตงั้ ใจเรยี นโดยไมย่ อ่ ทอ้
- นาแบบอยา่ งของเพอ่ื น หรอื บคุ คลอน่ื ๆ ทป่ี ระสบความสาเรจ็ ในการเรยี นมาเป็นแบบอยา่ ง
ในการเรยี น
- ตงั้ ใจเรยี น และศกึ ษาความรเู้ พมิ่ เตมิ อย่เู สมอ
- เขา้ รว่ มกจิ กรรมต่างๆ ทเ่ี ป็นประโยชน์ เพอ่ื แลกเปลย่ี นความรแู้ ละประสบการณ์กบั บคุ คลอ่นื ๆ
เป็นตน้
4. สมาชกิ แตล่ ะกลุ่มตดั สนิ ใจเลอื กกจิ กรรมทส่ี ่งเสรมิ ใหเ้ กดิ ความมวี นิ ยั ในตนเองเกย่ี วกบั ความซ่อื สตั ย์
สจุ รติ ความขยนั หมนั่ เพยี ร อดทน และการใฝ่หาความรู้ กลุ่มละ 1 กจิ กรรม
5. สมาชกิ แต่ละกลุ่มนาแนวทางการปฏบิ ตั ติ นทส่ี ง่ เสรมิ ใหเ้ กิดความมวี นิ ยั ในตนเองมาปฏบิ ตั เิ ป็น
ระยะเวลา 1 เดอื น หรอื ตามความเหมาะสม (นกั เรยี นปฏบิ ตั กิ จิ กรรมนอกเวลาเรยี น) จากนนั้ บนั ทกึ
และสรุปผลการปฏบิ ตั ิ พรอ้ มหลกั ฐานประกอบ แลว้ นาสง่ ครตู ามกาหนดเวลาทต่ี กลงกนั
6. นกั เรยี นแตล่ ะกล่มุ รว่ มกนั สรุปความสาคญั ของการปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง และแนวทางการ
เสรมิ สรา้ งคณุ ลกั ษณะของผมู้ รี ะเบยี บวนิ ยั
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 ความมวี ินยั ในตนเอง
7 การวดั และประเมินผล
วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ ความสามารถในการสอ่ื สาร แบบประเมนิ สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ความสามารถในการคดิ และความสามารถ
ในการใชท้ กั ษะชวี ติ แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตความซอ่ื สตั ย์ สจุ รติ มวี นิ ยั รบั ผดิ ชอบ แบบประเมนิ คา่ นิยมหลกั ของคนไทย ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งมนั ่ ในการทางาน 12 ประการ
สงั เกตการมศี ลี ธรรม รกั ษาความสตั ย์ หวงั ดตี อ่
ผอู้ น่ื เผ่อื แผ่และแบง่ ปัน และมรี ะเบยี บวนิ ัย
เคารพกฎหมาย เคารพผใู้ หญ่
8 สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
8.1 สือ่ การเรียนรู้
1) หนงั สอื กจิ กรรม หน้าทพ่ี ลเมอื ง 1-2 ม.1
2) หนงั สอื เรยี น หน้าทพ่ี ลเมอื ง วฒั นธรรม และการดาเนินชวี ติ ในสงั คม ม.1
8.2 แหล่งการเรียนรู้
—
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 ความมีวนิ ัยในตนเอง
แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศกึ ษาหรอื ผทู้ ่ีได้รบั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ
ลงช่อื )
(
ตาแหน่ง
ดา้ นความรู้
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค/์ ค่านิยม
ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนกั เรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี )
ปัญหา/อุปสรรค
แนวทางการแกไ้ ข
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 5 ความมวี ินยั ในตนเอง 1 ชวั่ โมง
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 3 ความมีวินัยในหน้าท่ี
1 ผลการเรยี นร้/ู จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.1 ตวั ช้ีวดั
ข้อ 10 ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง
1.2 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1) วเิ คราะหก์ ารกระทาทแ่ี สดงออกถงึ ความมวี นิ ยั ในตนเองเกย่ี วกบั การตงั้ ใจปฏบิ ตั หิ น้าท่ี และการ
ยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเองได้
2) วเิ คราะหผ์ ลของการกระทาทแ่ี สดงออกถงึ ความมวี นิ ัยในตนเองเกย่ี วกบั การตงั้ ใจปฏบิ ตั หิ น้าท่ี
และการยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเองได้
2 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเองเกย่ี วกบั การตงั้ ใจปฏบิ ตั หิ น้าท่ี และการยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการกระทา
ของตนเองได้ ย่อมสง่ ผลดตี อ่ การพฒั นาตนเองในดา้ นต่างๆ
3 สาระการเรียนรู้
• คุณลกั ษณะของผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง
- ตงั้ ใจปฏบิ ตั หิ น้าท่ี
- ยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเอง
4 สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น
4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร
4.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์
2) ทกั ษะการคดิ สงั เคราะห์
3) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้
4) ทกั ษะกระบวนการคดิ ตดั สนิ ใจ
4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 5 ความมีวินยั ในตนเอง
5 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค/์ ค่านิยม
5.1 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1) ซอ่ื สตั ย์ สุจรติ 2) มวี นิ ยั รบั ผดิ ชอบ
3) ใฝ่เรยี นรู้ 4) มงุ่ มนั่ ในการทางาน
5) มจี ติ สาธารณะ
5.2 ค่านิยม
1) มศี ลี ธรรม รกั ษาความสตั ย์ หวงั ดตี ่อผอู้ น่ื เผอ่ื แผ่และแบ่งปัน
2) เขา้ ใจเรยี นรกู้ ารเป็นประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมขุ ทถ่ี ูกตอ้ ง
3) มรี ะเบยี บวนิ ยั เคารพกฎหมาย เคารพผใู้ หญ่
4) คานึงถงึ ผลประโยชน์ของสว่ นรวมและของชาตมิ ากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง
6 กิจกรรมการเรียนรู้
1. ครใู หน้ กั เรยี นดภู าพเกย่ี วกบั การปฏบิ ตั หิ น้าทต่ี า่ งๆ ดว้ ยความพากเพยี ร ความทุ่มเทเอาใจใส่ และมี
คุณธรรมและจรยิ ธรรม แลว้ ใหน้ กั เรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ ในประเดน็ ทก่ี าหนดดงั ต่อไปน้ี
1) การกระทาดงั กลา่ วแสดงใหเ้ หน็ ถงึ ความพากเพยี ร ความทุ่มเทเอาใจใส่ และมคี ณุ ธรรมและ
จรยิ ธรรมอย่างไรบา้ ง
2) การกระทาดงั กล่าวสง่ ผลดตี ่อผปู้ ฏบิ ตั ิ และผอู้ น่ื อย่างไรบา้ ง
โดยนกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็ ไดอ้ ย่างอสิ ระ
2. ครอู ธบิ ายเชอ่ื มโยงใหน้ กั เรยี นตระหนกั และเหน็ ความสาคญั ของการปฏบิ ตั หิ น้าทต่ี ่างๆ ทไ่ี ดร้ บั
มอบหมายดว้ ยความตงั้ ใจ และยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเอง
3. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ (กล่มุ เดมิ จากแผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1) รว่ มกนั วางแผนและแบ่งหน้าทใ่ี นการ
สบื คน้ ขอ้ มลู เกย่ี วกบั บคุ คลหรอื กลมุ่ บุคคลทม่ี กี ารปฏบิ ตั หิ น้าทข่ี องตนเองดว้ ยความตงั้ ใจ และยอมรบั
ผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเอง มากลมุ่ ละ 1 เร่อื ง
4. นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ ร่วมกนั วเิ คราะหข์ อ้ มลู ทไ่ี ดจ้ ากการสบื คน้ ในประเดน็ ต่อไปน้ี
1) การกระทาของบุคคล หรอื กลมุ่ บุคคลดงั กลา่ วแสดงใหเ้ หน็ ถงึ การตงั้ ใจปฏบิ ตั หิ น้าท่ี และการ
ยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเองอยา่ งไรบา้ ง
2) การกระทาของบุคคล หรอื กลุ่มบคุ คลดงั กล่าว ก่อใหเ้ กดิ ผลดตี ่อตวั ผปู้ ฏบิ ตั แิ ละผอู้ น่ื อยา่ งไรบา้ ง
3) นกั เรยี นจะสามารถนาแบบอยา่ งการปฏบิ ตั ติ นของบคุ คล หรอื กลุ่มบคุ คลดงั กลา่ วไปประยุกตใ์ ช้
ในการดาเนินชวี ติ ประจาวนั ของตนเองไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง อธบิ ายพรอ้ มยกตวั อย่างประกอบ
จากนนั้ นาขอ้ มลู ทไ่ี ดม้ าเขยี นสรปุ ผลการวเิ คราะหข์ องกลุ่มตนเองในรูปแบบต่างๆ เช่น บทความ
แผนผงั ความคดิ เป็นตน้
5. ตวั แทนแต่ละกลมุ่ นาเสนอผลการวเิ คราะหห์ น้าชนั้ เรยี น ครแู ละเพอ่ื นกลมุ่ อน่ื ช่วยกนั ตรวจสอบ
ความถกู ตอ้ งและใหข้ อ้ เสนอแนะ
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 5 ความมวี ินัยในตนเอง
6. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั สรุปการกระทาทแ่ี สดงออกถงึ การตงั้ ใจปฏบิ ตั หิ น้าท่ี และการยอมรบั ผลทเ่ี กดิ
จากการกระทาของตนเอง
7 การวดั และประเมินผล
วิธีการ เครื่องมอื เกณฑ์
ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ ความสามารถในการสอ่ื สาร แบบประเมนิ สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ความสามารถในการคดิ และความสามารถ
ในการใชท้ กั ษะชวี ติ
สงั เกตความซอ่ื สตั ย์ สจุ รติ มวี นิ ยั รบั ผดิ ชอบ แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ มนั ่ ในการทางาน และมจี ติ สาธารณะ
สงั เกตการมศี ลี ธรรม รกั ษาความสตั ย์ หวงั ดตี อ่ แบบประเมนิ ค่านยิ มหลกั ของคนไทย ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ผอู้ ่นื เผ่อื แผแ่ ละแบง่ ปัน เขา้ ใจเรยี นรกู้ ารเป็น 12 ประการ
ประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็น
ประมุขทถ่ี กู ตอ้ ง มรี ะเบยี บวนิ ัย เคารพกฎหมาย
เคารพผใู้ หญ่ และคานงึ ถงึ ผลประโยชน์ของ
สว่ นรวมและของชาตมิ ากกวา่ ผลประโยชน์
ของตนเอง
8 ส่ือ/แหลง่ การเรยี นรู้
8.1 สือ่ การเรยี นรู้
1) หนงั สอื กจิ กรรม หน้าทพ่ี ลเมอื ง 1-2 ม.1
2) หนงั สอื เรยี น หน้าทพ่ี ลเมอื ง วฒั นธรรม และการดาเนินชวี ติ ในสงั คม ม.1
3) บตั รภาพ
8.2 แหล่งการเรยี นรู้
- หอ้ งสมุด
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 5 ความมวี ินัยในตนเอง
บตั รภาพ
ภาพทหารปฏิบตั ิหน้าที่ใน 3 จงั หวดั ชายแดนภาคใต้
ภาพครทู ่ีสอนหนังสือในพ้ืนที่ภาคเหนือ
ที่มา : ภาพท่ี 1 http://0.static-atcloud.com/files/comments/51/514151/images/1_display.jpg
ภาพท่ี 2 http://2.bp.blogspot.com/_tKvFiDbc9js/TTfT656pgaI/AAAAAAAACeU/bKp00Q1cEnc/s320/l0-
762960.jpg
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 ความมีวนิ ัยในตนเอง
แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศกึ ษาหรอื ผทู้ ่ีได้รบั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ
ลงช่อื )
(
ตาแหน่ง
ดา้ นความรู้
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค/์ ค่านิยม
ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนกั เรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี )
ปัญหา/อุปสรรค
แนวทางการแกไ้ ข
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 ความมีวนิ ัยในตนเอง
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 4 การปฏิบตั ิตนเป็นผมู้ ีวินัย 1 ชวั่ โมง
ในหน้าที่
1 ผลการเรยี นร้/ู จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.1 ตวั ช้ีวดั
ขอ้ 10 ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง
1.2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
- ปฏบิ ตั ติ นทแ่ี สดงออกถงึ การตงั้ ใจปฏบิ ตั หิ น้าท่ี และการยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเองได้
2 สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การตงั้ ใจปฏบิ ตั หิ น้าท่ี และการยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเองยอ่ มแสดงถงึ การเป็นผมู้ วี นิ ยั
สง่ ผลดตี ่อการพฒั นาตนเอง สงั คม และประเทศชาติ
3 สาระการเรียนรู้
• คุณลกั ษณะของผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง
- ตงั้ ใจปฏบิ ตั หิ น้าท่ี
- ยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเอง
4 สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น
4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร
4.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์
2) ทกั ษะการคดิ สงั เคราะห์
3) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้
4) ทกั ษะกระบวนการคดิ ตดั สนิ ใจ
4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 5 ความมวี นิ ัยในตนเอง
5 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค/์ ค่านิยม
5.1 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1) ซ่อื สตั ย์ สจุ รติ 2) มวี นิ ยั รบั ผดิ ชอบ 3) ใฝ่เรยี นรู้
4) มุง่ มนั่ ในการทางาน 5) มจี ติ สาธารณะ
5.2 คา่ นิยม
1) มศี ลี ธรรม รกั ษาความสตั ย์ หวงั ดตี อ่ ผอู้ น่ื เผอ่ื แผแ่ ละแบ่งปัน
2) เขา้ ใจเรยี นรกู้ ารเป็นประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมขุ ทถ่ี กู ตอ้ ง
3) มรี ะเบยี บวนิ ยั เคารพกฎหมาย เคารพผใู้ หญ่
4) คานึงถงึ ผลประโยชน์ของสว่ นรวมและของชาตมิ ากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง
6 กิจกรรมการเรียนรู้
1. ครขู ออาสาสมคั รหรอื สุม่ นกั เรยี น 1-2 คน ออกมาเล่าประสบการณ์การปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ัยในตนเอง
เกย่ี วกบั การปฏบิ ตั หิ น้าทต่ี ่างๆ ดว้ ยความพากเพยี ร ความทุ่มเทเอาใจใส่ และมคี ุณธรรมและจรยิ ธรรม
หน้าชนั้ เรยี นพรอ้ มอธบิ ายความรสู้ กึ และผลทไ่ี ดร้ บั จากการปฏบิ ตั ดิ งั กล่าว
2. ครใู หน้ กั เรยี นคนอ่นื ๆ รว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ เพม่ิ เตมิ ในสว่ นทแ่ี ตกตา่ งกนั ออกไป แลว้ ครอู ธบิ าย
เชอ่ื มโยงใหน้ กั เรยี นตระหนักและเหน็ ความสาคญั ของการปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในหน้าท่ี
3. สมาชกิ แตล่ ะกลุ่ม (กล่มุ เดมิ จากแผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 1) ผลดั กนั ยกตวั อย่างและคดั เลอื กแนวทาง
การปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในหน้าทเ่ี กย่ี วกบั การตงั้ ใจปฏบิ ตั หิ น้าท่ี และการยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการ
กระทาของตนเอง
4. นกั เรยี นแต่ละคนนาแนวทางการปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในหน้าทเ่ี กย่ี วกบั การตงั้ ใจปฏบิ ตั หิ น้าท่ี และ
การยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเองทค่ี ดั เลอื กมาไปปฏบิ ตั ิ เป็นระยะเวลา 1 เดอื น หรอื ตาม
ความเหมาะสม (นกั เรยี นปฏบิ ตั กิ จิ กรรมนอกเวลาเรยี น) จากนนั้ บนั ทกึ และสรุปผลการปฏบิ ตั ิ
พรอ้ มหลกั ฐานประกอบสง่ ครตู ามกาหนดเวลาทต่ี กลงกนั
5. นกั เรยี นแตล่ ะกล่มุ ร่วมกนั สรุปแนวทางการปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในหน้าทเ่ี กย่ี วกบั การตงั้ ใจปฏบิ ตั ิ
หน้าท่ี และการยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเอง
6. นกั เรยี นทาแบบทดสอบ หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 5
• ครมู อบหมายให้นักเรียนแต่ละคนเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ท่ีเป็นประโยชน์ต่อสงั คม แล้วบนั ทึกผล
การปฏิบตั ิตนพร้อมหลกั ฐานประกอบนาส่งครตู รวจ โดยใหค้ รอบคลมุ ประเดน็ ตามทกี่ าหนด ดงั น้ี
1) ความมวี นิ ยั ในตนเองเกยี่ วกบั ความซอื่ สตั ยส์ จุ รติ
2) ความมวี นิ ยั ในตนเองเกยี่ วกบั ความขยนั หมนั่ เพยี ร อดทน
3) ความมวี นิ ยั ในตนเองเกยี่ วกบั การใฝ่หาความรู้
4) ความมวี นิ ยั ในตนเองเกยี่ วกบั ความตงั้ ใจปฏบิ ตั หิ น้าที่
5) ความมวี นิ ยั ในตนเองเกยี่ วกบั การยอมรบั ผลทเี่ กดิ จากการกระทาของตนเอง
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 ความมีวินยั ในตนเอง
7 การวดั และประเมินผล
วิธีการ เครอื่ งมอื เกณฑ์
ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ ความสามารถในการส่อื สาร แบบประเมนิ สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ความสามารถในการคดิ และความสามารถ
ในการใชท้ กั ษะชวี ติ
สงั เกตความซ่อื สตั ย์ สุจรติ มวี นิ ยั รบั ผดิ ชอบ แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ มนั ่ ในการทางาน และมจี ติ สาธารณะ
สงั เกตการมศี ลี ธรรม รกั ษาความสตั ย์ หวงั ดตี ่อ แบบประเมนิ คา่ นิยมหลกั ของคนไทย ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ผอู้ น่ื เผอ่ื แผแ่ ละแบง่ ปัน เขา้ ใจเรยี นรกู้ ารเป็น 12 ประการ
ประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็น
ประมุขทถ่ี กู ตอ้ ง มรี ะเบยี บวนิ ัย เคารพกฎหมาย
เคารพผใู้ หญ่ และคานงึ ถงึ ผลประโยชน์ของ
สว่ นรวมและของชาตมิ ากกว่าผลประโยชน์
ของตนเอง
ตรวจแบบทดสอบ หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 5 แบบทดสอบ หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 5 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจแบบบนั ทกึ ผลการปฏบิ ตั ติ นทแ่ี สดงออก แบบประเมนิ แบบบนั ทกึ ผลการปฏบิ ตั ติ น ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ถงึ ความมวี นิ ยั ในตนเองในดา้ นต่างๆ ทแ่ี สดงออกถงึ ความมวี นิ ยั ในตนเองในดา้ น
ตา่ งๆ
8 ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
8.1 สือ่ การเรียนรู้
1) หนงั สอื กจิ กรรม หน้าทพ่ี ลเมอื ง 1-2 ม.1
2) หนงั สอื เรยี น หน้าทพ่ี ลเมอื ง วฒั นธรรม และการดาเนนิ ชวี ติ ในสงั คม ม.1
8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
- หอ้ งสมดุ
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 5 ความมวี นิ ัยในตนเอง
การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
แบบประเมินแบบบนั ทึกผลการปฏิบตั ิตนท่ีแสดงออกถึง
ความมวี ินัยในตนเองในด้านต่างๆ
ลาดบั ท่ี รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1
32
1 ความมวี นิ ยั ในตนเองเกย่ี วกบั ความซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ
2 ความมวี นิ ยั ในตนเองเกย่ี วกบั ความขยนั หมนั่ เพยี ร
อดทน
3 ความมวี นิ ยั ในตนเองเกย่ี วกบั การใฝ่หาความรู้
4 ความมวี นิ ยั ในตนเองเกย่ี วกบั ความตงั้ ใจปฏบิ ตั ิ
หน้าท่ี
5 ความมวี นิ ยั ในตนเองเกย่ี วกบั การยอมรบั ผลทเ่ี กดิ
จากการกระทาของตนเอง
รวม
ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 ความมีวนิ ัยในตนเอง
แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศกึ ษาหรอื ผทู้ ่ีได้รบั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ
ลงช่อื )
(
ตาแหน่ง
ดา้ นความรู้
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค/์ ค่านิยม
ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนกั เรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี )
ปัญหา/อุปสรรค
แนวทางการแกไ้ ข
แบบประเมิน การนาเสนอผลงาน
คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน ประเมนิ การนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทก่ี าหนด แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ที่ รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1
32
1 เน้อื หาละเอยี ดชดั เจน
2 ความถกู ตอ้ งของเน้อื หา
3 ภาษาทใ่ี ชเ้ ขา้ ใจง่าย
4 ประโยชน์ทไ่ี ดจ้ ากการนาเสนอ
5 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน
รวม
ลงช่อื .................................................... ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีขอ้ บกพรอ่ งบางส่วน ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี าก
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดี
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี อ้ บกพร่องมาก ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้
ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรงุ
แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบคุ คล
คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ช่ือ-สกลุ ความตงั้ ใจ ความ การตรงต่อ ความสะอาด ผลสาเรจ็ รวม
ท่ี ของผรู้ บั การประเมิน ในการทางาน รบั ผิดชอบ เวลา เรยี บร้อย ของงาน 20
คะแนน
43214321432143214321
ลงชอ่ื .................................................... ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี าก
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดี
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้
ต่ากว่า 10 ปรบั ปรุง
แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลุ่ม
ชอ่ื กลมุ่ ชนั้
คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ที่ รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1
32
1 การแบ่งหน้าทก่ี นั อย่างเหมาะสม
2 ความร่วมมอื กนั ทางาน
3 การแสดงความคดิ เหน็
4 การรบั ฟังความคดิ เหน็
5 ความมนี ้าใจช่วยเหลอื กนั
รวม
ลงชอ่ื .................................................... ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดมี าก
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดี
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้
ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรงุ