แบบประเมิน สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
สมรรถนะสาคญั รายการประเมิน ระดบั คะแนน
ของผ้เู รยี น 4321
1.1 ใชภ้ าษาถา่ ยทอดความรู้ ความเขา้ ใจ ความคดิ ความรสู้ กึ
1. ความสามารถ และทศั นะของตนเองดว้ ยการพดู และการเขยี น
ในการสื่อสาร
1.2 พดู เจรจาตอ่ รอง
1.3 เลอื กรบั หรอื ไมร่ บั ขอ้ มลู ขา่ วสาร
1.4 เลอื กใชว้ ธิ กี ารสอ่ื สาร
2. ความสามารถ 2.1 คดิ พน้ื ฐาน (การคดิ วเิ คราะห)์
ในการคิด 2.2 คดิ ขนั้ สงู (การคดิ สงั เคราะห์ คดิ สรา้ งสรรค์ คดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ)
3. ความสามารถ 3.1 ใชก้ ระบวนการแกป้ ัญหาโดยวเิ คราะหป์ ัญหา วางแผนในการแกป้ ัญหา
ในการแก้ปัญหา ดาเนินการแกป้ ัญหา ตรวจสอบ และสรุปผล
3.2 ผลลพั ธข์ องการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถ 4.1 นากระบวนการเรยี นรทู้ ห่ี ลากหลายไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั
ในการใช้ 4.2 เรยี นรดู้ ว้ ยตนเองและเรยี นรอู้ ย่างตอ่ เน่อื ง
ทกั ษะชีวิต 4.3 ทางานและอย่รู ่วมกนั ในสงั คมอยา่ งมคี วามสขุ
4.4 จดั การกบั ปัญหาและความขดั แยง้ ในสถานการณ์ต่างๆ ไดอ้ ยา่ ง
เหมาะสม
4.5 ปรบั ตวั ตอ่ การเปลย่ี นแปลงทางสงั คมและสภาพแวดลอ้ ม
4.6 หลกี เลย่ี งพฤตกิ รรมไม่พงึ ประสงคท์ ส่ี ่งผลกระทบต่อตนเองและผอู้ น่ื
5. ความสามารถ 5.1 เลอื กและใชเ้ ทคโนโลยเี พอ่ื พฒั นาตนเองและสงั คม
ในการใช้เทคโนโลยี 5.2 มที กั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี
ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
เกณฑก์ ารให้คะแนน
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน
54 - 64 ดมี าก
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน
43 - 53 ดี
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน
32 - 42 พอใช้
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
ให้ 1 คะแนน ต่ากวา่ 32 ปรบั ปรุง
แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 4321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเม่อื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และอธบิ ายความหมาย
กษตั ริย์ ของเพลงชาติ
1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องพลเมอื งดี
1.3 ใหค้ วามรว่ มมอื ร่วมใจ ในการทากจิ กรรมกบั สมาชกิ ในโรงเรยี นและ
ชุมชน
1.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมและมสี ว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี
ปรองดอง และเป็นประโยชน์ตอ่ โรงเรยี น ชุมชน และสงั คม ช่นื ชมความ
เป็นชาตไิ ทย
1.5 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนับถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา
อย่างสม่าเสมอ เป็นแบบอย่างทด่ี ขี องศาสนิกชน
1.6 เขา้ รว่ มกจิ กรรมและมสี ว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั สถาบนั
พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี นและชุมชนจดั ขน้ึ ชน่ื ชมในพระราชกรณียกจิ
พระปรชี าสามารถของพระมหากษตั รยิ แ์ ละพระราชวงศ์
2. ซ่ือสตั ย์ สุจริต 2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี ูกตอ้ ง และเป็นจรงิ
2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสงิ่ ทถ่ี กู ตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะกระทาความผดิ ทาตาม
สญั ญาทต่ี นใหไ้ วก้ บั เพอ่ื น พอ่ แม่ หรอื ผปู้ กครอง และครู เป็นแบบอย่าง
ทด่ี ดี า้ นความซ่อื สตั ย์
2.3 ปฏบิ ตั ติ นตอ่ ผอู้ น่ื ดว้ ยความซอ่ื ตรง ไมห่ าประโยชนใ์ นทางทไ่ี มถ่ กู ตอ้ ง
และเป็นแบบอยา่ งทด่ี แี กเ่ พอ่ื นดา้ นความซ่อื สตั ย์
3. มีวินัย 3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั
รบั ผิดชอบ และโรงเรยี น ไมล่ ะเมดิ สทิ ธขิ องผอู้ ่นื ตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม
ตา่ งๆ ในชวี ติ ประจาวนั และรบั ผดิ ชอบในการทางาน
4. ใฝ่ เรยี นรู้ 4.1 แสวงหาขอ้ มลู จากแหลง่ การเรยี นรตู้ ่างๆ
4.2 มกี ารจดบนั ทกึ ความรอู้ ยา่ งเป็นระบบ
4.3 สรุปความรไู้ ดอ้ ย่างมเี หตผุ ล
5. อยูอ่ ยา่ งพอเพียง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ ของตนเอง เช่น สง่ิ ของ เคร่อื งใช้ ฯลฯ อย่างประหยดั
คมุ้ คา่ และเกบ็ รกั ษาดแู ลอยา่ งดี และใชเ้ วลาอยา่ งเหมาะสม
5.2 ใชท้ รพั ยากรของสว่ นรวมอย่างประหยดั คมุ้ ค่า และเกบ็ รกั ษาดแู ล
อย่างดี
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 4321
5.3 ปฏบิ ตั ติ นและตดั สนิ ใจดว้ ยความรอบคอบ มเี หตผุ ล
6. มงุ่ มนั ่ ในการ 5.4 ไมเ่ อาเปรยี บผอู้ ่นื และไมท่ าใหผ้ อู้ ่นื เดอื ดรอ้ น พรอ้ มใหอ้ ภยั เมอ่ื ผอู้ น่ื
ทางาน
กระทาผดิ พลาด
7. รกั ความเป็นไทย 5.5 วางแผนการเรยี น การทางานและการใชช้ วี ติ ประจาวนั บนพน้ื ฐาน
8. มจี ิตสาธารณะ
ของความรู้ ขอ้ มลู ขา่ วสาร
5.6 รเู้ ทา่ ทนั การเปลย่ี นแปลง ทางสงั คม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรบั
และปรบั ตวั อยรู่ ่วมกบั ผอู้ ่นื ไดอ้ ยา่ งมคี วามสขุ
6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพ่อื ใหง้ านสาเรจ็
7.1 มจี ติ สานึกในการอนุรกั ษว์ ฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
8.1 รจู้ กั ชว่ ยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน
8.2 อาสาทางาน ชว่ ยคดิ ชว่ ยทา และแบ่งปันสง่ิ ของ และชว่ ยแกป้ ัญหา
ใหผ้ อู้ ่นื
8.3 ดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ นิ ของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชมุ ชน
8.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี นและชมุ ชน
ลงช่อื .................................................... ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน 91 - 108 ดมี าก
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 73 - 90 ดี
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 54 - 72 พอใช้
ต่ากว่า 54 ปรบั ปรุง
แบบประเมิน ค่านิ ยมหลกั ของคนไทย 12 ประการ
คาชี้แจง : ให้ นักเรียน ประเมนิ ตนเองในระหว่างเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องค่านยิ มทน่ี าไปใช้ และบอกเหตุผล
วา่ นาไปใชอ้ ยา่ งไร
ช่อื ชนั้ เลขท่ี
ข้อที่ ค่านิยมหลกั ของคนไทย ค่านิ ยมท่ีนาไปใช้ นาไปใช้อย่างไร
1 มคี วามรกั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์
2 ซอ่ื สตั ย์ เสยี สละ อดทน มอี ุดมการณ์ในสงิ่ ทด่ี งี ามเพอ่ื ส่วนรวม
3 กตญั ญตู ่อพ่อแม่ ผปู้ กครอง ครอู าจารย์
4 ใฝ่หาความรู้ หมนั ่ ศกึ ษาเล่าเรยี นทงั้ ทางตรงและทางออ้ ม
5 รกั ษาวฒั นธรรม ประเพณีไทยอนั งดงาม
6 มศี ลี ธรรม รกั ษาความสตั ย์ หวงั ดตี อ่ ผอู้ น่ื เผ่อื แผแ่ ละแบง่ ปัน
7 เขา้ ใจเรยี นรกู้ ารเป็นประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ์
ทรงเป็นประมขุ ทถ่ี ูกตอ้ ง
8 มรี ะเบยี บวนิ ยั เคารพกฎหมาย เคารพผใู้ หญ่
9 มสี ติ รตู้ วั รคู้ ดิ รทู้ า รปู้ ฏบิ ตั ติ ามพระราชดารสั
ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั
10 รจู้ กั ดารงตนอยโู่ ดยใชห้ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ตามพระราชดารสั ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อย่หู วั
11 มคี วามเขม้ แขง็ ทงั้ รา่ งกายและจติ ใจ ไมย่ อมแพต้ อ่ อานาจ
ฝ่ายต่าหรอื กเิ ลส มคี วามละอาย เกรงกลวั ต่อบาปตามหลกั
ศาสนา
12 คานงึ ถงึ ผลประโยชน์ของสว่ นรวมและของชาตมิ ากกว่า
ผลประโยชน์ของตนเอง
แบบบนั ทึกหลงั หน่วยการเรยี นรู้
ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศกึ ษาหรอื ผทู้ ่ีได้รบั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ
ลงช่อื )
(
ตาแหน่ง
นกั เรยี นมคี วามรคู้ วามสามารถตามผลการเรยี นรขู้ องหน่วยการเรยี นรตู้ อ่ ไปน้ี ข้อ 10
ดา้ นความรู้
(จานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ )
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค/์ คา่ นยิ ม
ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบคุ คล (ถา้ ม)ี )
สรปุ ผลจากการประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) ประจาหน่วยการเรยี นรู้
ระดบั คุณภาพดีมาก จานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ
ระดบั คณุ ภาพดี จานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ
ระดบั คุณภาพพอใช้ จานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ
ระดบั คณุ ภาพปรบั ปรงุ จานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ
ปัญหา/อปุ สรรค
แนวทางการแกไ้ ข
บนั ทึก
แบบทดสอบ หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 5
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเลือกคาตอบท่ถี ูกต้องท่สี ุดเพียงข้อเดียว
1. ขอ้ ใดเป็นพฤตกิ รรมทแ่ี สดงถงึ ความอดทน 5. การทางานของกลมุ่ ใดจะประสบความสาเรจ็ และสมาชกิ
ก. การปฏบิ ตั หิ น้าทด่ี ว้ ยความตงั้ ใจ มคี วามสขุ
ข. การไม่หลกี เลย่ี งงานทม่ี อี ุปสรรค ก. กลุ่มเอสมรกั ษช์ อบทางานคนเดยี วเพราะจะได้
ค. การไมม่ าทางานสายและเลกิ ก่อนเวลา แสดงความสามารถเตม็ ท่ี
ง. การไม่ปลอ่ ยเวลาใหผ้ ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ ข. กลมุ่ บสี มถวลิ กบั สมสดุ าทะเลาะกนั เพราะมี
ความคดิ เหน็ ต่างกนั
2. ขอ้ ใดเป็นผลดจี ากการมคี วามซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ ตอ่ หน้าท่ี ค. กล่มุ ซสี มาชกิ ตา่ งรอคาสงั ่ จากสมชายหวั หน้ากลุ่ม
มากทส่ี ุด ง. กลุ่มดเี ม่อื งานล่าชา้ สมบญุ หวั หน้ากลุ่มไดแ้ สดง
ก. ไดร้ บั ความไวว้ างใจจากผรู้ ่วมงาน ความรบั ผดิ ชอบ
ข. ประหยดั เวลาในการทางาน
ค. ไดค้ ่าตอบแทนเพม่ิ 6. แสนดเี ป็นนักเรยี นทต่ี งั้ ใจเรยี นหนังสอื หมนั ่ ศกึ ษาหา
ง. ไดร้ บั คาชมเชย ความรอู้ ย่เู สมอ และดแู บบอยา่ งปฏบิ ตั ติ นตามทผ่ี ปู้ ระสบ
ความสาเรจ็ ในชวี ติ เมอ่ื เรยี นจบไดท้ างานทต่ี นเองใฝ่ฝัน
3. บคุ คลใดมลี กั ษณะนิสยั การทางานทต่ี อ้ งปรบั ปรงุ มรี ายไดเ้ ลย้ี งตนเองและครอบครวั แสดงว่าแสนดยี ดึ
ก. สมหญงิ ใหเ้ พ่อื นชว่ ยทางานแทน หลกั ธรรมใด
ข. สมชายทางานทม่ี คี วามสาคญั มากกอ่ น ก. ศลี 5
ค. สมสขุ ทางานใหเ้ สรจ็ ตามเวลาทก่ี าหนด ข. สงั คหวตั ถุ 4
ง. สมชาตวิ างแผนการทางานอยา่ งรดั กมุ ค. อทิ ธบิ าท 4
ง. พรหมวหิ าร 4
อ่านขอ้ ความที่กาหนด แลว้ ตอบคาถาม ขอ้ 4
7. ทกุ ขอ้ เป็นพฤตกิ รรมทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การตงั้ ใจปฏบิ ตั หิ น้าท่ี
เอวงิ่ ชนกระถางตน้ ไมท้ คี่ ุณแมร่ กั มากแตก ตน้ ไม้ ยกเว้นขอ้ ใด
ไดร้ บั ความเสยี หาย แลว้ วงิ่ หนี และเป็นชว่ งเวลาพอดี
กบั ทบี่ เี ดนิ มา ทาใหค้ ุณแมค่ ดิ ว่าบเี ป็นคนทา บจี งึ ถูก ก. น้อยเป็นพนักงานบรษิ ทั สยามทวั รม์ หี น้าทต่ี อ้ นรบั แขก
คุณแม่ตาหนิและลงโทษ ข. นดิ ตงั้ ใจเรยี นและทบทวนบทเรยี นอย่างสม่าเสมอ
ค. หน่อยเป็นขา้ ราชการทร่ี กั ษาผลประโยชน์ของรฐั
4. ถา้ นักเรยี นเป็นเอจะปฏบิ ตั ติ นอย่างไรในสถานการณ์น้ี
ก. ปลอ่ ยใหแ้ ม่ลงโทษบี ไม่ใหม้ กี ารทุจรติ คอรร์ ปั ชนั่
ข. ปฏเิ สธแทนบี ง. หนุ่มเป็นแพทยท์ เ่ี อาใจใส่ดูแลคนไขเ้ ป็นอยา่ งดี
ค. ยอมรบั ผดิ และบอกใหแ้ ม่ลงโทษตวั เอง
ง. ชว่ ยแม่สอบสวนบี เสมอื นญาติ
อ่านขอ้ ความท่ีกาหนด แลว้ ตอบคาถาม ข้อ 8 9. ถา้ นกั เรยี นพบเหน็ พฤตกิ รรมทส่ี อ่ ไปในทางทจุ รติ ในหน้าท่ี
ของผทู้ ม่ี อี านาจมากกวา่ ควรปฏบิ ตั ติ นอยา่ งไร
ดาเป็นเดก็ เรยี นเก่ง สอบไดท้ ี่1 ทุกปี ทาใหป้ ีน้ี ก. เขา้ ไปทาทวี ่าเหน็ ดว้ ย เพ่อื สงั เกตพฤตกิ รรม
เขาไม่อา่ นหนังสอื เพราะคดิ วา่ ตอ้ งทาขอ้ สอบไดเ้ หมอื น เพ่อื การเอาผดิ
ครงั้ ก่อน สว่ นขาวเป็นเดก็ เรยี นไม่เก่ง แตม่ คี วามขยนั ข. ทาไม่รไู้ มเ่ หน็ และหลกี เลย่ี งไปใหไ้ กล
อดทน เพยี รพยายาม อ่านหนงั สอื ทบทวนบทเรยี นอย่เู สมอ ค. เขา้ ไปตกั เตอื นไม่ใหก้ ระทาการ
เมอื่ ถงึ วนั สอบดาทาขอ้ สอบไมไ่ ด้ สว่ นขาวเดนิ ยม้ิ ออกมา ง. แจง้ ใหผ้ ปู้ กครอง ครรู บั ทราบ
จากหอ้ งสอบ หลงั จากวนั นนั้ มา ดากลายเป็นคนเงยี บ
เกบ็ ตวั บางครงั้ กน็ งั่ รอ้ งไห้ 10. พฤตกิ รรมของบคุ คลใดสอ่ ไปในทางไม่ซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ
ก. ทองทาเกบ็ ความลบั ของเพอ่ื นไมย่ อมบอกใคร
8. จากเหตกุ ารณ์ขา้ งตน้ ดาควรทาอย่างไร ข. ผใู้ หญพ่ ราวขออนุมตั งิ บประมาณสรา้ งถนนเขา้ หม่บู า้ น
ก. ไปโวยวายกบั ครปู ระจาชนั้ เพราะคดิ วา่ โดนกลนั่ แกลง้ ค. หนูมาลนี ากระเป๋ าเงนิ ทเ่ี กบ็ ไดไ้ ปใหค้ รฝู ่ายปกครอง
ข. ทบทวนตวั เองใหม่ ไม่ประมาทแลว้ ตงั้ ใจเรยี นหนังสอื ตามหาเจา้ ของ
ค. ปลงชวี ติ คดิ ว่าเดยี๋ วกผ็ ่านไปได้ ง. ชมพใู หฟ้ ้าลอกขอ้ สอบ เพราะสงสารทฟ่ี ้าทาขอ้ สอบ
ง. นงั่ นิ่งๆ อย่กู บั ตวั เอง ไม่ได้
ผลการเรียนรู้ ขอ้ 10
ได้คะแนน คะแนนเตม็
10
เฉลย
1. ข 2. ก 3. ก 4. ค 5. ง 6. ค 7. ก 8. ข 9. ง 10. ง