The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ภายใต้โครงการวิจัย : หลักสูตรเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคพยาธิใบไม้ตับเเละมะเร็.ท่อน้ำดีไปใช้ในสถานศึกษา ระดับปฐมวัย
เเผนงานวิจัย : โครงการวิจัยท้าทายไทย : Fluke Free Thailand โดย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนเเก่น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by oat22644pinyo, 2022-06-12 03:59:40

หลักสูตรเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคพยาธิใบไม้ตับเเละมะเร็งท่อน้ำดีไปใช้ในสถานศึกษาระดับปฐมวัยโดยใช้สมองเป็นฐาน (Brain Based Learning)

ภายใต้โครงการวิจัย : หลักสูตรเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคพยาธิใบไม้ตับเเละมะเร็.ท่อน้ำดีไปใช้ในสถานศึกษา ระดับปฐมวัย
เเผนงานวิจัย : โครงการวิจัยท้าทายไทย : Fluke Free Thailand โดย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนเเก่น

45

- เด็ก ๆ รูจ้ ักพยาธอิ ะไรบ้าง
- พยาธิท่ีเด็ก ๆ ได้เรยี นไปแลว้ มีกี่กลมุ่ อะไรบา้ ง
- พยาธิอาศยั อยูท่ ไ่ี หนบา้ ง
- เดก็ ๆ จะตอ้ งทา้ อย่างไร เพื่อไม่ใหพ้ ยาธิเขา้ สตู่ วั เราได้
ขนั ที่ 3 การเรียนรู้
1) สนทนากับเดก็ วา่ วันนีครูมเี กมสนกุ ๆมาใหเ้ ดก็ ๆ ได้เลน่ จากนันแบ่งเดก็ ออกเปน็ กลุ่ม กลมุ่ ละ 4-5
คน (ดว้ ยการนับเลขแบ่งกลุ่ม) แลว้ นงั่ เปน็ วงกลม ครูแจกเกมภาพตัดต่อ(พยาธิใบไม้ตับ) กลุม่ ละ 1 ชุด เมอ่ื ครู
ให้สัญญาณเริ่ม ให้เด็กช่วยกันน้าชินส่วนของภาพมาต่อให้เป็นภาพท่ีสมบูรณ์ เม่ือต่อภาพเสร็จให้เด็กบอกว่า
เป็นภาพอะไร
2) ครูติดภาพพยาธิใบไม้ตบั ที่กระดาน จากนนั เด็กและครรู ่วมกนั อภปิ รายเกย่ี วกบั รปู ร่าง ลกั ษณะของ
พยาธใิ บไม้ตบั ดงั นี
- พยาธใิ บไม้ตบั มรี ปู ร่าง ลกั ษณะอย่างไร
- เดก็ ๆ คดิ วา่ พยาธใิ บไม้ตบั มรี ูปรา่ งคลา้ ยกบั อะไร
3) ให้เด็กจับคู่กัน ครูแจกภาพพยาธิใบไม้ตับให้เด็กคู่ละ 1 ภาพ พร้อมสนทนากับเด็กถึงการออกไป
สา้ รวจใบไม้ในบริเวณโรงเรียน โดยมีรายละเอยี ดดังนี
– ให้เด็ก ๆ แต่ละคู่ไปส้ารวจหาใบไม้ท่ีมีรูปร่างลักษณะใบแบนยาวคล้ายกับพยาธิใบไม้ตับ
(เลือกใบไม้ที่ร่วงตามใต้ต้นไม้) คู่ละ 1 ใบ ขณะท่ีเด็ก ๆ เดินส้ารวจใบไม้ครูคอยกระตุ้นให้เด็กสังเกตและน้า
ใบไมม้ าเปรยี บเทียบความเหมือน ความแตกตา่ ง ระหวา่ งใบไม้และภาพพยาธิใบไม้ตับ
4) เมื่อครบกา้ หนดเวลา 10 นาที ครเู รยี กเด็กกลบั เข้าหอ้ งเรียนพร้อมกับใบไม้ท่ีเก็บมา แล้วให้เด็กแต่
ละคู่ออกมาน้าเสนอผลการส้ารวจ พร้อมกับน้าภาพพยาธิใบไม้ตับและใบไม้มาให้เพื่อนๆช่วยกันสังเกต
เปรียบเทียบความเหมอื น ความแตกต่างระหว่างใบไม้และพยาธิใบไม้ตบั
ขนั ที่ 4 สรปุ ผลการเรยี นรู้
1) เดก็ และครสู รุปเกยี่ วกับรปู ร่าง ลักษณะของพยาธใิ บไมต้ ับด้วยค้าถาม ดังนี
- พยาธิใบไมต้ ับมรี ปู รา่ งเป็นอยา่ งไร
- พยาธิใบไม้ตับเกิดขึนได้อยา่ งไร
2) จากนันครูสนทนาเพิ่มเติมจากค้าตอบของเด็กในเร่ืองรูปร่างของพยาธิใบไม้ตับว่ามีรูปร่างเหมอื น
ใบไม้ จัดอย่ใู นกลุ่มพยาธิตวั แบน มี 2 เพศรวมในตัวเดียวกัน การผสมพันธสุ์ ามารถวางไข่ไดต้ ัวเอง
ขนั ท่ี 5 การประยกุ ต์ใช้
เด็กทา้ กิจกรรมในสมดุ เสรมิ ประสบการณ์การเรยี นรู้ กจิ กรรมท่ี 2 วาดภาพ ระบายสพี ยาธใิ บไมต้ ับ
6. สอื่ การเรียนรู้
1) หุน่ มือพยาธิใบไม้ตบั
2) เกมภาพตดั ตอ่
3) ภาพพยาธใิ บไม้ตบั
4) ใบไม้
5) สมุดกิจกรรมเสริมประสบการณ์การเรยี นรู้

46

7. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้ วิธีการวัด/การประเมิน เครอ่ื งมอื
สิ่งทีต่ อ้ งการวัด เกณฑ์
1) บอกรูปร่าง ลักษณะของ สังเกตการตอบค้าถาม แ บ บ สั ง เ ก ต แ ล ะ เด็กผ่านการประเมิน
พยาธิใบไมต้ ับได้ ของเด็ก บนั ทกึ พฤตกิ รรม ระดับ 2 ขนึ ไปถือวา่ ผ่าน

2) สังเกต เปรียบเทียบความ สังเกตพฤติกรรมของ แ บ บ สั ง เ ก ต แ ล ะ เด็กผ่านการประเมิน
เหมือน ความแตกตา่ งได้ เด็ก บนั ทกึ พฤตกิ รรม ระดบั 2 ขนึ ไปถอื ว่าผ่าน

3) เจตคติท่ีดีต่อการเรียนรู้ สังเกตพฤติกรรมของ แ บ บ สั ง เ ก ต แ ล ะ เด็กผ่านการประเมิน
กระตือรือร้นในการเข้าร่วม เด็ก บนั ทึกพฤติกรรม ระดับ 2 ขนึ ไปถอื วา่ ผ่าน
กจิ กรรม

เกณฑก์ ารประเมนิ
1) บอกรูปร่าง ลักษณะของพยาธิใบไมต้ ับได้
ระดับ 3 : บอกรปู ร่าง ลกั ษณะของพยาธใิ บไม้ตบั ได้ดว้ ยตนเอง
ระดบั 2 : บอกรปู ร่าง ลักษณะของพยาธิใบไมต้ ับไดโ้ ดยมีผ้ชู แี นะ
ระดบั 1 : ไมส่ ามารถบอกรปู ร่าง ลกั ษณะของพยาธใิ บไม้ตบั ได้
2) สามารถสังเกต เปรยี บเทียบ จ้าแนกลกั ษณะของพยาธิชนดิ ตา่ ง ๆ ได้
ระดับ 3 : สามารถสงั เกต เปรียบเทียบความเหมอื น ความแตกต่างได้ดว้ ยตนเอง
ระดับ 2 : สามารถสงั เกต เปรยี บเทยี บความเหมอื น ความแตกต่างได้โดยมผี ชู้ ีแนะ
ระดบั 1 : ไม่สามารถสงั เกต เปรียบเทียบความเหมือน ความแตกต่างได้
3) มีเจตคติทดี่ ีต่อการเรียนรู้ กระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรม
ระดับ 3 : กระตอื รือรน้ ในการเขา้ ร่วมกจิ กรรมได้ตังแตต่ ้นจนจบ
ระดับ 2 : กระตอื รือร้นในการเขา้ ร่วมกิจกรรมเมอื่ ไดร้ บั การกระตนุ้
ระดับ 1 : ไม่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมแมไ้ ด้รบั การกระตุ้น

47

8. บันทึกหลงั การจัดประสบการณ์
ผลการจัดประสบการณ์
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ปัญหาและอุปสรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ......................................................
(............................................................)

ครูผู้สอน

48

ภาคผนวก
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 ช่ือหนว่ ย พยาธติ วั ใบไม้ตบั ...ตัวรา้ ย
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 2 เร่ือง พยาธใิ บไมต้ บั คืออะไร

49

1) หุ่นพยาธใิ บไมต้ ับ
2) เกมภาพตัดต่อ

ที่มา https://www.tropmedhospital.com/knowledge/liverflukes.html
3) ภาพพยาธใิ บไมต้ บั

ทมี่ า http://saranukromthai.or.th/sub/book/book.php?book=8&chap=3&page=t8-3-
suggestion.html
ที่มา https://www.thaihealth.or.th

50

แบบสงั เกตและบนั ทกึ พฤติกรรม

ค้าชีแจง ให้ผปู้ ระเมนิ สังเกตเด็กแล้วท้าเครอ่ื งหมาย √ ลงในชอ่ งระดับคา่ คะแนนท่ีตรงกบั ความเปน็ จริง

ในแต่ละรายการและบันทกึ ผลท่ีได้จากการสงั เกตลงในช่องทีก่ า้ หนดให้
รายการประเมนิ
รปู รา่ ง สังเกต เจตคติและ
ลกั ษณะ เปรียบเทียบ ความ สรุปผล
ท่ี ชอ่ื – สกลุ พยาธใิ บไม้ จา้ แนก กระตือรอื รน้ รวม ผา่ น/ บนั ทกึ การสังเกตเพ่มิ เตมิ
ไม่ผ่าน
ตับ ลกั ษณะของ
พยาธิ
32132132 1 9

ข้อเสนอแนะเพม่ิ เติม
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ.................................................ผู้ประเมิน
(..............................................)

51

เกณฑ์การผา่ น

เด็กต้องไดค้ ะแนนประเมินในระดับ 2 ขึนไปทกุ ขอ้

ค้าอธบิ ายคุณภาพเกณฑ์การประเมนิ
1) บอกรปู รา่ ง ลักษณะของพยาธใิ บไม้ตับได้
ระดับ 3 : บอกรปู ร่าง ลกั ษณะของพยาธิใบไม้ตบั ไดด้ ว้ ยตนเอง
ระดบั 2 : บอกรูปรา่ ง ลกั ษณะของพยาธใิ บไมต้ ับได้โดยมีผู้ชีแนะ
ระดบั 1 : ไม่สามารถบอกรูปรา่ ง ลักษณะของพยาธใิ บไม้ตบั ได้
2) สามารถสังเกต เปรียบเทียบ จ้าแนกลักษณะของพยาธชิ นดิ ตา่ ง ๆ ได้
ระดับ 3 : สามารถสงั เกต เปรียบเทยี บความเหมอื น ความแตกตา่ งได้ดว้ ยตนเอง
ระดับ 2 : สามารถสังเกต เปรยี บเทยี บความเหมือน ความแตกตา่ งได้โดยมผี ู้ชีแนะ
ระดับ 1 : ไมส่ ามารถสงั เกต เปรียบเทยี บความเหมอื น ความแตกต่างได้
3) มเี จตคตทิ ี่ดตี อ่ การเรียนรู้ กระตอื รอื รน้ ในการเข้าร่วมกจิ กรรม
ระดบั 3 : กระตอื รือร้นในการเข้าร่วมกจิ กรรมได้ตังแตต่ ้นจนจบ
ระดบั 2 : กระตอื รือร้นในการเขา้ รว่ มกิจกรรมเม่ือไดร้ ับการกระตุน้
ระดับ 1 : ไม่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมแม้ไดร้ ับการกระตนุ้

52

แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้โดยใชส้ มองเปน็ ฐาน
ภายใต้โครงการวิจยั หลกั สูตรเสรมิ สรา้ งการป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตบั และมะเร็งทอ่ นา้ ดี
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 1 ชอื่ หน่วย พยาธิใบไมต้ ับ...ตัวรา้ ย ระดับปฐมวัย (5-6 ป)ี
แผนการจดั การเรียนรูก้ ิจกรรมเสรมิ ประสบการณท์ ่ี 3 เร่อื ง โรคพยาธิใบไมต้ บั เวลา 1 คาบ
...................................................................................................................................................................
1. ผลการเรียนรู้
ดา้ นความรู้
1. โรคทีเ่ กิดจากพยาธใิ บไมต้ บั
1) รูจ้ ักโรคท่เี กดิ จากพยาธิใบไมต้ ับ
2) ระบสุ าเหตขุ องการเกิดโรคพยาธิใบไมต้ ับได้
3) บอกอันตรายของโรคพยาธใิ บไม้ตับได้
2. สาระส้าคัญ
โรคพยาธิใบไม้ตับ คือ โรคที่เกิดจากการอักเสบของท่อน้าดีภายในตับติดเชือ “พยาธิใบไม้ตับ” ซ่ึง
ได้รับพยาธจิ ากการกินอาหารประเภทปลานา้ จดื เกล็ดขาวทมี่ ตี วั ออ่ นของพยาธิใบไม้ตับ ปรงุ ดิบหรอื สุกๆดบิ ๆ
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1) บอกความหมายของโรคพยาธิใบไม้ตับได้
2) บอกสาเหตขุ องการเกดิ โรคพยาธิใบไม้ตับได้
3) สังเกต และจดจา้ รปู รา่ งลกั ษณะของพยาธใิ บไม้ตบั ได้
4) เห็นความสา้ คัญของการปอ้ งกนั การเกิดโรคพยาธใิ บไมต้ ับ
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 สาระทีค่ วรเรยี นรู้
1) ความหมายและสาเหตุการเกิดโรคพยาธใิ บไม้ตับ พยาธิใบไม้ตับ เป็นพยาธิท่ีท้าให้เกิดการตดิ
เชือภายในท่อน้าดตี บั เกิดจากการบรโิ ภคปลา หรอื สตั ว์น้าแบบดบิ ๆ หรอื กึง่ สุกกงึ่ ดิบ
(สถาบันวจิ ยั มะเร็งท่อน้าดี, 2560) (รายละเอียดอยใู่ นส่วนที่ 2 รายละเอียดสาระท่คี วรรู้)
4.2 ประสบการณส์ า้ คญั
1) การเล่นและทา้ งานร่วมกับผ้อู ืน่
2) การจับคู่ การเปรียบเทยี บ และการเรยี งล้าดบั สง่ิ ต่าง ๆ ตามลักษณะ ความยาว ความสูง
น้าหนกั ปริมาตร
3) การอภปิ รายและเปลยี่ นความคิดเห็น
4) การอธิบายเชื่อมโยงสาเหตุและผลท่เี กิดขึนในเหตุการณห์ รอื การกระท้า
5. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขันท่ี 1 เตรียมความพรอ้ ม
เตรียมความพร้อมด้วยกิจกรรมบริหารสมองการเคลื่อนไหวสลับข้างด้วยท่า “แตะจมูก-แตะหู” เพื่อ
กระตุ้นใหส้ มองซีกซา้ ยและซีกขวาท้างานประสานสัมพันธ์กนั ผ่อนคลายพร้อมทจ่ี ะเรยี นรู้ โดยให้เด็กยกมือทัง
สองขา้ งขึนมา มือขวาไปแตะที่หซู ้าย ส่วนมอื ซ้ายไปแตะทีจ่ มูกในลกั ษณะทไ่ี ขว้กนั จากนนั เปลี่ยนสลับเป็นมือ
ซ้ายแตะทห่ี ูขวาและมือขวาไปแตะทจ่ี มกู ทา้ สลับไปมา 10 ครัง

53

ขนั ท่ี 2 กระต้นุ การเรียนรู้
1) ให้เด็กเล่นเกมจับคู่ปลากับพยาธิใบไมต้ ับท่ีมีสีเหมือนกัน ครูแจกปลาที่ท้าจากกระดาษให้เด็กคน

ละ 1 ตัว (ด้านในปลามพี ยาธใิ บไม้ตับสีต่าง ๆ ซอ่ นอยู่) ครรู ้องเพลง ลมเพ ลมพดั “ลมเพลมพดั โบกสะบัดพัด
มาไวๆ ลมเพลมพัดอะไร ลมเพลมพดั อะไร ฉันจะบอกให…้ พัดให้เดก็ ๆ เปดิ ดดู ้านในตวั ปลา และจับคกู่ ับเพ่ือน
ทม่ี พี ยาธใิ บไมต้ ับสเี ดียวกัน” เมอ่ื เดก็ ๆ จับคพู่ ยาธใิ บไมต้ บั ท่มี ีสีเดยี วกนั แล้วให้น่งั ลง ครูเดินตรวจความถูกต้อง
ขันท่ี 3 การเรยี นรู้

1) เด็กดูคลิปวีดีโอ เรื่อง โรคพยาธิใบไม้ตับ จากนันครูน้าหุ่นมือพยาธิใบไม้ตับมาสนทนากับเด็ก
เกย่ี วกับเนือหาในเรื่อง โดยครใู ช้คา้ ถามดังนี

- พยาธิใบไมต้ ับมรี ปู รา่ งลักษณะอย่างไร
- อะไรทีเ่ ปน็ สาเหตุของการเกดิ โรคพยาธใิ บไม้ตับ
2) น้าภาพอวัยวะภายในรา่ งกายของคนมาใหเ้ ด็กดู สนทนากับเด็กถึงช่ือและหนา้ ที่ของอวัยวะต่าง ๆ
ท่ีสา้ คญั และเกีย่ วข้อง
3) ครตู ิดบัตรค้าว่าโรคพยาธิใบไม้ตับและโรคมะเรง็ ท่อน้าดบี นกระดาน อา่ นใหเ้ ดก็ ฟังแล้วให้เด็กอ่าน
ตาม จากนันครูถามเด็กว่าชื่อของโรคที่ครูติดบนกระดานเก่ียวข้องกับอวัยวะส่วนไหนของร่างกายบ้าง ขอ
อาสาสมคั รออกมาชอี วยั วะนนั ๆ ในภาพอวยั วะภายในร่างกาย
4) จากค้าตอบของเด็กครูเพ่ิมเติมด้วยการชีให้เห็นอวัยวะท่ีเป็นตับและท่อน้าดีอีกครัง อธิบาย
เชอ่ื มโยงถงึ โรคพยาธิใบไมต้ บั
5) ให้เด็ก ๆ ดูบัตรภาพที่แสดงถึงพฤติกรรมการรับประทานอาหารของคน ท่ีท้าให้เกิดโรคพยาธิไม้
ตับมะเร็งท่อนา้ ดี สนทนากบั เดก็ ดังนี
- คนทเี่ ป็นโรคพยาธิใบไม้ตบั และมะเร็งท่อน้าดี เกดิ จากอะไร
- อันตรายของโรคนีมอี าการเป็นอย่างไร
- ถ้ามคี นป่วยด้วยโรคนีในครอบครัว เด็ก ๆ จะรู้สกึ อยา่ งไร
- สนทนาเพ่มิ เติมเก่ียวกับสาเหตุการเกิดโรคพยาธใิ บไม้ตับและอันตรายของโรค
ขันที่ 4 สรปุ ผลการเรยี นรู้
ครูน้าภาพที่แสดงถึงพฤตกิ รรมการรบั ประทานอาหารของคนที่ท้าใหเ้ กิดโรคพยาธไิ ม้ตบั มาให้เด็กดูอีก
ครงั สนทนาสรปุ เกย่ี วกบั สาเหตกุ ารเกดิ โรคและอันตรายของโรคพยาธใิ บไม้ตบั
ขันท่ี 5 การประยุกต์ใช้
ครูแนะน้ากิจกรรมในสมุดเสริมประสบการณ์การเรียนรู้ กิจกรรมที่ 3 ระบายสีภาพที่เป็นสาเหตุของ
การเกดิ โรคพยาธใิ บไมต้ บั
6. สอ่ื การเรียนรู้
1) เกมจบั คู่พยาธิใบไมต้ บั
2) คลปิ วดี ีโอ เรอื่ ง พยาธิใบไมต้ ับ
3) หนุ่ มือพยาธใิ บไมต้ บั
4) บตั รคา้ โรคพยาธิใบไม้ตบั และโรคมะเรง็ ท่อน้าดี
5) ภาพอวยั วะภายในร่างกายของคน
6) ภาพพฤติกรรมทก่ี อ่ ให้เกิดโรคพยาธิใบไม้ตบั

54

7. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้ วธิ ีการวดั /การประเมนิ เคร่ืองมือ เกณฑ์
สิง่ ที่ตอ้ งการวดั
1) บอกความหมายของโรค สังเกตการตอบค้าถาม แ บ บ สั ง เ ก ต แ ล ะ เด็กผ่านการประเมิน
พยาธใิ บไมต้ ับได้ ของเดก็ บนั ทึกพฤตกิ รรม ระดบั 2 ขึนไปถือว่าผา่ น

2) บอกสาเหตขุ องการเกดิ โรค สังเกตการตอบค้าถาม แ บ บ สั ง เ ก ต แ ล ะ เด็กผ่านการประเมิน
พยาธใิ บไม้ตับได้ ของเดก็ บนั ทึกพฤตกิ รรม ระดับ 2 ขึนไปถือวา่ ผา่ น

3) สามารถสังเกต และจดจ้า สังเกตพฤติกรรมของ แ บ บ สั ง เ ก ต แ ล ะ เด็กผ่านการประเมิน
รปู ร่างลกั ษณะของพยาธิใบไม้ เดก็ บันทึกพฤติกรรม ระดบั 2 ขนึ ไปถือว่าผ่าน
ตบั ได้

4) เห็นความส้าคัญของการ สังเกตการตอบค้าถาม แ บ บ สั ง เ ก ต แ ล ะ เด็กผ่านการประเมิน
ป้องกันการเกิดโรคพยาธิใบไม้ ของเดก็ บันทึกพฤตกิ รรม ระดบั 2 ขนึ ไปถอื ว่าผ่าน
ตบั

เกณฑ์
1) บอกความหมายของโรคพยาธิใบไม้ตับได้
ระดับ 3 : บอกวงจรการเกดิ พยาธใิ บไม้ตับ การเข้าสู่ร่างกายคนของพยาธใิ บไมต้ บั ไดด้ ้วยตนเอง
ระดบั 2 : บอกชือ่ และความสมั พันธข์ องสตั วท์ ่ีเก่ียวข้องกับพยาธใิ บไมต้ ับได้โดยมผี ชู้ แี นะ
ระดบั 1 : ไมส่ ามารถบอกชอื่ และความสัมพันธ์ของสัตวท์ ี่เก่ยี วข้องกบั พยาธิใบไมต้ ับได้
2) บอกสาเหตุของการเกิดโรคพยาธิใบไมต้ ับได้
ระดบั 3 : บอกสาเหตขุ องการเกิดโรคพยาธิใบไม้ตบั ไดด้ ้วยตนเอง
ระดบั 2 : บอกสาเหตขุ องการเกดิ โรคพยาธใิ บไมต้ บั ไดโ้ ดยมผี ชู้ ีแนะ
ระดบั 1 : ไม่สามารถบอกสาเหตขุ องการเกดิ โรคพยาธิใบไมต้ บั ได้
3) สามารถสงั เกต และจดจ้ารูปร่างลักษณะของพยาธิใบไม้ตับได้
ระดบั 3 : สามารถสังเกต และจดจ้ารปู ร่างลักษณะของพยาธิใบไม้ตบั ได้ดว้ ยตนเอง
ระดับ 2 : สามารถสังเกต และจดจ้ารปู ร่างลักษณะของพยาธิใบไม้ตับได้โดยมผี ชู้ แี นะ
ระดับ 1 : ไม่สามารถสังเกต และจดจา้ รปู รา่ งลักษณะของพยาธใิ บไมต้ ับได้
4) เหน็ ความสา้ คญั ของการป้องกนั การเกิดโรคพยาธิใบไม้ตบั
ระดบั 3 : บอกวธิ ีการปอ้ งกนั การเกิดโรคพยาธิใบไม้ตับไดด้ ้วยตนเอง
ระดับ 2 : บอกวธิ กี ารป้องกันการเกดิ โรคพยาธิใบไม้ตับได้โดยมีผชู้ ีแนะ
ระดับ 1 : ไมส่ ามารถบอกวธิ กี ารปอ้ งกันการเกิดโรคพยาธใิ บไมต้ บั ได้

55

8. บนั ทกึ หลังการจัดประสบการณ์
ผลการจัดประสบการณ์
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ปัญหาและอปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่อื ......................................................
(............................................................)

ครผู ู้สอน

56

ภาคผนวก
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 1 ชอ่ื หน่วย พยาธิใบไมต้ บั ...ตัวรา้ ย

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 3 เร่ือง โรคพยาธใิ บไมต้ ับ

57

1) เกมจับคพู่ ยาธิใบไมต้ ับ

58

2) คลปิ วดี ีโอ เรอ่ื ง พยาธิใบไม้ตบั

ทีม่ า https://www.youtube.com/watch?v=je2Jh3LLwGA
3) ภาพอวยั วะภายในร่างกาย

ทม่ี า https://www.scb.co.th
ท่มี า www.123kidsfun.com
4) บัตรคา้ โรคพยาธิใบไมต้ บั และโรคมะเร็งท่อน้าดี

โรคพยาธิใบไม้ตับ โรคมะเรง็ ท่อนา้ ดี

59

5) ภาพพฤตกิ รรมทกี่ ่อใหเ้ กิดโรค

รบั ประทานปลาดิบ การขับถ่ายทไี่ มถ่ ูกสุขลักษณะ

ให้สตั ว์เลียงกนิ ปลาดิบ บ้านสกปรกไมถ่ กู สุขลกั ษณะ

60

แบบสงั เกตและบนั ทกึ พฤตกิ รรม
คา้ ชีแจง ให้ผปู้ ระเมนิ สงั เกตเดก็ แล้วท้าเครอ่ื งหมาย √ ลงในช่องระดบั คา่ คะแนนที่ตรงกบั ความเป็นจรงิ

ในแต่ละรายการและบันทึกผลทไ่ี ด้จากการสงั เกตลงในชอ่ งทกี่ ้าหนดให้

รายการประเมนิ
ความหมาย ช่อื และ สงั เกต เห็นความ
โรคพยาธิ ความ จดจ้ารูปร่าง สา้ คัญการ สรุปผล บนั ทกึ การ
ท่ี ชอ่ื – สกลุ ใบไม้ตบั สัมพันธ์ของ ปอ้ งกัน รวม ผา่ น/ สงั เกต
ไมผ่ า่ น เพ่ิมเติม
สตั ว์ที่ โรค
เก่ียวขอ้ ง
3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 12

ขอ้ เสนอแนะเพิม่ เติม
..............................................................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................

ลงช่อื .................................................ผปู้ ระเมิน

(..............................................)

61

เกณฑก์ ารผา่ น
เด็กตอ้ งได้คะแนนประเมนิ ในระดบั 2 ขนึ ไปทกุ ข้อ

คา้ อธิบายคณุ ภาพเกณฑก์ ารประเมนิ
1) บอกความหมายของโรคพยาธใิ บไม้ตบั ได้
ระดับ 3 : บอกวงจรการเกดิ พยาธใิ บไมต้ บั การเข้าสู่ร่างกายคนของพยาธใิ บไม้ตับไดด้ ว้ ยตนเอง
ระดบั 2 : บอกช่ือและความสัมพนั ธข์ องสตั วท์ ่ีเก่ียวขอ้ งกับพยาธิใบไม้ตบั ไดโ้ ดยมผี ้ชู แี นะ
ระดบั 1 : ไม่สามารถบอกชื่อและความสมั พนั ธ์ของสตั วท์ เี่ กย่ี วขอ้ งกับพยาธใิ บไมต้ ับได้
2) บอกสาเหตขุ องการเกิดโรคพยาธิใบไม้ตับได้
ระดบั 3 : บอกสาเหตุของการเกิดโรคพยาธใิ บไมต้ บั ได้ดว้ ยตนเอง
ระดบั 2 : บอกสาเหตุของการเกดิ โรคพยาธิใบไมต้ ับไดโ้ ดยมีผู้ชีแนะ
ระดบั 1 : ไม่สามารถบอกสาเหตุของการเกดิ โรคพยาธิใบไมต้ บั ได้
3) สามารถสงั เกต และจดจ้ารูปรา่ งลักษณะของพยาธใิ บไมต้ บั ได้
ระดับ 3 : สามารถสังเกต และจดจ้ารปู ร่างลักษณะของพยาธใิ บไมต้ บั ไดด้ ว้ ยตนเอง
ระดับ 2 : สามารถสังเกต และจดจ้ารูปร่างลกั ษณะของพยาธใิ บไมต้ บั ไดโ้ ดยมีผชู้ แี นะ
ระดับ 1 : ไม่สามารถสังเกต และจดจ้ารูปรา่ งลักษณะของพยาธิใบไม้ตบั ได้
4) เห็นความส้าคญั ของการปอ้ งกนั การเกิดโรคพยาธใิ บไม้ตับ
ระดบั 3 : บอกวิธกี ารป้องกนั การเกิดโรคพยาธใิ บไมต้ ับไดด้ ว้ ยตนเอง
ระดับ 2 : บอกวธิ ีการป้องกนั การเกดิ โรคพยาธิใบไม้ตบั ไดโ้ ดยมีผ้ชู ีแนะ
ระดับ 1 : ไม่สามารถบอกวิธกี ารปอ้ งกนั การเกิดโรคพยาธใิ บไม้ตบั ได้

62

แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน
ภายใต้โครงการวิจยั หลกั สูตรเสรมิ สร้างการปอ้ งกันโรคพยาธิใบไมต้ บั และมะเร็งท่อน้าดี
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 ชื่อหนว่ ย พยาธิใบไมต้ บั ...ตัวร้าย ระดบั ปฐมวัย (5-6 ปี)
แผนการจัดการเรียนรู้กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ์ ที่ 4 เร่ือง เราติดโรคพยาธใิ บไมต้ บั ไดอ้ ย่างไรเวลา 1 คาบ
...................................................................................................................................................................
1. ผลการเรยี นรู้
ด้านความรู้
1. โรคที่เกิดจากพยาธใิ บไม้ตบั พยาธิใบไม้ตับ
1) อธบิ ายเกีย่ วกบั วงจรการเกดิ โรคพยาธใิ บไมต้ ับและการเขา้ สู่ร่างกายคนของพยาธิใบไม้ตบั
2) บอกความสมั พันธ์ของสัตวท์ เี่ กยี่ วข้องกับพยาธิใบไมต้ บั ได้
2. สาระสา้ คัญ
เมื่อคน สนุ ัขและแมวรบั ประทานปลาดิบแลว้ ถ่ายอุจจาระลงในแหล่งนา้ ไข่ของพยาธิใบไมต้ ับท่ปี ะปน
มากับอุจจาระจะอยู่ในน้า หอยไซจะกนิ ไข่ของพยาธเิ ข้าไป และฟักเป็นตัวอ่อนจ้านวนมาก ตัวอ่อนเหล่านีจะ
ออกจากหอยว่ายอยใู่ นน้า เมื่อพบปลาน้าจืดกลุ่มวงศ์ตะเพียน จะไชเข้าไปอาศัยอยู่ใต้เกล็ดและเนอื ปลา แล้ว
เจริญเติบโตจนเป็นตวั อ่อนพยาธิใบไม้ตับ เมอื่ คนหรอื สตั ว์เลยี งรับประทานปลาดิบ ก็จะไดร้ ับพยาธิตดิ ตอ่ เข้าสู่
ร่างกายอีกครัง
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) บอกการเข้าสู่ร่างกายคนของพยาธิใบไม้ตับได้
2) บอกชอ่ื และความสัมพนั ธข์ องสตั วท์ เ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั พยาธใิ บไมต้ ับได้
3) เรยี งล้าดบั วงจรการเกิดโรคพยาธใิ บไม้ตบั ได้
4) ตระหนักถงึ สาเหตกุ ารเกดิ วงจรของโรคพยาธใิ บไม้ตบั
4. สาระการเรียนรู้
4.1 สาระท่ีควรเรยี นรู้
1) วงจรการเกิดโรคพยาธิใบไม้ตับ พยาธิใบไม้ตบั อาศัยอยู่ในท่อน้าดีของตับ เมอ่ื พยาธอิ อกไข่ ไข่
จะออกมาในล้าไส้ และปนออกมากับอุจาระลงแหล่งน้า เม่ือหอยไซกินไข่เข้าไป พยาธิจะเจริญเติบโตเป็นตัว
อ่อนอยู่ในหอย ต่อมาออกจากหอยไปเจรญิ ต่อในปลา เป็นตัวอ่อนระยะติดต่อ เมื่อคนบริโภคปลาท่ีปรุงไมส่ ุก
ตวั ออ่ นกจ็ ะเจริญเป็นพยาธติ วั เตม็ วยั ในท่อนา้ ดี (สถาบันวิจยั มะเรง็ ท่อน้าดี, 2556)
2) สตั ว์ท่คี วามสัมพันธ์เก่ยี วข้องกับพยาธิใบไม้ตบั
(รายละเอียดอยใู่ นสว่ นท่ี 2 รายละเอียดสาระทคี่ วรรู้)
4.2 ประสบการณส์ ้าคัญ
1) การทายปริศนา
2) การฟังนิทาน
3) การรว่ มสนทนาและแลกเปลยี่ นความคิดเหน็
4) การเรียงล้าดบั วงจรการเกิดโรคพยาธิใบไมต้ บั
5) การเล่นและการทา้ งานรว่ มกบั ผอู้ นื่

63

5. กิจกรรมการเรียนรู้
ขันที่ 1 เตรียมความพร้อม

เตรียมความพร้อมด้วยกิจกรรมบริหารสมองการเคลื่อนไหวสลับข้างด้วยท่า “จีบ” เพ่ือกระตุ้นให้
สมองซีกซ้ายและซกี ขวาท้างานประสานสัมพนั ธ์กัน ผ่อนคลายพร้อมท่ีจะเรียนรู้ โดยให้เด็กยกมือทังสองขา้ ง
ขึนมา มือขวาท้าท่าจีบ โดยใช้นิวหัวแม่มือประกบกับนวิ ชี ส่วนนิวที่เหลือให้เหยียดออกไป มือซ้ายท้าเป็นรูป
ตัวแอล (L) โดยให้กางนิวหัวแม่มือกับนิวชีออกไป ส่วนนิวที่เหลือก้าไว้ และสลับเปล่ียนเป็นจีบด้วยมือซ้าย
สว่ นมอื ขวาท้าเป็นรปู ตวั แอล (L) ทา้ สลับไปมา 10 ครงั
ขันท่ี 2 กระต้นุ การเรียนรู้

1) ครูน้าหุ่นมือพยาธิใบไม้ตับมาสนทนาพูดคุยกับเด็ก ดังนี “วันนีพี่พยาธิใบไมต้ ับมีปริศนาค้าทายมา
ถามเด็ก ๆ ว่า ฉันคือตัวอะไร ใช้ครีบใช้หาง เคลื่อนไหวนา้ ทาง อยู่ในน้าเอย..” (ค้าตอบที่ถูกต้องคือ ปลา พูด
พรอ้ มกับน้าหุ่นปลาตะเพียนขนึ มา)

2) พี่พยาธิใบไม้ตับพูดกับเด็ก ๆ ว่า “พ่ีพยาธิใบไม้ตับจะเข้าไปแอบอยู่ในปลาตะเพียน เด็ก ๆ ห้าม
บอกใครนะว่าพแ่ี อบอยู่ในนี”
ขนั ท่ี 3 การเรยี นรู้

1) เดก็ ๆ ฟังนิทานเร่อื ง “แคนคนู กบั ลุงทูนนกั หาปลา” กอ่ นเล่านทิ านครอู ่านชื่อเรื่อง ชื่อผู้แตง่ ชอื่ ผู้
วาดภาพประกอบ ขณะที่เล่าครูกระตุ้นให้เด็กสนใจฟังนิทาน เมื่อฟังนิทานจบแล้วสนทนาเกี่ยวกับเนือหาใน
นทิ าน โดยครใู ชค้ า้ ถามเพ่อื กระตุน้ การเรยี นรู้ ดังนี

- ในนิทานเรื่องนมี ีตวั ละครอะไรบา้ ง
- เหตกุ ารณ์ในนทิ านเรอ่ื งนเี กิดขนึ ที่ไหน
- ตัวละครในนทิ านกา้ ลังท้าอะไร
- เดก็ ๆ คดิ ว่าตวั ละครเหล่านีจะน้าปลาท่หี ามาได้ไปทา้ อะไร
2) น้าภาพปลาวงศ์ตะเพียนติดบนกระดาน สนทนากับเด็กว่า นี่คือปลาที่แคน คูน ลุงทูนและคุณพ่อ
จับได้ ครูชีไปที่บัตรภาพอ่านช่ือปลาแล้วให้เด็กอ่านตาม จากนันอธิบายถึงความสัมพันธ์ระหว่างปลาวงศ์
ตะเพยี นและพยาธใิ บไม้ตบั
- เพราะอะไรปลาวงศต์ ะเพียนกับพยาธิใบไม้ตับจึงอย่ดู ้วยกนั
- พยาธิพยาธใิ บไม้ตบั จะอย่สู ่วนไหนของปลา
- อะไรเปน็ สาเหตุของการเกดิ โรคพยาธใิ บไม้ตบั
3) ครูน้าภาพวงจรการเกิดโรคพยาธิใบไม้ตับมาให้เด็กดู โดยในภาพวงจรจะมีตัวเลขประกอบ ได้แก่
ภาพที่ 1 คนกินปลาดิบท่ีมีตัวอ่อนระยะติดต่อของพยาธิใบไม้ตับ ภาพที่ 2 ไข่พยาธิเข้าสู่ร่างกายและเติบโต
เป็นตัวเต็มวัยในท่อน้าดี ภาพท่ี 3 คนไปถ่ายอุจาระในที่สาธารณะ ภาพท่ี 4 ไข่พยาธิใบไม้ตับปนมากับอุจาระ
ภาพที่ 5 ไขพ่ ยาธิถกู หอยไซกินและเจรญิ เตบิ โตเปน็ ตวั อ่อนพยาธิ ภาพท่ี 6 พยาธติ วั ออ่ นว่ายน้าเข้าไปแทรกใต้
เกล็ดปลา และเจริญเตบิ โตเปน็ ตวั อ่อนระยะตดิ ตอ่
4) สนทนาเกยี่ วกับวงจรการเขา้ สูร่ า่ งกายคนของพยาธิใบไม้ตับตามวงจรการเกิดโรค ดังนี
- เมื่อคนหรือสัตว์เลียง เช่น สุนัข แมว รับประทานปลาดิบท่ีมีตัวอ่อนระยะติดต่อของพยาธิ
ใบไม้ตบั ท้าใหไ้ ขพ่ ยาธิเข้าสู่รา่ งกายและเติบโตเป็นตัวเต็มวยั ในท่อน้าดี เมือ่ คนหรอื สัตว์เลยี งถ่ายอุจจาระลงใน
แหลง่ น้าแล้ว ไข่ของพยาธิใบไมต้ บั ทป่ี ะปนมากับอุจจาระจะอยใู่ นน้า หอยไซจะกนิ ไขข่ องพยาธิเข้าไป และฟัก

64

เปน็ ตวั อ่อนจา้ นวนมาก ตัวอ่อนเหล่านจี ะออกจากหอยว่ายอยใู่ นน้า เมอ่ื พบปลานา้ จดื กลมุ่ วงศ์ตะเพียน จะไช
เขา้ ไปอาศัยอย่ใู ต้เกล็ดและเนอื ปลา แลว้ เจริญเตบิ โตจนเปน็ ตวั อ่อนพยาธิใบไมต้ ับ ดงั นนั เม่อื คน สุนัข และแมว
กนิ ปลาดิบทม่ี ไี ข่พยาธใิ บไมต้ ับเข้าไปก็จะเริ่มวงจรขันท่ี 1 ใหม่ เกดิ เป็นวงจรการติดเชอื ไมร่ ู้จบ
5) แบ่งเด็กออกเป็นกลุ่มๆ 4-5 คน (ด้วยการนับเลข) นั่งเป็นวงกลม ครูแจกเกมการศึกษาชุด
เรียงล้าดับวงจรการเกิดพยาธิใบไม้ตับกลุ่มละ 1 ชุด ให้เด็ก ๆ ช่วยกันเรียงล้าดับวงจรการเกิดโรคพยาธใิ บไม้
ตบั
6) ให้เด็ก ๆ นา้ ภาพทแ่ี จกให้วางลงในวงกลมตามลา้ ดบั ของการเกดิ พยาธใิ บไม้ตบั ครูคอยแนะนา้ และ
ตรวจความถูกต้อง
ขันที่ 4 สรปุ ผลการเรยี นรู้
นา้ ภาพวงจรการเกิดโรคพยาธิใบไม้ตับมาให้เด็กดูอีกครัง และร่วมกนั สรปุ เร่ืองวงจรการเกิดโรคพยาธิ
ใบไม้ตับและความสัมพนั ธข์ องสัตวท์ ีเ่ ก่ยี วขอ้ งกับพยาธิใบไมต้ บั
ขันที่ 5 การประยกุ ตใ์ ช้
ครูแนะน้ากิจกรรมในสมุดเสริมประสบการณ์การเรียนรู้ กิจกรรมที่ 4 ตัดติดภาพวงจรการเกิดโรค
พยาธใิ บไมต้ บั
6. สือ่ การเรยี นรู้
1) หุ่นพยาธิใบไมต้ ับและหนุ่ ปลาตะเพยี น
2) ปริศนาคา้ ทาย
3) นทิ านเรอ่ื ง “แคนคนู กบั ลุงทูนนักหาปลา”
4) ภาพปลาวงศต์ ะเพยี น
5) ภาพวงจรการเกดิ พยาธใิ บไมต้ ับ
6) เกมการศกึ ษาเรยี งลา้ ดบั วงจรการเกิดพยาธิใบไมต้ บั
7) สมุดกจิ กรรมเสริมประสบการณ์การเรียนรู้
7. การประเมินผลการเรียนรู้
สิ่งท่ีต้องการวดั วิธกี ารวดั /การประเมิน เครือ่ งมอื เกณฑ์
1) บอกวงจรการเกดิ พยาธิใบไม้ สังเกตการตอบค้าถามของ แบบสังเกตและ เด็กผ่านการประเมิน
ตับ การเข้าสู่ร่างกายคนของ เดก็ บนั ทกึ พฤติกรรม ระดับ 2 ขึนไปถือว่า
พยาธิใบไมต้ บั ได้ ผ่าน

2) บอกช่ือและความสัมพันธ์ สังเกตการตอบค้าถามของ แบบสังเกตและ เด็กผ่านการประเมิน
ของสัตว์ที่เก่ียวข้องกับพยาธิ เดก็ บันทึกพฤติกรรม ระดับ 2 ขึนไปถือว่า
ใบไม้ตับได้ ผ่าน

3) การเรียงล้าดับวงจรการเกิด สังเกตการเล่นเกมและ แบบสังเกตและ เด็กผ่านการประเมิน
โรคพยาธใิ บไม้ตับ ตรวจสอบความถกู ต้อง บนั ทกึ พฤติกรรม ระดับ 2 ขึนไปถือว่า
ผา่ น

4) ตระหนักถึงสาเหตุการเกิด สังเกตพฤตกิ รรม แบบสังเกตและ เด็กผ่านการประเมิน
วงจรของโรคพยาธใิ บไม้ตบั บนั ทึกพฤตกิ รรม ระดับ 2 ขึนไปถือว่า
ผา่ น

65

เกณฑก์ ารประเมนิ
1) บอกวงจรการเกิดพยาธิใบไม้ตับ การเขา้ ส่รู ่างกายคนของพยาธใิ บไมต้ บั ได้
ระดับ 3 : บอกวงจรการเกดิ พยาธิใบไม้ตบั การเข้าสู่รา่ งกายคนของพยาธใิ บไมต้ ับได้ ดว้ ยตนเอง
ระดบั 2 : บอกวงจรการเกดิ พยาธิใบไม้ตับ การเขา้ สูร่ า่ งกายคนของพยาธใิ บไม้ตับได้ โดยมผี ชู้ ีแนะ
ระดบั 1 : ไมส่ ามารถบอกวงจรการเกิดพยาธิใบไมต้ บั การเขา้ สรู่ ่างกายคนของพยาธใิ บไมต้ ับได้
2) บอกชอ่ื และความสมั พนั ธข์ องสัตวท์ ่ีเกีย่ วขอ้ งกับพยาธิใบไม้ตับได้
ระดบั 3 : บอกช่อื และความสัมพันธข์ องสัตว์ทีเ่ กย่ี วขอ้ งกบั พยาธใิ บไมต้ ับได้ ด้วยตนเอง
ระดบั 2 : บอกชอ่ื และความสมั พนั ธ์ของสตั วท์ ี่เกยี่ วขอ้ งกับพยาธใิ บไม้ตบั ได้ โดยมผี ู้ชแี นะ
ระดับ 1 : ไม่สามารถบอกชื่อและความสมั พันธข์ องสตั ว์ทเ่ี กย่ี วข้องกบั พยาธใิ บไมต้ บั ได้
3) การเรยี งลา้ ดบั วงจรการเกิดโรคพยาธิใบไม้ตับ
ระดบั 3 : เรียงล้าดบั วงจรการเกดิ โรคพยาธใิ บไมต้ ับไดถ้ กู ตอ้ ง ด้วยตนเอง
ระดับ 2 : เรยี งลา้ ดับวงจรการเกดิ โรคพยาธใิ บไม้ตบั ได้ถกู ตอ้ ง โดยมผี ชู้ แี นะ
ระดบั 1 : ไมส่ ามารถการเรยี งล้าดบั วงจรการเกดิ โรคพยาธใิ บไมต้ บั ได้
4) ตระหนกั ถึงสาเหตกุ ารเกดิ วงจรของโรคพยาธใิ บไมต้ ับ
ระดบั 3 : แสดงพฤตกิ รรมเก่ียวกบั การป้องกันการเกิดวงจรของโรคพยาธิใบไม้ตับได้ด้วยตนเอง
ระดับ 2 : แสดงพฤตกิ รรมเกีย่ วกับการป้องกันการเกดิ วงจรของโรคพยาธิใบไมต้ บั ได้ โดยมผี ูช้ แี นะ
ระดบั 1 : ไม่สามารถแสดงพฤติกรรมเกย่ี วกับการป้องกนั การเกิดวงจรของโรคพยาธใิ บไมต้ บั ได้

8. บนั ทึกหลังการจดั ประสบการณ์
ผลการจัดประสบการณ์
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ปญั หาและอุปสรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ......................................................
(............................................................)

ครผู ูส้ อน

66

ภาคผนวก
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 ชื่อหน่วย พยาธใิ บไม้ตบั ...ตัวร้าย
แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 4 เร่ือง เราติดโรคพยาธิใบไมต้ ับได้อยา่ งไร

67

1) หนุ่ พยาธิใบไม้ตับและห่นุ ปลาตะเพียน

2) นิทานเรือ่ ง “แคนคูนกบั ลุงทนู นกั หาปลา” ผู้แต่ง : นางสาวศริ ิภสั สร ดาบสพี าย
ยามเช้าสดใส อยใู่ นทงุ่ นา
แคนคูนเรงิ รา่ เดินมากบั พอ่
ดสู !ิ ลุงทูน อยนู่ นู่ เดินรอ
ถืออะไรหนอ ไปขอดกู นั
แคนคูนถามว่า ทบ่ี ่าลุงนนั
มีไวท้ ้าไมกนั มันคืออะไร
นี่แหจับปลา ตามมาเร็วไว
ลงุ จะพาไป บึงใกลก้ ลางนา
เมื่อเดนิ มาถึง กลางบงึ กว้างใหญ่
ปลาตะเพียนมากมาย เวยี นวา่ ยไปมา
ลุงทูนถอดเสือ นุง่ ผ้าขาวมา้
หยบิ แหพาดบา่ แล้วหวา่ นออกไป ตู้ม..........
หว่านลงไปแลว้ เอะ๊ ! ติดอะไร
ใช่ปลาหรือไม่ ไหน! มาช่วยกนั ดึง......ฮยุ เล ฮยุ ฮุย เล ฮุย
ดงึ แล้วไม่ขึน เอ๊ะ! ทา้ ยังไง
รวมพลงั กนั ใหม่ รวมใจช่วยกนั
เดก็ เด็กรอ้ งดงั ช่วยกนั ส่งเสยี ง
แลว้ เปล่งส้าเนยี ง ออกมาพร้อมกนั ........ฮุย เล ฮุย ฮุย เล ฮยุ
และในท่สี ุด กท็ า้ สา้ เรจ็
ผู้ใหญ่เด็กเล็ก ร้องเย!่ ดใี จ เย่ เย่ เย่

68 ปลาสร้อยขาว
ปลากระสบู จุด
3) ภาพปลาวงศ์ตะเพยี น ปลากระมัง

ปลาสรอ้ ยนกเขา

ปลาตะเพียนขาว

ปลาตะเพยี นทอง
4) ภาพวงจรการเกิดพยาธใิ บไม้ตบั

69

5) เกมการศึกษาเรียงลา้ ดับวงจรการเกิดพยาธิใบไม้ตบั (บัตรตัวเลน่ )

70

แผน่ ภาพสา้ หรบั วางตัวเลน่

71

แบบสงั เกตและบนั ทึกพฤตกิ รรม
คา้ ชแี จง ให้ผู้ประเมนิ สงั เกตเดก็ แลว้ ทา้ เครื่องหมาย √ ลงในชอ่ งระดบั ค่าคะแนนท่ีตรงกับความเปน็ จริง

ในแต่ละรายการและบนั ทึกผลทไี่ ดจ้ ากการสงั เกตลงในช่องท่ีก้าหนดให้

รายการประเมนิ ตระหนกั
วงจรโรค ชื่อและ เรยี งล้าดบั สาเหตกุ าร
ท่ี ชอ่ื – สกลุ พยาธิ ความ วงจร เกิดวงจร รวม สรุปผล บันทึกการ
ใบไม้ตับ สัมพันธข์ อง ผ่าน/ สังเกต
สตั ว์ท่ี ไมผ่ า่ น เพิม่ เตมิ

เก่ยี วขอ้ ง
3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 12

ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม
..............................................................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .................................................ผปู้ ระเมิน

(..............................................)

72

เกณฑก์ ารผ่าน
เด็กต้องไดค้ ะแนนประเมินในระดบั 2 ขึนไปทุกข้อ

ค้าอธิบายคณุ ภาพเกณฑก์ ารประเมนิ
1) บอกวงจรการเกดิ พยาธิใบไม้ตบั การเขา้ ส่รู า่ งกายคนของพยาธใิ บไมต้ บั ได้
ระดบั 3 : บอกวงจรการเกิดพยาธใิ บไมต้ บั การเข้าสรู่ ่างกายคนของพยาธิใบไม้ตับได้ ดว้ ยตนเอง
ระดบั 2 : บอกวงจรการเกิดพยาธใิ บไมต้ บั การเขา้ สรู่ ่างกายคนของพยาธิใบไมต้ บั ได้ โดยมผี ้ชู ีแนะ
ระดบั 1 : ไม่สามารถบอกบอกวงจรการเกิดพยาธิใบไม้ตับ การเขา้ สรู่ ่างกายคนของพยาธใิ บไมต้ ับได้
2) บอกชอ่ื และความสมั พนั ธข์ องสัตวท์ ่ีเกีย่ วข้องกับพยาธิใบไมต้ ับได้
ระดับ 3 : บอกชอ่ื และความสมั พนั ธ์ของสัตวท์ ี่เกย่ี วขอ้ งกบั พยาธิใบไม้ตับได้ ดว้ ยตนเอง
ระดับ 2 : บอกช่อื และความสมั พนั ธ์ของสตั ว์ทเี่ กย่ี วข้องกบั พยาธิใบไม้ตับได้ โดยมีผู้ชีแนะ
ระดับ 1 : ไมส่ ามารถบอกชื่อและความสัมพนั ธข์ องสัตวท์ ่ีเกีย่ วขอ้ งกบั พยาธใิ บไมต้ บั ได้
3) การเรียงล้าดับวงจรการเกดิ โรคพยาธใิ บไม้ตบั
ระดับ 3 : เรียงลา้ ดับวงจรการเกดิ โรคพยาธใิ บไมต้ บั ได้ถกู ตอ้ ง ดว้ ยตนเอง
ระดับ 2 : เรียงล้าดบั วงจรการเกดิ โรคพยาธิใบไม้ตับไดถ้ ูกต้อง โดยมผี ชู้ แี นะ
ระดบั 1 : ไมส่ ามารถการเรยี งล้าดบั วงจรการเกดิ โรคพยาธใิ บไมต้ บั ได้
4) ตระหนกั ถึงสาเหตกุ ารเกดิ วงจรของโรคพยาธใิ บไม้ตบั
ระดับ 3 : แสดงพฤตกิ รรมเกย่ี วกบั การป้องกนั การเกิดวงจรของโรคพยาธใิ บไมต้ บั ไดด้ ้วยตนเอง
ระดับ 2 : แสดงพฤติกรรมเกี่ยวกบั การปอ้ งกนั การเกดิ วงจรของโรคพยาธใิ บไม้ตับได้ โดยมผี ชู้ ีแนะ
ระดบั 1 : ไมส่ ามารถแสดงพฤตกิ รรมเก่ยี วกบั การป้องกันการเกิดวงจรของโรคพยาธใิ บไมต้ บั ได้

73

แผนการจดั ประสบการณก์ ารเรยี นรโู้ ดยใช้สมองเปน็ ฐาน
ภายใต้โครงการวจิ ยั หลกั สตู รเสริมสร้างการปอ้ งกนั โรคพยาธใิ บไมต้ บั และมะเร็งทอ่ นา้ ดี
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 1 ช่ือหน่วย พยาธใิ บไม้ตับ...ตัวร้าย ระดับปฐมวยั (5-6 ป)ี
แผนการจดั การเรียนรกู้ ิจกรรมเสรมิ ประสบการณท์ ่ี 5 เร่อื ง โรคมะเร็งท่อน้าดคี ืออะไร เวลา 1 คาบ
...................................................................................................................................................................
1. ผลการเรยี นรู้
ด้านความรู้
1. โรคทีเ่ กิดจากพยาธิใบไมต้ บั
1) ระบสุ าเหตุของการเกิดโรคมะเรง็ ทอ่ นา้ ดีได้
2) บอกลักษณะและอาการของผ้ทู ี่ปว่ ยเปน็ โรคมะเรง็ ท่อน้าดีได้
3) รู้วธิ กี ารปฏิบตั ติ นทเี่ หมาะสมต่อผู้ป่วย
ด้านคณุ ลกั ษณะ
1. ตระหนักถึงอันตรายที่เกดิ จากโรคพยาธใิ บไม้ตบั และมะเร็งท่อน้าดี
1) เกดิ ความตระหนกั ถงึ อันตรายทเ่ี กิดจากโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งทอ่ นา้ ดี
2. สาระสา้ คัญ
โรคมะเร็งทอ่ นา้ ดี เป็นการอกั เสบเรือรงั ของท่อน้าดี เป็นผลจากการดดู เกาะของพยาธิใบไมต้ ับ อาการ
ของผู้ท่ีป่วยเป็นโรคมะเร็งท่อน้าดี จะมีลักษณะเหน่ือยอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้าหนักตัวลดลง อึดอัด แน่น
ท้อง มไี ข้ไมท่ ราบสาเหตุ ตัวเหลอื ง ตาเหลอื ง คันบรเิ วณผวิ หนงั ทอ้ งโต ขาบวม คล้าหน้าท้องพบก้อนโต โดย
ผปู้ ่วยอาจเสียชีวิตได้
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1) บอกสาเหตขุ องการเกิดโรคมะเร็งท่อน้าดไี ด้
2) บอกลกั ษณะ อาการ และการปฏิบตั ิตนต่อผู้ป่วยโรคมะเร็งท่อน้าดไี ด้
3) สนทนาแลกเปลย่ี นความคิดเห็นเกี่ยวกบั โรคมะเรง็ ทอ่ น้าดไี ด้
4) ตระหนักถึงอันตรายของโรคมะเรง็ ทอ่ น้าดี
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 สาระทีค่ วรเรียนรู้
1) ความหมายและสาเหตกุ ารเกิดโรคมะเรง็ ทอ่ นา้ ดี
2) ลักษณะ อาการและการปฏบิ ตั ติ นตอ่ ผปู้ ว่ ยโรคมะเร็งท่อนา้ ดี
3) อนั ตรายของโรคมะเร็งท่อน้าดี
โรคมะเร็งท่อน้าดี เกิดจากหลายสาเหตุ โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่ท้าให้เกิดโรค ได้แก่ การติดเชือพยาธิ
ใบไมใ้ นตับจากการรับประทานอาหารสกุ ๆ ดบิ ๆ โดยเฉพาะปลาน้าจดื ทีม่ ีเกล็ด เชน่ ก้อยปลา ปลาดิบ ปลาร้า
ทีไ่ ม่สุก ซึ่งเป็นการอกั เสบเรอื รงั ของทอ่ น้าดี เปน็ ผลจากการดูดเกาะของพยาธิใบไม้ตับ อาการของผูท้ ่ปี ว่ ยเป็น
โรคมะเร็งท่อน้าดี จะมีลักษณะเหน่อื ยอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้าหนักตัวลดลง อึดอัด แน่นท้อง มีไข้ไม่ทราบ
สาเหตุ (สถาบันวจิ ัยมะเรง็ ท่อน้าดี, 2560)
(รายละเอยี ดอย่ใู นสว่ นที่ 2 รายละเอยี ดสาระทคี่ วรร้)ู

74 73

4.2 ประสบการณ์สา้ คัญ
1) การฟังนิทาน
2) การสนทนา แลกเปล่ยี นความคิดเห็น
3) การพูดอธิบายเกี่ยวกบั เหตกุ ารณแ์ ละความสัมพนั ธข์ องการเกิดโรค

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขนั ที่ 1 เตรียมความพร้อม

เตรียมความพร้อมด้วยกิจกรรมบริหารสมองด้วยท่า “เส้นขยุกขยิกคู่” เพื่อส่งเสริมการรับส่งข้อมูล
ของสมองซีกซ้ายและขวา ประสานการท้างานของมือและตา โดยให้เด็กยืนตรง ชูนิวชีทังสองข้างไปด้านหนา้
ลากนวิ มืออีกข้างวาดตามไปพร้อม ๆ กัน ภาพทีว่ าดจะสะทอ้ นกลับซ่งึ กนั และกนั เหมอื นการสอ่ งกระจก ปฏบิ ตั ิ
ซ้าอีกโดยเปลย่ี นจากเสน้ รปู ทรงเปน็ เส้นอสิ ระตามจินตนาการ
ขันที่ 2 กระต้นุ การเรยี นรู้

1) เด็ก ๆ ฟังนิทานเร่ือง “ลุงทูน...ไม่สบาย” ก่อนเล่านิทานครูอ่านชื่อเร่ือง ช่ือผู้แต่ง ช่ือผู้วาด
ภาพประกอบ และสนทนาดับเด็กว่า เม่ือดูภาพหน้าปกแล้วเด็ก ๆ คิดว่านิทานเร่ืองนีเป็นเร่ืองเกี่ยวกับอะไร
ขณะท่ีเล่าครูกระตนุ้ ให้เดก็ สนใจฟงั นทิ าน

2) เมอื่ ฟงั นิทานจบแล้วสนทนาเกยี่ วกับเนือหาในนิทาน โดยครูใชค้ า้ ถาม ดังนี
- นทิ านเรอ่ื งนมี เี หตกุ ารณ์อะไรเกิดขึนบ้าง
- ลกั ษณะ อาการป่วยของลงุ ทูนเป็นอย่างไร
- เดก็ ๆ คดิ ว่าลงุ ทูนไมส่ บายด้วยโรคอะไร
- เด็ก ๆ คิดว่าอะไรเปน็ สาเหตทุ ท่ี ้าใหล้ งุ ทูนไม่สบาย

ขันท่ี 3 การเรียนรู้
1) น้าโปสเตอร์เก่ียวกับโรคมะเร็งท่อน้าดีมาให้เด็กดู จากนันเด็กและครูร่วมกันสนทนาเก่ียวกับ

โรคมะเร็งท่อน้าดี เปน็ การอกั เสบเรอื รงั ของทอ่ น้าดี ซ่งึ เปน็ ผลจากการดดู เกาะของพยาธใิ บไมต้ บั
2) น้าภาพผปู้ ว่ ยมะเร็งท่อน้าดีมาให้เด็กดู ให้เดก็ สังเกตภาพ พรอ้ มบอกลกั ษณะของผปู้ ่วย (ซึ่งเด็กได้

เรียนรจู้ ากนิทานในขันกระต้นุ การเรยี นร)ู้
3) จากนนั ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ ว่า ผู้ปว่ ยโรคมะเร็งท่อน้าดีจะมีลกั ษณะตัวเหลอื ง ตาเหลอื ง อดึ อัด แน่น

ท้อง มีไข้ไม่ทราบสาเหตุ คันบริเวณผิวหนัง เหนื่อยอ่อนเพลีย เบ่ืออาหาร น้าหนักตัวลดลง คลื่นไส้ อาเจียน
คลา้ หนา้ ทอ้ งพบก้อนโต ผู้ป่วยโรคมะเร็งทอ่ นา้ ดี หากไม่สามารถรักษาได้อยา่ งทันทว่ งทกี ็จะนา้ มาสู่การเสยี ชีวิต
ในที่สดุ และใชค้ ้าถามดังนี

- ถา้ บคุ คลในครอบครวั ของเดก็ ๆ มผี ู้ทีป่ ว่ ยเป็นโรคมะเร็งทอ่ น้าดี เด็ก ๆ จะมวี ิธกี ารปฏบิ ัติ
ตนต่อผูป้ ว่ ยอย่างไร

- เด็ก ๆ มีวธิ ีการป้องกนั ตนเองใหป้ ลอดภยั จากโรคมะเรง็ ท่อนา้ ดีได้อย่างไร
ขนั ที่ 4 สรปุ ผลการเรยี นรู้

ครูเปิดนิทาน“ลุงทูน...ไม่สบาย” อีกครัง พร้อมกับให้เด็กสรุปเรื่องสาเหตุการเกิดโรค ลักษณะอาการ
ของผปู้ ว่ ยและอนั ตรายของโรคมะเรง็ ท่อนา้ ดี

74 75

ขันที่ 5 การประยุกตใ์ ช้
ครแู นะนา้ กจิ กรรมในสมดุ เสริมประสบการณก์ ารเรียนรู้ กจิ กรรมท่ี 5 วาดภาพลกั ษณะของผปู้ ่วยด้วย
โรคพยาธใิ บไมต้ ับและมะเรง็ ทอ่ น้าดี
6. ส่ือการเรยี นรู้
1) นทิ านเรือ่ ง “ลงุ ทูน...ไมส่ บาย”
2) โปสเตอร์เกีย่ วกบั มะเร็งท่อน้าดี
3) ภาพผ้ปู ่วยมะเร็งทอ่ น้าดี
4) สมดุ กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณก์ ารเรียนรู้
7. การประเมินผลการเรียนรู้
สง่ิ ทตี่ ้องการวัด วธิ กี ารวดั /การประเมนิ เคร่อื งมอื เกณฑ์
1) บอกสาเหตุของการเกิด สังเกตการตอบค้าถามของ แบบสังเกตและ เด็กผ่านการประเมิน
โรคมะเร็งท่อนา้ ดไี ด้ เด็ก บนั ทึกพฤติกรรม ระดับ 2 ขึนไปถือว่า
ผา่ น

2) บอกลักษณะและอาการของ สงั เกตการตอบคา้ ถามของ แบบสังเกตและ เด็กผ่านการประเมิน
ผู้ท่ีป่วยเป็นโรคมะเร็งท่อน้าดี เดก็ บนั ทึกพฤติกรรม ระดับ 2 ขึนไปถือว่า
ได้ ผ่าน

3) สนทนาแลกเปลี่ยนความ สั ง เ ก ต ก า ร ส น ท น า แบบสังเกตและ เด็กผ่านการประเมิน
คิดเห็นเกี่ยวกับโรคมะเร็งท่อ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น บนั ทกึ พฤติกรรม ระดับ 2 ขึนไปถือว่า
นา้ ดไี ด้ ของเด็ก ผ่าน

4) ตระหนักถึงอันตรายของ สงั เกตการตอบค้าถามของ แบบสังเกตและ เด็กผ่านการประเมิน
โรคมะเร็งทอ่ น้าดีได้ เด็ก บนั ทกึ พฤตกิ รรม ระดับ 2 ขึนไปถือว่า
ผา่ น

เกณฑก์ ารประเมนิ
1) บอกสาเหตขุ องการเกดิ โรคมะเรง็ ทอ่ นา้ ดไี ด้
ระดับ 3 : บอกสาเหตขุ องการเกิดโรคมะเร็งท่อนา้ ดไี ด้ด้วยตนเอง
ระดบั 2 : บอกสาเหตขุ องการเกดิ โรคมะเร็งท่อนา้ ดีไดโ้ ดยมผี ้ชู แี นะ
ระดบั 1 : ไม่สามารถบอกบอกสาเหตขุ องการเกิดโรคมะเร็งท่อนา้ ดีได้
2) บอกลักษณะและอาการของผูท้ ี่ปว่ ยเปน็ โรคมะเรง็ ทอ่ น้าดไี ด้
ระดับ 3 : บอกลกั ษณะและอาการของผทู้ ่ีป่วยเป็นโรคมะเรง็ ทอ่ น้าดีได้ดว้ ยตนเอง
ระดับ 2 : บอกลกั ษณะและอาการของผทู้ ปี่ ่วยเป็นโรคมะเรง็ ท่อน้าดไี ดโ้ ดยมีผ้ชู ีแนะ
ระดบั 1 : ไม่สามารถบอกลกั ษณะและอาการของผูท้ ี่ป่วยเป็นโรคมะเร็งท่อน้าดีได้
3) สนทนาแลกเปลยี่ นความคิดเหน็ เก่ยี วกบั โรคมะเร็งทอ่ น้าดไี ด้
ระดับ 3 : สนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเหน็ เก่ียวกับโรคมะเรง็ ท่อนา้ ดีได้ ด้วยตนเอง
ระดับ 2 : สนทนาแลกเปล่ยี นความคดิ เหน็ เกี่ยวกับโรคมะเรง็ ท่อนา้ ดีได้ โดยมผี ูช้ แี นะ
ระดบั 1 : ไม่สามารถสนทนาแลกเปลย่ี นความคดิ เห็นเก่ียวกบั โรคมะเร็งทอ่ น้าดไี ด้

76

4) ตระหนักถงึ อันตรายของโรคมะเร็งทอ่ น้าดไี ด้
ระดับ 3 : บอกอันตรายของโรคมะเร็งทอ่ น้าดไี ด้ดว้ ยตนเอง
ระดับ 2 : บอกอนั ตรายของโรคมะเร็งท่อนา้ ดไี ด้โดยมีผูช้ แี นะ
ระดับ 1 : ไมส่ ามารถบอกอนั ตรายของโรคมะเรง็ ท่อนา้ ดไี ด้

8. บนั ทกึ หลังการจัดประสบการณ์
ผลการจดั ประสบการณ์
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ปญั หาและอปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ......................................................
(............................................................)

ครูผ้สู อน

77

ภาคผนวก
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 ชือ่ หน่วย พยาธิใบไม้ตบั ...ตัวร้าย
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 5 เรอ่ื ง โรคมะเร็งท่อนา้ ดคี อื อะไร

78

1. นทิ านเรือ่ ง “ลุงทูน...ไมส่ บาย” ผ้แู ตง่ นางสาวนลิ ปทั ม์ ประเสรฐิ สูง

ณ บึงกว้างใหญ่ แถวไร่ทงุ่ นา
ลงุ ทนู เริงรา่ ทห่ี าปลาได้
มเี กล็ดมากมาย
ไดป้ ลาตะเพยี น สัตว์น้าพชื พันธ์ุ
อกี ทังหลากหลาย ทา้ อาหารกัน
เปน็ ลาบชันดี
ลุงทนู สอนหลาน หยบิ เคร่ืองปรงุ มี
ปลาตะเพียนนนั คลกุ เคลา้ เข้ากัน
เคยี วเพลนิ สุขสันต์
ลุงจบั ปลาดิบ กินดว้ ยทนั ที
นา้ ปลาผกั ชี แตด่ ว้ ยวันนี
อาหารไวร้ อ
ลุงป้ันข้าวเหนียว จึงบอกคุณพ่อ
ชวนลกู หลานนนั บอกลา บ๊ายบาย
พบว่าข่าวรา้ ย
แคนคนู ไหว้สวย เข้าโรงพยาบาล
แม่ของเรามี บอกเลา่ อาการ
ท้องอืดอ่อนแรง
เดก็ เดก็ เรมิ่ หิว เข้ามาชแี จง
วิ่งกลบั เร็วปรอ๋ เพราะเชอื โรคไง
มีพิษอันตราย
เวลาต่อมา ถงึ ตายไดเ้ ลย
ลงุ ไมส่ บาย อย่ามัวเฉยเมย
ต้องปรับทันที
คณุ ลงุ บอกกลา่ ว หลานสองคนนี
เร่ิมเบือ่ อาหาร ให้หายไวไว
ด้วยความห่วงใย
คุณหมอมาหา เด๋ยี วหายแน่นอน
ที่ลุงออ่ นแรง

ผลจากปลาดบิ
พยาธใิ บไม้

โรคนีนา่ กลวั
การกินอย่างเคย

คณุ ลงุ สสู้ ู้
แรงใจชันดี

แมอ่ าสาเฝา้
ต้องไมเ่ ปน็ ไร

79

2) โปสเตอรเ์ กย่ี วกับโรคมะเรง็ ทอ่ นา้ ดี

3) ภาพผ้ปู ว่ ยมะเรง็ ทอ่ น้าดี

ท่มี าภาพ : ออนไลน์
เบ่ืออาหาร ผอม ออ่ นเพลีย ท้องอืดเนน้ เฟ้อ อาหารไม่ยอ่ ย

80

ทีม่ าภาพ : www.siamhealth.net
ตาเหลอื ง ตวั เหลือง เกดิ ภาวะดีซา่ นเนอ่ื งจากทอ่ นา้ ดีอดุ ตัน

ทม่ี าภาพ : www.komchadluek.net
ตบั โต ตบั ถกู ทา้ ลาย ทางเดินน้าดีอดุ ตนั ทอ้ งโต บวมตามขา

81

แบบสงั เกตและบนั ทึกพฤตกิ รรม
คา้ ชีแจง ใหผ้ ู้ประเมนิ สังเกตเดก็ แลว้ ท้าเคร่ืองหมาย √ ลงในช่องระดับค่าคะแนนท่ีตรงกบั ความเปน็ จริง

ในแต่ละรายการและบันทกึ ผลที่ได้จากการสงั เกตลงในชอ่ งทก่ี ้าหนดให้

รายการประเมนิ สรุปผล บนั ทกึ การ
สาเหตุการ ลกั ษณะและ สนทนา ตระหนักถึง
ท่ี ชื่อ – สกุล เกิด อาการของ แลกเปลย่ี น อนั ตราย รวม ผา่ น/ สงั เกต
โรคมะเร็ง ผปู้ ว่ ย ความ ไม่ผา่ น เพิม่ เตมิ
ท่อน้าดี คดิ เห็น
3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 12

ข้อเสนอแนะเพิ่มเตมิ
..............................................................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .................................................ผู้ประเมิน

(..............................................)

82

เกณฑ์การผ่าน
เด็กต้องไดค้ ะแนนประเมนิ ในระดบั 2 ขึนไปทกุ ข้อ

ค้าอธิบายคุณภาพเกณฑก์ ารประเมิน
1) บอกสาเหตุของการเกดิ โรคมะเรง็ ท่อน้าดีได้
ระดบั 3 : บอกสาเหตุของการเกิดโรคมะเรง็ ท่อน้าดไี ด้ดว้ ยตนเอง
ระดับ 2 : บอกสาเหตุของการเกดิ โรคมะเร็งท่อนา้ ดีไดโ้ ดยมผี ู้ชแี นะ
ระดับ 1 : ไมส่ ามารถบอกบอกสาเหตุของการเกิดโรคมะเรง็ ท่อนา้ ดไี ด้
2) บอกลกั ษณะและอาการของผทู้ ป่ี ว่ ยเปน็ โรคมะเรง็ ท่อน้าดีได้
ระดับ 3 : บอกลักษณะและอาการของผู้ทป่ี ว่ ยเปน็ โรคมะเรง็ ท่อนา้ ดไี ด้ด้วยตนเอง
ระดับ 2 : บอกลกั ษณะและอาการของผู้ทีป่ ว่ ยเป็นโรคมะเรง็ ทอ่ น้าดีไดโ้ ดยมผี ชู้ ีแนะ
ระดับ 1 : ไม่สามารถบอกลักษณะและอาการของผู้ทป่ี ว่ ยเป็นโรคมะเรง็ ทอ่ นา้ ดไี ด้
3) สนทนาแลกเปลยี่ นความคิดเหน็ เก่ยี วกับโรคมะเร็งท่อนา้ ดีได้
ระดับ 3 : สนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเก่ยี วกบั โรคมะเร็งทอ่ นา้ ดไี ด้ ดว้ ยตนเอง
ระดับ 2 : สนทนาแลกเปล่ียนความคิดเหน็ เก่ียวกบั โรคมะเร็งท่อน้าดไี ด้ โดยมีผชู้ แี นะ
ระดบั 1 : ไมส่ ามารถสนทนาแลกเปลีย่ นความคดิ เห็นเกี่ยวกบั โรคมะเรง็ ทอ่ น้าดไี ด้
4) ตระหนักถงึ อันตรายของโรคมะเร็งทอ่ น้าดีได้
ระดับ 3 : บอกอนั ตรายของโรคมะเรง็ ท่อนา้ ดีได้ดว้ ยตนเอง
ระดับ 2 : บอกอนั ตรายของโรคมะเรง็ ทอ่ นา้ ดีได้โดยมผี ูช้ ีแนะ
ระดบั 1 : ไมส่ ามารถบอกอนั ตรายของโรคมะเรง็ ท่อนา้ ดไี ด้

ผงั มโนทศั นส์ าระทคี่ วรเรยี นร้ทู ่ี 2 หนว่ ย “สขุ ภาพดี ชวี ีมสี ุข” ระดับปฐมวยั (อายุ 5-6 ป)ี

อาหารท่เี ส่ยี งต่อการติดโรคพยาธิใบไม้ตบั อาหารที่ปลอดพยาธใิ บไม้ตบั มอื สะอาด ปราศจากพยาธิ
- การรบั ประทานอาหารปลาน้าจืดเกลด็ ขาว - การปรงุ อาหารใหส้ ุก โดยใช้ความร้อน เชน่ - อปุ กรณท์ ่ีใช้ในการท้าความสะอาดร่างกาย
แบบสกุ ๆ ดิบ ๆ การต้ม ปงิ้ ย่าง น่ึง ทอด เปน็ ตน้ และมอื
– อาหารทีเ่ สีย่ งตอ่ การตดิ โรคพยาธใิ บไม้ตบั - การประกอบอาหารไข่เจียวปลาส้ม - การล้างมอื 7 ขนั ตอน
- ความสา้ คัญของการรบั ประทานอาหารที่มี - ความส้าคัญของการล้างมอื ให้สะอาด
เชน่ กอ้ ยปลา ปลาส้ม ปลาจ่อม สม้ ต้าปลาร้า ประโยชนป์ รุงสกุ สะอาด
ดิบ
- โทษของการรับประทานปลาดบิ หนว่ ย “สขุ ภาพดี ชวี ีมสี ขุ ”

ออกกา้ ลังกาย รา่ งกายแขง็ แรง การขบั ถ่ายท่ีถูกสุขลักษณะ
- วิธอี อกกา้ ลงั กายทเ่ี หมาะสมกับวัย - การขบั ถา่ ยในส้วมที่ถกู สขุ ลักษณะ
- วิธกี ารใชส้ ว้ มทถ่ี ูกวธิ ี
- การออกก้าลงั กายอยา่ งสม้่าเสมอและ
ตอ่ เน่อื ง - ความสา้ คัญของการขับถ่ายท่ีถกู สุขอนามยั
- ประโยชนข์ องการออกก้าลงั กาย

83

ตารางวเิ คราะหก์ ารจัดประสบการณ์ หนว่ ยท่ี 2 “สุขภาพดี ชีวมี สี ุข” กบั มาตรฐานคณุ ลักษณะท่ีพงึ ประสงคต์ ามหลักสตู รการศึกษาปฐมวัย 84
ส้าหรับเดก็ อายุ 5-6 ปี

มาตรฐาน/ตัวบง่ ชี สภาพทพ่ี งึ ประสงค์ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ประสบการณส์ า้ คัญ ผลการเรยี นรู้ท่คี าดหวัง สาระท่ีควรเรียนรู้

มฐ.1 รา่ งกาย ดา้ นร่างกาย 1. สามารถบอกถงึ โทษของ 1. อาหารท่เี สี่ยงต่อการตดิ โรค
เจริญเติบโตตามวัย 1. การเคลื่อนไหว การรบั ประทานปลาดบิ พยาธใิ บไม้ตับ
และมสี ุขนิสยั ทดี่ ี เคลอ่ื นท่ี 2. สามารถบอกวิธกี าร - อาหารที่ท้าจากปลานา้ จืดที่ปรงุ
ตบช.1.2 มีสุขภาพ 1.2.1 รับประทาน 1. เลอื กรบั ประทาน 2. การเคล่อื นไหวท่ีใช้ ปฏิบัติตนทเ่ี หมาะสมตาม แบบสุกๆ ดิบๆ กอ่ ให้เกิดโรค
อนามยั สขุ นิสัยท่ีดี อาหารท่มี ปี ระโยชน์ อาหารทม่ี ีประโยชน์และ การประสานสมั พนั ธข์ อง หลักสุขอนามัย พยาธิใบไมต้ บั เช่น ก้อยปลา ปลา
มฐ.3 มีสขุ ภาพจติ ดี ได้หลายชนดิ และด่มื ปรุงสุก การใชก้ ลา้ มเนือใหญ่ใน 3. สามารถปฏิบัติตนท่ี ส้ม ปลาจอ่ ม สม้ ตา้ ปลาร้าดิบ
และมีความสขุ น้าสะอาดได้ดว้ ย การขว้าง การจับ การ เหมาะสมเพอ่ื ป้องกันโรค 2. อาหารท่ปี ลอดพยาธิใบไมต้ ับ
ตบช.3.2 มคี วามรสู้ กึ ตนเอง โยน การเตะ พยาธใิ บไม้ตับและมะเรง็ - การปรงุ อาหารให้สุก โดยใช้
ท่ีดตี อ่ ตนเองและ 1.2.2 ล้างมือก่อน 2. ล้างมือก่อน 3. การเลน่ เครือ่ งเล่น ทอ่ น้าดี ความรอ้ น เชน่ การตม้ ป้ิง ยา่ ง
ผอู้ ื่น รับประทานอาหาร รบั ประทานอาหารและ สนามอยา่ งอสิ ระ 4. เหน็ ความส้าคญั ต่อการ น่งึ ทอด เปน็ ต้น ความรอ้ นท้าให้
และหลังจากใช้ หลังจากใช้หอ้ งนา้ ห้อง 4. การเขียนภาพและ ดูแลรกั ษาความสะอาด เนอื ปลาสกุ อยา่ งทว่ั ถึง เพือ่ ให้
หอ้ งนา้ หอ้ งส้วมดว้ ย สว้ มได้ด้วยตนเอง การเล่นกับสี ของร่างกาย ปลอดภัยจากเชอื พยาธิใบไม้ตบั
ตนเอง 5. การปฏิบัตติ นตาม 5. เกิดความตระหนักถึง 3. มือสะอาด ปราศจากพยาธิ
1.2.4 ออกก้าลงั กาย 3. ออกก้าลังกายได้อยา่ ง สุขอนามยั สุขนิสัยท่ดี ีใน ประโยชน์ของการมี - การดูแล รักษาความสะอาดของ
เป็นเวลา เหมาะสม กจิ วตั รประจา้ วัน สขุ อนามัยท่ดี ี รา่ งกาย
3.2.2 แสดงความ ดา้ นอารมณ์ จิตใจ 6. ตระหนักรู้ถงึ โทษของ - การล้างมือดว้ ยสบแู่ ละนา้
พอใจในผลงานและ 1. การเคลื่อนไหวตาม การรบั ประทานปลาดิบ สะอาด 7 ขันตอน กอ่ นและหลัง
1. แสดงความพอใจใน เสียงเพลง/ดนตรี 7. เหน็ ความส้าคัญของ รับประทานอาหาร รวมถงึ ลา้ งมือ
ผลงานและ 2. การทา้ กิจกรรมศลิ ปะ การรบั ประทานอาหารทมี่ ี หลังการขับถ่าย แล้วเช็ดมอื ให้
ต่าง ๆ ประโยชน์ปรุงสุก สะอาด แหง้ ดว้ ยผ้าท่ีสะอาด เพอื่ เป็นการ

มาตรฐาน/ตัวบ่งชี สภาพท่ีพึงประสงค์ จุดประสงค์การเรยี นรู้ ประสบการณ์ส้าคญั ผลการเรยี นรู้ที่คาดหวัง สาระทีค่ วรเรียนรู้
มฐ.6 มที ักษะชีวิต ความสามารถของ ปอ้ งกนั ไม่ใหไ้ ขพ่ ยาธแิ ละเชอื โรค
และปฏบิ ตั ิตนตาม ตนเองและผอู้ ่ืน ความสามารถของตนเอง 3. การสร้างสรรค์ส่ิง 8. เกดิ ค่านยิ มในการ อื่น ๆ เข้าสู่ร่างกายได้
หลกั ปรชั ญาของ และผูอ้ ่นื สวยงาม รบั ประทานอาหารท่มี ี 4. การขับถา่ ยทถี่ ูกสขุ ลกั ษณะ
เศรษฐกิจพอเพยี ง 6.1.2 รบั ประทาน 4. การร้องเพลง ประโยชนป์ รงุ สุก สะอาด - การสร้างสขุ นิสัยท่ดี ีในการ
ตบช.6.1 ชว่ ยเหลอื อาหารดว้ ยตนเอง 5. การเลน่ ตามมมุ ขับถ่ายและการปฏิบตั ติ นท่ี
ตนเองในการปฏบิ ตั ิ อยา่ งถกู วธิ ี ประสบการณ/์ มุมเลน่ เหมาะสมตามหลักสุขอนามยั เรา
กจิ วัตรประจ้าวัน 6.1.3 ใชแ้ ละท้า ตา่ ง ๆ ควรขับถา่ ยในสว้ มที่ถูกสขุ ลักษณะ
ความสะอาดหลงั ใช้ ด้านสังคม ราดน้าทกุ ครงั และลา้ งมอื ให้
ห้องนา้ หอ้ งส้วมด้วย 1. การช่วยเหลอื ตนเอง สะอาดทุกครงั หลังการขับถ่าย
ตนเอง ในกิจวัตรประจา้ วนั 5. ออกกา้ ลังกาย รา่ งกาย
2. การร่วมสนทนาและ แขง็ แรง
1. รับประทานอาหาร แลกเปลย่ี นความคดิ เห็น - การออกกา้ ลังกายอยา่ ง
ดว้ ยตนเองอยา่ งถูกวิธี 3. การเลน่ และท้างาน สมา้่ เสมอและต่อเน่ือง เพอื่ ให้
ร่วมกบั ผ้อู นื่ ร่างกายแข็งแรงและเพิม่ การ
2. ใชแ้ ละท้าความ 4. การใหค้ วามรว่ มมือใน ทา้ งานของระบบภมู คิ มุ้ กนั
สะอาดหลงั ใช้ห้องนา้ การปฏิบตั ิกจิ กรรมต่างๆ สามารถต้านทานโรคให้ดียิ่งขึน
หอ้ งสว้ มไดด้ ้วยตนเอง

มฐ.9 ใช้ภาษา ด้านสตปิ ัญญา
สอ่ื สารได้เหมาะสม 1. การฟังเพลง นิทาน
กับวัย ค้าคล้องจอง บทร้อย
กรองหรอื เร่อื งราวต่าง ๆ
85

มาตรฐาน/ตวั บง่ ชี สภาพทพี่ ึงประสงค์ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ประสบการณส์ ้าคญั ผลการเรียนรทู้ ่คี าดหวัง สาระท่คี วรเรยี นรู้ 86
2. การพดู แสดงความ
ตบช.9.1 สนทนา 9.1.1 ฟังผอู้ น่ื พูดจน 1. บอกวธิ ีการปรุง คิดเห็น ความรูส้ กึ และ
โต้ตอบและเล่าเร่ือง จบและสนทนา อาหารทปี่ ลอดพยาธิ ความตอ้ งการ
ใหผ้ ู้อนื่ เขา้ ใจ โตต้ อบอยา่ งต่อเน่ือง ใบไม้ตบั ได้ 3. การสังเกตลกั ษณะ
เชื่อมโยงกับเร่อื งทีฟ่ ัง ส่วนประกอบ การ
มฐ.10 มี เปล่ียนแปลงและ
ความสามารถในการ ความสมั พนั ธ์ของสิง่
คิดท่ีเปน็ พืนฐานใน ตา่ งๆ โดยใช้ประสาท
การเรียนรู้ สมั ผสั อย่างเหมาะสม
ตบช.10.1 มี 10.1.1 บอกลกั ษณะ 2. บอกลกั ษณะของ 4. การคัดแยก การจัด
ความสามารถในการ ส่วนประกอบการ อาหารดิบและอาหาร กลุ่ม และการจา้ แนกสิง่
คิดรวบยอด เปลี่ยนแปลงหรอื หา ปรงุ สกุ ได้ ตา่ ง ๆ ตามลกั ษณะและ
ความสัมพันธข์ องส่ิง รูปรา่ ง รูปทรง
ตา่ งๆจากการสังเกต 5. การบอกและ
โดยใช้ประสาทสัมผสั เรยี งลา้ ดับกิจกรรมหรอื
10.1.3 จา้ แนกและ 3. จา้ แนกและจดั กล่มุ เหตุการณต์ ามช่วงเวลา
จดั กลุ่มส่ิงต่าง ๆ โดย อาหารท่ีปลอดพยาธิ 6. การอธบิ ายเชื่อมโยง
ใชต้ งั แต่ 2 ลกั ษณะ ใบไม้ตบั ได้ สาเหตุและผลท่ีเกิดขึน
ขึนไปเปน็ เกณฑ์ ในเหตุการณห์ รือการ
10.1.4 เรียงลา้ ดับ 4. บอกล้าดับขนั ตอน กระท้า
สง่ิ ของและเหตกุ ารณ์ การล้างมือได้
อยา่ งนอ้ ย 5 ลา้ ดบั

มาตรฐาน/ตวั บง่ ชี สภาพทพี่ งึ ประสงค์ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ประสบการณส์ ้าคัญ ผลการเรียนรทู้ ่คี าดหวัง สาระทคี่ วรเรยี นรู้
มฐ.12 มเี จตคตทิ ี่ดี 5. แสดงความมุ่งม่ัน 7. การสร้างสรรคช์ นิ งาน
ตอ่ การเรียนรู้ และมี ตงั ใจ หรือจดจอ่ ในการ โดยใชร้ ูปรา่ ง รูปทรงจาก
ความสามารถในการ ทา้ กิจกรรมได้ตังแตต่ น้ วัสดุที่หลากหลาย
แสวงหาความรไู้ ด้ จนจบ
เหมาะสมกับวยั
ตบช.12.1 มเี จตคติท่ี 12.1.2 กระตือรือรน้
ดีต่อการเรียนรู้ ในการเขา้ ร่วม

กิจกรรมตงั แตต่ ้นจน
จบ

87

88

ตารางวิเคราะหก์ ารจัดประสบการณบ์ รู ณาการ 6 กิจกรรมหลัก รายสปั ดาห์ สปั ดาหท์ ี่ 2 หน่วย “สุขภาพดี ชีวมี ีสขุ ”
กจิ กรรม
วนั ท่ี เคล่ือนไหวและจังหวะ เสรมิ ประสบการณ์ ศิลปะสร้างสรรค์ การเลน่ ตามมุม การเลน่ กลางแจง้ เกมการศกึ ษา
1 - เคลื่อนไหวพนื ฐาน เร่ือง อาหารทเ่ี สี่ยงตอ่ การติด - วาดภาพอาหารที่ปลอด - เลน่ ตามมมุ - เกมปดิ ตา หา - เกมจา้ แนกภาพ
- การเคลือ่ นไหวตาม โรคพยาธใิ บไมต้ บั จากพยาธใิ บไม้ตบั ประสบการณ์ เพ่ือน อาหารทปี่ ลอดพยาธิ
ค้าสง่ั - ทอ่ งคา้ คล้องจอง “อาหาร” - แนะนา้ อปุ กรณ์เลน่ ใบไมต้ ับ
- จา้ แนกและจัดกลมุ่ อาหารที่ บทบาทสมมติที่มมุ
เส่ยี งตอ่ การติดโรคพยาธใิ บไม้ตับ ห้องครวั แสนสนกุ
- สนทนาเกย่ี วกบั โทษของการ
รับประทานปลาดิบ หรอื ปรุงแบบ
สกุ ๆดิบๆ
2 - เคลือ่ นไหวพืนฐาน เรอ่ื ง อาหารทีป่ ลอดพยาธิใบไม้ - สรา้ งภาพจากเปลือกไข่ - เล่นตามมุม - ว่ิงตักไขใ่ ส่ใน เกมเรยี งลา้ ดบั
- เคลอื่ นไหวผนู้ ้า ผ้ตู าม ตับ ประสบการณ์ ตะกร้า เหตุการณ์ขนั ตอน
- เล่านทิ านเรือ่ ง “อาหารของ - แนะน้าอปุ กรณ์เล่น การทา้ อาหาร
แม”่ บทบาทสมมติท่มี มุ
- ประกอบอาหาร “ไขเ่ จยี วปลา ห้องครวั แสนสนกุ
สม้ ”
- สังเกตการเปลี่ยนแปลงของเนือ
ปลาสม้ แบบดิบและแบบสกุ
- สนทนาเกย่ี วกับวธิ กี ารปรุง
อาหารใหส้ ุก เพือ่ ป้องกันการตดิ
เชือพยาธิใบไมต้ บั

วนั ที่ เคลือ่ นไหวและจังหวะ เสรมิ ประสบการณ์ กจิ กรรม การเล่นตามมุม การเลน่ กลางแจง้ เกมการศึกษา
3 เคลอ่ื นไหวรา่ งกาย เรื่อง มอื สะอาด ปราศจากพยาธิ ศิลปะสร้างสรรค์ - เล่นตามมมุ - เกมตะลอ็ กต๊อก - เกมจบั คูภ่ าพกับ
- สงั เกตความสะอาดของมอื และ - พมิ พ์ภาพจากฝา่ มือ ประสบการณ์ แตก๊ จา้ นวน
ประกอบเพลง “ล้าง เลบ็ มอื และวาดภาพต่อเตมิ - เลน่ ตามมุม - เลน่ อปุ กรณก์ ฬี า - เกมสังเกต
มอื ” - แนะนา้ อปุ กรณใ์ นการท้าความ - วาดภาพอิสระด้วยสนี ้า ประสบการณ์
4 เคลอ่ื นไหวร่างกาย สะอาดรา่ งกายและสาธิตวธิ ีการ รายละเอยี ดของ
ประกอบเพลง “เพลง ลา้ งมอื 7ขันตอน ภาพ (Lotto)
ช่วยตัวเอง” - ทดลองปฏบิ ตั กิ ารล้างมือ 7
ขนั ตอน
- แสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกับ 89
ความสา้ คญั ของการดูแลรกั ษา
ความสะอาดของรา่ งกายเพ่อื
ป้องกนั โรค
เรือ่ ง การขับถ่ายที่ถกู
สขุ ลกั ษณะ
- ดูการ์ตนู อนิเมชันเรอ่ื ง “การใช้
หอ้ งน้าหอ้ งสว้ มทีถ่ ูกสุขลักษณะ”
- ศกึ ษาภาพเหตุการณ์การปฏิบตั ิ
ตนในขบั ถา่ ยท่ีถูกและไมถ่ ูก
สุขลักษณะ
- สนทนาเกี่ยวกบั การขบั ถ่ายและ
ความส้าคัญของการขบั ถา่ ย
อจุ จาระในสว้ มทถี่ ูกสขุ ลกั ษณะ

วนั ท่ี เคลื่อนไหวและจังหวะ กจิ กรรม 90
ศลิ ปะสร้างสรรค์
เสรมิ ประสบการณ์ การเลน่ ตามมุม การเลน่ กลางแจ้ง เกมการศกึ ษา
5 การเคล่ือนไหวรา่ งกาย เรื่อง ออกกา้ ลงั กาย ร่างกาย - วาดภาพ ระบายสกี าร - เล่นตามมุม - เลน่ เคร่อื งเล่น - เกมจับคภู่ าพกับ
ประกอบเพลง “ออก แข็งแรง ออกก้าลังกาย ประสบการณ์ สนาม คา้
ก้าลังกายรับแสงตะวนั ” - เล่นเกมวง่ิ เกบ็ ภาพกิจกรรมการ - มมุ หมอ
ออกก้าลังกาย
- สนทนาเก่ยี วกบั ประโยชนข์ อง
การออกกา้ ลังกาย

91

แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรโู้ ดยใชส้ มองเป็นฐาน
ภายใต้โครงการวจิ ยั หลกั สูตรเสรมิ สรา้ งการป้องกนั โรคพยาธใิ บไมต้ บั และมะเรง็ ทอ่ นา้ ดี
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 ชอ่ื หน่วย สุขภาพดี ชวี ีมีสขุ ระดบั ปฐมวัย (5-6 ป)ี
แผนการจดั การเรียนรูก้ ิจกรรมเสริมประสบการณท์ ี่ 1 เรื่อง อาหารท่เี สีย่ งตอ่ การตดิ เชือพยาธใิ บไม้ตบั
เวลา 1 คาบ
..................................................................................................................................................... ..............
1. ผลการเรยี นรู้
ด้านความรู้
1. การดแู ลและป้องกันการเกิดโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเรง็ ท่อน้าดี
1) บอกวิธีป้องกันตนเองจากโรคท่ีเกิดจากพยาธิใบไมต้ ับและมะเร็งท่อน้าดี
2) บอกถงึ โทษของการรบั ประทานปลาดิบ
ดา้ นคณุ ลักษณะ
1. เจตคติทดี่ ีต่อการรับประทานอาหารทมี่ ปี ระโยชนป์ รุงสกุ สะอาด ปราศจากพยาธใิ บไมต้ ับ
1) ตระหนักรถู้ งึ โทษของการรับประทานปลาดบิ
2) มีเจตคติทดี่ ีในการรบั ประทานอาหารทม่ี ปี ระโยชน์ ปรุงสุก สะอาด
ด้านพฤติกรรมสุขภาพ
1. พฤติกรรมการมสี ขุ ภาพทด่ี ี
1) แสดงพฤติกรรมทแี่ สดงออกถงึ การเลอื กรบั ประทานอาหารที่มีประโยชน์ ปรงุ สกุ
2. สาระสา้ คญั
อาหารท่ีท้าจากปลาน้าจืดเกล็ดขาวท่ีดิบและปรุงสุกๆดิบๆ เช่น ก้อยปลาดิบ ลาบปลาดิบ ส้มปลา
เป็นสาเหตขุ องการเกดิ โรคพยาธใิ บไม้ตับ
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) บอกช่อื อาหารทม่ี คี วามเส่ยี งตอ่ การตดิ โรคพยาธิใบไม้ตบั ได้ เชน่ ก้อยปลาดบิ สม้ ปลา เปน็ ตน้
2) อภิปรายเก่ยี วกับอาหารทีม่ ีความเสี่ยงต่อการติดโรคพยาธใิ บไม้ตับได้
3) มเี จตคตทิ ่ดี ตี อ่ การรบั ประทานอาหารปรุงสกุ
4. สาระการเรียนรู้
4.1 สาระท่คี วรเรียนรู้
1) อาหารที่ท้าจากปลาน้าจดื ท่ปี รุงแบบสุกๆ ดิบๆ กอ่ ใหเ้ กิดโรคพยาธิใบไม้ตบั ไดแ้ ก่ ก้อยปลาดิบ
ลาบปลาดบิ สม้ ปลา เปน็ ตน้
(รายละเอียดอยใู่ นส่วนท่ี 2 รายละเอยี ดสาระท่คี วรร้)ู
4.2 ประสบการณส์ ้าคญั
1) การใชป้ ระสาทสัมผัสในการสงั เกต
2) การมีสว่ นร่วมในการลงความเหน็ จากข้อมลู อย่างมีเหตุผล
3) การพดู แสดงความคดิ เห็น

92

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขันท่ี 1 เตรยี มความพรอ้ ม
เตรียมความพรอ้ มด้วยกจิ กรรมบริหารสมองดว้ ยท่า “เปดิ แก้ว ปิดแกว้ ” เพื่อให้สมองซีกซา้ ยและขวา
ทา้ งานประสานกันกระตุ้นการเคลอ่ื นไหวของร่างกาย โดยให้เด็กแบมือข้างซา้ ยยกขนึ ขนานกับหน้าท้องท้าเป็น
ท่าจานรองแก้ว ก้ามือข้างขวาท้าเป็นแก้วน้าและน้ามาวางไว้ข้างบนฝ่ามือข้างซ้าย เปลี่ยนสลับน้ามือซ้าย
ขนึ มาวางบนมอื ขวา ท้า 10 ครงั แลว้ เปลี่ยนเป็นแบมือขา้ งขวาทา้ ท่าจานรองแก้ว ก้ามือขา้ งซา้ ยทา้ ท่าแก้วน้า
ทา้ สลบั บนลา่ ง 10 ครงั
ขนั ท่ี 2 กระตุ้นการเรียนรู้
1) เด็กและครูร่วมกันท่องค้าคล้องจอง “อาหาร” โดยครูใช้ไม้ชีไปทีละค้า อ่านให้เด็กฟังและให้เด็ก
อ่านตาม
เมืองไทยนดี ี ม่งั มอี าหาร
ทังคาวและหวาน อร่อยลา้ ถกู ใจ
ตม้ นึ่งทอดผดั จัดใส่จานไว้
สกุ สะอาดปลอดภัย พร้อมรบั ประทาน
2) พดู คยุ กบั เด็กเก่ยี วกับเนอื หาในคา้ คลอ้ งจอง ดงั นี
– อาหารในเมอื งไทยเปน็ อยา่ งไร
- อาหารจะปลอดภัยต้องท้าอย่างไร
- เดก็ ๆ เคยท้าอาหารเองบ้างหรือไม่ ทา้ อะไรบา้ ง
ขันท่ี 3 การเรยี นรู้
1) สนทนากับเด็กว่า วันนีครูมีกล่องปริศนามาให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ จากนันแบ่งเด็กออกเป็นกลุ่ม
กลุ่มละ 4-5 คน (ด้วยการนับเลขแบ่งกลุ่ม) ครูแจกกล่องปริศนา (ภายในกล่องมภี าพอาหารที่ท้าจากปลาวงศ์
ตะเพยี นมที ังปรุงสุกและปรุงสุก ๆ ดิบ ๆ) ให้กลุ่มละ 1 กลอ่ ง และสนทนากับเด็กโดยใช้คา้ ถาม ดังนี
- เดก็ ๆ คิดว่ามีอะไรอย่ขู ้างในกล่องนี
- ถ้าเดก็ ๆ อยากรวู้ า่ ข้างในกลอ่ งนีมอี ะไร เด็ก ๆ จะตอ้ งทา้ อย่างไร
2) ให้เด็กเขยา่ กลอ่ งแลว้ บอกความร้สู ึกของตนเอง
3) แจกผ้าปิดตาให้เด็กปิดตาและใช้มือสัมผัสสิ่งที่อยู่ในกล่อง แล้วบอกลักษณะของสิ่งนัน จากนันให้
เด็กเปิดผา้ ปิดตาออกนา้ ภาพอาหารออกมาจากกล่องแลว้ สนทนาเกยี่ วกับช่อื อาหารทที่ ้าจากปลาวงศ์ตะเพียน
4) ใหเ้ ดก็ ชว่ ยกนั วิเคราะห์วา่ อาหารในภาพใดทเี่ ส่ยี งตอ่ การติดโรคพยาธิใบไม้ตบั แล้วน้าภาพอาหารที่
เส่ียงต่อการตดิ โรคพยาธิใบไม้ตับติดบนกระดาษบร๊ฟู
5) เมื่อเด็กติดภาพอาหารท่ีเสี่ยงต่อการติดโรคพยาธิใบไม้ตับเสร็จแล้ว ให้เด็กแต่ละกลุ่มออกมา
น้าเสนอผลงาน พร้อมกับบอกเหตผุ ลทค่ี ดิ ว่าอาหารนีมีความเส่ยี งต่อการตดิ โรคพยาธิใบไม้
6) เด็กและครูร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับโทษของการรับประทานปลาดิบ และการปรุงอาหารแบบสุกๆ
ดบิ ๆ

93

ขนั ที่ 4 สรปุ ผลการเรยี นรู้
สนทนากบั เด็กสรุปเกยี่ วกบั อาหารท่เี สี่ยงตอ่ การตดิ โรคพยาธิใบไม้ตบั โดยใชค้ า้ ถามดงั นี
ให้เดก็ ๆ บอกช่ืออาหารทีม่ ีความเสีย่ งตอ่ การตดิ โรคพยาธิใบไม้ตับ
เดก็ ๆ คดิ วา่ เพราะอะไรจงึ เราจึงควรเลอื กรบั ประทานอาหารท่ปี รุงสุก
เด็ก ๆ จะบอกคณุ พ่อ คุณแมอ่ ยา่ งไรในการปรุงอาหารจากปลาน้าจดื ทม่ี ีเกล็ด เพอื่ ใหห้ า่ งไกล
จากโรค พร้อมกันนันครูเพ่ิมเติมเร่ืองการรับประทานอาหารที่ท้าจากปลาน้าจืดเกล็ดขาวที่ดิบและปรุงสุกๆ
ดิบๆ ซ่งึ เปน็ สาเหตขุ องการเกดิ โรคพยาธิใบไมต้ บั
ขันที่ 5 การประยกุ ตใ์ ช้
ครูแนะนา้ กิจกรรมในสมุดเสรมิ ประสบการณ์การเรียนรู้ กิจกรรมที่ 6 เลือกภาพอาหารที่ปลอดพยาธิ
ใบไมต้ ับ
6. สือ่ การเรียนรู้
1) ค้าคล้องจอง “อาหาร”
2) กล่องปริศนา (ด้านในใส่ภาพอาหาร)
3) ผ้าปิดตา
4) ภาพอาหาร
5) กระดาษบรู๊ฟ
6) สมดุ กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณก์ ารเรียนรู้
7. การประเมินผลการเรยี นรู้
สิง่ ทต่ี ้องการวดั วิธีการวดั /การประเมนิ เคร่ืองมือ เกณฑ์
1) บอกชื่ออาหารท่ีมีความเส่ียงต่อ สังเกตการตอบค้าถาม แบบบนั ทกึ เด็ก ผ่าน ก าร ปร ะ เ มิ น
การติดโรคพยาธิใบไม้ตับได้ ของเด็ก ระดับ 2 ขนึ ไปถอื วา่ ผ่าน

2) อภิปรายเกี่ยวกับอาหารท่ีมีความ สังเกตการอภิปรายของ แบบบันทกึ เด็ก ผ่าน ก าร ปร ะ เ มิ น
เสี่ยงต่อการติดโรคพยาธใิ บไมต้ ับได้ เดก็ ระดบั 2 ขนึ ไปถือว่าผา่ น

3) มีเจตคติที่ดีต่อการรับประทาน สังเกตการตอบค้าถาม แบบบนั ทึก เด็ก ผ่าน ก าร ปร ะ เ มิ น
อาหารปรงุ สกุ ของเดก็ ระดับ 2 ขนึ ไปถอื วา่ ผา่ น

เกณฑก์ ารประเมนิ
1) บอกช่อื อาหารท่มี คี วามเสย่ี งต่อการตดิ โรคพยาธใิ บไมต้ ับได้

ระดับ 3 : บอกชอ่ื อาหารท่ีมีความเสี่ยงต่อการติดโรคพยาธิใบไม้ตบั ได้ 2 อยา่ งขึนไป
ระดับ 2 : บอกชื่ออาหารที่มคี วามเส่ียงตอ่ การตดิ โรคพยาธิใบไม้ตบั ได้ 1 อย่าง
ระดับ 1 : ไม่สามารถบอกชือ่ อาหารที่มคี วามเสย่ี งตอ่ การตดิ โรคพยาธิใบไม้ตบั ได้
2) อภปิ รายเก่ียวกบั อาหารท่ีมีความเส่ยี งตอ่ การติดโรคพยาธใิ บไม้ตับได้
ระดับ 3 : อภิปรายเกยี่ วกับอาหารที่มีความเสี่ยงตอ่ การตดิ โรคพยาธใิ บไม้ตบั ได้ ดว้ ยตนเอง
ระดับ 2 : อภิปรายเกี่ยวกับอาหารที่มคี วามเสีย่ งต่อการตดิ โรคพยาธใิ บไมต้ ับได้ โดยมผี ู้ชีแนะ

94

ระดับ 1 : ไม่สามารถอภิปรายเกยี่ วกับอาหารท่มี ีความเส่ยี งตอ่ การตดิ โรคพยาธใิ บไม้ตับได้
3) มเี จตคตทิ ดี่ ตี อ่ การรับประทานอาหารปรงุ สุก

ระดบั 3 : บอกเหตุผลทีเ่ ลือกรับประทานอาหารปรงุ สุกได้ ด้วยตนเอง
ระดบั 2 : บอกเหตุผลทีเ่ ลอื กรบั ประทานอาหารปรงุ สกุ ได้ โดยมผี ู้ชแี นะ
ระดับ 1 : ไม่สามารถบอกเหตุผลท่เี ลอื กรบั ประทานอาหารปรุงสกุ ได้
8. บนั ทึกหลงั การจัดประสบการณ์
ผลการจัดประสบการณ์
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ปญั หาและอปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่ือ......................................................
(............................................................)

ครูผู้สอน


Click to View FlipBook Version