145
แผนการจดั การเรยี นรูโ้ ดยใชส้ มองเป็นฐาน
ภายใตโ้ ครงการวจิ ยั หลักสูตรเสริมสร้างการปอ้ งกนั โรคพยาธใิ บไมต้ ับและมะเร็งทอ่ นา้ ดี
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 ชือ่ หนว่ ย ครอบครัว ชุมชนปลอดภยั ห่างไกลโรค ระดบั ปฐมวยั (5-6 ปี)
แผนการจดั การเรยี นรูก้ จิ กรรมเสรมิ ประสบการณท์ ี่ 1 เร่อื ง การระบาดของโรคในชุมชน เวลา 1 คาบ
...................................................................................................................................................................
1. ผลการเรยี นรู้
ด้านความรู้
1. โรคท่ีเกิดจากพยาธใิ บไม้ตับ
1) ผูท้ ่ีมีความเส่ยี งป่วยด้วยโรคพยาธใิ บไม้ตบั และมะเรง็ ท่อนา้ ดีในโรงเรียน
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ
1. ตระหนกั ถงึ อนั ตรายที่เกดิ จากโรคพยาธใิ บไม้ตบั และมะเรง็ ท่อน้าดี
1) เกิดความตระหนกั ถึงอนั ตรายทีเ่ กดิ จากโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเรง็ ท่อน้าดี
2. สาระส้าคัญ
ผู้ท่มี ีความเส่ียงปว่ ยด้วยโรคพยาธใิ บไม้ตบั และมะเร็งท่อนา้ ดีในชมุ ชน
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) บอกจา้ นวนผทู้ มี่ ีความเส่ียงปว่ ยดว้ ยโรคพยาธใิ บไมต้ บั และมะเรง็ ทอ่ น้าดีในโรงเรียนได้
2) ส้ารวจ สืบเสาะหาความร้แู ละนา้ เสนอข้อมูลจากการสืบเสาะได้
3) เหน็ ความส้าคัญของปัญหาโรคพยาธใิ บไม้ตับและมะเร็งท่อน้าดี
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 สาระท่ีควรเรยี นรู้
1) ผู้ที่มีความเส่ียงป่วยด้วยโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้าดีในโรงเรียน คือ บุคคลที่มี
พฤติกรรมการบริโภคปลาดิบ ซ่ึงเป็นวัฒนธรรมของพฤติกรรมการกินที่มีมาตังแต่บรรพบุรุษ ท้าให้ไม่ได้
ตระหนักถงึ อนั ตรายของโรคพยาธใิ บไม้ตับท่ีจะเกดิ ขนึ
(รายละเอยี ดอยูใ่ นส่วนท่ี 2 รายละเอยี ดสาระทคี่ วรร)ู้
4.2 ประสบการณส์ า้ คญั
1) การสนทนาขา่ วและเหตกุ ารณใ์ นชวี ติ ประจา้ วนั
2) การสา้ รวจและบนั ทกึ สิ่งต่าง ๆ
3) การสบื เสาะหาความรู้เพอื่ ค้นหาค้าตอบของข้อสงสยั ต่าง ๆ
4) การมีสว่ นร่วมในการลงความเห็นจากขอ้ มลู อยา่ งมีเหตผุ ล
5) การมีส่วนรว่ มในการรวบรวมขอ้ มูลและนา้ เสนอขอ้ มลู จากการสบื เสาะหาความรู้
146
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขนั ท่ี 1 เตรยี มความพรอ้ ม
เตรยี มความพร้อมด้วยกิจกรรมบริหารสมองด้วยท่า “นวดปุม่ ขมับ” เพอื่ ใหก้ ระตุ้นวงจรการเชอื่ มโยง
เซลล์ประสาท โดยให้เด็กใช้นิวชีทัง 2 ข้างนวดขมับเบาๆวนเปน็ วงกลม กวาดตามองจากซา้ ยไปขวา และจาก
พืนมองขนึ ไปท่ีเพดาน ประมาณ 30 วินาที
ขันท่ี 2 กระตุน้ การเรียนรู้
เดก็ ดกู าร์ตูนอนิเมชนั เรือ่ ง โรคมะเรง็ ท่อนา้ ดี จากนันครทู บทวนความรู้เดิมของเดก็ เกี่ยวกบั โรคพยาธิ
ใบไม้ตบั และมะเร็งทอ่ น้าดี โดยกระตุ้นเด็กด้วยคา้ ถาม ดงั นี
อะไรเปน็ สาเหตุของการเกดิ โรคมะเร็งท่อนา้ ดี
ผู้ป่วยโรคมะเรง็ ทอ่ นา้ ดีมลี ักษณะ อาการเปน็ อยา่ งไร
ขันที่ 3 การเรียนรู้
1) น้าแผนท่ีประเทศไทยมาให้เด็กดู ชีให้เด็กสังเกตท่ีตังของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและจังหวัดที่
เด็กอาศยั อยู่ แลว้ ตดิ สัญลกั ษณ์(รูปคน)บนแผนท่ี สนทนากบั เด็ก ๆ วา่ ในภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือเป็นพืนที่ท่ี
มีผู้ป่วยโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้าดีมากที่สุดในโลก ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ซ่ึงในแต่ละปีจะมี
ผู้เสยี ชวี ติ ดว้ ยโรคนีจ้านวนมาก
2) ครูถามเด็กว่าสมาชิกในครอบครัวของเด็ก ๆ มีผู้ป่วยด้วยโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้าดี
หรือไม่ ถ้ามขี ออาสาสมัครออกมาเลา่ ให้เพอื่ นฟงั (กรณีท่ปี ระวตั ิครอบครวั ไม่มีผู้ป่วย ใหเ้ ดก็ เล่าถงึ ผู้ปว่ ยท่ีเด็ก
เคยพบเหน็ )
- ใหเ้ ดก็ บอกสาเหตุของการเกดิ โรคพยาธใิ บไมต้ ับและมะเร็งท่อน้าดี
- สนทนากับเดก็ เพิม่ เติมว่าถ้าเราเคยรบั ประทานอาหารท่ีท้าจากปลาดบิ หรือ ปรงุ แบบสุกๆ
ดบิ ๆ จะทา้ ใหเ้ รามีความเสย่ี งทจ่ี ะเกิดโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเรง็ ทอ่ นา้ ดี
3) สนทนากบั เดก็ ว่าวนั นีเราจะออกส้ารวจนอกห้องเรียน หวั ขอ้ ที่เราจะส้ารวจคือ บุคคลในโรงเรียน
ของเรามีใครบ้างที่มีความเส่ียงที่จะเกิดโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้าดีเน่ืองจากเคยรบั ประทานปลาดบิ
ครเู ตรยี มความพรอ้ มกับเดก็ และสร้างขอ้ ตกลงในการออกส้ารวจรว่ มกัน
- การแสดงความเคารพผูใ้ หญท่ จ่ี ะสอบถาม
- เตรยี มอุปกรณบ์ ันทกึ การส้ารวจ
4) จากนันน้าเด็กออกไปส้ารวจและสัมภาษณ์บุคคลในโรงเรียนว่าเคยรับประทานอาหารจากปลาท่ี
ปรงุ แบบสกุ ๆ ดิบ ๆ หรอื ไม่ พร้อมบนั ทึกผลการส้ารวจ
5) เด็ก ๆ กลับเข้าสู่ห้องเรียนเด็กและครูร่วมกันสรุปผลการส้ารวจจ้านวนผู้ท่ีเคยรับประทานอาหาร
จากปลาที่ปรุงแบบสุก ๆ ดิบ ๆ และอภิปรายเก่ียวกับการรับประทานอาหารจากปลาท่ีปรุงแบบสุก ๆ ดิบ ๆ
ทา้ ใหม้ ีความเสี่ยงที่จะเกดิ โรคพยาธใิ บไมต้ บั และมะเร็งท่อนา้ ดี
ขันที่ 4 สรุปผลการเรยี นรู้
เด็กและ ครูร่วมกัน สรุปเก่ียวกับผู้ท่ีมีความเส่ียงที่จะเกิดโรคพยาธิใบไม้ตับและ มะเร็งท่อน้าดีใน
โรงเรียนโดยใชค้ า้ ถาม ดงั นี
147
- อะไรเป็นสาเหตขุ องการเกดิ โรคมะเร็งท่อนา้ ดี
- การรบั ประทานอาหารที่ทา้ จากปลาท่ีปรงุ แบบสุกๆ ดิบๆ ทา้ ให้เรามีความเสยี่ งทจ่ี ะติดโรค
พยาธิใบไมต้ ับและมะเรง็ ทอ่ น้าดีไดใ้ นอนาคต
ขนั ที่ 5 การประยุกตใ์ ช้
ครูแนะน้ากิจกรรมในสมุดเสริมประสบการณ์การเรียนรู้ กิจกรรมที่ 11 ส้ารวจผู้ป่วยด้วยโรคพยาธิ
ใบไม้ตับและมะเรง็ ท่อน้าดีในครอบครวั
6. สื่อการเรียนรู้
1) การ์ตนู อนเิ มชนั เร่อื ง โรคมะเร็งทอ่ น้าดี
2) แผนที่ประเทศไทยและแผนที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
3) สตก๊ิ เกอรส์ ญั ลกั ษณ์
4) แบบบันทกึ การสา้ รวจ
5) สมุดกิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์การเรียนรู้
7. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้
สงิ่ ทตี่ ้องการวัด วิธีการวดั /การประเมิน เครอื่ งมอื เกณฑ์
1) บอกจ้านวนผู้ที่มีความเสี่ยงป่วย สังเกตการตอบค้าถาม แบบสังเกตและ เดก็ ผา่ นการ
ด้วยโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อ ของเดก็ บันทึกพฤตกิ รรม ประเมนิ ระดับ 2
นา้ ดไี ด้ ขึนไปถือวา่ ผ่าน
2) ส้ารวจ สืบเสาะหาความรู้และ สังเกตพฤติกรรมของ แบบสังเกตและ เด็กผ่านการ
นา้ เสนอขอ้ มูลจากการสบื เสาะได้ เด็ก บันทกึ พฤตกิ รรม ประเมนิ ระดบั 2
ขนึ ไปถอื ว่าผา่ น
3) เห็นความส้าคัญของปัญหาโรค สังเกตพฤติกรรมของ แบบสังเกตและ เด็กผ่านการ
พยาธิใบไม้ตบั และมะเร็งท่อนา้ ดี เดก็ บนั ทกึ พฤติกรรม ประเมนิ ระดบั 2
ขนึ ไปถอื ว่าผา่ น
เกณฑก์ ารประเมนิ
1) บอกจ้านวนผู้ทีม่ ีความเสี่ยงป่วยดว้ ยโรคพยาธใิ บไม้ตบั และมะเรง็ ท่อนา้ ดีได้
ระดับ 3 : บอกจ้านวนผูท้ ่ีมคี วามเสี่ยงปว่ ยด้วยโรคพยาธิใบไมต้ บั และมะเร็งทอ่ น้าดไี ด้ ดว้ ยตนเอง
ระดับ 2 : บอกจ้านวนผทู้ ี่มีความเสี่ยงป่วยดว้ ยโรคพยาธใิ บไมต้ ับและมะเรง็ ท่อน้าดีได้ โดยมีผชู้ แี นะ
ระดบั 1 : ไมส่ ามารถบอกจา้ นวนผ้ทู ีม่ ีความเส่ียงปว่ ยด้วยโรคพยาธิใบไม้ตบั และมะเร็งทอ่ น้าดีได้
2) ความสามารถในการส้ารวจ สบื เสาะหาความร้แู ละนา้ เสนอขอ้ มูลจากการสบื เสาะได้
ระดบั 3 : สามารถสา้ รวจ สืบเสาะหาความรู้และน้าเสนอข้อมูลจากการสืบเสาะได้ ดว้ ยตนเอง
ระดับ 2 : สามารถส้ารวจ สบื เสาะหาความร้แู ละน้าเสนอขอ้ มลู จากการสืบเสาะได้ โดยมีผู้ชีแนะ
ระดับ 1 : ไมส่ ามารถสา้ รวจ สบื เสาะหาความรแู้ ละนา้ เสนอขอ้ มลู จากการสืบเสาะได้
148
3) เหน็ ความส้าคญั ของปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตบั และมะเร็งทอ่ น้าดี
ระดบั 3 : บอกความส้าคญั ของปัญหาโรคพยาธใิ บไม้ตบั และมะเรง็ ทอ่ น้าดไี ดด้ ว้ ยตนเอง
ระดับ 2 : บอกความสา้ คญั ของปญั หาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งทอ่ น้าดไี ดโ้ ดยมีผูช้ ีแนะ
ระดับ 1 : ไมส่ ามารถบอกความส้าคญั ของปัญหาโรคพยาธิใบไมต้ ับและมะเร็งทอ่ น้าดีได้
8. บันทกึ หลงั การจัดประสบการณ์
ผลการจดั ประสบการณ์
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ปญั หาและอุปสรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ......................................................
(............................................................)
ครผู สู้ อน
149
ภาคผนวก
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 ช่ือหน่วย ครอบครัว ชุมชนปลอดภยั ห่างไกลโรค
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 1 เรือ่ ง การระบาดของโรคมะเร็งทอ่ น้าดีในชมุ ชน
150
1) คลปิ วดี โี อ เรอื่ ง การปอ้ งกันการระบาดของโรคพยาธิใบไมต้ บั และโรคมะเร็งท่อนา้ ดี
2) แผนที่ประเทศไทยและแผนที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื
ทมี่ า www.Thailaws.com
151
3) แบบบนั ทกึ การสา้ รวจ
152
แบบสังเกตและบนั ทกึ พฤตกิ รรม
คา้ ชีแจง ให้ผู้ประเมินสังเกตเด็กแลว้ ท้าเครื่องหมาย √ ลงในชอ่ งระดับค่าคะแนนทตี่ รงกบั ความเปน็ จรงิ
ในแตล่ ะรายการและบันทกึ ผลท่ีไดจ้ ากการสงั เกตลงในชอ่ งทก่ี า้ หนดให้
จา้ นวนผทู้ ่ีมี รายการประเมนิ เหน็ ความสา้ คญั สรุปผล บันทึกการ
ความเสีย่ งใน ส้ารวจ สบื เสาะ ของปญั หา ผา่ น/ สงั เกต
ท่ี ชอื่ – สกลุ และนา้ เสนอ รวม ไม่ผ่าน เพิ่มเติม
โรงเรียน
ขอ้ มูล
32 1 3 2 1 3 2 1 9
ข้อเสนอแนะเพม่ิ เติม
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ.................................................ผ้ปู ระเมิน
(..............................................)
153
เกณฑก์ ารผา่ น
เดก็ ต้องไดค้ ะแนนประเมินในระดบั 2 ขนึ ไปทกุ ข้อ
คา้ อธิบายคุณภาพเกณฑ์การประเมนิ
1) บอกจา้ นวนผทู้ ่มี ีความเส่ียงปว่ ยดว้ ยโรคพยาธิใบไมต้ ับและมะเร็งทอ่ น้าดีได้
ระดบั 3 : บอกจ้านวนผทู้ ี่มีความเส่ียงป่วยดว้ ยโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเรง็ ท่อนา้ ดีได้ ดว้ ยตนเอง
ระดบั 2 : บอกจา้ นวนผู้ทมี่ คี วามเสี่ยงปว่ ยดว้ ยโรคพยาธิใบไมต้ บั และมะเร็งทอ่ น้าดไี ด้ โดยมผี ู้ชีแนะ
ระดับ 1 : ไมส่ ามารถบอกจ้านวนผ้ทู ่ีมคี วามเส่ียงปว่ ยดว้ ยโรคพยาธใิ บไม้ตบั และมะเร็งทอ่ น้าดไี ด้
2) ความสามารถในการสา้ รวจ สืบเสาะหาความรูแ้ ละน้าเสนอข้อมูลจากการสืบเสาะได้
ระดับ 3 : สามารถส้ารวจ สบื เสาะหาความรูแ้ ละน้าเสนอขอ้ มลู จากการสบื เสาะได้ ด้วยตนเอง
ระดบั 2 : สามารถสา้ รวจ สบื เสาะหาความร้แู ละน้าเสนอข้อมลู จากการสบื เสาะได้ โดยมีผู้ชีแนะ
ระดับ 1 : ไม่สามารถสา้ รวจ สบื เสาะหาความรแู้ ละนา้ เสนอขอ้ มลู จากการสืบเสาะได้
3) เห็นความส้าคัญของปัญหาโรคพยาธใิ บไมต้ ับและมะเรง็ ทอ่ น้าดี
ระดับ 3 : บอกความส้าคญั ของปญั หาโรคพยาธใิ บไม้ตบั และมะเร็งท่อนา้ ดีไดด้ ว้ ยตนเอง
ระดบั 2 : บอกความส้าคญั ของปัญหาโรคพยาธใิ บไม้ตับและมะเร็งท่อน้าดีไดโ้ ดยมีผู้ชแี นะ
ระดับ 1 : ไมส่ ามารถบอกความส้าคญั ของปญั หาโรคพยาธิใบไมต้ ับและมะเร็งทอ่ น้าดีได้
154
แผนการจดั ประสบการณก์ ารเรยี นรโู้ ดยใช้สมองเป็นฐาน
ภายใตโ้ ครงการวจิ ัยหลักสูตรเสรมิ สรา้ งการป้องกันโรคพยาธิใบไมต้ ับและมะเร็งท่อน้าดี
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 3 ชอ่ื หนว่ ย ครอบครวั ชุมชนปลอดภยั ห่างไกลโรค ระดบั ปฐมวัย (5-6 ป)ี
แผนการจดั การเรียนร้กู ิจกรรมเสรมิ ประสบการณท์ ่ี 2 เร่ือง การปฏิบัติตนใหป้ ลอดภยั จากโรค เวลา 1 คาบ
...................................................................................................................................................................
1. ผลการเรียนรู้
ดา้ นความรู้
1. สร้างภูมิคมุ้ กนั เพื่อลดความเส่ยี งของการเกิดโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อนา้ ดี ในครอบครัว
และชุมชน
1) บอกวิธีการปฏบิ ตั ติ นท่เี หมาะสมเพอื่ ปอ้ งกนั โรคพยาธิใบไมต้ ับและมะเร็งทอ่ น้าดี
2) ชักชวนผู้อ่นื ในการปฏิบัตติ นใหห้ ่างไกลจากโรคพยาธใิ บไม้ตบั และมะเร็งท่อน้าดี
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ
1. ความรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม เหน็ ปัญหาสังคมและลงมอื ท้าเพือ่ น้าไปสู่การเปล่ียนแปลง
1) สื่อสาร แนะน้าผู้อ่ืนให้ตระหนักถึงการป้องกันตนเองจากโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อนา้ ดี
ดา้ นคณุ ลักษณะ
1. เจตคติทีด่ ตี ่อการป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งทอ่ น้าดี
1) เหน็ ความส้าคญั ต่อการปฏิบัตติ นทีเ่ หมาะสมเพอ่ื ปอ้ งกันโรค
2. สาระส้าคญั
วิธีการป้องกันตนเองจากโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้าดี ได้แก่ การไม่รับประทานปลาดิบ
รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ขับถ่ายในส้วมท่ีถูกสุขลักษณะ ล้างมือให้สะอาดทุกครังก่อนและหลัง
รับประทานอาหาร และล้างมือหลังการขับถ่าย หมั่นออกก้าลังกายอย่างสม้่าเสมอ รวมถึงการรักษาความ
สะอาดของบา้ นและโรงเรียนไม่ให้เป็นแหล่งสะสมเชอื โรค
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) บอกวิธีการปฏิบัติตนท่ีเหมาะสมเพื่อป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้าดีได้ เช่น การไม่
รับประทานปลาดิบ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ขับถ่ายในส้วมท่ีถูกสุขลักษณะ ล้างมือให้สะอาดทุกครงั
ก่อนและหลงั รับประทานอาหาร และล้างมอื หลังการขับถา่ ย
2) แสดงบทบาทสมมุตใิ นการปฏบิ ตั ิตนทเ่ี หมาะสมเพ่ือป้องกันโรคพยาธใิ บไมต้ ับและมะเร็งทอ่ นา้ ดี
3) ตระหนักในการปฏบิ ัติตนให้ปลอดภยั จากโรคพยาธใิ บไม้ตบั และมะเร็งทอ่ นา้ ดี
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 สาระทค่ี วรเรียนรู้
1) การปฏบิ ตั ติ นทเี่ หมาะสมเพ่ือป้องกนั โรคพยาธใิ บไมต้ ับและมะเร็งทอ่ นา้ ดี
(รายละเอยี ดอย่ใู นสว่ นท่ี 2 รายละเอียดสาระที่ควรรู้)
4.2 ประสบการณส์ า้ คญั
1) การฟงั นทิ าน
155
2) การท้าศิลปะประดิษฐ์
3) การเลน่ บทบาทสมมุติ
4) การสนทนาแลกเปลยี่ นความคิดเห็น
5. กิจกรรมการเรียนรู้
ขันท่ี 1 เตรียมความพรอ้ ม
เตรียมความพร้อมด้วยกิจกรรมบริหารสมองด้วยท่า “ส่ายคอ” เพื่อให้สมองซีกซ้ายและขวาท้างาน
ประสานกันกระตุ้นการเคล่ือนไหวของร่างกาย โดยให้เด็กหายใจเข้าลึกๆผ่อนคลายหัวไหล่และก้มศีรษะมา
ข้างหน้า ส่ายศีรษะช้า ๆ จากข้างหนึ่งไปอีกข้างหนึ่ง ปลายคางวาดเป็นโค้งน้อย ๆ แต่กว้างไปตามหน้าอก
ขณะทคี่ อผอ่ นคลาย จากนนั วาดคางเป็นโค้งนอ้ ย ๆ เพื่อผอ่ นคลาย
ขันที่ 2 กระตุน้ การเรียนรู้
เด็กฟังนิทานเร่ือง “ชุมชนปลอดภัย ไร้โรคร้าย” เม่ือฟังนิทานจบแล้วเด็กและครูร่วมกันสนทนา
เก่ียวกบั เนอื หาในนิทาน
เมื่อเรากินปลาดิบแลว้ จะเกิดอะไรขึน
ท้าอย่างไรจงึ จะไม่เป็นโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเรง็ ท่อนา้ ดี
ส่งิ ทค่ี วรปฏิบัติเมือ่ จะรับประทานอาหารจากปลาควรทา้ อย่างไร
ขนั ท่ี 3 การเรียนรู้
1) อาสาสมัครเด็กออกมาเลน่ บทบาทสมมุตเิ ป็นตัวละครในนิทาน ได้แก่ ลงุ ทนู นอ้ งแคน น้องคูน พอ่
แม่ คุณหมอ นายปรุงสุก ผู้ใหญ่บ้านและชาวบา้ น มอบหมายหน้าที่ให้เด็กแต่ละคน แล้วครูสนทนาสอดแทรก
เร่อื งการช่วยเหลือดูแล การเห็นอกเห็นใจ และใหก้ ้าลงั ใจผูป้ ว่ ย
2) ให้เด็กที่อาสาสมัครเป็นตัวละครน้าสายคาดศีรษะตามบทบาทของตัวละครในนิทานมาสวมใส่
(เด็กๆ ประดิษฐใ์ นกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์) ไดแ้ ก่ คณุ หมอณรงค์ น้องแคน นอ้ งคนู พ่อ แม่ และลุงทูน ส่วน
อาสมัครกลุ่มตอ่ ไปช่วยกนั จดั ฉากสถานการณจ์ า้ ลองเพอ่ื ให้สอดคลอ้ งกบั เนอื เรือ่ งในนิทาน
3) ให้เด็กแสดงบทบาทสมมุติตามเนือเร่ืองในนิทาน โดยมีครูคอยกระตุ้นให้เด็กได้แสดงออกถึง
พฤติกรรมต่าง ๆ
4) เม่ือเด็กแสดงบทบาทสมมุติเสร็จเรียบร้อยแล้ว กลุ่มเด็กที่เป็นผู้ชมกล่าวช่ืนชมเพื่อนๆ
นกั แสดง แลว้ สนทนาเกี่ยวกับเกี่ยวกบั การแสดงบทบาทสมมุติ โดยใชค้ ้าถาม ดงั นี
- การแสดงบทบาทสมมุตนิ เี ปน็ เร่ืองราวเกีย่ วกับอะไร
- มเี หตุการณ์อะไรเกดิ ขึนบา้ ง
- เราจะมสี ว่ นช่วยเหลอื ผปู้ ่วยโรคนีได้อยา่ งไรบา้ ง
- เรามีวธิ ีปฏิบตั ติ นท่ีเหมาะสมเพื่อป้องกันโรคพยาธิใบไมต้ บั และมะเรง็ ท่อนา้ ดอี ย่างไร
- โรคพยาธิใบไม้ตบั และมะเร็งท่อน้าดจี ะหมดไปไดช้ มุ ชนควรทา้ อย่างไร
ขนั ท่ี 4 สรุปผลการเรียนรู้
เด็กและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับการปฏิบัติตนที่เหมาะสมเพื่อป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อ
นา้ ดี ดว้ ยการพดุ คยุ ในประเด็น ดังนี
156
- เมือ่ เด็ก ๆ พบเหน็ คนท่ปี ว่ ยด้วยโรคนี เดก็ ๆ จะทา้ อยา่ งไร
- เม่ืออยูท่ ี่บ้านเด็ก ๆ จะปฏบิ ัติตนอย่างไร เพื่อเปน็ การชว่ ยเหลือพ่อแม่ในการป้องกนั โรค
พยาธิใบไม้ตับและมะเรง็ ท่อน้าดี
- ขณะที่อยู่โรงเรียน เด็ก ๆ ควรท้าอย่างไรจึงจะปลอดภัยจากโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็ง
ท่อนา้ ดี (ครูคอยใหข้ อ้ เสนอแนะเพิ่มเติมเพือ่ ความชัดเจนเรอ่ื งการไม่รบั ประทานปลาดิบ รบั ประทานอาหารให้
ครบ 5 หมู่ ขับถ่ายในส้วมท่ีถูกสุขลักษณะ ล้างมือให้สะอาดทุกครังก่อนและหลังรับประทานอาหาร และล้าง
มือหลังการขบั ถา่ ย หมนั่ ออกกา้ ลังกายอย่างสม้า่ เสมอ รวมถงึ การรักษาความสะอาดของของบ้านและโรงเรียน
ไมใ่ ห้เป็นแหลง่ สะสมเชือโรค)
ขันท่ี 5 การประยกุ ต์ใช้
ครูแนะนา้ กิจกรรมในสมุดเสริมประสบการณก์ ารเรยี นรู้ กิจกรรมที่ 12
6. สอื่ การเรยี นรู้
1) นทิ านเร่อื ง “ชุมชนปลอดภัย ไรโ้ รครา้ ย”
2) สายคาดศรี ษะ หรอื หมวกหน้าตวั ละคร
3) ฉากละคร
4) สมุดกิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์การเรยี นรู้
7. การประเมนิ ผลการเรียนรู้
สิ่งที่ต้องการวดั วธิ ีการวัด/การประเมนิ เคร่ืองมอื เกณฑ์
1) บอกวิธีการปฏิบัตติ นท่ีเหมาะสม สังเกตการตอบค้าถาม แบบบันทกึ เด็กผ่านการประเมิน
เพื่อป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับและ ของเดก็ ระดับ 2 ขึนไปถือว่า
มะเรง็ ทอ่ นา้ ดีได้ ผ่าน
2) แสดงบทบาทสมมุติในการ สงั เกตพฤตกิ รรมของเดก็ แ บ บ สั ง เ ก ต เด็กผ่านการประเมนิ
ปฏิบัติตนท่ีเหมาะสมเพื่อป้องกัน พฤตกิ รรม ระดับ 2 ขึนไปถือว่า
โรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อ ผ่าน
น้าดี
3) ตระหนักในการปฏิบัติตนให้ สังเกตพฤติกรรมของเด็ก แ บ บ สั ง เ ก ต เด็กผ่านการประเมนิ
ปลอดภัยจากโรคพยาธิใบไม้ตับ พฤติกรรม ระดับ 2 ขึนไปถือว่า
และมะเรง็ ทอ่ นา้ ดี ผา่ น
เกณฑก์ ารประเมนิ
1) บอกวิธกี ารปฏบิ ตั ิตนทเ่ี หมาะสมเพื่อป้องกนั โรคพยาธิใบไมต้ บั และมะเรง็ ทอ่ นา้ ดไี ด้
ระดบั 3 : บอกวิธีการปฏบิ ัติตนทเ่ี หมาะสมเพอ่ื ป้องกนั โรคพยาธใิ บไม้ตับและมะเร็งท่อน้าดไี ด้ 2 วิธีขนึ ไป
ระดับ 2 : บอกวธิ ีการปฏิบัติตนท่เี หมาะสมเพ่ือปอ้ งกนั โรคพยาธใิ บไมต้ บั และมะเร็งท่อนา้ ดีได้ 1 วิธี
ระดับ 1 : ไม่สามารถบอกวธิ กี ารปฏิบตั ิตนท่ีเหมาะสมเพ่ือป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเรง็ ท่อน้าดไี ด้
157
2) แสดงบทบาทสมมุติในการปฏบิ ัติตนทเี่ หมาะสมเพ่ือป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเรง็ ท่อน้าดไี ด้
ระดบั 3 : แสดงบทบาทสมมตุ ใิ นการปฏบิ ัตติ นทีเ่ หมาะสมเพอ่ื ป้องกนั โรคพยาธใิ บไมต้ ับและมะเรง็ ท่อนา้ ดี
ด้วยตนเอง
ระดบั 2 : แสดงบทบาทสมมุติในการปฏิบตั ิตนทเ่ี หมาะสมเพ่อื ป้องกันโรคพยาธิใบไมต้ ับและมะเรง็ ทอ่ นา้ ดี
โดยมผี ้ชู ีแนะ
ระดับ 1 : ไม่แสดงพฤตกิ รรม
3) ตระหนักในการปฏบิ ตั ติ นให้ปลอดภัยจากโรคพยาธิใบไมต้ บั และมะเร็งท่อนา้ ดี
ระดบั 3 : สามารถแสดงพฤตกิ รรมทเี่ หมาะสมเพือ่ ปอ้ งกนั โรคพยาธใิ บไมต้ บั และมะเร็งท่อนา้ ดี ด้วยตนเอง
ระดับ 2 : สามารถแสดงพฤติกรรมท่ีเหมาะสมเพือ่ ป้องกนั โรคพยาธิใบไมต้ บั และมะเร็งท่อนา้ ดโี ดยมี
ผูช้ ีแนะ
ระดับ 1 : ไมแ่ สดงพฤติกรรมแมไ้ ด้รับการชแี นะ
8. บนั ทกึ หลงั การจดั ประสบการณ์
ผลการจดั ประสบการณ์
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ปญั หาและอปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ......................................................
(............................................................)
ครผู สู้ อน
158
ภาคผนวก
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 ชอ่ื หน่วย ครอบครวั ชมุ ชนปลอดภยั ห่างไกลโรค
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 2 เรื่อง การปฏบิ ตั ติ นใหป้ ลอดภยั จากโรค
159
1) นทิ านเรือ่ ง ชมุ ชนปลอดภัย ไร้โรครา้ ย ผ้แู ตง่ : นางสาวจนั ทกานต์ อยคู่ ง
หมู่บา้ นเช้านี มีเสยี งประกาศ
หลังจบเพลงชาติ สารเรยี กรวมตวั
จากผใู้ หญบ่ ้าน ถงึ ทกุ ครอบครวั
ให้มารวมตัว ฟังข่าวดีๆ
แคนคูนตนื่ เตน้ บอกเหน็ วันนี
คณุ หมอมากมี อยูท่ ่ีศาลา
ชาวบ้านมากมาย นง่ั รอหนาตา
เม่ือคุณหมอมา เริ่มแนะน้าตวั
“ผมหมอณรงค์” มาลงพืนท่ี
ให้ข้อมูลดี เก่ียวกับโรครา้ ย
การกินปลาดิบ ติดพยาธิใบไม้
เป็นมะเร็งรา้ ย ถึงตายได้เลย
ตัวอย่างลุงทนู ประสบการณเ์ คย
แต่ไมเ่ ฉยเมย หายทนั ท่วงที
ชาวบ้านสงสยั ท้าอย่างไรดี
ปัญหาเหล่านี ถงึ จะหมดไป
คุณหมอตอบต่อ คลายขอ้ สงสัย
ใหห้ มน่ั จ้าไว้ ปลาดบิ อย่ากนิ
ปรงุ ปลาใหส้ กุ หม่นั ทา้ ให้ชนิ
ช้อนกลางรอ้ นกิน เปน็ นสิ ัยดี
ไมย่ ากเกินท้า เผยตวั อย่างมี
คนคุ้นเคยดี คณุ ปรงุ สกุ ไง
ใหป้ ลาผา่ นร้อน พยาธอิ ่อนตายไซร้
คนกนิ ปลอดภยั ทา้ ขายยงิ่ ดี
แต่หากใครพลังพลาด ปว่ ยมะเรง็ ทอ่ นา้ ดี
ทางการแพทยม์ ี วิธีดูแล
ป้องกนั ไว้ก่อน ดีกว่าแน่แท้
ก้าจดั พยาธแิ ย่ ห่างคนรกั เรา
160
2) ภาพตวั ละครส้าหรบั สายคาดศีรษะ
นอ้ งแคน นอ้ งคูน พอ่
แม่ ลุงทนู คุณหมอณรงค์
นายปรุงสกุ ผูใ้ หญบ่ ้าน ชาวบ้าน
161
แบบสังเกตและบนั ทึกพฤติกรรม
ค้าชีแจง ใหผ้ ้ปู ระเมนิ สงั เกตเด็กแลว้ ทา้ เครอื่ งหมาย √ ลงในชอ่ งระดับค่าคะแนนท่ตี รงกบั ความเป็นจริง
ในแต่ละรายการและบันทกึ ผลที่ได้จากการสงั เกตลงในช่องที่ก้าหนดให้
รายการประเมิน
วธิ ีการปฏิบัติ การแสดง ตระหนักใน สรุปผล บนั ทึกการ
ท่ี ช่อื – สกลุ ตนที่เหมาะสม บทบาทสมมติ การปฏิบัติตนให้ รวม ผา่ น/ สงั เกต
ปลอดภยั ไมผ่ ่าน เพม่ิ เติม
จากโรค
32 13 2 1 3 2 1 9
ขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เติม
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่อื .................................................ผ้ปู ระเมนิ
(..............................................)
162 161
เกณฑก์ ารผ่าน
เดก็ ต้องไดค้ ะแนนประเมินในระดับ 2 ขึนไปทุกขอ้
คา้ อธบิ ายคุณภาพเกณฑก์ ารประเมิน
1) บอกวธิ ีการปฏบิ ตั ิตนท่ีเหมาะสมเพอ่ื ป้องกนั โรคพยาธใิ บไม้ตับและมะเร็งท่อน้าดไี ด้
ระดับ 3 : บอกวธิ ีการปฏิบัติตนทเ่ี หมาะสมเพอื่ ป้องกนั โรคพยาธิใบไมต้ บั และมะเร็งท่อนา้ ดีได้ 2 วธิ ขี ึนไป
ระดบั 2 : บอกวธิ ีการปฏบิ ัตติ นทเ่ี หมาะสมเพื่อปอ้ งกนั โรคพยาธใิ บไม้ตับและมะเร็งท่อนา้ ดไี ด้ 1 วิธี
ระดบั 1 : ไม่สามารถบอกวธิ ีการปฏิบตั ิตนทเี่ หมาะสมเพอ่ื ป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตบั และมะเรง็ ทอ่ นา้ ดีได้
2) แสดงบทบาทสมมุติในการปฏิบตั ิตนทเ่ี หมาะสมเพ่ือปอ้ งกันโรคพยาธิใบไม้ตบั และมะเรง็ ทอ่ น้าดีได้
ระดบั 3 : แสดงบทบาทสมมุติในการปฏบิ ตั ิตนท่ีเหมาะสมเพอ่ื ปอ้ งกนั โรคพยาธิใบไมต้ บั และมะเร็งทอ่ นา้ ดี
ดว้ ยตนเอง
ระดบั 2 : แสดงบทบาทสมมตุ ใิ นการปฏิบตั ติ นที่เหมาะสมเพือ่ ป้องกนั โรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อนา้ ดี
โดยมผี ้ชู แี นะ
ระดบั 1 : ไมแ่ สดงพฤติกรรม
3) ตระหนักในการปฏบิ ตั ิตนให้ปลอดภัยจากโรคพยาธิใบไม้ตบั และมะเร็งทอ่ น้าดี
ระดับ 3 : สามารถแสดงพฤตกิ รรมทเ่ี หมาะสมเพื่อปอ้ งกนั โรคพยาธิใบไม้ตบั และมะเร็งทอ่ น้าดี ด้วยตนเอง
ระดับ 2 : สามารถแสดงพฤตกิ รรมท่เี หมาะสมเพ่อื ปอ้ งกนั โรคพยาธิใบไมต้ ับและมะเร็งท่อนา้ ดโี ดยมผี ู้
ชแี นะ
ระดับ 1 : ไมแ่ สดงพฤตกิ รรมแม้ไดร้ ับการชแี นะ
162 163
แผนการจัดประสบการณก์ ารเรยี นรโู้ ดยใช้สมองเป็นฐาน
ภายใตโ้ ครงการวิจัยหลกั สูตรเสริมสรา้ งการปอ้ งกนั โรคพยาธิใบไมต้ บั และมะเรง็ ท่อน้าดี
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3 ชอ่ื หน่วย ครอบครัว ชมุ ชนปลอดภยั หา่ งไกลโรค ระดบั ปฐมวัย (5-6 ปี)
แผนการจัดการเรยี นรกู้ ิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์ที่ 3 เร่ือง การดูแลรกั ษาความสะอาดของโรงเรยี น
เวลา 1 คาบ
...................................................................................................................................................................
1. ผลการเรยี นรู้
ด้านความรู้
1. สรา้ งภมู ิคุ้มกันเพือ่ ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคพยาธิใบไมต้ ับและมะเร็งท่อน้าดี ในครอบครัว
และชมุ ชน
1) สามารถบอกวธิ ีการดูแลรกั ษาความสะอาดของโรงเรยี นได้
ด้านทกั ษะกระบวนการ
1. การดแู ลตนเองให้หา่ งไกลจากโรคพยาธใิ บไม้ตับและมะเรง็ ท่อน้าดี
1) สามารถปฏิบตั ติ นที่เหมาะสมเพื่อป้องกันโรคพยาธใิ บไมต้ ับและมะเรง็ ทอ่ น้าดี
ด้านคณุ ลกั ษณะ
1. เจตคตทิ ่ดี ีต่อการการดแู ลรกั ษาความสะอาดของบา้ น โรงเรยี นและชุมชน
1) ตระหนักร้ถู งึ ความสา้ คญั ในการดูและรกั ษาความสะอาดของบา้ น โรงเรียนและชุมชนให้ถกู
สุขลักษณะ
ดา้ นพฤตกิ รรมสุขภาพ
1) แสดงออกถึงการมสี ขุ อนามัยทดี่ ี
2. สาระส้าคัญ
การรักษาความสะอาดของโรงเรียน จัดสภาพแวดล้อมให้ถูกสุขลกั ษณะ เปน็ การปอ้ งกันและตัดวงจร
การเกดิ โรคพยาธใิ บไมต้ ับ
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) สามารถบอกวธิ กี ารดแู ลรกั ษาความสะอาดของโรงเรยี นใหถ้ กู สขุ ลกั ษณะได้
2) สามารถเลือกใชอ้ ุปกรณใ์ นการท้าความสะอาดและปฏบิ ัตไิ ดอ้ ย่างเหมาะสม
3) ตระหนกั ถงึ ความสา้ คัญของการดแู ลรกั ษาความสะอาดของโรงเรยี นใหป้ ลอดภยั จากโรค
4. สาระการเรียนรู้
4.1 สาระที่ควรเรยี นรู้
1) การดูแลรกั ษาความสะอาดของโรงเรยี นใหถ้ กู สุขลักษณะ
(รายละเอียดอยใู่ นส่วนที่ 2 รายละเอยี ดสาระทค่ี วรรู)้
4.2 ประสบการณ์ส้าคญั
1) การสา้ รวจส่ิงตา่ ง ๆ และแหล่งเรียนรูร้ อบตัว
2) การมีสว่ นรว่ มในการลงความเหน็ จากข้อมลู อยา่ งมีเหตผุ ล
164
3) การพดู อธิบายเกีย่ วกบั สง่ิ ของ เหตุการณแ์ ละความสมั พนั ธข์ องส่ิงตา่ ง ๆ
4) การดูแลหอ้ งเรยี นร่วมกัน
5) การมสี ่วนรว่ มรับผิดชอบดแู ลรักษาส่งิ แวดลอ้ มทงั ภายในและภายนอกหอ้ งเรียน
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขนั ที่ 1 เตรยี มความพรอ้ ม
เตรียมความพร้อมด้วยกิจกรรมบริหารสมองเพ่ือการผ่อนคลาย ท่า “นกฮูก” โดยให้เด็กใช้มือจับ
หัวไหล่บริเวณค่อนมาทางต้นคอและค่อยๆบีบนวดกล้ามเนือให้กระชับ แล้วหันศีรษะเหลียวมองไปทาง
ดา้ นหลงั ผา่ นหวั ไหล่ หายใจลึกๆแลว้ เอียงหวั ไหล่กลบั มาท่ีเดิม จากนนั หันศีรษะเหลียวมองหวั ไหล่อกี ข้าง เอา
มือลงจากไหล่ ก้มคางลงมาท่ีหน้าอกและหายใจเข้าลึกๆ ให้กล้ามเนือผ่อนคลาย สลับมือมาจับหัวไหล่อีกข้าง
ทา้ ซ้าเชน่ เดยี วกัน
ขันท่ี 2 กระตนุ้ การเรียนรู้
น้าหุ่นมือ น้องแคน น้องคูน มาสนทนาทบทวนความรู้และประสบการณเ์ ดมิ ของเดก็ เกย่ี วกับโรคพยาธิ
ใบไม้ตับและมะเร็งทอ่ นา้ ดี ดังนี
- โรคพยาธิใบไม้ตับและมะเรง็ ทอ่ น้าดเี กิดจากอะไร
- โรคนพี บมากทไ่ี หนของประเทศไทย
- โรคพยาธิใบไมต้ บั และมะเร็งท่อน้าดเี กิดทอ่ี วยั วะใด
- เด็ก ๆ มีวธิ ีแกป้ ัญหาให้เกิดน้อยลงหรอื หมดไปดว้ ยวธิ ีใด
- เดก็ ๆ คดิ วา่ จะมสี ว่ นช่วยไมใ่ หเ้ กดิ โรคพยาธใิ บไม้ตับได้อย่างไร
ขันท่ี 3 การเรยี นรู้
1) สนทนากบั เด็กว่า วันนีครูจะพาเดก็ ๆ ออกไปสา้ รวจสถานท่ีต่าง ๆ รอบ ๆ บรเิ วณโรงเรยี น ใหเ้ ด็ก
ชว่ ยกันสงั เกตว่ามีสถานท่ีใดเป็นแหลง่ ที่เสี่ยงตอ่ การเกิดโรคพยาธิใบไม้ตับ ครเู ตรียมความพรอ้ มเดก็ และสร้าง
ข้อตกลงในการออกส้ารวจ
- เตรยี มอุปกรณ์ ดินสอ แบบบนั ทกึ การส้ารวจ
2) จากนันน้าเด็กออกไปส้ารวจสถานที่ต่างๆ รอบๆ บรเิ วณโรงเรียน ให้เดก็ ช่วยกนั สังเกตว่ามีสถานที่
ใดเปน็ แหลง่ ทเี่ สี่ยงตอ่ การเกิดโรคพยาธิใบไม้ตบั แลว้ เด็กวาดภาพสิ่งท่ีพบเหน็ ลงในแบบบนั ทึกการส้ารวจ
3) เมื่อกลับมาถึงห้องเรียน อาสาสมัครเด็กออกมาน้าเสนอผลงานและเล่าถึงส่ิงท่ีเด็กค้นพบจาก
การสา้ รวจ จากนันอภิปรายร่วมกันแล้วให้เดก็ เสนอแนวทางในการจดั สภาพแวดล้อมให้ถกู สุขลกั ษณะ
4) นา้ อปุ กรณใ์ นการทา้ ความสะอาด เช่น ไม้กวาด ผ้าถพู ืน ไม้กวาดขนไก่ ถงั นา้ สนทนาเก่ียวกับการ
ใชอ้ ุปกรณ์ในการท้าความสะอาด สาธิตการใชอ้ ุปกรณ์ท้าความสะอาดแต่ละชนิด จากนนั เดก็ และครรู ่วมกันท้า
ความสะอาดห้องเรยี นและรอบ ๆ บริเวณโรงเรียน
ขนั ท่ี 4 สรปุ ผลการเรียนรู้
1) น้าผลงานการสา้ รวจนอกสถานที่ของเดก็ ตดิ บนกระดาน สนทนาจากผลงาน
- สถานทใ่ี นบรเิ วณโรงเรยี นท่อี อกไปส้ารวจสะอาดหรือไม่
- จ้าเปน็ หรอื ไม่ทีโ่ รงเรียนต้องสะอาด
165
- เรามีวิธรี ักษาความสะอาดโรงเรียนไดอ้ ยา่ งไร
ขันท่ี 5 การประยุกตใ์ ช้
ครูแนะน้ากิจกรรมในสมุดเสริมประสบการณ์การเรียนรู้ กิจกรรมท่ี 13 เร่ืองการดูแลรักษาความ
สะอาดของหอ้ งเรยี นและท่ีอยอู่ าศัย
6. ส่อื การเรยี นรู้
1) หนุ่ มอื น้องแคน นอ้ งคนู
2) แบบบันทกึ การสา้ รวจ
3) clipboard
4) ดินสอ
5) อปุ กรณใ์ นการทา้ ความสะอาดห้องเรยี น ไดแ้ ก่ ไม้กวาด ผา้ ถูพืน ไมก้ วาดขนไก่ ถงั นา้
6) สมดุ กจิ กรรมเสริมประสบการณก์ ารเรียนรู้
7. การประเมินผลการเรยี นรู้
สง่ิ ทต่ี อ้ งการวดั วิธีการวัด/การประเมิน เครือ่ งมือ เกณฑ์
1) บอกวิธีการดูแลรักษาความ สังเกตการตอบค้าถาม แบบสังเกตและ เด็กผ่านการประเมิน
ส ะ อ า ด ข อ ง โ ร ง เ รี ย น ใ ห้ ถู ก ของเดก็ บนั ทกึ พฤตกิ รรม ระดับ 2 ขึนไปถือว่า
สุขลกั ษณะได้ ผา่ น
2) การเลือกใช้อุปกรณ์ในการท้า สังเกตพฤติกรรมของเดก็ แบบสังเกตและ เด็กผ่านการประเมนิ
ความสะอาดและปฏิบัติได้อย่าง บันทึกพฤตกิ รรม ระดับ 2 ขึนไปถือว่า
เหมาะสม ผ่าน
3) ตระหนักถึงความส้าคัญของการ สังเกตการตอบค้าถาม แบบสังเกตและ เด็กผ่านการประเมนิ
ดูแลรักษาความสะอาดของ ท่ี ของเดก็ บนั ทกึ พฤติกรรม ระดับ 2 ขึนไปถือว่า
โรงเรียนให้ปลอดภยั จากโรค ผ่าน
เกณฑก์ ารประเมนิ
1) บอกวิธกี ารดแู ลรกั ษาความสะอาดของโรงเรียนใหถ้ กู สุขลกั ษณะได้
ระดับ 3 : บอกวิธีการดแู ลรักษาความสะอาดของโรงเรยี นให้ถกู สขุ ลักษณะได้ ด้วยตนเอง
ระดับ 2 : บอกวธิ กี ารดแู ลรกั ษาความสะอาดของโรงเรียนใหถ้ ูกสุขลักษณะได้ โดยมีผู้ชแี นะ
ระดบั 1 : ไมส่ ามารถบอกวธิ กี ารดูแลรักษาความสะอาดของโรงเรียนใหถ้ ูกสขุ ลักษณะได้
2) การเลือกใช้อปุ กรณใ์ นการท้าความสะอาดและปฏบิ ตั ไิ ดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ระดับ 3 : แสดงพฤติกรรมท่แี สดงออกถึงการเลือกใช้อปุ กรณ์ในการทา้ ความสะอาดและปฏิบตั ไิ ดอ้ ย่าง
เหมาะสมได้ ดว้ ยตนเอง
ระดบั 2 : แสดงพฤติกรรมทแี่ สดงออกถึงการเลือกใชอ้ ปุ กรณใ์ นการทา้ ความสะอาดและปฏบิ ัติไดอ้ ยา่ ง
เหมาะสมได้ โดยมีผ้ชู แี นะ
ระดบั 1 : ไมแ่ สดงพฤติกรรม
166
3) บอกความสา้ คัญของรักษาความสะอาดของท่ีอยู่อาศัยและชุมชนใหถ้ กู สขุ ลกั ษณะได้
ระดับ 3 : บอกความส้าคัญของรักษาความสะอาดของโรงเรียนให้ถูกสขุ ลกั ษณะได้ ดว้ ยตนเอง
ระดับ 2 : บอกความสา้ คญั ของรกั ษาความสะอาดของโรงเรยี นใหถ้ กู สุขลักษณะได้ โดยมีผชู้ แี นะ
ระดับ 1 : ไม่สามารถบอกความสา้ คัญของรกั ษาความสะอาดของโรงเรียนใหถ้ ูกสุขลกั ษณะได้
8. บันทึกหลงั การจัดประสบการณ์
ผลการจดั ประสบการณ์
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ปัญหาและอปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ......................................................
(............................................................)
ครผู สู้ อน
167
ภาคผนวก
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 ชื่อหนว่ ย ครอบครวั ชมุ ชนปลอดภัย หา่ งไกลโรค
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 3 เร่อื ง การดแู ลรักษาความสะอาดของโรงเรยี น
168
1. หนุ่ มอื นอ้ งแคน น้องคูน
2. แบบบันทึกการส้ารวจ
169
แบบสงั เกตและบนั ทึกพฤตกิ รรม
คา้ ชีแจง ให้ผปู้ ระเมินสงั เกตเดก็ แลว้ ทา้ เครอ่ื งหมาย √ ลงในช่องระดบั คา่ คะแนนท่ีตรงกบั ความเป็นจริง
ในแต่ละรายการและบนั ทกึ ผลทไ่ี ด้จากการสังเกตลงในชอ่ งทีก่ ้าหนดให้
รายการประเมิน
วธิ ีดแู ลรกั ษา เลือกใช้อปุ กรณ์ ตระหนัก สรุปผล บันทกึ การ
ท่ี ช่ือ – สกุล ความสะอาด และปฏบิ ตั ิท้า ความสา้ คัญของ รวม ผ่าน/ สงั เกต
โรงเรียน ความสะอาด การรักษาความ ไมผ่ า่ น เพม่ิ เตมิ
สะอาด
32 13 2 1 3 2 1 9
ขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่อื .................................................ผู้ประเมิน
(..............................................)
170
เกณฑ์การผา่ น
เด็กต้องได้คะแนนประเมนิ ในระดับ 2 ขึนไปทุกข้อ
คา้ อธิบายคณุ ภาพเกณฑ์การประเมนิ
1) บอกวิธกี ารดูแลรกั ษาความสะอาดของโรงเรยี นให้ถกู สขุ ลกั ษณะได้
ระดับ 3 : บอกวิธกี ารดูแลรกั ษาความสะอาดของโรงเรยี นให้ถูกสขุ ลักษณะได้ ด้วยตนเอง
ระดบั 2 : บอกวธิ กี ารดูแลรักษาความสะอาดของโรงเรยี นให้ถูกสุขลกั ษณะได้ โดยมีผ้ชู ีแนะ
ระดบั 1 : ไม่สามารถบอกวิธกี ารดแู ลรกั ษาความสะอาดของโรงเรียนใหถ้ ูกสขุ ลักษณะได้
2) การเลือกใชอ้ ุปกรณ์ในการทา้ ความสะอาดและปฏิบัติไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ระดับ 3 : แสดงพฤตกิ รรมทแ่ี สดงออกถงึ การเลอื กใช้อปุ กรณใ์ นการทา้ ความสะอาดและปฏบิ ัตไิ ด้อย่าง
เหมาะสมได้ ด้วยตนเอง
ระดบั 2 : แสดงพฤตกิ รรมท่ีแสดงออกถงึ การเลือกใช้อุปกรณใ์ นการท้าความสะอาดและปฏิบัตไิ ด้อย่าง
เหมาะสมได้ โดยมีผ้ชู ีแนะ
ระดบั 1 : ไมแ่ สดงพฤตกิ รรม
3) ตระหนกั ถึงความสา้ คัญของรกั ษาความสะอาดของโรงเรยี นให้ถูกสขุ ลักษณะได้
ระดับ 3 : บอกความส้าคญั ของรักษาความสะอาดของโรงเรยี นใหถ้ กู สขุ ลกั ษณะได้ ดว้ ยตนเอง
ระดบั 2 : บอกความสา้ คญั ของรักษาความสะอาดของโรงเรียนใหถ้ ูกสุขลักษณะได้ โดยมผี ชู้ ีแนะ
ระดับ 1 : ไม่สามารถบอกความสา้ คญั ของรกั ษาความสะอาดของโรงเรียนใหถ้ กู สขุ ลกั ษณะได้
171
แผนการจัดประสบการณก์ ารเรยี นรูโ้ ดยใชส้ มองเป็นฐาน
ภายใตโ้ ครงการวิจัยหลักสูตรเสรมิ สร้างการป้องกนั โรคพยาธใิ บไม้ตับและมะเร็งทอ่ นา้ ดี
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 ชือ่ หน่วย ครอบครัว ชุมชนปลอดภัย หา่ งไกลโรค ระดับปฐมวัย (5-6 ป)ี
แผนการจัดการเรยี นรูก้ ิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์ที่ 4 เรอ่ื ง ชมุ ชนปลอดภัย ห่างไกลโรค เวลา 2 คาบ
...................................................................................................................................................................
1. ผลการเรยี นรู้
ด้านความรู้
1. สร้างภูมคิ มุ้ กนั เพือ่ ลดความเส่ียงของการเกิดโรคพยาธใิ บไม้ตับและมะเร็งท่อนา้ ดี ในครอบครัว
และชมุ ชน
1) สามารถชกั ชวนผูอ้ ื่นในการปฏบิ ัติตนให้ห่างไกลจากโรคพยาธิใบไม้ตบั และมะเร็งทอ่ น้าดี
ทักษะกระบวนการ
1. ความรับผิดชอบตอ่ สังคม เหน็ ปัญหาสังคมและลงมือท้าเพ่ือนา้ ไปสกู่ ารเปล่ยี นแปลง
1) สามารถส่ือสาร แนะน้าผู้อื่นให้ตระหนกั ถึงการปอ้ งกันตนเองจากโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็ง
ทอ่ นา้ ดี
2. สาระส้าคญั
เด็ก ๆ สามารถช่วยรณรงค์ป้องกันโรค โดยการแนะน้า ส่ือสารกับบุคคลในครอบครัวและชุมชน ให้
ปฏิบตั ิตนหา่ งไกลโรคพยาธิใบไมต้ บั และมะเร็งท่อน้าดี
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) ผลิตผลงานเกี่ยวกบั การรณรงค์ป้องกันการเกดิ โรคได้ เช่น สื่อท่ีแสดงให้เห็นถึงวงจรการเกิดพยาธิ
และการตัดวงจรการเกดิ พยาธิ
2) ส่ือสาร นา้ เสนอหรอื เผยแพรค่ วามรแู้ ก่ผูอ้ ่นื ได้
3) มีเจตคติทด่ี ใี นการร่วมกจิ กรรมการรณรงคเ์ พื่อป้องกนั การเกดิ โรคพยาธใิ บไม้ตบั และมะเรง็ ทอ่ น้าดี
4. สาระการเรียนรู้
4.1 สาระทค่ี วรเรียนรู้
1) การรณรงค์ให้บุคคลในชุมชน มีพฤติกรรมที่เหมาะสมห่างไกลโรคพยาธใิ บไม้ตบั และมะเร็ง
ทอ่ น้าดี
2) ลด ละ เลกิ พฤตกิ รรมท่ีเป็นปัจจยั เสีย่ งของโรคพยาธิใบไม้ตบั และมะเรง็ ทอ่ นา้ ดี
(รายละเอียดอย่ใู นส่วนท่ี 2 รายละเอยี ดสาระทคี่ วรร)ู้
4.2 ประสบการณ์ส้าคญั
1) การทอ่ งค้าคล้องจอง
2) การมสี ว่ นร่วมในการลงความเห็นจากขอ้ มูลอยา่ งมเี หตผุ ล
3) การสร้างสรรค์ผลงาน
172
5. กิจกรรมการเรียนรู้
ขันท่ี 1 เตรียมความพร้อม
เตรยี มความพร้อมดว้ ยกิจกรรมบริหารสมองด้วยท่า “ผ่อนคลาย” เพื่อใหเ้ กดิ สมาธิและมีความพร้อม
ในการเรียนรู้ โดยให้เด็กนั่งขัดสมาธิ ยกมือทังสองข้างขึนมาระดับหน้าอก น้ามือทังสองข้างประกบกันใน
ลกั ษณะเป็นดอกบวั ตมู โดยใหท้ ุกนิวสัมผสั กันเบาๆ พรอ้ มกบั หายใจเขา้ -ออกชา้ ๆ ทา้ ทา่ นี 30 วนิ าที
ขนั ที่ 2 กระตุน้ การเรียนรู้
1) เดก็ และครูร่วมกนั ท่องคา้ คล้องจอง “พยาธิใบไมต้ ับ”
เด็กเด็กรไู้ หม คนไหนชอบกิน
ปลาดบิ จนชนิ เส่ยี งโรคอนั ตราย
พยาธใิ บไมต้ ับ เชือโรคตวั ร้าย
เป็นจอมทา้ ลาย ตายได้ไม่ดี
ดงั นนั ห้ามลมื โรคร้ายโรคนี
ปรุงสุกทุกที โรคนจี ะหายไป
2) หลังจากท่องค้าคล้องจองเสร็จแล้วครถู ามเด็กว่า โรคพยาธใิ บไมต้ ับและมะเรง็ ท่อนา้ ดีจะหายได้เรา
ทกุ คนต้องทา้ อยา่ งไร
ขันท่ี 3 การเรียนรู้
1) ครูสนทนากับเด็กว่า วันนีเราจะร่วมกันรวบรวมสิ่งท่ีเป็นความรู้ท่ีได้จากการเรียนรู้เร่อื งโรคพยาธิ
ใบไมต้ บั และมะเร็งท่อนา้ ดี เพอื่ ทเ่ี ด็ก ๆ จะน้าความร้ไู ปเลา่ ใหค้ ุณพอ่ คุณแม่ พ่ี เพ่ือนๆและคนอื่นให้รทู้ ว่ั กัน
2) เด็กและครูร่วมกนั วางแผนการสร้างสรรค์ผลงานเพ่ือใช้ในการจัดนทิ รรศการแสดงผลงานเผยแพร่
ความรู้สู่ชุมชน ได้แก่ ป้ายรณรงค์ หนังสือนิทาน คลิปวิดีโอ ภาพวาด และงานประดิษฐ์ ทังนีขึนอยู่กับความ
สนใจของเด็ก เม่ือท้าหลายๆคนก็มีผลงานหลายๆชิน เราจะน้าไปจัดแสดงให้คนอ่ืน ๆ ดูรวมทังพ่อแม่
ผู้ปกครองและชาวบ้านด้วย เราเรียกว่านิทรรศการ เพราะฉะนันเด็ก ๆ และครูมาร่วมกันวางแผนการ
สรา้ งสรรคผ์ ลงานเพอื่ ใชใ้ นการจดั นิทรรศการแสดงผลงานเผยแพรค่ วามร้สู ชู่ มุ ชน
3) เดก็ และครรู ่วมกันสรา้ งสรรค์ผลงานตามทไี่ ด้วางแผนไว้ โดยครเู ปน็ ผ้ใู ห้คา้ แนะน้าและคอยอ้านวย
ความสะดวกในการท้ากจิ กรรม
4) เด็กและครูร่วมกันจัดนิทรรศการแสดงผลงานการเรียนร้ทู ี่สร้างสรรค์ขึน เผยแพร่ในโรงเรียนและ
ชมุ ชน โดยเชญิ ครู เด็กหอ้ งอ่นื ๆ และผู้ปกครองเข้าชมผลงาน โดยครูแจกแบบประเมินผลงานนิทรรศการให้
ทกุ คนเพื่อร่วมประเมนิ ผลงาน
ขันท่ี 4 สรปุ ผลการเรยี นรู้
เม่ือสินสุดกิจกรรมน้าเสนอผลงาน เด็กและครูร่วมกันประเมินผลการเรียนรู้จากการประเมินของ
ผรู้ ว่ มงาน ครูและตวั เด็กเอง พรอ้ มทังรว่ มกันเสนอแนะเพือ่ ใช้ในการเรียนรู้ครงั ต่อไป
เด็ก ๆ คดิ วา่ การจดั ท้าผลงานครังนีประสบความส้าเร็จหรือไม่อย่างไร
เด็ก ๆ มปี ญั หาอะไรบา้ งจากการจดั แสดงนทิ รรศการ
เดก็ ๆ มแี นวคิดจะปรบั แกไ้ ขอย่างไร
173
นทิ รรศการครังนจี ะทา้ ให้ผู้อื่นร้จู ักเรอื่ งโรคพยาธิใบไม้ตบั และมะเร็งทอ่ น้าดนี ดี ขี นึ หรือไม่
เดก็ ๆ อยากจะบอกอะไรให้กับคนทีช่ อบกินปลาดิบ
ขนั ท่ี 5 การประยกุ ตใ์ ช้
เด็กน้าความรู้ที่ได้จากการ เรีย นรู้เรื่องโร คพยาธิ ใบไม้ตับและ มะ เร็งท่อน้าดีไป ใช้ ใน
ชีวิตประจ้าวัน สรา้ งสุขนิสยั สุขภาวะท่ีดี น้าไปสู่การเปล่ียนแปลงค่านยิ มและปรับเปล่ียนพฤติกรรมสุขภาพที่
เหมาะสม จากนันให้เด็กประเมินความพึงพอใจในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามหลักสูตรเสริมสร้าง
ภมู คิ ุ้มกนั โรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อนา้ ดี ในสมุดกจิ กรรมเสริมประสบการณ์การเรยี นรู้ กจิ กรรมท่ี 14
6. สื่อการเรียนรู้
1) ค้าคล้องจอง “พยาธิใบไม้ตบั ”
2) อปุ กรณ์ในการจดั นิทรรศการ เชน่ กระดาษ ดินสอ สไี ม้ สีเมจกิ กาว กรรไกร
3) สมดุ กิจกรรมเสริมประสบการณ์การเรยี นรู้
7. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้
ส่งิ ทต่ี ้องการวดั วิธีการวัด/การประเมนิ เครือ่ งมอื เกณฑ์
1) ความสามารถในการผลิตผลงาน สงั เกตผลงานของเด็ก แบบประเมนิ ผล เด็กผ่านการ
เก่ียวกับการรณรงคป์ อ้ งกันการเกิดโรค งาน ประเมนิ ระดบั 2
ขึนไปถือวา่ ผ่าน
2) ความสามารถในการพูดน้าเสนอ สังเกตการพูดน้าเสนอ แบบบันทกึ ค้าพูด เด็กผ่านการ
หรือเผยแพร่ความรูแ้ กผ่ ้อู น่ื ได้ ผลงาน ประเมนิ ระดบั 2
ขึนไปถอื ว่าผา่ น
3) มีเจตคติที่ดีในการร่วมกิจกรรมการ สงั เกตพฤติกรรม แบบสังเกต เด็กผ่านการ
รณรงค์เพื่อป้องกันการเกิดโรคพยาธิ พฤตกิ รรม ประเมนิ ระดับ 2
ใบไม้ตบั และมะเรง็ ท่อน้าดี ขึนไปถือวา่ ผา่ น
เกณฑก์ ารประเมิน
1) ความสามารถในการสร้างผลงานเก่ยี วกบั การรณรงค์ป้องกันการเกดิ โรค
ระดับ 3 : สามารถสร้างผลงานได้ ดว้ ยตนเอง
ระดับ 2 : สามารถสร้างผลงานได้ โดยมผี ู้ชแี นะ
ระดับ 1 : ไม่สามารถสร้างผลงานได้
2) ความสามารถในการพูดน้าเสนอหรอื เผยแพรค่ วามรู้แกผ่ ู้อื่น
ระดบั 3 : สามารถพดู น้าเสนอหรือเผยแพรค่ วามรูแ้ ก่ผ้อู น่ื ด้วยตนเอง
ระดบั 2 : สามารถพูดนา้ เสนอหรือเผยแพรค่ วามรู้แกผ่ ูอ้ ืน่ โดยมีผชู้ ีแนะ
ระดบั 1 : ไมส่ ามารถพดู น้าเสนอหรอื เผยแพรค่ วามรูแ้ กอ่ ่นื
174
3) ความกระตอื รือรน้ ในการรว่ มกจิ กรรมการรณรงคเ์ พื่อปอ้ งกันการเกดิ โรค
ระดับ 3 : มคี วามสนใจ กระตอื รือรน้ ในการรว่ มกจิ กรรมทังแตต่ น้ จนจบ ดว้ ยตนเอง
ระดบั 2 : ร่วมท้ากจิ กรรมโดยได้รบั การกระตุ้นจากครู
ระดับ 1 : ไมส่ นใจเข้าร่วมกิจกรรม
8. บนั ทกึ หลงั การจดั ประสบการณ์
ผลการจดั ประสบการณ์
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ปญั หาและอปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ......................................................
(............................................................)
ครผู ู้สอน
175
ภาคผนวก
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 3 ช่ือหน่วย ครอบครัว ชมุ ชนปลอดภัย หา่ งไกลโรค
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 4 เร่ือง ชุมชนปลอดภัย หา่ งไกลโรคพยาธิใบไม้ตบั และมะเรง็ ท่อน้าดี
176
1) คา้ คลอ้ งจอง “พยาธใิ บไม้ตบั ” ผูแ้ ต่ง นางสาวนลิ ปทั ม์ ประเสริฐสูง และ นางสาวจันทกานต์ อยู่คง
เดก็ เดก็ รู้ไหม คนไหนชอบกนิ
ปลาดิบจนชิน เสีย่ งโรคอนั ตราย
พยาธใิ บไม้ตบั เชอื โรคตัวรา้ ย
เป็นจอมทา้ ลาย ตายได้ไมด่ ี
ดังนนั ห้ามลมื โรครา้ ยโรคนี
ปรงุ สกุ ทุกที โรคนีจะหายไป
177
แบบสงั เกตและบนั ทกึ พฤติกรรม
ค้าชแี จง ใหผ้ ปู้ ระเมินสงั เกตเดก็ แล้วท้าเครื่องหมาย √ ลงในชอ่ งระดบั ค่าคะแนนทีต่ รงกับความเป็นจรงิ
ในแต่ละรายการและบันทกึ ผลท่ไี ดจ้ ากการสังเกตลงในช่องท่กี ้าหนดให้
ท่ี ช่ือ – สกลุ การสร้าง รายการประเมนิ รวม สรปุ ผล บันทกึ การ
ผลงาน การพดู นา้ เสนอ เจตคติทดี่ ีตอ่ ผา่ น/ สงั เกต
หรือเผยแพร่ การร่วมกิจกรรม ไมผ่ า่ น เพ่มิ เตมิ
ความรู้ รณรงค์
32 13 2 1 3 2 1 9
ขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื .................................................ผู้ประเมนิ
(..............................................)
178
เกณฑก์ ารผา่ น
เดก็ ตอ้ งได้คะแนนประเมนิ ในระดบั 2 ขนึ ไปทกุ ขอ้
คา้ อธบิ ายคุณภาพเกณฑก์ ารประเมนิ
1) ความสามารถในการสร้างผลงานเก่ยี วกบั การรณรงคป์ อ้ งกนั การเกดิ โรค
ระดบั 3 : สามารถสร้างผลงานได้ ดว้ ยตนเอง
ระดับ 2 : สามารถสร้างผลงานได้ โดยมีผ้ชู แี นะ
ระดับ 1 : ไมส่ ามารถสร้างผลงานได้
2) ความสามารถในการพดู นา้ เสนอหรือเผยแพรค่ วามร้แู ก่ผอู้ นื่
ระดับ 3 : สามารถพดู นา้ เสนอหรอื เผยแพร่ความร้แู ก่ผูอ้ ืน่ ด้วยตนเอง
ระดับ 2 : สามารถพดู นา้ เสนอหรือเผยแพรค่ วามรแู้ กผ่ ู้อืน่ โดยมีผ้ชู ีแนะ
ระดบั 1 : ไม่สามารถพดู น้าเสนอหรอื เผยแพรค่ วามรู้แกอ่ นื่
3) การมเี จตคติท่ดี ีในการรว่ มกจิ กรรมการรณรงค์เพ่อื ปอ้ งกันการเกดิ โรค
ระดับ 3 : มีความสนใจ กระตอื รอื รน้ ในการรว่ มกจิ กรรมทงั แต่ต้นจนจบ ดว้ ยตนเอง
ระดับ 2 : ร่วมทา้ กิจกรรมโดยไดร้ ับการกระตุ้นจากครู
ระดบั 1 : ไม่สนใจเขา้ รว่ มกจิ กรรม
179
ส่วนที่ 4
แบบประเมินผลภมู คิ ุ้มกนั โรคพยาธใิ บไมต้ ับและมะเรง็ ทอ่ นา้ ดี ส้าหรับเด็กปฐมวัย
180
สว่ นท่ี 4
แบบประเมินผลภูมคิ ุ้มกนั โรคพยาธิใบไม้ตบั และมะเรง็ ท่อน้าดี สา้ หรับเด็กปฐมวยั
คา้ ชแี จง
แบบประเมินภมู คิ มุ้ กนั โรคพยาธิใบไม้ตับและมะเรง็ ทอ่ น้าดี สา้ หรับเด็กปฐมวัยประกอบดว้ ยเคร่อื งมือ
ในการประเมิน 4 ชุด จ้าแนกตามองค์ประกอบของภูมิคุ้มกัน 4 ด้าน คือ ด้านความรู้ ด้านทักษะ
กระบวนการ ดา้ นคณุ ลักษณะและดา้ นพฤติกรรมสขุ ภาพ โดยมรี ายละเอยี ดดังนี
ชุดท่ี 1 แบบทดสอบความรู้เพ่อื การเสรมิ สร้างภูมคิ มุ้ กนั โรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งทอ่
นา้ ดี สา้ หรบั เด็กปฐมวยั (ประเมินกอ่ นและหลงั การใชห้ ลักสูตร)
ชุดที่ 2 แบบวดั คุณลักษณะทพ่ี งึ ประสงคเ์ พือ่ การเสริมสรา้ งภมู ิคุ้มกันโรคพยาธใิ บไม้ตบั และ
มะเรง็ ทอ่ น้าดี ระดับปฐมวยั
ชดุ ที่ 3 แบบประเมนิ ทกั ษะกระบวนการเสริมสรา้ งภมู ิคมุ้ กันโรคพยาธิใบไมต้ ับและมะเรง็ ท่อน้าดี
ระดับปฐมวยั
ชดุ ที่ 4 แบบประเมินพฤตกิ รรมสุขภาพเพอ่ื การเสรมิ สรา้ งภูมิคมุ้ กันโรคพยาธิใบไมต้ บั และมะเรง็
ทอ่ นา้ ดี ระดับปฐมวยั
1. แบบประเมินทัง 4 ชุด ครูผู้สอนสามารถน้าไปใช้เพ่อื ประเมนิ ผลผู้เรยี นในลักษณะต่าง ๆ ได้ดังนี
ใชป้ ระเมนิ กอ่ นการใชห้ ลักสูตรเพอื่ วนิ ิจฉัยผเู้ รยี นก่อนการเรยี นรู้ ผลการประเมนิ ท่ไี ดค้ รผู ู้สอนสามารถใช้เป็น
ข้อมูลในการปรับกจิ กรรมการเรียนการสอนในแผนการจัดประสบการณ์ให้เหมาะสมกับพืนฐานของผู้เรยี นใน
แตล่ ะด้าน และยังใช้เป็นขอ้ มูลเพอ่ื ศกึ ษาพฒั นาการของผู้เรียนด้านภูมิคมุ้ กนั โรคพยาธิใบไม้ตบั และมะเร็งท่อ
นา้ ดกี อ่ นและหลังการใชห้ ลกั สตู ร
2. ใช้เป็นแนวทางในการออกแบบ พัฒนาหรือปรับปรุงเคร่ืองมือประเมินผลการเรียนรู้ระหว่าง
เรียน ซง่ึ ไดอ้ อกแบบไวใ้ นแต่ละแผนการจดั การเรียนรูเ้ พ่ือให้เหมาะสมและสอดคลอ้ งกบั บริบทของการจัดการ
เรียนการสอนในสภาพจริง
3. ใช้ประเมินผู้เรียนภายหลังการใช้หลักสูตร เพ่ือวินิจฉัยผู้เรียนเกี่ยวกับระดับภูมิคุ้มกันโรคพยาธิ
ใบไม้ตับและมะเร็งท่อนา้ ดีที่ได้รับจากมวลประสบการณ์ต่าง ๆ ท่ีได้รับภายหลังจากการเข้าร่วมกิจกรรมตาม
หลกั สตู ร ทงั ยังเป็นข้อมลู เพือ่ เปรียบเทียบพฒั นาการของผู้เรยี นก่อนการเขา้ ร่วมหลกั สตู ร
4. ข้อมูลท่ีได้จากการประเมิน สามารถน้าไปใช้ประกอบการประเมินพัฒนาการเรียนรตู้ ามแนวทาง
หรือเกณฑ์การประเมินภายใต้รูปแบบท่ีครูได้น้าหลักสูตรนีไปบูรณาการไว้ในโครงสร้างของหลักสูตร
สถานศกึ ษา
5. ผลการประเมินที่สะทอ้ นถงึ ระดับภูมิคุ้มกันของนกั เรียน ถอื เปน็ สารสนเทศส้าคัญท่คี รูผู้สอนต้อง
นา้ ไปใช้เพอ่ื การพฒั นาและปรับปรงุ คุณภาพหลักสตู รและคณุ ภาพการสอนของครตู อ่ ไป
ซ่ึงครูสามารถช่วยเหลือเด็กปฐมวัยโดยการอ่านแบบทดสอบและอธิบายวิธีการท้าให้เด็กเข้าใจก่อน
ลงมือท้าหรือตอบค้าถาม แบทดสอบมีทังลักษณะเด็กลงมือท้าในแบบทดสอบและใช้วิธีการสัมภาษณ์โดยครู
อ่านข้อความในแบบทดสอบและบันทึกค้าตอบของเด็กและเป็นแบบประเมินท่ีทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องสามารถ
ประเมนิ ผูเ้ รยี นได้ตามสภาพจรงิ
181
ชุดที่ 1
แบบสัมภาษณท์ ดสอบความรเู้ พือ่ การเสรมิ สร้างภูมิคุ้มกนั โรคพยาธิใบไม้ตบั
และมะเรง็ ทอ่ นา้ ดี สา้ หรับเด็กปฐมวัย
ช่อื -สกุล..................................................โรงเรียน..................................................ชัน.............
ตอนท่ี 1 โรคพยาธใิ บไมต้ ับและมะเรง็ ทอ่ น้าดี 1
ค้าชีแจง ให้ครูอ่านข้อความในแบบทดสอบให้เด็กฟังทีละข้อ แล้วให้เด็กท้าเครื่องหมาย √
หรอื X
ลงในชอ่ งวา่ งหรอื ใหเ้ ดก็ ทา้ เครื่องหมาย √ หรอื X ดว้ ยตนเอง
............ 1. พยาธิหมายถึง สง่ิ มีชวี ิตชนดิ หน่งึ อาศยั อยใู่ นร่างกายของมนุษย์หรอื สตั ว์
พยาธจิ ะแย่งและดดู สารอาหารจากคนและสตั วท์ ม่ี นั อาศยั อยู่
............ 2. สาเหตขุ องการเกิดโรคพยาธิใบไม้ตบั คือการกนิ เนือววั ดิบ
............ 3. โรคพยาธใิ บไมต้ บั ไม่มอี นั ตรายเป็นแล้วหายเองได้
............ 4. โรคมะเรง็ ท่อนา้ ดี เปน็ การอกั เสบเรือรังของทอ่ นา้ ดี เปน็ ผลจากการดูดเกาะของ
พยาธิใบไม้ตับ
............ 5. ในชุมชนอีสานเขตลุ่มนา้ มคี นปว่ ยเป็นโรคมะเรง็ ท่อน้าดีนอ้ ยมาก
............ 6. เมือ่ มผี ปู้ ่วยในบ้านเราควรใหอ้ อกจากบ้านเพราะโรคพยาธใิ บไมต้ บั และ
มะเร็งท่อนา้ ดีจะตดิ ต่อกันได้
............ 7. การทานปลานา้ จืด วงศต์ ะเพียนดิบอาจทา้ ให้เกิดโรคพยาธไิ ด้
............ 8. วิธที า้ ใหอ้ าหารสุกคอื การบบี มะนาวใส่เนอื ปลาดิบ เนอื เปน็ สีขาวคือสุก
............ 9. เราควรดูแลความสะอาดบา้ นและชุมชน และทานอาหารสกุ เพอื่ ใหป้ ลอดจากพยาธิ
............ 10. เราสามารถชกั ชวนผอู้ ื่นใหไ้ มเ่ ป็นโรคพยาธใิ บไมต้ บั และมะเร็งทอ่ นา้ ดีดว้ ย
การแนะนา้ หรอื บอกพอ่ แม่และคนทีเ่ รารู้จกั
เฉลย ข้อ 2 X ขอ้ 3 X ขอ้ 4 √ ขอ้ 5 X
ขอ้ 7 √ ข้อ 8 X ข้อ 9 √ ขอ้ 10 √
ข้อ 1 √
ข้อ 6 X
182
ตอนที่ 2 โรคพยาธิใบไมต้ บั และมะเรง็ ทอ่ นา้ ดี 2
ค้าชแี จง ให้ครอู ่านหัวข้อแตล่ ะข้อให้เด็กฟงั แลว้ ให้เดก็ เขยี นวงกลมลอ้ มรอบภาพ
ตามขอ้ ความท่คี รูอ่าน
1. พยาธิตวั กลม
2. พยาธิตวั แบน
3.พยาธิตัวตืด
183
4. พยาธใิ บไม้ตับ
5. ผปู้ ่วยโรคพยาธิใบไมต้ ับและมะเรง็ ทอ่ น้าดี
6. สตั วไ์ มท่ เ่ี กยี่ วขอ้ งกับโรคพยาธิใบไม้ตับ
7. การปฏิบัติตนท่ีเหมาะสม
184
8. อาหารปลอดภยั จากพยาธใิ บไมต้ บั
9. การปอ้ งกนั ตนเองจากโรค
10. การป้องกันชมุ ชนจากโรค
เฉลย ขอ้ 2 ข้อ 3 ขอ้ 4
ข้อ 1 ขอ้ 6 ขอ้ 7 ข้อ 8
ขอ้ 5
ข้อ 10
ขอ้ 9
185
ตอนท่ี 3 วงจรการเกดิ พยาธใิ บไมต้ บั และมะเร็งทอ่ นา้ ดี
คา้ ชีแจง ใหค้ รูอา่ นคา้ ชแี จงแล้วอธิบายใหเ้ ด็กฟัง แล้วใหเ้ ด็กใสห่ มายเลข
2 3 4 5 6 เรยี งล้าดบั ภาพวงจรการเกิดพยาธิใบไมต้ ับและมะเรง็ ทอ่ นา้ ดีต่อไปนี
1
เฉลย 2 3 4 5 6
186 185
ชดุ ท่ี 2
แบบวดั คณุ ลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์เพื่อการเสริมสร้างภูมคิ ้มุ กนั โรคพยาธใิ บไมต้ ับ
และมะเรง็ ท่อน้าดี ระดับปฐมวยั
ช่ือ-สกลุ ................................................โรงเรยี น..................................................................ชัน...................
คา้ ชีแจง ใหค้ รูอา่ นให้เดก็ ฟังแลว้ ให้เดก็ เขียนเคร่ืองหมาย √ ลงในช่องว่างท่ีตรงกับความคิดเห็นของ
เดก็ มากทส่ี ุด
เห็นด้วย เฉยๆ ไม่เหน็ ดว้ ย
ท่ี รายการ
1 โรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อนา้ ดีไมม่ ีอนั ตราย /
2 การดูแลรักษาความสะอาดของร่างกาย การขับถ่ายท่ีถูก /
สขุ ลักษณะ การออกก้าลงั กาย เป็นการป้องกันโรค
3 การมีสุขอนามัยท่ีดีมีประโยชน์ท้าให้เราห่างไกลจากโรค /
พยาธิใบไมต้ ับและมะเร็งท่อน้าดี
4 การรับประทานปลาน้าจืด วงศ์ตะเพียนดิบท้าให้เป็นโรค /
พยาธิใบไม้ตบั และมะเร็งทอ่ น้าดีถึงกับเสยี ชวี ิตได้
5 การรับประทานอาหารเช่น ปลาร้าดิบ ก้อยปลาตะเพียน มี /
ประโยชน์ต่อร่างกายและอรอ่ ย
6 นักเรียนต้องเลือกรับประทานอาหารท่ีมีประโยชน์ ปรุงสุก /
และสะอาดเสมอ
7 การดูแลรักษาความสะอาดของบ้าน โรงเรียนและชุมชนถูก /
สุขลักษณะมีความส้าคัญในการป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับ
และมะเรง็ ท่อน้าดี
8 การท้าความสะอาดบ้านและชุมชน เป็นหน้าท่ีของผู้ใหญ่ /
เท่านัน
9 นักเรยี นยังเป็นเดก็ ยังป้องกันตนเองไมใ่ ห้เปน็ โรคพยาธใิ บไม้ /
ตับและมะเร็งทอ่ นา้ ดไี ม่ไดห้
10 ทุกคนต้องช่วยกันเพ่ือให้ชุมชนของเราปราศจากโรคพยาธิ /
ใบไม้ตบั และมะเรง็ ท่อน้าดี
เกณฑ์การให้คะแนน
ข้อ 1 5 8 9 เหน็ ด้วยให้ 0 คะแนน ตอบเฉย ๆ ให้ 1 คะแนน ตอบไม่เหน็ ด้วยให้ 2 คะแนน
ขอ้ 2 3 4 6 7 10 เห็นดว้ ยให้ 2 คะแนน ตอบเฉย ๆ ให้ 1 คะแนน ตอบไมเ่ ห็นดว้ ยให้ 0 คะแนน
เกณฑก์ ารผ่าน
ผ้เู รยี นควรได้คะแนน 14 คะแนนขึนไป
186 187
ชดุ ท่ี 3
แบบประเมนิ ทักษะกระบวนการเสรมิ สร้างภูมคิ มุ้ กันโรคพยาธิใบไม้ตบั
และมะเรง็ ท่อนา้ ดี ระดบั ปฐมวัย
ชอ่ื -สกุล................................................โรงเรียน......................................................ชัน...................
คา้ ชแี จง ให้ผปู้ ระเมนิ สังเกตพฤติกรรมของเด็กแล้วเขยี นเครื่องหมาย √ ลงในช่องว่างทตี่ รงกบั
ความเป็นจรงิ ในแต่ละรายการประเมนิ ตามเกณฑ์ที่ก้าหนดให้
ท่ี ระดับ หมายเหตุ
รายการประเมนิ คณุ ภาพ
321
1 การปฏบิ ตั ิตนท่ีเหมาะสมตามหลักสุขอนามยั
2 การปฏบิ ตั ิตนทีเ่ หมาะสมในการปอ้ งกันโรคพยาธใิ บไม้ตับและมะเร็งทอ่ นา้ ดี
3 การส่ือสาร แนะน้าเพ่ือนให้ตระหนักถึงการป้องกันตนเองจากโรคพยาธิ
ใบไมใ้ นตับและมะเร็งท่อนา้ ดี
4 การสื่อสารแนะน้าญาติพน่ี อ้ งใหต้ ระหนักถงึ การปอ้ งกนั ตนเองจากโรคพยาธิ
ใบไมใ้ นตบั และมะเร็งท่อนา้ ดี
5 การสื่อสารแนะน้าชุมชนให้ตระหนักถึงการป้องกันตนเองจากโรคพยาธิ
ใบไม้ในตับและมะเรง็ ทอ่ น้าดี
รวม
สรปุ ผล
เกณฑก์ ารผา่ น ผู้เรยี นควรไดร้ ับการประเมินอยใู่ นระดบั พอใชข้ นึ ไป
การสรุปผล 5-8 อยู่ในระดบั ปรบั ปรงุ 9 – 12 อยใู่ นระดบั พอใช้ 13 – 15 อยู่ในระดับ ดีมาก
ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
ลงชื่อ.....................................................ผู้ประเมิน
(.................................................)
วันท่ี .........เดือน......................พ.ศ..........
188
เกณฑก์ ารประเมนิ
รายการประเมนิ ดี พอใช้ ปรับปรงุ
1. ก า ร ป ฏิ บั ติ ต น ท่ี ปฏิบัติตนได้ถูกต้องในทุกรายการ ปฏบิ ัติตนได้ถกู ตอ้ ง ปฏิบตั ติ นได้ถูกตอ้ ง
เ ห ม า ะ ส ม ต า มหลัก ตอ่ ไปนี 2 ใน 3 รายการ 1 ใน 3 รายการหรือ
สขุ อนามัย 1.การรักษาความสะอาดของใช้
และห้องเรยี น ปฏบิ ัติไมไ่ ดเ้ ลย
2. ก า ร ป ฏิ บั ติ ต น ท่ี 2.เ ลื อ ก รั บ ป ร ะ ท า น อ า ห า ร ที่ มี ปฏบิ ัตติ นทกุ ครัง 2 ปฏิบตั ิตนทกุ ครัง 1
เหมาะสมในการ ประโยชน์ ใน 3 รายการ ใน 3 รายการหรือไม่
ป้องกันโรคพยาธิใบไม้ 3.ออกก้าลังกายสม้่าเสมอ
ตับและมะเรง็ ท่อนา้ ดี ปฏิบัติตนทุกครังในทุกรายการ ปฏิบตั ิเลย
ต่อไปนี
1.เลอื กรับประทานอาหารปรุงสกุ
2.การเขา้ หอ้ งนา้ ท่ถี ูกวิธี
3.ดูแลรักษาความสะอาดของมือ
และร่างกาย
3. การสื่อสาร แนะน้า อธิบายหรือแนะน้าเพ่ือนให้เข้าใจ บอกหรือแนะน้า ไม่สามารถบอก
เพื่อนให้ตระหนักถึง แ ล ะ ส า ม า ร ถ ป รั บ เ ป ลี่ ย น เพ่อื นใหเ้ ขา้ ใจ เพ่อื นใหเ้ ข้าใจการ
การป้องกันตนเองจาก พฤตกิ รรมเพ่ือปอ้ งกันโรคได้ ในการปรับเปลี่ยน ปรบั เปล่ียน
โรคพยาธิใบไม้ในตับ พฤตกิ รรมเพื่อ พฤติกรรมเพ่ือ
และมะเร็งท่อนา้ ดี ป้องกนั โรค ปอ้ งกนั โรค
4. การสื่อสารแนะน้า อ ธิ บ า ย ห รื อ แ น ะ น้ า ค น ใ น บอกหรือแนะนา้ คน ไม่สามารถบอกคน
ค น ใ น ค ร อ บ ค รั ว ใ ห้ ครอบครัวให้เข้าใจและสามารถ ในครอบครัวให้ ในครอบครัวให้
ตระหนักถึงการปอ้ งกนั ป รั บ เ ป ล่ี ย น พ ฤ ติ ก ร ร ม เ พ่ื อ เขา้ ใจในการ เขา้ ใจการ
ตนเองจากโรคพยาธิ สุขภาวะทดี่ ไี ด้ ปรบั เปล่ยี น ปรบั เปลีย่ น
ใบไม้ในตับและมะเร็ง พฤตกิ รรมเพ่ือ พฤตกิ รรมเพื่อ
ท่อน้าดี ปอ้ งกันโรค ป้องกันโรค
5. การส่ือสารแนะน้า อธิบายหรือแนะน้าคนอ่ืน ๆ บอกหรือแนะน้าคน ไมส่ ามารถบอกคน
ชุมชนให้ตระหนักถึง นอกเหนือจากในครอบครัวและ อน่ื ๆ ใหเ้ ขา้ ใจใน อื่น ๆ ให้เข้าใจใน
การป้องกันตนเองจาก เพื่อน ให้เข้าใจและ สามา ร ถ การปรับเปลีย่ น การปรับเปลย่ี น
โรคพยาธิใบไม้ในตับ ป รั บ เ ป ล่ี ย น พ ฤ ติ ก ร ร ม เ พ่ื อ พฤติกรรมเพ่ือ พฤติกรรมเพอ่ื
และมะเร็งทอ่ นา้ ดี สุขภาวะท่ดี ไี ด้ ปอ้ งกันโรค ปอ้ งกนั โรค
189
ชดุ ท่ี 4
แบบประเมนิ พฤตกิ รรมสขุ ภาพเพ่อื การเสริมสร้างภมู คิ มุ้ กันโรคพยาธใิ บไม้ตบั
และมะเรง็ ทอ่ นา้ ดี ระดับปฐมวยั
สว่ นท่ี 1 ขอ้ มูลพืนฐาน
1. ชื่อ – สกุล................................................................ชัน..................................
2. โรงเรียน..........................................................................................................
3. อาย.ุ ....................ปี
ค้าชีแจง ใหค้ รอู ่านข้อความใหเ้ ดก็ ฟงั ทลี ะขอ้ แลว้ ใหเ้ ด็กเขยี นเครื่องหมาย / ในชอ่ งวา่ งตาม
ความเปน็ จริง
รายการ มี/เคย ไม่มี/ไมเ่ คย
1. แถวบา้ นของนกั เรยี นมแี หล่งนา้ จับปลาหรือไม่
2. นักเรียนเคยกนิ ปลาในแหล่งน้าแถวบา้ นหรอื ไม่
3. นกั เรียนเคยกนิ ปลาดิบหรอื ไม่
4. ก่อนเรียนกับคุณครูนักเรียนเคยรู้จกั โรคพยาธิใบไม้ตับและมะเรง็
ทอ่ นา้ ดหี รอื ไม่
5. นกั เรยี นมีคนรู้จักที่ปว่ ยเป็นโรคพยาธใิ บไมต้ ับและมะเรง็ ท่อนา้ ดหี รอื ไม่
190
สว่ นท่ี 2 พฤติกรรมสขุ ภาพ
ค้าชีแจง ให้ครอู า่ นและใหเ้ ดก็ ดภู าพประกอบ แลว้ ใหเ้ ดก็ เขียนเครื่องหมาย √ หนา้ ชอื่ อาหาร
ท่ีเดก็ เลอื กรบั ประทานในครอบครวั และแนะนา้ คนอ่ืนให้รับประทาน
กอ้ ยปลาดบิ ลาบปลาสุก
สม้ ต้าปลาร้าสุก ส้มตา้ ปลารา้ ดบิ
ปลาส้มดบิ ปลาสม้ สุก
แจ่วปลาร้าสุก แจว่ ปลารา้ ดบิ
ปลาจอ่ มดิบ ปลาจอ่ มสุก
เกณฑ์การผ่าน
นกั เรียนตอ้ งเลอื กอาหารที่สุก 5 ข้อ เท่านันจึงจะผา่ น
191
สว่ นที่ 3 การมีพฤตกิ รรมสุขภาพท่ีดี
ค้าชแี จง ให้ผูป้ ระเมนิ สงั เกตพฤตกิ รรมของเดก็ ตามรายการตอ่ ไปนีแล้วเขยี นเครือ่ งหมาย √ ในช่อง
ปฏบิ ัตหิ รือไมป่ ฏบิ ัติตามความเป็นจริง
ท่ี รายการ ปฏิบัติ ไมป่ ฏบิ ัติ
การแสดงออกถึงการมสี ุขอนามยั ท่ีดี
1 ลา้ งมือก่อนและหลังรับประทานอาหาร
2 ล้างมอื หลังการขับถา่ ยทุกครงั
3 ใช้ห้องน้าในการขับถ่ายและท้าความสะอาดห้องน้าหลังขับถ่าย
อย่างถกู วธิ ี
4 ดแู ลรกั ษารา่ งกายและของใช้ให้สะอาดอยู่เสมอ
5 ออกกา้ ลังกายสม่า้ เสมอ
การแสดงพฤตกิ รรมทีแ่ สดงออกถงึ การเลอื กรบั ประทานอาหารท่ีมีประโยชน์ ปรงุ สุก
6 เลือกรบั ประทานอาหารท่ีมีประโยชนเ์ สมอ
7 กล้าถามกระบวนการท้าอาหาร(สุกหรอื ดิบ)
8 รับประทานอาหารสกุ ปรงุ ใหม่
9 ปฏิเสธทจี่ ะไมก่ นิ อาหารดิบ
10 แนะนา้ ผู้อืน่ ให้กนิ อาหารสุก
รวม
รวมทังหมด
เกณฑก์ ารผ่าน : นกั เรียนปฏิบัตไิ ด้ 7 ใน 10 ขอ้ จงึ จะผ่านเกณฑ์
บันทกึ เพม่ิ เติม
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ..................................................ผู้ประเมิน
(..........................................)
วันท่.ี ........เดือน......................พ.ศ.........
192
บรรณานุกรม
กระทรวงศึกษาธิการ (2561) คมู่ อื หลักสูตรการศกึ ษาปฐมวยั พุทธศกั ราช 2560. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พ์ชมุ นมุ
สหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศไทย จ้ากดั .
กระทรวงศึกษาธิการ (2560) หลักสตู รการศกึ ษาปฐมวยั พุทธศักราช 2560 สา้ หรับเด็กอายุ 3-6 ปี.
กรุงเทพฯ: โรงพมิ พช์ มุ นมุ สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จ้ากัด.
กติ ตศิ ักด์ิ เกตนุ ุต.ิ (2557). การพฒั นารูปแบบการจดั การเรยี นร้แู บบ B-R-A-I-N เพอ่ื สง่ เสรมิ ความสามารถ
ทางการคิดวิจารณญาณของเด็กปฐมวัย. ปริญญานิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาการศึกษา
ปฐมวัย มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ.
เกสร กอกอง. (2560). การพฒั นาหลักสตู รคละอายเุ พอ่ื สง่ เสริมพัฒนาการของเดก็ ปฐมวยั ในศูนยพ์ ฒั นาเดก็
เลก็ . วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 11(3) กรกฎาคม – กันยายน, หน้า 19-35.
เกียงลม จันทร์งาม. (2553). การพัฒนาโปรแกรมเพื่อสง่ เสริมความคดิ สรา้ งสรรคข์ องนกั เรียนชันอนุบาล
ปที ี่ 2 ด้วยการเรียนรโู้ ดยใช้สมองเป็นฐาน. วทิ ยานพิ นธป์ ริญญามหาบณั ฑิต สาขาวชิ าหลกั สูตรและ
การสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม.
คณะอนุกรรมการตรวจสอบและประเมินผล ภาคราชการกลุ่มกระทรวง คณะที่ 2 (2562). รายงานการพัฒนา
เดก็ ปฐมวัย. กรุงเทพฯ: สา้ นกั งานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาต.ิ
คริสทนี วอรด์ . (2548). คมู่ ือครสู า้ หรบั เสรมิ สร้างสมองของเดก็ วัยเรยี น. กรงุ เทพฯ : ส้านักพิมพ์แฮปปี้
แฟมิล่ี
โครงการแกไ้ ขปัญหาโรคพยาธใิ บไมต้ บั และมะเร็งทอ่ นนา้ ดี ในภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ (CASCAP). (2559).
“รจู้ กั CASCAP” ใน เอกสารแนะน้าความรสู้ ้าหรับประชาชนทั่วไป เรอ่ื ง กินปลาดบิ ตดิ พยาธใิ บไม้
ตับ ชวี ิตดบั ดว้ ยมะเรง็ ท่อน้าดี. ขอนแก่น: คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลยั ขอนแก่น.
. (ม.ป.ป.). วัฒนธรรมการกินปลาดิบและความเช่ือผิดๆเกี่ยวกับ“มะเร็งท่อน้าดี” สกู้ปพยาธิ
ใบไม้ตับและมะเรง็ ทอ่ น้าด.ี ขอนแก่น: คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแกน่ .
ฉววี รรณ ประจวบเหมาะ. (2553). วิธกี ารเกบ็ ข้อมลู เพ่ือเขา้ ใจสภาวะและการเปล่ยี นแปลงของชมุ ชน. ใน
คูม่ ือการวิจยั เชงิ คณุ ภาพเพ่อื งานพฒั นา. อทุ ัย ดุลยเกษม. บรรณาธิการ. ขอนแกน่ : สถาบันวจิ ัยและ
พัฒนา มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่ .
ณรงค์ ขนั ตีแก้ว. (2559). ขอ้ เสนอกิจกรรมบริหารจัดการโครงการวจิ ัย ประกอบการเสนอของบประมาณ
ของส้านกั งานคณะกรรมการการวจิ ยั แหง่ ชาติ ประจ้าปีงบประมาณ 2559. กล่มุ เรอ่ื ง โครงการวิจยั
ทา้ ทายไทย: Fluke Free Thailand. ขอนแก่น: ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์
มหาวทิ ยาลัยขอนแก่น.
ณัฐกร สงคราม. อาจารย์คณะเทคโนโลยกี ารเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกลา้ เจา้ คุณทหารลาดกระบงั .
สืบคน้ จาก http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?p=386 สืบคน้ เมอ่ื 1 ก.พ. 2553.
ดษุ ฎี อปุ การ. (2560). การพฒั นากระบวนการเรยี นการสอนกจิ กรรมเสรตี ามแนวคิดเครือ่ งมอื ทางปัญญา
และการเรยี นร้โู ดยใช้สมองเป็นฐานเพ่อื เสริมสรา้ งเอก็ เซก็ ควิ ทฟี ฟังกช์ ันส์ของเด็กอนบุ าล.
วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย ภาควิชาหลักสูตรและการ
สอน คณะครุศาสตร์ จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั .
193
ธดิ ารตั น์ บญุ มาศ. (2558). ววิ ฒั นาการของพยาธใิ บไม้ตับและมะเรง็ ทอ่ น้าดี. ขอนแกน่ : หจก. โรงพิมพค์ ลัง
นานาวิทยา.
ธีรชยั เนตรถนอมศกั ดแ์ิ ละคณะ. (2562). รายงานการวิจัยหลักสูตรเก่ยี วกับโรคพยาธิใบไมต้ ับและมะเรง็
ทอ่ น้าดไี ปใชใ้ นโรงเรยี น ภายใตแ้ ผนงานวิจัย โครงการวิจยั ทา้ ทายไทย: Fluke Free Thailand.
ขอนแก่น : คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแกน่
นารรี ัตน์ จันทวฤทธ.์ิ (2553). การสง่ เสรมิ ทกั ษะทางภาษาของเด็กปฐมวัย โดยใชก้ จิ กรรมคา้ คลอ้ งจอง
ทา้ นองสรภัญญ์ ตามแนวคิดสมองเป็นฐาน (Brain Based Learning). ศึกษาค้นคว้าอิสระ
ปรญิ ญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัย
มหาสารคาม.
พรพิไล เลิศวิชา. (2557). แผนการสอนปฐมวัย Best Practices แผนการสอนท่ีสอดคล้องกับพัฒนาการ
ทางสมองของเดก็ . เชียงใหม่ : บริษทั ธารปัญญา จ้ากัด.
ไพศาล สวุ รรณนอ้ ย, ธีรชยั เนตรถนอมศักดิ.์ (2552). รายงานการวิจยั โครงการกลยุทธ์การพฒั นาและการ
ขบั เคล่อื นการพัฒนาคุณลักษณท์ พี่ ึงประสงคข์ องนักเรียนโดยใชเ้ ครือข่ายวจิ ัยการศกึ ษา. ขอนแกน่ :
คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยขอนแกน่ .
รายงานการประชุมหารอื แนวทางการจัดการหลักสตู รโรคพยาธใิ บไม้ตบั และมะเรง็ ท่อนา้ ดีในอา้ เภอบ้านแฮด
อ้าเภอบ้านไผ่ จงั หวดั ขอนแก่น เมอ่ื วันที่ 19 มีนาคม พ.ศ.2563 ณ หอ้ งประชมุ 5314 อาคารเวช
วชิ ชาคาร คณะแพทยศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยขอนแกน่ .
ลดั ดา ศิลาน้อย, ปิยะวรรณ ศรีสุรกั ษ์, ธีรชัย เนตรถนอมศักด์ิ. (2551). การจัดกจิ กรรมการเรยี นร้เู พอ่ื พฒั นา
กระบวนการคิด. ขอนแก่น: ศนู ย์พฒั นาวชิ าชพี ครูและบคุ ลากรทางการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์
มหาวิทยาลยั ขอนแกน่ .
วจิ ิตรา จันทรศ์ ริ .ิ (2559). การพฒั นารูปแบบการจัดประสบการณก์ ารเรยี นรูโ้ ดยใชส้ มองเป็นฐาน เพอื่
สง่ เสริมทักษะพนื ฐานทางคณิตศาสตรข์ องเดก็ ปฐมวัย. ดษุ ฎนี ิพนธ์ปรญิ ญาดษุ ฎบี ัณฑิต สาขาวิชา
หลักสตู รและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา.
วุชนิ ี มาตย์ค้ามี. (2556). การเปรียบเทียบผลการจัดประสบการณ์ดว้ ยโปรแกรมบทเรยี น ตามแนวคิดสมอง
เป็นฐาน (Brain Based Learning) กับการเรียนปกติเพ่ือส่งเสริมความพร้อมทางคณิตศาสตร์
ดา้ นจา้ นวน ดา้ นการวดั และด้านเรขาคณิต ส้าหรบั นักเรียนชนั อนบุ าลปีที่ 2. วิทยานพิ นธป์ ริญญา
การศกึ ษามหาบณั ฑติ สาขาวชิ าเทคโนโลยแี ละการสอื่ สารการศึกษา คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัย
มหาสารคาม
ศศิลักษณ์ ขยนั กิจ และ บษุ บง ตนั ติวงศ์ (2559) การประเมินอยา่ งใคร่ครวญตอ่ เด็กปฐมวยั
แนวคดิ และการปฏิบตั ิเพือ่ สนบั สนุนการเรียนร.ู้ กรุงเทพฯ: สา้ นักพิมพแ์ ห่งจฬุ าลงกรณ์
มหาวิทยาลัย
สมปอง ราศ.ี (2558). การพัฒนากจิ กรรมการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้โดยใช้สมองเปน็ ฐานที่มีตอ่
การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ส้าหรับเด็กปฐมวัยชันอนุบาลปีท่ี 2 โรงเรียนบ้านวังกวาง. วารสารวิชาการ
เครือข่ายบณั ฑิตศึกษามหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภาคเหนือ. 5(พิเศษ), 53-68.
ส้านกั งานคณะกรรมการการศึกษาขนั พืนฐาน, กระทรวงศึกษาธิการ. (2552). โรงเรียนอนุบาลตามแนวคิด
Brain-based Learning. พิมพค์ รังที่ 1. กรงุ เทพฯ: ส้านักงาน
194
สา้ นักงานคณะกรรมการการศึกษาขันพนื ฐาน, กระทรวงศกึ ษาธิการ. (2553). หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษา
ขนั พืนฐาน พทุ ธศักราช 2551. พมิ พค์ รังท่ี 3. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพช์ มุ นมุ
สหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศไทย.
ส้านกั งานเลขาธิการสภาการศกึ ษา. (2547). แนวทางการพฒั นาครูโดยใช้โรงเรยี นเปน็ ฐาน. กรุงเทพฯ:
โรงพมิ พแ์ ห่งจุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย.
เสกสรร มาตวังแสง สิรมิ า ภญิ โญอนันตพงษ์ บุญเชดิ ภิญโญอนันตพงษ์ และราชันย์ บุญธมิ า. (2560). รปู แบบ
ก าร ส่ง เสริมพ ฤติก รร มสุขภาพ ของ เด็ก ปฐมวัย. วา รสา รกา รพัฒน า สุขภา พ ชุมช น
มหาวทิ ยาลัยขอนแกน่ , 5(1) มกราคม – มนี าคม, หนา้ 55-76.
อภริ ดี ไชยกาล (2561) การจดั ประสบการณ์ในระดบั ปฐมวัยศึกษา (พิมพค์ รงั ท่ี 2) ใน ประมวล
สาระชดุ วชิ า การจดั การศึกษาและหลักสูตรส้าหรบั เดก็ ปฐมวยั หนว่ ยที่ 8. นนทบุรี :
ส้านักพมิ พม์ หาวิทยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช.
อรุณี หรดาล (2562) การเรียนรู้ที่สอดคล้องกับการท้างานของสมองส้าหรับเด็กปฐมวัย. วารสาร
ศกึ ษาศาสตรป์ รทิ ัศน์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 34(2) พฤษภาคม-สงิ หาคม, หนา้ 1-10.
Jensen, B. , and Iannone, R. L. ( 2018) . Innovative approaches to Continuous Professional
Development in Early Childhood Education and Care. A European perspective,
European Journal of Education, 53(1) March, pp 23-33.
Lancet Early Childhood Development Series Steering Committee. ( 2017) . Nurturing care:
promoting early childhood development, The Lancet, 389(10064), pp 91-102.
NEA’ s Doubts & Certainties. ( 1994) . 12 Principles for Brain- based Learning.
(http://www.nea.org/teachexperience)
Nick Boreham. (2004). “Orienting the Work-Based Curriculum Towards Work Process
Knowledge: a rationale and a German case Study. Studies in Continuing Education.
26(2), 209-227.
Oliva, P. F. (2001). Developing the Curriculum. 5th ed. New York: Longman.
Parkay, F. W. & Hass, Glen. ( 2000). Curriculum Planning: a Contemparary Approach. 7th
ed. United States of America: Allyn & Bacon.
Regate and Geoffrey Caine. ( n. d. ) 12 Principles for Brain- Based Learning.
(http://www.nea.org/eachexperience/braik030925.html)
Yong-Lin Moon. (2007). “Education Reform and Competency-Based Education”. Asia Pacific
Education Review. 8(2), 337-341.