92
2.3 ผลการพัฒนาการด้านสมรรถนะท่ีสำคัญของนักเรียนพบว่าในภาพรวมนักเรียนมี
สมรรถนะที่สำคัญ เฉล่ีย81.13 เมื่อแยกเป็นรายด้านพบว่าด้าน ความสามารถในการสื่อสาร เฉล่ีย
ร้อยละ 81.60 ด้านความสามารถในการคิด เฉล่ีย ร้อยละ 60.77 ด้าน ความสามารถในการ
แก้ปัญหาเฉล่ีย ร้อยละ 86.14 ด้านความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เฉลี่ย 99.56 ร้อยละ ด้าน
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เฉลย่ี ร้อยละ 77.81
3. ผลการตรวจสอบประเมินกระบวนการรูปแบบการจัดการเรียนรู้จากส่ือดิจิทัล สู่ฐาน
สมรรถนะด้วย GD-CAR2 วิชาภาษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 3 และนำผลมาพัฒนา
3.1 มีผลการประเมินกระบวนการตามรูปแบบการจัดการเรียนรู้จากส่ือดิจิทัล สู่ฐาน
สมรรถนะด้วย GD-CAR2 วิชาภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปีที่ 3 ร้อยละ 92.11 โดยผู้ประเมินส่วน
ใหญ่ ร้อยละ64.91 ให้ระดับคุณภาพ ดีเย่ียม ร้อยละ 27.20 ให้ระดับคุณภาพ ดี และ ร้อยละ 7.01
ให้ระดบั คุณภาพ พอใช้ตามลำดบั
3.2 คา่ เฉล่ียและระดับความพึงพอใจของนักเรยี นทม่ี ีตอ่ การพัฒนารูปแบบจัดเรียนรู้จาก
ส่ือดิจิทัล สู่ฐานสมรรถนะด้วย GD-CAR2 วิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 รวมทั้ง 4 กิจกรรม
โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (= 4.83, = 0.17) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อทุกข้อมีความพึงพอใจ
ระดับมากท่ีสุด เรียงลำดับจากมากไปน้อยใน 3 ลำดับแรก คือ คำแนะนำในการใช้รูปแบบกิจกรรม
การเรียนรู้ชัดเจนสามารถปฏิบัติได้ (=4.95, =0.22) ภาพมีความชัดเจน สวยงาม เร้าความสนใจ
(=4.95, =0.22) และรูปแบบกิจกรรมการเรยี นรแู้ ต่ละเร่ืองจัดเนื้อหาได้เหมาะสม (=4.95, =
0.22) ตามลำดับ
อภปิ รายผล
จากการศึกษาผลการใช้การพัฒนารปู แบบกิจกรรมการจัดการเรยี นรู้จากสอ่ื ดิจิทลั สฐู่ าน
สมรรถนะด้วยรูปแบบGD-CAR2” วิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีประเด็นท่คี ้นพบควรนำมา
อภปิ รายดังน้ี
1. ผลการศึกษาวิเคราะห์สภาพปัจจุบันปัญหา และวางแผนสร้างรูปแบบการจัดการ
เรียนรู้จากสือ่ ดจิ ทิ ัล สฐู่ านสมรรถนะดว้ ย GD-CAR2 วชิ าภาษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 3
จากการศึกษาค้นคว้าเอกสาร สังเกต สัมภาษณ์ สอบถามผู้ที่มีส่วนเก่ียวข้องกับข้อมูล
พนื้ ฐาน สภาพปัจจุบัน สภาพปัญหาเก่ยี วกับการพฒั นาคุณภาพการจดั การเรียนการสอนของโรงเรยี น
บ้านทรายทอง ในช่วงระยะเวลาผ่านมา พบว่าสภาพปัญหาและข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการพัฒนา
คุณภาพการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนบ้านทรายทอง ในภาพรวมน้ันยังต้องการปรับปรุงและ
พัฒนาให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยังไม่เป็นท่ีน่าพึงพอใจในระดับที่ยอมรับได้ คุณภาพผู้เรียนยังไม่อยู่ใน
เกณฑ์ที่เหมาะสม การจัดการเรยี นการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย นักเรียนช้นั ประถมศึกษาปี
ท่ี 3 ท่ีเรียนวิชาภาษาไทยน้ันมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนยังไม่อยู่ในเกณฑ์ท่ีน่าพอใจ อาจเน่ืองมาจาก
93
การจัดการเรียนการสอนที่ผ่านมายังไม่มีกิจกรรม หรือสื่อการสอนที่น่าสนใจรวมท้ังเอกสารและ
เนื้อหาท่ีเรียนเป็นนามธรรมทำให้ผู้เรียนเข้าใจเน้ือหายากและมีปัญหาในการเรียนซ่ึงไม่เพียงแต่ส่งผล
ต่อผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนเท่านั้น ยังจะส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวนั ของนักเรยี นท่ีเกี่ยวข้องกับ
ทักษะ สมรรถนะท่ีสำคัญในการดำเนินชีวิต ควรได้รับการพัฒนาการส่งเสริมพัฒนาด้านการสร้าง
สมรรถนะที่สำคัญของนักเรียน ให้มากข้ึน ควรได้รบั การพัฒนาความสามารถด้านคิดเป็น มีทักษะกระบวนการ
คิดอย่างเป็นระบบ มีความคิดสร้างสรรค์ช้ินงานที่แปลกใหม่ คิดแสวงหาความรู้ สรุปความรู้ด้วยตนเอง มีความสามารถ
ในการใช้ภาษาส่ือสาร ความสามารถด้านการแก้ปัญหา ความสามารถด้านทักษะชีวิต และความสามารถด้านการใช้
เทคโนโลยี เป็นตน้ จากการสังเกตนักเรยี นจะตืน่ เตน้ สนุกกบั การเรียนจากการได้ลงมือปฏิบตั ิหลังจากได้
เรียนรู้จากสื่อดิจิทัล และเกิดเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชาภาษาไทย เพื่อให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการ
เรียนท่ีสูงข้ึน และเป็นการเสริมสร้างประสบการณ์ ให้ผู้เรียนได้แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง อันจะเกิด
ผลดีต่อนักเรียนอย่างแท้จริงสอดคล้องกับการวิเคราะห์ SWOT ซึ่งเป็นเทคนิคหนึ่งท่ีสามารถทำให้
องค์กรทราบถึงสภาพแวดล้อมภายในและ สภาพแวดล้อมภายนอกขององค์กร ซ่ึงส่งผลให้เกิดความ
เข้าใจและยอมรับสภาพต่างๆ ขององค์กรมากข้ึนและสามารถนำไปสู่การเตรียมความพร้อมเพ่ือการ
เปลี่ยนแปลงองค์กรตามสถานการณ์ใน อนาคต แนวคิดท่ีผูวิจัยใชในการวิเคราะหปัจจัยของสภาพ
ปัจจุบัน ปัญหาการวิจัย ผู้วิจัยไดอาศัยแนวคิดการวิเคราะหดวย SWOT Analysis โดย SWOT เป
นเคร่ืองมือในการประเมินสถานการณสําหรับองคกร หรือโครงการ ซ่ึงชวยกําหนด จุดแข็งและจุดอ
อนจากสภาพแวดลอมภายใน โอกาสและอุปสรรคจาก สภาพแวดลอมภายนอก ตลอดจนผลกระทบ
จากปจจัยตาง ๆ ตอการทาํ งานขององคกร (วกิ ิพีเดีย สารานุกรมเสรี, 2553)
สอดคลองกับสมคิด บางโม (2552 : 351) ที่กลาววาการวิเคราะหสวอต (SWOT Analysis)
เปนเครื่องมือในการวิเคราะหสถานการณ เพ่ือใหผูบริหารรูจุดแข็ง จุดออน โอกาส และอุปสรรคของ
องคกร และสอดคล้องกับณรงควิทย แสนทอง (2551 : 22-23) กล่าวว่าการวิเคราะหSWOT ซ่ึงจะ
ชวยใหทราบวาองคกรไดเดินทางมาถูกทิศและไมหลงทาง นอกจากน้ียังบอกไดวาองคกรมีแรงขับไป
ยงั เปาหมายไดดีหรอื ไม มน่ั ใจไดอยางไรวาระบบการทาํ งานในองคกรยังมปี ระสิทธิภาพอยู มจี ดุ ออนท่ี
จะตองปรับปรุงอยางไร ซ่ึงการวิเคราะหสภาวะแวดลอม (SWOT Analysis) มีปจจัยที่ควรนํามา
พจิ ารณา 2 สวนดังน้ี
นอกจากนี้ดา้ นการวางแผนสร้างรปู แบบการจดั การเรียนรู้จากส่อื ดจิ ิทัล สู่ฐานสมรรถนะดว้ ย
GD-CAR2 วิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จากการสนทนากลุ่ม (Focus Group) พบว่า
รปู แบบจดั เรียนรู้จากส่ือดิจทิ ัล สู่ฐานสมรรถนะด้วย GD-CAR2 วิชาภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปีที่ 3
ควรประกอบ ด้วย 6 ขั้นตอน ได้แก่ ข้ันตอนที่ 1กำหนดเป้าหมายการเรียนรู้อย่างมีสติและสมาธิ (
Goal ) ข้ันตอนที่2 เรียนรู้ด้วยสื่อดิจิทัล ( Digital ) ขั้นตอนที่ 3 สร้างสรรค์ผลงานด้วยสมรรถนะท่ี
สำคัญ 5 ด้าน ( Competency ) ขั้นตอนท่ี 4 นำเสนอผลงานท่ีสัมฤทธิ์ ( Achievement ) ข้ันตอน
ที่ 5 เพื่อนและครูสะท้อนผลการเรียนรู้ ( reflect1 ) ข้ันตอนท่ี 6สรุปสะท้อนความรู้ท่ีได้ประสาน
เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตด้วยแผนผังความคิด ( reflect2 ) สอดคล้องกับ รุ่งนภา จิตรโรจนรักษ์(2548)
กล่าวว่าพัฒนารูปแบบหรือพัฒนาแบบจำลอง (Model Development) หมายถึง กระบวนการสร้าง
94
หรือพฒั นาแบบจำลองตลอดจนการทดสอบรปู แบบท่ดี ี ให้มคี ุณภาพ การจะนำไปสู่สภาวการณ์ทีด่ ีใน
การศึกษาวิจัย สอดคล้องกับรุ่งรัชดาพร เวหะชาติ(2548: 92-93) ได้พัฒนารูปแบบการบริหาร
คณุ ภาพทั้งองค์การของสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน โดยมุ่งศึกษาการพัฒนารูปแบบการบรหิ ารคุณภาพทั้ง
องค์การของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐานท่ีเหมาะสม ซึ่งใน
การศึกษามีรายละเอียดในการดำเนินการ 5 ข้ันตอน คือขั้นตอนท่ี 1 การศึกษาและสำรวจข้อมูล
เบื้องต้น เก่ียวกับแนวคิดและหลักการบริหาร คุณภาพท้ังองค์การ โดยสัมภาษณ์ผู้บริหารสถานศึกษา
และครูผู้สอนท่ีได้รับเลือกเป็นโครงการนำร่องการวิจัยและการพัฒนาการเรียนรู้เพื่อคุณภาพ
การศึกษา รวมท้ังการศึกษาเอกสารงานวิจัยท่ีเกี่ยวข้อง และการศึกษาสภาพจริงจากการรายงาน
ประเมินตนเองของโรงเรียนท่ีผ่านการประเมินคุณภาพ ข้ันตอนท่ี 2 เป็นการสร้างรูปแบบจำลองเพ่ือ
สร้างรูปแบบการบรหิ ารคุณภาพทงั้ องคก์ ารโดยการสังเคราะห์แบบสัมภาษณ์จากการศึกษาในขั้นตอน
ที่ 1 นำมาสร้างรูปแบบจำลอง ระบบบริหารคุณภาพทั้งองคก์ ารด้วยการสร้างเป็นแบบสอบถามความ
คิดเห็นของผู้ทรงวุฒิแบบ เลือกตอบ เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ให้ผู้ทรงคุณวุฒิแสดงความคิดเห็นโดย
อิสระ ข้ันตอนที่ 3 เป็นการพัฒนารูปแบบระบบบริหารคุณภาพทั้งองค์กร โดยใช้เทคนิคเดลฟายจาก
ผทู้ รงคุณวฒุ ิ เพ่อื ใหไ้ ด้รูปแบบทีม่ ีความเป็นไปไดใ้ นทางปฏิบัตโิ ดยการใชร้ ูปแบบจำลอง จากขั้นตอนที่
2 นำมาวิเคราะห์และกำหนดรูปแบบระบบการบริหารคุณภาพทั้งองค์กรด้วยเทคนิค เดลฟาย 3 รอบ
ข้ันตอนที่ 4 เป็นการวิเคราะห์หาความเหมาะสมของรูปแบบการบริหารคุณภาพท้ังองค์การเพื่อ
ตรวจสอบความเหมาะสมของรูปแบบโดยผู้ปฏิบัติงานในสถานศึกษาคือ ผู้บริหาร สถานศึกษา
ครูผู้สอน และกรรมการสถานศึกษา และขั้นตอนที่ 5 การสรุปและนำรูปแบบการบริหารคุณภาพท้ัง
องค์กรและจัดทำ เป็นรายงาน ผลการวิจัยต่อไป นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับกิตติพันธ์ อุดมเศรษฐ์
ปราวีณยา สุวรรณณัฐโชติ และอรจรีย์ ณ ตะก่ัวทุ่ง(2560:บทคัดย่อ)ได้ทำการวิจัยเรื่อง การพัฒนา
รูปแบบการออกแบบการเรียนการสอนแบบการเรียนรู้กลับด้าน ตามกรอบแนวคิดทีแพคและทฤษฎี
ขยายความคิดสำหรับครูมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ซ่ึงเป็น
การวิจัยและพัฒนา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและศึกษาผลการใช้รูปแบบการออกแบบการเรียน
การสอนแบบการเรียนรู้กลับด้านตามกรอบแนวคิดทีแพคและทฤษฎีขยายความคิดสำหรับครู
มัธยมศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการ
แบบผสมวิธี (Mixed method) โดยมีขั้นตอนการวิจัย 4 ข้ันตอน คือ 1) ศึกษาความคิดเห็นของ
ผู้เช่ียวชาญและครูมัธยมศึกษา 2) พัฒนา รูปแบบฯ 3) ทดลองใช้รูปแบบฯ และ 4) รับรองรูปแบบฯ
ผลการพัฒนาฯ ได้รูปแบบการออกแบบการเรียนการสอนแบบการเรียนรู้กลับด้านตามกรอบแนวคดิ ที
แพคและทฤษฎีขยายความคิดสำหรับครูมัธยมศึกษาฯ ที่มี 8 องค์ประกอบและข้ันตอนการออกแบบ
การเรียนการสอน 12 ข้ันตอน ผลการทดลองใช้รูปแบบฯ พบว่า ครูกลุ่มทดลองเห็นว่ารูปแบบฯ มี
ความเหมาะสม นักเรียนจำนวน 315 คน ซึ่งเรียนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้แบบกลับด้านมีความพึง
พอใจอยูใ่ นระดบั มากและผทู้ รงคุณวฒุ ิให้การประเมนิ รับรองรูปแบบฯ อยใู่ นระดบั ดีมาก
และสอดคล้องกับพรสรัญ ชัยยา สวนันท์ แดงประเสริฐและ ธีรพงษ์ วิรยานนท์
(2563:บทคัดย่อ) ได้ทำการวิจัยเพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนเพ่ือส่งเสริมสมรรถนะการคิด
เชิงคณิตศาสตร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือ 1) พัฒนารูปแบบการเรียน
การสอนเพ่ือส่งเสริมสมรรถนะการคิดเชิงคณิตศาสตร์ของ นักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น และ 2)
ศึกษาผลการจัดการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการคิดเชิงคณิตศาสตร์ของ นักเรียน
95
มัธยมศึกษาตอนต้น โดยนําไปใช้กับกลุ่มตัวอย่าง คือนักเรียนมัธยมศึกษาช้ันปีที่ 3 โรงเรียนวัด
ราชาธิวาส กรงุ เทพมหานคร จำนวน 20 คน การวิเคราะหข์ ้อมูล ใช้ค่าเฉลี่ยส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน
และ การวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) สมรรถนะการคิดเชิงคณิตศาสตร์ของนักเรียน
มัธยมศึกษาตอนต้น ประกอบด้วย 1 ความมุ่งหมาย 1 บทบาทหลัก 3 หน้าท่ีหลัก 6 หน่วย
สมรรถนะ และ 17 หน่วยสมรรถนะยอ่ ย 2) การพัฒนารปู แบบการจัดการเรียน การสอน ได้แก่ (1)
บริบท หลักการและวัตถุประสงค์ (2) กระบวนการขั้นตอนและกิจกรรมของรูปแบบการเรียนการ
สอน ประกอบด้วย การเตรียมความพร้อมการจัดการเรียนการสอน การจัดกิจกรรมการเรียนการ
สอนในห้องเรียน การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนนอกห้องเรียน (3) การประเมนผลการเรียนรู้
ด้านความรู้และสมรรถนะการคิดเชิงคณิตศาสตร์ 3) ผลการจัดการเรียนการสอนเพ่ือส่งเสริม
สมรรถนะการคิดเชิงคณิตศาสตร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นท่ีพัฒนาข้ึน พบว่า (1) ผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่ากอ่ นเรยี นอย่างมีนัยสาํ คญั ท่ีระดบั .05 (2) สมรรถนะ การ
คดิ เชงิ คณิตศาสตร์ของผู้เรียนระดับคุณภาพในภาพรวมอยู่ในระดับดีและ (3) ผเู้ รียนมีความพึงพอใจ
ตอ่ รูปแบบ การเรียนการสอนเพ่อื ส่งเสรมิ สมรรถนะการคิดเชงิ คณิตศาสตร์ในระดบั มาก
2. ผลการทดลองประสิทธิภาพ และเปรียบเทียบทักษะการคิดเขียนแตง่ ประโยค และคำ
คล้องจอง จากผลงานโดยใช้ส่ือดิจิทัล ก่อนการจัดการเรียนรู้ และหลังการจัดการเรียนรู้ และหา
พัฒนาการด้านสมรรถนะที่สำคัญของนักเรียนหลังการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้จากส่ือดิจิทัล
สูฐ่ านสมรรถนะด้วย GD-CAR2 วชิ าภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 3
2.1 ผลการวิเคราะห์หาประสิทธภิ าพของการพัฒนารปู แบบการจัดการเรียนรู้จากส่ือดิจิทัล
สู่ฐานสมรรถนะด้วย GD-CAR2 วิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ท้ัง 4 กิจกรรม พบว่าคะแนน
จากการทำแบบทดสอบระหว่างเรียน มีค่าร้อยละ 84.83 และคะแนนท่ีได้จากการทำแบบทดสอบ
หลังเรียนได้ค่าร้อยละ 83.33 และค่าประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้มีค่าเท่ากับ 84.83 /
83.33 แสดงว่าการพัฒนารูปแบบจัดเรียนรู้จากสื่อดิจิทัล สู่ฐานสมรรถนะด้วย GD-CAR2 วิชา
ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3 ทั้ง 4 กิจกรรมมีประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนดไว้อาจ
เน่ืองจากชุดกิจกรรม ท่ีพัฒนาขึ้นได้ผ่านกระบวนการ และขั้นตอนในการจัดทำอย่างมีระบบและ
วิธีการท่ีเหมาะสมกล่าวคือ ได้ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พ.ศ.2551 คู่มือครูและ
เนื้อหา ตามมาตรฐานหลักสูตร ตลอดจนรูปแบบกิจกรรม ได้ผ่านการประเมินความถูกต้องจากผู้มี
ประสบการณ์ และผู้เช่ียวชาญ รวมทั้งมีการนำไปทดลองใช้กับนักเรียนจากโรงเรียนอื่น เพื่อปรับปรุง
หลายคร้ัง ส่งผลให้การเรียนรู้ของนกั เรยี นสูงกวา่ เกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด ซึ่งสอดคล้องกับปัญจรัตน์
ทับเปีย (2555) ได้ดําเนินการศึกษาวิจัย เร่ือง การพัฒนาส่ือประสม แบบโลกเสมือนผสาน โลกจริง
เร่ือง โครงสร้างและการทํางานของหัวใจ สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 การวิจัยครั้งน้ีมี
วัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพ่ือพัฒนาและหาประสิทธิภาพของชุดสื่อประสมแบบโลกเสมือน
ผสานโลกจริง เรื่อง โครงสร้าง และการทํางานของหัวใจ 2) เพ่ือเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน
ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนท่ีเรียน โดยใช้ชุดสื่อประสม แบบโลกเสมือนผสานโลกจริง เรื่อง
โครงสร้างและการทํางานของหัวใจ 3) เพื่อศึกษาความ คิดเห็นของนักเรียนท่ีมีต่อการเรียนโดยใช้ชุด
สอ่ื ประสม แบบโลกเสมือนผสานโลกจริง เรื่อง โครงสร้างและการ ทํางานของหัวใจ กลุ่มตัวอย่างเป็น
96
นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบางระจันวิทยา อําเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี จํานวน 30
คน โดยใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง โดยใช้t-test dependent Samples ผลการวิจัยปรากฏดังน้ี 1)
ชุดสือ่ ประสม แบบโลกเสมอื นผสานโลกจริง ควรประกอบดว้ ย หนังสือแบบ โลกเสมือนผสานโลกจริง
ซีดีรอมประกอบหนงั สือและคู่มือการใช้ชุดสื่อประสม ประสิทธิภาพของชุดสื่อประสม แบบโลกเสมอื น
ผสานโลกจริง เร่ือง โครงสร้างและการทํางานของหัวใจ มีประสิทธิภาพเท่ากับ 81.33/ 81.11 ซ่ึง
เป็นไปตามเกณฑ์ท่ีกําหนด 80/ 80 2) การเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน พบว่า ผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียน หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3) การประเมิน
ความคิดเห็นของกลุ่ม ตัวอย่างที่มีต่อชุดสื่อประสม แบบโลกเสมือนผสานโลกจริง พบว่า ความสนใจ
ของนกั เรียนทมี่ ีต่อเนอื้ หารปู แบบ การนาํ เสนอ และการใช้งานชดุ ส่ือประสม มคี วามคิดเห็นโดยรวมใน
ระดับมากทส่ี ุด ( X = 4.77)
2.2 ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน พบว่า
ก่อนเรียนด้วยรูปแบบกิจกรรมการเรียนรู้มีคะแนนเฉล่ียเท่ากับ 3.75 และหลังเรียนมีคะแนนเฉล่ีย
เท่ากับ 25.00 เมื่อทดสอบด้วยการทดสอบค่าประสิทธิผล (E.I.) ปรากฏว่าผลสัมฤทธ์ิก่อนเรียนและ
หลังเรียนด้วยการพัฒนารูปแบบจัดเรียนรู้จากสื่อดิจิทัล สู่ฐานสมรรถนะด้วย GD-CAR2 วิชา
ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปีที่ 3 เท่ากับ 0.8095 สอดคล้องกับ ปราณี กองจินดา (2549 : 42) กล่า
ว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง ความสามารถหรือผลสำเร็จที่ได้รับจากกิจกรรมการเรียนการ
สอนเป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและประสบการณ์เรียนรู้ทางด้านพุทธิพิสัย จิตพิสัย และทักษะ
พสิ ยั และยังไดจ้ ำแนกผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนไวต้ ามลักษณะของวัตถปุ ระสงค์ของการเรียนการสอนท่ี
แตกต่างกัน สอดคล้องกับ รสริน พันธุ (2550 : 37) กล่าวว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง ผล
ของการเรียนการสอนหรือความสามารถของบุคคลอันเกิดจากการได้รับการฝึกฝน ส่ังสอนในด้าน
ความรู้ และทักษะท่ีได้พัฒนาข้ึนตามลาดับขั้นในวิชาต่าง ๆ และสอดคล้อง กมลชนก สุขสุวรรณ.
(2559).ทำการวิจัยเร่ืองการพัฒนาแบบฝึกทักษะการเขียนเรื่องจากภาพเพ่ือส่งเสริมทักษะการเขียน
เรือ่ งจาก ภาพของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที ี่ 4 – 6การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพ่ือสร้างและพัฒนา
แบบฝึกทักษะการเขียนเรื่องจาก ภาพของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 ให้มีประสิทธิภาพตาม
เกณฑ์มาตรฐาน 80/80 และเพื่อเปรียบเทียบทักษะการเขียนเร่ืองจากภาพของนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปที ่ี 4-6 ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรยี น ผู้วิจัยด าเนินการสร้างแบบฝึกทักษะการเขียน
เร่ืองจาก ภาพ แผนการสอน พร้อมท้ังสร้างแบบวัดทักษะการเขียนเรื่องจากภาพ เก็บรวบรวมข้อมูล
แล้วน าคะแนนท่ไี ด้มาวิเคราะหโ์ ดยใช้ t – test แบบ dependent ผลการวิจยั พบว่า นักเรียนท่ีเรยี น
โดยใช้แบบฝึกทักษะการเขียนเร่ืองจากภาพ มีทักษะการเขียนเร่ืองจากภาพ หลังเรียนสูงกว่าก่อน
เรียนอย่างมนี ยั สำคัญทางสถติ ทิ ีร่ ะดบั .05
2.3 ผลการพัฒนาการด้านสมรรถนะท่ีสำคัญของนักเรียนพบว่าในภาพรวมนักเรียนมี
สมรรถนะท่ีสำคัญ เฉลี่ย81.13 เม่ือแยกเป็นรายด้านพบว่าด้าน ความสามารถในการสื่อสาร เฉล่ีย
ร้อยละ 81.60 ด้านความสามารถในการคิด เฉล่ีย ร้อยละ 60.77 ด้าน ความสามารถในการ
แก้ปัญหาเฉลี่ย ร้อยละ 86.14 ด้านความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เฉลี่ย 99.56 ร้อยละ ด้าน
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เฉล่ีย ร้อยละ 77.81 แสดงว่านักเรียนท่ีเรียนด้วยรูปแบบกิจกรรม
ทีผ่ ู้ศึกษาสร้างขน้ึ ทำให้นักเรียนมีพัฒนาการด้านสมรรถนะที่สำคัญของนักเรียน อาจเน่ืองจากรูปแบบ
97
กิจกรรม ท่ีพัฒนาข้ึนได้ผ่านมีกระบวนการ และข้ันตอนการฝึกปฏิบัติจนเกิดทักษะความสามารถของ
นักเรียน และเครื่องมือวัดประเมินสมรรถนะ ได้ผ่านการประเมินความถูกต้องจากผู้มีประสบการณ์
และผู้เช่ียวชาญ จึงส่งผลให้สมรรถนะท่ีสำคัญของนักเรียนพัฒนาการขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับนิสดารก์
เวชยานนท์ (2553, หน้า 35) ให้ความหมายไว้ว่า สมรรถนะ หมายถึง พฤติกรรมท่ีทําให้คนสามารถ
ทาํ งานได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ สอดคลอ้ งกับสุรชัย พรหมพันธ์ุ (2554, หน้า 188) ใหค้ วามหมายไวว้ ่า
สมรรถนะ หมายถึง การแสดงถึง ความสามารถท่ีจําเป็นในการปฏิบัติงานให้สําเร็จตามวัตถุประสงค์
และเป้าหมายของงานน้ันๆ McClelland (1973, หน้า 1) ให้ความหมายไว้ว่า สมรรถนะ หมายถึง
คุณลักษณะท ่ี อยู่ ภายใต้ผลการปฏิบัติงานที่ ประสบความสําเร็จ และสอดคล้องกับนิลรัตน์
นวกิจไพฑูรย์ (2561,บทคัดย่อ) ได้ศึกษาเรื่องการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนโดยใช้กระบวนการวิจัย :
“การวิจัยปฏิบัติการในช้ันเรียน”พบว่าการวิจัยปฏิบัติการในช้ันเรียน เมื่อมาใช้ในการจัดการเรียนรู้
เพื่อพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนให้เป็นไปตามเป้าหมายของหลักสูตร ลักษณะของการ วิจัยปฏิบัติการใน
ชั้นเรียนเป็นการบูรณาการการจัดการเรียนรู้กับการวิจัย ผู้วิจัยยังคงทำงานสอนตามปกติ สามารถใช้
เคร่ืองมือวัดผลการเรียนรู้ที่เกี่ยวกับพฤติกรรมผู้เรียนด้านพุทธิพิสัย จิตพิสัย ทักษะพิสัย หรือทักษะ
กระบวนการต่างๆ เป็นเครื่องมือวจิ ัย วิเคราะห์ข้อมลู โดยใชส้ ถติ ิพ้นื ฐานการดำเนนิ การวิจัย ตามวงจร
การ วิจัยของเคมมิส 4 ข้ันตอน คือข้ันวางแผน ข้ันดำเนินการ ขั้นสังเกตตรวจสอบผลที่เกิด และข้ัน
สะทอ้ นผล
3. ผลการตรวจสอบประเมินกระบวนการรูปแบบการจัดการเรียนรู้จากสื่อดิจิทัล สู่ฐาน
สมรรถนะด้วย GD-CAR2 วิชาภาษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 3 และนำผลมาพฒั นา
3.1 มีผลการประเมินกระบวนการตามรูปแบบการจัดการเรียนรู้จากส่ือดิจิทัล สู่ฐาน
สมรรถนะด้วย GD-CAR2 วิชาภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3 ร้อยละ 92.11 โดยผู้ประเมินส่วน
ใหญ่ ร้อยละ64.91 ให้ระดับคุณภาพ ดีเย่ียม ร้อยละ 27.20 ให้ระดับคุณภาพ ดี และ ร้อยละ 7.01
ให้ระดับคุณภาพ พอใช้ตามลำดับ สอดคล้องกับ มิยากาวะ (2550: 3) เสนอการสร้างรูปแบบ(โมเดล)
ว่า เป็นการศึกษาปรากฏการณ์ทางธรรมชาติหรือ สังคมเรื่องใดเร่ืองหน่ึง เราอาจไม่ศึกษา
ปรากฏการณ์เรื่องน้ัน โดยตรงก็ได้แต่เราศึกษา โดยวิธีการสร้างโมเดล เพ่ือหาข้อสรุปท่ีสามารถนำไป
อธิบาย ทำนายหรือควบคุมปรากฏการณ์ที่ศึกษา นอกจากน้ีความคิดเห็นของกระบวนการรูปแบบอยู่
ในระดับดีเย่ียมอาจเนื่องมาจากกระบวนการตามรูปแบบจัดเรียนรู้จากส่ือดิจิทัล สู่ฐานสมรรถนะด้วย
GD-CAR2 วชิ าภาษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 3 ประกอบดว้ ย 6 ขนั้ ตอน ไดแ้ ก่ ขน้ั ตอนที่ 1กำหนด
เป้าหมายการเรียนรอู้ ยา่ งมสี ติและสมาธิ ( Goal ) ขัน้ ตอนที่2 เรยี นร้ดู ว้ ยส่ือดิจิทัล ( Digital ) ขั้นตอน
ท่ี 3 สร้างสรรคผ์ ลงานดว้ ยสมรรถนะที่สำคัญ 5 ด้าน ( Competency ) ขั้นตอนที่ 4 นำเสนอผลงาน
ทีส่ มั ฤทธิ์ ( Achievement ) ขั้นตอนที่ 5 เพือ่ นและครูสะท้อนผลการเรยี นรู้ ( reflect1 ) ข้ันตอนที่
6 สรุปสะท้อนความรู้ท่ีได้ประสานเช่อื มโยงกับวิถีชีวิตด้วยแผนผังความคิด ( reflect2 ) กระบวนการ
ดา้ นกำหนดเป้าหมายการเรียนรู้อย่างมีสติและสมาธิ ( Goal ) สอดคล้องกับ วิชัย วงศ์ใหญ่ และมารุต
พัฒผล (2563) กล่าวว่า การเรียนรู้ (Learning) คือ กระบวนการหรือวิธีการท่ีผู้เรียนใช้ในการสร้าง
ความรู้ความเข้าใจเชิงลึก (Deep learning) ให้กับตนเอง ผ่านการปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้อย่างมี
เป้าหมาย มีความใฝ่ฝัน (Passion) ที่จะประสบความสำเร็จในการเรียนรู้นั้นๆ ด้วยเหตุนี้ การจัดการ
98
เรียนร้จู ึงเป็นหวั ใจสำคญั ของการทีจ่ ะทำให้ผเู้ รยี นเกดิ การ เรียนร้ทู ่ีผสู้ อนต้องใหค้ วามสำคญั และเอาใจ
ใส่ในกระบวนการจัดการ เรียนรู้ 3 ประการ ได้แก่ 1) จุดประสงค์การเรียนรู้ 2) กระบวนการ เรียนรู้
และ 3) การประเมนิ เพ่อื พฒั นาการเรียนรู้
ด้านการเรียนรู้ด้วยสื่อดิจิทัล ( Digital ) สอดคล้องกับธิดา แซ่ชั้น และ ทัศน์ หมอสอน
(2559) กลา่ วว่า “การรู้ดิจิทัล” เป็นหน่ึงในทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 ที่ผู้เรียนจำเป็นต้องเรียนรู้ควบคู่
ไปกับทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ทักษะความคิดสร้างสรรค์ ทักษะการแก้ปัญหาทักษะ
สารสนเทศส่ือและเทคโนโลยี การรู้ดิจิทัลเป็น “ทักษะการอยู่รอด” ในยุคดิจิทัลมีความสำคัญต่อ
ผู้เรียนทุกคนโดยฝึกฝนผู้เรียนทั้งพุทธพิสัยทักษะพิสัยและจิตพิสัยเชnนการวิเคราะห์การประเมินการ
จัดการและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสร้างผลงานใหม่ๆ สอดคล้องกับ ฐิติยา เนตรวงษ์(2562) ที่
กล่าวว่า การรู้ดิจิทัลจัดได้ว่าเป็นทักษะแห่งการอยู่รอด (Survival Skill) ในยุคดิจิทัล หากผู้เรียนมี
ความสามารถดา้ นการรู้ดิจิทัล จะทำให้ผู้เรียนมี พัฒนาการด้านการคิดวิเคราะห์ การประเมินค่า การ
สรา้ งสรรค์และการประยกุ ต์ใช้ทรัพยากรการเรียนรู้ทาง เทคโนโลยีดิจทิ ัล สอดคลอ้ งกบั แผนการศึกษา
แห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ฉบับที่ 12 ทต่ี ้องการให้ประชาชนทุก
คนมีความตระหนัก มีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้ เกิดประโยชน์และ
สร้างสรรค์แม้แต่ผู้เรียนแบบเรียนร่วม ระหว่างผู้เรียนทั่วไปและผู้เรียนท่ีมีความต้องการพิเศษ
สอดคล้องกับเกวลี ผาใต้,พิเชนทร์ จันทร์ปุ่ม,และ อภิวัฒน์ วัฒนะสุระ (2561:บทคัดย่อ) ทำการวิจัย
เร่ืองส่ือการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีมิติเสมือนจริง เร่อื ง คำศัพท์ภาษาอังกฤษสัตว์โลกน่ารู้การวิจัยครั้งนี้
มีวัตถุประสงค์เพ่ือ 1) พัฒนาส่ือการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีมิติเสมือนจริงเร่ือง คำศัพท์ภาษาอังกฤษ
สัตว์โลกน่ารู้ 2) ประเมินความพึงพอใจ โดยกลุ่มตัวอย่าง นักเรียนช้ันอนุบาลปที ี่ 1–3 โรงเรยี นบา้ นป่า
หว้าน จังหวัดสกลนคร จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ สื่อการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีมิติเสมือน
จริง เรื่อง คำศัพท์ภาษาอังกฤษ สัตว์โลกน่ารู้และแบบประเมินความพึงพอใจ ส่ือการเรียนรู้ด้วย
เทคโนโลยีมิติเสมือนจริง สถิติที่ใช้ได้ ได้แก่ ค่าเฉล่ีย และส่วน เบ่ียงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า
1) หน้าหลักของส่ือการเรยี นรู้ด้วยเทคโนโลยีมิติเสมือนจริง เรื่อง ค าศัพท์ภาษาอังกฤษสัตว์โลกน่า รู้
ซึง่ จะประกอบไปด้วยตัวเลือก 3 ตัวเลือก ได้แก่ 1. เปิดแฟม้ สตั ว์โลก 2. วิธกี ารใช้งาน และ 3. ประวตั ิ
ผู้จัดทำ 2) ผล การศึกษาการประเมินความพึงพอใจ นักเรียนมีความพึงพอใจต่อส่ือโดยรวมอยู่ใน
ระดับมากที่สดุ
สำหรับกระบวนการด้านการสร้างสรรค์ผลงานด้วยสมรรถนะที่สำคัญ 5 ด้าน
( Competency ) สอดคล้องกับ ทฤษฎีคอนสตรัคชั่นนิสซึม (Constructionism) หรือทฤษฎีการ
สร้างความรู้ด้วยตนเองโดยการสร้างสรรค์ชิ้นงาน (ทิศนา แขมมณีและคณะ, 2545 : 24) ทฤษฎีน้ีใช้
แนวคิดพ้ืนฐาน เดียวกันกับทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของ เพียเจต์ (Piaget) เช่นเดียวกับทฤษฎี
การสร้างความรู้ (Constructivism) แต่เพเพิร์ท (Papert, 1993) ได้มีโอกาสร่วมงานกับเพียเจต์
(Piaget) และได้ พัฒนาทฤษฎนี ้ีขนึ้ มาใช้ในวงการศึกษา โดย มีความคดิ ต่อเนอื่ งว่าหากผู้เรยี นมีโอกาส
ได้สร้าง ความรู้และน าความคิดของตนเองไปสร้างสรรค์ช้ินงานข้ึนโดยอาศัยส่ือเทคโนโลยีที่
เหมาะสมจะ ช่วยให้ความคิดนั้นเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน เม่ือผู้เรียนสร้างส่ิงใดสิ่งหนึ่งข้ึนมาในโลก
หมายถึงการ สร้างความรู้ขึ้นในตนเอง ความรู้ท่ีสร้างขึ้นจะมีความหมายอยู่คงทน และไม่ลืมง่าย
นอกจากนั้น ผู้เรียนจะสามารถถ่ายทอดให้ผู้อื่นเข้าใจความคิดของตนเองได้และความ รู้ที่สร้างขึ้นจะ
เป็นฐานที่ มั่นคงช่วยให้ผู้เรียนสามารถสร้างความรู้ต่อไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด พัฒนาการของ
99
ทฤษฎีการ สร้างความรู้ จนถึงทฤษฎีการสร้างความรู้ด้วยตนเองโดยการ สร้างสรรค์ช้ินงาน และ
สอดคล้องกับนิลรตั น์ นวกิจไพฑูรย์ (2561:บทคดั ย่อ) ได้ศึกษาเร่ืองการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนโดยใช้
กระบวนการวิจัย : “การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน”พบว่าการวิจัยปฏิบัติการในช้ันเรียน เมื่อมาใช้ใน
การจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนให้เป็นไปตามเป้าหมายของหลักสูตร ลักษณะของการ
วิจัยปฏิบัติการในช้ันเรียนเป็นการบูรณาการการจัดการเรียนรู้กับการวิจัย ผู้วิจัยยังคงทำงานสอน
ตามปกติ สามารถใช้เครื่องมือวัดผลการเรียนรู้ท่ีเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้เรียนด้านพุทธิพิสัย จิตพิสัย
ทักษะพิสัย หรือทักษะ กระบวนการต่างๆ เป็นเครื่องมือวิจัย วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพ้ืนฐานการ
ดำเนินการวิจัย ตามวงจรการ วิจัยของเคมมิส 4 ขั้นตอน คือขั้นวางแผน ข้ันดำเนินการ ข้ันสังเกต
ตรวจสอบผลทเ่ี กิด และขน้ั สะท้อนผล
ในด้านการนำเสนอผลงานที่สัมฤทธ์ิ ( Achievement ) สอดคล้องกับพวงรัตน์ ทวีรัตน์
(2540:29–32) กล่าวว่า การวัดผลสัมฤทธิ์เป็นการตรวจสอบพฤติกรรมของนักเรียนในด้านพุทธิพิสัย
ที่เป็นการวัด 2 องค์ประกอบตามจุดมุ่งหมายและลักษณะของวิชาที่เรียนดังนี้ คือ1) การวัดด้านการ
ปฏิบัติ เป็นการตรวจสอบความรู้ความสามารถทางการปฏิบัติโดย ให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง
ให้เห็นเป็นผลงานปรากฏออกมา สามารถทำการสังเกตและวัดได้ เช่น วิชาศิลปศึกษา พลศึกษา
การช่าง เป็นต้น การวัดแบบน้ีจึงต้องวัดโดยใช้ “ข้อสอบภาคปฏิบัติ” (Performance test) ซ่ึงเป็น
การประเมินผลพิจารณาที่วิธีปฏบิ ัติ (Procedure) และผลงานท่ีปฏิบัติ 2) การวดั ดา้ นเน้ือหา เป็นการ
ตรวจสอบความรู้ความสามารถเก่ียวกับเนื้อหาวิชา (Content) รวมถึงพฤติกรรมความสามารถใน
ดา้ นตา่ ง ๆ อนั เปน็ ผลมาจากการเรยี นการสอน
กระบวนการด้านเพ่ือนและครูสะท้อนผลการเรียนรู้ ( reflect1 ) สอดคล้องกับ
ปวีณภัทร นิธิตันติวัฒน์และเยาลักษณ์ มีบุญมาก(2557) กล่าวว่า การสะท้อนคิด หมายถึง
กระบวนการคิดไตร่ตรองทวนสอบ (Reflective Thinking) เป็นการพิจารณาสิ่งต่างๆอย่างรอบคอบ
โดยใช้สติและมีสมาธิ ซึ่งเป็นวิธีการที่ทำให้ตัวเราได้ทบทวนและสะท้อนการกระทำของตน
(Reflective Practice) โดยสามารถแสดงออกได้ท้ังการพูดและการเขียนเพ่ือให้เกิดความเข้าใจและ
เกดิ การเรียนรูจ้ ากประสบการณ์แสวงหาคําตอบโดยใช้เหตุผล แก้ไขปัญหา นําไปสู่การพัฒนาปรบั ปรุง
ตนเองและปรับปรุงงานให้มีประสิทธิภาพมากข้ึน สอดคล้องกับจุไรรัตน์ วัชรอาสน์(2016) กล่าวว่า
การสะท้อนคิด หมายถึง ส่ิงท่ีสะท้อนการกระทำท่ีผู้ปฏิบัติสามารถมองเห็นตนเองภายใต้บริบทจาก
ประสบการณ์ของตนเอง ด้วยวิธีการเผชิญ เข้าใจ และแก้ไขปัญหาจากการปฏิบัติงานของตนเองทั้งที่
ต้องการและจากการปฏิบัติจรงิ อีกประการหนึ่ง การสะท้อนคิดมีความสำคัญต่อการศึกษาเพราะทุก
วนั นี้มคี วามรู้ใหม่ ๆ เพ่ิมขึ้นทุกวนั สังคมในยุคปัจจุบันมกี ารเปลยี่ นแปลงอย่างรวดเร็ว มีความซบั ซอ้ น
มากขึ้น ในขณะท่ีข้อมูลข่าวสารต่างๆ สามารถสืบค้นได้ง่าย ทำให้ผู้เรียนในยุคปัจจุบันจำเป็นต้องมี
ทักษะในการเรียนรู้ การคิดวิเคราะห์ และการคิดแก้ปัญหาเพื่อให้สามารถตอบสนองกับการ
เปลี่ยนแปลงของสังคมที่เกิดข้ึนอย่างรวดเร็ว มีผลทำให้ความรู้ที่มีอยู่เดิม ๆ เริ่มล้าสมัย ไม่เหมาะกับ
ผู้เรียนในสภาพปัจจุบัน ดังนั้นการสะท้อนคิดจึงเป็นการจัดการเรียนการสอนท่ีเหมาะสมสำหรับทุก
ระดับการศึกษา การที่ผู้เรียนได้มีโอกาสปฏิบัติมีโอกาสได้สะท้อนคิดด้วยตนเองนั้นเป็นการฝึกการ
สังเกต การคิด วิเคราะห์ จัดระบบความคิดเพ่ือให้สื่อสารกับผู้อ่นื ได้อย่างเข้าใจ ตอ้ งเป็นผทู้ ี่ชา่ งสงั เกต
เชื่อมโยงความรู้ เป็นนักคดิ และมีการต้งั คําถามทดี่ โี ดยใช้เหตุผลในการอ้างองิ ซ่ึงสอดคล้องกับ รตั ตกิ ร
เหมือนนาดอน ยุพาภรณ์ ติรไพรวงศ์ เจียมใจ ศรชี ยั รตั นกลู และ สันติ ยุทธยง (2019: 14)
100
และกระบวนการด้านการสรุปสะท้อนความรู้ท่ีได้ประสานเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตด้วยแผนผัง
ความคิด ( reflect2 ) สอดคล้องกับSchon (1983 อ้างใน จุไรรัตน์ วัชรอาสน์ 2018) กล่าวว่า การ
สะท้อนคิดคือ การเรียนรู้จากประสบการณ์ ซ่ึงการปฏิบัติการสะท้อนคิดจะต้องประกอบด้วยการ
ปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ บนพื้นฐานของความเช่ือ ความรู้ในสถานการณ์ น้ัน ซึ่ง
ประสบการณ์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถนำไปสู่การเรียนรู้ได้ ต้องอาศัยการสะท้อนคิดจาก
ประสบการณ์นั้นเป็นสำคญั ซ่ึงการสะท้อนคิดเป็นกระบวนการเรยี นรอู้ ย่างตอ่ เน่ือง ทำอยา่ งสม่ำเสมอ
บนพื้นฐานการนำเอาทฤษฎีและการปฏิบัติมาใช้ในการสะท้อนคิด จนนำไปสู่การเข้าใจอย่างถ่องแท้
และสอดคล้องกับวิชัย วงศ์ใหญ่ และมารุต พัฒผล (2563) ได้กล่าวถึงกระบวนการเรียนรู้ (Learning
processes) มีความสำคัญ ยิ่งกว่าผลผลิตของการเรียนรู้ เพราะกระบวนการเรียนรู้ท่ีดีจะนำไปสู่
ผลผลิตของการเรียนรู้ที่ต้องการ และไม่มีผลผลิตของการเรียนรู้ใด ที่เกิดมาจากกระบวนการเรียนรู้ท่ี
ขาดประสิทธิภาพ กระบวนการเรียนรู้ คือ วิธีการ ขั้นตอนท่ีผู้เรียนใช้ในการเรียนรู้ เร่ืองใดเร่ืองหนึ่ง
จนเกิดการเรียนรู้เชิงลึก รู้จริง รู้ชัด อย่างสอดคล้อง กับธรรมชาติและรูปแบบการเรียนรู้(Learning
styles) ของตนเอง ในลักษณะ Personalized Learning Processes หรือกระบวนการ เรียนรู้ท่ี
เหมาะสมกับผู้เรียนรายบุคคล กระบวนการเรียนรู้คือ หัวใจของการเรียนรู้ท้ังในปัจจุบัน และอนาคต
กระบวนการเรียนรู้ท่ีดีช่วยทำให้ผู้เรียนรู้จริง รู้ชดั และสามารถนำความรู้ไปใชใ้ นสถานการณ์ตา่ งๆ ได้
อย่างสร้างสรรค์ เป็นรากฐานของการเป็นนวัตกร (Innovator) ต่อไป ด้วยเหตุน้ี ผู้สอนจึงจำเป็นต้อง
ออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่เน้นกระบวนการเรียนรู้โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ใช้กระบวนการเรียนรู้
ของตนเองอย่างหลากหลาย “หลายเส้นทางเป้าหมายเดียวกัน” ซึ่งผู้เรียนจะเรียนรู้ส่ิงต่างๆ ได้ดีหาก
เขาได้ใช้กระบวนการเรียนรู้ ตามที่เขาถนัด ร่วมกับการปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกับเพื่อน และ
ผู้สอน
3.2 ค่าเฉลี่ยและระดับความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้
จากสื่อดิจิทัล สู่ฐานสมรรถนะด้วย GD-CAR2 วิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3 รวมทั้ง 4
กิจกรรมโดยรวมอยูใ่ นระดับมากท่ีสดุ (= 4.83, = 0.17) เม่ือพิจารณาเป็นรายขอ้ ทุกขอ้ มีความพึง
พอใจระดับมากท่ีสุด เรียงลำดับจากมากไปน้อยใน 3 ลำดับแรก คือ คำแนะนำในการใช้รูปแบบ
กิจกรรมการเรียนรู้ชัดเจนสามารถปฏิบัติได้ (=4.95, =0.22) ภาพมีความชัดเจน สวยงาม เร้า
ความสนใจ (=4.95, =0.22) และรูปแบบกิจกรรมการเรียนรู้แต่ละเรื่องจัดเน้ือหาได้เหมาะสม
(=4.95, =0.22) ตามลำดับ สอดคล้องกับกิตติพันธ์ อุดมเศรษฐ์ ปราวีณยา สุวรรณณัฐโชติ และ
อรจรีย์ ณ ตะก่ัวทุ่ง(2560:บทคัดย่อ)ไดท้ ำการวจิ ัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการออกแบบการเรียนการ
สอนแบบการเรียนรู้กลบั ด้าน ตามกรอบแนวคิดทีแพคและทฤษฎขี ยายความคิดสำหรับครมู ัธยมศึกษา
สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ซง่ึ เปน็ การวจิ ัยและพัฒนา โดยมวี ตั ถปุ ระสงค์
เพ่ือพัฒนาและศึกษาผลการใช้รูปแบบการออกแบบการเรียนการสอนแบบการเรียนรู้กลับด้านตาม
กรอบแนวคิดทีแพคและทฤษฎีขยายความคิดสำหรับครูมัธยมศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการ
สง่ เสรมิ การศึกษาเอกชน เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการแบบผสมวิธี (Mixed method) โดยมีข้นั ตอน
การวิจัย 4 ข้ันตอน คือ 1) ศึกษาความคดิ เห็นของผู้เช่ยี วชาญและครูมัธยมศกึ ษา 2) พฒั นา รปู แบบฯ
3) ทดลองใชร้ ูปแบบฯ และ 4) รับรองรปู แบบฯ ผลการพัฒนาฯ ไดร้ ูปแบบการออกแบบการเรยี นการ
101
สอนแบบการเรยี นรูก้ ลับด้านตามกรอบแนวคิดทีแพคและทฤษฎีขยายความคิดสำหรับครมู ัธยมศึกษา
ฯ ที่มี 8 องค์ประกอบและข้ันตอนการออกแบบการเรียนการสอน 12 ข้ันตอน ผลการทดลองใช้
รูปแบบฯ พบว่า ครูกลุ่มทดลองเห็นว่ารูปแบบฯ มีความเหมาะสม นักเรียนจำนวน 315 คน ซึ่งเรียน
ด้วยแผนการจัดการเรียนรู้แบบกลับด้านมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากและผู้ทรงคุณวุฒิให้การ
ประเมินรบั รองรูปแบบฯ อยู่ในระดับดีมาก
ขอ้ เสนอแนะ
ข้อเสนอแนะสำหรับการนำผลงานวจิ ัยไปใช้
1. ควรเพมิ่ จำนวนกลุ่มตัวอยา่ งใหม้ ากข้นึ เพ่อื เป็นการประเมนิ ว่ารปู แบบกิจกรรมมี
ประสิทธภิ าพและประสิทธิผลจรงิ ๆ
2. ควรเพม่ิ จำนวนกิจกรรมการฝึกปฏิบัตใิ ห้มาความหลากหลายมากยงิ่ ขึน้
3. ควรมีการนำรูปแบบกิจกรรมไปใช้ในกระบวนการจัดจัดการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอและ
ตอ่ เนือ่ ง เพอื่ ท่ีผ้เู รียนจะเกดิ ทักษะท่แี ท้จริงและไม่ลืมในสงิ่ ที่ได้เรยี นไป
ขอ้ เสนอแนะสำหรบั การทำวิจัยครัง้ ตอ่ ไป
1. ควรมีการสร้างรูปแบบกิจกรรมในรูปแบบอ่ืนๆ เพิ่มเติมเพ่ือเป็นการพัฒนาสื่อการจัด
ประสบการณใ์ ห้ครอบคลุมท้ังหมด
2. ควรมีการสร้างรูปแบบกิจกรรมในระดับช้ันอ่ืนๆด้วยเพื่อความต่อเนื่องในการเรียนรู้ของ
นกั เรยี นเอง
3.ควรมีการออกแบบการทดลองให้มีกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมด้วยเพื่อสร้างความเช่ือม่ัน
ในรปู แบบทส่ี รา้ งข้ึนใหม้ ากยงิ่ ข้ึน
102
บรรณานุกรม
กองเทพ เคลือบพณิชกลุ . (2542). การใชภาษาไทย. กรงุ เทพฯ : โอเดียนสโตร.
กมลชนก สขุ สุวรรณ.(2559).การพฒั นาแบบฝกึ ทักษะการเขยี นเร่ืองจากภาพเพื่อส่งเสริมทักษะการ
เขยี นเร่ืองจาก ภาพของนักเรียนชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 4 – 6.สาขาการสอนภาษาไทย คณะ
ศึกษาศาสตรม์ หาวิทยาลัยรามคำแหง
กติ ติพนั ธ์ อุดมเศรษฐ์ ปราวีณยา สุวรรณณัฐโชติ และอรจรีย์ ณ ตะกวั่ ทุ่ง.(2560). การพัฒนารูปแบบ
การออกแบบการเรยี นการสอนแบบการเรียนรกู้ ลบั ด้าน ตามกรอบแนวคดิ ทีแพคและ
ทฤษฎีขยายความคิดสำหรับครูมธั ยมศึกษา สงั กัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม
การศกึ ษาเอกชน. วารสารศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั นเรศวร ปีท่ี 19 ฉบบั ท่ี 4 ตุลาคม –
ธันวาคม 2560.
เกวลี ผาใต้,พเิ ชนทร์ จนั ทรป์ ุ่ม,และ อภิวัฒน์ วฒั นะสุระ .(2561).ส่ือการเรยี นรู้ดว้ ยเทคโนโลยีมติ ิ
เสมอื นจรงิ เรือ่ ง คำศัพทภ์ าษาองั กฤษสัตวโ์ ลกนา่ รู้.สาขาวิชาคอมพิวเตอร์คณะ
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีมหาวิทยาลยั ราชภัฏสกลนคร.
กิตติยา สุทธิประภาและธรี ยุทธ บาลชน. (2018). ส่อื การเรยี นรูด้ จิ ิทลั เพื่อการเรียนรู้ไรข้ ีดจำกัด
PULINET Journal Vol. 5, No. 3, September – December 2018 : pp.50-55
ชรอยวรรณ ประเสรฐิ ผล อนชุ า กอนพ่วง วิทยา จันทร์ศิลา และ ฉลอง ชาตรปู ระชวี นิ .(2556).
รปู แบบการพัฒนาสมรรถนะด้านการจดั การเรียนรู้ของครูใหม่โรงเรียนเอกชน ประเภท
สามญั ศกึ ษา. วารสารศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร ปีที่ 15 ฉบบั พเิ ศษ พุทธศักราช
2556.
ฐติ ิยา เนตรวงษ์.(2562).การใชก้ ารเรียนรูแ้ บบสืบเสาะและสรา้ งสรรคเ์ ปน็ ฐานที่ส่งผลตอ่ การรู้
ดจิ ิทัลของนกั ศกึ ษาเรียนร่วมหลกั สตู รบรรณารักษศาสตร์และสารเทศศาสตร์.กรุงเทพฯ :
มหาวิทยาลัยสวนดสุ ิต
ณรงค์วิทย์ แสนทอง. (2551).การบริหารผลงานเชงิ กลยุทธ์ กรุงเทพฯ : ซเี อ็ดยูเคช่ัน.
ณฐั ศกั ด์ิ จันทรผ์ ล. (2552).การพัฒนารูปแบบการบรหิ ารงานสํานักงานเขตพ้นื ทีก่ ารศกึ ษาท่ีเน้น
การกระจายอํานาจ. วิทยานิพนธ์ปรญิ ญาดุษฎบี ัณฑติ มหาวทิ ยาลัยสยาม.
ดุสิต ขาวเหลือง และ อภชิ าติ อนกุ ลู เวช.(2562).การพัฒนาส่อื การเรียนรูส้ ามมิตแิ บบมีปฏิสมั พนั ธ์
เสมอื นจริงโดยใช้เทคโนโลยี ความเปน็ จรงิ เสริม Augmented Reality (AR)เพ่ือพัฒนา
ทักษะการคิดของนักศกึ ษา อาชวี ศึกษาท่ีมีระดบั การคิดอย่างมวี จิ ารณญาณตา่ งกัน.ภาค
วชิ าการอาชีวศกึ ษาและพัฒนาสงั คม คณะศึกษาศาสตร์มหาวทิ ยาลัยบรู พา และแผนกวชิ า
อิเล็กทรอนิกส์ วทิ ยาลัยเทคนิคชลบุรี.
ทศิ นา เขมมณี. (2550).ศาสตรก์ ารสอนองคค์ วามรเู้ พื่อจดั กระบวนการเรยี นรทู้ ม่ี ีประสิทธิภาพ.
( พิมพ์ครั้งที่2). กรงุ เทพฯ :ด่านสทุ ธาการพิมพ.์
_______ (2551). ศาสตรการสอน:องคความรูเพ่อื การจัดกระบวนการเรียนรูทมี่ ี
ประสิทธภิ าพ. กรุงเทพฯ : สาํ นักพิมพจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย.
103
บรรณานุกรม(ตอ่ )
เทยี นชัย อร่ามหยก.(2564). รปู แบบการบรหิ ารองค์กรเพอื่ ความเปน็ เลิศสำหรบั อตุ สาหกรรมปโิ ตร
เคมีในเครอื บรษิ ทั ปตท. จำกัด (มหาชน). วารสารนวัตกรรมและการจัดการ ปีที่ 6 ฉบับที่
1 (มกราคม - มถิ ุนายน).
ธดิ า แซ่ชน้ั และทศั นยี ์ หมอสอน. (2559). การรู้ดิจทิ ัล: นิยาม องค์ประกอบ และสถานการณ์ใน
ปัจจบุ ัน. วารสารสารสนเทศ ศาสตร์, 34(4), 116-145.
นพดล เจนอกั ษร.(2544). แก่นวิจัยในชัน้ เรียน. กรุงเทพมหานคร : ภาพพิมพ.์
นสิ ดารก์ เวชยานนท์. (2550). Competency model กบั การประยกุ ตใ์ ชใ้ นองคก์ รไทย.กรุงเทพฯ
: กราฟิ โก ซิสเต็มส์.
นันทวัฒชยั วงษ์ชนะชัย ธีรวฒุ ิ บณุ ยโสภณ วิเชยี ร เกตสุ งิ ห์ และวลั ลภ จันทรต์ ระกูล(2554) การ
พฒั นาสมรรถนะในการปฏิบัติงานของบุคลากร ในสายงานผลิตของอตุ สาหกรรมผลิต
เหลก็ กลา้ ตามมาตรฐานอาชีพ.วารสารวชิ าการพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ปที ่ี 21 ฉบับที่
3 ก.ย.-ธ.ค. 2554
นิลรัตน์ นวกจิ ไพฑรู ย์. (2561). การพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนโดยใช้กระบวนการวิจัย : “การวิจยั
ปฏิบตั ิการในชนั้ เรยี น”คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช.
บุญชม ศรีสะอาด. (2545). การวิจยั เบอ้ื งตน้ . พมิ พค์ รัง้ ที่ 7. กรงเทพฯ : สวุ รี ิยาสาสน์ .
_______. (2546).การวิจัยสำหรบั คร.ู กรงุ เทพ ฯ :สุวีริยาสาสน์ .
บุปผา บุญทิพย์ .(2548).การเขยี น.กรงุ เทพ ฯ :มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
ปราณี กองจนิ ดา. (2549). การเปรียบเทยี บผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นคณิตศาสตร์และทกั ษะการคดิ
เลขในใจของนกั เรยี นที่ไดร้ ับการสอนตามรูปแบบซปิ ปาโดยใช้แบบฝึกหดั ที่เน้นทกั ษะ
การคดิ เลขในใจกบั นกั เรยี นท่ีไดร้ บั การสอนโดยใช้คม่ ือครู.วิทยานิพนธ์ ค.ม. (หลักสูตรและ
การสอน). พระนครศรีอยธุ ยา : บัณฑิตวิทยาลยั มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏ พระนครศรอี ยุธยา.
ปิยะนาถ บุญมพี ิพิธ. (2551). การพัฒนารูปแบบการจัดการความรู้ของสถานศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน.
วิทยานพิ นธด์ ษุ ฎีบณั ฑิต สาขาการบรหิ ารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ปญั จรัตน์ ทบั เปยี . (2555). การพัฒนาชุดสอ่ื ประสม แบบโลกเสมือนผสานโลกจรงิ เรื่อง
โครงสร้างและการทำงานของหัวใจ สำหรับนกั เรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. สาขาวิชา
วทิ ยาการคอมพิวเตอร์ศึกษามหาวิทยาลยั นเรศวร.
ผะอบ โปษะกฤษณะ. (2544) . ลักษณะเฉพาะของภาษาไทย : การเขยี น การอ่าน การพูด การฟงั
และราชาศพั ท์.กรุงเทพฯ : รวมสาสน์ .
เผชิญ กิจระการ. (2544).การวิเคราะหป์ ระสิทธิภาพสือ่ และเทคโนโลยีเพ่อื การศกึ ษา 1 2 E E/ .
วารสารการวัดผลการศึกษามหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม, 5(11), 44-51.
พวงรัตน์ ทวรี ัตน์. (2540). การสรา้ งและพฒั นาแบบทดสอบผลสัมฤทธ.ิ์ กรุงเทพฯ : สำนัก
ทดสอบ มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครินทรวโิ รฒ.
104
บรรณานกุ รม(ต่อ)
พชร แก้วกาหลง.(2548). การพฒั นาและการเรียนรโู้ ดยใชบ้ ทเรยี นสำเร็จรูป เรอ่ื งอาหารและ
สารอาหารกลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 5. การศกึ ษาคน้ คว้า
อิสระ กศม. : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
พิสณุ ฟองศรี .(2550). วจิ ยั ทางการศึกษา พมิ พคร้ังที่ 4.กรุงเทพฯ:บริษัทพอเพอรต้ี จาํ กดั
พรสรัญ ชัยยา สวนนั ท์ แดงประเสรฐิ และ ธรี พงษ์ วิรยานนท์ .(2563). การพัฒนารปู แบบการเรียน
การสอนเพือ่ สง่ เสริมสมรรถนะการคิดเชงิ คณิตศาสตร์ ของนักเรยี นมธั ยมศึกษาตอนตน้ .
วารสารวชิ าการครุศาสตรอ์ ตุ สาหกรรม พระจอมเกลา้ พระนครเหนือ ปีที่ 11 ฉบบั ที่ 1
มกราคม – เมษายน 2563.
มยิ ากาวะ. (2550). เศรษฐมิตเิ บอื้ งตน้ . แปลโดย คงศักด์ิ สนั ตพิ ฤกษวงศ์. กรงุ เทพฯ : รู้แจ้ง.
มาลี สืบกระแส. (2552). การพัฒนารปู แบบองคก์ การแห่งการเรยี นรขู้ องสำนักงานเขตพ้ืนท่ี
การศกึ ษา.วิทยานพิ นธป์ รชั ญาดุษฎีบณั ฑิต สาขาวิชาการบรหิ ารการศึกษา, บณั ฑติ วทิ ยาลัย
มหาวทิ ยาลัยสยาม.
เยาวดี วบิ ลู ย์ศร.ี (2540).การวดั และสร้างแบบสอบผลสัมฤทธ์ิ. กรงุ เทพฯ : สำนกั พิมพ์
จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย.
ยุวลกั ษณ์ จนั ทสวุ รรณ.(2558). การพัฒนาสมรรถนะเพ่อื การเปน็ องคก์ รนวตั กรรม .วารสาร มทร.
อีสาน ฉบบั มนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ ปีท่ี 2 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม - มถิ ุนายน 2558
รุ่งนภา จิตรโรจนรักษ.์ (2548).การพฒั นารปู แบบการบรหิ ารของคณะกรรมการสถานศึกษาข้ัน
พนื้ ฐานสำหรับประเทศไทย . จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย/กรุงเทพฯ.
รงุ่ ชัชดาพร เวหะชาต.ิ (2548). การพฒั นารปู แบบการบรหิ ารคณุ ภาพทั งองคก์ ารของสถานศกึ ษา
ขน้ั พ้ืนฐาน. วทิ ยานพิ นธ์ กศ.ด. (การบรหิ ารการศึกษา). ชลบรุ ี : บณั ฑติ วทิ ยาลัย
มหาวทิ ยาลัยบรู พา.
รสริน พันธ.ุ (2550).ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นวิชาวทิ ยาศาสตร์ ของนักเรยี นช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 1
ท่ีได้รบั การสอนตามหลักการเรยี นเพือ่ รอบรู้ โดยใช้ของเล่นเชงิ วิทยาศาสตร์ .
มหาวิทยาลัยเชยี งใหม/่ เชียงใหม่. DOI : https://doi.nrct.go.th/ListDoi/
listDetail?Resolve_DOI=10.14457/CMU.the.2007.699
รัตตกิ ร เหมือนนาดอน ยุพาภรณ์ ติรไพรวงศ์ เจียมใจ ศรีชัยรตั นกูลและ สันติ ยุทธยง.(2019). การ
พฒั นาการเรยี นร้ผู า่ นการสะทอ้ นคิด. Journal of Health and Nursing Research
Vol.35 No.2 May-August 2019.
ลกั ขณา สริวฒั น.์ (2557). จติ วิทยาสำหรบั ครู. กรงุ เทพฯ : โอเดยี นสโตร์.
เลิศชาย ปานมขุ . (2551). ทฤษฏีการเรียนรแู้ บบรว่ มมือ.(ออนไลน)์ . เขา้ ถึงได้จาก
http://www.banprak- nfe.com/webboard/index.php?topic=2874.0;wap2. สบื ค้น
เม่อื วันท่ี 23 ธันวาคม2563.
วรรณี โสมประยูร. (2537). การสอนภาษาไทยในระดบประถมศึกษา. กรุงเทพมหานคร :
ไทยวัฒนาพานชิ .
105
บรรณานุกรม(ต่อ)
วชิ าการ,กรม, กระทรวงศึกษาธกิ าร . (2551). หลกสั ตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย.
วิชยั วงศใ์ หญ่ และมารตุ พัฒผล. (2563). หัวใจของการเรียนรู้ กรุงเทพมหานคร: ศูนย์ผู้นำ
นวตั กรรมหลกั สตู รและการเรียนรู้ บณั ฑติ วทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลัยศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ.
ศริ พิ ร สอาดลว้ น. (2551) ความสัมพันธร์ ะหวา่ งความมวี ินยั ในตนเอง กบั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น
ของนักเรียนช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 3 โรงเรยี นสาธิตมหาวิทยาลยั เชยี งใหม.่
มหาวิทยาลยั เชยี งใหม่:เชยี งใหม.่ DOI : https://doi.nrct.go.th/ListDoi/
listDetail?Resolve_DOI=10.14457/CMU.res.2008.321
สมนึก ภัททิยธน.ี (2546). การวดั ผลการศกึ ษา. กาฬสนิ ธุ์ : ประสานการพิมพ์.
สรุ างค์ โค้วตระกลุ . (2550). จิตวิทยาการศกึ ษา.กรงุ เทพฯ : จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั .
สุพัตรา เกษมเรืองกิจ. (2551).ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นและความคิดเหน็ ของนักเรยี นช้ันมธั ยมศึกษ
ปที ี่ 1 ท่ีไดร้ ับการสอนโดยใช้บทเรียนคอมพวิ เตอร์ชว่ ยสอน เรื่อง นพบุรีศรีนครพงิ ค์ /.
มหาวิทยาลยั เชียงใหม่,:ม.ป.ท.
สมคดิ บางโม, (2552). องคการและการจดั การ, กรงุ เทพมหานคร : วิทยพัฒน
สิริอร วชิ ชาวธุ . (2554).จติ วิทยาการเรยี นรู้.กรงุ เทพฯ : สำนกั พิมพม์ หาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์.
สรุ ชยั พรหมพนั ธุ.์ (2554). ชำแหละสมรรถนะเพื่อการพัฒนา. กรุงเทพฯ: ปัญญาชน.
สริ ิสรณ์ สิทธิรินทร์. (2554). ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นวิชาคณิตศาสตรแ์ ละแรงจงู ใจในการ
แลกเปล่ียนความร้ขู องนกั เรียนช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 2 ท่เี รียนโดยใช้กจิ กรรมการ จัดการ
ความร.ู้ วิทยานพิ นธ์ ศษ.ม. เชยี งใหม:่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม.่
สํานกั งานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา. (2557). รายงานการวจิ ัยแนวทางการพัฒนาการศึกษาไทยกบั
การเตรยี มความพรอมศตวรรษท่ี 21. กรงุ เทพฯ : สาํ นกั งานเลขาธกิ ารสภาการศึกษา.
สยมุ พร ศรีมุงคณุ .(2558). ทฤษฏีการเรียนรกู้ ลุม่ ผสมผสาน.(ออนไลน)์ . เขา้ ถึงไดจ้ าก
https://www.gotoknow.org/posts/ 341272 .สบื ค้นเมอื่ 28ธันวาคม 2563.
เสาวภา กล่นิ สงู เนิน, สมเกยี รติ ตนั ตวิ งศ์วาณชิ และศิรริ ัตน์ เพ็ชรแ์ สงศรี. (2558).การพัฒนาสื่อ
เทคโนโลยีเสมือนจริง เร่อื ง หลกั การทาํ งานของคอมพิวเตอรเ์ ป็นเทคโนโลยีความจรงิ
เสมอื นที่มกี าร นําระบบความจรงิ เสมือนมาผนวกกับเทคโนโลยีภาพ.วารสารครศุ าตร์
อตุ สาหกรรม ปที ่ี 14 ฉบับที่ 3 กันยายน - ธนั วาคม 2558.
สุธนา สริ ธิ นดพี ันธ์.(2559).การพัฒนาทักษะการเขียนเร่อื งตามจนิ ตนาการอย่างสรา้ งสรรค์ โดยใช้
สือ่ การเรียนรทู้ างอนิ เทอร์เน็ต ของนักเรยี นชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรยี นสาธติ
มหาวิทยาลัยราชภฏั สวนสุนันทา.กรุงเทพฯ:โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภฏั สวนสุนนั ทา
(ประถม).
106
บรรณานุกรม(ต่อ)
สำนักงานรบั รองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศกึ ษา (องค์การมหาชน) .(2564).รายงานการ
ประเมนิ คุณภาพภายนอก : ผลการประเมิน SAR ภายใตส้ ถานการณ์ COVID –19
การศึกษาปฐมวยั และระดับการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน ของสำนกั งานรับรองมาตรฐานและ
ประเมนิ คุณภาพการศกึ ษา (องค์การมหาชน).โรงเรยี นบา้ นทรายทอง อำเภอเวยี งแก่น
จังหวดั เชียงราย.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา(2563) การจัดการเรียนร้ฐู านสมรรถนะเชิงรุก กรุงเทพมหานคร:
กลุ่มมาตรฐานการศกึ ษา สำนักมาตรฐานการศกึ ษาและพัฒนาการเรียนรู้ สำนักงาน
เลขาธิการสภาการศึกษา.
เสกสรรค์ ศวิ ิลัยและรัฐวิภาค อ่ทู องมาก(2564) การพัฒนาระบบสารสนเทศสำหรบั การดูแลสขุ ภาพ
ผู้สงู อายุในพน้ื ทีอ่ ำเภอเมือง จงั หวัดพิษณุโลก. การประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัย
ระดับชาตดิ า้ นวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี. มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั จันทรเกษม คร้ังท่ี 4 วันที่
22 พฤษภาคม 2564 ณ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภัฏจันทรเกษม.
อัญชลี ธรรมะวิธกี ลุ .บทเรยี นสำเร็จรูป.(ออนไลน์).2552.สืบคน้ วนั ท่ี 7 ตลุ าคม 2557).สบื ค้นจาก
http://panchalee.wordpress.com/2009/04/17/programinstructional1.
Boyatzis, R. E. (1982a). Competent at work in a Stewart, motivation and
society.San Francisco: Jossey-Bass.
Gibbs, Graham (1988) Learning by Doing: A Guide to Teaching and Learning
Methodsreflective cycle Oxford, UK : Brookes University, Wheatley Campus,
Wheatley.
Good, Carter V. (2005).Dictionary of Education(5th ed.). New York: McGraw-Hill.
Hough, J.B. and Duncan, K. (1970). Teaching description and analysis. Addison-
Westlu.
Keeves, P. J. (1988). Model and model building Education Research, methodology
and measurement : An International Handbook. Oxford : Pegamon
Trilling, Bernie and Fadel, Charles(2009) 21st Century Skills learning for life in our
times, San Francisco, CA: Jossey-Bass John Wiley & Sons, Inc.
Willer,D.(1967).Scientific Sociology:Theory and Method.Eralewood cliff,N,J.:pentice-
Hall.
ภาคผนวก
108
ภาคผนวก ก
รายนามผู้เชย่ี วชาญ
109
รายนามผูเ้ ชยี่ วชาญ
รายชือ่ ผูเ้ ช่ียวชาญตรวจสอบเครื่องมือ
1.ดร.ชาลี ภักดี ตำแหน่ง อาจารยป์ ระจำหลกั สตู รการบริหารการศึกษา
2. ดร.ฉตั รชยั ศิรกิ ุลพนั ธ์ มหาวทิ ยาลัยมหามกฏุ ราชวิทลัย วทิ ยาเขตลา้ นนา
3.ดร.ธนาวุฒิ ลับภู
ตำแหน่ง อาจารยป์ ระจำหลกั สูตรการบริหารการศึกษา
4.ส.อ.ดร.บญุ สม ยานะธรรม มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทลยั วทิ ยาเขตลา้ นนา
5.ดร.วัศกร ณ เชยี งใหม่ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรยี นบ้านทา้ วบญุ เรือง
สังกดั สำนักงานเขตพ้นื ท่กี ารศึกษาประถมศึกษา
เชยี งใหม่เขต 4
ตำแหนง่ ผอู้ ำนวยการโรงเรียนวัดบวกครกเหนือ
สงั กัดสำนักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษา
เชยี งใหมเ่ ขต 4
ตำแหนง่ ผ้อู ำนวยการโรงเรียนบา้ นแม่สาว
สังกดั สำนักงานเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษา
เชียงใหมเ่ ขต 3
110
รายชื่อผู้เชยี่ วชาญสนทนากลมุ่
111
ภาคผนวก ข
เครื่องมอื ท่ใี ชใ้ นการศึกษา
112
เคร่อื งมือทใ่ี ช้ในการศกึ ษา
1. แบบบนั ทกึ เอกสาร การสงั เกต การสมั ภาษณ์ การสนทนากลมุ่
2. การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้จากสื่อดิจิทัล สู่ฐานสมรรถนะด้วย GD-CAR2 วิชา
ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 3 ที่ผ้ศู กึ ษาสรา้ งขึ้นจำนวน 4 กจิ กรรม
3. แผนการจัดการเรียนรู้ประกอบการใช้การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้จากส่ือดิจิทัล
สฐู่ านสมรรถนะด้วยรูปแบบ GD-CAR2” วชิ าภาษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 3 ทผ่ี ู้วิจัยจัดทำขึ้น
4. แบบทดสอบก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้จากส่ือ
ดิจิทัล สู่ฐานสมรรถนะด้วย GD-CAR2 วิชาภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3 จำนวน 4 กิจกรรมการ
เรียนรู้ แบบทดสอบมีจำนวน 10 ข้อ โดยเลือกคำตอบท่ีถูกท่ีสุดเพียงคำตอบเดียว ถา้ ตอบถูกให้ 1
คะแนนถา้ ตอบผดิ ให้ 0 คะแนน
5.แบบบันทึกการทดสอบ และสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ ตามกิจกรรมส่งเสริมสมรรถนะที่
สำคญั ทกั ษะการเขยี นแตง่ ประโยค และคำคล้องจองจำนวน 4 กิจกรรม (คะแนนตามดลุ ยพินจิ ของคร)ู
6.แบบประเมินกระบวนการรูปแบบการจัดการเรียนรู้จากส่ือดิจิทัล สู่ฐานสมรรถนะด้วย GD-
CAR2 วิชาภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 3
7.แบบประเมินความพึงพอใจการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้จากสื่อดิจิทัล สู่ฐาน
สมรรถนะด้วย GD-CAR2 วชิ าภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 3
กรอบการศึกษาเอกสาร
113
งานวจิ ยั เร่ือง “การพัฒนาการรูปแบบการจดั การเรยี นรู้จากสือ่ ดิจทิ ลั สู่ฐานสมรรถนะด้วย GD-
CAR2วิชาภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 3”
………………………………………………………………
ตอนท่ี 1 เอกสารท่ีศึกษา(แผนพฒั นา รายงานประเมนิ ภายใน รายงานประเมินภายนอกสมศ.
แนวคิด หลกั การ ทฤษฎที เ่ี กยี่ วข้อง).....................................................................................................
.............................................................................................. ..............................................................
ตอนที่ 2 การจดั การเรยี นการสอน
2.1 เกย่ี วกับ การกำหนดเปา้ หมายการเรยี นรู้อย่างมสี ตแิ ละสมาธิ ( Goal )
...................................................................................................................................................................
2.2 เก่ยี วกบั การเรียนรู้ดว้ ยสื่อดิจิทลั ( Digital อยา่ งไร
............................................................................................................................. ......................................
2.3 คดิ เหน็ เก่ยี วกับการสรา้ งสรรคผ์ ลงานด้วยสมรรถนะท่ีสำคัญ 5 ด้าน ( Competency )
............................................................................................................................. ......................................
2.4 เกยี่ วกบั การนำเสนอผลงานทส่ี ัมฤทธิ์( Achievement )อย่างไร
............................................................................................................................. ......................................
2.5 เกยี่ วกบั การรายงานผลการนเิ ทศ(Report)เพ่อื นและครสู ะทอ้ นผลการเรียนรู้
( reflect1 ) …………………………………………………………………………………………………………………………
2.6 ความคดิ เห็นเก่ียวกบั การสรุปสะท้อนความรู้ทีไ่ ดป้ ระสานเช่อื มโยงกบั วถิ ีชีวติ ดว้ ยแผนผงั
ความคิด ( reflect2 )
อยา่ งไร…………………………………………………………………………………………………………………………
ตอนที่ 3. ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ
............................................................................................................................. ......................................
............................................................................................................................................... ....................
การวเิ คราะห์สภาพจริง(SWOT Analysis)
จุดแขง็ ……………………………………………….........................................................................................................
จดุ ออ่ น……………………………………………….........................................................................................................
โอกาส……………………………………………….........................................................................................................
ปัญหา ……………………………………………….........................................................................................................
อุปสรรค……………………………………………….........................................................................................................
ผบู้ นั ทกึ ข้อมลู
วันท่ี...............เดือน...............................พ.ศ..........
กรอบการสังเกตสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมผูเ้ กยี่ วข้อง
114
งานวิจัย เรอ่ื ง “การพัฒนาการรปู แบบการจัดการเรียนรู้จากสื่อดิจิทลั สูฐ่ านสมรรถนะด้วย GD-
CAR2วิชาภาษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 3”
………………………………………………………………
ตอนท่ี 1 สภาพทีต่ ง้ั
ตอนท่ี 2 สภาพแวดลอ้ ม
..............................................................................................................................................................................
ตอนที่ 3 การจดั การเรยี นการสอน
2.1 เกย่ี วกับ การกำหนดเป้าหมายการเรียนรู้อยา่ งมสี ติและสมาธิ ( Goal )
...................................................................................................................................................................
2.2 เกี่ยวกับการเรยี นรู้ดว้ ยส่อื ดจิ ิทัล ( Digital อย่างไร
............................................................................................................................. ......................................
2.3 เกย่ี วกบั การสร้างสรรค์ผลงานดว้ ยสมรรถนะทีส่ ำคญั 5 ดา้ น ( Competency )
............................................................................................................................. ......................................
2.4 เกย่ี วกบั การนำเสนอผลงานทีส่ มั ฤทธ์ิ( Achievement )อย่างไร
............................................................................................................................. ......................................
2.5 เก่ยี วกับการรายงานผลการนิเทศ(Report)เพ่ือนและครูสะท้อนผลการเรียนรู้
( reflect1 ) …………………………………………………………………………………………………………………………
2.6.เก่ียวกับการสรปุ สะทอ้ นความรทู้ ่ีไดป้ ระสานเชื่อมโยงกับวิถชี ีวติ ด้วยแผนผงั ความคิด
( reflect2 ) …………………………………………………………………………………………………………………………
ตอนท่ี 3. อื่น ๆ
............................................................................................................................. ......................................
......................................................................................................................................................... ..........
ผบู้ ันทึกขอ้ มลู
วันท.ี่ ..............เดือน...............................พ.ศ..........
เวลา........................
กรอบการสมั ภาษณ์แบบไม่มโี ครงสร้าง
115
งานวจิ ัย เร่ือง “การพัฒนาการรปู แบบการจัดการเรยี นรู้จากสอื่ ดิจทิ ัล สูฐ่ านสมรรถนะด้วย GD-
CAR2วิชาภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 3”
………………………………………………………………
ตอนท่ี 1 สถานภาพผู้ให้ข้อมูล
ชือ่ - สกลุ ............................................................................ที่อยู่.........................................................
โทรฯ..............................................สถานท่ีใหข้ อ้ มลู .........................................................วนั ท่.ี .......................
เวลา........
ตอนที่ 2 การจัดการเรียนการสอน
2.1 เกี่ยวกับ การกำหนดเปา้ หมายการเรยี นรู้อยา่ งมีสตแิ ละสมาธิ ( Goal )
...................................................................................................................................................................
2.2 เก่ยี วกบั การเรยี นรู้ด้วยสอื่ ดจิ ทิ ัล ( Digital อยา่ งไร
............................................................................................................................. ......................................
2.3 เกยี่ วกับการสร้างสรรค์ผลงานดว้ ยสมรรถนะที่สำคญั 5 ด้าน ( Competency )
............................................................................................................................. ......................................
2.4 เกีย่ วกับ การนำเสนอผลงานทส่ี มั ฤทธ์ิ( Achievement )อย่างไร
.......................................................................................................................................................... .........
2.5 เกี่ยวกบั การรายงานผลการนเิ ทศ(Report)เพือ่ นและครสู ะท้อนผลการเรยี นรู้
( reflect1 ) …………………………………………………………………………………………………………………………
2.6.เกยี่ วกบั การสรปุ สะทอ้ นความร้ทู ่ีได้ประสานเช่อื มโยงกบั วถิ ีชีวติ ดว้ ยแผนผงั ความคิด
( reflect2 ) …………………………………………………………………………………………………………………………
ตอนท่ี 3. อ่นื ๆ
................................................................................................................................................................ ...
............................................................................................................................. ......................................
ผู้บันทึกข้อมลู
วันท่ี...............เดือน...............................พ.ศ..........
เวลา........................
แบบบันทึกสนทนากลุ่ม (Focus Group)
116
งานวิจยั เรอื่ ง“การพัฒนารปู แบบการจดั การเรียนรู้จากสอ่ื ดิจิทัล สู่ฐานสมรรถนะด้วย GD-CAR2
วิชาภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3 ”
วนั ท.่ี ....................เดือน......................................พ.ศ. .................................
สถานท.ี่ .......................................................................................................
---------------------------------------------------------
1. ผู้รว่ มสนทนา
1.1 ...................................................................................................................................................
1.2 .................................................................................................................................................
1.3 .................................................................................................................................................
1.4 ................................................................................................................................................
1.5 ................................................................................................................................................
1.6 ................................................................................................................................................
1.7..................................................................................................................................................
1.8..................................................................................................................................................
1.9................................................................................................................................................
2. หวั ข้อการสนทนา
2.1 ความคิดเหน็ เกี่ยวกับ การกำหนดเปา้ หมายการเรยี นรู้อยา่ งมีสตแิ ละสมาธิ ( Goal )
อยา่ งไร
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
2.2 ความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั การเรยี นรดู้ ว้ ยสอ่ื ดิจิทัล ( Digital) อยา่ งไร
........................................................................................................................................ ...........................
........................................................................................................ ...........................................................
2.3 ความคิดเห็นเก่ยี วกับการสร้างสรรคผ์ ลงานด้วยสมรรถนะท่สี ำคัญ 5 ดา้ น
( Competency )อยา่ งไร
......................................................................................................... ..........................................................
............................................................................................................................. ......................................
2.4 ความคิดเห็นเกย่ี วกับ การนำเสนอผลงานทีส่ ัมฤทธิ์( Achievement ) อย่างไร
............................................................................................................................. ......................................
................................................................................................................................................... ................
2.5 ความคิดเหน็ เกย่ี วกบั การรายงานผลการนิเทศ(Report)เพื่อนและครสู ะท้อนผลการเรียนรู้
( reflect1 ) อย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………
2.6 ความคดิ เห็นเกยี่ วกบั การสรปุ สะทอ้ นความรู้ท่ีไดป้ ระสานเชือ่ มโยงกับวิถีชีวิตด้วยแผนผงั
ความคดิ ( reflect2 )
อย่างไร…………………………………………………………………………………………………………………………
117
............................................................................................................................. ......................................
...................................................................................................................................................................
3. ขอ้ เสนอแนะอ่นื ๆ
.................................................................................................................... ...............................................
............................................................................................................................. ......................................
ลงช่ือ................................................................ผู้จดบันทกึ
( ยรู กิ า สิมะพรม )
118
ตารางที่ 8 แบบประเมนิ กระบวนการรปู แบบการจัดการเรียนรู้จากส่ือดิจทิ ัล สู่ฐานสมรรถนะด้วย
GD-CAR2 วิชาภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 3
ระดบั คุณภาพรปู แบบ
ที่ รายการ 4 3 21
ดเี ย่ียม ดี พอใช้ ปรับ
ปรงุ
1 ข้ันตอนท่ี 1กำหนดเป้าหมายการเรียนรู้อยา่ งมีสตแิ ละสมาธิ
( Goal )
2 ขัน้ ตอนท่2ี เรยี นรดู้ ้วยสอ่ื ดจิ ิทลั ( Digital )
3 ขน้ั ตอนท่ี 3 สรา้ งสรรคผ์ ลงานดว้ ยสมรรถนะท่ีสำคัญ 5 ด้าน
( Competency )
4 ขั้นตอนที่ 4 นำเสนอผลงานที่สัมฤทธิ์ ( Achievement )
5 ขัน้ ตอนที่ 5 เพื่อนและครสู ะท้อนผลการเรยี นรู้ ( reflect1 )
6 ขั้นตอนที่ 6สรปุ สะท้อนความรทู้ ่ีได้ประสานเชอ่ื มโยงกบั วิถีชีวติ
ดว้ ยแผนผงั ความคิด ( reflect2 )
รวม
เฉล่ยี
รอ้ ยละ
เฉล่ียร้อยละ
ผลการประเมนิ / ผา่ น ไม่ผา่ น
/ ผา่ น และได้“ดีเย่ียม” (Best
Practice)
119
ตารางท่ี 9 แบบประเมินความพงึ พอใจต่อรูปแบบการจัดการเรยี นรู้จากสอ่ื ดจิ ทิ ลั สู่ฐาน
สมรรถนะด้วย GD-CAR2 วิชาภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 3
ที่ รายการ 5 ระดบั ความพึงพอใจ 1
น้อย
มาก 432 ที่สุด
มาก ปาน นอ้ ย
ท่สี ดุ
กลาง
1 คำแนะนำในขั้นตอนการเรียนการ
สอนชดั เจนสามารถปฏบิ ัตไิ ด้
2 กิจกรรมชัดเจน เร้าความสนใจ
3 แต่ละข้นั ตอน ชดั เจน เหมาะสม
4 ความยาก งา่ ย เหมาะสม
5 กจิ กรรมสามารถปฏบิ ัตไิ ดจ้ ริง
6 เรยี นแล้วสนกุ เขา้ ใจง่าย
7 ทุกขั้นตอนน่าสนใจ ชวนติดตาม
8 ผูเ้ รยี นพงึ พอใจในวิธีการเรียน
9 มีประโยชน์ต่อนกั เรียน
10 ความเหมาะสมทจี่ ะนำไปใชป้ ระโยชน์
ในชีวติ ประจำวนั
เฉล่ยี รวม
กำหนดเกณฑ์การแปลผลคะแนนเฉลีย่ ดังนี้
ความพึงพอใจมากทส่ี ดุ มคี า่ คะแนนเฉลี่ย 4.51 – 5.00
ความพงึ พอใจมาก มคี า่ คะแนนเฉลย่ี 3.51 – 4.50
ความพึงพอใจปานกลาง มคี า่ คะแนนเฉลี่ย 2.51 – 3.50
ความพึงพอใจน้อย มคี า่ คะแนนเฉลย่ี 1.51 – 2.50
ความพึงพอใจนอ้ ยทสี่ ดุ มีค่าคะแนนเฉลย่ี 1.00 – 1.50
120
ภาพการสนทนากลุ่ม
121
ตัวอยา่ ง รูปแบบการจัดการเรียนรู้จากส่ือดจิ ทิ ัล สู่ฐานสมรรถนะด้วยรูปแบบ GD-CAR2”
วชิ าภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรยี นบา้ นทรายทอง
............................................................................................................................. .................................
กิจกรรมที่ 2
INTERNET สู่ ก า ร
ผลิตดอกไม้แสนสวย
จากเปลือกขา้ วโพด
กิจกรรม INTERNET สู่การผลิตดอกไม้แสนสวยจากเปลือกข้าวโพด
เป็นกจิ กรรมที่ใหน้ กั เรยี นเรยี นรกู้ ารผลติ ดอกไมจ้ ากส่ือ Internet แลว้ นำคำ
ทีก่ ำหนดเกี่ยวกบั ดอกไมม้ าแต่งประโยคบอกเล่าให้ถกู ตอ้ ง
ซง่ึ กิจกรรม INTERNET สู่การผลิตดอกไมแ้ สนสวย เพื่อสง่ เสริมสมรรถนะการทำงาน
และความคดิ สรา้ งสรรค์นำคำเขียนแตง่ ประโยคจากช้นิ งาน
1.บอกขัน้ ตอนการผลิตดอกไม้และการเขยี นประโยคบอกเลา่ ได้
2.มีสมรรถนะด้านการคิด การส่ือสาร การแก้ปัญหา ทักษะชีวิต
และเทคโนโลยีในการคิดสร้างสรรค์สร้างช้ินงานการผลิตดอกไม้จาก
เปลือกข้าวโพดด้วยสื่อ INTERNET และนำคำมาเขียนแต่งประโยค
บอกเล่าได้
3.มีวนิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ มุง่ ม่นั ในการทำงาน
1.คลิปการสอนวิธีการผลิตดอกไม้จากเปลือกข้าวโพด ด้วยส่ือ
Internet
122
2.อุปกรณ์และวิธีการทำดอกไม้จากเปลือก
ข้าวโพด
วสั ดุ/อุปกรณ์ในการฟอกสี เปลอื กข้าวโพด ผงฟอกสี (แคลเซียมไฮโปรคลอไรด)์ ถุงมือยาง สีเบสคิ เกลอื กรด
น้ำสม้ อา่ งพลาสติกขนาดเส้นผ่าศนู ย์กลาง 24 นิ้ว ลวดตาข่าย
วิธีการฟอกสี ใส่ถุงมือยางปดิ จมกู และปากใหม้ ดิ ชิด เพื่อป้องกนั อนั ตรายจากสารเคมีท่ีใชฟ้ อกสี เทนำ้ ลงในอ่าง
พลาสติก ประมาณ ¾ สว่ น ใสผ่ งฟอกสี (แคลเซยี มไฮโปรคลอไรด)์ ประมาณ 0.5 กโิ ลกรัม ลงในอา่ งนำ้ ทเี่ ตรยี มไว้แลว้
คนให้ละลายจนเขา้ กันดี ใส่เปลอื กข้าวโพดท่ตี อ้ งการฟอกสลี งไป แลว้ ใช้ไมก้ ดเปลือกข้าวโพดให้จมอยใู่ นนำ้ ปดิ ฝาอา่ ง
พลาสติก แช่ทิง้ ไว้ประมาณ 48 ช่ัวโมง นำเปลือกข้าวโพดออกจากอ่างพลาสตกิ ลา้ งดว้ ยน้ำเปล่าหลาย ๆ ครัง้ นำไปผึง่
แดดจดั ๆบนลวดตาข่ายให้แหง้ สนิทประมาณ 3-4 วนั นาเปลือกขา้ วโพดท่ีฟอกสีแลว้ มายอ้ มสีตามตอ้ งการ
See กmารoยr้อeมaสtี :เทhนt้ำtpใส:่ก//ะwละwมwังป.tรhะaมiาsณm¾esสc่วeนnนteำขr.้ึนcตo้มmจน/กนา้ำรทเดาดอื อดกไเมทป้ สระลี ดงิษไฐป์จาคกเนปจลอืนกสขลีา้ วะโลพดา/ยดี
ใส่เกลอื ½ ถุงลงไป คนใหเ้ กลือละลาย นำเปลอื กข้าวโพดตามจำนวนทต่ี อ้ งการลงย้อม ต้มต่อไป
ประมาณคร่ึงชว่ั โมง 23.10 ดูว่าสตี ิดเปลอื กขา้ วโพดแล้ว นำเปลอื กขา้ วโพดทต่ี ดิ สีดีแล้ว ออกผ่งึ แดด
ให้แหง้ สนทิ เพ่ือนำไปทำผลิตภณั ฑต์ อ่ ไป การประดิษฐด์ อกไม้จากเปลอื กข้าวโพด
วัสดอุ ุปกรณท์ ี่ใช้สำหรับการประกอบดอก เปลือกขา้ วโพดเลือกแตเ่ ปลอื กใน ยงั ไม่ฟอกสี สียอ้ ม
ผา้ สมนกึ สีชมพู เขยี ว สีละ 1 กลอ่ ง เกลือแกง 1 ถุง เกสรสีขาวตุ่มเลก็ 5 มดั ด้ายหลอด 1 หลอด
ฟลอรา่ เทปสเี ขียว 1 ม้วน กรรไกร กะละมังใบเลก็ ขนาดเส้นผา่ ศนู ย์กลาง 12 นว้ิ 1 ใบ ไม้พาย 1 อัน
ลวดดามกลบี ดอกไม้ เบอร์ 30 สขี าวและเขียว สลี ะ 1 มัด เมด็ โฟมจิว๋ สีเหลืองอ่อน
See more at: http://www.thaismescenter.com/การทาดอกไมป้ ระดิษฐ์จากเปลือกขา้ วโพด/
วธิ ีการทำ แบ่งเปลือกข้าวโพดออก เป็น 3 ส่วน โดยใช้ย้อมสีชมพู 2 ส่วน (จะไดเ้ ปลือกข้าวโพดสี
โอโรส) และสีเขียว 1 ส่วน นำไปผึ่งแดดให้แห้งสนิท แล้วจึงนำมารีดให้เรียบด้วยเตารีด ตัดเปลือก
ข้าวโพดสีโอโรส เป็นกลีบดอก 54 ช้ิน ตัดเปลือกข้าวโพดสีเขียว เป็นใบเล็ก 12 ชิ้น และใบใหญ่ 7 ช้ิน
ตัดลวดดามกลีบเบอร์ 30 สีขาวยาว 3 ½ นิ้ว จำนวน 54 เส้น ย้อมสีชมพูที่เหลือจากการย้อมเปลือก
ข้าวโพด ผึ่งให้แห้งแล้วนำมาทากาว ติดกลางกลีบดอกตามความยาวของกลีบ ตัดลวดสีเขียวเบอร์ 30
ยาว 4 ½ นิ้ว จำนวน 12 เส้น ทากาวตามกลีบใบ (ใบเล็ก) และนำลวดสีเขียวท่ียังไม่ตัด (ใช้ท้ังเส้น)
จำนวน 7 เส้น ดามกลีบใบใหญ่ ตัดลวดสีขาวเบอร์ 30 ยาว 7 น้ิว จำนวน 9 เส้น ย้อมสีชมพู ผ่ึงให้แห้ง
นำไปขด กับพกู่ ันเบอร์ 0 แล้วรูดออกจากพกู่ ัน จากนนั้ ทากาวทปี่ ลายลวดข้างหนง่ึ นำไปจุ่มกับเมด็ โฟม
จ๋ิวสเี หลอื งอ่อน ทำเป็นไส้กลางเกสร นำเกสรสขี าวตุ่มเลก็ ท้ังมัดมาตดั แบ่งครึ่ง แลว้ มัดเข้ากับลวดเบอร์
30 โดยนำไส้กลางเกสรมาเข้าไว้ตรงกลางของเกสรต่มุ เลก็ แลว้ ใชด้ า้ ยมดั ให้แนน่ นำกลีบดอกทดี่ ามลวดแล้ว
3 กลีบ เข้ากลีบดอกรอบเกสร จากน้ันเข้ากลีบดอกสับหว่างกับกลีบ ชน้ั ที่ 1 อีก 3 กลบี ใช้ด้ายมดั ให้แน่น ใช้ฟลอร่า
เทปพนั ลวดต้ังแต่ โคนก้านดอกยาวลงมาตลอดเสน้ ลวด นำใบเล็กทด่ี ามลวดแล้วมาเขา้ กับก้านของใบใหญข่ นาบซ้าย-
ขวา โดยวดั จากโคนใบใหญ่ลงมา 1 นว้ิ จากนนั้ เข้าใบเลก็ อกี 1 คู่ โดยวดั จากโคนใบคู่แรกลงมา 1 นิว้ เชน่ กัน นำชอ่ ใบ
พันเขา้ รวมกับดอกดว้ ยฟลอรา่ เทป โดยวดั จากโคนดอกลงมา 1 ½ น้วิ จงึ เข้าชอ่ ใบ จากนน้ั นำมาเข้าชอ่ รวมกลมุ่ ดอก-
ใบ ตามต้องการ
See more at: http://www.thaismescenter.com/ก า ร ท ำ ด อ ก ไ ม้ ป ร ะ ดิ ษ ฐ์ จ า ก เ ป ลื อ ก ข้ า ว โ พ ด /
123
3. ใบความรู้
ใบความรู้
ประโยคบอกเลา่ คือประโยคที่มีใจความเพือ่ บอกให้ทราบ ว่าใครทำ
อะไร ทำที่ไหน ทำอย่างไร เป็นการแจ้งเร่ืองราวให้ทราบ หรือบอก
เรื่องราวต่าง ๆ
เชน่ – ฉนั เปน็ นักเรยี นประถม
- สมศรตี ามหาสมชาย
- สมศกั ดิ์เอยใู่ นห้องสมดุ
- แมน่ อนหลับอยู่ในหอ้ ง
4. ตัวอย่างดอกไม้แสนสวยเพ่ือนำคำมาแต่ง
ประโยค
124
5.ใบงานคดิ สร้างสรรคแ์ ต่งประโยคบอกเล่าเพิม่ เตมิ
ใบงานที่2
กิจกรรม INTERNET สู่การผลติ ดอกไม้แสนสวยจากเปลือกข้าวโพด
คำชแ้ี จง ใหน้ ักเรยี นคดิ สร้างสรรค์นำคำมาแตง่ ประโยคบอกเลา่ (ใคร / ทำอะไร / ทไ่ี หน)
เพ่ิมเติม 6 ประโยค ( 3คะแนน ประโยคละ 0.5 คะแนน)
ตัวอย่าง
• ใคร / ทำอะไร / ที่ไหน
• ฉันดดู อกไม้ในแจกนั
1…………………………………………………………………………………………………………..
2…………………………………………………………………………………………………………..
3…………………………………………………………………………………………………………..
4…………………………………………………………………………………………………………..
5…………………………………………………………………………………………………………..
6…………………………………………………………………………………………………………..
(อยใู่ นดุลยพินจิ ของครู)
125
6.เฉลยใบงานคดิ สร้างสรรคแ์ ตง่ ประโยคบอกเลา่ เพ่มิ เตมิ
เฉลยใบงานท2ี่
กจิ กรรม INTERNET สู่การผลติ ดอกไม้แสนสวยจากเปลือกข้าวโพด
• คำช้แี จง ให้นกั เรียนคดิ สร้างสรรค์นำคำมาแต่งประโยคบอกเล่า(ใคร / ทำอะไร / ท่ีไหน)
เพิ่มเติม 6 ประโยค ( 3คะแนน ประโยคละ 0.5 คะแนน)
ตัวอย่าง
• ใคร / ทำอะไร / ท่ีไหน
• ฉนั ดดู อกไม้ในแจกัน
1… นักเรยี นเกบ็ ดอกไม้ไว้บนโต๊ะ ……..
2…ฉันเห็นดอกไม้ในโรงเรียน....
3…นกั เรยี นวางดอกไม้ไว้หน้าประตู....
4…เพ่อื นถือชอ่ ดอกไมใ้ นงานกฬี าสี………..
5…ฉันดูเพ่อื นทำดอกไมใ้ นห้อง....
6…นกั เรียนหญิงเดด็ ดอกไม้ในสวน ....
(อยู่ในดุลยพนิ ิจของครู)
126
ขั้นดำเนินการ
1) กำหนดเปา้ หมายการเรียนรอู้ ยา่ งมีสติและสมาธิ
2) เรียนรผู้ ลิตช้ินงาน ผลงานการผลิตดอกไมจ้ ากINTERNET
2.1 .ให้นกั เรยี นประดิษฐด์ อกไม้เปลอื กขา้ วโพดจากวธิ ีการทำในINTERNET
3) สง่ เสริมสมรรถนะที่สำคัญรจู้ ักสร้างสรรค์ แสวงหาความรู้ ค้นหาคำตอบไดด้ ้วยตนเอง โดย
นำคำที่กำหนดมาแต่งประโยค
4) นำเสนอผลงานให้แต่ละ/คนกลุม่ ออกมานำเสนอผลงานหนา้ ช้ันเรยี น
5) เพอ่ื นและครสู ะท้อนความรโู้ ดยครูท่เี ปน็ ผูเ้ อื้อให้เกดิ การเรยี นรู้ พรอ้ มประเมนิ ผลความ
127
ถูกต้องของประโยคท่ีแต่งข้ึนหากพบว่าการแต่งประโยคผิดครูแนะนำให้คิดสร้างสรรค์แต่งประโยคใหม่
และหากประโยคถกู ต้องให้ดำเนนิ การข้นั ต่อไป
6) สะท้อนสรุปความรู้ที่ได้ประสานเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตด้วยแผนผังความคิด(Mind Mapping)
โดยครแู ละนักเรยี นสรุปความรู้ร่วมกันและครใู ชค้ ำถามนำให้นกั เรยี นได้คดิ เพ่ิมเติมว่ายงั มปี ระโยคอ่นื ๆท่ี
เกยี่ วขอ้ งกบั วถิ ีชวี ิตประจำวนั
ประโยชน์
พฒั นาสมรรถนะทีส่ ำคัญ คอื
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
ขอ้ เสนอแนะ
1. ครูสามารถเพมิ่ คำท่ีใช้ในการแต่งประโยคใหม้ คี วามหลากหลาย
2. ครูควรเตรียมวัสดอุ ุปกรณ์ให้พร้อมและเพียงพอ
ตวั อยา่ ง
128
แผนประกอบการใช้การพฒั นารูปแบบการจัดการเรยี นรู้จากสื่อดจิ ทิ ลั สู่ฐานสมรรถนะด้วยรูปแบบ GD-
CAR2” วิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
สาระท่ี 4 หลกั การใช้ภาษาไทย หน่วย คดิ สรา้ งสรรค์นำคำเขียนแต่งประโยค
เรอ่ื ง INTERNETสกู่ ารผลิตดอกไม้แสนสวยจากเปลือกข้าวโพด สปั ดาห์ท่ี 2 แผนท่ี 2
วนั ท่ี 16 เดือน มิถนุ ายน พ.ศ.2564 เวลา 09.30 – 10.30 น. (60 นาที )
......................................................................................................................................
สาระที่ 4 หลกั การใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลังของ
ภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัติของชาติ
ตัวชวี้ ดั ป.3/5 แตง่ ประโยคงา่ ยๆ
สาระสำคัญ
กิจกรรม INTERNETสู่การผลิตดอกไม้แสนสวยจากเปลือกข้าวโพด เป็นกิจกรรม
การปฏิบัติให้นักเรียนสร้างชิ้นงานโดยการ ผลิตดอกไม้แสนสวยจากเปลือกข้างโพดจากจาก
ส่ือดจิ ิทัล INTERNET แลว้ นำคำท่ีกำหนดมาแตง่ ประโยคบอกเลา่ ให้ถกู ตอ้ ง
ประโยคบอกเลา่ คือประโยคท่ีมใี จความเพื่อบอกให้ทราบ ว่าใครทำอะไร ทำที่ไหน ทำอย่างไร
เป็นการแจ้งเร่ืองราวให้ทราบ หรอื บอกเรอื่ งราวต่าง ๆเชน่ ฉนั เหน็ นกกินปลา
ซง่ึ กิจกรรมการเรยี นรู้การพฒั นาชดุ กิจกรรม “เรยี นรู้จากส่ือดิจิทัล ส่ฐู านสมรรถนะด้วย
รปู แบบ GD-CAR2” วชิ าภาษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 3 โรงเรยี นบ้านทรายทอง จะสง่ เสริมให้
นกั เรียนมสี มรรถนะทีส่ ำคัญ มีทักษะความคิดสรา้ งสรรค์นำคำแตง่ ประโยค
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ เพ่ือให้นักเรยี นสามารถ
1.บอกลักษณะของประโยคบอกเล่า และนำคำมาเขียนแต่งประโยคบอกเล่าจาก
ดอกไม้ได้
2. มีสมรรถนะด้านการคิด การส่ือสาร การแก้ปัญหา ทักษะชีวิตและเทคโนโลยีในการ
คิดสร้างสรรค์สร้างชน้ิ งานการผลิตดอกไมจ้ ากเปลือกข้าวโพดด้วยสอื่ INTERNET และนำคำ
มาเขียนแต่งประโยคบอกเล่าได้
3. มีวินยั ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ มนั่ ในการทำงาน
สาระการเรยี นรู้ ประโยคบอกเลา่
ขัน้ ตอนการดำเนินกิจกรรม
129
1) ขั้น G : Goal กำหนดเปา้ หมายการเรยี นรู้อย่างมีสติ สมาธิ เ(วลา 10นาท)ี
1.1 นักเรียน ทำสมาธนิ ิง่ ดว้ ยเพลง “ดังดอกไมบ้ าน”เป็นการเตรยี มพรอ้ มทีจ่ ะเรยี นรู้
1.2 นักเรียนและครูสนทนาทบทวนเรื่องที่จะเรียนคือประโยคบอกเล่าแตกต่างจากการ
สื่อสารด้วยประโยคประเภทอื่นๆอย่างไรและประโยคบอกเล่าที่ใช้ในการสื่อสารท่ีสมบูรณ์จะทำให้ เกิด
การสอื่ สารกนั เข้าใจมากขีน้ เชน่ แม่ทำอาหารอยู่ในครวั พ่อกำลงั ขบั รถไปตลาด เปน็ ต้น
1.3 นักเรยี นสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อใหเ้ กิดเป้าหมายในการเรียน โดยรับทราบจุดประสงค์
การเรยี นรู้
2) ขั้น D : Digital เรยี นร้ดู ้วยสือ่ ดิจิทัล (เวลา 10 นาที)
2.1 นักเรียน แบ่งกลุ่มกลุ่มละ 2-4 คน ศึกษาวิธีการผลิตดอกไม้แสนสวยจากเปลือก
ข้าวโพดจาก INTERNET
2.2 นักเรียนผลิตดอกไม้แสนสวยจากเปลือกข้าวโพดจากข้ันตอนท่ีศึกษาจาก
INTERNET
2.3 นกั เรยี นศกึ ษาใบความร้เู รือ่ ง “ประโยคและประโยคบอกเลา่ ” เพม่ิ เตมิ
3) ข้ันC: Competency สร้างสรรค์ผลงานจากการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมสมรรถนะท่ีสำคัญ
(10นาที)
นักเรียนแต่ละกลุ่มนำบัตรคำที่เกี่ยวข้องกับดอกไม้ มาคิดสร้างสรรค์ลองแต่งประโยคบอก
เลา่ ทส่ี อดคลอ้ ง เชื่อมโยง เก่ียวข้องกับดอกไมท้ ีผ่ ลติ ข้นึ
4) ข้ันA : Achievement นำเสนอผลงานท่ีสำฤทธิ์(10นาที)
สง่ เสริมทกั ษะการสือ่ สารให้แกน่ กั เรยี นโดยให้แตล่ ะกลุ่มออกมานำเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรียน
5) ขน้ั R1: Reflect1 เพ่ือนและครสู ะทอ้ นผลการเรยี นรู้ (10นาที)
เพ่ือนและครูสะท้อนผลการเรียนรู้ขณะเพื่อนนำเสนอผลงานโดยครูเปลี่ยนบทบาทจาก
ครูผู้สอนเป็นท่ีปรึกษา ให้คำแนะนำว่าประโยคท่ีนักเรียนแต่งข้ึนถูกต้องหรือต้องปรับปรุงแก้ไขอย่างไร
เพ่อื เอือ้ ใหน้ กั เรียนเกิดการเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง
6) ข้ัน R2: Reflect2 สรุปสะท้อนความรู้ท่ีได้ประสานเช่ือมโยงกับวิถีชีวิตด้วยแผนผัง
ความคิด(Mind Mapping) (10นาท)ี
นักเรียนและครูรว่ มกันสรุปความรู้ที่ได้ และแต่งประโยคบอกเล่าท่ีเชอ่ื มโยง เกยี่ วข้องกับวิถี
ชีวิตด้วยการทำแผนผังความคิด(Mind Mapping)เพือ่ ส่งเสริมการะบวนการคดิ วิเคราะห์ และสงั เคราะห์
องคค์ วามรู้
สอ่ื การเรียนรู้
130
1. INTERNET
2. กิจกรรมท่ี 2 เรื่อง INTERNETสู่การผลติ ดอกไม้แสนสวยจากเปลอื กข้าวโพด
3. ใบความรู้เรื่องประโยคและการแตง่ ประโยคบอกเลา่
การวัดและประเมินผล
วธิ กี ารประเมิน ทดสอบ สงั เกตและบนั ทึกพฤติกรรม ดงั นี้
1.บอกลักษณะของประโยคบอกเลา่ และนำคำมาเขียนแตง่ ประโยคบอกเล่าได้
2. สมรรถนะด้านการคิด การสื่อสาร การแก้ปัญหา ทักษะชีวติ และเทคโนโลยีในการคิดสร้างสรรค์
สร้างชิน้ งานการผลิตดอกไมจ้ ากเปลือกขา้ วโพดด้วยสอื่ INTERNET และนำคำมาเขียนแต่งประโยคบอก
เล่าได้
3. มวี ินยั ใฝเ่ รยี นรู้ ม่งุ ม่ันในการทำงาน
เครอ่ื งมือประเมิน - แบบทดสอบ และสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้
131
เกณฑก์ ารประเมิน คณุ ภาพของเกณฑ์ประเมิน
เกณฑ์
1.บ อ ก ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง ระดับคุณภาพ 3 ดี หมายถึง บบอกลักษณะของประโยคบอกเล่า และนำ
ประโยคบอกเล่า และนำคำมา คำมาเขียนแต่งประโยคบอกเล่าได้ 3 ประโยคข้ึนไป ระดับคุณภาพ 2
เขียนแตง่ ประโยคบอกเล่าได้ พอใช้ หมายถึง บอกลักษณะของประโยคบอกเล่า และนำคำมาเขียนแต่ง
ประโยคบอกเล่าได้2 ประโยค ระดับคุณภาพ 1 ควรปรับปรุง หมายถึง
บอกลักษณะของประโยคบอกเล่า และนำคำมาเขียนแต่งประโยคบอกเล่า
ได1้ ประโยคหรือบอกไม่ได้
2. สมรรถนะด้านการคิด การ ระดับคุณภาพ 3 ดี หมายถึง สมรรถนะด้านการคิด การสื่อสาร การ
ส่ือสาร การแก้ปัญหา ทักษะชีวิต แก้ปัญหา ทักษะชีวิตและเทคโนโลยีในการคิดสร้างสรรค์สร้างชิ้นงานการ
แ ล ะ เท ค โ น โ ล ยี ใน ก า ร คิ ด ผลิตดอกไม้จากเปลอื กข้าวโพดด้วยสื่อ INTERNET และนำคำมาเขียนแต่ง
สร้างสรรค์สร้างช้ินงานการผลิต ประโยคบอกเล่าได้4-5 ด้าน ระดับคุณ ภ าพ 2 พอใช้ หมายถึง
ดอกไม้จากเปลือกข้าวโพดด้วย สมรรถนะด้านการคิด การส่ือสาร การแก้ปัญหา ทักษะชีวิตและ
ส่ื อ INTERNET แ ล ะ น ำค ำม า เทคโนโลยีในการคิดสร้างสรรค์สร้างชิ้นงานการผลิตดอกไม้จากเปลือก
เขียนแตง่ ประโยคบอกเล่าได้ ขา้ วโพดด้วยสื่อ INTERNET และนำคำมาเขียนแต่งประโยคบอกเล่าได้2-3
ด้าน ระดับคุณภาพ 1 ควรปรับปรงุ หมายถึง สมรรถนะด้านการคิด การ
ส่ือสาร การแก้ปัญหา ทักษะชีวิตและเทคโนโลยใี นการคดิ สร้างสรรค์สร้าง
ช้ินงานการผลิตดอกไม้จากเปลือกข้าวโพดด้วยส่ือ INTERNET และนำคำ
3.มวี ินัย ใฝเ่ รียนรู้ มงุ่ มนั่ ในการ มาเขียนแตง่ ประโยคบอกเล่าได้ 1 ดา้ น หรอื ไมค่ รบ
ทำงาน ระดับคุณภาพ 3 ดี หมายถึง มวี ินยั ใฝเ่ รยี นรู้ มงุ่ มน่ั ในการทำงาน ครบ
ทัง้ 3 ด้านระดบั คณุ ภาพ 2 พอใช้ หมายถงึ มีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ มงุ่ ม่นั ในการ
ทำงานครบ 2 ด้าน
ระดบั คุณภาพ 1 ควรปรับปรุง หมายถงึ มีวนิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ มงุ่ มน่ั ในการ
ทำงานครบ 1 ดา้ น หรือไม่ครบ
เกณฑ์การผ่าน ระดบั 2 ข้นึ ไป
132
บนั ทกึ ผลหลงั จดั กิจกรรม
ผลการจัดกจิ กรรม
ผลการประเมินในภาพรวม
จดุ ประสงคข์ ้อท่ี 1 ผ่าน ร้อยละ 100
จดุ ประสงค์ข้อท่ี 2 ผ่าน ร้อยละ 60
จดุ ประสงค์ข้อที่ 3 ผา่ น รอ้ ยละ 100
สรุปผลการประเมนิ ในภาพรวม ผ่าน รอ้ ยละ 100
ปัญหาที่พบ
นักเรยี นยงั ขาดด้านความคิดสรา้ งสรรค์ รอ้ ยละ 40
แนวทางแกไ้ ขหรอื พัฒนา
สง่ เสรมิ พฒั นาให้สร้างช้ินงาน ผลงานดา้ นศลิ ปะ หรืองานฝีมอื แปลกใหมใ่ ห้มากยิง่ ข้ึน
ลงชื่อ ครผู ู้สอน
( นางสาวยรู กิ า สิมะพรม )
ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผูบ้ ริหารสถานศึกษา
....................................... เปน็ แผนการสอนท่ีดสี ร้างความน่าสนใจแก่นกั เรยี น
................... …............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................
ลงชอ่ื
( นางสาวหทยั กานต์ ไทยนิยม)
ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบา้ นทรายทอง
แบบประเมินก่อน-หลังการจดั การเรยี นรู้
133
คำช้ีแจง ใหน้ กั เรียนเขียนเคร่ืองหมาย X ทับตวั อักษรหน้าคำตอบทถ่ี ูกต้อง ใชเ้ วลา 10 นาที
1.ขอ้ ใดเป็นประโยคบอกเลา่ 6 . ขอ้ ใดเป็นประโยคบอกเลา่
ก. อย่าเดนิ ลัดสนาม ก. อยา่ เดินลัดสนาม
ข. ฉันกินขา้ วหมดจาน ข. ฉันแอบกนิ ขนมในห้อง
ค. ชาวประมงจบั ปลาอะไร ค. ฉนั คงไปกับเธอไมไ่ ด้วนั น้ี
ง. โรงเรยี นประกาศหยดุ 1 วนั ง. โปรดชว่ ยกนั รกั ษาความสะอาด
2. ข้อใดเปน็ ประโยคบอกเล่า 7. ขอ้ ใดเป็นประโยคบอกเลา่
ก. แกงถ้วยนรี้ สเผด็ ก. หา้ มทงิ้ ขยะในหอ้ ง
ข. เธอรอนานไหม ข. เธอไปห้องน้ำมาหรอื ยงั
ค. วันน้เี ธอจะไปไหน ค. คุณพอ่ ของฉนั ทาํ งานหนักมาก
ง. บรษิ ทั ไมร่ บั พนักงาน ง. ฉันไม่เลน่ ฟตุ บอลกบั เธอแลว้ วนั นี้
3. “แมข่ ับรถเร็ว” เปน็ ประโยคอะไร 8. คำในขอ้ ใดคล้องจองกบั คำวา่ “ใหม่”
ก. ประโยคขอร้อง ก. สขุ
ข. ประโยคปฏิเสธ ข. ให้
ค. ประโยคคำถาม ค. ฟา้
ง. ประโยคบอกเล่า ง. หาย
4 . ข้อใดเป็นประโยคบอกเล่า 9. ข้อใดคล้องจองกับคำ “รูปไม่หลอ่ ”
ก.เธอสง่ การบ้านหรือยงั ก. พ่อไม่รวย
ข.แม่กำลงั ทำขนมกลว้ ย ข. สวยทั้งวัน
ค. เธอวางแผนอนาคตหรอื ยัง ค. ฉนั กับเธอ
ง. คุณครูกนิ ขา้ วกลางวนั หรือยงั ง. เสอื ลายสวย
5 . ข้อใดเป็นประโยคบอกเลา่ 10. คำคูใ่ ดไมใ่ ช่คำคล้องจอง
ก. วันน้เี ธอนดั กบั ใคร ก. เขยี น - เกวียน
ข. อยา่ ทิง้ ขยะบนพ้นื ห้อง ข. คอย - เลย
ค. แมวตวั นีก้ ลวั สนุ ัขหรือไม่ ค. แมว - แม้ว
ง. พอ่ กำลังตัดหญา้ อยูใ่ นสวน ง. เม็ด - เพชร
134
ภาคผนวก ค
ผลการประเมนิ เครอ่ื งมอื ทใ่ี ช้ในการศึกษา
135
ตารางท่ี 10 คา่ ดชั นคี วามสอดคลอ้ งของเอกสารการพัฒนารปู แบบการจดั การเรยี นรู้จากสื่อดจิ ทิ ลั สู่
ฐานสมรรถนะดว้ ยรปู แบบGD-CAR2” วิชาภาษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 3
รายการประเมิน ความคิดเห็นของผ้เู ชี่ยวชาญ รวม IOC
คนที่ 1 คนท่ี 2 คนที่ 3 คนที่ 4 คนท่ี 5
1. ด้านเนื้อหาและกจิ กรรม
1.1 มเี นื้อหาสาระครบถ้วน
ครอบคลุมวตั ถุประสงค์ +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00
1.2 การกำหนดเนือ้ หาสอดคลอ้ ง
กบั วตั ถุประสงค์ +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00
1.3 เนอื้ หามีความถูกต้องทันสมัย +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00
1.4 เนอื้ หามคี วามยากง่าย
เหมาะสมกับวัยและระดับความรู้
ของนักเรียน +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00
1.5 การจัดลำดับข้นั ตอนนำเสนอ
เน้ือหาเรยี งลำดับจากงา่ ยไปหายาก +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00
1.6 คำอธิบายคำแนะนำในการ
ใช้เอกสารชดุ กจิ กรรมมีความชัดเจน
เขา้ ใจง่ายสามารถปฏบิ ัตติ ามได้ +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00
1.7 เน้อื หาและกจิ กรรมมีความ
สอดคลอ้ งกนั +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00
1.8 เอกสารชดุ กจิ กรรม มีลกั ษณะ
หลากหลายและช่วยเสริมสรา้ ง
พฒั นาการของนักเรียน +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00
136
ตารางท่ี 10 (ต่อ)
รายการประเมิน ความคิดเห็นของ รวม IOC
ผูเ้ ชย่ี วชาญ 1.00
1.00
คนที่ 1 คนท่ี 2 คนท่ี 3 คนที่ 4 คนที่ 5
1.00
1.9 กจิ กรรมในเอกสาร=6f 1.00
1.00
กิจกรรม มีความเหมาะสมและ +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00
1.00
น่าสนใจ
1.10 การสรา้ งเอกสารชุดกิจกรรม +1 +1 +1 +1 +1 5
มีความคิดสรา้ งสรรค์
2. ด้านรปู เลม่ และการออกแบบ
2.1 ขนาดของรูปเล่มเหมาะสม
น่าสนใจ +1 +1 +1 +1 +1 5
2.2 การตกแตง่ ภายในเลม่ มีสสี นั
รปู ภาพ กระตุ้นใหเ้ กิดความ
นา่ สนใจ +1 +1 +1 +1 +1 5
2.3 ขนาดของตวั อกั ษรเหมาะสม
กบั นักเรียน +1 +1 +1 +1 +1 5
2.4 การออกแบบรปู เล่มมคี วาม
ทันสมัย +1 +1 +1 +1 +1 5
2.5 ภาพและตัวอักษรมีความ
ชัดเจนไมท่ บั กนั +1 +1 +1 +1 +1 5
137
ตารางที่ 11 แสดงแบบประเมินความสอดคล้องของผู้เชยี่ วชาญทม่ี ตี อ่ แบบทดสอบวัดผลการ
พฒั นาทักษะของการพัฒนารูปแบบการจดั การเรียนรู้จากส่ือดิจทิ ลั ส่ฐู าน
สมรรถนะดว้ ยรูปแบบGD-CAR2” วชิ าภาษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 3
(ผู้เชย่ี วชาญจำนวน 5 ทา่ น)
ข้อสอบ IOC ผลพิจารณา
(ข้อที่) 1 2 3 4 5
1 1 1 1 1 1 1.00 สอดคลอ้ ง
2 1 1 1 1 1 1.00 สอดคลอ้ ง
3 1 1 1 1 1 1.00 สอดคลอ้ ง
4 1 1 0 1 1 0.60 สอดคลอ้ ง
5 1 1 1 1 1 1.00 สอดคล้อง
6 1 0 1 1 1 0.80 สอดคล้อง
7 1 1 1 1 1 1.00 สอดคลอ้ ง
8 1 1 1 1 1 1.00 สอดคล้อง
9 1 1 1 1 1 1.00 สอดคล้อง
10 1 1 1 1 1 1.00 สอดคล้อง
11 1 1 1 1 1 1.00 สอดคลอ้ ง
12 1 1 1 1 1 1.00 สอดคลอ้ ง
13 1 0 1 1 1 0.80 สอดคล้อง
14 1 1 1 1 1 1.00 สอดคล้อง
15 1 1 1 1 1 1.00 สอดคล้อง
16 1 1 1 1 1 1.00 สอดคลอ้ ง
17 1 1 1 1 1 1.00 สอดคล้อง
18 1 1 1 1 1 1.00 สอดคลอ้ ง
19 1 1 1 1 1 1.00 สอดคลอ้ ง
20 1 1 0 1 1 0.80 สอดคล้อง
21 1 1 1 1 1 1.00 สอดคล้อง
22 1 1 1 1 1 1.00 สอดคล้อง
23 1 1 1 1 1 1.00 สอดคล้อง
138
ตารางที่ 11 ( ต่อ )
ขอ้ สอบ(ข้อท)ี่ IOC ผลพิจารณา
1 2 3 45
24 1 1 1 1 1 1.00 สอดคล้อง
25 0 1 1 1 1 1.00 สอดคล้อง
26 1 1 1 1 1 1.00 สอดคล้อง
27 1 1 1 1 1 1.00 สอดคล้อง
28 1 1 1 1 1 1.00 สอดคล้อง
29 1 1 1 1 1 1.00 สอดคลอ้ ง
30 1 1 0 1 1 0.80 สอดคลอ้ ง
31 1 1 1 1 1 1.00 สอดคลอ้ ง
32 1 1 1 1 1 1.00 สอดคล้อง
33 1 1 1 1 1 1.00 สอดคล้อง
34 1 1 1 1 1 1.00 สอดคล้อง
35 0 1 1 1 1 0.80 สอดคลอ้ ง
36 1 1 1 1 1 1.00 สอดคล้อง
37 1 1 1 1 1 1.00 สอดคลอ้ ง
38 1 1 1 1 1 1.00 สอดคล้อง
39 1 1 1 1 1 1.00 สอดคล้อง
40 1 1 1 1 1 1.00 สอดคลอ้ ง
139
ตารางท่ี 12 ผลการวิเคราะห์ความยากงา่ ยของแบบทดสอบวัดผล ผลการพฒั นาทกั ษะของ การพัฒนา
รูปแบบการจัดการเรียนรู้จากสื่อดิจทิ ัล สฐู่ านสมรรถนะด้วยรูปแบบGD-CAR2” วชิ า
ภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 3
กล่มุ เกง่ กลุ่มอ่อน ค่าความยากง่าย ค่าอำนาจจำแนก สรปุ
ขอ้ ที่ (ตอบถูก) (ตอบถกู ) 0.2 < p < 0.8 R >0.2
1 18 10 0.70 0.40 ใชไ้ ด้
2 19 5 0.60 0.70 ใชไ้ ด้
3 18 18 0.90 0.00 ใช้ไม่ได้
4 17 8 0.62 0.45 ใชไ้ ด้
53 1 0.10 0.10 ใชไ้ มไ่ ด้
6 18 7 0.62 0.55 ใช้ได้
7 16 5 0.52 0.55 ใช้ได้
8 18 10 0.75 0.40 ใชไ้ ด้
93 1 0.10 0.10 ใชไ้ ม่ได้
10 18 11 0.60 0.35 ใชไ้ ด้
11 18 6 0.67 0.60 ใชไ้ ด้
12 3 1 0.10 0.10 ใชไ้ ม่ได้
13 16 10 0.65 0.30 ใช้ได้
14 17 5 0.55 0.60 ใช้ได้
15 3 1 0.10 0.10 ใชไ้ ม่ได้
หมายเหตุ ข้อทดสอบมีท้ังหมด 15 ข้อเมื่อนำมาวเิ คราะห์หาคา่ ความยากง่าย (p) และค่าอำนาจจำแนก
(r) เพื่อคัดเลือกขอ้ สอบทใ่ี ช้ได้และเป็นข้อสอบทดี่ ีจำนวน 10 ข้อ คา่ ความยากงา่ ย (p) ของแบบทดสอบ
มีคา่ ระหว่าง .20 ถึง .80 ถอื ว่าขอ้ สอบข้อนัน้ ใชไ้ ด้ ถ้าคา่ ความยากงา่ ย (p) มีคา่ ต่ำกว่า .20 ถอื วา่
ขอ้ สอบนน้ั ยากเกินไป ถ้าค่าความยากงา่ ย (p) มีคา่ สูงกว่า .80 ถอื ว่าข้อสอบนัน้ งา่ ยเกินไป และเป็น
ขอ้ สอบทใี่ ช้วัดผลไม่ได้ต้องตดั ท้ิง
140
ตารางที่ 13 ผลการวเิ คราะหค์ า่ ความยากง่าย (p) และค่าอำนาจจำแนก (r) ของแบบทดสอบ
วัด ผลการพัฒนาทกั ษะของการพัฒนารูปแบบการจดั การเรยี นรู้จากสอ่ื ดจิ ิทัล สู่ฐาน
สมรรถนะดว้ ยรูปแบบGD-CAR2” วิชาภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3
ข้อท่ี คา่ ความยากงา่ ย ค่าอำนาจจำแนก คณุ ภาพ
0.2 < p < 0.8 R >0.2
1 0.58 0.33 เป็นแบบประเมนิ ท่ีดี
2 0.71 0.33 เป็นแบบประเมนิ ทดี่ ี
3 0.71 0.33 เป็นแบบประเมนิ ท่ดี ี
4 0.71 0.33 เป็นแบบประเมินที่ดี
5 0.71 0.33 เป็นแบบประเมนิ ทด่ี ี
6 0.71 0.33 เป็นแบบประเมินที่ดี
7 0.71 0.33 เป็นแบบประเมนิ ทดี่ ี
8 0.67 0.50 เป็นแบบประเมนิ ที่ดี
9 0.71 0.33 เป็นแบบประเมนิ ทด่ี ี
10 0.58 0.33 เป็นแบบประเมินที่ดี
นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ท่ีได้ผ่านการคัดเลือก 10 ข้อ ไปทำการทดลอง
ประเมินกับเด็กกลุ่มทดลองขนาดเล็ก กลมุ่ ขนาดกลาง ภาคสนามและประชากรตอ่ ไป
141
ตารางที่ 14 คา่ ดัชนคี วามสอดคล้องของแผนการเรยี นรู้ ระดบั คะแนน คา่ เฉลย่ี
1 2 3 4 IOC
รายการประเมิน
สาระสำคัญ 1111 1
1. เขียนถกู ต้องเหมาะสม 1111 1
2. สอดคล้องกับสาระการเรียนรู้ 1111 1
3. สอดคลอ้ งกับจดุ ประสงค์การเรียนรู้
จุดประสงค์การเรียนรู้ 1111 1
1. สอดคลอ้ งกับสาระการเรียนรู้ 1111 1
2. สอดคล้องกับสาระสำคัญ 1111 1
3. สอดคลอ้ งกับกระบวนการจดั การเรียนรู้
สาระการเรียนรู้ 1111 1
1. สอดคล้องกับสาระการเรียนรู้ 1111 1
2. สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ 1111 1
3. สอดคล้องกับกระบวนการจัดการเรยี นรู้
กระบวนการจัดการเรียนรู้ 1111 1
1. การนำเขา้ สูบ่ ทเรียนน่าสนใจและทำให้ผู้เรียนอยากเรยี นรู้ 1111 1
2. กจิ กรรมสอดคล้องกับจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1111 1
3. กิจกรรมสอดคล้องกับสาระการเรยี นรู้ 1111 1
4. กิจกรรมสอดคล้องกับการวัดประเมินผล 1111 1
5. การใช้สื่อการเรยี นรมู้ ีความเหมาะสม 1111 1
6. การเรียนรยู้ ึดผเู้ รียนเปน็ สำคญั 1111 1
7. มงุ่ ใหผ้ ู้เรยี นได้เรียนร้รู ่วมกันและได้ปฏบิ ตั ิจริง 1111 1
8. การสรุปสอดคลอ้ งกับจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
การวัดและประเมินผล 1111 1
1. ใช้เครื่องมือเหมาะสม 1111 1
2. สอดคลอ้ งกับกจิ กรรม 1111 1
3. สอดคลอ้ งกับผลการเรยี นรู้