The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการเรียนรู้เพศวิถีและสัมพันธภาพศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Talanueaschool, 2022-06-07 08:22:36

แผนการเรียนรู้เพศวิถีและสัมพันธภาพศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

แผนการเรียนรู้เพศวิถีและสัมพันธภาพศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

๒. กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
สาระที่ ๓ เศรษฐศาสตร์
มาตรฐาน ส ๓.๑ เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค
การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่จ�ำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมท้ัง
เขา้ ใจหลกั การของเศรษฐกจิ พอเพยี ง เพอื่ การด�ำรงชวี ติ อยา่ งมดี ลุ ยภาพ
ป ๖/๒ อธบิ ายบทบาทของผู้บรโิ ภคท่รี ู้เทา่ ทนั

๓. กลุ่มสาระภาษาไทย
สาระที่ ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ น สรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพอื่ น�ำไปใชต้ ดั สนิ ใจแกไ้ ข
ปัญหาในการด�ำเนนิ ชวี ิตและมนี สิ ยั รักการอ่าน
ป ๖/๔ แยกขอ้ เทจ็ จรงิ และข้อคดิ เหน็ จากเร่ืองทอ่ี า่ น
ป ๖/๕ อธิบายการน�ำความรู้และความคิดจากเร่ืองที่อ่านไปตัดสินใจแก้ไขปัญหาใน
การด�ำเนนิ ชีวิต
สาระที่ ๓ การฟงั การดู การพูด
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลอื กฟังและดอู ยา่ งมีวจิ ารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความ
คิดและความรสู้ ึกในโอกาสต่างๆ อย่างมีวจิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์
ป ๖/๑ พดู แสดงความรู้ ความเข้าใจ จดุ ประสงค์ของเรอ่ื งที่ฟังและดู
ป ๖/๒ ตัง้ ค�ำถามและตอบค�ำถามเชิงเหตผุ ลจากเรอ่ื งทฟ่ี งั และดู
ป ๖/๓ วเิ คราะห์ความนา่ เชือ่ ถือจากการฟงั และดสู ื่อโฆษณาอยา่ งมีเหตุผล
ป ๖/๖ มมี ารยาทในการฟงั การดู และการพดู

49

เมอื่ พจิ ารณาเปา้ หมายในการจดั การเรยี นรเู้ พศวถิ แี ละสมั พนั ธภาพศกึ ษา ซงึ่ มงุ่ สง่ เสรมิ
ให้เยาวชนได้เรยี นร้ตู นเอง เรยี นร้ทู ี่จะสร้างและรกั ษาความสัมพนั ธก์ ับคนอื่นๆ เปน็ สมาชกิ ท่มี ี
คณุ ภาพของสงั คมโดยมสี ขุ ภาพทางเพศและคณุ ภาพชวี ติ ทดี่ ี และสามารถคดิ วเิ คราะห์ เทา่ ทนั
สามารถเผชิญการจัดการการด�ำเนินชีวิตอย่างรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อ่ืน ในกระบวนการ
จัดการเรียนรู้เพศวิถีและสัมพันธภาพศึกษาจึงให้ความส�ำคัญกับการพัฒนาทักษะท่ีจ�ำเป็นต่อ
การด�ำเนนิ ชวี ติ ของเยาวชน ซง่ึ สอดรบั กบั สมรรถนะส�ำคญั ทห่ี ลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้
ฐานมุง่ พัฒนาใหเ้ กิดกบั ผเู้ รียน ดังตารางเปรียบเทียบ

สมรรถนะส�ำคัญของผเู้ รียน มงุ่ พัฒนาทกั ษะท่ีจ�ำเป็นต่อการด�ำเนินชวี ิต
เพศวิถศี กึ ษารอบด้าน (Personal Skills)

๑. ความสามารถในการสือ่ สาร • เท่าทนั การใหค้ ุณคา่ กับส่งิ ต่างๆ ซ่ึงเป็นตวั ชีน้ �ำพฤติกรรม
๒. ความสามารถในการคดิ เปา้ หมายและการด�ำเนนิ ชีวิต
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ • สามารถสอ่ื สาร รบั ฟงั แลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ ความรสู้ ึก
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ทั้งท่สี อดคลอ้ ง และแตกต่างกนั

• สามารถคดิ วิเคราะห์ ตอ่ รอง และเลือกตดั สนิ ใจ รวมทง้ั
รับผิดชอบผลจากการตดั สินใจของตน

• สามารถยนื ยนั และรักษาความเป็นตวั ของตวั เอง โดย
เคารพในสทิ ธขิ องผ้อู น่ื

• สามารถเผชิญและจัดการกับแรงกดดันจากเพอื่ น
ส่งิ แวดล้อม และอคติทางเพศ

• แสวงหาค�ำแนะน�ำ ความช่วยเหลอื การจ�ำแนกแยกแยะ
ขอ้ มลู ท่ถี ูกต้องออกจากทไ่ี มถ่ กู ต้อง

50

สรุปตวั ช้วี ดั และแผนการเรยี นรู้เพศวิถีศึกษาและสมั พนั ธภาพศึกษา

สาระสขุ ศึกษาและพลศึกษา ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖

แผนการเรยี นรู้เพศวถิ แี ละสัมพนั ธภาพศึกษาระดับชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖

มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด ๑.วัย ๒. ๓. ๔. ๕. ๖. ๗. ๘. ๙. ๑๐. ๑๑. ๑๒. ๑๓. ๑๔. ๑๕. ๑๖.
เปลย่ี น จะเลอื ก อะไร เพอื่ น แสดง กนั ดี โลก อคติ เม่อื ฉนั ใครมี ส�ำรวจ รา่ งกาย ส่ือสาร ความ ตัง้ ท้อง ถ้าฉัน
อารมณ์ สมั พนั ธภาพ จริง เขา้ ใจ ความรัก กว่าแก้ ของ และ โตขึ้น อิทธพิ ล โฆษณา ของ -ตอ่ รอง คาด ได้ ต้อง
เปลยี่ น แบบไหน เร่อื ง เพอ่ื น มหี ลาย สอ่ื การ กับเรา สนิ ค้า ใคร -ยืนยัน หวงั อย่างไร เลย้ี งลกู
สงั คม อารมณ์ ไหม ? วธิ ี ตตี รา บา้ ง และถา้
เปล่ยี น เพศ ฉันทอ้ ง

มาตรฐาน พ ๑.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของการเจรญิ เติบโตและพัฒนาการของมนษุ ย์

ป ๖/๑ อธิบายความส�ำคัญของระบบ üü                           
สบื พนั ธุ์ ระบบหมนุ เวยี นโลหิต ü
และระบบหายใจท่ีมผี ลตอ่
สุขภาพ การเจรญิ เตบิ โตและ
พฒั นาการ

üป ๖/๒ อธิบายวธิ ีการดแู ลรกั ษาระบบ
สบื พันธ์ุ ระบบหมนุ เวยี นโลหิต ü ü                           
และระบบหายใจให้ท�ำงานปกติ

มาตรฐาน พ ๒.๑ เขา้ ใจและเหน็ คุณค่าตนเอง ครอบครวั เพศศึกษา และมที ักษะในการด�ำเนินชีวิต

ป ๖/๑ อธบิ ายความส�ำคญั ของการ üüü üüü üüü üüü üü üüü üüü
สรา้ งและรกั ษาสัมพันธภาพกบั   ü  ü ü    ü  üü    
ผอู้ ืน่   ü ü 

ป ๖/๒ วเิ คราะหพ์ ฤติกรรมเส่ียงท่อี าจ üü üüü üü üü üüü
น�ำไปสู่การมเี พศสัมพันธ์ การ     üü   ü üü                 üü ü
ตดิ เช้ือเอดสแ์ ละการตัง้ ครรภ์
กอ่ นวัยอันควร

มาตรฐาน พ ๔.๑ เห็นคณุ ค่าและมีทกั ษะในการสร้างเสรมิ สุขภาพ การด�ำรงสขุ ภาพ การปอ้ งกนั โรค และการสร้างเสรมิ สมรรถภาพเพ่ือสขุ ภาพ

ป ๖/๒ วิเคราะหผ์ ลกระทบทีเ่ กดิ จาก
51 การระบาดของโรคและเสนอ
แนวทางการป้องกนั โรคตดิ ต่อ üü
ส�ำคัญท่ีพบในประเทศไทย          üü                    

52 สรุปตวั ชี้วดั และแผนการเรียนรเู้ พศวิถีศกึ ษาและสัมพันธภาพศึกษา

สาระสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ระดับช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๖

แผนการเรยี นรู้เพศวิถแี ละสมั พนั ธภาพศกึ ษาระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๖

๑.วยั ๒. ๓. ๔. ๕. ๖. ๗. ๘. ๙. ๑๐. ๑๑. ๑๒. ๑๓. ๑๔. ๑๕. ๑๖.
เปลย่ี น จะเลอื ก อะไร เพอ่ื น แสดง กันดี โลก อคติ เม่ือฉัน ใครมี ส�ำรวจ ร่างกาย สอื่ สาร ความ ต้ังท้อง ถ้าฉัน
มาตรฐาน/ตวั ช้วี ดั อารมณ์ สัมพนั ธภาพ จริง เขา้ ใจ ความ กว่าแก้ ของ และ โตข้ึน อทิ ธพิ ล โฆษณา ของ -ตอ่ รอง คาด ได้ ต้อง

เปล่ยี น แบบไหน เรอ่ื ง เพอ่ื น รักมี ส่ือ การ กับเรา สนิ คา้ ใคร -ยืนยนั หวัง อยา่ งไร เลี้ยงลูก
สงั คม อารมณ์ ไหม ? หลาย ตตี รา บ้าง และถา้
เปลย่ี น เพศ วิธี ฉันทอ้ ง

มาตรฐาน ส ๓.๑ เข้าใจและสามารถบริหารจดั การทรัพยากรในการผลติ และการบรโิ ภคการใช้ทรัพยากรท่ีมอี ยู่จ�ำกดั ได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพและคมุ้ คา่ รวมทง้ั เข้าใจหลกั การของเศรษฐกิจพอ
เพียง เพ่อื การด�ำรงชีวิตอยา่ งมีดลุ ยภาพ

üป ๖/๒ อธบิ ายบทบาทของผูบ้ ริโภคท่ี ü     ü üü       ü ü  
รู้เทา่ ทนั ü       

สรุปตัวชวี้ ดั และแผนการเรียนรู้เพศวิถีศกึ ษาและสมั พันธภาพศกึ ษา

สาระภาษาไทย ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๖

แผนการเรียนรู้เพศวิถีและสัมพนั ธภาพศึกษาระดบั ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๖

มาตรฐาน/ตวั ช้วี ดั ๑.วัย ๒. ๓. ๔. ๕. ๖. ๗. ๘. ๙. ๑๐. ๑๑. ๑๒. ๑๓. ๑๔. ๑๕. ๑๖.
เปลยี่ น จะเลอื ก อะไร เพือ่ น แสดง กนั ดี โลก อคติ เมอ่ื ฉนั ใครมี ส�ำรวจ ร่างกาย สอ่ื สาร ความ ตง้ั ทอ้ ง ถ้าฉนั
อารมณ์ สมั พันธภาพ จริง เรื่อง เขา้ ใจ ความ กว่าแก้ ของ และ โตข้ึน อิทธพิ ล โฆษณา ของ -ต่อรอง คาด ได้ ต้อง
เปลย่ี น แบบไหน อารมณ์ เพ่อื น รกั มี สอื่ การ กบั เรา สินคา้ ใคร -ยืนยนั หวัง อยา่ งไร เลี้ยงลกู
สงั คม เพศ ไหม ? หลาย ตีตรา บ้าง และถ้า
เปลี่ยน วธิ ี ฉันทอ้ ง

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ น สรา้ งความรูแ้ ละความคิด เพือ่ น�ำไปใช้ตัดสินใจแก้ไขปัญหาในการด�ำเนินชีวติ และมีนิสัยรักการอา่ น

ป ๖/๔ แยกข้อเทจ็ จริงและขอ้ คดิ เหน็   ü ü ü ü ü     ü üü üüü                
จากเรื่องท่ีอา่ น

ป ๖/๕ อธิบายการน�ำความรูแ้ ละ     ü ü     ü üü üüü
ความคิดจากเรือ่ งทอ่ี ่านไป              
ตัดสินใจแก้ไขปัญหาในการ
ด�ำเนินชวี ติ

มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดอู ย่างมวี จิ ารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคิด และความร้สู ึกในโอกาสต่างๆ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและสร้างสรรค์

ป ๖/๑ พูดแสดงความรู้ ความเขา้ ใจ ü üü ü ü üü üü ü ü üü üüü ü üü üüü ü üü üü ü üü

ü üจดุ ประสงคข์ องเรอื่ งทฟ่ี งั และดู

ป ๖/๒ ต้ังค�ำถามและตอบค�ำถามเชิง ü üü ü ü üü üüü ü üü üüü ü üü üüü ü üü üüü üü

ü üเหตผุ ลจากเรือ่ งท่ฟี งั และดู

ป ๖/๓ วเิ คราะหค์ วามน่าเช่ือถือจาก ü üü üü ü     üü üü      üü ü          
การฟังและการดูสอื่ โฆษณา ü üü üüü ü üü üü ü ü üü üü ü ü üü üü ü ü üü üü ü üü
อยา่ งมเี หตผุ ล

ป ๖/๖ มมี ารยาทในการฟัง การดู
และการพูด

53

54

แผนการเรียนรู้
เพศวถิ แี ละสัมพันธภาพศกึ ษา

ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๖

แผนการเรยี นรเู้ พศวถิ แี ละสมั พนั ธภาพศกึ ษาในระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ ประกอบดว้ ย
๑๖ แผนการเรยี นรู้ และครอบคลมุ หกมติ ขิ องเพศวิถีศึกษา ดังนี้

๑) วัยเปล่ยี น อารมณ์เปล่ียน สงั คมเปลี่ยน
๒) จะเลือกสมั พนั ธภาพแบบไหน
๓) อะไรจริง เร่ืองอารมณเ์ พศ
๔) เพอ่ื นเขา้ ใจเพอ่ื นไหม ?
๕) แสดงความรักมีหลายวธิ ี
๖) กันดกี ว่าแก้
๗) โลกของสอ่ื
๘) อคติ และการตตี รา
๙) เม่ือฉันโตขนึ้
๑๐) ใครมีอิทธพิ ลกับเราบา้ ง
๑๑) ส�ำรวจโฆษณาสนิ คา้
๑๒) ร่างกายของใคร
๑๓) ส่ือสาร-ต่อรอง-ยืนยัน
๑๔) ความคาดหวัง
๑๕) ตั้งท้องได้อยา่ งไร และถา้ ฉนั ท้อง...
๑๖) ถา้ ฉันตอ้ งเลย้ี งลกู

55

พฒั นาการทางเพศ
(๑) วัยเปล่ียน อารมณเ์ ปลยี่ น สังคมเปลย่ี น
(๙) เมอื่ ฉนั โตข้ึน
(๑๒) ร่างกายของใคร

สังคมและวฒั นธรรม ป. ๖ สมั พนั ธภาพ
(๗) โลกของสอ่ื Healthy (๒) จะเลือกสัมพนั ธภาพแบบไหน
(๘) อคติ และการตีตรา Relationship, (๕) แสดงความรักมีหลายวธิ ี
(๑๑) ส�ำรวจโฆษณาสินค้า Healthy (๑๐) ใครมอี ทิ ธิพลกบั เราบา้ ง
Decision (๑๔) ความคาดหวงั
สขุ ภาพทางเพศ ทักษะสว่ นบคุ คล
(๖) กนั ดกี วา่ แก้ (๔) เพ่อื นเขา้ ใจเพอื่ นไหม ?
(๑๖) ถา้ ฉนั ตอ้ งเลย้ี งลกู (๑๓) สือ่ สาร-ต่อรอง-ยนื ยนั

พฤติกรรมทางเพศ
(๓) อะไรจริง เรือ่ งอารมณเ์ พศ
(๑๕) ตงั้ ทอ้ งไดอ้ ยา่ งไร และถา้ ฉนั ทอ้ ง...

56

แผนการเรียนรู้ที่ ๑

วยั เปลย่ี น อารมณ์เปล่ยี น
สงั คมเปลีย่ น

แผนการเรยี นร้ทู ่ี ๑

วยั เปล่ียน อารมณเ์ ปลยี่ น สงั คมเปล่ียน

สาระส�ำคัญ

การเปลี่ยนแปลงจากเดก็ เข้าสู่วยั รนุ่ นอกจากเรื่องร่างกายแลว้ ภาวะจิตใจ
อารมณ์เป็นเร่ืองส�ำคัญมาก ซึ่งการเข้าใจความเปล่ียนแปลงของภาวะจิตใจและ
อารมณ์ของตนเองเป็นเร่ืองส�ำคญั เพอ่ื การพฒั นาสัมพันธภาพกับคนรอบตวั

วัตถปุ ระสงค์การเรยี นรู้

๑) ระบุการเปลีย่ นแปลงในดา้ นตา่ งๆ เม่ือเขา้ ส่วู ัยรนุ่
๒) บอกแหลง่ ขอ้ มลู ที่นา่ เช่อื ถือเร่อื งเพศ

แผนการเรียนรนู้ ี้ มุ่งสร้างเสรมิ คุณลักษณะและทกั ษะส�ำคัญ ดงั น้ี

Core Values Core Skills

• การรัก เคารพ และเหน็ คณุ คา่ ตวั เอง • การรู้จักตนเอง
• การเคารพความแตกต่าง • การตัดสินใจ
• ความมนั่ ใจในตนเอง • การสื่อสาร
• ความปลอดภยั • การคดิ วิเคราะห์
• การดูแลสขุ อนามยั

58

ระยะเวลา ๑

๖๐ นาที (๑ คาบเรยี น)

อปุ กรณแ์ ละสอ่ื

• บตั รค�ำการเปลย่ี นแปลงเมอื่ เขา้ สวู่ ยั รนุ่ ชดุ ละ ๓๐ ใบ
• หากใหน้ กั เรยี นทกุ คนท�ำ เตรยี มบตั รค�ำขนาด A4 จะชว่ ยใหท้ กุ คนมองเหน็
• หากแบ่งกล่มุ ท�ำกจิ กรรมอาจลดขนาดบตั รค�ำเปน็ A5

ขอ้ เสนอแนะสำ� หรบั ผู้จดั การเรยี นรู้

อาจจะมกี ารลอ้ เลยี นกนั ในเรอ่ื งการเปน็ แฟนของเดก็ นกั เรยี น ซง่ึ ครคู วรท�ำให้
เหน็ เปน็ เร่ืองที่ต้องเคารพและไมล่ อ้ เลยี นกัน

ประเมนิ ผลการเรียนรู้

๑. สงั เกตการแสดงความเหน็ ของนกั เรยี นวา่ สามารถระบคุ วามเปลย่ี นแปลง
เมือ่ เขา้ สู่วัยร่นุ อย่างไร

๒. สงั เกตความสนใจในการท�ำกิจกรรมร่วมกนั
๓. สงั เกตทา่ ทกี ารแลกเปลยี่ นความเหน็ ของเดก็ วา่ มกี ารรบั ฟงั อยา่ งเคารพกนั


ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้

๑. ครเู รม่ิ ตน้ กจิ กรรมดว้ ยการบอกวา่ พวกเราก�ำลงั อยใู่ นชว่ งชวี ติ ทร่ี า่ งกาย
มกี ารเปลยี่ นแปลงอยา่ งรวดเรว็ บางคนอาจจะเรม่ิ มกี ารเปลย่ี นแปลงไปบา้ งแลว้ บาง
คนอาจจะยังไม่เร่ิม ซงึ่ กเ็ ปน็ เร่อื งปกติ เพราะเราแตล่ ะคนมจี งั หวะการเปล่ยี นแปลง
เป็นของตัวเอง การเปล่ียนแปลงต่างๆ เหล่าน้ีเป็นสัญญาณบอกว่าเราก�ำลังโตข้ึนสู่
วยั ผใู้ หญ่ อาจจะมกี ารเปลย่ี นแปลงทางรา่ งกายบางอยา่ งทท่ี �ำใหเ้ รากงั วล แตท่ ง้ั หมด
นเ้ี ปน็ เรอื่ งปกติ และทกุ คนต่างก็จะผ่านช่วงวยั รุ่นแบบนี้ไปได้

59

๒. ครบู อกวา่ วันนเ้ี ราจะมาลองดูวา่ นอกจากการเปลย่ี นแปลงดา้ นร่างกาย
แลว้ เมือ่ เขา้ สูว่ ัยรนุ่ ยงั มกี ารเปลี่ยนแปลงดา้ นอารมณ์ และสงั คมอยา่ งไร

๓. ครูเขียนค�ำว่า “ร่างกาย” “อารมณ์” และ “สังคม” บนกระดาน และ
อธบิ ายวา่ ใหน้ กั เรยี นดวู า่ บตั รค�ำทนี่ กั เรยี นไดร้ บั เปน็ การเปลยี่ นแปลงเมอ่ื เราเขา้ สวู่ ยั
รุน่ ในดา้ นใด

• ในข้นั ตอนน้ี ครูเลอื กจดั ได้ ๒ แบบ ดังน้ี
- แบบท่ี ๑ แจกบตั รค�ำใหน้ ักเรยี นคนละ ๑ ใบ
o ใหน้ กั เรยี นอา่ นบตั รค�ำของตนเอง และน�ำออกมาตดิ ในชอ่ งวา่
เปน็ การเปลย่ี นแปลงในดา้ นใดทลี ะคน โดยครถู ามเพมิ่ เตมิ วา่
เม่อื เกดิ การเปลี่ยนแปลงในเรอ่ื งน้ันๆ เรารู้สึกอยา่ งไร หรอื มี
การดูแลตวั เองมากขึน้ อย่างไร หรือมสี ่งิ ท่ีกงั วลอะไรบ้าง
o ให้นักเรียนออกมาตดิ จนครบทกุ บัตรค�ำ
o ถามนักเรียนวา่ อยากรูข้ อ้ ไหนเพิ่มเติมบ้าง
- แบบท่ี ๒ แบ่งกลุ่มย่อยกลุม่ ละ ๕ คน และเตรยี มบัตรค�ำใหก้ ลุ่ม
ละ ๑ ชดุ
o ให้แต่ละกลุ่มช่วยกันจัดบัตรค�ำทั้ง ๓๐ ใบว่า เป็นการ
เปลีย่ นแปลงในดา้ นใด ให้เวลา ๑๐ นาที
o ครเู ตรยี มบตั รค�ำอกี ๑ ชดุ เพอื่ ใชอ้ ธบิ ายและเฉลยบนกระดาน
โดยเร่ิมจากถามค�ำตอบจากนักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ก่อนเฉลย

60

ร่างกาย อารมณ์ สงั คม ๑
• คน้ หาวา่ “ฉนั คอื ใคร”
·• สงู ข้นึ • อารมณเ์ ปล่ยี นแปลงงา่ ย • กังวลวา่ คนอ่ืนจะคิดยงั ไง
•· มขี นตามรา่ งกายมาก • มอี ารมณ์เพศ • รสู้ กึ พอ่ แม่ไม่เข้าใจ
ขน้ึ • ชว่ ยตัวเอง • เร่มิ สนใจคนพเิ ศษ
•· ฝนั เปียก • อยากรเู้ ร่ืองเพศ • มีแฟน
•· มปี ระจ�ำเดอื น • กลา้ เส่ยี ง • อยากใชเ้ วลากับเพอื่ นๆ มากข้นึ
•· หนา้ อกโตขึ้น • หงุดหงิดงา่ ย • สนใจแฟชัน่
·• เสยี งเปล่ียน • สนใจเรือ่ งความสวย/หล่อ • อาจมปี ญั หากับพอ่ แมม่ ากขน้ึ
•· เปน็ สิว • อยากลองท�ำอะไรใหมๆ่ • ตอ้ งการเปน็ สว่ นหน่ึงของกลุ่ม
•· สะโพกขยาย • ตดิ เพือ่ น เชื่อเพื่อน
•· มีกลิน่ ตัว • มีหนา้ ที่รับผดิ ชอบมากข้นึ
• มขี อ้ ห้ามเร่ืองพฤติกรรมมากข้นึ

๔. ครสู รปุ การเปล่ยี นแปลงส�ำคญั ที่เกิดข้นึ จากเดก็ เขา้ สวู่ ัยรุ่น
๑) การเปล่ียนแปลงด้านร่างกาย จะเห็นว่าในช่วงเข้าสู่วัยรุ่น ท้ังหญิง
และชายมกี ารเปลีย่ นแปลงด้านรา่ งกายหลายอย่าง ซง่ึ อาจสง่ ผลต่อ
ความมน่ั ใจหรือไมม่ น่ั ใจในตัวเอง เช่น สงู เต้ยี ผิวคลำ�้ ผวิ ขาว การ
มปี ระจ�ำเดือน การมสี ิว การมกี ลิน่ ตัว เป็นต้น ซ่งึ การเปลยี่ นแปลงน้ี
เป็นพัฒนาการของแตล่ ะบคุ คลแตกต่างกนั ไป เกิดขนึ้ ชา้ เร็วต่างกนั
และเราจะต้องใสใ่ จเร่ืองการดูแลสขุ อนามยั ของตัวเองมากข้นึ
๒) การเปล่ียนแปลงด้านอารมณ์ ที่อาจมีอารมณ์หลายอย่าง เช่น รัก
ชอบ เขนิ อาย โกรธ พอใจ ไมพ่ อใจ นอ้ ยใจ หงุดหงิด และอารมณ์
เหลา่ นเ้ี กดิ ไดง้ า่ ยและรนุ แรงกวา่ ตอนทเี่ ราเปน็ เดก็ และเปลย่ี นแปลง
เรว็ ซงึ่ ต้องคอยระวงั เพราะอาจจะส่งผลตอ่ สมั พนั ธภาพกับคนรอบ
ข้างและคนในครอบครวั ทีร่ สู้ กึ ได้กบั อารมณ์ทเ่ี ปลี่ยนแปลงของเรา

นอกจากน้ัน วัยรุ่นยังเริ่มเรียนรู้เรื่องอารมณ์ทางเพศ ซ่ึงเป็นเร่ืองปกติ
เนื่องจากฮอร์โมนเพศเริ่มท�ำงาน การมีอารมณ์เพศหรือเริ่มสนใจเร่ืองทางเพศเป็น
เรอื่ งปกตทิ ที่ ุกคนจะเคยมีประสบการณ์และเรยี นรู้เร่อื งเหล่าน้ี

61

๓) การเปลี่ยนแปลงด้านสังคม เป็นเร่ืองการปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง
เช่น เราเร่ิมอยากใช้เวลากับเพื่อนมากกว่าครอบครัว หรือเราเร่ิมมี
ความรู้สึกสนใจคนพิเศษ ท่ีมากกว่าความเป็นเพ่ือน หรือการอยาก
เป็นส่วนหนึ่งของเพ่ือน ต้องการการยอมรับ ในขณะเดียวกันเราก็
อยากเปน็ ตวั ของตวั เอง ซงึ่ เราจะตอ้ งเรมิ่ เรยี นรวู้ า่ เราจะจดั การความ
สัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ กบั คนรอบข้างอย่างไร

๕. ครูย้�ำว่า การเปลี่ยนแปลงเหล่าน้ีล้วนเป็นเร่ืองปกติ และเป็นส่ิงท่ีแสดง
ถึงการเติบโตขึ้นของเรา หากนักเรียนมีความกังวลใจ หรือมีค�ำถามในเร่ืองเหล่าน้ี
สามารถคยุ กับครู หรอื ผู้ใหญ่ท่ไี ว้ใจ นอกจากน้นั นักเรียนอาจหาข้อมูลจากเว็บไซต์
ต่างๆ แต่ตอ้ งระวงั ว่า ข้อมลู ท่ีไดร้ ับเปน็ ข้อมลู ท่ถี กู ต้องหรอื ไม่

• ครูแนะน�ำเว็บไซต์ท่ีเช่ือถือได้ เช่น www.teenpath.net www.
lovecarestation.com

บตั รค�ำการเปล่ียนแปลงเมอื่ เขา้ สู่วยั รนุ่

สูงขึ้น มขี นตามรา่ งกายมากขนึ้ หน้าอกโตขึ้น
ฝนั เปียก มีประจ�ำเดอื น เสยี งเปลย่ี น
มีอารมณ์เพศ เป็นสวิ สะโพกขยาย
มกี ล่นิ ตัว กังวลว่าคนอ่นื จะคิดยงั ไง
อารมณเ์ ปลีย่ นแปลงง่าย กงั วลเร่ืองร่างกาย กลา้ เส่ียง
สนใจแฟช่นั อยากลองท�ำอะไรใหมๆ่ ต้องการเป็นส่วนหนง่ึ ของกลุ่ม
เร่มิ สนใจคนพเิ ศษ อยากใช้เวลากบั เพอ่ื นๆ มากข้ึน ติดเพอ่ื น เชอ่ื เพื่อน
อาจมปี ญั หากับพอ่ แม่มากข้ึน หงุดหงดิ ง่าย
รู้สกึ พ่อแมไ่ มเ่ ขา้ ใจ มีแฟน ช่วยตวั เอง
มหี นา้ ทีร่ บั ผดิ ชอบมากข้ึน คน้ หาวา่ “ฉันคือใคร” มีข้อหา้ มเรื่องพฤตกิ รรมมากขน้ึ

อยากรเู้ รือ่ งเพศ
สนใจเร่ืองความสวย/หล่อ

62

แผนการเรยี นร้ทู ี่ ๒

จะเลอื กสมั พนั ธภาพแบบไหน

แผนการเรียนร้ทู ่ี ๒

จะเลือกสมั พันธภาพแบบไหน

สาระสำ� คญั

เราอาจมีสัมพันธภาพกบั หลายคน และในหลายรูปแบบ เช่น เปน็ ครอบครวั
เป็นเพ่ือน เป็นแฟน เปน็ เพ่อื นบ้าน เปน็ ญาติ เปน็ เพื่อนเล่นกีฬา เป็นตน้ เราสามารถ
สร้างสัมพันธภาพที่ดีกับทุกคนในทุกรูปแบบความสัมพันธ์ได้ หากเราแยกแยะได้ว่า
แบบไหนคือความสัมพันธ์ที่ดี และแบบไหนคือความสัมพันธ์ท่ีไม่ดี และท่ีส�ำคัญคือ
เราเลือกได้ว่าเราจะปฏิบัติต่อคนท่ีเรามีความสัมพันธ์ด้วยอย่างไร และอยากให้เขา
ปฏบิ ตั กิ บั เราอยา่ งไร

วัตถุประสงค์การเรียนรู้

๑) บอกปจั จัยทสี่ ่งผลให้ความสมั พนั ธ์ดี หรือไม่ดี
๒) ระบแุ นวทางทีจ่ ะชว่ ยพัฒนาความสมั พนั ธ์ทดี่ ีกบั คนรอบข้างได้

แผนการเรยี นรนู้ ี้ มงุ่ สร้างเสริมคณุ ลกั ษณะและทกั ษะสำ� คัญ ดังน้ี

Core Values Core Skills

• การรกั เคารพ และเห็นคณุ ค่าตวั เอง • การรูจ้ กั ตนเอง
• การเคารพความแตกตา่ ง • การตัดสินใจ
• การรแู้ ละเคารพสิทธิ • การคิด วิเคราะห์
• การเห็นอกเห็นใจ เขา้ ใจคนอืน่ • การอย่รู ่วมกบั คนอนื่
• ความเท่าเทียม
• การไม่เอาเปรยี บผอู้ ืน่

64

ระยะเวลา ๒

๖๐ นาที (๑ คาบเรยี น)

อุปกรณ์และสือ่

• แผน่ กจิ กรรมความสมั พนั ธด์ /ี ไมด่ ี ระหว่างคนในครอบครวั เพื่อน และ
แฟน เตรียมแผ่นละ ๒ ชุด
• เตรียมเขยี นตวั อย่าง “แผนภูมคิ วามสัมพันธ์ของฉัน” บนกระดาน หรอื
กระดาษฟลปิ ชาร์ท
• เตรยี มเขยี นองคป์ ระกอบ ๗ ขอ้ ของการมสี มั พนั ธภาพทด่ี บี นกระดาษ A4
ขอ้ ละ ๑ แผน่ เพ่ือใช้ประกอบการอธิบายสรปุ : ๑) การเคารพให้เกียรติและยอมรับ
กนั ๒) รสู้ กึ ปลอดภยั ๓) ใสใ่ จความรสู้ กึ กนั ๔) ปฏบิ ตั ติ อ่ กนั ดว้ ยความเสมอภาคและ
ยุตธิ รรม ๕) ซ่ือสตั ยแ์ ละไว้วางใจ ๖) พดู คุยกันไดอ้ ย่างตรงไปตรงมา ๗) มีความสขุ
ด้วยกัน

ข้อเสนอแนะส�ำหรับผู้จดั การเรยี นรู้

การเปดิ โอกาสใหน้ กั เรยี นแสดงความคดิ เหน็ ไดอ้ ยา่ งเตม็ ทแ่ี ละรสู้ กึ ปลอดภยั
ในการแสดงความเหน็ เป็นเรอ่ื งส�ำคญั ครคู วรสร้างบรรยากาศทเ่ี ปน็ มติ รและสง่ เสรมิ
ใหเ้ ดก็ ไดม้ โี อกาสคดิ ใหร้ อบดา้ น โดยไมบ่ อกวา่ สงิ่ ใดเปน็ เรอื่ งถกู /ผดิ หรอื เหมาะสม/
ไมเ่ หมาะสม

การเขยี นแผนภมู คิ วามสมั พนั ธข์ องเดก็ แตล่ ะคนจะชว่ ยใหค้ รไู ดร้ จู้ กั นกั เรยี น
แต่ละคน เพื่อสามารถติดตามดูแลช่วยเหลือนักเรียนได้มากข้ึนในมิติความสัมพันธ์
ของนกั เรียนกับคนรอบตวั

65

ประเมินผลการเรียนรู้

๑. สงั เกตความม่นั ใจในการแลกเปลี่ยนของนักเรียนและมกี ารฟงั ความเห็น
ของผู้อน่ื อยา่ งตัง้ ใจ
๒. สังเกตความสนใจในการท�ำกจิ กรรมรว่ มกัน
๓. สังเกตการตอบค�ำถามวา่ เปน็ การตอบอย่างใช้เหตุผล

ขนั้ ตอนการจัดการเรยี นรู้

๑. ครบู อกวา่ วนั นเ้ี ราจะคยุ เรอ่ื งสมั พนั ธภาพ ยงิ่ คนเราโตขนึ้ เรากจ็ ะมคี วาม
สมั พนั ธก์ บั คนมากขน้ึ ในหลายรปู แบบ ถามนกั เรยี นวา่ ในวยั ของนกั เรยี น เรามคี วาม
สมั พนั ธ์กบั ใครบา้ ง

ค�ำตอบอาจเป็น
• ความสมั พนั ธก์ บั คนในครอบครัว เชน่ พ่อ แม่ พ่ี น้อง ปู่ ย่า ตา ยาย
ลุง ป้า นา้ อา เปน็ ต้น
• ความสมั พันธก์ บั เพอื่ น ซ่ึงอาจมีหลายระดับ เพ่อื นเรยี นห้องเดียวกัน
เพอื่ นข้างบา้ น เพอ่ื นสนทิ เพ่อื นเล่นกีฬา เปน็ ตน้
• ความสัมพันธใ์ นฐานะครกู ับลูกศิษย์
• บางคนอาจมีแฟน ซึง่ เป็นความสัมพนั ธอ์ กี แบบหนงึ่

๒. ครแู จกกระดาษ A4 ให้นักเรียน และอธบิ ายวา่ เราจะลองเขียนแผนภมู ิ
ความสมั พันธ์ของเรา โดยอธิบายตามตวั อย่าง

• ใหน้ กั เรยี นคดิ ถงึ คน ๓ คน ทเี่ รารสู้ กึ วา่ เรามคี วามสมั พนั ธท์ ด่ี ดี ว้ ย ให้
เขยี นชอื่ แต่ละคนในวงกลม และยกตัวอยา่ งสั้นๆ วา่ อะไรท่ีแสดงถงึ
ความสัมพันธ์ท่ดี กี บั คนๆ นน้ั เขียนไว้ขา้ งๆ วงกลม
o ใช้เสน้ ทบึ แทนความสมั พนั ธด์ ี

66

• และให้คิดถึงคน ๒ คน ที่เรารู้สึกว่าเรามีความสัมพันธ์ท่ีไม่ค่อยดี ๒
เขยี นชอ่ื หรอื สญั ลกั ษณท์ เ่ี รารวู้ า่ หมายถงึ ใครในกลอ่ งสเ่ี หลย่ี ม และให้
บอกว่าอะไรท่ีแสดงถึงความสัมพันธ์ท่ีไม่ค่อยดีเขียนไว้ข้างๆ กล่อง
สี่เหลี่ยม
o ใช้เส้นประแทนความสัมพันธ์ท่ไี ม่ดี

แผนภูมคิ วามสมั พันธข์ องฉัน

ฉนั

๓. เม่ือทุกคนท�ำเสรจ็ ถามนักเรียนว่า
• คนท่ีเรารูส้ กึ วา่ มีความสมั พันธท์ ีด่ ดี ว้ ย อะไรท่ที �ำให้เรารสู้ ึกว่าดี
• ในสว่ นที่เป็นความสัมพนั ธ์ไม่ดี มนั ไม่ดอี ย่างไร

ขอฟังค�ำตอบอย่างละ ๔-๕ คน
๔. ครูแบ่งนักเรียนเปน็ ๖ กลุม่ แจกแผ่นกจิ กรรม “แบบไหนเรยี กวา่ ความ
สมั พนั ธ์ดี – ไม่ดี” ให้แต่ละกลมุ่ โดยให้

• กลุ่ม ๑-๒ คิดเร่ืองความสัมพันธใ์ นครอบครัว
• กลุ่ม ๓-๔ คิดเรอื่ งความสมั พันธ์กบั เพื่อน
• กลุ่ม ๕-๖ คดิ เรื่องความสัมพนั ธ์กบั แฟน

67

แตล่ ะกลุม่ จะชว่ ยกนั ตอบโจทย์ ๔ ข้อ ได้แก่
๑) สง่ิ ทีเ่ หน็ “คนในครอบครวั | เพอื่ น | แฟน” ทม่ี คี วามสัมพนั ธ์ทีด่ ี
ท�ำ/ปฏิบตั ิตอ่ กนั คือ...
๒) “ค�ำพูด” ท่มี ักไดย้ ิน “คนในครอบครวั | เพือ่ น | แฟน” ท่ีมีความ
สมั พันธท์ ี่ดพี ดู กนั คือ...
๓) คนที่มคี วามสัมพนั ธท์ ดี่ ีกบั “คนในครอบครัว | เพอื่ น | แฟน” มัก
จะรู้สกึ อย่างไร
๔) การกระท�ำ/การปฏิบัติต่อกันท่ีฉันเคยเห็น และค�ำพูดที่ฉันเคยได้ยิน
จากคนทมี่ คี วามสมั พนั ธท์ ไ่ี มด่ กี บั “คนในครอบครวั | เพอ่ื น | แฟน”

๕. ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ น�ำเสนอ และครจู ดประเดน็ หรอื ลกั ษณะส�ำคญั ทสี่ ะทอ้ นถงึ
การมีสมั พนั ธภาพทดี่ ี/ไมด่ ี เพ่ือน�ำมาสรุป

• ครูอาจใชล้ ักษณะหรือองค์ประกอบ ๗ ขอ้ ของการมสี มั พนั ธภาพท่ีดี
กับเพอื่ น คนในครอบครวั หรอื แฟนเปน็ แนวทางในการสรุป (เตรียม
เขยี นไวบ้ นฟลปิ ชารท์ ) ดงั นี้
๑) การเคารพ ใหเ้ กยี รติ และยอมรับกนั
๒) รู้สกึ ปลอดภยั
๓) ใส่ใจความรสู้ กึ กัน
๔) ปฏิบตั ิตอ่ กันด้วยความเสมอภาคและยตุ ิธรรม
๕) ซื่อสตั ยแ์ ละไวว้ างใจ
๖) พูดคยุ กนั ไดอ้ ย่างตรงไปตรงมา
๗) มคี วามสุขดว้ ยกนั

(ครคู วรอา่ นรายละเอยี ดค�ำอธบิ ายแตล่ ะขอ้ เพอ่ื ท�ำความเขา้ ใจลว่ งหนา้ และ
น�ำมาเชอ่ื มโยงกับค�ำตอบของนักเรยี น)
68

๖. ครทู วนองคป์ ระกอบของความสมั พันธ์ที่ดี ๗ ข้อ และถามนกั เรยี นว่า ๒
• ส�ำหรับนักเรียน นักเรียนคิดว่า ข้อไหนส�ำคัญท่ีสุดในการสร้าง
สมั พนั ธภาพท่ดี ี ขอฟงั ๔-๕ คน พรอ้ มเหตุผล

๗. ครูสรุปการเรียนรู้ว่า เราได้ลองคุยกันว่า แบบไหนคือความสัมพันธ์ท่ีดี
และแบบไหนคือความสัมพันธ์ท่ีไม่ดี และได้เห็นองค์ประกอบส�ำคัญท่ีช่วยให้เรามี
สมั พนั ธภาพทด่ี ไี ด้ ดงั นนั้ หากเราอยากมสี มั พนั ธภาพทดี่ กี บั ทกุ คนในทกุ รปู แบบความ
สมั พนั ธ์ เราเลอื กไดว้ า่ เราจะปฏบิ ตั ติ อ่ คนทเี่ รามคี วามสมั พนั ธด์ ว้ ยอยา่ งไร และอยาก
ใหเ้ ขาปฏบิ ตั ิกบั เราอยา่ งไร
๘. ขอให้นกั เรียนทุกคนเขียนชอ่ื ตนเองบนแผน่ “แผนภมู คิ วามสัมพันธ์ของ
ฉนั ” และส่งครพู รอ้ มแผ่นกจิ กรรมกลมุ่

69

แผ่นกิจกรรม

แบบไหนเรียกวา่ ความสัมพันธ์ดี – ไมด่ ี ใน “ครอบครวั ”

สิ่งที่ฉนั เหน็ คนในครอบครัวท�ำ ทม่ี ีความ “ค�ำพดู ” ที่ฉันมกั ได้ยินคนในครอบครัวทีม่ ี
ความสมั พันธท์ ่ดี ตี อ่ กนั พดู กัน คือ...
สมั พันธ์ที่ดีท�ำ/ปฏิบัตติ อ่ กัน
(เขยี นค�ำ ขอ้ ความ หรอื ประโยคทน่ี ักเรยี น
(ให้นกั เรียนวาดหรือเขียนอธิบาย การ
เคยได้ยิน)
กระท�ำ กจิ กรรม หรือพฤตกิ รรม ทส่ี ะทอ้ น
ความสมั พันธ์ที่ด)ี

คนท่ีมีความสมั พนั ธ์ท่ีดกี ับสมาชกิ ใน การกระท�ำ หรือการปฏิบตั ติ อ่ กนั ทฉี่ ันเห็น
ครอบครัว มักจะรสู้ กึ อยา่ งไรบ้าง ? หรือค�ำพดู ท่ฉี ันไดย้ ิน จากคนท่มี คี วาม
(ระบอุ ารมณ์ ความรู้สึกท่ีเกิดขนึ้ ) สมั พันธท์ ่ไี ม่ดใี นครอบครัว มอี ะไรบ้าง
(เขียนหรอื วาดส่งิ ทเ่ี ราเห็น/ไดย้ นิ )

70

แผน่ กจิ กรรม ๒

แบบไหนเรียกวา่ ความสมั พนั ธด์ ี – ไม่ดี ใน “เพ่ือน”

ส่งิ ท่ฉี ันเห็นเพอื่ นทม่ี ีความสมั พนั ธ์ท่ีดีท�ำ/ “ค�ำพดู ” ท่ฉี ันมักไดย้ ินเพ่อื นทีม่ ีความ
สมั พนั ธท์ ่ีดตี อ่ กันพดู กัน คอื ...
ปฏบิ ัติตอ่ กนั
(เขยี นค�ำ ข้อความ หรอื ประโยค
(ใหน้ ักเรียนวาดการกระท�ำ กิจกรรม หรือ
ทีน่ กั เรียนเคยได้ยิน)
พฤตกิ รรม ที่สะท้อนความสมั พันธท์ ด่ี ี)

คนทม่ี ีความสมั พันธท์ ่ีดกี บั เพ่อื นมักจะรสู้ กึ การกระท�ำ หรอื การปฏิบัติต่อกนั ทีฉ่ นั เห็น
อยา่ งไรบา้ ง ? และ/หรอื ค�ำพูดท่ีฉันไดย้ ิน จากคนท่มี ี
(ระบอุ ารมณ์ ความร้สู ึกท่ีเกดิ ขึ้น) ความสมั พันธ์ท่ีไมด่ กี ับเพื่อน มอี ะไรบ้าง
(เขยี นหรอื วาดสงิ่ ทเี่ ราเห็น/ได้ยิน)

71

แผน่ กิจกรรม

แบบไหนเรียกวา่ ความสัมพนั ธด์ ี – ไมด่ ี ใน “แฟน”

สงิ่ ทฉ่ี ันเห็นคนเปน็ แฟนกัน ทีม่ ีความสมั พันธ์ “ค�ำพูด” ทฉ่ี นั มกั ไดย้ นิ คนท่เี ปน็ แฟนกันท่มี ี
ที่ดที �ำ/ปฏบิ ัตติ ่อกนั ความสมั พันธ์ท่ีดพี ดู กัน คอื ...
(ใหน้ ักเรียนวาดการกระท�ำ กจิ กรรม หรอื (เขยี นค�ำ ข้อความ หรอื ประโยค
พฤติกรรม ท่ีสะท้อนความสมั พันธท์ ี่ดี) ท่ีนักเรียนเคยไดย้ ิน)

คนทเี่ ป็นแฟนกนั ท่มี คี วามสมั พนั ธ์ทด่ี ี การกระท�ำ หรือการปฏิบตั ิตอ่ กนั ทฉ่ี ันเห็น
เขามกั จะรสู้ กึ อย่างไรบ้าง ? และ/หรือค�ำพูดที่ฉนั ไดย้ นิ จากคนทเ่ี ป็น
(ระบอุ ารมณ์ ความรู้สกึ ที่เกดิ ขน้ึ ) แฟนกัน แต่มีความสมั พนั ธท์ ่ีไม่ดี
มีอะไรบ้าง
(เขียนหรือวาดส่งิ ทเ่ี ราเหน็ /ได้ยนิ )

72

ข้อมลู เพม่ิ เตมิ สำ� หรบั ครู ๒

องค์ประกอบ ๗ ข้อของการมีสมั พันธภาพทด่ี ี

(๑) การเคารพ ให้เกยี รติ และยอมรบั กัน
การได้รับการยอมรับในความเปน็ ตัวเรา เชน่ เพอ่ื นหรอื แฟนไม่บังคับหรอื กดดนั
ให้เราท�ำในส่ิงที่เราไม่ชอบ รู้สึกอึดอัด ไม่อยากท�ำ คาดหวังให้เราเป็นในสิ่งที่เราไม่ใช่ หรือ
ครอบครัวสนับสนุนและจัดสรรเวลาให้เราท�ำในส่ิงที่เราสนใจ/ชอบ นอกจากหน้าท่ีรับผิดชอบ
อน่ื ๆ ในครอบครัว รวมทัง้ การยอมรบั ฟงั ความคดิ เหน็ ท่ีอาจแตกต่างกนั
(๒) รู้สึกปลอดภัย
สมั พนั ธภาพที่ดตี ้องท�ำใหเ้ ราร้สู ึกปลอดภัยทงั้ ทางร่างกายและความรู้สึก ในด้าน
ความร้สู กึ คอื เรารู้สึกสบายใจ ไมอ่ ึดอดั เวลาอยู่ดว้ ยกัน ไม่วา่ กับเพื่อนหรอื แฟน ไม่มีความรสู้ กึ
กลวั หรือหวาดระแวงว่าอาจถกู ท�ำให้เสียความรสู้ กึ เสียความม่นั ใจ หรอื เสยี ใจ ไม่ว่าดว้ ยค�ำ
พดู หรือการกระท�ำ รวมทง้ั มั่นใจวา่ เพอ่ื นหรือแฟนจะไมท่ �ำใหเ้ ราเจ็บตวั
(๓) ใสใ่ จความรสู้ ึกกนั
ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเพ่ือนหรือแฟนต้องใส่ใจความรู้สึกกันและกัน เข้าใจ
อารมณ์ ความต้องการ สถานการณท์ ่ีเราตอ้ งเผชิญ และพยายามช่วยสนับสนนุ และจัดการให้
เราสบายใจ ไม่อดึ อัด เช่น หากเราไมส่ ามารถไปเท่ยี วด้วยได้ เพราะมีภารกิจความจ�ำเป็นอย่าง
อื่นกจ็ ะไม่บังคับหรือท�ำให้เรารู้สกึ ผิด หรอื ไมเ่ ปน็ ส่วนหน่งึ ของกลุ่ม เป็นต้น
(๔) ปฏิบตั ิตอ่ กนั ด้วยความเสมอภาคและยุตธิ รรม
ความสัมพนั ธ์ทด่ี ีจะเปิดโอกาสใหแ้ ตล่ ะคนมีส่วนร่วมในการเลอื ก ก�ำหนด แสดง
ความคิดเห็น และมสี ว่ นร่วมในการตดั สนิ ใจเรอื่ งตา่ งๆ ในความสมั พนั ธ์เท่าๆ กัน ไมใ่ ชฝ่ ่าย
หนง่ึ ต้องเช่ือ และท�ำตามอกี ฝา่ ยหน่ึงเสมอไป
(๕) ซอื่ สัตย์และไว้วางใจ
ความสัมพันธ์ท่ีดีต้องมีความไว้วางใจกัน ซ่ึงจะเกิดขึ้นได้เม่ือเรามีความซ่ือสัตย์
ไมโ่ กหกกนั

73

(๖) พดู คยุ กันได้อย่างตรงไปตรงมา
ความสัมพนั ธท์ ่ดี สี ามารถบอกความรู้สกึ ที่มีต่อกนั ได้ คุยกันอยา่ งเปดิ ใจ บอกได้
ทง้ั ความรู้สกึ ทีด่ แี ละไม่ดี พรอ้ มรับฟงั ความคิดความรู้สึกของอกี ฝ่าย ไมใ่ ช้ค�ำพดู ท่อี าจท�ำร้าย
จติ ใจของอีกฝ่าย ใช้เหตผุ ลในการพดู คยุ ท�ำความเขา้ ใจกนั
(๗) มีความสุขด้วยกนั
ในความสัมพันธ์ท่ีมี ไม่ว่ากับเพื่อนหรือแฟน หากมีเร่ืองท่ีมักท�ำให้เรารู้สึกไม่ดี
อดึ อัด เสียใจ อาจตอ้ งพจิ ารณาวา่ คงไม่ใชค่ วามสมั พนั ธ์ท่ดี แี ลว้ ในขณะเดยี วกนั เราตอ้ งรจู้ ัก
สงั เกต ถามความรสู้ ึกของคนรอบข้างท่เี รามีความสมั พันธ์ด้วยว่า เราเป็นฝา่ ยท�ำให้เขารสู้ ึกไม่
ดี อดึ อัดบ้างหรือไม่ อยา่ งไร เพื่อปรับตัวและช่วยกนั ท�ำให้ทั้งสองฝา่ ยร้สู กึ ดกี บั สมั พนั ธภาพท่มี ี
74

แผนการเรยี นร้ทู ี่ ๓

อะไรจรงิ เร่ืองอารมณ์เพศ

แผนการเรียนรู้ที่ ๓

อะไรจริง เร่อื งอารมณเ์ พศ

สาระส�ำคัญ

อารมณ์เพศ เป็นหน่ึงในพัฒนาการที่เกิดขึ้นในช่วงวัยรุ่น วัยรุ่นอาจมีการ
รับรูเ้ ร่อื งอารมณ์เพศจากชอ่ งทางตา่ งๆ ซึ่งอาจเปน็ ข้อมูลทไ่ี มถ่ กู ตอ้ ง หรอื เป็นความ
เชอ่ื ผิดๆ ทอ่ี าจสง่ ผลตอ่ สขุ ภาวะทางเพศ ดงั น้ัน การท�ำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้
นักเรียนมีความรู้ท่ีถูกต้องเป็นพื้นฐาน และตระหนักว่าเร่ืองเพศเป็นเร่ืองท่ีพูดคุย
กันได้

วัตถปุ ระสงคก์ ารเรียนรู้

๑) ส�ำรวจและแยกแยะสิ่งท่ีรับรเู้ ร่ืองอารมณ์เพศว่าเปน็ เรอ่ื งจรงิ หรอื ไม่
๒) บอกผลกระทบท่ีอาจเกิดขึ้นหากเรามีข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง หรือความเช่ือ
ผดิ ๆ ในเรือ่ งเพศ
๓) แสดงความมน่ั ใจในการพดู คยุ ซกั ถามแลกเปลย่ี นในเรอ่ื งเพศ
แผนการเรยี นรนู้ ี้ มงุ่ สรา้ งเสริมคณุ ลักษณะและทกั ษะสำ� คัญ ดงั นี้

Core Values Core Skills
• การเคารพความแตกตา่ ง • การร้จู กั ตนเอง
• ความมั่นใจในตนเอง • การคดิ วเิ คราะห์
• ความรับผดิ ชอบ • การประเมินผลกระทบ
• ความปลอดภัย • การหาความช่วยเหลอื
• การส่ือสาร
76

ระยะเวลา ๓

๖๐ นาที (๑ คาบเรียน)


อุปกรณแ์ ละสอ่ื

• แผ่นกจิ กรรม “อะไรจรงิ เรื่องอารมณ์เพศ” ส�ำหรบั นกั เรยี นทกุ คน
• เตรียมเขียนหัวข้อตอ่ ไปน้ีบนฟลิปชารท์ ขอ้ ละ ๑ แผน่ เพอ่ื ใหน้ ักเรียน
เขยี นตอบ

o เรื่องเพศทเ่ี รารู้จากเพ่อื น
o เรอื่ งเพศที่เรารู้จากอินเทอรเ์ นต็
o เรื่องเพศที่เรารู้จากโทรทัศน์
o เร่ืองเพศที่เรารจู้ ากพ่อแม่
o เร่ืองเพศทเี่ รารู้จากครู
o เรื่องเพศท่ีเรารจู้ ากชอ่ งทางอน่ื ๆ ระบชุ อ่ งทาง และเรื่องที่เรารบั รู้
• ปากกาเคมี และกระดาษกาว


ข้อเสนอแนะสำ� หรบั ผจู้ ัดการเรยี นรู้

แผนการเรียนรูน้ ้ตี ้องการท�ำความเขา้ ใจกับนักเรยี นเรอื่ งอารมณ์เพศ ซ่งึ เป็น
สว่ นหนง่ึ ของพฒั นาการในชว่ งเข้าสูว่ ัยรนุ่ ครูควรพูดคยุ เร่ืองน้อี ย่างปกติ เพื่อแสดง
ให้เห็นว่าเร่ืองเพศเป็นเรื่องที่พูดคุยกันได้ การเตรียมศึกษาข้อมูลล่วงหน้าจะช่วยให้
ครพู ดู คยุ ไดง้ า่ ยขน้ึ หากนกั เรยี นถามค�ำถามทค่ี รไู มร่ หู้ รอื ไมม่ นั่ ใจ ใหบ้ อกนกั เรยี นวา่
จะไปหาข้อมลู และกลบั มาคยุ กนั ในครั้งหนา้

ประเมินผลการเรยี นรู้

๑. สังเกตความสนใจในการท�ำกิจกรรมรว่ มกัน
๒. สงั เกตความมน่ั ใจในการแลกเปลย่ี น ตง้ั ค�ำถาม และตอบค�ำถามในเรอ่ื ง
เพศ

77

ข้นั ตอนการจัดการเรยี นรู้

๑. บอกนักเรียนว่า วันนี้ครูมีค�ำถามที่จะมาขอความรู้จากนักเรียน เพราะ
เปน็ เร่อื งทีเ่ ก่ยี วกบั วัยของพวกเรา

´• นกั เรยี น ป.๖ สว่ นใหญ่รเู้ รื่องเพศจากใคร หรือจากช่องทางไหนบ้าง
(ขอใหช้ ว่ ยกนั บอกใหม้ ากทีส่ ดุ )
o ครจู ดค�ำตอบไวบ้ นกระดาน

๒. ครสู รปุ วา่ จากค�ำตอบจะเหน็ วา่ คนในวยั พวกเราไดร้ บั ขอ้ มลู เรอ่ื งเพศจาก
หลายชอ่ งทางมาก ครอู ยากใหพ้ วกเราชว่ ยกนั บอกวา่ เราไดร้ เู้ รอ่ื งอะไรบา้ งจากแตล่ ะ
ช่องทาง

• ครเู ตรยี มกระดาษฟลิปชารท์ และหัวขอ้ ติดไวร้ อบๆ ห้อง หรอื วางไว้
บนพนื้ และอา่ นใหน้ ักเรยี นฟัง
o เรื่องเพศที่เรารูจ้ ากเพ่อื น
o เรอ่ื งเพศทีเ่ รารจู้ ากอินเทอรเ์ น็ต
o เร่ืองเพศทเ่ี รารู้จากโทรทศั น์
o เรอื่ งเพศทเี่ ราร้จู ากพอ่ แม่
o เรอ่ื งเพศทเ่ี รารู้จากครู
o§ เรอ่ื งเพศทเี่ รารจู้ ากชอ่ งทางอน่ื ๆ ระบชุ อ่ งทาง และเรอ่ื งทเี่ รารบั รู้

• ใหเ้ วลานักเรียนช่วยกันเขยี น ขอให้แต่ละคนเขียนทุกแผ่น ถ้าซำ้� กับ
เพื่อนให้ท�ำเครอ่ื งหมาย / ไว้ด้านหลัง และเขียนขอ้ อ่นื ๆ เพิม่

·• ให้เวลา ๑๐ นาที กระต้นุ ให้นักเรียนช่วยกนั ตอบ
๓. เมอ่ื หมดเวลา ครชู วนดคู �ำตอบของแตล่ ะแผน่ ทนี่ า่ สนใจ และชวนนกั เรยี น
คุยวา่ (ในเวลา ๑๐ นาที)

• นกั เรยี นคดิ วา่ เรอ่ื งเพศทเ่ี รารบั รจู้ ากชอ่ งทางตา่ งๆ เชอ่ื ถอื ไดท้ ง้ั หมด
หรือไม่ เพราะเหตใุ ด

78

• นกั เรียนคิดว่า แหลง่ ข้อมลู ไหนท่ีนา่ เชอ่ื ถือมากทส่ี ดุ เพราะอะไร ๓
• เรามีวิธรี ูไ้ ด้อย่างไรวา่ ข้อมลู นนั้ ๆ จริงหรือไมจ่ รงิ
๔. ครชู ี้แจงวา่ ครมู ตี ัวอยา่ งเรอื่ งเพศมาให้นักเรยี นพจิ ารณาว่า จรงิ หรอื ไม่
จริง

• แจกแผ่นกจิ กรรม อะไรจริง เร่อื งอารมณ์เพศ ใหน้ กั เรียนคนละ ๑ ใบ
ให้เวลาท�ำ ๕ นาที

• หากสังเกตว่านักเรียนอ่านไม่คล่อง ครูอ่านข้อความทีละข้อและให้
นักเรียนตอบไปพรอ้ มๆ กัน

๕. เมอื่ ทกุ คนท�ำเสร็จทกุ ข้อแล้ว ครอู า่ นข้อความทลี ะขอ้ และขอฟังค�ำตอบ
พรอ้ มเหตุผลจากคนทตี่ อบจริง และไมจ่ ริง ก่อนทจี่ ะเฉลยและอธบิ ายเพ่มิ เตมิ

• ครใู ช้แนวทางการอธบิ ายจากเอกสารประกอบ
๖. เม่ือครบทงั้ ๘ ข้อถามนกั เรียนว่า

• นักเรียนมีค�ำถาม หรือข้อสงสัยอะไรอีกในเร่ืองอารมณ์เพศ ความ
ตอ้ งการทางเพศ และการชว่ ยตวั เอง
o หากมีให้ครูตอบค�ำถาม หากค�ำถามไหนที่ยังไม่แน่ใจในค�ำตอบ
ให้บอกนักเรียนว่า จะกลับมาตอบในคาบตอ่ ไป

• ครถู ามนกั เรยี นวา่ การเรยี นรเู้ รอ่ื งอารมณเ์ พศวนั นี้ มปี ระโยชนอ์ ยา่ งไร
บ้าง

๗. ครสู รุปเพมิ่ เติม ดงั นี้
• อารมณ์เพศหรือความต้องการทางเพศเป็นเร่ืองธรรมชาติ เป็น
พัฒนาการหนงึ่ ทีเ่ กดิ ขึ้นในช่วงวยั รนุ่ แต่ละคนอาจมีพัฒนาการด้าน
นี้ช้า เรว็ แตกต่างกัน
• ความต้องการทางเพศอาจแตกตา่ งกนั ไปในแตล่ ะคน แต่ทกุ คนควร
เรียนรู้ว่า เรามีวิธีการจัดการความต้องการทางเพศได้ และการมี
อารมณ์เพศไมไ่ ดห้ มายความว่าจะต้องมเี พศสมั พันธ์
79

• การชว่ ยตวั เองเปน็ วธิ กี ารหนง่ึ ทปี่ ลอดภยั ในการจดั การความตอ้ งการ
ทางเพศ

• นอกจากนั้น เรายังเห็นว่าวัยรุ่นได้รับข้อมูลเร่ืองเพศหรือแสวงหา
ข้อมูลเร่ืองเพศท่ีอยากรู้จากหลายช่องทาง ส่ิงท่ีต้องตระหนักคือ
ขอ้ มลู หลายอยา่ งในเรอื่ งเพศอาจเปน็ ขอ้ มลู ทไี่ มถ่ กู ตอ้ ง หรอื เปน็ ความ
เช่ือ ซึ่งหากเป็นความรู้ท่ีไม่ถูกต้อง หรือความเช่ือท่ีผิดๆ อาจ
สง่ ผลต่อพฤติกรรมทีไ่ ม่ปลอดภัย หรือไม่ดตี อ่ สขุ ภาวะ

๘. บอกนักเรียนว่า ครูจะกลับไปดูข้อมูลต่างๆ ที่นักเรียนช่วยกันบอกใน
กระดาษฟลิปชาร์ท หากมีประเด็นที่ครูเห็นว่าไม่ถูกต้อง ครูจะน�ำมาคุยกับนักเรียน
ในครงั้ ตอ่ ๆ ไป และหากใครมคี �ำถามเรอ่ื งเพศเพมิ่ เตมิ ใหเ้ ขยี นลงกระดาษ ไมต่ อ้ งใส่
ชื่อ และน�ำมาใส่ในกล่องค�ำถามได้
80

แผ่นกิจกรรม จริง ไม่จริง ๓

อะไรจริง เรือ่ งอารมณ์เพศ

ข้อความต่อไปนี้จรงิ หรือไมจ่ ริง
๑. อารมณเ์ พศเปน็ พัฒนาการหน่ึงเมอ่ื เข้าสวู่ ัยรนุ่
๒. ถ้าเกดิ อารมณ์เพศต้องไปมีเพศสัมพนั ธ์
๓. ถา้ อวยั วะเพศผชู้ ายแขง็ ตวั แปลวา่ ต้องการมเี พศสัมพนั ธ์
๔. ผ้ชู ายมักมีความตอ้ งการทางเพศตลอดเวลา
๕. ผหู้ ญงิ ส่วนใหญ่ไม่คอ่ ยมอี ารมณเ์ พศ
๖. การช่วยตวั เองเป็นวธิ ีการจัดการและผ่อนคลายอารมณเ์ พศ
๗. การชว่ ยตวั เองเป็นเรอ่ื งของผูช้ ายเทา่ นั้น
๘. คนส่วนใหญ่มีเพศสัมพันธ์เพ่ือการมลี ูกเทา่ นนั้

อะไรจริง เรือ่ งอารมณ์เพศ จรงิ ไม่จริง
81
ข้อความต่อไปน้จี รงิ หรอื ไมจ่ ริง
๑. อารมณเ์ พศเปน็ พฒั นาการหน่งึ เมอ่ื เข้าสวู่ ัยรนุ่
๒. ถ้าเกิดอารมณเ์ พศตอ้ งไปมีเพศสัมพันธ์
๓. ถา้ อวยั วะเพศผู้ชายแข็งตวั แปลวา่ ต้องการมีเพศสมั พนั ธ์
๔. ผชู้ ายมกั มีความต้องการทางเพศตลอดเวลา
๕. ผหู้ ญงิ ส่วนใหญ่ไม่คอ่ ยมีอารมณเ์ พศ
๖. การชว่ ยตวั เองเป็นวธิ กี ารจดั การและผอ่ นคลายอารมณ์เพศ
๗. การชว่ ยตัวเองเป็นเรอ่ื งของผชู้ ายเท่านน้ั
๘. คนส่วนใหญ่มเี พศสัมพันธเ์ พอื่ การมลี ูกเท่าน้ัน

เอกสารประกอบ : อะไรจริง เรอ่ื งอารมณเ์ พศ

๑. อารมณเ์ พศเปน็ พัฒนาการหนึ่งเม่อื เข้าสวู่ ัยรุน่
จริง ในช่วงวัยรุ่น มีการพัฒนาการเปลี่ยนแปลงท้ังทางร่างกายและจิตใจ นอกจาก
ร่างกายจะเปล่ียนแปลงเขา้ ส่วู ัยเจรญิ พันธุ์แล้ว เชน่ การมปี ระจ�ำเดอื น และการฝนั เปียก ทั้งหญิง
และชายจะเร่มิ มอี ารมณเ์ พศ
๒. ถ้าเกดิ อารมณ์เพศต้องไปมเี พศสมั พนั ธท์ กุ ครงั้
ไมจ่ ริง การเกดิ อารมณเ์ พศหรอื ความตอ้ งการทางเพศ ไมจ่ �ำเปน็ จะตอ้ งไปมเี พศสมั พนั ธ์
เราสามารถเรียนรวู้ ิธจี ัดการอารมณเ์ พศได้ โดยไมต่ อ้ งมีเพศสัมพนั ธ์
๓. ถ้าอวัยวะเพศผ้ชู ายแขง็ ตัวแปลว่าต้องการมเี พศสัมพันธ์
ไม่จรงิ การแข็งตัวของอวัยวะเพศชายอาจเกิดขึ้นด้วยหลายสาเหตุท่ีไม่เกี่ยวกับความ
ตอ้ งการทางเพศ เชน่ ผู้ชายสว่ นใหญจ่ ะมีอาการอวยั วะเพศแขง็ ตวั เมอ่ื ตืน่ นอนตอนเชา้ ซงึ่ เกี่ยว
กับระดบั ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในร่างกาย
๔. ผ้ชู ายมักคดิ เร่อื งการมีเพศสัมพันธต์ ลอดเวลา
ไม่จริง ผชู้ ายไมไ่ ดค้ ดิ เรอื่ งการมเี พศสมั พนั ธต์ ลอดเวลา ไมว่ า่ คนเพศไหนกม็ คี วามสนใจ
และความตอ้ งการในเรอ่ื งเพศแตกตา่ งกนั ไป ขน้ึ อยกู่ ับบุคคล ไมเ่ กยี่ วกบั เพศ
๕. ผหู้ ญิงสว่ นใหญ่ไม่ค่อยมอี ารมณเ์ พศ
ไมจ่ ริง อารมณ์เพศเป็นเรื่องของแต่ละบุคคล และทุกคนทุกเพศมีระดับความต้องการ
ทางเพศทไ่ี ม่เหมือนกัน และแตกต่างกนั ไปตามสถานการณ์
๖. การชว่ ยตัวเองเป็นวธิ กี ารจัดการและผ่อนคลายอารมณ์เพศ
จริง การชว่ ยตวั เองถอื เป็นเรือ่ งปกตแิ ละเป็นวิธหี นงึ่ ในการจัดการความตอ้ งการทาง
เพศทีป่ ลอดภัย
๗. การช่วยตวั เองเปน็ เร่ืองของผ้ชู ายเท่าน้ัน
ไมจ่ ริง ความตอ้ งการทางเพศเกิดข้นึ ได้ทกุ เพศ ดงั นนั้ การช่วยตัวเองถอื เปน็ เรื่องปกติ
และเป็นวธิ หี น่ึงในการผอ่ นคลายความตอ้ งการทางเพศท่ปี ลอดภัยส�ำหรับทุกคน ทุกเพศ
๘. คนส่วนใหญม่ ีเพศสมั พนั ธ์เพือ่ การมลี กู เทา่ นั้น
ไมจ่ รงิ แม้วิธีการหน่ึงในการมีลูก คือการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างหญิงชาย แต่คนเรามี
เหตผุ ลทแ่ี ตกตา่ งกนั ไปในการมเี พศสมั พนั ธ์ ทสี่ �ำคญั การมเี พศสมั พนั ธค์ วรเปน็ เรอื่ งยนิ ยอมพรอ้ มใจ
ท้งั สองฝา่ ย และค�ำนึงถึงความปลอดภยั มีการป้องกนั ผลกระทบทีต่ ามมา

82

แผนการเรยี นรู้ที่ ๔

เพ่อื นเขา้ ใจเพ่ือนไหม ?

แผนการเรียนรทู้ ่ี ๔

เพอ่ื นเขา้ ใจเพ่ือนไหม ?

สาระสำ� คญั

การจดั การความกดดนั จากเพอื่ นโดยทไ่ี มเ่ สยี จดุ ยนื ของตนเอง และยงั รกั ษา
สัมพันธภาพกับเพื่อนได้เป็นเรื่องส�ำคัญ การใช้วิธีการส่ือสารแบบตรงไปตรงมาด้วย
เหตุผลและความรสู้ กึ ดีกวา่ การหลกี เลยี่ ง โกหก หรอื เก็บความอึดอัดไว้เอง

วตั ถปุ ระสงค์การเรียนรู้

๑) ฝกึ บอกความต้องการของตนเองอยา่ งตรงไปตรงมา เมอื่ ไม่เห็นดว้ ย
กับเพอ่ื นสนิท

๒) ฝกึ การฟงั ความต้องการ และใสใ่ จในความรู้สกึ ของเพ่อื น

แผนการเรียนรู้น้ี มุ่งสร้างเสรมิ คณุ ลกั ษณะและทกั ษะส�ำคญั ดงั นี้

Core Values Core Skills

• การรกั เคารพ และเหน็ คุณค่าของตนเอง • การรจู้ กั ตนเอง
• การเคารพความแตกต่าง • การยนื ยันความร้สู กึ ของตนเอง
• การรู้และเคารพสิทธิ • การส่ือสาร ตอ่ รอง
• ความมน่ั ใจในตนเอง • การรับฟงั
• เสรภี าพในการเลอื ก • การคดิ วเิ คราะห์ แยกแยะ
• ความรับผดิ ชอบ
• การไมใ่ ช้ความรนุ แรง

84

ระยะเวลา ๔

๖๐ นาที (๑ คาบเรยี น)

อปุ กรณแ์ ละสื่อ

• สถานการณส์ มมติ ๓ สถานการณๆ์ ละ ๒ ชดุ
• ฉลากหมายเลข ๑, ๒, ๓ อยา่ งละ ๒ ชนิ้

ขอ้ เสนอแนะส�ำหรับผู้จดั การเรียนรู้
ครคู วรสงั เกตวา่ เดก็ บางคนไมม่ เี พอ่ื นสนทิ หรอื ไมม่ คี นรบั เขา้ กลมุ่ ซง่ึ ครตู อ้ ง

ชว่ ยจดั การให้เดก็ สามารถเขา้ กล่มุ ได้

ประเมินผลการเรียนรู้

๑. สังเกตการวเิ คราะห์/แลกเปลย่ี นของนักเรยี น
๒. สังเกตความสนใจในการท�ำกิจกรรมร่วมกัน
๓. สังเกตการตอบค�ำถาม และความเข้าใจเร่ืองใจเขาใจเรา

ขน้ั ตอนการจดั การเรยี นรู้

๑. ครูถามนักเรียนว่า
• “เพือ่ น” มีไวเ้ พอื่ อะไร
• เราทุกคนมเี พื่อนซี้ เพือ่ นสนทิ ไหม อะไรท�ำใหเ้ ราสนิทกนั
• มบี ้างหรือไม่ที่ บางคร้งั เพือ่ นซ้ีกท็ �ำใหเ้ ราอึดอดั ขอตวั อย่าง ๓-๔ คน

๒. อธบิ ายใหน้ กั เรยี นฟงั วา่ วนั นเ้ี ราจะท�ำกจิ กรรมเกย่ี วกบั “เพอ่ื นสนทิ ” และ
ดูวา่ เราสามารถคุยกบั เพ่อื นสนทิ ได้ทุกเร่ืองหรือไม่ รวมถงึ เรอ่ื งที่บางครั้งเพ่อื นสนทิ
กท็ �ำให้เราอึดอดั

๓. ใหน้ กั เรยี นจบั กลมุ่ ตามความสมคั รใจใหไ้ ด้ ๖ กลมุ่ ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ จบั ฉลาก
วา่ ได้หมายเลขอะไร

85

๔. ครูอธิบายว่าแต่ละหมายเลขจะได้เรื่องไม่เหมือนกัน แจกเร่ืองตาม
หมายเลขทแี่ ตล่ ะกลุม่ ได้ ดงั น้ี

สถานการณท์ ่ี ๑ เพอ่ื นในกลมุ่ ชอบลอกการบา้ นจากเรา ชว่ งแรกกล็ อก
บา้ ง แตช่ ว่ งหลงั ขอลอกเกอื บทกุ วนั จนกระทงั่ วนั หนงึ่
เราตัดสนิ ใจวา่ จะไม่ใหเ้ พ่อื นลอกการบ้านแล้ว

สถานการณ์ที่ ๒ เพื่อนสนิทในกลุ่มมาบอกว่าไปมีเร่ืองกับเด็กห้องอ่ืน
และนัดกันท้าต่อย/ตบหลังเลิกเรียน จึงมาบอกแก๊ง
เราวา่ ขอใหไ้ ปเปน็ เพอ่ื นช่วยกนั ทุกคนในกลมุ่ ตกลง
ไปกับเพอื่ นหมด มเี ราเพียงคนเดยี วท่ีไม่อยากไป

สถานการณท์ ี่ ๓ เพ่ือนๆ นัดจะไปเที่ยวกัน แต่กลัวผู้ปกครองไม่
อนุญาต ทุกคนจึงตกลงว่าให้เราเป็นคนไปบอก
ผู้ปกครองของเพ่ือนๆ ว่าจะมาน่ังท�ำรายงานท่ีบ้าน
เรา แต่เราไมอ่ ยากโกหก

• ใหแ้ ต่ละกล่มุ ชว่ ยกันแลกเปลย่ี น ในเวลา ๑๐ นาที ดงั นี้
๑) เรารสู้ กึ อยา่ งไรหากเราอยู่ในสถานการณท์ ไี่ ดร้ บั
๒) กล่มุ เราคดิ วา่ ในสถานการณ์แบบนั้น เราจะท�ำอย่างไร
๓) หากเราเลือกบอกความรู้สึกที่แท้จริงของเรากับเพื่อนตาม
สถานการณ์ ใหช้ ่วยกันคิดบทสนทนาวา่ เราจะบอก/พดู กบั เพือ่ น
อย่างไร และลองคิดว่าเพื่อนจะตอบอย่างไรได้บ้าง และเราจะ
ยนื ยันสิ่งท่เี รารู้สึก/ต้องการอยา่ งไร
๔) ใหน้ กั เรยี นเตรยี มแสดงบทบาทสมมตวิ า่ เราจะบอกเพอื่ นอยา่ งไร
ในแต่ละสถานการณ์ ในเวลา ๓ นาที

๕. ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ ของแตล่ ะสถานการณแ์ สดงบทบาทสมมตกิ ลมุ่ ละไมเ่ กนิ ๓
นาที

86

๖. เมือ่ ท้ัง ๒ กลมุ่ แสดงบทบาทสมมติของแตล่ ะสถานการณ์ ถามนกั เรียน ๔
ท่เี หลอื วา่

• ชอบวธิ ีการสอ่ื สารของกลุม่ ใดมากกว่ากัน เพราะเหตุใด
• มขี อ้ เสนอถึงวิธีการจัดการสถานการณแ์ บบน้อี ย่างไรอกี บา้ ง
๗. เมอื่ แสดงบทบาทสมมตคิ รบทั้ง ๓ สถานการณ์ ครชู วนคุย ดงั น้ี
• นกั เรยี นคดิ วา่ วธิ กี ารใดดกี วา่ กนั ระหวา่ งการบอกเพอื่ นตรงๆ ในเรอ่ื ง

ที่เราไม่เห็นด้วยหรืออึดอัด กับการเล่ียงท่ีจะไม่พูดและยอมท�ำตาม
เพือ่ นๆ ไป เพราะเหตุใด
• การบอกความรสู้ กึ หรอื ความตอ้ งการของเรากบั เพอื่ นแบบตรงไปตรง
มาเปน็ เรื่องยากหรอื ง่าย เพราะอะไร
• ใครร้สู กึ ท�ำยาก เพราะอะไร ใครรู้สกึ เราท�ำได้ เพราะอะไร
• ใครเคยท�ำแล้วบ้าง ผลเป็นอย่างไร
• หากเป็นสถานการณ์จริง เราคิดว่ายากหรือง่ายท่ีจะบอกกับเพ่ือน
ตรงๆ
• ถา้ เราบอกเหตผุ ลกบั เพอ่ื นตรงๆ แลว้ แตเ่ พอื่ นไมย่ อม เราท�ำอยา่ งไร
• เพราะเหตุใด จึงเกิดเหตุการณ์แบบกดดันหรอื บังคับเพอ่ื นในกลุม่ ให้
ท�ำโดยเพ่ือนไม่ยนิ ยอม
• หากเราเป็นฝ่ายท่ีกดดันเพอื่ น และเพ่อื นบอกเราตรงๆ วา่ ไมอ่ ยาก
ท�ำ ไม่เห็นดว้ ย เราจะรูส้ กึ อย่างไร
• จากกจิ กรรมวนั นี้ นกั เรยี นไดข้ อ้ สรปุ เรอ่ื งความเปน็ เพอื่ นอยา่ งไรบา้ ง
๘. ครูสรุปประเด็นเพ่มิ เตมิ ดังนี้
• เพ่ือนมีความส�ำคัญมากกับวิถีชีวิตวัยรุ่น โดยเฉพาะเพื่อนสนิทท่ีมี
ความผกู พนั กบั เรา ในบางครงั้ ความคาดหวงั ของเพอ่ื นทม่ี ตี อ่ ตวั เราก็
เป็นแรงกดดันให้เราต้องท�ำบางอยา่ งในสิง่ ทไ่ี มอ่ ยากท�ำ

87

• การบอกความรู้สึกของเราอย่างตรงไปตรงมาให้เพื่อนรับรู้เป็นเรื่อง
ส�ำคญั ซึง่ ดกี วา่ การไมบ่ อก บอกอ้อมๆ หรือโกหก และมีผลดีต่อการ
พฒั นาความสัมพันธใ์ นฐานะเพื่อน เพราะท�ำใหเ้ พอื่ นรจู้ ักและเข้าใจ
ตัวตนของเราได้มากขน้ึ

• ในขณะเดยี วกัน เราตอ้ งส�ำรวจตัวเองดว้ ยวา่ เราเคยกดดนั หรอื เรยี ก
รอ้ งให้เพือ่ นท�ำ โดยไมส่ นใจว่า เพื่อนจะรู้สกึ อยา่ งไรหรอื ไม่ และเรา
สามารถรบั ฟังเพื่อนได้หรือไม่ หากเพื่อนบอกความรสู้ กึ กับเราตรงๆ
หรอื แสดงความเหน็ ตา่ ง หรือไม่เหน็ ด้วยกับเรา

• การเปน็ เพอื่ นกนั ไมไ่ ดแ้ ปลวา่ เราตอ้ งคดิ เหมอื นกนั ท�ำทกุ อยา่ งเหมอื น
กนั เหน็ ตรงกันในทุกเรอื่ ง เพราะแตล่ ะคนมีความเปน็ ตวั ของตวั เอง
และการทเี่ ราคบกันเป็นเพื่อน เพราะแต่ละคนมคี ณุ สมบัติ และความ
น่าสนใจในแบบของตัวเองอกี หลายอย่าง ท่ีท�ำให้เราอยากเป็นเพอ่ื น
ด้วย

88

แผนการเรียนรู้ท่ี ๕

แสดงความรกั มหี ลายวิธี

แผนการเรียนร้ทู ่ี ๕

แสดงความรกั มหี ลายวิธี

สาระสำ� คญั

การแสดงความรกั กบั คนพเิ ศษ มกั จะเหน็ ไดใ้ นชวี ติ ประจ�ำวนั และจากสอ่ื แต่
การแสดงออกบางอย่างก็เป็นเร่ืองที่ต้องค�ำนึงถึงผลกระทบท้ังต่อตนเองและคู่ รวม
ท้ังคนรอบข้าง การบอกกล่าวถึงความชอบหรือไม่ชอบในการแสดงออกจึงเป็นเรื่อง
ส�ำคญั

วัตถปุ ระสงคก์ ารเรียนรู้

๑) ระบวุ ิธกี ารแสดงออกซึ่งความรักอย่างน้อย ๓ วิธี
๒) ไดฟ้ งั ความรสู้ กึ ทแ่ี ตกตา่ งของแตล่ ะคนวา่ ชอบ/ไมช่ อบการแสดงออก
แบบใด
๓) บอกผลกระทบของการแสดงออกเรือ่ งความรกั ในวธิ ีตา่ ง ๆ

90

แผนการเรียนรูน้ ้ี มงุ่ สรา้ งเสริมคุณลักษณะและทกั ษะสำ� คญั ดงั น้ี

Core Values Core Skills ๕
• การรกั เคารพ และเหน็ คณุ คา่ ตัวเอง • การสรา้ งสัมพนั ธภาพ
• การเคารพความแตกตา่ ง • การอดทน อดกลัน้
• การรู้และเคารพสทิ ธิ • การตดั สนิ ใจ
• เสรีภาพในการเลอื ก • การประเมนิ ผลกระทบ
• ความรับผิดชอบ • การคิด วิเคราะห์
• ความปลอดภัย
• ความเท่าเทียม
• การไมเ่ อาเปรียบผู้อ่ืน

ระยะเวลา

๖๐ นาที (๑ คาบเรยี น)

ข้อเสนอแนะส�ำหรับผูจ้ ัดการเรยี นรู้

การรู้สึกพิเศษกับใครบางคนเป็นเร่ืองธรรมดาท่ีเกิดขึ้นได้ในช่วงเข้าสู่วัยรุ่น
นักเรียนอาจเรียกว่า เป็นแฟนกัน และแสดงความเห็นในเรื่องการแสดงความรักใน
แผนการเรยี นรนู้ ต้ี ามความคดิ เหน็ ของนกั เรยี น ซง่ึ อาจมบี างเรอื่ งทคี่ รอู าจรสู้ กึ วา่ เกนิ
เลยหรือนอกกรอบวฒั นธรรมไปบ้าง หากแต่ครูไม่ควรชผี้ ิด/ถกู ควรใชเ้ ปน็ โอกาสใน
การชวนเดก็ คดิ และวเิ คราะหว์ า่ ในแตล่ ะทางเลอื กในการแสดงออกเรอ่ื งความรกั อาจ
ส่งผลกระทบอะไรได้บ้าง

ประเมินผลการเรยี นรู้
๑. สงั เกตการรับฟังความเหน็ /แลกเปลยี่ นระหว่างกนั
๒ สงั เกตความสนใจในการท�ำกิจกรรมร่วมกนั
๓. สังเกตการตอบค�ำถามว่า นักเรียนเรียนรู้เร่ืองการแสดงออกเร่ือง
ความรักจากไหน 
91

ขัน้ ตอนการจัดการเรยี นรู้

๑. ครถู ามนักเรียนว่า
• วยั ร่นุ สว่ นใหญ่ มแี ฟนกันในช่วงอายเุ ท่าไร
• ถ้าเราจะมแี ฟนสกั คน เราอยากได้แฟนแบบไหน
• สมุ่ ถามนกั เรียนคละเพศ ๔ – ๕ คนให้ตอบ

๒. แบ่งกลมุ่ ยอ่ ยกลมุ่ ละประมาณ ๔ – ๕ คน
• ให้กลุ่มช่วยกันบอกว่า คุณสมบัติของคนท่ีเราอยากเป็นแฟนเป็น
อย่างไร
• ให้เวลา ๗ นาที
• จากนั้น ให้กลุ่มชว่ ยกันพิจารณาว่าจากคุณสมบัตทิ ้งั หมดท่กี ลุม่ ชว่ ย
กันระดม ใหเ้ ลอื กคณุ สมบตั สิ �ำคัญทีส่ ดุ ๓ ข้อของการเป็นแฟน

๓. ครูขอให้แต่ละกลุ่มน�ำเสนอ ๓ ข้อส�ำคัญ และรวบรวมให้เห็นว่ามี
คณุ สมบตั อิ ะไรบา้ ง ทพี่ วกเราอยากใหม้ ใี นตวั แฟน และชวนตงั้ ขอ้ สงั เกตวา่ คณุ สมบตั ิ
เหลา่ นี้ เราไมไ่ ดแ้ บ่งเพศ ไมว่ ่าแฟนเราจะเปน็ เพศอะไร แต่เราก็อยากให้มคี ณุ สมบัติ
แบบนี้ (ยกตัวอย่างท่นี ักเรยี นเลอื กมาประกอบ)

• นักเรียนคิดว่า คนท่ีเป็นแฟนกันจ�ำเป็นต้องเป็นคนต่างเพศ แบบ
หญงิ กับชาย หรือไม่ เพราะเหตใุ ด

• หากผหู้ ญงิ เปน็ แฟนกบั ผหู้ ญงิ ผชู้ ายเปน็ แฟนกบั ผชู้ ายเปน็ เรอื่ งยอมรบั
ได้หรือไม่ เพราะเหตใุ ด

๔. ครสู รุปในขน้ั ตอนนวี้ ่า
• เมอ่ื เราเรม่ิ เขา้ สวู่ ยั รนุ่ เปน็ หนมุ่ สาว จนถงึ วยั ผใู้ หญ่ หลายคนจะมแี ฟน
หรอื คนพเิ ศษ หรือคนทีส่ นทิ ใกลช้ ิดมากกว่าเพ่ือน แต่บางคนกไ็ ม่มี
ซึ่งไม่ใชเ่ รื่องแปลก เพราะไม่จ�ำเปน็ ทท่ี ุกคนตอ้ งมแี ฟน
• นอกจากนั้น คนท่ีเราเป็นแฟนกนั อาจเปน็ คนเพศเดียวกนั หรือต่าง
เพศกไ็ ด้ ขนึ้ อยกู่ บั รสนยิ มทางเพศของแตล่ ะบคุ คล ไมใ่ ชเ่ รอื่ งผดิ ปกติ

92

๕. วันน้ี ครูจะชวนให้พวกเราดูว่าเมื่อเรารู้สึกพอใจใครเป็นพิเศษ รู้สึกรัก ๕
และอยากแสดงความรัก เราสามารถแสดงความรกั ได้แบบใดบ้าง ให้นกั เรยี นอยู่ใน
กลมุ่ เดิม และให้ชว่ ยกันระดมความคดิ เหน็ ให้มากที่สุดว่า

• “ถ้าเรามแี ฟน อยากให้แฟนแสดงความรกั ต่อเราแบบน้ี.....”
• “ถ้าเรามีแฟน เราไม่อยากให้แฟนแสดงความรักแบบไหน พร้อม

เหตผุ ล”
๖. ใหเ้ วลา ๗ นาที และขออาสาสมคั รกลุ่มแรกน�ำเสนอ และให้กลมุ่ อ่นื ๆ
เพิม่ เติมค�ำตอบท่ีแตกตา่ ง
๗. ครชู วนคุย ดังนี้

• มีการแสดงความรกั ข้อไหนบ้าง ที่เราแปลกใจ
• เราจะรู้ได้อย่างไรว่า อีกฝ่ายก�ำลังรู้สึกดีหรือไม่ดีต่อการแสดงความ

รักในรูปแบบตา่ งๆ
• การแสดงออกถึงความรักรูปแบบไหนบ้าง ที่อาจจะส่งผลกระทบใน

ทางลบ เพราะเหตใุ ด
• เราได้เรยี นรู้อะไรในวันน้ี ท่เี ราจะน�ำไปใช้
๘. ครสู รุปการเรียนรู้ และเพม่ิ เติมว่า
• การแสดงออกซง่ึ ความรกั มไี ด้หลายวิธี และไมจ่ �ำเป็นตอ้ งเหมือนกัน

ในทุกคู่ หรือต้องเปน็ ไปตามทีเ่ ราเห็นจากละครหรอื สือ่ เท่านนั้
• สิ่งส�ำคัญในการแสดงออกซึ่งความรักคือต้องค�ำนึงถึงความรู้สึกของ

อีกฝ่าย
• หากเรารสู้ กึ ไมด่ ตี อ่ การแสดงออกของอกี ฝา่ ย การบอกความรสู้ กึ อยา่ ง

ตรงไปตรงมาเปน็ เร่ืองส�ำคญั เพื่อใหอ้ ีกฝา่ ยเข้าใจความรูส้ ึกของเรา

93

สงิ่ สำ�คัญในการ
แสดงออกซึ่งความรัก

คอื ตอ้ งคำ�นงึ ถึง
ความรู้สกึ ของอีกฝ่าย

แผนการเรยี นรทู้ ี่ ๖

กนั ดีกว่าแก้

แผนการเรยี นรู้ท่ี ๖

กันดีกวา่ แก้

สาระสำ� คัญ

การปอ้ งกนั ไมใ่ หเ้ กดิ ปญั หาเปน็ เรอ่ื งทด่ี ี และงา่ ยกวา่ การแกไ้ ขเมอ่ื เกดิ ปญั หา
ขนึ้ มาแลว้ โดยเฉพาะปญั หาทตี่ ามมาจากการมเี พศสมั พนั ธโ์ ดยไมไ่ ดป้ อ้ งกนั คอื การ
ตั้งท้อง และการติดโรค ดังน้ัน เราควรมีข้อมูลว่า วิธีใดเป็นการป้องกันท่ีมี
ประสิทธภิ าพ

วตั ถปุ ระสงค์การเรียนรู้

๑) ระบุผลท่ตี ามมาจากการมีเพศสมั พนั ธ์โดยไมป่ ้องกัน
๒) จ�ำแนกวธิ กี ารปอ้ งกนั การตงั้ ครรภท์ มี่ ปี ระสทิ ธภิ าพสงู กบั ประสทิ ธภิ าพตำ่�
๓) เลอื กวิธีการปอ้ งกันทเ่ี หมาะสมกบั ตนเอง

แผนการเรียนรนู้ ี้ มงุ่ สรา้ งเสรมิ คุณลกั ษณะและทกั ษะสำ� คญั ดงั นี้

Core Values Core Skills
• ความปลอดภัย • การดูแลสุขอนามยั
• การเคารพความแตกต่าง • การคดิ วเิ คราะห์ แยกแยะ
• เสรีภาพในการเลอื ก • การประเมินผลกระทบ
• ความรับผิดชอบ • การตัดสินใจ
• ความเท่าเทียม • การหาแหล่งบริการชว่ ยเหลือ
• การไมเ่ อาเปรยี บผู้อ่ืน

96

ระยะเวลา ๖

๖๐ นาที (๑ คาบเรยี น)

อปุ กรณแ์ ละสอ่ื

ตวั อยา่ งถงุ ยาง และวธิ ีคมุ ก�ำเนิด

ข้อเสนอแนะสำ� หรับผู้จดั การเรียนรู้

แผนการเรยี นรนู้ ี้ เนน้ เรอ่ื งวธิ กี ารปอ้ งกนั ทอ้ งและปอ้ งกนั โรคทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพ
แตอ่ าจจะมเี ดก็ จ�ำนวนมากทสี่ งสยั เรอ่ื งการคมุ ก�ำเนดิ ซงึ่ คณุ ครคู วรมขี อ้ มลู หรอื เตรยี ม
ขอ้ มลู ทถี่ กู ตอ้ งรอบดา้ น เพอ่ื พรอ้ มทจี่ ะอธบิ ายใหน้ กั เรยี นฟงั รวมทงั้ แหลง่ ทใี่ หบ้ รกิ าร
อุปกรณ์เหลา่ นีใ้ นชุมชนรอบๆ ตวั นักเรียนทเี่ ขา้ ถงึ ได้

ประเมินผลการเรยี นรู้

๑. สงั เกตการอธบิ ายการคมุ ก�ำเนดิ และแหลง่ เรยี นรเู้ รอ่ื งอปุ กรณว์ า่ นกั เรยี น
เรียนรจู้ ากที่ไหน อยา่ งไร
๒. สังเกตความสนใจในการท�ำกิจกรรมร่วมกนั
๓. สงั เกตค�ำถามของนักเรยี นวา่ มปี ระเดน็ ทน่ี า่ สนใจและค�ำถามผูกโยงกับ
การรับรขู้ องเด็กอยา่ งไร

ข้นั ตอนการจัดการเรยี นรู้

๑. ครถู ามนักเรยี นว่า
• นกั เรยี นคดิ วา่ ขณะทยี่ งั อยใู่ นวยั เรยี น เรามคี วามพรอ้ มทจี่ ะทอ้ งหรอื
เป็นพ่อแม่คนหรอื ไม่ เพราะเหตุใด

๒. ครขู อใหน้ กั เรยี นแบง่ กลมุ่ ตามเพศ กลมุ่ ละ ๕ คน และชว่ ยกนั ตอบค�ำถาม
วา่ “หากนกั เรยี นทเี่ ปน็ แฟนกนั พบวา่ ฝา่ ยหญงิ ทอ้ ง นกั เรยี นคดิ วา่ จะเกดิ อะไรขน้ึ กบั
สองคนนี้บา้ ง”

97

• ใหก้ ลมุ่ หญงิ ชว่ ยกนั ระดมความคดิ วา่ จะเกดิ อะไรขนึ้ กบั นกั เรยี นชาย
ทที่ �ำให้นกั เรียนหญงิ ท้องบา้ ง

• ใหก้ ลมุ่ ชาย ชว่ ยกนั ระดมความคดิ วา่ จะเกดิ อะไรขน้ึ กบั นกั เรยี นหญงิ
ทีท่ ้องบา้ ง

๓. ขออาสาสมคั รกล่มุ หญงิ และชายน�ำเสนอ และให้กลมุ่ อ่ืนๆ เพิม่ เติม
๔. ครชู วนคุยดังน้ี

• สิ่งทีค่ าดวา่ จะเกิดขึน้ สว่ นใหญเ่ ปน็ ดา้ นบวก หรอื ด้านลบ
• รสู้ กึ อย่างไรกับสง่ิ ทจ่ี ะเกดิ ข้ึนกบั นกั เรียนทีท่ อ้ ง
• คดิ ว่านกั เรียนทท่ี อ้ งรู้สึกอย่างไร
• ผลทีเ่ กิดข้ึนเกิดกับฝา่ ยหญิง หรือฝ่ายชายมากกวา่ กนั
• นักเรียนมีข้อสังเกต ส่ิงที่จะเกิดข้ึนกับหญิงและชายอย่างไรบ้าง

เหมอื นหรอื ตา่ งอย่างไร เพราะเหตุใด
๕. ครชู ใ้ี หเ้ หน็ วา่ นกั เรยี นสามารถคาดการณไ์ ดว้ า่ จะเกดิ ผลกระทบอยา่ งไร
หากท้องในวัยเรียน และจะเห็นว่าส่วนใหญ่ผลท่ีเกิดข้ึนเป็นผลในทางลบท่ีไม่มีใคร
อยากเจอ ดงั น้นั พวกเราเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น จึงต้องคิดให้รอบคอบในเรือ่ งเพศสัมพันธท์ ี่
จะท�ำใหท้ อ้ งได ้
๖. ถามนกั เรยี นวา่

• ระหว่างการป้องกันไม่ให้ท้องกับท้องแล้วค่อยหาทางแก้ไข นักเรียน
คดิ ว่าอนั ไหนยากงา่ ยกว่ากนั เพราะเหตใุ ด

• นักเรียนทราบหรือไม่ว่า วิธีท่ีดีท่ีสุดในการป้องกันท้อง หรือท�ำให้
คนอืน่ ท้อง คอื อะไร

๗. หากไดค้ �ำตอบ ครยู ำ้� วา่ วธิ ที ด่ี ที สี่ ดุ คอื การไมม่ เี พศสมั พนั ธ์ แตห่ ากเลอื ก
มเี พศสมั พนั ธ์ แตย่ งั ไม่พร้อมจะทอ้ ง เราสามารถเลือกใช้วิธีคมุ ก�ำเนิดได้

• ถามนักเรียนว่ารู้จักวิธีคุมก�ำเนิดแบบไหนบ้าง (ครูบันทึกค�ำตอบบน
กระดาน)

98 • วธิ ไี หน ทว่ี ัยรุ่นนยิ มใช้


Click to View FlipBook Version