o ขอตวั อย่าง ๔-๕ เรื่อง และครูอธิบายเพิม่ เติมวา่ ไม่ปลอดภยั หรือ ๑๒
อาจมีผลในทางลบอยา่ งไร
• หากการปรับเปลยี่ นรา่ งกายเปน็ เพราะเราต้องการเพมิ่ ความม่ันใจให้
ตนเอง หรอื ใหเ้ พ่ือนยอมรับ เรามวี ิธกี ารอน่ื ๆ อีกหรือไม่ หากไม่เลือก
ปรับหรือดดั แปลงรา่ งกาย
๔. ให้นักเรียนน�ำกระดาษท่ีแต่ละคนเขียนส่วนของร่างกายท่ีเราชอบ รวม
กลมุ่ กบั คนท่ชี อบสว่ นเดยี วกัน เชน่ คนทช่ี อบ “ตา” เหมือนกันใหร้ วมกนั คนท่ีชอบ
“ปาก” ให้รวมกัน
• เมอ่ื รวมกนั ได้แล้ว ครูชวนดูทลี ะกล่มุ และชวนคุย
• ความแตกต่างของแต่ละคน เชน่ กลมุ่ นีช้ อบตาเหมอื นกนั ช่วยกันดู
ว่า เพือ่ นกลมุ่ นีม้ ตี าเหมือนหรือตา่ งกนั อยา่ งไร
• หนา้ ที่ของอวัยวะสว่ นนัน้ ๆ เชน่ ตา มีหนา้ ท่อี ะไร
• การดูแลรกั ษา เชน่ เราควรดแู ลตาอยา่ งไร
๕. ครถู ามนกั เรยี นวา่ วนั นเ้ี ราไดเ้ รยี นรเู้ รอื่ งรา่ งกายของเราอยา่ งไรบา้ ง และ
สรุปประเด็นเพิ่มเติม ดงั น้ี
• แตล่ ะคนมรี ปู รา่ งหนา้ ตาสรรี ะแตกตา่ งกนั สง่ิ ทเ่ี ราชอบหรอื แบบทเี่ รา
ชอบหรือพอใจอาจแตกต่างจากคนอื่น ซึ่งไม่ใช่เร่ืองแปลก และไม่
จ�ำเปน็ ตอ้ งชอบเหมอื นกัน
• สงิ่ ทเ่ี ราควรใสใ่ จ รา่ งกายและอวยั วะสว่ นตา่ งๆ คอื การดแู ลความสะอาด
และระวงั ไมท่ �ำอะไรใหเ้ กดิ การบาดเจบ็ หรอื สง่ ผลตอ่ ประสทิ ธภิ าพของ
หนา้ ที่ของอวยั วะส่วนน้นั ๆ
• ส่ือและกระแสสังคมมักสร้างค่านิยมในภาพลักษณ์บางอย่างให้เป็น
มาตรฐาน ท�ำใหค้ นจ�ำนวนหน่งึ รสู้ ึกไมพ่ งึ พอใจในรา่ งกายของตนเอง
และเลือกท่จี ะปรับเปล่ียน ดดั แปลง ตกแต่งอวยั วะให้เปน็ ไปตามสือ่
และค่านิยม ซ่ึงเปลี่ยนไปตามยคุ สมัย
• การดดั แปลง ปรบั เปลย่ี นรา่ งกายตอ้ งค�ำนึงถงึ ผลกระทบที่จะตามมา
กอ่ นตัดสินใจ
149
สิ่งทีเ่ ราชอบหรือ
แบบทีเ่ ราชอบ
อาจแตกต่างจากคนอนื่
ซ่งึ ไมใ่ ชเ่ รื่องแปลก
และไมจ่ ำ�เปน็ ตอ้ งชอบ
เหมือนกัน
แผนการเรยี นรทู้ ี่ ๑๓
ส่อื สาร-ตอ่ รอง-ยนื ยนั
แผนการเรียนรทู้ ี่ ๑๓
ส่อื สาร-ตอ่ รอง-ยนื ยนั
สาระส�ำคัญ
ทกั ษะการตดั สนิ ใจ การส�ำรวจอปุ สรรคหรอื สงิ่ ทอ่ี าจมอี ทิ ธพิ ลตอ่ การตดั สนิ ใจ
การฝกึ สอื่ สารเพอื่ ยนื ยนั ความตอ้ งการของตนเอง และการรบั ฟงั เคารพการตดั สนิ ใจของ
คนอนื่ ๆ เปน็ ทกั ษะทจ่ี �ำเปน็ ในการใชช้ วี ติ และการจดั การสมั พนั ธภาพกบั คนรอบขา้ ง
วัตถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรู้
๑) ประเมนิ ผลท่อี าจเกดิ ข้ึนท้งั ด้านบวกด้านลบกอ่ นตดั สนิ ใจ
๒) ส�ำรวจอุปสรรคที่ท�ำให้เราตัดสินใจยาก
๓) ฝกึ การบอกความตอ้ งการของตนเอง และรับฟังความต้องการของผ้อู ื่น
แผนการเรยี นรนู้ ี้ ม่งุ สรา้ งเสรมิ คุณลักษณะและทักษะส�ำคัญ ดงั นี้
Core Values Core Skills
• การรัก เคารพ และเหน็ คณุ คา่ ตนเอง • การคิด วเิ คราะห์
• การเคารพความแตกตา่ ง • การประเมนิ ผลกระทบ
• การร้แู ละเคารพสิทธิ • การตัดสนิ ใจ
• ความม่นั ใจในตนเอง • การยืนยันความต้องการตนเอง
• การเขา้ ใจคนอน่ื • การสื่อสาร การตอ่ รอง การรบั ฟัง
• เสรภี าพในการเลือก • การแกป้ ัญหา
• ความรบั ผิดชอบ
• การไมเ่ อาเปรยี บผอู้ น่ื
152
ระยะเวลา ๑๓
๖๐ นาที (๑ คาบเรียน)
อปุ กรณแ์ ละส่ือ
แผ่นกจิ กรรม
ประเมินผลการเรยี นรู้
๑. สงั เกตการมีสว่ นรว่ มในการท�ำกิจกรรม
๒. สงั เกตการแสดงเหตุผลในการตอบค�ำถามหรือแสดงความคิดเห็น
ขัน้ ตอนการจัดการเรยี นรู้
๑. ถามนักเรยี นวา่
• ในแต่ละวันนกั เรยี นมีเร่อื งอะไรที่ต้องตัดสินใจบ้าง
• ในการตัดสินใจแตล่ ะครง้ั เราตอ้ งคดิ เรอื่ งอะไรบา้ ง
• การตัดสินใจเปน็ เร่อื งยากหรอื ง่าย
• ขอตวั อย่างเรอ่ื งทน่ี ักเรียนรูส้ ึกตัดสนิ ใจยาก และถามว่าเพราะเหตุใด
จงึ ยาก
๒. ครูอธิบายว่า วันนี้เราจะลองดูสถานการณ์ต่างๆ เพื่อฝึกการตัดสินใจ
โดยมี ๔ สถานการณ์ ดงั น้ี
• สถานการณท์ ่ี ๑ เพอ่ื นชวนหนเี รียน
• สถานการณ์ที่ ๒ เพ่อื นชวนกินเหล้า
• สถานการณท์ ี่ ๓ เพ่ือนชวนแชรภ์ าพโป๊
• สถานการณ์ท่ี ๔ แฟนขอหอมแก้ม
(หรืออาจเปล่ียนสถานการณ์เป็นสถานการณ์ท่ีนักเรียนยกตัวอย่างว่าเป็นเรื่องที่
ตัดสนิ ใจยาก)
153
๓. แบ่งนักเรียนเป็น ๔ กลุ่ม แจกสถานการณ์ให้แต่ละกลุ่มช่วยกันตอบ
ค�ำถาม ๔ ขอ้ ดังนี้
๑) หากเราท�ำตามจะเกิดผลอะไรได้บ้าง ดา้ นบวก-ดา้ นลบ
๒) หากเราปฏเิ สธจะเกิดผลอะไรได้บา้ ง ด้านบวก-ด้านลบ
๓) แม้เราอยากปฏิเสธแต่อุปสรรคส�ำคัญท่ีอาจเป็นแรงกดดันให้เรา
ต้องท�ำเรอ่ื งนน้ั ๆ คอื อะไรบา้ ง
๔) ขอตัวอย่างประโยค ๑ ประโยค ที่เราอยากบอกในสถานการณ์นั้น
ตามความรู้สกึ ของเราจริงๆ
๔. ใหเ้ วลา ๑๐ นาที และขอตวั แทนน�ำเสนอ ครบู อกใหท้ กุ กลมุ่ ตงั้ ใจฟงั เพอ่ื น
เพราะครมู ีค�ำถามให้กลุ่มอน่ื ๆ ทฟี่ ังเพ่อื นน�ำเสนอ ครูใหน้ �ำเสนอทีละกล่มุ ดงั นี้
• กลุ่ม ๑ น�ำเสนอ ครูบอกใหส้ มาชกิ กลมุ่ อนื่ ๆ ตง้ั ใจฟัง เม่อื เสนอครบ
ท้งั ๔ ขอ้
• ครูถามสมาชิกกลมุ่ ๒ ว่า ถ้าเราเป็นคนอยากหนเี รียนและชวนเพ่อื น
หนีเรียนดว้ ยกัน แล้วได้ฟังค�ำตอบแบบที่เพ่ือนกล่มุ ๑ พดู เราจะตอบ
กลับหรอื จะท�ำอยา่ งไร
• กลุ่ม ๒ น�ำเสนอ ครูบอกให้สมาชิกกลุ่มอนื่ ๆ ต้ังใจฟัง เมอ่ื เสนอครบ
ทง้ั ๔ ข้อ
• ครถู ามสมาชกิ กลมุ่ ๓ ว่า ถา้ เราเป็นคนชวนเพ่ือนกินเหลา้ แลว้ ไดฟ้ ัง
ค�ำตอบแบบท่เี พ่ือนกลมุ่ ๒ พูด เราจะตอบกลบั หรือท�ำอยา่ งไร
• กล่มุ ๓ น�ำเสนอ ครบู อกให้สมาชิกกลุ่มอ่ืนๆ ตัง้ ใจฟัง เม่อื เสนอครบ
ท้ัง ๔ ขอ้
• ครูถามสมาชิกกล่มุ ๔ ว่า ถ้าเราชวนเพ่อื นแชร์ภาพโป๊ แล้วไดฟ้ ังค�ำ
ตอบเพื่อน แบบท่ีเพือ่ นกล่มุ ๓ พูด เราจะตอบกลบั หรอื ท�ำอยา่ งไร
• กลุม่ ๔ น�ำเสนอ ครูบอกใหส้ มาชิกกลมุ่ อืน่ ๆ ตัง้ ใจฟัง เม่อื เสนอครบ
ทงั้ ๔ ขอ้
154
• ครูถามสมาชิกกลุ่ม ๑ วา่ ถ้าเราเป็นคนขอหอมแกม้ แฟน แล้วได้ฟัง ๑๓
ค�ำตอบจากแฟนแบบที่เพื่อนกลุ่ม ๔ พูด เราจะตอบกลับหรือท�ำ
อยา่ งไร
๕. เม่อื ทุกกล่มุ น�ำเสนอแล้ว ครชู วนคยุ ดังนี้
• สง่ิ ทนี่ ักเรยี นรู้สกึ “ยาก” เม่ือต้องตดั สินใจในเร่ืองตา่ งๆ คอื อะไร
• เปน็ ไปไดห้ รือไม่วา่ เราอาจอยใู่ นสถานการณท์ เี่ ราไม่สามารถท�ำตาม
สงิ่ ที่เราอยากท�ำ/อยากตัดสินใจ
• เรารสู้ ึกอย่างไร หากต้องท�ำอะไรที่ไมใ่ ช่ความตอ้ งการของตนเอง
• หากเพอื่ น/แฟนไมท่ �ำตาม หรอื ปฏเิ สธค�ำชวนของเรา เรารสู้ กึ อยา่ งไร
๖. ครูชวนนักเรยี นสรุปดงั น้ี
• การตัดสินใจเป็นสิทธิของเราทุกคน และเรามีสิทธิเลือกตัดสินใจใน
แบบทเี่ ราตอ้ งการ
• ทกุ การตดั สนิ ใจมผี ลตามมาทเ่ี ราตอ้ งรบั ผดิ ชอบ ผลทตี่ ามมาอาจแตก
ต่างจากสิ่งท่ีเราคาดหวังก็ได้ เราจึงต้องลองคิดให้รอบคอบถึงความ
เปน็ ไปไดข้ องผลท่ีจะตามมาทงั้ ดา้ นบวกและลบ
• แม้เราจะเห็นผลด้านลบ แต่หลายคร้ังเราก็ยังเลือกตัดสินใจโดยเช่ือ
วา่ ผลลบจะไมเ่ กดิ กับเรา อย่างไรกด็ ี ไมว่ า่ ผลจะออกมาอยา่ งไร เรา
ตอ้ งเตรยี มพร้อมทีจ่ ะรบั ผิดชอบต่อการตัดสนิ ใจของตัวเอง
• หลายครั้งเพ่ือน/แฟน หรือคนรอบข้างมีผลต่อการตัดสินใจของเรา
ท�ำให้เราต้องท�ำในส่ิงที่เราไม่อยากท�ำ แม้จะรู้สึกไม่สบายใจ อึดอัด
กังวล ดังน้ัน จึงเป็นเรื่องส�ำคัญ ที่เราต้องฝึกบอกความรู้สึกของเรา
อยา่ งตรงไปตรงมา เพอื่ ใหเ้ พอ่ื นหรอื แฟนรบั รคู้ วามรสู้ กึ อดึ อดั ของเรา
ซึ่งหากเป็นความสัมพันธ์ที่ดี เพื่อนหรือแฟนต้องฟังและเคารพการ
ตดั สนิ ใจของเราด้วย
155
• ในขณะเดยี วกนั เราตอ้ งส�ำรวจตวั เองว่า เราเป็นฝ่ายไปกดดัน หรอื
บังคับ หรือโน้มน้าวให้เพ่ือนท�ำ/ตัดสินใจตามเรา โดยท่ีเพื่อนไม่
ยินยอมหรือไม่ และหากเพ่ือนหรือแฟนบอกความรู้สึกอึดอัด ไม่
สบายใจ เราต้องพร้อมรับฟัง และเคารพความรู้สึกหรือความเห็นท่ี
แตกต่างจากเราด้วยเชน่ กนั
156
ผลดา้ นบวก สถานการณท์ ี่ ๑ เพ่อื นชวนหนเี รยี น
๑) ถา้ เราตัดสินใจหนีเรียนไปกับเพ่อื น
ผลด้านลบ
ผลด้านบวก ๒) ถา้ เราปฏิเสธไมไ่ ปกับเพอื่ น
ผลด้านลบ
๓) แม้เราอยากปฏิเสธ แต่อปุ สรรคส�ำ คญั ทอี่ าจเป็นแรงกดดนั ให้เราต้องหนเี รียนไปกับ
เพ่ือนคอื ......
๔) ขอตัวอยา่ งประโยค ๑ ประโยค ที่เราอยากบอกเพื่อน ๑๓
157
ผลด้านบวก สถานการณท์ ่ี ๒ เพอ่ื นชวนกันแชร์ภาพโป๊
๑) ถ้าเราตดั สนิ ใจแชร์ภาพโป๊
ผลด้านลบ
ผลดา้ นบวก ๒) ถา้ เราปฏเิ สธไมแ่ ชร์ภาพโป๊
ผลดา้ นลบ
๓) แมเ้ ราอยากปฏเิ สธ แตอ่ ปุ สรรคสำ�คญั ท่อี าจเปน็ แรงกดดนั ให้เราตอ้ งแชรภ์ าพโป๊ คอื ......
๔) ขอตัวอยา่ งประโยค ๑ ประโยค ท่เี ราอยากบอกเพื่อน
158
ผลดา้ นบวก สถานการณท์ ี่ ๓ เพื่อนชวนกนิ เหลา้
๑) ถ้าเราตดั สินใจกนิ เหล้า
ผลดา้ นลบ
ผลด้านบวก ๒) ถ้าเราปฏเิ สธไม่กินเหล้า
ผลด้านลบ
๓) แมเ้ ราอยากปฏเิ สธ แต่อุปสรรคสำ�คัญ ท่ีอาจเปน็ แรงกดดันใหเ้ รากินเหลา้ กับเพอื่ นคือ....
๔) ขอตัวอย่างประโยค ๑ ประโยค ทีเ่ ราอยากบอกเพ่อื น ๑๓
159
ผลด้านบวก สถานการณ์ท่ี ๔ แฟนขอหอมแก้ม
๑) ถา้ เราตดั สินใจใหแ้ ฟนหอมแก้ม
ผลด้านลบ
ผลด้านบวก ๒) ถ้าเราปฏิเสธแฟนไม่ใหห้ อมแกม้
ผลดา้ นลบ
๓) แม้เราอยากปฏิเสธ แต่อปุ สรรคสำ�คัญ ทีอ่ าจเปน็ แรงกดดันใหเ้ ราตดั สนิ ใจ ให้แฟนหอม
แก้มคือ......
๔) ขอตวั อย่างประโยค ๑ ประโยค ท่เี ราอยากบอกแฟน
160
แผนการเรียนรู้ท่ี ๑๔
ความคาดหวัง
แผนการเรยี นรูท้ ี่ ๑๔
ความคาดหวัง
สาระส�ำคญั
ความขัดแย้งเป็นเรื่องธรรมดา แต่การจัดการความขัดแย้งโดยยังคงรักษา
สมั พนั ธภาพทดี่ ไี ดเ้ ปน็ ทกั ษะทต่ี อ้ งฝกึ ฝน การท�ำความเขา้ ใจความคาดหวงั และความ
รู้สึกของคนท่ีเรามีความสัมพันธ์ด้วย อาจช่วยให้เราหาทางออกในการจัดการความ
ขดั แย้งไดด้ ขี นึ้
วัตถุประสงค์การเรยี นรู้
๑) อธบิ ายสาเหตุของปัญหาท่เี กิดจากความคาดหวงั ท่ีแตกต่างกนั
๒) บอกวิธีการสอ่ื สารเพื่อบอกความตอ้ งการกบั พอ่ แม่
๓) บอกแนวทางการตดั สนิ ใจทไี่ มท่ �ำใหเ้ กดิ ความรสู้ กึ เสยี ใจทงั้ ตนเอง เพอื่ น
และครอบครัว
แผนการเรียนรนู้ ี้ มงุ่ สรา้ งเสรมิ คุณลกั ษณะและทกั ษะสำ� คัญ ดังน้ี
Core Values Core Skills
• การเคารพความแตกต่าง • การสอื่ สาร
• การรแู้ ละเคารพสิทธิ • การวิเคราะหผ์ ลกระทบ
• เสรภี าพในการเลอื ก • การตัดสนิ ใจ
• ความรับผดิ ชอบ • การยืนยันความตอ้ งการของตนเอง
• การเหน็ อกเหน็ ใจ เข้าใจคนอนื่ • การอยู่ร่วมกนั
162
ระยะเวลา ๑๔
๖๐ นาที (๑ คาบเรียน)
อปุ กรณ์และสื่อ
แผน่ กิจกรรม
ข้อเสนอแนะส�ำหรับผูจ้ ัดการเรียนรู้
ในฐานะของผใู้ หญห่ รือคนท่ีมีลูก ผู้ด�ำเนนิ การควรระวังความโน้มเอียงท่ีจะ
ตัดสินว่าทางออกต่างๆ ท่ีผู้เรียนเสนอเป็นทางเลือกท่ีเป็นไปไม่ได้ ควรใช้ท่าทีของ
การชวนคิดว่าพอ่ แม่ของแต่ละคนจะพดู ว่าอย่างไร ถ้ามขี ้อเสนอแบบน้ี
ประเมินผลการเรยี นรู้
๑. สังเกตการมสี ว่ นร่วมในการท�ำกิจกรรม
๒. สังเกตการแสดงเหตุผลในการตอบค�ำถามหรอื แสดงความคิดเหน็
ข้นั ตอนการจดั การเรยี นรู้
๑. ถามนักเรยี นวา่
• มเี รอื่ งอะไรทพี่ อ่ แมห่ รอื ผปู้ กครองมกั เหน็ ไมต่ รงกนั กบั วยั รนุ่ (ขอตวั
อย่าง ๓-๔ เร่ือง)
• เมื่อเห็นไม่ตรงกัน ส่วนใหญ่วยั รุน่ ท�ำอยา่ งไร
๒. แบง่ นกั เรียนเป็น ๖ กลมุ่ ให้ ๓ กลมุ่ เป็นพ่อแม่ อีก ๓ กลุ่มเปน็ วยั รุน่
แตล่ ะกลมุ่ จะได้ ๑ หวั ข้อ และใหช้ ่วยกันตอบค�ำถาม ใหเ้ วลา ๑๐ นาที
๑. อยากไดม้ อเตอร์ไซค์
๒. ขอไปค้างคืนบา้ นเพ่ือน
๓. ขอไปเท่ยี วกลางคนื กับแฟน
163
๓. ขอตัวแทนจากแต่ละกลุ่ม เพ่ือแสดงบทบาทสมมติ สถานการณ์ละ ๕
นาที
๔. ครชู วนแลกเปล่ียน ดังน้ี
• ในฐานะลูก เรารู้สึกอย่างไรกับเหตผุ ลของพอ่ แม่
• ในสถานการณ์จริง เหมือนหรือต่างจากท่ีแต่ละกลุ่มแสดงบทบาท
สมมติ
• เม่ือพ่อแม่กับเราเหน็ ต่างกนั ทางออกควรเป็นอยา่ งไร
๕. ครสู รปุ ประเดน็ ส�ำคัญ ดังนี้
• ความขัดแยง้ ระหว่างพ่อแมก่ บั วยั รุ่นเป็นสิง่ ท่ีเกดิ ข้นึ เสมอ
• ในฐานะลูก การเข้าใจความรู้สึกและเหตุผลของพ่อแม่อาจช่วยให้
เราคิดหาทางออก เพอื่ พูดคุย สือ่ สารกบั พ่อแม่ ทล่ี ดความขัดแย้ง
ได้
• ในขณะเดยี วกนั เพอื่ นเปน็ คนทมี่ อี ทิ ธพิ ลกบั เราในชว่ งวยั รนุ่ มาก การ
ทก่ี ลมุ่ เขา้ ใจและยอมรบั วา่ บางเรอ่ื งเพอื่ นท�ำไมไ่ ด้ เพราะแตล่ ะคนมี
ขอ้ ตกลงกบั ครอบครวั ทแ่ี ตกตา่ งกนั อาจชว่ ยใหเ้ ราแตล่ ะคนจดั การ
แรงกดดนั ได้มากข้นึ
164
แผ่นกิจกรรม
กลุ่มลกู ๑ อยากได้มอเตอร์ไซค์
• ใหห้ าเหตุผล ๓ ข้อวา่ ท�ำไมพ่อแมจ่ ึงควรอนญุ าตและซอ้ื มอเตอรไ์ ซคใ์ ห้เรา
• คดิ ถงึ เหตุผลที่พอ่ แมจ่ ะไม่ให้ และหาวิธีแลกเปลย่ี น/ต่อรอง เพ่อื ท�ำให้พอ่ แม่
ยอมซื้อให้
กลมุ่ ลกู ๒ อยากไปค้างคนื บา้ นเพื่อน
• ใหห้ าเหตผุ ล ๓ ข้อวา่ ท�ำไมพ่อแม่จงึ ควรอนุญาตให้เราไปคา้ งบ้านเพื่อน
• คิดถึงเหตุผลที่พ่อแม่จะไม่อนุญาต และหาวิธีแลกเปล่ียน/ต่อรอง เพื่อท�ำให้
พอ่ แม่ยอมอนญุ าต
กลุ่มลกู ๓ ไปเทยี่ วกลางคืนกับแฟน
• ให้หาเหตุผล ๓ ข้อว่า ท�ำไมพ่อแม่จงึ ควรอนุญาตให้เราไปเทีย่ วกับแฟน
• คดิ ถงึ เหตุผลทพ่ี ่อแมจ่ ะไม่ให้ และหาวิธีแลกเปลยี่ น/ตอ่ รอง เพ่ือท�ำใหพ้ อ่ แม่
อนญุ าตใหไ้ ป
กลมุ่ พ่อแม่ ๑ ลกู อยากไดม้ อเตอรไ์ ซค์
• บอกเหตุผล ๓ ขอ้ วา่ ท�ำไมจงึ ไมซ่ ือ้ มอเตอร์ไซค์ให้
• ถ้าจะซื้อให้ ลูกต้องท�ำอะไรบา้ ง
กลุ่มพอ่ แม่ ๒ ลกู ขอไปคา้ งคืนบ้านเพอ่ื น ๑๔
• บอกเหตผุ ล ๓ ข้อว่า ท�ำไมไม่ใหไ้ ปค้างบ้านเพ่อื น
• ถา้ จะให้ไปค้าง ลูกตอ้ งท�ำอะไรบา้ ง
กลุ่มพ่อแม่ ๓ ลกู ขอไปเที่ยวกลางคืนกบั แฟน
• บอกเหตุผล ๓ ขอ้ ว่า ท�ำไมจึงไม่ใหล้ ูกไปเท่ยี วกลางคนื กบั แฟน
• ถ้าจะไป ลูกต้องท�ำอะไรบ้าง
165
การทีเ่ ราเข้าใจและยอมรบั
วา่ บางเรื่องเพื่อน
ทำ�ไม่ได้ อาจชว่ ยใหเ้ รา
แต่ละคนจัดการแรงกดดนั
ได้มากข้ึน
แผนการเรยี นรู้ท่ี ๑๕
ตแล้ังทะถอ้ ้างฉไดัน้อทย้อ่างง..ไร.
แผนการเรยี นร้ทู ี่ ๑๕
ต้ังทอ้ งไดอ้ ย่างไร และถ้าฉันท้อง...
สาระสำ� คัญ
ธรรมชาติของมนุษย์ก็เช่นเดียวกับส่ิงมีชีวิตอื่นๆ ท่ีจะมีการผสมพันธุ์และ
สืบพันธุ์ได้ ดังนั้น เม่ือเข้าสู่วัยรุ่นร่างกายเราเติบโต และมีพัฒนาการทางเพศและ
ระบบสบื พันธ์ุ เช่น การมปี ระจ�ำเดือนในเด็กผู้หญงิ หรือการมฝี นั เปียกในเด็กผชู้ าย
และหลายคนเร่ิมมีความสนใจเพศตรงข้าม (หรือในบางคนอาจเป็นความสนใจเพศ
เดียวกันกเ็ ป็นได)้ เปน็ ความสนใจแบบพเิ ศษ หรือทเ่ี รยี กวา่ มี “อารมณ์รัก” ซ่งึ ปนเป
มากับ “อารมณ์เพศ” เปน็ ธรรมชาตขิ องการเติบโตตามวัย แต่หากไมร่ ะมัดระวังอาจ
น�ำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์ได้ ส�ำหรับวัยเช่นเรา (ป.๖) ยังถือว่าไม่พร้อมท่ีจะมีเพศ
สมั พนั ธ์ เพราะเปน็ วยั ทยี่ งั ไมโ่ ตพอทจี่ ะรบั มอื กบั การจดั การความสมั พนั ธแ์ บบรกั ใคร่
โดยเฉพาะเมื่ออาจมีการเลยเถิดไปสู่การมีเพศสัมพันธ์ และอาจน�ำไปสู่การต้ังครรภ์
ได้ ดงั นั้น ท้ังเด็กหญงิ เดก็ ชายจ�ำเป็นตอ้ งรู้จักวา่ เพศสมั พนั ธ์จะน�ำไปสกู่ ารต้ังครรภ์
ไดอ้ ยา่ งไร และเมอ่ื มกี ารตง้ั ครรภเ์ กดิ อะไรขนึ้ กบั รา่ งกายและทารกในครรภ์ และการ
สบื พนั ธท์ุ ม่ี คี ณุ ภาพจ�ำเปน็ ตอ้ งมคี วามพรอ้ มทงั้ ดา้ นรา่ งกายและจติ ใจ จงึ จะใหผ้ ลผลติ
เป็นชีวิตใหม่ท่ีแข็งแรงและมีคุณภาพ เราจึงต้องเตรียมตัวและรู้จักใคร่ครวญ ไม่มี
เพศสัมพันธ์โดยไมพ่ ร้อม หรือก่อนจะมเี พศสัมพันธ์กต็ อ้ งมีความเขา้ ใจ และสามารถ
ปอ้ งกนั ตนเองไม่ให้ตั้งครรภ์ หรือท�ำใหใ้ ครตง้ั ครรภ์
168
วตั ถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรู้
๑) ทบทวนเรอื่ งการสืบพันธ์ุและการตัง้ ครรภ์
๒) แลกเปล่ียนและอธบิ ายถงึ ความพร้อมในการต้งั ครรภ์
แผนการเรยี นรนู้ ้ี มุ่งสร้างเสรมิ คุณลักษณะและทักษะส�ำคัญ ดงั นี้
Core Values Core Skills
• การรกั เคารพ และเห็นคุณค่าตนเอง • การร้จู กั ตนเอง
• เสรีภาพในการเลือก • การคิด วเิ คราะห์
• ความรับผดิ ชอบ • การประเมินผลกระทบ
• ความปลอดภยั • การตดั สินใจ
• ส�ำนกึ พลเมือง • การหาความชว่ ยเหลือ
ระยะเวลา
๖๐ นาที (๑ คาบเรยี น)
อปุ กรณแ์ ละส่อื ๑๕
• คลิปวิดีโอ “การเจริญเติบโตของทารกในครรภ์” https://youtu.be/
JyuRpDYqdLY (เวลา ๓.๒๐ นาท)ี
• ชุดการตั้งครรภ์ที่ประดิษฐ์จากผ้ากันเปื้อนที่ผูกรอบคอ และด้านในเย็บ
เปน็ ถุง ใหญ่พอท่จี ะใส่ลูกบาส และถงุ ทราย
• ถงุ พลาสติกใส่หนิ กรวด หรือวสั ดุมีน�ำ้ หนัก ทบี่ รรจุถุงละ ๑ กิโลกรมั ๑๐
ถุง (ใช้เติมเพ่ือเพิ่มน�้ำหนักในถุงด้านในของชุดตั้งครรภ์ท่ีประดิษฐ์ขึ้น ถุงจึงต้องมี
ขนาดเล็กและใชว้ ัสดุท่มี นี �ำ้ หนักมาก)
• ควรเตรียมอุปกรณ์ ๒-๓ เซต ในกรณีที่หอ้ งเรียนมจี �ำนวนนักเรยี นมาก
เพอื่ เพม่ิ การมสี ว่ นรว่ ม (๑ เซต = ๑ ชดุ คลมุ ทอ้ งผา้ กนั เปอ้ื นทเี่ ยบ็ ขา้ งในเปน็ ถงุ ขนาด
ใหญ่พอใส่ลูกบาส และถุงทราย + ถุงทราย ๑ กโิ ลกรมั ๑๐ ถงุ )
169
ข้อเสนอแนะสำ� หรับผจู้ ดั การเรียนรู้
ในแผนการเรยี นรนู้ ้ีได้ออกแบบโดยคาดว่า นักเรยี นจะได้รับการเรยี นรเู้ ก่ยี ว
กับสรรี ะของระบบสบื พันธุ์ จากคาบเรยี นวิทยาศาสตรม์ าแล้ว จงึ มุ่งไปในประเดน็ ว่า
เมอ่ื มเี พศสมั พนั ธ์ และเกดิ การผสมของเชอื้ อสจุ ิ และไขจ่ ะน�ำไปสกู่ ารตงั้ ครรภอ์ ยา่ งไร
และในช่วงของการตั้งครรภ์ผู้เป็นแม่จะเผชิญสภาวะอย่างไร เพ่ือให้นักเรียนได้เห็น
วา่ การจะต้งั ครรภ์ ตอ้ งมคี วามพร้อมจรงิ ๆ ทงั้ ด้านร่างกายและจิตใจ เพ่อื ให้เห็นว่า
ในชว่ งวยั รนุ่ วัยเรียนยังขาดความพรอ้ มทจี่ ะรับมือกบั การตงั้ ครรภ์
ประเมนิ ผลการเรียนรู้
• สังเกตการแสดงความเห็นของนกั เรียน
• สงั เกตการแลกเปล่ียน การรบั ฟงั เพือ่ น
ขนั้ ตอนการจดั การเรียนรู้
๑. ครบู อกนกั เรียนว่า วนั นเ้ี ราจะเรยี นรู้ว่า เด็กๆ เกดิ มาไดอ้ ยา่ งไร
๒. เกริ่นน�ำโดยตั้งค�ำถามถึงการผสมพันธุ์ของพืชและสัตว์ว่ามีการสืบพันธุ์
อย่างไร ย�้ำประเด็นความพร้อมว่าต้องมีความพร้อม เช่น พืชต้องมีอายุและความ
สมบรู ณพ์ อจงึ จะออกดอกออกผล หรือสตั ว์ เชน่ หมู หมา แมว ถา้ วยั ยังไม่สมบูรณ์
ก็อาจจะไม่สามารถให้ลูกที่สมบูรณ์ คนกเ็ ชน่ กัน
๓. ชวนดูคลิปวิดีโอ “การเจริญเตบิ โตของทารกในครรภ”์ ความยาว ๓.๒๐
นาที ทีบ่ อกพฒั นาการของทารกที่อยใู่ นครรภ์
๔. บอกนักเรียนวา่ เราจะลองจ�ำลองสถานการณก์ ารตั้งครรภ์ โดยขออาสา
สมคั รและผชู้ ว่ ยกลมุ่ ละ ๓ คน จ�ำนวน ๒-๓ กลมุ่ ตามจ�ำนวนชดุ อปุ กรณช์ ดุ คลมุ ทอ้ ง
ทจี่ ดั เตรียมไว้
๕. สมมตวิ า่ มี ๓ กลมุ่ เชญิ อาสาสมคั รและผชู้ ว่ ยมาหนา้ หอ้ ง ใหอ้ าสาสมคั ร
ทัง้ ๓ คนสวมชุดคลมุ ท้อง โดยการช่วยเหลือของผ้ชู ่วย ตอนแรกเป็นชุดคลมุ ท้องท่ี
ไม่มนี ้�ำหนกั ถามนักเรียนในหอ้ งวา่
170
• การตงั้ ครรภเ์ กดิ ขน้ึ ไดอ้ ยา่ งไร (เดก็ ๆ ป.๖ ตอบไดเ้ ปน็ สว่ นใหญ่ แต่ ๑๕
อาจมกี ารใชถ้ ้อยค�ำภาษาที่ต่างกนั ทจ่ี ะหมายถึงการมเี พศสัมพนั ธ์
ครเู ลือกค�ำท่สี ภุ าพและเข้าใจงา่ ยมาทวนความกับนักเรียนวา่ เม่อื มี
เพศสัมพันธ์เกิดข้ึน ผู้ชายท่ีโตเต็มวัยจะมีน้�ำอสุจิหล่ังออกมาจาก
อวัยวะเพศชาย และเข้าสู่ช่องคลอดผู้หญิง ซ่ึงจากการเรียนใน
วทิ ยาศาสตรท์ ผ่ี า่ นมา คงจ�ำไดว้ า่ อวยั วะทตี่ อ่ จากชอ่ งคลอดคอื รงั ไข่
ซ่ึงเช้ืออสุจิจะเข้าไปผสมกับไข่ หากส�ำเร็จก็จะเกิดการ “ปฏิสนธิ”
ภายในร่างกาย และมพี ฒั นาการในแตล่ ะข้นั จากวิดโี อท่ไี ดด้ ไู ป)
• หลงั จากนน้ั ครใู หล้ องสมมตวิ า่ เมอื่ มเี พศสมั พนั ธแ์ ละมกี ารทอ้ งเกดิ
ข้นึ ในช่วงระยะ ๓ เดอื นแรกจะเกดิ อะไรไดบ้ า้ ง ให้ทบทวนจากที่
เห็นในวิดีโอ และให้แต่ละทีมลองใส่น้�ำหนักของถุงทรายถุงแรกลง
ไป บางคนใส่ ๑ ถงุ และบางคนใส่ ๒ หรือ ๓ ถงุ
๖. ครอู ธบิ ายเพมิ่ เติมว่า
• นำ้� หนกั ตวั โดยรวมของหญงิ ตงั้ ครรภอ์ าจเพมิ่ ขน้ึ ได้ ๑๐-๑๕ กโิ ลกรมั
ตลอดการต้ังครรภ์ โดยทั่วไปแพทย์แนะน�ำให้เพิ่มไม่เกิน ๑๐
กโิ ลกรมั แตถ่ า้ มนี ำ�้ หนกั ตวั เพม่ิ ไมถ่ งึ เกณฑก์ �ำหนดมกั จะพบวา่ ทารก
ทีเ่ กดิ มาจะมีน้ำ� หนักตัวแรกเกดิ ต�่ำกวา่ ปกติ หรอื ทารกน�้ำหนกั นอ้ ย
ตวั เลก็ ผดิ ปกติ ขณะเดยี วกนั หญงิ ตงั้ ครรภถ์ า้ กนิ มากเกนิ ไปจะท�ำให้
น�้ำหนักตัวเพ่ิมขึ้นมาก และท�ำให้เกิดปัญหาต่อการตั้งครรภ์หลาย
ประการ เชน่ ทารกตวั โตคลอดล�ำบาก เหนอ่ื ยงา่ ย ปวดหลงั มากขน้ึ
เสน้ เลอื ดขอดมากขนึ้ และท�ำใหแ้ ผลผา่ ตดั ตดิ ชา้ เกดิ ภาวะตกเลอื ด
หลงั คลอดไดง้ ่าย
• ตอ่ มา เมอื่ การตงั้ ทอ้ งเป็น ๖ เดอื น ครใู ห้ผู้ช่วยอาสาสมัครเอาถุง
นำ้� หนกั ใสช่ ุดคลมุ ทอ้ งเพิ่มข้นึ อกี คนละ ๔-๖ กิโลกรมั (บางคน ๔
บางคน ๕ หรือ ๖ ถุง) ครูอธิบายเพ่ิมเติมว่า อัตราการเพิ่มของ
นำ้� หนกั ตวั โดยเฉล่ยี น้ำ� หนักตวั ของหญงิ ต้ังครรภจ์ ะมีการเพิม่ น้อย
171
ในชว่ งระยะไตรมาสแรกคอื ประมาณ ๑-๒ กโิ ลกรมั เทา่ นัน้ และจะ
มีน้�ำหนักเพิ่มอย่างรวดเร็วในช่วงไตรมาสท่ีสองจนถึงต้นไตรมาสที่
สาม คอื ในอายคุ รรภ์ ๓-๘ เดือน นำ้� หนกั จะเพิม่ โดยเฉลยี่ ๑/๒
กโิ ลกรมั ตอ่ สปั ดาห์ และในระยะเดอื นสดุ ทา้ ยนำ�้ หนกั จะคงทห่ี รอื ลด
ลงบ้างเล็กนอ้ ยประมาณ ๑/๒ กโิ ลกรมั ดังนน้ั ในไตรมาสทส่ี ามน้�ำ
หนกั จะเพ่ิมขน้ึ เพียง ๒-๓ กิโลกรมั เทา่ นั้น
๗. ครูชวนคยุ
• ถามอาสาสมคั รทใี่ สช่ ดุ คลมุ ทอ้ งวา่ รสู้ กึ อยา่ งไร เมอ่ื ระยะครรภม์ าก
ขึน้ และนำ�้ หนักท่ีเพ่ิมขึ้น ลองใหเ้ ดนิ และว่งิ รอบๆ ห้องดู
• มีความเหนอ่ื ย หรือล�ำบากอย่างไร (บอกเพ่ือนๆ ในห้อง)
• จากประสบการณ์ เราเคยเหน็ คนในครอบครัว หรือเพอ่ื นบ้านท่ีทอ้ ง
วา่ มกี ิจวตั รในชีวิตเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง
• ต้องเตรยี มความพรอ้ มอะไร อย่างไรบ้าง มีอะไรยุ่งยากเกิดขึน้ บา้ ง
๘. ใหผ้ ชู้ ว่ ยอาสาสมคั รลองเพม่ิ นำ้� หนกั เปน็ ชว่ งสดุ ทา้ ยของการตง้ั ครรภ์ เปน็
เดอื นท่ี ๙ โดยเอาลกู บาสใสเ่ ขา้ มา และเพมิ่ ถงุ นำ�้ หนกั อีกคนละ ๒-๓ ถงุ และลอง
ใหเ้ ดิน/ว่ิงไปรอบๆ ห้อง
• ครูถามอาสาสมคั รว่า รูส้ กึ อย่างไร
๙. ครูขอบคณุ อาสาสมัคร และผูช้ ่วย จากน้นั ให้กลับทนี่ ัง่ และชวนนักเรียน
ในหอ้ งชว่ ยกนั ตอบค�ำถามว่า
• จากการเรียนรู้เร่ืองการตั้งครรภ์ เราคิดว่าคนที่ตั้งครรภ์ควรได้รับ
การดแู ลชว่ ยเหลอื เป็นพิเศษหรอื ไม่ อยา่ งไร
• ถ้าเราเป็นวยั รุน่ ยังเรียนหนังสอื อายไุ มถ่ ึง ๒๐ ปี และหากท้องข้นึ มา
เราจะเผชญิ อปุ สรรคอยา่ งไรบา้ ง เราจะตอ้ งการความชว่ ยเหลอื อะไร
๑๐. ครทู งิ้ ท้ายใหเ้ ห็นว่า วนั นเ้ี ราเรียนรูเ้ กย่ี วกับการตง้ั ครรภไ์ ปแลว้ สปั ดาห์
หนา้ มาดูกันว่า ถา้ เราเป็นพอ่ แมท่ ตี่ อ้ งเลยี้ งลูก เราตอ้ งเตรียมตัวอยา่ งไร
172
แผนการเรียนร้ทู ่ี ๑๖
ถา้ ฉันตอ้ งเลยี้ งลกู
แผนการเรยี นรทู้ ี่ ๑๖
ถา้ ฉนั ต้องเล้ยี งลูก
สาระสำ� คัญ
การมีเพศสัมพันธอ์ าจน�ำไปสกู่ ารตงั้ ครรภ์ได้ หลังจากการเรยี นร้วู า่ ขณะต้ัง
ครรภเ์ กดิ อะไรขน้ึ กบั รา่ งกายและทารกในครรภ์ ทงั้ พอ่ และแมจ่ �ำเปน็ ตอ้ งมคี วามพรอ้ ม
ท้งั ดา้ นร่างกายและจิตใจ จงึ จะใหผ้ ลผลติ เป็นชวี ิตใหม่ท่ีแข็งแรงและมคี ณุ ภาพ เมื่อ
ลกู คลอดออกมาแลว้ การเลยี้ งเดก็ ตอ้ งมคี วามพรอ้ มหลายประการ ทง้ั ดา้ นเศรษฐกจิ
ความรู้ และทักษะที่จ�ำเป็นในการดูแลเด็ก ตลอดจนสิ่งแวดล้อมที่เอ้ืออ�ำนวย และ
การสนับสนุนของครอบครัว วัยรุ่นท่ีก�ำลังเรียนและอาจมีเพศสมั พนั ธโ์ ดยไมต่ ้งั ใจจะ
สร้างครอบครัว แต่อาจต้องเผชิญการท้องโดยไม่ตั้งใจ จ�ำเป็นต้องเรียนรู้ว่าจะต้อง
เผชิญอะไรบ้างหากต้องเล้ยี งลูก
วัตถุประสงคก์ ารเรียนรู้
๑) บอกถงึ องค์ประกอบของการเล้ียงดเู ดก็
๒) วเิ คราะหค์ วามพร้อมและข้อจ�ำกัดท่วี ัยรุ่นตอ้ งเผชญิ หากต้องเล้ยี งลูกใน
ขณะท่กี �ำลังเรียน
174
แผนการเรยี นรนู้ ้ี มุ่งสร้างเสริมคณุ ลกั ษณะและทกั ษะส�ำคญั ดังนี้
Core Values Core Skills
• การรัก เคารพ และเหน็ คุณค่าตนเอง • การรู้จักตนเอง
• ความมัน่ ใจในตนเอง • ความรบั ผดิ ชอบ
• ความรับผิดชอบ • การตดั สนิ ใจ
• ความปลอดภัย • การคดิ วเิ คราะห์
• การหาความช่วยเหลอื
ระยะเวลา
๖๐ นาที (๑ คาบเรยี น)
อุปกรณ์และสอ่ื
• คลปิ วดิ โี อ “เตรยี มของใชเ้ ดก็ ออ่ นส�ำหรบั คณุ พอ่ คณุ แมม่ อื ใหม”่ https://
www.youtube.com/watch?v=tfQtwT6rMF0 (๒.๒๗ นาที)
• ตะกร้า/กะละมังพลาสติกใส่ตุ๊กตาตัวใหญ่ใกล้เคียงขนาดทารกแรกเกิด
ถงึ หนึ่งปี
• กระดาษสี A4 ตัดครึ่ง ให้มี ๕ สี
ขอ้ เสนอแนะส�ำหรับผูจ้ ัดการเรยี นรู้ ๑๖
แผนนีเ้ ป็นกิจกรรมท่ตี อ่ เนอ่ื งกับแผนการเรยี นร้ทู ่ี ๑๕ โดยนกั เรียนได้เรยี นรู้
มาแลว้ วา่ การตง้ั ครรภน์ น้ั ตอ้ งเผชญิ ความทา้ ทายดา้ นรา่ งกาย และจติ ใจอยา่ งไรบา้ ง
ในคาบนก้ี เ็ ชน่ กนั ครจู ะชช้ี วนใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจวา่ การเลยี้ งลกู ตอ้ งมกี ารเตรยี มความ
พรอ้ มอยา่ งไร กิจกรรมน้ีไม่ได้เน้นความถกู ผดิ ของค�ำตอบของเด็กตามหลกั วิชาการ
เพยี งตอ้ งการใหน้ กั เรยี นร�ำลกึ หรอื สงั เกตวา่ จากประสบการณข์ องตนเคยสงั เกตเหน็
การเล้ียงเด็กเล็กทารกมาอย่างไรบ้าง เพื่อให้เห็นว่าการที่เราต้องเล้ียงลูก โดยไม่มี
ความพร้อม เช่น ยังเรยี นหนังสืออยู่ หรอื ต้องออกจากโรงเรียนมาเลย้ี งลกู วัยรุ่นทไ่ี ม่
175
ได้มกี ารเตรียมตวั มากอ่ น และยังไมม่ วี ุฒิภาวะเพียงพอจะมคี วามยากล�ำบากในการ
เลย้ี งลกู ใหม้ คี ณุ ภาพ จงึ ควรเตอื นตนเองใหเ้ หน็ วา่ ทกุ ชวี ติ มคี ณุ คา่ และกวา่ จะเตบิ โต
ไดต้ อ้ งการการดแู ลมากมาย ความพรอ้ มของพ่อแมจ่ ึงมคี วามส�ำคัญมาก แตค่ รตู อ้ ง
ระมดั ระวังไมใ่ ช้การต�ำหนิ สัง่ สอนหรือขู่ให้กลัว จนนักเรยี นมีแตค่ วามเข้าใจดา้ นลบ
ต่อการมลี ูก จนไมต่ อ้ งการมลี กู ในอนาคต
ประเมนิ ผลการเรียนรู้
๑) สังเกตการแสดงความเหน็ ของนักเรยี น
๒. สงั เกตการแลกเปลีย่ น การรับฟงั เพือ่ น
ข้นั ตอนการจัดการเรียนรู้
๑. ครบู อกนักเรยี นวา่ วนั น้ีเราจะมาเรียนร้วู า่ จะเลยี้ งเดก็ อยา่ งไร
๒. ครูน�ำตะกรา้ ท่ีมีตุ๊กตาเดก็ วางไวห้ นา้ ห้อง
๓. เปิดคลิปวิดีโอ “เตรียมของใช้เด็กอ่อนส�ำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่”
ความยาว ๒.๒๗ นาที และชช้ี วนใหด้ ูวา่ นเ่ี ป็นเรอ่ื งของการเตรียมอุปกรณ์ แตเ่ ราจะ
ช่วยกันระดมความคดิ เพ่ิมในเรอื่ งอน่ื ๆ อีก ในการช่วยกันเลี้ยงเด็ก
๔. แจกกระดาษ A4 ตดั คร่ึง ซงึ่ มี ๕ สี ใหน้ กั เรียนคนละแผ่น และให้คนท่ี
ได้สเี หมือนกนั มารวมกล่มุ กนั
๕. ให้สมาชิกแต่ละคนในแต่ละกลุ่มเขียนค�ำ หรือวาดภาพในกระดาษของ
ตน พยายามไม่ใหซ้ �ำ้ กนั โดยตอบค�ำถามว่า อปุ กรณ์ที่ต้องเตรยี มตวั ในการเล้ียงเด็ก
ตามเรื่องที่กลุ่มได้รับมอบหมายมีอะไรบ้าง พยายามให้ทุกคนได้ระบุหนึ่งอย่างท่ีไม่
ซำ้� กนั (๑๐ นาที)
กลุ่มที่ ๑: อาหาร และอปุ กรณท์ ตี่ อ้ งใชเ้ พอ่ื เตรยี มอาหารใหเ้ ดก็ (๐-๑ ป)ี
(เดก็ กนิ อะไรไดบ้ ้าง เตรียมอย่างไร ใช้อปุ กรณห์ รือเครอื่ งมอื
อะไรบา้ ง)
176
กลมุ่ ท่ี ๒: อุปกรณ/์ เครอื่ งใช้ในการท�ำใหเ้ ด็กไดอ้ บอุน่ และปลอดภัย ทงั้ ๑๖
ในการนอน และการอยูใ่ นและนอกบ้าน
กลุ่มที่ ๓: อุปกรณ์ท่จี �ำเปน็ เกยี่ วกบั การท�ำความสะอาด ทัง้ ตัวเด็ก และ
สง่ิ แวดลอ้ ม ได้แกอ่ ะไรบา้ ง
กลุ่มท่ี ๔: อุปกรณ์ เคร่อื งมอื ยารักษาโรค ที่จ�ำเป็นในการดแู ลเด็ก ใน
การรกั ษาโรค และป้องกนั ไมใ่ หเ้ จ็บป่วย ไดแ้ กอ่ ะไรบา้ ง
กลุ่มท่ี ๕: สง่ิ ทพี่ อ่ แมต่ อ้ งม/ี ตอ้ งท�ำในการทจี่ ะมสี ขุ ภาพแขง็ แรงพอทจ่ี ะ
เลย้ี งลูกไดม้ อี ะไรบ้าง
๖. ใหเ้ ดก็ จบั คกู่ นั ในกลมุ่ และชว่ ยกนั ระบรุ าคาของสงิ่ ทเี่ ขยี นไวใ้ นกระดาษ
แตล่ ะแผ่นว่า ถ้าตอ้ งจัดหาจะใช้เงินเปน็ ราคาเท่าไหร่ ถา้ เปน็ สิ่งทต่ี อ้ งท�ำทุกวัน เช่น
การกินนม หรอื อาหาร ใหป้ ระมาณการวา่ วนั ละกี่บาท หลงั จากน้นั ใหใ้ นกล่มุ ช่วย
กันบวกเลขจากราคาของแตล่ ะแผน่
๗. ครูให้นักเรียนส่งตัวแทนกลุ่ม บอกว่าจากโจทย์ของตัวเอง อุปกรณ์ที่
ตอ้ งเตรียมในการเล้ยี งลกู ไดแ้ ก่อะไรบ้าง รวมเปน็ เงนิ เทา่ ไหร่
๘. ครูกลับมาทต่ี ะกรา้ แล้วส่งตุก๊ ตาเวียนใหเ้ ด็กๆ ช่วยกนั อุ้มและส่งต่อกัน
๙. ชวนสรปุ โดยการต้ังค�ำถามกบั นกั เรียนวา่
• การจะเลย้ี งเดก็ ใหเ้ ตบิ โตเปน็ เรอื่ งยากหรอื งา่ ย ตอ้ งการการเตรยี มตวั
ใช่หรอื ไม่
• คิดวา่ อายุเทา่ ไหร่จงึ จะจดั หาอุปกรณ์ เคร่ืองมอื ความรู้ ทักษะท่จี ะ
เล้ียงเดก็ ให้มคี ณุ ภาพดีได้ เพราะอะไร
• เราคดิ วา่ นกั เรยี น ป.๖ หรอื ม.๑-๖ หรอื อาชวี ะ หรอื มหาวทิ ยาลยั หรอื
ต้องอายุเทา่ ไหร่ ทจี่ ะมีความพรอ้ มในการเลย้ี งเด็กบ้าง
• ครลู องถามนกั เรยี นบางคนวา่ คดิ วา่ ตนเองอยากจะมลี กู ตอนอายเุ ทา่ ไหร่
๑๐. ครทู ง้ิ ทา้ ยใหน้ กั เรยี นรวู้ า่ การมลี กู เปน็ เรอ่ื งดี เพราะสงิ่ มชี วี ติ ลว้ นตอ้ งการ
การสืบเผ่าพันธุ์ แต่เราต้องการความพร้อมในการท่ีจะเล้ียงให้ชีวิตหนึ่งเติบโตอย่าง
งดงามและมีคณุ ภาพ
177
บรรณานกุ รม
หนังสือ
• มูลนิธิแพธทูเฮลท์. (๒๕๖๐). ชุดกิจกรรมการไม่รังแกกัน ส�ำหรับช้ันมัธยมศึกษาตอนต้น.
นครปฐม: ร้านการต์ ูนสกรนี และสง่ิ พมิ พ์.
• ศนู ยเ์ ฉพาะกจิ คมุ้ ครองและชว่ ยเหลอื เดก็ นกั เรยี น ส�ำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน.
(๒๕๕๘). การพัฒนาเพศศึกษาในระบบการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน. กรุงเทพฯ: ส�ำนักงานพระพุทธศาสนา
แห่งชาต.ิ
• องคก์ ารแพธ. (๒๕๕๑). คมู่ อื การจดั กระบวนการเรยี นรเู้ พศศกึ ษา ส�ำหรบั นกั เรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษา
ปีท่ี ๑. กรุงเทพฯ: เออรเ์ จนท์ แทค.
ส่ือออนไลน์
• Advocates for Youth. (n.d.). Change Is Good, A Lesson Plan from Rights, Respect,
Responsibility: A K-12 Curriculum, June 30, 2018. http://www.advocatesforyouth.org/
3rs-curric-lessonplans
• Advocates for Youth. (n.d.). Different Kinds of Families, A Lesson Plan from Rights,
Respect, Responsibility: A K-12 Curriculum, June 30, 2018. https://drive.google.com/lfi e/d/
1zqkGgQc-ivdWAGtqWQeIJuN1Udrsi-6U/view
• Advocates for Youth. (2015). Rights, Respect, Responsibility A K-12 Sexuality
Education Curriculum Teacher’s Guide, July 2, 2018. http://www.advocatesforyouth.org/
3rs-curric-lessonplans
• Better Health Channel. (2014). Sex education – preschoolers, July 2, 2018. https://
www.betterhealth.vic.gov.au/health/healthyliving/talking-to-pre-schoolers-about-sex
• Better Health Channel. (2015). Sex education – primary school children, July 2,
2018. https://www.betterhealth.vic.gov.au/health/healthyliving/talking-to-primary-school-
children-about-sex
• Better Health Channel. (2018). Sex education – talking to young people, July 2,
2018. https://www.betterhealth.vic.gov.au/health/healthyliving/talking-to-young-people-
about-sex
180
• Brook, PSHE Association and Sex Education Forum. (2014). Sex and Relationships
Education (SRE) for the 21st Century, July 1, 2018. https://www.pshe-association.org.uk/system/
ilf es/SRE%20for%20the%2021st%20Century%20-%20FINAL.pdf.pdf
• Continuing Education for Mental Health Professionals. (n.d.). Topics in Human
Sexuality: Sexuality Across the Lifespan Childhood and Adolescence, July 2, 2018.
https://ce4less.com/Tests/Materials/E086Materials.pdf
• Croydon Council. (2008). Sex and Relationship Education Scheme of Work for The
Early Years Foundation Stage, Key Stage 1 and Key Stage 2, July 2, 2018. http://www.
davidlivingstone.croydon.sch.uk/wp-content/uploads/2015/07/6.2-STEP-Curriculum-SRE-SoW-
July-2015.pdf
• Danny W. Patty II. (2006). Exploring Emotions through Activities ebook, July 2, 2018.
http://www.dannypettry.com/ebook_emotions.pdf
• Department for Education and Employment. (2000). Sex and Relationship Education
Guidance, June 30, 2018. https://assets.publishing.service.gov.uk/government/uploads/system/
uploads/attachment_data/ilf e/283599/sex_and_relationship_education_guidance.pdf
• EFAIDS Programme. (2009). Learning for Life: Classroom Activities for HIV and AIDS
Education, July 2, 2018. http://download.ei-ie.org/Docs/WebDepot/EFAIDS_ClassroomExer-
ciceBook_eng_ifnal_web.pdf
• ETR Associates. (2012). Health Smart Middle School: Program Foundation Standards,-
Theory, Results, June 20, 2018. https://www.etr.org/healthsmart/
• ETR Associates. (n.d.). Lesson Plan 5.1: Exploring Sexual Orientation, July 2, 2018.
https://iwhc.org/wp-content/uploads/2013/12/iwhcch5.pdf
• Harcombe Kevin. (n.d.). How to teach sex education in primary schools, July
2, 2018. https://www.teachprimary.com/learning_resources/view/how-to-teach-sex-
education-in-primary-schools
• Healthy Schools London. (n.d.). SRE Primary Curriculum Overview, June 30, 2018.
http://www.healthyschools.london.gov.uk/sites/default/lfi es/SRE%20Primary%20Scheme%20of%20
work.pdf
181
• Idaho Coalition Against Sexual & Domestic Violence Center for Healthy Teen
Relationships and Start Strong Idaho Team. (n.d.). Center for Healthy Teen Relationships, July
2, 2018. https://idvsa.org/wp-content/uploads/2013/01/Healthy-Relationships.pdf
• International Planned Parenthood Federation. (2009). From evidence to action:
Advocating for comprehensive sexuality education, June 20, 2018. https://www.ippf.org/
sites/default/ifles/from_evidence_to_action.pdf
• LAFA. (2004). The Main Thread Handbook on sexuality and personal relationships
among young people, June 30, 2018. http://www.lafa.nu/Documents/Metodb%C3%B6cker/
The%20Main%20Thread%20-%20a%20hanbook%20on%20sexuality%20and%20personal%2
0relationships%20%20from%20Lafa.pdf
• Lesson Plan – Puberty Part 1 and Part 2, July 2, 2018. http://youngpeopletoday.
net/wp-content/uploads/2016/03/Lesson-Plan-Puberty-Part-I-and-II.pdf
• Martinez Anna. (2005). Effective learning method: Approaches to teaching about
sex and relationships within PSHE and Citizenship, July 2, 2018. https://www.ghll.org.uk/
effective-learning-pshe.pdf
• National Children’s Bureau. (2006). A whole – school approach to Personal, Social
and Health Education and Citizenship, July 2, 2018. http://www.citized.info/pdf/external/ncb/
wholeschool.pdf
• PSHE Association. (n.d.). A Guide for Parents and Carers on Sex and Relationship
Education, June 30, 2018. https://st-christopher.coventry.sch.uk/wp-content/uploads/2017/01/
Detailed_Guide_for_Parents_and_Carers_on_Jigsaw_SRE.pdf
• PSHE Association. (2016). Teaching SRE in the primary school, June 30, 2018. http://
www.healthyschools.london.gov.uk/sites/default/files/pri_SRE%20pack_sample.pdf
• RFSU. (n.d.). SEX: YOUR OWN DAY A booklet about sex for teens, July 2, 2018. https://
www.rfsu.se/globalassets/pdf/sex-your-ow-way.pdf
• The Sex Education Forum. (2010). Understanding Sex & Relationships Education, A
Sex Education Forum briefi ing, July 1, 2018. https://www.sexeducationforum.org.uk/resources
182
• The Sexuality Information and Education Council of the United States. (2004). (3rd
Edition), Guidelines for Comprehensive Sexuality Education, June 30, 2018. http://sexedu.org.
tw/guideline.pdf
• UNESCO. (2018). International teaching guidance on sexuality education, An
evidence-informed approach. (Revised edition), July 4, 2018. http://www.unaids.org/sites/
default/ifles/media_asset/ITGSE_en.pdf
• ส�ำนักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน.
(ม.ป.ป.). แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ 21st Century Skills, ๒๐ มถิ นุ ายน ๒๕๖๑. https://
webs.rmutl.ac.th/assets/upload/fli es/2016/09/20160908101755_51855.pdf
183
ภาคผนวก
ภาคผนวก ๑
แนวคิดหลักในการพฒั นาการเรยี นรู้เรอื่ ง “เพศวิถีศึกษา” ของ SIECUS
(Key Concepts in Comprehensive Sexuality Education Program)๑
๑) พัฒนาการของมนุษย์ | Human Developments
เปน็ พฒั นาการดา้ นตา่ งๆ ของมนษุ ย์ ทเ่ี ตบิ โตไปอยา่ งสมั พนั ธก์ นั ระหวา่ ง สรรี ะ อารมณ์
สงั คม และสตปิ ญั ญา
๑.๑ สรรี ะร่างกายทเี่ กี่ยวข้องกับการสืบพันธุ์ | Reproductive and Sexual Anatomy
and Physiology
๑.๒ การสืบพันธุ์ | Reproduction
๑.๓ การเปล่ยี นแปลงเมื่อเข้าสูว่ ัยหนุ่มสาว | Puberty
๑.๔ ภาพลักษณ์ต่อร่างกาย | Body Image
๑.๕ ตวั ตนทางเพศ | Gender Identity
๑.๖ รสนยิ มทางเพศ | Sexual Orientation
๒) สัมพนั ธภาพ | Relationships
สมั พันธภาพ มบี ทบาทส�ำคญั ตลอดช่วงชวี ติ ของเรา
๒.๑ ครอบครวั | Families
๒.๒ มติ รภาพ | Friendship
๒.๓ ความรกั | Love
๒.๔ ความสมั พนั ธแ์ บบโรแมนตกิ และการคบหาดูใจกนั | Romantic Relationship
& Dating
๑ แปลและเรียบเรียงจาก SIECUS (2004). Guidelines for Comprehensive Sexuality Education
(Kindergarten – 12 Grade), 3rd Edition, National Guidelines Task Force
186
๒.๕ การแต่งงานและการตกลงใช้ชีวิตร่วมกัน | Marriage and Lifetime
Commitments
๒.๖ การเลยี้ งดูลกู | Raising Children
๓. ทักษะสว่ นบคุ คล | Personal Skills (Skills for Health and Well-being)
การมีสุขภาวะทางเพศจ�ำเป็นต้องมีการพัฒนาทักษะส่วนบุคคลและทักษะในการ
ปฏสิ มั พนั ธก์ บั บุคคลอื่น
๓.๑ การใหค้ ณุ คา่ | Values
๓.๒ การตดั สนิ ใจ | Decision-making
๓.๓ การสอ่ื สาร | Communication
๓.๔ การยืนยนั ความคดิ ความตอ้ งการ ความรสู้ กึ ของตนเอง | Assertiveness
๓.๕ การตอ่ รอง | Negotiation
๓.๖ การหาความชว่ ยเหลือ | Looking for Help
๔) พฤตกิ รรมทางเพศ (Sexual Behavior)
เพศวถิ ี (Sexuality) เป็นเรอื่ งส�ำคัญของมนษุ ย์ แตล่ ะบคุ คลจะแสดงออกในเรอื่ งเพศ
แตกต่างกันออกไป
๔.๑ ชวี ติ ทางเพศตลอดชว่ งชวี ติ | Sexuality Throughout Life
๔.๒ การช่วยตวั เอง | Masturbation
๔.๓ พฤติกรรมทางเพศที่แสดงออกตอ่ กัน | Shared Sexual Behavior
๔.๔ การละเวน้ การมเี พศสัมพนั ธ์ | Sexual Abstinence
๔.๕ การตอบสนองทางเพศของมนษุ ย์ | Human Sexual Response
๔.๖ จนิ ตนาการทางเพศ | Sexual Fantasy
๔.๗ การเสอ่ื มสมรรถภาพทางเพศ | Sexual Dysfunction
187
๕) สุขภาพทางเพศ (Sexual Health)
การส่งเสริมสุขภาพทางเพศต้องการข้อมูลและทัศนะที่จ�ำเป็นเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบ
ทีไ่ ม่พึงประสงคจ์ ากพฤตกิ รรมทางเพศ
๕.๑ อนามัยเจรญิ พนั ธ์ุ | Reproductive Health
๕.๒ การคุมก�ำเนิด | Contraception
๕.๓ การตง้ั ครรภ์ และการฝากครรภ์ | Pregnancy and Prenatal Care
๕.๔ การท�ำแท้ง | Abortion
๕.๕ โรคตดิ ตอ่ ทางเพศสมั พนั ธ์| STIs
๕.๖ เอชไอวี/เอดส์ | HIV and AIDS
๕.๗ การล่วงละเมดิ ทางเพศ | Sexual Abuse, assault, violence, harassment
๖) สังคมและวฒั นธรรม
ส่งิ แวดลอ้ มและบรรยากาศทางสังคมและวัฒนธรรม มีส่วนในการก�ำหนดวิธกี ารเรียน
รแู้ ละการแสดงออกในเรื่องเพศของบคุ คล
๖.๑ เพศวิถแี ละสังคม | Sexuality and Society
๖.๒ บทบาททางเพศ | Gender Roles
๖.๓ เพศวิถีและกฎหมาย | Sexuality and Law
๖.๔ เพศวิถีและศาสนา | Sexuality and Religion
๖.๕ ความหลากหลาย | Diversity
๖.๖ เพศวิถีและศลิ ปะ | Sexuality and the Arts
๖.๗ เพศวิถีและสือ่ | Sexuality and the Media
188
ภาคผนวก ๒
แนวคดิ หลักในการพฒั นาการเรยี นรูเ้ ร่อื ง “เพศวิถีศกึ ษา” ของ UNESCO
(Key Concepts of Comprehensive Sexuality Education)๒
Key concept ๑: สมั พนั ธภาพ | Relationships
๑.๑ ครอบครัว | Families
๑.๒ มติ รภาพ, ความรัก และความสัมพนั ธ์แบบโรแมนตกิ | Friendship, Love and
Romantic Relationships
๑.๓ ความอดกลนั้ การนับรวม การเคารพ | Tolerance, Inclusion and Respect
๑.๔ การตกลงใชช้ วี ติ รว่ มกนั ระยะยาว และการเปน็ พอ่ แม่ | Long-term Commitments
and Parenting
Key concept ๒: คุณค่า สทิ ธิ วฒั นธรรม และเพศวถิ ี | Values, Rights, Culture and
Sexuality
๒.๑ คณุ ค่าและเพศวิถี | Values and Sexuality
๒.๒ สทิ ธิมนษุ ยชนและเพศวิถี | Human Rights and Sexuality
๒.๓ วัฒนธรรม สังคม และเพศวิถี | Culture, Society and Sexuality
Key concept ๓: เข้าใจเพศสภาพ | Understanding Gender
๓.๑ การประกอบสร้างของสังคมในเร่ืองเพศสภาพและบรรทัดฐานชายหญิง | The
Social Construction of Gender and Gender Norms
๒ แปลและเรียบเรียงจาก UNESCO (2018). International teaching guidance on sexuality education:
An evidence-informed approach. (Revised edition), July 4, 2018. http://www.unaids.org/sites/
default/ifles/media_asset/ITGSE_en.pdf
189
๓.๒ ความเท่าเทียมทางเพศ การเหมารวมและอคตทิ างเพศ | Gender Equality,
Stereotypes and Bias
๓.๓ ความรนุ แรงบนฐานเพศสภาพ | Gender-based Violence
Key concept ๔: ความรุนแรงและการท�ำให้ตวั เองปลอดภยั | Violence and Staying Safe
๔.๑ ความรุนแรง | Violence
๔.๒ การยนิ ยอมพรอ้ มใจ, พน้ื ทส่ี ว่ นตวั และสทิ ธใิ นเนอ้ื ตวั รา่ งกาย | Consent, Privacy
and Bodily Integrity
๔.๓ การใช้ ICTs อยา่ งปลอดภยั | Safe use of Information and Communication
Technologies (ICTs)
Key concept ๕: ทกั ษะสุขภาพและการอยดู่ มี ีสุข | Skills for Health and Well-being
๕.๑ บรรทัดฐาน และอิทธพิ ลเพือ่ นท่ีมีผลต่อพฤติกรรมทางเพศ | Norms and Peer
on Sexual Behavior
๕.๒ การตดั สนิ ใจ | Decision-making
๕.๓ ทกั ษะการสอื่ สาร การปฏเิ สธ และการตอ่ รอง | Communication, Refusal and
Negotiation Skills
๕.๔ การเทา่ ทนั สื่อและเพศวิถี | Media Literacy and Sexuality
๕.๕ การหาความช่วยเหลอื | Finding Help and Support
Key concept ๖: รา่ งกายและพฒั นาการของมนษุ ย์ | The Human Body and Development
๖.๑ สรีระท่ีเก่ยี วข้องทางเพศและอนามยั เจริญพันธ์ุ | Sexual and Reproductive
Anatomy and Physiology
๖.๒ การสืบพันธ์ุ | Reproduction
๖.๓ การเปลย่ี นแปลงเม่อื เขา้ สู่วยั หนุ่มสาว | Puberty
๖.๔ ภาพลกั ษณ์ร่างกาย | Body Image
190
Key concept ๗: เพศวิถแี ละพฤติกรรมทางเพศ | Sexuality and Sexual Behavior
๗.๑ เพศ เพศวิถี และวงจรชีวติ ทางเพศ | Sex, Sexuality and the Sexual Life
Cycle
๗.๒ พฤตกิ รรมทางเพศ และการตอบสนองทางเพศ | Sexual Behavior and Sexual
Response
Key concept ๘: สขุ ภาพทางเพศและอนามยั เจรญิ พนั ธ์ุ | Sexual and Reproductive Health
๘.๑ การตั้งครรภ์และการป้องกันการต้ังครรภ์ | Pregnancy and Pregnancy
Prevention
๘.๒ การตตี รา การดแู ลรกั ษา และการสนับสนุนเร่อื งเอชไอวแี ละเอดส์ | HIV and
AIDS Stigma, Care, Treatment and Support
๘.๓ ความเข้าใจ การรบั รแู้ ละการลดโอกาสเสีย่ งต่อโรคตดิ ตอ่ ทางเพศสมั พันธร์ วมถึง
เอชไอวี | Understanding, Recognizing and Reducing the Risk of STIs, including HIV
191
ภาคผนวก ๓
เพศวิถศี กึ ษา: Key messages
๑. พฒั นาการของมนุษย์
๑.๑ รา่ งกายของแตล่ ะคนมลี ักษณะเฉพาะตัวทแ่ี ตกตา่ งกนั และมคี ุณคา่ เท่าเทียมกัน
๑.๒ ร่างกายของมนุษย์มีความสามารถท้ังการสืบพันธุ์ และแต่ละคนสามารถเลือกได้ว่า
ตอ้ งการมลี ูกหรือไม่
๑.๓ ระบบร่างกายที่ตอบสนองต่ออารมณ์และความต้องการทางเพศ แตกต่างจากระบบ
สบื พันธ์ุ
๑.๔ การดแู ลสขุ อนามยั ของอวยั วะเพศและอวยั วะสบื พนั ธเ์ุ ปน็ เรอื่ งจ�ำเปน็ และส�ำคญั ตอ่ การ
มสี ขุ ภาวะทางเพศ
๑.๕ การมีเพศสัมพันธ์ เกิดขึ้นท้ังเพื่อตอบสนองอารมณ์ปรารถนาทางเพศ และเพื่อการ
สืบพนั ธุ์ ดงั นน้ั การมีเพศสัมพันธค์ วรมกี ารปอ้ งกันทกุ คร้ัง หากยงั ไม่พรอ้ มหรอื ไมต่ อ้ งการมลี กู
๑.๖ สัญญาณหนงึ่ ของการตง้ั ครรภ์ คอื ประจ�ำเดอื นไม่มาตามปกติ
๑.๗ ภาพลักษณ์ของร่างกายที่ถูกสร้างข้ึน (โดยส่ือ) ให้เป็นมาตรฐานหรือเป็นค่านิยมของ
สังคม มักไม่ใช่ภาพสะท้อนความเป็นจริงของร่างกายมนุษย์ ซ่ึงมีความแตกต่างกัน และการ
สรา้ งภาพลกั ษณด์ งั กลา่ วสง่ ผลกระทบตอ่ ภาพลกั ษณแ์ ละความรสู้ กึ ของบคุ คลตอ่ รา่ งกายตนเอง
ซึ่งอาจส่งผลในทางลบตอ่ พฤติกรรม และสุขภาวะทางเพศของคนๆ นน้ั
๑.๘ มนุษย์อาจมีความรู้สึกดึงดูดใจทางเพศกับคนเพศเดียวกัน หรือต่างเพศ หรือทั้งสอง
เพศได้ ซึ่งเปน็ เร่อื งส่วนบุคคลและไม่ใช่เรอื่ งผดิ ปกติ และไมไ่ ดล้ ดทอนคณุ ค่าความเปน็ มนุษย์
ของคนๆ นน้ั ในขณะเดยี วกนั ครอบครวั สงั คม วฒั นธรรม และศาสนา อาจมขี อ้ ก�ำหนด ความ
เชื่อ และการยอมรับต่อกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศแตกต่างกัน ท�ำให้เป็นเร่ืองยาก
ส�ำหรบั บางคนในการยอมรบั หรอื เปิดเผยรสนิยมทางเพศของตนเอง
๑.๙ การใหเ้ กยี รตแิ ละการเคารพความแตกตา่ งหลากหลายของบคุ คลโดยเทา่ เทยี มกนั เปน็
สง่ิ ทีเ่ ราพึงปฏบิ ตั ิตอ่ กนั
192
๑.๑๐ บุคคลมีสทิ ธิในเนอ้ื ตวั รา่ งกายของตนเอง และไม่อาจมใี ครละเมดิ สทิ ธินไ้ี ด้
๒. สัมพนั ธภาพ
๒.๑ ความไว้วางใจ การใส่ใจความรู้สึก การเคารพ การแสดงความรักความห่วงใยเป็น
พน้ื ฐานส�ำคญั ของการสรา้ งและรักษาสัมพันธภาพที่ดี ในขณะทก่ี ารเอาเปรียบ การใชอ้ �ำนาจ
การไม่ให้เกียรติ การละเมิดสิทธิสะท้อนถึงสัมพันธภาพที่ไม่ดีและไม่ควรเกิดข้ึนในทุกความ
สมั พันธ์
๒.๒ ความขดั แย้งเกดิ ขึน้ ไดใ้ นทุกความสัมพนั ธ์ เป็นเรื่องปกตแิ ละสามารถจดั การไดโ้ ดยไม่
จ�ำเปน็ ตอ้ งใชค้ วามรนุ แรง
๒.๓ การแสดงความรักมีหลายแบบ พฤตกิ รรมทางเพศและการมีเพศสัมพนั ธ์ไมใ่ ช่เงอ่ื นไข
ของการแสดงความรกั
๒.๔ ครอบครัวและการใช้ชวี ติ คมู่ หี ลายแบบ
๒.๕ การตดั สนิ ใจเรอื่ งการมชี ีวิตคู่ มีลกู และมคี รอบครวั เป็นการตัดสนิ ใจส�ำคัญ และมา
พร้อมกับความรบั ผิดชอบต่อบคุ คลทีม่ ีความสมั พันธด์ ้วย
๒.๖ การมีลูกควรเกดิ ข้ึนจากความตอ้ งการและความพรอ้ มท่จี ะรบั ผดิ ชอบในการดแู ล
๒.๗ การรังแก การตตี รา การเลอื กปฏิบัตดิ ว้ ยเหตุของความแตกต่าง เปน็ การละเมิดสิทธิ
มนษุ ยชนและลดทอนศกั ดิศ์ รีความเปน็ มนุษย์
๓. ทกั ษะสว่ นบุคคล
๓.๑ การใหค้ ณุ คา่ ทศั นคติ และความเชอ่ื ตอ่ เรอ่ื งเพศ/เพศวถิ ขี องบคุ คล สง่ ผลตอ่ พฤตกิ รรม
การตดั สินใจ การด�ำเนินชีวิต และสขุ ภาวะทางเพศ
๓.๒ การตดั สนิ ใจทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั เรอื่ งเพศวถิ เี ปน็ เรอื่ งส�ำคญั เพราะมผี ลทต่ี ามมาทง้ั ตอ่ ตนเอง
และบุคคลทีเ่ กี่ยวขอ้ ง ทงั้ ในดา้ นสุขภาพและสังคมทตี่ อ้ งรับผิดชอบ
๓.๓ เพ่ือน ครอบครัว บรรทัดฐานและค่านิยมเร่ืองเพศอาจมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจและ
พฤติกรรมทางเพศ
๓.๔ การส่ือสารทีด่ ีเป็นเรือ่ งส�ำคัญในการรักษาความสมั พันธ์
193
๓.๕ การส่ือสารถึงความรู้สึกเร่ืองเพศ ความต้องการ ขอบเขตความสัมพันธ์ การยินยอม
พรอ้ มใจ และการเคารพสทิ ธิและความรู้สกึ ของอกี ฝ่าย เป็นเร่อื งจ�ำเป็นในการมีความสมั พันธ์
ทางเพศทด่ี ี
๓.๖ การจัดการความขดั แย้งมีหลายวธิ ี และไม่จ�ำเป็นต้องใชค้ วามรนุ แรง
๓.๗ การรูแ้ หลง่ ช่วยเหลอื ทเ่ี ก่ียวกบั เรอ่ื งเพศและเพศวถิ ี และหาความชว่ ยเหลือเมอ่ื จ�ำเปน็
เปน็ ส่งิ ทส่ี �ำคัญท่จี ะชว่ ยแก้ปัญหาสขุ ภาวะทางเพศ
๓.๘ การใช้วิจารณญาณในการดูสื่อและใช้ ICT เปน็ เรือ่ งส�ำคัญ เพราะสื่อมอี ิทธพิ ลตอ่ การ
รับรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมของคนในสังคมทัง้ ทางบวกและทางลบ ขอ้ มลู ตา่ งๆ ทีป่ รากฏใน
สอื่ อาจมที ง้ั ขอ้ เทจ็ จรงิ และขอ้ มลู ผดิ ๆ สอื่ ยงั อาจน�ำเสนอภาพลกั ษณใ์ นเรอ่ื งเพศ เพศวถิ ี ความ
สมั พนั ธท์ างเพศ บทบาทชายหญงิ และเพศทางเลอื ก ทบ่ี ดิ เบอื นหรอื ไมส่ ะทอ้ นความเปน็ จรงิ ใน
สังคม ทกั ษะการคิด วิเคราะห์ และการเทา่ ทนั สื่อ จึงเปน็ เร่อื งส�ำคัญ
๔. พฤติกรรมทางเพศ
๔.๑ ความรู้สกึ ทางเพศ จนิ ตนาการทางเพศ ความปรารถนาทางเพศเป็นเรอื่ งธรรมชาติ
และมนุษย์มีความสามารถในการหาและมีความร่ืนรมย์ทางเพศ ผ่านการสัมผัสร่างกายใน
รปู แบบต่างๆ ตลอดช่วงชวี ิต
๔.๒ การตัดสินใจมีหรือไม่มีเพศสัมพันธ์เป็นสิทธิส่วนบุคคล ควรเกิดข้ึนจากการยินยอม
พรอ้ มใจ และค�ำนึงถงึ การปอ้ งกนั ความเสี่ยงทีอ่ าจเกดิ ขนึ้ ทสี่ ง่ ผลต่อสขุ ภาพและคณุ ภาพชีวติ
๔.๓ การไม่มเี พศสมั พนั ธ์ เป็นวิธกี ารป้องกันทอ้ งและป้องกนั โรคติดต่อทางเพศสมั พันธ์ท่ีมี
ประสิทธิภาพที่สดุ และเปน็ ทางเลือกเสมอ แม้ในคนที่เคยมปี ระสบการณท์ างเพศมาแลว้
๔.๔ เราไมค่ วรใชภ้ าพลกั ษณภ์ ายนอก ความสามารถของรา่ งกาย อตั ลกั ษณท์ างเพศ รสนยิ ม
ทางเพศ และประสบการณท์ างเพศมาเปน็ เกณฑใ์ นการตดั สนิ คณุ คา่ ของคนและเลอื กปฏบิ ตั ติ อ่
บคุ คล
๔.๕ พฤติกรรรมทางเพศควรน�ำมาซ่ึงความสุขและพึงพอใจของท้ังสองฝ่าย และค�ำนึงถึง
ความปลอดภัยด้านสุขภาพ และปราศจากความเสีย่ งต่อโรคติดตอ่ ฯ การท้องไม่พร้อม ความ
รุนแรง
194
๕. สขุ ภาพทางเพศ
๕.๑ วิธีคุมก�ำเนดิ แบบตา่ งๆ ที่มีอยู่ในปจั จบุ ัน สามารถช่วยปอ้ งกนั การต้งั ครรภ์ได้
๕.๒ การตั้งครรภโ์ ดยไม่พรอ้ มหรอื ไม่ตั้งใจอาจเกดิ ขึ้นได้ การเข้าถึงขอ้ มลู บรกิ ารปรึกษา
และบริการช่วยเหลือเม่ือเผชิญกับการตั้งครรภ์ไม่พร้อม จะช่วยให้เห็นทางเลือกในการจัดการ
ไมว่ า่ จะเลอื กทอ้ งตอ่ หรอื ยตุ กิ ารตงั้ ครรภ์ (ซงึ่ สามารถท�ำไดอ้ ยา่ งปลอดภยั หากอายคุ รรภไ์ มเ่ กนิ
๑๒ สัปดาห์)
๕.๓ เม่อื รู้ หรอื สงสยั วา่ ต้ังครรภ์ ไมว่ า่ จะตดั สินใจท้องต่อ หรอื ยุติการตงั้ ครรภ์ การเขา้ ถงึ
บริการใหเ้ รว็ ทส่ี ดุ เปน็ เรอื่ งส�ำคญั
๕.๔ ทางเลอื กในการลดโอกาสเสย่ี งตอ่ การตดิ โรคตดิ ตอ่ ทางเพศสมั พนั ธแ์ ละเอชไอวมี หี ลาย
วธิ ี และการมเี พศสัมพนั ธ์โดยใชถ้ งุ ยางอนามยั จะชว่ ยทัง้ ป้องกนั ทอ้ ง ป้องกนั การติดโรคติดต่อ
ทางเพศสัมพนั ธ์ และปอ้ งกันการตดิ เชอ้ื เอชไอวี
๕.๕ การล่วงละเมิดทางเพศ และการใช้ความรุนแรงทางเพศเป็นเรื่องยอมรับไม่ได้ และ
เปน็ การละเมิดสิทธิ นอกจากนัน้ ในหลายกรณเี ปน็ เร่ืองผิดกฎหมายท่สี ามารถฟ้องรอ้ งได้
๕.๖ เอชไอวสี ามารถปอ้ งกนั ได้ และเอดสร์ กั ษาได้ ดงั นน้ั เราจงึ สามารถอยรู่ ว่ มกบั ผตู้ ดิ เชอ้ื
เอชไอวไี ด้ และผตู้ ดิ เชอื้ เอชไอวสี ามารถมคี ณุ ภาพชวี ติ ทด่ี ไี ด้ หากเขา้ ถงึ การรกั ษา การรงั เกยี จ
และการเลือกปฏิบตั ติ อ่ ผตู้ ิดเชอ้ื เอชไอวเี ปน็ การละเมดิ สทิ ธิ
๖. สังคมและวัฒนธรรม
๖.๑ การให้คณุ คา่ และทศั นคติเร่อื งเพศของบคุ คลได้รบั อิทธิพลจากสงั คม วฒั นธรรม และ
ศาสนา และสง่ ผลต่อพฤติกรรม การตดั สนิ ใจ การแสดงออก และการปฏบิ ัติตอ่ คนอน่ื ๆ ท่ี
แตกต่าง
๖.๒ การตระหนักว่าบรรทัดฐาน/ค่านิยมเรื่องเพศ และความคาดหวังต่อบทบาทหญิงชาย
ของสังคมไทย ส่งผลต่อพฤติกรรมและวิถีชีวิตทางเพศของคนในสังคม และแต่ละคนอาจมี
ทศั นคตคิ วามเชื่อท่แี ตกตา่ งไปจากบรรทัดฐานของสงั คมได้
195
๖.๓ การตงั้ ค�ำถามตอ่ อคตทิ างเพศ บรรทดั ฐานหรือค่านยิ มทางเพศ ท่สี ง่ ผลกระทบในทาง
ลบตอ่ บคุ คล หรอื สร้างความไมเ่ สมอภาค/ไมเ่ ท่าเทียมทางเพศ เป็นเร่อื งส�ำคญั และเป็นจดุ เรม่ิ
ตน้ ของการเปลี่ยนแปลง
๖.๔ การรถู้ งึ สิทธแิ ละกฎหมายที่มผี ลต่อสุขภาวะทางเพศของตนเองเป็นเรอื่ งส�ำคญั เช่น
๖.๔.๑ การลว่ งละเมิดทางเพศ
๖.๔.๒ พ.ร.บ. การปอ้ งกนั และแก้ไขปญั หาการต้งั ครรภ์ในวัยรนุ่
๖.๔.๓ การคมุ้ ครองผเู้ ยาว์
๖.๔.๔ ความเทา่ เทยี ม/เสมอภาคทางเพศ
๖.๔.๕ การข่มขนื ในคสู่ มรส
๖.๔.๖ สทิ ธสิ ขุ ภาพ
๖.๔.๗ ฯลฯ
196
ภาคผนวก ๔ สรปุ ยอ่ โครงการฯ
โครงการพัฒนาหลกั สูตรและน�ำรอ่ งเพศวิถีศึกษาในโรงเรยี นประถมศกึ ษา ใน ๑๐ จังหวัด
(เชยี งราย เชียงใหม่ นครสวรรค์ เลย ชยั ภมู ิ มหาสารคาม กระบี่ สตลู นนทบรุ ี และกรุงเทพมหานคร)
ด�ำเนนิ การโดย มลู นิธแิ พธทูเฮลท์ (Path2Health)
สนบั สนนุ โดย ส�ำนกั งานกองทุนสนบั สนุนการสรา้ งเสริมสขุ ภาพ (สสส.)
(๑ พฤศจกิ ายน ๒๕๕๙ - ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒)
๑. หลกั การและเหตุผล :
ความจ�ำเปน็ ของการจดั การเรียนรเู้ พศวถิ ศี ึกษาในหลักสูตรประถมศกึ ษา
จากสภาวการณ์ที่เด็กและเยาวชนเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เร็วขึ้น และได้รับข้อมูลข่าวสารเร่ือง
เพศรวดเร็วกว่าคนยคุ กอ่ น ด้วยเทคโนโลยีของโทรศพั ทม์ ือถอื และการเขา้ ถงึ อินเทอรเ์ นต็ ไดใ้ น
ทุกท่ี ทกุ เวลา จนเปน็ การยากทีจ่ ะควบคมุ การรบั รู้ต่อเรือ่ งเพศ ดงั หลกั ฐานทีป่ รากฏชดั อยูร่ อบ
ตวั โดยเฉพาะเมอื่ สถติ กิ ารมเี พศสมั พนั ธค์ รงั้ แรกเกดิ ขนึ้ ในอายทุ น่ี อ้ ยลงเรอ่ื ยๆ รวมทง้ั อตั ราการ
ต้ังครรภว์ ยั รนุ่ ในชว่ งสิบกว่าปที ผ่ี า่ นมาทีส่ ูงข้นึ มาก จงึ เปน็ ที่ยอมรบั กนั มากขึน้ วา่ จ�ำเปน็ ตอ้ งมี
การจดั การเรยี นรเู้ รอ่ื งเพศใหเ้ ปน็ สว่ นหนงึ่ ของหลกั สตู รสถานศกึ ษา โดยส�ำนกั งานคณะกรรมการ
การศกึ ษาข้นั พื้นฐาน (สพฐ.) ไดก้ �ำหนดไว้ว่า ใหม้ กี ารจัดการเรยี นรเู้ พศวถิ ีศึกษาเปน็ ส่วนหนึง่
ของการเรียนรใู้ นหลักสูตรสถานศกึ ษาในการศึกษาขัน้ พื้นฐาน ๑๒ ปี สอดคล้องกบั ขอ้ ก�ำหนด
ในพระราชบัญญตั กิ ารป้องกันและแก้ไขปัญหาการต้งั ครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. ๒๕๕๙ ซ่งึ ก�ำหนดให้
มกี ารพฒั นาศักยภาพครู ให้สามารถสอนเพศวิถีศกึ ษาอยา่ งมีประสิทธภิ าพ อยา่ งไรกต็ าม ตอ้ ง
ยอมรับว่า การพยายามผลักดันและพัฒนาศักยภาพครูผู้สอนเพศวิถีศึกษาโดยเฉพาะในระดับ
ประถมศึกษายังขาดการด�ำเนินงานอย่างเป็นระบบ สพฐ. ได้จัดท�ำคู่มือการจัดการเรียนรู้เพศ
วถิ ีศกึ ษาในระดับประถมศึกษา ตง้ั แต่ พ.ศ. ๒๕๔๗ ๑ แต่ไม่มกี ารติดตามผลที่ชดั เจนวา่ ไดร้ บั
๑ คู่มือการจัดการเรยี นร้เู พศวถิ ศี ึกษา โดยส�ำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน ๒๕๔๗ 197
การด�ำเนินการมากน้อยเพียงไร เมื่อเทียบกับโรงเรียนมัธยมศึกษา ซึ่งมีการจัดการครอบคลุม
กวา่ แมจ้ ะยงั มจี ดุ ออ่ นในเรอ่ื งคณุ ภาพอยมู่ าก ดงั รายงานของมหาวทิ ยาลยั มหดิ ล ภายใตค้ วาม
ร่วมมอื ของ UNICEF และกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ๒
ส�ำนกั งานกองทุนสนับสนนุ การสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ใหก้ ารสนับสนุนการด�ำเนินการ
เร่ืองการแก้ไขปัญหาท้องในวัยรุ่นโดยใช้มาตรการเร่งรัดหลายด้านใน ๒๐ จังหวัด เพ่ือแสดง
แนวทางการป้องกัน แก้ไขและจัดการการตั้งครรภว์ ัยรุน่ อยา่ งเปน็ ระบบ โดยมีการประเมินและ
พสิ จู นผ์ ลลพั ธ์ ทง้ั นี้ สสส. เหน็ วา่ ตอ้ งเพมิ่ มาตรการโดยการผลกั ดนั ใหม้ รี ปู ธรรมของการจดั การ
เรยี นรเู้ พศวถิ ศี กึ ษาในระดบั ประถมศกึ ษาอยา่ งเปน็ ระบบ เพอ่ื ประสทิ ธภิ าพในการเรยี นรเู้ พศวถิ ี
ศึกษาเมื่อเข้าสู่มัธยมศึกษา และเอื้อให้เยาวชนจ�ำนวนไม่น้อยท่ีไม่มีโอกาสเรียนต่อในระดับ
มธั ยมศกึ ษาไดเ้ รยี นรใู้ นเรอ่ื งเหลา่ น้ี สะสม และสรปุ บทเรยี นเพอื่ ท�ำใหแ้ นวทางดงั กลา่ วเปน็ ทร่ี บั
รู้และขยายผลไปสสู่ ถานศกึ ษาระดบั ประถมศกึ ษาในพน้ื ทีอ่ ่ืนๆ ต่อไป
โครงการพฒั นาหลักสตู รและน�ำร่องเพศวิถศี ึกษาในโรงเรียนประถมศึกษา ใน ๑๐ จงั หวัด
ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจาก สสส. ให้มูลนิธิแพธทูเฮลท์ ซ่ึงมีประสบการณ์ท�ำงาน
พัฒนาการจัดการเรียนรู้เพศวิถีศึกษาในระยะเกือบสองทศวรรษที่ผ่านมา และผลักดันเพศวิถี
ศกึ ษาเขา้ สหู่ ลกั สตู รสถานศกึ ษาของการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐานในระดบั มธั ยมศกึ ษา และอาชวี ศกึ ษา
มาก่อน ได้ริเริ่มการพัฒนาหลักสูตรและน�ำร่องการจัดการเรียนรู้เพศวิถีศึกษาส�ำหรับผู้เรียน
ระดบั ประถมศกึ ษา โดยมรี ะยะเวลาการด�ำเนนิ งานโครงการพฒั นาฯ ๒ ปี ๖ เดอื น (พฤศจกิ ายน
๒๕๕๙ - เมษายน ๒๕๖๒)
๒ รายงานวจิ ยั เพอื่ ทบทวนสถานการณก์ ารสอนเพศวถิ ศี กึ ษาในสถานศกึ ษาไทย พมิ พวลั ย์ บญุ มงคลและคณะ
- ตลุ าคม ๒๕๕๙
198