The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เรื่อง การคิดอย่างมีวิจารณญาณในการเรียนวรรณคดีไทย โดยใช้การจัดการเรียนรู้เทคนิคผังกราฟิกของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ครูปุ้ม-ชนานันท์, 2023-01-26 00:36:56

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทย

เรื่อง การคิดอย่างมีวิจารณญาณในการเรียนวรรณคดีไทย โดยใช้การจัดการเรียนรู้เทคนิคผังกราฟิกของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

Keywords: งานวิจัยในชั้นเรียน

50 ผู้วิจัยจึงใช้ผังมโนทัศน์แสดงให้นักเรียนเห็นเนื้อหาสาระทั้งหมดว่าจะเรียนเรื่องอะไรเพื่ออะไร ให้นักเรียนได้ เห็นภาพรวมของเนื้อหาทั้งหมดในวรรณคดีไทย เรื่องนิราศภูเขาทอง เป็นการกระตุ้นความสนใจให้นักเรียน และเพื่อไม่ให้นักเรียนเกิดความสับสนในเนื้อหา อีกทั้งผู้วิจัยพยายามตั้งค าถามให้นักเรียนช่วยกันตอบจากผัง กราฟิกทั้งรายบุคคลและรายกลุ่ม ในขั้นนี้นักเรียนบางคนไม่ค่อยสนใจเท่าที่ควรในการท ากิจกรรม อาจจะเป็น ช่วงแรก ๆ ที่ฝึกให้นักเรียนได้คิด หลังจากที่ครูได้ยกตัวอย่างผังมโนทัศน์และการพยายามตั้งค าถามให้นักเรียน ช่วยกันตอบ นักเรียนส่วนใหญ่ก็สามารถก าหนดเป้าหมายในการคิดได้ถูกต้องมากยิ่งขึ้น จากการท าใบงานที่ 4 เรื่องความเป็นมาของเรื่อง สามารถระบุสาเหตุที่เป็นเป้าหมายในการคิดได้เอง ลงในผังกราฟิกที่ครูก าหนดให้ ได้สมบูรณ์ในประเด็นที่ต้องการ ดังตัวอย่างการก าหนดเป้าหมายของนักเรียน แสดงดังภาพ ภาพที่ 14 ผังทีชาร์ต (T-Chart) ภาพที่ 15 ผังมโนทัศน์ การก าหนดเป้าหมายของนักเรียน


51 ด้านที่ 2 สามารถระบุประเด็นในการคิดอย่างชัดเจน หลังจากที่นักเรียนมีเป้าหมายในการคิดแล้วการ ท ากิจกรรมต่อไปก็ง่ายขึ้น นักเรียนสามารถระบุประเด็นในการคิดได้หลังจากที่ครูตั้งค าถามในประเด็นต่าง ๆ ที่ เกี่ยวข้องภายในบทเรียน นักเรียนเริ่มกล้าที่จะท ากิจกรรมโดยเฉพาะการกล้าที่จะตอบค าถามในประเด็นที่ครู ถาม อีกทั้งการที่ครูได้รวมรวบประเด็น ข้อมูลต่าง ๆ ที่นักเรียนช่วยกันตอบในชั้นเรียน แล้วสร้างเป็นผังกราฟิก ให้นักเรียนเห็นประเด็นต่าง ๆ ลงในกระดานก็เป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่ท าให้นักเรียนได้เห็นประเด็นทั้งหมดใน การคิด เป็นความคิดโดยรวมที่ท าให้นักเรียนเข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น และเกิดความภาคภูมิใจในการมีส่วนร่วม ในการท ากิจกรรมเพราะครูให้ความส าคัญในการคิดและตอบค าถามของนักเรียน นักเรียนกล้าที่จะแสดง ความคิดในประเด็นต่าง ๆ มากขึ้น นักเรียนจึงสนุกสนานในการคิด ด้านที่ 3 สามารถประมวลข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นที่คิด การประมวลข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นที่คิดเป็นสิ่ง ที่ท าให้นักเรียนเกิดความสับสนมากพอสมควร คือนักเรียนจ าเป็นต้องรู้ถึงลักษณะร่วมกัน และความต่างกัน ของข้อมูล ตลอดจนความสอดคล้อง และความเกี่ยวข้องกันของข้อมูล ที่เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับวรรณคดีไทย เรื่อง นิราศภูเขาทอง ในประเด็นที่เรียนเริ่มตั้งแต่ประวัติผู้แต่ง ศิลปะการประพันธ์ความเป็นมาของเรื่อง การ วิเคราะห์เนื้อเรื่อง การพินิจคุณค่า ผู้วิจัยจึงพยายามแสดงความสัมพันธ์ เชื่อมโยง ให้นักเรียนเห็นว่าการ น าเสนอข้อมูลควรเลือกน าเสนอให้เหมาะกับผังกราฟิกในแบบต่าง ๆ ผู้วิจัยได้ใช้เวลามากพอสมควรในการ อธิบายในประเด็นดังกล่าว จากนั้นเมื่อนักเรียนได้ลงมือท าใบงานที่ครูมอบหมายทั้งงานกลุ่ม และเดี่ยวแล้ว ท า ให้นักเรียนสามารถประมวลข้อมูลในประเด็นที่นักเรียนคิดออกมาเป็นผังกราฟิกได้ด้วยตนเองอย่างสมบูรณ์ และเร็วขึ้น หลังจากที่ผู้วิจัยได้ให้นักเรียนประมวลข้อมูลในสิ่งที่เรียนและเลือกน าเสนอผังกราฟิกด้วยตนเอง พบว่านักเรียนเลือกใช้ผังความคิด (Mind map) มากที่สุด อาจเป็นเพราะผังดังกล่าวสร้างและอธิบายให้ผู้อื่น เข้าใจได้ง่าย ปัญหาที่พบในการท าผังกราฟิกเป็นรายบุคคล คือนักเรียนใช้เวลามาก เนื่องจากให้ความส าคัญกับ การวาดภาพระบายสีมากเกินไป ท าให้เกิดความผิดพลาดในด้านการใช้ภาษา และการสะกดค า ซึ่งผู้วิจัยได้ให้ นักเรียนได้ทราบข้อบกพร้อง และแก้ไขเพื่อความสมบูรณ์ของชิ้นงาน ส่วนปัญหาในการท าผังกราฟิกเป็นกลุ่ม คือนักเรียนมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน เกี่ยวกับการสร้างสัญลักษณ์และวาดภาพประกอบ ซึ่งเป็นการสะท้อนให้ เห็นว่านักเรียนเกิดความคิดสร้างสรรค์และมีแนวคิดเป็นของตนเองในการประมวลข้อมูลเพื่อเลือกการ น าเสนอด้วยผังกราฟิกให้เชื่อมโยงกับเนื้อหาของวรรณคดีไทย เรื่องนิราศภูเขาทอง ดังนั้นในด้านความสามารถ ประมวลข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นที่คิด ออกมาเป็นผังกราฟิกจึงเป็นกิจกรรมที่ท าให้นักเรียนได้แสดงออกว่ามี ความเข้าใจเนื้อหาในบทเรียนอย่างไร และคิดอะไร ท าให้นักเรียนมีโอกาสแลกเปลี่ยนสิ่งที่เรียนรู้ซึ่งกันและกัน โดยใช้ผังกราฟิกเป็นเครื่องมือในการน าเสนอ ด้านที่ 4 สามารถวิเคราะห์ข้อมูลในการคิดได้กิจกรรมในด้านนี้จะเห็นได้ชัดว่านักเรียนยังวิเคราะห์ เป็นรายบุคคลไม่ได้แต่เมื่อให้นักเรียนร่วมกันท าเป็นรายกลุ่มนักเรียนพยายามช่วยกันในการวิเคราะห์ เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในวรรณคดีไทย เรื่องนิราศภูเขาทอง จะเห็นได้ว่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ยัง เด็กเกินไปที่จะวิเคราะห์ข้อมูลจากตัวบทที่เป็นร้อยกรอง ผู้วิจัยจึงให้ประเด็นในการวิเคราะห์แก่นักเรียนเพื่อให้ นักเรียนเกิดความท้าทายในการหาค าตอบ เช่น เส้นทางการเดินทางไปนมัสการเจดีย์ภูเขาทอง สภาพ สังคมไทยในสมัยที่เกิดวรรณคดีวัฒนธรรมความเชื่อ เป็นต้น และพยายามกระตุ้นให้นักเรียนฝึกการวิเคราะห์


52 วิพากษ์อย่างง่าย ๆ โดยให้นักเรียนท าใบงานเป็นผังต่าง ๆ ดังที่ บรรเทา กิตติศักดิ์(2527, 137) ได้กล่าวไว้ เกี่ยวกับการพัฒนาการสอนวรรณคดีว่า ครูต้องพยายามสอนให้นักเรียนเข้าถึงวรรณคดีโดยการให้นักเรียนฝึก คิดวิเคราะห์วิจารณ์วรรณคดีหรือการวิพากษ์แทนการมุ่งให้นักเรียนท่องศัพท์หรืออ่านท านองเสนาะเพียง อย่างเดียว ด้านที่ 5 สามารถประเมินข้อมูลได้นักเรียนสามารถประเมินข้อมูลได้จากการที่ครูแสดงผังกราฟิก จะ เห็นได้ว่านักเรียนสามารถเข้าใจผังที่ครูแสดงให้ดูหน้าชั้นเรียน หรือสามารถพูดน าเสนอข้อมูลที่เป็นผลงานของ ตนเอง และกลุ่มหน้าชั้นเรียนได้รวมทั้งยังวิภาควิจารณ์ในการน าเสนอผลงานของเพื่อนในชั้นเรียน ในประเด็น ต่าง ๆ ที่บกพร่องและขาดหายในผังกราฟิกที่สร้างขึ้น ท าให้ผังกราฟิกที่นักเรียนสร้างมีความสมบูรณ์ขึ้น ด้านที่ 6 สามารถใช้หลักเหตุผลในการพิจารณาข้อมูล นักเรียนสามารถสร้างผังกราฟิกเพื่อแสดงข้อมูล สนับสนุนใช้หลักเหตุผลในการพิจารณาข้อมูลได้เร็วขึ้นหลังจากที่ครูให้ท าชิ้นงาน แสดงข้อมูลประกอบในการ ตัดสินใจอย่างเป็นล าดับขั้นตอน สามารถบอกและพิจารณาข้อมูลเหตุการณ์การกระท าของตัวละครใน วรรณคดีไทย เรื่องนิราศภูเขาทอง ได้ว่าดีหรือไม่ดีอย่างไร มีการคิดเป็นระบบ ผู้วิจัยสังเกตได้จากการน าเสนอ งาน การตอบค าถาม พบว่านักเรียนเข้าใจการกระท าของตัวละคร และเหตุการณ์ที่ปรากฏในเนื้อเรื่องมากขึ้น ด้านที่ 7 สามารถสรุปและเลือกทางเลือกในประเด็นที่คิดได้การสร้างผังกราฟิกท าให้เห็นว่านักเรียนมี การเชื่อมโยงข้อมูล ประสบการณ์การเรียนรู้แล้วถ่ายทอดออกมาเป็นความคิดรวบยอด สุดท้ายนักเรียน สามารถเลือกและตัดสินใจได้ว่าจะท าอย่างไร หากประสบหรือต้องเผชิญอยู่ในสถานการณ์เช่นเดียวกับเนื้อ เรื่องในวรรณคดีไทย เรื่องนิราศภูเขาทอง ซึ่งจะต้องผ่านการพิจารณาปัจจัยรอบด้าน จนกระทั่งน าบทเรียนที่ ได้มาเชื่อมโยงและใช้ให้เหมาะกับชีวิตจริงอันเป็นจุดมุ่งหมายส าคัญของการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ดังที่ ทิศนา แขมมณี(2548, 114-115) ได้กล่าวว่า การคิดอย่างมีวิจารณญาณมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ได้ความคิดที่รอบคอบ สมเหตุสมผล ผ่านการพิจารณาปัจจัยรอบด้านอย่างกว้างขวาง ลึกซึ่ง และผ่านการพิจารณากลั่นกรอง ไตร่ตรอง ทั้งทางด้านคุณและโทษคุณค่าที่แท้จริงของสิ่งนั้น ๆ นักเรียนส่วนใหญ่สามารถสรุปและเลือก ทางเลือกในประเด็นที่คิดได้ถูกต้องมากยิ่งขึ้น จากการท าใบงาน เรื่อง ถอดรหัสชีวิตสู่การน าไปใช้นักเรียน สามารถสร้างผังกราฟิกที่สอดคล้องกับเนื้อหาในการน าเสนอข้อมูลด้วยตนเอง โดยมีประเด็นหลักและประเด็น ย่อยมาประกอบการคิดและการตัดสินใจของนักเรียน แสดงดังภาพ


53 ภาพที่ 16 ผังความคิด (Mind Map) การสรุปและเลือกทางเลือกในประเด็นที่คิดของนักเรียน จะเห็นได้ว่า การคิดอย่างมีวิจารณญาณตามแนวคิดของ ทิศนา แขมมณีทั้ง 7 ด้าน ที่ได้กล่าวมาแล้ว นั้น มีล าดับขั้นตอนของการคิดที่ชัดเจนพอที่จะช่วยให้เห็นระดับความสามารถของการคิดอย่างเป็น ขั้นตอน ตั้งแต่การก าหนดเป้าหมายจนกระทั้งถึงระดับการประเมินค่าที่น ามาสู่การตัดสินใจของผู้เรียนอย่างมี เหตุผลและเชื่อถือได้จากชุดข้อมูลที่ได้รับ อีกทั้งแนวคิดทั้ง 7 ด้าน สามารถสะท้อนให้เห็นแนวคิดดังกล่าวด้วย เทคนิคการสอนโดยใช้ผังกราฟิกที่น าเสนอข้อมูลที่เป็นนามธรรมให้เป็นรูปธรรม เป็นล าดับขั้นตอนสามารถ อธิบายและน าเสนอข้อมูลออกมาในรูปแบบกราฟิกชนิดต่าง ๆ โดยเฉพาะในการศึกษาวรรณคดีที่เป็นเครื่องมือ การสื่อสารทางความคิดโดยใช้ภาษาเป็นวัสดุสอดคล้องกับ ธีรพงศ์แก่นอินทร์(2557) ที่ได้อธิบายว่าการคิด อย่างมีวิจารณญาณนั้นมีความส าคัญมาก แต่จากการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องพบว่านักวิชาการยังมีแนวคิด เกี่ยวกับการคิดอย่างมีวิจารณญาณไม่สอดคล้องกัน ผู้วิจัยจึงจ าเป็นต้องศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับการคิดอย่างมี วิจารณญาณที่จะน ามาศึกษาไม่ให้เหลื่อมล้ ากับการคิดประเภทอื่น ไม่กว้างและไม่แคบจนเกินไป 2. การศึกษาระดับผลสัมฤทธิ์ในการเรียนวรรณคดีไทยของนักเรียนหลังได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ เทคนิคผังกราฟิก ผลการศึกษาระดับผลสัมฤทธิ์ในการเรียนวรรณคดีไทยของนักเรียนหลังได้รับการจัดการ เรียนรู้โดยใช้เทคนิคผังกราฟิก โดยมีนักเรียนทั้งหมด 25 คน คะแนนที่ได้จากการท าแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ สูงสุด (Max) เท่ากับ 20 คะแนน และคะแนนน้อยสุด (Min) เท่ากับ 13 คะแนน จ านวนนักเรียนมีระดับ ผลสัมฤทธิ์เรียงตามล าดับ มากไปหาน้อย ดังนี้ ผลสัมฤทธิ์ในระดับ ดีเยี่ยม จ านวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 56.00 ระดับดีจ านวน 8 คน คิดเป็นร้อยละ 32.00 และระดับพอใช้4 คน คิดเป็นร้อยละ 12.00 โดยจ านวน นักเรียนที่มีระดับผลสัมฤทธิ์ที่ ระดับดีขึ้นไป จ านวน 22 คน คิดเป็นร้อยละ 88 และระดับต่ ากว่าดี จ านวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 12 และการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ในการเรียนวรรณคดีไทยของนักเรียนที่ได้รับการ จัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคผังกราฟิกระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน ผลการวิจัยพบว่านักเรียนที่ได้รับการ


54 จัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคผังกราฟิก มีคะแนนผลสัมฤทธิ์ในการเรียนวรรณคดีไทยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ทั้งนี้อาจเป็นเพราะเทคนิคการใช้ผังกราฟิก เป็นวิธีการจัดการเรียนรู้ที่ ช่วยให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะพัฒนาความสามารถในการเชื่อมโยงความรู้ที่ได้เรียนใหม่ให้สัมพันธ์กับโครงสร้าง ความรู้ที่มีอยู่เดิม โดยการน าความรู้ใหม่มาจัดระเบียบให้เข้ากับความรู้เดิมและเมื่อเกิดการผสมผสานความรู้ เข้าด้วยกันแล้วจะสามารถวิเคราะห์แยกแยะข้อมูลเป็นเนื้อหาหลัก เนื้อหาย่อยของข้อมูล ท าให้ผู้เรียนเห็นภาพ ข้อมูลและสามารถคิดวิเคราะห์ข้อมูลได้สะดวก ละเอียดและชัดเจน ซึ่งเห็นได้จากการท ากิจกรรมในการจัด กระบวนการเรียนรู้ผู้วิจัยได้จัดกิจกรรมและกระบวนการเรียนรู้โดยให้ผู้เรียนได้สร้างผังกราฟิกหลายรูปแบบ จึงท าให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะในการเรียนวรรณคดีไทย เรื่องนิราศภูเขาทอง นักเรียนมีการเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมทางการเรียนรู้โดยแสดงออกมาทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านพุทธิพิสัย ด้านจิตพิสัย และด้านทักษะพิสัย ซึ่ง วัดได้จากการท าแบบทดสอบ การสังเกตพฤติการณ์ในการท างาน และชิ้นงานของนักเรียน การเปลี่ยนแปลง ดังกล่าวจึงท าให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้น ดังที่ พิมพันธ์เดชะคุปต์(2544, 129-130) กล่าวว่า การใช้ผังกราฟิก เป็นการฝึกทักษะผู้เรียนให้ใช้การวิเคราะห์การสังเคราะห์การประเมิน ฯลฯ ช่วยให้ผู้เรียน เข้าใจสิ่งที่เรียนและมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางด้านการเรียนรู้ท าให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ที่ดีขึ้น เพราะ ผู้เรียนได้ใช้ความคิดในการจัดกระท ากับข้อมูล ซึ่งท าให้เกิดความเข้าใจอย่างแท้จริง และสอดคล้องกับงานวิจัย ของ สาริศา ชุ่มมงคล (2552) ได้ศึกษาผลการใช้รูปแบบการสอนแบบโฟร์แมทโดยเน้นเทคนิคผังกราฟิกในการ สอนวรรณคดีไทย ผลการวิจัยพบว่านักเรียนที่ได้รับการสอนโดยใช้รูปแบบการสอนแบบโฟร์แมทโดยเน้น เทคนิคผังกราฟิก มีผลสัมฤทธิ์และเจตคติต่อการเรียนวรรณคดีไทย หลังเรียนสูงขึ้นอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ ระดับ 0.01 3. การศึกษาความคงทนในการเรียนวรรณคดีไทยของนักเรียนหลังได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ เทคนิคผังกราฟิก ผลการวิจัยพบว่านักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคผังกราฟิกมีความคงทนใน การเรียนวรรณคดีไทย อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 อาจเป็นเพราะผังกราฟิกมีประโยชน์ต่อผู้เรียน ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาในสิ่งที่เรียนได้ง่ายขึ้น ผู้เรียนมีการจัดระบบความคิดที่เป็นนามธรรมให้ออกมาเป็น รูปธรรม โดยการสร้างภาพ สัญลักษณ์เส้น สีเป็นต้น ในการสร้างตัวแทนทางความคิด ดังที่ ไสว ฟักขาว (2544, 152) ได้กล่าวว่า การจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคผังกราฟิกท าให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจ และเข้าถึง ประสบการณ์ด้วยตนเอง จากการพยายามท าความเข้าใจ สร้างความหมายกับเหตุการณ์และประสบการณ์โดย ใช้กระบวนการคิดเพื่อแปลความหมายในสิ่งที่เรียนด้วยการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (Constructivism) อีก ทั้งการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคผังกราฟิกท าให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงระหว่างมโนทัศน์เดิมและมโนทัศน์ ใหม่ของนักเรียนให้สัมพันธ์กันถือเป็นการเรียนรู้อย่างมีความหมาย (Meaningful Learning) (สุวิทย์มูลค า และอรทัย มูลค า 2547, 128) และผังกราฟิกยังเป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่นักเรียนได้มีการประมวลข้อมูล (Information Processing) อันเป็นกิจกรรมทางด้านสมองของมนุษย์ในการเก็บ การรับ และการใช้ข้อมูล (สมชาย รัตนทองค า 2550, 11) ซึ่งเป็นข้อมูลที่เกิดจากการเรียนรู้ในการท ากิจกรรมในชั้นเรียน ส่งผลให้องค์ ความรู้ดังกล่าวยังคงอยู่ในความจาระยะยาว และนักเรียนสามารถเรียกคืน (Retrieval) ได้โดยง่าย ด้วยเหตุนี้ การสร้างตัวแทนทางความคิดที่มีความหมายต่อตนเอง หรือการสร้างผังกราฟิกจึงส่งผลต่อความคงทนในการ


55 เรียนวรรณคดีไทยของนักเรียนหลังได้รับการจัดการเรียนรู้สอดคล้องกับงานวิจัยของ มาชัว (Mazure 2001) ที่ได้ศึกษาผลของการใช้ผังกราฟิกเพื่อการระลึกได้และทัศนคติที่มีต่อการเรียนของนักเรียน โดยกลุ่มทดลอง สอนด้วยผังกราฟิก และกลุ่มควบคุมสอนด้วยวิธีสอนปกติผลการวิจัยพบว่า การสอนอ่านด้วยผังกราฟิกช่วยให้ ผู้เรียนมีความคงทนในการจาและมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนสูงกว่าการสอนอ่านด้วยวิธีการปกติ นอกจากนี้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคผังกราฟิกยังเป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ให้ ผู้เรียนได้ท ากิจกรรมกลุ่ม มีการอภิปรายแสดงความคิดเห็น มีการท างานร่วมกัน มีการปรึกษาหารือและ ช่วยเหลือกัน ท าให้ผู้เรียนเกิดความสนุกสนานในการท างาน โดยเฉพาะการสร้างผังกราฟิกวิเคราะห์ข้อมูลเป็น กลุ่ม จากการสังเกตพบว่า ผู้เรียนจะท างานอย่างมีความสุขและสนุกสนานเพราะผู้เรียนได้ร่วมกันคิด ร่วมกัน ออกแบบและสร้างผังกราฟิกตามความต้องการลงในใบงาน หรือกระดาษชาร์ตแผ่นใหญ่ พร้อมทั้งช่วยกัน ตกแต่งด้วยสีไม้และปากกาเคมีหลากหลายสีซึ่งท าให้ผู้เรียนเกิดการเพลิดเพลินท างานกันอย่างขะมักเขม้น ผู้วิจัยจึงคิดว่า ความสุข ความสนุกสนานในการเรียนน่าจะเป็นอีกอย่างหนึ่งที่ส่งผลให้ผู้เรียนประทับใจและ ส่งผลต่อความคงในในการเรียนรู้ดังที่ อริยา คูหา (2552) กล่าวว่า หากนักเรียนมีความสุขในการเรียนรู้จะ ส่งผลให้อยากเรียนรู้และสามารถจดจ าบทเรียนได้เร็วและง่ายดาย ความรู้ที่เกิดในขณะเรียนอย่างมีความสุขจะ คงทนอยู่ได้นาน กล่าวโดยสรุป ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคผังกราฟิกมีผลต่อระดับการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และพบว่าหลังเรียนนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อีกทั้งเทคนิคดังกล่าวยังส่งผลต่อความ คงทนในการเรียนอีกด้วย ด้วยเหตุที่ว่าเทคนิคผังกราฟิกที่ผู้วิจัยน ามาจัดกิจกรรมการเรียนรู้นั้นมีหลายแบบ นักเรียนมีความสุขในการท ากิจกรรม เพราะได้มีส่วนร่วมในการท ากิจกรรม การน าเสนอข้อมูล ซึ่งสอดคล้อง กับการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ดังนั้นเทคนิคผังกราฟิกจึงเป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่สามารถ น ามาใช้ในการจัดการเรียนรู้วิชาวรรณคดีไทย เรื่องนิราศภูเขาทองได้เป็นอย่างดี ปัญหาที่พบในการวิจัย การด าเนินการวิจัยในครั้งนี้ถึงแม้นว่าผู้วิจัยได้ท าตามแผนในการทดลองตามขั้นตอนที่ก าหนดแต่ยังมี ปัญหาและอุปสรรค์คือ กิจกรรมการเรียนไม่สัมพันธ์กับเวลาเรียน กล่าวคือ ผู้วิจัยจัดเวลาในการทดลองไว้6 คาบ แต่การจัดกิจกรรมในช่วงแรกต้องใช้เวลานานเพราะเป็นการฝึกให้ผู้เรียนมีวิจารณญาณในการคิดโดยใช้ ผังกราฟิกสื่อความคิดอย่างมีวิจารณญาณ ทั้ง 7 ด้าน ตามแนวคิดของ ทิศนา แขมณีซึ่งผู้เรียนส่วนใหญ่ขาด ทักษะการคิดจึงไม่สามารถสื่อความคิดออกมาเป็นภาพได้และเมื่อให้ผู้เรียนฝึกเลือกผังด้วยตนเองผู้เรียนเกิด ความสับสนและต้องใช้เวลานานในการอธิบาย แนะน า เพื่อท าความเข้าใจ ดังนั้น เมื่อก าหนดให้ผู้เรียนท างาน ผู้เรียนจึงไม่สามารถท างานได้ส าเร็จทันเวลาได้ผู้วิจัยจึงแก้ปัญหาโดยให้ผู้เรียนท าเป็นการบ้านนอกเวลาเรียน แล้วน ามาส่งซึ่งไม่มีผลต่อการเก็บคะแนน ข้อเสนอแนะ ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์ในด้านการเรียนการสอนและการท าวิจัยครั้งต่อไป ดังต่อไปนี้


56 1. ข้อเสนอแนะในด้านการเรียนการสอน 1.1 การจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคผังกราฟิกนั้น ควรให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการ สร้างผังกราฟิกแบบต่าง ๆ ให้มาก เพราะจะท าให้นักเรียนสามารถสร้างผังกราฟิกได้ตามเวลาที่ก าหนด และมี ความถูกต้องยิ่งขึ้น 1.2 ในกิจกรรมการสร้างผังกราฟิก ควรให้นักเรียนท าเป็นรายกลุ่มก่อนที่จะให้นักเรียนท าเป็น รายบุคคล เพราะเมื่อนักเรียนเกิดความไม่เข้าใจในการสร้างผังกราฟิกนักเรียนสามารถปรึกษาเพื่อนภายใน กลุ่มได้จะท าให้นักเรียนใช้เวลาและสร้างผังกราฟิกได้ง่ายขึ้นเมื่อท าเป็นรายบุคคล 1.3 การจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคผังกราฟิกที่มีต่อการคิดอย่างมีวิจารณญาณนั้น ควรจัดกิจกรรมให้ เหมาะสมกับระดับความสามารถในการคิดของนักเรียน เพราะหากระดับความสามารถในด้านการคิดยาก เกินไป อาจจะท าให้นักเรียนเกิดความเบื่อหน่าย และลดความกระตือรือร้นในการคิด อันจะส่งผลต่อการท า กิจกรรมต่อไป 1.4 การพัฒนาทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณจาเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาให้เกิดขึ้นแก่นักเรียน โดยเฉพาะนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ครูในฐานะผู้สอนควรเลือกว่าจะใช้แนวคิดของการคิดอย่างมี วิจารณญาณของผู้เชี่ยวชาญท่านใด เพื่อจะได้สะท้อนผลการคิดได้ชัดเจน 1.5 บรรยากาศในการเรียนการสอนต้องมีความเป็นกันเอง ครูควรมีบุคลิกภาพในความเป็น ประชาธิปไตยสูง และเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็นและยั่วยุให้เกิดความคิดเห็นที่แตกต่างกันหรือ มีการโต้แย้งหาเหตุผลอยู่เสมอ เพื่อน าไปสู่การน าเสนอมุมมองที่หลากหลายในประเด็นปัญหา และการ ตัดสินใจอย่างเหมาะสม ตามขั้นตอนของการคิดอย่างมีวิจารณญาณ 2. ข้อเสนอแนะในการท าวิจัยครั้งต่อไป 2.1 ควรมีการศึกษาผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคผังกราฟิกกับตัวแปรอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากการ คิดอย่างมีวิจารณญาณ เช่น การคิดอย่างสร้างสรรค์การคิดวิเคราะห์การคิดบูรณาการ เป็นต้น 2.2 ควรน าเทคนิคการจัดการเรียนรู้โดยใช้ผังกราฟิกไปพัฒนาทักษะด้านอื่น ๆ ที่นอกเหนือจาก วรรณคดีไทย เช่น ทักษะการ ฟัง พูด อ่าน เขียน 2.3 ควรมีการศึกษาความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณโดยใช้เทคนิคผังกราฟิกในการเรียน วรรณคดีกับนักเรียนในระดับชั้นอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2.4 ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคผังกราฟิกในการเรียนวรรณคดีไทย กับรูปแบบการสอนแบบอื่น ๆ 2.5 ควรมีการน าทฤษฎีหรือแนวคิดของการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักการศึกษาท่านอื่นที่ นอกเหนือจากแนวคิดของ ทิศนา แขมมณีมาศึกษาหรือท าการวิจัยในการสอนวรรณคดีไทย 2.6 ควรน าแนวคิดการคิดอย่างมีวิจารณญาณทั้ง 7 ด้าน ของ ทิศนา แขมมณีมาศึกษาระดับ ความสามารถเป็นรายด้าน


57 บรรณานุกรม รณชัย ค าแก้ว. 2559. ผลของการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคผังกราฟิกที่มีต่อการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และความคงทนในการเรียนวรรณคดีไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วิทยานิพนธ์ ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.


58 ภาคผนวก


59 ภาคผนวก ก 1. แผนการจัดการเรียนรู้ / ใบความรู้ / ใบงาน 2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ 3. แบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ


60 แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย รหัสวิชา ท 2110๒ ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา 2564 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ชื่อหน่วย นิราศภูเขาทอง จ านวน 6 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒ เรื่อง ประวัติสุนทรภู่ จ านวน 1 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางชนานันท์ จุลสวัสดิ์ ................................................................................................................................................................... ..... 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 1.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อน าไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาใน การด าเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน มาตรฐาน ท ๓.1 สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และ ความรู้สึกในโอกาสต่าง ๆ อย่างมีวิจารณญาณอย่างสร้างสรรค์ ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 1.๑ ม.๑/๒ จับใจความส าคัญจากเรื่องที่อ่าน มาตรฐาน ท ๓.1 ม.1/5 พูดรายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาค้นคว้าจากการฟัง การดู และการ สนทนา 2. สาระส าคัญ สุนทรภู่ เป็นเลิศในการแต่งกลอนสุภาพ (กลอนตลาด) โดยจะขึ้นต้นแบบกลอนเพลงด้วยวรรครับ และลงท้ายด้วย เอย มีค าสัมผัสที่เป็นระบบระเบียบปรากฏอยู่ในทุกวรรค เป็นเอกลักษณ์ที่ท าให้ผลงานของ สุนทรภู่เป็นที่จดจ าของผู้อ่านวรรณคดี ทั้งยังเข้าถึงใจประชาชนธรรมดาได้มาก สามารถอ่าน ตีความและถอด ความได้ง่าย เหตุนี้จึงท าให้สุนทรภู่กลายเป็นบุคคลที่มีผู้ชื่นชอบทั้งชนชั้นสูงและชาวบ้านทั่วไปอย่างกว้างขวาง 3.1 ความรู้ (Knowledge : K) - นักเรียนอธิบายประวัติสุนทรภู่ได้ 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process : P) - นักเรียนสามารถจับใจความส าคัญของประวัติสุนทรภู่ได้ 3.3 ด้านเจตคติ (Attitude : A) - นักเรียนเห็นความส าคัญของนักกวีที่ส าคัญของไทย และรักความเป็นไทย 4. สาระการเรียนรู้: สุนทรภู่ กวีส าคัญสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เกิดวันจันทร์ เดือน 8 ขึ้น 1 ค่ า ปีมะเมีย จุลศักราช 1148 เวลา 2 โมงเช้า หรือตรงกับวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2329 เวลา 08.00 น. นั่นเอง ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ณ บริเวณด้านเหนือของพระราชวังหลัง (บริเวณสถานีรถไฟบางกอกน้อยปัจจุบัน) บิดาของท่านเป็นชาวกร่ า อ าเภอแกลง จังหวัดระยอง ชื่อพ่อพลับ ส่วนมารดาเป็นชาวเมืองฉะเชิงเทรา ชื่อแม่ ช้อย สันนิษฐานว่ามารดาเป็นข้าหลวงอยู่ในพระราชวังหลัง เชื่อว่าหลังจากสุนทรภู่เกิดได้ไม่นาน บิดามารดาก็


61 หย่าร้างกัน บิดาออกไปบวชอยู่ที่วัดป่ากร่ า ต าบลบ้านกร่ า อ าเภอแกลง อันเป็นภูมิล าเนาเดิม ส่วนมารดาได้ เข้าไปอยู่ในพระราชวังหลัง ถวายตัวเป็นนางนมของพระองค์เจ้าหญิงจงกล พระธิดาในเจ้าฟ้ากรมหลวงอนุรักษ์ เทเวศร์ ดังนั้น สุนทรภู่จึงได้อยู่ในพระราชวังหลังกับมารดา และได้ถวายตัวเป็นข้าในกรมพระราชวังหลัง ซึ่ง สุนทรภู่ยังมีน้องสาวต่างบิดาอีกสองคน ชื่อฉิมและนิ่ม 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่อย่างพอเพียง ซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่นในการท างาน มีวินัย รักความเป็นไทย ใฝ่เรียนรู้ มีจิตสาธารณะ 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 7.1 ทักษะของคนในศตวรรษที่ 21 คือการเรียนรู้ 3R X 8C Reading (อ่านออก) (W) Riting (เขียนได้) (A) Rithemetics (คิดเลขเป็น) ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ไขปัญหา (Critical Thinking and Problem Solving) ทักษะด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation) ทักษะด้านความเข้าใจความต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural Understanding) ทักษะด้านความร่วมมือ การท างานเป็นทีมและภาวะผู้น า (Collaboration, Teamwork and Leadership) ทักษะด้านการสื่อสาร สารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communications, Information, and Media Literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT Literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้ (Career and Learning) ทักษะการเปลี่ยนแปลง (Change) 7.2 ทักษะด้านชีวิตและอาชีพ ของคนในศตวรรษที่ 21 ความยืดหยุ่นและการปรับตัว การริเริ่มสร้างสรรค์และเป็นตัวของตัวเอง ทักษะสังคมและสังคมข้ามวัฒนธรรม การเป็นผู้สร้างหรือผู้ผลิต (Productivity) และความรับผิดชอบเชื่อถือได้(Accountability) ภาวะผู้น าและความรับผิดชอบ (Responsibility)


62 7.3 คุณลักษณะของคนในศตวรรษที่ 21 คุณลักษณะด้านการท างาน ได้แก่ การปรับตัว ความเป็นผู้น า คุณลักษณะด้านการเรียนรู้ ได้แก่ การชี้น าตนเอง การตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเอง คุณลักษณะด้านศีลธรรม ได้แก่ ความเคารพผู้อื่น ความซื่อสัตย์ ความส านึกพลเมือง 8. การบูรณาการในหลักสูตรสถานศึกษา ปีการศึกษา 2564 สถานศึกษาพอเพียงตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน สะเต็มศึกษา/การเรียนรู้วิทยาการค านวณและโค้ดดิ้ง/กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ อาเซียนศึกษา ต้านทุจริตศึกษา/ส่งเสริมคุณธรรม เพศวิถีและสัมพันธภาพศึกษา สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น สถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข อื่นๆ.......................................................................... 9. ชิ้นงานหรือภาระงาน - แบบฝึกหัด เรื่อง ประวัติสุนทรภู่ 10. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นน า 1. ครูน าภาพให้นักเรียนดู พร้อมถามว่า “ในภาพนี้คือใคร และมีความเกี่ยวข้องกับภาษาไทย อย่างไร” แนวค าตอบ คือ สุนทรภู่ เป็น นักกวีเอกของไทย แล้วน าเข้าสู่บทเรียน ขั้นสอน 1. ครูแสดงตัวอย่างแผนผังมโนทัศน์ เพื่อแสดงความสัมพันธ์ของข้อมูลที่ศึกษา ให้นักเรียนเข้าใจ องค์ประกอบ


63 การท่องจ าบทอาขยาน การอ่านท านอง เสนาะ การท่องจ าบท อาขยาน ค าศัพท์ โวหาร ความเป็นมาของเรื่อง ความเป็นมา ลักษณะค าประพันธ์ บทวิเคราะห์เนื้อ เรื่อง คุณค่าและข้อคิด ข้อคิดและคุณค่าที่ ได้จากเรื่อง การน าข้อคิดคุณค่า มาประยุกต์ใช้ 2. ครูเปิดสื่อวิดีโอ เรื่อง ประวัติสุนทรภู่ https://www.youtube.com/watch?v=UQ7eZys58n8 3. ครูเปิดสื่อการสอน เรื่อง ประวัติสุนทรภู่อธิบายเพิ่มเติมจากสื่อวิดีโอ 4. ครูให้นักเรียนท าแบบฝึกหัด เรื่อง ประวัติสุนทรภู่ ขั้นสรุป 1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ เรื่อง ประวัติสุนทรภู่ เป็นแผนผังความคิดในกระดานเป็น หมวดหมู่ และหัวข้อส าคัญ ๆ เกี่ยวกับสุนทรภู่ 11. สื่อการสอน/แหล่งเรียนรู้ - สื่อประกอบการสอน เรื่อง ประวัติสุนทรภู่ - สื่อภาพ สุนทรภู่ - สื่อวิดีโอ เรื่อง ประวัติสุนทรภู่ https://www.youtube.com/watch?v=UQ7eZys58n8 - สื่อแผนผังมโนทัศน์ - สื่อแผนผังความคิด - แบบฝึกหัด เรื่อง ประวัติสุนทรภู่ เนื้อหาในหน่วยการเรียนรู้ เรื่อง นิราศภูเขาทอง ประวัติผู้แต่ง ครอบครัว การศึกษา ผลงาน


64 12. การวัดและประเมินผล กิจกรรมที่ประเมิน เครื่องมือที่ใช้ประเมิน วิธีการประเมิน เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ 1. นักเรียนอธิบายประวัติ สุนทรภู่ได้ ค าถาม การตอบค าถาม สังเกตรายบุคคล 16 – 20 ดี 10 – 15 พอใช้ 0 – 9 ปรับปรุง ด้านทักษะ 1. นักเรียนสามารถจับ ใจความส าคัญของประวัติ สุนทรภู่ได้ แบบฝึกหัด เรื่อง ประวัติสุนทรภู่ ประเมินจาก แบบฝึกหัด เรื่อง ประวัติสุนทรภู่ 18 – 20 ดีมาก 14 – 17 ดี 10 – 13 พอใช้ ต่ ากว่า 10 ปรับปรุง ด้านกระบวนการ 1. นักเรียนเห็นความส าคัญ ของนักกวีที่ส าคัญของไทย และรักความเป็นไทย แบบสังเกตพฤติกรรม ประเมินจากแบบ สังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์คุณภาพ ระดับ 2 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ซื่อสัตย์สุจริต 2. มุ่งมั่นในการท างาน 3. มีวินัย 4. รักความเป็นไทย 5. ใฝ่เรียนรู้ ประเมินคุณลักษณะ แบบประเมิน คุณลักษณะ ผ่านเกณฑ์คุณภาพ ระดับ 2 13. บันทึกผลหลังการสอน สรุปผลการเรียนการสอน 1. ด้านความรู้ความเข้าใจ (K ) ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ ....................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................ ไม่ผ่านจุดประสงค์ ................................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................. ได้แก่ 1. ............................................................................................................................................ 2. ............................................................................................................................................ 2. ด้านทักษะกระบวนการ/สมรรถนะส าคัญ (P) ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ ....................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................ ไม่ผ่านจุดประสงค์ ................................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................. ได้แก่ 1. ............................................................................................................................................ 2. ............................................................................................................................................


65 3. ด้านเจตคติ/คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ ....................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................ ไม่ผ่านจุดประสงค์ ................................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................. ได้แก่ 1. ............................................................................................................................................ 2. ............................................................................................................................................ 14. ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 15. ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ลงชื่อ....................................................... (........................................................) ต าแหน่ง ครูผู้สอน


66 ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษา/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย ได้ท าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ .............................................. แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ 1. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ ครบถ้วนและถูกต้อง ยังไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 2. ความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้กับหลักสูตรสถานศึกษา สอดคล้อง ยังไม่สอดคล้อง ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3. รูปแบบของการจัดการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 4. สื่อการเรียนรู้ เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ยังไม่เหมาะ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 5. การประเมินผลการเรียนรู้ ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ ยังไม่ครอบคลุมประสงค์การเรียนรู้ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 6. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ลงชื่อ ................................................................ (.............................................................) ต าแหน่ง ผู้อ านวยการโรงเรียนวัดยกกระบัตร (ชุบราษฎร์นุสรณ์)


67 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ใบความรู้เรื่อง ประวัติสุนทรภู่ ประวัติสุนทรภู่ ชีวประวัติ "สุนทรภู่" สุนทรภู่ กวีส าคัญสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เกิดวันจันทร์ เดือน 8 ขึ้น 1 ค่ า ปีมะเมีย จุลศักราช 1148 เวลา 2 โมงเช้า หรือตรงกับวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2329 เวลา 08.00 น. นั่นเอง ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ณ บริเวณด้านเหนือของพระราชวังหลัง (บริเวณสถานีรถไฟบางกอกน้อยปัจจุบัน) บิดาของท่านเป็นชาวกร่ า อ าเภอแกลง จังหวัดระยอง ชื่อพ่อพลับ ส่วนมารดาเป็นชาวเมืองฉะเชิงเทรา ชื่อแม่ ช้อย สันนิษฐานว่ามารดาเป็นข้าหลวงอยู่ในพระราชวังหลัง เชื่อว่าหลังจากสุนทรภู่เกิดได้ไม่นาน บิดามารดาก็ หย่าร้างกัน บิดาออกไปบวชอยู่ที่วัดป่ากร่ า ต าบลบ้านกร่ า อ าเภอแกลง อันเป็นภูมิล าเนาเดิม ส่วนมารดาได้ เข้าไปอยู่ในพระราชวังหลัง ถวายตัวเป็นนางนมของพระองค์เจ้าหญิงจงกล พระธิดาในเจ้าฟ้ากรมหลวงอนุรักษ์ เทเวศร์ ดังนั้น สุนทรภู่จึงได้อยู่ในพระราชวังหลังกับมารดา และได้ถวายตัวเป็นข้าในกรมพระราชวังหลัง ซึ่ง สุนทรภู่ยังมีน้องสาวต่างบิดาอีกสองคน ชื่อฉิมและนิ่ม อีกด้วย "สุนทรภู่" ได้รับการศึกษาในพระราชวังหลังและที่วัดชีปะขาว (วัดศรีสุดาราม) ต่อมาได้เข้ารับราชการ เป็นเสมียนนายระวางกรมพระคลังสวน ในกรมพระคลังสวน แต่ไม่ชอบท างานอื่นนอกจากแต่งบทกลอน ซึ่ง สามารถแต่งได้ดีตั้งแต่ยังรุ่นหนุ่ม เพราะตั้งแต่เยาว์วัยสุนทรภู่มีนิสัยรักแต่งกลอนยิ่งกว่างานอื่น ครั้งรุ่นหนุ่มก็ ไปเป็นครูสอนหนังสืออยู่ที่วัดศรีสุดารามในคลองบางกอกน้อย ได้แต่งกลอนสุภาษิตและกลอนนิทานขึ้นไว้ เมื่อ อายุราว 20 ปี


68 ต่อมาสุนทรภู่ลอบรักกับนางข้าหลวงในวังหลังคนหนึ่ง ชื่อแม่จัน ซึ่งเป็นบุตรหลานผู้มีตระกูล จึงถูก กรมพระราชวังหลังกริ้วจนถึงให้โบยและจ าคุกคนทั้งสอง แต่เมื่อกรมพระราชวังหลังเสด็จทิวงคตในปี พ.ศ. 2349 จึงมีการอภัยโทษแก่ผู้ถูกลงโทษทั้งหมดถวายเป็นพระราชกุศล หลังจากสุนทรภู่ออกจากคุก เขากับแม่ จันก็เดินทางไปหาบิดาที่ อ าเภอแกลง จังหวัดระยอง และมีบุตรด้วยกัน 1 คน ชื่อ “พ่อพัด” ได้อยู่ในความ อุปการะของเจ้าครอกทองอยู่ ส่วนสุนทรภู่กับแม่จันก็มีเรื่องระหองระแหงกันเสมอ จนภายหลังก็เลิกรากันไป หลังจากนั้น สุนทรภู่ ก็เดินทางเข้าพระราชวังหลัง และมีโอกาสได้ติดตามพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ในฐานะ มหาดเล็ก ตามเสด็จไปในงานพิธีมาฆบูชา ที่อ าเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2350 และเขาก็ ได้แต่ง "นิราศพระบาท" พรรณนาเหตุการณ์ในการเดินทางคราวนี้ด้วย และหลังจาก "นิราศพระบาท" ก็ไม่ ปรากฏผลงานใด ๆ ของสุนทรภู่อีกเลย จนกระทั่งเข้ารับราชการในปี พ.ศ. 2359 ในรัชสมัยรัชกาลที่ 2 สุนทรภู่ได้เข้ารับราชการในกรมพระ อาลักษณ์ และเป็นที่โปรดปรานของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จนแต่งตั้งให้เป็นกวีที่ปรึกษา และคอยรับใช้ใกล้ชิด เนื่องจากเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงแต่งกลอนบทละครใน เรื่อง "รามเกียรติ์" ติดขัดไม่มีผู้ใดต่อกลอนได้ต้องพระราชหฤทัย จึงโปรดให้สุนทรภู่ทดลองแต่ง ปรากฏว่าแต่ง ได้ดีเป็นที่พอพระทัย จึงทรงพระกรุณาฯ เลื่อนให้เป็น "ขุนสุนทรโวหาร" ต่อมาในราว พ.ศ. 2364 สุนทรภู่ต้องติดคุกเพราะเมาสุราอาละวาดและท าร้ายท่านผู้ใหญ่ แต่ติดอยู่ ไม่นานก็พ้นโทษ เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงติดขัดบทพระราชนิพนธ์เรื่อง"สังข์ ทอง" ไม่มีใครแต่งได้ต้องพระทัย ทรงให้สุนทรภู่ทดลองแต่งก็เป็นที่พอพระราชหฤทัยภายหลังพ้นโทษ สุนทรภู่ ได้เป็นพระอาจารย์ถวายอักษรสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าอาภรณ์ พระราชโอรสในรัชกาลที่ 2 และ เชื่อกันว่าสุนทรภู่แต่งเรื่อง "สวัสดิรักษา" ในระหว่างเวลานี้ ซึ่งในระหว่างรับราชการอยู่นี้ สุนทรภู่แต่งงานใหม่ กับแม่นิ่ม มีบุตรด้วยกันหนึ่งคน ชื่อ "พ่อตาบ" "สุนทรภู่" รับราชการอยู่เพียง 8 ปี เมื่อถึงปี พ.ศ. 2367 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เสด็จสวรรคต หลังจากนั้นสุนทรภู่ก็ออกบวชที่วัดราชบูรณะ (วัดเลียบ) อยู่เป็นเวลา 18 ปี ระหว่างนั้นได้ย้าย ไปอยู่วัดต่าง ๆ หลายแห่ง ได้แก่ วัดเลียบ, วัดแจ้ง, วัดโพธิ์, วัดมหาธาตุ และวัดเทพธิดาราม ซึ่งผลจากการที่ ภิกษุภู่เดินทางธุดงค์ไปที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ปรากฏผลงานเป็นนิราศเรื่องต่าง ๆ มากมาย งานเขียนชิ้นสุดท้าย ที่ภิกษุภู่แต่งไว้ก่อนลาสิกขา คือ ร าพันพิลาป โดยแต่งขณะจ าพรรษาอยู่ที่วัดเทพธิดาราม พ.ศ. 2385 ทั้งนี้ ระหว่างที่ออกเดินทางธุดงค์ ภิกษุภู่ได้รับการอุปการะจากพระองค์เจ้าลักขณานุคุณจนพระองค์ประชวร สิ้นพระชนม์ สุนทรภู่จึงลาสิกขา รวมอายุพรรษาที่บวชได้ประมาณ 10 พรรษา สุนทรภู่ออกมาตกระก าล าบาก อยู่พักหนึ่งจึงกลับเข้าไปบวชอีกครั้งหนึ่ง แต่อยู่ได้เพียง 2 พรรษา ก็ลาสิกขา และถวายตัวอยู่กับเจ้าฟ้าน้อย หรือสมเด็จเจ้าฟ้าจุฑามณี กรมขุนอิศเรศรังสรรค์ พระราชวังเดิม รวมทั้งได้รับอุปการะจากกรมหมื่นอัปสรสุดา เทพอีกด้วย ในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ครองราชย์ ทรงสถาปนาเจ้าฟ้า กรม ขุนอิศเรศรังสรรค์ เป็นพระบาทสมเด็จพระปิ่นกล้าเจ้าอยู่หัว ประทับอยู่วังหน้า (พระบวรราชวัง) สุนทรภู่จึง ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น "พระสุนทรโวหาร" ต าแหน่งเจ้ากรมพระอาลักษณ์ฝ่ายบวรราชวังในปี พ.ศ. 2394 และรับราชการต่อมาได้ 4 ปี ก็ถึงแก่มรณกรรมใน พ.ศ. 2398 รวมอายุได้ 70 ปี ในเขตพระราชวัง เดิม ใกล้หอนั่งของพระยามนเทียรบาล (บัว) ที่เรียกชื่อกันว่า "ห้องสุนทรภู่" ส าหรับทายาทของสุนทรภู่นั้น เชื่อกันว่าสุนทรภู่มีบุตรชาย 3 คน คือ "พ่อพัด" เกิดจากภรรยาคนแรก คือแม่จัน "พ่อตาบ" เกิดจากภรรยาคนที่สองคือแม่นิ่ม และ "พ่อนิล" เกิดจากภรรยาที่ชื่อแม่ม่วง นอกจากนี้ ปรากฏชื่อบุตรบุญธรรมอีกสองคน ชื่อ "พ่อกลั่น" และ "พ่อชุบ" อย่างไรก็ตาม ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระ


69 มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ทรงตราพระราชบัญญัตินามสกุลขึ้น และตระกูลของสุนทรภู่ได้ใช้นามสกุล ต่อมาว่า "ภู่เรือหงส์" รายชื่อผลงาน งานประพันธ์ของสุนทรภู่เท่าที่มีการค้นพบในปัจจุบันมีปรากฏอยู่เพียงจ านวนหนึ่ง และสูญหายไปอีก เป็นจ านวนมาก ถึงกระนั้นตามจ านวนเท่าที่ค้นพบก็ถือว่ามีปริมาณค่อนข้างมาก เรียกได้ว่า สุนทรภู่เป็น "นัก แต่งกลอน" ที่สามารถแต่งกลอนได้รวดเร็วหาตัวจับยาก ผลงานของสุนทรภู่เท่าที่ค้นพบในปัจจุบันมีดังต่อไปนี้ นิราศ ๑. นิราศเมืองแกลง (พ.ศ. 2349) - แต่งเมื่อหลังพ้นโทษจากคุก และเดินทางไปหาพ่อที่เมืองแกลง ๒. นิราศพระบาท (พ.ศ. 2350) - แต่งหลังจากกลับจากเมืองแกลง และต้องตามเสด็จพระองค์เจ้าปฐม วงศ์ไปนมัสการรอยพระพุทธบาทที่จังหวัดสระบุรีในวันมาฆบูชา ๓. นิราศภูเขาทอง (ประมาณ พ.ศ. 2371) - แต่งโดยสมมุติว่า เณรหนูพัด เป็นผู้แต่ง ไปนมัสการพระ เจดีย์ภูเขาทองที่จังหวัดอยุธยา ๔. นิราศสุพรรณ (ประมาณ พ.ศ. 2374) - แต่งเมื่อครั้งยังบวชอยู่ และไปค้นหายาอายุวัฒนะที่จังหวัด สุพรรณบุรีเป็นผลงานเรื่องเดียวของสุนทรภู่ที่แต่งเป็นโคลง ๕. นิราศวัดเจ้าฟ้า (ประมาณ พ.ศ. 2375) - แต่งเมื่อครั้งยังบวชอยู่ และไปค้นหายาอายุวัฒนะตามลาย แทงที่วัดเจ้าฟ้าอากาศ (ไม่ปรากฏว่าที่จริงคือวัดใด) ที่จังหวัดอยุธยา เทพ สุนทรศารทูลเสนอว่า นิราศ ดังกล่าวเป็นผลงานของพัด ภู่เรือหงส์ บุตรของสุนทรภู่[52] ๖. นิราศอิเหนา (ไม่ปรากฏ, คาดว่าเป็นสมัยรัชกาลที่ 3) - แต่งเป็นเนื้อเรื่องอิเหนาร าพันถึงนางบุษบา เทพ สุนทรศารทูลเสนอว่า นิราศดังกล่าวเป็นผลงานของกรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์[52] ๗. ร าพันพิลาป (พ.ศ. 2385) - แต่งเมื่อครั้งจ าพรรษาอยู่ที่วัดเทพธิดาราม แล้วเกิดฝันร้ายว่าชะตาขาด จึง บันทึกความฝันพร้อมร าพันความอาภัพของตัวไว้เป็น "ร าพันพิลาป" จากนั้นจึงลาสิกขาบท ๘. นิราศพระประธม (พ.ศ. 2385) - เชื่อว่าแต่งเมื่อหลังจากลาสิกขาบทและเข้ารับราชการใน พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ไปนมัสการพระประธมเจดีย์ (หรือพระปฐมเจดีย์) ที่เมืองนครชัย ศรี


70 ๙. นิราศเมืองเพชร (พ.ศ. 2388) - แต่งเมื่อเข้ารับราชการในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เชื่อ ว่าไปธุระราชการอย่างใดอย่างหนึ่ง นิราศเรื่องนี้มีฉบับค้นพบเนื้อหาเพิ่มเติมซึ่ง อ.ล้อม เพ็งแก้วเชื่อว่า บรรพบุรุษฝ่ายมารดาของสุนทรภู่เป็นชาวเมืองเพชรบุรี นิทาน ๑. โคบุตร : เชื่อว่าเป็นงานประพันธ์ชิ้นแรกของสุนทรภู่[11] เป็นเรื่องราวของ "โคบุตร" ซึ่งเป็นโอรสของ พระอาทิตย์กับนางอัปสร แต่เติบโตขึ้นมาด้วยการเลี้ยงดูของนางราชสีห์ ๒. พระอภัยมณี: คาดว่าเริ่มประพันธ์ในสมัยรัชกาลที่ 2 และแต่ง ๆ หยุด ๆ เรื่อยมาจนถึงสมัยรัชกาลที่ 4 เป็นผลงานชิ้นเอกของสุนทรภู่ ได้รับยกย่องจากวรรณคดีสโมสรให้เป็นสุดยอดวรรณคดีไทยประเภท กลอนนิทาน ๓. พระไชยสุริยา : เป็นนิทานที่สุนทรภู่แต่งด้วยฉันทลักษณ์ประเภทกาพย์หลายชนิด ได้แก่กาพย์ยานี 11 กาพย์ฉบัง 16 และกาพย์สุรางคนางค์ 28 เป็นนิทานส าหรับสอนอ่าน เนื้อหาเรียงล าดับความง่าย ไปยาก จากแม่ ก กา แม่กน กง กก กด กบ กม และเกย เชื่อว่าแต่งขึ้นประมาณ พ.ศ. 2383 - 2385 ๔. ลักษณวงศ์: เป็นนิทานแนวจักร ๆ วงศ์ ๆ ที่น าโครงเรื่องมาจากนิทานพื้นบ้าน แต่มีตอนจบที่แตกต่าง ไปจากนิทานทั่วไปเพราะไม่ได้จบด้วยความสุข แต่จบด้วยงานสมโภชศพนางทิพเกสร ชายาของลักษณ วงศ์ที่สิ้นชีวิตด้วยการสั่งประหารของลักษณวงศ์เอง ๕. สิงหไกรภพ : เชื่อว่าเริ่มประพันธ์เมื่อครั้งถวายอักษรแด่เจ้าฟ้าอาภรณ์ ภายหลังจึงแต่งถวายกรมหมื่น อัปสรสุดาเทพ และน่าจะหยุดแต่งหลังจากกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพสิ้นพระชนม์ สิงหไตรภพเป็นตัว ละครเอกที่แตกต่างจากตัวพระในเรื่องอื่น ๆ เนื่องจากเป็นคนรักเดียวใจเดียว


71 สุภาษิต ๑. สวัสดิรักษา : คาดว่าประพันธ์ในสมัยรัชกาลที่ 2 ขณะเป็นพระอาจารย์ถวายอักษรแด่เจ้าฟ้าอาภรณ์ ๒. เพลงยาวถวายโอวาท : คาดว่าประพันธ์ในสมัยรัชกาลที่ 3 ขณะเป็นพระอาจารย์ถวายอักษรแด่เจ้าฟ้า กลางและเจ้าฟ้าปิ๋ว ๓. สุภาษิตสอนหญิง : เป็นหนึ่งในผลงานซึ่งยังเป็นที่เคลือบแคลงว่า สุนทรภู่เป็นผู้ประพันธ์จริงหรือไม่ เทพ สุนทรศารทูลเสนอว่าน่าจะเป็นผลงานของภู่ จุลละภมร ศิษย์ของสุนทรภู่เอง บทละคร มีการประพันธ์ไว้เพียงเรื่องเดียวคือ อภัยนุราช ซึ่งเขียนขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 เพื่อถวายพระองค์เจ้าดวง ประภา พระธิดาในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว บทเสภา ๑. ขุนช้างขุนแผน ๒. เสภาพระราชพงศาวดาร


72 บทเห่กล่อมพระบรรทม น่าจะแต่งขึ้นส าหรับใช้ขับกล่อมหม่อมเจ้าในพระองค์เจ้าลักขณานุคุณ กับพระเจ้าลูกยาเธอใน พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เท่าที่พบมี 4 เรื่อง คือ เห่เรื่องพระอภัยมณี เห่เรื่องโคบุตร เห่เรื่องจับระบ า เห่เรื่องกากี


73 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 แบบฝึกหัด เรื่อง ประวัติสุนทรภู่ ค าชี้แจง ใหน้กัเรียนตอบคำ ถำมต่อไปน้ี ๑. สุนทรภู่ได้รับการศึกษาเบื้องต้นที่ใด ก. วัดศรีสุดาราม ข. วัดเทพธิดาราม ค. วัดอรุณราชวราราม ง. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ๒. สุนทรภู่มีบุตรกี่คน ก. ๑ คน ข. ๒ คน ค. ๓ คน ง. ๔ คน ๓. ภรรยาคนแรกของสุนทรภู่คือใคร ก. จัน ข. นิ่ม ค. จวง ง. นวล ๔. บุตรของสุนทรภู่กับนิ่มคือใคร ก. ฉิม ข. พัด ค. ตาบ ง. เติม ๕. นิราศเรื่องแรกที่สุนทรภู่แต่งคือเรื่องใด ก. นิราศวัดเจ้าฟ้า ข. นิราศพระบาท ค. นิราศภูเขาทอง ง. นิราศเมืองแกลง ๖. นิราศที่สุนทรภู่แต่งขึ้นมาทั้งหมดกี่เรื่อง ก. ๗ เรื่อง ข. ๘ เรื่อง ค. ๙ เรื่อง ง. ๑๐ เรื่อง ๗. ต าแหน่งสูงสุดของสุนทรภู่คือต าแหน่งใด ก. ขุนสุนทรโวหาร ข. พระสุนทรโวหาร ค. ขุนศรีสุนทรโวหาร ง. พระศรีสุนทรโวหาร ๘. เมื่อสุนทรภู่เดินทางไปสระบุรี ได้แต่งนิราศเรื่องใด ก. นิราศวัดเจ้าฟ้า ข. นิราศพระบาท ค. นิราศภูเขาทอง ง. นิราศเมืองสุพรรณ ๙. สุนทรภู่จ าคุกเพราะเหตุใด ก. ละทิ้งหน้าที่ ข. ทุจริตในหน้าที่ ค. ขัดพระทัยรัชกาลที่ ๓ ง. ถูกกล่าวหาว่าเสพสุรา ๑๐. สุนทรภู่เดินทางไปเมืองแกลงเพราะเหตุใด ก. ไปเยี่ยมบิดา ข. ไปเยี่ยมเพื่อน ค. ไปเยี่ยมมารดา ง. ตามเสด็จเจ้านาย ชื่อ – นามสกุล.......................................................................................................ชั้น ม.1/......... เลขที่............. เฉลย 1. ก.วัดศรีสุดาราม 2. ข. ๒ คน 3. ก.จัน 4. ค.ตาบ 5. ง.นิราศเมืองแกลง 6. ค.๙ เรื่อง 7. ข.พระสุนทรโวหาร 8. ข.นิราศพระบาท 9. ง.ถูกกล่าวหาว่าเสพสุรา 10. ก.ไปเยี่ยมบิดา


74 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 แบบฝึกหัด เรื่อง ประวัติสุนทรภู่ ค าชี้แจง ให้นักเรียนทำ แผนผงัควำมคิด ประวตัิสุนทรภู่ โดยใหอ้อกแบบตกแต่งใหส้วยงำม ชื่อ – นามสกุล.......................................................................................................ชั้น ม.1/......... เลขที่.............


75 แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนของนักเรียนรายบุคคล นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ล าดับ ที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรม / ระดับคะแนน ความสนใจ กระตือรือร้น ในการเรียน การมีส่วน ร่วมในการ แสดงความ คิดเห็น/ตอบ ค าถาม ความ รับผิดชอบ ต่องานที่ ได้รับ มอบหมาย ท างาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย เห็นคุณค่า ของวรรณคดี และ วรรณกรรม ไทย รวม 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ 3 หมายถึง ดี 9 – 12 คะแนน = ดี 2 หมายถึง พอใช้ 5 – 8 คะแนน = พอใช้ 1 หมายถึง ปรับปรุง 1 – 4 คะแนน = ปรับปรุง


76 แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ โรงเรียนวัดยกกระบัตร (ชุบราษฎร์นุสรณ์) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ********************************************************* ชื่อ – สกุลนักเรียน.....................................................................................ห้อง........................ ...เลขที่ ....................... ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียน และนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงใน ช่องว่างที่ตรงกับระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ รายการประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 มีความรัก และภูมิใจในความเป็นชาติ กษัตริย์ 1.2 ปฏิบัติตนตามหลักของศาสนา 1.3 แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ 2. ซื่อสัตย์ สุจริต 2.1 ปฏิบัติตามระเบียบการสอน และไม่ลอกการบ้าน 2.2 ประพฤติ ปฏิบัติตรงต่อความเป็นจริงต่อตนเอง 2.3 ประพฤติ ปฏิบัติตรงต่อความเป็นจริงต่อผู้อื่น 3. มีวินัย 3.1 เข้าเรียนตรงเวลา 3.2 แต่งกายเรียบร้อยเหมาะสม 3.3 ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่วางไว้ 4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 แสวงหาข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ 4.2 มีการจดบันทึกความรู้อย่างเป็นระบบ 4.3 สรุปความรู้ได้อย่างมีเหตุผล 5. อยู่อย่างพอเพียง 5.1 ใช้ทรัพย์สินและสิ่งของของโรงเรียนอย่างประหยัด 5.2 ใช้อุปกรณ์การเรียนอย่างประหยัดและรู้คุณค่า 5.3 ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมีการเก็บออมเงิน 6. มุ่งมั่นในการ 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการท างานที่ได้รับมอบหมาย ท างาน 6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพื่อให้งานส าเร็จ 7. รักความเป็นไทย 7.1 มีจิตส านึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย 7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย 8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รู้จักการให้เพื่อส่วนรวมและเพื่อผู้อื่น 8.2 แสดงออกถึงการมีน้ าใจหรือการให้ความช่วยเหลือผู้อื่น 8.3 เข้าร่วมกิจกรรมบ าเพ็ญตนเพื่อส่วนรวมเมื่อมีโอกาส รวม เฉลี่ย


77 หมายเหตุ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน คะแนน 50 – 66 ระดับคุณภาพ ดีเยี่ยม พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน คะแนน 40 – 49 ระดับคุณภาพ ดี พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน คะแนน 20 – 39 ระดับคุณภาพ พอใช้ พฤติกรรมที่ไม่ได้ปฏิบัติ ให้ 0 คะแนน คะแนน 0 – 19 ระดับคุณภาพ ปรับปรุง สรุปผลการประเมิน ระดับ ดีเยี่ยม ดี พอใช้ ปรับปรุง ลงชื่อ.................................................ผู้ประเมิน .........../............./.............


78 แบบประเมินสมรรถนะของผู้เรียน ๕ ด้าน ชื่อ – สกุลนักเรียน..............................................................................................ชั้น/ห้อง.......... ......เลขที่ ............... ค าชี้แจง : ให้สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรง กับระดับคะแนน สมรรถนะด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 0 1. ความสามารถ 1.1 มีความสามารถในการรับ – ส่งสาร ในการสื่อสาร 1.2 มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความเข้าใจของตนเอง โดยใช้ภาษาอย่างเหมาะสม 1.3 ใช้วิธีการสื่อสารที่เหมาะสม 1.4 วิเคราะห์แสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล 2. ความสามารถ 2.1 มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ในการคิด 2.2 มีทักษะในการคิดนอกกรอบอย่างสร้างสรรค์ 2.3 สามารถคิดอย่างมีวิจารณญาณ 2.4 มีความสามารถในการคิดอย่างมีระบบ 2.5 ตัดสินใจแก้ปัญหา 3. ความสามารถ 3.1 สามารถแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้ ในการแก้ปัญหา 3.2 ใช้เหตุผลในการแก้ปัญหา 3.3 เข้าใจความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงในสังคม 3.4 แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการแก้ไขปัญหา 4. ความสามารถ 4.1 สามารถท างานกลุ่มร่วมกับผู้อื่นได้ ในการใช้ทักษะ 4.2 ปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ ชีวิต 4.3 ให้ความร่วมมือในการท างาน 4.4 ร่วมกิจกรรมสม่ าเสมอ 4.5 หลักเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อตนเอง 5. ความสามารถ 5.1 เลือกและใช้เทคโนโลยีได้เหมาะสมตามวัย ในการใช้ 5.2 มีทักษะกระบวนการเทคโนโลยี เทคโนโลยี 5.3 ใช้เทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ 5.4 มีคุณธรรม จริยธรรมในการใช้เทคโนโลยี รวม เฉลี่ย


79 หมายเหตุ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน คะแนน 50 – 66 ระดับคุณภาพ ดีเยี่ยม พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน คะแนน 40 – 49 ระดับคุณภาพ ดี พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน คะแนน 20 – 39 ระดับคุณภาพ พอใช้ พฤติกรรมที่ไม่ได้ปฏิบัติ ให้ 0 คะแนน คะแนน 0 – 19 ระดับคุณภาพ ปรับปรุง สรุปผลการประเมิน ระดับ ดีเยี่ยม ดี พอใช้ ปรับปรุง ลงชื่อ.................................................ผู้ประเมิน .........../............./.............


80 แบบประเมินผลงาน (รายบุคคล) กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย หน่วยที่.................... เรื่อง.................................................... ชื่อ – นามสกุล............................................................................................. ชั้น.................. เลขที่ ............................. รายการประเมิน ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรับปรุง (1) 1. เนื้อหาละเอียดชัดเจน 2. ความถูกต้องของเนื้อหา 3. ภาษาที่ใช้เข้าใจง่าย 4. ความตั้งใจในการท างานส่ง 5. วิธีการน าเสนอผลงาน รวม ลงชื่อ........................................ผู้ ประเมิน ……../…………/……….. เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ผลงานหรือพฤติกรรมสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 4 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องบางส่วน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องมาก ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 18 – 20 ดีมาก 14 – 17 ดี 10 – 13 พอใช้ ต่ ากว่า 10 ปรับปรุง


81 แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย รหัสวิชา ท 2110๒ ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา 2564 หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ ชื่อหน่วย นิราศภูเขาทอง จ านวน 6 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การท่องจ าบทอาขยาน จ านวน 1 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางชนานันท์ จุลสวัสดิ์ ................................................................................................................................................................... ..... 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลัง ของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็น คุณค่าและน ามาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 4.1 ม.1/5 แต่งบทร้อยกรอง มาตรฐาน ท ๕.๑ ม.๑/๕ ท่องจ าบทอาขยานตามที่ก าหนดและบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความ สนใจ 2. สาระส าคัญ การท่องจ าหรือท่องบทอาขยาน เป็นการอ่านออกเสียงที่อาศัยความจ าโดยไม่ดูบทอ่านต้องใช้ ความสามารถในการจ าบทท่องจ า อ่านให้ถูกต้องตามฉันทลักษณ์และท านองเสนาะของบทร้อยกรองนั้น ๆ สอดคล้องกับอารมณ์ในบทอ่าน โดยอ่านให้ไพเราะถูกต้องคล่องแคล่วเกิดภาพพจน์ได้รสได้อารมณ์ 3.1 ความรู้ (Knowledge : K) - นักเรียนบอกหลักการท่องบทอาขยานได้ - นักเรียนบอกความหมายของกลอนสุภาพและกลอนนิราศได้ 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process : P) - นักเรียนอธิบายความแตกต่างของกลอนสุภาพและกลอนนิราศได้ - นักเรียนสามารถอ่านออกเสียงและแบ่งจังหวะได้ถูกต้อง 3.3 ด้านเจตคติ(Attitude : A) - นักเรียนเห็นความส าคัญของการอ่านออกเสียงบทร้อยกรองให้ไพเราะ แสดงอารมณ์สอดคล้องกับ เนื้อเรื่อง และมีมารยาทในการอ่าน 4. สาระการเรียนรู้: นิราศเป็นงานประพันธ์ประเภทหนึ่งของไทย มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ เท่าที่ปรากฏหลักฐานในปัจจุบัน นิราศเรื่องแรกของไทยนั้น ได้แก่ โคลงนิราศหริภุญชัย ซึ่งแต่งขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา


82 เนื้อหาของนิราศส่วนใหญ่มักมักแต่งด้วยค าประพันธ์ที่แต่งเพื่อร าพันถึงการจากหรือการพลัดพราก จากผู้เป็นที่รัก โดยเน้นที่การบันทึกระยะทาง เหตุการณ์ อารมณ์ และกล่าวถึงสิ่งที่พบเห็นไว้ด้วย นิราศมักแต่งด้วยค าประพันธ์ประเภทโคลงหรือกลอน ที่แต่งเป็นโคลง เช่น นิราศหริภุญชัย นิราศ นรินทร์ ที่แต่งเป็นกลอน เช่น นิราศเมืองแกลง นิราศภูเขาทอง กลอนที่ใช้แต่งนิราศ เรียกว่า กลอนนิราศ นิยมเริ่มบทแรกด้วย “วรรครับ” และจบด้วยค าว่า “เอย” ส่วนความยาวของบทกลอนไม่จ ากัดจ านวน 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่อย่างพอเพียง ซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่นในการท างาน มีวินัย รักความเป็นไทย ใฝ่เรียนรู้ มีจิตสาธารณะ 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 7.1 ทักษะของคนในศตวรรษที่ 21 คือการเรียนรู้ 3R X 8C Reading (อ่านออก) (W) Riting (เขียนได้) (A) Rithemetics (คิดเลขเป็น) ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ไขปัญหา (Critical Thinking and Problem Solving) ทักษะด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation) ทักษะด้านความเข้าใจความต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural Understanding) ทักษะด้านความร่วมมือ การท างานเป็นทีมและภาวะผู้น า (Collaboration, Teamwork and Leadership) ทักษะด้านการสื่อสาร สารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communications, Information, and Media Literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT Literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้ (Career and Learning) ทักษะการเปลี่ยนแปลง (Change) 7.2 ทักษะด้านชีวิตและอาชีพ ของคนในศตวรรษที่ 21 ความยืดหยุ่นและการปรับตัว การริเริ่มสร้างสรรค์และเป็นตัวของตัวเอง ทักษะสังคมและสังคมข้ามวัฒนธรรม การเป็นผู้สร้างหรือผู้ผลิต (Productivity) และความรับผิดชอบเชื่อถือได้(Accountability) ภาวะผู้น าและความรับผิดชอบ (Responsibility)


83 7.3 คุณลักษณะของคนในศตวรรษที่ 21 คุณลักษณะด้านการท างาน ได้แก่ การปรับตัว ความเป็นผู้น า คุณลักษณะด้านการเรียนรู้ ได้แก่ การชี้น าตนเอง การตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเอง คุณลักษณะด้านศีลธรรม ได้แก่ ความเคารพผู้อื่น ความซื่อสัตย์ ความส านึกพลเมือง 8. การบูรณาการในหลักสูตรสถานศึกษา ปีการศึกษา 2564 สถานศึกษาพอเพียงตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน สะเต็มศึกษา/การเรียนรู้วิทยาการค านวณและโค้ดดิ้ง/กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ อาเซียนศึกษา ต้านทุจริตศึกษา/ส่งเสริมคุณธรรม เพศวิถีและสัมพันธภาพศึกษา สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น สถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข อื่นๆ.......................................................................... 9. ชิ้นงานหรือภาระงาน - อัดคลิปวิดีโอ ท่องบทอาขยานที่นักเรียนชื่นชอบ 10. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นน า 2. ครูเปิดสื่อวิดีโอ ตัวอย่าง นักเรียนท่องบทอาขยาน เรื่อง นิราศภูเขาทองให้นักเรียนฟัง พร้อม ร่วมแสดงความคิดเห็น อาทิเช่น มีความไพเราะ อ่านได้ถูกต้อง การนั่งเป็นท่านั่งที่ถูกต้อง แล้วน าเข้าสู่ บทเรียน ขั้นสอน 5. ครูเปิดสื่อประกอบการสอน เรื่อง การท่องจ าบทอาขยาน กลอนสุภาพ และกลอนนิราศ 6. ครูทบทวนความรู้ความใจของนักเรียนโดยการใช้ค าถาม ๑. หลักการท่องอาขยานมีอะไรบ้าง แนวค าตอบ ๑. ฝึกเปล่งเสียงให้ดังพอประมาณ ไม่ตะโกน ควรบังคับเสียง เน้นเสียง ปรับระดับเสียงสูง - ต่ า ให้สอดคล้องกับจังหวะลีลา ท่วงท านอง และ ความหมายของเนื้อหาที่อ่าน ๒. ท่อง ด้วยเสียงที่ชัดเจน แจ่มใส ไพเราะ มีกระแสเสียงเดียว ไม่ แตกพร่า เปล่งเสียงจากล าคอโดยตรงด้วยความมั่นใจ ๓. ท่อง ออกเสียงให้ถูกอักขรวิธีหรือ ความนิยม และต้องเข้าใจเนื้อหาของบทอาขยานนี้ก่อน ๔. ออกเสียง ร ล ค าควบกล้ า ให้ ถูกต้องชัดเจน ๕. ท่อง ให้ถูกจังหวะและวรรคตอน ๖. ท่องให้ได้อารมณ์และความรู้สึก ตามเนื้อหา ๒. กลอนสุภาพมีความหมายว่าอย่างไร แนวค าตอบ กลอนสุภาพ เป็นกลอนประเภทหนึ่ง ซึ่ง ลักษณะค าประพันธ์ของภาษาไทย ที่เรียบเรียงเข้าเป็นคณะ ใช้ถ้อยค าและท านองเรียบ ๆ ๓. กลอนนิราศมีความหมายว่าอย่างไร แนวค าตอบ คือค ากลอนที่แต่งขึ้นเพื่อเล่าเรื่องการ เดินทางไปยังแห่งใดแห่งหนึ่งโดยร าพันถึงการจากคนที่รักไปยังแห่งนั้น และไม่จ าเป็นว่าคนที่รัก จะมีตัวตนจริงหรือไม่ การประพันธ์ต้องใช้ศิลปะในการร าพันให้ไพเราะกินใจผู้อ่าน


84 7. ครูอ่านท านองเสนาะ การแบ่งวรรคตอนให้นักเรียนฟังเป็นตัวอย่าง และให้นักเรียนอ่านไปพร้อม ๆ กันอีกครั้ง 8. ครูแสดงผังมโนทัศน์ (Concept Mapping) ในการแต่งค าประพันธ์ประเภทกลอนสุภาพ และ กลอนนิราศให้นักเรียนดู พร้อมกับอธิบายถึงฉันทลักษณ์และกลวิธีการแต่งค าประพันธ์ ตัวอย่างผังมโนทัศน์กลอนสุภาพ ตัวอย่างผังมโนทัศน์กลอนนิราศ 9. ครูร่วมสนทนาและอภิปรายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างกลอนสุภาพกบักลอนนิราศ ร่วมกับนักเรียน โดยแสดงเป็นผังวงกลมซ้อน (Venn Diagrams) หน้ากระดาน และเปิดโอกาสให้นักเรียน ซักถามหากมีข้อสงสัยในประเด็นดังกล่าว ตัวอย่างผังวงกลมซ้อนแสดงความเหมือนและความแตกต่างระหว่างกลอนสุภาพกับกลอนนิราศ


85 10. ครูให้นักเรียนสังเกตค าคล้องจองที่เป็นสัมผัสสระ และสัมผัสอักษรจากเรื่อง...นิราศภูเขาทอง พร้อมกับเขียนรวบรวมเป็นผังทีชาร์ต (T-Chart) เป็นตัวอย่างให้นักเรียนเห็นบนกระดาน ตัวอย่างผังทีชาร์ตค าคล้องจองจากเรื่อง...นิราศภูเขาทอง ค าคล้องจอง สัมผัสสระ สัมผัสอักษร สิ้นแผ่นดินสิ้นรสสุคนธา ทั้งปิ่นเกล้าเจ้าพิภพจบสากล อายุยืนหมื่นเท่าเสาศิลา ไปพ้นวัดทัศนาริมท่าน้ า มาจ าไกลอารามเมื่อยามเย็น ก็ใช้ถึงแทนสัดเห็นขัดขวาง ทั้งองค์ฐานรานร้าวถึงเก้าแฉก ไม่เห็นหลักลือเล่าว่าเสาหิน ขั้นสรุป 1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปการท่องจ าบทอาขยาน พร้อมให้นักเรียนจดลงในสมุด 11. สื่อการสอน/แหล่งเรียนรู้ - หนังสือเรียน วรรณคดีวิจักษ์ม.๑ บทที่ ๑ เรื่อง นิราศภูเขาทอง - สื่อประกอบการสอน เรื่อง การท่องจ าบทอาขยาน กลอนสุภาพ และกลอนนิราศ - สื่อวิดีโอ ตัวอย่าง นักเรียนท่องบทอาขยาน เรื่อง นิราศภูเขาทอง ตัวอย่าง https://www.youtube.com/watch?v=6S4JI3x7BTM - สื่อผังมโนทัศน์กลอนสุภาพ และผังมโนทัศน์กลอนนิราศ - สื่อผังวงกลมซ้อน - สื่อผังทีชาร์ตค าคล้องจอง - อัดคลิปวิดีโอ ท่องบทอาขยานที่นักเรียนชื่นชอบ


86 12. การวัดและประเมินผล กิจกรรมที่ประเมิน เครื่องมือที่ใช้ ประเมิน วิธีการประเมิน เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ 1. นักเรียนบอก หลักการท่องบท อาขยานได้ 2. นักเรียนบอก ความหมายของกลอน สุภาพและกลอน นิราศได้ ค าถาม การตอบค าถาม สังเกตรายบุคคล 16 – 20 ดี 10 – 15 พอใช้ 1) – 9 ปรับปรุง ด้านทักษะ 1. นักเรียนอธิบาย ความแตกต่างของ กลอนสุภาพและ กลอนนิราศได้ 2. นักเรียนสามารถ อ่านออกเสียงและแบ่ง จังหวะได้ถูกต้อง อัดคลิปวิดีโอ ท่อง บทอาขยานที่ นักเรียนชื่นชอบ ประเมินจากคลิป วิดีโอ ท่องบท อาขยานที่ นักเรียนชื่นชอบ 18 – 20 ดีมาก 14 – 17 ดี 10 – 13 พอใช้ ต่ ากว่า 10 ปรับปรุง ด้านกระบวนการ 1. นักเรียนเห็น ความส าคัญของการ อ่านออกเสียงบทร้อย กรองให้ไพเราะ แสดง อารมณ์สอดคล้องกับ เนื้อเรื่อง และมี มารยาทในการอ่าน แบบสังเกต พฤติกรรม ประเมินจากแบบ สังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์คุณภาพระดับ 2 คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ 1. ซื่อสัตย์สุจริต 2. มุ่งมั่นในการท างาน 3. มีวินัย 4. รักความเป็นไทย 5. ใฝ่เรียนรู้ ประเมิน คุณลักษณะ แบบประเมิน คุณลักษณะ ผ่านเกณฑ์คุณภาพระดับ 2 13. บันทึกผลหลังการสอน สรุปผลการเรียนการสอน 1. ด้านความรู้ความเข้าใจ (K )


87 ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ ....................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................ ไม่ผ่านจุดประสงค์ ................................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................. ได้แก่ 1. ............................................................................................................................................ 2. ............................................................................................................................................ 2. ด้านทักษะกระบวนการ/สมรรถนะส าคัญ (P) ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ ....................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................ ไม่ผ่านจุดประสงค์ ................................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................. ได้แก่ 1. ............................................................................................................................................ 2. ............................................................................................................................................ 3. ด้านเจตคติ/คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ ....................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................ ไม่ผ่านจุดประสงค์ ................................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................. ได้แก่ 1. ............................................................................................................................................ 2. ............................................................................................................................................ 14. ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 15. ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ลงชื่อ....................................................... (........................................................) ต าแหน่ง ครูผู้สอน


88 ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษา/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย ได้ท าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ .............................................. แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ 1. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ ครบถ้วนและถูกต้อง ยังไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 2. ความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้กับหลักสูตรสถานศึกษา สอดคล้อง ยังไม่สอดคล้อง ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3. รูปแบบของการจัดการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 4. สื่อการเรียนรู้ เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ยังไม่เหมาะ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 5. การประเมินผลการเรียนรู้ ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ ยังไม่ครอบคลุมประสงค์การเรียนรู้ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 6. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ลงชื่อ ................................................................ (.............................................................) ต าแหน่ง ผู้อ านวยการโรงเรียนวัดยกกระบัตร (ชุบราษฎร์นุสรณ์)


89 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ใบความรู้เรื่อง การท่องจ าบทอาขยาน นิราศเป็นงานประพันธ์ประเภทหนึ่งของไทย มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ เท่าที่ปรากฏหลักฐานในปัจจุบัน นิราศเรื่องแรกของไทยนั้น ได้แก่ โคลงนิราศหริภุญชัย ซึ่งแต่งขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา เนื้อหาของนิราศส่วนใหญ่มักมักแต่งด้วยค าประพันธ์ที่แต่งเพื่อร าพันถึงการจากหรือการพลัดพราก จากผู้เป็นที่รัก โดยเน้นที่การบันทึกระยะทาง เหตุการณ์ อารมณ์ และกล่าวถึงสิ่งที่พบเห็นไว้ด้วย นิราศมักแต่งด้วยค าประพันธ์ประเภทโคลงหรือกลอน ที่แต่งเป็นโคลง เช่น นิราศหริภุญชัย นิราศ นรินทร์ ที่แต่งเป็นกลอน เช่น นิราศเมืองแกลง นิราศภูเขาทอง กลอนที่ใช้แต่งนิราศ เรียกว่า กลอนนิราศ นิยมเริ่มบทแรกด้วย “วรรครับ” และจบด้วยค าว่า “เอย” ส่วนความยาวของบทกลอนไม่จ ากัดจ านวน ✯ความหมายบทอาขยาน บทอาขยาน คือ บทท่องจ า การเล่า การสวด เรื่อง นิทาน ซึ่งเป็นการท่องจ าข้อความหรือค า ประพันธ์ที่ชอบบทร้องกรองที่ไพเราะ โดยอาจตัดตอนมาจากหนังสือวรรณคดีเพื่อให้ผู้ท่องจ าได้ และเห็น ความงามของบทร้อยกรอง ทั้งในด้านวรรณศิลป์ การใช้ภาษา เนื้อหา และวิธีการประพันธ์ สามารถ น าไปใช้เป็นแบบอย่างในการแต่งบทร้อยกรอง หรือน าไปใช้เป็นข้อมูล ในการอ้างอิงในการพูดและการเขียน ได้เป็นอย่างดี ✯ หลักการท่องอาขยาน การท่องบทอาขยานส่วนใหญ่เป็นการท่องออกเสียง คือ ผู้ท่องเปล่งเสียงออกมาดังๆ ในขณะที่ใช้ สายตากวาดไปตามตัวอักษร ยึดหลักการออกเสียงเหมือนหลักการอ่านทั่วไป เพื่อให้การออกเสียงมี ประสิทธิภาพควรฝึกฝนดังนี้ - ฝึกเปล่งเสียงให้ดังพอประมาณ ไม่ตะโกน ควรบังคับเสียง เน้นเสียง ปรับระดับเสียงสูง - ต่ า ให้ สอดคล้องกับจังหวะลีลา ท่วงท านอง และความหมายของเนื้อหาที่อ่าน - ท่อง ด้วยเสียงที่ชัดเจน แจ่มใส ไพเราะ มีกระแสเสียงเดียว ไม่แตกพร่า เปล่งเสียงจากล าคอ โดยตรงด้วยความมั่นใจ - ท่อง ออกเสียงให้ถูกอักขรวิธีหรือความนิยม และต้องเข้าใจเนื้อหาของบทอาขยานนี้ก่อน - ออกเสียง ร ล ค าควบกล้ า ให้ถูกต้องชัดเจน - ท่อง ให้ถูกจังหวะและวรรคตอน - ท่องให้ได้อารมณ์และความรู้สึกตามเนื้อหา ✯ การท่องบทอาขยานเป็นท านองเสนาะ การท่องบทอาขยานเป็นท านองเสนาะช่วยให้บทอาขยานนั้นมีความไพเราะ ผู้ท่อง เกิดความสนใจ จดจ าบทอาขยานได้ดี และสนุกสนานยิ่งขึ้น การฝึกอ่านท านองเสนาะมีขั้นตอนดังนี้


90 ๑. ท่อง เป็นร้อยแก้วธรรมดาให้ถูกต้องชัดเจน ตามอักขรวิธีก่อน ทั้ง ร , ล ตัวควบกล้ า อ่านออก เสียงให้ตรงตามเสียงวรรณยุกต์ ๒. ท่องให้ถูกจังหวะวรรคตอน การอ่านผิดวรรคตอนท าให้เสียความ ๓. ท่องให้สัมผัสคล้องจองกันเพื่อความไพเราะ ๔. ท่องให้ถูกท านองและลีลาของค าประพันธ์แต่ละชนิด ค าประพันธ์แต่ละชนิดจะมีบังคับจ านวนค า สัมผัส หรือค าเอก ค าโท แตกต่างกัน การอ่านท านองเสนาะจึงต้องอ่านให้ถูกท่วงท านองและลีลาของค า ประพันธ์แต่ละชนิด ๕. ท่องโดยใช้น้ าเสียงให้เหมาะสมกับเนื้อหาและอ่านพยางค์สุดท้ายของวรรคด้วยการทอดเสียง แล้วปล่อยให้หางเสียงผวนขึ้นจมูก ✯ ประโยชน์ของการท่องบทอาขยาน ๑. ฝึกความจ า ซึ่งเป็นสิ่งส าคัญยิ่ง เพราะมนุษย์ต้องอาศัยความจ า เพื่อเป็นเครื่องมือในการคิด วิเคราะห์คิดสังเคราะห์ ๒. เป็นการฝึกวินัย เพราะการจะท่องให้จ าได้ต้องมีวินัย หมั่นฝึก หมั่นท่องอยู่เสมอ ๓. เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ๔. อนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ทางด้านภาษาให้คงอยู่ตลอดไป ๕. ได้รับคติสอนใจจาก บทค าประพันธ์ต่างๆ ที่ท่อง ๖. ท าให้เป็นคนอารมณ์ดี จากความงามของบทประพันธ์ที่ท่อง ๗. เพื่อตระหนักในคุณค่าของภาษาไทย และซาบซึ้งในความไพเราะของบทร้อยกรอง ๘. เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจในความสามารถของกวีไทย ๙. เพื่อเป็นพื้นฐานในการแต่งค าประพันธ์ ๑๐. เพื่อใช้เป็นสื่อถ่ายทอดคุณธรรมจริยธรรม และน าข้อคิดที่เป็นประโยชน์ไปใช้ในชีวิตประจ าวัน ✯ กลอนสุภาพ กลอนสุภาพ เป็นกลอนประเภทหนึ ่ง ซึ ่งลักษณะค าประพันธ์ของภาษาไทย ที ่เรียบเรียงเข้าเป็น คณะ ใช้ถ้อยค าและท านองเรียบ ๆ ซึ ่งนับได้ว่ากลอนสุภาพเป็นกลอนหลักของกลอนทั้งหมด เพราะเป็น พื้นฐานของกลอนหลายชนิด หากเข้าใจกลอนสุภาพ ก็สามารถเข้าใจกลอนอื่น ๆ ได้ง่ายขึ้น กลอนสุภาพ เป็นร้อยกรองที่ได้รับความนิยมมาก เพราะมีความไพเราะและเรียบง่าย เป็นแม่แบบของ กลอนอีกหลายรูปแบบ เช่น กลอนดอกสร้อย ที่แตกต่างกันตรงวรรคแรกที่มีเพียง 4 ค า โดยค าที่ 1 และค าที่ 3 เป็นค าเดียวกัน และค าที่ 2 ต้องใช้ค าว่า “เอ๋ย” รวมถึงกลอนสักวา ที่จะต้องขึ้นต้นด้วยค าว่า “สักวา” และ ลงท้ายด้วยค าว่า “เอย” ส่วนสัมผัสและความไพเราะอื่นๆ จะเหมือนกับกลอนสุภาพ


91 ✯ กลอนนิราศ กลอนนิราศ คือค ากลอนที่แต่งขึ้นเพื่อเล่าเรื่องการเดินทางไปยังแห่งใดแห่งหนึ่งโดยร าพันถึงการจาก คนที่รักไปยังแห่งนั้น และไม่จ าเป็นว่าคนที่รักจะมีตัวตนจริงหรือไม่ การประพันธ์ต้องใช้ศิลปะในการร าพันให้ ไพเราะกินใจผู้อ่าน กลอนนิราศที่นิยมว่าแต่งดีได้แก่ นิราศของสุนทรภู่ เช่น นิราศภูเขาทอง นิราศพระบาท เป็นต้น ส่วนนิราศเรื่องอื่นที่นับว่าไพเราะด้วยความพรรณนา เช่น นิราศลอนดอน ของหม่อมราโชทัย นิราศ รอบโลก ของแสงทอง กลอนนิราศมีลักษณะบังคับอย่างกลอนทั่วไป ก าหนดลักษณะเฉพาะเช่นเดียวกับกลอนเพลงยาว คือ ขึ้นต้นด้วยวรรครับ และลงท้ายบทด้วยค าว่าเอย แผนผังกลอนนิราศ


92 ตัวอย่าง การแบ่งวรรคตอนของกลอนสุภาพ มาถึงบาง/ธรณี/ทวีโศก ยามวิโยค/ยากใจ/ให้สะอื้น โอ้สุธา/หนาแน่น/เป็นแผ่นพื้น ถึงสี่หมื่น/สองแสน/ทั้งแดนไตร เมื่อเคราะห์ร้าย/กายเรา/ก็เท่านี้ ไม่มีที่/พสุธา/จะอาศัย ล้วนหนามเหน็บ/เจ็บแสบ/คับแคบใจ เหมือนนกไร้/รังเร่/อยู่เอกา ถึงเกร็ดย่าน/บ้านมอญ/แต่ก่อนเก่า ผู้ หญิงเกล้า/มวยงาม/ตามภาษา เดี๋ยวนี้มอญ/ถอนไรจุก/เหมือนตุ๊กตา ทั้งผัดหน้า/จับเขม่า/เหมือนชาวไทย โอ้สามัญ/ผันแปร/ไม่แท้เที่ยง เหมือนอย่างเยี่ยง/ชายหญิง/ทิ้งวิสัย นี่หรือจิต/คิดหมาย/มีหลายใจ ที่จิตใคร/จะเป็นหนึ่ง/อย่าพึงคิด ถึงบางพูด/พูดดี/เป็นศรีศักดิ์ มีคนรัก/รสถ้อย/อร่อยจิต แม้นพูดชั่ว/ตัวตาย/ท าลายมิตร จะชอบผิด/ในมนุษย์/เพราะพูดจา


93 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 การท่องจ าบทอาขยาน ค ำชี้แจง ให้นักเรียนเขียนบทในเรื่อง นิรำศภูเขำทอง ที่นักเรียนชื่นชอบมำ ๑ บท โดยเขียนแบ่งวรรคตอนให้ ถูกตอ้ง (ดูจำกตวัอยำ่ง) พร้อมท้งัอดัคลิปวดิีโอกำรท่องบทอำขยำนที่นกัเรียนชื่นชอบ .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... ชื่อ - นำมสกุล....................................................................................................ช้นัม.............เลขที่...............


94 แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนของนักเรียนรายบุคคล นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ล าดับ ที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรม / ระดับคะแนน ความสนใจ กระตือรือร้น ในการเรียน การมีส่วน ร่วมในการ แสดงความ คิดเห็น/ตอบ ค าถาม ความ รับผิดชอบ ต่องานที่ ได้รับ มอบหมาย ท างาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย เห็นคุณค่า ของวรรณคดี และ วรรณกรรม ไทย รวม 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ 3 หมายถึง ดี 9 – 12 คะแนน = ดี 2 หมายถึง พอใช้ 5 – 8 คะแนน = พอใช้ 1 หมายถึง ปรับปรุง 1 – 4 คะแนน = ปรับปรุง


95 แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ โรงเรียนวัดยกกระบัตร (ชุบราษฎร์นุสรณ์) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา 2564 ********************************************************* ชื่อ – สกุลนักเรียน.....................................................................................ห้อง...........................เลขที่ ....................... ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียน และนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงใน ช่องว่างที่ตรงกับระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ รายการประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 มีความรัก และภูมิใจในความเป็นชาติ กษัตริย์ 1.2 ปฏิบัติตนตามหลักของศาสนา 1.3 แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ 2. ซื่อสัตย์ สุจริต 2.1 ปฏิบัติตามระเบียบการสอน และไม่ลอกการบ้าน 2.2 ประพฤติ ปฏิบัติตรงต่อความเป็นจริงต่อตนเอง 2.3 ประพฤติ ปฏิบัติตรงต่อความเป็นจริงต่อผู้อื่น 3. มีวินัย 3.1 เข้าเรียนตรงเวลา 3.2 แต่งกายเรียบร้อยเหมาะสม 3.3 ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่วางไว้ 4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 แสวงหาข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ 4.2 มีการจดบันทึกความรู้อย่างเป็นระบบ 4.3 สรุปความรู้ได้อย่างมีเหตุผล 5. อยู่อย่างพอเพียง 5.1 ใช้ทรัพย์สินและสิ่งของของโรงเรียนอย่างประหยัด 5.2 ใช้อุปกรณ์การเรียนอย่างประหยัดและรู้คุณค่า 5.3 ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมีการเก็บออมเงิน 6. มุ่งมั่นในการ 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการท างานที่ได้รับมอบหมาย ท างาน 6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพื่อให้งานส าเร็จ 7. รักความเป็นไทย 7.1 มีจิตส านึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย 7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย 8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รู้จักการให้เพื่อส่วนรวมและเพื่อผู้อื่น 8.2 แสดงออกถึงการมีน้ าใจหรือการให้ความช่วยเหลือผู้อื่น 8.3 เข้าร่วมกิจกรรมบ าเพ็ญตนเพื่อส่วนรวมเมื่อมีโอกาส รวม เฉลี่ย


96 หมายเหตุ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน คะแนน 50 – 66 ระดับคุณภาพ ดีเยี่ยม พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน คะแนน 40 – 49 ระดับคุณภาพ ดี พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน คะแนน 20 – 39 ระดับคุณภาพ พอใช้ พฤติกรรมที่ไม่ได้ปฏิบัติ ให้ 0 คะแนน คะแนน 0 – 19 ระดับคุณภาพ ปรับปรุง สรุปผลการประเมิน ระดับ ดีเยี่ยม ดี พอใช้ ปรับปรุง ลงชื่อ.................................................ผู้ประเมิน .........../............./.............


97 แบบประเมินสมรรถนะของผู้เรียน ๕ ด้าน ชื่อ – สกุลนักเรียน.....................................................................................ชั้น/ห้อง................เลขที่............... ค าชี้แจง : ให้สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรง กับระดับคะแนน สมรรถนะด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 0 1. ความสามารถ 1.1 มีความสามารถในการรับ – ส่งสาร ในการสื่อสาร 1.2 มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความเข้าใจของตนเอง โดยใช้ภาษาอย่างเหมาะสม 1.3 ใช้วิธีการสื่อสารที่เหมาะสม 1.4 วิเคราะห์แสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล 2. ความสามารถ 2.1 มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ในการคิด 2.2 มีทักษะในการคิดนอกกรอบอย่างสร้างสรรค์ 2.3 สามารถคิดอย่างมีวิจารณญาณ 2.4 มีความสามารถในการคิดอย่างมีระบบ 2.5 ตัดสินใจแก้ปัญหา 3. ความสามารถ 3.1 สามารถแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้ ในการแก้ปัญหา 3.2 ใช้เหตุผลในการแก้ปัญหา 3.3 เข้าใจความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงในสังคม 3.4 แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการแก้ไขปัญหา 4. ความสามารถ 4.1 สามารถท างานกลุ่มร่วมกับผู้อื่นได้ ในการใช้ทักษะ 4.2 ปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ ชีวิต 4.3 ให้ความร่วมมือในการท างาน 4.4 ร่วมกิจกรรมสม่ าเสมอ 4.5 หลักเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อตนเอง 5. ความสามารถ 5.1 เลือกและใช้เทคโนโลยีได้เหมาะสมตามวัย ในการใช้ 5.2 มีทักษะกระบวนการเทคโนโลยี เทคโนโลยี 5.3 ใช้เทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ 5.4 มีคุณธรรม จริยธรรมในการใช้เทคโนโลยี รวม เฉลี่ย


98 หมายเหตุ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน คะแนน 50 – 66 ระดับคุณภาพ ดีเยี่ยม พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน คะแนน 40 – 49 ระดับคุณภาพ ดี พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน คะแนน 20 – 39 ระดับคุณภาพ พอใช้ พฤติกรรมที่ไม่ได้ปฏิบัติ ให้ 0 คะแนน คะแนน 0 – 19 ระดับคุณภาพ ปรับปรุง สรุปผลการประเมิน ระดับ ดีเยี่ยม ดี พอใช้ ปรับปรุง ลงชื่อ.................................................ผู้ประเมิน .........../............./.............


99 แบบประเมินผลงาน (รายบุคคล) กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย หน่วยที่.................... เรื่อง.................................................... ชื่อ – นามสกุล............................................................................................. ชั้น.................. เลขที่ ............................. รายการประเมิน ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรับปรุง (1) 1. ความถูกต้องของเนื้อหา 2. ถูกต้องตามหลักค าประพันธ์ 3. การแบ่งวรรคตอน 4. อ่านออกเสียงชัดเจน 5. ความถูกต้องของบทอาขยาน รวม ลงชื่อ......................................ผู้ประเมิน ……../…………/……….. เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ผลงานหรือพฤติกรรมสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 4 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องบางส่วน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องมาก ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 18 – 20 ดีมาก 14 – 17 ดี 10 – 13 พอใช้ ต่ ากว่า 10 ปรับปรุง


Click to View FlipBook Version