100 แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย รหัสวิชา ท 2110๒ ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา 2564 หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ ชื่อหน่วย นิราศภูเขาทอง จ านวน 6 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง ค าศัพท์-โวหารนิราศภูเขาทอง จ านวน 1 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางชนานันท์ จุลสวัสดิ์ ................................................................................................................................................................... ..... 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อน าไปใช้ตัดสินใจแก้ปัญหาในการ ด าเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็น คุณค่าและน ามาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๑.๑ ม. ๑/๔ ระบุและอธิบายค าเปรียบเทียบและค าที่มีหลายความหมายในบริบทต่าง ๆ จากการอ่าน มาตรฐาน ท ๕.๑ ม.๑/2 วิเคราะห์วรรณคดีและวรรณที่อ่านพร้อมยกเหตุผลประกอบ 2. สาระส าคัญ การเข้าใจความหมายของค าศัพท์และโวหารที่ใช้จะท าให้ศึกษาวรรณคดีได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ความรู้ (Knowledge : K) - นักเรียนอธิบายความหมายของค าศัพท์ในนิราศภูเขาทองได้ 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process : P) - นักเรียนเขียนค าศัพท์ในนิราศภูเขาทองตามความหมายที่ก าหนดได้ถูกต้อง - นักเรียนรวบรวมความเปรียบ (โวหาร) ที่ปรากฏในเรื่องได้ 3.3 ด้านเจตคติ (Attitude : A) - นักเรียนเห็นความส าคัญของการเข้าใจความหมายค าศัพท์เพื่อน าไปใช้ในการศึกษาวรรณคดี 4. สาระการเรียนรู้: ค าศัพท์ต่าง ๆ และโวหารที่ปรากฏในเนื้อเรื่อง นิราศภูเขาทอง
101 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่อย่างพอเพียง ซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่นในการท างาน มีวินัย รักความเป็นไทย ใฝ่เรียนรู้ มีจิตสาธารณะ 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 7.1 ทักษะของคนในศตวรรษที่ 21 คือการเรียนรู้ 3R X 8C Reading (อ่านออก) (W) Riting (เขียนได้) (A) Rithemetics (คิดเลขเป็น) ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ไขปัญหา (Critical Thinking and Problem Solving) ทักษะด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation) ทักษะด้านความเข้าใจความต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural Understanding) ทักษะด้านความร่วมมือ การท างานเป็นทีมและภาวะผู้น า (Collaboration, Teamwork and Leadership) ทักษะด้านการสื่อสาร สารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communications, Information, and Media Literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT Literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้ (Career and Learning) ทักษะการเปลี่ยนแปลง (Change) 7.2 ทักษะด้านชีวิตและอาชีพ ของคนในศตวรรษที่ 21 ความยืดหยุ่นและการปรับตัว การริเริ่มสร้างสรรค์และเป็นตัวของตัวเอง ทักษะสังคมและสังคมข้ามวัฒนธรรม การเป็นผู้สร้างหรือผู้ผลิต (Productivity) และความรับผิดชอบเชื่อถือได้(Accountability) ภาวะผู้น าและความรับผิดชอบ (Responsibility) 7.3 คุณลักษณะของคนในศตวรรษที่ 21 คุณลักษณะด้านการท างาน ได้แก่ การปรับตัว ความเป็นผู้น า คุณลักษณะด้านการเรียนรู้ ได้แก่ การชี้น าตนเอง การตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเอง คุณลักษณะด้านศีลธรรม ได้แก่ ความเคารพผู้อื่น ความซื่อสัตย์ ความส านึกพลเมือง 8. การบูรณาการในหลักสูตรสถานศึกษา ปีการศึกษา 2564
102 สถานศึกษาพอเพียงตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน สะเต็มศึกษา/การเรียนรู้วิทยาการค านวณและโค้ดดิ้ง/กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ อาเซียนศึกษา ต้านทุจริตศึกษา/ส่งเสริมคุณธรรม เพศวิถีและสัมพันธภาพศึกษา สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น สถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข อื่นๆ.......................................................................... 9. ชิ้นงานหรือภาระงาน - ใบงาน เรื่อง ศัพท์น่ารู้ ท าให้เป็นประโยค 10. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นน า 2) ครูน าบัตรค าศัพท์ให้นักเรียนดู พร้อมทั้งถามนักเรียนว่า จากที่ได้อ่านเรื่อง นิราศภูเขาทองแล้ว นั้น นักเรียนทราบหรือไม่ว่า ค าพวกนี้มีความหมายว่าอย่างไร เกรียด ขามใจ ตบะ นิโรธ พสุธา แนวค าตอบ 8. เกรียด หมายถึง เสียงเขียดร้อง 9. ขามใจ หมายถึง คร้าม เกรง 10.ตบะ หมายถึง การบ าเพ็ญเพื่อให้กิเลสเบาบาง 11.นิโรธ หมายถึง ความดับทุกข์ 12.พสุธา หมายถึง แผ่นดิน แล้วน าเข้าสู่บทเรียน ขั้นสอน 11. ครูเปิดสื่อประกอบการสอน เรื่อง ค าศัพท์ต่าง ๆ และโวหารในเรื่อง นิราศภูเขาทอง 12. ครูให้นักเรียนเปิดบทประพันธ์ในหนังสือวรรณคดีวิจักษ์ ม.๑ เรื่อง นิราศภูเขาทอง พร้อมทั้ง ช่วยกันหาค าศัพท์ และขีดเส้นใต้ค าศัพท์ไปพร้อม ๆ กับที่ครูอธิบายค าศัพท์ 13. ครูแสดงตัวอย่าง ผังทีชาร์ต (T-Chart) ในการเขียนค าศัพท์ให้นักเรียนดู ค าศัพท์ ความหมาย ....................................................... ....................................................... ....................................................... ....................................................... ....................................................... ....................................................... ....................................................... .......................................................
103 14. ครูให้นักเรียนจับคู่ช่วยกันค้นหาโวหารชนิดต่าง ๆ ที่ปรากฏในเรื่อง นิราศภูเขาทองอย่างละ 3 บท เพื่อสร้างเป็นผังมโนทัศน์ 15. ครูให้นักเรียนท าใบงาน เรื่อง ศัพท์น่ารู้ ท าให้เป็นประโยค ขั้นสรุป 1. ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่า เราสามารถน าความรู้และข้อคิดที่ได้จากเรื่อง นิราศ ภูเขาทองไปปรับใช้ในชีวิตประจ าวันได้อย่างไรบ้าง 11. สื่อการสอน/แหล่งเรียนรู้ - สื่อประกอบการสอน ค าศัพท์ต่าง ๆ ในเรื่อง นิราศภูเขาทอง - หนังสือเรียน วรรณคดีวิจักษ์ ม.๑ บทที่ ๑ เรื่อง นิราศภูเขาทอง - สื่อผังทีชาร์ท ค าศัพท์ - ใบงาน เรื่อง ศัพท์น่ารู้ ท าให้เป็นประโยค 12. การวัดและประเมินผล กิจกรรมที่ประเมิน เครื่องมือที่ใช้ประเมิน วิธีการประเมิน เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ 1. นักเรียนอธิบาย ความหมายของค าศัพท์ใน นิราศภูเขาทองได้ ค าถาม การตอบค าถาม สังเกตรายบุคคล 16 – 20 ดี 10 – 15 พอใช้ 0 – 9 ปรับปรุง ด้านทักษะ ๑. นักเรียนเขียนค าศัพท์ใน นิราศภูเขาทองตาม ความหมายที่ก าหนดได้ ถูกต้อง ๒. นักเรียนสามารถน า ค าศัพท์ในนิราศภูเขาทอง แต่งประโยคใหม่ได้ถูกต้อง ใบงาน เรื่อง ศัพท์น่ารู้ ท าให้เป็นประโยค ประเมินจากใบงาน เรื่อง ศัพท์น่ารู้ ท าให้ เป็นประโยค 18 – 20 ดีมาก 14 – 17 ดี 10 – 13 พอใช้ ต่ ากว่า 10 ปรับปรุง
104 ด้านกระบวนการ 1. นักเรียนเห็นความส าคัญ ของการเข้าใจความหมาย ค าศัพท์เพื่อน าไปใช้ใน การศึกษาวรรณคดี แบบสังเกตพฤติกรรม ประเมินจากแบบ สังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์คุณภาพ ระดับ 2 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. ซื่อสัตย์สุจริต ๒. มุ่งมั่นในการท างาน ๓. มีวินัย ๔. รักความเป็นไทย ๕. ใฝ่เรียนรู้ ประเมินคุณลักษณะ แบบประเมิน คุณลักษณะ ผ่านเกณฑ์คุณภาพ ระดับ 2 สรุปผลการเรียนการสอน 1. ด้านความรู้ความเข้าใจ (K ) ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ ....................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................ ไม่ผ่านจุดประสงค์ ................................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................. ได้แก่ 1. ............................................................................................................................................ 2. ............................................................................................................................................ 2. ด้านทักษะกระบวนการ/สมรรถนะส าคัญ (P) ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ ....................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................ ไม่ผ่านจุดประสงค์ ................................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................. ได้แก่ 1. ............................................................................................................................................ 2. ............................................................................................................................................ 3. ด้านเจตคติ/คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ ....................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................ ไม่ผ่านจุดประสงค์ ................................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................. ได้แก่ 1. ............................................................................................................................................ 2. ............................................................................................................................................ 14. ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
105 15. ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ลงชื่อ....................................................... (........................................................) ต าแหน่ง ครูผู้สอน ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษา/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย ได้ท าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ .............................................. แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ 1. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ ครบถ้วนและถูกต้อง ยังไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 2. ความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้กับหลักสูตรสถานศึกษา สอดคล้อง ยังไม่สอดคล้อง ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3. รูปแบบของการจัดการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 4. สื่อการเรียนรู้ เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ยังไม่เหมาะ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 5. การประเมินผลการเรียนรู้ ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ ยังไม่ครอบคลุมประสงค์การเรียนรู้ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 6. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ลงชื่อ ................................................................ (.............................................................) ต าแหน่ง ผู้อ านวยการโรงเรียนวัดยกกระบัตร (ชุบราษฎร์นุสรณ์)
106 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ผังทีชาร์ท ค าศัพท์ เรื่อง นิราศภูเขาทอง ค าศัพท์ ความหมาย กก ชื่อพรรณไม้ขึ้นในที่ลุ่มและแฉะมีหลายชนิด ล าต้นกลมใช้ทอหรือสานเสื่อ กระเรียน นกใหญ่ชนิดหนึ่ง คอยาว ขายาว ปีกกว้าง หางกว้างและสั้น หากินตามที่ราบลุ่ม ก้ามกุ้ง ชื่อพุ่มไม้ชนิดหนึ่ง ล าต้นตรง กิ่งสี่เหลี่ยมมีหนามเล็กห่าง ๆ ดอกเป็นกระจุก ก าเริบโรคร้อนฤทัย ความร้อนใจทวีขึ้น เกรียด เสียงเขียดร้อง ขย้อน โคลง ในความว่า “เรือขย้อนโยกโยนกระโถนหก” ขวัญหาย ขวัญเป็นสิ่งที่เชื่อกันว่ามีอยู่ประจ าชีวิตคนตั้งแต่เกิดมา ถ้าขวัญอยู่กับตัวจะเป็นสิริ มงคล เป็นสุขสบาย จิตใจมั่นคง ถ้าตกใจขวัญจะออกจากร่างไป อาจเสียขวัญหรือ ขวัญหายไป ขวาก ไม้หรือเหล็กปลายแหลมใช้เป็นเครื่องกีดขวาง ส าหรับปักหรือโปรย เพื่อดักหรือต า ผู้ที่ผ่านเข้าไป แขม ชื่อไม้ล้มลุกชนิดหนึ่ง ขึ้นตามชายน้ าหรือที่ชุ่มชื้น ข้อง เครื่องจักสานส าหรับใส่ปลา ปู คา ชื่อหญ้าชนิดหนึ่ง ใบคายแข็ง เอามาท าเป็นตับมุงหลังคา ครึ่งท่อน เพลงพื้นบ้านชนิดหนึ่ง คันโพง เครื่องวิดน้ า มีคันถือยาว คิรีมาศ ภูเขาทอง (คิรี หมายถึง ภูเขา, มาศ หมายถึง ทอง) เครื่องอัฏฐะ เครื่องอัฐบริขาร เป็นเครื่องใช้สอยส าหรับภิกษุมี 8 อย่าง คือ สบง จีวร สังฆาฎิ ประคดเอว บาตร มีดโกนหรือมีดตัดเล็บ เข็ม และกระบอกหรือหม้อกรองน้ า จวน ที่อยู่อาศัยของเจ้าเมือง หรือบ้านที่ทางราชการจัดให้เป็นที่อยู่ของข้าราชการจังหวัด เรียกว่า จวนผู้ว่าราชการจังหวัด จับเขม่า วิธีแต่งผมของผู้หญิงสมัยโบราณ โดยน าเขม่าผสมน้ ามันตานีทาไรผมให้ด า แดนไตร โลกทั้งสาม คือ สวรรค์ มนุษย์ บาดาล ตบะ การบ าเพ็ญให้กิเลสเบาบาง ตับเต่า ชื่อไม้น้ าชนิดหนึ่ง ใบหนากลม ดอกสีม่วงอ่อนปนขาว ขึ้นตามนาข้าวหรือที่มีน้ า ตีเรือ ชิงของในเรือ ถ่อค้ า ไม้ส าหรับค้ าให้เรือเดิน ทิ้งวิสัย ละขนบธรรมเนียมประเพณีเดิม ทศพล ผู้มีก าลัง ๑๐ ประการ หมายถึง พระพุทธเจ้า ธิบดี มาจาก อธิบดี หมายถึง ผู้เป็นใหญ่ ผู้ปกครอง ในที่นี้หมายถึง ผู้ปกครอง คณะสงฆ์ ทักษิณาวรรต การเวียนขวา นิโรธ ความดับทุกข์
107 ค าศัพท์ ความหมาย รังสรรค์ ที่มีผู้สร้างขึ้น นอนกรุง นอนค้างที่กรุงเก่า บุรินทร์ เจ้าเมือง เมืองใหญ่ ประดาษ ต่ าช้า หมายถึง สิ้นวาสนา ผ่านบุรินทร์ ปกครองเมือง ผ้าแพรด าร่ ามะเกลือ ผ้าที่ย้อมเป็นสีด าด้วยผลมะเกลือ แล้วอบร่ าให้มีกลิ่นหอม แฝก ชื่อหญ้าชนิดหนึ่ง ขึ้นเป็นกอ ใบยาวใช้มุงหลังคา รากใช้ท ายาได้ โพงพาง เครื่องมือดักปลาชนิดหนึ่งเป็นถุงตาข่ายรูปยาวรี ใช้ผูกกับเสาใหญ่ ๒ ต้น ที่ปักขวาง ล าน้ า พระจมื่นไวย ต าแหน่งมหาดเล็กระดับหัวหมื่น พระธาตุ กระดูกของพระพุทธเจ้า พระพิมพ์ พระเครื่องที่สร้างขึ้นตามแบบพิมพ์ พระวสา วสา หมายถึง ฤดูฝน ปี ในความว่า เสร็จธุระพระวสา หมายถึง ออกพรรษา โพธิญาณ ความรู้ที่ท าให้ส าเร็จเป็นพระพุทธเจ้า ภิญโญ ยิ่งขึ้นไป ม้วนหน้า ซ่อนหน้าเพราะความอาย มุลิกา มาจาก มูลิกากร หมายถึง ข้าทูลละอองธุลีพระบาทเมื่อเป็นไวย ย่อเหลี่ยม วิธีย่อมุมไม้หรือสิ่งก่อสร้างด้วยอิฐปูน ให้เป็นมุมละ ๓ หยัก หรือมากกว่า ราค ความยินดีในกามารมณ์ ในความว่า “เป็นล่วงพ้นรนราคราคา” ร่ า อบด้วยเครื่องหอม ระคะ เกลื่อนกล่น เรือเพรียว เรือเล็กยาว เป็นเรือแล่นเร็ว รุกขมูล โคนต้นไม้ โลโภโทโสโมหะ โลภ โกรธ หลง วัดประโคนปัก เดิมเรียกวัดเสาประโคม ต่อมาเปลี่ยนเป็นวัดประโคนปัก ปัจจุบันคือ วัดดุสิตาราม (เสาประโคน คือ เสาใหญ่หรือเสาหิน เช่น เสาหลักเมือง) วันอุโบสถ วันขึ้น ๑๕ ค่ า และวันแรม ๑๕ ค่ า ถ้าเป็นเดือนขาดก็แรม ๑๔ ค่ า เป็นวันที่พระลง อุโบสถฟังพระปาติโมกข์และเป็นวันที่พุทธศาสนิกชนถืออุโบสถศีล คือ ศีล ๘ สวาด ชื่อไม้เถาเนื้อแข็ง ล าต้นมีหนาม สังวาส การอยู่ร่วมกัน ในที่นี้หมายถึง การเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์หรือการบวชเป็นพระ สัด ภาชนะรูปทรงกระบอก ท าด้วยไม้หรือสานด้วยไม้ไผ่ ใช้ส าหรับตวงข้าว ชื่อมาตราตวงโบราณ ๒๕ ทะนาน เป็น ๑ สัด หรือเท่ากับ ๒๐ ลิตร ในความว่าถัง แทนสัด หมายถึง ไม่ยุติธรรม มีความล าเอียง สวบ เสียงกรับ เสียงคนหรือสัตว์ย่ าไปบนใบไม้หรือสิ่งที่ท าให้เกิดเสียงเช่นนั้น สันตะวา ชื่อไม้น้ าชนิดหนึ่ง ใบบาง เขียวอมน้ าตาล กินได้
108 ค าศัพท์ ความหมาย สายติ่ง ชื่อไม้น้ าชนิดหนึ่ง กินได้ บัวสายติ่ง หรือบัวสายทิ้งก็เรียก สร้างพรต บ าเพ็ญพรต ในที่นี้หมายความว่า บวชเป็นพระ ส ารวล แผลงมาจาก สรวล หมายถึง หัวเราะ รื่นเริง สิ่งของขาวเหลืองเครื่อง ส าเภา ภาชนะพวกเครื่องทองเหลือง เครื่องโลหะขาว เช่น พาน ขัน จอก ซึ่งบรรจุส าเภา มาจากต่างประเทศ เช่น จีน อินเดีย เข้ามาขายในเมืองไทย เหียนหัน เปลี่ยนท่าทาง พลิกแพลง องคุลีมาล ชื่อมาตรวัดโบราณ ยาวเท่ากับข้อปลายของนิ้วกลาง อัประมาณ อาย อานิสงส์ ผลแห่งกุศล
109 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ใบความรู้ เรื่อง โวหารน่ารู้ การใช้โวหารคือการพลิกแพลงภาษาที่ใช้พูดและเขียนให้แปลกออกไปจากที่ใช้อยู่เป็นปกติก่อให้เกิด จินตภาพ มีรสกระทบใจ ความรู้สึกและอารมณ์ต่างกับการใช้ภาษาอย่างตรงไปตรงมา การใช้โวหารภาพพจน์ มีอยู่หลายลกัษณะ ดังนี้ 1. บรรยายโวหาร คือ โวหารที่ใช้เล่าเรื่อง หรืออธิบายเรื่องราวต่าง ๆ ตามล าดับเหตุการณ์การเขียน บรรยายโวหารจะมุ่งความชัดเจน เขียนตรงไปตรงมารวบรัดกล่าวถึงแต่สาระส าคัญ ไม่จ าเป็นต้องมีพลความ หรือความปลีกย่อยเสริม ในการเขียนทั่ว ๆ ไปมักใช้บรรยายโวหาร เพราะเหมาะในการติดต่อสื่อสาร เนื่องจาก ส านวนประเภทนี้มุ่งสาระเขียนอย่างสั้น ๆ ได้ความชัดเจนงานเขียนที่ควรใช้บรรยายโวหารได้แก่ การเขียน อธิบายประเภทต่าง ๆ เช่น เขียนรายงานวทิยานิพนธ์ต ารา บทความ การเขียนเพื่อเล่าเรื่อง เช่น บันทึก จดหมายเหตุการเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็นประเภทบทความเชิงวิจารณ์ข่าวเป็นต้น ตัวอย่าง “ อันเกาะแก้วพิสดารสถานนี้ โภชนาสาลีก็มีถม แต่คราวหลังครั้งสมุทรโคดม มาสร้างสมสิกขาสมาทาน เธอท าไร่ไว้ที่ริมภูเขาหลวง ครั้นแตกรวงออกมาเล่าเป็นข้าวสาร ได้สืบพืชยืดอยู่แต่โบราณ คิดอ่านเอาเดียวมาเหลียวไป” นิทานค ากลอนเรื่อง...พระอภัยมณี 2. พรรณนาโวหาร มีจุดมุ่งหมายในการเขียนต่างจากบรรยายโวหาร คือมุ่งให้ความแจ่มแจ้ง ละเอียดลออ เพื่อใหผู้อ่านเกิดอารมณ์ซาบซึ้งเพลิดเพลินไปกับข้อความนั้น การเขียนพรรณนาโวหารจึงยาว กว่าบรรยายโวหารมากแต่มิใช่การเขียนอย่างเยิ่นเย้อ เพราะพรรณนาโวหารต้องมุ่งให้ภาพ และอารมณ์ดังนั้น จึงมักใช้การเล่นค า เล่นเสียง ใช้ภาพพจน์ แม้เนื้อความที่เขียนจะน้อยแต่เต็มไปด้วยส านวนโวหารที่ไพเราะอ่าน ไดร้สชาติ ตัวอย่าง “เสนาะเสียงแสนเศร้าดุเหว่าเอ๋ย ไฉนเลยครวญคร่ าาร่ าอยู่ได้ หรือใครท าเจ็บช้ าระก าใจ จึงหวนไห้โหยอยู่มิรู้ แล้ว แวววาบปลาบสายฟ้า ผสานวาตะโชยชาย เปล่าเปลี่ยวอยู่เดียวดาย วิเวกแว่วคะนึงใน” 3. เทศนาโวหาร หมายถึง โวหารที่มีจุดหมายแสดงความแจ่มแจง้เพื่อให้ผู้อ่านคล้อยตามหรืออาจ กล่าวได้ว่า มุ่งชักจูงให้ผู้อ่านคิดเห็นหรือคล้อยตามความคิดเห็นของผู้เขียน เทศนาโวหารจึงยากกว่า โวหารที่ กล่าวมาแล้วทั้ง 2 โวหาร เพราะต้องใช้กลวิธีในการชักจูงใจ ตัวอย่าง “ความดีนั้นท ายาก คนส่วนมากไม่คิดท า พวกเราจงสูจ า ให้คิดท าในความดี ประพฤติตามค าสอน ไม่บั่นทอนประเพณี ทุกคนล้วนสุขขี ถ้าเรามีความดีเอย”
110 4. สาธกโวหาร คือ โวหารที่มุ่งให้ความชัดเจน โดยการยกตัวอย่างเพื่ออธิบายให้แจ่มแจ้งหรือ สนับสนุนความคิดเห็นที่เสนอให้หนักแน่น น่าเชื่อถือ สาธกโวหารเป็นโวหารเสริม บรรยายโวหาร พรรณนา โวหาร และเทศนาโวหารเช่นการเลือกยกตัวอย่างมีหลักที่ควรเลือกให้เข้ากับเนื้อความ อาจยกตัวอย่างสั้น ๆ ในบรรยายโวหารหรืออาจยกตัวอย่างที่มีรายละเอียดประกอบในพรรณนาโวหารและ เทศนาโวหารเป็นตน้ ใน การเขียนข้อเขียน ต่าง ๆ ควรรู้จักเลือกใช้โวหารให้เหมาะกับจุดมุ่งหมายในการเขียนและเนื้อหาในบาง โอกาส อาจต้องใช้โวหารหลายชนิดในงานเขียนชิ้นหนึ่งก็ได้หลักส าคัญอยู่ที่ว่าต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับ โอกาส จุดมุ่งหมายและเขียนได้อย่างถูกต้อง ตามลักษณะโวหารนั้น ๆ ตัวอย่าง “…แต่ถ้าผู้ใช้อ านาจในทางเห็นแก่ตัว เพื่อประโยชน์ของตัวฝ่ายเดียวและผลแห่งการกระท านั้นไม่เป็น คุณกับใคร แม้แก่ประเทศชาติบ้านเมืองของตัว เช่นนี้เราก็ไม่น่าจะยอมรับเป็นความยิ่งใหญ่ ตัวอย่างใน ประวัติศาสตร์ไทยของเราเองก็มีอยู่เป็นอันมากไม่มีใครจะปฏิเสธได้ว่า พระเพทราชาหรือพระเจ้าเสือไม่เป็นผู้ ยิ่งใหญ่ทางอ านาจวาสนา ท่านได้สร้างอ านาจขึ้นมาด้วยความฉลาดเฉียบแหลมด้วยเล่ห์เหลี่ยมกุศโลบาย นานาประการ ด้วยความสามารถในการท ารัฐประหารแย่งราชสมบัติทางทายาทโดยชอบธรรมของสมเด็จพระ นารายณ์มหาราช ถืออ านาจเต็มเปี่ ยมอยู่ในมือ การกระท าดังกล่าวเป็นตัวอย่างแห่งความยิ่งใหญ่ทาง การเมืองโดยแท้ คือ ไม่ต้องนึกถึงศีลธรรมหรือความผูกพันทางจิตใจ ฆ่าได้ไม่เฉพาะแต่ศัตรู แม้มิตรก็ฆ่าได้ถ้า มิตรนั้นไม่มีประโยชน์อะไรต่อไปอีก…” 5. อุปมาโวหาร หมายถึง โวหารเปรียบเทียบ โดยกตัวอย่างสิ่งที่คล้ายคลึงกัน มาเปรียบเพื่อให้เกิด ความชัดเจนด้านความหมาย ด้านภาพ และเกิดอารมณ์ความรู้สึกมากยิ่งขึ้น กล่าวได้ว่า อุปมาโวหารคือ ภาพพจน์ประเภทอุปมานั่นเองอุปมาโวหารใช้เป็นโวหารเสริม บรรยายโวหาร พรรณนาโวหารและเทศนา โวหารเพื่อให้ชัดเจนน่าอ่าน โดยอาจเปรียบเทียบอย่างสั้น ๆ หรือเปรียบเทียบอย่างละเอียดก็ได้ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ อุปมาโวหารนั้นจะน าไปเสริมโวหารประเภทใด ตัวอย่าง “อสุรีผีเสื้อเหลือจะอด แค้นโอรสราวกับไฟไหม้มังสา ช่างหลอกหลอนผ่อนผันจ านรรจา เเม้นจะว่าโดยดีมิเห็นฟัง” นิทานค ากลอนเรื่อง...พระอภัยมณี
111 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ใบงาน เรื่อง ค าศัพท์น่ารู้ ท าให้เป็นประโยค ส่วนที่ ๑ ค าชี้แจง ให้นักเรียนหาความหมายค าศัพท์ที่ก าหนดต่อไปนี้ให้ถูกต้อง ค าศัพท์ ความหมาย ตีเรือ ถ่อค้ า ทิ้งวิสัย รังสรรค์ นอนกรุง บุรินทร์ ร่ า ระคะ เรือเพรียว รุกขมูล ส่วนที่ ๒ ค าชี้แจง ให้นักเรียนแต่งประโยคจากค าที่ก าหนด ค าละ 2 ประโยค รูปแบบผังมโนทัศน์ ชื่อ – นามสกุล.......................................................................................................ชั้น ม.1/......... เลขที่............. รังสรรค์ ............................................................................ ........................................................................... ............................................................................ ........................................................................... ร่ า ............................................................................ ........................................................................... ............................................................................ ...........................................................................
112 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เฉลยใบงาน เรื่อง ค าศัพท์น่ารู้ ท าให้เป็นประโยค ส่วนที่ ๑ ค าชี้แจง ให้นักเรียนหาความหมายค าศัพท์ที่ก าหนดต่อไปนี้ให้ถูกต้อง ค าศัพท์ ความหมาย ตีเรือ ชิงของในเรือ ถ่อค้ า ไม้ส าหรับค้ าให้เรือเดิน ทิ้งวิสัย ละขนบธรรมเนียมประเพณีเดิม รังสรรค์ ที่มีผู้สร้างขึ้น นอนกรุง นอนค้างที่กรุงเก่า บุรินทร์ เจ้าเมือง เมืองใหญ่ ร่ า อบด้วยเครื่องหอม ระคะ เกลื่อนกล่น เรือเพรียว เรือเล็กยาว เป็นเรือแล่นเร็ว รุกขมูล โคนต้นไม้
113 แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนของนักเรียนรายบุคคล นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ล าดับ ที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรม / ระดับคะแนน ความสนใจ กระตือรือร้น ในการเรียน การมีส่วน ร่วมในการ แสดงความ คิดเห็น/ตอบ ค าถาม ความ รับผิดชอบ ต่องานที่ ได้รับ มอบหมาย ท างาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย เห็นคุณค่า ของวรรณคดี และ วรรณกรรม ไทย รวม 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ 3 หมายถึง ดี 9 – 12 คะแนน = ดี 2 หมายถึง พอใช้ 5 – 8 คะแนน = พอใช้ 1 หมายถึง ปรับปรุง 1 – 4 คะแนน = ปรับปรุง
114 แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ โรงเรียนวัดยกกระบัตร (ชุบราษฎร์นุสรณ์) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา 2564 ********************************************************* ชื่อ – สกุลนักเรียน.....................................................................................ห้อง........................ ...เลขที่ ....................... ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียน และนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงใน ช่องว่างที่ตรงกับระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ รายการประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 มีความรัก และภูมิใจในความเป็นชาติ กษัตริย์ 1.2 ปฏิบัติตนตามหลักของศาสนา 1.3 แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ 2. ซื่อสัตย์ สุจริต 2.1 ปฏิบัติตามระเบียบการสอน และไม่ลอกการบ้าน 2.2 ประพฤติ ปฏิบัติตรงต่อความเป็นจริงต่อตนเอง 2.3 ประพฤติ ปฏิบัติตรงต่อความเป็นจริงต่อผู้อื่น 3. มีวินัย 3.1 เข้าเรียนตรงเวลา 3.2 แต่งกายเรียบร้อยเหมาะสม 3.3 ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่วางไว้ 4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 แสวงหาข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ 4.2 มีการจดบันทึกความรู้อย่างเป็นระบบ 4.3 สรุปความรู้ได้อย่างมีเหตุผล 5. อยู่อย่างพอเพียง 5.1 ใช้ทรัพย์สินและสิ่งของของโรงเรียนอย่างประหยัด 5.2 ใช้อุปกรณ์การเรียนอย่างประหยัดและรู้คุณค่า 5.3 ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมีการเก็บออมเงิน 6. มุ่งมั่นในการ 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการท างานที่ได้รับมอบหมาย ท างาน 6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพื่อให้งานส าเร็จ 7. รักความเป็นไทย 7.1 มีจิตส านึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย 7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย 8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รู้จักการให้เพื่อส่วนรวมและเพื่อผู้อื่น 8.2 แสดงออกถึงการมีน้ าใจหรือการให้ความช่วยเหลือผู้อื่น 8.3 เข้าร่วมกิจกรรมบ าเพ็ญตนเพื่อส่วนรวมเมื่อมีโอกาส รวม เฉลี่ย
115 หมายเหตุ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน คะแนน 50 – 66 ระดับคุณภาพ ดีเยี่ยม พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน คะแนน 40 – 49 ระดับคุณภาพ ดี พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน คะแนน 20 – 39 ระดับคุณภาพ พอใช้ พฤติกรรมที่ไม่ได้ปฏิบัติ ให้ 0 คะแนน คะแนน 0 – 19 ระดับคุณภาพ ปรับปรุง สรุปผลการประเมิน ระดับ ดีเยี่ยม ดี พอใช้ ปรับปรุง ลงชื่อ.................................................ผู้ประเมิน .........../............./.............
116 แบบประเมินสมรรถนะของผู้เรียน ๕ ด้าน ชื่อ – สกุลนักเรียน..............................................................................................ชั้น/ห้อง.......... ......เลขที่ ............... ค าชี้แจง : ให้สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรง กับระดับคะแนน สมรรถนะด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 0 1. ความสามารถ 1.1 มีความสามารถในการรับ – ส่งสาร ในการสื่อสาร 1.2 มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความเข้าใจของตนเอง โดยใช้ภาษาอย่างเหมาะสม 1.3 ใช้วิธีการสื่อสารที่เหมาะสม 1.4 วิเคราะห์แสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล 2. ความสามารถ 2.1 มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ในการคิด 2.2 มีทักษะในการคิดนอกกรอบอย่างสร้างสรรค์ 2.3 สามารถคิดอย่างมีวิจารณญาณ 2.4 มีความสามารถในการคิดอย่างมีระบบ 2.5 ตัดสินใจแก้ปัญหา 3. ความสามารถ 3.1 สามารถแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้ ในการแก้ปัญหา 3.2 ใช้เหตุผลในการแก้ปัญหา 3.3 เข้าใจความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงในสังคม 3.4 แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการแก้ไขปัญหา 4. ความสามารถ 4.1 สามารถท างานกลุ่มร่วมกับผู้อื่นได้ ในการใช้ทักษะ 4.2 ปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ ชีวิต 4.3 ให้ความร่วมมือในการท างาน 4.4 ร่วมกิจกรรมสม่ าเสมอ 4.5 หลักเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อตนเอง 5. ความสามารถ 5.1 เลือกและใช้เทคโนโลยีได้เหมาะสมตามวัย ในการใช้ 5.2 มีทักษะกระบวนการเทคโนโลยี เทคโนโลยี 5.3 ใช้เทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ 5.4 มีคุณธรรม จริยธรรมในการใช้เทคโนโลยี รวม เฉลี่ย
117 หมายเหตุ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน คะแนน 50 – 66 ระดับคุณภาพ ดีเยี่ยม พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน คะแนน 40 – 49 ระดับคุณภาพ ดี พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน คะแนน 20 – 39 ระดับคุณภาพ พอใช้ พฤติกรรมที่ไม่ได้ปฏิบัติ ให้ 0 คะแนน คะแนน 0 – 19 ระดับคุณภาพ ปรับปรุง สรุปผลการประเมิน ระดับ ดีเยี่ยม ดี พอใช้ ปรับปรุง ลงชื่อ.................................................ผู้ประเมิน .........../............./.............
118 แบบประเมินผลงาน (รายบุคคล) กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย หน่วยที่.................... เรื่อง.................................................... ชื่อ – นามสกุล............................................................................................. ชั้น.................. เลขที่ ............................. รายการประเมิน ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรับปรุง (1) 1. เนื้อหาละเอียดชัดเจน 2. ความถูกต้องของเนื้อหา 3. ภาษาที่ใช้เข้าใจง่าย 4. ความตั้งใจในการท างานส่ง 5. วิธีการน าเสนอผลงาน รวม ลงชื่อ.....................................ผู้ประเมิน ……../…………/……….. เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ผลงานหรือพฤติกรรมสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 4 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องบางส่วน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องมาก ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 18 – 20 ดีมาก 14 – 17 ดี 10 – 13 พอใช้ ต่ ากว่า 10 ปรับปรุง
119 แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย รหัสวิชา ท 2110๒ ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา 2564 หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ ชื่อหน่วย นิราศภูเขาทอง จ านวน 6 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง ความเป็นมาของเรื่อง จ านวน 1 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางชนานันท์ จุลสวัสดิ์ ................................................................................................................................................................... ..... 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็น คุณค่าและน ามาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๕.๑ ม.๑/1 สรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน มาตรฐาน ท ๕.๑ ม.๑/๒ วิเคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่านพร้อมยกเหตุผลประกอบ 2. สาระส าคัญ การศึกษาเนื้อหาเรียนรู้ของวรรณคดี ผู้เรียนต้องรู้ภูมิหลังเรื่องราวเหล่านั้น โดยศึกษาควบคู่ไปกบั สภาพสังคมในยคุ ที่เกิด วรรณคดีเรื่องนี้ขึ้นแล้วน ามาพิจารณาถึงจุดเด่นจุดด้อยของเรื่อง น ามาประยุกต์ใช้ให้ เกิดประโยชน์ต่อตนเองและต่อสังคมปัจจุบัน 3.1 ความรู้ (Knowledge : K) - นักเรียนบอกเรื่องราวในบริบทของนิราศภูเขาทองได้ 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process : P) - นักเรียนวิเคราะห์คุณค่าของนิราศภูเขาทองได้ 3.3 ด้านเจตคติ (Attitude : A) - นักเรียนเห็นคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน และน าไปปรับใช้ในชีวิตจริงได้อย่างถูกต้อง 4. สาระการเรียนรู้: นิราศเป็นงานประพันธ์ประเภทหนึ่งของไทย มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ เท่าที่ปรากฏหลักฐานในปัจจุบัน นิราศเรื่องแรกของไทยนั้น ได้แก่ โคลงนิราศหริภุญชัย ซึ่งแต่งขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา เนื้อหาของนิราศส่วนใหญ่มักมักแต่งด้วยค าประพันธ์ที่แต่งเพื่อร าพันถึงการจากหรือการพลัดพราก จากผู้เป็นที่รัก โดยเน้นที่การบันทึกระยะทาง เหตุการณ์ อารมณ์ และกล่าวถึงสิ่งที่พบเห็นไว้ด้วย นิราศมักแต่งด้วยค าประพันธ์ประเภทโคลงหรือกลอน ที่แต่งเป็นโคลง เช่น นิราศหริภุญชัย นิราศ นรินทร์ ที่แต่งเป็นกลอน เช่น นิราศเมืองแกลง นิราศภูเขาทอง กลอนที่ใช้แต่งนิราศ เรียกว่า กลอนนิราศ นิยมเริ่มบทแรกด้วย “วรรครับ” และจบด้วยค าว่า “เอย” ส่วนความยาวของบทกลอนไม่จ ากัดจ านวน
120 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่อย่างพอเพียง ซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่นในการท างาน มีวินัย รักความเป็นไทย ใฝ่เรียนรู้ มีจิตสาธารณะ 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 7.1 ทักษะของคนในศตวรรษที่ 21 คือการเรียนรู้ 3R X 8C Reading (อ่านออก) (W) Riting (เขียนได้) (A) Rithemetics (คิดเลขเป็น) ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ไขปัญหา (Critical Thinking and Problem Solving) ทักษะด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation) ทักษะด้านความเข้าใจความต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural Understanding) ทักษะด้านความร่วมมือ การท างานเป็นทีมและภาวะผู้น า (Collaboration, Teamwork and Leadership) ทักษะด้านการสื่อสาร สารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communications, Information, and Media Literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT Literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้ (Career and Learning) ทักษะการเปลี่ยนแปลง (Change) 7.2 ทักษะด้านชีวิตและอาชีพ ของคนในศตวรรษที่ 21 ความยืดหยุ่นและการปรับตัว การริเริ่มสร้างสรรค์และเป็นตัวของตัวเอง ทักษะสังคมและสังคมข้ามวัฒนธรรม การเป็นผู้สร้างหรือผู้ผลิต (Productivity) และความรับผิดชอบเชื่อถือได้(Accountability) ภาวะผู้น าและความรับผิดชอบ (Responsibility) 7.3 คุณลักษณะของคนในศตวรรษที่ 21 คุณลักษณะด้านการท างาน ได้แก่ การปรับตัว ความเป็นผู้น า คุณลักษณะด้านการเรียนรู้ ได้แก่ การชี้น าตนเอง การตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเอง คุณลักษณะด้านศีลธรรม ได้แก่ ความเคารพผู้อื่น ความซื่อสัตย์ ความส านึกพลเมือง 8. การบูรณาการในหลักสูตรสถานศึกษา ปีการศึกษา 2564
121 สถานศึกษาพอเพียงตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน สะเต็มศึกษา/การเรียนรู้วิทยาการค านวณและโค้ดดิ้ง/กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ อาเซียนศึกษา ต้านทุจริตศึกษา/ส่งเสริมคุณธรรม เพศวิถีและสัมพันธภาพศึกษา สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น สถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข อื่นๆ.......................................................................... 9. ชิ้นงานหรือภาระงาน - ใบงาน เรื่อง รอบรู้นิราศภูเขาทอง 10. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นน า 3) ครูน าแผนผังภาพการเดินทางให้นักเรียนดู แล้วถามนักเรียนว่า ทราบหรือไม่ว่า แผนผังนี้เป็นการ เดินทางของใคร และอยู่ในเรื่องใด แนวค าตอบ สุนทรภู่ ในเรื่อง นิราศภูเขาทอง แล้วน าเข้าสู่บทเรียน ขั้นสอน ๖. ครูเปิดสื่อวิดีโอ เรื่อง นิราศภูเขาทอง https://www.youtube.com/watch?v=VV_3bOuSpCs ๗. ครูให้นักเรียนเปิดหนังสือเรียนวรรณคดีวิจักษ์ม.๑ บทที่ ๑ เรื่อง นิราศภูเขาทอง ประกอบกับครู อธิบาย ในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้ บทวิเคราะห์ วรรณคดีประเภทนิราศ ภาพสังคมในนิราศภูเขาทอง วรรณศิลป์ในนิราศภูเขาทอง บทกลอนนิราศภูเขาทอง
122 ๘. ครูแสดงแผนผังการเดินทางของสุนทรภู่ พร้อมอธิบายการเดินทางในแต่ละที่ให้นักเรียนฟัง โดย การเปิดสื่อประกอบการสอนเพิ่มเติม ซึ่งมีเนื้อหา ดังนี้ ความเป็นมา ลักษณะค าประพันธ์ วิเคราะห์เนื้อหาแต่ ละบท และสรุปการเดินทาง ๙. ครูเปิดสื่อ ผังล าดับเหตุการณ์ ล าดับสถานที่ที่สุนทรภู่เดินทางผ่านก่อนไปถึงวัดภูเขาทอง เพื่อ สรุปเนื้อหาให้กับนักเรียนอีกครั้ง ตัวอย่างผังล าดับเหตุการณ์ ๑๐. ครูเปิดสื่อ ผังมโนทัศน์ สภาพสังคมในสมัยนั้น เพื่อสรุปเนื้อหาให้กับนักเรียนอีกครั้ง ตัวอย่างผังมโนทัศน์ ๑๑. ครูเปิดสื่อ ผังใยแมงมุม วัฒนธรรมความเชื่อ เพื่อสรุปเนื้อหาให้กับนักเรียนอีกครั้ง ตัวอย่างผังใยแมงมุม ๑๒. ครูทบทวนความรู้ความเข้าใจของนักเรียนด้วยค าถาม ดังนี้ - ผู้แต่งเรื่อง นิราศภูเขาทอง คือใคร แนวค าตอบ สุนทรภู่ - สุนทรภู่เริ่มออกเดินทางจากที่ใด แนวค าตอบ วัดราชบูรณะ สถานที่ที่ 5 ล ำดับสถำนที่ ที่สุนทรภู่ เดินทำง สถานที่ที่ 1 สถานที่ที่ 2 สถานที่ที่ 3 สถานที่ที่ 4 สภำพสังคมไทย วัฒนธรรม ด้านต่าง ๆ
123 - จุดหมายปลายทางของสุนทรภู่คือที่ใด แนวค าตอบ เจดีย์ภูเขาทองที่พระนครศรีอยุธยา - บทกลอนนี้กล่าวถึงสถานที่ใด ถึงเกร็ดย่านบ้านมอญแต่ก่อนเก่า ผู้หญิงเกล้ามวยงามตามภาษา เดี๋ยวนี้มอญถอนไรจุกเหมือนตุ๊กตา ทั้งผัดหน้าจับเขม่าเหมือนชาวไทย แนวค าตอบ บ้านมอญ เกาะเกร็ด ๑๓. ครูให้นักเรียนท าใบงาน เรื่อง รอบรู้นิราศภูเขาทอง ขั้นสรุป 1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ เรื่อง นิราศภูเขาทอง พร้อมให้นักเรียนจดบันทึกใจความส าคัญ ลงในสมุด 11. สื่อการสอน/แหล่งเรียนรู้ - หนังสือเรียน วรรณคดีวิจักษ์ ม.๑ บทที่ ๑ เรื่อง นิราศภูเขาทอง - สื่อประกอบการสอนเพิ่มเติม เรื่อง นิราศภูเขาทอง - สื่อ ผังวัฏจักร เส้นทางการเดินทางไปนมัสการเจดีย์ภูเขาทองของสุนทรภู่ - แผนผังการเดินทาง เรื่อง นิราศภูเขาทอง - สื่อวิดีโอ เรื่อง นิราศภูเขาทอง https://www.youtube.com/watch?v=VV_3bOuSpCs - สื่อ ผังล าดับเหตุการณ์ ล าดับสถานที่ที่สุนทรภู่เดินทางผ่านก่อนไปถึงวัดภูเขาทอง - สื่อ ผังมโนทัศน์ สภาพสังคมในสมัยนั้น - สื่อ ผังใยแมงมุม วัฒนธรรมความเชื่อ - ใบงาน เรื่อง รอบรู้นิราศภูเขาทอง 12. การวัดและประเมินผล กิจกรรมที่ประเมิน เครื่องมือที่ใช้ประเมิน วิธีการประเมิน เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ 1. นักเรียนบอกเรื่องราวใน บริบทของนิราศภูเขาทองได้ ค าถาม การตอบค าถาม สังเกตรายบุคคล 16 – 20 ดี 10 – 15 พอใช้ 0 – 9 ปรับปรุง ด้านทักษะ 1. นักเรียนวิเคราะห์คุณค่า ของนิราศภูเขาทองได้ ใบงาน เรื่อง รอบรู้ นิราศภูเขาทอง ประเมินจากใบงาน เรื่อง รอบรู้นิราศภูเขา ทอง 18 – 20 ดีมาก 14 – 17 ดี 10 – 13 พอใช้ ต่ ากว่า 10 ปรับปรุง ด้านกระบวนการ 1. นักเรียนเห็นคุณค่าของ วรรณคดีและวรรณกรรมที่ อ่าน และน าไปปรับใช้ในชีวิต จริงได้อย่างถูกต้อง แบบสังเกตพฤติกรรม ประเมินจากแบบ สังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์คุณภาพ ระดับ 2
124 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ซื่อสัตย์สุจริต 2. มุ่งมั่นในการท างาน 3. มีวินัย 4. รักความเป็นไทย 5. ใฝ่เรียนรู้ ประเมินคุณลักษณะ แบบประเมิน คุณลักษณะ ผ่านเกณฑ์คุณภาพ ระดับ 2 13. บันทึกผลหลังการสอน สรุปผลการเรียนการสอน 1. ด้านความรู้ความเข้าใจ (K ) ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ ....................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................ ไม่ผ่านจุดประสงค์ ................................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................. ได้แก่ 1. ............................................................................................................................................ 2. ............................................................................................................................................ 2. ด้านทักษะกระบวนการ/สมรรถนะส าคัญ (P) ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ ....................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................ ไม่ผ่านจุดประสงค์ ................................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................. ได้แก่ 1. ............................................................................................................................................ 2. ............................................................................................................................................ 3. ด้านเจตคติ/คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ ....................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................ ไม่ผ่านจุดประสงค์ ................................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................. ได้แก่ 1. ............................................................................................................................................ 2. ............................................................................................................................................ 14. ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
125 15. ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ลงชื่อ....................................................... (........................................................) ต าแหน่ง ครูผู้สอน ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษา/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย ได้ท าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ .............................................. แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ 1. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ ครบถ้วนและถูกต้อง ยังไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 2. ความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้กับหลักสูตรสถานศึกษา สอดคล้อง ยังไม่สอดคล้อง ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3. รูปแบบของการจัดการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 4. สื่อการเรียนรู้ เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ยังไม่เหมาะ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 5. การประเมินผลการเรียนรู้ ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ ยังไม่ครอบคลุมประสงค์การเรียนรู้ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 6. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ลงชื่อ ................................................................ (.............................................................) ต าแหน่ง ผู้อ านวยการโรงเรียนวัดยกกระบัตร (ชุบราษฎร์นุสรณ์)
126 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ใบความรู้เพิ่มเติม เรื่อง นิราศภูเขาทอง ความเป็นมา นิราศเป็นงานประพันธ์ประเภทหนึ่งของไทย มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ เท่าที่ปรากฏหลักฐานในปัจจุบัน นิราศเรื่องแรกของไทยนั้น ได้แก่ โคลงนิราศหริภุญชัย ซึ่งแต่งขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา เนื้อหาของนิราศส่วนใหญ่มักมักแต่งด้วยค าประพันธ์ที่แต่งเพื่อร าพันถึงการจากหรือการพลัดพราก จากผู้เป็นที่รัก โดยเน้นที่การบันทึกระยะทาง เหตุการณ์ อารมณ์ และกล่าวถึงสิ่งที่พบเห็นไว้ด้วย นิราศมักแต่งด้วยค าประพันธ์ประเภทโคลงหรือกลอน ที่แต่งเป็นโคลง เช่น นิราศหริภุญชัย นิราศ นรินทร์ ที่แต่งเป็นกลอน เช่น นิราศเมืองแกลง นิราศภูเขาทอง กลอนที่ใช้แต่งนิราศ เรียกว่า กลอนนิราศ นิยมเริ่มบทแรกด้วย “วรรครับ” และจบด้วยค าว่า “เอย” ส่วนความยาวของบทกลอนไม่จ ากัดจ านวน ลักษณะค าประพันธ์ นิราศภูเขาทองแต่งด้วยค าประพันธ์ประเภทกลอนนิราศ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกลอนสุภาพ แต่มีความ แตกต่างกันตรงที่กลอนนิราศจะแต่งขึ้นต้นเรื่องด้วยกลอนวรรครับและจะแต่งต่อไปอีกโดยไม่จ ากัดจ านวนบท แต่ต้องให้ค าสุดท้ายซึ่งอยู่ในวรรคส่งจบลงด้วยค าว่า “เอย” บทวิเคราะห์เนื้อเรื่องแต่ละบท
127 ถึงเดือน ๑๑ ซึ่งออกจากการจ าพรรษาแล้ว เมื่อรับกฐินอย่างยินดีเสร็จแล้ว ก็ต้องลงเรือไปด้วย ความเศร้าโศก ออกจากวัดก็มองดูวัดที่เคยอาศัย เมื่อปีที่ผ่านมาได้อยู่อาศัยอีกทั้ง ๓ ฤดูที่อยู่มาก็ไม่มีอะไรมา กวนใจ อีกทั้งวัดราชบุรณะ พระวิหารนี้คงอีกนานกว่าจะได้มาเห็น นึกแล้วเศร้าใจยิ่งนักทั้งนี้เป็น เพราะมีคน พาลมารังแกใส่ร้าย คิดจะน าผู้ใหญ่คอยช่วยเหลือท่าน ก็ไม่มีความยุติธรรม จึงต้องอ าลาวัด ไปจนต้องมา อ้างว้างอยู่กลางสายน้ า ถึงหน้าวังก็เศร้าโศกมาก คิดถึงพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ผู้ซึ่งมีพระคุณกับสุนทร ภู่อย่างมาก เมื่อก่อนเคยเข้าเฝ้าท่านอย่างใกล้ชิดและบ่อยครั้ง เมื่อพระองค์สวรรคตก็เหมือนกับสุนทรภู่ตายไป ด้วยเพราะไม่มีญาติหรือคนคอยช่วยเหลือชีวิตจึงยากแค้นแสนเข็ญ อีกทั้งมีโรคมีกรรมเข้ามารุมล้อม ไม่เห็นใคร ที่จะพึ่งพาได้ จึงได้บวชเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่รัชกาลที่ ๒ ประพฤติตนอยู่ในศีลธรรมตลอดเวลา เพื่อเป็นสิ่ง ทดแทนคุณพระองค์ แม้เกิดชาติใดใดก็ขอให้เป็นข้ารับใช้พระองค์ตลอดไป เมื่อถึงหน้าแพก็เห็น เรือพระที่นั่ง คิดถึงเมื่อก่อนก็เศร้าจนน้ าตาไหล เคยหมอบกราบรัชกาลที่ ๒ กับพระจมื่นไวย แล้วก็ลงไปในเรือบัลลังก์ทอง เคยแต่งแปลงบทความ เคยรับราชโองการอ่านในงานฉลอง จน เรือที่มาทอดกฐินหมดแล้วก็ยังมิได้ท าให้พระองค์ขัดใจ แต่อย่างใดเคยหมอบกราบใกล้จนได้กลิ่นหอมจากพระ วรกาย กลิ่นหอมนั้นหอมจนติดจมูกแต่เมื่อพระองค์สวรรคต ก็สิ้นกลิ่นหอมไปด้วย อีกทั้งยังเหมือนวาสนา ของ สุนทรภู่ก็สิ้นตามกลิ่นไปด้วย มองไปในวังยังเห็นหอที่เก็บพระอัฐิของรัชกาลที่ ๒ ก็ตั้งสติถวายส่วยบุญสวยกุศลทั้งส่งส่วนกุศล ไปให้รัชกาลที่ ๓ ให้พ้นภัยในการปกครองบ้านเมือง ถึงวัดประโคนปัก ก็มองไปไม่เห็นเสาหินที่ลือกัน เป็นเสาที่ส าคัญในแผ่นดิน ถึงจะไม่เห็นก็ขอ เดชะพระพุทธคุณช่วย ขอให้อายุยืนหมื่นๆปีเท่าดังเสาศิลา อยู่คู่ฟ้าดินได้ตลอดไป พอเรือล่องเลยวัดก็มองดูริม ท่าน้ า มีแพมาจอดขายของอยู่เรียงราย มีขายทั้งผ้าแพรสีม่วงและสีอื่นๆ ทั้งสิ่งของทีมาจากเมืองจีน ถึงโรงเหล้าก็มีควันออกมาจากเตากลั่นมากมาย มีเครื่องตักน้ าผูกไว้ปลายเสา สุนทรภู่เคยดื่มน้ า เหล้าจนเมาเหมือนคนบ้า จึงได้บวชเพื่อจะได้พ้นจากอบายมุข ขอให้ได้ตรัสรู้ดังพระพุทธเจ้าแต่เหล้าเคยท าให้ รอดชีวิตดังนั้นจะเมิน ไปก็เกินไป ถึงจะไม่เมาเหล้าแต่ยังเมารักอยู่ หักห้ามจิตใจไม่ให้รักไม่ได้ การเมาเหล้านั้น พอรุ่งขึ้นก็หายไป แต่การเมารักนี้จะเป็นทุกๆคืน ถึงบางจากไม่อยากได้ยินค าว่าจาก เพราะสุนทรภู่จากหลายๆ อย่างมา ต้องมีใจมัวหมองเพราะ รักนั้นไม่ยืนยาว จึงต้องจากเมืองพรากมา ถึงบางพลูคิดถึงนางจันเมื่อแต่งงานกัน เคยส่งหมากพลูโดยใส่ซองให้ทั้งหมดเป็นใบเหลืองซึ่ง อร่อยมาก ถึงบางพลัดก็ไม่อยากได้ยินค าว่าพลัดเพราะได้พลัดจากนางจัน ทั้งยังพลัดจากเมืองและอื่นๆอย่าง ร้อนรน ถึงบางโพก็คิดถึงต้นโพธิ์ ให้ร่มเงาให้ความร่มเย็น ทั้งยังท าให้โคนต้นไม้งอกงามได้ขอเดชะของ พระพุทธเจ้า ให้พ้นภัยพาลตลอดไป ถึงบ้านญวนเห็นมีโรงแลมากมาย มีคนค้าขายของเช่นกุ้งหรือปลา โดยการขังไว้ในข้องข้างหน้า โรงวางที่ส าหรับดักปลาวางเรียงไว้ มีทั้งผู้หญิงและผู้ชายมาจับจ่ายซื้อของ จะมองกลับไปยังประเทศบ้านเกิดก็ ทรมานเหมือนโดนไฟไหม้ จิตใจก็หม่นหมอง ล่องเรือมาจนถึงวัดเขมา ก็รู้ว่าพึ่งเลิกงานฉลองไปเมื่อวานซืน คิดถึงเมื่อก่อนซึ่งรัชกาลที่ ๒ ได้มาตัดหวายลูกนิมิต ได้ชมพระพิมพ์ทั้ง ๘๔,๐๐๐ องค์ซึ่งเท่ากับ จ านวนพระธรรมที่อยู่ในพระไตรปิฎกที่อยู่ริมผนัง แต่ครั้งนี้ไม่ได้เห็นการเล่นฉลองเพราะสุนทรภู่ต้องหมด วาสนา และล าบาก เป็นเพราะบุญน้อยก็นึกเศร้า แต่แล้วเรือก็ติดน้ าวน มองเห็นน้ าวิ่งเชี่ยวหมุนเป็นเกลียว พุ่ง
128 ไปมาตัดกัน บางส่วนก็พุ่งวนเหมือนกงเกวียน ดูเวียนๆเป็นเหมือนพายุวนทั้งหัวท้ายเรือได้รับแจวเรือดังนั้นเรือ จึงหลุด น้ าวนออกมาได้ แต่ถึงเรือจะพ้นน้ าวนมาแล้วแต่ใจก็ยังไม่พ้นจากความรัก ถึงตลาดแก้วแต่ไม่เห็นมีตลาด ตั้งขายของทั้งสองฝั่งเห็นแต่ต้นไม้พืชพันธุ์ต่างๆ ได้กลิ่นดอกไม้ หอมไปเรื่อย ๆ ตลอดทาง และกลิ่นเหมือนผ้าแพรที่ย้อมด้วย มะเกลือ [3] เห็นต้นโศกใหญ่และต้นระก าเป็น แผงแต่แปลกที่มีต้นรักขึ้นแซมอยู่ด้วย เหมือนความโศกเศร้าระก าใจที่สุนทรภู่ต้องเป็นเพราะรักแม่จัน ถึงจังหวัดนนทบุรีก็เห็นมีตลาดน้ า มีแพอยู่ซึ่งขายเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม มีทั้งเรือจอดอยู่เพื่อขาย ผลไม้จากสวนแท้ มีทั้งผู้หญิงผู้ชายมาประชุมซื้อของกันทุกวันทุกคืน มาถึงหมู่บ้านบางธรณีก็โศกเศร้ามากขึ้นมาก เพราะตอนล าบากพาให้ใจสะอื้นมาก ทั้งที่แผ่นดิน หนาขนาดสองแสนสี่หมื่น โยชน์แต่ เมื่อถึงคราวล าบากแม้แต่แผ่นดิน ก็ไม่มีที่อาศัย เหมือนโดนหนามเสียดแทง เจ็บแสบ มาก เหมือนกับนกไม่มีรังที่จะอาศัยต้องเร่ร่อนไปเรื่อย ๆ ถึงต าบลปากเกร็ดซึ่งเป็นบริเวณที่ชาวมอญอพยพมา ตามธรรมเนียมผู้หญิงมอญจะเกล้าผม แต่ สมัยนี้ผู้หญิงมอญมาถอนไรผมเหมือนตุ๊กตา ทั้งยังใช้เครื่องส าอาง ใช้แป้งผัดหน้าซึ่งเหมือนกับชาวไทย ท าให้ เห็นได้ว่าสมัยนี้ทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีความเที่ยงแท้ เหมือนดังที่ชาวมอญละทิ้งประเพณีวัฒนธรรม ของตนเอง แล้วจะนับประสาอะไร กับจิตใจของคน ซึ่งไม่มีใคร มีใจเดียวแต่มีหลายใจ ถึงหมู่บ้านบางพูดสุนทรภู่ก็นึกถึงค าว่าพูด ดังว่า ถ้าใครพูดดีก็จะมีคนรัก แต่ถ้าพูดไม่ดีก็อาจจะ เป็นภัยต่อตนเอง ได้อีกทั้งยังไม่มีใครคบ ไม่มีเพื่อนสนิทมิตรสหาย ทั้งการจะดูว่าใครดีไม่ดีดูได้จากการพูด ถึงหมู่บ้านบ้านใหม่สุนทรภู่ก็คิดอยากจะได้บ้านซักหลังตามที่ต้องการ โดยขอกับเทวดาให้สมดัง ปรารถนา เพราะ การมีบ้านใหม่จะได้มีความสุขและมีที่อาศัยอย่างปลอดภัย ถึงหมู่บ้านบางเดื่อก็คิดถึงลูก มะเดื่อ ที่ภายนอกนั้นดูสวยงามน่ารับประทาน แต่ภายในกลับมี แมลงมีหนอนชอนไชอยู่ เหมือนกับคนพาลที่ปากพูดดีแต่ในใจคิดท าอันตราย ถึงบางหลวงเหมือนจากนางจันมานาน แล้วเราต้องสละ จากยศถาบรรดาศักดิ์เพื่อมาบวชเพื่อจะ ได้พ้นจากกิเลส ทั้งหลายทั้งปวง ถึงจะมีนางฟ้ามายั่วก็ไม่สนใจ ถึงสามโคกก็คิดถึง พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ซึ่งพระองค์ปกครองเมืองกรุงเทพฯ พระองค์ได้พระราชทานนามเมืองจากสามโคก ซึ่งเป็นหัวเมืองชั้นสามเป็นเมือง ปทุมธานีเป็นเพราะมีบัวเยอะ ถึงพระองค์จะเสด็จสวรรคตไปแล้วแต่ชื่อปทุมธานีคงอยู่ตลอดไป แต่ท าไมชื่อของสุนทรภู่ชื่อขุนสุนทรโวหารที่ ได้รับพระราชทานนามมาแต่กลับไม่มีชื่อในแผ่นดิน หลังจากพระองค์สวรรคตเลย ซึ่งต่างกับปทุมธานี สุนทรภู่ ต้องเร่ร่อนหาที่อาศัยเพราะขณะนี้ ไม่มีบ้านสุนทรภู่ขอให้เกิดทุกชาติได้เป็นข้ารับใช้พระองค์ตลอดไป พอ พระองค์สวรรคตสุนทรภู่ก็ขออยากตายตามบ้างเพื่อจะได้รับใช้และพึ่งพระองค์ เดี๋ยวนี้ก็เศร้าโศกใจทุกข์ระทม อย่างทวีคูณมาก ต้องเร่ร่อนไปเรื่อย ๆ ชีวิตไม่มีจุดมุ่งหมาย ถึงหมู่บ้านบ้านงิ้วก็เห็นมีแต่ต้นงิ้วซึ่งไม่มีนกหรือสัตว์อื่นๆ อยู่บนกิ่งเลยเพราะต้นงิ้วมีหนามขึ้นอยู่ มากมาย นึกถึงก็น่ากลัวหนามเพราะถ้าโดนคงเจ็บมาก แต่งิ้วในนรกยาวถึง ๑๖ ข้อนิ้วแหลมเหมือนกับไม้ไผ่ เหลาท ากับดัก ซึ่งใครมีชู้เมื่อตายไปแล้วก็ต้องไปปีนต้นงิ้วในนรก แต่สุนทรภู่เกิดมาอายุมากแล้วแต่ยังครองตัว อยู่ในศีลธรรมไม่มีชู้ แต่ทุกวันนี้ผู้คนวิปริตมีชู้กันมากคงต้องไปปีนต้นงิ้วในนรกกันบ้าง ทั้งหมดที่คิดมานั้นสุนทรภู่สามารถตัดขาดได้ แต่การตัดความรักนั้นยากยิ่งนัก นั่งนึกอนาถใจไป จนเย็นก็ถึงเกาะใหญ่ราชคราม มองไปเห็นบ้านเรือนต่างๆอยู่ห่างจากสองฝั่งมาก ในที่นี้ต้องระวังจระเข้จะท า ร้าย ทั้งที่นี่ยังเป็นที่อยู่ของผู้ร้ายซึ่งมาคอยดักตีเรือ สุนทรภู่คิดแล้วน่าเบื่อยิ่งนัก เมื่อพระอาทิตย์ตกก็มีเมฆมืดครึ้มมาจนดูมืดมัวไปทุกทิศทุกทาง พายเรือถึงทางลัดซึ่งเป็นทางตัด กลางนา ก็เห็นมีต้นแฝกต้นคาต้นแขมต้นกกขึ้นปะปนกันอยู่มากมาย เงาของต้นพวกนี้ทอดลงน้ าท าให้ดูเวิ้งว้าง
129 ดูกว้างขวางเหลียวมองทีไรก็รู้สึกขวัญหายทุกที มองเห็นเงาของหญิงชายทั้งยังมีเสียงคุยกัน เรือของพวกเขา เพรียวเล็กและมีปลาอยู่บนเรืออีกด้วย พวกเขาถ่อเรือคล่องแคล่วเดินทางไปอย่างรวดเร็ว แต่เรือของสุนทรภู่ไป ช้ามากช่างน่าสงสารลูกศิษย์ ที่ต้องถ่อเรืออย่างเหน็ดเหนื่อยทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเส้นทาง บางทีเรือก็เสยเข้าพงหญ้า รกรุงรัง จะถอยหลังก็ถอยยากเรือก็โคลงจนกระโถนใส่หมากหก พอเงี่ยหูฟังก็ไม่ได้ยินเสียงสัตว์เลยซักตัวมีแต่ น้ าค้างตกเพราะลมพัด มองไปไม่เห็นคลองเลยต้องค้างอยู่กลางทุ่ง แต่พอหยุดเรือหยุด ก็มารุมกัดเจ็บเหมือน โดนทรายซัด เลยไม่ได้นอนเพราะต้องนั่งตบยุง สุนทรภู่รู้สึกอ้างว้างมาก มองไปในทุ่งกว้างเห็นมีแต่ต้นแขมขึ้นอยู่ปะปนกัน จนดึกก็มีดาวอยู่ กลางท้องฟ้า มีนกกระเรียนบินร่อนและร้องก้องเมื่อตอนเที่ยงคืน มีเสียงกบเขียดร้องเรื่อย ๆ มีลมพัดเฉื่อยๆ สุนทรภู่รู้สึกวังเวงก็คิดร าพึงเมื่อตอนมียศถาบรรดาศักดิ์ ได้หัวเราะเฮฮากับเพื่อนมีคนคอยปรนนิบัติรับใช้ แต่ ยามล าบากเห็นแต่หนูพัดลูกชายคอยช่วยนั่งปัดยุงให้จนพระจันทร์ขึ้นก็เห็นต้นกระจับจอก มีดอกบัวเผื่อนขึ้น มากเมื่อคืนเดือนหงาย มองเห็นคลองทั้งสองด้านหัวท้ายเรือก็รีบถ่อเรือลงคลอง จนพระอาทิตย์ขึ้นก็เห็นพันธุ์ ผักดูน่ารักส่งเกสรแก่กัน มีบัวเผื่อนอยู่สองข้างทางที่เรือพายไป มีต้นก้ามกุ้งขึ้นอยู่กับสาหร่ายใต้น้ า มีต้นสายติ่ง ขึ้นสลับกับต้นตับเต่าเป็นกลุ่มๆ มองไปเหมือนกับดาวบนท้องฟ้า เหล่านี้ถ้าผู้หญิงได้มาเห็นก็คงจะลงเล่นกลาง ทุ่งที่มีเรือ ก็คงจะพายไปเก็บสายบัว ถ้าสุนทรภู่มีโยมผู้หญิงก็คงไม่นิ่งเฉยให้อายดอกไม้คงจะใช้ให้ศิษย์ไปเก็บ ของฝากเท่าที่ท าได้ในตอนนี้ แต่นี่จนใจไม่มีเงินซักนิด ทั้งยังขี้เกียจเก็บจึงเลยมาพอมีแสงอ่อนๆ ของพระ อาทิตย์ก็ถึง กรุงศรีอยุธยา สุนทรภู่รู้สึกเศร้าใจ เมื่อถึงหน้าจวนของเพื่อนของสุนทรภู่ สุนทรภู่ก็คิดถึงเมื่อก่อนจนน้ าตาไหล สุนทรภู่ตั้งใจจะแวะ หาถ้ายังเหมือนเมื่อก่อนก็คงจะได้รับนิมนต์ขึ้นบนจวน แต่ถ้าหากว่าท่านแปลกไปก็คงจะโดนหัวเราะเยาะ จะต้องอายมาก รู้สึกไม่กล้าใฝ่สูงเป็นเพื่อนได้ จึงได้เดินทางต่อไปยังเจดีย์ภูเขาทอง จอดเรือที่ข้างวัดพระเมรุซึ่งริมวัดมีเรือจอดเรียงอยู่ บางล ามีคนร้องเล่นเต้นส าราญ บางล าก็ร้อง เพลงเกี้ยวกัน บางล าฉลองผ้าป่าด้วยการขับเสภา ทั้งยังมีคนตีระนาดซึ่งตีเก่งเหมือนนายเส็ง (คนเก่งระนาด สมัยสุนทรภู่) มีโคมแขวนอยู่เรียงรายเหมือนอยู่สามเพ็ง เมื่อคราวเคร่งในพระศาสนาก็ไม่ได้ดู มีเรือล าหนึ่ง กลอนมันมาก ร้องกลอนยากลากเลื้อยฟังแล้วเหนื่อยหู กลอนลดเลี้ยวเหมือนทางงู จนลูกคู่บอกว่าง่วงนอน ได้ การละเล่นต่างๆที่ข้าง วัดพอดึกก็นอน ประมาณสามยามก็มีโจรขึ้นเรือ พอมีเสียงกุกกักสุนทรภู่ก็ลุกขึ้นโวยวาย โจรก็รีบด าน้ าไปอย่างว่องไวมองไปไม่เห็นหน้าลูกศิษย์ ก็รู้สึกท าอะไรไม่ถูกด้วยความกลัว แต่หนูพัดจุดเทียน ส่องดูว่ามีอะไรหายไปบ้าง แต่ไม่มีเลยแม้แต่เครื่องอัฐ บริขาร ทั้งนี้ด้วยเดชะตบะบุญและพระพุทธ ท าให้ชนะ มารได้ วันรุ่งขึ้นจะเป็นวันพระซึ่งจะได้บูชาพระธรรม ได้ไปเจดีย์ภูเขาทองซึ่งดูสูงเสียดฟ้า อยู่กลางทุ่งดู โดดเด่นมีน้ าใส อยู่รอบๆที่ฐานพื้นที่เป็นรูปกลีบบัวถัด จากบันไดมีน้ าไหลล้อมรอบเป็นขอบมีเจดีย์มีวิหารมีลาน วัด มีก าแพงกั้นอยู่ การย่อเหลี่ยมไม้ ๑๒ มุมอย่างสวยงาม มีเป็นสามชั้นอย่างงดงาม บันไดมี ๔ ด้าน คณะของ สุนทรภู่ชวนกันขึ้นไปชั้น ๓ ตั้งใจเดินวนขวา ๓ รอบจนครบก็กราบเจดีย์ มีห้องที่เป็นถ้ าส าหรับจุดเทียนเพราะ ลมจะพัดแรงพาธูปเทียนดับ ตอนนั้นบังเกิดสิ่งอัศจรรย์มีลมพัดเวียน ขวาราวกับจะเวียนเทียนด้วย ทุกวันนี้ พระเจดีย์เก่าและทรุดโทรมมาก ที่ฐานร้าวถึงเก้าแฉก ที่ยอดก็หัก องค์พระเจดีย์ก็ทรุด เป็นเพราะเจดีย์ไม่มีคน คอยดูแล นึกแล้วเสียดายจนน่าร้องไห้แล้วว จะเทียบอะไรกับชื่อเสียงเกียรติยศของมนุษย์ ก็คงหมดไปในไม่ นาน เหมือนกับเป็นผู้ดีแล้วล าบาก เป็นคนมั่งมีแล้วยากจน คิดแล้วทุกอย่างไม่แท้เที่ยง ขอเดชะแห่งเจดีย์ภูเขาทองซึ่งบรรจุ พระบรมสาริกธาตุสุนทรภู่ขอให้ที่ได้มากราบในครั้งนี้ให้ เป็นบุญ เพื่อเป็นอานิสงส์ให้พ้นภัยต่างๆ ถ้าจะเกิดชาติไหน ๆ ก็ขอให้ตนบริสุทธิ์ทั้งกายและใจ ทั้งความทุกข์ ความโศกอย่าได้มาใกล้ สบายไปตลอดกาล ทั้งความโลภ โกรธ หลง ขอให้ตนชนะได้ ขอให้มีสติปัญญาหลัก
130 แหลม ให้มีศีลธรรมอยู่ในใจ ทั้งผู้หญิงร้ายและผู้ชายชั่วก็ขอให้อย่าได้รู้จักคบหากัน ขอให้สมดังหวังแม้แต่ชาติ หน้าก็ขอให้เป็นดังหวัง พอก้มลงกราบพระพุทธรูปเงยขึ้นมาก็เห็นดอกบัว และก็เห็นพระบรมสารีริกธาตุอยู่ในเกสร ก็ดี ใจมากและช้อนประคองลงเรือ พอหนูพัดกราบไว้เสร็จแล้วก็ใส่พระบรมสารีริกธาตุ ไว้ในขวดแก้วแล้วก็วางไว้ ใกล้ศีรษะเมื่อนอน ตั้งใจว่าจะไปนอนที่กรุงศรีอยุธยา และรุ่งเช้าจะบูชาพระบรมสารีริกธาตุ แต่พอตื่นมามอง ไม่เห็นพระบรมสารีริกธาตุก็ตกใจ อย่างมากทั้งที่วางไว้ใกล้ศีรษะ สุนทรภู่ว่าเป็นเพราะบุญตนน้อยท าให้พระ ธาตุลอยน้ าไปไกล สุนทรภู่คิดว่าไม่สามารถอยู่ที่เจดีย์ภูเขาทองต่อได้เพราะจะยิ่งเศร้าโศก และร้อนใจยิ่งขึ้น พอเช้าตรู่พระอาทิตย์ขึ้นส่องฉาย ก็ล่องเรือถึงกรุงเทพฯโดยใช้เวลาเดินทาง ๑ วัน ถึงหน้าวัดอรุณก็ค่อยสร่าง จากความเศร้าเพราะได้กราบพระพุทธรูป นิราศภูเขาทองของสุนทรภู่ เรื่องนี้ไว้เป็นที่อ่านเมื่อเศร้าจะได้มีความสุข เพราะได้ไปกราบไว้พระพุทธรูป ทั้งกราบไว้พระบรมสารีริกธาตุ เพราะคนที่นับถือศาสนาพุทธเมื่อไม่สบายใจ ก็จะกราบไหว้พระพุทธรูปเพื่อให้สบายใจ ตอนนี้สุนทรภู่ใช่ว่าจะมี คนรักหรือพึ่งจะจากรักมา แต่ที่กล่าวถึงผู้หญิงก็เพราะเป็นธรรมเนียมการแต่งนิราศแต่โบราณ เหมือนแม่ครัว จะปรุงอาหารประเภทพะแนงนอกจากจะใส่เครื่องปรุงและเนื้อสัตว์ แล้วยังต้องใส่พริกไทยใบผักชีเพื่อเพิ่ม ความน่ารับประทานแก่อาหาร และผู้หญิงก็เหมือนพริกไทยใบผักชีเพื่อนให้นิราศนี้น่าอ่าน ขอให้ทราบความ จริงทุกๆ อย่างว่าสุนทรภู่ไม่ได้มีผู้หญิงเลยขออย่าได้นินทาให้เสียหาย เพราะคนที่มีความสามารถในเชิงกลอน จะนั่งๆนอนๆเฉยๆก็จะน่าเบื่อและเศร้าใจ จึงจะต้องแต่งกลอนเพื่อคลายเหงาและคลายความเศร้าใจ และให้ ได้ผลงานเป็นที่ประจักษ์ สรุปการเดินทาง นิราศภูเขาทองเริ่มต้นเล่าการเดินทางทางเรือจากวัดราชบุรณะ กรุงเทพฯ จุดหมายปลายทางคือเจดีย์ ภูเขาทองที่พระนครศรีอยุธยา สถานที่ที่เดินทางผ่านคือ พระบรมมหาราชวัง วัดประโคนปักโรงเหล้า บาง จาก บางพลูบางพลัด บางโพ บ้านญวน วัดเขมา ตลาดแก้ว ตลาดขวัญ บางธรณีเกาะเกร็ด บางพูด บ้าน ใหม่ บางเดื่อ บางหลวง บ้านงิ้ว เมื่อเข้าเขตพระนครศรีอยุธยา ผ่านหน้าจวนเจ้าเมือง วัดหน้าพระเมรุแล้วจึง เดินทางถึงเจดีย์ภูเขาทอง ส่วนขากลับกล่าวถึงวัดอรุณราชวรารามเท่านั้น ระหว่างการเดินทางเมื่อกวีพบเห็น สิ่งใดที่น่าสนใจ หรือสอดคล้องกับความคิดที่ต้องการเสนอก็จะน ามากล่าวไว้
131 สื่อ ผังล าดับเหตุการณ์ ล าดับสถานที่ที่สุนทรภู่เดินทางผ่านก่อนไปถึงวัดภูเขาทอง บางหลวง บ้านงวิ้ เมื่อเข้าเขตพระนครศรีอยุธยา หน้าจวนเจ้าเมือง วัดพระเมรุ เจดีย์ภูเขาทอง บางธรณี เกาะเกร็ด บางพูด บ้านใหม่ บางเดื่อ ตลาดขวัญ ล ำดับสถำนที่ ที่สุนทรภู่ เดินทำง พระบรมมหาราชวัง วัดประโคนปัก โรงเหล้า บางจาก บางพลู บางพลัด บางโพ บ้านญวณ วัดเขมา ตลาดแก้ว
132 สื่อ ผังมโนทัศน์ สภาพสังคมในสมัยนั้น สื่อ ผังใยแมงมุม วัฒนธรรมความเชื่อ การละเล่นและงานมหรสพ จัดขนึ้ในช่วง เทศกาล ต่าง ๆมีการ ประดับไฟ มีการขับเสภา และร้องเพลง เรือเกยี้วกัน สภาพสังคมไทย ในนริาศภูเขาทอง การติดต่อค้าขาย การค้าขายที่ ด าเนนิไป อย่างคึกคัก มีการจับจ่าย สินค้า และ พบปะพูดคุยกัน ชุมชนชาวต่างชาติ การตั้ง บ้านเรือนของ ชาวต่างชาติ นยิมแต่งหนา้ แบบ ชาวต่างชาติ
133 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ใบงาน เรื่อง รอบรู้นิราศภูเขาทอง ค าชี้แจง ให้นักเรียนตอบคำ ถำมต่อไปน้ี ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์ มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิต แม้นพูดชั่วตัวตายท าลายมิตร จะชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจา นักเรียนเห็นด้วยกับบทประพันธ์นี้หรือไม่ อย่างไร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ถึงหน้าวังดังหนึ่งใจจะขาด คิดถึงบาทบพิตรอดิศร โอ้ผ่านเกล้าเจ้าประคุณของสุนทร แต่ปางก่อนเคยเฝ้าทุกเช้าเย็น พระนิพพานปานประหนึ่งศีรษะขาด ด้วยไร้ญาติยากแค้นถึงแสนเข็ญ ทั้งโรคซ้ ากรรมซัดวิบัติเป็น ไม่เล็งเห็นที่ซึ่งจะพึ่งพา สุนทรภู่กล่าวถึงสถานที่ใด ............................................................................................................................. สุนทรภู่ก าลังคิดถึงใคร ............................................................................................................................. ..... สุนทรภู่รู้สึกอย่างไร ....................................................................................................................................... จากเรื่อง นิราศภูเขาทอง เลือกเขียนค าประพันธ์ที่นักเรียนชอบมา ๑ บท พร้อมบอกเหตุผลที่ชอบ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ชื่อ – นามสกุล.......................................................................................................ชั้น ม.1/......... เลขที่.............
134 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เฉลยใบงาน เรื่อง รอบรู้นิราศภูเขาทอง ค าชี้แจง ให้นักเรียนตอบคำ ถำมต่อไปน้ี - ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์ มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิต แม้นพูดชั่วตัวตายท าลายมิตร จะชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจา นักเรียนเห็นด้วยกับบทประพันธ์นี้หรือไม่ อย่างไร เห็นด้วย เพราะการพูดสามารถให้คุณและโทษแก่ผู้พูดได้ ซึ่งถ้ารู้จักพูด พูดแต่สิ่งดีจะท าให้เกิด มงคล แก่ตน มีแต่คนรักและปรารถนาดี แต่ถ้าหากพูดไม่ดีก็จะเป็นการสร้างศัตรูได้ - ถึงหน้าวังดังหนึ่งใจจะขาด คิดถึงบาทบพิตรอดิศร โอ้ผ่านเกล้าเจ้าประคุณของสุนทร แต่ปางก่อนเคยเฝ้าทุกเช้าเย็น พระนิพพานปานประหนึ่งศีรษะขาด ด้วยไร้ญาติยากแค้นถึงแสนเข็ญ ทั้งโรคซ้ ากรรมซัดวิบัติเป็น ไม่เล็งเห็นที่ซึ่งจะพึ่งพา สุนทรภู่กล่าวถึงสถานที่ใด หน้าวัง สุนทรภู่ก าลังคิดถึงใคร พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย สุนทรภู่รู้สึกอย่างไร เศร้าโศกมาก - จากเรื่อง นิราศภูเขาทอง เลือกเขียนค าประพันธ์ที่นักเรียนชอบมา ๑ บท พร้อมบอกเหตุผลที่ชอบ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
135 แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนของนักเรียนรายบุคคล นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ล าดับ ที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรม / ระดับคะแนน ความสนใจ กระตือรือร้น ในการเรียน การมีส่วน ร่วมในการ แสดงความ คิดเห็น/ตอบ ค าถาม ความ รับผิดชอบ ต่องานที่ ได้รับ มอบหมาย ท างาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย เห็นคุณค่า ของวรรณคดี และ วรรณกรรม ไทย รวม 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ 3 หมายถึง ดี 9 – 12 คะแนน = ดี 2 หมายถึง พอใช้ 5 – 8 คะแนน = พอใช้ 1 หมายถึง ปรับปรุง 1 – 4 คะแนน = ปรับปรุง
136 แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ โรงเรียนวัดยกกระบัตร (ชุบราษฎร์นุสรณ์) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา 2564 ********************************************************* ชื่อ – สกุลนักเรียน.....................................................................................ห้อง........................ ...เลขที่ ....................... ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียน และนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงใน ช่องว่างที่ตรงกับระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ รายการประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 มีความรัก และภูมิใจในความเป็นชาติ กษัตริย์ 1.2 ปฏิบัติตนตามหลักของศาสนา 1.3 แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ 2. ซื่อสัตย์ สุจริต 2.1 ปฏิบัติตามระเบียบการสอน และไม่ลอกการบ้าน 2.2 ประพฤติ ปฏิบัติตรงต่อความเป็นจริงต่อตนเอง 2.3 ประพฤติ ปฏิบัติตรงต่อความเป็นจริงต่อผู้อื่น 3. มีวินัย 3.1 เข้าเรียนตรงเวลา 3.2 แต่งกายเรียบร้อยเหมาะสม 3.3 ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่วางไว้ 4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 แสวงหาข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ 4.2 มีการจดบันทึกความรู้อย่างเป็นระบบ 4.3 สรุปความรู้ได้อย่างมีเหตุผล 5. อยู่อย่างพอเพียง 5.1 ใช้ทรัพย์สินและสิ่งของของโรงเรียนอย่างประหยัด 5.2 ใช้อุปกรณ์การเรียนอย่างประหยัดและรู้คุณค่า 5.3 ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมีการเก็บออมเงิน 6. มุ่งมั่นในการ 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการท างานที่ได้รับมอบหมาย ท างาน 6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพื่อให้งานส าเร็จ 7. รักความเป็นไทย 7.1 มีจิตส านึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย 7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย 8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รู้จักการให้เพื่อส่วนรวมและเพื่อผู้อื่น 8.2 แสดงออกถึงการมีน้ าใจหรือการให้ความช่วยเหลือผู้อื่น 8.3 เข้าร่วมกิจกรรมบ าเพ็ญตนเพื่อส่วนรวมเมื่อมีโอกาส รวม เฉลี่ย
137 หมายเหตุ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน คะแนน 50 – 66 ระดับคุณภาพ ดีเยี่ยม พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน คะแนน 40 – 49 ระดับคุณภาพ ดี พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน คะแนน 20 – 39 ระดับคุณภาพ พอใช้ พฤติกรรมที่ไม่ได้ปฏิบัติ ให้ 0 คะแนน คะแนน 0 – 19 ระดับคุณภาพ ปรับปรุง สรุปผลการประเมิน ระดับ ดีเยี่ยม ดี พอใช้ ปรับปรุง ลงชื่อ.................................................ผู้ประเมิน .........../............./.............
138 แบบประเมินสมรรถนะของผู้เรียน ๕ ด้าน ชื่อ – สกุลนักเรียน..............................................................................................ชั้น/ห้อง.......... ......เลขที่ ............... ค าชี้แจง : ให้สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรง กับระดับคะแนน สมรรถนะด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 0 1. ความสามารถ 1.1 มีความสามารถในการรับ – ส่งสาร ในการสื่อสาร 1.2 มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความเข้าใจของตนเอง โดยใช้ภาษาอย่างเหมาะสม 1.3 ใช้วิธีการสื่อสารที่เหมาะสม 1.4 วิเคราะห์แสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล 2. ความสามารถ 2.1 มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ในการคิด 2.2 มีทักษะในการคิดนอกกรอบอย่างสร้างสรรค์ 2.3 สามารถคิดอย่างมีวิจารณญาณ 2.4 มีความสามารถในการคิดอย่างมีระบบ 2.5 ตัดสินใจแก้ปัญหา 3. ความสามารถ 3.1 สามารถแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้ ในการแก้ปัญหา 3.2 ใช้เหตุผลในการแก้ปัญหา 3.3 เข้าใจความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงในสังคม 3.4 แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการแก้ไขปัญหา 4. ความสามารถ 4.1 สามารถท างานกลุ่มร่วมกับผู้อื่นได้ ในการใช้ทักษะ 4.2 ปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ ชีวิต 4.3 ให้ความร่วมมือในการท างาน 4.4 ร่วมกิจกรรมสม่ าเสมอ 4.5 หลักเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อตนเอง 5. ความสามารถ 5.1 เลือกและใช้เทคโนโลยีได้เหมาะสมตามวัย ในการใช้ 5.2 มีทักษะกระบวนการเทคโนโลยี เทคโนโลยี 5.3 ใช้เทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ 5.4 มีคุณธรรม จริยธรรมในการใช้เทคโนโลยี รวม เฉลี่ย
139 หมายเหตุ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน คะแนน 50 – 66 ระดับคุณภาพ ดีเยี่ยม พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน คะแนน 40 – 49 ระดับคุณภาพ ดี พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน คะแนน 20 – 39 ระดับคุณภาพ พอใช้ พฤติกรรมที่ไม่ได้ปฏิบัติ ให้ 0 คะแนน คะแนน 0 – 19 ระดับคุณภาพ ปรับปรุง สรุปผลการประเมิน ระดับ ดีเยี่ยม ดี พอใช้ ปรับปรุง ลงชื่อ.................................................ผู้ประเมิน .........../............./.............
140 แบบประเมินผลงาน (รายบุคคล) กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย หน่วยที่.................... เรื่อง.................................................... ชื่อ – นามสกุล............................................................................................. ชั้น.................. เลขที่ ............................. รายการประเมิน ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรับปรุง (1) 1. เนื้อหาละเอียดชัดเจน 2. ความถูกต้องของเนื้อหา 3. ภาษาที่ใช้เข้าใจง่าย 4. ความตั้งใจในการท างานส่ง 5. วิธีการน าเสนอผลงาน รวม ลงชื่อ......................................ผู้ประเมิน ……../…………/……….. เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ผลงานหรือพฤติกรรมสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 4 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องบางส่วน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องมาก ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 18 – 20 ดีมาก 14 – 17 ดี 10 – 13 พอใช้ ต่ ากว่า 10 ปรับปรุง
141 แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย รหัสวิชา ท 2110๒ ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา 2564 หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ ชื่อหน่วย นิราศภูเขาทอง จ านวน 6 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔ เรื่อง คุณค่าและข้อคิดที่ได้ จ านวน 1 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางชนานันท์ จุลสวัสดิ์ ................................................................................................................................................................... 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็น คุณค่าและน ามาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๕.๑ ม.๑/๔ สรุปความรู้และข้อคิดจากการอ่านเพื่อประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง 2. สาระส าคัญ การสรุปความรู้ ข้อคิด และคุณค่าของเรื่องที่อ่าน จากการอ่านวรรณคดีและวรรณกรรม เป็นการอ่าน เพื่อสรุปความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสาระส าคัญของเรื่อง ผู้อ่านต้องรู้จักวิเคราะห์แนวคิด พร้อมทั้งบอกคุณค่า และข้อคิดที่ได้จากการอ่าน และสามารถน าไปใช้ประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้ 3.1 ความรู้ (Knowledge : K) - นักเรียนบอกคุณค่าของนิราศภูเขาทองได้ 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process : P) - นักเรียนสรุปความรู้จากการอ่านนิราศภูเขาทองได้ - นักเรียนสรุปข้อคิดจากการอ่านนิราศภูเขาทองได้ 3.3 ด้านเจตคติ (Attitude : A) - นักเรียนน าความรู้และข้อคิดที่ได้จากเรื่องที่อ่านไปปรับใช้ในชีวิตจริงได้อย่างถูกต้อง 4. สาระการเรียนรู้: การสรุปความรู้การสรุปความรู้เป็นการสรุปความรู้หรือทฤษฎีที่ปรากฏอยู่ในเรื่องที่อ่าน โดยเขียน สรุปเป็นประโยคสั้น ๆ หรือข้อความสั้น ๆ เพื่อขยายความเข้าใจให้ชัดเจนมากขึ้น การสรุปข้อคิด การสรุป ข้อคิด เป็นการค้นหาข้อคิดจากเรื่องที่อ่าน ซึ่งข้อคิดอาจแฝงอยู่ในเนื้อเรื่อง หรืออยู่ส่วนท้ายของ เรื่องที่อ่าน โดยผู้อ่านอาจเขียนสรุปข้อคิดเป็นประโยคหรือข้อความสั้น ๆ ได้ หรือเป็นค าคมก็ได้ 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา
142 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่อย่างพอเพียง ซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่นในการท างาน มีวินัย รักความเป็นไทย ใฝ่เรียนรู้ มีจิตสาธารณะ 7. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 7.1 ทักษะของคนในศตวรรษที่ 21 คือการเรียนรู้ 3R X 8C Reading (อ่านออก) (W) Riting (เขียนได้) (A) Rithemetics (คิดเลขเป็น) ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ไขปัญหา (Critical Thinking and Problem Solving) ทักษะด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation) ทักษะด้านความเข้าใจความต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural Understanding) ทักษะด้านความร่วมมือ การท างานเป็นทีมและภาวะผู้น า (Collaboration, Teamwork and Leadership) ทักษะด้านการสื่อสาร สารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communications, Information, and Media Literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT Literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้ (Career and Learning) ทักษะการเปลี่ยนแปลง (Change) 7.2 ทักษะด้านชีวิตและอาชีพ ของคนในศตวรรษที่ 21 ความยืดหยุ่นและการปรับตัว การริเริ่มสร้างสรรค์และเป็นตัวของตัวเอง ทักษะสังคมและสังคมข้ามวัฒนธรรม การเป็นผู้สร้างหรือผู้ผลิต (Productivity) และความรับผิดชอบเชื่อถือได้(Accountability) ภาวะผู้น าและความรับผิดชอบ (Responsibility) 7.3 คุณลักษณะของคนในศตวรรษที่ 21 คุณลักษณะด้านการท างาน ได้แก่ การปรับตัว ความเป็นผู้น า คุณลักษณะด้านการเรียนรู้ ได้แก่ การชี้น าตนเอง การตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเอง คุณลักษณะด้านศีลธรรม ได้แก่ ความเคารพผู้อื่น ความซื่อสัตย์ ความส านึกพลเมือง 8. การบูรณาการในหลักสูตรสถานศึกษา ปีการศึกษา 2564 สถานศึกษาพอเพียงตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน สะเต็มศึกษา/การเรียนรู้วิทยาการค านวณและโค้ดดิ้ง/กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ อาเซียนศึกษา
143 ต้านทุจริตศึกษา/ส่งเสริมคุณธรรม เพศวิถีและสัมพันธภาพศึกษา สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น สถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข อื่นๆ.......................................................................... 9. ชิ้นงานหรือภาระงาน - ใบงาน เรื่อง ได้อะไรบ้างจากเรื่องที่อ่าน 10. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นน า 3. ครูเปิดสื่อวิดีโอนิทาน เรื่อง มดกับตั๊กแตน แล้วถามนักเรียนว่า จากเรื่องที่ได้ดูไป นักเรียนได้ ความรู้และข้อคิดอะไรจากเรื่องนี้บ้าง แนวค าตอบ จากเรื่อง มดกับตั๊กแตน มดเป็นเพื่อนกับตั๊กแตน พวกเขาพบกันแล้วร้องร าท าเพลงกันทุกวัน วันหนึ่ง ในฤดูร้อน มดพูดกับตั๊กแตนว่า "ฤดูฝนจะมาถึงแล้ว เรามาตระเตรียมที่อยู่และอาหารกันเถอะ" ตั๊กแตนตอบว่า " เรายังมีเวลาอีกเยอะ เราร้องเพลงและเต้นร ากันเถอะ" แต่มดบอกว่า "เราไม่มีเวลาท าอย่างนั้นหรอก" ระหว่างฤดูร้อน มดท างานทั้งวัน สร้างรังและกักตุนอาหาร แต่ตั๊กแตนเอาแต่ร้องเพลงเที่ยวเล่น เช้าวันหนึ่งฤดู ฝนก็เริ่มขึ้น ฝนตกหนักแทบทุกวัน เจ้าตั๊กแตนไม่มีที่อยู่และอาหารกิน มันตัดสินใจไปหามด ขออาหารจากมด แต่มดบอกเสียใจ ฉันไม่มีอะไรให้คนเกียจคร้าน เจ้าตั๊กแตนจึงเดินกลับด้วยความเศร้า นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า : จงเตรียมพร้อมและตั้งมั่นอยู่ ในความไม่ประมาท ส าหรับเหตุการณ์ใน อนาคตไม่มีใครรู้ว่าอนาคตเราต้องเจอกับอะไรบ้าง จู่ๆ อาจไม่สบายจนท างานไม่ได้ อาจจะต้องออกจากงาน ถ้าคุณไม่ระวังค่าใช้จ่าย ไม่เก็บออมไว้เลย จะมีชีวิตที่มั่นคงได้อย่างไรแล้วน าเข้าสู่บทเรียน ขั้นสอน 16. ครูเปิดสื่อประกอบการสอน เรื่อง การสรุปความรู้ ข้อคิด และคุณค่าจากเรื่องที่อ่าน 17. ครูให้นักเรียนอ่านบทวิเคราะห์จากใบความรู้คาบที่แล้วอีกครั้ง 18. เมื่อนักเรียนอ่านเข้าใจแล้ว ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ ข้อคิด และคุณค่าที่ได้จากเรื่อง นิราศภูเขาทอง 19. ครูสรุปสิ่งที่ได้รับจากเรื่อง นิราศภูเขาทอง โดยใช้ผังใยแมงมุม ผังใยแมงมุม สรุปสิ่งที่ได้จากการเรียนเรื่อง นิราศภูเขาทอง
144 20. ครูให้นักเรียนท าใบงานแผนผังความคิด เรื่อง สิ่งที่ได้น าไปใช้ ขั้นสรุป 1. ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่า เราสามารถน าความรู้และข้อคิดที่ได้จากเรื่อง นิราศ ภูเขาทองไปปรับใช้ในชีวิตประจ าวันได้อย่างไรบ้าง 11. สื่อการสอน/แหล่งเรียนรู้ - หนังสือเรียน วรรณคดีวิจักษ์ม.๑ บทที่ ๑ เรื่อง นิราศภูเขาทอง - สื่อประกอบการสอน การสรุปความรู้ ข้อคิด และคุณค่าจากเรื่องที่อ่าน - สื่อวิดีโอ เรื่อง มดกับตั๊กแตน https://www.youtube.com/watch?v=_70w_isLl3I - สื่อแผนผังใยแมงมุม สรุปสิ่งที่ได้จากเรื่อง นิราศภูเขาทอง - ใบงานแผนผังความคิด เรื่อง สิ่งที่ได้น าไปใช้ 12. การวัดและประเมินผล กิจกรรมที่ประเมิน เครื่องมือที่ใช้ประเมิน วิธีการประเมิน เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ 1. นักเรียนบอกคุณค่าของ นิราศภูเขาทองได้ ค าถาม การตอบค าถาม สังเกตรายบุคคล 16 – 20 ดี 10 – 15 พอใช้ 0 – 9 ปรับปรุง ด้านทักษะ 1. นักเรียนสรุปความรู้จาก การอ่านนิราศภูเขาทองได้ 2. นักเรียนสรุปข้อคิดจาก การอ่านนิราศภูเขาทองได้ ใบงานแผนผังความคิด เรื่อง สิ่งที่ได้น าไปใช้ ประเมินจากใบงาน แผนผังความคิด เรื่อง สิ่งที่ได้น าไปใช้ 18 – 20 ดีมาก 14 – 17 ดี 10 – 13 พอใช้ ต่ ากว่า 10 ปรับปรุง ด้านกระบวนการ 1. นักเรียนน าความรู้และ ข้อคิดที่ได้จากเรื่องที่อ่านไป ปรับใช้ในชีวิตจริงได้อย่าง ถูกต้อง แบบสังเกตพฤติกรรม ประเมินจากแบบ สังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์คุณภาพ ระดับ 2 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ซื่อสัตย์สุจริต 2. มุ่งมั่นในการท างาน มีวินัย 6. รักความเป็นไทย 7. ใฝ่เรียนรู้ ประเมินคุณลักษณะ แบบประเมิน คุณลักษณะ ผ่านเกณฑ์คุณภาพ ระดับ 2
145 13. บันทึกผลหลังการสอน สรุปผลการเรียนการสอน 1. ด้านความรู้ความเข้าใจ (K ) ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ ....................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................ ไม่ผ่านจุดประสงค์ ................................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................. ได้แก่ 1. ............................................................................................................................................ 2. ............................................................................................................................................ 2. ด้านทักษะกระบวนการ/สมรรถนะส าคัญ (P) ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ ....................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................ ไม่ผ่านจุดประสงค์ ................................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................. ได้แก่ 1. ............................................................................................................................................ 2. ............................................................................................................................................ 3. ด้านเจตคติ/คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ ....................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................ ไม่ผ่านจุดประสงค์ ................................คน คิดเป็นร้อยละ ................................................. ได้แก่ 1. ............................................................................................................................................ 2. ............................................................................................................................................ 14. ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 15. ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ลงชื่อ....................................................... (........................................................) ต าแหน่ง ครูผู้สอน
146 ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษา/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย ได้ท าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ .............................................. แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ 1. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ ครบถ้วนและถูกต้อง ยังไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 2. ความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้กับหลักสูตรสถานศึกษา สอดคล้อง ยังไม่สอดคล้อง ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3. รูปแบบของการจัดการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 4. สื่อการเรียนรู้ เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ยังไม่เหมาะ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 5. การประเมินผลการเรียนรู้ ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ ยังไม่ครอบคลุมประสงค์การเรียนรู้ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 6. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ลงชื่อ ................................................................ (.............................................................) ต าแหน่ง ผู้อ านวยการโรงเรียนวัดยกกระบัตร (ชุบราษฎร์นุสรณ์)
147 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ใบความรู้เรื่อง การสรุปความรู้ ข้อคิด และคุณค่าจากเรื่องที่อ่าน การสรุปความรู้ การสรุปความรู้เป็นการสรุปความรู้หรือทฤษฎีที่ปรากฏอยู่ในเรื่องที่อ่าน โดยเขียนสรุปเป็นประโยค สั้น ๆ หรือข้อความสั้น ๆ เพื่อขยายความเข้าใจให้ชัดเจนมากขึ้น การสรุปข้อคิด การสรุปข้อคิด เป็นการค้นหาข้อคิดจากเรื่องที่อ่าน ซึ่งข้อคิดอาจแฝงอยู่ในเนื้อเรื่อง หรืออยู่ส่วนท้าย ของ เรื่องที่อ่าน โดยผู้อ่านอาจเขียนสรุปข้อคิดเป็นประโยคหรือข้อความสั้น ๆ ได้ หรือเป็นค าคมก็ได้ ดังนั้น การสรุปความรู้และข้อคิดจากเรื่องที่อ่าน คือ การค้นหาข้อคิดหรือคติสอนใจจากเรื่องที่อ่านว่า เรื่องนั้น ๆ ให้ข้อคิดที่เป็นประโยชน์อะไรบ้างแก่ผู้อ่าน แล้วจึงน าข้อคิดนั้นมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวันได้ การหาข้อคิดจากการอ่านหนังสือต่าง ๆ เช่น นิทาน โดยอ่านจนจบเรื่องแล้วจับใจความส าคัญหรือประเด็น ส าคัญ ที่ผู้เขียนต้องการให้ข้อคิดกับผู้อ่าน การสรุปความรู้และข้อคิดมีหลักพื้นฐานการปฏิบัติดังนี้ ๑. อ่านรอบแรกเพื่อดูชื่อเรื่องก่อน แล้วอ่านโดยมีค าถามในใจว่า ใคร ท าอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร ผลเป็นอย่างไร ข้อความใดส าคัญให้ขีดเส้นใต้ไว้ ๒. อ่านอีกครั้ง โดยดูรายละเอียดของเนื้อหา เพื่อค้นหาความรู้ส าคัญและข้อคิด ๓. สามารถอ่านเพิ่มได้จนกว่าจะเข้าใจเนื้อหา ๔. ให้สรุปใจความส าคัญของแต่ละย่อหน้าไว้ 5. น าใจความส าคัญที่รวบรวมไว้มาเขียนเรียบเรียงใหม่อย่างละเอียดและสละสลวย โดยใช้ส านวน ภาษา ของตนเอง 6. ทบทวนการสรุปความรู้อีกครั้ง เพื่อพิจารณาหาส่วนที่ต้องแก้ไขหรือต้องการเพิ่มเติม หลักการสรุป ความจากเรื่องที่อ่าน การบอกคุณค่าของเรื่องที่อ่าน เป็นการอธิบายประโยชน์หรือสิ่งที่เรียกว่า “ข้อดี” โดยเขียนสรุปเป็น ประโยคหรือข้อความสั้น ๆ เพื่อบอกให้รู้ว่าเรื่องนั้นมีคุณค่าแก่ผู้อ่านอย่างไร เช่น คุณค่าด้านเนื้อหา คุณค่า ด้าน วรรณศิลป์ คุณค่าสังคมและวัฒนธรรม เป็นต้น
148 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 สรุปความรู้ ข้อคิด และคุณค่าจากเรื่อง นิราศภูเขาทอง 1. ความรู้และข้อคิดที่ได้ เนื้อหาดังที่ปรากฏในนิราศภูเขาทอง แสดงให้เห็นถึงความรอบรู้และความรอบรู้และความช่างสังเกต ของสุนทรภู่ได้เป็นอย่างดีเนื่องจากสุนทรภู่ได้บันทึกเรื่องราวและเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ตนได้พบเห็นตลอด เส้นทาง ตั้งแต่ออกจากวัดราชบูรณราชวรวิหารจนถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ท าให้นิราศเรื่องนี้มีคุณค่าใน ด้านเนื้อหา ควรค่าแก่การศึกษา a. สะท้อนวิถีชีวิตและวัฒนธรรม นิราศภูเขาทองมีเนื้อหาที่แสดงให้เห็นถึงสภาพบ้านเมือง สังคม วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของผู้คนโดยเฉพาะริมฝั่งแม่น้ าเจ้าพระยาในช่วงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นได้เป็นอย่างดี อาทิ 4) การติดต่อค้าขาย สุนทรภู่มักถ่ายทอดสภาพสังคมสองฝั่งแม่น้ าเจ้าพระยาไว้ในบท ประพันธ์เรื่องต่าง ๆ ที่ตนแต่งอยู่เสมอ เช่นเดียวกับในนิราศภูเขาทองที่สุนทรภู่ได้บรรยายสภาพบ้านเมืองแลพ วิถีชีวิตของผู้คน ตลอดจนบรรยากาศของสถานที่ อาทิภาพการค้าขายที่ด าเนินไปอย่างคึกคัก มีการน าสินค้า หลากหลายประเภทที่บรรทุกมากับเรือส าเภามาวางขายในแพซึ่งจอดเรียงอยู่ตามริมน้ า และตลาดขวัญที่ บรรยายถึงภาพการค้า หรือการจับจ่ายสินค้าหลากหลายชนิด ทั้งเสื้อผ้า และพืชผลต่าง ๆอยู่บนเรือมากมาย หลายล า และตลาดยังเป็นที่พบปะพูดคุยกับผู้คนอีกด้วย 5) ชุมชนชาวต่างชาติ การตั้งบ้านเรือนของชาวต่างชาติมีมานานแล้ว จนชาวต่างชาติส่วน ใหญ่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยและได้ซึมซับขนบธรรมเนียม ประเพณีและคติความเชื่อต่าง ๆ เข้า ผสมผสานกับวัฒนธรรมและวิถีการด าเนินชีวิตที่ติดตัวมาแต่เดิม และได้กล่าวถึงหญิงสาวชาวมอญ ซึ่งอาศัยอยู่ ย่านปากเกร็ด ในสมัยนั้นนิยมแต่งหน้าและแต่งผมตามอย่างหญิงสาวชาวไทย เช่น การผัดหน้า ถอนไรจุก คือ ถอนผมรอบ ๆ ผมจุกให้เป็นแนวเล็ก ๆ จนเป็นวงกลมรอบผมจุกและจับเขม่า ซึ่งเป็นวิธีการแต่งผมเพื่อให้ผมมี สีด าเป็นมันโดยใช้เขม่าผสมน้ ามันหอม นอกจากนี้ยังกล่าวถึงการประกอบอาชีพของชาวต่างชาติในช่วงที่ สุนทรภู่เดินทางผ่านบ้านญวน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าชาวญวนในสมัยนั้นเลี้ยงชีพด้วยการท าประมง 6) การละเล่นและงานมหรสพ กล่าวถึงการละเล่นและงานมหรสพพื้นบ้าน ซึ่งเป็นที่นิยมใน สมัยนั้น และจัดขึ้นในช่วงเทศกาลส าคัญประจ าปีอาทิงานฉลองผ้าป่าที่วัดพระเมรุ มีการประดับประดาโคม ไฟ แลดูสว่างไปทั่วบริเวณงาน และยังมีการขับเสภา ร้องเพลงเรือเกี้ยวกันระหว่างหนุ่มสาวชาวบ้าน b. ต านานสถานที่ เมื่อกวีล่องเรือผ่านสถานที่ใด ก็มักจะกล่าวถึงสถานที่นั้น อาทิวัดประโคนปัก ได้เล่าเรื่องราวความเป็นมาของชื่อวัดแห่งนี้ไว้ว่า เหตุที่วัดมีชื่อว่าประโคนปัก เนื่องจากเล่าสืบต่อกันมาว่า บริเวณนี้เป็นที่ปักเสาประโคน เพื่อปันเขตแดน และอีกสถานที่คือ สามโคก ที่ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธ เลิศหล้านภาลัยพระราชทานเปลี่ยนชื่อให้ใหม่เป็น ปทุมธานีเพราะมีพระราชด าริว่าเมืองนี้มีดอกบัวขึ้นอยู่มาก (ปทุม หมายถึง ดอกบัว และ ธานีหมายถึง เมือง) c. ความเชื่อของคนไทย ได้สอดแทรกคติความเชื่อของคนไทย ส่วนใหญ่มักเกี่ยวเนื่องใน พระพุทธศาสนา โดยเฉพาะเรื่องนรก สวรรค์อาทิความเชื่อที่ว่าหากใครคบชู้คือ ประพฤติตนผิดศีลข้อ ๓ ตามหลักศีล ๕ เมื่อตายไป ผู้นั้นจะตกนรกและต้องปีนต้นงิ้วซึ่งมีหนามยาวและแหลม d. แง่คิดเกี่ยวกับความจริงของชีวิต บทประพันธ์ของสุนทรภู่มักได้รับการยกย่องอยู่เสมอว่ามี เนื้อหาที่สอดแทรกข้อคิด คติการด าเนินชีวิต และช่วยยกระดับจิตใจของผู้อ่านให้ปฏิบัติตนไปตามแนวทางที่
149 เหมาะสม ดังปรากฏในบทกลอนตอนหนึ่งซึ่งมีเนื้อหากล่าวเกี่ยวเนื่องถึงเรื่อง โลกธรรม ๘ ตามหลักค าสอนทาง พระพุทธศาสนา โดยกล่าวว่า แม้เจดีย์ภูเขาททองที่ครั้งหนึ่งเคยงดงามก็ยังมีวันทรุดโทรม ซึ่งเสียงเกียรติยศก็ เช่นเดียวกัน เมื่อมีรุ่งเรืองก็มีเสื่อมได้เป็นธรรมดา จึงควรมองโลกอย่างเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นอนิจจัง และยังกล่าวเรื่อง การเลือกคบคนว่า ไม่ควรประมาทและไม่ควรวางใจผู้ใดง่าย ๆ เนื่องจากบางคนอาจพูดหรือ ท าให้เราเห็นว่าเขาเป็นคนดีแต่แท้ที่จริงเขาอาจเป็นคนที่มี่จิตใจไม่ดีเปรียบได้กับผลมะเดื่อที่ภายนอกมีสีสมัน สวยงาม แต่กลับเต็มไปด้วยแมลงหวี่ชอนไชอยู่ภายใน นอกจากนี้ยังได้แทรกค าสอน ซึ่งสามารถน ามาปรับใช้ ในชีวิตได้เป็นอย่างดีอาทิค าสอนเรื่องการพูด โดยสอนให้รู้จักพูด เพื่อป้องกันไม่ให้ค าพูดก่อให้เกิดโทษแก่ ตนเอง เนื่องจากการพูดดีจะเป็นมงคลแก่ตัวและมีคนรักใคร่เอ็นดูแต่ถ้าพูดไม่ดีย่อมมีผลกระทบในด้านลบแก่ ตนเอง 2. คุณค่าด้านวรรณศิลป์ 2.๑ มีสัมผัสนอก คือค าสุดท้ายในวรรคสดับ และวรรครองส่งสัมผัสกับค าที่ ๓ ในวรรครับ และวรรค ส่งเสมอ ส่วนสัมผัสในจะมีปรากฏภายในวรรคทุกวรรค ทั้งสัมผัสสระและสัมผัสอักษร ท าให้กลอนมีความ ไพเราะยิ่งขึ้น เช่น "ดูน้ าวิ่งกลิ้งเชี่ยวเป็นเกลียวกรอก กลับกระฉอกฉาดฉัดฉวัดเฉวียน บ้างพลุ่งพลุ่งวุ้งวนเหมือนกงเกวียน ดูเปลี่ยนเปลี่ยนคว้างคว้างเป็นหว่างวน" สัมผัสในวรรคเช่น วิ่ง-กลิ้ง, เชี่ยว-เกลียว, ฉอก-ฉาด-ฉัด-ฉวัด-เฉวียน 2.๒ ใช้ถ้อยค ากระทบใจผู้อ่าน ท าให้ผู้อ่านอารมณ์สะเทือนใจร่วมไปกับกวี เช่น "ถึงหน้าวังดังหนึ่งใจจะขาด คิดถึงบาทบพิตรอดิศร โอ้ผ่านเกล้าเจ้าประคุณของสุนทร แต่ปางก่อนเคยเฝ้าทุกเช้าเย็น พระนิพพานปานประหนึ่งศีรษะขาด ด้วยไร้ญาติยากแค้นถึงแสนเข็น ทั้งโรคซ้ ากรรมซัดวิบัติเป็น ไม่เล็งเห็นที่ซึ่งจะพึ่งพา" กล่าวถึงชีวประวัติของสุนทรภู่ ที่เคยเฝ้าใกล้ชิดพระยุคลบาทรัชกาลที่ ๒ เมื่อสิ้นพระองค์สุนทรภู่อยู่ ในภาวะตกยาก ซึ่งผู้อ่านรู้สึกสะเทือนอารมณ์เป็นยิ่งนัก 2.๓ การเล่นค า เล่นความ เป็นกลวิธีใช้ค าพ้องรูป พ้องเสียง พ้องความหมาย การซ้ าค า ซ้ าความ ท า ให้ได้ความหมายที่ลึกซึ้ง กระทบใจ เช่น "ถึงบางพลัดพี่พลัดมาขัดเคือง ทั้งพลัดเมืองพลัดสมรมาร้อนรน" 2.๔ การกล่าวเชิงเปรียบเทียบ (อุปมาอุปไมย) ไม่กล่าวตรงไปตรงมา เป็นความสามารถในการ ถ่ายทอดอารมณ์ และความรู้สึกของกวีเช่น การเปรียบเทียบดอกบัวกับดาวที่พร่างพราว "กระจับจอกดอกบัวบานผกา ดาษดาดูขาวดังดาวพราย" หรือตอนที่สุนทรภู่ร าพันถึงรัชกาลที่ ๒ ด้วยความโศกเศร้า ว่าเคยเป็นที่โปรดปราน แต่เมื่อสิ้นรัชสมัย ก็ต้องตกระก าล าบาก เช่น "เคยมอบใกล้ได้กลิ่นสุคนธ์ตระหลบ ละอองอบรสรื่นชื่นนาสา สิ้นแผ่นดินสิ้นรสสุคนธา วาสนาเราก็สิ้นเหมือนกลิ่นสุคนธ์" 2.๕ การใช้โวหารอธิพจน์ คือกล่าวเกินจริง เพื่อเน้นอารมณ์และความรู้สึก เช่น สุนทรภู่กล่าวตอนมาถึงตลาดขวัญว่า "โอ้พสุธาหนาแน่นเป็นแผ่นพื้น ถึงสี่หมื่นสองแสนทั้งแดนไตร เมื่อเคราะห์ร้ายกายเราก็เท่านี้ ไม่มีที่พสุธาจะอาศัย"