3 อานขอความ แลวตอบคําถาม (10 คะแนน)
เต็มว่ิงเลนในสวน แลวแขน
เส้ือไปเก่ียวกับก่ิงไมจนขาด
เต็มนําเทปใสมาปดทับ แต
สักพักก็หลุดออก เขาจึงนํา
ไปใหพ อ แมดู พอแมจงึ สอน
วิธีการซอมแซมที่ถูกตองให
แกเต็ม
เฉฉบลบั ย 1. เส้อื ของเต็มขาดไดอยางไร
â´¹¡èÔ§äÁàŒ ¡èÂÕ Ç¨¹¢Ò´…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. บริเวณใดของเสอ้ื ที่ชาํ รดุ
ᢹàÊ×éÍ…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. เพราะเหตใุ ดการซอ มแซมของเต็มจึงไมสาํ เร็จ
✓ ซอ มแซมผิดวิธี ใชเครอ่ื งมือชํารดุ ซอมแซม
อ่นื ๆ …………………………………………………………
4. วิธกี ารซอ มแซมเสื้อใหกลับมาสมบรู ณเ หมือนเดมิ ตอ งทําอยา งไร
…ãª…àŒ…¢…çÁ……á……Å…Ð…´……ŒÒ…Â…à…Â……纅Åͅ…Â…¢…Ò……´…ã…Ë……µŒ …´Ô ……¡…¹Ñ ……à…Ë…Á……×Í…¹……à´……ÔÁ……………………………………………………
5. เตม็ ควรตรวจสอบความสมบรู ณข องเสอื้ หลงั ซอมแซมเสร็จอยา งไร
…㪅Œ…Á…×Í……´…Ö§…º……Ã…Ôà…Ç…³……·……èÕ¢…Ò…´……à…º…Ò……æ………¶……ŒÒ…à…Ê…é×Í……ä…Á…‹¢…Ò……´…Í……Í…¡…¨……Ò…¡……¡…ѹ……Í…Õ¡……¡…ç¹……Ó…ä…»…ã…ª…Œ
§Ò¹ä´Œ…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
96
ตอนท่ี 2 ตอนท่ี 2 ง 1.1 ป.3/1-3
วง ลอ มรอบตวั เลขหนาคาํ ตอบท่ถี ูกตอง 20คะแนนทไ่ี ด คะแนนเต็ม
.........................
1 ขอใดจัดเปน งานบาํ รุงรักษา 6 ออยตองการเจาะรูเสาไม ออยควรใช
เคร่ืองมอื ชา งชนิดใด
1. ขันนอตทหี่ ลวมใหแ นน 1. สวานมอื 2. เล่ือยคันธนู
2. ทํากระดาษขาดใหต ิดกัน 3. คอ นหวั กลม 4. ไขควงปากแฉก
3. ทาน้ํามนั กนั สนมิ ใหจ อบ
4. ตอกตะปูเชื่อมขาโตะ ทห่ี ัก 7 เจนมตี กุ ตาผา จาํ นวนมาก เจนควรดแู ล
รักษาตุกตาผา อยางไร
2 การใชเครอื่ งมือชา งควรคาํ นงึ ถงึ 1. รดี ทกุ วนั 2. ซกั เดอื นละครงั้
3. ผง่ึ แดดปล ะครงั้ 4. ฉดี นา้ํ หอมทกุ วนั
เร่อื งใดมากท่ีสุด
1. ความคงทน 2. ความสะอาด 8 เมอื่ เคร่อื งมือชา งชํารดุ ควรทาํ อยางไร
3. ความประณตี 4. ความปลอดภยั 1. ท้งิ แลว ซ้อื ใหม
2. ซอมแซมหลังใช เฉฉบลบั ย
3 ขอ ใดสัมพันธกัน
3. เกบ็ ไวไมต อ งใชอ ีก
1. ส่ิว-ไขควง 4. ซอมแซมกอนนาํ ไปใช
2. คอ น-เลื่อย
3. ตลับเมตร-สายวดั 9 การเลอื กเคร่อื งมือชา งไดเ หมาะสม
4. ไมบ รรทดั -ประแจ กับงาน ทําใหเ กิดประโยชนอ ยางไร
1. งานสวยงาม
4 ขอ ใดไมใชว ธิ ดี แู ลรกั ษาเครอื่ งมอื ชา ง 2. งานเสรจ็ เร็ว
3. ทาํ งานไดถ กู ตอง
1. แชน ํ้าทิ้งไว 4. ทาํ งานไดล ะเอยี ด
2. ทาน้ํามันกันสนมิ
3. เชด็ ทาํ ความสะอาด 10 เด่ยี วซอมแซมของใชใ นบานดวย
4. เกบ็ ใสก ลอ งเครอ่ื งมอื ตนเอง การกระทาํ น้สี ง ผลตอ เดี่ยว
อยางไร
5 มวิ เก็บกรรไกรไวในกระเปา กางเกง 1. มีคนชื่นชม 2. มีรายไดเ พ่ิม
3. ประหยดั เวลา 4. ประหยดั รายจา ย
มวิ เสีย่ งตอ การเกิดอนั ตรายแบบใด
มากท่สี ุด
1. กรรไกรแทงขา
2. กรรไกรบาดแขน
3. กรรไกรหลนใสเทา
4. กรรไกรตดั โดนนวิ้ มอื
97
11 ขอ ใดเปน การประดิษฐของใช 17 เกงจะประดษิ ฐกระปอ งใสเ หรียญ
1. หุนมือ 2. หนา กาก เกงควรใชว ัสดุทองถ่นิ ชนดิ ใด
3. กลองใสดินสอ 4. ตกุ ตากระดาษ 1. ไมไผ 2. ใบตอง
12 ขน้ั ตอนแรกของการประดษิ ฐค อื อะไร 3. สายบวั 4. กระดาษสา
1. ลงมอื ประดษิ ฐ 18 ทิมจะประดิษฐโคมไฟกะลามะพราว
2. เตรียมเครอื่ งมอื
3. เลือกวสั ดทุ ่ีตอ งใช ทมิ ตองหาขอมลู อะไร
4. กําหนดสง่ิ ที่จะประดษิ ฐ 1. การปลกู มะพรา ว
2. รสชาตนิ าํ้ มะพราว
13 วสั ดุช้นิ ใดทเ่ี สยี หายไดง ายทีส่ ุด 3. ลกั ษณะกะลามะพรา ว
1. กิง่ ไม 2. ใบไม
3. ดินเหนียว 4. เปลือกหอย 4. ความสูงของตนมะพราว
เฉฉบลบั ย 14 ขอ ใดเปนเครอื่ งมือสําหรับติด 19 ใครทํางานประดษิ ฐไดเ หมาะสม
1. กาว 2. ฉาก 1. นาํ้ ศึกษาวธิ ีเย็บสมุดกอ นลงมือทํา
3. สีไม 4. พูกนั 2. เปประดิษฐกลองดินสอพรอมกับ
15 ขอ ใดเปน ลกั ษณะการทาํ งานประดษิ ฐ ศกึ ษาวธิ ีทํา
3. โตงใหเพ่ือนทาํ งานประดิษฐท ่ีตอ ง
ที่ดี
1. วางแผนกอนทํางาน สง ครู
2. เลอื กใชว สั ดรุ าคาแพง 4. มิ้นซื้อสีมาทุกชนิด เพราะไมรูวา
3. ทาํ งานเสร็จกอนกําหนด
4. ทาํ งานรวมกับผูอนื่ เสมอ งานทจ่ี ะทาํ ตอ งใชส ีแบบใด
16 เมอื่ ออกแบบสง่ิ ประดษิ ฐค วรคาํ นงึ ถงึ 20 การทํางานประดษิ ฐทาํ ใหไดฝก ทกั ษะ
ส่ิงใดเปน อันดบั แรก ดา นใด
1. ราคาขาย 1. ความตรงตอ เวลา
2. วิธีการใชส อย 2. การสื่อสารกับผูอน่ื
3. ความสวยงาม 3. การชว ยเหลอื ผูอ ืน่
4. ความคดิ สรางสรรค
4. ความคิดสรางสรรค
98
quiz ¢ŒÍÊͺ ์¹¡Òä´Ô (ÀÒ¤àÃÕ¹·Õè 1)
วง ลอ มรอบตวั เลขหนาคําตอบทถ่ี ูกตอง 20ไดค ะแนน คะแนนเต็ม
ดูภาพ แลวตอบคําถามขอ 1 - 2 5 ขอ ใดเปน วธิ กี ารดแู ลเสอ้ื ผา ทเ่ี หมาะสม
1. 2. 3. 4. 1. ผ่งึ แดดทกุ วัน
2. ซักเสือ้ หลงั สวมใส
1 แนนกําลังจะไปวัด แนนควรสวมใส 3. ใชผ งซักฟอกราคาแพง
ชดุ ใด 4. ใสนาํ้ ยาปรบั ผานมุ จาํ นวนมาก
1. ชุดท่ี 1 2. ชุดท่ี 2
3. ชุดที่ 3 4. ชุดที่ 4 6 โอถามแมว า พรงุ นี้ไปเท่ยี วที่ใด
2 มุกจะไปเทีย่ วทะเล เธอมรี ปู รา งผอม เพ่ือเตรียมเส้ือผาท่ีจะใส ส่ิงท่ีโอทํา
และสูง มุกควรสวมใสชุดใด อยูในกระบวนการทํางานใด
1. ชดุ ท่ี 1 2. ชดุ ท่ี 2 1. ปฏบิ ัติงาน เฉฉบลบั ย
2. คิดวเิ คราะหง าน
3. ชดุ ท่ี 3 4. ชดุ ท่ี 4 3. วางแผนการทาํ งาน
4. ประเมนิ ผลการทาํ งาน
3 เพราะเหตใุ ดคนรูปรา งทวมจงึ ควร
สวมใสเสื้อผา ลายทางแนวตงั้ 7 ขอใดอยูในขน้ั ตอนการประเมินผล
1. ทาํ ใหเ ปนจุดสนใจ
2. ทาํ ใหผิวดูสวางขน้ึ การทํางาน
3. ทาํ ใหร ูปรางดแู คบลง 1. จิ๊บกําหนดวันท่ีจะทาํ ความ
4. ทาํ ใหร ปู รา งดูกวางขนึ้
สะอาดรองเทา
4 สถานที่ใดที่เหมาะสมกับการสวมใส 2. ต้ัวเช็ดน้ําท่ีกระเด็นออกมาจาก
เสื้อกลา มและกางเกงขาส้ัน
1. วัด 2. บา น กะละมังซักกระเปาผา
3. ภเู ขา 4. โรงเรียน 3. กบดูตารางเรียนกอนจัดเตรียม
อุปกรณการเรยี น
4. เมตรวจดคู วามเรียบรอยของ
กระเปา ทจี่ ดั ไว เพอ่ื ไปเรยี นวนั พรงุ นี้
99
8 ควรจัดหนงั สือและสมุดในกระเปา 11 สว นใดของบา นทค่ี วรทาํ ความสะอาด
นักเรยี นแบบใด เปนลําดบั สุดทาย
1. เรียงจากเลมบางไปเลมหนา 1. พื้น
2. เรียงจากเลมขนาดเล็กไปขนาด 2. ผนงั
3. เพดาน
ใหญ 4. เครอื่ งเรือน
3. เรียงจากเลมที่ชอบมากที่สุดไป
12 อปุ กรณใดใชทําความสะอาด
เลมท่ีชอบนอ ยที่สดุ
4. เรียงจากเลมท่ีมีสีสันสวยงามไป เคร่ืองเรือน
1. 2.
เลมทีม่ สี ีสนั ไมส วยงาม
9 ถาพรุงนี้เรียนวิชาทัศนศิลป ส่ิงใดที่
ควรเตรยี มไวใ นกระเปา มากทสี่ ดุ
1. 2.
เฉฉบลับย
3. 4.
3. 4.
10 อปุ กรณใดใชว ธิ กี ารจดั เกบ็ เหมอื นกบั 13 วธิ ีใดคอื การวางแผนทําความ
ไมก วาดหยากไย สะอาดรองเทา
1. ถังน้าํ 1. สํารวจวสั ดุของรองเทา
2. เคร่อื งดดู ฝุน 2. ตรวจขนาดของรองเทา
3. ไมก วาดขนไก 3. เคาะฝุนออกจากรองเทา
4. ไมกวาดดอกหญา 4. ลําดบั ข้ันตอนการทําความสะอาด
100
14 กอ นนาํ ไมก วาดชนดิ ตา ง ๆ ไปจดั เกบ็ 18 ขอใดคือวธิ กี ารทําความสะอาดราง เฉฉบลับย
ควรทาํ อยางไร กระดาน
1. ลา งนาํ้ สะอาด 1. ใชผ า แหง เชด็
2. เคาะหรอื ปดฝนุ ออก 2. ใชผ า ชุบน้ําเช็ด
3. ใชผ าแหง เชด็ ใหสะอาด 3. ใชไ มก วาดขนไกปด ออก
4. ใชแ ปรงซกั ผาแปรงฝุนออก 4. ใชเ ครือ่ งดูดฝุน ดูดฝุน ออก
15 พื้นหองแบบใดที่ตองใชเครื่องดูดฝุน 19 เพราะเหตใุ ดจงึ ควรนาํ ขยะในหอ งเรยี น
ทําความสะอาดเทานนั้ ไปทง้ิ ทุกวนั
1. พื้นไม 1. ครูชมเชย
2. พื้นหินออ น 2. ยืดอายุการใชงานถังขยะ
3. พน้ื กระเบอื้ ง 3. ฝนุ ในถังขยะไมฟ ุงกระจาย
4. พื้นทปี่ ูดวยพรม 4. ปอ งกนั การสะสมของเชื้อโรค
16 ใครปฏิบตั ถิ ูกตอ ง 20 ขอใดเปนการกระทาํ ทเ่ี หมาะสม
1. โกใ ชผา เช็ดถังน้าํ แลว นาํ ไปเก็บ 1. พลอยถูพ้ืนโดยไมนําไมถพู น้ื ไป
2. โอใ ชผ า แหง เชด็ ฝนุ ออกจากผา ถพู นื้ ชุบน้าํ
3. หนิงมวนสายไฟฟาเคร่ืองดูดฝุน
2. โอถ อดปลั๊กเคร่อื งดูดฝนุ กอน
เกบ็ หลงั ใชงานเสร็จ เลิกใช 5 นาที
4. ปลาซักไมกวาดขนไก แลวนําไป
3. หวานนํานํ้าซักผา ถูพื้นนํา้
ตากแดด สุดทา ยมารดนา้ํ ตน ไม
17 การใชผาคลุมเครื่องเรือนกอนกวาด 4. เจนทําความสะอาดอปุ กรณใน
เครื่องดูดฝนุ ปล ะ 2 คร้งั
หยากไยบ นเพดานมปี ระโยชนอ ยา งไร
1. ไมเดินชนเครือ่ งเรือน
2. ปอ งกนั สีเคร่อื งเรือนซดี
3. หยากไยไมโ ดนเครอ่ื งเรือน
4. เครือ่ งเรอื นใชงานไดน านขนึ้
101
quiz ¢ŒÍÊͺ ๹Œ ¡ÒäԴ (ÀÒ¤àÃÕ¹·Õè 2)
วง ลอ มรอบตัวเลขหนาคาํ ตอบทถี่ ูกตอง 20ไดคะแนน คะแนนเต็ม
1 3 ผกั สวนครวั ชนดิ ใดสามารถขยายพนั ธุ
ดวยการตอนกิ่ง
1.
จากภาพ เปนผกั สวนครวั ประเภทใด 2.
1. ใชดอกเปน อาหาร 3.
2. ใชผลหรือฝก เปน อาหาร 4.
3. ใชหัวหรือรากเปนอาหาร
4. ใชใบและลําตน เปนอาหาร
เฉฉบลบั ย 2 ขอ ใดเปน ผกั สวนครวั ท่ีใชห วั หรอื ราก
เปน อาหาร
1. 4 เครอ่ื งมอื เกษตรชนดิ ใดใชก าํ จดั วชั พชื
ออกจากแปลง
2. 1.
2.
3.
3.
4. 4.
102
5 เครอ่ื งมอื เกษตรขอ ใดจดั อยูใน อา นขอ ความ แลว ตอบคาํ ถามขอ 8 -10
ประเภทเดยี วกนั นกชว ยปา ใจดแู ลแปลงผกั สวนครวั
1. จอบ ถังนํ้า ทกุ วนั หลงั เลกิ เรยี นเธอจะไปรดนา้ํ ให
2. มดี ดายหญา คราด ผกั สวนครวั คอยพรวนดนิ ใหว นั เวน วนั
3. กรรไกรตดั หญา เสยี ม เมอื่ เหน็ แมลงบนผกั สวนครวั กจ็ บั ออก
4. กรรไกรตดั ก่ิง บัวรดนา้ํ ทันที และเธอใชปุยจากธรรมชาติมา
ใสใ หผ กั สวนครวั เชน ปยุ คอก ปยุ หมกั
6 เครอื่ งมือเกษตรชนิดใดควรใชอ ยาง
8 นกไมควรทําส่งิ ใดในการดูแลแปลง
ระมัดระวงั มากท่สี ุด ผักสวนครวั
1. 1. รดน้าํ ทุกวนั
2. พรวนดนิ วันเวนวัน
2. 3. ใสปุย ใหผ ักสวนครวั
4. กําจัดศตั รพู ชื ทนั ทีที่เห็น
3. เฉฉบลับย
9 ประโยชนของการใชป ยุ ที่ไดจาก
4. ธรรมชาตคิ ืออะไร
1. ผลผลิตเนาเสยี ชา
7 ใครทาํ งานเกี่ยวกบั การเตรยี มดิน 2. เพิ่มสสี ันของผลผลติ ใหด ีขึ้น
3. ปลอดภยั ตอสขุ ภาพของ
1. เกมหยอดเมล็ดผักคะนา ลงดิน ผูรับประทานผลผลติ
2. มน้ิ กาํ ลังหาไมม าทําเพิงบังแดด 4. ผกั สวนครวั โตเรว็ กวา ใชป ยุ ชนดิ อน่ื
3. นดั รดนา้ํ ใหต น กลา คะนา ทเี่ พงิ่ ออก
4. วิวใสป ยุ คอกและปยุ หมกั ลงในดนิ 10 การดแู ลแปลงผกั สวนครวั ทาํ ใหน กได
ฝก ทักษะดานใด
1. ความซ่ือสัตย
2. ความเปน ผูนาํ
3. ความคิดสรา งสรรค
4. ความละเอียดรอบคอบ
103
11 เครอ่ื งมอื ใดใชส าํ หรับตดั ไม 14 เกง ตอ งหยดุ ซอมโตะ เพอื่ ดูวธิ กี าร
1. ซอ มบอ ย ๆ เกง ทาํ แบบนเี้ พราะเหตใุ ด
1. เครอ่ื งมือชํารดุ
2. 2. ศกึ ษาวธิ ซี อมไมล ะเอยี ด
3. สาํ รวจสภาพโตะ ไมค รบทุกสวน
4. จดั สถานที่ไมเ หมาะสมกบั การ
ทํางานชา ง
3. จากภาพ เครอื่ งมอื 15 ใครตองใชความรอบคอบและความ
4. ชนดิ นี้ใชก ับงานใด
ระมดั ระวงั ในการทาํ งานชา งมากทสี่ ดุ
เฉฉบลับย 12 1. นิวใชประแจขันนอตใหหลวม
2. แยมตอกตะปซู อ มแซมโตะ ทชี่ าํ รดุ
3. เจใชตลับเมตรวัดความกวา งของ
ตเู สอื้ ผา
4. มนิ้ ใชไมบ รรทัดขีดเสนบนไม
16 เคร่อื งมอื ใดเหมาะกบั การเจาะรู
กระดาษมากที่สุด
1. ตดั ลวดใหข าด 1.
2. เจาะกําแพงใหเ ปนรู 2.
3. ทบุ กระเบอ้ื งใหแตก
4. ขันเกลยี วนอตใหแ นน
13 ขอ ใดคือวิธซี อ มแซมของใช 3.
4.
1. เช็ดเกา อ้ีใหส ะอาดทกุ วนั
2. ระบายสกี ระเปา ใหส วยงาม
3. สรางกลองใสเคร่ืองมือชาง
4. ตอกตะปขู าโตะไมใหโยกไปมา
104
17 19 วิธีใดเปนการนําวสั ดทุ องถ่นิ มา เฉฉบลับย
จากภาพ ควรนําวสั ดนุ ม้ี าประดิษฐ ประดษิ ฐของใชไดอ ยางเหมาะสม
ของใชใ ด 1. เนยขอเปลอื กไขท แี่ มใชท าํ อาหาร
1. เส่อื
2. รองเทา แลวมาทํางานประดิษฐ
3. กระถางตนไม 2. โตนํามะพราวหลายลูกที่พอแมจะ
4. สมดุ จดบันทกึ
นาํ ไปขายมาทาํ งานประดษิ ฐ
18 วธิ ีใดสามารถปอ งกนั การบาดเจบ็ จาก 3. พลอยนาํ เปลอื กหอยทพ่ี อ สะสมไว
เครอื่ งมือท่มี คี มไดด ีที่สดุ มาทาํ งานประดษิ ฐ
1. ภูใชม ดี ที่ไมคมมากตดั ดอกบวั 4. แอนเด็ดดอกไมของเพ่ือนบาน
2. ทิวสวมถุงมือผาระหวา งเลอื่ ยไม
3. เมใชผาหอมือขณะใชกรรไกรตัด มาทํางานประดิษฐ โดยไมไดขอ
อนุญาต
ใบตอง
4. นวิ จับเลือ่ ยดวยมอื ท้งั 2 ขาง 20 ใครทาํ งานประดิษฐไดถูกตอง
1. อน ใชก รรไกรชาํ รดุ ประดษิ ฐข องใช
2. เมอ่ื ประดษิ ฐก ระเปา เสรจ็ แกว กน็ าํ
ไปใชท ันที
3. จอยรางภาพงานประดิษฐใน
กระดาษกอ นลงมือทํา
4. นดิ เลอื กใชว ัสดุหายากในการ
ทํางานประดษิ ฐ
105
Ẻ»ÃÐàÁ¹Ô »ÃШíÒ»‚
คาํ ช้แี จง : ใหผ ูสอนประเมนิ การทํางานของนกั เรียนตามรายการที่กาํ หนด แลวขดี ✓
ลงในชอ งท่ีตรงกบั ระดบั คะแนน
รายการ ดมี าก ทําไดดี พอทําได ปรบั ปรงุ
1. เลือกสวมใสเส้ือผาไดเหมาะสมกับรูปราง
และสีผิวของตนเอง
2. เลอื กสวมใสเ สอื้ ผา ไดเ หมาะสมกบั โอกาสและ
สถานท่ี
3. จดั เตรยี มอปุ กรณก ารเรียนไดถกู วธิ ี
4. ใชอ ปุ กรณด แู ลของใชไ ดอ ยา งเหมาะสมและถกู วธิ ี
5. ทําความสะอาดกระเปานักเรยี นไดถ กู วธิ ี
6. ทาํ ความสะอาดรองเทาไดถกู วธิ ี
7. ใชอ ปุ กรณทาํ ความสะอาดสถานท่ีไดอ ยาง
เฉฉบลบั ย เหมาะสมและถูกวิธี
8. ททปใแใชชลลําาํ เเคคะูกคคถววรผรูกาาอ่ื่อืักมมวงงสมิธสสมวีอะะืือนออบปคาาาํลรดดรัวูกหบงุ ไผราอดกัักนงถ ษสเไูกราดววยีขนถ ธินอคูกี ไงวรดเวัิธลถไีน กูด(ไวอขดิธยึ้นอ ี ายองายเงหูกมับาดะุลสมยพินจิ ของผูสอน)
9. เหมาะสมและถกู วธิ ี
10.
11.
12.
13. บาํ รุงรกั ษาของเลน ไดถ ูกวิธี
14. ใชเครือ่ งมอื ซอ มแซมของใชไ ดอ ยาง
เหมาะสมและถกู วิธี
15. ซอมแซมของใชไดถ กู วิธี
16. ใชวสั ดทุ อ งถ่ินประดษิ ฐของใช
17. ใชเ คร่ืองมือประดิษฐข องใชไดอยา งเหมาะสม
และถูกวธิ ี
18. ประดิษฐของใชใ นโอกาสตา ง ๆ ได
106 รวม
เรยี นรโู้ ครงงาน เฉฉบลับย
โครงงานท่ี 1 มมุ อานหนงั สือของหนู
จุดประสงค์ 1. ทาํ ความสะอาดและตกแตง หอ งเรยี นใหสวยงาม
2. มคี วามรบั ผดิ ชอบตอ สวนรวม
3. ฝกความคิดสรา งสรรค
ภาระงาน
1. สํารวจหองเรียนเพ่อื จดั มุมหนังสอื
2. ออกแบบมุมหนังสอื ใหน าสนใจ
3. รวบรวมหนงั สือของทกุ คนในหองมาจัดประเภท
4. จดั มมุ หนงั สอื ตามทอี่ อกแบบไว
5. ทุกคนในหองชว ยกันทําความสะอาดและดแู ลมุมหนังสือใหส วยงาม
ไมส่ ง่ เสยี งดังรบกวนผ้อู ืน่
ไม่ขดี เขยี นในหนงั สอื
107
โครงงานท่ี 2 ปลกู ผกั สวนครัวในพนื้ ที่จาํ กดั
จดุ ประสงค์ 1. ปลกู ผักสวนครัวในพื้นท่ีจํากดั ได
2. ดูแลผักสวนครัวในพ้นื ท่ีจาํ กัดได
3. รจู กั การแกไขปญ หา
ภาระงาน
1. ศกึ ษาวิธีการปลกู ผักสวนครวั ในพื้นที่จํากดั
2. วางแผนการปลกู ผักสวนครวั ในพ้ืนที่จาํ กัด
3. ลงมือปลกู ผักสวนครัวตามทีว่ างแผนไว พรอ มจดบนั ทึกขอ มูล ดังนี้
- วธิ กี ารปลูกผกั สวนครวั ในพนื้ ทจี่ าํ กดั
เฉฉบลับย - เหตผุ ลทเ่ี ลือกวธิ กี ารปลกู นี้
- การเจริญเติบโตของผักสวนครวั
- ความแตกตา งระหวางการปลูก
ผกั สวนครวั แบบมพี ้นื ทีก่ วางกบั
พ้นื ที่จํากัด
4. เก็บผลผลิตท่ีไดจากการปลูก
มารบั ประทาน
108
à©ÅÂÅÐàÍÂÕ ´ ¢ÍŒ Êͺ๹Œ ¡Òä´Ô ¾àÔ ÈÉ
วิชา การงานอาชีพ ป.3
1
ขอ คําตอบ เหตผุ ล
เฉฉบลับย
ชุดที่ 1 (20 คะแนน)
1. 3. วัดเปนศาสนสถาน ควรสวมใสชุดที่สุภาพ เชน เสื้อมีแขน กางเกง หรือ
กระโปรงยาวคลุมเขา ไมรัดรูป
2. 2. คนรูปรางผอมและสูงควรสวมใสเส้ือผาที่มีสีออนหรือเสื้อลายทางแนวขวาง
เพื่อใหรูปรางดูกวางข้ึน ในการไปทะเลเพ่ือความสะดวกสบายควรสวมเส้ือ
แขนส้นั กระโปรงส้นั เนอ้ื ผา ระบายความรอนไดด ี
3. 3. คนรปู รางทวมควรสวมใสเ ส้อื ผาลายทางแนวตง้ั เพ่ือใหร ูปรา งดูแคบลง
4. 2. • การไปวัดควรสวมเสอื้ มีแขน กางเกง หรือกระโปรงยาวคลุมเขา เพอ่ื แสดง
ความเคารพตอ ศาสนสถาน
• เสื้อกลามและกางเกงขาสั้นเปนเสื้อผาท่ีใสสบาย เคลื่อนไหวไดคลองตัว
เหมาะกับการสวมใสอยูบา น
• การไปภเู ขาควรสวมใสเส้อื มแี ขนและกางเกงขายาว เพ่ือใหเ ดนิ ไดค ลองตวั
และสามารถปองกันบาดแผลทอี่ าจเกิดจากตน ไมบาดหรอื แมลงกดั ได
• การไปโรงเรยี นควรสวมใสเ ครอื่ งแบบนักเรยี นตามกฎทโี่ รงเรียนกําหนดไว
5. 2. เสื้อผา ที่สวมใสแ ลว จะมคี ราบสกปรกจากกจิ กรรมทท่ี ําในแตละวัน ดงั น้ัน
จงึ ตอ งทาํ ความสะอาดหลงั สวมใส เพอ่ื สขุ อนามยั ทด่ี ี การผง่ึ แดด การใสน า้ํ ยา
ปรบั ผา นุมจํานวนมาก และใชผ งซักฟอกราคาแพง ไมทาํ ใหเส้ือผา สะอาดข้ึน
6. 2. การสอบถามสถานทที่ จ่ี ะไปเพอ่ื เตรยี มเสอื้ ผา ใหเ หมาะสม เปน การคดิ วเิ คราะห
งาน โดยสาํ รวจงานทต่ี อ งทาํ แลว วางแผนวา ตอ งทาํ อะไรบา ง เพอื่ ใหง านสาํ เรจ็
7. 4. การประเมนิ ผลการทาํ งาน คอื การตรวจสอบความเรยี บรอ ยของงานทที่ าํ ลงไป
เพือ่ ใหงานสาํ เรจ็ และนาํ สงิ่ ที่บกพรองไปพัฒนางานใหดขี ้นึ
8. 2. การจดั หนงั สอื ใสก ระเปา นกั เรยี นควรเรยี งตามขนาดของหนงั สอื จากขนาดเลก็
ไปขนาดใหญ เพ่ือใหกระเปาเปน ระเบียบและหยบิ ออกมาใชไดง า ย
9. 2. สิ่งท่ีจําเปนมากท่ีสุดสําหรับการเรียนวิชาทัศนศิลป คือ ดินสอสี เพื่อนําไป
ทาํ งานศลิ ปะใหม คี วามสวยงาม ซง่ึ อปุ กรณอ นื่ ๆ อาจไมไ ดใ ชใ นการเรยี นวชิ านี้
ขอ คาํ ตอบ เหตุผล
¾ÔàÈÉ 10. 4. เมอ่ื ใชไ มก วาดดอกหญา เสรจ็ แลว ควรนาํ มาทาํ ความสะอาด จากนน้ั นาํ ไปเกบ็
2 ดว ยการวางพงิ ฝาผนงั โดยเอาดา มไมก วาดลงพน้ื เปน วธิ กี ารจดั เกบ็ แบบเดยี ว
กับไมก วาดหยากไย
11. 1. การทําความสะอาดสถานท่ีตาง ๆ ควรเร่ิมทําจากดานบนลงดานลาง เพ่ือให
ฝุนจากดานบนตกมาดานลาง จากน้ันก็กําจัดฝุนในคร้ังเดียว พ้ืนจึงเปนส่ิงท่ี
ควรทาํ ความสะอาดเปนลําดับสุดทา ย
12. 3. การทาํ ความสะอาดเครอ่ื งเรอื นตอ งใชไ มก วาดขนไกท ม่ี นี า้ํ หนกั เบา ขนาดเลก็
สามารถถือและทาํ ความสะอาดเครอ่ื งเรือนไดส ะดวก
13. 4. การวางแผนงาน คือ กําหนดวัตถุประสงคการทํางาน จดรายการของทีต่ องใช
ลาํ ดบั ขน้ั ตอนการทํางาน และหาวธิ ีปองกันปญหาท่ีอาจเกดิ ขึน้
14. 2. เมอื่ ใชไมกวาดทุกชนดิ เสร็จแลว ควรนาํ ไปเคาะหรอื ปดฝุน ออกกอ นจัดเกบ็
เฉฉบลบั ย 15. 4. ไมกวาดดอกหญาไมสามารถทําความสะอาดฝุนท่ีอยูดานในพรมออกมาได
ทงั้ หมด จงึ ตอ งใชเครื่องดูดฝุน ในการทาํ ความสะอาด
16. 3. • ถงั นํา้ ตอ งลา งดว ยนํา้ สะอาด แลวนาํ ไปผึ่งใหแหง
• ผา ถูพน้ื ตองทําความสะอาดดวยการซัก เพอ่ื นําฝนุ ออกใหหมด
• หลังจากใชงานเคร่ืองดดู ฝนุ เสรจ็ ควรมวนเกบ็ สายไฟฟา ใหเรยี บรอย
• ไมก วาดขนไกตอ งเคาะเอาฝนุ ออก แลว นาํ ไปแขวนไวท ่ีฝาผนงั
17. 3. การใชผาคลุมเคร่ืองเรือนกอนทําความสะอาด ทําใหหยากไยไมหลนมาโดน
เคร่ืองเรอื น เครือ่ งเรอื นจงึ ไมส กปรก
18. 2. รางกระดานจะมีผงชอลกหรือผงหมึกอยูเปนจํานวนมาก จึงควรใชผาชุบน้ํา
เชด็ เพื่อไมใหผ งฟุง กระจายและรางกระดานสะอาด
19. 4. การนาํ ขยะไปทง้ิ ทกุ วนั เปน การปอ งกนั เชอื้ โรคจากขยะไมใ หส ะสมในหอ งเรยี น
20. 3. • การกระทาํ ของพลอยทาํ ใหพ้นื ไมสะอาด เพราะไมม ีน้ํามาเชด็ ฝุน ออกไป
• การกระทาํ ของโอจะทําใหเ ครอื่ งดดู ฝุนหยุดทาํ งานและดดู ฝนุ ตอ ไปไมไ ด
• การกระทําของหวานชวยประหยดั น้าํ และชวยใหต น ไมไ ดร ับความชุมช้ืน
• การกระทําของเจนทําใหเคร่ืองดูดฝุนทํางานหนัก เพราะมีฝุนอยูในเคร่ือง
จาํ นวนมาก อาจทาํ ใหบ า นไมส ะอาด เนอื่ งจากเครอ่ื งดดู ฝนุ ทาํ งานไดไ มเ ตม็ ที่
ขอ คําตอบ เหตผุ ล ¾àÔ ÈÉ
ชดุ ท่ี 2 (20 คะแนน) 3
1. 4. จากภาพ คือ คะนา เปนผักสวนครัวทใ่ี ชใ บและลําตนมาทําเปนอาหาร เฉฉบลับย
เชน ผัดผักคะนา ผดั ซอี ิ๊ว ราดหนา
2. 2. แครร อตเปน ผกั สวนครวั ทใ่ี ชห วั หรอื รากเปน อาหาร สว นมะเขอื เทศ ถว่ั ลนั เตา
และแตงกวา เปนผกั สวนครวั ที่ใชผลหรอื ฝกเปนอาหาร
3. 4. มะนาวนยิ มขยายพนั ธดุ ว ยการตอนกิ่งมากกวาการเพาะเมล็ด สวนกะหล่าํ ปลี
ผกั กาดหอม และคะนา ขยายพันธุดว ยการเพาะเมล็ด
4. 1. มดี ดายหญา ใชต ดั หญา ทข่ี น้ึ ในแปลงผกั สวนครวั สว นปงุ กใ๋ี ชข นยา ยดนิ หรอื ปยุ
ไปทต่ี า ง ๆ กรรไกรตดั กง่ิ ใชต ดั กงิ่ บางสว นทไ่ี มต อ งการออกไป และบวั รดนาํ้ ใช
รดน้ําใหค วามชมุ ช้ืนแกผ กั สวนครวั
5. 4. • จอบเปนเครื่องมอื เกี่ยวกับงานดิน ถังนํา้ เปน เครอ่ื งมือเก่ยี วกับงานพชื
• มดี ดายหญา เปน เครอ่ื งมอื เกยี่ วกบั งานพชื คราดเปน เครอ่ื งมอื เกย่ี วกบั งานดนิ
• กรรไกรตัดหญาเปนเคร่ืองมือเกี่ยวกับงานพืช เสียมเปนเคร่ืองมือเก่ียวกับ
งานดนิ
• กรรไกรตัดกงิ่ และบวั รดน้ําเปน เคร่อื งมือเกย่ี วกับงานพืช
6. 1. กรรไกรตดั หญา มคี วามคม ถา ใชไ มร ะมดั ระวงั จะทาํ ใหเ กดิ บาดแผลไดม ากกวา
เครื่องมอื ชนดิ อนื่ ๆ
7. 4. การใสป ยุ คอกและปยุ หมกั เปน การเตรยี มดนิ โดยเสรมิ ธาตอุ าหารใหด นิ เพอื่ ให
ผกั สวนครัวท่ีจะปลูกไดธาตอุ าหารเพียงพอตอการเจริญเติบโต
8. 2. การพรวนดินควรทําอยางนอยสัปดาหละคร้ัง เพราะถาพรวนดินบอยจะทําให
ดินละเอียดเกินไป ไมสามารถอุมนํ้าได และส่ิงมีชีวิตที่มีความสําคัญตอการ
เจรญิ เติบโตของผักสวนครวั กจ็ ะตาย
9. 3. ปุยจากธรรมชาติไมเปนอันตรายตอสุขภาพของผูใชและผูรับประทาน เพราะ
มสี ว นประกอบมาจากธรรมชาติ
10. 4. การดแู ลแปลงผกั สวนครวั จะตอ งใชค วามละเอยี ดรอบคอบและความสมา่ํ เสมอ
เพราะตอ งตรวจสอบอยเู สมอวา ผกั สวนครวั เปน อยา งไร เพอ่ื หาวธิ กี ารปอ งกนั
หรอื เสริมใหผักสวนครวั เจรญิ เติบโตไดด ี
ขอ คาํ ตอบ เหตผุ ล
4¾ÔàÈÉ 11.
2. • กรรไกรและคตั เตอรใ ชส าํ หรบั ตดั วสั ดทุ มี่ คี วามหนาไมม ากใหข าดออกจากกนั
หรือตดั ตามภาพที่รางไว เชน กระดาษ โฟม ยาง
• เล่ือยใชสําหรับตัดวัสดุท่ีมีความแข็ง เนื้อหนา ใหขาดออกจากกันหรือตัด
ตามภาพทีร่ า งไว เชน ไม ทอนํ้าพลาสตกิ
• มดี ปอกเปลอื ก ใชส าํ หรับปอกเปลอื กผลไมหรือผักสวนครวั ท่ีเปน ผล
12. 1. คมี เปน เครอ่ื งมอื สาํ หรบั คบี จบั ดดั และตดั วสั ดตุ า ง ๆ โดยคมี สามารถตดั ลวด
หรอื สายไฟฟาใหขาดออกจากกันได
13. 4. การซอมแซม คือ การทําใหของใชท่ีชํารุดไมสามารถใชงานไดใหกลับมามี
สภาพทด่ี แี ละใชง านไดอ กี ครง้ั การตอกตะปขู าโตะ ไมใ หโ ยกไปมาจงึ เปน วธิ กี าร
ซอ มแซมของใชอยา งหนึง่
14. 2. เกงตองหยุดซอมแซมเพื่อดูวิธีการซอมแซม เพราะเขาไมไดศึกษาวิธีการ
ซอมแซมใหชัดเจน จึงทําใหตองศึกษาวิธีที่ถูกตอง เพื่อซอมแซมของใชให
สามารถกลบั มามสี ภาพที่ดี
เฉฉบลบั ย 15.
2. การตอกตะปูตองใชความระมัดระวังมากที่สุด เพราะตะปูมีความคมและตอง
ใชความแมนยําสูง ถาพลาดอาจทําใหเกิดการบาดเจ็บไดมากกวาการทํางาน
ชา งอกี 3 ชนดิ
16. 3. • คัตเตอรเปนเครื่องมือที่สามารถทําใหกระดาษเปนรูได แตจะไมไดรูที่
สวยงาม เพราะใบมดี มลี ักษณะแบน เหมาะกับการตดั กระดาษมากกวา
• สวานเปน เครอื่ งมือสําหรบั การเจาะวสั ดุที่มคี วามหนา เชน ไม เหล็ก ปนู
การนาํ มาใชกบั กระดาษทมี่ เี นื้อบางจะทาํ ใหกระดาษเสียหาย
• เครื่องเจาะกระดาษ เปนเครื่องมือสําหรับการเจาะกระดาษ มีขนาดรูและ
รปู แบบรทู ่เี หมาะสม จงึ ทําใหเปน เครือ่ งมอื ทีใ่ ชเ จาะรกู ระดาษไดดที ีส่ ุด
• ไขควงปากแฉก เปนเครอ่ื งมือสําหรบั ไขเกลยี วสิ่งตาง ๆ ใหแ นนหรอื หลวม
จงึ ไมเ หมาะจะนํามาเจาะกระดาษ
17. 3. จากภาพ คือ ดินเหนียว เม่ือโดนน้ําจะมีความเหนียวและออนตัว จึงปน
เปนรูปตาง ๆ ได เม่ือแหงจะมีความแข็ง แลวนําไปเผาเพื่อทําใหแข็งแรง
ไมละลายเมอื่ โดนนํา้ ซึง่ สามารถรองรบั นํ้าหนักส่ิงตา ง ๆ ได จงึ เหมาะตอ การ
นาํ มาทําเปน กระถางตน ไม
ขอ คําตอบ เหตผุ ล ¾àÔ ÈÉ
18. 2. • การกระทําของภอู าจทําใหกานดอกบัวช้ํา ไมส ามารถนาํ ไปใชง านได
5เพราะถุงมอื หมุ ตามลักษณะของมอื
• การกระทําของทิวสามารถปองกันคมของเลื่อยได และยังทํางานไดสะดวก
• การกระทาํ ของเมอาจจะสามารถปอ งกนั คมของกรรไกรได แตท าํ ใหท าํ งาน
ไมสะดวก เพราะตองระวงั ผา หลุดออกจากมอื
• การกระทําของนิวอาจทําใหวัสดุที่เลื่อยอยูไมอยูนิ่ง ทําใหเลื่อยไมตรงตาม
แบบทตี่ อ งการ
19. 1. • การกระทาํ ของเนยเปนการนําทรัพยากรเหลือใชมาใชใหเ ปน ประโยชน
• การกระทําของโตจะทําใหพ อแมมรี ายไดน อ ยลง
• การกระทําของพลอยอาจทําใหพ อตําหนิได
• การกระทําของแอนอาจทําใหเ พ่อื นบา นตาํ หนไิ ด
20. 3. • การกระทาํ ของอน อาจทาํ ใหง านประดษิ ฐไ มเ รยี บรอ ยตามทว่ี างแผนไว และ
อาจทาํ ใหเกิดอุบตั เิ หตไุ ด ควรซอ มกรรไกรกอ นประดิษฐงานตอไป
• การกระทาํ ของแกว ขาดความรอบคอบ ควรตรวจความเรยี บรอ ยของกระเปา เฉฉบลับย
กอ นนําไปใช ถายังมจี ดุ บกพรองก็ควรแกไขทนั ที
• การกระทําของจอยทําใหรูส่ิงที่ตนเองจะทําชัดเจน เม่ือลงมือประดิษฐก็
สามารถทําไดอ ยางไมต ิดขัด
• การกระทาํ ของนดิ ทาํ ใหห าวสั ดมุ าทาํ ยาก อาจทาํ ใหท าํ งานประดษิ ฐไ มส าํ เรจ็
1ตาราง Ẻº¹Ñ ·Ö¡¼Å¡ÒûÃÐàÁ¹Ô ÃдºÑ ¤³Ø ÀÒ¾¢Í§¼àŒÙ ÃÂÕ ¹µÒÁµÇÑ ªÕéÇÑ´ ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹ÃáŒÙ ¡¹¡ÅÒ§Ï
¡ÒçҹÍÒª¾Õ ».3
พิเศษ
6 คาํ ชแี้ จง 1. ใหผ สู อนประเมนิ ผลการศกึ ษาของผเู รยี นเปน รายบคุ คล โดยขดี ✓ ลงใน ตามระดบั คณุ ภาพ 1-4
(4 = ดเี ย่ยี ม 3 = ดี 2 = พอใช 1 = ไมผานเกณฑ) ทผ่ี ูเรียนปฏบิ ตั ไิ ด โดยประเมินใหส มั พนั ธ
กบั ภาคเรียนท่จี ดั การเรยี นการสอน
2. ใหผ สู อนประเมนิ ผลความกา วหนา ทางการเรยี นตามลาํ ดบั มาตรฐานตวั ชว้ี ดั ชนั้ ป โดยแสดงผลเปน
ระดับความกา วหนาของผูเรยี นแตล ะคนตามเกณฑใ นมาตรฐาน ไดแก ดีมาก ดี ผานมาตรฐาน
ปรบั ปรุง
สาระ มาตรฐาน ตัวช้ีวดั ช้ัน ป.3 ระดบั คณุ ภาพ สรุปการประเมิน
การเรียนรู การเรยี นรู ของผเู รียน ระดบั ความ
4321 กา วหนาตาม
มาตรฐาน
การเรยี นรู
1. อธบิ ายวธิ กี ารและประโยชนก ารทาํ งาน
เพือ่ ชวยเหลือตนเอง ครอบครัว และ
สว นรวม
สาระที่ 1
การดาํ รง มฐ. ง 1.1 2. ใชว สั ดุ อปุ กรณ และเครอ่ื งมอื ตรงกบั ง 1.1
ชวี ติ และ ลักษณะงาน
เฉฉบลบั ย ครอบครัว
3. ทํางานอยางเปนขั้นตอนตาม
กระบวนการทํางานดวยความสะอาด
ความรอบคอบ และอนรุ กั ษส ง�ิ แวดลอ ม
หมายเหตุ ในกรณ�ที่ผูเ รียนไมผานตวั ช้ีวดั ใด ใหผ ูส อนจัดการซอมเสรมิ จนกวา ผูเรียนจะผานตวั ชี้วัดนัน้
แบบบนั ทกึ ผลการประเมนิ สมรรถนะดานการอา น คดิ วิเคราะห และเขยี นใหเ หตผุ ล แบบบนั ทึกผลการประเมนิ ดา นสมรรถนะสําคญั ของผูเรยี น
รายวชิ า การงานอาชพี ป.3 ประจําปก ารศึกษา………. รายวิชา การงานอาชพี ป.3 ประจําปการศกึ ษา……….
คําช้แี จง 1. ใหผูส อนและผเู รียนรว มกนั พิจารณาเลือกชิน้ งานจากผลงาน คาํ ช้ีแจง 1. ใหผูสอนสังเกตพฤติกรรมและประเมนิ สมรรถนะสําคญั ของผูเรยี น
ระหวา งเรียน หรอื ผลงานท่ีผูสอนกําหนดจาํ นวน 3-5 ชนิ้ เพ่อื สะทอ น โดยใสระดบั คณุ ภาพ 1-3 ลงในชองระดับปฏบิ ัติ (3 = ดีเย่ียม
ความสามารถและใชเปน หลกั ฐานการประเมนิ 2 = ดี 1 = พอใช) โดยประเมินใหสัมพนั ธก บั การเรียนการสอน
2. ใหผูสอนประเมนิ ผลโดยขีด ✓ ลงในชอ งระดบั คุณภาพและสรุปผล 2. ถา สมรรถนะขอใดตรงกบั การเรยี นการสอนท้งั 2 ภาคเรียน
การประเมนิ ใหป ระเมินท้ัง 2 ภาคเรยี น แบบบนั ทึกผลการประเมนิ สมรรถนะดานการอา นฯ
ระดบั และแบบบนั ทึกผลการประเมนิ ดา นสมรรถนะสําคญั ของผเู รียน
สมรรถนะ หลกั ฐาน/ชิ้นงาน คณุ ภาพ สรปุ ผลการประเมิน ผลการซอ ม สมรรถนะ พฤติกรรมทแี่ สดงออก ระดับปฏิบตั ิ
ดาน ภาระงาน 321 ท่ีประเมิน
ดเี ย่ียม ไม ภาคเรียน ภาคเรยี น
การอาน ดี ผา น 1. การสอ่ื สาร ที่ 1 ที่ 2
คดิ วิเคราะห ควรปรบั ปรุง ผา น
การเขียน 2. การคดิ 1. บอกความรู ความคิด ความเขา ใจของตนเองโดยใช
ภาษาที่เหมาะสม
2. บอกเหตผุ ลของการเลอื กทจี่ ะรบั หรอื ไมร บั ขา วสารตา ง ๆ
อยางถูกตอ ง
3. ใชวธิ กี ารสือ่ สารทีด่ ีโดยคํานึงถึงผลกระทบตอ ตนเองและ
ผูอ่นื
1. สามารถสรปุ ความคิดรวบยอดหรือสาระสาํ คัญของเร่ือง
ทศ่ี กึ ษา
ลงชอ่ื ผูประเมนิ ………………………………………………….
………………./……………………../………………. 2. มีความคดิ เปน ระบบเพอ่ื สรา งองคค วามรู
เกณฑก ารประเมนิ - อานถกู ตองตามอกั ขรวธิ ี 3. การแกป ญหา 1. นาํ ความรูท ่ีมีอยไู ปใชแกป ญหาตา ง ๆ อยา งมเี หตุผล
ดานการอาน - อา นจับใจความสาํ คัญ และมคี ุณธรรม
- มนี สิ ยั รกั การอาน
2. แสวงหาความรู ประยกุ ตใ ชค วามรูในการปอ งกัน
ดา นการคดิ วเิ คราะห - แสดงความคดิ เห็นเกยี่ วกบั เรื่องทีอ่ านได และแกไขปญหา
- ระบุประเด็นสาํ คญั ของเรื่องท่อี านได
- อธบิ ายเหตุผลสนับสนุนหรอื คัดคา นเร่อื งท่ีอานได 3. ตดั สนิ ใจในเรอื่ งตา ง ๆ โดยคาํ นงึ ถงึ ผลกระทบทจี่ ะเกดิ กบั
ตนเองและสงั คม
4. การใชท ักษะชีวติ 1. นํากระบวนการที่เรยี นรูไปใชใ นชีวติ ประจําวนั
2. มีวธิ จี ดั การปญ หาและแกไ ขความขัดแยง อยา งเหมาะสม
ดา นการเขยี น - เขียนขอ ความแสดงความรู ความคิด และประสบการณได 3. ปรบั ตัวใหท ันกบั การเปลยี่ นแปลงของสังคมและสภาพ 2ตาราง
- เลอื กใชคําในการเขียนไดอยา งเหมาะสม แวดลอ ม พิเศษ
- มีนิสยั รักการเขียนและมมี ารยาทในการเขียน 7
5. การใชเ ทคโนโลยี 1. เลือกใชเทคโนโลยีใกลต วั ในการพฒั นาตนเองในดาน
การเรียนรูและการทาํ งาน
ลงชอ่ื ผปู ระเมนิ ………………………………………………….
………………./……………………../……………….
เฉฉบลบั ย
เฉฉบลบั ย ตาราง
พิเศษ
8
Ẻº¹Ñ ·¡Ö ¼Å¡ÒûÃÐàÁ¹Ô ´ŒÒ¹¤Ø³¸ÃÃÁ¢Í§¼àÙŒ ÃÕ¹ »ÃШÒí »¡‚ ÒÃÈÖ¡ÉÒ……………………
3
คาํ ชี้แจง 1. ใหผ ูสอนสังเกตพฤติกรรมและประเมนิ คุณธรรมของผเู รยี นในแตล ะภาคเรียน โดยใสร ะดบั คะแนน 1-4 ลงในชองระดับคะแนน*
(4 = ดเี ย่ียม 3 = ดี 2 = ผา นเกณฑ 1 = ไมผ านเกณฑ)
2. ใหผ สู อนสรุปผลการประเมินในแตล ะภาคเรยี น โดยทาํ เครือ่ งหมาย ✓ลงในชองระดบั ผลการประเมนิ ** ซึง่ ใชเ กณฑตามเกณฑก ารประเมิน
คณุ ธรรมของแตล ะกลุมคณุ ธรรม***
3. คุณธรรมที่มเี ครื่องหมาย* กาํ กบั เปน คุณธรรมอันพงึ ประสงคที่กําหนดไวใ นหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พ.ศ. 2551
ภาคเรยี นท่ี 1 2 1 2 1 2 1 2 1 2 1 2 1 2 1 2 1 2 1 2 1 2 1 2 1 2 1 2 1 2 1 2 1 2 1 2 1 2 1 2 1 2
ระดับคะแนน*
แบบบันทึกผลการประเมินดา นคุณธรรมของผเู รียน
คุณธรรม
คะแนนรวม
รักชาติ ศาสน กษตั ริย*คุณธรรมเพ(Lอื่ eกaาrnรพtoฒั นdoาก) ารทาํ งาน
มจี ิตสาธารณะ*
ความเปน ประชาธปิ ไตย
ความมีมนษุ ยสมั พันธ
ความสามัคคี
ความกตัญกู ตเวที
คะแนนรวม
ความมีนํา้ ใจ
ความซอ่ื สตั ยสจุ ริต*
ความรับผดิ ชอบ
ความมุงมน่ั ในการ
ทาํ งาน*
ความมวี นิ ยั *
ความประหยดั
คะแนนรวม
รักความเปน ไทย*
การรักษาศีล 5 หรอื
หลักธรรมขน้ั พน้ื ฐาน
การอยอู ยางพอเพยี ง*
ความมเี หตุผลและ
การเชอื่ มนั่ ในตนเอง
ความสนใจใฝเรยี นร*ู
รักสะอาด
กลมุ คณุ ธรรม คุณธรร(Lมeเaพrอื่nกtาoรพbeฒั )นาตน คณุ ธรรม(เพLe่ือaกrาnรtพoฒั liนveากwาiรthอยoรู tวhมerกsนั) ในสังคม
ผลการประเมนิ
ภาคเรยี นท่ี ดเี ยยี่ ม ดี ผาน ไมผาน ดีเยยี่ ม ดี ผา น ไมผ าน ดีเยีย่ ม ดี ผาน ไมผาน
12 เกณฑ เกณฑ เกณฑ เกณฑ เกณฑ เกณฑ
12
1212 12121212 12121212
ระดับผล
การประเมนิ **
เกณฑการประเมนิ คณุ ธรรมของแตล ะกลมุ คณุ ธรรม***
ชวงคะแนน ระดับผลการประเมนิ
ลงชอ่ื ผปู ระเมนิ ……………………………………………………………….. (ผสู อน) 21-24 ดีเยี่ยม ลงชื่อผูปกครอง ………………………………………………………………..
(……………………………………………………………..)
ช (……………………………………………………………..) 15-20 ดี ………………./…………………………/………………..
9-14 ผา นเกณฑ
6-8 ไมผานเกณฑ
………………./…………………………/………………..