144
145
146
เกณฑก์ ารให้คะแนนการประเมินคุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์
147
รายการประเมิน เกณฑ์การใหค้ ะแนน
1. ใฝเ่ รยี นรู้
32 1
2. มงุ่ มน่ั ในการ
ทางาน ต้ังใจเรียน สนใจเรียน ตง้ั ใจเรยี น สนใจเรียน ตัง้ ใจเรียน สนใจเรียน
3. ทางานรว่ มกับ กลา้ ซักถาม ปรากฏ กลา้ ซกั ถาม ปานกลาง กลา้ ซักถาม ไมช่ ัดเจน
ผูอ้ ื่นได้
ชัดเจน
ตั้งใจและรับผดิ ชอบใน ตัง้ ใจและรับผดิ ชอบใน ตงั้ ใจและรบั ผิดชอบใน
การปฏิบัติหนา้ ท่ที ่ีไดร้ ับ การปฏบิ ัติหนา้ ท่ที ี่ไดร้ ับ การปฏิบตั ิหน้าทที่ ี่ไดร้ ับ
มอบหมายให้สาเร็จ มอบหมายใหส้ าเร็จ มอบหมายใหส้ าเรจ็ ลุลว่ ง
ลลุ ว่ งทกุ คร้งั ลลุ ่วงเป็นส่วนใหญ่ เป็นบางครง้ั
สามารถปฏบิ ัติหนา้ ทท่ี ี่ สามารถปฏบิ ัติหนา้ ท่ี สามารถปฏิบตั หิ น้าทท่ี ี่
ได้รบั มอบหมายรว่ มกับ ท่ีได้รบั มอบหมาย ไดร้ ับมอบหมายรว่ มกับ
ผูอ้ ่นื ได้ได้สาเรจ็ ลุลว่ ง ร่วมกับผอู้ ื่นได้ไดส้ าเร็จ ผอู้ ื่นได้ได้สาเรจ็ ลุล่วง
ทกุ คร้งั ลลุ ว่ งเปน็ ส่วนใหญ่ เป็นบางคร้ัง
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ หมายถึง 0 (ปรบั ปรงุ )
0 - 2 คะแนน หมายถึง 1 (พอใช)้
3 - 4 คะแนน หมายถงึ 2 (ด)ี
5 - 7 คะแนน หมายถึง 3 (ดีเย่ียม)
8 - 9 คะแนน
148
149
150
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 23
กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
รายวชิ าเพิม่ เติม เคมี1 ว31221 ภาคเรยี นท่ี 1/2565 ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 4
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ พนั ธะเคมี เวลา 24 ช่ัวโมง
เร่ือง การเขยี นไอออนกิ สทุ ธิ เวลา 2 ชว่ั โมง
ครูผสู้ อน นายพัฒนศักดิ์ มูลราช โรงเรยี นหนองหานวิทยา
สอนวนั ที่ ..............เดอื น...............................................พ.ศ. .......................
1. สาระการเรียนรแู้ ละผลการเรียนรู้
มาตรฐานการเรียนรู้ (สาระเพิ่มเตมิ เคมี)
ข้อ 1 เข้าใจโครงสรา้ งอะตอม การจดั เรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัตขิ องธาตุ พนั ธะเคมีและสมบัติ
ของสาร แกส๊ และสมบตั ิของแก๊ส ประเภทและสมบัตขิ องสารประกอบอนิ ทรีย์และพอลเิ มอร์ รวมทั้งการ
นาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
ผลการเรยี นรู้
การเขยี นสมการไอออนิกและสมการไอออนิกสุทธิของปฏิกิรยิ าของสารประกอบไอออนิก
2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
ปฏิกิริยาของสารประกอบไอออนิก สามารถเขียนแสดงด้วยสมการไอออนิกหรือสมการไอออนิก
สุทธิ โดยท่ีสมการไอออนิกแสดงสารต้ังต้นและผลิตภัณฑ์ทุกชนิดที่แตกตัวได้ในรูปของไอออนส่วน
สมการไอออนกิ สทุ ธิแสดงเฉพาะไอออนทท่ี าปฏกิ ิรยิ ากัน และผลิตภณั ฑ์ทีเ่ กดิ ข้ึน
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
3.1 ด้านความรู้ (K)
1. อธบิ ายเก่ยี วกบั ปฏิกิริยาของสารประกอบไอออนิก
3.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการคิด (P)
1. เขยี นสมการไอออนิกและสมการไอออนิกสทุ ธขิ องปฏิกริ ยิ าของสารประกอบไอออนิกได้
3.3 ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
1. ทางานรว่ มกับผ้อู ่นื มีสว่ นรว่ มในการแสดงความคิดเห็นภายในกลมุ่ ยอมรับฟังความ
คิดเห็นของผอู้ ืน่ และรบั ผิดชอบตอ่ หนา้ ทีท่ ี่ได้รับมอบหมาย
151
4.สาระการเรียนรู้
ปฏิกิรยิ าของสารประกอบไอออนิก
สมการแสดงการเกดิ ปฏกิ ิรยิ าของสารประกอบไอออนิกมี 3 ประเภท ดงั น้ี
1. สมการโมเลกุล เป็นสมการท่ีเขียนแสดงสูตรโมเลกุลของสารตั้งต้นและสารผลิตภัณฑ์ท่ี
เขา้ ทาปฏกิ ิริยากนั
2. สมการไอออนิกรวม เป็นสมการที่เขียนไอออนิกที่เข้าทาปฏิกิริยากัน ส่วนสารประกอบ
ทไ่ี ม่เกดิ การแตกตวั จะไม่เขียนเป็นไอออน
3. สมการไอออนิกสุทธิ เป็นสมการที่เขียนไอออนท่ีเข้าทาปฏิกิริยากัน ได้เกลือที่ไม่ละลายน้าหรือ
แก๊ส โดยจะหกั ลา้ งไอออนบวกและไอออนลบทีเ่ หมือนกนั ทางดา้ นสารต้งั ต้นและผลติ ภณั ฑ์ออก
5. กจิ กรรมการจดั การเรียนรู้
วธิ ีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (Inquiry Method : 5E)
5.1 ขน้ั สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. ครูทบทวนสมบัติและการละลายในน้าของสารประกอบไอออนิกซึ่งจะมีไอออนบวกและ
ไอออนลบเกิดขึ้น และถ้าหากนาสารลาย 2 ชนิดมารวมกันจะมกี ารเปลยี่ นแปลงเกิดขนึ้ หรอื ไม่
5.2 ขัน้ สารวจและคน้ หา (Exploration)
1. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๆ ละ 4 คน แล้วทาการทดลองเรื่อง การเกิดปฏิกิริยาของ
สารประกอบไอออนกิ
2. ครูใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบรว่ มมือ เทคนิค LT มาจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยกาหนดให้
สมาชกิ แต่ละคนภายในกลุ่มมบี ทบาทหนา้ ทข่ี องตนเอง ดงั นี้
• สมาชิกคนที่ 1 : ทาหน้าที่เตรียมอปุ กรณต์ ่าง ๆ
• สมาชกิ คนท่ี 2 : ทาหนา้ ท่ีอ่านวิธีการทดลอง ทาความเข้าใจ และอธิบายให้สมาชิกภายใน
กลุ่มฟัง
• สมาชิกคนที่ 3 : ทาหน้าท่บี นั ทึกผลการทดลอง
• สมาชิกคนที่ 4 : ทาหน้าท่ีนาเสนอผลการทดลอง
โดยให้สมาชิกแตล่ ะคนสบั เปลี่ยนหน้าที่กนั โดยไม่ทาหนา้ ทเี่ ดิมกับการทดลองท่ีผา่ นมา
152
3. ครูให้สมาชกิ ทกุ คนในกลุ่มช่วยกันลงมือทาการทดลอง
4. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทน (สมาชิกคนที่ 4 ของกลุ่ม) มานาเสนอผลการทดลอง
หลังจากน้ันใหน้ กั เรยี นทุกคนร่วมกนั อภิปรายผลการทดลองจนมคี วามเขา้ ใจท่ตี รงกัน
5. ครูให้นักเรียนศึกษาเรื่อง การเขียนสมการแสดงการเกิดปฏิกิริยาของสารประกอบ
ไอออนกิ จากหนงั สอื เรยี นเคมี ม.4 เล่ม 1
5.3 ขัน้ อธบิ ายและลงข้อสรปุ (Explanation)
1. ครูอธิบายเพิม่ เตมิ เกีย่ วกบั ปฏิกริ ิยาเคมที ่เี กดิ ข้ึน การเขียนสมการไอออนิก และสมการไอ
ออนิกสทุ ธิ แล้วสรุปหลกั การเขียนสมการไอออนกิ สาหรบั สารประกอบไอออนิก ดังนี้
• หาไอออนในสารละลายที่นามาผสมกัน เพื่อใช้เป็นสูตรของสารใหม่ที่เกิดจาก
การรวมตวั ระหว่างไอออนบวกกบั ไอออนลบ
• ต้องทราบว่าไอออนบวกกับไอออนลบคู่ใด ได้สารประกอบที่ไม่ละ ลายในน้า
ซ่ึงจะทาใหไ้ อออนในน้ากลายเปน็ ไอออน หรือผลึกตะกอน
• นาไอออนคู่ท่ีทาปฏิกิริยากันได้สารไม่ละลายน้า มาเขียนสมการและดุลสมการ
ใหถ้ ูกต้อง
2. ครูตั้งคาถามให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายเรื่อง สมการแสดงการเกิดปฏิกิริยาของ
สารประกอบไอออนิก ดังน้ี
1) ผสมสารละลาย AlCl3 กับสารละลาย NaOH จะเกิดปฏิกิริยาหรือไม่ ถ้าเกิดให้เขียน
สมการไอออนิกแสดงการเกิดปฏกิ ริ ยิ า
(แนวตอบ : ข้ันท่ี 1 หาไอออนบวกและไอออนลบในสารละลายท้ัง 2 ชนิด เพื่อใช้เขียน
สตู รของสารใหม่ Al3+ (aq) + 3Cl- (aq)
AlCl3 (aq)
NaOH (aq) Na+ (aq) + OH- (aq)
สารใหมท่ ่จี ะเกิดจากไอออนบวกและไอออนลบคู่ใหม่ คอื
Al3++ OH- Al(OH)3
Na++ Cl- NaCl
153
ขนั้ ท่ี 2 วิเคราะหก์ ารละลายในน้าของสารใหม่
NaCl ละลายนา้ ได้ ส่วน Al(OH)3 ไม่ละลายน้า
ข้ันท่ี 3 เขยี นสมการไอออนิกได้ ดังน้ี
Al3+ (aq) + OH- (aq) Al(OH)3 (s)
5.4 ขนั้ ขยายความเขา้ ใจ (Elaboration)
1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปหลักการการเปรียบเทียบคุณสมบัติต่าง ๆ ของโมเลกุล
ไอออนกิ
2. ครูต้ังประเด็นคาถามว่า จากความรู้ในเรื่องสารประกอบไอออนิก นักเรียนสามารถ
อธิบายสมบตั ขิ องสารประกอบไอออนกิ ในเหตกุ ารณ์ตา่ ง ๆ ต่อไปน้ไี ดห้ รอื ไม่
• ความสามารถในการนาไฟฟา้
• การเกดิ ปฏกิ ิริยาเคมีของสารประกอบไอออนกิ
3. ครูใหน้ กั เรียนทาผงั มโนทัศนส์ รปุ ความรู้เร่อื ง พันธะไอออนิก
5.5 ขน้ั ประเมนิ ผล (Evaluation)
1. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันตอบคาถามเพื่อตรวจสอบความเข้าใจ กลุ่มที่ได้คะแนน
สูงสุดไดร้ ับรางวลั จากครผู ู้สอน ดังนี้
เขียนสมการไอออนิกและสมการไอออนิกสุทธิของปฏิกิริยาของสารละลายคู่
ทที่ าใหเ้ กดิ ตะกอน ดงั น้ี
สารละลายแคลเซยี มคลอไรด์ (CaCl2)
สารละลายโซเดียมคารบ์ อเนต (Na2CO3)
สารละลายโซเดยี มซัลเฟต (Na2SO4)
สารละลายโซเดยี มไนเทรต (NaNO3)
สารละลายแอมโมเนยี มคลอไรด์ (NH4Cl)
สารละลายแมกนเี ซียมคลอไรด์ (MgCl2)
และพิจารณาวา่ สมการทเ่ี ขยี นมจี านวนอะตอมของธาตุแต่ละชนิดทางด้านซ้ายและขวา
ของสมการเท่ากันหรือไม่ ในกรณที ีไ่ ม่เท่ากนั ใหเ้ ตมิ ตวั เลขสมั ประสทิ ธิข์ ้างหนา้ สารเพอื่ ทาให้เท่ากัน
- สารละลายแคลเซยี มคลอไรด์ (CaCl2) กบั สารละลายโซเดียมคารบ์ อเนต (Na2CO3)
154
สมการไอออนิก
Ca2+(aq) + 2Cl-(aq) + 2Na+(aq) + CO32-(aq) CaCO3(s) + 2Cl-(aq) + 2Na+(aq)
สมการไอออนิกสทุ ธิ
Ca2+(aq) + CO32-(aq) CaCO3(s)
- สารละลายแคลเซียมคลอไรด์ (CaCl2) กบั สารละลายโซเดยี มซัลเฟต (Na2SO4)
สมการไอออนกิ
Ca2+(aq) + 2Cl-(aq) + 2Na+(aq) + SO42-(aq) CaSO4(s) + 2Cl-(aq) + 2Na+(aq)
สมการไอออนกิ สุทธิ
Ca2+(aq) + SO42-(aq) CaSO4(s)
- สารละลายแมกนเี ซียมคลอไรด์ (MgCl2) กับสารละลายโซเดยี มคารบ์ อเนต (Na2CO3)
สมการไอออนิก
Mg2+(aq) + 2Cl-(aq) + 2Na+(aq) + CO32-(aq) MgCO3(s) + 2Cl-(aq) + 2Na+(aq)
สมการไอออนิกสทุ ธิ
Mg2+(aq) + CO32-(aq) MgCO3(s)
6. สอื่ และแหล่งเรียนรู้
6.1 หนังสือเรียน รายวิชาเพม่ิ เติมวทิ ยาศาสตร์ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 เคมี เลม่ 1 ตามผล
การเรียนรู้กล่มุ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์ ( ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560) ตามหลักสตู รแกนกลาง
การศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551
6.2 Power point พนั ธะไอออนิก
6.3 การทดลองเรอื่ ง การเกิดปฏิกริ ยิ าของสารประกอบไอออนิก
6.4 ผงั มโนทศั นส์ รุปความรู้เรอ่ื ง พันธะไอออนิก
6.5 การด์ ปรศิ นา
155
156
157
ปฏิบตั กิ าร
เร่อื ง การเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าของสารประกอบไอออนิกในน้า
จดุ ประสงคก์ ารทดลอง
1. ทาการทดลองเพื่อศึกษาการเกิดปฏกิ ิริยาของสารประกอบไอออนิกได้
2. อธิบายผลที่เกิดขึ้นจากการท่ีสารประกอบไอออนิกทาปฏิกิริยากัน พร้อมท้ังเขียนสมการ
ไอออนกิ และสมการไอออนิกสุทธแิ สดงปฏิกิริยาท่เี กดิ ขนึ้ ได้
วัสดุ อุปกรณ์ และสารเคมี ปริมาณตอ่ กลุ่ม
รายการ
3 mL
สารเคมี 3 mL
1. สารละลายแคลเซียมไฮดรอกไซด์ (Ca(OH)2) 3 mL
2. สารละลายโพแทสเซยี มไอโอไดด์ (KI) 3 mL
3. สารละลายโซเดียมซัลเฟต (Na2SO4) 3 mL
4. สารละลายโซเดยี มคาร์บอเนต (Na2CO3) 3 mL
5. สารละลายแอมโมเนียมคลอไรด์ (NH4Cl)
6. สารละลายซิลเวอรไ์ นเตรต (AgNO3) 9 อนั
1 อัน
วสั ดุและอุปกรณ์ 9 แผ่น
1. หลอดทดลอง 9 อัน
2. กรวย 3 อนั
3. กระดาษกรอง
4. ขวดรูปกรวย
5. หลอดหยด
วิธีทาการทดลอง
1. ใส่สารละลายแคลเซียมไฮดรอกไซด์ จานวน 1 mL ลงในหลอดทดลอง จานวน 3 หลอด
เติมสารละลายโซเดียมคาร์บอเนต สารละลายแอมโมเนียมคลอไรด์ และสารละลายซิลเวอร์-
158
ไนเตรต (AgNO3) อย่างละ 1 mL ลงในหลอดที่ 1 2 และ 3 หลอดละชนิด ตามลาดับ สังเกตการ
เปลีย่ นแปลง และบนั ทกึ ผล
2. ทาการทดลองเชน่ เดียวกับข้อ 1 แตเ่ ปลยี่ นจากสารละลายแคลเซยี มไฮดรอกไซด์ ไปเป็น
สารละลายโพแทสเซียมไอโอไดด์ และสารละลายโซเดยี มซัลเฟต ตามลาดับ สงั เกตการเปลยี่ นแปลง และ
บนั ทึกผล
3. ในหลอดทดลองท่มี ีตะกอนเกดิ ขึน้ ใหน้ ามากรองตะกอนออก แลว้ เปรยี บเทียบปริมาณตะกอน
ทไี่ ดก้ ับหลอดอื่น และบนั ทึกผล
159
ใบบันทึกกจิ กรรมการทดลอง
เรือ่ ง การเกดิ ปฏกิ ิริยาของสารประกอบไอออนิกในน้า
กลุ่มท.่ี ......................... จานวนสมาชกิ ........................
ชื่อผรู้ ายงาน …………………………………………………………………....... เลขท…ี่ ……………………….
ชื่อผูร้ ่วมรายงาน 1. ………………………………………………………………….. เลขท…่ี ……………………….
2. ……………………………………………………………........ เลขท…่ี ……………………….
3. .……………………………………………………………....... เลขท…ี่ ……………………….
4. …………………………………………………….………....... เลขท…่ี ……………………….
ชั้น …………………………………
ผลการทดลอง การเปลย่ี นแปลงที่สงั เกตได้เมือ่ เตมิ สารละลายต่าง ๆ ลงไป
สาร
Na2CO3 NH4Cl AgNO3
สารละลายแคลเซยี ม
ไฮดรอกไซด์ (Ca(OH)2)
สารละลายโพแทสเซยี ม
ไอโอไดด์ (KI)
สารละลายโซเดียมซัลเฟต
(Na2SO4)
160
อภปิ รายผลการทดลอง
............................................................................................................................. .........................................
.......................................................................................... ............................................................................
............................................................................................................................. .........................................
........................................................................................................................................... ...........................
........................................................................................................ ..............................................................
............................................................................................................................. .....
สรุปผลการทดลอง
......................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .........................................
............................................................................................................................. .........................................
......................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........
ข้อเสนอแนะ
............................................................................................................................... .......................................
............................................................................................ ..........................................................................
............................................................................................................................. .......................
161
162
163
164
165
เกณฑ์การให้คะแนนการประเมนิ คุณลักษณะที่พึงประสงค์
รายการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน
1. ใฝเ่ รยี นรู้
32 1
2. มงุ่ ม่ันในการ
ทางาน ตงั้ ใจเรยี น สนใจเรียน ตัง้ ใจเรียน สนใจเรียน ต้งั ใจเรยี น สนใจเรียน
3. ทางานรว่ มกับ กล้าซักถาม ปรากฏ กลา้ ซกั ถาม ปานกลาง กล้าซักถาม ไม่ชดั เจน
ผอู้ ืน่ ได้
ชัดเจน
ตัง้ ใจและรบั ผดิ ชอบใน ตั้งใจและรบั ผดิ ชอบใน ต้ังใจและรบั ผิดชอบใน
การปฏบิ ัติหนา้ ท่ีท่ีไดร้ ับ การปฏิบตั หิ น้าท่ที ี่ได้รับ การปฏบิ ัติหน้าทที่ ่ีไดร้ ับ
มอบหมายให้สาเร็จ มอบหมายให้สาเร็จ มอบหมายให้สาเร็จลุลว่ ง
ลลุ ว่ งทุกครัง้ ลลุ ว่ งเป็นส่วนใหญ่ เป็นบางคร้ัง
สามารถปฏบิ ตั ิหนา้ ที่ท่ี สามารถปฏิบัตหิ นา้ ท่ี สามารถปฏิบตั ิหน้าทท่ี ี่
ได้รบั มอบหมายรว่ มกับ ที่ได้รบั มอบหมาย ได้รบั มอบหมายรว่ มกับ
ผอู้ ืน่ ได้ไดส้ าเรจ็ ลลุ ว่ ง รว่ มกบั ผู้อ่นื ได้ได้สาเรจ็ ผูอ้ ืน่ ได้ไดส้ าเรจ็ ลลุ ่วง
ทุกคร้งั ลุล่วงเป็นสว่ นใหญ่ เป็นบางคร้งั
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ หมายถึง 0 (ปรบั ปรุง)
0 - 2 คะแนน หมายถงึ 1 (พอใช้)
3 - 4 คะแนน หมายถงึ 2 (ดี)
5 - 7 คะแนน หมายถึง 3 (ดเี ยยี่ ม)
8 - 9 คะแนน
166
167
178
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 24
กล่มุ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
รายวชิ าเพิ่มเติม เคมี1 ว31221 ภาคเรียนท่ี 1/2565 ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 4
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี พนั ธะเคมี เวลา 24 ช่ัวโมง
เรือ่ ง พนั ธะโลหะ เวลา 2 ชวั่ โมง
ครผู สู้ อน นายพฒั นศักด์ิ มูลราช โรงเรยี นหนองหานวิทยา
สอนวนั ที่ ..............เดือน...............................................พ.ศ. .......................
1. สาระการเรยี นร้แู ละผลการเรียนรู้
มาตรฐานการเรียนรู้ (สาระเพิ่มเติมเคมี)
ขอ้ 1 เขา้ ใจโครงสรา้ งอะตอม การจัดเรียงธาตใุ นตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พนั ธะเคมีและสมบตั ิ
ของสาร แก๊สและสมบัติของแกส๊ ประเภทและสมบตั ขิ องสารประกอบอินทรียแ์ ละพอลเิ มอร์ รวมท้งั การ
นาความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์
ผลการเรยี นรู้
อธิบายการเกดิ พันธะโลหะและสมบตั ิของโลหะ
2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
พันธะโลหะเกิดจากการยึดเหนี่ยวระหว่างโปรตอนในนิวเคลียสของอะตอมธาตุโลหะกับเวเลนซ์
อิเล็กตรอนท่ีเคลื่อนท่ีไปท่ัวท้ังช้ินโลหะ โดยโลหะส่วนใหญ่เป็นของแข็ง มีผิวมันวาว ตีเป็นแผ่นหรือดึง
เป็นเส้นได้ นาความร้อนและนาไฟฟ้าไดด้ ี มจี ุดหลอมเหลวและจดุ เดอื ดสงู
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ด้านความรู้ (K)
1. อธบิ ายการเกิดพันธะโลหะและสมบัติของโลหะได้
3.2 ดา้ นทักษะ/กระบวนการคิด (P)
1. สรา้ งแบบจาลองเพ่ืออธิบายการเกิดพนั ธะโลหะและสมบตั ิของโลหะได้
3.3 ด้านคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
1. ทางานร่วมกับผู้อื่น มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นภายในกลุ่ม ยอมรับฟัง
ความคิดเหน็ ของผูอ้ นื่ และรบั ผิดชอบตอ่ หนา้ ท่ีท่ไี ดร้ บั มอบหมาย
179
4.สาระการเรยี นรู้
พนั ธะโลหะ
เกดิ จากเวเลนซ์อเิ ล็กตรอนของทุกอะตอมของโลหะเคล่ือนที่อย่างอิสระไปทั่วท้ังโลหะ และเกิดแรง
ยดึ เหนย่ี วกับโปรตอนในนิวเคลียสทุกทศิ ทาง
สมบัติของโลหะ
โลหะส่วนใหญเ่ ป็นของแข็ง มีผิวมันวาว สามารถตีเป็นแผ่นหรือดึงเป็นเส้นได้ นาความร้อนและนา
ไฟฟ้าได้ดี มีจดุ หลอมเหลวและจุดเดือดสงู
5. กจิ กรรมการจดั การเรยี นรู้
วธิ สี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (Inquiry Method : 5E)
5.1 ขั้นสรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. ครูให้นักเรียนยกตัวอย่างโลหะและการนาไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน และ
ใชค้ าถามวา่ โลหะท่ยี กตวั อย่างนั้นมสี มบัติใดท่ีเหมาะสมกับการนาไปใชป้ ระโยชน์ดงั กล่าว ซึ่งนักเรียนอาจ
ยกตัวอย่าง เหล็กนามาใช้เป็นโครงสร้างของอาคารบ้านเรือนเน่ืองจากมีความแข็ง ทองแดงนามาใช้ทา
สายไฟฟ้าเน่ืองจากสามารถนาไฟฟ้าได้ จากน้ันอภิปรายร่วมกันเพื่อให้สรุปได้ว่าโลหะส่วนใหญ่เป็น
ของแขง็ มจี ดุ เดอื ดและจุดหลอมเหลวสูง ผิวมนั วาว สามารถนาไฟฟ้าและนาความรอ้ นได้
5.2 ขน้ั สารวจและค้นหา (Exploration)
1. ครูตั้งคาถามนาว่า อะตอมธาตุโลหะสร้างพันธะเคมีระหว่างกันอย่างไร เหมือนหรือต่าง
จากพันธะไอออนิกและพันธะโคเวเลนตห์ รือไม่
2. ครูให้นักเรียนดูวีดิทัศน์เก่ียวกับการเกิดพันธะโลหะและแบบจาลองทะเลอิเล็กตรอน
จากน้ันอธิบายว่า พันธะโลหะเกิดจากการยึดเหนี่ยวระหว่างโปรตอนในนิวเคลียสของอะตอม
ธาตุโลหะกับเวเลนซ์อิเล็กตรอนท่ีเคล่ือนที่ไปท่ัวทั้งช้ินโลหะ ซึ่งการเกิดพันธะโลหะสามารถแสดงได้ด้วย
แบบจาลองทะเลอเิ ลก็ ตรอน
3. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน สืบค้นข้อมูลเก่ียวกับพันธะโลหะ จากน้ัน
สรา้ งแบบจาลองเพอ่ื อธบิ ายการเกิดพันธะโลหะ
180
5.3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation)
1. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนกลุ่มออกมานาเสนอหน้าชั้นเรียน จากน้ันครู
ต้งั คาถามใหน้ กั เรยี นรว่ มกันอภปิ ราย ดงั น้ี
1) อะตอมของอโลหะสามารถเกดิ พนั ธะโลหะไดห้ รือไม่ ลักษณะใด
(แนวตอบ : อะตอมของอโลหะไม่สามารถเกิดพันธะโลหะได้ เน่ืองจากอโลหะสูญเสีย
อิเลก็ ตรอนไดย้ าก)
2) อะตอมของโลหะมกี ารดงึ ดดู กนั ในลกั ษณะใด
(แนวตอบ : อะตอมของโลหะจะเกิดการยึดเหนี่ยวระหว่างไอออนบวกกับเวเลนซ์
อเิ ลก็ ตรอนทเ่ี คลื่อนทอี่ ย่างอสิ ระท่ัวทุกตาแหนง่ ภายในก้อนโลหะ)
3) จดุ เดอื ดและจดุ หลอมเหลวของธาตุทเ่ี กิดพนั ธะโลหะมแี นวโน้มลักษณะใด เพราะเหตุ
ใดจงึ เป็นเชน่ น้ัน
(แนวตอบ : ธาตุท่ีเกิดพันธะโลหะจะมีจุดเดือดและจุดหลอมเหลวสูง เนื่องจากพันธะ
โ ล ห ะ เ กิ ด จ า ก แ ร ง ดึ ง ดู ด ท า ง ไ ฟ ฟ้ า ร ะ ห ว่ า ง ไ อ อ อ น บ ว ก กั บ อิ เ ล็ ก ต ร อ น ที่ เ ค ล่ื อ น ท่ี อ ย่ า ง อิ ส ร ะ
ซึ่งยึดเหน่ยี วกันแนน่ มาก พันธะโลหะจงึ แข็งแรงมาก)
4) เพราะเหตใุ ดโลหะจงึ มีผิวมนั วาว
(แนวตอบ : เนื่องจากกลุ่มอิเล็กตรอนเคลื่อนท่ีอย่างอิสระไปกระทบกับแสงท่ีเป็นคลื่น
แม่เหล็กไฟฟ้า โลหะจึงรับและกระจายแสงออกมา ทาให้ผิวของโลหะเกิดการสะท้อนแสงได้ดี
จงึ เห็นผิวของโลหะเป็นมนั วาว)
5.4 ข้นั ขยายความเข้าใจ (Elaboration)
1. ครูอธิบายเพิ่มเตมิ เกยี่ วกบั การเกดิ พนั ธะโลหะและสมบตั ขิ องพันธะโลหะ ดังนี้
• การเกิดพันธะโลหะ เป็นพันธะที่เกิดในอะตอมของโลหะกับโลหะ เกิดจากใช้เวเลนซ์
อิเล็กตรอนร่วมกันท่ัวท้ังก้อนโลหะ หรืออาจกล่าวได้ว่า เกิดจากแรงยึดเหนี่ยวระหว่างไอออนบวกที่เรียง
ชิดกัน (นิวเคลียส) กบั ไอออนลบทีว่ ิง่ อยโู่ ดยรอบอะตอม
- พนั ธะโลหะแขง็ แรง > พนั ธะไอออนกิ > พันธะโคเวเลนต์
- ความแข็งแรงของพันธะโลหะข้ึนอยู่กับจานวนเวเลนซ์อิเล็กตรอน และประจุของ
ไอออนบวกของโลหะ
• สมบัตขิ องโลหะ มีดังน้ี
181
- นาไฟฟ้าได้ดี เพราะอิเล็กตรอน (เวเลนซ์อิเล็กตรอน) เคล่ือนท่ีได้อย่างอิสระ
ท่วั ท้งั ก้อน
- นาความร้อนได้ดี เพราะเม่ือให้ความร้อนแก่โลหะ เวเลนซ์อิเล็กตรอนจะมีพลังงาน
สูงขึ้นจึงเคล่ือนที่ได้เร็วข้ึน เม่ือเกิดการชนกันจะเกิดการถ่ายโอนพลังงานบางส่วนให้แก่กัน และถ่ายโอน
ตอ่ เน่ืองกันทว่ั ทง้ั กอ้ นโลหะ
- จุดเดือดและจุดหลอมเหลวสูง เพราะเวเลนซ์อิเล็กตรอนยึดเหนี่ยวกับอะตอม
ท้ังหมดไวด้ ้วยกัน การเดือดหรอื การหลอมเหลวจงึ ตอ้ งใชพ้ ลังงานสงู
- ผิวมันวาว เพราะอิเล็กตรอนเคลื่อนท่ีได้อย่างอิสระ เม่ือกระทบแสง อิเล็กตรอน
เหล่านั้นจะรับและปลอ่ ยคล่นื แสงออกมา
- เคาะแล้วมีเสียงดังกังวาน เนื่องจากไอออนบวกอยู่ชิดกันมาก เม่ือเคาะ
จึงสง่ แรงส่ันสะเทอื นไปถึงกันอยา่ งรวดเรว็ ทาใหเ้ กิดเปน็ เสยี งดังกงั วานออกมา
- รีดเป็นแผ่นบาง ๆ ได้ เพราะอะตอมโลหะเป็นการผลักชั้นของอะตอมของโลหะ
เล่ือนไถลออกไปจากตาแหน่งเดิม ทาให้แผ่นโลหะยาวออกไปและบางลง แต่ละอะตอมของโลหะใน
ตาแหนง่ ใหม่ไม่หลดุ ออกจากกัน เพราะมกี ลมุ่ เวเลนซ์อิเล็กตรอนยึดอนภุ าคเหล่านั้นไว้
5.5 ข้นั ประเมินผล (Evaluation)
1. ครแู ละนกั เรียนอภปิ รายและลงข้อสรุปรว่ มกันเก่ียวกบั พนั ธะโลหะทส่ี ่งผลตอ่ สมบัติต่าง ๆ
ของโลหะ ได้แก่ จุดเดือดและจุดหลอมเหลวสูง ผิวมันวาวและสะท้อนแสงได้นา ไฟฟ้าและ
นาความร้อนได้ดีรวมทั้งการตีให้แผ่ออกเป็นแผ่นหรือดึงเป็นเส้นได้ท่ีเกิดจากการเล่ือ นไถลของอะตอม
โลหะเมอ่ื ถูกแรงกระทา
2. นักเรียนทาใบงาน เรื่อง พันธะโลหะ
6. สอื่ และแหลง่ เรียนรู้
6.1 หนังสือเรียน รายวชิ าเพ่มิ เติมวิทยาศาสตร์ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 4 เคมี เล่ม 1 ตามผล
การเรียนรูก้ ลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ ( ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551
6.2 Power point พันธะโลหะ
6.3 วดี ิทศั น์เก่ียวกบั การเกดิ พันธะโลหะและแบบจาลองทะเลอิเล็กตรอน
6.4 ใบงาน เรอื่ ง พนั ธะโลหะ
6.5 การด์ ปริศนา
182
183
184
ใบงาน
เร่ือง พนั ธะโลหะ
คาช้แี จง : ให้นกั เรียนตอบคาถามตอ่ ไปน้ี
ตอนท่ี 1 ใหน้ ักเรียนตอบคาถามต่อไปน้ี
1. จงอธิบายการเกดิ พนั ธะโลหะ
………………………….………………………….………………………….………………………….………………………….
………………………….………………………….………………………….………………………….………………………….
2. พนั ธะโลหะมสี มบัตบิ างประการเหมอื นกับสารประกอบประเภทใด
………………………….………………………….………………………….………………………….………………………….
3. จงยกตัวอย่างสมบัตเิ ฉพาะตวั ของโลหะมา 4 ข้อ
………………………….………………………….………………………….………………………….………………………….
4. ธาตใุ ดทีส่ ามารถเกดิ พันธะโลหะได้
………………………….………………………….………………………….………………………….………………………….
ตอนท่ี 2 ใหน้ กั เรียนพิจารณาว่าธาตุทีก่ าหนดให้ สามารถเกิดพันธะโลหะได้หรือไม่ โดยทาคร่ืองหมาย
ลงในชอ่ งวา่ งใหถ้ กู ตอ้ ง
ธาตุ ผลการพิจารณา ธาตุ ผลการพิจารณา
เกิดพันธะโลหะ ไมเ่ กดิ พนั ธะโลหะ เกดิ พันธะโลหะ ไมเ่ กดิ พันธะโลหะ
Na …………………………. …………………………. P …………………………. ………………………….
Li …………………………. …………………………. Ca …………………………. ………………………….
N …………………………. …………………………. C …………………………. ………………………….
Mg …………………………. …………………………. Ba …………………………. ………………………….
Cl …………………………. …………………………. Kr …………………………. ………………………….
Al …………………………. …………………………. Cu …………………………. ………………………….
O …………………………. …………………………. Ni …………………………. ………………………….
185
ธาตุ ผลการพจิ ารณา ธาตุ ผลการพจิ ารณา
เกดิ พันธะโลหะ ไมเ่ กิดพนั ธะโลหะ เกดิ พันธะโลหะ ไม่เกดิ พันธะโลหะ
Co …………………………. …………………………. Zn …………………………. ………………………….
F …………………………. …………………………. Ne …………………………. ………………………….
K …………………………. …………………………. Fe …………………………. ………………………….
186
ใบงาน เฉลย
เรอ่ื ง พนั ธะโลหะ
คาชแ้ี จง : ใหน้ ักเรยี นตอบคาถามต่อไปนี้
ตอนท่ี 1 ใหน้ ักเรียนตอบคาถามตอ่ ไปน้ี
1. จงอธิบายการเกิดพนั ธะโลหะ
อะตอมของโลหะมคี า่ พลังงานไอออไนเซชนั ต่า จงึ สามารถสูญเสยี เวเลนซ์อิเล็กตรอนได้ง่าย ทาให้
กลายเป็นไอออนบวก โดยเวเลนซ์อิเล็กตรอนที่หลุดออกจะเคล่ือนท่ีอย่างอิสระทั่วทั้งก้อนโลหะ เกิด
แรงยดึ เหนีย่ วระหว่างไอออนบวกกับเวเลนซอ์ ิเลก็ ตรอนอสิ ระ
2. พนั ธะโลหะมสี มบัติบางประการเหมือนกับสารประกอบประเภทใด
สารประกอบไอออนกิ
3. จงยกตัวอย่างสมบตั ิเฉพาะตวั ของโลหะมา 4 ข้อ
1) จดุ เดือดและจุดหลอมเหลวสูง 2) นาไฟฟา้ และนาความรอ้ นไดด้ ี
3) ตีเป็นแผน่ และดงึ เป็นเส้นได้ 4) สะท้อนแสงไดด้ ี
4. ธาตใุ ดทีส่ ามารถเกิดพนั ธะโลหะได้
ธาตุหมู่ 1A – 3A
ตอนที่ 2 ให้นกั เรยี นพิจารณาว่าธาตุทก่ี าหนดให้ สามารถเกิดพนั ธะโลหะไดห้ รอื ไม่ โดยทาเคร่อื งหมาย
ลงในช่องว่างให้ถูกตอ้ ง
ผลการพิจารณา ผลการพิจารณา
ธาตุ เกิดพันธะโลหะ ไมเ่ กดิ พันธะ ธาตุ เกิดพนั ธะโลหะ ไมเ่ กิดพนั ธะ
โลหะ โลหะ
Na P
Li Ca
N C
Mg Ba
Cl Kr
Al Cu
187
ผลการพจิ ารณา ผลการพจิ ารณา
ธาตุ เกดิ พนั ธะโลหะ ไม่เกิดพันธะ ธาตุ เกดิ พันธะโลหะ ไม่เกดิ พันธะ
โลหะ โลหะ
O Ni
Co Zn
F Ne
K Fe
188
189
190
191
เกณฑก์ ารให้คะแนนการประเมินคุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์
192
รายการประเมิน เกณฑ์การใหค้ ะแนน
1. ใฝเ่ รยี นรู้
32 1
2. มงุ่ มน่ั ในการ
ทางาน ต้ังใจเรียน สนใจเรียน ตง้ั ใจเรยี น สนใจเรียน ตัง้ ใจเรียน สนใจเรียน
3. ทางานรว่ มกับ กลา้ ซักถาม ปรากฏ กลา้ ซกั ถาม ปานกลาง กลา้ ซักถาม ไมช่ ัดเจน
ผูอ้ ื่นได้
ชัดเจน
ตั้งใจและรับผดิ ชอบใน ตัง้ ใจและรับผดิ ชอบใน ตงั้ ใจและรบั ผิดชอบใน
การปฏิบัติหนา้ ท่ที ่ีไดร้ ับ การปฏบิ ัติหนา้ ท่ที ี่ไดร้ ับ การปฏิบตั ิหน้าทที่ ี่ไดร้ ับ
มอบหมายให้สาเร็จ มอบหมายใหส้ าเร็จ มอบหมายใหส้ าเรจ็ ลุลว่ ง
ลลุ ว่ งทกุ คร้งั ลลุ ่วงเป็นส่วนใหญ่ เป็นบางครง้ั
สามารถปฏบิ ัติหนา้ ทท่ี ี่ สามารถปฏบิ ัติหนา้ ท่ี สามารถปฏิบตั หิ น้าทท่ี ี่
ได้รบั มอบหมายรว่ มกับ ท่ีได้รบั มอบหมาย ไดร้ ับมอบหมายรว่ มกับ
ผูอ้ ่นื ได้ได้สาเรจ็ ลุลว่ ง ร่วมกับผอู้ ื่นได้ไดส้ าเร็จ ผอู้ ื่นได้ได้สาเรจ็ ลุล่วง
ทกุ คร้งั ลลุ ว่ งเปน็ ส่วนใหญ่ เป็นบางคร้ัง
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ หมายถึง 0 (ปรบั ปรงุ )
0 - 2 คะแนน หมายถึง 1 (พอใช)้
3 - 4 คะแนน หมายถงึ 2 (ด)ี
5 - 7 คะแนน หมายถึง 3 (ดีเย่ียม)
8 - 9 คะแนน
193
194
195
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 25
กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
รายวิชาเพ่ิมเติม เคมี1 ว31221 ภาคเรียนท่ี 1/2565 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี พันธะเคมี เวลา 24 ชั่วโมง
เรอื่ ง การใช้ประโยชนข์ องสารประกอบไอออนกิ สารโคเวเลนต์ และโลหะ เวลา 2 ชวั่ โมง
ครูผสู้ อน นายพัฒนศักด์ิ มูลราช โรงเรียนหนองหานวิทยา
สอนวันท่ี ..............เดือน...............................................พ.ศ. .......................
1. สาระการเรยี นรู้และผลการเรยี นรู้
มาตรฐานการเรียนรู้ (สาระเพิม่ เตมิ เคมี)
ข้อ 1 เขา้ ใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรยี งธาตุในตารางธาตุ สมบตั ิของธาตุ พนั ธะเคมีและสมบัติ
ของสาร แก๊สและสมบัติของแกส๊ ประเภทและสมบตั ิของสารประกอบอินทรยี ์และพอลเิ มอร์ รวมทั้งการ
นาความรู้ไปใช้ประโยชน์
ผลการเรียนรู้
เปรียบเทียบสมบัติบางประการของสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์ และโลหะ สืบค้นข้อมูล
และนาเสนอตัวอย่างการใช้ประโยชน์ของสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์ และโลหะได้อย่าง
เหมาะสม
2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
สารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์ และโลหะ มีสมบัติเฉพาะตัวบางประการท่ีแตกต่างกัน
จงึ นามาใช้ประโยชน์ในด้านตา่ ง ๆ ได้ตามความเหมาะสม
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 ดา้ นความรู้ (K)
1. สืบค้นข้อมูลและนาเสนอตัวอย่างการใช้ประโยชน์ของสารประกอบไอออนิก
สารโคเวเลนต์ และโลหะ ได้อย่างเหมาะสม
3.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการคิด (P)
1. เปรยี บเทียบสมบัติบางประการของสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์ และโลหะได้
196
3.3 ด้านคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
1. ทางานร่วมกับผู้อ่ืน มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นภายในกลุ่ม ยอมรับฟัง
ความคิดเห็นของผอู้ นื่ และรบั ผดิ ชอบต่อหนา้ ท่ที ีไ่ ด้รบั มอบหมาย
4.สาระการเรียนรู้
การใชป้ ระโยชน์ของสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์ และโลหะ
สารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์ และโลหะ มีสมบัติเฉพาะตัวบางประการที่แตกต่างกัน เช่น
จุดเดือด จุดหลอมเหลว การละลายน้า การนาไฟฟ้า จึงสามารถนามาใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ได้ตาม
ความเหมาะสม
5. กิจกรรมการจัดการเรียนรู้
วธิ สี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (Inquiry Method : 5E)
5.1 ขน้ั สร้างความสนใจ (Engagement)
1. ครูให้นักเรียนพิจารณาตารางสมบัติบางประการของสารประกอบไออนิก
สารโคเวเลนต์ และโลหะ เพื่อทบทวนความรูเ้ ก่ียวกับชนดิ ของพนั ธะและสมบัติของสาร ซึง่ ควรสรปุ ไดว้ า่
- พันธะไอออนิกเกิดจากการยึดเหน่ียวระหว่างประจุไฟฟ้าของไอออนบวกกับ
ไอออนลบ ซ่ึงส่วนใหญ่ไอออนบวกเกิดจากโลหะเสียอิเล็กตรอนและไอออนลบเกิดจากอโลหะรับ
อิเล็กตรอน เกิดเป็นสารประกอบไอออนิกท่ีสว่ นใหญ่เปน็ ผลึกของแขง็ เปราะ มจี ุดหลอมเหลวและ
จดุ เดือดสงู ละลายน้าได้ ไม่นาไฟฟา้ เมื่อเปน็ ของแข็ง แตน่ าไฟฟ้าไดเ้ มื่อหลอมเหลวหรือละลายในน้า
- พันธะโคเวเลนต์เกิดจากการยึดเหนี่ยวระหว่างอะตอมธาตุ 2 อะตอม ซึ่งส่วนใหญ่เป็น
ธาตุอโลหะ โดยใช้เวเลนซ์อิเล็กตรอนร่วมกัน เกิดเป็นสารโคเวเลนต์ท่ีส่วนใหญ่มีจุดหลอมเหลวและจุด
เดือดตา่ ไม่ละลายนา้ และไมน่ าไฟฟ้า ส่วนสารทม่ี พี นั ธะโคเวเลนต์ตอ่ เน่ืองกนั ไปในสามมิติเปน็
สารโคเวเลนตโ์ ครงรา่ งตาข่ายทม่ี จี ดุ หลอมเหลวและจุดเดอื ดสูง
- พนั ธะโลหะเกดิ จากการยึดเหนี่ยวระหว่างโปรตอนในนิวเคลียสกับเวเลนซ์อิเล็กตรอนที่
เคล่อื นที่ไปท่ัวทั้งชิน้ โลหะ โดยโลหะส่วนใหญเ่ ปน็ ของแข็ง มีผวิ มันวาว ตเี ป็นแผน่ หรือ ดงึ เปน็ เสน้ ได้
นาความรอ้ นและนาไฟฟ้าได้ดมี ีจดุ หลอมเหลวและจุดเดือดสูง
5.2 ข้ันสารวจและคน้ หา (Exploration)
1. ครใู หน้ กั เรียนทากิจกรรมเพอื่ สรปุ ความคดิ รวบยอด เร่ือง พันธะเคมี โดยให้นักเรียน
เขียนแผนภาพเวนนห์ รือผงั มโนทัศน์
197
ตวั อย่างแผนภาพเวนน์
5.3 ขั้นอธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation)
1. ครใู ห้นักเรยี นเลือกตวั แทน 3 คน ออกมานาเสนอการสรปุ ความคิดรวบยอด
เรือ่ ง พนั ธะเคมี
2. ครูอธิบายเพ่มิ เติมเกยี่ วกบั พนั ธะเคมี เพ่ือแกไ้ ข ปรบั ปรุงความรูใ้ ห้สมบูรณ์ยิง่ ขึ้น
5.4 ขน้ั ขยายความเขา้ ใจ (Elaboration)
1. ครูตั้งคาถามว่า จากสมบัติที่ต่างกันของแต่ละพันธะ ส่งผลต่อการนาไปใช้ประโยชน์
หรือไม่ (แนวตอบ : สารแต่ละชนิดมีสมบตั ติ า่ งกนั จงึ สามารถนาไปใชป้ ระโยชนไ์ ดต้ ามความเหมาะสม)
2. ครูให้นักเรียนทากิจกรรมสืบค้นข้อมูลเก่ียวกับประโยชน์ของสารประกอบไอออนิกสาร
โคเวเลนต์ และโลหะ จากนนั้ ให้นกั เรียนนาเสนอขอ้ มลู ที่ไดจ้ ากการสืบค้นข้อมูลในรปู แบบต่าง ๆ
5.5 ข้นั ประเมนิ ผล (Evaluation)
1. ครูตง้ั คาถามเพือ่ ทบทวนความรู้และทดสอบความเข้าใจ ดงั นี้
• เพราะเหตุใดจึงสามารถตีทองคาแท่งให้เป็นเส้นทองคาได้ (แนวตอบ : เนื่องจาก
ทองคาเป็นโลหะ อะตอมของโลหะจัดเรียงตัวเป็นช้ัน ๆ อย่างมีระเบียบ การทุบหรือตีแผ่นโลหะ
198
เปน็ การผลกั ให้ชัน้ ของอะตอมโลหะเล่อื นไถลออกไปจากตาแหน่งเดิม ทาให้แผ่นโลหะยาวออกไปหรือบาง
ลง แต่อะตอมของโลหะในตาแหน่งใหม่ไม่หลุดออกจากกันเพราะมีกลุ่มเวเลนซ์อิเล็กตรอน
ยดึ อนุภาคเหลา่ นนั้ ไว้ ดงั นั้นจึงตีทองคาแท่งใหเ้ ป็นเส้นทองคาได้)
• สารประกอบไอออนิกและโลหะเมื่อหลอมเหลวสามารถนาไฟฟ้าได้แตกต่างกับเมื่อ
เป็นของแข็งหรือไม่ อย่างไร (แนวตอบ : สารประกอบไอออนิกเมื่อเป็นของแข็งจะไม่นาไฟฟ้า เพราะ
ไอออนบวกและไอออนลบถูกยึดไว้แน่น แต่เม่ือหลอมเหลวไอออนบวกและไอออนลบสามารถเคล่ือนท่ีได้
จึงนาไฟฟ้าได้ โลหะเม่อื เป็นของแข็งจะนาไฟฟ้าได้ดี เน่ืองจากโลหะมีอิเล็กตรอนอิสระที่เคลื่อนท่ีได้ท่ัวทั้ง
ก้อน เมื่อหลอมเหลวความสามารถในการนาไฟฟ้าจะลดลง เน่ืองจากอะตอมของโลหะอยู่ห่างกันและไม่
เป็นระเบยี บ ทาให้อเิ ลก็ ตรอนอสิ ระเคลือ่ นทไ่ี ม่สะดวก)
2. ครใู หน้ ักเรียนแบง่ กล่มุ กลมุ่ ละ 4 คน จากนน้ั ครูอธิบายกติกาการเล่นเกมปลูกต้นไม้ โดย
ให้นักเรียนในกลุ่มช่วยกดเลือกภาพสารที่มีพันธะเคมีต่างจากสารอ่ืน ถ้าเลือกถูกต้องต้นไม้
จะโตขนึ้ เรอื่ ย ๆ กล่มุ ใดทีต่ ้นไมโ้ ตเรว็ ทีส่ ดุ จะได้รบั คะแนนเตม็ 5 คะแนน
ตัวอย่างภาพเกม
6. ส่ือและแหลง่ เรียนรู้
6.1 หนังสอื เรยี น รายวชิ าเพม่ิ เติมวทิ ยาศาสตร์ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 เคมี เลม่ 1 ตามผล
การเรยี นร้กู ลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ ( ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551
6.2 Power point การใช้ประโยชนข์ องสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์ และโลหะ
6.3 เกมปลูกต้นไม้ แอพลเิ คชั่น Chemical Bond
6.4 การ์ดปรศิ นา
199
200
201
202
203