The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เรื่อง แบบจำลองอะตอม1
เรื่อง สัญลักษณ์นิวเคลียร์ ไอโซโทป ไอโซโทน ไอโซบาร์
เรื่อง การจัดเรียงอิเล็กตรอน
เรื่อง ตารางธาตุ
เรื่อง ขนาดอะตอมของธาตุ ขนาดของไอออน พลังงานไอออไนเซชัน
เรื่องอิเล็กโทรเนกาติวิตี และสัมพรรคภาพอิเล็กตรอน
เรื่องธาตุแทรนซิซัน
เรื่องธาตุกัมมันตรังสี
เรื่องการนำธาตุไปใช้ประโยชน์และผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิต

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by พัฒนศักดิ์ มูลราช, 2022-10-17 00:56:36

แผนการเรียนรู้ที่2 อะตอมและสมบัติของธาตุ

เรื่อง แบบจำลองอะตอม1
เรื่อง สัญลักษณ์นิวเคลียร์ ไอโซโทป ไอโซโทน ไอโซบาร์
เรื่อง การจัดเรียงอิเล็กตรอน
เรื่อง ตารางธาตุ
เรื่อง ขนาดอะตอมของธาตุ ขนาดของไอออน พลังงานไอออไนเซชัน
เรื่องอิเล็กโทรเนกาติวิตี และสัมพรรคภาพอิเล็กตรอน
เรื่องธาตุแทรนซิซัน
เรื่องธาตุกัมมันตรังสี
เรื่องการนำธาตุไปใช้ประโยชน์และผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิต

Keywords: อะตอม,ตารางธาตุ

แผนการจัดการเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวิชา เคมี1 (ว31221)

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

นายพัฒนศักดิ์ มูลราช

รหัสนักศึกษา 62040112123
สาขาวิทยาศาสตร์ทั่วไปและเคมี

คณะครุศาสตร์ การฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา1 ED16401



แผนการจดั การเรยี นรู้
วิชา เคมี1 (ว31221)
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาปที 4ี่ โรงเรียนหนองหานวิทยา

นายพฒั นศักด์ิ มลู ราช
รหสั ประจาตวั นักศกึ ษา 62040112123
สาขาวิชา วทิ ยาศาสตรท์ ว่ั ไปและเคมี

การฝึกปฏิบตั ิการสอนในสถานศกึ ษา 1
รหสั วชิ า ED16401 (INTERNSHIP IN SCHOOL 1)

คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อดุ รธานี
ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565

แผนการจดั การเรยี นรู้
วิชา เคมี1 (ว31221)
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาปที 4ี่ โรงเรียนหนองหานวิทยา

นายพฒั นศักด์ิ มลู ราช
รหสั ประจาตวั นักศกึ ษา 62040112123
สาขาวิชา วทิ ยาศาสตรท์ ว่ั ไปและเคมี

การฝึกปฏิบตั ิการสอนในสถานศกึ ษา 1
รหสั วชิ า ED16401 (INTERNSHIP IN SCHOOL 1)

คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อดุ รธานี
ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565





คำนำ
แผนการจัดการเรยี นรู้ วิชาเคมเี พมิ่ เติม 4 เล่มท่ี 1 ข้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1 ปี
การศึกษา 2565 จัดทาขน้ึ เพื่อกาหนดหรือวางแผนเร่อื งท่ีจะสอนอยา่ งเป็นระบบให้สอดคล้องกับหลกั สูตร
แกนกลางการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560) กลมุ่ สาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์และ ออกแบบกิจกรรมการเรยี นร้โู ดยเน้นผู้เรียนเปน็ สาคญั ให้ผู้เรียนไดเ้ ปน็ ผู้คดิ และปฏิบัติ
ดว้ ยตนเอง ตามสภาพแวดล้อมและบริบทของโรงเรียน คดิ ออกแบบ ขดั หา จัดซอ้ื สอื่ อุปกรณท์ เี่ หมาะกบั
สาระการเรยี บรู้ วัดและประเมินผลด้วยวิธีการท่ีหลากหลาย เหมาะสมกับจุดประสงค์ในการเรียนรู้และ
ตามวัยของผู้เรยี น ซ่งึ ประกอบด้วยบทท่ี 1 เร่ือง ความปลอดภยั และทกั ษะในการปฏบิ ตั ิการเคมี, บทท่ี 2
อะตอมและสมบัติของตารางธาตุ และ บทท่ี 3 เร่ือง พนั ธะเคมี
แผนการจัดการเรียนรู้ให้ประโยชน์หลายประการ นอกจากจะช่วยทาให้ผู้สอนเกิดความม่ันใจใน
การสอนและ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ยังมีส่วนช่วยในการวางแผนการจัดการ
เรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งการสอนที่มีประสิทธิภาพ จะสะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพของผู้เรียนเมื่อ
พบข้อบกพร่องและปัญหาในการจัดการเรียนการสอนจากการเขียนบันทึกหลังการสอน ผู้สอนได้นา
ประเด็นปัญหาท่ีพบเจอมาปรับปรุงแก้ไข ให้ถูกต้องเหมาะสมกับผู้เรียนและสภาพห้องเรียนที่ จัดการ
เรยี นรู้ ซ่งึ ชว่ ยให้การจัดการเรียนรมู้ ีประสทิ ธิภาพมากข้ึน อันจะส่งผลไปถึงศักยภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
ให้มคี ณุ ภาพตามเป้าหมายทางการเรยี นรู้
แผนการจัดการเรยี นร้ฉู บบั นี้ ประกอบไปด้วยบันทึกข้อความขออนุญาตใช้แผนการจัดการเรียนรู้
ผลการเรียนรู้และสาระการเรียนรู้เพิ่มเดิม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ คาอธิบายรายวิชา กาหนดการสอนวิ
ซาเคมีเพิ่มเติม 1 ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรียนท่ี 1 รวมท้ังแผนการจัดการเรียนรู้ จานวน 26 แผน สื่อ
ใบงาน วิธีการและเกณฑ์ การประเมินการเรียนรู้ของผู้เรียน
ผ้สู อนขอขอบคุณผมู้ สี ่วนเก่ยี วข้องทุกท่านทีให้คาแนะนา และเป็นที่ปรึกษาในการจัดทาแผนการ
จัดการ เรียนรู้ที่มีประโยชน์และมีคุณค่าต่อการจัดการเรียนการสอน อันจะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อตัว
ผู้เรียนไว้ ณ โอกาสน้ี

พัฒนศกั ดิ์ มูลราช
ผ้จู ดั ทา



สารบัญ

เร่ือง หน้า

คานา ก
สารบญั ข
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี2 อะตอมและสมบัติของธาตุ 1-171
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 5 เรอื่ ง แบบจาลองอะตอม1 1
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 6 เรือ่ ง แบบจาลองอะตอม2 19
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 7 เรอ่ื ง เร่อื ง สัญลักษณ์นวิ เคลยี ร์ ไอโซโทป ไอโซโทน ไอโซบาร์ 36
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 8 เรอื่ ง การจดั เรียงอเิ ลก็ ตรอน 52
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 9 เรอ่ื ง ตารางธาตุ 71
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 10 เรอ่ื ง ขนาดอะตอมของธาตุ ขนาดของไอออน พลงั งานไอออไนเซชัน 88
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 11 เรื่องอเิ ล็กโทรเนกาติวิตี และสัมพรรคภาพอิเลก็ ตรอน 103
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 12 เรอ่ื งธาตแุ ทรนซิซัน 121

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 13 เรอ่ื งธาตกุ ัมมันตรังสี 137
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 14 เรื่องการนาธาตุไปใชป้ ระโยชนแ์ ละผลกระทบต่อสิง่ มีชวี ติ 157

1

แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 5

กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

รายวิชาเพ่ิมเติม เคม1ี ว31221 ภาคเรยี นท่ี 1/2565 ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 4

หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี2 อะตอมและสมบัติของธาตุ เวลา 24 ช่วั โมง

เร่อื ง แบบจาลองอะตอม1 เวลา 3 ช่ัวโมง

ครผู ้สู อน นายพฒั นศกั ดิ์ มูลราช โรงเรียนหนองหานวิทยา

สอนวนั ที่ ..............เดือน...............................................พ.ศ. .......................

1. สาระการเรยี นรูแ้ ละผลการเรยี นรู้
มาตรฐานการเรียนรู้ (สาระเพิ่มเตมิ เคมี)
ข้อ 1 เขา้ ใจโตรงสร้างอะตอม การจัดเรยี งธาตใุ นตารางธาตุ สมบตั ขิ องธาตุ พันธะเคมแี ละสมบัติ

ของสาร แกส๊ และสมบตั ิของแก๊ส ประเภทและสมบตั ขิ องสารประกอบอนิ ทรียแ์ ละพอลิเมอร์ รวมทั้งการ
นาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์

ผลการเรยี นรู้
- สืบค้นข้อมูลสมมติฐาน การทดลอง หรือ ผลการทดลองที่เป็นประจักษ์พยานในการเสนอ
แบบจาลองอะตอมของนกั วิทยาศาสตร์ และอธบิ ายววิ ฒั นาการของแบบจาลองอะตอม
- เขียนสญั ลกั ษณน์ วิ เคลยี รข์ องธาตุ และระบจุ านวนโปรตอน นวิ ตรอน และอิเล็กตรอนของอะตอม
จากสัญลกั ษณน์ ิวเคลียร์ รวมท้ังบอกความหมายของไอโซโทป
2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

ววิ ฒั นาการของแบบจาลองอะตอมแตล่ ะแบบ มวี ิวัฒนาการ โดยเร่มิ จากดอลตันเสนอว่าธาตุ
ประกอบด้วยอะตอมซงึ่ เปน็ อนภุ าคขนาดเล็กไม่สามารถแบ่งแยกได้ ทอมสนั เสนอว่าอะตอมประกอบไป
ดว้ ยอนุภาคท่มี ีประจุลบเรยี กว่า อิเลก็ ตรอน รทั เทอร์ฟอร์ดเสนอวา่ ประจุบวกเรยี กวา่ โปรตอน รวมตัวกัน
อยูต่ รงก่ึงกลางเรียกว่า นวิ เคลียส โบรเ์ สนอว่าอเิ ลก็ ตรอนเคลอื่ นทเ่ี ป็นวงรอบนวิ เคลยี ส ในปจั จบุ ัน
นักวิทยาศาสตร์ไดเ้ สนอแบบจาลองอะตอมแบบกลมุ่ หมอก

3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ดา้ นความรู้ (K)
1. อธบิ าย เปรียบเทียบ และบอกลักษณะของแบบจาลองอะตอมต่างๆได้

2

3.2 ดา้ นทักษะ/กระบวนการคิด (P)
1. สืบคน้ ข้อมูลสมมติฐานแบบจาลองอะตอม จากการทดลองของนักวิทยาศาสตร์
2. เขียนสญั ลักษณ์นวิ เคลยี รข์ องธาตุ และระบุจานวนโปรตอน นิวตรอน และอเิ ล็กตรอน
ของอะตอมจากสญั ลกั ษณน์ วิ เคลียร์ รวมท้ังบอกความหมายของไอโซโทป

3.3 ด้านคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A)
1. ทำงำนร่วมกับผู้อื่น มีส่วนร่วมในกำรแสดงควำมคิดเห็นภำยในกลุ่ม ยอมรับฟังควำม

คิดเหน็ ของผอู้ น่ื และรับผิดชอบต่อหน้ำที่ทีไ่ ดร้ ับมอบหมำย

4.สาระการเรยี นรู้
แบบจาลองอะตอมมีวิวัฒนาการ โดยเร่ิมจากดอลตันเสนอว่าธาตุประกอบด้วยอะตอมซึ่งเป็น

อนุภาคขนาดเล็ก ไม่สามารถแบ่งแยกได้ ต่อมาทอมสันเสนอว่าอะตอมประกอบด้วยอนุภาคท่ีมีประจุลบ
เรียกว่า อิเล็กตรอน และอนุภาคประจุบวก รัทเทอร์ฟอร์ดเสนอว่าประจุบวกท่ีเรียกว่า โปรตอน รวมตัว
กันอยู่ตรงก่ึงกลางอะตอม เรียกว่า นิวเคลียส ซึ่งมีขนาดเล็กมาก และมีอิเล็กตรอนอยู่รอบนิวเคลียส โบร์
เสนอว่า อิเล็กตรอนเคล่ือนที่เป็นวงรอบนิวเคลียส โดยแต่ละวงมีระดับพลังงานเฉพาะตัว ในปัจจุบัน
นักวิทยาศาสตร์ยอมรับว่า อเิ ล็กตรอนมกี ารเคลื่อนที่รวดเร็วรอบนิวเคลียส และไม่สามารถระบุตาแหน่งท่ี
แนน่ อนได้ จึงเสนอแบบจาลองอะตอมแบบ กลุม่ หมอก ซ่ึงแสดงโอกาสการพบอิเล็กตรอนรอบนวิ เคลยี ส

5. กจิ กรรมการจัดการเรียนรู้
วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (Inquiry Method : 5E)

5.1 ขั้นสรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. ครูสุ่มนักเรียนมานาเสนอหน้าชั้นเรียนแบบฝึกหัด การออกแบบการเรียนรายงานการ

ทดลองจากภาพที่กาหนดให้ ในคาบทผ่ี า่ นมา
2.ครถู ามนักเรียนดว้ ยชุดคาถาม ดังน้ี

- ถ้าแบ่งธาตุ เช่น ทองคาให้มีขนาดเล็กลงเร่ือย ๆ จนมีขนาดเล็กที่สุดซึ่งมองไม่เห็นจะเป็นอย่างไร (แนว
ตอบ: เหลืออะตอมของทองคำซง่ึ เล็กจนมองไม่เหน็ )

- อะตอมคืออะไร และมีลักษณะอย่างไร (แนวตอบ: อะตอมเป็นอนุภำคท่ีเล็กที่สุดที่สำมำรถ
แสดงสมบัติของธำตุชนิดนั้น ๆ ได้ แต่โดยท่ัวไปอะตอมไม่สำมำรถอยู่โดยลำพังได้ จะต้องรวมกับอะตอม
อืน่ โดยมีแรงยึดเหน่ียวระหวำ่ งอะตอมกลำยเป็นโมเลกุลของสำร)

3

2.1 ครใู หน้ ักเรียนล้วงมือไปสัมผัสของในกล่องปริศนา ซ่ึงภายในมีดินน้ามัน 2 ก้อน ก้อนท่ี 1 ปั้น
เป็นกอ้ นกลม ก้อนทส่ี องป้ันเป็นก้อนกลมและมีปุ่มรอบ ๆ ก้อน จากน้ันให้นักเรียนวาดส่ิงท่ีสัมผัสได้ลงใน
กระดาษ ครสู ุ่มนกั เรยี นอธบิ ายสิ่งทตี่ ัวเองสัมผสั ได้

5.2 ขั้นสารวจและค้นหา (Exploration)
1. ครูตั้งประเด็นคาถามเกี่ยวกับอะตอมมีองค์ประกอบย่อย นักวิทยาศาสตร์สร้างแบบจาลอง

อะตอมเพือ่ ใชใ้ นการอธบิ ายโครงสร้างภายในอะตอมไดอ้ ย่างไร
2. ให้นกั เรยี น จัดกิจกรรม กำรศกึ ษำแบบจำลองอะตอมแตล่ ะแบบ
2.1. ครใู หน้ ักเรียนแบ่งกล่มุ ออกเปน็ กลุ่ม 5 กลุม่ ตามแบบจาลองอะตอมของ

นักวทิ ยาศาสตร์แตล่ ะคน โดยกลมุ่ ละ 5-6 คนคละกันตามความสามารถ (หรือครูแบง่ กลุ่มให้) แลว้ ให้แต่
ละกลุม่ ศึกษาแบบจาลองอะตอมแต่ละแบบโดยมนี ักวิทยาศาสตร์ดังน้ี

2.2 ครใู ห้นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ศกึ ษาข้อมูลและลักษณะรูปร่างแบบจาลองอะตอม พร้อม
สรปุ ผลแลว้ นาขอ้ มลู มาแลกเปลี่ยนกันภายในกลมุ่ แล้วจึงนามาอภปิ รายหน้าชน้ั เรียน ให้ตัวแทนกลุม่
นกั เรียนมาจบั ฉลากเพ่ือเลือกแบบจาลองอะตอมของกลมุ่ ตัวเองท่ไี ด้ จากนนั้ เข้าไปศึกษาแบบจาลอง
อะตอมท่ีตรงกับของกล่มุ ตวั เอง โดยครูกาหนดประเดน็ ให้ศึกษาดังน้ี

- ช่ือแบบจาลองอะตอมและผู้คิดค้น
- ศึกษาการทดลองทีเ่ ก่ยี วกบั แบบจาลองอะตอม (ถ้ามี)
- ลกั ษณะแบบจาลองอะตอม
- ขอ้ จากัด/ข้อด้อยแบบจาลองอะตอม
- จากนน้ั ให้นักเรยี นสรุปการทดลองของนกั วทิ ยาศาสตรข์ องแต่ละคนทีไ่ ด้ จากการศึกษา

สังเกต หรืออาจศึกษาเพม่ิ เติมจากใบความรหู้ รือหนงั สอื เรยี น
2.3 ให้แต่ละกลุ่มสรปุ ความรู้ทไ่ี ดล้ งในกระดาษชารท์ โดยสรปุ เป็นแผนภาพความคดิ

4

5.3 ขั้นอธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation)
1. ให้ผเู้ รยี นแตล่ ะกลุม่ ออกมานาเสนอผลการสบื ค้นข้อมูลหนา้ ช้นั เรียน
2. นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาความรู้เพ่ิมเติมในหนังสือเรียน แล้วร่วมกันสรุปแบบจาลองอะตอม
ของแตล่ ะแบบ เมอ่ื ได้ข้อสรุปร่วมกันแล้ว ให้นาข้อมูลไปแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนในกลุ่ม จนได้ข้อสรุป
ร่วมกันว่าแบบจาลองอะตอมมีวิวัฒนาการ โดยเริ่มจากดอลตันเสนอว่าธาตุประกอบด้วยอะตอมซึ่งเป็น
อนุภาคขนาดเล็ก ไม่สามารถแบ่งแยกได้ ต่อมาทอมสันเสนอว่าอะตอมประกอบด้วยอนุภาคที่มีประจุลบ
เรียกว่า อิเล็กตรอน และอนุภาคประจุบวก รัทเทอร์ฟอร์ดเสนอว่าประจุบวกที่เรียกว่า โปรตอน รวมตัว
กันอยู่ตรงกึ่งกลางอะตอม เรียกว่า นิวเคลียส ซ่ึงมีขนาดเล็กมาก และมีอิเล็กตรอนอยู่รอบนิวเคลียส โบร์
เสนอว่า อิเล็กตรอนเคลื่อนที่เป็นวงรอบนิวเคลียส โดยแต่ละวงมีระดับพลังงานเฉพาะตัว ในปัจจุบัน
นกั วทิ ยาศาสตรย์ อมรับวา่ อเิ ล็กตรอนมีการเคลื่อนท่ีรวดเร็วรอบนิวเคลียส และไม่สามารถระบุตาแหน่งที่
แน่นอนได้ จึงเสนอแบบจาลองอะตอมแบบ กลมุ่ หมอก ซ่ึงแสดงโอกาสการพบอิเลก็ ตรอนรอบนิวเคลียส
5.4 ข้นั ขยายความเขา้ ใจ (Elaboration)

1. ครูอธบิ ายเพมิ่ เตมิ โดยใช้ power point ใหน้ ักเรียนเขา้ ใจเกย่ี วกบั แบบจาลองอะตอม
ของแต่ละประเภทและ เปดิ โอกาสให้นักเรียนซกั ถามขอ้ สงสยั ในเนือ้ หา เรอ่ื งแบบจาลองอะตอมของแต่ละ
ประเภททน่ี ักเรียนไดน้ าเสนอหนา้ ช้ันเรียน ว่ามีสว่ นไหนที่ยังไม่เข้าใจ และใหค้ วามรูเ้ พ่ิมเติมในสว่ นนัน้
และครูอธบิ ายเพ่ิมเตมิ เก่ียวกับสญั ลักษณ์นิวเคลียร์ของธาตุ และระบจุ านวนโปรตอน นวิ ตรอนและ
อเิ ลก็ ตรอน

2. จากนัน้ ครูถามคาถามเชื่อมโยงสง่ิ ท่นี กั เรยี นไดเ้ รยี นรู้ไปใชป้ ระโยชน์ในชีวิต และ
มอบหมายให้นกั เรยี นทาแบบฝกึ หัด เร่อื ง แบบจาลองอะตอมของธาตุ ส่งครูในชว่ั โมงถดั ไป เพ่ือให้
นกั เรียนไดฝ้ ึกทกั ษะและช่วยให้เขา้ ใจเน้ือหามากขน้ึ

5.5 ขั้นประเมินผล (Evaluation)
1. ครูประเมินการเรียนรู้ของนกั เรยี นโดยใหน้ กั เรยี น

- การทากิจกรรม การศึกษาแบบจาลองอะตอมแต่ละแบบ
- การออกมานาเสนอผลการสืบคน้ ข้อมูลจากแผนภาพความคิด ( mind map ) เกยี่ วกับ
แบบจาลองอะตอม และการถามตอบในชั้นเรียน (โดยการถามนักเรียนก่อน หลังจากน้นั เรยี กชอ่ื นักเรยี น
เพื่อใหผ้ ู้เรยี นตอบ)

2. การใชแ้ บบฝึกหดั หลังเรยี นเพื่อตรวจสอบความเข้าใจของผู้เรยี น

5

6. สอ่ื และแหล่งเรยี นรู้
6.1 หนังสือเรยี น รายวชิ าเพม่ิ เติมวทิ ยาศาสตร์ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 เคมี เล่ม 1 ตามผล

การเรียนร้กู ล่มุ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์ ( ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสตู รแกนกลาง
การศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551

6.2 Power pointเร่ืองแบบจาลองอะตอม1
6.3 กระดำษ A4 หรอื กระดำษชำรท์
6.4 กำร์ดปรศิ นำ

6

7

8

แบบฝึกหดั

เร่อื ง แบบจาลองอะตอมของธาตุ

คาชแ้ี จง : ให้นักเรียนตอบคาถามต่อไปน้ี

1. นกั เรยี นคิดว่าแบบจาลองอะตอมทสี่ รา้ งขึน้ มาน้นั สามารถปรับปรงุ หรือเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ เพราะ
เหตุใด

…………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. แนวคดิ เกย่ี วกับแบบจาลองอะตอมของดอลตนั ทอมสนั และรัทเทอร์ฟอร์ด แตกต่างกนั อย่างไร

…………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. นกั เรยี นคดิ ว่าเราสามารถแยกแสงขาวออกเป็นแสงสีอน่ื ๆ ได้หรอื ไม่ อยา่ งไร

…………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. นกั วทิ ยาศาสตรท์ ่านใดเป็นผู้คน้ พบโปรตอน

…………………………………………………………………………………………………………………………………………
5. “อะตอมเปน็ ทรงกลม ประกอบด้วยประจบุ วกและประจลุ บกระจายอยทู่ ว่ั ไป” ข้อสรปุ น้ีคือ
แบบจาลองอะตอมของนักวิทยาศาสตร์ท่านใด

…………………………………………………………………………………………………………………………………………
6. นักวทิ ยาศาสตร์ท่านใดเปน็ ผู้คน้ พบนวิ ตรอน

…………………………………………………………………………………………………………………………………………
7. แนวคดิ ที่วา่ มวลส่วนใหญ่ของอะตอมคอื มวลของนิวเคลยี ส เปน็ แนวคดิ ของนักวทิ ยาศาสตร์ท่านใด

…………………………………………………………………………………………………………………………………………
8. อิเล็กตรอนทีม่ ีพลังงานต่าจะพบอยู่บรเิ วณใดของอะตอม

…………………………………………………………………………………………………………………………………………
9. “อิเล็กตรอนมีขนาดเลก็ มาก และเคล่ือนทีอ่ ยา่ งรวดเร็วตลอดเวลาไปทวั่ ท้ังอะตอม” ข้อสรปุ น้คี อื
แบบจาลองอะตอมแบบใด

…………………………………………………………………………………………………………………………………………
10.การทดลองของทอมสนั ทาให้ค้นพบว่าอะตอมประกอบด้วยอนภุ าคใด

……………………………………………………………………………………………………………………………………….

9

11. จงเติมต่อไปนี้ลงในช่องว่างใหถ้ กู ต้อง เลขมวล, เลขอะตอม และสัญลกั ษณ์ของธาตุ

__________________ 1
__________________

__________________

12. จากขอ้ 11. จงบอกชอื่ ของธาตุ และเลขมวล
_______________________________________________________________________

13. จากข้อ 11. จงระบุจานวนโปรตอน, นวิ ตรอน และอิเล็กตรอน ตามลาดบั
_______________________________________________________________________

14. จงบอกความแตกตา่ งของ นีออน-20 และ นอี อน-22
_______________________________________________________________________

15. ไอโซโทป คือ ______________________________________________________________

16. ไอโซโทน คือ ______________________________________________________________

17. ไอโซบาร์ คือ ______________________________________________________________

18. ไอโซอิเล็กทรอนกิ คือ _________________________________________________________

10

แบบฝกึ หดั เฉลย

เร่อื ง แบบจาลองอะตอมของธาตุ

คาชแี้ จง : ให้นักเรยี นตอบคาถามต่อไปนี้
1. นกั เรียนคดิ ว่าแบบจาลองอะตอมทีส่ ร้างข้ึนมานนั้ สามารถปรบั ปรงุ หรือเปลี่ยนแปลงไดห้ รือไม่ เพราะ
เหตุใดเปล่ยี นแปลงได้ เพราะความทนั สมยั ของเครือ่ งมือ และความรคู้ วามสามารถของมนษุ ยท์ ่ีมากขึ้น ทา
ให้ ค้นพบความจรงิ ใหม่ ๆ จงึ ทาใหแ้ บบจาลองอะตอมเกิดการเปลี่ยนแปลงไปได้
2. แนวคดิ เกี่ยวกบั แบบจาลองอะตอมของดอลตัน ทอมสนั และรัทเทอร์ฟอรด์ แตกตา่ งกนั อยา่ งไร

ดอลตันเสนอว่าอะตอมไม่สามารถแบ่งแยกได้ ทอมสันพบว่าในอะตอมอนุภาค 2 ชนิด คือ
โปรตอนกบั

นวิ ตรอน ส่วนรัทเทอร์ฟอรด์ พบวา่ ในอะตอมมีอนภุ าค 3 ชนดิ คือ โปรตอน นวิ ตรอน และอิเล็กตรอน
3. นักเรียนคิดว่าเราสามารถแยกแสงขาวออกเป็นแสงสอี ่นื ๆ ได้หรอื ไม่ อยา่ งไร

ได้ โดยให้แสงขาวส่องผ่านปริซมึ จะได้แถบสีท้ังหมด 7 สี คอื สมี ่วง คราม น้าเงนิ เขียว เหลือง แสด
และแดง
4. นกั วทิ ยาศาสตรท์ ่านใดเป็นผู้คน้ พบโปรตอน

ออยเกนิ โกลด์ชไตน์
5. “อะตอมเปน็ ทรงกลม ประกอบดว้ ยประจบุ วกและประจุลบกระจายอยู่ท่วั ไป” ขอ้ สรุปนี้คือ
แบบจาลองอะตอม

ของนักวิทยาศาสตร์ท่านใด
แบบจาลองอะตอมของทอมสัน
6. นกั วทิ ยาศาสตร์ท่านใดเปน็ ผู้คน้ พบนิวตรอน
เซอร์ เจมส์ แชดวิก
7. แนวคดิ ทีว่ า่ มวลส่วนใหญข่ องอะตอมคือมวลของนิวเคลยี ส เป็นแนวคดิ ของนักวิทยาศาสตรท์ ่านใด
รทั เทอร์ฟอรด์
8. อเิ ลก็ ตรอนทีม่ ีพลงั งานต่าจะพบอยบู่ ริเวณใดของอะตอม
บริเวณใกล้นิวเคลยี ส
9. “อิเล็กตรอนมีขนาดเล็กมาก และเคล่ือนที่อยา่ งรวดเรว็ ตลอดเวลาไปทั่วทั้งอะตอม” ข้อสรปุ นีค้ ือ
แบบจาลอง

11

อะตอมแบบใด
แบบจาลองอะตอมแบบกลมุ่ หมอก
10.การทดลองของทอมสนั ทาให้ค้นพบวา่ อะตอมประกอบดว้ ยอนภุ าคใด
โปรตอนและนวิ ตรอน
11. จงเติมตอ่ ไปนีล้ งในช่องว่างให้ถกู ต้อง เลขมวล, เลขอะตอม และสญั ลกั ษณข์ องธาตุ

เลขอะตอม 10
สญั ลักษณ์ธำตุ

เลขมวล

12. จากข้อ 11. จงบอกชือ่ ของธาตุ และเลขมวล
ชือ่ ธาตุ Neon เลขมวล 20.180

13. จากขอ้ 11. จงระบจุ านวนโปรตอน, นวิ ตรอน และอิเล็กตรอน ตามลาดบั
โปรตอน 10 อนภุ าค
นวิ ตรอน 10.180 อนภุ าค
อิเล็กตรอน 10 อนุภาค

14. จงบอกความแตกต่างของ นอี อน-20 และ นอี อน-22
เลขมวลแตกตา่ ง ทาใหจ้ านวนนิวตรอนตา่ งกัน

15. ไอโซโทป คือ ธาตุชนิดเดยี วกนั มเี ลขมวลต่างกัน แตม่ ีจานวนโปรตอนหรอื เลขอะตอมเท่ากนั

16. ไอโซโทน คือ ธาตตุ ่างชนิดกนั ทีม่ จี านวน นิวตรอนเทา่ กัน แตม่ ีเลขมวลและเลขอะตอมไมเ่ ท่ากนั

17. ไอโซบาร์ คือ ธาตตุ ่างชนิดกนั ที่มี เลขมวลเทา่ กนั แต่มีเลขอะตอมและจานวนนวิ ตรอนไม่เทา่ กัน

18. ไอโซอิเลก็ ทรอนิก คือ อะตอมหรือไอออนที่มี จานวนอิเลก็ ตรอนเท่ากนั และมีการจดั เรยี ง
อิเลก็ ตรอนเหมือนกัน

12

13

14

15

16

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมนิ คุณลกั ษณะท่พี ึงประสงค์

รายการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน
1. ใฝ่เรยี นรู้
32 1
2. ม่งุ ม่ันในการ
ทางาน ต้ังใจเรยี น สนใจเรียน ต้ังใจเรียน สนใจเรยี น ต้งั ใจเรียน สนใจเรียน

3. ทางานรว่ มกบั กลา้ ซกั ถาม ปรากฏ กลา้ ซกั ถาม ปานกลาง กล้าซกั ถาม ไม่ชดั เจน
ผอู้ ่นื ได้
ชัดเจน

ตั้งใจและรับผดิ ชอบใน ตง้ั ใจและรับผดิ ชอบใน ต้ังใจและรบั ผิดชอบใน

การปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ที ี่ไดร้ ับ การปฏิบตั หิ น้าท่ีที่ได้รบั การปฏบิ ัตหิ น้าที่ที่ไดร้ บั

มอบหมายให้สาเร็จ มอบหมายใหส้ าเร็จ มอบหมายให้สาเรจ็ ลุล่วง

ลุล่วงทกุ คร้ัง ลุลว่ งเป็นส่วนใหญ่ เปน็ บางครั้ง

สามารถปฏิบัตหิ น้าทที่ ี่ สามารถปฏบิ ตั หิ น้าท่ี สามารถปฏิบัติหน้าทท่ี ี่

ไดร้ ับมอบหมายรว่ มกบั ทไ่ี ด้รบั มอบหมาย ไดร้ ับมอบหมายรว่ มกับ

ผอู้ ่ืนได้ไดส้ าเร็จลลุ ่วง รว่ มกบั ผู้อืน่ ได้ไดส้ าเร็จ ผู้อ่ืนได้ไดส้ าเร็จลลุ ว่ ง

ทกุ คร้งั ลลุ ว่ งเป็นสว่ นใหญ่ เปน็ บางครง้ั

เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ หมายถึง 0 (ปรบั ปรงุ )
0 - 2 คะแนน หมายถึง 1 (พอใช้)
3 - 4 คะแนน หมายถงึ 2 (ดี)
5 - 7 คะแนน หมายถึง 3 (ดีเย่ียม)
8 - 9 คะแนน

17

18

19

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 6

กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวชิ าเพิ่มเติม เคม1ี ว31221 ภาคเรยี นท่ี 1/2565 ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 4

หน่วยการเรยี นร้ทู ี่2 อะตอมและสมบตั ิของธาตุ เวลา 24 ช่วั โมง

เร่ืองแบบจาลองอะตอม 2 เวลา 2 ช่ัวโมง

ครผู ู้สอน นายพัฒนศกั ดิ์ มูลราช โรงเรยี นหนองหานวิทยา

สอนวนั ท่ี ..............เดือน...............................................พ.ศ. .......................

1. สาระการเรียนร้แู ละผลการเรียนรู้
มาตรฐานการเรยี นรู้ (สาระเพิม่ เตมิ เคมี)
ข้อ 1 เขา้ ใจโตรงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตใุ นตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พันธะเคมีและสมบตั ิ

ของสาร แกส๊ และสมบตั ิของแก๊ส ประเภทและสมบตั ขิ องสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์ รวมทัง้ การ
นาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

ผลการเรียนรู้
สบื คน้ ข้อมลู สมมตฐิ าน การทดลอง หรือ ผลการทดลองทีเ่ ปน็ ประจกั ษ์พยานในการเสนอ
แบบจาลองอะตอมของนกั วทิ ยาศาสตร์ และอธิบายววิ ฒั นาการของแบบจาลองอะตอม
2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
ววิ ฒั นาการของแบบจาลองอะตอมแต่ละแบบ มวี วิ ฒั นาการ โดยเร่มิ จากดอลตันเสนอวา่ ธาตุ
ประกอบดว้ ยอะตอมซงึ่ เปน็ อนภุ าคขนาดเลก็ ไม่สามารถแบ่งแยกได้ ทอมสันเสนอวา่ อะตอมประกอบไป
ดว้ ยอนภุ าคทม่ี ีประจลุ บเรียกวา่ อเิ ลก็ ตรอน รัทเทอร์ฟอร์ดเสนอว่าประจบุ วกเรียกวา่ โปรตอน รวมตัวกัน
อยู่ตรงก่ึงกลางเรยี กวา่ นวิ เคลียส โบรเ์ สนอวา่ อเิ ลก็ ตรอนเคล่อื นที่เป็นวงรอบนวิ เคลียส ในปัจจุบนั
นกั วทิ ยาศาสตร์ไดเ้ สนอแบบจาลองอะตอมแบบกลุ่มหมอก

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ด้านความรู้ (K)
1. อธบิ าย และบอกลักษณะของแบบจาลองอะตอมโบรไ์ ด้

20

3.2 ดา้ นทักษะ/กระบวนการคิด (P)
1. ปฏิบตั ติ ามข้นั ตอนการทดลองได้อยา่ งถูกต้อง

3.3 ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
1. มคี วามใฝ่รู้ มงุ่ มัน่ ในการทางาน และทางานรว่ มกับผอู้ นื่ ได้

4.สาระการเรยี นรู้
แบบจาลองอะตอมของนีลส์ โบร์ อิเล็กตรอนจะเรียงตัวเป็นช้ัน ๆ ตามระดับพลังงาน ทาการ

ทดลองเพ่ือศกึ ษาสเปกตรมั ของแม่เหล็กไฟฟา้ ซ่งึ ประกอบดว้ ยคลื่น แม่เหล็กไฟฟ้าท่ีมีความยาวคล่ืนต่าง ๆ
และมีความถ่ีต่อเน่ืองเป็นช่วงกว้างๆ รวมทั้งสมบัติต่าง ๆ ของคลื่นคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้าแสงที่มองเห็นได้
และช่วงความยาวคลื่นของแถบสตี า่ ง ๆในสเปกตรัม ของแสงขาว

5. กิจกรรมการจดั การเรียนรู้
วธิ ีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (Inquiry Method : 5E)

5.1 ข้ันสรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. ครูนาส่ืออุปกรณ์ท่ีใช้ในการสังเกตการเกิดสเปกตรัมรวมท้ังแผ่นเกรตติงที่ใช้ในการ

สอ่ งดู โดยทีค่ รูอธบิ ายการเกิดสเปกตรมั ท้ัง 2 แบบไดแ้ ก่ สเปกตรัมตอ่ เนอื่ ง และสเปกตรัมไมต่ อ่ เน่ือง
2. ครกู ระตนุ้ ความคดิ นักเรียน โดยมีคาถามดงั น้ี

- แบบจาลองอะตอมของโบรม์ ีลกั ษณะอย่างไร
- ทาไมจึงเกดิ สเปกตรมั
5.2 ขน้ั สารวจและค้นหา (Exploration)

1. ใหน้ ักเรยี นแบ่งกลุ่ม กลุม่ ละ 5 คน โดยคละความสามารถ
2. ครูใหน้ ักเรียนแตล่ ะกลุ่มทาการทดลองตามใบกิจกรรมท่ี 2.1 เรอ่ื ง การทดลองของ
การศึกษาเสน้ สเปกตรัมของธาตุ
3. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มบนั ทึกผลการทดลอง และเขยี นรายงานการทดลองลงในใบงาน
5.3 ขัน้ อธบิ ายและลงขอ้ สรปุ (Explanation)
1. ใหผ้ ู้เรียนแตล่ ะกลมุ่ ออกมานาเสนอผลการสืบค้นข้อมลู หน้าชั้นเรียน
2. ครูให้ความร้เู ก่ียวกับการที่นกั วทิ ยาศาสตรศ์ ึกษาสเปกตรมั ของอะตอมไฮโดรเจน แลว้
นาไปส่กู ารสร้างแบบจาลองอะตอมของโบร์ พรอ้ มเน้นย้าว่า

21

(ครู : สีของเสน้ สเปกตรัมจะบอกถึงค่าพลังงานของเส้นสเปกตรมั นั้นดว้ ย เพราะเส้นสเปกตรมั
เกิดจากการคายพลงั งานของอิเลก็ ตรอนเมื่อมีการเปลยี่ นระดับพลงั งาน ซึ่งการเปลย่ี นแปลงระดับพลังงาน
ของอิเล็กตรอนไม่จาเป็นต้องเปล่ยี นทลี ะระดับ แต่สามารถเปล่ยี นทลี ะหลายระดับได)้

3. ครูใหค้ วามรู้เพ่ิมเติมเรื่องการเปลยี่ นแปลงระดับพลงั งานของอเิ ลก็ ตรอนและการเกิด
สเปกตรมั ของธาตซุ ่ึงชว่ ยใหโ้ บรน์ าข้อมลู มาสร้างแบบจาลองอะตอมท่ีใช้อธบิ ายการเคล่ือนที่ของ
อเิ ล็กตรอนในอะตอมได้มากขึ้น

(ครู : อเิ ล็กตรอนมกี ารเคล่ือนทรี่ อบนิวเคลียส ซ่ึงจะเคลื่อนที่ในระดับพลังงาน โดยระดับ
พลงั งานที่อยใู่ กลน้ วิ เคลียสจะมีระดับพลังงานที่ต่า ในช้นั ถัดออกมาจะมีพลงั งานสูงขน้ึ และย่งิ สูงข้นึ จะอยู่
ใกลก้ นั มากข้ึน เป็นต้น)

4. ครูใหค้ วามรเู้ รอื่ ง คลนื่ แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ สมบตั ิของคลืน่ เกี่ยวกับความยาวคลน่ื และ
ความถีข่ องคล่ืนเพ่ือนาสู่การศึกษาเร่ือง คลืน่ แสง ซง่ึ เปน็ คล่ืนแมเ่ หล็กไฟฟา้ ท่ีมีความถ่ีและความยาวคลื่น
ต่าง ๆ กนั รวมทง้ั แสงทีม่ องเห็นได้ หรือแสงขาว

5. ครูให้ความร้เู ร่ืองการเกิดแถบสเปกตรัมของแสงขาว ซ่ึงประกอบด้วยแสงสีต่าง ๆ
ในชว่ งคล่ืน 400-700 นาโมเมตร และความสัมพันธร์ ะหว่างความถี่ ความยาว และพลังงานของคลื่น

6. ครใู ห้นักเรยี นรว่ มกันอภิปรายและสรปุ ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งความถีข่ องคลื่นกบั ความ
ยาวคลน่ื ความยาวคลนื่ กบั พลังงานของคล่ืน ซง่ึ ควรไดข้ ้อสรุป ดงั นี้

• แสงท่เี ปน็ คล่นื ส้ันจะมีความถ่ีสูงกวา่ แสงที่เปน็ คล่นื ยาว
• แสงทเ่ี ป็นคลืน่ สน้ั จะมีพลังงานสงู กว่าแสงที่เปน็ คลื่นยาว
และควรอภิปรายเพือ่ ให้ได้ข้อสรปุ เพิ่มเติมว่า สเปกตรัมที่มีสีต่างกนั จะมีพลังงานตา่ งกนั โดย
สเปกตรมั สีม่วงจะมีพลังงานสงู ทสี่ ุด และสเปกตรัมสีแดงจะมพี ลังงานต่าทส่ี ุด
5.4 ขนั้ ขยายความเขา้ ใจ (Elaboration)
1. ครตู ้งั ประเดน็ คาถามว่า นักเรยี นสามารถนาความรเู้ รือ่ งแบบจาลองอะตอมและ
การศกึ ษาสเปกตรัมของโบรม์ าใช้ประโยชน์ได้อย่างไร
2. ครูให้นกั เรยี นทาแบบฝึกหดั ในแบบฝึกหัดในหนงั สือเคมี ม.4 หรือแบบฝกึ หัดเพ่ิมเตมิ
3. ครูตง้ั คาถามใหน้ ักเรียนรว่ มกนั อภิปรายเรือ่ งคลนื่ แม่เหล็กไฟฟา้ และสเปกตรัม เช่น
1) เสน้ สเปกตรมั ของธาตุชนิดหนึ่งมี 2 เส้น คอื เส้นสีม่วงที่มีความยาวคล่ืน 410 นาโนเมตร และ
เสน้ สนี า้ เงนิ ทีม่ คี วามยาวคลืน่ 434 นาโนเมตร จะมีพลงั งานตา่ งกนั เท่าใด

22

(แนวตอบ : เส้นสเปกตรัมสมี ว่ งมคี วามยาวคลื่น 410 นาโนเมตร มีคา่ เทา่ กบั 4.1 × 10-7 เมตร
E=

=

= 4.85 × 10-19J
เสน้ สเปกตรัมสีน้าเงนิ มคี วามยาวคลน่ื 434 นาโนเมตร มีคา่ เท่ากับ 4.34 × 10-7 เมตร

E=

=

= 4.58 × 10-19J
ดงั น้นั เส้นสเปกตรัมทงั้ 2 เสน้ มพี ลังงานต่างกนั = (4.85 × 10-19) – (4.58 × 10-19) = 2.7 × 10-20 จลู )

2) ธาตุชนดิ หนึง่ เมอ่ื นาไปเผาไฟจะเกดิ สเปกตรัมหลายเส้น จากการทดลอง พบว่า เส้นสเปกตรัม
หนึง่ มพี ลังงาน 8.64 × 10-22 กโิ ลจลู สเปกตรัมเส้นดงั กล่าวจะมคี วามยาวคล่นื และความถีเ่ ทา่ ใด

(แนวตอบ : พลังงาน 8.64 × 10-22 กโิ ลจูล มีค่าเท่ากบั 8.64 × 10-19 จูล
หาความยาวคล่นื ของเส้นสเปกตรัมนไ้ี ดจ้ าก
E=

==
= 2.3 ×10-7 m

ดังนั้น สเปกตรัมเส้นดังกล่าวมีความยาวคลื่น 2.3 ×10-7 เมตร หรือ 230 นาโนเมตรหาความถ่ีของ
เสน้ สเปกตรมั นี้ได้จาก

v=

=
= 1.3 × 1015 s-1
ดงั นน้ั สเปกตรัมเส้นดงั กล่าวมคี วามถี่ 1.3 × 1015 รอบต่อวินาที หรือ 1.3 × 1015 เฮริ ตซ์

23

5.5 ขั้นประเมนิ ผล (Evaluation)
1. ครูประเมินการเรยี นรขู้ องนักเรียนโดยใช้ใบกิจกรรม เรอ่ื ง การทดลองของการศึกษา

เสน้ สเปกตรมั ของธาตุ
2. การใชแ้ บบทดสอบหลังเรียนเพื่อตรวจสอบความเข้าใจของผู้เรยี น

6. ส่อื และแหลง่ เรียนรู้
6.1 หนงั สอื เรียน รายวิชาเพิ่มเตมิ วทิ ยาศาสตร์ ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 4 เคมี เลม่ 1 ตามผล

การเรยี นรู้กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์ ( ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลกั สตู รแกนกลาง
การศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551

6.2 Power point แบบจาลองอะตอม2
6.3 ใบกิจกรรม เร่ือง การทดลองของการศกึ ษาเส้นสเปกตรมั ของธาตุ
6.4 การด์ ปริศนา

24

25

26

ใบกิจกรรม
เรอื่ ง การทดลองของการศกึ ษาเส้นสเปกตรัมของธาตุ

จุดประสงคก์ ารทดลอง

1. ทาการทดลองเพ่ือศึกษาสเปกตรมั ของแสงอาทิตยแ์ สงจากหลอดฟลอู อเรสเซนตแ์ ละ แสงของ

หลอดบรรจแุ ก๊สชนดิ ต่าง ๆ

2. บอกความแตกต่างระหวา่ งสเปกตรมั ของแสงอาทิตย์แสงจากหลอดฟลูออเรสเซนต์ และแสง

ของหลอดบรรจแุ ก๊สชนิดต่าง ๆ

วสั ดแุ ละอุปกรณ์

1. แผ่นเกรตตงิ 1 แผน่ 2. ชุดศึกษาสเปกตรัมของธาตุ 1 เครื่อง

3. หลอดบรรจุแก๊สชนิดตา่ ง ๆ เช่น แก๊สไฮโดรเจน แกส๊ ฮเี ลียม แก๊ส นีออน ไอปรอท 1 ชุด

วธิ กี ารทดลอง

1. ใชแ้ ผน่ เกรตตงิ ส่องดูแสงอาทติ ย์ (หา้ มส่องดดู วงอาทิตยโ์ ดยตรง) สังเกตสิง่ ที่ปรากฏแล้วส่องดู

แสงจากหลอดฟลูออเรสเซนต์เปรียบเทียบสที สี่ งั เกตได้จากการดแู สงทง้ั สองแหลง่

2. เตรยี มอปุ กรณส์ าหรับศึกษาสเปกตรมั ของธาตุโดยใช้ชดุ ศกึ ษาสเปกตรัมดังรปู

หมายเหตุ การศึกษาแสงจากหลอดฟลูออเรสเซนต์และสเปกตรัมของธาตคุ วรทาในทีม่ ืด
3. ใช้แผน่ เกรตติงส่องดูทห่ี ลอดบรรจแุ กส๊ ไฮโดรเจนขณะที่กาลังเรอื งแสงสงั เกตเสน้ สเปกตรัมท่ี
ปรากฏบันทึกผลการสงั เกต
4. ทาการทดลองเชน่ เดียวกบั ข้อ 3 แตเ่ ปล่ยี นหลอดบรรจุแก๊สไฮโดรเจนเป็นหลอดแก๊สฮีเลยี ม
แกส๊ นอี อนและไอปรอทสังเกตเสน้ สเปกตรัมท่ีปรากฏ

27

ตารางบันทึกผลการทดลอง ผลทไี่ ดจ้ ากการสงั เกต
แหลง่ กาเนิดแสง
แสงจากดวงอาทิตย์

แสงจากหลอดฟลูออเรสเซนต์

แสงจากหลอดบรรจแุ ก๊สไฮโดรเจน

แสงจากหลอดบรรจแุ ก๊สฮเี ลียม

แสงจากหลอดบรรจแุ ก๊สนีออน

แสงจากหลอดบรรจุไอปรอท

สรปุ ผลการทดลอง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

อภปิ รายผลการทดลอง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

28

คาถามท้ายการทดลอง
1. สเปกตรัมที่มองเหน็ จากการใช้แผน่ เกรตตงิ ส่องดูแสงอาทติ ย์กับแสงไฟจากหลอดฟลอู อเรสเซนต์
เหมือนกนั หรือแตกต่างกนั อย่างไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. เส้นสเปกตรัมของแก๊สไฮโดรเจนแก๊สฮเี ลียมแก๊สนีออนและไอปรอทแตกต่างกนั หรอื ไม่อยา่ งไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

29

30

31

32

33

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมนิ คุณลกั ษณะท่พี ึงประสงค์

รายการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน
1. ใฝ่เรยี นรู้
32 1
2. ม่งุ ม่ันในการ
ทางาน ต้ังใจเรยี น สนใจเรียน ต้ังใจเรียน สนใจเรยี น ต้งั ใจเรียน สนใจเรียน

3. ทางานรว่ มกบั กลา้ ซกั ถาม ปรากฏ กลา้ ซกั ถาม ปานกลาง กล้าซกั ถาม ไม่ชดั เจน
ผอู้ ่นื ได้
ชัดเจน

ตั้งใจและรับผดิ ชอบใน ตง้ั ใจและรับผดิ ชอบใน ต้ังใจและรบั ผิดชอบใน

การปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ที ี่ไดร้ ับ การปฏิบตั หิ น้าท่ีที่ได้รบั การปฏบิ ัตหิ น้าที่ที่ไดร้ บั

มอบหมายให้สาเร็จ มอบหมายใหส้ าเร็จ มอบหมายให้สาเรจ็ ลุล่วง

ลุล่วงทกุ คร้ัง ลุลว่ งเป็นส่วนใหญ่ เปน็ บางครั้ง

สามารถปฏิบัตหิ น้าทที่ ี่ สามารถปฏบิ ตั หิ น้าท่ี สามารถปฏิบัติหน้าทท่ี ี่
ไดร้ ับมอบหมายรว่ มกบั ทไ่ี ด้รบั มอบหมาย ไดร้ ับมอบหมายรว่ มกับ
ผอู้ ่ืนได้ไดส้ าเร็จลลุ ่วง รว่ มกบั ผู้อืน่ ได้ไดส้ าเร็จ ผู้อ่ืนได้ไดส้ าเร็จลลุ ว่ ง

ทกุ คร้งั ลลุ ว่ งเป็นสว่ นใหญ่ เปน็ บางครง้ั

เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ หมายถึง 0 (ปรบั ปรงุ )
0 - 2 คะแนน หมายถึง 1 (พอใช้)
3 - 4 คะแนน หมายถงึ 2 (ดี)
5 - 7 คะแนน หมายถึง 3 (ดีเย่ียม)
8 - 9 คะแนน

34

35

36

แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 7

กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวชิ าเพิ่มเติม เคมี1 ว31221 ภาคเรียนท่ี 1/2565 ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 4

หน่วยการเรยี นรู้ที่2 อะตอมและสมบตั ิของธาตุ เวลา 24 ช่ัวโมง

เร่ือง สัญลักษณน์ ิวเคลยี ร์ ไอโซโทป ไอโซโทน ไอโซบาร์ เวลา 2 ช่ัวโมง

ครูผสู้ อน นายพฒั นศกั ดิ์ มูลราช โรงเรียนหนองหานวิทยา

สอนวันท่ี ..............เดือน...............................................พ.ศ. .......................

1. สาระการเรียนรู้และผลการเรียนรู้
มาตรฐานการเรยี นรู้ (สาระเพ่ิมเตมิ เคมี)
ข้อ 1 เขา้ ใจโครงสรา้ งอะตอม การจัดเรยี งธาตใุ นตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พนั ธะเคมีและสมบตั ิ

ของสาร แกส๊ และสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบตั ิของสารประกอบอนิ ทรยี แ์ ละพอลิเมอร์ รวมทั้งการ
นาความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์

ผลการเรยี นรู้
เขียนสญั ลกั ษณ์นวิ เคลียรข์ องธาตุ และระบจุ านวนโปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอนของอะตอม
จากสญั ลกั ษณน์ วิ เคลียร์ รวมท้ังบอกความหมายของไอโซโทป
2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

สญั ลกั ษณน์ ิวเคลยี ร์ของธาตปุ ระกอบดว้ ยสญั ลกั ษณ์ธาตุ เลขอะตอม ซ่งึ แสดงจานวน
โปรตอน และเลขมวลซึ่งแสดงผลรวมของจานวนโปรตอนกับนิวตรอน อะตอมของธาตุชนดิ เดยี วกันทมี่ ี
จานวนโปรตอนเทา่ กนั แต่มจี านวนนวิ ตรอนตา่ งกัน เรียกว่า ไอโซโทป
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

3.1 ด้านความรู้ (K)
1. บอกความหมายของเลขมวล เลขอะตอม สัญลักษณ์นิวเคลียร์ ไอโซโทป ไอโซบาร์ ไอโซ

โทน และไอโซอเิ ล็กทรอนกิ ได้

37

3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการคิด (P)
1. เขียนสัญลักษณ์นิวเคลียร์ของธาตุ และระบุจานวนโปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอน

ของอะตอมจากสัญลักษณ์นิวเคลียร์ รวมทั้งบอกความหมายของไอโซโทป ไอโซโทน ไอโซบาร์ และไอโซ
อเิ ล็กทรอนิก

3.3 ด้านคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
1. ทางานร่วมกับผู้อื่น มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นภายในกลุ่ม ยอมรับฟังความ

คิดเห็นของผู้อน่ื และรบั ผิดชอบต่อหนา้ ทที่ ีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
4.สาระการเรยี นรู้

สัญลักษณ์นิวเคลียร์ของธาตุประกอบด้วยสัญลักษณ์ธาตุ เลขอะตอม ซึ่งแสดงจานวนโปรตอน
และเลขมวลซ่ึงแสดงผลรวมของจานวนโปรตอนกับนิวตรอน อะตอมของธาตุชนิดเดียวกันท่ีมีจานวน
โปรตอนเท่ากัน แต่มีจานวนนิวตรอนต่างกัน เรียกว่า ไอโซโทป ไอโซบาร์ คือ อะตอมของธาตุต่างชนิด
กัน แต่มีเลขมวลเท่ากัน ไอโซโทน คือ อะตอมของธาตุต่างชนิดกัน แต่มีจานวนนิวตรอนเท่ากัน และไอ
โซอเิ ล็กทรอนิก คือ อะตอมของธาตุตา่ งชนดิ กนั แต่มีอิเล็กตรอนเทา่ กัน

5. กจิ กรรมการจดั การเรียนรู้
วธิ ีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (Inquiry Method : 5E)

5.1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement)
1. ครูทบทวนความร้เู ร่อื งแบบจาลองอะตอมให้กบั นกั เรยี น
2. ครูถามคาถามกระตนุ้ ความคิดนกั เรยี น โดยมคี าถามดังนี้
- จากท่ีนักเรียนได้เรียนเก่ียวกับแบบจาลองอะตอมแบบต่างๆ นักเรียนคิดว่า

แบบจาลองอะตอมนน้ั มลี ักษณะอยา่ งไร (นกั เรยี นตอบตามท่ีเขา้ ใจ)
- แล้วจากท่ีนักวิทยาศาสตร์ต่างๆ ได้ทาการทดลอง ภายในอะตอมน้ันประกอบด้วย

อะไรบ้าง (โปรตอน อิเล็กตรอน นวิ ตรอน)
3. ครูช้ีแจงจุดประสงค์ในการเรียนวันน้ี (อนุภาคมูลฐานของอะตอม เลขอะตอม เลข

มวล และสญั ลกั ษณ์นวิ เคลียร์)
5.2 ขั้นสารวจและคน้ หา (Exploration)
1. แบง่ นกั เรยี นออกเป็นกลุม่ โดยคละความสามารถตามความเหมาะสมให้มที ้ังนกั เรยี น

ชายและหญงิ ภายในกลุ่มกลมุ่ ละ 3-5 คน (ควรใชก้ ลุ่มเดิมที่แลว้ เพ่ือความสะดวก)

38

2. ครูใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลุ่มศึกษาสัญลกั ษณ์นวิ เคลียรข์ องธาตวุ า่ แต่ละตัวอักษรมี
ความหมายว่าอย่างไร ต่อไปนี้ (ดงั ภาพ)

และความหมายหรอื ความสัมพนั ธข์ องคาว่า ไอโซโทป(Isotope) ไอโซโทน (Isotones) ไอโซบาร์ (Isobar)
3. ครใู ห้นักเรียนแต่ละกล่มุ รว่ มกนั สรุปสัญลกั ษณ์ของธาตุ อนุภาคมลู ฐานต่างๆ และ

ไอโซโทป ไอโซโทน ไอโซบาร์ ไอโซอิเลก็ ทรอนิก ของกลมุ่ ตัวเอง (โดยใชเ้ ทคนิคแผนภาพความคดิ Mind
Map ในการสรปุ )

5.3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation)
1. ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายและเปรียบเทียบสมบัติของอิเล็กตรอน โปรตอน และ

นิวตรอน ซ่งึ นักเรยี นควรได้ข้อสรปุ วา่ อเิ ล็กตรอนและโปรตอนมีประจุไฟฟ้าเท่ากัน แต่อิเล็กตรอนมีประจุ
ลบ สว่ นโปรตอนมปี ระจุบวก และนิวตรอนไม่มปี ระจไุ ฟฟ้า

2. ครูอธบิ ายเพ่มิ เติมในประเด็นต่าง ๆ ดงั น้ี
 อธิบายการหาอนุภาคมูลฐานของธาตแุ ละการเขยี นสัญลักษณน์ ิวเคลยี ร์
 อธบิ ายถึงสภาวะทีอ่ ะตอมมจี านวนโปรตอนและจานวนอิเล็กตรอนไม่เท่ากัน เรียกว่า

ไอออน (ion) เกิดขนึ้ ไดอ้ ย่างไร และมีผลอยา่ งไร
 อธิบายเพ่ิมเติมเกี่ยวกับไอโซโทป (Isotope) ไอโซโทน (Isotone) และไอโซบาร์

(Isobar)
3. ครูต้ังคาถามให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายเรื่องสัญลักษณ์ของธาตุ และไอโซโทป ไอโซ
โทน และไอโซบาร์ เช่น
 จากสญั ลกั ษณน์ ิวเคลียร์ ตวั A และ Z หมายถึงอะไร
(แนวตอบ : A หมายถึง เลขมวล ซึ่งเป็นจานวนโปรตอนรวมกับจานวนนิวตรอนใน

นิวเคลียส และ Z หมายถึง เลขอะตอม ซงึ่ เป็นจานวนโปรตอนในนิวเคลียส)

39

 การเปล่ยี นแปลงจากอะตอมของธาตไุ ปเปน็ ไอออนเกิดขนึ้ จากอะไร)
4. ครูอภปิ รายสรปุ ใหค้ วามรู้เกย่ี วกับอนุภาคมลู ฐานของอะตอมและสญั ลกั ษณน์ วิ เคลียร์
ไอโซโทป ไอโซโทน ไอโซบาร์ ให้กบั นักเรียนเพ่มิ เติมโดยใช้แผนภาพความคิด (Mind Map)

5.4 ขนั้ ขยายความเข้าใจ (Elaboration)
1. ครูถามคาถามเพื่อเชื่อมโยงส่ิงท่ีผ้เู รยี นไดเ้ รียนรวู้ ่านาไปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวติ ประจาวนั

ไดอ้ ยา่ งไรโดยใช้ Power point เรื่อง สัญลกั ษณ์นิวเคลยี ร์ ไอโซโทป ไอโซโทน ไอโซบาร์ และครใู ห้
นกั เรยี นทาใบงานเรอื่ งอนุภาคมลู ฐานของอะตอมและสัญลักษณ์นิวเคลียร์ เพ่อื ใหน้ กั เรยี นได้ฝกึ ทักษะทา
ใหน้ กั เรยี นมีความเข้าใจมากยิ่งขึน้ เชน่ นักเรียนคิดว่าการศึกษาเร่ืองอนภุ าคมูลฐานและสัญลักษณ์
นิวเคลียร์มีประโยชนอ์ ยา่ งไรบ้าง

(แนวตอบ : ทาใหเ้ ราทราบองคป์ ระกอบของธาตุและศกึ ษาสัญลักษณ์ของธาตุ เลขมวล เลข
อะตอม ในตารางธาตุและเพ่ือประโยชนใ์ นการเรยี นต่อไป)

2. กาหนดธาตใุ ห้ 6 ธาตุ ดังนี้ และ จงระบุว่า

ธาตใุ ดเป็นไอโซโทป ไอโซโทน หรือไอโซบารก์ ัน พร้อมทง้ั ให้เหตุผลประกอบ

(แนวตอบ : ธาตุ และ เป็นไอโซโทปกนั เนอ่ื งจากเปน็ อะตอมของธาตชุ นิดเดยี วกนั ท่ี

มจี านวนโปรตอนเทา่ กนั แตม่ ีจานวนนิวตรอนต่างกนั ธาตุ และ เปน็ ไอโซโทนกัน เนื่องจาก

เปน็ อะตอมของธาตตุ า่ งชนดิ กัน แต่มีจานวนนวิ ตรอนเทา่ กัน ธาตุ และ เป็นไอโซบาร์กัน

เนอื่ งจากเปน็ อะตอมของธาตุตา่ งชนิดกนั แต่มเี ลขมวลเท่ากนั )

3. ให้นักเรียนเขียนสรุปความรู้เป็นแผนภาพความคิด (Mind map) ตามความเข้าใจของ

ตวั เองเกีย่ วกบั สัญลักษณข์ องธาตุและสัญลกั ษณ์นิวเคลียร์ และไอโซโทป (Isotope) ไอโซโทน (Isotones)

ไอโซบาร์ (Isobar) (โดยครยู กตัวอย่างการเขยี นแผนภาพเป็นตวั อย่างใหน้ ักเรยี นดเู พื่อเป็นแนวทาง)

5.5 ข้ันประเมนิ ผล (Evaluation)

1. ครูตรวจสอบผลจากการทาใบงาน เรื่อง อนภุ าคมูลฐานของอะตอมและสัญลกั ษณ์

นวิ เคลียร์ และเรื่อง ไอโซโทป ไอโซโทน และโซบาร์

40

6. สื่อและแหล่งเรียนรู้
6.1 หนงั สอื เรียน รายวิชาเพม่ิ เตมิ วทิ ยาศาสตร์ ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 เคมี เลม่ 1 ตามผล

การเรียนรู้กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ( ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560) ตามหลักสตู รแกนกลาง
การศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551

6.2 Power point เรอ่ื ง สญั ลกั ษณ์นิวเคลยี ร์ ไอโซโทป ไอโซโทน ไอโซบาร์
6.3 ใบงาน เรื่อง อนภุ าคมูลฐานของอะตอมและสญั ลักษณ์นวิ เคลียร์
6.4 ปากกาสี
6.5 กระดาษ A4 หรือกระดาษชาร์ท
6.6 การ์ดปรศิ นา

41

42

43

ใบงาน
เร่ือง อนภุ าคมลู ฐานของอะตอมและสัญลกั ษณ์นวิ เคลียร์

คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นตอบคาถามตอ่ ไปนี้
1.เลขอะตอม คอื
............................................................................................................................................................
2.เลขมวล คอื
............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................
3. วธิ กี ารเขียนสัญลกั ษณ์นิวเคลยี ร์ตามข้อตกลงสากล คอื
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
4. ธาตุชนิดหน่ึงมจี านวนโปรตอนเทา่ กับ 6 ตวั และนวิ ตรอน 7 ตวั อยากทราบวา่ ธาตุชนดิ นี้จะมี
สัญลกั ษณน์ วิ เคลียรเ์ ปน็ อย่างไรและธาตนุ ั้นเปน็ ธาตุอะไร
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
5. บอกจานวนอนุภาคมูลฐาน หรอื สญั ลักษณน์ ิวเคลียรข์ องตารางธาตุในตารางต่อไปน้ี

สัญลักษณข์ อง อนภุ าคมลู ฐาน เลขมวล เลขอะตอม

ธาตุ โปรตอน นวิ ตรอน อิเลก็ ตรอน

19 37 19
10
87

8 16 8


Click to View FlipBook Version