44
เรื่อง ไอโซโทป ไอโซโทน และโซบาร์
1. ใหท้ าเคร่อื งหมาย ลงในชอ่ งวา่ ง ให้ถกู ต้องตามความเหมาะสม
สาร ผลการพิจารณา
ไอโซโทป ไอโซโทน ไอโซบาร์
(Isotope ) ( Isotone ) (Isobar )
45
46
47
48
49
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมนิ คุณลกั ษณะท่พี ึงประสงค์
รายการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน
1. ใฝ่เรยี นรู้
32 1
2. ม่งุ ม่ันในการ
ทางาน ต้ังใจเรยี น สนใจเรียน ต้ังใจเรียน สนใจเรยี น ต้งั ใจเรียน สนใจเรียน
3. ทางานรว่ มกบั กลา้ ซกั ถาม ปรากฏ กลา้ ซกั ถาม ปานกลาง กล้าซกั ถาม ไม่ชดั เจน
ผอู้ ่นื ได้
ชัดเจน
ตั้งใจและรับผดิ ชอบใน ตง้ั ใจและรับผดิ ชอบใน ต้ังใจและรบั ผิดชอบใน
การปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ที ี่ไดร้ ับ การปฏิบัตหิ น้าท่ีที่ไดร้ บั การปฏบิ ัตหิ น้าที่ที่ไดร้ บั
มอบหมายให้สาเร็จ มอบหมายใหส้ าเร็จ มอบหมายให้สาเรจ็ ลุล่วง
ลุล่วงทกุ คร้ัง ลุลว่ งเป็นส่วนใหญ่ เปน็ บางครั้ง
สามารถปฏิบัตหิ น้าทที่ ี่ สามารถปฏบิ ตั หิ น้าท่ี สามารถปฏิบัติหน้าทท่ี ี่
ไดร้ ับมอบหมายรว่ มกบั ทไ่ี ด้รบั มอบหมาย ไดร้ ับมอบหมายรว่ มกับ
ผอู้ ่ืนได้ไดส้ าเร็จลลุ ่วง รว่ มกบั ผอู้ ืน่ ได้ไดส้ าเร็จ ผู้อ่ืนได้ไดส้ าเร็จลลุ ว่ ง
ทกุ คร้งั ลลุ ว่ งเป็นสว่ นใหญ่ เปน็ บางครง้ั
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ หมายถึง 0 (ปรบั ปรงุ )
0 - 2 คะแนน หมายถึง 1 (พอใช้)
3 - 4 คะแนน หมายถงึ 2 (ดี)
5 - 7 คะแนน หมายถึง 3 (ดีเย่ียม)
8 - 9 คะแนน
50
51
52
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 8
กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รายวิชาเพิม่ เติม เคมี1 ว31221 ภาคเรียนท่ี 1/2565 ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 4
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี2 อะตอมและสมบตั ิของธาตุ เวลา 24 ช่วั โมง
เรื่อง การจัดเรียงอิเล็กตรอน เวลา 3 ชว่ั โมง
ครูผสู้ อน นายพฒั นศกั ด์ิ มลู ราช โรงเรยี นหนองหานวิทยา
สอนวนั ที่ ..............เดือน...............................................พ.ศ. .......................
1. สาระการเรยี นรูแ้ ละผลการเรยี นรู้
มาตรฐานการเรียนรู้ (สาระเพ่มิ เตมิ เคมี)
ข้อ 1 เขา้ ใจโครงสรา้ งอะตอม การจดั เรยี งธาตใุ นตารางธาตุ สมบัตขิ องธาตุ พนั ธะเคมแี ละสมบตั ิ
ของสาร แก๊สและสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัตขิ องสารประกอบอนิ ทรีย์และพอลิเมอร์ รวมท้ังการ
นาความรู้ไปใช้ประโยชน์
ผลการเรยี นรู้
อธบิ ายและเขยี นการจดั เรียงอเิ ล็กตรอนในระดับพลงั งานหลัก และระดบั พลงั งานย่อย เมื่อทราบ
เลขอะตอมของธาตุ
2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การศึกษาสเปกตรัมการเปลง่ แสงของอะตอมแก๊สทาให้ทราบว่า อเิ ล็กตรอนจดั เรยี งอยรู่ อบ ๆ
นิวเคลยี สในระดบั พลงั งานหลกั ตา่ ง ๆ และแต่ละระดบั พลงั งานหลกั ยงั แบ่งเป็นระดับพลังงานย่อยซ่ึงมี
บรเิ วณที่จะพบอิเล็กตรอนเรยี กว่า ออร์บิทัล ไดแ้ ตกตา่ งกัน และอเิ ล็กตรอนจะจัดเรยี งในออรบ์ ิทลั ให้มี
ระดับพลังงานต่าทสี่ ดุ สาหรบั อะตอมในสถานะพนื้
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 ด้านความรู้ (K)
1. บอกความแตกตา่ งของระดับพลังงานหลกั พลงั งานยอ่ ย และออรบ์ ิทัลได้
2. จัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอมเมื่อทราบเลขอะตอมของธาตุ พร้อมท้ังระบุ หมู่ คาบ และ
กลมุ่ ของธาตใุ นตารางธาตไุ ด้
53
3.2 ดา้ นทักษะ/กระบวนการคดิ (P)
1. เขียนการจดั เรยี งอเิ ลก็ ตรอนในระดบั พลงั งานหลักและระดบั พลังงานย่อยได้
3.3 ด้านคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
1. ทางานร่วมกับผู้อื่น มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นภายในกลุ่ม ยอมรับฟัง ความ
คิดเห็นของผูอ้ ่นื และรบั ผิดชอบต่อหน้าทท่ี ่ีได้รับมอบหมาย
4.สาระการเรียนรู้
การจดั เรียงอเิ ล็กตรอน
จานวนอเิ ลก็ ตรอนในแต่ละระดับชนั้ พลังงาน เท่ากบั 2n2 เมือ่ n คอื ระดับพลงั งาน
ระดบั พลงั งานยอ่ ย แต่ละชนั้ พลงั งานจะมีชน้ั พลงั งานย่อย s, p, d, f ตามลาดับ โดยแต่ละออร์
บิทัลสามารถบรรจอุ เิ ล็กตรอนได้ 2 อิเลก็ ตรอน
แผนภาพแสดงระดับช้ันพลงั งานยอ่ ยในระดบั ช้ันพลงั งานหลัก
หลักเกณฑก์ ารจัดเรียงอเิ ลก็ ตรอนลงในรับชน้ั พลงั งานยอ่ ย
หลักการกีดกันของเพาลี : แต่ละออร์บิทัลจะจัดอิเล็กตรอนได้มากที่สุด 2 อิเล็กตรอนเท่านั้น
ซึ่งท้งั 2 อเิ ล็กตรอนจะมีทศิ ทางตา่ งกนั
54
หลักการของอาฟบาว : บรรจุอิเลก็ ตรอนลงในออรบ์ ทิ ัลท่มี ีพลังงานต่าสุดก่อน
กฎของฮนุ ด์ : บรรจุอิเล็กตรอนให้อยู่ในลักษณะเด่ียวให้มากที่สุดสาหรับอิเล็กตรอนที่จัดอยู่ใน
ออรบ์ ิทลั ท่มี ีระดับลังงานเทา่ กัน
5. กจิ กรรมการจดั การเรยี นรู้
วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (Inquiry Method : 5E)
5.1 ขนั้ สร้างความสนใจ (Engagement)
1. ครูต้ังคาถามให้นักเรียนอภิปรายว่า แบบจาลองอะตอมของโบว์แตกต่างจากแบบจาลอง
อะตอมของรัทเทอร์ฟอรด์ อย่างไร (แนวตอบ : อิเล็กตรอนรอบนิวเคลียสเคลื่อนท่ีเป็นวงคล้ายวงโคจรของ
ดาวเคราะหร์ อบดวงอาทติ ย์ แต่ละวงมีพลังงานเฉพาะตวั )
2. ครยู กตัวอยา่ งธาตุมา 1 ชนิด เช่น แลว้ ถามคาถาม ดงั นี้
- จากธาตทุ ีก่ าหนดให้ นกั เรียนคดิ วา่ มีอนภุ าคมลู ฐานอย่างไร
- หากเป็นไปตามแบบจาลองอะตอมของโบร์ อิเลก็ ตรอนของธาตทุ ี่กาหนดให้มีการจัดเรียง
ตัวอยา่ งไร เมอื่ n คอื ตวั เลขแสดงระดับพลังงาน
55
5.2 ขน้ั สารวจและคน้ หา (Exploration)
1. นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ กลมุ่ ละ 4 คน ศึกษาขอ้ มูลเกีย่ วกบั การจัดเรยี งอเิ ล็กตรอนในอะตอม
2. ส่มุ นกั เรียน 2 กลมุ่ สง่ ตวั แทนออกมาอภปิ รายหน้าช้นั เรยี น
3. นักเรียนเพื่อทดสอบความเข้าใจโดยการถามของครู ดงั น้ี
- ในระดับพลังงานที่ 1 และ 2 มีจานวนอิเล็กตรอนสูงสุดเท่าใด (แนวตอบ : 2 และ 8
ตามลาดับ)
- ถ้าในระดับพลังงานท่ี 3 มีจานวนอิเล็กตรอนสุงสุด 18 อิเล็กตรอน ระดับพลังงานกับ
จานวนอิเล็กตรอนสูงสุดในแต่ละระดับพลังงานมีความสัมพันธ์กันหรือไม่ อย่างไร (แนวตอบ : จานวน
อเิ ล็กตรอนสูงสดุ กบั ระดับพลังงานมคี วามสมั พันธ์ดังน้ี คอื 2n2 เม่อื n คอื ตัวเลขแสดงระดับพลงั งาน)
5.3 ขนั้ อธบิ ายและลงขอ้ สรปุ (Explanation)
1. ครูแสดงจานวนอิเล็กตรอนในแต่ละระดับพลังงานของธาตุ K (2 8 8 1) และ Ca (2 8 8
2) จากน้ันตั้งคาถามว่า จากสูตร 2n2 จานวนอิเล็กตรอนสูงสุดในระดับพลังงานที่ 3 ควรเป็น 18
อิเลก็ ตรอน แตเ่ พราะเหตุใดอเิ ลก็ ตรอนในระดบั พลงั งานท่ี 3 ของธาตุ K และ Ca จึงมีเพียง 8 อเิ ล็กตรอน
2. ครูให้ความรู้ในเรื่องระดับพลังงานหลักและระดับพลังงานย่อยของอิเล็กตรอนในอะตอม
ดังนี้
1) ในระดับพลังงานหลกั แบง่ เป็นระดับพลงั งานย่อย คอื s p d f ตามลาดับ
2) ในระดบั พลังงานหลักที่ 1–4 มจี านวนระดับพลังงานยอ่ ยต่าง ๆ ดงั น้ี
พลงั งานหลักท่ี 1 มีระดับพลังงานยอ่ ยคอื 1s
พลงั งานหลกั ท่ี 2 มรี ะดับพลังงานยอ่ ยคือ 2s 2p
พลงั งานหลกั ท่ี 3 มีระดบั พลังงานยอ่ ยคอื 3s 3p 3d
พลังงานหลักที่ 4 มีระดับพลังงานย่อยคอื 4s 4p 4d 4f
3) ระดับพลงั งานย่อยในระดับพลังงานหลักเดียวกันมีค่าพลังงานแตกต่างกัน เช่น 2p มี
พลังงานมากกว่า 2s
4) ลาดับระดับพลงั งานทบ่ี รรจุอเิ ล็กตรอนไม่จาเปน็ ต้องเรียงตามพลังงานหลักเสมอ เช่น
4s มพี ลังงานต่ากว่า 3d ดงั นนั้ จึงบรรจุอเิ ล็กตรอนใน 4s กอ่ น 3d
56
3. ครอู ธบิ ายความหมายของคาว่าออร์บิทัล จากน้ันให้นักเรียนศึกษาระดับพลังงานที่แสดง
จานวนออร์บิทัล และร่วมกันอภิปรายว่า ในแต่ละระดับพลังงานย่อยมีจานวนออร์บิทัลเท่ากันหรือไม่
อย่างไร และจานวนอิเล็กตรอนสูงสุดในระดับพลังงานย่อยมีเท่าไร (แนวตอบ : ในแต่ละระดับพลังงาน
ย่อยมีจานวนออร์บิทลั แตกตา่ งกัน และในแตล่ ะออรบ์ ทิ ลั มจี านวนอิเล็กตรอนสงู สุด 2 อิเล็กตรอน โดยท่ี
ระดบั พลงั งานยอ่ ย s ม1ี ออร์บทิ ลั มีจา นวนอเิ ลก็ ตรอนสงู สดุ 2
ระดบั พลังงานยอ่ ย p มี3 ออรบ์ ทิ ลั มีจา นวนอเิ ล็กตรอนสูงสดุ 6
ระดบั พลงั งานยอ่ ย d ม5ี ออร์บิทลั มีจา นวนอิเล็กตรอนสงู สดุ 10
ระดบั พลงั งานยอ่ ย f มี7 ออร์บทิ ลั มจี า นวนอิเลก็ ตรอนสงู สดุ 14)
4. ครูใหค้ วามรแู้ ละยกตวั อยา่ งเก่ียวกับการจดั เรยี งอิเลก็ ตรอนของธาตุ ดังน้ี
1) บรรจอุ เิ ล็กตรอนในออร์บทิ ัลทม่ี ีพลงั งานตา่ สุดและวา่ งก่อนเสมอ
2) การบรรจอุ เิ ล็กตรอนในออร์บทิ ลั มลี าดับเป็นดังน้ี
1s 2s 2p 3s 3p 4s 3d 4p 5s 4d 5p 6s 4f 5d 6p 7s 5f 6d 7p ……
5.4 ขน้ั ขยายความเข้าใจ (Elaboration)
1. นักเรียนเขียนการจัดเรียงอิเล็กตรอนของธาตุท่ีมีเลขอะตอม 1-12 แล้วนาไปตรวจสอบ
กับขอ้ มลู ในหนังสือเรียน จากน้ันย้อนกลับไปตอบคาถามว่าเพราะเหตุใดอิเล็กตรอนในระดับพลังงานท่ี 3
ของธาตุ K และ Ca จึงมีเพยี ง 8 อเิ ลก็ ตรอน
2. ครูให้ความรเู้ พิ่มเติมว่า การจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอมอาจเขียนแบบย่อ โดยแทนการ
จัดเรียงอเิ ล็กตรอนบางส่วนด้วยแกนแก๊สมีสกุล (noble gas core) ซึ่งใช้สัญลักษณ์ของแก๊สมีสกุลที่อยู่ใน
คาบกอ่ นหนา้ ไว้ในวงเล็บเหล่ียม ตามด้วยสัญลักษณ์แสดงการบรรจุอิเล็กตรอนในระดับพลังงานย่อยท่ีอยู่
ชน้ั ถดั ออกไป เชน่ โซเดียม จดั เรยี งอิเลก็ ตรอนเป็น 1s2 2s2 2p6 3s1 เขียนโดยใช้แกนแก๊สมสี กุลเป็น [Ne]
3s1 โดย [Ne] หมายถงึ แกนนอี อนซึง่ แทนการจดั เรียงอิเลก็ ตรอน 1s2 2s2 2p6
3. ครูต้ังคาถามว่า การท่ีธาตุเกิดเป็นไอออน มีการเปลี่ยนแปลงจานวนอนุภาคชนิดใดของ
อะตอม (แนวตอบ : อิเล็กตรอน ซ่ึงไอออนลบเกิดจากอะตอมรับอิเล็กตรอนเพ่ิมเข้ามา ส่วนไอออนบวก
เกิดจากอะตอมเสียอเิ ล็กตรอนออกไป)
4. ใหค้ วามรเู้ กย่ี วกบั การจัดเรียงอเิ ล็กตรอน ดงั นี้
57
1) กรณีที่ธาตุได้รับอิเล็กตรอน ให้บรรจุอิเล็กตรอนปกติรวมกับอิเล็กตรอนท่ีรับเข้ามา
ตามลาดบั ระดับพลงั งานโดยอาศยั แผนภาพตามหลกั เอาฟบาว เช่น
N : 1s2 2s2 2p3
N3- : 1s2 2s2 2p6 (รับเพิ่ม 3 อเิ ล็กตรอน)
2) กรณีท่ีธาตุเสียอิเล็กตรอน ให้บรรจุอิเล็กตรอนตามปกติก่อน จากน้ัน จึงนา
อิเล็กตรอนท่อี ย่ชู ั้นนอกสุดออก เช่น
Al : 1s2 2s2 2p6 3s2 3p1
Al3+: 1s2 2s2 2p6 (เสีย 3 อิเลก็ ตรอน)
Fe : 1s2 2s2 2p6 3s2 3p6 4s2 3d6
Fe2+ : 1s2 2s2 2p6 3s2 3p6 3d6 (เสีย 2 อเิ ล็กตรอน)
ไมใ่ ช่ 1s2 2s2 2p6 3s2 3p6 4s2 3d4
5.5 ขัน้ ประเมินผล (Evaluation)
1. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปหลักการของการจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอม จนนักเรียน
เกดิ ความเขา้ ใจที่ตรงกัน
2. ครูตั้งประเด็นคาถามเพ่ือขยายความเข้าใจของนักเรียนว่า การจัดเรียงอิเล็กตรอนใน
อะตอมของธาตุแต่ละชนิดสามารถบอกสมบัติต่างๆของธาตุชนิดน้ันได้หรือไม่ อย่างไร ให้นักเรียนร่วม
แสดงความคิดเห็น
3. นักเรยี นทาใบงาน เรื่อง การจดั เรยี งอิเลก็ ตรอน
6. ส่ือและแหล่งเรยี นรู้
6.1 หนังสอื เรียน รายวชิ าเพ่ิมเติมวิทยาศาสตร์ ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 4 เคมี เลม่ 1 ตามผล
การเรียนรกู้ ลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ( ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560) ตามหลักสตู รแกนกลาง
การศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551
6.2 Power point เรอื่ ง การจัดเรียงอิเล็กตรอน
6.3 ใบงาน เร่ือง การจดั เรียงอเิ ลก็ ตรอน
6.4 การด์ ปริศนา
58
59
60
เร่ือง การจดั เรยี งอิเลก็ ตรอน
คาชแ้ี จง : ให้นกั เรียนตอบคาถามตอ่ ไปน้ี
1. จานวนอเิ ล็กตรอนที่มไี ด้มากท่สี ุดในแต่ละระดับพลังงาน คอื ............................................................
2. เมอื่ n คอื ระดบั พลงั งานต่าง ๆ ภายในอะตอม ดงั นัน้ อเิ ล็กตรอนที่จะบรรจุได้มีค่า ดังนี้
- ระดบั พลงั งานท่ี 1 (n = 1) มอี ิเล็กตรอนมากทส่ี ดุ คือ....................................................................
- ระดบั พลงั งานที่ 2 (n = 2) มอี เิ ลก็ ตรอนมากท่ีสดุ คอื ....................................................................
- ระดับพลังงานที่ 3 (n = 3) มอี เิ ล็กตรอนมากทส่ี ดุ คอื ....................................................................
- ระดับพลงั งานที่ 4 (n = 4) มีอิเลก็ ตรอนมากที่สุด คือ....................................................................
3. อเิ ลก็ ตรอนท่อี ยูร่ ะดับพลงั งานชัน้ นอกสุด เรียกว่า .................................. ซึ่งสามารถบอก...............
................................................................................................................................................................
4. เตมิ ขอ้ มลู ลงในตารางให้ถูกต้อง
ระดับพลังงานหลกั ระดับพลังงานย่อย จานวนออร์บิทลั จานวนอเิ ล็กตรอน
ที่สามารถบรรจไุ ด้
n=1
n=2
n=3
n=4
5. ถา้ ธาตุ A B C D มีการจัดอเิ ลก็ ตรอน ดังน้ี ธาตุ B : 1s2 2s2 2p6 3s2 3p4
ธาตุ A : 1s2 2s2 2p6 ธาตุ D : 1s2 2s2 2p6 3s2 3p1
ธาตุ C : 1s2 2s2 2p6 3s2 3p6 4s1 3d0
1) ธาตุ A B C และ D มเี ลขอะตอมเท่ากับ ………………………………………………………..
2) ธาตุ A B C และ D มีการจัดเรยี งอิเลก็ ตรอนในระดับพลังงานหลกั ดงั น้ี
ธาตุ A = ……………… ธาตุ B = ……………… ธาตุ C = ……………… ธาตุ D = ………………
61
6. จงจัดอิเล็กตรอนในระดับพลงั งานยอ่ ยของธาตตุ ่อไปน้ี
ธาตุ เลขอะตอม แผนภาพการจดั เรียงในออรบ์ ทิ ัล จัดอเิ ล็กตรอนในระดบั พลงั งาน
ยอ่ ย
Cl
C
P
Ca
Mg
K
62
ใบงาน เฉลย
เร่ือง การจัดเรยี งอเิ ล็กตรอน
คาช้แี จง : ใหน้ กั เรยี นตอบคาถามตอ่ ไปนี้
1. จานวนอเิ ลก็ ตรอนท่มี ีได้มากทีส่ ดุ ในแตล่ ะระดับพลังงาน คอื 2n2
2. เม่ือ n คอื ระดบั พลังงานต่าง ๆ ภายในอะตอม ดงั นั้น อิเล็กตรอนท่ีจะบรรจุได้มีคา่ ดงั นี้
- ระดบั พลังงานท่ี 1 (n = 1) มอี เิ ล็กตรอนมากที่สดุ คือ 2 x 12 = 2
- ระดับพลงั งานท่ี 2 (n = 2) มอี ิเล็กตรอนมากทีส่ ุด คือ 2 x 22 = 8
- ระดับพลังงานท่ี 3 (n = 3) มอี เิ ลก็ ตรอนมากท่ีสดุ คือ 2 x 32 = 18
- ระดบั พลงั งานท่ี 4 (n = 4) มอี เิ ล็กตรอนมากที่สุด คือ 2 x 42 = 32
3. อเิ ล็กตรอนท่ีอยู่ระดบั พลังงานชน้ั นอกสุด เรยี กวา่ เวเลนซอ์ เิ ล็กตรอน ซง่ึ สามารถบอก หมู่ของธาตุใน
ตารางธาตุ
4. เตมิ ขอ้ มลู ลงในตารางให้ถูกตอ้ ง
ระดบั พลังงานหลกั ระดบั พลังงานย่อย จานวนออรบ์ ทิ ลั จานวนอิเลก็ ตรอน
ทส่ี ามารถบรรจไุ ด้
n=1 s 1
n=2 sp 1+3=4 2
n=3 spd 1+3+5=9 8
n=4 spdf 1 + 3 + 5 + 7 = 16 18
32
5. ถ้า ธาตุ A B C D มกี ารจดั อิเลก็ ตรอน ดงั น้ี ธาตุ B : 1s2 2s2 2p6 3s2 3p4
ธาตุ A : 1s2 2s2 2p6
ธาตุ C : 1s2 2s2 2p6 3s2 3p6 4s1 3d0 ธาตุ D : 1s2 2s2 2p6 3s2 3p1
1) ธาตุ A B C และ D มเี ลขอะตอมเท่ากบั 10 16 19 และ 13 ตามลาดบั
2) ธาตุ A B C และ D มกี ารจัดเรยี งอเิ ล็กตรอนในระดับพลงั งานหลัก ดงั นี้
ธาตุ A = 2 8 ธาตุ B = 2 8 6 ธาตุ C = 2 8 8 1 ธาตุ D = 2 8 3
63
6. จงจดั อิเล็กตรอนในระดับพลงั งานย่อยของธาตตุ ่อไปนี้
ธาตุ เลข แผนภาพการจัดเรยี งในออรบ์ ทิ ัล จดั อเิ ลก็ ตรอนในระดบั
อะตอม พลงั งานยอ่ ย
Cl 17 1s2 2s2 2p6 3s2 3p5
C6 1s2 2s2 2p2
P 15 1s2 2s2 2p6 3s2 3p3
1s2 2s2 2p6 3s2 3p6 4s2
Ca 20 3d0
1s2 2s2 2p6 3s2
Mg 12
K 19 1s2 2s2 2p6 3s2 3p6 4s1
64
65
66
67
68
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมนิ คุณลกั ษณะท่พี ึงประสงค์
รายการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน
1. ใฝ่เรยี นรู้
32 1
2. ม่งุ ม่ันในการ
ทางาน ต้ังใจเรยี น สนใจเรียน ต้ังใจเรียน สนใจเรยี น ต้งั ใจเรียน สนใจเรียน
3. ทางานรว่ มกบั กลา้ ซกั ถาม ปรากฏ กลา้ ซกั ถาม ปานกลาง กล้าซกั ถาม ไม่ชดั เจน
ผอู้ ่นื ได้
ชัดเจน
ตั้งใจและรับผดิ ชอบใน ตง้ั ใจและรับผดิ ชอบใน ต้ังใจและรบั ผิดชอบใน
การปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ที ี่ไดร้ ับ การปฏิบตั หิ น้าท่ีที่ได้รบั การปฏบิ ัตหิ น้าที่ที่ไดร้ บั
มอบหมายให้สาเร็จ มอบหมายใหส้ าเร็จ มอบหมายให้สาเรจ็ ลุล่วง
ลุล่วงทกุ คร้ัง ลุลว่ งเป็นส่วนใหญ่ เปน็ บางครั้ง
สามารถปฏิบัตหิ น้าทที่ ี่ สามารถปฏบิ ตั หิ น้าท่ี สามารถปฏิบัติหน้าทท่ี ี่
ไดร้ ับมอบหมายรว่ มกบั ทไ่ี ด้รบั มอบหมาย ไดร้ ับมอบหมายรว่ มกับ
ผอู้ ่ืนได้ไดส้ าเร็จลลุ ่วง รว่ มกบั ผู้อืน่ ได้ไดส้ าเร็จ ผู้อ่ืนได้ไดส้ าเร็จลลุ ว่ ง
ทกุ คร้งั ลลุ ว่ งเป็นสว่ นใหญ่ เปน็ บางครง้ั
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ หมายถึง 0 (ปรบั ปรงุ )
0 - 2 คะแนน หมายถึง 1 (พอใช้)
3 - 4 คะแนน หมายถงึ 2 (ดี)
5 - 7 คะแนน หมายถึง 3 (ดีเย่ียม)
8 - 9 คะแนน
69
70
71
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 9
กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
รายวชิ าเพมิ่ เติม เคม1ี ว31221 ภาคเรยี นที่ 1/2565 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4
หน่วยการเรยี นรู้ท่2ี อะตอมและสมบัติของธาตุ เวลา 24 ชัว่ โมง
เรื่อง ตารางธาตุ เวลา 2 ชัว่ โมง
ครผู ้สู อน นายพัฒนศักดิ์ มูลราช โรงเรยี นหนองหานวิทยา
สอนวนั ท่ี ..............เดอื น...............................................พ.ศ. .......................
1. สาระการเรยี นรแู้ ละผลการเรียนรู้
มาตรฐานการเรยี นรู้ (สาระเพ่ิมเติมเคมี)
ข้อ 1 เขา้ ใจโครงสร้างอะตอม การจดั เรยี งธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พนั ธะเคมีและสมบัติ
ของสาร แกส๊ และสมบัติของแกส๊ ประเภทและสมบัตขิ องสารประกอบอินทรียแ์ ละพอลิเมอร์ รวมทงั้ การ
นาความร้ไู ปใช้ประโยชน์
ผลการเรยี นรู้
ระบุหมู่ คาบ ความเปน็ โลหะ อโลหะ และก่ึงโลหะ ของธาตุเรพรเี ซนเททีฟและธาตุ
แทรนซิชนั ในตารางธาตุ
2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
ตารางธาตใุ นปจั จบุ นั จดั เรยี งธาตตุ ามเลขอะตอมและสมบตั ิท่คี ล้ายคลึงกนั เป็นหม่แู ละคาบโดย
อาจแบ่งธาตใุ นตารางธาตุเปน็ กลุ่มธาตโุ ลหะก่งึ โลหะ และอโลหะ นอกจากนอ้ี าจแบง่ เป็นกล่มุ ธาตุเรพรี
เซนเททีฟและกลุ่มธาตุแทรนซชิ นั
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
3.1 ด้านความรู้ (K)
1. ระบุหมู่ คาบ ของกลุ่มธาตุเรพรีเซนเททฟี และธาตุทรานซิซันในตารางธาตุได้
2. อธบิ ายความเป็นโลหะ อโลหะ และก่งึ อโลหะของธาตใุ นตารางธาตไุ ด้
3.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการคิด (P)
1.จาแนกธาตุเป็นกลุ่มโลหะ อโลหะ และกึ่งอโลหะได้
72
3.3 ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
4. มคี วามใฝร่ ู้ มงุ่ ม่นั ในการทางาน และทางานรว่ มกบั ผ้อู ่ืนได้
4.สาระการเรียนรู้
ความเปน็ โลหะ อโลหะ กึ่งโลหะของธาตุ
73
5. กจิ กรรมการจดั การเรียนรู้
วธิ สี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (Inquiry Method : 5E)
5.1 ขัน้ สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. ทบทวนความรู้เดมิ เก่ียวกบั ไอโซต่างและการจัดเรียงอเิ ล็กตรอน
2. ครูใหน้ กั เรยี นพจิ ารณารูปตารางธาตุ จากหนงั สอื เรียนเคมี ม.4 แล้วตงั้ คาถามเพอื่ นาเข้าสู่
บทเรียนเกย่ี วกับตารางธาตุ โดยการตง้ั คาถามกระตนุ้ ความคิด ดงั นี้
- จากรูป ในปัจจุบนั มธี าตุท่ถี ูกค้นพบแล้วทง้ั หมดกช่ี นดิ
(แนวตอบ : ในปัจจบุ ันมีธาตุทีถ่ ูกค้นพบแลว้ ประมาณ 118 ธาตุ โดยมเี พียง 94 ธาตแุ รกเทา่ นัน้ ทเ่ี ช่ือวา่
เกิดขน้ึ เองตามธรรมชาติ นอกนน้ั เป็นธาตทุ ่เี กิดจากการสงั เคราะห์ขนึ้ )
- เพราะเหตใุ ดจงึ ตอ้ งจดั ธาตุเป็นหมวดหมู่ ถ้าใช้เกณฑ์การจัดกลมุ่ แตกต่างกัน จะได้ธาตใุ นกลุ่ม
เหมอื นกนั หรือไม่
(แนวตอบ : เพื่อใหง้ ่ายต่อการศึกษาและจดจา การจดั กลุ่มด้วยเกณฑ์ทแ่ี ตกต่างกนั จะได้ธาตใุ นกลุ่มไม่
เหมอื นกัน จากนน้ั นาเข้าสู่เร่อื งววิ ฒั นาการของการสรา้ งตารางธาตุ)
- นกั เรยี นรู้จกั ธาตุอะไรบา้ ง แล้วรูห้ รือไม่วา่ ธาตุนั้นจัดในกลุ่มใดในธาตโุ ลหะ อโลหะ และกง่ึ โลหะ
5.2 ข้ันสารวจและคน้ หา (Exploration)
1. ครตู งั้ ประเด็นคาถามเกีย่ วกบั สมบัตทิ างกายภาพของธาตุจากคาถามข้างต้นแลว้ เพ่ิมเติม
ความรู้ ให้นักเรียนว่า สมบตั ิทางกายภาพของธาตุนน้ั แบง่ ได้เป็นธาตโุ ลหะ ธาตอุ โลหะ ธาตุกึ่งโลหะ ธาตุ
กมั มนั ตรงั สีและอธบิ ายเกย่ี วกับธาตเุ รพรีเซนเททฟี หรือธาตุหมู่ Aและธาตแุ ทรนซซิ ันหรอื ธาตุB โดยใชเ้ กม
ดาวิชีเกมถอดรหสั ภาพ จากนั้นครจู ดั กิจกรรมเกมบิงโกธาตุ
2. ใหน้ ักเรียน จดั กจิ กรรม เกมบิงโกธาตุ
2.1 ใหน้ กั เรยี นทากระดานบิงโก 16 ช่องหรือตาราง 4*4 ขนาดพอประมาณในสมุดเรียน
รายวิชา
2.2 ใหน้ ักเรยี นเลือกธาตทุ ี่เป็นธาตุเรพรีเซนเททีฟหรือธาตุหมู่ A ในตารางธาตุทเ่ี ปน็ ธาตุ
ตัวใดก็ได้มาท้ังหมด 12 ธาตุหา้ มซ้าธาตเุ ดมิ ลงในช่องบงิ โก (ธาตุ 1 ธาต=ุ 1 ชอ่ ง Bingo )
2.3 นาตารางธาตุบิงโกให้เพือ่ นชว่ ยดูว่าเขียนธาตไุ ด้ถกู ต้องหรือไม่ ถา้ ไมถ่ ูกต้องให้แก้ไข
2.4 ครูเร่ิมกจิ กรรมโดยการสุ่มธาตหุ มู่ A ไปเร่ือยๆ หยดุ เม่ือนักเรียนบิงโกได้ 7-8 คน
2.5 ครใู ห้รางวลั กับคนทีบ่ ิงโกและให้กาลังใจกบั นักเรียนท่ีไม่ได้บิงโก
74
Na B O Mg
Ba Si P N
Li C Cl I
Mc At Po Bi
ลกั ษณะตารางบิงโก
3.ใหน้ ักเรยี นแบง่ กล่มุ 4-5 คนโดยคละความสามารถ
1. นักเรยี นนาธาตุทเ่ี ลอื กจากการจัดกิจกรรมเกมบงิ โกธาตุมารวมกนั ธาตุที่ซา้ กนั ให้เป็น
ธาตุเดียวกนั
2. นักเรียนค้นหาความรวู้ า่ ธาตุ ทนี่ กั เรยี นได้รวมกนั ในแตล่ ะกล่มุ อยู่หมูใ่ ด คาบอะไร
และเปน็ กลุ่มใดในกลมุ่ โลหะ อโลหะ และก่ึงอโลหะ
3. ครคู อยให้คาแนะนาชว่ ยเหลือนักเรยี นขณะปฏบิ ัตงิ าน โดยทีค่ รูเดินดรู อบๆห้องเรยี น
และเปิดโอกาสใหน้ กั เรียนไดซ้ ักถามเมือ่ พบเจอปญั หา
5.3 ขัน้ อธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation)
1. ครูสมุ่ ถามนักเรียนแต่ละกลุ่มท่ไี ด้คน้ หาความรวู้ า่ ธาตุท่ีนกั เรยี นไดร้ วมกัน ธาตใุ ดบา้ งที่มีหมู่
เดียวกัน
2. ครูและนักเรียนร่วมกันร่วมกันสรุปเร่ือง วิวัฒนาการตารางธาตุแนวคิดนักวิทยาศาสตร์ต่างๆ
จนไดต้ ารางธาตุทีเ่ ป็นพ้ืนฐานของตารางธาตุในปัจจุบัน โดยอธิบายว่าตารางธาตุเรียงตามเลขอะตอมจาก
ซ้ายไปขวา แถวธาตุในแนวต้ังเรยี กวา่ หมู่ มจี านวน 18 หมู่ นอกจากนยี้ งั แบ่งไดเ้ ป็นหมู่ A คือธาตุเรพรีเซน
เททฟี และ หมู่ B คือธาตทุ รานซซิ นั โดยธาตบุ างหมูม่ ชี ่ือเรียกเฉพาะ เช่น ธาตุหมู่ 1 หรือ IA ยกเว้น H คือ
โลหะแอลคาไลน์ ธาตุหมู่ 18 หรือ VIIIA ยกเว้น Og คือแก๊สมีสกุล ส่วนธาตุในแนวนอนเรียกว่าคาบ มี
75
ทั้งหมด 7 คาบ ธาตุในกรอบส่ีเหล่ียมมีข้อมูลต่าง ๆ เช่น สัญลักษณ์ธาตุ เลขอะตอม มวลอะตอม และ
สมบัตคิ วามเป็นโลหะ
3. ครูให้ความรู้เก่ียวกับสมบัติความเป็นโลหะ อโลหะ และก่ึงโลหะของธาตุ รวมถึงตาแหน่งของ
กลุ่มธาตุเหล่านั้นในตารางธาตุ
5.4 ขน้ั ขยายความเขา้ ใจ (Elaboration)
1. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรปุ ความรูเ้ ร่อื ง ตารางธาตุ จนนักเรียนเกิดความเข้าใจท่ีตรงกนั
2. ครใู ห้นกั เรยี นทาแบบฝึกหัด เรอื่ ง ตารางธาตุ
3. ครตู ั้งประเดน็ คาถามวา่ ความรูเ้ รือ่ งตารางธาตุสามารถนามาใช้ประโยชน์ได้อย่างไร
5.5 ขน้ั ประเมินผล (Evaluation)
1. ครูประเมนิ ผลโดยการสังเกตการตอบคาถาม และการร่วมกันทาผลงาน
2. ครูตรวจสอบผลจากการทาแบบฝึกหดั เร่ือง ตารางธาตุ
6. สื่อและแหล่งเรียนรู้
6.1 หนงั สือเรยี น รายวชิ าเพิ่มเตมิ วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 4 เคมี เลม่ 1 ตามผล
การเรยี นรกู้ ลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์ ( ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560) ตามหลกั สตู รแกนกลาง
การศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551
6.2 Power point ตารางธาตุ
6.3 แบบฝกึ หัด เร่อื ง ตารางธาตุ
6.4 การด์ ปรศิ นา
76
77
78
แบบฝกึ หดั
เรือ่ ง ตารางธาตุ
คาชีแ้ จง : ใหน้ กั เรียนตอบคาถามต่อไปน้ี
1. ปัจจุบันใช้สิง่ ใดเป็นเกณฑ์ในการจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ
............................................................................................................................. ...................................
2. ธาตุที่มสี มบัติคล้ายกบั ธาตไุ นโตรเจน (N) มากท่ีสดุ คือธาตใุ ด เพราะเหตุใด
............................................................................................................................. ...................................
3. ธาตุกลุ่ม f ออร์บิทัล ประกอบด้วยธาตใุ นกลมุ่ ใดบ้าง
................................................................................................................................................................
4. ตารางธาตุสามารถบอกข้อมูลใดบ้างเกย่ี วกับธาตุ
................................................................................................................................................................
5. แก๊สเฉอ่ื ยในตารางธาตุคือธาตุในหมูใ่ ด เพราะเหตุใดจงึ เรยี กเชน่ นนั้
................................................................................................................................................................
6. ธาตุ A B C D E และ F มีเลขอะตอม 4 7 13 31 55 และ 88 ตามลาดับ ธาตุใดที่มีสมบัติเป็นโลหะ และ
มคี วามเปน็ โลหะแตกตา่ งกนั อย่างไร
ธาตุ เลขอะตอม การจดั เรียงอเิ ลก็ ตรอนในระดบั พลังงานหลกั คาบ หมู่
A
B
C
D
E
F
............................................................................................................................. .........................................
............................................................................................................................. .............................
79
แบบฝกึ หัด เฉลย
เรอ่ื ง ตารางธาตุ
คาช้ีแจง : ให้นักเรยี นตอบคาถามต่อไปน้ี
1. ปัจจุบนั ใชส้ ิ่งใดเปน็ เกณฑใ์ นการจดั เรยี งธาตใุ นตารางธาตุ
เลขอะตอม และสมบตั ิทางเคมี
2. ธาตุทมี่ ีสมบตั ิคลา้ ยกบั ธาตุไนโตรเจน (N) มากทสี่ ดุ คือธาตใุ ด เพราะเหตุใด
ธาตุ P As Sb และ Bi เพราะมจี านวนเวเลนซ์อิเลก็ ตรอนเท่ากับธาตุไนโตรเจน
3. ธาตกุ ลุ่ม f ออรบ์ ทิ ัล ประกอบดว้ ยธาตใุ นกลุ่มใดบ้าง
ธาตุในกลุ่มแลนทาไนด์ และกลุม่ แอกทไิ นด์
4. ตารางธาตุสามารถบอกข้อมลู ใดบ้างเก่ียวกับธาตุ
เลขมวล เลขอะตอม สญั ลักษณข์ องธาตุ สมบตั ขิ องธาตุ เชน่ ความเปน็ โลหะ ขนาดของธาตุ จดุ เดอื ด
จุดหลอมเหลว
5. แก๊สเฉอื่ ยในตารางธาตุคอื ธาตุในหมใู่ ด เพราะเหตุใดจึงเรยี กเชน่ น้นั
ธาตุหมู่ 8A เน่อื งจากเป็นกลุ่มแก๊สที่ไม่มคี วามว่องไวต่อการทาปฏกิ ิรยิ ากบั สารอน่ื
6. ธาตุ A B C D E และ F มีเลขอะตอม 4 7 13 31 55 และ 88 ตามลาดับ ธาตุใดท่ีมีสมบัติเป็นโลหะ
และมีความเปน็ โลหะแตกต่างกนั อยา่ งไร
ธาตุ เลขอะตอม การจัดเรยี งอิเล็กตรอนในระดับพลังงานหลัก คาบ หมู่
A4 22 2 2
B7 25 2 5
C 13 283 3 3
D 31 2 8 18 3 43
E 55 2 8 18 18 8 21 61
F 88 2 8 18 32 18 8 2 72
80
ธาตุทม่ี สี มบตั ิเปน็ โลหะ คือ ธาตุ A C D E F ซง่ึ ความเป็นโลหะมคี วามแตกต่าง ดังนี้ E > F > D
>C>A
81
82
83
84
85
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการประเมนิ คุณลกั ษณะท่พี ึงประสงค์
รายการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน
1. ใฝ่เรยี นรู้
32 1
2. ม่งุ ม่ันในการ
ทางาน ต้ังใจเรยี น สนใจเรียน ต้ังใจเรียน สนใจเรยี น ตงั้ ใจเรียน สนใจเรียน
3. ทางานรว่ มกบั กลา้ ซกั ถาม ปรากฏ กลา้ ซกั ถาม ปานกลาง กล้าซักถาม ไม่ชดั เจน
ผอู้ ่นื ได้
ชัดเจน
ตั้งใจและรับผดิ ชอบใน ตง้ั ใจและรับผดิ ชอบใน ตง้ั ใจและรบั ผิดชอบใน
การปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ที ี่ไดร้ ับ การปฏิบตั หิ น้าท่ีที่ได้รบั การปฏบิ ัตหิ น้าที่ที่ไดร้ บั
มอบหมายให้สาเร็จ มอบหมายใหส้ าเร็จ มอบหมายให้สาเรจ็ ลุล่วง
ลุล่วงทกุ คร้ัง ลุลว่ งเป็นส่วนใหญ่ เป็นบางครั้ง
สามารถปฏิบัตหิ น้าทที่ ี่ สามารถปฏบิ ตั หิ น้าท่ี สามารถปฏิบัติหน้าทท่ี ี่
ไดร้ ับมอบหมายรว่ มกบั ทไ่ี ด้รบั มอบหมาย ได้รับมอบหมายรว่ มกับ
ผอู้ ่ืนได้ไดส้ าเร็จลลุ ่วง รว่ มกบั ผู้อืน่ ได้ไดส้ าเร็จ ผอู้ ่ืนได้ไดส้ าเร็จลลุ ว่ ง
ทกุ คร้งั ลลุ ว่ งเป็นสว่ นใหญ่ เป็นบางครง้ั
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ หมายถึง 0 (ปรบั ปรงุ )
0 - 2 คะแนน หมายถึง 1 (พอใช้)
3 - 4 คะแนน หมายถงึ 2 (ดี)
5 - 7 คะแนน หมายถึง 3 (ดีเย่ียม)
8 - 9 คะแนน
86
87
0
88
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 10
กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รายวชิ าเพมิ่ เติม เคมี1 ว31221 ภาคเรยี นท่ี 1/2565 ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 4
หนว่ ยการเรยี นรูท้ 2ี่ อะตอมและสมบัติของธาตุ เวลา 24 ช่วั โมง
เร่อื ง ขนาดอะตอมของธาตุ ขนาดของไอออน พลังงานไอออไนเซชัน เวลา 3 ช่ัวโมง
ครผู สู้ อน นายพัฒนศักดิ์ มูลราช โรงเรยี นหนองหานวิทยา
สอนวนั ท่ี ..............เดือน...............................................พ.ศ. .......................
1. สาระการเรียนรู้และผลการเรยี นรู้
มาตรฐานการเรียนรู้ (สาระเพิม่ เตมิ เคมี)
ข้อ 1 เข้าใจโครงสรา้ งอะตอม การจดั เรยี งธาตุในตารางธาตุ สมบตั ขิ องธาตุ พันธะเคมีและสมบตั ิ
ของสาร แก๊สและสมบตั ิของแกส๊ ประเภทและสมบัติของสารประกอบอนิ ทรยี ์และพอลิเมอร์ รวมทง้ั การ
นาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
ผลการเรยี นรู้
วิเคราะห์ และบอกแนวโนม้ สมบตั ิของธาตเุ รพรเี ซนเททีฟตามหมู่และตามคาบ
2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
นกั วทิ ยาศาสตร์ไดจ้ าแนกหมวดหมู่ของธาตุ โดยจดั ธาตุที่มีสมบัติคล้ายคลึงกนั ใหอ้ ยู่ในกลมุ่
เดยี วกัน โดยนาเสนอในรปู แบบของตารางธาตุทแ่ี สดงสมบตั ิทางเคมี และสมบตั ิทางกายภาพของธาตไุ ว้
อย่างชดั เจน ซ่ึงสามารถนามาใชอ้ ธบิ ายแนวโน้มขนาดอะตอมของธาตุ ขนาดของไอออน
พลังงานไอออไนเซชนั ได้
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 ด้านความรู้ (K)
1.อธิบายสมบตั ิต่าง ๆ ของธาตุเรพรีเซนเททฟี ตามหมู่และตามคาบได้
3.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการคดิ (P)
1.วเิ คราะห์และสรปุ แนวโนม้ สมบัติต่าง ๆ ของธาตุตามหมู่และคาบเกี่ยวกบั ขนาดอะตอม
ของธาตุ ขนาดของไอออน และพลงั งานไอออไนเซชนั พร้อมท้ังอธิบายเหตผุ ลประกอบได้
89
3.3 ด้านคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A)
1.ทางานรว่ มกบั ผู้อื่น มสี ่วนร่วมในการแสดงความคดิ เห็นภายในกล่มุ ยอมรบั ฟังความ
คิดเห็นของผู้อนื่ และรบั ผิดชอบต่อหน้าทท่ี ่ีไดร้ บั มอบหมาย
4.สาระการเรียนรู้
แนวโน้มและสมบตั ขิ องธาตุ
ขนาดอะตอมของธาตุ
ตามหมู่ ขนาดอะตอมของธาตจุ ะโตข้ึน ถ้าเลขอะตอมเพมิ่ ขึน้ (บนลงล่าง) เพราะระดับ
พลังงานเพมิ่ ขึน้
ตามคาบ ขนาดอะตอมของธาตจุ ะเล็กลง (ซ้ายไปขวา) เพราะธาตแุ ต่ละตวั อยู่ในระดับพลงั งาน
เดียวกนั แตจ่ านวนโปรตอนเพิม่ มากขึน้ จงึ ดึงดดู อิเล็กตรอนใหเ้ ล็กลงตามลาดบั
ขนาดของไอออน
ไอออนบวก เกดิ จากการจา่ ยอเิ ล็กตรอน ขนาดจะเล็กลง และถ้าเปน็ ประจุบวกมากข้ึน ขนาด
จะเล็กลงมาก
ไอออนลบ เกดิ จากการรบั อิเลก็ ตรอน ขนาดจะใหญ่ขึน้ และถ้าเป็นประจลุ บมากขึ้น ขนาดจะ
ใหญ่ขึน้ มาก
พลังงานไอออไนเซชัน
ตามหมู่ คา่ IE จะตา่ ลง ถ้าเลขอะตอมเพมิ่ ขึ้น (บนลงลา่ ง)
ตามคาบ ค่า IE จะสูงขึ้น ถ้าเลขอะตอมเพ่ิมขึ้น (ซ้ายไปขวา) ยกเว้นหมู่ IIA จะสูงกว่าหมู่ IIIA
และหมู่ VA จะสูงกว่าหมู่ VIA เพราะ หมู่ IIA กับหมู่ VA จัดเรียงอิเล็กตรอนในระดับพลังงานย่อยเสถียร
มาก
5. กิจกรรมการจัดการเรยี นรู้
วธิ สี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (Inquiry Method : 5E)
5.1 ขน้ั สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. ครูนาลูกปิงปอง 3 ขนาด จานวน 6 ลูกที่เขียนช่ือธาตุกากับ ดังนี้ Cs K Li Be B และ F
ให้นักเรียนสังเกต จากนั้นนักเรียนสังเกตขนาดของลูกปิงปองที่มีชื่อธาตุ และทายจานวนระดับพลังงาน
หลัก และจานวนเวเลนซ์อิเล็กตรอนของธาตุ
90
2. ครูตั้งคาถามเพื่อกระต้นุ ความสนใจของนกั เรยี น ดงั นี้
- ขนาดของลกู ปงิ ปองทงั้ 3 ลกู ท่นี กั เรยี นสังเกตแตกต่างกนั อยา่ งไร
- ถ้าสมมติให้อะตอมของธาตุต่าง ๆ เป็นลูกบาสเก็ตบอล ลูกปิงปอง หรือวัตถุ
ทรงกลมอื่น ๆ เราจะหาขนาดอะตอมของธาตุหรือวัตถุทรงกลมต่าง ๆ ได้อย่างไร (แนวตอบ : หาได้จาก
การวดั เส้นรอบวง และเมอ่ื ได้เสน้ รอบวงแล้วอาจนามาคานวณหารัศมหี รอื เสน้ ผา่ นศูนย์กลางได้)
แลว้ นาเขา้ สู่ เรอ่ื ง สมบัติของธาตหุ ม่หู ลัก
5.2 ขนั้ สารวจและค้นหา (Exploration)
1. ครูให้ศึกษาแนวโน้มขนาดอะตอมของธาตุ และขนาดของไอออน จากน้ันสรุปผล
การศกึ ษาในรูปแบบต่าง ๆ พรอ้ มนาเสนอหนา้ ชน้ั เรียน
5.3 ขน้ั อธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation)
1. ครูสุ่มนักเรียนออกมานาเสนอผลการศึกษา เรื่อง แนวโน้มขนาดอะตอมของธาตุ และ
ขนาดของไอออนความคิดของนักเรยี น
2. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันสรปุ แนวโนม้ ขนาดของธาตุ และขนาดของไอออน ดังน้ี
- ธาตุในคาบเดียวกันมีขนาดลดลงเม่ือเลขอะตอมเพิ่มขึ้น ส่วนธาตุในหมู่เดียวกันมีขนาด
อะตอมใหญ่ข้ึนเมื่อเลขอะตอมเพิ่มข้ึน ส่วนขนาดไอออนของธาตุตามหมู่ส่วนใหญ่มีแนวโน้ม
เพ่มิ ขึ้นจากบนลงลา่ งเช่นเดยี วกบั ขนาดของอะตอม
5.4 ขั้นขยายความเขา้ ใจ (Elaboration)
1. ครใู หน้ ักเรียนเปรียบเทยี บขนาดอะตอมของธาตุ และขนาดของไอออนต่อไปน้ี
- เปรยี บเทียบขนาดอะตอมของธาตุในหมู่และคาบเดียวกัน
ตามหมู่ 9F 17Cl 35Br
ตามคาบ 12Mg 6S 18Ar
- เปรียบเทียบขนาดอะตอมของธาตุต่างหมู่ - ต่างคาบ 5A 7B 11C 16D 19E 20F
จากขนาดใหญ่ไปเล็ก
- เปรียบเทียบขนาดอะตอมของธาตุและขนาดของไอออนท่ีเสถียรของ 11Na 13Al 16S
17Cl 20Ca จากขนาดใหญ่ไปเลก็
91
2. ครูให้ความรู้เรื่องพลังงานไอออไนเซชัน ซ่ึงเป็นพลังงานปริมาณน้อยท่ีสุดที่ทาให้
อิเล็กตรอนหลุดออกจากอะตอมในสถานะแก๊ส ถ้ามีค่าน้อยแสดงว่าทาให้เป็นไอออนบวกได้ง่าย
แตถ่ า้ มีค่ามากแสดงว่าทาใหเ้ ป็นไอออนบวกไดย้ าก
3. ครูให้นักเรียนศึกษาข้อมูลค่าพลังงานไอออไนเซชันของธาตุ 20 ธาตุในตาราง และกราฟ
แสดงความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานไอออไนเซชันกับลาดับที่ของพลังงานไอออไนเซชัน จากนั้นตั้งคาถาม
ดังน้ี
- ค่า IE1 ของแต่ละธาตุต่างกันอย่างไร (แนวตอบ : ต่างกันโดยค่า IE1 ของธาตุในคาบ
เดียวกันจะเพม่ิ ขน้ึ ตามเลขอะตอม)
- ธาตุเดยี วกนั จะมลี าดบั IE เป็นอยา่ งไร (แนวตอบ : เพมิ่ ขนึ้ ตามลาดับ เช่น IE3> IE2 > IE1)
- ถ้าจัดกลุ่มค่า IE ของธาตุ F เป็นกลุ่มจะจัดได้อย่างไร (แนวตอบ : จัดได้ 2 กลุ่มตาม ค่า
IE ท่ใี กล้เคียงกัน คือ IE1– IE7 และ IE8– IE9)
5.5 ขั้นประเมนิ ผล (Evaluation)
1. ครใู หน้ กั เรียนรว่ มกนั อภิปรายเพอื่ ทานายแนวโน้มของค่าพลังงานไอออไนเซชันลาดับท่ี 1
ของธาตุตามคาบและตามหมู่ รวมทั้งเหตุผลสนับสนุน (แนวข้อสรุป : ค่า IE1 มีความสัมพันธ์กับขนาด
อะตอมโดยค่า IE1 จะมีค่าเพมิ่ ขึน้ เม่ือขนาดอะตอมลดลง)
2. นักเรยี นทาใบงาน เรอื่ ง สมบตั ิของธาตุหมู่หลกั
6. สอ่ื และแหล่งเรียนรู้
6.1 หนงั สอื เรียน รายวิชาเพิม่ เตมิ วิทยาศาสตร์ ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 4 เคมี เล่ม 1 ตามผล
การเรยี นรูก้ ล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ ( ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลกั สตู รแกนกลาง
การศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551
6.2 Power point สมบัตขิ องธาตหุ มหู่ ลัก
6.3 ลกู ปิงปอง
6.4 ใบงาน เรอ่ื ง สมบัติของธาตหุ ม่หู ลัก
6.5 การ์ดปริศนา
92
93