ส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำศึกษำอุบลรำชธำนี เขต ๑ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน กระทรวงศึกษำธิกำร โรงเรียนบ้านนาขามดอนติ้ว หลักสูตรระดับชั้นเรียน รายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ (ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช ๒๕๖๖) ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑
ก คำนำ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 เป็นหลักสูตรที่คณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐานได้ดำเนินการพัฒนาหลังจากการใช้หลักสูตรการศึกษา พุทธศักราช 2544 และจากข้อมูลของผล การศึกษาวิจัย ติดตามผลการใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 กับข้อมูลจากแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) เพื่อให้มีความเหมาะสม ชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้ง เป้าหมายของหลักสูตรในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และกระบวนการนำหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติ การกำหนด วิสัยทัศน์ จุดหมาย สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่ ชัดเจน โดยมอบหมายให้เขตพื้นที่และสถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เป็นกรอบและทิศทางในการพัฒนาหลักสูตรและจัดการเรียนการสอน โรงเรียนบ้านนาขามดอนติ้ว จึงได้จัดทำหลักสูตรระดับชั้นเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 พุทธศักราช 2566 นี้ขึ้นประกอบด้วย หลักการ จุดมุ่งหมาย โครงสร้าง รายวิชา และวิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติและจัดการเรียนรู้ ขอขอบคุณคณะครูและผู้ที่เกี่ยวข้องที่มีส่วนร่วมในการจัดทำทุกฝ่าย คณะกรรมการสถานศึกษา นักเรียน และผู้ปกครองนักเรียน ที่ทำให้การจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ พุทธศักราช 2565 ของโรงเรียนบ้านนาขามดอนติ้ว สำเร็จได้ด้วยดี กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ข สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ ก สารบัญ ข หลักการ 1 จุดมุ่งหมาย 1 โครงสร้างรายวิชา คำอธิบายรายวิชา 4 หน่วยการเรียนรู้และเวลาเรียน 6 แนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ หลักการและแนวทางการจัดการเรียนรู้ 32 วิธีสอน 32 แนวการวัดและการประเมินผลการเรียนรู้ แนวทางการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 34 การประเมินผลการเรียนรู้ 35 ภาคผนวก 37
๑ หลักสูตรรายวิชาวิทยาศาสตร์ ว 15101 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านนาขามดอนติ้ว อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี 1. หลักการ หลักสูตรรายวิชาวิทยาศาสตร์ ว 15101 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีหลักการสำคัญดังนี้ 1. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 2. เป็นหลักสูตรที่มุ่งให้ผู้เรียนมีความคิดรวบยอด ทักษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเจต คติที่ดีต่อวิทยาศาสตร์ 3. เป็นหลักสูตรที่เน้นให้ผู้เรียนสืบเสาะและสร้างความรู้ด้วยตนเอง 2. จุดมุ่งหมาย รายวิชาวิทยาศาสตร์ว 15101 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีจุดมุ่งหมายสำคัญดังนี้ 1. มีความรู้ ความเข้าใจเรื่อง สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม แรงในชีวิตประจำวัน การเปลี่ยนแปลงทาง กายภาพและการเปลี่ยนแปลงทางเคมี แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ 2. มีทักษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 3. มีเจตคติที่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์มีความใฝ่รู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ มาตรฐาน ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิตกับ สิ่งมีชีวิต และความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่างๆ ในระบบนิเวศการ ถ่ายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางในการ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมรวมทั้งนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ ตัวชี้วัด ว 1.1 ป.5/1 บรรยายโครงสร้างและลักษณะของสิ่งมีชีวิตที่เหมาะสมกับการดำรงชีวิต ซึ่งเป็น ผลมาจากการปรับตัวของสิ่งมีชีวิตในแต่ละแหล่งที่อยู่ ว 1.1 ป.5/2 อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และความสัมพันธ์ระหว่าง สิ่งมีชีวิตกับสิ่งไม่มีชีวิต เพื่อประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต ว 1.1 ป.5/3 เขียนโซ่อาหารและระบุบทบาทหน้าที่ของสิ่งมีชีวิตที่เป็นผู้ผลิตและผู้บริโภคในโซ่ อาหาร ว 1.1 ป.5/4 ตระหนักในคุณค่าของสิ่งแวดล้อมที่มีต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต โดยมีส่วนร่วม ในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สาร พันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความหลากหลาย ทางชีวภาพและวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
๒ ตัวชี้วัด ว 1.3 ป.5/1 อธิบายลักษณะทางพันธุกรรมที่มีการถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูกของพืช สัตว์ และ มนุษย์ ว 1.3 ป.5/2 แสดงความอยากรู้อยากเห็น โดยการถามคำถามเกี่ยวกับลักษณะที่คล้ายคลึงกัน ของตนเองกับพ่อแม่ สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของ สสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการ เปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวชี้วัด ว 2.1 ป.5/1 อธิบายการเปลี่ยนสถานะของสสาร เมื่อทำให้สสารร้อนขึ้นหรือเย็นลง โดยใช้ หลักฐานเชิงประจักษ์ มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุลักษณะการ เคลื่อนที่แบบต่างๆ ของวัตถุ รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ว 2.2 ป.5/1 อธิบายวิธีการหาแรงลัพธ์ของแรงหลายแรงในแนวเดียวกันที่กระทำต่อวัตถุใน กรณีที่วัตถุอยู่นิ่งจากหลักฐานเชิงประจักษ์ ว 2.2 ป.5/2 เขียนแผนภาพแสดงแรงที่กระทำต่อวัตถุที่อยู่ในแนวเดียวกันและแรงลัพธ์ที่ กระทำต่อวัตถุ ว 2.2 ป.5/3 ใช้เครื่องชั่งสปริงในการวัดแรงที่กระทำต่อวัตถุ ว 2.2 ป.5/4 ระบุผลของแรงเสียดทานที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุจาก หลักฐานเชิงประจักษ์ ว 2.2 ป.5/5 เขียนแผนภาพแสดงแรงเสียดทานและแรงที่อยู่ในแนวเดียวกันที่กระทำต่อวัตถุ มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของ คลื่นปรากฏ การณ์ที่เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารวมทั้งนำ ความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ว 2.3 ป.5/1 อธิบายการได้ยินเสียงผ่านตัวกลางจากหลักฐานเชิงประจักษ์ ว 2.3 ป.5/2 ระบุตัวแปร ทดลอง และอธิบายลักษณะและการเกิดเสียงสูง เสียงต่ำ ว 2.3 ป.5/3 ออกแบบการทดลองและอธิบายลักษณะและการเกิดเสียงดัง เสียงค่อย ว 2.3 ป.5/4 วัดระดับเสียงโดยใช้เครื่องมือวัดระดับเสียง ว 2.3 ป.5/5 ตระหนักในคุณค่าของความรู้เรื่องระดับเสียงโดยเสนอแนะแนวทางในการ หลีกเลี่ยงและลดมลพิษทางเสียง
๓ สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะ ที่ส่งผล ต่อสิ่งมีชีวิต และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศ ตัวชี้วัด ว 3.1 ป.5/1 เปรียบเทียบความแตกต่างของดาวเคราะห์และดาวฤกษ์จากแบบจำลอง ว 3.1 ป.5/2 ใช้แผนที่ดาวระบุตำแหน่งและเส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้า และอธิบายแบบรูปเส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้าในรอบปี มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลง ภายในโลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ และภูมิอากาศโลก รวมทั้งผลต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ตัวชี้วัด ว 3.2 ป.5/1 เปรียบเทียบปริมาณน้ำในแต่ละแหล่ง และระบุปริมาณน้ำที่มนุษย์สามารถ นำมาใช้ประโยชน์ได้จากข้อมูลที่รวบรวมได้ ว 3.2 ป.5/2 ตระหนักถึงคุณค่าของน้ำโดยนำเสนอแนวทางการใช้น้ำอย่างประหยัดและการ อนุรักษ์น้ำ ว 3.2 ป.5/3 สร้างแบบจำลองที่อธิบายการหมุนเวียนของน้ำในวัฏจักรน้ำ ว 3.2 ป.5/4 เปรียบเทียบกระบวนการเกิดเมฆ หมอก น้ำค้างและน้ำค้างแข็ง จากแบบจำลอง ว 3.2 ป.5/5 เปรียบเทียบกระบวนการเกิดฝน หิมะ และลูกเห็บ จากข้อมูลที่รวบรวมได้
๔ 3. โครงสร้างรายวิชา 3.1 คำอธิบายรายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน ว๑๕๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรียนรู้ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ เวลา ๑๒๐ ชั่วโมง บรรยายโครงสร้างและลักษณะของสิ่งมีชีวิตที่เหมาะสมกับการดำรงชีวิต ซึ่งเป็นผลมาจากการ ปรับตัวของสิ่งมีชีวิตในแต่ละแหล่งที่อยู่ อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และความสัมพันธ์ ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งไม่มีชีวิตเพื่อประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต เขียนโซ่อาหารและระบุบทบาทหน้าที่ของสิ่งมีชีวิตที่ เป็นผู้ผลิตและผู้บริโภคในโซ่อาหาร ตระหนักในคุณค่าของสิ่งแวดล้อมที่มีต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต โดยมี ส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม อธิบายลักษณะทางพันธุกรรมที่มีการถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูกของพืช สัตว์ และมนุษย์แสดงความอยากรู้อยากเห็น โดยการถามคำถามเกี่ยวกับลักษณะที่คล้ายคลึงกันของตนเองกับพ่อแม่ อธิบายการเปลี่ยนสถานะของสสาร เมื่อทำให้สสารร้อนขึ้นหรือเย็นลงโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ อธิบายการละลายของสารในน้ำโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของสารเมื่อเกิดการ เปลี่ยนแปลงทางเคมีโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ วิเคราะห์และระบุการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้และการ เปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไม่ได้ อธิบายวิธีการหาแรงลัพธ์ของแรงหลายแรงในแนวเดียวกันที่กระทำต่อวัตถุในกรณี ที่วัตถุอยู่นิ่งจากหลักฐานเชิงประจักษ์ เขียนแผนภาพแสดงแรงที่กระทำต่อวัตถุที่อยู่ในแนวเดียวกันและแรงลัพธ์ ที่กระทำต่อวัตถุ ใช้เครื่องชั่งสปริงในการวัดแรงที่กระทำต่อวัตถุ ระบุผลของแรงเสียดทานที่มีต่อการเปลี่ยนแปลง การเคลื่อนที่ของวัตถุจากหลักฐานเชิงประจักษ์ เขียนแผนภาพแสดงแรงเสียดทานและแรงที่อยู่ในแนวเดียวกันที่ กระทำต่อวัตถุ อธิบายการได้ยินเสียงผ่านตัวกลางจากหลักฐานเชิงประจักษ์ ระบุตัวแปร ทดลอง และอธิบาย ลักษณะและการเกิดเสียงสูง เสียงต่ำ ออกแบบการทดลองและอธิบายลักษณะและการเกิดเสียงดัง เสียงค่อย วัดระดับเสียงโดยใช้เครื่องมือวัดระดับเสียง ตระหนักในคุณค่าของความรู้เรื่องระดับเสียงโดยเสนอแนะแนวทาง ในการหลีกเลี่ยงและลดมลพิษทางเสียง เปรียบเทียบความแตกต่างของดาวเคราะห์และดาวฤกษ์จากแบบจำลอง ใช้แผนที่ดาวระบุตำแหน่ง และเส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้า และอธิบายแบบรูปเส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่ม ดาวฤกษ์บนท้องฟ้าในรอบปี เปรียบเทียบปริมาณน้ำในแต่ละแหล่ง และระบุปริมาณน้ำที่มนุษย์สามารถนำมาใช้ คำอธิบายรายวิชา
๕ ประโยชน์ได้จากข้อมูลที่รวบรวมได้ ตระหนักถึงคุณค่าของน้ำโดยนำเสนอแนวทางการใช้น้ำอย่างประหยัดและ การอนุรักษ์น้ำ สร้างแบบจำลองที่อธิบายการหมุนเวียนของน้ำในวัฏจักรน้ำ เปรียบเทียบกระบวนการเกิดเมฆ หมอก น้ำค้าง และน้ำค้างแข็งจากแบบจำลอง เปรียบเทียบกระบวนการเกิดฝน หิมะ และลูกเห็บจากข้อมูลที่ รวบรวมได้ ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การอธิบายการทำงาน การคาดการณ์ผลลัพธ์จากปัญหาอย่าง ง่าย ออกแบบ และเขียนโปรแกรมที่มีการใช้เหตุผลเชิงตรรกะอย่างง่าย ตรวจหาข้อผิดพลาดและแก้ไข ใช้ อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูล ติดต่อสื่อสารและทำงานร่วมกัน ประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล รวบรวม ประเมิน นำเสนอข้อมูลและสารสนเทศ ตามวัตถุประสงค์โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือบริการบนอินเทอร์เน็ตที่หลากหลาย เพื่อ แก้ปัญหาในชีวิต ประจำวัน ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย มีมารยาท เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตน เคารพในสิทธิของผู้อื่น แจ้งผู้เกี่ยวข้องเมื่อพบข้อมูลหรือบุคคลที่ไม่เหมาะสม ว ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔ ว ๑.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒ ว ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔ ว ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕ ว ๒.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕ ว ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒ ว ๓.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕ ว ๔.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕ รวม ๘ มาตรฐาน ๓๒ ตัวชี้วัด มาตรฐาน/ตัวชี้วัด
3.2 หน่วยการเรียนรู้และเวลาเรียน หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สาระสำคัญ/1 การเรียนรู สิ่งตาง ๆ รอบตัว - - กระบวนวิทยาศาสตร์ ขั้นตอนที่นักวิดำเนินการเพื่ความรู้ทางวิทกระบวนการทแบ่งออกเป็น 1) วิธีการทาง2) ทักษะกระวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์วิธีการทคือ ขั้นตอนกเป็นระบบที่นัในการค้นคว้าวิทยาศาสตร์ ได้แก่ การตั้งคคาดคะเนคำตตั้งสมมติฐาน ข้อมูล หรือกาวิเคราะห์ข้อมูสรุปผล ทักษะกวิทยาศาสตร์ทกระบวนการท
๖ /ความคิดรวบยอด สมรรถนะ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ภาระงานที่ตอบโจทย์ ทักษะฯ นการทาง คือ วิธีการและ วิทยาศาสตร์ใช้ ือค้นคว้าหา ทยาศาสตร์ ทางวิทยาศาสตร์ 3 ประเภท คือ งวิทยาศาสตร์ ะบวนการทาง และ 3) จิต ทางวิทยาศาสตร์ ารทำงานอย่าง นักวิทยาศาสตร์ใช้ าหาความรู้ทาง ซึ่งมี 5 ขั้นตอน คำถาม การ ตอบหรือ การรวบรวม ารทดลอง การ มูล และการ กระบวนการทาง ทักษะ ทางวิทยาศาสตร์ 1. ความ สามารถในการ สื่อสาร 2. ความ สามารถในการ คิด 1) ทักษะการ สังเกต 2) ทักษะ สำรวจค้นหา 3) ทักษะการ ระบุ 4) ทักษะการ สื่อสาร 5) ทักษะการ ให้เหตุผล 6) ทักษะการ คิดวิเคราะห์ 7) ทักษะการ เชื่อมโยง 8) ทักษะการ ทำงานร่วมกัน 9) ทักษะการ ตั้งสมมติฐาน 1. มีวินัย รับผิดชอบ 2.ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการ ทำงาน 6 5 1.ผลงานแบบจำลอง การเจริญเติบโต ของพืชและสัตว์
หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สาระสำคัญ/คือ ทักษะที่เป็และความสามสืบเสาะเพื่อค้และการแก้ไขอย่างถูกต้องแโดยนักวิทยาศทักษะกระบววิทยาศาสตร์อทักษะขั้นพื้นฐและทักษะขั้นรวม 14 ทักษนี้นักเรียนต้องทักษะ คือ ทักกระทำและสื่อข้อมูล ทักษะแบบจำลอง แความสัมพันธ์และเวลา จิตวิทยาลักษณะนิสัยขเกิดขึ้นจากกาความรู้ทางวิทกระบวนการทจิตวิทยาศาสตลักษณะต่างๆเหตุมีผล ควา
๗ /ความคิดรวบยอด สมรรถนะ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ภาระงานที่ตอบโจทย์ ทักษะฯ ป็นความชำนาญ มารถในการ ค้นหาคำตอบ ขปัญหาต่างๆ ได้ และเหมาะสม ศาสตร์ได้แบ่ง วนการทาง ออกเป็น 2 ขั้น ฐาน 8 ทักษะ นผสม 6 ทักษะ ษะ ซึ่งในชั้นเรียน งเรียนรู้ทักษะ 3 กษะการจัด อความหมาย การสร้าง และทักษะการหา ธ์ระหว่างสเปซ าศาสตร์ คือ ของบุคคลที่ ารศึกษาหา ทยาศาสตร์โดยใช้ ทางวิทยาศาสตร์ ตร์ประกอบด้วย ๆ เช่น ความมี ามสนใจใฝ่รู้ 10) ทักษะการ ทดสอบ สมมติฐาน 3. ความ สามารถในการ แก้ปัญหา 4. ความ สามารถในการ ใช้ทักษะชีวิต 5. ความ สามารถในการ ใช้เทคโนโลยี
หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สาระสำคัญ/ความมุ่งมั่น คความรับผิดชซื่อสัตย์ ความรอบคอบ เป็น2 แรงและ พลังงาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของ แรงในชีวิตประจำวัน ผลของ แรงที่กระทำต่อวัตถุ ลักษณะ การเคลื่อนที่แบบต่าง ๆ ของ วัตถุ รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ ป.5/1 อธิบายวิธีการหา แรงลัพธ์ของแรงหลายแรงใน แนวเดียวกันที่กระทำต่อวัตถุ ในกรณีที่วัตถุ อยู่นิ่งจาก หลักฐานเชิงประจักษ์ ป.5/2 เขียนแผนภาพ แสดงแรงที่กระทำต่อวัตถุที่ อยู่ในแนวเดียวกันและแรง ลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุ ป.5/3 ใช้เครื่องชั่งสปริง ในการวัดแรงที่กระทำต่อวัตถุ ป.5/4 ระบุผลของแรง เสียดทานที่มีต่อการ เปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของ วัตถุจากหลักฐานเชิงประจักษ์ 1) แรงลัพธ์เป็นผลรวม ของแรงที่กระทำต่อวัตถุ โดย แรงลัพธ์ของแรง 2 แรงที่ กระทำต่อวัตถุเดียวกัน จะมี ขนาดเท่ากับผลรวมของแรง ทั้งสองเมื่อแรงทั้งสองอยู่ใน แนวเดียวกันและมีทิศทาง เดียวกัน แต่จะมีขนาดเท่ากับ ผลต่างของแรงทั้งสอง เมื่อ แรงทั้งสองอยู่ในแนวเดียวกัน แต่มีทิศทางตรงข้ามกัน สำหรับวัตถุที่อยู่นิ่งแรงลัพธ์ที่ กระทำต่อวัตถุมีค่าเป็นศูนย์ 2) การเขียนแผนภาพ ของแรงที่กระทำต่อวัตถุ สามารถเขียนได้โดยใช้ลูกศร โดยหัวลูกศรแสดงทิศทางของ แรง และความยาวของลูกศร แสดงขนาดของแรงที่กระทำ ต่อวัตถุ 3) แรงเสียดทานเป็นแรง ที่เกิดขึ้นระหว่างผิวสัมผัสของ แรงลัพธ์แรงตั้งแต่ 2 ร่วมกันกระทำจึงมีผลทำให้วัแปลงการเคลืของแรงลัพธ์ การรวมแรงหเดียว แรงเสียดเกิดขึ้นระหว่าวัตถุสองชิ้น โต้านทานการวัตถุอีกผิวหนึ่ทานจะมีทิศตเคลื่อนที่ของวเสียดทานมีผลกำลังเคลื่อนทีเคลื่อนที่ช้าลงแรงเสียดในชีวิตประจำกิจกรรม ในกจากแรงเสียด
๘ /ความคิดรวบยอด สมรรถนะ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ภาระงานที่ตอบโจทย์ ทักษะฯ ความอดทน อบ ความ มละเอียด นต้น ธ์เป็นผลรวมของ แรงขึ้นไปที่ ำต่อวัตถุเดียวกัน วัตถุนั้เปลี่ยน ลื่อนที่ไปตามผล ซึ่งจะมีค่าเท่ากับ หลายแรงเป็นแรง ดทานเป็นแรงที่ างผิวสัมผัสของ โดยผิววัตถุหนึ่ง เคลื่อนที่ของผิว นึ่ง ซึ่งแรงเสียด ตรงข้ามกับการ วัตถุนั้น ๆ แรง ลทำ ให้วัตถุที่ ที่เกิดการ งหรือหยุดนิ่ง ดทานมีประโยชน์ ำวันหลาย การใช้ประโยชน์ ทานบาง 1. ความ สามารถในการ สื่อสาร 2. ความ สามารถในการ คิด 1) ทักษะการ สังเกต 2) ทักษะ สำรวจค้นหา 3) ทักษะการ ระบุ 4) ทักษะการ สื่อสาร 5) ทักษะการ ให้เหตุผล 6) ทักษะการ คิดวิเคราะห์ 7) ทักษะการ เชื่อมโยง 8) ทักษะการ ทำงานร่วมกัน 1. มีวินัย รับผิดชอบ 2.ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการ ทำงาน 19 13 1. ผลงานแผนภาพ การใช้ประโยชน์ ของแรงลัพธ์ 2. ผลงานสิ่งประดิษฐ์ สิ่งของลองใช้ 3. ใบงาน เรื่อง การ เคลื่อนที่ของเสียง ผ่านตัวกลาง 4. ใบงาน เรื่อง เราได้ ยินเสียงได้อย่าง
หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สาระสำคัญ/ป.5/5 เขียนแผนภาพ แสดงแรงเสียดทานและแรงที่ อยู่ในแนวเดียวกันที่กระทำต่อ วัตถุ ว 2.3 เข้าใจความหมายของ พลังงาน การเปลี่ยนแปลง และการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและ พลังงาน พลังงานใน ชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของ คลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้อง กับเสียง แสง และคลื่น แม่เหล็กไฟฟ้า รวมทั้งนำ ความรู้ไปใช้ประโยชน์ ป.5/1 อธิบายการได้ยิน เสียงผ่านตัวกลางจาก หลักฐานเชิงประจักษ์ ป.5/2 ระบุตัวแปร ทดลอง และอธิบายลักษณะ และการเกิดเสียงสูง เสียงต่ำ ป.5/3 ออกแบบการ ทดลองและอธิบายลักษณะ และการเกิดเสียงดัง เสียงค่อย ป.5/4 วัดระดับเสียงโดย ใช้เครื่องมือวัดระดับเสียง วัตถุ เพื่อต้านการเคลื่อนที่ ของวัตถุนั้น โดยถ้าออกแรง กระทำต่อวัตถุที่อยู่นิ่งบน พื้นผิวหนึ่งให้เคลื่อนที่ แรง เสียดทานจากพื้นผิวนั้นก็จะ ต้าน การเคลื่อนที่ของวัตถุ แต่ถ้าวัตถุกำลังเคลื่อนที่ แรง เสียดทานก็จะทำให้วัตถุนั้น เคลื่อนที่ช้าลงหรือหยุดนิ่ง 4) การได้ยินเสียงต้อง อาศัยตัวกลาง โดยอาจเป็น ของแข็ง ของเหลว หรือ อากาศ เสียงจะส่งผ่าน ตัวกลางมายังหู 5) เสียงที่ได้ยินมี ระดับสูงต่ำของเสียงต่างกัน ขึ้นกับความถี่ของการสั่นของ แหล่งกำเนิดเสียง โดยเมื่อ แหล่งกำเนิดเสียงสั่นด้วย ความถี่ต่ำจะเกิดเสียงต่ำ แต่ ถ้าสั่นด้วยความถี่สูงจะเกิด เสียงสูง ส่วนเสียงดังค่อยที่ได้ ยินขึ้นกับพลังงานการสั่นของ แหล่งกำเนิดเสียง โดยเมื่อ แหล่งกำเนิดเสียงสั่นด้วย พลังงานมากจะเกิดเสียงดัง กิจกรรมต้องลและในบางกิจแรงเสียดทานเสียงเกิดแหล่งกำเนิดเตัวกลางในกาตัวกลางของเ3 ประเภท คืของเหลว แลจะเดินทางผ่าสถานะของแขตัวกลางที่มีสถและสถานะแหูเป็นอวัประกอบด้วยชั้นนอก หูชั้นชั้นใน เมื่อเสียตัวกลางของเจะทำให้ส่วนปหูเกิดการสั่นสเราได้ยินเสียงเสียงสูง ลักษณะของเความสัมพันธ์เสียง หากแหสั่น ด้วยความ
๙ /ความคิดรวบยอด สมรรถนะ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ภาระงานที่ตอบโจทย์ ทักษะฯ ลดแรงเสียดทาน จกรรมต้องเพิ่ม น ดจากการสั่นของ เสียงและอาศัย ารเคลื่อนที่ ซึ่ง สียงจะมีด้วยกัน คือ ของแข็ง ะแก๊ส โดยเสียง านตัวกลางที่มี ข็งได้ ดีกว่า ถานะของเหลว ก๊ส วัยวะรับเสียง 3 ส่วน คือ หู นกลาง และหู ยงเดินทางผ่าน สียงเข้ามาถึงรูหู ประกอบภายใน สะเทือน จึงทำให้ ง เสียงต่ำ เป็น สียงที่มี ธ์กับแหล่งกำเนิด ล่งกำเนิดเสียง มถี่ต่ำจะเกิดเสียง 9) ทักษะการ ตั้งสมมติฐาน 10) ทักษะการ ทดสอบ สมมติฐาน 3. ความ สามารถในการ แก้ปัญหา 4. ความ สามารถในการ ใช้ทักษะชีวิต 5. ความ สามารถในการ ใช้เทคโนโลยี
หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สาระสำคัญ/ป.5/5 ตระหนักใน คุณค่าของความรู้เรื่องระดับ เสียง โดยเสนอแนะแนวทาง ในการหลีกเลี่ยงและลดมลพิษ ทางเสียง แต่ถ้าแหล่งกำเนิดเสียงสั่น ด้วยพลังงานน้อยจะเกิดเสียง ค่อย 6) เสียงดังมาก ๆ เป็น อันตรายต่อการได้ยินและ เสียงที่ก่อให้เกิดความรำคาญ เป็นมลพิษทางเสียง เดซิเบล เป็นหน่วยที่บอกถึงความดัง ของเสียง ต่ำหรือทุ้ม หรืความถี่สูงจะเแหลมเสียงดังสมบัติของเสียความดังของเปริมาณพลังงแหล่งกำเนิดเมาถึงหูของผู้รัแหล่งกำเนิดเพลังงานมากจดัง แต่ถ้าแหลด้วยพลังงานนค่อย การรับฟัๆ เป็นเวลานาอันตรายต่อเยืบางเสียงแม้ว่มีอันตรายต่อก่อให้เกิดควาและรำคาญ โลักษณะเช่นนี้ทางเสียง ซึ่งกหลีกเลี่ยงมลพิสามารถทำได้
๑๐ /ความคิดรวบยอด สมรรถนะ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ภาระงานที่ตอบโจทย์ ทักษะฯ รือถ้าสั่นด้วย เกิดเสียงสูงหรือ ง เสียงค่อย เป็น ยงที่เรียกว่า เสียง ขึ้นอยู่กับ งานของเสียงจาก เสียงที่เดินทาง รับเสียง ถ้า เสียงสั่นด้วย จะทำให้เกิดเสียง ล่งกำเนิดเสียงสั่น น้อยจะเกิดเสียง ฟังเสียงที่ดังมาก าน ๆ ทำให้เกิด ยื่อแก้วหูได้ เสียง าจะดังไม่มากจน เยื่อแก้วหู แต่ ามรู้สึกหงุดหงิด โดยเสียงที่มี นี้ เรียกว่า มลพิษ การป้องกันและ พิษทางเสียง ด้หลากหลายวิธี
หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สาระสำคัญ/3 การเปลี่ยน แปลงของ สสาร ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติ ของสสารกับโครงสร้าง และแรงยึดเหนี่ยวระหว่าง อนุภาค หลักและธรรมชาติ ของการเปลี่ยนแปลงสถานะ ของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี ว 2.1 ป.5/1 อธิบาย การเปลี่ยนสถานะของสสาร เมื่อทำให้สสารร้อนขึ้นหรือ เย็นลง โดยใช้หลักฐานเชิง ประจักษ์ ว 2.1 ป.5/2 อธิบาย การละลายของสารในน้ำ โดย ใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ ว 2.1 ป.5/3 วิเคราะห์ การเปลี่ยนแปลงของสารเมื่อ เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี โดยใช้หลักฐาน เชิงประจักษ์ ว 2.1 ป.5/4 วิเคราะห์ และระบุการเปลี่ยนแปลงที่ ผันกลับได้และการ เปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไม่ได้ 1. การเปลี่ยนสถานะ ของสสารเป็นการ เปลี่ยนแปลงทางกายภาพ เมื่อเพิ่มความร้อนให้กับสสาร ถึงระดับหนึ่งจะทำให้สสารที่ เป็นของแข็งเปลี่ยนสถานะ เป็นของเหลว เรียกว่า การ หลอมเหลว และเมื่อเพิ่ม ความร้อนต่อไปจนถึงอีก ระดับหนึ่งของเหลวจะ เปลี่ยนเป็นแก๊ส เรียกว่า การ กลายเป็นไอ แต่เมื่อลดความ ร้อนลงถึงระดับหนึ่งแก๊สจะ เปลี่ยนสถานะเป็นของเหลว เรียกว่า การควบแน่น และถ้า ลดความร้อนต่อไปอีกจนถึง ระดับหนึ่งของเหลวจะเปลี่ยน สถานะเป็นของแข็ง เรียกว่า การแข็งตัว สสารบางชนิด สามารถ เปลี่ยนสถานะจาก ของแข็งเป็นแก๊สโดยไม่ผ่าน การเป็นของเหลว เรียกว่า การระเหิด ส่วนแก๊สบางชนิด สามารถเปลี่ยนแปลงสถานะ เป็นของแข็ง โดยไม่ผ่านการ สสารที่อหลายชนิด สสพบในชีวิตปรสถานะเป็นขอหรือแก๊ส ซึ่งสจากสถานะหสถานะหนึ่งไดเพิ่มหรือลดควสสารไปจนถึงเรียกว่า การเการหลอเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลวความร้อนให้กสถานะของแขหนึ่งจะทำให้สสถานะจากขอของเหลว การกลาเปลี่ยนสถานะเป็นแก๊ส โดยร้อนให้กับสสสถานะของเหหนึ่งจะทำให้สสถานะจากขอสถานะแก๊ส เ
๑๑ /ความคิดรวบยอด สมรรถนะ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ภาระงานที่ตอบโจทย์ ทักษะฯ อยู่รอบตัวเรามี สารแต่ละชนิดที่ ะจำวันอาจมี องแข็ง ของเหลว สสารอาจเปลี่ยน นึ่งไปเป็นอีก ด้ โดยอาศัยการ วามร้อนให้แก่ งระดับหนึ่ง ปลี่ยนสถานะ อมเหลว เป็นการ ะจากของแข็ง ว โดยเมื่อเพิ่ม กับสสารที่อยู่ใน ข็งจนถึงระดับ สสารนั้นเปลี่ยน องแข็งเป็น ยเป็นไอ เป็นการ ะจากของเหลว เมื่อเพิ่มความ ารที่อยู่ใน หลวจนถึงระดับ สสารนั้นเปลี่ยน องเหลวเป็น เรียกว่า การ 1. ความ สามารถในการ สื่อสาร 2. ความ สามารถในการ คิด 1) ทักษะการ สังเกต 2) ทักษะ สำรวจค้นหา 3) ทักษะการ ระบุ 4) ทักษะการ สื่อสาร 5) ทักษะการ ให้เหตุผล 6) ทักษะการ คิดวิเคราะห์ 7) ทักษะการ เชื่อมโยง 8) ทักษะการ ทำงานร่วมกัน 9) ทักษะการ ตั้งสมมติฐาน 1. มีวินัย รับผิดชอบ 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการ ทำงาน 15 10 1.ผลงานวิธีการทำ ไอศกรีม 2.ผลงานแบบจำลอง ภูเขาไฟระเบิด 3.ผลงานแผนภาพ วิธีการทำให้ น้ำเกลือกลับไปเป็น เกลือ 4. ใบงานเรื่อง การ เปลี่ยนสถานะของ สสาร 5. ใบงานเรื่อง การ ละลายของสารใน น้ำ 6. ใบงานเรื่อง การ เปลี่ยนแปลงทาง เคมีของสาร 7. ใบงานเรื่อง การ เปลี่ยนแปลงที่ผัน กลับได้และผันกลับ ไม่ได้ของสาร
หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สาระสำคัญ/เป็นของเหลว เรียกว่า การ ระเหิดกลับ 2. เมื่อใส่สารลงในน้ำ แล้วสารนั้นรวมเป็นเนื้อ เดียวกันกับน้ำทั่วทุกส่วน แสดงว่าสารเกิดการละลาย เรียกสารผสมที่ได้ว่า สารละลาย 3. เมื่อผสมสาร 2 ชนิด ขึ้นไปแล้วมีสารใหม่เกิดขึ้น ซึ่งมีสมบัติต่างจากสารเดิม หรือเมื่อสารชนิดเดียวเกิดการ เปลี่ยนแปลงแล้วมีสารใหม่ เกิดขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้ เรียกว่า การเปลี่ยนแปลงทาง เคมี ซึ่งสังเกตได้จากมีสีหรือ กลิ่นต่างจากสารเดิม หรือมี ฟองแก๊ส หรือมีตะกอน เกิดขึ้น หรือมีการเพิ่มขึ้นหรือ ลดลงของอุณหภูมิ 4. เมื่อสารเกิดการ เปลี่ยนแปลงแล้ว สาร สามารถเปลี่ยนกลับเป็น สารเดิมได้ เป็นการ เปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้ เช่น การหลอมเหลว การกลายเป็น กลายเป็นไอ กระบวนการ ระเหย เป็นกาจากของเหลวผิวหน้าไปเป็นเดือด เป็นการจากของเหลวร้อนจนถึงจุดการควบเปลี่ยนสถานะของเหลว โดยร้อนให้กับสสสถานะแก๊สจจะทำให้สสารสถานะจากแกการแข็งตเปลี่ยนสถานะเป็นของแข็ง โร้อนให้กับสสสถานะของเหหนึ่งจะทำให้สสถานะจากขอของแข็ง การระเหิเปลี่ยนสถานะเป็นแก๊ส โดย
๑๒ /ความคิดรวบยอด สมรรถนะ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ภาระงานที่ตอบโจทย์ ทักษะฯ ซึ่งแบ่งได้ 2 ได้แก่ การ ารเปลี่ยนสถานะ วที่อยู่บริเวณ นแก๊ส และการ รเปลี่ยนสถานะ วโดยเพิ่มความ เดือดจนเป็นแก๊ส บแน่น เป็นการ ะจากแก๊สเป็น ยเมื่อลดความ ารที่อยู่ใน นถึงระดับหนึ่ง รนั้นเปลี่ยน ก๊สเป็นของเหลว ตัว เป็นการ ะจากของเหลว โดยเมื่อลดความ ารที่อยู่ใน หลวจนถึงระดับ สสารนั้นเปลี่ยน องเหลวเป็น หิด เป็นการ ะจากของแข็ง เมื่อเพิ่มความ 10) ทักษะการ ทดสอบ สมมติฐาน 3. ความ สามารถในการ แก้ปัญหา 4. ความ สามารถในการ ใช้ทักษะชีวิต 5. ความ สามารถในการ ใช้เทคโนโลยี
หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สาระสำคัญ/ไอ การละลาย แต่สาร บางอย่างเกิดการเปลี่ยนแปลง แล้วไม่สามารถเปลี่ยนกลับ เป็นสารเดิมได้ เป็นการ เปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไม่ได้ เช่น การเผาไหม้ การเกิดสนิม ร้อนให้กับสสสถานะของแขระดับหนึ่งจะเปลี่ยนสถานะเป็นแก๊ส โดยของเหลว การระเหิเปลี่ยนสถานะเป็นของแข็ง โร้อนให้กับสสสถานะแก๊สบระดับหนึ่งจะเปลี่ยนสถานะเป็นของแข็ง โเป็นของเหลวการละลเปลี่ยนแปลงทสารที่เกิดขึ้นจลงในน้ำ แล้วกับน้ำอย่างกลมองเห็นเป็นเส่วน โดยสารสารเดิม เรียกโดยสารต่าง ๆสถานะของแขหรือแก๊ส ซึ่งส
๑๓ /ความคิดรวบยอด สมรรถนะ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ภาระงานที่ตอบโจทย์ ทักษะฯ ารที่อยู่ใน ข็งบางชนิดจนถึง ทำให้สสารนั้น ะจากของแข็ง ไม่ผ่านการเป็น หิดกลับ เป็นการ ะจากของแก๊ส โดยเมื่อลดความ ารที่อยู่ใน างชนิดจนถึง ทำให้สสารนั้น ะจากของแก๊ส โดยไม่ผ่านการ ว ายเป็นการ ทางกายภาพของ จากการนำสารใส่ สารนั้นผสมรวม ลมกลืนจน เนื้อเดียวกันทุก ที่ได้ยังคงเป็น กว่า สารละลาย ๆ อาจอยู่ใน ข็ง ของเหลว สารบางชนิด
หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สาระสำคัญ/ละลายน้ำได้ ชนิดไม่สามารแต่สามารถละสารละลายอื่นการละลทำให้เกิดสารสารเนื้อเดียว สารละลายจะ2 ส่วน คือ ตัตัวละลาย โดมากกว่าและมีสารละลาย เรีละลาย และสน้อยกว่า เรียการเปลี่ยคือ การเปลี่ยชนิดเดียว หรืปฏิกิริยาระหขึ้นไปแล้วเกิดมีสมบัติต่างไปและเมื่อเกิดกแล้วจะทำให้กสารเดิมยาก โเปลี่ยนแปลงทเกิดปฏิกิริยาเสารใหม่ สาม
๑๔ /ความคิดรวบยอด สมรรถนะ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ภาระงานที่ตอบโจทย์ ทักษะฯ ส่วนสารบาง รถละลายน้ำได้ ะลายใน นได้แทน ายของสารในน้ำ รสะลาย ซึ่งเป็น โดยใน ะมีองค์ประกอบ ัวทำละลายและ ยสารที่มีปริมาณ มีสถานะเดียวกับ รียกว่า ตัวทำ สารที่มีปริมาณ กว่า ตัวละลาย ยนแปลงทางเคมี นแปลงของสาร รือการทำ ว่างสาร 2 ชนิด ดสารใหม่ขึ้น ซึ่ง ปจากสารเดิม การเปลี่ยนแปลง กลับมาเป็น โดยการ ทางเคมีหรือการ เคมีที่ทำให้เกิด ารถสังเกตได้
หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สาระสำคัญ/จากการเปลี่ยของสาร เช่น จากเดิม การมีเดิม การมีฟอการมีอุณหภูมิลดลง การมีตเป็นต้น เมื่อสารเเปลี่ยนแปลงแเปลี่ยนกลับเป็เรียกว่า การเกลับได้ เช่น กการกลายเป็นการละลาย เป็เกิดการเปลี่ยสามารถเปลี่ยสารเดิมได้ เรีเปลี่ยนแปลงทเช่น การเผาไผลไม้ การเกิด4 วัฏจักร ว 3.1 ป.5/1 เปรียบเทียบ ความแตกต่างของดาว เคราะห์และดาวฤกษ์จาก แบบจำลอง ว 3.1 ป.5/2 ใช้แผนที่ดาว ระบุตำแหน่งและเส้นทางการ 1. โลกมีทั้งน้ำจืดและ น้ำเค็มซึ่งอยู่ในแหล่งน้ำต่าง ๆ ที่มีทั้งแหล่งน้ำผิวดิน เช่น ทะเล มหาสมุทร บึง แม่น้ำ และแหล่งน้ำใต้ดิน เช่น น้ำใน ดิน และน้ำบาดาล น้ำทั้งหมด โลกของเเป็นส่วนใหญ่ทั้งหมด โดยมีและแหล่งน้ำจืซึ่งมีควาดำรงชีวิตของ
๑๕ /ความคิดรวบยอด สมรรถนะ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ภาระงานที่ตอบโจทย์ ทักษะฯ ยนแปลงต่าง ๆ การมีสีที่ต่าง มีกลิ่นที่ต่างจาก องแก๊สเกิดขึ้น มิเพิ่มขึ้นหรือ ตะกอนเกิดขึ้น เกิดการ แล้วสามารถ ป็นสารเดิมได้ ปลี่ยนแปลงที่ผัน การหลอมเหลว นไอ การแข็งตัว ป็นต้น ส่วนสารที่ นแปลงแล้วไม่ ยนกลับเป็น ยกว่า การ ที่ผันกลับไม่ได้ ไหม้ การสุกของ ดสนิม เป็นต้น เรามีน้ำปกคลุม ของพื้นผิวโลก มีทั้งแหล่งน้ำเค็ม จืด มสำคัญต่อการ งสิ่งมีชีวิต น้ำจืด 1. ความ สามารถในการ สื่อสาร 2. ความ สามารถในการ คิด 1. มีวินัย รับผิดชอบ 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการ ทำงาน 23 12 1. ใบงานเรื่อง เมฆ และหมอก 2. ใบงานเรื่อง น้ำค้าง และน้ำค้างแข็ง 3. ใบงานเรื่อง หยาด น้ำฟ้า
หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สาระสำคัญ/ขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์ บนท้องฟ้าและอธิบายแบบรูป เส้นทางการขึ้นและตกของ กลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้าใน รอบปี ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบ และความสัมพันธ์ของระบบ โลก กระบวนการ เปลี่ยนแปลงภายในโลกและ บนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลม ฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผล ต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ว 3.2 ป.5/1 เปรียบเทียบปริมาณน้ำในแต่ ละแหล่ง และระบุปริมาณน้ำ ที่มนุษย์สามารถนำมาใช้ ประโยชน์ได้จากข้อมูลที่ รวบรวมได้ ว 3.2 ป.5/2 ตระหนัก ถึงคุณค่าของน้ำโดยนำเสนอ แนวทางการใช้น้ำอย่าง ประหยัดและการอนุรักษ์น้ำ ของโลกแบ่งเป็นน้ำเค็ม ประมาณร้อยละ 97.5 ซึ่งอยู่ ในมหาสมุทรและแหล่งน้ำอื่น ๆ และที่เหลืออีกประมาณ ร้อยละ 2.5 เป็นน้ำจืด ถ้า เรียงลำดับปริมาณน้ำจืดจาก มากไปน้อยจะอยู่ที่ ธาร น้ำแข็ง และพืดน้ำแข็ง น้ำใต้ ดิน ชั้นดินเยือกแข็งคงตัวและ น้ำแข็งใต้ดิน ทะเลสาบ ความชื้นในดิน ความชื้นใน บรรยากาศ บึง แม่น้ำ และน้ำ ในสิ่งมีชีวิต 2. น้ำจืดที่มนุษย์นำมาใช้ ได้มีปริมาณน้อยมากจึงควรใช้ น้ำอย่างประหยัดและร่วมกัน อนุรักษ์น้ำ 3. วัฏจักรน้ำ เป็นการ หมุนเวียนของน้ำที่มีแบบรูป ซ้ำเดิม และต่อเนื่องระหว่าง น้ำในบรรยากาศน้ำ ผิวดิน และน้ำใต้ดิน โดย พฤติกรรมการดำรงชีวิตของ พืชและสัตว์ส่งผลต่อวัฏจักร น้ำ ที่มนุษย์นำมาน้อยมาก เราจึอย่างประหยัดอนุรักษ์น้ำ เมฆ เกิดอากาศจะควบละอองน้ำเล็กลอย เช่น เกลืละอองเรณูขออนุภาคแกนกน้ำจำนวนมากรวมกันลอยอมาก แต่ละออรวมกันลอยอเรียกว่า หมอไอน้ำที่คละอองน้ำเกาวัตถุใกล้พื้นดิน้ำค้าง ถ้าอุณต่ำกว่าจุดเยือจะกลายเป็นนฝนเกิดไอควบแน่นเป็นเมื่อละอองน้ำเมฆรวมตัวกันสามารถพยุงไ
๑๖ /ความคิดรวบยอด สมรรถนะ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ภาระงานที่ตอบโจทย์ ทักษะฯ าใช้ได้มีปริมาณ จึงต้องใช้น้ำ ดและร่วมกัน ดจากไอน้ำใน บแน่นเป็น ก ๆ โดยมีละออง ลือ ฝุ่นละออง องดอกไม้ เป็น กลาง เมื่อละออง กเกาะกลุ่ม ยู่สูงจากพื้นดิน องน้ำที่เกาะกลุ่ม ยู่ใกล้พื้นดิน ก ควบแน่นเป็น าะอยู่บนพื้นผิว น เรียกว่า ณหภูมิใกล้พื้นดิน อกแข็งน้ำค้างก็ น้ำค้างแข็ง อน้ำในอากาศ นละอองน้ำเล็ก ๆ ำจำนวนมากใน นจนอากาศไม่ ไว้ได้จึงตกลงมา 1) ทักษะการ สังเกต 2) ทักษะ สำรวจค้นหา 3) ทักษะการ ระบุ 4) ทักษะการ สื่อสาร 5) ทักษะการ ให้เหตุผล 6) ทักษะการ คิดวิเคราะห์ 7) ทักษะการ เชื่อมโยง 8) ทักษะการ ทำงานร่วมกัน 9) ทักษะการ ตั้งสมมติฐาน 10) ทักษะการ ทดสอบ สมมติฐาน 3. ความ สามารถในการ แก้ปัญหา 4.ชิ้นงาน แบบจำลองวัฏจักร การปรากฎของ กลุ่มดาวฤกษ์ 5.ใบงานเรื่อง ดาว ฤกษ์และดาว เคราะห์ 6.ใบงานเรื่อง การใช้ แผนที่ดาว
หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สาระสำคัญ/ว 3.2 ป.5/3 สร้าง แบบจำลองที่อธิบายการ หมุนเวียนของน้ำในวัฏจักรน้ำ ว 3.2 ป.5/4 เปรียบเทียบกระบวนการเกิด เมฆ หมอก น้ำค้าง และ น้ำค้างแข็ง จากแบบจำลอง ว 3.2 ป.5/5 เปรียบเทียบกระบวนการเกิด ฝน หิมะ และลูกเห็บ จาก ข้อมูลที่รวบรวมได้ ว 3.1 เข้าใจ องค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และ วิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์ และระบบ สุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อ สิ่งมีชีวิต และการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีอวกาศ 4. ไอน้ำในอากาศจะ ควบแน่นเป็นละอองน้ำเล็ก ๆ โดยมีละอองลอย เช่น เกลือ ฝุ่นละออง ละอองเรณูของ ดอกไม้ เป็นอนุภาคแกนกลาง เมื่อละอองน้ำจำนวนมาก เกาะกลุ่มรวมกันลอยอยู่สูง จากพื้นดินมาก เรียกว่า เมฆ แต่ละอองน้ำที่เกาะกลุ่ม รวมกันอยู่ใกล้พื้นดิน เรียกว่า หมอก ส่วนไอน้ำที่ควบแน่น เป็นละอองน้ำเกาะอยู่บน พื้นผิววัตถุใกล้พื้นดิน เรียกว่า น้ำค้าง ถ้าอุณหภูมิใกล้พื้นดิน ต่ำกว่าจุดเยือกแข็งน้ำค้างก็ จะกลายเป็นน้ำค้างแข็ง 5. ฝน หิมะ ลูกเห็บ เป็น หยาดน้ำฟ้าซึ่งเป็นน้ำที่มี สถานะต่าง ๆ ที่ตกจากฟ้าถึง พื้นดิน ฝนเกิดจากละอองน้ำ ในเมฆที่รวมตัวกันจนอากาศ ไม่สามารถพยุงไว้ได้จึงตกลง มา หิมะเกิดจากไอน้ำใน อากาศระเหิดกลับเป็นผลึก น้ำแข็ง รวมตัวกันจนมี น้ำหนักมากขึ้นจนเกินกว่า เป็นฝน หิมะเอากาศระเหิดน้ำแข็ง รวมตัน้ำหนักมากขึ้อากาศจะพยุงลูกเห็บเกิดจาเปลี่ยนสถานะแล้วถูกพายุพัในเมฆฝนฟ้าคใหญ่และอยู่ในเป็นก้อนน้ำแแล้วตกลงมา วัฏจักรน้ำหมุนเวียนของซ้ำเดิม และต่น้ำในบรรยากและน้ำใต้ดิน การดำรงชีวิตจะส่งผลต่อวัฏดาวที่มออยู่ในอวกาศซึอยู่นอกบรรยทั้งดาวฤกษ์แลดาวฤกษ์เป็นแจึงสามารถมอ
๑๗ /ความคิดรวบยอด สมรรถนะ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ภาระงานที่ตอบโจทย์ ทักษะฯ เกิดจากไอน้ำใน ดกลับเป็นผลึก ตัวกันจนมี ขึ้นจนเกินกว่า งไว้จึงตกลงมา ากหยดน้ำที่ ะเป็นน้ำแข็ง พัดวนซ้ำไปซ้ำมา คะนองที่มีขนาด นระดับสูงจน ข็งขนาดใหญ่ขึ้น น้ำ เป็นการ งน้ำที่มีแบบรูป อเนื่องระหว่าง กาศ น้ำผิวดิน ซึ่งพฤติกรรมใน ตของพืชและสัตว์ ฏจักรน้ำ องเห็นบนท้องฟ้า ซึ่งเป็นบริเวณที่ ากาศของโลก มี ละดาวเคราะห์ แหล่งกำเนิดแสง องเห็นได้ 4. ความ สามารถในการ ใช้ทักษะชีวิต 5. ความ สามารถในการ ใช้เทคโนโลยี -
หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สาระสำคัญ/อากาศจะพยุงไว้จึงตกลงมา ลูกเห็บเกิดจากหยดน้ำที่ เปลี่ยนสถานะเป็นน้ำแข็ง แล้วถูกพายุพัดวนซ้ำไปซ้ำมา ในเมฆฝนฟ้าคะนองที่มีขนาด ใหญ่และอยู่ในระดับสูงจน เป็นก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ ขึ้นแล้วตกลงมา6. ดาวที่มองเห็นบนท้องฟ้า อยู่ในอวกาศซึ่งเป็นบริเวณที่ อยู่นอกบรรยากาศของโลก มี ทั้งดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์เป็นแหล่งกำเนิดแสง จึงสามารถมองเห็นได้ ส่วน ดาวเคราะห์ไม่ใช่แหล่งกำเนิด แสง แต่สามารถมองเห็นได้ เนื่องจากแสงจากดวงอาทิตย์ ตกกระทบดาวเคราะห์แล้ว สะท้อนเข้าสู่ตา7. การมองเห็นกลุ่มดาวฤกษ์ มีรูปร่างต่าง ๆ เกิดจาก จินตนาการของผู้สังเกต กลุ่ม ดาวฤกษ์ต่าง ๆ ที่ปรากฏใน ท้องฟ้าแต่ละกลุ่มมีดาวฤกษ์ แต่ละดวงเรียงกันที่ตำแหน่ง คงที่ และมีเส้นทางการขึ้น ส่วนดาวเคราแหล่งกำเนิดแดาวฤกษ์สว่างในตัวเองแหล่งกำเนิดแมองเห็นเป็นจแสงระยิบระยัเวลากลางวันท้องฟ้าเป็นสีฟกลางคืนจะมอฤกษ์ต่าง ๆ ทีรูปร่างแตกต่าเมื่อสังเกในช่วงเวลาต่าเดียวกัน จะพฤกษ์มีการเปลีโดยเคลื่อนจาไปทางทิศตะวมองเห็นดาวฤฟ้าทางทิศตะลับขอบฟ้าไปซึ่งดาวฤกษ์แลมีเส้นทางการเส้นทางเดิมทุปรากฏตำแห
๑๘ /ความคิดรวบยอด สมรรถนะ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ภาระงานที่ตอบโจทย์ ทักษะฯ ะห์ไม่ใช่ แสง ษ์ เป็นดาวที่มีแสง ง จัดเป็น แสงจึงสามารถ จุดสว่างและมี ยับบนท้องฟ้า ใน จะมองเห็น ฟ้า ส่วนในเวลา องเห็นกลุ่มดาว ที่อยู่บนท้องฟ้ามี างกันออกไป กตกลุ่มดาวฤกษ์ าง ๆ ในคืน พบว่ากลุ่มดาว ลี่ยนตำแหน่ง ากทิศตะวันออก วันตก ทำให้ ฤกษ์ขึ้นจากขอบ วันออก และตก ปทางทิศตะวันตก ละกลุ่มดาวฤกษ์ รขึ้นและตกตาม ทุกคืน และจะ น่งเดิมเสมอ
หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สาระสำคัญ/และตกตามเส้นทางเดิมทุกคืน ซึ่งจะปรากฏตำแหน่งเดิม การสังเกตตำแหน่งและการ ขึ้นและตกของดาวฤกษ์ และ กลุ่มดาวฤกษ์ สามารถทำได้ โดยใช้แผนที่ดาว ซึ่งระบุมุม ทิศและมุมเงยที่กลุ่มดาวนั้น ปรากฏ ผู้สังเกตสามารถใช้มือ ในการประมาณค่าของมุมเงย เมื่อสังเกตดาวในท้องฟ้า การสังเกดาวฤกษ์ สามการระบุมุมทิกลุ่มดาวนั้นปสามารถใช้มือค่าของมุมเงยในท้องฟ้า 5 สิ่งมีชีวิตกับ สิ่งแวดล้อม ว 1.1 เข้าใจความ หลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่าง สิ่งไม่มีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิต กับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบ นิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลงแทนที่ใน ระบบนิเวศ ความหมายของ ประชากร ปัญหาและ ผลกระทบที่มีต่อ ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม แนวทางในการ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการแก้ไขปัญหา 1) สิ่งมีชีวิตทั้งพืชและ สัตว์มีโครงสร้างและลักษณะ ที่เหมาะสมในแต่ละแหล่งที่ อยู่ ซึ่งเป็นผลมาจากการ ปรับตัวของสิ่งมีชีวิต เพื่อให้ ดำรงชีวิตและอยู่รอดได้ในแต่ ละแหล่งที่อยู่ เช่น ผักตบชวา มีช่องอากาศในก้านใบ ช่วยให้ ลอยน้ำได้ ต้นโกงกางที่ขึ้นอยู่ ในป่าชายเลนมีรากค้ำจุนทำ ให้ลำต้นไม่ล้ม ปลามีครีบช่วย ในการเคลื่อนที่ในน้ำ 2) ในแหล่งที่อยู่หนึ่ง ๆ สิ่งมีชีวิตจะมีความสัมพันธ์ซึ่ง กันและกันและสัมพันธ์กับ สิ่งไม่มีชีวิต เพื่อประโยชน์ต่อ สิ่งมีชีวิตโครงสร้างและเหมาะสมในแซึ่งเป็นผลมาจของสิ่งมีชีวิตเและอยู่รอดไดอยู่ สิ่งมีชีวิตความสัมพันธ์เพื่อประโยชนดำรงชีวิต เช่นกันด้านการกินเป็นแหล่งที่อภัย สิ่งมีชีวิตความสัมพันธ์
๑๙ /ความคิดรวบยอด สมรรถนะ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ภาระงานที่ตอบโจทย์ ทักษะฯ กตตำแหน่งกลุ่ม มารถทำได้โดยใช้ ศและมุมเงยที่ ปรากฏ ผู้สังเกต อในการประมาณ ยเมื่อสังเกตดาว ทั้งพืชและสัตว์มี ะลักษณะที่ แต่ละแหล่งที่อยู่ จากการปรับตัว เพื่อดำรงชีวิต ด้ในแต่ละแหล่งที่ จะมี ธ์ซึ่งกันและกัน น์ต่อการ น ความสัมพันธ์ นกันเป็นอาหาร ยู่อาศัยและหลบ ตจะมี ธ์กับสิ่งไม่มีชีวิต 1. ความ สามารถในการ สื่อสาร 2. ความ สามารถในการ คิด 1) ทักษะการ สังเกต 2) ทักษะ สำรวจค้นหา 3) ทักษะการ ระบุ 4) ทักษะการ สื่อสาร 5) ทักษะการ ให้เหตุผล 1. มีวินัย รับผิดชอบ 2.ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการ ทำงาน 17 10 1. ใบงาน เรื่อง การ ปรับโครงสร้างของ สิ่งมีชีวิตในแหล่งที่ อยู่ 2. ใบงาน เรื่อง ความสัมพันธ์ ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับ สิ่งมีชีวิต 3. ใบงาน เรื่อง ความสัมพันธ์ ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับ สิ่งมีชีวิตที่บ้านฉัน 4. ใบงาน เรื่อง ความสัมพันธ์ ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับ
หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สาระสำคัญ/สิ่งแวดล้อม รวมทั้งนำความรู้ ไปใช้ประโยชน์ ว 1.1 ป.5/1 บรรยาย โครงสร้างและลักษณะของ สิ่งมีชีวิตที่เหมาะสมกับการ ดำรงชีวิต ซึ่งเป็นผลมาจาก การปรับตัวของสิ่งมีชีวิตในแต่ ละแหล่งที่อยู่ ป.5/2 อธิบาย ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิต กับสิ่งมีชีวิต และ ความสัมพันธ์ระหว่างกับ สิ่งไม่มีชีวิต เพื่อประโยชน์ต่อ การดำรงชีวิต ป.5/3 เขียนโซ่อาหาร และระบุบทบาทหน้าที่ของ สิ่งมีชีวิตที่เป็นผู้ผลิตและ ผู้บริโภคในโซ่อาหาร ป.5/4 ตระหนักใน คุณค่าของสิ่งแวดล้อมที่มีต่อ การดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต โดยมีส่วนร่วมในการดูแล รักษาสิ่งแวดล้อม ว 1.3 เข้าใจ กระบวนการและความสำคัญ ของการถ่ายทอดลักษณะทาง การดำรงชีวิต เช่น ความสัมพันธ์กันด้านการกิน กันเป็นอาหาร เป็นแหล่งที่อยู่ อาศัย หลบภัยและเลี้ยงดูลูก อ่อน ใช้อากาศในการหายใจ 3) สิ่งมีชีวิตมีการกินกัน เป็นอาหาร โดยกินต่อกันเป็น ทอด ๆ ในรูปแบบของโซ่ อาหาร ทำให้สามารถระบุ บทบาทหน้าที่ของสิ่งมีชีวิต เป็นผู้ผลิตและผู้บริโภค 4) สิ่งมีชีวิตทั้งพืช สัตว์ และมนุษย์ เมื่อโตเต็มที่จะมี การสืบพันธุ์เพื่อเพิ่มจำนวน และดำรงพันธุ์ โดยลูกที่เกิด มาจะได้รับการถ่ายทอด ลักษณะทางพันธุกรรมจากพ่อ แม่ทำให้มีลักษณะทาง พันธุกรรมที่เฉพาะ แตกต่าง จากสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น 5) สัตว์มีการถ่ายทอด ลักษณะทางพันธุกรรม เช่น สี ขน ลักษณะของขน ลักษณะ ของหู เพื่อประโยชนดำรงชีวิต เช่นการหายใจ ใช้ที่อยู่อาศัยหรืสิ่งมีชีวิตพลังงานเพื่อกและการทำกิจพลังงานนี้สิ่งมีการกินอาหารแหล่งที่อยู่สิ่งมอาศัยอยู่รวมกเกี่ยวข้องสัมพัการกินอาหารถ่ายทอดพลังทอด ๆ ในรูปอาหาร สิ่งมีชีวิตในธรรมชาติล้เกี่ยวข้องสัมพัเกิดความสมดเมื่อมนุษย์ทำจึงก่อให้เกิดผสิ่งมีชีวิตและสิดังนั้นจึงควรมีสิ่งแวดล้อมแลทรัพยากรธรร
๒๐ /ความคิดรวบยอด สมรรถนะ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ภาระงานที่ตอบโจทย์ ทักษะฯ น์ต่อการ น อากาศที่ใช้ใน ช้ดินและหินเป็น รอแหล่งหลบภัย ตต่าง ๆ ต้องการ การดำรงชีวิต จกรรมต่าง ๆ ซึ่ง มีชีวิตจะได้จาก ร โดยในแต่ละ มีชีวิตต่าง ๆ ที่ กันจะมีความ พันธ์กันในด้าน ร และมีการ งานต่อกันเป็น ปแบบของโซ่ ตและสิ่งแวดล้อม ล้วนมีความ พันธ์กัน จึงทำให้ ดุลของธรรมชาติ ลายสิ่งแวดล้อม ผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อม มีการรักษา ละ รมชาติด้วย 6) ทักษะการ คิดวิเคราะห์ 7) ทักษะการ เชื่อมโยง 8) ทักษะการ ทำงานร่วมกัน 9) ทักษะการ ตั้งสมมติฐาน 10) ทักษะการ ทดสอบ สมมติฐาน 3. ความ สามารถในการ แก้ปัญหา 4. ความ สามารถในการ ใช้ทักษะชีวิต 5. ความ สามารถในการ ใช้เทคโนโลยี สิ่งไม่มีชีวิตใน ท้องถิ่นของเรา 5. ใบงาน เรื่อง ครอบครัวของ ตนเอง 6. ใบงาน เรื่อง การ ถ่ายทอดลักษณะ ทางพันธุกรรมของ สัตว์
หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สาระสำคัญ/พันธุกรรม สารพันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงทาง พันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพ และวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ ป.5/1 อธิบายลักษณะ ทางพันธุกรรมที่มีการ ถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูกของ พืช สัตว์และมนุษย์ ป.5/2 แสดงความ อยากรู้อยากเห็น โดยการถาม คำถามเกี่ยวกับลักษณะที่ คล้ายคลึงกันของตนเองกับ พ่อแม่ 6) พืชมีการถ่ายทอด ลักษณะทางพันธุกรรม เช่น ลักษณะของใบ สีดอก 7) มนุษย์มีการถ่ายทอด ลักษณะทางพันธุกรรม เช่น เชิงผมที่หน้าผาก ลักยิ้ม ลักษณะหนังตา การห่อลิ้น ลักษณะของติ่งหู วิธีการต่าง ๆ เกิดความสมดสิ่งมีชีวิตและมนุษย์ เมืการสืบพันธุ์เพืและดำรงพันธมาจะได้รับกาลักษณะทางพัแม่ ทำให้มีลักพันธุกรรมที่เฉจากสิ่งมีชีวิตชลักษณะทางพัสิ่งมีชีวิตจะอยคือ หน่วยพันหน้าที่ควบคุมลักษณะทางพัสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตและมนุษย์ เมืการสืบพันธุ์เพืและดำรงพันธมาจะได้รับกาลักษณะทางพัแม่ทำให้มีลักพันธุกรรมที่เฉจากสิ่งมีชีวิตช
๒๑ /ความคิดรวบยอด สมรรถนะ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ภาระงานที่ตอบโจทย์ ทักษะฯ เพื่อให้ธรรมชาติ ดุล ตทั้งพืช สัตว์ มื่อโตเต็มที่จะมี พื่อเพิ่มจำนวน ธุ์ โดยลูกที่เกิด ารถ่ายทอด พันธุกรรมจากพ่อ กษณะทาง ฉพาะแตกต่าง ชนิดอื่น โดย พันธุกรรมของ ยู่ในยีน ซึ่งยีน นธุกรรมที่ทำ มและถ่ายทอด พันธุกรรมของ ตทั้งพืช สัตว์ มื่อโตเต็มที่จะมี พื่อเพิ่มจำนวน ธุ์ โดยลูกที่เกิด ารถ่ายทอด พันธุกรรมจากพ่อ ษณะทาง ฉพาะแตกต่าง ชนิดอื่น โดย
หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สาระสำคัญ/คนเราจะมีลักกับคนในครอลักษณะต่าง นี้เป็นการถ่ายบางลักษณะจลูกหลาน เรียถ่ายทอดลักษพันธุกรรม ซึ่งเหมือนพ่อหรืหรืออาจมีลักย่า ตา ยาย แถ่ายทอดลักษพันธุกรรม เช่ของขน ลักษณจะมีการถ่ายทพันธุกรรม เช่ใบ สีดอก 6 เหตุผล เชิง ตรรกะ กับ การ แก้ปัญหา ว ๔.๒ เข้าใจและใช้แนวคิด เชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่ พบในชีวิตจริงอย่างเป็น ขั้นตอนและเป็นระบบ ใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสารในการเรียนรู้ การ ทำงาน และการแก้ปัญหาได้ อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และมีจริยธรรม 1) การใช้เหตุผลเชิงตรรกะ เป็นการนำกฎเกณฑ์ หรือ เงื่อนไขที่ครอบคลุมทุกกรณี มาใช้พิจารณา ในการ แก้ปัญหา การอธิบายการ ทำงาน หรือ การคาดการณ์ ผลลัพธ์ ใช้เหตุผการ แก้ปัญหเป็นการนำ กเงื่อนไขที่ครอมาใช้ เพื่อพิจวิธีการแก้ปัญสามารถ คาดจะเกิดขึ้นได้อประสิทธิภาพ
๒๒ /ความคิดรวบยอด สมรรถนะ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ภาระงานที่ตอบโจทย์ ทักษะฯ กษณะคล้ายคลึง บครัวของเรา ๆ ที่คล้ายคลึงกัน ยทอดลักษณะ จากบรรพบุรุษสู่ ยกว่า การ ษณะทาง งบางลักษณะจะ รือเหมือนแม่ ษณะเหมือนปู่ และสัตว์จะมีการ ษณะทาง ช่น สีขน ลักษณะ ณะใบหู ส่วนพืช ทอดลักษณะทาง ช่น ลักษณะของ ผลเชิงตรรกะใน าเป็นวิธีการที่ ฎเกณฑ์หรือ อบคลุม ทุกกรณี ารณาปัญหา หา ทำให้ ดการณ์ผลลัพธ์ที่ อย่างมี พ ซึ่งวิธีการ 1. ความ สามารถในการ สื่อสาร 2. ความ สามารถในการ คิด 1) ทักษะการ สังเกต 1. มีวินัย รับผิดชอบ 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการ ทำงาน 7 4
หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สาระสำคัญ/ ป.๕/๑ ใช้เหตุผลเชิง ตรรกะในการแก้ปัญหา การ อธิบาย การงาน การ คาดการณ์ผลลัพธ์จากปัญหา อย่างง่าย 2) สถานะเริ่มต้นของการ ทำงานที่แตกต่างกันจะให้ ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน 3) ตัวอย่างปัญหา เช่น เกม Sudoku , โปรแกรมทำนาย ตัวเลข, โปรแกรมสร้างรูป เรขาคณิตตามค่าข้อมูลเข้า, การจัดลำดับการทำงานบ้าน ในช่วงวันหยุด, จัดวางของใน ครัว แก้ปัญหาที่ได้แสดงให้อยู่ในลำดับขั้นตอนอัลกอริทึม เพสามารถแก้ไขง่ายได้อย่างมี
๒๓ /ความคิดรวบยอด สมรรถนะ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ภาระงานที่ตอบโจทย์ ทักษะฯ ด้มักจะถูกนำมา นรูปแบบของ นหรือที่เรียกว่า พราะจะช่วยให้ ขปัญหา อย่าง ขั้นตอน 2) ทักษะ สำรวจค้นหา 3) ทักษะการ ระบุ 4) ทักษะการ สื่อสาร 5) ทักษะการ ให้เหตุผล 6) ทักษะการ คิดวิเคราะห์ 7) ทักษะการ เชื่อมโยง 8) ทักษะการ ทำงานร่วมกัน 9) ทักษะการ ตั้งสมมติฐาน 10) ทักษะการ ทดสอบ สมมติฐาน 3. ความ สามารถในการ แก้ปัญหา 4. ความ สามารถในการ ใช้ทักษะชีวิต
หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สาระสำคัญ/7 การเขียน โปรแกรม โดยใช้ เหตุผล เชิง ตรรกะ ว ๔.๒ เข้าใจและใช้แนวคิด เชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่ พบในชีวิตจริงอย่างเป็น ขั้นตอนและเป็นระบบ ใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสารในการเรียนรู้ การ ทำงาน และการแก้ปัญหาได้ อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และมีจริยธรรม ป.๕/๒ 2 ออกแบบและ เขียน โปรแกรมที่มีการใช้ เหตุผลเชิงตรรกะอย่างง่าย ตรวจหาข้อผิดพลาดและ แก้ไข 1) การออกแบบ โปรแกรมสามารถทำได้โดย เขียน เป็นข้อความ หรือผัง งาน 2) การออกแบบและ เขียนโปรแกรมที่มีการ ตรวจสอบเงื่อนไขที่ครอบคลุม ทุกกรณีเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ ถูกต้องตรงตามความต้องการ 3) หากมีข้อผิดพลาดให้ ตรวจสอบการทำงาน ทีละ คำสั่ง เมื่อพบจุดที่ทำให้ผล ลัพธ์ไม่ถูกต้อง ให้ทำการแก้ไข จนกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง 4) การฝึกตรวจหา ข้อผิดพลาดจากโปรแกรมของ ผู้อื่นจะช่วยพัฒนาทักษะการ หาสาเหตุของปัญหาได้ดียิ่งขึ้น การออกโดยการเขียนการอธิบายกาโปรแกรมที่ใช้เข้าใจง่าย เพื่การเขียนโปรออกแบบโปรเขียนผังงานเป็สัญลักษณ์มาใขั้นตอนในกาจากนั้นนำมาควบคุม การทละครแต่ละตัวใช้คำสั่งที่เข้าใให้ทำงาน สำการเขียนโปรประกอบด้วยปัญหา ออกแแก้ปัญหา แลโปรแกรม แลโปรแกรมเสร็ผู้เขียนจะต้อง
๒๔ /ความคิดรวบยอด สมรรถนะ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ภาระงานที่ตอบโจทย์ ทักษะฯ 5. ความ สามารถในการ ใช้เทคโนโลยี กแบบโปรแกรม น ข้อความ เป็น ารทำงานของ ช้ภาษาพูดที่ ออธิบายขั้นตอน แกรม ส่วนการ แกรมด้วยการ ป็นการนำ ใช้ แทนลำดับ รเขียนโปรแกรม เขียนคำสั่ง ทำงานให้กับตัว ัว ที่สร้างขึ้น โดย ใจง่าย ในการสั่ง หรับขั้นตอน ใน แกรม การวิเคราะห์ แบบวิธีการ ละการเขียน ละ เมื่อเขียน จเรียบร้อยแล้ว งตรวจสอบ 1. ความ สามารถในการ สื่อสาร 2. ความ สามารถในการ คิด 1) ทักษะการ สังเกต 2) ทักษะ สำรวจค้นหา 3) ทักษะการ ระบุ 4) ทักษะการ สื่อสาร 5) ทักษะการ ให้เหตุผล 6) ทักษะการ คิดวิเคราะห์ 7) ทักษะการ เชื่อมโยง 8) ทักษะการ ทำงานร่วมกัน 1. มีวินัย รับผิดชอบ 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการ ทำงาน 10 6
หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สาระสำคัญ/ผลลัพธ์ เพื่อหของโปรแกรม8 ข้อมูล สารสนเทศ ว ๔.๒ เข้าใจและใช้แนวคิด เชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่ พบในชีวิตจริงอย่างเป็น ขั้นตอนและเป็นระบบ ใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสารในการเรียนรู้ การ ทำงาน และการแก้ปัญหาได้ อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และมีจริยธรรม 1) การรวบรวมข้อมูล ประมวลผล สร้างทางเลือก ประเมินผล จะทำให้ได้ สารสนเทศเพื่อใช้ในการ แก้ปัญหาหรือการตัดสินใจได้ อย่างมีประสิทธิภาพ 2) การใช้ซอฟต์แวร์หรือ บริการบนอินเทอร์เน็ต ที่ หลากหลายในการรวบรวม ประมวลผล สร้างทางเลือก ประเมินผล นำเสนอ จะช่วย ข้อมูล คืเกี่ยวข้อง กับสามารถแบ่งอประเภท คือ ข้อมูลภาพ ข้อข้อมูลเสียง แการค้นหาข้อมสิ่งใดสิ่งหนึ่งต้ข้อมูล ที่ดีที่สุรอบตัวเรา มีจข้อมูลบางอย่
๒๕ /ความคิดรวบยอด สมรรถนะ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ภาระงานที่ตอบโจทย์ ทักษะฯ หาข้อผิดพลาด ม 9) ทักษะการ ตั้งสมมติฐาน 10) ทักษะการ ทดสอบ สมมติฐาน 3. ความ สามารถในการ แก้ปัญหา 4. ความ สามารถในการ ใช้ทักษะชีวิต 5. ความ สามารถในการ ใช้เทคโนโลยี คือ ข้อเท็จจริงที่ สิ่งต่าง ๆ ออกเป็น ๕ ข้อมูลตัวอักขระ อมูลตัวเลข และข้อมูลอื่น ๆ มูลเพื่อ ทำการ ต้องพิจารณา ด ซึ่งข้อมูลที่อยู่ จำนวนมาก างสามารถ 1. ความ สามารถในการ สื่อสาร 2. ความ สามารถในการ คิด 1) ทักษะการ สังเกต 2) ทักษะ สำรวจค้นหา 1. มีวินัย รับผิดชอบ 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการ ทำงาน 12 7
หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สาระสำคัญ/ ป.๕/๓ ใช้อินเทอร์เน็ต ค้นหาข้อมูล ติดต่อสื่อสาร และทำงานร่วมกัน ประเมิน ความน่าเชื่อถือของข้อมูล ป.๕/๔ รวบรวม ประเมิน นำเสนอข้อมูลและ สารสนเทศ ตามวัตถุประสงค์ โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือบริการ บนอินเทอร์เน็ตที่ หลากหลาย เพื่อ แก้ปัญหาใน ชีวิตประจำวัน ให้การแก้ปัญหาทำได้อย่าง รวดเร็ว ถูกต้อง และแม่นยำ 3) ตัวอย่างปัญหา เช่น ถ่ายภาพและสำรวจแผนที่ ใน ท้องถิ่นเพื่อนำเสนอแนวทาง ในการจัดการพื้นที่ว่างให้เกิด ประโยชน์ ทำแบบสำรวจ ความคิดเห็นออนไลน์ และ วิเคราะห์ข้อมูล นำเสนอ ข้อมูลโดยการใช้ Blog หรือ web page 4) อันตรายจากการใช้งาน และอาชญากรรม ทาง อินเทอร์เน็ต 5) มารยาทในการ ติดต่อสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ต (บูรณาการกับวิชาที่เกี่ยวข้อง) นำมาใช้ได้ทันบางอย่าง จะประมวลผลใหสารสนเทศก่อเพื่อให้นำ ข้อสะดวกและเกิสูงสุด ปัจจุบันข้อมูลที่รวดเร็ที่เรียกว่าSeaการสืบค้นข้อแหล่งข้อมูลต่ประเมิน ควาน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ตรงต
๒๖ /ความคิดรวบยอด สมรรถนะ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ภาระงานที่ตอบโจทย์ ทักษะฯ นทีและข้อมูล ต้องนำไป ห้เป็น อนนำมาใช้งาน มูลไปใช้ได้อย่าง กิดประโยชน์ นได้มีการค้นหา ร็วโดยใช้เว็บไซต์ arch Engine ใน มูลจาก างๆจะต้องมีการ มถูกต้อง ความ งข้อมูล เพื่อให้ได้ ามความต้องการ 3) ทักษะการ ระบุ 4) ทักษะการ สื่อสาร 5) ทักษะการ ให้เหตุผล 6) ทักษะการ คิดวิเคราะห์ 7) ทักษะการ เชื่อมโยง 8) ทักษะการ ทำงานร่วมกัน 9) ทักษะการ ตั้งสมมติฐาน 10) ทักษะการ ทดสอบ สมมติฐาน 3. ความ สามารถในการ แก้ปัญหา 4. ความ สามารถในการ ใช้ทักษะชีวิต 5. ความ สามารถในการ ใช้เทคโนโลยี