The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยการเรียนรู้เรื่องรูปสี่เหลี่ยม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by voizmanopor6, 2022-09-03 01:14:15

หน่วยการเรียนรู้เรื่องรูปสี่เหลี่ยม

หน่วยการเรียนรู้เรื่องรูปสี่เหลี่ยม

แผนการจัดการเรียนรู้
เรื่อง รูปสี่เหลี่ยม

ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

1. ตวั ช้วี ัดสาคัญ หน่วยการเรยี นรู้ 3. ชนิ้ งาน / ภาระงาน

2. สาระสาคัญ

ค2.1 ป.5/4 ค2.2 ป.5/2 -ชนิดของรปู สเี่ หล่ียม -แบบฝกึ ทกั ษะ
ค2.2 ป.5/3 -การสร้างรูปสี่เหล่ียม -ใบงาน
-โจทย์ปญั หาพืน้ ท่ีรปู สี่เหลยี่ ม -ช้ินงาน

4. Content Analysis

7. วธิ ีการวดั ผล ชอ่ื หน่วย จำเปน็ / ต้องรู้
รปู ส่เี หลีย่ ม -นกั เรยี นบอกชนิดของรปู สเ่ี หลยี่ มได้
- แบบทดสอบเตรียมความพรอ้ ม
- แบบประเมนิ ใบงาน ช้นั ป.5 เวลา 20 ชว่ั โมง -นักเรียนสร้างรปู สีเ่ หลี่ยมได้
- แบบประเมนิ สมรรถนะผู้เรียน
- แบบประเมินแผนการจัดการเรยี นรู้ -นักเรียนแสดงวธิ แี กโ้ จทย์ปัญหา

พื้นทีร่ ปู สเ่ี หล่ียมได้

6. Active Learning+สือ่ 5. หวั ใจนักปราชญ์

- การเรยี นแบบทบทวนบทเรยี น/สาธติ /ครสู าธิต/นักเรยี นสาธิต สุ+ฟงั +อ่าน จิ+คิด+ลิ ปุ+ถาม+ทา
- การเรียนแบบบันทึก รวบรวม เขียน เสนอ
- นกั เรยี นอา่ น นกั เรียนคิด/ลงมือ
-เพอ่ื นอา่ น ปฏบิ ัติ นาเสนอช้ินงาน
-นกั เรยี นฟัง

1. ขัน้ รบั รู้ 2. การคดิ วเิ คราะห์ (การเช่ือมโยง K.4) 3. ขั้นประยุกตใ์ ช้ (k.5)
ครู นกั เรยี น
1. สนทนา 1. โตต้ อบ ครู นักเรียน ครู นกั เรยี น
2. อธิบาย 2. ทาความ
1. สนทนา 1. โต้ตอบ 1. แนะนา 1. ปฏิบัติ
เข้าใจ
3.ยกตวั อย่าง 3.ทาความ 2. สาธติ 2. เรียนรู้ 2. ตง้ั สถานการณ์ 2. แก้ปัญหา

เข้าใจ 3.ยกตัวอยา่ ง 3.เรียนรู้ 3.สร้างโจทย์ 3.แสดงวธิ หี าคาตอบ

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1

รายวิชา คณติ ศาสตร์ ค15101 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์

ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 5 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 7 รูปสเี่ หล่ยี ม : ชนิดของรปู สี่เหลี่ยม เวลา 1 ชัว่ โมง

ผู้สอน นายบวร ศรปี ระเสรฐิ วันที่ ..................................................................

………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………

มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ช้ีวดั

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ค 2.2 เข้าใจและวิเคราะห์รปู เรขาคณิต สมบัติของรูปเรขาคณิต
ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งรปู เรขาคณติ และทฤษฎีบททางเรขาคณิตและนาไปใช้

ตัวชว้ี ัด

ค 2.2 ป.5/2 จาแนกรปู สี่เหล่ียมโดยพจิ ารณาจากสมบตั ิของรปู

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. นกั เรียนสามารถบอกชนดิ และสมบัติของรปู ส่เี หล่ียมได้

2. นกั เรยี นทางานที่ได้รับมอบหมายสง่ ตรงตามเวลาทก่ี าหนด

สาระสาคัญ

1. รูปสเ่ี หล่ียมจตั ุรัส เปน็ รปู ส่ีเหลีย่ มที่มีมุมทกุ มมุ เปน็ มุมฉากด้านทุกดา้ นยาวเท่ากัน ด้านตรงขา้ ม
ขนานกัน 2 คู่ เสน้ ทแยงมมุ ยาวเท่ากัน แบ่งครงึ่ ซง่ึ กันและกัน และตัดกนั เปน็ มุมฉาก

2. รูปสี่เหลีย่ มผืนผา้ เป็นรูปสเ่ี หล่ยี มทมี่ มี มุ ทกุ มมุ เปน็ มมุ ฉาก ดา้ นตรงข้ามยาวเท่ากันและขนานกนั 2
คู่ ด้านท่ีอยู่ติดกันยาวไมเ่ ท่ากนั เส้นทแยงมุมยาวเทา่ กนั และแบ่งครึง่ ซึง่ กันและกนั

3. รปู สเ่ี หล่ยี มขนมเปียกปนู เปน็ รูปส่ีเหล่ียมทีม่ ีมุมทุกมุมไม่เป็นมุมฉาก มุมท่อี ย่ตู รงขา้ มกันมีขนาด
เท่ากนั ด้านทุกด้านยาวเท่ากัน ด้านตรงขา้ มขนานกนั 2 คู่ เสน้ ทแยงมมุ แบ่งครง่ึ ซ่ึงกันและกนั และตัดกนั เปน็
มมุ ฉาก

4. รูปสี่เหล่ียมดา้ นขนาน เป็นรูปส่ีเหลย่ี มทีม่ มี มุ ท่ีอยู่ตรงข้ามกนั มีขนาดเทา่ กัน ด้านตรงข้ามยาว
เท่ากนั และขนานกัน 2 คู่ เสน้ ทแยงมุมแบง่ ครึ่งซง่ึ กนั และกนั

5. รูปสเี่ หลยี่ มคางหมู เปน็ รูปสี่เหล่ียมที่มีด้านขนานกนั 1 คู่
6. รปู สเ่ี หล่ยี มรูปวา่ ว เปน็ รูปส่ีเหลยี่ มที่มมี มุ ที่อยู่ตรงข้ามกนั มขี นาดเท่ากนั 1 คู่ และด้านทอี่ ยตู่ ิดกนั
ยาวเทา่ กนั 2 คู่ เสน้ ทแยงมุมตดั กันเป็นมมุ ฉาก และมเี ส้นทแยงมุมเพยี งเสน้ เดยี วทถี่ กู แบง่ ครง่ึ ด้วยเส้นทแยง
มุมอีกเส้นหน่งึ

สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รยี น

1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา

คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

1. มีวินยั
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มงุ่ มั่นในการทางาน

การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้

1. ครูติดแถบรปู เรขาคณิตหลายชนดิ คละกนั เช่น รปู สามเหลยี่ ม รปู ส่ีเหล่ยี ม รูปห้าเหล่ยี ม รูปวงกลม
ใหแ้ ตล่ ะชนิดมีหลายสหี ลายขนาด ดงั น้ี

2. ฝึกทกั ษะการจาแนกโดยเร่ิมจากครูกาหนดเกณฑ์ให้ จากน้ันใหน้ กั เรียนกาหนดเกณฑเ์ อง ตวั อย่าง
เกณฑก์ ารจาแนก เช่น

สี : จาแนกไดเ้ ปน็ 4 พวก คือ สเี ขียว สแี ดง สเี หลอื ง สมี ่วง
ชนิด : จาแนกไดเ้ ป็น 4 พวก คอื รปู สามเหล่ียม รูปส่เี หลี่ยม รูปห้าเหลยี่ ม รปู วงกลม
ขนาด : จาแนกได้เป็น 2 พวก คอื ขนาดเลก็ ขนาดใหญ่
ด้าน : จาแนกได้เป็น 2 พวก คือ พวกที่มีขอบของรูปเป็นส่วนของเส้นตรง (รูปสามเหลี่ยม
รูปส่เี หล่ยี ม รปู หา้ เหลีย่ ม) และพวกทม่ี ีขอบของรปู เปน็ สว่ นโค้ง (รูปวงกลม)
3. ครูนาแถบรูปสี่เหล่ียมในกิจกรรมข้อ 1. มาเป็นแบบแล้วสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับลักษณะ
ทร่ี ่วมกนั ของรปู ส่เี หลี่ยมทง้ั สาม ซึ่งจะได้ว่า รูปสเี่ หลี่ยมเป็นรูปปดิ มี 4 ดา้ น 4 มุม

4. แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน ให้สมาชิกในกลุ่มร่วมกันทากิจกรรมสารวจรูปสี่เหล่ียม
จากนัน้ ให้แตล่ ะกลุ่มออกมานาเสนอผลงาน

5. ครูและนกั เรยี นอภิปรายและรว่ มกันสรุปว่า การจาแนกรปู ส่เี หล่ียม โดยพจิ ารณาจากขนาดของมุม
ความยาวของด้าน และการขนานกนั ของดา้ น สามารถจาแนกไดด้ งั น้ี

 รูปสเี่ หลย่ี มจัตรุ สั เป็นรูปสีเ่ หล่ยี มท่ีมมี มุ ทกุ มมุ เป็นมุมฉาก ด้านทุกด้านยาวเท่ากนั ดา้ นตรงขา้ ม
ขนานกัน 2 คู่

 รูปสี่เหลยี่ มผืนผา้ เปน็ รูปสเี่ หลยี่ มท่ีมีมุมทุกมมุ เปน็ มมุ ฉาก ดา้ นตรงข้ามยาวเท่ากนั และขนานกัน
2 คู่ ด้านท่อี ยตู่ ิดกนั ยาวไมเ่ ทา่ กัน

 รปู สี่เหลี่ยมขนมเปยี กปูน เปน็ รปู สเ่ี หล่ยี มท่ีมมี มุ ทุกมุมไม่เปน็ มุมฉาก มมุ ที่อยูต่ รงขา้ มกันมขี นาด
เท่ากัน ด้านทกุ ด้านยาวเท่ากัน ด้านตรงขา้ มขนานกนั 2 คู่

 รูปส่ีเหลี่ยมด้านขนาน เป็นรูปสี่เหล่ียมท่ีมีมุมท่ีอยู่ตรงข้ามกันมีขนาดเท่ากัน ด้านตรงข้ามยาว
เทา่ กันและขนานกนั 2 คู่

 รูปสเี่ หลี่ยมคางหมู เป็นรูปสเ่ี หลยี่ มทม่ี ดี ้านขนานกัน 1 คู่
 รูปส่ีเหลี่ยมรูปว่าว เป็นรูปสี่เหล่ียมท่ีมีมุมที่อยู่ตรงข้ามกันมีขนาดเท่ากัน 1 คู่ และด้านท่ีอยู่
ตดิ กันยาวเท่ากัน 2 คู่
6. ให้นักเรียนทาใบงานที่ 1 เรอื่ ง ชนิดของรูปสี่เหลี่ยม

สอ่ื การเรียนรู้

1. แถบรปู เรขาคณิต
2. ใบงานท่ี 1 เรอื่ งชนดิ ของรปู สเ่ี หลีย่ ม

การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้

สิ่งที่ต้องการประเมิน วิธีการ เครอื่ งมือ เกณฑผ์ า่ น

1. นกั เรียนสามารถบอกชนดิ และสมบัติของรูปตรวจความถกู ต้องของ ใบงานท่ี 1 เรอื่ งชนิดของ ร้อยละ 60 ข้นึ

สเี่ หล่ียมได้ ใบงานท่ี 1 เรอ่ื งชนดิ รปู สเ่ี หลีย่ ม ไป

ของรปู ส่ีเหล่ียม

2.นักเรยี นทางานท่ีไดร้ บั มอบหมายสง่ ตรง -ประเมินคุณลกั ษณะท่ี -แบบประเมินคณุ ลกั ษณะ ระดับคุณภาพ

ตามเวลาที่กาหนด พึงประสงค์ ที่พึงประสงค์ 2 ขึน้ ไป

ของนักเรียนรายบุคคล ของนกั เรียนรายบุคคล

-สังเกตพฤติกรรมการ -แบบสงั เกตพฤติกรรมการ

ทางานกล่มุ ทางานกลมุ่

เกณฑก์ ารให้คะแนนด้านคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ : มีวินัย

คะแนน : ระดับคุณภาพ คณุ ลักษณะทีป่ รากฏใหเ้ หน็

4 : ดีเยี่ยม - ผลงานสะอาดเรียบร้อย
- ปฏิบัติตนอยู่ในขอ้ ตกลงท่ีกาหนดใหร้ ่วมกันทุกครัง้

3 : ดี - ผลงานส่วนใหญส่ ะอาดเรยี บร้อย
- ปฏบิ ตั ิตนอยู่ในขอ้ ตกลงทีก่ าหนดให้ร่วมกันเปน็ ส่วนใหญ่

2 : ผา่ น - ผลงานไมค่ ่อยเรียบรอ้ ย
- ปฏบิ ัติตนอยู่ในข้อตกลงทก่ี าหนดให้ร่วมกัน บางคร้งั ต้องอาศัยการแนะนา

1 : ไม่ผ่าน - ผลงานไมเ่ รียบร้อย
- ไมป่ ฏบิ ัติตนอยูใ่ นขอ้ ตกลงที่กาหนดให้ร่วมกนั

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ : ใฝเ่ รียนรู้

คะแนน : ระดับคณุ ภาพ คุณลักษณะทปี่ รากฏให้เหน็

4 : ดีเยย่ี ม - มคี วามสนใจ/ความตง้ั ใจตลอดระยะเวลาการเรียนรู้

3 : ดี - มคี วามสนใจ/ความตั้งใจเปน็ บางครัง้

2 : ผ่าน - มีความสนใจ/ความตง้ั ใจในระยะเวลาส้นั ๆ ชอบเลน่ ในเวลาเรยี น

1 : ไม่ผา่ น - ไมส่ นใจ/ไม่ตั้งใจ ชอบเลน่ ในเวลาเรียน

คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ : มงุ่ มน่ั ในการทางาน

คะแนน : ระดับคณุ ภาพ คณุ ลกั ษณะทป่ี รากฏให้เหน็

- ส่งงานก่อนหรือตรงกาหนดเวลานดั หมาย

4 : ดีเย่ยี ม - รบั ผดิ ชอบในงานทไ่ี ดร้ บั มอบหมายและปฏิบัติตนเองจนเป็นนสิ ยั

เปน็ ตัวอย่างแก่ผู้อื่น และแนะนาชักชวนให้ผ้อู ืน่ ปฏบิ ตั ิตามได้

3 : ดี - สง่ งานช้ากวา่ กาหนด แตไ่ ด้มีการตดิ ตอ่ ช้ีแจงผู้สอน มีเหตผุ ลท่ีรบั ฟังได้
- รบั ผดิ ชอบในงานที่ได้รบั มอบหมายและปฏบิ ัตติ นเองจนเป็นนสิ ยั

2 : ผา่ น - สง่ งานชา้ กว่ากาหนด
- ปฏบิ ัตงิ านโดยต้องอาศยั การช้แี นะ แนะนา ตักเตอื นหรือใหก้ าลงั ใจ

1 : ไมผ่ า่ น -ไม่สง่ งานชา้
- ไม่ปฏิบตั ิงานแม้จะชแี้ นะ แนะนา ตักเตือนหรอื ใหก้ าลังใจแล้ว

ใบกิจกรรม กลุม่ ที่
สารวจรูปสี่เหลีย่ ม

ตรวจสอบขนาดของมุม ความยาวของดา้ น และการขนานกันของดา้ นของรูปสเี่ หล่ียมทก่ี าหนด
แลว้ เขียน  ในตาราง

ก ขฉ

คง จ

สมบตั ขิ องรปู สเี่ หลีย่ ม รูป ก รปู ข รูป ค รปู ง รูป จ รูป ฉ

มมุ ทกุ มุมเป็นมมุ ฉาก

มมุ ทอ่ี ยูต่ รงขา้ มกันมีขนาดเท่ากนั 1 คู่

ด้านทกุ ด้านยาวเท่ากนั

ด้านตรงขา้ มยาวเท่ากัน

ดา้ นทอ่ี ยตู่ ดิ กนั ยาวเท่ากัน 2 คู่

ดา้ นตรงขา้ มขนานกัน 2 คู่

ด้านตรงข้ามขนานกนั 1 คู่ รูป รูป รูป รปู รูป รูป
ชนิดของรูปสเี่ หลย่ี ม ส่เี หลยี่ ม สเี่ หล่ยี ม สีเ่ หลย่ี ม ส่เี หลีย่ ม สี่เหล่ียม สเี่ หลีย่ ม
จัตรุ สั ผนื ผา้ ขนม ด้าน คางหมู รูปวา่ ว

เปยี กปูน ขนาน

ใบงานที่ 1 คะแนน
เร่อื ง ชนดิ ของรปู สเ่ี หลย่ี ม 3)

1. บอกชนิดของรูปสเ่ี หลย่ี มจากรปู ที่กาหนดให้

1) 2)

4) 5) 6)

2. บอกชนิดของรูปส่เี หลีย่ มจากลักษณะทก่ี าหนดให้ตอ่ ไปน้ี
1) มดี ้านยาวเทา่ กัน มุมทกุ มุมเป็นมุมฉาก
ตอบ …………………………………………………………………………………………………………………………
2) มีด้านตรงขา้ มยาวเท่ากนั และขนานกนั สองคู่ มุมตรงขา้ ม

เทา่ กัน
ตอบ …………………………………………………………………………………………………………………………

3) มีด้านยาวเทา่ กนั มมุ แต่ละมมุ ไมเ่ ปน็ มุมฉาก
ตอบ …………………………………………………………………………………………………………………………

4) มีดา้ นตรงขา้ มยาวเทา่ กนั และขนานกันสองคู่ มมุ แต่ละมมุ เป็นมมุ ฉาก
ตอบ …………………………………………………………………………………………………………………………

5) ด้านท้ังส่ยี าวไมเ่ ทา่ กัน แตม่ ีด้านขนานกนั เพยี งหนง่ึ คู่
ตอบ …………………………………………………………………………………………………………………………

6) มีดา้ นคู่หนึ่งขนานกนั และอีกค่หู นึง่ ยาวเท่ากันแตไ่ ม่ขนานกัน
ตอบ …………………………………………………………………………………………………………………………

เฉลยใบกจิ กรรม กลุ่มที่
สารวจรปู ส่เี หล่ยี ม

ตรวจสอบขนาดของมมุ ความยาวของด้าน และการขนานกันของด้านของรูปสี่เหลี่ยมท่กี าหนด
แลว้ เขยี น  ในตาราง

ก ขฉ

คง จ

สมบัตขิ องรูปสเี่ หลย่ี ม รูป ก รูป ข รปู ค รูป ง รูป จ รปู ฉ

มุมทกุ มมุ เปน็ มุมฉาก 

มมุ ท่ีอยู่ตรงขา้ มกนั มีขนาดเทา่ กัน 1 คู่    

ด้านทุกด้านยาวเท่ากัน 

ด้านตรงขา้ มยาวเทา่ กนั 

ด้านที่อยู่ติดกนั ยาวเท่ากนั 2 คู่   

ดา้ นตรงขา้ มขนานกัน 2 คู่ 

ด้านตรงขา้ มขนานกนั 1 คู่ 
ชนดิ ของรูปส่เี หลีย่ ม
รปู รปู รปู รูป รปู รูป
สี่เหล่ยี ม สีเ่ หล่ยี ม ส่ีเหลยี่ ม สเี่ หล่ยี ม สีเ่ หลีย่ ม สีเ่ หล่ยี ม
จัตุรัส ผนื ผ้า ขนม ดา้ น คางหมู รูปว่าว

เปยี กปนู ขนาน

เฉลยใบงานที่ 1 คะแนน
เรอ่ื ง ชนิดของรูปสี่เหลีย่ ม 3)

1. บอกชนิดของรปู ส่ีเหล่ยี มจากรูปทีก่ าหนดให้

1) 2)

รปู สเี่ หลีย่ มผืนผา้ รปู ส่เี หลย่ี มจตั ุรสั รูปสเ่ี หลยี่ มขนมเปียกปนู

4) 5) 6)

รปู ส่เี หล่ยี มคางหมู รปู สเ่ี หลี่ยมด้านขนาน รูปส่เี หลย่ี มรูปวา่ ว

2. บอกชนิดของรูปสีเ่ หลีย่ มจากลักษณะที่กาหนดให้ต่อไปนี้

1) มีดา้ นยาวเทา่ กนั มมุ ทกุ มมุ เปน็ มุมฉาก
ตอบ ร…ูป…ส…เ่ี ห…ล…ย่ี ม…จ…ัต…ุรสั ……………………………………………………………………………………………………

2) มีดา้ นตรงขา้ มยาวเท่ากันและขนานกนั สองคู่ มมุ ตรงขา้ ม
เท่ากนั รูปสีเ่ หล่ยี มผนื ผ้า รปู ส่ีเหลีย่ มจัตุรัส รปู ส่ีเหลยี่ มขนมเปียกปูน และรูปสเี่ หลย่ี มด้านขนาน

ตอบ …………………………………………………………………………………………………………………………

3) มีด้านยาวเทา่ กัน มุมแต่ละมมุ ไม่เปน็ มมุ ฉาก
ตอบ …ร…ูป…สี่เ…ห…ลี่ย…ม…ข…นม…เ…ป…ียก…ป…ูน………………………………………………………………………………………

4) มีดา้ นตรงขา้ มยาวเท่ากนั และขนานกันสองคู่ มมุ แต่ละมุมเป็นมุมฉาก
ตอบ ร…ูป…ส…่เี ห…ล…่ยี ม…ผ…ืน…ผ…้า …แล…ะ…ร…ปู …ส่ีเ…ห…ลยี่…ม…จ…ตั …ุรัส……………………………………………………………………

5) ด้านทงั้ ส่ยี าวไม่เท่ากนั แต่มีด้านขนานกนั เพียงหนงึ่ คู่
ตอบ …ร…ปู …ส่เี…ห…ลย่ี…ม…ค…าง…ห…ม…ู ……………………………………………………………………………………………

6) มดี ้านค่หู นึ่งขนานกนั และอีกค่หู นงึ่ ยาวเทา่ กันแต่ไม่ขนานกนั
ตอบ …ร…ปู …สีเ่…ห…ล่ีย…ม…ค…าง…ห…ม…ู ……………………………………………………………………………………………

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 2

รายวชิ า คณติ ศาสตร์ ค15101 กลมุ่ สาระการเรยี นรูค้ ณติ ศาสตร์

ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564

หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 7 รูปสี่เหลีย่ ม : เส้นทแยงมุมของรูปส่ีเหลยี่ ม เวลา 1 ชัว่ โมง

ผสู้ อน นายบวร ศรีประเสริฐ วันที่ ..................................................................

………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………

มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ชวี้ ดั

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ค 2.2 เข้าใจและวิเคราะหร์ ูปเรขาคณิต สมบัติของรปู เรขาคณติ
ความสมั พันธ์ระหว่างรปู เรขาคณิตและทฤษฎีบททางเรขาคณิตและนาไปใช้

ตัวช้วี ัด

ค 2.2 ป.5/2 จำแนกรูปสเ่ี หลยี่ มโดยพจิ ำรณำจำกสมบตั ิของรปู

จุดประสงค์การเรียนรู้

1. นกั เรียนสำมำรถบอกชนิดและสมบัติของรูปสเ่ี หลยี่ มได้

2. นกั เรียนทำงำนที่ได้รับมอบหมำยส่งตรงตำมเวลำทีก่ ำหนด

สาระสาคญั

1. รปู ส่เี หล่ยี มจัตรุ สั เป็นรูปส่ีเหลย่ี มทมี่ ีมุมทกุ มุมเปน็ มมุ ฉำกดำ้ นทุกดำ้ นยำวเท่ำกัน ดำ้ นตรงขำ้ ม
ขนำนกนั 2 คู่ เสน้ ทแยงมุมยำวเท่ำกัน แบง่ ครง่ึ ซ่งึ กนั และกนั และตดั กนั เป็นมมุ ฉำก

2. รปู สเ่ี หลย่ี มผืนผ้ำ เป็นรูปสเี่ หลี่ยมท่ีมีมุมทกุ มมุ เป็นมมุ ฉำก ด้ำนตรงขำ้ มยำวเท่ำกันและขนำนกัน 2
คู่ ด้ำนท่อี ยู่ตดิ กนั ยำวไมเ่ ทำ่ กันเสน้ ทแยงมุมยำวเทำ่ กัน และแบ่งคร่งึ ซง่ึ กันและกนั

3. รูปสเี่ หลี่ยมขนมเปยี กปนู เปน็ รูปสี่เหล่ยี มท่มี มี ุมทุกมมุ ไม่เป็นมุมฉำก มมุ ที่อยูต่ รงข้ำมกนั มขี นำด
เทำ่ กนั ดำ้ นทุกด้ำนยำวเท่ำกนั ด้ำนตรงขำ้ มขนำนกัน 2 คู่ เส้นทแยงมมุ แบง่ ครึ่งซงึ่ กันและกนั และตัดกันเปน็
มมุ ฉำก

4. รปู ส่เี หลี่ยมด้ำนขนำน เปน็ รปู ส่ีเหล่ยี มทม่ี มี ุมท่ีอยู่ตรงข้ำมกันมขี นำดเทำ่ กนั ดำ้ นตรงข้ำมยำว
เท่ำกันและขนำนกนั 2 คู่ เสน้ ทแยงมมุ แบง่ คร่งึ ซ่ึงกันและกนั

5. รปู ส่ีเหลี่ยมคำงหมู เปน็ รปู สีเ่ หลย่ี มที่มีด้ำนขนำนกัน 1 คู่
6. รูปสเี่ หลยี่ มรปู วำ่ ว เป็นรูปสี่เหล่ยี มที่มีมมุ ทอ่ี ยตู่ รงขำ้ มกันมีขนำดเท่ำกัน 1 คู่ และดำ้ นท่ีอยู่ติดกัน
ยำวเทำ่ กัน 2 คู่ เส้นทแยงมมุ ตดั กนั เปน็ มมุ ฉำก และมเี สน้ ทแยงมุมเพยี งเส้นเดยี วทถี่ กู แบ่งคร่ึงด้วยเส้นทแยง
มุมอกี เส้นหน่งึ

สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รียน

1. ควำมสำมำรถในกำรสอ่ื สำร
2. ควำมสำมำรถในกำรคิด
3. ควำมสำมำรถในกำรแก้ปญั หำ

คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

1. มวี ินยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุง่ ม่นั ในกำรทำงำน

การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

1. ทบทวนควำมรเู้ กย่ี วรปู สีเ่ หลี่ยมท่เี ปน็ รูปสมมำตร โดยครูเตรียมรปู ส่ีเหลยี่ มหลำยๆรปู แลว้ ให้
นกั เรียนออกมำแสดงกำรพบั แล้วดูวำ่ รูปสีเ่ หล่ียมรปู นน้ั เป็นรูปสมมำตรหรอื ไม่ ถ้ำเปน็ รปู สมมำตรแล้วมแี กน
สมมำตรกี่แกน ซ่งึ จะได้ว่ำ

- รปู สี่เหล่ียมจัตรุ สั มีแกนสมมำตร 4 แกน

- รูปส่เี หลี่ยมผืนผ้ำและรูปส่ีเหล่ยี มขนมเปยี กปูนมแี กนสมมำตร 2 แกน

- รปู สเ่ี หลยี่ มรปู วำ่ วมีแกนสมมำตร 1 แกน

- รปู สเี่ หลีย่ มคำงหมู และรปู ส่ีเหลยี่ มด้ำนขนำนไมเ่ ป็นรูปสมมำตร

2. ให้นกั เรียนพจิ ำรณำว่ำ รปู สี่เหลย่ี มชนิดใดมเี ส้นทแยงมุมทงั้ สองเป็นแกนสมมำตรบ้ำง เพรำะเหตุใด
ซึง่ จะได้ว่ำ มรี ูปสเ่ี หลี่ยมจตั รุ ัส และรปู ส่ีเหล่ียมขนมเปยี กปูน เพรำะเมือ่ พับตำมเส้นทแยงมมุ แลว้ ทัง้ สองข้ำงของ
รอยพบั จะทับกันสนิท จำกนน้ั ครสู นทนำเกยี่ วกับรปู ท่ที ับกนั สนิทซึ่งจะเห็นไดว้ ่ำเปน็ รูปสำมเหลยี่ ม แสดงว่ำเส้น
ทแยงมมุ ของรปู สเ่ี หลี่ยมจัตรุ ัส และรปู สเ่ี หลี่ยมขนมเปียกปูน แบง่ รูปส่เี หลี่ยมออกเป็นรูปสำมเหลี่ยมที่เทำ่ กนั 2 รูป

3. ให้นกั เรยี นพิจำรณำรูปสเ่ี หล่ยี มผืนผำ้ และรูปส่ีเหลี่ยมด้ำนขนำน ซึ่งเสน้ ทแยงมุมไม่ไดเ้ ปน็ แกน
สมมำตร แตเ่ มือ่ ตดั ตำมแนวเสน้ ทแยงมมุ แล้วนำรปู สำมเหลย่ี มทัง้ สองรูปมำวำงซ้อนทบั กัน จะทับกันสนิท
แสดงวำ่ เส้นทแยงมมุ ของรปู ส่เี หลีย่ มผนื ผำ้ และรปู สี่เหลยี่ มด้ำนขนำน จะแบง่ รูปท่เี หลีย่ มออกเปน็ รปู สำมเหลยี่ ม
2 รูป ท่มี ีขนำดเท่ำกัน ดงั ตัวอยำ่ ง

4. ให้นักเรยี นทำกิจกรรมทำนองเดียวกัน โดยใช้รูปสีเ่ หล่ียมรูปว่ำว และรูปสเ่ี หล่ียมคำงหมู ซึง่ จะพบว่ำ
รปู สเ่ี หลี่ยมรปู ว่ำว มเี ส้นทแยงมมุ เพยี งเสน้ เดยี ว ทีแ่ บ่งรปู สี่เหลี่ยมรปู วำ่ ว ออกเป็นรูปสำมเหลยี่ ม 2 รปู ท่ีมขี นำด
เท่ำกัน ส่วนรูปสี่เหลีย่ มคำงหมู เส้นทแยงมุมแตล่ ะเส้น แบ่งรปู สีเ่ หล่ียมคำงหมเู ปน็ รูปสำมเหล่ียม 2 รูป ขนำดไม่
เทำ่ กนั

5. ครตู ิดรูปส่ีเหลย่ี มทัง้ 6 ชนดิ ท่มี รี ูปเส้นทแยงมุมดว้ ย แล้วให้นักเรียนจัดกล่มุ รูปสี่เหลีย่ มทีเ่ สน้ ทแยงมมุ
แตล่ ะเส้นแบ่งรูปส่ีเหล่ยี มรูปนน้ั เป็นรปู สำมเหล่ยี มขนำดเทำ่ กนั 2 รูป ไวด้ ้วยกนั ซง่ึ จะพบวำ่ มรี ูปสีเ่ หลี่ยมจตั รุ ัส
รปู ส่เี หลยี่ มขนมเปียกปนู รปู สเ่ี หลีย่ มผืนผำ้ และรปู สเ่ี หลยี่ มด้ำนขนำน

6. ครูเขียนส่วนของเส้นตรง 2 เสน้ ตดั กนั ดงั รปู

รปู ท่ี 1 รูปที่ 2 รูปท่ี 3

แลว้ ใหน้ ักเรียนปฏิบตั ิจรงิ เพื่อตอบคำถำมต่อไปนี้
1) รปู ใดบ้ำงที่ส่วนของเสน้ ตรงทั้ง 2 เสน้ ยำวเทำ่ กนั (นักเรยี นวัดควำมยำวของส่วนของเส้นตรง

แต่ละรูป พบวำ่ รปู ที่ 1 และรปู ท่ี 3 สว่ นของเส้นตรงท้งั สองจะยำวเทำ่ กนั )
2) รปู ใดบำ้ งที่ส่วนของเสน้ ตรงทงั้ 2 เสน้ ตัดกนั เปน็ มมุ ฉำก (นักเรียนวดั มมุ ทเี่ กิดจำกของส่วน

ของเสน้ ตรงแต่ละเส้นตัดกัน พบวำ่ รปู ที่ 2 และรูปที่ 3 ส่วนของเส้นตรงท้ังสองจะตดั กันเป็น
มุมฉำก) ซ่ึงจะสรปุ ได้วำ่ รปู ท่ี 2 และรปู ท่ี 3 ส่วนของเสน้ ตรงทงั้ 2 เส้น ตดั กนั เป็นมมุ ฉำก
3) รปู ท่ี 1 ส่วนของเสน้ ตรงทงั้ สองตัดกนั เปน็ มมุ เท่ำใด (วัดมมุ ที่เกิดจำกสว่ นของเสน้ ตรงตดั กนั
ซึง่ มีอยู่ 4 มมุ จะพบวำ่ มมี มุ ทมี่ ขี นำดเทำ่ กนั 2 คู่ ซ่งึ เปน็ มุมตรงข้ำมนน่ั เอง)
4) รูปใดบ้ำงท่ีสว่ นของเสน้ ตรงแบง่ คร่ึงซงึ่ กันและกัน หมำยควำมวำ่ ถำ้ สว่ นของเสน้ ตรงเส้นที่
หนง่ึ แบ่งส่วนของเส้นตรงเสน้ ทีส่ อง ออกเป็นสองส่วนเท่ำๆกนั และสว่ นของเส้นตรงเส้นที่
สอง กแ็ บง่ สว่ นของเส้นตรงเสน้ ท่ีหนงึ่ ออกเปน็ สองสว่ นๆกนั แล้ว จะเรยี กว่ำ ส่วนของเสน้ ตรง
แบ่งครึง่ ซง่ึ กนั และกนั เชน่ รูปท่ี 1 และรปู ท่ี 3 ส่วนรูปที่ 2 ส่วนของเส้นตรงเส้นท่ี 1
(เสน้ แนวตั้ง) แบ่งครงึ่ สว่ นของเส้นตรงเส้นทีส่ อง แตส่ ่วนของเสน้ ตรงเสน้ ทีส่ อง(แนวนอน)
ไมไ่ ดแ้ บ่งคร่ึงส่วนของเส้นตรงเสน้ ท่ีหน่ึง อยำ่ งน้จี งึ ไมเ่ รยี กวำ่ แบ่งครึง่ ซง่ึ กนั และกัน

7. ให้นกั เรียนลำกเสน้ ตอ่ จุดปลำยของส่วนของเส้นตรงของรูปในกจิ กรรมขอ้ 6. ให้ทกุ รูปเป็นรูปส่ีเหลี่ยม
จะเหน็ ได้ว่ำสว่ นของเส้นตรงท้ังสองเส้น จะเปน็ เส้นทแยงมุมของรปู สีเ่ หลยี่ มนนั้ แล้วให้นักเรยี นบอกชนดิ ของรูป
สี่เหลยี่ มดังกลำ่ ว จะได้ดังน้ี

รปู ที่ 1 เปน็ รูปส่ีเหลี่ยมผืนผำ้ รปู ท่ี 2 เป็นรูปสเ่ี หลีย่ มรปู ว่ำว รูปที่ 3 เป็นรปู สี่เหลยี่ มจัตุรสั
8. ครูวำดรูปส่ีเหลยี่ มพร้อมเสน้ ทแยงมมุ เพม่ิ อีก 2 ชนิด คอื รูปสเ่ี หลี่ยมขนมเปยี กปนู และรูปส่ีเหล่ียม
ดำ้ นขนำน แล้ให้นกั เรียนปฏบิ ตั ิเพอื่ ตอบคำถำมต่อไปน้ี

1) เสน้ ทแยงมมุ ท้ังสองเส้นของรปู สี่เหลยี่ มยำวเท่ำกันหรือไม่ (ไม่เทำ่ กัน)
2) เส้นทแยงมุมท้งั สองแบง่ ครึ่งซ่ึงกนั และกนั หรอื ไม่ (แบ่งครงึ่ ซง่ึ กนั และกัน)
3) เส้นทแยงมมุ ทงั้ สองตดั กันเป็นมุมฉำกหรือไม่ ( รูปสเ่ี หล่ยี มขนมเปยี กปนู มเี สน้ ทแยงมุมตัดกัน

เป็นมุมฉำก แต่รูปส่เี หลีย่ มดำ้ นขนำน เส้นทแยงมุมตัดกนั ไม่เปน็ มุมฉำก)
9. ให้นกั เรียนชว่ ยกันสรุปว่ำ รปู ส่ีเหล่ยี มชนดิ ใดบ้ำงทีม่ ีคุณสมบัตขิ องเสน้ ทแยงมุมตำมท่กี ำหนด ซึ่งจะได้
ดังนี้

1) รปู ส่ีเหลย่ี มจตั ุรัส เสน้ ทแยงมมุ ยำวเท่ำกนั แบง่ ครงึ่ ซึ่งกนั และกนั และตัดกันเปน็ มมุ ฉำก
2) รปู สีเ่ หลยี่ มผืนผ้ำ เส้นทแยงมมุ ยำวเท่ำกัน และแบ่งคร่งึ ซึ่งกนั และกัน
3) รปู สเ่ี หลี่ยมขนมเปยี กปนู เส้นทแยงมมุ แบง่ ครงึ่ ซึ่งกนั และกนั และตดั กนั เป็นมุมฉำก
4) รปู สี่เหลยี่ มดำ้ นขนำน เสน้ ทแยงมมุ แบง่ ครง่ึ ซึ่งกันและกนั
5) รูปสเ่ี หลี่ยมรูปวำ่ ว เสน้ ทแยงมมุ ตดั กันเป็นมุมฉำก และมีเสน้ ทแยงมุมเพียงเสน้ เดยี วที่ถูก
แบง่ ครงึ่ ด้วยเสน้ ทแยงมมุ อกี เสน้ หนงึ่

10. ให้นกั เรียนทำใบงำนท่ี 2 เรอื่ ง เส้นทแยงมุมของรปู สี่เหล่ยี ม เพือ่ ทบทวนสมบตั ขิ องเส้นทแยงมมุ
ของรปู สีเ่ หล่ียมแต่ละรูป

สอ่ื การเรยี นรู้

1. รปู สี่เหลย่ี มชนิดตำ่ งๆ
2. โพรแทรกเตอร์ , ไม้ฉำก , ไม้บรรทดั
3. ใบงำนท่ี 2 เรอื่ ง เส้นทแยงมุมของรปู สเี่ หล่ยี ม

การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้

สิง่ ที่ต้องการประเมนิ วธิ ีการ เครอ่ื งมือ เกณฑ์ผา่ น

1. นักเรยี นสำมำรถบอกชนดิ และสมบัตขิ องรปู ตรวจใบงำนท่ี 2 เรอื่ ง ใบงำนท่ี 2 เรอ่ื ง เสน้ ทแยง รอ้ ยละ 60 ข้ึน

สเี่ หลีย่ มได้ เสน้ ทแยงมุม มุม ไป

ของรูปส่เี หลี่ยม ของรูปสเ่ี หล่ยี ม

2.นกั เรยี นทำงำนที่ได้รบั มอบหมำยส่งตรง -ประเมินคณุ ลักษณะที่ -แบบประเมินคณุ ลักษณะ ระดบั คุณภำพ

ตำมเวลำท่ีกำหนด พงึ ประสงค์ ท่ีพงึ ประสงค์ 2 ขนึ้ ไป

ของนักเรียนรำยบคุ คล ของนักเรียนรำยบุคคล

เกณฑก์ ารให้คะแนนด้านคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ : มีวนิ ัย

คะแนน : ระดบั คุณภาพ คณุ ลักษณะที่ปรากฏให้เหน็

4 : ดีเยย่ี ม - ผลงำนสะอำดเรียบรอ้ ย
- ปฏิบัติตนอยู่ในขอ้ ตกลงทก่ี ำหนดใหร้ ว่ มกนั ทกุ ครง้ั

3 : ดี - ผลงำนส่วนใหญ่สะอำดเรียบร้อย
- ปฏิบตั ิตนอยู่ในข้อตกลงท่ีกำหนดให้รว่ มกนั เปน็ สว่ นใหญ่

2 : ผ่ำน - ผลงำนไม่ค่อยเรยี บรอ้ ย
- ปฏิบัติตนอย่ใู นขอ้ ตกลงท่กี ำหนดให้ร่วมกัน บำงครงั้ ตอ้ งอำศยั กำรแนะนำ

1 : ไมผ่ ่ำน - ผลงำนไม่เรยี บรอ้ ย
- ไม่ปฏิบตั ติ นอยใู่ นขอ้ ตกลงที่กำหนดให้ร่วมกัน

คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ : ใฝ่เรียนรู้

คะแนน : ระดับคุณภาพ คุณลักษณะทีป่ รากฏใหเ้ หน็

4 : ดีเย่ียม - มีควำมสนใจ/ควำมตั้งใจตลอดระยะเวลำกำรเรยี นรู้

3 : ดี - มคี วำมสนใจ/ควำมตง้ั ใจเป็นบำงคร้งั

2 : ผำ่ น - มคี วำมสนใจ/ควำมตงั้ ใจในระยะเวลำสั้นๆ ชอบเล่นในเวลำเรยี น

1 : ไมผ่ ่ำน - ไม่สนใจ/ไมต่ ้ังใจ ชอบเลน่ ในเวลำเรียน

คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ : มุ่งมน่ั ในการทางาน

คะแนน : ระดับคุณภาพ คณุ ลกั ษณะท่ีปรากฏใหเ้ หน็

- สง่ งำนกอ่ นหรอื ตรงกำหนดเวลำนดั หมำย

4 : ดีเยีย่ ม - รับผดิ ชอบในงำนท่ไี ด้รับมอบหมำยและปฏบิ ตั ิตนเองจนเป็นนิสัย

เป็นตัวอย่ำงแกผ่ ู้อื่น และแนะนำชักชวนใหผ้ ูอ้ ่ืนปฏบิ ัติตำมได้

3 : ดี - สง่ งำนชำ้ กวำ่ กำหนด แตไ่ ดม้ กี ำรตดิ ต่อช้ีแจงผูส้ อน มีเหตุผลทร่ี บั ฟงั ได้
- รบั ผิดชอบในงำนทีไ่ ด้รับมอบหมำยและปฏิบตั ติ นเองจนเปน็ นสิ ยั

2 : ผ่ำน - สง่ งำนช้ำกวำ่ กำหนด
- ปฏบิ ัตงิ ำนโดยตอ้ งอำศยั กำรชแี้ นะ แนะนำ ตกั เตือนหรือใหก้ ำลงั ใจ

1 : ไมผ่ ่ำน -ไม่สง่ งำนช้ำ
- ไม่ปฏบิ ตั งิ ำนแม้จะชแี้ นะ แนะนำ ตกั เตือนหรอื ให้กำลงั ใจแล้ว

ใบงานที่ 2 คะแนน
เรื่อง เสน้ ทแยงมมุ ของรูปสเ่ี หลี่ยม

เขยี นเครอื่ งหมาย  ลงในชอ่ งทีแ่ สดงคณุ สมบตั ขิ องเส้นทแยงมุม ใหต้ รงกับรูปสเ่ี หลยี่ มแตล่ ะชนิด
สมบัตขิ องเสน้ ทแยงมุมของรปู ส่เี หลย่ี ม

ชนิดของรปู สี่เหลย่ี ม
ยาวเท่า ักน
แบ่งค ึ่รง ่ึซง ักนและ ักน

ัตด ักนเป็น ุมมฉาก
แบ่ง ูรป ่ีสเห ี่ลยมออก
เป็นรูปสามเห ีล่ยม
ขนาดเท่า ักน 2 รูป

รปู ส่ีเหลย่ี มจัตรุ สั

รปู สี่เหล่ยี มผนื ผ้า

รปู สี่เหลย่ี มขนมเปียกปูน

รปู สี่เหลีย่ มดา้ นขนาน

รูปสเ่ี หลยี่ มรูปวา่ ว

รปู สเี่ หลย่ี มคางหมู

เฉลยใบงานที่ 2 คะแนน
เรอื่ ง เสน้ ทแยงมุมของรูปสเ่ี หล่ียม

เขียนเครื่องหมาย  ลงในชอ่ งที่แสดงคุณสมบัตขิ องเส้นทแยงมุม ใหต้ รงกบั รูปสเ่ี หลี่ยมแต่ละชนิด

สมบตั ขิ องเสน้ ทแยงมุมของรูปสเี่ หลี่ยม

ชนิดของรปู สเี่ หลย่ี ม ยาวเท่า ักน
แบ่งค ึ่รง ่ึซง ักนและ ักน

ัตด ักนเป็น ุมมฉาก
แบ่ง ูรป ่ีสเห ี่ลยมออก
เป็นรูปสามเห ีล่ยม
ขนาดเท่า ักน 2 รูป

รปู สีเ่ หลย่ี มจัตรุ สั   
รูปสี่เหลีย่ มผนื ผ้า
รปู สี่เหลย่ี มขนมเปยี กปูน  
รปู สเ่ี หลยี่ มดา้ นขนาน
รูปสี่เหลีย่ มรูปว่าว  
รปู สเ่ี หลย่ี มคางหมู




แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 3

รายวิชา คณิตศาสตร์ ค15101 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์

ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 7 รูปส่เี หล่ยี ม : ทบทวนการสร้างรปู สเ่ี หล่ยี มมุมฉาก

เมอื่ กาหนดความยาวของดา้ น เวลา 1 ชั่วโมง

ผู้สอน นายบวร ศรีประเสรฐิ วนั ที่ ..................................................................

………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………

มาตรฐานการเรียนรู/้ ตัวช้ีวัด

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ค 2.2 เข้าใจและวเิ คราะหร์ ปู เรขาคณิต สมบัติของรปู เรขาคณิต

ความสมั พันธ์ระหว่างรปู เรขาคณติ และทฤษฎบี ททางเรขาคณติ และนาไปใช้

ตัวช้ีวัด
ค 2.2 ป.5/3 สรา้ งรปู สเี่ หลี่ยมชนดิ ต่างๆ เม่ือกาหนดความยาวของดา้ นและขนาดของมมุ
หรอื เมอื่ กาหนความยาวของเส้นทแยงมุม

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1. นักเรียนสามารถสรา้ งรูปสเ่ี หลย่ี มตามขอ้ กาหนดได้
2. นักเรยี นทางานทีไ่ ดร้ บั มอบหมายส่งตรงตามเวลาที่กาหนด

สาระสาคญั

การสร้างรปู สี่เหล่ียม เปน็ การสรา้ งตามลักษณะหรือสมบตั ิของรูปส่ีเหลยี่ มแต่ละชนิด ซึ่งตอ้ งอาศัย
ทักษะการวัดความยาว การใชโ้ พรแทรกเตอร์หรอื วงเวยี น

สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน

1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา

คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

1. มวี ินัย
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มุง่ ม่นั ในการทางาน

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้

1. ใหน้ กั เรยี นแข่งขนั กันปฏิบตั ิตามคาส่ังต่อไปนี้
1) เขยี นสว่ นของเสน้ ตรง กข ยาว 4 เซนติเมตร
2) สรา้ งมุมฉากท่ีจุด ก แลว้ ส่วนของเสน้ ตรง กง ยาว 3 เซนตเิ มตร
3) ใช้จุด ง และ จุด ข เป็นจุดศูนยก์ ลาง แล้วกางวงเวยี นรศั มี 4 เซนตเิ มตร และ

3 เซนติเมตร ตามลาดับ เขยี นสว่ นโค้งของวงกลมตดั กันท่ีจดุ ค
4) ลากส่วนของเสน้ ตรง งค และ ส่วนของเสน้ ตรง ขค

2. ครสู นทนากับนักเรยี นเก่ียวกบั รูปทเี่ กดิ ขึ้น วา่ เปน็ รปู สเี่ หล่ยี มผืนผา้ กขคง ที่มีด้านกว้าง
3 เซนติเมตร และดา้ นยาว 4 เซนติเมตร หลงั จากนนั้ ให้นักเรยี นรวมกล่มุ กนั กลุม่ ละ 8 คน แลว้ คัดเลือก
ผลงานทดี่ ที ี่สดุ มาแสดงหนา้ ช้นั เรยี น พร้อมทัง้ ใหเ้ หตุผลด้วยว่าทาไมจึงให้ผลงานชน้ิ น้นั ดีท่สี ดุ

3. ครูเสนอแนะเพ่มิ เตมิ วา่ การสร้างรูปเรขาคณิตท่ีดีนน้ั นอกจากจะมคี วามยาวของดา้ นและขนาด
ของมุมท่ถี ูกต้องแลว้ จะต้องมีความประณตี ใช้ดนิ สอทีแ่ หลมคม และลากเส้นใหเ้ รียบรอ้ ย

4. ครูกาหนดโจทย์ให้นักเรยี นสร้างรูปส่เี หลี่ยมจัตุรสั ใหม้ ีความยาวดา้ นละ 4 เซนติเมตร แลว้ สนทนา
ซกั ถามเก่ยี วกับขนั้ ตอนการสรา้ ง ซึ่งอาจจะไดว้ ่า สามารถทาเชน่ เดียวกันกบั การสรา้ งรปู ส่ีเหลี่ยมผืนผ้า
นอกจากน้ีครูควรเปดิ โอกาสใหน้ กั เรียนเสนอแนวคดิ ในการสรา้ งรูปส่เี หลย่ี มมมุ ฉากท่ีแตกต่างออกไปหลายๆวิธี
แล้วให้นกั เรียนลองสรา้ งรปู สี่เหลี่ยมตามแนวคดิ ที่เสนอแนะเหลา่ น้นั และอภิปรายรว่มกนั ว่าเป็นวิธที ี่ใชไ้ ด้
หรอื ไม่ และเหมาะสมเพยี งใด

5. ครแู ละนักเรียนช่วยกนั สรปุ ขนั้ ตอนการสร้างรปู สีเ่ หลีย่ มมมุ ฉาก ทีละขน้ั ตอนดังนี้

สร้างรูปสเี่ หลยี่ มผนื ผ้า ยรลว ให้มีด้านยาว 5 เซนตเิ มตร และดา้ นกว้าง 3 เซนตเิ มตร

ขนั้ ที่ 1 เขียนส่วนสว่ นของเส้นตรง ยร ยาว 5 เซนตเิ มตร

ย ร
5 ซม.

ขัน้ ท่ี 2 สร้างมุมฉากท่ีจุด ย ลากส่วนของเส้นตรง ยว ยาว 3 เซนติเมตร


3 ซม.

ยร
5 ซม.

ขน้ั ที่ 3 สรา้ งมุมฉากทจ่ี ุด ร ลากส่วนของเส้นตรง รล ยาว 3 เซนตเิ มตร
วล

3 ซม. 3 ซม.

ยร
5 ซม.

ข้นั ที่ 4 เขยี นสว่ นของเสน้ ตรง วล และส่วนของเสน้ ตรง รล จะได้รปู สี่เหลี่ยมผนื ผา้ ยรลว
วล

3 ซม. 3 ซม.
ยร
5 ซม.

6. ใหน้ ักเรียนฝกึ ทกั ษะการสร้างรปู ส่ีเหลยี่ ม โดยทาใบงานที่ 3 เรอื่ ง การสรา้ งรูปส่ีเหลย่ี มมุมฉาก
เม่ือกาหนดความยาวของดา้ น เพ่อื เป็นพื้นฐานในการสรา้ งรปู สเ่ี หลี่ยมชนดิ อ่นื ๆต่อไป

ส่ือการเรียนรู้

1. โพรแทรกเตอร์
2. ไม้ฉาก , ไม้บรรทดั
3. ใบงานที่ 3 เรอ่ื ง การสร้างรปู สี่เหลี่ยมมุมฉาก เม่ือกาหนดความยาวของด้าน

การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้

ส่ิงทีต่ ้องการประเมนิ วธิ ีการ เคร่ืองมอื เกณฑ์ผ่าน
ร้อยละ 60
1.นักเรยี นสามารถสร้างรูปสเี่ หลย่ี มตรวจใบงานที่ 3 เรอื่ ง การสรา้ ง ใบงานที่ 3 เรื่อง การสร้างรูป ข้ึนไป

ตามขอ้ กาหนดได้ รปู สเี่ หลยี่ มมมุ ฉาก เมื่อกาหนด สี่เหลยี่ มมมุ ฉาก เมือ่ กาหนด ระดบั
คุณภาพ 2
ความยาวของดา้ น ความยาวของดา้ น ขึ้นไป

2.นักเรยี นทางานทไี่ ดร้ บั -ประเมนิ คุณลกั ษณะทพ่ี งึ -แบบประเมนิ คุณลกั ษณะท่ีพึง
มอบหมายส่งตรงตามเวลาที่ ประสงค์ของนกั เรียนรายบคุ คล ประสงค์ของนักเรยี นรายบคุ คล

กาหนด

เกณฑก์ ารให้คะแนนด้านคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ : มีวินัย

คะแนน : ระดับคุณภาพ คณุ ลักษณะทป่ี รากฏใหเ้ หน็

4 : ดีเยี่ยม - ผลงานสะอาดเรียบร้อย
- ปฏิบัติตนอยู่ในขอ้ ตกลงท่ีกาหนดใหร้ ่วมกนั ทุกครัง้

3 : ดี - ผลงานส่วนใหญ่สะอาดเรยี บร้อย
- ปฏบิ ตั ิตนอยู่ในขอ้ ตกลงทีก่ าหนดให้ร่วมกนั เปน็ ส่วนใหญ่

2 : ผา่ น - ผลงานไมค่ ่อยเรียบรอ้ ย
- ปฏบิ ัติตนอยู่ในข้อตกลงทก่ี าหนดให้ร่วมกนั บางคร้งั ต้องอาศัยการแนะนา

1 : ไม่ผ่าน - ผลงานไมเ่ รียบร้อย
- ไม่ปฏบิ ัติตนอยู่ในขอ้ ตกลงที่กาหนดให้ร่วมกนั

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ : ใฝเ่ รียนรู้

คะแนน : ระดับคณุ ภาพ คุณลักษณะทปี่ รากฏให้เหน็

4 : ดีเยย่ี ม - มคี วามสนใจ/ความตง้ั ใจตลอดระยะเวลาการเรียนรู้

3 : ดี - มคี วามสนใจ/ความตั้งใจเปน็ บางครงั้

2 : ผ่าน - มีความสนใจ/ความตง้ั ใจในระยะเวลาสนั้ ๆ ชอบเลน่ ในเวลาเรยี น

1 : ไม่ผา่ น - ไม่สนใจ/ไม่ตั้งใจ ชอบเลน่ ในเวลาเรียน

คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ : มงุ่ มน่ั ในการทางาน

คะแนน : ระดับคณุ ภาพ คณุ ลกั ษณะท่ีปรากฏให้เหน็

- ส่งงานก่อนหรอื ตรงกาหนดเวลานดั หมาย

4 : ดีเย่ยี ม - รบั ผดิ ชอบในงานทไ่ี ดร้ บั มอบหมายและปฏิบัติตนเองจนเป็นนสิ ยั

เปน็ ตัวอย่างแกผ่ ู้อื่น และแนะนาชักชวนให้ผ้อู ืน่ ปฏบิ ตั ิตามได้

3 : ดี - สง่ งานช้ากวา่ กาหนด แตไ่ ด้มีการตดิ ตอ่ ช้ีแจงผู้สอน มีเหตผุ ลท่ีรบั ฟังได้
- รบั ผดิ ชอบในงานที่ได้รบั มอบหมายและปฏบิ ัตติ นเองจนเป็นนสิ ยั

2 : ผา่ น - สง่ งานชา้ กว่ากาหนด
- ปฏบิ ัตงิ านโดยตอ้ งอาศยั การช้แี นะ แนะนา ตักเตอื นหรอื ใหก้ าลงั ใจ

1 : ไมผ่ า่ น -ไม่สง่ งานชา้
- ไม่ปฏิบตั ิงานแม้จะชแี้ นะ แนะนา ตักเตือนหรอื ใหก้ าลังใจแล้ว

ใบงานท่ี 3 คะแนน

เร่ือง การสร้างรูปสเี่ หลีย่ มมุมฉาก
เม่อื กาหนดความยาวของด้าน

สรา้ งรูปสเ่ี หลยี่ มมุมฉากตามข้อกาหนดตอ่ ไปนี้
1. สร้างรปู สเ่ี หลี่ยมผืนผ้า ABCD ให้มดี ้านยาว ยาว 5.5 เซนติเมตร และดา้ นกวา้ ง ยาว 4 เซนตเิ มตร

2. สร้างรูปสเี่ หลยี่ มจัตรุ ัส กขคง ให้มีดา้ นยาวด้านละ 4.5 เซนติเมตร

3. สรา้ งรูปสีเ่ หลยี่ มผนื ผา้ ใหม้ ีดา้ นยาว ยาว 5 เซนตเิ มตร และดา้ นกวา้ ง ยาว 2.5 เซนตเิ มตร พรอ้ มกาหนดชื่อ

4. สร้างรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ใหม้ ีดา้ นยาวดา้ นละ 3 เซนติเมตร พร้อมกาหนดช่อื

เฉลยใบงานที่ 3 คะแนน

เรอื่ ง การสร้างรูปสเ่ี หล่ยี มมมุ ฉาก
เมอื่ กาหนดความยาวของด้าน

สร้างรปู สี่เหลี่ยมมุมฉากตามขอ้ กาหนดต่อไปนี้

1. สรา้ งรปู สี่เหลย่ี มผนื ผา้ ABCD ใหม้ ดี า้ นยาว ซยมา.ว 5.5 เซนติเมตร และดา้ นกว้าง ยาว 4 เซนตเิ มตร

A 5.5 B

4 ซม.

DC

2. สร้างรปู สเี่ หลย่ี มจตั รุ ัส กขคง ใหม้ ดี า้ นยาวดข้านละ 4.5 เซนตเิ มตร


4.5 ซม.

งค

3. สร้างรูปสเ่ี หลยี่ มผืนผ้าให้มดี ้านยาว ยาว 5 เซนตเิ มตร และด้านกวา้ ง ยาว 2.5 เซนตเิ มตร พร้อมกาหนดชอื่
A 5 ซม. B
2.5 ซม.

DC

4. สรา้ งรปู สเ่ี หลย่ี มจตั รุ สั ให้มีดา้ นยาวด้านละ 3 เซนติเมตร พรอ้ มกาหนดช่อื
กข
3 ซม.

งค

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 4

รายวิชา คณิตศาสตร์ ค15101 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์

ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 7 รูปสเ่ี หล่ียม : การสร้างรูปสีเ่ หล่ียมมมุ ฉากเมื่อกาหนดความยาวของดา้ น

โดยใชว้ งเวียน เวลา 1 ชว่ั โมง

ผ้สู อน นายบวร ศรปี ระเสริฐ วันที่ ..................................................................

………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………

มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวดั

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ค 2.2 เข้าใจและวิเคราะห์รปู เรขาคณิต สมบัติของรปู เรขาคณติ

ความสัมพันธร์ ะหวา่ งรูปเรขาคณติ และทฤษฎีบททางเรขาคณิตและนาไปใช้

ตัวชี้วัด
ค 2.2 ป.5/3 สรา้ งรูปสี่เหลีย่ มชนิดต่างๆ เมือ่ กาหนดความยาวของดา้ นและขนาดของมุม
หรอื เมือ่ กาหนความยาวของเส้นทแยงมมุ

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. นกั เรยี นสามารถสร้างรปู สีเ่ หลย่ี มตามข้อกาหนดได้
2. นกั เรียนทางานทไี่ ด้รบั มอบหมายสง่ ตรงตามเวลาทกี่ าหนด

สาระสาคัญ

การสร้างรูปสี่เหลยี่ ม เป็นการสร้างตามลกั ษณะหรือสมบัตขิ องรปู สีเ่ หล่ยี มแต่ละชนิด ซึ่งต้องอาศัย
ทกั ษะการวดั ความยาว การใชโ้ พรแทรกเตอร์หรือวงเวยี น

สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน

1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา

คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

1. มวี ินยั
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มุ่งม่ันในการทางาน

การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

1. ทบทวนข้นั ตอนการสรา้ งรปู ส่ีเหลี่ยมมมุ ฉาก เมอื่ กาหนดความยาวของดา้ นมาให้ พร้อมกับ
เสนอแนะนกั เรยี นวา่ การสรา้ งรูปเรขาคณิตนอกจากใช้โพรแทรกเตอร์แลว้ เราสามารถใชว้ งเวียนมาชว่ ยใน
การสรา้ งได้

2. ครูแนะนาขน้ั ตอนการสร้างรปู สเี่ หล่ียมมมุ ฉาก โดยใช้วงเวยี นมาชว่ ยในการสรา้ งทีละข้ันตอนดงั นี้

สรา้ งรปู สี่เหล่ียมผนื ผ้า ยรลว ใหม้ ีด้านยาว 5 เซนตเิ มตร และด้านกว้าง 3 เซนตเิ มตร

ข้ันที่ 1 เขียนส่วนส่วนของเสน้ ตรง ยร ยาว 5 เซนติเมตร

ย ร
5 ซม.

ขน้ั ท่ี 2 สร้างมมุ ฉากทจี่ ุด ย ลากสว่ นของเสน้ ตรง ยว ยาว 3 เซนติเมตร


3 ซม.

ยร
5 ซม.

ขน้ั ท่ี 3 กางวงเวียนรัศมี 5 เซนติเมตร ใช้จุด ว เปน็ จุดศูนยก์ ลางเขยี นสว่ นโคง้ ของวงกลม

แล้วกางวงเวยี นรัศมี 3 เซนตเิ มตร ใชจ้ ุด ร เปน็ จุดศนู ย์กลางเขียนสว่ นโคง้ ของวงกลม

โดยให้สว่ นโคง้ ของวงกลมตดั กบั โค้งแรกท่ีจุด ล ล


3 ซม.

ย ร
5 ซม.

ขั้นท่ี 4 เขยี นส่วนของเส้นตรง วล และสว่ นของเสน้ ตรง รล จะไดร้ ูปสเี่ หลีย่ มผนื ผ้า ยรลว

วล
3 ซม.

ยร
5 ซม.

2. ครยู กตัวอยา่ งโจทย์อีก 2-3 ข้อ ใหน้ ักเรียนฝกึ สรา้ งรูปสีเ่ หลี่ยมมมุ ฉาก โดยใช้วงเวยี นมาชว่ ยในการ
สร้าง พรอ้ มทั้งอภปิ รายถงึ ข้อดขี ้อเสียของการใชว้ งเวียนมาชว่ ยวา่ เปน็ อย่างไร

3. ให้นักเรียนฝึกทกั ษะการสร้างรปู สเี่ หล่ยี ม โดยทาใบงานที่ 4 เร่อื ง การสร้างรูปสี่เหลี่ยมมมุ ฉาก
เมือ่ กาหนดความยาวของด้าน โดยใช้วงเวยี น เพื่อเปน็ พ้ืนฐานในการสรา้ งรปู สีเ่ หลีย่ มชนดิ อน่ื ๆตอ่ ไป

สอื่ การเรียนรู้

1. วงเวยี น
2. ไม้ฉาก , ไมบ้ รรทดั
3. ใบงานท่ี 4 เร่ือง การสร้างรปู ส่ีเหลย่ี มมุมฉาก เมื่อกาหนดความยาวของด้าน โดยใชว้ งเวียน

การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้

สง่ิ ทต่ี อ้ งการประเมิน วิธีการ เคร่อื งมือ เกณฑ์ผ่าน

1. นักเรยี นสามารถสร้างรปู สี่เหลีย่ มตาม ตรวจใบงานท่ี 4 เร่อื ง การ ใบงานท่ี 4 เรื่อง การสร้าง รอ้ ยละ 60 ขนึ้

ข้อกาหนดได้ สรา้ งรปู สี่เหลี่ยมมุมฉาก เม่ือ รปู สี่เหลีย่ มมมุ ฉาก เมือ่ ไป
กาหนดความยาวของดา้ น กาหนดความยาวของดา้ น

โดยใช้วงเวียน โดยใช้วงเวียน

2.นักเรียนทางานท่ไี ด้รบั มอบหมาย -ประเมินคุณลกั ษณะทพี่ งึ -แบบประเมินคุณลกั ษณะ ระดบั คุณภาพ

ส่งตรงตามเวลาท่ีกาหนด ประสงค์ ทพี่ ึงประสงค์ 2 ขึน้ ไป

ของนักเรียนรายบคุ คล ของนกั เรียนรายบคุ คล

เกณฑก์ ารให้คะแนนด้านคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ : มีวินัย

คะแนน : ระดับคุณภาพ คณุ ลักษณะทป่ี รากฏใหเ้ หน็

4 : ดีเยี่ยม - ผลงานสะอาดเรียบร้อย
- ปฏิบัติตนอยู่ในขอ้ ตกลงท่ีกาหนดใหร้ ่วมกนั ทุกครัง้

3 : ดี - ผลงานส่วนใหญ่สะอาดเรยี บร้อย
- ปฏบิ ตั ิตนอยู่ในขอ้ ตกลงทีก่ าหนดให้ร่วมกนั เปน็ ส่วนใหญ่

2 : ผา่ น - ผลงานไมค่ ่อยเรียบรอ้ ย
- ปฏบิ ัติตนอยู่ในข้อตกลงทก่ี าหนดให้ร่วมกนั บางคร้งั ต้องอาศัยการแนะนา

1 : ไม่ผ่าน - ผลงานไมเ่ รียบร้อย
- ไม่ปฏบิ ัติตนอยู่ในขอ้ ตกลงที่กาหนดให้ร่วมกนั

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ : ใฝเ่ รียนรู้

คะแนน : ระดับคณุ ภาพ คุณลักษณะทปี่ รากฏให้เหน็

4 : ดีเยย่ี ม - มคี วามสนใจ/ความตง้ั ใจตลอดระยะเวลาการเรียนรู้

3 : ดี - มคี วามสนใจ/ความตั้งใจเปน็ บางครงั้

2 : ผ่าน - มีความสนใจ/ความตง้ั ใจในระยะเวลาสนั้ ๆ ชอบเลน่ ในเวลาเรยี น

1 : ไม่ผา่ น - ไม่สนใจ/ไม่ตั้งใจ ชอบเลน่ ในเวลาเรียน

คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ : มงุ่ มน่ั ในการทางาน

คะแนน : ระดับคณุ ภาพ คณุ ลกั ษณะท่ีปรากฏให้เหน็

- ส่งงานก่อนหรอื ตรงกาหนดเวลานดั หมาย

4 : ดีเย่ยี ม - รบั ผดิ ชอบในงานทไ่ี ดร้ บั มอบหมายและปฏิบัติตนเองจนเป็นนสิ ยั

เปน็ ตัวอย่างแกผ่ ู้อื่น และแนะนาชักชวนให้ผ้อู ืน่ ปฏบิ ตั ิตามได้

3 : ดี - สง่ งานช้ากวา่ กาหนด แตไ่ ด้มีการตดิ ตอ่ ช้ีแจงผู้สอน มีเหตผุ ลท่ีรบั ฟังได้
- รบั ผดิ ชอบในงานที่ได้รบั มอบหมายและปฏบิ ัตติ นเองจนเป็นนสิ ยั

2 : ผา่ น - สง่ งานชา้ กว่ากาหนด
- ปฏบิ ัตงิ านโดยตอ้ งอาศยั การช้แี นะ แนะนา ตักเตอื นหรอื ใหก้ าลงั ใจ

1 : ไมผ่ า่ น -ไม่สง่ งานชา้
- ไม่ปฏิบตั ิงานแม้จะชแี้ นะ แนะนา ตักเตือนหรอื ใหก้ าลังใจแล้ว

ใบงานที่ 4 คะแนน

เร่ือง การสร้างรปู ส่เี หล่ยี มมุมฉาก
เมือ่ กาหนดความยาวของด้าน โดยใช้วงเวียน

สร้างรปู สเ่ี หลย่ี มมมุ ฉากตามข้อกาหนดตอ่ ไปนี้ โดยใชว้ งเวียนชว่ ยในการสร้าง
1. สรา้ งรปู สี่เหล่ียมผนื ผ้า ABCD ใหม้ ีด้านยาว ยาว 5 เซนตเิ มตร และด้านกว้าง ยาว 3 เซนติเมตร

2. สรา้ งรปู ส่เี หลยี่ มจตั ุรัส กทมด ใหม้ ีดา้ นยาวดา้ นละ 5 เซนติเมตร

3. สร้างรปู ส่เี หลี่ยมผนื ผา้ ใหม้ ีด้านยาว ยาว 4.5 เซนตเิ มตร และดา้ นกว้าง ยาว 3.5 เซนตเิ มตร พร้อมกาหนดช่ือ
4. สร้างรปู สีเ่ หลยี่ มจตั รุ สั ให้มีด้านยาวดา้ นละ 4.5 เซนตเิ มตร พร้อมกาหนดชอ่ื

เฉลยใบงานที่ 4 คะแนน

เรอ่ื ง การสร้างรปู ส่เี หลย่ี มมมุ ฉาก
เมื่อกาหนดความยาวของด้าน โดยใชว้ งเวียน

สร้างรปู สเี่ หลย่ี มมุมฉากตามขอ้ กาหนดตอ่ ไปนี้ โดยใช้วงเวียนชว่ ยในการสรา้ ง
1. สรา้ งรูปสีเ่ หล่ยี มผนื ผา้ ABCD ให้มดี ้านยาว ยาว 5 เซนติเมตร และดา้ นกว้าง ยาว 3 เซนติเมตร

AB

4 ซม.

D 5 ซม. C

2. สรา้ งรปู สี่เหลยี่ มจตั รุ สั กทมด ให้มีดา้ นยาวดา้ นละ 5 เซนติเมตร
กท

5 ซม.

ด 5 ซม. ม

3. สรา้ งรูปสเี่ หลย่ี มผนื ผา้ ใหม้ ีด้านยาว ยาว 4.5 เซนติเมตร และดา้ นกวา้ ง ยาว 3.5 เซนติเมตร พรอ้ มกาหนดชือ่

AB

3.5 ซม.

D 4.5 ซม. C

4. สรา้ งรูปสีเ่ หลย่ี มจัตุรสั ให้มีด้านยาวด้านละ 4.5 เซนติเมตร พร้อมกาหนดชื่อ
กข

4 ซม.

ง 4 ซม. ค

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 5

รายวชิ า คณิตศาสตร์ ค15101 กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์

ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 5 ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 7 รูปสี่เหลยี่ ม : การสร้างรูปส่ีเหลยี่ ม เมอ่ื กาหนดความยาวของดา้ น

และขนาดของมมุ เวลา 1 ชวั่ โมง

ผู้สอน นายบวร ศรีประเสริฐ วนั ที่ ..................................................................

………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………

มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตวั ชว้ี ดั

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ค 2.2 เข้าใจและวิเคราะหร์ ูปเรขาคณิต สมบัตขิ องรปู เรขาคณติ

ความสมั พันธ์ระหว่างรปู เรขาคณิตและทฤษฎบี ททางเรขาคณติ และนาไปใช้

ตัวช้วี ัด สร้างรูปส่ีเหล่ยี มชนิดตา่ งๆ เมือ่ กาหนดความยาวของดา้ นและขนาดของมมุ
ค 2.2 ป.5/3 หรือเมือ่ กาหนความยาวของเสน้ ทแยงมมุ

จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. นกั เรยี นสามารถสรา้ งรูปส่เี หล่ยี มตามข้อกาหนดได้
2. นกั เรียนทางานทีไ่ ดร้ ับมอบหมายสง่ ตรงตามเวลาทีก่ าหนด

สาระสาคัญ

การสรา้ งรปู สเี่ หล่ียม เป็นการสรา้ งตามลกั ษณะหรือสมบตั ขิ องรปู ส่เี หลี่ยมแต่ละชนดิ ซงึ่ ตอ้ งอาศยั
ทกั ษะการวัดความยาว การใช้โพรแทรกเตอร์หรอื วงเวียน

สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน

1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา

คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

1. มวี นิ ัย
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มงุ่ มั่นในการทางาน

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้

1. ทบทวนข้นั ตอนการสรา้ งรูปสเี่ หลยี่ มมมุ ฉาก โดยครูกาหนดโจทย์ดังนี้

จงสร้างรปู สเ่ี หลีย่ มผนื ผา้ กขคง ใหม้ ีด้านยาว 5 เซนติเมตร และ มดี ้านกว้าง 4 เซนตเิ มตร โดยครู
คอยเสริมวา่ เราสามารถใช้วงเวียนมาชว่ ยในข้นั ตอนการสรา้ งรปู สี่เหลีย่ มได้

2. ครูกาหนดโจทย์ ให้นักเรียนสรา้ งรปู สเ่ี หลี่ยมดา้ นขนาน กขคง ใหม้ ดี ้านยาว 5 เซนติเมตร และ

4 เซนติเมตร โดยใหม้ มุ หน่งึ มขี นาด 60 องศา แล้วให้นกั เรียนชว่ ยกนั พิจารณาวา่ โจทย์ 2 ข้อท่ีครกู าหนดให้
นั้นมลี กั ษณะของการกาหนดใหเ้ หมือนหรือตา่ งกันอยา่ งไร ซง่ึ จะได้วา่ ตา่ งกัน โดยโจทย์ข้อหลงั มีการกาหนด

ขนาดของมุมมาใหด้ ้วย จากนนั้ ให้นกั เรยี นลองเขยี นภาพครา่ วๆ เพ่ือใหม้ องเห็นชดั เจนข้ึนว่าโจทยก์ าหนดอะไร

มาใหบ้ ้าง และรปู ที่สรา้ งได้จะเป็นอย่างไรง 5 ซม. ค

4 ซม. 4 ซม.

ก 60
5 ซม.

2. ครูและนักเรยี นชว่ ยกนั สรา้ งรูปสเี่ หลย่ี มดา้ นขนานจากโจทยข์ ้างตน้ ทีละขนั้ ตอนดงั นี้

สร้างรปู สีเ่ หลีย่ มดา้ นขนาน กขคง ใหม้ ีด้านยาว 5 เซนตเิ มตร และ 4 เซนตเิ มตร
โดยใหม้ ุมหน่งึ มขี นาด 60 องศา

ข้ันท่ี 1 เขียนส่วนส่วนของเสน้ ตรง กข ยาว 5 เซนติเมตร

กข
5 ซม.

ข้นั ที่ 2 สร้างมมุ 60 องศา ทีจ่ ุด ก และ ลากส่วนของเส้นตรง กง ยาว 4 เซนติเมตร


4 ซม.

ก 60 5 ซม. ข

ขน้ั ท่ี 3 ทจี่ ุด ง สรา้ งมมุ กงค ขนาด 120 องศา และ ลากส่วนของเสน้ ตรง งค ยาว 5 เซนตเิ มตร
จะได้ ง̅ค // ก̅ข (มุมภายในทีอ่ ยบู่ นขา้ งเดยี วกันของเสน้ ตัดขวางรวมกนั ได้ 180 องศา)

ง 5 ซม. ค
120

4 ซม.

ก 60 5 ซม. ข

ข้นั ที่ 4 เขยี นส่วนของเส้นตรง ขค จะได้  กขคง เป็นรปู สเี่ หลี่ยมดา้ นขนาน

ง 5 ซม. ค
120

4 ซม.

ก 60 5 ซม. ข

3. ครนู าสนทนาเพอ่ื เปิดโอกาสให้นักเรียนคิดหาวธิ ีสรา้ งรูปสเ่ี หล่ียมแบบอืน่ ๆ อีก แล้วใหน้ ักเรียน
ทดลองสรา้ งตามความคิดเหล่านั้น อภปิ รายร่วมกนั ว่าวิธดี งั กลา่ วเป็นวิธที ่ใี ชไ้ ดห้ รอื ไม่ เหมาะสมเพียงใด
พรอ้ มทง้ั ยกตวั อย่างโจทย์การสร้างรปู ส่ีเหลี่ยมอน่ื ๆ ซง่ึ มีเงอ่ื นไขแตกตา่ งกันออกไป อีก 2-3 ข้อ เช่น จงสรา้ ง

รูปสี่เหลีย่ มคางหมู สปทร ให้ ส̅ป ยาว 6 เซนตเิ มตร ปส̂ร และ สป̂ท มขี นาดมมุ ละ 55 องศา ส̅ร และ ป̅ท
ยาวด้านละ 3 เซนตเิ มตร ครเู น้นยา้ ให้นักเรยี นฝึกเขยี นรูปคร่าวๆ ตามเงือ่ นไขของโจทยก์ อ่ นทจ่ี ะลงมือสร้าง
รูปส่ีเหลี่ยม

4. ให้นักเรยี นฝกึ ทักษะการสร้างรปู ส่ีเหลย่ี ม โดยทาใบงานท่ี 5 เรือ่ ง การสร้างรปู สี่เหล่ยี ม เมือ่
กาหนดความยาวของดา้ นและขนาดของมุม

สื่อการเรยี นรู้

1. โพรแทรกเตอร์
2. ไมฉ้ าก , ไม้บรรทดั
3. ใบงานที่ 5 เร่ือง การสรา้ งรปู ส่ีเหลี่ยม เมื่อกาหนดความยาวของดา้ นและขนาดของมุม

การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้

สิ่งที่ตอ้ งการประเมนิ วธิ กี าร เคร่ืองมือ เกณฑ์ผ่าน

1. นักเรียนสามารถสร้างรูปสเี่ หล่ยี มตาม ตรวจใบงานท่ี 5 เร่ือง การ ใบงานที่ 5 เรอื่ ง การสรา้ ง รอ้ ยละ 60 ข้นึ

ขอ้ กาหนดได้ สรา้ งรปู ส่เี หล่ยี มมมุ ฉาก เมอ่ื รูปส่เี หลยี่ มมมุ ฉาก เมอ่ื ไป
กาหนดความยาวของด้าน กาหนดความยาวของดา้ น

โดยใชว้ งเวียน โดยใชว้ งเวียน

2.นักเรียนทางานทไี่ ด้รับมอบหมาย -ประเมนิ คุณลักษณะที่พึง -แบบประเมินคณุ ลักษณะ ระดับคุณภาพ

ส่งตรงตามเวลาที่กาหนด ประสงค์ ท่พี ึงประสงค์ 2 ข้นึ ไป
ของนักเรียนรายบุคคล
ของนกั เรียนรายบุคคล

เกณฑ์การให้คะแนนด้านคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ : มีวินยั

คะแนน : ระดบั คณุ ภาพ คณุ ลักษณะที่ปรากฏให้เห็น

4 : ดีเย่ยี ม - ผลงานสะอาดเรียบร้อย
- ปฏิบตั ิตนอยูใ่ นขอ้ ตกลงทกี่ าหนดใหร้ ว่ มกนั ทุกคร้ัง

3 : ดี - ผลงานสว่ นใหญ่สะอาดเรยี บรอ้ ย
- ปฏบิ ัติตนอยู่ในข้อตกลงที่กาหนดให้รว่ มกนั เป็นส่วนใหญ่

2 : ผา่ น - ผลงานไม่ค่อยเรยี บร้อย
- ปฏิบัติตนอย่ใู นข้อตกลงที่กาหนดให้ร่วมกนั บางครง้ั ต้องอาศัยการแนะนา

1 : ไม่ผา่ น - ผลงานไม่เรียบรอ้ ย
- ไม่ปฏิบัตติ นอยใู่ นข้อตกลงท่ีกาหนดใหร้ ว่ มกนั

คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ : ใฝเ่ รยี นรู้

คะแนน : ระดบั คณุ ภาพ คุณลักษณะที่ปรากฏใหเ้ ห็น

4 : ดีเยย่ี ม - มคี วามสนใจ/ความต้งั ใจตลอดระยะเวลาการเรียนรู้

3 : ดี - มีความสนใจ/ความตง้ั ใจเปน็ บางคร้ัง

2 : ผา่ น - มคี วามสนใจ/ความตัง้ ใจในระยะเวลาสนั้ ๆ ชอบเลน่ ในเวลาเรยี น

1 : ไม่ผา่ น - ไม่สนใจ/ไมต่ ั้งใจ ชอบเล่นในเวลาเรียน

คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ : มงุ่ ม่นั ในการทางาน

คะแนน : ระดับคุณภาพ คณุ ลักษณะท่ีปรากฏใหเ้ หน็

- สง่ งานกอ่ นหรอื ตรงกาหนดเวลานดั หมาย

4 : ดีเยยี่ ม - รบั ผิดชอบในงานที่ไดร้ ับมอบหมายและปฏบิ ตั ติ นเองจนเป็นนิสัย

เป็นตัวอย่างแกผ่ ้อู ืน่ และแนะนาชักชวนใหผ้ อู้ ่ืนปฏบิ ตั ติ ามได้

3 : ดี - ส่งงานชา้ กวา่ กาหนด แต่ได้มีการติดต่อชี้แจงผู้สอน มเี หตุผลท่รี ับฟังได้
- รับผดิ ชอบในงานที่ได้รับมอบหมายและปฏิบัติตนเองจนเป็นนิสัย

2 : ผ่าน - ส่งงานชา้ กวา่ กาหนด
- ปฏบิ ัติงานโดยต้องอาศัยการชี้แนะ แนะนา ตักเตือนหรอื ใหก้ าลังใจ

1 : ไม่ผา่ น -ไม่สง่ งานชา้
- ไม่ปฏบิ ตั งิ านแม้จะช้แี นะ แนะนา ตักเตอื นหรอื ให้กาลังใจแลว้

ใบงานท่ี 5 คะแนน

เรื่อง การสร้างรูปสเ่ี หลย่ี ม เม่อื กาหนดความ
ยาวของด้านและขนาดของมุม

สรา้ งรปู สเ่ี หลี่ยมตามขอ้ กาหนดต่อไปน้ี
1. สร้างรปู ส่ีเหล่ียมดา้ นขนานใหม้ ีดา้ นยาว 8 เซนติเมตร และ 6 เซนติเมตร ให้มุมหนึง่ มขี นาด 60 องศา

พรอ้ มทง้ั กาหนดช่ือ

2. สรา้ งรูปสี่เหล่ยี มขนมเปียกปูน กขคง ใหม้ ีด้านยาวดา้ นละ 4.5 เซนติเมตร และ กข̂ค มขี นาด 70 องศา

3. สรา้ งรปู สเ่ี หล่ียมคางหมู ใหม้ ุมภายในเปน็ มมุ ฉาก 2 มุม พร้อมกาหนดชื่อ

เฉลยใบงานที่ 5 คะแนน

เรื่อง การสร้างรูปส่ีเหล่ียม เมอ่ื กาหนดความ
ยาวของด้านและขนาดของมมุ

สรา้ งรูปสเี่ หลย่ี มตามข้อกาหนดต่อไปน้ี
1. สร้างรูปสี่เหล่ียมดา้ นขนานให้มดี า้ นยาว 8 เซนตเิ มตร และ 6 เซนตเิ มตร ใหม้ ุมหน่ึงมขี นาด 60 องศา

พร้อมทงั้ กาหนดชือ่

ง 8 ซม. ค
6 ซม.

ก 60 8 ซม. ข

2. สร้างรปู ส่เี หลี่ยมขนมเปยี กปนู กขคง ใหม้ ีด้านยาวด้านละ 4.5 เซนติเมตร และ กข̂ค มีขนาด 70 องศา

ก 4.5 ซม. ง
4.5 ซม.

ข 70 4.5 ซม. ค

3. สรา้ งรปู สเี่ หลี่ยมคางหมู ใหม้ ุมภายในเปน็ มุมฉาก 2 มุม พรอ้ มกาหนดชื่อ
กง

ขค
ความยาวของดา้ นอยใู่ นดลุ ยพนิ ิจของครผู ูส้ อน

แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 6

รายวิชา คณติ ศาสตร์ ค15101 กลมุ่ สาระการเรียนรูค้ ณติ ศาสตร์

ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 5 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 7 รูปสีเ่ หล่ยี ม : การสร้างรปู สเี่ หลี่ยม เมอื่ กาหนดความยาวของดา้ น

และขนาดของมมุ โดยใชว้ งเวียน เวลา 1 ช่ัวโมง

ผู้สอน นายบวร ศรปี ระเสรฐิ วันที่ ..................................................................

………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………

มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชี้วดั

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ค 2.2 เข้าใจและวเิ คราะหร์ ปู เรขาคณิต สมบัตขิ องรูปเรขาคณิต

ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งรปู เรขาคณติ และทฤษฎบี ททางเรขาคณติ และนาไปใช้

ตัวชว้ี ัด สร้างรูปส่ีเหลีย่ มชนิดตา่ งๆ เมอ่ื กาหนดความยาวของดา้ นและขนาดของมุม
ค 2.2 ป.5/3 หรือเม่อื กาหนความยาวของเสน้ ทแยงมุม

จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. นกั เรยี นสามารถสรา้ งรูปส่ีเหลี่ยมตามขอ้ กาหนดได้
2. นกั เรยี นทางานที่ไดร้ ับมอบหมายส่งตรงตามเวลาทก่ี าหนด

สาระสาคญั

การสรา้ งรปู สเี่ หลีย่ ม เปน็ การสร้างตามลกั ษณะหรือสมบตั ขิ องรูปสี่เหลี่ยมแต่ละชนิด ซง่ึ ต้องอาศยั
ทักษะการวัดความยาว การใชโ้ พรแทรกเตอรห์ รอื วงเวยี น

สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รยี น

1. ความสามารถในการสอื่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา

คุณลักษณะอันพึงประสงค์

1. มีวินยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุง่ ม่ันในการทางาน

การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

1. ทบทวนข้นั ตอนการสรา้ งรูปสเ่ี หลีย่ ม เม่ือกาหนดความยาวของดา้ น และขนาดของมุม โดยครู
กาหนดโจทยด์ ังน้ี จงสรา้ งรูปสี่เหล่ียมด้านขนาน กขคง ให้มดี ้านยาว 4 เซนตเิ มตร และ 3.5 เซนตเิ มตร
โดยใหม้ มุ หน่งึ มขี นาด 65 องศา แล้วใหน้ ักเรยี นช่วยกนั เขยี นภาพคร่าวๆ เพ่ือให้มองเหน็ ชัดเจนขึ้นวา่ โจทย์
กาหนดอะไรมาใหบ้ ้าง และรปู ทีส่ รา้ งไดจ้ ะเปน็ อย่างไร

ง 4 ซม. ค

3.5 ซม. 3.5 ซม.

ก 65
4 ซม.

2. ครูแนะนานักเรยี นวา่ การสร้างรูปสเ่ี หลย่ี มด้านขนานจากโจทยข์ า้ งต้น สามารถใชว้ งเวยี นมาชว่ ยใน
การสรา้ งได้ โดยมีขน้ั ตอนดังนี้

สร้างรูปส่เี หล่ียมด้านขนาน กขคง ให้มดี า้ นยาว 4 เซนติเมตร และ 3.5 เซนติเมตร
โดยให้มุมหนง่ึ มขี นาด 65 องศา

ข้ันท่ี 1 เขียนส่วนส่วนของเสน้ ตรง กข ยาว 4 เซนติเมตร

กข
4 ซม.

ข้นั ท่ี 2 สร้างมุม 65 องศา ทจี่ ดุ ก และ ลากสว่ นของเส้นตรง กง ยาว 3.5 เซนตเิ มตร


3.5 ซม.

ก 65 4 ซม. ข

ขนั้ ที่ 3 กางวงเวยี นรศั มี 4 เซนติเมตร ใช้จุด ง เปน็ จุดศนู ยก์ ลางเขียนสว่ นโคง้ ของวงกลม
แล้วกางวงเวยี นรัศมี 3.5 เซนติเมตร ใช้จดุ ข เปน็ จุดศนู ยก์ ลางเขียนส่วนโค้งของวงกลม
โดยให้สว่ นโค้งของวงกลมตดั กับโคง้ แรกที่จดุ ค

ง ค
3.5 ซม.

ก 65 4 ซม. ข

ขั้นท่ี 4 เขยี นสว่ นของเส้นตรง งค และ สว่ นของเสน้ ตรง ขค
จะได้  กขคง เปน็ รูปส่ีเหลยี่ มด้านขนาน

ง ค
3.5 ซม.

ก 65 4 ซม. ข

3. ครนู าสนทนาเพอื่ เปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นคิดหาวธิ ีสรา้ งรปู ส่ีเหลยี่ มแบบอื่นๆอีก แล้วใหน้ ักเรยี น
ทดลองสร้างตามความคดิ เหล่านั้น อภิปรายรว่ มกนั วา่ วธิ ีดงั กล่าวเปน็ วิธีทใ่ี ช้ได้หรอื ไม่ เหมาะสมเพยี งใด
พรอ้ มท้ังยกตัวอยา่ งโจทย์การสรา้ งรูปส่ีเหลยี่ มอื่นๆ ซ่งึ มเี งอ่ื นไขแตกต่างกนั ออกไป อกี 2-3 ข้อ ครูเน้นย้าให้
นกั เรียนฝกึ เขยี นรูปครา่ วๆ ตามเงอื่ นไขของโจทย์ก่อนทจ่ี ะลงมือสร้าง รูปสเี่ หล่ียม

4. ให้นักเรยี นฝกึ ทักษะการสร้างรปู ส่เี หล่ียม โดยทาใบงานที่ 6 เรอ่ื ง การสรา้ งรูปสีเ่ หลย่ี ม
เมอ่ื กาหนดความยาวของดา้ นและขนาดของมุม โดยใช้วงเวยี น

ส่อื การเรยี นรู้

1. วงเวียน
2. โพรแทรกเตอร์ , ไมฉ้ าก , ไมบ้ รรทัด
3. ใบงานท่ี 6 เรื่อง การสร้างรูปสี่เหลีย่ ม เม่อื กาหนดความยาวของดา้ นและขนาดของมมุ

โดยใชว้ งเวยี น

การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้

ส่ิงที่ตอ้ งการประเมิน วธิ ีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์ผ่าน

1. นักเรียนสามารถสรา้ งรปู สเี่ หล่ยี มตาม ตรวจใบงานที่ 6 เร่อื ง การ ใบงานที่ 6 เร่อื ง การสร้าง ร้อยละ 60 ขึน้

ข้อกาหนดได้ สร้างรูปสเี่ หลี่ยม เมือ่ กาหนด รปู สี่เหลยี่ ม เมื่อกาหนด ไป

ความยาวของดา้ นและขนาด ความยาวของด้านและ

ของมุม โดยใช้วงเวียน ขนาดของมมุ โดยใช้วง

เวียน

2.นกั เรยี นทางานทไี่ ดร้ ับมอบหมาย -ประเมนิ คณุ ลกั ษณะทพ่ี ึง -แบบประเมนิ คุณลักษณะ ระดบั คุณภาพ

สง่ ตรงตามเวลาทีก่ าหนด ประสงค์ ท่พี งึ ประสงค์ 2 ขน้ึ ไป

ของนักเรยี นรายบคุ คล ของนักเรียนรายบคุ คล

เกณฑก์ ารให้คะแนนด้านคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ : มีวินยั

คะแนน : ระดบั คณุ ภาพ คุณลกั ษณะท่ปี รากฏให้เห็น

4 : ดีเยี่ยม - ผลงานสะอาดเรียบร้อย
- ปฏบิ ัติตนอย่ใู นขอ้ ตกลงท่ีกาหนดให้ร่วมกันทุกครงั้

3 : ดี - ผลงานสว่ นใหญ่สะอาดเรยี บร้อย
- ปฏบิ ตั ิตนอยู่ในข้อตกลงที่กาหนดให้ร่วมกนั เปน็ ส่วนใหญ่

2 : ผา่ น - ผลงานไม่คอ่ ยเรียบร้อย
- ปฏบิ ัติตนอยใู่ นขอ้ ตกลงทก่ี าหนดให้ร่วมกนั บางครงั้ ต้องอาศัยการแนะนา

1 : ไมผ่ ่าน - ผลงานไมเ่ รยี บร้อย
- ไม่ปฏิบัตติ นอยู่ในข้อตกลงท่กี าหนดใหร้ ่วมกนั

คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ : ใฝเ่ รียนรู้

คะแนน : ระดบั คุณภาพ คณุ ลกั ษณะทีป่ รากฏใหเ้ ห็น

4 : ดีเยย่ี ม - มคี วามสนใจ/ความตั้งใจตลอดระยะเวลาการเรียนรู้

3 : ดี - มคี วามสนใจ/ความตั้งใจเป็นบางครงั้

2 : ผ่าน - มีความสนใจ/ความตั้งใจในระยะเวลาสั้นๆ ชอบเลน่ ในเวลาเรียน

1 : ไมผ่ ่าน - ไม่สนใจ/ไมต่ ั้งใจ ชอบเลน่ ในเวลาเรียน

คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ : มุ่งมน่ั ในการทางาน

คะแนน : ระดับคุณภาพ คณุ ลักษณะท่ปี รากฏให้เหน็

- สง่ งานกอ่ นหรอื ตรงกาหนดเวลานัดหมาย

4 : ดีเยยี่ ม - รบั ผดิ ชอบในงานทไี่ ดร้ บั มอบหมายและปฏบิ ตั ติ นเองจนเป็นนิสัย

เปน็ ตัวอย่างแก่ผูอ้ ่ืน และแนะนาชักชวนใหผ้ ู้อน่ื ปฏบิ ัตติ ามได้

3 : ดี - ส่งงานชา้ กวา่ กาหนด แต่ได้มกี ารติดตอ่ ชี้แจงผูส้ อน มีเหตผุ ลทีร่ บั ฟงั ได้
- รบั ผิดชอบในงานทไี่ ดร้ ับมอบหมายและปฏบิ ตั ติ นเองจนเปน็ นสิ ัย

2 : ผ่าน - ส่งงานช้ากว่ากาหนด
- ปฏบิ ตั งิ านโดยต้องอาศยั การชแี้ นะ แนะนา ตกั เตอื นหรือให้กาลังใจ

1 : ไมผ่ า่ น -ไม่ส่งงานช้า
- ไม่ปฏบิ ตั ิงานแมจ้ ะชแ้ี นะ แนะนา ตกั เตือนหรอื ให้กาลงั ใจแลว้

ใบงานที่ 6 คะแนน

เรอื่ ง การสรา้ งรูปสีเ่ หลี่ยม เม่ือกาหนดความยาว
ของดา้ นและขนาดของมุม โดยใช้วงเวยี น

สร้างรปู สีเ่ หลย่ี มตามขอ้ กาหนดตอ่ ไปน้ี โดยใช้วงเวียนช่วยในการสรา้ ง
1. สร้างรูปสเี่ หล่ียมด้านขนานให้มีด้านยาว 4.5 เซนตเิ มตร และ 5 เซนติเมตร ให้มุมหน่งึ มีขนาด 45 องศา
พร้อมทง้ั กาหนดชื่อ

2. สร้างรปู สีเ่ หล่ียมขนมเปียกปูน กขคง ให้มดี ้านยาวด้านละ 3.5 เซนติเมตร และ กข̂ค มีขนาด 120 องศา

3. สรา้ งรปู สเี่ หลยี่ มรูปวา่ ว กขคง ให้มีดา้ นยาว 3.5 เซนตเิ มตร และ 6 เซนตเิ มตร มุมภายในระหว่างดา้ น
ทกี่ าหนดให้มขี นาด 140 องศา

เฉลยใบงานที่ 6 คะแนน

เรอื่ ง การสร้างรปู ส่เี หลยี่ ม เม่อื กาหนดความยาว
ของดา้ นและขนาดของมมุ โดยใช้วงเวยี น

สร้างรูปสเี่ หลี่ยมตามข้อกาหนดตอ่ ไปนี้ โดยใชว้ งเวียนชว่ ยในการสรา้ ง
1. สรา้ งรูปสี่เหลี่ยมด้านขนานใหม้ ดี า้ นยาว 4.5 เซนตเิ มตร และ 5 เซนติเมตร ให้มุมหน่งึ มีขนาด 45 องศา
พร้อมทง้ั กาหนดชอื่

งค

4.5 ซม.

ก 45 5 ซม. ข

2. สรา้ งรปู สีเ่ หลย่ี มขนมเปียกปนู กขคง ให้มดี ้านยาวดา้ นละ 3.5 เซนติเมตร และ กข̂ค มีขนาด 120 องศา

งค

3.5 ซม.
ก 120ข

3.5 ซม.

3. สรา้ งรปู สเ่ี หล่ียมรปู วา่ ว กขคง ใหม้ ดี า้ นยาว 3.5 เซนติเมตร และ 6 เซนติเมตร มุมภายในระหว่างดา้ น

ทีก่ าหนดใหม้ ีขนาด 140 องศา


3.5 ซม.

ข 140 ง

6 ซม.



แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 7

รายวิชา คณติ ศาสตร์ ค15101 กล่มุ สาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์

ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564

หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 7 รูปสี่เหลี่ยม : การสรา้ งรูปสเ่ี หลยี่ ม เม่อื กาหนดความยาว

ของเสน้ ทแยงมมุ เวลา 1 ชวั่ โมง

ผสู้ อน นายบวร ศรีประเสรฐิ วนั ที่ ..................................................................

………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………

มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้วี ดั

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ค 2.2 เข้าใจและวเิ คราะหร์ ปู เรขาคณิต สมบัตขิ องรปู เรขาคณิต

ความสัมพันธร์ ะหว่างรูปเรขาคณติ และทฤษฎีบททางเรขาคณิตและนาไปใช้

ตัวชว้ี ัด
ค 2.2 ป.5/3 สรา้ งรูปส่ีเหลีย่ มชนดิ ต่างๆ เมอ่ื กาหนดความยาวของดา้ นและขนาดของมมุ
หรอื เมอ่ื กาหนความยาวของเส้นทแยงมุม

จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1. นกั เรียนสามารถสรา้ งรปู สีเ่ หล่ยี มตามขอ้ กาหนดได้
2. นกั เรยี นทางานที่ได้รบั มอบหมายส่งตรงตามเวลาที่กาหนด

สาระสาคญั

การสร้างรปู สี่เหลี่ยม เป็นการสรา้ งตามลกั ษณะหรือสมบัติของรูปส่เี หล่ียมแต่ละชนดิ ซงึ่ ต้องอาศัย
ทักษะการวดั ความยาว การใชโ้ พรแทรกเตอรห์ รือวงเวยี น

สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน

1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา

คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

1. มีวนิ ัย
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มงุ่ มน่ั ในการทางาน

การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

1. นกั เรยี นทบทวนเรือ่ ง เส้นทแยงมมุ ของรูปส่ีเหลย่ี ม โดยครตู ิดแถบโจทยบ์ นกระดาน แลว้ ให้
นักเรยี นช่วยกนั บอกชนิดของรปู สเ่ี หลยี่ มทต่ี รงกับโจทย์ ดงั ตวั อย่าง

 รูปสเี่ หลีย่ มที่มเี สน้ ทแยงมุมแบ่งครึ่งซง่ึ กันและกนั
(รูปสีเ่ หลยี่ มจัตุรัส รปู สเ่ี หลี่ยมผืนผา้ รูปสเ่ี หล่ียมด้านขนาน รปู สเี่ หลี่ยมขนมเปยี กปนู )
 รูปส่เี หลยี่ มทีม่ ีเสน้ ทแยงมมุ ยาวเทา่ กนั
(รปู สเ่ี หลย่ี มจตั รุ สั รูปสเ่ี หลี่ยมผืนผ้า รูปสเี่ หลยี่ มด้านขนาน)
 รปู สีเ่ หลีย่ มท่มี ีเส้นทแยงมุมตัดกันเปน็ มมุ ฉาก
(รูปส่เี หลี่ยมจัตุรัส รูปสี่เหลี่ยมขนมเปยี กปนู รปู สเี่ หลย่ี มรปู ว่าว)
ครูและนักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง
2. ครตู ดิ แถบโจทย์บนกระดาน จากนน้ั แนะนาวิธสี ร้างรูปสเ่ี หลีย่ ม โดยจัดกจิ กรรมทานองเดียวกนั
กบั การสรา้ งรูปสีเ่ หลยี่ มเม่ือกาหนดความยาวของด้านและขนาดของมุม โดยจะต้องนาความรเู้ กี่ยวกบั เสน้
ทแยงมุมของรปู สเ่ี หลี่ยมมาพิจารณาเพอ่ื วางแผนการสร้าง ดงั นี้
พจิ ารณาการสร้างรูปสี่เหล่ียมจัตรุ สั MODE ที่มีเส้นทแยงมมุ ยาว 4 เซนตเิ มตร
(รูปสเี่ หล่ียมจัตรุ สั มเี ส้นทแยงมมุ ยาวเท่ากนั แบง่ ครึง่ ซง่ึ กันและกนั และตัดกันเป็นมุมฉาก)
จากโจทย์เขยี นรปู ครา่ วๆ ไดด้ ีงน้ี

ขน้ั ท่ี 1 เขยี น ̅M̅̅̅D̅ ยาว 4 เซนตเิ มตร แลว้ แบง่ คร่งึ M̅̅̅̅D̅ ท่ีจุด B
จะได้ ̅M̅̅B̅ และ B̅̅̅D̅ ยาว 2 เซนติเมตร

ขนั้ ที่ 2 เขียน ̅E̅̅O̅ ใหต้ งั้ ฉากกับ ̅M̅̅̅D̅ ทจ่ี ุด B โดยให้ E̅̅̅B̅ และ B̅̅̅O̅ ยาว 2 เซนตเิ มตร
จะได้ E̅̅̅O̅ ยาว 4 เซนติเมตร

ขัน้ ที่ 3 เขยี น M̅̅̅E̅ ̅E̅̅D̅ D̅̅̅O̅ และ ̅O̅̅M̅̅ จะได้ MODE เป็นรปู ส่ีเหลี่ยมจัตุรสั

3. ครยู กตวั อยา่ งโจทย์อกี 1 ขอ้ เพื่อสรา้ งความเข้าใจใหก้ บั นักเรยี นมากข้ึน พร้อมท้งั สาธติ วิธกี าร
สร้างรปู สีเ่ หลี่ยม ดังน้ี

พจิ ารณาการสร้างรปู ส่ีเหล่ียมรปู ว่าว CALS ที่มเี ส้นทแยงมมุ ยาว 3 เซนตเิ มตร
(รปู สเี่ หลย่ี มรูปว่าว มเี ส้นทแยงมมุ ตัดกันเป็นมมุ ฉาก และมีเสน้ ทแยงมุมเพยี งเสน้ เดยี ว
ที่ถกู แบ่งครึ่งดว้ ยเสน้ ทแยงมุมอกี เสน้ หนึง่ ) จากโจทยเ์ ขียนรปู ครา่ วๆ ไดด้ ีงน้ี

ขนั้ ท่ี 1 เขียน ̅C̅̅L̅ ยาว 3 เซนติเมตร แลว้ แบง่ ครึง่ ̅C̅̅L̅ ท่ีจดุ O
จะได้ ̅C̅̅O̅ และ ̅O̅̅L̅ ยาว 1.5 เซนติเมตร

ขั้นที่ 2 เขยี น ̅A̅̅S̅ ยาว 5 เซนตเิ มตร ให้ต้งั ฉากกับ ̅C̅̅L̅ ทจี่ ุด O
โดยที่ A̅̅̅O̅ และ ̅O̅̅S̅ ยาวไมเ่ ทา่ กนั

ขั้นท่ี 3 เขยี น C̅̅̅A̅ ̅A̅̅L̅ L̅̅S̅ และ ̅S̅C̅
จะได้  CALS เปน็ รูปส่ีเหลี่ยมรูปวา่ ว

6. ใหน้ ักเรียนฝึกทักษะการสร้างรูปส่ีเหลี่ยม โดยทาใบงานท่ี 7 เร่อื ง การสร้างรปู สีเ่ หลย่ี ม
เมือ่ กาหนดความยาวของเสน้ ทแยงมมุ

สอื่ การเรียนรู้

1. แผนภาพรูปส่เี หลยี่ ม

2. แถบโจทย์, ไมฉ้ าก , ไมบ้ รรทัด

3. ใบงานที่ 7 เร่ือง การสร้างรูปสี่เหล่ยี ม เมือ่ กาหนดความยาวของเส้นทแยงมุม

การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้

สิ่งทีต่ ้องการประเมนิ วธิ กี าร เคร่อื งมอื เกณฑ์ผา่ น

1. นกั เรยี นสามารถสรา้ งรปู สีเ่ หลีย่ มตาม ตรวจใบงานที่ 7 เร่อื ง การ ใบงานท่ี 7 เรือ่ ง การสรา้ ง ร้อยละ 60 ข้ึน

ข้อกาหนดได้ สร้างรปู ส่ีเหล่ียม รูปสเ่ี หล่ยี ม ไป

เมื่อกาหนดความยาวของ เม่อื กาหนดความยาวของ

เสน้ ทแยงมมุ เส้นทแยงมุม

2.นักเรียนทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย -ประเมินคุณลกั ษณะทพ่ี งึ -แบบประเมนิ คุณลกั ษณะ ระดับคุณภาพ

ส่งตรงตามเวลาที่กาหนด ประสงค์ ทีพ่ งึ ประสงค์ 2 ขึน้ ไป

ของนกั เรยี นรายบคุ คล ของนักเรยี นรายบคุ คล

เกณฑ์การใหค้ ะแนนด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์

คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ : มีวนิ ัย

คะแนน : ระดบั คุณภาพ คุณลักษณะที่ปรากฏให้เหน็

4 : ดีเยี่ยม - ผลงานสะอาดเรยี บรอ้ ย
- ปฏบิ ตั ิตนอยู่ในขอ้ ตกลงทกี่ าหนดใหร้ ่วมกนั ทุกคร้ัง

3 : ดี - ผลงานส่วนใหญส่ ะอาดเรยี บร้อย
- ปฏบิ ตั ิตนอยใู่ นข้อตกลงทีก่ าหนดให้ร่วมกนั เปน็ สว่ นใหญ่

2 : ผ่าน - ผลงานไมค่ ่อยเรยี บร้อย
- ปฏบิ ตั ิตนอย่ใู นขอ้ ตกลงทีก่ าหนดให้ร่วมกนั บางคร้งั ต้องอาศัยการแนะนา

1 : ไมผ่ ่าน - ผลงานไมเ่ รียบร้อย
- ไม่ปฏิบตั ติ นอยู่ในขอ้ ตกลงท่กี าหนดใหร้ ว่ มกัน

คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ : ใฝเ่ รียนรู้

คะแนน : ระดบั คุณภาพ คุณลกั ษณะทีป่ รากฏให้เหน็

4 : ดีเย่ียม - มคี วามสนใจ/ความตั้งใจตลอดระยะเวลาการเรยี นรู้

3 : ดี - มคี วามสนใจ/ความต้ังใจเป็นบางคร้ัง

2 : ผา่ น - มีความสนใจ/ความต้ังใจในระยะเวลาส้นั ๆ ชอบเล่นในเวลาเรียน

1 : ไม่ผา่ น - ไม่สนใจ/ไม่ต้ังใจ ชอบเลน่ ในเวลาเรยี น


Click to View FlipBook Version